8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
สอื่ อุปกรณ์
1. หนังสือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 เลม่ 1
2. Power Point เรอ่ื งโรคเกี่ยวกบั ระบบหายใจ และการดูแลรกั ษาระบบหายใจ
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. อินเทอรเ์ น็ต
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. เกณฑก์ ารประเมนิ
สงิ ท่ี รายการ วธิ วี ัดผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
ตอ้ งการวัด สมดุ บนั ทกึ วิชา 4 คะแนน บอกแนวทางในการดแู ล
วิทยาศาสตร์ รกั ษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงาน
ดา้ นความรู้ นกั เรยี นบอก สมดุ บันทึกวชิ า เปน็ ปกติไดถ้ ูกตอ้ งร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
3 คะแนน บอกแนวทางในการดแู ล
(K) แนวทางในการดแู ล วทิ ยาศาสตร์ รกั ษาอวัยวะในระบบหายใจใหท้ ำงาน
เป็นปกติได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 70-79
รักษาอวัยวะใน เร่อื งการดแู ลรักษา 2 คะแนน บอกแนวทางในการดแู ล
รักษาอวยั วะในระบบหายใจให้ทำงาน
ระบบหายใจให้ ระบบหายใจ เปน็ ปกตไิ ด้ถกู ต้องรอ้ ยละ 60-69
1 คะแนน บอกแนวทางในการดูแล
ทำงานเปน็ ปกติได้ รักษาอวยั วะในระบบหายใจใหท้ ำงาน
เป็นปกตไิ ดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 50-59
ด้านทักษะ นักเรียนสามารถ สงั เกตการปฏบิ ัติ แบบประเมนิ 0 คะแนน บอกแนวทางในการดูแล
กระบวนการ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม กจิ กรรมการดแู ลรกั ษา ทักษะ รกั ษาอวยั วะในระบบหายใจใหท้ ำงาน
(P) เกย่ี วกับการดแู ล ระบบหายใจทางด้าน กระบวนการ เป็นปกตไิ ดถ้ กู ต้องนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50
กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมการเกี่ยวกับ
รกั ษาระบบหายใจ วิทยาศาสตร์ การดูแลรักษาระบบหายใจตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ดถ้ ูกต้อง
ได้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเกี่ยวกบั การ
ดแู ลรกั ษาระบบหายใจตาม
ดา้ น นักเรยี นตระหนกั ถึง 1.สงั เกตการตอบคำถาม แบบประเมนิ กระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
บางสว่ น
คณุ ลักษณะ ความสำคญั ของ พฤตกิ รรม 1 คะแนน ออกแบบและปฏบิ ัติ
กิจกรรมเกีย่ วกบั การดูแลรกั ษาระบบ
หายใจตามกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ไดค้ ลาดเคลื่อน
ผา่ น หมายถงึ มคี วามตระหนกั ถงึ
วิธกี ารดูแลรกั ษาระบบหายใจได้
ระบบหายใจ โดย
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อนั พึง การบอกแนวทางใน 2.สังเกตพฤติกรรมการ ปรบั ปรงุ หมายถงึ ไม่สามารถบอก
ประสงค์ (A) การดแู ลรักษา แสดงความคิดเห็น การ วธิ ีการดแู ลรกั ษาระบบหายใจ และไม่
ตระหนักถึงการดแู ลรกั ษาระบบหายใจ
อวัยวะในระบบ ตอบคำถาม
หายใจใหท้ ำงาน
เป็นปกติ
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 4 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2
2 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วิทยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนษุ ย์
เร่ือง โครงสร้างและหนา้ ที่ของอวัยวะในระบบขบั ถา่ ย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี วี ิต หน่วยพ้นื ฐานของส่งิ มชี วี ติ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลลค์ วามสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพนั ธก์ ัน ความสัมพันธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ีของอวยั วะต่างๆ ของพืช
ท่ที ำงานสมั พนั ธ์กัน รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชว้ี ดั
ว 1.2 ม.2/4 ระบอุ วัยวะและบรรยายหน้าทข่ี องอวยั วะในระบบขบั ถ่ายในการกำจดั ของเสยี ทางไต
2. สาระสำคัญ
ระบบขบั ถ่ายมีอวัยวะทเี่ กีย่ วข้อง คอื ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และทอ่ ปัสสาวะ โดยมีไตทำ
หนา้ ท่ีกำจัดของเสยี เช่น ยูเรีย แอมโมเนยี กรดยูรกิ รวมทั้งสารทรี่ ่างกายไมต่ อ้ งการออกจากเลือด และ
ควบคมุ สารท่มี ีมาก หรอื นอ้ ยเกินไป เช่น นำ้ โดยขับออกมาในรปู ของปัสสาวะ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถระบุอวยั วะและบรรยายหน้าที่ในระบบขบั ถา่ ยในการกำจัดของเสยี ทางไตได้ (K)
2. นักเรียนสามารถปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเร่ืองระบบขับถ่ายได้ (P)
3. นักเรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่มดว้ ยความมุ่งมนั่ ต้ังใจและมีความรับผิดชอบ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้(K)
ระบบขบั ถ่ายมอี วยั วะทีเ่ ก่ียวข้อง คอื ไต ทอ่ ไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตทำ
หน้าที่กำจดั ของเสีย เช่น ยเู รีย แอมโมเนยี กรดยูริก รวมทั้งสารทร่ี ่างกายไม่ตอ้ งการออกจากเลอื ด และ
ควบคมุ สารที่มมี าก หรือน้อยเกนิ ไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. ทักษะการสงั เกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring)
3. ทกั ษะการทดลอง (Experiment)
4. ทักษะการอภปิ ราย
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กลา้ คดิ กล้าพดู แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงออก
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปญั หา และคิดค้นหาคำตอบ
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างทีด่ แี กผ่ อู้ นื่
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสือ่ สาร
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปญั หา
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1.1 นักเรียนแบบทดสอบก่อนเรียนจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบ
ความเข้าใจของตนเองก่อนเรียน
1.2 ครถู ามคำถามเพอ่ื นำเขา้ สบู่ ทเรยี น โดยใชค้ ำถามดังน้ี
- ในแต่ละวนั นักเรียนขบั ถ่ายปัสสาวะและอุจจาระวันละก่ีครงั้ (แนวตอบ นักเรียนอาจ
ตอบว่า อุจจาระประมาณ 1-2 ครั้ง แต่ปัสสาวะประมาณ 8-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและน้ำที่
ร่างกายไดร้ ับ)
- นอกจากปัสสาวะและอจุ าระ ร่างกายขับถ่ายของเสียอืน่ ๆ อีกหรือไม่ (แนวตอบ เหง่ือ
และแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์)
1.3 ครูถามคำถาม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ
นักเรียนวา่ มนุษย์ขบั ถา่ ยของเสยี ออกจากรา่ งกายทางใดบ้าง (แนวตอบ มนุษย์ขับถ่ายของเสียออกจาก
รา่ งกายได้หลายทาง ทั้งทางการหายใจในรปู แก๊สคาร์บอน- ไดออกไซด์ ทางผวิ หนงั ในรูปเหงื่อ ทาง
ท่อปสั สาวะในรปู นำ้ ปสั สาวะ และทางทวารหนักในรปู อจุ จาระ)
ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เกง่ ปานกลาง ออ่ น
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ทั้งในรูป
แก๊สผ่านการหายใจออก รูปของแข็งผ่านการอจุ จาระ และที่เน้นในหน่วยการเรยี นรู้นี้ คือ การขับถ่าย
ของเสยี ในรูปของเหลวผา่ นการปัสสาวะซง่ึ มไี ตเป็นอวัยวะหลักของระบบขับถา่ ยของเสียในรปู ปสั สาวะ
2.3 นกั เรยี นศึกษาโครงสร้างและอวัยวะในระบบขบั ถ่าย ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะ
ปัสสาวะ และ ทอ่ ปัสสาวะ โดยใชแ้ บบจำลองอวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ หรอื ภาพจากหนงั สอื เรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรอื ใช้วดิ ีทศั นจ์ ากสื่อออนไลน์ เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=dZREDWD_5bA
- https://www.youtube.com/watch?v=_NO8n48AKJY
ขั้นที่ 3 ข้นั สร้างคำอธิบาย (Explanation)
3.1 ครูให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอผลการศึกษา
3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกจิ กรรม
โดยครูใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- ระบบขับถา่ ยประกอบดว้ ยอวยั วะใด แตล่ ะอวัยวะมลี กั ษณะและหน้าทอี่ ยา่ งไร
(แนวตอบ ระบบขับถ่ายประกอบด้วยไต มี 2 ข้าง ลักษณะคล้ายเมล็ดถัว่ มีสีแดง ภายในมี
หน่วยไตทำหน้าที่กรองของเสียและสารต่าง ๆ ออกจากเลือด ท่อไตมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กและ
ยาวที่ต่อมาจากไตทั้ง 2 ข้าง ทำหน้าที่ลำเลียงปัสสาวะจากไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะ
ปัสสาวะมีลกั ษณะเปน็ ถุงขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นได้ ทำหน้าที่เก็บน้ำปัสสาวะ และท่อปัสสาวะมีลักษณะ
เปน็ ทอ่ ทีต่ อ่ มาจากกระเพาะปัสสาวะ ทำหนา้ ท่ีขบั น้ำปสั สาวะออกสู่ภายนอกรา่ งกาย)
- ไตเกย่ี วข้องกบั การกำจดั ของเสียในรูปปัสสาวะอย่างไร
(แนวตอบ ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไต ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียต่าง ๆ ออกจาก
เลอื ด โดยของเสยี จะถูกลำเลียงจากไตผา่ นท่อไตไปเกบ็ ยงั กระเพาะปัสสาวะในรปู น้ำปัสสาวะ เพ่ือกำจัด
ออกจากรา่ งกายผ่านท่อปสั สาวะ)
3.3 นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกับโครงสร้างและอวัยวะในระบบขับถ่ายเพื่อให้ได้
ขอ้ สรปุ ดังนี้ ระบบขับถ่ายปัสสาวะประกอบดว้ ยไต ซึ่งภายในมหี น่วยไตทำหนา้ ทีก่ รองของเสียออกจาก
เลือด ท่อไตทำหน้าท่ีลำเลียงปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปสั สาวะทำหน้าท่ีเก็บน้ำ
ปสั สาวะ และทอ่ ปสั สาวะทำหนา้ ที่ขับน้ำออกจากรา่ งกาย
ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรยี นตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
1. ครูประเมินการเรียนรขู้ องนกั เรยี นดังนี้
- การบันทึกการเรียนรลู้ งในสมุดบันทึกวชิ าวิทยาศาสตร์
- สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของแตล่ ะกล่มุ
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความรแู้ ละทำงานเหมาะกบั เวลา
หลักมเี หตุผล การอธบิ ายเก่ยี วกบั อวยั วะหนา้ ท่ขี องระบบขับถา่ ยได้อยา่ งเหมาะสม
และถูกตอ้ ง
หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตัวท่ดี ี การเลอื กศกึ ษาจากแหล่งเรียนรูโ้ ดยมคี วามถูกตอ้ ง
การวางแผนในการทำงานเปน็ กลมุ่
เง่ือนไขความรู้ การวเิ คราะหผ์ ล สรุปผลเรือ่ งระบบขบั ถ่าย
เงื่อนไขคุณธรรม รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสัตย์ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื อุปกรณ์
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 1
2. อุปกรณ์การทดลองเร่ืองโครงสรา้ งอวัยวะและหนา้ ทขี่ องระบบขับถ่าย
3. วิดโี อ จาก
- https://www.youtube.com/watch?v=dZREDWD_5bA
- https://www.youtube.com/watch?v=_NO8n48AKJY
4. Power Point เรือ่ งโครงสรา้ งอวยั วะและหน้าท่ขี องระบบขบั ถา่ ย
แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องสมดุ
2. อนิ เทอรเ์ น็ต
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. เกณฑก์ ารประเมนิ
สงิ ทต่ี อ้ งการวัด รายการ วิธีวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนสามารถ สมุดบนั ทกึ วิชา สมุดบันทึกวิชา 4 คะแนน ระบุอวยั วะและ
ระบอุ วัยวะและ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ บรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะใน
บรรยายหนา้ ที่ เรื่องการสารอาหาร ระบบขับถา่ ยในการกำจัดของ
ของอวยั วะใน แบบประเมนิ ทักษะ เสยี ทางไตได้ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ
ระบบขับถ่ายใน กระบวนการ 80 ขน้ึ ไป
การกำจัดของเสยี วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน ระบอุ วัยวะและ
ทางไต บรรยายหนา้ ทีข่ องอวยั วะใน
ระบบขบั ถา่ ยในการกำจัดของ
ดา้ นทกั ษะ นักเรียนสามารถ สงั เกตการปฏิบตั ิ เสยี ทางไตไดถ้ ูกตอ้ งร้อยละ
กระบวนการ (P) ปฏิบตั ิกจิ กรรม กิจกรรมการทดลอง 70-79
เร่ืองโครงสรา้ ง เกย่ี วกับอาหารและ 2 คะแนน ระบุอวยั วะและ
สารอาหารทางด้าน บรรยายหน้าท่ขี องอวยั วะใน
ระบบขับถ่ายในการกำจดั ของ
เสียทางไตไดถ้ ูกตอ้ งรอ้ ยละ
60-69
1 คะแนน ระบุอวยั วะและ
บรรยายหน้าทข่ี องอวยั วะใน
ระบบขับถา่ ยในการกำจัดของ
เสียทางไตไดถ้ กู ตอ้ งร้อยละ
50-59
0 คะแนน ระบอุ วัยวะและ
บรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะใน
ระบบขบั ถ่ายในการกำจดั ของ
เสียทางไตได้ถกู ต้องน้อยกวา่
รอ้ ยละ 50
3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม
เกี่ยวกับโครงสรา้ งและอวัยวะ
ของระบบขับถ่ายตาม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
และอวัยวะของ กระบวนการทาง กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ระบบขบั ถา่ ยได้ วิทยาศาสตร์ ได้ถูกตอ้ ง
2 คะแนน ปฏิบตั ิกจิ กรรมการ
ดา้ นคณุ ลักษณะ นกั เรียนปฏบิ ัติ 1.สังเกตการใฝ่รู้ มีความ แบบประเมิน เกย่ี วกับโครงสร้างและอวยั วะ
อนั พงึ ประสงค์ กจิ กรรมกลุ่มด้วย รับผดิ ชอบมุ่งม่นั ในการ พฤติกรรมรายกลุ่ม ของระบบขับถ่ายตาม
(A) ความม่งุ ม่นั ตง้ั ใจ ทำงานกลมุ่ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
และมีความใฝ่รใู้ น 2.สงั เกตพฤติกรรมการ ได้ถูกต้องบางสว่ น
การเรยี น แสดงความคิดเหน็ การ 1 คะแนน ออกแบบและ
ตอบคำถาม ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเกย่ี วกบั
โครงสรา้ งและอวัยวะของ
ระบบขับถ่ายตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ไดค้ ลาดเคล่อื น
ผ่าน หมายถงึ ให้ความ
รว่ มมอื สนใจใฝ่รู้รับผิดชอบ
มงุ่ มน่ั ในการทำงานกลมุ่
ปรบั ปรงุ หมายถงึ ไม่ใหค้ วาม
ร่วมมอื ไม่สนใจใฝ่รู้ไม่
รับผดิ ชอบ และไมม่ ่งุ มั่นใน
การทำงานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ใบงานที่ 1.2
เรื่อง ระบบขบั ถา่ ย
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้
1. อวยั วะ.........................................................................
