ด้วยโอกาสให้เสาะแสวงหาจงึ ไม่ได้มอบฝนั ใหอ้ ย่างทค่ี าดหวัง แต่กลบั
มอบหายนะที่ท�ำลายตวั ตนของคนตัวเล็กในสังคมใหญใ่ หย้ นื หยัดใน
ตัวตนของตัวเองไมไ่ ด้ หายนะสำ� หรับผู้ทอ่ี ยไู่ ม่เปน็ ไม่ปรบั ตัวตาม
สภาวะแวดลอ้ มจงึ ถกู ท�ำให้แปลกแยกทางความคดิ และการกระทำ�
แต่ความแปลกแยกท่ีว่ากลับเป็นความดีงามถูกต้องไม่คิดคดโกง
เอาเปรยี บผู้อ่นื ชา่ งน่าเวทนาที่การเขา้ มาในเมอื งเพอ่ื ตามฝันเปน็ การ
ทำ� ลายล้างตวั ตนของคน น่ันอาจมองว่าเปน็ การการลม่ สลายของนยิ าม
คนดแี ละความดีในสงั คมเมือง
ความส้ินสลายในความหวังเลก็ ๆ ของคนตวั เล็กๆ ในสังคมกบั
แคค่ วามฝนั ก็ยังทำ� ไม่ได้ และไมป่ ลอ่ ยให้ทำ� เพราะสังคมเมืองทีแ่ ม้จะ
เตม็ ไปดว้ ยโอกาสแต่ก็
“เตม็ ไปด้วยระบบอันลดิ รอนท�ำลายลา้ งตรรกะและความ
ชอบธรรม ทำ� ให้คนดไี ม่อาจเหลือดี ทำ� ใหค้ นกลายเปน็ ส่ิงที่ไมใ่ ช่คน!”
(หนา้ 76-77)
และไดส้ ร้างความกลัวและทา้ ทายคนไรอ้ ำ� นาจใหไ้ มส่ ามารถ
คิดฝนั หรอื หากฝันกเ็ ป็นเพียง
“ฝนั โงๆ่ ฝนั ทีไ่ ม่มวี นั เป็นจริงในมหานครแหง่ น”้ี (หน้า 211)
ฝนั โง่ๆ ที่ว่าอาจรวมถึงตวั ตนของรงั เพลิงเองทีเ่ ป็นคนซ่ือจน
ดโู ง่ในแงม่ ุมของมหานคร ซ่งึ อกี นัยหน่ึงผู้วจิ ารณม์ องวา่ ฝันของรงั เพลิง
รวมถึงความหวงั ทจ่ี ะเหน็ ความยตุ ิธรรมเทา่ เทยี มในมหานครดว้ ยการ
ยืนหยัดและยึดมน่ั ในตวั ตนที่สวนกระแสสภาวะแวดล้อม
“ทง้ั ทท่ี กุ ขห์ นกั ก็ยงั อตุ สาหะเปน็ คนดี เป็นพนกั งานท่ีดีใน
บริษทั เปน็ สมาชิกทด่ี ีของคอนโด” (หนา้ 76)
ฝันที่เหลอื เช่ือเกินจะเป็นจริงนเี้ องผลกั ให้รังเพลิงดูโงแ่ ละ
แปลกแยกจากสงั คม ซงึ่ สดุ ท้ายกพ็ บวา่ การไตห่ าทีท่ างส�ำหรับตัวเอง
200
เปน็ เพียงการแหวกวา่ ยวนในมหาสมทุ รเว้ิงวา้ งไรส้ ่งิ ฉุดคว้าให้ยึดเกาะ
แถมยงั ถกู พายซุ ดั กระหนำ่� ถูกกระท�ำจนตอ้ งทงิ้ ฝันและตวั ตนทย่ี ึดมนั่
มาตลอดเพราะสทิ ธพิ ิเศษทไี่ ดร้ ับจากการฆา่ ตัวตาย
“เขายิ่งใหญ่ไม่ผิดในฝัน อาจยง่ิ กวา่ ตอนฝันดว้ ยซำ�้ ในเมอ่ื
เวลานีเ้ ขายงั อยใู่ นรา่ งคน แต่สามารถท�ำอะไรได้เหนือคน โดยทคี่ นทวั่ ไป
ไมม่ วี นั รู!้ ” (หนา้ 156)
พลังของ ‘เปรต’ สร้างตวั ตนใหร้ ังเพลงิ โดดเดน่ เป็นที่รับรแู้ ละ
มีตัวตน
รงั เพลงิ จึงเป็นภาพแทนคนตัวเล็กๆ ไร้อ�ำนาจทีร่ ักและบูชา
ฝัน มคี วามฝันเปน็ แรงขับเคลอ่ื นชวี ิตแตค่ วามรักของเขากลับกลายเป็น
หายนะใหท้ ้ิงตัวตนเดิม และควานหาตวั ตนใหม่ทสี่ ังคมจบั วางไวใ้ หด้ แี ลว้
อยา่ งเป็นระบบระเบียบโดยไม่อาจคิดฝันถึงที่ทางสำ� หรับตัวเองด้วยตัวเอง
ได้ บทสรุปของความฝนั ทีถ่ ูกบ่ันเฉอื นจึงเหลือเพียงควันเงาขาดไร้ความ
หวังใหห้ วนนึกและว่แี ววท่จี ะสานตอ่ ได้ การควานหาโอกาสในเมอื งท่ี
เตม็ ไปด้วยโอกาสจึงสิ้นสญู ไปเสยี ทุกอย่าง
รงั เพลิงวกกลบั สถู่ นนเส้นเดิม คอื เปน็ พนักงานบริษทั ทเ่ี ขา
เคยเกลียดและพยายามแง้มหนา้ ตา่ งกรงทีละนอ้ ยเพอ่ื วันหนงึ่ วันใดท่ี
พรอ้ มดว้ ยก�ำลงั ทรัพย์จะกางปกี บินเปน็ อสิ ระตามฝนั ทรี่ ักยิง่ กวา่ ส่ิงอ่นื
หากสดุ ท้ายปีกก็ติดตาขา่ ย ตัวตนท่ยี ดึ มน่ั ถกู แทนทดี่ ว้ ยสิง่ เหนือธรรมชาติ
ทถ่ี กู หยิบยนื่ แตก่ ลบั ท�ำให้ย่งิ แปลกแยกและเปน็ อน่ื กลายเปน็ ตวั ตน
บดิ เบีย้ วทีไ่ มส่ ามารถต้านอ�ำนาจที่ถูกกระทำ� จากสังคมได้ สุดทา้ ยจึง
พ่ายแพร้ าบคาบ รงั เพลงิ จงึ เหมือนหุ่นเชิดท่ไี ม่สามารถมีตวั ตนในสงั คม
ได้หากไม่มีผู้จับเชดิ ใหเ้ ฉดิ ฉาย ซ่งึ สงั คมเมืองนี้เองเปน็ ตวั แทนของผเู้ ชิด
ทีม่ อี ำ� นาจในการชักดึงโยกย้ายไปตามจงั หวะทีม่ ีผู้จัดระบบระเบียบให้
อกี ข้ันหนึ่ง ความฝันแสนหวานที่หวงั ชธู งชัยจึงเปน็ เพียง
201
“นทิ านหลอกเดก็ ” (หน้า 12)
ทีผ่ ู้ใหญ่วยั สามสบิ อยา่ งเขาหลงเชอ่ื และตอ้ นตวั เองเข้ากรงกอ่ น
จะถกู มือสังคมขนเข้าโรงงานตามระบบต่อไป
มนษุ ยผ์ สู้ วาปามอำ� นาจอย่างหวิ กระหาย
“วา่ กันว่ามนษุ ย์ไมไ่ ดเ้ ป็นเพยี งผู้ใช้อ�ำนาจเท่านัน้ แต่ยงั อาจ
ถูกอ�ำนาจกระท�ำด้วย”1
นวนิยายเรื่อง เปรต น�ำเสนอใหเ้ หน็ สังคมอุดมอำ� นาจของ
ผูป้ กครองท่ีกระท�ำต่อผใู้ ต้ปกครองทง้ั ในครอบครัวและสังคมการทำ� งาน
ตวั ละครในเร่อื งต่างถือครองอำ� นาจและสำ� แดงมันออกมาไดท้ กุ เมื่อตาม
ใจปรารถนา
อ�ำนาจปิตาธปิ ไตยทก่ี ดทับซกุ ซอ่ นในครอบครัวดำ� รงอยู่อยา่ ง
เขม้ แขง็ อ�ำนาจผกู ขาดอย่ทู ี่พ่อผ้เู ป็นหัวหนา้ ครอบครัวให้บงการควบคุม
สมาชกิ ในบา้ นซง่ึ สรา้ งความอดึ อดั ใจแก่ผอู้ ยู่ใต้ปกครอง ‘รงั สรรค’์ พอ่
ของรังเพลงิ ผรู้ ักอำ� นาจไมย่ อมปิดกิจการรา้ นกว๋ ยเตย๋ี วทีข่ าดทนุ ลงทกุ วนั
เพราะไม่อยากเลกิ จ้างลกู นอ้ งดว้ ยเหตผุ ลวา่
“ลูกจา้ งคือสง่ิ เดียวทีท่ �ำให้แกยังรสู้ ึกว่ามอี �ำนาจ ความร้สู กึ
ไรอ้ ำ� นาจของชายเจเนอเรช่ันนายรงั สรรคน์ นั้ นา่ จะเจบ็ ปวดไม่ต่างจาก
ถูกจกั รพดั หวั ” (หนา้ 132)
แมร้ งั เลข ลูกสาวของเขาและน้องสาวของรังเพลงิ จะอยู่ชว่ ย
กจิ การและให้รังสรรคไ์ ดอ้ อกคำ� สั่งแสดงอำ� นาจได้
“คนเดียวในบ้านท่ยี งั ต้อนรบั แกคอื ลูกสาว” (หน้า 132)
แต่เพราะความบา้ อำ� นาจของพ่อทำ� ให้รงั เลขระเบดิ อารมณ์
1 Joy 4137345 “อำ� นาจ ความชอบธรรม และความฉอ้ ฉล”. www.snf.or.th/2019/2018/12/
29/fraudulent. เข้าถงึ เมอื่ 16 เมษายน 2563
202
และออกจากบา้ นไป รังเพลิงที่ถกู พ่อกดี กันและบั่นทอนในฝันของตัวเอง
และเขาขัดขืนต่อต้านด้วยการหนอี อกจากบ้านตามลา่ ฝนั ดว้ ยตวั เอง
นอกจากน้ี รงั สรรคย์ ังเคยหนอี อกจากบา้ นไปมเี มยี นอ้ ย เมือ่
“อ�ำนาจของแกถกู บนั่ ทอนเพราะปากพ่สี าวเมยี เมียไม่เช่อื
ฟงั ” (หนา้ 132)
การไปมบี ้านเล็ก
“เพ่อื ใช้เป็นแหล่งแสดงอ�ำนาจ” (หนา้ 132)
แตส่ ุดท้ายก็กลับมาบา้ นเพราะถกู เมียนอ้ ยหลอกและเมียใหญ่
ตรอมใจตาย ลกู น้องท่ีเขาจ้างจงึ ทำ� ใหย้ ังอุน่ ใจท่อี ำ� นาจยงั ไดส้ �ำแดง หาก
อ�ำนาจไมไ่ ดใ้ ช้งานจะเสมือนถูกลดทอนความเป็นชายให้ด้อยลง เสยี
เกียรตแิ ละศักดศ์ิ รที ไี่ มส่ ามารถธ�ำรงอำ� นาจไวไ้ ด้
โดยนยั นี้ นวนยิ ายกำ� ลงั ตง้ั คำ� ถามกับอ�ำนาจที่ผู้ปกครองใช้
กระทำ� ตอ่ ผู้ใตป้ กครองจนเปน็ การลดทอนความเปน็ มนุษยว์ ่าจะธำ� รง
ต่อไปไดจ้ ริงๆ เชยี วหรือ อ�ำนาจในลักษณะน้ขี ม่ อิสรภาพของผู้ใตป้ กครอง
จนเกดิ การปฏิเสธต่อต้าน จะเห็นจากผู้ใช้อำ� นาจอยา่ งรังสรรคแ์ ละนุจรีย์
พส่ี าวภรรยารังสรรค์ที่ต่างใชอ้ �ำนาจกดขม่ ผูใ้ ตป้ กครอง นุจรยี ใ์ ชอ้ ำ� นาจ
กบั รังสรรค์จนผู้เป็นน้องสาวไมเ่ ช่อื ฟงั สามี รังสรรค์จึงท้าทายอำ� นาจนั้น
ดว้ ยการหนไี ปมเี มยี น้อย หรอื รงั สรรคท์ ี่ใช้อ�ำนาจกบั รังเลขและรงั เพลงิ
ซงึ่ ทัง้ สองรับมอื ด้วยการขดั ขนื ตอ่ ตา้ นจนอำ� นาจของพอ่ สั่นคลอนเพราะ
ถูกกระท�ำโดยผู้ใตป้ กครองจนอำ� นาจดับสญู ในตอนทา้ ยพนั ชั่งกเ็ ป็นผู้
อยู่ใตอ้ ำ� นาจของรังเพลงิ ดว้ ยในบางครัง้
“ชายที่ใหค้ า่ ตัวเธอเองเท่าอีแจ๋วทีค่ อยปดั กวาด เท่ากกุ๊ ท่ี
คอยเตรียมอาหาร เท่าผู้จดั การสว่ นตัวท่ีคอยสะสางปญั หาและก�ำชับว่า
ถงึ เวลาต้องทำ� อย่างน้นั อยา่ งน้”ี (หนา้ 208)
พนั ชั่งจงึ ตัดสนิ ใจบอกเลิกรงั เพลิง ซงึ่ รังเพลงิ ก็ตอบโต้กลบั
203
ด้วยการฆ่าพันชัง่ เช่นเดยี วกนั การขดั ขนื ตอ่ ต้านจงึ เปน็ วธิ ีการจดั การ
อำ� นาจของผถู้ ูกกระทำ� ให้อ�ำนาจถูกสัน่ คลอน
เช่นเดียวกันกับอ�ำนาจในสังคมท่ีเกล่ือนเมืองจนดูเป็น
ส่ิงปกตสิ ามัญไปแล้ว เทพประทาน สามเี จนจรยี ์ พเี่ ขยรังเพลิง เปน็
ตัวแทนอ�ำนาจในสงั คมการท�ำงาน อ�ำนาจของผ้เู ปน็ เจา้ นายที่กระทำ�
กับลูกนอ้ งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เขารูว้ า่ รังเพลิงเปน็ คนดี เหน็ อก
เห็นใจผ้อู ่นื จึงเอาเปรยี บทุกครง้ั ท่ีมีโอกาส
“งานท่ีรังเพลงิ น�ำเสนอและถูกปดั ตก เทพประธานกลับยกมา
ปรับหูเปลย่ี นหางใหม่ แลว้ ใส่ชอื่ ว่าเปน็ ฝมี อื ตัวเอง” (หนา้ 67)
การใช้อำ� นาจในสงั คมท�ำงานท�ำให้ลกู น้องผู้ถกู กดขี่ตอบโต้
เพื่อส่งสารใหส้ งั คมรบั ร้วู ่าส่งิ ท่ผี ใู้ ตป้ กครองถูกกระทำ� ไมค่ วรเพกิ เฉยแต่
ควรไดร้ ับความชอบธรรม ผลของการใช้อ�ำนาจในที่ทำ� งานคืออ�ำนาจน้ัน
ดบั สูญ เทพประทานถกู เชอื กรดั คอจนส้ินใจดว้ ยฝีมอื ของรงั เพลงิ ภายใต้
อ�ำนาจเปรต ปฏิกริ ยิ าผใู้ ตป้ กครองทถี่ กู กดขจ่ี งึ แสดงใหเ้ หน็ การพยายาม
ขัดขนื ตอ่ ต้านและท้าทายของผู้ไรอ้ ำ� นาจจนถงึ ขน้ั ท�ำลายอำ� นาจน้ันให้
สิ้นสลายลง
รังเพลิงได้กลน่ิ อำ� นาจจากเหมน็ คาวเปน็ หอมฟงุ้ เพราะอ�ำนาจ
ที่ได้รับหลงั ฟ้นื จากการฆา่ ตัวตาย เงาสะท้อนของเขาเปน็ เงาเปรต ความ
สบั สนพร่ันพรงึ กับส่งิ ที่อุบัติกบั ตวั เองท�ำให้เขากลัวจนร้องไหแ้ ละอายที่
ตวั เองอ่อนแอ ความกลวั ของรังเพลงิ อาจไมเ่ พยี งมผี ลต่อเหตุการณ์ท่ี
อธิบายสาเหตไุ ม่ไดเ้ ท่านน้ั แต่ยงั ตคี วามไปไดอ้ ีกว่าเขากลัวความดงี าม
ถกู ตอ้ งจะถูกถมทบั จากผู้มอี ำ� นาจ กลวั จติ ใจท่ีแนแ่ น่วของตวั เองจะ
ไขว้เขวตามสภาวะแวดลอ้ ม ความอายของเขายังแสดงให้เห็นความ
แปลกแยกในสังคมอีกดว้ ย สงั คมท่ีอดุ มอ�ำนาจแตร่ งั เพลงิ ใช้ชวี ิตสวน
กระแสธาร การน่ิงเฉยไมอ่ ่อนไหวตามกระแสธารดงั กล่าวจึงเปน็ การ
204
ทา้ ทายเสียดเย้ยกฎนิยมของสงั คม แตถ่ ึงอย่างไรลำ� พังสายลมพดั หวิว
จะสพู้ ายุลูกใหญ่คงเปน็ ไปไม่ได้ ความแปลกแยกของรงั เพลิงจงึ ดำ� เนนิ
ตอ่ ไป
“กลายเป็นมนุษย์ไร้หนา้ ” (หน้า 12)
ในสังคมทคี่ นตา่ งซอ่ นความอัปลักษณ์ใต้หน้ากากเงางาม หาก
ยังยืนหยัดในตัวตนของตวั เองตอ่ ไปจะได้รับบทลงโทษอยา่ งสาหัสความ
แปลกแยกและมนุษย์ไร้หน้าจึงเป็นความย่อยยบั ของความดแี ละคนดที ่ี
ยนื หยัดอย่ไู ม่ได้ นบั วันยิ่งถกู อำ� นาจเขย่าให้สน่ั คลอนจนแพ้ราบคาบใน
ทา้ ยทส่ี ดุ นอกจากนีย้ ังแสดงให้เห็นความอยุติธรรม การโกงกินกดทบั
คนรากหญ้าที่เปน็ เรอ่ื งปกตสิ ามญั ในสงั คมไปเสยี แล้ว
รังเพลงิ รับร้วู า่ ตวั เองไดพ้ ลังเปรตจากการฆา่ ตวั ตาย ชว่ งแรก
เขาเป็นเปรตฆา่ คนอย่างไมต่ ั้งใจและไม่รู้ตวั แตเ่ มอื่ รวู้ ่าอำ� นาจน้ียง่ิ ใหญ่
เกนิ จะปลอ่ ยเลย เขาจึงใชม้ ันโดยเจตนาคร่าชีวติ ใครต่อใครทกี่ ดข่ม
คดโกงเอาเปรียบเขา หากแตก่ ารฆ่าคนโดยเจตนาภายใตอ้ ำ� นาจท่ยี ิง่ ใหญ่
ของเปรต พบวา่ ครง้ั ใดทีฆ่ ่าคนโดยเจตนา เงาสะทอ้ นร่างเปรต และรา่ ง
ของเปรตมโหฬารทใี่ ชเ้ มอ่ื จะฆ่าคนกลายเปน็ มนุษยธ์ รรมดา รวมถงึ แรง
มหาศาลของเปรตทีล่ ดเหลอื เพียงแรงมนษุ ย์เท่าน้ัน รงั เพลิงไดส้ ทิ ธิพ์ เิ ศษ
จากพลังมหาศาลของเปรตคือหัว ขา และแขนทัง้ สองขา้ ง เขาฆ่าคนจน
เหลือสิทธิ์สดุ ท้ายส�ำหรับอำ� นาจเปรตคอื แขนซา้ ย โดยตอนทา้ ยอ�ำนาจ
สาปใหเ้ ขาเหีย้ มข้ึนแมใ้ นรา่ งมนษุ ย์ เหตกุ ารณ์ทวนซ�ำ้ เมือ่ คร้ังเป็นคนดี
เขาไปแจง้ เจา้ ของคอนโดใหจ้ ัดการกับข้างหอ้ งทมี่ วั่ สุมเสพยาเสียงดงั แต่
ถูกเพิกเฉยและไม่มีใครกลา้ กรายเขา้ ใกล้ แตต่ อนท้ายกลบั กลายเป็น
รงั เพลิงมอี ำ� นาจกดข่มเสยี เอง เขาทำ� แบบเดียวกบั ทเ่ี ขาเคยโดน เพิกเฉย
น่งิ เงยี บ ละเลยต่อเสียงร้องขอของผเู้ ชา่
รังเพลิงกำ� ลังเยย้ กฎศลี ธรรมและตัวตนของเขาเอง ศลี ธรรม
205
และตวั ตนท่ีเคยยดึ ม่ันมาตลอดถูกอ�ำนาจกดบีจ้ นไมเ่ หลอื ดี เขา้ ทำ� นอง
ว่าในเม่ือเป็นคนดแี ล้วไม่มีทีท่ างใหห้ ยัดยนื แลว้ จะดไี ปท�ำไม ความดีท่ี
ไมม่ พี รรคพวก ความดที ่โี ดดเดี่ยวและแปลกแยก
ทา้ ยท่ีสุดคนดีก็ไม่เหลือดเี ลยจรงิ ๆ อ�ำนาจถกู ผลิตซ�ำ้ เวียนวน
กระชากความดีของคนใหห้ ลดุ หล่นเพ่ือเข้าพรรคเข้าพวกกันอยา่ งแนบ
สนิท รังเพลงิ จงึ เป็นมนษุ ย์ (เปรต) ผดู้ ่ืมกนิ อำ� นาจอย่างหิวกระหาย
ประโยคสดุ ทา้ ยท่ผี ้เู ขยี นปิดเล่มอยา่ งรา้ ยกาจกับการเสพตดิ อำ� นาจของ
คนจนความมืดกดั กินสนิท รงั เพลิงกลับบ้านหลงั จากใช้อ�ำนาจเปรตฆ่า
คนจนไม่กลัวใครอีกตอ่ ไป ถึงบา้ นเขาพบน้องสาวบน่ เร่อื งร้านก๋วยเตยี๋ ว
และเรอ่ื งพ่อ รังเลขออกจากบา้ นไป เหลือรงั เพลงิ กับพอ่ เขาตามพอ่
ขึ้นบนั ไดพรอ้ มกับประโยคทอี่ าจเป็นเสียงสุดทา้ ยของพอ่ ทีพ่ ูดวา่
“มงึ อยกู่ ับกนู ลี่ ะ ไอ้เพลิง” (หนา้ 227)
แสดงใหเ้ ห็นว่าอำ� นาจของพอ่ ยงั กระจายอยเู่ ตม็ บา้ น และ
ประโยคปิดเล่มว่า
“หรอื น่ีจะถงึ เวลาท่เี ขาจะได้กลบั เป็นคน ‘ปกติ’ จรงิ ๆ ซะที”
(หน้า 227)
เขาจะกลายเป็นคนแลว้ ในทกุ ส่วนของรา่ งกาย แมใ้ นเงาสะท้อน
ก็เปน็ คนปกติธรรมดา เพราะสิทธิ์สดุ ท้ายจะถกู ใช้ แตอ่ ำ� นาจของเปรต
กลบั สถติ ในจิตด�ำมืดอปั ลกั ษณ์บิดเบี้ยวมากขึ้นเมื่อจะตดั สนิ ใจฆ่าบพุ การี
ความเหย้ี มโหดทา้ ทายกฎศีลธรรมน้ี หากนวนิยายสร้างให้เป็นคนธรรมดา
ทีบ่ า้ อ�ำนาจและขาดสติฆา่ พอ่ ตัวเองอยา่ งนา่ สลดหดหู่อาจจะดโู หดรา้ ย
เกินมนษุ ย์ จงึ สรา้ งใหต้ วั ละครฆ่าได้ภายใต้ภาพลักษณ์ของเปรตเพอ่ื จะ
ปลอบประโลมสงั คมว่ามนุษยไ์ ม่ไดเ้ หยี้ มโหดขนาดนั้น ทกี่ ระทำ� ลงไป
เพียงเพราะถกู เปรตสิงสถติ เทา่ น้นั เปรตจงึ เป็นตัวแทนของอ�ำนาจท่ี
ยิง่ ใหญอ่ ันเกิดจากการถูกกดทับจนไรห้ นทางใช้ชวี ติ จงึ ต้องลุกขนึ้ มา
206
เรียกรอ้ งความชอบธรรมใหก้ ับตัวเองอย่างสาสม
สังคมมอบอำ� นาจให้มนุษย์ฆ่าฟนั เพ่อื นมนุษยด์ ว้ ยกันเองเปน็
สิ่งหอมหวาน ในขณะท่คี วามฝนั ท่ตี ามล่ามานานไม่เคยพบพานกลนิ่
หอมหวานแม้สักเสยี้ วเดียว สงั คมกำ� ลังท�ำอะไรกับผู้คนเหลา่ น้ี?
