The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by erkph001, 2024-03-26 09:47:24

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

รวมกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ปรพกาศ สพฉ. 2567

หน้า ๖ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐ นอกจากวรรคหนึ่งแล้ว สถานพยาบาลต้องกระทําการใด ๆ อันจะมีผลเป็นการควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากอันตรายและความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างทันท่วงทีตามสมควรแก่กรณี ข้อ 4 การตรวจคัดแยกระดับความฉุกเฉินของผู้ป่วยตามข้อ 3 (๑) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ได้แก่ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งมีภาวะ คุกคามต่อชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทําให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วย ฉุกเฉินนั้น รุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างฉับไว ให้ใช้สัญลักษณ์ “สีแดง” สําหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (๒) ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน ได้แก่ บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยซึ่งมีภาวะเฉียบพลันมาก หรือเจ็บปวดรุนแรงอันจําเป็นต้องได้รับปฏิบัติการแพทย์อย่างรีบด่วน มิฉะนั้น จะทําให้การบาดเจ็บ หรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิต หรือพิการในระยะต่อมาได้ ให้ใช้สัญลักษณ์ “สีเหลือง” สําหรับผู้ป่วยฉุกเฉนเริ ่งด่วน (๓) ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง ได้แก่ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการป่วยซึ่งมีภาวะ เฉียบพลันไม่รุนแรง อาจรอรับปฏิบัติการแพทย์ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือเดินทางไปรับบริการสาธารณสุข ด้วยตนเองได้ แต่จําเป็นต้องใช้ทรัพยากรและหากปล่อยไว้เกินเวลาอันสมควรแล้วจะทําให้การบาดเจ็บ หรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ให้ใช้สัญลักษณ์ “สีเขียว” สําหรับผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติในการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” กรณีการเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญา สามกองทุนตามที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินกําหนด ข้อ 5 ให้สถานพยาบาลจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตามข้อ 3 (๑) ตลอดเวลา รวมทั้งควบคุมและดูแลให้ผู้ปฏิบัติการดําเนินการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตามลําดับความเร่งด่วน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินประกาศกําหนด ข้อ 6 นอกจากการจัดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการบริการตามข้อ 3 แล้ว สถานพยาบาล ต้องจัดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการบําบัดเจาะจงตามขีดความสามารถอย่างทันท่วงทีด้วย ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ที่ได้รับการรักษาในสถานพยาบาลประเภท ที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมหรือกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน หรือจากส่วนราชการ หรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และเมื่อผู้นั้นไปรับบริการจากสถานพยาบาล ประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเมื่อใดแล้ว ให้สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนแจ้งการเข้ารับบริการและ ให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกําหนด นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 238 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๗ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐ หมวด ๒ การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยา ข้อ 8 ให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดําเนินการจัดหาทรัพยากรด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ ยานพาหนะให้เพียงพอและพร้อมต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินตามมาตรา 33/1 ตามขีดความสามารถของสถานพยาบาล หมวด ๓ การจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น ข้อ 9 เมื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยตามหมวดหนึ่ง ถ้ามีความจําเป็นต้องส่งต่อ หรือผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยมีความประสงค์จะไปรับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่น ผู้รับอนุญาต และผู้ดําเนินการต้องจัดการให้มีการจัดส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่นตามความเหมาะสม ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพให้การรับรองว่าการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน การเสียชีวิต หรือการรุนแรงขึ้นของการเจ็บป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น หรือเกินขีดความสามารถตามนัยแห่ง ข้อ 3 (๒) ให้สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนดําเนินการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามมาตรฐาน การส่งต่อผู้ป่วยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด และให้สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วย ไว้ค้างคืนดําเนินการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามมาตรฐานการส่งต่อผู้ป่วยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด โดยอนุโลม ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 239 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 240 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 241 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 242 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 243 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 244 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 245 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 246 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 247 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 248 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๓ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ ในกรณีผู้ประกันตนไปรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลอื่นนอกจากสถานพยาบาลที่สํานักงาน ประกันสังคมกําหนดให้สําหรับผู้ประกันตน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมแล้ว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการการแพทย์โดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการประกันสังคมจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป ข้อ ๒ ให้ยกเลิก (๑) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๘ (๒) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ (๓) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ (๔) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “สํานักงาน” หมายถึง สํานักงานประกันสังคม สํานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สํานักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสํานักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี “สถานพยาบาล” หมายถึง สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล “แพทย์” หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 249 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๔ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ “ประสบอันตราย” หมายถึง การประสบกับเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่ทําให้บาดเจ็บอันอาจเป็น อันตรายต่อสุขภาพ “เจ็บป่วยฉุกเฉิน” หมายถึง โรคหรืออาการของโรคซึ่งเกิดขึ้นโดยเฉียบพลันที่มีลักษณะรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือจําเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเร่งด่วน “ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ” หมายถึง การได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้วผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทําให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น รุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างฉับไว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือเยียวยา และการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น หมวด ๑ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน และมีความจําเป็นทําให้ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิ ในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนนั้น เมื่อผู้ประกันตนได้เข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลอื่น ให้สํานักงานจ่ายเงินเป็นค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประกันตนหรือสถานพยาบาล ที่ให้บริการทางการแพทย์ แล้วแต่กรณี ดังนี้ ๔.๑ กรณีจําเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์เนื่องจากประสบอันตรายจ่ายเป็น ค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจําเป็นตามประเภทและอัตรา ดังนี้ ๔.๑.๑ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของรัฐ (๑) ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจําเป็น (๒) ประเภทผู้ป่วยใน (ก) ค่าบริการทางการแพทย์ ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริง ตามความจําเป็นภายในระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงโดยไม่รวมระยะเวลาในวันหยุดราชการ หากมีวันหยุดราชการในช่วงระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงนั้น ให้นับรวมค่าบริการทางการแพทย์ ในวันหยุดราชการด้วย (ข) ค่าห้องและค่าอาหาร ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน วันละเจ็ดร้อยบาทภายในระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงโดยไม่รวมระยะเวลาในวันหยุดราชการ หากมีวันหยุดราชการในช่วงระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงนั้น ให้นับรวมค่าบริการทางการแพทย์ ในวันหยุดราชการด้วย นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 250 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๕ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ๔.๑.