เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 196
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
2.4.4 สัลลำปงั คพสิ ยั บทแสดงควำมเศร้ำโศก ครำ่ ครวญ
ครำนน้ั เจำ้ โฉมเจ้ำวนั ทอง เศร้ำหมองดว้ ยลกู เปน็ หนกั หนำ
พอ่ พลำยงำมทรำมสวำทของแม่อำ แมโ่ ศกำเกอื บเจียนจะบรรลยั
ใชจ่ ะอ่ิมเอิบอำบด้วยเงินทอง มิใชข่ องตวั ทำมำแต่ไฉน
ท้ังผูค้ นชำ้ งมำ้ แลข้ำไท ไมร่ กั ใคร่เหมือนกับพ่อพลำยงำม
ทุกวันนใี้ ช่แมจ่ ะผำสุก มีแต่ทุกขใ์ จเจบ็ ดังเหนบ็ หนำม
ต้องจำจนทนกรรมท่ีติดตำม จะขืนควำมคดิ ไปก็ใช่ที
3. คณุ ค่ำดำ้ นสงั คม
3.1 สะทอ้ นสภำพชวี ิตควำมเปน็ อยู่ของคนในสงั คม
หอมหวนอวลอบบปุ ผชำติ เบิกบำนกำ้ นกลำดกิ่งไสว
เรณฟู รู่ ่อนขจรใจ ยำ่ งเทำ้ ก้ำวไปไม่โครมครำม
ขำ้ ไทนอนหลบั ลงทับกนั สะเดำะกลอนถอนลัน่ ถึงชัน้ สำม
กระจกฉำกหลำกสลบั วับแวมวำม อรำ่ มแสงโคมแกว้ แววจบั ตำ
ม่ำนมลู่ มี่ ีฉำกประจำก้นั อัฒจันทรเ์ ครื่องแกว้ กห็ นกั หนำ
ชมพลำงย่ำงเยื้องลำเลืองมำ เปิดมุ้งเหน็ หนำ้ แมว่ นั ทอง
3.2 สะทอ้ นควำมเช่อื ของคนในสงั คม
3.2.1 ควำมเชอ่ื ไสยศำสตร์ ควำมเช่อื เก่ียวกับภูตผีปศี ำจ คำถำอำคม ฯลฯ
ลงยนั ตร์ ำชะเอำปะอก หยบิ ยกมงคลข้ึนใสห่ วั
เป่ำมนตรเ์ บ้อื งบนชอมุ่ มวั พรำยยั่วยวนใจให้ไคลคลำ
3.2.2 ควำมเชอ่ื เกี่ยวกบั ควำมฝัน (โหรำศำสตร์)
สิ้นฝนั ครั้นต่นื ตกประหม่ำ หวีดผวำกอดผวั สะอ้นื ไห้
เลำ่ ควำมบอกผวั ด้วยกลัวภัย ประหลำดใจนอ้ งฝนั พร่นั อรุ ำ
ครำนั้นขนุ แผนแสนสนทิ ฟงั ควำมตำมนมิ ติ กใ็ จหำย
คร้งั นน้ี ำ่ จะมีอนั ตรำย ฝันร้ำยสำหสั ตัดตำรำ
3.2.3 ควำมเชื่อเรือ่ งกรรม (พทุ ธศำสตร์) เกี่ยวกบั เครำะห์กรรม บำปบุญคุณโทษ
นรกสวรรค์ เกิด แก่ เจ็บ ตำย
เออนี่เครำะห์กรรมมำนำผดิ น่ำอำยมิตรหมองใจไม่หำยหมำง
ฝำ่ ยพอ่ มีบญุ เป็นขุนนำง แตแ่ ม่ไปแนบชำ้ งคนจัญไร
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 197
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3.3 สะท้อนค่ำนิยมของคนในสงั คม
3.3.1 ค่ำนยิ มกำรมสี ัมมำคำรวะ
จะใคร่ถบี ขนุ ชำ้ งที่กลำงตัว นกึ กลัวจะถูกแม่วนั ทองนัน่
พลำงนง่ั ลงนอบนบอภิวันทน์ สะอืน้ อั้นอกแคน้ น้ำตำคลอ
3.3.2 ค่ำนิยมของผูห้ ญงิ ต้องมีสำมคี นเดยี ว (แตผ่ ู้ชำยมีภรรยำหลำยคนได้
โดยเฉพำะในหมู่ชนชนั้ สงู )
ว่ำหญิงชั่วผัวยงั ครำวละคนเดยี ว หำตำมตอมกันเกรียวเหมือนมึงไม่
หนักแผน่ ดนิ กจู ะอยู่ไย อำ้ ยไวยมึงอย่ำนบั วำ่ มำรดำ
3.4 สะทอ้ นขนบธรรมเนยี มประเพณีและวฒั นธรรม
3.4.1 บทบำทของพระมหำกษัตริย์ตอ่ ประชำชนในสงั คม ดูแลทกุ ข์สุขของ
ประชำชนตัง้ แต่ระดบั ครอบครวั ถึงระดบั ประเทศ
ครำนั้นพระองคผ์ ู้ทรงเดช ฟงั เหตขุ นุ่ เคอื งเปน็ หนักหนำ
อ้ำยหมื่นไวยทำใจอหงั กำร์ ตกวำ่ บำ้ นเมืองไมม่ ีนำย...
อยั กำรศำลโรงกม็ ีอยู่ ฤำว่ำกตู ดั สนิ ให้ไม่ได้
ชอบทวนด้วยลวดให้ปวดไป ปรบั ไหมใหเ้ ท่ำกบั ชำยชู้
3.4.2 บทบำทของสตรีในสงั คมไทย สตรีในสงั คมไทยในอดตี (จนถึงปัจจุบัน) ไม่
อสิ ระในกำรกำหนดชีวิตตนเอง
ทกุ วันนใี้ ช่แมจ่ ะผำสกุ มีแตท่ ุกขใ์ จเจบ็ ดังเหนบ็ หนำม
ตอ้ งจำจนทนกรรมท่ตี ิดตำม จะขนื ควำมคิดไปกใ็ ชท่ ี
เมอื่ พ่อเจ้ำเข้ำคุกแม่ท้องแก่ เขำฉดุ แม่ใชจ่ ะแกลง้ แหนงหนี
ถึงพ่อเจำ้ เลำ่ ไม่รู้ว่ำรำ้ ยดี เปน็ หลำยปีแมม่ ำอยกู่ ับขนุ ชำ้ ง
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 198
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชิ้นงาน : วิเคราะห์ลักษณะเดน่ ของวรรณคดี
คาชี้แจง ๑.นกั เรยี นเลือกวรรณคดจี ำนวน ๑ เร่ือง ดังตอ่ ไปนี้
๑.ไตรภูมพิ ระร่วง จำกเอกสำรประกอบกำรเรยี น
๒.กำพยเ์ หเ่ รอื จำกเอกสำรประกอบกำรเรียน
๓.เสภำขนุ ข้ำงขุนแผน จำกเอกสำรประกอบกำรเรียน
๒.นกั เรยี นเขียนคุณคำ่ และลักษณะเดน่ ของวรรณคดี ตำมหัวข้อตอ่ ไปนี้
วรรณคดีเร่อื ง…………………………
๑. คณุ ค่าของวรรณคดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ลักษณะเดน่ วรรณคดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 199
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น คะแนนกอ่ นเรยี น.........
เรือ่ ง การวิเคราะหล์ กั ษณะเด่นวรรณคดี คะแนนหลังเรยี น.........
คาชี้แจง ◌ วงกลมคำตอบท่ีถกู ต้องทีส่ ุดเพียงข้อเดียว
กอ่ นเรียนใชป้ ำกกำสแี ดง หลงั เรยี นใช้ปำกกำสีน้ำเงิน
1. ข้อใด ไม่ แสดงถงึ วัฒนธรรม 2. ไดแ้ ต่งตัวเตม็ งำมทรำมสวำท
1. เขำจุดไตต้ ้อนรบั ให้หลับนอน 4. ต่ำงเกลือกกล้ิงลงท้ังรถถกเขมร
3. เห็นดวงสรุ ิยำเวลำไร
เป็นครำวอดคว้ำจนอ่ิมรมิ สองชำม
2.ขอ้ ใด แสดงถงึ คา่ นยิ ม ดมดูเหม็นคำวมำกหำยอยำกสน้ิ
1. ปลำแห้งตม้ สม้ แต่พอไดซ้ ด ล้วนอดุ มท้ังเกำเหลำเหลำ้ กม็ ี
2. ห่อหมกห่อใบไม้ไม่เคยเห็น ท้ังหมูป้ิงไก่ย่ำงวำงเปน็ ท่ี
3. ทง้ั หมูเปด็ ไกป่ ่ำอีกปลำเผำ
4. เสพสำเร็จเสร็จถำ่ ยไว้ทุกสิ่ง มิได้พำนพบชิมลิ้มขนม
เพอ่ื ตกอำบน้ำทำ่ มำกมำกหลำย
3. ข้อใดบอกสภาพสงั คม ไม่มสี ุ้มเสียงใดไปทั้งส้นิ
1. โอม้ ำเถ่ือนเหมือนมดที่อดหวำน มไิ ดค้ ิดนอ้ ยใจอะไรเลย
2. เห็นสำวสำวชำวบำ้ นไม้คำนหำบ
3. ดกึ ดืน่ ไม่รู้ว่ำกี่ทุ่ม มใิ คร่ดับดวงได้อำลยั หลัง
4. ขำวแตเ่ สอ้ื เนื้อดำดังสัมฤทธิ์ เหมือนจะสง่ั โลกำใหอ้ ำลยั
ดูดวงแดงดง่ั จะพำน้ำตำไหล
4. ข้อใด ไม่ปรากฏ ความเช่ือ คอ่ ยไรไรเรืองลบั จับวิญญำณ์
๑. โอ้แลดูสุรยิ งจะลงลับ แจม่ แจ้งเงินยวงรว่ งรงุ้ ใส
สอดแสงแฝงรกเขำ้ บดบงั ลอยไหลชะเลเมฆวิเวกละออง
2. ตะวนั รอนอ่อนดับพยับแสง ด้นั ลอยดวงฉำยชดั รัศมี
ยังรอรั้งส่งั ฟ้ำด้วยอำลัย เป็นเช่นนไ้ี ปนริ ันดรส์ มจันทร
๓. ไหว้พระจนั ทรเ์ จำ้ สกำวแสง
เหนิ รำชรถฟำ้ ทิพำลัย
๔. โอ้จันทรเ์ ทวีลลี ำทรวง
เลียบเลยี บลอยให้ค่ำแกร่ ำตรี
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 200
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เธอเหนือ่ ยหรอื หนุ่มสำวกับก้ำวย่ำง บนเส้นทำงระทมทุกข์แห่งยุคสมยั
ฤำหลงทศิ ลมื ทำง ฤำอย่ำงไร จึงภำพพจนเ์ ปลีย่ นไปเหตุใดกัน
ฤำดำวฝนั อันเคยฉำยประกำยระยบั ถงึ ครำวดบั แสงฉำยประกำยฝัน
ฟนื ไฟเคยโชนฉำนมำนำนวัน ฤำมอี ันเป็นไปแลว้ ไฟฟนื
5. จุดเดน่ ของคาประพันธน์ ี้คืออะไร
๑. กลวิธี ๒. จินตนำกำร
๓. แนวควำมคดิ ๔. กำรสรำ้ งโวหำร
เปน็ มนุษย์สุดนยิ มเพยี งลมปำก จะไดย้ ำกโหยหิวเพรำะชิวหำ
แมพ้ ูดดีมคี นเขำเมตตำ จะพูดจำจงพิเครำะหใ์ ห้เหมำะควำม
