The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by erkph001, 2024-03-26 09:47:24

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัั รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับบ ระเบีบีียบบ ประกาศ คำคำ ำสั่ ่�ง และหนััง ่�ง และหนัังสืสืือเวีวีียนน ที่ ่่�เกี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักั ั บ ั บ ระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิ ิ นน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ สถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิ (สพฉ.)


รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนัังสืือเวีียน ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๗ ISBN : 978-616-7951-68-3 ข้้อมููลทางบรรณานุุกรมของสำำ นัักหอสมุุดแห่่งชาติิ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data สถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิ. รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำสั่่ ำ �ง และหนัังสืือเวีียน ที่่�เกี่่�ยวข้้อง กัับระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. 2567.-- นนทบุุรีี: สถาบััน, 2567. 336 หน้้า 1. กฎหมายการแพทย์์. I. ชื่่�อเรื่่�อง. 344.041 ISBN 978-616-7951-68-3 จััดพิิมพ์์โดย : สถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉินิแห่่งชาติิ (สพฉ.) อาคารเฉลิิมพระเกีียรติิพระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััว ๘๔ พรรษา เลขที่่�๘๘/๔๐ ถนนติิวานนท์์ ตำำบลตลาดขวััญ อำำเภอเมืือง จัังหวัดันนทบุุรีี๑๑๐๐๐ โทรศััพท์์๐๒-๘๗๒-๑๖๐๐ โทรสาร ๐๒-๘๗๒-๑๖๐๑-๖ พิิมพ์์ครั้้�งที่่� ๑ : กุุมภาพัันธ์์๒๕๖๗ จำำนวน : ๑,๐๐๐ เล่่ม พิิมพ์์ที่่� : บริิษััท ปััญญมิิตร การพิิมพ์์ จำกัำ ัด โทรศััพท์์/โทรสาร : ๐๒-๘๗๓-๒๐๙๘ (2)


คำำ�นำำ� หนัังสืือ “รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำสั่่ ำ �ง และหนัังสืือเวีียนที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับ ระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๗” นี้้�กลุ่่มกฎหมายการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ในฐานะหน่่วยงานที่่รั�บัผิิดชอบ หลัักในงานกฎหมายการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ได้้รวบรวมและจััดพิิมพ์์อีีกครั้้�ง โดยได้้มีีการเพิ่่�มเติิมประกาศ คณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิินที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับมาตรฐานการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน และหลัักเกณฑ์์และ วิิธีีการเกี่่�ยวกัับการประสานงานและการรายงานของหน่่วยปฏิิบััติิการและสถานพยาบาลในการปฏิิบััติิ การฉุุกเฉิิน รวมทั้้�งความพร้้อมเกี่่�ยวกัับบุุคลากร พาหนะ สถานที่่�และอุุปกรณ์์ในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน และการรัับผู้้ป่่วยฉุุกเฉิิน ซึ่่�งทั้้�งสองประกาศเป็็นประกาศที่่�ออกมาใหม่่ ทำำ ให้้กลไกในการกำำกัับดููแล หน่่วยปฏิิบััติิการ สถานพยาบาล และผู้้ปฏิิบััติิการ ครบถ้้วนตามที่่�พระราชบััญญััติิการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหำนด ซึ่่�งนอกจากประกาศทั้้�งสองฉบัับดัังกล่่าวแล้้ว ในรอบปีี๒๕๖๖ คณะกรรมการ การแพทย์์ฉุุกเฉิินและสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิและหน่่วยงานภายนอกได้้มีีการออกประกาศ ระเบีียบ คำำสั่่�ง และหนัังสืือเวีียนที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับงานการแพทย์์ฉุุกเฉิิน อีีกหลายฉบัับ กลุ่่มกฎหมาย การแพทย์์ฉุุกเฉิิน จึึงได้้รวบรวมเพื่่�อที่่�จะเป็็นประโยชน์์ต่่อการทำำงานของผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องในระบบ การแพทย์์ฉุุกเฉิิน และเป็็นแหล่่งค้้นคว้้าอ้้างอิิงสำหรัำ ับผู้้ที่่�สนใจงานการแพทย์์ฉุุกเฉิินอีีกช่่องทางหนึ่่�ง กลุ่่มกฎหมายการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ขอขอบพระคุุณ เรืืออากาศเอก นายแพทย์์ อััจฉริิยะ แพงมา เลขาธิิการ สพฉ. และนายไพศาล ก้้อนจำำ ปา ผู้้ช่่วยเลขาธิิการ สพฉ. ที่่�กรุุณาให้้คำำแนะนำำ ในการจััดทำำ หนัังสืือเล่่มนี้้� ขอขอบพระคุุณผู้้บริิหาร และพี่่�น้้องชาว สพฉ. รวมถึึงผู้้ปฏิิบััติิการ หน่่วยปฏิิบััติิการ สถานพยาบาล และภาคีีเครืือข่่ายในระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ที่่�ให้้การสนัับสนุุนทำำ ให้้มีีการปรัับปรุุง และพััฒนาการออกกฎ ให้้สอดคล้้องกัับพระราชบััญญััติิการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑ รวมถึึงเป็็น กำำลัังใจให้้การรวบรวมหนัังสืือครั้้�งนี้้�สำำเร็็จลุุล่่วง แต่่อย่่างไรก็็ตามการรวบรวมเพื่่�อจััดทำำหนัังสืือครั้้�งนี้้� หากพบความบกพร่่องไม่่สมบููรณ์์ครบถ้้วน ทางกลุ่่มกฎหมายการแพทย์์ฉุุกเฉิินในฐานะผู้้จััดทำำ ใคร่่ขอน้้อมรัับทั้้�งในส่่วนของคำำติิชมที่่�สะท้้อนมาฉัันกััลยาณมิิตรจากทุุกท่่าน โดยจะได้้นำำ ไปปรัับปรุุง แก้้ไขต่่อไป และหวัังว่่าหนัังสืือเล่่มนี้้�จะพอมีีประโยชน์์แก่่การทำำงานเพื่่�อช่่วยเหลืือผู้้ป่่วยฉุุกเฉิินไม่่มาก ก็็น้้อย กลุ่่มกฎหมายการแพทย์์ฉุุกเฉิิน สถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิ (3)


(4)


สารบััญ พระราชบััญญััติิการแพทย์์ฉุุกเฉินิ พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑ - พระราชบััญญััติิการแพทย์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑ ส่่วนที่่� ๑ ผู้้ปฏิิบััติิการ ๑๙ - พระราชกฤษฎีีกา กํําหนดให้้สาขาฉุุกเฉิินการแพทย์์ ๒๐ เป็็นสาขาการประกอบโรคศิิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔ - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการกำำหนดผู้้ปฏิิบััติิการ ๒๖ การรับัรององค์์กรและหลัักสููตรการศีีกษาหรืือฝึึกอบรมผู้้ปฏิิบััติิการ และการให้้ประกาศนียีบััตรหรืือเครื่่�องหมายวิิทยฐานะแก่่ผู้้ผ่่านการศึึกษา หรืือฝึึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๓ - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการกำำหนดผู้้ปฏิิบััติิการ ๕๙ การรับัรององค์์กรและหลัักสููตรการศึึกษาหรืือฝึึกอบรมผู้้ปฏิิบััติิการ และการให้้ประกาศนียีบััตรหรืือเครื่่�องหมายวิิทยฐานะแก่่ผู้้ผ่่านการศึึกษา หรืือฝึึกอบรม (ฉบัับที่่�๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการกํําหนดผู้้ปฏิิบััติิการ ๖๕ การรับัรององค์์กรและหลัักสููตรการศีีกษาหรืือฝึึกอบรมผู้้ปฏิิบััติิการ และการให้้ประกาศนียีบััตรหรืือเครื่่�องหมายวิิทยฐานะแก่ผู้้ผ่่ ่านการศึึกษา หรืือฝึึกอบรม (ฉบัับที่่�๓) พ.ศ. ๒๕๖๖ - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการกํําหนดผู้้ปฏิิบััติิการ ๖๗/๑ การรับัรององค์์กรและหลัักสููตรการศีีกษาหรืือฝึึกอบรมผู้้ปฏิิบััติิการ และการให้้ประกาศนียีบััตรหรืือเครื่่�องหมายวิิทยฐานะแก่ผู้้ผ่่ ่านการศึึกษา หรืือฝึึกอบรม (ฉบัับที่่�๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง ประเภท ระดัับ ๖๘ อํํานาจหน้้าที่่� ขอบเขต ความรัับผิิดชอบ หรืือข้้อจำกัำ ัดของผู้้ปฏิิบััติิการ ในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิินตามคำสั่่ ำ �งการแพทย์์หรืือการอำำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง เกณฑ์์และวิิธีีการในการดํําเนิินการ ๘๒ เพื่่�อการขอรัับ การออก และการอนุุมััติิให้้ประกาศนีียบััตร พ.ศ. ๒๕๖๕ (5)


- ประกาศคณะอนุุกรรมการฉุุกเฉิินการแพทย์์เรื่่�อง วิิธีีการและเกณฑ์์ ๘๕ ตรวจติิดตามประเมิินองค์์กรและหลัักสููตรฝึึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๕ - ประกาศคณะอนุุกรรมการฉุุกเฉิินการแพทย์์เรื่่�อง เกณฑ์์และวิิธีีการ ๙๐ ในการดำำเนิินการเพื่่�อการเปลี่่�ยนผ่่านผู้้ปฏิิบััติิการตามข้้อบัังคัับเดิิม สู่่การเป็็นผู้้ปฏิิบััติิการตามข้้อบัังคัับใหม่่พ.ศ. ๒๕๖๕ - ประกาศคณะอนุุกรรมการฉุุกเฉิินการแพทย์์เรื่่�อง การกำำหนดลัักษณะองค์์กร ๙๖ ที่่�จััดการศึึกษาต่่อเนื่่�องด้้านการแพทย์์ฉุุกเฉิินเพื่่�อการต่่ออายุุประกาศนีียบััตร การรับัรองกิิจกรรมการศึึกษาต่่อเนื่่�องและการกํําหนดหน่่วยคะแนน พ.ศ. ๒๕๖๖ ส่่วนที่่� ๒ หน่่วยปฏิิบััติิการ ๑๑๑ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง ประเภท ระดัับ อำำนาจหน้้าที่่� ๑๑๒ ขอบเขตความรัับผิิดชอบ และข้้อจำำกััดของหน่่วยปฏิิบััติิการ พ.ศ. ๒๕๖๒ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และเงื่่�อนไข ๑๒๒ เกี่่�ยวกัับการปฏิิบััติิหน้้าที่่�และการกำกัำ ับดููแลหน่่วยปฏิิบััติิการแพทย์์ พ.ศ. ๒๕๖๔ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และเงื่่�อนไข ๑๓๙ เกี่่�ยวกัับการปฏิิบััติิหน้้าที่่�และการกํํากัับดููแลหน่่วยปฏิิบััติิการแพทย์์(ฉบัับที่่�๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และเงื่่�อนไขเกี่่�ยวกัับ ๑๔๐ การปฏิิบััติิหน้้าที่่�และการกํํากัับดููแลหน่่วยปฏิิบััติิการอำำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง เกณฑ์์และวิิธีีการติิดตาม ๑๕๓ ประเมิินคุุณภาพการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของหน่่วยปฏิิบััติิการอำำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง แนวทางการขึ้้�นทะเบีียน ๑๗๑ หน่่วยปฏิิบััติิการ พ.ศ. ๒๕๖๖ ส่่วนที่่� ๓ สถานพยาบาล ๑๗๙ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง ข้้อกำำหนดว่่าด้้วยสถานพยาบาล ๑๘๐ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง อำำนาจหน้้าที่่�ขอบเขต ๑๘๔ ความรับัผิิดชอบ และข้้อจำำกััดของสถานพยาบาลในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๗ (6)


