The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruson, 2022-09-06 03:44:42

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

46

คำอธิบายรายวชิ า

ท30209 วิชา หลักและการใช้ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา อธบิ าย ฝกึ ทกั ษะการเขียน การใชภ้ าษาไทยศกึ ษาความรูเ้ บื้องต้นเกย่ี วกบั การ

ส่อื สาร ความสำคญั ของภาษาไทย ศิลปะการฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน ใหต้ รงตาม

ความหมายของคำ ตรงตามวตั ถุประสงค์ เข้าใจพลังของภาษาและลักษณะของภาษา ศกึ ษา

ตน้ กำเนดิ ของเสียงในภาษา วเิ คราะห์อิทธพิ ลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถิน่ อธบิ ายและ

วเิ คราะห์หลักการสรา้ งคำในภาษาไทย วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ การใช้ภาษาจากส่อื สิ่งพิมพ์และ

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์

โดยใช้กระบวนการอ่านคดิ วิเคราะห์ เขยี น กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการสบื คน้ ข้อมลู กระบวนการปฏบิ ตั ิ

เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจ มีทกั ษะและวัฒนธรรมการใช้ภาษา สามารถนำความรู้ไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริงไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ มคี ุณธรรมและมมี ารยาทในการส่ือสาร

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรู้เบ้ืองต้นเก่ยี วกับการสอ่ื สารและความสำคัญของภาษาไทยได้
2. มที ักษะในการฟงั การพูด การอ่าน และการเขียนใหต้ รงตามความหมายของคำ และ
วัตถุประสงค์
3. เข้าใจพลงั ของภาษาลกั ษณะของภาษา และต้นกำเนดิ ของเสียงในภาษา
4. วิเคราะห์อทิ ธพิ ลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่นิ ได้
5. อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย วเิ คราะห์และประเมนิ การใช้ภาษา
จากสือ่ ส่ิงพิมพ์ และส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ได้

รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

47

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท30210 วชิ า การประพันธ์ไทย กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ชว่ั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษาลกั ษณะบังคับของคำประพันธป์ ระเภทต่าง ๆ ศกึ ษาความงามของภาษา โวหารต่าง ๆ

ท่ปี รากฏในคำประพันธ์ ศกึ ษาเทคนคิ วธิ กี ารแตง่ คำประพันธ์ การถา่ ยทอดจินตนาการจากคำ

ประพันธ์ ฝึกแตง่ คำประพนั ธ์ประเภทกลอน กาพย์ โคลง ฉนั ท์ และร่าย โดยคำนงึ ถึงลกั ษณะ

บงั คบั ความไพเราะ เนอื้ หาสาระ และความคดิ สร้างสรรค์ เพื่อใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั

ฉันทลกั ษณ์ สามารถแต่งคำประพนั ธช์ นิดตา่ ง ๆโดยถา่ ยทอดแนวคดิ จนิ ตนาการได้ เหน็ คุณค่า

ของคำประพนั ธป์ ระเภทร้อยกรอง นำไปสกู่ ารอนรุ ักษแ์ ละการพัฒนาการแต่งคำประพันธ์

โดยใช้กระบวนการอ่านคดิ วเิ คราะห์ เขยี น กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม

กระบวนการสบื ค้นข้อมลู กระบวนการปฏบิ ตั ิ

เพอ่ื ให้มคี วามรู้ความเข้าใจ มีทักษะและวฒั นธรรมการใชภ้ าษา สามารถนำความรไู้ ป

ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มีคุณธรรมและมีมารยาทในการสอื่ สาร

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายลักษณะบงั คบั ของคำประพันธ์ประเภทตา่ ง ๆ ได้
2. วเิ คราะห์ความงามของภาษา โวหารตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏในคำประพนั ธ์ได้
3. แตง่ คำประพันธป์ ระเภทกลอน กาพย์ โคลง ฉันท์ และรา่ ย ไดถ้ กู ตอ้ งและสรา้ งสรรค์
4. เห็นคณุ คา่ ของคำประพันธป์ ระเภทร้อยกรอง

5. สามารถนำความรไู้ ปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

48

คำอธบิ ายรายวิชา

ท30211 วิชา ภาษากบั วฒั นธรรมไทย กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชวั่ โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศกึ ษาวัฒนธรรมในการใชภ้ าษา ความสมั พันธร์ ะหวา่ งวรรณคดกี บั ศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ การ

ใชภ้ าษาท่ีสมั พันธก์ บั ประเพณไี ทยโดยทัว่ ไปและเฉพาะท้องถิ่น ความสำคญั ของภาษาไทยในการสืบ

ทอดวัฒนธรรมไทย

โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ

สบื สวนสอบสวน กระบวนการปฏบิ ตั จิ รงิ

เพอ่ื ให้เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าของภาษาไทยในฐานะที่เป็นเคร่ืองมอื รักษาและสืบทอด

วฒั นธรรมไทย

ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะห์วฒั นธรรมในการใช้ภาษาได้
2. วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งวรรณคดกี บั ศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ ได้
3. อธิบายการใช้ภาษาที่สัมพนั ธก์ ับประเพณีไทยโดยท่วั ไปและเฉพาะท้องถ่ินได้
4. ตระหนกั ถึงความสำคัญของภาษาไทยในการสืบทอดวัฒนธรรมไทย

รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

49

คำอธิบายรายวชิ า

ท30212 วชิ า ภาษาไทยเพ่อื การแสดง กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง

*************************************************************************************************************************************************

ฝึกทักษะการอา่ น การเขียน การฟังการดกู ารพูด ศกึ ษาระดับของภาษา ประเภทของ

ภาษา ประโยชน์ของภาษา อยา่ งเข้าใจ นำเสนอการใชภ้ าษาด้วยการแสดงบทบาทสมมติในบทบาท

ทางสังคมตา่ ง ๆ การเลา่ นทิ าน การแสดงละครเวที การแสดงละครพูด การแสดงละครวทิ ยุ การ

แสดงละครสั้น การแสดงละครจำอวด การเปน็ พธิ กี ร การเชิญชวน การโฆษณา การเขยี นบทละคร

แล้วนำไปถา่ ยทอดอยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ โดยใช้กระบวนการกลุม่ กระบวนการเขยี น

กระบวนการพดู เพอื่ ให้มีความรูค้ วามเขา้ ใจละเกิดทักษะจากการแสดง

ผลการเรยี นรู้
1. มที ักษะการอ่าน การเขียน การฟงั การดูการพูด
2. อธบิ ายระดบั ของภาษา ประเภทของภาษา ประโยชนข์ องภาษา ไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจ
3. นำเสนอการใชภ้ าษาดว้ ยการแสดงบทบาทสมมติในบทบาททางสังคมตา่ ง ๆ ได้
4. เขียนบทละครแลว้ นำไปถ่ายทอดอย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

50

กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

51

โครงสร้างหลักสูตร กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ตามหลักสตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

รายวชิ าพ้ืนฐาน

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ค31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ค31102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 2
จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ค32101 คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 3
ค32102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 4 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6
ค33101 คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 5
ค33102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 6

รายวิชาเพ่มิ เติม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ค30201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ค30202 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 2
จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ค30203 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 3
ค30204 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 4 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกติ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
ค30205 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 5
ค30206 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 6

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

52

คำอธบิ ายรายวิชา

ค31101 วชิ า คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการ

สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ การใหเ้ หตุผล การเชอื่ มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

เซต ความรู้เบ้ืองตน้ และสัญลกั ษณ์พนื้ ฐานเก่ียวกับเซต การยูเนยี น อินเตอรเ์ ซกชัน และคอม

พลีเมนต์ของเซต

ตรรกศาสตร์เบื้องต้น ประพจน์ การเชื่อมประพจน์ การหาค่าความจริงของประพจน์

การสรา้ งตารางค่าความจรงิ ประโยคทมี่ ีตวั บ่งปรมิ าณตัวเดียว การอ้างเหตุผล

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษา

ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้

ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สง่ิ ต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์

รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย

ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มงุ่ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

การวัดและประเมินผล ใช้วธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ใหส้ อดคล้องกับ

