The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียน ภาษาไทย ท33101

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารประกอบการเรียนท33101 ปรับปรุง64

เอกสารประกอบการเรียน ภาษาไทย ท33101

Keywords: เอกสารประกอบการเรียน

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 96

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรดำสตั วท์ ่เี กิดในครรภม์ ำรดำ แรกทเี ดียวมีขนำดดงั กล่ำวแลว้ ตำ หู จมูก ลิน้ รวม ๔ รปู นีจ้ งึ เกิด
เป็นลำดบั ต่อมำ รปู เหล่ำนเี้ กิดจำกกรรม ต้องปฏิสนธจิ ึงเกิด (ตอ่ จำกนัน้ เกิดรูปอำหำร ต้องมีอำหำรทีแ่ มก่ ินจึง
เกดิ เกดิ หลงั จำกเกดิ รูป ๒ กลมุ่ ดังกลำ่ วแล้ว) เม่อื เกิดรูปใจซ่งึ อำศัยจิตดวงที่ ๒ มำเกิด จะเกิดรปู ๘ รูป
ช่ือ “กลุ่มรูปท่ีมจี ติ เปน็ สมุฏฐาน” เมือ่ เกดิ รูปซึง่ เกิดจำกฤดู เปน็ รูปซง่ึ อำศัยกำรดำรงอยู่ จะเกดิ รปู ๘ รปู ขนึ้
ชอ่ื “กลุ่มรปู ที่มีฤดเู ป็นสมุฏฐาน” เมอื่ เกดิ รูปอำหำรซึ่งอำศัยโอชำรสที่มำรดำกินข้ำวน้ำน้ัน จะเกดิ รปู ๘ รูป
ชอ่ื “กลุ่มรปู ที่มอี าหารเป็นสมฏุ ฐาน”

รูปท่จี ะเกิดเปน็ ชำยก็ดี หญิงก็ดี เกดิ ตง้ั แต่แรกเป็นกลละ แล้วโตข้ึนวนั ละเลก็ ละนอ้ ย ครัน้ ถงึ ๗ วัน
เป็นดงั นำ้ ล้ำงเนื้อเรยี กว่ำ “อัมพทุ ะ” อัมพทุ ะโตข้ึนทุกวัน เม่อื ถึง ๗ วัน ข้นดงั ตะกัว่ เช่ือมอย่ใู นหม้อ
เรยี กวำ่ “เปสิ” เปสนิ ้ันโตขน้ึ ทกุ วัน เมื่อถงึ ๗ วัน แข็งเป็นก้อนเหมือนไข่ไก่ เรยี กว่ำ “ฆนะ” ฆนะนน้ั โตขนึ้ ทุก
วัน เมือ่ ถึง ๗ วนั เปน็ ตมุ่ ออกได้ ๕ แห่งเหมอื นหูดเรียกวำ่ “ปัญจสาขา” หดู นน้ั เป็นมอื ๒ ข้ำง เปน็ เท้ำ ๒ ข้ำง
เปน็ ศีรษะอนั หน่งึ ต่อจำกนั้นไปโตขนึ้ ทกุ วนั เมื่อถงึ ๗ วนั เปน็ ฝำ่ มือ เปน็ นวิ้ มือ ตอ่ จำกน้ันไปเมื่อถงึ ๗ วัน
ครบ ๔๒ วัน จึงเป็นผม เปน็ ขน เปน็ เลบ็ มือ เล็บเทำ้ ครบอวยั วะเป็นมนษุ ยท์ ุกประกำร

รูปของสัตว์เกิดในครรภ์มี ๑๘๔ รูป คือ ส่วนกลำง (ต้ังแต่คอถึงสะดือ) มี ๕๐ รูป รูปส่วนบน (ตั้งแต่
คอถึงศีรษะ) มี ๘๔ รูป รูปส่วนเบ้ืองต่ำ (ต้ังแต่สะดือถึงฝ่ำเท้ำ) มี ๕๐ รูป สัตว์เกิดในครรภ์นั่งอยู่กลำงท้อง
มำรดำหันหลังมำติดหนังท้องมำรดำ อำหำรที่มำรดำรับประทำนเข้ำไปก่อน จะอยู่ใต้สัตว์เกิดในครรภ์
ส่วนอำหำรท่ีมำรดำรับประทำนเข้ำไปใหม่ จะอยู่บนสัตว์เกิดในครรภ์ สัตว์เกิดในครรภ์มีควำมลำบำกอย่ำงยิ่ง
น่ำเกลยี ด นำ่ เบือ่ หนำ่ ยเหลือประมำณ ท้ังชื้นสกปรกมีกลิ่นเหม็น ตัวตืดและพยำธิไส้เดือน ๘๐ ตระกูลที่อำศัย
ปนกันอยู่ในท้องมำรดำ ถ่ำยอุจจำระ ถ่ำยปัสสำวะในท้องมำรดำนั้น ท้องมำรดำของสัตว์ที่เกิดในครรภ์เป็นที่
คลอดลกู เปน็ ท่ีเกดิ เปน็ ท่แี ก่ เป็นที่ตำย เป็นปำ่ ชำ้ ของพยำธเิ หลำ่ นั้น เหล่ำตัวตดื และพยำธิไส้เดือนเหล่ำนั้นได้
ชอนไชสตั วเ์ กดิ ในครรภน์ ้ันเหมือนหนอนท่ีอยู่ในปลำเนำ่ และในอำจมน้ัน สำยสะดือของสัตว์เกิดในครรภ์กลวง
ดังสำยบัวอุบล ปำกสะดือกลวงขึ้นไปเบ้ืองบนติดหลังท้องมำรดำ ข้ำว น้ำ อำหำร และโอชำรสที่มำรดำกินเข้ำ
ไป เป็นน้ำชุ่มซึมเข้ำไปตำมสำยสะดือในท้องสัตว์ที่เกิดในครรภ์ทีละน้อย ๆ สัตว์ที่เกิดในครรภ์ได้กินอำหำร
ดังกล่ำวทุกวัน ทุกเช้ำเย็น อำหำรเข้ำไปอยู่เหนือศีรษะทับศีรษะสัตว์เกิดนั้น สัตว์เกิดนั้นได้รับทุกข์มำกนัก
สัตว์เกิดน้ันจะอยู่เหนืออำหำรท่ีมำรดำกินเข้ำไปก่อน เบื้องหลังสัตว์น้ันติดกับหนังท้องมำรดำ น่ังยอง ๆ อยู่
กำมือทั้ง ๒ ไว้ที่หัวเข่ำ คู้หัวเข่ำทั้งสอง เอำศีรษะไว้เหนือหัวเข่ำ ขณะน่ังอยู่เลือดและน้ำเหลืองหยดลงเต็มตัว
ทีละหยดทุกเม่ือ เหมือนลิงเม่ือฝนตกนั่งกำมือซบเซำอยู่ในโพรงไม้นั้น ในท้องมำรดำน้ันร้อนรุมนักหนำ ดุจดัง
คนเอำใบตองไปจุดไฟเผำและต้มน้ำในหม้อ อำหำรทุกสิ่งที่มำรดำกินเข้ำไปถูกเผำไหม้และย่อย ส่วนสั ตว์ที่
เกิดขึ้นในครรภ์ ไฟธำตุไม่ไหม้ เพรำะบุญของสัตว์ที่เกิดในครรภ์จะเกิดเป็นมนุษย์ จะไม่ไหม้และไม่ตำยเพรำะ
เหตุน้ัน

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 97

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อน่งึ สตั วท์ ี่เกดิ ในครรภ์ไม่หำยใจเข้ำหำยใจออกเลย ไม่ได้เหยียดมือและเท้ำออกเช่นเรำท่ำนทั้งหลำย
นี้แม้แต่คร้ังเดยี ว ตอ้ งเจบ็ ปวดตนเหมือนถูกขังไว้ในไหท่ีคับแคบมำก คับแค้นใจและเดือดร้อนใจอย่ำงยิ่ง ไม่ได้
เหยียดมือและเท้ำออกเหมือนถูกขังในที่แคบ เม่ือมำรดำเดินก็ดี นอนก็ดี ลุกขึ้นก็ดี สัตว์ท่ีเกิดในครรภ์จะ
เจ็บปวดประหน่ึงวำ่ จะตำย เหมอื นลูกเน้ือทรำยคลอดใหม่ตกอย่ใู นมอื คนเมำเหลำ้ ถำ้ ไม่เช่นน้ันก็เป็นเหมือนดัง
ลูกงทู ่หี มอเอำไปเล่น นับไดว้ ำ่ ควำมทุกขล์ ำบำกใจนกั หนำ ไมไ่ ดล้ ำบำกเพียง ๒ วัน ๓ วัน แล้วพ้นควำมลำบำก
ต้องอยู่ยำกลำบำก ๗ เดือน บำงครำว ๘ เดือน บำงครำว ๙ เดือน บำงครำว ๑๐ เดือน บำงคน ๑๑ เดือน
บำงคนครบหน่งึ ปจี งึ คลอดก็มี

*****************

“9 เดือน มหัศจรรย์พฒั นาการทารกในครรภ์”
20 มถิ ุนำยน 2559 พ.ต.อ.พญ. บงกช นรำพฒุ ิ
https://www.samitivejhospitals.com/

กำรตั้งครรภเ์ ป็นช่วงท่ีเตม็ ไปด้วยควำมต่นื เตน้ สำหรับผูห้ ญิง กำรมีชวี ิตเล็กๆ อยู่ในตัวเรำถอื เปน็
ช่วงเวลำทีม่ หศั จรรย์ทค่ี ณุ มีร่วมกับชวี ติ นอ้ ยๆ ในแตล่ ะสัปดำห์มีกำรเปล่ียนแปลงมำกมำย และจำเปน็ ทีค่ ุณแม่
จะต้องทรำบทุกกำรเปลีย่ นแปลงและทุกพฒั นำกำรของทำรก
เดือนแรก – ปฏสิ นธิ

ช่วงแรกสุดของชีวิตคือกำรที่ไข่ผสมกับสเปิร์มและสร้ำงเป็นตัวอ่อนในระยะสัปดำห์ท่ี 2-4 นับจำก
วันแรกของรอบเดือนรอบสุดท้ำย ไข่ที่ได้รับกำรผสมแล้วจะค่อยๆ เคลื่อนมำตำมท่อนำไข่ และฝังตัวที่มดลูก
ขณะท่ีไข่เคลื่อนตัวมำนั้น เซลล์จะเริ่มแบ่งตัวเพ่ิมจำนวนมำกขึ้น เม่ือถึงตอนท่ีตัวอ่อนมำถึงมดลูกจะมีเซลล์
ประมำณ 100 เซลล์ หลังจำกหนึ่งสัปดำห์ ไข่ที่ได้รับกำรผสมแล้วจะฝังตัวท่ีผนังมดลูก ซ่ึงถือว่ำกระบวนกำร
ปฏสิ นธิสมบูรณแ์ ล้ว
เดอื นที่ 2 – พัฒนาการเบื้องต้น

เมื่อตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มเห็นพัฒนำกำรได้ชัดขึ้น เรำจะเริ่มเห็นศีรษะทำรก
ซ่งึ จะใหญ่กวำ่ อวัยวะอื่นๆ ไม่ว่ำจะเป็นหน้ำ มือ หรือเท้ำ หำกทำอัลตรำซำวด์ตอนนี้ คุณแม่จะเห็นว่ำตัวทำรก
ขยับไปมำ ได้เห็นหัวใจเล็กๆ เต้นตุบๆ สำยสะดือซ่ึงทำหน้ำท่ีเป็นปอดนำออกซิเจนจำกแม่มำสู่ลูก เป็นสำยที่
นำอำหำรมำเลีย้ งลกู ในชว่ งน้ีทำรกจะมีรูปรำ่ งกลมๆ ยำวประมำณ 2-3 เซนติเมตร
เดือนที่ 3 – สมองและกล้ามเนื้อประสานกัน

ตอนนีอ้ วยั วะบนหน้ำของทำรกเกือบจะสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่ตำยังปิดอยู่เท่ำน้ัน สมองและกล้ำมเน้ือ
เริ่มทำงำนประสำนกัน กล้ำมเนื้อกำลังพัฒนำ จะเห็นได้ว่ำแขนขำของทำรกจะขยับไปมำ ข้อต่ำงๆ
เริ่มประสำนกัน นิว้ มือและนิ้วเท้ำพัฒนำจนสมบูรณแ์ ลว้ และงอไดด้ ว้ ย เลบ็ งอกยำว ทำรกจะเริ่มดูดน้ิวและอำจ
กลืนนำ้ ครำ่ หรอื ลอยตัวในนำ้ ครำ่ ซึ่งทำหนำ้ ทีห่ ่อหุ้มและปกป้องร่ำงกำยเล็กๆ ไว้อย่ำงดี หลังจำก 3 เดือนแรก
ไปแล้ว อวัยวะของทำรกจะเร่ิมเป็นรูปร่ำงมีพัฒนำกำร คุณแม่จะต้องระวังในช่วงน้ี อย่ำรับประทำนยำหรือ
อำหำรท่อี ำจเป็นอนั ตรำย ตอนน้ีทำรกมีขนำดประมำณ 10-12 เซนตเิ มตร

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 98

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เดอื นที่ 4 – หญิงหรือชายนะ

ตอนนที้ ำรกมีแขนและข้อต่อท่ีสมบูรณ์ กล้ำมเนื้อแข็งแรง ทำรกสำมำรถเคลื่อนไหวได้มำกข้ึน คุณแม่

มอื ใหมอ่ ำจจะยังไม่รู้สึกว่ำลูกด้ิน นอกจำกน้ีขนและผมจะเร่ิมงอกท่ัวร่ำงกำย คุณหมอสำมำรถทำอัลตรำซำวด์

ท่ีท้องเพ่ือฟังเสียงหัวใจทำรกได้ ไตเริ่มจะทำงำนเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ถ้ำเทียบกับเดือนก่อนหน้ำน้ี จำนวน

เส้นประสำทและกล้ำมเนื้อจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่ำ ระยะนี้ทำรกจะเตะ ยืดน้ิวมือน้ิวเท้ำ ร่ำงกำยจะพัฒนำ

จนสำมำรถมองเห็นอวัยวะเพศทำรกได้ถ้ำตรวจด้วยอัลตรำซำวด์ ตอนนี้ทำรกจะมีขนำด 16-18 เซนติเมตร

และมนี ำ้ หนกั ประมำณ 200 กรัม

เดอื นท่ี 5 – รบั รู้โลกนอกครรภ์

ช่วงน้ีทำรกจะโตเร็วมำก คุณแม่จะรู้สึกได้บ่อยๆ ว่ำลูกดิ้น ฟันเริ่มพัฒนำอยู่ใต้กรำม ผมเริ่มงอก

กล้ำมเน้ือก็จะแข็งแรงย่ิงขึ้น ทำรกจะสร้ำงไขมันเพ่ือปกป้องผิวหนังและผม ค้ิวและขนตำกำลังพัฒนำ

นอกจำกนี้ทำรกจะเพิ่มพัฒนำสัมผัสรับรู้ในด้ำนต่ำงๆ ไม่ว่ำจะเป็นรสชำติ กลิ่น และเสียง แม้ว่ำตำจะยังปิด

แตท่ ำรกจะสมั ผัสถึงแสงจ้ำได้ ไดย้ ินสิ่งที่คุณพูดและรู้สึกเมื่อคุณลูบท้องเบำๆ ตอนท้ำยของเดือนที่ 5 ทำรกจะ

เร่ิมปัสสำวะปนมำในนำ้ คร่ำ ตอนน้ีทำรกจะมขี นำด 20-25 เซนตเิ มตร และมนี ้ำหนกั ประมำณ 400 กรมั

เดือนที่ 6 – การตอบสนองต่อสิ่งเร้า

ในระยะนี้คุณแม่จะรู้สึกว่ำทำรกบิดตัวไปมำ ตอนน้ีทำรกจะโตช้ำกว่ำตอนแรกเพ่ือให้อวัยวะภำยใน

ร่ำงกำย เช่น ปอด ระบบทำงเดินอำหำร และระบบภูมิคุ้มกันในร่ำงกำยพัฒนำ ทำรกจะได้ยินเสียงหัวใจแม่

เสียงอื่นๆ และดนตรี และอำจจะมีปฏิกิริยำตอบสนองต่อกำรกระทำของแม่ ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่สำมำรถ

คุยกับลูกในครรภ์ได้ ทำรกอำจจะดูผอมเพรำะมีไขมันใต้ผิวหนังไม่มำก เดือนนี้ทำรกจะมีควำมยำวประมำณ

30 เซนตเิ มตรและนำ้ หนักประมำณ 600 กรัม

เดือนที่ 7 – ลืมตาแล้ว

ในเดือนน้ีทำรกจะเริ่มสะสมไขมันใต้ผิวหนังทั่วทั้งตัวเพื่อรักษำควำมอบอุ่นให้แก่ร่ำงกำย รวมทั้ง

ปกป้องผิวหนังจำกของเหลวอื่นๆ ปอดจะพัฒนำ หนังตำเร่ิมเปิด ตำจะมองเห็นแสงผ่ำนหน้ำท้องของแม่ได้

ทำรกจะขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงดังๆ จังหวะกำรเต้นของหัวใจจะเปลี่ยนตำมแสงและเสียงที่ทำรกสัมผัสได้

นอกจำกนี้จะเริ่มพัฒนำตุ่มรับรส ตอนนี้ทำรกมีควำมยำว 35 เซนติเมตร และหนักประมำณ 1,000-1,200

กรมั ถำ้ คลอดในตอนนี้ อัตรำกำรรอดชวี ิตจะค่อนข้ำงสูงเน่อื งจำกอวัยวะสำคญั เร่มิ ทำงำนเป็นปกติแลว้

เดือนท่ี 8- เตรยี มคลอด

ในเดือนท่ี 8 ร่ำงกำยของทำรกจะดูเหมือนทำรกแรกเกิด ร่ำงกำยแข็งแรง ศีรษะจะเร่ิมหันมำทำงปำก

มดลูก สำมำรถมองเห็นกำรเคลื่อนไหวของทำรกได้จำกหน้ำท้อง ในเดือนนี้คุณแม่อำจมีกำรเจ็บท้องเตือน

เนื่องจำกมดลูกบีบตัว เพ่ือช่วยให้ทำรกมีควำมพร้อม ทำรกจะมีควำมยำวประมำณ 40-45 เซนติเมตร

และหนักประมำณ 2,000-2,500 กรมั

เดือนที่ 9 – ยินดดี ้วยกับคุณแมค่ นใหม่

ในเดือนสุดท้ำยของกำรตั้งครรภ์ ทำรกจะอยู่ในตำแหน่งท่ีพร้อมคลอด เล็บจะยำวเร็วขึ้นเพ่ือปกป้อง

ปลำยนิ้ว ผมจะยำวประมำณ 3-5 เซนติเมตร ศีรษะจะอยู่ใกล้ปำกมดลูก และคุณแม่ก็พร้อมจะคลอดได้

ทุกเมอื่ สว่ นใหญ่แล้ว คุณแม่จะคลอดประมำณ 1-2 สปั ดำห์ก่อนครบกำหนด (สัปดำห์ท่ี 40) ทำรกมักมีควำม

ยำวประมำณ 50 เซนติเมตร และหนักประมำณ 2,800-3,000 กรมั

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 99

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การเกิดของมนุษยต์ ามแนวไตรภมู ิและแนววทิ ยาศาสตร์

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 100

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลงั เรยี น คะแนนกอ่ นเรียน............
เรอ่ื ง การเขียนอธิบาย บรรยาย พรรณนา คะแนนหลังเรยี น...........
◌ วงกลมคำตอบที่ถูกต้องทีส่ ุดเพยี งข้อเดยี ว
คาช้แี จง ก่อนเรียนใช้ปากกาสีแดง หลงั เรียนใช้ปากกาสีนา้ เงนิ

๑. ขอ้ ความต่อไปน้ี ไมใ่ ช้ การอธิบายแบบใด

“โรคอบุ ตั ิซำ้ ” เปน็ โรคทก่ี ลับมำระบำดใหม่ หลงั จำกเคยเกิดขึ้นแลว้ หำยไป หรอื พบหลงั จำกท่ไี ม่เคยมี

กำรระบำดในพื้นทีเ่ ดมิ มำเป็นเวลำนำน เช่น โรคเท้ำชำ้ ง ไขท้ รพษิ เป็นต้น

๑. นิยำม ๒. ใหต้ ัวอย่ำง

๓. เปรยี บเทียบ ๔. กล่ำวซำ้ โดยใชถ้ ้อยคำอ่ืน

๒. ข้อความต่อไปนี้ เป็นการอธิบายแบบใด

กำรเดินทำงในสมัยก่อน ใช้เกวียนหรือช้ำงหรือม้ำ ถ้ำไปทำงบก ถ้ำเดินทำงเรือก็ใช้เรือพำยหรือ

เรอื แจว กำรเดนิ ทำงกนิ เวลำนำน ผู้ทมี่ นี ิสยั ทำงกวีจงึ แต่งคำประพนั ธ์พรรณนำหนทำงทผ่ี ำ่ นไป