ส่่วนที่� ๔่มาตรฐานการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการเกี่่�ยวกัับ ๑๘๕ การประสานและการรายงานของหน่่วยปฏิิบััติิการและสถานพยาบาล ในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉินิ และการปฐมพยาบาล - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง มาตรฐาน ๑๘๖ การปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๖ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการ ๑๙๖ เกี่่�ยวกัับการประสานและการรายงานของหน่่วยปฏิิบััติิการและสถานพยาบาล ในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน รวมทั้้�งความพร้้อมเกี่่�ยวกัับบุุคลากร พาหนะ สถานที่่� และอุุปกรณ์์ในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิินและการรับผู้้ป่ ั ่วยฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๖ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง มาตรฐานการ ๑๙๘ ปฏิิบััติิการฉุุกเฉิินในการช่่วยชีวิีิตขั้้�นพื้้�นฐานนอกสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง กํําหนดให้้การใช้้เครื่่�องฟื้้�นคืืน ๒๐๑ คลื่่�นหััวใจด้้วยไฟฟ้้าแบบอััตโนมััติิเป็็นการปฐมพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ ส่่วนที่่� ๕ ยานพาหนะในการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน ๒๐๓ - พระราชบััญญััติิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ ๗๖ และ ๑๔๘ ๒๐๔ - ข้้อกํําหนดสํํานัักงานตํํารวจแห่่งชาติิเรื่่�อง กํําหนด เงื่่�อนไข ๒๐๖ หลัักเกณฑ์์การขออนุุญาตและการใช้้ไฟสััญญาณวัับวาบ เสีียงสััญญาณไซเรน หรืือเสีียงสััญญาณอย่่างอื่่�นและเครื่่�องหมายแสดงลัักษณะของรถฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๖ - คํําสั่่�งสํํานัักงานตํํารวจแห่่งชาติิ ที่่�๕๔๙/๒๕๖๖ เรื่่�อง มอบอำำนาจการอนุุญาต ๒๑๗ ให้้รถฉุุกเฉิิน รถในราชการทหารหรืือตํํารวจหรืือรถอื่่�นใช้้สััญญาณวัับวาบ หรืือใช้้เสีียงสััญญาณไซเรนหรืือเสียีงสััญญาณอื่่�นได้้ ส่่วนที่่� ๖ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเฉินวิิกฤต มีีสิิทธิิทุุกที่่�” ๒๑๙ (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP) - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์การประเมิิน ๒๒๐ เพื่่�อคััดแยกระดัับความฉุุกเฉิินและมาตรฐานการปฏิิบััติิการฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๔ - พระราชบััญญััติิสถานพยาบาล (ฉบัับที่่�๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒๒๔ - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ุเรื่่�อง หลัักเกณฑ์์ วิิธีีการ ๒๓๓ และเงื่่�อนไขการกำำหนดค่่าใช้้จ่่ายในการดํําเนิินการผู้้ป่่วยฉุุกเฉิินวิิกฤต (7)


- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ุเรื่่�อง หลัักเกณฑ์์ วิิธีีการ และเงื่่�อนไข ๒๓๗ การช่่วยเหลืือเยีียวยาแก่่ผู้้ป่่วยฉุุกเฉิิน การระดมทรััพยากรและมีีส่่วนร่่วม ในการช่่วยเหลืือเยีียวยา และการจัดัให้้มีีการส่่งต่่อผู้้ป่่วยไปยัังสถานพยาบาลอื่่�น - ประกาศกระทรวงการคลััง เรื่่�องหลัักเกณฑ์์และอััตราค่่ารัักษาพยาบาล ๒๔๐ ประเภทผู้้ป่่วยนอกหรืือผู้้ป่่วยใน สถานพยาบาลของเอกชน กรณีีเจ็็บป่่วยฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๐ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ตามพระราชบััญญััติิประกัันสัังคม ๒๔๙ เรื่่�อง หลัักเกณฑ์์และจํํานวนเงิินทดแทนค่่าบริิการทางการแพทย์์ กรณีีประสบอัันตรายหรืือเจ็็บป่่วยฉุุกเฉิิน - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการหลัักประกัันสุุขภาพแห่่งชาติิ ว่่าด้้วยการใช้้สิิทธิิ ๒๕๘ รัับบริิการสาธารณสุข ุกรณีีที่่�มีีเหตุุสมควร กรณีีอุุบััติิเหตุุ หรืือกรณีีเจ็็บป่่วยฉุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๐ - หนัังสืือกรมบััญชีีกลาง ที่่�กค ๐๔๑๖.๔/ว๗๖ ลงวัันที่่�๑๒ กุุมภาพัันธ์์๒๕๖๑ ๒๖๒ เรื่่�อง ซ้้อมความเข้้าใจกรณีีการเบิิกเงิินค่่ารัักษาพยาบาลกรณีีเจ็็บป่่วยฉุุกเฉิิน ในสถานพยาบาลของเอกชน ส่่วนที่่� ๗ องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น ๒๖๙ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง ๒๗๐ หลัักเกณฑ์์ให้้องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�นเป็็นผู้้ดำำเนิินงานและบริิหารจััดการ ระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ในระดับท้ั ้องถิ่่�น พ.ศ. ๒๕๖๐ - ประกาศคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน เรื่่�อง ๒๗๖ หลัักเกณฑ์์ให้้องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�นเป็็นผู้้ดำำเนิินงานและบริิหารจััดการ ระบบการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ในระดับท้ั ้องถิ่่�น (ฉบัับที่่�๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ - หนัังสืือสํํานัักงานปลัดสํํ ัานัักนายกรััฐมนตรี ที่่�นร ๐๑๐๗/๘๐๓๗ ๒๗๗ ลงวัันที่่�๒๔ สิิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่่�อง การนํําเนิินงานและบริิหารจััดการ การแพทย์์ฉุุกเฉิินขององค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น - หนัังสืือสํํานัักงานปลััดสํํานัักนายกรััฐมนตรี ที่่�นร ๐๑๐๗/๘๐๓๙ ๒๗๘ ลงวัันที่่�๒๔ สิิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่่�อง การดำำเนิินงานและบริิหารจััดการ การแพทย์์ฉุุกเฉิินขององค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น (8)


ส่่วนที่� ๘ กอง ่ทุุนการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ๒๗๙ - ระเบียบคี ณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วย การรับัเงิิน การจ่่ายเงิิน ๒๘๐ และการเก็บรั็ ักษาเงิินกองทุุน พ.ศ. ๒๕๕๒ และที่่�แก้้ไขเพิ่่�มเติิม - ระเบียบคี ณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการรัับเงิิน การจ่่ายเงิิน ๒๙๓ และการเก็บรั็ ักษาเงิินกองทุุน (ฉบัับ ที่่�๙) พ.ศ. ๒๕๖๗ - ระเบียบคี ณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการรัับเงิิน การจ่่ายเงิิน ๒๙๕ และการเก็บรั็ ักษาเงิินกองทุุนในสถานการณ์์โรคติิดเชื้้�อไวรััสโคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๔ ส่่วนที่่� ๙ ค่่าบริิการทางการแพทย์์ฉุุกเฉินิและการดํําเนิินกิิจการของสถาบััน ๒๙๙ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง ค่่าดำำเนิินการออกใบรัับรอง ๓๐๐ ผลการฝึึกอบรมและค่่าดํําเนิินการลงทะเบีียนฝึึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๔ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง ค่่าดำำเนิินการออกใบรัับรอง ๓๐๓ ผลการฝึึกอบรมและค่่าดํําเนิินการลงทะเบีียนฝึึกอบรม (ฉบัับที่่�๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ส่่วนที่่� ๑๐ เข็็มเชิิดชููเกีียรติิ ๓๐๕ - ข้้อบัังคัับคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วยการให้้เข็็มเชิิดชููเกีียรติิ ๓๐๖ พ.ศ. ๒๕๖๗ ส่่วนที่่� ๑๑ การสอบสวนตามมาตรา ๓๑ และโทษปรัับทางปกครอง ๓๑๕ - มติิคณะกรรมการการแพทย์์ฉุุกเฉิิน ว่่าด้้วย หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการสอบสวน ๓๑๖ - หลัักเกณฑ์์และวิธีิีการปรัับทางปกครอง ๓๑๘ ส่่วนที่่� ๑๒ อื่่�นๆ ที่่�เกี่่�ยวข้้อง ๓๒๑ - กฎกระทรวง ฉบัับที่่�๖๙ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบััญญััติิ ๓๒๒ ควบคุุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ - ประกาศสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิเรื่่�อง ตราสััญลัักษณ์์ ๓๒๗ สถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิพ.ศ. ๒๕๖๕ (9)