6. คาประพนั ธน์ ี้ ดเี ด่นด้านใด
๑. ยกเหตผุ ลประกอบ ๒. บรรยำยใหเ้ ห็นภำพ
๓. มชี ัน้ เชงิ ทำงวำทศิลป์ ๔. เข้ำใจธรรมชำติของมนุษย์
อันว่ำนิพพำนสมบตั ิน้ี สนกุ สุขเขษมนักหนำที่จะปำนบ่มิได้เลย สมบัติอินทร์พรหมท้ังหลำยก็ดี ถ้ำจะ
เอำมำเปรียบด้วยสมบัตินิพพำนนั้น ประดุจเอำหิ่งห้อยมำเปรียบด้วยพระจันทร์ ถ้ำมิดั่งน้ันดุจน้ำอันติดอยู่
ปลำยผมแลมำเปรียบดว้ ยน้ำมหำสมุทรอนั ลกึ ได้ 84,000 โยชน์ ผิบ่มิดังน้ันดุจเอำดินธุลีน้ันมำเปรียบด้วยเขำ
พระสเุ มรุ
7. ผ้แู ตง่ ไมใ่ ช้ กลวธิ ีใด
๑. กำรใชส้ ัญลักษณ์ ๒. กำรใช้ควำมเปรียบ
๓. กำรกล่ำวเกินจริง ๔. กำรยกตัวอย่ำงประกอบ
จำกมำมำลว่ิ ล้ำ ลำบำง
บำงยเ่ี รอื รำพลำง พี่พร้อง
เรอื แผงชว่ ยพำนำง เม่ยี งม่ำน มำนำ
บำงบ่รบั คำคล้อง คล่ำวนำ้ ตำคลอ
8. คาประพนั ธด์ งั กล่าว เดน่ เร่อื งใดมากทสี่ ุด
๑. กำรนำธรรมชำตทิ ่ีพบเหน็ เช่ือมโยงกบั ควำมรัก ๒. กำรแสดงอำรมณ์อำลยั อำวรณ์
๓.กำรใชค้ ำแสดงอำรมณ์โศก ๔. กำรใช้คำแสดงควำมน้อยใจ
9. ขอ้ ใด ไมไ่ ด้ เปน็ สว่ นหนึ่งของสถาปัตยกรรม ๒. จระนำเจยี ระไนไพฑูรยแ์ ท่ง
๑. ประจนั ห้องฉำกกัน้ สำคญั เจียว ๔. บงั อวจพิงพำดนักรอง
๓. ขั้วกระจกอยำ่ งดีดบู รรจง
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 201
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑0. คาประพันธน์ ้ี มีลกั ษณะเดน่ อย่างไร ฉำบฉำวสำวทรวง
สตั วำวำ่ รงั รวง
ร้องเรียกสำลกิ ำ
กร็ ่อนมำจบั รุกขำ
แก้วเรงเร่งเรง้ วจั นำ ๒. มีกำรเล่นเสียงคำปฏิพำกย์
๔. มกี ำรเลน่ คำเลียนเสียงธรรมชำติ
มำพลอดก็พลำงสำรวล
๑. มกี ำรเลน่ ศัพท์โบรำณ
๓. มีกำรเลน่ เสียงดนตรี
เสื้อแสงแตง่ ประกวดกันหนักหนำ สร้อยตำบเต็มประดำน่ำฉิบหำย
เพรำะมั่งมีศรีสขุ สนกุ สบำย ไม่รอ้ นรนขวนขวำยเหมือนก่อนกำล
11. ข้อใด เป็นจดุ เดน่ ของคาประพนั ธ์
1. กำรสรรคำ 2. จงั หวะกลอนสม่ำเสมอ
3. พลังอำรมณ์ 4. กำรเล่นสัมผสั ในแพรวพรำว
12. ข้อใด มีคำเลยี นเสยี ง
๑. บำ้ งแออัดจัดกำรประสำนเสียง ๒. ตน่ื สะดงุ้ เขำประดงั ระฆงั ก้อง
๓. บำ้ งกอบปรำยเบ้ยี โปรยอยู่โกรยกรำว 4. ชำวบ้ำนนอกตกใจรอ้ งไห้ดัง
13. ขอ้ ใด ไม่มี จนิ ตภาพดา้ นการเคล่ือนไหว
๑. มหี มพี ีดำขลบั ขน้ึ ไมผ้ บั ฉับไวถงึ
๒. กระจงกระจดิ เตี้ย วิ่งเรีย่ เรี่ยนำ่ เอน็ ดู
๓. กระรอกหำงพวั พู่ โพรงไม้อยูค่ ู่ไลต่ ำม
๔. เลียงผำอย่ภู เู ขำ หนวดพรำยเพรำเขำแปล้ปลำย
14. บทประพนั ธ์ต่อไปนี้ มีวรรณศลิ ป์เดน่ ตามขอ้ ใด
แอกงอนออ่ นงำมโอฬำร ธงฉำนทำนชเู ฉลมิ ปลำย
บลั ลังกบ์ ดเหลยี่ มเป็นเรอื นเก็จ กระจกพน้ื กระจงั เพชรบวั หงำย
๑. กำรเล่นคำ-กำรเลน่ เสียงวรรณยกุ ต์ ๒. กำรสรรคำ-กำรใชภ้ ำพพจน์
๓. สมั ผสั พยัญชนะ-กำรเลน่ จังหวะ ๔. กำรใช้ไวพจน์-กำรใชค้ ำอัพภำส
15. ข้อใดใช้ภาพพจน์
1. จะแวะหำถำ้ ทำ่ นเหมอื นเมื่อเปน็ ไวย ก็จะไดร้ บั นิมนต์ขึน้ บนจวน
2. อำยุยืนหม่ืนเท่ำเสำศิลำ อยู่คู่ฟำ้ ดินได้ดงั ใจปอง
3. โอ้เช่นนี้สีกำได้มำเห็น จะลงเล่นกลำงทุ่งเหมือนมงุ่ หมำย
4. จนดกึ ดำวพรำวพร่ำงกลำงอัมพร กระเรียนร่อนร้องก้องเม่ือสองยำม
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 202
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
16. ข้อใด เปน็ ลักษณะเดน่ ทีส่ ดุ ของคาประพนั ธต์ อ่ ไปนี้
โลกนม้ี ิไดอ้ ยู่ ดว้ ยมณี เดยี วนำ
ทรำยและส่ิงอืน่ มี ส่วนสรำ้ ง
ปวงธำตุตำ่ กลำงดี ดุลยภำพ
ภำคจักรพำลมริ ำ้ ง เพรำะน้ำแรงไหน
1. โวหำรโลดโผน 2. ควำมหมำยลกึ ซึง้ ชวนใหค้ ิด
3. กำรสรรคำสอ่ื ภำพได้ชดั เจน 4. เสียงสัมผสั สระและพยญั ชนะทไ่ี พเรำะ
17. ขอ้ ใด ไม่มี การเลน่ คา กำสรดเศร้ำแทบวำงวำย
1. เบญจวรรณวันจำกเจ้ำ แก้วเนตรพ่นี ี้ใชใ่ คร
2. นำมแก้วดอกแก้วคือ งำมมำรยำทนำดกรกรำย
3. งำมทรงวงดังวำด นอ้ งแย้มยิ้มพร้ิมพรำยงำม
4. นำงแย้มดุจเรียมยล
18. ข้อใด ใชส้ ัมผสั อักษรเด่นชัดท่ีสดุ 2. ร้อนแดดพอแฝงเงำ ร่มได้
1. ร้อนอำกำศอำบน้ำ บรรเทำ 4. ร้อนอกรำคหมกไหม้ หม่นเพ้ยี งเพลิงรมุ
3. รอ้ นในอุรำเรำเหลือหลีก
19. ข้อใด มสี มั ผัสสระและสัมผัสพยัญชนะภายในวรรค
1. ไสต้ นั ควำมป่วยเจบ็ 2. ผำ่ แลว้ เยบ็ พอเยยี วยำ
3. เร็วเรียกปลำหมอมำ 4. ให้ชว่ ยผ่ำปลำยไสต้ ัน
20. ข้อใด ไม่มี คาถามเชิงวาทศิลป์ แจง้ กิจจำแลว้ จึงจะรบกัน
1. นำมวงศ์พงศ์ใดจงบอกมำ จะเห็นรกั ฤำไมเ่ หน็ เป็นไฉน
2. เมือ่ ผนั แปรแลพบกห็ ลบพักตร์ ถำ้ ไม่คดิ ปีนป่ำยจะไดห้ รือ
3. อันของสงู หมำยปองต้องจิต เวรำส่งิ ใดให้ไกลกนั
4. ยงั มทิ นั สูส่ มภริ มยำ
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 203
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชแี้ จง เลือกคำตอบทถี่ ูกต้องท่สี ดุ จำนวน 50 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน รวม 100 คะแนน
1. ข้อใด ไม่ได้ กล่ำวถงึ เกี่ยวกับ “ไพล”ในข้อควำมต่อไปน้ี
ไพลเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้ำอยู่ใต้ดิน เปลือกมีสีน้ำตำลแกมเหลือง เนื้อด้ำนในสีเหลืองถึงเหลือง
แกมเขียว แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ เหง้ำไพลแก่ทั้งสดและแห้งจะเผ็ดเล็กน้อย วิธีปลูกใช้เมล็ด
หรอื เหงำ้ ในประเทศไทยนิยมปลูกกันมำกท่ีจังหวัดกำญจนบุรี สุพรรณบุรี คนไทยสมัยก่อนใช้ไพล แก้อำกำร
เคลด็ ขดั ยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้ำแพลง
๑. รสชำติ ๒. สรรพคุณ
๓. ถิ่นกำเนดิ ๔. กำรขยำยพันธุ์
๕. ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์
2. ขอ้ ใด ไม่ สอดคล้องกับข้อควำมต่อไปนี้
ซูโม่ เป็นกีฬำมวยปล้ำแบบญ่ีปุ่น มีกำเนิดมำจำกพิธีกรรมเพ่ือบูชำเทพเจ้ำหลังฤดูกำลเก็บเก่ียวด้วย
กำรแสดงทำ่ ทำงกำรปลำ้ ระหวำ่ งชำยสองคน ซึ่งจะทำใหเ้ ทพเจ้ำพึงพอใจ และชว่ ยใหผ้ ลผลิตดีข้ึนในปีต่อ ๆ ไป
กำรจะเป็นนักซูโม่น้ันในอดีตคัดเลือกจำกทหำรท่ีมีร่ำงกำยใหญ่โต และแข็งแรง หลังสงครำมโลกคร้ังที่ ๒
นักซูโม่จะมำจำกบรรดำเด็กชำยชำวญี่ปุ่นจำกบ้ำนนอกท่ีเข้ำมำยังโตเกียวเพ่ือต้องกำรฝึกเป็นซูโม่ โดยมี
ควำมหวังว่ำเมื่อมีชอื่ เสียงแล้วจะมีเงินทอง และมีควำมสขุ สบำยในชวี ติ ซ่งึ กเ็ ป็นเช่นน้ันจรงิ ๆ
๑. กีฬำซูโม่เป็นกีฬำทเี่ ลน่ ได้เฉพำะผูช้ ำยเท่ำน้ัน
๒. เดก็ ชนบทสนใจเป็นนักซูโม่เพรำะสำมำรถสรำ้ งชื่อเสยี งและรำยได้ใหต้ นเอง
๓. ซูโมเ่ ป็นวฒั นธรรมญ่ปี ุ่นท่ีเกย่ี วข้องกับศำสนำ และควำมเชือ่ ท่ตี กทอดมำถึงปจั จุบัน