๑. ใช้ตัวอย่ำง ๒. กลำ่ วตำมลำดบั

๓. ชส้ี ำเหตุและผลลพั ธ์ท่ีสมั พันธก์ นั ๔. เปรยี บเทยี บควำมเหมือนและควำมแตกตำ่ ง

๓. ขอ้ ความต่อไปน้ี ใช้วธิ ีเขียนแบบใด

กระดำษที่ใช้ห่อหรอื ใสอ่ ำหำรโดยเฉพำะพวกกล้วยทอด มันทอด กล้วยปิ้งน้ัน ไม่ควรเป็นกระดำษที่มี

ตัวหนังสือ ท้ังนี้เพรำะหมึกพิมพ์น้ันจะมีพวกโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว โครเมียม แคดเมียมเป็นส่วนประกอบ

ถ้ำหมึกพมิ พไ์ ปถกู อำหำรก็จะตดิ อำหำรไป เรำรบั ประทำนอำหำรเข้ำไปจะสะสมในร่ำงกำยทำให้เกิดโรคต่ำง ๆ

ได้

๑. กำรอธบิ ำยโดยยกตัวอย่ำง ๒. กำรอธิบำยตำมลำดับขั้น

๓. กำรอธิบำยโดยชีเ้ หตแุ ละผลที่สัมพันธก์ ัน ๔. กำรอธิบำยโดยกล่ำวซำ้

๔. ขอ้ ความต่อไปนี้ ใชก้ ลวธิ ีอธบิ ายตามขอ้ ใด

ตกุ๊ ตำชำววงั เป็นตุ๊กตำตัวเท่ำนิ้วมือเด็ก รูปรำ่ งคลำ้ ยคนจริง ๆ โดยใช้ดนิ เหนียวป้นั แล้วจดั ใหอ้ ยูใ่ น

ทำ่ ทำงต่ำง ๆ เช่น น่งั พบั เพียบ เท้ำแขน รอ้ ยดอกไม้ ทไ่ี ด้ช่ือนีเ้ พรำะคนแรกท่ีคิดทำขึ้นเป็นชำววังหลวงใน

รัชกำลที่ ๔ ชือ่ คณุ เถำ้ แกก่ ลีบ

๑. นิยำมและบอกทมี่ ำ ๒. ช้ีแจงตำมลำดับขั้น

๓. นยิ ำมและแนะแนวทำงปฏิบตั ิ ๔. กล่ำวซ้ำดว้ ยถ้อยคำแปลกออกไป

๕. ชส้ี ำเหตแุ ละผลลพั ธ์ท่สี มั พันธ์กนั

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 101

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๕. ข้อความต่อไปนี้ ใช้วิธกี ารอธบิ ายตามแบบใด

ฉลำมหัวบำตรเปน็ ปลำฉลำมในวงศป์ ลำฉลำมครบี ดำ มีชื่อทำงวทิ ยำศำสตรว์ ่ำ Carcharhinus leases

ถนิ่ อำศยั อยู่ในทะเลเขตอบอนุ่ บริเวณชำยฝง่ั นสิ ัยดรุ ้ำย รูปรำ่ งอ้วนป้อม หัวกลมปำ้ นขนำดใหญ่ มขี นำดยำวได้

ถึง ๓๐เมตร หนกั ไดถ้ ึง ๓๐๐ กโิ ลกรัม

๑. ชี้แจงตำมลำดบั ขนั้ ๒. นยิ ำมและบอกลกั ษณะ

๓. เปรียบเทยี บและใชต้ วั อย่ำง ๔. กล่ำวซำ้ ดว้ ยถ้อยคำท่ีแปลกออกไป

๕. ช้ีสำเหตุและผลลัพธ์ท่ีสัมพันธก์ ัน

๖. ขอ้ ความต่อไปน้ใี ชว้ ธิ ีเขียนตามข้อใด

คนนำทำงพำพวกเรำขนึ้ จำกแพเดนิ เข้ำไปในถ้ำซึง่ ค่อนขำ้ งมืด หลำยคนจงึ ถอื ตะเกยี ง บำงคนถือไฟ

ฉำยไปดว้ ย คนที่เปน็ ผู้ใหญค่ อยชว่ ยเด็กๆให้ผ่ำนพน้ ชว่ งทลี่ น่ื และทม่ี แี ง่งหนิ แหลมคม เพื่อไมใ่ หเ้ กิดอันตรำย

เปำ้ หมำยของเรำอยู่ไมไ่ กลนัก น่ันคอื ถำ้ ค้ำงคำวซ่ึงเปน็ ที่อำศัยของคำ้ งคำวจำนวนมำก

๑. กำรอธบิ ำย ๒. กำรบรรยำย

๓. กำรพรรณนำ ๔. กำรอธบิ ำยและกำรบรรยำย

๕. กำรบรรยำยและกำรพรรณนำ

๗. ขอ้ ความต่อไปนีส้ ว่ นใดเป็นพรรณนาโวหาร

๑) รุง่ สำงแล้วชัยแหงนมองใบไมเ้ หนอื ศีรษะ เหมือนผ้ำลูกไมโ้ ปร่งด้วยแสงแดด รำไรท่ีสำดลงมำ / ๒)

เขำก้ำวออกไปสมทบกบั โชค ท้งั สองเดินช้ำๆไปพรอ้ มกันสักพัก / ๓) โชคเลำ่ ถงึ อำกำรของวัวทอ้ งแก่ที่บ้ำนเขำ/

๔) ถ้ำไดล้ ูกวัวก็อำจต้องขำยให้เพอื่ นบ้ำนหลังจำกหย่ำนมแล้ว / ๕) เขำต้องกำรเงินไปลงทุนซอ่ มโรงวัว ก่อนจะ

ถึงฤดฝู น

๑. ส่วนที่ ๑ ๒. ส่วนที่ ๒

๓. สว่ นท่ี ๓ ๔. สว่ นท่ี ๔ ๕. สว่ นท่ี ๕

๘.ขอ้ ใด เป็นบรรยายโวหาร

๑.ชำยหนมุ่ เลย้ี วลดออกจำกถนนสำยหลัก สวนทำงกบั ชำวบ้ำนท่ตี ้อนฝงู ววั อยู่
๒.พ้นเขตเมืองจะมองเห็นถนนลบิ โลง่ ทอดยำวไปกลำงอ้อมกอดของทวิ ไมส้ องฟำกทำง
๓.ดวงตะวนั โผล่พน้ โคง้ ทุง่ ส่องแสงอ่อนอุ่นลูบโลมผืนดนิ และสรรพชวี ติ
๔.ลมเย็นโชยผำ่ นแนวไม้ กรำยไปตำมใบใหญ่ใบน้อยจนฟังเหมอื นเพลงกลอ่ มอำรมณ์
๕.บำงตน้ ใบไม้แห้งปลวิ หลน่ เกลอ่ื นเนินดิน ทิ้งก่ิงก้ำนเปลือยเปลำ่ ยืนนง่ิ งนั

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 102

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

๙.ขอ้ ความส่วนใด เป็นบรรยายโวหาร

๑) โชติเดินตรงเขำ้ ไปในโบสถ์ เพรำะได้ยนิ ว่ำท่ีนม่ี ีจิตรกรรมฝำผนงั โบรำณ/ ๒) ภำพเหนือประตู

ทำงเข้ำเปน็ รปู แม่พระธรณบี ีบมวยผมท่งี ดงำมเหลือบรรยำย/ ๓) ถัดมำเป็นพญำมำรถกู คลนื่ มหึมำชดั กระโชก/

๔) เหล่ำบริวำรมำรตำ่ งว่ำยน้ำเอำตัวรอดอยำ่ งทลุ ักทเุ ล/ ๕) มำรแต่ละตนด้ินรนหนตี ำยด้วยอำกำรหวำดผวำ

๑.สว่ นที่ ๑ ๒.ส่วนที่ ๒

๓.สว่ นที่ ๓ ๔.สว่ นท่ี ๔ ๕.สว่ นท่ี ๕

๑๐.ข้อความส่วนใด เปน็ บรรยายโวหาร

๑) ปัง ! เห็นผ้คู นในห้องโถงว่ิงสับสนอลหมำ่ นจนโกลำหลไปหมด/ ๒) เสียงหวดี รอ้ งด่ังสน่ันเหมอื น

ตั้งใจประสำนเสียงกัน/ ๓) บำงคนพยำยำมวิ่งโครม ๆ หำทำงออกจำกพ้นื ทเ่ี พื่อเอำตวั รอด/ ๔) จนชนขำ้ วของ

ทว่ี ำงเรยี งรำยบนช้ันกระจกหล่นแตกกระจำยเปน็ ชน้ิ เลก็ ชิ้นนอ้ ยเกลื่อนพน้ื / ๕) เจ้ำหน้ำท่ีออกมำประกำศดว้ ย

เครอ่ื งขยำยเสียงขอให้น่ังลงและอยูใ่ นควำมสงบ ทุกคนทำตำม

๑.ส่วนท่ี ๑ ๒.สว่ นที่ ๒

๓.ส่วนท่ี ๓ ๔.ส่วนท่ี ๔ ๕.ส่วนที่ ๕

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 103

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การเขยี นเรียงความ

1. ความหมาย

ประพนธ์ เรอื งณรงค์ และคณะ (2545, น. 87) กล่ำววำ่ เรียงควำม เป็นงำนเขยี นร้อยแกว้
ชนิดหน่งึ ที่ผเู้ ขียนมุ่งถำ่ ยทอดเรอ่ื งรำว ควำมรู้ ควำมคดิ และทัศนคตใิ นเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งด้วยถอ้ ยคำและ
สำนวนทีเ่ รียบเรยี งอย่ำงมลี ำดับขน้ั และสละสลวย

วชั รพงศ์ โกมุทธรรมวบิ ูลย์ และคณะ (2546, น. 207) กล่ำว่ำ เรยี งควำม เป็นงำนเขยี นชนดิ หนึ่งท่ี
ผเู้ ขียนมีจดุ ประสงค์จะถำ่ ยทอดควำมรู้ ควำมคิด ทรรศนะ ควำมร้สู กึ ควำมเข้ำใจออกมำเป็นเรอื่ งรำว
ดว้ ยถ้อยคำ สำนวน ท่ีเรยี บเรียงอยำ่ งชดั เจนและท่วงทำนองกำรเขียนทีน่ ำ่ อ่ำน

เอกฉัท จำรุเมธีชน (2539, น. 123) กล่ำววำ่ กำรเขยี นเรยี งควำม คอื กำรเขียนร้อยแกว้ ใหเ้ ปน็
เร่อื งเปน็ รำวออกมำให้ผูอ้ ่ำนเขำ้ ใจควำมคิดของผเู้ ขยี น

สรุปไดว้ ่ำ เรียงควำม คือ กำรเขยี นรอ้ ยแกว้ ชนิดหนึง่ ท่ถี ่ำยทอดควำมรู้ ควำมคิด ทรรศนะคติ เร่ืองรำว
ตำ่ ง ๆ อย่ำงมรี ูปแบบ ด้วยสำนวนภำษำทีถ่ กู ต้อง และสละสลวย

2. องค์ประกอบของเรียงความ

กองเทพ เคลือบพณชิ กลุ (2542, น. 143-144) อธิบำยไว้ดังนี้
รูปแบบของเรียงควำม ประกอบด้วยองคป์ ระกอบสำคญั 3 ส่วน ดงั นี้
2.1 คานา คือ อำรัมภบทของเรื่อง เป็นกำรเขียนเกริ่นนำเข้ำสู่เรื่องเพ่ือนำเข้ำสู่ประเด็นสำคัญ
เพื่อชักจูงให้ผู้อ่ำนเกิดควำมสนใจเร่ืองนั้น กำรเขียนคำนำน้ีอำจข้ึนต้นด้วยข้อคิด คำคม ภำษิต หรือบทกลอน
ก็ได้ แตต่ ้องใชภ้ ำษำท่กี ระชบั รัดกมุ เพือ่ ใหเ้ ปน็ ภำษำที่สละสลวยนำ่ อำ่ น
2.2 เนือ้ เรื่อง หมำยถงึ สำระสำคญั ของเร่อื งท่ีผเู้ ขยี นต้องแสดงควำมรู้ หรือ ควำมคิดอย่ำงกว้ำงขวำง
และสมบูรณ์ ตรงตำมหัวข้อเร่ืองท่ีเขียน ต้องลำดับควำมดี มีรำยละเอียดเพียงพอที่จะครอบคลุมเน้ือเร่ือง
ทั้งหมด กำรเขียนแบ่งเป็นย่อหน้ำ ๆ มีของเขต มีหลักฐำนอ้ำงอิง มีน้ำหนัก มีเหตุผล มีเอกภำพ
และสัมพันธภำพ และมีสำรัตถภำพ ใช้ภำษำเขียน ใช้สำนวนภำษำดี ควรอ้ำงอุทำหรณ์ต่ำง ๆ มำประกอบ
เป็นเชิงสำธกโวหำร อุปมำโวหำร และอำจมคี ำร้อยกรองมำประกอบเรื่องด้วย จะทำให้ส่วนของเน้ือหำมีคุณค่ำ
ย่งิ ขน้ึ
2.3 สรปุ เปน็ กำรเขียนขมวดเรอื่ งให้จบบรบิ รู ณ์ เพ่ือทิ้งท้ำยให้ผู้อ่ำนได้เข้ำใจอย่ำงชัดเจนว่ำ ผู้เขียน
ต้องกำรจะให้อะไรแก่ผู้อ่ำน โดยสรุปด้วยกำรฝำกข้อคิดเห็นต่ำง ๆ ด้วยคำคม สุภำษิต คำขวัญ หรือสรุป
ด้วยกำรย่อสำระสำคัญของเร่ืองท่ีเขียนมำ สรุปด้วยกำรทิ้งท้ำย สรุปด้วยกำรวิงวอนขอร้องให้ปฏิบัติ หรือ
เว้นปฏิบัติ และอำจเสนอบทร้อยกรองเก่ียวข้องกับเรื่องมำประกอบด้วยด้วย จะทำให้ส่วนของสรุปเรื่อง
มคี ุณค่ำมำกยิง่ ขนึ้

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 104

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. ขนั้ ตอนการเขยี นเรียงความ

สนทิ ต้ังทวี (2528, น. 161-162) กลำ่ ววำ่ กำรเขียนเรยี งควำมมีขน้ั ตอนในกำรเขียนดังน้ี
1. กำรเลอื กเร่ืองท่จี ะเขียน ควรเลอื กเรื่องที่ตนเองมีควำมสนใจและเรื่องทตี่ นเองมีควำมรู้เกย่ี วกบั
เรอื่ งนน้ั มำกทส่ี ุดมำเขียน
2. กำรกำหนดขอบเขตของหัวเรือ่ ง กำหนดขอบเขตของหัวข้อเรือ่ งให้พอเหมำะช้เี ฉพำะลงไป
มจี ุดมงุ่ หมำย พรอ้ มทัง้ คำนึงถึงเพศ วยั ระดับกำรศึกษำ และควำมสนใจของผู้อ่ำนประกอบด้วย
3. กำรแสวงหำข้อมูลเพ่ือนำมำประกอบเรื่อง ข้อมลู ท่ีไดจ้ ำกกำรค้นควำ้ รวบรวมต้องนำมำคดั เลือก
เฉพำะส่วนท่ีจำเป็นและสอดคลอ้ งกบั หัวข้อเรอ่ื งโดยเรียงลำดับตำมตำมควำมสำคัญ เพื่อทำเป็นโครงเร่ือง
ต่อไป
4. กำรวำงโครงเร่ือง ต้องจดั ลำดับควำมคดิ ให้ตอ่ เนื่องสัมพันธ์กันตลอดท้งั เร่ือง แยกประเด็นใหญ่
และประเดน็ ย่อยออกจำกกนั ให้ชดั เจน และต้องรู้วำ่ อะไรควรจะพดู กอ่ นหรือหลัง
5. กำรแสดงออก ผูเ้ ขยี นต้องแสดงออกถงึ ควำมรู้และควำมคิดท่เี ป็นประโยชน์ โดยอำศัยโครงเร่ือง
เปน็ แกนกลำง
6. กำรตรวจทำน หลังกำรเขียนเสร็จแล้วควรตรวจทำนอยำ่ งรอบคอบ เกี่ยวกบั ภำษำท่เี ขียน
ตัวเขียน กำรเวน้ วรรคตอน และกำรสะกดกำรันต์ เป็นต้น

กองเทพ เคลือบพณิชกลุ (2542, น. 146) กลำ่ ววำ่ ขัน้ ตอนกำรเขยี นเรียงควำม ประกอบด้วย
1. เลือกหัวเรอื่ งให้เหมำะสม หมำยถึง กำรรู้จักเลอื กเรอื่ งท่ีเรำมีควำมร้คู วำมเขำ้ ใจมำกที่สุด อยำ่ เลือก
เรื่องที่ไม่แน่ใจ หรือแบบเล่ือนลอย ขำดหลักฐำนอำ้ งองิ เปน็ อนั ขำด
2. ตคี วำมหมำยของเร่ืองใหต้ รงประเด็น หมำยถงึ กำรกลำ่ วให้ตรงจดุ ไม่พูดอ้อมค้อม วกวน
3. วำงโครงเร่ือง ควรแยกควำมสำคญั ของเร่ืองออกเปน็ ประเดน็ ต่ำง ๆ ให้กว้ำงขวำงสมบรู ณ์
4. จัดรูปแบบและสัดส่วนของเร่ืองใหเ้ ป็นระเบียบ
5. ขยำยควำมแต่ละตอนด้วยควำมประณีต
6. ใช้ศิลปะในกำรผกู ประโยค กำรลำดบั ควำมคิด และกำรถ่ำยทอดควำมรู้ หรอื ควำมคิดอยำ่ งมีศลิ ปะ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 105

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. การเขยี นเรยี งความตามรูปแบบ

4.1 การเขยี นคานา

ประพนธ์ เรืองณรงค์ และคณะ (2545, น. 88-90) กลำ่ วไวว้ ำ่
4.1.1 การเขียนคานาอย่างตรงไปตรงมา เช่น
เวยี งจนั ทนห์ รือนครที่งดงำมรำวดวงจนั ทร์ เปน็ นครหลวงของประเทศลำวท่ีพวกเรำ
แสนค้นุ เคย ตั้งอยแู่ ค่ข้ำมฝั่งโขงจงั หวัดหนองคำยเท่ำน้ัน คนไทยนิยมขำ้ มไปเท่ียวเวยี งจันทน์กนั มำก เพรำะไป
มำสะดวก คำ้ ขำยกนั ไดง้ ่ำย ไมต่ อ้ งอำศัยพำสปอรต์ หรือทำวีซำ่ ใหห้ นกั หนำเสยี เวลำแต่อย่ำงใด
4.1.2 การเขยี นคานาดว้ ยการให้คาจากดั ความ เช่น
อเมนิตี้ (Amenity) เป็นคำภำษำอังกฤษ หมำยถึง “ควำมอ่อนโยน สุภำพ พอใจ ควำมสุข”
จะแปลวำ่ อะไรกแ็ ลว้ แตข่ นึ้ อยู่กบั หนำ้ ทข่ี องคำกับลักษณะของประโยค เม่ือรวมกันเข้ำกับคำว่ำ ทัวร์ (Tour) ท่ี
หมำยถึง “กำรเดินทำงท่องเท่ียว” ก็จะเกิดเป็นวลีที่ให้ควำมหมำยถึง “กำรเดินทำงท่องเท่ียวที่มีควำมสุข”
เป็นวลีท่ีนำ่ ฟงั และเปน็ ควำมปรำรถนำของนักเดินทำงทุกคน ท่ีจะท่องเท่ียวอย่ำงมีควำมสุข ด้วยเหตุน้ีเองจึงมี
กลุ่มผู้ประกอบกำรท่องเท่ียวที่อยำกจะสร้ำงสรรค์ควำมปรำรถนำที่เป็นจริงให้กับนักเดินทำง โดยเฉพำะ
ท่องเท่ียวทง้ั ครอบครวั
4.1.3 การเขยี นคานาดว้ ยถอ้ ยคาทก่ี ระตุ้นให้ผอู้ ่านสงสัยใครร่ ู้ เช่น
อำหำรทุกมือ้ ท่เี รำรบั ประทำนนัน้ จะมีสกั กีค่ นท่ีรู้วำ่ นอกจำกจะให้คุณค่ำทำงโภชนำกำรและ
ควำมเอร็ดอร่อยแล้ว อำจแฝงไว้ดว้ ยพิษอะไรบำ้ งท่ีเรำไม่อำจมองเห็นได้
4.1.4 การเขียนคานาด้วยข่าว เหตุการณ์ หรอื ปัญหาเร่งด่วนท่กี าลงั เกิดขึ้นในสังคม เชน่
“อเมริกำทรุดเวริ ์ลเทรดถลม่ ” ขอ้ ควำมดังกลำ่ วเป็นพำดหัวข่ำวในหนงั สือพมิ พช์ ือ่ ดังฉบบั
หนึ่งซง่ึ ทำให้คนทงั้ โลกตะลงึ กำรก่อวินำศกรรมกรณีอำคำรเวริ ล์ เทรดเซ็นเตอร์ประเทศสหรฐั อเมรกิ ำได้
ก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบไปทัว่ โลก แมก้ ระท่ังประเทศไทยกไ็ ดร้ ับผลกระทบทำงเศรษฐกิจหลำยประกำร รัฐบำลจงึ
ตอ้ งออกนโยบำยต่ำง ๆ เพ่ือแก้ไขปัญหำเศรษฐกิจอยำ่ งเร่งด่วน
4.1.5 การเขยี นคานาด้วยคาพดู คาคม สภุ าษติ หรอื บทกวีท่ีน่าประทบั ใจ เช่น
“คนสวยโพธำรำม คนงำมบ้ำนโปง่ เมอื งโอ่งมังกร วดั ขนอนหนงั ใหญ่ ต่ืนใจถำ้ งำม ตลำดนำ้
ดำเนิน เพลินคำ้ งคำวรอ้ ยล้ำน ย่ำนยส่ี กปลำดี”
รำชบุรีเป็นเมืองเก่ำแก่ต้ังแต่สมัยสุวรรณภูมิ มีอำรยธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดี
งำมท่ีสืบทอดมำหลำยช่ัวอำยุคน ในแต่ละอำเภอของจังหวัดรำชบุรีน้ันมีกำรสืบทอดอำรยธรรมแตกต่ำงกัน
ออกไปตำมขนบธรรมเนียมประเพณีท่ีบรรพบุรุษสืบสำนจำกรุ่นปู่ ย่ำ ตำ ยำย ไปสู่รุ่นลูก หลำน เหลน ล้ือ
จำกอดีตจนถึงปัจจุบันท้องถ่ินของข้ำพเจ้ำเจริญรุ่งเรืองไปตำมกระแสของเวลำ วัฒนธรรม และสังคม เฟ่ืองฟู
ร่มเย็นเป็นแผน่ ดนิ ทองภำยใต้พระมหำกรณุ ำธคิ ณุ ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ ัวซง่ึ เป็นเหนือเกลำ้ ชำวไทย

