The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2022-05-20 10:38:20

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ม.2

ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมินการเรยี นรูข้ องนักเรยี นดังนี้
- การบนั ทึกการเรยี นรลู้ งในสมดุ บนั ทกึ วิชาวทิ ยาศาสตร์
- สงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ จิ กรรมของแตล่ ะกลมุ่

ช่ัวโมงที่ 3

ข้ันท่ี 1 ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)

1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง แรงดันของของเหลว จากนั้นครูแจ้ง
จุดประสงค์การเรยี นรู้ให้นักเรียนทราบ

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 ครนู ำอปุ กรณส์ าธติ การทดลอง เชน่ บกี เกอร์ จุกไม้คอร์ก และกอ้ นหนิ จากน้นั ครเู ติมน้ำลง
ในบีกเกอร์ แล้วนำจุกไม้คอร์ก และก้อนหิน ใส่ลงในบีกเกอร์ที่บรรจุน้ำ โดยให้นักเรียนแต่ละคนสงั เกต
การจมลอยของจกุ ไม้คอร์ก และกอ้ นหิน

2.2 ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยครูให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคดิ เหน็ อย่างอิสระโดยไมม่ กี ารเฉลยวา่ ถูกหรือผิด ดงั นี้

• มแี รงชนดิ ใดบา้ งท่กี ระทำต่อจกุ ไมค้ อรก์ และกอ้ นหิน (แนวตอบ : แรงดนั ในของเหลว)
• เพราะเหตใุ ดก้อนหนิ จึงจมนำ้ แตจ่ ุกไมค้ อร์กลอยน้ำได้ (แนวตอบ : เพราะแรงลัพธ์ในแนวดิ่ง
หรอื แรงพยุงมีค่าไม่เทา่ กับศูนย์)
2.3 จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง ลักษณะการจมและลอยของวัตถุ
เนอ่ื งจากแรงพยุง และยกตวั อย่างปจั จัยทส่ี ่งผลตอ่ ขนาดของแรงพยงุ มา 1 ตัวอยา่ ง จากหนังสือเรยี น
วิทยาศาสตร์ ม.2 หรือแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมดุ
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องท่ีไดศ้ ึกษา จากนั้นใหแ้ ต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้จาก
การคน้ คว้ามาจัดทำในรปู แบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนผงั มโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4 พรอ้ มตกแต่ง
ใหส้ วยงาม

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างคำอธิบาย (Explanation)

2.1 นักเรียนแต่ละคนออกมานำเสนอผลการศึกษาข้อมูลหน้าขั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน
นำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ เพ่ือใหน้ กั เรยี นมคี วามเขา้ ใจท่ถี ูกตอ้ ง

2.2 ครูถามคำถาม ให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เพ่อื หา
คำตอบ โดยใชค้ ำถาม วา่ “วัตถทุ ล่ี อยนง่ิ อยู่ในของเหลวกบั วตั ถทุ จ่ี มอยใู่ นของเหลว มีขนาดของแรงที่มา
กระทำต่อวตั ถเุ หมอื นหรือแตกต่างกนั อย่างไร” (แนวตอบ : วัตถุทจี่ มและลอยในของเหลวล้วนมีแรงดัน
ในของเหลวมากระทำต่อวัตถุในแนวระดับขนาดเท่ากัน ทำให้แรงลัพธ์ในแนวระดับมีค่าเท่ากับศูนย์
เหมือนกนั แตว่ ตั ถทุ ี่จมจะมแี รงทกี่ ระทำต่อวัตถุทางด้านบนมากกว่าด้านล่าง ส่วนวตั ถทุ ลี่ อยน้ำจะมีแรง
ท่กี ระทำตอ่ วตั ถุทางด้านล่างมากกว่าด้านบน)

2.3 จากนั้นครูถามคำถามเพ่ิมเตมิ วา่ “นักเรียนคดิ ว่า ปจั จัยใดทสี่ ง่ ผลต่อขนาดของแรงพยงุ ”
(แนวตอบ : ปริมาตรของวัตถุและความหนาแนน่ ของของเหลว)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ไม่เข้าใจถาม เพื่อให้ได้
เขา้ ใจมากย่ิงขน้ึ

ข้นั ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ การเรียนร้ขู องนกั เรียนดงั น้ี
- การบนั ทึกการเรยี นรลู้ งในสมดุ บนั ทึกวิชาวทิ ยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติกจิ กรรมของแต่ละกลุ่ม

ชวั่ โมงที่ 4

ขั้นท่ี 1 ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)

1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
เพอื่ เข้าสกู่ ิจกรรมแรงที่กระทำตอ่ วัตถใุ นของเหลว

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน จากนั้นครูแจ้ง
จดุ ประสงคข์ องกิจกรรม แรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุในของเหลว ใหน้ กั เรียนทราบเพื่อเปน็ แนวทางการปฏิบัติ
กิจกรรมทีถ่ ูกตอ้ ง

2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากิจกรรม แรงที่กระทำต่อวัตถุในของเหลว เพื่อเขียน
แผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวตั ถใุ นของเหลว จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 2 จากนนั้ แตล่ ะ
กล่มุ สง่ ตวั แทนออกมารบั วสั ดุอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการปฏิบัติกจิ กรรมแรงทกี่ ระทำตอ่ วัตถุในของเหลว

c. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันเขียนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุในของเหลวลงในกระดาษ
A4 จากน้ันร่วมกันอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับทิศทางของแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุในของเหลว

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างคำอธิบาย (Explanation)
2.1 นักเรียนแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหวา่ งท่ีนักเรียน

นำเสนอ ครคู อยให้ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม เพอ่ื ให้นักเรียนมีความเข้าใจทถ่ี ูกตอ้ ง
2.2 ครูถามคำถามท้ายกจิ กรรม โดยใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นเพ่ือ