๔. นกั ซโู ม่ต้องมีรำ่ งกำยใหญโ่ ตแขง็ แรง เพ่อื สื่อถึงควำมอดุ มสมบูรณท์ ำงกำรเกษตร
๕. ในอดีตนักซโู ม่ได้แก่ทหำรทีม่ ีคณุ สมบัติเหมำะสม แตป่ ัจจบุ นั นักซโู มจ่ ะมีกำรฝกึ ต้ังแต่เด็ก
3. ขอ้ ควำมสว่ นใดเป็นใจควำมสำคญั ของข้อควำมตอ่ ไปนี้
๑) ศำสตร์กำรแพทย์แผนจีนมีควำมโดดเด่นเรื่องโภชนบำบัดหรือกำรใช้อำหำรเป็นยำ/ ๒) มีคำเรียก
พืชที่มีคุณสมบัติทำงยำว่ำ เปิ่นเฉ่ำ และมีกำรจดบันทึกคุณสมบัติต่ำง ๆ ของพืชที่ส่งผลต่อสุขภำพอย่ำง
ต่อเน่อื ง/ ๓) มตี ำรบั อำหำรเพอ่ื รกั ษำโรคในยุครำชวงศ์ชำง/ ๔) มีขุนนำงในรำชสำนกผู้มีควำนรู้ ควำมชำนำญ
กำรปรุงอำหำรเป็นยำ / ๕) หัวใจของศำสตร์กำรแพทย์แผนจีนคือจงทำให้ทุกมื้ออำหำรช่วยปรับสมดุล
รำ่ งกำยใหท้ ำงำนไดต้ ำมปกติ
๑. ส่วนที่ ๑ และ สว่ นที่ ๒ ๒. ส่วนท่ี ๒ และ สว่ นท่ี ๓
๓. สว่ นที่ ๓ และ สว่ นที่ ๔ ๔. ส่วนท่ี ๔ และ ส่วนที่ ๕
๕. สว่ นท่ี ๕ และ ส่วนท่ี ๑
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 204
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. ข้อใดเป็นประเดน็ สาคัญของข้อความต่อไปน้ี
ดวงตำเป็นอวัยวะสำคัญ เรำจึงต้องดูแลให้ปลอดภัยโดยเฉพำะจำกแสงแดดซ่ึงอำจทำให้กระจกตำ
เลนส์และจอประสำทตำอักเสบ มีอำกำรแสบตำ น้ำตำไหลในระยะยำวอำจกลำยเป็นต้อกระจกได้จึงควรสวม
แว่นกันแดดทกุ ครงั้ เมอ่ื ตอ้ งเผชญิ กับแสงแดดเพ่ือลดรงั สยี วู ีท่ีจะกระทบตำ /ควรใช้แว่นกันแดดท่ีมีคุณภำพเพ่ือ
ป้องกันทั้งรงั สียวู ีเอและยูวีบไี ด้/หำกไม่จำเปน็ ควรหลกี เลี่ยงกำรออกแดดในชว่ งเวลำ ๑๑.00 – ๑๕.00 น.
๑. สำเหตขุ องตอ้ กระจก ๒. ควำมสำคญั ของดวงตำ
๓. วิธกี ำรถนอมรักษำดวงตำ ๔. อำกำรอักเสบของเลนสแ์ ละจอประสำทตำ
๕. ประเภทของรังสที ี่เปน็ อนั ตรำยตอ่ ดวงตำ
5. ขอ้ ใดเปน็ ประเด็นสำคัญของข้อควำมต่อไปน้ี
กำรดับไฟป่ำเป็นกำรต่อสู้ระหว่ำงคนกับไฟ ขณะที่เกิดไฟไหม้ป่ำ พนักงำนดับไฟจะต้องพลิกแพลง
วธิ กี ำรตลอดเวลำ โดยเริ่มควบคุมท่ีหัวไฟก่อน เพื่อหยุดย้ังกำรลุกลำมของไฟแล้วจึงกระจำยกำลังออก ดับไฟ
ทำงปกี ท้งั สองด้ำนเพ่อื ไปบรรจบกนั ทหี่ ำงไฟ แต่ถ้ำแนวหัวไฟมีควำมร้อนมำกไม่อำจเข้ำถึงได้ อำจเริ่มดับไฟ
จำกปกี ทงั้ สองดำ้ นก่อน แล้วบบี เขำ้ หำหัวไฟเพอ่ื บังคับให้แนวหัวไฟแคบและเล็กลง เรื่อย ๆ วิธีควบคุมไฟ
คือใช้พลั่วตักดินหรือทรำยสำดกลบไฟ หรือใช้น้ำฉีดเพ่ือลดควำมร้อนและควำมสูงของเปลวไฟ จำกนั้นจึงใช้ท่ี
ตบไฟเขำ้ ไปตบ และคลมุ ไฟจนดับ
๑. สถำนกำรณ์ไฟป่ำ ๒. กลยุทธใ์ นกำรดบั ไฟป่ำ
๓. กำรต่อสูร้ ะหวำ่ งคนกบั ไฟ ๔. ควำมเสี่ยงของนักผจญเพลิง
๕. วัสดอุ ปุ กรณส์ ำหรบั ดบั ไฟป่ำ
6. ขอ้ ใดเป็นประเดน็ สำคัญของข้อควำมต่อไปน้ี
ไขมันทรำนส์เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวซ่ึงได้รับควำมนิยมมำกในอุตสำหกรรมกำรผลิตอำหำร ส่วนมำก
ไขมัน ทรำนส์เกิดจำกกำรปรุงแต่งของมนุษย์ โดยกระบวนกำรเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น
น้ำมันพืช เพื่อเปล่ียนสภำพของน้ำมันให้แข็งข้ึน ทำให้เก็บได้นำนไม่มีกลิ่นหืน อย่ำงไรก็ตำมกำรบริโภคไขมัน
ทรำนส์ส่งผลเสียต่อสุขภำพ เส่ียงต่อกำรเกิดโรคหัวใจ ควำมดันโลหิตสูงและเบำหวำน องค์กำรอนำมัยโลก
ประกำศรณรงค์ให้ทว่ั โลกยุติกำรใช้ไขมันทรำนส์ภำยในปีค.ศ. ๒๐๒๓ หำกยุติได้จะช่วยชีวิตคนได้ถึง ๑๐ ล้ำน
คน
1. อนั ตรำยของไขมันทรำนส์ ๒. ปัจจยั เสยี่ งกำรเกิดโรคหัวใจ
๓. กำรผลิตอำหำรด้วยไขมันทรำนส์ ๔. กำรรณรงคข์ ององค์กำรอนำมัยโลก
๕. กำรลดอัตรำกำรเสียชีวิตของผบู้ รโิ ภค
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 205
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
7. ขอ้ ควำมต่อไปน้ีสรปุ ไดต้ ำมขอ้ ใด
ปัจจุบันผ้ำไทยท่ีเป็นผ้ำโบรำณมีอำยุเก่ำแก่หลำยสิบปีหรือนับร้อยปี กลำยเป็นของมีค่ำซึ่งนักสะสม
พยำยำมเสำะแสวงหำและเก็บรักษำไว้ ผ้ำไทยนับเป็นงำนศิลปะที่สำคัญอย่ำงหนึ่งของชำติ ควรแก่กำรศึกษำ
หำควำมรู้วำ่ มีควำมเปน็ มำและมกี ำรพฒั นำมำเป็นลำดับอย่ำงไรจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นอกจำกกำรเก็บรักษำและ
อนรุ ักษ์ผ้ำไทยแลว้ ควรมีกำรส่งเสรมิ ให้มีกำรเรียนรู้เกีย่ วกับผ้ำไทยด้วยเพอ่ื ใหเ้ ขำ้ ใจวัฒนธรรมของชำติ
๑. ควรร่วมใจกันใช้ผ้ำไทยเพื่อสง่ เสรมิ วัฒนธรรมไทย
๒. ควรศกึ ษำควำมเป็นมำของผำ้ ไทยโบรำณซึ่งเปน็ ศิลปะของชำติ
๓. ควรสง่ เสริมกำรใช้และอนุรักษ์ผำ้ ไทย โดยเฉพำะผำ้ ที่มีอำยเุ ก่ำแก่
๔. ควรอนุรักษแ์ ละศึกษำพัฒนำกำรของผ้ำไทยเพื่อเรยี นรู้วัฒนธรรมไทย
๕. ควรช่วยกนั เสำะหำและสะสมผ้ำไทยโบรำณให้มำกขึ้นเพื่อสบื ทอดศิลปะไทย
8. ขอ้ ควำมต่อไปนี้ผู้เขียนมีจุดประสงค์ตำมข้อใด
ปัจจุบันเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกนำมำใช้ในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำมำกที่สุดในโลกเม่ือเทียบกับเช้ือเพลิง
ประเภทอ่ืน ๆ ในขณะเดียวกันเช้ือเพลิงชนิดนี้มีรำคำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกท้ังยังส่งผลกระทบ ต่อส่ิงแวดล้อม
ดงั น้นั พลังงำนหมุนเวียนซง่ึ เป็นพลังงำนสะอำด โดยเฉพำะอย่ำงย่งิ พลงั งำนน้ำจงึ เป็นทำงเลอื กท่ีน่ำสนใจในกำร
ผลิตพลังงำนไฟฟ้ำแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล เน่ืองจำกพลังงำนน้ำไม่ก่อให้เกิดมลพิษทำงอำกำศและสร้ำงแก๊ส
เรอื นกระจกในปริมำณน้อยมำก
๑. ให้ควำมรเู้ รื่องเชอื้ เพลิงฟอสซลิ ที่ใชอ้ ยู่ในปจั จบุ ัน
๒. เสนอแนะให้เลิกใช้เช้ือเพลิงฟอสซิลเพรำะรำคำแพงมำก
๓. ตำหนิกำรใช้พลังงำนเดิม ๆ ท่ีกอ่ ให้เกดิ มลพษิ ทำงอำกำศ
๔. สนับสนุนใหใ้ ช้พลังงำนน้ำทดแทนพลงั งำนอ่ืนเพรำะไม่ทำลำยสิ่งแวดล้อม
๕. เตอื นให้ระวงั กำรสร้ำงมลภำวะในส่งิ แวดล้อมเน่ืองจำกกำรใชพ้ ลงั งำนฟอสซลิ
9. ข้อใดเปน็ จดุ ประสงค์ของผู้เขยี นข้อควำมต่อไปน้ี
กำรจัดฟันเป็นกำรแก้ไขกำรเรียงตัวของฟัน กำรสบฟัน ขนำดของฟันและขำกรรไกรผิดปกติ หรือ
ปญั หำฟนั ซ้อน ปจั จุบนั กำรจดั ฟนั แฟชน่ั เป็นท่นี ิยมในหมู่วยั รุ่น แม้จะมขี ำ่ วอนั ตรำยเก่ยี วกบั เร่ืองนี้เช่นกำรแอบ
อ้ำงเป็นทันตแพทย์ดัดฟัน กำรใช้อุปกรณ์ดัดฟันที่ไม่ได้มำตรฐำนและไม่ได้ผ่ำนกำรฆ่ำเช้ือที่ถูกต้อง กำรจัดฟัน
โดยทันตแพทย์เถ่ือนอำจเกิดอันตรำย เช่น ติดเช้ือจำกเครื่องมือที่ไม่ได้มำตรฐำน กำรติดอุปกรณ์ไม่ถูกวิธี
รำกฟนั มีปัญหำ ทง้ั น้สี ำมำรถตรวจสอบสถำนภำพของทนั ตแพทยไ์ ด้จำกเวบ็ ไซต์ของทนั ตแพทยสภำ