เน้อื หาและทักษะทีต่ อ้ งการวัด

มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชีว้ ัด
ค 1.1 ม.4/1

รวมท้งั หมด 1 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

53

คำอธบิ ายรายวิชา

ค31102 วชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่วั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการ

ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ การให้เหตุผล การเชือ่ มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระต่อไปนี้

หลักการนับเบื้องต้น หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปล่ียนเชิงเส้นและการเรียง

สับเปลี่ยนวงกลมกรณีท่ีสิ่งของแตกต่างกันทั้งหมด การจดั หมู่กรณีท่ีสิ่งของแตกต่างกันทั้งหมด และ

ทฤษฎบี ททวินาม

ความน่าจะเป็น กฎสำคัญบางประการของความน่าจะเป็น สืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์

โอกาสของเหตกุ ารณ์ หรอื โจทยป์ ัญหา การทดลองสุ่ม และความน่าจะเป็นของเหตกุ ารณ์

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษา

ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้

ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิง่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์

รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่ือม่ันในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย

ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ใหส้ อดคล้องกับเนอ้ื หา

และทกั ษะทต่ี ้องการวดั

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
ค 3.2 ม.4/1-2

รวมทงั้ หมด 2 ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

54

คำอธบิ ายรายวิชา

ค32101 วชิ า คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการ

ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ การใหเ้ หตผุ ล การเช่อื มโยง และความคิดสร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

เลขยกกำลัง เข้าใจและใช้สมบัติเก่ียวกับการบวก การคูณ การเท่ากันและการไม่เท่ากันของ

จำนวนจริงในรูปกรณฑ์ เม่ือ n เป็นจำนวนนับท่ีมากกว่า ๑ และจำนวนจริงในรูปเลขยกกำลังที่มี

เลขช้ีกำลงั เปน็ จำนวนตรรกยะ

ฟังก์ชัน การบวก การลบ การคูณ การหารฟงก์ชัน ฟังก์ชันประกอบ ตัวผกผันของฟังก์ชัน

การใช้ฟงก์ชันเชิงเส้น ฟงก์ชันกำลังสอง ฟงก์ชันขั้นบันได ฟงก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและกราฟของ

ฟงกช์ นั อธบิ ายสถานการณท์ ่ีกำหนด

โดยจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ในชีวติ ประจำวันที่ใกล้ตวั ให้ผ้เู รยี นไดศ้ กึ ษา

ค้นคว้าโดยการปฏบิ ตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พฒั นาทกั ษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแก้ปญั หา การให้เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด์ ้านความรู้

ความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนร้สู ิง่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์

รวมทั้งเห็นคณุ ค่าและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ

รบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่ือมัน่ ในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวนิ ยั

ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ

เนอื้ หาและทกั ษะท่ตี ้องการวัด

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
ค 1.1 ม.5/1
ค 1.2 ม.5/1

รวมทัง้ หมด 2 ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

55

คำอธิบายรายวชิ า

ค32102 วชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการ

ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การใหเ้ หตผุ ล การเช่อื มโยง และความคดิ สรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปนี้

สถิติ เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิตเิ พ่ือ

ประกอบ การตัดสินใจ ได้แก่ ข้อมูล ตำแหน่งท่ีของข้อมูล ค่ากลาง (ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ยเลข

คณติ ) ค่าการกระจาย (พิสัย ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน)

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษา

ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้

ความคิดทักษะกระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์

รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่ือมั่นในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย

ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ

เนื้อหาและทกั ษะทตี่ อ้ งการวัด

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้วี ัด
ค 3.1 ม.6/1

รวมท้ังหมด 1 ตวั ช้วี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

56

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค33101 วิชา คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการ

สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ การใหเ้ หตผุ ล การเช่ือมโยง และความคิดสรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี

ลำดับและอนุกรม เข้าใจลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต อนุกรมเลขคณิตและอนุกรม

เรขาคณิต ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงิน ใช้ความรู้เก่ียวกับดอกเบี้ย มูลค่าของเงิน และค่ารายงวด

ในการแก้ปญหา

โดยจดั ประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ในชวี ติ ประจำวันที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รยี นได้ศกึ ษา

คน้ ควา้ โดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทกั ษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้

ความคดิ ทักษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใช้ในการเรียนรสู้ ง่ิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์

รวมทง้ั เห็นคุณคา่ และมเี จตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ

มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชอื่ มั่นในตนเองรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวินัย

ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง ม่งุ มน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ใหส้ อดคล้องกับเนื้อหา

และทักษะท่ตี ้องการวดั

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
ค 1.2 ม.5/2
ค 1.3 ม.5/1

รวมทั้งหมด 2 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

57

คำอธบิ ายรายวิชา

ค33102 วชิ า คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศกึ ษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแกป้ ญั หา การสอ่ื สารและการ

สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ การให้เหตุผล การเชอ่ื มโยง และความคิดสรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี

สถติ ิ เขา้ ใจและใช้ความรู้เรอื่ งการสำรวจความคิดเห็นและใชค้ วามรู้ทางสถิติในการนำเสนอ

ข้อมูล และแปลความหมายของคา่ สถติ ิเพื่อประกอบ การตดั สนิ ใจ ได้แก่ การนำเสนอขอ้ มลู เซิง

คณุ ภาพ และเซงิ ปรมิ าณ การแปลความหมายของคา่ สถิติ

โดยจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวนั ท่ีใกล้ตวั ใหผ้ ูเ้ รยี นไดศ้ ึกษา

คน้ คว้าโดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ กระบวนการในการคดิ คำนวณ

การแก้ปญั หา การให้เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนำประสบการณด์ ้านความรู้

ความคิดทักษะกระบวนการทีไ่ ด้ไปใช้ในการเรียนรสู้ ่งิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์

รวมทงั้ เห็นคุณคา่ และมเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบียบ มีความ

รับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชื่อมัน่ ในตนเองรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สัตย์สุจริต มวี ินยั

ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธกี ารท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ

เน้ือหาและทักษะทีต่ อ้ งการวัด

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชว้ี ัด
ค 3.1 ม.6/1

รวมท้งั หมด 1 ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

58

คำอธิบายรายวชิ า

ค30201 วชิ า คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการส่ือ

ความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล การเช่อื มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระต่อไปนี้

เซต เซต การดำเนนิ การระหว่างเซต การแกป้ ัญหาโดยใช้เซต

ตรรกศาสตร์ ประพจน์ การเช่ือมประพจน์ การหาค่าความจริงของประพจน์ การสร้างตารางค่า

ความจริง รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน สัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผล ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ ค่าความ

จรงิ ของประโยคที่มตี ัวบ่งปรมิ าณตวั เดียว สมมูลและนเิ สธของประโยคทีม่ ีตัวบง่ ปรมิ าณ

จำนวนจริง จำนวนจริง สมบัติของระบบจำนวนจริง ค่าสัมบูรณ์ของจำนวนจริงและสมบัติของค่า

สัมบูรณ์ของจำนวนจริง จำนวนจริงในรูปกรณฑ์และจำนวนจริงในรูปเลขยกกำลัง ตัวประกอบของพหุนาม

สมการและอสมการของพหุนาม สมการและอสมการของเศษส่วนพหุนาม และสมการและอสมการค่าสัมบูรณ์

ของพหนุ าม

โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรยี นไดพ้ ฒั นาทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ

แกป้ ญั หา การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่อื มโยง การให้เหตุผล และการคิด

สร้างสรรค์

การใชส้ ่ือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะและ

กระบวนการที่ได้ ไปใช้ในการเรียนรูส้ ่ิงต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและ

มเี จตคตทิ ด่ี ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมีวิจารณญาณ การวัดและ

ประเมนิ ผล ใชว้ ิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและทักษะทต่ี ้องการ

ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจและใช้ความรเู้ ก่ียวกบั เซตในการสื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
2. เข้าใจและใช้ความรเู้ กี่ยวกบั ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ในการสือ่ สารสอ่ื ความหมายและอ้าง เหตุผล
3. เข้าใจจำนวนจริงและใช้สมบัติของจำนวนจริงในการแก้ปญหา
4. แก้สมการและอสมการพหนุ ามตัวแปรเดียวดีกรีไมเ่ กินสี่และนำไปใช้ในการแก้ปญหา
5. แก้สมการและอสมการเศษสว่ นของพหนุ มตัวแปรเดยี วและนำไปใช้ในการแก้ปญหา
6. แก้สมการและอสมการคา่ สัมบรู ณ์ของพหนุ ามตวั แปรเดียวและนำไปใช้ในการแก้ปญหา

รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

59

คำอธิบายรายวชิ า

ค30202 วิชา คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเติม 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการส่ือ

ความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตผุ ล การเชือ่ มโยง และความคิดสร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

ฟังก์ชัน การบวก การลบ การคณู การหารฟงก์ชัน ฟงั ก์ชันประกอบ ตวั ผกผันของฟงั ก์ชัน

ฟังก์ชันเอกซโ์ พเนนเชยี ลและฟังก์ชันลอการิทึม เขยี นกราฟของฟังกช์ นั แก้สมการ

เอกซ์โพเนนเชียล และสมการลอการิทึม นำความร้เู ร่อื งฟังก์ชันเอกโพเนนเซยี ลและฟังก์ชันลอการิทึมไปใช้ใน

การแก้ปัญหา

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดย

การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ การแก้ปัญหา การให้

เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได้

ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ

คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชื่อม่ันใน

ตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความ

เปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

การใช้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะและ

กระบวนการทไี่ ด้ ไปใช้ในการเรยี นรูส้ งิ่ ต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทงั้ เห็นคุณค่าและ

มเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมีวิจารณญาณ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลอ้ งกับเน้อื หาและ

ทักษะทต่ี ้องการวัด

ผลการเรียนรู้

1. หาผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารฟงกช์ ัน หาฟงก์ชันประกอบ และฟงก์ชันผกผนั

2. ใช้สมบัติของฟงก์ชันในการแก้ปญหา

3. เขา้ ใจลักษณะกราฟของฟงก์ชันเอกซโ์ พเนนเชียลและฟงก์ชันลอการทิ ึมและนำไปใช้ในการ

แก้ปญหา

4. แก้สมการเอกซ์โพเนนเชียลและสมการลอการิทึม และนำไปใช้ในการแก้ปญหา

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

60

คำอธิบายรายวชิ า

ค30203 วชิ า คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันไดแ้ ก่ การแก้ปญั หา การส่ือสารและการ

ส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล การเชือ่ มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

เมทรกิ ซ์ เขา้ ใจเก่ยี วกับเมทรกิ ซ์ เมทรกิ ซส์ ลบั เปลย่ี น การบวกเมทรกิ ซ์ การคณู เมทริกซก์ ับจำนวน

จรงิ การคณู ระหว่างเมทริกซ์ ดเี ทอรม์ แิ นนต์ เมทริกซผ์ กผนั และการแกร้ ะบบสมการเชิงเส้นโดยใช้เมทริกซ์

ฟงั ก์ชันตรโี กณมิติ เขา้ ใจฟงกช์ นั ตรโี กณมิติ ฟงก์ชนั ตรโี กณมติ ิผกผัน เอกลักษณแ์ ละสมการ

ของฟังก์ชนั ตรีโกณมติ ิ กฎของโคไซน์และกฎของไซน์ เขยี นกราฟของฟงั กช์ นั และนำความรู้เรื่อง

ฟังกช์ นั ตรีโกณมิติไปใช้ในการแกป้ ญั หา

เวกเตอร์ในสามมติ ิ เขา้ ใจเกี่ยวกับเวกเตอร์ นิเสธของเวกเตอร์ การบวก การลบเวกเตอร์

การคณู เวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ผลคณู เชิงสเกลาร์ ผลคณู เชิงเวกเตอร์

โดยจัดประสบการณใ์ ห้ผ้เู รยี นไดพ้ ัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ อันไดแ้ ก่

การแกป้ ัญหา การสอ่ื สารและการสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ การเช่อื มโยง การใหเ้ หตุผล และ

การคิดสรา้ งสรรค์

การใชส้ อ่ื อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ขอ้ มูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะและ

กระบวนการทไ่ี ด้ ไปใช้ในการเรยี นรู้สงิ่ ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทงั้ เห็น

คุณค่าและมเี จตคติท่ีดตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มีความรอบคอบและ

มวี ิจารณญาณ

การวัดและประเมินผล ใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคล้องกบั เนือ้ หา

และทกั ษะทีต่ อ้ งการวดั

ผลการเรียนรู้
1. เขา้ ใจความหมาย หาผลลพั ธ์ของการบวกเมทริกซ์ การคณู เมทริกซก์ ับจำนวนจรงิ การคูณ
ระหว่างเมทรกิ ซ์และหาเมทรกิ ซส์ ลับเปล่ียน หาดีเทอรม์ ิแนนต์ของเมทรกิ ซ์ n x n เมอ่ื n
เปน็ จำนวนนับทไ่ี มเ่ กินสาม
2. หาเมทรกิ ซผ์ กผันของเมทรกิ ซ์ 2 x 2
3. แกร้ ะบบสมการเชิงเส้นโดยใชเ้ มทรกิ ซ์ผกผนั และการดำเนนิ การตามแถว
4. เข้าใจฟงกช์ ันตรีโกณมิตแิ ละลกั ษณะกราฟของฟงก์ชันตรีโกณมติ แิ ละนำไปใชใ้ นการ
แก้ปญหา

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

61
5. แก้สมการตรโี กณมิตแิ ละนำไปใช้ในการแก้ปญหา
6. ใช้กฎของโคไซนแ์ ละกฎของไซน์ในการแกป้ ญหา
7. หาผลลัพธข์ องการบวกการลบเวกเตอร์การคณู เวกเตอร์ดว้ ยสเกลาร์หาผลคณู เชงิ

สเกลาร์ และผลคูณเชิงเวกเตอร์
8.นำความร้เู กีย่ วกบั เวกเตอร์ในสามมิติไปใช้ในการแก้ปญหา
รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

62

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค30204 วชิ า คณิตศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 4 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่วั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและ

การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล การเช่ือมโยง และความคิดสร้างสรรค์ ในสาระ

ตอ่ ไปนี้

จำนวนเชิงซอ้ น เข้าใจจำนวนเชิงซอ้ นและสมบัติของจำนวนเชิงซ้อน จำนวนเชงิ ซ้อนในรปู เชิงข้ัว

รากที่ nของจำนวนเชงิ ซ้อน เมื่อ n เป็นจำนวนนบั ทมี่ ากกวา่ ๑ และสมการพหุนาม

เรขาคณิตวิเคราะห์ ความรเู้ บ้ืองต้นเกี่ยวกับเรขาคณติ วิเคราะห์ ได้แก่ ระยะทางระหวา่ งจุด

สองจุด จุดกึ่งกลางระหว่างจดุ สองจุด ความชนั ของเส้นตรง เส้นขนาน เส้นตง้ั ฉาก ความสัมพนั ธ์ซึ่งมี

กราฟเป็นเส้นตรง และระยะห่างระหว่างเส้นตรงกับจุด ภาคตัดกรวย ได้แก่ วงกลม วงรี พาลาโบลา

ไฮเบอร์โบลา และการเลื่อนแกน

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษา

ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คำนวณ

การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้

ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สง่ิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์

รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่ือมั่นในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย

ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ

เนือ้ หาและทกั ษะทีต่ ้องการวดั

ผลการเรยี นรู้
1. เข้าใจจำนวนเชิงซอ้ นและใช้สมบัติของจำนวนเชิงซอ้ นในการแก้ปญหา
2. หารากท่ี n ของจำนวนเชงิ ซ้อน เมอื่ n เปน็ จำนวนนับทม่ี ากกว่า 1
3. แก้สมการพหนุ ามตวั แปรเดียวดีกรไี มเ่ กนิ สี่ ทมี่ ีสมั ประสทิ ธิเ์ ป็นจำนวนเตม็ และนำไปใช้
ในการแกป้ ญหา
4. เข้าใจและใช้ความรู้เกีย่ วกับเรขาคณิตวิเคราะห์ในการแก้ปญหา

รวมท้งั หมด 4 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

63

คำอธิบายรายวิชา

ค30205 วชิ า คณิตศาสตร์เพมิ่ เติม 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศกึ ษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการ

สอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ การใหเ้ หตผุ ล การเช่อื มโยง และความคิดสร้างสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี

สถิติ การวิเคราะห์ข้อมูลเบ้ืองต้น ค่ากลางของข้อมูล การวัดตำแหน่งท่ีของข้อมูล การวัด

การกระจายของข้อมลู การแจกแจงปกติ ค่ามาตรฐาน การแจกแจงปกติและเส้นโค้งปกติ พนื้ ที่ใตเ้ ส้น

โค้งปกติความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชั่นระหว่างข้อมูล แผนภาพการกระจาย ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ช่ันของ

ขอ้ มูลท่ีประกอบด้วยสองตัวแปรความสมั พันธ์เชิงฟงั ก์ชั่นของขอ้ มลู ทอี่ ย่ใู นรูปอนุกรมเวลา

การแจกแจงความน่าจะเป็นเบือ้ งต้น หาความนา่ จะเป็นของเหตุการณ์ทเ่ี กดิ จากตัวแปรสุ่ม

ท่ีมีการแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวินาม และการแจกแจงปกติ และนำไปใช้ในการแกป้ ัญหา

โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่

การแก้ปัญหา การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และ

การคดิ สร้างสรรค์

การใช้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะและ

กระบวนการที่ได้ ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็น

คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มีความรอบคอบและ

มวี ิจารณญาณ

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้อง

กับเนอ้ื หาและทักษะท่ตี ้องการวัด

ผลการเรียนรู้
1. เลือกวิธีเคราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้นและอธบิ ายผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลได้ถูกตอ้ ง
2. นำความรู้เรอ่ื งการวิเคราะห์ขอ้ มลู ไปใชแ้ กป้ ญั หาบางประการได้
3. นำความรู้เรอ่ื งค่ามาตรฐานไปใช้ในการเปรยี บเทียบขอ้ มูลได้
4. หาพน้ื ท่ีใตเ้ ส้นโค้งปกติและนำความรู้เกย่ี วกับพื้นทีใ่ ต้เสน้ โค้งปกติไปใชไ้ ด้
5. เขา้ ใจความหมายของการสร้างความสมั พันธ์เชิงฟังกช์ ั่นของขอ้ มูลทีป่ ระกอบดว้ ยสองตวั แปร
6. สรา้ งความสมั พันธเ์ ชงิ ฟังกช์ ัน่ ของข้อมูลที่ประกอบด้วยสองตวั แปรทีอ่ ยใู่ นรปู อนุกรมเวลา
โดยใช้เครือ่ งคำนวณ

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

64
7. ใชค้ วามสมั พันธเ์ ชงิ ฟังก์ช่นั ของขอ้ มูลทำนายค่าตวั แปรตามเมื่อกำหนดตวั แปรอิสระให้
8. หาความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณ์ที่เกิดจากตัวแปรส่มุ ที่มีการแจกแจงเอกรปู การแจก

แจงทวินาม และการแจกแจงปกติ และนำไปใช้ในการแก้ปัญหา
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

65

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค30206 วิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง

*************************************************************************************************************************************************

ศึกษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการส่ือ

ความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล การเช่อื มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

ลำดับและอนุกรม เข้าใจและนำความรู้เก่ียวลับลำดับ และอนุกรมไปใช้ ได้แก่ ลำดับจำกัดและ

ลำดับอนันต์ ลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต ลิมิตของลำดับอนันต์ อนุกรมจำกัดและอนุกรมอนันต์

อนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต ผลบวกอนุกรมอนันต์ การนำความรู้เกี่ยวกับลำดับและอนุกรม ไปใช้

ในการแกป้ ญั หามูลค่าของเงิน และคา่ รายงวด

แคลคูลัสเบื้องต้น ลิมิตและความต่อเน่ืองของฟังก์ชัน อนุพันธ์ของฟังก์ชันพีชคณิต ปริพันธ์

ของฟงั ก์ชันพีชคณิต

โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่

การแก้ปัญหา การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด

สรา้ งสรรค์

การใช้ส่ือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะและ

กระบวนการท่ีได้ ไปใช้ในการเรียนรู้ส่งิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและ

มเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มคี วามรอบคอบและมีวจิ ารณญาณ

การวดั และประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกบั เน้ือหาและ

ทักษะท่ตี อ้ งการวัด

ผลการเรยี นรู้

1. ระบุได้วา่ ลำดับที่กำหนดให้เปน็ ลำดับ ลู่เข้าหรอื ลู่ออก

2. หาผลบวก n พจนแ์ รกของอนกุ รม เลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณติ

3. หาผลบวกอนุกรมอนนั ต์

4. เข้าใจและนำความรู้เกีย่ วลับลำดบั และอนุกรมไปใช้

5. ตรวจสอบความต่อเนอ่ื งของฟงั ก์ชันทก่ี ำหนดให้

6. หาอนุพนั ธ์ของฟังก์ชันพีชคณิตท่ีกำหนดให้ และนำไปใชแ้ ก้ปญั หา

7. หาปรพิ ันธ์ไม่จำกัดเขตและจำกัดเขตของ ฟังกช์ นั พชี คณิตท่ีกำหนดให้ และนำไปใช้

แก้ปญั หา

รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20

66

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

67

โครงสรา้ งหลกั สูตร กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ตามหลักสูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

รายวิชาพ้ืนฐาน

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

ว31101 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ

ว31102 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5

ว32101 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ

ว32102 วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสกิ ส์) จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

ว33101 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต

ว33102 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต

รายวิชาเพิม่ เติม

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ
ว30201 ฟสิ กิ ส์ 1 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
ว30221 เคมี 1 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว30241 ชีววทิ ยา 1 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หนว่ ยกติ
ว30202 ฟิสกิ ส์ 2 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ว30222 เคมี 2 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต
ว30242 ชวี วิทยา 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
I30202 IS2 การส่ือสารและการนำเสนอ จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ว30281 การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟกิ จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว30282 การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

68

รายวชิ าเพ่มิ เติม (ตอ่ )

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5

ว30203 ฟิสกิ ส์ 3 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หน่วยกิต

ว30223 เคมี 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ

ว30243 ชวี วทิ ยา 3 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ

ว30204 ฟสิ กิ ส์ 4 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ

ว30224 เคมี 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต

ว30244 ชวี วิทยา 4 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ

ว30283 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพวิ เตอร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

ว30284 การสร้างเกมสรา้ งสรรค์ดว้ ยคอมพิวเตอร์ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6

ว30205 ฟสิ กิ ส์ 5 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกติ

ว30225 เคมี 5 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต

ว30245 ชวี วทิ ยา 5 จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ

ว30242 ชวี วทิ ยา 6 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ

ว30261 โลก ดาราศาสตร์และอากาศ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ

ว30285 การผลิตสอ่ื มลั ตมิ ีเดีย จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ

ว30286 การออกแบบและพฒั นาเว็บไซต์ CMS จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต

ว30287 โครงงานคอมพิวเตอร์ จำนวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

69

คำอธบิ ายรายวิชา

ว31101 วิชา วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ

องค์ประกอบของระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซลล์และโครงสร้างพ้ืนฐาน

ของเซลล์ การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ กรด-เบส

อุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ ระบบภูมิคุม้ กัน ความผิดปกติของระบบภูมิคมุ้ กัน การสร้างอาหารของพืช

ด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง สารสังเคราะห์จากพืช ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

การตอบสนองของพืชต่อส่ิงเร้า ยีนและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะ

ทางพนั ธุกรรมการเปล่ียนแปลงทางพนั ธุกรรมระดับยีนและโครโมโซม การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

ทางดีเอ็นเอ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ

ของสงิ่ มีชีวิต

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล

การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปรายและการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความ

เข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและ

ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม

คณุ ธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม

ตวั ชว้ี ัด
ว1.1 (ม 4/1) ว1.1 (ม 4/2) ว1.1 (ม 4/3) ว1.1 (ม 4/4)
ว1.2 (ม.4/1) ว1.2 (ม.4/2) ว1.2 (ม.4/3) ว1.2 (ม.4/4)
ว1.2 (ม.4/5) ว1.2 (ม.4/6) ว1.2 (ม.4/7) ว1.2 (ม.4/8)
ว1.2 (ม.4/9) ว1.2 (ม.4/10) ว1.2 (ม.4/11) ว1.2 (ม.4/12)
ว1.3 (ม.4/1) ว1.3 (ม.4/2) ว1.3 (ม.4/3) ว1.3 (ม.4/4)
ว1.3 (ม.4/5) ว1.3 (ม.4/6)