หาคำตอบ ดงั นี้
- แรงและขนาดของแรงท่มี ากระทำตอ่ วตั ถใุ นแต่ละภาพมขี นาดเทา่ ใด และมแี รงชนิดใดบ้าง

(แนวตอบ : มีแรงดันในของเหลว และแรงพยงุ )
- เพราะเหตใุ ดลักษณะการจมและลอยของวตั ถุในแตล่ ะภาพจึงแตกตา่ งกัน

(แนวตอบ : แรงลัพธ์ในแนวดงิ่ มคี า่ ไม่เทา่ กบั ศูนย)์
2.3 นักเรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายผลกิจกรรม แรงท่ีกระทำต่อวตั ถใุ นของเหลวว่า“วตั ถทุ ีจ่ มน้ำ

จะมนี ำ้ หนกั มากกว่าขนาดของแรงพยุง วัตถทุ ล่ี อยนำ้ จะมีขนาดของแรงพยุงมากกว่าน้ำหนักของวตั ถ”ุ

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนซกั ถามเนอ้ื หาเกี่ยวกับ เร่ือง แรงดันในของเหลวและแรงพยุง
และใหค้ วามรูเ้ พ่มิ เติมจากคำถามของนกั เรยี น โดยครใู ช้ PowerPoint เร่ือง แรงดนั ในของเหลว
และแรงพยงุ ในการอธบิ ายเพิม่ เติม

4.2 นักเรียนแตล่ ะคนทำแบบฝึกหัด เร่ือง แรงดันในของเหลวและแรงพยุง

ขัน้ ที่ 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ การเรยี นรขู้ องนกั เรยี นดงั นี้
- การบนั ทึกการเรียนรูล้ งในสมุดบนั ทกึ วชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตกิ จิ กรรมของแต่ละกลมุ่

- ตรวจแบบฝึกหัดเรอ่ื งแรงดันในของเหลวและแรงพยงุ

7. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศกึ ษาหาความรู้และทำงานเหมาะกบั เวลา
หลกั มีเหตผุ ล
การอธบิ ายเกี่ยวกบั แรงดันในของเหลวและแรงพยงุ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
หลักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และถกู ตอ้ ง
การเลอื กศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมคี วามถูกตอ้ ง
เง่ือนไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเปน็ กลุ่ม
เง่อื นไขคณุ ธรรม การวเิ คราะห์ผล สรปุ ผลเรื่องแรงดนั ในของเหลวและแรงพยุง

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

 เศรษฐกิจ  สงั คม  สง่ิ แวดลอ้ ม  วฒั นธรรม

8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

ส่ืออปุ กรณ์

1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
2. Power Point เรื่องแรงดนั ในของเหลวและแรงพยงุ

3. วดิ ีโอ ความดันของของเหลว
จาก https://www.youtube.com/watch?v=CSdM7B71BEM

4. วัสดอุ ปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการปฏิบัติกิจกรรมความดนั ของของเหลว

5. วัสดุอปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแรงท่ีกระทำต่อวัตถุในของเหลว
6. อปุ กรณ์สาธติ การทดลอง เช่น บีกเกอร์ จุกไมค้ อร์ก และกอ้ นหิน

แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งสมุด
2. อินเทอร์เนต็

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

9. เกณฑ์การประเมนิ

สงิ ทต่ี อ้ งการวัด รายการ วิธีวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมินผล

ดา้ นความรู้ (K) นักเรยี นสามารถ สมุดบนั ทึกวิชา สมดุ บันทกึ วชิ า 4 คะแนน อธิบายปัจจัยทมี่ ผี ลต่อ
อธิบายปจั จัยท่มี ี ความดันของของเหลว
ผลตอ่ ความดนั วิทยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
ของของเหลว ลักษณะการจมและลอยของวัตถุใน
ลกั ษณะการจม เร่ืองแรงดนั ใน ของเหลวไดถ้ กู ตอ้ งรอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป
และลอยของวตั ถุ 3 คะแนน อธบิ ายปจั จยั ทม่ี ีผลตอ่
ในของเหลวได้ ของเหลวและแรงพยุง ความดนั ของของเหลว
ลกั ษณะการจมและลอยของวัตถใุ น
แบบฝึกหดั เรื่องแรงดนั ของเหลวไดถ้ ูกตอ้ งรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน อธบิ ายปัจจยั ทมี่ ีผลตอ่
ในของเหลวและแรง ความดันของของเหลว
ลกั ษณะการจมและลอยของวัตถุใน
พยุง ของเหลวไดถ้ ูกต้องรอ้ ยละ 60-69
1 คะแนน อธิบายปจั จยั ทมี่ ีผลตอ่
ความดนั ของของเหลว
ลักษณะการจมและลอยของวัตถใุ น

ของเหลวไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน อธบิ ายปจั จยั ท่ีมีผลตอ่
ความดนั ของของเหลว
ลกั ษณะการจมและลอยของวัตถใุ น
ของเหลวได้ถกู ตอ้ งน้อยกว่าร้อยละ
50

ด้านทักษะ นกั เรยี นสามารถ สงั เกตการปฏิบตั ิ แบบประเมิน 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับ
กระบวนการ ปฏิบตั กิ จิ กรรม กิจกรรมแรงดันใน ทักษะ แรงดันในของเหลวและแรงพยุงตาม
(P) เร่อื งแรงดนั ใน ของเหลวและแรงพยงุ กระบวนการ
ของเหลวและแรง ทางดา้ นกระบวนการ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ ไ ด้
พยงุ ได้ ทางวทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ถูกต้อง
2 คะแนน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเก่ยี วกบั

แรงดันในของเหลวและแรงพยุงตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้

ถูกตอ้ งบางสว่ น
1 คะแนน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเกยี่ วกบั
แรงดันในของเหลวและแรงพยงุ ตาม

กระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
คลาดเคล่อื น

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ด้านคณุ ลกั ษณะ นักเรียนปฏิบตั ิ 1.สังเกตการใฝร่ ู้ มี แบบประเมิน ผา่ น หมายถึง ให้ความร่วมมอื สนใจ
ใฝร่ ูร้ ับผิดชอบ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
อันพงึ ประสงค์ กจิ กรรมกลุ่มดว้ ย ความรบั ผดิ ชอบมุง่ มั่น พฤติกรรมราย กลุ่ม

(A) ความมุ่งมน่ั ตัง้ ใจ ในการทำงานกลุ่ม กลมุ่ ปรบั ปรุงหมายถึง ไม่ให้ความรว่ มมือ
ไม่สนใจใฝร่ ู้ไม่รับผดิ ชอบ และไม่มุง่ ม่ัน
และมคี วามใฝร่ ู้ใน 2.สังเกตพฤติกรรมการ
ในการทำงานกล่มุ
การเรยี น แสดงความคิดเห็น

การตอบคำถาม

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24

รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
หน่วยการเรยี นรู้ แรง 2 คาบ
เรื่อง โมเมนต์ของแรง

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ

ลกั ษณะการเคล่ือนทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้ีวดั

ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายโมเมนต์ของ
แรง เมื่อวัตถุอยใู่ นสภาพสมดลุ ต่อการหมุน และคำนวณโดยใชส้ มการ M = Fl

2. สาระสำคญั

โมเมนต์ของแรงเป็นแรงที่กระทำต่อวัตถุโดยไม่ผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ ซึ่งทำให้วัตถุ
หมุนรอบศูนย์กลางมวลของวัตถุ โดยโมเมนต์ของแรงในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมีค่าเท่ากับโมเมนต์
ของแรงในทิศตามเขม็ นาฬกิ า

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายโมเมนต์ของแรง เม่อื วตั ถุอยูใ่ นสภาพสมดลุ ต่อการหมุน ได้ (K)
2. คำนวณโดยใช้สมการ M = Fl ได้ (K)
3. ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธีทีเ่ หมาะสมในการอธบิ ายโมเมนต์ได้ (P)
4. มีความมุง่ มนั่ ในการเรียนรแู้ ละทำงานที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา (A)

4. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู(้ K)
เม่ือมีแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุโดยไม่ผา่ นศนู ยก์ ลาง มวลของวัตถุ จะเกดิ โมเมนต์ของแรง ทำให้วัตถุ

หมุนรอบศูนย์กลางมวลของวัตถุนั้น โมเมนต์ของแรงเป็นผลคูณของแรงที่กระทำต่อวัตถุกับระยะทาง

จากจุดหมนุ ไปตัง้ ฉากกับแนวแรง เม่ือผลรวมของโมเมนตข์ องแรงมคี า่ เปน็ ศูนย์ วัตถุจะอยใู่ นสภาพสมดุล

ต่อการหมนุ โดยโมเมนต์ของแรงในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมีขนาดเท่ากับโมเมนต์ของแรงในทิศตามเขม็

นาฬิกา ของเล่นหลายชนิดประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วนที่ใช้หลักการโมเมนต์ของแรง ความรู้เรื่อง

โมเมนตข์ องแรงสามารถนำไปใช้ออกแบบและประดษิ ฐ์ของเลน่ ได้

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)

1. ทักษะการสงั เกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring)
3. ทกั ษะการทดลอง (Experiment)

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

4. ทักษะการอภิปราย

ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กลา้ คดิ กล้าพดู แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงออก
2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แกป้ ัญหา และคดิ คน้ หาคำตอบ
3. มีความรับผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งทีด่ แี ก่ผอู้ ืน่

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสือ่ สาร
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปญั หา

6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี 1

ขัน้ ที่ 1 ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูทบทวนความรเู้ ดิมของนักเรียนเก่ียวกับ เรอื่ ง แรงในชวี ิตประจำวัน จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์
การเรยี นรูใ้ ห้นกั เรียนทราบ
1.2 ครูนำอุปกรณส์ าธติ การทดลอง เช่น เคร่ืองช่ังสองแขน และเหรยี ญเงนิ จากนั้นครขู ออาสาสมคั ร
นักเรียน จำนวน 2 คน โดยใหต้ ัวแทนนกั เรยี นนำเหรยี ญเงนิ มาวางบนแขนทงั้ สองข้างของเคร่อื งชง่ั
เพื่อให้แขนทั้งสองข้างของเครื่องชัง่ สมดุลกัน หากแขนทั้งสองข้างของเครื่องชั่งยังไม่สมดลุ ครูอาจสุ่ม
นกั เรยี นออกมา 1 คน มาใส่เหรยี ญเงินเพ่ือให้แขนทัง้ สองข้างของเครื่องชั่งสมดุล
1.3 นักเรียนแต่ละคนสังเกตกิจกรรมการทดลอง จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิด
นักเรียนโดยให้นกั เรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไมม่ ีการเฉลยว่าถูก
หรอื ผดิ ดังนี้
- หลักการของแรงเรื่องใดที่สามารถนำมาประยกุ ต์ใช้กับเคร่อื งชัง่ สองแขน (แนวตอบ : โมเมนต์ของ
แรง)
- นักเรียนคิดว่า วัตถุที่ใส่ในแขนเครื่องชั่งด้านขวาของตาชั่งเป็นโมเมนต์ของแรงประเภทใด (แนว
ตอบ : โมเมนตต์ ามเขม็ นาฬิกา)
- นักเรียนคดิ ว่า วตั ถทุ ่ใี ส่ในแขนเครอื่ งช่ังดา้ นซา้ ยของตาช่งั เป็นโมเมนต์ของแรงประเภทใด
(แนวตอบ : โมเมนตท์ วนเข็มนาฬกิ า)

ขั้นท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

2.1 นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 คน ตามความสมัครใจ เพ่ือร่วมกนั ศกึ ษา เรอ่ื ง โมเมนตข์ องแรง
จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต โดยสมาชิก
ภายในกล่มุ แบง่ หน้าทีก่ นั ศกึ ษา หวั ข้อเรือ่ ง มีดังน้ี