๑. อธิบำยลกั ษณะของฟันทต่ี ้องแก้ไขดว้ ยกำรจัดฟนั
๒. บอกเลำ่ สถำนกำรณ์กำรจัดฟนั ของวัยรุ่นในปัจจบุ ัน
๓. เตือนให้ระวังอนั ตรำยจำกกำรจัดฟันที่ไม่ได้มำตรฐำน
๔. กระตนุ้ ให้ผูเ้ กยี่ วข้องควบคุมดแู ลกำรจดั ฟนั ให้มีคณุ ภำพ
๕. แนะนำใหต้ รวจสอบสถำนภำพของทันตแพทย์กอ่ นจดั ฟัน
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 206
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
10. ขอ้ ใดเป็นจุดประสงคข์ องผู้เขยี นข้อควำมต่อไปน้ี
โครงกำรสำมเณรปลูกปัญญำธรรม มุ่งเผยแพร่ควำมรู้ คุณธรรม และจริยธรรมเพื่อให้เยำวชน
คนรุ่นใหม่เรียนรู้และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติเพ่ือพัฒนำตนเองตลอดจนสร้ำงสรรค์สังคมแห่งคุณธรรมให้
งอกงำม เป็นสว่ นสำคัญในกำรร่วมสร้ำงสงั คมแห่งควำมรูค้ ูค่ ุณธรรมให้เกิดขน้ึ ในสงั คมไทย
๑. บอกเป้ำหมำยโครงกำร ๒. อธบิ ำยลักษณะของกจิ กรรม
๓. ส่งเสริมผู้นำเยำวชนรนุ่ ใหม่ ๔. กระตนุ้ จติ สำนึกของเยำวชน
๕. ปลกู ฝังควำมรับผิดชอบตอ่ สังคม
11. ข้อใดเปน็ จดุ ประสงค์ของผู้เขียนขอ้ ควำมต่อไปนี้
จังหวัดมหำสำรคำมจัดกิจกรรมขับเคล่ือนนโยบำยอย่ำงต่อเน่ืองในกำรดำเนินงำน “จังหวัดไอโอดีน
ยั่งยืนเพ่ือพัฒนำคุณภำพชีวิตประชำชน” เพื่อส่งเสริมคุณภำพชีวิตของทำรกต้ังแต่อยู่ในครรภ์โดยเน้น
กำรป้องกันภำวะปัญญำอ่อนและพิกำร ปัจจุบันมหำสำรคำมได้รับกำรรับรองเป็นจังหวัดไอโอดีน ๑ ใน ๗
จงั หวดั ของประเทศ
๑. อธิบำยสำเหตุที่ทำรกอำจมคี วำมพิกำรทำงสมอง
๒. สรปุ ผลกำรดำเนินกิจกรรมของจงั หวดั มหำสำรคำม
๓. ชแี้ จงโทษของกำรรับประทำนอำหำรท่ไี ม่มีสำรไอโอดนี
๔. ส่งเสรมิ กำรดูแลสุขภำพของประชำชนในจงั หวดั มหำสำรคำม
๕. เสนอแนะใหห้ ญงิ มีครรภร์ บั ประทำนอำหำรท่ีพฒั นำสมองทำรก
12. ขอ้ ใด ไม่ สำมำรถอนุมำนได้จำกขอ้ ควำมต่อไปนี้
จ้ิงหรดี เปน็ สนิ คำ้ ทม่ี ีแนวโนม้ ทำงกำรตลำดดีข้ึนทั้งในประเทศไทยและต่ำงประเทศ สหภำพยุโรปหรือ
อียเู ปน็ อกี ตลำดหนึง่ ทน่ี ่ำสนใจเพรำะนอกจำกจะมีผู้บริโภคถึง ๕๐๘ ล้ำนคนแล้ว อียูยังปรับปรุงกฎระเบียบว่ำ
ด้วย “อำหำรใหม่”(Novel Food) โดยยอมรบั อำหำรพ้ืนบ้ำน เช่น แมลง และอำนวย ควำมสะดวกในกำรขึ้น
ทะเบยี นด้วย
๑. อำหำรประเภทแมลงเปน็ ทีน่ ยิ มมำกในตลำดอียู
๒. ไทยกำลงั จะมรี ำยไดส้ งู จำกกำรสง่ ออกจิ้งหรดี และแมลงอื่น
๓. อียูยอมรับอำหำรพืน้ บ้ำนจำกหลำยประเทศเปน็ “อำหำรใหม่”
๔. อำหำรประเภทแมลงทำรำยไดจ้ ำกตำ่ งประเทศมำกกว่ำในประเทศ
๕. นอกจำกประเทศในอยี แู ล้วไทยยังส่งออกแมลงไปขำยยังประเทศอืน่ ๆ อีกด้วย
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 207
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
13. ข้อใด ไม่ อำจอนุมำนได้จำกข้อควำมต่อไปน้ี
เม่ือจะต้องปลูกบัวในภำชนะจำกัดจำเป็นต้องปรับปรุงดินปลูกให้สำมำรถจุธำตุอำหำรหลักเพียงพอ
เมอื่ แรกปลกู และพฒั นำวธิ กี ำรบำรุงรักษำด้วยกำรเสริมธำตุอำหำรให้แก่บัว เพรำะกำรปลูกในภำชนะจำกัดทำ
ให้บัวไม่สำมำรถเจริญเติบโตเหมือนอย่ำงในหนองน้ำธรรมชำติ จึงต้องมีกำรพัฒนำผลิตดินสำหรับปลูกบัวใน
ภำชนะจำกดั โดยตรงด้วย
1. บัวทขี่ นึ้ ตำมแหลง่ นำ้ ธรรมชำติสำมำรถไดธ้ ำตุอำหำรจำกดนิ ในน้ำนน้ั
๒. กำรปลูกบวั อำจปลูกตำมแหล่งน้ำตำ่ ง ๆ หรือในภำชนะท่ีจำกดั ขนำดก็ได้
๓. ผปู้ ลกู บวั ตอ้ งหำแรธ่ ำตุท่จี ำเปน็ ผสมในดินและใสล่ งในภำชนะทใ่ี ช้ปลกู
๔. ดินท่ใี ชป้ ลูกบวั ในภำชนะจำกัดต้องมีแรธ่ ำตสุ งู ซ่ึงอำจหำไดจ้ ำกธรรมชำติ
๕. ถ้ำหำกเปน็ กำรปลกู บวั ในแหลง่ น้ำธรรมชำติ กำรพฒั นำดินปลกู บัวก็ไมจ่ ำเป็น
14. ข้อใด ไม่ อำจอนุมำนได้จำกข้อควำมต่อไปนี้
เมียนมำเป็นตลำดที่หอมหวำนสำหรับนักลงทุนไทย นอกจำกจะอุดมไปด้วยทรัพยำกรธรรมชำติแล้ว
ยังเต็มไปด้วยควำมต้องกำรสินค้ำและบริกำรอย่ำงมำก เนื่องจำกเพ่ิงเปิดประเทศได้ไม่นำนและยังเป็นเพื่อน
บ้ำนในอำเซยี นอีกดว้ ย
๑. ประเทศไทยสนใจอย่ำงมำกท่ีจะลงทุนทำงธุรกิจในเมยี นมำ
๒. เมยี นมำผลติ สนิ คำ้ ไมเ่ พยี งพอต่อควำมตอ้ งกำรในประเทศ
๓. ทรัพยำกรในเมยี นมำหลำยชนิดมคี วำมนำ่ สนใจนำไปแปรรูป
๔. เมียนมำเพ่ิงเปดิ ประเทศจึงไม่มีศกั ยภำพพอทจ่ี ะพัฒนำธุรกิจและบรกิ ำร
๕. เมยี นมำอยใู่ นกลุม่ อำเซยี นจงึ ชักชวนให้ประเทศเพ่ือนบ้ำนเข้ำไปลงทุนทำงธรุ กจิ
15. ผ้เู ขียนหมำยถึงอะไรเมือ่ ใชค้ ำวำ่ “มหศั จรรย์”
เม่ือแรกท่ีเห็นสภำพดินแล้งผมแทบเข่ำอ่อน แต่รุ่งขึ้นก็ได้สติ ผมลงมือขุด ๆ ๆ ดินลึกลงไป ๒ - ๓
เมตร เอำพวกเศษพชื ซำกสัตว์ มูลสัตว์ ขยะอินทรีย์ท้ังหลำยถมลงไป ถมลงไป แล้วเอำดินกลบ สัก ๒ อำทิตย์
พลิกดินกลับ แล้วทำแบบน้ีซ้ำอีกประมำณ ๓ ปี มหัศจรรย์ จริง ๆ ดินในผืนนำเดิมกลำยเป็นดินท่ีสมบูรณ์
ตำ่ งจำกเดมิ ไกลทีเดยี ว
๑. คดิ ไมถ่ ึงว่ำจะทำให้ดินกลับดีข้ึนมำได้
๒. ใชส้ ติแกป้ ัญหำจะประสบควำมสำเร็จ
๓. ใช้ควำมอดทนและเวลำนำนถึง ๓ ปี จึงได้ผล
๔. ใช้เวลำน้อยมำกเมอ่ื เทยี บกับผลทจ่ี ะไดต้ อ่ เน่อื งไปขำ้ งหน้ำ
๕. เปลย่ี นเศษพืชและซำกสัตวใ์ หก้ ลำยเปน็ ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ในดินได้
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 208
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
16. ขอ้ ใดเปน็ แนวคิดของข้อควำมต่อไปน้ี
กำรท่องเท่ียวเพ่อื กำรดูนกในเปรูเป็นท่นี ยิ มมำกขึ้น และเพิม่ ตัวเลขทำงเศรษฐกิจให้สูงข้ึน ประชำชนที่
อำศยั อยใู่ นพนื้ ทใี่ กล้เขตอนุรักษพ์ ันธส์ุ ัตว์ก็พลอมมีรำยได้ดี บรรดำบริษัททัวร์มักใช้จุดขำยน้ีพำนักท่องเที่ยวไป
ถึงตัวนกหำยำกหรอื นกใกล้สญู พนั ธ์ุ ประกอบกบั กำรขยำยตัวของชมุ ชนจำกกำรท่องเที่ยวเข้ำไปรุกล้ำพ้ืนท่ีของ
สัตว์ป่ำ เป็นเหตุให้นกหำยำกและสัตว์ป่ำลดจำนวนลงอย่ำงรวดเร็ว จนมีกำรต้ังคำถำมว่ำเรำจะปักหมุด
กำรอนรุ ักษเ์ พื่ออะไร
1. นกทีใ่ กลส้ ญู พนั ธุ์ลดจำนวนลงโดยลำดับเป็นเร่ืองธรรมดำ
2. กำรท่องเที่ยวดนู กในเปรูเพม่ิ รำยได้เข้ำประเทศอย่ำงเห็นไดช้ ดั
3. เปรูควรยอมลดรำยไดข้ องเทศท่มี ำจำกกำรท่องเท่ยี วดูนกหำยำก
4. กำรอนรุ ักษน์ กหำยำกมีควำมสำคญั กว่ำกำรส่งเสรมิ กำรท่องเทยี่ วดูนก
5. กำรเตบิ โตทำงเศรษฐกิจของเปรูเกิดข้ึนควบคกู่ บั กำรเพ่ิมรำยได้ของประชำชน
ใช้ข้อมูลบรรณำนกุ รมต่อไปนี้ตอบคำถำมขอ้ 17 และ 18
(๑) ทิพย์วำณี สนทิ วงศ์ ณ อยธุ ยำ. ๒๕๕๒. เมอ่ื คุณตำคุณยำยยังเดก็ เล่ม ๔.