นวนิยายไดใ้ ห้ค�ำตอบกับเราแลว้ วา่ สังคมต่างสร้างคนเพือ่
ผลติ ซ้ำ� อำ� นาจเปน็ ฟันเฟอื งสบื ทอดระบบบิดเบยี้ วของสงั คมให้ธ�ำรง
อยู่ และเปิดโปงให้เหน็ วา่ อ�ำนาจท่ีใช้มากเกินไปสง่ ผลใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ิยา
ต่อตา้ น ตอบโต้และทา้ ทาย สร้างหายนะเปลีย่ นคนใหแ้ ปลกแยกและ
เปน็ อ่ืน ความสะเทอื นที่น่าอนาถใจคือสงั คมขาดไรซ้ งึ่ คนดี ภาวะกลบั
ไม่ได้ไปไมถ่ งึ ของคนดที ี่มฝี นั ในสงั คมไร้ฝัน ระบบสงั คมทถี่ ือแสต้ ้อนคน
เข้าพนื้ ทีท่ ่ไี ด้จดั วางไว้เป็นสายพานหมนุ วนไมจ่ นส้นิ
สดุ ท้าย แม้รงั เพลงิ จะไม่ไดช้ ธู งชัยแหง่ ฝัน แต่เขาได้ชูธง
อ�ำนาจที่เอาชนะอำ� นาจได้ด้วยอำ� นาจท่เี หนอื กว่า หรืออาจเปน็ ไปได้วา่
ความฝันที่เฝา้ ใฝห่ าในจิตทีล่ ึกเกนิ หย่ังของมนุษยผ์ นู้ ้ี แทจ้ รงิ แลว้ คือการ
กลนื กินและครอบครองอำ� นาจอันหอมหวานกเ็ ปน็ ได้
มนษุ ย์ช่างน่ากลัวและไมธ่ รรมดาเลยจรงิ ๆ
อ้างองิ
ปราปต.์ (2561). เปรต. พิมพค์ รั้งที่2. กรุงเทพฯ : ก้าวกระโดด.
207
ขอสวรรคจ์ งมาถงึ : การตามหาสรวงสวรรค์
ทไี่ มม่ จี รงิ ในความทรงจำ� ทพี่ รา่ เลอื น
สชุ านาถ บูรณสนั ตกิ ูล
ในชว่ งชีวติ หน่งึ ของมนษุ ย์ คงไมพ่ น้ การตั้งคำ� ถามว่า ‘มีชีวิต
เพ่ืออะไร’ ใฝ่ฝันหรอื ตามหา ‘สรวงสวรรค’์ ทจี่ ะมชี ีวิตอยู่อย่างมคี วาม
สขุ ชวั่ นิรันดร์ การตงั้ ค�ำถามหรอื ใฝฝ่ ันถงึ ชีวติ ทม่ี ีความสุขน้อี าจเกดิ ขน้ึ
ในตอนทปี่ ระสบปัญหาชีวิตหรอื ในชว่ งรอยต่อระหวา่ งการเตบิ โตท่ียัง
ไมแ่ น่ใจในตัวตนของตวั เอง
หนงั สอื ‘ขอสวรรค์จงมาถงึ ’ เขียนโดย ฆนาธร ขาวสนิท พา
เราไปควานหาค�ำตอบของชวี ิตผ่านการเดินทางกลบั บ้านของตวั เอกชาย
ไร้ชอ่ื หลังแมวท่ีเล้ยี งไวถ้ ูกฆ่าตายอย่างปริศนาและนติ ยสารทท่ี �ำงานอยู่
ปิดตัวลง เขาจงึ เดนิ ทางกลับบ้านเกิดเพอ่ื หลกี หนจี ากความเศรา้ ขณะ
เดยี วกันก็ถกู หลอกหลอนด้วยความทรงจำ� หลากหลาย โดยเฉพาะเรือ่ ง
ของหญงิ สาวผูเ้ ป็นจบู แรกและเป็นผู้พาแมวท่ีรกั เข้ามาในชวี ิตเขา
หากจะใหส้ รปุ เรอื่ งราวของหนงั สอื ทัง้ เลม่ อยา่ งผวิ เผนิ ก็คง
สรุปจบได้ในไมก่ ่บี รรทัด วา่ เป็นเร่อื งราวของชายท่ีเดินทางกลับบ้านเกิด
ซง่ึ พ่อแมไ่ ดต้ ายไปแลว้ เพื่อจะพบว่าผูค้ นที่ไมไ่ ดต้ ิดตอ่ กนั มานานบางคน
กต็ ายไปแลว้ เช่นกัน อย่างเพ่อื นสนิทและอาผเู้ คยเลีย้ งดูในวัยเดก็ การ
ได้รับจดหมายส่งั เสียจากอาทำ� ให้เขาค้นพบความจรงิ ของเร่ืองราวใน
ครอบครัว ซึ่งคลา้ ยว่าเขาจะรู้บางสว่ นอย่แู ลว้ แต่แสร้งมองข้ามมันไป
เขาได้พบกับหญงิ สาวผ้ปู รากฏตวั และบอกว่าเปน็ พ่ีน้องต่างแม่ ชกั น�ำ
208
เขาไปสู่การเดินทางตามหาหญงิ สาวผเู้ ปน็ จบู แรก จบลงด้วยการพยายาม
ฆา่ ตัวตายของทัง้ เขาและหญงิ ท่ตี ามหาจนเจอซ่ึงไม่อาจทราบบทสรุปท่ี
ชัดเจน
เรอื่ งราวสามารถเลา่ จบไดง้ ่ายดายเพียงเทา่ นัน้ แต่แท้จริง
แล้วรายละเอยี ดหลากหลายถูกบอกเลา่ ในรปู ของความทรงจ�ำทีย่ ้อนแทรก
กลับมาสลับกบั ปัจจบุ ันตลอดทั้งเรอื่ ง จนสัดสว่ นของเรือ่ งราวในอดีตมี
มากกว่าสงิ่ ทีเ่ กิดขึ้นจรงิ หลังจากตัวเอกออกเดนิ ทางกลับบ้าน
ความไร้แกน่ สารและไร้แบบแผน
แบบ Absurdism และ Postmodernism
Postmodernism เป็นแนวคิดทีท่ า้ ทายโครงสร้าง ความเช่อื
เก่าๆ โดยมีแนวคิดส�ำคญั อย่างหนง่ึ คอื ผคู้ นในสมยั น้ีจะไมส่ ามารถจนิ ตนาการ
ไปถึงโลกวนั ข้างหน้าได้อีก เนอ่ื งจากการพฒั นาดา้ นต่างๆ ได้มาถงึ จุด
สูงสดุ แล้ว จงึ ทำ� ใหม้ นุษยห์ ลังสมยั ใหมเ่ รม่ิ คดิ ถึงอดตี ทีผ่ ่านมา และมอง
หาคุณค่าในอดตี การหวนระลึกถงึ อดีตจงึ กลายเปน็ ภาวะหนึง่ ท่เี กิดกับ
คนรุ่น Postmodern (ธาม เชอ้ื สถาปนศิร,ิ 2561)
ซ่ึงสภาวะนไี้ ดต้ รงกับสภาวะทางจิตใจของตัวเอกในเรอ่ื งที่
สญู เสียความหมายในการมชี ีวติ และเลอื กจะย้อนกลบั ไปตามหา
ความหมายจากอดตี ของตวั เอง กลับไปในเมอื งทเี่ คยใชช้ ีวิตอยู่ เพื่อ
พบวา่ แมบ้ ้านเมืองและผ้คู นจะเปลยี่ นไปตามเวลา แต่ทุกอย่างกย็ งั มี
บรรยากาศแบบเดมิ เห็นได้จากบทบรรยายหลายฉาก เช่น
“...อาคารเรียนถูกทาสีใหม่ บางปีฟา้ อ่อน บางปเี หลือง อดีต
ถูกกลบทับอยใู่ นสเี มด็ ละเอียด เมอ่ื เวลาลว่ งผา่ น อดตี และอดตี ทใี่ หม่กว่า
จะหลอมรวมกนั เป็นปจั จบุ นั เพียงอึดใจ ก่อนกลายเปน็ อดีตทใี่ หมก่ ว่า
อีกครงั้ ” (หนา้ 83)
209
ขณะที่ Absurdism เป็นแนวคิดทีแ่ ทรกซึมมาในวรรณกรรม
แบบ Postmodern (Bolick, 2009) โดย Absurdism กล่าวถงึ ความ
ไรแ้ ก่นสารในชีวติ มนุษย์ แม้มนษุ ย์จะพยายามตามหาความหมายในการ
มชี วี ติ แต่สุดทา้ ยก็ไม่พบสิง่ ใด ซึ่งเป็นแนวคดิ ทเ่ี กดิ ขึ้นหลังสงครามโลก
คร้งั ที่ 2 ผู้คนประสบกับความสูญเสยี จนความเชือ่ ทางศาสนาถูกทา้ ทาย
จากเดิมที่เช่ือวา่ โลกเปรียบเสมอื นบ้าน เป็นสถานที่ในอุดมคตทิ ่ีเกดิ แต่
สิ่งดีๆ เปน็ ไปตามประสงคข์ องพระเจ้า ทว่าในภาวะความวุน่ วายของ
สงครามและการเข่นฆ่า การมชี ีวติ อยูก่ ลบั กลายเปน็ เรอื่ งไร้แก่นสาร
(Sarangi, 2016)
เมอื่ ความเช่ือเรอ่ื งสวรรคห์ รือชวี ิตหลงั ความตายสูญหายไป
มนษุ ย์กย็ ่งิ สญู เสียเหตุผลที่จะใช้ชวี ติ
ผูเ้ ขียนได้กล่าวถงึ ‘บา้ น’ และ ‘สวรรค์’ บ่อยครัง้ ดว้ ยความ
รู้สกึ แปลกหนา้ ต่อบ้านในความหมายเชิงรปู ธรรม คือหมายถึงทีพ่ �ำนัก
ของตน เช่น “ผมแปลกหน้ากบั บา้ นของตวั เองอยา่ งส้นิ เชงิ สว่ นกับโลก
ซ่งึ เพงิ่ หันหลงั จากมากลบั แปลกหนา้ ยิ่งกว่า” (หนา้ 55)
และขณะเดียวกนั กร็ ู้สกึ แปลกหน้าตอ่ บา้ นในความหมาย
เชงิ นามธรรม คอื หมายถงึ สถานที่ทส่ี ามารถอยูไ่ ดอ้ ย่างมคี วามสขุ ด้วย
เช่น “การเดินทางกลับบ้านแล้วพบว่าไมม่ วี นั มาถงึ นา่ เศรา้ เสมอ ผมรู้
ตระหนกั มาเนน่ิ นาน ผมไม่มวี ันกลบั ถงึ บา้ นได้ง่ายๆ” (หน้า 54)
แสดงใหเ้ หน็ ถึงภาวะท่มี องไม่เห็นความสุขของตัวละคร ไม่มี
ทีใ่ หก้ ลับไปและไม่รวู้ ่าตวั เองต้องการอะไร เขาไม่เชอ่ื ว่าสวรรคท์ ี่ตามหา
จะมีจริง ความในใจท่ีว่า “ในโลกบา้ คลง่ั กลียุคทกี่ ลืนกนิ คนอยา่ งไม่
กะพริบตาเช่นน้ี ไมม่ สี รวงสวรรคใ์ ดอีกแลว้ ให้คู่ควรแสวงหา” (หน้า 74)
ย่งิ ตอกย้�ำว่าตวั เอกเชอ่ื เร่อื งความไรแ้ กน่ สารในชวี ติ
นอกจากน้ี วิธกี ารเล่าเรอ่ื งยงั เต็มไปด้วยลักษณะแบบ Post-
210
modernism เชน่ มนี ำ้� เสียงของความเสยี ดสขี องผูเ้ ขยี นในนยิ ายของ
ตวั เอง อย่างการที่ตัวเอกเยาะเยย้ วรรณกรรมท่ตี วั ละครไมม่ ชี ่ือว่า
“ลึกลับเหมือนตัวละครในนิยายยุคใหมท่ น่ี ักเขียนไมม่ ีความสามารถ
แม้แต่จะต้งั ชอ่ื ใหต้ ัวละครของตัวเอง” (หน้า 29)
ทัง้ ที่ในหนงั สือเลม่ นีก้ ็ไม่มตี ัวละครใดมีช่ือ ยกเว้นชื่อทางศาสนา
ของหญิงสาวผเู้ ปน็ จูบแรก การเล่าเรื่องไม่เป็นไปตามนยิ ายแบบแผน เป็น
ไปอย่างไม่เรยี งล�ำดบั เวลา มีการกระโดดไปมาของเร่ืองราวหลายชว่ ง
เวลาแมใ้ นหนา้ กระดาษเดยี ว เนอ้ื หาในบทบทหนงึ่ อย่างบทที่ 8 และ 11
มีใจความเพียงบรรทดั เดียว ซง่ึ เป็นการเล่าซ้ำ� บรรทดั เดมิ ของบทกอ่ นหน้า
เนอ้ื เรือ่ งในความทรงจำ� ตัวเอกเตม็ ไปด้วยเร่ืองเล่าเกย่ี วกับตัวละครอ่นื
ทีด่ เู หมือนจะไมส่ ง่ ผลกับชีวติ ปจั จบุ ันของตวั เอก ทำ� ให้เรือ่ งราวดูกระจดั
กระจายผ้อู ่านไม่สามารถเช่ือถือตัวเอกซ่ึงเป็นผูเ้ ล่าเร่อื งได้ ทัง้ เพราะมี
ความทรงจ�ำท่บี ดิ เบือน และเพราะเล่าสง่ิ ที่เกดิ ในหวั ปะปนกบั ความจรงิ
จนไม่รู้วา่ สิ่งใดเกิดขนึ้ จรงิ กันแน่
มกี ารใช้บทบรรยายหรอื บทพดู เดิมซ้�ำหลายคร้ังตลอดเรอ่ื ง
เช่น “ไม่อาจรักหรอื ชงั ส่ิงหนึ่งสงิ่ ใดอย่างหมดจิตหมดใจไดอ้ กี แล้ว”
“คลา้ ยเป็นตำ� นานลึกลับ นทิ านปรมั ปรา พงศาวดารทไ่ี ม่เคยถูกจด
จาร” “เปียโนบรรเลง..กรณุ ากล่าวขึ้นพรอ้ มกัน ขอให้ทกุ สิ่งเปน็ ไปตามน�ำ้
พระทยั ในแผ่นดินเหมือนในสรวงสวรรค”์ ซง่ึ ท�ำให้การเล่าเรอ่ื งนีม้ ี
ลกั ษณะเหมอื นเปน็ บทเพลง ทอ่ นเดมิ ๆ ถกู นำ� มาเล่นซ�ำ้ ลกั ษณะท่ี
เหมือนบทเพลงน้ตี รงกบั ลักษณะละครเวทแี บบ Absurdism (“Absurdism
in Literature”, 2020)
หรอื อาจมองเปน็ การใชภ้ าษาซ้�ำเกนิ จำ� เปน็ จนเปน็ การจงใจ
ลดทอนคณุ คา่ ของภาษากไ็ ด้ โดยประโยคท่ีกล่าววา่ “คลา้ ยเป็นตำ� นาน
ลกึ ลบั ...” มักใช้เพอื่ กลา่ วยำ�้ การสญู หายของใครสักคนหรือความไม่
211
ชัดเจนของความทรงจำ� เทา่ นนั้ ท�ำให้ผู้อ่านทเี่ จอประโยคนีซ้ �้ำแล้วซำ�้ เลา่
รู้สกึ ว่าเป็นเพยี งประโยคทกี่ ล่าวขน้ึ มาอย่างไร้เหตผุ ล ย�ำ้ ความซ�ำ้ อย่าง
ไมจ่ ำ� เป็น จนอาจจะดูนา่ ร�ำคาญ ซึ่งถอื วา่ บรรลวุ ัตถปุ ระสงคใ์ นการ
ลดทอนคณุ คา่ ของภาษา อนั ตรงกบั แนวคิด Postmodernism ท่ีเช่ือว่า
ภาษาไรป้ ระสิทธิภาพ บิดเบือนไดง้ ่าย
ตวั เอกยงั เลา่ ถงึ การละเล่นในวัยเดก็ ของตนทแ่ี สดงให้เห็นถงึ
การเยาะเยย้ และไม่เชื่อในภาษาอีกดว้ ย โดยพมิ พ์วลีหรอื ค�ำที่ปราศจาก
ความหมายเขา้ ไปในห้องแชทสาธารณะซ้ำ� ๆ แลว้ ผู้คนกเ็ ลือกหยบิ ค�ำ
เหลา่ น้ันไปใชโ้ ดยไม่รตู้ ัว จนคำ� เหล่านน้ั ไดร้ บั ความหมายใหม่ (หนา้ 133)
แสดงใหเ้ ห็นว่าความหมายของถ้อยคำ� ถกู เปล่ยี นแปลงง่ายเพยี งใด และ
ภาษาก็ยิ่งสญู เสียความนา่ เชื่อถือ
บทสนทนาที่ไมส่ อดคล้องกนั และบางคำ� พูดดไู รค้ วามหมาย
ไมต่ อ้ งการค�ำตอบ ยิ่งตอกยำ�้ ถงึ ความไรแ้ กน่ สารในการสอ่ื สาร เช่น ใน
หน้าที่ 98 หญงิ สาวผู้เปน็ พีน่ อ้ งตา่ งแมบ่ อกเขาว่า “เราฆ่าพ่ชี ายของ
คุณ” แตต่ ัวเอกกลับยอ้ นถามว่า “เพลงนนั่ คณุ แต่งเอง?” ในหน้า 87
แฟนเก่าถามโดยไมร่ อฟังค�ำตอบ เหมือนถามอยา่ งไรค้ วามหมายวา่
“ทำ� ไมมาโผลท่ ่ีน่ี” บทสนทนาในหน้า 205 ระหวา่ งตัวเอกกบั แม่ของ
หญิงสาวผเู้ ป็นจูบแรกทจี่ ู่ๆ แม่กพ็ ูดซ้�ำๆ ว่า “ช่วยกาตารีน่าดว้ ย”
ขณะท่ตี วั เอกกลับเล่าความในใจส่วนตัวของตวั เองออกไป
โดยไมเ่ ก่ียวข้องกนั ตวั เอกถามหญงิ แฟนเก่าและหญิงผูเ้ ปน็ พน่ี ้องต่างแม่
ด้วยประโยคเดียวกันว่า “คุณฆา่ แมวผมทำ� ไม” (หนา้ 85 และ 100) โดย
ไม่ไดม้ เี หตผุ ลให้สงสัยในตัวละครเหลา่ นั้น แสดงให้เห็นว่าตัวตนของ
คู่สนทนาไม่ส�ำคัญ ตัวเอกแค่เปดิ เผยความเจบ็ ปวดเรอ่ื งแมวออกไปกบั
ใครก็ได้ การสนทนาคลา้ ยกลายเปน็ เรือ่ งไรค้ วามหมาย และการที่
หญงิ สาวผู้เปน็ จบู แรกกบั หญิงผ้เู ปน็ พ่นี ้องตา่ งแมใ่ ชค้ ำ� พูดเดียวกนั ว่า
212
“เราก�ำลังจะเป็นบา้ ถา้ เปน็ แบบน้ตี อ่ ไป เราจะเปน็ บ้า” (หน้า 34 และ
106) กท็ ำ� ให้ตวั ตนของหญงิ ทง้ั สองดมู ีลกั ษณะเหมอื นกนั
โดยเฉพาะเม่อื ตัวตนของหญงิ สาวทง้ั สองถกู เลา่ ผา่ นความคดิ
ของตวั เอก ซ่งึ ตัดมาแค่บางส่วน กย็ ง่ิ ท�ำใหต้ วั ตนของเธอดเู หมือนๆ กัน