หนา้ ท.ี่ ..........................................................................
....................................................................................
....................................................................................
2. อวยั วะ.........................................................................
หน้าท่ี...........................................................................
....................................................................................
....................................................................................
3. อวยั วะ.........................................................................
หนา้ ท.่ี ..........................................................................
....................................................................................
....................................................................................
4. อวยั วะ.........................................................................
หน้าท่ี...........................................................................
....................................................................................
.
2. จงนำสารต่อไปนี้ไปเติมในตารางท่ีมีความสัมพ..ัน...ธ..์ก..ัน...........................................................................
กรดอะมโิ น น้ำ โปรตีน กลูโคส ไอออนของแรธ่ าตุ ยูเรีย เซลลเ์ มด็
เลอื ดแดงสารที่กรองผ่านหน่วย สารท่ีกรองไม่ผ่านหน่วย สารที่ถูกดูดกลับจาก
ไต ไต หน่วยไต
........................................... ............................................
............................................ ............................................
...........................................
............................................. ............................................
................................................ ................................................
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เรอื่ ง ระบบขับถา่ ย
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้
1. อวัยวะ................ไ..ต.......................................................
หนา้ ท่.ี ..............ม...ีอ..ย..ู่..2...ข..้า..ง...ส...ีแ..ด..ง...ร..ูป...ร..า่..ง..ค..ล...า้ .ย...เ.ม..ล...็ด.....
..ถ..ั่.ว...ภ...า..ย..ใ..น...ไ..ต..ม...ีห...น..่ว...ย..ไ..ต....ท..ำ..ห...น...้า..ท...ี่ก...ร..อ..ง..เ..ข..อ...ง..เ.ส..ี.ย....
..แ..ล..ะ...ส..า..ร..ต..า่..ง...ๆ....อ..อ...ก..จ..า..ก...เ.ล..ือ..ด.......................................
2. อวยั วะ...............ท...่อ..ไ..ต...................................................
หนา้ ท่ี................ท..่อ...ข..น...า..ด..เ..ล..้ก...แ..ล..ะ...ย..า..ว..ท...ี่ต..่.อ..ม...า..จ..า..ก..ไ..ต....
.ท...ั้ง....2....ข..้า..ง....ไ..ป...เ.ช...ื่อ...ม..ต...่อ...ก..ับ...ก...ร..ะ..เ..พ...า..ะ..ป...ัส...ส..า..ว...ะ...ท...ำ....
.ห...น..า้..ท...ลี่ ..ำ..เ.ล..ยี...ง..ป..สั..ส...า..ว..ะ..ไ..ป..เ.ก...บ็ ..ท...ก่ี..ร..ะ...เ.พ...า..ะ..ป..สั...ส..า..ว..ะ.........
3. อวยั วะ.................ก..ร..ะ..เ.พ...า..ะ..ป...ัส..ส...า.ว...ะ..............................
หน้าท่.ี ...............เ.ป...็น..อ...ว..ัย..ว...ะ..ท...ี่ส..า..ม...า..ร..ถ..ย..ืด...ห...ย..ุ่น...ไ.ด...้ .ท...ำ....
..ห...น..า้..ท...่ีเ.ก...็บ..ป...สั ..ส..า..ว..ะ...ท..ถี่...กู ..ส..ง่..ม...า.จ...า..ก..ไ..ต............................
....................................................................................
4. อวัยวะ................ท..่อ...ป..ัส...ส..า..ว..ะ.........................................
หนา้ ท.่ี ..............ท...่อ...น...ำ..น...้.ำ..ป...ัส...ส...า..ว..ะ...จ...า..ก...ก..ร...ะ..เ..พ...า...ะ....
.ป...สั ..ส..า..ว..ะ...อ..อ..ก...ส..ภู่ ...า..ย..น...อ..ก..ร..า่..ง..ก...า.ย....................................
.
2. จงนำสารต่อไปน้ีไปเติมในตารางที่มีความสัมพ..ัน..ธ...์ก..ัน...........................................................................
กรดอะมิโน นำ้ โปรตีน กลูโคส ไอออนของแร่ธาตุ ยเู รีย เซลลเ์ มด็
เลือดแดงสารที่กรองผ่านหน่วย สารท่ีกรองไม่ผ่าน สารที่ถูกดูดกลับจาก
ไต หน่วยไต หน่วยไต
กรดอะมิโน น้ำ ...เ..ล...อื..ด..แ..ด..ง.โ.ป...ร..ต..ีน.....เ.ซ..ล..ล..์เ..ม..็ด...... .............ก...ร...ด....อ...ะ...ม....ิ .โ...น......
ยก..เู.ล.ร...โู.ีย.ค..ส....ไ.อ..อ..อ...น..ข..อ..ง..แ..ร..่ธ..า.ต...ุ ...... ..ก..ลูโคส นำ้
ไอออนของแร่ธาตุ
.
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
2 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วิทยาศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
เรอ่ื ง กลไกการกำจดั ของเสีย
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องส่ิงมชี ีวติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสิ่งมีชีวติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก
เซลลค์ วามสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทขี่ องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพนั ธ์กนั ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของอวัยวะต่างๆ ของพืช
ทีท่ ำงานสัมพนั ธก์ นั รวมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวชวี้ ัด
ว 1.2 ม.2/4 ระบอุ วัยวะและบรรยายหน้าท่ขี องอวัยวะในระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต
2. สาระสำคัญ
ระบบขบั ถ่ายมีอวัยวะท่เี ก่ยี วข้อง คอื ไต ท่อไต กระเพาะปสั สาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตทำ
หนา้ ทกี่ ำจัดของเสีย เช่น ยูเรยี แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทง้ั สารท่รี ่างกายไม่ต้องการออกจากเลอื ด และ
ควบคมุ สารท่ีมมี าก หรอื นอ้ ยเกินไป เชน่ น้ำ โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายกลไกในการการกำจัดของเสียทางไตได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิกิจกรรมเรอื่ งระบบขบั ถา่ ยได้ (P)
3. นกั เรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมกลุ่มดว้ ยความมุ่งม่ันตง้ั ใจและมีความรับผดิ ชอบ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู(้ K)
ระบบขบั ถา่ ยมีอวยั วะทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง คอื ไต ทอ่ ไต กระเพาะปสั สาวะ และทอ่ ปสั สาวะ โดยมีไตทำ
หน้าทกี่ ำจัดของเสีย เชน่ ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยรู กิ รวมทง้ั สารที่ร่างกายไม่ตอ้ งการออกจากเลอื ด และ
ควบคุมสารท่ีมีมาก หรอื นอ้ ยเกินไป เชน่ นำ้ โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู (Inferring)
3. ทกั ษะการทดลอง (Experiment)
4. ทักษะการอภปิ ราย
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กล้าคิด กล้าพูดแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก
2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปญั หา และคดิ คน้ หาคำตอบ
3. มีความรบั ผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างท่ดี แี กผ่ อู้ ื่น
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสอื่ สาร
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบขับถ่ายปัสสาวะ
ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ พร้อมอธิบายหน้าที่ของแต่ละอวัยวะให้
นกั เรยี นฟังพอสังเขป
1.2 นำภาพไตของคน สตั ว์ มาให้นักเรียนดู และต้งั คำถาม เพอื่ นำไปสู่การเรียนเรอ่ื ง กลไกการ
ทำงานของระบบขบั ถ่ายทางไต
ขั้นที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลุ่มกลุม่ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เกง่ ปานกลาง อ่อน
2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังวา่ ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมากทำหน้าที่กรองของ
เสียออกจากเลือด และดูดสารทม่ี ปี ระโยชนก์ ลับเข้าสู่เลือด
2.3 นักเรียนศึกษาการทำงานของหนว่ ยไตในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย จากหนังสือ
เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เรอื่ ง การกำจัดของเสียของหนว่ ยไต หรือใช้วดิ ีทัศนจ์ ากส่ือออนไลน์ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=3nc3yGZr4ik&t=156s
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั สร้างคำอธิบาย (Explanation)
3.1 ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการศึกษา
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3.2 นักเรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครู
ใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
- หน่วยไตทำหนา้ ทอ่ี ะไร (แนวตอบ หนว่ ยไตทำหน้าท่ีกรองของเสยี และสารต่าง ๆ ออกจาก
เลือด และทำหน้าท่ีดดู สารทีม่ ปี ระโยชนก์ ลบั เข้าสู่เลอื ด)
- สารชนดิ ใดทผี่ า่ นการกรองของหน่วยไตและสารชนิดใดทไี่ มผ่ ่านการกรองของหนว่ ยไต
(แนวตอบ สารที่ผ่านการกรองของหนว่ ยไตเปน็ สารท่ีมโี มเลกุลขนาดเล็ก ได้แก่ น้ำ กลูโคส
กรดอะมิโน ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย ส่วนสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไตเปน็ สารที่มีโมเลกลุ ขนาด
ใหญ่ ได้แก่ โปรตนี เซลลเ์ มด็ เลอื ด)
- สารชนดิ ใดท่มี กี ารดูดกลับเขา้ สเู่ ลอื ดอีกคร้งั
(แนวตอบ สารที่มีการดูดกลับเข้าสู่เลือด ได้แก่ น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน ไอออนของแร่ธาตุ
เนอ่ื งจากเป็นสารทม่ี ีประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย)
3.3 ถามคำถามทา้ ทายการคิดข้ันสูง จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ว่า สารชนิด
ใดที่ไม่ควรพบในปัสสาวะของคนปกติ เพราะเหตุใด (แนวตอบ โปรตีน กลูโคส กรดอะมิโน เนื่องจาก
โปรตีนเป็นสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสและกรดอะมิโนเป็นสารที่มีประโยชน์จึงถูก
หน่วยไตดดู กลบั เขา้ สูเ่ ลือด ดงั้ นั้น ในปสั สาวะจึงไม่ควรพบโปรตนี กลูโคส และกรดอะมิโน)
3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการกำจัดของเสียของหน่วยไตเพื่อให้ได้
ขอ้ สรปุ ดังน้ี หนว่ ยไต ทำหน้าท่กี รองสารโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น นำ้ กลูโคส กระดอะมโิ น และของเสีย
ออกจากเลอื ด แตส่ ารโมเลกุลขนาดใหญ่ เชน่ โปรตนี เซลล์เมด็ เลือด ไม่ผ่านการกรอง รวมทั้งยังดูดสาร
ที่มปี ระโยชน์ เชน่ นำ้ กลโู คส กลับเขา้ สเู่ ลือดอกี คร้งั
ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ภายในไต
ประกอบดว้ ยหน่วยไตทำหนา้ ทีก่ รองสารตา่ ง ๆ และของเสียออกจากเลือดและดูดสารที่มีประโยชน์กลับ
ทำให้ของเสียถกู ขับออกจากรา่ งกายในรูปปัสสาวะ
4.2 เกริ่นให้นักเรยี นฟงั วา่ สารท่ถี ูกกรองและสารท่ไี ม่ถูกดูดกลับจะไหลผา่ นทอ่ ไตไปรวมยัง
กระเพาะปัสสาวะเป็นน้ำปัสสาวะเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย โดยกระเพาะปัสสาวะเก็บน้ำปัสสาวะได้
ประมาณ 0.7-0.8 ลิตร
4.3 นักเรียนศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผนังกระเพาะปัสสาวะระหว่างที่มีน้ำปัสสาวะอยู่
เต็มกบั ไม่มนี ้ำปัสสาวะอยู่ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
4.4 นักเรียนเปรียบเทียบปริมาณสารต่าง ๆ ในน้ำเลือด และในน้ำปัสสาวะ จากตารางที่
1.2 หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อศึกษาสารที่ถูกกรองผ่านหนว่ ยไต สารที่ถูกดูดกลับ และ
สารทีถ่ กู ขบั ออกจากร่างกายในรปู นำ้ ปสั สาวะ
4.5 อธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า นอกจากไตจะทำหน้าที่กำจดั ของเสียและดดู สารที่มี
ประโยชน์กลับแลว้ ไตยงั ทำหน้าท่รี ักษาดลุ ยภาพน้ำและดลุ ยภาพของกรด-เบสในรา่ กายเช่นกนั
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
4.6 ถามคำถามนักเรียน โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- เพราะเหตใุ ดจึงไม่พบโปรตีนและกลูโคสในนำ้ ปสั สาวะ (แนวตอบ เนอื่ งจากโปรตนี เป็น