พระราชบััญญััติิ การแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉินน ิ พ.ศ. ๒๕๕๑ พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติ การแพทยฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วนทั ี่ ๒๓ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปนปที่ ๖๓ ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรใหมีกฎหมายวาดวยการแพทยฉุกเฉิน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติการแพทยฉกเฉุิน พ.ศ. ๒๕๕๑” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ 2 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๒ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ “การแพทยฉุกเฉิน” หมายความวา การปฏิบัติการฉุกเฉิน การศึกษา การฝกอบรม การคนควา และการวิจัยเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบําบัดรักษาผูปวยฉุกเฉิน และการปองกันการเจ็บปวย ที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน “ผูปวยฉุกเฉิน” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับบาดเจ็บหรือมีอาการปวยกะทันหัน ซึ่งเปน ภยันตรายตอการดํารงชีวิตหรือการทํางานของอวัยวะสําคัญ จําเปนตองไดรับการประเมิน การจัดการ และการบําบัดรักษาอยางทันทวงทีเพื่อปองกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บ หรืออาการปวยนั้น “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลของรัฐ สถานพยาบาลสภากาชาดไทย สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล และสถานพยาบาลอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด “สถานพยาบาลของรัฐ” ใหหมายความรวมถึงสถานพยาบาลในกํากับของรัฐดวย “ปฏิบัติการฉุกเฉิน” หมายความวา การปฏิบัติการดานการแพทยฉุกเฉินนับแตการรับรูถึง ภาวะการเจ็บปวยฉุกเฉินจนถึงการดําเนินการใหผูปวยฉุกเฉินไดรับการบําบัด รักษาใหพนภาวะฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการประเมิน การจัดการ การประสานงาน การควบคุม ดูแล การติดตอสื่อสาร การลําเลียงหรือขนสง การตรวจวินิจฉัย และการบําบัดรักษาพยาบาลผูปวยฉุกเฉินทั้งนอกสถานพยาบาลและในสถานพยาบาล “หนวยปฏิบัติการ” หมายความวา หนวยงานหรือองคกรที่ปฏิบัติการฉุกเฉิน “ผูปฏิบัติการ” หมายความวา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉินตามที่คณะกรรมการ การแพทยฉุกเฉินกําหนด “สถาบัน” หมายความวา สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “กองทุน” หมายความวา กองทุนการแพทยฉุกเฉิน “กรรมการ” หมายความวา กรรมการการแพทยฉุกเฉิน “เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “พนักงาน” หมายความวา พนักงานของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “ลูกจาง” หมายความวา ลูกจางของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมี อํานาจออกประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ 3 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๓ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ ประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได หมวด ๑ คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน มาตรา ๕ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน” เรียกโดยยอวา “กพฉ.” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข เปนประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนสี่คน ไดแก ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม และเลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ (๓) กรรมการผูแทนแพทยสภาจํานวนสองคน โดยอยางนอยตองเปนแพทยผูมีความรู ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินจํานวนหนึ่งคน (๔) กรรมการผูแทนสภาการพยาบาลจํานวนหนึ่งคน (๕) กรรมการผูแทนสถานพยาบาลซึ่งเลือกกันเองจํานวนสองคน โดยเปนผูแทนจาก สถานพยาบาลของรัฐและเอกชนประเภทละหนึ่งคน (๖) กรรมการผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นซึ่งเลือกกันเองจํานวนสองคน (๗) กรรมการผูแทนองคกรภาคเอกชนที่ไมแสวงหากําไรและมีบทบาทดานบริการการแพทย ฉุกเฉินกอนถึงสถานพยาบาลที่เปนนติิบุคคลซึ่งเลือกกันเองจํานวนสองคน (๘) กรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากบุคคลที่มีความรูความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณเปนที่ประจักษในดานการเงินและบัญชี ดานกฎหมาย ดานการแพทยฉุกเฉนิ และดานอนื่ ที่เปนประโยชน จํานวนไมเกินสี่คน ใหเลขาธิการเปนกรรมการและเลขานุการ และใหเลขาธิการแตงตั้งพนักงานไมเกินสองคน เปนผูชวยเลขานุการ มาตรา ๖ การเลือกหรือแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) ใหเปนไป ตามหลักเกณฑและวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด 4 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๔ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) ตองมีคุณสมบัติและไมมี ลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) อายุไมต่ํากวาสามสิบหาปบริบูรณและไมเกินเจ็ดสิบปบริบูรณ (๓) ไมเคยถูกลงโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิด ที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ สามป และอาจไดรับเลือกหรือแตงตั้งใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินกวาสองวาระติดตอกันไมได เมื่อครบกําหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการเลือกหรือแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) ขึ้นใหม ใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบตัิ หนาที่ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับเลือกหรือไดรับแตงตั้งใหมเขารับหนาที่ เมื่อกรรมการจะพนตําแหนงตามวาระ ใหดําเนินการเลือกหรือแตงตั้งกรรมการประเภทเดียวกัน แทนกอนวันครบวาระไมนอยกวาเกาสิบวัน ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหดําเนินการเลือกหรือ แตงตั้งกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในเกาสิบวนนั ับแตวันที่ตําแหนงกรรมการวางลง และใหผูไดรับ เลือกหรือแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่วาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระเหลืออยูไมถึงเกาสิบวัน จะไม ดําเนินการเลือกหรือแตงตั้งกรรมการแทนตําแหนงที่วางนั้นก็ได ในกรณีเชนวานี้ให กพฉ. ประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู มาตรา ๙ นอกจากการพนตําแหนงตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) พนจากตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๗ (๔) เปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ 5 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๕ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๕) กพฉ. ไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเทาที่มีอยูใหออกเพราะ บกพรองตอหนาที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหยอนความสามารถ มาตรา ๑๐ การประชุม กพฉ. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุม ในการประชุม กพฉ. ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม ในการปฏิบัติหนาที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผูใดมีสวนไดเสียโดยตรงหรือโดยออม ในเรื่องที่ กพฉ. พิจารณา ใหประธานกรรมการหรือกรรมการผูนั้นแจงใหที่ประชุมทราบ และให ที่ประชุมพิจารณาวากรรมการผูนั้นสมควรจะอยูในที่ประชุมหรือมีมติในการประชุมเรื่องนั้นไดหรือไม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ กพฉ. กําหนด การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๑ กพฉ. มีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดมาตรฐานและหลักเกณฑเกี่ยวกับระบบการแพทยฉุกเฉิน (๒) เสนอแนะหรือใหคําปรึกษาตอคณะรัฐมนตรเกี ี่ยวกับนโยบายดานการแพทยฉุกเฉิน (๓) เสนอแนะแนวทางการแกไขปญหาหรืออุปสรรคอันเกิดจากการดําเนินงานเกี่ยวกับการแพทย ฉุกเฉินตอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา (๔) กําหนดนโยบายการบริหารงาน ใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานและอนุมัติ แผนการเงินของสถาบัน (๕) ควบคุมดูแลการดําเนินงานและการบริหารงานทั่วไป การจัดตั้งและยกเลิกสํานักงานสาขา ตลอดจนออกขอบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพยสิน การติดตามประเมินผลและการดําเนินการอื่นของสถาบัน (๖) ออกขอบังคับเกี่ยวกับการรับรององคกรและหลักสูตรการศึกษาหรือฝกอบรม ผูปฏิบัติการ และการใหประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแกผูผานการศึกษาหรือฝกอบรม เวนแตการดังกลาวจะมีกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดานการแพทยและการสาธารณสุข เปนการเฉพาะ ก็ใหเปนไปตามกฎหมายนั้น 6 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๖ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๗) ออกขอบังคับเกี่ยวกับการใหเข็มเชิดชูเกียรติเพื่อมอบใหแกบุคคลผูสนับสนุนกิจการ ดานการแพทยฉุกเฉิน (๘) ดําเนินการใหมีระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชนในการประสานงาน และการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉิน (๙) ดําเนินการใหมีการประสานความรวมมือระหวางหนวยงานที่เกี่ยวของในการเขาถึง ขอมูลขาวสารเพื่อประโยชนในการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๑๐) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน และการรักษาเงินกองทุน รวมทั้งการจัดหา ผลประโยชนตามมาตรา ๓๖ (๑๑) ใหความเห็นชอบการกําหนดคาบริการทางการแพทยฉุกเฉินและการดําเนินกิจการของสถาบัน (๑๒) สรรหา แตงตั้ง ประเมินผลการปฏิบัติงานและถอดถอนเลขาธิการ (๑๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นหรือตามที่ คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๑๒ กพฉ. มีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการ หรือที่ปรึกษาเพื่อใหปฏิบัติหนาที่ตาม พระราชบัญญัตินี้หรือตามที่ กพฉ. มอบหมาย ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาใชบังคับกับการประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๑๓ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานอนุกรรมการ หรืออนุกรรมการไดรับ ประโยชนตอบแทนตามหลักเกณฑที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หมวด ๒ สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ มาตรา ๑๔ ใหจัดตั้งสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติขึ้นเปนหนวยงานของรัฐที่ไมเปน สวนราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน หรือไมเปนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย วาดวยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น เรียกโดยยอวา “สพฉ.” ใหสถาบันมีฐานะเปนนิติบุคคลและอยูในกํากับของรัฐมนตรี 7 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๗ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ กิจการของสถาบันไมอยูภายใตบังคับแหงกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวย แรงงานสัมพันธ กฎหมายวาดวยการประกันสังคม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทน แตพนักงานและ ลูกจางของสถาบันตองไดรับประโยชนตอบแทนไมนอยกวาที่กําหนดไวในกฎหมายดังกลาว มาตรา ๑๕ ใหสถาบันมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) จัดทําแผนหลักเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉินเสนอตอ กพฉ. (๒) จัดทํามาตรฐานและหลักเกณฑเกี่ยวกับระบบการแพทยฉุกเฉินเสนอตอ กพฉ. รวมทั้ง กําหนดเกณฑและวิธีการปฏิบัติการฉุกเฉินตามมาตรฐานและหลักเกณฑที่ กพฉ. กําหนด (๓) จัดใหมีระบบปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมถึงการบริหารจัดการและการพัฒนาระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชนในการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๔) ศึกษา คนควา วจิัยและพัฒนา รวมทั้งเผยแพรความรูทางการแพทยฉุกเฉิน (๕) จัดใหมีการศึกษาและฝกอบรมการปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน (๖) ประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๗) เปนศูนยกลางประสานกับหนวยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและตางประเทศ ที่ดําเนินงานเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน (๘) เรียกเก็บคาบริการทางการแพทยฉุกเฉินและการดําเนินกิจการของสถาบัน (๙) รับผิดชอบงานธุรการของ กพฉ. หรือปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น หรือที่ กพฉ. มอบหมาย มาตรา ๑๖ รายไดของสถาบัน ประกอบดวย (๑) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรใหตามความเหมาะสม (๒) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคให (๓) เงินหรือทรัพยสินอื่นที่ตกเปนของสถาบัน (๔) รายไดจากคาบริการทางการแพทยฉุกเฉินและการดําเนินกิจการของสถาบัน (๕) ดอกผลของเงินหรือทรัพยสินตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) เงินและทรัพยสินของสถาบันไมตองนําสงกระทรวงการคลังเปนรายไดของแผนดินตามกฎหมาย วาดวยเงินคงคลังและกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ 8 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๘ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗ ทรัพยสินของสถาบันไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดี บุคคลใดจะยก อายุความขึ้นเปนขอตอสูกับสถาบันในเรื่องทรัพยสินของสถาบันมิได บรรดาทรัพยสินที่สถาบันไดมาโดยมีผูบริจาคให หรือไดมาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจาก รายไดของสถาบัน ใหเปนกรรมสิทธิ์ของสถาบัน เวนแตบรรดาอสังหาริมทรัพยที่สถาบันไดมาโดยใช เงินรายไดตามมาตรา ๑๖ (๑) ใหตกเปนราชพัสดุ แตสถาบันมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา และใชประโยชน ใหสถาบันมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช และจัดหาประโยชนจากทรัพยสิน ของสถาบัน มาตรา ๑๘ การเก็บรักษาและการใชจายเงินของสถาบันใหเปนไปตามระเบียบที่ กพฉ. กําหนด และตองจัดใหมีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและการพัสดุของสถาบัน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให กพฉ. ทราบอยางนอยปละครั้ง ใหสถาบันจัดทํางบการเงินซึ่งอยางนอยตองประกอบดวยงบดุลและบัญชีทําการสงผูสอบบัญชี ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีของทุกป ในทุกรอบปใหสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่ กพฉ. แตงตั้งดวย ความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินเปนผูสอบบัญชีและประเมินผลการใชจายเงินและ ทรัพยสินของสถาบัน โดยใหแสดงความคิดเห็นเปนขอวิเคราะหวาการใชจายดังกลาว เปนไปตาม วัตถุประสงค ประหยัด และไดผลตามเปาหมายเพยงใด ี แลวทํารายงานผลการสอบบัญชีเสนอตอ กพฉ. ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีของทุกป ใหสถาบันทํารายงานประจําปเสนอ ตอ กพฉ. และรัฐมนตรีเพื่อทราบ โดยแสดงงบการเงินและบัญชีทําการที่ผูสอบบัญชีรับรองวาถูกตองแลว พรอมทั้งรายงานของผูสอบบัญชี รวมทั้งแสดงผลงานของสถาบันในปที่ผานมาดวย มาตรา ๑๙ ใหสถาบันมีเลขาธิการคนหนึ่งเปนผูรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน ขึ้นตรงตอ กพฉ. มีหนาที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งงานของสถาบัน และเปนผูบังคับบัญชาพนักงานและลูกจาง ให กพฉ. เปนผูคัดเลือกเพื่อแตงตั้งและถอดถอนเลขาธิการ หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกเลขาธิการ ใหเปนไปตามที่ กพฉ. ประกาศกําหนด 9 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๙ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ มาตรา ๒๐ เลขาธิการตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) อายุไมต่ํากวาสามสิบหาปบริบูรณและไมเกินหกสิบปบริบูรณ (๓) สามารถทํางานใหแกสถาบันไดเต็มเวลา (๔) ไมเปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอน (๕) ไมเปนบุคคลลมละลายหรือเคยลมละลายโดยทุจริต (๖) ไมเคยตองคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ํารวย ผิดปกติหรือมีทรัพยสินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๗) ไมเปนผูตองคําพิพากษาใหจําคุกและถูกคุมขังอยูโดยหมายของศาลหรือเคยตอง คําพิพากษาใหจําคุก เวนแตในความผิดอันไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๘) ไมเปนผูบริหารหรือพนักงานของรัฐวิสาหกิจ (๙) ไมเปนขาราชการ พนักงาน หรือลูกจาง ซึ่งมีตําแหนงหรือเงินเดือนประจําของราชการ สวนกลาง ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถิ่น หรือหนวยงานอื่นของรัฐ (๑๐) ไมเปนขาราชการการเมือง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น (๑๑) ไมเคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากหนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท มหาชนจํากัด เพราะทุจริตตอหนาที่ (๑๒) มีคุณสมบัติหรือไมมีลักษณะตองหามอยางอื่นตามที่ กพฉ. กําหนด มาตรา ๒๑ ใหเลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับแตงตั้งอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินสองวาระติดตอกันมิได เมื่อตําแหนงเลขาธิการวางลงและยังไมมีการแตงตั้งเลขาธิการคนใหม ให กพฉ. แตงตั้ง กรรมการหรือพนักงานของสถาบันคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทน ในกรณีที่เลขาธิการไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขาธิการที่ กพฉ. กําหนดเปนผรูกษาการแทนั แตถาไมมีรองเลขาธิการหรือมีแตไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ให กพฉ. แตงตั้งพนักงานของสถาบัน คนหนึ่งเปนผูรักษาการแทน มาตรา ๒๒ เลขาธิการพนจากตําแหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก 10 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๐ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๒๐ (๔) กพฉ. ถอดถอนจากตําแหนง เพราะบกพรองตอหนาที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหยอนความสามารถ มติของ กพฉ. ใหเลขาธิการพนจากตําแหนงตาม (๔) ตองประกอบดวยคะแนนเสียงไมนอย กวาสองในสามของจํานวนกรรมการที่มีอยูโดยไมนับรวมเลขาธิการ มาตรา ๒๓ เงินเดือนและประโยชนตอบแทนของเลขาธิการ ใหเปนไปตามที่ กพฉ. กําหนด ตามหลักเกณฑที่คณะรัฐมนตรีกําหนด มาตรา ๒๔ เลขาธิการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) บริหารกิจการของสถาบันใหเปนไปตามกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ มติ หรือนโยบายของ กพฉ. (๒) จัดทําแผนการดําเนินงานและแผนการเงินของสถาบันเสนอ กพฉ. เพื่ออนุมัติ (๓) ดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณและการบริหารดานอื่น ของสถาบัน ตามขอบังคับ ระเบียบ หรือประกาศที่ กพฉ. กําหนด (๔) วางระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานของสถาบันเทาที่ไมขัดหรือแยงกับกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ มติ หรือนโยบายของ กพฉ. (๕) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ กพฉ. มอบหมาย มาตรา ๒๕ ใหเลขาธิการเปนผูแทนของสถาบันในกิจการของสถาบันที่เกี่ยวของกับ บุคคลภายนอก แตเลขาธิการจะมอบหมายใหบุคคลใดปฏิบัติงานในเรื่องใดแทนตามระเบียบที่ กพฉ. กําหนดก็ได นิติกรรมที่กระทําโดยฝาฝนมติหรือระเบียบที่ กพฉ. กําหนดยอมไมผูกพันสถาบัน เวนแต กพฉ. จะใหสัตยาบัน มาตรา ๒๖ เพื่อประโยชนในการบริหารงานของสถาบัน รัฐมนตรีอาจขอใหเจาหนาที่ของรัฐ ซึ่งไดแก ขาราชการ เจาหนาที่ หรือผูปฏิบัติงานอื่นในกระทรวง ทบวง กรม ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานอื่นของรัฐมาปฏิบัติงานเปนพนักงานหรือลูกจาง ในสถาบันเปนการชั่วคราวได ทั้งนี้ เมื่อไดรับอนุมัติจากผูบังคับบัญชาหรือนายจางของผูนั้น แลวแตกรณี 11 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๑ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ เจาหนาที่ของรัฐผูใดไดรับอนุมัติใหมาปฏิบัติงานเปนพนักงานหรือลูกจางของสถาบันตาม วรรคหนึ่ง ใหถือวาเปนการไดรับอนุญาตใหออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ และ ใหนับเวลาระหวางที่มาปฏิบัติงานในสถาบันสําหรับคํานวณบําเหน็จบํานาญหรือประโยชนตอบแทนอื่น ทํานองเดียวกันเสมือนอยปฏูิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกลาว แลวแตกรณี มาตรา ๒๗ ในกรณีที่เจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๒๖ ขอกลับเขารับราชการหรือ ปฏิบัติงานในสังกัดเดิม ภายในกําหนดเวลาที่อนุมัติ ใหผูนั้นมีสิทธิไดรับบรรจุและแตงตั้งใหดํารงตําแหนง และรับเงินเดือนตามขอตกลงที่ทําไวในการอนุมัติตามมาตรา ๒๖ หมวด ๓ การปฏิบัติการฉุกเฉิน มาตรา ๒๘ เพื่อคุมครองความปลอดภัยของผูปวยฉุกเฉิน ใหหนวยปฏิบัติการ สถานพยาบาล และผูปฏิบัติการ ดําเนินการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตามหลักการดังตอไปนี้ (๑) ตรวจคัดแยกระดับความฉุกเฉินและจัดใหผูปวยฉุกเฉินไดรับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตามลําดับความเรงดวนทางการแพทยฉุกเฉิน (๒) ผูปวยฉุกเฉินตองไดรับการปฏิบัติการฉุกเฉินจนเต็มขีดความสามารถของหนวย ปฏิบัติการหรือสถานพยาบาลนั้นกอนการสงตอ เวนแตมีแพทยใหการรับรองวาการสงตอผูปวยฉุกเฉิน จะเปนประโยชนตอการปองกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการเจ็บปวยของผูปวยฉุกเฉินนั้น (๓) การปฏิบัติการฉุกเฉินตอผูปวยฉุกเฉินตองเปนไปตามความจําเปนและขอบงชี้ ทางการแพทยฉุกเฉิน โดยมิใหนําสิทธิการประกัน การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาล หรือความสามารถ ในการรับผิดชอบคาใชจายของผูปวยฉุกเฉินหรือเงื่อนไขใด ๆ มาเปนเหตุปฏิเสธผูปวยฉุกเฉินใหไมไดรับ การปฏิบัติการฉุกเฉินอยางทันทวงที หนวยปฏิบัติการหรือสถานพยาบาลตองควบคุมและดูแลผูปฏิบัติการใหดําเนินการปฏิบัติการ ฉุกเฉินเปนไปตามหลักการตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชนในการปฏิบัติการฉุกเฉินใหเปนไปตามหลักการตามมาตรา ๒๘ กพฉ. มีอํานาจประกาศกําหนดในเรื่อง ดังตอไปนี้ 12 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๒ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ (๑) ประเภท ระดับ อํานาจหนาที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ หรือขอจํากัดของผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ และสถานพยาบาล (๒) หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหนาที่ของผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ และสถานพยาบาล (๓) มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๔) หลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการประสานงานและการรายงานของหนวยปฏิบัติการและ สถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมทั้งความพรอมเกี่ยวกับบุคลากร พาหนะ สถานที่ และ อุปกรณในการปฏิบัติการฉุกเฉินและการรับผูปวยฉุกเฉิน หนวยปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติการฉุกเฉินตามหลักเกณฑ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด ตามวรรคหนึ่ง อาจไดรับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินหรือมีสิทธิไดรับการสนับสนุน ดานการเงินจากกองทุน ในกรณีที่หนวยปฏิบัติการใดไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนดตามวรรคหนึ่ง กพฉ. อาจสั่งไมรับรองมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินหรือสั่งจํากัดสิทธิหรือ ขอบเขตความรับผิดชอบในการปฏิบตัิการฉุกเฉินตาม (๑) หรือจะสั่งงดการสนับสนุนดานการเงินดวยก็ได ในกรณีที่สถานพยาบาลใดไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ เงื่อนไข หรือมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด ตามวรรคหนึ่ง ให กพฉ. แจงใหหนวยงานที่ควบคุมหรือกํากับสถานพยาบาลนั้นดําเนินการให สถานพยาบาลดังกลาวปฏิบัติใหถูกตอง โดยถือเปนเงื่อนไขในการประกอบกิจการสถานพยาบาล มาตรา ๓๐ ให กพฉ. กํากับดูแลใหผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ และสถานพยาบาล ปฏิบัติการฉุกเฉินใหเปนไปตามหลักเกณฑ เงื่อนไข และมาตรฐานที่กําหนด การกํากับดูแลการปฏิบัติการของผูปฏิบัติการใหเปนไปตามหลักเกณฑที่ กพฉ. ประกาศ กําหนด เวนแตการปฏิบัติการฉุกเฉินของผูปฏิบัติการที่เปนผูประกอบวิชาชีพดานการแพทยและ การสาธารณสุขก็ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการนั้น มาตรา ๓๑ ในกรณีที่ปรากฏวาผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลใด ไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ เงื่อนไข และมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน ให กพฉ. ดําเนินการสอบสวน เพื่อพิจารณากําหนดมาตรการตามมาตรา ๓๒ 13 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๓ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ ในการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให กพฉ. มีอํานาจเรียกบุคคลใด ๆ มาใหถอยคําหรือแจงให บุคคลใด ๆ สงเอกสารหรือวัตถุที่จําเปนแกการดําเนินการตามอํานาจและหนาที่ มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ผลการสอบสวนตามมาตรา ๓๑ ปรากฏวา ผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลใดไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ เงื่อนไข และมาตรฐานที่กําหนด และการกระทําดังกลาวเปนความผิดตามกฎหมาย กฎ ขอบังคับ หรือระเบียบที่เกี่ยวของ ให กพฉ. ดําเนินการอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (๑) ตักเตือนเปนหนังสือใหผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลนั้นปฏิบัติให ถูกตอง (๒) แจงเรื่องไปยังผูมีอํานาจตามกฎหมายที่มีอํานาจควบคุมการดําเนินการของหนวย ปฏิบัติการ เพื่อพิจารณาดําเนินการตามอํานาจหนาที่ (๓) แจงเรื่องไปยังผูมีอํานาจตามกฎหมายเพื่อพิจารณาดําเนินการทางวินัยแกผูดําเนินการ สถานพยาบาลของรัฐหรือหนวยงานของรัฐ (๔) แจงเรื่องไปยังผูมีอํานาจตามกฎหมายเพื่อพิจารณาดําเนินการดานจริยธรรมกับ ผูปฏิบัติการซึ่งเปนผูประกอบวิชาชีพดานการแพทยและการสาธารณสุข หมวด ๔ กองทุนการแพทยฉุกเฉิน มาตรา ๓๓ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสถาบัน เรียกวา “กองทุนการแพทย ฉุกเฉิน” มีวัตถุประสงคเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉิน รวมทั้งอุดหนุนหรือเปน คาชดเชยใหกับผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลที่ดําเนินการเกี่ยวกบการแพทยั ฉุกเฉิน ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการปฏิบัติการฉุกเฉินในเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศที่ไมมีผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอประกอบดวย เพื่อสงเสริมการมีบทบาทตามความพรอม ความเหมาะสม และความจําเปนของประชาชน ในทองถิ่น ให กพฉ. สนับสนุนและประสานกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น เพื่อกําหนดหลักเกณฑให 14 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๔ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ องคกรดังกลาวเปนผูดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทยฉุกเฉินในระดับทองถิ่นหรือพื้นที่ โดยอาจไดรับการอุดหนุนจากกองทุน มาตรา ๓๔ กองทุนประกอบดวย (๑) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรใหจากงบประมาณรายจายประจําป (๒) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคให (๓) เงินหรือทรัพยสินที่ไดมาในกิจการของสถาบัน (๔) เงินคาปรับทางปกครองตามพระราชบญญั ัตินี้ (๕) เงินที่ไดจากหนวยงานของรัฐ หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงคหรือเกี่ยวของกับ การจัดบริการดานสาธารณสุขหรือการแพทย (๖) เงินสมทบอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ (๗) ดอกผลหรือผลประโยชนที่เกิดจากเงินหรือทรัพยสินตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) มาตรา ๓๕ เพื่อประโยชนในการจัดหาเงินกองทุนตามมาตรา ๓๔ (๕) กพฉ. อาจทํา ความตกลงกับหนวยงานของรัฐ หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงคหรือเกี่ยวของกับการจัดบริการดาน สาธารณสุขหรือการแพทย เพื่อสนับสนุนทางการเงินใหแกกองทุน โดยพิจารณาตามอัตราสวนของการ ดําเนินงานตามอํานาจหนาที่ของสถาบัน กับการลดภาระการดําเนินการของหนวยงานของรัฐหรือ กองทุนน้นั ทั้งนี้ ในกรณีที่มีปญหาในการดําเนินการ กพฉ. อาจเสนอเรื่องใหคณะรัฐมนตรีพิจารณา วินิจฉัยได การจายเงินของหนวยงานของรัฐหรือกองทุนอื่นใหกับกองทุนตามวรรคหนึ่ง ใหถือเปน การจายเงินที่กระทําไดตามอํานาจหนาที่ของหนวยงานของรัฐหรือกองทุนอื่นตามกฎหมายวาดวยการนั้น มาตรา ๓๖ เงินและทรัพยสินตามมาตรา ๓๔ ใหเปนของสถาบันเพื่อใชประโยชนตาม วัตถุประสงคของกองทุน การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน รวมทั้งการนําเงินกองทุนไปจัดหา ผลประโยชน ใหเปนไปตามระเบียบที่ กพฉ. กําหนด ใหนําความในมาตรา ๑๘ มาใชบังคับโดยอนุโลมกับการจัดทํางบการเงิน การสอบบัญชี และประเมินผลการใชจายเงินและทรัพยสินของกองทนุ 15 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๕ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ หมวด ๕ โทษทางปกครอง มาตรา ๓๗ ผูใดฝาฝนประกาศที่ กพฉ. กําหนดตามมาตรา ๒๙ (๑) ตองระวางโทษปรับ ทางปกครองไมเกินหนึ่งแสนบาท มาตรา ๓๘ ผูใดใชระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศที่จัดไวสําหรับการปฏิบัติการ ฉุกเฉินโดยประการที่จะทําใหเกิดความเสียหายแกการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตองระวางโทษปรับทาง ปกครองไมเกินหาพันบาท มาตรา ๓๙ การกําหนดโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ให กพฉ. คํานึงถึงความรายแรงของพฤติการณแหงการกระทํา ความเสียหายที่เกิดจากการกระทํานั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และอัตราที่ กพฉ. กําหนด มาตรา ๔๐ ผูใดใชเข็มเชิดชูเกียรติ โดยไมมีสิทธิหรือแสดงดวยประการใด ๆ วาตนมี ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะโดยที่ตนไมมีสิทธิ ตองระวางโทษปรับทางปกครองไมเกิน หาหมื่นบาท บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๑ ใหโอนบรรดาอํานาจหนาที่ กิจการ ทรัพยสิน สิทธิ หนี้ และเงินงบประมาณ ของสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฉพาะในสวนของสํานักงานระบบบริการการแพทยฉุกเฉิน ที่มีอยูในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับไปเปนของสถาบัน มาตรา ๔๒ ในวาระเริ่มแรก ใหกระทรวงสาธารณสุขดําเนินการเพื่อใหมี กพฉ. ใหแลวเสร็จ ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ในระหวางที่ยังไมมี กพฉ. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให กพฉ. ประกอบดวย รัฐมนตรีวาการ กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการสํานักงาน ประกันสังคม เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และผูปฏิบัติหนาที่เลขาธิการสถาบัน ตามมาตรา ๔๓ 16 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๖ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ มาตรา ๔๓ ใหผูปฏิบัติหนาที่ผูอํานวยการสํานักงานระบบบริการการแพทยฉุกเฉินอยูใน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการสถาบันจนกวาจะแตงตั้งเลขาธิการตาม พระราชบัญญัตินี้ แตทั้งนี้ ตองไมเกินหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวนทั ี่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๔๔ ขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการใด ประสงคจะไปปฏิบัติงานเปน พนักงานหรือลูกจางของสถาบัน ใหแสดงความจํานงเปนหนังสือตอเลขาธิการ และจะตองผานการ คัดเลือกและประเมินผลตามหลักเกณฑที่ กพฉ. กําหนด ภายในสองปนับแตพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๔๕ ขาราชการที่ไปปฏิบัติงานเปนพนักงานของสถาบันตามมาตรา ๔๔ ใหถือวา เปนการออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตําแหนง และใหไดรับบําเหน็จบํานาญตาม กฎหมายวาดวยบําเหน็จบํานาญขาราชการหรือกฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จบํานาญขาราชการ แลวแตกรณี ลูกจางซึ่งไปปฏิบัติงานเปนลูกจางของสถาบันตามมาตรา ๔๔ ใหถือวาออกจากราชการ เพราะทางราชการยุบเลิกตําแหนงหรือเลิกจางโดยไมมีความผิด และใหไดรับบําเหน็จตามระเบียบ กระทรวงการคลังวาดวยบําเหน็จลูกจาง เพื่อประโยชนในการนับเวลาทํางานสําหรับคํานวณสิทธิประโยชนตามขอบังคับของสถาบัน ขาราชการหรือลูกจางสวนราชการผูใดที่เปลี่ยนสถานะไปตามมาตรา ๔๔ ประสงคจะใหนับเวลาราชการ หรือเวลาทํางานในขณะที่เปนขาราชการหรือลูกจางตอเนื่องกับเวลาทํางานของพนักงานหรือลูกจางของ สถาบัน แลวแตกรณี ก็ใหมีสิทธิกระทําไดโดยแสดงความจํานงวาไมขอรับบําเหน็จหรือบํานาญ การไมขอรับบําเหน็จหรือบํานาญตามวรรคสาม จะตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ เปลี่ยนสถานะ สําหรับกรณีของขาราชการใหดําเนินการตามกฎหมายวาดวยบําเหน็จบํานาญขาราชการ หรือกฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จบํานาญขาราชการ แลวแตกรณี สําหรับกรณีของลูกจางใหกระทํา เปนหนังสือลงลายมือชื่อเปนหลักฐานยื่นตอเลขาธิการเพื่อสงตอไปใหกระทรวงการคลังทราบ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท นายกรัฐมนตรี 17 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