คอื เป็นผู้หญิงทม่ี อี ดตี เจ็บปวด ขณะทต่ี ัวตนด้านอน่ื ของหญงิ ทกุ คนท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั ตัวเอกกลบั ดพู รา่ เลือน สอดคล้องกับการแสดงใหเ้ ห็นว่า
ภาพจ�ำของคนๆ หนึ่งข้ึนอยู่กับเพียง ‘สรรพนามทีใ่ ช้เรียก’ ในหน้าที่
37 ว่า “วิญญาณส่วนหนึง่ ของเธอได้หนีตามพอ่ ไปด้วย ถูกบังคบั ให้หนี
ตามไปดว้ ยการถกู เรียกจากคนอน่ื ว่า ลูกสาวของชายผู้หายตัวไปตลอด
เวลา” ชวนใหเ้ กดิ คำ� ถามในใจวา่ แค่การใชภ้ าษา สามารถสง่ ผลต่อ
ตัวตนของคนๆ หน่งึ ไดจ้ ริงหรือ
หนังสือจบลงโดยเรือ่ งราวของหลายตัวละครถูกทิง้ คา้ งไว้
ไมช่ ดั เจน ให้ผู้อ่านไดป้ ะติดปะตอ่ เอง หรืออาจไมม่ คี �ำตอบ เช่น แมวถกู
ใครฆ่าและเพราะอะไร ท�ำไมพี่ชายถงึ หายตวั ไป ผนี กั กวีในห้องเรียนใน
ความทรงจำ� เป็นใคร หรอื กระทงั่ เรื่องราวที่นา่ จะส�ำคญั ท่สี ุดอยา่ งตัวเอก
และหญงิ ทรี่ กั รอดจากการฆ่าตัวตายหรือไม่ เขาฆา่ ตวั ตายดว้ ยเหตผุ ล
อะไร เพอื่ เตมิ เต็มค�ำพูดท่เี คยพูดกับหญงิ สาวผูเ้ ปน็ จูบแรกว่าจะเลอื ก
ความตายด้วยตัวเอง หรือเพราะหลดุ ออกจากภาพลวงตาทเ่ี คยยึดถอื
เมอื่ หญิงสาวท่ีเคยเชื่อวา่ เปน็ จูบแรกของตนแทจ้ รงิ แลว้ กลบั ไม่ใชจ่ ูบ
แรกของตน และตวั ตนของเธอก็เปล่ียนไปแล้ว หรืออาจไมเ่ คยเปลยี่ น
แต่ความทรงจ�ำของเขาเกยี่ วกับเธอก็ถูกบดิ เบือน กระทง่ั เธอมคี นรัก
คนใหมแ่ ล้ว
สวรรคท์ ่ีไมม่ ีจรงิ
หากอิงจากอลั แบร์ กามสู ์ นกั เขียนแนว Absurdism แล้ว
213
กามสู ไ์ ด้นำ� เสนอวิธีหลุดพน้ จากความไรแ้ กน่ สารในนิยายของเขา สอง
ในสามวิธีทปี่ รากฏ หน่ึงคือการฆา่ ตัวตาย สองคอื การยอมรบั วา่ ชวี ติ
ของตนไร้แก่นสารแล้วค้นหาคุณคา่ อน่ื เชน่ ศาสนา คณุ ธรรม มาทำ� ให้
ตวั เองเช่ือว่าตนใช้ชวี ติ ได้ดีที่สุดในฐานะมนุษย์คนหนงึ่ แล้ว (“Absurdism
in Literature”, 2020)
การฆ่าตัวตายของหญงิ สาว เปน็ เหมอื นการปลดเปล้อื งตวั เอง
จากความไรแ้ กน่ สาร หลังจากพบว่าสวรรคไ์ ม่มจี รงิ ตามบทสนทนาใน
หนา้ 244 “และตอนนีค้ ุณกม็ ีบ้าน” “เฮลโหลคณุ น่ีมนั โลกมนษุ ย์” ทัง้
ท่ตี วั เอกชายหมายถงึ บา้ นท่เี ป็นรูปธรรม แตเ่ ธอกลับหมายถึงบ้านซึ่ง
หมายถึงทพี่ ำ� นกั ที่จะมคี วามสขุ ทางใจได้ เมื่อทัง้ สองยงั อยู่ในโลกมนุษย์
เธอจงึ ไมม่ บี ้านซ่งึ เปรยี บเหมอื นสวรรค์ท่วี า่ ขณะทกี่ ารฆ่าตัวตายของ
ตวั เอกชาย ไมแ่ นช่ ดั วา่ เกิดจากการเผชิญหน้ากบั ความจริงหรือไม่กันแน่
เขาตระหนกั ถึงความไร้แก่นสารมาตลอด แตย่ ดึ ถอื กับการจะได้กลบั มา
พบหญิงสาวผูเ้ ป็นจูบแรกอกี คร้ัง กอ่ นจะพบว่าเธอไม่ใช่ท้ังจบู แรกและมี
หลายสิ่งเปล่ียนไปจากในความทรงจำ� ทั้งนิสัย รปู ลักษณ์ภายนอก เมื่อ
หลุดจากภาพลวงตาเขาจงึ เสียเหตผุ ลสดุ ท้ายที่จะมชี วี ิตอยูต่ อ่ ไป
หน้า 249 ในภาวะเคลิ้มหลังกินยาฆา่ ตวั ตาย เขาเหน็ ผคู้ นท่ี
ผ่านมาในชีวติ เตน้ รำ� ดว้ ยกนั ในบา้ น และคดิ ถงึ บา้ นท่เี ปน็ รปู ธรรมของ
ตวั เอง เหน็ ตวั เองกลบั มารกั และเกลียดอยา่ งหมดใจได้อกี คร้ัง ไต่ถึง
สวรรค์จากการฝันถงึ หญงิ สาวท่จี ากไปและไมเ่ คยกลบั มาสกั คน แลว้ เขา
กพ็ ดู ออกมาวา่ จะเขียนนิยายรกั อาจสื่อถึงวา่ เขาได้มองเห็นทางที่จะ
มีความสขุ ของตัวเองแลว้ แม้ไมใ่ ชใ่ นสวรรค์ ดว้ ยการยอมรับความไร้
แก่นสารของชีวิต ยอมรับการมชี วี ติ ที่มีความสขุ กับความทรงจำ� ปลอมๆ
แลว้ ทำ� สง่ิ ทไี่ รแ้ กน่ สารอยา่ งการเขยี นนิยายรกั ซง่ึ เขาเคยคยุ กับบรรณาธกิ าร
แล้วเธอตอบกลับมาว่าคงเป็นนยิ ายรกั ท่ีนา่ เบื่อ
214
ไม่มีค�ำตอบวา่ เขารอดชีวติ หรือไม่ แต่น่าสนใจวา่ ค�ำบรรยาย
ตวั เองในย่อหน้าสดุ ทา้ ย “ยืน่ มอื ตบบา่ หยุดช่ัวอึดใจ หลับตา คล้าย
พยายามเรยี บเรียงความฝนั กระจดั กระจายใหเ้ ขา้ รูปเข้ารอย” เหมอื น
คำ� บรรยายท่เี ขาเคยใช้บรรยายปรมาจารยด์ า้ นศิลปะผไู้ ม่เคยมผี ลงาน
จรงิ ๆ สักช้นิ (หน้า22) อาจเปน็ การส่อื วา่ เขาอาจไมร่ อดชวี ติ มาเขยี น
หรือตอ่ ใหร้ อดกอ็ าจไมไ่ ด้ลงมือเขยี นจริงๆ เหมือนกบั ปรมาจารยผ์ ู้น้นั
อาจเปน็ เพียงอกี หนงึ่ ค�ำพูดและการกระท�ำท่ไี รค้ วามหมาย หรอื ความจรงิ
เขาอาจเขา้ ใกล้ความตาย กำ� ลงั จะหลดุ พ้นจากความไร้แกน่ สารที่ทุกข์ทน
จึงสามารถมองเหน็ ความสุขในชีวติ ทผ่ี า่ นมาท้งั หมดได้
สวรรคท์ ต่ี ามหามาถงึ เขาหรอื ไม่ หากสวรรค์ทว่ี ่าหมายถงึ
การหลุดจากความไร้แกน่ สารทัง้ ทีย่ ังมชี วี ติ อยู่ ผู้วจิ ารณค์ ดิ วา่ เขาไม่พบ
สวรรคท์ วี่ ่า แต่เขาคงเรม่ิ ยอมรบั ความไร้แก่นสารน้ันได้ อยา่ งไรกต็ าม
เรอื่ งราวทงั้ หมดในหนงั สอื เปิดพ้ืนที่ให้ผอู้ ่านไดข้ บคิดและหาขอ้ สรุปด้วย
ตนเอง และบางทีผู้อา่ นอาจได้พบสวรรคใ์ นความจรงิ ไมม่ องชีวติ วา่ เปน็
เพยี งความไรแ้ ก่นสาร อนั เปน็ สิ่งท่ตี วั เอกใชต้ อบคำ� ถามว่า ‘มชี ีวติ เพ่อื
อะไร’ หรอื อาจค้นพบหนทางอนื่ ในการหลดุ พน้ จากความไรแ้ ก่นสารก็
เป็นได้
บรรณานุกรม
ธาม เชอื้ สถาปนศิริ. (2561). คันฉอ่ งสอ่ ง (ปรากฏการณ์) บพุ เพสนั นวิ าส. [ออนไลน]์
เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : (วนั ทคี่ น้ ขอ้ มลู : 19 เมษายน 2563).
Absurdism in Literature. [Online] Retrieved from:https://englishsummary.
com/absurdism-literature. (Retrieved: April 19, 2020)
Itishsri Sarangi. (2016). Absurdist flow in Art and Cinema. [Online]
Retrieved from : https://www.researchgate.net/publication/310796047_
215
Absurdist_Flow_in_Art_and_Cinema. (Retrieved: April 19, 2020)
Elizabeth L. Bolick. (2009). Absurdism in Post-Modern Art: Examining
Interplay between “Waiting for Godot” and “Extremely Loud and
Incredibly Close”. [Online] Retrieved from: http://www.inquiriesjournal.
com/articles/36/absurdism-in-post-modern-art-examining-the-interplay-
between-waiting-for-godot-and-extremely-loud-and-incredibly-close.
(Retrieved: April 19, 2020)
216
เกลยี วกระซบิ : จากนวนยิ ายขา้ มเวลาหารกั
สกู่ ารคน้ หารากเพอ่ื กา้ วขา้ มอคติ
ศรณั ย์ภัทร์ บุญฮก
นวนิยายองิ ประวัติศาสตรม์ กั หยิบช่วงเวลาวกิ ฤติหรือช่วง
เปล่ยี นแปลงในระดบั มหภาคมาเป็นฉากหลัง หลายเรื่องใชก้ ารเดินทาง
ขา้ มเวลา (time travel) ใหต้ ัวละครจากโลกปัจจบุ นั ย้อนกลบั ไปทำ�
ภารกจิ ในอดีต การเสยี กรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงการต้ังกรงุ รตั นโกสินทร์
เปน็ เหตุการณ์ยอดนิยมที่ถูกใชเ้ พื่อเสนอแกน่ ความสามคั คแี ละแนวคดิ
ชาตนิ ิยมของฝา่ ยไทย แต่มีเรอ่ื งราวน้อยนักทเี่ ลา่ ถึงชะตากรรมของเชลย
คนไทยในพม่า รวมถงึ เสนอแนวคิดอื่นนอกจากเพยี งชาตนิ ยิ ม
นวนยิ ายเรือ่ ง เกลียวกระซบิ ของพงศกร ซ่ึงตพี มิ พ์เม่อื
พ.ศ. 2561 คงเป็นหนง่ึ ในจ�ำนวนน้อยนนั้ นวนยิ ายรักแนวขา้ มเวลา
เล่มน้แี สดงมมุ กลบั ของประวัติศาสตร์ ดว้ ยการเล่าเร่อื งจากสายตาและ
สถานทฝี่ ่ายพมา่ ผ่านตัวละครเอกหญิงชาวพม่าผ้มู ีเช้อื สายเจา้ นายโยเดยี
หรอื อยุธยา ผู้บังเอิญย้อนเวลากลับไปเมอื่ สองร้อยปกี ่อนจนพบชายหนุ่ม
ผู้เปน็ แม่ทพั ชาวอังวะและหญิงสาวบรรพบุรุษชาวโยเดียของเธอ อันเป็น
เหตุให้เกิดการเปลย่ี นแปลง ท้งั เรื่องราวในอดตี ประวตั ิศาสตร์ และการ
เปลีย่ นแปลงอนั ใหญห่ ลวงแกช่ ีวติ ในปัจจุบนั จนต้องเดนิ ทางกลบั ไปมา
ระหวา่ งปจั จุบนั กับอดตี อกี สองครัง้ เพื่อทำ� ภารกจิ ส�ำคัญทม่ี ไิ ด้หยดุ เพียง
แคค่ วามรกั ระหว่างคนสองคนแต่ลงทา้ ยดว้ ยการสมานรอยร้าวระหว่าง
สองชนชาติ
217
แม้นวนยิ ายเลม่ น้มี ีกล่นิ อายของเรื่องรักพาฝนั และเรอ่ื งเหนือ
จรงิ ดว้ ยการขา้ มเวลา แตเ่ ช่ือแนว่ า่ หากผู้ใดได้อา่ นนวนิยายเลม่ น้ี
ถึงบรรทดั สดุ ทา้ ยยอ่ มทา้ ทายความคดิ ความเช่ือระหวา่ งไทยกับพม่า
เสียใหม่ ด้วยมุมทแี่ ทบไมม่ ีผูใ้ ดกล่าวถึง โดยการด�ำเนินเรอ่ื งอย่างสนุก
น่าติดตามของนวนิยายนี้ไดซ้ ่อนประเดน็ อันหนกั หน่วง คือบาดแผลของ
สองชนชาติ บทวิจารณ์นจี้ งึ จะไดช้ ช้ี วนไปส�ำรวจประเด็นเหล่าน้นั ให้เหน็
ว่านวนิยายเรื่องนไ้ี มม่ เี พียงเรอ่ื งรกั แตเ่ ปน็ เรื่องของรฐั มไิ ด้เปน็ เพียง
เร่อื งของการพลดั หลงกาลเวลา แตเ่ ปน็ การพลัดถิน่ ฐาน และมิไดเ้ ป็น
เพยี งการข้ามเวลา แตค่ ือการกา้ วข้ามอคติระหว่างชนชาติ
“รัก” และ “รฐั ” : การเดินทางขา้ มเวลา
กับความสัมพันธ์สว่ นตวั และสว่ นรวม
เกลยี วกระซิบ มโี ครงเรื่องข้ามเวลาจากพ้ืนทเี่ มอื งมณั ฑะเลย์
ค.ศ. 2018 กลบั ไปในอดตี ถึงสามคร้งั คร้งั แรก ค.ศ. 1817 ครง้ั ท่ีสอง
ค.ศ. 1818 และคร้งั ที่สาม ค.ศ. 1815 ทัง้ สามชว่ งเวลาตรงกบั ประวัติศาสตร์
ไทย คอื 50 ปหี ลงั เสียกรงุ ครง้ั ท่ี 2 หรอื สมัยรชั กาลท่ี 2 แห่งกรุง
รัตนโกสินทร์ การขา้ มเวลาเป็นปมขัดแย้ง (conflict) สำ� คัญของเรอื่ ง
โดยพงศกรได้ผกู โยงเข้ากบั ความรกั อันเป็นเหตุใหเ้ กดิ การขา้ มเวลาตาม
ขนบวรรณกรรมโรมานซ์ (romance) แต่ขยายประเด็นจากความรกั ไป
ส่คู วามสัมพนั ธร์ ะดับรัฐ
การเดนิ ทางข้ามเวลากบั ความรักเร่มิ ต้นจากเจดีย์ซนิ พวิ เม
(Hsinbyume) อนุสรณ์แห่งความรักซ่ึงได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาล
แห่งลมุ่ อิรวดี การไปสักการะพระเจดียข์ อง “มนิ มิน” กลายเปน็ จดุ เรมิ่ ตน้
ของการเดินทางคร้งั แรก เธอพบกบั “ต่อพญาย”ี แมท่ พั ใหญ่ผปู้ กครอง
เชลยชาวโยเดียสมัยองั วะเมื่อสองรอ้ ยปกี อ่ น จนเกิดเปน็ ปัญหาใหญ่
218
ตามมา เพราะต่อพญายเี ดิมลกั ลอบคบหากบั “เจ้าฟา้ ดารา” อยู่ก่อน
เจา้ ฟา้ ดารามีเชอ้ื สายเจ้าฟา้ จากอยธุ ยา หากเกดิ และเตบิ โตในอังวะ
ทั้งยงั เป็นตน้ ตระกูลของมนิ มนิ ดว้ ยความเปน็ ศัตรูกนั จากหนหลงั
เจ้าฟา้ ทับทิม พระมารดาจึงกดี กนั ความรกั ระหว่างต่อพญายแี ละ
เจา้ ฟา้ ดาราและการปรากฏตัวของมนิ มนิ ท�ำใหช้ ายหนุ่มหนั มาสนใจ
เธอแทนตวั เธอจึงเข้าไปแทนท่ีคนรกั ของบรรพบรุ ุษ แต่ยังไมท่ นั ได้
ครองคู่ เธอก็ยอ้ นเวลากลบั มาเสียกอ่ น
การเดนิ ทางกลับไปอดีตเร้าใหค้ วามสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมินมินกบั
“ปรมนิ ทร”์ ในโลกปจั จุบนั พฒั นาขน้ึ ปรมินทร์ ชายหนุ่มชาวไทยผู้สืบ
เชอื้ สายจากราชวงศ์บา้ นพลูหลวงและเปน็ เจา้ ของโรงเรยี นทำ� อาหาร
ซ่งึ มนิ มินเรยี นอยู่ เขาได้หันมาสนใจเธอมากยิ่งข้นึ เพราะการเดินทาง
ข้ามเวลาท�ำให้มนิ มนิ ขาดสอบและไมม่ ใี ครเชอ่ื เธอยกเวน้ เขา ปรมนิ ทร์
จึงพสิ จู น์ความจริงจนความสัมพันธ์ระหวา่ งทั้งสองพฒั นาไป และทำ� ใหร้ ู้
วา่ แท้จรงิ แลว้ ทง้ั สองมบี รรพบรุ ษุ เดียวกันจากเจ้าฟา้ โยเดยี เช่นเดยี วกัน
หากความรักของท้ังคูพ่ บอปุ สรรคจากมารดาของชายหน่มุ คอื ม.ล.