พิมพ์ครง้ั ท่ี ๑๐. กรุงเทพฯ : บูรพำสำสน์ .
(๒) ทนิ กร โพธิ์เมฆำ. ๒๕๕๗. กำรปลูกดอกดำวเรอื ง. พิมพ์ครงั้ ที่ ๓.
กรุงเทพฯ : บนั ดำลกำรพมิ พ์.
(๓) ธนำธร ชำวบ้ำนทุ่ง. ๒๕๖๐. กำรเดนิ ทำงของผเี สอื้ . พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๒.
กรุงเทพฯ : สุรยิ ะกำรพิมพ์.
(๔) ธมุ ำกร ศรีจนั ทรำ. ๒๕๖๐. คัพเค้กสสี วยรวยอำชีพ. พมิ พ์ครัง้ ที่ ๔.
กรงุ เทพฯ : ซคี วิ กำรพิมพ์.
(๕) ทิฆัมพร เพชรอรณุ . ๒๕๕๘. สำรสนเทศ. พมิ พค์ รั้งท่ี ๑.
กรุงเทพฯ : ประสงคก์ ำรพมิ พ์.
17. ข้อใดเขียนบรรณำนุกรมไมถ่ ูกต้อง
๑. ขอ้ (๑) ๒. ขอ้ (๒)
๓. ข้อ (๓) ๔. ข้อ (๔) ๕. ขอ้ (๕)
18. ข้อใดเรียงลำดบั ข้อมลู ทำงบรรณฺ ำนกุ รมขำ้ งต้นได้ถูกต้อง
๑. ๓-๒-๔-๑-๕ ๒. ๕-๓-๒-๔-๑
๓. ๑-๒-๕-๓-๔ ๔. ๕-๒-1-๓-๔ 5. 2-1-5-4-3
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 209
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใช้ขอ้ ควำมตอ่ ไปน้ีตอบคำถำมขอ้ 19 และ ข้อ 20
๑. กำรวงิ่ ระยะทำงครง่ึ เดียว ๒1.๑๐๐ กิโลเมตร เรียกว่ำ ฮำลฟ์ มำรำธอน
๒. ระยะกำรวิ่งอลั ตร้ำมำรำธอนสว่ นใหญจ่ ะกำหนดท่ี ๑๐๐ กิโลเมตร
๓. อัลตร้ำมำรำธอนเปน็ กำรว่ิงมำกกวำ่ ระยะทำง ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร
๔. มำรำธอนคือกำรวง่ิ ระยะทำงไกล ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร
๕. ระยะทำงทนี่ ้อยกว่ำนน้ั ไม่วำ่ จะเท่ำใดเรยี กวำ่ มินิมำรำธอน
19. ข้อใดเรยี งลำดบั ข้อควำมขำ้ งต้นได้ลกู ต้อง
๑. ๑ ๕ ๔ ๒ ๓
๒. ๑ ๓ ๕ ๔ ๒
๓. ๓ ๔ ๒ ๑ ๕
๔. ๔ ๑ ๕ ๓ ๒
๕. ๔ ๒ 1 ๓ ๕
20. เมอื่ เรียงลำดับถูกต้องแล้ว ขอ้ ใดเปน็ ลำดับที่ ๒
๑. ขอ้ ๑ ๒. ข้อ ๒
๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔ ๕. ขอ้ ๕
21. ข้อใด ไม่มี กำรโน้มนำ้ วใจ
๑. สบ่สู ำหรับเดก็ ชนิดนี้ผำ่ นกำรทดสอบกำรแพโ้ ดยแพทยผ์ ิวหนังมำแล้ว
๒. สำรสกัดสำหร่ำยสีนำ้ ตำลชว่ ยลดนำ้ ตำลในเลือดลงอย่ำงชัดเจนในระยะเวลำอนั ส้นั
๓. รำ้ นบะหมน่ี เี้ จำ้ ของร้ำนอธั ยำศยั ดี มีกำรจัดกำรที่เป็นระบบ บรกิ ำรได้รวดเรว็ ฉับไว
๔. โครงกำร “เยำวชนเรียนรสู้ มนุ ไพรไทย” ช่วยลดปัญหำกำรขำดดุลกำรนำเข้ำยำ
จำกตำ่ งประเทศได้
๕. จังหวดั แม่ฮ่องสอนรว่ มกับภำคเอกชนสรำ้ งควำมต่นื ตำต่ืนใจของน้ำพรุ ้อนแต่ละแหง่ เพ่ือ
ดึงดูดนกั ทอ่ งเท่ียว
22. ขอ้ ใด มีกำรโน้มน้ำวใจน้อยท่ีสุด
๑. หอ้ งพกั สไตลส์ ว่ นตวั พรอ้ มสระว่ำยนำ้ และโฮมเธียเตอรท์ นั สมยั ในหอ้ งน่ังเล่น
๒. หอ้ งพักแบบเดอลุกซ์ในโรงแรมทีช่ ำยหำดสวยท่ีสดุ แห่งหนง่ึ ของเมืองไทย
๓. ห้องพกั หรูหรำทนั สมัย พร้อมต้อนรับทุกท่ำนให้พักอยำ่ งมีควำมสขุ ไร้กังวล
๔. ห้องพักในโอกำสวนั หยุดสุดสปั ดำห์สำหรับคณุ และสมำชกิ ตัวน้อยๆในครอบครวั
๕. หอ้ งพกั กวำ้ งขวำงในบรรยำกำศท่ีคณุ จะประทบั ใจตลอดไป
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 210
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
23. ข้อใดเปน็ โครงสรำ้ งของกำรใช้เหตผุ ลในข้อควำมต่อไปน้ี
ข้ำวโพดเป็นพืชท่ีเหมำะกับสภำพดินฟ้ำอำกำศของไทยและปรับตัวเข้ำกับสิ่งแวดล้อมได้ง่ำยในระยะ
ตอ่ มำได้มกี ำรขยำยพันธปุ ลูกกนั อย่ำงแพร่หลำย
๑. สนบั สนุน-สนบั สนุน-สรุป ๒. สนับสนุน-สรุป-สนับสนุน
๓. สนับสนนุ -สรปุ - สรปุ ๔. สรปุ -สรุป-สนับสนุน
๕. สรปุ -สนบั สนุน-สรปุ
24. ข้อใดมกี ำรใช้เหตุผลตำ่ งกบั ข้ออ่นื
๑. พอ่ แมต่ งั้ ชื่อผมวำ่ ลูกขนนุ เม่ือเด็ก ๆ ผมอ้วนตัวกลม
๒. วันนี้น้องมะนำวไม่ยอมไปโรงเรยี น เธอเป็นหวัดงอมแงม
๓. ขนมอร่อยของคุณแมข่ ำยดมี ำก เธอมีเงินส่งหนแู ตงโมเรยี นตอ่
๔. คุณชมพไู่ ด้ตำแหน่งนำงงำมประจำอำเภอ เธอสวยเด่นกวำ่ ใคร ๆ
๕. เจ้ำมงั คุดสนุ ัขของผมถูกคุณพ่อดุ มนั แอบคำบถุงเท้ำของทำ่ นไปเล่น
25. ขอ้ ควำมต่อไปน้สี ่วนใดเปน็ กำรแสดงทรรศนะ
๑) กำรออกกำลังกำยเปน็ ประจำทำให้สุขภำพดีเพรำะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น/ ๒) กำรแตก
แขนงของหลอดเลือดทำให้เม็ดเลือดขำวหรือภูมิคุ้มกันเข้ำสู่เน้ือเยื่อต่ำงๆได้ง่ำย / ๓)กำรออกกำลังกำยยังเพ่ิม
ระดับออกซิเจนในสมอง และกระตุ้นให้ร่ำงกำยหลั่งสำรเอนโดรฟิน / ๔) ทำให้สมองสดใส ร่ำงกำย
กระปรี้กระเปรำ่ หนำ้ ตำสดใส/ ๕)ทกุ คนควรออกกำลงั กำยอยำ่ งสม่ำเสมอโดยเลือกรปู แบบใหเ้ หมำะสมกับวยั
๑. ส่วนท่ี ๑ ๒. สว่ นที ๒
๓. สว่ นที่ ๓ ๔. ส่วนที่ ๔ ๕. สว่ นที่ ๕
26. ขอ้ ใดเป็นประเดน็ โต้แยง้ ของข้อควำมต่อไปนี้
กำรประกำศใช้กฎหมำยควบคุมสัญญำเช่ำหอพักฉบับใหม่เป็นกำรพยำยำมรักษำผลประโยชน์ของ
ผู้เช่ำ เน่ืองจำกท่ีผ่ำนมำผู้ประกอบกำรเรียกเก็บค่ำเช่ำและเงินประกันล่วงหน้ำมำกกว่ำ ๑ เดือน และเก็บค่ำ
ไฟฟ้ำ ค่ำน้ำประปำแพงกว่ำอตั รำปกติ แต่หลังจำกกำรประกำศใช้กฎหมำยฉบับนี้ผู้ประกอบกำรได้ปรับตัวเพ่ือ
หำรำยได้เพิ่มลดควำมเส่ียงต่อกำรผิดสัญญำเช่ำ เช่น ขึ้นค่ำเช่ำและเงินประกัน ซึ่งผู้เช่ำแม้จะจ่ำยค่ำน้ำ ค่ำไฟ
ในอตั รำปกติ แตเ่ มือ่ รวมแลว้ อำจตอ้ งจำ่ ยเพมิ่ สงู ถึง ๒๐% ผเู้ ช่ำท่มี รี ำยได้ไม่พอท่จี ะไปหำที่อยู่ใหม่ก็จำเป็นต้อง
เช่ำอยู่ตอ่ ไป
๑. กฎหมำยควบคุมสญั ญำเช่ำหอพักเพื่อคุ้มครองผู้บรโิ ภคควรมีหรอื ไม่
๒. กฎหมำยควบคุมสญั ญำเช่ำหอพักฉบับใหม่เปน็ ผลดตี อ่ ผู้เช่ำจรงิ หรือ
๓. ผู้ประกอบกำรที่ขึ้นคำ่ เช่ำและเงนิ ประกนั มีควำมผดิ ตำมกฎหมำยฉบบั นหี้ รือไม่
๔. กำรประกำศใช้กฎหมำยฉบับน้ีทำใหผ้ ูป้ ระกอบกำรมีควำมเสย่ี งมำกขนึ้ จรงิ หรือ
๕. กำรศึกษำผลกระทบกอ่ นบังคับใช้กฎหมำยควบคุมสญั ญำเช่ำหอพักจำเปน็ หรือไม่
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หนา้ 211
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
27. ขอ้ ควำมตอ่ ไปนสี้ ่วนใดเป็นบรรยำยไวหำร
๑) ปัง! เห็นผู้คนในท้องโถงว่ิงสับสนอลหม่ำนจนโกลำหลไปหมด / ๒) เสียงหวีดร้องดังสนั่นเหมือน
ต้ังใจประสำนเสียงกัน / ๓) บำงคนพยำยำมวิ่งโครม ๆ หำทำงออกจำกพ้ืนที่เพ่ือเอำตัวรอด / ๔) จนชนข้ำว
ของที่วำงเรยี งรำยบนชัน้ กระจกหลน่ แตกกระจำยเป็นช้ินเล็กชิ้นน้อยเกลื่อนพื้น/ ๕) เจ้ำหน้ำที่ออกมำประกำศ
