๑๒ ๓.๖ มีการบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่เกี่ยวข้อง เพื่อด าเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นนั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไข เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ กพฉ. ก าหนด ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยปฏิบัติการอ านวยการหรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่มีอ านาจหน้าที่บริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในท้องถิ่นหรือพื้นที่ที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอ อาจขอยกเว้นลักษณะบางประการของหน่วยปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่น หรือพื้นที่ดังกล่าว โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการเป็นรายปีก็ได้ แต่ต้องไม่กระทบถึงความปลอดภัย ของผู้ป่วยฉุกเฉิน แล้วรายงานให้ กพฉ. ทราบ หน่่วยปฏิิบััติิการ 138 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อให้ หน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งได้มี ระยะเวลาส าหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อด าเนินการขอรับอนุมัติเป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ต่อไป อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๑ (๑๑) มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๒) และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๑๙ ของระเบียบคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉินว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉินจึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๙ แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “กรณีหน่วยงานหรือองค์กรใดที่ปฏิบัติการฉุกเฉินอยู่ก่อนและยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะ ที่ประกาศนี้ใช้บังคับแต่ยังไม่ได้รับการประกาศว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ตามวรรคหนึ่งหรือได้รับ การประกาศว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว และไม่สามารถด าเนินการตามที่ก าหนดไว้ ในประกาศนี้ได้ ให้เลขาธิการพิจารณาเหตุผลความจ าเป็น แล้วเสนอต่อ กพฉ. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ขยายเวลาได้อีกไม่เกินสองปี” ข้อ ๔ ให้เลขาธิการรักษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕66 เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน หนา ๒๙้ ่ เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กันยายน ๒๕๖๖ หน่่วยปฏิิบััติิการ 139 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เป็นการสมควรให้มีการก าหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่และการก ากับดูแล หน่วยปฏิบัติการอ านวยการ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้รับ ปฏิบัติการฉุกเฉินที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันท่วงที อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๑ (๑) มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๒) และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๑๙ แห่งระเบียบคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการและอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕ และ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ให้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “หน่วยปฏิบัติการอ านวยการ” หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการอ านวยการ ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อ านาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ให้การอ านวยการแก่ผู้ปฏิบัติการหรือชุดปฏิบัติการ ของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ ซึ่งปฏิบัติการฉุกเฉินในท้องถิ่นหรือพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย “ปฏิบัติการอ านวยการ” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินที่ไม่ได้กระท าโดยตรงต่อ ผู้ป่วยฉุกเฉิน ประกอบด้วยการจัดการ การประสานงาน การควบคุมดูแล และการติดต่อสื่อสาร อันมีความจ าเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการแพทย์ที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันท่วงที “อ านวยการ” หมายความว่า การอ านวยการทางการแพทย์ฉุกเฉินโดยแพทย์อ านวยการ ปฏิบัติการฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการจัดการและควบคุมการปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการซึ่งเป็น ผู้ปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการฉุกเฉิน ทั้งการอ านวยการทั่วไปและการอ านวยการตรง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการฉุกเฉินรายงานภาวะของผู้ป่วยฉุกเฉินและปฏิบัติการฉุกเฉินตามค าสั่ง การแพทย์ “อ านวยการทั่วไป” หมายความว่า การอ านวยการซึ่งได้จัดท าและประกาศไว้เป็นเอกสาร ด้วยวิธีการที่ก าหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นค าสั่งประจ า ขั้นตอนวิธี หรือเกณฑ์วิธีปฏิบัติการฉุกเฉิน ให้ผู้ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการฉุกเฉิน ด าเนินการหรือปฏิบัติตาม รวมทั้ง การตรวจสอบและพิจารณากระบวนการและผลการปฏิบัติการฉุกเฉินย้อนหลังด้วย หนา ๗๗้ ่ เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน่่วยปฏิิบััติิการ 140 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
“อ านวยการตรง” หมายความว่า การอ านวยการเชื่อมตรงระหว่างบุคคลต่อบุคคลขณะก าลัง ปฏิบัติการฉุกเฉิน ณ สถานที่ที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินหรือที่เกิดเหตุการณ์ หรือผ่านการสื่อสารทางไกลด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม หรือวิธีการสื่อสารอื่น “หน่วยปฏิบัติการแพทย์” หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการแพทย์ซึ่งจ าแนก เป็นระดับพื้นฐาน ระดับสูง และระดับเฉพาะทาง ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อ านาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ “นักฉุกเฉินการแพทย์” หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย์ ตามข้อบังคับ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่าด้วยการก าหนดผู้ปฏิบัติการ การรับรององค์กรและหลักสูตร การศึกษาหรือฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการ และการให้ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายวิทยฐานะแก่ผู้ผ่าน การศึกษาหรือฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่” หมายความว่า กรุงเทพมหานคร องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งและมีเขตพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งจังหวัด ข้อ ๔ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการต้องเป็นหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐหรือในก ากับของรัฐ หรือของสภากาชาดไทย ที่มีอ านาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายหรือมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับ การจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยต้องมีลักษณะของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการแต่ละระดับ รวมทั้งลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการดังกล่าว ให้เป็นไปตามผนวกแนบท้าย ประกาศนี้ หน่วยงานหรือองค์กรต้องมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ตามระดับที่ก าหนดในวรรคหนึ่ง โดยได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการให้เป็นหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับใดตามข้อ ๖ และ ขึ้นทะเบียนกับ สพฉ. ตามแนวทางที่ สพฉ. ประกาศก าหนด จึงจะเริ่มการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินว่าด้วย ประเภท ระดับ อ านาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบและ ข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการได้ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ มีความพร้อมในการด าเนินงานและ บริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ได้ตามความเหมาะสมและความจ าเป็น ของประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งตามที่กฎหมายก าหนด ให้ สพฉ. สนับสนุนและประสานกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เพื่อท าให้องค์กรดังกล่าวมีหน่วยปฏิบัติการอ านวยการที่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินว่าด้วยหลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ด าเนินงานและบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น หนา ๗๘้ ่ เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน่่วยปฏิิบััติิการ 141 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ในกรณีที่เกินขีดความสามารถหรือไม่อยู่ในเขตพื้นที่หรืออ านาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่แห่งใด หรือมีความจ าเป็นอื่น ให้ สพฉ. ประสานหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ด าเนินงานหรือบริหารจัดการปฏิบัติการอ านวยการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึง ระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน โดยได้รับการช่วยเหลือหรือ รักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้นให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศ ในการที่หน่วยงานหรือองค์กรจะขอรับการอนุมัติตามวรรคสองให้หน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าว แจ้งความจ านงพร้อมระบุพื้นที่ที่จะรับผิดชอบต่อ สพฉ. แล้วให้ สพฉ. ตรวจสอบลักษณะและลักษณะ การปฏิบัติหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความจ านง และพิจารณาก าหนดพื้นที่รับผิดชอบ ของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการดังกล่าวให้มีอ านาจหน้าที่ปฏิบัติการอ านวยการในท้องถิ่นหรือพื้นที่นั้น แล้วเสนอต่อคณะอนุกรรมการว่าเป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในวรรคหนึ่งหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าไม่เป็นไป ตามที่ก าหนด ให้คณะอนุกรรมการสั่งให้หน่วยปฏิบัติการแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามลักษณะและ ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับนั้นภายในระยะเวลาที่ก าหนด กรณีมีความจ าเป็นให้ สพฉ. ขอยกเว้นลักษณะบางประการของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่นหรือพื้นที่ต่อคณะอนุกรรมการเป็นรายปีก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบถึง ความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉิน แล้วรายงานให้ กพฉ. ทราบ หน่วยงานหรือองค์กรซึ่งด าเนินการปฏิบัติการอ านวยการตามประกาศนี้ อาจได้รับการอุดหนุน จากกองทุน ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน การรายงาน การก ากับดูแลติดตามและการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติอ านวยการแต่ละระดับ ให้ สพฉ. จัดให้มีทะเบียนหน่วยปฏิบัติการอ านวยการที่รับผิดชอบในแต่ละท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยด าเนินการ ในระบบฐานข้อมูลกลางที่ สพฉ. ก าหนดให้เป็นปัจจุบัน ข้อ ๖ การอนุมัติให้เป็นหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับใดซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบเขตพื้นที่ ตามที่ก าหนดในข้อ ๔ ให้เป็นอ านาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ ข้อ ๗ ให้ สพฉ. เป็นหน่วยจัดการส าหรับการด าเนินการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ โดยมี หน้าที่จัดให้มีการตรวจหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นหรือจะเป็นหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ รวมทั้ง ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามเกณฑ์และวิธีการติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยปฏิบัติการตามที่ สพฉ. ก าหนดแล้วเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ ที่ก าหนดในประกาศนี้ ให้ สพฉ. เรียกเก็บค่าด าเนินการจากหน่วยงานหรือองค์กรตามวรรคหนึ่ง ได้ตามอัตราที่ สพฉ. ประกาศก าหนด โดยความเห็นชอบของ กพฉ. แต่ไม่เกินห้าหมื่นบาทต่อครั้ง หนา ๗๙้ ่ เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน่่วยปฏิิบััติิการ 142 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ข้อ ๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าหน่วยปฏิบัติการอ านวยการใดไม่จัดการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ ให้ สพฉ. เสนอต่อคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณา และแจ้งหน่วยปฏิบัติการนั้น ให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่ก าหนด หากหน่วยปฏิบัติการอ านวยการดังกล่าวไม่ด าเนินการภายในระยะเวลาที่ก าหนดตามวรรคหนึ่ง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาสั่งจ ากัดสิทธิหรือขอบเขตความรับผิดชอบในการ ปฏิบัติการฉุกเฉินตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินที่ออกตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการดังกล่าว หรือ จะสั่งงดการสนับสนุนด้านการเงินหรือด าเนินการอื่นใดอันจ าเป็นต่อไป รวมถึงอาจเสนอ กพฉ. ให้มีการ สอบสวนเพื่อก าหนดมาตรการตามมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ด้วยก็ได้ การสั่งจ ากัดสิทธิหรือขอบเขตความรับผิดชอบในการปฏิบัติการฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการ อ านวยการตามวรรคสอง ให้ สพฉ. ด าเนินการให้มีการปฏิบัติการอ านวยการทดแทนในเขตท้องถิ่นหรือ พื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติการนั้นรับผิดชอบและแจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อทราบและประกาศให้ประชาชนทราบ เป็นการทั่วไปด้วย ข้อ ๙ ให้หน่วยงานหรือองค์กรที่ปฏิบัติการอ านวยการอยู่ก่อนและยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้หน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าวปฏิบัติการอ านวยการต่อไป และให้ด าเนินการ ให้เป็นหน่วยปฏิบัติการอ านวยการตามระดับที่ก าหนดในประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ กรณีมีความจ าเป็น หน่วยงานหรือองค์กรที่ปฏิบัติการอ านวยการตามวรรคหนึ่ง อาจรายงาน เหตุผลความจ าเป็นต่อ สพฉ. เพื่อขอขยายเวลาแล้วเสนอเลขาธิการพิจารณาอนุมัติขยายเวลาได้อีก ไม่เกินหนึ่งปีโดยให้ประกาศรายชื่อหน่วยปฏิบัติการอ านวยการที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาพร้อมเหตุผล ของแต่ละกรณีไว้ด้วย ข้อ ๑๐ ให้ สพฉ. จัดท าคู่มือแนวทางปฏิบัติตามประกาศนี้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ข้อ ๑๑ ให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้ รวมทั้ง วินิจฉัยปัญหาการปฏิบัติตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕65 เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน หนา ๘๐้ ่ เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน่่วยปฏิิบััติิการ 143 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ผนวกแนบท้ายประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการก ากับดูแลหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการต้องเป็นหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐหรือในก ากับของรัฐหรือของ สภากาชาดไทย ที่มีอ านาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายหรือมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการจัดบริการ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข หน่วยปฏิบัติการอ านวยการต้องมีลักษณะ ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ การบริหารจัดการ และการด าเนินการของหน่วยปฏิบัติการตามระดับ ดังต่อไปนี้ ก. หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐาน ๑. ลักษณะของหน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐานต้องมีลักษณะ และลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ตาม องค์ประกอบดังต่อไปนี้ ๑.๑ บุคลากร หน่วยปฏิบัติการ ต้องจัดให้มีบุคลากรครบถ้วน ดังต่อไปนี้ ๑.๑.๑ ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐานต้องจัดให้มีผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินจ านวน หนึ่งคน ท าหน้าที่ด าเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการให้สามารถ ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติการและหน่วยปฏิบัติการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขนี้โดยต้องเป็นผู้ที่ผ่านการ ฝึกอบรมเป็นผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการตามที่ สพฉ.ก าหนดและมีคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) วุฒิแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าสามปี (ข) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าสี่ปี (ค) พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าห้าปี (ง) นักฉุกเฉินการแพทย์มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าห้าปี ๑.๑.