พรรณเพลิน ผ้ทู ะนงในชนช้นั และชนชาติของตน ทั้งคตู่ กกะไดพลอยโจน
เดนิ ทางยอ้ นเวลาครงั้ ท่ีสอง ซงึ่ เป็นเวลาหนงึ่ ปถี ัดมาหลงั จากมินมินพบ
กบั ตอ่ พญายีเวลาน้ีเขาไม่สนใจเจ้าฟา้ หญิง แตป่ ักใจรกั มินมนิ มนิ มนิ ถกู
ส่งตัวเพือ่ เป็นชายา แตป่ รมนิ ทร์วางอบุ ายสลบั ตัวกบั เจา้ ฟ้าดาราไปแทนท่ี
มนิ มิน ก่อนทั้งค่เู ดินทางกลบั มาโลกปัจจบุ ัน
หากมองอย่างผวิ เผิน นวนิยายเรื่องน้ใี ชก้ ารข้ามอดตี เพือ่ ให้
ตัวละครเอกในปจั จุบนั ไปขัดขวางความรักระหว่างสองตัวละครในอดีต
จนกลายเป็นการเปล่ยี นประวตั ิศาสตรไ์ ป แต่น่าสังเกตวา่ นวนิยายกลบั
แสดงปมปญั หาท่แี ท้จริงวา่ เกิดจากอคตขิ องคนในอดีตต่างหากเป็นปม
ขัดขวางความรกั ของชายชาวอังวะและเจ้าฟา้ ชาวโยเดียอันเปน็ ผลให้
219
เกิดการเดนิ ทางคร้งั ทีส่ าม กลา่ วคอื เม่อื มนิ มนิ และปรมนิ ทร์เดนิ ทาง
กลับมายงั โลกปัจจบุ ัน โลกทพ่ี วกเขาอยูเ่ ปล่ยี นแปลงไปอยา่ งสนิ้ เชิง
ทัง้ ค่จู งึ ยอ้ นเวลาไปอกี คร้งั เพ่ือจัดการใหต้ น้ ตระกลู ของทงั้ คสู่ มหวงั ใน
ความรักใหไ้ ด้ และคร้งั น้พี วกเขาย้อนเวลาถอยหลงั ไปกอ่ นหน้าการพบ
กนั ของตอ่ พญายกี บั มินมนิ คร้ังแรก โดยปรมินทร์วางอุบายมงุ่ เปา้ ไปที่
“เจา้ ฟา้ มาลา” เจา้ ฟา้ โยเดียผู้ชิงชังอังวะอย่างยง่ิ เพ่ือเปลย่ี นความ
คิดของเจา้ ฟา้ และเปดิ ทางใหค้ วามรกั ของตอ่ พญายีกบั เจา้ ฟา้ ดารา
เกดิ ขน้ึ ได้ จนผลจากการเดินทางไม่เพียงสง่ ผลใหโ้ ลกปัจจบุ นั เหมอื นเดิม
แต่ดขี ้นึ กว่าเดิมดว้ ย
เหน็ ไดว้ ่า นวนยิ ายเร่อื งน้ที ำ� ให้เหน็ วา่ อปุ สรรคของความรัก
มิใช่เร่ืองของปัจเจก แต่ถูกกรอบสงั คมมากำ� หนด นั่นคือ อคตริ ะหวา่ ง
สองชนชาติทีเ่ กลียดชังอีกฝา่ ยแบบค่ตู รงขา้ ม (binary opposition)
แบ่งฝา่ ยเปน็ “พวกเรา” กับ “พวกเขา” ภารกจิ ย้อนเวลาจึงมงุ่ ส่กู าร
ย้อนกลบั ไปก่อนทคี่ วามรักจะเรมิ่ ตน้ คือ แก้ไขอคติทบี่ ่มเพาะและส่งตอ่
ภายในชนชาตินั้น โดยนัยนค้ี วาม “รัก” จงึ เป็นกลวิธีในการส่อื สารเรอื่ ง
การกา้ วข้ามอคติในใจคนเพือ่ น�ำไปสกู่ ารลดละอคตริ ะหวา่ งสอง “รัฐ”
และหากรัฐทงั้ สองรักกันแล้ว รกั ของปจั เจกกย็ อ่ มปราศจากอปุ สรรค
ความรักในนวนยิ ายเรอ่ื งนีจ้ งึ ถอื เป็นสือ่ กลางแทนความสัมพันธร์ ะหว่าง
รฐั นัน่ เอง
โยเดยี ทไ่ี ม่รจู้ ัก อยุธยาทไ่ี มท่ นั เห็น :
เร่ืองเลา่ และตัวละครพลดั ถิ่นกบั การร้อื ถอนภาพจำ�
นวนยิ ายอิงประวตั ศิ าสตร์ไทยนอ้ ยเรื่องนกั ท่ีสร้างตวั ละคร
คนไทยให้กลายเป็นตวั ละครชายขอบในรัฐคนอนื่ หากตัวละครในเร่ือง
เกลยี วกระซบิ กลบั เลือกสร้างให้ตวั ละครเอกกลบั เป็นคนโยเดียพลัดถ่ิน
220
ในดินแดนพม่าหลายรนุ่ (generation) ซ่งึ มีท้ังในภาคอดตี และภาค
ปัจจุบัน ในภาคอดีต พงศกรสรา้ งตวั ละครเจ้าฟา้ ซึ่งถูกจับเป็นเชลย
ของพมา่ แตเ่ ลี่ยงการใชช้ ่วงเวลาหลงั กรงุ แตก กลับเลอื กใช้เวลาให้
ล่วงเลยมากวา่ 50 ปี เพื่อท�ำใหเ้ กดิ ทงั้ คนร่นุ ทที่ ันรจู้ กั และทันเห็น
อยุธยา สอื่ แทนคนทมี่ บี าดแผลโดยตรง กับคนอกี รุ่นหนึง่ ซ่งึ เกิดและ
เตบิ โตในองั วะ ความเป็นโยเดียและอยุธยาเปน็ เพยี งจนิ ตภาพจาก
เรื่องเล่าเทา่ น้ัน ดงั ที่
“เจ้าฟา้ มาลาเปน็ บุคคลเดยี วในครอบครวั ท่เี คยเห็นความ
รุง่ เรอื งและความลม่ สลายของราชอาณาจกั รอยธุ ยา...สำ� หรับเจ้าฟา้
ทบั ทิมและเจ้าฟ้าดาราน้นั ไม่ตอ้ งพูดถงึ ทัง้ สองเกิดในแผ่นดินอังวะ เป็น
คนโยเดียที่ไมเ่ คยเห็นโยเดยี ความเกลยี ดชงั ท่ีเกิดขนึ้ ในใจของเจ้าฟ้า
ทับทมิ เกิดจากคำ� บอกเลา่ และการอบรมสัง่ สอนของเจา้ ฟ้ามาลา เกลยี ด
องั วะทที่ �ำลายอยุธยา ท้ังๆ ท่เี ธอเองไม่เคยเหน็ อยธุ ยาดว้ ยซ�้ำ (น.416-
417)
ส่วนในภาคปัจจุบนั มินมินและปรมนิ ทร์แมด้ ว้ ยสญั ชาตเิ ปน็
ชาวพมา่ และชาวไทย หากตัวละครทงั้ คมู่ จี ุดร่วมคอื ตา่ งสบื เชอ้ื สายมา
จากเจา้ นายชาวโยเดยี สมยั อยธุ ยา สายหนงึ่ สบื สายจากเชลยในพมา่
ขณะที่อกี ฝ่ายเติบใหญใ่ นบางกอก น่าสังเกตว่า ความเปน็ โยเดียและ
อยธุ ยาเปน็ เพยี งจินตภาพทห่ี า่ งไกลของตวั ละครทง้ั คู่ พวกเขารบั รู้และ
ภาคภมู ิในเช้อื สายจากเพียงเรอื่ งเล่าภายในครอบครวั เทา่ น้ัน หากการ
บรรจบกนั ระหว่างตวั ละครสองยคุ ซ่งึ ล้วนร่วมเชอื้ สายโยเดยี เปน็ การ
ใหต้ วั ละครในปัจจบุ นั ไดพ้ บรากเหงา้ ของตนอยา่ งเป็นรูปธรรม และ
ในเวลาเดยี วกัน นวนยิ ายแสดงการเปล่ยี นแปลงทางความคิดของ
ตวั ละครไปทีละน้อย ดว้ ยการเดนิ ทางไปพบว่าภาพเชลยมิไดเ้ ป็นอยา่ ง
ทเี่ ขา้ ใจ องั วะใหเ้ กยี รติเจา้ ฟา้ และทกุ คนต่างอย่อู ยา่ งมคี วามสขุ ตาม
221
ฐานะของตน
“วันนีค้ ณุ ไดม้ าเหน็ ลกู หลานเชลยตัวจรงิ เสยี งจริงกบั ตาตวั เอง
แล้ว เหน็ ไหมคะว่าชวี ติ ความเปน็ อยู่ของคนโยเดียในองั วะไมเ่ หมอื นที่
คุณคิดเลยสักนิด” (น.397)
พร้อมเสนอความหมายใหมข่ องสงคราม
“การทำ� สงครามไม่ใช่เพราะความโกรธแค้น จ้องจะท�ำลาย-
ล้าง แต่เปน็ การถ่ายเทก�ำลงั คน...คนชนะกก็ วาดเอาผูค้ นเอาไปสรา้ ง
บา้ นสร้างเมอื ง ไมไ่ ด้เอาไปฆ่าแกงอย่างท่คี นในปจั จุบันนึก” (น.397-
398)
ผลของมายายคตจิ งึ มาพรอ้ มความเกลียดชังจากรุน่ สู่รุน่
เมอื่ ความขัดแย้งเกิดจากมายาคตจิ งึ ตอ้ งเริม่ แก้จากต้นตอ
การย้อนเวลาครง้ั ท่สี าม ปรมินทรว์ างแผนพบเจา้ ฟ้ามาลา ผ้เู ดียวทเี่ กิด
ทันอยุธยา พรอ้ มยนื่ ข้อเสนอพาพระนางกลบั ไปบางกอก และนั่นได้
สนั่ คลอนความคิดของตวั ละครอย่างยิง่
“ความรสู้ กึ ในยามนั้นเตม็ ไปดว้ ยความสับสน อยากกลบั
บา้ น หากบา้ นท่ีปรมนิ ทร์เอย่ ถงึ มิใชบ่ ้านหลังเดมิ ของเธออีกตอ่ ไป...”
(น.413)
และบทสรปุ ได้ลงเอยวา่ เจา้ ฟา้ มไิ ด้กลบั ไป เพราะตระหนัก
แลว้ วา่ แมอ้ ยุธยาคอื บ้านเกา่ แตอ่ งั วะคือบ้านที่มีความสุข ส่วน
บางกอกคอื ถนิ่ ทท่ี เี่ ธอไม่รจู้ ัก โดยนยั น้ี ตัวละครเชลยโยเดียเหลา่ น้ีอาจ
แปรเปลีย่ นความหมายจากบคุ คลพลดั ถ่นิ ไปสูบ่ คุ คลติดถน่ิ ซ่ึงการ
ยึดโยงอตั ลกั ษณ์ของพวกเขาไดเ้ ปลี่ยนไป จากเคยยดึ กบั อยุธยามาส่อู ังวะ
และอกี ดา้ นหนึง่ การทต่ัี วั ละครตดั สนิ ใจเช่นน้ที ำ� ใหเ้ หน็ ถงึ ความรสู้ ึก
ซงึ่ มากอ่ นการเกดิ ข้นึ ของรฐั ชาตสิ มัยใหม่ คอื อาณาจักรทงั้ สองมไิ ด้เป็น
หนง่ึ เดียวกัน ตัวละครจงึ รู้สึกวา่ บางกอกมใิ ช่บ้าน อันแตกต่างจาก
222
ปัจจบุ ันท่ีความเป็นชาตคิ อื ความต่อเนอื่ ง โดยนยั นี้ การตัดสนิ ใจของ
ตัวละครนบั เป็นการทลายกรอบคดิ แบบชาตินยิ ม
การร้ือถอนมายาคติเกย่ี วกบั เชลย สงครามและคนพลัดถิ่น
ผา่ นตัวละครเชลยชาวโยเดยี หลายร่นุ น้นี บั เป็นสาระสำ� คญั ทพ่ี งศกร
แฝงไวใ้ ห้เห็นถงึ วา่ ภาพจ�ำของคนในยคุ หลังตอ่ คนในอดีตอาจเปน็ เพยี ง
สง่ิ ประกอบสรา้ งจากเรื่องเลา่ การเดนิ ทางจึงเป็นการเปิดมุมมองใหม่
และสลายภาพจำ� เหลา่ น้ัน กอ่ นทเี่ รอื่ งจบลงดว้ ยความสขุ ทน่ี า่ สงั เกต
คือตอนจบของปมความขดั แยง้ เร่ืองชนชาติท่มี ารดาปรมินทรก์ ีดกนั
มินมินหายไปอยา่ งสน้ิ เชงิ อนั อาจตีความไดว้ ่า การสลายอคติของคน
ร่นุ หน่งึ ยังส่งทอดต่อไปสอู่ ีกหลายรนุ่ เชน่ กัน
ศรัทธา อาหารและรากร่วม :
การกอ่ รา่ งความทรงจ�ำใหมจ่ ากวัฒนธรรมร่วม
นวนยิ ายเรอื่ งนม้ี ไิ ด้เพียงทำ� ลายภาพจำ� อันเลวร้ายระหวา่ ง
สองชนชาติ แตไ่ ดป้ ระกอบสร้างวาทกรรม (discourse) ชดุ ใหม่ใน
ฐานะ “รากรว่ ม” ของคนสองชาติเขา้ มาแทนที่ โดยใชเ้ ครอ่ื งมือทาง
วัฒนธรรมซ่ึงเป็นองค์ประกอบทป่ี รากฏอยา่ งโดดเด่นในนวนยิ ายของ
พงศกรมาโดยตลอด เจดยี ์ซวิ พวิ เม เป็นสญั ลักษณส์ ำ� คญั แรกท่ีพงศกรนำ�
มาใชเ้ ปน็ สือ่ กลางทางวัฒนธรรมของสองชาตอิ นั อย่เู หนือกาลเวลา
เพราะเจดยี ซ์ ินพิวเมซ่งึ มีลกั ษณะเปน็ ระลอกคล่ืน มาเปน็ เกลยี ว
แห่งกาลเวลาในการพาตวั ละครย้อนอดีต เปน็ สัญลักษณซ์ ึง่ แสดงความ
ศรทั ธาทางพระพุทธศาสนา และศรัทธานเ้ี องทที่ �ำให้ตัวละครทงั้ มนิ มิน
ต่อพญายี เจ้าฟา้ ดาราและปรมินทร์มาบรรจบกนั ส่วนการข้ามเวลาโดย
มีเจดียแ์ ห่งนี้ปรากฏทัง้ สองยุคย่งิ ตอกย�ำ้ ถงึ ศรทั ธาท่ีมน่ั คงอยู่เหนอื กาล
เวลาท่มี สี ายใยทางวัฒนธรรมรว่ มรากจากพระพุทธศาสนา ไมเ่ พียงเท่านนั้
223
ศาลพระราม เป็นอกี สถานทซ่ี ง่ึ ได้รบั การกลา่ วถงึ ไว้ไม่ต่างเจดีย์ ศาล
พระรามแห่งนตี้ ั้งอยู่ในเขตของชาวโยเดียซง่ึ ปรากฏอยทู่ ัง้ สองยคุ เปน็
พ้นื ทีท่ ่แี สดงอัตลักษณ์ความเปน็ โยเดยี เพราะศาลพระรามมีเรอ่ื งเลา่
ความเช่ือและพิธกี รรมอันเกี่ยวเน่ืองจากวรรณคดเี รอื่ งรามเกียรติอ์ นั
มาพรอ้ มกับชาวโยเดีย โดยนวนยิ ายเร่อื งนไ้ี ดข้ บั เน้นวา่ การเขา้ มาของ
วรรณคดเี รอื่ งน้ีไดท้ �ำให้กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของสองชาตใิ นปัจจบุ ัน
อาหารนับเปน็ อีกองค์ประกอบหน่ึงทขี่ าดไม่ไดข้ องนวนยิ าย
เร่อื งน้ี พงศกรคงหยบิ ยกเอากระแสความนยิ มของรายการแขง่ ขันทำ�
อาหารในปัจจุบนั มาเป็นแรงบันดาลใจในการสรา้ งใหป้ รมินทรเ์ ป็นเจา้ ของ
โรงเรยี น Mandalay Culinary School ส่วนมนิ มินมีความมุง่ มัน่ จะ
เป็นเชฟช่อื ดงั ในเรอ่ื งมีการทดสอบและแขง่ ขนั ทำ� อาหารไมต่ า่ งจาก
รายการโทรทัศน์ แต่สง่ิ ทน่ี วนยิ ายไดไ้ ปไกลกวา่ นั้น คอื การใช้อาหาร
เป็นสอ่ื ทางวัฒนธรรมร่วมของสองชาติ ผา่ น “ข้าวมันโยเดยี ” โดยสูตร
ขา้ วมันโยเดียน้ี มินมินไดก้ ลับมาจากการเดินทางครั้งแรก จนได้ “สูตร
ตน้ ตำ� รับ” จากคนโยเดียแท้ๆ น่ี ยง่ิ เป็นขับเน้นการเดนิ ทางเพื่อหา
รากเหงา้ ทางวัฒนธรรม ส่วนการนำ� อาหารเกา่ มาปรงุ ใหม่ก็เพ่อื แสดง
ความภาคภูมิในวฒั นธรรม
“ขา้ วมันจานน้เี ป็นสตู รท่ถี ่ายทอดกนั มาในตระกูล...ตั้งรกราก
อย่ทู ีน่ ี่จนถึงทุกวนั นี้ ข้าวมันจานนกี้ ท็ ำ� กินกนั มาจากรุ่นสู่ร่นุ ” (น.110)
ชัยชนะของเมนนู จ้ี ึงไมเ่ พียงเพราะรสชาติ แตเ่ ป็นชยั ชนะของ
“วัฒนธรรมขา้ ว” ที่มีรว่ มกนั ของคนสองชาติ
ท่สี �ำคญั พงศกรได้ใชต้ วั ละครทตี่ า่ งสืบเชื้อสายจากรากร่วม
เดียวกนั แต่ปจั จบุ นั กลับต่างสญั ชาติมาเป็นสื่อกลางในการสรา้ งความ
ทรงจ�ำรว่ มกนั ระหว่างคนสองชาติ เพราะหากมองอย่างผิวเผนิ แล้วทั้ง