ดว้ ยเครือ่ งขยำยเสียงขอใหน้ ่งั ลงและอยู่ในควำมสงบ ทกุ คนทำตำม
๑. สว่ นท่ี ๑ ๒. ส่วนท่ี ๒
๓. สว่ นที่ ๓ ๔. สว่ นท่ี ๔ ๕. สว่ นที่ ๕
28. ขอ้ ควำมตอ่ ไปนใ้ี ช้วธิ ีอธิบำยตำมแบบใด
ถ่อมตัว หมำยควำมว่ำ พูดว่ำตนมีควำมรู้ควำมสำมำรถหรือตำแหน่งกำรงำนต่ำกว่ำควำมเป็นจริง ใน
สังคมไทยนยิ มคนที่ถอ่ มตัวมำกกวำ่ คนที่โออ้ วด เชน่ แม่วิชัยจะได้รับรำงวัลนักกีฬำยอดเยี่ยมประจำปี แต่เขำก็
มักถ่อมตวั ว่ำเปน็ ควำมบังเอญิ
๑. ชี้แจงตำมลำดับขนั้ ๒. นิยำมและใชต้ วั อย่ำง
๓. เปรียบเทยี บลกั ษณะและท่ีมำ ๔. กลำ่ วซำ้ ดว้ ยถ้อยคำแปลกออกไป
๕. ชี้สำเหตแุ ละผลลัพธ์ท่สี มั พันธ์กัน
29. ชือ่ เรยี งควำมขอ้ ใดเหมำะท่จี ะใชส้ ่วนนำต่อไปนี้
“ปัญญำเป็นรัตนะของคนทั้งปวง” คำกล่ำวน้ีเป็นเคร่ืองเตือนสติให้คนทั่วไประลึกว่ำควำมรอบรู้
เปรยี บเสมอื นแก้วอันมีคำ่ ประดับชวี ติ ของคนเรำ
๑. คณุ ค่ำของมนุษย์ ๒. สติ สมำธิ ปัญญำ
๓. ควำมรู้คือขุมทรัพย์ ๔. กำรแสวงหำควำมสำเร็จ
๕. วิชำกำรสร้ำงไดด้ ้วยตัวเรำ
เรียงควำมเรอื่ ง “วัดพระแกว้ ” มีประเดน็ ของเนื้อเร่ืองดงั ต่อไปนี้
๑. จิตรกรรมฝำผนัง ๒. ส่ิงก่อสร้ำงภำยในวัด
๓. ข้อควรปฏบิ ัติในกำรเขำ้ ชม ๔. ประวัตกิ ำรกอ่ สร้ำง
๕. กำรประกอบพระรำชพิธีที่สำคัญ
30. ขอ้ ใดเรยี งลำดบั ประเดน็ ของเน้ือเร่อื งเรียงควำมข้ำงต้นได้ถูกตอ้ งเหมำะสม
1. 2-1-5-4-3 2. 2-4-5-1-3
3. 3-4-2-5-1 4. 4-2-1-5-3
5. 4-3-1-2-5
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 212
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
31. ข้อควำมต่อไปนีส้ ว่ นใดใชภ้ ำษำเหมำะสมกับรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร
๑) ทุกวันน้ีข้ำวไรซ์เบอร์รีกำลังเป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนรักสุขภำพ/ ๒) เพรำะข้ำวชนิดน้ีเต็มไปด้วย
สำรอำหำรและประโยชนม์ หำศำล / ๓) มีสำรต้ำนอนุมูลอิสระท่ีช่วยชะลอควำมเส่ือมของเซลล์ / ๔) หลำยคน
นึกวำ่ ข้ำวไรซเ์ บอรร์ ีเป็นของนำเข้ำเพรำะมีชอ่ื เปน็ ภำษำอังกฤษ / ๕) จริง ๆ แล้วเป็นฝีมือของคนไทยท่ีเอำข้ำว
ขำวดอกมะลิ ๑๐๕ และข้ำวหอมนิลมำผสมขำ้ มพนั ธกุ นั
๑. สว่ นที่ ๑ ๒. ส่วนที่ ๒
๓. ส่วนท่ี ๓ ๔. สว่ นที่ ๔ ๕. ส่วนท่ี ๕
32. ข้อใดใชภ้ ำษำเหมำะสมกับกำรเขียนรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร
๑. สสี นั ของผกั ผลไม้มำจำกสำรเคมที ่ีพวกเรำเรยี กกนั วำ่ สำรพฤกษเคมี
๒. สำรประกอบธรรมชำตปิ ระเภทนร้ี ำ่ งกำยไมส่ ำมำรถสร้ำงไต้ต้องได้รบั จำกพชื เท่ำนัน้
๓. สำรพฤกษเคมเี ป็นท่ีรวมของสำรต้ำนอนุมลู อิสระที่วเิ ศษสดุ
๔. สำรพวกนที้ ำให้ผกั ผลไม้มีสี กล่นิ แล้วกร็ สแบบเฉพำะตัว
๕. ทุกวนั น้พี บเจอสำรพฤกษเคมดี งั กล่ำวมำกกวำ่ ๑๕,๐๐๐ ชนดิ
33. ขอ้ ใดเปน็ คำพูดที่เหมำะสมในสถำนกำรณท์ ีน่ ักเรียนพูดกับอำจำรย์ใหญ่เพือ่ ขอไม่เข้ำอบรม
ผนู้ ำเยำวชน
๑. หนไู ม่ไดต้ ้องกำรเป็นผู้นำน่ีคะ หนชู อบเป็นคนธรรมดำ หนไู มอ่ ยำกเข้ำอบรมค่ะ
๒. ผมว่ำเปลอื งงบประมำณเปล่ำ ๆ ภำวะผนู้ ำเถดิ ขึน้ ในตัวแต่ละคนฝึกกันไม่ได้หรอกครบั
๓. ผมมภี ำระสำคัญทำงบ้ำน ขอควำมกรณุ ำเลอื กเพ่ือนคนอน่ื เขำ้ อบรมแทนผมก่อนในปีนี้
๔. ยังไง ๆ หนคู งอบรมไม่ผ่ำนหรอกค่ะ อำจำรยก์ ร็ ดู้ วี ่ำหนูไม่มสี มำธิ แล้วเลอื กหนูทำไมคะ
๕. ผมไมช่ อบกำรฝกึ ผนู้ ำดว้ ยวธิ กี ำรอบรม ผมขอบำยเถิดครับ ใครอยำกเขำ้ ก็ตำมใจเขำ
34. ข้อควำมตอ่ ไปนสี้ ่วนใดมีคำท่สี ะกดไม่ถูกตอ้ ง
๑) ควำมเสียหำยและควำมสูญเสียจำกปรำกฏกำรภัยธรรมชำติที่สืบเน่ืองมำจำกกำรเปลี่ยนแปลง
ภูมิอำกำศ / ๒) เป็นท่ีประจักษ์ชัดว่ำผลท่ีเกิดตำมมำจำกกำรเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่ำงหนึ่งคือ / ๓) กำรเกิด
พิบัติภัยธรรมชำติท่ีมีควำมถี่และควำมรุนแรงมำกข้ึน / ๔) อุบัตภัยท่ีเกิดข้ึนในแต่ละคร้ังทำให้เกิดควำม
เสียหำยเป็นจำนวนมำก / ๕) เช่นกรณกี ำรเคลือ่ นตัวของคลี่นควำมเย็นจำกขั้วโลกเหนือเข้ำสู่ประเทศแคนำดำ
เมือ่ ค.ศ. ๒๐๑๔
1. ส่วนที่ 1 และส่วนท่ี 3 2. ส่วนที่ 2 และสว่ นท่ี 4
3. ส่วนที่ 3 และสว่ นที่ 5 4. สว่ นที่ 4 และส่วนท่ี 1
5. สว่ นที่ 5 และสว่ นท่ี 2
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 213
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
35. คำทีข่ ีดเสน้ ใต้ข้อใดใช้ผิดควำมหมำย
๑. บ่อขยะสง่ กลิน่ เหมน็ อย่ำงรำ้ ยกำจจนชำวบ้ำนทนไม่ไหว
๒. เดก็ ๆ สวมชดุ นกั เรียนเอยี่ มอ่องมำโรงเรยี นวนั เปดิ เทอม
๓. ทำงขึ้นถ้ำน้ที ัง้ รกทงั้ ชันเอำกำร เวลำเดนิ ขน้ึ ไปต้องระวงั ให้มำก
๔. ฝนท้ิงช่วงเป็นเวลำนำน ทำใหข้ ำ้ วในนำเสยี หำยเกือบหมด
๕. สมหวงั เป็นหัวโจกชวนเพื่อนไปเรียนดำนำ้ ชว่ งเปดิ ภำคเรียน
36. คำในข้อใดใช้ได้ท้ังควำมหมำยตำมตัวและควำมหมำยเชงิ อปุ มำทั้ง ๒ คำ
1. เก่ียวก้อย-ทำใจ 2. เลอื ดเยน็ -ยน่ื มือ
3. กดั ฟัน-เจำ้ ของ 4. กดขี่-กม้ หน้ำ 5. ขนึ้ สมอง-ตเี สมอ
37. สำนวนในขอ้ ใดมคี วำมหมำยวำ่ “คำพดู ที่ไพเรำะออ่ นหวำนทำให้ตำยใจอำจเป็นโทษเป็นภัยได้”
๑. นำ้ น่ิงไหลลกึ ๒. นำ้ เยน็ ปลำตำย
๓. ผ่อนส้นั ผ่อนยำว ๔. พดู ดเี ปน็ ศรแี ก่ปำก ๕. พูดคล่องเหมือนล่องนำ้
38. สถำนกำรณ์ตำมข้อใดมคี วำมหมำยตรงกบั สำนวน “เกลียดตวั กนิ ไข่”
๑. เธอไปเอำเครื่องคอมพวิ เตอรว์ ชิ ยั มำใช้ทำไม ไหนว่ำไมช่ อบหนำ้ เขำไงเกลยี ดตัวกนิ ไข่นะนี่
๒. นติ ยำเกลยี ดปลำเค็ม เลยซือ้ ปลำททู อดมำกินกับขำ้ วต้ม แบบนี้เรียกวำ่ เกลียดตวั กินไข่
๓. วภิ ำแพข้ ้ำวเหนียวมูน เวลำสัง่ ข้ำวเหนยี วมะม่วงมำกินกัน เธอก็มกั กนิ แต่มะมว่ งเกลยี ดตวั
กนิ ไข่นน่ี ำ
๔. พลไมช่ อบกนิ ขนมและผลไม้ คุณแม่จึงปัน่ น้ำผักผลไมใ้ ห้ทกุ วนั อย่ำงน้ีเขำเรยี กวำ่ เกลยี ดตวั
กินไข่
๕. ศรีรังเกยี จกำรเลีย้ งสัตว์เลยี้ งในบ้ำน แต่เธอกช็ อบไปเลน่ กบั สนุ ขั ของเพอ่ื นบำ้ นเขำ้
ทำนองเกลยี ดตัวกินไข่เลย
39. ควรเตมิ คำข้อใด ในช่องว่ำงของคำประพันธต์ อ่ ไปน้ี
ทองกวำวพรำวพร่ำงทง้ั พนำ
บำนแบง่ ปลำยหนำวลำ สู่…......
