นาวิกาธิปัตย์สาร
Naval Strategic Studies Journal
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
ISSN 0859-5224
การสร้างสันติภาพและความมั่นคงโลก
World Peace and Security Building
ฉบับที่ ๑๐๑
ปีที่ ๔๕ เล่มที่ ๑
นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ ๑๐๑ World Peace and Security Building (ตุลาคม ๒๕๖๓ - มีนาคม ๒๕๖๔)
ประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะ (ตุลาคม ๒๕๖๓ - มีนาคม ๒๕๖๔)
ภาพปกหนา ภาพปกหนา
Post Covid-19 World Post Covid-19 World
ที่มา : https://www.euractiv.com/section/digital/mews/german-covid19- ที่มา : https://www.euractiv.com/section/digital/mews/german-covid19-
hackathon-deliver-800-projects/ hackathon-deliver-800-projects/
แนวโนมเศรษฐกิจโลก แนวโนมเศรษฐกิจโลก
ที่มา : http://eu169.comจับประเด็นแนวโนมเศรษฐกิจโลก ที่มา : http://eu169.comจับประเด็นแนวโนมเศรษฐกิจโลก
ประชุมสมัชชาใหญแหงองคการสหประชาชาต ิ ประชุมสมัชชาใหญแหงองคการสหประชาชาต ิ
ที่มา : http://www.js100.com/en/site/news/view/56990?read_meta=%7 นาวิกาธิปัตย์สาร ที่มา : http://www.js100.com/en/site/news/view/56990?read_meta=%7 นาวิกาธิปัตย์สาร
B%22label%22%3A%22articlepage_number2%22%2C%22group%22% B%22label%22%3A%22articlepage_number2%22%2C%22group%22%
3A%22NA%22%7D กำาหนดตีพิมพ์รายหกเดือน ฉบับประจำาเดือน ตุลาคม - มีนาคม และ 3A%22NA%22%7D กำาหนดตีพิมพ์รายหกเดือน ฉบับประจำาเดือน ตุลาคม - มีนาคม และ
Niccolo Machiavelli ฉบับประจำาเดือน เมษายน - กันยายน ราคาฉบับละ ๑๒๐ บาท Niccolo Machiavelli ฉบับประจำาเดือน เมษายน - กันยายน ราคาฉบับละ ๑๒๐ บาท
ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/niccolo-machiavelli-born ค่าสมาชิกรายปี ๒๒๐ บาท (๒ ฉบับ) ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/niccolo-machiavelli-born ค่าสมาชิกรายปี ๒๒๐ บาท (๒ ฉบับ)
North Korea’s submarine missile fi ring raises the nuclear stakes North Korea’s submarine missile fi ring raises the nuclear stakes
ที่มา : https://theconversation.com/north-koreas-submarine-missile-fi ring-raises-the- นาวิกาธิปัตย์สาร ที่มา : https://theconversation.com/north-koreas-submarine-missile-fi ring-raises-the- นาวิกาธิปัตย์สาร
Naval Strategic Studies Journal
Naval Strategic Studies Journal
๐
๐
nuclear-stakes-41667 ท่ามกลางระบบโลกหลายขั้ว๒ ปี nuclear-stakes-41667 ท่ามกลางระบบโลกหลายขั้ว๒ ปี
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
ยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ชาติ
ภาพปกใน ภาพปกใน
การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ที่มา : https://theconversation.com/north-koreas-submarine-missile- ที่มา : https://theconversation.com/north-koreas-submarine-missile- นาวิกาธิปัตย์สาร
นาวิกาธิปัตย์สาร
2
คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา 2 คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา
fi ring-raises-the-nuclear-stakes-41667 fi ring-raises-the-nuclear-stakes-41667
กับ การต่อต้าน ISSN 0859-5224 นาวิกาธิปัตย์สาร นาวิกาธิปัตย์สาร กับ การต่อต้าน ISSN 0859-5224 นาวิกาธิปัตย์สาร นาวิกาธิปัตย์สาร
กองทัพเรือ การก่อการร้าย Naval Strategic Studies Journal Naval Strategic Studies Journal กองทัพเรือ การก่อการร้าย Naval Strategic Studies Journal Naval Strategic Studies Journal
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
COMBATING TERRORISM นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ ๙๔ COMBATING TERRORISM (เมษายน ~ กันยายน ๒๕๖๐) COMBATING TERRORISM
นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ ๙๔ COMBATING TERRORISM (เมษายน ~ กันยายน ๒๕๖๐)
PROTECTION AND PRESERVATION PROTECTION AND PRESERVATION
กองบรรณาธิการวารสารนาวิกาธิปัตย์สาร ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ กองบรรณาธิการวารสารนาวิกาธิปัตย์สาร ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ นาวิกาธิปัตย์สาร
ROYAL THAI NAVY
ROYAL THAI NAVY
เลขที่ ๑๐๖ หมู่ ๓ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐ นาวิกาธิปัตย์สาร 3 เลขที่ ๑๐๖ หมู่ ๓ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐ OF THE MARINE ENVIRONMENT 3
คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา
คลังปัญญา พัฒนาผู้นำา
โทรศัพท์ / แฟกซ์. ๐๒-๔๗๕๓๔๗๖ website : http://www.navedu.navy.mi.th/stg/tnssc OF THE MARINE ENVIRONMENT โทรศัพท์ / แฟกซ์. ๐๒-๔๗๕๓๔๗๖ website : http://www.navedu.navy.mi.th/stg/tnssc
ู
้
ู
ผสนใจสมัครเป็นสมาชิกรายปี ผสนใจสมัครเป็นสมาชิกรายปี
้
- ติดต่อได้ที่ กองบรรณาธิการนาวิกาธิปัตย์สาร - ติดต่อได้ที่ กองบรรณาธิการนาวิกาธิปัตย์สาร
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๗๖ , ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๒ หรือ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๗๖ , ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๒ หรือ
www.tnssc.navy.mi.th/journal www.tnssc.navy.mi.th/journal
- โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย - โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย
สาขาพุทธมณฑล เลขที่บัญชี ๐๗๙ - ๒ - ๑๔๓๙๔ - ๓ สาขาพุทธมณฑล เลขที่บัญชี ๐๗๙ - ๒ - ๑๔๓๙๔ - ๓
่
ั
ิ
ั
ชื่อบัญชี นาวิกาธิปัตย์สาร พร้อมทั้งสงหลกฐานการโอนเงน ชื่อบัญชี นาวิกาธิปัตย์สาร พร้อมทั้งสงหลกฐานการโอนเงน
่
ิ
Email : [email protected] หรือ Email : [email protected] หรือ
โทรสาร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๐ โทรสาร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๐
นาวิกาธิปัตย์สาร
Naval Strategic Studies Journal
วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ
ÈÙ¹ÂÈÖ¡ÉÒÂØ·¸ÈÒʵ÷ËÒÃàÃ×Í
Naval Strategic Studies Center
Çѵ¶Ø»ÃÐʧ¤
Naval Strategic Studies Journal
ี
ิ
ู
ู
นับจากป พ.ศ.๒๕๒๐ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ฉบับท่ ๑ ไดเร่มตีพิมพสสายตาผอานจนถึงวันน้ ี
ู
พ.ศ.๒๕๖๔ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ไดนําเสนอองคความรทางทะเลมาแลวถึง ๑๐๑ ฉบับ ประสบการณและ
ี
ชวงเวลาท่ผานมาวารสารนาวิกาธิปตยสารไดทําหนาท่อยางเงียบ ๆ ในการเปนคลังสมอง เผยแพรวิทยาการ
ี
สรางทฤษฎี องคความรูใหม ๆ จากผูเชี่ยวชาญดานตาง ๆ ของกองทัพเรือใหแกทหารเรือ คณาจารย และ
ผูที่เกี่ยวของกับทะเล รวมทั้งผูที่สนใจทั้งในดานยุทธศาสตร ความมั่นคงทางทะเล การสงคราม เศรษฐกิจ
เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอม อันเกี่ยวของกับทะเลทั้งปวง
ี
นับต้งแตวารสารนาวิกาธิปตยสารเลมแรกท่จัดทําโดยโรงเรยนนายทหารเรอในยคบกเบก และ
ิ
ื
ุ
ุ
ี
ั
ู
ั
ื
ื
ไดปรับไปสสถาบันวิชาการทหารเรือช้นสูง เม่อมีการปรับโครงสรางหนวยงานในกองทัพเรือและเปล่ยนช่อหนวย
ี
จวบจนปจจุบัน ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปนหนวยงานรับผิดชอบ ก็ถือไดวา
ี
วารสารนาวิกาธิปตยสารเลมน้ไดผานหวงเวลาตาง ๆ ไปพรอม ๆ กับสถานการณของประเทศไทยและ
ี
ี
ของโลกท่เปล่ยนแปลงไป แตส่งหน่งท่ไมเปล่ยนแปลงคือการทําหนาท่ติดอาวุธทางปญญาใหแกผอาน
ิ
ึ
ี
ี
ี
ู
ใหสามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาวะแวดลอมความมั่นคงทางทะเลที่เปลี่ยนไปไดอยางรูเทาทัน
นาวิกาธิปตยสาร หรือ Naval Strategic Studies Journal เปนวารสารยุทธศาสตรและ
ความมั่งคงทางทะเลของกองทัพเรือ ซึ่งมีวัตถุประสงคในการเผยแพรผลงาน การคนควาวิจัย ยกระดับผลงาน
ี
ู
ู
ทางวิชาการสระดับสากล และเปนเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาองคความร โดยเนนท่ระดับ
ั
ิ
ผบรหาร รวมท้งเผยแพรกิจกรรมทางวิชาการของกองทัพเรือใหแกหนวยตาง ๆ ทงในสงกัดกระทรวงกลาโหม
ู
้
ั
ั
และหนวยงานหรือสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ
บทความ แนวคิด หรือขอคิดเห็นท่นําลงนาวิกาธิปตยสารเปนของผเขียนมิใชขอคิดเห็นของ
ู
ี
ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ การคัดลอก ทําซํ้าหรือดัดแปลงสวนใดสวนหนึ่ง
ี
ี
ู
ั
ี
ท้งหมดของวารสารฯ น้ เปนไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ผท่สนใจหรือหนวยงานท่ตองการจะนําบทความ
ิ
หรือขอมูลที่ลงตีพิมพในวารสารนี้ไปเผยแพรซํ้า สามารถติดตอไดที่กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร
ี
ั
วารสารฯ ยินดีรับบทความทางวิชาการท่เก่ยวของกับความม่นคงและกิจการทางทะเล
ี
ื
ี
เพ่อพิจารณาลงตีพิมพในวารสารฯ โดยสามารถสงตนฉบับหรือติดตอไดท่กองบรรณาธิการฯ เมื่อไดรับ
ี
้
ั
การตพิมพลงในวารสารฯ จะมีคาตอบแทนทเหมาะสมใหแกเจาของบทความ ทงน กองบรรณาธิการฯ
้
ี
่
ี
ขอสงวนสทธที่จะรับหรือปฎิเสธบทความ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร
์
ิ
ิ
กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๘ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๗๖
www.tnssc.navy.mi.th/journal
Email : [email protected]
กองบรรณาธิการ
ประธานคณะที่ปรึกษา ประจำากองบรรณาธิการ
พลเรือโท เคารพ แหลมคม นาวาเอก ปราโมทย์ นงค์ทอง
รองประธานคณะที่ปรึกษา นาวาเอก ดุสิต ยมจินดา
นาวาเอก ณตฐพล ชุ่มธิ
พลเรือตรี กิตติ ยศไกร นาวาเอก เอนกพงศ์ แจ่มกระจ่าง
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
ว่าที่ นาวาเอก ณัฐกร ให้ศิริกุล
คณะที่ปรึกษา นาวาโท สำาราญ มรจร
นาวาโท อนุรักษ์ เจริญศรี
พลเรือตรี พิเศษ ขันแข็ง
พันจ่าเอก สุริโย ขันทองดี
พลเรือตรี เผดิมชัย สุคนธมัต
พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์ ฝ่ายบทความและวิชาการ
พลเรือตรี สุภชิต นาวีสุรพล
นาวาเอก รัชภูมิ อินม่วง
นาวาเอก รศ.นเรศ เพ็ชรนิน
นาวาเอก สถาพร วาจรัตน์
นาวาเอก นพดล บงกชกาญจน์
นาวาเอก ปราโมทย์ นงค์ทอง
นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบ
นาวาเอก เอนกพงศ์ แจ่มกระจ่าง
นาวาเอก ชัย เกตุวัฒนกิจ
พันจ่าเอก พัชรวิชญ์ ศรีประชาสวัสดิ์
ผู้อำานวยการ ฝ่ายจัดหารายได้ สมาชิกสัมพันธ์
พลเรือตรี สนิท โมธินา จำาหน่าย และแจกจ่าย
รองผู้อำานวยการ นาวาเอก วริษ วังเย็น
นาวาเอก ดุสิต ยมจินดา
นาวาเอก กระแสร์ เม่งอำาพัน
นาวาเอก มนต์ชัย มีสวัสดิ์
บรรณาธิการ พันจ่าเอก ทองเจือ พุฒเครือ
นาวาเอก กระแสร์ เม่งอำาพัน
ฝ่ายการเงิน
ผู้ช่วยบรรณาธิการ นาวาเอก ทิวา อ่อนละออ
นาวาเอก สถาพร วาจรัตน์ นาวาเอก ณตฐพล ชุ่มธิ
นาวาเอก วริษ วังเย็น นาวาโท สำาราญ มรจร
นาวาเอก บุญมี กาโน นาวาโทหญิง กฤษณา หอมกลิ่น
นาวาเอก ทิวา อ่อนละออ เรือโท ขจรศักดิ์ กระทุ่มแก้ว
9 การสร้างสันติภาพของจิ๋นซีฮ่องเต้ บนแนวคิดสันติภาพ
ของมาเคียเวลลี
สารบัญ โดย นาวาโท นาวาศักดิ์ เอื้อทวีสัมพันธ์
39 อิทธิพลจากการฟื้นฟูศิลปวิทยาการต่อการเกิดสันติภาพ
และความมั่นคงของเสรีนิยมคลาสสิก
โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ มั่งคั่ง
69 สันติภาพที่ถาวรบนการสร้างระบบถ่วงดุลอำานาจ
ระหว่างรัฐ
โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ มั่งคั่ง
เหตุประการหนึ่ง แห่งสันติภาพถาวรตามหลักคิดของ
97 อิมมานูเอล คานต์: การวิเคราะห์องค์การระหว่างประทศ
ผ่านมุมมองเสรีนิยมเชิงสถาบัน (Neoliberalism
Institutionlism
โดย นาวาโท ทวีศิลป์ คงประเสริฐ
การใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพโลก
113 ที่หลากหลายตามแนวคิดทฤษฎีสรรสร้างนิยม
Education as Means for Peace in Global Diversity:
a Constructivist Analysis
โดย นาวาเอก รณยุทธ ขวัญมงคล
มรดกทางความคิดของเจ้าจักรวรรดิต่อการสร้าง
6 139 สันติภาพโลกปัจจุบัน
โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ มั่งคั่ง
กองทัพเรือในบทบาทความร่วมมือด้านการปฏิบัติการ
161 ทางทหารที่นอกเหนือจากสงคราม (Military Operation
Other Than War: MOOTW) ในการสนับสนุน UN
โดย นาวาโท พงศ์รพี อุนนะนันทน์
191 สันติภาพและความมั่นคงโลกหลัง Covid-19
โดย นาวาเอก ดุสิต ยมจินดา
วิถีชาวเรือ
214 ปัญหาเรื่องเพศบนเรือรบ
โดย พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์
บรรณาธิการแถลง
Editor Talk
ี
ั
ี
ู
สวัสดีครับท่านผ้อ่านท่เคารพรัก เป็นท่ทราบกันโดยท่วไปแล้วว่า นับจากน ี ้
ต่อไป ความเส่ยงต่อความไม่ม่นคงในภูมิภาค “อินโด-แปซิฟิก” มีแนวโน้มเพ่มมากข้น
ั
ี
ิ
ึ
เนองจากประเทศในภูมิภาค ยังคงแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติและผลประโยชน์
่
ื
ิ
ึ
ื
ี
ำ
ในหลายรูปแบบเพ่มข้นเร่อยมา อีกท้งในขณะน้ มหาอานาจและพันธมิตรของแต่ละฝ่าย
ั
ำ
ั
ำ
ได้ทวีความพยายามในการใช้กาลังอานาจแห่งชาติหลายด้านเข้าสกัดก้นอิทธิพล
ี
ั
ี
ของกันและกัน ด้วยเหตุน้ ความตึงเครียดท่ส่งผลกระทบต่อความม่นคงทางทะเล
ึ
ในภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทยจึงเพ่มข้นเป็นเงาตามตัว กองทัพเรือไทยก็เหมือน
ิ
ิ
ี
กับกองทัพเรือของทุกประเทศ ท่ต้องเพ่มความพยายามในการจัดการกับ “ส่งท้าทาย”
ิ
ั
เหล่าน้ ไม่ให้ขยายตัวเป็นภัยคุกคามต่อความม่นคงของประเทศและความสงบสุข
ี
่
้
ุ
ี
ั
่
ของประชาชน และมผลกระทบต่อความเชอมน รวมทงบรรยากาศท่น่าลงทน
ั
ื
ี
ั
ั
ของประเทศไทย แตการรบมอกบสงทาทายทมความสลบซบซอนดงกลาว ไมใชเรองงาย
่
ี
ี
้
่
ั
ื
่
่
ั
ิ