๒ ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติการซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติการในหน่วย ปฏิบัติการนั้น อันประกอบด้วยผู้ท าหน้าที่ในต าแหน่งต่างๆและมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ท าหน้าที่จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน ต้องมีคุณสมบัติเป็นพยาบาลวิชาชีพ หรือ นักฉุกเฉินการแพทย์หรือนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง นอกโรงพยาบาลไม่น้อยกว่าสามปีหรือพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉินหรือผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรนักจ่ายงาน ฉุกเฉินการแพทย์ ให้ผู้ท าหน้าที่จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน ท าหน้าที่เป็นหัวหน้าผลัดเวรประจ า หน่วยปฏิบัติการอ านวยการนั้นโดยมีจ านวนหนึ่งคนต่อผลัดเวร หน่่วยปฏิิบััติิการ 144 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๒ (ข) ผู้ท าหน้าที่ประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน ต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ ากว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ขั้นสูง (จฉพส.) กรณีไม่มี จฉพส. ในระยะเวลาห้าปีแรกให้ผู้ได้รับประกาศนียบัตรในสาขาไม่ต่ ากว่า เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์(จฉพ.) มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า สามปีและผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่ สพฉ. ก าหนดท าหน้าที่เป็นผู้ประสานปฏิบัติการฉุกเฉินไปพลางก่อน จนกว่าจะมีผู้ปฏิบัติการตาม (ข) (ค) ผู้ท าหน้าที่รับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ ากว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น พนักงานฉุกเฉินการแพทย์พิเศษ (พฉพพ.) กรณีไม่มี พฉพพ. ในระยะเวลาห้าปีแรกให้ผู้ได้รับประกาศนียบัตรสาขาพนักงานฉุกเฉิน การแพทย์ (พฉพ) ที่มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลไม่น้อยกว่าสามปีและผ่านการ อบรมหลักสูตรตามที่ สพฉ. ก าหนดท าหน้าที่เป็นผู้รับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉินไปพลางก่อนจนกว่าจะมี ผู้ปฏิบัติการตาม (ค) หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติการในแต่ละผลัดเวรอย่างน้อยต าแหน่งละหนึ่งคน จ านวนสามต าแหน่ง ประกอบด้วย (๑) ผู้ท าหน้าที่เป็นผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน (๒) ผู้ท าหน้าที่ประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน และ (๓) ผู้ท าหน้าที่รับแจ้งการเจ็บป่วย ฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน ทั้งนี้ ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสูงกว่า สามารถปฏิบัติงานในต าแหน่งที่มีคุณสมบัติ ต่ ากว่าได้ ๑.๑.๓ บุคลากรสนับสนุน หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีบุคลากรท าหน้าที่ประสานงานทั่วไป งานธุรการ งานทะเบียน และอ านวยความสะดวกอื่นในหน่วยปฏิบัติการโดยผู้ท าหน้าที่ดังกล่าวอาจไม่เป็นผู้ปฏิบัติการก็ได้ ทั้งนี้ ในต าแหน่งใดซึ่งได้ระบุให้เป็นผู้ปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่ได้รับ ประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพนั้นยังไม่หมดอายุ ๑.๒ อาคารสถานที่และสิ่งอ านวยความสะดวก ๑.๒.๑ มีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน มีขนาดของพื้นที่ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการปฏิบัติการ อ านวยการอยู่ในอาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง มีแสงสว่างและการระบายอากาศไม่ก่อเกิดอันตรายต่อสุขภาพ และจัดให้มีสถานที่พักส าหรับบุคลากรของหน่วยปฏิบัติการตลอดเวลาที่ปฏิบัติการในช่วงเวลานั้นให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ๑.๒.๒ มีสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ที่จ าเป็นและจัดเก็บระบบส ารองต่างๆ ที่เหมาะสมในการ ปฏิบัติการอ านวยการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๑.๒.๓ มีสถานที่ปลอดภัย มีการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะรวมทั้งก าจัด สิ่งอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนามัยสิ่งแวดล้อม ๑.๒.๔ ระบบรองรับเพื่อคงความต่อเนื่องในการปฏิบัติการอ านวยการ เช่น ระบบส ารองไฟ ส ารองข้อมูล แผนส ารองฉุกเฉินกรณีเกิดสาธารณภัย เป็นต้น หน่่วยปฏิิบััติิการ 145 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๓ ๑.๓ ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐาน ต้องมีการบริหารจัดการและการพัฒนาระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการฉุกเฉินร่วมกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ในพื้นที่ที่ รับผิดชอบได้ทันท่วงทีและตลอดเวลาโดยจัดให้มีเครื่องมือสื่อสารและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จ าเป็นต่อการปฏิบัติการฉุกเฉินและเชื่อมต่อในการรับ-ส่งค าสั่งหรือข้อมูลกับหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ ระดับสูง หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษาและหน่วยงานหรือองค์กรที่ร่วมปฏิบัติการฉุกเฉินรวมถึง การเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกลางตามที่ สพฉ. ก าหนด กรณีใช้ข่ายสื่อสารวิทยุคมนาคมหรือวิทยุคมนาคมที่เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในหน่วย ปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมและระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติว่าด้วย การควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐาน ต้องจัดให้มีระบบปฏิบัติการส ารองและมีชุดอุปกรณ์ สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศที่จ าเป็นเพื่อให้ปฏิบัติงานได้ในกรณีที่การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการหลักไม่สามารถใช้งานได้ ๑.๔ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์และพาหนะสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการ จัดให้มีอุปกรณ์ ครุภัณฑ์และองค์ประกอบอื่นให้สามารถสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการตาม อ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐาน ทั้งนี้หน่วยปฏิบัติการอาจจัดให้มีพาหนะในการปฏิบัติการฉุกเฉินประเภทไม่ล าเลียงผู้ป่วยที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการและแนวทางการรับรอง มาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือตามแนวทางที่กฎหมายก าหนด ๒. ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐานเป็นหน่วยปฏิบัติการซึ่งมีลักษณะปฏิบัติหน้าที่ในการ ปฏิบัติการอ านวยการตั้งแต่การรับแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและประสานงานรวมทั้งจ่ายงานและก ากับการตาม การอ านวยการทั่วไปได้ตลอดเวลาเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการแพทย์ตามเกณฑ์วิธีและค าสั่งประจ า โดยต้องจัดให้มีกระบวนการด าเนินการให้สามารถปฏิบัติการฉุกเฉินได้ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความ รับผิดชอบและข้อจ ากัดของผู้ปฏิบัติการตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินรวมทั้งตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐานตลอดจนมีมาตรการความปลอดภัย ของผู้ป่วย ผู้ปฏิบัติงานและสาธารณะ ในกรณีการอ านวยการตรงขัดแย้งกับการอ านวยการทั่วไปให้ถือปฏิบัติ ตามการอ านวยการตรงเป็นหลักทั้งนี้จ ากัดเฉพาะการปฏิบัติการฉุกเฉินครั้งนั้นเท่านั้น ๓. การบริหารจัดการและการด าเนินการของหน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐานต้องมีการบริหารจัดการและการด าเนินการ ของหน่วยปฏิบัติการและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ตามข้อ ๔ (๗) แห่งประกาศคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉินเรื่องหลักเกณฑ ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ด าเนินงานและบริหารจัดการระบบ การแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยอนุโลม หน่่วยปฏิิบััติิการ 146 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๔ การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยปฏิบัติการอ านวยการมีการพัฒนาคุณภาพผู้ปฏิบัติการ และหน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ข. หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ๑. ลักษณะของหน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูงต้องมีลักษณะ และลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ตามองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ๑.๑ บุคลากร หน่วยปฏิบัติการ ต้องจัดให้มีบุคลากรครบถ้วน ดังต่อไปนี้ ๑.๑.๑ ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ต้องจัดให้มีผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินจ านวนหนึ่งคน ท าหน้าที่ด าเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการให้สามารถควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติการและหน่วยปฏิบัติการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขนี้โดยต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เป็นผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการตามที่สพฉ.ก าหนดและมีคุณสมบัติอย่างใด อย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) วุฒิแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าสามปี (ข) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉินไม่น้อยกว่าสี่ปี ๑.๑.๒ ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติการซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติการในหน่วย ปฏิบัติการนั้น อันประกอบด้วยผู้ท าหน้าที่ต าแหน่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ (ก) แพทย์อ านวยการปฏิบัติการฉุกเฉินต้องมีคุณสมบัติเป็นวุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือ ผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรแพทย์อ านวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน (พอป.) ให้ผู้ท าหน้าที่แพทย์อ านวยการปฏิบัติการฉุกเฉินท าหน้าที่เป็นหัวหน้าผลัดเวรประจ าหน่วย ปฏิบัติการอ านวยการนั้นโดยมีจ านวนหนึ่งคนต่อผลัดเวรซึ่งอาจท าหน้าที่อ านวยการตรงผ่านระบบสื่อสาร เทคโนโลยีและสารสนเทศกับหน่วยปฏิบัติการอ านวยการและหน่วยปฏิบัติการแพทย์ในพื้นที่ที่รับผิดชอบก็ได้ (ข) ผู้ท าหน้าที่จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉินต้องมีคุณสมบัติเป็นพยาบาลวิชาชีพหรือ นักฉุกเฉินการแพทย์หรือนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงนอก โรงพยาบาลไม่น้อยกว่าสามปีหรือพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน หรือผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรนักจ่ายงานฉุกเฉิน การแพทย์ (ค) ผู้ท าหน้าที่ประสานปฏิบัติการฉุกเฉินต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ต่ ากว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ขั้นสูง (จฉพส.) กรณีไม่มี จฉพส. ในระยะเวลาห้าปีแรกให้ผู้ได้รับประกาศนียบัตรในสาขาไม่ต่ ากว่า เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์(จฉพ.) มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า สามปีและผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่ สพฉ. ก าหนดท าหน้าที่เป็นผู้ประสานไปพลางก่อนจนกว่าจะมี ผู้ปฏิบัติการตาม (ค) หน่่วยปฏิิบััติิการ 147 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๕ (ง) ผู้ท าหน้าที่รับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ต่ ากว่าผู้ที่มี คุณสมบัติเป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรในสาขาพนักงานฉุกเฉินการแพทย์พิเศษ (พฉพพ.) กรณีไม่มี พฉพพ. ในระยะเวลาห้าปีแรกให้ผู้ได้รับประกาศนียบัตรสาขาพนักงานฉุกเฉิน การแพทย์ (พฉพ) ที่มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลไม่น้อยกว่าสามปีและผ่านการ อบรมหลักสูตรตามที่ สพฉ. ก าหนดท าหน้าที่เป็นผู้รับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉินไปพลางก่อนจนกว่าจะมี ผู้ปฏิบัติการตาม (ง) หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติการในแต่ละผลัดเวรอย่างน้อยต าแหน่งละหนึ่งคน จ านวนสี่ต าแหน่ง ประกอบด้วย (๑) แพทย์อ านวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน (๒) ผู้ท าหน้าที่เป็นผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน (๓) ผู้ท าหน้าที่ประสานปฏิบัติการ ฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน และ (๔) ผู้ท าหน้าที่รับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน จ านวนอย่างน้อยหนึ่งคน ทั้งนี้ ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสูงกว่าสามารถปฏิบัติงานในต าแหน่งที่มีคุณสมบัติต่ ากว่าได้ ๑.๑.๓ บุคลากรสนับสนุน หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีบุคลากรท าหน้าที่ประสานงานทั่วไป งานธุรการ งานทะเบียน และอ านวยความสะดวกอื่นในหน่วยปฏิบัติการโดยผู้ท าหน้าที่ดังกล่าวอาจไม่เป็นผู้ปฏิบัติการก็ได้ ทั้งนี้ ในต าแหน่งใดซึ่งได้ระบุให้เป็นผู้ปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่ได้รับ ประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพนั้น ยังไม่หมดอายุ ๑.๒ อาคารสถานที่และสิ่งอ านวยความสะดวก ๑.๒.๑ มีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน มีขนาดของพื้นที่ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการปฏิบัติการ อ านวยการอยู่ในอาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง มีแสงสว่างและการระบายอากาศ ไม่ก่อเกิดอันตรายต่อสุขภาพ และจัดให้มีสถานที่พักส าหรับบุคลากรของหน่วยปฏิบัติการตลอดเวลาที่ปฏิบัติการในช่วงเวลานั้น ให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ๑.๒.๒ มีสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ที่จ าเป็นและจัดเก็บระบบส ารองต่างๆที่เหมาะสมในการ ปฏิบัติการอ านวยการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๑.๒.๓ มีสถานที่ปลอดภัย มีการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะรวมทั้งก าจัด สิ่งอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนามัยสิ่งแวดล้อม ๑.๒.๔ ระบบรองรับเพื่อคงความต่อเนื่องในการปฏิบัติการอ านวยการ เช่น ระบบส ารองไฟ ส ารองข้อมูล แผนส ารองฉุกเฉินกรณีเกิดสาธารณภัย เป็นต้น ๑.๓ ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ต้องมีการบริหารจัดการและการพัฒนาระบบสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการฉุกเฉินร่วมกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ได้ทันท่วงทีและตลอดเวลาโดยจัดให้มีเครื่องมือสื่อสารและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จ าเป็นต่อการ ปฏิบัติการฉุกเฉินและเชื่อมต่อในการรับ-ส่งค าสั่งหรือข้อมูลกับหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับพื้นฐาน หน่่วยปฏิิบััติิการ 148 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๖ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษาและหน่วยงานหรือองค์กรที่ร่วมปฏิบัติการฉุกเฉินรวมถึง การเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกลางตามที่ สพฉ. ก าหนด กรณีใช้ข่ายสื่อสารวิทยุคมนาคมหรือวิทยุคมนาคมที่เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในหน่วย ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมและระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติว่าด้วย การควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ต้องจัดให้มีระบบปฏิบัติการส ารองและมีชุดอุปกรณ์สื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศที่จ าเป็นเพื่อให้ปฏิบัติงานได้ในกรณีที่การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการหลักไม่สามารถใช้งานได้ ๑.๔ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์และพาหนะสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการ จัดให้มีอุปกรณ์ ครุภัณฑ์และองค์ประกอบอื่นให้สามารถสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการ ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ทั้งนี้หน่วยปฏิบัติการอาจจัดให้มีพาหนะในการปฏิบัติการฉุกเฉินประเภทไม่ล าเลียงผู้ป่วยที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการและแนวทางการรับรอง มาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือตามแนวทางที่กฎหมายก าหนด ๒. ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง เป็นหน่วยปฏิบัติการซึ่งมีลักษณะปฏิบัติหน้าที่ในการ ปฏิบัติการอ านวยการ ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและประสานงานรวมทั้งจ่ายงานและก ากับการ ตามการอ านวยการทั่วไปและอ านวยการตรงโดยมีวุฒิแพทย์ฉุกเฉินได้ตลอดเวลาเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการ ปฏิบัติการแพทย์ ตามเกณฑ์วิธีและค าสั่งประจ าโดยต้องจัดให้มีกระบวนการด าเนินการให้สามารถปฏิบัติการ ฉุกเฉินได้ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของผู้ปฏิบัติการตามมาตรฐาน การปฏิบัติการฉุกเฉินรวมทั้งตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการ อ านวยการระดับสูงตลอดจนมีมาตรการความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้ปฏิบัติงานและสาธารณะ ในกรณีการอ านวยการตรงขัดแย้งกับการอ านวยการทั่วไปให้ถือปฏิบัติตามการอ านวยการตรงเป็นหลัก ทั้งนี้ จ ากัดเฉพาะการปฏิบัติการฉุกเฉินครั้งนั้นเท่านั้น ๓. การบริหารจัดการและการด าเนินการของหน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูง ต้องมีการบริหารจัดการและการด าเนินการของหน่วย ปฏิบัติการและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ตามข้อ ๔ (๗) แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องหลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ด าเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยอนุโลม การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยปฏิบัติการอ านวยการมีการพัฒนาคุณภาพผู้ปฏิบัติการ และหน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง หน่่วยปฏิิบััติิการ 149 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๗ ค. หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา ๑. ลักษณะของหน่วยปฏิบัติการ ๑.