สองคนเปน็ คนต่างชาติ ต่างภาษา ตา่ งวัฒนธรรม กระทง่ั การขา้ มเวลา
224
การเรยี นรผู้ ่านอาหารและความศรทั ธากลบั เปลีย่ นแปลงให้เห็นว่า ทั้งคู่
ต่างมไิ ด้ “เป็นอื่น” แต่กลบั “ร่วมราก” เดยี วกนั มา การสรา้ งตวั ละคร
ให้ครอบครัวของท้ังสองพลัดพรากจากกนั ในอดีต กอ่ นย้อนกลบั มา
บรรจบกันอีกครัง้ อาจเปน็ นัยหนงึ่ ใหต้ ีความไดว้ า่ ไทยและพม่าต่างมไิ ด้
เปน็ “ศตั ร”ู กันอย่างที่เข้าใจ แตเ่ ป็นคน “ร่วมเชื้อสาย” ท่หี ากันจนเจอ
ในปจั จุบนั ท้ายท่สี ุดความรกั ของทัง้ คลู่ งเอยได้อยา่ งมคี วามสุข เม่อื ไม่มี
“พวกเขา” เพราะมแี ต่ “พวกเรา”
เกลียวกระซิบ : เกลียวแหง่ เวลาพดั ผา่ น กระซิบสารแห่งปจั จุบนั
สื่อ แบบเรียน และวรรณกรรมที่ผ่านมาต่างผลิตภาพซ้�ำความ
เป็นศัตรูคู่แค้นใหแ้ กพ่ ม่ามาอย่างยาวนาน แตใ่ นช่วงหลายทศวรรษที่
ผา่ นมา มุมมองดังกล่าวเริ่มเปล่ียนไป นวนยิ ายเล่มน้คี งเปน็ ผลผลติ หนง่ึ
ของโลกทศั นท์ ี่เปล่ียนตาม การอา่ นเรอ่ื งราวอดีตจากนวนยิ ายเร่ืองนี้คง
ท�ำให้เขา้ ใจปัจจบุ นั ได้มากขึ้นเชน่ กัน เพราะเร่ืองเลา่ ทางประวตั ศิ าสตร์
ท่ีถกู หยิบยกมาเลา่ มไิ ดถ้ กู เลอื กอยา่ งไร้ความหมาย และมไิ ด้ถา่ ยทอด
อดีตอย่างตรงไปตรงมา การย้อนอดีตคงมิได้เพียงกลับไปเรียนรูอ้ ดตี แต่
ชว่ งสมยั ท่ยี ้อนไป ภารกจิ ท่ที ำ� ลว้ นเชอ่ื มโยงกบั ปัจจุบันที่แต่งนวนยิ าย
ท้ังสิ้น
เกลียวกระซบิ เป็นตวั อยา่ งทช่ี ัดเจนอนั แสดงถงึ การเปลีย่ นแปลง
ทางสังคมวฒั นธรรมไทยอันสง่ ผลตอ่ เนื้อหาและแนวคิดในวรรณกรรม
ทีส่ �ำคัญคงเป็นเพราะ ในช่วงกลางทศวรรษ 2550 กระแสการรวม
ประชาคมอาเซียนกลายเปน็ วาทกรรมท่มี ีบทบาทในการมองเพอื่ นบา้ น
ในมุมใหม่ เกิดการสง่ เสรมิ ใหเ้ รียนรู้และมองในฐานะพนั ธมติ รมากยิง่ ขน้ึ
ไม่เพยี งเทา่ นั้น กระแสของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
สทิ ธิมนุษยชน ตลอดจนถึงกล่มุ คนชายขอบต่างกลายเปน็ ประเดน็ ที่
225
สงั คมสนใจในวงกวา้ ง เร่ืองราวในนวนยิ ายเรอื่ งนค้ี งเป็นผลอันสบื เนื่อง
จากหลายปจั จยั ท่กี ลา่ วมาที่ทำ� ใหก้ ารเลือกชว่ งเวลาและมมุ มองการ
เล่าเรือ่ งกลับมาตอบจุดมงุ่ หมายส�ำคัญเพ่อื ปรับเปลย่ี นมุมมองตอ่ “ศัตรู
คู่แคน้ ” สู่ “เพ่ือนร่วมวัฒนธรรม” หากส่ิงทย่ี งั ไมห่ ายไปจากนวนยิ าย
แนวองิ ประวตั ิศาสตร์เลม่ น้ี คอื ความรกั และภูมิใจในความเป็นไทย แต่
เป็นความเปน็ ไทยท่ีใจกวา้ งมากกวา่ เขตแดนหรือสญั ชาตไิ ทย เป็นความ
รักชาติทเี่ ราไม่จ�ำเป็นตอ้ งเกลยี ดคนอื่น ไม่จ�ำเป็นต้องยกตนให้สูงเพ่ือกด
คนอ่นื ต�ำ่ และไมจ่ ำ� เป็นต้องแบง่ แยกเราและเขา แตเ่ ปน็ การมุ่งไปสโู่ ลก
ใหม่แหง่ ความเปน็ พลเมืองอาเซยี น กระทั่งพลเมอื งโลก พร้อมเปดิ พืน้ ท่ี
ใหค้ วามหลากหลายไดเ้ ฉลิมฉลองร่วมกนั
แหลง่ อ้างองิ
พงศกร. (2561). เกลียวกระซบิ . พมิ พ์ครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ : กรฟู๊ พับลชิ ชิ่ง.
226
“คนในนทิ าน” : นทิ านในนทิ านและดำ� ฤษณา
แกว้ เพียงชล
วรรณกรรมสรา้ งสรรค์ยอดเยย่ี มแหง่ อาเซยี นบางเรอื่ งไดอ้ าศยั
วรรณกรรมท้องถิ่นมานำ� เสนอในลักษณะสหบท เชน่ นวนิยายเร่อื ง
“เจ้าจันทนผ์ มหอม นริ าศพระธาตอุ ินทรแ์ ขวน” ของ มาลา คำ� จนั ทร์
และ รวมกวนี ิพนธเ์ รื่อง “หัวใจหอ้ งทีห่ ้า” ของ อังคาร จนั ทาทิพย์
ที่น�ำเอานิทาน ต�ำนานท้องถนิ่ ภาคอสี าน มารอ้ ยเรียงเปน็ สว่ นหนงึ่ ของ
เรื่องเลา่ ทั้งสองเร่ืองเป็นตวั แทนของภาคเหนอื และภาคอีสาน ยัง
ไม่ปรากฏวรรณกรรมของคนใตท้ ่นี ำ� เสนอในลกั ษณะดงั กล่าวนี้ ในรอบ
ปี 2561 จงึ นับเปน็ เรื่องท่ีนา่ ยนิ ดยี ่งิ เม่ือมนี วนยิ ายทผ่ี า่ นเขา้ รอบสดุ ท้าย
ของการประกวดวรรณกรรมซไี รต์ ชอ่ื “คนในนทิ าน” ของ กร ศริ วิ ัฒโน
ที่ไดท้ ำ� หน้าท่เี ป็นตวั แทนของนักเล่าเรอ่ื งจากแดนใตบ้ ้าง แม้จะไม่ไดร้ บั
รางวลั ยอดเยีย่ มกต็ าม แต่กล่าวได้วา่ “คนในนทิ าน” มชี ้ันเชิงการเลา่
เรื่องช้นั ลายคราม และได้นำ� เสนอปรากฏการณใ์ หม่ภายใตท้ า่ ทกี ่อนเกา่
อยา่ งแยบยล ยอกยอ้ น และกลา้ หาญท่จี ะสุม่ เสี่ยงต่อนยั ศลี ธรรม
“คนในนทิ าน” เปน็ เรอ่ื งเลา่ ซ้อนเรอื่ งเล่า แบบทเี่ รยี กกันวา่
“เมตาฟกิ ชน่ั ”แต่ “คนในนทิ าน” กม็ ีมากไปกว่านั้น คอื การสอดแทรก
นทิ านท้องถิ่นและนิทานสากลผา่ นการบอกเลา่ และการครุน่ คดิ ของ
ตวั ละครตลอดทัง้ เรอื่ ง นิทานเหลา่ นมี้ อี นุภาคและแบบเร่อื งในทิศทาง
เดยี วกัน และสอดรบั กบั เหตกุ ารณแ์ ละพฤติกรรมของตัวละครทีเ่ ปน็
แก่นส�ำคัญของเรื่องได้อย่างแยบยลและเป็นเอกภาพ ทส่ี �ำคัญอนภุ าค
227
บางอนุภาคของนทิ านเหล่าน้นั (นทิ านบางเรอ่ื ง) กถ็ กู นำ� มาใช้เปน็
อนุภาคหน่ึงของ “คนในนทิ าน” เชน่ อนภุ าคพ่อตาทดลองเชาว์ปัญญา
ลูกเขย และอนภุ าคแก้บนด้วยการไดแ้ มย่ ายเป็นเมีย เปน็ ตน้
นอกจากน้ดี เู สมือนว่าโครงเร่ืองของ “คนในนิทาน” ก็คอื
โครงเรือ่ งแบบพอ่ ตาลกู เขยที่แพรก่ ระจายอยใู่ นทอ้ งถนิ่ ภาคใต้น่ันเอง
นบั วา่ กลวิธกี ารน�ำเสนอดงั กล่าวนเ้ี ป็นจุดเด่นของนวนยิ ายเร่ืองนีท้ เี ดียว
“คนในนทิ าน” เรม่ิ ข้ึนด้วย “ตาเฒ่า” เป็นผู้เล่าเรอื่ ง ตาเฒ่า
อา้ งว่าตนมอี ายุ 20 ปี ในสมัยท่ีญีป่ ุน่ บุกหัวเมืองใต้ และตาเฒ่ากเ็ ล่าเร่ือง
ของเทิ้มทดขน้ึ วา่ เร่ืองเริ่มขึ้นจากความขดั แยง้ ตงั้ แตเ่ รื่องเลก็ ๆ น้อยๆ
จนถงึ เร่ืองใหญ่ระหวา่ งกริชลกู เขยของเทม้ิ ทดกบั ตวั เท้มิ ทดผ้เู ปน็ พอ่ ตา
ตน้ ตอของปมปญั หาเร่มิ จากกริชแอบไปรู้ความลับของพอ่ ตาโดยบังเอิญ
แต่ในครั้งนนั้ กริชยงั ไม่แนใ่ จนัก
หลังจากนัน้ กริชไดเ้ ขา้ มาสู่ขอดอกบวบ ลกู สาวคนโตของ
เท้ิมทดและนมิ่ น้อย เม่ือเขา้ มาอยู่ในบา้ นของฝ่ายภรรยา กริชก็เปน็
แรงงานในครอบครวั ท่ขี ยันขนั แข็ง เป็นที่พงึ พอใจของแม่ยาย แตเ่ ทิ้มทด
กลับพึงใจสินชัย เขยผูน้ ้องสามขี องดอกแตงทีเ่ ป็นชาวประมง เทมิ้ ทดพา
สินชยั และกริชออกไปพายเรอื และถามปญั หาลองภมู ิแก่เขยท้ังสองเพ่ือ
พิจารณาว่าสมควรจะให้ใครไดอ้ ยู่เรอื นใหญ่ตอ่ ไป สนิ ชัยกลับตอบได้เป็น
ทีพ่ อใจ ในขณะทีเ่ ทม้ิ ทดรู้สึกวา่ กรชิ ตอบปัญหาแบบยยี วนกวนประสาท
กริชเองกร็ วู้ ่าพ่อตาขุน่ เคอื งตนเองอยู่ บางคร้งั เขาก็ยอมคลอ้ ยตามไปบา้ ง
แต่ก็มีหลายคร้งั ทต่ี ่างคอยพดู จาขม่ ขวัญคมุ เชงิ กนั อยู่ในที และผลัดกัน
เปน็ ฝา่ ยรุกและฝ่ายรับ เช่น เทิม้ ทดแกลง้ เข้าไปนั่งในกระสอบข้าวโพด
เพ่อื ให้ลูกเขยหามตนกลับบา้ น และกริชได้แก้เผด็ คืนโดยเข้าไปนัง่ ใน
กระสอบข้าวโพดเพอ่ื ใหพ้ อ่ ตาแบกกลบั บา้ ง
อนภุ าคน้ีพบในการเล่าเรอื่ งของคนใตอ้ ยูท่ ั่วไป แมแ้ ต่เรือ่ ง-
228
เล่า “เปาะเน เมาะเน” ของชายแดนใต้ กพ็ บอนุภาคการแอบอยูใ่ น
กระสอบเช่นนเี้ หมือนกนั เรอ่ื งมาถงึ จดุ วกิ ฤติเมอื่ กริชได้รคู้ วามจริงและ
แนใ่ จว่าเท้มิ ทดมพี ฤติกรรมวปิ รติ ทางเพศจรงิ ๆ เมอ่ื เหน็ เท้ิมทดท�ำมดิ ี
มริ า้ ยกับสุนขั ท่เี ป็นสตั วเ์ ลี้ยงของเขาเองคอื ไอ้ตนี ขาว แตไ่ อต้ ีนขาวก็
ตกใจกดั เอาอวยั วะเพศของเทม้ิ ทดเป็นแผลเหวอะหวะอยหู่ ลายวัน
เหตุการณ์นที้ ำ� ใหเ้ ทิ้มทดจบั ไข้นอนซมจนแนง่ น้อยคดิ จะพึ่งส่ิงลลี้ ับ จงึ ได้
จัดพธิ ที รงทวดโคกขี้แร้งขึน้ แตป่ รากฏว่าการเช้ือหรอื เชญิ ทวดโคกขแี้ ร้ง
มีทที า่ วา่ จะไมป่ ระสบผลส�ำเรจ็ ทนั ใดนัน้ กริชก็เขา้ ไปนัง่ ขบั บทเสยี เอง
โดยวา่ เปน็ กลอนบอกเลา่ เปน็ นัยถึงพฤติกรรมวิปริตของเทิม้ ทด ท�ำให้
เทม้ิ ทดทนไม่ได้ หอบสงั ขารมาตอ่ กลอนกบั กริช โดยกริชขับกลอนบอก
ใหเ้ ท้ิมทดยกทนี่ าแปลงใหญ่พรอ้ มวัวควายที่มีอยู่ให้แกเ่ ขา เท้ิมทดตอ้ ง
กล�้ำกลนื ยอมให้กริชแต่โดยดีขอไวแ้ ตว่ วั คู่ใจคอื หางดอกและเขาไขว้
เม่อื ไดท้ น่ี าและสัตวเ์ ลยี้ งสมใจ กรชิ ก็ล�ำพองคิดวา่ เทิ้มทด
จะไมข่ ัดขวางตนอีกตอ่ ไป จงึ เป็นฝ่ายเรยี กรอ้ งมากขน้ึ เทิม้ ทดไมพ่ อใจ
และปฏเิ สธทีจ่ ะชว่ ยเหลืออกี กริชจึงน�ำความลับของเท้ิมทดไปบอกเลา่
แก่เพือ่ นบ้านบางคน และคนเหลา่ นี้ก็มาพดู จาเยาะเยย้ เทิม้ ทด เท้ิมทด
ทนไมไ่ ดอ้ กี ต่อไปจึงทา้ ดวลมดี กบั กริชแบบตาต่อตาฟนั ตอ่ ฟัน พรอ้ มกับ
ความรูส้ ึกอายกม็ ลายไปสิน้ และกล่าวต่อหนา้ ผ้มู ามงุ ดรู วมทั้งภรรยาและ
บตุ รสาวของตนเองวา่ ตนเองมีอะไรกับสตั วเ์ ลยี้ งจริง แต่น่ันกเ็ ปน็ อารมณ์
ชว่ั วูบ แตก่ รชิ ตา่ งหากท่ีกล่ันแกล้งตนสารพัด หยามหมิ่นและท�ำลาย
ศกั ดิ์ศรขี องตนไปจนหมดส้นิ แมต้ นจะอาวโุ สกว่าและมฐี านะเปน็ พอ่ ตา
กต็ าม
เหตกุ ารณน์ ีท้ �ำใหก้ รชิ กลายเป็นจำ� เลยทันที รวมทงั้ ได้กระตุน้
ใหน้ ิ่มนอ้ ยและดอกแตงได้เฉลยความลบั ในใจทีอ่ ัดแนน่ คบั อกมานาน
บ้าง ดอกแตงกลา่ วว่าตนเองเคยพลาดท่าเสียทีพเี่ ขย ถกู พ่ีเขยลอ่ ลวง
229
มาลว่ งละเมิดทางเพศแบบรู้เท่าไมถ่ งึ การณ์ ในขณะที่นมิ่ นอ้ ยก็เล่าวา่
ตนกไ็ ดเ้ สยี ทีกรชิ เช่นกันจากข้ออา้ งวา่ เขาได้บนบานกบั ทวดโคกขแ้ี ร้ง
วา่ ถา้ เขาหาวัวเจอเขาจะแกบ้ นโดยการนอนกับแมย่ าย เมอ่ื ความลับ
ทง้ั หมดพรงั่ พรู กรชิ กลายเป็นคนที่โดนประณามแทนเทิ้มทดทนั ที คน
ท้งั คู่ถกู น�ำตัวไปส่งโรงพยาบาล และเม่อื เหตกุ ารณ์คล่คี ลาย บ้านของ
เท้มิ ทดกก็ ลบั มามีความสุขอกี คร้ัง ทกุ คนต่างใหอ้ ภัยซ่ึงกนั และกัน
กลา่ วได้วา่ ความเป็นนิทาน ของ “คนในนิทาน” ไดแ้ ทรกซึม
อยู่ในแทบทกุ อณูของเรือ่ งเล่าเรอื่ งน้ี จะเห็นไดว้ ่าตวั ละครเท้มิ ทด และ
ตัวละครอนื่ ๆ เปน็ ตัวละครในนทิ านทีถ่ กู เลา่ ขนึ้ มา และในนทิ านเร่อื งนี้
กม็ ีนิทานหลายเรื่องที่สอดแทรกผ่านโครงเร่อื ง การเล่านิทานของ
ตัวละคร และการครุน่ คิดของตัวละครซ่ึงไดน้ ำ� นิทานเหล่านน้ั มา
เชือ่ มโยงกบั พฤติกรรมของตนเอง มีท้งั นิทานสากลและนิทานท้องถ่ิน
ซ่งึ เปน็ นทิ านท่แี พรก่ ระจายอยใู่ นท้องถิ่นภาคใต้ เชน่ นิทานพระราม
ในเร่ืองนเ้ี ล่าถงึ ก�ำเนดิ ของนางมณโฑซง่ึ เป็นหญิงงามท่ีกำ� เนิดมาจาก
กบและต่อมามสี ามีถงึ 4 ตนท้งั ยักษ์และลิง ผเู้ ขยี นได้สอดแทรก
เรอ่ื งเล่าของเทิม้ ทดสลบั กบั การใช้ชีวิตในแตล่ ะวนั ของตัวละคร เม่อื
ถึงเวลาพักผอ่ นสมาชกิ ในครอบครวั ไดม้ าอยรู่ วมกนั การเลา่ นทิ านเพอื่