รวมทั้งหมด 22 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

70

คำอธบิ ายรายวชิ า

ว31102 วชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ช่วั โมง

*********************************************************************************************************************************

ศกึ ษา วเิ คราะห์แนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ี

เกดิ ขนึ้ และความสมั พันธข์ องเทคโนโลยกี บั ศาสตร์อืน่ ออกแบบ สรา้ ง หรอื พัฒนาผลงานสำหรบั แกป้ ัญหาที่

คำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ สงั คมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสขุ ภาพและการบรกิ าร โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิง

วิศวกรรมซึง่ ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่ือ

แก้ปัญหาไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คำนึงถงึ ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา มกี ารใช้ซอฟตแ์ วรช์ ่วยในการ

ออกแบบและนำเสนอผลงาน

มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชวี้ ัด
ว. 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. วเิ คราะหแ์ นวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพนั ธ์กบั ศาสตร์อ่ืนโดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือ

คณติ ศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบทจี่ ะเกิดขนึ้ ตอ่ มนุษย์ สงั คม เศรษฐกจิ และส่งิ แวดล้อม เพือ่ เปน็
แนวทางในการพฒั นาเทคโนโลยี

2. ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการท่ีมผี ลกระทบต่อสังคม รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มลู และแนวคดิ ที่
เก่ียวขอ้ งกับปัญหาท่มี ีความซับซ้อนเพ่อื สังเคราะห์วิธกี าร เทคนคิ ในการแกป้ ัญหา โดยคำนงึ ถงึ ความถูกต้อง
ด้านทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา

3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตดั สินใจเลือกขอ้ มูลท่ีจำเปน็ ภายใต้
เงือ่ นไขและทรัพยากรทีม่ อี ยู่ นำเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาให้ผอู้ ่ืนเข้าใจด้วยเทคนคิ หรือวธิ กี ารที่
หลากหลาย โดยใชซ้ อฟตแ์ วรช์ ่วยในการออกแบบ วางแผนขนั้ ตอนการทำงานและดำเนินการแกป้ ญั หา

4. ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะหแ์ ละใหเ้ หตผุ ลของปัญหาหรอื ขอ้ บกพร่องทเี่ กดิ ขึน้ ภายใตก้ รอบ
เงอ่ื นไข หาแนวทางการปรับปรุงแกไ้ ข และนาเสนอผลการแก้ปญั หา พร้อมทงั้ เสนอแนวทางการพฒั นา
ต่อยอด

5. ใช้ความรูแ้ ละทักษะเกยี่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์
และเทคโนโลยีท่ีซบั ซอ้ นในการแก้ปญั หาหรอื พฒั นางาน ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั

รวมท้งั หมด 5 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

71

คำอธิบายรายวชิ า

ว32101 วชิ า วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพพน้ื ฐาน (เคม)ี กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ชวั่ โมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษา สืบค้น วิเคราะห์ สำรวจข้อมูล อภิปราย อธิบายเกี่ยวกับสาร ธาตุ สารประกอบ

แบบจำลองอะตอมจำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเลก็ ตรอนของอะตอม ไอออนการเขยี นสัญลกั ษณ์

นิวเคลียร์ของธาตุหมู่และคาบของธาตุสมบัติการนำไฟฟ้าของธาตุ ประโยชน์และอันตรายที่เกิดจาก

ธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตุแทรนซิชันพันธะโคเวเลนตร์ ะบุสภาพข้ัวของสารพันธะไฮโดรเจนสมบัติ

ของสารประกอบโคเวเลนต์ การเขียนสตู รเคมขี องไอออน และสารประกอบไอออนิก การละลายแบบ

แตกตัว และไม่แตกตัว สารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนอ่ิมตัวและไม่อิ่มตัว พอลิเมอร์

มอนอเมอร์ สมบัตคิ วามเปน็ กรด-เบสของสารประกอบอินทรยี ์ สมบตั ิการละลายในตวั ทำละลายชนิด

ตา่ ง ๆ ของสาร สมบัติและประโยชน์ของพลาสติก ผลกระทบของการใช้ผลติ ภัณฑ์พอลิเมอรท์ ่ีมีต่อ

ส่ิงมีชีวิต และส่ิงแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข ปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยารีดอกซ์ สารกัมมันตรังสี ประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกัน

อันตรายทีเ่ กิดจากกัมมันตภาพรงั สี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ

การสืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการความสามารถ

ในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสารและความสามารถในการตัดสินใจให้เป็นผู้ท่ีมี

จิตวิทยาศาสตรม์ คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์

ตวั ชี้วัด
ว 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10, ม.5/11
ม.5/12, ม.5/13, ม.5/14, ม.5/15, ม.5/16, ม.5/17, ม.5/18, ม.5/19, ม.5/20
ม.5/21, ม.5/22, ม.5/23, ม.5/24, ม.5/25

รวมทัง้ หมด 25 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

72

คำอธิบายรายวชิ า

ว32102 วชิ าวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพพ้ืนฐาน (ฟสิ ิกส)์ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชว่ั โมง

************************************************************************************************************************************

ศกึ ษาวิเคราะหค์ วามสัมพันธ์ระหว่างระยะทาง การกระจัด เวลา ความเร็ว ความเร่ง ของการ

เคล่ือนที่แนวตรง การหาแรงลัพธ์ การเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ การเคล่ือนท่ีแบบวงกลม

การเคล่อื นทแ่ี บบสนั่ การเคล่ือนที่ของวัตถุในสนามโน้มถว่ ง การเคลื่อนทีข่ องอนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้า

ในสนามไฟฟ้าและสนามแมเ่ หลก็

คลื่นกล เสียง สมบัติของเสียง เสียงและการได้ยิน สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ปฏิกิริยา

นิวเคลียร์ กัมมันตรังสี พลังงานนิวเคลียร์ซ่ึงเกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิชชันและแบบฟิวชัน

แสงและการมองเห็นสี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้น

ข้อมูล และการอภิปราย เพ่ือพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา

และการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์

มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์

ตวั ช้ีวัด
ว2.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10
ว2.3 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10, ม.5/11
ม.5/12

รวมทงั้ หมด 22 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

73

คำอธิบายรายวชิ า

ว33101 วิชาวทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ กล่มุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
เวลา 40 ช่ัวโมง

***********************************************************************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของ
เอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพนั ธ์ภายในระบบสุริยะที่สง่ ผลต่อส่ิงมีชีวิต
และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายใน
โลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ัง
ผลต่อส่งิ มชี วี ิตและสง่ิ แวดล้อม

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการศึกษาหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบคน้ ข้อมลู การอภปิ รายการสรปุ มคี วามสามารถในการคิด การแกป้ ัญหา สือ่ สารส่ิงทเี่ รยี นรู้ ใช้
เทคโนโลยีประกอบการเรียนรอู้ ยา่ งเหมาะสม และสามารถนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั

มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม คา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม และมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน
รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ สามารถเรียนรู้ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล
มีศักยภาพในการแข่งขัน และดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลกสอดคล้องกับประเทศไทย
4.0 ในโลกศตวรรษที่ 21

ตวั ชีว้ ัด
ว 3.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10
ว 3.2 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10
ม.6/11 ม.6/12 ม.6/13 ม.6/14

รวมท้งั หมด 24 ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

74

คำอธิบายรายวิชา

ว33102 วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ ) กลุ่มสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ช่ัวโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคำนวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหา

รูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคำนวณเพื่อแก้ปัญหาใน

ชีวิตประจำวัน ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการออกแบบข้ันตอนวิธีสำหรับแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และเงอ่ื นไขของปัญหา การออกแบบ

ขนั้ ตอนวิธี การทำซ้ำ การจัดเรียงและคน้ หาขอ้ มูล ตวั อย่างการออกแบบขั้นตอนวิธเี พื่อแก้ปัญหาดว้ ย

