The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูวิทย์ ป.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanda.chamnanphol, 2022-07-01 04:31:14

คู่มือครูวิทย์ ป.4

คู่มือครูวิทย์ ป.4

คู่มอื ครูใชค้ กู่ บั หนังสือเรยี น
มาตรฐานสากล ๔ช้ันประถมศึกษาปที ่ี

๒๑ 5ศตวรรษที่
BBL Steps

ใชก้ ระบวนการ

GPAS

เน้นการทำ�งานของสมอง

BBL & PBL

จดั การเรยี นรตู้ ามแนวทาง

Backward

Design

เพิ่มผลสมั ฤทธิ์ดว้ ย

O-NET/PISA
ทสโคักอู่ รษางะเงศซาตียนวนรบรแรู ษณลทะ่ีา๒โกลา๑กร

เฉลยคำ�ตอบ

ละเอียดทกุ ข้อ

QคCวOาRDมEรนสูค้ วว่อื าัตมเกสเขรรา้ รใิมมจ

สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.)

แผนผงั หวั ขอ้ หนว่ ยการเรยี นรู้
หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ลักษณะและการดำ� รงชวี ติ ความหลากหลายของพชื ความหลากหลายของสัตว์ สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุ
ของสงิ่ มีชวี ติ และการจดั จ�ำแนก และการจัดจ�ำแนก การใช้ประโยชน์จากวสั ดุ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๒ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓
พชื และประเภทของพชื สัตวแ์ ละประเภทของสัตว์
ว ๑.๒ ป.๔/๑, ว ๑.๓ ป.๔/๒
ว ๑.๓ ป.๔/๓, ป.๔/๔

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๔
ความหลากหลายของสิ่งมีชวี ติ และเทคโนโลยี สมบตั ขิ องวสั ดุรอบตวั เรา
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ว ๑.๓ ป.๔/๑ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๕
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๙
ดาวในระบบสุรยิ ะ สสารรอบตัวเรา
ว ๒.๑ ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๓.๑ ป.๔/๓

ระบบสรุ ิยะ กาแลก็ ซี หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๘ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๗ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ สสารและสถานะ
และเอกภพ การข้ึนและตกของดวงจันทร์ แสงและตัวกลางของแสง แรงและการเคลื่อนที่ ของสสารรอบตวั
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ว ๒.๓ ป.๔/๑ สมบตั ขิ องของแข็ง
ของเหลว และแก๊ส
ตวั กลางแสง
ทิศการขน้ึ และตกของดวงจนั ทร์ แรงโนม้ ถว่ งของโลก มวล
การเปลี่ยนแปลงรปู ร่างของดวงจันทร์ และน�้ำหนกั ของวัตถุ
สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์การขน้ึ และตกของดวงจนั ทร์
มวลของวตั ถทุ ี่มผี ลตอ่
การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นที่

คมู่ ือครูใช้คู่กบั หนงั สือเรยี น

แวิทลยะเาทศคาโสนตโรล์ ยี
๔ชน้ั ประถมศึกษาปีที่

ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ดั
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

สงวนลิขสทิ ธิ์
ส�ำ นกั พมิ พ์ บรษิ ทั พัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำ กัด
พ.ศ. ๒๕๖๔
สถาบันพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
๑๒๕๖/๙ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสติ กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐
โทร. ๐-๒๒๔๓-๘๐๐๐ (อัตโนมัติ ๑๕ สาย), ๐-๒๒๔๑-๘๙๙๙
แฟกซ์ : ทุกหมายเลข, แฟกซ์อตั โนมัติ : ๐-๒๒๔๑-๔๑๓๑, ๐-๒๒๔๓-๗๖๖๖

website : www.iadth.com

พเิ ศษ

การพฒั นาคุณภาพผู้เรียนท่สี อดคล้องกับ

GPAS Steps เสริมสร้างศักยภาพการเรียนรูต้ าม

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

การอธบิ ายเป้าหมาย เปา้ หมายการเรียนรู้ ใบพืชมีหน้าที่อะไร
การเรยี นรู้ และการทำ�
ชนิ้ งานทีผ่ ู้เรยี นจะได้ ระบเุ ปา้ หมายการเรยี นรใู้ นหลกั สตู รตามแนวทาง คำาถามสำาคัญ
คะแนนอย่างชดั เจน ท�ำ ให้ผเู้ รียน Backward Design ซง่ึ ประกอบดว้ ย
เหน็ ทิศทางในการเรียน เปน็ การ - มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กิจกรรมที่ ๒.๒ หนา้ ท่ขี องใบ
ขจัดความกังวลใจ และสรา้ ง - สมรรถนะส�ำ คญั ของผเู้ รยี น
ความรสู้ กึ เชิงบวกใหแ้ ก่ผู้เรียน - คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ตอนที่ ๑ การคายน้ำาของพืช
การใชค้ ำ�ถาม 55%วสั ดุอุปกรณ์
หรือกำ�หนดปัญหา St Stภาระงาน/ชนิ้ งาน ๑. ต้นไม้ที่ปลูกใส่กระถาง ๑ กระถาง
ท่ผี ู้เรียนตอ้ งพบในชีวิต กำ�หนดภาระงานหรอื ชน้ิ งานของผูเ้ รียน ๒. ถุงพลาสติกใส ๒ ใบ
(Problem Based Learning: PBL) ซึง่ เปน็ หลักฐานแสดงความเขา้ ใจ ๓. เชือกสำาหรับรัดปากถุง ๒ เส้น
เพือ่ สร้างความรู้สึกตื่นเต้นทา้ ทาย
กระต้นุ อารมณ์ให้ผเู้ รยี นสนใจ ep 1 ขนั้ สงั เกต วิธที ำา
อยากเรียนรู้ อยากสืบสอบ
ซึ่งสง่ ผลต่อการเรียนรู้ท่ดี ี รวบรวมข้อมลู ๑. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ นาำ ตน้ ไมท้ ปี่ ลกู ในกระถางมา ๑ กระถาง
๒. เลือกกิ่งไม้ที่มีขนาดใกล้เคียงกันและมีใบติดอยู่จำานวนเท่ากัน
การรวบรวมขอ้ มูล 1. ตง้ั ค�ำ ถาม ตั้งสมมุตฐิ าน เพ่ือกระตนุ้ มา ๒ กิ่ง
จากสิ่งแวดลอ้ ม ประสบการณ์ให้ผเู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ๓. ครอบกิ่งใดกิ่งหนึ่งซึ่งมีใบด้วยถุงพลาสติกใส ใช้เชือกรัดปากถุง
และแหล่งเรียนรู้ ให้แน่น
อย่างหลากหลาย ผ่านระบบ 2. สังเกตและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งเรยี นรู้ ๔. เด็ดใบไม้อีกกิ่งหนึ่งออกให้หมด แล้วใช้ถุงพลาสติกใสครอบ
ประสาทสมั ผสั (ways of knowing) อยา่ งหลากหลาย เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนรจู้ ัก พร้อมรัดปากถุงด้วยเชือกเช่นเดียวกับข้อ ๓
ท้ังการเหน็ (ทางตา) การไดย้ นิ เลือกข้อมลู ท่ีต้องการ ๕. ตั้งกระถางต้นไม้ไว้กลางแดดเป็นเวลา ๑๐-๑๕ นาที สังเกต
(ทางหู) การสัมผัส (ทางกาย) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้ง ๒ กิ่ง แล้วบันทึกผล
การได้กลนิ่ (ทางจมกู ) ep 2
การรบั รส (ทางปาก) ท�ำ ให้สมอง 34
เกดิ การเรียนรู้และมีพฒั นาการ ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้
เพราะสงิ่ แวดล้อมคอื ตวั กระตุ้น กิจกรรมเสรมิ สร้างศักยภาพการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21
พัฒนาการสมอง และสิง่ แวดล้อม 3. จัดกระทำ�ข้อมลู ด้วยการคดิ วเิ คราะห์ แนวข้อสอบ O-NET/PISA
ที่หลากหลายทำ�ใหส้ มองเรียนรไู้ ด้ดี (จำ�แนก จัดหมวดหม่ ู หาความสมั พันธ ์
การจดั ขอ้ มลู ของสมอง เปรยี บเทยี บ ฯลฯ) โดยใช้แผนภาพจัด และสารประโยชน์มากมายสำ�หรับครู
จะใช้การคิดหา ความคิดอยา่ งเป็นระบบ สรปุ สาระสำ�คัญ
ความสมั พนั ธเ์ ชือ่ มโยงกบั สงั เคราะห์เปน็ ความคิดรวบยอด
ประสบการณ์เดมิ เปรยี บเทียบ
จัดกลมุ่ และสรุปเปน็ หลักการ 4. คิดประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าโดยเชื่อมโยงกับ
ของตนเอง กิจกรรมทเี่ นน้ การคิด หลกั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม หลกั ปรชั ญา
จงึ ท�ำ ใหส้ มองเกดิ การเรยี นรู้ ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความเป็น
และครตู ้องฝึกให้ผู้เรยี นใช้ พลเมืองไทยและพลโลกที่มีคุณภาพ
แผนภาพความคิด แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด
(Graphic Organizers)
เพื่อจัดข้อมลู อยา่ งเปน็ ระบบ 5. สรา้ งทางเลอื กโดยออกแบบหรอื คดิ สรา้ งสรรค์
สร้างการคดิ อย่างมีแบบแผน แนวทางอย่างหลากหลาย แล้วตัดสินใจ
เลือกแนวทางที่ดีทส่ี ดุ
6. วางแผนขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
เพอ่ื นำ�ไปสู่ความส�ำ เรจ็

การคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ ค่า ท�ำ ให้ผู้เรียนเห็นความส�ำ คญั ของส่ิงนั้น
ข้อมลู ทม่ี ีความส�ำ คัญมีความหมายต่อชีวิต สมองจะสนใจและตอบสนอง
จงึ สง่ ข้อมูลเหลา่ นัน้ เขา้ สู่กระบวนการเรยี นรู้ โดยเช่ือมโยงกบั ความรู้
และทกั ษะทม่ี อี ยู่เดิม สร้างความหมายใหม้ ากยง่ิ ขึน้

สุดยอดคู่มือครู 2

พิเศษ

การเรยี นรขู้ องสมอง (Brain Based Learning)

มาตรฐานสากลในศตวรรษท่ี 21

Apขp้ันlปyฏiิบnัตgิแลanะสdรCุปoคnsวtาruมcรtiู้หngลังthกeารKปnoฏwิบlัeตdิ ge A ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying the Communication Skill

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ถุงพลาสติกใส St St St asean

3ep ข้นั ปฏหิบลตังั กิแาลระปสฏริบุปตัควิ ามรู้

ถุงพลาสติกใส 7. เขียนขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ านจริงและ

ลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผน ประเมนิ ความส�ำ เรจ็

ของงานและประเมินการทำ�งานเชิงระบบ

กิ่งไม้ที่ไม่มีใบ กิ่งไม้ที่มีใบ เพือ่ ปรบั ปรงุ และแก้ปัญหา แล้วสรุป การเคล่ือนไหวและ
ส่งิ ทท่ี ดลอง เป็นความคดิ รวบยอด การลงมอื ปฏิบตั ทิ ำ�ให้

55% ๑. ถุงพลาสตกิ ใสทีค่ รอบกิ่งไมท้ ่ีมีใบ สมองพัฒนาท้ังสองด้าน
ภาพที่ ๒.๖ การทดลองการคายน้ำาของพืช 8. น�ำ ความเขา้ ใจทเี่ กิดจากการปฏิบัติ เม่อื ผู้เรยี นนำ�หลกั การจากศาสตร์

ตวั อย่างตารางบนั ทึกผลการทดลอง มาสร้างองคค์ วามรู้ หรอื สรุปเปน็ หลักการ แขนงตา่ ง ๆ ไปปฏิบตั หิ รอื ลงมอื
ตารางท่ี ๒.๒ สง่ิ ท่ีสังเกตไดภ้ ายในถงุ พลาสตกิ ใสท่คี รอบกิ่งไมท้ ม่ี ีใบและไม่มใี บ แก้ปญั หามากขนึ้ ความรจู้ ะยง่ิ ถกั ทอ
หลังจากตัง้ ไวก้ ลางแดด ๑๕ นาที

สิ่งทส่ี ังเกตไดภ้ ายในถงุ พลาสติกใส ขยายกว้างขึ้น เกดิ ทกั ษะการคิด

๒. ถงุ พลาสตกิ ใสทีค่ รอบก่ิงไม้ทีไ่ มม่ ีใบ ep 4 รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ (creative thinking)
การคิดแกป้ ัญหา (problem solving
? การทดลองน้ีมวี ัตถุประสงค์อะไร thinking) การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
? การทดลองนีจ้ ัดอะไรใหแ้ ตกตา่ งกนั หรอื เหมอื นกันบา้ ง ข้นั สอื่ สารและน�ำเสนอ (critical thinking) ผเู้ รียนไดพ้ ัฒนา
และตอ้ งติดตามดูอะไร ความคิดทัง้ ระบบ และสามารถ
? มีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งไรเกิดขนึ้ ภายในถงุ พลาสตกิ ใส 9. สอื่ สารและน�ำ เสนอผลงานหรอื ความส�ำ เรจ็
ที่ครอบก่งิ ไมท้ ีม่ ีใบและไมม่ ใี บ เพอ่ื ขยายความรใู้ นรูปแบบการอภปิ ราย
? อะไรเป็นสาเหตทุ ีท่ ำาใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงนน้ั การรายงาน น�ำ เสนอดว้ ยแผงโครงงาน สรา้ งองคค์ วามรไู้ ปพรอ้ ม ๆ กัน
? สรปุ ผลการทดลองได้ว่าอย่างไร PowerPoint Presentation เป็นตน้ เกดิ ความเข้าใจท่ีลมุ่ ลกึ และเปน็
ความเข้าใจท่คี งทน สามารถน�ำ ไป
ประดษิ ฐผ์ ลงาน สรา้ งผลิตภณั ฑ์
จัดท�ำ โครงงาน (Project Based
Learning: PBL) พัฒนาพหุปญั ญา
ใบเป็นส่วนของพืชที่ทำาหน้าที่คายน้ำา และขยายผลสสู่ ังคมตามมาตรฐาน
สากลและวสิ ัยทัศนใ์ นศตวรรษท่ี 21
ep 5
35 ข้ันประเมนิ เพ่อื เพิม่ คุณค่า
บริการสังคมและจติ สาธารณะ

กจิ กรรมเสริมสร้างศักยภาพการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 10. เชื่อมโยงความรู้ไปสู่การทำ�ประโยชน์ให้กับ
แนวข้อสอบ O-NET/PISA ท้องถ่ิน สังคม สิ่งแวดล้อม ในระดับ
ประเทศ อาเซียน และโลก ตามวุฒิภาวะ
และสารประโยชน์มากมายสำ�หรบั ครู ข อ ง ผู้ เ รี ย น แ ล้ ว ป ร ะ เ มิ น ค่ า นิ ย ม
นิสยั แหง่ การคิด การกระทำ�

Active Learning

3 สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

GPAS กระบวนการเรยี นรู้ BBL อย่างแทจ้ ริง
Steps ตามมาตรฐานสากลและวิสยั ทัศนใ์ นศตวรรษท่ี ๒๑

St ep 1

St ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

St การรวบรวมข้อมูลเพ่ือสร้างฐานการเรียนรู้ กระตุ้นอารมณ์ต่ืนเต้น สร้างความรู้สึกเชิงบวก สนุกสนาน
นา่ สนใจ ทำ�ให้สมองต่ืนตวั พรอ้ มเรียนรู้ ซึ่งมี ๒ วิธี ดงั นี้
วิธที ่ ี ๑ การใชค้ �ำ ถามหรอื ก�ำ หนดปญั หาท่ีผเู้ รยี นตอ้ งพบในชีวติ
วิธที ี่ ๒ ให้ผู้เรียนอยู่ในส่ิงแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ โดยใช้ระบบประสาทสัมผัสรับรู้ข้อมูล เรียนรู้
จากของจรงิ สง่ิ ใกล้ตัว ภาพ บตั รคำ� ฯลฯ รวมท้งั ได้สืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ดว้ ยตนเอง

GPASG5PASSte5pSsteps Gขขั้น้ันสสังังGเกเกตaตatรhtวรehบวrรeiบวnrมรgiขวn้อมgมขูล้อมูล Pข้ันคิดวิPเคขrรั้นoาคcะหeิด์แsวลsิเะiคสnrรรgoุปาคcะหวeา์แsมลsระู้iสnรgุปความรู้

1ep epร1วขบ้นั รสวงัมรเขบกวขบอู้ตร้นั มรณสวูลงัมาเกขบกอู้ตรามณรลูทาักกาษระทศักตษวะศรตรวษรทรษ่ี 2ท1่ี 21 แนวขแ้อนสวอขบ้อOส-อNบETO-NET ๒ ใบ
๑.
๑. นักเรียนร่วมกันสังเกตพืชจำ�พวกหัว ตตออนนทที่ี่ ๒๒ กกาารรสสร้ารง้าองาอหาาหรขาอรงขพอืชงพืช

นักเรียนเรช่ว่นมมกันันแสกังวเกมันตพแืลช้วจทำ�ดพสวอกบหอ�ัวห�ร วัสดุอปุ กรณ์
เช่น มันแทกี่พืชวเหมลั่น�นั้นแสละส้วมทดโดสยอหยบดอส��หรล�ะรล�ย
ทแไอล่ีพโ้วอืชนดเหันีกลลเ่�รไแเทงนพีอยบล�อื่โั้นงน้วนอเวกสนดิทรมดิ ันีกะ่ยวนักสลเ�มรรแศงมะียกบก�บสนนันววโตรมนดตหร่วกนั ย์รมอ�ดแรอืหกบกังเรมนันวยคยี ้ีนัตหดนำ�รอทรถสอืตู้บถี่��ม�ครมกูมนั ำ�ลกผสทถระถี่ำ�่��ะลคมคกูบ�ผสรวัญยนำง�่ึ่�คคกรั�ญรง่ึ วัสด๑อุ. ปุ ใกบรพณืชส์ ีเขียว
เพอ่ื เกดิ กร๑ะ.บ๑วสนีขกอ�รงเสรยี�รนลระตู้ ล�ม�ยกไรอะโบอวดนีนกม�รีก�ร
ท�งวิทย�ศเป�ลสี่ยตนรแ์ ดปงัลนงห้ี รือไม่ (มี โดยเปล่ียนจาก ๒๓๑๒๓๔๕....... บหถหบใหบ้วีลลกีลกยออเพกอเกดดกอืชดรทหอระสทยด์ เรขีเบดลดข์ นื้อขอ ีลย างงนดอว ข า นง๒ด ขา๕ ดน๒๐ใาห ๕ลดญู๐กใ่ บห ลาญศูกก่ บ ์เซาศนตกิเ์เมซตนรต ิเมตร๒๑๑๑ ใหหใบบลลออดด๒๑๑ ใบ
เ๑สปเี.ห๑ลล่ียสอื นีงขนแอาํ้ปพ๑ทสตงเี.ืรลหช๒าส�ลลงมบ�จือเหีกปไรง�ดรนก็น�ลื้ํา้ออรกสตะยสไ�ีนาล่มลร�ะา้ํ งสเ�เ่สปงไ�ย(็นินรมธมสไเิตอขี(นีอโ้มพก�า้ํดเโเืหช�งกยอนิรม�ือเเทีดกขปรบ้มาดีปลนดรเกลส่ีรยาํมอือะ)ะนบสีงกเจดมขภ�ําาอ้�)กรทงาหตใา้ดนร ใบ
๑.๒ จ�กปกร�ะรเภสท�แธป้ิงตทกร�าบรจทากดกลารอหงยขด้�สงารตล้นะลาย หลอด
พื ช มี ก � รไอสโอะดสีนมโดอย�จหะเ�ปรลี่ยปนรสะีขอเงภสทารใลดะลาย

๔๖.. ตถะ้วเกยียกงรแะอเลบกื้อองฮ อ ล์พร้อมที่กั้นลม ๑ ชุด ๒ ใบ
๕๗. ปหาลกอคดีบ ห ยด ๑ อัน ๑ หลอด
๖๘.. นต้ำาะกเลกั่นีย งแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้น๑ล๕ม๐ ลูกบาศก์เซนติเม๑ต รชุด
๑๗๘๙๐.... เสปนอาทา้ำารกกลิลคะแลลอั่นีบาลย ก ไออฮโออดลีน์ ๙ ๕ % ๓๐ ๑ลลููกก๕บบ๐าา ศศ กกล์์เเซซูกนนบตตาิิเเศมม๑ตตก รร์เซอนันติเมตร


วิธ๙ที .าำ เอทิลแอลกอฮอล์ ๙๕ %
๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร

ทร�บได้อไอยโอ่�ดงนี ไ)ร (พืชมีการสะสมอาหาร ๑๐๑. นสักาเรรลียะนลแบาย่งกไลอุ่มโอ แดตีน่ละ กลุ่มเด็ดใบพืชสีเขียว ( ใ๑บ พ ืชลทูกี่ไดบ้ราับศแกส์เงซนติเมตร
ปไอระโอเภดทีนแป(๑๑โน้งด..๓้าํ๔ตยทาอจรลน�าะหัซกบเ่ึง�ปเจจรรลาะทียเก่ีปีพ่ยนกลืชนจี่ยาสสะรนรีทหสข้�งะอดยสไงดดสมส้คไอสวือาบาใ้ รอนรอละรล�ไูปะหะรขลลอ�รงาาแยยทปี่พ้ง)ืช วิธที ๒าำ . มาแล้วอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง) จำานวน ๒ ใบ
ไอโอดนี ) สร้�งขึ้นได้อย่�งไร (ใช้สารละลายไอโอดีน ต้มน้ำากลั่นปริมาณ ๑๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
๑.๓ อ�ห�ใรนทกา่ีพรทืชดสสรอ�้บงไถด้าเ้คปลอื ่ียอนะจไากรสีเหลืองนํ้าตาล
(นา้ํ ตาล ซงึ่เปจ็ะนเสปีนล้ําี่ยเงนินสเะขส้มมแสไวดใ้ งนวร่าปูมีขแอปง้งแอปย้งู่ซ)่ึงเป็น ๑. ตใขใตมนหนอม้ ้มาักเ้บงตดแในเีกอ่อืบรลเได้ำาียพกป้วก จือชนปอลา รรแกยแ์ั่ ะนนลบ่าขมปะัน้งน่างบนณนรกาันดาำิม้อ ล๒ใท บยาุ่ม ๒นึกณพ าผ๓๕แชืท ล๐ทต ี๑สช ีเ่ ่ลตงัล๕ั่วเระกูกโ๐ยีกมตบม กลงาลไาศ)ุ่วมร ูกใ้กจเเสปบด์เำาใ่ซลนนา็ดนยี่ ศนวในต้าำบนกแิเเมดพ์ป เ๒ซอืตลภืชดนรง าสใ พตบีเทขิเี่มีย๒ต.ว๗ ร(ใ ตบ้มใพบืชพทืช ี่ได้รับแสง
๑สร.๔้�งขน๒้ึนัก.ไดคอเนราว้อักหี�ยเยามรรน่�ียทสงีพ่นจ�ไมชืแะรส�บทระ่(งสถดใกมชลสแไ้สวุ่มตอ้)า่ลรกบะลลกอะุ่มลล�ลุ่มาหะยร�่วไ๔รอมทโกคอั่ีนพนดศืีนชคึกลษะ�
ในการทดสแอลบะอ�่ถน้าวเปธิ ทีล�ำ่ียกนจิ จการกรสมีเทหี่ ๒ลือ.๒งนเร้ําอ่ื ตงาหลน�้ ท่ี ๒.
เป็นสีน้ําเงขิอนงเใขบ้ม(แตสอนดทง่ี ๒ว่ากม�ีรแสปร้ง�้ งออย�ู่หซ�ึ่งรเขปอ็นงพชื )
อาหารท๓พี่ . ชื นสักะเสรมียไนว)้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปร�ย ในบีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติใเนมนต้ำ�รเด ือด
๒. แคนลวักะ�เมอรี�ย่ส๔นน�.วมแกผผธิ �บอ่ลู้ทีแรนก่งท�ำถท�กกนร�ำ ลจิทกแนุ่จิกมำ�ตักกกร่ลิจรเรกรรกะมมีลยรกทรุ่มทนลมี่�ำล๒แุ่มกหะตจิน.ร๒ก่�้ล่ว๔ชรมะเรัน้ รมกกเคอื่รลแันยีงนลุ่มนศหะนบคึกนำนั�ลษ�้ เททสะ�กึ ี่นผลอ 36 ใหเ้ ดอื ด จากนัน้ นาำ ใบพชื ทีเ่ ตรยี มไวใ้ สใ่ นน้าำ เดอื ด
ตม้ ตอ่ ไปประมาณ ๒ นาท ีสงั เกตการเปลยี่ นแปลง

แนวข้อสอบขOอ-NงใETบพืช และบันทึกผล ภาพที่ ๒.๗ ต้มใบพืช
ในน้ำ�เดือด
ส�รข้อใดใชท้ ดสอบแปง้ ในพืช และใหผ้ ลก�รทดสอบอย�่ งไร
๑ ส�รละล�ยไอโอดนี เปล่ยี นจ�กสีเหลอื งน�้ำ ต�ลเปน็ สนี �ำ้ เงินเขม้
๒ 3เอ6ทิลแอลกอฮอล์ เปลีย่ นจ�กไม่มีสีเป็นสเี ขียว
๓ นำ�้ เดอื ด เปลยี่ นจ�กสีเขียวเป็นสีนำ�้ ต�ล
ของใบ (ตอนที่ ๒ ก�รสร�้ งอ�ห�รของพชื ) ๔ น�้ำ กลั่น เปลี่ยนจ�กไม่มีสีเป็นสีเหลอื ง
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปร�ย เฉลแยน๑วขเ้อหตสผุอลบสOาร-ลNะลEาTยไอโอดนี ใชท้ ดสอบแปง้ ในพชื โดยถา้ เปน็ แปง้ ในพชื จะเปลยี่ น

กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล ส�จราขก้อสใีเหดลใือชงท้ นํ้ดาตสาลอเบป็นแสปีน้งํ้าใเงนินพเขชื้ม สแ่วลนะเอใหทิลผ้ แลอกลก�รอทฮอดลส์ ใอชบ้สอกัดยค�่ ลงไอรโรฟิลล์ในพืช
๔. ผู้แทสุดนยอนดคักู่มือเครรียู น3แ6ต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ๑น้าํ เสดือ�รดลและะลน�ํา้ กยลไั่นอไโมอไ่ ดดใ้ีนช้ทเปดสลอยี่ บนแปจ้ง�ใกนสพชืเี หลอื งน้�ำ ต�ลเป็นสนี ้ำ�เงนิ เขม้
๒ เอทลิ แอลกอฮอล์ เปลยี่ นจ�กไมม่ สี เี ป็นสเี ขยี ว
สุดยอดคู่มือครู 4 ผลก�รท�ำ กจิ กรรมหน้�ชนั้ เรียน ๓ น�ำ้ เดอื ด เปล่ยี นจ�กสเี ขยี วเปน็ สีน�ำ้ ต�ล

๔ นำ�้ กลั่น เปล่ยี นจ�กไม่มีสีเป็นสเี หลอื ง
เฉลย ๑ เหตผุ ล สารละลายไอโอดนี ใชท้ ดสอบแปง้ ในพชื โดยถา้ เปน็ แปง้ ในพชื จะเปลยี่ น

จากสีเหลืองน้ําตาลเป็นสีนํ้าเงินเข้ม ส่วนเอทิลแอลกอฮอล์ ใช้สกัดคลอโรฟิลล์ในพืช

พิเศษ

St ep 2

ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)

สมองจะเกิดการเรียนรู้ทันทีเมื่อประเมินได้ว่า เรื่องท่ีกำ�ลังเรียนมีความหมายและสำ�คัญต่อการดำ�เนินชีวิต
ดังนั้น ในการสอนควรให้ผู้เรียนคิดประเมินเพื่อสร้างความหมายของความรู้ในมิติคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านยิ มหลัก ๑๒ ประการ

Appข้ันl ใyปนiฏnกิบgาัตรaิแผคnลเdู้ะิดรสCมยีรoุปนาnคกจsวtขะrาuก้นึมcรรtiสู้หะngตลมังอือtกhรงeาอืจรKระปnนใ้ฏoชิบwเ้กมัตleาอ่ืิ dรรgคา่eงดิ กหาายคไดวาเ้ คมลสAอื่ัมนpพไpันหlyธวขi์ขnม้ันอgสีสง่ือว่สthนสงิ่ eารตรCว่ แ่าoมลงmะในๆmน�าuกเเnสพจิ iนcกือ่ aอรtเiปรonมรียกSkบาilรlเทเรยี ยี บนรจู้ัดทก�ำ ขลใ้ันหS่มุ ปส้eรแมlะfเลมอ-Rะินงeสเพพgรฒั่ือ้าuเงนพlaเ่ิมาปtคiม็นnุณศีgหคกั ล่ายกั ภกาาพร
เสริมคขวาอมงรตู้ คนรเูคอวงรสโอดนยใช้แผนภาพมาชว่ ยจัดตคัววชาี้วัดมคิดเหล่าน้ใี หเ้ ป็นระบบชดั เจนaseaenp รอบรู้อาเซียนและโลก

1
St St ขนั้ สงั เกต
รวบรวมขอ้ มลู
ตอนที่ ๓ สมบัติของแก๊ส A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�าuเnสiนcaอtion Skill
pplying and Constructing the Knowledge ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

วัสดุอุปกรณ์ เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด a๑seaenp๓1ร.อนอขบรอ่าักู้อนงารเเวรซสวขบียียั้นธิสรนสวแนทีาังมลเะรขกแำาโล้อตกกมต(ูลติจล่ อกะนรกรทลม่ี่มุ ๓ทร่ี ่ว๕สมม.๒กบนัเัตรศิข่อื ึกองษงสแามกแบลส๊ ตั ะ) ิ
๑๓๑.๔นอ่าัก.นเรวนียิธนทีักแาำ กเตจิรล่ กะียรกรนลมุ่มทแร่ี่ว๕ตม.๒ก่ลันเระศ่ือกกึ งษสลามแุ่มบลัตะริ ่วมกันอภิปราย
๑. หลอดฉีดยาพลาสตติกอน ที่ ๓ สมบัติของแก๊ส
ขนาด ๓๐ ลูกบาศกว์เัสซดนอุ ปุตกิเรมณต์ ร ๑ อัน
๒. ลูกโป่งขนาดเล็ก ๑ ๒.. หขลนูกลาโอปดด่ง ฉ๓ขีดน๐ยา ลดาูกพเลบล็กาาศ สกต์เิกซ น ต๑๑ิเม ตร ลเสูก้น
๓. ยางรัด ๑ อัน ๑๔. กนขอ่อักงนเสรสกทียสำามอ่านกรแิจนบ(กตตรท่ลตัอระนมำาขิกทกทลอี่ ๓ุ่ำามิจงกรสกจิแ่วมกมรกบรกรรัตส๊ันมิขมออเแพภงทิแ่อืปลกบรำาะ๊สา่งกยช)บ้ีจิ นั กทรึกรมผลเพ่อื บ่งชี้
๑ ลูก
๓. ยางรัด ๑ เส้น
วธิ ที าำ วธิ ีทาำ ๑๕๑. ๕ผสมู้แ.บทผัตนขิ นู้แอักงทแเรกีนยส๊ นนแแลตักะ่ลบเะันรกทีลยกึ ุ่มผนนลำาแเสตน่อละกลุ่มนำาเสนอ
ผลกผารทลำากกิจากรรรทมาำหกน้าิจชนั้กเรรียรนมหนา้ ช้นั เรยี น
๑. เนพักื่อเรดียูดนอแบาก่งกาศลุ่มเข แ้าตม ๑่ลา. ใะนกแเนพลักลหื่อ้วเรุ่มดกลียูดดดนอกอแึง้าบาดนกก่งหกฉา้าศลลนีุด่มเอข ดหแ้ายฉตมลีด่ลาาอใะย นกาดใลพหชุ่มฉลลด้าอนีดสึงดกติ้วยฉ้าิกนีดอาจหยพนุดลากอ ลปดดใชาไฉลม้นสีด่ไิ้วยาตดอาย้ พุิดกจลหปาจากลสลนนาตยั้นอิกสหปจุดดลนล่อสอุดดย 2ep2
St St ขน้ั คดิ วิเคราะห์
ep
และสรปุ ควาขมรน้ั ู้ คิดวเิ คราะห์
แก้าลน้วหกลดอกด้าฉนีดหยลาอพด ล ฉาส๒ ีดต. ยิกาขสกจองั้าพนเงกนอหลตาลหรกาอปูายดสศรฉา่ใุดงตนีดขนหยอิกลางิ่งพออจลดากนาฉสาีดศกตยใิกนดาจพหนไลลหาอมยสดุดต่ไฉนิกดดี ิ่งยแ้ าลพจะลบาาันสกทตึกนกิ ผแั้นลละปอา่ ลนป่อรมิยาตร ๑๖ . นแัลกเะรแียสนดร่วงมคกวันามวิเคแคิดลราเะหะสห็น์รเอกุปภ่ียิปคววรกาาับยมรู้

๒. สงั เกตรปู รา่ งของอ ากา๓ ศ. ในเใสหหีย้แบนลป่นอล กาดยดหฉกล้าดีนอหดยลฉาอีดพดยฉาลีดพยาลาสาพสตตลาิกกิ สเขตแ้าิกไลจปนะใสนอุดลา่ เูกพนโื่อปปไ่งลแร่อลมิา้วกใาาชศต้ยเาขรง้ารไัดป ๑๖หผลล.งักทนาาำรกัทกจิำาเกกรริจรีกยมรนรมรโ่วดมยตกอบันควำาถิเาคม ราะห์ อภิปราย
ของอากาศในหลอ ด ฉีดยใานพลูกลโาปส่ง ตแลิก้วส ัแงเกลตะรบูปรัน่างทแลึกะปผรลิมาตรของอากาศในลูกโป่ง ๑๗.นกั เรแยี นลรว่ ะมกแนั สสรปุดผลงกคารทวาำ กาจิ มกรครมิดเห็นเกี่ยวกับ
๓. เสียบปลายหลอด ฉีด ยาพแลละบาันสทตึกผิกลเข้าไปในลูกโป่งแล้วใช้ยางรัด
ให้แน่น กดก้านหลอดฉีดยาพลาสติกจนสุดเพื่อไล่อากาศเข้าไป แเกล่ยี ะวสผกรับปุลสสกมงิ่ ทบาเ่ีตัขริขา้ ใทอจงเำาแปกกน็ ส๊ คิจวกามรรรู้ รว่ มมกนั โดยตอบคำาถาม
หลงั ทาำ กิจกรรม
ในลูกโป่ง แล้วสังเกตรูปร่างและปริมาตรของอากาศในลูกโป่ง ๑๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการทาำ กจิ กรรม
และบันทึกผล
ภาพที่ ๕.๑๒ การทดลองสมบตั ขิ องแกส๊ และสรปุ สงิ่ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั

105 เกยี่ วกับสมบตั ขิ องแกส๊

เฉลยกิจกรรมการทดลอง

บนั ทกึ ผลการทา� กิจกรรม สรุปผลการทา� กจิ กรรม

ตอนท่ี ๓ สมบตั ขิ องแก๊ส อากาศซง่ึ เปน็ แกส๊ มรี ปู รา่ งและปรมิ าตรไมค่ งตวั
ตาราง ผลการสงั เกตรปู รา่ งและปรมิ าตรของอากาศเมอ่ื อยใู่ นหลอดฉดี ยาพลาสตกิ และในลกู โปง่ โดยเปลี่ยนแปลงตามรูปร่างและขนาดของ
ผลการสงั เกตสิง่ ทเ่ี กิดขน้ึ
ในหลอดฉดี ยาพลาสตกิ ภาชนะท่บี รรจุ
ภาพที่ ๕.๑๒ การทดลองสมบัตขิ องแกส๊การทดลอง ในลกู โปง่

105รปู ร่างของอากาศ รูปร่างตามลกั ษณะของหลอดฉีดยาพลาสตกิ รูปร่างตามลกั ษณะของลกู โปง่
ปรมิ าตรของอากาศ ปรมิ าตรตามที่อา่ นได้ ปริมาตรเปล่ียนไปตามลกั ษณะของลกู โปง่

105 สุดยอดคู่มือครู

เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการท�ากิจกรรม 5 สุดยอดคู่มือครู
บนั ทกึ ผลการทา� กิจกรรม

พเิ ศษ

ep 3

ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
St
การน�ำ หลักการทส่ี รา้ งขึ้นไปปฏบิ ตั ิ ลงมือทำ� ลงมอื แกป้ ัญหา ท�ำ ใหส้ มองตอ่ ยอดความรูท้ ่มี อี ยูเ่ ดิม เกดิ ความรู้
Stทซ่ี บั ซอ้ นขน้ึ ยงิ่ ปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจ�ำ จะเกดิ ความช�ำ นาญ กลายเปน็ ความเขา้ ใจทคี่ งทน ซงึ่ เรยี กวา่ องคค์ วามรู้ หรอื ปญั ญา

St G Pข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล

ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnaมgtขh้อมeูลring
GPAS 5GPSAtSe5psSteps ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้

บูรณากาบรูรทณักากษาะรศทักตษวะศรตรวษรรทษี่ท2่ี 211 ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้ rocessing
แนวข้อสอบ O-แNนETวข้อสอบ O-NET
ep 3 แลeขะpสั้น3รปุปฏคบิ วัตามแหิ ลลรขะงั สนัู้้กรปาปุรฏปคิบวฏัตาบิ มิ ตั ริู้

๑ห๘.ล นงั ักกเราียรนปแตฏ่ลบิ ะกตั ลิุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ ตวั อย่�งต�ร�งบนั ทึกผลก�รทดลอง
และเขียนแผนภาพความคิดแบบเปรียบเทียบ ต�ร�งที่ ๕.๔ ผลการสงั เกตรปู รา่ งและปรมิ าตรของอากาศเมอื่ อยใู่ นหลอดฉดี ยาพลาสตกิ และในลกู โปง่

ก�รตทด�ลรอ�งงที่ ๕.๔ ผลตก�วั รสองั ยเก่�ตงทตีเ่ ก�ิดรข�ึน้ งบนั ทึกผลก�รทดลอง
ผลในกหาลรอสดงัฉเดี กยต�พรลปู �สรตา่ ิกงและปรมิ าตใรนขลูกอโงปอ่ง ากาศเมอ่ื อยใู่ นหลอดฉดี ยาพลาสตกิ และในลกู โปง่

๑๘. นักเรียนแต่ละกคลวุ่มามรเห่วมมือนกแันละวคาวงามแแผตกนต่า งอขอองกสาแรใบนสบถ านะ รปู รา่ งของอากาศ ผลก�รสงั เกตท่ีเกิดขึน้
และเขียนแผนภจราะดั พหทวาำค่าเงปขว็นอาชง้นิมแงขคา็งนกิดบั ขแอบงเหบลเวป แลระียขอบงเเหทลีวยกบับแ ก๊ส
ความเหมือนแ ละ(คตววั อายม่างแแผตนภกาตพค่าวงามขคอดิ ง)สารในสถานะ ปริมาตรของอากาศ ก�รทดลอง ในหลอดฉีดย�พล�สติก ในลูกโปง่
ระหวา่ งของแข ็งกับ• ขขอองงแเหข็งลกับวข แองลเหะลขวองเหลวกบั แก๊ส
? รปู ร่างของอากาศในหลปรรอูปิมรดา่าตงฉรขขอดีองงอยอากาากาพศาศลาสตกิ และในลกู โปง่
จดั ทาำ เป็นชิ้นงาน ของแข็ง ของเหลว เหมือนหรอื แตกต่างกนั หรอื ไม่ อย่างไร

(ตวั อยา่ งแผนภาพความคิด) ? ปริมาตรของอากาศในหลอดฉีดยาพลาสติกและในลูกโป่ง
• ของแข็งกบั ของเห(คลรงปูวตรวั่า)ง ? ? เทา่รกูปันหรร่าอื งไขมอ ่ องยอ่างาไรกาศในหลอดฉดี ยาพลาสติกและในลูกโป่ง
(ปรมิ าตร (รูปร่าง สรเุปหผมลกือารนทหดลรอืองไแดต้วา่ กอยต่าา่ งไงรกันหรือไม่ อย่างไร
คงตวั ) ไม่คงตวั )

ของแขง็ ของเหลว ?อาปการศมิ เปาต็นรสขสอารงทอี่อายกู่ใานศสใถนานหะลแอกด๊สฉ ซดี ึ่งยมีราูพปรล่าางสแลตะกิ ปแริลมะาตในร ลูกโปง่
แผนภาพความคดิ เปรียบเทยี บระหว่างของแขง็ กับของเหลว สมเป าีช ลม ?่อี่ายงรนวถ่แาสเเทงคปรรลลา่ ะุปื่อกงหนไผวันปท่าลตี่ไหงปกาอรทมนาอืั่วรุภรทูปไาทุกรมค่ทาดม่ งิศอแลาทกลยอาจะงา่ งึขงทงอไนั้งไดยภารดู่หา้วชข่า่านงออะกงทัยภนี่บา ่ารชดงรนังไจนะรุ ทั้นี่บ อรรนจุภุ าเคนื่ขอองจงแากกแ๊สกจ๊สึง

(รปู ร่าง (• ปขรอมิงเหาตลวรกบั แก๊ส (รปู ร่าง
คงตวั ) คงตขัวอ)งเหลว ไมค่ งตแวั ก)ส๊

(ปริมาตร (รปู รา่ ง (ปรมิ าตร อากาศเป็นสสารที่อยู่ในสถานะแก๊ส ซึ่งมีรูปร่างและปริมาตร
คงตวั ) ไม่ ไมค่ งตัว) เปลี่ยนแปลงไปตามรูปร่างและขนาดของภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากแก๊ส
มีช่องว่างระหว่างอนุภาคมากจึงอยู่ห่างกัน ดังนั้น อนุภาคของแก๊สจึง
คงตวั ) สามารถเคลื่อภนาพทที่ี่ไ๕ป.๑๓ทั่วกทารุกจัดทเริศียงทอนาภุ งาทคขั้งองภแกา๊สชนะที่บรรจุ
แผนภาพความคิด เปรียบเทียบระหวา่ งของแขง็ กบั ของเหลว
106
• ของเหลวกับแผแนกภาส๊ พความคิด เปรยี บเทยี บระหวา่ งของเหลวกบั แกส๊