หนา ๑๗ เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การปฏิบัติการดานการแพทยฉุกเฉิน ในปจจุบันยังขาดระบบบริหารจัดการดานบุคลากร อุปกรณ และเครื่องมือชวยเหลือผูปวยฉุกเฉิน รวมทั้ง ยังขาดหนวยงานรับผิดชอบ ประสานการปฏิบัติการ ทําใหมีผูปวยฉุกเฉินตองสูญเสียชีวิต อวัยวะ หรือเกิดความบกพรองในการทํางานของอวัยวะสําคัญ รวมทั้งทําใหการบาดเจ็บหรืออาการปวยรุนแรงขึ้น โดยไมสมควร เพื่อลดและปองกันความสูญเสียดังกลาว สมควรกําหนดใหมีคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉินขึ้น เพื่อกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน ตลอดจนกําหนดใหมีสถาบัน การแพทยฉุกเฉินแหงชาติขึ้นเปนหนวยรับผิดชอบการบริหารจัดการ การประสานระหวางหนวยงานที่เกี่ยวของ ทั้งภาครัฐและเอกชน และการสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามามีบทบาทในการบริหารจัดการ เพื่อใหเกิดความรวมมือในการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉินรวมกัน อันจะทําใหผูปวยฉุกเฉินไดรับ การคุมครองสิทธิในการเขาถึงระบบการแพทยฉุกเฉินอยางท่ัวถึง เทาเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน โดยไดรับ การชวยเหลือและรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันตอเหตุการณมากขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ 18 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระราชบััญ ญััติิการแพทย์์ฉุุกเ ฉิิน พ.ศ. ๒๕๕๑


