The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2022-05-20 10:38:20

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

๒แผนการจดั การเรียนรู้ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี

วิทยาศาสตร์

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

นางสาวเบญจวรรณ ทองเสน

ตาแหนง่ ครู โรงเรยี นพนมศึกษา

สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎร์ธานี ุมุ พร

แผนการจดั การเรยี นรู้

รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว22101
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 จำนวน 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

การกำหนดการใช้แผนจัดการเรยี นรู้
รายการตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้แผนจดั การเรยี นรู้

ความคิดเห็น ความคิดเหน็

................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................

ลงช่ือ................................................. ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเบญจวรรณ ทองเสน) (นางสาวณัฐิญา คาโส)
หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................
(นางผกา สามารถ)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น



คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอน
เพราะเป็นเอกสารหลักสูตร ที่ใช้ในการบริหารงานของครูผู้สอนให้ตรงตามนโยบายในการปฏิรูป
การศึกษา กำหนดไว้ในแผนหลักคุณภาพการศึกษา สนองจุดประสงค์และคำอธิบายรายวิชาของ
หลักสูตร ในการบริหารงานวิชาการถือว่า “แผนจัดการเรียนรู้”เป็นเอกสารทางวิชาการที่สำคัญที่สดุ
ของครู เพราะในแผนจัดการเรยี นร้ปู ระกอบด้วย

1. การกำหนดเวลาเรียน กำหนดการสอน
2. สาระสำคญั ของเน้ือหาวิชาทเ่ี รียน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5. สือ่ และอุปกรณ์
6. การวดั ผลประเมินผล
การจดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้ ถือวา่ เปน็ การสร้างผลงานทางวิชาการ เปน็ ผลงานที่แสดงถึง
ความชำนาญในการสอนของครู เพราะครูใชศ้ าสตร์ทุกสาขาอาชพี ของครู เช่นการออกแบบ การสอน
การจัดการ และการประเมนิ ผล ในการจดั ทำแผนจัดการเรียนรนู้ ้ันจะทำให้เกดิ ความม่ันใจในการสอน
ได้ตรงจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการเรียนการสอนในรายวชิ าที่รับผิดชอบสูงขึ้น ทั้งยัง
เป็นข้อมูลในการนิเทศติดตามตรวจสอบและปรับปรงุ การเรียนการสอนได้อย่างมีระบบและครบวงจร
ยังผลใหค้ ณุ ภาพการศึกษาโดยรวมพฒั นาไปอย่างมที ศิ ทางบรรลุเป้าหมายของหลักสตู ร

นางสาวเบญจวรรณ ทองเสน
ครูผู้สอน

สารบญั ค

เร่อื ง หนา้
กำหนดการใชแ้ ผน ก
คำนำ ข
สารบญั ค
วเิ คราะห์หลกั สตู ร
▪ คำอธบิ ายรายวชิ า 1
▪ โครงสร้างรายวิชา 2
วิเคราะห์ผู้เรียน
▪ ตารางวิเคราะหผ์ ้เู รยี นดา้ นผลสมั ฤทธ์ิ 7
▪ แบบวเิ คราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบคุ คล/ความถนดั /ความสนใจ 8
การวดั ผลประเมินผล 18
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์ 20
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สารละลาย 138
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 การเคลอื่ นที่และแรง 158

4

วิเคราะห์หลักสูตร

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว22101
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2
เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ ระบบหายใจของมนุษย์ ระบบขับถ่ายของ
มนุษย์ ระบบประสาทของมนษุ ย์ ระบบสืบพนั ธุ์ของมนุษย์ การคุมกำเนดิ องค์ประกอบของสารละลาย
สภาพการละลายได้ของสารและปจั จัยท่ีมีผลต่อสภาพละลายได้ ความเข้มข้นของสารละลาย ตำแหนง่

ของวัตถุ ระยะทางและการกระจัด ความเร็วและอตั ราเร็ว แรงเสียดทาน แรงและความดนั ของของเหลว
แรงพยงุ โมเมนต์ของแรง แรงและสนามของแรง

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในการสืบเสาะหา
ความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ สามารถส่อื สารส่ิงทีเ่ รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต

วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว 1.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ,ม.2/5,ม.2/6,ม.2/7,ม.2/8,ม.2/9,ม.2/10, ม.2/11,
ม.2/12 ,ม.2/13,ม.2/14,ม.2/15,ม.2/16,ม.2/17

ว 2.1 ม.2/4 ,ม.2/5,ม.2/6
ว 2.2 ม.2/1,ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ,ม.2/5,ม.2/6,ม.2/7,ม.2/8,ม.2/9,ม.2/10, ม.2/11,

ม.2/12 ,ม.2/13,ม.2/14,ม.2/15

รวม 35 ตวั ชวี้ ัด

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

โครงสร

ว22101 วทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1

หนว่ ย ชือ่ หนว่ ย ว 1.2 ม.2/1-2/17
ท่ี
1.ระบุอวัยวะและบรรย
1 ระบบร่างกายมนษุ ย์ 2.อธบิ ายกลไกการหาย
- ระบบหายใจ
- ระบบหมนุ เวียนเลอื ด กระบวนการแลกเปลยี่ นแกส๊
- ระบบกำจัดของเสีย 3.ตระหนักถึงความสำค
- ระบบประสาท
- ระบบสบื พันธุ์ รกั ษาอวัยวะในระบบหายใจใหท้
- การปฏสิ นธิและการต้ังครรภ์
- การคุมกำเนิด 4.ระบอุ วัยวะและบรรย
เสยี ทางไต

5.ตระหนักถึงความสำค
บอกแนวทางในการปฏบิ ัตติ นทีช่

6.บรรยายโครงสร้างแล

7.อธิบายการทำงานขอ
8.ออกแบบการทดลอง

ขณะปกติและหลงั ทำกิจกรรม
9.ตระหนกั ถึงความสำค

การดแู ลรักษาอวัยวะในระบบห

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระกา

รา้ งรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

ตวั ชวี้ ัด จำนวน คะแนน
ชว่ั โมง
ยายหน้าทขี่ องอวยั วะ ที่เกย่ี วข้องในระบบหายใจ
ยใจเข้าและออก โดยใชแ้ บบจำลอง รวมท้ังอธิบาย 29 25

คญั ของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแล
ทำงานเปน็ ปกติ
ยายหน้าทีข่ องอวัยวะ ในระบบขบั ถ่ายในการกำจดั ของ

คัญของระบบขบั ถา่ ย ในการกำจัดของเสยี ทางไต โดยการ
ชว่ ยให้ระบบขบั ถ่ายทำหน้าที่ไดอ้ ยา่ งปกติ
ละหนา้ ทขี่ องหัวใจ หลอดเลือด และเลือด

องระบบหมนุ เวียนเลือด โดยใชแ้ บบจำลอง
งและทดลอง ในการเปรยี บเทยี บอตั ราการเตน้ ของหัวใจ

คญั ของระบบหมนุ เวียนเลือด โดยการบอกแนวทางใน
หมุนเวยี นเลือดใหท้ ำงาน เปน็ ปกติ

ารเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2 สารละลาย 10.ระบุอวัยวะและบรร
- สารละลาย ควบคมุ การทำงานต่าง ๆ ของร
- ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
11.ตระหนกั ถึงความสำ
- สารละลายในชีวิตประจำวัน รกั ษารวมถงึ การปอ้ งกนั การกระ

12.ระบุอวัยวะและบรร
เพศหญิง โดยใช้แบบจำลอง

13.อธบิ ายผลของฮอร์โ
ร่างกาย เมอื่ เข้าสวู่ ยั หนุ่มสาว

14.ตระหนกั ถงึ การเปล
รกั ษารา่ งกายและจิตใจของตนเ

15.อธิบายการตกไข่ ก
จนคลอดเป็นทารก

16.เลอื กวธิ ีการคุมกำเน
17.ตระหนกั ถึงผลกระทบของก
เหมาะสม

สอบกลางภาค

ว 2.1 ม.2/1-2/4
4. ออกแบบการทดลอ
ทำละลาย อณุ หภมู ิ ที่มตี ่อสภาพ
สภาพละลายไดข้ องสารโดยใช้ส
5.ระบปุ รมิ าณตัวละลา
ปรมิ าตรต่อปริมาตร มวลตอ่ มวล

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระกา

รยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะในระบบประสาทสว่ นกลาง ในการ 1 20
รา่ งกาย 10 8
ำคัญของระบบประสาท โดยการบอกแนวทางในการดูแล
ะทบกระเทือนและอนั ตรายตอ่ สมองและไขสันหลัง
รยายหน้าทขี่ องอวยั วะในระบบสบื พันธุข์ องเพศชายและ

โมนเพศชายและเพศหญงิ ท่ีควบคมุ การเปลีย่ นแปลงของ

ลย่ี นแปลงของรา่ งกายเมื่อเข้าสวู่ ยั หนมุ่ สาวโดยการดแู ล
เองในชว่ งทมี่ กี ารเปล่ยี นแปลง
การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต

นิดทเี่ หมาะสมกบั สถานการณท์ ่กี ำหนด
การต้งั ครรภ์ ก่อนวยั อนั ควร โดยการประพฤตติ นให้

องและทดลองในการอธบิ ายผลของชนดิ ตัวละลาย ชนิดตัว
พละลายได้ของสาร รวมทงั้ อธิบายผลของความดนั ท่ีมีต่อ
สารสนเทศ
ายในสารละลาย ในหนว่ ยความเข้มข้นเป็นรอ้ ยละ
ล และมวลต่อปริมาตร

ารเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3 การเคลอ่ื นทแ่ี ละแรง 6.ตระหนักถงึ ความสำค
- แรงและแรงลพั ธ์ ยกตวั อย่างการใช้สารละลายใน
- แรงเสยี ดทาน
- แรงดันในของเหลวและแรงพยงุ ว 2.2 ม.2/1-2/15
- โมเมนต์ของแรง 1. พยากรณก์ ารเคลอื่
- สนามของแรง แรงทก่ี ระทำต่อวตั ถใุ นแนวเดยี ว
- การเคล่ือนที่ของวัตถุ 2. เขยี นแผนภาพแส
วัตถใุ นแนวเดยี วกัน
- 3. ออกแบบการทดล
ผลตอ่ ความดันของของเหลว

4. วิเคราะหแ์ รงพยุง
เชิงประจักษ์

5. เขยี นแผนภาพแส
6. อธบิ ายแรงเสียดท
7. ออกแบบกำรทดล

ผลต่อขนาดของแรงเสียดทาน
8. เขยี นแผนภาพแส

9. ตระหนกั ถึงประโย
สถานการณ์ปญั หาและเสนอ
ต่อการทำกิจกรรมในชีวติ ปร

10. ออกแบบการทดล
โมเมนต์ของแรง เม่อื วัตถุอย
M = Fl

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระกา

คญั ของการนำความรูเ้ รือ่ งความเขม้ ขน้ ของสารไปใช้ โดย 19 12
นชวี ิตประจำวันท่อี ยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัย

อนทีข่ องวัตถุทเี่ ป็นผลของแรงลพั ธ์ที่เกดิ จากแรงหลาย
วกันจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์
สดงแรงและแรงลพั ธ์ท่ีเกดิ จากแรงหลายแรงทีก่ ระทำตอ่

ลองและทดลองด้วยวธิ ี ทเ่ี หมาะสมในการอธบิ ายปัจจัยทีม่ ี

งและการจม การลอยของวัตถใุ นของเหลวจากหลักฐาน

สดงแรงที่กระทำตอ่ วตั ถุในของเหลว
ทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์
ลองและทดลองดว้ ยวธิ ีทีเ่ หมาะสมในการอธบิ ายปจั จยั ทีม่ ี

สดงแรงเสียดทานและแรงอ่นื ๆ ที่กระทำต่อวตั ถุ

ยชนข์ องความรเู้ รือ่ ง แรงเสียดทานโดยวเิ คราะห์
อแนะวิธีการลด หรอื เพม่ิ แรงเสียดทาน ท่ีเป็นประโยชน์
ระจำวนั
ลองและทดลองดว้ ยวธิ ี ที่เหมาะสมในการอธบิ าย
ยใู่ นสภาพสมดุลตอ่ การหมุน และคำนวณโดยใชส้ มการ

ารเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

11. เปรียบเทยี บแหล
และทศิ ทางของแรงที่กระทำ

12. เขียนแผนภาพแส
วตั ถุ

13. วิเคราะห์ความสมั
โนม้ ถ่วงทก่ี ระทำ

ตอ่ วัตถทุ ่ีอยู่ในสนามนั้น
ขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้

14. อธบิ ายและคำนว
ใช้สมการ

จากหลกั ฐานเชิงป
15. เขียนแผนภาพแส

สอบปลายภาค
รวม

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระกา

ลง่ ของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง
ำต่อวัตถทุ ี่อยูใ่ นแตล่ ะสนามจากข้อมูลที่รวบรวมได้
สดงแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถว่ งท่ีกระทำต่อ

มพันธร์ ะหว่างขนาดของแรงแม่เหลก็ แรงไฟฟ้าและแรง

น ๆ กับ ระยะหา่ งจากแหล่งของสนามถงึ วัตถุจาก

วณอัตราเรว็ และความเร็วของการเคลื่อนที่ของวตั ถุโดย

ประจักษ์
สดงการกระจัดและความเร็ว

1 30
60 100

ารเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วเิ คราะห์ผู้เรียน

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นพนมศึกษา
ตารางวเิ คราะหผ์ ู้เรยี นด้านผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน

วตั ถุประสงค์ 1. เพอื่ นำไปออกแบบการเรยี นรู้ ให้สอดคลอ้ งกับความสามารถของนักเรียน
2. เพอ่ื เป็นแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาและพฒั นาผูเ้ รียนดา้ นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน

กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101
ภาคเรยี นที่ 1/2565 ชอื่ ผู้สอน นางสาวเบญจวรรณ ทองเสน

สรุปผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนพนื้ ฐานทใี่ ช้ในการเรยี นวชิ านี้

ระดับคณุ ภาพของ GPA ของกลุ่ม จำนวนคน ร้อยละ
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
ตำ่ กว่า 2.00
ปรบั ปรงุ 2.00 – 2.50
พอใช้ สงู กว่า 2.50

ดี

แนวทางการจดั กิจกรรม

ผลสมั ฤทธ์ิ ร้อยละ กจิ กรรมแก้ไขหรอื พฒั นา จำนวน เครอ่ื งมอื /
ทางการ เดมิ เปา้ หมาย ในแผนการเรยี นรู้ วธิ ีการประเมนิ
เรยี น
1 กิจกรรมการเรียนการสอนดำเนนิ 1 แบบฝึกหัด
ดี เชน่ เดยี วกับนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ในช้ัน ท้ายบท
เรียน 2 แบบบันทึก
ปรบั ปรงุ 2 ให้นกั เรียนกลุ่มน้เี ปน็ ผดู้ ำเนนิ การ การเก็บคะแนน
เฉลยแบบฝกึ หัดตามสมควร 3 แบบบนั ทกึ
3 ใหน้ ักเรยี นกลุ่มนี้เปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื หลังการสอน
เพื่อนในเรียน การทำแบบฝึกตา่ ง ๆ 4 แผนการ
เป็นผอู้ ธบิ าย (ผ้ชู ว่ ยคร)ู สอนเพื่อน จัดการเรียนรู้
กลุ่มออ่ นที่ยงั ไมเ่ ข้าใจ 5 ชน้ิ งาน
3 ใหแ้ บบฝกึ พิเศษเพิ่มเติม
4. ทำชิ้นงานเพ่มิ เติม 1 แบบฝึก
คู่ขนาน
1 กิจกรรมการเรยี นการสอนดำเนนิ 2 แบบบนั ทึก
เชน่ เดยี วกบั นักเรียนกลมุ่ อน่ื ๆ การเกบ็ คะแนน
เพิ่มเติมแบบฝกึ คู่ขนาน 3 แบบบนั ทกึ
2 ให้นกั เรียนกลุ่มนี้จับคูป่ ระกบตัวตอ่ หลังการสอน
ตัวกบั นักเรยี นกลุม่ เกง่ และปานกลาง 4 แผนการ
3 จดั สอนซอ่ มเสริมในเนือ้ หาทไ่ี ม่ผา่ น จัดการเรียนรู้
เกณฑก์ ารประเมนิ หรอื ยังไมเ่ ข้าใจแก่ 5 ช้นิ งาน
นกั เรียนกล่มุ น้ี

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบวเิ คราะหน์ กั เรียนเป็นรายบุคคล
เกยี่ วกับความถนดั / ความสนใจ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศึกษาป่ที ี่ 2 ห้อง 1

เลขที่ ชื่อ - สกลุ ระดับความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

1 เดก็ ชายกมลภพ ต้นสวรรค์ 3210
2 เดก็ ชายกฤตมุข ภู่เชย่ี วชาญวิทย์
3 เดก็ ชายจรัลชัย หลับด้วง ✓
4 เด็กชายจกั รพฒั น์ ปติ ะมะหะ ✓
5 เดก็ ชายเจตรินทร์ เรณโร
6 เด็กชายชวนิ อรุณเมฆ ✓
7 เด็กชายไชยวัฒน์ ชไู ทย ✓
8 เดก็ ชายณฐพงษ์ พระจำรงค์
9 เดก็ ชายณฐั พร บำรงุ วงค์ ✓
10 เดก็ ชายณฐั วฒุ ิ ศรเี ทพ ✓
11 เดก็ ชายธรี เดช เปรมกล่นั
12 เดก็ ชายนิตธิ ร ทพิ ย์เดช ✓
13 เดก็ ชายปฏภิ าน ดำรัส ✓
14 เดก็ ชายปรเมศวร์ แกว้ ศรี ✓
15 เด็กชายพงศ์ภรณ์ แก้วทิมบุตร ✓
16 เด็กชายพจนช์ ระ ปานชู ✓
17 เด็กชายภัสสกร วงค์เดช ✓
18 เดก็ ชายภตู ะวัน แชม่ ไล่ ✓
19 เดก็ ชายภูมพิ ัฒน์ ฉมิ ภักดี ✓
20 เดก็ ชายเมธาพร ขจร ✓
21 เดก็ ชายรตั ภูมิ ชว่ ยศรี ✓
22 เด็กชายวชิ ชากร รามแกว้ ✓
23 เด็กชายอภริ ักษ์ ขวญั เทพ ✓
24 เด็กหญิงกรกนก ทพิ ย์พมิ ล ✓
25 เด็กหญงิ กนั ตา ศรีนยุ้ ✓

26 เด็กหญงิ กลั ยารตั น์ ปิตะมะหะ ✓
27 เด็กหญิงฐานิตา คีรีรกั ษ์ ✓




ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เลขที่ ช่ือ - สกุล ระดับความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

28 เด็กหญิงณัฐณิชา นวลละออง 3210
29 เดก็ หญงิ ดวงกมล รักนาควน
30 เดก็ หญิงธิตมิ า ชนะ ✓
31 เด็กหญงิ นภสร วราชัย ✓
32 เดก็ หญงิ ปณุ ญาพร เจียงพทุ ซา ✓
33 เดก็ หญงิ พัชรดิ า ณะเสน
34 เด็กหญิงภทั รวดี สายเเกว้ ✓
35 เด็กหญิงเยาวดี วิเชียร ✓
36 เด็กหญิงโศภิตา เพง็ สมมตุ ิ ✓
37 เดก็ หญิงสชุ านันท์ แสงเดือน ✓
38 เดก็ หญงิ สดุ ารตั น์ รกั ษา ✓
39 เด็กหญงิ โสภดิ า สังขค์ ร
40 เด็กหญงิ อาภาภัทร รตั นชัย

หมายเหตุ*** ประเมินจากระดบั ผลการเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์
ระดับ 3 มีความถนดั / ความสนใจมากที่สดุ
ระดบั 2 มีความถนดั / ความสนใจมาก
ระดบั 1 มคี วามถนดั / ความสนใจน้อย
ระดับ 0 ไมม่ ีความถนดั / ความสนใจเลย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แบบวิเคราะห์นกั เรยี นเป็นรายบุคคล
เกยี่ วกับความถนัด / ความสนใจ รายวชิ า วิทยาศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาป่ีท่ี 2 ห้อง 2

เลขท่ี ชอ่ื - สกุล ระดบั ความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

1 เดก็ ชายกมลเทพ เนตรรงุ่ 3210
2 เด็กชายกณั ตพิ ันธ์ สวุ รรณส์ อาด
3 เด็กชายณรงคช์ ยั บญุ ขวญั ✓
4 เดก็ ชายณฐั พล จันทร์ทิพย์ ✓
5 เดก็ ชายณฐั วฒุ ิ ลิม่ พิกุล ✓
6 เดก็ ชายณฐั วุฒิ ศรประสิทธิ์

7 เดก็ ชายธนกฤต โทแก้ว ✓
8 เด็กชายธนพงศ์ ศรสี มทรัพย์ ✓
9 เด็กชายธนัชพร แสงตาขุน
10 เดก็ ชายธีรเกยี รติ ศรรี ักษา ✓
11 เดก็ ชายธีรภัทร พรมมาก ✓
12 เดก็ ชายธรี ภทั ร ราชอำไพ
13 เดก็ ชายนพรตั น์ จันทะวงค์ ✓
14 เดก็ ชายบรรชา กรณุ า ✓
15 เดก็ ชายปรเมษฐ์ จรญู รักษ์ ✓
16 เด็กชายพชิ ญะ วิเศษสมบตั ิ ✓
17 เด็กชายวัชรศักด์ิ สัมพันธ์ ✓
18 เด็กชายวีรวฒั น์ โสดา ✓
19 เด็กชายศภุ ชัย เพชรขมุ้ ✓
20 เด็กชายสมพงศ์ จิตราภริ มย์
21 เด็กชายสหรัฐ แตง่ คูหา ✓
22 เดก็ ชายอดิเทพ หงษจ์ นั ทร์ ✓
23 เดก็ ชายอโนชา ศรใี ย ✓
24 เดก็ ชายอภชิ าติ สัมพันธ์
25 เด็กหญงิ กญั ญาภัค ขำชว่ ย ✓
26 เด็กหญิงกญั ญาวรี ์ ถาพร ✓
27 เด็กหญิงจุฑารัตน์ เพชรรัตน์








ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เลขที่ ชอื่ - สกุล ระดบั ความถนัด / ความสนใจ หมายเหตุ

28 เด็กหญิงญาณิศา พัฒนะ 3210
29 เดก็ หญิงนันทนา ชมู นต์
30 เดก็ หญงิ บุญสิตา บัวตยุ๋ ✓
31 เด็กหญิงปณิศา พันธส์ วุ รรณ์ ✓
32 เดก็ หญงิ ปรณิ ดา แสงจำนงค์ ✓
33 เด็กหญิงปุณยาพร พิษนาค ✓
34 เด็กหญิงพัทธนันท์ สขุ เชอื้ ✓
35 เด็กหญิงภาสินี หิรญั เรอื ง ✓
36 เด็กหญิงวนัชพร เกดิ ดว้ ง
37 เด็กหญิงวัลลภา ภวู ะกง
38 เดก็ หญงิ ศิรินาถ ศรใี ย
39 เด็กหญิงสริ ิรฐั ภูหญ้า
40 เดก็ หญิงสนุ ษิ า วเิ ศษโชค

หมายเหตุ*** ประเมนิ จากระดับผลการเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์
ระดบั 3 มีความถนัด / ความสนใจมากท่ีสุด
ระดบั 2 มีความถนดั / ความสนใจมาก
ระดบั 1 มคี วามถนัด / ความสนใจนอ้ ย
ระดับ 0 ไม่มีความถนัด / ความสนใจเลย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แบบวเิ คราะห์นักเรียนเปน็ รายบคุ คล
เกีย่ วกบั ความถนดั / ความสนใจ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ ี่ 2 ห้อง 3

เลขท่ี ชือ่ - สกุล ระดบั ความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

1 เด็กชายกฤษณะ พทุ ธศิริ 3210
2 เด็กชายกฤษติกร ชำนนิ วล
3 เดก็ ชายกวินท์ จิโน ✓
4 เดก็ ชายจักรกฤต ไชยสนิ ธ์ุ ✓
5 เดก็ ชายจริ เมธ แกว้ สิงขรณ์ ✓
6 เดก็ ชายจิรานวุ ฒั น์ ชูช่วย ✓
7 เดก็ ชายณัฐชนน ชาญเดช ✓
8 เด็กชายณฐั ภูมิ คงวุฒิ ✓
9 เด็กชายณฐั ศกั ดิ์ ศรีรักษา ✓
10 เด็กชายเตชภณ ศรนี ลิ ✓
11 เดก็ ชายนภทั ดิสร ยนื ยง ✓
12 นายนนั ทพัทธ์ ครฑุ มาก ✓
13 เดก็ ชายปวริศ ฤทธกิ ลุ ✓
14 เด็กชายพงศพ์ ิพัฒน์ อดุ มศรี ✓
15 เด็กชายพลกฤต ทองแป้น ✓
16 เด็กชายพัสกร ทองสมั ฤทธิ์ ✓
15 เด็กชายรพีพล ศรไี ทย ✓
16 เด็กชายรัฐภูมิ ไกรวงศ์ ✓
19 เดก็ ชายวุฒิพงษ์ วงศแ์ ฝด
20 เดก็ ชายสหรถั เดชะ ✓
21 เดก็ ชายสรุ จิตร์ พลรบ ✓
22 เด็กชายอดิเทพ ศรรี กั ษา ✓
23 เดก็ ชายอนันทวุฒิ พว่ งฟู ✓
24 เดก็ หญิงกัญญาวี ทับเมือง ✓
25 เด็กหญงิ กัญณกิ าร์ ปลสี นทิ ✓
26 เด็กหญิงกันตก์ มล มาทพั ✓




ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เลขท่ี ช่อื - สกลุ ระดบั ความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

27 เดก็ หญงิ เกสรา นพฤทธ์ิ 3210
28 เด็กหญงิ จันแก้ว แอบมณี
29 เด็กหญิงณัฐฐว์ รีย์ บญุ เมือง ✓
30 เดก็ หญงิ ปริยาภัทร คำสวสั ด์ิ ✓
31 เดก็ หญงิ ปาริชาติ เถาว์ราม ✓
32 เดก็ หญงิ พรพมิ ล มินทอง ✓
33 เดก็ หญงิ พชั ราภา ทองจันทร์ ✓
34 เด็กหญงิ แพรวา รอดโหมง้ ✓
35 เด็กหญิงภัทรวดี อนิ คง ✓
36 เดก็ หญิงวิดามล พิบลู ย์ ✓
37 เดก็ หญิงโศธดิ า โอภาสะ ✓
38 เดก็ หญงิ อาทติ ยา จันทร์พรึก

หมายเหต*ุ ** ประเมนิ จากระดบั ผลการเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ระดบั 3 มคี วามถนัด / ความสนใจมากที่สดุ
ระดับ 2 มีความถนดั / ความสนใจมาก
ระดับ 1 มคี วามถนัด / ความสนใจน้อย
ระดบั 0 ไม่มคี วามถนัด / ความสนใจเลย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบวเิ คราะห์นกั เรยี นเป็นรายบุคคล
เก่ยี วกับความถนัด / ความสนใจ รายวชิ า วิทยาศาสตร์

ชั้นมัธยมศึกษาป่ีท่ี 2 หอ้ ง 4

เลขที่ ช่อื - สกลุ ระดบั ความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

1 เดก็ ชายกฤตภาส สุขอุ่น 3210
2 เด็กชายเกียรติศกั ดิ์ มงคลนิมติ ร
3 เดก็ ชายคำรณ พรมมาก ✓
4 เดก็ ชายเจตนพิ ทั ธ์ วชิ ิต ✓
5 เดก็ ชายธนพล เจรญิ คุณ ✓
6 เด็กชายปกรณ์ ช่วยศรี ✓
7 เดก็ ชายปิติ หลีดลหมาน ✓
8 เด็กชายพรี ภาส ชูประเสริฐ ✓
9 เด็กชายรวโี รจน์ รักมาศ ✓
10 เดก็ ชายรชั ชานนท์ พหลภักดี ✓
11 เดก็ ชายสริ ดนยั สอนรัตน์ ✓
12 เดก็ หญิงกมลวรรณ พทิ ักษเ์ เทน ✓
13 เดก็ หญิงกัญญาพชั ร แกว้ ดี ✓
14 เด็กหญิงเกวลิน แก้วนพคณุ ✓
15 เดก็ หญงิ จันทมิ า บุญกลาง
16 เดก็ หญงิ จีราพรรณ พลภักดี ✓
17 เด็กหญงิ จฬุ าลกั ษณ์ วิเชียร ✓
18 เดก็ หญงิ ชนากานต์ แก้วภูชงค์ ✓
19 เดก็ หญิงชนิกานต์ ชว่ ยชนะ ✓
20 เด็กหญงิ ชษิตา จติ รอมร
21 เด็กหญงิ ณัฐณชิ า สงเคราะห์ ✓
22 เด็กหญิงธญั พิชชา หวนั ดนี ✓
23 เด็กหญงิ นชุ นาถ ศรรี ักษา ✓
24 เดก็ หญงิ เนาวลักษณ์ จนั ทะวงค์ ✓
25 เด็กหญิงบัณฑิตา ชูขาว ✓
26 เด็กหญงิ ปณุ ภา ทองเสน ✓
27 เดก็ หญงิ พวงเพชร วจิ ติ ร์ ✓





ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เลขที่ ช่อื - สกุล ระดบั ความถนัด / ความสนใจ หมายเหตุ

28 เด็กหญงิ พณั ณช์ ติ า ศรีพิทกั ษ์ 3210
29 เดก็ หญิงรัชฎาภรณ์ วงษ์สินธุ์
30 เดก็ หญิงวรณั ญ์ธร วงศ์สวัสดิ์ ✓
31 เดก็ หญงิ วริศรา แก้วบวั ทอง ✓
32 เดก็ หญงิ ศุภกานต์ เย็นใจ ✓
33 เดก็ หญิงสวรรยา คำเกิด ✓
34 เดก็ หญงิ สทุ ธิดา พิทักษ์ ✓
35 เด็กหญงิ สุวภทั ร ครุฑมาก ✓
36 เด็กหญงิ อภาวดี สงพัฒน์แกว้ ✓
37 เด็กหญงิ อริณษติ า แจง้ อักษร ✓

หมายเหตุ*** ประเมนิ จากระดบั ผลการเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์
ระดับ 3 มีความถนัด / ความสนใจมากท่สี ดุ
ระดับ 2 มีความถนดั / ความสนใจมาก

ระดบั 1 มีความถนดั / ความสนใจนอ้ ย
ระดับ 0 ไมม่ คี วามถนัด / ความสนใจเลย

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบวิเคราะหน์ ักเรียนเปน็ รายบคุ คล
เกี่ยวกับความถนดั / ความสนใจ รายวิชา วิทยาศาสตร์

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี ี่ 2 หอ้ ง 5

เลขที่ ช่อื - สกลุ ระดับความถนัด / ความสนใจ หมายเหตุ

1 เด็กชายณฐกร แซ่เฮง 3210
2 เดก็ ชายณฐั ภมู นิ ทร์ ศรีรกั ษา
3 เดก็ ชายทนิ ภัทร นิลทพั ✓
4 เด็กชายธนั ฐกรณ์ ชนะแกว้ ✓
5 เดก็ ชายนนทพัทธ์ สุลเม็ต ✓
6 เดก็ ชายนฤสรณ์ ศรีสวสั ดิ์ ✓
7 เดก็ ชายปิยะภมู ิ คงประสิทธิ์ ✓
8 เดก็ ชายพงศกร โสขะ
9 เดก็ ชายมนิ คะนาย พม่า ✓
10 เดก็ ชายวชริ วทิ ย์ มขุ ตา ✓
11 เดก็ ชายอภมิ งคล บุญทองแก้ว
12 เดก็ ชายอภิสิทธิ์ ศรีสวสั ด์ิ ✓
13 เด็กหญิงกรกนก เสนทอง ✓
14 เด็กหญิงกญั ญว์ รา ชูพนม ✓
15 เด็กหญงิ กัญญารตั น์ แก้วนคิ ม ✓
16 เด็กหญงิ กัญญาวรี ์ สมเพ็ชร ✓
17 เด็กหญงิ ขวญั ชนก พันธุ์สนิ ✓
18 เด็กหญิงเขมิกา ศรีใย ✓
19 เด็กหญงิ จริ ชั ญา กินนะศรี ✓
20 เด็กหญิงณฐั ชยา เพิกพิน ✓
21 เด็กหญิงณิชกาญจน์ เอยี ดเกลี้ยง ✓
22 เด็กหญิงนดั ดา บุญกลบั ✓
23 เด็กหญงิ นนั ฑกานต์ เพชรประสทิ ธิ์ ✓
24 เดก็ หญิงนันท์นภัส เลือ่ นสกลุ ✓
25 เดก็ หญงิ นันท์นภสั สุระกา ✓
26 เด็กหญิงปาริฉตั ร ลิม้ วชิ ิต ✓
27 เด็กหญิงป่นิ อนงค์ บางคราม ✓





ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เลขที่ ช่อื - สกุล ระดับความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ

28 เดก็ หญิงปณุ ยาพร ฤทธิกัน 3210
29 เดก็ หญงิ พิมภกิ าร์ ศรรี กั ษา
30 เดก็ หญงิ ลินลินี จำปี ✓
31 เด็กหญิงสุธิมา แก้วทบั ทิม ✓
32 เดก็ หญงิ สธุ มิ า แสงจง ✓
33 เดก็ หญงิ สุมิตา ชูเชิด ✓
34 เดก็ หญงิ อรโุ ณทยั ทองสนั้ ✓



หมายเหต*ุ ** ประเมินจากระดับผลการเรยี นร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์
ระดบั 3 มีความถนดั / ความสนใจมากท่ีสุด
ระดบั 2 มีความถนดั / ความสนใจมาก
ระดบั 1 มคี วามถนดั / ความสนใจนอ้ ย

ระดบั 0 ไม่มคี วามถนดั / ความสนใจเลย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

การวัดและประเมินผล

รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จำนวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต

*****************************************************************************

การวัดผล

คะแนนเตม็ ตามตัวชีว้ ดั 100 คะแนน แบ่งเปน็ 3 สว่ น

สว่ นท่ี 1 คะแนนเก็บระหว่างภาค 50 คะแนน

สว่ นท่ี 2 คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนน
คะแนน
สว่ นท่ี 3 คะแนนสอบปลายภาค 30

การประเมินผล
กำหนดผลการประเมนิ เป็น 8 ระดับ ดังน้ี

ระดบั ผลการ ความหมาย ช่วงคะแนนเป็น
เรียน รอ้ ยละ
4 ผลการเรยี นดเี ย่ียม
3.5 ผลการเรยี นดมี าก 80 – 100
3 ผลการเรยี นดี 75 – 79
2.5 ผลการเรยี นค่อนข้างดี 70 – 74
2 ผลการเรยี นนา่ พอใจ 65 – 69
1.5 ผลการเรียนพอใช้ 60 – 64
1 ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ขน้ั ตำ่ 55 – 59
0 ผลการเรียนตำ่ กวา่ เกณฑห์ รอื ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ 50 – 54
ตวั ช้วี ดั ใดตวั ช้ีวัดหนึ่ง 0 – 49
ร ตดั สินผลการเรียนไม่ไดใ้ นกรณขี าดสอบปลายภาค (กรณี
จำเปน็ )
มส ไมม่ สี ทิ ธ์ิสอบ (เวลาเรยี นไม่ถงึ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี น
ท้ังหมด)
เรียนซ้ำ เรียนซ้ำวิชาเดิม (มเี วลาเรยี นไมถ่ ึงร้อยละ 60 ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมด)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรู้

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 1
ระบบร่างกายมนุษย์

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
2 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
เรือ่ ง โครงสร้างและหน้าทขี่ องอวยั วะในระบบหายใจ

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสิ่งมชี ีวิต หน่วยพนื้ ฐานของสง่ิ มีชวี ติ การลำเลยี งสารเขา้ และออกจาก
เซลลค์ วามสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหน้าทขี่ องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพนั ธก์ ัน ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ท่ีของอวัยวะต่างๆ ของพืช
ท่ีทำงานสมั พนั ธก์ นั รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วดั
ว 1.2 ม.2/1 ระบอุ วัยวะและบรรยายหนา้ ท่ขี องอวัยวะที่เก่ยี วขอ้ งในระบบหายใจ

2. สาระสำคัญ

ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด กะบังลม และกระดูกซี่โครง
มนุษย์หายใจเขา้ เพือ่ นำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในเซลล์ และหายใจออกเพ่ือกำจดั แกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย อากาศเคลื่อนที่ เข้าและออกจากปอดได้ เนื่องจากการ
เปลี่ยนแปลงปริมาตรและความดันของอากาศภายในช่องอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของกะบังลม
และกระดูกซ่โี ครง

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. นักเรียนสามารถระบอุ วัยวะและบรรยายหน้าท่ขี องอวัยวะทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระบบหายใจได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิกิจกรรมเรอื่ งระบบหายใจได้ (P)

3. นกั เรยี นนกั เรยี นปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยความมุ่งมน่ั ตงั้ ใจและมคี วามรบั ผิดชอบ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้(K)
ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด กะบังลม และกระดูกซี่โครง

มนุษย์หายใจเขา้ เพื่อนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพ่ือนำไปใช้ในเซลล์ และหายใจออกเพ่ือกำจัดแก๊ส

คาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย อากาศเคลื่อนที่ เข้าและออกจากปอดได้ เนื่องจากการ

เปลี่ยนแปลงปริมาตรและความดันของอากาศภายในช่องอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของกะบังลม

และกระดูกซ่โี ครง

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. ทักษะการสังเกต (Observing)
2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทักษะการอภปิ ราย

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กล้าคดิ กลา้ พดู แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก
2. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปัญหา และคดิ คน้ หาคำตอบ
3. มีความรับผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งที่ดแี กผ่ ู้อื่น

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

6. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นท่ี 1 ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)

1.1 ครใู หน้ กั เรียนนักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์

1.2 ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนว่า นกั เรียนรู้จักระบบของรา่ งกายระบบใดบา้ ง
และระบบที่รู้จักมีความสำคัญอย่างไร (แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผ้สอน
เช่น ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ย่อยอาหารให้เป็นสารอาหารเพื่อนำไปใช้ในการสร้าง
พลังงานเพื่อการดำรงชีวิต หรือระบบขับถ่ายทำหน้าที่กำจัดของเสีย ต่าง ๆ ออกจาก
ร่างกาย)

1.3 ครใู ชค้ ำถามดังต่อไปนี้

- ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนษุ ย์มีการทำงานอยา่ งไร (แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ
ของครูผู้สอน เช่น ระบบหายใจมีการหายใจนำอากาศจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายเพือ่ นำอากาศท่ีมีแกส๊
ออกซิเจนสูงไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอดและนำอากาศที่มีแก๊สคาร์บอน- ไดออกไซด์สูงมากำจัดออกจาก
ร่างกายผ่านการหายใจออก หรือระบบหมุนเวียนเลือดมหี ัวใจ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปตามหลอดเลือด
อาร์เตอรีเพื่อนำเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย และนำเลือดที่มีแก๊ส

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

คาร์บอนไดออกไซด์สูงกลับเข้าสู่หัวใจทางหลอดเลือดเวนหรือนำเลือดที่มีของเสียไปกำจัดออกทาง
อวัยวะตา่ ง ๆ เช่น ไต)

- นักเรยี นว่า มนุษยห์ ายใจเข้าและออกผา่ นทางอวยั วะใด (แนวตอบ จมูกและปาก)

ข้ันท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มกลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เก่ง ปานกลาง ออ่ น

2.2 ครูเกริ่นให้นักเรยี นฟังวา่ ระบบหายใจเปน็ ระบบแลกเปล่ียนแก๊สของร่างกายกบั ส่ิงแวดล้อม
โดยแก๊สออกซิเจนจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ร่างกายและถูกนำไปใช้สลายสารอาหารภายในเซลล์เพื่อสร้าง
พลังงาน ซึ่งไดแ้ กส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ออกมาเปน็ ผลติ ภัณฑ์ท่ีจะถกู นำไปกำจัดออกทางการหายใจออก
ระบบหายใจมปี อดเปน็ อวัยวะสำคัญในการแลกเปลีย่ นแก๊ส

2.3 นักเรียนศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหายใจ ประกอบด้วยจมูก ท่อลม
ปอด และอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจ ได้แก่ กะบังลมและกระดูกซี่โครง โดยใช้แบบจำลอง
อวัยวะในระบบหายใจ หรือภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้วิดีทัศน์จากส่ือ
ออนไลน์ เชน่

- https://www.youtube.com/watch?v=uyqt7ekkP2E
- https://www.youtube.com/watch?v=mOKmjYwfDGU
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันสร้างคำอธบิ าย (Explanation)

3.1 จับสลากหมายเลขของนักเรียน 5 คน อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบ
หายใจ ประกอบดว้ ยจมูก ท่อลม ปอด กะบังลม กระดกู ซี่โครง

3.2 จับสลากหมายเลขของนักเรียน 3 คน ร่วมกันเขียนแผนผังแสดงการเคลื่อนที่ของอากาศ
เข้าและออกจากร่างกาย พร้อมอธบิ ายแผนผังแสดงการเคลอ่ื นทข่ี องอากาศ

3.3 ครูถามคำถามนกั เรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- อากาศจากสิง่ แวดล้อมทผี่ า่ นเข้าสูร่ า่ งกายจะผา่ นอวยั วะใดบา้ ง

(แนวตอบ อากาศเคลื่อนที่เข้าสู่ร่างกายทางจมูกหรือปาก ผ่านเข้าสู่โพรงจมูก ท่อลม ปอด
และถงุ ลม ตามลำดบั )

- ในอากาศประกอบดว้ ยฝ่นุ ละอองและเชอ้ื โรคจำนวนมาก ระบบหายใจจะมีการปอ้ งกนั การ
หายใจนำฝ่นุ ละอองและเช้ือโรคเข้าสูร่ ่างกายไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ ภายในโพรงจมกู มีขนทำหน้าที่กรอง
ฝุ่นละออง เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมไมใ่ หเ้ ขา้ สู่ทางเดินหายใจ และบริเวณเซลล์เย่ือบุของผนังท่อลม
สามารถดกั จับฝนุ่ ละออง เช้ือโรคและสง่ิ แปลกปลอมไม่ให้เขา้ สูป่ อด)

- ถุงลมมีลักษณะสำคัญที่เหมาะสมต่อการแลกเปลี่ยนแก๊สอย่างไร (แนวตอบ ถุงลมมี
ลักษณะเป็นถุงขนาดเล็ก มีผนังบาง และมีหลอดเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ซึ่ง ทำให้เกิดการ
แลกเปลี่ยนแกส๊ ระหวา่ งถงุ ลมกบั หลอดเลอื ดฝอย)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

- กะบังลมและกระดูกซี่โครงเกี่ยวขอ้ งกบั การหายใจอย่างไร (แนวตอบ กะบงั ลมทำหน้าท่ีร้ัง

ปอดลงเพื่อให้อากาศผ่านเข้าสู่ปอดขณะหายใจเข้าและดันปอดขึ้นเพื่อไล่อากาศออกจากปอดขณะ
หายใจออก สว่ นกระดูกซีโ่ ครงทำงานรว่ มกบั กล้ามเน้ือยดึ กระดูกซโ่ี ครงในการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของ
ชอ่ งอกระหวา่ งการหายใจเขา้ และออก)