๑ บุคลากร หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษาต้องมีลักษณะ และลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ ตามองค์ประกอบดังต่อไปนี้ ๑.๑.๑ ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉิน ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินมีหน้าที่ด าเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ของผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโดยต้องผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้บริหาร การแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษาซึ่งอาจเป็นบุคคลเดียวกับ ๑.๑.๒ ก็ได้หรือเป็น แพทย์เฉพาะทางสาขาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการอ านวยการที่ปรึกษาที่หน่วยปฏิบัติการอ านวยการนั้น ด าเนินกิจการ ๑.๑.๒ ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีแพทย์เฉพาะทางที่ปรึกษาในสาขาที่หน่วยปฏิบัติการ อ านวยการนั้นด าเนินกิจการ ท าหน้าที่อ านวยการตรงและให้ค าแนะน าการอ านวยการทั่วไปให้แก่ผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และสถานพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ถูกต้องและทันท่วงที ๑.๑.๓ บุคลากรสนับสนุน หน่วยปฏิบัติการต้องจัดให้มีบุคลากรท าหน้าที่ประสานงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ธุรการ และอ านวยความสะดวกอื่นในหน่วยปฏิบัติการโดยผู้ท าหน้าที่ดังกล่าวอาจไม่เป็นผู้ปฏิบัติการก็ได้ ทั้งนี้ ในต าแหน่งใดซึ่งได้ระบุให้เป็นผู้ปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่ได้รับ ประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพนั้นยังไม่หมดอายุ ๑.๒ อาคารสถานที่และสิ่งอ านวยความสะดวก ๑.๒.๑ มีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน มีขนาดของพื้นที่ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการปฏิบัติการ อ านวยการอยู่ในอาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง มีแสงสว่างและการระบายอากาศไม่ก่อเกิดอันตรายต่อสุขภาพ และจัดให้มีสถานที่พักส าหรับบุคลากรของหน่วยปฏิบัติการ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติการในช่วงเวลานั้นให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ๑.๒.๒ มีสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ที่จ าเป็นและจัดเก็บระบบส ารองต่างๆที่เหมาะสม ในการปฏิบัติการอ านวยการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๑.๒.๓ มีสถานที่ปลอดภัย มีการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะรวมทั้งก าจัด สิ่งอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนามัยสิ่งแวดล้อม ๑.๒.๔ ระบบรองรับเพื่อคงความต่อเนื่องในการปฏิบัติการอ านวยการ เช่น ระบบส ารองไฟ ส ารองข้อมูล แผนส ารองฉุกเฉินกรณีเกิดสาธารณภัย เป็นต้น หน่่วยปฏิิบััติิการ 150 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๘ ๑.๓ ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา ต้องมีการบริหารจัดการและการพัฒนาระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการฉุกเฉินร่วมกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ในพื้นที่ ที่รับผิดชอบได้ทันท่วงทีและตลอดเวลาโดยจัดให้มีเครื่องมือสื่อสารและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จ าเป็นต่อการปฏิบัติการฉุกเฉินและเชื่อมต่อในการรับ-ส่งค าสั่งหรือข้อมูลกับหน่วยปฏิบัติการอ านวยการ ระดับพื้นฐาน หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับสูงและหน่วยงานหรือองค์กรที่ร่วมปฏิบัติการฉุกเฉินรวมถึง การเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกลางตามที่ สพฉ. ก าหนด กรณีใช้ข่ายสื่อสารวิทยุคมนาคมหรือวิทยุคมนาคมที่เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในหน่วย ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมและระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติว่าด้วย การควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา ต้องจัดให้มีระบบปฏิบัติการส ารองและมีชุดอุปกรณ์ สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศที่จ าเป็นเพื่อให้ปฏิบัติงานได้ในกรณีที่การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการหลักไม่สามารถใช้งานได้ ๑.๔ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์และพาหนะสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการ จัดให้มีอุปกรณ์ ครุภัณฑ์และองค์ประกอบอื่นให้สามารถสนับสนุนปฏิบัติการอ านวยการ ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา ทั้งนี้หน่วยปฏิบัติการอาจจัดให้มีพาหนะในการปฏิบัติการฉุกเฉินประเภทไม่ล าเลียงผู้ป่วยที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการและแนวทางการรับรอง มาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือตามแนวทางที่กฎหมายก าหนด ๒. ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา เป็นหน่วยปฏิบัติการซึ่งมีลักษณะปฏิบัติหน้าที่ในการ ปฏิบัติการอ านวยการตั้งแต่การรับแจ้งและประสานงานรวมทั้งจ่ายงานและก ากับการตามการอ านวยการทั่วไป ของวุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือแพทย์เฉพาะทางสาขานั้นและอ านวยการตรงเฉพาะโรคหรือภัยเฉพาะด้านหรือพื้นที่ เฉพาะที่รับผิดชอบหรือทั้งประเทศได้ตลอดเวลาเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการแพทย์ตามเกณฑ์วิธี และค าสั่งประจ า โดยต้องจัดให้มีกระบวนการด าเนินการให้สามารถปฏิบัติการฉุกเฉินได้ตามอ านาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของผู้ปฏิบัติการตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินรวมทั้งตามอ านาจ หน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบและข้อจ ากัดของหน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษาตลอดจน มีมาตรการความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้ปฏิบัติงานและสาธารณะ ในกรณีการอ านวยการตรงขัดแย้งกับการ อ านวยการทั่วไปให้ถือปฏิบัติตามการอ านวยการตรงเป็นหลัก ทั้งนี้จ ากัดเฉพาะการปฏิบัติการฉุกเฉินครั้งนั้น เท่านั้น การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยปฏิบัติการอ านวยการมีการพัฒนาคุณภาพผู้ปฏิบัติการ และหน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง หน่่วยปฏิิบััติิการ 151 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๙ ๓. การบริหารจัดการและการด าเนินการของหน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการอ านวยการระดับที่ปรึกษา ต้องมีการบริหารจัดการและการด าเนินการ ของหน่วยปฏิบัติการและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ตามข้อ ๔ (๗) แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ฉุกเฉินเรื่องหลักเกณฑ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ด าเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ในระดับท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยอนุโลม การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยปฏิบัติการอ านวยการมีการพัฒนาคุณภาพผู้ปฏิบัติการ และหน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง หน่่วยปฏิิบััติิการ 152 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
1 ประกาศสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ เรื่อง เกณฑและวิธีการติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยที่เปนการสมควรกำหนดเกณฑและวิธีการติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของ หนวยปฏิบัติการอำนวยการ เพื่อใชเปนแนวทางในการกำกับ ดูแล การปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการ อำนวยการใหเปนไปตามหลักเกณฑเงื่อนไขที่กำหนดและมีคุณภาพ เพื่อเปนการคุมครองผูปวยฉุกเฉิน ตามมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติการแพทยฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในขอ ๗ แหงประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหนาที่และการกำกับดูแลหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ .ศ. ๒๕๖๕ เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ จึงใหออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้เรียกวา “ประกาศสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติเรื่อง เกณฑและวิธีการ ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๖” ขอ ๒ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศเปนตนไป ขอ ๓ ในประกาศนี้ “ผูเยี่ยมสำรวจ” หมายความวา บุคคลที่ สพฉ. แตงตั้งหรือมอบหมายใหทำหนาที่ในการตรวจ ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการตามประกาศนี้ “คุณภาพ” หมายความวา ลักษณะที่ดีเดนของบุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ สถานที่ ยานพาหนะ สิ่งอํานวยความสะดวก และวิธีปฏิบัติการฉุกเฉิน ที่กำหนดขึ้นเปนเกณฑหรือขอกำหนดอันจะสง ผลใหสามารถคุมครองความปลอดภัยของผูปวยฉุกเฉินและอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติการฉุกเฉินไดดี ยิ่งขึ้น “คณะอนุกรรมการ” หมายความวา คณะอนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย “สพฉ.” หมายความวา สถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ “เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ขอ ๔ ใหคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการ แบงเปน ๓ ขั้น ดังนี้ (๑) ขั้นที่หนึ่ง หมายความวา หนวยปฏิบัติการอำนวยการนั้นมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติ หนาที่ครบถวน ตามผนวกแนบทายประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไข เกี่ยวกับการปฏิบัติหนาที่และการกำกับดูแลหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ และมีการดำเนินการเพื่อ พัฒนาคุณภาพตามเกณฑที่กำหนดสำหรับขั้นที่หนึ่งครบถวนทุกขอ (๒) ขั้นที่สอง หมายความวา หนวยปฏิบัติการอำนวยการนั้นไดรับการอนุมัติผลการตรวจติดตาม ประเมินคุณภาพขั้นที่หนึ่งผานตามเกณฑ และ ณ วันที่ขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพขั้นที่สอง ยังคงมี หน่่วยปฏิิบััติิการ 153 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
2 การดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพขั้นที่หนึ่งอย่างครบถ้วนและมีการดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพตามเกณฑ์ ที่กำหนดสำหรับขั้นที่สองครบถ้วนทุกข้อ (๓) ขั้นที่สาม หมายความว่า หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นได้รับการอนุมัติผลการตรวจติดตาม ประเมินคุณภาพขั้นที่สองผ่านตามเกณฑ์ และ ณ วันที่ขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพขั้นที่สาม ยังคงมี การดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพขั้นที่สองอย่างครบถ้วนและมีการดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพตามเกณฑ์ ที่กำหนดสำหรับขั้นที่สามครบถ้วนทุกข้อ ข้อ ๕ ในการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ในแต่ละขั้นตามข้อ ๔ ให้ใช้เกณฑ์การตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการเพื่อการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการแนบท้ายประกาศนี้ ซึ่งประกอบด้วย ๕ องค์ประกอบหลัก ดังนี้ (๑) องค์ประกอบที่ ๑ การบริหารจัดการองค์กร (๒) องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ (๓) องค์ประกอบที่ ๓ มาตรการความปลอดภัย (๔) องค์ประกอบที่ ๔ การจัดการข้อมูล (๕) องค์ประกอบที่ ๕ การบริหารทรัพยากรบุคคล ข้อ ๖ หน่วยงานหรือองค์กรใดที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในระดับใด แล้ว จะต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้หน่วยปฏิบัติการยังคงไว้ซึ่งลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ ของการเป็นหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในระดับนั้น รวมทั้งต้องมีการพัฒนาคุณภาพของการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติ หน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ข้อ ๗ กรณีที่หน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามข้อ ๖ ไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอรับการตรวจ ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ได้ หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นจะต้องรายงานผล การดำเนินการและข้อมูลสถานะปจจุบันของหน่วยปฏิบัติการตามแบบแสดงความพร้อมเกี่ยวกับลักษณะและ ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการต่อ สพฉ. ทุกสองปนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้เป็น หน่วยปฏิบัติการอำนวยการ เพื่อแสดงว่าหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นยังคงมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติ หน้าที่ในการเป็นหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในระดับนั้น ข้อ ๘ กรณีที่หน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามข้อ ๖ มีความประสงค์จะขอรับการตรวจติดตาม ประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นใดขั้นหนึ่งตามข้อ ๔ ให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้น ส่งหนังสือแจ้ง ความจำนงขอรับการเยี่ยมสำรวจเพื่อตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเอกสารประกอบ หนังสือแจ้งความจำนงมายัง สพฉ. ให้ สพฉ. ดำเนินการจัดให้มีการเยี่ยมสำรวจเพื่อตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการที่ได้แจ้งความจำนงตามวรรคหนึ่งภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ สพฉ. ได้รับหนังสือแจ้งความจำนงและเอกสารประกอบหนังสือแจ้งความจำนงครบถ้วน หน่่วยปฏิิบััติิการ 154 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
3 ในการดำเนินการเยี่ยมสำรวจตามวรรคสอง ให้ สพฉ. แต่งตั้งผู้เยี่ยมสำรวจ จำนวนไม่เกินสามคน ประกอบด้วย หัวหน้าผู้เยี่ยมสำรวจและผู้เยี่ยมสำรวจ และให้เลขาธิการมอบหมายผู้ปฏิบัติงานของ สพฉ. คนหนึ่งหรือหลายคน เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้ผู้เยี่ยมสำรวจมีหน้าที่ตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการ โดยเข้าตรวจติดตามประเมินคุณภาพ ณ สถานที่ตั้งของหน่วยปฏิบัติการ ตรวจเอกสารหลักฐาน สำคัญและจำเป็น รวมทั้งสัมภาษณผู้เกี่ยวข้อง หรืออาจตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ ในรูปแบบการตรวจทางไกล โดยให้หน่วยปฏิบัติการที่รับการเยี่ยมสำรวจแสดงข้อมูล หลักฐานเอกสารสำคัญ และจำเป็น หรือให้สัมภาษณผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได้ และให้รายงานผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพ การปฏิบัติหน้าที่ต่อ สพฉ. เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการในการพิจารณาอนุมัติผลการตรวจติดตามประเมิน คุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้น ข้อ ๙ หน่วยปฏิบัติการอำนวยการใดที่ได้รับการอนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการ ปฏิบัติหน้าที่ในขั้นใดขั้นหนึ่งจากคณะอนุกรรมการแล้ว ให้ถือว่าหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นได้รับการ รับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ โดยให้การรับรองมีอายุสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับ อนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ตามที่ปรากฏ ในหนังสือรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้น ข้อ ๑๐ เพื่อให้สถานะรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ มีความต่อเนื่องและเกิดความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพ ให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการที่ได้รับการรับรอง คุณภาพในขั้นใดขั้นหนึ่งแล้วตามข้อ ๙ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ภายในห้วงเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อย แปดสิบวันก่อนวันหมดอายุการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นนั้น ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการในระดับที่สูงกว่า ให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นส่งหนังสือแจ้งความจำนงต่อ สพฉ. ตามความ พร้อมของหน่วยปฏิบัติการ พร้อมกับแสดงข้อมูลความพร้อมตามแบบประเมินตนเองตามเกณฑในระดับขั้น คุณภาพที่ประสงคจะขอรับรอง แล้ว สพฉ. จะจัดให้มีการเยี่ยมสำรวจและดำเนินการตามข้อ ๘ และข้อ ๙ (๒) กรณีขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อต่ออายุการรับรองในระดับ ขั้นคุณภาพที่เคยได้รับการรับรองอยู่เดิม ให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นส่งหนังสือแจ้งความจำนงขอต่ออายุ การรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ต่อ สพฉ. โดยให้แสดงข้อมูลผลการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการ ในระดับขั้นคุณภาพที่เคยได้รับการรับรองอยู่เดิม พร้อมรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการตาม ข้อเสนอแนะจากการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ครั้งก่อนหน้า(ถ้ามี) หากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการใดยื่นขอดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตาม (๑) หรือ (๒) ในระยะเวลาน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน อาจส่งผลให้สถานะการรับรองไม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้การนับอายุการ รับรองคุณภาพจะเริ่มตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพ การ ปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้น หากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการใดไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตาม (๑) หรือ (๒) ภายในเวลา ที่กำหนดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้วแต่กรณีจะทำให้สถานะการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นสิ้นสุดลง หากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นประสงคจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หน่่วยปฏิิบััติิการ 155 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