้
่
่
ั
ื
่
่
ำ
ั
ิ
ิ
ั
ดังน้น “การสร้างสันติภาพและความม่นคง” จึงเป็นส่งสาคัญย่ง เช่น การสร้างและ
ี
พัฒนาขีดความสามารถทางทะเลให้ “มีดี” ไปพร้อมกันกับการสร้างความสัมพันธ์ท่ด ี
ำ
ู
ระหว่างกองทัพเรือของแต่ละประเทศ จะเป็น “โอกาส” นาไปส่การสร้างสันติภาพและ
ความมั่นคงของภูมิภาค ตลอดจนของโลกต่อไป
ำ
ี
ี
ในวารสารนาวิกาธิปัตย์สารฉบับท่ ๑๐๑ น้ มีธีม (Theme) หรือสาระสาคัญ
ั
ี
ั
้
ิ
้
ำ
ิ
่
ประจาฉบับว่า “การสร้างสนตภาพและความม่นคงโลก” ผเขยนไดเลาประวัตศาสตร ์
ู
ั
พร้อมกับวิเคราะห์การสร้างสันติภาพและความม่นคงของโลก ด้วยแนวคิดและวิธีการ
ั
ต่าง ๆ ต้งแต่ในอดีต ๕,๐๐๐ ปี จนถึงยุคหลังโควิด-๑๙ (Post-COVID-19) ไว้อย่าง
น่าสนใจ และผ้เขียนหลายท่านยังเสนอแนวทางการใช้กาลังทางเรือสนับสนุนแนวคิด
ู
ำ
และวิธีการเหล่านั้น ที่ยังคงสามารถนำามาประยุกต์ใช้ได้ในยุคนี้ จำานวนทั้งสิ้น ๘ บทความ
มีผู้เขียนและโครงเรื่อง ดังนี้
บทความเร่องแรก “การสร้างสันติภาพของจ๋นซีฮ่องเต้ บนแนวคิดสันติภาพ
ิ
ื
ึ
ของมาเคยเวลล” โดย นาวาโท นาวาศักด์ เออทวีสัมพันธ์ ได้เขียนบรรยายถง
ิ
ี
ี
้
ื
ำ
ความหมายและความสาคัญของสันติภาพ ความคิดสัจนิยมแบบคลาสสิกของมาเคียเวลล ี
ั
สามารถสร้างสันติภาพได้อย่างไร แนวทางการรวมชาติและความย่งยืนของสันติภาพ
ิ
๋
่
ี
ั
ุ
ื
ั
ิ
ั
ิ
ุ
ั
ในยคจนซฮองเต รปแบบการสนบสนนสนตภาพของกองทพเรอในลกษณะของสจนยม
ู
้
ั
แบบคลาสสิก
บทความท่สอง “อิทธิพลจากการฟ้นฟูศิลปวิทยาการต่อการเกิดสันติภาพ
ี
ื
และความมั่นคงของเสรีนิยมคลาสสิก” โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ มั่งคั่ง ได้วิเคราะห์
ถึงรากฐานความคิดเสรีนิยมแบบคลาสสิก สภาพสังคม การเมือง การทหารและ
ี
สภาพเศรษฐกิจในยุคเรอเนสซองส์ การเกิดสันติภาพท่เป็นผลผลิตจากยุคเรอเนสซองส ์
ความบกพร่องของเสรีนิยมแบบคลาสสิก และบทบาทของกองทัพเรือต่อสันติภาพ
ยุคเรอเนสซองส์
่
ี
ี
่
บทความทสาม “สนติภาพทถาวรบนการสรางระบบถวงดลอานาจระหว่างรฐ”
ั
้
ุ
่
ั
ำ
ั
ั
โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ ม่งค่ง ได้ฉายภาพประวัติศาสตร์ปี ค.ศ.๑๘๑๔-๑๙๑๙
ำ
ให้เห็นถึงความหมายการถ่วงดุลอานาจ ข้อบกพร่องของการสร้างสันติภาพโดยการ
ถ่วงดุลอำานาจ และการใช้กองทัพเรือเป็นเครื่องมือในการถ่วงดุลอำานาจ
บทความที่สี่ “เหตุประการหนึ่ง แห่งสันติภาพถาวรตามหลักคิดของอิมมานูเอล
์
คานต” โดย นาวาโท ทวีศิลป์ คงประเสริฐ ได้เขียนเกี่ยวกับหน้าที่และบทบาทของสถาบัน
ิ
่
ระหวางประเทศในการรกษาสนตภาพ รวมทั้งบทบาทใหม่ของกองทัพเรือในการสนับสนุน
ั
ั
องค์กรระหว่างประเทศในการรักษาความมั่นคงทางทะเล
ื
ี
บทความท่ห้า “การใช้การศึกษาเป็นเคร่องมือในการสร้างสันติภาพบนโลก
ี
ท่หลากหลายตามแนวคิดทฤษฎีสรรสร้างนิยม” โดย นาวาเอก รณยุทธ ขวัญมงคล
ได้เขียนถึงหลักการสรรสร้างนิยม สภาวะแวดล้อมโลกหลังสงครามเย็น กรณีศึกษา
การปรับตัวของอาเซียนผ่านการศึกษา อุปสรรคของการใช้การศึกษาปรับพฤติกรรมรัฐ
และผลจากการแลกเปลี่ยนการศึกษาของกองทัพเรือในอาเซียนเพื่อลดความหวาดระแวง
บทความท่หก “มรดกทางความคิดของเจ้าจักรวรรดิต่อการสร้างสันติภาพ
ี
ั
ั
โลกปัจจุบัน” โดย นาวาเอก ดร.หัสไชยญ์ ม่งค่ง ได้อธิบายถึงจักรวรรดิอังกฤษ
่
ี
ในศตวรรษท ๑๙ และจกรวรรดอเมรกนหลงสงครามโลกครงท่ ๒ ทสงผลใหสหรฐอเมรกา
ี
ั
้
ิ
่
ั
ี
่
ั
ิ
ิ
ั
ั
้
ึ
ข้นมาเป็นมหาอานาจอันดับหน่ง กลไกใหม่ของการเมืองระหว่างประเทศในยุคน้ ี
ึ
ำ
สมุททานุภาพ (Sea Power) กับการเป็นเคร่องมือสร้างสันติภาพและหลักการของ
ื
ความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security)
ี
บทความท่เจ็ด “กองทัพเรือในบทบาทความร่วมมือด้านการปฏิบัติการทางทหาร
ี
ื
ทนอกเหนอจากสงคราม (MOOTW) ในการสนับสนุน UN” โดย นาวาโท พงศ์รพ ี
่
อุนนะนันทน์ ได้เขียนบรรยายให้เห็นหน้าท่ด้านต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาต ิ
ี
ั
หลักการความรับผิดชอบในการปกป้อง (R2P) การใช้ MOOTW ป้องกันความม่นคงร่วม
ปัญหาหลักของการสร้างสันติภาพด้วย MOOTW และการใช้กองทัพเรือสนับสนุน
การปฏิบัติการ MOOTW
ี
ั
บทความท่แปด “สันติภาพและความม่นคงโลกหลัง COVID-19” โดย นาวาเอก
ดสต ยมจนดา ได้วิเคราะห์ให้เห็นภาพของความมั่นคงโลกและสันติภาพหลัง โควิด-๑๙
ุ
ิ
ิ
กับโอกาสการขึ้นมาเป็นมหาอำานาจใหม่
ส่งท้ายด้วยบทความของคุณครู พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์ ได้กรุณา
ื
ำ
ื
ำ
ึ
ื
ทาให้เน้อหาทางวิชาการในเล่มน้เบาข้นด้วยการนาเสนอบทความเร่อง “ปัญหาเร่องเพศ
ี
บนเรือรบ” ในคอลัมน์ประจำาวิถีชาวเรือ
สำาหรับเล่มต่อไป ฉบับที่ ๑๐๒ มีธีมว่า “สงครามอนาคตและการใช้เทคโนโลยี
ในการพัฒนากองทัพเรือ” เม่อเราได้พยายามรักษาสันติภาพและความม่นคง ด้วยเคร่องมือ
ื
ั
ื
ำ
(Means) และวิธีการต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถแล้วยังไม่ประสบความสาเร็จก็ต้อง
ำ
ำ
ั
ำ
ื
เลือกใช้เคร่องมือสุดท้ายน่นก็คือ “กาลังทหาร” ทาให้มีความจาเป็นต้องศึกษาว่า
ู
ี
สงครามในอนาคตจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร และนาองค์ความร้น้มาพัฒนากองทัพเรือ
ำ
ให้มีขีดความสามารถจัดการความขัดแย้งให้จบลงอย่างรวดเร็ว สูญเสียชีวิตและ
ี
ทรัพย์สินของประเทศชาติให้น้อยท่สุดได้อย่างไร ดังน้น จึงขออนุญาตเชิญชวนทุกท่าน
ั
ื
ี
่
ิ
ตดตามอานเล่มต่อไปด้วย ซ่งเป็นผลงานของนักเขียนท่มีช่อเสียงในแวดวงเทคโนโลย ี
ึ
ื
ทางเรือด้านต่าง ๆ ของกองทพเรอ
ั
ี
ี
สุดท้ายน้ กองบรรณาธิการ ขอกราบขอบพระคุณผ้ท่ให้การสนับสนุน และ
ู
ท่านผ้อ่านท่เคารพทุกท่าน โดยหวังว่านาวิกาธิปัตย์สารเล่มน้ จะเป็นประโยชน์ต่อนายทหาร
ู
ี
ี
ี
ท่กาลังศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ และประชาชนท่สนใจในเชิงวิชาการด้านการสร้างสันติภาพ
ี
ำ
และนาไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ทุกท่านก็จะเป็นส่วนหน่งในการสร้างสันติภาพและ
ำ
ึ
ความมั่นคงให้โลกของเรา ทั้งนี้ หากมีความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะ สามารถส่งได้ที่
[email protected] หรือที่กองบรรณาธิการ ครับ
นาวาเอก กระแสร์ เม่งอำาพัน
บรรณาธิการ
¡ÒÃÊÃéÒ§ÊѹµÔÀÒ¾¢Í§¨Ô빫ÕÎèͧàµé
º¹á¹Ç¤Ô´ÊѹµÔÀÒ¾¢Í§ÁÒà¤ÕÂàÇÅÅÕ
¹ÒÇÒâ· ¹ÒÇÒÈÑ¡´Ôì àÍ×éÍ·ÇÕÊÑÁ¾Ñ¹¸
ËÑÇ˹ŒÒ¹âºÒÂáÅÐá¼¹ ¡Í§¹âºÒÂáÅÐÂØ·¸ÈÒʵÃ
Êíҹѡ¹âºÒÂáÅÐá¼¹ ¡ÃÁÂØ·¸¡Ò÷ËÒÃàÃ×Í
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 9
“ ¸ÃÃÁ´ÒÊÃþÊÔè§ã¹ãµé¿éÒ
àÁ×èÍᡡѹ¹Ò¹ æ ¡ç¡ÅѺÃÇÁ¡Ñ¹à¢éÒ
àÁ×èÍÃÇÁ¡Ñ¹¹Ò¹ æ ¡ç¡ÅѺᡡѹÍÕ¡ ”
๑
ÊÒÁ¡ê¡
บทนํา
วัฏจักรของประวัติศาสตรจีนตลอดหวงเวลา ๕,๐๐๐ ปท่ผานมา พบวา
ี
ี
ื
ั
เม่อคร้งใดท่แผนดินจีนถูกหลอมรวมกันอยางเปนสุขภายใตสันติภาพของผปกครอง
ู
ึ
เพียงหน่งเดียวมาไดระยะเวลาหน่งแลว ก็จะแตกสลายกลายเปนหลายแวนแควน
ึ
ํ
ั
ั
ู
ื
หลายผปกครอง จากน้นก็จะเขาห้าห่นทําสงครามเพ่อแยงชิงอํานาจตอกันตามวัฏจักร
ของอํานาจอยางหลีกเล่ยงไมได สภาวะสงครามเชนน้ไดสรางความทุกขยากลําบาก
ี
ี
ู
ใหกับประชาชนชาวจีนอยางแสนสาหัสมาอยางชานาน จนกวาจะมีผปกครองใหม
ท่มีความสามารถมากพอเขามาบริหารอํานาจใหเกิดสันติภาพคร้งใหมในสังคมจีน
ี
ั
ี
ั
ั
ไดอยางม่นคง ดังเชน ราชวงศฮ่น ท่ทําการรวบรวมแผนดินหลังการลมสลายของ
ราชวงศฉินและทําการปกครองแผนดินจีนมาอยางยาวนานกวา ๔๒๖ ป (ตั้งแต ๒๐๖ ป
กอน ค.ศ. - ค.ศ. ๒๒๐) ราชวงศถังปกครอง ๒๘๙ ป (ค.ศ. ๖๑๘ - ๙๐๗) และ
ี
ราชวงศหมงปกครอง ๒๗๖ ป (ค.ศ.๑๓๖๘ - ๑๖๔๔) สวนราชวงศฉินท่เปนของจ๋นซีฮองเต
ิ
ิ
ื
ู
ึ
ซ่งเปนผยุติสงครามของยุคชุนชิวและจานกวอท่มีมาอยางยาวนานและไดช่อวาเปน
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
10
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ึ
ิ
ิ
ู
้
ั
ั
ผผนวกแผนดนจีนใหเปนปกแผนไดเปนคร้งแรกน้น กลบสรางสันติสุขใหเกดขนในสังคม
ั
ไดเพียง ๑๕ ปเทานั้น (๒๒๑ - ๒๐๖ ป กอนค.ศ.) กอนที่จะลมสลายและถูกราชวงศฮั่น
ุ
รวบรวมแผนดินจนเกิดสันติภาพไดอีกคร้งหน่งในยุคตอมา บทความน้ผเขียนมีความมงหมาย
ั
ู
ี
ึ
เพ่อนําเสนอความสําคัญของสันติภาพท่มีตอสังคมมนุษย รวมท้งแนวทางการสรางสันติภาพ
ี
ื
ั
ี
ิ
ั
็
ี
ุ
ุ
และช้ใหเหนสาเหตหลกของการลมสลายลงของสันตภาพจากประวัติศาสตรจนในยคของ
จ๋นซีฮองเตท่มีการจัดการสันติภาพอยบนพ้นฐานความคิดแบบสัจนิยมแบบคลาสสิก
ิ
ู
ี
ื
ั
ท่เนนการมองการจัดการอํานาจและความขัดแยงโดยต้งอยบนความสามารถของผนํารัฐ
ู
ู
ี
ู
ี
เพียงคนเดียว (First Image) ในบทความน้ผเขียนไดใชมุมมองของ มาเคียเวลลี
ิ
ื
เปนเคร่องมือในการอธิบายวา เพราะเหตุใดจักรพรรดิจ๋นซีฮองเตจึงสามารถยุติสงคราม
ี
ท่มีมาอยางยาวนาน สามารถสรางสันติภาพบนแผนดินจีนไดอยางรวดเร็ว และในทาง
ั
กลบกนแผนดินของพระองคเองน้นก็เส่อมลงอยางรวดเร็วไมสามารถดํารงสันติภาพ
ื
ั
ั
ดังกลาวไวไดอยางยั่งยืนในยุคตอมา
สภาวะแวดลอมของสังคมจีนในยุคของจิ๋นซีฮองเต
ในการศึกษาประวัติศาสตรจีนเราจะสามารถแบงประวัติศาสตรของจีนออกเปน
ี
ยคตาง ๆ ไดเปน ๔ ยุค ไดแก ๑) จนยคกอนประวตศาสตร ประมาณกอน ๔,๐๐๐ ป
ุ
ิ
ุ
ั
ู
แบงเปนยุคหินและยุคโลหะ ๒) ประวัติศาสตรจีนยุคโบราณ อยในชวง ๒๑๐๐ - ๑๖๐๐ ป
ี
ี
กอน ค.ศ. เปนชวงของตํานานท่เปนท่เลาขานสืบทอดกันมาในหมชาวจีน ปจจุบัน
ู
ู
ี
ไดมีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตรท่สามารถบงบอกของการมีอยจริงของยุค
ั
ดังกลาวมากขึ้น ๓) ประวัติศาสตรจีนยุคสมัยราชวงศและจักรพรรดิ โดยนับต้งแต
ื
ิ
การสถาปนาราชวงศฉินเขาปกครองแผนดินเม่อ ๒๒๑ ป กอน ค.ศ. จนถึงการส้นสุด
ของราชวงศชิงในป ค.ศ. ๑๙๑๒ ในยุคของพระนางซูสีไทเฮา และ ๔) ประวัติศาสตรจีน
ี
ยุคใหม ในสวนน้ผเขียนจะนําเสนอใหเห็นถึงสภาพของสังคมจีนในยุคโบราณ และ
ู
ี
ื
อะไรคือเง่อนไขตาง ๆ ของความขัดแยงของสังคมจีนกอนหนาท่จะมีการเปล่ยนผานมา
ี
ู
ิ
ี
สยุคของจ๋นซีฮองเตท่จะสามารถยุติความขัดแยงดังกลาวไดอยางเด็ดขาด จนนับไดวา
ิ
ี
ี
ี
ราชวงศฉินถือเปนราชวงศแรกของจนทมีหลังจากการเปล่ยนผานจากการส้นสุด
่
ู
ประวัติศาสตรจีนยุคโบราณมาสประวัติศาสตรจีนยุคสมัยราชวงศและจักรพรรด ิ
แตน้นก็มิไดหมายความวาแผนดินจีนในยุคโบราณกอนหนาน้นมิไดมีราชวงศปกครอง
ั
ั
ั
้
ั
ี
แผนดินมากอน แตราชวงศท่ทําการปกครองในประวติศาสตรจีนยุคโบราณนน
ยังมิไดมีการตราการสืบสันตติวงศกันอยางชัดเจน และยังไมสามารถปกครองในทางปฏิบัต ิ
ั
ึ
ึ
ตามแนวคิดท่เรียกวา “หน่งเดียวเหนือคนท้งใตหลา (Tianxia ᯯ᷀) ซ่งเปนโลกในอุดมคต ิ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 11
ภาพจักรพรรดิ จิ๋นซีฮองเต แหงราชวงศฉิน
ที่มา : http://what998.blogspot.com/2014/11/blog-post_12.html
ี
ั
ิ
ท่ทุกส่งอยใตอํานาจขององคจักรพรรดิ โดยองคจักรพรรดิเปนศูนยกลางท้งมวล
ู
๒
เปนผกําหนดระเบียบเพียงหน่งเดียว” ซ่งชาวจีนในยุคน้นเช่อวาจะเปนการสรางสันติภาพ
ั
ู
ื
ึ
ึ
ั
ี
ี
ใหกบสังคมได โดยราชวงศตาง ๆ ท่ไดปกครองแผนดินจีนในยุคโบราณท่มีกลาวถึง
ในประวัติศาสตรนั้น ไดแก ราชวงศซาง ราชวงศเซี่ย และราชวงศโจว โดยราชวงศโจว
เปนราชวงศสุดทายที่ทําการปกครองแผนดินจีนในยุคโบราณระหวางป ๑๐๔๖ - ๗๗๑ ป
ี
ื
ี
ี
กอน ค.ศ. และระหวางการปกครองของราชวงศโจวน้เองท่ไดสรางเง่อนไขท่เปน
ึ
ั
สาเหตุหลักใหเกิดสงครามอยางยาวนานในประวัติศาสตรจีนอีกคร้งหน่ง โดยในสมัย
ี
ิ
ิ
เร่มตนของราชวงศโจวไดรเร่มปูนบาเหน็จความชอบดวยการใหท่ดนและทรพยสิน
ํ
ั
ิ
ิ
ั
ั
แกขุนนางทไดสรางความชอบใหแกแผนดินเปนคร้งแรก ดวยการแตงตงให
้
่
ี
์
ิ
ั
ี
ิ
่
ิ
ํ
่
ึ
ั
ื
ํ
ํ
ดารงตาแหนงอองหรอเจารฐซงมอานาจสทธขาดในการปกครองดนแดนทไดรบ
ี
ู
ั
ี
พระราชทานให รวมท้งความเปนเจารัฐน้เองยังสามารถสืบทอดทางสายโลหิตสทายาท
รุนตอ ๆ ไปได เมื่อเวลาผานไปหลายชั่วอายุคนความภักดีที่มีตอราชวงศก็เริ่มเสื่อมคลาย
ิ
ิ
ั
ไปพรอมกับกาลเวลา ความกลมเกลียวก็เร่มแตกแยกกลายเปนความขัดแยง ย่งไปกวาน้น
ั
ในชวงปลายของสมัยราชวงศโจว กษัตริยน้นมิไดมีความสามารถในการปกครองดังเชน
แตกอน จึงจําเปนท่ตองพ่งความสามารถของขุนนางเปนหลัก ดังน้น การแตงต้งขาราชบริพาร ภาพแผนที่ที่ตั้งรัฐตาง ๆ ในยุคชุนชิว ๓
ึ
ั
ี
ั
ิ
ี
ี
ใหเปนเจารัฐเม่อสามารถทําความดความชอบไดจึงเปนท่นยมท่ถูกใชในการปกครอง
ื
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
12
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ของราชวงศโจว ลักษณะเชนน้ทําใหเกิดการกระจายอํานาจและมีเจารัฐใหมเกิดข้น
ึ
ี
ี
อยางมากมายในสมัยปลายราชวงศโจว ดวยเหตุจากการมีตําแหนงเจารัฐท่ไมสามารถ
ี
ู
ื
ี
ควบคุมไดน้เองเปนเง่อนไขหน่งท่เอ้อใหผปกครองหรือเจารัฐตาง ๆ ออกหางจากอํานาจ
ื
ึ
ี
การปกครองสวนกลางของกษัตริย และมีโอกาสท่จะสะสมกําลังพล เสบียง อาวุธ
ื
ี
และอํานาจบารมีทางการเมืองท่มีตอเจารัฐอ่น ๆ ท่ออนแอกวาและต้งตัวเปนใหญ
ั
ี
ข้นไดดวยการใชสงคราม จนเปนสาเหตุใหราชวงศโจวตองพบกับความเส่อมอํานาจลง
ื
ึ
เหลือแตการปกครองเพียงในนาม
ิ
ํ
้
ี
ิ
ื
่
เมอแผนดินจนสนอานาจสวนกลางของราชวงศโจวแลว แผนดนจนจึงไดแตกออก
ี
เปนรัฐ โดยปราศจากอํานาจสวนกลางในการบริหารควบคุมพฤติกรรมของรัฐตาง ๆ
หรือสามารถเรียกไดอีกอยางวาเปน สภาวะอนาธิปไตย (Anarchy) อยางสมบูรณ
รัฐตาง ๆ จึงมีอิสระเขาสยุคของการทําสงครามแขงขันชวงชิงอํานาจระหวางเจารัฐ
ู
ื
ื
เพ่อต้งตัวเปนใหญบนแผนดินจีน หรือไมก็เพ่อนํารัฐใหอยรอดจากการถูกผนวก
ู
ั
ภาพจักรพรรดิ จิ๋นซีฮองเต แหงราชวงศฉิน
ี
่
ึ
ี
ึ
ที่มา : http://what998.blogspot.com/2014/11/blog-post_12.html เปนสวนหนงของรัฐท่แข็งแกรงกวา เหตุการณเชนน้ทําใหแผนดินจีนปราศจากซ่งสันติสุข
ี
ั
ู
ู
ึ
ี
มานานกวา ๕๔๙ ป ซ่งเปนยุคท่ผคนท่วไปรจักกันในยุคท่เรียกวา “ยุคชุนชิวหรือ
ยุควสันตสารท (๗๗๐ - ๒๕๖ ป กอน ค.ศ.) และยุคจานกวอ (๒๕๖ - ๒๒๑ ป กอน ค.ศ.)”
