The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิจารณ์วรรณกรรมโดยใช้หลักทฤษฎีในการวิเคราะห์อย่างมีศาสตร์และศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-04-14 00:39:19

เมล็ดพันธุ์ใหม่ ดวงใจวิจารณ์

การวิจารณ์วรรณกรรมโดยใช้หลักทฤษฎีในการวิเคราะห์อย่างมีศาสตร์และศิลป์

Keywords: วิจารณ์วรรณกรรม

ณฐั ธนีย์ ลิม้ วฒั นาพนั ธ.์ (2562). เด็กไทยเรียนหนักสุดในโลก-เครยี ดพ่อแมก่ ดดนั -แบก
ความหวงั ของคนรอบข้าง. สืบค้นเมอื่ วนั ท่ี 21 มีนาคม 2563,จากเว็บไซต์ https://
www.tcijthai.com/news/2019/19/scoop/9226
(2563). เด็กชาย ม.2 ทำ� ร้ายเพอื่ นสาหสั ในห้องเรยี น กรรไกรแทง-เก้าอฟี้ าด สง่ั ให้
กราบขอโทษ . สืบคน้ เมอ่ื วันที่ 21 มีนาคม 2563,จากเว็บไซต์ https://www.thairath.
co.th/news/society/1753611

150

บทวจิ ารณน์ วนยิ ายเรอ่ื ง เกาะลอ่ งหน
ของ เกรกิ ศษิ ฏ์ พละมาตร์

ดวงใจ ใจสงู

จากนักเขียนเจา้ ของรางวัลซีไรต์ประจำ� ปี 2559 กบั กวีนิพนธ์
ชอื่ ว่า “นครคนนอก” โดยใช้นามปากกาว่า พลงั เพยี งพริ ฬุ ห์ สกู่ า้ วใหม่
แหง่ สัจธรรมบนจินตนาการก่ึงจรงิ กึ่งลวง ซ่อนเร้นความลบั ของหนทาง
สคู่ วามสขุ อันแท้จริงทน่ี ้อยคนจะค้นพบ สะท้อนสะเทือนเง่อื นง�ำแหง่
ชวี ิตกับโลกทเ่ี หมือนจะแลว้ แตเ่ รา แตม่ นั แล้วแตใ่ คร แลว้ ใครกนั ? ความ
น่าสนใจกับการหยบิ ยกประเด็นทางสังคมมาเล่าผา่ นตวั ละครที่ชอื่ ไม่
เหมือนใครนนั่ แหละคือ “เกาะลอ่ งหน” ของ เกริกศษิ ฏ์ พละมาตร์

สำ� หรับ “เกาะลอ่ งหน” น้ันเป็นนวนยิ ายเหนือจรงิ และสะท้อน
สงั คม มกี ารถา่ ยทอดเร่อื งราวที่ซับซ้อนไรซ้ ง่ึ แบบแผน เนอ้ื หาไมต่ อ่ เนือ่ ง
จนถึงขั้นสรา้ งความงุนงงให้ผูอ้ า่ นได้ เพราะตอ้ งพยายามหาส่งิ ทผี่ เู้ ขียน
ต้องการจะสอ่ื ในทัศนะผู้วิจารณ์มองว่า แมน้ วนิยายเร่ืองนีจ้ ะสรา้ งความ
งุนงงอยไู่ ม่นอ้ ยแต่กแ็ ฝงไปด้วยแงค่ ดิ ทสี่ ะท้อนความเป็นไปของมนุษย์
หรืออาจเปน็ ได้แคค่ นในสงั คมทเ่ี ราต่างประสบได้ทกุ ววี่ นั โดยกลา่ วถงึ
เกาะแห่งหน่งึ ทผ่ี ู้คนบนเกาะมีชีวติ ที่เป็นอมตะไม่มีวนั ตาย และเกาะ
แหง่ นี้จะลอยขึน้ และจมลงเองมานับครง้ั ไมถ่ ว้ น การล่องหนหรอื จม
หายไป และการปรากฏขึ้นใหมข่ องเกาะที่ไมอ่ าจประมาณจ�ำนวนครัง้ ได้
เปรยี บเหมอื นโลกดาวเคราะห์ดวงหน่ึงที่สลายและเกดิ ใหมเ่ มอ่ื เวลาแห่ง
การเร่มิ ต้นของสรรพชวี ิตได้หมุนมาบรรจบครบรอบอกี ครงั้ รวมถึงการ

151

ท่ผี คู้ นบนเกาะไมม่ วี นั ตายนน้ั เฉกเชน่ สรรพชวี ิตในวัฏสงสารท่แี ท้จริง
แลว้ มเี กิดมีดับเปน็ ธรรมดา แตด่ ว้ ยการเกิดข้ึนและดบั ไปทีม่ ีคู่กันเสมอ
ดูราวว่าจำ� นวนคนบนเกาะมิไดล้ ดลง ดงั นั้น เสมือนวา่ คนที่นี่เป็นอมตะ

เกาะลอ่ งหน แม้จะเปน็ วรรณกรรมสมยั ใหม่ท่มี เี รอ่ื งราว
เกีย่ วกบั สภาพสังคมปัจจุบนั ท่สี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ ความจรงิ ทเี่ ป็นอยู่
นวนยิ ายเร่ืองน้ถี ่ายทอดความเปน็ สจั นิยมเสมือนหนงั สอื สอนศลี ธรรม
ก็ไมป่ าน แต่ทว่าการสอนนัน้ แนบเนียนเสียจริง แต่ไมว่ ่าจะสอ่ื สาร
อยา่ งไร อย่างน้อยเมื่อผ้อู ่านได้อ่านเรื่องน้ี แลว้ เกดิ สะท้อนใจยอ้ น
กลบั มาดูตวั เอง ย้อนดคู วามคดิ การกระท�ำตา่ งๆ ทเี่ ปน็ อยวู่ า่ ทกุ วันนเี้ รา
เป็นหนึ่งในผทู้ สี่ ร้างความทุกข์ใจ สรา้ งปญั หาสร้างความเจ็บปวดให้เกิด
แก่สงั คมหรอื ไม่ หากแม้นผู้อา่ นอา่ นแลว้ ตระหนักไดถ้ งึ สิง่ เหลา่ น้แี ม้
เพียงข้อเดียว นับวา่ น่ายนิ ดี ส�ำหรบั ตัวขา้ พเจ้ามองวา่ งานเขียนใดๆ หาก
เผยแพร่ออกมาแลว้ สามารถท�ำให้ผู้อ่านแมเ้ พยี งคนเดยี วเกิดสมั มาทฐิ ิ
ได้ สามารถยกระดับจติ ใจผอู้ า่ นได้ ถือว่างานเขยี นน้นั ประสบความ
สำ� เรจ็ อย่างสงู แล้ว ซ่งึ เป็นไปเช่นนน้ั

ชา่ งไม่รูค้ วาม

“เต่าตัวหนง่ึ คลานต้วมเต้ียมบนชายหาด กวยี นื โดดเดย่ี ว
ทา่ มกลางดงมะพร้าวมองมนั อยนู่ านแลว้ ขาหน้าทัง้ สองทีแ่ บนเหมือน
ใบพายโบกกวาดบนพืน้ ทราย ขาหลังปดั ป่ายตวั ไปบนกระดอง มี
เพรียงหินสมี ่วงตะปุ่มตะป�่ำเกาะอยู่จ�ำนวนมาก จนท�ำใหด้ ูเหมอื นสัตว์
ประหลาด ตวั มันถูกจับเขลอะดว้ ยทราย ใต้ตาย่นขรขุ ระมีน�ำ้ ไหลเปน็
ทาง ผู้คนจำ� นวนมาก ร้องเรยี กชวนกนั มาดูมันวางไข่ กล่าวตวู่ า่ มัน
ก�ำลังเจบ็ ทอ้ งใกล้คลอดจนรอ้ งไห้ เจ้าเตา่ ดันรา่ งหนกั เป็นตนั ขึ้นไปอยา่ ง
ช้าๆ มผี ้ใู หญ่ไมร่ ูค้ วามคนหนึ่งกระโดดข้ึนบนหลังมันแล้วร้องสงั่ เพ่อื นๆ

152

ถา่ ยรปู แย่งกระโดดข้ึนครอ่ มคึกคะนองตามมาอีกหลายคน เตา่ ยังคง
เดินหนา้ อยา่ งช้าเชือน คนหน่งึ รา่ งร่วงลงมาถกู หนิ บาดเป็นแผลเหวอะหวะ
มีคนถกู เพรียงบาทอกี จนเลอื ดเปรอะบนหลังเต่า ขณะก�ำลังคลานข้ึน
ไปดเู หมอื นมันเปล่ยี นใจเบนหัวกลบั ตวั ท�ำทา่ จะคลานลงทะเล ผู้คนซงึ่
รออยูต่ ่างไม่พอใจเพราะต้องการดูมนั วางไขต่ อ้ งการดูมันขุดทรายเปน็
หลมุ ลกึ ยดื หย่อนท่อลำ� เลยี งไข่ลงกน้ หลมุ วางไข่ สักรอ้ ยฟองให้สมนำ้�
สมเนือ้ กบั ขนาดของมนั พวกเขาอยากดไู ข่สขี าวกลมเหมอื นลกู ปงิ ปอง
บบุ ๆ มีเมือกใสๆ ยืดๆ หุ้มอยู่ รอล้นุ ใหไ้ ข่ลกู ตอ่ ไปไหลออกมาเสยี ที คร้ัน
เต่าไมไ่ ขใ่ ห้ดู พวกเขาแทบคลุม้ คล่ัง หลายคนช่วยกันดนั ใหม้ นั กลบั ขนึ้
ฝ่งั แตเ่ ตา่ ตวั ใหญ่มาก ทุกคนพยายามดนั จนหมดแรง ยอมแพ้ มันคอ่ ยๆ
คลานตว้ มเตีย้ มลงทะเลหายไปกับคล่ืนท่ีซัดโครมครืน กวียืนกม้ หนา้ น�้ำตา
เขาหยดลงบนผืนทราย เต่าตวั นนั้ ดำ� ดง่ิ ลงไป ออกไข่ทัง้ หมดทิ้งในทะเล”
(เกริกศษิ ฏ์ พละมาตร,์ 2561 : 17-18)

ข้อความนส้ี ะทอ้ นอะไรบา้ ง แนน่ อนหนง่ึ ในน้นั คือการสะทอ้ น
ใหเ้ ห็นวา่ ยงั มผี ู้คนทมี่ ีความสุขบนความทุกข์ของผู้อน่ื หลายๆ ครั้งเวลา
เราเสพข่าวคงเคยเห็นกันว่าเวลาเกดิ อบุ ตั เิ หตหุ รือความเดอื ดร้อนต่อ
ใครสักคนจะมผี ทู้ ่ีสถาปนาตนเองข้นึ เป็นนักข่าวเกบ็ ภาพสถานการณ์
ตรงหนา้ ถามวา่ ดีไหม...ตอบว่า..ดี แตจ่ ะดีกว่าหรือไม่ ถา้ ไปช่วยเหลือเขา
ก่อน “ผูใ้ หญไ่ มร่ คู้ วาม” ค�ำน้ีมีอย่จู ริง เคยไดย้ ินแม่พูดสมยั เด็กๆ ว่า “โต
แตต่ ัวโต ขีพ้ ร้านำ�้ เตา้ ” หมายถึงโตเพียงเพราะอายมุ าก ไม่ได้โตด้วย
คุณงามความดี อายทุ ี่มากขน้ึ ไมไ่ ด้ทำ� ใหค้ วามคิดโตขน้ึ ตามไปด้วย
น่ันเอง แทนที่วยั วฒุ ิท่สี งู จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร กลบั ทำ� ในส่ิงทน่ี า่ ละอาย
แทนทีเ่ มือ่ เหน็ ผูอ้ ่นื ลำ� บากจะเห็นใจจะช่วยเหลือ กลบั ซ�ำ้ เตมิ จนสดุ ท้าย
เขาตอ้ งสูญเสยี หนักกว่าเดมิ เช่นเดยี วกับเตา่ ทตี่ อ้ งออกไข่ท้ิงลงทะเล
ทั้งหมด เพยี งเพราะความสนุกของ “ผใู้ หญ่ไมร่ ู้ความ” แตใ่ นทุกสังคม

153

ใช่ว่าจะมีแตค่ นใจจืดใจดำ� หากยังมสี ง่ิ มีชวี ิตทจ่ี ิตใจเปน็ มนษุ ยห์ รอื สูง
กวา่ นัน้ อยู่ แม้ในบางครงั้ ความหวังดีนน้ั จะพ่ายแพต้ อ่ อำ� นาจกเิ ลสของ
ผ้ใู หญ่ทไี่ มร่ คู้ วามก็ตาม เช่นกวที ไี่ ด้แตร่ ้องไหส้ งสารเต่า ไมส่ ามารถ
ชว่ ยอะไรได้ แต่หงิ่ หอ้ ยแม้เพียงตัวเดยี ว กท็ ำ� ใหค้ ืนเดอื นดับแสนมืดมิด
สว่างได้ แมไ้ ม่มากแตด่ ีกว่าไมม่ ี

สับสนท่ี (พยายาม) เข้าใจ

เกาะลอ่ งหน ยังทำ� ใหส้ งสยั ว่า การที่เกาะแหง่ น้ีมกี ารจมและ
ลอยขน้ึ มาใหม่ ครั้งแล้วครงั้ เล่า ยามเม่ือเด็กหญงิ ผมแกละทำ� ตุ๊กตาหมี
หล่น จริงหรอื ไม่ ฉากบนเกาะเกิดขึน้ จากเหตดุ ังกล่าวจรงิ หรอื ในเมอ่ื มี
การกลา่ วถึงการลวงโลกของเด็กหญิงผมแกละแล้ว จะเชื่อไดห้ รือว่าฉาก
ในเรอ่ื งเกิดดว้ ยเหตุการณ์ข้างต้นจริงๆ อีกท้ังเกาะแหง่ นเี้ ปน็ เกาะท่ีมี
ความพิเศษจริงอย่างที่เข้าใจหรือไม่ ความสงสยั สับสนนีค้ ือขอ้ ดที ่ที �ำให้
สามารถตีความไปได้หลากหลายวา่ เกาะซ่งึ เปน็ ฉากในเรื่องนี้ อาจเป็น
โลกในสังคมโซเชยี ลเน็ตเวริ ์ก โลกสมมุตอิ กี ใบท่ีมปี ระชากรมากมาย และ
มกี ารดำ� เนนิ หรอื ทำ� กจิ กรรมมากมายซ่ึงเทียบได้กบั โลกแห่งความเปน็
จรงิ หากจะกล่าวว่าในยคุ ปจั จุบันโลกบนโซเชียลเน็ตเวริ ก์ มีอิทธพิ ล
เทียบเทา่ หรอื มากกว่าโลกแห่งความจริง ก็ไมเ่ หน็ ว่าผิดตรงไหน หรอื
หากจะมองว่าเกาะล่องหนคอื วฏั สงสารทีผ่ คู้ นท่มี องเห็นทกุ ข์ ปรารถนา
จะไปจากคุกอันใหญ่ท่ีขงั เหล่าสรรพสตั วไ์ ว้ โดยทีส่ รรพชวี ิตเหล่านั้นหา
ได้รู้ว่าตนเองถกู ขงั เราตา่ งเกดิ มาพร้อมกบั ความตายเป็นของแถม เมอ่ื
ไม่ปรารถนาความตาย แน่นอนว่าต้องไมม่ ีการเกดิ อกี

“พวกเธอจ�ำไดไ้ หมทีก่ วีเคยบอกว่า อมตะไมใ่ ชต่ ายแล้วเกดิ
หรือตายไมเ่ ปน็ อมตะคอื การไมเ่ กิดอีกเลยต่างหาก เขาวา่ อยา่ งนน้ั ”
(เกรกิ ศิษฏ์ พละมาตร,์ 2561 : 97)

154

นค่ี อื สัจธรรมท่ไี ม่มีทางปฏเิ สธ เราอาจต่างรู้สึกวา่ เราเป็น
อสิ ระจะคิดพดู ทำ� อะไรกไ็ ด้อย่างเสรี แตแ่ ทจ้ รงิ แลว้ ทุกสรรพชวี ิตตา่ งถกู
ขังไวใ้ นคุกท่ีเรามองไม่เห็นดว้ ยตาเนื้อ คุกที่ว่านีค้ อื กฎแหง่ กรรมวัฏจักร
แหง่ การเวียนวา่ ยตายเกดิ เหมอื นเกาะท่จี มลงแล้วโผล่ข้ึนมาใหม่ให้
สง่ิ มชี วี ติ ทงั้ หลายไดม้ าชดใช้กรรมตามก�ำลังบญุ ซึง่ เรามอิ าจหลีกหนี

ชยั แหง่ ปราชยั

ทกุ วนั น้โี ลกเรามกี ารแข่งขันทีส่ งู อนั ท่จี ริงสูงมากๆ ตง้ั แต่
ระดบั ของสงั คมเลก็ ๆ บางทเี ล็กมากคือแขง่ กันเอง ตัง้ แต่ในบา้ น เรม่ิ มา
แขง่ ตอ่ ทโ่ี รงเรียน ที่ทำ� งาน แขง่ ไปเร่อื ยๆ ไปส่รู ะดับชาติ ไปยังระดับโลก
ความอยากที่ไมม่ ีทีส่ ้ินสุด พอไม่เป็น (ไม่รจู้ กั พอ) อยากเป็นใหญ่ แต่ไม่ดู
ตนเอง คนเราจะใหญ่ต้องใหญด่ ว้ ยความดไี มใ่ ช่ใหญ่ด้วยกิเลส ถ้าใหญ่
ดว้ ยกเิ ลส อนั นีใ้ หญเ่ ทียม ใหญ่แท้ต้องใหญ่ดว้ ยความดี ผ้ทู ่ีอยากครอบ
ครองทุกสงิ่ จนรกุ รานเพื่อนมนุษย์ไปทว่ั มใี ห้เห็นมาแลว้ ในประวตั ศิ าสตร์
โลกอยากใหญอ่ ยากใหท้ ุกอยา่ งเป็นของตนจนกอ่ สงครามเขน่ ฆา่ เชน่
สงครามโลกทผ่ี า่ นมาเป็นรอ้ ยปี บางคร้ังกแ็ อบสงสัยว่าทกุ วันนเี้ ราตา่ ง
อยูท่ ่ามกลางสงครามโลกเช่นกนั (คงคิดไปเอง) แตผ่ ลของการเปน็ ใหญ่
ดว้ ยกิเลสกอ็ ยา่ งท่ีเราต่างทราบกนั ดที ม่ี ปี รากฏให้เห็นมาแล้วในหน้า
ประวัตศิ าสตร์

จากความตอนนี้ท�ำใหข้ า้ พเจ้านึกถงึ บทพระราชนพิ นธ์ใน
ล้นเกลา้ รัชกาลที่ 6 เรื่อง ธรรมาธรรมะสงคราม ท่ีพระองคท์ ่าน
พระราชนิพนธข์ ึน้ ดว้ ยทรงเห็นว่าธรรมะกบั อธรรมใหผ้ ลไม่เหมอื นกัน
โดยแสดงใหท้ ราบถึงการน�ำธรรมะและอธรรม เปรยี บกับสงครามโลก
คร้งั ที่หน่งึ ไวใ้ นบทนำ� ของเร่ือง ความว่า

“...ช่างคลา้ ยจรงิ ๆ กบั กิจการท่เี ป็นไปแลว้ ในงานมหาสงคราม

155

ในยโุ รปอันพง่ึ จะยตุ ลิ งในศกนนั้ ดว้ ยความปราชัยแห่งฝา่ ยผูท้ ีป่ ระพฤติ
ละเมิดธรรมะ” (มงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั , พระบาทสมเดจ็ พระ, 2500 : 3)

และการท�ำสงครามด้วยก�ำลงั นั้นไมม่ ีชัยชนะอยา่ งแทจ้ รงิ
เพราะแม้ประเทศใดจะดเู หมือนว่าได้รบั ชยั ชนะ แตแ่ ทจ้ ริงมันคอื ความ
ปราชัยแห่งมวลมนษุ ยชาติ มนษุ ยท์ ม่ี ีความหมายวา่ เป็นผทู้ ่มี ีใจสูงแต่การ
กระท�ำไมต่ า่ งอะไรจากเดรัจฉานที่กัดกันเขน่ ฆ่ากันแยง่ สงิ่ ทตี่ อ้ งการ
ดังนัน้ ชยั ชนะจากการใชก้ �ำลงั คือท่สี ดุ ของความพ่ายแพ้