4 จะต้องรายงานผลการดำเนินการและข้อมูลสถานะปจจุบันของหน่วยปฏิบัติการตามแบบแสดงความพร้อม เกี่ยวกับลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการต่อ สพฉ. เพื่อแสดงว่า หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นยังคงมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ในการเปนหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการในระดับนั้น ข้อ ๑๑ กรณีการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการต่ออายุตามข้อ ๑๐(๒) ให้ สพฉ. เปนผู้ดำเนินการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการต่ออายุ ทั้งนี้ สพฉ. อาจจัดให้ มีบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เปนผู้เยี่ยมสำรวจตามข้อ ๘ วรรคสาม จำนวนไม่เกินสองคน เข้าร่วมในการตรวจ ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการต่ออายุด้วยก็ได้ โดยใช้รูปแบบการตรวจอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อ ๘ วรรคท้าย เมื่อ สพฉ. ได้ตรวจข้อมูลผลการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการในระดับขั้นคุณภาพที่เคยได้รับ การรับรองอยู่เดิม พร้อมรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากการตรวจติดตาม ประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ครั้งก่อนหน้า(ถ้ามี) ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการที่แจ้งความจำนงตามข้อ ๑๐(๒) แล้ว ปรากฏว่าผลการตรวจเปนไปตามเกณฑที่กำหนดในระดับขั้นคุณภาพที่เคยรับรองอยู่เดิม ให้ สพฉ. รายงานผลต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อ การต่ออายุ และเมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่เพื่อ การต่ออายุแล้ว ให้ถือว่าหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นได้รับการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการในระดับขั้นคุณภาพที่เคยได้รับการรับรองอยู่เดิม โดยให้การรับรองมีอายุสี่ปนับแต่วันถัด จากวันที่ได้รับการรับรองอยู่เดิมตามที่ปรากฏในหนังสือรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการนั้น ข้อ ๑๒ กรณีที่คณะอนุกรรมการได้พิจารณาผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติ หน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐(๑) และ ข้อ ๑๐(๒) แล้ว เห็นว่าไม่เปนไปตามเกณฑ ที่กำหนด แต่ยังมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่เปนไปตามประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ คณะอนุกรรมการจะแจ้งให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หรือดำเนินการอื่นอันจำเปน โดยยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นไม่ดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไข คณะอนุกรรมการอาจไม่อนุมัติผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการในระดับขั้นคุณภาพนั้น และมีมติให้การดำเนินการอื่น ได้แก่ อนุมัติผลการตรวจติดตาม ประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในระดับขั้นคุณภาพที่ต่ำกว่า หรืออนุมัติการมี ลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ โดยพิจารณาตามรายงานผลการตรวจ ติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้น แล้วแต่กรณี กรณีที่คณะอนุกรรมการได้พิจารณาผลการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐(๑) และ ข้อ ๑๐(๒) แล้ว เห็นว่าไม่เปนไปตามเกณฑที่กำหนด และมีลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ไม่เปนไปตามประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ คณะอนุกรรมการจะแจ้งให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการนั้นปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือดำเนินการ หน่่วยปฏิิบััติิการ 156 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
5 อื่นอันจำเปนตอไป แล้วแตกรณี หากไมดำเนินการในระยะเวลาที่กำหนดโดยไมมีเหตุผลอันสมควร อาจสั่งจำกัดสิทธิหรือขอบเขตความรับผิดชอบในการปฏิบัติการฉุกเฉินของหนวยปฏิบัติการอำนวยการนั้น หรือ จะสั่งงดการสนับสนุนด้านการเงินหรือดำเนินการอื่นใดอันจำเปนก็ได้ หนวยปฏิบัติการอำนวยการใดที่คณะอนุกรรมการมีมติตามวรรคสอง ให้ถือวาสถานะการอนุมัติ เปนหนวยปฏิบัติการและการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่สิ้นสุดลงนับแตวันที่มีมติ หากหนวยปฏิบัติการ อำนวยการนั้นประสงคจะขอปฏิบัติหน้าที่ตอไป จะต้องยื่นขอรับการอนุมัติเปนหนวยปฏิบัติการอำนวยการ ตามข้อ ๔ แหงประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๑๓ หนวยปฏิบัติการอำนวยการใดที่ได้รับการรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นใด ขั้นหนึ่งแล้ว หนวยปฏิบัติการอำนวยการนั้นจะต้องจัดให้มีกระบวนการในการกำกับ ดูแล ให้มีคุณภ าพ การปฏิบัติหน้าที่อยูตลอดเวลา รวมทั้งมีความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง ทั้งนี้ สพฉ. อาจจัด ให้มีการติดตามเพื่อเฝาระวัง (Surveillance) การพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งสงเสริม สนับสนุน เพื่อให้เกิด ความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพหนวยปฏิบัติการอำนวยการได้ตามความเหมาะสม ข้อ ๑๔ กรณีหนวยปฏิบัติการอำนวยการใดไมรายงานผลการดำเนินการและข้อมูล สถานะปจจุบันของหนวยปฏิบัติการตามแบบแสดงความพร้อมเกี่ยวกับลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการตามข้อ ๗ และไมขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ ตามข้อ ๘ หรือไมดำเนินการตามข้อ ๑๐ ให้ สพฉ. มีหนังสือแจ้งให้หนวยปฏิบัติการอำนวยการดำเนินการตาม ข้อ ๗ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไมดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดให้เสนอตอคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณา โดยคณะอนุกรรมการอาจสั่งจำกัดสิทธิหรือขอบเขตความรับผิดชอบในการปฏิบัติการฉุกเฉิน ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการนั้น หรือจะสั่งงดการสนับสนุนด้านการเงินหรือดำเนินการอื่นใดอันจำเปนก็ได้ ข้อ ๑๕ หนวยปฏิบัติการอำนวยการที่ได้รับการประกาศรายชื่อให้เปนหนวยปฏิบัติการตามข้อ ๙ แหงประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่มีความพร้อมในการขออนุมัติเปน หนวยปฏิบัติการอำนวยการและมีความพร้อมในการขอรับการตรวจติดตามประเมินคุณภาพตามประกาศนี้ อาจขอรับการตรวจประเมินในคราวเดียวกันก็ได้ ข้อ ๑๖ เลขาธิการรักษาการตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีปญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้เลขาธิการเปนผู้วินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้ อาจขอคำแนะนำจากคณะอนุกรรมการประกอบการวินิจฉัยก็ได้ ประกาศ ณ วันที่ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรืออากาศเอก (อัจฉริยะ แพงมา) เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ ประกาศ ณ วัันที่่� ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรืืออากาศเอก อััจฉริิยะ แพงมา เลขาธิิการสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิ หน่่วยปฏิิบััติิการ 157 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
6 รายละเอียดแนบทายประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ เรื่อง เกณฑ์และวิธีการติดตามประเมินคุณภาพการปฏิบัติหนาที่ของหนวยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๖ กำหนดให้มีเกณฑ์คุณภาพและข้อกำหนดในแต่ละองค์ประกอบ สำหรับใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจติดตามคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในแต่ละระดับขั้นคุณภาพ โดยมีรายละเอียดในแต่ละองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ องค์ประกอบที่ ๑ การบริหารจัดการองค์กร เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๑.๑ หน่วยปฏิบัติการมี การจัดโครงสร้างผัง องค์กรและการ บริหารจัดการเชิง กลยุทธ์เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ขอกำหนดที่ ๑.๑.๑ มีการจัดโครงสร้างผังองค์กร และกำหนดภารกิจการพัฒนาคุณภาพเป็นนโยบายสำคัญ ขอกำหนดที่ ๑.๑.๒ มีการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการงานพัฒนาคุณภาพหน่วยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม ขอกำหนดที่ ๑.๑.๓ การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพหน่วยปฏิบัติการ มีความสอดคล้องกับ แผนกลยุทธ์ ขอกำหนดที่ ๑.๑.๔ มีกระบวนการประเมินติดตามผลลัพธ์การดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการ ขอกำหนดที่ ๑.๑.๕ มีการดำเนินการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และมีผลงานเด่นเชิงประจักษ์ การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) หน่วยงานหรือองค์กรมีการ กำหนดภารกิจของหน่วยปฏิบัติ การเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของ หน่วยงาน มีผังองค์กรแสดงเป็นลาย ลักษณ์อักษรที่ชัดเจน (๒) หน่วยงานหรือองค์กรมีการ กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ที่ ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน และมีการ กำหนดภารกิจของหน่วยปฏิบัติการ เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจองค์กร (๓) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการมีส่วนร่วมในการ กำหนดนโยบาย ตัดสินใจ และ วางแผนเกี่ยวกับแผนพัฒนาคุณภาพ หน่วยปฏิบัติการ และเป็นผู้นำในการ วางแผนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุตาม เปาหมาย (๔) มีแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับ แผนกลยุทธ์ (๑) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินมีกลไก สร้างความเข้าใจและความตระหนัก ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ในการปฏิบัติงาน ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล และเป็นผู้นำในการพัฒนางานคุณภาพ (๒) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินมีการ ปฏิบัติที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม นโยบาย เปาหมายของ องค์กร เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการ (๓) มีการกำหนดแผนการติดตาม ประเมินคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยปฏิบัติการทั้งระยะสั้นและระยะ ยาว ไว้ในแผนกลยุทธ์ของหน่วย ปฏิบัติการ (๔) มีระบบรายงานและติดตาม ความก้าวหน้าของการพัฒนาตาม แผนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผลการ ดำเนินการและการบรรลุเปาหมาย ของการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม (๕) มีผลลัพธ์การดำเนินการ ที่บรรลุเปาหมายเป็นส่วนใหญ่ (๑) มีการดำเนินการตามแผนพัฒนา คุณภาพหน่วยปฏิบัติการ สอดคล้อง กับแผนกลยุทธ์ ตอบสนองค่านิยม ทิศทาง การพัฒนา และนำปัญหา อุปสรรคมาเป็นแนวทางในการพัฒนา คุณภาพให้ดียิ่งขึ้น (๒) มีการวิเคราะห์ วางแผนปรับปรุง แก้ไขผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และนำผลการวิเคราะห์มาใช้เป็น ข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพ (๓) มีการนำผลลัพธ์ที่ไม่บรรลุมา พัฒนาคุณภาพ (๔) ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการมี การสร้างผลงานคุณภาพในเชิง ประจักษ์ (Best practice) (๕) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินเป็น แบบอย่างในการปฏิบัติส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจน หน่่วยปฏิิบััติิการ 158 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
7 องค์ประกอบที่ ๑ การบริหารจัดการองค์กร เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๑.๒ การบริหารจัดการ ด้านงบประมาณ ของหน่วย ปฏิบัติการ ขอกำหนดที่ ๑.๒.๑ มีการกำหนดแผนงบประมาณสำหรับการพัฒนาหน่วยปฏิบัติการ ขอกำหนดที่ ๑.๒.๒ มีระเบียบการใช้งบประมาณ และกระบวนการควบคุมภายในหรือตรวจสอบภายใน การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีแผนงบประมาณสำหรับการ พัฒนาหน่วยปฏิบัติการเพื่อสนับสนุน การดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านวัสดุและครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ อื่นๆ ที่จำเป็น (๒) มีระเบียบการใช้งบประมาณ (๑) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ สำหรับการพัฒนาหน่วยปฏิบัติการ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ (๒) มีการกำกับควบคุมการใช้ งบประมาณที่เป็นไปตามแผนและมี รายงานการใช้งบประมาณ (๓) มีรายงานผลการตรวจสอบภายใน ในปีปัจจุบัน (๑) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ สำหรับการพัฒนาหน่วยปฏิบัติการ ตามแผนกลยุทธ์เป็นส่วนใหญ่ (๒) มีการใช้งบประมาณตามกรอบ ระยะเวลาที่กำหนด เกณฑ์คุณภาพที่ ๑.๓ การบริหารจัดการ ด้านการพัฒนางาน คุณภาพ การ บริหารความเสี่ยง และส่งเสริมการ รับรู้ของประชาชน ขอกำหนดที่ ๑.๓.๑ มีการกำหนดให้การรับรองคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ เป็น เปาหมายสำคัญของแผนพัฒนาคุณภาพ ขอกำหนดที่ ๑.๓.๒ มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยง ขอกำหนดที่ ๑.๓.๓ มีระบบการรายงานความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Incident report) และมีการค้นหา สาเหตุของความเสี่ยง (Root cause analysis) ขอกำหนดที่ ๑.๓.๔ การมีส่วนร่วมกับชุมชนและส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชน การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีการประกาศนโยบายคุณภาพที่ ครอบคลุมความปลอดภัยและ คุณภาพการให้บริการ (๒) มีการสื่อสารนโยบายคุณภาพสู่ ผู้ปฏิบัติ (๓) มีการกำหนดความเสี่ยงและแนว ทางการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสี่ยง (๔) มีนโยบายการมีส่วนร่วมกับชุมชน และส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ การแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชน (๕) มีการกำหนดประเด็นความรู้ด้าน การแพทย์ฉุกเฉินสำหรับประชาชน (๑) มีการดำเนินงานตามนโยบาย คุณภาพ (๒) มีการนำผลการรายงานความเสี่ยง ไปกำหนดแนวทางในการปองกันความ เสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงซ้ำ (๓) มีการดำเนินงานตามนโยบายการ มีส่วนร่วมกับชุมชน (๔) มีรายงานผลการดำเนินงานตาม นโยบายคุณภาพ (๕) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการมีการกำกับ ติดตาม การพัฒนาคุณภาพหน่วยปฏิบัติการ ในแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง (๖) มีทีมบริหารคุณภาพของหน่วย ปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนงานคุณภาพ ของหน่วยปฏิบัติการ (๑) มีการค้นหาความเสี่ยงเชิงรุก จาก กระบวนการทำงานและจากการสำรวจ หน้างาน (๒) มีการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root cause analysis) (๓) มีระบบบริหารความเสี่ยงที่มี องค์ประกอบครอบคลุมนโยบายความ เสี่ยง การค้นหาความเสี่ยง การวิเคราะห์ ความเสี่ยง และการจัดการความเสี่ยง (๔) มีการนำผลการดำเนินงานตาม นโยบายคุณภาพไปใช้ในการพัฒนา หน่วยปฏิบัติการ (๕) มีการนำผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ ทบทวนอุบัติการณ์/ความเสี่ยง มา วางแผน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อปองกัน/ลดความรุนแรงความ หน่่วยปฏิิบััติิการ 159 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