3.4 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั โครงสรา้ งและหน้าที่ของอวยั วะในระบบหายใจ
เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ ระบบหายใจประกอบดว้ ยจมกู ซึ่งภายในมีขนทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง เชื้อโรค

และสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสูท่ างเดินหายใจ ท่อลมเป็นท่อกลวง ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปเกือกมา้
ช่วยป้องกันการแฟบหรือยุบตัวขณะหายใจเข้าและออก ท่อลมเป็นทางผ่านของอากาศเข้าสู่ปอดและ
ช่วยดกั จับฝ่นุ ละออง เช้อื โรค และส่ิงแปลกปลอมไมใ่ หเ้ ขา้ สู่ปอด ปอดประกอบด้วยถงุ ลมจำนวนมาก ซ่ึง

จะมกี ารแลกเปล่ยี นแกส๊ ระหวา่ งถงุ ลมกบั หลอดเลือดฝอย และอวัยวะท่ีเกย่ี วขอ้ งกับระบบหายใจ ได้แก่
กะบังลมทำหน้าที่รั้งหรือดันปอดในขณะหายใจเข้าและออก และกระดูกซี่โครงทำหน้าที่ร่วมกับ

กล้ามเนอ้ื ยึดกระดกู ซี่โครงในการเปลยี่ นแปลงปรมิ าตรของชอ่ งอกระหวา่ งการหายใจเขา้ และออก

ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั อวัยวะและโครงสรา้ งของระบบหายใจโดยใช้สอื่ Power Point

ขัน้ ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
1. ครูประเมินการเรยี นรูข้ องนกั เรียนดังน้ี

- การบนั ทึกการเรยี นรลู้ งในสมุดบนั ทกึ วชิ าวิทยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั กิ ิจกรรมของแต่ละกล่มุ

- ใบงานเรอื่ ง อวยั วะและโครงสร้างของระบบหายใจ

7. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ( 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความร้แู ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลกั มีเหตุผล
การอธบิ ายเกยี่ วกับอวยั วะและโครงสรา้ งหนา้ ทข่ี องระบบหายใจได้
หลักสร้างภูมคิ ุ้มกันในตวั ที่ดี อยา่ งเหมาะสมและถูกต้อง
การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถกู ต้อง
เงอ่ื นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเปน็ กลุ่ม
เงือ่ นไขคณุ ธรรม การวเิ คราะห์ผล สรุปผลเรือ่ งระบบหายใจ

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สัตย์ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ย่างพอเพยี ง

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

สือ่ อปุ กรณ์
1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
2. Power Point เรอ่ื งอวัยวะและโครงสรา้ งหนา้ ทข่ี องระบบหายใจ

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. วดิ โี อ - https://www.youtube.com/watch?v=uyqt7ekkP2E
- https://www.youtube.com/watch?v=mOKmjYwfDGU

แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องสมดุ
2. อนิ เทอร์เน็ต

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

9. เกณฑก์ ารประเมนิ วธิ ีวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล

สิงที่ รายการ สมุดบนั ทึกวชิ า สมดุ บันทกึ วชิ า 4 คะแนน ระบุอวยั วะและ
ต้องการวัด วทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ บรรยายหนา้ ทข่ี องอวัยวะที่
ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถระบุ เรื่องโครงสร้างและ เกย่ี วขอ้ งในระบบหายใจได้
(K) อวยั วะและบรรยาย อวัยวะของระบบหายใจ ถูกตอ้ งร้อยละ 80 ขึ้นไป
ใบงานเร่ืองโครงสร้าง 3 คะแนน ระบุอวัยวะและ
หน้าทข่ี องอวัยวะท่ี และอวัยวะในระบบ บรรยายหน้าทข่ี องอวัยวะท่ี
เกี่ยวข้องในระบบ หายใจ เกย่ี วขอ้ งในระบบหายใจได้
หายใจได้ ถูกต้องรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน ระบอุ วยั วะและ
บรรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะท่ี
เก่ยี วขอ้ งในระบบหายใจได้
ถกู ต้องรอ้ ยละ 60-69
1 คะแนน ระบอุ วยั วะและ
บรรยายหน้าที่ของอวัยวะท่ี
เกีย่ วข้องในระบบหายใจได้
ถูกตอ้ งรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน ระบุอวัยวะและ
บรรยายหนา้ ทีข่ องอวยั วะท่ี
เก่ยี วขอ้ งในระบบหายใจได้
ถกู ต้องน้อยกวา่ รอ้ ยละ 50

ด้านทักษะ นักเรยี นสามารถปฏิบัติ สังเกตการปฏิบตั ิ แบบประเมินทักษะ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม
เ ก ี ่ ย ว ก ั บ ห น ้ า ท ี ่ ข อ ง อ ว ั ย ว ะ ท่ี
กระบวนการ กจิ กรรมเรอ่ื งหนา้ ที่ กจิ กรรมการเกี่ยวกับ กระบวนการ เกี่ยวข้องในระบบหายใจตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้
(P) ของอวยั วะที่เกีย่ วข้อง หนา้ ท่ขี องอวยั วะท่ี วิทยาศาสตร์ ถูกต้อง
2 คะแนน ปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ในระบบหายใจได้ เกย่ี วข้องในระบบหายใจ เกย่ี วกบั หนา้ ทขี่ องอวัยวะที่
เกย่ี วข้องในระบบหายใจตาม
ทางดา้ นกระบวนการ

ทางวทิ ยาศาสตร์

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ด้าน นักเรียนปฏิบัติ 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มีความ แบบประเมนิ กระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
ถูกต้องบางสว่ น
คุณลกั ษณะ กิจกรรมกลุ่มดว้ ยความ รบั ผดิ ชอบมุ่งม่นั ในการ พฤตกิ รรมรายกล่มุ 1 คะแนน ปฏิบัตกิ จิ กรรม
เกยี่ วกบั หนา้ ทขี่ องอวยั วะที่
อันพึง มงุ่ มัน่ ตง้ั ใจและมคี วาม ทำงานกลุ่ม เกย่ี วขอ้ งในระบบหายใจตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
ประสงค์ (A) ใฝร่ ใู้ นการเรียน 2.สังเกตพฤตกิ รรมการ คลาดเคล่อื น
ผ่าน หมายถึง ใหค้ วามรว่ มมอื
แสดงความคิดเหน็ การ สนใจใฝร่ ู้รบั ผดิ ชอบ ม่งุ มน่ั ในการ
ทำงานกลุม่
ตอบคำถาม ปรับปรุงหมายถงึ ไม่ใหค้ วาม
ร่วมมอื ไม่สนใจใฝ่รูไ้ ม่รบั ผิดชอบ
และไมม่ ุ่งม่นั ในการทำงานกลมุ่

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ใบงานท่ี 1.1
เร่ือง ระบบหายใจ

คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่อไปนี้

4. อวยั วะ............................................................... 1. อวยั วะ................................................................
หนา้ ท่.ี ................................................................ หนา้ ท.่ี ................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
.

2. อวัยวะ................................................................
หนา้ ท่ี.................................................................
...........................................................................
...........................................................................
.

3. อวัยวะ................................................................
หนา้ ที.่ ................................................................
...........................................................................
...........................................................................
.

5. อวยั วะ.................................................................
หนา้ ท่.ี ..................................................................
.............................................................................
.............................................................................

2. จงเขียนลำดับการเคล่ือนที่ของอากาศจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ปอด

1…… 2… 3…… 4…… 5……
……………3…. จ…งเปรียบเ…ท…ีย…บ…กา…ร…เป…ลี่ยนแปล…ง…ขอ…ง…อ…ว…ัย…วะต่าง ๆ เม…ื่อ…ห…า…ย…ใจ…เ…ข้าและออก…จ…าก……………

ร่างกาย

อวัยวะ การหายใจเข้า การหายใจออก

กะบังลม

กระดูกซ่ีโครง

ปริมาตรของช่องอก

ความดันภายในช่องอก

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ใบงานท่ี 1 เฉลย
เรอ่ื ง ระบบหายใจ

คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่อไปนี้

1. อวัยวะ...............จ...ม..ูก............................................
หนา้ ท่.ี ................เ.ป...็.น...ท...า..ง...ผ..่า...น...ข...อ..ง...อ..า...ก..า...ศ......
..ภ...า..ย..ใ..น...ม..ีข...น...ท..ำ..ห...น...้า..ท...ี่ก...ร..อ..ง..ฝ..ุ.่น..ล...ะ..อ...อ..ง...เ..ช..้ือ.......
..โ..ร..ค....แ..ล..ะ...ส..ิ่ง..แ..ป...ล..ก...ป...ล..อ...ม..ไ..ม..่ใ..ห...้เ.ข..้า..ส...ู่ท..า..ง..เ..ด..ิน.......
. หายใจ
2. อวัยวะ...............ท...่อ..ล..ม..........................................
หนา้ ที.่ ..............เ..ป...็น...ท...่อ...ก...ล..ว...ง..ป...ร..ะ..ก...อ...บ...ด..้.ว..ย.....
..ก...ร..ะ..ด...ูก...อ...่อ...น...ช..่.ว..ย..ป...้.อ..ง..ก...ัน...ก...า..ร..ย...ุบ...ต...ัว..ข...ณ....ะ.....
..ห...า..ย..ใ..จ....ส..่.ว..น...ป..ล...า..ย..แ...ต..ก...เ.ป...็น...ห...ล..อ...ด..ล...ม...เ.ข...้า..ส..ู่....
.ปอดทัง้ 2 ขา้ ง

3. อวยั วะ..................ป..อ...ด.........................................
หน้าท.ี่ .................อ..ย..ู่ใ..น..ช...อ่ ..ง..อ..ก....ม...ี .2....ข..้า..ง...ภ...า..ย..ใ..น..
...ม...ีถ..ุง..ล...ม....ซ...ึ่ง..ม..ี.ล..ัก...ษ...ณ...ะ..บ...า..ง..แ...ล..ะ...ม..ีห...ล..อ...ด...เ.ล...ือ..ด...
...ฝ..อ...ย..ม..า..ห...ล..อ่...เ.ล..้ีย...ง...ท..ำ..ห...น...้า.ท...แี่..ล...ก..เ.ป...ล..ี่ย..น...แ..ก...ส๊ .......