คอมพิวเตอร์ หลกั การของวิทยาการข้อมูล และหลักการคิดเชิงออกแบบเพื่อเพ่ิมมูลค่าให้บริการหรือ

ผลิตภัณฑ์ วิธีการเก็บข้อมูลและเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล เครื่องมือ

ทางเทคโนโลยี สารสนเทศที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การนำเสนอข้อมูล

การแปลงข้อมูลให้เป็นภาพ การเลือกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้เทคโนโลยีในการ

นำเสนอและแบง่ ปนั ข้อมลู อย่างปลอดภัยและมจี ริยธรรม การสร้างชิ้นงานและ เผยแพรผ่ ่านสอื่ ตา่ ง ๆ

ท่ีคำนึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของปัญญาประดิษฐ์ และ

เทคโนโลยีในอนาคต กรณีศึกษาเก่ียวกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตประจำวัน

อาชีพท่เี กย่ี วขอ้ ง กับงานทางดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ ตวั อย่างผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ประยุกต์ใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมกี ารบูรณาการกับวิชาอนื่ อย่าง

สร้างสรรค์ และเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ จริง
2. รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มลู และใชค้ วามรู้ดา้ นวิทยาการคอมพิวเตอร์ สอ่ื ดิจิทัล เทคโนโลยี

สารสนเทศในการ แก้ปญั หาหรือเพ่มิ มูลคา่ ให้กับบริการหรือผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ในชวี ติ จรงิ อย่างสรา้ งสรรค์
3. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอและแบ่งปนั ข้อมลู อย่างปลอดภยั มจี รยิ ธรรม และ

วิเคราะห์การ เปล่ียนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีผลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต อาชพี สังคม และ
วฒั นธรรม

รวมท้งั หมด 3 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

75

คำอธบิ ายรายวิชา

ว30201 วชิ า ฟิสกิ สเ์ พ่ิมเตมิ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1

จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ เวลา 80 ช่ัวโมง

************************************************************************************************************************************

ศกึ ษา คน้ คว้า สำรวจ ตรวจสอบ อธบิ าย เกย่ี วกับธรรมชาติของฟิสิกส์ การวัดและการบนั ทึก

ผลการวัด ปริมาณทางฟิสิกส์ การทดลองทางฟิสิกส์ตำแหน่งการกระจัดและระยะทาง อัตราเรว็ และ

ความเรว็ ความเร่ง กราฟของการเคล่ือนทแี่ นวตรง สมการสำหรับการเคล่ือนท่แี นวตรง การตกแบบ

เสรี แรง การหาแรงลัพธ์ มวล แรงและกฎการเคล่ือนที่ แรงเสียดทาน แรงดึงดูดระหว่างมวล การ

ประยุกตใ์ ช้กฎการเคลื่อนท่ี

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้น

ข้อมูล การอภิปรายการสรปุ มีความสามารถในการคดิ การแกป้ ัญหา สอ่ื สารส่ิงท่ีเรียนรู้ ใชเ้ ทคโนโลยี

ประกอบการเรยี นร้อู ย่างเหมาะสม และสามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวัน

มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน

รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ สามารถเรียนรู้ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

มีศักยภาพในการแข่งขัน และดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลกสอดคล้องกับประเทศไทย

4.0 ในโลกศตวรรษที่ 21

ผลการเรยี นรู้
1. สืบคน้ และอธบิ ายการค้นหาความรูท้ างฟิสิกส์ ประวตั ิความเปน็ มา รวมทงั้ พัฒนาการ
ของหลกั การและแนวคดิ ทางฟิสกิ ส์ ทีม่ ีผลต่อการแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพัฒนา
เทคโนโลยี
2. วัด และรายงานผลการวดั ปรมิ าณทางฟิสิกส์ ไดถ้ ูกต้องเหมาะสม โดยนำความ
คลาดเคลอ่ื นในการวดั มาพจิ ารณาในการนำเสนอผลรวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูป
ของกราฟ วเิ คราะห์ และแปลความหมายจากกราฟเสน้ ตรง
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งตำแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเรง่
ของการเคล่ือนที่ของวตั ถใุ นแนวตรงท่ีมีความเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมท้งั
ทดลองหาคา่ ความเร่งโน้มถว่ งของโลก และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
4. ทดลอง และอธิบายการหาแรงลัพธข์ องแรงสองแรงทีท่ ำมุมตอ่ กัน

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

76
5. เขยี นแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคล่ือนท่ี

ของนวิ ตันและการใชก้ ฎการเคลื่อนท่ีของนิวตันกับสภาพการเคลือ่ นทีข่ องวัตถุ รวมทัง้
คำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
6. อธบิ ายกฎความโนม้ ถ่วงสากลและผลของสนามโน้มถว่ งท่ที ำให้วัตถุมีนำ้ หนกั รวมท้ัง
คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง
7. วิเคราะห์ อธบิ าย และคำนวณแรงเสียดทานระหว่างผดิ สัมผสั ของวัตถคุ ูห่ นึ่งๆ ใน
กรณีท่ีวัตถุหยดุ นิ่งและวัตถเุ คลอ่ื นที่ รวมทงั้ ทดลองหาสมั ประสทิ ธค์ิ วามเสียดทานระหวา่ ง
ผิวสัมผัสของวตั ถุคหู่ นึง่ ๆ และนำความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปใชช้ ีวิตประจำวัน
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

77

คำอธิบายรายวิชา

ว30221 วิชา เคมีเพิ่มเติม 1 กล่มุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1

จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษา สืบค้น วเิ คราะห์ สำรวจข้อมูล อภิปราย อธิบายเกี่ยวกับข้อปฏิบตั ิเบอ้ื งตน้ และการ

ปฏิบัตติ นท่แี สดงถงึ ความตระหนกั ในการทำปฏบิ ัตกิ ารเคมี เพือ่ ใหม้ ีความปลอดภยั ท้งั ต่อตนเอง ผู้อื่น

และสง่ิ แวดล้อม เสนอแนวทางแก้ไขเมอื่ เกดิ อุบัตเิ หตุ การเลือกและใชอ้ ปุ กรณ์หรือเครอื่ งมอื ในการทำ

ปฏิบัตกิ าร และวัดปริมาณต่าง ๆ การนำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง

ระบหุ น่วยวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ของสาร และเปลย่ี นหน่วยวดั ใหเ้ ปน็ หนว่ ยในระบบเอสไอดว้ ยการใช้

แฟกเตอรเ์ ปลีย่ นหนว่ ยแบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์ และววิ ฒั นาการของแบบจำลอง

อะตอมการเขียนสัญลกั ษณ์นิวเคลียรข์ องธาตุ ระบจุ ำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ล็กตรอนของ

อะตอมจากสัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ ไอโซโทป การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั และระดับ

พลงั งานยอ่ ย หมู่ คาบของธาตุ แนวโน้มสมบัติของธาตเุ รพรีเซนเททีฟตามหมแู่ ละตามคาบ สมบัติของ

ธาตุโลหะแทรนซิชัน ธาตุกมั มนั ตรงั สี การคำนวณครึง่ ชวี ิตของธาตุกมั มนั ตรงั สี ประโยชน์และ

อนั ตรายของธาตุกัมมันตรังสกี ารเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก การเขยี นสตู ร และเรยี กชื่อ

สารประกอบไอออนกิ พลังงานทเ่ี กีย่ วข้องกบั ปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ สารประกอบไอออนกิ สมบตั ิของ

สารประกอบไอออนิกการเขียนสมการไอออนกิ และสมการไอออนิกสุทธขิ องปฏกิ ิริยาของสารประกอบ

ไอออนิก การเกดิ พันธะโคเวเลนต์ การเขยี นสูตร และเรยี กชือ่ สารโคเวเลนต์ ความยาวพันธะ

พลงั งานพนั ธะในสารโคเวเลนต์ การคำนวณพลงั งานทเี่ กยี่ วข้องกบั ปฏิกิริยาของสารโคเวเลนต์

การคาดคะเนรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ ชนดิ ของแรงยึดเหน่ยี วระหว่างโมเลกุลโคเวเลนตเ์ ปรยี บเทยี บ

จุดหลอมเหลว จดุ เดอื ด และการละลายน้ำของสารโคเวเลนตส์ มบัตขิ องสารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาขา่ ย