ความเพลดิ เพลนิ ใจจงึ เกิดขนึ้
เป็นท่นี า่ สงั เกตวา่ นิทานพระรามมีตวั ละครท่เี ป็นอมนษุ ย์อยู่
มากซง่ึ ส่งผลใหม้ ีการสมพาสตา่ งเผ่าพันธ์กุ ันมากมาย กลา่ วเฉพาะตอน
นางมณโฑทีถ่ ูกน�ำมาอา้ งใน “คนในนทิ าน” เอง กม็ ีอนุภาคสมพาส
ระหวา่ งคนกับสัตว์ และสตั ว์กบั สตั วต์ า่ งเผา่ พันธุก์ ัน นับต้งั แตก่ าร
สมพาสระหว่างนาคกับงูดนิ ซึ่งถกู วิเคราะหผ์ า่ นสายตาของฤๅษีว่าไม่
เหมาะสมท่นี างนาคทอ่ี ยู่ในวรรณะสงู กว่าจะมาสมพาสกบั งดู นิ ซง่ึ เปน็ สตั ว์
ช้ันต่ำ� การสมพาสระหวา่ งนางมณโฑกับลิงคือพาลีและหนมุ าน และการ
230
สมพาสระวา่ งนางมณโฑกับยกั ษค์ อื ทศกณั ฐแ์ ละพเิ ภก การสมพาส
ดงั กล่าวนกี้ ระจายอย่ใู นทอ้ งเร่ืองคนในนทิ านเช่นกนั ไมว่ า่ จะเปน็ การ
สมพาสระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กบั อมนุษย์ ในท้องเร่ือง หรือการ
สมพาสทีถ่ กู นำ� มาเล่าในรูปแบบนทิ านตา่ งๆ นับตั้งแตน่ ทิ านเรื่องโคกข้ีแร้ง
ซ่ึงกลา่ วถงึ การสมพาสของคนกบั ผพี ราย และนิทานเร่อื งหมาหมีทก่ี ล่าว
ถึงการสมพาสของคนกบั สตั ว์ได้แก่หมูและหมาหมี เปน็ ต้น
การกลา่ วถึงอนุภาคสมพาสดังกล่าวปรากฏอยทู่ ั้งในนิทานสากล
และนทิ านประจ�ำถิน่ คลา้ ยเป็นความนยั สง่ ไปยังผู้อา่ นวา่ ส่งิ ดังกลา่ วน้ี
เป็นสัญชาตญาณทด่ี ำ� รงอยูใ่ นสง่ิ มีชีวิตทัง้ ปวงทุกเชื้อชาติทกุ เผา่ พันธุ์
มาช้านานแลว้ และหลายคร้ังถกู น�ำมาใช้ผดิ ท่ีผิดทางด้วยอำ� นาจกิเลส
ตัณหาทเ่ี ข้าครอบง�ำ และหลายคร้งั ท่เี กดิ ขึน้ โดยไม่เลือกชนั้ วรรณะหรอื
เผ่าพันธุแ์ ต่ประการใด นับว่าผูเ้ ขยี นได้หยิบยกเอาวตั ถุดบิ ประเภทนิทาน
ซงึ่ แพรก่ ระจายอยู่ในความรบั รขู้ องคนท่ัวไปเปน็ ทนุ เดิมอยู่กอ่ นแล้ว
มากล่าวใหม่โดยน�ำมาเช่ือมโยงกับทอ้ งเรอ่ื งทผี่ ู้เขยี นสร้างสรรค์ข้นึ ใหม่
ไดอ้ ย่างแยบคาย และก็สอดคลอ้ งกับชือ่ เร่อื งคนในนิทาน
นิทานอกี เรื่องที่มอี นภุ าคการสมพาสแบบผดิ ธรรมชาตคิ ือ
เรอื่ งหมาหมี ท่กี ลา่ วถึงอนุภาคของการมคี รรภ์แบบผดิ ปกติ คอื กำ� เนิด
ของเจา้ หญิงทเ่ี กิดจากหมทู ่ีมาดื่มนำ�้ ปัสสาวะของเจ้าเมืองและเจา้ หญงิ
ไดส้ มสกู่ บั สตั ว์เล้ยี งของตนเองคือหมาหมี ในภายหลงั บุตรชายของ
เจ้าหญงิ กไ็ ดเ้ สยี กบั แมข่ องตนต่อ เรื่องนี้เทิม้ ทดรับฟงั มาจากเร่ืองเลา่ ใน
วงหวากหรอื นำ้� ตาลเมา และได้น�ำมาเลา่ ใหน้ ิม่ นอ้ ยฟงั อกี ทอดหนึง่
เม่ือเทิม้ ทดคิดท่จี ะท�ำมดิ ีมิรา้ ยกบั ไอ้ตนี ขาวหมาของตนเอง
ก็ได้หวนนึกถงึ เรอ่ื งราวตอนแรกของนทิ านหมาหมีท่กี ล่าวถึงการสมพาส
ของเจ้าหญิงกบั หมาหมีสัตว์เล้ียงของตนเอง เทมิ้ ทดใช้นทิ านตอนนเี้ ปน็
เคร่อื งปลอบประโลมใจตนเองวา่ เจา้ หญิงยงั มีอะไรกบั สัตวไ์ ด้แลว้ ทำ� ไม
231
ตนจะมีบ้างไม่ได้
เชน่ เดยี วกบั นมิ่ นอ้ ยท่ใี ช้นทิ านหมาหมเี ป็นเครอื่ งปลอบประโลม
ใจตนเองในประเดน็ การสมสู่ของแมก่ ับบตุ รชาย ซึ่งนิ่มน้อยได้นำ� มา
เช่อื มโยงกับพฤติกรรมของตนเองกบั กริชผูเ้ ปน็ บตุ รเขย เนื่องจากกริชได้
บนบานต่อตาหมอโคกขีแ้ ร้งว่าหากเขาตามหาวัวคู่ใจเจอ เขาจะขอนอน
กับแมย่ ายตนเอง ดว้ ยความเกรงกลวั อำ� นาจของตาหมอโคกขแ้ี ร้งจงึ
ทำ� ให้นิ่มนอ้ ยยินยอมทจ่ี ะมีอะไรกบั กริช
หากพิจารณาเรือ่ งเล่าหมาหมีก็จะพบว่ามนี ัยทางเพศที่หม่ินเหม่
ต่อศีลธรรมกบั การสมพาสทผ่ี ิดจารีตระหว่างแมก่ ับบตุ รชาย แต่หากจะ
เช่อื มโยงเร่ืองเลา่ ดังกลา่ วน้กี ับนิทานของไทยทีก่ ลา่ วถงึ ผู้ทีก่ �ำเนดิ มาจาก
สตั ว์ ในแงส่ ัญชาติญาณดิบทีต่ ิดตวั มากจ็ ะพบลกั ษณะดังกลา่ วผ่านเรอ่ื ง
นางโมรา จะเห็นวา่ นางโมรากำ� เนดิ จากขนนกยงู ที่ฤๅษีปลุกเสกขน้ึ เช่นเดียว
กบั นทิ านหมาหมี กำ� เนิดของเจ้าหญิงทมี่ าจากแมห่ มูจึงทำ� ให้เธอยินยอม
ทจ่ี ะเสพสมไดก้ บั สตั วอ์ ย่างหมาหมแี ละบตุ รชายของเธอเอง เชน่ เดียว
กับบุตรชายของเธอทีอ่ าจจะมีสญั ชาติญาณของสัตว์ที่ติดตวั มาจากพอ่
คอื หมาหมีก็เป็นไปได้
ดเู สมอื นวา่ ผ้เู ขียนจะไดห้ ยบิ ยกเรือ่ งเล่าท�ำนองน้ีมายั่วล้อการ
สมพาสแบบผิดธรรมชาตแิ ละหมน่ิ เหมข่ องตัวละคร โดยจงใจท่ีจะช้ใี ห้
เห็นขอ้ บกพรอ่ งของมนษุ ยท์ ี่ถูกบ่มเพาะมาจากแรงขบั ทางเพศหรอื
สัญชาตญิ าณดิบทตี่ ิดตัวมาและดำ� รงอย่กู ับสัตว์ทง้ั หลายทกุ เผ่าพันธ์ุ
นิทานตาหมอโคกข้แี ร้ง เล่าถงึ ชายชาวพัทลงุ ผูม้ วี ชิ าอาคม
แกก่ ล้า และร�ำ่ เรียนวิชามาจากหลายส�ำนักรวมท้ังส�ำนักเขาอ้อ พัทลุง
ชายผ้นู ี้เมอ่ื เขา้ มาอยูท่ ี่นไี่ ดช้ ว่ ยเหลอื ชาวบา้ นให้รอดพ้นจากโจรที่ยกพวก
มาปล้นทรพั ย์ได้ วันหนง่ึ โจรทมี่ าปลน้ มผี ูห้ ญงิ มาดว้ ย เขาได้ฆา่ กลมุ่ โจร
ตายทั้งหมดรวมท้งั นางโจรดว้ ย จนกระท่ังวนั หนง่ึ ก็ปรากฏมีหญงิ สาว
232
ไปเลน่ น�้ำในคลองและก�ำลังจะตกน�ำ้ หญิงสาวจึงรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื
ชายหนุ่มลงไปชว่ ยแต่หญิงสาวกไ็ ด้ย่ัวยวนจนชายหนุ่มได้มคี วามสัมพนั ธ์
กบั หญิงสาวในท่สี ุด แต่แลว้ หญิงสาวก็กลายร่างเปน็ ผพี รายตอกย้ำ� ความ
รนั ทดให้ชายหนุ่ม ซง่ึ วชิ าอาคมได้เส่ือมไปจนหมดส้ินจากการเสพสงั วาส
กับผู้หญิงนนั่ เอง ซ้ำ� รา้ ยเธอยังเป็นอมนุษย์เสยี อีก
ดเู สมือนว่าอำ� นาจของสตรเี พศทส่ี ะทอ้ นผ่าน “คนในนิทาน”
ได้ถูกนำ� เสนอผ่านการกระท�ำของผีพรายนน่ั เอง ความเป็นหญิงและการ
สมสู่กับหญงิ ไดก้ ลายเปน็ ความเสื่อม เป็นของตอ้ งหา้ มและเปน็ มลทิน
ของผเู้ รียนวชิ าคาถาอาคม แต่กไ็ ด้ส�ำแดงทา่ ทีของอำ� นาจทีเ่ ธอมเี หนอื
บุรุษ อำ� นาจท่ีเธอไมส่ ามารถกระท�ำไดย้ ามมีชีวิต เพราะยามมชี วี ิตเธอ
ได้ตกอยใู่ นอ�ำนาจของเล่หเ์ หล่ยี มแหง่ บรุ ษุ เชน่ ท่แี น่งนอ้ ยและดอกแตง
ตกอยภู่ ายใตอ้ �ำนาจของกริช ลกู เขยและพ่ีเขยที่ใช้ความซอื่ ความ
ปรารถนาดี และความศรทั ธาของฝ่ายหญงิ เปน็ เครอื่ งมอื สนองตัณหา
ของตนเอง
นิทานอีกเร่ืองคอื นิทานเรอื่ ง นางสองแขน ถูกกลา่ วถงึ จาก
การขับบทหนงั ตะลงุ ของเท้ิมทด ทไ่ี ด้ยินมาจากการแสดงหนังตะลงุ อกี
ทอดหนึ่ง เป็นการขบั บทสมห้องซงึ่ เทยี บได้กับบทอศั จรรยใ์ นวรรณคดไี ทย
นางสองแขนเปน็ ตวั ละครหนังตะลุงฝา่ ยร้ายทไี่ ด้ช่ือว่าเป็นหญิงแพศยา
เนือ่ งจากมพี ฤติกรรมในการยั่วยวนและย้ือแยง่ พระเอกมาเป็นของตน
จนเกินงาม
นิทานนางสองแขนไดท้ �ำหน้าท่ีเป็นภาพแทนพฤติกรรมด้าน
มืดของเทิ้มทด น่มิ นอ้ ย และดอกแตง และเป็นเครอ่ื งตอกย้�ำความรู้สึก
ผดิ ชอบชัว่ ดขี องตวั ละครทง้ั สาม เมื่อไดท้ ำ� พฤตกิ รรมทส่ี ังคมตราหน้าว่า
ไมง่ ามเกิดขึ้น เทิม้ ทดคดิ ว่าตนเองมีนางสองแขนอยใู่ นตัวเมอื่ นึกถงึ การ
ทำ� มดิ ีมริ า้ ยกับสตั วเ์ ลยี้ งของตนเอง นม่ิ นอ้ ยคิดว่าตนเองมีนางสองแขน
233
อยูใ่ นตัวเมอ่ื นึกถงึ การปล่อยใหต้ วั เองมอี ะไรกับกริชบตุ รเขย ในขณะ
ท่ดี อกแตงคิดถึงนางสองแขนในตวั เองเมอ่ื นกึ ถึงเหตุการณ์ท่ีตนเองได้
เพล่ียงพล�้ำไปมอี ะไรกบั กริชพ่ีเขยของตนเองเชน่ เดยี วกนั นางสองแขน
จงึ ท�ำหนา้ ทใี่ นการตอกยำ�้ ความผดิ พลาดของตัวละคร เปรยี บเสมือนการ
นำ� เร่ืองนางสองแขนมาเปน็ เครือ่ งต�ำหนิตนเองและกระตุน้ เตอื นความ
รู้สึกผิดชอบช่ัวดนี ่ันเอง
ดอกแตงยังไดต้ ้งั คำ� ถามกบั เรือ่ งเล่าของนางสองแขน ซงึ่ เปน็
ภาพแทนของหญิงแพศยาในหนังตะลงุ ของชาวใตว้ า่ ท�ำไมหนังตะลงุ
จงึ ชอบหยิบยกเร่อื งนางสองแขนมาน�ำเสนออยรู่ ำ่� ไป เหมอื นเปน็ การ
ดูหมิน่ ผ้หู ญิง ท�ำไมไมใ่ ห้ตวั ละครชายเป็นนางสองแขนบ้าง และนิม่ นอ้ ย
ผเู้ ปน็ แมก่ ไ็ ด้อา้ งว่านางสองแขนเป็นตัวแทนของคนไม่ดี และคนไมด่ กี ็มี
ให้เหน็ อยทู่ ั่วไป ในขณะทเ่ี ทิ้มทดผเู้ ปน็ พ่อก็กล่าวว่า นางสองแขนเป็น
ตัวแทนทใี่ ช้สอนใจผู้หญิงใหร้ ู้จักรกั นวลสงวนตวั น่ันเอง
นอกจากเรื่องเลา่ นางสองแขนที่สะท้อนความคิดแบบสตรนี ิยม
ของดอกแตง ยังมีเรื่องเล่านางมณโฑทีไ่ ด้ถกู นำ� มาใชเ้ ชอ่ื มโยงกบั ความคิด
แบบสตรีนยิ มของดอกแตงดว้ ย โดยดอกแตงมองวา่ นางมณโฑช่างเป็น
ตวั ละครทน่ี ่าสงสาร ถกู ส่งมอบให้คนนั้นคนนี้โดยตวั เองไม่มีอำ� นาจ
ต่อรองแตป่ ระการใด ดังบทพรรณนาตอนหนงึ่ ว่า
“ดอกแตงร้สู กึ เหมอื นคนแต่งกำ� ลังดูถูกผูห้ ญิง คิดจะเอา
ผู้หญงิ ไปไว้ตรงไหนกไ็ ดต้ ามใจปรารถนา ใหผ้ ูห้ ญงิ ตกตำ่� ด�ำมืดอย่างไร
ก็ได้ ไมย่ ุตธิ รรมกับเพศหญิงซึง่ เป็นเพศแม่เลย” (น.229)
และอีกตอนหนง่ึ วา่
“...ท่ียอ่ ยยบั กวา่ พิธีมนต์สัญชีพคอื นางมณโฑ ดอกแตงเอย่
ข้ึนดว้ ยเสียงสน่ั เครอื โดยไมร่ ้ตู ัว ร้สู กึ เจบ็ ปวดแทนนางมณโฑนัก” (น.231)
ดูเหมือนว่าผู้ประพนั ธไ์ ดต้ ระหนกั ในกลน่ิ อายแบบปิตาธิปไตย
234
ในเรอื่ งเลา่ ของตน จึงเลือกทจ่ี ะให้ตวั ละครต้ังค�ำถามในมุมมองแบบ
สตรีนยิ มแทรกอยู่ในทอ้ งเรื่อง
ชนบททม่ี ักถกู ถา่ ยทอดความโรแมนติกผ่านความงามของ
ธรรมชาติและนำ�้ ใจของผคู้ น ได้ผันแปรไปเสยี แล้วใน “คนในนิทาน”
เพราะแวดล้อมไปดว้ ยเรอ่ื งเล่าข�ำขืน่ การนินทา การแกง่ แยง่ แข่งขัน
ชนบทกลับกลายเป็นสิง่ ท่ีไมอ่ ่อนหวานเยา้ ยวน แต่ดำ� รงอยูแ่ บบอีโรติก
ลกู ทงุ่ บนยุง้ ขา้ ว กระท่อมรมิ น้ำ� ปลักโคลนและในป่าดง ทว่าในตอนจบ
เรอ่ื ง “คนในนทิ าน” ก็วกกลับมาทะนถุ นอมหัวใจของคนอา่ นด้วยการ
สรา้ งให้เรอื่ งจบลงแบบสุขนาฏกรรม ความโรแมนติกผดุ พรายข้ึนหลัง
จากความผดิ พลาดไดบ้ ังเกิดและต่างกเ็ พียรพยายามแกไ้ ขความผดิ พลาด
นัน้ ไม่ใหเ้ กดิ ข้ึนอีก
หากมองในมิตขิ องผอู้ า่ นแล้ว คนในนทิ าน อาจจะไม่เปน็ ที่
พงึ ใจของผูอ้ า่ นเพศหญงิ นัก เพราะเดินเรอ่ื งแบบท่ใี ห้ผู้ชายอ่านใน
ทำ� นองเรอ่ื งเลา่ ใตส้ ะดือประสมประสานเร่อื งบู๊ล้างผลาญคลา้ ยหนังจนี
ก�ำลังภายใน เช่นฉากดวลมีดกันจนเลอื ดอาบระหว่างเทิม้ ทดกับกรชิ
รวมทงั้ ฉากอีโรตกิ และเร่ืองราวของรกั ต้องหา้ ม ก็อาจท�ำใหเ้ พศหญงิ
อา่ นไปดว้ ยความกระอักกระอว่ นและอึดอัดใจ แตห่ ากไมม่ องด้วย
สายตาของเพศหนงึ่ เพศใดแลว้ ใชห่ รอื ไม่วา่ ไม่วา่ หญิงหรอื ชายกล็ ว้ น
แตม่ โี อกาสเขลาและตกอยู่ภายใต้อ�ำนาจของกเิ ลสตัณหาไดเ้ ทา่ เทียมกัน
อ้างอิง
กร ศิริวัฒโณ. (2561). คนในนทิ าน. (พิมพค์ รงั้ ท่ี 3). ปทมุ ธานี : สำ� นักพมิ พน์ าคร.