“กวยี งั บอกอีกว่าสงครามซึ่งใช้กำ� ลังเขา้ ห้ำ� หัน่ นน้ั ไม่มชี ัยชนะอยู่
นาน กวีบอกว่าชยั ชนะไม่มอี ยจู่ รงิ ” (เกริกศษิ ฏ์ พละมาตร์, 2561 : 278)

ดว้ ยความเปน็ อมตะของคนบนเกาะล่องหนจึงมีผคู้ นไปกระโดด
ตกึ ฆา่ ตัวตายซึ่งท�ำไปเลน่ ๆ สนุกๆ เท่านน้ั เพราะร้วู ่าอยา่ งไรเสียกต็ อ้ ง
ฟื้นกลับมา ช่างไมเ่ หน็ คุณค่าของชวี ติ ดว้ ยเหตผุ ลดงั กล่าว เพราะความ
ไม่ตาย เพราะชีวติ อย่างไรกร็ อด จงึ บังเกดิ ความอยาก อยากสบาย อยาก
มนี ัน่ มีนี่ อยากใหญ่อยากโต อยากมอี �ำนาจฯ แลว้ เพ่ือใหไ้ ด้มาซ่ึงความ
อยากก็ไดก้ ่อสงครามเขน่ ฆ่ากัน ทัง้ ทีร่ วู้ ่าเสียเวลาเปลา่ เพราะตา่ งเป็น
อมตะ แต่พวกเขากท็ �ำ ท้ังที่จรงิ เมือ่ รเู้ ช่นนนั้ กค็ วรจะรักษาไมตรตี อ่ กนั
จะดีกวา่ เพราะต้องอยูร่ ว่ มกนั อกี นาน...นานเท่าไหรม่ ิมีใครบอกได้

“...เม่ือเด็กหญิงผมแกละกบั ตุก๊ ตาหมีผา่ นมาและเผลอท�ำ
ตกุ๊ ตาหมีหลน่ จากสะพาน ทกุ อย่างจะกลบั คนื สสู่ ภาพเดิม ทุกคนก็ฟื้น
ข้นึ มาใหม่ จะมปี ระโยชน์อันใดหากต่อสูป้ ลดิ ชพี ” (เกริกศษิ ฏ์ พละมาตร,์
2561 : 79-80)

นั่นสปิ ระโยชน์อันใดถึงก่อสงครามโลก ควรจะมีแตส่ นั ติสุขได้
แล้ว ควรหมดยุคมดื สู่ความสว่างถาวรได้แลว้ ดงั นั้น สงครามทีเ่ ราควร
ปราบคอื ใจที่เปน็ มิจฉาทิฐิของตวั เราเองน่นั ตา่ งหาก เพราะทุกวนิ าทีตวั
กิเลสจะคอยยยุ งส่งเสริมใหเ้ ราหลงระเริงในสิ่งอนั ไมค่ วรอยูเ่ สมอ ให้เรา

156

เหน็ แกส่ นุก เหน็ แก่สบาย และกเิ ลสกจ็ ะคอ่ ยๆ ฆ่าเราชา้ ๆ ช้าๆ ช้าๆ
อยา่ งเลือดเย็น โดยทเี่ ราไม่ทนั รตู้ วั แตอ่ นิจจา กวา่ จะรกู้ อ็ าจสายไปเสยี
แลว้ ปราชัยอย่างไม่ทันได้ตั้งตวั

“ผมไม่ไดพ้ ดู เองหรอก กวีเคยบอกว่าสงครามกลางสนามรบ
แหง่ ใจนน้ั หากประมาทเพียงเสย้ี ววนิ าทีนน่ั คือความพา่ ยแพ้ เรามปี กติ
เปน็ ผแู้ พเ้ พราะไมร่ สู้ กึ วา่ ตนเองอยูท่ า่ มกลางสนามรบ ไม่รู้ว่าถูกของ
มีคมทิ่มแทงอยตู่ ลอดเวลา” (เกริกศิษฏ์ พละมาตร,์ 2561 : 277)

แท้โลกเทียม

ปฏเิ สธไม่ได้เลยวา่ ทุกวันนเี้ ราตา่ งสรา้ งโลกไว้อย่างนอ้ ย
สองใบ บางคนอาจมีมากกว่านัน้ แล้วแตว่ ่าจะสรา้ งกันในรูปแบบไหน
โลกที่จบั ตอ้ งได้และโลกท่จี ับต้องไมไ่ ด้ เราใชช้ ีวิตบนโลกแตล่ ะใบที่
สร้างไวใ้ นรูปแบบต่างๆ กัน แตต่ า่ งเพลิดเพลนิ กบั ความงดงามความ
เริงใจบนโลกเสมอื นทช่ี ื่อโซเชยี ลเน็ตเวริ ก์ โซเชยี ลเนต็ เวริ ก์ น่ันนา่ คบหา
และนา่ หวาดกลัว เพราะมันสามารถสัน่ คลอนความจริง ยอยกความเทจ็
ใหถ้ กู ตอ้ งได้ เปล่ียนผิดเป็นถูก เปล่ยี นถกู เป็นผิด ภาษาวยั รนุ่ เรยี ก แจง๋ แจง๋
มาก แจง๋ มากๆ แต่ต้องระวัง แจง๋ อาจกลายเปน็ แจง๊ ได้

“โซเชียลเน็ตเวริ ก์ อะไรพวกนีก้ เ็ ปล่ยี นโลกไปส้ินเชงิ ไม่ใช่หรอื
ยคุ นอี้ ะไรท่ไี ม่เคยเหน็ ก็ได้เหน็ ไม่เคยเชอื่ ก็ต้องเชือ่ ทเ่ี ชื่ออยู่ก็ส่นั คลอน
ไม่รู้อะไรจรงิ อะไรลวง” (เกริกศิษฏ์ พละมาตร์, 2561 :98)

เราทุกคนก็มสี ทิ ธิ์สรา้ งรอยแผลให้ผูอ้ ื่น และมีสิทธ์ิถูกท�ำร้าย
หากทกุ คนขาดสำ� นกึ และวิจารณญาณ อานุภาพแห่งโลกที่ว่าน้มี ีพลัง
สามารถสรา้ งสงิ่ ดงี ามให้เกิดขึ้นได้ และด้วยอานุภาพน้ีกท็ ำ� ลายให้ยอ่ ยยับ
ไดเ้ ชน่ กัน รวดเรว็ เสียด้วย แม้ค�ำกล่าวที่เคยกล่าวกนั ว่ากรรมตดิ จรวด
ก็ยังไม่เร็วเทา่ แตส่ ดุ ทา้ ยความจริงจะเป็นนริ นั ดรแ์ ละถกู เสมอ แม้

157

บางคร้ังตอ้ งใช้เวลาอันยาวนานในการพสิ จู นม์ ากกว่าช่ัวชวี ิตกต็ าม
วังวน

ไม่วา่ เกาะลอ่ งหนจะเปน็ โลกแทห้ รอื โลกเทียม แตส่ ง่ิ หน่ึงท่ี
เหมือนกนั คอื ทำ� อยา่ งไรได้อยา่ งน้ัน ให้ความสขุ กไ็ ด้ความสุข ใหค้ วาม
ทกุ ขก์ ็ได้ความทุกข์ สง่ อะไรออกไปกไ็ ด้รับสง่ิ นน้ั กลับมาเป็นวฏั จกั รอยู่
เช่นนเี้ สมอ...ตลอดไป

อา้ งองิ
เกรกิ ศษิ ฏ์ พละมาตร.์ (2561). เกาะล่องหน. ปทุมธานี : นาคร.
มงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั , พระบาทสมเดจ็ พระ. (2500). ธรรมาธรรมะสงคราม. กรงุ เทพฯ
: มงคลการพมิ พ์.

158

บา้ นในโคลน ของ กติ ตศิ กั ด์ิ คเชนทร์ :
พน้ื ทที่ บั ซอ้ นของบา้ น สสุ าน และนทิ านปรมั ปรา

พชร เพียงพล

ท่ามกลางกระแสการอนรุ ักษ์ธรรมชาติ ทกี่ �ำลังเป็นท่สี นใจใน
โลกยุคปัจจุบันทำ� ใหเ้ ราทุกคนตระหนกั ถงึ วกิ ฤตการณ์ท่โี ลกกำ� ลังเผชิญอยู่
ด�ำเนินมาสู่กระบวนการร่วมมือกนั ของภาครฐั ภาคเอกชนและประชาชน
อยา่ งเป็นรปู ธรรมมากย่งิ ขึน้ เพื่อพยายามรักษาสมดลุ ระหวา่ งมนษุ ยก์ ับ
ธรรมชาติเอาไว้ใหม้ ากที่สดุ แสดงใหเ้ ราเห็นว่าธรรมชาติเปน็ กลไกอย่าง
หน่งึ ที่มีส่วนสำ� คัญในการกำ� หนดชะตากรรมของมนุษยใ์ นทุกยคุ ทกุ สมัย

“บ้านในโคลน” เป็นนวนยิ ายเลม่ แรก ของนกั เขียนหนุม่ นาม
“กิตตศิ ักด์ิ คเชนทร”์ หน่งึ ในหนงั สอื 8 เลม่ ที่ผ่านเขา้ รอบคดั เลือกรอบ
สุดท้าย (Shortlist) รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรคย์ อดเยีย่ มแห่งอาเซียน
(ซไี รต์) ประจำ� ปี 2561 และได้รับรางวลั ชมเชยจากการประกวดหนังสอื
ดีเด่น ประเภทนวนยิ าย (สพฐ.) ปี 2560 นวนยิ ายเรอื่ ง “บา้ นในโคลน”
เขียนจากเหตุการณ์ภัยพบิ ตั นิ �้ำท่วม ดนิ โคลนถล่มครงั้ ใหญ่ท่ีเกิดขน้ึ จริงใน
หมู่บา้ นกะทูน-หว้ ยโก อ�ำเภอพิปนู จังหวัดนครศรีธรรมราช โศกนาฏกรรม
ครั้งน้ันท�ำให้มีผเู้ สียชีวติ และผสู้ ญู หายเป็นจำ� นวนมาก ซง่ึ “กติ ติศกั ด์ิ
คเชนทร์” ผเู้ ขยี นนยิ ายเลม่ นี้ คอื หนงึ่ ในผู้รอดชวี ติ จากเหตกุ ารณ์คร้งั
น้ัน ในนวนิยายเลม่ น้ีจงึ มเี น้อื หาเกี่ยวกบั บ้านในความทรงจ�ำของผเู้ ขยี น
ภาพชีวติ วัยเยาว์อนั ปกตสิ ุขและเรียบง่าย ทา่ มกลางธรรมชาติท่ีโอบลอ้ ม
ไปด้วยขุนเขาและสายนำ้� กอ่ นทกุ อย่างจะพงั ทลายลง สญู หายไปกับ

159

กระแสนำ้� โคลนอนั เชี่ยวกรากอย่างไม่มวี ันหวนคืน

สังคมอุดมคติ : ‘กองหินเป็นภเู ขา เราเปน็ ยักษ์’

แมว้ า่ บา้ นในโคลนจะถกู จดั ให้อยู่ในหมวดนวนยิ ายเยาวชน
ด้วยเน้ือหาสว่ นใหญท่ ี่ถูกเล่าผา่ นมุมมองและความนึกคิดของตวั ละคร
เอก อย่าง “เด็กชายสิงห์” ซึง่ เปน็ ลกั ษณะของนิยายแห่งการเรยี นรู้ แต่
การเลือกใชส้ ายตาของเด็กในการด�ำเนนิ เรื่องน้นั กน็ บั เป็นกลวธิ อี ยา่ ง
หนึง่ ที่ช่วยใหเ้ รามองเหน็ รายละเอยี ดอันราบเรยี บในชีวิตประจำ� วันมี
ความโดดเด่นและความสำ� คัญขนึ้ มา ในแงห่ นง่ึ อาจกล่าวได้วา่ การ
ใช้สายตาของเด็กยงั เปน็ การสรา้ งความชอบธรรมในการเลา่ เรอ่ื ง เพ่ือ
ไม่ตัดสินวา่ เร่ืองราวตา่ งๆ ถูกหรือผิด เพยี งแตอ่ าศัยความกระหายใคร่รู้
มาใชใ้ นการจดั เก็บรายละเอยี ดของเร่อื งกเ็ ท่านัน้

ในนวนยิ ายเล่มน้ียงั แบง่ เรื่องราวออกเป็นสองส่วนดว้ ยกัน คอื
“ช่วงท่ีหน่งึ : บ้านทเี่ ป็นความหวงั ” กบั “ช่วงทส่ี อง : บา้ นท่เี ป็นความ
ทรงจ�ำ” ซงึ่ หากมองเพยี งผิวเผนิ ก็เหมอื นการแบ่งภาคนิยายตามธรรมดา
ทั่วไป แตถ่ ้าเราสังเกตการเลือกใชค้ �ำวา่ “ชว่ ง” แทนค�ำว่า “ภาค” อาจ
อนุมานไดว้ า่ ผเู้ ขียนต้องการสร้างเรื่องราวท่มี รี ะยะเวลาตอ่ เนอื่ งกนั แต่
ไมต่ ้องการที่จะเล่าเรอื่ งในแบบเดยี วกัน ซึง่ จากเน้อื หาผเู้ ขียนตงั้ ใจให้
นำ�้ หนักของเร่ืองในสว่ นแรกมากกวา่ สว่ นหลงั เพราะเนือ้ หาในสว่ นแรก
เปน็ เรือ่ งราวเก่ยี วกบั บ้านที่พ่อก�ำลังสรา้ ง เปน็ ภาพวถิ ีชีวิตที่เรียบง่าย
ของคนในชนบท ธรรมชาตอิ ันงดงามปราศจากอนั ตรายจากสง่ิ รอบข้าง
เตม็ เปย่ี มไปด้วยความหวัง เปรยี บเหมือน “สังคมในอดุ มคติ หรือยูโทเปีย”
ขณะทส่ี ว่ นหลัง ทุกอย่างกลบั ตรงกนั ขา้ มอยา่ งส้นิ เชงิ คล้ายกับเป็น
“โลกดสิ โทเปยี ” เมอ่ื ความหวังถกู แทนทีด่ ้วยภาพความโหดรา้ ยจาก
ธรรมชาติในรปู แบบของภัยพบิ ตั ิ กอ่ ให้เกิดความรสู้ กึ ส้ินหวังกับตัวละคร

160

จึงอาจกล่าวได้ว่า ผเู้ ขยี นตอ้ งการเปรียบเทยี บใหเ้ หน็ ถงึ จุดร่วมและจดุ ตา่ ง
ระหวา่ งโลกอดุ มคติในทง้ั สองแบบ

“จากนั้น เราก็ชวนกันข้นึ ไปบนกองหิน นง่ั ถบี กอ้ นหนิ ให้
ตกลงไปข้างล่าง แต่มนั ไมส่ นกุ อะไร เมื่อกองหนิ ไมส่ นุก พวกเราต่างคดิ
หาวธิ เี ลน่ ใหมๆ่ เราสามคนคยุ กันพรอ้ มกบั สมมุติตวั เองว่าเป็นยกั ษอ์ ยู่
บนภเู ขา เราต้องการให้ภเู ขาหนิ ขนาดสูงท่วมหัวถลม่ แดงก็คิดวิธีเล่นได้
... เราออกแรงถบี หินกนั สุดแรง กองหนิ ถล่ม กอ้ นหนิ กระจายเต็มพ้นื ดิน
พอเหน่อื ยเราหยุดพกั นงั่ มองกอ้ นหนิ ดำ� ๆเกลือ่ นพ้นื ตำ� แหนง่ ของแดง
มเี ม็ดหินตกลงมามากท่สี ุด” (หนา้ 18)

สิง่ ทีเ่ ห็นไดช้ ัดจากบทบรรยายนคี้ ือการเลน่ ซนของเด็กกลุ่ม
หนึ่งบนกองหิน แต่หากพจิ ารณาใหด้ ี ผู้เขียนยงั แฝงนยั ยะทส่ี อ่ื ถึงหายนะ
ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการกระท�ำของมนษุ ย์ ดงั การเปรยี บใหก้ องหนิ เป็นภูเขา
และใหเ้ ด็กๆ เปน็ ยักษ์ นอกจากนย้ี งั น�ำเสนอสงั คมอุดมคตใิ นท้งั สองด้าน
กลา่ วคือ ภาพหน่งึ แทนการเล่นสนุกของเด็กปกติ (ยูโทเปยี ) แตแ่ ง่หน่งึ
ยงั ใชเ้ ปน็ ภาพแทนการทำ� ลายธรรมชาตจิ ากน�้ำมอื มนษุ ย์ (ดสิ โทเปยี ) ได้
เชน่ กนั

อยา่ งไรกต็ าม ทั้งยูโทเปียและดิสโทเปยี ท่แี ตกตา่ งกันอย่าง
สดุ ข้ัวกย็ งั มีเจตนาเดียวกนั นัน่ คอื ม่งุ ไปสู่สงั คมอุดมคตทิ ่ีแท้จริงซงึ่ ในทนี่ ี้
หมายถงึ การรกั ษาสมดลุ ระหวา่ งมนุษย์กบั ธรรมชาติอยา่ งย่ังยนื นัน่ เอง

พน้ื ทที่ ับซอ้ นของบ้าน สุสาน และนทิ านปรัมปราของ
บา้ นในโคลน ในกระแสส�ำนึกเชงิ นเิ วศ

หากเรานำ� เอาทฤษฎีการวิจารณ์วรรณกรรมเชิงนเิ วศมาใชก้ ับ
นิยายเร่อื ง “บา้ นในโคลน” เพือ่ เผยใหเ้ ห็นมุมมองบางอยา่ งที่เกีย่ วกบั
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ ับธรรมชาติ ตัวละครกับฉากและสถานที่

161

เนอื่ งจากการวิจารณเ์ ชิงนเิ วศคอื ทฤษฎที ม่ี ุ่งคน้ หาความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
วรรณกรรมกับส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพ และใหค้ วามสนใจท้ังโลก
มนุษยแ์ ละโลกของสิ่งท่ไี ม่ใชม่ นุษย์ โดยเฉพาะการเช่ือมโยง ตัวตน
สังคม ธรรมชาติ และตัวบทเข้าไวด้ ว้ ยกนั นอกจากน้นั แล้ว ทฤษฎีการ
วิจารณเ์ ชิงนิเวศยงั มคี วามเก่ยี วขอ้ งกบั มิติของพื้นที่ เวลา และบริบท
ทางสังคมทส่ี มั พันธก์ บั พน้ื ทที่ างกายภาพ ซ่งึ วางอยูบ่ นมโนทัศนเ์ กี่ยวกับ
ภมู ทิ ศั น์ สถานที่ ภูมภิ าค เมือง ชนบท ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มอีกด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจอย่างแรก เมอ่ื นำ� การวจิ ารณ์เชงิ นิเวศมาใช้
คือเรือ่ งของบ้านสถานท่อี ยู่อาศัยและพ้นื ทแี่ สดงปฏิสมั พนั ธร์ ่วมกันของ
มนุษย์ เช่อื มโยงทุกชีวิตกบั ธรรมชาติเข้าไว้ดว้ ยกันซงึ่ สังเกตได้จากการน�ำ
วสั ดธุ รรมชาตมิ าใช้ทำ� บา้ นในสมัยก่อน แสดงให้เหน็ ถงึ ความใกลช้ ิด
และการพ่ึงพาธรรมชาติของมนุษย์ ดังตอนหนึ่งทีบ่ รรยายไว้ว่า

“ปู่ยิม้ กอ่ นจะเลา่ อย่างต่ืนเต้นว่า ตอ้ งขนึ้ ไปตัดไม้บนภเู ขา
แลว้ ลอ่ งทอ่ นซงุ ลงมาตามล�ำคลอง ชักขึน้ มาเล่อื ย กว่าจะเลอ่ื ยเสาได้
สกั ต้นชา่ งแสนล�ำบาก เล่ือยกับมือ กวา่ จะเปน็ ไมแ้ ต่ละตวั กว่าจะเป็น
กระดานแตล่ ะแผน่ เหนอื่ ยแสนเหนือ่ ย” (หนา้ 34)

แต่บ้านสมัยใหม่ อยา่ งบา้ นที่พ่อของสิงหส์ รา้ ง กลบั ท�ำดว้ ย
ปูน แทนท่ีจะเป็นวสั ดุจากธรรมชาตโิ ดยตรง ดา้ นหนง่ึ แสดงถึงความ
ตอ้ งการบา้ นทมี่ ีความแขง็ แรงมัน่ คงและถาวร แต่ในอกี ดา้ นหนงึ่ ก็แสดง
ถึงการรุกไลข่ องความเปน็ เมอื งท่ขี ยายเขา้ มาสู่ชนบทอนั เป็นการลดทอน
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมนุษย์กบั ธรรมชาตลิ ง