คนท่ี 1 ศึกษาความหมายของโมเมนต์ของแรง
คนที่ 2 ศกึ ษาประเภทของโมเมนต์ของแรง
คนท่ี 3 ศกึ ษาสมการโมเมนต์ของแรง
2.2 สมาชิกภายในกลุ่มนำเรอื่ งทต่ี นเองศึกษามาอธิบายให้เพ่อื นในกลมุ่ ฟัง แลว้ รว่ มกนั สรุปขอ้ มลู ทไ่ี ด้
ลงในสมดุ บนั ทกึ วชิ าวทิ ยาศาสตร์

ขัน้ ท่ี 3 ขั้นสรา้ งคำอธบิ าย (Explanation)

3.1 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการศกึ ษาหน้าช้ันเรยี น ในระหว่างท่นี ักเรียนนำเสนอ
ครคู อยให้ข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพอ่ื ให้นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจทถ่ี กู ต้อง

3.2 ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นกั เรียนเขา้ ใจเกีย่ วกับการนำหลกั การของโมเมนตม์ าใชป้ ระโยชน์ใน
ด้านตา่ ง ๆ ว่า “หลกั การของโมเมนตส์ ามารถนำมาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ มากมาย เช่น โมบาย
ของเล่น ไม้กระดก คีมตดั ลวด ล้อและเพลา เป็นต้น”

3.3 นกั เรยี นแต่ละคนศึกษาตวั อยา่ งการคำนวณโจทย์ปญั หาจากตัวอย่าง จากหนังสอื เรียน
วิทยาศาสตร์ ม.2 จากนนั้ ครูส่มุ นักเรียน จำนวน 3-4 คน ออกมาแสดงวธิ กี ารคำนวณหาผลลัพธท์ ไ่ี ด้
ศกึ ษา ครูอาจเสนอแนะ หรืออธิบายเพ่มิ เติมในตวั อยา่ งนน้ั ๆ

ข้ันท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ไม่เข้าใจถาม เพื่อให้ได้
เขา้ ใจมากยงิ่ ขนึ้

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation)
3. ครูประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรยี นดังน้ี
- การบันทกึ การเรียนรลู้ งในสมุดบนั ทึกวชิ าวิทยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของแต่ละกล่มุ

ช่ัวโมงที่ 2

ข้นั ท่ี 1 ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)

a. ครูทบทวนบทเรียนเร่ืองโมเมนต์ของแรง เพอ่ื นำเขา้ สกู่ จิ กรรมสมดุลต่อการหมุนและโมเมนต์
ของแรง

ขั้นที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน จากนั้นครูแจ้ง
จุดประสงค์ของกจิ กรรม สมดุลต่อการหมุนและโมเมนตข์ องแรง ให้นักเรยี นทราบเพื่อเป็นแนวทางการ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทถ่ี กู ตอ้ ง

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากิจกรรม สมดุลต่อการหมุนและโมเมนต์ของแรง เพ่ือ
ออกแบบคานจากวัสดุทีก่ ำหนดให้และทดลองทำให้วัตถุอยู่ในสมดุลด้วยหลักการโมเมนต์ของแรง จาก
หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2

2.3 นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามขน้ั ตอน จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้ว
อภปิ รายผลรว่ มกัน

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างคำอธบิ าย (Explanation)

3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอคานที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยอธิบายระยะของจุดหมุนไปยัง
แนวแรงที่มากระทำ และรูปแบบที่ทำให้คานอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุน หน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่
นกั เรียนนำเสนอ ครูคอยใหข้ ้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมีความเขา้ ใจทถี่ กู ตอ้ ง

3.2 ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็
เพอื่ หาคำตอบ ดงั นี้

- โมเมนต์ของแรง คืออะไร (แนวตอบ : ผลของแรงซ่ึงกระทำต่อวตั ถุ แลว้ ทำให้วตั ถุหมนุ รอบจุด
รอบ หรือจดุ ศนู ย์กลางมวล)

- คานจะอยู่ในสภาพสมดุลได้อย่างไร (แนวตอบ : เมื่อผลรวมของโมเมนต์ของแรงมีค่าเท่ากับ
ศนู ย์ หรอื ผลรวมของโมเมนตท์ วนเข็มนาฬิกามีคา่ เทา่ กับผลรวมของโมเมนตต์ ามเขม็ นาฬกิ า)

3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม สมดุลต่อการหมุนและโมเมนต์ของแรงว่า
“โมเมนตข์ องแรง คือ การหมุนของวตั ถุรอบจุดศูนย์กลางมวล หรือจุดหมุน เนื่องจากแรงมากระทำต่อ
วัตถใุ นแนวศนู ยก์ ลางมวลของวัตถุ เมอ่ื พิจารณาจากทิศทางการหมุนจะสามารถแบ่งโมเมนตข์ องแรงได้
เป็น 2 ลักษณะ คือ โมเมนต์ทวนเข็มนาฬกิ าและโมเมนต์ตามเขม็ นาฬิกา โดยโมเมนต์ของแรงสามารถ
คำนวณได้จากผลคูณของแรงที่กระทำต่อวัตถุกับระยะทางจากจุดหมุนไปตั้งฉากกับแนวแรงที่มา
กระทำ”

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามเนอ้ื หาเก่ียวกับ เรอื่ ง โมเมนตข์ องแรง และให้ความรเู้ พ่มิ เตมิ
จากคำถามของนกั เรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรอ่ื ง โมเมนตข์ องแรง ในการอธบิ ายเพมิ่ เติม

4.2 นกั เรยี นแต่ละคนทำแบบฝกึ หดั เรือ่ ง โมเมนต์ของแรง จากแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.2

ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมินการเรียนร้ขู องนักเรยี นดังนี้
- การบันทกึ การเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกวชิ าวิทยาศาสตร์
- สังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั ิกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม
- ตรวจแบบฝึกหดั เรอ่ื ง โมเมนตข์ องแรง

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

7. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ( 3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความร้แู ละทำงานเหมาะกบั เวลา
หลกั มเี หตผุ ล
หลกั สรา้ งภูมิคุ้มกันในตวั ที่ดี การอธบิ ายเกยี่ วกับโมเมนต์ของแรงไดอ้ ย่างเหมาะสมและถกู ต้อง

เงอ่ื นไขความรู้ การเลอื กศกึ ษาจากแหลง่ เรยี นรู้โดยมคี วามถูกตอ้ ง
เง่ือนไขคุณธรรม การวางแผนในการทำงานเปน็ กลุม่
การวิเคราะห์ผล สรปุ ผลเรื่องโมเมนตข์ องแรง

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตย์ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

 เศรษฐกิจ  สงั คม  ส่ิงแวดล้อม  วัฒนธรรม

8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

สอ่ื อปุ กรณ์
1. หนังสือเรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2

2. Power Point เรอ่ื งโมเมนต์ของแรง
3. วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการปฏบิ ัติกิจกรรมสมดลุ ตอ่ การหมนุ และโมเมนตข์ องแรง

4. อุปกรณ์สาธิตการทดลอง เชน่ เคร่ืองชง่ั สองแขน และเหรยี ญเงิน
แหล่งการเรยี นรู้

1. ห้องสมุด

2. อนิ เทอร์เน็ต

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

9. เกณฑก์ ารประเมิน

สงิ ทต่ี ้องการวัด รายการ วธิ วี ัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้ (K) นักเรียน สมุดบันทกึ วชิ า สมดุ บันทกึ วิชา 4 คะแนน อธบิ ายโมเมนตข์ องแรง
วทิ ยาศาสตร์ คำนวณหาปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั
สามารถ วทิ ยาศาสตร์ โมเมนต์ของแรงได้ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป
3 คะแนน อธบิ ายโมเมนตข์ องแรง
อธบิ าย เร่ืองโมเมนตข์ อง คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องกบั
โมเมนต์ของแรงได้ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ 70-79
โมเมนตข์ อง แรง 2 คะแนน อธบิ ายโมเมนตข์ องแรง
คำนวณหาปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ งกับ
แรง แบบฝกึ หัดเร่อื ง โมเมนตข์ องแรงไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 60-69
1 คะแนน อธิบายโมเมนตข์ องแรง
คำนวณหา โมเมนตข์ องแรง คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องกับ
โมเมนตข์ องแรงไดถ้ กู ต้องร้อยละ 50-59
ปริมาณตา่ ง ๆ 0 คะแนน อธิบายโมเมนต์ของแรง
คำนวณหาปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกย่ี วข้องกับ
ท่เี ก่ยี วข้องกับ โมเมนตข์ องแรงได้ถกู ต้องนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50

โมเมนต์ของ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมสมดุลต่อการหมุน
และโมเมนต์ของแรงได้อย่างถูกต้องและเป็น
แรงได้ ลำดับขั้นตอน ตามกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
ด้านทกั ษะ นักเรยี น สังเกตการปฏิบตั ิ แบบประเมนิ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมสมดุลตอ่ การหมุน
กระบวนการ และโมเมนต์ของแรงไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเปน็
(P) สามารถ กจิ กรรมสมดุลต่อ ทักษะ ลำดบั ขนั้ ตอน ตามกระบวนการทาง
ปฏิบัติ การหมนุ และ กระบวนการ วทิ ยาศาสตรไ์ ดถ้ กู ตอ้ งบางสว่ น
1 คะแนน ปฏิบตั กิ จิ กรรมสมดุลต่อการหมุน
กิจกรรมสมดลุ โมเมนตข์ องแรง วทิ ยาศาสตร์ และโมเมนต์ของแรงไดอ้ ย่างถูกต้องและเปน็
ต่อการหมุน ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ลำดบั ขัน้ ตอน ตามกระบวนการทาง
และโมเมนต์ และเป็นลำดับ วทิ ยาศาสตร์ไดค้ ลาดเคลอื่ น

ของแรงได้ ขั้นตอน ตาม ผ่าน หมายถงึ ให้ความร่วมมอื สนใจใฝ่รู้
อยา่ งถูกตอ้ ง กระบวนการทาง รบั ผดิ ชอบ มุ่งมัน่ ในการทำงานกลมุ่
ปรับปรงุ หมายถึง ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื ไมส่ นใจ
และเปน็ ลำดับ วทิ ยาศาสตร์ ใฝร่ ไู้ มร่ ับผิดชอบ และไม่ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
ขั้นตอน ได้ กลุ่ม

ดา้ นคณุ ลักษณะ นกั เรยี น 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มี แบบประเมิน
อันพึงประสงค์ ปฏบิ ัติ ความรบั ผิดชอบ พฤติกรรมราย
(A) กจิ กรรมกลุม่ มุ่งมนั่ ในการทำงาน กล่มุ
กลุม่
ด้วยความ 2.สังเกตพฤติกรรม
มุ่งมั่นต้งั ใจ การแสดงความ
คิดเหน็ การตอบ
และมคี วามใฝ่ คำถาม
รู้ในการเรยี น

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 25 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
2 คาบ
รายวิชา ว 22101 วิทยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ การเคลือ่ นทีแ่ ละแรง
เรอื่ ง สนามของแรง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ

ลักษณะการเคล่อื นทแ่ี บบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ดั

ว 2.2 ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่งของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง และ
ทศิ ทางของแรงท่กี ระทำตอ่ วตั ถุทอ่ี ยใู่ นแต่ละสนาม จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้

ว 2.2 ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหลก็ แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถว่ งที่กระทำตอ่ วตั ถุ