235
วจิ ารณค์ ดี
วจิ ารณค์ ดี (1)
อาการ ‘ชา่ ง’ ของนกั วจิ ารณ์ : ชา่ งอา่ น
จรญู พร ปรปักษ์ประลัย
ท่านผ้รู ้ทู ั้งหลายอาจเขม่นตามอง หากผมบอกว่า คุณสมบัติ
ของนกั วิจารณค์ ือต้องมีความเป็นชา่ งหลายๆ อย่าง เอะ๊ ! นักวิจารณ์
จะเป็นช่างได้อย่างไร? ก่อนลุกข้ึนมาโวยวาย ลองอา่ นกันกอ่ นครบั ว่า
นักวจิ ารณเ์ ปน็ ชา่ งอะไรบ้าง
เริม่ จาก “ชา่ งอ่าน” นกั วจิ ารณเ์ ปน็ พวกคลั่งไคล้ใหลหลงใน
สิง่ ใดสิ่งหนง่ึ นักวิจารณ์ศิลปะเสพศิลปะแบบไมร่ ู้จักอม่ิ นกั วิจารณ์หนัง
ไม่ยอมพลาดหนงั ทัง้ เก่าและใหม่ ทงั้ ทห่ี าดงู ่ายและที่ตอ้ งดน้ิ รนไขวค้ วา้
มาดู นกั วิจารณ์อาหารจะตระเวนกินไปทัว่ ล้ิมรสอาหารตน้ ต�ำรับและ
อาหารทเี่ พิ่งคดิ ค้นขน้ึ ใหมล่ ่าสดุ ฯลฯ ฉันใดก็ฉนั นนั้ ถ้าคุณเกลียด
หนังสอื เหน็ ตัวหนังสอื ทีไรเปน็ ตาลายจะหลับให้ได้ หรอื รู้สึกทนทกุ ข์
ทรมานกบั การอา่ นเสียเหลอื เกิน อยา่ ริมาเปน็ นักวจิ ารณว์ รรณกรรมเลย
ครับ คนจะวิจารณ์หนงั สือต้องเปน็ หนอนท่หี ิวกระหายหนังสอื ตลอด
เวลา ทุกพ้ืนทีข่ องชีวิตมีหนงั สือเป็นองค์ประกอบส�ำคัญ เวลาไปไหน
จะมหี นังสอื ตดิ ตัวไปอย่างน้อยหน่ึงเลม่ เสมอ
อาการชา่ งอา่ นของคนแบบผม เจออะไรเราจะอา่ นดะไป
หมด ต้งั แต่ป้ายบอกทาง ป้ายสถานที่ ปา้ ยหาเสยี ง ประกาศชวนเที่ยว
งานวดั หนังสือพมิ พ์เกา่ ค้างปี นติ ยสารผหู้ ญิง - ผชู้ าย - เกย์ - แมแ่ ละ
เด็ก - คนรกั สัตว์ ฯลฯ หนงั สอื โป๊ หนงั สอื ผี หนงั สอื พระ หนงั สอื ธรรมะ
237
คัมภรี ์ศาสนาต่างๆ การ์ตูนเล่มละบาท หนังสอื หายากราคาหลกั หมน่ื
นวนยิ ายเกา่ ฝุ่นเกาะ นวนยิ ายทเี่ พ่ิงคลอดจากโรงพมิ พ์ เรื่องจรงิ เรอื่ งแตง่
เรอื่ งโม้ เร่ืองสัน้ เรื่องยาว เรอื่ งแปลกประหลาด เรอ่ื งวทิ ยาศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ สงั คมศาสตร์ ไสยศาสตร์ โรคประสาท
โรคภยั ไขเ้ จบ็ สารพัด สมดุ จดงานทีม่ ีคนทำ� ตกไว้ ไปจนถึงตำ� ราอาหาร
ตำ� ราเรียน และข้อสอบวชิ าตา่ งๆ
อาการช่างอ่านมักเปน็ ไปโดยไม่รตู้ ัว รู้แตว่ ่า เห็นอะไรที่เปน็
ตัวหนังสอื แลว้ อดอยากอา่ นไม่ได้ จึงตอ้ งหยิบจบั ขนึ้ มาอ่าน อ่านไป
เร่ือย อ่านไม่เลิกไมร่ า มีความสขุ อย่กู ับการอา่ น
ธรรมชาตขิ องเวลาจะเคลื่อนไปเหมอื นเมฆบนฟ้า มองไป
แตล่ ะทีไม่เคยเหมอื นกนั สกั ครั้ง แตก่ ารเขยี นมพี ลงั วเิ ศษ สามารถหยดุ
ชว่ งเวลาหนง่ึ ๆ เอาไวใ้ ห้คงอยู่ตลอดไป ทกุ ครง้ั ท่ีอา่ น เราจึงเหมือน
กา้ วเขา้ ไปยนื อยู่ ณ จุดท่เี วลาหยดุ นง่ิ มองเห็น สัมผสั และสดับเสยี ง
ต่างๆ นานา ณ ขณะน้ัน บางครั้งเรายืนต�ำแหน่งเดียวกับผูเ้ ขียน
บางครั้งเรายนื ขา้ งๆ ฟังเขาบอกเล่าถึงส่ิงตา่ งๆ บางครัง้ เราซาบซึ้งไปกับ
สิ่งทีเ่ ขาเลา่ บางคร้ังเราโตเ้ ถยี งดา่ ทอ และบางครัง้ เราจับไดว้ ่า เขาก�ำลัง
เลน่ กลในคำ� พูด หลอกลวงใหเ้ ราหลงเช่ือ
ทกุ ตัวอกั ษรทปี่ รากฏ คือตวั ตนบางแง่มุมของผเู้ ขียน ยิ่งเรา
อ่านมากเทา่ ไร เราย่ิงเห็นความหลากหลายของผคู้ นมากขน้ึ เทา่ นนั้
ย่ิงอ่านมาก เราย่ิงเกิดความเขา้ ใจทีล่ ึกซึง้ มากข้ึน ยิ่งอ่านมาก เรายิ่ง
แยกแยะออก ระหวา่ งงานเขียนทด่ี ี งานท่พี อใชไ้ ด้ งานทีต่ อ้ งรีบโยนท้ิง
งานที่ปั้นแต่งขนึ้ มาเพ่อื ประกวด เพอ่ื ประจบประแจง หรือเพ่อื หวังเสียง
ช่ืนชม กบั งานท่ีสง่ ตรงออกมาจากหวั ใจ
ทุกตัวอักษร ทกุ ประโยค ทกุ เรอ่ื งราว เปน็ ชนิ้ ส่วนภาพ
จ๊กิ ซอว์ของโลกใบนี้ ย่ิงอ่านมาก เรายง่ิ มองเหน็ โลกทส่ี มบรู ณข์ ้นึ
238
ครบถ้วนทุกมติ มิ ากข้ึน ตงั้ แตอ่ ดตี จวบจนถงึ ปัจจบุ นั
การอ่านท�ำใหเ้ ราเข้าใจชวี ิต เข้าใจสงั คม เขา้ ใจความจริง
เข้าใจความลวง เขา้ ใจผูอ้ นื่ และเขา้ ใจตวั เราเอง
หลายคนอา่ นอยา่ งลุ่มหลงเสน่ห์แห่งภาษาอนั มีมนตม์ ายา
นกั วจิ ารณอ์ า่ นอยา่ งตระหนกั รู้และเทา่ กนั อ่านอยา่ งเข้าใจกลไกและ
เล่หเ์ หลีย่ มของภาษา อา่ นอยา่ งไม่มองวา่ นกั เขียนทุกคนคอื ศาสดา อา่ น
เพราะอยากรับรู้ แต่ไม่ไดป้ ล่อยใจใหเ้ ช่อื ไปท้ังหมด
นอกจากอ่านชนดิ ไมใ่ ห้มีอะไรหลุดลอดสายตาแล้ว คำ� แนะน�ำ
ที่นกั วจิ ารณร์ ะดบั ลายครามอยา่ ง ชมัยภร แสงกระจา่ ง หรอื ไพลิน
รุ้งรตั น์ พูดอยบู่ ่อยๆ ก็คอื “อา่ นหนังสือแล้ว อยา่ ลืมอ่านชวี ติ ดว้ ย”
อย่างที่มคี นวา่ ไวน้ ัน่ แหละครบั ชวี ติ เป็นหนงั สอื เลม่ ใหญท่ ่ีอา่ นไมม่ ีวันจบ
อ่านชีวติ คนน้ันคนนี้ และทีส่ ำ� คัญ อ่านชวี ติ ของเราเองแต่ละคน
ทจ่ี รงิ หนงั สือกบั ชวี ติ เป็นอนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั เหมือนปาทอ่ งโก๋
ท่คี ูก่ ันมาเสมอ เขา้ ใจชวี ิตก็เข้าใจหนังสือมากข้ึน เข้าใจหนังสอื กเ็ ข้าใจ
ชวี ติ มากขึ้นในเวลาเดียวกนั
ที่ขาดไมไ่ ด้อกี อยา่ งคือ อา่ นสังคม สงั คมเปน็ ครรภ์ของงาน
เขียน เราจะอา่ นหนงั สอื ให้ลึกซ้งึ ถงึ แกน่ แกนของมนั ได้อย่างไร ถ้า
ไม่อ่านสังคมควบคไู่ ปดว้ ย อ่าน ‘ตัวบท’ แลว้ ตอ้ งอา่ น ‘บรบิ ท’ ไปพรอ้ มๆ
กัน การอา่ นจึงจะเป็นการอ่านทส่ี มบรู ณ์
ที่รา่ ยมานแี้ ค่ความเป็นชา่ งอนั แรกของนักวิจารณ์เทา่ น้ัน
ยังมอี กี หลายช่างในตวั นักวจิ ารณ์ ซ่ึงผมจะคอ่ ยๆ สาธยายไปตามลำ� ดบั
จนครบถว้ นทกุ แง่มุมของคนที่เปน็ นกั วิจารณ์
สำ� หรบั ใครก็ตามที่อ่านมาถึงตรงน้ี ขอแสดงความยนิ ดีว่า คุณ
นา่ จะมีคุณสมบตั ขิ ้อแรกของนกั วจิ ารณ์แลว้ คือ “ช่างอา่ น” แต่คุณจะมี
ความเป็นชา่ งอืน่ ๆ ด้วยหรือเปลา่ ตอ้ งติดตามกันตอ่ ไปครับ.
239
วจิ ารณค์ ดี (2)
อาการ ‘ชา่ ง’ ของนกั วจิ ารณ์ : ชา่ งคน้ - คดิ
จรูญพร ปรปักษ์ประลยั
ใครๆ กพ็ ดู กนั ท้ังนนั้ วา่ จุดเร่มิ ต้นของนกั วจิ ารณ์คอื การเปน็
นกั อา่ น แตห่ ลายคนอาจไม่รวู้ า่ นักวจิ ารณ์อ่านไม่คอ่ ยเหมอื นชาวบ้าน
ชาวช่องกนั สักเท่าไรนัก เปล่า เราไม่ไดต้ ีลังกาอา่ น อา่ นกลับหลงั มาหนา้
หรืออ่านแบบพลิ กึ พลิ ่ันอื่นๆ นกั วิจารณ์อ่านแบบเก็บรายละเอยี ดทุกเมด็
อา่ นทั้งส่ิงท่ปี รากฏ และส่งิ ท่ไี ม่ปรากฏ
สิ่งทปี่ รากฏไดแ้ ก่ ตัวหนังสอื ตวั เลข ภาพวาด ภาพถ่าย
ตราสัญลักษณ์ หรืออนื่ ใดกต็ ามท่เี ปน็ สว่ นประกอบของงานเขยี น ซงึ่ เรา
ต้องอ่านอยา่ งละเอยี ด ไม่ใหม้ ีอะไรตกหลน่
ส่วนส่งิ ทไ่ี มป่ รากฏกต็ ามนั้นเลยครบั มีอะไรบา้ งท่ีนกั เขยี น
ไม่เขียน ท้ังเพราะไม่ใสใ่ จ ไม่ใหค้ วามสำ� คญั หรอื จงใจทีจ่ ะละ – เวน้ –
เก็บ – ซ่อน เอาไว้ น่ีคอื ส่ิงท่ีเราต้องขดุ ค้นคุ้ยแคะออกมาให้ได้
นักเขียนแบบเออร์เนสต์ เฮมมงิ เวย์ มที ฤษฎีของตัวเองว่า
นกั เขียนสามารถทิ้งอะไรในเรอ่ื งไปก็ได้ ถ้าเขารู้ว่าทิ้งไปแล้วท�ำใหเ้ ร่อื งมี
พลังมากขึ้น และทำ� ให้ผอู้ ่านรสู้ ึกถงึ บางสง่ิ บางอย่างมากกว่าท่ีเขาเข้าใจ
ทฤษฎนี ม้ี องงานเขยี นเหมือนภูเขาน้ำ� แขง็ ส่วนท่ีโผล่พ้นผวิ น้�ำ
ขึน้ มามีเพยี งนอ้ ยนิด เมื่อเทยี บกบั ก้อนมหึมาซ่ึงซอ่ นอยู่ใตน้ �้ำ ส่วนที่
ไม่ปรากฏน่ีแหละทน่ี กั วจิ ารณ์ตอ้ งมองให้เหน็ จนเข้าใจรูปลักษณ์และ
โครงสร้างทัง้ หมดของภูเขานำ้� แขง็ อย่างชัดเจน ไม่ใชร่ ้เู หน็ เฉพาะสว่ นท่ี
240
ลอยเดน่ อยขู่ ้างบนเทา่ นั้น
ไมแ่ คน่ ัน้ นกั วจิ ารณย์ ังตอ้ งค้นคว้าเพ่ิมเตมิ นอกเหนือจาก
ตัวเรือ่ งที่อา่ น เพราะเร่ืองทกุ เรื่องย่อมอิงอย่กู ับอะไรต่อมิอะไรเสมอ
อย่างอ่านงานแปล เรากต็ อ้ งมีขอ้ มลู เกยี่ วกับประเทศนั้นๆ มากพอสมควร
จึงจะเข้าใจเรื่องราวได้ อ่านเรอื่ งองิ ประวตั ศิ าสตร์ กต็ อ้ งมีความรดู้ า้ น
ประวตั ศิ าสตรใ์ นยุคนนั้ อยู่บ้าง หรอื อา่ นเรือ่ งแนววทิ ยาศาสตร์ กต็ ้องมี
พืน้ ฐานทางด้านวทิ ยาศาสตรม์ าเสริมการอา่ นของเราให้แข็งแรงขึน้
หลังจากมขี อ้ มูลท้ังท่ีเปน็ ‘ตวั บท’ และ ‘บริบท’ อยใู่ นมอื มาก
พอแล้ว คราวนกี้ ถ็ งึ เวลาทตี่ ้องค้นให้เจอ ว่าจะหยิบยกจุดไหนขน้ึ มาเป็น
ประเดน็ หลกั ของการวิจารณ์
ข้อเสยี ของบทวิจารณ์สว่ นใหญ่คอื มักให้นำ�้ หนกั กับการวิจารณ์
น้อยเกินไป หลายคนเขียนเหมือนสรปุ ความ บอกใหร้ ้วู า่ หนังสอื เล่มน้นั ๆ
หรอื งานเขยี นเรือ่ งน้นั ๆ มเี น้อื หาใจความอยา่ งไรบา้ ง จากน้ันกป็ ระดบั
ประดาดว้ ยค�ำช่นื ชมยกยอ่ งสรรเสรญิ กนั อยา่ งเต็มเหนี่ยว
อนั ท่ีจริงการวิจารณไ์ ม่ใช่การเล่าซ�ำ้ ดว้ ยส�ำนวนใหม่ ถ้าจ�ำเปน็
ตอ้ งเล่าเรือ่ ง ก็เอาแคเ่ นอ้ื ๆ รวบรดั ตัดทอนให้มากทสี่ ุด เพราะหัวใจของ
บทวจิ ารณ์อย่ทู ่กี ารวจิ ารณ์ ไม่ใชก่ ารเล่าเร่อื ง
ผมเข้าใจว่าคนสว่ นใหญอ่ าจไขวเ้ ขว สับสน แยกแยะไม่ออก
ระหว่างรวี ิวหรือแนะน�ำหนงั สือ กับบทวจิ ารณ์หนงั สือ งานเขียนสอง
ประเภทนีม้ ีสว่ นทีค่ าบเก่ยี วกันก็จริง แตว่ ัตถุประสงคใ์ นการเขยี นแตกต่าง
กนั การรีววิ หรือแนะนำ� มุ่งให้ผูอ้ ่านรับรู้ ร้จู กั และสนใจ จนอยากหา
หนงั สือเล่มนน้ั มาอา่ น สว่ นการวิจารณ์ หลกั ๆ เป็นเร่ืองของการท�ำ
ความเขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็นอยา่ งมเี หตผุ ล บทวจิ ารณจ์ ะสอ่ งแสง
แวววาวด้วยประเด็นนำ� เสนอ ย่ิงนกั วจิ ารณ์คน้ เจอสิง่ ท่ซี กุ ซ่อนอยูใ่ น
เร่อื งลึกมากเทา่ ไร บทวจิ ารณก์ ็ยง่ิ ดูน่าท่งึ มากขน้ึ เทา่ นนั้
241
เมื่อค้นเจอแล้วว่าจะเขยี นถงึ ประเด็นไหน จุดทย่ี ากทสี่ ดุ ของ
การวจิ ารณ์คือ ต้องคิดให้แตก ไมใ่ ชค่ ิดจนหัวสมองระเบดิ เป็นเส่ียงๆ แต่
คดิ จนเหน็ ประเด็นทจ่ี ะเขียนอย่างลึกซ้ึงครบถ้วน
การคดิ ของนกั วจิ ารณ์เป็นการคิดแบบแยกแยะและเชอ่ื มโยง
มองแบบแยกแยะรายละเอียด และเชอ่ื มโยงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
สัมพันธห์ รือขดั แยง้ กันไว้ดว้ ยกนั ให้ความส�ำคัญกับส่งิ ท่ปี รากฏซ้�ำๆ
องคป์ ระกอบท่ีผเู้ ขยี นเลือกสรร มุมมอง เสยี งเลา่ และนำ้� เสียง ไปจนถึง
การประกอบสรา้ งดว้ ยโครงเรอื่ งและสำ� นวนภาษา
ถา้ แบง่ สัดสว่ นการทำ� งานสามขั้นตอนใหญๆ่ คือ อา่ น คิด
และเขยี น ขน้ั ตอนการคดิ ถือเป็นส่วนท่ีมีขนาดใหญ่มากทส่ี ดุ นกั วิจารณ์
หลายคนตกมา้ ตายต้ังแตต่ ้นตรงความคดิ ที่ยงั ไม่แหลมคมพอ บ่อยครง้ั
เปน็ แค่ความคดิ เห็นพนื้ ๆ แบบชาวบ้านจบั กลมุ่ วิพากษ์วจิ ารณล์ ะคร
หลงั ข่าว วา่ ชอบไม่ชอบตรงไหน ดาราเล่นดไี ม่ดีอยา่ งไร สนุกน่าตดิ ตาม
หรอื น่าเบอื่ ฯลฯ ทเี่ ปน็ อยา่ งนอ้ี าจเพราะยงั ขาดกระบวนคิดแบบนกั วิจารณ์
ทจ่ี ะท�ำใหข้ า้ มพ้นการมองระดับพ้ืนผิวไปได้
ผมจะลองยกตวั อย่างใหเ้ หน็ ชัด สมมุติถา้ เราจะวจิ ารณก์ ล้วยหอม
สกั ลูก เราจะไมว่ ิจารณ์เฉพาะรปู ทรงของมนั ไมว่ ิจารณแ์ ค่รสชาติและ
เนอ้ื สัมผัส แต่เราจะมองไปถงึ กลว้ ยท้ังหวี ท้ังเครือ ทง้ั สวน ประเทศท่ี
ใหก้ ำ� เนิดมัน ประเทศท่นี �ำเขา้ กล้วยเหล่าน้ัน พฒั นาการของผลไมช้ นิดน้ี
จากอดตี ถึงปจั จุบนั กลว้ ยท่ีผา่ นมาตรฐานและกล้วยอีกจำ� นวนมหาศาล
ท่ถี ูกคัดท้งิ ไปจนถงึ แนวคิดและวัฒนธรรมในการบริโภคกลว้ ยหอม ซึง่
สะทอ้ นใหเ้ ห็นมุมมองท่ผี ู้คนมีตอ่ ชวี ติ สงั คม และโลกของเรา
ดูเหมือนคิดไปไกลโขเลยใช่ไหมครบั กเ็ ปน็ แบบนนั้ น่นั แหละ
แต่การคดิ ของนักวจิ ารณไ์ ม่ใช่การคิดลอยๆ คิดแบบฟงุ้ ซา่ น หรือคดิ เอง
เออเอง นักวิจารณ์จะคดิ อะไรอย่างไร ตอ้ งมขี อ้ มลู ทห่ี นักแน่นพอมา
242
สนับสนนุ เสมอ เพราะอย่างนี้เอง ถา้ จะวิจารณห์ นงั สอื สักเลม่ นักวิจารณ์
จึงต้องอา่ นอะไรๆ มากกว่าหนึ่งเล่ม ค่อยๆ เกบ็ สง่ิ ละอนั พนั ละนอ้ ย มา
ประกอบสร้างเปน็ บทวจิ ารณอ์ ันทรงคณุ ค่า
อยา่ งที่บอก ส่วนของการคดิ เปน็ สว่ นท่ยี ากและใชเ้ วลามาก
ทส่ี ุด คราวหนา้ ผมจงึ ขอสาธยายเรื่องนแ้ี บบเตม็ ๆ ว่าในสมองนกั วิจารณ์
มีกระบวนคิดอย่างไร และเพื่อให้คิดได้ คดิ ดี คดิ โดน นักวิจารณ์ตอ้ งใช้
เครื่องมือหรอื ตัวช่วยอะไรแคไ่ หน ตดิ ตามกันต่อไปนะครบั .