สีสดงดงำมตำ แดงสว่ำง
ยำม ...........สำดสะทอ้ น ทุง่ คล้ำยทองคำ
1. รอ้ น-แสง 2. ฝน-เช้ำ
3. ร้อน-แดด 4. บ้ำน-ตะวนั 5. ป่ำ-เย็น
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 214
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
40. ข้อควำมตอ่ ไปน้สี ่วนใดเปน็ ประโยคสำมญั
๑) เต่ำดำวพม่ำเปน็ เต่ำอีกชนิดหน่ึงที่หำได้ยำก / ๒) ควำมสวยงำมของมันปรำกฏบนกระดองด้วยรูป
ดำวอันเป็นเอกลักษณ์/ ๓) ควำมเข้มของสีกระดองจะผันแปรตำมสภำพแวดล้อมอย่ำงน่ำอัศจรรย์ / ๔) ผู้คน
ส่วนหนึ่งตำมล่ำเพ่ือนำกระดองมำปรุงยำสมุนไพรบำงชนิด/ ๕) ปัจจุบันเต่ำดำวพม่ำลดน้อยลงจนไม่สำมำรถ
เพ่มิ จำนวนไดเ้ องตำมธรรมชำติ
๑. ส่วนท่ี ๑ ๒. ส่วนที่ ๒
๓. สว่ นที่ ๓ ๔. ส่วนที่ ๔ ๕. ส่วนที่ ๕
41. ข้อใดเป็นประโยค
๑. ควำมยัง่ ยนื ในกำรบรหิ ำรจัดกำรกำกอตุ สำหกรรมและขยะชมุ ชน
๒. กำรท่ีประเทศไทยประสบปญั หำกบั กำรจัดกำรขยะจำกภำคชุมชน
๓. แนวทำงพัฒนำองค์ควำมรู้เพอื่ แกป้ ัญหำขยะลน้ เมืองของประเทศ
๔. โรงงำนบริหำรจัดกำรกำกของเสยี ยุคใหมต่ ้องไม่ก่อมลพิษต่อชมุ ชน
๕. เทคโนโลยีท่ีแพร่หลำยโดยมีเปำ้ หมำยลดผลกระทบทำงสงิ่ แวดล้อม
42. ข้อใดใช้ภำษำกำกวม
๑. กำรปรบั ขึน้ คำ่ โดยสำรแท็กซ่นี น้ั ทีจ่ รงิ มีกำรยกเรื่องนี้ข้นึ มำพิจำรณำกันหลำยคร้ังแลว้
๒. ปัจจุบันนก้ี รมศลุ กำกรอำนวยควำมสะดวกโดยไมต่ รวจสอบสัมภำระของผโู้ ดยสำรท้ังหมด
๓. เกษตรกรนำเมล็ดทเุ รยี นพ้ืนบำ้ นไปเพำะพันธุท์ ำเปน็ ต้นตอเพื่อใช้เสยี บยอดทเุ รียนพนั ธุ์ดี
ก่อนนำไปขำย
๔. กำรพ้นื ฟูสภำพแวดลอ้ มในทะเลนอกจำกเพมิ่ ประชำกรสัตว์น้ำแล้วยังสรำ้ งควำมยัง่ ยืน
ใหแ้ กช่ ุมชนอีกดว้ ย
๕. สำเหตุสำคัญท่ีทำให้เกิดภยั ร้ำยแรงบนท้องถนนคือกำรขับรถเรว็ เกนิ อัตรำที่กฎหมำยกำหนด
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 215
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใช้คำประพนั ธ์ตอ่ ไปน้ีตอบคำถำมข้อ 43 – 44 เพียงเธอใช้ควำมรักเปน็ แรงขับ
ท้ังส้นิ คือเสน้ ทำงท่ีสรำ้ งได้ ขึ้นอย่กู ับเธอทุ่มเทมำกเทำ่ ใด
ทกุ ย่ำงกำ้ วยังวำดหวังยังเคลอื่ นไหว
ขับเคลอ่ื นควำมฝันอนั ระยับ เพยี งเธอใช้หวั ใจรักช่วยผลักดัน
...เหน่ือยแตอ่ ย่ำยอมทอ้ บนเส้นทำง
ควำมสำเรจ็ รอโอบกอดเธอไม่ไกล
43. คำประพนั ธข์ ำ้ งต้นกล่ำวถงึ ประเดน็ ใดเปน็ สำคัญ
๑. ควำมรกั ๒. ควำมฝนั
๓. ควำมหวงั ๔. ควำมอดทน ๕. ควำมจรงิ ใจ
44. ศลิ ปะกำรประพันธต์ ำมข้อใดปรำกฏในคำประพนั ธข์ ้ำงต้น
๑. สัญลักษณ์ ๒. บุคคลวตั
๓. กำรเลน่ คำ ๔. กำรหลำกคำ ๕. กำรเลน่ เสียงหนักเบำ
45. ขอ้ ใด ไม่มี ควำมเชื่อ
๑. เป็นเครำะห์กรรมจำพลัดพรำก เอง็ พ้นจำกเบญจเพสแล้วหรือหลำน
๒. แลว้ ทำผงอทิ ธเิ จเชำ้ เจิมพักตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหนำ้
๓. จงึ่ อำ่ นอำคมขลังตงั้ ใจ สะกดใหน้ ิทรำทง้ั ธำนี
๔. วันพฤหสั วนั นดี้ นี ักหนำ อยั กำจะสอนหนังสือให้
๕. ลูกเอ๋ยเป็นกำพร้ำพระบดิ ำ สุรยิ ว์ งศพ์ งศำไมเ่ ห็นพกั ตร์
46. ขอ้ ใดแสดงค่ำนิยม วำ่ ใจชื่อถอื สัตย์บริสุทธ์ิ
๑. ถงึ กูตำยภำยหลงั ให้ลือชื่อ มันก็มักทำรำ้ ยเมือ่ ภำยหลงั
๒. ประเพณตี งี ูใหห้ ลังหัก ไมเ่ ทำ่ ทเ่ี จ็บช้ำระกำรัก
๓. อนั เจ็บปวดยวดย่ิงทุกสิ่งมี นิจจำเจ้ำเหนิ หำ่ งรำ้ งพิสมยั
๔. คดิ คะนึงถึงมติ รแต่ก่อนเก่ำ ถึงพระศุลีอนิ ทรจ์ ันทร์ย่อมบรรลยั
๕. ใครจะอยคู่ ้ำฟำ้ ท้งั ตำปี
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 216
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
47. คำประพนั ธ์ตอ่ ไปน้มี ีนำ้ เสียงอย่ำงไร
เสียดำยสำยสวำทโอ้ อำวรณ์
รกั พ่มี โี ทษกรณ์ กบั นอ้ ง
จำจำกพรำกพลดั สมร เสมอชีพ เรียมเอย
เสียนชุ ดจุ ทรวงต้อง แตกฟ้ำผำ่ สลำย
๑. รันทด ๒. ข้องใจ ๕ กลวั เกรง
๓. ปลงตก ๔. แค้นใจ
๑. พระเดด็ ดอกกำหลงประยงค์แย้ม ให้ทรำมวยั ใสแ่ ซมมวยผม
๒. อกเอยไมเ่ คยเดินไพร เคยสำรำญแต่ในพระบูรี
๓. กอพฤกษำรำยทำงหลน่ ใบผลดั บำ้ งระบัดใบอ่อนออกเต็มต้น
๔. เห็นเลบ็ นำงแบง่ บำนตระกำรตำ เหมือนนขำโฉมงำมทรำมวัย
๕. ดดู อกสร้อยฟำ้ ระยำ้ ย้อย เหมอื นสำยสร้อยประดับทรวงดวงสมร
48. ข้อใดมแี ต่สมั ผสั พยัญชนะภำยในวรรคเพียงอยำ่ งเดียว ไม่มีสัมผสั สระ
๑. ข้อ ๑ ๒. ข้อ ๒ ๕. ข้อ ๕
๓. ขอ้ ๓ ๔. ข้อ ๔
49. วรรคใด ไม่มี จนิ ตภำพด้ำนควำมเคล่ือนไหว ๒. บ้ำงอดุ ช่องสองขำ้ งเอำวำงถงั
๑. ทหำรโจรรบรบั บำ้ งดบั ไฟ ๔. ถงึ จะท้ิงเพลิงเผำสักเท่ำไร
๓. ใหน้ ำ้ ขังดำดฟำ้ ชลำไหล
๕. กไ็ ม่ไหม้สำเภำเสำกระโดง
50. คำประพันธ์ต่อไปใช้ภำพพจน์ตำมขอ้ ใด งำมละม้ำยคล้ำยอูฐกะหลำป๋ำ
สงู ระหงทรงเพรียวเรยี วรดู
ทงั้ สองแก้มกลั ยำดงั ลูกยอ
พิศแตห่ วั ตลอดเทำ้ ขำวแตต่ ำ
๑. อปุ มำ ๒. อุปลกั ษณ์
๓. สญั ลกั ษณ์
๔. สทั พจน์ ๕. บุคคลวัต
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 217
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1.เฉลย อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
1.-3 2.-5 3.-2 4.-1 5.-2 6.-4 7.-4 8.-3 9.-3 10.-2
2.เฉลยอ่านแปลความ
1.-4 2.-4 3.-5 4.-1 5-3 6.5 7.5 8.1 9.5 10.5
3.เฉลยการอ่านจับใจความ
1.-3 2.-4 3.-4 4.-2 5.-3 6.-2 7.-1 8.-4 9.-1 10.-1
4.เฉลยการอนมุ านจากเร่ืองท่ีอา่ น
1.-4 2.-4 3.-5 4.-5 5.-3 6.-2 7.-3 8.-4 9.-5 10.-5
5.เฉลยการวิเคราะห์วิจารณเ์ รอ่ื งที่อา่ น
1.-5 2.-3 3.-1 4.-1 5.-4 6.-3*** 7.-3 8.-1 9.-4 10.-3
6.เฉลยการสงั เคราะห์ความรูจ้ ากเร่ืองที่อ่าน
1.-3 2.-5 3.-4 4.-2 5.-1 6.-3 7.-4 8.-1 9.-3 10.-1
7.เฉลย การเขยี นอธบิ าย บรรยาย พรรณนา
1.-2 2.-3 3.-3 4.-3 5.-2 6.-5 7.-1 8.-1 9.-1 10.-5
8.เฉลย การเขียนเรยี งความ
1.-3 2.-5 3.-4 4.-5 5.-3 6.-4 7.-3 8.-5 9.-5 10.-4
9.เฉลย การแสดงทรรศนะ
1.-3 2.-4 3.-2 4.-1 5.-3 6.-2 7.-1 8.-3 9.-5 10.-5
10.เฉลย การใช้ภาษาในการโต้แย้ง
1.-3 2.-4 3.-1 4.-4 5.-3 6.-4 7.-2 8.-2 9.-1 10.-3
11.เฉลยคาทบั ศพั ทภ์ าษาอังกฤษ คาบาลี สันสกฤต
1.-5 2.-4 3.-2 4.-3 5.-2 6.-4 7.-2 8.-2 9.-4 10.-3
12.เฉลยการวเิ คราะห์ลักษณะเดน่ วรรณคดี
1.-1 2.-2 3.-2 4.-4 5.-3 6.-1 7.-4 8.-1 9.-4 10.-3
11.-4 12.-3 13.-4 14.-3 15.-2 16.-2 17.-3 18.-4 19.-3 20.-1
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรียน
1.-3 2.-4 3.-5 4.-3 5.-2 6.-1 7.-4 8.-4 9.-3 10.1
11.-2 12.-4 13.-4 14.-5 15.-1 16.-4 17.-5 18.-4 19.-4 20.-1
21.-4 22.-5 23.-1 24.-2 25.-5 26.-2 27.-5 28.-2 29.-3 30.-4
31.-3 32.-2 33.-3 34.-4 35.-5 36.-2 37.-2 38.-1 39.-3 40.-3
41.-4 42.-2 43.-1 44.-2 45.-5 46.-1 47.-1 48.-3 49.-5 50.-1
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 218
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรรณำนกุ รม
กำรศึกษำนอกโรงเรียน,กรม. (2538). ภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร. (พิมพ์ครง้ั ที่ 9). กรุงเทพฯ :
โรงพิมพค์ ุรุสภำลำดพร้ำว.