ในด้านความสมั พันธร์ ะหว่างตวั ละครกับสถานทน่ี ั้น อาจมอง
ได้สองแบบคอื การใชม้ นุษยเ์ ป็นศูนย์กลางซ่ึงเป็นการใหค้ วามส�ำคัญกบั
มนษุ ย์มากทีส่ ดุ และมองว่าสงิ่ อนื่ ท่ไี มใ่ ชม่ นษุ ยป์ ราศจากคณุ ค่าในตัวเอง
เมอื่ เสียหายก็สามารถซ่อมแซมหรือทดแทนได้ ดังฉากในร้านตัดผม ที่

162

คนตัดไม้สนทนากบั ชา่ งตดั ผมวา่
“ตัดกนั ทุกวนั ไมไ้ มห่ มดภเู ขาหรือ” ชา่ งสูงวัยถามชายบน

เกา้ อี้ ผมของเขาถูกตดั แต่งออกจนดูสั้นตดิ หนังหวั “ไม่หมดหรอก ภูเขา
กเ็ หมือนหวั คน ต้นไม้กเ็ หมือนเส้นผม ตดั แล้วไมน่ านกง็ อกขึ้นมาใหม่”
เขาตอบ (หน้า 116)

ซึ่งตรงกนั ข้ามกบั ทัศนะทีป่ ฏิเสธการใชม้ นษุ ย์เป็นศนู ยก์ ลาง
จะให้คุณคา่ ภายในแกธ่ รรมชาตแิ ละใหค้ วามเคารพ เฉกเช่นเดียวกับเปน็
ส่ิงมีชีวติ เหมอื นอยา่ งทปี่ บู่ อกกับสิงห์วา่

“บนยอดเขาน่นั คอื ตน้ ก�ำเนดิ ของสายนำ�้ มหี ยดนำ้� ไหลออกมา
จากซอกหิน ไหลลงมาเร่อื ยๆ จนเป็นล�ำห้วยเลก็ ๆ ไหลรวมกนั เป็นคลอง
แล้วไหลตอ่ ลงมาถึงบ้านเรา ไหลต่อไปเร่ือยๆ ไหลผ่านบา้ นคน ไหลผา่ น
หลากหลายชีวติ ทพ่ี ึง่ พาอาศัยคลองสายน้ี ผคู้ นใช้ดมื่ ใชอ้ าบจับปลาเปน็
อาหารหลอ่ เลี้ยงชีวติ ยาวนาน...” (หน้า 121-122)

จากคำ� บรรยาย เหน็ ได้ชดั วา่ ปขู่ องสิงห์ มองเหน็ คุณคา่ ของ
ธรรมชาติท่ีมตี ่อมนษุ ย์ รวมทัง้ พยายามปลกู ฝังจิตสำ� นกึ น้ใี หแ้ ก่สิงหด์ ว้ ย

ความแตกตา่ งกันอย่างสดุ ข้ัวของสองแนวคิดนี้เอง ท่ีส่งผล
ให้เกดิ กระแสการอนรุ ักษธ์ รรมชาติ และตอ่ ต้านการท�ำลายปา่ ขณะท่ี
การท�ำลายธรรมชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งสง่ ผลตอ่ สรรพชวี ิตและระบบนิเวศใน
วงกวา้ งรวมถึงตวั มนุษยด์ ้วย ซึง่ เปน็ สาเหตหุ นง่ึ ท่ที �ำให้เกดิ ภัยพิบตั ทิ าง
ธรรมชาติตามมา อยา่ งเหตกุ ารณน์ ำ�้ ทว่ มดินโคลนถล่มในเร่อื งที่เกดิ ข้นึ กับ
คนทัง้ หมู่บา้ น ท�ำให้บ้านเกือบทุกหลงั จมหายไปกับกระแสโคลน กลบฝงั
หลายร้อยชวี ิตเอาไวใ้ นน้ัน ประหน่ึงเปลยี่ นพ้นื ทขี่ องหมูบ่ ้านให้กลายเป็น
สสุ านในทางกายภาพและทางจิตใจทันทีอย่างทไี่ มค่ วรจะเปน็

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เพศและเพศภาวะ จะเห็นได้วา่
ในเรื่องกำ� หนดให้ตัวละครผูห้ ญงิ มบี ทบาทหนา้ ท่ีภายในบา้ นและครัว

163

ในลักษณะของผูอ้ ยู่อาศัย มากกวา่ ท่จี ะเปน็ เจ้าของหรือผ้ปู กครอง ซ่ึง
แสดงระบบคิดเร่ืองเพศในสงั คมไทยแบบลัทธปิ ติ าธปิ ไตยคือชายเป็น
ใหญ่ หากเรานำ� แนวคิดสตรนี ิยมเชงิ นิเวศซงึ่ เป็นแขนงย่อยของทฤษฎี
สตรีนิยม และการวจิ ารณ์เชงิ นิเวศที่มุง่ เนน้ ถึงความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
ผหู้ ญิงกบั ธรรมชาตวิ ่ามคี วามใกล้ชดิ มากกว่าผ้ชู าย และมองวา่ การ
กดขี่สตรี ก็เหมอื นกบั การท่ีธรรมชาตเิ ป็นผ้ถู กู กระทำ� มากกว่าทจ่ี ะเปน็
ผ้กู ระท�ำ มาใชพ้ จิ ารณานน้ั จะทำ� ใหเ้ ห็นถงึ ปญั หาความไม่เท่าเทยี มใน
พน้ื ทขี่ องบา้ น และการถูกก�ำหนด “ความเป็นแม่” ให้จากผชู้ าย ผ้หู ญิง
จงึ ตอ้ งรับภาระในการเล้ียงดลู ูกและอยู่ตดิ กบั ครัว ซง่ึ เหล่านี้ล้วนเป็นการ
ลดคุณค่าและความส�ำคัญของผหู้ ญิงลง แตใ่ นแงห่ น่ึง การท่ีต้องเล้ยี งลูก
และอยู่กับบ้านกท็ �ำให้ผหู้ ญิงมอี �ำนาจทางจติ วิญญาณทสี่ อื่ ถงึ ความเขา้ ใจ
ในธรรมชาติและร้จู ักเช่ือมโยงต�ำนานประวัติศาสตร์ท้องถ่นิ เขา้ ไวด้ ว้ ยกัน
ถา่ ยทอดออกมาในรปู แบบของเพลงกล่อมเดก็ หรอื นิทานปรัมปรา ทงั้ ยงั
มีการสัง่ สอนและเสียดสรี วมอยูด่ ว้ ย ท�ำใหน้ ทิ านกลายเป็นภาพแทนที่
ผูกติดกับผู้หญิงและความเป็นแมไ่ ปโดยปรยิ าย

และในนิยายยงั เผยให้เหน็ ถงึ การตอ่ ต้านการครอบงำ� จาก
ผู้ชาย ที่ถือวา่ ตนเองเป็นคนหาเล้ียงครอบครัวอยู่ฝ่ายเดยี ว ซง่ึ เห็นได้
จากฉากท่ยี า่ ออกไปยกยอหาปลากลางดึกคนเดียว

“นิทานเร่อื งเดิมๆ ถูกเลา่ ซำ้� เร็วกว่าคืนปกติ ผมร้ดู วี ่าเมื่อ
หลับไป ยา่ จะย่องลงจากเรือน สอ่ งไฟฉายฝา่ สายลมฝนไปในความมดื
ยา่ จะไปน่ังยกยอริมคลอง ย่าจะน่ังทนส้กู ับความหนาวตลอดทั้งคนื จะ
กลับมาตอนใกลส้ ว่างพร้อมกบั ปลามากมาย แทบทุกตัวมไี ขเ่ ต็มท้อง”
(หน้า 191)

นอกจากนัน้ แลว้ ยงั แสดงให้เหน็ วา่ ผ้หู ญงิ สามารถเปน็ ผนู้ ำ�
ของบ้านได้เม่ือผชู้ ายบกพร่องลง ดงั เหน็ ได้ในฉากน�้ำท่วมทป่ี ู่ต้องกระเสอื ก

164

กระสนเพื่อเอาชีวิตรอดและทุกคนอยู่ในความหวาดกลวั จงึ กลายเป็น
ย่าเองที่สามารถยึดเหนยี่ วจติ ใจของทุกคนเอาไวไ้ ด้

“เรามาสวดมนต์ด้วยกัน” ย่าชวนทกุ คน “เราสวดมนต์ให้
ตัวเอง สวดให้คนอ่ืน สวดขอพรสิ่งศกั ดิส์ ิทธใ์ิ หช้ ่วยปกป้องคุ้มครองเรา
ปกปอ้ งคมุ้ ครองคนอ่นื ๆ ใหร้ อดใหป้ ลอดภยั อย่าได้มใี ครเจบ็ ใครตายอกี ”
ยา่ พดู แล้วน่ังลงหนา้ ห้ิงพระ ทกุ คนขยบั มาน่ังหลังยา่ (หน้า 279-280)

แม้ว่าการขน้ึ มาทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ผ้นู �ำแทนผชู้ ายในเรื่อง จะ
เกดิ ข้นึ เพียงชัว่ เวลาสัน้ ๆ แต่ก็นับเป็นส่ิงท่ีแสดงให้เหน็ ถงึ ความเท่าเทียม
การต่อสู้ของผหู้ ญิงและธรรมชาตเิ พ่ือปลดปล่อยตัวเองให้รอดพ้นการ
ครอบง�ำของผชู้ าย รวมท้งั เผยให้เหน็ คุณค่าของสตรีท่ถี กู กดทบั และกดขี่
จากสงั คมปติ าธิปไตยมาช้านาน

ความตาย ความหมายชีวิต

เดก็ ชายสงิ ห์รูจ้ กั ความตายครงั้ แรกตอนทน่ี กปีกหกั ของเขา
ตาย และอีกครง้ั เม่อื ตอ้ งเผชิญหน้ากบั ภยั พิบตั ิดนิ โคลนถลม่ ถึงแมญ้ าติ
พ่นี ้องทกุ คนในครอบครวั ของเขาจะรอดปลอดภยั ดี แตห่ ลายชีวติ ท่ีต้อง
สูญเสียไปรวมถึง “แดง” ซง่ึ เป็นเพ่ือนสนทิ ของเขา กำ� ลงั ใหอ้ ะไรกบั เรา

แน่นอนว่า ความตายยอ่ มนำ� พามาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ
การสญู เสีย การพลดั พรากจากลาคนทีร่ ักเปน็ ส่งิ ท่ีมนุษยท์ กุ คนไมพ่ ึง
ปรารถนา แต่ในอีกทางหนงึ่ ความตายกย็ งั ทำ� หนา้ ที่เปน็ เคร่ืองเตือนใจ
เรา ทำ� ใหเ้ รามองเห็นคุณคา่ และแง่งามของการมชี วี ติ อยมู่ ากข้นึ อุทาหรณ์
จากนยิ ายเร่อื ง “บา้ นในโคลน” เปน็ การบอกเลา่ ความตาย เพ่ือให้
ความหมายกับทุกชวี ติ ทีก่ �ำลังดำ� เนนิ อยู่ ให้กำ� ลงั ใจกับเราทกุ คนวา่ ควร
มีความหวัง แมใ้ นเวลาทีส่ ิน้ หวงั ทส่ี ดุ เพราะตราบใดทีห่ ัวใจยังมีหวงั ย่อม
ก่อให้เกิดพลังท่จี ะก้าวตอ่ ไปได้เสมอ เชน่ เดยี วกบั ทกุ ตวั ละครทส่ี ามารถ

165

เอาชีวติ รอดจากเหตกุ ารณอ์ นั เลวรา้ ยมาไดใ้ นท้ายท่ีสดุ
“บ้านในโคลน” จงึ ไมเ่ พยี งแต่เปน็ นวนิยายทีส่ ร้างกระจก

สะท้อนความจริงทีเ่ กิดข้ึนกับมนษุ ย์ แตย่ งั หยิบเอาความสญู เสยี ในอดตี
มาใชเ้ ปน็ อุทาหรณ์ เพอ่ื กระตนุ้ ใหเ้ รายอ้ นคดิ ถึงตน้ ตอของปญั หาทน่ี �ำ
มาส่หู ายนะ และคดิ หาวธิ ปี อ้ งกนั ร่วมมือกันอย่าให้โศกนาฏกรรมอย่าง
ในเร่อื งต้องเกดิ ข้ึนซ�้ำรอยอีก

ความพยายามปลกุ เร้ากระแสส�ำนึกรกั ษ์ธรรมชาตใิ นนยิ ายเล่มน้ี
ของ “กิตติศกั ด์ิ คเชนทร”์ ซึ่งถอื ได้ว่ามา “ถกู ยคุ ถกู สมยั ” แตจ่ ะสามารถ
สร้างจิตสำ� นึกรักษธ์ รรมชาตแิ ละกอ่ ให้เกดิ การลงมือปฏิบตั กิ ันอยา่ งจรงิ จัง
ตอ่ คนในสังคมไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด

คงไม่มใี ครตอบได้ นอกจากตวั เราเอง

บรรณานกุ รม
กติ ติศักด์ิ คเชนทร.์ (2559). บ้านในโคลน. พมิ พค์ รัง้ ท่ี1. กรุงเทพฯ : แมวบ้าน
ส�ำนกั พมิ พ.์
ธัญญา สังขพนั ธานนท์. (2560). แว่นวรรณคดี ทฤษฎรี ่วมสมัย. พิมพ์คร้งั ท2ี่ . ปทมุ ธานี
: สำ� นักพิมพ์นาคร.
นพพร ประชากุล. (2552). ยอกอกั ษร ยอ้ นความคิด เลม่ 1 ว่าด้วยวรรณกรรม.
พมิ พ์ครัง้ ท1่ี . กรุงเทพฯ : สำ� นักพิมพ์อา่ น.
ภัทรภร รกั เรยี น. (2559). อโี ค-ดสิ โทเปียและอีโค-ยโู ทเปียในบันเทงิ คดแี นววิทยาศาสตร์
ของคิม สแตนลีย์ โรบนิ สัน. วิทยานิพนธส์ าขาวชิ าวรรณคดีและวรรณคดีเปรยี บเทียบ
คณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

166

เพลงิ ผฟี า้ จากผรู้ กั ษาสผู่ รี า้ ย

สิขรินทร์ สนิทชน

ในยุคที่ความร้แู บบวทิ ยาศาสตรย์ ังไมไ่ ด้สถาปนาตนเปน็ องค์
ความรหู้ ลกั ศาสนาถือเป็นเครอ่ื งมือส�ำคญั ในการใหค้ ำ� อธบิ ายแก่ชุมชน
โดยศาสนาในทน่ี ี้ ไม่ไดห้ มายถึงพระพทุ ธศาสนาเท่านั้น แต่ยังหมายถึง
การนับถอื “ผ”ี ของคนสงั คมดั้งเดมิ จะเหน็ ได้จากพธิ ีกรรมของคนใน
อดีตท่ตี ้องอญั เชญิ ผีธรรมชาตแิ ละผบี รรพชนใหล้ งมารว่ มกจิ กรรมอย่าง
สมำ่� เสมอ (บญุ ยงค์, 2557 : 16) พิธกี รรมหนงึ่ ทีย่ ังคงปรากฏใหเ้ ห็นคือ
การ “บชู าผฟี ้า” อันเป็นการอญั เชิญให้ผีฟา้ ลงมาสอดสอ่ งหาอาการ
เจ็บป่วยและชว่ ยปกป้องคุ้มครองผู้ป่วย (บุญยงค,์ 2538 : 190) เช่นเดียว
กับการศึกษาของ เสฐยี รโกเศศ (2503) สมบัติ พลายน้อย (2520) หรือ
เอนก นาวกิ มูล (2558) เปน็ ต้น ที่ลว้ นให้คำ� อธิบายไปในทางเดียวกนั ว่า
บทบาทหน้าทขี่ อง “ผฟี ้า” คือผรู้ กั ษาคนในชุมชนใหใ้ ชช้ ีวิตไดป้ กตสิ ขุ

ค�ำอธิบายขา้ งต้นทำ� ใหเ้ หน็ ว่า “ผีฟา้ ” เป็นผีทีใ่ หค้ ณุ แก่มนษุ ย์
ผคู้ นจึงประกอบพธิ เี พื่อบชู าสบื ทอดเร่อื ยมาต้ังแต่อดตี กระน้นั จะพบว่า
ความเช่อื เรอ่ื งผฟี า้ หรือพธิ กี รรมไหวผ้ ฟี ้าท่ีถกู น�ำเสนอผา่ นสอื่ ตา่ งๆ ใน
ปจั จุบนั ได้สร้างความเขา้ ใจต่อบทบาทหนา้ ท่ขี องผฟี ้าทีต่ า่ งออกไป น�ำไป
สู่การรบั รู้ว่าผีฟา้ มลี ักษณะของผรี ้าย ซึ่งมีผลต่อการรับร้ขู องคนสมัยใหม่
ท้งั ท่งี านวชิ าการต่างเหน็ พ้องกันว่าผฟี ้าคอื ผีดี โดยกรณีตวั อย่างทน่ี �ำมา
พจิ ารณาคือนวนิยายเรอื่ ง เพลิงผีฟา้

เพลงิ ผีฟา้ (2559) ของ อาพัชรินทร์ กลา่ วถงึ ‘เมฆา’ และ

167

‘อุธยิ า’ คู่รักท่ไี ด้ไปรว่ มพธิ ีกรรมไหว้ผีฟา้ เพ่ือรกั ษาผ้ปู ่วย ขณะท่ีสงั เกตการณ์
อยู่ รา่ งทรงผีฟ้าคนหน่ึงก็ถกู ประทบั ร่างพรอ้ มกล่าวว่าตอ้ งการชวี ิตของ
เมฆา แต่หวั หนา้ ร่างทรงพยายามปลอบและขอใหป้ ฏบิ ัตดิ ี เพราะหาก
เปน็ คนดแี ลว้ ผีย่อมไม่สามารถท�ำร้ายได้ หลงั เกิดเหตุน่ากลวั ท้งั สองได้
ร้จู กั กบั ‘ประดบั ดาว’ และนบั แต่นน้ั เมฆาและอธุ ิยากเ็ รมิ่ ฝันเหน็ ผู้หญิง
กำ� ลังจะตกจากระเบียงบ้านโดยมีท้งั สองเปน็ ตน้ เหตุ กระทง่ั ไดท้ ราบ
วา่ ผู้หญิงในฝนั และผีทีเ่ ขา้ สงิ ร่างทรงก็คอื ประดับดาวทอี่ าฆาตเมฆากบั
อธุ ิยาจากเรอื่ งราวในชาตทิ ่แี ลว้ เนื่องจากเขาและเธอร่วมมือกนั หลอกลวง
ประดับดาวและเป็นสาเหตใุ หป้ ระดบั ดาวเสยี ชีวติ แมว้ า่ หวั หน้าร่างทรง
ผีฟ้าจะพยายามชว่ ยเหลอื อยา่ งไร แต่ทา้ ยท่สี ดุ เมฆากถ็ ูกผีประดับดาว
ฆา่ สว่ นอธุ ยิ าไดร้ ับการกระทบกระเทือนทางจติ ใจอยา่ งรนุ แรงจนเสยี สติ

ก่อนจะกลายเปน็ ผีร้าย

“ผฟี า้ คือเทวดา เทวดาบนเมืองฟ้าของพญาแถนก็หาไดม้ ี
องค์เดยี ว คณะหมอลำ� ทรงแตล่ ะพ้ืนทีน่ บั ถอื ผีฟา้ ต่างองคก์ ัน […]
ส่งิ เดยี วท่เี หมอื นกันของคณะหมอลำ� ทรงกค็ อื ชว่ ยคน” (อาพชั รนิ ทร์,
2559 : 79)

ข้อความนี้สอดคลอ้ งกับท่ีกล่าวถงึ ในบทนำ� คอื ผฟี า้ เป็นผที ี่
รกั ษาคนผ่านพิธีกรรม ซึ่งนอกเหนือไปจากท่ีคนไข้หายจากการเจบ็ ป่วย
แล้ว ในแงห่ นึ่ง การประกอบพิธกี รรมแต่ละคร้งั ทำ� ให้สมาชกิ ในสังคม
รู้สึกมัน่ คงอบอ่นุ พิธีกรรมชว่ ยสร้างความรูส้ กึ “ความเป็นพวกเดยี วกนั ”
(ศิราพร, 2552 : 364)