๑๙. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ดงั น้ี
ของเห ลว • สสารแต่ละแสกถ๊สานะมีสมบัติแตกต่างกัน
eเขเมpปฉ(คอีปลพร4งรยี่งาปูไแิมะนตมขาสรไต็งป่วัว่่ามรนต)งคีปทามงี่บรทภิมร่ีแาราชจตตนไุ (่มรสะมปีรแท่วูป่คนลร่ีบรแะริม่งารกรงาตจูป๊สเตปุ มรัวล่าีปร)ี่ยงรคนิมงไาปตทรตี่ แขาลมอะภงรเาูปหชรลน่าวะง
(ปริมาตร
คงตัว)

St 5ep ขั้นประเมินเพือ่ เพมิ่ คุณคา่ แนวคา� ตอบ
St
ขน้ั สอ่ื สารและนา� เสนอ ๑. ตอบ รปู รา่ งของอากาศในหลอดฉดี ยาพลาสตกิ กบั ในลกู โปง่
แผนภาพความคดิ เ๒ป๐ร. ยี ผบู้แทเทนนียักบเรรียะนหแตว่ล่าะงกขลอุ่มนงำาเเหสนลอวโกดยับใชแ้แกผ๊สนภาพ บริการสังคม มคี วามแตกตา่ งกนั โดยอากาศทบ่ี รรจใุ นหลอดฉดี ยาพลาสตกิ
และจิตสาธารณะ มรี ปู รา่ งตามลกั ษณะของหลอดฉดี ยาพลาสตกิ สว่ นอากาศ
ความคิดแบบเปรียบเทียบ ประกอบการอธิบาย
๒๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น จัดแสดง
ท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ันเรียน เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้
ให้นกั เรียนช้ันอื่น ๆ
๑๙. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุหนส้าง่ิชทนั้ เเ่ีรขียา้นใ จเพเปือ่ นน็ ๆค วร่วามมกรันรู้ ตว่ รมวจกสนัอบ ดแลงั ะนแ้ีก้ไข

ภาพที่ ๕.๑๓ การจดั เรยี งอนุภาคของแก๊ส • สสารแต๒่ล๑.ะ ในสหกั ถ้ เถรกู ยี ตานอ้นรงว่ ะมกมนั ีสอภมปิ รบายัตสริแปุ เตกย่ี กวกตบั ่าวธิงกี การันทาำ งาน
ทบ่ี รรจใุ นลกู โปง่ กม็ รี ปู รา่ งตามลกั ษณะของลกู โปง่
๒. ตอบ ปริมาตรของอากาศในหลอดฉีดยาพลาสติกกับ

ในลกู โปง่ มปี รมิ าตรเทา่ กนั
ของแข็งมีปริมาใตหเ้รหนแ็ กลาระคดิรเูปชงิ รระ่าบบงแคละงวทธิ กี ี่ ารขทอาำ งางนเทหม่ี แี ลบบวแ ผน ๒๓. นกั เรยี นนาำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ มสะทอ้ นความคดิ ๓. ตอบ อากาศซ่ึงเป็นแก๊สมีรูปร่างและปริมาตรไม่คงตัว
ร่วมกัน โดยเปลย่ี นแปลงตามรปู รา่ งและขนาดของภาชนะทบ่ี รรจุ
มีปริมาตรคงที่แต่มีรูปร่างเปล่ียนไปตามภาชนะ

เฉพาะส่วนสทุด่ีบยอรดรคจู่มุ ือสคร่วู นแ1ก0๊ส6มีปริมาตรและรูปร่าง 106
เปลีย่ นไปตามภาชนะทีบ่ รรจุ
ep 4
St
St 5ep ขั้นประเมินเพอ่ื เพมิ่ คณุ คา่ แนวคา� ตอบ
ขน้ั สอ่ื สารและนา� เสนอ บริการสงั คม
๑. ตอบ รปู รา่ งของอากาศในหลอดฉดี ยาพลาสตกิ กบั ในลกู โปง่
สุดยอดค๒ู่ม๐ือ.ค คผรู้แวู าทมนคนิดัก6แเรบียบนเแปตร่ลียะบกเลทุ่มียนบำา เปสรนะอกโดอยบใกชา้แรผอนธภิบาาพย และจติ สาธารณะ มคี วามแตกตา่ งกนั โดยอากาศทบ่ี รรจใุ นหลอดฉดี ยาพลาสตกิ
มรี ปู รา่ งตามลกั ษณะของหลอดฉดี ยาพลาสตกิ สว่ นอากาศ

หน้าชน้ั เรียน เพ่อื น ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ข ๒๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น จัดแสดง ทบ่ี รรจใุ นลกู โปง่ กม็ รี ปู รา่ งตามลกั ษณะของลกู โปง่

พิเศษ

ep 4

ข้นั สื่อสารและนำ� เสนอ (Applying the Communication Skill)
St
การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก โดยใช้ภาษา แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารหรือปัญญา
St
ดา้ นภาษา กระบวนการน้ที ำ�ใหผ้ ้เู รียนไดแ้ ลกเปลย่ี นความรู้ ทัศนคติซ่งึ กันและกัน ถ้านำ�เสนอโดยใช้คอมพวิ เตอร์
St
หรือส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ ผู้เรียนกจ็ ะไดพ้ ฒั นาทกั ษะด้านเทคโนโลยีด้วย

ความสกำ�าเรรจ็สข่ืออสงาตรนแลผะบเู้ รูรนณยี Gำ�นาPเกAจสาSะรนทเ5อกักSษเิดtปะeคศp็นตวsวากรมารษภรทสา่ี 2คร1้าภงูมอใิ าจรเมกณิดขแ์เ้ันชรสิังงงGเบบกตaนัวtกดรhวไาeบดลrรi้อวnใมจgยขท่า้อจี่งมะูลดสีแรนเม้าวขง่ือ้อสผสรอู้อรบ่ืนคOผ์ช-ื่ลนNงEชขTาอั้นนคบติดผวอ่ ิPเลคๆrรงoาาไcะปหนe์แsขลsะอiสnงรgุปตคนวามชรู้่ืนชม
ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ
และสรุปความรู้
หลงั การปฏิบัติ GPAS 5 Steps เป็นขทั้นสาังงGเกลตaำาtรhเวลeบrรียiวnมงgขน้อม้ำาูลและธาตุอาหขา้ันรคิดวิPเคrรชoาcะูกหe์แิ่งsลกsะiสn้ารgนุปค วใาบมร แู้ ละดอกให้ได้รับแสง

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ที่รากดูดขึ้นมาส่งต่อแนไวปข้อยสอังบใOบ-แNEลT ะ เพราะแสงเป็นสิ่งจำาเป็นสำาหรับใบ

๑๓. นักเรียนแepต3่ละกลุ่มขร้ันป่วฏมบิ ัตกิ ันวางแผน สว่ นอืน่ ๆ ของพชื และลาำ เลยี งอาหาร ในการสร้างอาหาร
ออกแบ บ และเขยี นแหลและังสผกราุปนรปคภวฏาบิ ามัตพริู้ ความคดิ สทเปว่ี่ร็แทนนากทอลี่ใืน่ดาบะง ูดๆสลส ขขำา่วรึ้นเอลน้างมียพงอางขชืสื่นน ่งแึ้น้ำาต ลแๆส่ะอลล่ งไะดาำปผธเลย้วา่ายีังตยนงใุออบเลาชาแหหำา่นลาาตระรก้นันไปชเใพนูกยรกิ่งากัางะร้ารแสนาสร กใง้าบเงปอ แ็นาลหสะาิ่งดรจอำาเกปใ็นหส้ไดำาห้รับรับแสใบง
หใหนอ้ า้ ยทูใ่ข่ี น๑อ๓แง.ลบนอาำอบักตกเทรแน้ ียบนี่ นบใา่ นแแสตลกน่ละรเะใขะกจยี ดลนุ่มาแษรผ่วนฟมภลกาัพนปิ ควชาวงาาแมรผคต์ ดนิ
ที่ใบสร้างขึ้นส่งผ่านลำาต้นไปยังราก
๑๔. นักเรียนรห่วนมา้ ทกขี่ ันองสลาำรตุปน้ สใน่ิงกทระ่ีเดขา้าษใฟจลปิเปชา็นรต์ และส่วนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ความร๑้รู ๔่ว.ม นใหกักอ้ ันเยรีย่ใู ดนนแังรบน่วบมี้ ทกีน่ ัน่าสสรนุปใจสิ่งท่ีเข้าใจเป็น
• รากแลคะวลามำารตรู้ ว่้นมเกปัน็นดงัสน่วี้ นประกอบ
ขร าอกงทพำา ื หช นข ร้ าท•าอทกรำ งาท่ีาดพกหำาืูหดชแนนลน้ะา้ ทา้ำลทาำ าทำา่ีแดหตู่ีดลแ้นนนะ้เตาำ้ปาธทแ็นก่ี ลแาสะตตต่วธนุกอ่ าาปตตางรุอ่ หาะกางกาหักอนราั นบร
ข้ึนไปยังขล้ึนำาไตป้ยนังลำลาตำา้นต้นลำาทตำ้นาหทำานห้าน้ทาที่ ี่
4epลาำ เลยี ง น าำ้epตลาำ4อ่ เลไยี ปงขนยนั้ า้ำ งัสตอื่สอ่ สไว่าปรนแยลตงัะนสา่า�ว่ เงนสนตๆอา่ งขๆอขงอพงพชื ชื
St St หน้าที่ของลหำาตน้น้าที่ของลำาต้น

St St ๑ข๕น้ั . ส ผอ่ื ู้แสทานรนแลักะเนรียา� เนสแนตอ่ละกลุ่มนำาเสนอ สะสมอาหาร
๑๕. ผู้แทนนักทรเารี่สยียนงในาจนมแาตผศลึ่กลกษะาากรกทาลรดุ่มดลูดนอนงำาำ้าเเลขสือองนกรพอาืกช
สะสมอาหาร
รายงาน แผลละกการาลรำาเทลียดงนล้ำาอของงเลลำาตือ้นกขอพงพืชืช
ท่ีสนใจมาหตศรนวึก้าจชษส้ันอาบเกรแียลานะรแดกเ้ไพูดขื่อในหนำ้าถ้ ูกขๆตออ้ รงง่วรมากกัน เผือก แห้วจีน ขิง มันฝรั่ง
และกา๑ร๖ล.ำานเกั ลเรียยี งนนรว่ ำ้ามขกอนั องภลปิ ำารตาย้นสรขปุ อเกงย่ี พวกืชบั
๑๖. ตหนรกันวเ้ารจยีชสั้นนอรบเeว่รpแแวมีิยธล5ลีกกะนะวานัริธแขทีกอัน้กำาเาปภงร้ไพราทขะปิบนเ่ืำาอมรใใงรกินิ หหานาเานพร้เ้ถยหสทือ่ งัเ็นสกูค่มีพๆมกีแ่ิมรตาคบปุณุรอ้ บครคเงแา่กิด่วผเยี่ ชนมิงวรกกะับนบั บ
วิธีการท ำางานให้เหแล็นะจกิตสาารธาครณิดะ เชิงระบบ แผนภาพ หน้าที่ของลำาต้น

32 แห้วจีน ขิง มันฝรั่ง

เผือก 7 สุดยอดคู่มือครู

5และวิธ๑ีก๗า.รนจทักดั าำเแรงยีสานดนรงว่ททมี่ปมี่ก้นัาีแยคบนดั เิบเลทอืแศกผหผนนลง้าาชนั้นทเดี่ รเีียดนน่ แนวข้อสอบ O-NET

ep ขน้ั ปรเชพะน้ับเ่ืออมรนื่เกิินปาเๆ็พรนสแ่ืองั เหคพมล่มิ ่งคเุณรียค่านรู้ให้นักเรียน สว่ นประกอบใดของพชื ซงึ่ มีหน้าท่ีเปรียบไแดผก้ นบั ทภอ่ านพำ้าในหบนา้ ้านที่ของลำาต้น

๑ รลาำา3กต2น้


๓ ใบ เฉลย ๒ เหตผุ ล ล�ำ ต้นเปน็ ท�งล�ำ เลียงนำ้�
๔ ดอกแนวขท้อี่ร�สกอดูดบขน้ึ Oม�-สNง่ ตEอ่Tไปยังใบ และสว่ นอ่ืน ๆ ของพชื
๑๘.แนลั กะจเ ิตรี ยสานธานรำ าณเ สะ น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า
พร้อมสะทอ้ นความคดิ ร่วมกัน สว่ นประกอบใดของพชื ซง่ึ มีหน้าท่ีเปรียบได้กับท่อนา้ำ ในบา้ น
๑ ราก
๑๗. นกั เรสยี ุดนยอรดคว่ ู่มมือคกรูนั ค3ดั 2เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่ ๒ ลาำ ตน้
๓ ใบ เฉลย ๒ เหตุผล ลำ�ตน้ เปน็ ท�งลำ�เลียงนำ้�
จัดแสดงท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ันเรียน ๔ ดอก ท่ีร�กดูดขน้ึ ม�ส่งตอ่ ไปยังใบ และส่วนอ่นื ๆ ของพืช

เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน

ช้ันอนื่ ๆ

พเิ ศษSt

ep 5

ขั้นประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

เม่ือสมองของผู้เรียนได้รับการเสริมแรงเชิงบวกอย่างสมํ่าเสมอจากส่ิงท่ีทำ� จะกระตุ้นให้คิดสร้างสรรค์

Aเสรpิมpขคั้นlyวปาiฏมnิบรgสตัตู้ ค่งิาaิแทรมnลูคdีเ่ะมปสวCารรน็ ตoสุปปnอรคsรฐนวtrะาาuมโนcยรtสiู้หชnาgลนกังtเ์ กhลพeาแ่ิมรKลขปnะนึ้ฏoวิบwอิสัตlีกัยeิ dทหgัศeลนอ่ ์ใหตนลัวศชอ้ีวตมัดวเรปรน็ ษAนทpสิ ี่ pยั๒แl๑yหขin่ง้ันกgสาื่อtรhสคeารดิ Cแกoลmาะนรm�ากuเรnสiะนcทaอtำ�ioใnนSตkวัilรผlอู้เบรียรู้อนาเสซาียมนขแาั้นSลรปะeถรโลlะขfเกมย-Rินาeเยพgผ่ือuลเพlไaปิ่มtคสinุณูส่ gังคค่ามได้
ep 4asean
St St
ก เป็นส่วนของพืช Appขั้นlyปiฏnิบgัตaิแnลdะสCรoุปnคsวtrาuมcรtiู้หngลังtกheารKปnฏoิบwัตผleิ dลgแeละเมล็ด เปA็นpสp่วlyนขinขั้นgอสื่องthสeารCแoลmะนm�าuเnสiนcaอtion Skill ข้ันขSปน้ัeรlะสfเม-อ่ืRินeสเพgา่ือuรเพlแa่ิมtลคinุะณgนค่าา� เสนอ
หนา้ ทชี่ ว่ ยลอ่ แมลง พืชที่มตีหัวชนี้วัด้าที่ขยายพันธุ์
มาผสมเกสรและ เสริมความรู้ ครูควรสอน เมือ่ นาำ เมลด็ ของพชื ไปเพาะ ๑aseaen๑p .4รอนบกัรู้อเารเซยี ียนนแลนะโล�ำ กเสนอสมดุ ภ�พสว่ นประกอบ
หน้าที่สืบพันธุ์
จะงอกเป็นต้นใหม่ได้ ของดอกไม้ขน้ั สอื่ สารและนา� เสนอ ประกอบก�รอธิบ�ย
ดอก เป็นส่วนของพืช
ทีม่ หี นา้ ทชี่ ว่ ยลอ่ แมลง ผลและเมล็ด เป็นส่วนของ ๑๑. นกั เรหยี นนน�ำ้�เสชนอ้ันสมเดุ รภี�ยพสนว่ นปเระพกอ่ือบ น ๆ ร่วมกัน
ให้มาผสมเกสรและ พืชที่มีหน้าที่ขยายพันธุ์
เปน็ สว่ นของพืชที่เจริญ ทำาหน้าที่สืบพันธุ์ เมือ่ นาำ เมลด็ ของพชื ไปเพาะ ๑๒หตขอรน.วง้�ตนจดชสอ้ักรันอกวบเเรไรแจีมยลยี ้สนะปนแอกรเรพบ้ไะขว่กื่อใแอมหนลบ้ถกูกกะๆตนั�แร้อรอองก่วธภม้ไิบขกปิ �ันยใรห�ย้ถสกู รตปุ ้อเงกยี่ วกบั
กมาจากข้อของลำาต้น ใบ เปน็ สว่ นของพชื ที่เจรญิ จะงอกเป็นต้นใหม่ได้
ะกงิ่ มหี นา้ ทสี่ รา้ งอาหาร ออกมาจากข้อของลำาต้น
ยน้ำา ดูดและคายแก๊ส- และกงิ่ มหี นา้ ทสี่ รา้ งอาหาร ๑๒. นวิธกั ีกเรว�ยีริธนทรีำก�งว่ �ม�นกรในัหทอ้เหำภ�็นปิงกร���นยรสคใริดหปุ เชเ้กเิงหยี่ระว็นบกบบั ก�รคิดเชิงระบบ
ร์บอนไดออกไซด์ และ คายน้ำา ดูดและคายแก๊ส- และแวธิ ลีก�ะรวทำ�ธิ ง�ีกน�ทรมี่ ีแทบำ�บงแผ�นนทม่ี แี บบแผน
สออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และ e5p5ep
แก๊สออกซิเจน

St St ขั้นประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณคา่

แลบะรจขิติกาสน้ัราสธปังาครมรณะะบเมรกินิ าเพรสอื่ งั เคพมมิ่ คุณค่า
๑๓. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลแอื ลกะผจลติ ง�สนาทธดี่ าเี รดน่ณะ
ลำ�ต้น เป็นส่วนของพืชที่อยู่ต่อ
จากรากขึ้นมา มีหน้าที่ชูกิ่งก้าน นำ�ไปมอบให้ห้องสมุดวิทย�ศ�สตร์
ใบ และดอก เป็นทางลำาเลียงน้ำา
และธาตุอาหารที่รากดูดขึ้นมา ๑๓ขไดอ.้ใงชนโร้เปงกั เ็นรเแยี รหนยีลเง่พนเรอื่ รยีใหว่นน้รมตู้กั ก่อเรไนัยีปนคช้ันดั อเน่ื ลๆอื กผลง�นทดี่ เี ดน่
ต้น เป็นส่วนของพืชที่อยู่ต่อ ส่งต่อไปยังใบและส่วนต่าง ๆ ๑๔. นกั เนรยี ำ�นนไ�ำปเสมนออผบลกใ�รหศ้หกึ ษ้อ� งพรสอ้ มม ุดวิทย�ศ�สตร์
กรากขึ้นมา มีหน้าที่ชูกิ่งก้าน ของพืช และลำาเลียงอาหาร
และดอก เป็นทางลำาเลียงน้ำา ที่ใบสร้างส่งผ่านลำาต้น ไปยัง ร�ก เป็นส่วนของพืชที่งอก สะทขอ้ นอคงวโ�มรคงดิ เรรว่ ียมกนนั เพ่อื ใหน้ ักเรียนช้ันอื่น ๆ
ะธาตุอาหารที่รากดูดขึ้นมา รากและส่วนอื่น ๆ ออกจากเมลด็ กอ่ นสว่ นอืน่ และ ไดใ้ ชเ้ ป็นแหล่งเรียนรูต้ ่อไป
ต่อไปยังใบและส่วนต่าง ๆ เจริญลงสู่ใต้ดิน มีหน้าที่ยึด
งพืช และลำาเลียงอาหาร ลำาต้นให้ติดกับพื้นดิน ดูดน้ำา ๑๔. นักเรยี นน�ำ เสนอผลก�รศึกษ� พรอ้ ม
บสร้างส่งผ่านลำาต้น ไปยัง และธาตุอาหารที่ละลายอยู่ สหะนทา้ ท่ขีอ้ อนงสว่คนปวร�ะกมอบคดิ รว่ มกัน
กและส่วนอื่น ๆ ในดิน แล้วลำาเลียงขึ้นไปยัง
ส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยผ่าน ของพืช
รออ�กกจาเกปเ็นมลสด็่วกนทหรอ่าขืองนกอทิ่งส่องว่ลพำานเืชลอียทืน่ งี่งขแออลงกละำาต้น
ภาพที่ ๒.๑๑ หน้าที่ของรากลเลจำาำารตติญ้น้นใลใบหงดส้ตอู่ใิดกตกผ้ดับลินแพลื้นะมเดมีหิลนน็ด้าดทูดี่ยนึด้ำา43
และธาตุอาหารที่ละลายอยู่
ภาพที่ ๒.๑๑ หน้าที่ของรนเผดพากังัู้เร่ือนกเีรยเี้ ยสี นลนรดิมรำา้�ว่สนตมรบคก้น้�ูรวงนัณ�สทใมาม�ำกบสกรา�จิรรมทกถดัก�รนรอษระถะมกศสใกตำ�น�วคผรกรัญสหใทเร�รลนษ่รวรยีขาแคทนือดนอง่ีิดลกตร2งินทู้1ิ่ง่าะ่องเแมลลๆำาล้วเโนล็ด๒๓๔๑ขคลกั .ำ.า.อ.รีเรยดใลงรเงบ�สอียลำ�กงพตรกนีย้�ขน้ืชโงยงองขโเงสึ้ดนลน้ ยไำชาปผแี้ ตส่ายด้นนังงโครงสร้�งแลหะหนคขงก.น.้�..ท�้ ลหสดที่ ืำบ��ดู่ขี เยพอนลใงยี�ำ้นัจพแงธแลนชื์ุละใ้�ำ ะหแแครลถ้ �่ธะกูย�ธตหนต�้อำ้�ตอุนง�ุอหา้�ห�ทร�ร่ขี ไปอขสงอว่ สนงตว่ พ่�นงืชปๆ ระกอบ
43