สารท่ไี ม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสเปน็ สารท่ีมปี ระโยชน์จึงถูกดูดกลับเข้าสเู่ ลือด)
- ไตมีส่วนช่วยในการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายอย่างไร (แนวตอบ หน่วยไต
สามารถดูดน้ำกลับเข้าสู่เลือดได้ ซึ่งหากร่างกายขาดน้ำ หน่วยไตจะดูดน้ำกลับมากขึ้น ทำให้ปัสสาวะ
ออกมาน้อย แต่เข้มข้น ในทางตรงกันขา้ ม หากร่างกายได้รับนำ้ มากเกินไป หน่วยไตจะดูดกลับน้ำนอ้ ย
ทำให้ปัสสาวะออกมามาก แต่เจอื จาง ดังนน้ั ไตจึงมีสว่ นชว่ ยในการรกั ษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย)
- การตรวจปัสสาวะบ่งบอกความผิดปกติของไตไดอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ เนื่องจากภายใน
ไตมหี น่วยไตทำหนา้ ทก่ี รองของเสยี และสารต่าง ๆ และดูดสารบางชนดิ กลับเขา้ สเู่ ลือด ซงึ่ สารบางชนิดที่
ไมผ่ ่านการกรอง เชน่ โปรตีน เซลลเ์ มด็ เลือด หรอื สารบางชนิดทถี่ ูกดูดกลบั เช่น กลโู คส กรดอะมิโน ไม่
ควรพบปนออกมาพร้อมกับนำ้ ปัสสาวะ ซ่งึ หากพบสารเหล่านี้ในน้ำปัสสาวะอาจบ่งบอกถึงการทำงานที่
ผิดปกติของหน่วยไตได)้
4.7 นักเรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกับปรมิ าณสารต่าง ๆ ที่พบในนำ้ เลอื ดและในน้ำ
ปัสสาวะ เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ ดงั นี้ สารทีพ่ บในน้ำเลอื ดและในนำ้ ปัสสาวะมีสัดสว่ นที่แตกต่างกนั เช่น ในนำ้
เลือดพบโปรตีนและกลโู คส แต่ไม่พบในน้ำปัสสาวะ เนื่องจากโปรตีนกรองไม่ผ่านหน่วยไต ส่วนกลูโคส
ถกู หน่วยไตดดู กลบั เขา้ ส่หู ลอดเลือดฝอยอีกครัง้ จึงไม่พบสารเหล่านีใ้ นน้ำปัสสาวะ
ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
2. ครูประเมนิ การเรียนรขู้ องนกั เรยี นดังน้ี
- การบนั ทึกการเรยี นรลู้ งในสมุดบันทึกวิชาวิทยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติกจิ กรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม
- การตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม
7. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข)
หลักความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศึกษาหาความรแู้ ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลักมีเหตุผล
การอธบิ ายเกีย่ วกบั กลไกการทำงานของระบบขบั ถ่ายทางไตได้อย่าง
หลักสร้างภมู คิ ุ้มกันในตวั ที่ดี เหมาะสมและถกู ต้อง
การเลอื กศึกษาจากแหลง่ เรียนรโู้ ดยมีความถกู ต้อง
เงอื่ นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเป็นกลุม่
การวิเคราะห์ผล สรุปผลเรือ่ งกลไกการทำงานของระบบขบั ถา่ ยทาง
เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ไต
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
สอ่ื อุปกรณ์
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 เล่ม 1
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
2. อปุ กรณ์การทดลองเรอ่ื งกลไกการทำงานของระบบขบั ถา่ ยทางไต
3. วิดีโอ จาก - https://www.youtube.com/watch?v=3nc3yGZr4ik&t=156s
4. Power Point เรื่องกลไกการทำงานของระบบขับถ่ายทางไต
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมดุ
2. อินเทอรเ์ นต็
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. เกณฑ์การประเมิน
สงิ ท่ีต้องการวัด รายการ วธิ ีวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) สมดุ บันทึกวิชา 4 คะแนน อธบิ ายเกี่ยวกบั
นกั เรียนสามารถ สมุดบนั ทึกวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กลไกในการกำจดั ของเสียทาง
ไตได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
อธบิ ายกลไกในการ วทิ ยาศาสตร์ 3 คะแนน อธบิ ายเกี่ยวกับ
กลไกในการกำจดั ของเสยี ทาง
การกำจดั ของเสยี ทาง เร่ืองกลไกในการ ไตได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน อธบิ ายเกีย่ วกบั
ไตได้ การกำจัดของเสยี กลไกในการกำจดั ของเสียทาง
ไตไดถ้ ูกต้องร้อยละ 60-69
ทางไต 1 คะแนน อธบิ ายเก่ียวกบั
กลไกในการกำจัดของเสียทาง
การตอบคำถามใน ไตได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน อธิบายเกี่ยวกบั
ชั้นเรียน กลไกในการกำจดั ของเสียทาง
ไตไดถ้ กู ต้องน้อยกวา่ ร้อยละ
ด ้ า น ท ั ก ษ ะ นักเรยี นสามารถ สงั เกตการปฏิบตั ิ แบบประเมิน 50
กระบวนการ (P) ปฏบิ ัติกิจกรรมการ กจิ กรรมการ ทักษะ
ทดลองเก่ยี วกบั กระบวนการ 3 คะแนน ปฏิบัตกิ ิจกรรมการ
ทดลองกลไกในการ กลไกในการกำจัด วทิ ยาศาสตร์ ทดลองเกี่ยวกับกลไกในการ
ของเสียทางไต กำจัดของเสียทางไตตาม
กำจัดของเสยี ทางไต ทางดา้ น กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการทาง ไดถ้ กู ต้อง
ได้ วทิ ยาศาสตร์ 2 คะแนน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการ
ทดลองเกยี่ วกับกลไกในการ
กำจดั ของเสยี ทางไตตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ได้ถูกต้องบางสว่ น
1 คะแนน ออกแบบและ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการทดลอง
เก่ยี วกับกลไกในการกำจัดของ
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั นกั เรียนปฏิบัติ 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มี แบบประเมนิ เสยี ทางไตตามกระบวนการ
พงึ ประสงค์ (A) กจิ กรรมกลมุ่ ด้วย ความรบั ผิดชอบ พฤตกิ รรมราย ทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
มุ่งมน่ั ในการทำงาน กล่มุ คลาดเคลือ่ น
ความมงุ่ ม่นั ตง้ั ใจและ กลุม่
มีความใฝร่ ใู้ นการ 2.สังเกตพฤติกรรม ผา่ น หมายถึง ใหค้ วาม
เรียน การแสดงความ รว่ มมือ สนใจใฝ่รู้รับผดิ ชอบ
คดิ เหน็ การตอบ มุ่งมั่นในการทำงานกลุ่ม
คำถาม ปรับปรุงหมายถึง ไม่ใหค้ วาม
รว่ มมือ ไม่สนใจใฝร่ ไู้ ม่
รับผดิ ชอบ และไมม่ ุง่ มน่ั ใน
การทำงานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 6 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
1 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วิทยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ ระบบร่างกายมนษุ ย์
เร่ือง การดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบขับถ่าย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของส่ิงมีชวี ิต หนว่ ยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชีวิต การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก
เซลลค์ วามสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทขี่ องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสมั พนั ธก์ ัน ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะต่างๆ ของพืช
ทีท่ ำงานสัมพันธ์กัน รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบขับถ่าย ในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอก
แนวทางในการปฏบิ ัติตนที่ชว่ ยให้ระบบขบั ถา่ ยทำหน้าที่ไดอ้ ยา่ งปกติ
2. สาระสำคัญ
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น รับประทานอาหารที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ำ
สะอาดให้เพียงพอ เปน็ แนวทางหนงึ่ ทช่ี ่วยให้ระบบขับถา่ ยทำหน้าที่ได้อยา่ งปกติ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกวธิ ีในการดูแลอวัยวะในระบบขบั ถา่ ยได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเรือ่ งการดแู ลอวยั วะในระบบขับถา่ ยได้ (P)
3. นกั เรียนตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบขับถ่าย ในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอก
แนวทางในการปฏิบัติตนท่ชี ่วยใหร้ ะบบขับถ่ายทำหน้าท่ไี ดอ้ ยา่ งปกติ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู(้ K)
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น รับประทานอาหารที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ำ
สะอาดให้เพยี งพอ เป็นแนวทางหนึ่งท่ีช่วยใหร้ ะบบขับถา่ ยทำหนา้ ทไ่ี ดอ้ ยา่ งปกติ
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมลู (Inferring)
3. ทกั ษะการทดลอง (Experiment)
4. ทกั ษะการอภปิ ราย
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กล้าคดิ กล้าพดู แสดงความคดิ เห็น กล้าแสดงออก
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปัญหา และคิดคน้ หาคำตอบ
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งท่ดี ีแกผ่ ู้อนื่
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูทบทวนความรจู้ ากชวั่ โมงทแี่ ล้วให้นกั เรยี นทราบพอสงั เขปว่า ไตเปน็ อวัยวะสำคัญของ
ระบบขับถ่าย หากไตทำงานบกพรอ่ งอาจกอ่ ให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา
ขนั้ ที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เกง่ ปานกลาง ออ่ น
2.2 ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษาโรคไตวายและโรคน่ิวและการดูแลรักษาอวัยวะในระบบขบั ถ่าย จาก
หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ขั้นท่ี 3 ขัน้ สรา้ งคำอธบิ าย (Explanation)
3.1 ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการศึกษา
3.2 นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยครู
ใชค้ ำถามต่อไปนี้
- หากหน่วยไตทำงานบกพร่องจะเกิดผลเสียตอ่ ร่างกายอยา่ งไร(แนวตอบ หากหน่วยไต
ทำงานบกพร่องจะทำให้ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะได้ รวมทั้งไม่
สามารถดูดสารทีม่ ีประโยชน์กลบั เขา้ สูร่ า่ งกายได้ จึงพบสารเหล่านีป้ นออกมาพรอ้ มกบั ปสั สาวะ)
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- โรคไตวายและโรคน่ิวเกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีการรักษาอย่างไร (แนวตอบ โรคไต
วายเกิดจากไตท้ัง 2 ขา้ ง ไมส่ ามารถทำหน้าท่กี รองของเสียออกจากเลอื ดได้ ทำใหไ้ มส่ ามารถขับของเสีย
ออกทางน้ำปัสสาวะได้ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการปลูกถ่ายไต
ส่วนโรคนิ่วเกิดจากการจับตัวของแร่ธาตุและตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วบริเวณไต ท่อไต และกระเพาะ
ปัสสาวะ ซ่งึ มสี าเหตจุ ากการสญู เสียเหง่อื มากและด่ืมน้ำน้อย หรือการรบั ประทานอาหารท่ีมีสารออกซา
เลตสงู สามารถรักษาไดโ้ ดยการใช้ยา การผา่ ตดั หรอื การสลายนว่ิ โดยใชค้ ล่นื เสียงความถส่ี งู )
- นักเรียนสามารถดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่ายได้อย่างไร (แนวตอบ เลือก
รับประทานอาหาร โดยหลีกเล่ียงอาหารที่มีรสเค็มจัด รสเผ็ดจัด และมีโปรตีนสูง ดื่มน้ำสะอาดอย่าง
เพียงพอเพ่ือให้ไตไม่ทำงานหนักเกินไป งดสูบบุหรี่และงดดื่มเครือ่ งดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยา
หรอื อาหารเสรมิ ท่ีมผี ลตอ่ ไต และออกกำลงั กายอยา่ งสม่ำเสมอ)
- การดม่ื นำ้ สะอาดอย่างเพียงพอมีส่วนชว่ ยการทำงานของไตอย่างไร (แนวตอบ การด่ืม
น้ำสะอาดอย่างเพียงพอทำให้ไตไม่ต้องกรองน้ำเลือดที่มคี วามเขม้ ข้นสูง ซึ่งทำให้ไตไมต่ ้องทำงานหนกั
เกนิ ไป ซ่ึงแพทยแ์ นะนำใหด้ ื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร)
3.3 นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายเกีย่ วกับโรคท่ีเกี่ยวกับไตเพื่อใหไ้ ด้ขอ้ สรุป ดังนี้ โรค
ไตวายเกิดจากการสญู เสยี การทำงานของไต จงึ ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ สามารถรักษา
ได้โดยการปลูกถ่ายไต หรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรคนิ่วเกิดจากการจับตัวและตกตะกอน
ของแรธ่ าตเุ ป็นก้อนนิ่วบรเิ วณไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ สามารถรักษาโดยการใชย้ า ผ่าตัด หรือคลื่น
เสียงความถี่สงู จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในในระบบขับถ่าย โดยการเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยง
อาหารรสเค็มจัด เผด็ จดั และมโี ปรตีนสูง ดม่ื น้ำสะอาดอย่างเพยี งพอ ประมาณวันละ 2 ลติ ร หลีกเลี่ยง
การใชย้ าหรอื อาหารเสริมทมี่ ผี ลตอ่ ไต
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 5-7 คน สบื คน้ ขอ้ มลู เรื่อง ไตเทียม แลว้ ทำเป็นรายงานสง่
ครผู ้สู อน โดยเนอ้ื หาตอ้ งระบุหลักการทำงานของเครอื่ งไตเทียม และขอ้ ด/ี ขอ้ เสียของการรกั ษาโรคดว้ ย
เครื่องไตเทยี ม และนำเสนอหน้าช้ันเรียน
4.2 นักเรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรียนดงั นี้
- การบันทึกการเรยี นรูล้ งในสมดุ บันทึกวชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบัตกิ ิจกรรมการทดลองของแต่ละกลมุ่
- การทำแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