243
วจิ ารณค์ ดี (3)
อาการ ‘ชา่ ง’ ของนกั วจิ ารณ์ : ชา่ งพนิ จิ พจิ ารณา
จรญู พร ปรปกั ษ์ประลยั
ในหนงั การต์ ูน Shrek เจา้ ยักษ์เขยี วเปรียบตัวเองว่าไมต่ ่าง
จากหวั หอม คอื มหี ลายช้นั ซอ้ นทับกันอยู่ สิง่ ท่ีคนมองเหน็ จึงอาจไม่ใช่
ตวั ตนที่แท้จรงิ ของมัน พอลองคดิ ตอ่ จากค�ำพดู นี้ ผมก็เห็นว่า ไมแ่ ตย่ ักษ์
ตัวเขียวอหี๋ รอก ทุกคนในโลกนล้ี ้วนเป็นอย่างนนั้ ต่างซบั ซ้อน มีความ
จรงิ ซ่อนอยหู่ ลายชั้น เราจะรูว้ า่ ใครเป็นยงั ไงกเ็ มอ่ื ปอกเปลือกนอกออก
ชัน้ แลว้ ชน้ั เล่า จนกระทั่งถงึ ชั้นในสดุ
หลายครงั้ เวลาอา่ นหนงั สือ ผมพบว่าเร่ืองแตล่ ะเร่ืองกเ็ ปน็
แบบนั้นเหมอื นกนั ตอ้ งมองให้ลกึ เข้าไปในทุกอณขู องรายละเอียด ตั้งแต่
ชอื่ เรอ่ื งยันประโยคปดิ ทา้ ย
วา่ กันถึงการมองใหล้ ึก คำ� ถามทีไ่ ดย้ ินบ่อยๆ คือ นักวจิ ารณ์
ต้องใชท้ ฤษฎีเป็นเคร่อื งมอื ในการวจิ ารณ์หรือเปลา่ ? ตอบแบบเหยยี บ
เรือสองแคมว่า ใชห้ รือไม่ใชก้ ็ได้ แรกเริม่ เดิมทหี ลกั การวจิ ารณท์ ส่ี อนๆ
กนั มานน้ั ไมม่ ีอะไรสลบั ซับซอ้ นเลย คือมอี ยแู่ คส่ ามขนั้ ตอนใหญ่ๆ อา่ น
วิเคราะห์ และตีความ
อ่าน คืออยา่ งละเอยี ดลออ ตามทีผ่ มเคยว่าไปแล้วนั่นแหละ
วเิ คราะห์ คอื แยกแยะรายละเอยี ด ใหเ้ หน็ ชัดๆ จะๆ แจง้ ๆ
วา่ โครงเรื่อง ตวั ละคร ฉาก คำ� พดู คำ� จา สำ� นวนภาษา มุมมอง เสียงเล่า
นำ้� เสียง สญั ลักษณ์ และองคป์ ระกอบอน่ื ๆ ในเรอื่ งน้นั เปน็ อย่างไร ถ้า
244
เป็นเรอื่ งแนวสารคดี สว่ นผสมของเรอ่ื งกจ็ ะตา่ งไปจากนี้ ถงึ หลายเรื่อง
จะมกี ารเพมิ่ สตี ไี ขใ่ ส่ผงชรู สบา้ ง แต่หลักๆ กย็ งั เปน็ เรือ่ งจรงิ อยู่ ถ้าเป็น
กวีนพิ นธ์ กม็ ีสว่ นของค�ำประพนั ธ์ ซ่ึงมที ้งั เคร่งครดั แบบเดนิ ตามครู
ตอ้ ย ๆ ไปจนถึงพวกขบถที่ชอบแหวกกรอบเกณฑข์ องฉนั ทลักษณท์ งั้ หลาย
แต่การอ่านและวิเคราะหย์ งั ไมท่ ำ� ให้บทวิจารณ์เป็นบทวิจารณ์
หลายคนเขยี นบทวิจารณ์แบบเดก็ นักเรียนท�ำการบา้ นส่งครู คือวิเคราะห์
แยกแยะองค์ประกอบของเรอ่ื งเป็นข้อๆ แตย่ ังขาดส่วนส�ำคญั คอื การ
ตีความ เปรียบงา่ ยๆ เหมือนนกั ฟตุ บอลท่ีอตุ สา่ หเ์ ลีย้ งลูกมาจนถงึ หนา้
ประตู แต่แทนท่ีจะทะลวงประตูใหห้ น�ำใจ ดนั หยุดอยู่แคน่ ั้น ท้ิงลูกแลว้
เดนิ กลับหลงั หนั ไปเฉยๆ อย่างไม่ไยดีคนดูท่ีน่งั อ้าปากหวออยู่รอบสนาม
การตคี วามคอื การกะเทาะเปลอื กท่ีห่อห้มุ อยู่ จนเหน็ แก่นของ
เรื่องนน้ั ๆ ในยคุ หนงึ่ เรามักมองนักเขียนเป็นเสมือนศาสดาหรือปราชญ์
ผูย้ ิง่ ใหญ่ ซงึ่ ประกาศหลกั คดิ อันสูงสง่ ผ่านวรรณกรรมอนั เลอคา่ การ
ตีความจงึ เป็นการค้นหาสงิ่ ทนี่ กั เขยี นพยายามจะบอก เมอ่ื ค้นเจอ
นัน่ คือความสำ� เรจ็
แตท่ ุกวันนี้ เราสว่ นใหญ่ไมไ่ ด้มองอยา่ งน้ันกันแล้ว เรามองวา่
นักเขยี นเป็นปุถุชนคนหนงึ่ มถี กู มีผดิ มีฉลาดมโี ง่ มกี ลา้ หาญและขลาด
กลัว อาจมีธรรมะสงู ล�ำ้ หรอื คุณธรรมช�ำรุดก็ได้ การตคี วามจึงเป็นมากกวา่
การสกดั ความคิดของนกั เขยี นออกมา
เราตีความใหเ้ ห็น ‘ความจรงิ ’ หลายแง่หลายมมุ ในเร่ืองนั้น
ทงั้ ทน่ี ักเขียนพยายามบอก ทีน่ กั เขียนพยายามปกปิด และทม่ี นั สำ� แดง
ออกมาโดยทีน่ กั เขยี นไม่ทนั รเู้ น้อื รตู้ ัว
เพ่อื ใหเ้ หน็ ชัด ผมขอยกตวั อยา่ งการตคี วามเร่อื งสั้น “เธอไม่
ถูกเชอ่ื มต่อ” ของ ไพฑรู ย์ ธญั ญา ซ่ึงถ้าอา่ นกันชัน้ เดยี ว แทบทกุ คนจะ
เห็นตรงกันวา่ น่เี ป็นเร่อื งของสงั คมกม้ หน้า ท่ีใหค้ า่ คนในมอื ถอื มากกว่า
245
คนท่อี ยู่ตรงหนา้ เชือ่ มตอ่ กบั ใครตอ่ ใครตลอดเวลา แต่กลบั ไม่รบั รู้ความ
เปน็ ไปของสงิ่ รอบตัว จึงไมอ่ าจเช่อื มต่อกับผ้คู นรอบขา้ งได้
ผิดไหม? ก็ไม่เชงิ แตอ่ ยา่ งทบี่ อก นเ่ี ป็นการตคี วามช้นั เดียว
ถา้ เรามองลกึ มากไปกวา่ นั้น เราจะพบวา่ เรื่องสัน้ เร่ืองนี้ไมไ่ ดน้ ำ� เสนอแค่
ประเดน็ ผวิ เผนิ ทีพ่ ูดกันจนเฝอื น้ี ตรงกันข้าม ยังชวนใหเ้ ราต้ังคำ� ถามกับ
“ความจรงิ สำ� เร็จรูป” นด้ี ้วยซำ�้
ยงั ไง? ลองอ่านยอ่ หนา้ เปิดเร่อื งกนั ให้ดีๆ ครบั เขาว่าไว้
อย่างน้ี
“เปน็ วันทเี่ ปื่อยๆ อีกวันหน่ึงของผม ตอนนน้ั เองทเ่ี ธอเดนิ
เข้ามา น่ังลงบนโซฟาโง่ๆ เมื่อผมผายมือเช้อื เชญิ แบบไวท้ า่ เธอค่อยๆ
ทรดุ นั่งลงอย่างไมม่ ่ันใจ เปใ้ บเลก็ สำ� หรบั ผูห้ ญิงถกู เหวี่ยงวางไวข้ า้ งๆ
บนโซฟาท่ีมพี ้นื อนั ยบุ ยวบ ร่างเพรยี วบางของเธอเหมอื นจะจมลงไป
คร่ึงตวั เหนอื ข้ึนไปบนพืน้ ผนังสีขาว ดเู ดียวดายมากข้ึนด้วยภาพเขยี นสนี ้ำ�
ในกรอบสีนำ้� ตาลหม่น มนั เป็นทศั นยี ภาพทางทะเลในมุมมองสำ� เร็จรปู
มีตน้ มะพร้าวเอนค้อมลงเหนอื หาดทรายสขี าวสดุ ตา และแผ่นน้�ำทะเล
สีครามจรดขอบฟ้าแสนไกล มองจากมมุ ทผ่ี มนง่ั เธอเหมือนเปน็ สว่ น
หนงึ่ ของภาพในกรอบนนั้ เด็กสาวผหู้ ม่นเศร้าและตน้ มะพร้าวเดียวดาย
ชายหาดและขอบฟ้ากวา้ ง...”
(ไพฑูรย์ ธญั ญา, “เธอไมถ่ กู เชื่อมตอ่ ”, ในรวมเรอ่ื งส้ัน “แผน
ขจดั ความโงข่ องประชาชน”, กรุงเทพฯ : ส�ำนักพมิ พ์นาคร, 2562, หน้า
19 – 20.)
เหน็ อะไรบา้ ง? ไพฑูรย์ ธญั ญา วางกญุ แจของเรอื่ งไวอ้ ย่าง
แนบเนียน แตถ่ า้ ใครละเอียดมากพอกจ็ ะมองเหน็ กุญแจของเร่อื งนี้คือ
“ภาพเขยี นสีน�ำ้ ในกรอบสีนำ�้ ตาลหม่น มนั เป็นทศั นยี ภาพทางทะเลใน
มมุ มองสำ� เร็จรูป”
246
น่คี ือกุญแจท่ไี ขเปิดให้เห็นทกุ อย่างในเรอื่ ง ซ่งึ ไมไ่ ดว้ า่ ด้วย
ความจริง แบบเรือ่ งแนวสะท้อนสังคมโดยท่ัวไป แตว่ า่ ด้วยเราเห็นอะไร
เมือ่ เรามองส่ิงตา่ งๆ ด้วย “มมุ มองส�ำเร็จรปู ” มุมมองเก่าๆ เชยๆ ซึง่
ตดิ แนน่ อยใู่ นสงั คมไทยมาเน่นิ นาน
น่ีเปน็ เรอื่ งสัน้ วา่ ด้วยมุมมองส�ำเรจ็ รปู ทผ่ี ชู้ ายมตี อ่ ผหู้ ญงิ และ
มุมมองส�ำเร็จรูปทีค่ นเมอื งมีต่อคนต่างจงั หวดั ในทางกลบั กนั กเ็ ป็น
มมุ มองส�ำเรจ็ รูปทผี่ ูห้ ญงิ มตี ่อผชู้ าย และมมุ มองสำ� เร็จรูปที่คนต่าง
จังหวดั มีตอ่ คนเมอื ง ไปพร้อมกนั ด้วย
มมุ มองสำ� เรจ็ รปู นเ่ี องทีท่ �ำใหเ้ ราตดั สนิ ว่าใครเป็นอยา่ งไรตง้ั แต่
แรกเห็น เหมอื นหญิงสาวทเี่ ดนิ เข้ามาในกรอบภาพของ ‘ผม’ ตัง้ แตต่ ้น
เรือ่ ง จากมุมมองส�ำเรจ็ รูป เขาตัดสนิ เด๋ียวนั้นวา่ ‘เด็กสาว’ จากตา่ งจงั หวดั
ต้องใสซือ่ ไม่เทา่ ทันสังคมเมือง และต่อมาก็เชือ่ ตามเร่ืองเลา่ ของเธอว่า
เธอต้องออ่ นแอจนตกเปน็ เหยอื่ ผนู้ า่ สงสาร จากการกระทำ� อันต�ำ่ ชา้ ของ
ผูช้ ายใจทราม ท้งั ๆ ทเี่ หตุเกิด ณ ตู้โบกร้ี ถไฟฟ้าซึง่ เต็มไปด้วยผูค้ นอดั แนน่
การเล่าเรื่องผา่ นเรือ่ งเล่าซ้อนเรือ่ งเลา่ ทำ� ให้ยากทีจ่ ะฟันธง
วา่ อะไรจรงิ ไมจ่ รงิ เรอ่ื งราวเป็นตามทห่ี ญิงสาวบอก หรอื ทัง้ หมดเปน็
เพยี งบทบาทการแสดงและเรอ่ื งท่ีถูกปรุงแต่งข้นึ มา เพียงเรียกรอ้ งความ
สงสารเหน็ ใจ
ส่งิ ทเ่ี รารู้จากย่อหน้าเปดิ เรอ่ื งคือ ตราบใดที่เรายังตดิ อยกู่ บั
มุมมองส�ำเร็จรูป เราจะมองไมเ่ ห็นความจรงิ ของส่ิงตา่ งๆ อย่างที่มนั
เปน็ ความจรงิ ซงึ่ ซับซ้อนและไม่ได้สำ� เร็จรปู อย่างที่พดู ต่อๆ กนั มา จน
เราหลงเชือ่ ว่า มคี วามจรงิ อยู่เพียงแบบเดียว เหมอื นทศั นยี ภาพทาง
ทะเลซง่ึ มอี ยูแ่ บบเดยี ว กป่ี กี ่ชี าตกิ ็แบบน้ัน
การไมถ่ กู เชอ่ื มต่อในเรื่องน้ี ไมไ่ ดเ้ ปน็ เพราะสงั คมเมอื งไม่มี
ใครสนใจใคร แต่เปน็ เพราะมุมมองส�ำเรจ็ รปู ท่เี รามีตอ่ กัน ทำ� ใหเ้ รา
247
ไม่อาจเข้าใจและเช่ือมต่อกันได้ ซึ่งส�ำหรบั ผมแลว้ ประเด็นน้ีเฉียบขาด
กวา่ การเอะอะๆ ด่าสงั คมเมืองและสังคมก้มหน้าหลายเท่านัก
การวจิ ารณ์ด้วยจังหวะสามช่า อา่ น วเิ คราะห์ และตคี วาม
ยงั คงเป็นแนวทางหลกั ทใ่ี ชก้ ันอยู่ แต่ทุกวันน้เี รามีเครือ่ งมือใหม่ๆ เขา้
มาชว่ ยในการมองวรรณกรรม เปดิ ใหเ้ ราเห็นในสิ่งท่ีไมเ่ คยเหน็ ถา้ จะ
ไล่เรยี งก็คงไม่หมดไมส่ ้นิ ตงั้ แตจ่ ติ วิเคราะห์ สงั คมนิยม สตรนี ยิ ม หลงั
สตรีนิยม โครงสรา้ งนยิ ม หลงั โครงสรา้ งนยิ ม หลังอาณานิคม หลงั สมัย
ใหม่ และอืน่ ๆ อกี มากมาย แตกแขนงแยกยอ่ ย แถมนักคดิ ทถ่ี ูกจดั อยู่
ในกลุ่มเดยี วกัน กย็ ังมหี ลายความคิดทีแ่ ตกตา่ งและขดั แยง้ กนั ชนิด
ทางใครทางมัน เวลาจะหยบิ แนวคดิ หรอื ทฤษฎีมาใช้งาน จึงต้องระบุ
ช้ชี ัดว่า ทีเ่ ราเอามาใช้นี้ ตน้ ทางมาจากใคร เขาวา่ ไว้อย่างไร
ความส�ำคัญของทฤษฎกี ็ไมต่ ่างจากเครือ่ งมือทางวทิ ยาศาสตร์
ต่างๆ อยา่ งกลอ้ งโทรทรรศน์ที่ช่วยใหเ้ ราเหน็ ดวงดาวอนั ไกลโพ้น หรอื
กลอ้ งจลุ ทรรศน์ท่ที ำ� ใหเ้ ราเห็นส่งิ เล็กๆ ทีต่ าเปลา่ มองไม่เหน็ ทฤษฎีก็
เป็นไปในทำ� นองเดยี วกัน คือชว่ ยให้เรามองเหน็ สิง่ ที่ไม่สามารถเห็นได้
ด้วยดวงตาปกตขิ องเรา
ทฤษฎีเปน็ เรอื่ งของแนวคดิ และวธิ ีการในการมองส่ิงตา่ งๆ
เมื่อเปลยี่ นวธิ คี ิด เรากจ็ ะเหน็ ส่ิงต่างๆ ผิดแผกไปจากเดมิ เมือ่ ใชว้ ิธีการ
ใหม่ๆ ผลลพั ธ์ทไี่ ด้ก็แปลกใหม่
หลายคร้ังการนำ� ทฤษฎมี าใช้ จึงกอ่ ให้เกดิ บทวิจารณท์ ที่ ำ� ให้
หลายคนร้สู กึ ทึง่ ตะลงึ งนั เชน่ เอาทฤษฎจี ติ วเิ คราะหข์ อง ซกิ มันด์
ฟรอยด์ มาวิเคราะห์เจาะลึกตัวละครในวรรณคดี เอาทฤษฎีโครงสร้าง-
นิยมมาวิจารณห์ นังสือแนวชีวประวตั ิคนดัง เอาทฤษฎีสตรีนยิ มมา
วพิ ากษ์นวนิยายแนวบสู๊ ะบ้ันหัน่ แหลก เอาทฤษฎีหลังอาณานคิ มมา
วจิ ารณ์นวนิยายองิ ประวตั ศิ าสตร์ยคุ สรา้ งชาติ ฯลฯ
248
บทวจิ ารณจ์ �ำนวนไม่นอ้ ยสร้างผลลัพธป์ ระเภท เฮย้ ! จรงิ
ด้วย ไม่เคยคดิ แบบนมี้ ากอ่ น หรือถึงเราจะไมเ่ หน็ ดว้ ยไปทงั้ หมด แต่ก็
ทำ� ให้เราอดต่ืนเต้นไม่ได้วา่ เออ! คดิ แบบนี้ก็ไดน้ ห่ี วา่
ส�ำหรบั รายละเอียดว่าทฤษฎีแต่ละทฤษฎเี ป็นอย่างไรน้นั
มอี าจารยห์ ลายท่านเขียนไว้ดีมากๆ แลว้ ครบั หนง่ึ ในหนังสอื ท่ีผม
อยากแนะนำ� ใหเ้ พื่อนๆ พ่ๆี นอ้ งๆ ทีส่ นใจเก่ียวกบั ทฤษฎหี ามาอา่ น
กันใหไ้ ดค้ ือ “ทฤษฎีวรรณคดีวิจารณต์ ะวนั ตกในคริสต์ศตวรรษที่ 20”
ของทา่ นอาจารยส์ ุรเดช โชตอิ ดุ มพันธ์
ส�ำหรบั ใครทีไ่ ม่คุ้นกบั ทฤษฎมี ากอ่ น ขอแนะน�ำใหค้ อ่ ยๆ
อา่ น ค่อยๆ ศกึ ษา อย่าหกั โหม จบิ ไปทีละนิดใหค้ วามรคู้ อ่ ยๆ ซมึ ซาบ
กระจายไปทั่วตวั เม่ือถงึ จุดหน่ึงคณุ จะรู้สกึ เองว่า อะไรๆ ที่คณุ เคยเห็น
มันกลบั ไมเ่ ปน็ เหมอื นเดมิ อกี ตอ่ ไปแลว้ เมื่อนน้ั แหละจึงถึงเวลาที่คณุ จะ
เร่ิมเอาทฤษฎมี าใชใ้ นการวิจารณ์เสยี ที
ไล่เรยี งมาถงึ ตรงนี้ หลายคนนา่ จะเข้าใจหลกั พ้ืนฐานของการ
วิจารณแ์ ล้ว แตอ่ ยา่ ลืมวา่ บทวิจารณย์ ังคงไม่เกิด จนกว่าเราจะลงมือ
เขียน เรือ่ งการเขียนน่ตี ้องรา่ ยกนั ยาวครับ อดใจรอสักนิด แล้วผมจะมา
เล่าแบบไม่ก๊ักในตอนตอ่ ไป สญั ญาวา่ จะกลับมาแนน่ อนครับ
249