๒ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลเอกชน (๑) ประเภทผู้ป่วยนอก ให้ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ตามจํานวน เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพันบาท และกรณีที่ค่าบริการทางการแพทย์เกินหนึ่งพันบาทให้จ่ายค่าบริการ ทางการแพทย์เพิ่มเติมกรณีที่ได้รับการตรวจรักษาตามรายการและอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) การได้รับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินห้าร้อยบาทต่อยูนิต (ข) สารต่อต้านพิษจากเชื้อบาดทะยัก (Tetanus - Antitoxin) ชนิดทําจากมนุษย์เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสี่ร้อยบาทต่อราย (ค) ค่าวัคซีน/เซรุ่ม ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า - Rabies Vaccine เฉพาะเข็มแรก ในอัตราเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินสองร้อยเกาส้ ิบบาท - Rabies antiserum – ERIG เฉพาะเข็มแรก ในอัตรา เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพันบาท - Rabies antiserum – HRIG เฉพาะเข็มแรก ในอัตรา เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินแปดพันบาท โดยมีข้อบ่งชี้ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) ทดสอบการแพ้ด้วยเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากม้า ได้ผลบวก หรือ ๒) กรณีที่มีบาดแผลบริเวณตา (ง) Ultrasound เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพันบาทต่อราย เฉพาะกรณีภาวะฉุกเฉินเฉียบพลันในช่องท้อง (Acute abdomen) (จ) CT – Scan เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินสี่พันบาท หรือ MRI เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินแปดพันบาทต่อราย ตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) ผู้ประกันตนที่ได้รับการตรวจด้วย CT – Scan หรือ MRI แล้ว และได้รับการผ่าตัดสมองทันทีหรือถึงแก่ความตายภายหลังการตรวจ หรือ ๒) ผู้ประกันตนได้เข้ารับการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน และมีการส่งตรวจเพื่อการวินิจฉัยว่ามีเส้นโลหิตในสมองแตกหรืออุดตัน โดยมีเหตุผลทางการแพทย์ ประกอบ หรือ ๓) ผู้ประกันตนได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อการผ่าตัด กระดูกสันหลังหรือไขสันหลังจากแพทย์ของสถานพยาบาลที่ทําการผ่าตัดนั้น (ฉ) การขูดมดลูกเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินสองพันห้าร้อยบาทต่อราย เฉพาะกรณีที่มีภาวะตกเลือดหลังการคลอดหรือภาวะตกเลือดจากการแท้งบุตร นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 251 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๖ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ (ช) ค่าฟื้นคืนชีพ (Cardio Pulmonary Resuscitation - CPR) รวมค่ายาและอุปกรณ์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินสี่พันบาทต่อราย (ซ) กรณีที่มีการสังเกตอาการในห้องสังเกตอาการตั้งแต่ สามชั่วโมงขึ้นไปให้จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสองร้อยบาทต่อราย (๒) ประเภทผู้ป่วยใน ให้ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจําเป็นภายในระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมง โดยไม่รวมระยะเวลา ในวันหยุดราชการ หากวันหยุดราชการในช่วงระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงนั้น ให้นับรวมค่าบริการ ทางการแพทย์ในวันหยุดราชการด้วย ตามประเภทและอัตรา ดังนี้ (ก) ค่ารักษาพยาบาลกรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU ตามจํานวน เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวนละสองพั ันบาท (ข) ค่าห้องและค่าอาหาร ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน วันละเจ็ดร้อยบาท (ค) ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล กรณีที่รักษาในห้อง ICU เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวันละสี่พันห้าร้อยบาท (ง) กรณีที่มีความจําเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ กําหนดอัตรา ตามระยะเวลาการผ่าตัด ดังนี้ ๑) ค่าผ่าตัดไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินครั้งละ แปดพันบาท ๒) ค่าผ่าตัดเกินหนึ่งชั่วโมงแต่ไม่เกินสองชั่วโมง เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นสองพันบาท ๓) ค่าผ่าตัดเกินสองชั่วโมงขึ้นไป เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินครั้งละ หนึ่งหมื่นหกพันบาท (จ) ค่าฟื้นคืนชีพ (Cardio Pulmonary Resuscitation - CPR) รวมค่ายาและอุปกรณ์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินสี่พันบาทต่อราย (ฉ) ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการและหรือเอกซเรย์ ตามจํานวน เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งพันบาทต่อราย (ช) ค่าตรวจวินิจฉัยพิเศษจ่ายตามรายการและอัตรา ดังต่อไปนี้ ๑) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG, ECG) ตามจํานวนเท่าที่ จ่ายจริงไม่เกินสามร้อยบาทต่อราย ๒) ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยบาทต่อราย นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 252 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๗ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ๓) ตรวจคลื่นสมอง (Electro – encephalography - EEG) ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินสามร้อยห้าสิบบาทต่อราย ๔) ตรวจ Ultrasound ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน หนึ่งพันบาทต่อราย ๕) ค่าสวนเส้นเลือดหัวใจและเอกซเรย์ (Coronary Angiography - CAG) ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อราย ๖) ค่าส่องกล้อง (Endoscopy) ยกเว้น Proctoscopy ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพนหั ้าร้อยบาทต่อราย ๗) ค่าตรวจ Intravenous Pyelography (IVP) ตามจํานวน เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยบาทต่อราย ๘) CT – Scan ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสี่พันบาท หรือ MRI ตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินแปดพันบาทต่อราย ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการทํา CT – Scan หรือ MRI ของการรับบริการประเภทผู้ป่วยนอก ๔.๒ กรณีจําเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์เนื่องจากเจ็บป่วยฉุกเฉินจ่ายเป็น ค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจําเป็นตามประเภทและอัตรา ดังนี้ ๔.๒.๑ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของรัฐ จ่ายเงิน ค่าบริการทางการแพทย์ตามประเภทและอัตราที่กําหนดไว้ใน ๔.๑.๑ (๑) และ ๔.๑.๑ (๒) ๔.๒.๒ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลเอกชน จ่ายเงิน ค่าบริการทางการแพทย์ตามประเภทและอัตราที่กําหนดไว้ใน ๔.๑.๒ (๑) และ ๔.๑.๒ (๒) ยกเว้น ค่าบริการทางการแพทย์เป็นค่ายาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Agent) ให้จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ แก่ผู้ประกันตนหรือสถานพยาบาลที่ให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตน ดังนี้ (๑) กรณีการใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Agent) ในการรักษาโรคเกี่ยวกับการอุดตันของหลอดเลือดสมอง (Stroke Fast Tract) จ่ายเป็นค่ายาละลายลิ่มเลือด rt-PA ให้กับสถานพยาบาลที่มีการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันด้วยการฉีดยาละลายลิ่มเลือด ทางหลอดเลือดดําและมีการทํา CT Brain ก่อนและหลังการฉีดยาละลายลิ่มเลือดเหมาจ่ายครั้งละ ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) (๒) กรณีการใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Agent) ในการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดที่มีการยกขึ้นของคลื่นไฟฟ้าส่วน ST (Acute ST-Elevated Myocardial Infarction Fast Tract) จ่ายเป็นค่ายาละลายลิ่มเลือด ดังนี้ (ก) ค่ายาละลายลิ่มเลือด Streptokinase และค่าฉีดยาเหมาจ่าย ครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 253 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๘ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ (ข) ค่ายาละลายลิ่มเลือด rt-PA หรือ TNK-tPA และค่าฉีดยา เหมาจ่ายครั้งละ ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ข้อ ๕ กรณีผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบแก่กองทุนประกันสังคมจนก่อให้เกิดสิทธิในการ รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทํางานและสํานักงานยังไม่ได้ กําหนดสถานพยาบาลที่ให้สิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนนั้น ให้สํานักงาน จ่ายเงินเป็นค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประกันตน หรือสถานพยาบาล ดังนี้ ๕.๑ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์เพราะประสบอันตราย ให้จ่ายตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่กําหนดไว้ในข้อ ๔.๑ ของประกาศ ๕.๒ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์เพราะเจ็บป่วย ให้จ่ายตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่กําหนดไว้ในข้อ ๔.๒ ของประกาศนี้ ข้อ ๖ นอกจากเงินค่าบริการทางการแพทย์ตามที่กําหนดในข้อ ๔ และข้อ ๕ ของประกาศนี้แล้ว สํานักงานจะจ่ายเงินเป็นค่าพาหนะให้แก่ผู้ประกันตนหรือสถานพยาบาล กรณีผู้ประกันตนได้เข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลอื่นและสถานพยาบาลนั้นมีความจําเป็นต้อง รับหรือส่งตัวผู้ประกันตนไปเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหรือรักษาพยาบาลต่อ ณ สถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนตามอัตรา ดังนี้ ๖.๑ การรับหรือส่งต่อผู้ประกันตนระหว่างสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ จังหวัดเดียวกัน ๖.๑.๑ กรณีใช้รถพยาบาลหรือเรือพยาบาลตามจํานวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ห้าร้อยบาท ๖.๑.๒ กรณีใช้พาหนะรับจ้างหรือพาหนะส่วนบุคคลหรือพาหนะอื่น ๆ เหมาจ่ายในอัตราสามร้อยบาท ๖.๒ การรับหรือส่งตัวผู้ประกันตนไปยังสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดอื่น นอกจากจะจ่ายเงินเป็นค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กําหนดไว้ในข้อ ๖.๑ แล้ว สํานักงาน จะจ่ายเงินเพิ่มให้อีกในอัตรากิโลเมตรละหกบาท โดยคํานวณจ่ายตามระยะทางของกรมทางหลวง ในทางสั้นและทางตรง ข้อ ๗ เมื่อผู้ประกันตนได้เข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลตามข้อ ๔ และข้อ ๕ ของประกาศนี้ ให้ผู้ประกันตนหรือสถานพยาบาลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องดําเนินการ ดังนี้ ๗.๑ กรณีการเข้ารับบริการทางการแพทย์ตามข้อ ๔ ให้แจ้งสถานพยาบาล ที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนทราบโดยเร็ว เมื่อสถานพยาบาล ได้รับแจ้งแล้วให้สถานพยาบาลมีหน้าที่ ดังนี้ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 254 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๙ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ๗.๑.๑ กรณีเคลื่อนย้ายผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้ให้ สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนรับผิดชอบ ในการให้บริการทางการแพทย์ แก่ผู้ประกันตนนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้งเป็นต้นไป รวมทั้งค่าพาหนะ ในการเคลื่อนย้ายผู้ประกันตนด้วย ๗.๑.๒ กรณีเคลื่อนย้ายผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่ได้ให้ สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนมีหน้าที่ ดังนี้ (๑) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการให้บริการทางการแพทย์ของ สถานพยาบาลอื่นเฉพาะในส่วนที่เกินกว่าอัตราค่าบริการทางการแพทย์ที่กําหนดในข้อ ๔.๑ และข้อ ๔.๒ ของประกาศนี้ นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจนถึงเวลาที่ครบเจ็ดสิบสองชั่วโมง (๒) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการให้บริการทางการแพทย์ของ สถานพยาบาลอื่นในช่วงระยะเวลาการให้บริการทางการแพทย์ที่ล่วงพ้นจากระยะเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง ตาม (๑) หรือนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง กรณีแจ้งให้สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการ ทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนทราบในช่วงระยะเวลาภายหลังจากครบกําหนดระยะเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง ตาม (๑) ๗.๒ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ตามข้อ ๕ ให้แจ้งสํานักงานทราบโดยเร็ว เมื่อสํานักงานได้รับแจ้งแล้วให้สํานักงานมีหน้าที่ ดังนี้ ๗.๒.๑ กําหนดสถานพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตนเพื่อไปใช้บริการทางการแพทย์ ต่อไป ๗.๒.๒ จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กําหนดไว้ใน ประกาศนี้ ในช่วงระยะเวลาที่ได้รับแจ้งแต่ไม่เกินกําหนดระยะเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง ๗.๒.