ี
ี
ั
ตามลําดับ โดยสงครามในยุคชุนชิวน้น นครรัฐตาง ๆ ท่ปกครองโดยเจารัฐท่เคยม ี
๓
ภาพแผนที่ที่ตั้งรัฐตาง ๆ ในยุคชุนชิว
ที่มา : google.co.th/search?=แผนที่ที่ตั้งรัฐตางๆ ในยุคชุนชิว
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 13
ั
อยางมากมายในยุคราชวงศโจวกอนหนาน้นถูกทําลายลงคงเหลือเพียง ๑๔๐ รัฐ อันเปน
ี
ึ
ผลมาจากการถูกผนวกรวมเปนหน่งเดียวกับรัฐท่เขมแข็งกวา โดยไดมีบันทึกไววา
รัฐหลูทําลาย ๕๘ รัฐ รัฐจิ้นทําลาย ๒๔ รัฐ รัฐฉินทําลาย ๑๕ รัฐ รัฐฉีทําลาย ๑๔ รัฐ
ั
ั
ั
ี
ู
ํ
ั
ั
ิ
่
้
ี
ี
ั
ั
้
้
ั
รฐเจงทําลาย ๖ รฐ รฐอทาลาย ๕ รฐ และรฐทง ๑๔๐ รฐนี มรฐทเรยกไดวาเปนรฐ
ั
ขนาดใหญและมีอํานาจที่แทจริงนั้นมีไมถึง ๑๐ รัฐ เทานั้น โดยในยุคชุนชิวนี้แผนดินจีน
กาลงเปนชวงของการเปลยนผานรปแบบทางสงคม (Paradigm) จากเดมทสงคมจน
ิ
ั
ู
่
ี
ั
ี
ี
ั
ํ
่
เปนสังคมระบบศักดินาแบบทาสมาเปนสังคมระบบศักดินาแบบเก็บภาษี เปนสวนหน่ง ึ
ของสาเหตุท่ทําใหแผนดินจีนในขณะน้นเกิดการเปล่ยนแปลงจนเกิดการปฏิวัติและ
ี
ั
ี
ความวุนวายอยูทั่วไป ความขัดแยงนั้นมิไดมีเพียงที่เกิดจากเจารัฐของแตละรัฐทําสงคราม
ั
ื
ั
้
ํ
ั
ิ
ื
ิ
ผนวกดนแดนของรฐอ่นเพ่อชงความเปนมหาอานาจเทานน แตภายในรฐของแตละรัฐ
ั
ื
ี
ยังมีความขัดแยงท่ปาเถ่อนและโหดรายจากการสูญเสียอํานาจของชนช้นปกครองเดิม
ี
ุ
ํ
ท่ไดประโยชนจากระบบทาสกับกลมคนชุดใหมท่ไดประโยชนจากระบบใหม ซ้าราย
ี
บางนครรัฐก็ทําระบบศักดินาซอนศักดินาดวยการแบงมอบแผนดินใหขาราชการ
ื
ทําการปกครองเองโดยเจารัฐไมมีอํานาจสวนกลางควบคุมเลย ดังน้น เม่อมีความ
ั
ขดแยงกนสงครามจงถกเลอกใชเปนเครองมอในการแกปญหาความขดแยงทางการเมอง
ั
ู
ื
ั
ึ
ื
ื
ั
ื
่
ิ
บอยครง และโดยธรรมชาตทโหดรายของสงครามน้เอง ทําใหมนุษยไมสามารถ
ี
ี
้
ั
่
ทนตอสภาวะดังกลาวได จาตองคดหาทางออก สงครามจึงไดกลายเปนประเดน ภาพตําราพิชัยสงครามของซุนวู
ํ
็
ิ
ั
ื
ทสาคญทถกเถยงกนทามกลางนกคด นกการเมอง และโดยเฉพาะอยางยงนกการทหาร
ั
ํ
ั
ิ
ั
่
ิ
ี
่
ี
ั
ี
่
ื
เชน ขงจ้อ และสํานักของขงจ้อ เลาจ้อ และสํานักของลัทธิเตา ไดทําการศึกษาลงลึก
ื
ื
ในปรัชญาเรื่องมนุษย สันติภาพ การทําสงครามและการทหาร เพื่อคนหาหนทางใหสังคม
ึ
ื
ี
สงบสุข หลีกเล่ยงความปาเถ่อนระหวางมนุษยดวยกัน ตอมาซุนวูซ่งมีชีวิตรวมสมัย
ื
ั
ื
กับท้งขงจ้อและเลาจ้อจึงไดรับอิทธิพลทางความคิดจากบุคคลท้งสอง โดยซุนวู
ั
ึ
ู
ไดพยายามรวบรวมความรเปนตําราพิชัยสงครามซ่งทําใหรูปแบบการสงครามมีการ
ึ
พัฒนามากข้น เพ่อทําใหการสงครามเปนไปดวยความรวดเร็วตรงตอวัตถุประสงค
ื
ั
ี
ทางการเมืองโดยสูญเสียชีวิตใหนอยท่สุด ดังน้น หากเราตองการทําความเขาใจความคิด
เร่องสันติภาพหรือตําราพิชัยสงครามของซุนวู จึงไมสามารถละเลยการทําความ
ื
ื
ั
เขาใจแนวความคิดของลัทธิเตาและขงจ้อได เพราะแนวคิดท้งสองมีอิทธิพลอยางมาก
ตอบริบททางสังคมการเมืองในยุคน้น โดยเฉพาะอยางย่งการหารปแบบการสราง
ั
ิ
ู
ี
ั
ั
ั
สันติภาพของคนในยุคน้น โดยลัทธิท้งสองไดวางรากฐานของคุณธรรมหลักของสงคมจน
ี
เชน ความกตัญู และความภักดี จึงกอใหเกิดหนาท่และความสัมพันธทางโครงสราง
ึ
ู
ของครอบครัวไปจนถึงรัฐเกิดข้นนําไปสการพัฒนารูปแบบศักดินาท่คิดวาจะทําใหสังคม
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
14
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ี
ี
เปนสุขมากท่สุด ประกอบกับซุนวูก็ไดนําความคิดการใชการดําเนินการทางทหารท่ตอง
ี
สอดรับการเมือง เศรษฐกิจ และขอมูลขาวสารเก่ยวกับสถานการณ จึงทําใหปทัสถาน
ี
ของสังคมเปล่ยนไปจากเดิมอยางมาก เจารัฐท่สามารถปรับตัวไดทันตอสังคมสมัยใหม
ี
ั
จะมีความแข็งแกรงทางการเมืองและการทหารทําใหรัฐน้นมีความเจริญรงเรือง สวนเจารัฐ
ุ
ี
ี
ื
ท่ไมสามารถปรับตัวและความคิดไดก็พบกับความเส่อมถอยและถูกทําลายลงในท่สุด
ไมสามารถอยรอดไดบนการแขงขันทางอํานาจภายใตสภาวะแวดลอมของโลกใหมของ
ู
ยุคนั้นได
ภาพตําราพิชัยสงครามของซุนวู
ที่มา : google.co.th/search?ตําราพิชัยสงคราม
สวนในยุคจานกวอหรือเลียดกกซ่งเปนยุคตอมา นครรัฐตาง ๆ ไดถูกผนวก
ึ
ู
จนเหลือเพียง ๗ นครรัฐ ไดแก รัฐฉิน (Qin) รัฐฉ (Chu) รัฐฉี (Qi) รัฐหาน (Han)
รัฐเวย (Wei) รัฐจาว (Zhao) และรัฐเยียน (Yan) อยางไรก็ตาม ชนชั้นปกครองและนักคิด
ี
ํ
ในยคจานกวอยังคงมีความคิดท่แยงชิงอํานาจความเปนใหญในแผนดินเชนเดิม จึงทาให
ุ
ั
ื
ู
ิ
ี
ในยุคน้ยังคงมีสงครามระหวางแควนท้ง ๗ อยอยางตอเน่องและไดเพ่มความโหดราย
ั
รุนแรงมากข้น แมวาจะมีการเจรจาตกลงเปนพันธมิตรก็เปนเพียงการสงบศึกเพียงช่วคราว
ึ
ิ
และทุกแควนก็พรอมท่จะละท้งสัญญาท่มีตอกันไวและฉวยโอกาสกอสงครามทุกคร้ง ั
ี
ี
ั
ี
ื
เม่อมีโอกาสเปล่ยนโครงสรางอํานาจระหวางรัฐ โดยในชวงแรกน้น รัฐหาน รัฐเวย และ
ุ
รัฐจาว เปนกลมรัฐท่มีอํานาจสูงสุด ตอมาในชวงกลางของยุคจานกวอ รัฐเวยไดทําการโจมต ี
ี
รัฐหาน และรัฐจาว แตประสบกับความลมเหลวเพราะรัฐฉีที่นําทัพโดยซุนปน ซึ่งเชื่อกัน
ี
วาเปนหลานของซุนวูไดนําทัพของรัฐฉีไปชวยเหลือรัฐเวยจนเปนท่มาของกลยุทธท่รจัก
ี
ู
กันวา “ลอมเวยชวยจาว” และรัฐฉีสามารถเอาชัยชนะตอรัฐจาวท่มาโจมตีรัฐหานได
ี
ี
ั
อยางเด็ดขาดท่ “ศึกหมาหลิง” จึงทําใหรัฐฉีมีอํานาจสูงสุดทามกลางรัฐท้งหมด โดยรัฐฉิน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 15
ี
ั
ั
ี
ซ่งตอมาเปนรัฐของจ๋นซีในขณะน้นเปนรัฐท่ออนแอท่สุดทามกลางรัฐท้งหมด จึงมักถูก
ึ
ิ
ึ
ี
ี
เอาเปรียบและถูกกดข่จากรัฐตาง ๆ อยางมาก ดวยเหตุน้ เจารัฐฉินซ่งเปนบรรพบุรุษ
ิ
ของจ๋นซีจึงไดพยายามวางรากฐานการปฏิรูปรัฐใหมีความเขมแข็งดวยการริเร่มการปฏิรูป
ิ
ํ
การเกษตร กองทัพ และกฎหมายใหล้าหนารัฐอ่น โดยใชขาราชการรนใหมท่นําโดย
ื
ี
ุ
“ชาง ยาง” (๓๙๐ - ๓๓๘ ป กอน ค.ศ.) แตก็ตองเผชิญกับการตอตานอยางหนักจากกลุม
ิ
ี
ศักดินาเดิมท่กลาวหาวา “กฎระเบียบใหมเปนส่งเหลวไหลท้งส้น ระเบียบแบบแผนเกา
ั
ิ
จะแกไขมิได” ทั้ง ชาง ยาง ไดใหเหตุผลวา “ที่ทานวากฎระเบียบดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไมได
นั้น ถาพิจารณาจากการกําหนดกฎระเบียบเหลานั้น ลวนดําเนินไปโดยบรรพบุรุษในอดีต
ึ
ซ่งก็เพ่อปรับปรุงการปกครองบานเมืองใหดีข้น นับวาปรับปรุงมาจากของเกาท่ลาสมัย
ึ
ี
ื
ั
ี
ื
ี
ิ
มาแลวท้งสิ้นมิใชหรือ มีส่งใดบางเลาท่มิไดกําหนดมาเพ่อมิใหเกิดการเปล่ยนแปลง
เม่อเปนเชนน้ ไฉนเราท้งหลายจะปรับปรุงเปล่ยนแปลงบางมิได ถาหากมันสามารถ
ี
ื
ี
ั
ึ
ี
ทจะทําใหบานเมืองเจริญข้น การปรับปรุงน้ จักกอใหเกิดความวนวายบาง แตแกพวก
่
ุ
ี
๔
ึ
เหนแกตว ซ่งผลประโยชนของพวกเขาจะไดรับความกระทบกระเทือนไปเทาน้น”
ั
็
ั
สุดทาย “การปฏิรูป ชาง ยาง” โดย ชาง ยาง จึงไดถูกตราเปนกฎหมายบังคับใชอยางเขมงวด
และไดกลายเปนรากฐานของหลักนิตินิยมของจีน (Chinese Legalism) ในยุคตอมา
ู
โดยบังคับใชไมเวนแมแตองครัชทายาทจึงนําผลรายมาสตัว ชาง ยาง ในบ้นปลาย
ั
ั
ื
ึ
ของชีวิตเม่อรัชทายาทข้นครองราชย แตแนวคิดนิตินิยมของ ชาง ยาง น้น
เนนทการใชเหตุผลตรวจสอบการปฏิรูปน้นวาเปนประโยชนตอรัฐฉินอยางแทจริง
ี
ั
่
ั
ั
้
ั
ื
่
ื
ื
ื
่
ี
ั
หรอไมกอนทจะตราเปนกฎหมายบงคบใช กลาวคอ หลกกฎหมายนนตองเปนเครองมอ
รับใชหลักของความดีของสังคม การปฏิรูป ชาง ยาง จึงนับเปนจุดเปลี่ยนที่ยั่งยืนที่ทําให
ึ
รัฐฉินมีการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ และกําลังทหารที่เขมแข็งข้นเร่อย ๆ แมวา
ื
เจารัฐตอมาจะไมมีความสามารถในการบริหารมากก็ตาม จนเปนรากฐานความเขมแข็ง
ของรัฐใหจิ๋นซีฮองเตใชรวบรวมแผนดินจีนไดในภายหลัง
ุ
็
้
ิ
ั
ี
ึ
จากประวตศาสตรจนตงแตราชวงศโจวจนถงยคจานกวอ จะเหนไดวา
ั
การกระจายอํานาจการปกครองของราชวงศโจวโดยปราศจากการควบคุมอํานาจ
ึ
ั
จากสวนกลาง เปนสาเหตุหลักท่ทําใหเกิดสภาวะอนาธิปไตยบนแผนดินจีนข้นในยุคน้น
ี
ี
ึ
ู
ซ่งมีความใกลเคียงกับกฎของปาอยางสมบูรณ โดยผท่จะมีโอกาสรอดสูงสุดในสภาวะ
เชนน้ได จําเปนจะตองมีอํานาจสูงสุดดวยการแขงขันแยงชิงอํานาจทางการเมือง
ี
ผานการทําสงครามเทานั้น เมื่อประกอบกับการเปลี่ยนปทัสถานทางสังคมที่มีการพัฒนา
จากสังคมเกษตรท่เปนระบบศักดินาแบบทาสมาสการเปนระบบศักดินาแบบเก็บภาษ ี
ี
ู
ั
ี
ึ
ตามหัวเมือง จึงเปนอีกสาเหตุหน่งท่ทําใหสังคมจีนในยุคน้นเกิดความขัดแยงไดงาย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
16
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ิ
ื
ํ
เพราะการทาสงครามแยงชงหวเมองตาง ๆ เปนการขยายและรวบรวมผลประโยชน
ั
ั
ี
ี
ิ
ู
ของรัฐท่ดีท่สุด ดังน้น ความสามารถของเจารัฐจึงมีความสําคัญอยางย่งตอความอยรอด
และมีผลตอการคงอํานาจของรัฐไว และการมีอํานาจสูงสุดทามกลางรัฐอ่น ๆ เทาน้น
ั
ื
ั
ี
ั
จะเปนเคร่องประกันความม่นคงของรัฐท่ดีท่สุด ดังน้น ความตองการมีอํานาจสูงสุด
ื
ี
ิ
ี
ทามกลางรัฐตาง ๆ จึงเปนส่งท่เจารัฐทุกรัฐปรารถนา เพราะรัฐและเจารัฐคือส่งเดียวกัน
ิ
ี
โดยเจารัฐท่ไมสามารถปรับตัวสรางความเขมแข็งใหกับรัฐของตนเองก็จะถูกทําลายลง
ื
ี
ี
ในท่สุดพรอมกับรัฐน้น สภาพเง่อนไขทางสังคมเชนน้ จึงทําใหในยุคดังกลาวไมมีโอกาส
ั
ั
ึ
เกิดสันติภาพข้นไดเลยตลอดหวงเวลา แตอยางไรก็ตาม ชาวจีนในยุคน้นก็โหยหาสันติภาพ
จนทําใหมีนักคิดเกิดข้นอยางมากมายในยุคชุนชิว ท่พยายามหาทางออกในการแกไขปญหา
ึ
ี
ื
ี
เพ่อยุติการชวงชิงอํานาจในยุคดังกลาว ความตองการสันติภาพน้จึงเปนท่มาของคําถาม
ี
ตอมาวา เพราะเหตุใดมนุษยจึงตองการสันติภาพ และมีทางออกใดบางที่เปนไปไดในการ
แกปญหาลักษณะเชนนี้
ภาพแผนที่ที่ตั้งรัฐตาง ๆ ปลายยุคจานกวอ ๕
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/ ยุครณรัฐ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 17
ธรรมชาติของมนุษยในสภาวะของสัจนิยมและแนวคิดของมาเคียเวลลี ๖
ี
ั
การศึกษาลักษณะธรรมชาติของมนุษยท่เปนสากลน้น จะทําใหเราเขาใจและ
ี
ื
ุ
ุ
ิ
ั
เปนจดเร่มตนท่ดของการตอบคาถามและหาทางออกเร่องความขดแยงของมนษย
ี
ํ
เพอชใหเหนวา ความสากลของธรรมชาตนเปนความสากลทแทจรง ในกรณนผูเขยน
ิ
ี
้
้
่
ื
ี
ิ
ี
ี
็
ี
้
ี
่
ั
ื
ี
จะนําเสนอธรรมชาติของมนุษยในมุมสัจนิยม ท่ตางกันท้งปจจัยพ้นท่และเวลาข้นมา
ึ
ี
อธิบายเหตุการณที่เกิด และถึงแมวามนุษยเรานั้นจะมีธรรมชาติของมุมมองในดานอื่น ๆ
ดวยก็ตาม เชน เสรีนิยม และสรรสรางนิยม หากจะอธิบายสัจนิยมแบบคลาสสิกแลว
มุมมองของมาเคียเวลลี ซ่งเปนนักคิดยุคฟนฟูศิลปวิทยาการของอิตาลี นาจะม ี
ึ
ี
ิ
ี
ความสมเหตุสมผลท่สุดท่จะใชอธิบายเหตุการณของจ๋นซีฮองเตไดเปนอยางดี
โดยมาเคียเวลลี ถูกจัดใหอยในนักคิดจําพวกสัจนิยมเชนเดียวกับ ทูซิดิดีส และโทมัส ฮอบส
ู
ื
ท่มีความคลายคลึงกันในการใหความเห็นในประเด็นเร่องธรรมชาติของมนุษยท่เปน ภาพ Niccolo Machiavelli ๗
ี
ี
ี
ผท่มองโลกในแงราย (Pessimistic) ในสวนน้จะกลาวถึงความคิดของมาเคียเวลลี
ู
ี
ื
่
ี
ี
่
ท่เก่ยวของกับธรรมชาติของมนุษยและการเมอง การวิเคราะหการปกครองทยิงใหญ
ี
ของโรม เงื่อนไขสําคัญของรัฐที่ประสบความสําเร็จ และเหตุผลของรัฐ (Raison D’état)
เพื่อเปนแนวทางในการอธิบายพฤติกรรมของจิ๋นซีฮองเต ดังนี้
๑. ธรรมชาติของมนุษยและการเมืองในมุมมองของมาเคียเวลลี
ิ
่
่
ี
่
ิ
้
ั
ํ
่
ั
ิ
่
ี
ํ
การทเราจะดาเนนการกบสงใดนน กอนอืนจาเปนอยางยงทจะตองทา
ํ
ั
ู
ี
ิ
ุ
ั
ิ
ความรจักคนเคยกับส่งน้นอยางถองแทเสียกอน มิเชนน้นส่งท่เราไดดําเนินการศึกษาไป
ี
ก็จะไมกอประโยชนใดเลย ดวยเหตุน้ในการสรางสันติภาพจึงจําเปนอยางย่งท่เราตอง
ี
ิ
ื
ทําความรจักธรรมชาติของมนุษย เพ่อตอบคําถามวาเพราะเหตุใดสังคมของมนุษย
ู
ุ
ุ
จงตองการสนตภาพ และสนตภาพใหประโยชนอะไรแกมนษย จากมมมองของ
ึ
ั
ิ
ิ
ั
มาเคียเวลลท่มีตอมนุษยน้นคอนขางจะเปนไปในแงลบ ดังตัวอยางในบทนําของงานเขียน
ี
ั
ี
ของมาเคยเวลลี เร่อง Discourses มาเคียเวลลีไดยืนยันวามนุษยสวนมากน้นจะม ี
ั
ี
ื
ความอิจฉาริษยาผอ่นและมีแนวโนมท่จะดูถูกความสําเร็จของผอ่นมากกวาท่จะช่นชม
ื
ี
ู
ี
ื
ื
ู
ึ
ิ
ู
ี
ู
ิ
ความริษยา ความเกียจคราน และความเกลียดชังเปนส่งท่มีอยคกับมนุษย ซ่งส่งน้เอง
ี
ิ
ู
ื
ื
ไดนํามนุษยไปสความปาเถ่อน ความเยอหย่งและความหลอกลวง มนุษยจึงถูกขับเคล่อน
ู
ี
ดวยธรรมชาติท่ทะเยอทะยานอยตลอดเวลา ความตองการในการแสวงหาอํานาจ
ที่มากขึ้นนั้นจึงเปนเรื่องธรรมดาของมนุษย ดังนั้น มนุษยจะไมมีความรูสึกมั่นคงปลอดภัย
ในชีวิตและทรัพยสินเลยหากไมไดเอาเปรียบจากผอ่น มนุษยจะแสวงหาความพึงพอใจ
ื
ู
สูงสุด ไมชอบท่จะถูกขีดกรอบในการทําส่งใด ๆ และมนุษยจะทําความเลวอยเสมอ
ู
ิ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
18
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ภาพ Niccolo Machiavelli ๗
ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/niccolo-machiavelli-born
ั
ู
หากไมถูกบีบบังคับใหมีคุณธรรม มิเชนน้นแลว มนุษยจะคดโกงหักหลังกันเองอยเสมอ
ิ
โดยไมมีขอผูกพันใด ๆ ตอกัน แมกระท่งเร่องความรัก ซ่งมนุษยจะทําลายมันท้งไป
ั
ื
ึ
้
ั
ิ
ิ
อยางสนเชงหากความรักน้นไดขัดกับผลประโยชนของตนเอง จึงสรุปไดวา ธรรมชาต ิ
ี
ู
ื
ของมนุษยเปนธรรมชาติของสภาวะสงคราม ท่แขงขันเพ่อความอยรอดอยตลอดเวลา
ู