43 สุดยอดคู่มือครู

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 นักเรียนโยงเส้นชแ้ี สดงโครงสร�้ งและหน้�ท่ขี องพืชให้ถกู ตอ้ ง

นกั เรยี สุดนยรอว่ ดมคู่มกือนั ครทู �ำ กจิ 8กรรมก�รเรยี นรู้ โครงสร�้ ง หน้�ที่

พเิ ศษ

ค�ำช้ีแจงในการใช้หนังสือเรียน

ท่ีได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของสมอง

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เล่มนี้ ได้จัดทำ�ขึ้นตามมาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีเนื้อหา กิจกรรมการทดลอง และคำ�ถามที่เหมาะสมกับพัฒนาการ
ของผู้เรียน กระตุ้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ให้กับผู้เรียน มีทักษะสำ�คัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ซึ่งสอดคล้องกับ
การเรียนรู้ของสมอง (Brain Based Learning)

แผนผังหวั ขอ้ หน่วยการเรยี นรู้ อนิ โฟกราฟกิ

เปน็ หัวข้อทผ่ี เู้ รยี นจะไดเ้ รียน เสริมสรา้ งการเรยี นร้แู ละการคดิ
ในหน่วยการเรียนร้นู ้ี เชงิ ระบบ โดยใช ้ Infographic

ห๔นว่ยก�รเรยี นร สมบตั ิของวัสดุรอบตวั เราทู้ ่ี นำาความรอ้ น ยดื หย่นุ

แผผนนผผงั งัสหารวั ะขกอ้ารหเรนยี ว่ นยรกู้ ารเรียนรู้

สมบัติของ
วสั ดรุ อบตวั เร�

สมบตั ทิ างกายภาพ การใชป้ ระโยชน์ สมบตั ทิ างกายภาพของวัสดุ
ของวสั ดุ จากวสั ดุ
แข็ง นาำ ไฟฟา้
ตวั ชี้วัด
๑. เ๑ป. รยี บเปเทรียบเสทมยี บบตั สทิ มาบงตักิทายางภกาาพยดภ้าานพคดวา้ นมคแวขาง็ ม สแภขาง็ พ สยภดื าหพยยนุ่ ดื หกยาร่นุ น กำาคารวนามำาคร้อวานมแรล้อะนกแาลรนะกำาไาฟรนฟาำ้ ไฟฟ้า
ข องวสัขดอโุงดวยสั ใดชโุ ห้ดลยกัใชฐห้ าลนกัเชฐงิ าปนรเะชจงิ ปกั ษระจ์ จากั ษกจ์าราทกกดาลรอทงดแลอะรงะแบลกุะราะรนบากำุ สามรนบาำ ตั สเิ รมอ่ื บงตั คเิ วรอา่ื มงคแขวง็า มสแภขาง็ พ สยภดื าหพยยนุ่ ดื หยนุ่
ก ารนกาำ าครวนามำาครวอ้ านม แรอ้ลนะก แาลรนะกำาไาฟรนฟาำ า้ ไขฟอฟงว้าขสั อดงุไปวัสใชด้ใไุ นปชใชวี ิตใ้ นปชรวีะิตจปาำ วรันะจ ผำา่าวนั ก ผรา่ะนบกวรนะกบาวรนอกอากรแอบอบกชแน้ิ บงบาชนิน้ งาน
( ว ๒.๑(ว ป๒..๔๑/ ๑ป).๔/๑)
๒. แ๒ล. กเแปลลกี่ยเนปคลวีย่ านมคควิดากมับคผดิ ูอ้กื่นับโผดอู้ ยื่นกโาดรยอกภาิปรรอาภยิปเกราีย่ ยวเกกบั ยี่ สวมกบั ตัสิทมาบงัตกทิ าายงภกาาพยขภอางพวขสั อดงุ วัสดุ
อ ย่างอมยีเห่าตงมผุ ีเลหจตาุผกลกจาารกทกดาลรอทงด (ลวอ ๒ง .๑(ว ป๒..๔๑/ ๒ป).๔/๒)

ศัพทว์ ิทยาศาสตร์นา่ รู้

ค�ำ ศัพท์ คำ�อ�่ น ค�ำ แปล
property พรอพ´ เพอที สมบตั ิ
hardness ความแขง็
elasticity ฮารด์ ´ นสิ ความยดื หยุน่
conductivity อิแลสทสิ ´ ซิที การนำาไฟฟา้
คอนดคั ทฟิ ´ วิที

ตวั ชวี้ ัด ศพั ทว์ ิทยาศาสตร์นา่ รู้

เป็นเป้าหมายในการพฒั นาผ้เู รยี น ทผ่ี ู้เรียน เปน็ ค�ำศพั ท์ภาษาต่างประเทศทีน่ า่ รู้
จะได้รบั และปฏบิ ัตไิ ดใ้ นหน่วยการเรียนรูน้ ี้ เพอ่ื สรา้ งเสรมิ ความสามารถในด้านทักษะ
การใช้ภาษา
9 สุดยอดคู่มือครู

พิเศษ

คำ� ถามสำ� คญั ๒. สมบตั ขิ องของแข็ง ของเหลว และแกส๊
น�ำเสนอปัญหา หรือค�ำถาม สสารที่อยู่รอบตัวเรานอกจากจะมีขนาด รูปร่าง สี กลิ่น ที่แตกต่าง
หรือโจทยก์ อ่ นเรียนรู้ เพ่อื กระตนุ้ กันแล้ว สสารยังมีสถานะแตกต่างกัน คือ มีทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ให้ผู้เรียนมคี วามใฝร่ ู้ ใฝ่เรียน เช่น เหล็ก มีสถานะเป็นของแข็ง นำ้ามีสถานะเป็นของเหลว อากาศมีสถานะ
แลว้ สืบสอบหาค�ำตอบของค�ำถาม เป็นแก๊ส

กิจกรรม คำาถามสำาคัญ สสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
น�ำเสนอกจิ กรรมการทดลอง มีสมบัติแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ใหผ้ เู้ รียนบรู ณาการระหว่างความรู้
กับการฝกึ ปฏิบตั ิ กระบวนการ กิจกรรมที่ ๕.๒ สมบตั ิของสสาร
ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อรวบรวมขอ้ มูล
สู่การสรุปผล หรือสร้างความรู้ ตอนที่ ๑ สมบัติของของแข็ง
ด้วยตวั ผ้เู รยี นเอง และประเมิน วสั ดุอุปกรณ์
ตามตวั ช้วี ัดประจ�ำหน่วยการเรยี นรู้
๑. ก้อนหิน ๑ ก้อน
วสั ดุอปุ กรณ์ ๒. แก้วพลาสติก ๑ ใบ
น�ำเสนอสื่อการเรียนรู้ประเภทวัสดุ ๓. ถ้วยยูรีกา ๑ ใบ
อุปกรณ์และเครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการทดลอง ๑ เส้น
ตามกิจกรรมท่ีก�ำหนด ๔. เชือกยาว ๓๐ เซนติเมตร ๑ ใบ
๕. กระบอกตวง ขนาด ๑๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑ ใบ
๖. บีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร

100

สุดยอดคู่มือครู 10

พเิ ศษ

วธิ ีทาำ วธิ ีทำ�
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มนำาก้อนหินใส่ลงในแก้วพลาสติก แสดงขน้ั ตอนการทดลองหรือ
เก็บรวบรวมข้อมูลเพอ่ื สบื สอบ
แล้วสังเกตรูปร่างของก้อนหินในแก้วพลาสติก และบันทึกผล ค�ำตอบของค�ำถาม
๒. นำาก้อนหินในแก้วพลาสติกไปหาปริมาตรด้วยถ้วยยูรีกา ดังนี้
๒.๑ คอ่ ย ๆ เตมิ นำา้ ในถว้ ยยรู กี าจนระดบั นำา้ อยพู่ อดกี บั ปากทางออก ภาพ
ของนำ้า โดยระวังอย่าให้น้ำาล้นออกจากปากทางออกของน้ำา ใช้ประกอบกับขน้ั ตอนการทดลอง
๒.๒ รัดก้อนหินกับเชือก แล้วหย่อนก้อนหินลงถ้วยยูรีกาเบา ๆ เพ่อื สื่อสารใหม้ คี วามชดั เจนและเขา้ ใจ
ระวังไม่ให้นำ้ากระเพื่อมรุนแรง เพ่อื การปฏิบัตริ วบรวมขอ้ มลู หรอื ทดลอง
๒.๓ ใช้บีกเกอร์รอรับนำ้าที่ไหลออกมาจนหยดสุดท้าย จากนั้น
เทน้ำาที่ได้ใส่กระบอกตวงแล้วอ่านปริมาตร และบันทึกผล
๓. นำาก้อนหินก้อนเดิมใส่ลงในบีกเกอร์ แล้วสังเกตรูปร่างของ
ก้อนหินในบีกเกอร์ และบันทึกผล
๔. นำาก้อนหินในบีกเกอร์ไปหาปริมาตรด้วยถ้วยยูรีกาเช่นเดิม
ตามข้อ ๒

ภาพที่ ๕.๘ การทดลองสมบตั ขิ องของแขง็

101

11 สุดยอดคู่มือครู

พเิ ศษ

ตวั อย่างตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ตัวอย�่ งต�ร�งบนั ทึกผลก�รทดลอง
แสดงตัวอยา่ งตารางบนั ทึกผลการทดลอง ต�ร�งท่ี ๕.๒ ผลการสงั เกตรปู รา่ งและปรมิ าตรของกอ้ นหนิ เมอ่ื อยใู่ นแกว้ พลาสตกิ และในบกี เกอร์
ส�ำหรับใหผ้ เู้ รียนบันทึกผลและสือ่ ความหมาย
ของข้อมลู ได้ถูกต้องและสะดวกข้ึน ก�รทดลอง ผลก�รสงั เกตทเ่ี กดิ ขน้ึ

ค�ำถามหลังท�ำกจิ กรรม รปู ร่างของก้อนหนิ ในแก้วพล�สตกิ ในบีกเกอร์
น�ำเสนอค�ำถามท่ีใช้ในการอภิปราย เพอ่ื การแปล ปรมิ าตรของก้อนหิน
ความหมายและสรปุ ความรู้ ซ่ึงเปน็ ค�ำตอบของ
ค�ำถาม รวมทัง้ ค�ำถามระดับการประยุกต์ความรู้ ? รปู รา่ งของกอ้ นหินในแก้วพลาสติกและในบีกเกอร์
เหมอื นหรือแตกต่างกันหรอื ไม ่ อย่างไร

? ปรมิ าตรของกอ้ นหนิ ที่วัดได้ด้วยถว้ ยยรู ีกาในแก้วพลาสติก
และในบกี เกอรม์ ปี ริมาตรเท่ากนั หรอื ไม ่ อยา่ งไร
? สรปุ ผลการทดลองไดว้ า่ อยา่ งไร

ก้อนหินเป็นสสารที่อยู่ในสถานะของแข็ง ซึ่งของแข็งมีอนุภาคเรียงชิด
ติดกันอย่างหนาแน่น ดังนั้น ของแข็งจึงมีทั้งรูปร่างและปริมาตรคงตัว
ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุ

ภาพที่ ๕.๙ การจัดเรียงอนภุ าคของของแขง็

102

สุดยอดคู่มือครู 12

ผลสรปุ พิเศษ
น�ำเสนอความรู้ท่ไี ด้จาก
การท�ำกิจกรรมการทดลอง ? กิจกรรมน้ีมีวตั ถปุ ระสงคอ์ ะไร
? ดอกทส่ี งั เกตและสำารวจมลี ักษณะเหมือนและแตกตา่ งกันอยา่ งไร
? เกสรเพศผขู้ องดอกทส่ี ังเกตมีสอี ะไร
? เกสรเพศเมียของดอกทีส่ ังเกตมลี ักษณะแตกต่างกนั อยา่ งไร
? สว่ นประกอบทส่ี าำ คัญของดอกที่ทาำ หน้าทสี่ ืบพันธุ์คอื อะไร
? สรุปผลการทำากิจกรรมได้วา่ อย่างไร
? ดอกมปี ระโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์อยา่ งไร

ดอกไม้แต่ละชนิดมีขนาด รูปร่าง กลิ่น
และสีที่แตกต่างกัน ดอกมีส่วนประกอบ
ที่สำาคัญ ๔ ส่วน ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก
เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ดอกบางชนิด
มีส่วนประกอบครบในดอกเดียว บางชนิด
มีส่วนประกอบไม่ครบในดอกเดียว

ดอกโดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้ 40

๑. กลีบเลี้ยง เป็นส่วนที่อยู่นอกสุดของดอก ทำาหน้าที่ห่อหุ้ม เนือ้ หา
กลีบดอกที่ยังอ่อน และป้องกันอันตรายจากแมลง เรียงตัวเป็นชั้น ครบตามตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้
อยู่นอกสุด มีสีเขียวคล้ายใบ แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี(ฉบบั ปรบั ปรงุ
๒. กลีบดอก เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้าไป มักมีสีสันสวยงาม พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลาง
ช่วยในการล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร และห่อหุ้มเกสรในขณะที่ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
ดอกยังไม่บาน ๒๕๕๑ เหมาะสมกับระดับช้ันของ
ผู้เรียน
เกสรเพศผู้ อับเรณู ยอดเกสรเพศเมีย เกสรเพศเมีย
กลีบดอก ก้านชูอับเรณู ก้านเกสรเพศเมีย 13 สุดยอดคู่มือครู

รังไข่
ออวุล

ฐานดอก กลีบเลี้ยง
ก้านดอก

ภาพที่ ๒.๙ ส่วนประกอบของดอก

41

พเิ ศษ

๒.๕ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ�นม เป็นสัตว์เลือดอุ่น เพศเมียมีต่อม
สร้างน้ำานมสำาหรับเลี้ยงลูกอ่อน หายใจด้วยปอด ผิวหนังเรียบ มีแขน
และขาไม่เกิน ๒ คู่ มีต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง มีขนเป็นเส้นปกคลุมตัว
ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนบก บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำา ส่วนใหญ่ออกลูก
เป็นตัว เช่น มนุษย์ ช้าง ม้า วัว หมี ลิง วาฬ โลมา ค้างคาว

ตุ่นปากเป็ดเป็น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำานม
ที่ออกลูกเป็นไข่

ภาพที่ ๓.๒๕ นกเขา ภาพที่ ๓.๒๘ ช้าง ภาพที่ ๓.๒๙ โลมา

อาชพี นา่ รู้ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต มีความสำาคัญ
น�ำเสนอความรู้ส�ำคัญเกี่ยวกับอาชีพ ต่อการดำารงชีวิตของมนุษย์และความสมดุลของ
ต่าง ๆ เพ่ือเป็นแนวทางเลือกประกอบ ระบบนิเวศ เราจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ความหลากหลาย
อาชพี ในอนาคต ของสิ่งมีชีวิตเพื่อความยั่งยืน

นักสัตววิทยา คือ ผู้ท่ีศึกษาและปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ท่ีเกี่ยวกับ
สัตว ์ พันธกุ รรม โครงสรา้ ง การดาำ รงชวี ติ พฤตกิ รรม การเจรญิ เตบิ โต
อ าชีพน ่ารู้ และพัฒนาการสงิ่ แวดลอ้ ม รวมไปถึงการจดั ประเภทของชวี ติ สัตว์

65

๓. ใช้ปากคีบ คีบใบพืชจากข้อ ๒ มาต้ม

ในหลอดทดลองที่มีเอทิลแอลกอฮอล์

ปริมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร โดยให้
หลอดทดลองได้รับความร้อนจากน้ำา

ในบกี เกอรอ์ กี ตอ่ หนึง่ ตม้ จนกระทัง่ สงั เกต
เห็นใบพืชมีสีขาวซีด จึงนำาใบพืชออก ภาพที่ ๒.๘ ต้มใบพืช
ในเอทิลแอลกอฮอล์
สังเกตสีของใบพืช และบันทึกผล
๔. นำาใบพืชในข้อ ๓ ไปล้างในน้ำาเย็น แล้วคีบใส่ถ้วยกระเบื้องใบละ ๑ ใบ

๕. หยดสารละลายไอโอดีนจำานวน ๒-๓ หยด ลงบนใบพืชใน

ถ้วยกระเบื้องใบที่ ๑ ทิ้งไว้ ๓ นาที ล้างสารละลายไอโอดีนออก

สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของใบพืชในถ้วยกระเบื้องใบที่ ๑

เปรยี บเทียบกบั สีของใบพืชในถว้ ยกระเบื้องใบที่ ๒ และบันทึกผล

ตัวอยา่ งตารางบันทึกผลการทดลอง
ตารางท่ี ๒.๓ สขี องใบพืชเม่ือต้มในนาำ้ เดือด ในเอทลิ แอลกอฮอล ์ และเมอื่ หยดสารละลายไอโอดีน

ช่ือใบพชื สขี องใบพชื เมอ่ื ต้ม สีของใบพืชเมอ่ื ต้ม สขี องใบพชื เมอื่ หยด ปลอดภัยไว้กอ่ น
ในน้ำาเดือด ในเอทิลแอลกอฮอล์ สารละลายไอโอดีน
น�ำเสนอข้อพึงปฏิบัติและพึงระวัง
ข้อควรระวัง ระหว่างการทดลองหรือรวบรวม
ขอ้ มูล เพอื่ ไม่ให้เกดิ อันตราย

๑. การเตมิ แอลกอฮอลใ์ นตะเกยี ง ไมค่ วรเตมิ จนเตม็ ควรวางตะเกยี งแอลกอฮอล์
ให้เรียบร้อยก่อนค่อยจุดไฟ และเม่ือจุดไฟแล้วไม่ควรเดินถือตะเกียงแอลกอฮอล์
เพราะอาจหกลม้ หรือเพอ่ื นเดินมาชน ทำาใหเ้ กิดอันตรายได้
๒. กิจกรรมนี้นักเรียนเพ่ิมความระมัดระวังในการต้มใบพืชในหลอดทดลอง
ที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ที่วางอยู่ในบีกเกอร์ที่มีน้ำาเดือด ซ่ึงอาจมีการเดือดพุ่งของ
เอทลิ แอลกอฮอล์และตอ้ งระวงั การระเหยอยา่ งรวดเร็ว
ของเอทิลแอลกอฮอล์ในหลอดทดลอง
37

สุดยอดคู่มือครู 14

เวบ็ ไซต์แนะนำ� พเิ ศษ
น�ำเสนอหัวขอ้ เร่อื งทใ่ี ห้ผู้เรยี นสามารถ
คน้ หาขอ้ มูลหรือสารสนเทศเพ่ิมเตมิ พืชไม่มีดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ครบ และที่สำาคัญคือ
ในเร่ืองทเ่ี รียนจากเว็บไซตท์ ่ีเกยี่ วขอ้ ง ไม่มีดอก ผลและเมล็ด อาจมีราก ลำาต้น ใบ เหมือนกับพืชดอก ตัวอย่าง
พืชไม่มีดอก เช่น มอสส์ เฟิร์น ผักแว่น สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ ส่วน
ปรง สนฉัตร แปะก๊วย เป็นพืชไม่มีดอก แต่มีเมล็ดที่ไม่มีผนังรังไข่ห่อหุ้ม

พืชดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ครบ คือ มีราก ลำาต้น ใบ
ดอก ผลและเมล็ด เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอก ดอกของพืช คือ
อวัยวะสืบพันธุ์ของพืช โดยทั่วไปพืชพวกนี้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พืชดอก
เช่น กุหลาบ ทานตะวัน ชบา มะม่วง พืชดอกบางชนิดต้องปลูกเป็นเวลานาน
จึงเห็นดอก เช่น ตะไคร้ ไผ่ อ้อย

การจัดจำาแนก คือ การแยกกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ตามเกณฑ์
ที่กำาหนดขึ้นเอง หรือเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ

ขั้นตอนการจัดจำาแนก มีดังนี้
๑. สังเกตสิ่งที่สนใจจะจัดจำาแนก
๒. สงั เกตภาพรวมสงั เกตสิง่ ทีเ่ หมอื นกนั สิง่ ทีแ่ ตกตา่ งกนั
๓. กำาหนดเกณฑ์
๔. แยกสิ่งที่มีลักษณะแตกต่างกันออกจากกัน
๕. จัดกลุ่มสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกันไว้ด้วยกันตามเกณฑ์

เว็บไซต์แนะนำา

www.qsbg.org (องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร ์ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม)

47

แบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด
คว�มหล�กหล�ยของสัตวแ์ ละก�รจดั จำ�แนก น�ำเสนอแบบฝกึ หัดใหผ้ เู้ รยี น
๑. จดั จำาแนกสัตว์ทกี่ าำ หนดให ้ โดยใชก้ ารมกี ระดกู สันหลงั เป็นเกณฑ์ ไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั แิ ละพัฒนาทกั ษะ
การคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์
วาฬ เม่นทะเล กะพรุน กิ้งก่า หมึกกระดอง
ปลาดุก ปู พยาธิเส้นด้าย เพนกวิน อึ่งอ่าง 15 สุดยอดคู่มือครู