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 106

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนิท ตง้ั ทวี (2528, น. 162-163) กล่ำวำ่
กำรเขยี นคำนำนั้นมหี ลำยอย่ำง ดงั นี้
4.1.1 การเขยี นคานาด้วยการถาม เชน่

อนั คำว่ำ ตำ่ งภำษำ น้นั คืออะไร

4.1.2 การเขยี นคานาดว้ ยการเล่าเรื่อง เช่น
“ทำงเส้นนั้นผ่ำนป่ำไผ่สีสุก สูงละล่ิวไปตำมเนินเตี้ย ๆ ซ่ึงระเกระกะไปด้วยต้นตะเคียน
วกเวียนลงสู่ลำห้วยท่ีแห้งผำก เกล่ือนกลำดไปด้วยกรวดก้อนใหญ่น้อยสีต่ำง ๆ ร้อนผ่ำวเพรำะแสงแดด
ตอนเท่ียงวนั ครนั้ แลว้ กบ็ รรจบกับทำงเกวยี นอีกเส้นหน่ึง ซ่ึงยังคงช้ืนอยู่ด้วยฝนตกเม่ือเช้ำ ตรงนั้นเองที่เรำพบ
รอยเทำ้ เตม็ เป็นคร้งั แรกนับแต่ออกจำกค่ำยมำ”
4. 1.3 การเขียนคานาดว้ ยการยกคาพังเพย สุภาษติ เช่น

ไก่งำมเพรำะขน คนงำมเพรำะแต่ง

4.1.4 การเขยี นคานาดว้ ยการอธบิ ายชือ่ เรื่อง เชน่

เร่อื งของนำมบัตรนับว่ำได้เปน็ ของสำกล ไม่วำ่ จนี แขก ฝรงั่ ไทย ญวน แลว้ แตใ่ ช้นำมบัตร

เปน็ อุปกรณใ์ นกำรประชำสัมพนั ธต์ นเองแก่ผอู้ นื่ ทง้ั สน้ิ

4.1.5 การเขยี นคานาดว้ ยการตัดข้อความของผู้มีชื่อเสียงมากกล่าว เช่น
“พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั ทรงมีพระรำชดำรสั ว่ำ “ประเทศท้ังหลำยยอ่ ม
เจริญดว้ ยกำรศกึ ษำ ประเทศใดปรำศจำกกำรศึกษำ ประเทศนน้ั ย่อมเป็นประเทศปำ่ เถอ่ื น”
4.1.6 การเขยี นคานาด้วยการใหค้ วามหมายของเรือ่ ง เช่น

ควำมสำมัคคี คือ ควำมพร้อมเพรยี งเปน็ อันหน่ึงอนั เดยี วกันของหมู่คณะ

4.2 การเขยี นเน้อื เรือ่ ง
กำรเขียนเนื้อเรือ่ งจะต้องเรียบเรยี งอยำ่ งเป็นระบบและเป็นขน้ั ตอน โดยอำศัยควำมร้เู ร่ือง

กำรเขยี นย่อหนำ้ ในกำรดำเนินเร่อื ง เนอ้ื เร่ืองที่ดีจะต้องไมว่ กวน ประกอบด้วยข้อมูลท่เี ป็นจรงิ มกี ำรใช้ภำษำที่
ชัดเจน กระชับและรัดกมุ เป็นภำษำเขยี น เขำ้ ใจง่ำย

สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (2555, น. 192) กลำ่ ววำ่ กำรเขยี นเนื้อเรอ่ื งทด่ี ี มดี ังน้ี
1.ใชภ้ ำษำกะทดั รดั ชดั เจน เขำ้ ใจง่ำย และสละสลวย
2.เวน้ วรรคตอนให้ถูกต้อง ถำ้ เว้นวรรคตอนผดิ ควำมหมำยก็ผดิ และเพ่ือควำมมรี ะเบยี บ

สวยงำม และเพื่อใหม้ ีจังหวะหยุด และชว่ ยผ่อนลมหำยใจในกำรอ่ำน
3. ในกำรย่อหน้ำมีประเด็นหลกั เพยี งประเด็นเดยี ว นอกน้ันเปน็ สว่ นขยำยประเดน็
4. ไม่ควรย่อหนำ้ ยำวมำกเกินไป ควรเขยี นให้พอเหมำะ เพ่ือไม่ใหผ้ อู้ ำ่ นเหนื่อยเกนิ ทีจ่ ะอ่ำน
5. มคี วำมสัมพันธข์ องข้อควำมในแต่ละย่อหน้ำ เชือ่ มโยงเป็นเร่อื งเดยี วกัน

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 107

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4.3 การเขียนสรปุ

ประพนธ์ เรอื งณรงค์ และคณะ (2545, น. 90 - 91) กล่ำวไวว้ ำ่ กำรเขยี นสรุปทำได้ ดงั นี้

4.3.1 การเขยี นสรุปดว้ ยการฝากขอ้ คิดและความประทับใจใหแ้ กผ่ ู้อา่ น เชน่
ท้องถิ่นของฉันแม้ควำมเจริญหลำย ๆ อย่ำงอำจจะไม่สำมำรถเทียบเท่ำท่ีอ่ืน ๆ ได้ มิได้มี
ป่ำคอนกรีตซึ่งมีตึกสูง ๆ มำกมำย กลับมีเพียงต้นไม้สีเขียว ๆ เรียงรำยอยู่เต็มไปหมด แต่ฉันรู้สึกรักที่นี่
แม้หลำยคนอำจเห็นว่ำเป็นเพียงจังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเจริญนัก แต่ก็มิได้หมำยควำมว่ำรอยย้ิมและน้ำใจ
ของคนที่นี่จะน้อยไปกว่ำท่ีอ่ืน ๆ ดังน้ันฉันจึงไม่ต้องกำรส่ิงใดอีก เพียงแค่ต้องกำรให้ท้องถิ่นของฉันยังคงเป็น
เช่นนต้ี ลอดไป สถำนทซ่ี ่งึ เต็มไปดว้ ยต้นไม้สีเขียว ๆ และอำกำศบริสุทธ์ิ พร้อมทั้งรอยยิ้มและน้ำใจของคนเมือง
สมทุ รสงครำมซ่งึ ไมว่ ่ำฉนั หรอื ใคร ๆ ก็คงจะจดจำไว้ไม่มวี นั ลืม

4.3.2 การเขียนสรปุ ดว้ ยการยา้ แนวคิดสาคัญของเรอ่ื ง เช่น
ดงั น้ันอำจกล่ำวไดว้ ำ่ โสมถือเป็นอกี หน่ึงสมนุ ไพรทีท่ รงคุณค่ำ ซึ่งไม่เพียงจะเปน็ ยำอำยวุ ัฒนะ
ยังมผี ลในกำรบำบัดและรกั ษำอำกำรป่วยตำ่ ง ๆ ทั้งในด้ำนจิตใจและรำ่ งกำยอกี ดว้ ย

4.3.3 การเขยี นสรุปด้วยการชกั ชวนให้ปฏบิ ัติตาม เช่น
เมื่อทรำบตระหนักถงึ คณุ ค่ำของเบตำ้ เคโรทนี ทีม่ ีอยใู่ นมะละกอแลว้ คุณแม่บ้ำนท้ังหลำย
กค็ วรรบี ไปซ้ือหำมำให้สมำชกิ ในครอบครวั ได้รับประทำนกันถ้วนหนำ้ เพ่อื สขุ ภำพทด่ี ีของทกุ คนในครอบครัว

4.3.4 การเขยี นสรุปด้วยการต้งั คาถามเพอ่ื ใหผ้ ู้อ่านเก็บไปคิด เชน่
ทุกคนในสังคมลว้ นไดร้ ับกำรปลูกฝงั ใหเ้ ลง็ เหน็ คณุ คำ่ ของทรัพยำกรธรรมชำติ และร้จู ักวิธีกำร
อนรุ ักษ์ธรรมชำตเิ ป็นอยำ่ งดี แต่กระน้นั ก็ตำมจะมสี ักก่ีคนกันเล่ำที่มจี ติ สำนึกเพียงพอท่ีจะปฏบิ ัติตำมสิ่งที่ไดร้ บั
กำรปลกู ฝังมำ
4.3.5 การเขียนสรปุ ดว้ ยการยกคาพดู คาคม สภุ าษติ หรือบทกวีท่ีประทับใจ เช่น
กำลเวลำยังคงหมนุ เวยี นอยเู่ สมอเช่นเดยี วกับสำมพรำนทจ่ี ะพฒั นำต่อไปอย่ำงไม่ส้ินสุด แต่ไม่
ว่ำกำลอนำคตจะแปรเปล่ียนไปอย่ำงไร ฉันก็จะยังรัก ภูมิใจ และหวงแหนแผ่นดินถิ่นนี้ พร้อมทั้งมุ่งม่ันที่จะ
สร้ำงสรรค์คุณประโยชน์แก่สำมพรำนอย่ำงเต็มท่ี เพื่อให้สำมพรำนหรือท้องถิ่นของฉันเจริญก้ำวหน้ำเป็น
“เพชรน้ำหน่ึง” ท่ีช่วยเชิดชูนครปฐมและชำติไทยให้เจริญรุ่งเรืองสมกับที่ได้ช่ือว่ำเป็น “แผ่นดินธรรม
แผ่นดนิ ทอง” อย่ำงแทจ้ ริง

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 108

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนิท ตง้ั ทวี (2528, น. 164) กลำ่ วว่ำ กำรเขียนสรุปนยิ มเขียนกันมีอยู่ 5 วธิ ี คือ
4.3.1 สรปุ ดว้ ยการฝากข้อคิด เชน่
ชวี ิตมนษุ ย์ท่จี ะนับว่ำสมบูรณ์มคี ำ่ ในตวั เอง และต่อผอู้ ่ืน จึงไมค่ วรจำกัดกำรศึกษำของคนไว้
เพียงที่กฎหมำยของรฐั กำหนด แตส่ มควรศกึ ษำหำควำมรจู้ นตลอดชวี ิตของตน กำรหยุดนิง่ ไม่ขวนขวำยหำ
ควำมรู้อยเู่ สมอ ก็เทำ่ กับทำตนให้ถอยหลัง พน้ ไปจำกแสงประทีปแหง่ ปัญญำน่ันเอง

4.3.2 สรปุ ด้วยการย้าให้เห็นความสาคัญ เช่น
ภำษำเป็นสิ่งสำคญั ของบ้ำนเมือง ขอให้ช่วยกนั รกั ษำมำตรฐำนของภำษำไทยอย่ำให้

ทรุดโทรม 4.3.3 สรุปดว้ ยคาคม คาสุภาษติ หรอื คาประพันธ์ เพอื่ นำมำสนบั สนุนควำมคดิ ใหเ้ ดน่ ชัด
เชน่

บำ้ นเมอื งจะเรืองรงุ่ ถำ้ เรำมงุ่ รว่ มสรำ้ งสรรค์
กอปรกิจตำมสทิ ธิ์พลนั หน้ำทีน่ ั้นขยนั ทำ
เยำวชนคนร่นุ ใหม่ ปญั ญำไวไมถ่ ลำ
สงั คมสมบรู ณล์ ้ำ ด้วยกจิ กรรมของพวกเรำ

4.3.4 สรปุ ด้วยการสง่ั สอน เชน่
เรำท้ังหลำยจึงควรถือเป็นหน้ำที่ที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ภำษำไทยไว้ด้วยกำรไม่ประพฤติ
ปฏิบัติส่ิงใด ที่จะเป็นกำรทำให้ภำษำไทยของเรำเส่ือมลง และต้องพยำยำมเสริมสร้ำงภำษำของเรำทุกด้ำน
ทุกโอกำสที่สำมำรถทีจ่ ะกระทำได้ แล้วภำษำไทยของเรำกจ็ ะดำรงอยคู่ ่กู บั คนไทยตลอดไป

4.3.5 สรปุ ดว้ ยการแนะนาและชักชวน เชน่
ในวันแม่แห่งชำติ และวันเฉลิมพระชนมพรรษำน้ี ทุก ๆ ท่ำนคงจะได้ระลึกถึง องค์สมเด็จ
พระแม่แห่งชำติด้วยควำมสำนึกตระหนักในพระมหำกรุณำธิคุณ แล้วร่วมกำยร่วมใจกันโดยสมำนฉันท์
เพื่อถวำยชยั มงคลและบูชำพระมหำกรุณำธคิ ณุ ด้วยปฏบิ ัตบิ ชู ำโดยนยั ทีก่ ล่ำวแลว้

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 109

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5. ตัวอย่างการเรียนเรียงความ

อาชพี ในอนาคตของฉัน

อันอำชีพในโลกนมี้ หี ลำยอยำ่ ง เลอื กถูกทำงอนำคตจะสดใจ

จงศึกษำงำนทัง้ หลำยให้เข้ำใจ วำ่ งำนไหนจะไปได้ใหค้ ิดดู

ขอให้คดิ ถงึ ปัญญำควำมสำมำรถ ว่ำฉลำดเรียนส่งิ ใดไม่อดสู

แม้นถนัดเรำมีด้วยจักช่วยชู ใหม้ ่งุ สูเ่ ป้ำหมำยไดส้ มใจ

จะเปน็ ครตู ้องเสยี งดังพูดฟังชัด หรอื ถนัดชแ้ี จงแถลงไข

จะเป็นหมอต้องมีธรรมประจำใจ จะตอ้ งไม่รังเกยี จโรคทุกขโ์ ศกคน

เป็นตำรวจตอ้ งเมตตำประชำรำษฎร์ ไมข่ ้ีขลำดปรำบเหลำ่ ร้ำยไดท้ ุกหน

เป็นทหำรตอ้ งทรหดต้องอดทน ตอ้ งพลตี นเพ่ือปกป้องคมุ้ ครองไทย

อนั อำชีพมำกมำยหลำยหมน่ื มี ตอ้ งถ้วนถี่ดใู ห้แมน่ ยำตำมวสิ ัย

อย่ำเลอื กตำมคนอืน่ ฝืนชอบใจ จงเปน็ ไทควำมคิดชวี ติ เจรญิ

เรำทุกคนเกิดมำจะต้องประกอบอำชีพเพื่อหำเลี้ยงชีวิตตำมควำมรู้ควำมสำมำรถของตน แต่ละ

คนก็มีอำชีพแตกต่ำงกันไป บำงคนเป็นแพทย์ บำงคนเป็นทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และอะไรอีกมำกมำย

หลำยอำชีพที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเรำทุกคนมีสิทธิ์ที่จะประกอบอำชีพต่ำง ๆ เหล่ำน้ันได้ ถ้ำหำกเรำมี

ควำมพยำยำม มงุ่ ม่ัน และวำงแผนกำรดำเนนิ ชวี ติ อยำ่ งเป็นขัน้ ตอน

ปัจจุบันมีอำชีพต่ำงๆมำกมำยให้เรำเลือกท่ีจะทำข้ึนอยู่กับว่ำเรำจะเลือกทำงำนใด ในขณะท่ีศึกษำอยู่

ชนั้ มัธยมศกึ ษำปีท่ี 3 นัน้ เช่ือวำ่ ทุกๆคนคงมีควำมคิดเร่ืองกำรศกึ ษำตอ่ วำ่ เรำต้องกำรที่จะเรียนอะไร เพื่อที่จะ

ได้ทำงำนดีๆหรืองำนท่ีเรำชอบ บำงคนก็อำจจะไปต่อสำยอำชีพซ่ึงเรียนรู้เร่ืองกำรประกอบอำชีพโดยตรง

เพ่อื ที่จะไดม้ ปี ระสบกำรณแ์ ละบำงคนอำจจะเลือกเรียนต่อในสำยสำมัญ ซ่ึงก็เป็นทำงเลือกอีกทำง ควำมใฝ่ฝัน

ในกำรประกอบอำชีพของแต่ละคนอำจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ท่ีจะคิดและมีสิทธ์ิที่จะทำให้ฝันน้ัน

เป็นจริง บำงคนอำจจะอยำกประกอบเป็นพยำบำล เป็นทันตแพทย์ หรือแม้แต่เป็นวิศวกร หรือ บำงคนท่ี

ชอบอยูใ่ นโลกจิตนำกำรอำจจะอยำกเป็นนักคอมพิวเตอร์กรำฟฟิก บำงคนอำจจะอยำกเป็นครู ซึ่งทุกคน

กม็ สี ทิ ธิ์ที่จะทำใหฝ้ ันเปน็ จรงิ ได้ ถ้ำหำกมคี วำมพยำยำม ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น ขยัน อดทน และตั้งใจท่ีจะทำงำนนั้นจริงๆ

และหำกเกดิ ควำมรสู้ ึกทอ้ แท้ กจ็ ะอำศยั กำลังใจจำกครอบครวั และเพือ่ นๆคอยเป็นกำลังใจให้ประสบผลสำเร็จ

ในสิ่งท่ีหวัง เพื่อที่จะได้อดทนสู้ต่อไปได้ทำงำนดีๆ และเป็นงำนท่ีตนเองรัก อำชีพในอนำคตของฉันคือกำรได้

เป็นครู สอนเด็กนักเรียน เพ่ือท่ีจะได้สร้ำงคนดีให้แก่สังคม สอนเด็กๆให้รู้จักผิดชอบช่ัวดี สิ่งไหนถูกและสิ่ง

ไหนผิด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบำยมุข เป็นคนดีของสังคม และเป็นลูกท่ีดีของพ่อแม่ ซ่ึงถ้ำฉันต้องกำรประกอบอำชีพ

เป็นครูอย่ำงท่ีตั้งใจไว้นั้น ส่ิงแรกที่ฉันต้องทำให้ได้ตอนน้ีคือ ต้ังใจเรียนทุก ๆ รำยวิชำอย่ำงเต็มควำมสำมำรถ

มีระเบียบวินัย มีควำมรับผิดชอบ รักกำรอ่ำน กำรเขียน ใฝ่เรียนรู้ และทำโจทย์ปัญหำอย่ำงสม่ำเสมอ

และเรยี นต่อในระดบั อุดมศกึ ษำในสำขำวชิ ำควำมเป็นครูใหส้ ูงๆ เพ่ือที่จะได้ทำให้พ่อและแม่ภูมิใจ และตัวเองก็

ภมู ิใจด้วยเชน่ กัน

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 110

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อำชพี ในฝนั ของแต่ละคนไมเ่ หมือนกัน และทุกคนมีสิทธ์ทิ ่ีจะทำใหม้ นั เป็นจริงไดเ้ พยี งแต่เรำต้อง
สตู้ ่อไป และพยำยำมตำมท่ีต้ังใจไวแ้ ลว้ อำชพี ในอนำคตยอ่ มเปน็ จรงิ แน่นอน

ควำมอยำกร้คู ือครูอนั ลำ้ เลิศ กอ่ ให้เกดิ กำรเสำะแสวงหำ
แม้ขยันหมน่ั ฝึกตนเพียรคน้ คว้ำ กจ็ ักกำ้ วหนำ้ สมหมำยได้ด่ังปอง

**********

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 111

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช้ินงาน : การเขยี นเรียงความ

คำชีแ้ จง 1. ศกึ ษำ ตวั อยำ่ ง กำรเขยี นเรียงควำม “อำชีพในอนำคต”
2. เขียนเรยี งควำมเรอื่ งทีก่ ำหนด ควำมยำว 20 บรรทัดขน้ึ ไป ในสมดุ ประจำวชิ ำ

อาชพี ในอนาคต
...................................................................................................................................................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 112

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น คะแนนก่อนเรยี น.......
เรือ่ ง การเขยี นเรยี งความ คะแนนหลังเรียน......

คาชีแ้ จง ◌ วงกลมคำตอบที่ถกู ต้องที่สุดเพยี งข้อเดียว
ก่อนเรียนใช้ปากกาสีแดง หลงั เรยี นใชป้ ากกาสนี า้ เงนิ

1. ข้อความต่อไปน้ี ควรเป็นส่วนใดของเรยี งความ

ประโยชนจ์ ำกแนวปะกำรงั ประกำรสดุ ท้ำย ไดแ้ ก่ เปน็ แหลง่ ทรพั ยำกรอำหำรของมนษุ ย์ ส่ิงมีชีวิต

ต่ำง ๆ จำนวนมำกในแนวปะกำรงั นัน้ สำมำรถกนิ เป็นอำหำรได้ เช่น ปลำชนิดตำ่ ง ๆ ปลงิ ทะเล หอย กุ้ง และ

ปลำหมกึ

1. โครงเรื่อง 2. ควำมนำ

3. ตวั เรอื่ ง 4. ควำมลงท้ำย 5. ส่วนขยำยควำมลงทำ้ ย

2. เรียงความเรื่อง “เสน่หไ์ ทยในเวทโี ลก” มปี ระเด็นการเขียนตอ่ ไปน้ี

ก. อำหำรไทย ข. ศิลปะมวยไทย

ค. กำรนวดแผนไทย ง. ผลิตภัณฑผ์ ำ้ ไทย จ. มรดกวฒั นธรรมไทย

ข้อใดเหมาะสมท่ีจะเป็นประเด็นสาคัญในการเขยี นความนา

1. ข้อ ก 2. ขอ้ ข

3. ข้อ ค 4. ขอ้ ง 5. ข้อ จ

3. ข้อใด เปน็ ประเดน็ ท่ี ไม่ จาเป็นสาหรับการเขยี นเรยี งความเรือ่ ง “นักเรียนด”ี

1. มีจิตสำธำรณะ 2. รบั ผดิ ชอบต่อหน้ำที่

3. ยึดมัน่ ในระเบยี บวนิ ยั 4. แก้ปญั หำอย่ำงสร้ำงสรรค์ 5. ขยนั หมัน่ เพียรและใฝร่ ู้

4. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี ควรเปน็ ส่วนใดของเรียงความ

จำกตัวอยำ่ งทกี่ ล่ำวมำขำ้ งตน้ คงจะทำใหเ้ หน็ ว่ำสง่ิ ทีเ่ รำเคยเรียกอย่ำงรงั เกียจว่ำขยะ กลบั มบี ทบำท

และมีคุณคำ่ เพมิ่ ขึ้นหลำยมติ ิอย่ำงไม่นำ่ เชอื่ ท่ีเป็นเชน่ นี้ได้ล้วนเปน็ ผลมำจำกกำรคิดค้น ประดษิ ฐ์ สร้ำงสรรค์

และรว่ มแรงรว่ มใจกันทำของคนในชุมชนทง้ั สน้ิ

1. โครงเรือ่ ง 2. ควำมนำ

3. ตวั เรือ่ ง 4. สว่ นขยำยเนือ้ เร่ือง 5. ควำมลงท้ำย

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 113

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5. ช่ือเรยี งความขอ้ ใด เหมาะท่จี ะใช้เปน็ ส่วนนาต่อไปน้ี

“ปญั ญำเป็นรตั นะของคนทงั้ ปวง” คำกล่ำวนเ้ี ปน็ เคร่ืองเตือนสติใหค้ นทวั่ ไประลึกว่ำ ควำมรอบรู้

เปรียบเสมอื นแกว้ อันมีค่ำประดบั ชีวติ ของคนเรำ

1. คณุ ค่ำของมนุษย์ 2. สติ สมำธิ ปญั ญำ

3. ควำมรคู้ ือขมุ ทรพั ย์ 4. กำรแสวงหำควำมสำเร็จ 5. วชิ ำกำรสรำ้ งไดด้ ว้ ยตวั เรำ

6. เรียงความเรื่อง “วดั พระแก้ว” มีประเดน็ ของเน้อื เรื่องดังต่อไปนี้

1. จติ รกรรมฝำผนงั 2. ส่ิงกอ่ สรำ้ งภำยในวัด

3. ขอ้ ควรปฏบิ ัติในกำรเขำ้ ชม 4. ประวัตกิ ำรก่อสร้ำง 5. กำรประกอบพระรำชพิธที ่ีสำคญั

ขอ้ ใดเรียงลาดับประเด็นของเนอ้ื เร่ืองเรียงความข้างต้นได้ถกู ตอ้ งเหมาะสม

1. 2-1-5-4-3 2. 2-4-5-1-3

3. 3-4-2-5-1 4. 4-2-1-5-3 5. 4-3-1-2-5

7. กำรอ่ำนเป็นทักษะทำงภำษำที่มีควำมสำคัญต่อกำรเรียนรู้ ด้วยเหตุน้ีพระรำชบัญญัติกำรศึกษำ

แห่งชำติ พ.ศ. 2542 มำตรำ 24 จึงไม่เพียงแต่ระบุให้สถำนศึกษำต้องจัดกระบวนกำรเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ

ควำมตอ้ งกำรของผเู้ รยี นเท่ำน้นั ครยู งั ตอ้ งสอนให้ผูเ้ รยี นรกั กำรอ่ำน เพ่อื ให้เกิดกำรใฝร่ ้อู ยำ่ งตอ่ เน่ืองอีกดว้ ย

ข้อใด ไม่ ควรเปน็ ชือ่ เรียงควำมท่มี ีเน้ือควำมข้ำงตน้

1. กำรจดั กำรเรียนรู้ 2. หน้ำทข่ี องครูที่ดี

3. เยำวชนชองชำติ 4. บทบำทของโรงเรียน 5. ควำมสำคัญของกำรอ่ำน

8. ขอ้ ใด เป็นประเดน็ ทเ่ี หมาะสมสาหรบั การเขียนคานาของเรียงความเร่อื ง

“อทุ ยานประวัติศาสตร์สุโขทัย”

1. สถำนท่สี ำคัญภำยในอุทยำน 2. โบรำณสถำนดำ้ นทิศตะวนั ตก

3. ลกั ษณะของพระพทุ ธรูปปำงลีลำ 4. กำรรับอิทธพิ ลรปู ทรงเจดีย์จำกล้ำนนำ

5. อทุ ยำนประวตั ศิ ำสตร์หลำยแหง่ ในประเทศไทย

9. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี ควรเปน็ สว่ นใดของเรยี งความเรอื่ ง “พอ่ ของแผ่นดิน”

พระรำชกรณียกิจท่ีพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยูห่ ัวทรงบำเพ็ญตลอดระยะเวลำกว่ำ 60 ปที ผี่ ำ่ นมำ

เปน็ ท่ปี ระจักษ์วำ่ พระองคเ์ ป็นพระมหำกษัตริย์ผทู้ รงปกครองแผ่นดนิ โดยธรรมเพ่ือประโยชน์สขุ ของมหำชน

ชำวสยำมอยำ่ งแท้จรงิ และทรงเปน็ พ่อผู้ประเสริฐอย่ำงหำทเ่ี ปรียบมไิ ด้ของอำณำประชำรำษฎรท์ ง้ั ปวง

1. ควำมนำ 2. โครงเร่อื ง

3. เน้อื เรื่อง 4. ส่วนขยำยเน้ือเรื่อง 5. ควำมลงท้ำย

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 114

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

10. ข้อใด ควรเปน็ ชือ่ เร่ืองของเรยี งความทม่ี เี นื้อหาดังต่อไปนี้

พอ่ แม่ควรสง่ เสริมใหล้ กู ปฏบิ ัติและทำกิจกรรมทเ่ี ป็นกำรเสรมิ สรำ้ งนิสยั รู้คุณคน เช่น สอนใหล้ กู ช่วย

ถอื ของให้แมเ่ ม่ือกลับจำกตลำด หรือช่วยงำนบำ้ นงำ่ ย ๆ พ่อแม่ควรชนื่ ชมและเนน้ ควำมสำคัญของพฤตกิ รรม

เหล่ำนีว้ ำ่ ลูกได้แสดงออกถงึ กำรตอบแทนบญุ คุณพ่อแม่แล้ว

1. แนวปฏบิ ตั ิของเด็กดี 2. พฤติกรรมในวัยเด็ก

3. ควำมสำคญั ของพ่อแม่ 4. กำรปลูกฝังควำมกตัญญู

5. ควำมผูกพันในครอบครัว

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 115

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ พดู เป็นเหน็ ประโยชน์

การมีวจิ ารณญาณในการฟงั การดู
1. ความหมาย

ประพนธ์ เรืองณรงค์ และคณะ (2545, น. 230 ) กล่ำวว่ำ กำรฟังและดูอย่ำงมีวิจำรณญำณ
หมำยถึง กำรฟังและกำรดู โดยใช้สติปัญญำ ใคร่ครวญไตร่ตรองสำรต่ำง ๆ อย่ำงมีเหตุผลในประเด็นของ
ควำมถูกต้อง ตำมหลักควำมรู้และคุณค่ำสำรประโยชน์ของสำรท่ีได้ฟังและดู น่ันคือ กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์
ประเมินคำ่ และสำมำรถวินจิ ฉัยตัดสนิ เพื่อนำเอำสงิ่ ท่ดี ไี ปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน

สรปุ กำรฟังและดอู ย่ำงมวี จิ ำรณญำณ คือ กำรฟังและดสู ำรอยำ่ งมีสติปญั ญำ เพื่อนำเอำสำรัตถะท่ดี ี
ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน

2. แนวทางการฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ
2.1 แนวทางการวเิ คราะห์สารทฟ่ี งั และดู
กำรวิเครำะห์ หมำยถงึ กำรพิจำรณำแยกส่ิงใดส่ิงหน่งึ ออกเปน็ สว่ น ๆ เพอื่ ทำควำมเขำ้ ใจ

แต่ละส่วนใหก้ ระจำ่ งชัด และทำควำมเข้ำใจถงึ ควำมสัมพันธข์ องแตล่ ะสว่ นของสงิ่ ท่ีศึกษำวเิ ครำะหน์ น้ั
กำรวเิ ครำะห์สำรท่ีฟงั และดูจำกสื่อประเภทตำ่ ง ๆ มหี ลักปฏิบัติที่สำคญั ดังนี้
2.1.1 กำหนดขอบขำ่ ยหรือนิยำมส่งิ ท่จี ะวิเครำะห์ให้ชดั เจนว่ำ จะวิเครำะห์อะไร เชน่

วเิ ครำะหบ์ ทเพลง บทละคร บทบรรยำย วิเครำะห์ภำพยนตร์ และบทสัมภำษณต์ ำ่ ง ๆ เปน็ ต้น
2.1.2 กำหนดจุดมุ่งหมำยให้ชัดเจนวำ่ วเิ ครำะห์เพือ่ อะไร เชน่ วเิ ครำะหเ์ พ่ือศกึ ษำแนวคิด

ของเร่ือง ศึกษำคตธิ รรมคำสอน ศึกษำกำรแสดงบทบำทของตัวละครจำกกำรชมภำพยนตร์ เป็นตน้
2.1.3 พิจำรณำหลักควำมรู้หรอื ทฤษฎที ่เี กี่ยวข้องวำ่ จะใชห้ ลักใดเป็นเคร่ืองมือในกำร

วเิ ครำะห์
2.1.4 นำหลกั ควำมร้นู ัน้ ไปใชก้ ับเรอื่ งที่จะวเิ ครำะหเ์ ป็นกรณี และต้องรู้วำ่ ควรจะวเิ ครำะห์

อย่ำงไร เช่น กำรวเิ ครำะห์เกี่ยวกบั ดนตรี ควรนำหลักกำรทเ่ี กี่ยวกับดนตรีมำประกอบกำรวเิ ครำะห์และ
ประเมนิ ค่ำของสำรท่ีได้ฟงั

2.1.5 เมอื่ วิเครำะหส์ ำรต่ำง ๆ แล้ว ควรสรปุ และรำยงำนผลกำรวิเครำะหใ์ หเ้ ป็นระเบียบ
ชัดเจน แบง่ ประเด็นเป็นสว่ น ๆ ยกตัวอยำ่ งประกอบแต่ละประเดน็ พร้อมทั้งแสดงควำมคดิ เหน็ เชิงประเมินคำ่
ของสำรทีว่ เิ ครำะห์ว่ำ ดีหรือไมอ่ ย่ำงไร ดำ้ นใด กำรแสดงเหตผุ ลตอ้ งแสดงอย่ำงถูกต้องตำมหลักวิชำกำร

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 116

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2.2 แนวทางการวิจารณส์ ารท่ฟี ังและดู
การวจิ ารณ์ หมำยถึง กำรพจิ ำรณำและอธิบำยรำยละเอยี ดต่ำง ๆ ของส่ิงทีฟ่ ังและดูเพื่อ
ชี้ใหเ้ ห็นถงึ ส่วนที่ดเี ด่น งดงำม หรอื จุดบกพร่องของสิ่งท่ไี ด้ฟังหรือดูนนั้ ซ่ึงอำจเป็นส่ือประเภทขอ้ ควำม
บทเพลง เรื่องเล่ำ หรอื ภำพวำด ภำพถ่ำยตำ่ ง ๆ
กำรวิจำรณอ์ ย่ำงมีวิจำรณญำณ มีแนวทำงปฏบิ ัตทิ ่สี ำคัญ ดังนี้
2.2.1 กำหนดวตั ถุประสงค์ของกำรวจิ ำรณ์วำ่ ต้องกำรวิจำรณเ์ พ่ือสร้ำงสรรคส์ งิ่ ใด หรอื เพือ่
ประโยชนอ์ ะไรเป็นสำคญั
2.2.2 หำควำมรู้หรือหลักทฤษฎที ี่เหมำะสม เพ่ือนำมำเปน็ หลักกำรวิจำรณ์ เชน่ กำรวิจำรณ์
สือ่ ต่ำง ๆ มงุ่ พจิ ำรณำรำยละเอยี ดของรปู ลกั ษณ์ และสำระคุณคำ่ ของส่ิงตำ่ ง ๆ กำรวจิ ำรณส์ ำรท่ีเปน็ ข้อควำม
หรือวรรณกรรมตำ่ ง ๆ อำจวิจำรณ์ในเชิงประวตั ริ ว่ ม เพื่อศึกษำข้อมลู เกี่ยวกับที่มำของเร่ือง สมัยทแ่ี ต่ง และ
ประวัติผูแ้ ตง่
2.2.3 ทำควำมเข้ำใจส่วนต่ำง ๆ ที่ศกึ ษำ วเิ ครำะห์ใหถ้ ่องแท้ และต้องวิจำรณ์โดยใช้
วจิ ำรณญำณพจิ ำรณำประเด็นหลกั ดังน้ี

(1) รูปแบบกบั เนื้อหำเหมำะสมกันหรอื ไม่
(2) เนื้อหำมรี ำยละเอยี ดทข่ี ัดแยง้ หรือสอดคล้องกัน
(3) สว่ นประกอบของเนอื้ หำ ได้แก่ โครงเรื่อง ตวั ละคร เวลำ และแนวคดิ ขัดแย้ง
หรือสอดคล้องเพียงใด
(4) บทบำทของตวั ละครกอ่ ให้เกดิ ควำมคดิ สรำ้ งสรรคเ์ พียงใด
(5) ทศั นะของผูป้ ระพันธ์เป็นเช่นไร สำมำรถสง่ เสริมหรือพัฒนำอำรมณ์และ
ควำมคิดของผู้รบั สำรในเกณฑส์ งู หรือต่ำ
(6) ศึกษำควำมมุ่งหมำย กลวิธกี ำรประพนั ธ์ และถ้อยคำ สำนวนท่ใี ช้
2.2.4 ทบทวนรำยละเอยี ดและสรุปประเดน็ สำคัญ พร้อมทัง้ แสดงควำมคดิ เหน็ บนพื้นฐำน
ของกำรวิจำรณ์อย่ำงถูกตอ้ งเหมำะสม

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 117

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. ตัวอยา่ งการวิจารณเ์ ร่ืองส้นั

การวิจารณ์ เรื่อง “เธอเป็นใคร”
ผลงำนของ โดนลั ด์ วชิ ชี ตพี ิมพ์ในนิตยสำรสตรีสำร
ผู้วิจำรณ์ คือ พทิ ยำ ล้มิ มณี

...ในเรื่องสน้ั ญี่ป่นุ เรื่อง “เธอเป็นใคร” เปน็ เรื่องทแ่ี สดงลกั ษณะของชนชำตญิ ป่ี ุน่ ได้อย่ำงนำ่ สนใจ
เรอ่ื ง “เธอเป็นใคร” เป็นเร่ืองของสตรชี ำวญี่ปนุ่ ท่แี ต่งตวั ทันสมัยจนคนญ่ปี ่นุ ดว้ ยกนั คิดวำ่ เธอคือสตรี
ต่ำงชำติ เช่น ฟิลปิ ปนิ ส์ จนี หรอื ชำติอ่นื ๆ ทเี่ ขำ้ มำหำ “งำน” ทำในญี่ปุน่ เธอรู้สึกหงุดหงิดมำก จงึ ตั้งใจวำ่
วันใดทเี่ ธอถูกคนญีป่ ุ่นด้วยกนั ทกั ถำมเธอเปน็ ภำษำองั กฤษอีก เธอจะทักทว้ งและชแี้ จงทันทวี ่ำเธอเป็นคนญป่ี นุ่
แตเ่ มอ่ื เหตุกำรณ์ดงั กลำ่ วเกิดขนึ้ อกี แทนทีเ่ ธอจะทำอยำ่ งท่ีต้ังใจไว้ เธอกลับแสดงตนเป็นชำวต่ำงประเทศ
เพรำะเกรงวำ่ ผู้ทที่ ักเธอด้วยภำษำองั กฤษจะเสยี หนำ้ เมื่อเธอเล่ำเหตุกำรณ์นใี้ หเ้ พอื่ นฟงั เพ่ือนกลบั บอกวำ่
“...เธอเปน็ คนญี่ปุ่นอยำ่ งแท้จริง” ซ่ึงเธอก็เหน็ ดว้ ย
วรรณกรรมเรือ่ งน้ี มไิ ดบ้ อกว่ำ แลว้ โดยแท้จริง คนญปี่ นุ่ เป็นอย่ำงไร ผู้อ่ำนต้องตคี วำมเองจึงจะพบ
ลักษณะเดน่ ของชนชำตญิ ่ีปนุ่ คอื ควำมสุภำพนมุ่ นวล เกบ็ อำรมณแ์ ละจะไมท่ ำให้ผอู้ นื่ ต้องเสยี หนำ้ ทุกวันนี้
ญปี่ นุ่ เปน็ ประเทศที่มีเศรษฐกิจรุดหนำ้ ไปไกล อำจเป็นเพรำะบุคลิกเชน่ น้ีกเ็ ป็นได้
กำรรจู้ ักมนุษยท์ ม่ี ีควำมแตกต่ำงไปจำกตน จะชว่ ยให้มนษุ ย์ผู้นน้ั มใี จกวำ้ งขน้ึ ...