โดยมนุษยมีความเทาเทียมกันในการฆาเทาน้น ท้งน้ ผท่มีอํานาจแข็งแกรงมากท่สุด
ี
ู
ั
ั
ี
ี
ั
ั
เทาน้นจึงจะมีโอกาสรอดสูงสุด แตก็มิไดหมายความวาจะมีโอกาสรอดไดเสมอไป ดังน้น
ี
มนุษยจึงมีความกลัวเปนมรดก จึงทําใหการควบคุมพฤติกรรมของมนุษยท่มีประสิทธิภาพ
ท่สุดน้นจะตองใชความกลัวซ่งเก่ยวของกับการลงโทษ ไมใชเร่องของความรัก สําหรับ
ึ
ื
ี
ั
ี
มาเคียเวลลีแลวหากเปรียบเทียบระหวางอํานาจการเมืองและศีลธรรมแลว มาเคียเวลล ี
ื
ี
ื
ใหเร่องของศีลธรรมเปนรองเร่องของการเมือง ท้งน้ เน่องจากกิจกรรมทางการเมือง
ั
ื
ุ
จะเปนตัวกําหนดและสรางสภาวะสันติภาพท่เอ้อใหศีลธรรมเจริญรงเรือง ดังน้น
ี
ื
ั
ั
ชุมชนมนุษยจึงเกิดข้นเพราะจุดประสงคทางดานความม่นคง และเพ่อใหชุมชน
ื
ึ
ั
ิ
ุ
่
ื
ี
่
มความมนคง มนษยจงกาหนดใหมผนาหรอรฏฐาธปตยมาเพอปกครองชมชนของ
ุ
ื
ี
ั
ํ
ู
ึ
ํ
ู
ตนเองจัดการความอยรอดมิใหมนุษยฆากันเอง ดังน้น ชุมชนจะเกิดความยุติธรรม
ั
ิ
ี
ั
ึ
ไดน้นจึงตองสรางความม่นคงใหเกิดข้นในชุมชนเสียกอน ดวยเหตุน้ สภาวะเร่มแรก
ั
ของชุมชนมนุษยก็คือการมารวมกันเปนฝูงคลายกับสัตวปา และประพฤติปฏิบัติตน
ั
ตามคําส่งของผนําท่แข็งแรงและกลาหาญท่สุด เพ่อความอยรอดจากสภาวะสงคราม
ู
ู
ี
ื
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 19
ิ
ิ
่
ั
ั
์
ี
ี
ิ
ั
่
้
ั
ื
ทมตอกน หรออาจกลาวไดวาสงนนคอ สนตภาพ โดยยอมมอบสทธในการฆาใหกบ
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ผมีอํานาจสูงสุดเปนผจัดการ ส่งน้นับไดวาเปนจุดเร่มของสังคมมนุษย และเปนเหตุผล
ู
ู
ที่อธิบายวาเพราะเหตุใดมนุษยจึงตองการสันติภาพ
ในมุมมองของมาเคียเวลลี เช่อวาไมมีความดีสากลใด ๆ (Universal
ื
ี
Common Good) ท่ทําใหกิจกรรมทางการเมือง และการดําเนินกิจการระหวางรัฐ
ี
ี
ั
ิ
ท่สงเสริมความดีรวมของชุมชนเปนส่งท่พึงกระทํา ดังน้น ศีลธรรมระหวางรัฐจึงไมไดอย ู
ํ
้
ี
ั
ในการพิจารณาของมาเคยเวลล เพราะวาศลธรรมนนดารงอยภายใตขอบเขตของรฐ
ี
ี
ู
ั
ั
ั
ี
ึ
ื
ซ่งตองมีรัฐบาลท่เขมแข็งและม่นคงน่นเอง รัฐนั้นจึงถูกขับเคล่อนดวยความทะเยอทะยาน
ิ
ในการครอบงําซ่งกันและกัน และส่งน้เองท่กอใหเกิดความริษยาและความเกลียดชัง
ี
ึ
ี
ื
ระหวางรัฐ มาเคียเวลลีคิดวาการหลอกลวงและการคดโกงระหวางรัฐเปนเร่องธรรมดา
ท่เกิดข้นได หากส่งน้นเปนไปเพ่อผลประโยชนของรัฐเอง จึงสามารถสรุปไดวา
ี
ั
ื
ิ
ึ
มาเคยเวลลมองวา การกระทําใด ๆ ของรฐหากวตถประสงคของการกระทํานน
้
ั
ุ
ี
ั
ี
ั
ตอบความดีของรัฐแลว วิธีการท่จะนําไปถึงวัตถุประสงคน้นยอมไมจํากัด และเม่อนํา
ี
ื
ั
ไปเปรียบเทียบกับสภาวะแวดลอมทางการเมืองของจีนในยุคของชุนชิวและจานกวอ
จะเห็นไดวา ธรรมชาติของมนุษยของมาเคียเวลลีน้น สามารถอธิบายปรากฏการณ
ั
และพฤติกรรมของรัฐตาง ๆ ในยุคดังกลาวไดอยางชัดเจน จึงนํามาสคําถามตอไปวา
ู
มาเคียเวลลีน้นมีความเห็นเชนใดตอการสรางความม่นคงใหกับรัฐหรือท่เรียกวาสันติภาพ
ั
ั
ี
ื
ี
ี
โดยเราสามารถมองความคิดน้ผานไดจากความช่นชมของมาเคียเวลลีท่มีตอการปกครอง
ของอาณาจักรโรม
๒. การวิเคราะหการปกครองที่ยิ่งใหญของโรม
ื
นัยสําคัญของมาเคียเวลลี ในประเด็นความคิดเร่องธรรมชาติของมนุษย
ิ
ื
ก็คือ ทุกส่งทุกอยางยอมอยในสภาวะของการเปล่ยนแปลงและเคล่อนไหวอยตลอดเวลา
ู
ี
ู
(Everything is in Flux and Motion) ธรรมชาติของมนุษย จึงมีแนวโนมที่จะทําใหรัฐ
ี
ู
ทุก ๆ รูปแบบไมวาจะดีหรือเลว ไมมีความม่นคงท่แนนอนและเปล่ยนแปลงไดอยตลอด
ี
ั
ิ
ี
ั
ึ
เวลาเชนกัน ซ่งตรงขามกับส่งท่มนุษยตองการ คือการมีชุมชนท่มีความม่นคงและมีสันติภาพ
ี
เพียงพอเพื่อความเจริญรุงเรือง ดวยเหตุนี้ สังคมมนุษยจึงเกิดคําถามวาเราจะสรางชุมชน
ท่มีสันติภาพท่ม่นคงไดอยางไร ท้งน้ มาเคียเวลลีไดแนะนําและยกยองตอการปกครอง
ี
ี
ั
ี
ั
ี
ั
ของโรมท่ม่นคงไดเพราะไดรวมเอาระบอบราชาธิปไตย (Monarchy) อภิชนาธิปไตย
ู
(Aristocracy) และประชาธิปไตย (Democracy) เขามาไวรวมกันอยางลงตัว โดยผปกครอง
ึ
ั
ของโรม มิไดเพอฝนถึงความเปนหน่งเดียวของประชากรเทาน้น แตยังดูแลเอาใจใสกับ
เรื่องการกินดีอยูดีของประชากรดวย
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
20
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ื
ึ
มาเคียเวลลีไดช่นชมตอสาธารณรัฐโรมันประการหน่งก็คือ วิธีการขยาย
อาณาจักรของโรม เพราะวาโรมมิไดพยายามทําใหประชากรของเมืองท่ตนไปยึดครอง
ี
ึ
เปนทาส ตรงกันขามกลับสรางระบบพันธมิตรใหเกิดข้น ขยายความเปนพลเมือง
ั
เม่อเห็นวาเหมาะสม ดังน้น จักรวรรดินิยม (Imperialism) จึงเปนเพียงการขยาย
ื
ี
ุ
แรงกระตนตามธรรมชาติของมนุษยท่ตองการมากข้น และเอาส่งท่ตองการมาเปน
ิ
ี
ึ
ึ
ื
ี
ั
เจาของเม่อมีความสามารถท่จะกระทําได การพ่งตนเองเพียงอยางเดียวน้นไมเพียงพอ
ี
เพราะความตองการตามธรรมชาติของมนุษยน้นช้วา มนุษยไมรจักความพอเพียง
ู
ั
ความตองการท่ไมรจักพอของมนุษยน้เองจึงนํามาสสมมติฐานของมาเคียเวลลี ท่วา
ี
ี
ู
ู
ี
“อํานา จเปนตัวกําหนดความมั่นคง (Power Promotes Security)” และหากปราศจาก
ั
ความม่นคง เสรีภาพของรัฐก็กําลังตกอยในอันตราย เควนติน สกินเนอร (Quentin
ู
ิ
ี
ึ
ี
ึ
ั
Skinner) นกวิชาการท่ศกษามาเคยเวลลี จงสรุปวาการแสวงหาอาณานคมในตางแดน
เทากับวาเปนการสรางสภาวะแหงเสรีภาพภายในประเทศของตนเอง อีกประการหน่ง
ึ
ี
ิ
ี
่
ุ
่
มาเคยเวลลชนชมและสนบสนนการทโรมใหพธการทางศาสนาเปนเครองมอในการ
่
ื
ื
ื
ี
ั
ี
ี
ื
สรางความเปนอันหน่งอันเดียวกันใหกับรัฐ ศาสนาในโรมเปนเคร่องมือสําคัญท่ใช
ึ
ในการควบคุมสังคมใหสงบสุข ศาสนาจะตองถูกใชอยางเหมาะสม เพราะศาสนาไมเพียง
ั
แตชวยใหประชาชนมีความสามัคคีเทาน้น แตยังเปนแรงจูงใจใหประชาชนกลาเส่ยง
ี
ท่จะเผยแพรความเช่อออกไปนอกประเทศอีกดวย ในกิจการทหาร ศาสนาก็มีประโยชน
ื
ี
ื
ี
ในการสรางความจงรักภักดี และจิตใจท่มีความกลาหาญเพ่อเตรียมพรอมสําหรับ
การตอสทําสงคราม ประการสุดทาย มาเคียเวลลีประทับใจระบบกองหนุนของโรม
ู
ึ
ี
ซ่งประกอบดวยระบบการลงโทษท่เขมงวดและรุนแรง ซ่งจะคอย ๆ ซึมซาบเขาไป
ึ
ั
ื
ขางในจิตใจของทหารแตละคน จนทําใหทหารน้นกลัวการลงโทษจากรัฐเม่อทําความผิด
มากกวาที่จะกลัวศัตรูในการทําสงคราม
ั
ื
สรุปไดวา พ้นฐานท้งส่ประการของโรม ซ่งไดแก รัฐบาลและการปกครอง
ึ
ี
วิธีการขยายอาณาจักร บทบาทของศาสนา และการจัดองคกรทางทหาร เปนองคประกอบ
ท่ไมสามารถแยกออกจากกันไดในปรัชญาของ มาเคียเวลลี ท้งหมดน้ผสมผสานกัน
ี
ั
ี
กอใหเกิดคําวา “เหตุผลของรัฐ (Raison D’état)” และความสัมพันธท่ซับซอน
ี
ระหวางคุณธรรมความสามารถ (Virtù หรือ Virtue) โชคชะตา (Fortuna หรือ Fortune)
ึ
ื
ี
และความจําเปน (Necessità หรือ Necessity) ซ่งจะเปนเง่อนไขสําคัญของรัฐท่จะ
ทําใหประสบความสําเร็จทามกลางสังคมของรัฐดังจะไดกลาวตอไป
๓. เงื่อนไขสําคัญของรัฐที่ประสบความสําเร็จ
ี
หากยอนมองในมุมของมาเคียเวลลี จะมีปจจัยใดบางท่รัฐจําเปนตองใช
ื
ในการควบคุมกิจการระหวางประเทศ เพ่อขยายอาณาเขตของรัฐใหกวางใหญออกไป
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 21
ี
่
ี
ํ
ิ
ื
ภายใตเง่อนไขทวา การขยายอาณาเขตน้เปนแนวทางการปฏิบัตของรัฐมหาอานาจเทาน้น
ั
ี
ี
ิ
ี
ท่พึงกระทําได มาเคียเวลลีไดเร่มตอบคําถามน้ในบทท่ ๑๒ ของ The Prince โดยกลาววา
ี
พ้นฐานสําคัญของรัฐใด ๆ น่นก็คือ กฎหมายท่ดีและศักยภาพทางทหารท่ดี (Good Laws
ี
ื
ั
ั
ี
ั
ี
ึ
and Good Arms) และกฎหมายท่ดีน้นตองข้นอยกับศักยภาพทางทหารท่ดี ท้งน ้ ี
ู
ื
่
ั
ิ
่
่
ื
ั
ื
่
ี
เพอปองกนไมใหรฐอน ๆ เกิดความกาวราวขนมา มาเคยเวลลจงไดเพมเงอนไขเขาไปอก
ี
ี
ึ
้
ึ
ี
วารัฐยังจะตองมีพันธมิตรท่ดี (Good Allies) และอีกคร้งหนึ่งรัฐท่จะมีพันธมิตรที่ดีได
ั
ี
ี
ิ
จะตองมีศักยภาพทางทหารท่ดี นอกเหนือไปจากน้ ศาสนาก็ยังเปนส่งจําเปนท่จะตอง
ี
ี
ถูกนํามาใชเปนเคร่องมือในการสรางความสงบในบานเมืองและแสวงหาพันธมิตรดวย
ื
ื
ื
ื
นอกจากเร่องของศาสนาแลว มาเคียเวลลียังไดกลาวถึงเง่อนไขสําคัญอ่นอีก ๓ ประการ
ู
ํ
ื
่
ํ
่
ิ
ี
ทผนารฐจาเปนจะตองพจารณาไตรตรองอยางถองแท เพอใหเกดความสาเรจในการปกครอง
ิ
็
ั
ํ
นั่นก็คือ ความจําเปน โชคชะตาและคุณธรรมความสามารถ ซึ่งจะมีรายละเอียดดังตอไปนี้
ื
ื
๓.๑ เง่อนไขความจําเปน เน่องจากมาเคียเวลลีเช่อวามนุษยจะไมทํา
ื
่
ี
สงทดหรือประพฤติคุณธรรมหากไมถูกบังคับ ความจําเปนจึงเปนปจจัยสําคัญท่จะ
ี
ิ
ี
่
ึ
ี
ผลักดันใหประชาชนและผปกครองทําสิ่งซ่งไมตองการท่จะทํา ความจําเปนน ้ ี
ู
ิ
ู
ี
ู
เปรยบเสมอนแรงบีบบังคับใหส่งท่ซอนเรนอยแสดงออกมา ผนําทหารจําเปนจะตอง
ี
ื
ี
ุ
ู
ใชความจาเปนน้หลายคร้งในการกระตนใหทหารของตนตอสในสนามรบอยางกลาหาญ
ั
ํ
ี
ุ
ื
และบางคร้งถึงกับสรางสถานการณบางอยางข้นมาเพ่อกระตนจิตสํานึกเหลาน้ใหเกิดข้น
ึ
ึ
ั
ความจําเปนท่วาน้มีหลายอยาง แตท่มาเคียเวลลีถือวามีพลังท่สุดก็คือ ความจําเปน
ี
ี
ี
ี
ื
่
ทจะทาใหมนษยตองเลอกระหวางการเอาชนะขาศกศตรหรอความตายของตนเอง
ี
ึ
ั
ุ
ื
ํ
ู
ํ
ดงนน ศาสนาจงถกนํามาผสมผสานกบความจาเปนไดอยางด กลาวคือ ความกลัวทจะ
ู
ั
่
ึ
ี
ั
้
ั
ี
ั
ถกสาปใหเปนคนบาปตลอดกาลน้นมีพลังมากกวาความกลัวตาย ดังน้น ความจําเปน
ู
ั
ี
ท่มนุษยจะตองรักษาจิตวิญญาณเอาไวจึงมีพลังอํานาจมหาศาลท่รัฐจะนํามาใชควบคุม
ี
กองทหาร ดวยเง่อนไขความจําเปนน้ จึงนํามาสแนวคิดเร่องสงครามท่ชอบธรรม
ี
ี
ื
ู
ื
ื
ั
(Just War) สงครามนนจะชอบธรรมก็ตอเม่อความจําเปนเปนเคร่องผลักดันใหรัฐ
ื
้
ู
ี
ตองเขาสสงคราม มาเคยเวลลีอางงานของ ลีวี (Livy) ท่วา “สงครามจะชอบธรรม
ี
ั
ํ
ั
ี
ํ
ั
่
้
ั
ั
ิ
หากความจาเปนเปนตวผลกดนและการเสรมสรางกาลงรบนนเปนหนาที การมกาลงรบ
ั
ํ
ั
อยในมือสรางใหรัฐเกิดความหวังข้นมา” ความกลัวศัตรูและความตองการความม่นคง
ึ
ู
ี
จึงเปนสวนประกอบของความจําเปนในลักษณะน้เอง มาเคียเวลลีจึงสรุปไดวา ถึงแม
ี
การสรางรัฐท่ประสบความสําเร็จจะขาดกําลังรบท่ดี กฎหมายท่ดี และพันธมิตรท่ดีไมได
ี
ี
ี
ื
ั
ั
แตรฐตองไดรับการสนบสนุนจากศาสนาและความจําเปนเพ่อใหแนใจวาพลเมืองและ
กองทัพจะสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางเต็มประสิทธิภาพ อยางไรก็ตาม ก็ยังมีสวนประกอบ
อื่น ๆ ที่สําคัญในการสรางใหรัฐประสบความสําเร็จนอกเหนือไปจากเงื่อนไขความจําเปน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
22
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ื
ื
๓.๒ เง่อนไขโชคชะตา มีบทบาทสําคัญในทุก ๆ เร่องของมนุษย และ
ิ
ั
ไมวารัฐจะย่งใหญเพียงใด โชคชะตาก็จะเขามามีบทบาทตอความสําเร็จท้งในดานบวก
ี
ี
ี
และดานลบ โชคชะตาในท่น้ มาเคียเวลลีหมายถึงการกระทําท่เหมาะสมกับกาลเทศะ
ื
ุ
หรือสถานการณแวดลอม เม่อโชคชะตาเปล่ยนมนุษยตองมีความยืดหยนมากพอ
ี
ี
ท่จะปรับตัวใหเขากับสถานการณท่เปล่ยนไปน้นได โดยการเปล่ยนแนวทางการดําเนิน
ี
ั
ี
ี
ี
ึ
ทางนโยบายใหสอดคลองกับบริบทท่เกิดข้น มาเคียเวลลีแนะนําวามนุษยจะตองปฏิบัต ิ
ั
กับโชคชะตาอยางไมปราณี ตองเอาชนะโชคชะตาใหไดอยางบอยคร้ง อํานาจของมนุษย
ึ
ู
จึงจะอยเหนือโชคชะตามากข้น อยางไรก็ตาม มนุษยก็ไมสามารถตอตานโชคชะตา
ไดทั้งหมด ความสามารถในการปรับตัวนี้เองที่ทําใหมนุษยสามารถอยูเหนือโชคชะตาได
๓.๓ เง่อนไขคุณธรรมความสามารถ เปนคุณสมบัติท่เหมาะสมของมนุษย
ื
ี
เปนสวนผสมระหวางความองอาจและความกลาหาญ และจะตองสรางความสมดล
ุ
ใหเกิดข้นระหวางการตัดสินใจกระทําการบางอยางและความเฉลียวฉลาดสวนบุคคล
ึ
ี
คุณธรรมความสามารถน้จะเก่ยวของโดยตรงกับคุณสมบัติในการปรับตัวใหเขากับ
ี
ี
โชคชะตา รวมท้งยังเปนคุณสมบัติท่ทําใหมนุษยไดใชจินตนาการในการวางแผน
ั
ทางการเมืองใหสอดคลองกับความจําเปน รวมถึงยอมรับและฉวยโอกาสเม่อโชคชะตา
ื
ี
เขาขาง แตท่สุดแลว คุณธรรมความสามารถก็คือความสามารถในการเปล่ยนโอกาส
ี
เหลานั้นใหกลายเปนขอไดเปรียบของมนุษยนั่นเอง
ี
ี
ื
ในสวนน้มาเคียเวลลีไดช้ใหเห็นเง่อนไขความสําเร็จของการปกครองรัฐน้น
ั
จะประกอบไปดวยเครื่องมือทางการเมืองภายใน ไดแก ระบบการปกครองและกฎหมาย
และการเมืองระหวางรัฐดวยการมีพันธมิตรที่ดี รวมกับการมีกองทัพที่เขมแข็ง สนับสนุน
ี
ู
ดวยการศาสนา โดยเคร่องมือเหลาน้จะถูกใชบนคุณธรรมและความสามารถของผปกครอง
ื
ั
ื
ภายใตเง่อนไขโชคชะตาและความจําเปนของรัฐน้น ๆ จึงจะทําใหรัฐสามารถประสบ
ความสําเร็จ
๔. เหตุผลของรัฐ (Raison D’état)
ี
ึ
สุดทายทฤษฎีเหตุผลของรัฐของมาเคียเวลลี เกิดข้นในชวงเวลาท่ยุคฟนฟ ู
ี
ี
ี
ศิลปวิทยาการกําลังเจริญเฟองฟู เหตุผลของรัฐน้เก่ยวของกับความตองการท่แตละรัฐ
ตองการแยกตัวออกมาจากอํานาจของศาสนจักรอยางเด็ดขาด โดยสาระสําคัญแลว
เหตุผลของรัฐเปนการทําใหคุณธรรมความสามารถ (Virtù) มีผลในทางปฏิบัติ ซ่งหมายถึง
ึ
ื
ั
ิ
ี
่
้
ึ
ํ
ื
่
ี
การใชวธการใด ๆ ท่จาเปนเพอผลประโยชนของรฐ และสงสาคญท่จะไดมาซงวธการนนคอ
ี
ิ
ํ
ิ
ี
ั
ั
่
ู
ความร จึงกลาวไดวา ความรคืออํานาจและผนํารัฐทุกคนตองตระหนักถึงความจริงขอน ้ ี
ู
ู
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 23
ั
ิ
ี
รวมท้งผนํารัฐจําเปนอยางย่งท่จะตองแสวงหาความร ู
ู
ื
เพ่อปกครองรัฐใหประสบความสําเร็จตามตองการ
ู
ู
โดยผนํารัฐตองมีความรทางดานธรรมชาติของมนุษย
ื
ู
ื
เพราะการมีความรเร่องมนุษยเปนพ้นฐานสําคัญ