๒. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลักษณะของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
กบั สตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั

ไม่มีกระดูกสันหลัง มีกระดูกสันหลัง
สิ่งมีชีวิต
ประเภท
สัตว์

๓. หาภาพหรือวาดภาพและระบายสีสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
และสัตว์มีกระดูกสันหลังท่ีนักเรียนรู้จักและชื่นชอบ ๑ ชนิด
พรอ้ มเขียนบรรยายลกั ษณะสาำ คัญของสตั ว์ชนิดนนั้

66

พเิ ศษ

กจิ กรรมวิทยาศาสตร์ กิจกรรมวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์สู่ความเข้าใจอาเซียน
สรา้ งสรรคส์ คู่ วามเข้าใจอาเซยี น
จุลินทรีย์ถูกนำามาใช้ประโยชน์ด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน
น�ำเสนอกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์เพ่ือให้ผู้เรียนสืบค้น อยหู่ ลายประเทศ
สบื สอบเรอื่ งราวของประเทศในกลมุ่ อาเซยี นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
กับหัวข้อเรือ่ งทศี่ ึกษา เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจอาเซียน เทมเป้ เป็นอาหารพ้ืนเมืองของประเทศ
อินโดนีเซียและมาเลเซีย เทมเป้เป็น
อาหารที่ได้จากการหมักถั่วเหลือง ภาพที่ ๑.๒๕ เทมเป้
ด้วยราท่ีชื่อว่า ไรโซปัส โอลิโกสปอรัส
(Rhizopus oligosporus)

ภาพที่ ๑.๒๖ ข้าวหมาก ข้าวหมาก เป็นอาหารหวานของ
ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ท่ี ไ ด้ จ า ก ก า ร ห มั ก
ขา้ วเหนยี วกบั ราสกลุ คลาไมโดมคู อร์
(Chlamydomucor) และยีสต์สกุล
แฮนเซโนลา (Hansenula)

จุดประกายโครงงาน รู้หรือไม่ เหตุใดจึงมีก�รใช้จุลินทรีย์
ในก�รผลิตอ�ห�ร
น�ำเสนอตวั อย่างการท�ำโครงงาน
วทิ ยาศาสตรป์ ระเภทตา่ ง ๆ

22

จุดประกายโครงงาน สะเต็มสร้างสรรค์
น�ำเสนอกิจกรรมสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนออกแบบ
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สาำ รวจสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั และ สร้างนวัตกรรม โดยเรียนรู้ผ่านกระบวนการสร้างความรู้
สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ในทอ้ งถน่ิ แลว้ รว่ มกนั จดั ทาำ เปน็ โปสเตอรร์ ปู สตั ว ์ จากนน้ั ได้ทงั้ ความรูแ้ ละความสุขในการเรยี นรู้
นาำ ไปตดิ ในบรเิ วณตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน เพอื่ แสดงความหลากหลาย
ของสตั วใ์ นท้องถนิ่ นักวทิ ยาศาสตร์น้อย
น�ำเสนอกจิ กรรมท่ใี ชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
สะเต็มสร้างสรรค์ ซึง่ เปน็ เคร่อื งมือส�ำคญั ของนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย
ส่คู วามเปน็ นกั วทิ ยาศาสตร์ของชาติ
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ เลอื กสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ทช่ี นื่ ชอบ ๑ ชนดิ
แลว้ รว่ มกนั ออกแบบสรา้ งแบบจาำ ลองสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั จากวสั ดเุ หลอื ใช้
ในทอ้ งถิ่น แล้วนาำ ผลงานมาจดั แสดงเป็นนิทรรศการในโรงเรียน

นักวิทยาศาสตร์น้อย

หาภาพสตั วใ์ ต้ทะเลแหล่งใดแหลง่ หนึง่ แลว้ ศึกษาประเดน็ ต่อไปน้ี
๑. ความหลากหลายของส่ิงมชี วี ิตใต้ทะเล
๒. ความสาำ คญั ของความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ ใตท้ ะเลตอ่ มนษุ ยเ์ รา

67

สุดยอดคู่มือครู 16

หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน

แวลิทะยเทาศคาโนสโตลรย์ ี

ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๔ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่

ผเู้ รียบเรียง
รองศาสตราจารย์ ดร.พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์
ดร.พริ ุณ ศิรศิ กั ด์ิ
ดร.นติ ิกร ออ่ นโยน
อาจารย์ฐาปนา จอ้ ยเจริญ
ผูต้ รวจ
ดร.เยน็ ฤทัย จงถนอม
ดร.วกี ิตต์ิ ศิริศกั ดิส์ นุ ทร
ดร.ศภุ กาญจน์ รัตนกร
บรรณาธกิ าร
ดร.พรเทพ จันทราอกุ ฤษฎ์

สงวนลขิ สิทธิ์
สาำ นกั พมิ พ์ บรษิ ัทพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จำากดั
พ.ศ. ๒๕๖๔
พิมพค์ รงั้ ท่ี ๒ จำานวน ๒๐,๐๐๐ เล่ม
สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.)
๑๒๕๖/๙ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐
โทร. ๐-๒๒๔๓-๘๐๐๐ (อัตโนมัติ ๑๕ สาย), ๐-๒๒๔๑-๘๙๙๙
แฟกซ์ : ทุกหมายเลข, แฟกซ์อตั โนมัติ : ๐-๒๒๔๑-๔๑๓๑, ๐-๒๒๔๓-๗๖๖๖

website : www.iadth.com

คำ� นำ�

แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ได้กำาหนดวิสัยทัศน์ไว้ดังนี้ “คนไทยทุกคนได้รับ
การศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑” เป้าหมายด้านผู้เรียน โดย
มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย
ทักษะพื้นฐาน อ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น และทักษะสำาคัญอีก ๘ ประการ ดังนี้ ๑. ทักษะด้าน
การคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา ๒. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม
๓. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมและต่างกระบวนทัศน์ ๔. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำางาน
เป็นทีม และภาวะผู้นำา ๕. ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันสื่อ ๖. ทักษะด้าน
คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๗. ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ และ
๘. ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรมและจริยธรรม
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จัดทำา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีเนื้อหา
และกระบวนการสอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เน้นการเสริมสร้างการสืบสอบ
การทำาโครงงาน และสะเต็ม ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างสมรรถนะ
สาำ คญั ตามหลกั สตู ร และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ หนงั สอื เรยี นทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะ
คือ ให้ผู้เรียนเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับเนื้อหาที่เน้นองค์ความรู้ (body of knowledge)
ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จะได้เรียนรู้เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
พืชและประเภทของพืช สัตว์และประเภทของสัตว์ สมบัติของวัสดุรอบตัวเรา สสารรอบตัวเรา
แรงและการเคลื่อนที่ แสงและตัวกลางของแสง การขึ้นและตกของดวงจันทร์ และดาวในระบบสุริยะ
สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์
ต่อผู้เรียน เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นคนไทย ๔.๐ สู่ความเป็นประเทศไทย ๔.๐

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

สำรบัญ หน้า

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ๔
ลักษณะและการดำารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ๖

๑. สิ่งมีชีวิตกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ ๑๓
๒. สิ่งมีชีวิตกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ ๒๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ พืชและประเภทของพืช ๒๖
๒๖
ความหลากหลายของพืชและการจัดจำาแนก ๓๙
๑. หน้าที่ของราก ลำาต้น ใบ ๔๔
๒. ดอกและส่วนประกอบของดอก ๕๒
๓. พืชไม่มีดอกและพืชดอก ๕๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สัตว์และประเภทของสัตว์ ๕๘
๖๒
ความหลากหลายของสัตว์และการจัดจำาแนก ๖๘
๑. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ๗๐
๒. สัตว์มีกระดูกสันหลัง ๘๖
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ สมบัติของวัสดุรอบตัวเรา ๙๒
๑. สมบัติทางกายภาพของวัสดุ ๙๔
๒. การใช้ประโยชน์จากวัสดุ ๑๐๐
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ สสารรอบตัวเรา ๑๐๘
๑. สสารและสถานะของสสารรอบตัว ๑๑๐
๒. สมบัติของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ๑๒๗
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ แรงและการเคลื่อนที่ ๑๓๔
๑. แรงโน้มถ่วงของโลก มวล และน้ำ�หนักของวัตถุ ๑๓๖
๒. มวลของวัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ ๑๔๖
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ แสงและตัวกลางของแสง ๑๔๘
ตัวกลางแสง ๑๕๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การขึ้นและตกของดวงจันทร์ ๑๕๖
๑. ทิศการขึ้นและตกของดวงจันทร์ ๑๖๐
๒. สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงจันทร์ ๑๖๒
๓. การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์ ๑๘๗
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ดาวในระบบสุริยะ
ระบบสุริยะ กาแล็กซี และเอกภพ
บรรณานุกรม

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

เปา้ หมายการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้ ห๑นว่ยการเรยี นร ความหลากหลายของสง่ิ มีชีวิตทู้ ่ี

มาตรฐาน ว ๑.๓ แผนผงั หัวข้อหน่วยการเรียนรู้
เข้าใจกระบวนการและความสำ�คัญของ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ความ
สารพนั ธกุ รรมการเปลย่ี นแปลงทางพนั ธกุ รรม หลากหลาย
ท่ีมีผลต่อส่ิงมีชีวิต ความหลากหลาย ของสิง่ มชี วี ติ
ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต
รวมทงั้ น�ำ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ลกั ษณะและการดาำ รงชีวติ ของสงิ่ มชี ีวิต

ส่งิ มีชวี ิตกลมุ่ พชื และกล่มุ สตั ว์
ส่ิงมีชวี ติ กล่มุ ทไ่ี ม ่ใชพ่ ืชและสัตว์

ตวั ชวี้ ดั
• จาำ แนกส่ิงมีชวี ติ โดยใช้ความเหมือนและความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชวี ติ ออกเป็นกลุ่มพชื
กลมุ่ สตั ว์ และกลุ่มท่ไี มใ่ ชพ่ ชื และสตั ว ์ (ว ๑.๓ ป.๔/๑)

ศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์นา่ รู้ คำาอา่ น คาำ แปล
ไดเวอร์′ ซทิ ี′ ออฟว ไลฟ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
คาำ ศพั ท์
diversity of life ฟัน′ ไจ เห็ด รา
ไม′ โครบ จลุ นิ ทรยี ์
fungi
microbe

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ส่ิงมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถจัดกลุ่มได้โดยใช้ความเหมือนและความแตกต่าง
ของลักษณะต่าง ๆ เช่น กลุ่มพืชสร้างอาหารเองได้ และเคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้
กลุ่มสัตว์กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหารและเคล่ือนท่ีได้ กลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์
เช่น เหด็ รา จลุ นิ ทรยี ์

สุดยอดคู่มือครู 4

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

สมรรถนะส�ำ คัญของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ไก่ ลกั ษณะ วัว ใฝเ่ รยี นรู้
และการดำารงชีวิต ตัวชี้วดั ที่ ๔.๑ ตง้ั ใจ เพียรพยายามใน
ใชข้ าเคลื่อนที่ ใช้ขาเคลื่อนที่ การเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้
เพือ่ ไปหาอาหาร ของส่งิ มชี ีวติ เพ่ือไปหาอาหาร ตวั ช้ีวัดที่ ๔.๒ แสวงหาความรจู้ าก
แหล่งเรยี นรตู้ า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและ
ลกั ษณะภายนอก ภายนอกโรงเรียน ดว้ ยการเลือกใช้สอื่
ที่แตกตา่ งกันของสัตว์ อยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์
จะช่วยใหส้ ัตว์ดาำ รงชวี ติ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ สามารถนำ�ไปใช้
ในสภาพแวดล้อมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำ�วันได้

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มงุ่ มัน่ ในการท�ำ งาน
ตัวชี้วัดท่ี ๖.๑ ตั้งใจและรับผดิ ชอบ
ในการปฏบิ ัติหนา้ ที่การงาน

ผ้ึง ผเี สื้อ

ใชป้ ีกเคล่ือนที่ ใชป้ ีกเคลอื่ นที่
เพื่อไปหาอาหาร เพื่อไปหาอาหาร

บูรณาการทกั ษะศตวรรษที่ 21 จุดประกายโครงงาน

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ และประดิษฐ์

แบบจ�ำ ลองสง่ิ มชี วี ติ พชื หรอื สตั วจ์ ากวสั ดเุ หลอื ใชใ้ นทอ้ งถนิ่ แลว้ น�ำ เสนอ

ผลงานในแบบแผงโครงงาน

5 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

St ตวั ชวี้ ดั ลกั ษณะและการดาำ รงชีวติ ของสิง่ มชี วี ิต

ว ๑.๓ ป.๔/๑ ๑. ส่งิ มีชีวติ กลุม่ พืชและกลุ่มสตั ว์
เมื่อสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ที่บ้าน โรงเรียน หรือในท้องถิ่น
ภาระงาน/ชิน้ งาน จะพบสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจจัดจำาแนกเป็นกลุ่ม
แบบง่าย ๆ โดยดูลักษณะภายนอก เช่น พืชส่วนใหญ่มีส่วนประกอบ
ภาพวาดและระบายสี สิ่งมีชีวิตและ ของราก ลำาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด สัตว์มีตา หู จมูก ปาก ขาและเท้า
ลักษณะการดำ�รงชีวิตของส่ิงมีชีวิต ลกั ษณะภายนอกทีแ่ ตกตา่ งกนั ของพชื และสตั ว์ ชว่ ยใหพ้ ชื และสตั วด์ ำารงชวี ติ
ในท้องถ่นิ ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในธรรมชาติ
ยงั มสี ิง่ มชี วี ติ อกี มากมายทีม่ ลี กั ษณะภายนอกแตกตา่ งไปจากทีเ่ ราเคยพบเหน็
ep 1 ขน้ั สงั เกต หรือรู้จัก

รวบรวมขอ้ มูล ภาพที่ ๑.๑ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

๑. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างส่ิงมีชีวิต 6
ที่นักเรียนรู้จัก คนละ ๑ ชนิด แล้ว เสริมความรู้ ครูควรสอน
บนั ทกึ ค�ำ ตอบของนกั เรยี นบนกระดาน
พืช
๒. นักเรียนร่วมกันจำ�แนกและจัดกลุ่ม • เคล่ือนไหวได้ แต่เคลอ่ื นย้ายท่ีเองไม่ได้
สง่ิ มชี วี ติ ทน่ี กั เรยี นยกตวั อยา่ งออกเปน็ • ขับของเสยี ออกทางใบโดยผ่านการหายใจ
กลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ แล้วบันทึก สัตว์
คำ�ตอบการจัดกลมุ่ บนกระดาน • เคลอื่ นไหวและเคลอ่ื นที่ได้เอง
• ขบั ของเสยี ในรูปของเหงื่อ อจุ จาระ ปสั สาวะ และการหายใจ
(ตวั อย่างคำ�ตอบ)

กล่มุ พืช กลุม่ สัตว์

บานชนื่ ปลาสวาย
ดาวกระจาย นกกระยาง
กล้วย เป็ด
ชบา วัว
มะยม แมว
บัว ผึ้ง
มะมว่ ง จิง้ จก
หญา้ มด
เขม็ หนู
ผักบงุ้ จระเข้

นักเรียนในช้ันเรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง

สุดยอดคู่มือครู 6

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

โลกของเราเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ จำานวนมากมาย St Step 1asean

ขน้ั สังเกต
รวบรวมขอ้ มลู

แตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน แล้ว ๓. นักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ
ในท้องถิ่นของเรามีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากน้อยเพียงใด เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม
ทำาอย่างไรเราจึงจะศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตได้ง่ายขึ้น กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังน้ี

ทำ�อย่�งไร เพื่อให้เร�ศึกษ�คว�มหล�กหล�ยของ คำ�ถ�มสำ�คัญ ๓.๑ ในทอ้ งถนิ่ มสี งิ่ มชี วี ติ ใดอาศยั อยบู่ า้ ง
สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นได้ง่�ยขึ้น (ตวั อยา่ งคำ�ตอบ ววั แมว นก ตน้ มะม่วง

กิจกรรมท่ี ๑.๑ สาำ รวจสง่ิ มชี วี ติ ในท้องถ่ิน ต้นข้าว)
๔. นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ ๔ คน คละ

ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา

วิธีทำ� และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๑.๑ เรื่อง
สำ�รวจส่ิงมีชวี ิตในทอ้ งถ่นิ
๑. สงั เกตสิง่ มชี วี ติ ชนดิ ตา่ ง ๆ ทีอ่ าศยั อยบู่ รเิ วณรอบบา้ นของนกั เรยี น ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม โดยสงั เกต
อย่างละเอียดและด้วยความอดทน สิง่ มชี วี ิตชนดิ ตา่ ง ๆ ทีอ่ าศัยอยบู่ ริเวณ
รอบบ้านของตนเองอย่างละเอียดและ
๒. เก็บรวบรวมข้อมูลลักษณะและการดำารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต อดทน เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และบนั ทกึ ผล
๖. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
จำานวน ๕ ชนิด วาดภาพ เขียนชื่อ และเขียนอธิบายลักษณะ ผลการท�ำ กิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน

และการดำารงชีวิตที่สังเกตได้จริง ep 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์

๓. นำาข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณรอบบ้านของเพื่อนทุกคน และสรปุ ความรู้

มารวมกัน เฉลยกิจกรรมการทดลอง

บนั ทึกผลการท�ำกจิ กรรม (ตวั อย่างค�ำ ตอบ)

ตัวอย่างตารางบนั ทึกผลการสังเกต
ตารางท่ี ๑.๑ ภาพ ชื่อ ลักษณะและการดาำ รงชวี ิตของสิง่ มีชีวติ ที่สงั เกตได้

ภาพ ลักษณะและการดำารงชีวติ ของสิ่งมีชีวติ ทส่ี งั เกตได้

นกชื่อสิ่งมีชีวิต นกเกาะอยบู่ นต้นไม้เพอ่ื อาศยั ๗. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
รม่ เงา และเปน็ แหล่งที่พกั พิง แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ

7 ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม

สรุปผลการทำ� กจิ กรรม ๘. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส รุ ป ผ ล ก า ร ทำ �
กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ ส รุ ป สิ่ ง ท่ี เ ข้ า ใ จ เ ป็ น

สง่ิ มชี ีวติ บนโลกมีจ�ำ นวนมากมาย ค ว า ม รู้ ร่ ว ม กั น เ กี่ ย ว กั บ ส่ิ ง มี ชี วิ ต
ในท้องถ่นิ

7 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขนั้ ปฏิบตั ิ
St St St และสรุปความรู้
หลงั การปฏิบตั ิ ? ชนิดของสิ่งมชี ีวิตท่รี วบรวมไดจ้ ากแต่ละบริเวณ

๙. นักเรียนสังเกต สำ�รวจ และวาดภาพ เหมอื นหรือแตกตา่ งกันอย่างไร

และระบายสีส่ิงมีชีวิตและลักษณะ ? สิง่ มชี ีวิตท้ังหมดทรี่ วบรวมไดม้ ีจาำ นวนกี่ชนิด

ก า ร ดำ � ร ง ชี วิ ต ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต ชนดิ ใดบา้ ง

ใ น ท้ อ ง ถ่ิ น ที่ รู้ จั ก แ ล ะ ช่ื น ช อ บ ? เราควรทำาอยา่ งไร เพือ่ ใหก้ ารศกึ ษาสิง่ มชี วี ติ

คนละ ๑ ชนิด จดั ท�ำ เปน็ ชิ้นงาน จำานวนมากมายเหล่านง้ี า่ ยขึ้น

๑๐. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น

ความร้รู ว่ มกนั ดงั น้ี สิ่งมีชีวิตบนโลกมีจำานวนมากมายนับล้านชนิด นักวิทยาศาสตร์
• นักวิทยาศาสตร์ได้จัดจำ�แนก ได้จำาแนกสิ่งมีชีวิตไว้หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ กลุ่มที่ไม่ใช่
พืชและสัตว์ สิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่มต่างอาศัยอยู่ร่วมกันในทุกบริเวณบนโลก
ส่ิงมีชีวิตไว้เป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ นักวิทยาศาสตร์จัดจำาแนกสิ่งมีชีวิตไว้เป็นกลุ่ม เพื่อให้ง่ายต่อ
กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ สิ่งมีชีวิต การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต การจัดจำาแนกสิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มทำาได้
แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ต่ า ง อ า ศั ย อ ยู่ ร่ ว ม กั น โดยการจัดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะและกระบวนการดำารงชีวิตเหมือนกันให้อยู่
ในทกุ บรเิ วณบนโลก

ep 4 ในกลุ่มเดียวกัน และจัดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะและการดำารงชีวิตแตกต่างกัน
ให้อยู่คนละกลุ่ม
ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ

๑๑. นักเรียนจับคู่ ผลัดกันพูดนำ�เสนอ “มดทีก่ ดั กนิ ใบไมแ้ ละต�ย
ความรู้เกี่ยวกับสิง่ มชี ีวิตในทอ้ งถ่นิ ล ง บ น ใ บ ไ ม้ ไ ม่ น � น ก็ มี
เห็ด ร�เกิดขึ้นบนซ�กมด”
๑๒. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั ภ�พนี้มีสิ่งมีชีวิตกี่กลุ่ม
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวธิ กี ารท�ำ งานทมี่ ีแบบแผน ภาพที่ ๑.๒ เห็ด ราบนซากมด