กองเทพ เคลือบพณชิ กลุ . (2542). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร์.
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พ้ืนฐำน,สำนักงำน. (2549). แนวการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เล่ม 4.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภำลำดพรำ้ ว.
จันทรำ เลิศศริ .ิ (2543). แผนการสอนทเี่ นน้ กระบวนการ รายวชิ าภาษาไทย ท 101. กรุงเทพฯ :
สุวรี ยิ ำสำสน์ .
จติ ตน์ ภิ ำ ศรไี สย์ และประนอม วบิ ูลพันธ์ุ. (2559). หลกั ภาษาและการใชภ้ าษาไทย. กรงุ เทพฯ :
พัฒนำคุณภำพวชิ ำกำร (พว.).
ธวัช ปณุ โณทก. (2543). ววิ ฒั นาการภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนำพำนิช.
นภดล จนั ทรเ์ พญ็ . (2542). การใชภ้ าษาไทย. กรงุ เทพฯ : ตน้ อ้อ 1999.
นำวินี หลำประเสรฐิ , มนสิกำร เฮงสุวรรณ, กำญจนำ เฉลมิ ญำต,ิ เฉลมิ ลำภ ทองอำจ, เพชร วจิ ติ รนำวนิ และ
สุมิตรำ คุณวฒั น์บัณฑิต. (2553). หลกั ภาษาและการใช้ภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4. กรงุ เทพฯ :
พัฒนำคุณภำพวชิ ำกำร (พว.).
นิยะดำ เหล่ำสนุ ทร. (2543). ไตรภมู พิ ระรว่ ง : การศกึ ษาทม่ี า. (พิมพ์คร้งั ที่ 2). กรุงเทพฯ : แมค่ ำผำง.
ประจกั ษ์ ประภำพิทยำกรณ์. (2522). ความรพู้ น้ื ฐานทางวรรณคดีและวรรณกรรมเอกของไทย.กรุงเทพฯ :
ชนิ อักษรกำรพมิ พ.์
ประพนธ์ เรอื งณรงค์, สมเกียรติ สุขรัตน์, และสำวิสตรี สขุ วัฒนำกรณ์. (2546). กลุม่ สาระการเรยี นรู้
การเรียนรภู้ าษาไทย ช่วงชัน้ ท่ี 4 (ม.4-6) เล่ม 3. กรุงเทพฯ : ประสำนมิตร.
------------------------------------------------------------------------------------. (2545). กลมุ่ สาระการเรียนรู้
การเรียนรภู้ าษาไทย ช่วงชน้ั ท่ี 3 (ม.1-3) เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : ประสำนมิตร.
ประพนธ์ เรืองณรงค์, สพุ จน์ สทุ ธศิ ักดิ์, สรุ ีรตั น์ ทองคงอว่ ม, วิรชั ศิริวัฒนะนำวิน, วษิ ณุ พฒั นวิบลู ย์, และ
คะนงึ นำถ นำคประดิษฐ.์ (2545). กลุ่มสาระการเรียนรูก้ ารเรยี นรูภ้ าษาไทย ช่วงชน้ั ที่ 4 (ม.4-6)-
เล่ม 1. กรุงเทพฯ : ประสำนมติ ร.
ปิยะนติ ย์ เปยี่ มงำม. 2554). คายืมในภาษาไทย. พษิ ณุโลก : สถำบนั เทคโนโลยีรำชมงคล
วิทยำเขตพษิ ณโุ ลก.
เปลอ้ื ง ณ นคร. (2523). ประวตั วิ รรณคดไี ทยสาหรับนักศกึ ษา. (พมิ พ์คร้งั ท่ี 8). กรุงเทพฯ :
ไทยวัฒนำพำนิช.
เอกสารประกอบการเรยี น วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 219
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-บรรณานุกรม- (ต่อ)
ผกำศรี เย็นบุตร, สุภัค มหำวรำกร, และนิธิอร พรอำไพสกุล. (2555). หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน
ภาษาไทย 6 เล่ม 1. กรงุ เทพฯ : เอมพนั ธ.์
-----------------------------------------------------------------------.(2555). หนงั สือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน
ภาษาไทย 6 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : เอมพันธ์.
พรทิพย์ แฟงสุด. (2555). สื่อเสริมสาระการเรียนรู้ รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ม.6. กรงุ เทพฯ :
ฟสิ กิ สเ์ ซ็นเตอร์.
พัฒนำคณุ ภำพวชิ ำกำร, สถำบัน. (2555). คู่มอื ครู หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6.
กรงุ เทพฯ : พฒั นำคณุ ภำพวชิ ำกำร (พว.).
---------------------------------------.(2555). ค่มู อื ครู วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6.
กรุงเทพฯ : พัฒนำคุณภำพวชิ ำกำร (พว.).
เพ็ญศรี จนั ทร์ดวง, ศิริพร ขวัญรตั น์, และพนดิ ำ ศรรี ตั น.์ (ม.ป.ป.) แผนการสอนวชิ าภาษาไทย ท 203.
กรงุ เทพฯ : พัฒนำคุณภำพวชิ ำกำร (พว.).
ภำสกร เกิดอ่อน และคณะ. (ม.ป.ป.) คูม่ อื ครู ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6.
กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน์.
--------------------------------. (ม.ป.ป.) คมู่ ือครู หลักภาษาและการใชภ้ าษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6.
กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทศั น.์
ภำสกร เกดิ อ่อน และ ระววี รรณ อนิ ทรประพนั ธ์. (2547). คูม่ อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย
ม. 5. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน์.
รำชบณั ฑิตยสถำน. (2544). พจนานกุ รมศัพทว์ รรณคดีไทย สมัยสโุ ขทัย ไตรภูมิกถา. กรุงเทพฯ :
อรุณกำรพิมพ์.
----------------------. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน. (พมิ พ์ครั้งท่ี 2). กรงุ เทพฯ :
นำนมีบคุ๊ ส์พับลิเคชั่นส์.
เรงิ ชัย ทองหลอ่ . ผ2537). หลกั การประพันธ์. กรงุ เทพฯ : ไฮเอด็ พับลิชช่งิ .
วชั รพงศ์ โกมทุ ธรรมวิบูลย์ และคณะ. (2546). แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 (ภาคเรยี นท่ี 1). กรงุ เทพฯ : พัฒนำศึกษำ.
วัลลภำ วทิ ยำรกั ษ์. (2537). ค่มู อื เตรียมสอบภาษาไทย ม.6. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพบั ลิชชิง่ .
ว่ำทีร่ ้อยตรีณัฐวฒุ ิ คลำ้ ยสุวรรณ และวันเพญ็ เหลืองอรุณ. (2562). พนิ จิ วรรณคดจี ากหนังสอื แบบเรยี น-
มัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเู คช่นั .
สนทิ ตง้ั ทวี. (2538). ความรูแ้ ละทักษะทางภาษา. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร์.
-------------. (2536). อ่านไทย. (พมิ พ์คร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร.์
สอำงค์ ดำเนินสวัสด์ิ. (2535). คมู่ อื เตรยี มสอบ ภาษาไทย ม.4-5-6. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพบั ลชิ ช่ิง.
เอกสารประกอบการเรียน วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ หน้า 220
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-บรรณานุกรม- (ต่อ)
สมศักด์ิ อัมพรวสิ ทิ ธิ์โสภำ และธญั ลกั ษณ์ จยุ้ เรือง. (2537). คู่มือเตรยี มสอบ ภาษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6. กรงุ เทพฯ : ภมู บิ ัณฑติ .
เสนยี ์ วลิ ำวรรณ. (2547). การเขียน 2. กรุงเทพฯ : วฒั นำพำนิช.
--------------------. (2547). ประวตั ิวรรณคดีไทย สมัยสโุ ขทยั และอยุธยา. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นำพำนิช.
เสนีย์ วลิ ำวรรณ, สุระ ดำมำพงษ์, และพนู พิพฒั น์ สถำวระ. (ม.ป.ป.) การเขียน 2. กรงุ เทพฯ :
ไทยวัฒนำพำนชิ .
สุทธิวงศ์ พงศไ์ พบูลย์. (2538). หลักภาษาไทย. (พมิ พค์ รั้งท่ี 12). กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นำพำนชิ .
ศกึ ษำธิกำร,กระทรวง. (2557). หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดวี ิจกั ษ์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6. (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 5). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.ลำดพร้ำว.
อมั พร สุขเกษม. (2524). ความรพู้ น้ื ฐานเกี่ยวกับรอ้ ยกรองไทย. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.์
เอกฉัท จำรุเมธชี น. (2539). การใชภ้ าษาไทย. กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร์.
เอกรตั น์ อุดมพร. (2547). ประวตั ิวรรณคดีไทย สมัยสุโขทยั และอยธุ ยา. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นำพำนิช.
ทีมปลูกปญั ญำ. (2561). การพินิจวรรณคดแี ละวรรณกรรม. สืบค้น 16 เมษำยน 2563. จำก
https://www.trueplookpanya.com./learning/detail/31737.
บงกช นรำพุฒ.ิ (2559). 9 เดอื นมหัศจรรย์พัฒนาการทารกในครรภ.์ สืบค้น 10 เมษำยน 2563. จำก
https://www.samitivajhospital.com./th/.