ตอการประสบความสําเร็จทางดานการเมือง และ
ประวัตศาสตรเปนอกวิชาหน่งท่จะทําใหผนารฐ
ั
ิ
ี
ี
ึ
ํ
ู
“ เขาถึงความรท่วาน้ จากน้นผนํารัฐตองสามารถ ู
ั
ู
ี
ู
ี
ผสมผสานส่งท่ไดกลาวมาแลวท้งหมดเขากับความร
ั
ิ
ี
ทางดานธรรมชาติของมนุษย แลวสรางสิ่งท่เปน
ี
ผลผลิตออกมา น่นก็คือ นโยบายแหงรัฐซ่งเปน
ั
ึ
ผลสะทอนใหเห็นถึงเหตุผลของรัฐและผลประโยชน
สงครามจะชอบธรรม แหงรัฐดวย เหตุผลน้จะยอนกลับไปสเปาหมาย
ี
ู
หากความจําเปนเปนตัว ที่ชัดเจนที่รัฐตองการใหเกิด
ั
มาเคียเวลลมองวามนษยนนมความชวราย
้
ี
ุ
ั
่
ี
ั
ั
ผลกดน และการเสริมสราง
ั
และความกลัวเปนมรดกในตัว การควบคุมมนุษยน้น
กําลังรบนั้นเปนหนาที่ การมี จึงตองใชอํานาจในการสรางความกลัวเขาปกครอง
ื
ู
ั
ู
ํ
กาลงรบอยในมือ สรางใหรัฐ สังคม เพราะเม่อมนุษยอยรวมกันแลว หากปราศจาก
ี
ึ
ซ่งอํานาจเขาจัดการกับพฤติกรรมท่ช่วรายของมนุษย
ั
เกิดความหวังขึ้นมา สังคมมนุษยจะตกอยภายใตสภาวะอนาธิปไตย เปนผล
ู
ึ
ใหสังคมขาดซ่งสันติภาพไมสามารถบรรลุเปาหมาย
ของสังคมมนุษยได น่นก็คือ ความอยรอด ดังน้น
ู
ั
ั
” การจะไดมาซ่งสันติภาพของสังคมมนุษยน้น สังคม
ึ
ั
ุ
ู
ของมนุษยจําเปนจะตองมีองครัฏฐาธิปตยสงสด
ี
ุ
ี
่
ี
เพยงคนเดยวทมความร คณธรรมความสามารถ
ู
ี
ํ
ํ
ี
ิ
่
เขามาทาหนาทบรหารจดการระบบอานาจของรฐ
ั
ั
ภายใตความไมแนนอนของโชคชะตา โดยไมยึดโยง
กับศีลธรรมท่วไปของมนุษย การดําเนินการตาง ๆ
ั
ู
ี
ลวนตองต้งอยบนความจําเปนท่พึงจะกระทาผาน
ํ
ั
ื
เครองมอทางการเมือง การทหาร และศาสนา
ื
่
อยางชาญฉลาดและเดดขาด โดยผนานนจะเปน
็
ํ
ู
้
ั
ไดท้งจ้งจอกและราชสีห ท้งนี้ ก็เพ่อท่จะนํารัฐ
ิ
ื
ี
ั
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
24
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ี
ู
ึ
ไปสเหตุผลของรัฐกลาวคือ ความดีงาม ซ่งอาจกลาวไดวาความดีงามท่เปนเปาหมาย
ึ
ั
ของสังคมมนุษยน่นก็คือ สันติภาพ ซ่งสันติภาพในมุมมองของมาเคียเวลลีน้น ข้นอย ู
ึ
ั
ู
ิ
กับผนํารัฐ (First Image) เปนลักษณะคลายกับสภาวะแวดลอมในยุคกอนจ๋นซีฮองเต
ั
จึงสามารถต้งสมมติฐาน (Hypothesis) ไดวา ความ สามารถและความเด็ดขาดในการ
ี
ํ
ี
ิ
ิ
๋
บรหารจดการอานาจของจนซฮองเตสงผลใหรฐฉนสามารถมบทบาทในการกาหนด
ั
ิ
ั
ํ
็
ความมั่นคงและสรางสันติภาพบนแผนดินจีนไดอยางรวดเรว
จิ๋นซีฮองเตในฐานะองคประกันและในฐานะประมุขของรัฐฉิน
ิ
่
ี
ํ
๋
ี
ิ
ี
ในสวนน้จะเปนการนาเสนอเกยวกับชีวประวัตของจนซฮองเต กอนท่จะเปน
ี
เจารัฐฉินและภายหลังการไดเปนเจารัฐฉิน เพื่อชี้ใหเห็นวา จิ๋นซีฮองเตนั้น มีความเปนมา
ิ
อยางไร นิสัยใจคอควรจะเปนคนเชนไร ซ่งส่งเหลาน้จะสงผลตอความรสึกนึกคิด การดําเนิน
ี
ึ
ู
ู
นโยบายทางการเมือง และความสามารถทางภาวะผนําในการเปนประมุขของรัฐฉิน
ท่แตกตางจากเจารัฐอ่น ๆ จนสามารถรวบรวมแผนดินจีนไดตามมุมมองของมาเคียเวลล ี
ื
ี
ู
ี
ึ
และมีมุมใดบางท่จ๋นซีฮองเตมิไดกระทําตาม ซ่งจะนําความลมสลายมาสราชวงศฉิน
ิ
ิ
อยางรวดเร็ว โดยจะแบงการนําเสนอออกเปน ๓ ชวง ประกอบดวย ๑) จ ๋นซีฮองเต
ขณะท่ยังทรงเปนองคประกันในรัฐจาว ๒) การข้นเปนเจารัฐฉิน และการรวบรวมแผนดินจีน
ึ
ี
และ ๓) จิ๋นซีฮองเตหลังการรวบรวมแผนดินจีนตามลําดับดังตอไปนี้
๑. จิ๋นซีฮองเตขณะที่ยังทรงเปนองคประกันในรัฐจาว
สภาวะแวดลอมในวัยเด็กของมนุษยน้น มีผลอยางมากตอการพัฒนานิสัยใจคอ
ั
สติปญญา ความสามารถ และประสบการณตรงของมนุษยก็มีผลตอกระบวนการคิด
ั
วิเคราะหไดไมนอยไปกวาการไดรับการศึกษาอบรมทางภาคทฤษฎี ดังน้น การศึกษาชีวิต
ี
ิ
ั
ของจ๋นซีขณะท่ยังเปนองคประกันในรัฐจาว และการไดรับการศึกษาของพระองคน้น
ิ
จะทําใหเขาถึงกระบวนการทางความคิดของจ๋นซีฮองเตไดชัดเจนย่งข้น ซ่งจะชวยใหเรา
ึ
ิ
ึ
สามารถเขาใจวิธีคิดทางการเมือง และนโยบายตาง ๆ ท่ไดดําเนินการตอมาในภายหลัง
ี
ิ
ื
ิ
ึ
ิ
การเติบโตและภูมิหลังขององคชายอ๋งเจ้งซ่งเปนช่อเดิมของจ๋นซีฮองเตนั้น เร่มจากการท ี ่
ิ
ี
ู
ู
หล่ปเหวย หรือ หลิวปเหวย (Lu Buwei) พอคาชาวผูหยาง เขตซานตง ไดสนับสนุน
ิ
ี
ี
ึ
ใหอ๋งอ้เหรินซ่งเปนองคชายของรัชทายาทรัฐฉินท่ถูกสงมาเปนองคประกันในรัฐจาว
ู
ู
ี
ั
ใหกลับเขาสอํานาจทางการเมืองของรัฐฉิน ท้งน้ หล่ปเหวยไดยกนางรําของตนเอง
ี
ิ
ที่ชื่อวาจาวจใหอยกินกับอ๋งอ้เหรินจนมีบุตรช่อวา จาวเจ้ง หรือ อ๋งเจ้ง โดยไมม ี
ี
ิ
ิ
ื
ี
ิ
ู
ิ
ี
ู
ความแนชัดวาใครคือบิดาท่แทจริงระหวางอ๋งอ้เหรินและหล่ปเหวย ตอมาในป ๒๕๗
ี
ี
ิ
ี
ี
กอน ค.ศ. รัฐฉินไดสงกองทัพท่เขมแข็งไดเขารุกรัฐจาว จึงทําใหอ๋งอ้เหรินตองหลบหน ี
ิ
้
กลบรฐฉน ทงใหจาวจีและองคชายอ๋งเจ้งตองคอยหลบซอนจากการไลลาในรัฐจาว
ั
ั
ิ
ิ
ิ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 25
ิ
ี
ํ
ั
ั
่
ั
นานนบ ๑๐ ป จนกระทงกองทัพฉนท่นาโดยแมทัพไปฉีสามารถเอาชนะกองทพจาว
ึ
ี
ี
่
ั
ื
ิ
ื
ทศกฉางผง และไดฝงกองทัพจาวท้งหมดส่แสนหาหม่นนาย เน่องจากเกรงวารัฐจาว
ั
ิ
ุ
ั
ิ
ี
ํ
จะรวบรวมกาลงเปดสงครามคร้งใหม ความโกรธแคนน้จึงพงตรงมาท่อ๋งเจ้งและมารดา
ี
ั
ทเปนองคประกนของรัฐฉนในรฐจาว สรางความกลวตอทงคอยางมาก ตอมาเมอองอเหรน
้
ื
ั
่
ิ
ั
ิ
ั
ี
้
๋
ิ
่
ี
ู
ึ
ั
ู
ไดข้นครองราชยรัฐจาวจึงไดสงท้งคกลับสรัฐฉินเน่องจากเกรงตออํานาจของรัฐฉิน
ู
ื
หลังจากน้นเพียง ๓ ป อ๋งอ้เหรินก็ไดสวรรคต ทําใหโชคซะตาขององคชายอ๋งเจ้งไดข้น
ิ
ี
ิ
ิ
ั
ึ
ครองราชยแตเยาวในนาม ฉินหวางเจิ้ง ในวัยเพียง ๑๓ ชันษา อยางไรก็ตาม ฉินหวางเจิ้ง
ก็ตองอยอยางหวาดกลัวอีกคร้งภายใตอํานาจของหล่ปเหวย ซ่งทําใหฉินหวางเจ้ง ิ
ี
ู
ั
ึ
ู
ั
ี
ไมสามารถทนได จึงไดแตเก็บซอนความต้งใจท่จะตองมีอิสระจากการถูกครอบงําน้ใหได
ี
ู
ในชวงน้นหล่ปเหวยไดเห็นถึงความจําเปนของรัฐฉินท่จะสรางความม่นคง จึงเร่มดําเนิน
ิ
ี
ั
ี
ั
นโยบายขยายการคาซ่งตรงขามกับการปฏิรูป ชาง ยาง แตก็สามารถสรางความม่งค่ง ั
ั
ึ
ใหกับรัฐฉินไดอยางมากมาย โดยไดเริ่มดําเนินนโยบายผนวกดินแดนของรัฐอื่น ๆ
ิ
เขามาบาง และทําการกําจัดราชวงศโจวท่เหลืออยจนส้นสุดลง ในป ๒๔๙ กอน ค.ศ.
ี
ู
ั
ี
ิ
ี
การทําลายราชวงศโจวจนส้นน้เอง ทําใหกฎเกณฑระหวางรัฐท้งหมดท่อางถึงความ
ี
ู
ึ
ชอบธรรมของราชวงศโจว ในการควบคุมพฤติกรรมระหวางรัฐท่หลงเหลืออยซ่งเปน
ขอจํากัดตอรัฐฉินในการขยายอิทธิพลพังทลายลง ประกอบกับการยอนกลับของกระแส
ความคดการรวมแผนดินภายใตอํานาจของคนคนเดียวเร่มมีการกลาวถึง หล่ปเหวย
ิ
ู
ี
ิ
ไดเห็นโอกาสน้ท่จะกําหนดโชคชะตาของรัฐฉินใหม จึงไดใหความสําคัญตอการเตรียม
ี
ี
ี
ุ
ี
ความพรอมของรัฐฉิน โดยมงเนนท่ความรท่จะใชรวบรวมแผนดินใหเปนเอกภาพ
ู
ู
ดวยการรวบรวมความรในแผนดิน กระจายความรใหแกประชาชน และสรรหาผม ี
ู
ู
ความสามารถมาใชในราชการเพอทาการศกษาวจยจนไดทาการเรยบเรยงหนงสอ
ื
ั
ํ
ี
ั
ี
ึ
ื
่
ํ
ิ
่
ื
้
“หลสอชนชว ซงเปนผลผลิตของแนวโนมความเปนเอกภาพทางเศรษฐกิจและ
ุ
ิ
่
ี
ึ
ี
การเมองในชวงปลายยคจานกวอ และมการเรยกรองใหมความเปนเอกภาพ
ื
ี
ี
ุ
ทางความคิด เปนการผสมผสานและสรุปความคิดของนักคิดสํานักตาง ๆ กอนสมัยฉิน
๘
ั
เปนคร้งแรก เปนการคนควาทฤษฎีท่จะทําใหแผนดินจีนเปนเอกภาพในอนาคต”
ี
ี
ี
เพ่อใชแทนท่การปฏิรูป ชาง ยาง ท่ไดใชมาอยางยาวนาน กิจกรรมการรวบรวมความร ู
ื
ู
ิ
ี
เหลาน้ สงผลใหฉินหวางเจ้งไดมีโอกาสไดเขารับความรท่มีมาอยางมากมายและเปนไป
ี
ู
ี
อยางเขมงวด โดยไดมีโอกาสแลกเปล่ยนการสนทนาและทําความรจักกับนักคิดจากสํานัก
ึ
ตาง ๆ ท่เขามารับราชการอยางตอเน่อง หน่งในน้นก็คือ หลี่ซือ ซ่งจะเปนอัครเสนาบด ี
ึ
ี
ื
ั
ู
ของพระองคในอนาคต การดําเนินการตาง ๆ ของหล่ปเหวยเองทําใหรัฐฉินมีความเขมแข็ง
ี
ทางการเมือง พันธมิตร การทหาร และความเชื่อของประชาชนที่มีรวมกันตอการรวบรวม
แผนดินจีนเพื่อความสงบสุขเปนไปในทิศทางเดียวกัน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
26
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ิ
จากส่งแวดลอมในการเติบโตของฉินหวางเจ้งในวัยเด็กจะเห็นไดวา ฉินหวางเจ้ง ิ
ิ
ี
มีภูมิหลังชีวิตท่เต็มไปดวยความกลัว ตองคอยเอาชีวิตรอดทามกลางการแยงชิงอํานาจ
ื
ในดินแดนของฝายตรงขาม ตองถูกใชเปนเคร่องมือทางการเมืองแตเด็ก ทําใหฉินหวางเจ้ง ิ
ู
ั
ู
ี
ตองหวาดระแวงตอทุกส่งท่อยรอบตัวท่สงผลตอความม่นคงของอํานาจอยตลอดเวลา
ี
ิ
แตดวยโชคชะตาท่กําหนดใหตองเปนเจารัฐแตเยาววัย และดวยความเฉลียวฉลาดของ
ี
ี
ี
ู
ิ
ฉินหวางเจ้งประกอบกับการมีโอกาสไดรับการศึกษาท่ดี และมีผท่มีความสามารถคอยให
ํ
ู
ี
้
ิ
ื
คาปรึกษา จึงทําใหฉนหวางเจ้งมความโดดเดนถกปลูกฝงขนในเร่องคุณธรรมความสามารถ
ิ
ึ
ี
ั
ในการคิดจัดการเก่ยวกับอํานาจทางการเมืองไดเปนอยางดี โดยมีท้งความชาญฉลาด
็
ั
่
ํ
ึ
ุ
ี
ํ
ี
ึ
่
่
ู
ี
และความเดดขาดในตว ซงเปนคณธรรมหนงทสาคญของผนาตามทมาเคยเวลล ี
ั
่
ี
ไดกลาวไว แตดวยความจําเปนท่ตองพ่งอํานาจของหล่ปเหวยในการต้งตัว จึงทําให
ี
ู
ึ
ั
ิ
ี
ิ
ฉินหวางเจ้งในวยน้ยังตองยอมอยภายใตการครอบงําของหล่ปเหวย ส่งน้ทําใหชีวิต
ั
ู
ู
ี
ี
ของฉินหวางเจ้งน้นพบวา ไมมีคุณธรรมและความดีใดท่สูงไปกวาการไดมาซ่งอํานาจ
ึ
ั
ี
ิ
ึ
ี
ู
ท่จะทําใหตัวเองอยรอดไดในการแขงขันทางอํานาจ อีกดานหน่ง ความสามารถของ
ู
่
ั
่
ู
ิ
่
ี
ั
่
หลปเหวยเองในดานการปกครองและรากฐานความมนคงทไดสงสมมาจากการปฏรป
ี
ั
ชาง ยาง ทําใหรัฐฉินมีความพรอมท้งทางการเมือง การทหาร พันธมิตร และสามารถ
สรางความเช่อรวมกันของประชาชนท่เหนือกวารัฐอ่น ๆ ได รวมท้งกระแสความคิด
ั
ื
ื
ี
ั
ึ
หน่งเดียวใตหลา ซ่งเปนแนวความคิดการปกครองท่มีมาต้งแตสมัยราชวงศโจวน้น
ี
ึ
ั
ั
เรมกลบมาในหมนกคดวา จะทาใหแผนดนเกดสนตภาพซงกลายเปนเหตผลของรฐ
่
ิ
ึ
ิ
ั
ํ
ู
ั
ิ
ุ
่
ิ
ั
ิ
ทั้งหมดนี้เปนสภาวะแวดลอมที่นับไดวา เปนโชคชะตาของฉินหวางเจิ้งที่มีความไดเปรียบ
กวาเจารัฐอื่นอยางมาก แตที่สําคัญยิ่งไปกวานั้นก็คือ ในชวงวัยเด็กของฉินหวางเจิ้งไดรับ
ี
ู
การสรางภาวะผนําท่เกิดจากการส่งสมประสบการณทางการเมือง ความรความสามารถ
ั
ู
ิ
ี
และความเด็ดขาดของฉินหวางเจ้งเอง ท่ไดรับการฟูมฟกมาอยางดีจากการศึกษาอบรม
ั
ื
ี
โดยนักคิดช้นนําน้นจะเปนแรงขับเคล่อนท่ย่งใหญกวาในอนาคต ท่จะทําใหฉินหวางเจิ้ง
ิ
ั
ี
สามารถกําหนดโชคชะตาไดเอง
๒. การจัดการอํานาจของฉินหวางเจิ้งภายในรัฐฉิน และการรวบรวมแผนดินจีน
ใหเปนปกแผน
จากการท่รัฐฉินมีความพร่งพรอมและตัวฉินหวางเจ้งเองไดผานการพัฒนา
ิ
ั
ี
ู
คุณธรรมความสามารถใหมีความพรอมสําหรับการเปนผนํารัฐรวม เม่อฉินหวางเจ้ง ิ
ื
ไดเขาสภาคการปฏิบัติทางการเมืองอยางแทจริงแลว ความจําเปนและโชคชะตา
ู
จึงเร่มมีความสําคัญตอการกําหนดพฤติกรรมของเจารัฐฉินใหเปนไปตามธรรมชาต ิ
ิ
ื
ิ
ี
ื
ของสัจนิยม เร่มจากการท่ฉินหวางเจ้งมีความเปนเช้อเจาราชวงศฉินจึงรับเอาความเช่อ
ิ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 27
ู
ภาพ หลปเหวย นักการเมืองแหงรัฐฉิน
่
ี
ที่มา : https://pantip.com/topic/37939955
ี
่
ิ
ิ
ิ
ี
่
ุ
้
ู
ี
ุ
ั
ั
หลกการนตนยมทมมาอยางยาวนานจากบรรพบรษมาเปนขออาง รวมทงผทไดให
การฟูมฟกความคิดทางการเมืองกระแสหลักตอพระองคในขณะน้น ลวนเปนกลม
ุ
ั
นิตินิยมท่เนนการบังคับใชกฎหมายในการปกครองอยางเขมงวด จึงทําใหความจําเปน
ี
ของฉินหวางเจ้งตองใชแนวความคิดการปกครองใหเปนไปตามหลักการของนิตินิยม
ิ
ื
ซ่งเอ้อประโยชนใหแกฉินหวางเจ้งในทางการเมืองอยางมากถูกเร่มใชทันทีเม่อฉินหวางเจ้ง ิ
ิ
ื
ึ
ิ
เร่มวาราชการเอง จึงทําใหมีความขัดแยงในการดําเนินนโยบายและการประสาน
ิ
ู
ี
ี
ื
ุ
ี
ี
ผลประโยชนกับหล่ปเหวยซ่งเปนกลมอํานาจเกาท่เนนนโยบายไปท่การคาท่เอ้อ
ึ
ผลประโยชนใหหล่ปเหวยเองเปนอันมาก ดวยเหตุน้เองฉินหวางเจ้งจึงตองกําจัด
ี
ิ
ี
ู
ู
ี
หล่ปเหวยออกจากระบบอํานาจรัฐฉินเปนอันดับแรกเม่อโอกาสมาถึง และนอกจากน ี ้
ื
ึ
ุ
ิ
ี
ยังตองกําจัดกลมอํานาจใหมของเลาไอซ่งเปนชของพระมารดา ท่เร่มเขามามีอํานาจ
ู
และพยายามจะกอกบฏเขาแยงชิงอํานาจทางการเมือง ดวยไหวพริบทางการเมือง
ของฉินหวางเจ้งจึงไดใชโอกาสน้ ซ่งโชคชะตาไดกําหนดใหทําการกําจัดกลมอํานาจ
ิ
ี
ุ
ึ
ํ
ิ
ั
ื
็
ี
ทงสองลงดวยความเดดขาดในคราวเดยวกน ทาใหอานาจทางการเมองภายในของรฐฉน
ั
้
ํ
ั
ํ
ิ
ี
ี
่
ี
่
มเสถยรภาพพรอมทจะทาสงครามเพอรวบรวมแผนดน ตามแนวความคดการปกครอง
ื
ิ
หนึ่งเดียวเหนือคนทั้งใตหลาของสังคมจีนตอไปได
ิ
ิ
เม่อส้นสุดความขัดแยงภายในรัฐแลว ฉินหวางเจ้งจึงไดเร่มสรางความ
ื
ิ
ู
ั
ม่นคงระหวางรัฐเพ่อความอยรอดของตนเองตามธรรมชาติของสัจนิยมอีกคร้งดวยการ
ื
ั
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
28
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
่
ื
่
ั
ั
ื
ิ
้
เปดสงครามขนาดใหญกบรัฐอน ๆ เพอรวบรวมแผนดนตงแตป ๒๓๐ กอน ค.ศ. โดยได
ุ
ี
ั
ิ
รวบรวมเหลาบณทต และขนศกมาชวยงานอยางมากมาย เชน หลซอ เวยเหลยว หานเฟย
ึ
่
ี
ื
ี
และหวางเจ่ยน และภายในระยะเวลาเพียง ๑๐ ปเทาน้น ก็สามารถผนวกเอารัฐหาน
ั
รัฐจาว รัฐเวย รัฐฉ รัฐเยียน และรัฐฉี ใหตกอยใตอํานาจได นับวาเปนการยุติสงคราม
ู
ู
ํ
ิ
้
้
ี
ิ
ั
่
ั
ี
ี
ิ
การแยงชงอานาจระหวางรฐทมมาอยางยาวนานลง ทงน ในการรวบรวมแผนดน ฉนหวางเจง ิ ้
ั
ไดใชยุทธศาสตรเขาทําลายความสามัคคีของรัฐท้งหกในสมัยน้นลงกอนแลวคอย ๆ
ั