ว 2.2 ม.2/13 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้ม
ถ่วงที่กระทำตอ่ วตั ถุทอ่ี ยู่ในสนามนนั้ ๆ กบั ระยะห่างจากแหล่งของสนามถึงวัตถจุ ากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้

2. สาระสำคัญ

ในธรรมชาตจิ ะมีแรง 3 แรง ไดแ้ ก่ แรงจากสนามโน้มถ่วง เป็นแรงท่ีกระทำตอ่ วตั ถใุ นทิศทางพุ่ง
เข้าหาวัตถุทเ่ี ปน็ แหล่งของสนามโน้มถ่วงสง่ ผลใหว้ ัตถตุ กจากท่สี ูงลงมาสู่ทีต่ ำ่ แรงจากสนามแมเ่ หล็ก
เป็นแรงทเี่ กิดกบั วัตถทุ ่ีมปี ระจไุ ฟฟา้ ซึง่ ประจุไฟฟา้ จะมีทศิ พงุ่ เข้าหา หรอื ออกจากวัตถุทีม่ ีประจเุ ปน็
แหลง่ ของสนามไฟฟ้า และแรงจากสนามแมเ่ หล็ก เป็นแรงท่ีเกดิ จากวัตถุท่ีเปน็ แมเ่ หล็ก โดยแรงแมเ่ หล็ก
ทก่ี ระทำต่อข้ัวแม่เหล็กจะมีทิศพ่งุ เขา้ หาหรอื ออกจากขว้ั แมเ่ หล็กทีเ่ ป็นแหลง่ ของสนามแม่เหลก็

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายและลกั ษณะสนามของแรงได้ (K)
2. เปรียบเทยี บแหลง่ ของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง และทศิ ทางของแรงท่ี
กระทำต่อวัตถทุ อี่ ย่ใู นแตล่ ะสนามได้ (K)
3. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำ
ต่อวตั ถทุ อ่ี ยใู่ นสนามนัน้ ๆ กบั ระยะห่างจากแหลง่ ของสนามถงึ วตั ถไุ ด้ (K)
4. เขยี นแผนภาพแสดงแรงแมเ่ หลก็ แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงทกี่ ระทำตอ่ วตั ถไุ ด้ (P)
5. มีความใฝ่เรยี นรูแ้ ละมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4. สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้(K)
วัตถุที่เป็นแม่เหล็กจะมีสนามแม่เหล็กอยู่โดยรอบแรงแม่เหล็กทีก่ ระทำตอ่ ข้ัวแม่เหลก็ จะมี

ทิศพ่งุ เขา้ หาหรอื ออกจากขว้ั แม่เหลก็ ทีเ่ ป็นแหล่งสนามแมเ่ หล็ก

ขนาดของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนามนั้น ๆ จะมีค่าลดลง

เม่อื วตั ถอุ ยู่ห่างจากแหล่งของสนามนัน้ ๆ มากข้นึ

ด้านทักษะกระบวนการ (P)

1. ทักษะการสังเกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทักษะการอภปิ ราย

ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
กล้าคดิ กล้าพดู แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงออก
2. มุ่งม่นั ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แกป้ ญั หา และคิดค้นหาคำตอบ
3. มีความรับผดิ ชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างท่ดี แี ก่ผู้อื่น

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปญั หา

6. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 1-2

ขนั้ ท่ี 1 ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครทู กั ทายนักเรยี น จากนั้นครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ทีจ่ ะเรยี นในวนั นี้ใหน้ กั เรียนทราบ
1.2 นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับการทดลองแรงดึงดูดของกาลิเลโอ จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถาม

กระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “จากวีดิทัศน์ ถ้าปล่อยขนนกกับลูกบอล ให้ตกลงในท่อที่สูบอากาศออก
หมด วัตถุทั้งสองจึงตกถึงพื้นพร้อมกัน เพราะเหตุใด” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคิดเหน็ อย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยวา่ ถกู หรอื ผิด

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(แนวตอบ : เพราะวัตถุทั้งสองเป็นการตกในแนวดิ่ง เนอื่ งจากแรงโนม้ ถ่วงของโลกมากระทำตอ่ วตั ถุ
ทง้ั สองเพียงแรงเดียว โดยไมม่ ีแรงตา้ นอากาศ)

ข้ันที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนั้นครูแจ้ง

จดุ ประสงค์ของแต่ละกิจกรรม ให้นักเรยี นทราบเพ่ือเป็นแนวทางการปฏิบัติกจิ กรรมทีถ่ ูกตอ้ ง
2.2 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ปฏบิ ัติกิจกรรม ดังน้ี
กลุ่มที่ 1 ปฏิบตั ิกจิ กรรมที่ 1 เรือ่ ง สนามโน้มถ่วง
กล่มุ ท่ี 2 ปฏิบัติกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื ง สนามไฟฟา้
กลมุ่ ที่ 3 ปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 3 เรื่อง สนามแมเ่ หลก็
2.3 ครอู ธิบายขัน้ ตอนการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของแตล่ ะกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 เรื่อง สนามโน้มถ่วง ครูแจกถุงทรายที่มีขนาดเท่ากันและต่างกัน จากนั้นให้

นักเรียน ทดสอบปลอ่ ยวตั ถุที่ความสงู ระดับเดยี วกันแตม่ วลตา่ งกนั และที่ระดบั ความสูงไมเ่ ท่ากนั แต่มวล
เท่ากัน จากนัน้ บนั ทึกผลลงในสมดุ บันทึกวิชาวิทยาศาสตรว์ ่าถงุ ทรายใดตกถงึ พ้ืนก่อน

กิจกรรมที่ 2 เรื่อง สนามไฟฟ้า ครูแจกหวีให้นักเรียน 1 อัน จากนั้นให้นักเรียนหวีผมของ
ตนเอง แล้วนำไปไว้ใกล้กับเศษกระดาษ บันทึกผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นลงในสมุดบันทึกวิชา
วิทยาศาสตร์