๓ จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กําหนดไว้ใน ประกาศนี้ ในช่วงระยะเวลาภายหลังจากเวลาที่ได้รับแจ้งจนถึงเวลาที่สถานพยาบาลได้จําหน่าย ผู้ประกันตนออกจากสถานพยาบาลในการให้บริการทางการแพทย์ครั้งนั้น ตามหลักวิชาทางการแพทย์ ข้อ ๘ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าผู้ประกันตนมีสิทธิที่จะได้รับค่าบริการทางการแพทย์ นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ให้สํานักงานพิจารณาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนหรือสถานพยาบาล ตามคําแนะนําของคณะกรรมการการแพทย์ หมวด ๒ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ข้อ ๙ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การระดมทรัพยากร และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยา และการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 255 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๒๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ (๑) หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ (๒) หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง (๓) ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม (๔) เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง (๕) แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด (๖) มีอาการอื่นร่วมที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็น อันตรายต่อชีวิต ข้อ ๑๐ กรณีผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตและกรณีที่สํานักงาน ยังมิได้กําหนดสถานพยาบาลที่ให้สิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนหรือกรณีที่ ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลตามสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับ ผู้ประกันตนได้ เมื่อไปรับบริการ ณ สถานพยาบาลเอกชน ให้สํานักงานจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ให้แก่สถานพยาบาลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ข้อ ๑๑ เมื่อผู้ประกันตนได้รับบริการทางการแพทย์ตามข้อ ๑๐ จนพ้นภาวะฉุกเฉินวิกฤตแล้ว และสามารถย้ายไปรับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการ ทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตนได้ แต่ผู้ประกันตนปฏิเสธไม่ขอย้ายไปรับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลที่สํานักงานกําหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์สําหรับผู้ประกันตน ให้สํานักงานจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ตามระเบียบสํานักงานประกันสังคมว่าด้วยการจ่ายเงินค่าบริการ ทางการแพทย์แก่สถานพยาบาล ทั้งนี้ โดยหักค่าบริการทางการแพทย์ที่สํานักงานจะต้องจ่าย ตามข้อ ๑๐ แล้ว หมวด ๓ บทเฉพาะกาล ข้อ ๑๒ ผู้ใดมีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตาม (๑) ประกาศสํานักงาน ประกันสังคม เรื่อง กําหนดจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสํานักงานประกันสังคม เรื่อง กําหนดจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๑ (๒) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ (๓) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจํานวนเงิน นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 256 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๒๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ (๔) ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจํานวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๔) ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับอยู่เพียงใดก็ให้มีสิทธิ ได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์นั้นต่อไปจนครบตามสิทธิ ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการการแพทย์ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 257 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Āîšć ĤĢ đúŠö ĢĤĥ êĂîóĉđýþ ģĢģ Ü øćßÖĉÝÝćîčđïÖþć ģĩ ÿĉÜĀćÙö ģĦħġ ךĂïĆÜÙĆïÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ üŠćéšü÷ÖćøĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ÖøèĊĂčïĆêĉđĀêč ĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî ó.ý. ģĦħġ ēé÷ìĊęÙèąøĆåöîêøĊĕéšđĀĘîßĂïĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ× ÖćøÖĞćĀîéÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔîÖćøéĞćđîĉîÖćøñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùê ĒúąĔĀšĀîŠü÷ÜćîìĊęđÖĊę÷üךĂÜðøĆïðøčÜĒÖšĕ× Öã øąđïĊ÷ï ÝċÜêšĂÜðøĆïðøčÜĀúĆÖđÖèæŤÖćøđךćøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ĀøČĂÖøèĊĂčïĆêĉđĀêč ĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî ÝćÖÿëćîïøĉÖćø ĒúąĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ×ÖćøĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ ÝćÖÖĂÜìčîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ×ĂÜÿëćîïøĉÖćø đóČęĂĔĀšñĎšöĊÿĉìíĉđךćëċÜÖćøïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ĔîÖøèĊéĆÜÖúŠćüĕéšĂ÷ŠćÜìĆęüëċÜĒúąöĊðøąÿĉìíĉõćóöćÖ÷ĉęÜ×ċĚî ĂćýĆ÷ĂĞćîćÝêćöÙüćöĔîöćêøć Ĩ ĒĀŠÜóøąøćßïĆââĆêĉĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ó.ý. ģĦĥĦ ðøąÖĂïöêĉÙèąøĆåöîêøĊ üŠćéšü÷ĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ×ÖćøÖĞćĀîéÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔîÖćøéĞćđîĉîÖćøñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùê đöČęĂüĆîìĊę ģĩ öĊîćÙö ģĦħġ ĒúąöêĉÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆî ÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉĔîÖćøðøąßčöÙøĆĚÜìĊę ħ/ģĦħġ đöČęĂüĆîìĊę Ĩ öĉëčîć÷î ģĦħġ ÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆî ÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ÝÜĂĂÖ× ċ šĂïĆÜÙĆïĕüš éĆÜêŠĂĕðîĊĚ ×šĂ Ģ ×šĂïĆÜÙĆïîĊĚđøĊ÷ÖüŠć “ךĂïĆÜÙĆïÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ üŠćéšü÷ ÖćøĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ÖøèĊĂčïĆêĉđĀêč ĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî ó.ý. ģĦħġ” ךà ģ ךĂïĆÜÙĆïîĊĚĔĀšĔßšïĆÜÙĆïêĆĚÜĒêŠüĆîìĊę Ģ đöþć÷î ģĦħġ đðŨîêšîĕð ךà Ĥ ĔĀš÷ÖđúĉÖ (Ģ) ךĂïĆÜÙĆïÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ üŠćéšü÷ÖćøĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ÖøèĊĂčïĆêĉđĀêč ĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî ó.ý. ģĦĦĦ (ģ) ךĂïĆÜÙĆïÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ üŠćéšü÷ÖćøĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ÖøèĊĂčïĆêĉđĀêč ĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî (ÞïĆïìĊę ģ) ó.ý. ģĦĦĩ ךà ĥ ĔîךĂïĆÜÙĆïîĊĚ “ÿëćîïøĉÖćø” Āöć÷ÙüćöüŠć ÿëćîïøĉÖćøÿćíćøèÿč××ĂÜøĆå ×ĂÜđĂÖßî Ēúą×ĂÜÿõćÖćßćéĕì÷ ĀîŠü÷ïøĉÖćøÖćøðøąÖĂïēøÙýĉúðąÿć×ćêŠćÜė ĒúąÿëćîïøĉÖćøÿćíćøèÿč×ĂČęîìęÙèąÖøøöÖćøÖ Ċ ĞćĀîéđóĉęöđêĉö “ñĎšöĊÿĉìíĉ” Āöć÷ÙüćöüŠć ïčÙÙúìęĊöĊÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč×êćöóøąøćßïĆââĆêĉĀúĆÖðøąÖĆî ÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ó.ý. ģĦĥĦ “ÖĂÜìčî” Āöć÷ÙüćöüŠć ÖĂÜìčîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ “ÿĞćîĆÖÜćî” Āöć÷ÙüćöüŠć ÿĞćîĆÖÜćîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 258 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Āîšć Ĥģ đúŠö ĢĤĥ êĂîóĉđýþ ģĢģ Ü øćßÖĉÝÝćîčđïÖþć ģĩ ÿĉÜĀćÙö ģĦħġ ךà Ħ ñĎšöĊÿĉìíĉìĊęĕéšúÜìąđïĊ÷îĒúšü ĔĀšĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč×ĕéšÝćÖĀîŠü÷ïøĉÖćø ðøąÝĞć×ĂÜêîĀøČĂĀîŠü÷ïøĉÖćøðåöõĎöĉĔîđÙøČĂ׊ć÷ĀîŠü÷ïøĉÖćøìĊęđÖĊę÷üךĂÜ ĀøČĂÝćÖĀîŠü÷ïøĉÖćøĂČęî ìĊęĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞć×ĂÜêîĀøČĂđÙøČĂ׊ć÷ĀîŠü÷ïøĉÖćøìĊęđÖĊę÷üךĂÜÿŠÜêŠĂ đüšîĒêŠ ÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ĀøČĂÖøèĊĂčïĆêĉđĀêčĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉî ĔĀšöĊÿĉìíĉđךćøĆïïøĉÖćøÝćÖÿëćîïøĉÖćø ìĆĚÜîĊĚ ēé÷ÙĞćîċÜëċÜ ÙüćöÿąéüÖĒúąÙüćöÝĞćđðŨî×ĂÜñĎšĔßšÿĉìíĉøĆïïøĉÖćø ĒúąÿëćîïøĉÖćøìĊęĔĀšïøĉÖćøöĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ ÝćÖÖĂÜìčî ÖøèĊĂčïĆêĉđĀêčĀøČĂÖøèĊđÝĘïðśü÷ÞčÖđÞĉîêćöüøøÙĀîċęÜ ĔĀšĒ÷ÖøąéĆïêćöÙüćöÞčÖđÞĉîđðŨî ñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùê ñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîđøŠÜéŠüî ĀøČĂñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîĕöŠøčîĒøÜ êćöðøąÖćýÖøąìøüÜÿćíćøèÿč× üŠćéšü÷ĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ×ÖćøßŠü÷đĀúČĂđ÷Ċ÷ü÷ćĒÖŠñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîêćöÖãĀöć÷ üŠćéšü÷ÿëćîó÷ćïćú ĒúąðøąÖćýÖøąìøüÜÿćíćøèÿč×üŠćéšü÷ÖćøøąéöìøĆó÷ćÖøĒúąöĊÿŠüîøŠüö ĔîÖćøßŠü÷đĀúČĂđ÷Ċ÷ü÷ć ĒúąÖćøÝĆéĔĀšöĊÖćøÿŠÜêŠĂñĎšðśü÷ĕð÷ĆÜÿëćîó÷ćïćúĂČęîêćöÖãĀöć÷ üŠćéšü÷ÿëćîó÷ćïćú ךà ħ ÿëćîïøĉÖćøìĊęĔĀšïøĉÖćøÿćíćøèÿč×ĒÖŠñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêĔĀšĒÝšÜÿĞćîĆÖÜćî ìøćïēé÷đøĘü ĒúąĔĀšÿëćîïøĉÖćøîĆĚîöĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ÝćÖÖĂÜìčî éĆÜîĊĚ (Ģ) ÙŠćĔߚ݊ć÷ìĊęđÖĉé×ċĚîĔîߊüÜđüúćîĆïêĆĚÜĒêŠøĆïñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêÝîëċÜđüúćđÝĘéÿĉïÿĂÜßĆęüēöÜ ÝŠć÷ĔîĂĆêøćêćöïĆâßĊĒúąĂĆêøćÙŠćĔߚ݊ć÷êćöĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ×ÖćøÖĞćĀîéÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔîÖćøéĞćđîĉîÖćøñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêêćöÖãĀöć÷üŠćéšü÷ÿëćîó÷ćïćú (ģ) ÙŠćĔߚ݊ć÷ìĊęđÖĉé×ċĚîĀúĆÜđüúćđÝĘéÿĉïÿĂÜßĆęüēöÜîĆïêĆĚÜĒêŠøĆïñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùê ÖøèĊìĊę ĕöŠÿćöćøë÷šć÷ÖúĆïđ×šćøąïïĀîŠü÷ïøĉÖćøĕéš đîČęĂÜÝćÖ÷ĆÜĕöŠóšîõćüąüĉÖùêĀøČĂÖøèĊĕöŠöĊđêĊ÷ÜøĆï÷šć÷ ÿëćîïøĉÖćøöĊÿĉìíĉđøĊ÷ÖđÖĘïÝćÖÿĞćîĆÖÜćîêćöĂĆêøćÙŠćøĆÖþćó÷ćïćú×ĂÜÿëćîïøĉÖćøĀøČĂêćöךĂêÖúÜ øąĀüŠćÜÿëćîïøĉÖćøÖĆïÿĞćîĆÖÜćî ĔîÖøèĊìĊęñĎšðśü÷öĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙüćöÙčšöÙøĂÜêćöÖãĀöć÷üŠćéšü÷ÖćøÙčšöÙøĂÜñĎšðøąÿïõĆ÷ÝćÖøë ĀøČĂêćöÖãĀöć÷üŠćéšü÷ÖćøðøąÖĆîßüĊĉê ĔĀšĔßšÿĉìíĉéĆÜÖúŠćüÖŠĂî ĔîÖøèĊìĊęñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêÿćöćøë÷šć÷đ×šćøąïïĀîŠü÷ïøĉÖćøĕéš ĒêŠðäĉđÿíĕöŠ×Ă÷šć÷ ñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêêšĂÜøĆïñĉéßĂïÙŠćĔߚ݊ć÷ìĊęđÖĉé×ċĚîêŠĂĕðđĂÜ ×šĂ Ĩ đóČęĂðøąē÷ßîŤĔîÖćøĔĀšïøĉÖćøñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùêĒúąÖćøđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷ ×ĂÜÿëćîïøĉÖćø ĔĀšîĞćðøąÖćýÖøąìøüÜÿćíćøèÿč× đøČęĂÜ ĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ× ÖćøßŠü÷đĀúČĂđ÷Ċ÷ü÷ćĒÖŠñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉî ÖćøøąéöìøĆó÷ćÖøĒúąöĊÿŠüîøŠüöĔîÖćøßŠü÷đĀúČĂđ÷Ċ÷ü÷ć Ēúą ÖćøÝĆéĔĀšöĊÖćøÿŠÜêŠĂñĎšðśü÷ĕð÷ĆÜÿëćîó÷ćïćúĂČęî ĒúąðøąÖćýÖøąìøüÜÿćíćøèÿč× đøČęĂÜ ĀúĆÖđÖèæŤ üĉíĊÖćø ĒúąđÜČęĂîĕ×ÖćøÖĞćĀîéÙŠćĔߚ݊ć÷ĔîÖćøéĞćđîĉîÖćøñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîüĉÖùê öćïĆÜÙĆïĔßšēé÷Ăîčēúö นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 259 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Āîšć ĤĤ đúŠö ĢĤĥ êĂîóĉđýþ ģĢģ Ü øćßÖĉÝÝćîčđïÖþć ģĩ ÿĉÜĀćÙö ģĦħġ ךà ĩ ÿëćîïøĉÖćøìĊęĔĀšïøĉÖćøĒÖŠñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîđøŠÜéŠüî ñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîĕöŠøčîĒøÜ öĊĀîšćìĊę ĒÝšÜÖćøđךćøĆïïøĉÖćøĔĀšÿĞćîĆÖÜćîìøćïìĆîìĊĀøČĂēé÷đøĘüõć÷Ĕî÷ĊęÿĉïÿĊęßĆęüēöÜ đóČęĂðøąÿćîĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞć ĀøČĂĀîŠü÷ïøĉÖćøĂČęî óĉÝćøèćøĆï÷šć÷ñĎšðśü÷ ēé÷ĔĀšÿëćîïøĉÖćøĂĞćîü÷ÙüćöÿąéüÖĔîÖćøîĞćÿŠÜñĎšðśü÷ ĒúąĔĀšÿëćîïøĉÖćøîĆĚî öĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ÝćÖÖĂÜìčî éĆÜîĊĚ (Ģ) ñĎšðśü÷îĂÖ öĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ êćöÝĞćîüîđìŠćìĊęÝŠć÷ÝøĉÜ ĒêŠøüöĒúšüĕöŠđÖĉî Ĩġġ ïćìêŠĂÙøĆĚÜ (ģ) ñĎšðśü÷Ĕî öĊÿĉìíĉĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ éĆÜêŠĂĕðîĊĚ (Ö) ÙŠćøĆÖþćó÷ćïćú ÙŠćĀšĂÜĒúąĂćĀćø êćöÝĞćîüîđìŠćìĊęÝŠć÷ÝøĉÜĒêŠĕöŠđÖĉî øć÷úą ĥ,Ħġġ ïćì êŠĂÖćøðøąÿïĂĆîêøć÷ĀøČĂđÝĘïðśü÷ĒêŠúąÙøĆĚÜ ĀøČĂ (×) ÖøèĊöĊÙüćöÝĞćđðŨîêšĂÜñŠćêĆéĔĀâŠĒúąĔßšđüúćĔîÖćøñŠćêĆéĕöŠđÖĉîÿĂÜßĆęüēöÜ ĔĀšĕéšøĆï êćöÝĞćîüîđìŠćìĊęÝŠć÷ÝøĉÜĒêŠĕöŠđÖĉîøć÷úą ĩ,ġġġ ïćì êŠĂÖćøðøąÿïĂĆîêøć÷ĀøČĂđÝĘïðśü÷ĒêŠúąÙøĆĚÜ ĀøČĂ (Ù) ÖøèĊöĊÙüćöÝĞćđðŨîêšĂÜñŠćêĆéĔĀâŠĒúąĔßšđüúćĔîÖćøñŠćêĆéđÖĉîÖüŠćÿĂÜßĆęüēöÜ ĀøČĂÖøèĊêšĂÜöĊÖćøøĆÖþćó÷ćïćúĔîĀšĂÜñĎšðśü÷ĀîĆÖ (Intensive Care Unit : ICU) ĔĀšĕéšøĆïêćöÝĞćîüî đìŠćìĊęÝŠć÷ÝøĉÜĒêŠĕöŠđÖĉîøć÷úą Ģĥ,ġġġ ïćì êŠĂÖćøðøąÿïĂĆîêøć÷ĀøČĂđÝĘïðśü÷ĒêŠúąÙøĆĚÜ (Ĥ) ÙŠćøëó÷ćïćú ĀøČĂđøČĂó÷ćïćúîĞćÿŠÜñĎšðśü÷ìĊęðøąÿÜÙŤÝą÷šć÷ĕðøĆïïøĉÖćøìĊęĀîŠü÷ïøĉÖćø ðøąÝĞć×ĂÜêîĀøČĂĀîŠü÷ïøĉÖćøðåöõĎöĉĔîđÙøČĂ׊ć÷ĀøČĂĀîŠü÷ïøĉÖćøĂČęîìĊęĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞćđĀĘîßĂï ݹ݊ć÷ĔîĂĆêøćêćöðøąÖćýüŠćéšü÷ĀúĆÖđÖèæŤÖćøéĞćđîĉîÜćîĒúąïøĉĀćøÝĆéÖćøÖĂÜìčîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ðøąÝĞćðŘÜïðøąöćèîĆĚî ÖćøđðúĊę÷îĒðúÜĂĆêøćÙŠćĔߚ݊ć÷Ĕî (Ģ) - (Ĥ) ĔĀšđðŨîĕðêćöìĊęÿĞćîĆÖÜćîðøąÖćýÖĞćĀîé ēé÷ÙüćöđĀĘîßĂï×ĂÜÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ĔîÖøèĊìĊęñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîđøŠÜéŠüîĀøČĂñĎšðśü÷ÞčÖđÞĉîĕöŠøčîĒøÜ ÿćöćøë÷šć÷đ×šćøąïïĀîŠü÷ïøĉÖćøĕéš ĒêŠðäĉđÿíĕöŠ×Ă÷šć÷ ĀøČĂđðŨîÙŠćĔߚ݊ć÷ÿŠüîđÖĉî (Ģ) - (Ĥ) ñĎšðśü÷êšĂÜøĆïñĉéßĂïÙŠćĔߚ݊ć÷đĂÜ ×šĂ Ī ÖøèĊìĊęĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞćĀøČĂĀîŠü÷ïøĉÖćøĂČęîĕöŠÿćöćøëøĆï÷šć÷ñĎšðśü÷êćöךà ĩ üøøÙĀîċęÜĕéš ĔĀšĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞćĀøČĂÿĞćîĆÖÜćî øĆïñĉéßĂïÙŠćĔߚ݊ć÷ìĊęđÖĉé×ċĚîĀúĆÜÖćøĒÝšÜ×Ă÷šć÷ Ùøï÷ĊęÿĉïÿĊęßĆęüēöÜđðŨîêšîĕð ĒúąÿëćîïøĉÖćøöĊÿĉìíĉđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷ÝćÖÿĞćîĆÖÜćîêćöĂĆêøć ÙŠćøĆÖþćó÷ćïćú×ĂÜÿëćîïøĉÖćøîĆĚî ĀøČĂêćöךĂêÖúÜøąĀüŠćÜÿëćîïøĉÖćøÖĆïÿĞćîĆÖÜćî àċęÜÿĞćîĆÖÜćî ݹ݊ć÷ÝćÖđÜĉîÖĂÜìčî ĒìîĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞć ךà Ģġ ñĎšöĊÿĉìíĉìĊęĕéšøĆïÖćøÿŠÜêŠĂÝćÖĀîŠü÷ïøĉÖćøĀøČĂÝćÖÿĞćîĆÖÜćî ĔĀšđךćøĆïïøĉÖćøÿćíćøèÿč× ÝćÖÿëćîïøĉÖćøĕéš ëČĂđðŨîÖøèĊìĊęöĊđĀêčÿöÙüø ĒúąĔĀšÿëćîïøĉÖćøìĊęĔĀšïøĉÖćøîĆĚî ĕéšøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷ÝćÖ ĀîŠü÷ïøĉÖćøðøąÝĞćìĊęÿŠÜêŠĂĀøČĂÝćÖÖĂÜìčî ĒúšüĒêŠÖøèĊ ìĆĚÜîĊĚ ĔîĂĆêøćÙŠćĔߚ݊ć÷êćö×šĂ Ī นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 260 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Āîšć Ĥĥ đúŠö ĢĤĥ êĂîóĉđýþ ģĢģ Ü øćßÖĉÝÝćîčđïÖþć ģĩ ÿĉÜĀćÙö ģĦħġ đĀêčÿöÙüøĂČęîîĂÖÝćÖüøøÙĀîċęÜ ĒúąĂĆêøćÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔĀšđðŨîĕðêćöìĊęÿĞćîĆÖÜćîðøąÖćý ÖĞćĀîé ēé÷ÙüćöđĀĘîßĂï×ĂÜÙèąÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ךà ĢĢ ÖćøÿŠÜךĂöĎúĒúąüĉíĊÖćøïĆîìċÖךĂöĎúđóČęĂđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔĀšÿëćîïøĉÖćø ïĆîìċÖøć÷úąđĂĊ÷éÖćø×ĂøĆïÙŠćĔߚ݊ć÷êćöĒïïìĊęÖĞćĀîéĒúąïĆîìċÖךĂöĎúđðŨîĂĉđúĘÖìøĂîĉÖÿŤ ñŠćî Web online óøšĂöìĆĚÜĒîïđĂÖÿćøéĆÜÖúŠćüđóČęĂđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷ñŠćî Web online éšü÷ ĀøČĂÖøèĊìĊęĕöŠÿćöćøëïĆîìċÖ ĒúąÿŠÜךĂöĎúĂĉđúĘÖìøĂîĉÖÿŤñŠćî Web online ĕéšĔĀšïĆîìċÖךĂöĎúđóČęĂđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷đðŨîđĂÖÿćø ìĆĚÜîĊĚ ÖćøÿŠÜךĂöĎúĒúąÖćøïĆîìċÖךĂöĎúđóČęĂđøĊ÷ÖđÖĘïÙŠćĔߚ݊ć÷ ĔĀšđðŨîĕðêćöìĊęÿĞćîĆÖÜćîÖĞćĀîé ךà Ģģ ÖøèĊìĊęöĊךĂ×ĆéךĂÜĔîÖćøðäĉïĆêĉêćöךĂïĆÜÙĆïîĊĚ ĔĀšñĎšöĊÿĉìíĉĀøČĂâćêĉĀøČĂÿëćîïøĉÖćø öĊĀîĆÜÿČĂĒÝšÜêŠĂđú×ćíĉÖćøÿĞćîĆÖÜćîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ đóČęĂĔĀšöĊÙĞćüĉîĉÝÞĆ÷ ìĆĚÜîĊĚ õć÷ĔîđÖšćÿĉïüĆî îĆïĒêŠüĆîìĊęìøćïךĂ×ĆéךĂÜéĆÜÖúŠćü ĒêŠĕöŠđÖĉîĀîċęÜðŘîĆïÝćÖüĆîÝĞćĀîŠć÷ñĎšðśü÷ĂĂÖÝćÖÿëćîïøĉÖćø ÙĞćüĉîĉÝÞĆ÷×ĂÜđú×ćíĉÖćøÿĞćîĆÖÜćîĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ ĔĀšëČĂđðŨîìĊęÿčé ÖøèĊÿëćîïøĉÖćøĕöŠðäĉïĆêĉêćöךĂïĆÜÙĆïîĊĚ ÿĞćîĆÖÜćîĂćÝĒÝšÜêŠĂĀîŠü÷ÜćîìĊęđÖĊę÷üךĂÜđóČęĂĔĀš éĞćđîĉîÖćøêćöÖãĀöć÷üŠćéšü÷ÿëćîó÷ćïćúĀøČĂÖãĀöć÷ĂČęîìĊęđÖĊę÷üךĂÜēé÷đøĘü ךà ĢĤ ĔĀšðøąíćîÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ đðŨîñĎšøĆÖþćÖćøêćöךĂïĆÜÙĆïîĊĚ ðøąÖćý è üĆîìĊę ĢĤ ÖøÖãćÙö ó.ý. ģĦħġ ðŗ÷ąÿÖú ÿÖúÿĆê÷ćìø øĆåöîêøĊüŠćÖćøÖøąìøüÜÿćíćøèÿč× ðøąíćîÖøøöÖćøĀúĆÖðøąÖĆîÿč×õćóĒĀŠÜßćêĉ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 261 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


อ้างถึง �ิ่งที่�่งมา�้�ย �ั�อย่าง�บประเมินการคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ิน �าม�นัง�ือที่อ้างถึง กรมบัญชีกลางไ�้ประกา��ช้�ลักเก��์การเบิกจ่ายเงินค่ารัก�าพยาบาลกร�ี เจ�บป��ย�ุกเ�ิน�น�ถานพยาบาล�องเอกชน �ามประกา�กระทร�งการคลัง เรื่อง �ลักเก��์�ละอั�รา ค่ารัก�าพยาบาลประเภทผ�้ป��ยนอก�รือผ�้ป��ย�น �ถานพยาบาล�องเอกชน กร�ีเจ�บป��ย�ุกเ�ิน พ.�. ๒๕๖๐ ลง�ันที่ �๑ �ิง�าคม ๒๕๖๐ ��่เนื่องจาก�่�นราชการ�ละผ�้มี�ิทธิ ไ�้�ารือ�ละ�อบถาม�ิธีป�ิบั�ิ�นการเบิกเงิน ค่าพยาบาลประเภทผ�้ป��ย�น กร�ีผ�้ป��ย�ุกเ�ินเร่ง�่�น�ละผ�้ป��ย�ุกเ�ินไม่รุน�รง � �่�นราชการ�้น�ังกั� จะ�้อง�นบเอก�าร�� เพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงินค่ารัก�าพยาบาล �ละ�่�นราชการจะพิจาร�าไ�้อย่างไร�่า กร�ี�ังกล่า�เป�นผ�้ป��ย�ุกเ�ินเร่ง�่�น �รือผ�้ป��ย�ุกเ�ินไม่รุน�รง ประกอบกับ�ถานพยาบาล�องเอกชน �ลาย��่ง ไ�้�อบถามประเ��นเกี่ย�กับผ�้ป��ย�ึ่งเ�้ารับการรัก�าพยาบาล � �ถานพยาบาล�องเอกชน �ละประ�งค์�ช้�ิทธิเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาลจากทางราชการ �ถานพยาบาลเอกชนจะ�้องบันทึก�้อม�ล ผ่านระบบการคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ิน ���������� ������������� �รือไม่ อย่างไร นั้น กรมบัญชีกลางพิจาร�า�ล้� �อเรียน�่า �น�ทางป�ิบั�ิ�นการเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาล กร�ีเจ�บป��ย�ุกเ�ิน �าม�นัง�ือที่อ้างถึง �้อ ๑.๔ กํา�น���้กร�ีที่ผลการพิจาร�า�องระบบการคั��ยก ผ�้ป��ย�ุกเ�ิน ���������� ������������� �รือคํา�ินิจ�ัย�อง�ถาบันการ�พทย์�ุกเ�ิน��่งชา�ิ ��พ�.� ระบุ�่า ผ�้ป��ยไม่เ�้าเก��์�ุกเ�ิน�ิก��ิ ��่เป�นผ�้ป��ย�ุกเ�ินเร่ง�่�น �รือผ�้ป��ย�ุกเ�ินไม่รุน�รง ��้ผ�้มี�ิทธิ นํา�ลัก�านการรับเงินประเภทผ�้ป��ย�น �ละ�บประเมินคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ินที่ไ�้ระบุระ�ับค�าม�ุกเ�ิน ยื่น�อเบิกเงินที่�่�นราชการ�้น�ังกั� ทั้งนี้ �นกร�ีที่�บประเมินคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ินไม่ระบุระ�ับค�าม�ุกเ�ิน ��้�นบ�บรับรอง�พทย์ระบุระ�ับค�าม�ุกเ�ินเพิ่มเ�ิม เพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงินค่ารัก�าพยาบาล ��ยเจ�นารม�์มีค�ามประ�งค์��้การเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาลกร�ีเจ�บป��ย�ุกเ�ินจะ�้องผ่านการพิจาร�า จากระบบการคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ินทุกกร�ี �ึ่ง�บประเมินคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ิน�าม�ิ่งที่�่งมา�้�ย จะระบุระ�ับ ค�าม�ุกเ�ิน เพื่อ�ช้เป�นเอก�าร�นการประกอบการเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาล �ังนั้น เพื่อ��้การเบิกเงิน ค่ารัก�าพยาบาลกร�ีเจ�บป��ย�ุกเ�ิน เป�นไปอย่างถ�ก�้องเกิ�ค�ามเ�้า�จที่�รงกัน จึงเ��นค�รเ�ียน�้อมค�ามเ�้า�จ ��้�่�นราชการ�ละผ�้มี�ิทธิทราบ�ละถือป�ิบั�ิ �ังนี้ ๑. ผ�้มี�ิทธิที่�อเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาลกร�ีผ�้ป��ย�ุกเ�ินเร่ง�่�น�ละ�ุกเ�ินไม่รุน�รง กับ�่�นราชการ�้น�ังกั� จะ�้อง�นบ ��บประเมินคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ิน� เพื่อประกอบการเบิกจ่ายทุกครั้ง ๒. �่�นราชการจะ�ามารถอนุมั�ิการจ่ายเงินค่ารัก�าพยาบาล�ามประกา�กระทร�งการคลัง� �้อ � ไ�้นั้น�้องพิจาร�า�บประเมินคั��ยกผ�้ป��ย�ุกเ�ิน�อง�ถาบันการ�พทย์�ุกเ�ิน��่งชา�ิ �น�ั��้อ ๒.� ผลการประเมิน ... ที่ กค ๐๔๑๖.๔�� �๖ กรมบัญชีกลาง ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๔๐๐ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ �้อมค�ามเ�้า�จกร�ีการเบิกเงินค่ารัก�าพยาบาลกร�ีเจ�บป��ย�ุกเ�ิน�น�ถานพยาบาล�องเอกชน ปลั�กระทร�ง อธิบ�ี เล�าธิการ ผ�้อําน�ยการ อธิการบ�ี ผ�้�่าการ�ร�จเงิน�ผ่น�ิน ผ�้บัญชาการ�ําร�จ��่งชา�ิ ผ�้�่าราชการจัง��ั� เรื่อง เรียน �นัง�ือกรมบัญชีกลาง �่�นที่�ุ� ที่ กค ๐๔๑๖.๔�� ��� ลง�ันที่ �๑ �ิง�าคม ๒๕๖๐ ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢˑɊ¥fi+Š 263 Back home Next “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢɊ¥fi+Š นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 262 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


�ลการปร��มิน��ต�องปรากฏ��อ��าม�่า ��ม่���า�ก���� แล���าแนกร�ดับ��าม��ก��ิน �น�ั���อ ๒.๑ การปร��มินโด�แ�ท��������การรัก�า โด��ิ�าร�า�ากร�ั� ��� �าก�ลการปร��มิน�ป�น ����ป�����ก��ิน�ร่งด่�น� �ร�อ ����ป�����ก��ิน�ม่ร�นแรง� ��ปรากฏ��อ��าม�่า ����ร่งด่�น�� �ร�อ ����ม่ร�นแรง�� ตามล�าดับ โด��ม่ต�องแนบ �บรับรองแ�ท�� �าก�ลการปร��มิน�ป�น ���อ��น��� �ร�อ ���ทั���ป�� กร�ีดังกล่า��ม่��อ�ป�น���ป�����ก��ิน ตามปร�กา�กร�ทร�งการ�ลัง� แล��ม่�ามาร��บิก�่ารัก�า��าบาล�ากทางราชการ�ด� ��ง�รี�นมา����อโปรดทราบ แล�แ��ง������า�น�าที�ที��กี�����องทราบแล���อปฏิบัติต่อ�ป �อแ�ดง��ามนับ��อ �นา��รชั� �าญ��น�ง�ก�ล� รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมบัญชีกลาง กอง��ั�ดิการรัก�า��าบาล กล�่มงานก��มา�ด�าน��ั�ดิการรัก�า��าบาล โทร. ๐ ๒๑๒๗ ๗000 ต่อ ๔๔๔๑ โทร�าร ๐ ๒๑๒๗ ๗๑�๗ -๒- ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ ˝˳ˢˢˑ264 Back home Next ๗๐๐๐ นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 263 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ตัวอย่าง ��าบันการแ��ย�ฉุกเฉินแ�่ง�าติ National Institude for Emergency Medicine เลขที่การประเมิน �ันที่ 1. ข�อม�ลผ��ป��ย ชื่อ�นาม�กุล อายุ เลขประชาชน �ิท�ิ�การรัก�า ÿĉìíĉךćøćßÖćøÿĉìíĉĀîŠü÷ÜćîøĆå โร�พยาบาล�าม�ิท�ิ� ชื่อ �า�ิ�ผ��น�า����ผ���ิ���อ เบอร์โทร 2. ข�อม�ลการเข�ารับการรัก�า เข�ารับการรัก�าเมื่อ HN โร�พยาบาลที่รับรัก�า อาการแรกรับ 2.1. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�����การรัก�า ร�ั� ��� ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.2. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�������าปร�ก�า ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.3. ผลการประเมิน �มายเ��ุ 1� เก��์การประเมินผ��ป��ย�ุกเ�ิน เป�น�ป�ามเ�ื่อน�ขที่ทา� ��าบันการแพทย์�ุกเ�ินแ���ชา�ิ เป�นผ��ก�า�น� 2� เก��์��าม�ุ�ม�รอ�เป�น�ป�ามระเบียบและข�อก�า�น�ขอ�แ��ละกอ�ทุน 3� เริ่ม�ช��าน�ริ��ั��แ���ันที่ 1 เม�ายน 2��� เป�น��น�ป ใบประเมินคัดแยก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢˑɊ¥fi+Š 265 Back home Next นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 264 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ตัวอย่าง ��าบันการแ��ย�ฉุกเฉินแ�่ง�าติ National Institude for Emergency Medicine เลขที่การประเมิน �ันที่ 1. ข�อม�ลผ��ป��ย ชื่อ�นาม�กุล อายุ เลขประชาชน �ิท�ิ�การรัก�า ������ข้า�า�กา�������������า���� โร�พยาบาล�าม�ิท�ิ� ชื่อ �า�ิ�ผ��น�า����ผ���ิ���อ เบอร์โทร 2. ข�อม�ลการเข�ารับการรัก�า เข�ารับการรัก�าเมื่อ HN โร�พยาบาลที่รับรัก�า อาการแรกรับ 2.1. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�����การรัก�า ร�ั� ��� ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน เข้าเกณฑ์ 2.2. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�������าปร�ก�า ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.3. ผลการประเมิน เข้าเกณฑ์ �มายเ��ุ 1� เก��์การประเมินผ��ป��ย�ุกเ�ิน เป�น�ป�ามเ�ื่อน�ขที่ทา� ��าบันการแพทย์�ุกเ�ินแ���ชา�ิ เป�นผ��ก�า�น� 2� เก��์��าม�ุ�ม�รอ�เป�น�ป�ามระเบียบและข�อก�า�น�ขอ�แ��ละกอ�ทุน 3� เริ่ม�ช��าน�ริ��ั��แ���ันที่ 1 เม�ายน 2��� เป�น��น�ป ใบประเมินคัดแยก ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢɊ¥fi+Š ˑ 266 Back home Next นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 265 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ตัวอย่าง ��าบันการแ��ย�ฉุกเฉินแ�่ง�าติ National Institude for Emergency Medicine เลขที่การประเมิน �ันที่ 1. ข�อม�ลผ��ป��ย ชื่อ�นาม�กุล อายุ เลขประชาชน �ิท�ิ�การรัก�า ������ข้า�า�กา�������������า���� โร�พยาบาล�าม�ิท�ิ� ชื่อ �า�ิ�ผ��น�า�่��ผ���ิ��่อ เบอร์โทร 2. ข�อม�ลการเข�ารับการรัก�า เข�ารับการรัก�าเมื่อ HN โร�พยาบาลที่รับรัก�า อาการแรกรับ 2.1. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�����การรัก�า ร�ั� ��� ��เร่��่�น� ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ 2.2. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�������าปร�ก�า ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.3. ผลการประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ �มายเ��ุ 1� เก��์การประเมินผ��ป��ย�ุกเ�ิน เป�นไป�ามเ�ื่อนไขที่ทา� ��าบันการแพทย์�ุกเ�ินแ�่�ชา�ิ เป�นผ��ก�า�น� 2� เก��์��าม�ุ�ม�รอ�เป�นไป�ามระเบียบและข�อก�า�น�ขอ�แ�่ละกอ�ทุน 3� เริ่ม�ช��าน�ริ��ั��แ�่�ันที่ 1 เม�ายน 2��� เป�น��นไป ใบประเมินคัดแยก ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢˑɊ¥fi+Š 267 Back home Next นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 266 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ตัวอย่าง ��าบันการแ��ย�ฉุกเฉินแ�่ง�าติ National Institude for Emergency Medicine เลขที่การประเมิน �ันที่ 1. ข�อม�ลผ��ป��ย ชื่อ�นาม�กุล อายุ เลขประชาชน �ิท�ิ�การรัก�า ������ข้า�า�กา�������������า���� โรงพยาบาล�าม�ิท�ิ� ชื่อ �า�ิ�ผ��น�า�่ง�ผ���ิ��่อ เบอร์โทร 2. ข�อม�ลการเข�ารับการรัก�า เข�ารับการรัก�าเมื่อ HN โรงพยาบาลที่รับรัก�า อาการแรกรับ 2.1. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�����การรัก�า ร�ั� ��� XXไม่รุนแรงX ��ามเ��นของแพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ 2.2. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�������าปร�ก�า ��ามเ��นของแพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.3. ผลการประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ �มายเ��ุ 1� เก��์การประเมินผ��ป��ย�ุกเ�ิน เป�นไป�ามเงื่อนไขที่ทาง ��าบันการแพทย์�ุกเ�ินแ�่งชา�ิ เป�นผ��ก�า�น� 2� เก��์��าม�ุ�ม�รองเป�นไป�ามระเบียบและข�อก�า�น�ของแ�่ละกองทุน 3� เริ่ม�ช�งาน�ริง�ั�งแ�่�ันที่ 1 เม�ายน 2��� เป�น��นไป ใบประเมินคัดแยก ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢɊ¥fi+Š ˑ 268 Back home Next นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 267 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ตัวอย่าง ��าบันการแ��ย�ฉุกเฉินแ�่ง�าติ National Institude for Emergency Medicine เลขที่การประเมิน �ันที่ 1. ข�อม�ลผ��ป��ย ชื่อ�นาม�กุล อายุ เลขประชาชน �ิท�ิ�การรัก�า ������ข้า�า�กา�������������า���� โร�พยาบาล�าม�ิท�ิ� ชื่อ �า�ิ�ผ��น�า�่��ผ���ิ��่อ เบอร์โทร 2. ข�อม�ลการเข�ารับการรัก�า เข�ารับการรัก�าเมื่อ HN โร�พยาบาลที่รับรัก�า อาการแรกรับ 2.1. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�����การรัก�า ร�ั� ��� ��ทั่�ไป� ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ 2.2. การประเมิน โ�ย แพทย์ผ�������าปร�ก�า ��ามเ��นขอ�แพทย์ ชื่อแพทย์ ประเมินเมื่อ ประเมิน 2.3. ผลการประเมิน ไม่เข้าเกณฑ์ �มายเ��ุ 1� เก��์การประเมินผ��ป��ย�ุกเ�ิน เป�นไป�ามเ�ื่อนไขที่ทา� ��าบันการแพทย์�ุกเ�ินแ�่�ชา�ิ เป�นผ��ก�า�น� 2� เก��์��าม�ุ�ม�รอ�เป�นไป�ามระเบียบและข�อก�า�น�ขอ�แ�่ละกอ�ทุน 3� เริ่ม�ช��าน�ริ��ั��แ�่�ันที่ 1 เม�ายน 2��� เป�น��นไป ใบประเมินคัดแยก ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีไม่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ǗƯǥLjǟǛǥǘǥǖǪǖǨLjǭǛǘǥǛ “ǩǐ˝ǘǙ˳ǑǛǕ˯ƮǩǕˠLjǑˠƮƱDžljˢǗˠdžǎˠdž˯ƮdžˢˑɊ¥fi+Š 269 Back home Next นโยบาย “เจ็็บป่่วยฉุุกเ ฉิินวิิกฤต มีีสิิทธิิ ทุุกที่่�” 268 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


องค์ค์์กรปกคครองส่ส่่วนท้นท้้องถิ่่ถิ่่ � น � น 269 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๗ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินงานและบริหารจัดการ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการและดําเนินงาน ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น ตามความพร้อม ความเหมาะสม และความจําเป็นของ ประชาชนในท้องถิ่นตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ มอบให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเป็นผู้ลงนามในประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง แทนคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจึงได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ ให้ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่” หมายความว่า กรุงเทพมหานคร องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งและมีเขตพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งจังหวัด “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก” หมายความว่า เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนตําบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งนอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขนาดใหญ่ “ระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่น” หมายความว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น อันประกอบด้วยการดําเนินงานหรือบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดให้มี การปฏิบัติการฉุกเฉิน การศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้า และการวิจัยที่เกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบําบัดรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน และการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน ที่มี การดําเนินการในท้องถิ่นนั้นให้สัมพันธ์สอดคล้องกัน โดยรวมถึงการจ่ายเงินจากงบประมาณขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นและที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และอุดหนุนหรือเป็นค่าชดเชยให้แก่ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลที่ดําเนินการเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินในท้องถิ่นนั้น ตลอดจนการกํากับดูแลให้ องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 270 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๘ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และสถานพยาบาลปฏิบัติการฉุกเฉินในท้องถิ่นนั้นให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด โดยต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือ ความเห็นชอบของสภาท้องถิ่นนั้นด้วย “อํานวยการ” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินในการอํานวยการทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยแพทย์อํานวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการจัดการและควบคุมการปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ช่วย เวชกรรมและผู้ช่วยอํานวยการ ทั้งการอํานวยการทั่วไปและการอํานวยการตรง เพื่อให้ผู้ช่วยเวชกรรม และผู้ช่วยอํานวยการรายงานภาวะของผู้ป่วยฉุกเฉินและปฏิบัติการฉุกเฉินตามคําสั่งการแพทย์ “ช่วยเวชกรรม” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินตามการอํานวยการซึ่งผู้ช่วยเวชกรรม มีการกระทําโดยตรงต่อร่างกายผู้ป่วยฉุกเฉิน ประกอบด้วยการประเมิน การดูแล การเคลื่อนย้ายหรือ ลําเลียง การนําส่งต่อ การตรวจวินิจฉัย และการบําบัดรักษาพยาบาล รวมถึงการเจาะหรือผ่าตัด การใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์ การให้หรือบริหารยาหรือสารอื่น หรือการสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปใน ร่างกายผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการปฏิบัติการฉุกเฉินอื่นที่ผู้ช่วยเวชกรรมกระทําตามคําสั่งการแพทย์ ตามอํานาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจํากัดในการปฏิบัติการแพทย์ของผู้ช่วยเวชกรรม ตามคําสั่งการแพทย์หรือการอํานวยการที่ กพฉ. ประกาศกําหนด “ช่วยอํานวยการ” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินตามการอํานวยการซึ่งผู้ช่วยอํานวยการ ไม่ได้มีการกระทําโดยตรงต่อร่างกายผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่มีการกระทําโดยการจัดการ การประสานงาน การควบคุมดูแล และการติดต่อสื่อสาร อันมีความจําเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการช่วยเวชกรรม ที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันท่วงที ประกอบด้วยการรับแจ้ง การประสาน การจ่ายงาน และการกํากับการ รวมทั้งการปฏิบัติการฉุกเฉินอื่นที่ผู้ช่วยอํานวยการกระทําตามคําสั่งการแพทย์ ตามอํานาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจํากัดในการปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ช่วยอํานวยการตามคําสั่งการแพทย์ หรือการอํานวยการที่ กพฉ. ประกาศกําหนด “หน่วยปฏิบัติการ” หมายความว่า หน่วยงานหรือองค์กรที่ปฏิบัติการฉุกเฉินซึ่ง กพฉ. ประกาศกําหนดตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญตัิการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔ ให้ สพฉ. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ให้เป็นผู้ดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นตามความพร้อม ความเหมาะสม และความจําเป็นของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ดังนี้ (๑) ให้มีการกําหนดงานการแพทย์ฉุกเฉินไว้ในการแบ่งส่วนราชการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่นั้น (๒) จัดให้มีบุคลากร สถานที่อุปกรณ์ ยานพาหนะ ระบบสื่อสาร และสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน (๓) จัดให้มีงบประมาณ ให้สามารถดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ท้องถิ่นนั้นได้อย่างต่อเนื่อง องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 271 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๙ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ (๔) ดําเนินการเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นหรือมีข้อบัญญัติการดําเนินงานและ บริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น (๕) บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ กพฉ. กําหนด (๖) ดําเนินงานหรือบริหารจัดการเพื่อปฏิบัติการช่วยเวชกรรม โดยจัดให้มีหน่วยปฏิบัติการ ประเภทช่วยเวชกรรม ประกอบด้วยยานพาหนะ ผู้ปฏิบัติการ อุปกรณ์ ระบบสื่อสารและสารสนเทศ และองค์ประกอบอื่นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๗) ดําเนินงานหรือบริหารจัดการเพื่อปฏิบัติการช่วยอํานวยการ โดยจัดให้มีหน่วยปฏิบัติการ ประเภทช่วยอํานวยการ โดยมีองค์ประกอบตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด อย่างน้อยดังต่อไปนี้ ก. จัดให้มีสถานที่ที่มีพื้นที่เพียงพอต่อการจัดตั้งศูนย์รับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน หรือ กํากับการ ในการปฏิบัติการช่วยอํานวยการ โดยมีการจัดพื้นที่สําหรับการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน หรือกํากับการ รวมทั้งมีพื้นท่ีสําหรับติดตั้งอุปกรณ์สํานักงาน อุปกรณ์สื่อสารและสารสนเทศ มีพื้นที่ สําหรับพัก ห้องน้ํา ตลอดจนดําเนินการทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และองค์ประกอบอื่น อย่างเพียงพอ ข. จัดให้มีครุภัณฑ์และอุปกรณ์สํานักงาน อุปกรณ์การปฏิบัติงาน อุปกรณ์สื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสื่อสารและสารสนเทศ รวมทั้งองค์ประกอบอื่นที่เหมาะสมต่อการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน หรือกํากับการ ค. จัดให้มีผู้ช่วยอํานวยการที่เพียงพอต่อการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน หรือกํากับการ ได้แก่ พนักงานรับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน ผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือผู้กํากับการปฏิบัติการฉุกเฉิน แล้วแต่กรณี โดยอาจจัดเป็นเจ้าหน้าที่ประจําภายในหน่วยงานหรือ เจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงานก็ได้ ที่สามารถดําเนินงานได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งวันทําการและวันหยุด ง. จัดให้มีระบบการดําเนินงานและบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมโยงกับการอํานวยการ รวมทั้งการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นอกสถานพยาบาลจนถึงสถานพยาบาล จ. มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ ฉุกเฉินในท้องถิ่นนั้น (๘) ดําเนินงานหรือบริหารจัดการเพื่อการอํานวยการ โดยจัดให้มีแพทย์อํานวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน ที่พร้อมอํานวยการได้ตลอดเวลา รวมทั้งจัดให้มีองค์ประกอบอื่นตามที่กําหนดโดยอนุโลมตาม (๗) ด้วย องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 272 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ข้อ ๕ ให้ สพฉ. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ให้เป็นผู้ดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่น ตามความพร้อม ความเหมาะสม และความจําเป็นของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ดังนี้ (๑) ให้มีการกําหนดงานการแพทย์ฉุกเฉินไว้ในการแบ่งส่วนราชการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น (๒) จัดให้มีหน่วยปฏิบัติการประเภทช่วยเวชกรรม ประกอบด้วยยานพาหนะ ผู้ปฏิบัติการ อุปกรณ์ และองค์ประกอบอื่น ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๓) จัดให้มีงบประมาณ เพื่อให้สามารถดําเนินงานระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น ได้อย่างต่อเนื่อง ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๔) ดําเนินการเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นหรือมีข้อบัญญัติการดําเนินงานและ บริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น (๕) บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ กพฉ. กําหนด (๖) ดําเนินงานหรือบริหารจัดการเพื่อปฏิบัติการช่วยเวชกรรม โดยจัดให้มีหน่วยปฏิบัติการ ประเภทช่วยเวชกรรม ประกอบด้วยยานพาหนะ ผู้ปฏิบัติการ อุปกรณ์ ระบบสื่อสารและสารสนเทศ และองค์ประกอบอื่น ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด ข้อ ๖ การดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามประกาศนี้ ให้คํานึงถึงการปฏิบัติการฉุกเฉินในเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอประกอบด้วย โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีการปฏิบัติการช่วยเวชกรรมให้ครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น (๒) จัดให้มีการกําหนดจุดจอดยานพาหนะที่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุการณ์ได้ทันท่วงที และ ต้องมีการพัฒนาการปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงให้สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน วิกฤตได้อย่างทันท่วงทีโดยครอบคลุมทุกพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น (๓) จัดให้มีการปฏิบัติการช่วยเวชกรรมได้ครอบคลุมพื้นที่โดยคํานึงถึงความหนาแน่นของ ประชากรในพื้นที่ ตลอดจนปัญหาเส้นทางหรือการจราจรประกอบด้วย (๔) จัดให้มีองค์ประกอบของหน่วยปฏิบัติการตาม (๑) (๒) และ (๓) ได้แก่ ยานพาหนะ ผู้ปฏิบัติการ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือสื่อสาร และองค์ประกอบอื่น เพื่อปฏิบัติการฉุกเฉินให้เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 273 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ (๕) จัดให้มีระบบปฏิบัติการฉุกเฉินที่มีคุณภาพ มาตรฐาน มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง เท่าเทียม และทันต่อเหตุการณ์ ข้อ ๗ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อาจได้รับการอุดหนุนจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ในกรณีที่มีการดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น โดยมีการดําเนินงานหรือ บริหารจัดการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) มีแผนพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่น (๒) มีการจัดทําแผนงานและโครงการการดําเนินงานการแพทย์ฉุกเฉิน (๓) มีการดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น โดยมีผู้ปฏิบัติการ และหน่วยปฏิบัติการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๔) มีผู้ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเวชกรรมหรือผู้ช่วยอํานวยการประเภทและระดับต่าง ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ที่ปฏิบัติการฉุกเฉินตามประเภท ระดับ อํานาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจํากัด รวมทั้งหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๕) มียานพาหนะปฏิบัติการฉุกเฉินตามระดับที่เหมาะสมกับความรุนแรงของผู้ป่วยฉุกเฉิน และมีการปฏิบัติการฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด (๖) มีบทบาทดําเนินการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน ในท้องถิ่นนั้น ทั้งในด้านการปฏิบัติการฉุกเฉิน การศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับ การประเมิน การจัดการ การบําบัดรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน และการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน โดยสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วม ชุมชนและประชาชนมีความรู้และได้รับการปฏิบัติ ฉุกเฉินตามความเหมาะสมและความจาเปํ ็นของประชาชนในท้องถิ่นนั้น (๗) กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมและความเหมาะสม ในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการปฏิบัติการช่วยอํานวยการหรือปฏิบัติการอํานวยการ ซึ่งอาจเป็นการ รับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน กํากับการ หรืออํานวยการในท้องถิ่นนั้น ต้องจัดให้มีองค์ประกอบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ก. มีสถานที่ที่มีพื้นที่เพียงพอต่อการจัดตั้งศูนย์รับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน กํากับการ หรืออํานวยการในจังหวัดนั้น โดยมีการจัดพื้นที่สําหรับการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน กํากับการ หรือ อํานวยการ แล้วแต่กรณี มีพื้นที่สําหรับติดตั้งอุปกรณ์สํานักงาน อุปกรณ์สื่อสารและสารสนเทศ มีพื้นที่ สําหรับพัก และมีห้องน้ํา ที่มีความเหมาะสม ทั้งอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ข. มีครุภัณฑ์และอุปกรณ์สํานักงาน อุปกรณ์การปฏิบัติงาน อุปกรณ์และระบบสื่อสาร และสารสนเทศ ที่เหมาะสมต่อการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน กํากับการ หรืออํานวยการ ค. มีผู้ปฏิบัติการที่เพียงพอต่อการรับแจ้ง ประสาน จ่ายงาน กํากับการ หรือ อํานวยการ ได้แก่ พนักงานรับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน ผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน ผู้กํากับการปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือแพทย์อํานวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน แล้วแต่กรณี โดยอาจเป็น องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 274 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๑๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๗๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เจ้าหน้าที่ประจําภายในหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงาน ที่สามารถดําเนินงานได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งวันทําการและวันหยุด ง. มีระบบการดําเนินงานและบริหารจัดการ และสามารถเชื่อมโยงกับการอํานวยการ ทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตั้งแตท่ ี่เกิดเหตุการณ์นอกโรงพยาบาลจนถึงโรงพยาบาล จ. มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ภายในจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติการฉุกเฉิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง อาจได้รับเงินอุดหนุนการดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ ฉุกเฉินท้องถิ่น โดยการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังกล่าวนั้น ให้เป็นไปตามที่ กพฉ. กําหนด ข้อ ๘ ในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นตามประกาศนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นอาจดําเนินงานหรือบริหารจัดการเองหรือมีข้อตกลงหรือสัญญา ให้หน่วยงานหรือองค์กรอื่นดําเนินงานหรือบริหารจัดการแทนก็ได ้หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ สองแห่งขึ้นไปอาจรวมตัวกันโดยมีข้อตกลงเป็นหนังสือเพื่อดําเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ ฉุกเฉินท้องถิ่นร่วมกันก็ได้ หรืออาจจัดให้มีผู้ปฏิบัติการที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉินในท้องถิ่นนั้นโดยให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบวิชาชีพนั้นหรือกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลก็ได้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจได้รับ การอุดหนุนจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการดังกล่าวตามที่ กพฉ. กําหนดด้วยก็ได้ ข้อ ๙ ให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑6 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 275 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


หน้า ๒๘ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินงานและบริหารจัดการ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการด้านงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กให้สามารถดําเนินงานระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นได้สอดคล้องกับกฎหมายจัดตั้ง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ และข้อ ๑๙ แห่งระเบียบคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจึงได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๖/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ให้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ เป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๕ แห่งประกาศคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ ในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(๓) จัดให้มีงบประมาณ เพื่อให้สามารถดําเนินงานระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น ได้อย่างต่อเนื่อง” ประกาศ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 276 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