4. อวยั วะ..............ก..ร..ะ..ด...กู ..ซ...่โี .ค..ร..ง.............................. .
หน้าที่..............อ..ย...ู่บ...ร..ิเ..ว..ณ...อ...ก....ท...ำ..ง..า..น..ร...่ว..ม...ก..ับ......
ก...ล...้.า...ม...เ.น....ื ้.อ...ย...ึ ด...ก....ร..ะ...ด...ู .ก...ซ...ี ่.โ..ค...ร...ง..ใ..น....ก...า..ร...... 5. อวยั วะ.............ก..ะ..บ...ัง..ล..ม.........................................
เ..ป..ล...่ยี ..น...แ..ป..ล...ง..ป..ร..ิม...า..ต..ร..ข..อ...ง..ช..่อ..ง..อ..ก.......................... หนา้ ที.่ ............เ.ป...น็ ..แ...ผ..น่ ..ก...ล..้า..ม...เ.น..ื้อ...ก..้ัน...ช..่อ...ง..อ..ก..ก...ับ......
ช..่อ..ง..ท...้อ...ง...ท...ำ..ห...น...้า..ท...ี่ร..ั้ง..ป...อ...ด..ล...ง..แ..ล...ะ..ด..ั.น..ป...อ...ด..ข...ึ้น......
เ.ม...ื่.อ..ห...า...ย..ใ..จ...เ.ข...้า...แ..ล...ะ...อ..อ...ก....แ...ล...ะ..ป...้อ...ง..ก...ัน...ก...า..ร......
ขยายตัวของปอด

2. จงเขียนลำดับการเคลื่อนที่ของอากาศจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ปอด

รจู มกู 1…… โพรงจม2ูก… ท่อลม3…… ปอด 4…… ถงุ ลม5……

……………3…. จ…งเปรียบเ…ท…ีย…บ…กา…ร…เป…ลี่ยนแปล…ง…ขอ…ง…อ…ว…ัย…วะต่าง ๆ เม…่ือ…ห…า…ย…ใจ…เ…ข้าและออก…จ…าก……………

ร่างกาย

อวัยวะ การหายใจเข้า การหายใจออก

กะบังลม เล่ือนต่ำลง เลื่อนสูงข้ึน

กระดูกซ่ีโครง เล่ือนสูงข้ึน เลื่อนต่ำลง

ปริมาตรของช่องอก เพ่ิมขึ้น ลดลง

ความดันภายในช่องอก ลดลง เพ่ิมขึ้น

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
3 คาบ
รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
เร่อื ง การทำงานของระบบหายใจ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์
และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กนั ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะ
ต่างๆ ของพชื ทท่ี ำงานสัมพนั ธ์กัน รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 ม.2/2 อธบิ ายกลไกการหายใจเข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง รวมทงั้ อธิบายกระบวนการ
แลกเปลี่ยนแก๊ส

2. สาระสำคัญ

การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในรา่ งกาย เกิดขึ้นบริเวณถุงลม ใน

ปอดกับหลอดเลือดฝอยทีถ่ งุ ลม และระหว่าง หลอดเลือดฝอยกับเนือ้ เย่ือ

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. นักเรียนสามารถอธิบายกลไกการหายใจเข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง รวมทั้งอธิบาย
กระบวนการแลกเปล่ียนแก๊สได้ (K)

2. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติกจิ กรรมเร่ืองกลไกการหายใจได้ (P)

3. นกั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลมุ่ ดว้ ยความมงุ่ ม่ันต้ังใจและมคี วามรับผิดชอบ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

ด้านความรู้(K)
การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในรา่ งกาย เกิดขึ้นบริเวณถุงลม ใน

ปอดกับหลอดเลอื ดฝอยท่ถี ุงลม และระหวา่ ง หลอดเลือดฝอยกบั เนือ้ เย่ือ

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
2. ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทกั ษะการอภิปราย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
กลา้ คิด กลา้ พูดแสดงความคิดเหน็ กลา้ แสดงออก
2. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปญั หา และคดิ ค้นหาคำตอบ
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งทดี่ ีแก่ผ้อู ืน่

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1

ขั้นท่ี 1 ข้นั กระตุ้นความสนใจ (Engagement)

1.1 ทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหายใจประกอบด้วย
อวัยวะที่เป็นทางผ่านของอากาศ ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด และอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจ
ได้แก่ กะบงั ลมและกระดูกซโี่ ครง พร้อมอธิบายหน้าที่ของแต่ละอวัยวะใหน้ กั เรยี นฟังพอสังเขป

ขั้นที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 นกั เรียนลองสูดลมหายใจเข้าและออกและสงั เกตว่าการเปลี่ยนแปลงอวยั วะต่าง ๆ แลว้ ถาม
นักเรียนว่า เมื่อหายใจเข้าและออกจะมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะใดบ้าง (แนวตอบ การ
เปลยี่ นแปลงของปอด กะบงั ลม และกระดกู ซโ่ี ครง)

2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า เมื่อหายใจเข้าและออกจากร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของ
กระดูกซโ่ี ครงและ กะบังลมทำใหป้ ริมาตรของชอ่ งอกและความดันภายในช่องอกเปลยี่ นแปลง

2.3 นักเรียนศึกษากลไกการหายใจเข้าและการหายใจออกจากร่างกาย เรื่อง กลไกการหายใจ
หรอื จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

2.4 ครเู กริ่นให้นักเรยี นฟังว่า เมื่อหายใจนำอากาศเข้าสูป่ อดจะเกิดการแลกเปล่ียนแก๊สระหว่าง
แก๊สออกซิเจนกบั แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ เกดิ ขน้ึ 2 บรเิ วณ ไดแ้ ก่ บริเวณปอดและบริเวณเซลล์ต่าง ๆ
ของรา่ งกาย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2.5 นักเรียนศึกษาการแลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณปอดและบริเวณเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จาก
หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรอื ใชว้ ดิ ีทศั น์จากสอ่ื ออนไลน์ เชน่

- https://www.youtube.com/watch?v=kacMYexDgHg

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างคำอธิบาย (Explanation)

3.1 จับสลากหมายเลขของนักเรียน 3 คู่ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะในช่อง
อกระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก

3.2 จับสลากหมายเลขของนกั เรียน 2 คน อธิบายการแลกเปลีย่ นแก๊สท่ีเกดิ ขน้ึ บริเวณปอด
และบรเิ วณเซลล์ ต่าง ๆ ของร่างกาย

3.3 ครูถามคำถามนักเรียน โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี

- เมื่อหายใจเข้าและออก กล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงและกล้ามเนื้อกะบังลมมีการ
ทำงานอยา่ งไร (แนวตอบ เมอื่ หายใจเข้า กล้ามเน้ือยึดกระดูกซี่โครงหดตวั ทำใหก้ ระดกู ซโี่ ครงเลือ่ นสูงข้ึน
กล้ามเนื้อกะบงั ลมหดตวั ทำให้กะบงั ลมเลื่อนต่ำลง แต่เมื่อหายใจออก กล้ามเนือ้ ยึดกระดูกซี่โครงคลาย
ตัวทำให้กระดูกซี่โครงเลื่อนตำ่ ลง กลา้ มเน้ือกะบงั ลมกะบงั ลมคลายตวั ทำใหก้ ะบงั ลมเลื่อนสูงขึน้ )

- เมอ่ื หายใจเข้าและออก ปริมาตรและความดนั ในช่องอกเปน็ อยา่ งไร (แนวตอบ ขณะ
หายใจเขา้ ปรมิ าตรช่องอกเพิม่ ขน้ึ ความดันในช่องอกลดลง ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ร่างกาย
แต่ขณะหายใจออก ปริมาตรช่องอกลดลง ความดันในช่องอกเพิ่มขึ้น ทำให้อากาศจากภายในไหลออก
ภายนอกร่างกาย)

- อวยั วะใดทีม่ ผี ลทำให้ปรมิ าตรและความดนั ในช่องอกเปลยี่ นแปลงระหว่างการหายใจ
เขา้ และออก (แนวตอบ กะบังลมและกระดกู ซโ่ี ครง เนอื่ งจากเมอื่ กระดกู ซี่โครงเลอ่ื นสงู ข้ึนและกะบังลง
เลื่อนต่ำลง ทำให้ปริมาตรช่องอกเพิ่มขึ้นและความดนั ในช่องอกลดลง แต่เมื่อกระดูกซ่ีโครงเลื่อนต่ำลง
และกะบงั ลงเล่อื นสงู ข้ึน ทำให้ปรมิ าตรช่องอกจะลดลงและความดันในช่องอกเพม่ิ ขึ้น)

- การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึน้ ที่สว่ นใดของร่างกาย และเกดิ ขึน้ อย่างไร (แนวตอบ การ
แลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้น 2 บริเวณ ได้แก่ บริเวณปอดเป็นการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างถุงลมกับหลอด
เลอื ดฝอย โดยแกส๊ ออกซิเจนแพร่จากถุงลมเขา้ สหู่ ลอดเลือดฝอย สว่ นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จาก
หลอดเลือดฝอยเข้าสู่ถงุ ลม และบริเวณเซลล์เปน็ การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างหลอดเลือดฝอยกับแซลล์
โดยแก๊สออกซิเจนแพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่เซลล์ ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จากเซลล์เขา้
หลอดเลือดฝอย)

3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกลไกการหายใจเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ ในการ
หายใจเขา้ กระดูกซโ่ี ครงเลอ่ื นสงู ข้นึ และกะบังลมเลอ่ื นต่ำลง ทำใหป้ ริมาตรช่องอกเพมิ่ ขึ้นและความดัน
ในช่องอกลดลง ส่วนการหายใจออก กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลงและกะบังลมเลื่อนสูงขึ้น ทำให้ปริมาตร
ช่องอกลดลงและความดนั ในชอ่ งอกเพิ่มขน้ึ

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนแก๊สเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ การ
แลกเปลี่ยนแกส๊ เกิดขึ้น 2 บรเิ วณ ได้แก่ บรเิ วณปอด แก๊สออกซเิ จนแพร่จากถงุ ลมเขา้ สูห่ ลอดเลือดฝอย
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพรจ่ ากหลอดเลือดฝอยเขา้ สู่ถุงลม และบริเวณเซลล์ แก๊สออกซิเจนแพร่จาก
หลอดเลอื ดฝอยเข้าสู่เซลล์ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดแ์ พรจ่ ากเซลล์เขา้ ส่หู ลอดเลือดฝอย

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 นักเรยี นทำใบงานเร่อื งระบบหายใจ

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมินการเรียนรูข้ องนักเรยี นดังนี้

- การบันทึกการเรยี นรูล้ งในสมุดบนั ทกึ วชิ าวิทยาศาสตร์
- สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกจิ กรรมการทดลองของแตล่ ะกลุ่ม

ชั่วโมงท่ี 2-3

ข้ันท่ี 1 ขั้นกระต้นุ ความสนใจ (Engagement)

1.1 ทบทวนความรูจ้ ากชั่วโมงท่ีแล้วให้นักเรยี นทราบพอสงั เขปว่า การเปลีย่ นแปลงของกระดูก
ซี่โครงและ กะบังลมทำให้ปริมาตรของชอ่ งอกและความดันภายในช่องอกเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการ
หายใจเข้าและออกจากร่างกาย ซึ่งเมื่อหายใจเข้า ร่างกายนำแก๊สออกซิเจนไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด
และเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการแลกเปล่ียนแก๊สมากำจัดผ่านการ
หายใจออก

ขนั้ ที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 5-7 คน ทำกจิ กรรม แบบจำลองการทำงานของปอด เพอ่ื จำลอง
การทำงานของปอด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 โดยแนะนำอุปกรณ์ปอดเทียมที่
ประกอบดว้ ยลูกโปง่ วงแหวนยาง หลอดพลาสติกรปู ตัว Y และกลอ่ งพลาสติก