- การตอบคำถามในชั้นเรยี น
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
7. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ( 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)
หลักความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศกึ ษาหาความร้แู ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลักมเี หตผุ ล การอธบิ ายเก่ียวกบั การดแู ลอวัยวะในระบบขับถา่ ยได้อย่างเหมาะสม
และถูกต้อง
หลักสร้างภูมคิ ุ้มกนั ในตัวท่ีดี การเลือกศึกษาจากแหลง่ เรยี นรโู้ ดยมคี วามถูกตอ้ ง
การวางแผนในการทำงานเปน็ กลมุ่
เงอ่ื นไขความรู้ การวิเคราะห์ผล สรปุ ผลเร่ืองการดูแลอวัยวะในระบบขับถ่าย
เง่ือนไขคณุ ธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
สอ่ื อุปกรณ์
1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2 เลม่ 1
2. Power Point เร่ืองการดูแลอวัยวะในระบบขบั ถา่ ย
แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องสมดุ
2. อนิ เทอร์เน็ต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. เกณฑ์การประเมิน
สิงทีต่ ้องการวัด รายการ วิธวี ดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) สมุดบันทกึ วชิ า 4 คะแนน บอกวิธใี นการดูแล
นักเรยี น สมดุ บันทึกวชิ า วิทยาศาสตร์ อวัยวะในระบบขบั ถา่ ยได้
ถูกต้องรอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป
สามารถบอกวธิ ี วิทยาศาสตร์ 3 คะแนน บอกวธิ ีในการดูแล
อวัยวะในระบบขบั ถา่ ยได้
ในการดแู ล เรอ่ื งการดูแล ถกู ต้องรอ้ ยละ 70-79
2 คะแนน บอกวิธใี นการดูแล
อวยั วะในระบบ อวยั วะในระบบ อวยั วะในระบบขบั ถ่ายได้
ถูกต้องร้อยละ 60-69
ขบั ถา่ ยได้ ขับถา่ ย 1 คะแนน บอกวิธใี นการดแู ล
อวยั วะในระบบขบั ถ่ายได้
แบบฝกึ หัดทา้ ย ถกู ตอ้ งร้อยละ 50-59
0 คะแนน บอกวิธีในการดแู ล
กิจกรรม อวยั วะในระบบขับถ่ายได้
ถูกต้องนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50
ด้านทักษะ นักเรียน สงั เกตการปฏิบตั ิ แบบประเมนิ ทักษะ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม
กระบวนการ (P) กระบวนการวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการดูแลอวัยวะใน
สามารถปฏิบัติ กจิ กรรมการดแู ล ระบบขับถ่ายตามกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ได้ถกู ตอ้ ง
กิจกรรมการ อวัยวะในระบบ 2 คะแนน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
เกีย่ วกับการดูแลอวยั วะใน
ดแู ลอวยั วะใน ขับถา่ ยทางด้าน ระบบขับถา่ ยตามกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ได้ถูกต้อง
ระบบขับถา่ ยได้ กระบวนการทาง บางส่วน
1 คะแนน ออกแบบและปฏิบัติ
วทิ ยาศาสตร์ กิจกรรมเกยี่ วกบั การดแู ล
อวัยวะในระบบขบั ถ่ายตาม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ได้คลาดเคล่อื น
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั นักเรียน 1. สังเกต แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ผา่ น หมายถงึ ตระหนักถงึ
พงึ ประสงค์ (A) ความสำคัญของระบบขบั ถ่าย
ตระหนกั ถงึ พฤตกิ รรมการ ในการกำจัดของเสียทางไต
ปรบั ปรงุ หมายถงึ ไม่ตระหนัก
ความสำคัญของ แสดงความ ถงึ ความสำคญั ของระบบ
ขบั ถ่าย ในการกำจัดของเสยี
ระบบขับถา่ ย คิดเหน็ การตอบ ทางไต
ในการกำจัด คำถาม
ของเสยี ทางไต
โดยการบอก
แนวทางในการ
ปฏิบัตติ นท่ชี ่วย
ให้ระบบขับถ่าย
ทำหนา้ ที่ได้
อย่างปกติ
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
3 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
เรอ่ื ง โครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบหมุนเวยี นเลือด
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสิง่ มชี วี ติ หนว่ ยพน้ื ฐานของสง่ิ มชี วี ิต การลำเลยี งสารเขา้ และออกจาก
เซลล์ความสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพนั ธ์กัน ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ขี องอวยั วะต่างๆ ของพืช
ท่ที ำงานสัมพนั ธก์ ัน รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้ีวดั
ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องหวั ใจ หลอดเลอื ด และเลือด
2. สาระสำคัญ
ระบบหมุนเวยี นเลอื ดประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด
หวั ใจของมนุษย์แบง่ เป็น 4 ห้อง ได้แก่ หวั ใจ ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหวา่ งหวั ใจ
ห้องบนและหวั ใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้น
หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้าง
ต่างกนั
เลอื ด ประกอบด้วย เซลล์เมด็ เลอื ด เกลด็ เลอื ด และพลาสมา
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถบรรยายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องหวั ใจ หลอดเลือด และเลือด ได้ (K)
2. นักเรียนสามารถปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเร่ืองระบบหมุนเวยี นเลือดได้ (P)
3. นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมกล่มุ ดว้ ยความมงุ่ ม่ันต้งั ใจและมคี วามรับผิดชอบ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านความร(ู้ K)
ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดประกอบดว้ ย หวั ใจ หลอดเลือด และเลอื ด
หวั ใจของมนษุ ยแ์ บ่งเป็น 4 หอ้ ง ไดแ้ ก่ หวั ใจ ห้องบน 2 ห้อง และหอ้ งลา่ ง 2 ห้อง ระหวา่ งหวั ใจ
ห้องบนและหัวใจหอ้ งล่างมีลน้ิ หวั ใจกน้ั
หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้าง
ตา่ งกัน
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เลือด ประกอบดว้ ย เซลล์เมด็ เลอื ด เกลด็ เลอื ด และพลาสมา
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทกั ษะการอภปิ ราย
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
กล้าคิด กลา้ พดู แสดงความคดิ เหน็ กล้าแสดงออก
2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปัญหา และคดิ ค้นหาคำตอบ
3. มคี วามรบั ผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างทด่ี แี ก่ผู้อน่ื
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสือ่ สาร
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1 หวั ใจ
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือ
ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของตนเอง
1.2 ครูถามคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการ
แลกเปลี่ยนแก๊สถูกลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างไร (แนวตอบ แก๊สออกซิเจนและแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ถูกลำเลียงไปยงั สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย โดยผา่ นระบบหมนุ เวยี นเลอื ด)
1.3 ครถู ามคำถามจากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 เพอ่ื ทบทวนความรู้เดิมกับนักเรียน
ว่า มนุษย์มีหัวใจทั้งหมดก่ีห้อง (แนวตอบ มนุษย์มีหัวใจ 4 ห้อง แบ่งออกเป็นห้องบน 2 ห้อง และห้อง
ลา่ ง 2 หอ้ ง)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุ่มกลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเกง่ ปานกลาง อ่อน
2.2 ครูเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบหมุนเวียนเลือดเป็นระบบขนส่งสารต่าง ๆ เช่น สารอาหาร
แก๊ส และของเสียไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิและปริมาณสารต่าง ๆ ใน
รา่ งกาย โดยระบบหมนุ เวียนเลือดประกอบดว้ ยหวั ใจ หลอดเลือด และเลือด
2.3 นำหวั ใจของสตั ว์เลย้ี งลูกดว้ ยน้ำนม เช่น หมู วัว มาผ่าเพื่อใชป้ ระกอบการสอนเรอ่ื ง หัวใจ
2.4 นักเรียนศึกษาหัวใจ ซึ่งประกอบด้วยหัวใจห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง โดยใช้
แบบจำลองหวั ใจ หรือภาพจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หรอื ใช้วดิ ีทศั น์จากสอื่ ออนไลน์ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=fOMuh8d3n7w
ขั้นท่ี 3 ขนั้ สรา้ งคำอธิบาย (Explanation)
3.1 ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการศกึ ษา
3.2 นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครู
ใช้คำถามต่อไปน้ี
- หวั ใจหอ้ งบนและหอ้ งลา่ งมขี นาดแตกต่างกันอยา่ งไร เพราะเหตุใดจงึ เป็นเชน่ นน้ั
(แนวตอบ หัวใจห้องบนมีขนาดเล็กและผนังบางกว่าหัวใจห้องล่าง เนื่องจากหัวใจห้องล่างทำ
หนา้ ทสี่ ูบฉดี เลือดไปยงั ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (หัวใจห้องล่างขวาสูบฉีดเลอื ดไปปอดและหัวใจห้องล่าง
ซ้ายสูบฉีดเลือดไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย) จึงต้องมีผนังหนาเพื่อใหส้ ูบฉีดเลือดไปยังบริเวณต่าง ๆ ได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ)
- หวั ใจแต่ละห้องทำหน้าทเ่ี หมอื นหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร
(แนวตอบ หัวใจห้องบนขวาทำหน้าที่รับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
หัวใจห้องล่างขวาทำหน้าที่ส่งเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด หัวใจห้องบนซ้ายทำ
หนา้ ที่รบั เลอื ดท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูงจากปอด หวั ใจหอ้ งลา่ งซ้ายทำหน้าท่ีส่งเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูงไป
ยังเซลลต์ ่าง ๆ ท่ัวรา่ งกาย)
- ลิ้นหัวใจท่ีกน้ั ระหวา่ งหอ้ งล่างกับห้องบนทำหน้าทใี่ ด (แนวตอบ ลน้ิ หัวใจทำหนา้ ท่กี ั้นหัวใจ
ห้องบนกับหอ้ งลา่ งเพ่อื ปอ้ งกันการไหลย้อนกลบั ของเลอื ด)
3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับหัวใจเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ หัวใจของมนุษย์
ประกอบด้วยหอ้ งบน 2 หอ้ ง หอ้ งล่าง 2 ห้อง ซงึ่ หัวใจห้องบนมีขนาดเลก็ และผนงั บางกว่าห้องล่าง และ
ระหว่างหวั ใจห้องบนกบั หวั ใจห้องลา่ งมลี ิน้ หัวใจกนั้ ป้องกนั การไหลย้อนกลบั ของเลือด
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรียนตอบคำถามและให้ถามในเร่ืองที่ยงั ไม่เขา้ ใจ
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
3. ครปู ระเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียนดงั น้ี
- การบันทกึ การเรียนร้ลู งในสมดุ บนั ทึกวชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ จิ กรรมของแต่ละกลุม่
- การตอบคำถามในชนั้ เรียน
ชัว่ โมงท่ี 2 หลอดเลือด
ข้นั ที่ 1 ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า หัวใจประกอบดว้ ยห้องบน 2
ห้อง และหอ้ งลา่ ง 2 ห้อง ซง่ึ มีล้นิ หวั ใจก้นั ระหว่างหัวใจห้องบนและห้องล่าง
1.2 ครูเกริ่นใหน้ ักเรยี นฟังว่า การศึกษาหัวใจของสัตว์เมื่อชัว่ โมงที่แล้ว นักเรียนสงั เกตเห็นว่ามี
หลอดเลือดท่ตี ่อจากหวั ใจจำนวนมาก หลอดเลือดทต่ี ่อจากหวั ใจประกอบด้วยหลอดเลือดอาร์เตอรีและ
หลอดเลือดเวนเปน็ หลกั
ขั้นท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เก่ง ปานกลาง ออ่ น
2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหลอดเลือดทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ หลอดเลือดอาร์เตอรี
หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแต่ละชนิด
จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ขั้นท่ี 3 ขน้ั สรา้ งคำอธบิ าย (Explanation)
3.1 ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการศกึ ษา
3.2 นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครู
ใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- หลอดเลือดทงั้ 3 ชนิด มีลักษณะเหมือนหรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร (แนวตอบ หลอดเลือดท้ัง
3 ชนิด มีลักษณะแตกต่างกัน หลอดเลือดอาร์เตอรีมีผนังหนาและมีความยืดหยุ่นสูง หลอดเลือดเวนมี
ผนังบางกว่าและมีลิ้นภายในหลอดเลือด ส่วนหลอดเลือดฝอยมีขนาดเล็กและมีผนังบางมาก
ประกอบดว้ ยเซลลเ์ พยี งชนั้ เดียว)
-เพราะเหตุใดหลอดเลือดเวนจงึ ตอ้ งมีลิน้ ภายในหลอดเลือด แตห่ ลอดเลอื ดอารเ์ ตอรีไมม่ ลี ิน้
(แนวตอบ เนือ่ งจากความดนั เลือดเลอื ดในหลอดเลอื ดเวนตำ่ จึงต้องมีลิ้นกนั้ เปน็ ระยะเพอ่ื ปอ้ งกนั
การไหลย้อนกลับของเลือด)
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- หลอดเลือดเวนทลี่ ำเลยี งเลือดจากปอดกลบั เข้าสหู่ วั ใจแตกต่างจากหลอดเลอื ดเวนท่ัวไปอยา่ งไร
(แนวตอบ หลอดเลือดเวนทั่วไปลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
กลบั เข้าสหู่ ัวใจ แตห่ ลอดเลือดเวนทล่ี ำเลยี งเลอื ดจากปอดกลับเขา้ สหู่ ัวใจมีแก๊สออกซเิ จนสูง)