ผู้้ปฏิิบััติิการ 19 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


พระราชกฤษฎีกา ก าหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ (๘) มาตรา ๑๔ (๘) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๓ (๘) แห่งพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาก าหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์ เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หนา ๕๒้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 20 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “ฉุกเฉินการแพทย์” หมายความว่า การกระท าต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมาย ว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน เกี่ยวกับการประเมิน การคัดแยก การวินิจฉัย การบ าบัด และการเคลื่อนย้าย หรือการล าเลียง ด้วยวิธีการใช้ยา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ นับแต่การรับรู้ถึงภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินจนพ้นภาวะฉุกเฉินหรือส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการแพทย์และสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น มาตรา ๔ ให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๕ (๘) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ประกอบด้วย (๑) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แห่งละหนึ่งคน (๒) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นคณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ผลิตบัณฑิตสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคน ถ้ามีมากกว่าสามคน ให้เลือกกันเองให้เหลือสามคน (๓) กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจ านวนสามคน ซึ่งในจ านวนนี้ จะต้องเป็นผู้แทนวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งคน (๔) กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ มีจ านวนเท่ากับจ านวนกรรมการวิชาชีพใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว ให้ผู้อ านวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีกรรมการวิชาชีพตาม (๒) มีไม่ถึงสามคน ให้ถือว่าคณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์มีองค์ประกอบเท่าที่มีอยู่ หนา ๕๓้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 21 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


มาตรา ๖ กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๔) ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาฉุกเฉินการแพทย์และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) ถูกหรือเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบโรคศิลปะ (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย มาตรา ๗ กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) และ (๔) มีวาระการด ารงต าแหน่ง คราวละสี่ปี ผู้ซึ่งพ้นจากต าแหน่งแล้วอาจได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งใหม่ แล้วแต่กรณี อีกได้ แต่จะด ารงต าแหน่งเกินกว่าสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ในกรณีกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ (๔) พ้นจากต าแหน่งก่อนครบวาระ ให้เลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันเพื่อด ารงต าแหน่งแทน และให้ผู้ได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งแทนต าแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในต าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระของกรรมการวิชาชีพนั้นจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ ด าเนินการเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพดังกล่าวแทนก็ได้ และให้คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์ประกอบด้วยกรรมการวิชาชีพเท่าที่มีอยู่ เมื่อครบก าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้เลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพ ตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ (๔) ขึ้นใหม่ ให้กรรมการวิชาชีพดังกล่าวซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในต าแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) และ (๔) พ้นจากต าแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้ าที่ มีคว ามประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ ในกรณีกรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๕ (๓) (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ในกรณีกรรมการวิชาชีพ ซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๕ (๔) หนา ๕๔้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 22 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


มาตรา ๙ ภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๔) ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์เลือกกรรมการวิชาชีพเป็นประธานกรรมการวิชาชีพ และรองประธานกรรมการวิชาชีพต าแหน่งละหนึ่งคน การเลือก การแต่งตั้ง และการเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ (๔) และการเลือกกรรมการวิชาชีพให้ด ารงต าแหน่งประธานกรรมการวิชาชีพและรองประธานกรรมการวิชาชีพ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีก าหนด มาตรา ๑๐ หน้าที่และอ านาจของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ให้เป็นไป ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑ การด าเนินการของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ให้เป็นไป ตามหมวด ๓ การด าเนินการของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการวิชาชีพ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉิน การแพทย์ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือ เป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา สาขาฉุกเฉินการแพทย์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์รับรอง และต้องสอบผ่านความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขา ฉุกเฉินการแพทย์ก าหนด ส าหรับผู้ส าเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย นอกจากต้องมีคุณสมบัติ ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์จากประเทศที่ส าเร็จ การศึกษาด้วย มาตรา ๑๓ ในกรณีผู้ปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร สาขาอื่นที่เทียบเท่าปริญญาด้านฉุกเฉินการแพทย์ ด้านการแพทย์ ด้านการพยาบาล หรือด้านทันตกรรม และปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์อยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและยังคงปฏิบัติงาน ด้านฉุกเฉินการแพทย์อยู่ในวันยื่นค าขอในสถานพยาบาลหรือหน่วยปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วย การแพทย์ฉุกเฉิน หรือองค์กรใดที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์รับรอง ให้มีสิทธิ ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ โดยต้องผ่านการอบรม และทดสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ หนา ๕๕้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 23 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ก าหนด ทั้งนี้ ให้ยื่นค าขอภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และเมื่อได้ ยื่นค าขอแล้วให้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยสาขาฉุกเฉินการแพทย์ต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งให้ทราบถึง การไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต มาตรา ๑๔ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ประกอบด้วย กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๑) (๒) และ (๓) และผู้อ านวยการกองสถานพยาบาลและ การประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพ ตามมาตรา ๕ (๔) ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หนา ๕๖้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 24 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ (๘) มาตรา ๑๔ (๘) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๓ (๘) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ ก าหนดให้การประกอบโรคศิลปะ ในสาขาอื่นที่เพิ่มขึ้นต้องก าหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งสาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาวิชาชีพหนึ่งที่กระท า ต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน เกี่ยวกับการประเมิน การคัดแยก การวินิจฉัย การบ าบัด และการเคลื่อนย้ายหรือการล าเลียง ด้วยวิธีการใช้ยา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วย ของผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างทันท่วงที สมควรก าหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ หนา ๕๗้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 25 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ข้อบังคับคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการก าหนดผู้ปฏิบัติการ การรับรององค์กรและหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎว่าด้วยการก าหนดผู้ปฏิบัติการ การรับรององค์กรและ หลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะ แก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม และสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการ อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓ มาตรา ๑๑ (๖) และ (๑๑) และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๑๙ แห่งระเบียบคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการก าหนด ผู้ปฏิบัติการ การรับรององค์กรและหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๓” ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิก (๑) ข้อบังคับคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการรับรององค์กรและหลักสูตร การศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่าน การศึกษาหรือฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒) ข้อบังคับคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการรับรององค์กรและหลักสูตร การศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่าน การศึกษาหรือฝึกอบรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ (๓) หมวด ๑ แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง การให้ประกาศนียบัตร และการปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๕๔ (๔) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง การให้ประกาศนียบัตรและ การปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ “ฉุกเฉินการแพทย์” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินนอกสถานที่ตั้งโรงพยาบาลซึ่งมี ขีดความสามารถในการบ าบัดเจาะจงให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินรายนั้นได้ รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นเกี่ยวกับ หนา ๑๘้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 26 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


การศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้า และการวิจัยเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบ าบัดรักษา ผู้ป่วยฉุกเฉิน และการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน “ประกาศนียบัตร” หมายความว่า หนังสือรับรองความรู้ ทักษะ และความสามารถ ทางฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งออกให้แก่บุคคลผู้มีคุณวุฒิครบถ้วนตามสาขาที่ก าหนดในข้อบังคับนี้และ ได้ขอขึ้นทะเบียนกับหน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่ กพฉ. ก าหนด เป็นผู้ปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการดังกล่าวมีอ านาจ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจ ากัด ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ภายใต้บทบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนข้อบังคับ ประกาศ และระเบียบของคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ก าหนดส าหรับสาขานั้น “ความสามารถ” หมายความว่า คุณสมบัติที่จะท าได้โดยมีความรู้ ทักษะ และเจตคติ ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจ ากัดในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถน าความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์อื่นมาประยุกต์ใช้ “คณะผู้อนุมัติ” หมายความว่า กพฉ. คณะอนุกรรมการ หรือคณะบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ให้มีอ านาจอนุมัติการด าเนินการหลักสูตรขององค์กรฝึกอบรม รวมทั้งการให้ ต่ออายุ และเพิกถอน ประกาศนียบัตรสาขาต่าง ๆ ตามที่ก าหนดในข้อบังคับนี้ “ฝึกอบรม” หมายความว่า การฝึกหัดและอบรมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน สาขาใดให้เกิดความรู้ความเข้าใจจนมีความสามารถหรือมีความช านาญตามที่ก าหนดไว้ในเกณฑ์ มาตรฐานคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์สาขานั้น “วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพด้านการแพทย์และการสาธารณสุขตามกฎหมาย ว่าด้วยสถานพยาบาล ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้นเป็นการเฉพาะ “สาขา” หมายความว่า สาขาคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ในด้านและกลุ่มต่าง ๆ ที่ก าหนดไว้ในผนวก ก. และที่ กพฉ. ก าหนดเพิ่มเติม ให้มีเกณฑ์มาตรฐาน คุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ตามข้อบังคับนี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพนั้น “หน่วยจัดการ” หมายความว่า สพฉ. หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่ สพฉ. มอบหมายให้ มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะผู้อนุมัติ หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือ ตามที่ กพฉ. คณะอนุกรรมการ หรือ สพฉ. มอบหมาย “หน่วยปฏิบัติการแพทย์” หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการแพทย์ “หน่วยปฏิบัติการอ านวยการ” หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการอ านวยการ “หลักสูตรการศึกษา” หมายความว่า หลักสูตรตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา กฎหมาย ว่าด้วยการอาชีวศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ “หลักสูตรฝึกอบรม” หมายความว่า หลักสูตรและแผนงานฝึกอบรมที่องค์กรฝึกอบรม จัดท าขึ้นเพื่อการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการแต่ละสาขาตามข้อบังคับนี้ หนา ๑๙้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 27 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