เพราะคนในชมุ ชนจะร่วมแรงกันเพอื่ จดั งาน และอยรู่ ว่ ม
ตลอดพิธี กจิ กรรมนีจ้ ึงเป็นตวั เชอื่ มให้สมาชิกในกลมุ่ อา้ งองิ กันและกนั ได้
ความเปน็ พวกพ้องจึงเป็นลกั ษณะสำ� คญั ของวัฒนธรรมชมุ ชนดง้ั เดิม

168

และเน่ืองจากอาการปว่ ยถอื เป็นวิกฤตขิ องคนสมยั ก่อน วกิ ฤติทีว่ ่าไมไ่ ด้
เปน็ ของคนไขเ้ พียงคนเดียว แต่เป็นวกิ ฤติท่ีเกดิ กบั ครอบครัวและชมุ ชน
ของเขาดว้ ย ฉะน้ันการรกั ษาพยาบาลจึงตอ้ งแก้ไขปัญหาท้ังของคนไข้
และคนทีแ่ วดลอ้ มเขาไปพร้อมกนั (นธิ ิ, 2542 : 40)

ดงั นั้นพธิ ีบูชาผีฟา้ จึงไมไ่ ด้มเี พอื่ คนไข้คนเดยี ว แตจ่ าก
กระบวนการทงั้ หมดจะเห็นว่าทุกคนในสังคมตา่ งไดร้ ับประโยชนเ์ ช่นกนั
ท�ำให้ผฟี ้าเปน็ ทง้ั ผูร้ ักษาไปพรอ้ มกับการเปน็ สญั ลกั ษณใ์ ห้คนท่ีอาศัย
ร่วมกนั ยดึ ถอื เป็นศนู ย์รวมของการดำ� เนนิ ชีวติ

อย่างไรกต็ าม บทบาทหนา้ ท่ขี องผฟี า้ อกี ด้านใน เพลงิ ผีฟา้
ก็ปรากฏให้เห็น ดังว่า

“กจู ะขอเพียงมนั คนนี้! […] วันนี้กอู ยากเห็นมนั ตาย!”
(อาพชั รินทร,์ 2559 : 10)

ค�ำพูดนี้เกิดระหวา่ งประกอบพธิ บี ชู าผีฟา้ ซึง่ ควรเป็นการรักษา
คนไขใ้ หห้ ายและมชี วี ติ ตอ่ ไป แตก่ ลบั มผี เี ข้าสิงรา่ งทรงเพราะตอ้ งการเอา
ชีวติ คนท่เี ข้ารว่ มพธิ ี เหตุการณ์ท่ีเกิดข้นึ สรา้ งความตกใจและหวาดกลวั
ให้แกค่ นในชุมชน เน่อื งจากไดเ้ ห็นว่าผีฟา้ ท่มี าเข้าสิงร่างทรงน้นั ไม่ไดม้ า
เพ่ือรกั ษา แต่มาเพ่ือท�ำลายชีวติ คน นวนยิ ายจึงชถี้ งึ สถานะผีรา้ ยของ
ผีฟ้าในพิธีกรรมผา่ นสายตาตวั ละคร

ร้ายเพราะถูกทำ� (ให้) ร้าย

นอกจากการถกู ท�ำรา้ ยในชาตกิ ่อน ความเปน็ ไปไดท้ ที่ ำ� ให้
ผีฟา้ กลายจากผู้รักษาสูผ่ ีรา้ ยมี 2 ประการ ประการแรก เป็นการท�ำงาน
ภายในตวั บท โดยมีท่มี าจากวธิ กี ารเลา่ เรอ่ื ง กล่าวคือ เพลิงผฟี า้ ใชว้ ธิ ี
น�ำเสนอที่เนน้ ความโหดร้ายของตัวละครผี อันเป็นแนวทางทีต่ ่างไป
จากงานท่ีผ่านมาของอาพชั รินทร์ ซ่งึ ก่อนการปรากฏของ เพลิงผฟี ้า ใน

169

พ.ศ. 2559 ผลงานของอาพชั รินทรเ์ ป็นนวนิยายโรมานซ์ เชน่ รกั 360
องศา (2546) เรื่องรักของรวงขา้ ว (2547) หวั ใจหนึ่งค่ใู นฤดูรัก (2549)
มายารกั ในสายหมอก (2551) เป็นตน้ แม้แต่นวนยิ ายที่มีตัวละครผี
เปน็ ความขัดแย้งหลกั ในเร่อื ง อาทิ ปรศิ นาซ่อนเงา (2556) สเิ น่หา
รอยค�ำ (2557) หรอื ผลงานในช้นั หลงั อย่าง สรวงสเิ นรุ (2561) กเ็ ป็น
นวนยิ ายผีทใ่ี ช้โครงเร่ืองหลกั สอดคล้องกับความเป็นนวนยิ ายโรมานซ์
คือ เป็นนวนิยายทีม่ ีเนื้อหาเกี่ยวกบั ความรักระหวา่ งหญิงชายทต่ี อ้ ง
พบเจอกับอปุ สรรคต่างๆ แตใ่ นทา้ ยทสี่ ดุ ปญั หาเหล่าน้นั จะถกู ขจดั และ
จบลงด้วยความสขุ (สขิ รนิ ทร์, 2557 : 31)

การเลือกใช้การเล่าเร่ืองแบบโรมานซส์ ง่ ผลใหต้ อนจบคลีค่ ลาย
ไปในทางทด่ี ี เพือ่ ตอบสนองต่อความพยายามของตัวละครครู่ ัก ดงั นน้ั
ตัวละครผีทีเ่ ปน็ อุปสรรคของความสมั พนั ธ์จะถูกก�ำจัด เมื่อกลับมา
พจิ ารณา เพลงิ ผฟี า้ กจ็ ะเห็นว่าไมไ่ ด้ดำ� เนนิ เรอื่ งด้วยการเอาชนะ
อปุ สรรคทข่ี ัดขวางความรัก แตด่ �ำเนนิ เรือ่ งด้วยการลา้ งแคน้ ของตวั ละครผี
ทที่ �ำใหต้ วั ละครครู่ กั ต้องจมอยใู่ นความทุกข์และไมส่ มหวงั ดังว่า

“เมฆาคงไดแ้ ต่โทษตนเองเพยี งคนเดียวเทา่ น้ันไมว่ า่ จะเป็น
เรอื่ งราวในอดีตหรอื ปัจจบุ นั ” (อาพชั รนิ ทร์, 2559 : 178)

เพราะ“ทกุ ครั้งเมอื่ มองหนา้ หลอ่ น เขาก็พลันนกึ ถงึ เรือ่ งราว
ในฝนั ท่ีเขากับหล่อนร่วมมอื กันฆ่าประดับดาว […] แมจ้ ะรักและเป็นห่วง
แตเ่ ขาละอายใจเกินกว่าท่จี ะมีชีวติ คอู่ ย่กู บั หล่อนเสยี แล้ว” (อาพัชรินทร,์
2559 : 179)

การเล่าเร่อื งท่เี น้นความสยองขวญั ยงั ส่งผลใหค้ ณุ ลกั ษณะ
ของการเปน็ ผีร้ายถูกขับเน้นไปจนจบเรอ่ื ง ผ้อู า่ นจะรบั รไู้ ดถ้ งึ ผที ี่เตม็ ไป
ด้วยความแคน้ เช่น [อุธยิ า] พยายามท�ำทุกอยา่ งให้ไฟแคน้ ในใจของ
ประดบั ดาวลดลงเพื่อขอชวี ิตของเมฆา หญงิ สาวกม้ กราบพระ ทอ่ งบท

170

สวดมนต์ดว้ ยความตงั้ ใจ โดยไมร่ ู้เลยวา่ มีหญงิ สาว […] ก�ำลงั นงั่ หัวเราะ
เยาะอยูต่ รงหน้าต่างห้องนอนของหล่อนเอง “ส้ินชีพไมส่ ิน้ โศก ฝงั แค้นไว้
บนผนื โลกจนภพหน้า ก่เี ดอื น ก่วี นั ก่ีเวลา จะรอคอยให้ถงึ คราได้เอาคืน!”
(อาพชั รินทร์, 2559 : 169)

แมต้ ัวบทจะแสดงถึงตัวละครเอกชายผู้รูส้ ึกผดิ กับสงิ่ ที่เกดิ ขึ้น
ในอดีตอยา่ งจรงิ ใจ หรอื ตัวละครเอกหญิงท่ีพยายามลดทอนความแคน้
ของผปี ระดบั ดาว แตช่ ะตากรรมของตวั ละครท้งั หมดกลับไม่ได้คลค่ี ลาย
ไปในทางท่ดี ี ดงั ตวั อย่างว่า

“หลงั จากเสียงล่นั ดังของกระดูก อุธิยากเ็ หน็ สแี ดงเข้มไหล
หยดออกมาตามรอ่ งไม้ พร้อมเสยี งเมฆาทรี่ ้องข้ึนอยา่ งเจ็บปวด น่นั คือ
ความเจบ็ ปวดสุดทา้ ยกอ่ นรากไม้น้นั จะทว่ มไปด้วยหยาดเลอื ดและ
ไมไ่ ดย้ นิ เสียงใดอกี […] เหตกุ ารณ์ในวนั นน้ั หลอกหลอนหล่อนไม่เคย
เวน้ วนั ไมว่ ่าหลบั ตาหรือลมื ตาก็คลา้ ยกบั เห็นมนั อย่ซู �้ำๆ หลอ่ นลกุ ขึน้ มา
หวดี ร้องในยามดึก รอ้ งไหโ้ ฮด้วยความทกุ ข์ทรมาน” (อาพชั รินทร์, 2559
: 184-186)

ทา้ ยท่สี ุดผปี ระดบั ดาวกบ็ รรลุความตอ้ งการของตนเองทีส่ ามารถ
ฆ่าเมฆาและทรมานอธุ ิยาได้ ในตอนปดิ เร่ือง ผปี ระดบั ดาวยังพูดกบั
ร่างทรงผฟี า้ ผ้พู ยายามช่วยตัวละครคูร่ ักทม่ี าเย่ียมอุธยิ าอกี ว่า “สงสาร
หลอ่ นหรอื ? [...] สงสารหล่อนมากๆ ก็ดแี ล้ว แต่อยา่ ลมื สิ่งท่ีหล่อนได้
ท�ำกับฉนั ดว้ ยล่ะ อย่าลืม...” (อาพชั รินทร์, 2559 : 188) อาจกล่าวไดว้ ่า
เร่ืองราวในนวนิยายจบลงดว้ ยโศกนาฏกรรมและชยั ชนะของผีที่ความดี
ทดแทนไมไ่ ด้ เพราะการเลือกวธิ เี ลา่ แบบสยองขวญั ของผ้แู ต่งที่ขบั เน้น
ความน่ากลวั และความโหดรา้ ยในพฤตกิ รรมของตวั ละครผี

ปัจจยั ต่อมาที่ผูเ้ ขียนเห็นวา่ มีสว่ นสร้างการรบั รูใ้ หผ้ ีฟ้าเปน็
ผรี ้ายคอื ส่งิ ท่ีทำ� งานอย่ภู ายนอกตัวบท ไดแ้ ก่ การสรา้ งและเสพผีฟ้า

171

ท่ีถกู ผลติ ขนึ้ ในส่อื อ่ืน อย่างละครโทรทัศน์ และเพลงรว่ มสมัย ซ่ึงเป็น
สือ่ ท่สี ามารถแพรก่ ระจายไปส่ผู ู้รบั สารไดจ้ �ำนวนมาก เนอื้ หาของผีฟา้
ท่ีถูกผลติ สรา้ งขนึ้ ผา่ นสอื่ สองชนดิ นี้ถือเปน็ สว่ นหนงึ่ ท่ีช่วยสนับสนนุ ให้
ความหมายของการเปน็ ผีร้ายอยใู่ นความรบั รู้ของคนไดม้ าก ผนั ตรง
ตามการแพรก่ ระจาย กล่าวคือ ละครโทรทัศน์เรอ่ื ง ปอบผีฟ้า สร้าง
เป็นละครคร้ังแรกเมอื่ พ.ศ. 2518 กอ่ นจะน�ำกลับมาสร้างใหมใ่ นปี
พ.ศ. 2540 ครง้ั ล่าสุดในปี พ.ศ. 2552 (วกิ ิพีเดีย, 2562 : ออนไลน)์
โดยเฉพาะฉบับ พ.ศ. 2540 ทเี่ ปน็ ละครสร้างชอ่ื ให้ วรนุช ภิรมยภ์ ักดี
ซึ่งชว่ ยยืนยนั วา่ ละครเร่ืองนีไ้ ด้รับความนยิ มอย่างมาก

ทง้ั นี้ ยังอาจเป็นกระแสสืบเน่อื งจากละครดังที่มเี นื้อหารว่ มกัน
อย่าง กระสือ (2537) และ เจา้ นาง (2537) ท่กี ล่าวถงึ ความเช่อื ท้องถิ่น
ทีม่ ีพธิ กี รรมมาเก่ียวข้อง และใช้โครงเรื่องเหมอื นกัน คือมผี ีร้ายเขา้
แทรกแซงพิธกี รรมเพือ่ ล้างแคน้ อกี ดว้ ย

ปอบผีฟ้า แสดงใหเ้ ห็นถงึ การเข้าแทรกแซงของผอี ่ืนทม่ี ีเหนือ
ผฟี า้ จนทำ� ใหต้ ัวละครในเร่ืองมที ัศนะว่า ผฟี ้าคือผที ี่ไม่ดี เช่นเดยี วกับ
ผ้ชู มละครท่เี หน็ พฤตกิ รรมโหดรา้ ยของผผี า่ นจอโทรทัศนแ์ ละถูกกล่อม
เกลาการรบั รตู้ อ่ ผีฟ้าเชน่ เดยี วกบั ตัวละคร ประกอบกบั การต้ังชื่อละคร
ว่า “ปอบผีฟ้า” ซึ่งอาจเป็นเหตใุ หเ้ กิดความเข้าใจทคี่ ลาดเคล่ือนวา่ เปน็ ชอ่ื
ของผปี ระเภทเดียวกนั ทงั้ ท่ีความจริงแล้ว ผีฟ้า และปอบ เปน็ ผีคนละ
ประเภท โดยปอบถือเปน็ ผที ่ีคนในสงั คมไทยรู้จักกนั ดี ว่าเป็นผีผ้หู ญิง
กนิ เลอื ดกับเครือ่ งในมนุษย์เปน็ อาหาร ท�ำใหก้ ารเปน็ ท่ีรู้จักมากกวา่ ของ
ผปี อบ เปน็ ตวั กำ� หนดความหมายของคำ� ว่า ผีฟ้า ที่นำ� มาประสมกัน
ไปโดยปรยิ าย อกี ท้ังบทบาทของตวั ละครปอบผเี จา้ ทม่ี นี �ำ้ หนักตอ่ การ
พฒั นาเร่ืองอยา่ งมาก ก็ท�ำหน้าท่ีประทับความรบั รขู้ องผู้ชมให้เขา้ ใจว่า
ผีฟ้าเป็นผรี ้ายไปพรอ้ มกัน

172

(1) ตัวละครปอบผีเจา้ กำ� ลงั ร�ำคลา้ ยการประกอบพิธีไหว้ผฟี ้า
(2) ตัวละครปอบผีเจ้าท่มี ีรปู ลกั ษณน์ า่ กลัว ปากเปื้อนเลือดมนษุ ย์

(1) (2)

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=WQm0OiJh1vo
นอกจากนี้ เพลงประกอบละครเรื่อง ปอบผฟี ้า ก็ไดร้ บั การ

กล่าวถงึ อยา่ งมาก (ละครทง้ั 3 ฉบับใชเ้ นอ้ื เพลงเดยี วกนั แตป่ รบั เปลยี่ น
ดนตรใี หม)่ โดยเฉพาะช่วง voice-over ทวี่ า่ “ไม่ ไม่ ไม่ ข้าอยากได้
เลอื ด เลอื ด เลอื ด!” (Rutchanok Aticompai, 2553 : ออนไลน์) เสียง
โหยหวนของหญงิ สาวที่ใช้ประกอบบทเพลงกลายเป็นความทรงจ�ำของ
ผู้ชมละครทมี่ ีตอ่ บทบาทหน้าทขี่ องผฟี ้าว่า ผฟี า้ คอื ความน่ากลัวและ
ไม่ใชผ่ ดี ี ท้งั ทีเ่ นอ้ื เพลงส่วนท่เี หลอื ได้กลา่ วถงึ ความส�ำคญั ของผฟี ้าใน
เชิงพธิ กี รรมไว้ ดงั ว่า ผฟี า้ เอย แสนสุดโสภาผีฟ้าเอย ไดโ้ ปรดเมตตา
หมู่เฮาป่วยไข้ บอกใบห้ ยกู ยาหมู่เฮาบชู า ฮกั ผีฟา้ เอย […] (Rutchanok
Aticompai, 2553 : ออนไลน์) แต่ภาพจำ� ของผชู้ มที่ไดร้ ับจากละครกลับ
เป็นภาพของผีปากเปอ้ื นเลอื ดทีส่ ง่ เสียงรอ้ งก้องอย่ใู นการรับรู้มาจนปจั จบุ นั

เพลงรว่ มสมัยอกี เพลงหน่ึงที่นา่ จะสง่ ผลตอ่ การรบั ร้คู วามเปน็
ผีรา้ ยของผีฟา้ คือ เพลง ผีฟ้าปาร์ตี้ ของศิลปนิ วงบาซู ซง่ึ ได้รับแรง
บันดาลใจโดยตรงมาจากเพลงประกอบละครเรอ่ื ง ปอบผฟี า้ และเผยแพร่
ในปี พ.ศ. 2543 (วิกิพเี ดยี , 2562 : ออนไลน)์ เพลงนย้ี งั คงเสียง voice-

173

over ซึ่งเป็นภาพจำ� เอาไว้อยู่ และแมว้ ่าจะเป็นเพลงเต้นที่มจี งั หวะ
สนกุ สนาน แต่เนอ้ื เพลงท่แี ต่งขนึ้ ใหมน่ เ้ี ตม็ ไปดว้ ยผีชนิดตา่ งๆ เชน่
แดรกคลู ่า แวมไพร์ ซอมบ้ี กระสอื กระหงั และนางนาก เป็นต้น จะเห็น
ได้ว่าผีในเนอื้ เพลงสว่ นใหญโ่ ดดเด่นในเร่อื งความน่ากลวั และพฤตกิ รรม
โหดร้าย อกี ทั้งภาพที่ปรากฏในมวิ สิควดี โิ อยังแสดงให้เหน็ รูปลกั ษณข์ อง
ผที บ่ี ดิ เบี้ยวและมใี บหนา้ นา่ กลัว ดังน้นั การปรากฏร่วมกันกับผีเหล่านี้
ของผฟี ้าจึงยิ่งย�ำ้ ว่าผฟี ้ามีคณุ ลกั ษณะของผรี ้ายมากขน้ึ

(3) รูปลกั ษณข์ องผีทบี่ ดิ เบี้ยวทปี่ รากฏในมวิ สิควดี ิโอผฟี ้าปาร์ต้ี
(4) ใบหนา้ ที่น่ากลวั ของผีที่ปรากฏในมิวสิควดี ิโอผีฟา้ ปาร์ตี้

(3) (4)

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=MkGrukiPdoc
เพลิงผีฟ้า ทำ� ให้เห็นว่าการรบั รูค้ วามหมายของผีฟ้าเกิดจาก

การอ้างองิ ของตวั บททีเ่ ก่ียวข้องกบั ผฟี า้ ในสื่ออน่ื ๆ โดยความหมายทถ่ี ูก
น�ำเสนอใหมม่ ักจะเปน็ ไปในทางไมด่ ี ต่างกับผีฟ้าซึ่งเปน็ ความเชื่อด้งั เดมิ
อนึง่ แม้วา่ โครงเรอ่ื งสว่ นใหญใ่ นนวนิยายจะมีความคล้ายคลงึ กับละคร
โทรทัศน์ ทีเ่ ป็นเรอ่ื งของความแค้นขา้ มภพชาติ การเข้าแทรกแซงอำ� นาจ
ของผีฟา้ แต่สงิ่ ที่ต่างออกไปของนวนยิ ายคือ การเลือกใช้วิธกี ารน�ำเสนอ
ทเ่ี น้นความสยดสยองของเรอื่ งมากกว่าความรกั เพอ่ื ผลติ ซำ้� ความเป็น
ผีรา้ ย และตอกย้ำ� ความนา่ กลวั ใหห้ นกั แนน่ กวา่ ตัวบทอนื่ ๆ ดว้ ยการท่ีผี