- หลอดเลือดอาร์เตอรีที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ปอดแตกต่างจากหลอดเลือดอาร์เตอรีท่วั ไป
อยา่ งไร(แนวตอบ หลอดเลือดอารเ์ ตอรีทว่ั ไปลำเลยี งเลือดท่ีมแี ก๊สออกซิเจนสงู จากหัวใจไปยงั ส่วนต่าง ๆ
แต่หลอดเลือดอาร์เตอรีที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ปอดเป็นหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดที่มีแก๊ส
ออกซิเจนต่ำจากหัวใจไปฟอกท่ปี อด)
- ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีและหลอดเลือดเวนเหมือนหรือแตกต่างกัน
อยา่ งไร (แนวตอบ ทศิ ทางการไหลของเลอื ดในหลอดเลอื ดอารเ์ ตอรแี ละหลอดเลือดเวนแตกต่างกัน โดย
การไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีมีทิศออกจากหวั ใจ สว่ นการไหลของเลือดในหลอดเลือดเวนมี
ทศิ เข้าสู่หัวใจ)
3.3 นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกบั หลอดเลอื ดทง้ั 3 ชนิด เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อสรุป ดงั น้ี หลอด
เลือดอาร์เตอรีทำหน้าท่ีลำเลียงเลือดออกจากหัวใจ มีความหนาและยดื หยุน่ มีแรงดันเลอื ดคงที่ หลอด
เลอื ดเวนทำหน้าท่ีลำเลยี งเลือดกลับเข้าสู่หวั ใจ มีผนังบางกวา่ และความดันเลือดต่ำกว่าหลอดเลือดอาร์
เตอรี และมีลิ้นกั้นภายในหลอดเลอื ด และหลอดเลือดฝอยทำหน้าทีแ่ ลกเปลี่ยนแก๊ส ซึ่งผนังของหลอด
เลอื ดมเี ซลล์เพยี งชน้ั เดียว
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง หวั ใจและหลอดเลือด
ขนั้ ที่ 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation)
5.1 ครูประเมนิ การเรียนรขู้ องนกั เรยี นดงั น้ี
- การบันทกึ การเรียนรูล้ งในสมุดบนั ทกึ วชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของแตล่ ะกลุม่
- การตอบคำถามในชนั้ เรียน
ชัว่ โมงท่ี 3 หลอดเลอื ด
ข้นั ที่ 1 ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครทู บทวนความรจู้ ากชั่วโมงที่แลว้ ใหน้ ักเรียนทราบพอสงั เขปว่า หวั ใจทำหนา้ ท่ีสูบฉีดเลือด
เพ่ือลำเลียงเลอื ดผ่านหลอดเลือดไปยงั อวัยวะต่าง ๆ ของรา่ งกาย ซ่ึงหลอดเลือดแต่ละประเภททำหน้าที่
แตกต่างกัน หลอดเลือดอาร์เตอรีลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากหัวใจไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของ
รา่ งกาย (ยกเว้นหลอดเลอื ดอาร์เตอรีที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปยงั ปอด) หลอดเลือดเวนลำเลียงเลือดที่
มีแกส๊ ออกซเิ จนต่ำจากอวัยวะตา่ ง ๆ กลบั เข้าสหู่ ัวใจ (ยกเวน้ หลอดเลือดเวนทล่ี ำเลียงเลอื ดจากปอดกลับ
เข้าสหู่ วั ใจ) และหลอดเลอื ดฝอยทำหน้าทแ่ี ลกเปลี่ยนแก๊ส
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.2 นำสไลด์ถาวรของเซลล์เม็ดเลือดของมนุษย์มาส่องภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้
ประกอบการสอน เช่น
1.3 ครูเกรนิ่ ใหน้ ักเรยี นฟังว่า เลอื ดประกอบด้วย 2 สว่ น ได้แก่ สว่ นที่เป็นของเหลว และส่วน
ที่เป็นเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งประกอบด้วยเซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง เซลลเ์ มด็ เลือดขาว และเพลตเลต
ข้ันท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง ออ่ น
2.2 นักเรียนศึกษาส่วนประกอบของเลือด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้
วดิ ที ัศน์จากส่ือออนไลน์ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=co6iuDpaQTM
2.3 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถสร้างแอนติบอดี ซึ่ง
แอนตบิ อดสี ามารถทำลายเชอ้ื โรคและสิ่งแปลกปลอมทีเ่ ข้าสรู่ ่างกาย จงึ มีการนำแอนติบอดที ่ีสร้างขึ้นมา
ผลติ วคั ซนี หรอื เซรมุ่
2.4 นักเรียนจับคู่ศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนและรุ่ม และเปรียบเทียบความแตกต่างของวัคซีนและ
เซรุม่ จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ข้ันท่ี 3 ขั้นสร้างคำอธบิ าย (Explanation)
3.1 ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการศกึ ษา
3.2 นักเรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายผลการทดลองและหาข้อสรุปจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดย
ครใู ชค้ ำถามต่อไปนี้
- เลือดแบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบา้ ง(แนวตอบ เลอื ดแบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน ไดแ้ ก่ สว่ นของน้ำ
เลือดหรือพลาสมาประกอบด้วยน้ำ สารอาหาร เอนไซม์ ฮอร์โมน แก๊ส และของเสียต่าง ๆ และส่วนที่
เปน็ เซลลเ์ มด็ เลอื ดประกอบดว้ ยเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเพลตเลต)
- ลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดงเหมาะสมกับการทำหน้าที่อย่างไร (แนวตอบ เซลล์เม็ด
เลือดแดงมีลักษณะกลมแบน ตรงกลางบุ่ม และไม่มีนิวเคลียส ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการรับ-ส่งแก๊ส
ออกซิเจนไปยังเซลลต์ ่าง ๆ)
- เซลล์เม็ดเลือดขาวทำลายเชือ้ โรคและส่ิงแปลกปลอมได้อย่างไร (แนวตอบ เซลล์เม็ดเลือด
ขาวทำลายเช้ือโรคโดยการสร้างแอนตบิ อดีเข้าทำลายเช้อื โรคทเ่ี ขา้ สรู่ ่างกาย หรอื กลืนกินเชื้อโรคที่เข้าสู่
รา่ งกายแล้วย่อยสลายด้วยไลโซโซมภายในเซลล์)
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- หากร่างกายไม่มเี พลตเลตจะส่งผลอย่างไรเมือ่ เกิดบาดแผล (แนวตอบ เพลตเลตทำหน้าท่ี
ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ซึ่งหากรา่ งกายไมม่ ีเพลตเลตจะทำให้เลือดไหลไม่หยุดเม่ือเกิดบาดแผล ซึ่ง
อาจทำใหร้ ่างกายสญู เสยี เลือดมากจนอาจเสยี ชีวติ ได)้
-วัคซีนกับเซรุม่ แตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ วคั ซนี เป็นเชื้อโรคท่ตี ายแล้วหรืออ่อนฤทธิ์ลง
จนไม่ก่อโรคที่ถูกนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้สร้างแอนติบอดี ซึ่งมักฉีดให้ก่อนการเกิดโรค และมี
ระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน ส่วนเซรุ่มเป็นแอนติบอดีที่สร้างขึน้ จากสัตว์ โดยการฉีดเชื้อโรคที่อ่อน
กำลังให้กับสัตว์เพื่อให้สัตว์สร้างแอนติบอดขี ึ้นมา แล้วจึงนำแอนติบอดีของสัตว์มาฉีดเขา้ สู่ร่างกาย ซึ่ง
มักจะฉีดให้หลงั เกดิ โรค และมีระยะเวลาในการออกฤทธ์ิสนั้ )
3.3 ครูถามคำถาม จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า หากนักเรียนถูก
งูเหา่ กดั แพทย์จะฉดี วคั ซนี หรือเซรุ่มให้กับนกั เรยี น เพราะเหตุใด (แนวตอบ ฉดี เซรุ่ม เน่ืองจากเป็นการ
ฉีดให้หลังจากไดร้ ับพษิ จากงู ซงึ่ เซรมุ่ เป็นแอนติบอดีจากสัตว์ทไ่ี ด้รับการฉดี เชอื้ โรคที่อ่อนฤทธ์ิ โดยเซรุ่ม
จะมรี ะยะเวลาในการออกฤทธิ์ช่วงส้ัน ๆ)
3.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเลือดเพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ เลือดประกอบด้วย 2
ส่วน ได้แก่ น้ำเลือดทำหน้าที่ลำเลียงสารไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยน้ำ สารอาหาร
เอนไซม์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียต่าง ๆ และเซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือด
แดงทำหนา้ ท่ขี นสง่ แก๊สออกซเิ จน เซลลเ์ ม็ดเลือดขาวทำหนา้ ทีท่ ำลายเช้ือโรคและส่ิงแปลกปลอมท่ีเข้าสู่
ร่างกาย ซึ่งจากคุณสมบัติของเซลล์เม็ดเลือดขาวจึงนำมาผลติ วัคซีนและเซรุ่ม และเกล็ดเลือดทำหน้าท่ี
ช่วยการแข็งตัวของเลอื ด
3.5 นักเรียนและครูร่วมกันเปรียบเทยี บความแตกตา่ งของวัคซีนกับเซรุ่ม เพ่อื ใหไ้ ด้ข้อสรุป ดังนี้
วัคซนี เปน็ การฉีดเชือ้ โรคทต่ี ายแลว้ หรืออ่อนกำลงั เขา้ สรู่ ่างกายเพอ่ื ให้ร่างกายสร้างแอนตบิ อดีเข้าทำลาย
เชือ้ โรค ซึ่งมกั ฉดี เขา้ สู่รา่ งกายก่อนเกดิ โรคและมรี ะยะเวลาคมุ้ กนั โรคหลายปี สว่ นเซรุ่มเปน็ แอนติบอดีท่ี
แยกจากเลือดของสตั ว์ เม่ือฉีดเขา้ สู่ร่างกายจะทำลายเชื้อโรคทนั ที จึงฉดี หลังการเกิดโรค แต่มีระยะเวลา
คมุ้ กันโรคในชว่ งสัน้ ๆ
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นกั เรยี นทำใบงานเรื่อง เลอื ด
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครูประเมนิ การเรียนร้ขู องนักเรียนดงั นี้
- การบนั ทึกการเรียนรลู้ งในสมดุ บันทึกวชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมของแต่ละกลุม่
- การตอบคำถามในชน้ั เรียน
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)
หลักความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความรู้และทำงานเหมาะกบั เวลา
หลักมเี หตุผล
การอธิบายเกยี่ วกบั อวยั วะหน้าท่ีของระบบหมุนเวยี นเลือดได้อยา่ ง
หลักสร้างภมู ิคุ้มกนั ในตัวที่ดี เหมาะสมและถูกต้อง
การเลือกศึกษาจากแหล่งเรียนรโู้ ดยมีความถกู ตอ้ ง
เง่อื นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเปน็ กลุ่ม
เง่อื นไขคณุ ธรรม การวิเคราะหผ์ ล สรปุ ผลเร่อื งอวยั วะหนา้ ท่ีของระบบหมุนเวยี นเลอื ด
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื อุปกรณ์
1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 1
2. Power Point เร่อื งอวยั วะและหน้าทีข่ องระบบหมนุ เวียนเลือด
3. วิดโี อ จาก https://www.youtube.com/watch?v=co6iuDpaQTM
https://www.youtube.com/watch?v=fOMuh8d3n7w
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. อนิ เทอร์เน็ต
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. เกณฑ์การประเมิน วิธวี ดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
สงิ ท่ีตอ้ งการวดั รายการ
ดา้ นความรู้ (K) นักเรียนสามารถ สมดุ บนั ทึกวิชา สมุดบนั ทึกวิชา 4 คะแนน บรรยายโครงสรา้ งและ
วิทยาศาสตร์ หน้าท่ีของหวั ใจ หลอดเลือด และ
บรรยายโครงสรา้ ง วทิ ยาศาสตร์ เลือดได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
ใบงาน
และหน้าท่ีของ เรอ่ื งระบบหมุนเวียน 3 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ
หวั ใจ หลอดเลือด เลือด หน้าท่ีของหวั ใจ หลอดเลือด และ
และเลอื ดได้ เลอื ดไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 70-79
ใบงานเรอื่ งหัว หลอด 2 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ
หน้าทข่ี องหัวใจ หลอดเลอื ด และ
เลอื ด เลอื ด เลอื ดได้ถูกตอ้ งร้อยละ 60-69
1 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ
หนา้ ทข่ี องหวั ใจ หลอดเลือด และ
เลือดได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 50-59
0 คะแนน บรรยายโครงสร้างและ
หน้าทข่ี องหวั ใจ หลอดเลือด และ
เลอื ดได้ถูกต้องนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50
ด ้ า น ท ั ก ษ ะ นกั เรยี นสามารถ สงั เกตการปฏิบตั ิ แบบประเมินทกั ษะ 3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง
ก ร ะ บ ว น ก า ร ปฏิบตั ิกจิ กรรม
(P) เรอื่ งโครงสร้าง กจิ กรรมโครงสรา้ งและ กระบวนการ โครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ
และหน้าที่ของ หน้าท่ขี องหัวใจ หลอด วทิ ยาศาสตร์ ห ล อ ด เ ล ื อ ด แ ล ะ เ ล ื อ ด ต า ม
หวั ใจ หลอดเลอื ด
และเลอื ดได้ เลอื ด และเลือดทางด้าน กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้
กระบวนการทาง ถกู ตอ้ ง
วทิ ยาศาสตร์ 2 คะแนน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเร่อื ง
โครงสรา้ งและหน้าทข่ี องหัวใจ
หลอดเลือด และเลอื ดตาม
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
ถูกตอ้ งบางส่วน
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
1 คะแนน ออกแบบและปฏบิ ัติ
กจิ กรรมเรอื่ งโครงสรา้ งและหน้าที่
ของหัวใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด
ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ไดค้ ลาดเคลือ่ น
ด้านคณุ ลักษณะ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มีความ แบบประเมนิ ผา่ น หมายถงึ ใหค้ วามรว่ มมอื
อนั พงึ ประสงค์ กจิ กรรมกลุม่ ดว้ ย รับผดิ ชอบมุ่งม่ันในการ พฤตกิ รรมรายกลมุ่ สนใจใฝ่รรู้ บั ผิดชอบ มุ่งมน่ั ในการ
(A) ความมงุ่ ม่ันต้ังใจ ทำงานกลมุ่ ทำงานกลุ่ม
และมีความใฝร่ ใู้ น 2.สงั เกตพฤตกิ รรมการ ปรบั ปรุงหมายถงึ ไมใ่ หค้ วาม
การเรียน แสดงความคิดเห็น การ ร่วมมอื ไมส่ นใจใฝ่ร้ไู ม่รับผดิ ชอบ
ตอบคำถาม และไมม่ ุง่ มนั่ ในการทำงานกลมุ่
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ใบงานท่ี 1.3.1
เรื่อง หัวใจและหลอดเลือด
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ทำหน้าท่ีใด
หมายเลข 1 คอื .......................................................