ขนั้ ที่ 3 ข้ันสร้างคำอธิบาย (Explanation)

3.1 สมุ่ เลอื กกลุม่ นักเรียนอยา่ งน้อย 5 กลุ่ม นำเสนอผลการทำกจิ กรรม แบบจำลองการทำงาน
ของปอด

3.2 ครูถามคำถามท้ายกิจกรรมนักเรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- ส่วนต่าง ๆ ของแบบจำลองเปรียบเทยี บได้กับอวยั วะใด (แนวตอบ ลกู โปง่ เปรียบไดก้ บั ปอด

ทั้ง 2 ข้าง แผ่นยางเปรียบได้กับกะบังลม หลอดพลาสติกรูปตัว Y เปรียบได้กับหลอดลม และกล่อง
พลาสติกเปรียบไดก้ ับผนังทรวงอก)

- เมือ่ ดงึ แผน่ ยางข้ึนหรอื ลง จะมกี ารเปล่ียนแปลงของลูกโป่งหรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ เม่ือ
ดึงแผ่นยางลง ลกู โปง่ จะพองออก แต่เม่ือดึงแผน่ ยางขนึ้ ลูกโป่งจะแฟบลง)

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

- การเปลี่ยนแปลงของลูกโป่งเกี่ยวข้องกับปริมาตรและความดันของอากาศอย่างไร (แนว
ตอบ เมอ่ื ดงึ แผน่ ยางลง ลกู โป่งจะพองออก เน่อื งจากปรมิ าตรอากาศภายในกลอ่ งพลาสติกเพม่ิ ขึ้น ทำให้
ความดนั อากาศลดลง อากาศจากภายนอกจงึ เคล่ือนทีเ่ ข้าสู่ลูกโปง่ แต่เม่อื ดันแผน่ ยางขึ้น ลกู โปง่ จะแฟบ
ลง เนื่องจากปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสติกลดลง ทำให้ความดันอากาศเพิ่มขึ้น อากาศจาก
ภายในจงึ เคลื่อนท่อี อกจากลกู โป่ง)

- จากการทำกิจกรรมสามารถอธบิ ายการทำงานของปอดและอวัยวะต่าง ๆ ไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ เมื่อดึงแผ่นยางลงเปรียบเสมือนกะบังลมเลื่อนต่ำลง ทำให้ปริมาตรภายในช่องอก
เพ่มิ ขน้ึ ความดันภายในช่องอกลดลง อากาศจึงเคล่อื นเข้าสู่ปอด แตเ่ มอื่ ดันแผ่นยางขึ้น เปรียบเสมือน
กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น ทำให้ปริมาตรภายในช่องอกลดลง ความดันภายในช่องอกเพิ่มขึ้น อากาศจึง
เคลอ่ื นทอ่ี อกจากปอด)
3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของปอด เพื่อให้ได้
ข้อสรุป ดังน้ี การเปลี่ยนแปลงความดันอากาศภายในกล่องพลาสติกท่ีบรรจุลูกโป่งส่งผลให้มีการ
เคลื่อนที่ของอากาศเข้าและออกจากลูกโป่ง เมื่อดึงแผ่นยางลง ลูกโป่งจะพองออก เนื่องจากปริมาตร
อากาศภายในกล่องพลาสติกเพิ่มขึ้นและความดันอากาศลดลง อากาศจากภายนอกจึงเคลื่อนเข้าสู่
ลูกโป่ง ทําให้ลูกโป่งพองออก แต่เมื่อดันแผ่นยางขึ้น ปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสตกิ ลดลง ทําให้
ความดันอากาศเพิ่มขนึ้ อากาศภายในลกู โปง่ จงึ เคลอื่ นออกสภู่ ายนอก สง่ ผลทําให้ลูกโป่งแฟบลง

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครูถามคำถามกบั นักเรียนว่า ในอากาศประกอบดว้ ยแก๊สชนิดใดบ้าง (แนวตอบ ในอากาศ
ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจนร้อยละ 28 แก๊สออกซิเจนร้อยละ 21 แก๊สอาร์กอนร้อยละ 0.93 แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซดร์ อ้ ยละ 0.04 และแก๊สอื่น ๆ รอ้ ยละ 0.03)

4.2 นำแผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ มาให้นักเรียนศึกษา โดยแบ่งกลุ่มศึกษา
กลมุ่ ละ 4-5 คน และเกริ่นให้นกั เรยี นฟังวา่ ในการหายใจเข้าและออก สดั ส่วนของแกส๊ ตา่ ง ๆ ที่เคลื่อนที่
เข้าและออกจากปอดจะแตกต่างกนั

4.3 นักเรียนศึกษาสัดส่วนของแก๊สชนิดต่าง ๆ ที่เข้าและออกจากปอด จากตารางที่ 1.1 และ
ปรมิ าตรอากาศทหี่ ายใจเข้าและออกแตล่ ะครัง้ จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

จับสลากเลอื กกล่มุ นกั เรยี น 3 กลุม่ นำเสนอการเปลยี่ นแปลงของแก๊สต่าง ๆ ระหว่างการหายใจ
เข้าและการหายใจออก

4.4 ครูถามคำถามนักเรียน โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- สัดส่วนของอากาศที่เข้าและออกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร (แนวตอบ อากาศที่เข้าสู่
ร่างกายมีปรมิ าณแก๊สออกซิเจนสงู แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซดต์ ่ำ ส่วนอากาศท่ีออกจากร่างกายมีแก๊ส
ออกซิเจนตำ่ แตแ่ ก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง)
- นกั เรียนสามารถแปลผลข้อมลู ในแผนภูมวิ งกลมท่ีครนู ำมาใหศ้ กึ ษาไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ จากแผนภมู วิ งกลมอธบิ ายได้วา่ สัดสว่ นของแก๊สออกซิเจนในลมหายใจเข้ามีมากกว่า
ลมหายใจออก แตส่ ัดส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออกมีมากกวา่ ในลมหายใจเขา้ แสดง
วา่ รา่ งกายนำแก๊สออกซิเจนจากการหายใจเข้าไปใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ ซงึ่ ได้แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์เป็น

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ผลิตภัณฑ์ซึ่งจะถูกกำจัดออกโดยการหายใจออก ส่วนสัดส่วนของแก๊สไนโตรเจนในลมหายใจเข้าและ

ออกจะคงท่ี เนอ่ื งจากรา่ งกายไม่ได้นำแกส๊ ไนโตรเจนไปใช้)
- เพราะเหตุใดแผนภมู วิ งกลมทนี่ ำมาจึงแสดงสดั ส่วนของแก๊สเพียง 3 ชนิดเท่าน้ัน
(แนวตอบ ในอากาศประกอบด้วยแก๊ส 3 ชนิดนี้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนแก๊สอื่น ๆ เช่น อาร์กอน

ฮีเลียม และไฮโดรเจนมีปรมิ าณน้อยมาก)
- ร่างกายของมนุษย์สามารถจุอากาศได้กี่ลิตร (แนวตอบ ร่างกายของมนุษย์สามารถจุอากาศ

ได้มากถงึ 6 ลิตร ซึง่ ในการหายใจเข้านำอากาศเข้าประมาณ 0.5 ลติ ร โดยอากาศอยู่ในปอด 0.35 ลิตร
และในทางเดินหายใจ 0.15 ลิตร)

4.5 ครูถามคำถาม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า เพราะเหตุใด

สัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ ระหว่างการหายใจเข้าและออกจึงแตกต่างกัน (แนวตอบ อากาศที่หายใจเข้ามี
สัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ คงที่ ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจนร้อยละ 78 แก๊สออกซิเจนร้อยละ 21 แก๊ส

คาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 0.04 แต่อากาศที่หายใจออกมีสัดส่วนของแก๊สเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจาก
ร่างกายนำแก๊สออกซิเจนไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์มา
กำจัดออกจากร่างกาย ทำให้สัดส่วนของแก๊สทั้ง 2 ชนิด เปลี่ยนแปลง โดยสัดส่วนของแก๊สออกซิเจน

ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 16 แต่สัดส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 4
ทำใหส้ ดั ส่วนของแก๊สต่าง ๆ ระหว่างการหายใจเข้าและออกแตกต่างกัน)

4.6 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ ที่หายใจเข้าและออกจาก
ร่างกายเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ ในการหายใจเข้ามีสัดส่วนของแก๊สออกซิเจนสูง แต่แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ แต่ในการหายใจออกมีสัดส่วนของแก๊ส ออกซิเจนลดลง แต่แก๊ส

คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เนื่องจากร่างกายนำแก๊สออกซิเจนไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และได้แก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซดอ์ อกมาเปน็ ผลิตภัณฑ์ ซงึ่ จะถกู กำจัดออกทางร่างกายทางการหายใจออก

ขัน้ ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation)
1. ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนักเรยี นดังน้ี

- การบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมุดบนั ทึกวชิ าวทิ ยาศาสตร์

- สังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั กิ จิ กรรมการทดลองของแต่ละกล่มุ

7. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ( 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)

หลักความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศึกษาหาความรูแ้ ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลกั มีเหตผุ ล
การอธบิ ายเก่ียวกับการทำงานของระบบหายใจได้อยา่ งเหมาะสม
หลักสรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตัวทีด่ ี และถกู ต้อง
การเลอื กศึกษาจากแหล่งเรยี นรู้โดยมีความถกู ต้อง
เงอื่ นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเปน็ กลมุ่
เงือ่ นไขคณุ ธรรม การวเิ คราะหผ์ ล สรปุ ผลเร่อื งการทำงานของระบบหายใจ

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสัตย์ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

ส่อื อปุ กรณ์
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 1
2. อปุ กรณก์ ารทดลองเรอื่ ง แบบจำลองการทำงานของปอด
3. Power Point เรื่องการทำงานของระบบหายใจ
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมดุ
2. อนิ เทอรเ์ นต็

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

9. เกณฑ์การประเมิน

สิงทตี่ อ้ งการวดั รายการ วิธวี ดั ผล เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
สมดุ บนั ทึกวิชา สมุดบนั ทึกวิชา 4 คะแนน อธิบายเกย่ี วกบั กลไก
ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนสามารถ วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การหายใจเขา้ และออก โดยใช้
เรอ่ื งการทำงานของ แบบจำลอง รวมทงั้ อธิบาย
อธบิ ายกลไกการ ระบบหายใจ กระบวนการแลกเปลีย่ นแกส๊ ได้
ถูกต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป
หายใจเข้าและออก 3 คะแนน อธบิ ายเกย่ี วกับกลไก
การหายใจเขา้ และออก โดยใช้
โดยใช้แบบจำลอง แบบจำลอง รวมทง้ั อธิบาย
กระบวนการแลกเปล่ยี นแกส๊ ได้
รวมทง้ั อธิบาย ถูกตอ้ งรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน อธบิ ายเกย่ี วกับกลไก
กระบวนการ การหายใจเข้าและออก โดยใช้
แบบจำลอง รวมทั้งอธบิ าย
แลกเปลย่ี นแก๊สได้ กระบวนการแลกเปลยี่ นแก๊สได้
ถกู ต้องรอ้ ยละ 60-69
1 คะแนน อธบิ ายเกยี่ วกับกลไก
การหายใจเขา้ และออก โดยใช้
แบบจำลอง รวมทัง้ อธิบาย
กระบวนการแลกเปลย่ี นแก๊สได้
ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน อธิบายเก่ียวกบั กลไก
การหายใจเข้าและออก โดยใช้
แบบจำลอง รวมทง้ั อธิบาย
กระบวนการแลกเปล่ียนแกส๊ ได้
ถกู ตอ้ งนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50