174

ไม่ถูกก�ำจัดและไดร้ ับชัยชนะเหนือตวั ละครเอก ผีฟ้าจงึ เป็นผีท่ีถูก
โครงสร้างการเล่าเร่อื งภายในตวั บทและบรบิ ทอ่ืนๆ ท่ีผฟี ้านอกตวั บท
ร่วมกันให้ความหมายในทางลบ

จากผรู้ กั ษาส่ผู ีร้าย

ชตุ ิมา ประกาศวุฒสิ าร เห็นว่า นวนิยายสามารถชน้ี �ำให้ผู้อา่ น
กลับมาทบทวนความสำ� คัญของผีและการหลอนในวรรณกรรมซึง่ แสดง
ถึงปญั หาทเ่ี กดิ ข้นึ ในสงั คมปจั จบุ นั ได้ (2559 : 102)

อาจเน่ืองจาก ‘ผี’ คอื สง่ิ ทม่ี กั จะถกู ใชแ้ ทนความเปน็ อืน่ ซง่ึ
ใน เพลิงผีฟา้ ก็แสดงให้เหน็ ความเปน็ อื่นในสงั คมที่เกดิ จากการปะทะ
กนั ระหว่างวิถีดัง้ เดมิ กบั วิถีสมยั ใหมผ่ า่ นตัวละครประดบั ดาวซึ่งไมส่ ามารถ
เขา้ ปรบั ตวั ให้เขา้ กับการเปลยี่ นแปลงได้ จนเปน็ เหตใุ หเ้ ธอแปลกแยก กอ่ น
กลายสถานะเปน็ ผีรา้ ยที่มีคา่ เท่ากับความเปน็ อ่ืน

ประดับดาวย้ายตามครอบครัวมาอาศัยอยู่ในชุมชนท่ีมี
ความเชอ่ื เร่อื งผฟี า้ เธอถกู พ่อสอนให้ปฏเิ สธผีฟา้ เพราะเขามองว่า
พธิ ีกรรมนี้ “หลอกลวงประชาชน […] หากครอบครัวผมต้องเจ็บไข้
ได้ป่วย ผมมีปัญญาจา่ ยค่ารักษาให้หมอท่มี วี ิทยาการและความรู้ ไม่งมงาย
แบบนี”้ (อาพชั รินทร,์ 2559 : 45)

นอกจากนัน้ ประดบั ดาวยังถกู สง่ ไปเรียนตอ่ ในเมืองหลวง
(อาพชั รนิ ทร์, 2559 : 82) ไม่ได้ใช้ชวี ิตร่วมกับคนในชมุ ชน ท�ำใหเ้ ธอ
แปลกแยกจากสงั คมทีอ่ าศัย เพราะเติบโตมาแบบยึดถอื วิทยาการผ่าน
การเลย้ี งดู เชอ่ื มน่ั ตนเองในฐานะปจั เจกบคุ คลทีส่ ามารถเลอื กจดั การ
ปญั หาไดโ้ ดยมติ อ้ งอาศยั การรวมใจของชมุ ชนตามแบบพธิ ีกรรมด้ังเดมิ
ประดับดาวจงึ เปน็ ตัวแทนวถิ ขี องคนในสังคมท่ีเปลีย่ นจากชนบทสู่
เมอื ง คือ ชนบทเป็นชุมชนท่คี นสว่ นใหญ่มคี วามรู้สกึ ผูกพนั ฉนั ญาติมติ ร

175

(สรุ เดช, 2559 : 13)
ขณะทคี่ นที่มวี ิถีเมืองจะไมม่ วี ฒั นธรรมทเ่ี ป็นหนงึ่ เดียวกัน […]

ซึ่งตา่ งกบั ชนบทที่มคี วามเป็นอนั หน่งึ อันเดียวกนั สูงโดยยึดถอื ประเพณี
และศีลธรรมรว่ มกนั (ปรชี า, 2547 : 50)

ในสังคมสมัยใหม่ ความเชอ่ื เร่ืองสง่ิ ศักดิ์สทิ ธแิ์ ละพธิ กี รรม
ทางศาสนาจะไม่มีความหมายในระดับสังคม เพราะมนษุ ยเ์ ชื่อในตนเอง
และต้องรับผิดชอบตัวของตวั เอง (อมรา, 2533 : 53)

การสร้างตัวละครประดับดาวจึงท�ำให้เห็นวา่ เธอกลายเป็น
คนเมืองผา่ นการขดั เกลาแบบสงั คมสมยั ใหม่

ต่อมา เม่ือประดบั ดาวถูกเมฆาและอธุ ิยาในชาตทิ ่ีแลว้ ร่วมกัน
หลอกลวง เธอกย็ ังคงทะนงตน แมห้ ล่อนแทบไม่มเี งนิ แลว้ เพราะสามี
ติดการพนันและชอบเทย่ี วผหู้ ญงิ […] แตป่ ระดบั ดาวกย็ ังคงร้ันท่จี ะแก้
ปัญหานนั้ โดยล�ำพงั (อาพัชรินทร์, 2559 : 131) ตามความเช่อื มน่ั ใน
ตนเองและส�ำนึกสมยั ใหมท่ ่มี องวา่ เร่อื งครอบครวั เป็นเรอ่ื งสว่ นตัว หาก
สุดท้าย เธอก็ใช้วิถแี บบเมืองแก้ปญั หาไม่ได้ ขณะเดยี วกนั ประดบั ดาว
ยังคงยืนยนั ท่จี ะปฏเิ สธความเชื่อดั้งเดิมทคี่ นในชมุ ชนพยายามรวมใจ
กนั ช่วยเหลือ ดงั ว่า

มเี พยี งพปี่ ระดับดาวเทา่ นั้นทีเ่ ดือดดาล และไล่ปดั ข้าวของ
เครอ่ื งคายท่ีเตรียมประกอบพิธลี ำ� ผฟี า้ ออกจากบา้ น จนคนที่มาชว่ ยต้อง
หยิบขา้ วของออกหา่ งตัวพี่ประดับดาวกันจา้ ละหวั่น “ไป ไป!๊ ออกไป
จากบา้ นใหห้ มด ฉนั ไม่นบั ถือผ!ี […] บอกผีที่พน่ี บั ถือด้วยวา่ อยา่ มายงุ่ กับ
เรอื่ งของคน เป็นผกี อ็ ยู่สว่ นผ”ี […] แม้พอ่ จะเป็นฝา่ ยไม่เช่อื เรอ่ื งผฟี า้ มา
กอ่ นเลย แต่เมือ่ ไดเ้ หน็ น�้ำใจคนที่เขา้ มาช่วยจัดเตรียมข้าวของ […] พอ่
กลบั น้ำ� ตาซึม (อาพชั รนิ ทร์, 2559 : 115-116)

ตวั อย่างทนี่ ำ� มาแสดงช้ใี หเ้ ห็นวา่ ประดบั ดาวถูกขับเนน้ ใหม้ ี

176

ความแปลกแยกอยา่ งมาก เพราะครอบครวั ท่ีในตอนแรกมที ที า่ ต่อตา้ น
ความเช่ือด้งั เดิม กลบั ยอมรบั พิธกี รรมเขา้ มาเป็นส่วนหนึ่งในการแกไ้ ข
ปญั หา เทา่ กบั เปน็ การยอมรับทีจ่ ะเปน็ ส่วนหนง่ึ ของชมุ ชนทีอ่ าศยั เนอื่ งจาก
ความรกั ลกู เมือ่ เหน็ วา่ ประดับดาวไมส่ ามารถรักษาไดด้ ว้ ยวทิ ยาการ
สมยั ใหม่จึงย้อนกลบั มาพึง่ พาผฟี ้า เปน็ เหตุให้ประดับดาวกลายเป็น
สมาชกิ เพียงคนเดียวท่ตี ัดความสมั พนั ธ์ตนเองออกจากสงั คมและเป็น
ความแปลกแยกเดยี วทา่ มกลางความเหนียวแน่นของชมุ ชน

การตดั ตวั เองออกจากชมุ ชนและครอบครัวทำ� ให้เธอไม่เป็น
ส่วนหน่งึ กบั วิถีดัง้ เดมิ ประกอบกับความเช่ือมั่นแบบวิถีเมอื งกไ็ ม่อาจ
เยยี วยาปญั หาไดอ้ ยา่ งทีค่ วรเป็น ประดับดาวจึงเปน็ ตวั ละครทีไ่ ม่สามารถ
เข้าร่วมเปน็ สว่ นหน่งึ หรือนิยามตนเองให้เข้ากบั วัฒนธรรมใดได้ เธอ
กลายเป็นคนแปลกหนา้ ทั้งของชนบทและเมือง

ส่งิ ทเ่ี กิดขน้ึ กบั ผีประดบั ดาว แสดงถึงภาวะกลนื ไมเ่ ขา้ คาย
ไม่ออกของคนในสังคมสมยั ใหม่ทตี่ ้องเผชญิ ในชีวิตประจำ� วัน มนษุ ยท์ ่ี
ไม่สามารถประนีประนอมเขา้ กบั วถิ ที างสังคมจะถกู ความเป็นอ่ืนขับเนน้
ขึน้ มาให้รู้สกึ แปลกแยกจากสงั คมท่ีอยอู่ าศยั ความรนุ แรงเชิงวฒั นธรรม
ท่เี กดิ ข้ึนในนวนยิ ายเร่ืองน้ี จึงถูกแสดงออกผ่านการเป็นผขี องตวั ละคร
การเป็นผรี า้ ยจงึ เกิดขึ้นเพราะกลวธิ กี ารเล่าเรื่อง การสรา้ งและเสพผีฟ้าใน
สื่ออื่นๆ รวมท้งั การกลายเป็นอน่ื จากวถิ ีชีวติ ท้ังสองแบบ

เพลงิ ผฟี ้า อาจเป็นเพียงเร่อื งอา่ นเล่นธรรมดา หากผอู้ า่ น
จบั จอ้ งไปทค่ี วามนา่ กลัวของตัวละครผี แต่ภายใตพ้ ฤตกิ รรมเหลา่ นน้ั
สามารถนำ� มาใช้อธิบายปรากฏการณส์ ังคมท่ีมนษุ ยต์ อ้ งรับมือได้ โลก
สมยั ใหม่ทผี่ ลกั ให้คนต้องดิ้นรนด้วยตนเอง เชอ่ื มั่นในตนเองจนหลงลืม
ว่า แทจ้ ริงแล้วเป็นเพยี งส่วนเล็กของโลกที่ยังต้องเก่ยี วขอ้ งกับสว่ นเล็ก
ส่วนอน่ื อกี จำ� นวนมาก วิถที แี่ ตกต่างกันจงึ ไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งหกั ล้างกนั โดย

177

สน้ิ เชิง เพราะวถิ สี มยั ใหม่ท�ำให้มนษุ ย์ได้พฒั นาวิทยาการต่างๆ และ
สรา้ งสิง่ ดงี ามใหส้ งั คมได้ในเชงิ กายภาพ ขณะเดยี วกัน มนษุ ยย์ งั คง
โหยหาการเป็นสว่ นหน่งึ เพ่อื เสริมสรา้ งความแข็งแกร่งและเติมเตม็ พลงั
ใหจ้ ิตใจ เพอ่ื ด�ำรงอยู่บนโลกทีเ่ กดิ การเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ดงั น้ัน
การใชช้ วี ติ อย่างสมดลุ นา่ จะพอเปน็ ทางออกที่ทำ� ให้ไม่เปน็ ทุกขแ์ ละ
ไมต่ ้องกลายเปน็ ผีอยา่ งประดับดาว

เอกสารอา้ งอิง
ชตุ มิ า ประกาศวุฒสิ าร. (2556). บ้านผสี ิง: การหลอกหลอนกับความรุนแรงทางเพศใน
เพรงสนธยา. วารสาร อกั ษรศาสตร์. (45) 1, 61-105.
นธิ ิ เอียวศรวี งศ์. (2542). ยคุ สมัยไมเ่ ชอื่ อยา่ ลบหล.ู่ พมิ พ์ครงั้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : แพรว
สำ� นักพิมพ์
บุญยงค์ เกศเทศ. (2538). “ผฟี ้า...พญาแถน” ใน ชวี ติ ไทย ชุดบูชาพญาแถน. กรงุ เทพฯ
: สำ� นักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาต.ิ
. (2557). ผวี ถิ ีคน: ความเช่ือและการพ่ึงพาระหวา่ งคนกับผี. มหาสารคาม
: กากะเยีย.
ปรีชา คุวินทรพ์ ันธุ์. (2547). สังคมวทิ ยาและมานุษยวทิ ยานคร. พิมพ์ครั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ
: ส�ำนักพิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
เพลงผฟี ้าปารต์ .้ี (10 สิงหาคม 2560) สบื คน้ จาก http://lyric.in.th/lyric.php?n=26777
วกิ พิ ีเดยี . (4 เมษายน 2562). บาซ.ู สบื ค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/บาซู
. (29 ธันวาคม 2562). ปอบผฟี ้า. สบื ค้นจาก https://th.wikipedia.org/
wiki/ปอบผีฟ้า
ศริ าพร ณ ถลาง. (2552). ทฤษฎีคติชนวทิ ยา: วิธีวิทยาในการวิเคราะห์ต�ำนาน-นทิ าน
พ้นื บ้าน. พมิ พค์ ร้งั ที่ 2. กรงุ เทพฯ : ส�ำนักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

178

สมบัติ พลายนอ้ ย. (2520). อมนุษยนิยาย. กรุงเทพฯ : บำ� รงุ สาสน์ .
สิขรนิ ทร์ สนทิ ชน. (2557). “นวนยิ ายแนว Romantic Suspense ของไทย.” วทิ ยานพิ นธ์
อักษรศาสตรม์ หาบณั ฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
สุรเดช โชติอดุ มพันธ.์ (2559). อ่านเมือง เร่อื งคนกรุง: วรรณกรรม วิถคี วามสมั พันธ์
และภาพแทนของพน้ื ที่. กรงุ เทพฯ : โครงการเผยแพรผ่ ลงานวชิ าการ คณะอักษร
ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสฐยี รโกเศศ. (2015). เมอื งสวรรค์ และผสี าง เทวดา. พระนคร : บรรณาคาร.
อมรา พงศาพชิ ญ.์ (2533). วฒั นธรรม ศาสนา และชาติพันธ:์ุ วิเคราะหส์ งั คมไทยแนว
มานษุ ยวทิ ยา. กรงุ เทพฯ : สำ� นกั พมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอนก นาวกิ มูล. (2558). ผไี ทย. ภาษาและหนงั สอื ฉบบั ผีอาเซียน: ความเชื่อแห่ง
อษุ าคเนย.์ 46 (2558).70-110.
อาพัชรินทร์. (2559). เพลงิ ผฟี ้า. กรงุ เทพฯ : กา้ วกระโดด.
rsfriends. (26 พฤษภาคม 2558). ผฟี ้าปาร์ต้ี : Bazoo (Official MV). สืบค้นจาก
https://www.youtube.com /watch?v=MkGrukiPdoc
Rutchanok Aticompai. (5 เมษายน 2553). เพลงปอบผฟี ้า. สืบคน้ จาก
http://thecyberrabbit.blogspot.com /2010/04/blog-post.html
Sani Sorawan. (3 กนั ยายน 2557). ปอบผฟี ้า Open Title (2540). สืบค้นจาก
https://www.youtube.com /watch?v=WQm0OiJh1vo

179

เตน้ รำ� ไปบนทอ่ นแขน “อนั เปน็ ทร่ี กั ” ในโลกกลมแกนเอยี ง

ตอ่ พงศ์ ด�ำรงศลิ ป์

ท่ามกลางนาฏกรรมอนั อ่อนงาม พลว้ิ ไหวของนักเตน้ มืออาชีพ
ชายหญิงท่ัวโลก ยงั มีท่วงท�ำนองหน่ึงซ่ึงออ่ นโยนอบอุน่ ทว่าเด็ดเดี่ยว และ
ทรงพลังอย่.ู ..น่ันคอื การ “เต้นรำ� ไปบนท่อนแขนออ่ นนุ่ม” ของผโู้ อบอ้มุ
ภาระหนักอง้ึ ไวด้ ว้ ยความรกั และความหวงั แรงกล้า

“ที่มีเพยี งเธอและเขาเขา้ ใจจนเขาค่อยๆ เคล้มิ หลบั ไป ถงึ มี
ใครบอกเธอตอนน้นั เธอคงไม่เชอ่ื ว่าสัมผสั และบทเพลงเหลา่ นน้ั จะ
ซึมซับอยู่ในทุกอณูร่างกายและวญิ ญาณของเขาไปจนวนั ท่เี ขาเองได้
เปน็ พอ่ ” (หน้า 160)

“นทธี ศศิวมิ ล” หรือศศวิ ิมล นทธี สุระเดชชะมงคล ได้ตบแตง่
กระบวนทา่ วรรณศลิ ปถ์ า่ ยทอดผา่ นรวมเร่อื งสน้ั 15 เรือ่ ง ชดุ “อันเปน็
ท่รี ัก” ไวอ้ ย่างงดงาม ทำ� ใหผ้ ลงานผ่านเขา้ รอบลองลิสต์ซไี รต์ ปี 2560
จากการนำ� เสนอภาพความเปน็ “หญิง” ในหลากหลายมมุ มองทเ่ี ปน็
ย่ิงกว่าคำ� ว่า “เพศ” (sex) อนั เป็นคณุ ลกั ษณะทางชีวภาพทีม่ ตี ิดตวั มา
ตง้ั แตเ่ กิด และ “เพศสภาวะ” (gender) อันเปน็ การประกอบสรา้ งทาง
สงั คมทอ่ี ธิบายความเปน็ หญิงวา่ ควรจะต้องเปน็ อยา่ งไร พรอ้ มกบั การ
สะท้อนภาพความเปน็ ไปในสงั คมไทยในมิติตา่ งๆ อยา่ งลุม่ ลกึ
“หนุ่ ยนต”์ และ “ดวงดาว” : จาก “ความแตกตา่ ง” สู่ “ความแปลก
แยก” ในสายตาวปิ รติ

180

วทิ ยาการและเทคโนโลยใี นโลกยคุ โลกาภิวัตนถ์ ูกพัฒนาขึ้น
อย่างรวดเร็ว ขณะท่ีความเจรญิ ทางวัตถุกา้ วหนา้ แตจ่ ติ ใจมนุษยก์ ลบั
ถอยหลังลงคลองโสมมแห่งความเกลยี ดชังและโฉดเฉา จนอาจจะกลาย
เปน็ “ความผดิ พลาดทไี่ มอ่ าจซ่อมได”้ นทธไี ด้สรา้ งตัวละคร “หนุ่ ยนต์
เสมือนมนษุ ย์” ทีม่ คี วามผิดแผกไปจากตัวอื่นๆ เรมิ่ ตน้ และเดนิ เรื่องด้วย
ค�ำให้การของหุ่นยนตม์ อรแ์ กนในนามผ้ตู อ้ งหาของสังคมหลงั จากหลบหนี
การซอ่ มแซมเมอื่ ถกู วินจิ ฉยั วา่ “มคี วามสับสนทางเพศ” แล้วไปพบรกั
กบั อเลกซ์ ชายผ้ปู ฏบิ ัตติ ่อเขาไม่ “แตกตา่ งไปจากทปี่ ฏบิ ัตติ อ่ มนุษยม์ ี
เลอื ดเนอื้ และจติ ใจคนอืน่ ” (หนา้ 70)

เพราะอเลกซเ์ ปน็ กลมุ่ ผเู้ รียกร้องความเสมอภาคทางเพศ
ก่อนทจี่ ะมีกฎหมายรับรองเสียอกี เขาทั้งคู่จงึ เขา้ ใจซ่ึงกันและกนั เปน็
อย่างดี กระทงั่ เดวดิ บกุ เขา้ บ้านหมายจะจับมอรแ์ กนส่งเจ้าหนา้ ทีด่ ว้ ย
การเปดิ เผยความลบั น่าพร่ันพรงึ ว่า

“มนั เปน็ เพศหญงิ ก�ำเนดิ มากับเครือ่ งเพศหญิง แตก่ ระบวน-
การผลิตบกพร่อง ทำ� ให้มันมจี ติ ใจเป็นผชู้ าย ก่อนที่มนั จะหนีมานม่ี ัน
ฆา่ คนไปคนหนึ่งระหว่างทาง เท่านั้นยังไม่พอ มนั ยงั เปลี่ยนเพศตวั เอง
เพ่ือหลอกลวงนายอีกอเลกซ์” (หนา้ 75)