หนา้ ท่ี
......................................................................
...........................................................................
หมายเลข 2 คือ
.......................................................
หน้าที่......................................................................
................................................................................
หมายเลข 3 คือ
.......................................................
หนา้ ท.่ี .....................................................................
................................................................................
หมายเลข 4 คอื หมายเลข 5 คอื
....................................................... .......................................................
หน้าที.่ ..................................................................... หน้าท่.ี .....................................................................
................................................................................
หมายเลข 6 คือ ................................................................................
หมายเลข 7 คือ
.......................................................
.......................................................
หนา้ ท.่ี ..................................................................... หนา้ ท.ี่ .....................................................................
................................................................................
2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง ห.ล..อ...ด..เ..ล..ื.อ..ด...ด..ำ....แ...ล..ะ...ห..ล...อ...ด..เ..ล..ือ...ด...ฝ..อ...ย.......................
หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย
หน้าท่ี ....................................... ....................................... .....................................
....................................... ....................................... .....................................
ผนังหลอดเลือด ....................................... ....................................... .....................................
ล้ิน ....................................... ....................................... .....................................
แรงดันเลือด ....................................... ....................................... .....................................
...................................... ...................................... .....................................
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ใบงานที่ 1.3 เฉลย
เรื่อง หัวใจและหลอดเลอื ด
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ทำหน้าที่ใด
หมายเลข 1 คือ....ห...วั..ใ..จ..ห..อ้...ง..บ..น...ข..ว..า..........................
หนา้ ท.่ีร..บั...เ.ล..ือ...ด..ท...่ีม..แี..ก...๊ส..อ...อ..ก..ซ...ิเ.จ..น...ต..ำ่..จ..า..ก...ส..ว่..น...ต..่า..ง...ๆ...
.ข...อ..ง..ร..่า..ง..ก..า..ย....แ..ล..ะ...ส..่ง..ไ.ป...ย..ัง..ห...ัว..ใ.จ..ห...อ้ ..ง..ล...่า.ง..ข...ว..า.............
.ห.....น......้า....ทหร....่า.ี่..ัว...ง...ใ...กห.จห......า..หมม...ย...อ้า.า.....ย.ย..ง....บเ..เ...ลล...น...ขข.ร.....ซ.ับ.....64า้...เ...ย.ล..ค.ค.....ือ...ือเอื ...พ.ด....ห....ือ่ท...ล...ส..ี.่มห.อ...่ง..ีแ...วัดไ......กใปเ...จ.ล..๊ส.ย...ห..ือ..อ.งั ...้อด..สอ...งเ.่ว.ก.วล..น..นซ.า่..ต..เิไง...จปา่.ซ...งน..ยา้ ....สยงัๆ....ูง....ขจ....าอ....ก.ง... หมายเลข 2 คอื .............ห...ล..อ...ด..เ.ล...ือ..ด..เ..ว..น....................
.....ป...อ..ด............................................. หนา้ ที.่ ..............น..ำ..เ..ล..ือ..ด...ท...ี่ม..ีแ...ก..๊ส...อ..อ..ก...ซ..ิเ..จ..น...ต..่ำ..จ...า..ก....
หน้าที.่ ................ร..ับ...เ..ล..ื.อ..ด...ท...ี่ม...ีแ...ก..๊ส...อ..อ...ก...ซ..ิเ..จ...น...ต..่ำ.... .ส...่ว..น.......ต...่า..ง...ๆ....ข...อ..ง..ร..่.า..ง..ก..า..ย....เ.ข...้า..ส..ู.่ห..ั.ว..ใ.จ...ห...้อ..ง..บ...น.....
.....จ..า..ก..ห...ัว..ใ..จ..ห..้อ...ง..ล..า่ ..ง..ข..ว..า...เ..พ..อื่...ส..ง่ ..ไ..ป..ฟ...อ..ก...ท..ป่ี...อ..ด.......... ขวา
หห.แจ..มน.กา..าก้าส๊ ..ยทหท..เ่.ี.่ีปัลว.....ใขอ...จ..ด..3.ห.....้อ..ค....งรือ....บ.ั..บ......น.เ.....ลข.......ื..อว......าด.......ห..ท...แ...วั...ี่ลม...ใ......จะีแ......หส...ก....่้อ..ง๊..ส...ไ.ง...อป...ล......อา่แ......งก..ล....ข...กซ...ว....เ.ิ.เา...ป.จ........ลน......ี่.ย..ต......น่...ำ.....................
หมายเลข 5 คอื ..............ห...วั ..ใ.จ..ห...้อ..ง..บ...น..ซ...้า..ย................
หนา้ ที่...............ร..ับ..เ..ล..ือ...ด..ท...ี่ม..แี...ก..๊ส...อ..อ..ก...ซ..ิเ..จ..น..ส...ูง..จ..า..ก.....
...ป..อ...ด...แ...ล..้ว..ส..ง่ ..ไ..ป..ย...ัง.ห...วั ..ใ..จ..ห..้อ...ง..ล..่า..ง..ซ..้า..ย........................
หมายเลข 7 คอื .........ห..ล...อ..ด..เ..ล..อื..ด...อ..า..ร..์เ.ต...อ..ร..ี..............
หน้าท่.ี ..........ร..ั.บ..เ..ล..ื.อ..ด...ท...ี่ม...ีแ...ก..๊ส...อ...อ..ก...ซ..ิ.เ.จ...น..ส...ูง..........
หวั..ใ..จ..ห...้อ..ง..ล..่า..ง..ซ..า้..ย....เ..พ..่ือ...ส..ง่..ไ..ป..ย..งั..ส...่ว..น..ต...า่ ..ง...ๆ....ข..อ...ง..........