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 118

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คาช้แี จง ชิ้นงาน : การวิเคราะหเ์ ร่ืองที่ฟงั อย่างมวี จิ ารณญาณ
๑. นกั เรยี นอำ่ นเสภำขนุ ช้ำงขุนแผนจำกเอกสำรประกอบกำรเรยี น และดำ้ นลำ่ งนี้
๒. ฟังและดเู รือ่ ง “ขุนช้ำงขนุ แผนฯ” จำกยูทูป

ตอน “ขนุ ชำ้ ง ขนุ แผน ฉบับกำรต์ ูนไทยเตม็ เรื่อง”
๓.เขียนตอบคำถำมทก่ี ำหนดใหถ้ กู ต้อง

สรุปเสภาขุนชา้ งขุนแผน ตอน 35 ขนุ ชา้ งถวายฎีกา

1. ผู้แต่ง ตอนขุนช้ำงถวำยฎกี ำ ไม่มีหลักฐำนปรำกฏว่ำ ใครเปน็ ผู้แต่ง

2. ลักษณะคาประพันธ์ กลอนสภุ ำพ ประเภทกลอนเสภำ

3. จดุ ประสงค์ในกำรแตง่ เพ่อื ใช้ในกำรขบั เสภำและเพ่อื ให้ผ้อู ่ำนได้ศึกษำวรรณคดีที่เป็นมรดกของ

ไทยซง่ึ ถ่ำยทอดชีวิตและควำมเป็นอยรู่ วมท้งั ขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทยสมัยก่อน

4. ทีม่ ำของเรื่อง จำกวรรณคดมี รดกของไทยเรื่อง ขุนชำ้ งขนแผน ซ่งึ เป็นฉบับหอสมุดแหง่ ชำติ ซงึ่ กวี

หลำยทำ่ นตัง้ แต่สมยั อยธุ ยำตอนตน้ จนถงึ สมัยรัชกำลท่ี 4 แหง่ กรงุ รัตนโกสนิ ทรร์ ่วมกนั แต่งขึน้

5. เนือ้ เรอื่ ง เสภำขนุ ชำ้ งขุนแผน มีเนื้อเร่ือง 43 ตอน ตอนทน่ี ำมำเรยี น คอื ตอนท่ี 35

ตอนที่ 1 กำเนิดขุนแผน ตอนที่ 2 พอ่ ขนุ ชำ้ งขนุ แผน

ตอนท่ี 3 พลำยแก้วบวชเณร ตอนท่ี 4 พลำยแก้วเปน็ ชกู้ ับนำงพิม

ตอนท่ี 5 ขุนช้ำงขอนำงพิม ตอนที่ 6 พลำยแก้วเข้ำห้องนำงสำยทอง

ตอนที่ 7 พลำยแก้วแต่งงำนกับนำงพิม ตอนที่ 8 พลำยแกว้ ถูกเกณฑ์ทพั

ตอนที่ 9 พลำยแก้วยกทัพ ตอนที่ 10 พลำยแก้วไดน้ ำงลำวทอง

ตอนที่ 11 นำงพิมฯเปล่ยี นชอื่ เป็นวันทอง ตอนที่ 12 นำงศรปี ระจันยกนำงวนั ทองให้ขนุ ช้ำง

ตอนท่ี 13 พลำยแก้วไดเ้ ปน็ ขุนแผน ขุนช้ำงได้นำงวนั ทอง ตอนท่ี 14 ขุนแผนบอกกลำ่ ว

ตอนท่ี 15 ขนุ แผนต้องพรำกนำงลำวทอง ตอนที่ 16 กำเนิดกมุ ำรทองบุตรนำงบวั คลี่

ตอนท่ี 17 ขุนแผนขน้ึ เรือนขุนช้ำงไดน้ ำงแก้วกิริยำ ตอนที่ 18 ขนุ แผนพำนำงวันทองหนี

ตอนท่ี 19 ขนุ ชำ้ งตำมหำนำงวันทอง ตอนท่ี 20 ขุนชำ้ งฟ้องวำ่ ขนุ แผนเปน็ กบฏ

ตอนท่ี 21 ขนุ แผนลุแก่โทษ ตอนที่ 22 ขุนแผนชนะควำมขุนชำ้ ง

ตอนท่ี 23 ขนุ แผนติดคกุ ตอนที่ 24 กำเนิดพลำยงำม

ตอนท่ี 25 พระเจ้ำล้ำนชำ้ งถวำยนำงสร้อยทองแด่สมเดจ็ พระพันวษำ

ตอนที่ 26 พระเจำ้ เชยี งใหม่ชิงนำงสรอ้ ยทอง ตอนที่ 27 พลำยงำมอำสำ

ตอนที่ 28 พลำยงำมไดน้ ำงศรีมำลำ ตอนท่ี 29 ขุนแผนแก้พระทำ้ ยน้ำ

ตอนที่ 30 ขนุ แผนและพลำยงำมจบั พระเจำ้ เชียงใหม่ ตอนท่ี 31 ขุนแผนและพลำยงำมยกทัพกลบั

ตอนที่ 32 ถวำยนำงสร้อยฟ้ำ ตอนที่ 33 แตง่ งำนพระไวย

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 119

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 34 ขนุ ช้ำงเป็นโทษ ตอนที่ 35 ขนุ ช้ำงถวำยฎกี ำ
ตอนที่ 36 ฆำ่ นำงวนั ทอง ตอนที่ 37 นำงสร้อยฟำ้ ทำเสน่ห์
ตอนที่ 38 พระไวยถูกเสน่ห์ ตอนที่ 39 ขนุ แผนส่องกระจก
ตอนที่ 40 พระไวยแตกทัพ ตอนที่ 41 พลำยชุมพลจบั เสนห่ ์
ตอนท่ี 42 นำงสร้อยฟำ้ ศรีมำลำลยุ ไฟ ตอนที่ 43 จระเข้เถรขวำด

6. เน้อื เร่อื งย่อตอนท่ี 35 ขุนชา้ งถวายฎีกา

พลำยงำม (พระไวย) เม่ือชนะคดีควำมขุนช้ำงแล้ว ขุนช้ำงได้พำนำงวันทองกลับไปอยู่สุพรรณบุรี

ส่วนตัวพระไวยเองก็กลับไปอยู่บ้ำนพร้อมหน้ำญำติและพ่อแต่ขำดแม่ ทำให้พระไวยเกิดควำมคิดท่ีจะพำ

นำงวันทองกลับมำอยู่ดว้ ยกัน พอตกดกึ จงึ ลอบข้นึ เรอื นขุนช้ำงแลว้ พำนำงวนั ทองหนมี ำอยูท่ ่ีบำ้ นกบั ตน

ขนุ ช้ำงได้ฟงั เรือ่ งจึงโกรธแคน้ แตก่ ข็ ่มควำมโกรธไว้ แล้วถวำยฎีกำต่อพระพันวษำ

สมเดจ็ พระพนั วษำเสด็จออกว่ำรำชกำร เหน็ ขนุ ช้ำงเขำ้ เฝ้ำอยู่ จงึ ตรสั วำ่ เรอ่ื งนำงวนั ทองทำไม ไม่รู้จบ

ครง้ั กอ่ นเรือ่ งตกหนักท่นี ำงศรีประจนั ก็ตดั สินใหไ้ ปอยกู่ ับขุนแผน แตท่ ำไมกลับมำอยู่กับขุนช้ำง แล้วให้หมื่นศรี

ไปเอำตัวนำงวันทอง ขุนแผน พระไวยมำเฝ้ำ ท้ังสำมคนได้ฟังควำมก็ตกใจ ขุนแผนจึงจัดกำรช่วยเหลือ

นำงวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพำกันไปเข้ำเฝ้ำ สมเด็จพระพันวษำจึงตรัสถำมนำงวันทองถึงเรื่องรำว

แต่หนหลัง นำงวันทองก็กรำบทูลให้ทรงทรำบ เมื่อทรงทรำบแล้ว ก็กริ้วขุนช้ำงเป็นอย่ำงมำกแล้วตรัสถำม

นำงวันทองต่อไปวำ่ เวลำลว่ งไปแลว้ ต้งั สิบแปดปี แต่ทำไมวันน้ีจึงเกิดเหตุกำรณ์เช่นน้ีได้ นำงวันทองก็กรำบทูล

ว่ำ พระไวยไปรับมำเมื่อตอนกลำงคืน สมเด็จพระพันวษำได้ฟังก็ขุ่นเคืองพระไวยท่ีทำตำมอำเภอใจแย่งชิง

นำงวันทองมำ จึงให้นำงวันทองตัดสินใจว่ำ จะอยู่กับใคร หรือถ้ำไม่อยำกอยู่กับทั้งสองคนจะเลือกอยู่กับ

ลูก ก็ได้ นำงวันทองเมื่อถึงครำวจะส้ินอำยุ ไม่สำมำรถตัดสินใจได้ จึงกรำบทูลเป็นกลำงไปหวังจะให้สมเด็จ

พระพันวษำตดั สนิ ใจให้

นำงวันทองรบั พระรำชโองกำร ใหบ้ นั ดำลบงั จติ หำคิดไม่

อกศุ ลดลมวั ใหช้ ั่วใจ ดว้ ยส้ินในอำยทุ ีเ่ กดิ มำ

คดิ คะนึงตะลึงตะลำนอก ดังตวั ตกพระสเุ มรุภผู ำ

ให้อุธัจอัดอนั้ ตนั อุรำ เกรงผิดภำยหนำ้ ก็สดุ คิด

จะวำ่ รกั ขนุ ชำ้ งกระไรได้ ทีจ่ รงิ ใจมไิ ด้รกั แตส่ ักหนิด

รักพ่อลกู ห่วงดังดวงชวี ติ แม้ทลู ผดิ จะพิโรธไม่โปรดปรำน

อย่ำเลยจะทลู เปน็ กลำงไว้ ตำมพระทัยท้ำวจะแยกให้แตกฉำน

คดิ แล้วเท่ำนั้นมิทันนำน นำงกม้ กรำนแล้วก็ทลู ไปฉับพลนั

ควำมรกั ขุนแผนกแ็ สนรกั ด้วยรว่ มยำกมำนักไมเ่ ดียดฉันท์

ส้ลู ำบำกบกุ ปำ่ มำดว้ ยกนั สำรพนั อดออมถนอมใจ

ขนุ ช้ำงแตอ่ ยู่ดว้ ยกันมำ คำหนักหำได้ว่ำให้เคืองไม่

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 120

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เงนิ ทองกองไวม้ ใิ ห้ใคร ขำ้ ไทใชส้ อยเหมือนของตวั
จมื่นไวยเลำ่ กเ็ ลอื ดที่ในอก ก็หยิบยกรกั เทำ่ กนั กบั ผัว
ทลู พลำงตัวนำงเริม่ ระรัว ควำมกลวั อำญำเป็นพน้ ไป

สมเดจ็ พระพันวษำไดท้ รงฟงั ควำมที่นำงวันทองพูดแลว้ ก็พโิ รธมำก ตรัสประณำมนำงวนั ทองว่ำเปน็

หญงิ หลำยใจ แล้วรบั สั่งให้นำนำงวนั ทองไปประหำรชีวติ

ครำน้นั พระองค์ผู้ทรงภพ ฟังจบแคน้ คั่งด่ังเพลิงไหม้

เหมือนดินประสวิ ปลิวตดิ กบั เปลวไฟ ดดู เู๋ ปน็ ได้อวี นั ทอง

จะว่ำรกั ขำ้ งไหนไมว่ ่ำได้ นำ้ ใจจะประดังเข้ำทั้งสอง

ออกนัน่ เข้ำนี่มสี ำรอง ย่งิ กว่ำท้องทะเลอันลำ้ ลึก

ฯลฯ

เร่งเร็วเหวยพระยำยมรำช ไปฟันฟำดเสยี ให้มันเปน็ ผี

อกเอำขวำนผ่ำอยำ่ ปรำนี อย่ำให้มโี ลหิตตดิ ดนิ กู

เอำใบตองรองไว้ใหห้ มำกิน ตกดินจะอปั รีย์กำลีอยู่

ฟนั ใหห้ ญิงชำยท้ังหลำยดู สงั่ เสร็จเสดจ็ สู่ปรำสำทชัยฯ

7. ขอ้ คิดทไ่ี ด้จากเร่อื ง
พรทพิ ย์ แฟงสุด (2555, น. 134) กล่ำววำ่
ข้อคิดท่ไี ด้จำกเรื่อง (เฉพำะตอน ขนุ ชำ้ งถวำยฎีกำ)
1. ควำมรกั ของแมท่ ี่มีต่อลูกนั้น เป็นรกั ท่ยี งิ่ ใหญเ่ สมอ
2. ครอบครัวที่ประกอบดว้ ย พอ่ แม่ และลูกน้นั หำกวนั ใดทพี่ ่อแมต่ ้องพลดั พรำกจำกกัน ผู้เป็นลูกก็

มักประสบกบั ควำมทกุ ข์ ควำมลำบำกในกำรดำเนินชีวิตเป็นธรรมดำ
3. ควำมรกั ทเ่ี หน็ แกต่ วั อำจทำให้ผอู้ ื่นไดร้ ับเครำะห์กรรมได้

สมศักดิ์ อัมพรวิสทิ ธิ์โสภำ และธัญลักษณ์ จยุ้ เรือง (2537, น. 208) กล่ำวว่ำ
1. ควำมอำฆำตพยำบำท ควำมหนุ หันพลนั แล่น ทำให้เกดิ เรื่องรำวใหญโ่ ต จำทำให้นำงวันทอง
ตอ้ งโทษประหำรชวี ติ
2. ครอบครวั ทพ่ี ร้อมต้องประกอบไปด้วยพ่อแม่พน่ี ้อง ควำมรกั ของแม่ทีม่ ตี ่อลกู
3. ควำมลังเล ไมต่ ัดสนิ ใจให้เดด็ ขำดไป ทำใหเ้ กิดปญั หำ

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 121

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

8. คณุ คา่ ของเรื่อง
คุณคำ่ ของเรื่อง มผี ้รู ู้ได้สรปุ ไว้แตกตำ่ งกันดงั น้ี
พรทิพย์ แฟงสดุ (2555,น. 135) กลำ่ วว่ำ
เสภำขนุ ชำ้ งขนุ แผน มีคุณค่ำหลำยประกำร อำทิ
1. ใหค้ วำมร้เู กีย่ วกับกลอนเสภำ
2. ใหค้ วำมสนุกสนำนเพลดิ เพลนิ แกผู้อ่ำน
3. สะท้อนให้เห็นแนวคิดและค่ำนิยมตำ่ ง ๆ เช่น
-ควำมรักแท้ย่อมไม่หวำดหวน่ั ตอ่ อุปสรรคและควำมทุกขย์ ำกต่ำง ๆ
-ควำมกตญั ญูกตเวทีเป็นส่ิงที่ดีงำม ทำให้ผู้นั้นมีแตค่ วำมเจริญ
-ทหำรตอ้ งซื่อสตั ยจ์ งรกั ภักดีต่อพระมหำกษัตรยิ ์
-ชีวิตมนษุ ยย์ อ่ มมีท้งั ทุกข์ สุข สมหวงั และผดิ หวังปะปนกันไป

คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์
1. กระบวนกลอนท่ีใช้ในเรื่อง สำมำรถสอื่ สำรอำรมณส์ ะเทือนใจอนั เกดิ จำกโชคชะตำของตัวละครได้
เป็นอย่ำงดี
2. มกี ำรใชภ้ ำพพจน์ ทำใหส้ ร้ำงจินตภำพในกำรอำ่ นได้ดี อำทิ อปุ มำ สทั พจน์
3. มรี สวรรณคดี(สันสกฤต)ปรำกฏอย่ำงหลำกหลำย เช่น

3.1 หสั ยรส (รสควำมตลกขบขนั ) ตอนท่ขี ุนช้ำงตื่นขน้ึ มำแล้วไมพ่ บนำงวันทอง
3.2 ศฤงคำรรส (รสแหง่ ควำมรกั ) ตอนควำมรักของแม่ท่มี ีตอ่ ลกู และลกู มตี ่อแมร่ ะหวำ่ ง
พระไวยกบั นำงวนั ทอง
4. กำรเลำ่ เรอ่ื ง มีกำรเลำ่ เรื่องแบบยอ้ นหลงั ใหผ้ ู้อำ่ นปะติดปะต่อเร่อื งได้ ตัวละครแต่ละตัวจะเลำ่
ย้อนเหตกุ ำรณใ์ นอดตี ทต่ี นมีส่วนรว่ มโดยแสดงอำรมณแ์ ละทรรศนะทม่ี ีต่อเหตกุ ำรณ์ในอดีตนนั้ ดว้ ย

คณุ ค่าดา้ นสงั คม

1. สะท้อนให้เหน็ โลกทัศน์ของครอบครวั ขุนนำงในสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยำทมี่ ีควำมจงรักภักดี
ต่อพระมหำกษตั รยิ ์มำก

2. ในสมัยก่อนไม่มีกฎหมำยแน่นอน เมอื่ มีคดีควำมต้องอำศัยพระรำชวนิ จิ ฉยั ของพระมหำกษตั รยิ ์
และข้นึ อยู่กับพระอำรมณด์ ว้ ย

3. สถำนภำพของผูห้ ญงิ ไทยในสมยั โบรำณ ไมม่ ีอสิ ระในกำรตัดสนิ ใจในกำรดำเนนิ ชวี ติ ของตน
4. ควำมเชือ่ เรื่องไสยศำสตร์ อำทิ ฝันร้ำยแสดงถงึ ลำงร้ำย กำรเสกเป่ำมนตร์เพื่อควำมเป็นสิรมิ งคล

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 122

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สมศกั ด์ิ อัมพรวิสทิ ธิโ์ สภำ และธัญลกั ษณ์ จุ้ยเรือง (2537, น. 208 - 209) กล่ำววำ่
ขุนชำ้ งขนุ แผน ตอน ขนุ ช้ำงถวำยฎกี ำ มีคุณค่ำด้ำนสังคมและวรรณศิลปด์ งั น้ี
คุณคา่ ดา้ นสงั คม
1. แสดงแงค่ ดิ เกี่ยวกบั ควำมรักของแม่ท่มี ตี ่อลกู
2. สะท้อนควำมเช่ือบำงประกำร เชน่ ควำมเช่ือโชคลำง ควำมฝัน ควำมเช่อื เรือ่ งโหรำศำสตร์
ไสยศำสตร์
3. สะท้อนค่ำนิยมของครอบครัวขุนนำงวำ่ มีควำมจงรักภักดีตอ่ พระมหำกษตั ริย์
คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์
1. กระบวนกำรเลำ่ เร่อื ง คือ แสดงเหตุกำรณ์ย้อนอดีตใหผ้ ูอ้ ำ่ นเขำ้ ใจควำมเปน็ มำของตัวละคร
สัมพนั ธ์กบั เหตุกำรณท์ เี่ กดิ ข้นึ ในตอนนี้ได้
2. แสดงบคุ ลิกภำพและนิสยั ใจคอของตัวละครได้อยำ่ งเด่นชดั สมจรงิ และเหมำะสมกับบทบำทได้
อยำ่ งสมจริง สมฐำนะ แสดงให้เห็นบุคลิกภำพ ตลอดจนนิสยั ของตวั ละครได้อย่ำงดียิ่ง
3. สอ่ื อำรมณ์สะเทือนใจได้อย่ำงชัดเจน
4. ดีในกำรใช้โวหำรภำพพจนแ์ ละกำรใช้ลีลำของบทรอ้ ยกรอง
5. ดใี นด้ำนกระบวนกำรพรรณนำใหเ้ กิดจนิ ตภำพ

ภำสกร เกดิ ออ่ น และคณะ (ม.ป.ป., น. 40 - 55) กล่ำวว่ำ
1. คณุ ค่าดา้ นเน้อื หา

1.1 รูปแบบ กลอนเสภำตอน ขนุ ช้ำงถวำยฎกี ำ ใชค้ ำประพนั ธป์ ระเภทกลอนเสภำ ซึง่ มี
ลกั ษณะเหมือนกลอนสภุ ำพ

1.2 องค์ประกอบของเรื่อง
1.2.1 สาระ ตอนขนุ ช้ำงถวำยฎีกำ เสนอข้อคดิ ว่ำ กำรตกเปน็ ทำสของอำรมณ์

ต่ำง ๆ ย่อมทำใหม้ นุษยข์ ำดสติ กระทำสง่ิ ต่ำง ๆ โดยไม่คำนึงถงึ ผลท่ีจะตำมมำ เตือนเรำให้ครองชีวติ ด้วยกำรมี
สติ

1.2.2 โครงเร่ืองเนือ้ เรือ่ ง เป็นเร่อื งรำวควำมรกั ของชำยสองคนกบั หญิงหนึ่งคน
ปมปัญหำของเรื่องคือ นำงผ้นู ั้นจะตกเป็นของชำยใด สดุ ทำ้ ยเรอื่ งไดห้ ักมุมจบตรงทน่ี ำงวันทองถกู ประหำรชวี ิต
นบั เปน็ กำรสร้ำงควำมสะเทือนอำรมณ์แก่ผู้อ่ำนเป็นอย่ำงยิ่ง

1.2.3 ฉำกและบรรยำกำศ คือ สภำพสังคมไทยในสมยั อยุธยำและรตั นโกสนิ ทร์
ตอนตน้ ของชำวบ้ำน ชำววดั และชำววัง ซ่งึ สมจรงิ สอดคล้องกบั เนอ้ื เรื่อง

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 123

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.2.4 ตวั ละคร ตัวละครมีบุคลิกลกั ษณะท่ีชัดเจน เช่น
(1) นำงวันทอง เดก็ สำวไร้เดียงสำ ไม่มโี อกำสตัดสนิ ใจดำเนนิ ชีวติ ด้วยตนเอง
สุขุมรอบคอบ คิดก่อนทำ
(2) พลำยงำม ใชอ้ ำรมณ์เหนือเหตผุ ล กระทำทุกอยำ่ งเพ่ือตอบสนองควำม
ต้องกำรของตน
(3) ขนุ ชำ้ ง จิตใจโหดร้ำย คับแค้น รักเดยี วใจเดยี วแตเ่ ป็นควำมรักทเี่ ห็นแก่ตวั
คดิ เอำแตไ่ ด้
(4) ขนุ แผน เกง่ กล้ำวชิ ำอำคม กลำ้ หำญ จงรักภักดี เจ้ำชู้

1.2.5 กลวธิ กี ำรแตง่ นำเสนอเรื่องรำวผ่ำนตัวละคร โดยกำรเล่ำด้วยถอ้ ยคำท่ี

ไพเรำะงดงำม ใชค้ ำท่ที ำให้เห็นภำพ กำรใช้ควำมเปรยี บ (อุปมำ) สะท้อนให้เห็นวิถชี วี ติ ของคนไทยสมัยกอ่ น

