A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ใบ คอื สว่ นของพชื ทีต่ ดิ อยูก่ บั กิง่ หรอื ลาำ ตน้ มลี กั ษณะเปน็ แผน่ แบน ตัวชี้วดั
รูปร่างแตกต่างกันตามชนิดพืช ส่วนใหญ่มักมีสีเขียวของคลอโรฟิลล์
ใบมีหน้าที่สำาคัญ คือ คายน้ำ� สร้างอาหาร และหายใจ ว ๑.๒ ป.๔/๑
ภาระงาน/ช้ินงาน
แผนภาพความคิด หนา้ ที่ของใบ
Step 1 ขั้นสังเกต
รวบรวมขอ้ มูล
ใบชบา ใบกล้วย ใบกุหลาบ ๑. นักเรียนสังเกตลักษณะของพืชชนิด
ต่าง ๆ และร่วมกันทบทวนความรู้
ใบคริสต์มาส ใบพลูด่าง ใบโกสน เกี่ยวกับหน้าที่ของใบ แล้วร่วมกัน
ตอบค�ำ ถามกระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี
๑.๑ ใบพชื สามารถคายน้ําไดห้ รอื ไม่
(ได)้
๑.๒ การคายนํ้าของพืชหมายถงึ อะไร
(การคายน้ํา หมายถึง การกำ�จัดน้ํา
ท่ีมปี ริมาณมากเกินพอออกจากพืช)
๑.๓ ผลการคายนํ้าของพืชมีประโยชน์
หรือไม่ อย่างไร
(มีประโยชน์ โดยท�ำ ใหบ้ รรยากาศชมุ่ ชนื้ )
ใบมะม่วง ใบมะละกอ ใบไผ่
ภาพที่ ๒.๕ ใบของพืชชนิดต่าง ๆ 33
แนวข้อสอบ O-NET
สว่ นประกอบในขอ้ ใดของพืชทำ�หน้าท่แี ลกเปลี่ยนแก๊สและคายนํ้า
๑ ราก
๒ ใบ
๓ ล�ำ ต้น
๔ ดอก
เฉลย ๒ เหตุผล ใบของพชื ท�ำ หน้าทแี่ ลกเปลีย่ นแก๊สและคายนํ้า
33 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขนั้ สงั เกต
St
รวบรวมขอ้ มลู
การเตรยี มตัวลว่ งหน้า ใบพืชมีหน้าที่อะไร
ในกรณีที่มีต้นไม้ปลูกอยู่บริเวณ
โรงเรยี นจ�ำ นวนมากใหแ้ บง่ นกั เรยี นออก คำาถามสำาคัญ
เปน็ กลุ่ม ๆ ท�ำ กจิ กรรม โดยเลือกกง่ิ ไม้
๒ ก่ิง ที่มีขนาดและจำ�นวนใบเท่ากัน กจิ กรรมท่ี ๒.๒ หน้าทข่ี องใบ
มาท�ำ การทดลองกลมุ่ ละ ๑ ตน้
ตอนที่ ๑ การคายน้ำาของพืช
วสั ดุอุปกรณ์
๒. นักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ ๑. ต้นไม้ที่ปลูกใส่กระถาง ๑ กระถาง
เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม ๒. ถุงพลาสติกใส ๒ ใบ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ดังนี้ ๓. เชือกสำาหรับรัดปากถุง ๒ เส้น
๒.๑ ใบพืชมหี นา้ ทีอ่ ะไร (ใบพชื มีหน้าที่ วิธที าำ
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ แตล่ ะกลุม่ นาำ ตน้ ไมท้ ีป่ ลกู ในกระถางมา ๑ กระถาง
สร้างอาหาร คายนํ้า ดูดและคาย
๒. เลือกกิ่งไม้ที่มีขนาดใกล้เคียงกันและมีใบติดอยู่จำานวนเท่ากัน
แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละแกส๊ ออกซเิ จน) มา ๒ กิ่ง
๓. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๔ คน คละ ๓. ครอบกิ่งใดกิ่งหนึ่งซึ่งมีใบด้วยถุงพลาสติกใส ใช้เชือกรัดปากถุง
ให้แน่น
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา ๔. เด็ดใบไม้อีกกิ่งหนึ่งออกให้หมด แล้วใช้ถุงพลาสติกใสครอบ
และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๒.๒ เรื่อง พร้อมรัดปากถุงด้วยเชือกเช่นเดียวกับข้อ ๓
หน้าท่ีของใบ (ตอนท่ี ๑ การคายน้ํา ๕. ตั้งกระถางต้นไม้ไว้กลางแดดเป็นเวลา ๑๐-๑๕ นาที สังเกต
ของพืช) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้ง ๒ กิ่ง แล้วบันทึกผล
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่ อ น ทำ � กิ จ ก ร ร ม ทำ � กิ จ ก ร ร ม
และบนั ทกึ ผล
๕. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
ผลการทำ�กจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
34
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
บันทึกผลการทำ� กิจกรรม สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
ตอนที่ ๑ การคายน้ําของพืช การคายน้าํ เกิดข้นึ ทีใ่ บของพชื
ตาราง สิ่งท่ีสงั เกตได้ภายในถงุ พลาสตกิ ใสทีค่ รอบกงิ่ ไมท้ ม่ี ีใบ
และไม่มใี บ หลังจากต้ังไวก้ ลางแดด ๑๕ นาที
ส่ิงทที่ ดลอง สงิ่ ทส่ี ังเกตได้ภายในถุงพลาสติกใส
๑. ถงุ พลาสติกใสทคี่ รอบกง่ิ ไมท้ ีม่ ีใบ มีหยดนา้ํ เกาะอยบู่ นผนงั ดา้ นในของถุงพลาสติกใส
๒. ถงุ พลาสตกิ ใสทคี่ รอบกิ่งไมท้ ไ่ี ม่มใี บ ไม่มีหยดน้าํ เกาะอยภู่ ายในถงุ พลาสติกใส
สุดยอดคู่มือครู 34
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด St รอบรู้อาเซียนและโลก
ถุงพลาสติกใส ถุงพลาสติกใส ep 2asean
ข้ันคิดวิเคราะห์
และสรุปความรู้
๖. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
กิ่งไม้ที่ไม่มีใบ กิ่งไม้ที่มีใบ แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
ภาพที่ ๒.๖ การทดลองการคายน้ำาของพืช หลังท�ำ กิจกรรม
๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
ตัวอยา่ งตารางบันทกึ ผลการทดลอง และสรุปส่ิงท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
ตารางท่ี ๒.๒ ส่ิงที่สงั เกตไดภ้ ายในถุงพลาสติกใสทค่ี รอบกิ่งไม้ที่มใี บและไม่มีใบ เก่ยี วกับการคายน้าํ ของพืช
หลังจากต้งั ไว้กลางแดด ๑๕ นาที
สง่ิ ทีท่ ดลอง ส่ิงท่สี ังเกตไดภ้ ายในถุงพลาสติกใส
๑. ถงุ พลาสติกใสทีค่ รอบก่ิงไมท้ ่มี ใี บ
๒. ถุงพลาสติกใสท่คี รอบกง่ิ ไมท้ ไี่ มม่ ใี บ
? การทดลองนมี้ วี ัตถุประสงคอ์ ะไร
? การทดลองน้ีจดั อะไรใหแ้ ตกต่างกันหรือเหมือนกันบา้ ง
และต้องตดิ ตามดูอะไร
? มีการเปล่ยี นแปลงอย่างไรเกิดข้ึนภายในถุงพลาสติกใส
ทค่ี รอบกิ่งไมท้ ่ีมใี บและไมม่ ีใบ
? อะไรเป็นสาเหตุท่ที าำ ให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงน้ัน
? สรปุ ผลการทดลองไดว้ า่ อยา่ งไร
ใบเป็นส่วนของพืชที่ทำาหน้าที่คายน้ำา
35
แนวคำ� ตอบ ๓. ตอบ สงั เกตพบวา่ มหี ยดนา้ํ เลก็ ๆเกาะอยตู่ าม
ผนงั ดา้ นในของถงุ พลาสตกิ ใสทค่ี ลมุ กง่ิ ไมท้ ม่ี ใี บ
๑. ตอบ เพอ่ื ศกึ ษาการคายนา้ํ ของพชื ทม่ี ใี บและไมม่ ใี บ สว่ นถงุ พลาสตกิ ใสทค่ี ลมุ กง่ิ ไมท้ ไ่ี มม่ ใี บ
๒. ตอบ สง่ิ ทจ่ี ดั ใหต้ า่ งกนั กง่ิ ไมท้ ม่ี ใี บและกง่ิ ไมท้ ไ่ี มม่ ใี บ จะไมม่ หี ยดนา้ํ เกาะอยภู่ ายในถงุ
สง่ิ ทจ่ี ดั ใหเ้ หมอื นกนั ตน้ ไมก้ ระถางเดยี วกนั ขนาดกง่ิ ไม้ ๔. ตอบ ใบไม้
ทใ่ี กลเ้ คยี งกนั ครอบกง่ิ ไมด้ ว้ ยถงุ พลาสตกิ ใสเหมอื นกนั ๕. ตอบ การคายนา้ํ เกดิ ขน้ึ ทใ่ี บของพชื
ตง้ั ทง้ิ ไวก้ ลางแดดเปน็ เวลานานเทา่ กนั
สง่ิ ทต่ี อ้ งตดิ ตามดู การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใน 35 สุดยอดคู่มือครู
ถงุ พลาสตกิ ใสทง้ั ๒ใบ
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขั้นสงั เกต
St
รวบรวมขอ้ มูล ตอนที่ ๒ การสร้างอาหารของพืช
๑. นักเรียนร่วมกันสังเกตพืชจำ�พวกหัว วัสดอุ ปุ กรณ์
เช่น มันแกว มัน แล้วทดสอบอาหาร
ที่พืชเหล่าน้ันสะสม โดยหยดสารละลาย ๑. ใบพืชสีเขียว ๒ ใบ
ไอโอดนี ลงบนมนั แกว หรอื มนั ทถ่ี กู ผา่ ครงึ่
แล้วนักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ ๒. บีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑ ใบ
เพอื่ เกดิ กระบวนการเรยี นรตู้ ามกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ ดังน้ี ๓. หลอดทดลองขนาดใหญ่ ๑ หลอด
๑.๑ สีของสารละลายไอโอดีนมีการ ๔. ถ้วยกระเบื้อง ๒ ใบ
เปล่ียนแปลงหรือไม่ (มี โดยเปล่ียนจาก
สีเหลอื งนํา้ ตาลเป็นสนี ํา้ เงินเข้มเกอื บด�ำ ) ๕. หลอดหยด ๑ หลอด
๑.๒ จากการสาธิตการทดลองข้างต้น ๖. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม ๑ ชุด
พื ช มี ก า ร ส ะ ส ม อ า ห า ร ป ร ะ เ ภ ท ใ ด
ทราบได้อย่างไร (พืชมีการสะสมอาหาร ๗. ปากคีบ ๑ อัน
ประเภทแป้ง ทราบจากการหยดสารละลาย ๘. น้ำากลั่น
ไอโอดีน โดยจะเปล่ียนสีของสารละลาย ๑๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
ไอโอดนี )
๙. เอทิลแอลกอฮอล์ ๙๕ % ๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
๑.๓ อาหารที่พชื สร้างไดค้ อื อะไร
(น้ําตาล ซง่ึ จะเปล่ียนสะสมไว้ในรปู ของแป้ง) ๑๐. สารละลายไอโอดีน ๑ ลูกบาศก์เซนติเมตร
๑.๔ นักเรียนจะทดสอบอาหารท่ีพืช
วิธีทาำ
สร้างข้ึนได้อย่างไร (ใช้สารละลายไอโอดีน
ในการทดสอบ ถ้าเปล่ียนจากสีเหลืองนํ้าตาล ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มเด็ดใบพืชสีเขียว (ใบพืชที่ได้รับแสง
เป็นสีน้ําเงินเข้มแสดงว่ามีแป้งอยู่ซึ่งเป็น
อาหารท่พี ืชสะสมไว)้ มาแล้วอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง) จำานวน ๒ ใบ
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ ๒. ต้มน้ำากลั่นปริมาณ ๑๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา
และอา่ นวธิ ที �ำ กจิ กรรมท่ี ๒.๒ เรอ่ื ง หนา้ ที่ ในบีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
ของใบ (ตอนที่ ๒ การสรา้ งอาหารของพชื ) ใหเ้ ดอื ด จากนัน้ นาำ ใบพชื ทีเ่ ตรยี มไวใ้ สใ่ นน้าำ เดอื ด
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ ผล ตม้ ตอ่ ไปประมาณ ๒ นาท ีสงั เกตการเปลยี่ นแปลง
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ผลการทำ�กิจกรรมหนา้ ชนั้ เรียน ของใบพืช และบันทึกผล ภาพที่ ๒.๗ ต้มใบพืช
ในน้ำ�เดือด
สุดยอดคู่มือครู 36
36
แนวข้อสอบ O-NET
สารขอ้ ใดใชท้ ดสอบแปง้ ในพืช และให้ผลการทดสอบอยา่ งไร
๑ สารละลายไอโอดีน เปลีย่ นจากสเี หลืองน้าํ ตาลเปน็ สีนาํ้ เงนิ เขม้
๒ เอทิลแอลกอฮอล์ เปลย่ี นจากไม่มีสเี ปน็ สีเขยี ว
๓ นา้ํ เดือด เปล่ียนจากสีเขยี วเปน็ สนี าํ้ ตาล
๔ นํ้ากลนั่ เปลยี่ นจากไม่มสี เี ป็นสีเหลือง
เฉลย ๑ เหตผุ ล สารละลายไอโอดนี ใชท้ ดสอบแปง้ ในพชื โดยถา้ เปน็ แปง้ ในพชื จะเปลยี่ น
จากสีเหลืองน้ําตาลเป็นสีน้ําเงินเข้ม ส่วนเอทิลแอลกอฮอล์ ใช้สกัดคลอโรฟิลล์ในพืช
นํ้าเดอื ดและนาํ้ กล่ัน ไม่ได้ใช้ทดสอบแปง้ ในพืช
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
๓. ใช้ปากคีบ คีบใบพืชจากข้อ ๒ มาต้ม St St ep 2asean
ในหลอดทดลองที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ ขั้นคิดวิเคราะห์
และสรปุ ความรู้
ปริมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร โดยให้
หลอดทดลองได้รับความร้อนจากน้ำา ๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ
ในบกี เกอรอ์ กี ตอ่ หนึง่ ตม้ จนกระทัง่ สงั เกต ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
เห็นใบพืชมีสีขาวซีด จึงนำาใบพืชออก ภาพที่ ๒.๘ ต้มใบพืช หลังท�ำ กิจกรรม
ในเอทิลแอลกอฮอล์
สังเกตสีของใบพืช และบันทึกผล ๖. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
๔. นำาใบพืชในข้อ ๓ ไปล้างในน้ำาเย็น แล้วคีบใส่ถ้วยกระเบื้องใบละ ๑ ใบ และสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เก่ยี วกับการสรา้ งอาหารของพืช
๕. หยดสารละลายไอโอดีนจำานวน ๒-๓ หยด ลงบนใบพืชใน
ep 3 ขัน้ ปฏบิ ตั ิ
ถ้วยกระเบื้องใบที่ ๑ ทิ้งไว้ ๓ นาที ล้างสารละลายไอโอดีนออก แหลละังสกราปุรปควฏาบิ มัตริู้
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของใบพืชในถ้วยกระเบื้องใบที่ ๑ ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบ
แ ล ะ เ ขี ย น ขั้ น ต อ น วิ ธี ก า ร ท ด ส อ บ
เปรียบเทียบกับสขี องใบพืชในถ้วยกระเบื้องใบที ่ ๒ และบนั ทึกผล การสรา้ งอาหารของพชื ในแบบแผนภาพ
ขนั้ บนั ไดให้ไดล้ ักษณะ ดังน้ี
ตัวอย่างตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
ตารางท่ี ๒.๓ สขี องใบพชื เมอื่ ตม้ ในนำ้าเดอื ด ในเอทลิ แอลกอฮอล์ และเมอ่ื หยดสารละลายไอโอดีน
ช่อื ใบพชื สีของใบพชื เมื่อต้ม สขี องใบพชื เมื่อตม้ สีของใบพืชเม่อื หยด
ในนา้ำ เดอื ด ในเอทิลแอลกอฮอล์ สารละลายไอโอดีน
ข้อควรระวัง ๕
๔
๑. การเตมิ แอลกอฮอลใ์ นตะเกยี ง ไมค่ วรเตมิ จนเตม็ ควรวางตะเกยี งแอลกอฮอล์ ๓
ให้เรียบร้อยก่อนค่อยจุดไฟ และเม่ือจุดไฟแล้วไม่ควรเดินถือตะเกียงแอลกอฮอล์ ๒
เพราะอาจหกลม้ หรือเพ่ือนเดินมาชน ทาำ ให้เกิดอนั ตรายได้ ๑
๒. กิจกรรมน้ีนักเรียนเพ่ิมความระมัดระวังในการต้มใบพืชในหลอดทดลอง
ที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ที่วางอยู่ในบีกเกอร์ที่มีน้ำาเดือด ซ่ึงอาจมีการเดือดพุ่งของ ตัวอยา่ งแผนภาพขน้ั ตอนวธิ ีการทดสอบ
เอทลิ แอลกอฮอลแ์ ละต้องระวังการระเหยอยา่ งรวดเร็ว การสร้างอาหารของพืช
ของเอทลิ แอลกอฮอล์ในหลอดทดลอง
37 ๘. นกั เรยี นแตล่ ะคนไปเลอื กสว่ นประกอบ
ข อ ง พื ช ส่ ว น อื่ น ๆ ห รื อ ใ บ พื ช ที่ มี
เฉลยกิจกรรมการทดลอง สีอื่น ๆ ที่สนใจในท้องถิ่น และลองทำ�
บนั ทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม การทดลองเหมอื นกบั กจิ กรรมดงั กลา่ ว
ตอนที่ ๒ การสรา้ งอาหารของพืช บันทึกผล พร้อมกับเขียนรายงาน
ตาราง สขี องใบพืชเมือ่ ต้มในนาํ้ เดือด ในเอทลิ แอลกอฮอล์ พอสงั เขป
และเม่อื หยดสารละลายไอโอดนี
สรุปผลการทำ� กจิ กรรม
พชื สามารถสรา้ งอาหารเองได้อาหารทพี่ ชื สรา้ งได้
คือ นํา้ ตาล ซง่ึ จะเปลยี่ นสะสมไวใ้ นรูปของแปง้
ชอ่ื ใบพชื สขี องใบพชื เม่ือตม้ สีของใบพืชเมื่อต้ม สขี องใบพชื เมื่อหยด
ใบถั่ว ในน้ำ� เดอื ด ในเอทิลแอลกอฮอล์ สารละลายไอโอดนี
สีเขียว สนี า้ํ เงินเขม้ หรือสีมว่ งด�ำ
ซีดไม่มีสี
37 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขน้ั ปฏิบตั ิ
St St St และสรุปความรู้
หลงั การปฏบิ ัติ ? การทดลองน้มี วี ตั ถุประสงค์อะไร
๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ? นักเรียนคิดว่าหลังจากต้มใบพืชในเอทิลแอลกอฮอล์แล้วนำาใบพืช
ออกแบบ และเขยี นแผนภาพความคดิ มาทดสอบดว้ ยสารละลายไอโอดนี จะมกี ารเปล่ียนแปลงหรอื ไม ่ อย่างไร
หน้าที่ของใบ ในกระดาษฟลิปชาร์ต
ให้อยู่ในแบบที่น่าสนใจ จัดทำ�เป็น ? สารสีเขยี วในพชื เรียกว่าอะไร
ช้นิ งาน ? ต้มใบพชื ในนาำ้ เดือดแตกต่างจากตม้ ในเอทลิ แอลกอฮอลอ์ ย่างไร
? หลงั จากนาำ ใบพืชต้มในเอทลิ แอลกอฮอลแ์ ล้ว สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์
๑๐.นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็น
ความรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี เปล่ียนเปน็ สอี ะไร ท่เี ป็นเชน่ นีเ้ พราะเหตใุ ด
? ใบพชื ทท่ี ดสอบดว้ ยสารละลายไอโอดีนเปล่ียนแปลงอย่างไร
• ใบ ทำ�หน้าที่ หายใจ คายนํ้า และ เพราะเหตใุ ดจึงเปน็ เชน่ น้ัน
สร้างอาหาร อาหารที่พืชสร้างขึ้น ? สรุปผลการทดลองไดว้ า่ อยา่ งไร
คือ นาํ้ ตาล ซ่ึงจะเปลี่ยนเป็นแป้ง ? นอกเหนือจากใบสเี ขียวแล้ว ยังมีส่วนใดของพืชอกี บ้าง
ที่สามารถสร้างอาหารได้
ep 4
ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ การสร้างอาหารของพืชเกิดขึ้นที่ใบ เพราะใบพืช
มีคลอโรฟิลล์มากกว่าส่วนอื่น อาหารที่พืชสร้างขึ้น
๑๑. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ คือน้ำาตาล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นแป้งเก็บสะสมไว้ เราใช้
แ ผ น ภ า พ ค ว า ม คิ ด ห น้ า ที่ ข อ ง ใ บ สารละลายไอโอดีนในการตรวจสอบแป้งในพืช
ประกอบการอธิบายหน้าช้ันเรียน
เพอื่ น ๆ รว่ มกันตรวจสอบและแก้ไข ใบมหี นา้ ทีส่ รา้ งอาหาร คายน้�ำ และหายใจ โดยมกี ารแลกเปลีย่ น
ให้ถูกต้อง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิเจน
๑๒. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั 38
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
และวิธีการทำ�งานทม่ี แี บบแผน
5ep ข้ันประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คณุ คา่
บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ
๑๓. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงาน แนวคำ� ตอบ
ท่ี ดี เ ด่ น จั ด แ ส ด ง ท่ี ป้ า ย นิ เ ท ศ ๑. ตอบ เพ่ือศึกษาประเภทของอาหารท่ีพืชสีเขียว ๕. ตอบ สีเขียว เพราะคลอโรฟิลล์จากใบพืช
หน้าชั้นเรียน เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ สรา้ งขน้ึ ละลายได้ดีในเอทิลแอลกอฮอล์หรือคลอโรฟิลล์
ใหน้ ักเรียนชัน้ อน่ื ๆ ๒. ตอบ มกี ารเปลย่ี นแปลงสขี องสารละลายไอโอดนี ถกู สารละลายเอทลิ แอลกอฮอลส์ กดั ออกมา
๑๔. นักเรยี นนำ�เสนอผลการศกึ ษา พร้อม ๖. ตอบ เปล่ียนแปลงเป็นสีน้ําเงินเข้มหรือสีม่วงดำ�
จากสเี หลอื งนา้ํ ตาลเปน็ สนี า้ํ เงนิ เขม้ หรอื สมี ว่ งด�ำ
สะท้อนความคดิ ร่วมกัน ๓. ตอบ คลอโรฟลิ ล์ แสดงวา่ ในใบพชื มแี ปง้
๔. ตอบ ต้มใบพืชในน้ําเดือด ยังคงมีสีเขียว ๗. ตอบ พชื สามารถสรา้ งอาหารได้ คอื นา้ํ ตาล ซง่ึ จะ
เหมอื นเดมิ ตม้ ในเอทลิ แอลกอฮอล์ใบพชื ไมม่ สี ี เปลย่ี นเปน็ แปง้ เกบ็ สะสมไว้
๘. ตอบ ส่วนท่ีมีสีเขียว คือ สารคลอโรฟิลล์ เช่น
สุดยอดคู่มือครู 38 กง่ิ ล�ำ ตน้ รากทม่ี สี เี ขยี ว
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
๒. ดอกและสว่ นประกอบของดอก ตวั ชีว้ ดั
ดอก เป็นส่วนของกิ่งหรือใบที่เปลี่ยนแปลงไปทำาหน้าที่ในการสืบพันธุ์
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ดอกไม้มีส่วนประกอบที่สำาคัญอะไรบ้าง คำาถามสำาคัญ St
ภาระงาน/ชิน้ งาน
กิจกรรมที่ ๒.๓ ส่วนประกอบของดอกไม้
สมุดภาพ สว่ นประกอบของดอกไม้
ep 1 ขัน้ สงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล
วสั ดอุ ปุ กรณ์ ๑. นักเรียนทบทวนประสบการณ์เดิม
ดอกชบา (หรือดอกพู่ระหง) ๑ ดอก พร้อมก้านดอก โดยสงั เกตดอกชบา หรือภาพดอกชบา
แ ล้ ว ร่ ว ม กั น ต อ บ คำ � ถ า ม ก ร ะ ตุ้ น
วธิ ที ำา ความคิด ดงั นี้
๑.๑ ดอกไม้ท่แี สดงคือดอกอะไร
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและวาดภาพ (ดอกชบา)
ส่วนประกอบของดอกชบา (หรือดอกพู่ระหง) พร้อมทั้งระบุชื่อ ๑.๒ ลักษณะของดอกเปน็ อย่างไร
ส่วนประกอบของดอก (ตวั อย่างค�ำ ตอบ มกี ลีบดอกสีแดง
๒. แต่ละกลุ่มร่วมกันสำารวจดอกไม้บริเวณโรงเรียนหรือบ้าน
คนละ ๔ ชนิด ดอกบานมีเกสร)
๓. แต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตส่วนประกอบสำาคัญของดอกไม้ จากนั้น ๑.๓ ดอกไม้มีหนา้ ทอี่ ะไร
บันทึกผลสิ่งที่สังเกตได้ลงในตาราง (ดอกชว่ ยลอ่ แมลงให้มาผสมเกสร
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
และท�ำ หนา้ ท่ใี นการสบื พนั ธุ)์
ตัวอย่างตารางบันทกึ ผลการสังเกต บันทึกผลการทำ� กิจกรรม ๒. นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบค�ำ ถามส�ำ คญั เพอ่ื
เกดิ กระบวนการเรยี นรตู้ ามกระบวนการ
ตารางท่ี ๒.๔ สว่ นประกอบของดอกไม้ (ตัวอยา่ งค�ำ ตอบ) เกสรเพศเมีย ทางวทิ ยาศาสตร์ ดงั นี้
ชอ่ื ดอกไม้ กลีบเล้ยี ง สว่ นประกอบของดอกไม้ ✓ ๒.๑ ดอกไม้มีส่วนประกอบท่ีสำ�คัญ
๑. ดอกกุหลาบ กลีบดอก เกสรเพศผู้ ✓ อะไรบ้าง (ตัวอย่างคำ�ตอบ กลีบเลี้ยง
๒. ดอกมะเขอื ✓ ✓
๓. ดอกฟกั ทอง ✓ ✓✓ -
๔. ดอกมะละกอ ✓ ✓✓
✓ ✓-
✓✓
39 กลบี ดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย)
สรุปผลการท�ำกิจกรรม ๓. นักเรียนแบ่งกลุม่ กล่มุ ละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
ส่วนประกอบที่สำ�คัญของดอกไม้ ได้แก่ กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๒.๓ เรื่อง
และเกสรเพศเมีย ดอกไม้บางชนิดมีส่วนประกอบครบ ๔ ส่วน แต่บางชนิด ส่วนประกอบของดอกไม้
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
มสี ่วนประกอบไม่ครบ ๔ ส่วน
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม และบนั ทกึ
ผล
๕. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
การทำ�กจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
39 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์
St
และสรปุ ความรู้ ? กิจกรรมนีม้ ีวตั ถปุ ระสงค์อะไร
๖. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย ? ดอกทสี่ ังเกตและสาำ รวจมีลักษณะเหมอื นและแตกต่างกนั อย่างไร
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ ? เกสรเพศผู้ของดอกท่ีสังเกตมสี อี ะไร
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม ? เกสรเพศเมยี ของดอกทส่ี ังเกตมลี ักษณะแตกตา่ งกันอย่างไร
หลังทำ�กจิ กรรม ? สว่ นประกอบท่ีสำาคญั ของดอกที่ทาำ หนา้ ทีส่ บื พนั ธุ์คืออะไร
๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม ? สรุปผลการทาำ กิจกรรมไดว้ ่าอย่างไร
และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ? ดอกมปี ระโยชน์ตอ่ มนษุ ย์และสตั ว์อย่างไร
เกี่ยวกับส่วนประกอบของดอกไม้
ดอกไม้แต่ละชนิดมีขนาด รูปร่าง กลิ่น
และสีที่แตกต่างกัน ดอกมีส่วนประกอบ
ที่สำาคัญ ๔ ส่วน ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก
เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ดอกบางชนิด
มีส่วนประกอบครบในดอกเดียว บางชนิด
มีส่วนประกอบไม่ครบในดอกเดียว
แนวค�ำตอบ
๑. ตอบ เพอ่ื ศกึ ษาสว่ นประกอบของดอกไม้ 40
๒. ตอบ แตกตา่ งกนั ดอกกหุ ลาบ ดอกมะเขอื
มีส่วนประกอบของดอก คือ กลีบเล้ียง ๔. ตอบ มกี า้ นยอดเกสรเพศเมยี ๑ กา้ น ซง่ึ สว่ นปลายของกา้ นยอดเกสรเพศเมยี
กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย จะแยกเปน็ ๕ แฉกแตล่ ะแฉกมยี อดเกสรเพศเมยี
ส่วนดอกฟักทอง มีกลีบเล้ียง กลีบดอก ๕. ตอบ เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี
๖. ตอบ ส่วนประกอบท่ีสำ�คัญของดอกไม้ ได้แก่ กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้
เกสรเพศเมยี แตไ่ มม่ เี กสรเพศผู้
ดอกมะละกอ มีกลีบเล้ียง กลีบดอก และเกสรเพศเมยี ดอกไมบ้ างชนดิ มสี ว่ นประกอบครบ ๔ สว่ น แตบ่ างชนดิ มสี ว่ นประกอบ
เกสรเพศผู้ แตไ่ มม่ เี กสรเพศเมยี ไมค่ รบ ๔ สว่ น
๓. ตอบ ดอกท่ีสังเกต คือ ดอกชบา ๗. ตอบ ดอกแต่ละชนิดมีสีสันท่แี ตกต่างกัน ช่วยให้ความสวยงาม เพลิดเพลินแก่มนุษย์
มเี กสรเพศผสู้ เี หลอื ง และใชป้ ระดบั ตกแตง่ ตามสถานทต่ี า่ ง ๆ สว่ นสตั ว์ใชเ้ ปน็ แหลง่ อาหาร
สุดยอดคู่มือครู 40
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
น ขั้นปฏิบตั ิ
และสรปุ ความรู้
St หลังการปฏิบัติ
ดอกโดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
๑. กลีบเลี้ยง เป็นส่วนที่อยู่นอกสุดของดอก ทำาหน้าที่ห่อหุ้ม ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
กลีบดอกที่ยังอ่อน และป้องกันอันตรายจากแมลง เรียงตัวเป็นชั้น ออกแบบ และวาดภาพส่วนประกอบ
อยู่นอกสุด มีสีเขียวคล้ายใบ ต่าง ๆ ของดอกไม้ท่ีเกี่ยวข้องกับ
การสบื พันธ์ุ
๒. กลีบดอก เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้าไป มักมีสีสันสวยงาม
ช่วยในการล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร และห่อหุ้มเกสรในขณะที่
ดอกยังไม่บาน
เกสรเพศผู้ อับเรณู ยอดเกสรเพศเมีย เกสรเพศเมีย
กลีบดอก ก้านชูอับเรณู ก้านเกสรเพศเมีย
รังไข่
ออวุล
ฐานดอก กลีบเลี้ยง
ก้านดอก
ภาพที่ ๒.๙ ส่วนประกอบของดอก
41
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 จุดประกายโครงงา
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ
และประดษิ ฐแ์ บบจ�ำ ลองแสดงสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของดอก
จากวสั ดุที่เหลอื ใช้ในทอ้ งถิ่น แล้วนำ�มาจดั ประกวดในแบบ
แผงโครงงานประดิษฐ์
41 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขั้นปฏิบตั ิ
St และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏบิ ัติ ๓. เกสรเพศผู้ เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป ประกอบด้วย
๙. นักเรียนแต่ละคนสำ�รวจ สังเกต ๓.๑ อับเรณู มีลักษณะเป็นกระเปาะ เป็นแหล่งสร้างและเก็บ
ดอกไม้ในท้องถ่ินที่รู้จักและช่ืนชอบ ละอองเรณูซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้
แ ล้ ว นำ � ด อ ก ไ ม้ น้ั น ม า ทั บ ใ ห้ แ ห้ ง ๓.๒ ก้านเกสรเพศผู้หรือก้านชูอับเรณู มีลักษณะเป็นก้านยาว
แยกส่วนประกอบต่าง ๆ ติดใน ทำาหน้าที่ชูอับเรณู
สมดุ ภาพ พรอ้ มทง้ั เขยี นระบโุ ครงสรา้ ง ๔. เกสรเพศเมยี เปน็ สว่ นทีอ่ ยูด่ า้ นในสดุ ตรงกลางของดอก ประกอบดว้ ย
ของดอกที่เก่ียวข้องกับการสืบพันธุ์ ๔.๑ ยอดเกสรเพศเมีย อยู่บริเวณส่วนบนสุดของเกสรเพศเมีย
และหนา้ ทีข่ องดอก จดั ทำ�เปน็ ชิ้นงาน
ลักษณะเป็นปุ่ม มีขนหรือยางเหนียว ๆ สำาหรับจับละอองเรณูที่ปลิวมา
๑๐.นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น
ความรรู้ ว่ มกัน ดังนี้ หรือแมลงพามา
๔.๒ ก้านเกสรเพศเมีย ทำาหน้าที่ชูยอดเกสรเพศเมีย
• ดอกท�ำ หนา้ ทสี่ บื พนั ธุ์ประกอบดว้ ย ๔.๓ รังไข่ อยู่บริเวณส่วนกลางสุดของเกสรเพศเมีย มีลักษณะ
ส่วนต่าง ๆ ได้แก่ กลบี เล้ียง กลบี ดอก เปน็ กระเปาะ ภายในมอี อวลุ ซึง่ มเี ซลลไ์ ขเ่ ปน็ เซลลส์ บื พนั ธุเ์ พศเมยี อยูภ่ ายใน
เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ซึ่ง
ส่วนประกอบแต่ละส่วนของดอก
ท�ำ หนา้ ที่แตกตา่ งกนั หน้าที่ของดอก
๑. ช่วยล่อแมลงให้มาผสมเกสร
๒. ทำาหน้าที่สืบพันธุ์
ภาพที่ ๒.๑๐ ดอกชบา
42
เสริมความรู้ ครูควรสอน
• ละอองเรณู มีลกั ษณะเปน็ เม็ดเลก็ ๆ อยภู่ ายในอับเรณู
• ออวลุ มีลักษณะเปน็ โครงสรา้ งเลก็ ๆ อย่ภู ายในรังไข่
สุดยอดคู่มือครู 42
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 4asean
St St
ดอก เป็นส่วนของพืช ผลและเมล็ด เป็นส่วนของ ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
ทมี่ หี นา้ ทีช่ ว่ ยลอ่ แมลง พืชที่มีหน้าที่ขยายพันธุ์
ให้มาผสมเกสรและ เมือ่ นาำ เมลด็ ของพชื ไปเพาะ ๑๑. นกั เรยี นน�ำ เสนอสมดุ ภาพสว่ นประกอบ
ทำาหน้าที่สืบพันธุ์ จะงอกเป็นต้นใหม่ได้ ของดอกไม้ ประกอบการอธิบาย
ใบ เปน็ ส่วนของพชื ที่เจรญิ หน้าชั้นเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกัน
ออกมาจากข้อของลำาต้น ตรวจสอบและแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง
และกงิ่ มหี นา้ ทสี่ รา้ งอาหาร
คายน้ำา ดูดและคายแก๊ส- ๑๒. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั
คาร์บอนไดออกไซด์ และ วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
แก๊สออกซิเจน และวธิ กี ารท�ำ งานทมี่ แี บบแผน
5ep ข้นั ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณค่า
บรกิ ารสังคม
และจิตสาธารณะ
ลำ�ต้น เป็นส่วนของพืชที่อยู่ต่อ ร�ก เป็นส่วนของพืชที่งอก ๑๓. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
จากรากขึ้นมา มีหน้าที่ชูกิ่งก้าน ออกจากเมลด็ กอ่ นสว่ นอืน่ และ นำ�ไปมอบให้ห้องสมุดวิทยาศาสตร์
ใบ และดอก เป็นทางลำาเลียงน้ำา เจริญลงสู่ใต้ดิน มีหน้าที่ยึด ของโรงเรียน เพ่ือใหน้ ักเรยี นชั้นอ่ืน ๆ
และธาตุอาหารที่รากดูดขึ้นมา ลำาต้นให้ติดกับพื้นดิน ดูดน้ำา ไดใ้ ชเ้ ปน็ แหล่งเรยี นร้ตู ่อไป
ส่งต่อไปยังใบและส่วนต่าง ๆ และธาตุอาหารที่ละลายอยู่
ของพืช และลำาเลียงอาหาร ในดิน แล้วลำาเลียงขึ้นไปยัง ๑๔. นักเรยี นนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
ที่ใบสร้างส่งผ่านลำาต้น ไปยัง ส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยผ่าน สะท้อนความคิดร่วมกนั
รากและส่วนอื่น ๆ ท า ง ท่ อ ลำ า เ ลี ย ง ข อ ง ลำ า ต้ น
หรือกิ่ง หนา้ ท่ขี องสว่ นประกอบ
ของพืช
ภาพที่ ๒.๑๑ หน้าที่ของราก ลำาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด
43
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 นกั เรยี นโยงเสน้ ชี้แสดงโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องพชื ใหถ้ กู ตอ้ ง
นกั เรยี นรว่ มกนั ท�ำ กจิ กรรมการเรยี นรู้ โครงสร้าง หน้าที่
เพ่ือเสริมสร้างสมรรถนะสำ�คัญของ ๑. ราก ก. ลำ�เลยี งนา้ํ และธาตอุ าหารไปสว่ นตา่ ง ๆ
ผู้เรียนด้านความสามารถในการคิด ๒. ล�ำ ต้น ข. สืบพันธุ์
ดงั น้ี ๓. ใบ ค. ดูดนา้ํ และแร่ธาตุอาหาร
๔. ดอก ง. หายใจและคายนํ้า
43 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขน้ั สงั เกต
St St ๓. พชื ไม่มดี อกและพืชดอก ตวั ชี้วัด
รวบรวมข้อมลู
ว ๑.๓ ป.๔/๒
ภาระงาน/ช้ินงาน
แผนภาพความคิดแบบเปรียบเทียบ พืชไม่มีดอกกับพชื ดอก
๑. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพพืชไม่มีดอก สิ่งมีชีวิตมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งเกิดจากวิวัฒนาการของ
และพืชดอก บนกระดาน แล้วร่วมกัน สิ่งมีชีวิตเอง และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เรียกว่า ความหลากหลายของ
ตอบคำ�ถามสำ�คัญ เพื่อเกิดกระบวนการ สิ่งมีชีวิต
เรยี นรตู้ ามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้ รอบตัวเรามีพืชมากมายหลายชนิด บอกได้หรือไม่ว่า พืชจัดจำาแนก
เป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง
๑.๑ พืชท่นี ักเรยี นรู้จกั มอี ะไรบา้ ง
๑.๒ พชื ที่มีดอกมอี ะไรบ้าง
๑.๓ พชื ท่ีไม่มดี อกมีอะไรบ้าง
๑.๔ ถา้ ใชก้ ารมดี อกเปน็ เกณฑจ์ ะจดั จ�ำ แนก ถ้าใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์จะจัดจำาแนกพืชได้เป็นกี่กลุ่ม คำาถามสำาคัญ
พืชได้เป็นก่ีกลุ่ม อะไรบ้าง อะไรบ้าง
(ถ้าใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ จะจัดจำ�แนกพืช
ไดเ้ ปน็ ๒ กลมุ่ ได้แก่
พืชไม่มีดอก หมายถึง พืชท่ีมีส่วนประกอบ กิจกรรมท่ี ๒.๔ ความแตกต่างระหวา่ งพืชไมม่ ดี อก
ตา่ งๆไมค่ รบและทสี่ �ำ คญั คือ ไม่มดี อกผลและ กบั พืชดอก
เมลด็ เช่น เฟริ ์น มอสส์ ปรง สาหรา่ ย สนสองใบ
สนสามใบ วสั ดุอปุ กรณ์
พชื ดอกหมายถึงพชื ท่มี ีส่วนประกอบตา่ ง ๆ
ครบและมดี อกเปน็ โครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการสบื พนั ธุ์ ๑. ต้นกุหลาบที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ครบถ้วน ๑ ต้น
๒. ต้นเฟิร์น (อาจเป็นเฟิร์นใบมะขาม เฟิร์นจีน
มผี ลและเมล็ด เช่น กหุ ลาบ มะลิ มะมว่ ง ) หรือเฟิร์นก้านดำา) ๑ ต้น
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา
และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๒.๔ เรื่อง
ความแตกตา่ งระหวา่ งพชื ไมม่ ดี อกกบั พชื ดอก
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม เพ่ือบ่งช้ี
ลักษณะของพืชไม่มีดอกและพืชดอก และ
บันทึกผล ภาพที่ ๒.๑๒ ต้นกุหลาบ ภาพที่ ๒.๑๓ ต้นเฟิร์น
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผลการ 44 สรุปผลการท�ำกิจกรรม