“องค์กรการศึกษา” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา สถาบันตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา และองค์กรการศึกษาอื่นที่คณะอนุกรรมการก าหนด เพิ่มเติม ที่จัดการศึกษาเพื่อการผลิตหรือเพิ่มพูนคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ให้แก่ผู้ปฏิบัติการแต่ละสาขา ตามข้อบังคับนี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพนั้น “องค์กรฝึกอบรม” หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ และการสาธารณสุข หรือองค์กรอื่นที่มีลักษณะตามที่ก าหนดในผนวก ข. ซึ่งได้รับการอนุมัติให้จัดและ ด าเนินการฝึกอบรมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อการผลิตหรือเพิ่มพูนคุณวุฒิฉุกเฉิน การแพทย์ให้แก่ผู้ปฏิบัติการที่ก าหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์แต่ละสาขา และ หมายรวมถึงองค์กรการศึกษาที่จัดการฝึกอบรมรวมในหลักสูตรการศึกษาเพื่อการให้ประกาศนียบัตร ตามข้อบังคับนี้ด้วย “อนุกรรมการ” หมายความว่า อนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย์ ข้อ ๕ ให้เลขาธิการรักษาการตามข้อบังคับนี้ หมวด ๑ ก าหนดผู้ปฏิบัติการ และกรอบคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์แห่งชาติ ข้อ ๖ ผู้ปฏิบัติการ ประกอบด้วยบุคคลซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการฉุกเฉิน ได้แก่ บุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการ ฉุกเฉินตามหมวด ๓ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยได้ขึ้นทะเบียน เป็นผู้ปฏิบัติการด้านปฏิบัติการฉุกเฉินกับหน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือองค์กรอื่นตามที่ กพฉ. ก าหนด (๒) ผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการ ได้แก่ บุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้า และการวิจัยเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบ าบัดรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน และ การป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน ข้อ ๗ ผู้ปฏิบัติการตามข้อ ๖ แต่ละด้าน มีสาขาตามที่ก าหนดในผนวก ก. และที่ กพฉ. ก าหนดเพิ่มเติม โดยจ าแนกแต่ละด้านเป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ ก. กลุ่มวิชาชีพ ได้แก่ บุคคลที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้นเป็นการเฉพาะ ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ข. กลุ่มช่วยฉุกเฉินการแพทย์ ได้แก่ ผู้ช่วยเวชกรรม ผู้ช่วยอ านวยการ และบุคคลอื่น ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินอันไม่ได้เป็นการประกอบวิชาชีพตาม ก. โดยได้รับ ประกาศนียบัตร หรือก าลังศึกษาหรือฝึกอบรมในองค์กรและหลักสูตรฝึกอบรมตามข้อบังคับนี้ ข้อ ๘ ให้มี “กรอบคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์แห่งชาติ” ตามผนวก ข. เพื่อใช้เป็นหลัก ในการก าหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ (มคฉ.๑) แต่ละสาขา รวมทั้งเพื่อเป็นประโยชน์ หนา ๒๐้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 28 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ต่อการรับรองหน่วยงานหรือองค์กรที่มีลักษณะครบถ้วนตามที่ก าหนดในผนวก ข. ให้เป็นองค์กร ฝึกอบรมและหลักสูตรฝึกอบรม รวมทั้งการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่าน การศึกษาหรือฝึกอบรม สาขานั้น ข้อ ๙ ให้ มคฉ.๑ ของแต่ละสาขา เป็นข้อก าหนดขั้นต่ าเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ และเกณฑ์อื่นในการจัดการฝึกอบรมเพื่อการผลิตหรือเพิ่มพูนคุณวุฒิของผู้ปฏิบัติการกลุ่มช่วยฉุกเฉิน การแพทย์ รวมทั้งเป็นข้อก าหนดขั้นต่ าของการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรม เพื่อให้ ผู้ปฏิบัติการที่ผ่านการฝึกอบรมมีผลลัพธ์การเรียนรู้ไม่ต่ ากว่าระดับคุณวุฒิตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ตามที่ระบุไว้ในผนวก ก. และมีความสามารถในการปฏิบัติการฉุกเฉินตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ ข้อจ ากัด หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรฐาน การปฏิบัติการฉุกเฉิน ตลอดจนการปฏิบัติงานอื่นเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการสาขานั้น ให้ มคฉ.๑ ของแต่ละสาขาตามวรรคหนึ่ง เป็นข้อก าหนดขั้นต่ าของเกณฑ์ในการ ให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม และมาตรฐานอื่นตามที่ กพฉ. ประกาศก าหนด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการส่งเสริม การก ากับดูแล การตรวจสอบ ติดตามและ ประเมินผล และการประกันคุณภาพการฝึกอบรม ให้ สพฉ. หรือองค์กรอื่นที่คณะอนุกรรมการก าหนด ด าเนินการจัดท าร่าง มคฉ.๑ ของแต่ละสาขา เสนอผ่านคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองโดยค าแนะน าของวิทยาลัย แพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย (วฉท.) ก่อนเสนอให้ กพฉ. ประกาศก าหนด และให้มีการปรับปรุง มคฉ.๑ สาขานั้นอย่างน้อยทุกห้าปี โดยต้องเสนอต่อ กพฉ. เพื่อพิจารณาอย่างน้อยหกเดือน ก่อนวันครบก าหนดดังกล่าว กรณีไม่ได้รับค าแนะน าตามวรรคสามจาก วฉท. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ วฉท. ได้รับร่าง มคฉ.๑ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาด าเนินการต่อไปตามที่เห็นสมควร ข้อ ๑๐ การอนุมัติเปิดองค์กรฝึกอบรม การอนุมัติหลักสูตรฝึกอบรม รวมทั้งการอนุมัติให้ ต่ออายุ และเพิกถอนประกาศนียบัตร ตาม มคฉ.๑ แต่ละสาขาในแต่ละระดับที่เทียบเท่าระดับ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ให้เป็นอ านาจของคณะผู้อนุมัติ ดังต่อไปนี้ (๑) กพฉ. อนุมัติในระดับ ๖ ถึง ๘ (๒) คณะอนุกรรมการ อนุมัติในระดับ ๔ และ ๕ (๓) คณะผู้อนุมัติที่คณะอนุกรรมการแต่งตั้ง อนุมัติในระดับ ๑ ถึง ๓ คณะผู้อนุมัติที่คณะอนุกรรมการแต่งตั้งตาม (๓) ต้องประกอบด้วยวุฒิแพทย์ฉุกเฉิน และ นักฉุกเฉินการแพทย์หรือพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉินหรือผู้ปฏิบัติการอื่นที่มีคุณวุฒิตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป จ านวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินกว่าห้าคน หนา ๒๑้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 29 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ข้อ ๑๑ ให้ สพฉ. เป็นหน่วยจัดการส าหรับการด าเนินการตามข้อ ๑๐ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีการตรวจองค์กรและหลักสูตรฝึกอบรม รวมทั้งติดตามประเมินองค์กรและ หลักสูตรฝึกอบรม ตามวิธีการและเกณฑ์ตรวจติดตามประเมินองค์กรและหลักสูตรฝึกอบรม ที่คณะอนุกรรมการก าหนด แล้วเสนอให้คณะผู้อนุมัติตามข้อ ๑๐ พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ ที่ก าหนดในข้อบังคับนี้และ มคฉ.๑ สาขานั้น (๒) จัดให้มีการประเมินและการสอบผู้รับการฝึกอบรมหรือผ่านการฝึกอบรมจากองค์กรและ หลักสูตรฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองตามที่ก าหนดในข้อบังคับนี้ รวมทั้งตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก าหนดใน มคฉ.๑ สาขานั้น และตามที่คณะอนุกรรมการก าหนดเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้คณะผู้อนุมัติ พิจารณาอนุมัติให้หรือต่ออายุประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะ ข้อ ๑๒ ในการด าเนินการตามข้อ ๑๑ สพฉ. อาจมอบหมายให้หน่วยงานหรือองค์กรอื่น ท าหน้าที่เป็นหน่วยจัดการส าหรับการด าเนินการตามข้อ ๑๐ โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการก็ได้ โดยหน่วยงานหรือองค์กรที่จะรับมอบหมายดังกล่าวต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) การด าเนินการส าหรับสาขาที่เทียบเท่าระดับหนึ่ง ระดับสอง และระดับสามตามกรอบ คุณวุฒิแห่งชาติ หน่วยงานหรือองค์กรที่จะได้รับมอบหมายให้ท าหน้าที่เป็นหน่วยจัดการ ต้องมีลักษณะ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ก. สถาบันฝึกอบรมความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ ฉุกเฉิน ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา ข. องค์กรฝึกอบรมที่ด าเนินการหลักสูตรฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการสาขาเทียบเท่าระดับหก ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นไป ซึ่งได้รับการรับรองแล้วตามข้อบังคับนี้ ค. หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูงขึ้นไปที่มีวุฒิแพทย์ฉุกเฉินปฏิบัติงานเต็มเวลา ตั้งแต่สามคนขึ้นไปและได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินแล้ว ง. สถานพยาบาลที่มีวุฒิแพทย์ฉุกเฉินปฏิบัติงานเต็มเวลาตั้งแต่สามคนขึ้นไปและได้รับ การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลเฉพาะระบบเวชกรรมฉุกเฉินแล้ว (๒) การด าเนินการส าหรับสาขาที่เทียบเท่าระดับหนึ่งตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ หน่วยงาน หรือองค์กรที่จะได้รับมอบหมายให้ท าหน้าที่เป็นหน่วยจัดการ ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ก. สถาบันฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉินที่ได้รับ การรับรองจากสภาการพยาบาล ข. องค์กรฝึกอบรมที่ด าเนินการหลักสูตรฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการสาขาเทียบเท่าระดับสี่ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นไป ซึ่งได้รับการรับรองแล้วตามข้อบังคับนี้ ค. หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูงขึ้นไปที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติการ ฉุกเฉินแล้ว หนา ๒๒้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 30 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หมวด ๒ การรับรององค์กรและหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ ข้อ ๑๓ ให้คณะอนุกรรมการใช้ มคฉ.๑ เป็นแนวทางในการตรวจรับรองหลักสูตรฝึกอบรม แต่ละสาขา ตลอดจนการมอบหมายหน่วยงานหรือองค์กรตามข้อ ๑๒ ให้เป็นหน่วยจัดการ ให้หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล องค์กรการศึกษา หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่ได้รับ การอนุมัติจากคณะผู้อนุมัติให้เป็นองค์กรฝึกอบรมโดยมีลักษณะตามที่ก าหนดในผนวก ข. และ ผู้เกี่ยวข้องอื่นใช้ มคฉ.๑ ในการจัดท า พัฒนา หรือปรับปรุง และด าเนินการแผนงานและหลักสูตร ฝึกอบรม (มคฉ.๒) ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการจัดการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการสาขาที่ด าเนินการหรือ ประสงค์จะด าเนินการฝึกอบรม ให้คณะผู้อนุมัติใช้ มคฉ.๑ แต่ละสาขาเป็นหลักเกณฑ์ในการอนุมัติให้องค์กรฝึกอบรม ด าเนินการหลักสูตรฝึกอบรมสาขานั้นได้ ในกรณีมีการด าเนินการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการสาขาใดรวมอยู่ในหลักสูตรการศึกษาขององค์กร การศึกษาตามวรรคสาม ให้มีการตรวจหรือพิจารณารับรองหรืออนุมัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการสาขานั้นเท่านั้น ข้อ ๑๔ หลักสูตรฝึกอบรมสาขาใด ซึ่งคณะผู้อนุมัติจะอนุมัติให้องค์กรฝึกอบรมเปิดฝึกอบรมได้ จะต้องเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีมาตรฐานไม่ต่ ากว่า มคฉ.๑ สาขานั้น เมื่อหลักสูตรฝึกอบรมได้รับอนุมัติให้ด าเนินการได้ตามวรรคหนึ่ง และได้แจ้งหลักสูตรฝึกอบรม ดังกล่าวต่อ สพฉ. แล้ว จึงจะเปิดการฝึกอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าวได้ ให้เป็นหน้าที่ของ สพฉ. ที่จะต้องตรวจสอบหลักสูตรฝึกอบรมภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งตามวรรคสอง แล้วเสนอต่อคณะอนุกรรมการว่าเป็นไปตาม มคฉ.๑ หรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ให้คณะอนุกรรมการสั่งให้องค์กรฝึกอบรมแก้ไขปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรฐานภายในระยะเวลาที่ก าหนด และในกรณีจ าเป็นเพื่อป้องกันความเสียหาย คณะอนุกรรมการจะสั่งให้องค์กรฝึกอบรมระงับการด าเนินการตามหลักสูตรนั้นไว้ก่อนก็ได้ ข้อ ๑๕ ในการตรวจสอบหรือพิจารณารับรองหลักสูตรของคณะอนุกรรมการตามข้อ ๑๓ ให้คณะอนุกรรมการหรือบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายจากคณะอนุกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบ การด าเนินการจัดการฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรม ในการตรวจสอบการด าเนินการจัดการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้คณะอนุกรรมการหรือบุคคล ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายจากคณะอนุกรรมการ มีหน้าที่เข้าไปในองค์กรฝึกอบรมหรือสถานที่ใด ซึ่งมีการจัดการฝึกอบรมในระหว่างเวลาท าการ รวมทั้งขอให้ผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยค า หรือให้ส่งเอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย หนา ๒๓้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 31 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ในกรณีที่ปรากฏว่าองค์กรฝึกอบรมไม่จัดการฝึกอบรมให้เป็นไปตามหลักสูตรฝึกอบรมที่ได้แจ้ง ตามข้อ ๑๔ วรรคสอง ให้คณะอนุกรรมการแจ้งให้องค์กรฝึกอบรมนั้นแก้ไขภายในระยะเวลาที่ก าหนด หากองค์กรฝึกอบรมไม่ด าเนินการภายในระยะเวลาที่ก าหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้คณะอนุกรรมการ พิจารณาสั่งการให้องค์กรฝึกอบรมหยุดการด าเนินการ หรือด าเนินการอื่นใดอันจ าเป็นต่อไป ในกรณี ที่เห็นสมควรจะสั่งไม่รับรองมาตรฐานการฝึกอบรมของหลักสูตรฝึกอบรมนั้นก็ได้ แต่การไม่รับรอง มาตรฐานดังกล่าวไม่กระทบผู้ส าเร็จการฝึกอบรมไปก่อนแล้ว การไม่รับรองหลักสูตรฝึกอบรมใดตามวรรคสอง ให้ สพฉ. แจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อทราบและ ประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป และให้หน่วยจัดการที่มีหน้าที่รับผิดชอบนั้นด าเนินการจัดให้ ผู้เริ่มเข้ารับการฝึกอบรมอยู่ในหลักสูตรดังกล่าวก่อนวันที่สั่งไม่รับรองมาตรฐานดังกล่าวได้รับ การฝึกอบรมจากหลักสูตรฝึกอบรมสาขาเดียวกันขององค์กรฝึกอบรมอื่นให้ครบถ้วนตามที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น โดยความเห็นชอบของคณะผู้อนุมัติหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าว หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแต่งตั้งหรือมอบหมายผู้ตรวจสอบ และการตรวจสอบ การด าเนินการจัดการฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการ ประกาศก าหนด ข้อ ๑๖ องค์กรฝึกอบรมอาจจัดให้มีการเรียนการสอนการฝึกปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของ องค์กรฝึกอบรมได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น หรือตามที่ คณะอนุกรรมการประกาศก าหนด การจัดให้มีสถานที่ตั้งขององค์กรฝึกอบรมมากกว่าหนึ่งแห่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการการประกาศก าหนด และแจ้งให้ สพฉ. ทราบ การจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงการฝึกอบรม ที่องค์กรภาคี การจัดตั้งศูนย์บริการในการเรียนการสอน หรือการด าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็น การจัดให้มีการเรียนการสอนการฝึกปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งขององค์กรฝึกอบรมด้วย องค์กรฝึกอบรมอาจจัดการฝึกอบรมโดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือโดยวิธีอื่นได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดใน มคฉ.๑ หรือโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผลการตรวจสอบตามข้อ ๑๕ ปรากฏว่าการจัดการฝึกอบรมในหลักสูตร ฝึกอบรมใดในองค์กรฝึกอบรมเป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ ๑๔ วรรคสอง ให้คณะอนุกรรมการ ประกาศรับรองหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าว ซึ่งต้องด าเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่ผู้เรียนรุ่นแรกจะส าเร็จ การฝึกอบรมในหลักสูตรนั้น เว้นแต่หลักสูตรฝึกอบรมตั้งแต่ระดับ ๓ ลงไปอาจด าเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ ๑๔ วรรคสอง ก็ได้ เมื่อคณะอนุกรรมการได้ให้การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ สพฉ. ด าเนินการให้ประกาศนียบัตรสาขานั้นได้รับการรับรองคุณวุฒิอย่างน้อยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น รวมทั้งแจ้งเรื่องดังกล่าว หนา ๒๔้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 32 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ รวมทั้งเผยแพร่แผนงานและหลักสูตรฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรม ที่ด าเนินการได้มาตรฐานให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ในการตรวจประเมินเพื่อการรับรองหลักสูตรฝึกอบรม อาจประเมินโดยหน่วยงานต่างประเทศ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง หรืออาจประเมินโดยหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานภาคเอกชน หรือ หน่วยงานในต่างประเทศที่คณะอนุกรรมการประกาศก าหนดก็ได้ องค์กรฝึกอบรมอาจเสนอให้คณะอนุกรรมการ ให้ความเห็นชอบให้หน่วยงานอื่นนอกจาก ที่ก าหนดไว้ตามวรรคสามท าหน้าที่ตรวจประเมินเพื่อการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมนั้นก็ได้ ข้อ ๑๘ ให้การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมแต่ละสาขาตามข้อ ๑๗ มีอายุตามที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้นแต่ไม่เกินกว่าอายุของประกาศนียบัตรสาขานั้น โดยนับแต่วันที่องค์กรฝึกอบรมได้รับ อนุมัติให้ด าเนินการหลักสูตรนั้นตามข้อ ๑๔ วรรคสอง และให้ต่ออายุได้โดยต้องมีการปรับปรุง ให้เป็นไปตาม มคฉ.๑ สาขานั้นฉบับที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่หลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าวหมดอายุลง และได้ด าเนินการโดยอนุโลมตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ แล้ว ให้คณะอนุกรรมการ คณะผู้อนุมัติ หน่วยจัดการ หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานหรือ องค์กรที่ก ากับดูแลองค์กรฝึกอบรม มีหน้าที่ก ากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการจัดฝึกอบรม เพื่อให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพตาม มคฉ.๑ และหลักสูตรฝึกอบรมที่แจ้งตามข้อ ๑๔ วรรคสอง รวมทั้งจัดให้มีการประเมินการประกันคุณภาพของหลักสูตรฝึกอบรม แผนงานฝึกอบรม และ การจัดการเรียนการสอน ตามที่คณะอนุกรรมการประกาศก าหนด เพื่อน าไปสู่การพัฒนาหรือปรับปรุง หลักสูตรฝึกอบรมที่อยู่ในความรับผิดชอบนั้นอย่างต่อเนื่อง และต่ออายุการรับรองดังกล่าว ข้อ ๑๙ การขอเป็นองค์กรฝึกอบรมและการขออนุมัติด าเนินการหลักสูตรฝึกอบรม ให้ยื่นค าขอ ตามแบบและวิธีการที่ สพฉ. ก าหนดโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ ให้ สพฉ. เรียกเก็บค่าด าเนินการอนุมัติและการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมตามหมวดนี้ จากองค์กรฝึกอบรมได้ตามอัตราที่เลขาธิการประกาศก าหนด แต่ไม่เกินห้าหมื่นบาทต่อครั้ง องค์กรฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามข้อ ๑๗ แล้ว มีสิทธิได้รับการสนับสนุน การปฏิบัติงานด้านการศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้า และการวิจัยเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบ าบัดรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน และการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน จากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กพฉ.ก าหนด โดยค านึงถึงการปฏิบัติการฉุกเฉินในเขตพื้นที่หรือ ภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอประกอบด้วย หมวด ๓ การให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม ข้อ ๒๐ ให้ออกประกาศนียบัตรสาขาต่าง ๆ ในด้านและระดับคุณวุฒิตามผนวก ก. ให้แก่ ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๒๑ หรือข้อ ๒๒ แล้วแต่กรณี หนา ๒๕้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 33 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ข้อ ๒๑ ผู้ขอรับประกาศนียบัตรตามข้อ ๒๐ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ และเจตคติในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินสาขานั้น โดยได้รับการฝึกอบรมจากองค์กรฝึกอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมสาขานั้นที่คณะอนุกรรมการรับรองแล้ว ตามข้อ ๑๗ รวมทั้งผ่านการทดสอบและการประเมินทักษะ ประสบการณ์ ผลการปฏิบัติงาน และ ความสามารถเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินโดยได้รับหนังสือรับรองความสามารถจาก วฉท. หรือองค์กรอื่น ที่คณะอนุกรรมการก าหนด ทั้งนี้ ตามที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น (๒) มีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น ข้อ ๒๒ นอกจากตามข้อ ๒๑ อาจออกประกาศนียบัตรสาขาหนึ่งสาขาใด โดยอาจยกเว้น การฝึกอบรม การสอบ หรือการประเมินผลการปฏิบัติงานหรือประสบการณ์ส่วนหนึ่งส่วนใดตามที่ ก าหนดใน มคฉ.๑ สาขานั้นได้โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ ให้แก่บุคคลที่มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้มีประสบการณ์ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินในสาขานั้นเป็นประจ า อย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และได้รับการแต่งตั้งจากคณะอนุกรรมการให้เป็นผู้ร่าง มคฉ.๑ สาขานั้นเป็นครั้งแรก (๒) เป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นในท านองเดียวกัน ในสาขานั้นหรือสาขาใกล้เคียงที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น จากองค์กรฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ ตามหลักสูตรฝึกอบรมที่คณะอนุกรรมการรับรอง โดยต้องมีการฝึกอบรมและการประเมินผลในหลักสูตร ฝึกอบรมดังกล่าวอย่างน้อยเทียบเท่าที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น (๓) เป็นผู้ปฏิบัติการซึ่งมีคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ คุณวุฒิวิชาชีพ หรือคุณวุฒิการศึกษา สาขาหนึ่งสาขาใดในระดับคุณวุฒิใดหรือด้านใด ให้ได้รับประกาศนียบัตรต่างด้านหรือต่างสาขาในระดับ คุณวุฒิเดียวกันหรือต่ ากว่าได้ โดยต้องผ่านการฝึกอบรม การสอบ หรือการประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือประสบการณ์บางส่วนในสาขาที่ขอรับประกาศนียบัตรนั้นเพิ่มเติมตามที่คณะอนุกรรมการก าหนด (๔) เป็นผู้ปฏิบัติการซึ่งมีคุณสมบัติบังคับก่อนในระดับคุณวุฒินั้นอย่างครบถ้วน และมี ประสบการณ์ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินในสาขานั้นเป็นประจ าอย่างต่อเนื่องหลังวันที่มี คุณสมบัติบังคับก่อนครบถ้วน โดยต้องเพิ่มการฝึกอบรม การสอบ การประเมินผล และการปฏิบัติงาน หรือประสบการณ์บางส่วน รวมทั้งได้รับหนังสือรับรองความสามารถอย่างน้อยเทียบเท่ากับตามที่ ก าหนดใน มคฉ.๑ สาขานั้น (๕) เป็นบุคคลซึ่งมีคุณวุฒิอื่นทางการศึกษาหรือวิชาชีพในระดับคุณวุฒิใดตามกรอบคุณวุฒิ แห่งชาติ ให้ได้รับประกาศนียบัตรสาขาหนึ่งสาขาใดในระดับคุณวุฒิเดียวกันหรือต่ ากว่าได้ โดยต้องมี เกณฑ์การเทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้ง ผ่านการฝึกอบรม การสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงานหรือประสบการณ์ หรือได้รับหนังสือรับรอง หนา ๒๖้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 34 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ความสามารถบางส่วนในสาขาที่ขอรับประกาศนียบัตรนั้นเพิ่มเติมตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรฝึกอบรม ขององค์กรฝึกอบรมนั้นโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ ผู้ปฏิบัติการกลุ่มวิชาชีพตามข้อ ๗ก. ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตรตามที่กฎหมาย ว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉินก าหนดด้วย ข้อ ๒๓ ประกาศนียบัตรแต่ละสาขามีอายุตามระดับที่เทียบเท่าระดับในกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ (๑) เทียบเท่ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระดับ ๑ ระดับ ๒ และระดับ ๓ มีอายุสามปี (๒) เทียบเท่ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระดับ ๔ และระดับ ๕ มีอายุสี่ปี (๓) เทียบเท่ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระดับ ๖ ขึ้นไป มีอายุห้าปี ทั้งนี้ ให้ต่ออายุได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก าหนดใน มคฉ.๑ สาขานั้น ข้อ ๒๔ ให้ใช้แบบประกาศนียบัตรตามแบบที่ กพฉ. ก าหนด ทั้งนี้ อาจออกเป็น ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ เมื่อมีการออก ต่ออายุ หรือเพิกถอนประกาศนียบัตรตามข้อบังคับนี้แล้ว ให้ สพฉ. จัดให้มี ข้อมูลผู้ปฏิบัติการตามด้าน กลุ่ม และสาขานั้น โดยต้องให้สามารถตรวจสอบสถานภาพของ ผู้ปฏิบัติการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการสาธารณะ ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร ของราชการและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ข้อ ๒๕ วิธีการสมัครเข้ารับการฝึกอบรม การขอรับ การออก การต่ออายุ และวิธีการอื่นใด ที่เกี่ยวกับประกาศนียบัตร ให้เป็นไปตามที่ สพฉ. ก าหนดโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ ให้ สพฉ. เรียกเก็บค่าด าเนินการจากผู้ขอรับประกาศนียบัตรได้ตามอัตราที่เลขาธิการประกาศ ก าหนด แต่ไม่เกินห้าพันบาทต่อครั้ง ข้อ ๒๖ ให้มีเครื่องหมายวิทยฐานะประกอบด้วยเครื่องแต่งกาย อภิไธย และสัญลักษณ์ วิทยฐานะตามผนวก ค. และที่ กพฉ. ก าหนดเพิ่มเติม ส าหรับผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรมและ ได้รับประกาศนียบัตรตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้ปฏิบัติการมีสิทธิใช้เครื่องหมายวิทยฐานะตามวรรคหนึ่งตามสาขาที่ตนได้รับ ประกาศนียบัตร และตามที่ก าหนดไว้ใน มคฉ.๑ สาขานั้น ข้อ ๒๗ เครื่องหมายวิทยฐานะตามข้อ ๒๖ ชนิดใดจะต้องใช้ในโอกาสใด ให้เป็นไปตามที่ คณะอนุกรรมการ สพฉ. หรือหน่วยปฏิบัติการก าหนด เพื่อประโยชน์ในการฝึก การปฏิบัติงานภาคสนาม หรือการปฏิบัติงานอื่นทางการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ หน่วยปฏิบัติการจะก าหนดเครื่องแต่งกายผู้ปฏิบัติการ ตามความจ าเป็นก็ได้ หนา ๒๗้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 35 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หมวด ๔ คณะอนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย์ การควบคุมดูแล และการด าเนินการ ข้อ ๒๘ ให้มีคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะอนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย์” ประกอบด้วย (๑) กรรมการการแพทย์ฉุกเฉินที่เป็นแพทย์ผู้มีความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพ เวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ผู้แทนสภาการพยาบาล และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย (๒) หัวหน้าส านักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ผู้อ านวยการศูนย์สรรหาและเลือกสรร ส านักงาน ก.พ. ประธานวิทยาลัยแพทย์ ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมพยาบาลฉุกเฉินประเทศไทย (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิที่ กพฉ. แต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ ก. อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรมที่ได้รับการรับรอง จ านวนสองคน ข. ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการแต่ละประเภท ประเภทละหนึ่งคน ค. ผู้ปฏิบัติการตามข้อ ๖ ด้านละหนึ่งคน ให้เลขาธิการเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานระดับผู้ช่วย เลขาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษขึ้นไปคนหนึ่งเป็นรองเลขานุการ และแต่งตั้งพนักงานตั้งแต่ผู้อ านวยการ ส านักขึ้นไปเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้ กพฉ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอ กพฉ. ให้แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตาม (๓) และให้น าความตามมาตรา ๘ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับกับการด ารงต าแหน่งและการพ้นต าแหน่งของอนุกรรมการ ตาม (๓) โดยอนุโลม ให้อนุกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกันเองให้อนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน โดยให้ อนุกรรมการที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุมเพื่อด าเนินการเลือกประธาน ในกรณีที่ ประธานชั่วคราวได้รับเสนอชื่อให้เป็นประธาน ให้อนุกรรมการที่มีอาวุโสรองลงมาท าหน้าที่ ประธานชั่วคราวของที่ประชุม ข้อ ๒๙ คณะอนุกรรมการมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดคุณสมบัติ ลักษณะ และประเภทของบุคคล องค์กรการศึกษา องค์กรฝึกอบรม หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล และหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่เป็นผู้จัดท า มคฉ.๑ หรือที่มีหน้าที่ รับรองความสามารถของผู้ปฏิบัติการตาม มคฉ.๑ (๒) พิจารณากลั่นกรองร่าง มคฉ.๑ สาขาต่าง ๆ ก่อนเสนอให้ กพฉ. ประกาศก าหนด หนา ๒๘้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 36 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