ดงั น้นั หุน่ ยนตม์ อร์แกน หรือชื่อเดมิ มิเกลลา่ จงึ หาใช่เพยี ง
ตวั ละครอนั เกดิ จากจนิ ตนาการ เขาคือสญั ลกั ษณ์แทนกลุ่มบุคคลท่มี คี วาม
หลากหลายทางเพศ (LGBT) ท่ียังไมไ่ ด้รบั การยอมรบั จากสังคม กระบวน
การผลติ บกพรอ่ งเปรยี บไดก้ ับเพศสภาวะ คอื มโนทศั นท์ างวฒั นธรรม
น่ันไมใ่ ช่ความผดิ ของเขาแต่อยา่ งใด หากแตเ่ ปน็ มโนทัศน์อนั บกพร่อง
คับแคบของคนบางกลุม่ ทป่ี ฏิบตั ติ อ่ เขาโดยไมเ่ คารพหลกั สทิ ธิมนษุ ยชน
เช่นเหตกุ ารณ์หนุ่ ยนตพ์ ลง้ั มือฆ่าคนตายเพราะปอ้ งกนั ตัวจากผูช้ ายท่ี
จะขม่ ขืนตนเอง ซึง่ แสดงถึงการกดขี่ทางเพศอย่างรุนแรง หรอื การเก็บ

181

หุ่นยนตต์ วั น้ีไวเ้ พ่ือศึกษาวจิ ัยเก่ยี วกับขอ้ บกพรอ่ งดังกลา่ ว ยิง่ เป็นการ
เน้นย�้ำให้เห็นวา่ เขาถกู จัดอยู่ในต�ำแหนง่ ของบุคคล “ชายขอบ” ใน
สังคม เพยี งเพราะมีอัตลกั ษณท์ างเพศแตกตา่ งออกไป

นอกจากนั้น นทธไี ด้สะทอ้ นประเดน็ การคา้ มนุษยก์ บั ปัญหา
การคา้ ประเวณผี ่านโสเภณีหุ่นยนตจ์ ากเรอื่ ง “Heal” ซึ่งท�ำหน้าที่สนอง
ความใคร่ของลกู คา้ ผมู้ ีอำ� นาจทางเศรษฐกิจ และอ�ำนาจกดข่ผี ใู้ ห้บรกิ าร
ไดโ้ ดยชอบธรรม แอล จีที 547 หนุ่ ยนตห์ ญิงสาวโสเภณี รู้จกั มักจกี่ ับเซ็ท
โอควิ 893 ห่นุ ยนต์ชายหนุม่ ขายบริการทางเพศ เขาจงึ เป็นผ้เู ดยี วท่ีรวู้ า่
แอล จีท5ี 47 คือ มนษุ ยก์ ลายพนั ธุ์ (Heal) ทีท่ างการตอ้ งการตัวเพ่ือ
ก�ำจดั ท้งิ ปลอมตวั มาเป็นโสเภณีหนุ่ ยนต์เพ่อื ความอยู่รอด และคลาย
ความหวิ โหยของตนเอง ห่นุ ยนตข์ ายบรกิ ารทางเพศจึงเปน็ สัญญะแทน
ผ้คู ้าประเวณที ถ่ี ูกปฏบิ ัตอิ ย่างไรม้ นุษยธรรม ในสายตาวิปริตมองเหน็ เขา
เปน็ แค่สิง่ ของระบายความใคร่ ในอกี นยั หนงึ่ อาจตีความไดว้ ่า มนุษย์
กลายพันธุ์เปน็ บคุ คลท่ีมีความคดิ เห็นแตกต่างจากกลมุ่ ผมู้ ีอ�ำนาจในสงั คม
จนเกิดการกดี กนั ทางการแสดงออกทางความคิดกเ็ ปน็ ได้

จากการตคี วามมนษุ ย์กลายพันธข์ุ า้ งตน้ เก่ียวกบั ประเดน็ ความ
แตกต่างนำ� ไปสู่ความแปลกแยกในสังคม สอดคลอ้ งกับเร่อื ง “ความรัก
ของชารอน” ดาวเคราะหผ์ ู้ชายชอ่ื พลูโต และดาวผ้หู ญงิ ชือ่ ชารอน

“พลโู ตเล่าใหเ้ ธอฟงั วา่ เขาเพง่ิ ค้นพบวธิ คี ้นพบตัวเองและรู้สึก
ตระหนักถงึ คณุ ค่าของการมตี ัวตน ดว้ ยการเข้ารว่ มกลมุ่ กับผู้ที่ดคู ลา้ ยๆ
กนั คดิ และชอบท�ำอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน”…

“เช้าวันหน่งึ หลังรฐั ประหารคร้ังที่ 13 ของประเทศไทยผา่ น
ไปได้ 8 เดือน...เขาจะไปงานสตรีทอาร์ตแถวท่าพระอาทติ ย์ หลังจากน้ัน
พลูโตกไ็ มไ่ ดก้ ลับมาอกี เลย” (หน้า 100)

เม่อื ชารอนออกตามหาพลโู ตกลบั ไดย้ ินเดก็ คนหนง่ึ พดู กบั แม่

182

ว่า “พลโู ตตายแล้วนะแม่ พลโู ตทเี่ ปน็ เพ่ือนของดาวอังคารน่ะ ตายแลว้
ถูกท.ทหารยิงตาย” (หน้า 102)

อาจกล่าวไดว้ ่า พลูโต เปน็ สัญญะแทนบุคคลที่มีมุมมองทาง
การเมอื งที่แตกตา่ งออกไปจากกลมุ่ ผมู้ อี �ำนาจทางการปกครอง ท�ำให้ไมม่ ี
สทิ ธ์ิในการแสดงออกทางความคิด คล้ายกบั ว่า เขาเป็นบุคคลทไ่ี ร้ตวั ตน
ในสังคมไมต่ ่างไปจากดาวพลูโตทีถ่ ูกปลดออกจากการเป็นดาวเคราะห์
ในระบบสุรยิ ะจักรวาลโดยส้นิ เชิง

ไมว่ ่าจะเป็น “หุ่นยนตผ์ ิดแผก” “ดวงดาวชายขอบ” หรือแม้
กระทั่ง “มนุษยก์ ลายพนั ธ”ุ์ ต่างสามารถเสียดสี (satire) ความเป็นจริง
ในสงั คมไดอ้ ยา่ งแสบรอ้ นไมเ่ บาดว้ ยกลวิธีการเล่าเรื่องทม่ี กั จะ “หกั มมุ ”
อย่างไม่คาดคดิ ทำ� ใหผ้ ้อู ่านต้องขบคดิ และสามารถตคี วามได้ในหลาย
ระดบั

แหละนี่คือความเป็น “หญงิ ” ในโลกกลมแกนเอยี ง
การนำ� เสนอความเปน็ “หญิง” ถอื เป็นจุดร่วมสำ� คัญของรวม
เรือ่ งสนั้ ชุด อันเปน็ ทร่ี กั ตัวละครหญงิ เหลา่ นีต้ ่างท�ำหน้าทีเ่ ปน็ กระบอก
เสียงในการสอ่ื สารปัญหาความรุนแรงท่เี กดิ กบั ผูห้ ญิงจากแนวคิดชาย
เปน็ ใหญ่ ทั้งในมมุ มองของภรรยา แม่ นอ้ ง และหญิงสาว ซ่งึ ส่วนใหญจ่ ะ
เป็นเรอ่ื งราวในระดับความสัมพนั ธข์ องปจั เจกบุคคล หรอื ระดบั ครอบครวั
แตก่ ลบั สามารถมองเห็นภาพใหญ่ในสงั คมได้อย่างนา่ สนใจ
จากเร่ือง “มักกะลผี ล” นารีถกู มาณพสามผี ูเ้ มามายจากการ
เทยี่ วกลางคืนและทำ� รา้ ยรา่ งกายครั้งแล้วครั้งเล่า สลับกบั เอย่ ค�ำขอโทษ
เป็นนจิ ศีลในท่ีสุด เธอพ้นพันธนาการอันเหยี้ มโหดด้วยการถูกเชอื ดคอ
อย่างทารณุ กลายเปน็ “มักกะลผี ล” ผูม้ ีอิสรภาพ “ตามหามาณพคน
ใหม่ๆ ทีพ่ รอ้ มจะให้เธอไดฝ้ ังเมลด็ แพรพ่ ันธ์”ุ (หนา้ 68)
ไมต่ ่างจากเร่อื ง “หญิงสาวกับกุหลาบขาว” ที่สามีของเธอ

183

นอกใจ ท�ำร้ายรา่ งกายเสมอมา มเี พียงชายหนุม่ ข้างบา้ นทแ่ี อบสงสาร
ถามไถ่ความเปน็ อยูอ่ ยา่ งห่วงใยและเฝ้ามองเธอดูแลแปลงกหุ ลาบขาว
เรื่อยมา ทา้ ยทีส่ ุดเธอตอ้ งจบชีวิตจากการฆา่ ดว้ ยน�ำ้ มอื ของสามี และฝงั
เธอไว้ท่แี ปลงกหุ ลาบขาว หากมองสองเรอื่ งนี้ดว้ ยทฤษฎีสตรนี ิยมเชิง
นิเวศ (Ecofeminism) จะพบวา่ มกี ารเชื่อมโยงผหู้ ญิงกบั ธรรมชาติ
(women and nature connection) โดยช้ใี หเ้ ห็นวา่ ผชู้ ายถอื ว่าตน
มอี ำ� นาจเหนือกว่าผหู้ ญงิ ท้งั ในด้านรา่ งกาย และสถานภาพ จึงขม่ เหง
ผู้หญิงได้อย่างไรส้ ำ� นกึ ความอ่อนโยน แบบบาง สวยงามของ “มกั กะลผี ล”
กบั “กุหลาบขาว” กลับกลายเป็นเพยี งสสุ านแหง่ ความขมข่ืน ทว่าอสิ ระ
ด้วยการคนื ส่คู วามเปน็ หน่งึ เดยี วกับธรรมชาตขิ องผหู้ ญิงอย่างน่าเวทนา

นอกจากนั้น ประเดน็ การกดขที่ างเพศยงั ถกู สะทอ้ นผ่านเร่อื ง
“หาย” เลา่ ถงึ การหายไปของอวัยวะในรา่ งกายสามี ตง้ั แต่อวัยวะเพศ
กระทัง่ อันตรธานหายส้นิ เหลอื แค่เสน้ ผมพอใหเ้ ธอได้เก็บไวใ้ นลอ็ กเก็ต
รูปหวั ใจนำ� มาหอ้ ยคอไวเ้ ทา่ น้นั การหายไปของอวัยวะจงึ เปรียบเหมือน
การนอกใจของสามที ่คี ่อยๆ เปล่ียนแปลงไปอย่างเลือดเยน็ จนเหลอื
เพียงซากแหง่ ความทรงจำ� แต่ผู้หญิงเองก็มสี ทิ ธ์ิในการตามหาอวัยวะที่
สมบูรณ์พร้อมคนใหม่ ในเรอ่ื ง “นอ้ ง” เลา่ ผา่ นมมุ มองของพชี่ าย ผูเ้ ฝา้
คิดถึงความทรงจำ� ท่มี ตี อ่ นอ้ งสาวทีห่ ายตวั ไป ซ่งึ เธออาจจะตกเปน็ เหยื่อ
ของเดนมนษุ ย์ ในเรื่อง “ลูกของลกู สาว” หัวอกของผ้เู ป็นแม่เม่ือรวู้ ่า
ลูกสาวตั้งท้องในวยั เรยี น เธอพยายามจะอธบิ ายให้สามเี ข้าใจ แต่ไดถ้ ูก
สามหี ว่านล้อมให้กนิ ยารกั ษาโรคของเธอเสียก่อน ท้ายสดุ ผูเ้ ขยี นกลับ
หกั มมุ ด้วยการเฉลยวา่ แทจ้ รงิ นั่นเป็นเพียงภาพท่ีเธอสร้างข้นึ มาเอง
จากความผดิ พลาดรา้ ยแรงในอดตี ในเร่ือง “สนุ สิ า” พยาบาลสาวท่ถี ูก
ผปู้ ่วยในการดูแล มองวา่ เปน็ เพียงลูกจา้ งคนหนึ่ง แมจ้ ะเคยมคี วาม
สัมพันธ์ลึกซึง้ กต็ าม

184

เมอ่ื ผา่ นเรือ่ งราวอนั แสนขมข่ืนของ “หญงิ ” มามากพอสมควร
แลว้ นทธไี ดน้ �ำเสนอภาพแห่งความงดงามน่าสรรเสรญิ ของความเป็นแม่
ตามแบบขนบในเรอ่ื ง “เต้นรำ� ไปบนทอ่ นแขนออ่ นนมุ่ ” แมผ่ ู้คน้ พบวา่
การอมุ้ ลูกไวใ้ นอ้อมแขน คือวธิ ีท่ดี ที ส่ี ดุ ในการปลอบประโลม ออ้ มแขนน้ี
จงึ ถอื เปน็ ออ้ มแขนของผู้สรา้ ง ก่อกำ� เนิดชีวติ และเอ้อื อารี ใหค้ วามรัก
ความอบอ่นุ และความหวงั ดีที่ซมึ ซา่ นถึงลูกดว้ ยสายใยผกู พัน เรอื่ งราว
ด�ำเนินไปอยา่ งเขม้ ข้น และยาวนาน กระทงั่ ลูกของเธอมีครอบครัวเป็น
ของตนเอง

“จนในทสี่ ุด เธอก็เลือกทจ่ี ะหลับและตืน่ ข้นึ ในความฝันงดงาม
ชดั เจนที่มีเขาร้องงอแงในอ้อมแขนให้เธอเต้นรำ� และร้องเพลงลกึ ลับ
ทีม่ ีทว่ งทำ� นองอ่อนหวานวกวนปราศจากเนอ้ื ขบั กลอ่ ม บางคราวเธอจะ
มองเห็นลายดอกไมส้ ีสม้ ของกระโปรงโบกสะบดั และเขายืนอยู่หนา้ รา้ น
ขนมระหวา่ งทางไปโรงเรียนอนุบาลเกาะขาเธอแนน่ กำ� ชายกระโปรง
และดอกไมส้ ีสม้ ของเธอไว้เหมือนจะไมม่ วี นั ยอมใหเ้ ธอหายไปไหน
อีก...” (หนา้ 175)

จะเห็นไดว้ ่า นทธสี ามารถเคน้ เอาความรู้สึกของตัวละคร “แม่”
ถ่ายทอดความรักของแมท่ ่มี ีต่อลูกผา่ นถ้อยค�ำไดอ้ ย่างกินใจซึง่ ผอู้ ่าน
อาจจะเสยี น้�ำตาเอางา่ ยๆ หากคอ่ ยๆ ละเลียดอ่านอย่างพจิ ารณาและ
ดำ� ดิ่งในหว้ งอารมณ์

แม้แต่เหรียญยังมสี องด้าน ความเป็นแมก่ ม็ หี ลายลกั ษณะ
เชน่ กัน ในเรื่อง “ฟองสบู่แม”่ เธอทิง้ ครอบครวั ไปมคี นใหม่ รวมถงึ เรือ่ ง
ราวความทรงจ�ำอนั ร้าวรานที่ยากจะท�ำใหล้ บเลอื นหายไปได้ ในเรอื่ ง
“ยาวิเศษ” เล่าผ่านมมุ มองของลกู สาวสองคนท่ตี ้องดแู ลแม่หลังจากพ่อ
เสียชีวิตไป และอกี หนึ่งเรอ่ื งที่นา่ สนใจคอื “ฉนั แค่กลับมาเอาของ” ความ
สัมพนั ธร์ ูปแบบใหมข่ องคู่หนมุ่ สาวที่ตกลงจะหา่ งกนั สกั พักเพือ่ เลอื กใช้ชวี ิต

185

ไดอ้ ย่างเสรี นอกจากเรื่องสัน้ ท่ีกล่าวมาแลว้ ยังมีเรอื่ งส้ันแนวหลอน ลึกลบั
ชวนขนลุกอยา่ งหญิงสาวในเร่อื ง “มือสขี าวใต้ผวิ น้�ำ” และในเรอ่ื งส้นั
เรอ่ื งสดุ ท้าย “สญั ญาปาห่”ี มาปดิ ท้ายเลม่ ได้อยา่ งน่าประทบั ใจเลยทีเดียว

ดงั นนั้ จงึ กลา่ วไดว้ ่าในโลกกลมแกนเอียง หรอื โลกอันยาก
ที่จะมองหาความเทา่ เทียมและเทย่ี งธรรมไดน้ ี้ ความเปน็ “หญิง” ยงั คง
เป็นสิ่งทีม่ ีผูใ้ หน้ ยิ ามความหมายมาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไมว่ า่ ความคาดหวังใน
ความเป็น “เพศสภาวะ” ของสังคมจะเป็นเชน่ ไร แต่ “หญงิ ” ในนาม
“มนุษย”์ ผู้หนึ่ง ยอ่ มสามารถตดั สินใจเลือกแนวทางความเปน็ ตนเอง
ภายใต้หลกั สทิ ธมิ นุษยชนไดเ้ ช่นกนั

ขอให้อ้อมแขน “อันเปน็ ทีร่ ัก” ไดโ้ อบอุม้ โลกกลมแกนเอียงเอาไว้

เม่อื ผมไดร้ ่วมช่ืนชมกระบวนทา่ เตน้ รำ� บนทอ่ นแขน “อันเปน็
ท่รี ัก”ด้วยลลี าภาษา และกลวิธกี ารน�ำเสนอของ “นทธี ศศวิ ิมล” ในรวม
เร่ืองสน้ั ทง้ั 15 เร่อื งแล้วจึงพบว่า จุดรว่ มส�ำคัญอนั เปน็ จุดเดน่ ของงาน
เขยี น คือการน�ำเสนอภาพความเปน็ “หญิง” ท้ังทเ่ี ป็นผูถ้ กู กระทำ� และ
ผู้กระท�ำในหลากหลายมุมมอง ประกอบกับการสะทอ้ นภาพความเป็น
จริงในสงั คม โดยเฉพาะอย่างย่ิงปญั หาสังคมบางประการท่ีทง้ั เปน็
บาดแผลเร้ือรังยาวนานและบาดแผลสดใหม่

สำ� หรบั เสนห่ ข์ องรวมเร่ืองสัน้ อีกประการหนึ่งคือ การดำ� เนินเรอื่ ง
อย่างเรียบรื่นแตส่ ว่ นใหญ่กลับมีการ “หักมมุ ” เกิดข้นึ ในแบบทแี่ ทบจะ
หกั หลบไม่ทนั ซงึ่ สรา้ งความสะเทือนอารมณไ์ ด้ไม่น้อย เพราะนทธี
สามารถบีบเค้นเอาความรู้สึกของตัวละครมาถ่ายทอดผ่านถ้อยค�ำได้
อย่างเข้มข้นและดว้ ยความหลากหลายของแนวเรือ่ ง ไมว่ า่ จะเปน็ แนว
ออ่ นหวาน แนวเพ่ือชีวิต แนววทิ ยาศาสตร์ หรือแนวหลอน ลว้ นท�ำให้
รวมเรอ่ื งส้ันชุดนมี้ สี สี นั นา่ ติดตามไม่ตา่ งไปจากสสี ันของหนา้ ปกหนังสือ

186

ที่แมจ้ ะเปน็ ภาพหญิงสาวในสวนสนกุ หรืองานรน่ื เรงิ อนั ออ่ นหวาน
สดใส แตก่ ลบั ซ่อนนัยใหผ้ อู้ า่ นไดค้ ้นหาอีกมากมาย

โลกกลมแกนเอียงทพ่ี วกเราอาศยั อยู่ อาจไม่สมบรู ณแ์ บบ ดัง
ปรารถนาอย่างโลก “ยโู ทเปยี ” แตก่ ็ยังไม่ถึงข้นั เลวรา้ ยท่สี ดุ อย่างโลก
“ดสิ โทเปยี ” จึงขอให้เชือ่ มน่ั เถิดวา่ แมใ้ นยามท่ีทวั่ โลกก�ำลังระสำ�่ ระสาย
ด้วยภัยร้ายโควิด-19 หากเราสามารถแบง่ ปนั ความหวังดีจากอ้อมแขน
“อันเปน็ ทร่ี กั ” ของเราทุกคนผา่ นทางโลกออนไลน์ได้ โดยไมต่ อ้ งมาพบปะกัน
ผมเช่ือม่นั เหลอื เกนิ วา่ “พวกเราจะผา่ นมันไปได้ดว้ ยกนั อย่างแน่นอน”

เอกสารอ้างองิ
ธญั ญา สงั ขพนั ธานนท์. (2556). ผูห้ ญิงยงิ เรือ: ผู้หญิง ธรรมชาติ อำ� นาจ และวัฒนธรรม
ก�ำหนด สตรีนิยมเชงิ นเิ วศในวรรณคดีไทย (ECOFEMINISM IN THAI LITERATURE).
(พิมพ์ครง้ั แรก). ปทุมธานี:สำ� นกั พิมพน์ าคร.
__________________. (2560). Contemporary Literary Theory แว่นวรรณคดี
ทฤษฎีรว่ มสมัย. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2). ปทมุ ธานี: ส�ำนกั พิมพน์ าคร.
นทธี ศศวิ มิ ล. (2560). รวมเรอ่ื งสั้นชดุ อนั เปน็ ทร่ี กั . (พิมพ์ครงั้ แรก). กรุงเทพฯ: ส�ำนัก
พมิ พเ์ ทียน.