สภำพควำมเป็นอยู่

2. คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

2.1 การสรรคา

2.1.1 กำรเลือกใช้คำได้ถกู ต้องตรงตำมควำมหมำยทต่ี ้องกำร (เลือกใชค้ ำได้

หลำกหลำยเหมำะกับบริบท) เช่น

อดั อดึ ฮดึ ฮดั ด้วยขดั ใจ เม่อื ไรตะวันจะลับฟำ้

เข้ำหอ้ งหวนละห้อยคอยเวลำ จนสรุ ยิ ำเล้ยี วลับเมรไุ กร

2.1.2 กำรเลือกใช้คำทเี่ หมำะแกเ่ น้ือเรื่องและฐำนะของบุคคลในเรื่อง เชน่

จะกลำ่ วถึงพระองคผ์ ู้ทรงเดช เสด็จคืนนิเวศน์พอจวนคำ่

ฝพี ำพรำยเลน่ มำเต็มลำ เรือประจำแหนแหเ่ ซ็งแซ่มำ

พอเรือพระทีน่ ง่ั ประทับที่ ขุนชำ้ งก็รล่ี งตีนท่ำ

ลอยคอชูหนังสือดื้อเขำ้ มำ ผุดโผลโ่ งหนำ้ ยดึ แคมเรือ

2.1.3 กำรเลอื กใช้คำไดเ้ หมำะแกล่ ักษณะคำประพนั ธ์ ใช้คำงำ่ ย ๆ ไม่ต้องตีควำม

ผอู้ ำ่ นผฟู้ งั เขำ้ ใจคำได้ทนั ที เชน่

แม่เลีย้ งลูกมำถึงเจด็ ขวบ เครำะห์ประจวบจำกแม่หำเห็นไม่

จะคิดถึงลกู บำ้ งฤำอยำ่ งไร ฤาหาไม่ใจแมไ่ มค่ ดิ เลย

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 124

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2.1.4 กำรเลอื กใช้คำโดยคำนึงถงึ เสียง ประกอบดว้ ย

(1) การเล่นคา กำรนำคำคำเดยี วมำใชใ้ นที่ใกล้ ๆ กนั เพื่อย้ำควำมหมำย

เชน่

วันนน้ั แพ้กูเม่ือดำนำ้ ก็กรว้ิ ซำ้ จะฆำ่ ให้เปน็ ผี

แสนแค้นด้วยมำรดำยังปรำนี ใหไ้ ปขอชีวขี นุ ชำ้ งไว้

แค้นแมจ่ ำจะแก้ใหห้ ำยแคน้ ไมทดแทนอำ้ ยขนุ ชำ้ งบ้ำงไม่ได้

หมำยจิตคิดจะให้มันบรรลัย ไม่สนใจจำเพำะเครำะห์มันดี

(1) การเลน่ สัมผสั (สมั ผัสสระและสัมผสั พยัญชนะ) เชน่

ไดย้ ินเสยี งฆ้องยำ่ ประจำวัง ลอยลมลอ่ งดงั ถึงเคหำ

คะเนนบั ยำ่ ยำมได้สำมครำ ดูเวลำปลอดห่วงทักทนิ

2.2 กำรใช้โวหำร ประกอบด้วย

2.2.1 อุปมาโวหาร โวหำรที่กล่ำวเปรยี บเทยี บโดยใช้คำแสดงกำรเปรยี บเทียบเช่น

“ เหมอื น เสมือน คล้ำย ดัง ดั่ง ดจุ ดง่ั รำว ดูรำว ปำน เพียง ประหนึ่ง เฉก เชน่

มำอยูใ่ ยกบั อ้ำยหนิ ชำติ แสนอบุ ำทว์ใจจติ ริษยำ

ดงั ทองคำทำเล่ยี มปำกกะลำ หนำ้ ตำดำเหมือนมนิ หม้อมอม

2.2.2 บรรยำยโวหำร กระบวนกำรแตง่ ทมี่ ีเนอ้ื เรื่อง บทบำท ดำเนนิ เร่ืองวำ่ ใคร

ทำอะไร ทำอยำ่ งไร ท่ีไหน และเม่ือไร เชน่

ขอเดชะละอองธุลีพระบำท องค์หรริ ักษร์ ำชรงั สรรค์

เมื่อกระหม่อมฉันมำแต่อำรัญ ครั้งน้ันโปรดประทำนขุนแผนไป

คร้ันอยมู่ ำขุนแผนต้องจำจอง กระหม่อมฉันมีท้องนั้นเตบิ ใหญ่

อยู่ทีเ่ คหำหน้ำวัดตะไกร ขนุ ชำ้ งไปบอกว่ำพระโองกำร

2.3 กำรใช้ภำพพจน์ ประกอบดว้ ย

2.3.1 อปุ มา กำรกลำ่ วเปรยี บเทียบโดยใชค้ ำแสดงกำรเปรียบเทียบเช่น “ เหมือน

เสมอื น คลำ้ ย ดัง ด่งั ดจุ ด่ัง รำว ดรู ำว ปำน เพียง ประหน่ึง เฉก เปรยี บปำน ฯลฯ เช่น

ครำนน้ั ขุนช้ำงไดฟ้ งั วำ่ แค้นดงั เลือดตำจะหลง่ั ไหล

ดับโมโหโกรธำทำวำ่ ไป เรำกไ็ ม่ว่ำไรสดุ แตด่ ี

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 125

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2.3.2 อุปลักษณ์ กำรกลำ่ วเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเปน็ อีกสงิ่ หนึง่ โดยใชค้ ำ “เป็น,คอื ,

เทำ่ ” เชน่

เจ้ำพลำยงำมตำมรบั เอำกลบั มำ ทนี่ ห้ี น้ำจะดำเป็นน้ำหมึก

กำเริบใจดว้ ยเจ้ำไวยกำลังฮึก จะพำแมต่ กลึกให้จำตำย

2.4 ลีลำกำรประพนั ธ์ กระบวนกำรแตง่ คำประพนั ธข์ องกวีอยำ่ งมีแบบแผน แทรกรส

วรรณคดีตำ่ ง ๆ เชน่

2.4.1 เสำวรจนี บทชมควำมงำม

จดุ เทียนสะกดขำ้ วสำรปรำย ภตู พรำยโดดเรือนสะเทอื นผำง

สะเดำะดำนบำนเปดิ หน้ำตำ่ งกำง ยำ่ งเท้ำก้ำวขึน้ รำ้ นดอกไม้

หอมหวนอวลอบบปุ ผชำติ เบิกบำนก้ำนกลำดกิ่งไสว

เรณูฟ่รู ่อนขจรใจ ยำ่ งเทำ้ กำ้ วไปไมโ่ ครมครำม

2.4.2 นำรปี รำโมทย์ บทเก้ยี วโอ้โลม แสดงควำมรักใคร่

โอเ้ จ้ำแก้วแววตำของพี่เอ๋ย เจำ้ หลบั ใหลกระไรเลยเป็นหนกั หนำ

ดังนม่ิ นอ้ งหมองใจไมน่ ำพำ ฤำขัดเคืองคดิ วำ่ พ่ีทอดทง้ิ

ควำมรกั หนกั หน่วงทรวงสวำท พี่ไม่คลำดคลำยรักแต่สักสง่ิ

เผอญิ เป็นวปิ ริตพ่ผี ดิ จริง จะนอนน่งิ ถอื โทษโกรธอยใู่ ย

2.4.3 พิโรธวำทงั บทตัดพอ้ ตอ่ ว่ำ หงึ หวง โกรธ ว่ำกล่ำวประชดประชัน

ม่ำนมลู่ ีม่ ฉี ำกประจำกัน้ อฒั จันทร์เคร่ืองแกว้ กห็ นักหนำ

ชมพลำงยำ่ งเย้ืองลำเลอื งมำ เปิดมุ้งเห็นหนำ้ แม่วนั ทอง

น่งิ นอนอยบู่ นเตยี งเคียงขุนชำ้ ง มันแนบข้ำงกอดกลมประสมสอง

เจ็บใจดังหัวใจจะพงั พอง ขยบั จอ้ งดำบง่ำอยำกฆ่ำฟนั

จะใคร่ถีบขุนช้ำงท่ีกลำงตัว นกึ กลวั จะถูกแมว่ ันทองนั่น

พลำงนัง่ ลงนอบนบอภิวนั ทน์ สะอน้ื อนั้ อกแคน้ น้ำตำคลอ

2.4.4 สัลลำปังคพสิ ยั บทแสดงควำมเศร้ำโศก ครำ่ ครวญ

ครำนั้นเจำ้ โฉมเจำ้ วนั ทอง เศร้ำหมองดว้ ยลูกเปน็ หนกั หนำ

พอ่ พลำยงำมทรำมสวำทของแมอ่ ำ แมโ่ ศกำเกือบเจยี นจะบรรลยั

ใช่จะอิม่ เอิบอำบด้วยเงินทอง มใิ ชข่ องตัวทำมำแตไ่ ฉน

ทง้ั ผคู้ นช้ำงมำ้ แลขำ้ ไท ไมร่ กั ใครเ่ หมือนกบั พ่อพลำยงำม

ทุกวนั นีใ้ ช่แม่จะผำสกุ มแี ต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหน็บหนำม

ตอ้ งจำจนทนกรรมทต่ี ิดตำม จะขืนควำมคิดไปก็ใชท่ ี

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 126

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. คุณค่าด้านสังคม

3.1 สะท้อนสภำพชวี ติ ควำมเปน็ อยขู่ องคนในสังคม

หอมหวนอวลอบบปุ ผชำติ เบกิ บำนกำ้ นกลำดกิ่งไสว

เรณฟู ู่ร่อนขจรใจ ยำ่ งเท้ำกำ้ วไปไม่โครมครำม

ขำ้ ไทนอนหลบั ลงทับกนั สะเดำะกลอนถอนลัน่ ถึงชน้ั สำม

กระจกฉำกหลำกสลับวบั แวมวำม อรำ่ มแสงโคมแกว้ แววจับตำ

มำ่ นมูล่ มี่ ฉี ำกประจำก้นั อัฒจันทรเ์ คร่ืองแก้วก็หนักหนำ

ชมพลำงย่ำงเย้ืองลำเลืองมำ เปดิ มุ้งเห็นหน้ำแม่วันทอง

3.2 สะท้อนควำมเช่ือของคนในสงั คม

3.2.1 ควำมเช่ือไสยศำสตร์ ควำมเชอื่ เกยี่ วกบั ภตู ผีปีศำจ คำถำอำคม ฯลฯ

ลงยนั ตร์ ำชะเอำปะอก หยบิ ยกมงคลขน้ึ ใสห่ วั

เปำ่ มนตร์เบอื้ งบนชอ่มุ มวั พรำยย่วั ยวนใจใหไ้ คลคลำ

3.2.2 ควำมเชอ่ื เกี่ยวกบั ควำมฝนั (โหรำศำสตร์)

สนิ้ ฝันคร้ันตื่นตกประหม่ำ หวีดผวำกอดผัวสะอื้นไห้

เลำ่ ควำมบอกผัวดว้ ยกลวั ภยั ประหลำดใจนอ้ งฝนั พรน่ั อุรำ

ครำนน้ั ขุนแผนแสนสนิท ฟงั ควำมตำมนิมติ กใ็ จหำย

ครง้ั นี้นำ่ จะมีอนั ตรำย ฝนั ร้ำยสำหสั ตัดตำรำ

3.2.3 ควำมเชอ่ื เรื่องกรรม (พุทธศำสตร์) เกีย่ วกบั เครำะห์กรรม บำปบญุ คุณโทษ

นรกสวรรค์ เกดิ แก่ เจ็บ ตำย

เออนี่เครำะห์กรรมมำนำผิด น่ำอำยมิตรหมองใจไม่หำยหมำง

ฝ่ำยพ่อมีบญุ เป็นขนุ นำง แต่แม่ไปแนบช้ำงคนจัญไร

3.3 สะทอ้ นค่ำนิยมของคนในสังคม

3.3.1 ค่ำนิยมกำรมสี ัมมำคำรวะ

จะใคร่ถบี ขุนช้ำงที่กลำงตวั นึกกลวั จะถูกแมว่ นั ทองนั่น

พลำงนั่งลงนอบนบอภิวนั ทน์ สะอ้ืนอั้นอกแค้นน้ำตำคลอ

3.3.2 คำ่ นิยมของผหู้ ญงิ ต้องมีสำมีคนเดยี ว (แตผ่ ู้ชำยมภี รรยำหลำยคนได้

โดยเฉพำะในหมู่ชนช้นั สูง)

ว่ำหญงิ ชวั่ ผวั ยงั ครำวละคนเดียว หำตำมตอมกันเกรียวเหมอื นมึงไม่

หนกั แผ่นดินกูจะอยู่ไย อ้ำยไวยมึงอย่ำนับว่ำมำรดำ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 127

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3.4.1 บทบำทของพระมหำกษัตริย์ตอ่ ประชำชนในสงั คม ดแู ลทุกขส์ ุขของ

ประชำชนตงั้ แต่ระดับครอบครวั ถงึ ระดับประเทศ

ครำนนั้ พระองคผ์ ู้ทรงเดช ฟังเหตุขนุ่ เคอื งเป็นหนกั หนำ

อ้ำยหม่นื ไวยทำใจอหงั กำร์ ตกวำ่ บ้ำนเมืองไมม่ ีนำย...

อยั กำรศำลโรงกม็ ีอยู่ ฤำว่ำกตู ดั สินให้ไม่ได้

ชอบทวนด้วยลวดใหป้ วดไป ปรบั ไหมใหเ้ ท่ำกบั ชำยชู้

3.4.2 บทบำทของสตรีในสังคมไทย สตรีในสงั คมไทยในอดีต (จนถึงปัจจบุ นั ) ไม่

อสิ ระในกำรกำหนดชวี ติ ตนเอง

ทกุ วันน้ีใช่แมจ่ ะผำสุก มีแต่ทุกข์ใจเจบ็ ดังเหน็บหนำม

ตอ้ งจำจนทนกรรมทต่ี ิดตำม จะขนื ควำมคิดไปกใ็ ช่ที

เมอ่ื พ่อเจำ้ เขำ้ คุกแม่ทอ้ งแก่ เขำฉุดแม่ใช่จะแกลง้ แหนงหนี

ถงึ พ่อเจ้ำเลำ่ ไม่รู้วำ่ ร้ำยดี เปน็ หลำยปแี มม่ ำอยู่กบั ขุนชำ้ ง

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 128

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คาช้ีแจง ตอบคำถำมต่อไปน้ี ให้ถูกต้อง

๑. บทเสภำเรอื่ ง ขนุ ชำ้ งขนุ แผน ตอนขนุ ชำ้ งถวำยฎกี ำ นักเรยี นคิดว่ำตวั ละครใด มีบำทเด่นที่สุด

เพรำะเหตุใด (๒ คะแนน)

ตอบ

..........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

๒. ขอ้ คดิ ที่ได้จำกเร่ืองเสภำขุนชำ้ งขุนแผน ตอนขุนชำ้ งถวำยฎกี ำ ทนี่ ักเรยี นเหน็ ว่ำมปี ระโยชน์
ต่อตนเองแลสังคม (๒ คะแนน)

ตอบ....................................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................

๓. บทเสภำเร่ือง ขุนช้ำงขุนแผน ตอนขนุ ชำ้ งถวำยฎกี ำ สะทอ้ นภำพสงั คมไทยอยำ่ งไร อธิบำย (๑ คะแนน)
ตอบ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 129

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การแสดงทรรศนะ

1. ความหมาย

ทรรศนะ หมำยถงึ ควำมคิดเหน็ ท่ปี ระกอบดว้ ยเหตผุ ล
2. โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ

กำรแสดงทรรศนะ ประกอบด้วยส่วนสำคญั 3 ส่วน คอื
1. ทีม่ า หมำยถงึ ตน้ เหตุท่ีทำให้เกดิ กำรแสดงทรรศนะ
2. ข้อสนบั สนุน หมำยถงึ เหตผุ ล ที่เปน็ ข้อเทจ็ จริง หลักกำร ทรรศนะ หรือมติของผู้อน่ื ทผ่ี แู้ สดง
ทรรศนะนำมำสนับสนนุ ข้อสรปุ ของตน
3.ขอ้ สรุป หมำยถึง กำรประเมนิ คำ่ ของขอ้ เสนอแนะ ขอ้ วนิ ิจฉยั ขอ้ สันนษิ ฐำน ของผูแ้ สดง
ทรรศนะเพือ่ ให้ผู้อื่นยอมรบั หรอื พิจำรณำนำไปปฏิบัติ

ตัวอยำ่ ง (โครงสร้ำง แบบ 1. =ทม่ี ำ, 2. =ขอ้ สนบั สนนุ , 3 .=ขอ้ สรปุ )

1) ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีหน้ำตำเคร่งเครียด เป็นทุกข์และมีอำรมณ์ฉุนเฉียวโมโหร้ำย ดังจะ
เห็นได้จำกขำ่ วอำชญำกรรมในโทรทศั นแ์ ละหนังสอื พิมพ์/ 2) สำเหตมุ ใิ ชเ่ นอื่ งมำจำกกำรตกงำนและไม่มีเงินซื้อ
ของเท่ำน้ัน/ 3) ส่วนหนึ่งน่ำจะมำจำกเงินขำดมือท่ีจะซื้อควำมสุข ควำมสะดวกและกำรใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย
หรหู รำเชน่ ก่อน

3. ขอ้ แตกตา่ งทรรศนะของบุคคล
บุคคลจะมที รรศนะแตกต่ำงกันมำจำกสำเหตุ 2 ประกำรคือ

1. คุณสมบัติตำมธรรมชำติของมนุษย์ คอื คุณสมบัติทต่ี ิดตัวมนุษย์มำแต่กำเนิด เช่น สติปญั ญำ
ไหวพริบ ปฏภิ ำณ ควำมถนดั เชำวป์ ัญญำเปน็ ตน้

2. อิทธิพลของส่ิงแวดลอ้ ม คือ ทกุ สงิ่ ทกุ อย่ำงที่อยแู่ วดลอ้ มมนษุ ย์ เชน่ บ้ำนเมือง ทงุ่ นำ ปำ่ เขำ
สื่อตำ่ ง ๆ หรือสภำพแวดล้อมทำงสังคม

4. ประเภทของทรรศนะ
ทรรศนะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
4.1 ทรรศนะเชิงข้อเทจ็ จรงิ คือ ทรรศนะทีเ่ กี่ยวกับเรื่องท่ีเกดิ ขึ้นแลว้ แตย่ ังไมท่ รำบข้อเทจ็ จรงิ

หรือยังเปน็ ท่ีถกเถียงกันว่ำ ข้อเท็จจรงิ ท่ีถูกต้องน้ันเป็นอย่ำงไร กำรแสดงทรรศนะประเภทนี้ จะเปน็ กำร
สนั นิษฐำน

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 130

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอยา่ ง ทรรศนะเก่ียวกบั ข้อเท็จจรงิ

วันเสำร์ท่ี 26 กุมภำพันธ์ พ.ศ.2554 เวลำตีสอง ปรำกฏว่ำมีขโมยเข้ำมำในโรงเรียน
ได้ขโมยไก่ ไข่ไก่ และพืชผักสวนครัวในโรงเรียนไปเป็นจำนวนมำก เหตุกำรณ์แสดงให้เห็นว่ำโรงเรียนควร
เข้มงวดกวดขัน โดยให้มีเวรยำมและเปิดไฟไว้เพ่ือให้แสงสว่ำงเพียงพอ และควรเปล่ียนเวรยำมเป็น 2 ผลัด
เพ่ือควำมปลอดภัยและมีประสิทธภิ ำพในกำรอย่เู วร

ดังน้ัน จึงขอสรุปว่ำ จำกเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น ผู้บริหำรโรงเรียนควรเพ่ิมยำมและเข้มงวด
กวดขันใหม้ ำกขน้ึ

อีกไม่ก่ีวันจะถึงวันหยุดสิ้นปีและวันข้ึนปีใหม่แล้ว (ท่ีมา) กำรจรำจรน่ำจะติดขัด (ข้อสรุป)
เพรำะคนสว่ นใหญเ่ ดินทำงกลับบ้ำนท่ตี ำ่ งจังหวัดในช่วงเวลำนี้เป็นจำนวนมำก (ขอ้ สนบั สนนุ )

4.2 ทรรศนะเชิงคณุ ค่า คือ ทรรศนะทป่ี ระเมนิ คำ่ วำ่ ดีหรือไม่ดี มีประโยชนห์ รอื มีโทษ เหมำะสม
หรอื ไม่เหมำะสม ของส่งิ ต่ำง ๆ อำจเปน็ วตั ถุ กิจกรรม บคุ คล โครงกำร นโยบำย โดยผ้แู สดงทรรศนะ
อำจประเมินคำ่ ตำมเกณฑ์ หรือเปรยี บเทยี บกบั ส่ิงท่ีอย่ใู นประเภทเดียวกัน
ตัวอย่าง ทรรศนะเชงิ คณุ คา่

ถ้ำจะกล่ำวถึงกำรทำงำนให้มีประสิทธิภำพและประสิทธิผล เป็นเรื่องที่เรำต้องพิจำรณำ
(ท่ีมำ) ทั้งนี้ควำมเชี่ยวชำญในกำรทำงำนน่ำจะเปรียบเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ (ข้อสรุป) เพรำะ
เคร่ืองคอมพิวเตอร์มีระบบกำรทำงำนท่ีซับซ้อน สำมำรถทำงำนได้หลำยประเภทและทำซ้ำ ๆ ได้
(ข้อสนับสนุน)