กจิ กรรมที่ 3 เรือ่ ง สนามแม่เหล็ก ครแู จกถาดทม่ี ผี งตะไบเหลก็ และแท่งแมเ่ หลก็ 2 แทง่
นำแม่เหล็กท้งั สองแทง่ มาวางใต้ถาดท่มี ีผงตะไบเหลก็ ใหห้ า่ งกันระยะหนึ่ง สังเกตแนวการเคล่ือนท่ีของ
ผงตะไบเหล็ก จากน้นั บันทึกผลลงในสมุดบนั ทึกวิชาวทิ ยาศาสตร์

ข้นั ที่ 3 ขน้ั สร้างคำอธบิ าย (Explanation)

3.1 นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมแต่ละกจิ กรรมหนา้ ช้ัน
เรียน ในระหว่างที่นักเรยี นนำเสนอ ครคู อยให้ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม เพ่ือให้นกั เรยี นมคี วามเข้าใจที่
ถกู ต้อง

3.2 นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง สนามโนม้ ถว่ ง ว่า “เมอื่
ปล่อยวตั ถใุ หต้ กพ้ืนแบบเสรี หรอื ตกลงในแนวด่ิง วัตถจุ ะตกลงสู่ผวิ โลก เพราะมีแรงดึงดดู มากระทำตอ่
วตั ถเุ น่ืองจากมีสนามโนม้ ถ่วงทมี่ ีทศิ พุ่งเขา้ สู่ศูนย์กลางของโลก”

3.3 นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ 2 เรอื่ ง สนามไฟฟา้ วา่ “เม่อื นำ
วตั ถุ 2 ชนิด มาถกู ันจะทำให้เกดิ ประจไุ ฟฟ้าซง่ึ จะสง่ อำนาจไฟฟา้ โดยรอบ เรยี กวา่ สนามไฟฟ้า ”

3.4 นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ 3 เรอ่ื ง สนามแมเ่ หลก็ ว่า “ผง
ตะไบเหลก็ เป็นวัตถทุ ม่ี ีสารแมเ่ หลก็ เม่ืออยู่ใกลก้ ับแหลง่ ของสนามแมเ่ หลก็ จะทำใหผ้ งตะไบเหล็ก
เคล่ือนทีไ่ ปตามเส้นแรงแม่เหล็ก เรียกแรงแมเ่ หล็กที่มีทิศพุง่ ออกจากสนามแมเ่ หล็กน้วี า่ สนามแม่เหล็ก”

3.5 ครูถามคำถามจากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 ว่า “เพราะเหตใุ ดเมอ่ื นำวตั ถุบางชนดิ ไป
วางใกล้กับสนามไฟฟ้า จึงไมเ่ กิดแรงผลกั หรอื แรงดงึ ดูด”(แนวตอบ : เพราะวตั ถุชนิดนนั้ มีจำนวนประจุ
บวก และประจลุ บเทา่ กนั หรอื เรียกว่า วตั ถุที่เป็นกลาง)

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 นักเรียนแตล่ ะครู่ ่วมกนั ศกึ ษาค้นคว้าขอ้ มูลเพม่ิ เติมเกยี่ วกับ เรื่อง ความหมายสนามของแรง
และประเภทสนามของแรง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 หรือแหลง่ การเรยี นรูต้ ่าง ๆเชน่
อินเทอร์เนต็

4.2 ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามเนือ้ หาเกี่ยวกับ เรอ่ื ง สนามของแรง และให้ความรเู้ พ่มิ เติมจาก
คำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรอ่ื ง สนามของแรง ในการอธิบายเพ่ิมเตมิ

4.3 นักเรยี นแตล่ ะคนทำใบงาน เร่อื ง สนามของแรง

ขนั้ ท่ี 5 ข้ันประเมิน (Evaluation)
1. ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรียนดังนี้
- การบันทกึ การเรียนรู้ลงในสมุดบนั ทกึ วชิ าวิทยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของแตล่ ะกลมุ่
- ใบงานเร่อื ง สนามของแรง

7. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศึกษาหาความรแู้ ละทำงานเหมาะกบั เวลา
หลกั มีเหตผุ ล
หลกั สร้างภูมิคุ้มกนั ในตวั ท่ดี ี การอธิบายเกี่ยวกบั สนามของแรงไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและถูกต้อง

เง่ือนไขความรู้ การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โดยมีความถูกตอ้ ง
เงือ่ นไขคณุ ธรรม การวางแผนในการทำงานเปน็ กล่มุ
การวเิ คราะหผ์ ล สรปุ ผลเร่อื งสนามของแรง

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สัตย์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มติ ิ

 เศรษฐกจิ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

สือ่ อปุ กรณ์
1. หนังสือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 1

2. Power Point เรื่องสนามของแรง
3. ถุงทรายที่มีขนาดเท่ากันและต่างกนั
4. หวี

5. ถาด
6. ผงตะไบเหล็ก

7. แทง่ แมเ่ หล็ก 2 แทง่
8. วีดิทัศนเ์ กีย่ วกับการทดลองแรงดงึ ดูดของกาลิเลโอ

จาก https://www.youtube.com/watch?v=faSugW_Xefc

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

9. ใบงาน เรอื่ ง สนามของแรง
แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งสมดุ
2. อนิ เทอรเ์ น็ต