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
eทp�ำ ก2จิ กรรมหขนั้นา้ ชคิด้ันวเรเิ คยี รนาะห์
บันทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม พืชดอกเป็นพชื ทม่ี สี ว่ นประกอบต่าง ๆ ครบ คอื มรี าก ล�ำ ต้น ใบ
และสรุปความรู้ ดอก ผลและเมล็ด และเมื่อโตเต็มทแ่ี ลว้ จะมดี อก
๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และ พชื ไม่มีดอกเป็นพชื ท่ีมีสว่ นประกอบต่าง ๆ ไมค่ รบ และทีส่ �ำ คัญ
แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ ผ ล ก า ร ตาราง ลกั ษณะของต้นกหุ ลาบและต้นเฟริ น์ คอื ไมม่ ีดอก ผลและเมลด็
ท�ำ กจิ กรรม โดยตอบค�ำ ถามหลังทำ�กจิ กรรม พืช ลกั ษณะของพืช
๖. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำ�กิจกรรม กุหลาบ มรี าก ลำ�ตน้ ใบ ดอก เหน็ ชัดเจน ล�ำ ตน้ อยเู่ หนอื ดนิ มีดอกสชี มพู
และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน เฟริ ์น มรี าก ลำ�ต้น ใบ เจรญิ ดี มีลำ�ต้นใต้ดิน ใบมีขนาดใหญ่
เก่ียวกับความแตกต่างระหว่างพืชไม่มีดอก ใบออ่ นจะม้วนจากปลายใบมายังโคนใบเป็นวง มอี บั สปอร์อยูใ่ ต้ ใบ
กบั พืชดอก
สุดยอดคู่มือครู 44
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St St St ข้ันปฏิบัติ
และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏบิ ัติ
วิธีทำา
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ แตล่ ะกลุม่ ตวั อยา่ งตารางบนั ทึกผลการสงั เกต ออกแบบและเขียนแผนภาพความคิด
ตารางที่ ๒.๕ ลักษณะของตน้ กหุ ลาบและต้นเฟริ ์น แบบเปรยี บเทยี บ ความเหมอื นและความ
ร่วมกันสังเกตลักษณะต่าง ๆ แตกตา่ งระหวา่ งพชื ไมม่ ดี อกกบั พชื ดอก
ของต้นกุหลาบและต้นเฟิร์น พชื ลักษณะของพชื จดั ท�ำ เป็นชิน้ งาน
กุหลาบ
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
๒. บันทึกสิ่งที่สังเกตได้ เฟริ ์น ความรู้ร่วมกนั ดงั นี้
? กิจกรรมนีม้ วี ตั ถปุ ระสงค์อะไร • พชื ไมม่ ดี อกกบั พชื ดอกมสี ว่ นประกอบ
? ลกั ษณะสาำ คญั ของพชื ดอกคืออะไร แตกต่างกัน พืชไม่มีดอก เป็นพืชท่ีมี
? พืชดอกในกิจกรรมน้ไี ดแ้ กอ่ ะไร ส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ครบส่วน คือ
? ลักษณะสำาคญั ของพชื ไม่มีดอกคืออะไร มีราก ลำ�ต้น ใบ แต่ไม่มีดอก ส่วน
? พืชไม่มดี อกในกจิ กรรมน้ีได้แกอ่ ะไร พืชดอก เป็นพืชทมี่ สี ว่ นประกอบต่าง ๆ
? ต้นกุหลาบมีลกั ษณะสาำ คัญทีแ่ ตกตา่ งจากต้นเฟิรน์ อย่างไร ครบส่วน คือ มีราก ล�ำ ต้น ใบ ดอก ผล
? ต้นกุหลาบและตน้ เฟริ ์นมลี ักษณะใดท่เี หมอื นกัน และเมลด็ และมดี อกเปน็ อวยั วะสบื พนั ธ์ุ
? จงยกตัวอยา่ งพชื ประเภทเดยี วกับต้นกุหลาบมา ๓ ชนิด ของพืช
? จงยกตวั อยา่ งพืชประเภทเดียวกบั ต้นเฟริ ์นมา ๓ ชนดิ
? ลกั ษณะสำาคัญทสี่ ุดทีพ่ ชื ไม่มดี อกและพชื ดอกแตกตา่ งกันคอื อะไร ep 4
? สรปุ ผลการทำากิจกรรมได้ว่าอยา่ งไร
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
การจัดจำาแนกพืช โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ในการจัดจำาแนก ได้เป็น ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
๑. พืชไม่มีดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ครบส่วน แผนภาพความคิด ประกอบการอธิบาย
คือ มีราก ลำาต้น ใบ ไม่มีดอก หนา้ ช้ันเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกันตรวจสอบ
๒. พืชดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ครบส่วน คือ มีราก และแก้ไขใหถ้ กู ต้อง
ลำาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด และมีดอกเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ ๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับ
ของพืช วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
แนวคำ� ตอบ 45 และวิธกี ารทำ�งานที่มีแบบแผน
๑. ตอบ เพอ่ื ศกึ ษาลกั ษณะของพชื ไมม่ ดี อกและพชื ดอก 5ep ขัน้ ประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่า
๒. ตอบ พชื ดอกเปน็ พชื ทม่ี สี ว่ นประกอบตา่ งๆครบ คอื มรี าก ล�ำ ตน้ ใบ ดอกผลและเมลด็ เมอ่ื เจรญิ เตบิ โตเตม็ ทแ่ี ลว้ จะมดี อก บริการสังคม
๓. ตอบ กหุ ลาบ และจติ สาธารณะ
๔. ตอบ พชื ไมม่ ดี อกเปน็ พชื ทม่ี สี ว่ นประกอบตา่ งๆไมค่ รบและทส่ี �ำ คญั คอื ไมม่ ดี อกผลและเมลด็ แตม่ รี ากล�ำ ตน้ ใบ
เหมอื นกบั พชื ดอก ๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น
๕. ตอบ เฟริ น์
๖. ตอบ ตน้ กหุ ลาบมดี อกสว่ นตน้ เฟริ น์ ไมม่ ดี อกแตม่ สี ปอรอ์ ยใู่ ตใ้ บ จัดทำ�เป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดง
๗. ตอบ มรี าก ล�ำ ตน้ ใบ เหมอื นกนั แตใ่ ตใ้ บของตน้ เฟริ น์ มสี ปอร์ สว่ นตน้ กหุ ลาบไมม่ ี ผลงาน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน
๘. ตอบ ชบา บวั และกลว้ ยไม้ ช้ันอน่ื ๆ
๙. ตอบ มอสส์ ผกั แวน่ และยา่ นลเิ ภา
๑๐. ตอบ พืชดอกเป็นพืชท่มี ีส่วนประกอบต่าง ๆ ครบ คือ มีราก ลำ�ต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด และเม่อื โตเต็มท่แี ล้วจะมีดอก ๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะท้อนความคดิ รว่ มกัน
พชื ไมม่ ดี อก เปน็ พชื ทส่ี ว่ นประกอบตา่ งๆไมค่ รบและทส่ี �ำ คญั คอื ไมม่ ดี อกผลและเมลด็
๑๑. ตอบ พชื ดอก เปน็ พชื ทม่ี สี ว่ นประกอบตา่ งๆครบคอื มรี าก ล�ำ ตน้ ใบ ดอก ผลและเมลด็ และเมอ่ื โตเตม็ ทแ่ี ลว้ จะมดี อก
พชื ไมม่ ดี อก เปน็ พชื ทม่ี สี ว่ นประกอบตา่ งๆไมค่ รบและทส่ี �ำ คญั คอื ไมม่ ดี อกผลและเมลด็
45 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวช้ีวดั
ว ๑.๓ ป.๔/๒ พชื ในทอ้ งถิน่ สามารถจดั จาำ แนกไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ภาระงาน/ช้นิ งาน คำาถามสำาคัญ
โครงงานสำ�รวจ พืชไม่มีดอกและพืชดอก กิจกรรมท่ี ๒.๕ พืชในทอ้ งถิน่ ของเรา
ในทอ้ งถ่ิน
St วธิ ที ำา เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
ep 1 ขัน้ สังเกต บันทึกผลการท�ำกจิ กรรม
รวบรวมข้อมูล นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันจัดจำาแนกพืชที่กำาหนดให้ ซึ่งพบ
ในท้องถิ่น ดังนี้ พุทธรักษา
๑. นักเรียนสังเกตพืชในท้องถิ่น แล้ว เฟริ น์ ชบา กลว้ ย สนสองใบ ตวั อยา่ งบนั ทึกผลการทำากจิ กรรม
ร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ เพ่ือเกิด กุหลาบ มอสส์ ปรง มะลิ
กระบวนการเรียนรู้ตามกระบวนการ พุทธรกั ษา เฟิร์น ชบา กล้วย สนสองใบ
ทางวทิ ยาศาสตร์ ดงั นี้ กหุ ลาบ มอสส์ ปรง มะล ิ มะพร้าว
๑.๑ ในทอ้ งถิน่ ของเรามพี ืชอะไรบา้ ง มะพร้าว เป็นพืชไม่มีดอก พชื ไมม่ ดี อก พชื ดอก
(ตวั อย่างคำ�ตอบ กลว้ ย มะพร้าว ขา้ ว) และพชื ดอก แลว้ บนั ทกึ ผล
๑.๒ พืชในท้องถ่ินสามารถจำ�แนกได้ เฟริ ์น สนสองใบ พทุ ธรกั ษา ชบา กลว้ ย
มอสส์ ปรง กุหลาบ มะลิ มะพร้าว
อย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำ�ตอบ สามารถ
จ�ำ แนกไดเ้ ป็นพชื ไม่มีดอกกบั พืชดอก) แผนภาพ การจัดจาำ แนกพืช โดยใช้การมีดอกเปน็ เกณฑ์
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน ? ถ้าใชก้ ารมดี อกของพชื เปน็ เกณฑใ์ นการจัดจาำ แนกแล้ว
ศึกษาและอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๒.๕ สามารถจัดจำาแนกพืชได้กีป่ ระเภท อยา่ งไร
เรือ่ ง พชื ในท้องถ่ินของเรา ? พชื ชนดิ ใดบ้างจัดเป็นพชื ไมม่ ดี อก
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ? พชื ชนดิ ใดบา้ งจัดเป็นพืชมีดอก
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม เพื่อบ่งชี้ ? สรุปผลการทำากิจกรรมได้ว่าอย่างไร
จำ�แนกพืชชนิดต่าง ๆ ในท้องถ่ิน เป็น ? ยกตัวอยา่ งพชื ในบรเิ วณโรงเรียนท่เี ปน็ พชื ไม่มีดอก
พชื ไมม่ ดี อกและพชื ดอก และบนั ทกึ ผล และพืชดอก อยา่ งละ ๓ ชนดิ
๔. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
ผลการทำ�กิจกรรมหนา้ ชั้นเรียน ถา้ ใชก้ ารมดี อกของพชื เปน็ เกณฑใ์ นการจดั จาำ แนกพชื
สามารถจัดจำาแนกพืชได้เป็นพืชไม่มีดอกและพืชดอก
สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม
46
ถา้ ใช้การมีดอกของพืชเปน็ เกณฑใ์ นการ
จำ�แนกพชื สามารถจำ�แนกพชื ได้เป็น แนวค�ำตอบ
พืชไม่มดี อกและพืชดอก
๑. ตอบ ๒ ประเภท คอื ๑.พชื ไมม่ ดี อกและ๒.พชื ดอก
สุดยอดคู่มือครู 46 ๒. ตอบ เฟริ น์ สนสองใบ มอสส์ และปรง
๓. ตอบ พทุ ธรกั ษา ชบา กลว้ ย กหุ ลาบ มะลิ และมะพรา้ ว
๔. ตอบ ถา้ ใชก้ ารมดี อกของพชื เปน็ เกณฑใ์ นการจ�ำ แนกพชื
สามารถจ�ำ แนกพชื ไดเ้ ปน็ พชื ไมม่ ดี อกและพชื ดอก
๕. ตอบ พชื ไมม่ ดี อก เชน่ เฟริ น์ มอสส์ ปรง
พชื ดอก เชน่ ชมพู่ ขา้ วโพด มะมว่ ง
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
พืชไม่มีดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ครบ และที่สำาคัญคือ St Step 2asean
ข้นั คิดวเิ คราะห์
และสรุปความรู้
ไม่มีดอก ผลและเมล็ด อาจมีราก ลำาต้น ใบ เหมือนกับพืชดอก ตัวอย่าง ๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
พืชไม่มีดอก เช่น มอสส์ เฟิร์น ผักแว่น สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ ส่วน แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ
ปรง สนฉัตร แปะก๊วย เป็นพืชไม่มีดอก แต่มีเมล็ดที่ไม่มีผนังรังไข่ห่อหุ้ม ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม
พืชดอก เป็นพืชที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ ครบ คือ มีราก ลำาต้น ใบ
ดอก ผลและเมล็ด เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอก ดอกของพืช คือ ๖. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการทำ�กิจกรรม
อวัยวะสืบพันธุ์ของพืช โดยทั่วไปพืชพวกนี้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พืชดอก และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เช่น กุหลาบ ทานตะวัน ชบา มะม่วง พืชดอกบางชนิดต้องปลูกเป็นเวลานาน เก่ียวกับการจ�ำ แนกพชื ในท้องถิ่น
จึงเห็นดอก เช่น ตะไคร้ ไผ่ อ้อย
ep 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิ
การจัดจำาแนก คือ การแยกกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ตามเกณฑ์ แหลละงั สกราปุรปควฏาบิ มัตริู้
ที่กำาหนดขึ้นเอง หรือเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ
๗. นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันสำ�รวจ แล้ว
ขั้นตอนการจัดจำาแนก มีดังนี้ เลือกพืชท่ีสนใจในท้องถ่ินและลองทำ�
๑. สังเกตสิ่งที่สนใจจะจัดจำาแนก การทดลองเหมอื นกบั กจิ กรรมดงั กลา่ ว
๒. สงั เกตภาพรวมสงั เกตสิง่ ทีเ่ หมอื นกนั สิง่ ทีแ่ ตกตา่ งกนั บันทึกผล แล้วจำ�แนกพืชในท้องถิ่น
๓. กำาหนดเกณฑ์
๔. แยกสิ่งที่มีลักษณะแตกต่างกันออกจากกัน ดังกล่าวออกเป็นพืชไม่มีดอกและ
๕. จัดกลุ่มสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกันไว้ด้วยกันตามเกณฑ์ พืชดอก (อาจวาดภาพหรือถ่ายภาพ)
เว็บไซต์แนะนำา ในแบบแผงโครงงานสำ�รวจ จัดทำ�เป็น
ชิ้นงาน
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็น
www.qsbg.org (องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม) ความรูร้ ่วมกนั ดังน้ี
• พชื ในทอ้ งถน่ิ มหี ลายชนดิ สามารถ
จัดจำ�แนกได้เป็นพืชไม่มีดอกและ
47 พืชดอก
47 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
St Step 4
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ผักแว่น เฟิร์น ปรง สนสองใบ
โครงงานสำ�รวจ พืชไม่มีดอกและ พืชไม่มีดอก
พืชดอกในท้องถ่ิน ประกอบการ
อธบิ ายหนา้ ชัน้ เรียน เพ่ือน ๆ ร่วมกัน พืช
ตรวจสอบและแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
พืชดอก
๑๐. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ กุหลาบ กล้วยไม้
และวิธกี ารท�ำ งานท่ีมแี บบแผน ทานตะวัน ชบา
5ep ข้ันประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ คา่ แผนภาพ การจัดจำาแนกพืชไม่มีดอกกับพืชดอก
บริการสังคม
และจติ สาธารณะ 48
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทด่ี เี ดน่ แนวข้อสอบ O-NET
จัดแสดงในแบบเดินชมนิทรรศการ
เพอื่ เปน็ แหลง่ เรยี นรใู้ หน้ กั เรยี นชน้ั อนื่ ๆ พชื ขอ้ ใดจดั กล่มุ ไมถ่ กู ต้อง
๑๒. นกั เรยี นประเมนิ ตนเองโดยเขยี นแสดง พืชไม่มดี อก สาหร่ายหางกระรอก สนฉัตร เฟริ น์
ความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็น พชื ดอก ออ้ ย ทานตะวัน ผกั ตบชวา
ต่อไปน้ี
๑ ออ้ ย เฉลย ๔ เหตผุ ล สาหรา่ ยหางกระรอกเป็นพืชมีดอก
• สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันน้ีคือ ๒ สนฉัตร
อะไร ๓ ผักตบชวา
๔ สาหรา่ ยหางกระรอก
• นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่
มากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วม
กิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียน
ในวันน้ีหรือไม่ อย่างไร
• นักเรียนจะนำ�ความรู้ท่ีได้นี้ไปใช้
ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว
และสังคมทว่ั ไปอยา่ งไร
จากนนั้ แลกเปลย่ี นตรวจสอบขน้ั ตอน
การท�ำ งานทกุ ขน้ั ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ คา่
ไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคม
ให้มากข้ึนกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง
สำ�หรับการท�ำ งานคร้งั ต่อไป
สุดยอดคู่มือครู 48
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ตัวชี้วัด
แบบฝกึ หัด ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๒
ความหลากหลายของพืชและการจัดจาำ แนก แนวค�ำตอบ
๑. จบั ค ู่ รว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละตอบคาำ ถามเกย่ี วกบั สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของพชื ๑. ตอบ
๑.๑ รากมีหน้าทส่ี าำ คัญอยา่ งไร ๑.๑ รากมีหน้าท่ยี ึดลำ�ต้นให้ต้งั อย่บู นดิน ดูดน้าํ
๑.๒ ลำาต้นมีหน้าที่อะไร
๑.๓ ใบมีความสาำ คัญตอ่ พืชอย่างไร และธาตอุ าหารทล่ี ะลายอยใู่ นดนิ แลว้ ล�ำ เลยี งขน้ึ ไป
๑.๔ ดอกมีหน้าทอี่ ะไร ยงั สว่ นอน่ื ๆ ของพชื สว่ นมากไปทใ่ี บโดยผา่ นทาง
๒. สังเกตภาพดอก แล้ววิเคราะหแ์ ต่ละหมายเลขทปี่ รากฏ ทอ่ ล�ำ เลยี งในล�ำ ตน้ หรอื กง่ิ และมหี นา้ ทส่ี ะสมอาหาร
แสดงสว่ นประกอบใดของดอก และสว่ นประกอบนั้นมหี นา้ ท่ีอะไร ๑.๒ ลำ�ต้นมีหน้าท่ีชูก่ิงก้านสาขา ใบ และดอก
ใหไ้ ดร้ บั แสงแดดเปน็ ทางล�ำ เลยี งนา้ํ และธาตอุ าหาร
๑ ๖ ๘ จากรากสู่ส่วนอ่ืน ๆ ของพืช และลำ�เลียงอาหาร
๒ ๗ ท่ีใบสร้างข้ึนส่งผ่านท่อลำ�เลียงอาหารไปยัง
สว่ นตา่ งๆของพชื และสะสมอาหาร
๑.๓ ใบมีความสำ�คัญต่อพืช เพราะมีหน้าท่ี
สร้างอาหาร คายน้ํา ดูดและคายแก๊สคาร์บอน-
ไดออกไซดแ์ ละแกส๊ ออกซเิ จน
๕ ๑.๔ ดอกมีหน้าท่ีช่วยล่อแมลงให้มาผสมเกสร
๙ และท�ำ หนา้ ทส่ี บื พนั ธ์ุ
๒. ตอบ
• หมายเลข ๑ คอื ยอดเกสรเพศเมยี