5ep ข้ันประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ คา่ 8
บรกิ ารสงั คม
และจติ สาธารณะ

๑๓. นั ก เ รี ย น นำ � ผ ล ง า น ภ า พ ว า ด แ ล ะ แนวค�ำตอบ
ระบายสมี อบให้ผู้ปกครอง
๑๔. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม ๑. ตอบ ตา่ งกนั ตามสภาพแวดลอ้ มของแตล่ ะบรเิ วณ
๒. ตอบ ๕ชนดิ ไดแ้ ก่ กหุ ลาบ มะมว่ ง ปลา นก และเหด็
สะท้อนความคิดรว่ มกนั ๓. ตอบ จดั จ�ำ แนกสง่ิ มชี วี ติ ตา่ งๆเปน็ กลมุ่ ๆ

โดยใหส้ ง่ิ มชี วี ติ ทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยคลงึ กนั อยใู่ นกลมุ่ เดยี วกนั

สุดยอดคู่มือครู 8

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

คำ�ถ�มสำ�คัญ เร�ใช้เกณฑ์ใดในก�รจัดจำ�แนก ตัวชวี้ ัด
สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่น
ว ๑.๓ ป.๔/๑
กจิ กรรมที่ ๑.๒ จำาแนกสง่ิ มีชีวติ ในทอ้ งถนิ่
ภาระงาน/ชิ้นงาน
วิธีทำ� เฉลยกจิ กรรมการทดลอง (ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ) St Stแผนภาพความคิด การจำ�แนกสิง่ มีชวี ติ
บันทึกผลการทำ� กิจกรรม กลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์

นำาข้อมูลสิ่งมีชีวิตจากกิจกรรมที่ ๑.๑ ตวั อยา่ งบันทกึ ผลการทาำ กิจกรรม ep 1 ข้นั สงั เกต
มาชว่ ยกนั เขยี นเปน็ แผนภาพการจดั จาำ แนก
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเป็นกลุ่ม โดยให้กำาหนด สิง่ มีชวี ิต รวบรวมขอ้ มลู
เกณฑ์ในการจัดจำาแนกขึ้นเอง
เกณฑ์ ลักษณะภายนอกของสิ่งมชี ีวติ ๑. นักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ เพื่อเกิด
สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร
กลุ่มพืช กลุม่ สตั ว์ กลมุ่ ทีไ่ มใ่ ช่ ทางวิทยาศาสตร์ ดงั น้ี
มะม่วง นก พชื และสัตว์
๑.๑ ส่ิงมีชีวิตในท้องถ่ินสามารถใช้เกณฑ์
กหุ ลาบ ปลา เห็ด ในการจัดจำ�แนกได้อย่างไร

ชือ่ แผนภาพ การจดั จ�ำ แนกสง่ิ มชี วี ติ โดยใชล้ กั ษณะภายนอกของสง่ิ มชี วี ติ เปน็ เกณฑ์ (ตัวอย่างคำ�ตอบ ใช้ลักษณะและการดำ�รงชีวิต
ทีค่ ลา้ ยคลึงกันจัดใหอ้ ยใู่ นกลมุ่ เดยี วกัน)
สงิ่ มชี วี ติ ในทอ้ งถน่ิ มมี ากมายหลายชนดิ สามารถจดั จ�ำ แนกไดเ้ ปน็ กลมุ่ พชื เกณฑ์ที่ใช้ในการจดั จำาแนก ได้แก่
กลุ่มสัตว์ และส่ิงมีชีวิตกลุ่มท่ีไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ได้ ลกั ษณะภายนอกของสง่ิ มชี วี ติ ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา
จดั เป็นสิง่ มชี วี ติ กลุ่มไมใ่ ช่พชื และสัตว์ และอ่านวธิ ีทำ�กิจกรรมท่ี ๑.๒ เรื่อง จ�ำ แนก
สิง่ มชี วี ิตในท้องถน่ิ
? ส่ิงมชี ีวิตทัง้ หมดถูกจัดจาำ แนกเปน็ กีก่ ลมุ่ อะไรบา้ ง
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายก่อน
? ส่ิงมีชีวติ แต่ละกลุม่ มีลกั ษณะทเี่ หมือนหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร ทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม โดยนำ�ข้อมูล
ส่ิงมีชีวิตจากกิจกรรมท่ี ๑.๑ มาวางแผน
? เพราะเหตใุ ดจงึ จัดจาำ แนกส่ิงมชี วี ติ ท้งั หมดตามรูปแบบ ออกแบบ และเขยี นเปน็ แผนภาพความคดิ

ในแผนภาพ ๔. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
ผลการทำ�กจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรียน
? ส่งิ มีชีวติ ใดท่ไี ม่สามารถจดั เขา้ กลุ่มใดไดเ้ ลย
ep 2 ขนั้ คดิ วิเคราะห์
นักวิทย�ศ�สตร์จัดจำ�แนกสิ่งมีชีวิตต่�ง ๆ ออกเป็นกลุ่ม
โดยอ�ศัยข้อมูลลักษณะและก�รดำ�รงชีวิตที่เหมือนหรือ และสรุปความรู้
แตกต่�งกันเป็นเกณฑ์ก�รจัดจำ�แนก

9

แนวคำ� ตอบ ๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และ
แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ ผ ล ก า ร
๑. ตอบ กลมุ่ พชื กลมุ่ สตั ว์ และกลมุ่ ทไ่ี มใ่ ชพ่ ชื และสตั ว์ ทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถามหลังทำ�กจิ กรรม
๒. ตอบ กลมุ่ พชื มลี กั ษณะภายนอกทเ่ี หมอื นกนั คอื ราก ล�ำ ตน้ ใบ ดอก ผลและเมลด็
กลมุ่ สตั ว์ มอี วยั วะทใ่ี ชใ้ นการด�ำ รงชวี ติ เชน่ ตา หู จมกู ปาก ขาและเทา้ ปกี ครบี ๖. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำ�กิจกรรมและ
กลมุ่ อน่ื ๆ จะไมม่ ลี กั ษณะทเ่ี หมอื นกบั พชื และสตั ว์ สรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเก่ียวกับ
๓. ตอบ เพราะแผนภาพชว่ ยใหเ้ ราเหน็ เกณฑก์ ารจดั จ�ำ แนกและแบง่ สง่ิ มชี วี ติ ตา่ งๆ การจ�ำ แนกสิ่งมีชีวติ ในทอ้ งถน่ิ
ออกเปน็ กลมุ่ ชดั เจน
๔. ตอบ ขน้ึ กบั ผลการส�ำ รวจ

9 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

Step 3 ขั้นปฏบิ ัติ
และสรุปความรู้
หลังการปฏบิ ตั ิ การจัดจำาแนกสิ่งมีชีวิตกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ โดยใช้

๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มรับบัตรภาพ ๑. เกณฑ์ลักษณะภายนอกของสิ่งมีชีวิต
ส่งิ มชี ีวติ ดงั นี้ ๑.๑ การมีส่วนประกอบของราก ลำาต้น ใบ ดอก และผล จัดเป็น

นกแก้ว ต้นกล้วย กลุ่มพืช

ก้งิ กา่ ต้นมะเขอื

แพนดา กระต่าย ใบ ดอก
ผล
ต้นบัว ตน้ แหน
ผล
กบ ปลาทอง
ลำาต้น กิ่ง
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจำ�แนก
และจัดกลุ่มบัตรภาพ โดยเลือกใช้ ดอก ใบ
เกณฑ์ ดังน้ี
ต้นกล้วย ต้นมะเขือ
๑) ลกั ษณะภายนอกของส่งิ มชี ีวิต
๒) การดำ�รงชีวติ ของสง่ิ มชี วี ติ

ดอก
ใบ

ใบ
ผล ลำาต้น

ต้นบัว ต้นแหน
ภาพที่ ๑.๓ ส่วนประกอบของพืชชนิดต่าง ๆ

10

เสริมความรู้ ครูควรสอน

• กลว้ ย คือ ชื่อไม้ล้มลุกชนิดหน่ึง ท่ีแตกหน่อเป็นกอ ผลสุกเนื้อน่ิม
กนิ ได้ มหี ลายชนดิ และหลายสายพนั ธุ์
• มะเขอื คือ ชอ่ื ไม้พุ่มชนดิ หนงึ่ ผลกลม ๆ กนิ ได้ มีหลายพนั ธ์ุ
• บัว คือ ชอ่ื ไมน้ าํ้ ชนดิ หนง่ึ มเี หงา้ ยาวทอดอยใู่ นตม ใบเปน็ แผน่ กลม
ขอบเรยี บ กา้ นใบและกา้ นดอกแขง็ มหี นามสากคาย ชใู บและดอกข้นึ พ้นผวิ นํ้า
• แหน คอื ชอ่ื ไม้นํ้าชนดิ หน่งึ ใบกลมเลก็ ๆ ลอยอยตู่ ามน้ํานิ่ง

สุดยอดคู่มือครู 10

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St ขน้ั ปฏบิ ตั ิ
และสรุปความรู้
๑.๒ การมีอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา หู จมูก ปาก ขาและเท้า ปีก หาง หลงั การปฏิบตั ิ

ครีบ จัดเป็นกลุ่มสัตว์ ตา ปาก ๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเกณฑ์
ทใี่ ชใ้ นการจ�ำ แนกและจดั กลมุ่ สง่ิ มชี วี ติ
หู ใหไ้ ด้ ดังน้ี

ตา จมกู ปกี ขา • เกณฑ์ลักษณะภายนอกของ
สิง่ มชี วี ิต
ขา หาง เท้า
ปาก สงิ่ มชี วี ติ

เกณฑ์ลักษณะภายนอก
ของสิง่ มชี ีวิต

ตา ครบี การมี การมีอวยั วะ

เท้า ปาก ส่วนประกอบ ตา่ ง ๆ เชน่ ตา
ครบี หาง ของราก ล�ำ ต้น หู จมกู ปาก
ปกี ครีบ
ใบ ดอก

จมกู ปาก ผลและเมลด็ ขาและเท้า

ตา หู ขา ตา กลมุ่ พืช กล่มุ สัตว์
เทา้
ปาก ตา ปาก หาง แผนภาพ การจำ�แนกและจัดกลุ่ม
ขา ขา ส่ิงมีชีวิตโดยใช้ลักษณะภายนอก
ของสง่ิ มีชวี ติ เปน็ เกณฑ์
เทา้ เทา้

ภาพที่ ๑.๔ อวัยวะของสัตว์ต่าง ๆ

11

เสริมความรู้ ครูควรสอน

• ปีก คือ อวยั วะสำ�หรับบินของนกหรือแมลง
• ครบี คือ อวยั วะที่เปน็ แผ่นติดกนั เปน็ พืดอยู่ใตท้ ้องหรอื สันหลังของปลา

11 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขั้นปฏิบัติ
St และสรปุ ความรู้
Stหลงั การปฏบิ ตั ิ ๒. เกณฑ์การดำารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
St
๑๐. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเกณฑ์ท่ีใช้ ๒.๑ การสร้างอาหารด้วยตัวเอง
กลุ่มพืช ใช้ใบสีเขียวแผ่กว้าง ที่มีคลอโรฟิลล์ช่วยรับแสง
ในการจำ�แนกและจัดกลมุ่ ส่ิงมชี ีวติ ใหไ้ ด้ ดังนี้ จากดวงอาทิตย์มาใช้ในการสร้างอาหาร
• เกณฑ์การดำ�รงชีวิตของสิง่ มีชวี ติ
๑) การสร้างอาหารดว้ ยตวั เอง กลุ่มสัตว์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้
ต้องกินพืชและสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร
ส่งิ มีชวี ิต
เกณฑก์ ารด�ำ รงชีวิต ๒.๒ การเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง
ของสิง่ มชี ีวิต กลุ่มพืช ไม่สามารถเคลื่อนที่เปลี่ยนตำาแหน่งด้วยตัวเองได้
(การสร้างอาหาร กลุ่มสัตว์ สามารถเคลื่อนที่เพื่อไปหาอาหาร หรือหลบหลีก
ด้วยตัวเอง)

มคี ลอโรฟลิ ล์ ไม่มีคลอโรฟลิ ล์ ศัตรูได้

กล่มุ พชื กล่มุ สตั ว์

แผนภาพ การจำ�แนกและจดั กลุ่มส่งิ มชี วี ิต ภาพที่ ๑.๕ ใบไม้แผ่กว้างรับแสงจากดวงอาทิตย์เพื่อสร้างอาหาร
โดยใช้การดำ�รงชีวิตของสงิ่ มีชีวติ

(การสรา้ งอาหารดว้ ยตัวเอง) เป็นเกณฑ์

• เกณฑ์การด�ำ รงชวี ติ ของส่ิงมชี ีวติ
๒) การเคลอ่ื นท่ีดว้ ยตวั เอง

สง่ิ มชี วี ิต
เกณฑ์การดำ�รงชวี ิต
ของส่งิ มีชวี ติ
(การเคล่ือนท่ดี ว้ ยตวั เอง)

ไมส่ ามารถเคล่ือนท่ี เคลอื่ นทเ่ี พื่อไปหา
เปล่ยี นตำ�แหน่ง อาหารหรอื
ดว้ ยตัวเองได้
หลบหลีกศัตรไู ด้

กลุ่มพชื กลมุ่ สัตว์ ภาพที่ ๑.๖ เสือวิ่งไล่จับเหยื่อที่กำาลังวิ่งหนี ภาพที่ ๑.๗ ยีราฟยืดคอกินใบไม้

แผนภาพ การจำ�แนกและจัดกลุ่มสง่ิ มีชีวิต 12
โดยใชก้ ารดำ�รงชวี ติ ของส่ิงมชี ีวติ

(การเคลื่อนทด่ี ว้ ยตวั เอง) เป็นเกณฑ์ ep 4 5ep ขั้นประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ ค่า
บรกิ ารสงั คม
๑๑. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สงั เกต ส�ำ รวจ สงิ่ มชี วี ติ ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ และจติ สาธารณะ
ในท้องถิ่นที่รู้จักและช่ืนชอบ แล้วรวบรวมข้อมูล
วางแผน ออกแบบ และเขียนแผนภาพความคิด

การจำ�แนกส่ิงมีชีวิตเป็นกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ ๑๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผลการจำ�แนก ๑๕. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น

ในกระดาษฟลิปชาร์ต จดั ทำ�เป็นช้ินงาน จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดงผลงาน

๑๒. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน สิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์หน้าชั้นเรียน เพือ่ เปน็ แหล่งเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นช้ันอื่น ๆ
ดังนี้
เพ่ือน ๆ รว่ มกันตรวจสอบและแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
• การจัดจำ�แนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่ม โดย ๑๔. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั วธิ กี ารท�ำ งาน ๑๖. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อมสะท้อน
อาศัยข้อมูล ลักษณะและการดำ�รงชีวิตท่ีเหมือน ให้เห็นการคิดเชิงระบบ และวิธีการทำ�งานที่มี ความคิดร่วมกัน

หรอื แตกต่างกันเป็นเกณฑ์การจ�ำ แนก แบบแผน

สุดยอดคู่มือครู 12

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

๒. ส่ิงมชี ีวิตกลุ่มทีไ่ ม่ใชพ่ ืชและสตั ว์ ตวั ชว้ี ดั
การจัดจำาแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ลักษณะภายนอกและการดำารงชีวิต
เป็นเกณฑ์ ช่วยให้เราจำาแนกสิ่งมีชีวิตได้ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มพืช ว ๑.๓ ป.๔/๑
และกลุ่มสัตว์ แต่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติยังมีอีกมากมาย
ที่เรายังไม่รู้จัก และไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มพืชหรือกลุ่มสัตว์ได้ ภาระงาน/ชิ้นงาน

Stภาพวาดและระบายสี สิ่งมีชีวิตกลุ่มท่ี
ไมใ่ ช่พชื และสัตว์

ep 1 ข้ันสงั เกต

รวบรวมขอ้ มูล

เร�สังเกตพบสิ่งมีชีวิตใดบ้�ง ๑. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพส่ิงมีชีวิต
ใน ๒ ภ�พนี้ ตา่ ง ๆ ทเี่ จรญิ เตบิ โตอยบู่ นพนื้ ดนิ ในปา่
และภาพขนมปงั ทว่ี างทงิ้ ไวน้ านหลายวนั
ภาพที่ ๑.๘ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เจริญเติบโต บนกระดาน แล้วร่วมกันตอบคำ�ถาม
บนพื้นดินในป่า กระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี

ภาพที่ ๑.๙ ขนมปังที่วางทิ้งไว้นานหลายวัน ๑.๑ นักเรียนพบส่ิงมีชีวิตใดบ้าง
ใน ๒ ภาพนี้ (ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ
13
๑. ภาพ สง่ิ มชี วี ิตตา่ ง ๆ ท่เี จริญเตบิ โต
รอบรู้อาเซียนและโลก อยู่บนพ้ืนดินในป่า พบเห็ดที่เจริญเติบโต
บนขอนไม้
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบข้อมูลเก่ียวกับ
ส่ิงมีชีวิตกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์ของประเทศในกลุ่มอาเซียน ๒. ภาพ ขนมปังที่วางทิ้งไว้นานหลายวัน
แล้วออกแบบวิธีนำ�เสนอให้น่าสนใจ จัดแสดงเป็นมุมอาเซียน พบจุดสีดำ� ๆ ท่ีมีลักษณะเป็นเส้นใยอยู่บน
ศกึ ษา ขนมปัง)

ครกู ลา่ วเพม่ิ เตมิ วา่ จดุ สดี �ำ ทมี่ ลี กั ษณะ
เป็นเส้นใยบนขนมปังที่วางท้ิงไว้นาน
หลายวนั เรยี กวา่ รา อาจมสี แี ตกตา่ งกนั
เช่น ราสีเขียว ราสีขาว ราสีดำ� วันนี้
เราจะมาเรียนเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิตกลุ่มท่ี
ไมใ่ ช่พชื และสตั ว์กนั

สิ่งมีชวี ติ กลุ่มท่ไี ม่ใช่พืช
และสัตว์

13 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

St บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 1 ข้นั สังเกต นอกจ�กสิ่งมีชีวิตกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์แล้ว

รวบรวมข้อมลู

๒. นักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ ยังมีสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พืชและไม่ใช่สัตว์ คำ�ถ�มสำ�คัญ
เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม อีกหรือไม่

กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ดังน้ี กจิ กรรมที่ ๑.๓ ค้นหาสง่ิ มชี วี ติ กลุ่มทีไ่ มใ่ ช่พชื และสัตว์
๒.๑ นอกจากสิ่งมีชีวิตกลุ่มพืชและ

กลมุ่ สัตว์แล้ว ยงั มสี ่งิ มีชวี ิตกลุ่มอ่นื ๆ วัสดุอปุ กรณ์

ทไี่ ม่ใชพ่ ชื และไมใ่ ช่สตั ว์อีกหรอื ไม่ ๑. บีกเกอร์ ขนาด ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๒ ใบ
(มี เชน่ เหด็ รา แบคทีเรยี ) ๒. แว่นขยาย ๑ อัน
๓. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ คน คละ ๓. กล้องจุลทรรศน์ชนิดใช้แสง ๑ กล้อง
๔. สไลด์และกระจกปิดสไลด์ ๒ ชุด
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๑.๓ เร่ือง

คน้ หาสงิ่ มชี ีวติ กล่มุ ทไ่ี มใ่ ชพ่ ืชและสัตว์ วิธีทำ�
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสำารวจสิ่งมีชีวิตในบริเวณ

ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม โดย โรงเรียน เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มพืชและ
วางแผนกำ�หนดพ้ืนที่ท่ีสำ�รวจ และ กลุ่มสัตว์ได้
สำ�รวจส่ิงมีชีวิตท่ีไม่สามารถจัดเข้า ๒. วาดภาพสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ๆ จดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่พบ
กลุม่ พืชและกลมุ่ สตั ว์ และบนั ทึกผล หากต้องการเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตมาศึกษาให้ขออนุญาตและ
๕. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ ขอคำาแนะนำาจากครู
ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น ๓. เก็บตัวอย่างดินและน้ำาจากบริเวณต่าง ๆ ใส่ภาชนะ เพื่อนำามา
ค้นหาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในดินและน้ำา โดยใช้
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง แว่นขยายหรือกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งต้องขอคำาแนะนำาจากครู

บนั ทึกผลการทำ� กจิ กรรม

ตาราง ชื่ อ ลั ก ษ ณ ะ ภ า ย น อ ก แ ล ะ 14
การดำ�รงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มท่ี
ไม่ใชพ่ ชื และสตั ว์
(ตวั อย่างคำ�ตอบ)

ชอ่ื ส่ิงมชี วี ิต ลกั ษณะภายนอก การด�ำรงชวี ติ ผลการจ�ำแนก สรุปผลการท�ำกจิ กรรม
กลุ่มพชื
มรี าก ล�ำ ตน้ ใบ สรา้ งอาหารเองได้ เคล่อื นท่ีด้วย สิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่สามารถจัดจำ�แนก
กลมุ่ สัตว์ เข้ากลุ่มพืชหรือกลุ่มสัตว์ได้ เช่น เห็ด รา
ดอก หรือผล โดยใช้ใบสีเขียว ตวั เองไมไ่ ด้ จุลนิ ทรีย์
 กลุ่มอื่น ๆ
มตี า หู จมูก ปาก สร้างอาหารเอง เคลอ่ื นทีด่ ้วย