4.3 ทรรศนะเชิงนโยบาย คือ ทรรศนะท่ีบง่ ชีว้ ่ำ ควรทำอะไร อย่ำงไร ต่อไปในอนำคต หรอื ควรจะ
แก้ไขปรบั ปรงุ สง่ิ ใด ไปในทิศทำงใด อย่ำงไร
ตัวอยา่ ง ทรรศนะเชิงนโยบาย

ถ้ำจะกล่ำวถึงปัญหำระบบกำรศึกษำของไทยตอนน้ี ยังไม่มีทำงออกท่ีชัดเจน (ที่มา) สำหรับ
ผมแล้ว กำรแก้ปัญหำระบบกำรศึกษำท่ีแท้จริง ควรเริ่มท่ีผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยกำรให้ผู้เรียนให้ผู้เรียนได้มี
โอกำสวำงแผนกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือมีส่วนร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็นท่ีเป็นประโยชน์ต่อกำรแก้ไข
ระบบกำรศึกษำ (ข้อสรุป) เพรำะผู้เรียนเป็นผู้ที่มีควำมเข้ำใจและสัมผัสระบบกำรศึกษำอย่ำงใกล้ชิด

ข้อสนับสนุน

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 131

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5. ลกั ษณะของภาษาที่ใช้ในการแสดงทรรศนะ
5.1 ใชค้ ำหรือกลุ่มคำท่แี สดงวำ่ เป็นเจำ้ ของทรรศนะนัน้ คือมีคำสรรพนำมบรุ ุษท่ี 1 ดิฉนั ขา้ พเจ้า

ผม คำนำม ปรำกฏอยู่ เชน่

ดิฉนั ขอเสนอแนะว่ำ.../ข้ำพเจ้ำเห็นวำ่ .../พวกเรำมคี วำมเห็นรว่ มกันว่ำ.../ผมขอสรปุ วำ่ .../
พวกเรำเขำ้ ใจวำ่ .../ดิฉนั เหน็ ว่ำ/ข้ำพเจำ้ เขำ้ ใจว่ำ.../เรำขอเสนอแนะวำ่ .../ทป่ี ระชมุ มีมตวิ ำ่ ... เช่น

ขำ้ พเจำ้ เหน็ วำ่ สมควรให้รำงวลั เกยี รติยศแกน่ ักเรียนท่ีมีควำมกตัญญกู ตเวที และเรยี นดี
ทุก ๆ ปี

5.2 ใชค้ ำหรอื กลุ่มคำกริยำช่วย คือ คำว่ำ นา่ นา่ จะ คง คงจะ ควร ควรจะ ควรจะ ควรจะตอ้ ง พงึ
พงึ จะ มกั มักจะ อาจ อาจจะ สม สมจะ ดจู ะ เหน็ จะ เห็นจะตอ้ ง เชน่

โรงเรียนควรจะรณรงคเ์ ร่ือง กำรรกั ษำควำมสะอำดและสขุ อนำมยั ส่วนบุคคลอย่ำงจริงจัง

5.3 ใช้คำหรือกลมุ่ คำอ่ืน ทส่ี ื่อควำมหมำยกำรแสดงทรรศนะ อำจจะเปน็ กำรประเมินค่ำ
กำรคำดคะเน กำรแสดงควำมเชือ่ มนั่ เชน่

นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษำปที ่ี 6 ไดแ้ สดงดนตรีอย่ำงเต็มควำมสำมำรถ (ประเมนิ คำ่ )
นกั ฟตุ บอลทีมชำติของเรำมที ำงชนะเลศิ เหรียญทองอย่ำงไม่ตอ้ งสงสัย (แสดงควำมเชื่อม่ัน)
มีควำมเปน็ ไปได้ที่เธอจะชนะเลศิ กำรแข่งขันเทนนสิ อกี เปน็ ปีทีส่ องตดิ ต่อกัน (คำดคะเน)

6. ปัจจัยที่สง่ เสริมการแสดงทรรศนะ
ปจั จัยท่ีส่งเสรมิ กำรแสดงทรรศนะมี 2 ประเภท คือ
6.1 ปจั จัยภำยนอก ได้แก่ สอ่ื สง่ิ แวดล้อม บรรยำกำศ บุคคล เวลำ และสถำนที่ เป็นต้น
6.2 ปัจจยั ภำยใน ได้แก่ ควำมเชื่อม่นั ในตนเอง ประสบกำรณ์ ควำมรู้ สตปิ ัญญำ ควำมพรอ้ ม

ทำงกำย ควำมสำมำรถในกำรใชภ้ ำษำ เปน็ ต้น

7. ลักษณะทรรศนะท่ีดี
ลกั ษณะของทรรศนะท่ีดี ประกอบดว้ ย
7.1 มีประโยชน์และสรำ้ งสรรค์
7.2 มีเหตุผล
7.3 ใชภ้ ำษำชัดเจน
7.4 มีควำมเหมำะสมกับกำลเทศะ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 132

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ภาระงาน : การพูดแสดงทรรศนะ

คาชีแ้ จง 1. ศึกษำ ฟงั ดู เพลง “วันทอง” วงคนดำ่ นเกวยี น จำก ยูทูป
2. เขียน/และพูดแสดงทรรศนะ ตำมคำถำมต่อไปนี้

เนื้อเพลง วนั ทอง - คนดำ่ นเกวียน เพลง : วันทอง
เพลง : วนั ทอง
ศิลปนิ : คนดำ่ นเกวยี น ..เป็นเรื่องจรงิ
ไมใ่ ชอ่ ิง นยิ ำย
ท่ีปู่ยำ่ ตำยำย
เล่ำขำน นำนมำ
มหี ลกั ฐำน บนั ทกึ เปน็ ตำรำ
ให้ลูก ใหห้ ลำน
ไดศ้ ึกษำ เล่ำเรียน
หน่งึ หญิง สองชำย ผกู พัน
เหตเุ กดิ ท่ี สุพรรณ
กำญจน บุรี
เรื่องขุนช้ำง
ขุนแผน และสตรี
ทช่ี อื่ วันทอง
หรอื หญิง สองใจ
หญงิ สำว รำ่ งกำย บอบบำง
ได้เสีย นวล เสียนำง
ให้แก่พลำยแก้ว แววไว
ถอดผำ้ เหลอื ง
คืนเดียว ฉับไว
ลอบย่อง ข้ึนไป
ได้เสยี นำงพิม

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 133

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อยกู่ ิน เปน็ สำมี ภรรยำ
แตง่ งำน ออกหน้ำ ออกตำ

แต่ขนุ ชำ้ ง
ยังไมย่ อม เลิกรำ
วันทอง ถูกบงั คับ บีฑำ
จงึ ตกปำก รบั คำ มำรดำ
เขำ้ พธิ ี ววิ ำห์
น้ำตำนอง หน้ำไหล

Solo
..คร้นั แต่งงำน
ก็ยงั ไม่ทัน เสียตัว
ดว้ ยควำมท่ี รักผัว
ไปรบ แดนไกล
แตข่ ุนแผน
กลบั พำสำว เชียงใหม่
มำเหยยี บ มำย่ำ
หยำมใจ วันทอง
จึงสูญเสยี ควำมเปน็ กลุ สตรี
เม่ือหวั ลำ้ น หน้ำผี
ใช้แรง ขืนใจ
อีกไมน่ ำน ขนุ แผน
ยอ้ นมำใหม่
ชิงตัว นำงไป
อยู่รว่ ม ชำยคำ
นำงเสยี คน
เพรำะไม่ทน แรงชำย
อกี ท้ังกลวั โทษภัย
ในพระคณุ มำรดำ
สดุ ทำ้ ย คอจึงหลดุ จำกบำ่
พรอ้ มคำสำป แช่งดำ่
ว่ำเปน็ หญงิ สองใจ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 134

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อุทำหรณ์ สอนเตือน ผูค้ น
วำ่ ผู้หญิง ในสงั คม ช้ันชน
ต้องพลกี ำย พลีใจ ของตน
สนองรับ กฎเกณฑ์ ทรุ ชน
ไร้คน เหน็ ใจ แม่วันทอง
กลำยเป็นหญงิ ใจสอง

สองใจ ใครเล่ำทำ

Solo
..เปน็ เรื่องจรงิ
ไม่ใช่อิง นยิ ำย
ทปี่ ูย่ ่ำ ตำยำย
เล่ำขำน นำนมำ
มหี ลกั ฐำน บนั ทึก เปน็ ตำรำ
ใหล้ ูก ใหห้ ลำน
ไดศ้ ึกษำ เล่ำเรยี น
อทุ ำหรณ์ สอนเตอื น ผ้คู น
ว่ำผ้หู ญงิ ในสังคม ชัน้ ชน
ต้องพลีกำย พลีใจ ของตน
สนองรบั กฎเกณฑ์ ทุรชน
ไร้คน เหน็ ใจ แมว่ ันทอง
กลำยเปน็ หญงิ ใจสอง
สองใจ ใครเลำ่ ทำ

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 135

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คาชี้แจง จงตอบคำถำมต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง

๑.เพลงท่ีฟงั ถำ้ ต้งั ชอ่ื ใหม่ควรชือ่ อะไร เพรำะเหตุใดจงึ ต้ังชื่อเช่นน้นั (๑ คะแนน)
ตอบ

............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................. ..................................................................

๒.ศิลปนิ มคี วำมคิดเหน็ อย่ำงไรกบั วันทอง ( ๑ คะแนน)
ตอบ

............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

๓.นักเรยี นมีควำมคดิ เหน็ กบั อย่ำงไร กับเรื่อง ขนุ ช้ำงขุนแผน ตอน ขุนข้ำงถวำยฎีกำ (๑ คะแนน)
ตอบ

............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................... .......................
.......................................................................................................... ......................................................

๔. ในทรรศนะของนักเรียน นำงวันทอง สมควร “ถกู ประหำรชีวิตหรอื ไม่” เพรำะเหตุใด (๒ คะแนน)
ตอบ

............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................. ..................................................................

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 136

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบบนั ทึกการพดู แสดงทรรศนะ
ประเด็น “นางวันทองสมควรถูกประหารชีวิตหรอื ไม?่ ”

เรยี น .................................................และสวสั ดี...................................................................................
(ผม/ดิฉนั ) นำย/นำงสำว.....................................................นกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ี่........ห้อง......................
เลขท.่ี ...................

ในประเด็น “นำงวนั ทองสมควรถูกประหำรชวี ิตหรือไม?่ ” นน้ั ผม/ดิฉันเห็นว่ำ
............................................................................................................................. .................................................
เพรำะ
...................................................................................................................................................... ........................
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
............................................................................................. .................................................................................

(ขอบคณุ ครบั /ค่ะ)

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 137

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน คะแนนก่อนเรยี น.......
เร่อื ง การแสดงทรรศนะ คะแนนหลงั เรยี น.......

คาชี้แจง ◌ วงกลมคำตอบที่ถกู ต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดียว
กอ่ นเรียนใช้ปากกาสีแดง หลงั เรยี นใช้ปากกาสีนา้ เงนิ

1. ข้อใด เปน็ โครงสรา้ งการแสดงทรรศนะของข้อความต่อไปน้ี

ประเทศผู้นำเข้ำท่ัวโลกสนใจขั้นตอนกำรผลิตสินค้ำมำกข้ึน โดยใช้มำตรกำรที่ไม่ใช่ภำษีเป็นข้อกีดกัน

ทำงกำรค้ำด้วย เช่น มำตรกำรสุขอนำมัยพืช และกำรผลิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ผู้นำเข้ำอำจนำ

ประเด็นกำรเผำตอซังหรือฟำงข้ำวซึ่งทำลำยส่ิงแวดล้อมมำเป็นข้อกีดกันทำงกำรค้ำได้เกษตรกรจึงควรปรับตัว

และพฒั นำวธิ ีกำรผลิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้ำงจุดแข็งให้สินค้ำข้ำวไทยสำมำรถแข่งขันในตลำดโลก

ได้

๑. ท่มี ำ-ข้อสนับสนุน-ขอ้ สรปุ ๒. ขอ้ สนับสนุน-ข้อสรปุ -ท่ีมำ

๓. ท่มี ำ-ข้อสรปุ -ข้อสนับสนุน 4. ขอ้ สนบั สนุน-ท่มี ำ-ข้อสรุป

2. ขอ้ ความต่อไปนี้ ตอนใดเป็นข้อสรุปตามโครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ

1) ปัจจบุ นั คนไทยมีชื่อเลน่ เปน็ ฝร่ังกนั เปน็ จำนวนมำกจนเรียกได้ว่ำเป็นแฟช่ันอย่ำงหนึ่งในสังคมไทย/

2) พอ่ แม่นิยมตงั้ ชื่อลูกให้ฟังดูเป็นฝร่ังโดยเอำอย่ำงชื่อคนดังในวงกำรบันเทิง/ 3) ช่ือไทย ๆ กลำยเป็นชื่อที่หำ

ยำกในหมู่เด็ก ๆ สมัยน้ีและเป็นข้อท่ีคนรุ่นใหม่คิดว่ำเชย/ 4) น่ำเสียดำยท่ีช่ือเล่นภำษำไทยท่ีเรียกกันง่ำย ๆ

กำลังจะสูญหำยไป เรำน่ำจะหนั กลับมำตั้งชื่อเล่นลูกหลำนให้เปน็ ไทย ๆ

๑. ตอนท่ี 1) ๒. ตอนที่ 2)

3. ตอนที่ 3) 4. ตอนที่ 4)

3. ขอ้ ใด ไม่ใช่ การแสดงทรรศนะ
๑. ควำมสมดลุ ของร่ำงกำยและรำ่ งกำยตำมหลักหยนิ -หยำงน่ำจะทำใหส้ ุขกำยสุขใจอย่ำงไม่ต้องสงสัย
๒. กำรติดต่อสื่อสำรกนั ทั้งสองประเทศทำใหเ้ กิดปรำกฏกำรณก์ ำรแลกเปล่ียนทำงวัฒนธรรม
ซึง่ กันและกนั
3. กำรคมนำคมขนสง่ ทีจ่ ะนำไปสสู่ นำมบินสุวรรณภมู นิ ้ันดูจะไม่สะดวกเหมือนกบั ที่ไดป้ ระกำศไว้
4. สง่ิ สำคญั ที่นักท่องเทยี่ วพึงระลกึ ไว้เสมอยำมไปอยูต่ ่ำงแดนคอื กำรเปดิ ใจยอมรบั ควำมแตกต่ำง
ทำงวัฒนธรรม

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 138

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. ข้อใด ไม่ใช่ การใชภ้ าษาแสดงทรรศนะ
๑. กปั ตนั ทีมนักกฬี ำทัง้ สองทีมแนะนำนักกีฬำของตนใหใ้ ช้ควำมสำมำรถในกำรเลน่ เปน็ ทีม
๒. นักกีฬำทั้งสองทีมควรให้อภยั ตอ่ กนั ในกรณที ่ีมเี ร่ืองรำวรุนแรงเกิดขนึ้ ระหว่ำงกำรแข่งขนั
3. คนดรู อบสนำมจำนวนมำกคงจะพอใจมำกกวำ่ ถ้ำนักกีฬำท้ังสองทีมไม่ก่อเหตทุ ะเลำะวิวำทกนั
4. คณะกรรมกำรจดั กำรแข่งขันมมี ตวิ ำ่ นกั กีฬำท้งั สองทมี ควรถกู ลงโทษ หำ้ มลงสนำมแข่งขันเป็น
เวลำ 1 ปี

5. ขอ้ ใด แสดงทรรศนะ
1. ผปู้ ว่ ยทกุ คนจำเป็นต้องทำนยำให้ครบตำมท่ีแพทยส์ งั่
2. กำรออกกำลังกำยอย่ำงสม่ำเสมอชว่ ยใหร้ ่ำงกำยแขง็ แรง
3. กำรโต้แยง้ มิใช่กำรลบหลู่หำกกระทำด้วยเหตุผลอันควร
4. มีข้อกล่ำวหำวำ่ เจำ้ หน้ำที่บำงคนเคยชินกับกำรกระทำเกนิ กวำ่ เหตเุ สมอ

6. ข้อความส่วนใด มกี ารแสดงทรรศนะ

1) เพอ่ื นมำปรกึ ษำเรำเม่ือเขำตอ้ งกำรคนรบั ฟังปญั หำของเขำ/ 2) แตค่ นท่จี ะแก้ปญั หำของเขำได้ดี

ทีส่ ดุ นำ่ จะเป็นตวั ของเขำเอง/ 3) คนเรำควรมองปัญหำทุกปัญหำอยำ่ งรเู้ ท่ำทันว่ำเป็นเหตุกำรณท์ เี่ กิดขน้ึ ได้

และจบลงได้/ 4) แล้วจะทำให้เขำ้ ใจชัดเจนขนึ้ วำ่ ทุกปัญหำย่อมมีทำงออก

๑. ตอนที่ 1 และ 2 2. ตอนที่ 2 และ 3

3. ตอนท่ี 3 และ 4 4. ตอนท่ี 4 และ 1

7. ขอ้ ใด ใช้ภาษาแสดงทรรศนะ
๑. คุณภำพชีวติ ที่ดยี ่อมเกดิ ข้ึนไดห้ ำกประชำชนร่วมใจกันรักษำสุขภำพอนำมยั
๒. รฐั บำลแถลงวำ่ ภำวะเศรษฐกจิ ของไทยปัจจุบนั เร่ิมดีข้ึนเปน็ ลำดับปลำยปีนี้
๓. รำคำผลติ ทำงกำรเกษตรตกตำ่ และน้ำมนั ข้ึนรำคำเปน็ ผลกระทบมำจำกไวรสั โควิด-19
4. เรำเรียนรู้จำกอดตี ว่ำกำรอยดู่ กี นิ ดีของประชำชนขึ้นอยู่กับเสถียรภำพของรฐั บำลและคุณภำพ
ของรัฐมนตรี

8. ข้อใด ไม่ใช่ การแสดงทรรศนะ
๑. แพทย์ผู้เชี่ยวชำญตำ่ งเหน็ พอ้ งวำ่ สภำพแวดลอ้ มปจั จุบนั ทำใหค้ นไทยเป็นโรคทำงเดนิ หำยใจ
และโรคมะเรง็ มำกข้ึน
๒. สมำชกิ ชมรมผสู้ ูงอำยุเหน็ วำ่ ชมรมน่ำจะสนบั สนุนกจิ กรรมกำรเดนิ เพอ่ื สขุ ภำพเพรำะเป็นกจิ กรรม
ที่มปี ระโยชน์
3. ควำมสำเรจ็ ในกำรดำเนินชีวติ เปน็ ส่ิงท่ีใคร ๆ กป็ รำรถนำ แตบ่ ่อยครั้งท่ีเรำกห็ ลีกเลย่ี งควำม
ล้มเหลวไม่พ้นเช่นกนั
4. เมื่อเศรษฐกิจชะลอตวั ท่ัวโลกเพรำะปญั หำไวรสั ก็ตอ้ งระวงั ตัวเองใหม้ ำกควรใช้เวลำนีฟ้ ื้นฟูชวี ิต
ทั้งกำยและใจให้ดีข้ึน

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 139

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

9. ขอ้ ความต่อไปน้ี ส่วนใดเป็นการแสดงทรรศนะ

1) ขณะนี้อุตสำหกรรมในประเทศไทยได้ปรับตัวตำมสถำนกำรณ์โลก / 2) โดยกำหนดยุทธศำสตร์

4.0 ท่ีเนน้ กำรใชเ้ ทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน / 3) มีกำรใช้เครื่องจักรในขั้นตอนกำรผลิตแทนกำลังคนจำนวน

มำกขึน้ / 4) กำรใชแ้ รงงำนคนจงึ ลดลง ขณะเดยี วกันกม็ ีแรงงำนตำ่ งดำ้ วเขำ้ มำแทนที่ / 5) รัฐควรจะเร่งศึกษำ

ปัญหำและทำงออกเพื่อใหแ้ รงงำนไทยพฒั นำตนและอยู่รอดได้

๑. สว่ นที่ 1 ๒. ส่วนท่ี 2

3. สว่ นที่ 3 ๔. สว่ นที่ 4 5. สว่ นท่ี 5

10. ข้อความตอ่ ไปนี้ ส่วนใดเปน็ การแสดงทรรศนะ

1) ตน้ ไม้มีประโยชน์ชว่ ยขจัดฝุ่นละอองและมลพษิ ทำงอำกำศ / 2) โดยใชผ้ ิว ใบ ก่ิง และก้ำนเป็นตัว

จับในระหว่ำงกำรคำยนำ้ / 3) เพิ่มควำมชน้ื ในอำกำศ ทำให้ฝุ่นละอองขนำดเลก็ มนี ้ำหนกั และตกลงสูพ่ น้ื /

4) นอกจำกน้ยี งั ดดู ซับแก๊สตำ่ ง ๆ ทีเ่ ป็นพิษต่อร่ำงกำยมนุษย์และสง่ิ แวดล้อม / 5) บำ้ นท่ีอยรู่ ิมถนนสำธำรณะ