187

คนละกา้ ว : บนั ทกึ วรี บรุ ษุ กบั หมดุ แหง่ อารมณ์

วโิ รจน์ สุทธิสมี า

ขอ้ ความในค�ำน�ำของ คนละก้าว โดย เบลล่า ชายชาญ
ใบมงคล ทีร่ ะบถุ ึงสถานะของวรรณกรรมช้ินน้วี ่า

“ไม่ใชห่ นังสือวิง่ ไม่ใชบ่ ทความสารคดี แต่เปน็ บันทกึ วนั เวลา
ดๆี ...” (น.6)

อาจสร้างความฉงนในกลุ่มผู้อา่ นวา่ “บนั ทกึ ” ทอ่ี ้างถึงนัน้ ไฉน
จึงไมใ่ ชห่ นังสอื วิง่ และไม่ใช่บทความสารคดี ทง้ั ทอี่ าจมีจดุ หลอมรวมทั้ง
สามสงิ่ เข้าดว้ ยกันได้

ความสงสัยดังกลา่ วคงมลายหายไปเมือ่ พลกิ อ่านจนจบเลม่
เราจะพบว่าเน้อื หาดา้ นในซง่ึ ชวนใหด้ ่ืมด่�ำความประทับใจจากเรือ่ งราว
เก่ียวกับโครงการ “กา้ วคนละก้าว” ที่ อาทิวราห์ คงมาลัย หรอื ตูน
บอดี้สแลม พรอ้ มดว้ ยคณะออกวิง่ ด้วยระยะทางกวา่ 2 พันกโิ ลเมตร
เพอื่ รับบรจิ าคทางการแพทย์ ลว้ นมุง่ หมายเลา่ ถงึ ความสัมพนั ธ์ของกลุ่ม
คนในฐานะบันทึกวนั เวลาชว่ งหนงึ่ หาใชห่ นงั สอื ว่ิงทเ่ี นน้ การฝกึ ฝนการ
วิ่งอย่างละเอยี ดพิสดาร และไม่ใชบ่ ทความสารคดซี ึ่งให้ความรแู้ ตม่ ดั ตัว
ผู้เขียนดว้ ยความถูกถว้ นทางขอ้ มลู

ในขอบขา่ ยของการเขียนสารคดี (non-fiction) ลกั ษณะงาน
ทีถ่ ูกเรียกวา่ บันทกึ ความทรงจำ� (memoir) มกั จะถกู ไลใ่ ห้ไปตอ่ แถว
ดา้ นหลังในความสนใจของนักอา่ น โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในแวดวงวรรณกรรม
ไทยซงึ่ นา่ จะสนใจเรือ่ งราวหวือหวาด้วยการประดดิ ประดอยแบบเรื่อง

188

แต่ง (fiction) เสยี มากกว่า กลา่ วได้ว่ามผี ู้เขยี นหรือต้นเรื่องในบนั ทกึ
ความทรงจำ� เพยี งไม่ก่ีรายทด่ี งึ ดดู ความสนใจจากนกั อ่านไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ
และคุม้ คา่ สำ� นกั พมิ พ์ และนัน่ จึงทำ� ให้มีงานแนวบนั ทกึ ระดบั มหานิยม
ในยคุ หลงั มานีไ้ ม่มากนกั

งานบันทกึ ความทรงจำ� แตกตา่ งจากหนงั สอื ชวี ประวัตหิ รอื
สารคดีเฉพาะเร่อื งแบบท่ีเขา้ ใจกันทวั่ ไป ตรงกลวิธีการเลา่ และวธิ ี
รวบรวมขอ้ มลู เพราะตามรูปศัพท์นนั้ Memoir ก็คอื Memory ซ่ึงถอื
เปน็ บันทกึ ที่องิ กับความทรงจ�ำ ผุดงอกและกรองออกมาจากมมุ มอง
ผูเ้ ล่า นั่นหมายความวา่ ในเหตกุ ารณ์จรงิ หน่ึงๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ยงั มพี ื้นทว่ี ่าง
ใหค้ วามจรงิ ของใครของมนั ไหลวนไปมา คดั สรรและนำ� เสนอจากดวงตา
ของนกั เขียน ตราบเทา่ ทม่ี นั ไมถ่ ูกต่อเตมิ เสริมแต่ง บดิ เบอื นจากความจรงิ
จนถลำ� เข้าสู่อาณาเขตของความเป็นนยิ าย

ใน คนละก้าว ผเู้ ขยี นสามารถประคับประคองตัวเองอย่าง
เพลดิ เพลินบนเสน้ ลวดแหง่ ความจรงิ ด้วยการพรรณนาเหตกุ ารณท์ ี่
เกดิ ข้ึนอย่างออกรส ดังเช่น ในชว่ งพรอ้ มหนา้ กอ่ นเร่ิมต้นโครงการวง่ิ
“อาหารในคนื น้นั ส่วนใหญ่ก็เปน็ แบบ...อาหารเพอื่ (ทำ� ลาย) สขุ ภาพ
ท้ังนัน้ เนอ้ื กระทะ หมูกระทะ เกาเหลาเนอื้ ทั้งมันท้งั เอ็น จ�ำไดว้ า่ ตอน
กินผมแอบมองหมอเมยห์ น่อยๆ รู้สกึ เหมอื นขโมยของตอ่ หน้าพระยังไง
ยังงน้ั แต่หมอกเ็ ฉยๆ นะ ผมเดาว่าแกคงเออื มผมแล้ว” (น.27)

จากคำ� บรรยายบนหน้าปกหนงั สอื วา่ “บนั ทกึ เรอื่ งราวประทบั
ใจ จากโครงการกา้ วคนละก้าว ในมุมมองของเพ่ือนและคนรอบข้าง
ผรู้ ่วมทางไปกบั ตนู บอด้สี แลม” (น.1) ชวนใหค้ ดิ ว่าจะเปน็ งานท่รี ีดเค้น
ศักยภาพของความทรงจำ� ร่วม (collective memory) จากหลายคนที่
ร่วมกนั ออกว่ิงจากใตส้ ุดไปส่เู หนือสุดแห่งดนิ แดนสยาม กระน้นั ทศิ ทาง
การนำ� เสนอทงั้ หมดแทบจะออกมาจากมมุ มองของผเู้ ขียนแต่เพียง

189

ผู้เดียว ดว้ ยภาษาและน�้ำเสียงการเล่าอนั เปน็ เอกลกั ษณ์ ซึง่ ถอื สิทธิ์
สมบรู ณ์พร้อมทกุ ประการท่จี ะบันทึกความทรงจ�ำในลักษณะนี้ เพราะ
ดำ� รงตำ� แหนง่ ผู้สรา้ งสรรคท์ ี่อยรู่ ่วมกับโครงการมาต้ังแต่ต้นจนจบ

อยา่ งไรก็ตาม แม้จะเลา่ เร่อื งผ่านสายตาของตนเอง แต่ “ตัว
ละครหลัก” หรอื ศูนย์รวมท้ังหมดของเร่ืองกลับไม่ใช่ผ้เู ขียน แตเ่ ป็น
คนอ่ืนที่ถกู เรียกอย่างลำ� ลองว่า ตนู บอด้สี แลม ซง่ึ นับวา่ เปน็ ตัวเอกใน
เรื่องนี้และถูกเอ่ยอ้างถงึ ด้วยสถานะใกล้เคยี งกบั มหาบุรษุ ทงั้ ความคิด
และจติ ใจ

“ผมฟังแลว้ องึ้ เขาเปน็ คนที่คดิ อะไรลกึ ซ้งึ จริงๆ ไอเ้ ราสิกลาย
เป็นคนหยาบกระด้างไปเลย ผมไดเ้ รยี นรจู้ ากตูนอีกแล้ววา่ คดิ ซะใหค้ รบ
เวลาท�ำจะได้ไม่ขาด” (น.44) หรอื

“คณุ ภาพชีวติ ท่หี ลายคนลืมไปแล้วว่าตอ้ งมีตอ้ งใชใ้ นอนาคต
(...) ผู้ชายคนนี้มองเหน็ ภาพนน้ั ยอมเอาสงั ขารรา่ งกายตวั เองแลก เพ่ือ
ภาพสวยงามท่เี ขาเห็น” (น.147)

หากน่ันยงั ไมพ่ อ บนั ทกึ ที่จ่ัวหัวว่าเกีย่ วกบั กลมุ่ คนทีร่ ว่ มกัน
ท�ำสงิ่ ดๆี นั้น ยังหมนุ อย่รู อบผู้ชายทช่ี อ่ื วา่ ตนู ตลอดเวลา เพราะกระทั่ง
เน้อื หาบางบทซงึ่ ต้งั ช่อื เรื่องเพื่ออทุ ศิ ให้กบั “เพอ่ื นและคนรอบข้าง” ท่ี
เขา้ มามีสว่ นรว่ มในโครงการ ผู้อา่ นก็จะพบว่าแท้จรงิ แล้ว เราไดร้ ู้จักกับ
ผเู้ ปน็ เจ้าของชอื่ บทภายใตว้ าทกรรมความดีในแบบของตูนอย่ดู ี ดงั เชน่
ใน “มม” ทีบ่ อกเลา่ เร่ืองราวของ “หมอเมย”์ แมจ้ ะผูกโยงให้เห็นถงึ
ความสมั พันธข์ องผู้เขยี น หมอเมย์ และคนทม่ี ามสี ่วนร่วมในงาน แต่
ในทีส่ ดุ สงิ่ ละอันพนั ละน้อยทง้ั หลายทีแ่ ย้มพรายออกมากจ็ ะถูกน�ำไป
ผนวกกบั โครงเรอื่ งใหญ่ของตูน อยา่ งในชว่ งทีเ่ กิดความเคร่งเครยี ด

“ในเสยี งทบุ ประตนู นั้ มนั แฝงไปดว้ ยหลายความรสู้ กึ ผมมอง
หมอเมยอ์ ย่างจนปัญญา เพราะรวู้ า่ น่ีคอื หน้าทที่ ่ีเธอตอ้ งรับผิดชอบ และ

190

เธอต้องผ่านมนั ไปให้ได้ดว้ ยตวั เธอเอง จากความโกรธนนั้ มนั แสดงให้
เหน็ ว่า เวลาทต่ี นู เจบ็ คนทเ่ี จบ็ ไมไ่ ดม้ แี คต่ ูน” (น.179)

หรอื ในบท “อดุ ม” ซง่ึ เล่าความทะเล้นของนักแสดงตลก อดุ ม
แต้พานิช ที่เข้ามาสร้างสสี ันแก่ทุกคน ผู้เขยี นกลา่ วเอาไวว้ ่า

“เราสญั ญากบั พีต่ นู วา่ จะพดู จะเล่นอะไรกใ็ ห้นกึ ถึงหนา้ ตนู
ตอนวิง่ เอาไว้ ซ่งึ ผมก็ไดเ้ รยี นรู้ความจรงิ ท่นี ่าขำ� ว่า คำ� เตือนอันไหนก็ใช้
กับอุดมไม่ได”้ (น.275)

บันทึกความทรงจำ� ของ เบลล่า ชายชาญ ใบมงคล ไม่ใช่
ผลงานระดับซบั ซอ้ นซ่อนเงือ่ นหรอื มมี ิตเิ ชิงลึกที่ชวนใหข้ ุดคน้ อยา่ งนา่
ต่ืนตะลึง แตก่ ห็ าใช่ผลงานประเภทเถรตรงโดยปราศจากชั้นเชงิ ทาง
วรรณศลิ ป์ เนื้อหาเริม่ ต้นด้วยก�ำเนดิ โครงการก้าวคนละก้าวทผ่ี ูเ้ ขยี น
เขา้ ไปรบั รูต้ ้งั แต่ต้น ผ่านการเดนิ ทาง (วง่ิ ) ผา่ นจงั หวัดตา่ งๆ ตง้ั แต่ความ
ประหมา่ ที่อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา และไปจบสนิ้ อยา่ งสะบกั สะบอม
แต่ภาคภูมิที่การเข้าเส้นชัยในอ�ำเภอแมส่ าย จงั หวดั เชยี งราย โดยบนั ทึก
จะไล่เรียงไปตามจังหวดั ตา่ งๆ ทีเ่ กย่ี วข้องตง้ั แตต่ ้นจนจบ ในแต่ละบท
จะผูกปมเรอื่ งเล่าตามจังหวัดให้เขา้ กบั แก่นเรอ่ื งทตี่ ่างกนั ออกไป

หลงั จากเกริ่นถึงเป้าหมายของการว่ิงในบทต้นๆ อย่าง “เหนอื่ ย
กันอีกสกั ปี” และ “11 น้ีมที ม่ี า” บันทึกกเ็ ล่าถึงการเตรยี มตัว “หมด
แรงต้ังแต่วันซ้อม” (กรุงเทพมหานคร) กอ่ นจะทวคี วามเข้มข้นดว้ ยการ
แถลงอดุ มการณ์ใน “ไมใ่ ชท่ ีว่ ง่ิ เล่น” (จังหวดั สงขลา) ความขลุกขลกั
และอปุ สรรคใน “มันจะอะไรกนั ตอนน้ี” (จังหวัดยะลา) โรคภัยไข้เจบ็
ในระหวา่ งการจัดงานใน “ก้าวรวมโรค” (จังหวัดชุมพร) การฝนื รา่ งกาย
และอาการบาดเจบ็ ใน “เสยี งของรา่ งกาย” (จงั หวดั ประจวบคีรขี นั ธ์)
ไปจนถงึ ความสนกุ สนานครนื้ เครงใน “ขบวนคนบา้ ” (จังหวดั เพชรบุรี
ราชบุรี นครปฐม และกรุงเทพมหานคร)

191

ในรายทางไปสคู่ วามช่นื มนื่ กลวิธเี ขยี นบันทกึ ความทรงจ�ำ
คนละก้าว ยังอาจถกู มองได้อย่างนอ้ ยใน 2 แนวทาง หนึ่งคอื บันทกึ
ท่มี ีโครงสรา้ งการเล่าเรอ่ื งแบบ “การเดนิ ทางของวีรบุรุษ” และสองคือ
เนือ้ หาซ่งึ เปน็ แรงปะทะระหว่าง “เหตผุ ลกบั อารมณ”์ โดยท้ังสองส่วน
จะไปสอดผสานกันในท่ีสุด

บันทึกวีรบุรุษ

ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งนา่ แปลกใจ หากวธิ กี ารเล่าถงึ ภารกจิ อนั ยากเย็น
ที่มตี ูน บอดีแ้ สลม เปน็ หวั เรือใหญ่จะซอ้ นทบั กบั โครงสรา้ งการผจญภยั
อนั ลอื ล่นั A Hero’s Journey ของ โจเซฟ แคมพ์เบล1 ทีแ่ บ่งการ
เดนิ ทางของวรี บุรษุ ออกเปน็ 3 ช่วง อนั ได้แก่ การออกเดินทาง การปฏบิ ัติ
ภารกจิ และการเดินทางกลับ ซึ่งตอ่ มาได้ถกู ขยายออกเป็นชว่ งเวลา
12 ระยะ (Twelve stage hero journey) โดย ครสิ โตเฟอร์ ว็อกเลอร2์

บทบันทกึ ของเบลลา่ ดลู ะม้ายคล้ายคลึงแตไ่ ม่ไดเ้ จริญรอย
ตามโครงสรา้ งท้งั สองอย่างเคร่งครัด แต่กอ็ ยา่ งท่ีแนวคดิ ท้งั ค่ไู ด้ถูกหยิบ
ไปใช้สอยอย่เู นืองๆ ว่าเหตผุ ลกลสำ� คญั ทไ่ี ด้รบั ความนิยมก็คือ ทใี่ ดซึง่ มี
ผอู้ อกปฏบิ ตั ิภารกจิ ในลกั ษณะของการผจญภยั เสน้ ทางสู่ขวากหนาม

1 ในหนังสอื The Hero With A Thousand Faces ของ Joseph Campbell ซง่ึ ตีพมิ พค์ ร้งั แรก
ในปี 1949 เสนอแนวคดิ โครงสรา้ งการเลา่ เร่ืองแบบคลาสสกิ ท่ีเรยี กวา่ A Hero’s Journey ที่แบ่งการ
ผจญภัยออกเป็น 3 สว่ นด้วยกนั คอื The Departure Act (การออกเดนิ ทางจากโลกเดมิ ไปสูโ่ ลกใหม)่
The Initiation Act (การฝา่ ฝนั ผจญกับอุปสรรคต่างๆ) และ The Return Act (การหวนคนื กลบั สู่
สถานท่ีจากมาด้วยชัยชนะ)
2 คริสโตเฟอร์ ว็อกเลอร์ เป็นนกั เขยี นบทซึ่งในปี 2007 ไดอ้ อกหนงั สือชื่อ The Writer’s Journey
โดยมีส่วนหน่ึงนำ� เอาแนวคดิ การผจญภยั 3 ขั้นตอนใน A Hero’s Journey มาขยายใหก้ ลายเป็น 12
ระยะ อันไดแ้ ก่ โลกสามญั ดั้งเดิม การเรยี กหาการผจญภยั การปฏิเสธในขัน้ แรก การไดพ้ บกับผูช้ ท้ี าง
การก้าวขา้ มสเู่ ขตแดนผจญภัย การทดสอบ เผชิญหน้ากบั มิตรและศตั รู การพบกับหว้ งเวลาอันตราย
การทดสอบครั้งส�ำคัญ การพบทางส่ชู ยั ชนะ การเดินทางกลบั ที่ยากเข็ญ พบการทดสอบครง้ั สุดท้าย
และหวนกลบั อย่างมชี ัยชนะโดยสมบูรณ์

192

และความสำ� เรจ็ ดงั กลา่ วมกั จะหนไี ม่พน้ สูตรที่วา่ นไ้ี ปได้ บทบันทึกเลม่ น้ี
จงึ บรรจุเอาทั้ง 3 ช่วงและ 12 ระยะดงั กล่าวอดั แน่นไว้ข้างใน เพยี งแต่
เราจะเหน็ การยกั ยา้ ยถา่ ยเทบทบาทของตัวละครไปมาอยา่ งน่าสนใจ

จากในช่วงแรก แทนที่จะเป็น “ตัวเอก” (ตูน) อาศยั อยใู่ นโลก
สามญั กอ่ นจ�ำใจรับภารกิจอนั ย่ิงใหญ่โดยไม่ทนั ตง้ั ตวั ผู้อา่ นกลับพบว่า
เป็นตวั ผเู้ ขียน (เบลลา่ ) เสียเองท่มี ีบทบาทเป็นตัวเอก เราจะเหน็ ชดั เจน
เมือ่ แยกย่อยจำ� เพาะเจาะลงไปถึง 4 ระยะแรกของการเดินทางแบบ
ว็อกเลอร์ ไมว่ ่าจะเป็น โลกสามญั ด้งั เดิม (ใชช้ วี ติ ปกตใิ นการทำ� งาน)
การเรียกหาการผจญภยั (พ่ตี นู เรียกรวมพลและขอให้ทุกคนชว่ ยเหลือ)
การปฏเิ สธในขน้ั แรก (การบ่ายเบยี่ งไมอ่ ยากทำ� และแกล้งท�ำเปน็ ลมื )
และ การไดพ้ บกบั ผชู้ ท้ี าง (พ่ตี ูนพร้อมกับโปรดวิ เซอร์เขา้ มาจัดแจง
ทกุ อยา่ งให้พรอ้ มสรรพ)

กระทัง่ เม่ือผถู้ กู เลอื กมาพรอ้ มหน้ากันในการเตรียมตวั ก่อน
โครงการจะเริม่ ตน้ ไม่กวี่ ัน ตัวเอกของเร่ืองทแ่ี ทจ้ ริงจึงถูกย้ายกลับมา
เป็นตูน โดยผเู้ ขียนเร่มิ ถอยออกมาเปน็ ผสู้ ังเกตการณ์ แม้วา่ มมุ มองผู้เล่า
และน้�ำเสียงจะเปน็ เบลลา่ ผู้ร่าเริง แต่ผูอ้ ่านยอ่ มสมั ผัสไดว้ ่าในแทบทุกหนา้
ของหนงั สอื จดุ ใหญ่ใจความหลักคอื การใชเ้ ร่อื งสพั เพเหระท้งั หมดโยง
กลบั ไปสู่วีรกรรมคร้ังสำ� คัญของดาราผูเ้ ป็นนกั วิง่ นน่ั เอง บุคคลรายล้อม
ทง้ั หมดดำ� รงสถานะของ “ผชู้ ่วยเหลือ” (helper) ทร่ี ่วมกนั สนบั สนนุ ใน
ระดับใกล้เคียงกบั การพลชี พี

ดว้ ยความท่ี A Hero’s Journey มรี ากฐานจากการวเิ คราะห์
เรอื่ งแต่งทีส่ ืบยอ้ นไปในยุคนิทานปรมั ปรา เพ่ือแสดงใหเ้ หน็ ถึงวีรกรรมของ
วีรบุรุษ ดังนั้น เมอ่ื ถูกปรบั มารบั ใชก้ ารพรรณนาภาพตัวละครในบนั ทกึ
จากความทรงจ�ำ รอ่ งรอยการสวมทับจงึ เป็นการประสานระหว่างการ
เล่าเหตกุ ารณ์จรงิ โดยองิ กบั ขนบของวีรบรุ ุษ นัน่ ทำ� ใหใ้ นช่วั ขณะหน่ึง

193

หากไม่หลงใหลซาบซึง้ ผอู้ ่านก็อาจจะตัง้ ขอ้ สงสยั เกี่ยวกับความเปน็
มหาบรุ ุษทีอ่ ยใู่ นรปู ลกั ษณข์ องมนุษยใ์ นชวี ติ จริง เชน่ การมงุ่ มน่ั เชิง
อุดมการณแ์ ละเปี่ยมดว้ ยสตสิ ัมปชญั ญะ

“ผมชอบอยู่ช่วงหน่ึงท่ตี ูนบอกกบั ทกุ คนวา่ ‘ผมอยากให้
พวกเราระลึกอยู่เสมอวา่ พวกเรามาท�ำอะไร และปลายทางของมันคอื
อะไร ขอใหท้ กุ คนท�ำดว้ ยสติ และมจี ดุ มงุ่ หมายเดียวกนั ผมจะไมย่ อม
ใหค้ นมองว่าพวกเราเอาพน้ื ที่ถนนมาว่งิ เลน่ เดด็ ขาด’” (น.62)

และการบรรยายถงึ คุณลักษณะของตูนในช่วงหนง่ึ วา่
“ผมคดิ ในใจว่าพ่ตี ูนมนั ไมเ่ หน่อื ยหรอื ไงวะ ทำ� ไมถงึ ยังโฟกัส
กบั ทกุ สงิ่ ไดข้ นาดนี้ ท้งั ๆ ทีเ่ มอ่ื คนื เขาน่าจะนอนได้ไม่เกนิ หนึง่ ช่ัวโมง
ครึ่ง หรอื ว่าตูนไดก้ า้ วข้ามขีดจ�ำกดั กา้ วขา้ มความเจบ็ ปวด กลายเปน็
ซเู ปอร์ไซยาไปแล้วจรงิ ๆ” (น.233)
เม่ือการบนั ทึกความทรงจ�ำมลี ักษณะเปน็ อัตวิสัยของผเู้ ล่า
เหตุการณ์ในระหวา่ งทางของ คนละก้าว จึงถกู ผนวกขา้ กับถอ้ ยแถลง
ทางอดุ มการณ์ นนั่ คอื วิวาทะระหว่าง “เร่ยี ไรบริจาคในฐานะน้ำ� ใจ
คนไทย” กบั “ยดึ มั่นในระบบและการจัดการของภาครัฐ” ผเู้ ขยี นกล่าว
เอาไว้ในชว่ งตน้ ว่า
“ตูนบอกผมมาอย่างน้ี ‘ผมอยากที่จะชว่ ยใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ (...)
แน่นอนวา่ มันอาจไม่ถกู ตามหลักการ ถา้ เราช่วยเขาได้ เขาก็สามารถ
กลบั ไปดูแลครอบครวั ของเขา เทา่ กับเราอาจช่วยไดท้ ้ังครอบครวั เลย
นะพี่’ ผมตคี วามง่ายๆ ว่า จะเอาหลักการหรือนำ้� ใจ และตนู เลอื กชดั เจน
ว่าเขามาทางนำ�้ ใจ” (น.33)
เนือ้ ความดังกลา่ วทำ� ให้กรอบความคดิ ของผเู้ ลา่ กา้ วขา้ มระบบ
ระเบยี บแบบภาครฐั ไปสู่การร่วมแรงรว่ มใจของคนตัวเล็กๆ และเชดิ ชู
ปจั เจกบคุ คลอยา่ งในตำ� นานอันไกลโพ้น เส้นทางวิ่งในบันทกึ นี้จึงสอดคล้อง

194

กับการเดนิ ทางผจญภัยไปสเู่ ปา้ หมายอันยงิ่ ใหญ่ เปน็ การบรรลทุ ั้งภายใน
และภายนอกตามสูตรของวีรบุรษุ อย่างแทจ้ รงิ

หมดุ แห่งอารมณ์

ความลื่นไหลทางภาษาและกลวธิ ีการเล่าเร่ืองใน คนละก้าว
เสมอื นขมุ พลงั ทขี่ ับเคลือ่ นใหบ้ รรยากาศการอา่ นเต็มไปดว้ ยชีวติ ชีวา คละ
เคล้าท้งั การบน่ กระปอดกระแปด อธิบายอย่างเปน็ การเป็นงาน ไปจนถงึ
การซุบซิบนินทาบรรดาคนวงใน ส่งิ เหล่าน้ีสะทอ้ นให้เหน็ ความเปลย่ี นแปลง
ในประวัตศิ าสตรล์ ลี างานเขยี นทค่ี วบคู่ไปกบั ประเดน็ เรือ่ งเหตุผลและ
อารมณ์

การเขยี นสารคดีในเชงิ กฬี าโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เกีย่ วกับการวงิ่ ใน
ประเทศไทย ดจู ะเปน็ ตัวอย่างที่ดสี ำ� หรับกรณดี ังกล่าว ในอดตี สารคดที ่ี
ผสมผสานลักษณะของบนั ทึกจะเตม็ ไปด้วยความเคร่งขรมึ จริงจงั มงุ่ เน้น
การให้ข้อมลู ในทางวิทยาศาสตรแ์ ละสุขภาพ ดงั เชน่ จะพบในงานระดับ
ขน้ึ ห้ิงจากคุณหมออยา่ ง วิ่งสู่ชีวิตใหม่ (อุดมศิลป์ ศรแี สงงาม, 2527)
หรอื งานของนกั วิ่งร่นุ เกา่ วิ่งในไทย 2 (ระย้าทิพย-์ แจค๊ แองเจล, 2528)
ซง่ึ คลอ้ ยหลงั จากนั้นเปน็ เวลาหลายสบิ ปี สงั คมไทยจึงไดม้ ีสารคดี
การวงิ่ ท่ีผสานอารมณ์ความรู้สกึ ของผู้เขยี นในทว่ งทา่ ทส่ี นุกสนานมาก
ขึ้นอย่าง เย็นวันเสาร์ เชา้ วนั อาทติ ย์ (คามนิ คมนีย์, 2546) ซ่ึงนับวา่ เป็น
หมุดแห่งอารมณค์ ร้ังแรกท่ีถกู ปักลงในวรรณกรรมแนวน้ี

แม้จะออกตวั ว่าไมใ่ ช่ “หนงั สอื วง่ิ ” แต่ คนละกา้ ว เกี่ยวขอ้ ง
กับการวงิ่ อยา่ งแน่นอน ส�ำนวนภาษาของเบลลา่ อยู่ในกลมุ่ นักสร้างสรรค์
ทเ่ี น้นความสนกุ สนาน ปูพน้ื และตบมุกอย่างกระฉับกระเฉง มาบรรจบ
กับการเลา่ ดว้ ยท่าทคี ลกุ วงใน หยิบจบั เรอ่ื งของคนในไปบอกคนนอก
โดยไม่อนิ ังขังขอบกบั ความศกั ดิ์สทิ ธจ์ิ ริงจังของอดุ มการณน์ กั เชน่ ใน

195

ตอนหนึ่งทบี่ นั ทกึ ไวว้ า่
“ผมเคยได้ยินแต่คำ� วา่ ‘โจรขโมยกางเกงใน’ แต่นี่คอื ‘โจร

ใหก้ างเกงใน’ แอบเอาไปให้โดยไม่หวงั ผล แต่ผลก็เกิดข้ึนแล้ว มม (หมอ
เมย์) โกรธจนปากควำ่� และอดุ มก�ำลงั ช็อกตวั แขง็ เปน็ รปู ปัน้ อยขู่ า้ งหนา้
ผม” (น.288)

ล้วนโนม้ นำ� ใหบ้ รรดาคนอ่านกลายมาเปน็ หน่งึ ในผู้สมรูร้ ่วมคิด
กับทีมงานอยา่ งครื้นเครง

ทา่ มกลางกลุม่ บุคคลทด่ี ูเหมือนจะใชห้ วั ใจนำ� ทาง หมอเมย์
มสี ถานะเป็นตวั แทนของอกี ฟากฝง่ั ด้วยความประณตี ในการใช้เหตุผล
เพยี บดว้ ยการตรวจตรา ระแวดระวงั รวมไปถงึ สรา้ งอาณาบริเวณแห่ง
การควบคุมในทางชีววิทยา เมื่อการปะทะระหว่างมิตทิ างอารมณแ์ ละ
เหตผุ ลเกิดขึ้นเป็นระยะในบนั ทกึ ความทรงจ�ำเลม่ นี้ ดงั จะเหน็ จาก
“หลักการกบั มนุษยธรรม” เปน็ อาทิ ผูอ้ ่านจงึ ได้ละเลียดกบั ฉากอันนา่
จดจ�ำท่ีหมอเมยต์ ้องปะทะคารมและความคิดกบั ตัวละครที่เนน้ อารมณ์
ความรสู้ ึกน�ำทางอยา่ งเบลลา่ (สนกุ สนาน) อุดม (ทะเลน้ ) และทขี่ าด
ไม่ได้คอื พต่ี ูน (มุ่งมน่ั จนเกนิ ขอบเขต)

เมื่อเรอื่ งดำ� เนนิ มาจนถงึ ครึ่งเลม่ ตอนท่รี า่ งกายของตนู อยู่
ในสภาพชำ� รดุ จนแทบจะใชก้ ารตอ่ ไม่ได้ ผู้อ่านจึงถกู น�ำไปสู่ฉากทชี่ วน
ลนุ้ ระทึก ซ่งึ ผสานมิติในเชิงการแพทย์ (เหตุผล) กบั ความมงุ่ ม่นั ปรารถนา
จนเกินตัว (ความรสู้ ึก)

“ที่โหดที่สดุ น่าจะเปน็ จงั หวะ ‘ลงเข็ม’ ของหมอเมย์ มนั คือ
การคลายกล้ามเนอื้ ทีข่ มวดปมทเ่ี กดิ จากการใช้งานหนกั หมอจะกด
บริเวณทเี่ จบ็ ของพต่ี ูน เอาปากกาเคมกี ากบาทไว้ แล้วเอาเขม็ แทง
จากน้นั กค็ วาน...ผมเห็นพตี่ ูนเอาหมอนมากัดไวแ้ น่น แลว้ รอ้ งลนั่ ...
บางครงั้ ก็ร้องจนหมดเสียง” (น.178)

196

ท้งั หมดทั้งมวลน้ี คอื เส้นทางของวีรบุรษุ คนหนึ่งผ่านงานเขยี น
แบบบนั ทึกความทรงจ�ำซ่งึ ใชม้ ติ ิเชิงอารมณ์และเหตุผลสอดประสาน
กัน ในมุมมองของผูเ้ ขยี นนนั้ ตัวเอกอาจจะถกู วาดภาพใหเ้ ป็นฮีโร่
ผยู้ ่ิงใหญต่ ามโครงสรา้ งการเล่าเรือ่ งแบบนทิ านปรมั ปรา ผสานการ
พรรณนาถงึ ความดงี ามจนแลดูคลา้ ยเปน็ บทสรรเสรญิ เยินยอท่ีเกินเลย
แต่หากจะมคี �ำแก้ตวั ใดๆ นน่ั คงเป็นเพราะภาพของตัวละครฝ่ายรา้ ยท่ี
ทรงอานุภาพอย่างยากจะกา้ วขา้ ม

คำ� วา่ คนละก้าว อนั หมายถงึ การร่วมแรงร่วมใจตามช่ือ
หนงั สอื คือทางออกของเร่ืองราวเหล่านี้ เพราะการพชิ ิตมารร้ายท่ชี อ่ื วา่
ความป่วยไข้และความขาดแคลนในสังคมไทย กห็ าใช่เสน้ ทางง่ายดาย
ท่จี ะผจญภยั ไปโดยลำ� พงั แต่แรก และนัน่ ท�ำใหก้ ลายเปน็ เรอื่ งของชาย
คนหนง่ึ พร้อมกลมุ่ คนติดสอยหอ้ ยตามกันอย่างเอกิ เกริก รวมฟันฝา่
อปุ สรรคนานปั การเพอ่ื หวงั ว่าจะมชี ยั ชนะในศกึ คร้ังนี้

คงไมต่ ้องบอกกระมังว่า ความชน่ื มืน่ ของคณะนกั วง่ิ ทีเ่ สน้ ชัย
ในอ�ำเภอแม่สาย ท้ายสุดนั้น หมายความถึงชัยชนะหรอื เปลา่

197

“จงเปน็ เปรตเปน็ เปรตเถดิ ”
: ฝนั โงๆ่ ในสงั คมแหง่ อำ� นาจสหู่ ายนะ

ทบ่ี น่ั ทอนคนใหก้ ลายเปน็ อยา่ งอนื่

ใกล้รงุ่ ภูอ่อนโสม

ความฝนั ทีย่ ืนหยัดตามล่าเพอื่ หวงั ชธู งชยั ถูกบน่ั ทอนกดขม่
จนลม้ เหลวส้ินหวัง ลมหายใจเฮอื กสุดท้ายท่ีหวงั ให้ปลดิ ขาดและจบทุก
ความระทมของชวี ติ ไม่ยอมขาดหว้ งลง แตก่ ลบั คนื ชีพด้วยตวั ตนใหมเ่ ปน็
เปรต อัปลักษณ์บดิ เบี้ยวท้งั กายใจ

นวนิยายเร่ือง เปรต ตีพิมพ์เมอ่ื ปี 2561 เขียนโดย ปราปต์
เปน็ หนึง่ นวนิยายในโปรเจกตผ์ ีมหานครทีน่ �ำตำ� นานผีพ้นื บ้านไทยมา
นำ� เสนอใหม่ให้เหล่าผโี ลดแลน่ ในเมืองหลวงหลอกหลอนและหลอกล่อ
ผู้คน กดั กนิ เพื่อนมนุษยด์ ้วยกันเอง โดยนวนยิ ายเรื่องเปรตเล่าถงึ “รังเพลงิ ”
ชายผ้มู องโลกในแงด่ ี เหน็ ใจผู้อ่นื ไมค่ ิดคดโกงโกหกและเอาเปรยี บผู้อืน่
แม้สภาพแวดลอ้ มจะชวนให้เป็นตรงกนั ข้าม รงั เพลงิ ฝนั อยากเป็นศลิ ปิน
เขามานะบากบัน่ ตามฝันในมหานครทเี่ ตม็ ไปดว้ ยโอกาส หากสดุ ทา้ ยก็
ควา้ เพียงควันเงาเพราะความฝนั ถกู กดขม่ บัน่ ทอนดว้ ยอ�ำนาจทง้ั ในครอบครวั
และสังคมการทำ� งาน รงั เพลิงถูกลดทอนความเป็นคนจนส้ินหวงั ในฝัน
และชีวิตจึงตดั สนิ ใจผกู คอตาย แตน่ อกจากจะไมต่ าย เขาฟน้ื ข้ึนมา
พรอ้ มกบั อ�ำนาจทถี่ ูกหยิบยน่ื ภายใต้ภาพลกั ษณ์เปรตทยี่ งิ่ ใหญ่

198

ฝนั โง่ๆ ในเมอื งทีไ่ ม่อนุญาตใหค้ นมฝี นั

เมอื งหลวงคอื มหานครแห่งฝันที่เต็มไปด้วยโอกาส ผู้คนไหล
หลง่ั หาท่ีทางเลี้ยงชวี ติ และส่วนหนึ่งแสวงหาทท่ี างสรา้ งฝันแสดงตวั ตน
เพ่ือเอือ้ มคว้าความส�ำเรจ็ เช่นเดยี วกบั รังเพลิงท่ีหลอ่ เล้ียงฝนั ศิลปนิ มา
ตลอด แม้ยังไมเ่ คยประสบความสำ� เร็จแตค่ วามฝนั น้ีช่วยถักทอให้เขายงั
ปรารถนาในชวี ิต แต่เม่ือสง่ิ เดียวท่ที �ำใหอ้ ยากมชี ีวิตตอ่ ไปถกู กดขม่ และ
ถูกบน่ั ทอนจากคนใกล้ชิด

“จะสนับสนุนได้ไง้ มันเล้ียงชวี ติ ไมร่ อด” (หนา้ 69)
แม้จะถูกหยันว่าฝนั หาเลยี้ งตัวเองไมไ่ ดแ้ ละไม่มวี นั ประสบความ
ส�ำเร็จกบั อาชีพนี้ แตร่ ังเพลงิ กย็ งั ยนื หยดั จนความอดทนไม่ไยดีเขาอีก
ต่อไป ขา้ งห้องมั่วสมุ เสพยาเสียงดงั จนไมม่ สี มาธแิ ต่งเพลง ‘มติ ิ’ รุ่นน้อง
รว่ มวงขอแยกตัวไปเปน็ ศิลปินเดีย่ วและเอาเพลง ‘หนา้ กากลีลาศ’ ท่ี
รังเพลงิ แตง่ ไปเปน็ ของตวั เองแถมยงั โดง่ ดงั อีกดว้ ย ‘รังเลข’ น้องสาว
บ่นเร่อื งกจิ การร้านก๋วยเตยี๋ วทข่ี าดทุนลงทุกวันและเงนิ ที่พีส่ ่งให้ก็ไม่พอ
ใชส้ อย ‘รงั สรรค์’ ผ้เู ปน็ พ่อกเ็ รยี กตวั กลับไปอยบู่ า้ นทุกครง้ั เมื่อมโี อกาส
พูด ที่หดห่กู ว่านนั้ คือ ‘พันช่ัง’ แฟนสาวทห่ี วงั สร้างอนาคตดว้ ยกนั บน
ทางฝนั ของรงั เพลงิ แต่เมอ่ื ไม่เคยประสบความสำ� เร็จเธอจึงทำ� ทุกอย่าง
ใหร้ ังเพลงิ เลิกฝันโง่ๆ พนั ชงั่ บอกเลิกแลว้ จะไปคบกบั “เทพประทาน”
พเ่ี ขยท่เี ขาเกลียดอย่างถึงที่สดุ
ทง้ั หมดท�ำให้รงั เพลงิ ตดั สนิ ใจฆา่ ตวั ตายอีกครั้งไปพรอ้ มกับ
กตี ารข์ องเขา
“พ่เี พลงิ สน้ิ หวังบนทางฝัน เขาถงึ กบั ท�ำลายกีตารย์ อดรักตวั
นนั้ เกือบจะท�ำลายตวั เองด้วยซำ้� ” (หนา้ 210-211)
กตี ารท์ เ่ี ปรียบเสมอื นตัวแทนความฝนั ศิลปนิ ของรงั เพลิงกลับ
ถูกเจา้ ของความฝนั ทำ� ลายมนั ลงเอง การตามฝนั ในมหานครที่เต็มไป

199


Click to View FlipBook Version