การเกิดพนั ธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะและสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนิก

สารโคเวเลนต์ และโลหะ

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้น

ขอ้ มลู และการอภปิ ราย เพื่อพัฒนากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการความสามารถในการแกป้ ัญหา

และการจดั การทักษะในการสอ่ื สารและความสามารถในการตัดสินใจใหเ้ ปน็ ผู้ท่ีมจี ิตวิทยาศาสตร์

มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

78

ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เป็นประจักษพ์ ยานในการเสนอ
แบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์และอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม
2. เขียนสัญลักษณน์ วิ เคลยี ร์ของธาตุ และระบุจำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน .
ของอะตอมจากสญั ลกั ษณน์ ิวเคลียร์ รวมท้ังบอกความหมายของไอโซโทป
3. อธิบาย และเขียนการจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลักและระดับพลงั งานย่อย
เม่อื ทราบเลขอะตอมของธาตุ
4. ระบหุ มู่ คาบ ความเปน็ โลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตุ
แทรนซชิ นั ในตารางธาตุ
5. วเิ คราะห์ และบอกแนวโนม้ สมบัตขิ องธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหม่แู ละตามคาบ
6. บอกสมบตั ิของธาตุโลหะแทรนซิชัน และเปรียบเทยี บสมบตั ิกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตุ
เรพรีเซนเททฟี
7. อธบิ ายสมบตั ิ และคำนวณครึ่งชวี ิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี
8. สบื ค้นข้อมูล และยกตัวอยา่ งการนำธาตุมาใชป้ ระโยชน์ รวมท้งั ผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ติ
และสิง่ แวดล้อม
9. อธิบายการเกดิ ไอออนและการเกดิ พนั ธะไอออนกิ โดยใช้แผนภาพหรือสัญลกั ษณ์แบบ
จุดของลิวอิส
10. เขยี นสตู ร และเรียกช่อื สารประกอบไอออนกิ
11. คำนวณพลงั งานท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนกิ จากวัฏจักร
บอรน์ -ฮาเบอร์
12. อธบิ ายสมบตั ิของสารประกอบไอออนกิ
13. เขยี นสมการไอออนกิ และสมการไอออนกิ สทุ ธิของปฏิกริ ิยาของสารประกอบไอออนกิ
14. อธบิ ายการเกดิ พันธะโคเวเลนตแ์ บบพันธะเดย่ี ว พันธะคู่ และพนั ธะสาม ด้วยโครงสร้าง
ลิวอิส
15. เขยี นสูตร และเรียกชื่อสารโคเวเลนต์
16. วเิ คราะห์ และเปรียบเทียบความยาวพนั ธะและพลงั งานพนั ธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้ง
คำนวณ พลงั งานที่เกยี่ วข้องกับปฏกิ ิริยาของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพนั ธะ
17. คาดคะเนรปู รา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ โดยใช้ทฤษฎกี ารผลกั ระหวา่ งคู่อิเลก็ ตรอนในวง
เวเลนซ์ และระบสุ ภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์
18. ระบชุ นิดของแรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ และเปรียบเทยี บจดุ หลอมเหลว
จดุ เดือด และการละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์

หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

79
19. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาข่ายชนดิ ต่าง ๆ
20. อธิบายการเกดิ พนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ
21. เปรยี บเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ

สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก
สารโคเวเลนต์ และโลหะได้อย่างเหมาะสม
22. สบื ค้นขอ้ มูล และนำเสนอตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนกิ
สารโคเวเลนต์ และโลหะได้อย่างเหมาะสม
23. บอก และอธิบายข้อปฏบิ ัติเบ้อื งตน้ และปฏิบตั ติ นทีแ่ สดงถึงความตระหนักในการทำ
ปฏิบตั กิ ารเคมีเพือ่ ให้มคี วามปลอดภัยท้งั ตอ่ ตนเอง ผอู้ นื่ และสง่ิ แวดลอ้ ม และเสนอแนว
ทางแก้ไขเม่อื เกดิ อบุ ตั เิ หตุ
24. เลือก และใชอ้ ุปกรณห์ รือเครอื่ งมอื ในการทำปฏบิ ัตกิ าร และวดั ปริมาณต่าง ๆ ได้อยา่ ง
เหมาะสม
25. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
26. ระบุหนว่ ยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอ
ดว้ ยการใช้แฟกเตอร์เปล่ียนหน่วย
รวมทง้ั หมด 26 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

80

คำอธิบายรายวิชา

ว30241 วชิ า ชีววทิ ยาเพิ่มเติม 1 กลุ่มสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง

************************************************************************************************************************************

ศกึ ษาวเิ คราะหธ์ รรมชาตขิ องสงิ่ มีชวี ติ การศึกษาชีววิทยา เคมีทเ่ี ป็นพ้นื ฐานของสิง่ มีชีวิต

เซลลข์ องสงิ่ มีชวี ิต โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องเซลล์ ศึกษาวิเคราะหก์ ารรักษาดุลยภาพของสงิ่ มชี ีวิต

การลำเลียงสาร และมีความเขา้ ใจในการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและไมโอซสิ จากตัวอย่างภายใต้

กลอ้ งจุลทรรศน์ และการสลายอาหารระดบั เซลลโ์ ดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ นำความรู้ทไ่ี ด้

ไปพฒั นาเปน็ โครงงานเกีย่ วกับสงิ่ ทเี่ รยี นผา่ นสอ่ื สารสนเทศตามยคุ สมัย

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ

การสืบคน้ ขอ้ มูล และการอภิปราย เพือ่ พัฒนากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถในการ

แก้ปญั หา และการจดั การทกั ษะในการสอื่ สาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เปน็ ผู้ท่ีมี

จติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่าง

สร้างสรรค์

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายและสรปุ สมบตั ิทสี่ ำคัญของส่งิ มชี วี ติ และความสัมพันธ์ของการจดั ระบบในส่งิ มีชีวติ
ที่ทำให้ส่งิ มชี วี ติ ดำรงชวี ิตอยู่ได้
2. อภปิ รายและบอกความสำคญั ของการระบุปญั หา ความสมั พนั ธ์ระหว่างปญั หาสมมติฐาน
และวธิ ีการตรวจสอบสมมติฐานรวมท้ังออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
3. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายเกยี่ วกับสมบัตขิ องน้ำและบอกความสำคญั ของน้ำที่มตี อ่ ส่งิ มชี ีวิต
และยกตัวอยา่ งธาตุชนิดต่าง ๆ ทมี่ ีความสำคญั ตอ่ รา่ งกายสง่ิ มชี ีวิต
4. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสร้างของคารโ์ บไฮเดรต ระบกุ ล่มุ ของคารโ์ บไฮเดรตรวมทงั้
ความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตท่มี ีตอ่ สิ่งมชี วี ิต
5. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งของโปรตีนและความสำคญั ของโปรตีนที่มีตอ่ สง่ิ มชี วี ิต
6. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งของลิพิดและความสำคญั ของลพิ ดิ ทมี่ ีตอ่ ส่งิ มีชวี ติ
7. อธิบายโครงสรา้ งของกรดนิวคลิอกิ และระบชุ นดิ ของกรดนวิ คลอิ กิ และความสำคญั ของ
กรดนวิ คลิอกิ ท่มี ีต่อส่ิงมชี ีวติ
8. สืบค้นขอ้ มูลและอธบิ ายปฏกิ ิรยิ าเคมี ทเี่ กดิ ขึน้ ในสงิ่ มชี วี ิต
9. อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเรง่ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีในสง่ิ มีชวี ติ และระบปุ ัจจยั ที่มผี ลต่อ
การทำงานของเอนไซม์

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

81
10. บอกวธิ ีการและเตรียมตวั อย่างส่งิ มีชวี ิตเพื่อศึกษาภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศนใ์ ช้แสง