๓ ๑๐ หนา้ ท่ี รองรบั ละอองเรณู
๔ • หมายเลข ๒ คอื กา้ นเกสรเพศเมยี
๑๒ ๑๑ หนา้ ท่ี ชยู อดเกสรเพศเมยี
• หมายเลข ๓ คอื รงั ไข่
หนา้ ท่ี ภายในมไี ขเ่ พอ่ื ผสมกบั ละอองเรณู
• หมายเลข ๔ คอื ออวลุ
ภาพที่ ๒.๑๔ ส่วนประกอบของดอกไม้ หนา้ ท่ี สรา้ งไข่
49 • หมายเลข ๕ คอื เกสรเพศเมยี
หนา้ ท่ี สรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศเมยี
• หมายเลข ๖ คอื กา้ นชอู บั เรณู
• หมายเลข ๙ คอื กลบี ดอก
หนา้ ท่ี มสี สี นั ตา่ งๆมกี ลน่ิ หอม โคนกลบี มตี อ่ มนา้ํ หวานเพอ่ื ลอ่ แมลงใหม้ าผสมเกสร หนา้ ท่ี ชอู บั เรณใู หส้ งู ขน้ึ เพอ่ื สะดวก
• หมายเลข ๑๐ คอื กลบี เลย้ี ง ในการแพรพ่ นั ธ์ุ
หนา้ ท่ีชว่ ยหมุ้ ชน้ั ในของดอกเอาไว้เพอ่ื ปอ้ งกนั อนั ตราย ซง่ึ อาจเกดิ จากการกลายเปน็ ไอ • หมายเลข ๗ คอื อบั เรณู
หนา้ ท่ี ภายในมลี ะอองเรณจู �ำ นวนมาก
ของนา้ํ ความรอ้ น-หนาว แมลง และศตั รพู ชื อน่ื ๆ
• หมายเลข ๑๑ คอื ฐานดอก เพอ่ื ผสมกบั ไข่
หนา้ ท่ี เปน็ สว่ นทต่ี ง้ั ของกลบี เลย้ี งกลบี ดอกเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี • หมายเลข ๘ คอื เกสรเพศผู้
หนา้ ท่ี สรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศผู้
• หมายเลข ๑๒ คอื กา้ นดอก
หนา้ ท่ี ชดู อกเพอ่ื สะดวกในการผสมพนั ธ์ุ
49 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
แนวคำ� ตอบ
๓. ตอบ ๓. สังเกตภาพ จัดจำาแนกพืชท่ีกำาหนดให้ โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์
๓.๑ ดาวเรอื ง จดั เปน็ พชื ดอก พรอ้ มระบเุ หตุผล
เหตผุ ล เปน็ พชื มดี อก ภาพที่ ๒.๑๕ ดาวเรือง ภาพที่ ๒.๑๖ เฟิร์น
๓.๒ เฟริ น์ จดั เปน็ พชื ไมม่ ดี อก
เหตผุ ล เปน็ พชื ไมม่ ดี อก
๓.๓ มอสส์ จดั เปน็ พชื ไมม่ ดี อก
เหตผุ ล เปน็ พชื ไมม่ ดี อก
๓.๔ เขม็ จดั เปน็ พชื ดอก
เหตผุ ล เปน็ พชื มดี อก
๓.๕ สม้ จดั เปน็ พชื ดอก
เหตผุ ล เปน็ พชื มดี อก
ภาพที่ ๒.๑๗ มอสส์ ภาพที่ ๒.๑๘ เข็ม
ภาพที่ ๒.๑๙ ส้ม
50
สุดยอดคู่มือครู 50
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
จุด จุดประกายโครงงานน
จุดประกายโครงงาน ประกายโครงงา
นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ท�ำ กจิ กรรม
จดุ ประกายโครงงาน
ชนิดของพชื ในท้องถ่นิ
นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันทำาโครงงานสำารวจเกี่ยวกับชนิดของพืช
ในทอ้ งถิ่น ในชมุ ชน หรือในโรงเรยี นได้ตามความสนใจ
สะเต็มสร้างสรรค์ สะเต็มสร้างสรรค์
นักเรยี นแบ่งกลมุ่ แตล่ ะกลุ่มร่วมกันออกแบบสร้าง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำ�กิจกรรม
แบบจำาลองส่วนประกอบของดอกไม้ที่พบในท้องถิ่น สะเตม็ สรา้ งสรรค์ นำ�ไปสู่การสรา้ ง
ที่นักเรียนสนใจ พร้อมระบุหน้าท่ีส่วนประกอบของดอกไม้ โดยใช้วัสดุ นวตั กรรม
ในท้องถิ่น จากนั้นวางแผนและดำาเนินการตามท่ีได้ออกแบบไว้ แต่ละกลุ่ม
รว่ มกนั สรา้ งแบบจาำ ลองสว่ นประกอบของดอกไม ้ แลว้ ออกมานาำ เสนอผลงาน
หนา้ ชัน้ เรยี น
ภาพที่ ๒.๒๐ ตัวอย่างแบบจำาลองส่วนประกอบของดอกไม้
51
51 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
เปา้ หมายการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ ห ๓นว่ยก�รเรยี นร สตั ว์และประเภทของสัตว์ทู้ ่ี
มาตรฐาน ว ๑.๓ แผนผงั หวั ข้อหน่วยการเรยี นรู้
เข้าใจกระบวนการและความสำ�คัญของ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สัตว์และประเภท
สารพนั ธกุ รรมการเปลยี่ นแปลงทางพนั ธกุ รรม ของสัตว์
ท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย
ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
รวมท้ังนำ�ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
คว�มหล�กหล�ย
ของสตั วแ์ ละ
ก�รจดั จ�ำ แนก
สตั วไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลัง
สตั วม์ กี ระดกู สันหลัง
ตัวช้วี ัด
๑. จำ�แนกสัตวอ์ อกเปน็ สัตว์มีกระดกู สนั หลังและสตั ว์ไมม่ กี ระดูกสันหลงั โดยใชก้ �รมีกระดูกสันหลัง
เปน็ เกณฑ ์ โดยใชข้ ้อมลู ทีร่ วบรวมได ้ (ว ๑.๓ ป.๔/๓)
๒. บรรย�ยลักษณะเฉพ�ะที่สังเกตได้ของสัตวม์ ีกระดกู สันหลงั ในกลมุ่ ปล� กลุม่ สตั วส์ ะเทินน�้ำ สะเทนิ บก
กลุ่มสตั วเ์ ลื้อยคล�น กล่มุ นก และกลมุ่ สตั ว์เลยี้ งลูกดว้ ยน�้ำ นม และยกตวั อย�่ งส่ิงมชี ีวติ ในแต่ละกลุ่ม
(ว ๑.๓ ป.๔/๔)
ศพั ท์วิทยาศาสตร์นา่ รู้
ค�ำ ศพั ท์ ค�ำ อ่�น ค�ำ แปล
vertebrate เวอร์′ ทะบรทิ สัตว์มีกระดูกสนั หลัง
invertebrate อนิ เวอร์′ ทะบริท สตั ว์ไม่มกี ระดกู สันหลัง
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การจำ�แนกสัตว์ สามารถใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ในการจำ�แนก
ไดเ้ ป็น สตั วม์ กี ระดูกสันหลงั และสัตว์ไมม่ กี ระดกู สนั หลงั
สตั ว์มกี ระดกู สันหลังมหี ลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลา
กลมุ่ สัตวส์ ะเทนิ นํ้าสะเทนิ บก กล่มุ สัตวเ์ ลอ้ื ยคลาน กลุม่ นก และ
กลุ่มสัตว์เล้ียงลูกดว้ ยน้ํานม ซงึ่ แตล่ ะกลมุ่ จะมีลักษณะเฉพาะทส่ี งั เกตได้
สุดยอดคู่มือครู 52
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
สมรรถนะส�ำ คญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ขนเปน็ แผง คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ปกคลมุ ตัว
ใฝ่เรยี นรู้
บนิ ได้ ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๑ ตั้งใจ เพยี รพยายามใน
การเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
ตัวช้ีวดั ที่ ๔.๒ แสวงหาความรจู้ าก
แหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ ทง้ั ภายในและ
ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลอื กใชส้ ่อื
อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์
สรปุ เป็นองค์ความรู้ สามารถนำ�ไปใช้
ในชีวิตประจำ�วนั ได้
ป�กเปน็ สตั ว์ปีก มงุ่ ม่ันในการท�ำ งาน
จะงอย ตัวชี้วดั ที่ ๖.๑ ต้ังใจและรับผิดชอบ
เป็นสตั วเ์ ลอื ดอุ่นมขี นเปน็ แผงปกคลุมตัว ในการปฏิบตั หิ นา้ ทีก่ ารงาน
ข�คู่หน�้ พฒั น�เปน็ ปีก ป�กเปน็ จะงอย มีจิตสาธารณะ
ห�ยใจดว้ ยปอด มถี งุ ลมชว่ ยห�ยใจและระบ�ยคว�มรอ้ น ตัวชีว้ ดั ที่ ๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมท่เี ปน็
ไมม่ กี ระเพ�ะปสั ส�วะ ออกลกู เปน็ ไข่ ไขม่ เี ปลอื กแขง็ หมุ้ ประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสังคม
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบสอบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์
และจำ�แนกประเภทของสัตว์ในประเทศสมาชิกอาเซียนออกเป็นสัตว์
มกี ระดกู สนั หลงั และสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั โดยใชก้ ารมกี ระดกู สนั หลงั
เปน็ เกณฑ์ แลว้ ออกแบบวธิ นี ำ�เสนอใหน้ ่าสนใจ
53 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตวั ชีว้ ดั ความหลากหลายของสตั ว์และการจัดจำาแนก
ว ๑.๓ ป.๔/๓ สิ่งมีชีวิตมีลักษณะเฉพาะและมีความแตกต่างกันไป เป็นผลมาจาก
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจนทาำ ให้เกิด
ภาระงาน/ชิ้นงาน ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
แผนภาพความคิด ประเภทของสัตว์St
ชนิดต่าง ๆ โดยใช้การมีกระดูกสันหลัง
เปน็ เกณฑ์ ชาร์เทรอ เปอร์เซียน
เบงกอล
ep 1 ขั้นสงั เกต บริติช ขนสั้น แร็กดอล
รวบรวมขอ้ มลู เมนคูน เบอร์แมน วิเชียรมาศ
๑. นกั เรยี นรว่ มกนั สงั เกตแมวหลากหลาย ภาพที่ ๓.๑ ความหลากหลายของแมว
สายพันธ์ุในท้องถ่ิน แล้วร่วมกัน
ยกตวั อย่างสัตวช์ นิดตา่ ง ๆ ในทอ้ งถ่ิน รอบตัวเรามีสัตว์มากมายหลายชนิด นักเรียนบอกได้หรือไม่ว่า
แล้วบันทึกคำ�ตอบในแบบแผนภาพ สัตว์แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
ความคดิ บนกระดาน
๒. นักเรียนเข้าสู่กิจกรรม โดยร่วมกัน
ตอบค�ำ ถามส�ำ คญั เพอื่ เกดิ กระบวนการ
เรยี นรตู้ ามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดังน้ี
๒.๑ เราจะจดั จำ�แนกประเภทสัตว์
ในทอ้ งถิน่ ของเราได้อยา่ งไรบา้ ง
(การจัดจำ�แนกประเภทสตั ว์โดยใช้การมี
กระดกู สันหลงั เป็นเกณฑ์ แบง่ ไดเ้ ปน็
สตั ว์ไม่มีกระดกู สนั หลัง
และสัตวม์ กี ระดูกสันหลงั )
54
เสริมความรู้ ครูควรสอน
ความหลากหลายของสิ่งมชี วี ิต หมายถงึ การท่มี สี ่ิงมีชีวิตหลายชนดิ
หรือหลากหลายสายพันธุ์ในบริเวณหนึ่งบริเวณใด แม้สิ่งมีชีวิต
พนั ธเุ์ ดยี วกันกย็ ังมีความแตกต่างกัน
สุดยอดคู่มือครู 54
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
St Stasean
ep 1 ขัน้ สังเกต
รวบรวมข้อมูล
เราจะจัดจำาแนกสัตว์ในท้องถิ่นของเราได้อย่างไรบ้าง คำ�ถ�มสำ�คัญ ๓. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
กิจกรรมที่ ๓.๑ การจดั จาำ แนกสัตว์ และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๓.๑ เรื่อง
การจัดจำ�แนกสัตว์
วัสดอุ ุปกรณ์
ภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ ๑๒ ภาพ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม และ
ปลิง บันทึกผล โดยเขียนเป็นแผนภาพ
เป็ด แมว ความคดิ
๕. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
ผลการทำ�กจิ กรรมหน้าช้ันเรียน
ปะการัง ep 2 ขัน้ คิดวเิ คราะห์
ไส้เดือนดิน และสรปุ ความรู้
กบ เต่า ปลานิล ๖. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ
ดาวทะเล หอยแครง ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กจิ กรรม
ฟองน้ำ� ภาพที่ ๓.๒ สัตว์ชนิดต่าง ๆ กุ้ง
๗. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
55 และส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เกีย่ วกับการจดั จำ�แนกสัตว์
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
บันทึกผลการท�ำกิจกรรม สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
สัตวช์ นิดตา่ ง ๆ การจัดจำ�แนกสัตว์โดยใช้เกณฑ์การมีกระดูกสันหลัง
แบ่งได้ ๒ ประเภท คือ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
สตั ว์ไม่มกี ระดูกสันหลงั สตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง และสัตวม์ ีกระดูกสนั หลัง
หอยแครง ฟองนา้ํ เปด็ ปลานิล
กุ้ง ปะการงั กบ
ไส้เดือนดิน
ดาวทะเล ปลงิ แมว เต่า
แผนภาพความคดิ การจดั จ�ำ แนกประเภทของสัตวโ์ ดยใชก้ ารมีกระดกู สนั หลงั เปน็ เกณฑ์ 55 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขัน้ ปฏบิ ัติ
St St St และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏิบัติ
วธิ ีทำ�
๘. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ส�ำ รวจสตั วใ์ นทอ้ งถน่ิ นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันจัดจำาแนกสัตว์ที่กำาหนดให้ โดยใช้
แล้ววางแผน ออกแบบ และเขียนแผนภาพ การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ จากนั้นบันทึกผลโดยออกแบบเขียน
ความคิด ประเภทของสัตว์ชนดิ ต่าง ๆ โดยใช้ เป็นแผนภาพความคิด
การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ ในกระดาษ
ฟลปิ ชาร์ต จัดท�ำ เปน็ ชน้ิ งาน ? สตั ว์ชนดิ ใดบา้ งทไี่ มม่ กี ระดูกสันหลงั
? สตั ว์ชนิดใดบ้างที่มกี ระดูกสนั หลงั
๙. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สงิ่ ทเี่ ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ? เมือ่ ใชก้ ารมกี ระดกู สันหลงั ของสตั วเ์ ปน็ เกณฑ์
ดงั นี้ สามารถแบ่งสตั ว์เปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง
? นกั เรยี นสามารถจดั จาำ แนกสตั วต์ ามประเภท
• การจัดจำ�แนกสัตว์ สามารถใช้การมี สตั ว์ทไ่ี มม่ ีกระดกู สันหลังไดอ้ ยา่ งไร
กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ในการจัดจำ�แนก ? นกั เรียนสามารถจัดจำาแนกสัตวต์ ามประเภท
ได้เป็น สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มี สตั วท์ ี่มกี ระดูกสันหลงั ได้อยา่ งไร
กระดกู สันหลงั
ep 4
ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
๑๐. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอแผนภาพ การจัดจำาแนกสัตว์ โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์
ความคิดประกอบการอธิบายหน้าช้ันเรียน ในการจัดจำาแนก ได้เป็น
เพอ่ื น ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง ๑. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่ไม่มีโครงกระดูกในตัว
๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับวิธี และไม่มีกระดูกสันหลัง
การทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธี ๒. สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่มีโครงกระดูกในตัว
การทำ�งานท่ีมแี บบแผน
และมีกระดูกสันหลัง
5ep ขน้ั ประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า
บริการสังคม
และจิตสาธารณะ
๑๒. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น 56
จัดแสดงท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ันเรียน เพื่อเป็น
แหล่งเรียนรใู้ หน้ ักเรียนชั้นอื่น ๆ
๑๓. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อมสะท้อน
ความคิดร่วมกนั
แนวค�ำตอบ ๔. ตอบ สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั แบง่ ออกเปน็ ๕. ตอบ สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั แบง่ ออกเปน็
๗ประเภทไดแ้ ก่ ๕ประเภทไดแ้ ก่
๑. ตอบ กุ้ง ปลิง ไส้เดือนดิน หอยแครง ปะการัง ๑. ฟองนา้ํ ไดแ้ ก่ฟองนา้ํ ๑. ปลาไดแ้ ก ่ ปลานลิ
ฟองนา้ํ ดาวทะเล ๒. กะพรนุ ปะการงั กลั ปงั หาดอกไมท้ ะเล ๒. สตั วส์ ะเทนิ นา้ํ สะเทนิ บก ไดแ้ ก ่ กบ
๒. ตอบ เปด็ ปลานลิ แมว กบเตา่ ไดแ้ ก ่ ปะการงั ๓. สตั วเ์ ลอ้ื ยคลาน ไดแ้ ก ่ เตา่
๓. ตอบ ๒ ประเภท คอื ๑. สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั และ ๓. พยาธแิ ละหนอนตวั กลม ๔. สตั วป์ กี ไดแ้ ก ่ เปด็
๒.สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ๔. สตั วท์ ม่ี ลี �ำ ตวั เปน็ ปลอ้ งไมม่ ขี า ๕. สตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนา้ํ นม ไดแ้ ก ่ แมว
ไดแ้ ก ่ ปลงิ และไสเ้ ดอื นดนิ
๕. หอยและหมกึ ไดแ้ ก ่ หอยแครง
๖. สตั วท์ ม่ี ลี �ำ ตวั เปน็ ปลอ้ งและมขี าเปน็ ขอ้ ไดแ้ ก ่ กงุ้
สุดยอดคู่มือครู 56 ๗. สตั วท์ ม่ี ลี �ำ ตวั เปน็ หนาม ไดแ้ ก ่ ดาวทะเล
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
กะพรนุ สตั ว์ท่มี ลี ำาตัวเปน็ ปลอ้ ง ตวั ช้วี ดั
ปะการงั ไมม่ ีขา
กลั ปงั หา ว ๑.๓ ป.๔/๓
ดอกไม้ทะเล ฟองนำ้า
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
St
สมุดภาพ จ�ำ แนกประเภท
สตั ว์ที่มีลำาตวั สตั ว์ไมม่ กี ระดกู สันหลงั หอย สตั วไ์ ม่มีกระดกู สันหลัง
เป็นหนาม และหมกึ
คือ สัตว์ที่ไม่มีโครงกระดูกในตัว ep 1 ขั้นสงั เกต
และไม่มีกระดูกสันหลัง
แบ่งเป็น ๗ ประเภท รวบรวมข้อมูล