ด ้ า น ท ั ก ษ ะ นักเรียนสามารถปฏบิ ัติ สังเกตการปฏบิ ตั ิ แบบประเมิน 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมการ
ทดลองเกี่ยวกับกลไกการหายใจ
ก ร ะ บ ว น ก า ร กิจกรรมการทดลอง กิจกรรมการทดลอง ทักษะ เข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง
รวมทั้งอธิบายกระบวนการ
(P) การทดสอบสารอาหาร เกย่ี วกบั กลไกการหายใจ กระบวนการ

ได้ เข้าและออก โดยใช้ วทิ ยาศาสตร์

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบจำลอง รวมทัง้ แลกเปลี่ยนแก๊สตามกระบวนการ
อธิบายกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
แลกเปลยี่ นแก๊สทางดา้ น 2 คะแนน ปฏบิ ัติกจิ กรรมการ
กระบวนการทาง ทดลองเกี่ยวกบั กลไกการหายใจ
วทิ ยาศาสตร์ เข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง
รวมทง้ั อธิบายกระบวนการ
แลกเปลีย่ นแก๊สตามกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
บางสว่ น
1 คะแนน ออกแบบและปฏบิ ัติ
กจิ กรรมการทดลองเกีย่ วกับกลไก
การหายใจเข้าและออก โดยใช้
แบบจำลอง รวมท้ังอธิบาย
กระบวนการแลกเปล่ยี นแกส๊ ตาม
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
คลาดเคลอ่ื น

ด้านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนปฏิบัติ 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มีความ แบบประเมนิ ผา่ น หมายถึง ใหค้ วามรว่ มมอื
สนใจใฝ่ร้รู บั ผิดชอบ มุ่งมนั่ ในการ
อันพงึ ประสงค์ กิจกรรมกลุ่มด้วยความ รบั ผดิ ชอบม่งุ ม่นั ในการ พฤตกิ รรมราย ทำงานกลุ่ม
ปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมใ่ หค้ วาม
(A) มุง่ มั่นต้ังใจและมคี วาม ทำงานกลุม่ กล่มุ ร่วมมือ ไม่สนใจใฝร่ ไู้ มร่ บั ผิดชอบ
และไมม่ ุง่ ม่นั ในการทำงานกลมุ่
ใฝร่ ใู้ นการเรียน 2.สงั เกตพฤตกิ รรมการ

แสดงความคิดเหน็ การ

ตอบคำถาม

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2
1 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ ระบบรา่ งกายมนุษย์
เรอ่ื ง การดูแลรักษาระบบหายใจ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี วี ติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสง่ิ มีชีวติ การลำเลยี งสารเขา้ และออกจาก
เซลล์ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ี
ทำงานสัมพันธก์ นั ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องอวัยวะต่างๆ ของพืช
ทีท่ ำงานสัมพันธ์กัน รวมทง้ั นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม.2/3 ตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษา
อวัยวะในระบบหายใจใหท้ ำงานเป็นปกติ

2. สาระสำคัญ

การสบู บุหรี่ การสูดอากาศทมี่ ีสารปนเป้ือน และการเป็นโรคเก่ียวกบั ระบบหายใจบางโรค อาจ
ทำใหเ้ กิดโรคถุงลมโป่งพอง ซงึ่ มผี ลใหค้ วามจุอากาศของปอดลดลง ดังนน้ั จงึ ควรดูแลรักษาระบบหายใจ
ใหท้ ำหนา้ ที่เปน็ ปกติ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นักเรยี นสามารถบอกแนวทางในการดแู ลรักษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกตไิ ด้ (K)
2. นักเรยี นสามารถปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเรื่องการดแู ลรกั ษาระบบหายใจได้ (P)

3. นกั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะ
ในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความร(ู้ K)
การสูบบหุ รี่ การสูดอากาศท่ีมีสารปนเปื้อน และการเป็นโรคเกยี่ วกับระบบหายใจบางโรค อาจ
ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ซ่งึ มผี ลให้ความจุอากาศของปอดลดลง ดงั น้นั จงึ ควรดูแลรักษาระบบหายใจ

ใหท้ ำหนา้ ทเ่ี ปน็ ปกติ
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)

1. ทักษะการสังเกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)

4. ทักษะการอภิปราย

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กล้าคดิ กล้าพูดแสดงความคดิ เหน็ กลา้ แสดงออก
2. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปญั หา และคดิ ค้นหาคำตอบ
3. มคี วามรับผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งที่ดแี กผ่ อู้ ื่น

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปญั หา

6. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันท่ี 1 ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)

1.1 ครใู ห้นักเรยี นดภู าพคนทสี่ บู บหุ รี่
1.2 ครใู ห้นักเรียนบอกสงิ่ ทเ่ี ห็นจากภาพ และอภปิ รายเกยี่ วกบั โรคที่เก่ยี วขอ้ งกับระบบหายใจ
1.3 ครใู ช้คำถามดังต่อไปน้ี

- เพราะเหตุใดคนสูบบุหรี่เป็นประจำจึงทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งโพง (แนวคำตอบ
เนอ่ื งจากสารเคมีในบหุ รีท่ ำให้เนือ้ เยือ่ ถุงลมฉกี ขาด พ้ืนท่ีผวิ แลกเปล่ยี นแกส๊ จงึ ลดลง)

ขั้นท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกล่มุ เก่ง ปานกลาง อ่อน
2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาโรคระบบทางเดินหายใจและการดแู ลรักษาอวยั วะในระบบหายใจ จาก
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ร่วมกนั วางแผนเพือ่ แสดงบทบาทสมมตุ ิ เรือ่ ง โทษของการสูบบหุ รี่

ขั้นที่ 3 ขั้นสรา้ งคำอธิบาย (Explanation)

3.1 ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติ เร่ืองโทษของการสูบบุหร่ี
3.2 นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครู

ใช้คำถามต่อไปนี้
- การสูบบุหรี่มีผลต่อระบบหายใจอย่างไร (แนวตอบ สารเคมีในบุหรี่ เช่น แก๊สไฮโดรเจน
ไซยาไนด์ แกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์ มฤี ทธท์ิ ำลายเน้ือเยอ่ื ของผนังถุงลมทำให้ผนังถงุ ลมฉกี ขาด พื้นท่ีผิว

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แลกเปลี่ยนแกส๊ จึงลดลง จึงต้องหายใจเรว็ และถี่เพื่อใหไ้ ด้รับแกส๊ ออกซเิ จนทีเ่ พียงพอกบั ความต้องการ
ของร่างกาย)

- เพราะเหตุใดจึงมีการออกกฏหมายห้ามขายบุหรี่ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (แนวตอบ
เพื่อปอ้ งกันการทดลองสูบบหุ ร่ขี องเยาวชนอายตุ ำ่ กว่า 18 ปี ซึ่งจะชว่ ยลดจำนวนคนทสี่ บู บุหรี่)

- นักเรยี นเหน็ ด้วยหรือไมก่ ับการจัดพน้ื ทไี่ ว้สำหรับผู้สบู บุหรี่โดยเฉพาะ (แนวตอบ นักเรียน
ควรตอบวา่ เห็นด้วย เนื่องจากสารพิษในควันบุหร่ี เช่น แก๊สไฮโดรเจนไซยาไนด์ แกส๊ ไนโตรเจนออกไซด์

เป็นแก๊สพิษที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น การจัดพื้นที่สูบบุหรี่จึงเป็นการจำกัดพื้นที่ในการ
แพรก่ ระจายของแกส๊ เหล่าน)้ี

- นกั เรียนมีวิธีการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบหายใจอยา่ งไร (แนวตอบ การออกกำลังกาย

อย่างสมำ่ เสมอทำให้ปอดมคี วามจเุ พ่ิมมากข้นึ หลก่ี เลี่ยงการอยใู่ นสถานที่แออดั และมมี ลพษิ งดสูบบุหรี่
และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กบั ผู้สูบบหุ ร่ี เนอ่ื งจากในบุหรมี่ ีสารพษิ ท่ีเปน็ อันตรายตอ่ ระบบหายใจ รวมท้ัง

หลกี เลยี่ งการอยใู่ กลช้ ดิ กับผปู้ ว่ ยโรคระบบทางเดนิ หายใจทเี่ ปน็ โรคตดิ ตอ่ )
3.3 นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกบั โรคระบบทางเดินหายใจเพ่ือใหไ้ ดข้ องสรปุ กังนี้

โรคถุงลมโป่งพองมีสาเหตุจากการสูบบุหร่ี เนอ่ื งจากสารเคมีในบหุ รี่ทำให้เนอ้ื เยื่อถงุ ลมฉีกขาด พื้นท่ีผิว

แลกเปลี่ยนแก๊สจึงลดลง จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจโดยการออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ
จะทำใหป้ อดมคี วามจอุ ากาศเพ่มิ ขึ้น หลีกเลยี่ งการอยใู่ นสถานทแี่ ออัดและมมี ลพษิ งดสูบบุหร่ี หลีกเลี่ยง

การอยู่ใกลก้ บั ผสู้ ูบบุหรี่และผปู้ ่วยโรคระบบทางเดินหายใจท่เี ปน็ โรคติดต่อ

ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 นกั เรียนแบ่งกลุม่ กล่มุ ละ 5 คน สืบคน้ ขอ้ มลู เรือ่ ง สารพษิ ในบหุ รี่ทสี่ ง่ ผลต่อระบบหายใจ
หรอื เร่อื ง สารพษิ ในอากาศท่ีส่งผลต่อระบบ

4.2 นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

ขัน้ ที่ 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
1. ครปู ระเมินการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นดังนี้

- การบันทกึ การเรียนรลู้ งในสมดุ บันทึกวิชาวิทยาศาสตร์
- สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการทดลองของแตล่ ะกลมุ่

7. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ( 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความรู้และทำงานเหมาะกับเวลา
หลกั มเี หตผุ ล
การอธิบายเกี่ยวกับการดแู ลรกั ษาระบบหายใจได้อยา่ งเหมาะสมและ
หลักสรา้ งภูมคิ ุ้มกันในตวั ทดี่ ี ถกู ต้อง
การเลือกศึกษาจากแหลง่ เรยี นรโู้ ดยมีความถูกต้อง
เง่อื นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเป็นกลมุ่
เงื่อนไขคุณธรรม การวเิ คราะห์ผล สรุปผลเรือ่ งการดูแลรกั ษาระบบหายใจ

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี


Click to View FlipBook Version