�ํานักงาน�ลั��ํานักนายกรัฐมน�รี ทําเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๐ �� �ิง�า�ม ���๐ เร�่อง การ�ําเนินงาน�ล�บริ�ารจั�การการ��ทย���กเ�ิน�ององ��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น เรียน เล�า�ิการ��าบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชา�ิ อ�าง��ง �นัง��อ��าบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชา�ิ ที่ ��� ��/๐๐��� ลง�ันที่ � มีนา�ม ���๐ �ิ่งที่�่งมา���ย รายงานการ�ร�ช�ม���กรรมการการกร�จายอํานาจ����ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น �รั�งที่ ๓/���๐ เม�่อ�ันอัง�ารที่ �๐ มิ��นายน ���๐ �าม�นัง��อที่อ�าง��ง ��าบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชา�ิมี�นัง��อ�อ������กรรมการ การกร�จายอํานาจ����ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น ����ิจาร�าออก�ร�กา��น�ทาง���อง��กร�ก�รอง�่�น ท�อง�ิ่น�ําเนินงาน�ล�บริการจั�การร�บบการ��ทย���กเ�ิน เ��่อ�นับ�น�นการ�ําเนินงาน�ล�บริ�ารจั�การ ร�บบการ��ทย���กเ�ิน�ององ��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น����ามาร�บริการ�ร�ชาชนที่เจ�บ���ย��กเ�ิน��� �รอบ�ล�มท�ก���นที่ ��ามล�เอีย��จ�ง�ล�� นั�น �ํานักงาน�ลั��ํานักนายกรัฐมน�รี โ�ย�ํานักงาน���กรรมการการกร�จายอํานาจ����ก่ อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น ���นําเร�่อง�ังกล่า�เ�นอที่�ร�ช�ม���กรรมการการกร�จายอํานาจ����ก่อง��กร �ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น �นการ�ร�ช�ม�รั�งที่ ๓/���๐ เม�่อ�ันอัง�ารที่ �๐ มิ��นายน ���๐ ที่�ร�ช�ม���มีม�ิ�่า การ��ทย���กเ�ินเ��น�่�น�น�่ง�องการรัก�า�ยาบาล ม�่ง�ู�ลรัก�า�ยาบาล�ั�ง��่จ��เกิ�เ���จน��งโรง�ยาบาล เ��่อมิ����ู����ยเ�ียชี�ิ�ร���่างทางอันเ��นอํานาจ�น�าที่�ององ��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น �ามมา�รา ๑� มา�รา ๑๗ ��่ง�ร�ราชบั��ั�ิกํา�น���น�ล��ั�น�อนการกร�จายอํานาจ����ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น �.�. ���� โ�ยมิ���บัง�ับ���อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น��อง�ําเนินการ ���นอยู่กับ��าม�ร�อม�ององ��กร�ก�รอง�่�น ท�อง�ิ่น จ�ง�ม่มี��ามจําเ��น��องออก�ร�กา����กรรมการการกร�จายอํานาจ����ก่อง��กร�ก�รอง�่�น ท�อง�ิ่น�นเร�่อง�ังกล่า� ทั�งนี� �อ��ามอน�เ�รา�����าบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชา�ิ�ําเนินการ�ร�างร�บบ การ��ทย���กเ�ิน���เ�มา��มกับอง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น��่ล�รู��บบ ร�ม��ง�น�ทาง��ิบั�ิ�ององ��กร �ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น�นการ�ําเนินการเร�่อง�ังกล่า� . จ�งเรียนมาเ��่อโ�ร��ิจาร�า�ําเนินการ�่อ�����ย จัก�อบ���มาก �อ���ง��ามนับ��อ (นายจิรชัย มูลทองโร่ย) �ลั��ํานักนายกรัฐมน�รี �ํานักงาน���กรรมการการกร�จายอํานาจ ����ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท�อง�ิ่น โทร�ั�ท� ๐ ��๘๓ �๐๑� โทร�าร ๐ ��๘๓ ���� ที่ นร.๐๑๐๗/๘๐๓๗ ���������������น������� น 278 Back home Next องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 277 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


�ิ่งที่�่งมาด้�ย รายงานการ�ร�ช�ม���กรรมการการกร�จายอํานาจ��้�ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น �รั�งที่ ๓/���๐ เมื่อ�ันอัง�ารที่ �๐ มิถ�นายน ���๐ ด้�ย�ถาบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชาติมี�นัง�ือ�อ�ารือ���กรรมการการกร�จายอํานาจ ��้ �ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น�่า เนื่องด้�ย�ร�ราชบั��ัติการ��ทย���กเ�ิน �.�. ���๑ มีเจตนารม��ที่จ� ��้อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่นเ�้ามาดําเนินการ�ล�บริ�ารจัดการร�บบการ��ทย���กเ�ิน�นร�ดับ�ื�นที่ �ร�กอบกับมาตรา ๓๓ �รร��อง �ร�ราชบั��ัติดังกล่า�ร�บ���้�ถาบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชาติ�นับ�น�น �ล��ร��านอง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่นดําเนินงาน�ล�บริ�ารจัดการร�บบการ��ทย���กเ�ิน�นร�ดับท้องถิ่น �รือ�ื�นที่ โดยอาจ�ด้รับการ�นับ�น�นจากกองท�นการ��ทย���กเ�ิน �ต่อย่าง�รก�ตามยัง�ราก��่ามีอ���รร��ล� ����า�นการดําเนินงานเรื่องอํานาจ�น้าที่ ร�เบียบการเบิกจ่าย การตร�จ�อบ�อง�ํานักงานการตร�จเงิน ��่นดินเกิด���น�น�ลายจัง��ัด �ถาบันการ��ทย���กเ�ิน��่งชาติจ�ง�อ��้���กรรมการการกร�จายอํานาจ ��้�ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น �ด้�ิจาร�าออก�ร�กา��น�ทาง��้อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่นดําเนินงาน �ล�บริการจัดการร�บบการ��ทย���กเ�ิน เ�ื่อ�นับ�น�นการดําเนินงาน�ล�บริ�ารจัดการร�บบการ��ทย� ��กเ�ิน�ององ��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น��้�ามารถบริการ�ร�ชาชนที่เจ�บ���ย��กเ�ิน�ด้�รอบ�ล�มท�ก�ื�นที่ �ํานักงาน�ลัด�ํานักนายกรัฐมนตรี โดย�ํานักงาน���กรรมการการกร�จายอํานาจ��้�ก่ อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น �ด้นําเรื่องดังกล่า�เ�นอที่�ร�ช�ม���กรรมการการกร�จายอํานาจ��้�ก่อง��กร �ก�รอง�่�นท้องถิ่น �นการ�ร�ช�ม�รั�งที่ ๓/���๐ เมื่อ�ันอัง�ารที่ �๐ มิถ�นายน ���๐ ที่�ร�ช�ม�ด้มีมติ�่า การ��ทย���กเ�ินเ��น�่�น�น�่ง�องการรัก�า�ยาบาล ม�่งดู�ลรัก�า�ยาบาลตั�ง�ต่จ�ดเกิดเ�ต�จนถ�งโรง�ยาบาล เ�ื่อมิ��้�ู้���ยเ�ียชี�ิตร���่างทางอันเ��นอํานาจ�น้าที่�ององ��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น ตามมาตรา ๑� มาตรา ๓๗ ��่ง�ร�ราชบั��ัติกํา�นด��น�ล��ั�นตอนการกร�จายอํานาจ��้�ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น �.�. ���� โดยมิ�ด้บัง�ับ��้อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่นต้องดําเนินการ ���นอยู่กับ��าม�ร้อม�ององ��กร�ก�รอง�่�น ท้องถิ่น จ�งเรียนมาเ�ื่อโ�รดทราบ�อบเ�ตอํานาจ�น้าที่�ององ��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น�นการ��ิบัติ �ารกิจดังกล่า� �อ��ดง��ามนับถือ (นายจิรชัย มูลทองโร่ย) �ลัด�ํานักนายกรัฐมนตรี �ํานักงาน���กรรมการการกร�จายอํานาจ ��้�ก่อง��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น โทร�ั�ท� ๐ ��๘๓ �๐๑� โทร�าร ๐ ��๘๓ ���� การดําเนินงาน�ล�บริ�ารจัดการการ��ทย���กเ�ิน�ององ��กร�ก�รอง�่�นท้องถิ่น �ํานักงาน�ลัด�ํานักนายกรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๐ เรียน �ู้�่าการตร�จเงิน��่นดิน เรื่อง �� �ิง�า�ม ���๐ ที่ นร ๐๑๐๗/๘๐๓๙ ���������������น������ น� 279 Back home Next องค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่่�น 278 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


กองทุทุ ุน ุ นการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิ ิน ิ น 279 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


ระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยที่เปนการสมควรกำหนดใหมีระเบียบวาดวยการรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษา เงินกองทุนการแพทยฉุกเฉิน ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๑๐) แหงพระราชบัญญัติการแพทยฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง การลงนามในประกาศ ขอบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ และมติคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน ในการประชุม ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน จึงออกระเบียบไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๒” ขอ ๒ ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแต วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เปนตนไป ขอ ๓๑ ในระเบียบนี้ “สถาบัน” หมายความวา สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน “เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “ชุดปฏิบัติการ” หมายความวา ชุดปฏิบัติการที่ไดขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไขที่สถาบัน การแพทยฉุกเฉินแหงชาติกำหนด ขอ ๔ บรรดาประกาศ ระเบียบ ขอบังคับ คำสั่ง หรือ มติของคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน ที่ขัดหรือแยงกับความในระเบียบนี้ใหใชความในระเบียบนี้แทน ขอ ๕ ใหเลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติรักษาการตามระเบียบนี้และใหมี อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปญหา หรือออกประกาศเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้โดยไมขัดหรือแยงกับระเบียบนี้ ๑ ขอ ๓ เพิ่มเติมโดย ขอ ๓ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการ เก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 280 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๒ หมวด ๑ การรับเงินกองทุน ขอ ๖ บรรดาเงินรายรับของกองทุนใหนำสงเขาบัญชีกองทุนการแพทยฉุกเฉินที่เปดบัญชี ไวกับธนาคารที่คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉินกำหนด ขอ ๗ การรับเงินเขากองทุนใหรับเปนเงินสด เช็ค ตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ กรณีการรับเช็ค หามรับเช็คลงวันที่ลวงหนา๒ การรับเงินทางธนาคาร หรือทางอื่นใหเปนไปตามหลักเกณฑที่สถาบันกำหนด ขอ ๘๓ การรับเงินกองทุนทุกประเภท ใหสถาบันออกใบเสร็จรับเงินในนามของสถาบัน ใหแกผูชำระเงินทุกครั้ง เวนแตการรับเงินงบประมาณรายจาย หรือการรับเงินทางธนาคาร ใหใชสำเนารายการ ขอเบิกเงิน หรือสำเนาใบนำฝากธนาคารเปนหลักฐาน ใบเสร็จรับเงินใหใชตามแบบที่เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติกำหนด และใหมี สำเนาอยางนอยหนึ่งฉบับเพื่อเปนหลักฐานการตรวจสอบ ใหเลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติหรือผูที่ไดรับมอบหมายเปนผูลงนาม ในใบเสร็จรับเงิน ขอ ๙๔ เมื่อสถาบันไดรับเงินแลว ใหนำสงเขาบัญชีกองทุนในวันที่ไดรับเงินหรืออยางชา ในวันทำการถัดไป หมวด ๒ การจายเงินกองทุน ขอ ๑๐๕ การจายเงินกองทุนการแพทยฉุกเฉินใหจายตามวัตถุประสงคของกองทุน ใหเลขาธิการอนุมัติจาย ภายใตแผนการเงินที่ไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการ ดังนี้ (๑) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉินในดาน (ก) การพัฒนาบุคลากร เชน การศึกษา การฝกอบรม การใหทุนการศึกษา (ข) การจัดหาอุปกรณ เวชภัณฑ และเครื่องมือชวยเหลือผูปวยฉุกเฉิน ๒ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๔ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๕ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๖ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๕ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๗ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 281 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๓ (ค) การบริหารจัดการและการพัฒนาการปฏิบัติการฉุกเฉิน การประเมิน การควบคุม การติดตอสื่อสาร การสั่งการ การประชาสัมพันธ การลำเลียงหรือขนสง รวมถึงการจัดเก็บรวบรวมขอมูล ในทองถิ่นหรือพื้นที่ และการประสาน การปฏิบัติการฉุกเฉิน (ง) การศึกษา การคนควา การวิจัยและพัฒนา (จ) การตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษาใหผูปวยพนภาวะฉุกเฉิน (ฉ) การปองกันการเจ็บปวยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน รวมถึงการเตรียมการเพื่อการปองกัน (ช) การใหความรูประชาชนทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน (๒) เพื่อสงเสริมสนับสนุนองคกรปกครองสวนทองถิ่น ใหสามารถบริหารจัดการระบบ การแพทยฉุกเฉินในระดับทองถิ่นตามความพรอมความเหมาะสมและความจำเปนของประชาชนในทองถิ่นนั้น การจายเงินกองทุนการแพทยฉุกเฉินตาม (๑) และ (๒) ใหพิจารณาสนับสนุนวงเงิน งบประมาณโดยอางอิงอัตราตามระเบียบของหนวยงานนั้นๆ หากเปนหนวยงานภาคเอกชนขอการสนับสนุน ใหใชอัตราตามระเบียบกระทรวงการคลัง กรณีเปนการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรรายบุคคลในเรื่อง คาลงทะเบียนหรือทุนการศึกษาใหใชตามที่สถาบันกำหนด (๓) เพื่ออุดหนุนหรือชดเชยใหแกผูปฏิบัติการ หนวยปฏิบัติการ หรือ สถานพยาบาล ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน และไดขึ้นทะเบียนกับสถาบัน ตามอัตราแนบทายระเบียบนี้ (๔) เพื่อจัดหาผลประโยชนของกองทุน ตามมาตรา ๓๖ (๕) เพื่อเปนคาใชจายอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด เงินหรือทรัพยสินที่มีผูบริจาคใหโดยมีวัตถุประสงค ใหแยกไวใชจายตามวัตถุประสงคนั้น๖ ขอ ๑๑ วิธีการจายเงินกองทุนใหจายได ดังนี้ (๑) จายเปนเงินสด หรือเช็ค หรือตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ (๒) โอนจายผานบัญชีธนาคาร (๓) จายทางอื่นตามที่เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติประกาศกำหนด ขอ ๑๒ การจายเงินตามขอ ๑๑ ใหปฏิบัติ ดังนี้ (๑) การจายเงินใหแกเจาหนี้ หรือผูมีสิทธิรับเงิน ใหจายในนามของเจาหนี้ หรือผูมีสิทธิ รับเงินนั้น (๒) การจายเงินใหบุคคล หรือหนวยงาน ใหจายเงินในนามบุคคล หรือหนวยงานนั้น (๓) การออกเช็คสั่งจายเงินทุกครั้ง ใหจายเปนเช็คขีดครอมและขีดฆาคำวา “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผูถือ” ออก และเขียนหรือพิมพจำนวนเงินในเช็คที่เปนตัวอักษรใหชิดคำวา “บาท” หรือขีดเสน หนาจำนวนเงิน อยาใหมีชองวางที่จะเขียนหรือพิมพจำนวนเงินเพิ่มได และใหขีดเสนตรงหลัง ชื่อ สกุล ชื่อบริษัท หรือชื่อหางหุนสวน หรือผูมีสิทธิรับเงินจนชิดคำวา “หรือผูถือ” หรือ “ตามคำสั่ง” แลวแตกรณี โดยมิใหการเขียนหรอพิมพชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติมไดอีก ๖ ขอ ๑๐ วรรคสอง เพิ่มเติมโดย ขอ ๘ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 282 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๔ ขอ ๑๓ การจายเงินกองทุน โดยปกติตองมีหลักฐานการจายที่เปนใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐาน การนำเงินเขาบัญชีเงินฝากของผูรับทางธนาคาร หรือหลักฐานการรับเงินอยางอื่นที่เลขาธิการสถาบัน การแพทยฉุกเฉินแหงชาติกำหนด เก็บไวตรวจสอบ ขอ ๑๔ การจายเงินกองทุนรายการใด ซึ่งตามลักษณะไมอาจเรียกใบเสร็จรับเงิน จากผูรับเงินได ใหผูจายเงินทำใบรับรองการจายเงินตามแบบและรายการที่เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉิน แหงชาติประกาศกำหนด ขอ ๑๕ การจายเงินกองทุน ถาผูมีสิทธิรับเงินไมสามารถมารับเงินดวยตนเอง จะมอบอำนาจ ใหผูอื่นเปนผูรับเงินแทน ก็กระทำได ขอ ๑๖ ในกรณีสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติทำใบสำคัญคูจายสูญหาย หรือเสียหายใช การไมไดดวยเหตุใด ๆ ใหเจาหนาที่การเงินรายงานเลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติทราบ โดยมิชักชา และแจงความเปนหลักฐานตอพนักงานสอบสวน โดยปฏิบัติดังนี้ (๑) ถาใบสำคัญคูจายที่เปนใบเสร็จรับเงินสูญหาย หรือ เสียหายใชการไมไดดวยเหตุใด ๆ ใหใชสำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผูรับเงินรับรองใบสำเนานั้น หรือใบรับรองการรับเงินซึ่งผูรับเงินรับรองแลวแทนได (๒) ถาใบสำคัญคูจายที่เปนใบเสร็จรับเงินสูญหายหรือ เสียหายใชการไมไดดวยเหตุใด ๆ หากไมอาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม (๑) ได ใหผูจายเงินทำใบรับรองการจายเงินโดยชี้แจงเหตุผลพรอมทั้ง คำรับรองวาไมเคยนำใบสำคัญคูจายมาเบิกจายและหากคนพบภายหลังก็จะไมนำมาเบิกจายอีก เสนอเลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติหรือผูที่ไดรับมอบหมายแลวแตกรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อไดรับอนุมัติแลวใหใชใบรับรองการจายเงินนั้น แทนใบสำคัญคูจาย หมวด ๓ การเก็บรักษาเงินกองทุน ขอ ๑๗ ใหสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ประเภทบัญชี เงินฝากประจำ บัญชีเงินฝากออมทรัพย และบัญชีกระแสรายวัน ขอ ๑๘๗ ในกรณีที่สถาบันไดรับเงินเขากองทุน แตไมสามารถนำเงินสงเขาบัญชีกองทุนไดทัน ในวันที่ไดรับเงิน ใหสถาบันเก็บรักษาเงินดังกลาวไวในตูนิรภัย และใหนำเงินฝากธนาคารในวันทำการถัดไป หมวด ๔ การบัญชีของกองทุน ขอ ๑๙ การบัญชีของกองทุน ใหสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติจัดทำบัญชีตามแบบ เกณฑคงคาง ๗ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๙ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 283 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๕ ขอ ๒๐ ใหสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ จัดเก็บเอกสารการรับจายเงินที่เปนหลักฐาน ในการบันทึกควบคุมตามระบบบัญชีไวในที่ปลอดภัย เพื่อตรวจสอบไมนอยกวาสิบป เมื่อไดรับการตรวจสอบ และรับรองจากผูสอบบัญชีแลวใหเก็บรักษาไวเหมือนเอกสารทั่วไป ขอ ๒๑๘ ใหสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติจัดทำรายงานการเงิน ดังนี้ (๑) รายงานประจำเดือนเสนอตอเลขาธิการ ภายในวันที่สิบหาของเดือนถัดไป (๒) รายงานประจำไตรมาสเสนอตอคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉินทราบภายในสามสิบวัน นับจากวันสิ้นไตรมาส (๓) งบการเงินสงผูสอบบัญชี ภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีของทุกป (๔) งบการเงินที่ผูสอบบัญชีรับรองวาถูกตองแลวพรอมทั้งรายงานของผูสอบบัญชี รวมทั้ง แสดงผลงานของสถาบันในปที่ผานมาดวย เสนอตอคณะกรรมการและรัฐมนตรีเพื่อทราบ ภายในหนึ่งรอย แปดสิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีของทุกป ขอ ๒๒ ในกรณีที่มีความจำเปนที่ตองจำหนายหนี้ออกจากบัญชีเปนสูญ ใหเลขาธิการสถาบัน การแพทยฉุกเฉินแหงชาติ เสนอรายงานตอคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉินเพื่อพิจารณา บทเฉพาะกาล ขอ ๒๓ การดำเนินการเกี่ยวกับการเงินและบัญชีใดที่อยูระหวางดำเนินการและยังไม แลวเสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใชบังคับ ใหดำเนินการตอไปตามระเบียบที่ใชบังคับอยูเดิม จนกวาจะดำเนินการ แลวเสร็จหรือจนกวาจะสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได ทั้งนี้ ตองไมเกินเกาสิบวันนับจากวันที่ระเบียบนี้ ใชบังคับ ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ปฏิบัติหนาที่แทนประธานกรรมการการแพทยฉุกเฉิน ๘ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๑๐ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 284 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๖ บัญชีอัตราสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉิน แนบทาย ระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ บัญชี ก. เปนอัตราสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉินทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมทั้ง อุดหนุนหรือเปนคาชดเชยใหแกหนวยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน บัญชี ก.๑ การปฏิบัติการฉุกเฉินทางบก เหมาจายรวมทั้งคาพาหนะ การปฏิบัติงานของผูปฏิบัติการ ยา เวชภัณฑ และอุปกรณตางๆ ที่ใชในการปฏิบัติการฉุกเฉินตามระดับชุดปฏิบัติการ และระดับความ ฉุกเฉินของผูปวยฉุกเฉิน ดังตอไปนี้๙ ระดับความฉุกเฉิน ตามการคัดแยก ณ หองฉุกเฉิน การปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน ระดับเฉพาะ ทาง ระดับสูง (ALS) ระดับกลาง (ILS) ระดับพื้นฐาน (BLS) ระดับตน (FR) ผูปวยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) -รักษาและนำสง -รักษาและ เสียชีวิตระหวาง นำสง -รักษาและ เสียชีวิต -รักษาแต ไมนำสง (เฉพาะ ALS) ๑,๙๐๐ ๑,๑๐๐ ๗๕๐ ๕๐๐ ๓๕๐ ผูปวยฉุกเฉิน เรงดวน (สีเหลือง) - ๗๕๐ ๕๐๐ ๕๐๐ ๓๕๐ ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ รุนแรง (สีเขียว) - ๓๕๐ ๓๕๐ ๓๕๐ ๓๕๐ กรณี ยกเลิก ไมพบเหตุ เสียชีวิตกอนไปถึง - ๒๐๐ ๑๕๐ ๑๐๐ ๑๐๐ หมายเหตุ: (ก) กรณียกเลิก ไมพบเหตุ เสียชีวิตกอนไปถึง ใหหมายรวมถึง กรณีการคัดแยกผูปวย โดยศูนยสั่งการ เปนผูปวยฉุกเฉิน แตชุดปฏิบัติการนำสงโดยไมมีปฏิบัติการแพทยขั้นสูง และการประเมิน ณ สถานพยาบาล พบวาเปนผูปวยทั่วไป ๙ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๔ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ ๖ บัญชีอัตราสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉิน แนบทาย ระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ บัญชี ก. เปนอัตราสนับสนุนการปฏิบัติงานดานการแพทยฉุกเฉินทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมทั้ง อุดหนุนหรือเปนคาชดเชยใหแกหนวยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉิน บัญชี ก.๑ การปฏิบัติการฉุกเฉินทางบก เหมาจายรวมทั้งคาพาหนะ การปฏิบัติงานของผูปฏิบัติการ ยา เวชภัณฑ และอุปกรณตางๆ ที่ใชในการปฏิบัติการฉุกเฉินตามระดับชุดปฏิบัติการ และระดับความ ฉุกเฉินของผูปวยฉุกเฉิน ดังตอไปนี้๙ ระดับความฉุกเฉิน ตามการคัดแยก ณ หองฉุกเฉิน การปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน ระดับเฉพาะ ทาง ระดับสูง (ALS) ระดับกลาง (ILS) ระดับพื้นฐาน (BLS) ระดับตน (FR) ผูปวยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) -รักษาและนำสง -รักษาและ เสียชีวิตระหวาง นำสง -รักษาและ เสียชีวิต -รักษาแต ไมนำสง (เฉพาะ ALS) ๑,๙๐๐ ๑,๑๐๐ ๗๕๐ ๕๐๐ ๓๕๐ ผูปวยฉุกเฉิน เรงดวน (สีเหลือง) - ๗๕๐ ๕๐๐ ๕๐๐ ๓๕๐ ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ รุนแรง (สีเขียว) - ๓๕๐ ๓๕๐ ๓๕๐ ๓๕๐ กรณี ยกเลิก ไมพบเหตุ เสียชีวิตกอนไปถึง - ๒๐๐ ๑๕๐ ๑๐๐ ๑๐๐ หมายเหตุ: (ก) กรณียกเลิก ไมพบเหตุ เสียชีวิตกอนไปถึง ใหหมายรวมถึง กรณีการคัดแยกผูปวย โดยศูนยสั่งการ เปนผูปวยฉุกเฉิน แตชุดปฏิบัติการนำสงโดยไมมีปฏิบัติการแพทยขั้นสูง และการประเมิน ณ สถานพยาบาล พบวาเปนผูปวยทั่วไป ๙ ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๔ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 285 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๗ (ข) กรณีตำบลที่เกิดเหตุอยูหางจากโรงพยาบาลที่รับผูปวยมากกวา ๑๐ กิโลเมตร ใหจายเพิ่ม โดยคำนวณระยะทางเฉลี่ยจากทุกหมูบานในตำบลนั้นไปยังโรงพยาบาลตามการอำนวยการหรือคำสั่ง ของศูนยสั่งการ สวนที่เกิน ๑๐ กิโลเมตร ใหคิดเพิ่มกิโลเมตรละไมเกิน ๑๐ บาท แตรวมแลวไมเกิน ๑๐๐ บาท และเพื่อใหการดำเนินการเบิกจายเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและสะดวกกับผูปฏิบัติงานในแตละจังหวัด ควรจัดทำขอมูลอัตราการจายเพิ่มของทุกตำบลที่มีระยะทางเฉลี่ยเกิน ๑๐ กิโลเมตร โดยใหคณะอนุกรรมการ การแพทยฉุกเฉินจังหวัดเห็นชอบ (ค) กรณีมีความจำเปนตองระดมชุดปฏิบัติการนอกพื้นที่เขาชวยเหลือหรือรวมซอมแผนเสมือนจริง ตามคำสั่งของเลขาธิการ สพฉ. ใหจายเงินเพิ่มเติมจากอัตราบัญชี ก.๑ แกหนวยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือองคกรปกครองสวนทองถิ่นดังตอไปนี้ กรณี อัตรา ๑. ระยะทางในการเดินทางไปและกลับจากนอกพื้นที่ เขาชวยเหลือหรือรวมซอมแผนเสมือนจริง จายตามระยะทางในอัตรา ๔ บาทตอกิโลเมตร ๒. การเดินทางเขาถึงผูปวยฉุกเฉินยากลำบากหรือใน พื้นที่พิเศษจำเปนตองใชรถขับเคลื่อน ๔ ลอ จายเงินเพิ่มอีก ๑๐๐ บาทตอครั้ง ๓. การเดินทางเขาถึงผูปวยฉุกเฉินยากลำบากหรือใน พื้นที่พิเศษจำเปนตองใชรถ ๖ ลอขึ้นไป จายเงินเพิ่มอีก ๔๐๐ บาทตอครั้ง (ง) การปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐาน กรณีที่มีการลำเลียงบุคลากรทางการแพทย์ยาและ เวชภัณฑ์ฉุกเฉิน และการลําเลียงอวัยวะ กรณีออกให้บริการเกิน ๑๐ โลเมตร ให้คิดค่าบริการรวมค่านํ้ามัน เพิ่มกิโลเมตรละไมเกิน ๑๐ บาท กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 286 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


๘ บัญชี ก.๒ คาพาหนะในการปฏิบัติการฉุกเฉินทางน้ำ ใหจายตามความเปนจริง แตไมเกินอัตราที่กำหนด ดังตอไปนี้๑๐ ประเภทปฏิบัติการฉุกเฉินทางน้ำ อัตรา (บาทตอชั่วโมง) ประเภท ๑ เรือเพลาใบจักรยาว (เรือหางยาว) จ่ายตามจริงแต่ไม่เกินชั่วโมงละ ๒,๑๐๐ บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็นนาที ประเภท ๒ เรือเร็ว (Speed boat) ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน ๓๕๐ แรงม้า จ่ายตามจริงแต่ไม่เกินชั่วโมงละ ๖,๓๐๐ บาท ต่อเครื่องยนต์เศษของชั่วโมงคิดเป็นนาที ประเภท ๓ เรือขนาดใหญ่ (ความยาวตั้งแต่ ๖๐ ฟุต แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ฟุต) จ่ายตามจริงแต่ไม่เกินชั่วโมงละ ๖๐,๐๐๐ บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็นนาที กรณีมีผู้ปฏิบัติการประเภทและระดับใดร่วมปฏิบัติการฉุกเฉินทางนํ้า ให้จ่ายสนับสนุน ผู้ปฏิบัติการโดยเพิ่มจากบัญชี ข. ในอัตรา ๕๐๐ บาท ใน ๓ ชั่วโมงแรก หากเกิน ๓ ชั่วโมง จ่ายเพิ่มอีก ชั่วโมงละ ๓๐๐ บาท (เศษของชั่วโมงคิดเป็นนาที) หมายเหตุ : ก. เรือขนาดใหญ่ หมายถึง เรือตรวจการณ์หรือเรืออื่นที่มีขนาดความยาวตั้งแต่ ๖๐ ฟุต แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ฟุต ข. อัตราที่เบิกจ่ายต้องไม่เกินอัตราการสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงและนํ้ามันหล่อลื่น รวมทั้งค่าบริการ จัดการตามตารางแนบท้ายที่กรมเจ้าท่ากําหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ประเภทเรือเพลาใบจักรยาว (เรือหางยาว) ประเภท/ขนาดแรงม้า อัตราใช้นํ้ามัน เฉลี่ยต่อชั่วโมง ราคาต่อลิตร รวม ค่าบริหาร จัดการ อัตราจ่าย ต่อชั่วโมง เรือเพลาใบจักรยาวขนาดใหญ่ ๓๖ ๓๐ ๑,๐๘๐ ๑,๐๐๐ ๒,๐๘๐ เรือเพลาใบจักรยาวขนาดเล็ก ๒๐ ๓๐ ๖๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๖๐๐ ราคานํ้ามันดีเซล เท่ากับ ลิตรละ ๓๐ บาท ๑๐ความเดิมถูกยกเลิกและใหใชความที่พิมพไวแทน โดยขอ ๓ ของระเบียบคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน วาดวย การรับเงิน การจายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ กองทุุนการแพ ทย์์ฉุุกเ ฉิิน 287 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗


Click to View FlipBook Version