หพนยอาธนิแตลวั ะกลม ๑. นักเรียนดูวีดิทัศน์เก่ียวกับสัตว์ไม่มี-
กระดูกสันหลัง แล้วร่วมกันตอบ
สตั วท์ ีม่ ลี าำ ตวั เปน็ ปลอ้ ง คำ�ถามสำ�คัญ เพื่อเกิดกระบวนการ
และมขี าเป็นขอ้ เรยี นรตู้ ามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดงั น้ี
ภาพที่ ๓.๓ ประเภทของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
๑.๑ สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั ทน่ี กั เรยี น
57 รู้จักมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างมาคนละ
๑ ชนิด โดยไม่ซ้ํากับเพ่ือนในช้ันเรียน
(ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ กะพรนุ หมึก ไสเ้ ดือนดิน
ตะขาบ แมลงวัน พยาธิเส้นด้าย ปู กุ้ง
ดาวทะเล)
๑.๒ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแบ่งเป็น
ก่ีประเภท ได้แก่อะไรบ้าง
(สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั แบง่ เปน็ ๗ประเภท
ได้แก่
๑. ฟองน้าํ
๒. กะพรนุ ปะการัง กัลปงั หา
ดอกไม้ทะเล
๓. พยาธิและหนอนตวั กลม
๔. สัตว์ท่ีมลี ำ�ตัวเปน็ ปล้อง ไมม่ ีขา
๕. หอยและหมึก
๖. สตั วท์ ม่ี ลี �ำ ตวั เปน็ ปลอ้ งและมขี าเปน็ ขอ้
๗. สัตวท์ ี่มลี �ำ ตวั เปน็ หนาม)
57 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ข้นั สังเกต
St St รวบรวมข้อมูล
๑. สัตว์ไมม่ ีกระดูกสันหลงั
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๗ กลุ่ม
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน ๑.๑ ฟองน้ำ� เป็นสิ่งมีชีวิต
เกาะอยู่กับที่ไม่มีรยางค์หรือส่วนใด
วางแผนสืบสอบลักษณะและตัวอย่าง
ข อ ง สั ต ว์ ไ ม่ มี ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง ยื่นออกจากลำาตัว มีรูปร่างคล้าย
จ า ก แ ห ล่ ง เ รี ย น รู้ ท่ี ห ล า ก ห ล า ย แจกัน หรือเป็นก้อน มีรูพรุนเล็ก ๆ
แล้วออกแบบวิธีนำ�เสนอให้น่าสนใจ กระจายทั่วทั้งตัว เช่น ฟองน้ำาถูตัว
โดยผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ จบั สลาก ฟองน้ำาแจกัน
เลือกศกึ ษา ๑ กลมุ่ สตั ว์ ดงั นี้ ภาพที่ ๓.๔ ฟองน้ำ� ๑.๒ กะพรุน ปะก�รัง กัลปังห�
๑) ฟองนํ้า
๒) กะพรนุ ปะการัง กัลปงั หา ดอกไม้ทะเล สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีทั้ง
ดอกไม้ทะเล
๓) พยาธแิ ละหนอนตวั กลม ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีรูปร่าง
๔) สัตว์ทม่ี ลี ำ�ตวั เป็นปล้อง ไมม่ ขี า เป็นทรงกระบอกหรือรูปร่างคล้าย
๕) หอยและหมกึ
๖) สตั ว์ที่มีลำ�ตัวเป็นปลอ้ ง ต้นไม้ บางพวกมีรูปร่างคล้ายร่ม
และมีขาเปน็ ข้อ คือ กะพรุน เป็นสิ่งมีชีวิตมีเนื้อนิ่ม
๗) สตั วท์ ่มี ีลำ�ตัวเปน็ หนาม และใส เชน่ กะพรนุ ปะการงั กลั ปังหา
ดอกไม้ทะเล
๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
eผpล2การสบื ขสน้ัอคบิดหวนิเคา้รชาะ้ันหเร์ ยี น
และสรุปความรู้
๔. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย ภาพที่ ๓.๕ กัลปังหา ภาพที่ ๓.๖ กะพรุน
เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม เ ห มื อ น แ ล ะ ค ว า ม
แตกต่างของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 58
แตล่ ะประเภท และสรปุ ผลการสบื สอบ
เสริมความรู้ ครูควรสอน
๕. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ สมรรถนะ
สำ�คัญของผู้เรียน ด้านความสามารถ รยางค์ (อา่ นวา่ ระ-ยาง ) คือ ส่วนท่ียน่ื ออกจาก
ในการคิด โดยนักเรียนร่วมกันคิดว่า ส่วนหลกั ของอวยั วะของสง่ิ มีชวี ิต
สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั แตล่ ะประเภท
มคี วามส�ำ คญั และประโยชนต์ อ่ ทอ้ งถนิ่
หรือต่อประเทศชาตอิ ยา่ งไร
สุดยอดคู่มือครู 58
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St ขน้ั ปฏิบตั ิ
และสรปุ ความรู้
๑.๓ พย�ธิและหนอนตัวกลม เป็นสิ่งมีชีวิตลำาตัวยาวอ่อนนิ่ม หลงั การปฏิบตั ิ
อาจกลมหรือแบน ไม่มีรยางค์ ซึ่งเป็นส่วนที่ยื่นออกจากอวัยวะหลักของ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
ร่างกาย เช่น แขน ขา มีปาก แต่ไม่มีทวารหนัก ออกแบบและเขียนแผนภาพความคิด
เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ ประเภทของสัตว์ไม่มีกระดูกสนั หลัง
พบสิ่งมีชีวิตดังกล่าวในตับ ลำาไส้ของมนุษย์
และสัตว์ นอกจากพยาธิแล้ว ยังมีหนอนตัวกลม (ตวั อยา่ งแผนภาพความคิด)
ทีอ่ ยูต่ ามน้าำ คราำ หรอื น้าำ เนา่ ดว้ ย ซึง่ ดาำ รงชวี ติ อสิ ระ
ฟองนํา้ ฟองนํา้ แจกนั
ภาพที่ ๓.๗ พยาธิใบไม้ กะพรนุ ปะการงั กะพรนุ
กลั ปังหา กัลปังหา
๑.๔ สัตว์ที่มีลำ�ตัวเป็นปล้อง ไม่มีข�
เปน็ สิง่ มชี วี ติ ลาำ ตวั กลมยาว รา่ งกายมลี กั ษณะ ดอกไม้ทะเล
เปน็ ปลอ้ ง แตล่ ะปลอ้ งมเี ดอื ยใชเ้ คลือ่ นที ่ เชน่ พยาธแิ ละ พยาธิใบไม้
ไส้เดือนดิน ปลิง แม่เพรียง หนอนตัวกลม พยาธติ ัวตดื
ภาพที่ ๓.๘ ไส้เดือนดิน สตั วไ์ มม่ ี สตั ว์ที่มีลำ�ตัว ไสเ้ ดอื นดนิ
กระดกู สันหลัง เปน็ ปลอ้ ง ไม่มขี า ปลิง
๑.๕ หอยและหมกึ เปน็ สิง่ มชี วี ติ ลาำ ตวั นิม่ ไมเ่ ปน็ ปลอ้ ง อาจมเี ปลอื กแขง็ แม่เพรียง
หุ้มลำาตัว เช่น หอยชนิดต่าง ๆ ส่วนหมึกมีลำาตัวนิ่มเช่นกัน แต่มีเปลือกแข็ง
อยู่ในลำาตัว หอยและหมึก หมกึ กระดอง
หอยมอื เสอื
สัตว์ทมี่ ีล�ำ ตัว ก้งุ
เปน็ ปลอ้ งและ แมลง
มีขาเปน็ ข้อ ตะขาบ
กง้ิ กอื
สัตวท์ ี่มีล�ำ ตัว ดาวทะเล
เป็นหนาม เมน่ ทะเล
แผนภาพความคดิ สตั วไ์ ม่มกี ระดกู สันหลงั
ภาพที่ ๓.๙ หอยมือเสือ ภาพที่ ๓.๑๐ หมึก
59
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
นกั เรียนคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมสมรรถนะสำ�คญั ของผ้เู รยี น ด้านความสามารถ
ในการใช้ทักษะชีวติ ดงั น้ี
นักเรียนร่วมกันศึกษา สืบสอบ และร่วมกันอภิปรายว่า การที่ประชากรมนุษย์
เป็นโรคพยาธใิ บไม้ในตบั เปน็ จ�ำ นวนมากนน้ั มผี ลกระทบตอ่ ชุมชนดา้ นใดบ้าง อยา่ งไร
และนกั เรยี นมวี ธิ แี นะน�ำ เพอ่ื ปอ้ งกนั การเปน็ โรคพยาธใิ บไมใ้ นตบั ใหก้ บั คนในชมุ ชน
ได้อยา่ งไร
59 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิ
St St St แหลละงั สกราุปรปควฏาิบมัตริู้
๑.๖ สัตว์ที่มีลำ�ตัวเป็นปล้องและมีข�เป็นข้อ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลำาตัว
เป็นปล้องยึดติดต่อกัน ขาแบ่งเป็นข้อ ๆ ลำาตัวและขาปกคลุมด้วยเปลือกหนา
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสำ�รวจ และแข็ง จัดเป็นโครงร่างภายนอก เช่น ปู กุ้ง กั้ง แมลง เห็บ ตะขาบ กิ้งกือ
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในท้องถิ่น
แล้วหาภาพหรือวาดภาพสัตว์ไม่มี-
กระดูกสันหลัง จากหนังสือพิมพ์เก่า
หรือวารสาร พร้อมทั้งจำ�แนกประเภท
ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังออกเป็น
ประเภทต่าง ๆ จัดทำ�เป็นสมุดภาพ
จัดทำ�เป็นช้นิ งาน
๘. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรู้ ภาพที่ ๓.๑๑ ปู ภาพที่ ๓.๑๒ กุ้ง ภาพที่ ๓.๑๓ ตะขาบ
ร่วมกนั ดังน้ี
๑.๗ สัตว์ที่มีลำ�ตัวเป็นหน�ม สิ่งมีชีวิตในกลุ่มนี้พบในทะเลเท่านั้น
• สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แบ่งเป็น มีลกั ษณะสำาคัญคือ ผิวลำาตวั ขรุขระ มรี ปู รา่ งกลมแบน สสี นั สวยงาม บางชนดิ
๗ ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะ มีหนามยื่นออกมา เช่น ดาวทะเล พลับพลึงทะเล อีแปะทะเล เม่นทะเล
เฉพาะท่สี ังเกตได้ตา่ งกนั
ep 4
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
๙. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ ภาพที่ ๓.๑๔ ดาวทะเล ภาพที่ ๓.๑๕ เม่นทะเล
ส มุ ด ภ า พ จำ � แ น ก ป ร ะ เ ภ ท สั ต ว์ ไ ม่ มี
กระดูกสันหลังประกอบการอธิบาย 60
หนา้ ชน้ั เรียน เพ่ือน ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบ
และแกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง เสริมความรู้ ครูควรสอน
๑๐. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ เกย่ี วกบั นักเรียนระมัดระวังสัตว์ท่ีมีพิษ เช่น ตะขาบ ห้ามไม่ให้ใช้มือไปสัมผัสอย่างเด็ดขาด
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ ส�ำ หรบั บา้ นทอี่ ยใู่ กลส้ วน ไรน่ า หรอื ปา่ ในฤดฝู นตอ้ งตรวจหอ้ งนอน หอ้ งนาํ้ ใหด้ ี โดยเฉพาะ
และวธิ ีการทำ�งานท่ีมีแบบแผน อยา่ งยงิ่ หากนอนกบั พน้ื ตะขาบอาจแอบอยใู่ ตผ้ า้ หม่ หรอื ใตฟ้ กู หากพนื้ ถนนมนี า้ํ นอง นาํ้ ขงั
หรือจำ�เป็นต้องเดินลุยเข้าไปในจุดที่นํ้าท่วม ต้องใส่รองเท้าที่ห่อหุ้มไว้ให้มิดชิด เช่น
5ep ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่า รองเท้าบูตใส่หนีนํ้า (ต้องระวังตะขาบอาจแอบซุกอยู่ในรองเท้าด้วย) หรือเวลาที่หยิบหรือ
บริการสังคม ลว้ งสงิ่ ของจากทมี่ ดื กค็ วรสอ่ งไฟฉาย เพอื่ ดใู หแ้ นใ่ จกอ่ นวา่ ไมม่ ตี ะขาบ เพอื่ ความปลอดภยั
และจติ สาธารณะ
๑๑. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานท่ีดีเด่น
แล้วนำ�ไปมอบให้ห้องสมุดวิทยาศาสตร์
เพอ่ื ใชเ้ ปน็ สือ่ การเรียนการสอนตอ่ ไป
๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา พร้อม
สะทอ้ นความคดิ รว่ มกัน
สุดยอดคู่มือครู 60
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
สัตว์เลอ้ื ยคลาน สัตว์เลีย้ งลูกดว้ ยนำ้านม ตัวชว้ี ัดSt
ว ๑.๓ ป.๔/๓
ว ๑.๓ ป.๔/๔
ภาระงาน/ชิ้นงาน
สมุดภาพ จำ�แนกประเภทสตั ว์
มกี ระดกู สนั หลงั
ep 1 ข้นั สังเกต
รวบรวมขอ้ มูล
สตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั ๑. นักเรียนดูวีดิทัศน์เก่ียวกับสัตว์
มี ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง แ ล้ ว ร่ ว ม กั น
คือ สัตว์ทมี่ ีโครงกระดกู ในตวั ตอบค�ำ ถามส�ำ คญั เพอ่ื เกดิ กระบวนการ
และมกี ระดกู สนั หลงั ทาำ ใหร้ า่ งกาย เรยี นรตู้ ามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดังน้ี
คงรปู อยู่ได ้ จัดเป็นสตั วช์ ัน้ สูง
แบ่งเปน็ ๕ ประเภท ๑.๑ สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ทน่ี กั เรยี นรจู้ กั
มอี ะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ งมาคนละ ๑ ชนดิ
สัตวส์ ะเทนิ นา้ำ สะเทินบก โดยไมซ่ ้ํากับเพ่ือนในช้นั เรยี น
สัตว์ปีก (ตัวอย่างคำ�ตอบ สุนัข แมว ช้าง นก กบ
ปลา ปลา)
๑.๒ สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งเป็น
ภาพที่ ๓.๑๖ ประเภทของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
กีป่ ระเภท ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
61 (สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งเป็น ๕ ประเภท
ไดแ้ ก่
๑. ปลา
๒. สตั วส์ ะเทินน้ําสะเทินบก
๓. สัตว์เลอื้ ยคลาน
๔. สตั ว์ปกี
๕. สัตวเ์ ลี้ยงลูกด้วยนํ้านม)
61 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขน้ั สงั เกต
St St รวบรวมข้อมลู
๒. สัตว์มีกระดูกสนั หลัง
๒.๑ ปล� เปน็ สตั วท์ ีห่ ายใจดว้ ยเหงอื ก มคี รบี ใชเ้ คลือ่ นไหวและทรงตวั
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม มีเส้นข้างตัวเป็นส่วนรับความรู้สึกสั่นสะเทือน เป็นสัตว์เลือดเย็น
คละความสามารถ แต่ละกลุ่มร่วมกัน
วางแผนสืบสอบลักษณะและตัวอย่าง แบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ
ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง จากแหล่ง ๑) ปลากระดูกอ่อน คือ ปลาที่มีเกล็ดขนาดเล็กมาก ลักษณะคล้าย
เรียนรู้ท่ีหลากหลาย แล้วออกแบบวิธี ฟัน ตรงปลายของเกล็ดเป็นหนามยื่นไปทางท้ายของลำาตัว มีกระดูกเป็น
น�ำ เสนอใหน้ า่ สนใจ โดยผแู้ ทนนกั เรยี น กระดูกอ่อนตลอดชีวิต เช่น ฉลาม กระเบน
แตล่ ะกล่มุ จบั สลากเลือกศกึ ษา ๑ กลมุ่
สัตว์ ดังนี้ ภาพที่ ๓.๑๗ ฉลาม
๑) ปลา
๒) สตั วส์ ะเทนิ นาํ้ สะเทนิ บก ภาพที่ ๓.๑๘ กระเบน
๓) สตั ว์เลอ้ื ยคลาน
๔) สตั วป์ ีก ๒) ปลากระดูกแข็ง คือ
๕) สัตวเ์ ล้ยี งลูกดว้ ยน้ํานม
๓. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ ปลาส่วนใหญ่ที่มีเกล็ดลักษณะ
ผลการสืบสอบหนา้ ช้นั เรียน แบนเรียงซ้อนกัน คล้ายกับ ภาพที่ ๓.๑๙ ปลานิล
การวางกระเบื้องมุงหลังคาบ้าน
ep 2 ข้นั คิดวิเคราะห์
มีกระดูกเป็นกระดูกแข็ง มีทั้ง
และสรปุ ความรู้
ครีบเดี่ยวและครีบคู่ เช่น ปลานิล
๔. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม เ ห มื อ น แ ล ะ ค ว า ม ปลาตะเพียน ปลาช่อน ภาพที่ ๓.๒๐ ปลาตะเพียน
แตกต่างของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
แต่ละกลมุ่ และสรุปผลการสืบสอบ 62
๕. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ สมรรถนะ เสริมความรู้ ครูควรสอน
สำ�คัญของผู้เรียน ด้านความสามารถ
ในการคิด โดยนักเรียนร่วมกันคิดว่า สตั วเ์ ลือดเย็น คอื สัตว์ท่มี อี ณุ หภูมขิ องร่างกาย
สัตว์มีกระดูกสันหลังแต่ละประเภท เปลีย่ นแปลงตามสง่ิ แวดลอ้ ม
มคี วามส�ำ คญั และประโยชนต์ อ่ ทอ้ งถน่ิ
หรอื ตอ่ ประเทศชาติอย่างไร
สุดยอดคู่มือครู 62
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
๒.๒ สตั วส์ ะเทนิ น�้ำ สะเทนิ บก St ข้นั ปฏิบตั ิ
เป็นสัตว์วางไข่ในน้ำา ตัวอ่อนหายใจ และสรุปความรู้
ด้วยเหงือก เมื่อโตเต็มวัยหายใจ หลงั การปฏิบัติ
ด้วยปอดและผิวหนัง เพราะอยู่
บนบก ผิวหนังเปียกชื้น ไม่มีเกล็ด ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
เป็นสัตว์เลือดเย็น เช่น กบ เขียด ออกแบบ และเขียนแผนภาพความคิด
คางคก ปาด อึ่งอ่าง ประเภทของสตั ว์มกี ระดกู สันหลัง
(ตวั อย่างแผนภาพความคดิ )
ปลา ปลานลิ
ปลาช่อน
ภาพที่ ๓.๒๑ กบ สตั ว์มี สัตว์สะเทนิ นํา้ กบ
กระดูกสันหลัง สะเทินบก คางคก
๒.๓ สัตว์เลื้อยคล�น เป็นสัตว์ที่ส่วนมากดำารงชีวิตอยู่บนพื้นดิน สตั วเ์ ลื้อยคลาน อ่งึ อ่าง
วางไข่บนบก ไข่มีเปลือกแข็งหุ้ม ผิวหนังแห้ง ลำาตัวมีเกล็ดปกคลุม หายใจ สัตวป์ ีก เตา่
ดว้ ยปอดตลอดชีวิต และเป็นสัตวเ์ ลอื ดเยน็ พวกทีอ่ าศัยอยูบ่ นบก เช่น กิ้งก่า จระเข้
จิ้งเหลน จิ้งจก แย้ พวกที่อยู่ได้ทั้งในน้ำาและบนบก เช่น เต่า จระเข้ ก้งิ กา่
จิง้ จก
นก
เป็ด
เพนกวิน
นกเขา
สตั ว์เล้ียงลูก ชา้ ง
ดว้ ยน้าํ นม วัว
ลิง
โลมา
แผนภาพความคิด สัตวม์ กี ระดกู สนั หลัง
ภาพที่ ๓.๒๒ กิ้งก่า ภาพที่ ๓.๒๓ เต่า
63
เสริมความรู้ ครูควรสอน
สตั วส์ ะเทนิ นา้ํ สะเทนิ บก เปน็ สตั วท์ ม่ี ผี วิ หนงั ลนื่ และชนื้ ผสมพนั ธใ์ุ นนาํ้
โดยปล่อยเซลล์อสุจิและเซลล์ไข่ออกไปผสมกันในนํ้าเป็นการปฏิสนธิ
ภายนอก ไข่ท่ีปฏิสนธิและจะฟักออกเป็นลูกอ๊อด เม่ืออยู่ในน้ําหายใจ
ดว้ ยเหงอื ก และเมอ่ื อยูบ่ นบกจะหายใจดว้ ยปอด
63 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ข้นั ปฏบิ ัติ
St และสรุปความรู้
หลังการปฏิบัติ ๒.๔ สัตว์ปีก เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นแผงปกคลุมตัว ขาคู่หน้า
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสำ�รวจ พัฒนาเป็นปีก ปากเป็นจะงอย หายใจด้วยปอด มีถุงลมช่วยหายใจ
สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ในทอ้ งถน่ิ แลว้ หา และระบายความร้อน ไม่มีกระเพาะปัสสาวะ ออกลูกเป็นไข่ ไข่มีเปลือกแข็งหุ้ม
ภาพหรอื วาดภาพสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั เช่น ไก่ เป็ด ห่าน นก สัตว์ปีกที่สามารถบินได้ เช่น นกอินทรี นกเขา
จ า ก ห นั ง สื อ พิ ม พ์ เ ก่ า ห รื อ ว า ร ส า ร
พ ร้ อ ม ท้ั ง จำ � แ น ก ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง สั ต ว์
มกี ระดกู สนั หลงั ออกเปน็ ประเภทตา่ ง ๆ
จดั ท�ำ เปน็ สมุดภาพ จดั ท�ำ เปน็ ชิน้ งาน
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็น ภาพที่ ๓.๒๔ นกอินทรี ภาพที่ ๓.๒๕ นกเขา
ความรรู้ ่วมกนั ดังน้ี
• สัตว์มีกระดูกสันหลัง แบ่งเป็น
๕ ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะ
เฉพาะท่สี ังเกตได้ต่างกัน
ส่วนสัตว์ปีกที่บินไม่ได้
เชน่ นกกระจอกเทศ เพนกวนิ
นกกีวี นกอีมู
ภาพที่ ๓.๒๖ ภาพที่ ๓.๒๗
นกกระจอกเทศ เพนกวิน
64
แนวข้อสอบ O-NET
ข้อใดสัมพนั ธก์ นั
ก. คา้ งคาว A. สตั วเ์ ลอื ดเยน็ วางไขใ่ นน้าํ
ข. นกอินทรี B. สัตว์เลือดเยน็ วางไขบ่ นบก
ค. จระเข้ C. สตั ว์เลอื ดอนุ่ ออกลกู เป็นไข่
ง. อึ่งอา่ ง D. สตั ว์เลอื ดอุ่น ออกลกู เป็นตัว
๑ ก-A ๒ ข-C เฉลย ๒ เหตผุ ล นกอนิ ทรเี ปน็ สัตว์ปีก
๓ ค-D ๔ ง-B เปน็ สตั วเ์ ลอื ดอนุ่ ออกลกู เปน็ ไข่เชน่ เดยี วกบั
สุดยอดคู่มือครู 64 ไก่ เป็ด ห่าน นกเขา
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 4asean
St St
๒.๕ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ�นม เป็นสัตว์เลือดอุ่น เพศเมียมีต่อม ขน้ั สอื่ สารและนำ� เสนอ
สร้างน้ำานมสำาหรับเลี้ยงลูกอ่อน หายใจด้วยปอด ผิวหนังเรียบ มีแขน
และขาไม่เกิน ๒ คู่ มีต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง มีขนเป็นเส้นปกคลุมตัว ๙. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนบก บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำา ส่วนใหญ่ออกลูก ส มุ ด ภ า พ จำ � แ น ก ป ร ะ เ ภ ท สั ต ว์
เป็นตัว เช่น มนุษย์ ช้าง ม้า วัว หมี ลิง วาฬ โลมา ค้างคาว มีกระดูกสันหลังประกอบการอธิบาย
หนา้ ชน้ั เรยี น เพอื่ น ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบ
ตุ่นปากเป็ดเป็น และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำานม
ที่ออกลูกเป็นไข่ ๑๐. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
ภาพที่ ๓.๒๘ ช้าง ภาพที่ ๓.๒๙ โลมา และวิธกี ารท�ำ งานท่ีมีแบบแผน
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต มีความสำาคัญ 5ep ขั้นประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ คา่
ต่อการดำารงชีวิตของมนุษย์และความสมดุลของ บรกิ ารสงั คม
ระบบนิเวศ เราจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ความหลากหลาย และจติ สาธารณะ
ของสิ่งมีชีวิตเพื่อความยั่งยืน
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
แลว้ น�ำ ไปมอบใหห้ อ้ งสมดุ วทิ ยาศาสตร์
เพอ่ื ใชเ้ ปน็ สอ่ื การเรยี นการสอนตอ่ ไป
๑๒. นกั เรยี นน�ำ เสนอผลการศกึ ษา พรอ้ ม
สะทอ้ นความคิดร่วมกนั
นักสัตววิทยา คือ ผู้ท่ีศึกษาและปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวกับ สัตวเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยน�้ำ นม
สัตว์ พนั ธกุ รรม โครงสร้าง การดำารงชีวติ พฤตกิ รรม การเจริญเตบิ โต
อ าชีพน ่ารู้ และพัฒนาการสงิ่ แวดล้อม รวมไปถึงการจัดประเภทของชีวติ สตั ว์ 65 สุดยอดคู่มือครู
65
แนวข้อสอบ O-NET
สัตว์ชนิดหน่ึงเป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนแบบเส้นผมปกคลุมลำ�ตัว
หายใจด้วยปอด ออกลูกเป็นไข่ มตี ่อมนํา้ นมใชเ้ ลี้ยงลกู ว่ายนา้ํ ได้
และหากนิ ในนํ้า อยากทราบวา่ เปน็ สตั ว์ชนดิ ใด
๑ วาฬ เฉ ลย ๔ เหตุผล ตุ่นปากเป็ดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านม
๒ โลมา เช่นเดียวกับ วาฬ โลมา และพะยนู แต่ตนุ่ ปากเปด็ มขี นแบบเสน้ ผม
๓ พะยนู ปก คลมุ ลำ�ตัวออกลูกเป็นไข่ส่วนวาฬโลมาพะยูนออกลกู เป็นตัว
๔ ตนุ่ ปากเปด็ และไม่มขี นปกคลุมล�ำ ตัว
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวชี้วัด แบบฝึกหัด
ว ๑.๓ ป.๔/๓
ว ๑.๓ ป.๔/๔
๑. ตอบ แนวค�ำตอบ คว�มหล�กหล�ยของสตั วแ์ ละก�รจัดจำ�แนก
๑. จัดจำาแนกสตั ว์ทีก่ าำ หนดให้ โดยใช้การมกี ระดกู สนั หลงั เปน็ เกณฑ์
สัตว์
วาฬ เม่นทะเล กะพรุน กิ้งก่า หมึกกระดอง
เกณฑก์ ารมกี ระดูกสันหลัง ปลาดุก ปู พยาธิเส้นด้าย เพนกวิน อึ่งอ่าง
สัตวไ์ ม่มี สัตว์มี
กระดกู สนั หลัง กระดกู สนั หลงั
เมน่ ทะเล วาฬ ๒. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลักษณะของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
กะพรุน ก้งิ กา่ กับสตั ว์มีกระดูกสันหลงั
หมึกกระดอง ปลาดุก
ปู เพนกวิน ไม่มีกระดูกสันหลัง มีกระดูกสันหลัง
พยาธเิ สน้ ด้าย อึง่ อ่าง สิ่งมีชีวิต
ประเภท
แผนภาพ การจัดจ�ำ แนกประเภทของสัตว์ สัตว์
โดยใช้การมีกระดกู สนั หลังเป็นเกณฑ์
๒. ตอบ
สัตว์ไมม่ ี สัตว์มี
กระดูกสันหลัง กระดกู สันหลงั
สัตวท์ ี่ไมม่ ีโครงกระดกู สง่ิ มชี ีวติ สตั วท์ ม่ี ีโครงกระดูก
ในตัว และไมม่ ี ประเภท ในตวั และมี
กระดูกสนั หลงั สัตว์ กระดูกสันหลงั ๓. หาภาพหรือวาดภาพและระบายสีสัตว์ท่ีไม่มีกระดูกสันหลัง
และสัตว์มีกระดูกสันหลังท่ีนักเรียนรู้จักและชื่นชอบ ๑ ชนิด
แผนภาพ ความแตกต่างระหวา่ งลกั ษณะของ พรอ้ มเขยี นบรรยายลักษณะสาำ คัญของสตั ว์ชนิดนนั้
สัตวไ์ ม่มกี ระดกู สันหลังกบั สัตว์มกี ระดูกสันหลงั
66
๓. ตอบ
๓.๑ ๓.๒
๑. ช่อื สตั ว์ ดาวทะเล (ตัวอยา่ งภาพวาด ๑. ชอื่ สัตว์ กระตา่ ย
๒. ประเภทของสัตว์ ระบายสกี ระตา่ ย) ๒. ประเภทของสัตว์
สตั วไ์ มม่ กี ระดูกสันหลัง สัตวไ์ มม่ ีกระดูกสันหลัง
(ตวั อยา่ งภาพวาด สตั ว์มีกระดกู สันหลงั สัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั
ระบายสดี าวทะเล) ๓. ลกั ษณะสำ�คัญของสัตว์ ๓. ลกั ษณะสำ�คัญของสัตว์
ผิวหยาบ ขรุขระ มรี ปู รา่ งกลมแบน เป็นสัตว์เลือดอุ่น เพศเมียมีต่อมน้ํานม
สสี ันสวยงาม บางชนิดมีหนาม เลย้ี งลูก หายใจด้วยปอด มีแขนและขา
ย่ืนออกมา ไมเ่ กิน ๒ คู่
สุดยอดคู่มือครู 66
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
จุด จุดประกายโครงงานน
จุดประกายโครงงาน ประกายโครงงา
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สาำ รวจสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั และ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำ�กิจกรรม
สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ในทอ้ งถน่ิ แลว้ รว่ มกนั จดั ทาำ เปน็ โปสเตอรร์ ปู สตั ว ์ จากนน้ั จดุ ประกายโครงงาน
นาำ ไปตดิ ในบรเิ วณตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน เพอ่ื แสดงความหลากหลาย
ของสตั วใ์ นท้องถนิ่
สะเต็มสร้างสรรค์ สะเต็มสร้างสรรค์
นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ เลอื กสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ทช่ี น่ื ชอบ ๑ ชนดิ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำ�กิจกรรม
แลว้ รว่ มกนั ออกแบบสรา้ งแบบจาำ ลองสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั จากวสั ดเุ หลอื ใช้ สะเต็มสรา้ งสรรค์ นำ�ไปสู่การสรา้ ง
ในท้องถนิ่ แล้วนำาผลงานมาจัดแสดงเปน็ นิทรรศการในโรงเรียน นวัตกรรม
นักวิทยาศาสตร์น้อย
หาภาพสัตว์ใต้ทะเลแหล่งใดแหล่งหนงึ่ แล้วศึกษาประเด็นตอ่ ไปน้ี
๑. ความหลากหลายของสงิ่ มีชวี ติ ใต้ทะเล
๒. ความสาำ คญั ของความหลากหลายของสงิ่ มชี วี ติ ใตท้ ะเลตอ่ มนษุ ยเ์ รา
67
67 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ข้ันคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
เปา้ หมายการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ ห ทู้ ่ี๔นว่ยก�รเรยี นร สมบัตขิ องวัสดุรอบตวั เรา
มาตรฐาน ว ๒.๑ แผผนนผผงั งัสหารัวะขก้อารหเรนีย่วนยรกู้ ารเรยี นรู้
เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของ
สสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยว วสั ดรุ อบตัวเร�
ระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของ
การเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกดิ
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
สมบตั ิทางกายภาพ การใช้ประโยชน์
ของวสั ดุ จากวัสดุ
ตวั ชว้ี ดั
๑. เปรยี บเทยี บสมบัติทางกายภาพดา้ นความแขง็ สภาพยืดหย่นุ การนำาความรอ้ นและการนำาไฟฟ้า
ของวสั ดโุ ดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษจ์ ากการทดลองและระบกุ ารนาำ สมบตั เิ รอ่ื งความแขง็ สภาพยดื หยนุ่
การนาำ ความรอ้ น และการนำาไฟฟา้ ของวัสดไุ ปใชใ้ นชวี ิตประจำาวัน ผ่านกระบวนการออกแบบช้ินงาน
(ว ๒.๑ ป.๔/๑)
๒. แลกเปลีย่ นความคิดกบั ผอู้ นื่ โดยการอภปิ รายเกย่ี วกับสมบัตทิ างกายภาพของวัสดุ
อยา่ งมเี หตผุ ลจากการทดลอง (ว ๒.๑ ป.๔/๒)
ศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์น่ารู้
คำ�ศัพท์ ค�ำ อ่�น ค�ำ แปล
property พรอพ´ เพอที สมบตั ิ
hardness ความแขง็
elasticity ฮารด์ ´ นิส ความยดื หย่นุ
conductivity อแิ ลสทิส´ ซทิ ี การนำาไฟฟ้า
คอนดคั ทิฟ´ วิที
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุท่ีมีความแข็งจะทนต่อ
แรงขูดขีด วัสดุท่ีมีสภาพยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเม่ือมีแรงมากระทำ�และกลับ
สภาพเดิมได้ วัสดุที่นำ�ความร้อนจะร้อนได้เร็วเม่ือได้รับความร้อน และวัสดุท่ีนำ�ไฟฟ้าได้
จะใหก้ ระแสไฟฟา้ ผา่ นได้ ดงั นน้ั จงึ อาจน�ำ สมบตั ติ า่ ง ๆ มาพจิ ารณาเพอื่ ใชใ้ นกระบวนการ
ออกแบบชิ้นงานเพื่อใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำ�วัน
สุดยอดคู่มือครู 68
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
นำาความรอ้ น ยดื หยนุ่ สมรรถนะส�ำ คญั ของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมบตั ทิ างกายภาพของวัสดุ ใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ช้วี ัดท่ี ๔.๑ ตง้ั ใจ เพียรพยายามใน
การเรียนและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้
ตัวช้ีวดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ าก
แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทงั้ ภายในและ
ภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลือกใช้สื่อ
อยา่ งเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์
สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ สามารถน�ำ ไปใช้
ในชีวติ ประจ�ำ วันได้
อย่อู ย่างพอเพียง
ตัวชว้ี ัดท่ี ๕.๑ ด�ำ เนนิ ชวี ติ อยา่ งพอประมาณ
มีเหตุผล รอบคอบ มีคณุ ธรรม
แข็ง นำาไฟฟา้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพิ่มสมรรถนะสำ�คัญของผู้เรียน ด้านความสามารถ
ในการคิด และด้านความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี โดยกระตุ้นนักเรียนให้รู้จักการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจาก
บทเรียน อันเป็นคุณลักษณะสำ�คัญในการพัฒนานักเรียนให้มีลักษณะเป็น
นกั วิทยาศาสตร์ทร่ี ู้จักสงสยั ใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น และแสวงหาค�ำ ตอบด้วยตนเอง
69 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวชว้ี ดั สมบตั ขิ องวัสดุรอบตวั เรา
ว ๒.๑ ป.๔/๑ ๑. สมบตั ทิ างกายภาพของวัสดุ
ว ๒.๑ ป.๔/๒ สิ่งของรอบตัวเราทำาจากวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ ผ้า แก้ว พลาสติก ยาง
ภาระงาน/ช้นิ งาน ไม้ อิฐ หิน กระดาษ โลหะ ซึ่งวัสดุเหล่านี้มีสมบัติทางกายภาพบางอย่าง
เหมือนกัน บางอย่างแตกต่างกัน วัสดุประเภทแก้วและไม้ต่างก็มี
รายงาน ผลการทดลองเลอื กวสั ดุในบา้ น ความแข็งเหมือนกัน แต่แก้วแตกง่ายกว่าไม้
ที่สนใจมาศึกษา สมบัติของความแข็ง
ของวสั ดุชนิดนนั้St
ep 1 ข้ันสังเกต
รวบรวมขอ้ มูล
๑. นักเรียนสังเกตก้อนหิน ไม้ แท่งเหล็ก ภาพที่ ๔.๑ แก้วเป็นวัสดุที่มีความแข็ง แต่แตกง่าย
แทง่ แกว้ แลว้ รว่ มกนั ตอบค�ำ ถามส�ำ คญั
เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม วัสดุต่างชนิดกันมีความแข็ง
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังน้ี แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
๑.๑ วัสดุต่างชนิดกันมีความแข็ง คำาถามสำาคัญ
แตกต่างกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
กิจกรรมท่ี ๔.๑ ความแขง็ ของวัสดุ
(วัสดแุ ตล่ ะชนดิ มคี วามแข็งแตกตา่ งกนั )
แนวข้อสอบ O-NET วสั ดุอุปกรณ์ ๑ ชิ้น
๑. สิ่งของต่าง ๆ ที่ทำาจากวัสดุ ได้แก่ ๑ ตัว
ตาราง ผลการทดสอบความแข็งของวสั ดุ พลาสติก แก้ว หิน ไม้ เหล็ก อย่างละ
บางชนิด ๒. ตะปู
การทดสอบ ผลการทดสอบความแขง็ 70
วสั ดุ E ขูดกับวัสดุ F วสั ดุ E เกิดรอย
วสั ดุ F ขูดกบั วัสดุ G วสั ดุ G เกิดรอย เฉลย ๑ เหตุผล
วัสดุ E ขูดกบั วัสดุ G วัสดุ E เกดิ รอย • วัสดุ E ขูดกับวัสดุ F แล้ววัสดุ E เกิดรอย
แสดงวา่ E มคี วามแข็งน้อยกว่า F
จากตารางวัสดุในขอ้ ใดมีความแข็งมากท่สี ุด • วัสดุ F ขูดกับวัสดุ G แล้ววัสดุ G เกิดรอย
และนอ้ ยที่สุด แสดงวา่ G มคี วามแข็งน้อยกว่า F
• วัสดุ E ขูดกับวัสดุ G แล้ววัสดุ E เกิดรอย
ความแข็งมากท่ีสุด ความแขง็ น้อยท่สี ดุ แสดงวา่ E มคี วามแข็งน้อยกว่า G
๑ F E ดังน้ัน เรียงลำ�ดับความแข็งของวัสดุ E F
๒ G E และ G ดงั นี้ E < G < F
๓ E G
๔ E F
สุดยอดคู่มือครู 70
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
St Step 1asean
ข้นั สังเกต
รวบรวมข้อมลู
ภาพที่ ๔.๒ ตัวอย่างสิ่งของที่ทำาจากวัสดุต่าง ๆ ที่มีความแข็ง ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
วิธีทำา และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๔.๑ เร่ือง
ความแข็งของวสั ดุ
๑. นักเรียนแบง่ กลุ่ม แต่ละกลุม่ ร่วมกนั สงั เกตวัสดุทีใ่ ชท้ าำ สิง่ ของแต่ละชนิด
แล้วบันทึกผล ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม เพื่อบ่งช้ี
๒. ใช้ตะปูขูดบนสิ่งของต่าง ๆ โดยพยายามควบคุมแรงที่ใช้ให้เท่ากัน ความแข็งของวัสดุ และเปรียบเทียบ
(โดยใช้คนเดียวกันทำาการทดลอง) ความแขง็ ของวสั ดจุ ากรอยขดู ของตะปู
ทเ่ี กดิ ข้ึน และบนั ทึกผล
๓. สังเกตการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวสิ่งของที่นำามาทดลอง แล้วบันทึกผล
๔. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอผล
ตัวอย่�งต�ร�งบนั ทึกผลก�รทดลอง การทำ�กิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
ต�ร�งท่ี ๔.๑ ผลการสังเกตวสั ดทุ ใี่ ช้ทำาส่ิงของ และการเปลย่ี นแปลงท่ีพบ
ep 2 ขนั้ คิดวเิ คราะห์
บนพน้ื ผวิ ของส่งิ ของบางชนดิ จากการขูดดว้ ยตะปู
และสรุปความรู้