(๓) พิจารณากลั่นกรองร่างมาตรฐานก าหนดต าแหน่งของผู้ปฏิบัติการก่อนเสนอให้ กพฉ. ประกาศก าหนด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้มีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน สามารถพัฒนาร่วมกัน หรือการสับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ด้วยกันได้ โดยให้สอดคล้องกับ ก. กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ข. กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ค. กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๔) กลั่นกรองแนวทางต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ รวมทั้งการก าหนดด้าน กลุ่ม สาขา คุณสมบัติ และเงื่อนไขในการเข้ารับการฝึกอบรมให้เป็นเอกภาพเชิงนโยบายและมาตรฐาน การปฏิบัติการฉุกเฉิน ก่อนเสนอต่อ กพฉ. รวมทั้งก าหนดวิธีการการรับรองมาตรฐานและคุณภาพของ หลักสูตรฝึกอบรมในองค์กรฝึกอบรม (๕) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาระบบคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ การจัดท า มาตรฐานฉุกเฉินการแพทย์ การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน การเผยแพร่และการใช้ระบบ คุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์ และการจัดให้มีการฝึกอบรมตามมาตรฐานฉุกเฉินการแพทย์ รวมทั้งร่วมกับ สพฉ. ในการจัดท าแผนการด าเนินงานและรายงานผลการด าเนินงานเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติการ เสนอต่อ กพฉ. อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๖) แต่งตั้งคณะท างานหรือที่ปรึกษา หรือมอบหมายหน่วยจัดการให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามข้อบังคับนี้หรือตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือกฎหมายอื่นหรือตามที่ กพฉ. มอบหมาย ข้อ ๓๐ ผู้ใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจ หลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากกระท าหรืองดเว้นการกระท าตามข้อบังคับนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการอุทธรณ์ เว้นแต่เป็นการกระท าของ คณะอนุกรรมการ หรือ กพฉ. ให้อุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ข้อ ๓๑ ให้ สพฉ. สนับสนุนด้านการเงิน งานธุรการ ระบบและอุปกรณ์ดิจิทัล สถานที่ และอ านวยความสะดวกอื่นในการด าเนินการจัดให้มีการประเมินและออกหนังสือรับรองความสามารถ ทางฉุกเฉินการแพทย์ รวมทั้งการรับรององค์กรฝึกอบรมและการด าเนินการพัฒนาผู้ปฏิบัติการด้านการวัด และประเมินผลทางฉุกเฉินการแพทย์ขององค์กรที่จัดการฝึกอบรม ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ที่ก าหนด และการท าหน้าที่อื่นตามข้อบังคับนี้ ให้แก่ วฉท. รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่ได้รับ การก าหนดให้มีหน้าที่และอ านาจในการด าเนินการต่าง ๆ ตามที่ก าหนดในข้อบังคับนี้ด้วย หนา ๒๙้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 37 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