ผนวกเอารัฐตาง ๆ รวมเขามาเปนอาณาจักรเดียวกับรัฐฉินทีละรัฐ โดยอาศัยกองทัพฉิน
ี
ี
ท่ประกอบไปดวยกําลังพลมากกวาหกแสนนาย อาวุธยุทโธปกรณท่เปนผลมาจากความกาวหนา
ี
ทางดานการผลิตโลหะอยางเปนระบบอุตสาหกรรมของรัฐฉิน โดยรัฐแรกท่ถูกผนวก
เขามาก็คือ รัฐหาน ซึ่งเปนรัฐที่ออนแอที่สุด และการที่รัฐหานซึ่งเปนรัฐเล็ก ๆ สามารถ
ั
อยรอดปลอดภัยมาอยางยาวนานทามกลางรัฐท้งหกไดน้น ก็เปนเพราะอาศัยการฑูต
ู
ั
อันเปนขอไดเปรียบจากทางภูมิศาสตรท่ปองกันไมใหรัฐฉินสามารถขยายอิทธิพล
ี
ี
่
ภาพ หลปเหวย นักการเมืองแหงรัฐฉิน
ู
ที่มา : https://pantip.com/topic/37939955 มาทางตะวันออกได โดยพันธมิตรอยางรัฐเวยและรัฐจาวไดใหการสนับสนุนการดําเนิน
ื
นโยบายทางการเมืองและการทหารของรัฐหานอยางตอเน่อง แตเม่อสนธิสัญญา
ื
ู
ความรวมมือตาง ๆ ถูกฉีกลงดวยอุบายของฉินหวางเจ้ง โอกาสการออกสภาคตะวันออก
ิ
ของรัฐฉินจึงถูกเปดออก ไมนานนักรัฐหานก็ตองยอมแพและถูกยุบเปนสวนหน่ง
ึ
ของรัฐฉน ทาใหพลเมองเปนหนงเดียวไมมีความแตกตาง ทาใหเหนไดวา ความสามารถ
ื
ํ
ิ
ํ
ึ
่
็
ั
ู
ของผนําอยางฉินหวางเจ้งท่แยบยลและเด็ดขาดน้น ทําใหการดําเนินนโยบายทางการเมือง
ี
ิ
ของรัฐฉินใหเขากับสภาวะแวดลอมความม่นคงโดยไมจําเปนตองพ่งโชคชะตามากนัก
ึ
ั
ี
หลังจากน้นในปตอมาพระองคก็ทรงสงหวางเจ๋ยนเปนแมทัพนําทัพเขาตีรัฐจาว และ
ั
ึ
ึ
ไมนานนักเชนกันรัฐจาวก็ตองยอมแพและถูกผนวกเปนสวนหน่งของรัฐฉินอีกรัฐหน่ง
ิ
ึ
ั
ี
การท่รัฐท้งสองถูกฉินหวางเจ้งผนวกเขาเปนสวนหน่งของดินแดนรัฐฉิน และการลมลางราชวงศ
ั
ท้งหมดของท้งสองรัฐไดในระยะเวลาอันส้นสรางแรงส่นสะเทือนไปท่วท้งแผนดิน ทําให
ั
ั
ั
ั
ั
ี
รัฐท่เหลือเรงการสะสมกําลังพลเพ่อทําสงครามกับรัฐฉินเพ่อเอาตัวรอด เพราะสงคราม
ื
ื
ึ
ั
ั
ี
คร้งน้รัฐฉินไมไดตองการแคเมืองข้นดังเชนในอดีตเทาน้น แตตองการสลายและ
ี
ั
รวมแผนดินท้งหมด ดังน้น รัฐเยียนท่รวาตนเองคือเปาหมายตอไปจึงไดพยายาม
ู
ั
ิ
ลอบสังหารฉินหวางเจ้งแตไมสามารถทําการไดสําเร็จ จึงถูกกองทัพรัฐฉินท่นําทัพโดย
ี
หวางเจี๋ยนเขาโจมตีในป ๒๒๕ กอน ค.ศ. ตอจากนั้นก็บุกรัฐเวย รัฐฉู และรัฐฉี ตามลําดับ
ั
จนสามารถรวมแผนดินทงหมดไดในป ๒๒๑ กอน ค.ศ. ตามบนทกนักประวติศาสตร
ั
ึ
้
ั
ื
่
ของราชวงศฮน เมอ ๒๔๖ ป กอน ค.ศ. กลาวไววา “การเคล่อนกาลงขามแผนดินจีน
่
ั
ํ
ั
ื
ผนวกเอาแควนตาง ๆ เขาไป เหมือนหนอนไหมกัดกินใบหมอน” ๙
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 29
๑๐
ภาพการเคลื่อนกําลังเขารวบรวมแผนดินของฉินหวางเจิ้ง
ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/niccolo-machiavelli-born
ิ
หากพิจารณาประวัติศาสตรชวงน้ของฉินหวางเจ้งตามมุมมองของมาเคียเวลล ี
ี
ิ
ี
จะเห็นไดวา คุณธรรมความสามารถท่โดดเดนของฉินหวางเจ้งในการจัดการการเมือง
ี
ั
ท้งภายในดวยการใชกฎหมายภายในท่ดี และสามารถจัดการกับพันธมิตรและการเมือง
ระหวางประเทศดวยความแยบยลและเด็ดขาดโดยไมตองคํานึงถึงคุณธรรมใด ๆ
ั
ของมนุษย ดวยการใชการเมืองเขาทําลายการเปนพันธมิตรของรัฐท้งหกลง จากน้น
ั
ี
จึงใชการทหารท่เขมแข็งเขายึดครองแผนดินตาง ๆ ทีละรัฐ โดยรับเอาแรงสนับสนุน
ื
ั
่
่
ึ
้
ี
ื
ั
ื
่
จากความเชอทางสงคมเรองหนงเดยวเหนอคนทงใตหลามาสรางความชอบธรรม
ใหตนเองไดเปนท่ยอมรับของคนจีนท้งแผนดินในคร้งน้ ทําใหเกิดเหตุผลของรัฐ
ี
ั
ี
ั
ี
ี
ุ
ท่ดีตามท่มาเคียเวลลีกลาว คือ การมงสรางสนติภาพใหกับแผนดินจน ซ่งส่งนตรงกับ
ั
ี
้
ิ
ึ
ี
ี
ุ
ุ
ั
ื
่
ั
่
ื
เปาหมายของสงคมจนในยคนน เมอพจารณารวมกบเงอนไขคณธรรมความสามารถ
ั
้
ิ
โชคชะตา และความจําเปนเขารวมกันนับไดวามีความลงตัวอยางสมบูรณแลว โดยจะพบ
ิ
วาคุณธรรมความสามารถเฉพาะตัวท่โดดเดนของฉินหวางเจ้งท่มีท้งความแยบยล
ั
ี
ี
ี
และความเด็ดขาดน้เอง ทําใหการดําเนินนโยบายของรัฐฉิน คือความจําเปนของรัฐ
ี
ั
ี
ู
ื
ึ
ท่ตองม่นคงอยรอดเหนือรัฐอ่น ๆ เกิดข้นไดงายและมีอํานาจเพียงพอท่จะอยูเหนือ
ั
โชคชะตา โดยประชาชนรัฐฉินไดเช่อม่นในความสามารถและเห็นถึงความจําเปนวา
ื
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
30
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ั
ิ
ี
ี
ู
มีเพียงฉินหวางเจ้งเทาน้นท่จะเปนผนําท่มีความสามารถยุติสงครามและสรางสันติภาพ
ี
ั
ี
ในคร้งน้ไดจึงใหการสนับสนุน นอกจากน้การแสดงใหเห็นวา ความเปนพลเมืองฉิน
ี
่
ี
ื
ิ
ื
่
ททรงหยบยนใหประชาชนรัฐอ่นท่ถูกผนวกเขามาน้น ทําใหเกิดความเทาเทียมกันของทุกคน
ั
ึ
ี
ี
ั
ึ
ในสงคมใหมท่เกิดข้น คนกลมใหมท่ถูกผนวกเขามาจึงไมรสึกแตกแยก ซ่งเปนการกระทํา
ุ
ู
ดังเชนท่โรมไดกระทํา ดังนั้น ประชาชนท้งแผนดินจึงยอมมองขามความไมจําเปน
ั
ี
บางอยางไป หากเปรียบเทียบกับผนําคนอ่น ๆ ในยุคน้นบนสถานการณเดียวกันแลว
ื
ั
ู
ิ
ความสามารถเชนน้ของฉินหวางเจ้งเปนส่งท่ไมมีผนําคนไหนจะทําไดงายนัก และผนํารัฐ
ี
ิ
ี
ู
ู
สวนมากในชวงน้นก็เลวรายไมตางกัน เห็นไดวาผนํารัฐท่มีความสามารถเชนน้ มีความจําเปน
ู
ี
ี
ั
ึ
อยางมากในการหยุดสภาวะสงคราม และก็เกิดข้นไดยากเชนกันในประวัติศาสตรของมนุษย
๓. ความเสื่อมอยางรวดเร็วของแผนดินราชวงศฉิน
เม่อฉินหวางเจ้งสามารถรวบรวมท้ง ๖ รัฐ มาอยใตอํานาจและสามารถ
ู
ั
ื
ิ
ึ
ี
ื
ยุติสงครามท่มีมาอยางยาวนานไดแลว จึงสถาปนาตนข้นเปน ฉินส่อหวงต (จ๋นซีฮองเต)
ิ
ี
้
ื
๑๐ แหงราชวงศฉิน ในป ๒๒๑ กอน ค.ศ. โดยมีวัตถุประสงคเพ่อจะใหมีการสืบตอ
ภาพการเคลื่อนกําลังเขารวบรวมแผนดินของฉินหวางเจิ้ง
ั
ื
ู
ื
ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/niccolo-machiavelli-born ราชบัลลังกใหอยในราชวงศฉินติดตอกันตลอดไปเร่อย ๆ และเพ่อไมใหแผนดินน้น
ู
ิ
กลับไปสสภาวะสงครามดังเชนในอดีต ดวยความจําเปนตอการปกครองน้จ๋นซีฮองเต
ี
ั
ิ
ึ
ี
ี
ั
ํ
จงไดยกเลิกระบอบนครรฐศกดนาทมเจานครรฐปกครอง มาเปนการรวมศนยอานาจ
่
ั
ู
ู
สศูนยกลางหรือเรียกไดวาเปนการสลายระบบเจาผครองนครรัฐอยางถาวร ไปเปนการใช
ู
อํานาจรวมศูนยอยท่องคจักรพรรดิหรือฮองเต ซ่งมีอํานาจสูงสุดแตเพียงผเดียวเทาน้น
ึ
ั
ี
ู
ู
ิ
ุ
่
โดยไดแบงเขตการปกครองราชอาณาจักรออกเปน ๓๖ เขต หรือ “จน” (ตอมาเพมเปน
ู
ู
ั
๔๒ เขต) แตละเขตจะมีผวาการท้งฝายพลเรือน ผวาการฝายทหาร และผตรวจการ
ู
ทําหนาท่ถวงดุลอํานาจ และแตละเขตยังแบงเขตปกครองออกเปนอําเภอ รองลงมา
ี
เปนตําบลและหมบานตามลําดับ มีการสรางระบบมาตรฐานกลางใหเปนเอกภาพ
ู
ดวยการวางมาตรฐาน ช่ง ตวง วัด เงินตรา และตัวอักษร ใหเปนแบบเดียวกัน
ั
ั
ั
ี
ั
ท่วท้งอาณาจักร รวมท้งบังคับใชกฎหมายรัฐฉินท่เขมงวดดวยความเด็ดขาด “โดยไดม ี
ื
ุ
ี
ู
ี
ื
การปราบปรามผท่เห็นตางหรือพยายามร้อฟนความเช่อเดิม ท่นําโดยกลมของนักคิด
่
ี
ิ
๋
ี
ี
ี
ํ
ิ
็
ิ
้
ั
ื
่
ึ
่
ของสานกขงจอ ซงมความคดเหนทตางจากแนวทางของจนซฮองเตทมความคด
ี
ิ
ั
เปนนตินยม ไมวาในเร่องการปกครอง เรองปรชญาตาง ๆ และมีการวิพากษวิจารณพระองค
่
ื
ิ
ื
ดวยเหตุน้จึงทําใหจ๋นซีฮองเตออกคําส่งตามคําแนะนําของหล่ซือใหฝงบัณฑิตเหลาน ้ ี
ี
ั
ิ
ี
เผาตําราตาง ๆ เชน ประวัติศาสตรรัฐทั้งหก คําภีรสํานักความคิดตาง ๆ ที่ไมเกี่ยวของกับ
ื
ราชสํานักโดยเฉพาะสํานักขงจ้อ คงเหลือไวแตตําราของรัฐฉิน ตํารายา โหราศาสตร
ํ
้
ี
้
ั
การเกษตร และตํารากฎหมายรฐฉนเทานน นอกจากน จ๋นซไดเล็งเหนถงความจาเปน
ั
ิ
็
ึ
ิ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 31
ั
ในการสงเสริมระบบเศรษฐกิจ จึงส่งใหมีการพัฒนาโครงสรางพ้นฐานตาง ๆ เชน
ื
ื
การตัดถนนหลวง การปรับถนนหลายสายใหเปนทางตรงเพ่อความสะดวกในการคมนาคม
ั
ื
ื
และการขนสงสินคา อีกท้งเพ่อใหสะดวกในการเคล่อนยายกําลังทหาร รวมท้งใหขุดคลอง
ั
่
ื
้
ํ
ื
ื
ํ
่
ึ
เพอการคมนาคมทางนาดวย สรางเข่อนและระบบทํานบกนน้าเพอการเกษตร จงเกิด
ั
้
การระดมแรงงานประชาชนกวา ๓ แสนคน มากอสรางและยังเชื่อมตอแนวกําแพงเมือง
ตามแควนตาง ๆ เพ่อเปนแนวปองกันการรุกรานของชนเรรอนทางเหนือ นอกจากน ี ้
ื
ยังไดมีการนําแรงงานอีกกวา ๗ แสนคน ไปกอสรางพระราชวังและ “สุสานจิ๋นซีฮองเต”
ี
ี
ี
ั
ี
ี
ท่เปนมากกวาสุสานฝงพระศพท่วไป เพราะท่น่เปนสถานท่ท่เตรียมไวสําหรับการใชชีวิต
๑๑
หลังความตาย”
ภาพกองทัพดินเผาในสุสานจิ๋นซีฮองเต ๑๒
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/สุสานจิ๋นซีฮองเต
ี
ิ
การดําเนินการดังกลาวน้ กอใหเกิดความเดือดรอน ส้นเปลืองทรัพยากร
ู
ู
และนําไปสการขาดแคลนกําลังคนในการดําเนินกิจกรรมอ่น ๆ เพ่อความกินดีอยด ี
ื
ื
ู
ของคนในสังคมไปท่วท้งอาณาจักร แตก็ไมมีผใดสามารถทัดทานอํานาจท่เด็ดขาด
ี
ั
ั
ของพระองคได หลงจากการสนพระชนมของจนซฮองเตในป ๒๑๐ กอน ค.ศ.
้
ิ
๋
ิ
ั
ี
ฮองเตองคตอมาแมจะมีความเด็ดขาดแตก็มิไดมีความสามารถในทางการปกครอง
เทากับจิ๋นซีฮองเต จึงทําใหบานเมืองเกิดความขัดแยงระหวางชนชั้นตาง ๆ แพรกระจาย
ึ
ิ
ั
ี
ู
อยางรวดเร็ว เกิดกบฏชาวนาคร้งใหญท่นําโดย เฉินเซ่ง และ อกวาง ข้นเปนคณะแรก
ในประวัติศาสตรจีน จากนั้นก็ลามไปทั่วประเทศ ทําใหราชวงศฉินถูกกบฏชาวนาโคนลง
รวมระยะเวลาครองแผนดินเพียง ๑๕ ปเทานั้น
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
32
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ภาพการปฏิวัติหมูบานตาเจอ ปฏิวัติชาวนาครั้งแรกของประวัติศาสตรจีน
ที่มา : http://www.jiewfudao.com/ประวัติศาสตรจีน/การปฏิวัติหมูบานตาเจอ.html
ิ
ื
ํ
ี
จากความสามารถในการดาเนนนโยบายทางการเมองดวยความเฉ ลยวฉลาด
และลงมือดวยความเด็ดขาด ทําใหจ๋นซีฮองเตสามารถใชจินตนาการในการวางแผน
ิ
ทางการเมือง การทหาร การใชพันธมิตร และความเชื่อ ใหสอดคลองลงตัวกับความจําเปน
ั
้
ั
ั
้
ื
่
ิ
รวมทงการยอมรบและฉวยโอกาสเมอโชคชะตานนเขาขางในสภาวะธรรมชาตแบบสงคราม
ู
ไดอยางลงตัว จนนําไปสูการสรางเหตุผลของรัฐท่ดีท่นําไปสการรวบรวมแผนดิน และ
ี
ี
ี
สามารถยุติสงครามท่มีมาอยางยาวนานของแผนดินจีนในสมัยน้นได แตในทางกลับกัน
ั
ี
็
ิ
ี
ู
ี
ั
ิ
ื
เมอแผนดนจนไดเขาสการมสนตภาพแลว ความเฉลยวฉลาดและความเดดขาดของ
่
ี
ิ
จ๋นซีฮองเตกลับสรางความทุกขยากใหกับประชาชนในสังคมจีนเอง ท่เปนเชนน ี ้
ี
ิ
ื
ภาพกองทัพดินเผาในสุสานจิ๋นซีฮองเต ๑๒ เพราะคุณธรรมความสามารถของจ๋นซีฮองเตท่ขับเคล่อนการเมือง การทหาร พันธมิตร
ั
ื
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/สุสานจิ๋นซีฮองเต และความเช่อ ใหสอดคลองกับสถานการณหรือโชคชะตาในภาวะสันติภาพน้น
ั
ี
เกินความจําเปนของสังคม จึงไมตอบเหตุผลของรัฐท่ดีในภาวะสันติ น่นก็คือ ความสุข
หรือความอยูดีกินดีของประชาชน จึงเห็นไดวาเปาหมายสูงสุดของสังคมไดเปลี่ยนไปแลว
ํ
แตจนซฮองเตยังคงเนนเรองความมนคงในอานาจของตนเอง ซงไมตรงกบความตองการ
่
ั
ึ
่
ั
่
ื
ี
๋
ิ
ของสังคมจงทําใหคุณธรรมความสามารถท่แยบยลและความเดดขาดเปนความไมจําเปน
ี
็
ึ
ี
ื
กอใหเกิดความไมลงตัวของเง่อนไขท้ง ๓ ขอ ตามแนวคิดของมาเคียเวลลข้น อีกท้ง ั
ั
ึ
ื
ฮองเตองคตอมาไมมีความสามารถเลยย่งเรงใหราชวงศเส่อมลงอยางรวดเร็ว จึงเห็นไดวา
ิ
ี
มนุษยไมสามารถใหความไววางใจบริหารอํานาจอยางเบ็ดเสร็จไดลําพัง การท่รัฐใดรัฐหน่ง ึ
ี
จะมผนาทมีความสามารถมาบริหารอํานาจอยางตอเน่องนนกไมสามารถรับประกันได
ู
่
ี
ํ
้
็
ั
ื
ั
ั
เชนกัน อีกท้งคุณธรรมความสามารถของคน ๆ หน่ง ท่จะบริหารจัดการอํานาจไดน้น
ึ
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 33
ั
ึ
ื
มีความไมแนนอนตลอดช่วชีวิต เน่องจากคุณธรรมของคน ๆ หน่งมีโอกาสเกิดการ
ู
เปล่ยนแปลงไดสูง หากผลประโยชนของรัฐและผลประโยชนของตัวผนําเองมิได
ี
ั
ไปในทางเดียวกัน ผนํารัฐน้นก็พรอมจะเปล่ยนการตัดสินใจใหม หักหลังประชาชน
ู
ี
ี
ั
กลายเปนทรราชยไดเสมอ ดังน้น การปกครองตามความคิดของหน่งเดียวเหนือคน
ั
ท้งใตหลา จึงทําใหอาณาจักรของจ๋นซีฮองเตน้นเส่อมลงดวยความรวดเร็ว เพราะคุณธรรม
ั
ิ
ื
ความสามารถท่แยบยลและความเด็ดขาดของจ๋นซีฮองเตน้นไมสามารถมีการตรวจสอบ
ิ
ี
ั
ื
และถวงดุลได จึงทําใหเกิดนโยบายการเมือง การทหาร และความเช่อตอความม่นคง
ั
ึ
ี
ี
ี
ท่สุดโตงท่ไมมีความจําเปนตอสถานการณแวดลอม ไมไดกอใหเกิดเหตุผลของรัฐท่ดีเกิดข้น
ไดอยางแทจริงนั่นคือ ความเจริญรุงเรืองและความมั่งคั่ง
แนวคิดของสัจนิยมแบบคลาสสิกกับกองทัพเรือ
ี
ี
การท่สัจนิยมแบบคลาสสิกใหความสําคัญกับความสามารถของมนุษยท่ช้นํา
ี
ั
ี
องคกรวาเปนปจจัยท่สําคัญตอความสําเร็จขององคกร และความสําเร็จน้นมีความยึดโยง
อยางใกลชิดกับคุณธรรมความสามารถของผนําองคกร หากพิจารณากองทัพเรือ ในฐานะ
ู
ั
ี
่
ั
ั
ี
ั
ื
ทเปนหนวยงานท่เปนตวแทนของรัฐในการปฏิสัมพันธกบกองทพเรอท่วโลกแลว
ํ
ู
ํ
ี
ื
ั
่
ึ
คณธรรมความสามารถใดของผนาองคกร ทกองทพเรอตองการจงกลายเปนคาถามตอมา
ุ
ู
หากใชมุมมองของมาเคียเวลลีพิจารณาระหวางความตองการผนําท่มีความแยบยล
ี
ู
และเด็ดขาดกับผนําท่ยอมรับความคิดเห็นท่แตกตางได จะเห็นไดวาลักษณะความคิด
ี
ี
ั
ท้ง ๒ แบบน้น ลวนแตมีความจําเปนในโลกปจจุบัน ท้งน้ ก็ตองข้นอยกับเง่อนไข
ึ
ู
ี
ั
ื
ั
ของความม่นคงในภูมิภาควา สภาวะท่กองทัพเรือกําลังเผชิญอยน้นเปนสภาวะเชนใด
ั
ั
ู
ี
ั
ี
เปนสภาวะสงครามท่ประเทศตาง ๆ มองหาความม่นคงของอํานาจอธิปไตยทางทะเล
ี
หรือสภาวะสันติภาพท่ประเทศตาง ๆ เรงแสวงหาโอกาสและความรวมมือทางทะเล