8 องค์ประกอบที่ ๑ การบริหารจัดการองค์กร เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๗) มีระบบการรายงานความเสี่ยง หรือเหตุการณไม่พึงประสงค (Incident report) (๘) มีการทบทวนอุบัติการณ/ความ เสี่ยงเชื่อมโยง กับความเสี่ยงทั่วไป ความเสี่ยงจากการปฏิบัติการ อำนวยการ และความเสี่ยงทาง กฎหมายและจริยธรรม (๙) มีการวิเคราะหความเสี่ยงอย่าง รอบด้านทั้งความเสี่ยงทั่วไป ความ เสี่ยงจากการปฏิบัติการอำนวยการ และความเสี่ยงทางกฎหมายและ จริยธรรม (๑๐) มีผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการ มีส่วนร่วมของชุมชนและการรับรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉินแก่ ประชาชน เสี่ยง และนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา เพื่อปองกันมิให้เกิดซ้ำ (๖) มีการกำหนดช่องทางการรับฟง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการ ของหน่วยปฏิบัติการจากชุมชน และ นำข้อคิดเห็นมาประกอบการวางแผน พัฒนาคุณภาพของหน่วยปฏิบัติการ (๗) มีการประเมินการรับรู้ข้อมูล เกี่ยวกับการแพทยฉุกเฉินของ ประชาชนทุกปี อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๑ การเตรียมความ พร้อมและการจัด อัตรากำลังสำหรับ การปฏิบัติการ อำนวยการ ขอกำหนดที่ ๒.๑.๑ มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการอำนวยการตามลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยปฏิบัติการตลอดเวลา การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีกระบวนการในการเตรียมความ พร้อมสำหรับการปฏิบัติการอำนวย การได้ตลอดเวลา ตามห้วงเวลาที่ ดำเนินการ โดยมีการกำหนดเป็น แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติการใน ทุกตำแหน่งไว้เป็นลายลักษณอักษรที่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (๒) มีระบบการตรวจสอบความพร้อม ของอุปกรณต่างๆ ให้มีเพียงพอและ พร้อมใช้ (๑) ผู้บริหารการแพทยฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการ มีกลไกในการ ดำเนินการให้ผู้ปฏิบัติการที่ทำหน้าที่ ในตำแหน่งต่างๆในหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการ มีความเข้าใจเกี่ยวกับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ใน ตำแหน่งของตนเป็นอย่างดี โดยมีการ กำหนดแนวทางการสื่อสารแจ้งแก่ผู้ ปฏิบัติการทราบ (๑) ผู้บริหารการแพทยฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการ มีกลไกในการตรวจ สอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติการ ในแต่ละตำแหน่ง (๒) มีรายงานผลลัพธการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติการใน ทุกตำแหน่ง ไม่พบจุดบกพร่อง ผู้ปฏิบัติ การทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ใน ตำแหน่งของตนได้อย่างสมบูรณแบบ หน่่วยปฏิิบััติิการ 160 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
9 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๓) มีแนวทางปฏิบัติสำรอง กรณีผู้ ปฏิบัติการในตำแหนงหนึ่งตำแหนงใด ขาดหรือลากะทันหัน (๔) มีคูมือปฐมนิเทศ และมีการกำหนด บทบาทหน้าที่ความรับผิด ชอบของ แตละตำแหนงไว้เป็นลายลักษณอักษร (๕) มีแผนการบำรุงรักษาอุปกรณและ ระบบสื่อสาร (๖) มีแผนการสำรองสำหรับการ ปฏิบัติการอำนวยการ กรณีระบบ หลักไมสามารถใช้งานได้ (๒) ผู้บริหารการแพทยฉุกเฉินของ หนวยปฏิบัติการมีการควบคุม กำกับ ให้ผู้ปฏิบัติการนำคูมือแนวทางปฏิบัติ มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในทุก ผลัดเวร เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๑ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๒.๑.๒ มีการจัดอัตรากำลังให้มีผู้ปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑที่กำหนด ปฏิบัติหน้าที่ ครบทุกตำแหนงตลอดเวลาที่ให้บริการ การดำเนินการของ หนวยปฏิบัติการ (๑) หนวยปฏิบัติการมีนโยบายและ แนวทางในการบริหารจัดการให้มี อัตรากำลังที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ในจำนวนที่เพียงพอ ให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลาที่ให้บริการ อยางน้อยตามที่กำหนดตาหลักเกณฑ และเงื่อนไขของการเป็นหนวยปฏิบัติการ (๒) มีการจัดตารางการหมุนเวียนการ ปฏิบัติงานในสัดสวนที่เหมาะสมกับ ผู้ปฏิบัติการแตละบุคคล มีเวลาพักที่ เหมาะสมวันละไมน้อยกวา ๘ ชั่วโมง (๓) ผู้บริหารการแพทยฉุกเฉินของ หนวยปฏิบัติการ มีการสื่อสารแจ้ง ตารางการปฏิบัติหน้าที่ลวงหน้า และ มีการกำหนดแนวทางการแลก เปลี่ยนผลัดเวรที่เป็นลายลักษณอักษร (๑) มีการกำกับ ติดตาม วิเคราะห ภาระงาน (workload) การประเมิน ผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและ แนวทางในการบริหารจัดการ อัตรากำลัง (๒) มีการรวบรวมข้อมูลชั่วโมงการ ปฏิบัติงานที่เกินมาตรฐานตามกฎหมาย แรงงานที่กำหนดเพื่อนำไปใช้ประโยชน ในการบริหารจัดการอัตรากำลังให้ เหมาะสม (๑) มีผลการวิเคราะหระบบงาน เชื่อมโยงกับภาระงานและคุณภาพ ชีวิต (Work Life Balance) ของ บุคลากรในหนวยปฏิบัติการในรอบป เพื่อนำไปสูการปรับปรุงนโยบาย และ แนวทางการบริหารจัดการอัตรากำลัง ให้เหมาะสม (๒) ระบบการบริหารจัดการอัตรากำลัง สงผลให้ผู้ปวยฉุกเฉิน/ผู้รับบริการมี ความปลอดภัย ผู้ปฏิบัติการมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี สามารถเป็นแบบอยางได้ เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๒ การปฏิบัติการ อำนวยการ ขอกำหนดที่ ๒.๒.๑ การรับแจ้ง คัดแยก ประสาน และจายงาน การดำเนินการของ หนวยปฏิบัติการ (๑) มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติใน การรับแจ้งการเจ็บปวยฉุกเฉิน แนว ทางการซักถามข้อมูลที่จำเป็นจากผู้ แจ้ง (Dialogue in call process) (๑) มีการวิเคราะห ทบทวนกระบวน การทำงานในการปฏิบัติการอำนวย การและทุกครั้งที่มีเหตุการณไมพึง ประสงค หรือมีผลลัพธที่ไมเป็นไป ตามเปาหมาย (๑) มีกระบวนการทบทวนผลการ ปฏิบัติการอำนวยการ โดยอาจเป็น การสุม case review เพื่อประเมินผล การปฏิบัติการอำนวยการ (Performance Improvement) หน่่วยปฏิิบััติิการ 161 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
10 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๒) มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติใน การประสานปฏิบัติการฉุกเฉิน (๓) มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติใน การจ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน (๔) มีการจัดทำข้อมูลติดต่อ ประสานงานกับหน่วยปฏิบัติการอื่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติการฉุกเฉิน (๕) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการ มีการสื่อสารแจ้ง แนวปฏิบัติต่างๆ ให้ผู้ปฏิบัติงานใน หน่วยรับทราบอย่างทั่วถึง (๖) มีแนวปฏิบัติในการรับ-ส่งเวรการ ส่งต่อข้อมูลการปฏิบัติการอำนวยการ ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งด้วยวาจาและการ บันทึกเป็นเอกสาร (๗) มีการกำหนดกระบวนการและ ผลลัพธ์การปฏิบัติการอำนวยการ เป็นตัวชี้วัดคุณภาพที่สำคัญ เช่น ข้อมูลเวลาแต่ละช่วงของการ ปฏิบัติการอำนวยการตั้งแต่ รับแจ้ง คัดแยก และจ่ายงาน ข้อมูลความ ถูกต้องของการคัดแยกและจ่ายงาน (Under & Over Triage) เป็นต้น (๘) มีการกำหนดกระบวนการทำงาน (Process of working) และแนว ปฏิบัติในแต่ละช่วงเวลาไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจในการ ปฏิบัติการ เช่น ตั้งแต่รับแจ้งการ เจ็บปวยฉุกเฉิน จนกระทั่งชุด ปฏิบัติการนำส่งมอบผู้ปวยฉุกเฉิน ณ ห้องฉุกเฉิน และแจ้งเสร็จสิ้นภารกิจ ในการปฏิบัติการ (๙) มีคู่มือปฏิบัติงาน (Quality Performance) ของหน่วยปฏิบัติการ (๒) มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสั่ง การได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว เช่น โปรแกรมการค้นหาระบุตำแหน่ง การ ส่งข้อมูลการสั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติ การแพทย์ (๓) มีระบบการจัดเก็บข้อมูลคุณภาพ อย่างเป็นระบบ โดยมีผู้บริหารการ แพทย์ฉุกเฉินหรือผู้รับมอบหมาย รวมทั้ง ติดตาม เฝาระวัง ตรวจสอบ ข้อมูลให้มีความครบถ้วน และเป็น ปัจจุบัน (๔) ข้อมูลติดต่อประสานงานกับ หน่วยปฏิบัติการอื่นและหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ได้รับการปรับให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา (๕) มีตัวชี้วัดคุณภาพที่ตรงประเด็น ทั้งความรวดเร็วและความปลอดภัย (๒) มีการนำผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ มาพัฒนา (๓) มีการนำเสนอผลงานคุณภาพที่ เป็น Best Practice ในการประชุม วิชาการต่างๆ (๔) มีการนำผลการวิเคราะห์ ทบทวน และข้อมูลปัญหาจากการปฏิบัติการ อำนวยการมาใช้ในการเสริมแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น หน่่วยปฏิิบััติิการ 162 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
11 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๑๐) มีวิธีปฏิบัติงาน (Work instruction) ที่เกี่ยวกับการ ปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๒ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๒.๒.๒ การให้คำแนะนำแก่ผู้แจ้งเหตุก่อนชุดปฏิบัติการจะไปถึง (Pre Arrival Instruction: PAI) การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีคู่มือหรือแนวปฏิบัติในการให้ Pre arrival instruction ในกลุ่ม อาการนำสำคัญและพบบ่อย อย่าง น้อยเรื่อง การช่วยฟนคืนชีพ (Dispatcher Assisted–CPR :DACPR) แก่ผู้แจ้งเหตุหรือแนวทางในการ ให้คำแนะนำแก่หน่วยปฏิบัติการอื่น (๒) มีการสื่อสารแจ้งแนวทางปฏิบัติ ให้ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยรับทราบอย่าง ทั่วถึง (๓) มีแนวทางในการตัดสินใจ ขอบเขต ในการให้คำแนะนำกับผู้ปฏิบัติงานแต่ ละระดับ และแนวทางการขอคำปรึกษา จากผู้ปฏิบัติการในระดับที่สูงกว่า (๑) มีการจัดเก็บข้อมูลการให้คำแนะนำ แก่ผู้แจ้งเหตุก่อนชุดปฏิบัติการจะไป ถึง รวมทั้งการให้คำแนะนำกับหน่วย ปฏิบัติการอื่นที่ปฏิบัติการฉุกเฉิน (๒) มีการวิเคราะห์ข้อมูลการให้คำ แนะนำแก่ผู้แจ้งเหตุก่อนชุด ปฏิบัติการจะไปถึง (๑) มีการติดตามผลลัพธ์ผู้ปวยฉุกเฉิน ที่ได้รับ Prearrival instruction ตาม CBD (๒) มีการรายงานข้อมูลอัตราการรอด ชีวิตในผู้ปวยที่ได้รับ DA-CPR (๓) มีการนำข้อมูลมาใช้ในกระบวน การพัฒนาคุณภาพ เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๒ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๒.๒.๓ การรับคำสั่งและถ่ายทอดคำสั่งทางการแพทย์ ทั้งการอำนวยการทั่วไป และอำนวยการตรง การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีการกำหนดเปนนโยบายให้ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการ อำนวยการทุกคนต้องมีความรู้ในเรื่อง อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความ รับผิดชอบ และข้อจำกัดในการปฏิบัติ การแพทย์ของผู้ปฏิบัติการในแต่ละ ระดับ (๒) มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การรับคำสั่งและถ่ายทอดคำสั่ง ทางการแพทย์ ทั้งการอำนวยการ ทั่วไปและอำนวยการตรง สื่อสารให้ ผู้ปฏิบัติงานรับทราบ เข้าใจตรงกัน (๓) มีการนำเกณฑ์วิธี (Offline Medical Protocol) มาใช้ในการ ปฏิบัติการอำนวยการ (๑) มีการกำหนดและนำเกณฑ์วิธี (Protocol) มาใช้ในการปฏิบัติการ อำนวยการ รวมทั้งมีการกำกับ ติดตาม ให้ผู้ปฏิบัติการปฏิบัติตามเกณฑ์วิธี (๒) มีการวิเคราะห์ ทบทวน ข้อดี จุด พัฒนาจากการใช้เกณฑ์วิธี (๓) มีรายงานการตรวจสอบความ ถูกต้องของการรับคำสั่ง และการ ถ่ายทอดคำสั่งการแพทย์และการ อำนวยการ (๑) มีกระบวนการทบทวน ประเมินผล แนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อย่าง น้อยทุกครั้งที่มีปญหาในการปฏิบัติ (๒) มีการศึกษาผลลัพธ์จากการใช้ เกณฑ์วิธี (Protocol) ที่ส่งผลต่อ ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้ปวยฉุกเฉิน และนำ ผลการศึกษามาสู่การพัฒนาคุณภาพ (๓) มีการปรับปรุงกระบวนการในการ ขอรับคำสั่งและการถ่ายทอดคำสั่ง การแพทย์และการอำนวยการ (๔) มีการทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์ วิธีให้มีความทันสมัย และเปนปจจุบัน หน่่วยปฏิิบััติิการ 163 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
12 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๔) มีแนวทางหรือคู่มือการปฏิบัติการ สำหรับการอำนวยการตรง (Online Medical Protocol) เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๒ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๒.๒.๔ ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับ สนับสนุนการรับแจ้งการเจ็บปวย ฉุกเฉิน การประสานงานรวมทั้งการ จ่ายงานที่เพียงพอและสามารถใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาที่ ให้บริการ อย่างน้อยตามที่กำหนดไว้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการ เปนหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ (๒) มีระบบสื่อสารและเทคโนโลยี สารสนเทศสำรองที่สามารถใช้งานได้ ทันทีหากระบบหลักไม่สามารถใช้ งานได้ (๓) มีการดำเนินการให้อุปกรณ์ สื่อสารทุกชนิดสามารถใช้งานได้อย่าง ถูกต้อง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ เครื่องมือสื่อสารนั้นๆ กำหนด (๔) มีระบบการตรวจสอบความพร้อม ใช้และการบำรุงรักษา อย่างต่อเนื่อง เปนลายลักษณ์อักษร (๕) ผู้บริหารหน่วยปฏิบัติการมีแผน กำกับ ดูแล เพื่อให้ระบบสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๖) มีการกำหนดแผน และงบประมาณ สำหรับใช้ในการพัฒนาระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศในแผนพัฒนา ของหน่วยงานทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว (๗) มีการกำหนดแผนการบำรุงรักษา (Communication maintenance) (๑) มีระบบการเก็บข้อมูล บันทึก ปญหาการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจาก ความบกพร่องของระบบสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศ (๒) มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ สนับสนุนการปฏิบัติการอำนวยการ รวมทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ ผู้ปวยกลุ่มเปราะบาง (๓) มีการซ้อมใช้ระบบการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศสำรอง กรณีหากเกิดเหตุการณ์ระบบการ สื่อสารหลักไม่สามารถใช้งานได้และ เมื่อเกิดสถานการณ์สาธารณภัย (๔) มีกระบวนการกำกับ ติดตาม ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (๕) มีการดำเนินการเพื่อพัฒนา เพิ่มพูนความรู้และทักษะผู้ปฏิบัติ งานเกี่ยวกับการสื่อสาร การใช้ เครื่องมือสื่อสารและเทคโนโลยี สารสนเทศ (๑) มีรายงานผลการตรวจสอบแผน การบำรุงรักษา (Communication maintenance) จากหน่วยงานภายใน และหน่วยงานภายนอก (๒) มีการปรับปรุงแผนพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง เปนตัวอย่างรูปแบบการ บริหารจัดการด้านระบบสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี หน่่วยปฏิิบััติิการ 164 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
13 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร มีการ ตรวจสอบคุณภาพการใช้งานโดย หน่วยงานภายในและหน่วยงาน ภายนอก เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๒ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๒.๒.๕ การประกันคุณภาพผลลัพธ์การปฏิบัติการอำนวยการของหน่วยปฏิบัติการ ขอกำหนดที่ ๒.๒.๖ ตัวชี้วัดคุณภาพการปฏิบัติการอำนวยการ การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีการวางแผนการประเมินความ พึงพอใจจากผู้รับบริการทั้งภายใน และภายนอกด้วยวิธีการที่เหมาะสม กับกลุ่มต่างๆ และนำมากำหนด โอกาสพัฒนา (๒) มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ในการพัฒนาคุณภาพตัวชี้วัดคุณภาพ การปฏิบัติการอำนวยการของผู้ปฏิบัติ งานทุกระดับ รวมทั้งมอบหมายให้มี ผู้รับผิดชอบ เฝาระวัง ติดตาม ตัวชี้วัด ของหน่วยปฏิบัติการ (๓) มีการออกแบบการประเมินความ พึงพอใจของบุคลากรในหน่วยปฏิบัติการ ต่อระบบงานของหน่วยปฏิบัติการ (๑) มีผลลัพธ์ของตัวชี้วัดคุณภาพ ผ่าน เกณฑ์ที่กำหนดเป็นส่วนใหญ่ (๒) มีการวิเคราะห์ ประเมินผลเพื่อ วางแผนปรับปรุงตัวชี้วัดที่ยังไม่ผ่าน ตามเกณฑ์ที่กำหนด (๓) มีการประเมินความพึงพอใจของ หน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่มีต่อหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการ อย่างน้อยปละ ๑ ครั้ง พร้อมสรุปผลการสำรวจความ พึงพอใจ (๔) มีการนำข้อมูลตัวชี้วัดและผลการ ประกันคุณภาพมาใช้ในการพัฒนา คุณภาพ ระบบและกลไกการประกัน คุณภาพของหน่วยปฏิบัติการอย่าง ต่อเนื่อง (๕) ผู้บริหารหน่วยปฏิบัติการ มีการ กำกับ ติดตาม การพัฒนาคุณภาพ ของหน่วยปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการติดตามประเมินผลการ ประกันคุณภาพตามตัวชี้วัดคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง (๑) มีการประเมินความพึงพอใจของ ผู้รับบริการภายนอก ต่อระบบบริการ ของหน่วยปฏิบัติการอย่างน้อยปละ ๑ ครั้ง (๒) มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ โดยใช้ข้อมูลจากการประเมินความพึง พอใจเป็นส่วนหนึ่งในแผนการปรับปรุง พัฒนาคุณภาพระบบและกลไกการ จัดการคุณภาพของหน่วยปฏิบัติการ (๓) มีผลงานคุณภาพตามตัวชี้วัดเป็น ที่ยอมรับ ที่เป็นผลงานเด่นและมีการ นำเสนอในการประชุมวิชาการหรือได้ รับการตีพิมพ์เผยแพร่ (๔) ผลลัพธ์การพัฒนาคุณภาพของ หน่วยปฏิบัติการอยู่ในระดับแนวหน้า เมื่อเทียบเคียงกับหน่วยปฏิบัติการอื่น ในระดับเดียวกัน เกณฑ์คุณภาพที่ ๒.๓ การปฏิบัติการ อำนวยการในกรณี สถานการณ์สา ธารณภัย ขอกำหนดที่ ๒.๓.๑ การเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์สาธารณภัย (Disaster Preparedness) การดำเนินการของ หน่วยปฏิบัติการ (๑) มีแผนบริหารจัดการด้านการแพทย์ ฉุกเฉินกรณีสาธารณภัย (๒) มีการกำหนดแนวทางการประสาน และจ่ายงานกรณีสาธารณภัย (๑) มีการทบทวนแผนบริหารจัดการ ด้านการแพทย์ฉุกเฉินกรณีสาธารณภัย (๒) มีการซ้อมแผนบริหารจัดการด้าน การแพทย์ฉุกเฉินกรณีสาธารณภัยทั้ง (๑) มีการถอดบทเรียนจากการซ้อม แผนร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่ เกี่ยวข้อง หรือจากสถานการณ์จริง (ถ้ามี) หน่่วยปฏิิบััติิการ 165 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