สิง่ ของท่นี ำ�ม� วสั ดุท่ใี ชท้ �ำ ก�รเปลยี่ นแปลงที่พบบนพ้นื ผิว
๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
ภาพที่ ๔.๓ การทดลอง แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ
ความแข็งของวัสดุ ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ท�ำ กิจกรรม
๖. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
และสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เกยี่ วกับความแข็งของวสั ดุ
71
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
บนั ทึกผลการทำ� กิจกรรม สรุปผลการท�ำกิจกรรม
ตาราง ผลการสงั เกตวสั ดทุ ใี่ ชท้ �ำ สงิ่ ของ และการเปลยี่ นแปลงทพี่ บ วสั ดุแตล่ ะชนิดมคี วามแข็งแตกตา่ งกนั
บนพนื้ ผิวของส่งิ ของบางชนดิ จากการขูดด้วยตะปู วัสดุที่ไม่พบรอยขูดบนพ้ืนผิว ได้แก่ แก้วและเหล็ก
แสดงวา่ วสั ดนุ นั้ มีความแข็งเทา่ กับตะปู
สิง่ ของทีน่ �ำมา วสั ดทุ ใ่ี ชท้ �ำ การเปลย่ี นแปลงทพ่ี บบนพ้ืนผิว ส่วนวัสดุท่ีพบรอยขูดบนพ้ืนผิว ได้แก่ พลาสติก หิน
พลาสตกิ พลาสติก พบรอยขดู และไม้ และแสดงวา่ วสั ดนุ ั้นมคี วามแข็งนอ้ ยกว่าตะปู
แก้ว ไม่พบรอยขูด
หิน แก้ว พบรอยขดู 71 สุดยอดคู่มือครู
ไม้ หนิ พบรอยขูด
เหลก็ ไม้ ไม่พบรอยขดู
โลหะ
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขัน้ ปฏบิ ัติ
St St St และสรุปความรู้
หลงั การปฏิบตั ิ ? วสั ดุชนดิ ใดบ้างท่ีพบรอยขูดบนพนื้ ผวิ วัสดนุ น้ั
๗. นกั เรยี นแตล่ ะคนไปเลอื กวสั ดใุ นบา้ น ? วสั ดุชนดิ ใดบ้างทีไ่ ม่พบรอยขดู บนพื้นผวิ วสั ดนุ ัน้
ที่สนใจและลองทำ�การทดลองเหมือน ? สรปุ ผลการทดลองไดว้ ่าอย่างไร
กบั กจิ กรรมดงั กลา่ ว บนั ทกึ ผล พรอ้ ม
กบั เขยี นรายงานพอสังเขป จดั ทำ�เป็น
ชน้ิ งาน วัสดุแต่ละชนิดมีความแข็งแตกต่างกัน วัสดุชนิดใดที่ทนต่อแรงขูดขีด
๘. นักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เข้าใจ เราเรียกวัสดุนั้นว่าเป็นวัสดุที่มีความแข็ง โดยวัสดุที่มีความแข็งมากกว่า
จะขูดวัสดุที่มีความแข็งน้อยกว่าให้เป็นรอยได้ เช่น เมื่อนำาตะปูขูด
เปน็ ความร้รู ่วมกัน ดงั นี้
• วั ส ดุ แ ต่ ล ะ ช นิ ด มี ค ว า ม แ ข็ ง บนแผ่นพลาสติก พบว่ามีรอยขูดบนแผ่นพลาสติก แสดงว่าตะปูมีความแข็ง
แตกต่างกัน วัสดุท่ีมีความแข็งจะทน มากกว่าแผ่นพลาสติก หรือเมื่อนำาตะปูขูดบนไม้บรรทัดเหล็ก พบว่าไม่มีรอยขูด
บนไมบ้ รรทดั เหลก็ แสดงวา่ ตะปกู บั ไมบ้ รรทดั เหลก็ มคี วามแขง็ ไมแ่ ตกตา่ งกนั
ตอ่ แรงขดู ขีด
ep 4
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ เด็กควรรู้
๙. นกั เรยี นน�ำ เสนอความรปู้ ากเปลา่ กนั เอง มนษุ ยน์ าำ เพชรมาใชเ้ ปน็ เครอื่ งประดบั ตกแตง่ เนอ่ื งจากเพชรเปน็ อญั มณี
เป็นคู่เก่ยี วกบั ความแข็งของวัสดุ ที่เจียระไนแล้วมีความสวยงาม แวววาว แต่สมบัติทางกายภาพท่ีสำาคัญ
อีกด้านหนึ่งของเพชรก็คือ เพชรเป็นวัสดุที่มีความแข็งท่ีสุด ดังน้ัน จึงมีการ
๑๐. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั นำาสมบัติด้านความแข็งไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม เช่น ทำาหัวขุดเจาะ
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ สาำ หรบั เครื่องเจาะเพอื่ สาำ รวจแหลง่ แร่และนา้ำ มนั
และวิธกี ารทำ�งานทีม่ ีแบบแผน
5ep ขัน้ ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ คา่
บริการสังคม
และจิตสาธารณะ
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
จัดแสดงท่ีป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน 72
เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน แนวค�ำตอบ
ชน้ั อ่นื ๆ
๑๒. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษา ๑. ตอบ พลาสตกิ หนิ และไม้
พร้อมสะทอ้ นความคิดรว่ มกัน ๒. ตอบ แกว้ และเหลก็
๓. ตอบ วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มคี วามแขง็ แตกตา่ งกนั
วสั ดทุ ไ่ี มพ่ บรอยขดู บนพน้ื ผวิ ไดแ้ ก่แกว้ และเหลก็
แสดงวา่ วสั ดนุ น้ั มคี วามแขง็ เทา่ กบั ตะปู
สว่ นวสั ดทุ พ่ี บรอยขดู บนพน้ื ผวิ ไดแ้ ก่พลาสตกิ หนิ และไม้
แสดงวา่ วสั ดนุ น้ั มคี วามแขง็ นอ้ ยกวา่ ตะปู
สุดยอดคู่มือครู 72
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
นอกจากวัสดุจะมีสมบัติด้านความแข็งแล้ว วัสดุบางชนิดยังมีสมบัติ ตัวชีว้ ัด
ด้านสภาพยืดหยุ่น เช่น เด็ก ๆ กระโดดบนแทรมโพลีน ซึ่งเป็นเครื่องเล่น
ที่ทำาจากยาง ว ๒.๑ ป.๔/๑
ว ๒.๑ ป.๔/๒
St
ภาระงาน/ช้ินงาน
รายงาน ผลการทดลองเลือกวัสดุในบ้าน
ทส่ี นใจมาศกึ ษาสมบตั ขิ องสภาพยดื หยนุ่
ของวสั ดชุ นิดนั้น
ep 1 ขนั้ สงั เกต
รวบรวมข้อมูล
ภาพที่ ๔.๔ เด็กเล่นเครื่องเล่นแทรมโพลีน ๑. นั ก เ รี ย น ใ ช้ น้ิ ว มื อ ก ด ล ง บ น วั ส ดุ ช นิ ด
ต่าง ๆ เช่น ฟองน้ํา ดินนํ้ามัน แท่งไม้
แล้วยกนิ้วมอื ทีก่ ดขนึ้ นักเรยี นรว่ มกนั
สังเกตผลที่เกิดขึ้น แล้วร่วมกัน
ตอบค�ำ ถามส�ำ คญั เพอ่ื เกดิ กระบวนการ
เรยี นรตู้ ามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดังน้ี
๑.๑ วัสดุต่างชนิดกันมีสมบัติด้าน
สภาพยืดหยุ่นแตกต่างกันหรือไม่
อยา่ งไร
(วัสดุที่มีสมบัติสภาพยืดหยุ่น มีลักษณะ
ดังนี้ เมื่อถูกดึง บีบ หรือกระแทกแล้ว
สามารถคืนสู่สภาพเดิม หรือใกล้เคียง
สภาพเดิมได้)
73
วัสดทุ ่ีมสี ภาพยดื หย่นุ
73 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 แนวข้อสอบ O-NET
St St ep 1 ขนั้ สังเกต วสั ดตุ า่ งชนดิ กนั มสี มบตั ดิ า้ นสภาพยดื หยุน่ คำาถามสำาคัญ
แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
รวบรวมขอ้ มลู
กิจกรรมท่ี ๔.๒ สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ
๒. นกั เรียนแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา ตอนที่ ๑ ทดสอบสภ�พยืดหยุ่นของวัสดุ
และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๔.๒ เร่ือง
สภาพยดื หยุ่นของวัสดุ (ตอนที่ ๑) วสั ดอุ ุปกรณ์
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย ๑. ฟองนำ้า ๑ ก้อน
กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม (ตอนท่ี ๑) ๒. ดินนำ้ามัน ๑ ก้อน
เพอื่ บง่ ชก้ี ารทดสอบสภาพยดื หยนุ่ ของ ๓. แผ่นเหล็ก ๑ แผ่น
วัสดุ และบันทกึ ผล ๔. ยางลบ ๑ ก้อน
๔. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ วิธที าำ
ผลการทำ�กิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตลักษณะภายนอก
ep 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์ ของวัสดุต่าง ๆ ก่อนการทดลอง แล้วบันทึกผล
๒. ใช้ปลายนิ้วมือกดลงบนวัสดุต่าง ๆ
และสรปุ ความรู้ แลว้ ปลอ่ ย พรอ้ มสงั เกตการเปลยี่ นแปลง
ของวัสดุในขณะกดและปล่อยนิ้วมือ
๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย จากวัสดุ แล้วบันทึกผล ภาพที่ ๔.๕ ออกแรง
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ กดฟองนำ้า
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลงั ทำ�กิจกรรม ตวั อย่�งต�ร�งบนั ทกึ ผลก�รทดลอง
ต�ร�งท่ี ๔.๒ ผลการสงั เกตสภาพยดื หยุ่นของวสั ดบุ างชนิด
๖. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
(ตอนที่ ๑) และร่วมกันสรุปส่ิงท่ีเข้าใจ วสั ดุ ผลก�รสงั เกตสภ�พยดื หยนุ่
เป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับทดสอบ ๑. ฟองน้ำา
สภาพยดื หย่นุ ของวสั ดุ ๒. ดินนำ้ามนั
๓. แผน่ เหล็ก
๔. ยางลบ
74
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง สรุปผลการทำ� กิจกรรม
บันทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม วสั ดแุ ตล่ ะชนิดมสี ภาพยดื หยุ่นแตกตา่ งกัน
วัสดทุ ี่มสี ภาพยดื หยุน่ ได้แก่ ฟองนํ้า และยางลบ
ตอนที่ ๑ ทดสอบสภาพยดื หยนุ่ ของวสั ดุ สว่ นวัสดทุ ่ไี มม่ สี ภาพยดื หยุน่ ได้แก่ ดนิ นาํ้ มัน
ตาราง ผลการสงั เกตสภาพยดื หยุ่นของวสั ดุบางชนิด และแผน่ เหล็ก
วัสดุ ผลการสังเกตสภาพยืดหยนุ่
๑. ฟองน้ํา มรี อยบมุ๋ ขณะกด แต่เม่ือปล่อยนิ้วมอื รอยบมุ๋ หายไป
๒. ดินนํา้ มัน มรี อยบุ๋มเกิดข้ึนท้ังขณะกดและปลอ่ ยนวิ้ มือ
๓. แผน่ เหลก็ ไมม่ รี อยบุ๋มเกิดขึ้นท้ังขณะกดและปลอ่ ยนวิ้ มอื
๔. ยางลบ มรี อยบมุ๋ เลก็ น้อยขณะกด แต่เมือ่ ปล่อยน้วิ มอื รอยบ๋มุ หายไป
สุดยอดคู่มือครู 74
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพla่ิมtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
Step 1asean
? ลกั ษณะภายนอกของวัสดทุ ่ีนำามาทดลองกอ่ นการทดลองเป็นอยา่ งไร ข้นั สังเกต
? วสั ดชุ นดิ ใดท่นี ิ้วมือกดแลว้ ไม่เกดิ การเปล่ียนแปลง รวบรวมข้อมูล
? วัสดุชนิดใดเมอ่ื กดแลว้ เกิดรอยบุม๋ และรูปร่างไมก่ ลบั คืน
๗. นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร่ ว ม กั น ศึ ก ษ า
สสู่ ภาพเดิม และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๔.๒ เรื่อง
? วสั ดชุ นดิ ใดเม่อื กดแล้วเกิดรอยบมุ๋ แต่รูปรา่ งกลับคนื สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ (ตอนที่ ๒)
ส่สู ภาพเดมิ ๘. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
? สรุปผลการทดลองไดว้ ่าอย่างไร กอ่ นท�ำ กจิ กรรม ท�ำ กจิ กรรม (ตอนท่ี ๒)
เพอื่ บง่ ชกี้ ารเปลย่ี นแปลงสภาพยดื หยนุ่
ตอนที่ ๒ ก�รเปลี่ยนแปลงสภ�พยืดหยุ่นของวัสดุ ของวัสดุ และบันทกึ ผล
๙. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
วสั ดุอปุ กรณ์ ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น
๑. ยางรัด ๑ เส้น
๒. ไม้บรรทัด ๑ อัน
๓. คานไม้ ๑ อัน
๔. ตะขอหรือที่แขวน ๑ อัน
๕. ถุงพลาสติก ๑ ใบ
๖. นมกล่อง ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๓ กล่อง
วธิ ที าำ
๑. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ ใชไ้ มบ้ รรทดั
วดั ความยาวเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของยางรดั
แล้วบันทึกความยาวก่อนการทดลอง
จากนั้นผูกยางรัดเข้ากับคานไม้ และ ภาพที่ ๔.๖ ผูกยางรัด
นำาตะขอแขวนกับยางรัด เข้ากับคาน
75
แนวคำ� ตอบ
๑. ตอบ รปู รา่ งตามทม่ี องเหน็ สว่ นพน้ื ผวิ มลี กั ษณะเรยี บไมม่ รี อยบมุ๋
๒. ตอบ แผน่ เหลก็
๓. ตอบ ดนิ นา้ํ มนั
๔. ตอบ ฟองนา้ํ ยางลบ
๕. ตอบ วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มสี ภาพยดื หยนุ่ แตกตา่ งกนั
วสั ดทุ ม่ี สี ภาพยดื หยนุ่ ไดแ้ ก่ฟองนา้ํ และยางลบ
สว่ นวสั ดทุ ไ่ี มม่ สี ภาพยดื หยนุ่ ไดแ้ ก ่ ดนิ นา้ํ มนั และแผน่ เหลก็
75 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 2 ขั้นคิดวิเคราะห์St
และสรปุ ความรู้ ๒. ใส่นมกล่องลงในถุงพลาสติก จำานวน ๓ กล่อง แล้วนำาไปแขวน
ที่ตะขอเป็นเวลา ๕ นาที จากนั้นนำานมกล่องออกและวัดความยาว
๑๐. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย เส้นผ่านศูนย์กลางของยางรัด แล้วบันทึกผล
และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม ๓. ทำาซำ้าเหมือนกับข้อ ๒ แต่แขวนทิ้งไว้เป็นเวลา ๒๐ นาที จากนั้น
หลงั ท�ำ กิจกรรม นาำ ถงุ พลาสตกิ ใสน่ มกลอ่ งออก แลว้ วดั ความยาวเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง
ของยางรัด และบันทึกผล
๑๑. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
(ตอนท่ี ๒) และร่วมกันสรุปสิ่งท่ี คานไม้
เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเก่ียวกับ ยางรัด
ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ยื ด ห ยุ่ น ตะขอ
ของวสั ดุ
ถุงพลาสติก
นมกล่อง
ภาพที่ ๔.๗ การทดลองสภาพยืดหยุ่นของวัสดุ
ตวั อย�่ งต�ร�งบันทกึ ผลก�รทดลอง
ต�ร�งที่ ๔.๓ ความยาวของเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของยางรดั กอ่ นและหลงั แขวนถงุ พลาสตกิ ใสน่ มกลอ่ ง
คว�มย�วของเส้นผ�่ นศนู ยก์ ล�ง คว�มย�วของเสน้ ผ่�นศนู ย์กล�งของย�งรดั
ของย�งรดั ก่อนแขวนถงุ พล�สติก ภ�ยหลงั แขวนถงุ พล�สตกิ ใสน่ มกลอ่ ง (cm) ในเวล�ต�่ งกนั
ใสน่ มกล่อง (cm) ๕ น�ที ๒๐ น�ที
76
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง
บนั ทกึ ผลการทำ� กิจกรรม สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
ตอนท่ี ๒ การเปล่ียนแปลงสภาพยดื หยุ่นของวสั ดุ วสั ดทุ ม่ี สี ภาพยดื หยนุ่ สามารถหมดสภาพยดื หยนุ่ ได้
ตาราง ความยาวของเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางของยางรัด หากมแี รงมากระทำ�เป็นระยะเวลานาน ๆ
ก่อนและหลงั แขวนถงุ พลาสติกใสน่ มกล่อง
ความยาวของเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง ความยาวของเส้นผา่ นศูนย์กลางของยางรัด
ของยางรดั กอ่ นแขวนถุงพลาสตกิ ภายหลังแขวนถงุ พลาสติกใส่นมกลอ่ ง (cm) ในเวลาตา่ งกนั
ใส่นมกล่อง (cm) ๕ นาที ๒๐ นาที
ความยาวตามทีว่ ัดได้จรงิ เชน่ ๓ เซนติเมตร ความยาวตามทว่ี ัดได้จรงิ เชน่ ๓ เซนตเิ มตร ความยาวตามท่วี ดั ได้จริง เช่น ๓.๕ เซนติเมตร
สุดยอดคู่มือครู 76
A ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
ep 3asean
St St St ขั้นปฏบิ ัติ
และสรุปความรู้
หลังการปฏบิ ัติ
? ยางรดั มคี วามยาวของเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางเทา่ ใด กอ่ นการทดลอง
? ยางรัดมีความยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าใด ภายหลังจากแขวน ๑๒. นกั เรยี นแตล่ ะคนไปเลอื กวสั ดใุ นบา้ น
ท่ี ส น ใ จ แ ล ะ ล อ ง ทำ � ก า ร ท ด ล อ ง
ถงุ พลาสติกใสน่ มกลอ่ งเปน็ ระยะเวลา ๕ นาที เหมอื นกบั กจิ กรรมดงั กลา่ ว บนั ทกึ ผล
? ยางรดั มีความยาวของเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางเท่าใด พร้อมกับเขียนรายงานพอสังเขป
จัดท�ำ เปน็ ช้ินงาน
ภายหลังจากแขวนถุงพลาสติกใสน่ มกลอ่ ง
เปน็ ระยะเวลา ๒๐ นาที ๑๓. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส รุ ป สิ่ ง ที่ เ ข้ า ใ จ
? สรปุ ผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
วัสดุแต่ละชนิดมีสภาพยืดหยุ่นแตกต่างกัน วัสดุชนิดใดที่มี เปน็ ความรรู้ ่วมกัน ดังน้ี
การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำา และสามารถกลับคืนสู่รูปร่างเดิมได้ • วัสดุแต่ละชนิดมีสภาพยืดหยุ่น
เมื่อหยุดออกแรงกระทำา เราเรียกว่า วัสดุนั้นมีสภ�พยืดหยุ่น
แตกต่างกัน วัสดุท่ีมีสภาพยืดหยุ่น
แต่ถ้าวัสดุชนิดใดที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำา จะเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เม่ือมีแรง
แต่ไม่สามารถกลับคืนสู่รูปร่างเดิมได้ เมื่อหยุดออกแรงกระทำา เราเรียกว่า มากระทำ� และกลับสภาพเดิมได้
วัสดุนั้นไม่มีสภ�พยืดหยุ่น
ep 4
วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจะหมดสภาพความยืดหยุ่นได้ หากออกแรง
กระทำามากเกินไป ออกแรงกระทำาบ่อย ๆ หรือออกแรงกระทำาเป็นระยะเวลา ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอ
นาน ๆ
๑๔. นกั เรยี นน�ำ เสนอความรปู้ ากเปลา่ กนั เอง