นำ่ จะปลูกตน้ ไมท้ รงพุ่มแน่นเพือ่ เพ่มิ ประสิทธภิ ำพในกำรกรองอำกำศ

๑. ส่วนที่ 1 ๒. ส่วนท่ี 2

3. สว่ นที่ 3 ๔. สว่ นท่ี 4

5. สว่ นที่ 5

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 140

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การใช้ภาษาในการโต้แย้ง

1. ความหมาย
การโต้แยง้ คือ กำรแสดงทรรศนะของบุคคล 2 ฝำ่ ย โดยแตล่ ะฝ่ำยมขี ้อมูล หลกั ฐำน สถิติ เหตผุ ล

และทรรศนะของผูร้ ู้ เพ่ือนำมำสนบั สนนุ ทรรศนะของตน และคดั คำ้ นทรรศนะของอกี ฝ่ำยหนง่ึ

2. โครงสรา้ งของการโตแ้ ยง้
กำรโต้แย้งประกอบด้วยโครงสรำ้ งของ 2 ทรรศนะ ซ่งึ แต่ละทรรศนะประกอบดว้ ย ข้อสนบั สนุน และ

ขอ้ สรปุ ดงั ตวั อย่ำงตอ่ ไปนี้

()

() ()

3. กระบวนการโต้แย้ง
กระบวนกำรโต้แย้ง มี 4 ขั้นตอน คอื
3.1 ประเด็นในกำรโต้แย้ง
3.2 กำรให้นยิ ำมของประเด็นของกำรโต้แยง้
3.3 กำรคน้ คว้ำและเขยี นเรยี บเรียงข้อสนบั สนุนในทรรศนะของตน
3.4 กำรรจู้ กั ชีใ้ หเ้ ห็นจุดออ่ นของทรรศนะฝ่ำยตรงกันขำ้ ม

เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 141

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4.ประเดน็ ในการโตแ้ ย้ง
ประเด็นในการโตแ้ ย้ง หมำยถงึ คำถำมท่ีก่อใหเ้ กดิ กำรโต้แยง้ กนั หรือ หวั ข้อที่ทำใหเ้ กิด

กำรโต้แยง้ มี 3 ประเภท คือ
1.การโต้แยง้ เก่ียวกับข้อเทจ็ จริง
กำรโต้แยง้ เกี่ยวกับข้อเทจ็ จรงิ หมำยถงึ ประเด็นที่นำมำนั้นมอี ยจู่ รงิ หรือเป็นทีก่ ล่ำวอ้ำงจรงิ

หรือไม่ จะทำไดห้ รอื ไม่ไดอ้ ย่ำงไร จึงเกดิ เปน็ 2 ประเด็นให้โตแ้ ย้งกนั
ตัวอย่าง หวั ขอ้ “สิทธเิ สรีภาพของผหู้ ญิงและผู้ชายในสงั คมปัจจบุ นั ”

ทรรศนะที่ 1 (สรุป) มคี วำมเห็นว่ำ “สิทธเิ สรภี ำพของผู้หญิงและผู้ชำยในสงั คม
ปัจจุบนั ควรจะเทำ่ เทยี มกนั ”

ข้อสนบั สนนุ ........................................................................................
ทรรศนะท่ี 2 (สรุป) มีควำมเหน็ วำ่ “สิทธเิ สรีภำพของผูห้ ญงิ และผ้ชู ำยในสงั คม
ปัจจุบนั ไม่ควรจะเทำ่ เทียมกัน”

ขอ้ สนับสนุน........................................................................................

2. การโตแ้ ย้งเกี่ยวกับนโยบาย
กำรโต้แยง้ เกี่ยวกับนโยบำย คือ กำรโตแ้ ยง้ เก่ยี วกับนโยบำยทม่ี อี ยู่เดิม หรอื นโยบำยท่จี ะ
ต่อไป โดยมีขอ้ เสนอทรรศนะใหม่ เพื่อใหเ้ ปล่ียนแปลงสภำพเดมิ นั้น ๆ
ตัวอย่าง หัวข้อ “โรงเรยี นควรมีนโยบายจดั โครงการค่ายคณุ ธรรมทกุ ปีหรอื ไม่”

ทรรศนะที่ 1 (สรุป) มคี วำมเห็นวำ่ “โรงเรยี นควรจัดโครงกำรคำ่ ยคณุ ธรรมทุกปี”
ขอ้ สนบั สนนุ ...........................................

ทรรศนะที่ 2 (สรุป) มคี วำมเหน็ ว่ำ “โรงเรียนไม่ควรจดั โครงกำรค่ำยคุณธรรมทุกปี”
ขอ้ สนับสนุน...........................................

3. การโต้แยง้ เก่ียวกับคุณคา่
กำรโต้แย้งเกี่ยวกับคณุ ค่ำ คือ กำรโตแ้ ย้งถึงควำมมีคณุ ค่ำหรอื ด้อยคณุ คำ่ ของสง่ิ ท่ยี กข้นึ มำ

เป็นข้อโตแ้ ย้ง

ตัวอย่าง หัวขอ้ “วัยร่นุ ควรแตง่ กายตามสมัยนยิ มหรือไม่”
ทรรศนะท่ี 1 (สรปุ ) มีควำมเห็นวำ่ “วัยรนุ่ ควรแตง่ กำยตำมสมยั นยิ ม”
ข้อสนับสนุน...........................................
ทรรศนะที่ 2 (สรปุ ) มีควำมเหน็ วำ่ “วยั รนุ่ ไมค่ วรแตง่ กำยตำมสมัยนิยม”
ขอ้ สนับสนนุ ...........................................

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 142

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5.การให้นิยามของประเดน็ ของการโต้แย้ง
การให้นิยามของประเดน็ การโต้แยง้ หมำยถึง กำรกำหนดควำมหมำยของคำและกลมุ่ คำของ

กำรโตแ้ ย้งใหร้ ัดกุมเพ่อื จะไม่ไดโ้ ตแ้ ย้งไปคนละทิศคนละทำง และไม่ตรงประเดน็ กำรคน้ ควำ้ และเขยี นเรียบ

เรียงข้อสนบั สนุนในทรรศนะของตน

การคน้ คว้าและเขยี นเรยี บเรียงข้อสนับสนนุ ในทรรศนะของตน คือ กำรคน้ หำข้อมลู มำสนับสนุน

ทรรศนะของตนจำกกำรอ่ำน กำรฟัง กำรสัมภำษณ์ กำรสงั เกตดว้ ยตนเอง โดยกำรจดบันทึกและเรียบเรียงให้

เป็นระบบ

การรู้จักช้ีใหเ้ หน็ จุดอ่อนของทรรศนะฝา่ ยตรงกนั ข้าม
จดุ ออ่ นของทรรศนะฝ่ำยตรงกนั ข้ำม ประกอบด้วย
1. การนยิ ามคาสาคญั กำรนยิ ำมคำสำคัญทม่ี ีจดุ อ่อนมลี ักษณะดงั น้ี

1.1 วกวน
1.2 ใชค้ ำยำกเกนิ กว่ำคำท่ีให้นยิ ำม
1.3 มีอคติ คือ บดิ เบอื นควำมหมำยคำใหเ้ ปน็ ประโยชน์แก่ฝ่ำยตนดว้ ยเจตนำไมส่ ุจรติ
2. ความถูกต้องของข้อมลู คือ ขอ้ มลู มีนอ้ ยเกินไปหรอื ข้อมลู ไม่ถูกต้อง ทำให้ทรรศนะไมน่ ำ่ เชือ่ ถือ
3. ข้อสมมติฐานและวิธีการอนุมาน
3.1 สมมติฐำน คือ หลกั ท่ัวไปท่ีต้องยอมรบั เสยี กอ่ น และจำกสมมติฐำนน้นั ผแู้ สดงทรรศนะ
จะใชว้ ธิ ีอนมุ ำนนำไปส่ขู อ้ สรุป
3.2 อนมุ ำน คือ กระบวนกำรหำขอ้ สรุปจำกสมมตฐิ ำนท่ีมีอยู่

4. ลกั ษณะข้อโตแ้ ยง้ ท่ีดี
ลกั ษณะข้อโต้แยง้ ทดี่ ี ประกอบดว้ ย
4.1 ข้อโตแ้ ย้งควรสรำ้ งสรรค์และมปี ระโยชน์ต่อส่วนรวม
4.2 ขอ้ โต้แย้งอำจจะอ้ำงสัจธรรมหรือข้อมูลท่ีเป็นจริง ที่จำทำให้ฝำ่ ยตรงกนั ขำ้ มโต้แย้งไม่ได้
4.3 ขอ้ โต้แย้งจะต้องมีข้อมูลถกู ต้อง เหตุผลถกู ต้องตำมข้อเท็จจริง มหี ลักศลี ธรรมประกอบกำร
4.4 ข้อโตแ้ ยง้ ต้องใชภ้ ำษำท่ีสภุ ำพ และใหเ้ กียรตฝิ ่ำยตรงกันขำ้ ม

5. การตัดสินการโต้แย้ง

5.1 ผ้ตู ัดสินต้องวำงตวั เป็นกลำง ตดั สนิ ไปตำมเหตผุ ลท่ีมี พจิ ำรณำขอ้ โต้แยง้ ตำมเน้ือหำทีป่ รำกฏ
5.2 ผ้ตู ัดสินตอ้ งใช้ดุลยพินจิ ของตนโดยอำศัยควำมรแู้ ละประสบกำรณ์ทมี่ ีอยู่เปน็ เครื่องช่วยตดั สนิ ใจ

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 143

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชิ้นงาน : การตั้งประเด็นโตแ้ ย้ง

คาชแ้ี จง อ่ำนข้อควำมน้ีแล้ว เขยี นประเด็นโตแ้ ย้ง ให้ถกู ต้องเหมำะสม

สมเด็จพระพันวษำเสด็จออกว่ำรำชกำร เห็นขุนช้ำงเข้ำเฝ้ำอยู่ จึงตรัสว่ำ เรื่องนำงวันทองไม่รู้จบ
เมือ่ คร้ังกอ่ น เรือ่ งตกหนกั ที่นำงศรีประจนั ก็ตดั สินไปอยู่กับขุนแผน แต่ทำไมกลับมำอยู่กับขุนช้ำง แล้วให้หมื่น
ศรีไปเอำตัวนำงวันทอง ขุนแผนและพระไวยมำเฝ้ำ ท้ังสำมคนได้ฟังควำมก็ตกใจ ขุนแผนจึงจัดกำรช่วยเหลือ
นำงวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพำกันไปเข้ำเฝ้ำสมเด็จพระพันวษำจึงตรัสถำมนำงวันทอง ถึงเรื่องรำวแต่
หนหลงั นำงวนั ทองกก็ รำบทลู ใหท้ รงทรำบ เม่อื ทรงทรำบแล้ว ก็กริ้วขุนช้ำงเป็นกำลัง แล้วตรัสถำมนำงวันทอง
ต่อไปว่ำ เวลำล่วงไปแล้วถึงสิบแปดปี แต่ทำไมวันน้ีจึงมำได้ นำงวันทองก็กรำบทูลว่ำ พระไวยไปรับเม่ือตอน
กลำงคนื สมเดจ็ พระพนั วษำได้ฟัง ก็ทรงขุ่นเคืองพระไวย ที่ทำตำมอำเภอใจเพรำะแย่งชิงนำงวันทองกัน จึงให้
นำงวนั ทองตดั สินใจว่ำ จะอยกู่ บั ใคร หรอื ถำ้ ไม่อยำกอยู่กับท้ังสองคน จะเลือกอยู่กับลูกก็ได้ นำงวันทองเม่ือถึง
ครำวจะส้ินอำยุ ไม่สำมำรถตัดสินใจได้ จึงกรำบทูลเป็นกลำงไป หวังจะให้สมเด็จพนะพันวษำตัดสินให้สมเด็จ
พระพันวษำได้ทรงฟงั นำงวันทองพดู แลว้ ก็พิโรธยิ่งนัก ตรัสประนำมนำงวนั ทองวำ่ เปน็ หญงิ หลำยใจ อย่ำอยู่ให้
หนกั แผ่นดนิ ใหเ้ อำตวั ไปฆ่ำเสยี

ประเด็นโตแ้ ย้งของขอ้ ควำมคือ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 144

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรียน คะแนนกอ่ นเรยี น........
เร่ือง การใช้ภาษาในการโตแ้ ย้ง คะแนนหลงั เรียน........

คาชแี้ จง ◌ วงกลมคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว
กอ่ นเรียนใชป้ ากกาสีแดง หลงั เรียนใช้ปากกาสนี ้าเงิน

1. ข้อใด เปน็ ประเด็นโต้แย้งในข้อความต่อไปนี้
หมูบ่ ้ำนน้ีมผี ้อู ำศยั เกือบหนงึ่ พันครอบครัว แต่ไม่มสี ถำนทีท่ ี่ชำวบ้ำนจะพักผ่อนหยอ่ นใจได้เลย

บรเิ วณนีเ้ ปน็ ท่ีวำ่ งแห่งเดียวท่ีเหลอื อยู่ กำรสร้ำงอำคำรพำณิชย์ในบรเิ วณนจ้ี งึ เป็นกำรกระทำท่ีไม่คำนึง
ประโยชนส์ ว่ นรวมแมแ้ ตน่ ้อย

1. หมบู่ ำ้ นน้ีควรสรำ้ งอำคำรพำณชิ ยห์ รือไม่
2. ชำวบ้ำนมที พ่ี ักผ่อนหย่อนใจเพยี งพอหรือไม่
3. ควรสรำ้ งอำคำรพำณิชย์ในบรเิ วณทีเ่ หลอื อยู่หรอื ไม่
4. ทำงธรุ กจิ สำคัญกวำ่ ผลประโยชนข์ องชมุ ชนหรอื ไม่

2. จากข้อความต่อไปนีข้ ้อใดควรจะเป็นคาโต้แย้งที่มีน้าหนกั มากท่สี ุดของฝา่ ยคดั คา้ น
ผูน้ ำชมุ ชนแห่งหนึ่งดำริจะสร้ำงสนำมฝกึ กอลฟ์ ในท่วี ำ่ งของชมุ ชนเพอ่ื ให้ชำวชมุ ชนได้มีโอกำสฝกึ

เลน่ กอลฟ์ แต่ก็มผี ู้คดั ค้ำนหลำยคน
๑. สนำมฝึกกอล์ฟกเ็ ปน็ หน้ำเป็นตำของชมุ ชนดี แตจ่ ะสนิ้ เปลืองเกินไปนะ
๒. สนำมฝึกกอล์ฟมีอยหู่ ลำยแหง่ ท่วั ไปหมด จะสร้ำงอีกทำไมกนั
๓. สนำมฝกึ กอลฟ์ เป็นเร่อื งสิ้นเปลือง สูท้ ำอย่ำงอ่นื จะคุ้มค่ำมำกกว่ำ
๔. สนำมฝกึ กอล์ฟเป็นประโยชนส์ ำหรบั บำงคนถ้ำทำเป็นสวนสุขภำพพวกเรำจะได้ใช้ร่วมกัน
มำกกวำ่

3. ขอ้ ใดเป็นประเดน็ โตแ้ ยง้ ของข้อความตอ่ ไปน้ี
เด็กเก่งเรียนดีมีควำมประพฤตเิ รียบรอ้ ย ก็มีโอกำสเส่ียงต่อพฤติกรรมกำรเลยี นแบบเกมคอมพิวเตอร์

ไดเ้ ช่นกนั เพรำะมีไอคิวสูงแต่อำจมีอคี วิ ต่ำควบคุมตนเองไม่ได้ รบั รอู้ ำรมณ์ตนเองและอำรมณผ์ อู้ ่นื ไดไ้ มด่ นี ัก
จงึ ปรบั ตัวอยใู่ นโลกควำมเปน็ จริงไดย้ ำก

๑. เดก็ ฉลำดจะไมม่ ปี ญั หำจำกควำมรนุ แรงในเกมคอมพิวเตอร์
๒. พฤติกรรมกำรเลียนแบบเกมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหำสำคัญของสงั คม
๓. ปญั หำจำกเกมคอมพิวเตอรเ์ กิดกับเด็กท่ีควบคุมตนเองไมไ่ ด้
๔. เดก็ ที่ปรบั ตัวอยใู่ นโลกควำมเป็นจริงไดจ้ ะไมม่ ีปัญหำเรื่องพฤติกรรมกำรเลยี นแบบ

เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 145

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. “คณุ คิดอย่างไร ผมไม่สนใจ ขอเพียงคณุ ฟังความคิดของผม” ขอ้ โตแ้ ยง้ น้ี มีนา้ เสียงและความหมาย

ตรงกับข้อใดมากท่ีสดุ

1. ผมมีควำมเหน็ ต่ำงจำกคุณ 2. ผมคิดของผมอยำ่ งนี้ใครจะทำไม

3. ผมไมเ่ หน็ ด้วยกับควำมคดิ ของคณุ 4. คณุ อำจคดิ อีกอยำ่ ง ผมคิดอกี อยำ่ ง แต่คุณควรฟังผม

5. “อุดมกำรณข์ องอุดมศึกษำ คือกำรสอน กำรวิจัย กำรบริกำรสังคม และกำรทำนบุ ำรุงศลิ ปวฒั นธรรม ดงั ที่
กลำ่ วไว้ แตม่ หำวทิ ยำลยั ก็ควรคำนงึ ถึงกำกรปลูกฝังคุณธรรมใหแ้ กน่ ักศึกษำดว้ ย หำไมแ่ ล้วมหำวิทยำลัยยอ่ มมี
คำ่ เป็นเพยี งโรงงำนผลิตเคร่ืองมือให้แก่สังคม หรอื เปน็ โรงฝึกอบรมนักวิชำชพี ชนั้ สูงเทำ่ นั้น มใิ ช่แหล่งสร้ำงคนดี
ทีม่ ีควำมเก่ง”

จำกข้อควำมดังกลำ่ ว ขอ้ ใดเป็นประเดน็ ของกำรโตแ้ ย้ง
1. ควรแก้ไขเพ่ิมเติมอดุ มกำรณ์ของกำรศกึ ษำหรือไม่
2. มหำวทิ ยำลัยเป็นแหล่งสร้ำงคนดีที่มคี วำมเก่งจริงหรือไม่
3. คณุ ธรรมเป็นสงิ่ จำเปน็ ในกำรเรยี นระดบั อุดมศึกษำหรือไม่
4. มหำวิทยำลยั ควรหลีกเลย่ี งจำกกำรเป็นโรงงำนผลติ เครื่องมือใหแ้ กส่ ังคมหรือไม่

6.“ท่ีประชมุ คณะรัฐมนตรี มีมตเิ ห็นชอบตำมขอ้ เสนอของกระทรวงมหำดไทย ใหเ้ พิ่มเติมเกย่ี วกับสำระสำคญั

ของคุณสมบัติของปลัดอำเภอ ทั้ง ๆ ทมี่ หำวิทยำลัยหลำยแหง่ เปดิ โอกำสให้สตรีเข้ำศึกษำวิชำกำรปกครองและ

สำเรจ็ กำรศกึ ษำมำแลว้ เป็นจำนวนมำก ประเทศไทยคงจะไม่มีนำยอำเภอหรอื ผวู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั ทเ่ี ป็นสตรไี ด้

เลยถ้ำมีปลัดอำเภอสตรีไม่ได้”

ประเด็นของการโต้แย้งจากข้อความข้างตน้ คือข้อใด
1. ควรเปดิ โอกำสใหส้ ตรเี ป็นนำยอำเภอหรือไม่
2. ควรเปดิ โอกำสใหส้ ตรีเป็นปลัดอำเภอหรือไม่
3. ควรเปล่ียนแปลงมตขิ องคณะรฐั มนตรีหรือไม่
4. ควรเปลย่ี นแปลงคณุ สมบัตขิ องปลัดอำเภอหรือไม่

7. ขอ้ ใด ไม่มี เนือ้ ความแสดงการโต้แยง้
1. เรำมักพดู กันว่ำผู้ดีมีเงิน บำงทผี ดู้ ีจรงิ ๆ กไ็ มไ่ ดม้ ีเงนิ แต่คนที่มเี งนิ ไม่ใช่คนดีก็มมี ำก
2. ฤดรู ้อนกำลงั จะจำกไป และฤดใู บไมร้ ว่ งกำลงั เข้ำมำแทนทใ่ี บไม้สเี ขียวสดเปลี่ยนเปน็ สีเหลอื ง
และสนี ้ำตำล
3. บำงคนคิดวำ่ เสอ้ื ผ้ำเครื่องแตง่ กำยสำคญั กวำ่ ตวั ตน เพรำะคนทุกวันน้มี องกันทรี่ ปู
ลักษณภ์ ำยนอกมำกกวำ่ ตวั ตนทีแ่ ท้จรงิ
๔. คำอวยพรทม่ี ีคุณคำ่ ตอ่ ผู้รับ มใิ ชถ่ อ้ ยคำทเี่ รียบเรยี งอยำ่ งเพรำะพร้งิ หรือสง่ิ ศักด์สิ ทิ ธิ์


Click to View FlipBook Version