เห็ดโคน ขาและเท้า ปกี หาง ไมไ่ ด้ ตอ้ งกนิ ส่ิงมีชีวิต ตวั เองได้

ครบี หรอื อน่ื ๆ อ่ืนเปน็ อาหาร

 อืน่ ๆ คือ มีลำ�ต้น อืน่ ๆ คอื ขึ้นอยู่  อนื่ ๆ คอื ไม่

แตไ่ ม่มใี บสเี ขยี ว บนจอมปลวก เคลือ่ นท่ี

สุดยอดคู่มือครู 14

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ep 2aseanSt

๔. วิเคราะห์ข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่เก็บมาศึกษา เพื่อตรวจสอบว่า ขน้ั คดิ วเิ คราะห์
เป็นพืช สัตว์ หรือไม่ใช่ทั้งพืชและสัตว์ ระบุเหตุผลที่ไม่สามารถ และสรปุ ความรู้
จัดสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ๆ เข้ากลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ได้
๖. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
ตัวอยา่ งตารางบันทกึ ผลการสาำ รวจ แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ
ตารางที่ ๑.๒ ช่อื ลักษณะภายนอกและการดำารงชีวติ ของสิ่งมีชวี ิตกลมุ่ พชื กลุ่มสตั ว ์ และกลุ่มทไี่ ม่ใช่พชื และสตั ว์ ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม
ชอ่ื สิง่ มีชีวติ ลักษณะภายนอก การดาำ รงชีวิต ผลการจาำ แนก
๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
มรี าก ลำาต้น ใบ สร้างอาหารเองไดโ้ ดย เคล่อื นท่ดี ว้ ยตวั เองไมไ่ ด้ กลมุ่ พชื และสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เกีย่ วกบั สงิ่ มีชวี ิตที่ไมใ่ ช่พชื และสัตว์
ดอก หรือผล ใช้ใบสเี ขียว

มตี า หู จมูก ปาก สร้างอาหารเองไม่ได้ เคลอื่ นท่ดี ว้ ยตัวเองได้ กลุ่มสัตว์
ขาและเท้า ปีก หาง ต้องกินสิง่ มีชีวิตอ่ืนเปน็ อาหาร
ครีบ หรอื อ่นื ๆ

อืน่ ๆ คือ อน่ื ๆ คอื อนื่ ๆ คือ กลุ่มอืน่ ๆ

? จากการสำารวจ พบสิ่งมีชีวิตท่ีคาดว่าจะไม่ใช่พืชและสัตว์ก่ีชนิด
อะไรบ้าง
? เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่ได้จากการสำารวจแล้ว
พบสง่ิ มชี วี ติ กชี่ นดิ ทไี่ มใ่ ชพ่ ชื และไมใ่ ชส่ ตั ว ์ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
? ลักษณะหรือการดำารงชีวิตแบบใด ที่ทำาให้ไม่สามารถ
จัดส่ิงมีชีวติ ชนดิ นน้ั ๆ เข้ากลุ่มพชื หรอื กลมุ่ สตั วไ์ ด้

สิ่งมีชีวิตบ�งชนิดไม่ส�ม�รถจัดจำ�แนก
เข้�กลุ่มพืช หรือกลุ่มสัตว์ได้ เช่น เห็ด ร�
จุลินทรีย์

15

แนวค�ำตอบ

๑. ตอบ ๕ ชนดิ ไดแ้ ก่ เหด็ โคน เฟริ น์ รา เหด็ หหู นู และจอก
๒. ตอบ ๓ ชนดิ ไดแ้ ก่ เหด็ โคน รา และเหด็ หหู นู
๓. ตอบ ลกั ษณะและการด�ำ รงชวี ติ ทแ่ี ตกตา่ งไปจากพชื และสตั ว์

15 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET

ep 3 ข้นั ปฏิบตั ิSt
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏิบัติ เห็ด สามารถพบได้
บ น พื้ น ดิ น ห รื อ
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกต สำ�รวจ บนขอนไม้
และวาดภาพสิ่งมีชีวิตกลุ่มท่ีไม่ใช่พืช
และสัตว์ที่พบในท้องถิ่น ท่ีนักเรียน
รจู้ กั และสนใจ จดั ท�ำ เปน็ ชิ้นงาน

๙. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส รุ ป ส่ิ ง ท่ี เ ข้ า ใ จ
เป็นความรรู้ ่วมกัน ดังนี้

• ส่ิงมีชีวิตท่ีไม่สามารถจัดเข้ากลุ่ม
พืชและกลุ่มสัตว์ได้ จัดเป็นสิ่งมีชีวิต
กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ ได้แก่ เห็ด
รา และแบคทีเรีย

แบคทีเรีย เป็นจุลินทรีย์
ประเภทหนึง่ พบไดท้ ัว่ ไป
ทั้งในอากาศ ในน้ำา และ
พื้นดิน

รา สามารถพบ
ใ น บ ริ เ ว ณ ที่ มี
ซากสิง่ มชี วี ติ และ
มีความชุ่มชื้น

ภาพที่ ๑.๑๐ สิ่งมีชีวิตกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์

16

เสริมความรู้ ครูควรสอน

• เหด็ คือ ส่วนของเช้อื ราหมวดหนึง่ ท่อี อกเป็นดอก แบง่ เป็น ๒ พวก ได้แก่ พวกไม่มีพิษ รบั ประทานได้ และพวกมีพษิ
บางชนดิ รับประทานแล้วถึงชีวติ ได้
• แบคทีเรีย คือ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มีลักษณะโครงสร้างแบบง่าย ๆ พบได้ท่ัวไปทั้งในน้ํา อากาศ และบนพ้ืนดิน
ตลอดจนรา่ งกายของมนษุ ย์ มหี ลายชนดิ ทม่ี โี ทษ เชน่ แบคทเี รยี บางชนดิ ท�ำ ใหเ้ กดิ โรคในสงิ่ มชี วี ติ และสว่ นทเี่ ปน็ ประโยชน์
เช่น แบคทีเรยี บางชนิดย่อยสลายซากพชื ซากสัตวใ์ หเ้ นา่ เปอ่ื ย เป็นธาตอุ าหารในดนิ
• รา คอื ส่ิงมีชีวิตประเภทหนึ่ง อยู่ในกลุ่มเดียวกับเหด็ สว่ นมากเจรญิ เปน็ เสน้ ใย สบื พนั ธโุ์ ดยสปอร์

สุดยอดคู่มือครู 16

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

ep 4asean
St

เห็ด รา (fungi) เป็นสิ่งมีชีวิตจำาพวกย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต เมื่อพืช ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
และสตั วต์ ายลง หรอื เมือ่ อาหารถกู ปลอ่ ยทิง้ ไวใ้ นทีช่ ุม่ ชืน้ สปอร ์ (spore) ของ
เห็ด ราที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็จะตกลงบนซากสิ่งมีชีวิตหรือเศษอาหาร ๑๐. นักเรียนจับคู่ ผลัดกันพูดนำ�เสนอ
เหล่านั้น เกิดการงอกเส้นใย มีการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตและเศษอาหาร ความรู้เก่ียวกับสิ่งมีชีวิตท่ีไม่ใช่พืช
จนไดส้ ารอาหารทีเ่ หด็ ราตอ้ งการใชใ้ นการเจรญิ เตบิ โต เหด็ ราจงึ พบไดท้ ัว่ ไป และสัตว์
ในบริเวณที่มีซากสิ่งมีชีวิตและมีความชุ่มชื้น พวกมันจะไม่เคลื่อนที่ไปไหน
จนกว่าซากสิ่งมีชีวิตหรือเศษอาหารจะถูกย่อยสลายจนหมด แล้วพวกมันก็จะ ๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
ปล่อยสปอร์ออกไปในอากาศและสูญสลายไปเช่นกัน วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวิธกี ารทำ�งานท่มี แี บบแผน

ภาพที่ ๑.๑๑ เห็ดขึ้นบนขอนไม้ที่ชุ่มชื้น ภาพที่ ๑.๑๒ ราขึ้นบนผลไม้ที่เน่าเสีย

เห็ด รา เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีทั้งประโยชน์และโทษต่อมนุษย์ เห็ดหลายชนิด
สามารถนำามาประกอบอาหารได้ เช่น เห็ดโคน เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดบางชนิด
มีสรรพคุณทางยาและเป็นอาหารเสริม เช่น เห็ดหลินจือ แต่เห็ดหลายชนิด
ที่มีพิษ ไม่สามารถรับประทานได้ เช่น เห็ดขี้ควาย เห็ดดอกกระถิน
เชน่ เดียวกับรา ราบางชนิดถูกนาำ มาใชป้ ระโยชนท์ างการแพทย ์ เช่น นาำ มาผลิต
ยาปฏิชีวนะ แต่ราอีกหลายชนิดก็ทำาให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อมนุษย์ เช่น
ราในถั่วลิสง

17

เสริมความรู้ ครูควรสอน

• สรรพคุณ คอื คณุ สมบัตขิ องสงิ่ ทเ่ี ป็นยา
• ยาปฏชิ วี นะ คอื ยาประเภททม่ี สี ารทสี่ กัดจากผลผลิต
ของเช้ือจุลินทรีย์ ใช้ฆ่า หรือยับย้ังการแพร่พันธุ์ของ
แบคทีเรยี

17 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
5ep ขนั้ ประเมินเพือ่ เพิม่ คณุ คา่
St บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ

๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน เห็ดระโงกเหลือง
ท่ีดีเด่น จัดทำ�เป็นนิทรรศการหรือ
จัดแสดงผลงาน เพ่อื เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ เห็ดขี้ควาย ก้านตัน เห็ดแดงก้านแดง เห็ดตับเต่า เห็ดน้ำาแป้ง
ให้นกั เรยี นชน้ั อน่ื ๆ เห็ดโคน

๑๓. นักเรยี นร่วมกนั วางแผน สบื ค้น และ เห็ดระโงกหิน เห็ดโคนส้ม เห็ดตอมกล้วยแห้ง เห็ดแดงกุหลาบ เห็ดหล่มกระเจียว เห็ดระโงกขาว
ออกแบบโปสเตอร์รณรงค์และให้
ความรเู้ กยี่ วกบั เหด็ ทก่ี นิ ไดก้ บั เหด็ พษิ เห็ดข่า เห็ดข้าวเหนียว
โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้ว
นำ�เสนอในเว็บไซต์ของโรงเรียน เด็กควรรู้ เห็ดกินได้
หรือพิมพ์ติดประกาศในท้องถิ่น
เพ่ือให้เพื่อน ๆ ในโรงเรียนและคน เห็ดพิษ เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ
ในท้องถ่ินรู้จักและจำ�แนกระหว่าง
เห็ดทก่ี นิ ได้กบั เห็ดพษิ เห็ดเห็ดไข่หงษ์

เห็ดจั่น เห็ดไข่เหลือง

เห็ดขี้วัว เห็ดมันปูใหญ่ เห็ดเผาะ (มีราก) เห็ดมันปู เห็ดพุงหมู เห็ดเผาะ (ไม่มีราก)

เห็ดกระโดงตีนตัน เห็ดดอกกระถิน เห็ดโคนฟาน เห็ดกูด เห็ดก่อเหลือง

ภาพที่ ๑.๑๓ ตัวอย่างเห็ดพิษกับเห็ดกินได้

18 ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21

นักเรียนคดิ ประเมินเพอื่ เพิ่มสมรรถนะส�ำ คัญของผู้เรียน
ดา้ นความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ โดยท�ำ กิจกรรม ดังน้ี
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบเก่ียวกับเห็ดพิษ
ถ้ารับประทานแล้วจะมีอาการอย่างไร และนักเรียนมีวิธีแนะนำ�
เพื่อชว่ ยเหลือเบือ้ งต้นใหก้ ับคนในชมุ ชนอย่างไร

สุดยอดคู่มือครู 18

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก

St5asean

จุลินทรีย์ (microbe) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ep ขนั้ ประเมินเพ่อื เพมิ่ คณุ ค่า

บรกิ ารสังคม
และจติ สาธารณะ

ด้วยตาเปล่า ต้องศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ จึงจะมองเห็นได้ ๑๔. นกั เรยี นรว่ มกนั วางแผน สบื สอบ และ
จุลินทรีย์มีจำานวนชนิดมากมายมหาศาล พบได้ทุกบริเวณบนโลก ออกแบบแผ่นพับเก่ียวกับประโยชน์
ทั้งบนบก ในน้ำาจืด นำ้าทะเล และที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ จุลินทรีย์ และโทษของจลุ นิ ทรยี ์ โดยใชโ้ ปรแกรม
มที ั้งทีเ่ ป็นประโยชน ์ เชน่ แบคทเี รยี ในนมเปรี้ยว และจลุ ินทรียท์ เี่ ป็นอันตราย คอมพิวเตอร์ แล้วนำ�มาแจกให้
ก่อใหเ้ กิดโรคกับมนุษยแ์ ละสง่ิ มชี ีวิตอื่น ๆ ได ้ เช่น แบคทเี รียทที่ ำาให้เกดิ โรค เพอื่ น ๆ ในโรงเรยี น และคนในทอ้ งถน่ิ
ปอดบวม วณั โรค อหวิ าตกโรค เพ่อื เผยแพร่ความรู้

แลคโตบาซิลลัส คาซอิ ี ๑๕. นกั เรยี นประเมนิ ตนเองโดยเขยี นแสดง
(Lactobacillus casei) ความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็น
ใช้ในการผลติ นมเปร้ียว ตอ่ ไปนี้

• ส่ิงท่ีนักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คือ

จลุ นิ ทรีย์ แซคคาโรไมซิส เซเรวิซอิ ี อะไร
(Saccharomyces cerevisiae) หรือยีสต์ • นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่
ใชใ้ นการผลติ เคร่อื งด่ืมทีม่ ีแอลกอฮอล์
มากนอ้ ยเพยี งใด
ไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซสิ • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วม
(Mycobacterium tuberculosis)
ทาำ ใหเ้ กดิ วัณโรค กิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียน

ในวันนีห้ รือไม่ อยา่ งไร
• นักเรียนจะนำ�ความรู้ที่ได้น้ีไปใช้

วิบรโิ อ คอเลอเร ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั
(Vibrio cholerae) และสังคมทวั่ ไปอย่างไร
ทำาใหเ้ กิดอหิวาตกโรค จากนน้ั แลกเปลยี่ นตรวจสอบขนั้ ตอน
การท�ำ งานทกุ ขนั้ ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ คา่
แผนภาพ ประโยชน์และโทษของจุลินทรีย์บางชนิด
ไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคม
19 ให้มากข้ึนกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง

ส�ำ หรับการทำ�งานครงั้ ตอ่ ไป

19 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วัด

ว ๑.๓ ป.๔/๑ แบบฝึกหดั

แนวคำ� ตอบ ลักษณะและก�รด�ำ รงชีวิตของส่ิงมชี ีวติ
ระบวุ า่ สง่ิ มชี วี ติ ในภาพคอื สงิ่ มชี วี ติ กลมุ่ ใด จดั จาำ แนกพรอ้ มอธบิ ายเหตผุ ล
๑. มา้ นา้ํ ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์
เหตุผล มีตา ปาก ครีบ หาง เคล่ือนท่ีได้ ภาพที่ ๑.๑๖ ปลวก
กินอาหาร ขับถ่าย ตอบสนองต่อส่ิงเร้า
สบื พนั ธไ์ุ ด้ ภาพที่ ๑.๑๔ ม้าน้ำ� ภาพที่ ๑.๑๕ นกแกว้

๒. นกแกว้ ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์ ภาพที่ ๑.๑๗ แหน ภาพที่ ๑.๑๘ ราบนเมล็ดข้าวโพด
เหตุผล มีตา ปาก ปีก ขา หาง บินได้
กินอาหาร ขับถ่าย ตอบสนองต่อส่ิงเร้า ภาพที่ ๑.๑๙ ไรแดง ภาพที่ ๑.๒๐ ดาวทะเล
สบื พนั ธไ์ุ ด้
ภาพที่ ๑.๒๑ กะพรนุ ภาพที่ ๑.๒๒ เห็ดหูหนู ภาพที่ ๑.๒๓ จอก
๓. ปลวก ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์
เหตุผล มีปาก หนวด ขา เดินได้ กินไม้ 20
เปน็ อาหาร ตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ สบื พนั ธไ์ุ ด้

๔. แหน ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ พชื
เหตผุ ล มใี บสเี ขยี วมรี ากสบื พนั ธไ์ุ ด้

๕. ราบนเมลด็ ขา้ วโพด ตอบ สง่ิ มชี วี ติ ทไ่ี มใ่ ช่
พชื และสตั ว์
เหตผุ ล รปู รา่ งไมช่ ดั เจน แตเ่ พม่ิ จ�ำ นวนได้
จงึ นา่ จะเปน็ สง่ิ มชี วี ติ

๖. ไรแดง ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์
เหตุผล มีตา ขา และหาง เคล่ือนท่ีได้
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ สบื พนั ธไ์ุ ด้

๗. ดาวทะเล ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์
เหตผุ ล ผวิ ล�ำ ตวั ขรขุ ระ เคลอ่ื นทไ่ี ด้
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ สบื พนั ธไ์ุ ด้
๘. กะพรนุ ตอบ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ สตั ว์

เหตผุ ล มเี นอ้ื นม่ิ ใส เคลอ่ื นทไ่ี ด้
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ สบื พนั ธไ์ุ ด้
๙. เหด็ หหู นู ตอบ สง่ิ มชี วี ติ ทไ่ี มใ่ ชพ่ ชื
และสตั ว์
เหตุผล รูปร่างเป็นดอก เพ่ิมจำ�นวนได้

จงึ นา่ จะเปน็ สง่ิ มชี วี ติ
๑๐. จอก ตอบ เปน็ สง่ิ มชี วี ติ กลมุ่ พชื

เหตผุ ล มใี บสเี ขยี วมรี ากสบื พนั ธไ์ุ ด้
สุดยอดคู่มือครู 20

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

จุด จุดประกายโครงงานน

จุดประกายโครงงาน ประกายโครงงา

นักเรียนร่วมกนั ทำ�กจิ กรรม
จดุ ประกายโครงงาน

ภาพที่ ๑.๒๔ ตวั อย่างสง่ิ มีชวี ิตชนิดต่าง ๆ

การสำารวจส่ิงมีชีวิตในบริเวณต่าง ๆ ของโรงเรียน ทำาให้เราพบ
ส่ิงมีชีวิตจาำ นวนมากที่ไม่สามารถจัดเขา้ กลมุ่ พชื และกล่มุ สัตว์ได้
ลองสำารวจส่ิงมีชีวิตที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ในท้องถิ่นว่ามีอะไรบ้างและ
มีลักษณะอย่างไร เราจะจัดจำาแนกสิ่งมีชีวิตเหล่าน้ีเป็นกลุ่มได้อีกหรือไม่
อย่างไร

21

21 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

รอบรู้อาเซียนและโลก กิจกรรมวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์สู่ความเข้าใจอาเซียน

นกั เรียนร่วมกันท�ำ กิจกรรม จุลินทรีย์ถูกนำามาใช้ประโยชน์ด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน
วทิ ยาศาสตร์สร้างสรรคส์ คู่ วามเขา้ ใจ อย่หู ลายประเทศ
อาเซยี น

เทมเป้ เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศ ภาพที่ ๑.๒๕ เทมเป้
อินโดนีเซียและมาเลเซีย เทมเป้เป็น
อาหารท่ีได้จากการหมักถั่วเหลือง
ด้วยราท่ีชื่อว่า ไรโซปัส โอลิโกสปอรัส
(Rhizopus oligosporus)

ภาพที่ ๑.๒๖ ข้าวหมาก ข้าวหมาก เป็นอาหารหวานของ
ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ท่ี ไ ด้ จ า ก ก า ร ห มั ก
ขา้ วเหนยี วกบั ราสกลุ คลาไมโดมคู อร์
(Chlamydomucor) และยีสต์สกุล
แฮนเซโนลา (Hansenula)

รู้หรือไม่ เหตุใดจึงมีก�รใช้จุลินทรีย์
ในก�รผลิตอ�ห�ร

22

สุดยอดคู่มือครู 22

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

สะเต็มสร้างสรรค์ สะเต็มสร้างสรรค์

วุ้นมะพรา้ ว (NATA de coco) เป็นอาหารเสน้ ใยทีม่ ีลักษณะ นกั เรยี นรว่ มกันท�ำ กิจกรรม
คลา้ ยว้นุ หรอื เจลลี ผลิตมาจากการเพาะเล้ียงแบคทเี รียท่ีชื่อว่า สะเต็มสรา้ งสรรค์ น�ำ ไปสกู่ ารสร้าง
อะซโี ตแบคเตอร์ ไซลนิ มั (Acetobacter zylinum) ในนาำ้ มะพรา้ วแก ่ แบคทเี รยี นวัตกรรม
จะสร้างแผ่นวุ้นนำ้ามะพร้าวสีขาวหนาข้ึน ซ่ึงเป็นสารพวกเซลลูโลสที่ร่างกาย
ไม่สามารถย่อยได้ จงึ มีประโยชน์ในด้านการขบั ถา่ ยของร่างกาย