เปน็ คู่เกีย่ วกับสภาพยืดหยุ่นของวัสดุ
๑๕. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ
ภาพที่ ๔.๘ สายรัดของทำาจากยาง และวธิ กี ารท�ำ งานที่มแี บบแผน
ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่น
5ep ข้นั ประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคณุ คา่
บริการสงั คม
และจติ สาธารณะ
77 ๑๖. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่
จัดแสดงท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ันเรียน
แนวค�ำตอบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน
ช้นั อ่นื ๆ
๑. ตอบ ความยาวตามทว่ี ดั ไดจ้ รงิ เชน่ ๓ เซนตเิ มตร
๒. ตอบ ความยาวตามทว่ี ดั ไดจ้ รงิ เชน่ ๓ เซนตเิ มตร ๑๗. นั ก เ รี ย น นำ � เ ส น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า
๓. ตอบ ความยาวตามทว่ี ดั ไดจ้ รงิ เชน่ ๓.๕ เซนตเิ มตร พรอ้ มสะท้อนความคดิ รว่ มกนั
๔. ตอบ วสั ดทุ ม่ี สี ภาพยดื หยนุ่ สามารถหมดสภาพยดื หยนุ่ ได้
หากมแี รงมากระท�ำ เปน็ ระยะเวลานานๆ
77 สุดยอดคู่มือครู
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
แนวข้อสอบ O-NET
ตัวชว้ี ัด นอกจากวัสดุจะมีสมบัติด้านความแข็งและสภาพยืดหยุ่นแล้ว
วัสดุบางชนิดยังมีสมบัติด้านการนำาความร้อน เช่น ของใช้บางชนิดในครัว
ว ๒.๑ ป.๔/๑ ที่ต้องใช้ความร้อนในการทำาให้อาหารสุกก็ต้องทำาจากวัสดุที่นำาความร้อนได้
ว ๒.๑ ป.๔/๒
St
ภาระงาน/ชิน้ งาน
สมดุ ภาพ ตวั นำ�ความรอ้ น
กบั ฉนวนความรอ้ น
ep 1 ข้ันสงั เกต
รวบรวมข้อมูล
๑. นักเรียนลองใช้มือแตะแก้วนํ้าที่ใส่ ภาพที่ ๔.๙ กระทะทำาจากวัสดุที่นำาความร้อนได้
น้ําร้อน และแก้วพลาสติกท่ีใส่นํ้าร้อน
แ ล้ ว ร่ ว ม กั น ต อ บ คำ � ถ า ม ก ร ะ ตุ้ น วัสดุชนิดใดสามารถนำาความร้อนได้
ความคดิ ดังน้ี
คำาถามสำาคัญ
๑.๑ เราจะเห็นว่ามีวัสดุหลายอย่าง
ทน่ี �ำ มาท�ำ ของใชเ้ กย่ี วขอ้ งกบั ความรอ้ น กจิ กรรมที่ ๔.๓ ชนดิ ของวัสดทุ ่ีนำาความร้อนได้
วสั ดบุ างอยา่ งรอ้ นงา่ ย บางอยา่ งรอ้ นยาก
วัสดุแต่ละชนิดส่งผ่านความร้อนได้ วัสดอุ ุปกรณ์ ๑ ข้าง
เทา่ กนั หรอื ไม่ ๑. ตะเกียบโลหะ ๑ ข้าง
๒. ตะเกียบไม้ ๑ ข้าง
(ไม่เท่ากัน ข้ึนกับชนิดของวสั ดุ ๓. ตะเกียบพลาสติก ๑ แท่ง
วสั ดุบางชนิดนำ�ความร้อนไดเ้ รว็ ๔. แท่งแก้วคนสาร ๑ ก้อน
วสั ดบุ างชนิดน�ำ ความร้อนได้ชา้ ๕. ดินนำ้ามัน ๑ ใบ
วัสดบุ างชนดิ ไมน่ ำ�ความร้อน) ๖. บีกเกอร์ ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
๒. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างส่ิงของ ๗. น้ำาร้อนที่อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ท่ีนำ�ความร้อน ผู้แทนนักเรียนบันทึก 78
คำ�ตอบในแบบแผนภาพความคิด
บนกระดาน
(ตวั อยา่ งแผนภาพความคดิ )
ชามกระเบื้อง
ช้อนโลหะ สงิ่ ของทนี่ ำ� หม้อ
ความรอ้ น
กระทะ
แผนภาพความคิด สิ่งของทน่ี �ำ ความรอ้ น
สุดยอดคู่มือครู 78
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขin้ันgสื่อthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ขั้นSปeรlะfเม-Rินeเพg่ือuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวช้ีวัด รอบรู้อาเซียนและโลก
วิธีทำา St Step 1asean
ข้ันสงั เกต
รวบรวมขอ้ มูล
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มปั้นดินนำ้ามันขนาดเท่ากันจำานวน ๓. นักเรียนร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ
๔ ก้อน ติดกับปลายตะเกียบโลหะ ตะเกียบไม้ ตะเกียบพลาสติก เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม
และแท่งแก้วคนสาร โดยให้อยู่ในระดับความสูงเดียวกัน กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดงั น้ี
๒. ใส่น้ำาร้อนปริมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ ๓.๑ วสั ดชุ นดิ ใดสามารถน�ำ ความรอ้ นได้
นำาวัสดุทั้ง ๔ ชนิด ใส่ลงในบีกเกอร์พร้อม ๆ กัน แล้วสังเกต
ลำาดับที่ดินน้ำามันหลุดร่วงลงมา พร้อมบันทึกผล (ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ โลหะ)
ข้อควรระวัง ๔. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ ๔ คน คละ
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา
นักเรียนระมดั ระวงั ขณะเทนำ้าร้อนลงในบีกเกอร์ และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมท่ี ๔.๓ เร่ือง
ชนดิ ของวสั ดุท่ีนำ�ความรอ้ นได้
ตวั อย่�งต�ร�งบันทึกผลก�รทดลอง
ต�ร�งท่ี ๔.๔ ลาำ ดบั ที่ดนิ นำ้ามันหลดุ ร่วงลงมาของวัตถแุ ต่ละชนิด ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม เพื่อบ่งชี้
วัตถุ ชนดิ ของวัสดุ ล�ำ ดบั ท่ีดนิ น้�ำ มันหลดุ ร่วงลงม� การน�ำ ความรอ้ นของวสั ดุและบนั ทกึ ผล
๑. ตะเกยี บโลหะ
๒. ตะเกยี บไม้ ๖. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอ
๓. ตะเกียบพลาสตกิ ผลการท�ำ กิจกรรมหน้าชนั้ เรียน
๔. แทง่ แก้วคนสาร
ep 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์
และสรปุ ความรู้
ภาพที่ ๔.๑๐ การทดลอง ๗. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
การนำาความร้อน
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ ก่ี ย ว กั บ
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม
หลังท�ำ กิจกรรม
๘. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม
79 และสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน
เก่ียวกับการน�ำ ความรอ้ นของวสั ดุ
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
บันทึกผลการท�ำกจิ กรรม สรุปผลการท�ำกิจกรรม
ตาราง ลำ�ดบั ทดี่ ินนา้ํ มันหลุดรว่ งลงมาของวตั ถแุ ตล่ ะชนดิ วัสดแุ ต่ละชนิดสามารถนำ�ความรอ้ นได้
แตกตา่ งกนั
วัตถุ ชนดิ ของวสั ดุ ล�ำดับท่ีดนิ น�้ำมันหลดุ รว่ งลงมา วัสดุท่นี �ำ ความรอ้ นได้ คอื โลหะ
๑. ตะเกยี บโลหะ โลหะ ดนิ นํา้ มันหลุดรว่ งมาเป็นล�ำ ดบั แรก สว่ นวัสดุทไี่ มส่ ามารถน�ำ ความรอ้ นได้ คอื
๒. ตะเกียบไม้ ไม้ ไม้ พลาสติก แกว้
๓. ตะเกยี บพลาสติก ดินนํ้ามนั ไมห่ ลดุ รว่ ง
๔. แท่งแก้วคนสาร พลาสตกิ ดินนํ้ามนั ไม่หลดุ ร่วง 79 สุดยอดคู่มือครู
แกว้ ดนิ นํ้ามนั ไมห่ ลุดร่วง
GPAS 5 Steps ข้ันสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 3 ขัน้ ปฏบิ ัติ
St St St และสรปุ ความรู้
หลงั การปฏิบตั ิ ? ตะเกียบโลหะ ตะเกียบไม้ ตะเกียบพลาสติก และแท่งแก้วคนสาร
๙. นักเรียนแต่ละคนสำ�รวจ และสังเกต ทาำ จากวัสดุชนดิ ใดบ้าง
วสั ดใุ นบา้ นทสี่ ามารถน�ำ ความรอ้ น และ ? ดินนาำ้ มันมีการเปล่ยี นแปลงอย่างไร
ทเ่ี ปน็ ฉนวนความรอ้ น อยา่ งละ ๒ ชนดิ เพราะเหตุใดจงึ เปน็ เชน่ นน้ั
(วาดภาพหรอื ถา่ ยภาพประกอบ) จ�ำ แนก ? ดินน้าำ มันร่วงเร็วท่สี ุดบนวสั ดุชนิดใด
ประเภทเป็นตัวนำ�ความร้อนและ
ฉนวนความร้อน แลว้ นำ�มาจัดทำ�เป็น และรว่ งช้าทส่ี ุดบนวัสดุชนดิ ใด
สมุดภาพของช้ันเรียน จัดทำ�เป็น
? สรปุ ผลการทดลองไดว้ า่ อย่างไร
ชน้ิ งาน วัสดุแต่ละชนิดเมื่อได้รับความร้อนแล้วจะยอมให้ความร้อน
๑๐. นั ก เ รี ย น ร่ ว ม กั น ส รุ ป สิ่ ง ที่ เ ข้ า ใ จ ผ่านได้ไม่เท่ากัน วัสดุที่ยอมให้ความร้อนผ่านได้ดี เราเรียกวัสดุนั้นว่า
ตัวนำ�คว�มร้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัสดุประเภทโลหะ เช่น เงิน ทองแดง
เป็นความรรู้ ว่ มกนั ดงั น้ี เหล็ก อะลูมิเนียม
• วัสดุที่นำ�ความร้อนจะร้อนได้เร็ว
สว่ นวสั ดทุ ีไ่ มย่ อมใหค้ วามรอ้ นผา่ นได้ เราเรยี กวสั ดนุ ัน้ วา่ ฉนวนคว�มรอ้ น
เมื่อได้รับความร้อน วัสดุแต่ละชนิด ซึ่งวัสดุที่เป็นฉนวนความร้อน เช่น แก้ว พลาสติก ผ้า กระดาษ กระเบื้อง ไม้
เ มื่ อ ไ ด้ รั บ ค ว า ม ร้ อ น จ ะ ย อ ม ใ ห้
ความร้อนผ่านได้ไม่เท่ากัน วัสดุ
ท่ียอมให้ความร้อนผ่านได้ดี เรียกว่า
ตัวน�ำ ความร้อน สว่ นวสั ดุทไี่ มย่ อมให้ กระทะทำาจากอะลูมิเนียม ด้ามจับกระทะทำาจากพลาสติก ซึ่งเป็นฉนวนความร้อน
ซึ่งนำาความร้อนได้ดี เพื่อไม่ให้นำาความร้อนมายังมือเรา
ความร้อนผ่านได้ เรียกว่า ฉนวน-
ความรอ้ น
ep 4
ขน้ั สอ่ื สารและนำ� เสนอ
๑๑. นกั เรยี นน�ำ เสนอความรปู้ ากเปลา่ กนั เอง ภาพที่ ๔.๑๑ กระทะ
เปน็ คเู่ กย่ี วกบั การน�ำ ความรอ้ นของวสั ดุ
๑๒. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั
วิธีการทำ�งานให้เห็นการคิดเชิงระบบ 80
และวธิ กี ารท�ำ งานทีม่ แี บบแผน แนวคำ� ตอบ
5ep ขนั้ ประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณค่า
บรกิ ารสงั คม
และจติ สาธารณะ ๑. ตอบ ตะเกยี บโลหะท�ำ จากโลหะ ตะเกยี บไมท้ �ำ จากไม ้ แทง่ แกว้ คนสารท�ำ จากแกว้
๒. ตอบ ดนิ นา้ํ มนั ทต่ี ดิ อยบู่ นตะเกยี บโลหะหลดุ รว่ งลงมา เพราะวสั ดปุ ระเภทโลหะ
๑๓. นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทดี่ เี ดน่ สามารถน�ำ ความรอ้ นได้
จดั แสดงผลงาน เพื่อเป็นแหล่งเรยี นรู้ ๓. ตอบ ดนิ นา้ํ มนั หลดุ รว่ งเรว็ ทส่ี ดุ บนวสั ดปุ ระเภทโลหะ คอื ตะเกยี บโลหะ
ใหน้ ักเรยี นชน้ั อ่ืน ๆ และไมห่ ลดุ รว่ งบนวสั ดปุ ระเภทไม ้ พลาสตกิ แกว้
๑๔. นักเรียนนำ�เสนอผลการศึกษาพร้อม ๔. ตอบ วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ สามารถน�ำ ความรอ้ นไดแ้ ตกตา่ งกนั
สะทอ้ นความคิดร่วมกนั วสั ดทุ น่ี �ำ ความรอ้ นได้คอื โลหะ
สุดยอดคู่มือครู 80 สว่ นวสั ดทุ ไ่ี มส่ ามารถน�ำ ความรอ้ นได ้ คอื ไม ้ พลาสตกิ แกว้
A ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Applyขinั้นgส่ือthสeารCแoลmะนm�ำuเnสiนcaอtion Skill ข้ันSปeรlะfเม-Rินeเพgื่อuเพlaิ่มtคinุณgค่า
pplying and Constructing the Knowledge
เสริมความรู้ ครูควรสอน ตัวชี้วัด รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
นอกจากวัสดุจะมีสมบัติด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น และ ตวั ชวี้ ดั
การนำาความร้อนแล้ว วัสดุบางชนิดยังมีสมบัติด้านการนำาไฟฟ้า ซึ่งของใช้
บางอย่างต้องทำาจากวัสดุที่นำาไฟฟ้าได้ ว ๒.๑ ป.๔/๑
ว ๒.๑ ป.๔/๒
St
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
สมุดภาพ ตัวนำ�ไฟฟา้ กบั ฉนวนไฟฟ้า
ep 1 ข้ันสงั เกต
รวบรวมข้อมลู
ภาพที่ ๔.๑๒ การชาร์จไฟฟ้าเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑. นกั เรยี นสงั เกตลวดเสยี บกระดาษยางรดั
เศษผ้า แล้วร่วมกันตอบคำ�ถามสำ�คัญ
วัสดุชนิดใดสามารถนำาไฟฟ้าได้บ้าง คำาถามสำาคัญ เ พ่ื อ เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังน้ี
กิจกรรมที่ ๔.๔ ชนดิ ของวัสดุทีน่ ำาไฟฟา้ ได้
๑.๑ วัสดุชนิดใดสามารถนำ�ไฟฟ้าได้
วัสดุอปุ กรณ์ (ตัวอย่างคำ�ตอบ ลวดเสียบกระดาษ
หรอื วสั ดุทีเ่ ปน็ โลหะ)
๑. เหรียญ ๑ บาท ๑ เหรียญ
๒. ลวดเสียบกระดาษ ๑ อัน สรปุ ผลการทำ� กิจกรรม
๓. กระดาษ ๑ แผ่น
๔. แท่งแก้วคนสาร ๑ แท่ง วสั ดุบางชนดิ สามารถนำ�ไฟฟา้ ได้
๕. ยางลบ ๑ ก้อน บางชนิดไมส่ ามารถนำ�ไฟฟา้ ได้
๖. ตะเกียบไม้ ๑ ข้าง
๗. ผ้าเช็ดหน้า ๑ ผืน 81 สุดยอดคู่มือครู
๘. ไม้บรรทัดเหล็ก ๑ อัน
๙. อปุ กรณว์ งจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย ประกอบดว้ ย หลอดไฟฟา้ ถา่ นไฟฉาย
กระบะถ่านไฟฉาย และสายไฟฟ้าที่มีคีมปากจระเข้ ๒ ด้าน
เฉลยกจิ กรรมการทดลอง 81
บันทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม
ตาราง ผลการเปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟา้ เมือ่ นำ�วัตถุแตล่ ะชนิดมาต่อในวงจรไฟฟา้
วตั ถุ ชนิดของวัสดุ ผลการเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟา้
๑. เหรียญ ๑ บาท
๒. ลวดเสยี บกระดาษ โลหะ หลอดไฟฟา้ สว่าง
๓. กระดาษ โลหะ หลอดไฟฟา้ สวา่ ง
๔. แท่งแกว้ คนสาร กระดาษ หลอดไฟฟ้าไมส่ ว่าง
๕. ยางลบ แก้ว หลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง
๖. ตะเกยี บไม้ ยาง หลอดไฟฟ้าไม่สวา่ ง
๗. ผ้าเช็ดหน้า ไม้ หลอดไฟฟา้ ไมส่ ว่าง
๘. ไม้บรรทัดเหล็ก ผ้า หลอดไฟฟา้ ไม่สวา่ ง
โลหะ หลอดไฟฟ้าสวา่ ง
GPAS 5 Steps ขั้นสังGเกตatรhวeบrรiวnมgข้อมูล ขั้นคิดวิPเคrรoาcะหe์แsลsะiสnรgุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 แนวข้อสอบ O-NET
ep 1 ขั้นสงั เกต
St St รวบรวมขอ้ มลู
วธิ ที ำา
๒. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ คน คละ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันต่ออุปกรณ์วงจรไฟฟ้า
ความสามารถ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษา โดยใชค้ มี ปากจระเข้ ๒ ดา้ น หนบี กนั หากทางเดนิ ไฟฟา้ ครบวงจร
และอ่านวิธีทำ�กิจกรรมที่ ๔.๔ เรื่อง หลอดไฟฟ้าจะสว่าง
ชนดิ ของวัสดทุ น่ี ำ�ไฟฟ้าได้ ๒. ทดลองการนาำ ไฟฟา้ โดยนาำ วตั ถทุ เี่ ตรยี มไวห้ นบี เขา้ กบั คมี ปากจระเข้
ทั้ง ๒ ข้าง แล้วสังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า และบันทึกผล
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
ก่อนทำ�กิจกรรม ทำ�กิจกรรม เพ่ือบ่งช้ี ถ่านไฟฉาย สายไฟฟ้า
การนำ�ไฟฟา้ ของวัสดุ และบนั ทึกผล
คีมปากจระเข้ วัตถุที่ต้องการทดสอบ
๔. ผู้ แ ท น นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม นำ � เ ส น อ
ผลการทำ�กิจกรรมหนา้ ชนั้ เรยี น หลอดไฟฟ้า ภาพที่ ๔.๑๔ การทดลอง
การนำาไฟฟ้าของวัตถุ
ep 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์ ภาพที่ ๔.๑๓ ทางเดินไฟฟ้าครบวงจร
และสรปุ ความรู้ ตวั อย่�งต�ร�งบันทกึ ผลก�รทดลอง
ต�ร�งที่ ๔.๕ ผลการเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟ้า เมอ่ื นาำ วัตถแุ ตล่ ะชนดิ มาต่อในวงจรไฟฟ้า
๕. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย
แ ล ะ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ วตั ถุ ชนิดของวสั ดุ ผลก�รเปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟ้�
ผลการทำ�กิจกรรม โดยตอบคำ�ถาม ๑. เหรยี ญ ๑ บาท
หลังทำ�กจิ กรรม ๒. ลวดเสียบกระดาษ
๓. กระดาษ
๖. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการท�ำ กจิ กรรม ๔. แทง่ แก้วคนสาร
และสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ๕. ยางลบ
เกย่ี วกับการน�ำ ไฟฟา้ ของวัสดุ
? วตั ถุทีน่ ำามาทดลองทำาจากวัสดชุ นดิ ใดบ้าง
? วตั ถใุ ดบา้ งทท่ี าำ ใหห้ ลอดไฟฟา้ สวา่ ง เพราะเหตใุ ดหลอดไฟฟา้ จงึ สวา่ ง
? วตั ถใุ ดบา้ งทท่ี าำ ใหห้ ลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง เพราะเหตใุ ดหลอดไฟฟา้ จงึ ไมส่ วา่ ง
? สรุปผลการทดลองได้วา่ อย่างไร
82
แนวค�ำตอบ
๑. ตอบ โลหะ กระดาษ แกว้ ยาง ไม ้ ผา้
๒. ตอบ เหรยี ญ ๑ บาท ลวดเสยี บกระดาษ และไมบ้ รรทดั เหลก็
เพราะยอมใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้
๓. ตอบ กระดาษ แทง่ แกว้ คนสาร ยางลบ ตะเกยี บไม ้ และผา้ เชด็ หนา้
เพราะไมย่ อมใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้
๔. ตอบ วสั ดบุ างชนดิ สามารถน�ำ ไฟฟา้ ได ้ บางชนดิ ไมส่ ามารถน�ำ ไฟฟา้ ได้
สุดยอดคู่มือครู 82