14 องค์ประกอบที่ ๒ การปฏิบัติการอำนวยการ เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๓) มีการรวบรวมและจัดทำข้อมูล Surge Capacity เพื่อแสดงศักยภาพ และความพร้อมในการรับผู้ปวย ฉุกเฉินในเขตสุขภาพ ภายในและภายนอกหน่วยงานอย่าง น้อยปีละ ๑ ครั้ง (๓) มีการกำกับ ติดตาม และประเมิน ผลการซ้อมแผนสาธารณภัยทุกปี (๒) มีการปรับปรุงแผนการซ้อมการ บริหารจัดการด้านการแพทยฉุกเฉิน กรณีสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงาน ภายนอกอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง องค์ประกอบที่ ๓ มาตรการความปลอดภัย เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๓.๑ นโยบายความ ปลอดภัยของ หน่วยปฏิบัติการ ขอกำหนดที่ ๓.๑.๑ มีนโยบายและแนวทางความปลอดภัยที่ครอบคลุมการปฏิบัติงาน ขอกำหนดที่ ๓.๑.๒ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการว่าจะได้รับบริการจากผู้ปฏิบัติการที่มีความรู้ ความสามารถที่เพียงพอที่จะสามารถให้บริการผู้ปวยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีนโยบายและแนวทางเกี่ยวกับ มาตรการความปลอดภัยในระดับ บุคคล (๒) มีการกำหนดช่องทางด่วนในการ รายงานต่อแพทยอำนวยการ ปฏิบัติการฉุกเฉินหรือผู้บริหาร กรณี เกิดความปญหารุนแรงที่ต้องการ การตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของ ผู้ปวยฉุกเฉิน (๑) มีนโยบายและแนวทางเกี่ยวกับ มาตรการความปลอดภัยในระดับทีม (๒) มีระบบการติดตาม แจ้งเตือนให้ ผู้ปฏิบัติการได้รับการต่ออายุ ใบอนุญาตหรือประกาศนียบัตรอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเชื่อมั่นได้ว่า ผู้ปฏิบัติการนั้น ยังคงมีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการคุ้ม ครองความปลอดภัยของผู้ปวยฉุกเฉิน (๓) มีระบบเฝาระวังความเสี่ยงและ สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงได้ อย่างรวดเร็ว ทันเวลา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยของผู้ปวยฉุกเฉิน (๑) มีนโยบายและแนวทางเกี่ยวกับ มาตรการความปลอดภัยในระดับ คณะกรรมการ (๒) มีระบบบริหารความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) (๓) มีการประเมิน safety culture ขององคกรอย่างสม่ำเสมอ เกณฑ์คุณภาพที่ ๓.๑ (ต่อ) ขอกำหนดที่ ๓.๑.๓ ความปลอดภัยของบุคลากร การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย มี ระบบรักษาความปลอดภัยและมี การติดตั้งอุปกรณปองกันความ ปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ จริง (๒) มีแผนและรายงานการตรวจสอบ ระบบความปลอดภัยอาคารสถานที่ (๑) มีการประชุมติดตามการบริการ การจัดการด้านความปลอดภัยใน หน่วยงาน (๒) มีคณะทำงานหรือทีมงานความ ปลอดภัย โดยปฏิบัติงานร่วมกับ คณะทำงานด้านการจัดการความ เสี่ยง (๑) ผู้บริหารการแพทยฉุกเฉิน ให้ ความสำคัญกับความปลอดภัยของ บุคลากรทั้งขณะปฏิบัติหน้าที่และ นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ (๒) คณะทำงานหรือทีมงานความ ปลอดภัย มีการประชุมปรับปรุงแนว ปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยอย่าง สม่ำเสมอ หน่่วยปฏิิบััติิการ 166 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
15 องค์ประกอบที่ ๓ มาตรการความปลอดภัย เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม ที่ทำโดยหน่วยงานภายในองค์กรและ ภายนอกองค์กรในรอบปีที่ผ่านมา (๓) มีระบบการตรวจสอบประสิทธิภาพ การใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันความ ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และมีการ ระบุผู้รับผิดชอบชัดเจน (๔) มีระบบการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ เชื่อมต่อระบบไฟฟ้า เครื่องมือ สื่อสาร อุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ใน สภาพที่พร้อมใช้งานได้ (๕) มีแผนและมีการฝึกซ้อมอพยพ หนีไฟ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง (๓) มีการถอดบทเรียนจากการ ฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ มาปรับปรุง แผนอัคคีภัยขององค์กร (๔) มีผลการตรวจสอบระบบความ ปลอดภัยอาคารสถานที่ ที่ทำโดย หน่วยงานภายในองค์กรและภายนอก องค์กรครั้งล่าสุดในรอบปีที่ผ่านมา (๓) มีวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ เด่นชัดในหน่วยงาน (๔) มีการทบทวนและปรับปรุงแผน อัคคีภัยขององค์กรทุกปี องค์ประกอบที่ ๔ การจัดการข้อมูล เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๔.๑ ระบบเอกสารและ การบันทึกข้อมูล ข้อกำหนดที่ ๔.๑.๑ มีระบบการจัดการเอกสารและการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติการอำนวยการ ข้อกำหนดที่ ๔.๑.๒ การรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรและผู้ปวยฉุกเฉิน การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) หน่วยปฏิบัติการมีระบบการ จัดเก็บเอกสารและการบันทึกข้อมูล ปฏิบัติการอำนวยการที่เชื่อมโยงกับ ระบบฐานข้อมูลกลางที่สพฉ. กำหนด (๒) มีระบบสำรองการจัดเก็บและ บันทึกข้อมูลการปฏิบัติการอำนวยการ กรณีระบบการบันทึกและจัดเก็บ หลักไม่สามารถใช้งานได้ (๓) หน่วยปฏิบัติการมีนโยบายหรือ ระเบียบปฏิบัติในการจัดการเอกสาร และข้อมูล เพื่อความปลอดภัยของ ฐานข้อมูล (Database security) รวมทั้งระบบการกำหนดสิทธิในการ ใช้หรือการเข้าถึงฐานข้อมูล การ แก้ไข ปรับปรุง หรือทำลายข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๔) มีการกำหนดแผนดำเนินการ เรื่องการตรวจสอบคุณภาพการ บันทึก (Audit) ความถูกต้อง (๑) มีการบันทึกข้อมูลปฏิบัติการ อำนวยการในฐานข้อมูลกลางที่ สพฉ. กำหนดในทุกผลัดเวร และ เป็นปจจุบัน ทันเวลา (๒) มีการดำเนินการเรื่องการ ตรวจสอบคุณภาพการบันทึก (Audit) ความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ของการบันทึกข้อมูลการ ปฏิบัติการอำนวยการ (๓) มีการนำผลลัพธ์จากการ ตรวจสอบคุณภาพการบันทึกข้อมูล การปฏิบัติการอำนวยการ มา วิเคราะห์ร่วมกันทั้งผู้บริหารและ ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อรับทราบ (๔) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินของ หน่วยปฏิบัติการมีการมอบหมาย เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานการบริหาร จัดการข้อมูล และกำกับ ติดตาม คุณภาพอย่างต่อเนื่อง (๑) มีระบบการจัดการเอกสารและ บริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ที่เป็น Best practice เป็นตัวอย่าง ที่ดีสำหรับหน่วยปฏิบัติการอื่น (๒) มีผลการทบทวนข้อร้องเรียน หรือการรายงานความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จากความบกพร่องของระบบการ จัดเก็บเอกสารในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา และดำเนินการแก้ไข (๓) มีการนำผลลัพธ์จากการ ตรวจสอบคุณภาพการบันทึกข้อมูล การปฏิบัติการอำนวยการ มา วิเคราะห์ร่วมกันทั้งผู้บริหารและ ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อวางแผนนำไปสู่การ ปรับปรุงและพัฒนา หน่่วยปฏิิบััติิการ 167 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
16 องค์ประกอบที่ ๔ การจัดการข้อมูล เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม ครบถ้วน สมบูรณของการบันทึก ข้อมูลการปฏิบัติการอำนวยการ อยู่ ในแผนพัฒนาคุณภาพหน่วย ปฏิบัติการ (๕) มีการกำกับ ติดตามผลการ ปฏิบัติการตามนโยบาย เพื่อความ ปลอดภัยของฐานข้อมูล (Database security) เกณฑ์คุณภาพที่ ๔.๒ การนำข้อมูลมาใช้ ในการพัฒนา คุณภาพหน่วย ปฏิบัติการและผู้ ปฏิบัติการ ข้อกำหนดที่ ๔.๒.๑ มีการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพหน่วยปฏิบัติการและผู้ปฏิบัติการ การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีการกำหนดหน้าที่ความ รับผิดชอบให้มีผู้ทำหน้าที่ในการ ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน ของข้อมูลการปฏิบัติการอำนวยการ (๒) มีการจัดทำรายงานข้อมูลผลการ ปฏิบัติการอำนวยการ เป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายป (๑) มีการวิเคราะหข้อมูลการปฏิบัติ การฉุกเฉิน ระบุข้อมูลที่เป็นปญหา และนำเสนอในที่ประชุมของหน่วย ปฏิบัติการ เพื่อหาแนวทางในการ แก้ปญหาร่วมกัน อย่างน้อย ไตรมาสละ ๑ ครั้ง (๒) มีการนำข้อมูลมาวิเคราะหอย่าง เป็นระบบ พร้อมกำหนดแนว ทางการแก้ปญหาตามหลักวิชาการ และนำไปสู่การปรับปรุงแนวทาง ปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคุณภาพงาน (๑) มีการนำผลการวิเคราะหข้อมูล มาวางแผนเพื่อพัฒนา และเห็นการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม (๒) มีการนำข้อมูลมาใช้ในการสร้าง งานวิจัย และนำผลการวิจัยมา พัฒนาปรับปรุงคุณภาพงาน และ นำเสนองานวิจัยดังกล่าว ในการ ประชุมวิชาการ องค์ประกอบที่ ๕ การบริหารทรัพยากรบุคคล เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม เกณฑ์คุณภาพที่ ๕.๑ ระบบการบริหาร จัดการทรัพยากร บุคคล ข้อกำหนดที่ ๕.๑.๑ มีการกำหนดนโยบายและแผนงบประมาณสำหรับการพัฒนาบุคลากร ข้อกำหนดที่ ๕.๑.๒ มีฐานทะเบียนข้อมูลบุคลากรในหน่วยปฏิบัติการที่เป็นปจจุบัน และเป็นฐานข้อมูลที่ตรงกันกับ ฐานข้อมูลที่ สพฉ. กำหนด รวมทั้งมีการกำหนดผู้รับผิดชอบดูแลฐานข้อมูลที่ชัดเจนเป็นลายลักษณอักษร ข้อกำหนดที่ ๕.๑.๓ มีการจัดให้มีบุคลากรที่เพียงพอตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ และมีระบบบริหารจัดการ อัตรากำลังสำรอง กรณีเหตุฉุกเฉินหรือเกิดเหตุการณที่ต้องมีการ ระดมทรัพยากรบุคคลเพื่อปฏิบัติการอำนวยการ การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) ผู้บริหารมีนโยบายและกำหนด งบประมาณสำหรับการพัฒนา บุคลากรของหน่วยปฏิบัติการ (๒) มีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ดูแล ฐานข้อมูลบุคลากรในหน่วย ปฏิบัติการที่ชัดเจน และได้รับ มอบหมายเป็นลายลักษณอักษร (๑) มีการจัดระบบกระบวนการ ทำงานและบริหารบุคลากรให้มีผู้ ปฏิบัติการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดในการปฏิบัติการ อำนวยการตามระดับของตน (๒) มีฐานทะเบียนข้อมูลบุคลากรใน หน่วยปฏิบัติการที่เป็นปจจุบัน และ (๑) มีการวิเคราะหความต้องการ อัตรากำลัง และภาระงาน (๒) มีการนำผลการวิเคราะหความ ต้องการมาใช้ในการวางแผนพัฒนา บุคลากรของหน่วยปฏิบัติการ (๓) ระบบการจัดอัตรากำลังเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการ ยอมรับ และเป็นแบบอย่างในการ หน่่วยปฏิิบััติิการ 168 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
17 องค์ประกอบที่ ๕ การบริหารทรัพยากรบุคคล เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๓) มีแผนสำรอง กรณีมีเหตุการณ์ที่ เกินศักยภาพของอัตรากำลังปกติที่ รับได้ (๔) มีอัตรากำลังที่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนและจำนวนที่เพียงพอ ตามที่กำหนดในหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขของการเป็นหน่วยปฏิบัติการ ตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ เป็นฐานข้อมูลที่ตรงกันกับฐาน ข้อมูลที่ สพฉ. กำหนด บริหารจัดการบุคลากรแก่หน่วย ปฏิบัติการอื่น เกณฑ์คุณภาพที่ ๕.๒ การคัดเลือก บุคลากรใหม่ การ ว่าจ้าง และการ ประเมินผลการ ปฏิบัติงาน ขอกำหนดที่ ๕.๒.๑ มีระบบกลไกการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้มีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งงาน ขอกำหนดที่ ๕.๒.๒ บุคลากรในหน่วยปฏิบัติการทุกระดับมีคุณสมบัติและประสบการณ์ตรงตามที่กำหนด ขอกำหนดที่ ๕.๒.๓ มีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร รวมทั้งระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีการกำหนดระเบียบ ข้อกำหนด เรื่อง การรับบุคลากรใหม่ กระบวน การสรรหา คัดเลือกตรวจสอบ ว่าจ้าง บรรจุ (๒) มีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ของ บุคลากรทุกระดับให้รับรู้และเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของตน (๓) มีการกำหนดบทบาท หน้าที่ของ บุคลากรทุกระดับในหน่วยปฏิบัติ การอำนวยการเป็นลายลักษณ์อักษร และสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับรับรู้ เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตน (๔) มีการสื่อสาร/เผยแพร่ระเบียบ หรือข้อกำหนดกระบวนการสรรหา คัดเลือกตรวจสอบ ว่าจ้าง บรรจุ (๑) มีระบบการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของบุคลากรทั้งบุคลากร ใหม่ และเก่า รวมทั้งระเบียบว่าด้วย การบริหารงานบุคคล (๒) มีการทบทวนระบบกลไกการ สรรหาและคัดเลือกบุคคลากร (๓) มีเกณฑ์การประเมินผลการ ปฏิบัติงานรายบุคคลสอดคล้องกับ ตำแหน่งที่ปฏิบัติงานในหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการ (๑) มีการนำผลการประเมินการ ปฏิบัติงานของบุคลากรมาใช้ในการ พัฒนาการปฏิบัติงานตามตำแหน่งที่ ปฏิบัติงาน (๒) มีระบบกลไกการดำเนินงาน ควบคุม กำกับ และประเมินผลการ ปฏิบัติงานสามารถเป็นแบบอย่างแก่ หน่วยปฏิบัติการอื่น เกณฑ์คุณภาพที่ ๕.๓ การพัฒนาความรู้ ต่อเนื่อง ขอกำหนดที่ ๕.๓.๑ มีแผนพัฒนาบุคลากรทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งแผนพัฒนารายบุคคล ขอกำหนดที่ ๕.๓.๒ การบริหารจัดการเพื่อให้บุคลากรในหน่วยปฏิบัติการได้รับการต่ออายุใบอนุญาตหรือ ประกาศนียบัตรภายในห้วงเวลาที่กำหนดก่อนวันหมดอายุ การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีแผนพัฒนาบุคลากรทั้งระยะ สั้นและระยะยาว รวมทั้งแผนพัฒนา รายบุคคล (Training need) โดย บุคลากรในหน่วยปฏิบัติการมีส่วน ร่วมในการจัดทำแผน (๑) มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของ บุคลากรในรูปแบบต่างๆ (๒) มีฐานข้อมูลระบบการพัฒนา ความรู้ของบุคลากรรายบุคคล เพื่อ (๑) มีการประเมินและปรับปรุง พัฒนากระบวนการส่งเสริมการ เรียนรู้ของบุคลากร หน่่วยปฏิิบััติิการ 169 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
18 องค์ประกอบที่ ๕ การบริหารทรัพยากรบุคคล เกณฑ์คุณภาพ ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม (๒) มีการกำหนดแผนให้ผู้ปฏิบัติการ ทุกคนได้รับการสนับสนุนในการ เพิ่มพูนความรู้และทักษะการปฏิบัติ การฉุกเฉิน อย่างน้อยตามเกณฑ์การ ต่ออายุใบอนุญาตหรือประกาศนียบัตร (๓) ผู้ปฏิบัติการในหน่วยปฏิบัติการ ทุกคนมีใบอนุญาตหรือประกาศนียบัตร ที่ยังไม่หมดอายุ เสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติ การอำนวยการที่มีประสิทธิภาพ (๒) บุคลากรทุกคนได้เข้าร่วม กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตามแผน ที่กำหนด (๓) บุคลากรทุกคนได้เข้าร่วมอบรม พัฒนาสมรรถนะ(ภายนอก) ตาม แผนที่วางไว้ (๔) เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ใน หน่วยปฏิบัติการ เปนแบบอย่างที่ดี แก่หน่วยปฏิบัติการอื่น เกณฑ์คุณภาพที่ ๕.๔ สุขภาวะและสวัสดิ ภาพของบุคลากร ขอกำหนดที่ ๕.๔.๑ มีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงสุขภาวะและสวัสดิภาพของบุคลากร การประเมินสุขภาวะทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ขอกำหนดที่ ๕.๔.๒ มีวัฒนธรรมองค์กรเพื่อการสร้างผลการปฏิบัติงานที่ดี การดำเนินการ ของหน่วย ปฏิบัติการ (๑) มีการกำหนดนโยบายคำนึงถึง สุขภาวะและสวัสดิภาพของบุคลากร (๒) มีช่องทางให้บุคลากรแสดงความ คิดเห็นในด้านสุขภาวะและสวัสดิ ภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ (๓) หน่วยปฏิบัติการมีการจัดให้มี สภาพแวดล้อมในการทำงานและ บรรยากาศที่เอื้อต่อสวัสดิภาพ สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพ ชีวิตของบุคลากร (๔) มีการกำหนดให้มีการตรวจ ประเมินสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายและ จิตใจ สำหรับผู้ปฏิบัติงานใหม่ทุกคน (๕) มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุกับบุคลากร (๑) มีการกำหนดเปนนโยบาย เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการหรือแนว ทางการเยียวยาแก่บุคลากรใน หน่วยงาน กรณีเกิดการบาดเจ็บหรือ เจ็บปวยจากการปฏิบัติหน้าที่ (๒) มีกิจกรรมส่งเสริมความเปนอยู่ที่ ดีของบุคลากร และสร้างความผูกพัน จูงใจให้บุคลากรสร้างผลการปฏิบัติ งานที่ดี (๓) ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินหรือ ผู้บริหารหน่วยงานมีการนำผลการ แสดงความคิดเห็น รวมถึงปญหาทั้ง ด้านร่างกายและจิตใจ มาวิเคราะห์ และให้ความช่วยเหลือกับบุคลากร (๔) มีการกำหนดวัฒนธรรมองค์กร ด้านสุขภาวะเพื่อผลการปฏิบัติงานที่ดี (๕) มีการแก้ไขปญหาที่จะเกิดขึ้น ตามการวิเคราะห์ (๑) มีการทบทวนเหตุผลของการขอ ย้ายของบุคลากร (๒) มีการประเมินสุขภาพบุคคลากร ในหน่วยปฏิบัติการเปนประจำทุกป หน่่วยปฏิิบััติิการ 170 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ประกาศสถาบันการแพทยฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง แนวทางการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีแนวการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการเพื่อให้หน่วยงานหรือองคกรที่ได้รับ การอนุมัติเป็นหน่วยปฏิบัติการตามประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการ ปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามประกาศ คณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีการขึ้นทะเบียน รวมทั้งแจ้งการปฏิบัติหน้าที่ โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ เป็นไปตามเจตนารมณของประกาศคณะกรรมการแพทยฉุกเฉินดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติการแพทยฉุกเฉินพ.ศ.๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๔ วรรคสองแห่งประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการ กำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ ๔ วรรคสองแห่งประกาศคณะกรรมการ การแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๑ ประกาศนี้ เรียกว่า “ประกาศสถาบันการแพทยฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง แนวทางการขึ้นทะเบียนหน่วย ปฏิบัติการ พ.ศ.๒๕๖๖” ข้อ ๒ ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันการแพทยฉุกเฉินแห่งชาติ ข้อ ๔ หน่วยปฏิบัติการใดที่ได้รับการอนุมัติจากคณะผู้อนุมัติตามข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการ การแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือได้รับการอนุมัติจากคณะอนุกรรมการตามข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ แล้ว ให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนตามแนวทางที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ โดยมีแผนผังการขึ้นทะเบียนตามผนวกแนบ ท้ายประกาศนี้ ข้อ ๕ ให้หน่วยงานหรือองคกรต่อไปนี้ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียนหน่วย ปฏิบัติการในท้องถิ่นหรือพื้นที่ ตามข้อ ๔ วรรคสองแห่งประกาศคณะกรรมการการแพทยฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑและ เงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการแพทย พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ หน่่วยปฏิิบััติิการ 171 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๒ (๑)สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เปนหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติ การแพทย์ในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ โดยเปนไปตามที่กำหนดในประกาศนี้ (๒)สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปนหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียนหน่วย ปฏิบัติการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเปนไปตามที่กำหนดในประกาศนี้ (๓)สถาบัน เปนหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการแพทย์ใน ระดับประเทศ โดยเปนไปตามที่กำหนดในประกาศนี้ ข้อ ๖ ให้สถาบัน เปนหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ตามข้อ ๔ วรรคสอง แห่งประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยเปนไปตามที่กำหนดในประกาศนี้ ข้อ ๗ การขึ้นทะเบียนของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ ให้ดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ (๑) ให้หน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ทำการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ และลักษณะการ ปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการรวมทั้งแจ้งความพร้อมในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน หรือช่องทางอื่นตามที่สถาบันกำหนด เพื่อเปนฐานข้อมูลทรัพยากรของหน่วยปฏิบัติการ สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตามระดับของหน่วยปฏิบัติการ ทั้งนี้ สำหรับหน่วยงานหรือองค์กร ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปนหน่วยปฏิบัติการตาม ประกาศ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ พ.ศ.๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากประสงค์จะขออนุมัติเปนหน่วยปฏิบัติการ ให้ทำการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและลักษณะ การปฏิบัติหน้าที่ไว้ล่วงหน้าในขั้นตอนของการยื่นความจำนงขอรับการตรวจประเมินหน่วยปฏิบัติการก็ได้และเมื่อหน่วย ปฏิบัติการนั้นได้รับการตรวจประเมินและอนุมัติให้เปนหน่วยปฏิบัติการแล้ว ให้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อีกครั้ง เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการต่อไป (๒) ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความถูกต้องและ ครบถ้วนของข้อมูลหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐาน และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงตาม (๑) จากระบบ สารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน หรือช่องทางอื่นที่สถาบันกำหนด กรณีตรวจสอบแล้วมีความถูกต้องครบถ้วนให้แจ้งยืนยัน การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการนั้นต่อสถาบัน เมื่อสถาบันตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะแจ้งหน่วย ปฏิบัติการอำนวยการในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งนี้ในการแจ้งต่อสถาบันอาจให้แจ้งผ่านระบบ สารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉินที่สถาบันกำหนด หรือช่องทางอื่นแล้วแต่กรณี กรณีเปนหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับเฉพาะทาง หรือหน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติจาก คณะอนุกรรมการฉุกเฉินการแพทย์ให้สถาบันทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลของหน่วย ปฏิบัติการตาม (๑) จากระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน หรือช่องทางอื่นที่สถาบันกำหนด หากข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน ให้ถือว่าหน่วยปฏิบัติการดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนเปนหน่วยปฏิบัติการและได้แจ้งการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้แล้ว หน่่วยปฏิิบััติิการ 172 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๓ และให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้ให้สถาบันแจ้งการขึ้นทะเบียนของหน่วยปฏิบัติการดังกล่าวต่อสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดหรือสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในท้องถิ่นนั้นๆ แล้วแต่กรณี ข้อ ๘ การขึ้นทะเบียนของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ให้ดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ (๑) ให้หน่วยปฏิบัติการอำนวยการ บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ และลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วย ปฏิบัติการรวมทั้งแจ้งความพร้อมในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน หรือช่องทางอื่นตามที่ สถาบันกำหนด เพื่อเปนฐานข้อมูลทรัพยากรของหน่วยปฏิบัติการ สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตามระดับของหน่วย ปฏิบัติการ ทั้งนี้ หน่วยงานหรือองค์กรที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปนหน่วยปฏิบัติการตามประกาศคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ.๒๕๖๕ หากประสงค์ จะขออนุมัติเปนหน่วยปฏิบัติการ ให้ทำการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ไว้ล่วงหน้าใน ขั้นตอนของการยื่นความจำนงขอรับการตรวจประเมินหน่วยปฏิบัติการก็ได้ และเมื่อหน่วยปฏิบัติการนั้นได้รับการตรวจ ประเมินและอนุมัติให้เปนหน่วยปฏิบัติการแล้ว ให้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้ง เพื่อดำเนินการขึ้น ทะเบียนหน่วยปฏิบัติการต่อไป (๒) ให้สถาบันทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ตาม (๑) จากระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน หรือช่องทางอื่นที่สถาบันกำหนด หากข้อมูลมีความถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่า หน่วยปฏิบัติการดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนเปนหน่วยปฏิบัติการและได้แจ้งการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้แล้ว และให้เริ่ม ปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้ให้สถาบันแจ้งการขึ้นทะเบียนของหน่วยปฏิบัติการดังกล่าวต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ข้อ ๙ หน่วยปฏิบัติการที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๗ และข้อ ๘ แล้ว สถาบันจะออกหนังสือและเครื่องหมาย รับรองเพื่อเปนหลักฐานแสดงการได้รับอนุมัติเปนหน่วยปฏิบัติการ และประกาศรายชื่อหน่วยปฏิบัติการเผยแพร่ผ่านทาง เว็บไซต์ของสถาบัน เมื่อหน่วยปฏิบัติการได้รับหนังสือและเครื่องหมายรับรองตามวรรคหนึ่งแล้ว มีสิทธิแสดงหนังสือและ เครื่องหมายรับรองได้ โดยแสดงไว้ในที่เปดเผยและเห็นได้ง่าย ข้อ ๑๐ หน่วยปฏิบัติการใดที่ได้ขึ้นทะเบียนตามประกาศนี้แล้ว มีความประสงค์เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงข้อมูล ส่วนใดส่วนหนึ่ง ให้แจ้งความประสงค์ต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบการขึ้นทะเบียน ตามข้อ ๕ และ ข้อ ๖ แห่งประกาศนี้ ตามแบบฟอร์มและช่องทางที่สถาบันกำหนด เมื่อสถาบันพิจารณาแล้วจะทำการปรับปรุงข้อมูลในระบบ สารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ข้อ ๑๑ หน่วยปฏิบัติการใดที่ได้รับการอนุมัติให้เปนหน่วยปฏิบัติการตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ พ.ศ.๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และ การกำกับดูแลของหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ พ.ศ.๒๕๖๕ และได้มีการแจ้งผลการอนุมัติต่อสถาบันแล้วก่อนวันที่ประกาศนี้ ๓ หน่่วยปฏิิบััติิการ 173 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
๔ มีผลบังคับใช้ ให้ถือว่าหน่วยปฏิบัติการนั้นได้ขึ้นทะเบียนและแจ้งการปฏิบัติหน้าที่ต่อสถาบันตามประกาศนี้แล้ว นับตั้งแต่ วันที่แจ้งต่อสถาบัน ทั้งนี้ให้หน่วยปฏิบัติการดังกล่าวทำการบันทึกข้อมูลตามที่กำหนดไว้ตามข้อ ๗ และข้อ ๘ ภายในหก สิบวันนับแต่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ ข้อ ๑๒ ให้เลขาธิการรักษาการตามประกาศนี้และให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปญหาที่เกิดขึ้นตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ .. .... พ.ศ. .... เรืออากาศเอก (อัจฉริยะ แพงมา) เลขาธิการสถาบันการแพทยฉุกเฉินแห่งชาติ ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกาศ ณ วัันที่่� ๒๕ ธัันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรืืออากาศเอก อััจฉริิยะ แพงมา เลขาธิิการสถาบัันการแพทย์์ฉุุกเฉิินแห่่งชาติิ หน่่วยปฏิิบััติิการ 174 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ผนวกแนบท้ายประกาศสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ เรื่อง แนวทางการขึ้นทะเบียนหนวยปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๖ หน่่วยปฏิิบััติิการ 175 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ยนความื�จํานงขออนุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ บนัทกึขอ้มลหูน่วยงาน ในระบบสารสนเทศ จัดใหม้ การตรวจประเ ีมนิ หน่วยปฏบิตัการิ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ตรวจสอบความครบถวน้ /ถกูตอง้ ของขอ้มลู (๒) ใหขอยกเ้วน้ เสนอ คณะผอู้นุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ เป็นไปตามเกณฑ์ ตรวจประเมนิ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ตรวจสอบยนืยนัขอ้มลู ขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ แจงการป ้ฏบิตัหินา้ทตี� อสถา ่บนั เป็นไปตามเกณฑ์ (๑) ใหแ้กไข้ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ พจารณาอินุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ เตรยมีขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ สําหรับการขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ สสจ/กทม. เสนอ ขอยกเวน้ลกษณะบางประการ ั ขนตอนการอั�นุมตัและิขึนทะเับยนหีน่วยปฏบิตัการแพทิยระ์ดบัพนฐานและระื�ดบั สงู หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. - ผตรวจประเู้มนหิน่วยปฏบิตัการิ - สสจ./สํานักการแพทย์กทม. - คณะผอู้นุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สสจ./สํานักการแพทย์กทม. สพฉ. - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - หนังสออืนุมตัจิัดการตรวจประเมนหิน่วยปฏบิตัการิ - แบบประเมนิลกษณะและัลกษณะเฉพาะฯั - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - คมู่ อแนวทางการตรวจประเ ืมนหิน่วยปฏบิตัการแพทิย์ - ผลการประเมนิลกษณะและัลกษณะเฉพาะฯั - เอกสารแนบอนื�ทเี�กยวี�ของ้ - มตคณะิผอู้นุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - ขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตั ิ - ขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตั ิ - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - ฐานขอ้มลู iDEMS - แจงห้น่วยปฏบิตัการิอํานวยการ - แจงการป ้ฏบิตัหินา้ทตี�อ่ สพฉ. - แจงห้น่วยปฏบิตัการิทไี�ดร้ับการขนทะเึ�บยนี - ระบบขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ - ฐานขอ้มลู iDEMS - หนังสอหืรอระบบสารสนเทศ ืทใี� ชแ้จง้ สพฉ. - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ ดําเนนการิ - ออกหนังสอแสดงการอืนุมตั ิ - ประกาศรายชอหื�น่วย/เผยแพรบนเ่ว็บไซต์ - ตรวจสอบขอ้มลในระบบสารสนเทศูทเี�กยวี�ของ้ - หนังสอแสดงการอืนุมตัฯิ - ไฟลตรา์ สญัลกษัณห์น่วยปฏบิตัการิ - ประกาศ รายชอหื�น่วยปฏบิตัการิทไี�ดข้นทะเึ�บยนี - www.niems.go.th - ฐานขอ้มลูทเี�กยวี�กบการป ัฏบิตัการิ - ระบบจายเ่งนชดเชยการป ิฏบิตัการิฉุกเฉนิ - ระบบขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ แจงห้น่วยงานทเี�กยวี�ของ้ - สสจ./กทม. - หน่วยปฏบิตัการิอํานวยการทรี� ับผดชอบ ิพนื�ที� ทหี�น่วยปฏบิตัการินัน�ตงอั�ยู่ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ตรวจสอบขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. สพฉ. - หนังสอแืจง้ สสจ./กทม. หน่่วยปฏิิบััติิการ 176 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ยนความื�จํานงขออนุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ บนัทกึขอ้มลหูน่วยงาน ในระบบสารสนเทศ จัดใหม้ การตรวจประเ ีมนิ หน่วยปฏบิตัการิ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ตรวจสอบขอ้มลในระบบู ครบถวน้ /ถกูตอง้ เสนอ คณะอนุกรรมการฉุกเฉนการแพทิย์ **กรณีมความเีห็นใหขอยกเ้วน้ลกษณะบางประการ ั ใหจ้ัดทําขอเสนอพ ้รอม้กบั ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตั การในคราวเ ิดยวีกนั ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ เป็นไปตามเกณฑ์ ตรวจประเมนิ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ เป็นไปตามเกณฑ์ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ พจารณาอินุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ เตรยมีขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ สําหรับการขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ ขนตอนการอั�นุมตัและิขึนทะเับยนหีน่วยปฏบิตัการแพทิยระ์ดบเฉพาะทางั หรอหืน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตัจากคณะอินุกรรมการฉุกเฉนการแพทิย์ หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. - ผตรวจประเู้มนหิน่วยปฏบิตัการิ - สพฉ. - คณะอนุกรรมการฉุกเฉนการแพทิย์ - สพฉ. - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - หนังสออืนุมตัจิัดการตรวจประเมนหิน่วยปฏบิตัการิ - แบบประเมนิลกษณะและัลกษณะการป ัฏบิตัหินา้ทฯี� - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - คมู่ อแนวทางการอืนุมตัหิน่วยปฏบิตัการแพทิย์ - ผลการประเมนิลกษณะและัลกษณะการป ัฏบิตัหินา้ทฯี� - เอกสารแนบอนื�ทเี�กยวี�ของ้ - ขอเสนอขอยกเ ้วน้ลกษณะฯั (ถา้ม)ี - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - มตคณะิผอู้นุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - ขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตั ิ - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. สพฉ. สพฉ. - ผลการประเมนิลกษณะและัลกษณะเฉพาะฯั - เอกสารแนบอนื�ทเี�กยวี�ของ้ - ขอเสนอขอยกเ ้วน้ลกษณะฯั (ถา้ม)ี - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. ดําเนนการิ - ออกหนังสอแสดงการอืนุมตั ิ - ประกาศรายชอหื�น่วย/เผยแพรบนเ่ว็บไซต์ - ตรวจสอบขอ้มลในระบบสารสนเทศูทเี�กยวี�ของ้ - หนังสอแสดงการอืนุมตัฯิ - ไฟลตรา์ สญัลกษัณห์น่วยปฏบิตัการิ - ประกาศ รายชอหื�น่วยปฏบิตัการิทไี�ดข้นทะเึ�บยนี - www.niems.go.th - ฐานขอ้มลูทเี�กยวี�กบการป ัฏบิตัการิ - ระบบจายเ่งนชดเชยการป ิฏบิตัการิฉุกเฉนิ - ระบบขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ แจงห้น่วยงานทเี�กยวี�ของ้ - สสจ./กทม. - หน่วยปฏบิตัการิอํานวยการทรี� ับผดชอบ ิพนื�ที� ทหี�น่วยปฏบิตัการินัน�ตงอั�ยู่ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ตรวจสอบขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. สพฉ. - หนังสอแืจง้ สสจ./กทม. หน่่วยปฏิิบััติิการ 177 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
ยนความื�จํานงขออนุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ แจง้ยนความื�จํานง โดยบนัทกึขอ้มลู หน่วยงานในระบบสารสนเทศ จัดใหม้ การตรวจประเ ีมนิ หน่วยปฏบิตัการิ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ตรวจสอบขอ้มลในระบบู ครบถวน้ /ถกูตอง้ เสนอ คณะอนุกรรมการฉุกเฉนการแพทิย์ **กรณีมความเีห็นใหขอยกเ้วน้ลกษณะบางประการ ั ใหจ้ัดทําขอเสนอพ ้รอม้กบั ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตั การในคราวเ ิดยวีกนั ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ เป็นไปตามเกณฑ์ ตรวจประเมนิ ครบถวน้ /ถกูตอง้ ไมครบ่ถวน้ / ไมถ่กูตอง้ ตรวจสอบขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ เป็นไปตามเกณฑ์ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ พจารณาอินุมตั ิ เป็นหน่วยปฏบิตัการิ เตรยมีขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการิ สําหรับการขนทะเึ�บยนหีน่วยปฏบิตัการิ ขนตอนการอั�นุมตัและิขึนทะเับยนหีน่วยปฏบิตัการิอํานวยการ หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ หน่วยงานหรอองืคกร์ทประสง ี�ค์ ขออนุมตัเิป็นหน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. - ผตรวจประเู้มนหิน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. - คณะอนุกรรมการฉุกเฉนการแพทิย์ สพฉ. - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - หนังสออืนุมตัจิัดการตรวจประเมนหิน่วยปฏบิตัการิ - แบบประเมนิลกษณะและัลกษณะการป ัฏบิตัหินา้ทฯี� - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - คมู่ อแนวทางการอืนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิอํานวยการ - ผลการประเมนิลกษณะและัลกษณะการป ัฏบิตัหินา้ทฯี� - เอกสารแนบอนื�ทเี�กยวี�ของ้ - ขอเสนอขอยกเ ้วน้ลกษณะฯั (ถา้ม)ี - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - มตคณะิผอู้นุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - ขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตั ิ - ขอ้มลหูน่วยปฏบิตัการแพทิยท์ ไี�ดร้ับการอนุมตั ิ - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ - SAR หน่วยปฏบิตัการิ - เอกสารแนบตามทกี� ําหนด - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ สพฉ. สพฉ. สพฉ. สพฉ. - ผลการประเมนิลกษณะและัลกษณะเฉพาะฯั - เอกสารแนบอนื�ทเี�กยวี�ของ้ - ขอเสนอขอยกเ ้วน้ลกษณะฯั (ถา้ม)ี - ระบบการอนุมตัหิน่วยปฏบิตัการิ ดําเนนการิ - ออกหนังสอแสดงการอืนุมตั ิ - ประกาศรายชอหื�น่วย/เผยแพรบนเ่ว็บไซต์ - ตรวจสอบขอ้มลในระบบสารสนเทศูทเี�กยวี�ของ้ - หนังสอแสดงการอืนุมตัฯิ - ไฟลตรา์ สญัลกษัณห์น่วยปฏบิตัการิ - ประกาศ รายชอหื�น่วยปฏบิตัการิทไี�ดข้นทะเึ�บยนี - www.niems.go.th - ฐานขอ้มลูทเี�กยวี�กบการป ัฏบิตัการิ - ระบบจายเ่งนชดเชยการป ิฏบิตัการิฉุกเฉนิ แจง้ สสจ./กทม. สพฉ. สพฉ. - หนังสอแืจง้ สสจ./กทม. หน่่วยปฏิิบััติิการ 178 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