ภาพที่ ๑.๒๗ หัวเชื้อแบคทีเรีย ภาพที่ ๑.๒๘ แผ่นเส้นใยเซลลูโลส
อะซีโตแบคเตอร์ ไซลินัม ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นในน้ำามะพร้าวแก่

พวกเร�ลองม�ผลิตวุ้นมะพร้�วแข่งกันว่�ของกลุ่มใด
จะเหนียว นุ่ม หน� และอร่อยกว่�กัน (หัวเชื้อแบคทีเรีย
อะซีโตแบคเตอร์ ไซลินัม ส�ม�รถสืบค้นแหล่งจัดจำ�หน่�ย
ได้ท�งอินเทอร์เน็ต)

23

23 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET

เป้าหมายการเรียนรู้ ๒นว่ ยก�รเรยี นร พชื และประเภทของพืชหทู้ ่ี

มาตรฐานการเรียนรู้ แผผนนผผังงัสหารัวะขก้อารหเรนียว่ นยรกู้ ารเรยี นรู้

มาตรฐาน ว ๑.๒ พืชและ
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐาน ประเภทของพืช
ของสิ่งมีชีวิต การลำ�เลียงสารเข้าและ
ออกจากเซลล์ ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง ควกาขามอรจหงดัพลจาืชำากแแหลนะลกาย
และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และ
มนุษย์ที่ทำ�งานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ หนา้ ทขี่ องราก ลำาตน้ ใบ
ของโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของอวยั วะต่าง ๆ ดอกและส่วนประกอบของดอก
ของพืชท่ีทำ�งานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำ� พชื ไม่มีดอกและพืชดอก
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ ตวั ช้ีวัด
เ ข้ า ใ จ ก ร ะ บ ว น ก า ร แ ล ะ ค ว า ม สำ � คั ญ ๑. บรรยายหนา้ ท่ีของราก ลำาต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้ (ว ๑.๒ ป.๔/๑)
ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ๒. จาำ แนกพชื ออกเป็นพชื ดอกและพชื ไมม่ ีดอก โดยใช้การมดี อกเปน็ เกณฑ์ โดยใช้ข้อมลู ท่รี วบรวมได้
สารพนั ธกุ รรมการเปลยี่ นแปลงทางพนั ธกุ รรม (ว ๑.๓ ป.๔/๒)
ท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย
ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
รวมทง้ั น�ำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์

ศพั ท์วทิ ยาศาสตรน์ า่ รู้

ค�ำ ศพั ท์ ค�ำ อ่�น คำ�แปล
classification แคลสซฟิ เิ ค� ชัน การจาำ แนกหมวดหมู่
เฟลา� เออะริง
flowering นอนเฟลา� เออะริง พืชดอก
non-flowering พืชไมม่ ดี อก

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกท�ำ หน้าทแี่ ตกตา่ งกัน
• รากทำ�หน้าทด่ี ดู นา้ํ และธาตอุ าหารขนึ้ ไปยงั ล�ำ ต้น
• ล�ำ ต้นท�ำ หน้าทลี่ ำ�เลยี งนํา้ ต่อไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของพชื
• ใบท�ำ หนา้ ทส่ี ร้างอาหาร อาหารทพ่ี ืชสร้างขึน้ คือ นํ้าตาล ซ่งึ จะเปลยี่ นเปน็ แป้ง
• ดอกท�ำ หน้าที่สบื พนั ธ์ุ ประกอบดว้ ย ส่วนประกอบต่าง ๆ ไดแ้ ก่ กลบี เลีย้ ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี
ซ่งึ ส่วนประกอบแตล่ ะส่วนของดอกทำ�หน้าที่แตกต่างกนั
การจ�ำ แนกพืช สามารถใช้การมดี อกเปน็ เกณฑใ์ นการจำ�แนกได้เป็นพืชดอกและพชื ไมม่ ีดอก

สุดยอดคู่มือครู 24

A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

สมรรถนะส�ำ คญั ของผู้เรยี น
พชื ดอก เปน็ พชื ทม่ี สี ว่ นประกอบ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร
ตา่ งๆ ครบ คือ มรี าก ลำาต้น ใบ ดอก ๒. ความสามารถในการคิด
ผลและเมล็ด เม่ือเจริญเติบโตเต็มที่ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ชบ� แลว้ จะมีดอก ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

ดอกของพืช กุหล�บ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เป็นส่วนประกอบ ใฝ่เรยี นรู้
ที่สำาคัญช่วย ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๑ ตง้ั ใจ เพยี รพยายามใน
ในการสบื พันธ์ุ การเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความร้จู าก
ท�นตะวัน แหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ ทง้ั ภายในและ
ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลอื กใช้ส่ือ
อย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์
สรปุ เป็นองค์ความรู้ สามารถนำ�ไปใช้
ในชวี ิตประจำ�วันได้

มุง่ มนั่ ในการทำ�งาน
ตัวชวี้ ัดที่ ๖.๑ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบ
ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีก่ ารงาน

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์
และจำ�แนกประเภทของพืชในประเทศสมาชิกอาเซียน ออกเป็นพืชดอก
และพืชไม่มีดอก โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ แล้วออกแบบวิธีนำ�เสนอ
ให้นา่ สนใจ

25 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET

ตัวชี้วดั ความหลากหลายของพืชและการจัดจาำ แนก

ว ๑.๒ ป.๔/๑ ๑. หนา้ ท่ีของราก ลาำ ตน้ ใบ
พืชประกอบด้วย ราก ลำาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด ซึ่งส่วนประกอบ
ภาระงาน/ชิ้นงาน ของแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน

Stรายงาน ผลการทดลองเลือกพืชที่สนใจ
มาศึกษา การดูดนํ้าของรากและการ
ลำ�เลยี งนา้ํ ของลำ�ต้นของพชื ชนดิ นน้ั

ep 1 ขน้ั สังเกต

รวบรวมข้อมูล

๑. นักเรียนร่วมกันสำ�รวจต้นไม้รอบ ๆ
บ ริ เ ว ณ โ ร ง เ รี ย น แ ล้ ว ร่ ว ม กั น
ตอบค�ำ ถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้

๑.๑ บรเิ วณโรงเรยี นมตี น้ ไมช้ นดิ ใดบา้ ง

(ตัวอยา่ งคำ�ตอบ ตน้ หูกวาง ตน้ เข็ม)
๑.๒ ต้นไม้แต่ละชนิดมีโครงสร้าง

ภายนอกเหมอื นกันหรือไม่ อย่างไร
(เหมือนกัน โดยมีราก ลำ�ต้น ใบ ดอก

และผล)
๑.๓ โครงสร้างภายนอกของต้นไม้

ท�ำ หน้าทเี่ หมือนกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(โครงสร้างภายนอกของต้นไม้

ท�ำ หน้าท่ีตา่ งกนั แตจ่ ะทำ�งานสมั พันธ์กนั )

ภาพที่ ๒.๑ ความหลากหลายของพืช

26

สุดยอดคู่มือครู 26

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก

Step 1asean

ขนั้ สงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล

รากและลำาต้นของพืชมีหน้าที่อะไรบ้าง การเตรียมตัวล่วงหน้า
นักเรียนแบ่งกลุ่มแต่ละกลุ่มร่วมกัน
คำาถามสำาคัญ ขุดผักกระสังท้ังราก โดยให้มีดินติดราก
อยู่ไว้ล่วงหน้า ทิ้งไว้ ๑ คืน และไม่ต้อง
กิจกรรมที่ ๒.๑ การดดู นำ้าของรากและ พรมน้ํา ทั้งน้ีเพื่อให้รากแห้งและดูดนํ้า
การลาำ เลยี งน�ำ้ ของลำาตน้ ได้ดี เมื่อจะทำ�การทดลองให้ล้างดิน
ที่รากออก ระวังอย่าให้รากขาด แล้ว
วัสดุอุปกรณ์ นำ�ผักกระสังแช่ไว้ในน้ําสี โดยจัดไว้
ล่วงหนา้ กอ่ นเรียน ๒ ช่วั โมง
๑. ผักกระสัง (หรือต้นเทียน) ขนาดเท่า ๆ กัน ๒ ต้น
๒. สีผสมอาหารสีแดง ๑ ซอง ๒. นกั เรยี นสงั เกตสว่ นประกอบส�ำ คญั ของ
๓. บีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๒ ใบ ต้นไม้ แล้วร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ
๔. ใบมีด ๑ ด้าม เ พื่ อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม
๕. น้ำา ๒๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ดังนี้

วธิ ีทาำ ๒.๑ นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ รากและ
ล�ำ ตน้ ของพชื มีหน้าที่อะไรบา้ ง
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันเตรียมน้ำาผสมสีแดงโดยใช้
สีผสมอาหารให้ได้สีแดงเข้ม ใส่ในบีกเกอร์ใบที่ ๑ และ ๒ ใบละ (ราก ทำ�หน้าทดี่ ูดนํ้าจากดิน
๑๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ลำ�ต้น ทำ�หน้าที่ลำ�เลียงนํ้าไปยังส่วนต่าง ๆ
๒. แต่ละกลุ่มตัดรากผักกระสัง (หรือต้นเทียน) ต้นหนึ่งออก
อีกต้นไม่ต้องตัดราก ของพืช)
๓. แช่ผักกระสังที่มีรากลงในบีกเกอร์ใบที่ ๑ และผักกระสังที่ตัดรากออก ๓. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ คน คละ

ลงในบีกเกอร์ใบที่ ๒ ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
๔. ทิ้งไว้ ๖๐ นาที สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งบันทึก และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๒.๑ เร่ือง
ผลการสังเกต การดูดนํ้าของรากและการลำ�เลียงนํ้า
ของล�ำ ต้น
27 ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง บนั ทึกผล
๕. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
บันทึกผลการท�ำกจิ กรรม สรปุ ผลการท�ำกิจกรรม ผลการท�ำ กจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
ตาราง ผลการสงั เกตการนำ�ผักกระสังทีม่ รี าก
และไม่มรี ากแช่ในนํ้าสีแดง รากนอกจากทำ�หนา้ ทีย่ ดึ ลำ�ต้นแลว้ 27 สุดยอดคู่มือครู
ยงั ดดู นา้ํ ไปส่ลู ำ�ต้น กง่ิ กา้ น และใบ

ส่งิ ที่ทดลอง ผลการสงั เกต

๑. ผกั กระสงั ท่ีมีราก นาํ้ สีแดงขึน้ ไปตามลำ�ต้น

๒. ผักกระสงั นา้ํ สีแดงขึน้ ไปตามลำ�ตน้
ทไ่ี ม่มีราก แตม่ ปี รมิ าณนอ้ ยกว่าต้นทมี่ รี าก

GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์
St St
และสรปุ ความรู้

๖. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย ภาพที่ ๒.๒ ผักกระสังที่มีราก ภาพที่ ๒.๓ ผักกระสังที่ไม่มีราก
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ ในบีกเกอร์ใบที่ ๑ ในบีกเกอร์ใบที่ ๒
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม ตัวอยา่ งตารางบันทึกผลการทดลอง
ตารางท่ี ๒.๑ ผลการสังเกตการนาำ ผักกระสังทมี่ รี ากและไม่มีรากแชใ่ นนำา้ สแี ดง
๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน สิ่งที่ทดลอง ผลการสังเกต
เกี่ยวกับการดูดนํ้าของรากและการ ๑. ผักกระสงั ทีม่ ีราก
ล�ำ เลยี งนาํ้ ของลำ�ตน้ ๒. ผกั กระสังทไ่ี มม่ ีราก

ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ ? การทดลองน้ีมวี ัตถุประสงคอ์ ะไร
แหลละังสกราุปรปควฏาบิ มัตริู้ ? การทดลองนี้จดั อะไรใหแ้ ตกต่างกันหรอื เหมือนกันบ้าง
และต้องติดตามดอู ะไร
๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดภาพและ ? สรปุ ผลการทดลองไดว้ า่ อย่างไร
ระบายสีการเคล่ือนท่ีของนํ้าจากรากสู่ ? รากและลาำ ตน้ ของพืชทำาหน้าท่อี ะไร
ลำ�ต้น แล้วผู้แทนกลุ่มนำ�เสนอหน้าท่ี
ของรากและลำ�ต้น โดยใช้ภาพวาด รากทำาหน้าที่ดูดน้ำาแล้วลำาเลียงขึ้นไปตามลำาต้น กิ่ง และใบ
และระบายสีประกอบการอธิบาย

๙. นักเรียนแต่ละคนไปเลือกพืชท่ีสนใจ
และลองทำ�การทดลองเหมือนกับ
กิจกรรมดงั กลา่ ว บันทกึ ผล พร้อมกบั
เขียนรายงานพอสังเขป จัดทำ�เป็น
ชน้ิ งาน

28

แนวคำ� ตอบ

๑. ตอบ ศกึ ษาการดดู นา้ํ ของพชื ทม่ี รี ากและไมม่ รี าก
๒. ตอบ สง่ิ ทจ่ี ดั ใหต้ า่ งกนั คอื ผกั กระสงั ตน้ หนง่ึ มรี าก อกี ตน้ หนง่ึ ไมม่ รี าก
สง่ิ ทจ่ี ดั ใหเ้ หมอื นกนั คอื ผกั กระสงั ขนาดเดยี วกนั แชใ่ นนา้ํ สแี ดงทม่ี คี วามเขม้ ขน้
และปรมิ าณเทา่ กนั เวลาในการทดลองเทา่ กนั
สง่ิ ทต่ี อ้ งตดิ ตามดู คอื ปรมิ าณของนา้ํ สแี ดงทข่ี น้ึ ไปตามล�ำ ตน้ ของผกั กระสงั
๓. ตอบ รากนอกจากท�ำ หนา้ ทย่ี ดึ ล�ำ ตน้ แลว้ ยงั ดดู นา้ํ ไปสลู่ �ำ ตน้ กง่ิ กา้ นและใบ
๔. ตอบ ราก ท�ำ หนา้ ทย่ี ดึ ล�ำ ตน้ และดดู นา้ํ ไปสว่ นอน่ื ๆ
ล�ำ ตน้ ท�ำ หนา้ ทล่ี �ำ เลยี งนา้ํ และธาตอุ าหาร

สุดยอดคู่มือครู 28

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St ข้ันปฏิบตั ิ
และสรุปความรู้
หลังการปฏบิ ตั ิ
ราก คือ ส่วนของพืชที่งอกออกจากเมล็ดก่อนส่วนอื่น และราก
ส่วนใหญ่เจริญลงสู่ใต้ดิน ๑๐. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบ

ข้อมูลเก่ียวกับรากพืชชนิดต่าง ๆ

และหน้าที่ของราก จากแหล่งเรียนรู้

ทห่ี ลากหลาย

รากแคร์รอต รากผักกาดหัว

รากแก้ว รากฝอย รากหญ้า รากข้าวโพด

ภาพที่ ๒.๔ รากของพืชชนิดต่าง ๆ

29

แนวข้อสอบ O-NET

มะนาว มะพรา้ ว ขา้ วโพด พริก
หญา้ มลี ักษณะของรากคล้ายพืชชนดิ ใด
๑ มะนาว มะพรา้ ว
๒ มะนาว พรกิ เฉลย ๓ เหตุผล หญ้ามลี กั ษณะของราก
๓ มะพร้าว ขา้ วโพด เป ็นรากฝอย ดังนั้นพืชที่มีรากเป็นรากฝอย
๔ ขา้ วโพด พรกิ คือ มะพรา้ ว ข้าวโพด

29 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขนั้ ปฏิบัติ
St และสรุปความรู้
หลังการปฏิบตั ิ

๑๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ยดึ ลำาตน้ ให้ตัง้ อยู่บนดิน ดูดนำ้าและธาตอุ าหาร
ออกแบบ และเขยี นแผนภาพความคดิ ท่ลี ะลายอยู่ในดิน
หน้าท่ีของราก ในกระดาษฟลิปชาร์ต แล้วลำาเลยี งข้ึนไป
ให้อยใู่ นแบบท่ีน่าสนใจ ยงั สว่ นอ่ืนของพชื
(ตัวอยา่ งแผนภาพความคดิ ) ซง่ึ ส่วนมากจะขึน้ ไป
ทใ่ี บโดยผา่ นทาง
ดูดนํ้าและธาตุอาหารท่ีละลายอยู่ในดิน แล้วลำ�เลียง
ข้ึนไปยังส่วนอื่นของพืช ซ่ึงส่วนมากจะข้ึนไปท่ีใบ ลาำ ต้นหรอื ก่งิ
โดยผา่ นทางล�ำ ต้นหรอื ก่งิ

หนา้ ทขี่ องราก หน้าทีข่ องราก

ยึดลำ�ต้น สะสมอาหาร สะสมอาหาร
ให้ต้งั อยูบ่ นดิน

แผนภาพความคดิ หนา้ ทีข่ องราก

แคร์รอต มันแกว มันสำาปะหลงั ผักกาดหัว
30
แผนภาพ หนา้ ทข่ี องราก

สุดยอดคู่มือครู 30

A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า

pplying and Constructing the Knowledge

เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St ขน้ั ปฏิบัติ
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏิบัติ
ลำาต้น เป็นส่วนของพืชที่อยู่ต่อจากรากขึ้นมา ส่วนใหญ่
จะอยู่บนดิน มีกิ่ง ก้าน และใบ แต่มีพืชบางชนิดที่มีลำาต้นอยู่ใต้ดิน เช่น ๑๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบ
หญ้าแพรก หญ้าแห้วหมู กล้วย พุทธรักษา ขมิ้น ขิง ข่า ว่าน มันมือเสือ ข้อมูลเกี่ยวกับลำ�ต้นพืชชนิดต่าง ๆ
หอม กระเทียม เผือก ซ่อนกลิ่นฝรั่ง มันฝรั่ง และหน้าทขี่ องล�ำ ตน้ จากแหลง่ เรียนรู้

ทห่ี ลากหลาย

เผือก ซ่อนกลิ่นฝรั่ง
ตัวอย่าง
พืชที่มี

ลำาต้นใต้ดิน

ลำาต้น

มันฝรั่ง หอม

ขิง 31

แผนภาพ ตัวอย่างพืชชนิดต่าง ๆ ที่มีลำาต้นใต้ดิน

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบข้อมูลเก่ียวกับพืช
ทมี่ ลี �ำ ตน้ ใตด้ นิ จากแหลง่ เรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย และน�ำ เสนอขอ้ มลู
ใ น แ บ บ อิ น โ ฟ ก ร า ฟิ ก ท่ี น่ า ส น ใ จ แ ล้ ว นำ � ไ ป เ ผ ย แ พ ร่
ในเว็บไซต์ของโรงเรียน เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน
ในโรงเรยี น

31 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้

บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขั้นปฏิบตั ิ
St St St และสรุปความรู้
หลงั การปฏบิ ตั ิ
เป็นทางลำาเลียงน้ำาและธาตุอาหาร ชูกิ่งก้าน ใบ และดอกให้ได้รับแสง

๑๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ที่รากดูดขึ้นมาส่งต่อไปยังใบและ เพราะแสงเป็นสิ่งจำาเป็นสำาหรับใบ
ออกแบบ และเขยี นแผนภาพความคดิ สว่ นอืน่ ๆ ของพชื และลาำ เลยี งอาหาร ในการสร้างอาหาร
หนา้ ทขี่ องล�ำ ตน้ ในกระดาษฟลปิ ชารต์ ที่ใบสร้างขึ้นส่งผ่านลำาต้นไปยังราก
ให้อยใู่ นแบบท่ีน่าสนใจ และส่วนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

๑๔. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็น

ความรู้รว่ มกัน ดังนี้
• รากและลำ�ต้นเป็นส่วนประกอบ

ข อ ง พื ช ทำ � ห น้ า ท่ี แ ต ก ต่ า ง กั น
รากทำ�หน้าท่ีดูดนํ้าและธาตุอาหาร

ข้ึนไปยังลำ�ต้น ลำ�ต้นทำ�หน้าที่

ล�ำ เลยี งนาํ้ ตอ่ ไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของพชื หน้าที่ของลำาต้น

ep 4

ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ

๑๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ สะสมอาหาร
รายงาน ผลการทดลองเลือกพืช
ที่สนใจมาศึกษาการดูดนํ้าของราก เผือก แห้วจีน ขิง มันฝรั่ง
และการลำ�เลียงน้ําของลำ�ต้นของพืช
หน้าชั้นเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกัน 32 แผนภาพ หน้าที่ของลำาต้น
ตรวจสอบและแกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง
แนวข้อสอบ O-NET
๑๖. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ สว่ นประกอบใดของพชื ซง่ึ มีหนา้ ทีเ่ ปรียบได้กับท่อนา้ํ ในบา้ น
และวิธกี ารท�ำ งานทีม่ แี บบแผน ๑ ราก
๒ ล�ำ ต้น
5ep ขน้ั ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ ๓ ใบ เฉลย ๒ เหตผุ ล ลำ�ตน้ เป็นทางล�ำ เลยี งนา้ํ
บรกิ ารสงั คม ๔ ดอก ทร่ี ากดูดข้ึนมาสง่ ตอ่ ไปยังใบ และส่วนอนื่ ๆ ของพชื
และจติ สาธารณะ

๑๗. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
จัดแสดงท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ันเรียน
เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน
ชน้ั อนื่ ๆ

๑๘. นั ก เ รี ย น นำ � เ ส น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า
พรอ้ มสะท้อนความคิดร่วมกัน

สุดยอดคู่มือครู 32


Click to View FlipBook Version