เพ่อความเจริญรงเรืองของภูมิภาค แตไมวาจะเปนสภาวะความม่นคงแบบใดก็ตาม
ื
ั
ุ
ั
มาเคียเวลลีก็ไดเนนใหเห็นแลววา คุณธรรมความสามารถของผนําองคกรน้น จะตอง
ู
ึ
ื
ี
ถูกใชไปอยางเหมาะสมกับสถานการณและความจําเปนเพ่อเหตุผลท่ดีของรัฐ ซ่งเปาหมาย
ปลายทางของกองทัพเรือน่นก็คือ ความม่นคงทางทะเลของประเทศท่จะสราง
ั
ั
ี
ความอยดีกินดีใหกับประชาชนในประเทศ ดังน้น ผนําท่มีคุณธรรมความสามารถของ
ู
ู
ี
ั
กองทัพเรือจะตองถูกสงเสริมและพัฒนาอยางตอเน่องผานระบบการศึกษาท่ถูกตอง
ื
ี
มีมาตรฐาน และมีความเปนสากลสูง รวมท้งตองมีประสบการณการปฏิบัติรวมดวย
ั
ั
ิ
โดยเฉพาะอยางย่งการศึกษาของกองทัพเรือในยุคตอไปน้นจะตองสามารถรองรับ
ี
ี
ี
ิ
การเปล่ยนแปลงของโลกอนาคท่มีความเปนโลกาภิวัตนสูง หากละเลยส่งน้ไปแลว
ก็เปนไปไดยากที่กองทัพเรือจะสามารถบรรลุเปาหมายของกองทัพเรือในโลกอนาคตได
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
34
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
บทสรุป
จากประวัติศาสตรสงครามระหวางรัฐของจีนในยุคชุนชิว
ี
ี
และจานกวอท่มีสาเหตุมาจากการท่ราชวงศโจวไมมีอํานาจ
จากสวนกลางมาควบคุมพฤติกรรมของเจารัฐตาง ๆ ได ทําให
ั
การเมืองระหวางรัฐเกิดเปนสภาวะอนาธปไตย จนทาใหเจารฐ
ํ
ิ
ู
ทุกรัฐตองแขงขันทางอํานาจเพ่อความอยรอดของตนเอง
ื
ิ
่
ึ
ี
๋
ี
ี
ั
ึ
ิ
ั
้
ั
ซงสภาวะไรสนตภาพนมมายาวนานจนถงรชสมยของจนซฮองเต
จึงส้นสุดลงอยางรวดเร็วดวยความสามารถและความเด็ดขาด
ิ
ิ
ในการบริหารจัดการระบบอํานาจของจ๋นซีฮองเตเอง ลักษณะ
ี
เชนน้เปนไปตามแนวคิดของมาเคียเวลลีซ่งจะเปนการสราง
ึ
สันติภาพของสังคมมนุษยบนความคิดสัจนิยมแบบคลาสสิก
ึ
ู
ู
ี
ท่สันติภาพน้นข้นอยกับความสามารถของผนําสูงสุดที่มีความ
ั
เด็ดขาดและมีคุณธรรมความสามารถสูงเขามาบริหารจัดการ
ื
ู
ระบบอํานาจของรัฐอยางยุติธรรม เพ่อจะนํารัฐไปสเหตุผล
ี
ของรัฐท่เรียกวาสันติภาพน้นวามีความเปนไปไดและสามารถ
ั
ึ
เกิดข้นไดจริงอยางรวดเร็ว ตัวอยางเชน การรวบรวมแผนดิน
ของจิ๋นซีฮองเต แตความมั่นคงของสันติภาพจากความคิดสัจนิยม
แบบคลาสสิกบนความแยบยลและเด็ดขาดน้นยอมไมมีความย่งยืน
ั
ั
ี
ท่เปนเชนน้ก็เพราะธรรมชาติของมนุษยมีความกลัวเปนมรดก
ี
ี
ั
ความช่วรายในตัวของมนุษยดังกลาวน้ ทําใหมนุษยงายตอการ
ตกเปนทาสของอํานาจ เม่อไดสัมผัสกับความหอมหวานของ
ื
ํ
ั
ึ
ี
อานาจนนมาระยะเวลาหน่งก็จะยอมทําส่งท่ช่วรายเพ่อรักษาไว
ื
ิ
ั
้
ู
ึ
ซ่งอํานาจของตนเอง ดังน้น ผนําท่ดีจึงอาจกลายเปนทรราชย
ี
ั
ื
ู
ในภายหลงไดอยางงายดาย เม่อเปาหมายของผนําไมสอดคลอง
ั
ี
ั
กบเปาหมายของรฐ ทเปนเชนน้ก็เพราะความไมแนนอนในตัวของ
ี
ั
่
่
ี
่
ั
มนษยนนเอง นเปนเหตผลประการหน่งท่ทําใหอาณาจักรอันย่ง ิ
ุ
ุ
ึ
ี
็
ใหญของจ๋นซีฮองเตไดลมสลายลงอยางรวดเรว เหตผลประการ
ุ
ิ
ท่สอง มนุษยเองมิไดมีชีวิตยืนยาวและการท่จะมีผนําท่มีคุณธรรม
ี
ู
ี
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 35
ึ
ู
ั
ู
ิ
้
ู
ุ
ื
ื
ความสามารถสงเกดขนในตระกลน้นมิใชเร่องงาย เม่อผนํารนเกา
ี
จากไปหากผนารนตอมาไมมีคุณธรรมความสามารถเพียงพอท่จะ
ํ
ุ
ู
ั
บริหารระบบอานาจการเมอง การทหาร พนธมตร และศาสนา
ิ
ํ
ื
ใหเขากบโชคชะตาหรือสภาวะแวดลอมโลกท่เปล่ยนแปลงไป
ี
ั
ี
ู
อยตลอดเวลาบนความจําเปนใหไดอยางเหมาะสมแลวก็ยอม
จะไมสามารถดํารงซ่งสันติภาพของรัฐไวได จึงเปนเหตุผลท ่ ี
ึ
ั
ั
สจนิยมแบบคลาสสกไมสามารถรกษาสนตภาพใหย่งยนอยได
ู
ื
ั
ั
ิ
ิ
ี
เพราะบนสภาวะแวดลอมท่มีสันติภาพ ความเด็ดขาดและ
การฉวยโอกาสมิไดสรางคุณหรือความดีท่เรียกวาเหตุผลของรัฐ
ี
ั
ู
ี
ึ
ท่จะทําใหสังคมมนุษยกาวไปสเปาหมายความดีน้นได ซ่งความดีน้น
ั
ั
ู
ิ
ี
ไดแก การกนดอยดีหรือความสุขของสังคมน่นเอง ภายใตสภาวะ
ื
ี
แวดลอมท่มีสันติภาพ สันติภาพจะเอ้อใหมนุษยสามารถใช
คณธรรมของเหตผลและการรับฟงความคิดเห็นท่แตกตางกันได
ุ
ุ
ี
ู
่
ี
ุ
ี
ี
ิ
ซ่งส่งน้จะนําสังคมมนุษยไปสจดหมายทดกวาไดงายและรวดเร็ว
ึ
ึ
ํ
กวาการใชอานาจและความเด็ดขาด จงกลาวไดวา เราไมสามารถ
ั
ปฏิเสธไดวาอํานาจและความเด็ดขาดของคน ๆ เดียวน้น
ึ
ี
สามารถนํามาซ่งสันติภาพท่เปนเหตุผลของรัฐในภาวะขัดแยง
ไดอยางรวดเร็ว แตอํานาจและความเด็ดขาดของคน ๆ เดียว
ก็ไมสามารถนําพาซ่งความกินดีอยดีท่เปนเหตุผลของรัฐ
ี
ึ
ู
ึ
ในยามสันติไดเชนกัน ดังน้นการปกครองตามแนวคิดหน่งเดียว
ั
ั
ั
ปกครองคนท้งใตหลาน้น ทําใหแผนดินจีนรวมตัวและแตกแยก
เปนวัฏจักรอยอยางตอเน่อง ข้นอยวาผนํารัฐน้นสามารถ
ู
ั
ู
ึ
ื
ู
ุ
่
ตอบรบเหตผลของรฐทดไดหรือไม อยางไรกตาม มนษย
ี
ุ
ั
ั
ี
็
ในโลกปจจุบันเราตางก็ยอมรับกันแลววาเหตุผลและการรับฟง
ี
ความคิดเห็นท่แตกตางน้น (ระบอบประชาธิปไตย) เปนการ
ั
ปกครองที่ดีที่สุดของมนุษยพึงจะมีไดในการรักษาไวซ่งสันติภาพ
ึ
ุ
และสรางสรรคความรงเรืองของสังคมมนุษยท่ย่งยืนกวาระบบ
ี
ั
อ่น ๆ จึงทําใหในโลกปจจุบันมีการปกครองดวยระบอบ
ื
ประชาธิปไตยเปนสวนใหญ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
36
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
เอกสารอางอิง
๑
Samkok@work, < http://www.samkokatwork.com/02/c01.html>, ๖ธ.ค.๖๓.
๒
Richard Rigby, Chinese Story, <https://www.thechinastory.org/yearbooks/
yearbook-2013/forum-politics-and-society/tianxia-%E5%A4%A9%E4%B8%8B/>,
๒๓ พ.ย.๖๓.
๓
แผนที่ยุคชุนชิว, <https://www.globalsecurity.org/>, ๒๖ พ.ย.๖๓.
ิ
ิ
๔ บุญศักด์ แสงระวี: จ๋นซีฮองเตมหาราชหรือทรราช, พิมพคร้งท่ ๑ กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ,
ั
ี
มิถุนายน ๒๕๔๓, หนา ๔๖-๔๗
๕
ี
แผนท่ปลายยุคจานกวอ, <https://www.thoughtco.com/the-warring-states-period-
of-ancient-china-117643>, ๒๖ พ.ย. ๖๓
๖
Niccolo Machiavelli, สมบัติ จันทรวงศ: The prince (เจาผูปกครอง), พิมพครั้งที่ ๑๑
กรุงเทพฯ: มูลนิธิเพื่อการศึกษาประชาธิปไตยและการพัฒนา โครงการจัดพิมพคบไป, ๖๓.
๗
ิ
ี
เพ็ญศร เผาเหลืองทอง, มตชนสดสัปดาห <https://www.matichonweekly.com/
ุ
column/article_114273> ๒๒ พ.ย.๖๓.
๘
Ibid 1 หนา ๙๑.
๙
ยุวราชวิทยาลัยเชียงใหม <https://sites.google.com/site/chowpanat45372/
kaphaeng-meuxng-cin/prawati-khwam-pen-ma> ๒๒ พ.ย. ๖๓.
๑๐
ผูจัดการออนไลน < https://mgronline.com/china/detail/9620000088400> ๒๒ พ.ย.๖๓.
๑๑ ณัฐกริช เปาอินทร,จ๋นซีฮองเตจักรพรรดิพระองคแรกของจีน <https://www.nuttakrit
ิ
paoin.com/post/> ๒๓ พ.ย.๖๓
๑๒
ภาพกองทัพดินเผาสุสานจิ๋นซีฮองเต, <https://www.reddit.com/r/interestingasfuck/
comments/fjpve4/an_army_of_over_8000_lifesized_terracotta_warrior/>,
๒๖ พ.ย.๖๓.
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 37
ÍÔ·¸Ô¾Å¨Ò¡¡Òÿ×鹿ÙÈÔÅ»ÇÔ·ÂÒ¡ÒÃ
µèÍ¡ÒÃà¡Ô´ÊѹµÔÀÒ¾áÅФÇÒÁÁÑ蹤§
¢Í§àÊÃÕ¹ÔÂÁ¤ÅÒÊÊÔ¡
¹ÒÇÒàÍ¡ ´Ã.ËÑÊäªÂÞ ÁÑ觤Ñè§
Ãͧ¼ÙŒÍíҹǡÒáͧÇÔªÒàʹҸԡÒáԨ
½†ÒÂÇÔªÒ¡Òà ¡ÃÁÂØ·¸ÈÖ¡ÉÒ·ËÒÃàÃ×Í
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 39
“ ¤ÇÒÁÁÑ蹤§áÅÐÊѹµÔÀҾ㹷ÄÉ®ÕàÊÃÕ¹ÔÂÁ¤ÅÒÊÊÔ¡
ÁÒ¨Ò¡¤ÇÒÁ¤Ô´Á¹ØÉ¹ÔÂÁ·Õèàª×èÍÇ‹ÒÁ¹ØÉÂÁÕ¤ÇÒÁÊíÒ¤ÑÞ·ÕèÊØ´
áÅÐÊÒÁÒöÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ä´Œ´ŒÇ¡ÒÃ㪌ªÕÇԵ㹷ҧâÅ¡
ÀÒÂ㵌ÃÐàºÕº·Ò§Êѧ¤Á·ÕèäÁ‹µŒÍ§ÍŒÒ§ÍÔ§
”
àÃ×èͧ¾ÃÐ਌ÒáÅÐâÅ¡ËÅѧ¤ÇÒÁµÒÂ
บทนํา
ื
ึ
ี
ื
บทความน้มีวัตถุประสงคเพ่อตอบคําถามวาแนวคิดเร่องมนุษยนิยมซ่งกลับฟน
ั
ึ
ข้นมาในยุโรปชวงการฟนฟูศิลปวิทยาการมีอิทธิพลตอการเกิดสันติภาพและความม่นคง
ตามทฤษฎีเสรีนิยมคลาสสิกไดอยางไร โดยเสรีนิยมคลาสสิกมีฐานความคิดอยท ่ ี
ู
การมองมนุษยวาสําคัญท่สุดในบรรดาสรรพส่งในโลกและจักรวาล และใหคุณคากับเหตุผล
ิ
ี
ี
ื
ี
ู
ึ
ี
ื
และเสรีภาพของมนุษยมากท่สุดเม่อเทียบกับคุณคาอ่น ๆ ท่มนุษยถืออย สันติภาพท่เกิดข้น
ิ
มีรากฐานท่แทจริงมาจากเหตุผลและการเคารพศักด์ศรีความเปนมนุษย เสรีนิยมคลาสสิก
ี
มองรัฐวาเปนเหมือนกับมนุษย และเสนอวารูปแบบท่จะทําใหโลกมีสันติภาพอันถาวร
ี
ื
ี
ู
ิ
คือรัฐท่เคารพศักด์ศรีความเปนมนุษย ใหสิทธิเสรีภาพ และอยรวมกันกับรัฐอ่น ๆ
ดวยการเคารพกันและกัน ในปจจุบันปรากฏใหเห็นเปนโลกเสรีประชาธิปไตยท่นําโดย
ี
ประเทศตะวันตก ซึ่งไดแก สหรัฐอเมริกา และพันธมิตรประชาธิปไตยทั่วโลก
๑
เสรีนิยมคลาสสิก (Classical Liberalism) เปนทฤษฎีความสัมพันธ
ุ
ี
ี
่
ิ
ระหวางประเทศทมรากฐานความคดมาจากการมองมนษยวาเปนศนยกลางของโลก
ู
ี
ั
ื
ั
ี
กลาวคือมนุษยน้นสําคัญท่สุดเม่อเทียบกับบรรดาสรรพส่งตาง ๆ ในโลกท้งท่เปนรูปธรรม
ิ
และนามธรรม แนวคิดเชนน้เรียกวา “มนุษยนิยม (Humanism)” ซ่งเกิดข้นในยุค
ึ
ึ
ี
ี
กรีกโบราณ และไดรับความสนใจอีกคร้งในชวงการฟนฟูศิลปวิทยาการชวงคริสตศตวรรษท่ ๑๕
ั
บทความนี้ตองการอธิบายความเชื่อมโยงระหวางแนวคิดมนุษยนิยมในยุคฟนฟู
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
40
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ภาพแนวความคิดสําคัญในเสรีนิยมคลาสสิก
ที่มา : https://www.assignmentpoint.com/arts/political-science/
classical-liberalism-in-political-science.html
ศิลปวิทยาการกับทฤษฎีเสรีนิยมคลาสสิก โดยใชวิธีฉายภาพของการเปล่ยนแปลง
ี
ิ
ู
ทางการเมือง เศรษฐกจและสังคมจากยุโรปยุคกลางมาสยุโรปยคใหม จากอิทธิพล
ุ
ู
ี
ั
ของศาสนจกรท่ใหความสําคัญกับพระเจา มาสการใหความสําคัญกับมนุษยมากกวา
ั
ํ
ู
ดวยการนาความรคลาสสิกของกรีกและโรมันมาใชอีกคร้ง การฟนฟูศิลปวิทยาการ
ิ
ั
สงผลใหชาวยโรปปลดแอกตนเองออกจากอทธพลของศาสนจกร ขณะเดยวกนกษตรย
ิ
ั
ี
ุ
ิ
ั
ิ
ิ
ึ
ในระบบฟวดัล (ระบบศักดินาสวามิภักด์) ก็เร่มรวมศูนยอํานาจและสรางรัฐชาติข้น
ี
ความขัดแยงระหวางศาสนจักรและอาณาจักรท่ปรากฏใหเห็นในรูปการปฏิรูปศาสนา
มาสิ้นสุดลงในการยุติสงครามศาสนา ๓๐ ป โดยสนธิสัญญาเวสตฟาเลียในป ค.ศ.๑๖๔๘
และกรุยทางไปสูพัฒนาการของรัฐชาติสมัยใหมตั้งแตนั้นเปนตนมา
บทความน้ตองการช้ใหเห็นวา “ความม่นคงและสันติภาพในทฤษฎีเสรีนิยม
ี
ั
ี
ี
ี
ื
คลาสสิกมาจากความคิดมนุษยนิยมท่เช่อวา มนุษยมีความสําคัญท่สุดและสามารถ
มีความสุขไดดวยการใชชีวิตในทางโลก ภายใตระเบียบทางสังคมท่ไมตองอางอิง
ี
เร่องพระเจาและโลกหลังความตาย” ระเบียบทางสังคมน้เร่มกอตัวข้นมาในยุคฟนฟ ู
ื
ี
ิ
ึ
ศิลปวิทยาการและเขาสจุดสูงสุดในยุคเรืองปญญา โดยมองวา รัฐเกิดจากการสมมุต ิ
ู
ั
ี
ของมนุษยใหเขามาชวยแกไขปญหาบางประการเทาน้น แตท่สุดแลวอํานาจของรัฐ
ตองไมละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักสัญญาประชาคม (Social Contract)
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 41
ื
ื
ึ
และเม่อรัฐเสรีนิยมพัฒนามากข้นเร่อย ๆ แลว แนวคิดมนุษยนิยมจะขยายตัวออก
ไปสระดับระหวางประเทศ และโลกจะเขาสเสนทางแหงสันติภาพอันถาวรในท่สุด
ู
ี
ู
ั
้
้
ั
ิ
ู
ั
ู
ิ
้
ี
ั
้
ุ
ั
ิ
ทงน หนทางไปสสนตภาพดงกลาวนน มนษยชาตยงคงตองตอสดนรนใหเขาไปถง
ึ
ใหไดรวมกันบนพื้นฐานของเสรีนิยมคลาสสิก
ประเดนตาง ๆ ในบทความนประกอบดวย ประเดนแรก แนวคดเรอง
็
ื
้
่
ี
ิ
็
ี
มนษยนยมในยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ประเด็นท่สอง การเปล่ยนแปลง
ุ
ี
ิ
ิ
ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จากยุโรปยุคกลางมาสยุโรปยุคใหม โดยเร่มจาก
ู
ี
ี
ุ
ู
ุ
ุ
สภาพยโรปยคกลาง ปรากฏการณสําคัญท่เปนจุดเปล่ยนเขาสยคใหม และจบท ี ่
ี
็
ุ
่
ู
ยโรปยคการฟนฟูศลปวทยาการการปฏรปและสงครามศาสนา ประเดนทสาม ผลจาก
ุ
ิ
ิ
ิ
ี
กระแสมนุษยนิยมท่มีตอการเปล่ยนแปลงทางความคิดในยุโรป ซ่งกลายเปนแนวคิด
ี
ึ
เสรีนิยมคลาสสิกในยุคเรืองปญญา (Enlightenment) ประเด็นท่ส่ ขอจํากัดของทฤษฎ ี
ี
ี
เสรีนิยมคลาสสิกในการสรางสันติภาพระหวางประเทศ โดยพิจารณางานของ อี เอช คาร
(E. H. Carr) เร่องอํานาจและจริยธรรมในความสัมพันธระหวางประเทศเปนหลัก
ื
ื
ในการวจารณทฤษฎเสรนยมคลาสสก และประเดนสดทาย บทบาทของกองทพเรอ
็
ุ
ิ
ิ
ี
ิ
ั
ี
ในการสรางสันติภาพระหวางประเทศตามทฤษฎีเสรีนิยมคลาสสิก
แนวคิดเรื่องมนุษยนิยมในยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ
ี
มนุษยนิยมเปนกระแสความคิดท่ดํารงมาตลอดประวัติศาสตรโลก วิธีการ ภาพแนวความคิดสําคัญในมนุษยนิยม
้
็
ู
ั
ุ
ั
ทางวทยาศาสตรทเปนหลกในการแสวงหาความรของมนษยในปจจุบันกตงอยบน
ิ
่
ี
ู
หลักความเชื่อวามนุษยนั้นมีเหตุผล สามารถเขาใจสรรพสิ่งตาง ๆ ในโลกไดวามีธรรมชาติ
เปนอยางไร มีกําเนิดจากอะไร เชน ความเขาใจวาโลกหมุนรอบตัวเองเกิดเปนกลางวัน
และกลางคืน โลกหมุนรอบดวงอาทิตยเกิดเปนฤดูกาล ดวงจันทรหมุนรอบโลกทําใหเกิด
ึ
ู
ํ
ี
ื
ํ
น้าข้นน้าลง เปนตน และสามารถนําความรท่ไดไปใชประโยชนเพ่อความสุขของตนเอง
ื
และสังคม แนวคิด “มนุษยนิยม” เปนความเช่อวามนุษยมีเหตุผล รวมไปถึงอารมณ
ความรูสึก และความตองการทางกาย เชน กิน นอน พักผอน และสามารถสื่อสารความคิด
ของตนเองออกมาใหผูอื่นเขาใจได
คอรลิส ลามองต (Corliss Lamont) มองวาความคิดเร่องมนุษยนิยมน ้ ี
ื
ี
ี
ื
ี
เปนปรัชญาท่สมบูรณแบบท่สุดเทาท่มนุษยเคยมีมา เพราะหลักพ้นฐานมนุษยนิยมนั้น
มีประจักษพยานสนับสนุนความจริงมาโดยตลอด และมนุษยนิยมยังทําใหเราปลดปลอยพลัง
ในการสรางสรรคของมนุษยชาติ ทําใหมนุษยตางชาติตางภาษาสามารถเช่อมโยงสัมพันธกันได
ื
๒
เพราะมีความเปนมนุษยรวมกัน เชน คนไทยสามารถเรียนรูและเขาใจคนจีนผานภาษาจีน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
42
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
หรือเขาใจคนอเมริกันหรืออังกฤษผานภาษาอังกฤษได ก็เพราะคนไทยมีเหตุผลสากล
ี
ท่มนุษยทุกชาติทุกภาษามีรวมกัน สวนแรกของบทความน้จะอธิบายแนวความคิดมนุษยนิยม
ี
ึ
ี
ึ
ื
ท่เกิดข้นในยุคฟนฟูศิลปวิทยาการของยุโรปเปนการเฉพาะ ซ่งลามองตใหช่อแนวความคิด
นี้วา “มนุษยนิยมยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance Humanism)”
ภาพแนวความคิดสําคัญในมนุษยนิยม
ที่มา : https://www.humanistcanada.ca/
ั
โดยท่วไป มนุษยนิยมมองวามนุษยใชชีวิตเพียงชาติน้เทาน้นและพึงทําชีวิต
ั
ี
ใหดีท่สุด โดยการสรางผลงานจากจินตนาการของตนเองและแสวงหาความสุขในการ
ี
ดํารงชีวิต ความสุขของมนุษยเปนตัวตัดสินวาการกระทําของเราน้นดีท่สุดหรือไม
ั
ี
ื
ี
่
ิ
ื
ี
่
่
ํ
โดยไมจาเปนตองอางองแหลงทมาอนใดทอยูเหนอธรรมชาต เชน พระเจา เทพยดา
ิ
หรอส่งศกด์สิทธ์ใด ๆ และจะวาไปส่งเหนือธรรมชาติดังกลาวไมมจริงเสียดวยซ้าไป
ี
ิ
ื
ํ
ิ
ิ
ิ
ั
ี
ในสายตาของมนุษยนิยม ถึงท่สุดแลวตัวมนุษยเองเทาน้นท่สามารถใชความเฉลียวฉลาด
ั
ี
หรือปญญาของตนเองรวมมือกันสรางปอมปราการแหงสันติภาพและความงามอันถาวร
๓
บนโลกใบนี้ไดอยางเสรี สวนมนุษยนิยมยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ ถือเปนความเคลื่อนไหว
ของมนุษยนิยมกระแสแรกท่ตอตานความเช่อเร่องส่งเหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะอยางย่ง
ื
ิ
ิ
ี
ื
ื
ี
พระเจาของคริสตจักรยุคกลาง ดวยการเปล่ยนความสนใจในเร่องวิญญาณอมตะไปยัง
เรื่องของการสรางชีวิตที่ดีและมีความสุขที่สุดบนโลกใบนี้ หากกลาวใหชัดเจนตามเนื้อหา
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 43
ทางประวัติศาสตร กระแสการฟนฟูศิลปวิทยาการในเวลาน้น เปนการตอตานอํานาจ
ั
ของคริสตจักรคาทอลิกและขอจํากัดหรือขอหามทางศาสนา ตอการแสวงหาความร ู
ของมนุษย จนกระท่งเกิดนักคิด นักเขียน และศิลปนมากมายท่หันไปศึกษาเร่องของเหตุผล
ี
ื
ั
ื
ี
แลวนํามาสรางสรรคผลงานของตนเอง แทนท่จะสรางผลงานเพ่อตอบสนองความเช่อ
ื
๔
้
ั
ั
และศรทธาทางศาสนาเพียงอยางเดียวเทานน เชน ภาพวาดการสรางมนุษยคนแรก
ท่เพดานโบสตซิสทีน ในป ค.ศ.๑๕๑๑ ของไมเคิลแองเจโล ภาพวาดโมนา ลิซา ในป
ี
ค.ศ.๑๕๐๓ - ๑๕๐๖ ของลีโอนารโด ดา วินชี เปนตน
ภาพขงจื้อ ภาพอริสโตเติล
ที่มา : https://www.ancient.eu/image ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Aristotle#/
/969/confucius/ media/File:Aristotle_Altemps_Inv8575.jpg
ี
ี
ิ
้
ั
การท่ลามองตมองวาแนวคดมนุษยนิยมนนเปนปรัชญาท่สมบรณแบบทสุด
ี
ู
่
ปรัชญาหน่งไมเพียงเพราะเคยปรากฏข้นในโลกตะวันตกยุคโบราณอยางกรีกและโรมัน
ึ
ึ
เทานั้น ไมวาจะเปนการแกะสลักรูปปนเหมือนของวีรบุรุษเอเธนส เชน เพริคลีส บทละคร
สุขนาฏกรรมของอริสโตฟานีส บทสนทนาของเพลโตวาดวยความงาม ความยุติธรรม
๕
ิ
ิ
ื
ึ
หรือความกลาหาญ หรือหนังสอจริยศาสตรของอรสโตเติล แตมนุษยนยมยงเกิดข้น
ั
ี
ื
ในโลกตะวันออก เชน ในจีนท่มีขงจ้อเปนตัวอยาง หรือในอินเดียท่มีพุทธศาสนาเปนตัวอยาง
ี
ในโลกตะวันตก ศิลปะกรีกและโรมันอยางรูปปนของเทพเจากรีกและโรมันจะมีลักษณะ
ี
ท่เหมือนมนุษยมาก ตางจากเทพเจาในดินแดนอ่น อยางอียิปตท่เปนเทพฮอรัสท่มีศีรษะ
ี
ื
ี
ื
เปนนก ศิลปะดังกลาวสะทอนวาผสรางงานใชมนุษยเปนตนแบบของงาน ในจีนขงจ้อ
ู
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
44
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
ี
ึ
สรางปรัชญาของตนเองข้นมาจากการใหความสําคัญกับมนุษยท่เรียกวา “เหริน”
๖
ึ
ื
ี
ื
ซ่งหมายถึงมนุษยธรรม ขงจ้อตองการสรางรัฐท่สมบูรณแบบโดยใหมี “จวินจ่อ” หรือ
วิญูชนเปนผูปกครอง สาระสําคัญของวิญูชน คือผูที่รูจักรักมนุษยผูอื่น รูจักการเอาใจเขา
ื
ื
มาใสใจเรา ความคิดเร่อง “เหริน” ในปรัชญาขงจ้อก็สะทอนความเปนมนุษยนิยมดวย
พทธศาสนากสอนใหเรารจกพงตนเอง ไมขอรองออนวอนสงศกดสทธใหดลบนดาล
ั
่
ึ
ู
็
ุ
ั
์
ั
ิ
ิ
ิ
ิ
์
่
ิ
ู
ี
ื
ั
ส่งท่ตองการให ไมวาจะเปนทรัพยสิน ช่อเสียง หรืออํานาจ มนุษยเทาน้นเปนผกําหนด
ชะตาชีวิตตนเอง ความคิดเชนนี้ของพุทธศาสนาก็สะทอนแนวคิดมนุษยนิยมดวยเชนกัน
อยางไรก็ตาม เม่อพิจารณาบริบททางประวัติศาสตรในยุโรปแลวจะพบวา
ื
ั
ุ
มนษยนยมในยุคฟนฟูศิลปวิทยาการน้น เปนการยอนกลับไปนําเอามรดกทางอารยธรรม
ิ
ิ
ี
ิ
ั
ู
ของกรกและโรมนมาฟนฟใหม โดยลอกเลยนแบบงานของนกคดและศลปนยคคลาสสก
ิ
ี
ั
ุ
ุ
ั
มาและตอยอดหรือปดฝนความคิดและผลงานเหลาน้น จนกระท่งไดความคิดใหม
ั
่
ํ
ี
ิ
ู
ทนาพาโลกใหกาวเขาสยุคใหม จุดเร่มตนของการฟนฟูศิลปวิทยาการ เร่มตนในอิตาล ี
ิ
ั
เพราะเปนเมืองทาคาขายสําคัญในเมดิเตอรเรเนียน จากน้นอารยธรรมกรีกและโรมัน
กขยายเขาไปยงประเทศตาง ๆ ทั่วยุโรป เชน อังกฤษ ฝรั่งเศส เปนตน ในทวีปยุโรปเหลานี้
ั
็
สรางรัฐชาติสมัยใหมข้นมาจากอารยธรรมกรีกและโรมัน เห็นไดชัดจากสถาปตยกรรม
ึ
และภาษาที่มีรากมาจากกรีกและลาติน ประเด็นสําคัญคือ มรดกทางอารยธรรมดังกลาว
ยังคงดํารงมาหลายคริสตศตวรรษ ต้งแตคริสตศตวรรษท่ ๕ ชวงโรมลมสลายจนถึง
ี
ั
ื
คริสตศตวรรษท่ ๑๕ ชวงการฟนฟูศิลปวิทยาการไดอยางไร เน้อหาบทความสวนตอไป
ี
จะตอบคําถามนี้
การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของยุโรปจากยุคกลางสูยุคใหม
ตามความเขาใจของผูศึกษาอารยธรรมตะวันตกโดยท่วไปมักจะมองวา ยุโรป
ั
ี
ึ
ยุคกลางเปนยุคมืดในความหมายท่วาไมมีความคิดใหมเกิดข้นในชวงเวลาน้ เพราะเปน
ี
ี
เวลาของการครอบงําโดยศาสนจักรท่โรม สภาพทางสังคมของยุโรปก็เปนสังคมฟวดัล
ื
ู
ี
ิ
หรือระบบศักดินาสวามิภักด์ ความเขาใจวายุโรปอยในยุคมืดเชนน้นาจะคลาดเคล่อน
ั
ี
ู
ี
ไปจากความจรง เพราะมความพยายามในการฟนฟความคิดแบบกรก - โรมน มาเปนระยะ
ิ
ต้งแตกรุงโรมลมสลาย อีกท้งความคิดกรีก - โรมัน ยังไดรับการรักษาไวโดยจักวรรดิโรมน
ั
ั
ั
ี
ตะวันออกท่กรุงคอนสแตนติโนเปล ปรัชญาของเพลโตและอริสโตเติลก็ไดรับการนํามาใช
อธิบายคริสตศาสนา โดย เซนตออกัสตินและเซนตโทมัส อไควนัส ตามลําดับ ดังน้น
ั
ี
ุ
ความเขาใจวา ยคกลางของยโรปเปนยคมดนนจงไมจรงเสยทเดยว ในความเปนจรง ิ
้
ิ
ึ
ื
ี
ุ
ั
ุ
ี
ยุโรปยุคกลางเปนความพยายามในการตอสระหวางศาสนจักรกับอาณาจักรในการยึดกุม
ู
ู
ู
ความเปนจริงและอํานาจ ในขณะท่ฝายศาสนจักร พยายามใหผคนรสึกวาไมมีอะไรด ี
ี
ู
ในโลกท่พวกเขาอาศัยอยในปจจุบันจนตองมอบความศรัทธาใหกับชีวิตในโลกหนา
ี
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 45
ภาพระบบฟวดัลและระบบแมนเนอรในยุโรปยุคกลาง
ระบบฟ วด ลและระบบแมนเนอร ในย โรปย คกลาง จาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Medieval_demograp
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Medieval_demography#/media/File:Les_
hy#/media/File:Les_Tr%C3%A8s_Riches_Heures_
Tr%C3%A8s_Riches_Heures_du_duc_de_Berry_octobre_detail.jpg
du_duc_de_Berry_octobre_detail.jpg
ั
ั
้
ี
ี
่
ั
ึ
ี
อนนรนดรกบพระเจา ฝายอาณาจกรซงเขาใจดวา ความพยายามนเปนเพยงความตองการ
ั
ิ
รักษาอํานาจของศาสนจักรเอาไวเทาน้น จึงพยายามตอสเพ่อปลดแอกตนเองออกจาก
ื
ู
ั
อิทธิพลของศาสนจักรมาโดยตลอด จนกระท่งบรรลุความสําเร็จในยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ
ั
ี
ุ
ึ
ี
ึ
่
ท่ตองพงพาอาศัยมรดกจากกรกและโรมัน ซ่งสะทอนแนวคิดมนษยนิยมอยางชัดเจน
ในบทความสวนที่สองนี้จะฉายภาพพัฒนาการจากยุคกลางสูยุคฟนฟูศิลปวิทยาการ
๑. สภาพยุโรปยุคกลาง
การนับยุคสมัยของประวัติศาสตรอารยธรรมตะวันตกโดยปกติจะแบงออก
ุ
ุ
ิ
เปนยคโบราณ ยคกลาง ยคฟนฟศลปวทยาการ ยคใหม และยครวมสมย ออารยธรรม
ิ
ู
ุ
ั
ุ
ุ
ู
๗
ตะวันตกคืออารยธรรมกรีกในยุคโบราณ ดังที่กลาวมาแลว อารยธรรมกรีก - โรมัน นั้น
ั
ิ
ี
ุ
ุ
ื
่
มความเปนมนษยนยมสงกวาอารยธรรมอน ๆ ในยคโบราณดวยกนเอง แมวาอารยธรรมจน
ี
ู
ั
ิ
และอนเดยจะมความเปนมนษยนยมอยดวย แตมนษยนยมกไมใชแนวคดกระแสหลก
ุ
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ุ
็
ู
ิ
ั
ในจีนและอินเดียเหมือนอารยธรรมกรีก ดังน้นจุดเร่มตนของอารยธรรมตะวันตก
จึงเริ่มที่แนวคิดมนุษยนิยมบนพื้นฐานของคําวา “เสรีภาพ” อยางชัดเจน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
46
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ
สาธารณรัฐและจักรวรรดิโรมันรับแนวคิดของกรีก และนํามาปรับใชในทางปฏิบัต ิ
ื
ี
โดยยังคงความคิดเร่องของเสรีภาพเอาไวตลอดมา โดยจะเห็นไดจากการท่โรมันสราง
ี
ี
ั
ื
ั
จกรวรรดิของตนเอง โดยปลอยใหพ้นท่ท่ตนเองเขาไปยึดครองน้นมีอิสระในทางศาสนา
ไมพยายามเขาไปเปล่ยนความเช่อเดิมของคนทองถ่น แตดวยความเปนจักรวรรด ิ
ี
ื
ิ
ื
ี
ี
ี
จึงหลีกเล่ยงไมพนท่จะมีการใชอํานาจกดข่ขูดรีดทรัพยากรเพ่อนํามาสะสมในกรุงโรม
ื
ึ
ี
ี
ื
เม่อเกิดกบฏข้นในพ้นท่ท่ตนปกครอง โรมันก็จะใชกําลังทหารในการปราบปรามกบฏ
และกอบกูระเบียบใหกลับมา
ื
การลมสลายของโรมันตะวันตกมีปญหาเร่องการบังคับใชกฎหมายในพ้นท่ตาง ๆ
ื
ี
ี
ท่วจักรวรรดิ จนทําใหแตละพ้นท่ในจักรวรรดิแยกตัวออกมาต้งตนเปนอิสระ ปจจัยท่ทําให
ื
ี
ั
ั
จักรวรรดิโรมันตะวันตกลมสลาย ไดแก กองทัพโรมันท่ออนกําลังลงและขาดประสิทธิภาพ
ี
เศรษฐกิจที่ถดถอย จักรพรรดิที่ไรความสามารถ การแยงชิงอํานาจระหวางกันเองภายใน
การเปล่ยนแปลงทางความเช่อทางศาสนา และการบริหารจักรวรรดิท่ไรประสิทธิภาพ
ื
ี
ี
ี
ู
ี
บวกกับการรุกรานจากชนเผาเยอรมันท่อยนอกจักรวรรดิโรมัน และการเปล่ยนแปลง
ในทางสภาพอากาศก็สงผลตอการลมสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกดวยเชนกัน
ิ
ั
ู
ื
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Medieval_demography#/media/File:Les_ ชวงเวลาของการลมสลายเร่มต้งแตป ค.ศ.๓๗๖ เม่อชนเผาโกธเขามาอยในอาณาจักร
ั
ื
Tr%C3%A8s_Riches_Heures_du_duc_de_Berry_octobre_detail.jpg โรมันจนกระท่งป ค.ศ.๔๗๖ เม่อจักรพรรดิโรมิวลุส ออกัสตัส ถูกถอดจากบัลลังก
โรมันตะวันตก
ื
เม่อโรมันตะวันตกลมสลายลง ศูนยกลางของจักรวรรดิโรมันก็ยายมายัง
ั
ู
กรุงคอนสแตนติโนเปลของจักรวรรดิโรมันตะวนออก จากน้นยโรปก็เขาสยุคกลาง
ุ
ั
อยางชา ๆ โดยเกิดปรากฏการณทางสังคม ไดแก จํานวนประชากรท่ลดลง ประชากร
ี
ู
หนีออกไปอยตามชนบท อํานาจรวมศูนยในเมืองลดลงและกระจายออกไปยังชนบท
ู
ึ
มากข้น ผรุกรานเขามาปลนฆาประชาชนเปนระยะ และชนเผาตาง ๆ อพยพเขามา
ั
อยรวมกันกับผคนในเมือง เชน ชนเผาเยอรมันตางก็เขามาต้งอาณาจักรของเผาตนเอง
ู
ู
ี
ท่แยกออกมาจากจักรวรรดิโรมัน สวนในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางก็อย ู
ภายใตการปกครองของจักรวรรดิชาวมุสลิมราวศตวรรษท่ ๗ ซ่งพ้นท่เหลาน้เคยอย ู
ี
ี
ื
ึ
ี
ใตการปกครองของจักรวรรดิโรมันตะวันออก อาณาจักรของชนเผาตาง ๆ สวนใหญ
ในยุโรปตะวันตกก็รับเอาสถาบันทางการเมืองของโรมันมาใชตอ อารามของศาสนาคริสต
กอต้งข้นเพ่อใชเปนหนวยงานในการเปล่ยนศาสนาของพวกนอกรีตใหเปนคริสตศาสนา
ื
ั
ึ
ี
ชนเผาแฟรงคในราชวงศคารโรลินเจียนไดสรางจักรวรรดิคารโรลินเจียนในชวงระยะ
เวลาสั้น ๆ ชวงปลายคริสตศตวรรษที่ ๘ ถึงตนคริสตศตวรรษที่ ๙ โดยมีพื้นที่ครอบคลุม
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ 47
ั
้
ยุโรปตะวนตกเกอบทงหมด แตตอมาก็เกิดสงครามกลางเมืองและจักรวรรดิก็ถูกรุกรานจาก
ั
ื
ภายนอก ไดแก ชนเผาไวกิงจากทางเหนือ แมกยารจากทางตะวันออก และซาราเซ็นสจากทางใต
ในชวงที่ยุคกลางเขาสูจุดสูงสุด (High Middle Ages) หลังจากป ค.ศ.๑๐๐๐
ิ
ึ
ประชากรยุโรปเพ่มข้นอยางมาก เพราะเกิดนวัตกรรมในทางเทคโนโลยีและทางการ
ุ
ึ
เกษตรซ่งเอ้อใหการคาเจริญรงเรือง รวมท้งอากาศของยุโรปในชวงดังกลาวก็ชวยให
ั
ื
ั
ี
้
ี
ู
ุ
ื
พชพรรณธญญาหารอดมสมบรณ ในชวงเวลานมระบบแมนเนอร (Manorialism)
ซ่งเปนการจัดระบบชาวนาใหเขาไปอยในหมบานเพ่อสงสวยและทํางานใหกับขุนนาง
ู
ู
ื
ึ
ี
ในทองถ่น และระบบฟวดัล (Feudalism) ซ่งเปนโครงสรางทางการเมืองท่พวกอัศวิน
ึ
ิ
ั
ี
ุ
ื
ั
่
ี
ู
และบรรดาขนนางระดบลางมอบความจงรกภกดใหกับลอรดทอยเหนอกวาแลกกบสิทธิ
ั
ั
ั
การเชาท่ดินและแมนเนอรของลอรด ระบบท้งสองเปนแนวทางการจัดระเบียบสังคม
ี
ในชวงที่ยุคกลางเขาสูจุดสูงสุด
ภาพสงครามครูเสด
ที่มา : https://www.thegospelcoalition.org/blogs/kevin-deyoung/what-about-the-crusades/
สงครามครูเสด (Crusades) เริ่มตนครั้งแรกในป ค.ศ.๑๐๙๕ เปนความพยายาม
ิ
ิ
ของชาวคริสตในยุโรปตะวันตกในการไดดินแดนอันศักด์สิทธ์กลับคืนมาจากพวกมุสลิม
ิ
ู
กษัตริยของอาณาจักรในยุโรปตะวันตกเร่มรวมศูนยอํานาจเขามาสเมืองหลวงและ ภาพกาฬมรณะ
ั
สรางรัฐชาติได เชน ในอังกฤษภายใตราชวงศนอรมัน ในฝร่งเศสภายใตราชวงศวาลัวร ที่มา : https://www.nationalgeographic.com/history/magazine/2015/
10-11/fast-lethal-black-death-spread-mile-per-day/
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
48
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