บทเฉพาะกาล ข้อ ๓๒ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ข้อก าหนด ประกาศ ค าสั่ง หรือการใดที่อ้างถึง คณะอนุกรรมการรับรององค์กรและหลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม หรือ อศป. ให้ถือว่า ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อก าหนด ประกาศ ค าสั่ง หรือการนั้น อ้างถึงคณะอนุกรรมการฉุกเฉิน การแพทย์ตามข้อบังคับนี้ ข้อ ๓๓ บรรดากฎและค าสั่งใดที่ออกตามข้อบังคับและประกาศที่ยกเลิกแล้วในข้อ ๓ ซึ่งยังใช้บังคับอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้กฎและค าสั่งดังกล่าวบังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ จนกว่าจะมีกฎหรือค าสั่งที่ออกตามข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน หนึ่งปีนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ข้อ ๓๔ สาขาใดที่เคยมีหลักสูตรและมีการจัดการศึกษาหรือฝึกอบรมอยู่แล้วก่อนวันที่ ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ สพฉ. ด าเนินการจัดท าร่าง มคฉ.๑ ของสาขานั้นให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ เสนอผ่านคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอให้ กพฉ. ประกาศก าหนดให้มีผลใช้บังคับ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้องค์กรการศึกษาหรือฝึกอบรมซึ่งได้แจ้งหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ ดังกล่าวต่อ สพฉ. และมีผู้เข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมสาขาใดอยู่แล้วก่อนวันที่ มคฉ.๑ สาขานั้น มีผลใช้บังคับด าเนินการต่อไปตามเดิม โดยต้องปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้และ มคฉ.๑ สาขานั้นจนกระทั่งได้รับการประกาศรับรองหลักสูตรฝึกอบรมขององค์กรฝึกอบรมดังกล่าวตามข้อ ๑๗ ภายในสองปีนับแต่วันที่ มคฉ.๑ สาขานั้นมีผลใช้บังคับ และหากปรับปรุงไม่แล้วเสร็จตามก าหนด ดังกล่าวให้ระงับการรับผู้ปฏิบัติการเข้าฝึกอบรมใหม่ในสาขานั้นไว้ก่อนจนกว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จ ให้ผู้ผ่านหรือเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อขอรับประกาศนียบัตรใดจากองค์กรการศึกษา หรือองค์กรฝึกอบรมที่ด าเนินการหลักสูตรอยู่ตามวรรคสอง ได้รับประกาศนียบัตรตามประเภทหรือ ระดับนั้น และให้ถือปฏิบัติตามเดิมไปก่อนจนกว่าองค์กรการศึกษาหรือองค์กรฝึกอบรมนั้น จะได้ด าเนินการตามที่ก าหนดในวรรคสอง ให้ผู้ปฏิบัติการที่ได้รับประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะประเภท ระดับ และสาขาใด ซึ่งยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ รวมทั้งผู้ปฏิบัติการที่ได้รับประกาศนียบัตรหรือ เครื่องหมายวิทยฐานะตามวรรคสาม ใช้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะสาขานั้นต่อไป ได้แต่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ มคฉ. ๑ สาขานั้นมีผลใช้บังคับ หรือจนกระทั่งหมดอายุ ข้อ ๓๕ ให้ผู้ปฏิบัติการซึ่งเป็นอาจารย์หรือครูในองค์กรการศึกษาหรือองค์กรฝึกอบรม ที่ด าเนินการหลักสูตรในการผลิตผู้ปฏิบัติการตามข้อบังคับและประกาศที่ยกเลิกแล้วในข้อ ๓ อยู่ก่อนวันที่ มคฉ.๑ สาขานั้นมีผลใช้บังคับ และคณะอนุกรรมการพิจารณาแล้วเห็นชอบให้เทียบเท่า หนา ๓๐้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 38 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


สาขาใดตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้นั้นได้รับประกาศนียบัตรอาจารย์ฝึกอบรมหรือครูช่วยฝึกสาขานั้น โดยให้ เริ่มนับอายุประกาศนียบัตรตามสาขาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ มคฉ.๑ สาขานั้นมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป ให้องค์กรฝึกอบรมที่ผู้ปฏิบัติการตามวรรคหนึ่งสังกัดอยู่ ส่งรายชื่ออาจารย์หรือครูพร้อมทั้ง หลักฐานแสดงคุณวุฒิของบุคคลดังกล่าวให้ สพฉ. ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ มคฉ.๑ สาขานั้น มีผลใช้บังคับ เพื่อเสนอต่อคณะผู้อนุมัติให้ประกาศนียบัตรอาจารย์ฝึกอบรมหรือครูช่วยฝึกสาขาดังกล่าว ข้อ ๓๖ ในวาระเริ่มแรก ยังไม่ให้น าความตามข้อ ๒๘ (๓) รวมทั้งข้อ ๒๘ วรรคสามและ วรรคสี่ มาใช้บังคับ และให้คณะอนุกรรมการประกอบด้วยอนุกรรมการตามข้อ ๒๘ (๑) และ (๒) แห่งข้อบังคับนี้ และอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๕ (๔) แห่งข้อบังคับ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการรับรององค์กรและหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรม ผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ และให้ปฏิบัติหน้าที่ อนุกรรมการต่อไปจนกว่าจะครบก าหนดวาระของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว และการปฏิบัติหน้าที่อนุกรรมการของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นวาระการด ารงต าแหน่ง ตามข้อ ๒๘ วรรคสาม ทั้งนี้ ให้ด าเนินการเลือกผู้ปฏิบัติการเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตามข้อ ๒๘ (๓) ให้แล้วเสร็จ ภายในเก้าสิบวันก่อนวันที่อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งจะครบวาระ ข้อ 37 ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามที่ก าหนดในข้อบังคับนี้ได้ หรือมีความจ าเป็น ต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้คณะอนุกรรมการเสนอ กพฉ. เพื่อพิจารณา วินิจฉัยและให้ถือเป็นที่สุด ประกาศ ณ วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖3 เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน หนา ๓๑้ ่ เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้้�ปฏิิบััติิการ 39 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Click to View FlipBook Version