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

9. เกณฑ์การประเมนิ

สิงท่ตี อ้ งการวดั รายการ วิธีวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถ สมดุ บนั ทกึ วชิ า สมุดบนั ทกึ วชิ า 4 คะแนน อธบิ ายความหมายและ
อธบิ าย ลกั ษณะสนามของแรง
วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ความหมายและ เปรยี บเทียบแหลง่ ของ
ลกั ษณะสนาม เรื่องสนามของแรง สนามแม่เหลก็ สนามไฟฟา้ และ
ของแรง สนามโน้มถว่ ง และทิศทางของแรง
เปรยี บเทยี บ ใบงานเรอื่ งสนามของ
แหล่งของ ที่กระทำต่อวตั ถทุ ่ีอยู่ในแตล่ ะ
สนามแมเ่ หลก็ แรง สนามได้ถูกต้องรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
สนามไฟฟา้ และ
สนามโนม้ ถว่ ง 3 คะแนน อธิบายความหมายและ
และทิศทางของ ลักษณะสนามของแรง
แรงท่ีกระทำตอ่ เปรยี บเทียบแหลง่ ของ
วตั ถทุ ีอ่ ยใู่ นแต่ละ
สนามได้ สนามแมเ่ หลก็ สนามไฟฟา้ และ
สนามโน้มถว่ ง และทิศทางของแรง

ที่กระทำตอ่ วัตถุทอ่ี ยู่ในแตล่ ะสนาม
ไดถ้ ูกตอ้ งรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน อธบิ ายความหมายและ

ลกั ษณะสนามของแรง
เปรียบเทียบแหลง่ ของ

สนามแมเ่ หลก็ สนามไฟฟา้ และ
สนามโน้มถว่ ง และทิศทางของแรง
ที่กระทำต่อวตั ถทุ ีอ่ ยู่ในแตล่ ะสนาม

ไดถ้ ูกตอ้ งร้อยละ 60-69
1 คะแนน อธบิ ายความหมายและ

ลกั ษณะสนามของแรง
เปรยี บเทยี บแหล่งของ
สนามแมเ่ หล็ก สนามไฟฟ้า และ
สนามโน้มถ่วง และทิศทางของแรง
ท่ีกระทำตอ่ วตั ถุท่ีอยู่ในแต่ละสนาม

ได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน อธบิ ายความหมายและ
ลักษณะสนามของแรง

เปรยี บเทยี บแหล่งของ
สนามแมเ่ หลก็ สนามไฟฟา้ และ

สนามโน้มถ่วง และทศิ ทางของแรง
ท่กี ระทำต่อวตั ถทุ ี่อยู่ในแต่ละ

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ดา้ นทักษะ นักเรยี นสามารถ เขียนแผนภาพแสดง แบบประเมิน สนามไดถ้ กู ต้องน้อยกวา่ รอ้ ยละ
กระบวนการ (P) เขียนแผนภาพ แรงแมเ่ หล็ก แรง ทักษะ 50
แสดงแรงแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และแรงโน้ม กระบวนการ
แรงไฟฟ้า และ ถ่วงที่กระทำต่อวัตถุ วทิ ยาศาสตร์ 3 คะแนน เขียนแผนภาพแสดงแรง
แรงโนม้ ถว่ งท่ี ทางดา้ นกระบวนการ แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้ม
กระทำต่อวตั ถุได้ ทางวทิ ยาศาสตร์ ถ่วงที่กระทำต่อวัตถุตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนปฏิบตั ิ 1.สังเกตการใฝ่รู้ มี แบบประเมิน ถูกต้อง
อันพงึ ประสงค์ พฤตกิ รรมราย 2 คะแนน เขียนแผนภาพแสดงแรง
(A) กิจกรรมกล่มุ ด้วย ความรับผิดชอบ กลุ่ม แมเ่ หลก็ แรงไฟฟา้ และแรงโนม้
ถ่วงท่กี ระทำตอ่ วัตถุตาม
ความม่งุ มนั่ ตง้ั ใจ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้
ถกู ตอ้ งบางสว่ น
และมคี วามใฝร่ ู้ใน กลุม่ 1 คะแนน เขยี นแผนภาพแสดงแรง
แมเ่ หล็ก แรงไฟฟา้ และแรงโนม้
การเรียน 2.สังเกตพฤติกรรม ถว่ งทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุตาม
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ได้
การแสดงความ คลาดเคลอื่ น

ผา่ น หมายถึง ให้ความรว่ มมือ
สนใจใฝ่รูร้ บั ผดิ ชอบ มุง่ มน่ั ในการ
ทำงานกลุ่ม
ปรับปรุงหมายถงึ ไมใ่ ห้ความ
ร่วมมือ ไม่สนใจใฝ่ร้ไู มร่ บั ผดิ ชอบ
และไมม่ ่งุ ม่ันในการทำงานกล่มุ

คดิ เหน็ การตอบ

คำถาม

ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชือ่ -สกุล..... ..............................................ชั้น......................เลขที่........
กลุ่มท.ี่ ......

ใบงาน

เรอื่ ง สนามของแรง

ตอนที่ 1
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นวาดสนามของแรงที่กำหนดให้ต่อไปน้ี

1.

2.

3.

ตอนท่ี 2
คำชแี้ จง : จงเปรียบเทียบความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสนามของแรงกับระยะหา่ งของวัตถุในตาราง

สนามของแรง ขนาดของแรงเม่ือ ขนาดของแรงเม่ือ

สนามโน้มถว่ ง วตั ถุอยหู่ า่ งจากสนามของแรง วัตถุเขา้ ใกล้สนามของแรง
สนามไฟฟา้
สนามแม่เหลก็

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ใบงาน เฉลย

เร่ือง สนามของแรง

ตอนท่ี 1
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นวาดสนามของแรงที่กำหนดให้ตอ่ ไปนี้

1.

2.

3.

ตอนท่ี 2
คำช้ีแจง : จงเปรียบเทยี บความสัมพันธร์ ะหว่างสนามของแรงกับระยะหา่ งของวัตถุในตาราง

สนามของแรง ขนาดของแรงเม่ือวัตถอุ ยหู่ า่ ง ขนาดของแรงเม่ือวัตถเุ ขา้ ใกล้

สนามโนม้ ถว่ ง จากสนามของแรง สนามของแรง
สนามไฟฟ้า
สนามแมเ่ หลก็ ลดลง เพิม่ ขึ้น

ลดลง เพิม่ ขึ้น

ลดลง เพม่ิ ข้ึน

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี


Click to View FlipBook Version