สสถานนพยาบบาล 179 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
หน้า ๓๖ เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉกเฉุนิเรื่อง ข้อกําหนดว่าด้วยสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อกําหนดว่าด้วยสถานพยาบาล เพื่อให้การดําเนินการปฏิบัติการ ฉุกเฉินของสถานพยาบาลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีมาตรฐาน สามารถคุ้มครองความปลอดภัย ของผู้ป่วยฉุกเฉินให้เป็นไปตามหลักการการปฏิบัติการฉุกเฉิน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง การลงนามในประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่ง ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน จึงมีมติในการประชุม ครั้งที่ ๙/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ให้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ข้อกําหนด ว่าด้วยสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๔” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ข้อ ๔ ในประกาศนี้ “ปฏิบัติการอํานวยการ” หมายความว่า การปฏิบัติการฉุกเฉินที่ไม่ได้กระทําโดยตรงต่อ ผู้ป่วยฉุกเฉิน ประกอบด้วยการจัดการ การประสานงาน การควบคุมดูแล และการติดต่อสื่อสาร อันมีความจําเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการแพทย์ที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันท่วงที “กฎ” หมายความว่า กฎตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง “ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทําได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้ จัดทําไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือวิธีอื่นใดที่ทําให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้ กรณีอื่นใดที่ในประกาศนี้ไม่ได้กําหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้นําความตามข้อบังคับ ประกาศ และระเบียบคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้ตราและประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มาใช้ บังคับโดยอนุโลม ข้อ ๔ อํานาจ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ ข้อจํากัด และขีดความสามารถ ของสถานพยาบาลใด ให้ถือตามกฎหมาย กฎ คําสั่ง และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดําเนินการ และภาระรับผิดชอบ รวมทั้งการได้รับอนุญาตของสถานพยาบาลนั้น ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานพยาบาลรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความพร้อม เกี่ยวกับบุคลากร พาหนะ สถานที่ และอุปกรณ์ในการปฏิบัติการฉุกเฉินและการรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้ สพฉ. หรือหน่วยปฏิบัติการที่ปฏิบัติการอํานวยการทราบทันท่วงที ตามเกณฑ์และวิธีการที่ สพฉ. กําหนด หรือตามสมควรแก่กรณี สถานพยาบาล 180 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
หน้า ๓๗ เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ นอกจากตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว สถานพยาบาลมีอํานาจ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจํากัดในการปฏิบัติตามการปฏิบัติการอํานวยการของ สพฉ. หรือหน่วยปฏิบัติการที่ปฏิบัติการอํานวยการตามข้อ ๕ ด้วย ข้อ ๕ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภยันตรายต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนั้นจะเป็น อันตรายต่อชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินได้ ให้สถานพยาบาลมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ รวมทั้งมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และกฎที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวโดยอนุโลม ตลอดจนกระทําการใด ๆ อันจะมีผลเป็นการควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากอันตราย และความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างทันท่วงทีตามสมควรแก่กรณี ในกรณีที่แพทย์ให้การรับรองว่าการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน การเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการเจ็บป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น หรือเกินขีดความสามารถ ตามนัยแห่งมาตรา ๒๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ สถานพยาบาล อาจแจ้งต่อหน่วยปฏิบัติการที่ปฏิบัติการอํานวยการเพื่อดําเนินการให้สถานพยาบาลอื่นใดที่มี ขีดความสามารถเพียงพอรับปฏิบัติการฉุกเฉินแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินรายนั้นต่อได้ทันท่วงที ทั้งนี้ในกรณี ที่ไม่สามารถดําเนินการตามข้างต้นได้ ให้แจ้งต่อ สพฉ. ผู้ใดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือพบผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการ บาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น อันเนื่องจากสถานพยาบาลไม่ได้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิแจ้ง สพฉ. หรือผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อดําเนินการให้มีการปฏิบัติการฉุกเฉินต่อผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น ตามสมควรแก่กรณี ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ให้ สพฉ. จัดให้มีช่องทางสําหรับ การแจ้งดังกล่าวได้โดยสะดวกและทันท่วงที แล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการจัดการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินให้เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุน การปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และการจัดสรรกองทุนเพื่ออุดหนุนการดําเนินการเกี่ยวกับการแพทย์ ฉุกเฉินให้กับสถานพยาบาล ให้ สพฉ. ประสานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีทะเบียน และข้อมูลสถานพยาบาลตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง โดยกําหนดเกณฑ์และวิธีการจําแนกประเภทและระดับ ของสถานพยาบาลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้ สพฉ. ดําเนินการปรับปรุงทะเบียนและข้อมูลสถานพยาบาลให้ทันต่อเหตุการณ์ อย่างสม่ําเสมอ รวมทั้งปรับปรุงเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยทุกห้าปี ข้อ ๗ สถานพยาบาล รวมทั้งผู้ปฏิบัติการในสถานพยาบาล ที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่ กพฉ. กําหนด มีสิทธิได้รับการสนับสนุนการปฏิบัติงาน การอุดหนุน การดําเนินการเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน หรือค่าชดเชยในการปฏิบัติการฉุกเฉินจากกองทุน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กพฉ. กําหนด สถานพยาบาล 181 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
หน้า ๓๘ เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ กพฉ. อาจกําหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ปฏิบัติการในสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หรือภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอ มีสิทธิได้รับ การสนับสนุนการปฏิบัติงานและค่าชดเชยในการปฏิบัติการฉุกเฉินจากกองทุนในอัตราและเงื่อนไข ที่แตกต่างจากที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง รวมทั้งสถานพยาบาลแห่งนั้นอาจได้รับการอุดหนุนจากกองทุน เพื่อการพัฒนายกระดับให้เป็นสถานพยาบาลที่มีศักยภาพทางการแพทย์ฉุกเฉินสูงขึ้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามแผนหลักเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน หรือความจํานงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้น หรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์หรือเกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านสาธารณสุข หรือการแพทย์ โดยให้องค์กรหรือหน่วยงานหรือกองทุนอื่นดังกล่าว สนับสนุนทางการเงินให้แก่กองทุน เพื่อการดังกล่าวด้วยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กพฉ. กําหนด ข้อ ๘ สถานพยาบาลใดฝ่าฝืนการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ สพฉ. รวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเสนอ กพฉ. เพื่อพิจารณาดําเนินการตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙ ให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาต ิ ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน สถานพยาบาล 182 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
หน้า ๗๓ เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ แก้คําผิด ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ข้อกําหนดว่าด้วยสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ และงานทั่วไป เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หน้า ๓๖ บรรทัดที่ ๑๖ คําว่า “ข้อ ๓ ข้อ ๔ ในประกาศนี้” ให้แก้เป็น “ข้อ ๓ ในประกาศนี้” ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง การให้ประกาศนียบัตรและการปฏิบัติการฉุกเฉินของผู้ปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หน้า ๔๒ บรรทัดที่ ๒๐ คําว่า “ตามข้อ ๘ (๑)” ให้แก้เป็น “ตาม (๑)” หน้า ๔๓ บรรทัดที่ ๒๔ คําว่า “ตามข้อ (๑)” ให้แก้เป็น “ตาม (๑)” หน้า ๔๔ บรรทัดที่ ๓๐ คําว่า “ข้อ (๒)” ให้แก้เป็น “(๒)” สถานพยาบาล 183 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
หน้า ๒๕ เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง อํานาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจํากัดของสถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยที่เป็นการสมควรให้มีการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการ ป่วยกระทันหัน ซึ่งเป็นภยันตรายต่อการดํารงชีวิตหรือการทํางานของอวัยวะสําคัญ จําเป็นต้องได้รับ การประเมิน การจัดการและการบําบัดรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้น ของการบาดเจ็บหรืออาการป่วย ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลบัญญัติให้กระทําได้ โดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น ทั้งนี้คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจึงได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๗ ให้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง อํานาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจํากัดของสถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๗” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้สถานพยาบาลควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติการให้ดําเนินการการปฏิบัติการฉุกเฉินต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นไปตามความจําเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมิให้นําสิทธิการประกัน การขึ้นทะเบียน สถานพยาบาล หรือความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยฉุกเฉินหรือเงื่อนไขใด ๆ มาเป็น เหตุปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไม่ได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างทันท่วงที เช่น การเรียกเก็บเงินทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการลงนามรับสภาพหนี้ก่อนให้การปฏิบัติการฉุกเฉินแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การให้ผู้ป่วยลงชื่อ สละสิทธิการรักษาใด ๆ เป็นต้น ข้อ ๔ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ดําเนินการตามประกาศนี้จะมีความผิดตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติ การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน สถานพยาบาล 184 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
มาตตรฐานนการปฏิิบััติิการฉุุกเ การปฏิิบััติิการฉุุกเฉิฉิ ิน ิ น หลัลัักเกณฑ์์และ ักเกณฑ์์และวิวิิธีีการเ ิธีีการเกี่่กี่่�ยวกักั ั บ ั บการประสสานน และการรายงานของหน่่วยปฏิิบััติิการ และสสถานนพยาบบาลในนการปฏิิบััติิการฉุุกเ การปฏิิบััติิการฉุุกเฉิฉิ ิน ิ น และการปฐมพยาบาล 185 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
'1>@0คfi>11/@1@1O*#0์BN>% N1 AP อ/@!1@%@1'>&?!>@1BN>%*0`cdd P 0#?PN'็%@12/ค/1ํ@ห% /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%N* APอ'1>P0%์Q%@1'>&?!>@1BN>% QหON'็%R'!@//@!1@`fOหN*1>1@&?ญญ?!>@1O*#0์BN>%*0`cc_ อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@`g/11คห%@PaOหN*1>1@&?ญญ?!>@1O*#0์BN>% *0`cc_'1>อ&?&Oอ_gOหN1>N&?0&คfi>11/@1@1O*#0์BN>%/N@ O/0@1'1>B/ อคfi>11/@1O3>อ%B11/@1*0`cd_คfi>11/@1@1O*#0์BN>%@R O/?/!> Q%@1'1>B/ค1 ?Q # ?P_^`cddN/ AP อ/?%# ?P`c!B3@ค/`cddQหOออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q Oอ _ '1>@0%?Q N1?0/N@'1>@0คfi>11/@1@1O*#0์BN>%N1 AP อ/@!1@% @1'>&?!>@1BN>%*0`cdd Oอ ` '1>@0%?QQหOQO&?ค?&! ?Q O!N/?%"? @/?%'1>@0N'็%!O%R' Oอ a Q%'1>@0%?Q /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%ห/@0ค/@//N@Nfi์2ํ@ห1?&N#?0&คBfi.@* ?Q %! Pํ @2B อ@1'>&?!>@1BN>%#?Pํ@ห% @Q %N* AP อคBO/ค1อค/@/'3อ .?0อ(CO'่/0BN>% '>&?!>@1BN>%ห/@0ค/@//N@@1'>&?!>@1 O@%@1O*#0์BN>%%?&O!N@11?&1CO"@ .@/>@1NO&'่/0BN>%%"@@1 ํ@N%>%@1QหO(CO'่/0BN>%R O1?&@1&ํ@&? 1?1@QหO*O%.@/>BN>% @P1//"@@1'1>N/>%@1? @1@1'1>2@%@%@1ค/&คB/ CO3@1!> !Nอ2APอ2@1@13ํ@N3?0 ห1Aอ%2N@1!1//>%>?0O3>@1&ํ@&? 1?1@*0@&@3(CO'่/0BN>%# ?Q %อ2"@%*0@&@3O3> Q%2"@%*0@&@3 คfi>อ%B11/@1ห/@0ค/@//N@คfi>อ%B11/@1BN>%@1O*#0์!@/Oอ&?ค?& คfi>11/@1@1O*#0์BN>%/N@ O/0@1ํ@ห% (CO'>&?!>@1@11?&1ออค์1O3>ห3?2C!1 @10@1@ห1Aอ)@อ&1/(CO'>&?!>@1O3>@1QหO'1>@0%?0&?!1ห1AอNค1 AP อห/@0/>#0@%>ON(CO(N@% @10@1@ห1Aอ)@อ&1/*0`cdaO3># ?P OORN*>P /N!>/ Oอ QหO/@!1@%@1'>&?!>@1BN>%'1>อ& O/0 _ /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%2ํ@ห1?&@1'>&?!>@1อํ@%/0@1 ` /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%2ํ@ห1?&@1'>&?!>@1O*#0์ Oอ ห%N/0'>&?!>@1Q #?P'>&?!>@1BN>%!@/ห3?Nfi์O3>N APอ%RQ%@1'>&?!>ห%O@# ?P อห%N/0'>&?!>@1!@/'1>@0คfi>11/@1@1O*#0์BN>%/N@ O/0ห3?Nfi์O3>N APอ%RN?P 0/?& @1'>&?!>ห%O@# ?P O3>@1ํ@?& CO3ห%N/0'>&?!>@1อํ@%/0@1ห1Aอ'1>@0คfi>11/@1@1O*#0์ BN>%/N@ O/0ห3?Nfi์O3>N APอ%RN?P 0/?&@1'>&?!>ห%O@# ?P O3>@1ํ@?& CO3ห%N/0'>&?!>@1O*#0์ O3>'>&?!>@1BN>%!@//@!1@%@1'>&?!>@1BN>%!@/'1>@0%?QQหOห%N/0'>&?!>@1% ?Q%R O1?& หนา ๑๖ เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ มาตรฐานการปฏิิบััติิการฉุุกเ ฉิิน หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการฯ 186 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗
@11?&1อ/@!1@%@1'>&?!>@1BN>%ห1Aอ/?2>#$>R O1?&@12%?&2%B% O@%@1N>%@อ#B% @1O*#0์BN>% Q%1fi?#?Pห%N/0'>&?!>@1Q R/N'>&?!>!@/ห3?Nfi์N APอ%RO3>/@!1@%#?Pํ@ห% !@//11คห%@PQหOคfi>อ%B11/@1N2%อ!Nอ*N* AP อ*>@1fi@!@//@!1@`g/11ค2@/ ห1Aอ/@!1@a_OหN*1>1@&?ญญ?!>@1O*#0์BN>%*0`cc_ Oอ QหON3@$>@12"@&?%@1O*#0์BN>%OหN@!>N'็%(CO1?1@@1!@/'1>@0%?Q 1//# ?QQหO/?อํ@%@/>%>?0'ัญห@@1'>&?!>!@/'1>@0%?Q ห// # ?P_ /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%2ํ@ห1?&@1'>&?!>@1อํ@%/0@1 Oอ e QหO/@!1@%@1'>&?!>@1BN>%2ํ@ห1?&@1'>&?!>@1อํ@%/0@1/? ?!NอR'%?Q _ /@!1@%@1'>&?!>@1อํ@%/0@1'1>อ& O/0 @11?&OO@1NO&'่/0BN>% @1'1>N/>%O3>ค? O0 ค @1QหOคํ@O%>%ํ@Nอ%B '>&?!>@1R'"@B N> Nห!B @1'1>2@%'>&?!>@1BN>% @1N@0@%'>&?!>@1BN>% @1ํ@?&@1'>&?!>@1BN>% @11?&O3>"N@0#อ คํ@2 ?P #@@1O*#0์ ` /@!1@%ค/@/'3อ .?0'1>อ& O/0 ค/@/'3อ .?0อ(CO'่/0BN>% ค/@/'3อ .?0อ&Bค3@1 a /@!1@%@1? @1Oอ/C3'1>อ& O/0 @1&?%#@Oอ/C3O3>!1/2อ&Oอ/C3@1'>&?!>@1BN>% 1>&&@1? NO&Oอ/C3 QหO1@03>Nอ?0 /@!1@%@1'>&?!>@1BN>%2ํ@ห1?&@1'>&?!>@1อํ@%/0@1!@//11คห%@P N'็%R'!@/(%/O%&#O@0'1>@0%?Q Oอ f QหOห%N/0'>&?!>@1อํ@%/0@1# ?PR O1?&อ%B/?!>N'็%ห%N/0'>&?!>@1O3O/ ํ@N%>%@1 N* AP ออ1?&1อ/@!1@%'>&?!>@1BN>%อ0N@Q อ0N@ห%@P ?!NอR'%?Q _ 1fi?ห%N/0'>&?!>@1อํ@%/0@1Q #?P อ1?&@1!1/!> !@/'1>N/>%คBfi.@*@1'>&?!>ห%O@# ?P !@/'1>@0คfi>11/@1@1O*#0์BN>%/N@ O/0ห3?Nfi์O3>N APอ%RN?P 0/?&@1'>&?!>ห%O@# ?P O3>@1ํ@?& CO3ห%N/0'>&?!>@1อํ@%/0@1N/ AP อคfi>อ%B11/@1QหO@1อ%B/?!>(3@1!> !@/ หนา ๑๗ เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ มาตรฐานการปฏิิบััติิการฉุุกเ ฉิิน หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการฯ 187 รวมกฎหมาย ข้้อบัังคัับ ระเบีียบ ประกาศ คำำสั่่�ง และหนััง และหนัังสืสืือเวีวีียนนที่่�เ่กี่่กี่่�ยวข้้อง �ยวข้้องกักัับบระบบบบการแพทย์ทย์์ฉุุกเฉิฉิินน พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๗