รา่ งกาย
2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอย
หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย
หน้าที่ ลำเลียงเลือดจากหวั ใจไป รบั เลือกจากส่วนตา่ ง ๆ แลกเปล่ียนแก๊ส
ส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ของรา่ งกายเข้าสหู่ ัวใจ
ผนังหลอดเลือด ผนังหนา ผนังบาง ผนังบางมาก
ล้ิน ไม่มี มี ไม่มี
แรงดันเลือด สงู ต่ำ ตำ่ กวา่ หลอดเลือด
อารเ์ ตอรี แต่สูงกวา่ หลอด
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
2 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบร่างกายมนษุ ย์
เร่อื ง การทำงานของระบบหมนุ เวียนเลอื ด
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ขิ องส่งิ มีชวี ิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมชี ีวติ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพนั ธก์ นั ความสัมพันธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ทีข่ องอวัยวะต่างๆ ของพืช
ที่ทำงานสัมพนั ธ์กัน รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชวี้ ัด
ว 1.2 ม.2/7 อธบิ ายการทำงานของระบบหมนุ เวยี นเลอื ด โดยใชแ้ บบจำลอง
2. สาระสำคัญ
การบีบและคลายตัวของหัวใจทำให้เลือดหมุนเวียนและลำเลียงสารอาหารแก๊สของเสีย และ
สารอื่น ๆ ไปยังอวยั วะและเซลล์ตา่ ง ๆ ทั่วร่างกาย เลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจ
ไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือดและ
ลำเลยี งกลับเขา้ ส่หู วั ใจและถูกส่งไปแลกเปลีย่ นแกส๊ ทป่ี อด
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายการทำงานของระบบหมนุ เวียนเลอื ด โดยใช้แบบจำลองได้ (K)
2. นักเรียนสามารถปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเรือ่ งการทำงานระบบหมนุ เวยี นเลอื ดได้ (P)
3. นักเรยี นปฏิบัติกิจกรรมกลมุ่ ดว้ ยความม่งุ ม่นั ต้ังใจและมคี วามรับผิดชอบ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความร(ู้ K)
การบีบและคลายตัวของหัวใจทำให้เลือดหมุนเวียนและลำเลียงสารอาหารแก๊สของเสีย และ
สารอื่น ๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เลือดที่มีปรมิ าณแก๊สออกซิเจนสงู จะออกจากหวั ใจ
ไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือดและ
ลำเลียงกลับเขา้ สหู่ ัวใจและถกู ส่งไปแลกเปล่ียนแกส๊ ทป่ี อด
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. ทักษะการสงั เกต (Observing)
2. ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู (Inferring)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ทกั ษะการทดลอง (Experiment)
4. ทกั ษะการอภิปราย
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
กล้าคดิ กลา้ พดู แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงออก
2. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แกป้ ญั หา และคิดค้นหาคำตอบ
3. มคี วามรบั ผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อยา่ งทีด่ แี กผ่ อู้ ่ืน
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ที่ 1 ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครนู ำคลปิ วิดโี อเกีย่ วกบั การหมนุ เวียนเลอื ดมาใชป้ ระกอบการสอน เชน่
https://www.youtube.com/watch?v=CWFyxn0qDEU
ขั้นที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน
2.2 ครูให้ศึกษาเรื่อง โครงสร้างและหนา้ ที่ของอวยั วะในระบบหมุนเวียนเลือด และเร่อื ง การ
ทำงานของระบบหมนุ เวยี นเลือด แล้วสรา้ งแบบจำลองระบบหมุนเวยี นเลือดของรา่ งกายมนษุ ย์ ใน
กจิ กรรม แบบจำลองระบบหมนุ เวยี นเลือดของร่างกายมนุษย์ จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ขัน้ ที่ 3 ขั้นสรา้ งคำอธิบาย (Explanation)
3.1 ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหัวใจ
3.2 นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยครู
ใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
- เมื่อคลายมอื จากลูกบีบ สิ่งใดทำใหน้ ้ำสแี ดงในท่อไมไ่ หลกลบั ไปตามทอ่ เดิม (แนวตอบ การ
บบี และปล่อยลูกบีบออกจะทำใหน้ ้ำถูกดูดขน้ึ มาในท่อ)
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- นำ้ สีไหลเขา้ สทู่ อ่ ป๊มั ในเส้นทางใด(แนวตอบ ภาพจากคมู่ อื ครู วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
- นักเรียนสามารถอธิบายหลักการทำงานของแบบจำลองการทำงานของหัวใจมีการทำงาน
อย่างไร (แนวตอบ เมื่อใชมือขวาบีบลูกบีบเปรียบเสมือนการบีบตัวหัวใจเพื่อนําเลือดจากสวนตาง ๆ
ของรางกาย เข้าสูหัวใจหองบนขวาและผ่านไปยังหองลางขวาเพื่อส่งเลือดไปยังปอด โดยมีลิ้นกั้น
ระหวา่ งหวั ใจทั้งสองหอ้ ง เมอื่ บบี ลกู บีบทม่ี ือซายเปรยี บเสมือนการบีบตวั ของหวั ใจและนําเลือดจากปอด
กลับเขาสูหวั ใจหองบนซายและผานไปยงั หัวใจหองลางซาย เพ่ือสง่ เลือดไปเลยี้ งสวนตาง ๆ ของรางกาย)
- แบบจำลองการทำงานของหัวใจมีสิ่งที่เหมือนและสิ่งที่แตกต่างจากการทำงานของหัวใจ
มนษุ ย์อยา่ งไร (แนวตอบ แบบจําลองมีสง่ิ ท่เี หมือนกับการทํางานของหัวใจมนษุ ย ได้แก่ หวั ใจมี 4 หอง
คลายกับหวั ใจมนุษย์ มลี ้นิ ปด-เปดเพอื่ ปองกนั การไหลยอนกลับของน้ำคลายกับการทํางานของล้ินหัวใจ
ซงึ่ ของเหลวจะมีปริมาณเทาเดิมและจะหมนุ เวียนอยูในระบบ ไมตองเติมของเหลวจากภายนอก)
3.3 นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหวั ใจว่า เพื่อให้
ได้ข้อสรุป ดังนี้แบบจำลองการทำงานของหวั ใจมีการทำงานคล้ายคลึงกับหัวใจของมนุษย์ ขณะบีบลูก
บบี ดา้ นขวาเปรยี บเสมือนการบีบตวั ของหวั ใจเพื่อนำเลอื ดจากสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายเข้าส่หู วั ใจห้องบน
ขวาและหอ้ งลา่ งขวา ตามลำดบั เพื่อสง่ ไปยงั ปอด โดยมลี น้ิ ก้ันระหว่างหวั ใจทั้งสองห้อง และในขณะบีบ
ลูกบีบด้านซ้ายเปรียบเสมือนการบบี ตัวของหัวใจเพือ่ นำเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซา้ ยและ
ล่างซ้าย ตามลำดบั เพื่อลำเลยี งไปยงั อวยั วะตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครอู ธิบายเพิ่มเติมเก่ยี วกับการทำงานของระบบหมุนเวยี นเลือด
4.2 ครูถามคำถามท้ายกจิ กรรมกบั นกั เรยี น โดยใชค้ ำถามดังต่อไปน้ี
- ระบบหมุนเวียนเลือดของมนษุ ย์ประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง แต่ละอวัยวะทำหน้าท่ี
เชือ่ มโยงกันอย่างไร (แนวตอบ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนุษย์ประกอบดว้ ยหวั ใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือด
ซึ่งประกอบด้วยสารอาหาร แก๊ส ฮอร์โมน เอนไซม์ และของเสีย ไปยังส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายผา่ นทาง
หลอดเลอื ด ซ่งึ แบง่ ออกเป็นหลอดเลอื ดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย)
- บริเวณส่วนใดของหัวใจที่มีแก๊สออกซเิ จนสูง และส่วนใดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำ (แนว
ตอบ หวั ใจห้องบนขวาเป็นบรเิ วณท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำสุด เนือ่ งจากรับเลือดดำทม่ี ีแก๊สออกซิเจนต่ำจาก
ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วส่งไปยังหัวใจห้องลา่ งขวาเพื่อส่งไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด ส่วนหัวใจห้อง
บนซ้ายเป็นบริเวณที่มีแกส๊ ออกซเิ จนสูงสุด เนื่องจากรับเลือดแดงทีม่ ีแก๊สออกซิเจนสูงจากปอดส่งไปยัง
ห้องล่างซา้ ยเพอื่ ส่งไปสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย)
- ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์มีการหมุนเวียนอย่างไร (แนวตอบ เลือดดำซึ่งเป็น
เลอื ดทีม่ แี กส๊ ออกซเิ จนต่ำจากสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายเขา้ สหู่ ัวใจห้องบนขวา ไหลผา่ นลน้ิ หัวใจไปยังหัวใจ
หอ้ งลา่ งขวา แลว้ ส่งตอ่ ไปแลกเปล่ยี นแก๊สทีป่ อด กลายเป็นเลอื ดแดงทม่ี ีแก๊สออกซิเจนสูง ซ่ึงจะไหลกลับ
เขา้ สหู่ ัวใจหอ้ งบนซา้ ย ไหลผา่ นลน้ิ หัวใจไปยังหวั ใจหอ้ งล่างซ้าย แล้วส่งต่อไปยังสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย
ซึ่งจะมีการหมนุ เวียนอย่างเปน็ ระบบเชน่ น้)ี
4.3 นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายเก่ยี วกบั การทำงานของระบบหมุนเวยี นเลอื ดเพื่อให้ได้
ข้อสรุป ดังนี้ เลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและผ่านลิน้
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หวั ใจไปยังหวั ใจห้องล่างขวา แลว้ ส่งต่อไปแลกเปลี่ยนแก๊สท่ีปอด กลายเป็นเลอื ดแดงท่ีมีแก๊สออกซิเจน
สูง ซึ่งจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและไหลผ่านลิ้นหัวใจไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย แล้วส่งต่อไปยัง
สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะมีการหมนุ เวยี นอย่างเปน็ ระบบเช่นน้ี
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
1. ครูประเมนิ การเรียนรูข้ องนักเรียนดงั น้ี
- การบนั ทึกการเรยี นรู้ลงในสมุดบนั ทกึ วชิ าวทิ ยาศาสตร์
- สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการทดลองของแต่ละกลุ่ม
- การตอบคำถามในชั้นเรยี น
7. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ( 3 หว่ ง 2 เงอ่ื นไข)
หลกั ความพอประมาณ การใชเ้ วลาในการศกึ ษาหาความรูแ้ ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลักมีเหตผุ ล
การอธบิ ายเกยี่ วกับกลไกการทำงานระบบหมุนเวียนเลอื ดได้อย่าง
หลักสร้างภมู ิคุ้มกันในตัวทีด่ ี เหมาะสมและถูกต้อง
การเลอื กศึกษาจากแหล่งเรยี นร้โู ดยมคี วามถูกตอ้ ง
เงอ่ื นไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเป็นกลุ่ม
เงอ่ื นไขคุณธรรม การวิเคราะหผ์ ล สรปุ ผลเรอ่ื งกลไกการทำงานระบบหมนุ เวยี นเลือด
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ อปุ กรณ์
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
2. อุปกรณก์ ารทดลองเรอื่ งแบบจำลองการทำงานของระบบหมุนเวยี นเลอื ด
3. วดิ ีโอ จาก https://www.youtube.com/watch?v=CWFyxn0qDEU
4. Power Point เร่ืองกลไกการทำงานของระบบหมุนเวยี นเลอื ด
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. อินเทอรเ์ นต็
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. เกณฑ์การประเมนิ
สิงทต่ี อ้ งการวัด รายการ วธิ ีวัดผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนสามารถ สมดุ บันทึกวิชา สมุดบนั ทึกวชิ า 4 คะแนน อธิบายการ
อธบิ ายการทำงาน วทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ทำงานของระบบ
ของระบบหมนุ เวยี น เรื่องการทำงานของ หมุนเวียนเลอื ด โดยใช้
เลือด โดยใช้ ระบบหมนุ เวยี นเลือด แบบประเมิน แบบจำลองได้ถกู ตอ้ งรอ้ ย
แบบจำลองได้ ใบงาน เรื่องการทำงาน ทักษะ ละ 80 ขนึ้ ไป
ของระบบหมุนเวียน กระบวนการ 3 คะแนน อธิบายการ
ด ้ า น ท ั ก ษ ะ นักเรยี นสามารถ เลือด วิทยาศาสตร์ ทำงานของระบบ
กระบวนการ (P) ปฏิบัติกิจกรรมการ หมนุ เวยี นเลอื ด โดยใช้
สงั เกตการปฏิบตั ิ แบบจำลองได้ถูกต้องร้อย
ทดลองการทำงาน กจิ กรรมการทดลอง ละ 70-79
ของระบบหมนุ เวียน เก่ียวกบั การทำงานของ 2 คะแนน อธบิ ายการ
เลอื ดได้ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ทำงานของระบบ
หมนุ เวยี นเลอื ด โดยใช้
แบบจำลองไดถ้ ูกต้องร้อย
ละ 60-69
1 คะแนน อธิบายการ
ทำงานของระบบ
หมุนเวียนเลอื ด โดยใช้
แบบจำลองได้ถกู ตอ้ งร้อย
ละ 50-59
0 คะแนน อธิบายการ
ทำงานของระบบ
หมุนเวียนเลือด โดยใช้
แบบจำลองได้ถูกตอ้ งน้อย
กวา่ ร้อยละ 50
3 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม
การทดลองเกี่ยวกับการ
ทำงานของระบบ
หมุนเวียนเลือดตาม
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ทางดา้ นกระบวนการ กระบวนการทาง
ทางวทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ได้ถกู ต้อง
2 คะแนน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
การทดลองเกยี่ วกับการ
ทำงานของระบบ
หมุนเวยี นเลอื ดตาม
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ได้ถกู ต้อง
บางสว่ น
1 คะแนน ออกแบบและ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการทดลอง
เก่ียวกับการทำงานของ
ระบบหมนุ เวยี นเลือดตาม
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรไ์ ด้
คลาดเคลื่อน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนปฏบิ ัติ 1.สงั เกตการใฝร่ ู้ มีความ แบบประเมนิ ผา่ น หมายถึง ให้ความ
อนั พึงประสงค์ กจิ กรรมกลุ่มดว้ ย รับผดิ ชอบมุ่งม่นั ในการ พฤตกิ รรมราย รว่ มมอื สนใจใฝ่รู้
(A) ความมุ่งม่นั ต้ังใจและ ทำงานกลุ่ม กล่มุ รบั ผดิ ชอบ มุ่งมนั่ ในการ
มีความใฝร่ ู้ในการ 2.สงั เกตพฤติกรรมการ ทำงานกลมุ่
เรียน แสดงความคิดเหน็ การ ปรับปรุงหมายถึง ไมใ่ ห้
ตอบคำถาม ความรว่ มมือ ไม่สนใจใฝร่ ู้
ไมร่ บั ผดิ ชอบ และไมม่ งุ่ มน่ั
ในการทำงานกล่มุ
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
3 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ ระบบร่างกายมนษุ ย์
เร่อื ง ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด (ชพี จร)
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ขิ องส่ิงมชี ีวติ หน่วยพื้นฐานของสิง่ มีชีวติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก
เซลล์ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทำงานสัมพันธ์กนั ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องอวัยวะต่างๆ ของพืช
ทท่ี ำงานสัมพนั ธ์กนั รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรยี บเทยี บอัตราการเตน้ ของหัวใจ
ขณะปกติและหลังทำกจิ กรรม
2. สาระสำคญั
ชีพจรบอกถึงจงั หวะการเตน้ ของหวั ใจ ซ่ึงอัตรา การเตน้ ของหัวใจในขณะปกตแิ ละหลงั จาก ทำ
กิจกรรมตา่ ง ๆ จะแตกต่างกนั สว่ นความดนั เลือด เกดิ จากการทำงานของหวั ใจและหลอดเลอื ด
อตั ราการเต้นของหวั ใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่เปน็ โรคหัวใจและหลอดเลือดจะ
สง่ ผล ทำใหห้ วั ใจสูบฉดี เลือดไม่เปน็ ปกติ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกตแิ ละหลงั ทำกจิ กรรมได้ (K)
2. นักเรียนสามารถออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรยี บเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ
ขณะปกติและหลังทำกิจกรรมได้ (P)
3. นักเรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมกลมุ่ ด้วยความมงุ่ ม่ันตัง้ ใจและมีความรับผิดชอบ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้(K)
ชีพจรบอกถึงจงั หวะการเตน้ ของหัวใจ ซึ่งอัตรา การเตน้ ของหัวใจในขณะปกตแิ ละหลงั จาก ทำ
กจิ กรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกัน สว่ นความดนั เลือด เกดิ จากการทำงานของหวั ใจและหลอดเลอื ด
อตั ราการเต้นของหวั ใจมีความแตกต่างกนั ในแต่ละบุคคล คนท่เี ปน็ โรคหวั ใจและหลอดเลือดจะ
สง่ ผล ทำใหห้ วั ใจสูบฉีดเลอื ดไมเ่ ปน็ ปกติ
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทักษะการอภิปราย
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
กลา้ คิด กลา้ พูดแสดงความคดิ เห็น กล้าแสดงออก
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แก้ปญั หา และคิดคน้ หาคำตอบ
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างท่ีดแี ก่ผู้อื่น
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูทบทวนความร้จู ากชวั่ โมงทีแ่ ล้วใหน้ กั เรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหมุนเวียนเลือดมีการ
ทำงานอยา่ งเป็นระบบ ซ่ึงหวั ใจจะบีบตัวและคลายตัวตลอดเวลาเพือ่ สูบฉดี เลอื ดไปยงั อวยั วะตา่ ง ๆ ของ
ร่างกาย
1.2 นกั เรียนลองใช้นว้ิ ชี้และน้ิวกลางจบั ขอ้ มืออีกข้างของตนเอง เพ่อื สงั เกตและนบั การเตน้ ของ
ชพี จร ในเวลา 1 นาที แล้วถามนักเรียนวา่ นักเรยี นนบั จำนวนคร้ังทช่ี พี จรเตน้ ภายใน 1 นาที ได้เท่าใด
(แนวตอบ คำตอบขนึ้ อย่กู ับผลการนับของนักเรียน โดยปกติจะอยู่ท่ี 60-100 คร้ัง/นาท)ี
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลุ่มกลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละกลมุ่ เก่ง ปานกลาง อ่อน
2.2 ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาวธิ กี ารทดลอง ทำกิจกรรม การวัดอัตราการเตน้ ของหวั ใจ
เพ่ือศึกษาอัตราการเต้นของหัวใจขณะทำกิจกรรมตา่ ง ๆ จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 โดย
ให้นกั เรียนวดั อัตราการเตน้ ของหวั ใจก่อนและหลังการทำกิจกรรม แล้วนำมาคา่ ท่ีวัดไดเ้ ปรยี บเทียบกัน
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ข้ันท่ี 3 ขนั้ สร้างคำอธิบาย (Explanation)
3.1 ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.2 นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายผลการทดลองและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครู
ใชค้ ำถามต่อไปนี้
- อัตราการเต้นของหัวใจกอ่ นและหลงั ทำกิจกรรมแตกต่างกันอยา่ งไร (แนวตอบ อัตราการ
เต้นของหัวใจหลังทำกิจกรรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรม เนื่องจากหัวใจหดตัวและคลายตัวเรว็ ขึ้น เพื่อนำ
เลือดแดงที่มีแก๊สออกซเิ จนสงู ไปเลย้ี งเซลลต์ ่าง ๆ ของรา่ งกาย)
- เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งนับอตั ราการเตน้ ของหัวใจถงึ 3 ครงั้ (แนวตอบ เพอ่ื ให้ได้ค่าอัตราการ
เต้นของหวั ใจท่ใี กล้เคียงความเปน็ จรงิ มากที่สดุ )
- อัตราการเต้นของหัวใจของนักเรียนแต่ละคนเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ
แตกตา่ งกันเลก็ นอ้ ย เน่ืองจากนักเรียนอย่ใู นวยั เดยี วกนั )
- นักเรียนคิดว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ (แนวตอบ เพศ อายุ
กจิ กรรมทท่ี ำ และสขุ ภาพรา่ งกาย)
- หากนักเรียนอ่านค่าความดันเลือดได้เท่ากับ 120/90 มิลลิเมตรของปรอท นักเรียนจะ
สามารถอธิบายได้อย่างไร (แนวตอบ ค่าความดันขณะที่หัวใจบีบตัว เท่ากับ 120 มิลลิเมตรของปรอท
และค่าความดนั ขณะที่หัวใจคลายตัว เท่ากบั 90 มิลลิเมตรของปรอท ซง่ึ เปน็ คา่ ความดันปกต)ิ
3.3 นกั เรียนและครรู ่วมกันอภิปรายเกยี่ วกบั ชพี จร ความดันเลือด และกจิ กรรม การวัดอัตราการ
เต้นของหัวใจว่า อตั ราการเต้นของหัวใจหรอื ชีพจรของแต่ละคนมีค่าแตกต่างกนั ข้นึ อยกู่ ับกิจกรรมท่ีทำ
เช่น การวิ่งหรือการเดินขึ้นและลงจากบันไดทำให้อัตราการการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นจากปกติ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัย อื่น ๆ ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ เพศ อุณหภูมิ
ของรา่ งกาย ยา ความเครียด
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นกั เรียนและครูร่วมกันแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นกนั เพ่ือใหเ้ ข้าใจมากขึ้น
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation)
1. ครปู ระเมินการเรียนรขู้ องนกั เรยี นดงั นี้
- การบนั ทึกการเรยี นรู้ลงในสมุดบันทกึ วชิ าวิทยาศาสตร์
- สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบัติกจิ กรรมการทดลองของแตล่ ะกลุ่ม
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
7. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ( 3 หว่ ง 2 เงอ่ื นไข)
หลกั ความพอประมาณ การใช้เวลาในการศกึ ษาหาความรแู้ ละทำงานเหมาะกับเวลา
หลักมีเหตุผล
การอธิบายเก่ียวกบั อตั ราการเต้นของชพี จรได้อยา่ งเหมาะสมและ
หลักสรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตัวที่ดี ถูกต้อง
การเลือกศึกษาจากแหลง่ เรยี นรูโ้ ดยมคี วามถูกตอ้ ง
เงื่อนไขความรู้ การวางแผนในการทำงานเป็นกลุม่
เงื่อนไขคุณธรรม การวิเคราะห์ผล สรปุ ผลเรอื่ งอัตราการเตน้ ของชพี จร
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
ส่อื อุปกรณ์
1. หนังสอื เรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เลม่ 1
2. อปุ กรณก์ ารทดลองเรอ่ื งอัตราการเตน้ ของชพี จร
แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องสมุด
2. อนิ เทอร์เน็ต
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. เกณฑก์ ารประเมนิ
สงิ ท่ีต้องการวัด รายการ วธิ ีวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นสามารถ สมุดบนั ทกึ วิชา สมดุ บันทกึ วิชา 4 คะแนน เปรียบเทยี บ
เปรยี บเทียบอัตราการ วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อัตราการเตน้ ของหัวใจ
เต้นของหวั ใจ ขณะ เรอื่ งอตั ราการเต้นของ ขณะปกตแิ ละหลงั ทำ
ปกติและหลงั ทำ ชีพจร กิจกรรมได้ถูกตอ้ งร้อยละ
กิจกรรมได้ 80 ขึ้นไป
3 คะแนน เปรยี บเทียบ
อตั ราการเต้นของหัวใจ
ขณะปกตแิ ละหลังทำ
กจิ กรรมไดถ้ ูกต้องร้อยละ
70-79
2 คะแนน เปรยี บเทียบ
อัตราการเต้นของหัวใจ
ขณะปกตแิ ละหลงั ทำ
กจิ กรรมได้ถูกตอ้ งร้อยละ
60-69
1 คะแนน เปรียบเทียบ
อัตราการเตน้ ของหัวใจ
ขณะปกตแิ ละหลังทำ
กจิ กรรมได้ถูกตอ้ งร้อยละ
50-59
0 คะแนน เปรยี บเทยี บ
อตั ราการเตน้ ของหัวใจ
ขณะปกติและหลงั ทำ
กิจกรรมได้ถูกต้องน้อยกว่า
ร้อยละ 50
ด ้ า น ท ั ก ษ ะ นกั เรียนสามารถ สังเกตการปฏิบตั ิ แบบประเมินทักษะ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
กระบวนการ (P) ออกแบบและปฏิบตั ิ กิจกรรมการทดลอง กระบวนการ การทดลองเก่ยี วกับเรือ่ ง
เกยี่ วกบั เรอื่ งอตั ราการ วทิ ยาศาสตร์ อตั ราการเตน้ ของชพี จรตาม
กิจกรรมเร่ืองอัตราการ เตน้ ของชพี จรทางดา้ น
เตน้ ของชพี จรได้
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
กระบวนการทาง กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ไดถ้ ูกต้อง
2 คะแนน ปฏิบัติกิจกรรม
การทดลองเกยี่ วกบั เร่ือง
อตั ราการเตน้ ของชีพจรตาม
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
บางสว่ น
1 คะแนน ออกแบบและ
ปฏิบัตกิ จิ กรรมการทดลอง
เกยี่ วกับเรอื่ งอตั ราการเตน้
ของชีพจรตามกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
คลาดเคลื่อน
ด้านคุณลักษณะ นกั เรียนปฏบิ ตั ิ 1.สังเกตการใฝร่ ู้ มี แบบประเมนิ ผา่ น หมายถงึ ให้ความ
อันพึงประสงค์ กิจกรรมกลุ่มดว้ ยความ ความรับผดิ ชอบม่งุ ม่ัน พฤติกรรมรายกลุ่ม ร่วมมือ สนใจใฝร่ รู้ ับผิดชอบ
(A) มุง่ ม่ันตั้งใจและมีความ ในการทำงานกลุ่ม ม่งุ มั่นในการทำงานกล่มุ
ใฝร่ ู้ในการเรียน 2.สังเกตพฤตกิ รรมการ ปรับปรุงหมายถึง ไม่ให้
แสดงความคิดเห็น การ ความร่วมมอื ไมส่ นใจใฝ่รูไ้ ม่
ตอบคำถาม รบั ผดิ ชอบ และไม่มงุ่ มัน่ ใน
การทำงานกลุ่ม
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 10 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2
1 คาบ
รายวชิ า ว 22101 วทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ ระบบรา่ งกายมนุษย์
เร่อื ง การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบหมุนเวยี นเลอื ด
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ขิ องส่งิ มชี วี ติ หน่วยพื้นฐานของส่ิงมชี วี ิต การลำเลยี งสารเขา้ และออกจาก
เซลลค์ วามสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทีข่ องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ี
ทำงานสมั พันธก์ ัน ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องอวัยวะต่างๆ ของพืช
ทีท่ ำงานสัมพันธ์กัน รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ชว้ี ัด
ว 1.2 ม.2/9 ตระหนกั ถึงความสำคญั ของระบบหมนุ เวยี นเลือด โดยการบอกแนวทางในการ
ดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมนุ เวยี นเลอื ดใหท้ ำงานเป็นปกติ
2. สาระสำคัญ
การออกกำลงั กาย การเลอื กรับประทานอาหาร การพักผอ่ น และการรักษาภาวะอารมณใ์ ห้เป็น
ปกติ จงึ เป็นทางเลอื กหน่งึ ในการดแู ลรักษาระบบหมนุ เวียนเลอื ดให้เป็นปกติ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบหมุนเวยี นเลือดใหท้ ำงานเป็นปกตไิ ด้ (K)
2. นักเรยี นสามารถปฏิบัติกิจกรรมเรือ่ งการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลอื ดได้ (P)
3. นกั เรียนตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการดแู ล
รกั ษาอวยั วะในระบบหมุนเวยี นเลือดให้ทำงานเป็นปกติ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านความร(ู้ K)
การออกกำลงั กาย การเลือกรบั ประทานอาหาร การพกั ผ่อน และการรักษาภาวะอารมณ์ให้เป็น
ปกติ จงึ เป็นทางเลอื กหน่ึงในการดูแลรกั ษาระบบหมุนเวยี นเลอื ดให้เป็นปกติ
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. ทกั ษะการสังเกต (Observing)
2. ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมลู (Inferring)
3. ทักษะการทดลอง (Experiment)
4. ทกั ษะการอภปิ ราย
ครูเบญจวรรณ ทองเสน กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รียนรู้
- ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
กลา้ คิด กลา้ พูดแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงออก
2. มงุ่ มั่นในการทำงาน
- มีความอดทน และทุ่มเทในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค มีความพยายามคิด
แกป้ ญั หา และคิดคน้ หาคำตอบ
3. มีความรับผิดชอบ
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานตรงตามกำหนด ปฏิบัติงานจนเป็นนิสัย เป็นตัว
อย่างท่ดี แี กผ่ ูอ้ ื่น
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่ือสาร
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 ขั้นกระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร เช่น ภาพเด็กทารกกำลังดูดนม ภาพเด็ก
ขาดสารอาหาร หรือภาพนางแบบทผ่ี อมมาก
ขั้นท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครูให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละกลุ่มเก่ง ปานกลาง ออ่ น
2.2 ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษา ทำกจิ กรรม
ข้นั ท่ี 3 ขนั้ สรา้ งคำอธบิ าย (Explanation)
3.1 ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรท
3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม
โดยครใู ช้คำถามต่อไปนี้
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายเก่ยี วกับการดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบหมุนเวยี นเลือด
คำถามประกอบการอภปิ ราย
- ถ้าระบบหมนุ เวียนเลือดไม่ปกติ คดิ วา่ จะทำให้เกิดโรคอะไรบา้ ง
- การดแู ลรักษาระบบหมุนเวยี นเลือดทำไดอ้ ยา่ งไร
- นักเรียนจำเปน็ ต้องดแู ลรกั ษาระบบหมนุ เวยี นเลือดหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
ครเู บญจวรรณ ทองเสน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี