เอกสารประกอบการเรียน
รายวิชา ภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑
แกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๖๔
ก
คานา
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ เลม่ น้ี ผู้เรยี บเรียงได้จดั ทาขึ้น เพ่ือใช้
ประกอบการจดั การเรยี นรู้ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ท ๓๓๑๐๑ และตามแบบฝึกหัดและประเมินผล
รายวชิ า ภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ โดยได้ศกึ ษาวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั และค้นคว้าเอกสาร
ความท่สี อดคลอ้ งกบั มาตรฐาน ตัวช้ีวดั ท่ีกาหนดไว้ในแผนการจดั การเรียนรู้ มาเรียบเรยี งให้งา่ ยต่อการ
สบื ค้น อา่ นเพิม่ เตมิ ของครู และนักเรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖
เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ จดั แยกเนื้อหาออกเปน็ ๕ หน่วยการเรียนรู้ ๑๒ แผนการจดั การ
เรียนรู้ มเี นอื้ หา ดังน้ี
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ อ่านเพอ่ื พฒั นาปัญญาเพม่ิ พูน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ เขียนดมี ปี ระสิทธิภาพ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๓ พดู เปน็ เหน็ ประโยชน์
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ เวลาเปลย่ี นไปภาษาเปล่ียนแปลง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ อา่ นวรรณกรรมมากลา้ คุณคา่
ผเู้ รียบเรียงจงึ หวังเปน็ อย่างย่ิงวา่ เอกสารประกอบการเรยี น ภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ เลม่ น้ี คงจะ
เปน็ ตอ่ ครผู ู้สอน และผู้เรียน ในการเรียนรดู้ ว้ ยการอ่าน เขยี น ฟงั ดู พดู ด้วยตนเองได้เปน็ อยา่ งดี
ขอขอบคุณ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ และ
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบุญวาทยว์ ิทยาลัย ที่ได้ให้คาแนะนาในการจัดทาเอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ี
สงิ หค์ า สอนแปง
เมษายน ๒๕๖๔
สารบัญ
คำนำ หนา้
คำแนะนำกำรใช้
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น ก
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ 1
โครงสร้ำงรำยวิชำ 2
17
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 อา่ นเพ่ือพฒั นาปัญญาเพม่ิ พูน 18
กำรอำ่ นออกเสียงบทร้อยแกว้
กำรอำ่ นออกเสียงร้อยกรอง 19
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น 19
กำรอำ่ นแปลควำม 23
ชิ้นงำน : กำรอ่ำนแปลควำม 33
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น 35
กำรอ่ำนจับใจควำมสำคัญ 37
ชิ้นงำน : กำรอำ่ นจบั ใจควำมสำคัญ 44
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน 47
กำรอ่ำนเพ่ือคำดคะเนเหตุกำรณ์ 50
การอนุมานขอ้ ความ 53
ช้นิ งำน:กำรอนุมำนจำกข้อควำมทีอ่ ่ำน 56
แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น 56
กำรอ่ำนวิเครำะห์ 58
กำรอำ่ นพนิ จิ วรรณคดีและวรรณกรรม 60
ช้ินงำน : กำรอำ่ นวิเครำะห์วจิ ำรณ์ 64
แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรียน 70
กำรอ่ำนเพ่ือสังเครำะหค์ วำมรู้ 76
ชิน้ งำน : กำรเขียนผังควำมคิดจำกกำรอ่ำน 79
แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรียน 81
83
86
สารบัญ (ต่อ)
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เขียนดีมปี ระสทิ ธิภาพ 88
กำรเขยี นบรรยำย พรรณนำ 88
การเขยี นอธิบาย 90
ชน้ิ งาน : การเขยี นบรรยาย พรรณนา 94
ช้นิ งาน : การเขียนอธบิ าย 95
แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน 100
การเขยี นเรียงความ 103
ชิ้นงาน : การเขยี นเรียงความ 111
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น 112
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 พูดเป็นเหน็ ประโยชน์ 115
การมีวิจารณญาณในการฟงั การดู 115
ชนิ้ งาน : การวเิ คราะห์วิจารณเ์ รอ่ื งที่ฟงั 118
การแสดงทรรศนะ 129
ภาระงาน : การพดู แสดงทรรศนะ 132
แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน 137
การใชภ้ าษาในการโตแ้ ย้ง 140
ช้ินงาน : การตั้งประเด็นโต้แย้ง 143
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน ๑๔๔
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 เวลาเปลี่ยนไปภาษาเปลยี่ นแปลง 147
คายืมในภาษาไทย 147
ชน้ิ งาน : ศัพทบ์ ญั ญตั ิ คาทับศพั ท์ คาบาลี สันสกฤต 149
แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรยี น 153
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 อ่านวรรณกรรมมากล้าคุณคา่ 156
การวิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ 156
ชนิ้ งาน : การวิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ 168
การวิเคราะห์ลักษณะเด่นวรรณคดี 170
ช้ินงาน:การวิเคราะหล์ กั ษณะเดน่ วรรณคดี 198
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น 199
สารบญั (ตอ่ )
แบบทดสอบหลังเรียน 203
เฉลยแบบทดสอบ ๒๑๗
บรรณานุกรม 218
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๑
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาแนะนาในการใช้
ใหผ้ เู้ รียนปฏบิ ัตติ ามคาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรียน ท 33101 ดังนี้
1. ทาแบบทดสอบก่อนเรยี นจานวน 50 ข้อ ลงในกระดาษคาตอบ
2. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรทู้ ง้ั ในห้องเรียน นอกห้องเรียน อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ศึกษาเรยี นรูเ้ นอื้ หา
ตามตวั ช้วี ัด แต่ละหนว่ ยการเรียนรู้ แต่ละเร่อื ง ตามลาดบั
3. ทาภาระงาน และชนิ้ งาน ตามทก่ี าหนดในแบบทดสอบและประเมนิ ผล บนั ทึกส่งงาน ใหค้ รบถว้ น
4. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น ประจาเรอ่ื ง และตรวจคาตอบเพ่ือวัดผลการเรยี นรู้
5. ถ้าผลการทดสอบ ไมผ่ ่านเกณฑ์ควรศึกษา เรยี นซ่อมเสรมิ และทดสอบอีกครัง้ ให้ผ่านเกณฑ์
6. เม่ือศกึ ษาเรยี นรู้ครบถว้ น ตามโครงสร้างรายวิชาแล้ว ใหท้ าแบบทดสอบหลังเรยี น จานวน
50 ข้อ ตรวจคาตอบ และสรุปคะแนนผลการทดสอบ
7. สรุปผลการเรยี นรู้ และสง่ แบบทดสอบและประเมินผลใหผ้ ู้สอนตรวจทานอกี ครัง้
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ ๒
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรูร้ ายวิชา ภาษาไทย ท 33101 ของนักเรยี นรายบคุ คล
คาชแ้ี จง เลอื กคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุด ในกระดาษคาตอบ
1. ข้อใด ไม่ได้ กลา่ วถึงเกี่ยวกับ ไพล ในข้อความต่อไปน้ี
ไพลเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้ำอยู่ใต้ดิน เปลือกมีสีน้ำตำลแกมเหลือง เนื้อด้ำนในสีเหลืองถึงเหลือง
แกมเขียว แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ เหง้ำไพลแก่ท้ังสดและแห้งจะเผ็ดเล็กน้อย วิธีปลูกใช้เมล็ด
หรือเหง้ำ ในประเทศไทยนิยมปลูกกันมำกท่ีจังหวัดกำญจนบุรี สุพรรณบุรี คนไทยสมัยก่อนใช้ไพล แก้อำกำร
เคล็ด ขดั ยอก ฟกช้ำ บวม ขอ้ เทำ้ แพลง
๑. รสชำติ ๒. สรรพคุณ
๓. ถ่ินกำเนดิ ๔. กำรขยำยพนั ธุ์ ๕. ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
2. ข้อใด ไม่ สอดคล้องกับข้อความต่อไปนี้
ซูโม่ เป็นกีฬำมวยปล้ำแบบญ่ีปุ่น มีกำเนิดมำจำกพิธีกรรมเพ่ือบูชำเทพเจ้ำหลังฤดูกำลเก็บเกี่ยวด้วย
กำรแสดงท่ำทำงกำรปลำ้ ระหว่ำงชำยสองคน ซึ่งจะทำให้เทพเจำ้ พึงพอใจ และช่วยให้ผลผลิตดีข้ึนในปีต่อ ๆ ไป
กำรจะเป็นนักซูโม่น้ันในอดีตคัดเลือกจำกทหำรที่มีร่ำงกำยใหญ่โต และแข็งแรง หลังสงครำมโลกครั้งท่ี ๒
นักซูโม่จะมำจำกบรรดำเด็กชำยชำวญี่ปุ่นจำกบ้ำนนอกที่เข้ำมำยังโตเกียวเพ่ือต้องกำรฝึกเป็นซูโม่ โดยมี
ควำมหวงั ว่ำเมื่อมีชอ่ื เสียงแล้วจะมีเงินทอง และมคี วำมสขุ สบำยในชีวติ ซึ่งก็เปน็ เช่นนน้ั จรงิ ๆ
๑. กีฬำซโู ม่เป็นกีฬำทเี่ ล่นได้เฉพำะผชู้ ำยเทำ่ นน้ั
๒. เดก็ ชนบทสนใจเปน็ นักซูโม่เพรำะสำมำรถสรำ้ งชอ่ื เสียงและรำยได้ใหต้ นเอง
๓. ซูโมเ่ ป็นวฒั นธรรมญีป่ ุ่นท่ีเกย่ี วข้องกับศำสนำ และควำมเชอื่ ทีต่ กทอดมำถึงปจั จุบนั
๔. นักซโู ม่ตอ้ งมีรำ่ งกำยใหญโ่ ตแขง็ แรง เพ่อื ส่ือถึงควำมอดุ มสมบรู ณ์ทำงกำรเกษตร
๕. ในอดีตนักซโู ม่ได้แก่ทหำรท่ีมคี ณุ สมบัตเิ หมำะสม แต่ปจั จบุ นั นักซโู มจ่ ะมีกำรฝึกต้ังแตเ่ ดก็
3. ขอ้ ความส่วนใดเป็นใจความสาคญั ของข้อความต่อไปนี้
๑) ศำสตร์กำรแพทย์แผนจีนมีควำมโดดเด่นเร่ืองโภชนบำบัดหรือกำรใช้อำหำรเป็นยำ/ ๒) มีคำเรียก
พืชที่มีคุณสมบัติทำงยำว่ำ เปิ่นเฉ่ำ และมีกำรจดบันทึกคุณสมบัติต่ำง ๆ ของพืชท่ีส่งผลต่อสุขภำพอย่ำง
ตอ่ เนอ่ื ง/ ๓) มีตำรับอำหำรเพ่ือรักษำโรคในยุครำชวงศ์ชำง/ ๔) มีขุนนำงในรำชสำนกผู้มีควำนรู้ ควำมชำนำญ
กำรปรุงอำหำรเป็นยำ / ๕) หัวใจของศำสตร์กำรแพทย์แผนจีนคือจงทำให้ทุกม้ืออำหำรช่วยปรับสมดุล
ร่ำงกำยให้ทำงำนได้ตำมปกติ
๑. สว่ นท่ี ๑ และ ส่วนที่ ๒ ๒. ส่วนที่ ๒ และ ส่วนที่ ๓
๓. ส่วนท่ี ๓ และ ส่วนท่ี ๔ ๔. สว่ นท่ี ๔ และ สว่ นที่ ๕
๕. ส่วนท่ี ๕ และ ส่วนที่ ๑
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 3
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. ข้อใดเป็นประเด็นสาคัญของข้อความตอ่ ไปน้ี
ดวงตำเป็นอวัยวะสำคัญ เรำจึงต้องดูแลให้ปลอดภัยโดยเฉพำะจำกแสงแดดซึ่งอำจทำให้กระจกตำ
เลนส์และจอประสำทตำอกั เสบ มอี ำกำรแสบตำ น้ำตำไหลในระยะยำวอำจกลำยเป็นต้อกระจกได้ จึงควรสวม
แวน่ กันแดดทุกคร้ังเมอ่ื ดอ้ งเผชิญกบั แสงแดดเพ่ือลดรังสียูวีที่จะกระทบตำ ควรใช้แว่นกันแดดที่มีคุณภำพเพื่อ
ป้องกันทัง้ รงั สียูวีเอและยูวบี ไี ด้ หำกไมจ่ ำเป็นควรหลีกเลีย่ งกำรออกแดดในช่วงเวลำ ๑๑.00 – ๑๕.00 น.
๑. สำเหตุของต้อกระจก ๒. ควำมสำคญั ของดวงตำ
๓. วธิ ีกำรถนอมรกั ษำดวงตำ ๔. อำกำรอักเสบของเลนส์และจอประสำทตำ
๕. ประเภทของรังสีท่ีเป็นอันตรำยตอ่ ดวงตำ
5. ขอ้ ใดเปน็ ประเด็นสาคัญของข้อความต่อไปน้ี
กำรดับไฟป่ำเป็นกำรต่อสู้ระหว่ำงคนกับไฟ ขณะท่ีเกิดไฟไหม้ป่ำ พนักงำนดับไฟจะต้องพลิกแพลง
วธิ ีกำรตลอดเวลำ โดยเริ่มควบคุมที่หัวไฟก่อน เพ่ือหยุดย้ังกำรลุกลำมของไฟแล้วจึงกระจำยกำลังออก ดับไฟ
ทำงปีกทง้ั สองด้ำนเพื่อไปบรรจบกนั ทีห่ ำงไฟ แต่ถ้ำแนวหัวไฟมีควำมร้อนมำกไม่อำจเข้ำถึงได้ อำจเร่ิมดับไฟ
จำกปีกทั้งสองดำ้ นก่อน แล้วบบี เข้ำหำหวั ไฟเพื่อบงั คับให้แนวหัวไฟแคบและเล็กลงเรื่อย ๆ วิธีควบคุมไฟคือใช้
พลว่ั ตกั ดนิ หรือทรำยสำดกลบไฟ หรือใช้น้ำฉีดเพ่ือลดควำมร้อนและควำมสูงของเปลวไฟ จำกน้ันจึงใช้ท่ีตบไฟ
เขำ้ ไปตบ และคลมุ ไฟจนดับ
๑. สถำนกำรณไ์ ฟปำ่ ๒. กลยทุ ธ์ในกำรดับไฟป่ำ
๓. กำรตอ่ สรู้ ะหวำ่ งคนกบั ไฟ ๔. ควำมเส่ยี งของนักผจญเพลิง
๕. วัสดุอปุ กรณส์ ำหรบั ดบั ไฟป่ำ
6. ข้อใดเปน็ ประเดน็ สาคญั ของข้อความต่อไปนี้
ไขมันทรำนส์เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งได้รับควำมนิยมมำกในอุตสำหกรรมกำรผลิตอำหำร ส่วนมำก
ไขมันทรำนส์ เกิดจำกกำรปรุงแต่งของมนุษย์ โดยกระบวนกำรเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อ่ิมตัว เช่น
น้ำมันพืช เพ่ือเปลี่ยนสภำพของน้ำมันให้แข็งข้ึน ทำให้เก็บได้นำนไม่มีกล่ินหืน อย่ำงไรก็ตำมกำรบริโภคไขมัน
ทรำนส์ส่งผลเสียต่อสุขภำพ เสี่ยงต่อกำรเกิดโรคหัวใจ ควำมดันโลหิตสูงและเบำหวำน องค์กำรอนำมัยโลก
ประกำศรณรงคใ์ หท้ วั่ โลกยตุ กิ ำรใช้ไขมนั ทรำนสภ์ ำยในปี ค.ศ. ๒๐๒๓ หำกยุติได้จะช่วยชีวิตคนได้ถึง ๑๐ ล้ำน
คน
1.อนั ตรำยของไขมันทรำนส์ ๒. ปจั จยั เสีย่ งกำรเกิดโรคหวั ใจ
๓. กำรผลติ อำหำรดว้ ยไขมันทรำนส์ ๔. กำรรณรงค์ขององค์กำรอนำมัยโลก
๕. กำรลดอัตรำกำรเสยี ชีวติ ของผ้บู ริโภค
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๔
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
7. ขอ้ ความตอ่ ไปนสี้ รปุ ไดต้ ามข้อใด
ปัจจุบันผ้ำไทยท่ีเป็นผ้ำโบรำณมีอำยุเก่ำแก่หลำยสิบปีหรือนับร้อยปี กลำยเป็นของมีค่ำซ่ึงนักสะสม
พยำยำมเสำะแสวงหำและเก็บรักษำไว้ ผ้ำไทยนับเป็นงำนศิลปะที่สำคัญอย่ำงหน่ึงของชำติ ควรแก่กำรศึกษำ
หำควำมร้วู ำ่ มีควำมเปน็ มำและมีกำรพัฒนำมำเป็นลำดับอย่ำงไรจนถึงปัจจุบัน ดังน้ันอกจำกกำรเก็บรักษำและ
อนรุ ักษผ์ ้ำไทยแล้ว ควรมกี ำรสง่ เสริมให้มีกำรเรียนรู้เก่ยี วกับผำ้ ไทยด้วยเพื่อใหเ้ ข้ำใจวฒั นธรรมของชำติ
๑. ควรรว่ มใจกนั ใชผ้ ำ้ ไทยเพ่ือส่งเสริมวฒั นธรรมไทย
๒. ควรศกึ ษำควำมเปน็ มำของผ้ำไทยโบรำณซ่ึงเปน็ ศลิ ปะของชำติ
๓. ควรสง่ เสริมกำรใช้และอนุรกั ษผ์ ำ้ ไทย โดยเฉพำะผำ้ ท่ีมีอำยุเกำ่ แก่
๔. ควรอนรุ กั ษ์และศกึ ษำพฒั นำกำรของผ้ำไทยเพื่อเรียนรวู้ ัฒนธรรมไทย
๕. ควรชว่ ยกันเสำะหำและสะสมผ้ำไทยโบรำณให้มำกขนึ้ เพื่อสืบทอดศลิ ปะไทย
8. ข้อความต่อไปน้ผี เู้ ขยี นมีจุดประสงคต์ ามข้อใด
ปัจจุบันเช้ือเพลิงฟอสซิลถูกนำมำใช้ในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำมำกท่ีสุดในโลกเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิง
ประเภทอน่ื ๆ ในขณะเดียวกันเช้ือเพลิงชนิดนี้มีรำคำเพ่ิมสูงข้ึนเรื่อย ๆ อีกท้ังยังส่งผลกระทบ ต่อส่ิงแวดล้อม
ดังน้ันพลังงำนหมุนเวียนซ่ึงเป็นพลังงำนสะอำด โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งพลังงำนน้ำจึงเป็นทำงเลือกท่ีน่ำสนใจใน
กำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำแทนเช้อื เพลิงฟอสซิล เนื่องจำกพลังงำนน้ำไม่ก่อให้เกิดมลพิษทำงอำกำศและสร้ำงแก๊ส
เรือนกระจกในปริมำณน้อยมำก
๑. ใหค้ วำมรเู้ รื่องเช้ือเพลิงฟอสซิลทีใ่ ชอ้ ยู่ในปจั จุบัน
๒. เสนอแนะให้เลิกใชเ้ ช้ือเพลิงฟอสซิลเพรำะรำคำแพงมำก
๓. ตำหนิกำรใชพ้ ลังงำนเดมิ ๆ ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ มลพิษทำงอำกำศ
๔. สนับสนุนใหใ้ ช้พลังงำนน้ำทดแทนพลงั งำนอนื่ เพรำะไม่ทำลำยส่ิงแวดล้อม
๕. เตือนใหร้ ะวงั กำรสรำ้ งมลภำวะในสงิ่ แวดลอ้ มเนื่องจำกกำรใชพ้ ลังงำนฟอสซิล
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๕
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
9. ข้อใดเป็นจุดประสงคข์ องผเู้ ขียนข้อความต่อไปนี้
กำรจัดฟันเป็นกำรแก้ไขกำรเรียงตัวของฟัน กำรสบฟัน ขนำดของฟันและขำกรรไกรผิดปกติ หรือ
ปัญหำฟันซ้อน ปัจจุบันกำรจัดฟันแฟช่ันเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น แม้จะมีข่ำวอันตรำยเก่ียวกับเรื่องนี้เช่นกำร
แอบอำ้ งเป็นทันตแพทยด์ ดั ฟัน กำรใช้อปุ กรณ์ดัดฟนั ทไี่ มไ่ ด้มำตรฐำนและไม่ได้ผ่ำนกำรฆ่ำเช้ือท่ีถูกต้อง กำรจัด
ฟันโดยทันตแพทย์เถ่ือนอำจเกิดอันตรำย เช่น ติดเช้ือจำกเคร่ืองมือที่ไม่ได้มำตรฐำน กำรติดอุปกรณ์ไม่ถูกวิธี
รำกฟันมปี ัญหำ ท้งั นสี้ ำมำรถตรวจสอบสถำนภำพของทนั ตแพทยไ์ ด้จำกเวบ็ ไซต์ของทันตแพทยสภำ
๑. อธิบำยลักษณะของฟนั ท่ตี ้องแก้ไขด้วยกำรจัดฟนั
๒. บอกเล่ำสถำนกำรณก์ ำรจัดฟันของวัยรนุ่ ในปัจจบุ นั
๓. เตือนให้ระวังอนั ตรำยจำกกำรจดั ฟันท่ีไม่ได้มำตรฐำน
๔. กระตุ้นให้ผเู้ ก่ียวข้องควบคุมดูแลกำรจัดฟนั ให้มีคณุ ภำพ
๕. แนะนำให้ตรวจสอบสถำนภำพของทนั ตแพทย์ก่อนจัดฟัน
10. ข้อใดเป็นจุดประสงคข์ องผเู้ ขียนข้อความต่อไปน้ี
โครงกำรสำมเณรปลูกปัญญำธรรม มุ่งเผยแพร่ควำมรู้ คุณธรรม และจริยธรรมเพื่อให้เยำวชน
คนรุ่นใหม่เรียนรู้และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติเพ่ือพัฒนำตนเองตลอดจนสร้ำงสรรค์สังคมแห่งคุณธรรม
ให้งอกงำม เป็นส่วนสำคญั ในกำรรว่ มสร้ำงสงั คมแหง่ ควำมรูค้ คู่ ณุ ธรรมให้เกิดขึน้ ในสังคมไทย
๑. บอกเปำ้ หมำยโครงกำร ๒. อธิบำยลักษณะของกิจกรรม
๓. สง่ เสริมผ้นู ำเยำวชนรนุ่ ใหม่ ๔. กระต้นุ จิตสำนึกของเยำวชน
๕. ปลกู ฝังควำมรับผิดชอบต่อสงั คม
11. ข้อใดเปน็ จดุ ประสงค์ของผู้เขียนข้อความต่อไปน้ี
จังหวัดมหำสำรคำมจัดกิจกรรมขับเคลื่อนนโยบำยอย่ำงต่อเน่ืองในกำรดำเนินงำน “จังหวัดไอโอดีน
ยั่งยืนเพ่ือพัฒนำคุณภำพชีวิตประชำชน” เพ่ือส่งเสริมคุณภำพชีวิตของทำรกต้ังแต่อยู่ในครรภ์โดยเน้นกำร
ป้องกันภำวะปัญญำอ่อนและพิกำร ปัจจุบันมหำสำรคำมได้รับกำรรับรองเป็นจังหวัดไอโอดีน ๑ ใน ๗ จังหวัด
ของประเทศ
1.อธิบำยสำเหตทุ ี่ทำรกอำจมีควำมพิกำรทำงสมอง
๒. สรปุ ผลกำรดำเนนิ กจิ กรรมของจงั หวัดมหำสำรคำม
๓. ชแ้ี จงโทษของกำรรับประทำนอำหำรที่ไม่มสี ำรไอโอดีน
๔. ส่งเสรมิ กำรดแู ลสขุ ภำพของประชำชนในจังหวดั มหำสำรคำม
๕. เสนอแนะให้หญงิ มคี รรภ์รบั ประทำนอำหำรที่พัฒนำสมองทำรก
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๖
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
12. ข้อใด ไม่ สามารถอนุมานไดจ้ ากขอ้ ความต่อไปน้ี
จิ้งหรีดเปน็ สินค้ำที่มีแนวโน้มทำงกำรตลำดดีขึ้นท้ังในประเทศไทยและต่ำงประเทศ สหภำพยุโรปหรือ
อยี ูเป็นอกี ตลำดหนง่ึ ทีน่ ำ่ สนใจเพรำะนอกจำกจะมีผู้บริโภคถึง ๕๐๘ ล้ำนคนแล้ว อียูยังปรับปรุงกฎระเบียบว่ำ
ด้วย “อำหำรใหม่”(Novel Food) โดยยอมรับอำหำรพ้ืนบ้ำน เช่น แมลง และอำนวยควำมสะดวกในกำรข้ึน
ทะเบียนด้วย
๑. อำหำรประเภทแมลงเปน็ ทีน่ ยิ มมำกในตลำดอยี ู
๒. ไทยกำลงั จะมีรำยได้สูงจำกกำรสง่ ออกจ้ิงหรีดและแมลงอน่ื
๓. อยี ยู อมรบั อำหำรพ้นื บ้ำนจำกหลำยประเทศเปน็ “อำหำรใหม่”
๔. อำหำรประเภทแมลงทำรำยไดจ้ ำกต่ำงประเทศมำกกวำ่ ในประเทศ
๕. นอกจำกประเทศในอียแู ล้วไทยยังส่งออกแมลงไปขำยยังประเทศอื่น ๆ อกี ด้วย
13. ข้อใด ไม่ อาจอนมุ านได้จากขอ้ ความต่อไปน้ี
เม่ือจะต้องปลูกบัวในภำชนะจำกัดจำเป็นต้องปรับปรุงดินปลูกให้สำมำรถจุธำตุอำหำรหลักเพียงพอ
เม่ือแรกปลูกและพฒั นำวิธีกำรบำรงุ รักษำด้วยกำรเสริมธำตุอำหำรให้แก่บัว เพรำะกำรปลูกในภำชนะจำกัดทำ
ให้บัวไม่สำมำรถเจริญเติบโตเหมือนอย่ำงในหนองน้ำธรรมชำติ จึงต้องมีกำรพัฒนำผลิตดินสำหรับปลูกบัวใน
ภำชนะจำกัดโดยตรงดว้ ย
1. บัวทข่ี ึ้นตำมแหล่งน้ำธรรมชำติสำมำรถได้ธำตุอำหำรจำกดินในนำ้ น้ัน
๒. กำรปลกู บวั อำจปลกู ตำมแหลง่ น้ำต่ำง ๆ หรือในภำชนะที่จำกดั ขนำดก็ได้
๓. ผูป้ ลูกบวั ต้องหำแรธ่ ำตุทจี่ ำเป็นผสมในดินและใส่ลงในภำชนะท่ีใชป้ ลูก
๔. ดนิ ท่ีใชป้ ลูกบัวในภำชนะจำกดั ตอ้ งมแี รธ่ ำตสุ งู ซ่ึงอำจหำไดจ้ ำกธรรมชำติ
๕. ถำ้ หำกเป็นกำรปลกู บวั ในแหล่งน้ำธรรมชำติ กำรพัฒนำดนิ ปลูกบวั กไ็ ม่จำเป็น
14. ข้อใด ไม่ อาจอนมุ านได้จากขอ้ ความต่อไปนี้
เมียนมำเป็นตลำดที่หอมหวำนสำหรับนักลงทุนไทย นอกจำกจะอุดมไปด้วยทรัพยำกรธรรมชำติแล้ว
ยังเต็มไปด้วยควำมต้องกำรสินค้ำและบริกำรอย่ำงมำก เน่ืองจำกเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นำนและยังเป็นเพ่ือน
บำ้ นในอำเซียนอีกด้วย
๑. ประเทศไทยสนใจอย่ำงมำกทีจ่ ะลงทนุ ทำงธุรกิจในเมียนมำ
๒. เมยี นมำผลติ สินคำ้ ไม่เพียงพอต่อควำมตอ้ งกำรในประเทศ
๓. ทรัพยำกรในเมยี นมำหลำยชนดิ มีควำมนำ่ สนใจนำไปแปรรปู
๔. เมียนมำเพิ่งเปดิ ประเทศจึงไมม่ ีศกั ยภำพพอท่ีจะพฒั นำธุรกจิ และบรกิ ำร
๕. เมียนมำอยู่ในกล่มุ อำเซียนจึงชักชวนให้ประเทศเพ่ือนบำ้ นเขำ้ ไปลงทุนทำงธรุ กิจ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๗
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
15. ผ้เู ขียนหมายถึงอะไรเมื่อใช้คาวา่ มหัศจรรย์
เมื่อแรกท่ีเห็นสภำพดินแล้งผมแทบเข่ำอ่อน แตร่ ุ่งข้ึนก็ไดส้ ติ ผมลงมือขุด ๆ ๆ ดินลกึ ลงไป ๒ - ๓
เมตร เอำพวกเศษพชื ซำกสตั ว์ มลู สตั ว์ ขยะอินทรยี ์ท้งั หลำยถมลงไป ถมลงไป แลว้ เอำดินกลบ สัก ๒ อำทติ ย์
พลิกดนิ กลบั แล้วทำแบบนี้ซ้ำอีกประมำณ ๓ ปี มหศั จรรย์ จรงิ ๆ ดินในผนื นำเดิมกลำยเปน็ ดินทสี่ มบูรณ์
ตำ่ งจำกเดิมไกลทเี ดียว
๑. คิดไม่ถงึ วำ่ จะทำให้ดนิ กลับดขี ึน้ มำได้
๒. ใช้สตแิ กป้ ญั หำจะประสบควำมสำเร็จ
๓. ใช้ควำมอดทนและเวลำนำนถงึ ๓ ปี จงึ ได้ผล
๔. ใช้เวลำนอ้ ยมำกเมอ่ื เทียบกบั ผลที่จะได้ตอ่ เน่อื งไปข้ำงหนำ้
๕. เปลยี่ นเศษพืชและซำกสัตว์ให้กลำยเปน็ ปุ๋ยอินทรีย์ในดินได้
16. ข้อใดเป็นแนวคดิ ของข้อควำมต่อไปนี้
กำรทอ่ งเทย่ี วเพ่ือกำรดนู กในเปรเู ปน็ ทีน่ ิยมมำกขน้ึ และเพ่ิมตัวเลขทำงเศรษฐกิจให้สูงขึ้น ประชำชนที่
อำศัยอย่ใู นพน้ื ที่ใกล้เขตอนรุ ักษพ์ ันธส์ุ ัตว์ก็พลอยมีรำยได้ดี บรรดำบริษทั ทัวรม์ ักใช้จดุ ขำยนี้พำนกั ท่องเท่ยี วไป
ถึงตวั นกหำยำกหรอื นกใกลส้ ูญพันธ์ุ ประกอบกบั กำรขยำยตวั ของชุมชนจำกกำรท่องเทีย่ วเขำ้ ไปรกุ ลำ้ พ้นื ท่ีของ
สตั ว์ปำ่ เปน็ เหตุให้นกหำยำกและสตั ว์ปำ่ ลดจำนวนลงอยำ่ งรวดเรว็ จนมกี ำรตัง้ คำถำมว่ำเรำจะปกั หมุด
กำรอนุรักษเ์ พ่ืออะไร
1.นกท่ใี กลส้ ูญพนั ธุ์ลดจำนวนลงโดยลำดบั เปน็ เรือ่ งธรรมดำ
2.กำรทอ่ งเท่ียวดูนกในเปรูเพิ่มรำยไดเ้ ข้ำประเทศอย่ำงเห็นไดช้ ัด
3.เปรูควรยอมลดรำยได้ของเทศที่มำจำกกำรท่องเท่ยี วดูนกหำยำก
4.กำรอนรุ ักษน์ กหำยำกมคี วำมสำคัญกวำ่ กำรสง่ เสรมิ กำรท่องเที่ยวดนู ก
5.กำรเตบิ โตทำงเศรษฐกิจของเปรเู กดิ ขน้ึ ควบคู่กบั กำรเพ่มิ รำยได้ของประชำชน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า ๘
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใชข้ ้อมูลบรรณานกุ รมต่อไปนีต้ อบคาถามข้อ 17 และ 18
(๑) ทพิ ยว์ ำณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยำ. ๒๕๕๒. เมือ่ คณุ ตำคณุ ยำยยงั เด็ก เลม่ ๔.
พมิ พ์คร้งั ท่ี ๑๐. กรงุ เทพฯ : บูรพำสำสน์ .
(๒) ทนิ กร โพธิเ์ มฆำ. ๒๕๕๗. กำรปลกู ดอกดำวเรือง. พิมพ์ครงั้ ท่ี ๓.
กรงุ เทพฯ : บันดำลกำรพมิ พ์.
(๓) ธนำธร ชำวบำ้ นท่งุ . ๒๕๖๐. กำรเดนิ ทำงของผีเส้อื . พิมพค์ ร้งั ที่ ๒.
กรุงเทพฯ : สรุ ิยะกำรพมิ พ์.
(๔) ธุมำกร ศรีจันทรำ. ๒๕๖๐. คัพเค้กสีสวยรวยอำชพี . พิมพ์ครงั้ ท่ี ๔.
กรุงเทพฯ : ซีควิ กำรพมิ พ์.
(๕) ทฆิ ัมพร เพชรอรณุ . ๒๕๕๘. สำรสนเทศ. พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๑.
กรงุ เทพฯ : ประสงค์กำรพิมพ์.
17.ขอ้ ใดเขียนบรรณานกุ รม ไม่ ถกู ตอ้ ง
๑. ข้อ (๑) ๒. ขอ้ (๒) ๕. ข้อ (๕)
๓. ขอ้ (๓) ๔. ขอ้ (๔)
18. ข้อใดเรียงลาดับขอ้ มลู ทางบรรฺณานกุ รมขา้ งตน้ ได้ถูกตอ้ ง
๑. ๓-๒-๔-๑-๕ ๒. ๕-๓-๒-๔-๑ 5. 2-1-5-4-3
๓. ๑-๒-๕-๓-๔ ๔. ๕-๒-1-๓-๔
ใช้ขอ้ ความต่อไปนต้ี อบคาถามข้อ 19 และ ข้อ 20
๑. กำรวงิ่ ระยะทำงครึ่งเดียว ๒1.๑๐๐ กิโลเมตร เรยี กวำ่ ฮำล์ฟ มำรำธอน
๒. ระยะกำรว่ิงอัลตรำ้ มำรำธอนส่วนใหญจ่ ะกำหนดที่ ๑๐๐ กโิ ลเมตร
๓. อลั ตร้ำมำรำธอนเป็นกำรวิ่งมำกกว่ำระยะทำง ๔๒.๑๙๕ กโิ ลเมตร
๔. มำรำธอนคือกำรว่ิงระยะทำงไกล ๔๒.๑๙๕ กโิ ลเมตร
๕. ระยะทำงทีน่ ้อยกวำ่ น้นั ไม่ว่ำจะเท่ำใดเรยี กวำ่ มินมิ ำรำธอน
19. ข้อใดเรียงลาดับขอ้ ความขา้ งตน้ ไดถ้ ูกตอ้ ง ๓
๑. ๑ ๕ ๔ ๒ ๒
๒. ๑ ๓ ๕ ๔ ๕
๓. ๓ ๔ ๒ ๑ ๒
๔. ๔ ๑ ๕ ๓ ๕
๕. ๔ ๒ 1 ๓
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 9
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
20. เม่ือเรียงลาดับถูกต้องแล้ว ข้อใดเป็นลาดบั ที่ ๒
๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒ ๕. ข้อ ๕
๓. ข้อ ๓ ๔. ขอ้ ๔
21. ข้อใด ไม่มี การโน้มน้าวใจ
๑. สบสู่ ำหรับเด็กชนิดน้ีผ่ำนกำรทดสอบกำรแพโ้ ดยแพทยผ์ ิวหนังมำแลว้
๒. สำรสกดั สำหรำ่ ยสีนำ้ ตำลชว่ ยลดน้ำตำลในเลอื ดลงอย่ำงชัดเจนในระยะเวลำอนั ส้นั
๓. ร้ำนบะหมีน่ ้เี จ้ำของร้ำนอัธยำศยั ดี มีกำรจัดกำรที่เป็นระบบ บรกิ ำรได้รวดเร็วฉบั ไว
๔. โครงกำร “เยำวชนเรยี นรูส้ มุนไพรไทย” ช่วยลดปญั หำกำรขำดดลุ กำรนำเข้ำยำ
จำกตำ่ งประเทศได้
๕. จังหวัดแมฮ่ ่องสอนรว่ มกบั ภำคเอกชนสรำ้ งควำมตน่ื ตำตื่นใจของน้ำพุร้อนแตล่ ะแห่งเพื่อ
ดงึ ดดู นักทอ่ งเที่ยว
22. ข้อใด มกี ารโนม้ นา้ วใจนอ้ ยท่ีสุด
๑. ห้องพักสไตลส์ ว่ นตวั พรอ้ มสระว่ำยน้ำ และโฮมเธียเตอรท์ ันสมยั ในห้องนั่งเลน่
๒. ห้องพักแบบเดอลุกซ์ในโรงแรมที่ชำยหำดสวยท่สี ดุ แหง่ หนงึ่ ของเมืองไทย
๓. ห้องพักหรูหรำทันสมัย พร้อมต้อนรับทกุ ทำ่ นให้พักอยำ่ งมีควำมสุข ไร้กงั วล
๔. หอ้ งพักในโอกำสวันหยุดสุดสัปดำหส์ ำหรบั คณุ และสมำชิกตัวนอ้ ยๆในครอบครวั
๕. ห้องพกั กว้ำงขวำงในบรรยำกำศที่คณุ จะประทับใจตลอดไป
23. ขอ้ ใดเปน็ โครงสร้างของการใช้เหตผุ ลในข้อความต่อไปน้ี
ข้ำวโพดเป็นพืชทเี่ หมำะกับสภำพดินฟ้ำอำกำศของไทยและปรบั ตวั เข้ำกับสิง่ แวดล้อมได้ง่ำยในระยะ
ต่อมำไดม้ ีกำรขยำยพนั ธปุ ลกู กนั อยำ่ งแพร่หลำย
๑. สนับสนุน-สนับสนุน-สรุป ๒. สนับสนนุ -สรุป-สนบั สนุน
๓. สนับสนนุ -สรุป-สรุป ๔. สรุป-สรปุ -สนับสนุน
๕. สรุป-สนบั สนนุ -สรุป
24. ข้อใดมีการใชเ้ หตุผลต่างกับข้ออ่นื
๑. พ่อแม่ต้ังชื่อผมวำ่ ลกู ขนนุ เมื่อเด็ก ๆ ผมอว้ นตัวกลม
๒. วนั นีน้ อ้ งมะนำวไม่ยอมไปโรงเรียน เธอเป็นหวัดงอมแงม
๓. ขนมอร่อยของคณุ แม่ขำยดมี ำก เธอมีเงินสง่ หนูแตงโมเรยี นตอ่
๔. คุณชมพู่ได้ตำแหนง่ นำงงำมประจำอำเภอ เธอสวยเดน่ กวำ่ ใคร ๆ
๕. เจ้ำมงั คดุ สุนขั ของผมถูกคุณพ่อดุ มันแอบคำบถุงเท้ำของทำ่ นไปเล่น
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 10
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
25. ข้อความต่อไปน้ีสว่ นใดเปน็ การแสดงทรรศนะ
๑) กำรออกกำลังกำยเป็นประจำทำใหส้ ุขภำพดีเพรำะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น/ ๒) กำรแตก
แขนงของหลอดเลอื ดทำให้เมด็ เลอื ดขำวหรอื ภูมคิ มุ้ กนั เขำ้ ส่เู นื้อเยื่อต่ำงๆได้ง่ำย / ๓) กำรออกกำลังกำยยังเพ่ิม
ระดับออกซิเจนในสมอง และกระตุ้นให้ร่ำงกำยหลั่งสำรเอนโดรฟิน / ๔) ทำให้สมองสดใส ร่ำงกำย
กระปร้กี ระเปรำ่ หน้ำตำสดใส/ ๕) ทุกคนควรออกกำลังกำยอยำ่ งสม่ำเสมอโดยเลอื กรูปแบบใหเ้ หมำะสมกบั วัย
๑. ส่วนท่ี ๑ ๒. ส่วนที่ ๒
๓. สว่ นที่ ๓ ๔. ส่วนที่ ๔ ๕. ส่วนท่ี ๕
26. ข้อใดเป็นประเดน็ โต้แย้งของข้อความต่อไปน้ี
กำรประกำศใช้กฎหมำยควบคุมสัญญำเช่ำหอพักฉบับใหม่เป็นกำรพยำยำมรักษำผลประโยชน์ของ
ผู้เช่ำ เน่ืองจำกท่ีผ่ำนมำผู้ประกอบกำรเรียกเก็บค่ำเช่ำและเงินประกันล่วงหน้ำมำกกว่ำ ๑ เดือน และเก็บ
ค่ำไฟฟ้ำ ค่ำน้ำประปำแพงกว่ำอัตรำปกติ แต่หลังจำกกำรประกำศใช้กฎหมำยฉบับน้ีผู้ประกอบกำรได้ปรับตัว
เพื่อหำรำยได้เพ่ิมลดควำมเสี่ยงต่อกำรผิดสัญญำเช่ำ เช่น ขึ้นค่ำเช่ำและเงินประกัน ซ่ึงผู้เช่ำแม้จะจ่ำยค่ำน้ำ
ค่ำไฟในอัตรำปกติ แต่เม่ือรวมแล้วอำจต้องจ่ำยเพิ่มสูงถึง ๒๐% ผู้เช่ำที่มีรำยได้ไม่พอที่จะไปหำท่ีอยู่ใหม่ก็
จำเป็นตอ้ งเชำ่ อย่ตู ่อไป
๑. กฎหมำยควบคมุ สัญญำเช่ำหอพักเพ่ือคุ้มครองผูบ้ ริโภคควรมหี รือไม่
๒. กฎหมำยควบคุมสญั ญำเช่ำหอพักฉบับใหมเ่ ป็นผลดีต่อผู้เชำ่ จรงิ หรือ
๓. ผูป้ ระกอบกำรทีข่ ้นึ ค่ำเช่ำและเงินประกันมีควำมผดิ ตำมกฎหมำยฉบับน้ีหรือไม่
๔. กำรประกำศใชก้ ฎหมำยฉบบั นท้ี ำใหผ้ ู้ประกอบกำรมีควำมเสย่ี งมำกข้นึ จริงหรอื
๕. กำรศึกษำผลกระทบก่อนบงั คับใช้กฎหมำยควบคมุ สญั ญำเช่ำหอพักจำเป็นหรือไม่
27. ขอ้ ความตอ่ ไปนส้ี ว่ นใดเป็นบรรยายโวหาร
๑) ปัง! เห็นผู้คนในท้องโถงว่ิงสับสนอลหม่ำนจนโกลำหลไปหมด / ๒) เสียงหวีดร้องดังสนั่นเหมือน
ต้ังใจประสำนเสียงกัน / ๓) บำงคนพยำยำมว่ิงโครม ๆ หำทำงออกจำกพื้นที่เพื่อเอำตัวรอด / ๔) จนชน
ข้ำวของที่วำงเรียงรำยบนชั้นกระจกหล่นแตกกระจำยเป็นชิ้นเล็กช้ินน้อยเกลื่อนพ้ืน/ ๕) เจ้ำหน้ำท่ี
ออกมำประกำศด้วยเครอ่ื งขยำยเสยี งขอใหน้ ง่ั ลงและอยใู่ นควำมสงบ ทุกคนทำตำม
๑. ส่วนที่ ๑ ๒. ส่วนท่ี ๒
๓. ส่วนท่ี ๓ ๔. ส่วนท่ี ๔
๕. ส่วนท่ี ๕
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 11
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
28. ขอ้ ความต่อไปน้ีใช้วธิ อี ธิบายตามแบบใด
ถ่อมตวั หมำยควำมว่ำ พดู วำ่ ตนมีควำมรู้ควำมสำมำรถหรือตำแหนง่ กำรงำนต่ำกว่ำควำมเป็นจริง
ในสังคมไทยนิยมคนท่ีถ่อมตัวมำกกวำ่ คนท่ีโอ้อวด เช่น แม้วิชัยจะได้รบั รำงวัลนักกฬี ำยอดเย่ียมประจำปี
แตเ่ ขำก็มกั ถ่อมตัววำ่ เปน็ ควำมบงั เอิญ
๑. ช้แี จงตำมลำดบั ขั้น ๒. นยิ ำมและใชต้ ัวอยำ่ ง
๓. เปรียบเทยี บลกั ษณะและที่มำ ๔. กลำ่ วซ้ำด้วยถ้อยคำแปลกออกไป
๕. ช้สี ำเหตแุ ละผลลัพธท์ ่สี มั พันธ์กัน
29. ชอ่ื เรยี งความข้อใดเหมาะที่จะใช้ส่วนนาต่อไปนี้
“ปัญญำเป็นรัตนะของคนท้ังปวง” คำกล่ำวน้ีเป็นเคร่ืองเตือนสติให้คนท่ัวไประลึกว่ำควำมรอบรู้
เปรยี บเสมอื นแก้วอนั มีคำ่ ประดบั ชวี ิตของคนเรำ
๑. คณุ คำ่ ของมนุษย์ ๒. สติ สมำธิ ปญั ญำ
๓. ควำมรคู้ ือขุมทรพั ย์ ๔. กำรแสวงหำควำมสำเร็จ
๕. วชิ ำกำรสรำ้ งได้ด้วยตวั เรำ
เรียงความเรือ่ ง “วัดพระแก้ว” มีประเด็นของเน้อื เร่ืองดังตอ่ ไปนี้
๑. จิตรกรรมฝำผนัง ๒. สง่ิ ก่อสรำ้ งภำยในวัด
๓. ขอ้ ควรปฏิบัติในกำรเข้ำชม ๔. ประวตั กิ ำรกอ่ สร้ำง
๕. กำรประกอบพระรำชพธิ ีที่สำคญั
30.ข้อใดเรยี งลาดบั ประเดน็ ของเน้อื เรื่องเรียงความขา้ งต้นได้ถูกต้องเหมาะสม
1. 2-1-5-4-3 2. 2-4-5-1-3
3. 3-4-2-5-1 4. 4-2-1-5-3
5. 4-3-1-2-5
31. ข้อความต่อไปนี้ส่วนใดใช้ภาษาเหมาะสมกับรายงานเชงิ วชิ าการ
๑) ทุกวันนี้ข้ำวไรซ์เบอร์รีกำลังเป็นท่ีชื่นชอบในหมู่คนรักสุขภำพ/ ๒) เพรำะข้ำวชนิดนี้เต็มไปด้วย
สำรอำหำรและประโยชน์มหำศำล / ๓) มีสำรต้ำนอนุมลู อสิ ระทช่ี ว่ ยชะลอควำมเสื่อมของเซลล์ / ๔) หลำยคน
นึกว่ำข้ำวไรซ์เบอร์รีเป็นของนำเข้ำเพรำะมีชื่อเป็นภำษำอังกฤษ / ๕) จริง ๆ แล้วเป็นฝีมือของคนไทยที่เอำ
ขำ้ วขำวดอกมะลิ ๑๐๕ และขำ้ วหอมนลิ มำผสมขำ้ มพนั ธุ์กนั
๑. สว่ นที่ ๑ ๒. สว่ นที่ ๒
๓. ส่วนท่ี ๓ ๔. ส่วนที่ ๔
๕. สว่ นที่ ๕
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 12
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
32. ข้อใดใชภ้ าษาเหมาะสมกับการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
๑. สีสนั ของผกั ผลไมม้ ำจำกสำรเคมที ่ีพวกเรำเรยี กกนั วำ่ สำรพฤกษเคมี
๒. สำรประกอบธรรมชำตปิ ระเภทนีร้ ่ำงกำยไม่สำมำรถสรำ้ งไต้ต้องได้รับจำกพชื เทำ่ นนั้
๓. สำรพฤกษเคมเี ป็นท่รี วมของสำรตำ้ นอนมุ ูลอิสระท่ีวเิ ศษสุด
๔. สำรพวกน้ที ำใหผ้ กั ผลไม้มีสี กล่นิ แล้วก็รสแบบเฉพำะตัว
๕. ทกุ วนั น้พี บเจอสำรพฤกษเคมดี ังกลำ่ วมำกกวำ่ ๑๕,๐๐๐ ชนิด
33. ข้อใดเปน็ คาพูดทีเ่ หมาะสมในสถานการณ์ท่นี ักเรยี นพูดกับอาจารย์ใหญเ่ พอื่ ขอไมเ่ ข้าอบรม
ผู้นาเยาวชน
๑. หนไู ม่ได้ต้องกำรเป็นผนู้ ำนี่คะ หนูชอบเป็นคนธรรมดำ หนไู มอ่ ยำกเข้ำอบรมค่ะ
๒. ผมวำ่ เปลืองงบประมำณเปลำ่ ๆ ภำวะผูน้ ำเถิดขน้ึ ในตัวแตล่ ะคนฝกึ กันไมไ่ ด้หรอกครับ
๓. ผมมภี ำระสำคญั ทำงบ้ำน ขอควำมกรณุ ำเลือกเพื่อนคนอืน่ เข้ำอบรมแทนผมก่อนในปีนี้
๔. ยงั ไง ๆ หนูคงอบรมไม่ผำ่ นหรอกค่ะ อำจำรยก์ ็ร้ดู ีว่ำหนูไม่มสี มำธิ แลว้ เลอื กหนูทำไมคะ
๕. ผมไมช่ อบกำรฝึกผู้นำดว้ ยวิธีกำรอบรม ผมขอบำยเถิดครบั ใครอยำกเข้ำก็ตำมใจเขำ
34. ข้อความต่อไปน้ีส่วนใดมคี าทสี่ ะกดไม่ถูกตอ้ ง
๑) ควำมเสียหำยและควำมสูญเสียจำกปรำกฏกำรภัยธรรมชำติท่ีสืบเนื่องมำจำกกำรเปลี่ยนแปลง
ภูมิอำกำศ / ๒) เป็นท่ีประจักษ์ชัดว่ำผลที่เกิดตำมมำจำกกำรเปล่ียนแปลงท่ีสำคัญอย่ำงหน่ึงคือ / ๓) กำรเกิด
พิบัติภัยธรรมชำติที่มีควำมถ่ีและควำมรุนแรงมำกขึ้น / ๔) อุบัตภัยท่ีเกิดขึ้นในแต่ละคร้ังทำให้เกิด
ควำมเสียหำยเป็นจำนวนมำก / ๕) เช่นกรณีกำรเคล่ือนตัวของคลี่นควำมเย็นจำกขั้วโลกเหนือเข้ำสู่ประเทศ
แคนำดำเมอื่ ค.ศ. ๒๐๑๔
1. สว่ นที่ 1 และส่วนท่ี 3 2. สว่ นท่ี 2 และส่วนที่ 4
3. ส่วนที่ 3 และสว่ นท่ี 5 4. สว่ นที่ 4 และสว่ นท่ี 1
5. สว่ นท่ี 5 และส่วนท่ี 2
35. คาทขี่ ดี เสน้ ใต้ขอ้ ใดใช้ผิดความหมาย
๑. บอ่ ขยะสง่ กลิน่ เหม็นอยำ่ งร้ายกาจจนชำวบำ้ นทนไม่ไหว
๒. เด็ก ๆ สวมชุดนักเรียนเอยี่ มอ่องมำโรงเรียนวันเปดิ เทอม
๓. ทำงขนึ้ ถำ้ นี้ทัง้ รกทงั้ ชันเอาการ เวลำเดินข้ึนไปต้องระวงั ใหม้ ำก
๔. ฝนทิง้ ชว่ งเป็นเวลำนำน ทำให้ขำ้ วในนำเสยี หายเกือบหมด
๕. สมหวงั เป็นหัวโจกชวนเพอ่ื นไปเรยี นดำน้ำช่วงเปิดภำคเรียน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 13
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
36. คาในขอ้ ใดใชไ้ ด้ทง้ั ความหมายตามตัวและความหมายเชิงอุปมาทั้ง ๒ คา
1. เกย่ี วก้อย-ทำใจ 2. เลือดเย็น-ยื่นมอื
3. กดั ฟนั -เจำ้ ของ 4. กดข่ี-ก้มหน้ำ
5. ขึ้นสมอง-ตเี สมอ
37. สานวนในขอ้ ใดมีความหมายว่า “คาพูดทไี่ พเราะอ่อนหวานทาใหต้ ายใจอาจเป็นโทษเปน็ ภยั ได้”
๑. น้ำนิง่ ไหลลึก ๒. น้ำเย็นปลำตำย
๓. ผอ่ นสน้ั ผอ่ นยำว ๔. พูดดีเปน็ ศรแี ก่ปำก
๕. พดู คล่องเหมือนล่องน้ำ
38. สถานการณ์ตามข้อใดมีความหมายตรงกับสานวน “เกลยี ดตัวกนิ ไข่”
๑. เธอไปเอำเครื่องคอมพวิ เตอรว์ ชิ ัยมำใช้ทำไม ไหนว่ำไม่ชอบหน้ำเขำไงเกลยี ดตวั กนิ ไข่นะน่ี
๒. นิตยำเกลียดปลำเคม็ เลยซอื้ ปลำคูทอดมำกินกับข้ำวต้ม แบบน้ีเรียกว่ำเกลียดตวั กนิ ไข่
๓. วิภำแพ้ขำ้ วเหนยี วมนู เวลำส่ังขำ้ วเหนียวมะม่วงมำกินกัน เธอกม็ ักกนิ แต่มะม่วงเกลยี ดตวั
กินไขน่ นี่ ำ
๔. พลไมช่ อบกินขนมและผลไม้ คุณแม่จึงป่ันน้ำผกั ผลไม้ให้ทุกวนั อย่ำงนเ้ี ขำเรียกว่ำเกลียดตวั
กนิ ไข่
๕. ศรีรงั เกยี จกำรเลยี้ งสัตวเ์ ลีย้ งในบำ้ น แต่เธอกช็ อบไปเลน่ กบั สุนัขของเพื่อนบำ้ นเข้ำ
ทำนองเกลยี ดตัวกินไข่เลย
39. ควรเติมคาขอ้ ใด ในชอ่ งว่างของคาประพนั ธต์ ่อไปน้ี
ทองกวาวพราวพร่างทง้ั พนา
บานแบ่งปลายหนาวลา ส่…ู ......
สสี ดงดงามตา แดงสวา่ ง
ยาม ...........สาดสะท้อน ทุ่งคลา้ ยทองคา
1. รอ้ น-แสง 2. ฝน-เชำ้ 5. ป่ำ-เย็น
3. รอ้ น-แดด 4. บ้ำน-ตะวัน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 14
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
40. ข้อความต่อไปนส้ี ่วนใดเป็นประโยคสามัญ
๑) เต่ำดำวพม่ำเป็นเต่ำอีกชนิดหนึ่งที่หำได้ยำก / ๒) ควำมสวยงำมของมันปรำกฏบนกระดองด้วย
รูปดำวอันเป็นเอกลักษณ์/ ๓) ควำมเข้มของสีกระดองจะผันแปรตำมสภำพแวดล้อมอย่ำงน่ำอัศจรรย์ /
๔) ผู้คนส่วนหนึ่งตำมล่ำเพ่ือนำกระดองมำปรุงยำสมุนไพรบำงชนิด/ ๕) ปัจจุบันเต่ำดำวพม่ำลดน้อยลงจน
ไม่สำมำรถเพม่ิ จำนวนได้เองตำมธรรมชำติ
๑. สว่ นท่ี ๑ ๒. ส่วนที่ ๒
๓. สว่ นที่ ๓ ๔. สว่ นที่ ๔ ๕. ส่วนที่ ๕
41. ข้อใดเปน็ ประโยค
๑. ควำมยง่ั ยนื ในกำรบรหิ ำรจัดกำรกำกอุตสำหกรรมและขยะชมุ ชน
๒. กำรทป่ี ระเทศไทยประสบปญั หำกบั กำรจัดกำรขยะจำกภำคชุมชน
๓. แนวทำงพฒั นำองค์ควำมรู้เพอ่ื แก้ปญั หำขยะล้นเมอื งของประเทศ
๔. โรงงำนบรหิ ำรจัดกำรกำกของเสียยุคใหม่ต้องไมก่ ่อมลพิษตอ่ ชุมชน
๕. เทคโนโลยีที่แพร่หลำยโดยมีเป้ำหมำยลดผลกระทบทำงส่ิงแวดลอ้ ม
42. ข้อใดใช้ภาษากากวม
๑. กำรปรบั ขึน้ คำ่ โดยสำรแท็กซ่นี ้ันที่จรงิ มีกำรยกเร่ืองนี้ขึ้นมำพิจำรณำกันหลำยครั้งแล้ว
๒. ปัจจบุ ันนีก้ รมศุลกำกรอำนวยควำมสะดวกโดยไม่ตรวจสอบสมั ภำระของผโู้ ดยสำรทง้ั หมด
๓. เกษตรกรนำเมล็ดทุเรียนพ้ืนบำ้ นไปเพำะพันธุท์ ำเป็นตน้ ตอเพ่ือใช้เสยี บยอดทุเรียนพันธ์ุดี
กอ่ นนำไปขำย
๔. กำรพนื้ ฟูสภำพแวดล้อมในทะเลนอกจำกเพมิ่ ประชำกรสัตวน์ ำ้ แลว้ ยงั สร้ำงควำมย่งั ยนื
ให้แก่ชมุ ชนอกี ด้วย
๕. สำเหตุสำคัญที่ทำใหเ้ กิดภัยรำ้ ยแรงบนท้องถนนคือกำรขับรถเรว็ เกินอตั รำท่ีกฎหมำยกำหนด
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 15
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใช้คาประพนั ธต์ อ่ ไปนต้ี อบคาถามขอ้ 43 – 44
ท้ังสน้ิ คอื เสน้ ทำงทีส่ ร้ำงได้ เพียงเธอใช้ควำมรักเป็นแรงขับ
ขบั เคล่อื นควำมฝันอนั ระยับ ขึ้นอย่กู ับเธอทุ่มเทมำกเท่ำใด
...เหน่ือยแตอ่ ยำ่ ยอมท้อบนเสน้ ทำง ทกุ ยำ่ งก้ำวยังวำดหวงั ยงั เคลอื่ นไหว
ควำมสำเรจ็ รอโอบกอดเธอไม่ไกล เพียงเธอใช้หัวใจรักช่วยผลกั ดัน
43. คาประพนั ธ์ข้างต้นกล่าวถงึ ประเดน็ ใดเปน็ สาคญั
๑. ควำมรัก ๒. ควำมฝัน
๓. ควำมหวัง ๔. ควำมอดทน
๕. ควำมจริงใจ
44. ศิลปะการประพันธ์ตามข้อใดปรากฏในคาประพันธข์ า้ งต้น
๑. สญั ลกั ษณ์ ๒. บคุ คลวัต
๓. กำรเล่นคำ ๔. กำรหลำกคำ
๕. กำรเลน่ เสียงหนกั เบำ
45. ขอ้ ใด ไม่มี ความเชื่อ เอ็งพน้ จำกเบญจเพสแลว้ หรอื หลำน
๑. เปน็ เครำะหก์ รรมจำพลดั พรำก คนเหน็ คนทักรักทุกหน้ำ
๒. แลว้ ทำผงอิทธเิ จเชำ้ เจิมพักตร์ สะกดให้นิทรำทั้งธำนี
๓. จง่ึ อ่ำนอำคมขลงั ต้ังใจ อยั กำจะสอนหนงั สือให้
๔. วันพฤหสั วนั น้ดี ีนกั หนำ สุรยิ ์วงศ์พงศำไมเ่ ห็นพักตร์
๕. ลกู เอ๋ยเป็นกำพร้ำพระบดิ ำ
46. ขอ้ ใดแสดงคา่ นยิ ม วำ่ ใจช่อื ถือสตั ยบ์ ริสทุ ธิ์
๑. ถึงกูตำยภำยหลังใหล้ อื ช่ือ มันก็มักทำร้ำยเมือ่ ภำยหลัง
๒. ประเพณตี ีงูใหห้ ลงั หกั ไม่เท่ำทีเ่ จบ็ ช้ำระกำรัก
๓. อันเจ็บปวดยวดยงิ่ ทกุ ส่ิงมี นจิ จำเจ้ำเหินหำ่ งรำ้ งพสิ มยั
๔. คดิ คะนึงถึงมิตรแต่ก่อนเก่ำ ถึงพระศุลีอินทรจ์ ันทร์ย่อมบรรลยั
๕. ใครจะอยู่ค้ำฟำ้ ท้ังตำปี
เอกสารประเอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 16
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
47. คาประพนั ธ์ต่อไปนี้มนี า้ เสยี งอย่างไร
เสียดำยสำยสวำทโอ้ อำวรณ์
รักพี่มโี ทษกรณ์ กับน้อง
จำจำกพรำกพลัดสมร เสมอชีพ เรียมเอย
เสยี นชุ ดุจทรวงตอ้ ง แตกฟ้ำผ่ำสลำย
๑. รนั ทด ๒. ขอ้ งใจ
๓. ปลงตก ๔. แค้นใจ
๕ กลัวเกรง
๑. พระเดด็ ดอกกาหลงประยงค์แย้ม ใหท้ รามวัยใส่แซมมวยผม
๒. อกเอยไมเ่ คยเดินไพร เคยสาราญแต่ในพระบูรี
๓. กอพฤกษารายทางหล่นใบผลดั บ้างระบดั ใบออ่ นออกเต็มต้น
๔. เหน็ เล็บนางแบง่ บานตระการตา เหมือนนขาโฉมงามทรามวัย
๕. ดดู อกสร้อยฟ้าระย้ายอ้ ย เหมอื นสายสรอ้ ยประดบั ทรวงดวงสมร
48. ขอ้ ใดมีแต่สัมผัสพยญั ชนะภายในวรรคเพยี งอยา่ งเดียว ไม่มี สัมผัสสระ
๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒
๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔
๕. ข้อ ๕
49. วรรคใด ไม่มี จนิ ตภาพดา้ นความเคลอ่ื นไหว
๑. ทหำรโจรรบรับบ้ำงดบั ไฟ ๒. บำ้ งอดุ ช่องสองข้ำงเอำวำงถัง
๓. ใหน้ ำ้ ขังดำดฟ้ำชลำไหล ๔. ถึงจะทิ้งเพลงิ เผำสักเท่ำไร
๕. ก็ไมไ่ หม้สำเภำเสำกระโดง
50. คาประพันธ์ตอ่ ไปใชภ้ าพพจนต์ ามข้อใด งำมละม้ำยคลำ้ ยอฐู กะหลำปำ๋
สงู ระหงทรงเพรียวเรยี วรูด ทัง้ สองแก้มกัลยำดังลกู ยอ
พศิ แต่หวั ตลอดเทำ้ ขำวแต่ตำ
๑. อปุ มำ ๒. อปุ ลักษณ์
๓. สญั ลักษณ์ ๔. สทั พจน์
๕. บคุ คลวตั
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 17
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1
เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษำเรื่องกำรอ่ำนออกเสียงร้อยแก้วประเภทควำมเรียง บทร้อยกรองประเภทกำพย์ โคลง กลอน
กำรอ่ำนจับใจควำมจำกส่ือต่ำง ๆ เช่น ส่ือส่ิงพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ ในชุมชน
กำรเขียนสื่อสำรด้วยกำรอธิบำย บรรยำย พรรณนำ เขียนเรียงควำมโลกจินตนำกำร กำรประเมินคุณค่ำ
งำนเขียนด้ำนควำมคิด กำรใช้ถ้อยคำ กำรเรียบเรียง สำนวนโวหำร กลวิธีกำรเขียน กำรพูดสรุปแนวคิดและ
กำรแสดงควำมนำ่ เช่ือถอื จำกเรื่องท่ีฟังและดู กำรเลือกเรื่องท่ีฟังและดูอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรประเมินเรื่องที่
ฟังและดู เพื่อกำหนดแนวทำงนำไปประยุกต์ใช้ พลังของภำษำ อิทธิพลของภำษำต่ำงประเทศและภำษำถิ่น
หลักกำรวิเครำะห์และวิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมที่เก่ียวกับเหตุกำรณ์ประวัติศำสตร์ และวิถีชีวิต
ของสังคมไทยในอดตี กำรวเิ ครำะห์และประเมินคณุ คำ่ วรรณคดีและวรรณกรรมด้ำนวรรณศิลป์ และด้ำนสังคม
กำรสังเครำะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม รวมทัง้ กำรทอ่ งจำและบอกคณุ คำ่ บทอำขยำนตำมท่ีกำหนด
โดยใชก้ ระบวนกำรอ่ำน กำรเขียน กำรสรุป วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ กำรอธบิ ำย และกำรแสดงควำมคดิ เหน็
รวมไปถงึ กำรสังเครำะห์ และประเมนิ ค่ำ
เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้ภำษำไทยในกำรส่ือสำรได้อย่ำงมีวิจำรณญำณ สร้ำงสรรค์
นำควำมรู้ ควำมคิดไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหำในกำรดำเนินชีวิต มนี ิสัยรักกำรอำ่ น กำรเขียน ตระหนกั ในคณุ ค่ำ
ควำมเปน็ ไทย เห็นคณุ ค่ำของภำษำไทย รกั ชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั รยิ ์ และมีระเบียบวินยั รวมทง้ั มมี ำรยำท
ในกำรสื่อสำร
รหสั ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8,
ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/5,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/5
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมทั้งหมด 25 ตวั ช้วี ัด
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 18
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โครงสร้างรายวชิ า
รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง
หนว่ ย รหสั ตวั ชวี้ ัด แผนกำรเรยี นรทู้ ่ี/เร่อื ง/ภำระงำนท่ี สปั ดำหท์ ี่ จำนวน นำ้ หนกั
ท่ี ชัว่ โมง คะแนน
1 - ทดสอบก่อนเรียนรายวชิ า 11 -
ท 1.1 ม.4-6/1 1.การอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบท 2 10
ท 5.1 ม.4-6/6 รอ้ ยกรอง 3--4
8
ท 1.1 ม.4-6/2 -การอา่ นรอ้ ยแกว้
ท 1.1 ม.4-6/3 -การอ่านรอ้ ยกรอง (2 คะแนน)
2.การอา่ นจับใจความสาคญั
-การอา่ นแปลความ (2 คะแนน)
-การอา่ นจับใจความ (๒ คะแนน)
ท 1.1 ม.4-6/4 3.การอ่านอย่างมวี ิจารณญาณ 5
ท 1.1 ม.4-6/5
ท 1.1 ม.4-6/6 -การอนุมานจากเน้อื หา (2 คะแนน)
-การวิเคราะห์เร่อื งทอ่ี า่ น
ท 1.1 ม.4-6/7 4.การสังเคราะหค์ วามรจู้ ากการอา่ น 6 15
ท 5.1 ม.4-6/4 76
-การเขยี นผังมโนทัศน์จากเรอ่ื งที่อ่าน 12
2 ท 2.1 ม.4-6/1 (2 คะแนน)
ท 2.1 ม.4-6/2 5.การเขียนสอื่ สารรูปแบบอธบิ าย
ท 2.1 ม.4-6/5
-การเขียนอธิบาย บรรยาย พรรณนา
(5 คะแนน)
6.การเขยี นเรยี งความ
-เขียนเรียงความ ( 5 คะแนน)
ประเมินผล (สอบกลางภาคเรยี น) 11 1 20
ท 3.1 ม.4-6/4 7.การมวี จิ ารณญาณในการฟงั การดู 13 5 10
ท 3.1 ม.4-6/1 14
-วิเคราะห์เรอ่ื งทฟี่ งั ( 3 คะแนน)
8.การพูดแสดงทรรศนะ
11.พดู แสดงทรรศนะ ( 5 คะแนน)
ท 3.1 ม.4-6/2 9.การโตแ้ ยง้ 15-16
ท 3.1 ม.4-6/3
-การโตแ้ ย้ง (2 คะแนน)
4 ท 4.1 ม.4-6/1 10.การวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงภาษา 8 6 5
ท 4.1 ม.4-6/5 -ศัพท์บัญญตั ิ ทับศัพท์ บาลี-สันสกฤต (5)
5 ท 5.1 ม.4-6/3 11.การประเมนิ คณุ คา่ วรรณคดี 9-10 12 10
-โวหารภาพพจน/์ การสรรคา (5 คะแนน)
ท 5.1 ม.4-6/1 12.การวเิ คราะห์ลกั ษณะเด่นวรรณคดี 17-48
ท 5.1 ม.4-6/2
-ลกั ษณะเด่นวรรณคดี (5 คะแนน)
ทดสอบหลงั เรยี นรายวชิ า 19
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 19
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อ่านเพอ่ื พฒั นาปัญญาเพ่ิมพูน
การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว
1. ความหมาย
เพญ็ ศรี จนั ทรด์ วง (ม.ป.ป., น. 51) ได้ให้ควำมหมำยว่ำ กำรอ่ำนบทร้อยแก้ว ได้แก่ กำรอ่ำนข้อควำม
ทไี่ มม่ ีลักษณะบงั คับในกำรประพนั ธ์ เช่น กำรอำ่ นขำ่ ว นทิ ำน รำยงำน โฆษณำ คำปรำศรยั สนุ ทรพจน์
2. แนวทางการอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้
สถำบนั พัฒนำคุณภำพวชิ าการ (ม.ป.ป., น. 53) ไดก้ ำหนดแนวทำงกำรอ่ำนดังนี้
1. ศกึ ษำเน้ือหำของเร่อื งท่ีปรำกฏในบทอำ่ น โดยสรปุ ใจควำมสำคัญว่ำเกยี่ วข้องกับส่ิงใด หรอื เปน็
เหตกุ ำรณ์ใด จำกนั้นพจิ ำรณำรำยละเอยี ดของเรอ่ื งประกอบ เพอ่ื เพิ่มควำมเข้ำใจเนอื้ เร่ืองใหช้ ัดเจนยิง่ ขน้ึ
2. พิจำรณำคำที่อ่ำนยำก คำทบั ศัพท์ หรือคำศัพท์เฉพำะว่ำ มีกำรสะกดคำอยำ่ งไร ออกเสยี งอย่ำงไร
จงึ จะถูกตอ้ ง โดยอำจตรวจสอบกบั พจนำนุกรม ฉบบั รำชบัณฑิตยสถำน นอกจำกนี้ สงั เกตถ้อยคำและข้อควำม
ท่ีเป็นใจควำมสำคญั หรอื ควรเน้นเสียง เพือ่ นำมำอ่ำนออกเสียง
3. ฝกึ อำ่ นออกเสียง เพื่อใหเ้ กิดควำมคุน้ เคยกับบทอำ่ น เวน้ จังหวะกำรอ่ำนให้น่ำฟัง เพ่ือใหผ้ ู้ฟงั เข้ำใจ
เน้ือหำได้ถกู ต้อง นอกจำกน้ี ควรทอดเสียงหรือเน้นเสียงคำและข้อควำมท่สี ำคญั
3. หลักการอ่านรอ้ ยแก้ว
นภดล จนั ทร์เพ็ญ (2542, น. 80-81) ไดเ้ สนอหลักเกณฑ์และวิธีกำรอ่ำนร้อยแกว้ ไวด้ งั น้ี
1. กำรอ่ำนควรศึกษำเร่ืองท่ีอ่ำนใหเ้ ขำ้ ใจแจ่มแจง้ โดยเขำ้ ใจทัง้ สำระสำคัญของเรอื่ ง และข้อควำม
ทกุ ข้อควำม เพอื่ จะแบ่งวรรคตอนในกำรอ่ำนได้อย่ำงเหมำะสม
2. เม่ือเรม่ิ อ่ำน ควรอ่ำนดว้ ยอตั รำควำมเรว็ พอดี ไมเ่ ร็วหรือช้ำจนเกินไป
3. ผ้อู ำ่ นควรแบ่งวรรคตอนให้ถกู ต้อง รู้จักแบ่งข้อควำมหรือประโยคยำว ๆ ใหเ้ ป็นตอนส้ัน ๆ ให้
อยำ่ งเหมำะสม เพ่ือใหม้ ชี ว่ งเว้นระยะหำยใจ
4. เวลำอำ่ น ควรพยำยำมใหเ้ ป็นเสยี งพดู ตอนใดสำคญั ควรเน้น ซง่ึ อำจทำไดโ้ ดยอ่ำนใหด้ ังกวำ่ เดมิ
และช้ำลงเลก็ น้อย แต่ไมค่ วรทำจนไม่เปน็ ธรรมชำติ
5. อำ่ นให้ดงั พอท่ีจะได้ยนิ ท่วั ถงึ กัน
6. อำ่ นให้คล่องและชดั ถ้อยชดั คำ
7. รจู้ กั อำ่ นตำมประเภทของเรอ่ื ง กำรอ่ำนเร่อื งทใี่ ห้ขอ้ เทจ็ จรงิ ทว่ั ๆ ไป เรำอำ่ นอยำ่ งธรรมดำให้
ชัดเจน กำรอำ่ นทตี่ ้องใช้อำรมณ์ ต้องร้จู กั ใส่อำรมณ์ให้เหมำะสมกับเร่ืองน้นั ๆ กำรเปล่ียนเสียงหรอื อำรมณ์ให้
เป็นไปตำมลลี ำของเร่ืองเป็นสิ่งจำเปน็ เพรำะเร่ืองประเภทนตี้ อ้ งกำรเรำ้ ควำมรสู้ ึกและให้เหน็ ภำพ กำรอำ่ นใส่
อำรมณ์จึงเป็นวธิ ที ี่จะทำให้ผ้ฟู ังเขำ้ ถงึ จดุ มุ่งหมำยของเรื่องไดด้ ี
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 20
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. ขัน้ ตอนการอา่ น
1. กอ่ นอ่ำนควรศึกษำเรือ่ งที่อำ่ น เเบ่งวรรคตอน และเคร่ืองหมำย
/ หมำยถงึ กำรหยุดเว้นช่วงจงั หวะส้ันๆ
// หมำยถึง กำรหยุดเว้นช่วงจังหวะทีย่ ำวกว่ำเคร่อื งหมำย /
____ หมำยถงึ กำรเนน้ กำรเพม่ิ น้ำหนักของเสยี ง
2. อำ่ นใหค้ ล่อง และเสียงดังพอเหมำะกบั สถำนท่ีและจำนวนผฟู้ ัง
3. อำ่ นใหค้ ล่องและถกู ต้องตำมอักขรวธิ ี โดยเฉพำะ ร ล คำควบกลำ้
4. เน้นเสยี งและถอ้ ยคำ ตำมนำ้ หนกั ควำมสำคัญของใจควำม
5. อำ่ นออกเสยี งใหเ้ หมำะสมกับประเภทของเรื่อง
6. ในระหวำ่ งทีอ่ ำ่ น ควรกวำดสำยตำมองตวั อักษร สลับกับกำรเงยหนำ้ ขน้ึ มำสบตำผฟู้ ัง
ในลักษณะท่ีเหมำะสม และดเู ปน็ ธรรมชำติ
7. ถ้ำอ่ำนในท่ปี ระชมุ ตอ้ งยืนทรงตัวในทำ่ ทำงที่สงำ่ มือทีจ่ บั กระดำษอยใู่ นทำ่ ทำงที เหมำะ ไม่เกร็ง
ไม่ยกกระดำษ หรอื เอกสำรบังหน้ำ หรือไม่ถือไวต้ ่ำเกนิ ไปจนต้องก้มลง
******
ภาระงาน : บทอา่ น
ไตรภูมพิ ระรว่ ง ตอน มนสุ สภูมิ
ผิรูปอันจะเกิดเป็นชำยก็ดีเป็นหญิงก็ดี เกิดมีอำทิแต่เกิดเป็นกลละน้ัน โดยใหญ่แต่ละวันแลน้อย
คร้ันถึง 7 วัน เป็นด่ังน้ำล้ำงเนื้อน้ันเรียกว่ำ อัมพุทะ อัมพุทะน้ันโดยใหญ่ไปทุกวำรไสร้ คร้ันได้ถึง 7 วำร
ข้นเป็นดั่งตะก่ัวอันเช่ือมอยู่ในหม้อเรียกช่ือว่ำเปสิ เปสินั้นค่อยใหญ่ไปทุกวัน ครั้นถึง 7 วัน แข็งเป็นก้อนดั่งไข่
ไก่เรียกว่ำ ฆนะ ฆนะนั้นค่อยใหญ่ไปทุกวัน คร้ันถึง 7 วัน เป็นตุ่มออกได้ 5 แห่งด่ังหูดนั้นเรียกว่ำ
เบญจสำขำหูด เบญจสำขำหูดน้ันเป็นมือ 2 อัน เป็นตีน 2 อัน หูดเป็นหัวน้ันอันหนึ่ง แลแต่นั้นค่อยไป
เบื้องหน้ำทกุ วัน ครนั้ ถงึ 7 วันเป็น ฝ่ำมอื เปน็ น้วิ มอื แต่นัน้ ไปถึง 7 วนั คำรบ 42 จงึ เปน็ ขน เป็นเล็บตีนเล็บ
มือ เป็นเครื่องสำหรับเป็นมนุษย์ถ้วนทุกอันแล แต่รูปอันมีกลำงคนไสร้ 50 แต่รูปอันมีหัวได้ 84 แต่รูปอันมี
เบ้ืองต่ำได้ 50 ผสมรูปทั้งหลำยอันเกิดเป็นสัตว์อันอยู่ในท้องแม่ได้ 184 แลกุมำรน้ันน่ังกลำงท้องแม่ แลเอำ
หลงั มำตอ่ หนงั ทอ้ งแม่ อำหำรอันแม่กนิ เขำ้ ไปแต่กอ่ นนนั้ อยู่ใต้กุมำรนั้น อำหำรอันแม่กินเข้ำไปใหม่น้ันอยู่เหนือ
กมุ ำรนั้น เมอ่ื กมุ ำร อยู่ในทอ้ งแม่น้นั ลำบำกนกั หนำ พงึ เกลียดพงึ หน่ำยพ้นประมำณนัก ก็ชื้นแลเหม็นกลิ่นตืด
แลเอือนอันได้ 80 ครอก ซงึ่ อยใู่ นท้องแม่อันเปน็ ทเ่ี หม็นและทีอ่ อกลกู ออกเต้ำ ท่ีเถ้ำ ท่ีตำย ท่ีเร่ว ฝูงตืด
แลเอือนทั้งหลำยน้ันคนกันอยู่ในท้องแม่ ตืดแลเอือนฝูงนั้นเริมตัวกุมำรนั้นไสร้ ดุจด่ังหนอนอันอยู่ในปลำเน่ำ
แลหนอนอันอยู่ ในลำมกอำจมนั้นแล อันว่ำสำยสะดือแห่งกุมำรนั้น กลวงด่ังสำยก้ำนบัวอันมีชื่อว่ำอุบล
จะงอยไส้ดือนน้ั กลวงข้ึนไปเบอ้ื งบนติดหลังท้องแม่ แลข้ำวน้ำอำหำรอันใดแม่กินไสร้ แลโอชำรสนั้นก็ชุ่มเข้ำไป
ในไส้ดอื นัน้ แลเข้ำไปในท้องกมุ ำรนนั้ แล สะหน่อย ๆ แลผ้นู ้อยนั้นกไ็ ด้กนิ ทกุ ค่ำเช้ำทุกวัน
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 21
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาศพั ทไ์ ตรภมู พิ ระร่วง : ตอน มนสุ สภมู ิ
คา อ่านวา่
กลละ กะ-ละ-ละ
อัมพุทะ อำ-พ-ุ ทะ
วาร วำน
ไสร้ ไส้
เบญจสาขาหูด เบ็น-จะ-สำ-ขำ-หูด
ลามกอาจม ลำ-มก-อำ-จม
โอชารส โอ-ชำ-รด
สะหน่อย ๆ สะ-หนอ่ ย-สะ-หน่อย
อยธู่ รห้อย อยู่-ทะ-ระ-หอ้ ย
ประตูลกั ษ ปรฺ ะ-ตู-ลัก
คงั ไคยบรรพต คงั -ไค-ยะ-บัน-พด/คัง-ไค-บัน-พด
หบี แลเหง หีบ-แล-เหง
พระปัจเจกโพธิเจา้ พรฺ ะ-ปัด-เจ-กะ-โพ-ทิ-เจ้ำ
พระอรหนั ตาขีณาสพ พรฺ ะ-อะ-ระ-หนั -ตำ-ขี-นำ-สบ
ลมกรรมวาต ลม-กำ-มะ-ชะ-วำด
ปฏสิ นธิ ปะ-ติ-สน-ทิ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 22
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เกณฑ์การประเมินการอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้
รายการ เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม
ประเมนิ 20
อกั ขรวธิ ี 4 ดีมำก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรุง
วรรคตอน ออกเสยี งสระ พยญั ชนะ ออกเสียงสระ พยัญชนะ หรอื ออกเสยี งสระ ออกเสียงสระ
เสียง ร.ล คา วรรณยกุ ตถ์ กู ต้องตลอด วรรณยกุ ต์ พยัญชนะ หรือ พยญั ชนะ หรือ
ข้อควำม ผดิ 1-4 ครงั้ วรรณยกุ ต์ วรรณยุกต์
ควบกล้า ผิด 5-8 คร้งั ผิด 9 คร้ังขนึ้ ไป
น้าเสยี ง แบง่ วรรคตอนถูกต้องตลอด แบง่ วรรคตอนผิด
ข้อควำม แบง่ วรรคตอนผดิ 1-4 แห่ง แบ่งวรรคตอนผดิ 9 แหง่ ขน้ึ ไป
คล่องแคลว่ ออกเสยี ง ร,ล คำควบกล้ำ 5-8 แหง่ ออกเสียง ร,ล คำควบ
ชดั เจนถกู ต้องตลอดขอ้ ควำม กลำ้ ผิด 9 คำขนึ้ ไป
ออกเสยี ง ร,ล คำควบกลำ้ ผดิ ออกเสียง ร,ล คำควบ
เสียงดงั ชดั เจน เสียงเบำ ไม่ ชัดเจน
ไพเรำะ นำ่ ฟงั 1-4 ครั้ง กล้ำผดิ 5-8 คำ ไม่ไพเรำะ น่ำฟัง
ตลอดข้อควำม เป็นส่วนใหญ่
ไม่ตู่คำ ไมต่ กหลน่ ไม่สะดดุ เสียงดงั ชัดเจน เสยี งดงั ชัดเจน ตู่คำ ตกหล่น หรอื
อ่ำนเสร็จภำยในเวลำที่ ไพเรำะ น่ำฟงั ไพเรำะ นำ่ ฟงั สะดดุ และอำ่ นเสร็จ
กำหนด 2 นำที เป็นสว่ นใหญ่ พอสมควร เกิน 21 วินำทีขน้ึ ไป
ตู่คำ ตกหล่น หรอื สะดุด และ ต่คู ำ ตกหล่น หรือ
อำ่ นเสรจ็ เกนิ เวลำ 01-10 สะดดุ และอำ่ นเสร็จ
วินำที เกนิ เวลำ11-20
วินำที
ระดับคุณภำพ
ดมี ำก คะแนน 18-20 คะแนน คดิ เป็น 9-10 คะแนน
ดี คะแนน 14-17 คะแนน คิดเป็น 7-8 คะแนน
พอใช้ คะแนน 10-13 คะแนน คิดเปน็ 5-6 คะแนน
ปรับปรุง คะแนน 0-9 คะแนน คดิ เป็น 1-4 คะแนน
เกณฑ์กำรตดั สิน
นักเรียนไดร้ ะดบั คณุ ภำพ “พอใช้” ขน้ึ ไป ถอื วำ่ “ผำ่ นตัวช้ีวดั ”
นักเรียนรอ้ ยละ 85 ไดร้ ะดบั คณุ ภำพ “พอใช้” ขึน้ ไป ถือว่ำ “แผนกำรจัดกำรเรยี นรมู้ ปี ระสิทธภิ ำพ”
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 23
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
1. ความหมายของการอา่ นร้อยกรอง
เพ็ญศรี จันทร์ดวง (ม.ป.ป., น. 51) ได้ให้ควำมหมำยว่ำ กำรอ่ำนบทร้อยกรอง ได้แก่ กำรอ่ำนคำ
ประพนั ธ์ทเ่ี ปน็ โคลง ฉนั ท์ กำพย์ กลอน และร่ำย ซงึ่ เป็นคำประพันธ์ท่ีมีลักษณะบังคับในกำรแต่งตำมลักษณะ
ของฉนั ทลักษณ์ โดยกำรอ่ำนบทร้อยกรองจะอ่ำนออกเสียงธรรมดำใหม้ ีจังหวะตำมลักษณะของฉันทลักษณ์ก็ได้
หรอื อ่ำนเปน็ ทำนองเสนำะมีเสียงสงู -ต่ำก็ได้
2. ลักษณะการอ่านร้อยกรอง
กรมกำรศกึ ษำนอกโรงเรยี น (2538, น. 170) ได้แบ่งลักษณะกำรอ่ำนร้อยกรองไวเ้ ปน็ 2 ชนดิ คอื
1. อ่ำนเสยี งปกติ หรอื อ่ำนทำนองสำมัญ คอื กำรอ่ำนเหมือนเสียงพดู ธรรมดำ แต่มีจังหวะวรรคตอน
มีเนน้ สัมผสั และเอ้ือนเสยี งบ้ำงเลก็ น้อย
2. อ่ำนเปน็ ทำนองเสนำะ ได้แก่ กำรอำ่ นให้มเี สียงสงู ตำ่ มีจังหวะสนั้ ยำว เสียงหนักเบำให้เป็นทำนอง
ต่ำง ๆ
3. หลกั เกณฑ์การอา่ นรอ้ ยกรอง
จนั ทรำ เลิศศริ ิ (2543, น. 164 - 165) ได้สรุปไว้ดังนี้
หลกั เกณฑก์ ำรอ่ำนรอ้ ยกรอง
1. ต้องรูล้ กั ษณะบัญญัติของบทประพันธท์ ี่จะอำ่ น เชน่ เอก โท ครุ ลหุ สมั ผสั และพยำงค์ ทบี่ รรจุ
ลงในวรรคหน่งึ ๆ
2. ต้องรจู้ ังหวะและกำรแบง่ ตอนของบทประพันธ์ท่ีอ่ำน
3. คำทรี่ ับสมั ผัสกัน ตอ้ งอ่ำนเน้นเสยี งให้ชดั กวำ่ ปรกติ ถ้ำเป็นสมั ผสั นอกต้องทอดเสียงใหม้ จี งั หวะยำว
กวำ่ ธรรมดำ
4. หำ้ มเอือ้ นเสียงท่ีคำลหุ เพรำะมเี สยี งส้ันและเบำ
5. พยำงค์ทใ่ี ชเ้ กิน ใหอ้ ำ่ นเร็วและเบำอยำ่ งอักษรนำ เพ่ือให้เสยี งไปตกอย่กู ลำงพยำงคท์ ีต่ ้องกำร เช่น
ในแผนกำหนดใหบ้ รรจุคำหน่วยละ 1 พยำงค์ แตบ่ รรจุ 2 พยำงค์ลงไปในหน่ึงหนว่ ย เช่น ดลิ ก ประโยชน์
ขยำย สมร ระลึก ฯลฯ คำท่ีมีพยำงคเ์ กนิ เช่นน้ี ตอ้ งอ่ำนใหเ้ สียงมำตกอยู่ที่พยำงค์หลัง
6. เสียงวรรณยกุ ตจ์ ตั วำ ตอ้ งอำ่ นเปิดเสียงให้สูงและดงั กอ้ ง
7. ต้องอำ่ นออกเสยี ง ร และ ล ให้ชัด อยำ่ ให้เสียงสลับกนั มิฉะนั้นผ้ฟู ังอำจเข้ำใจควำมหมำย
คลำดเคล่อื น
8. เมอื่ อ่ำนไปถงึ ตอนจะจบบท ต้องเอื้อนเสียงและทอดจงั หวะให้ช้ำลงจนกระท่ังจบบท
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 24
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อมั พร สขุ เกษม (2524, น. 137 - 145) กลำ่ วถงึ หลกั เกณฑ์กำรอ่ำนบทร้อยกรองไว้ว่ำ
1. กำรอ่ำนบทรอ้ ยกรองเพื่อรับรสไพเรำะ กำรอ่ำนบทร้อยกรอง ผอู้ ่ำนต้องปฏิบัตดิ งั น้ี
1.1 ศกึ ษำฉนั ทลกั ษณ์ของร้อยกรองทจี่ ะอ่ำนให้ละเอยี ด พอท่ีจะเข้ำใจได้ถกู ต้องว่ำบทร้อย
กรองชนิดทจ่ี ะอ่ำนนั้นมลี ักษณะบงั คับอยำ่ งไร เช่น บังคับ ครุ ลหุ เอก โท ฯลฯ รวมทัง้ รู้จงั หวะและกำรแบ่ง
วรรคตอนของบทร้อยกรองนั้น ๆ ด้วย
1.2 รจู้ ักอ่ำนทำนองเสนำะแบบตำ่ ง ๆ ของร้อยกรองแต่ละชนิดวำ่ กำรอำ่ นทำนองเสนำะแต่
ละแบบ มลี ีลำ จงั หวะ ทำนองเอ้อื น ฯลฯ ต่ำงกนั ออกไป โดย
(1) อำ่ นให้ถกู ต้องฉันทลักษณ์
(2) อ่ำนเอือ้ สัมผสั
(3) อ่ำนรวมพยำงค์
(4) อ่ำนรกั ษำบรรยำกำศของเรื่อง
1.3 อำ่ นให้ถูกต้อง ชดั เจน ท้ังคำยำก คำท่ีออกเสียง ร , ล และเสยี งควบกล้ำต่ำง ๆ
2. กำรอำ่ นบทร้อยกรองเพื่อรับรู้ควำมคดิ ของกวี
2.1 อำ่ นเพือ่ ให้เขำ้ ใจขอ้ ควำมในบทประพันธ์ ตำมตวั อกั ษร โดยปฏบิ ัติดังน้ี
(1) อ่ำนบทร้อยกรองใหล้ ะเอียด ทุกบท ทุกตอน ทุกคำ เพ่ือให้เข้ำใจควำมหมำยที่
ปรำกฏอยอู่ ย่ำงชัดเจน และถูกตอ้ ง
(2) ศกึ ษำคำแปล หรอื ควำมหมำยของศัพท์ที่กวีใชใ้ นบทประพนั ธ์น้ัน ๆ แตล่ ะคำให้
เขำ้ ใจ
(3) เรยี บเรียงถ้อยคำ จัดลำดับควำมในบทร้อยกรองน้ันให้พอเข้ำใจไดง้ ำ่ ย
2.2 ขน้ั แปลขอ้ ควำมท่ีเปน็ โวหำร คือ กำรอ่ำนตีควำมหมำยโดยนัย และสญั ลกั ษณ์ต่ำง ๆ
2.3 ข้ันสรปุ ควำมหมำยรวมบทร้อยกรอง เปน็ กำรสรุปแนวคิดสำคัญของบทรอ้ ยกรอง
4. ความหมายของการอา่ นทานองเสนาะ
รำชบัณฑิตยสถำน (2556, น. 569) ได้ให้ควำมหมำยว่ำ ทำนองเสนำะ คือ วิธีกำรอ่ำนออกเสียง
อย่ำงไพเรำะตำมลีลำของบทร้อยกรองประเภทโคลง ฉันท์ กำพย์ กลอน
สนิท ต้ังทวี (2536, น. 57) ได้ให้ควำมหมำยไว้ว่ำ กำรอ่ำนทำนองเสนำะ คือ กำรอ่ำนออกเสียง
ประเภทหน่ึง ซ่ึงประกอบไปด้วยกำรใช้ระดับเสียงต่ำง ๆ ให้มีจังหวะ และทำนองเพื่อให้เกิดควำมไพเรำะ
เพรำะพรง้ิ เพลิดเพลนิ เจรญิ ใจแกผ่ ู้ฟงั หรือผ้อู ำ่ น
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 25
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพ็ญศรี จนั ทร์ดวง (ม.ป.ป., น. 55) กลำ่ ววำ่ กำรอำ่ นทำนองเสนำะเป็นศิลปะกำรอ่ำนอย่ำงหน่ึงที่ใช้
เสียงสูง-ต่ำ อ่ำนอย่ำงมีจังหวะตำมลักษณะคำประพันธ์ เป็นท่วงทำนองท่ีไพเรำะ อ่ำนให้ชัดเจนถูกต้อง
ตำมอักขรวิธี อ่ำนอย่ำงคล่องแคล่ว แบ่งวรรคตอนและอ่ำนเน้นคำตำมลักษณะของฉันทลักษณ์แต่ละชนิด
อำ่ นสอดแทรกอำรมณ์ให้เหมำะสมกับเนือ้ เรือ่ ง มีกำรใช้น้ำเสียงแสดงอำรมณ์ โกรธ ยินดี ร่ำเริง เบิกบำน หรือ
เสียใจไปตำมลักษณะของเน้อื เร่ือง
สรปุ กำรอ่ำนทำนองเสนำะ คือกำรอำ่ นออกเสยี งสงู -ตำ่ เปน็ ทำนอง ตำมจงั หวะของคำประพนั ธแ์ ตล่ ะ
ชนดิ
5. หลักเกณฑ์การอา่ นทานองเสนาะ
สนทิ ตัง้ ทวี (2536, น. 58) ได้กล่ำวไว้ว่ำ กำรอ่ำนทำนองเสนำะให้บรรลุเปำ้ หมำยจะต้องมี
องค์ประกอบดงั น้ี
1. อ่ำนออกเสยี งชัดเจนและถูกตอ้ ง
2. อำ่ นมีจังหวะวรรคตอน รจู้ ักทอดเสียง เอื้อนเสยี ง หรอื หลบเสยี ง
3. อ่ำนใหถ้ ูกต้องตำมลกั ษณะของคำประพันธ์ชนิดนน้ั ๆ
4. เสยี งดังชัดเจน นุ่มนวลนำ่ ฟงั เสยี งไม่ค่อย หรือดังจนเกินไป
5. เน้นเสียงให้เป็นไปตำมเน้ือเรอ่ื ง เชน่ โกรธ แคน้ ยนิ ดี รำ่ เริง เบกิ บำน หรอื เศรำ้ สลดใจ โดยอำ่ น
ออกเสียงใหเ้ ข้ำกับบรรยำกำศนั้น ๆ
สถำบนั พฒั นำคุณภำพวชิ ำกำร (2555, น. 54-55) ไดใ้ ห้แนวทำงกำรอำ่ นร้อยกรองไว้ดังน้ี
1. มคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจฉันทลักษณ์ของบทประพันธ์ท่จี ะอ่ำน เชน่ จำนวนคำ เอก-โท กำรส่งสัมผสั
กำรใชเ้ สยี งหนกั เบำ ทีจ่ ะบรรจุลงในแตล่ ะวรรค รวมถงึ ควำมสำมำรถท่จี ะพินิจสำรจำกกำรอำ่ น เพื่อใหเ้ สยี ง
ชว่ ยสรำ้ งอำรมณค์ วำมร้สู ึกจำกบทประพันธ์
2. ฝกึ อ่ำนออกเสยี งแบบร้อยแกว้ ก่อน เพ่ือจะไดร้ จู้ ังหวะ แบ่งวรรคตอน สง่ สมั ผสั และใช้น้ำเสียงได้
อยำ่ งเหมำะสม สอดคลอ้ งกับเนอื้ เรือ่ ง
3. อำ่ นออกเสียงใหถ้ ูกต้องตำมอักขรวธิ ี ทง้ั พยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ พงึ ระวังกำรออกเสียง
อกั ษรควบ อกั ษรนำ คำพอ้ งรูป และพยญั ชนะพิเศษ ธ ฤ นอกจำกนี้ ควรออกเสียงภำษำไทยให้ชดั เจน
4. อำ่ นออกเสยี งใหก้ ังวำนชดั เจน เพื่อให้เกดิ รสคำ และทำนองไพเรำะจบั ใจ ไมค่ วรดดั เสียงหรือ
เลยี นเสียงผูอ้ ื่น
5. ฝกึ กำรอำ่ นเอ้ือสัมผัส คือ กำรแปรเสียงอ่ำนใหร้ ับคำสัมผัสคำตอ่ ไป เช่น คิดถงึ บำทบพิตรอดิศร
ตอ้ งอำ่ นว่ำ “อะ-ดดิ -สอน” (เพรำะรบั สมั ผสั กับคำว่ำ บพิตร)
6. มีสมำธิมนั่ คงในกำรอ่ำน โดยเฉพำะกำรบังคบั เสยี งให้สงู -ตำ่ ดงั คอ่ ย และไพเรำะอ่อนหวำน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 26
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
6. เครือ่ งหมายกากบั จงั หวะ หมำยถึง กำรหยดุ เสยี งอำ่ นภำยในวรรค
/แทนจงั หวะเสริม หมำยถงึ กำรหยุดเสียงอ่ำนเมื่อจบวรรค เป็นช่วงยำวกว่ำจงั หวะเสริม
//แทนจงั หวะหลกั
7. จังหวะการอา่ นบทรอ้ ยกรอง
๗.1 กำรอ่ำนกำพยย์ ำนี 11 00/000 000/000
กำพยย์ ำนี 11 แบง่ ชอ่ งจงั หวะกำรอำ่ น คือ งำมชดชอ้ ย/ลอยหลังสินธุ์//
สุวรรณหงส/์ ทรงพู่ห้อย//
๗.2 กำรอ่ำนกำพย์สรุ ำงคนำงค์ 28
กำพย์สรุ ำงคนำงค์ 28 แบ่งจังหวะกำรอำ่ นแตล่ ะวรรคเป็น 2/ 2 ดังนี้
สุรำง/คนำงค์//
เจด็ วรรค/จดั วำง// ให้ถูก/วิธี//
วรรคหน่งึ /ส่คี ำ// จงจำ/ใหด้ ี//
บทหน่งึ /จงึ มี ยส่ี บิ แปด/คำ//
๗.๓ กำรอำ่ นกลอนสุภำพ
กลอนสภุ ำพมวี รรคละ 7-9 คำแบ่งจังหวะกำรอำ่ นออกเปน็ 3 ชว่ ง คอื
วรรคละ 7 คำ แบง่ ดงั น้ี00/00/000 ขำ้ ไท/ได้ฟงั /ขนุ ช้ำงใช้
วรรคละ 8 คำ แบง่ ดังนี้000/00/000 ตำ่ งเทย่ี วคน้ /ดน้ ไป/จะเอำหน้ำ
วรรคละ 9 คำ แบง่ ดังน้ี000/000/000 ทั่วเคหำ/แล้วไปคน้ /จนแผน่ ดนิ
คือรูปรส/กล่นิ เสยี ง/ไม่เท่ยี งแท้// ย่อมเฒ่ำแก/่ เกิดโรค/โศกสงสำร//
ควำมตำยหนงึ่ /พึงให้เห็น/เป็นประธำน// หวงั นพิ พำน/พำสขุ /สนกุ สบำย//
๗.๔ กำรอำ่ นโคลงส่ีสุภำพ 00/ (00)//
กำรอ่ำนโคลงสสี่ ุภำพ มีจังหวะกำรอำ่ นดังนี้ 00//
00/ (00)//
บำทที่ 1 00/000// 00/00 //
บำทท่ี 2 00/000// อนั ใด/ พเ่ี อย//
บำทที่ 3 00/000// ทัว่ หล้ำ//
บำทท่ี 4 00/000// ลืมตื่น/ ฤำพ่ี//
อยำ่ ได้/ถำมเผือ//
เสยี งลอื /เสยี งเล่ำอ้ำง//
เสียงยอ่ ม/ยอยศใคร//
สองเขือ/พ่ีหลบั ใหล//
สองพ/ี่ คดิ เองอ้ำ//
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 27
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภาระงาน : บทอา่ นร้อยกรอง
เห่ชมเรอื
โคลง
ปำงเสด็จประเวศดำ้ ว ชลำลยั
ทรงรตั นพมิ ำนชยั กิ่งแกว้
พรง่ั พร้อมพวกพลไกร แหนแห่
เรอื กระบวนตน้ แพรว้ เพริศพรงิ้ พำยทอง
กาพย์
พระเสดจ็ โดยแดนชล ทรงเรือต้นงำมเฉิดฉำย
ก่งิ แกว้ แพรว้ พรรณรำย พำยอ่อนหยับจับงำมงอน
ล้วนรปู สตั วแ์ สนยำกร
นำวำแน่นเป็นขนัด สำครลน่ั คร่ันครืน้ ฟอง
เรือรว้ิ ทวิ ธงสลอน ลิ่วลอยมำพำผนั ผยอง
รอ้ งโห่เห่โอ้เหม่ ำ
เรือครุฑยุดนำคห้ิว เพยี งพิมำนผำ่ นเมฆำ
พลพำยกรำยพำยทอง หลังคำแดงแย่งมังกร
แสงแวววับจบั สำคร
สรมขุ มขุ สี่ดำ้ น ดง่ั รอ่ นฟ้ำมำแดนดิน
มำ่ นกรองทองรจนำ งำมชดช้อยลอยหลงั สนิ ธุ์
ลนิ ลำศเลอื่ นเตอื นตำชม
สมรรถชัยไกรกำบแกว้ รวดเร็วจริงย่งิ อยำ่ งลม
เรยี บเรยี งเคยี งคจู่ ร หม่ ท้ำยเย่นิ เดินคู่กัน
สวุ รรณหงสท์ รงพู่ห้อย
เพียงหงส์ทรงพรหมนิ ทร์
เรอื ชยั ไวว่องวิ่ง
เสยี งเส้ำเรำ้ ระดม
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 28
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชมพฤกษาชาตบิ ุญวาทยว์ ิทยาลัย
โคลงสสี่ ภุ าพ
ยกมือนบพ่อเจำ้ วันทำ
เหยียบย่ำงชมพฤกษำ หมู่ไม้
พศิ เพลนิ พฤกษ์บุปผำ หอมกรุ่น มำกแล
คอื สื่อศึกษำได้ เพิม่ รวู้ ชิ ชำ ๚
กาพยส์ รุ างคนางค์ 28 ยกมือวันทำ
โรงเรียนบญุ วำทย์
ผูส้ ถำปนำ ชมพฤกษำชำติ
วนั นีต้ ้งั ใจ พลิ ำสพฤกษำ
สวนพฤกษศำสตร์ บญุ วำทยเ์ รำน้ี
ใหเ้ รำศึกษำ
พรรณไม้มำกมี มำกมำยคณุ ค่ำ
ต้นเล็กต้นใหญ่ จะร้เู ชย่ี วชำญ
จงเรียนค้นควำ้ หมมู่ ำลย์พรรณไม้
ไมเ่ กยี จไม่คร้ำน
เรำคน้ สนใจ เริม่ ต้นทีบ่ ้ำน
เรียนเป็นระบบ อยำ่ งมีข้ันตอน
ทำเปน็ โครงงำน ต้นไม้เหมือนครู
ดุจดั่งครสู อน
แหล่งกำรเรยี นรู้ ไม่เกี่ยงไม่งอน
สอนรู้ควำมจริง สอนเรำไดด้ ี
ไมเ้ อ้ืออำทร มำเถอะนักเรยี น
อยำ่ ได้ถอยหนี
ขยนั หมัน่ เพยี ร สขุ สันต์เปรมปรดี ์ิ
เรยี นรตู้ น้ ไม้ ควำมรู้ตำมมำ
เริ่มตน้ วนั นี้
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 29
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอเชญิ ทุกคน
ร่วมใจสืบค้น พรรณไม้พฤกษำ
มำลย์ไม้เหล่ำน้ี มำกมีคุณค่ำ
เพิ่มพูนปญั ญำ ปกโลกร่มเย็น
ขี้ม้อนตน้ งำ
พิกลุ ชบำ เฟื่องฟ้ำมองเหน็
มะม่วงมะขำม ไมง้ ำมจำเปน็
ชว่ ยลดยำกเข็ญ หมดควำมระแวง
ซอมพอดอกสวย
ต้นสกั ปลูกรวย ไมร้ ำคำแพง
ขิงข่ำตะไคร้ ปลกู เปน็ แปลงแปลง
ใชท้ ำเคร่ืองแกง สมนุ ไพรชัน้ ดี
จำปีดอกหอม
ภู่ผงึ้ บนิ ตอม ลีลำวดี
หมำกเหลืองหมำกแดง หมำกนวลนนทรี
อโศกรำตรี หอมมะลลิ ำ
ว่ำนกำบหอยแครง
คลมุ ดนิ ตกแต่ง งำมสะดดุ ตำ
ไทรทองต้นใหญ่ ดอกกรรณกิ ำร์
กลน่ิ วำสนำ ดอกหอมอบอวล
มะกรดู มะนำว
ชอ่ ดอกสีขำว ไม้ประจำสวน
รดนำ้ ใส่ปุ๋ย ขุดค้ยุ ดินพรวน
กล่ินใบหอมหวน มำกมีรำคำ
มะเกลือตะขบ
เรยี นรู้ใหค้ รบ ดอกเอือ้ งจนั ทน์ผำ
ย่ำนำงฝรั่ง พันธไุ์ ม้เปน็ ยำ
ชะพลเู พกำ มคี ณุ ทุกกำล
มะพรำ้ วขนนุ
พนั ธไ์ุ ม้เจือจนุ ปลูกไว้หลงั บ้ำน
ดูแลอย่ำงดี ขำยไดเ้ งินล้ำน
ผลนำ้ ด่มื ทำน ให้คณุ แกเ่ รำ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 30
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขีเ้ หลก็ ฝรงั่
ดอกเหลืองนำ่ ชงั สดช่ืนหำยเหงำ
ดอกปบี สีขำว ผเี ส้ือคลงึ เคล้ำ
ดำวเรืองหยอกเย้ำ ขอ่ ยเข็มสำมสี
โมกเขม็ ทุ่งฟ้ำ
สิบสองปนั นำ มะค่ำโมงมี
กะท้อนขะจำว ไผจ่ ำมจรุ ี
รำชำวดี ดอกหอมชวนดม
อินทนลิ ประดู่
ดอกสวยน่ำดู สะเดำใบขม
บำนบรุ ีเหลอื ง กหุ ลำบชวนชม
โกสนนิยม ทำบุญคุ้นเคย
กระทุ่มสัตตบรรณ
พวงแสดอญั ชนั ชอ้ งนำงใบเตย
เรียนรูใ้ ห้ท่วั ร้ลู กั ษณ์คุ้นเคย
ไมค่ วรน่งิ เฉย ศกึ ษำเร็วพลัน
หมำกผหู้ มำกเมีย
ปำลม์ ขวดคลอเคลีย หกู วำงโมกมนั
โป๊ยเซยี นดอกหรู ชมพสู สี นั
เอือ้ งมะลวิ ัลย์ เลื้อยพนั จั๋งแค
ต้นทรงบำดำล
ศึกษำเช่ียวชำญ ปญั ญำเกิดแท้
สนฉัตรสนแผง ต้นตีนตุ๊กแก
ใส่ใจดแู ล สวยงำมเพลนิ ใจ
คุณค่ำมำกหนอ กลว้ ยมะละกอ
พุทธรักษำ เกินกลำ่ วขำนไข
พวกเรำชำวไทย งดงำมดอกใบ
นำไหว้บูชำ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 31
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไมแ้ ปรงล้ำงขวด
งดงำมย่ิงยวด ดอกแดงตรึงตำ
สำวน้อยประแปง้ สำวหยดุ บปุ ผำ
อโศกพม่ำ ใบเขียวน่ำดู
บนุ นำคหอมหวน
ศกึ ษำครบถ้วน ใครเห็นเชิดชู
เล็บมอื นำงน้ี งำมดั่งโฉมตรู
รำชพฤกษ์เหลอื งหรู มองอยูท่ ุกวนั
งำมกระดุมทอง
ดอกงำมดง่ั ทอง ดจุ เทพรังสรรค์
พุดซ้อนตะโก คณุ ค่ำอนนั ต์
ดำวเรืองดอกนน้ั งดงำมชวนมอง
ส่วนไม้สงู ใหญ่
บญุ วำทย์ใส่ใจ ศึกษำทดลอง
คือตน้ มะเกย๋ี ง ใครเห็นหมำยปอง
ผลสุกได้ลอง รสชำติเปรมปรดี ิ์
โรงเรยี นสบื สำน
หน่วยบรู ณำกำร พรรณไมเ้ หลำ่ นี้
สืบค้นคุณค่ำ ประโยชน์ชีวี
ร่วมสำมคั คี ตอบแทนบุญคุณ
ธรรมบชู ำ
ปรเมนทรร์ ำชำ ธ ทรงกำรุณย์
ทรงปลูกเอำไว้ ประโยชน์เจอื จนุ
บุญวำทย์อบอุ่น เกนิ จะขำนไข
โรงเรยี นเรำมี พันธไ์ุ ม้นำมนี้
นบไหว้บูชำ เปน็ ดัง่ หลักชยั
เทดิ เปน็ ตน้ ไม้ ดว้ ยกำยและใจ
ประจำโรงเรียน๚
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 32
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พฤกษศำสตร์ใฝร่ ู้ ศกึ ษำ
เกดิ ก่อสรรพ์วิชำ ยง่ิ ล้ำ
พรรณพฤกษ์ด่งั ตำรำ คณุ ค่ำ มำกแล
ใจหมน่ั พำกเพยี รยำ้ ยอ่ มได้ศำสตรศ์ ลิ ป์๚
*****
เกณฑก์ ารประเมิน การอา่ นออกเสียงร้อยกรอง
รายการประเมนิ เกณฑ์กำรให้คะแนน รวม น้ำหนกั
4 ดมี ำก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรงุ
อกั ขรวธิ ี ออกเสยี งสระ พยญั ชนะ ออกเสยี งสระ ออกเสียงสระ ออกเสยี งสระ
ฉันทลักษณ์ วรรณยุกตถ์ ูกตอ้ งตลอด พยญั ชนะ หรือ พยญั ชนะ หรอื พยญั ชนะ หรอื
คำประพนั ธ์ วรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ต์
ผดิ 1-4 ครง้ั ผดิ 5-8 ครง้ั ผิด 9 ครั้ง
แบ่งจังหวะกำรอ่ำน ขน้ึ ไป
ถูกต้องตำมรูปแบบคำ แบ่งจังหวะกำร แบง่ จังหวะกำร
ประพันธ์ อ่ำนถูกต้องตำม อำ่ นถูกต้องตำม แบ่งจังหวะกำร
รปู แบบคำประพันธ์ รูปแบบคำประพันธ์ อ่ำนถูกต้องตำม
รปู แบบคำ
ประพันธ์
ทานอง ถูกต้อง ชดั เจน ไพเรำะ ทำนองผดิ รปู แบบ ทำนองผิดรปู แบบ ทำนองผดิ
ตำมรูปแบบคำประพันธ์ คำประพนั ธ์ คำประพันธ์ รปู แบบคำ
5-8 แหง่ ประพนั ธ์
1-4 แหง่ 8 แห่งข้นึ ไป
น้าเสยี ง เสยี งดัง ชดั เจน เสยี งดัง ชดั เจน เสียงดงั ชดั เจน เสียงเบำ ไม่
ไพเรำะ นำ่ ฟัง ไพเรำะ นำ่ ฟงั ไพเรำะ น่ำฟงั ชดั เจน
ตลอดคำประพันธ์ 80% 60% ไม่ไพเรำะ น่ำฟัง
ตำกวำ่ 60%
คลอ่ งแคล่ว ไม่ตูค่ ำ ไม่ตกหลน่ ไม่ ตูค่ ำ ตกหล่น หรอื ตู่คำ ตกหล่น หรอื ตู่คำ ตกหล่น
สะดุด สะดดุ 1-4 แหง่ สะดุด 5-8 แหง่ หรอื สะดดุ 9
แห่งขึ้นไป
ระดบั คณุ ภำพ
ดมี ำก คะแนน 18-20 คะแนน คิดเปน็ 9-10 คะแนน
ดี คะแนน 14-17 คะแนน คดิ เปน็ 7-8 คะแนน
พอใช้ คะแนน 10-13 คะแนน คิดเปน็ 5-6 คะแนน
ปรบั ปรงุ คะแนน 0-9 คะแนน คิดเป็น 1-4 คะแนน
เกณฑก์ ำรตัดสนิ
นักเรยี นไดร้ ะดับคณุ ภำพ “พอใช้” ขึน้ ไป ถือวำ่ “ผำ่ นตวั ชวี้ ดั ”
นกั เรียนร้อยละ 85 ไดร้ ะดบั คณุ ภำพ “พอใช้” ขึ้นไป ถอื วำ่ “แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้มปี ระสิทธิภำพ”
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 33
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรียน คะแนนก่อนเรียน.........
เรื่อง การอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง คะแนนหลงั เรียน.........
คาช้แี จง ◌ วงกลม คำตอบที่ถกู ต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว ก่อนเรียน ใช้ปำกกำสีแดง
หลังเรยี นใช้ปำกกำสีน้ำเงนิ
๑. ข้อใด อ่านออกเสียงควบกลา้ ทกุ คำ ๒. พระพรหม-พระปลดั -พระปรำงค์
๑. กล่นั กรอง-กริ้วโกรธ-กลองเพล ๔. ควำยขวิด-ขวนขวำย-คลำงแคลง
๓. ปลอดโปร่ง-ปลุกปลำ้ -ปรำดเปร่ือง
๕. เปรมปรดี ์ิ-เปรำะแประ-เปรยี ญ
๒. ขอ้ ใด อา่ นออกเสียงแบบอกั ษรนา ทกุ คำ ๒. ตลำด-ตลก-ตลึง
๑. สนับสนุน-สนุกสนำน-สลวน ๔. ถนดั ถนี่-ถลำกไถล-ถเมิน
๓. ฉงนฉงำย-เฉลยี วฉลำด-ฉกรรจ์
๕. สฤษด-ิ์ สลบไสล-สลกั หลงั
๓. ข้อใด ออกเสยี งจานวนพยางคเ์ ท่ากนั ทุกคำ
๑. ศกุ รวรรณ-ศุลกำกร-ศุภมัสดุ ๒. ไตรสรณคมน์-โศกนำฏกรรม-ศำลโปริสภำ
๓. ศรำทธพต-ศำรทวิษวุ ัต-ศำสนสมบัติ ๔. ศำสนปู ถมั ภก-ศิลปลกั ษณะ-ศลิ ปวตั ถุ
๕. สตวิ ปิ ลำส-สตสิ ัมปชญั ญะ-สมณบริขำร
๔. ขอ้ ใด มรี ปู สระทีไ่ ม่ออกเสียง ทุกคา ๒. อจุ เฉททิฐิ-อิทธิปำฏหิ ำริย์-อทิ ธิฤทธิ์
๑. ไอศรุ ยิ สมบัติ-เอกสำรสิทธิ-อุบตั เิ หตุ ๔. อัตโนมัติ-อำโปธำตุ-อโหสกิ รรม
๓. อำปำนภมู -ิ อักขรวิบัติ-ภมู ิศำสตร์
๕. สทิ ธิสตร-ี สหประชำชำติ-วจีทุจรติ
๕. ขอ้ ใด อา่ นถูกต้อง ทุกคำ
๑. กรรมวิธี อ่ำนวำ่ กำ-ว-ิ ที กำมวิตถำร อ่ำนวำ่ กำม-วิด-ตะ-ถำน
อำ่ นว่ำ กนุ -ละ-สัด-ตฺรี
๒. กำลสมยั อ่ำนวำ่ กำ-ละ-สะ-ไหม กุลสตรี อ่ำนวำ่ บำด-ทะ-บง
อำ่ นวำ่ ทนั -ทะ-กำ
๓. บรมอัฐิ อ่ำนวำ่ บอ-รม-มะ-อดั บำทบงสุ์ อ่ำนวำ่ ชำด-ต-ิ พลฺ ี
๔. ทักทนิ อ่ำนว่ำ ทัก-กะ-ทนิ ทณั ฑกรรม
๕. บำปกรรม อ่ำนว่ำ บำบ-ปะ-กำ ชำติพลี
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 34
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๖. ข้อใด มีคาอา่ นผดิ
๑. กลวธิ ี อำ่ นวำ่ กน – ละ – วิ – ที กำลเวลำ อำ่ นวำ่ กำน –เว– ลำ
๒. เกยี รตนิ ยิ ม อำ่ นว่ำ เกียด – นิ – ยม ขดั สมำธิ อ่ำนว่ำ ขัด – สะ – หมฺ ำด
๓. ทุจริต อำ่ นวำ่ ทุด – จะ –หรฺ ดิ ธนบัตร อำ่ นว่ำ ทะ – นะ – บัด
๔. ปรปกั ษ์ อำ่ นวำ่ ปะ – ระ – ปัก รปู ธรรม อำ่ นวำ่ รูบ– ปะ – ทำ
๕. สวรรคต อ่ำนว่ำ สะ –หวัน– คด อุณหภมู ิ อำ่ นวำ่ อนุ – หะ –พูม
๗. จงั หวะการอา่ นกาพย์ยานี ๑๑ ต้องอ่านตามข้อใด
๑. ดนตรีม่/ี อึงอล ก้องกำหล/พลแห่โหม
๒. โหฮ่ ึก/ครึกครนื้ โครม// โสมนัส/ช่ืนรนื่ เรงิ พล//
๓. กรฑี ำหม่นู ำเวศ/ จำกนคเรศ/โดยสำชล//
๔. เหมิ ห่นื ช่นื /กระมล// ยลมจั ฉำ/สำรพันมี
๕. นำวำ/หน้ำอินทรี// ทีป่ กี เหมือน/เลอื่ นลอยโพยม//
๘. คาประพนั ธ์ในขอ้ ใด มจี งั หวะการอ่าน ต่ำงจำกข้ออน่ื
๑. ถึงน้ำวนชลสำยที่ทำ้ ยย่ำน เขำเรียกบำ้ นวัดโบสถต์ ลำดแก้ว
๒. จะเหลียวกลบั ลบั วังมำลิบแล้ว พล่ี บั แกว้ ลับบ้ำนมำย่ำนบำง
๓. พฤกษำสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหงำ่ นงอกริมกระแสแลสลำ้ ง
๔. กล้วยระกำอมั พำพฤกษำปรำง ตอ้ งน้ำค้ำงชอ่ ชมุ่ เปน็ พุ่มพวง
๕. พฤกษำพอ้ งตอ้ งนำมกำนดำดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ
๙. คาประพันธ์ในขอ้ ใด แบ่งจงั หวะการอ่านแบบ /๓/๓/๓// ๓/๓/๓//
๑. ครั้นรงุ่ เชำ้ เขำ้ เปน็ วันอุโบสถ เจรญิ รสธรรมำบูชำฉลอง
๒. ไปเจดยี ์ทชี่ ือ่ ภูเขำทอง ดูสูงสอ่ งลอยฟำ้ นภำลัย
๓. ข้ำอสุ ำ่ ห์มำเคำรพอภิวนั ท์ เป็นอนนั ต์อำนสิ งส์ดำรงกำย
๔. เปน็ นิสยั ไว้เหมือนเดือนศรัทธำ ตำมภำษำไมส่ บำยพอคลำยใจ
๕. ขอเดชะพระเจดีย์ครี ีมำศ บรรจุธำตุทต่ี ั้งนรงั สรรค์
๑๐. ข้อใด อ่านออกเสยี งอนิ ทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ถูกต้อง
๑. ใครเล่ำจะสำมำรถ มนอำจระรำนหำญ
ไครฺ-เลำ่ -จะ-สำ-มำด- มน-อำด-ระ-รำน-หำน
๒. ปว่ ยกล่ำวอะไรฝูง นรสูงประเสรฐิ ครนั
ป่วย-กฺลำ่ ว-อะ-ไร-ฝงู นะ-ระ-สูง-ปฺระ-เสดิ -ครฺ นั
๓. ฤๅสรรพสัตวอ์ ัน เฉพำะมีชีวีครอง
รือ-สบั -สัด-อัน ฉะ-เพำะ-ม-ี ชี-วี-ครฺ อง
๔. แมม้ ำกผกิ งิ่ ไม้ ผวิ ใครจะใครล่ อง
แม้-มำก-ผิ-ก่ิง-ไม้ ผวิ -ไคร-จะ-ไคร-ลอง
๕. มัดกำกระนัน้ ปอง พลหักก็เต็ม
มดั -กำ-กรฺ ะ-นนั้ -ปอง พน-ละ-หัก-ก็-เต็ม-ทน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 35
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การอ่านแปลความ
1. ความหมาย
ประพนธ์ เรืองณรงค์ และคณะ (2545, น. 13) กล่ำวว่ำ กำรอ่ำนแปลควำม คือ กำรอ่ำนทำควำม
เขำ้ ใจควำมหมำยของคำศัพท์ยำก หรือถ้อยคำทีไ่ มใ่ ช้กนั โดยท่วั ไป เพื่อให้สำมำรถตคี วำมไดด้ ีและสมบรู ณ์
ยิ่งข้ึน
กองเทพ เคลือบพณชิ กลุ (2542, น. 104) กลำ่ วว่ำ กำรอำ่ นแปลควำม คอื กำรเปล่ียนแปลงจำก
ควำมหนง่ึ ไปสู่อกี ควำมหน่งึ โดยแปลงเร่อื งทไ่ี ด้อำ่ นหรือได้ฟังออกมำเปน็ คำพดู ใหมห่ รอื เปน็ ถอ้ ยคำใหม่ โดยยงั
รักษำเนื้อหำและควำมสำคัญของเร่ืองเดิมไวไ้ ด้อยำ่ งครบถ้วน
2. รูปแบบการอา่ นแปลความ
กองเทพ เคลือบพณชิ กุล (2542, น. 105-106) กลำ่ วสรปุ ไวด้ ังน้ี
กำรอ่ำนแปลควำมมีหลำยรูปแบบ คือ
1. แปลคำศัพทเ์ ฉพำะใหเ้ ปน็ ภำษำธรรมดำ เป็นกำรแปลควำมหมำยจำกระดับหนึ่งไปส่อู ีกระดับหนงึ่
เชน่
ทรงพระรำชดำเนนิ =เดิน พระรำชหัตถเลขำ=จดหมำย
บปุ ผำ=ดอกไม้ โจทก=์ ผฟู้ ้อง
ตนุ๋ =หลอกลวง วธิ ีปรุงอำหำรอย่ำงหน่ึง เปน็ ตน้
2. แปลข้อควำมเดิมที่เป็นสำนวนโวหำรเปน็ ข้อควำมใหม่ท่ีเข้ำใจได้ง่ำยขึน้ หรือเปล่ียนแปลงใหเ้ ป็น
ภำษำอีกระดับหน่ึง เช่น
กระดูกสนั หลงั ของประเทศเจอโรคจู๋ของขำ้ ว = ชำวนำประสบปญั หำโรคขำ้ วชะงัก
กำรเจริญเตบิ โต
3. แปลสำนวน สภุ ำษติ คำพังเพย หรอื คำร้อยกรอง หรือคำภำษำบำลีสันสกฤต ที่ไทยนำมำใช้ใหเ้ ป็น
ภำษำสำมัญ หรอื ในทำงกลบั กนั เช่น
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจำรึ แปลควำมวำ่ ธรรมยอ่ มรักษำผูป้ ระพฤติธรรม
พศิ พักตรผ์ ่องเพียงบุหลันฉำย แปลควำมว่ำ ใบหนำ้ ผุดผอ่ งรำวกบั แสงจนั ทร์
ควำมรู้ท่วมหวั เอำตวั ไมร่ อด แปลควำมว่ำ มีวิชำควำมรมู้ ำกแตไ่ มส่ ำมำรถพำตนเองใหร้ อดพน้
จำกควำมหำยนะและภัยพบิ ตั ไิ ด้
4. แปลเคร่อื งหมำยตำ่ ง ๆ เช่น › แปลว่ำ มำกกวำ่ ‹ แปลว่ำ นอ้ ยกว่ำ เปน็ ต้น
และเครื่องหมำยจรำจร เช่น "ห้ำมแซง" ควำมหมำย ห้ำมมใิ ห้ขับรถแซงขนึ้ หน้ำรถคันอ่ืนในเขตทำงที่
ตดิ ตงั้ ปำ้ ย
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 36
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3. ข้ันตอนการอา่ นแปลความ
ประพนธ์ เรืองณรงค์ และคณะ (2545, น. 13) กลำ่ วว่ำ กำรแปลควำมมีขน้ั ตอนดงั นี้
1. อำ่ นเรือ่ งรำวโดยตลอด 1-2 เทย่ี ว เพือ่ ใหเ้ ข้ำใจเร่อื งรำวโดยรวมอย่ำงคร่ำว ๆ
2. ถ้ำพบคำศัพท์ยำก ให้พยำยำมแปลควำมหมำย โดยอำศัยเนือ้ ควำมอื่นในบรบิ ท ศกึ ษำจำกดชั นคี ำ
ยำกทำ้ ยเล่มหนงั สือ หรอื หำควำมหมำยจำกพจนำนุกรม
3. เรียบเรยี งควำมคิดท่ีได้จำกกำรแปลควำม หรือเรยี บเรียงขอ้ ควำมท่ีได้จำกกำรแปลควำม เพอื่ ให้
อ่ำนเขำ้ ใจยิ่งข้ึน
4. ตัวอยา่ งการอา่ นแปลความ
“ข้ำพเจำ้ พจิ ำรณำดูตำมหลกั ฐำนที่ปรำกฏในพงศำวดำร เห็นวำ่ ชนชำตไิ ทยมคี ณุ ธรรม 3 อย่ำง
เปน็ สำคญั จงึ สำมำรถปกครองประเทศสยำมได้ คอื ควำมรักอิสระของชนชำตอิ ยำ่ งหนงึ่ ควำมปรำศจำก
วหิ งิ สำอยำ่ งหนึ่ง ควำมฉลำดในกำรประสำนประโยชนอ์ ยำ่ งหนงึ่ ”
คาทตี่ อ้ งแปล
“พงศาวดาร” หมำยถึง แหลง่ บนั ทึกข้อมลู ทำงประวตั ิศำสตร์ในสมยั ก่อนมักใชห้ นังสือใบลำน
หรอื สมุดข่อย ในสมัยหลงั ได้จัดพมิ พ์ใหม่เปน็ หนังสือเล่ม
“วหิ ิงสา” หมำยถงึ ควำมไม่เบียดเบียน
“ประสานประโยชน์” หมำยถงึ กำรเอื้อประโยชนซ์ ึ่งกนั และกนั
แปลควำมใหม่ท้ังหมดได้ว่ำ “ข้ำพเจ้ำพิจำรณำดูตำมหลักฐำนท่ีปรำกฏในหนังสือบันทึกประวัติศำสตร์ เห็นว่ำ
คนไทยมีคุณธรรม 3 อย่ำงเป็นสำคัญ จึงสำมำรถปกครองประเทศสยำมได้ คือ ควำมรักอิสระ ของชนชำติ
ควำมไม่เบยี ดเบียนซึง่ กันและกนั และกำรเออ้ื ประโยชน์ซ่งึ กันและกนั ”
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 37
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช้ินงาน : การอา่ นแปลความ
การอ่านแปลความ : โดยวธิ ีเทคนคิ SQ3R
เทคนิคกำรอำ่ นหนังสอื แบบ SQ3R พฒั นำขน้ึ โดยศำสตรำจำรย์ ฟรำนซิส โรบนิ สัน (Francis
B.Robinson) ศำสตรำจำรย์ทำงจิตวิทยำแหง่ มหำวทิ ยำลยั โอไฮโอ (Ohio State University) ประกอบดว้ ย
๑.S = Survey สำรวจ หมำยถึง กำรอ่ำนสำรวจเน้ือหำอยำ่ งคร่ำว ๆ
๒.Q = Question ตง้ั คำถำม หมำยถึง กำรตั้งคำถำมเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอ่ำน ควำมหมำยคำ
วลี ประโยคหรอื ขอ้ ควำม ด้วยวธิ ี 5w1h
(who-ใคร,What-อะไร,When-เมื่อไร,Where-
ท่ไี หน,Why-ทำไม,How-อย่ำงไร)
๓.R = Read อำ่ น หมำยถึง กำรอำ่ นเพื่อหำคำตอบให้แกค่ ำถำมทตี่ ั้งไว้
๔.R = Recite ท่อง,จดจำ หมำยถึง กำรจำหรือจดบนั ทึกข้อควำมสำคญั
๕.R = Review ทบทวน หมำยถงึ กำรทบทวนประเด็นสำคญั และประเมินคำ่ ส่ิงท่ี
อ่ำนอย่ำงมเี หตุผลภำยหลงั จำกท่ีอ่ำนเร่ือง
ทัง้ หมดจบแล้ว
***
คำชแี้ จง นกั เรยี นนำเทคนิค SQ 3 R อ่ำนไตรภูมพิ ระร่วง ตำมที่กำหนด ดงั นี้
๑.S = Survey อำ่ นสำรวจเนือ้ หำ
นักเรียนอ่ำน “ไตรภูมิพระรว่ ง” ในหนังสือวรรณคดีวิจกั ษ์ หนำ้ ๑๓๙-๑๔๐ ดงั นี้
ไตรภมู ิพระรว่ ง ตอน มนสุ สภูมิ
ผิรูปอันจะเกิดเป็นชำยก็ดีเป็นหญิงก็ดี เกิดมีอำทิแต่เกิดเป็นกลละน้ัน โดยใหญ่แต่ละวันแลน้อย
ครั้นถึง 7 วัน เป็นดั่งน้ำล้ำงเนื้อน้ันเรียกว่ำ อัมพุทะ อัมพุทะนั้นโดยใหญ่ไปทุกวำรไสร้ คร้ันได้ถึง 7 วำร
ข้นเป็นดั่งตะกั่วอันเชื่อมอยู่ในหม้อเรียกชื่อว่ำเปสิ เปสิน้ันค่อยใหญ่ไปทุกวัน ครั้นถึง 7 วัน แข็งเป็นก้อนด่ังไข่
ไก่เรียกว่ำ ฆนะ ฆนะน้ันค่อยใหญ่ไปทุกวัน คร้ันถึง 7 วัน เป็นตุ่มออกได้ 5 แห่งด่ังหูดนั้นเรียกว่ำ
เบญจสำขำหูด เบญจสำขำหูดนั้นเป็นมือ 2 อัน เป็นตีน 2 อัน หูดเป็นหัวนั้นอันหนึ่ง แลแต่นั้นค่อยไป
เบ้ืองหน้ำทกุ วัน ครัน้ ถงึ 7 วันเป็น ฝ่ำมอื เป็นนิ้วมือ แต่นัน้ ไปถงึ 7 วัน คำรบ 42 จึงเป็นขน เป็นเล็บตีนเล็บ
มือ เป็นเครื่องสำหรับเป็นมนุษย์ถ้วนทุกอันแล แต่รูปอันมีกลำงคนไสร้ 50 แต่รูปอันมีหัวได้ 84 แต่รูปอันมี
เบอ้ื งต่ำได้ 50 ผสมรปู ท้งั หลำยอนั เกดิ เป็นสตั ว์อนั อยู่ในทอ้ งแมไ่ ด้ 184
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 38
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แลกุมำรนั้นน่ังกลำงท้องแม่ แลเอำหลังมำต่อหนังท้องแม่ อำหำรอันแม่กินเข้ำไปแต่ก่อนน้ัน
อยู่ใต้กุมำรน้ัน อำหำรอันแม่กินเข้ำไปใหม่นั้นอยู่เหนือกุมำรนั้น เมื่อกุมำร อยู่ในท้องแม่นั้นลำบำกนักหนำ
พึงเกลียดพงึ หนำ่ ยพน้ ประมำณนกั ก็ชื้นแลเหม็นกลิน่ ตดื แลเออื นอนั ได้ 80 ครอก ซึ่งอยู่ในท้องแม่อันเป็น
ที่เหม็นและที่ออกลูกออกเต้ำ ท่ีเถ้ำ ท่ีตำย ที่เร่ว ฝูงตืดแลเอือนทั้งหลำยนั้นคนกันอยู่ในท้องแม่ ตืดแลเอือน
ฝูงนั้นเริมตัวกุมำรน้ันไสร้ ดุจดั่งหนอนอันอยู่ในปลำเน่ำ แลหนอนอันอยู่ ในลำมกอำจมนั้นแล อันว่ำ
สำยสะดอื แหง่ กมุ ำรนั้น กลวงดงั่ สำยก้ำนบวั อันมชี ่ือวำ่ อุบล จะงอยไส้ดือน้ันกลวงขึ้นไปเบื้องบนติดหลังท้องแม่
แลข้ำวน้ำอำหำรอันใดแม่กินไสร้ แลโอชำรสนั้นก็ชุ่มเข้ำไปในไส้ดือน้ัน แลเข้ำไปในท้องกุมำรนั้นแล
สะหน่อย ๆ แลผนู้ ้อยนั้นกไ็ ดก้ ินทกุ คำ่ เช้ำทกุ วัน
แม่จะพึงกินเข้ำไปอยู่เหนือกระหม่อม ทับหัวกุมำรอยู่น้ันแล แลลำบำกนักหนำ แต่อำหำรอันแม่กิน
ก่อนไสร้ แลกุมำรน้ันอยู่เหนืออำหำรนั้น เบ้ืองหลังกุมำรนั้นต่อหลังท้องแม่ แลนั่งยองอยู่ในท้องแม่ แลกำมือ
ท้ังสอง คู้คอต่อหัวเข่ำทั้งสอง เอำหัวไว้เหนือหัวเข่ำเมื่อน่ังอยู่น้ันด่ังน้ัน เลือดแลน้ำเหลืองย้อยลงเต็มตน
ยะหยดทุกเม่ือแล ดุจด่ังลิงเม่ือฝนตก แลน่ังกำมือเซำเจ่ำอยู่ในโพรงไม้นั้นแล ในท้องแม่นั้นร้อนนักหนำ ดุจด่ัง
เรำเอำใบตองเข้ำจ่อตน แลต้มในหม้อน้ันไสร้ ส่ิงอำหำรอันแม่กินเข้ำไปในท้องนั้นไหม้และย่อยลง ด้วยอำนำจ
แห่งไฟธำตุอนั รอ้ นนนั้ ส่วนตวั กุมำรนั้น บมิไหม้ เพรำะวำ่ เป็นธรรมดำด้วยบุญกุมำรน้ัน จะเป็นคนจึงให้บมิไหม้
บมิตำยเพ่ือด่ังนั้นแล แต่กุมำรน้ันอยู่ในท้องแม่ บ่ห่อนได้หำยใจเข้ำออกเสียเลย บ่ห่อนได้เหยียดตีนมือออก
ดั่งเรำท่ำนทั้งหลำยนี้สักคำบหน่ึงเลย แลกุมำรน้ันเจ็บเนื้อเจ็บตนด่ังคนอันท่ำนขังไว้ในไหอันคับแคบนักหนำ
แค้นเน้ือแค้นใจ แลเดอื ดเนอ้ื เดอื ดใจนักหนำ เหยียดตีนมือบ่มิได้ ดั่งท่ำนเอำใส่ไว้ในท่ีคับ ผิแลว่ำเมื่อแม่เดินไป
ก็ดี นอนก็ดี ฟ้ืนตนก็ดี กุมำรอยู่ในท้องแม่นั้นให้เจ็บเพียงจะตำยแล ดุจดั่งลูกทรำยอันพ่ึงออกแล อยู่ธรห้อย
ผิบ่มิดุจดั่งคนอันเมำเหล้ำ ผิบ่มิดุจดั่งลูกงูอันหมองูเอำไปเล่นนั้นแล อันอยู่ลำบำกยำกใจดุจด่ังน้ัน บ่มิได้
ลำบำก แต่ ๒ วำร ๓ วำรแลจะพน้ ได้เลย อยยู่ ำกแล ๗ เดือน ลำงคำบ ๘ เดือน ลำงคำบ ๙ เดือน ลำงคน ๑๐
เดือน ลำงคน ๑๑ เดือน ลำงคนคำรบปีหนึ่ง จงึ คลอดกม็ แี ล
คนผู้ใดอยู่ในท้องแม่ ๖ เดือน แลคลอดนั้น บ่ห่อนจะได้สักคำบ คนผู้ใดอยู่ในท้องแม่ ๗ เดือน
แลคลอดน้ัน แม้เล้ียงเป็นคนก็ดี บ่มิได้กล้ำแข็ง บ่มิทนแดดทนฝนได้แล คนผู้ใดจำกแต่นรกมำเกิด เม่ือคลอด
ออกตนกุมำรนั้นร้อน เม่ือมันอยู่ในท้องแม่น้ัน ย่อมเดือดร้อนใจแลกระหนกระหำย อีกเน้ือแม่น้ันก็พลอยร้อน
ดว้ ยโสต คนผ้จู ำกแต่สวรรค์ลงมำเกิดน้ัน เม่ือจะคลอดออก ตนกุมำรน้ันเย็น เย็นกำย เย็นใจ เมื่ออยู่ในท้องแม่
อยู่เย็นเป็นสุขสำรำญบำนใจ แลเน้ือแม่นั้นก็เย็นด้วยโสต คนผู้อยู่ในท้องแม่ก็ดี เม่ือถึงจักคลอดนั้นก็ดี
ด้วยกรรมน้ัน กลำยเป็นลมในท้องแม่ส่ิงหน่ึง พัดให้ตัวกุมำรน้ันข้ึนหนบน ให้หัวลงมำสู่ท่ีจะออกนั้น ดุจดั่ง
ฝูงนรกอันยมบำลกุมตีน แลหย่อนหัวลงในขุมนรกน้ัน อันลึกได้แลร้อยวำน้ัน เม่ือกุมำรน้ันคลอดออกมำจำก
ท้องแม่ ออกแลไปบ่มพิ ้นตน ตนเยน็ นัน้ แลเจบ็ เน้ือเจบ็ ตนนักหนำ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 39
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดุจช้ำงสำรอันท่ำนอันท่ำนชักท่ำนเข็น ออกจำกประตูลักษอันน้อยนั้น แลคับตัวออกออกยำกลำบำก
นั้น ผิบ่มิด่ังนั้น ด่ังคนผู้อยู่ในนรกแล แลภูเขำอันช่ือคังไคยบรรพตหีบแลเหง แลบดบ้ีนั้นแล ครั้นออกจำก
ท้องแม่ไสร้ ลมอันมีในท้องผู้น้อยค่อยพัดออกก่อน ลมอันมีในภำยนอกนั้นจึงพัดเข้ำมำนักหนำ พัดเข้ำถึง
ตน้ ล้นิ ผนู้ อ้ ยจงึ อย่ำ ครัน้ ออกจำกทอ้ งแม่ แต่น้ันไปเมือหน้ำ กุมำรน้ันจึงรู้หำยใจเข้ำออกแล ผิแลคนอันมำแต่
นรกก็ดี แลมำแต่เปรตก็ดี มันคำนึงถึงควำมอันลำบำกน้ัน ครั้นว่ำออกมำก็ร้องไห้แล ผิแลคนผู้มำแต่สวรรค์
แลคำนึงควำมสุขแต่กอ่ นนัน้ ครัน้ ว่ำออกมำไสร้ ก็ย่อมหัวร่อก่อนแล แต่คนผู้มำอยู่ในแผ่นดินนี้ทั่วท้ังจักรวำล
อันใดอันอื่นก็ดี เมื่อแรกมำเกิดในท้องแม่ก็ดี เมื่ออยู่ในท้องแม่ก็ดี เม่ือออกจำกท้องแม่ก็ดี ในกำลทั้ง ๓ น้ัน
ยอ่ มหลง บม่ ิได้คำนึงร้อู ันใดสักสงิ่
ฝูงอันมำเกิดเป็นพระปัจเจกโพธิเจ้ำก็ดี แลเป็นพระอรหันตำขีณำสพเจ้ำก็ดี แลมำเป็นพระองค์
อัครสำวกเจ้ำก็ดี เมอื่ ธ แรกมำเอำปฏสิ นธินัน้ กด็ ี เมื่อ ธ อยู่ในทอ้ งแม่น้ันก็ดี แลสองสิ่งนี้เมื่ออยู่ในท้องแม่นั้น
บ่ห่อนจะรู้หลง แลยงั คำนึงรู้อยทู่ กุ อัน เม่อื จะออกจำกท้องแม่วันนั้นไสร้ จึงลมกรรมชวำต ก็พัดให้หัวผู้น้อย
นั้นลงมำสู่ท่ีจะออก แลคับแคบแอ่นยันนักหนำ เจ็บเนื้อเจ็นตนลำบำกนักดังกล่ำวมำแต่ก่อน แลพลิกหัวลง
บ่มิได้รู้สึกสักอัน บ่เริ่มดั่งท่ำนผู้จะออกมำเป็นพระปัจเจกโพธิเจ้ำก็ดี ผู้จะมำเกิดเป็นลูกพระพุทธเจ้ำก็ดี
คำนึงรู้สึกตนแล บ่มิหลงแต่สองส่ิงนี้คือ เม่ือจะเอำปฏิสนธิแลอยู่ในท้องแม่นั้นได้แล เมื่อจะออกจำกท้องแม่
นั้นย่อมหลงดุจคนท้งั หลำยนแ้ี ล ส่วนวำ่ คนทงั้ หลำยนีไ้ สร้ยอ่ มหลงทงั้ ๓ เมื่อ ควรอิม่ สงสำรแล ฯ
แปลควำม มนุสสภูมิ
รูปที่จะเกิดเป็นชำยก็ดี หญิงก็ดี เกิดต้ังแต่แรกเป็นกลละ แล้วโตข้ึนวันละเล็กละน้อย ครั้นถึง ๗ วัน
เป็นดังน้ำล้ำงเนื้อเรียกว่ำ “อัมพุทะ” อัมพุทะโตขึ้นทุกวัน เมื่อถึง ๗ วัน ข้นดังตะกั่วเช่ือมอยู่ในหม้อเรียกว่ำ
“เปสิ” เปสิน้ันโตขึ้นทุกวัน เมื่อถึง ๗ วัน แข็งเป็นก้อนเหมือนไข่ไก่ เรียกว่ำ “ฆนะ” ฆนะน้ันโตขึ้นทุกวัน เมื่อ
ถึง ๗ วัน เป็นตุ่มออกได้ ๕ แห่งเหมือนหูดเรียกว่ำ “ปัญจสำขำ” หูดนั้นเป็นมือ ๒ ข้ำง เป็นเท้ำ ๒ ข้ำง เป็น
ศีรษะอันหนึ่ง ต่อจำกนั้นไปโตข้ึนทุกวัน เมื่อถึง ๗ วัน เป็นฝ่ำมือ เป็นน้ิวมือ ต่อจำกนั้นไปเม่ือถึง ๗ วัน
ครบ ๔๒ วนั จงึ เป็นผม เปน็ ขน เป็นเล็บมือ เล็บเท้ำ ครบอวยั วะเป็นมนุษย์ทกุ ประกำร
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 40
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รูปของสัตว์เกิดในครรภ์มี ๑๘๔ รูป คือ ส่วนกลำง (ต้ังแต่คอถึงสะดือ) มี ๕๐ รูป รูปส่วนบน
(ต้ังแต่คอถึงศีรษะ) มี ๘๔ รูป รูปส่วนเบื้องต่ำ (ตั้งแต่สะดือถึงฝ่ำเท้ำ) มี ๕๐ รูป สัตว์เกิดในครรภ์น่ังอยู่กลำง
ท้องมำรดำหันหลังมำติดหนังท้องมำรดำ อำหำรที่มำรดำรับประทำนเข้ำไปก่อน จะอยู่ใต้สัตว์เกิดในครรภ์
ส่วนอำหำรที่มำรดำรับประทำนเข้ำไปใหม่ จะอยู่บนสัตว์เกิดในครรภ์ สัตว์เกิดในครรภ์มีควำมลำบำกอย่ำงยิ่ง
นำ่ เกลยี ด นำ่ เบ่อื หนำ่ ยเหลือประมำณ ท้ังชื้นสกปรกมีกล่ินเหม็น ตัวตืดและพยำธิไส้เดือน ๘๐ ตระกูลที่อำศัย
ปนกันอยู่ในท้องมำรดำ ถ่ำยอุจจำระ ถ่ำยปัสสำวะในท้องมำรดำนั้น ท้องมำรดำของสัตว์ท่ีเกิดในครรภ์เป็นท่ี
คลอดลกู เปน็ ทีเ่ กดิ เป็นที่แก่ เปน็ ทต่ี ำย เปน็ ป่ำช้ำของพยำธเิ หล่ำน้นั เหลำ่ ตัวตดื และพยำธิไส้เดือนเหล่ำน้ันได้
ชอนไชสัตวเ์ กดิ ในครรภน์ ั้นเหมือนหนอนท่ีอย่ใู นปลำเนำ่ และในอำจมน้ัน สำยสะดือของสัตว์เกิดในครรภ์กลวง
ดังสำยบัวอุบล ปำกสะดือกลวงขึ้นไปเบื้องบนติดหลังท้องมำรดำ ข้ำว น้ำ อำหำร และโอชำรสที่มำรดำกิน
เข้ำไป เป็นน้ำชุ่มซึมเข้ำไปตำมสำยสะดือในท้องสัตว์ที่เกิดในครรภ์ทีละน้อย ๆ สัตว์ที่เกิดในครรภ์ได้กินอำหำร
ดังกล่ำวทุกวัน ทุกเช้ำเย็น อำหำรเข้ำไปอยู่เหนือศีรษะทับศีรษะสัตว์เกิดน้ัน สัตว์เกิดนั้นได้รับทุกข์มำกนัก
สัตว์เกิดน้ันจะอยู่เหนืออำหำรที่มำรดำกินเข้ำไปก่อน เบื้องหลังสัตว์น้ันติดกับหนังท้องมำรดำ น่ังยอง ๆ อยู่
กำมือทั้ง ๒ ไว้ที่หัวเข่ำ คู้หัวเข่ำท้ังสอง เอำศีรษะไว้เหนือหัวเข่ำ ขณะนั่งอยู่เลือดและน้ำเหลืองหยดลงเต็มตัว
ทีละหยดทุกเมื่อ เหมือนลิงเมื่อฝนตกน่ังกำมือซบเซำอยู่ในโพรงไม้น้ัน ในท้องมำรดำนั้นร้อนรุมนักหนำ ดุจดัง
คนเอำใบตองไปจุดไฟเผำและต้มน้ำในหม้อ อำหำรทุกสิ่งท่ีมำรดำกินเข้ำไปถูกเผำไหม้และย่อย ส่วนสัตว์ท่ี
เกิดข้ึนในครรภ์ ไฟธำตุไม่ไหม้ เพรำะบุญของสัตว์ท่ีเกิดในครรภ์จะเกิดเป็นมนุษย์ จะไม่ไหม้และไม่ตำยเพรำะ
เหตนุ ้ัน อนง่ึ สตั วท์ ่ีเกดิ ในครรภไ์ ม่หำยใจเขำ้ หำยใจออกเลย ไมไ่ ดเ้ หยยี ดมือและเท้ำออกเช่นเรำท่ำนท้ังหลำยน้ี
แม้แต่คร้ังเดียว ต้องเจ็บปวดตนเหมือนถูกขังไว้ในไหที่คับแคบมำก คับแค้นใจและเดือดร้อนใจอย่ำงย่ิง ไม่ได้
เหยียดมือและเท้ำออกเหมือนถูกขังในที่แคบ เมื่อมำรดำเดินก็ดี นอนก็ดี ลุกข้ึนก็ดี สัตว์ท่ีเกิดในครรภ์จะ
เจบ็ ปวดประหน่งึ ว่ำจะตำย เหมือนลูกเนื้อทรำยคลอดใหม่ตกอยู่ในมือคนเมำเหล้ำ ถำ้ ไม่เช่นน้ันก็เป็นเหมือนดัง
ลูกงูท่ีหมอเอำไปเล่น นับได้วำ่ ควำมทุกข์ลำบำกใจนกั หนำ ไมไ่ ด้ลำบำกเพียง ๒ วัน ๓ วัน แล้วพ้นควำมลำบำก
ต้องอยู่ยำกลำบำก ๗ เดือน บำงครำว ๘ เดือน บำงครำว ๙ เดือน บำงครำว ๑๐ เดือน บำงคน ๑๑ เดือน
บำงคนครบหนง่ึ ปจี งึ คลอดก็มี
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 41
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผู้ที่อยใู่ นทอ้ งมำรดำได้ ๖ เดอื น และคลอดออกมำ ไมอ่ ำจจะมชี วี ติ อยไู่ ด้ ผทู้ อี่ ยู่ในท้องมำรดำ ๗ เดือน
คลอดออกมำ แม้ว่ำจะเล้ียงเป็นคนได้ก็ไม่ได้เติบโตกล้ำแข็ง ทนแดดทนฝนไม่ได้ ผู้ที่จำกนรกมำเกิด เมื่อคลอด
ออกมำตัวร้อน เมื่อสัตว์นั้นอยู่ในท้องมำรดำจะเดือดร้อนใจและหิวกระหำย เนื้อมำรดำน้ันก็พลอยร้อนไปด้วย
ผู้ที่จำกสวรรค์ลงมำเกิดเม่ือจะคลอดออก เนื้อตนสัตว์ท่ีเกิดน้ันเย็น เย็นกำย เย็นใจ เม่ืออยู่ในท้องมำรดำก็อยู่
เย็นเป็นสขุ สำรำญบำนใจ เนอ้ื กำยมำรดำกเ็ ยน็ ดว้ ย เมอื่ ถึงเวลำจะคลอด จะมีลมในท้องมำรดำพัดผันตนสัตว์ท่ี
เกิดให้ขึ้นเบื้องบน ให้ศีรษะลงเบ้ืองต่ำสู่ท่ีจะคลอด เหมือนเหล่ำสัตว์นรกถูกยมบำลจับเท้ำ หย่อนศีรษะลงใน
ขุมนรกที่ลึกร้อยวำ สัตว์ที่เกิดนั้นเมื่อจะคลอดออกมำจำกท้องมำรดำ ออกมำยังไม่ทันหลุดพ้น ตัวจะเย็น
เจ็บปวดยิ่งนัก ประดุจดังช้ำงสำรท่ีคนชักเข็นออกจำกประตูขนำดเล็กและคับแคบ ออกยำกลำบำกยิ่งนัก
หรือเปรียบเหมือนดังสัตว์นรกถูกภูเขำคังไคยหีบบดขยี้น่ันเอง คร้ันคลอดออกจำกท้องมำรดำแล้ว ลมในท้อง
ของสัตว์ที่เกิดนั้นจะพัดออกก่อนลมภำยนอกจึงพัดเข้ำ เม่ือพัดเข้ำถึงลิ้นสัตว์ที่เกิดจึงหยุด เมื่อออกจำกท้อง
มำรดำแล้ว นับแต่น้ันไป สัตว์ท่ีเกิดจึงรู้จักหำยใจเข้ำออก ถ้ำสัตว์ท่ีเกิดมำแต่นรกหรือมำจำกเปรตจะคิดถึง
ควำมทุกข์ลำบำก เม่ือคลอดออกมำจะร้องไห้ ถ้ำสัตว์ท่ีเกิดมำแต่สวรรค์ เมื่อคิดถึงควำมสุขในหนหลัง
คร้ันคลอดออกมำแลว้ จะหัวเรำะก่อน แต่มนุษย์ผู้อยู่ในโลกนี้หรือในจักรวำลอื่น ๆ เมื่อแรกเกิดในครรภ์มำรดำ
ก็ดี ระหว่ำงอยู่ในครรภ์มำรดำก็ดี เม่ือคลอดออกจำกครรภ์มำรดำก็ดีในกำลทั้ง ๓ นี้ จะหลงลืมไม่รู้ตัวในส่ิงใด
สิ่งหน่ึงแม้แตส่ ง่ิ เดยี วเลย
ผูจ้ ะมำเกิดเป็นพระปจั เจกพทุ ธเจ้ำก็ดี เปน็ พระอรหันตขณี ำสพกด็ ี และเป็นพระอัครสำวกก็ดี เมื่อแรก
มำเกิดในครรภ์มำรดำก็ดี ระหว่ำงอยู่ในครรภ์มำรดำก็ดี ท้ัง ๒ ระยะย่อมไม่หลง และคำนึงรู้อยู่ทุกสิ่ง เมื่อจะ
คลอดจำกครรภ์มำรดำ ถูกลมกรรมชวำต คือ ลมเบ่งพัดผันให้ศีรษะลงสู่ท่ีคลอดซึ่งเบียดตัวแอ่นยันมำสู่ที่จะ
คลอด ได้รับควำมเจ็บปวดตนลำบำกนักดังกล่ำวมำแต่ก่อน และพลิกศีรษะลงโดยไม่รู้สึกตัว ไม่เหมือนผู้จะมำ
เกิดเป็นพระปจั เจกพุทธเจ้ำหรอื ผจู้ ะมำเกิดเปน็ โอรสของพระพทุ ธเจ้ำ จะรู้สึกตน ไม่ลืมตน ในเวลำท้ัง ๒ น้ี คือ
เมื่อแรกเกิดในครรภ์มำรดำและระหว่ำงอยู่ในครรภ์มำรดำ แต่เม่ือจะคลอดจำกครรภ์มำรดำจะหลงเหมือน
มนุษย์ทั้งหลำย ส่วนมนุษย์ทั้งหลำยนจ้ี ะหลงลืมทงั้ ๓ กำล ฉะน้นั ควรเบอ่ื หนำ่ ยสงสำรน้ี
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 42
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๒.Q = Question ตง้ั คำถำม นักเรยี นถำมตัวเองว่ำ “คำ วลี ประโยค
ข้อควำม” ใด ที่ไมเ่ ขำ้ ใจควำมหมำย
ขดี เสน้ ใต้ “คำ วลี ประโยค ข้อควำม” น้นั
๓.R = Read อำ่ น นกั เรยี นอำ่ นค้นควำ้ หำควำมหมำย
“คำ วลี ประโยค ขอ้ ควำม” นน้ั
๔.R = Recite ทอ่ ง,จดจำ นักเรยี นเขียนบันทึก “คำ วลี ประโยค
ข้อควำม” ตำมตำรำงต่อไปนี้
***
ตอนท่ี ๑ จงแปลความหมายคาที่กาหนดตอ่ ไปน้ี
คำ ควำมหมำย
๑.ไตรภมู ิ
๒.กำมภูมิ
๓.รูปภมู ิ
๔.อรปู ภูมิ
๕.สคุ ติภมู ิ
๖.อบำยภูมิ
๗.จตรุ ำบำย
๘.อนิจจลักษณะ
๙.โลกุตตรภมู ิ
๑๐.สงั สำรวัฏ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 43
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ ๒ แปล (คา วลี ประโยค ข้อความ) หน้า ๑๓๙-๑๔๐ ท่ตี นเองตอ้ งแปลความ ดงั น้ี
คำ ควำมหมำย
ตอนที่ ๓ R = Review ทบทวน หมำยถึง กำรทบทวนประเดน็ สำคัญจำกทอ่ี ่ำนเร่ือง
ไตรภมู ทิ ัง้ หมดจบแลว้
๑. สาระสาคัญ ของไตรภูมิพระร่วง ตอนมนสุ สภมู ิ หน้า ๑๓๙-๑๔๐ คอื อะไร
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 44
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน คะแนนก่อนเรียน......
การอา่ นแปลความ คะแนนหลังเรยี น......
คาชี้แจง ◌ วงกลม คำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว ก่อนเรยี น ใชป้ ำกกำสแี ดง
หลงั เรยี นใช้ปำกกำสนี ้ำเงนิ
๑.ข้อใด ไม่ได้ กล่าวถึงในขอ้ ความต่อไปน้ี
“เข่ือนรัชชประภำ หรือเข่ือนเชี่ยวหลำน จังหวัดสุรำษฏร์ธำนี ต้ังอยู่ในเขตอุทยำนแห่งชำติเขำสก
มีลักษณะเป็นภูเขำหินปูน ยอดแหลม แนวหน้ำผำสูงชัน บรรยำกำศสวยงำมจนได้รับสมญำนำมว่ำ
กุ้ยหลินเมืองไทย ณ ที่แห่งน้ีมีกิจกรรมมำกมำยท่ีคอยสร้ำงควำมประทับใจแก่นักท่องเที่ยวท้ังนอนแพ
พำยเรอื คำยคั เกบ็ ภำพไอหมอกกระทบกบั แสงแดดลอยเหนือนำ้ ในยำมเช้ำ”
๑. ลกั ษณะทำงภมู ศิ ำสตร์ ๒. ฉำยำของเข่ือนเชยี่ วหลำน
๓. กิจกรรมต่ำง ๆ ภำยในเขื่อน ๔. กำรเดินทำงไปเขือ่ นเชยี่ วหลำน
๕. สถำนทตี่ ัง้ ของเข่ือนเชยี่ วหลำน
๒.ขอ้ ใด ไม่ได้ กล่าวถึงเกีย่ วกับนกกระจกเทศในข้อความตอ่ ไปน้ี
นกกระจอกเทศเป็นนกขนำดใหญ่ท่ีสุดในโลก มถี น่ิ กำเนิดในทวปี แอฟรกิ ำ เม่ือใดเต็มท่ีสงู ประมำณ ๒-
๒.๕ เมตร อำยยุ ืนได้ถงึ ๖๕-๗๕ ปี เปน็ นกทีห่ ัวเล็ก คอยำว ตำโต ขำใหญ่แขง็ แรง บนิ ไมไ่ ด้ แตว่ งิ่ เร็วมำก ไม่ดุ
รำ้ ย นกกระจอกเทศหำกนิ ในทุ่งหญ้ำกวำ้ ง เปน็ ฝูงใหญ่ กนิ พชื เมลด็ พืช ผลไม้สุก และสัตวเ์ ล็ก ๆ
๑. นสิ ัย ๒. อำหำร
๓. ลักษณะ ๔. ประโยชน์ ๕. ถ่นิ ที่อยู่
๓.ข้อใด ไม่ได้ กล่าวถึงในขอ้ ความต่อไปนี้
ผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั แม่ฮ่องสอนเป็นประธำนในพธิ ีเปดิ กำรสัมมนำเครือข่ำยเฝำ้ ระวังแจง้ เตือนธรณี
พบิ ตั ิในพื้นท่เี สี่ยง กำรประชุมครง้ั น้ีประกอบดว้ ยผ้นู ำชุมชนและประชำชนท่ีอำศัยอยู่ในเขตภูเขำสูง ซงึ่ มีโอกำส
เกิดนำ้ ป่ำไหลหลำกและดนิ โคลนถล่ม ผลกำรสำรวจพบว่ำระหว่ำงเดอื นมถิ นุ ำยน – สงิ หำคม เป็นชว่ งที่มีฝน
ตกหนักอำจเกิดภยั ได้ จึงต้องแนะนำประชำชนใหเ้ ตรยี มพร้อม
๑. ผ้เู ข้ำสมั มนำ ๒. จุดมงุ่ หมำยของกำรสมั มนำ
๓. พื้นทอ่ี ำจเกิดภัยพบิ ัติ ๔. สำเหตทุ ที่ ำให้เกิดภยั พิบัติ
๕. ระยะเวลำในกำรประชุมสมั มนำ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 45
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๔.ข้อใด ไมไ่ ด้ กลา่ วถึงเกย่ี วกับ “งู” ในขอ้ ความต่อไปน้ี
ปัญหำงูเขำ้ บ้ำนเกดิ ข้ึนได้บ่อย ๆ เน่อื งจำกกำรขยำยตัวของเมืองเข้ำไปรุกล้ำท่ีอยู่อำศัยของงู ทำใหง้ ู
ตอ้ งปรับตัว และลำ่ เหย่ือท่ีมอี ยใู่ นเมืองเปน็ จำนวนมำก เช่น หนใู นท่อระบำยนำ้ ตำมบ้ำนเรอื น งชู อบอำศยั
อย่ใู นท่ีมืด เปน็ โพรงและแหง้ เมือ่ เข้ำสู่ฤดฝู น งูไม่สำมำรถอำศัยในบริเวณเดมิ ได้ จงึ ตอ้ งย้ำยที่อำศยั เพื่อควำม
ปลอดภัย ควรจัดบำ้ นเรอื นให้สะอำดไมเ่ ปน็ ทอ่ี ำศยั ของหนู และถำงหญ้ำบรเิ วณบำ้ นไม่ให้เปน็ ป่ำรก
๑. ชนิด ๒. ท่อี ยู่
๓. อำหำร ๔. ลักษณะนิสยั ๕. กำรปอ้ งกัน
๕. ข้อใด ไม่ได้ กล่าวถึงเกย่ี วกบั ไพล ในข้อความต่อไปน้ี
ไพลเปน็ ไม้ล้มลุกมีเหง้ำอยู่ใต้ดิน เปลือกมีสีน้ำตำลแกมเหลือง เน้ือด้ำนในสีเหลืองถึงเหลืองแกมเขียว
แทงหน่อหรือลำต้นเทียมข้ึนเป็นกอ เหง้ำไพลแก่ท้ังสดและแห้งจะเผ็ดเล็กน้อย วิธีปลูกใช้เมล็ดหรือเหง้ำ
ในประเทศไทยนยิ มปลูกกันมำกที่จังหวัดกำญจนบุรี สุพรรณบุรี คนไทยสมัยก่อนใช้ไพล แก้อำกำรเคล็ด
ขดั ยอก ฟกช้ำบวม ขอ้ เทำ้ แพลง
๑. รสชำติ ๒. สรรพคณุ
๓. ถน่ิ กำเนดิ ๔. กำรขยำยพันธุ์ ๕. ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์
๖. ขอ้ ใด ไมไ่ ด้ กลา่ วถึง มะไฟจนี ในขอ้ ความต่อไปน้ี
มะไฟจนี เปน็ พชื ตระกูลสม้ ชนิดหน่งึ เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ออกผลตำมลำต้นและกิ่งเปน็ พวงคล้ำยมะไฟ
ผวิ เรียบ เปลอื กบำง จงึ กนิ ได้ท้ังเปลอื ก เน้ือใสฉ่ำน้ำ รสหวำนอมเปรยี้ ว มีกลน่ิ หอมของน้ำมนั หอมระเหยที่
เปลอื กเหมือนกบั เปลือกสม้ เปน็ พชื สมนุ ไพรท่มี ีสำรตำ้ นอนุมูลอิสระ ปัจจุบันมะไฟจีนเชื่อมแห้งได้กลำยเป็น
ของฝำกขน้ึ ช่ือประจำจงั หวดั นำ่ น
๑. ประโยชน์ ๒. กำรแปรรูป
๓. วธิ ีรับประทำน ๔. ลักษณะของผล ๕. ขนำดของลำตน้
๗. ขอ้ ใด ไมไ่ ด้ กลา่ วถงึ เกีย่ วกับ รถไฟ ในข้อความต่อไปน้ี
รถไฟใตด้ ินควำมเร็วสงู ทเ่ี พ่ิงเปดิ บรกิ ำรนำ่ จะเร็วท่ีสุดในโลก ว่ิงเช่ือมระหวำ่ งสนำมบินนำนำชำตกิ บั
สถำนีรถไฟใตด้ นิ กลำงกรุงปักกงิ่ โดยใชเ้ วลำเพียง ๑๙ นำที แตล่ ะขบวนรองรบั ผ้เู ดนิ ทำงได้ ๑,๕๐๐ คน ทุกตู้
โดยสำรมีพ้ืนทสี่ ำหรับ ผพู้ กิ ำรท่ีใชร้ ถเข็น นอกจำกนยี้ งั มชี ่องเสียบยูเอสบี (USB) ทกุ ท่นี ั่งอกี ด้วย
๑. ประเภท ๒. ขนำดควำมจุ
๓. บริกำรพิเศษ ๔. เส้นทำงทว่ี ่ิง ๕. อตั รำควำมเร็ว