วดั ขนาดโดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใตก้ ล้อง บอกวิธีการใช้ และการดแู ล
รกั ษากล้องจุลทรรศน์ใช้แสงท่ถี ูกตอ้ ง
11. อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของสว่ น ทห่ี ่อหุ้มเซลล์ของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์
12. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และระบุชนดิ และหนา้ ท่ีของออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ที่ของนิวเคลยี ส
14. อธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต และ แอก
ทีฟทรานสปอร์ต
15. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลลด์ ้วย
กระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ดว้ ยกระบวนการ
เอนโดไซโทซสิ
16. สงั เกตการแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ จากตวั อยา่ งภายใต้กล้อง
จลุ ทรรศน์ พรอ้ มทั้งอธบิ ายและเปรียบเทยี บการแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และ
แบบไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรยี บเทียบ และสรปุ ขน้ั ตอนการหายใจระดบั เซลล์ในภาวะทม่ี ีออกซเิ จน
เพยี งพอและภาวะท่มี อี อกซเิ จนไม่เพียงพอ
รวมทัง้ หมด 17 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20

82

คำอธิบายรายวชิ า

ว30202 วิชา ฟสิ กิ สเ์ พ่ิมเตมิ 2 กลุม่ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 2.0 หน่วยกติ เวลา 80 ชั่วโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเรื่องสมดุลกลและเง่ือนไขท่ีทำให้วัตถุหรือระบบอยู่ใน

สมดุลกล ศูนย์กลางมวลของวัตถุและผลของศูนย์ถ่วงที่มีต่อเสถียรภาพของวัตถุ งาน พลังงาน

ความสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกบั พลังงานศกั ย์โน้มถ่วง และ

ความสัมพันธ์ระหวา่ งขนาดของแรงทใ่ี ช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออก แรงอนุรักษ์ กฎการอนรุ ักษ์

พลังงาน กำลัง เครอื่ งกลอย่างง่าย ประสิทธิภาพและการได้เปรยี บเชิงกลของเครือ่ งกลอย่างง่ายบาง

ชนิด โมเมนตัม การชนกนั ของวัตถใุ น 1 มติ ิ การดล แรงดลและกฎการอนุรกั ษโ์ มเมนตัม การเคล่ือนที่

แบบโพรเจกไทล์และการเคล่อื นทีแ่ บบวงกลมในระนาบระดับ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการศึกษาหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้น

ข้อมลู การอภปิ รายการสรุป มคี วามสามารถในการคดิ การแกป้ ัญหา สือ่ สารส่ิงทเี่ รียนรู้ ใช้เทคโนโลยี

ประกอบการเรียนรอู้ ย่างเหมาะสม และสามารถนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวัน

มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยมท่ีเหมาะสม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน

รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ สามารถเรียนรู้ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

มีศักยภาพในการแข่งขัน และดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลกสอดคล้องกับประเทศไทย

4.0 ในโลกศตวรรษที่ 21

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายสมดุลกลของวตั ถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนตท์ ี่มตี ่อการหมุน แรงค่คู วบและ
ผลของแรงคู่ควบท่มี ตี อ่ สมดุลของวัตถุเขียนแผนภาพวัตถุอสิ ระเมื่อวัตถุอย่ใู นสมดลุ กล
และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ งรวมทง้ั ทดลองและอธบิ ายสมดลุ ของแรง 3 แรง
2. สงั เกตและอธิบายสภาพการเคลื่อนทขี่ องวัตถุ เม่ือแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุผ่านศนู ยก์ ลางมวล
ของวัตถุและผลของศนู ยถ์ ่วงท่มี ตี อ่ เสถยี รภาพของวตั ถุ
3. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นทใี่ ต้กราฟความสัมพันธ์
ระหว่างแรงกับตำแหนง่ รวมทง้ั อธบิ ายและคำนวณกาลังเฉล่ีย

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

83

4. อธบิ ายและคำนวณพลังงานจลน์ พลงั งานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์
ระหว่างงานกับพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหวา่ งงานกับพลงั งานศกั ย์โนม้ ถว่ ง
ความสมั พันธร์ ะหว่างขนาดของแรงทีใ่ ชด้ ึงสปรงิ กบั ระยะท่สี ปริงยืดออกและความสัมพันธ์
ระหวา่ งงานกบั พลงั งานศักย์ยืดหยนุ่ รวมทง้ั อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ งงานของแรงลพั ธ์
และพลงั งานจลน์ และคำนวณงานท่ีเกดิ ขึน้ จากแรงลัพธ์

5. อธบิ ายกฎการอนรุ ักษพ์ ลังงานกล รวมท้ังวเิ คราะห์ และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
กับการเคล่อื นทขี่ องวัตถใุ นสถานการณต์ ่าง ๆ โดยใช้กฎการอนุรักษพ์ ลงั งานกล

6. อธิบายการทำงาน ประสทิ ธภิ าพและการไดเ้ ปรียบเชิงกลของเคร่อื งกลอยา่ งง่ายบาง
ชนดิ โดยใช้ความรเู้ ร่ืองงานและสมดลุ กล รวมทงั้ คำนวณประสิทธภิ าพและการไดเ้ ปรียบ
เชงิ กล

7. อธิบายและคำนวณโมเมนตมั ของวตั ถุ และการดลจากสมการและพ้ืนที่ใตก้ ราฟ
ความสมั พนั ธ์ระหว่างแรงลพั ธก์ ับเวลา รวมทงั้ อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างแรงดลกบั
โมเมนตมั

8. ทดลอง อธบิ ายและคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วกบั การชนของวตั ถุในหน่งึ มิติทง้ั แบบ
ยืดหย่นุ ไมย่ ืดหยุน่ และการดดี ตวั แยกจากกนั ในหน่ึงมิตซิ งึ่ เป็นไปตามกฎการอนรุ ักษ์
โมเมนตัม

9. อธิบาย วเิ คราะห์ และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การเคลอ่ื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์
และทดลองการเคลือ่ นที่แบบโพรเจกไทล์

10.ทดลองและอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งแรงส่ศู ูนยก์ ลาง รัศมีของการเคลือ่ นที่ อัตราเร็ว
เชงิ เสน้ อตั ราเร็วเชงิ มุม และมวลของวตั ถใุ นการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมในระนาบระดับ
รวมทั้งคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวข้อง และประยกุ ตใ์ ช้ความรกู้ ารเคล่อื นทแ่ี บบวงกลม
ในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทียม

รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

84

คำอธิบายรายวิชา

ว30222 วิชา เคมีเพิม่ เติม 2 กลมุ่ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ชว่ั โมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษา สืบค้น วิเคราะห์ สำรวจข้อมูล อภิปราย อธิบายเกี่ยวกับ สัญลักษณ์ในสมการเคมี

เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี การคำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับ

มวลสารการคำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีท่ีเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของสารละ ลายการ

คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เก่ียวข้องกับปริมาตรแก๊ส การคำนวณปริมาณของสาร

ในปฏิกิริยาเคมีหลายข้ันตอน สารกำหนดปริมาณ และคำนวณปริมาณสารต่าง ๆ ในปฏิกิริยาเคมี

และการคำนวณผลได้ร้อยละของผลิตภัณฑ์ในปฏิกิริยาเคมี มวลอะตอมของธาตุ การคำนวณมวล

อะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกลุ และมวลสูตรการคำนวณปริมาณใดปริมาณหน่ึงจากความสัมพันธ์

ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และปริมาตรของแก๊สท่ี STP การคำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุ

องค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงท่ี การคำนวณสตู รอย่างง่ายและสูตรโมเลกลุ ของสาร

การคำนวณความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยต่าง ๆ การเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นใน

หนว่ ยโมลาริตี และปริมาตรสารละลายตามท่ีกำหนด และจดุ เดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับ

สารบริสทุ ธิ์ รวมทง้ั คำนวณ จดุ เดอื ดและจดุ เยือกแข็งของสารละลาย

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรูการสำรวจตรวจสอบ การสืบค้น

ข้อมูล และการอภิปราย เพ่ือพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการความสามารถในการแก้ปัญหา

และการจัดการทักษะในการส่ือสารและความสามารถในการตัดสินใจให้เป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์

มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์

ผลการเรียนรู้
1. แปลความหมายสญั ลกั ษณ์ในสมการเคมีเขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏิกิรยิ าเคมีบาง
ชนิด
2. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับมวลสาร
3. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมที ่ีเก่ยี วขอ้ งกบั ความเข้มข้นของสารละลาย
4. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมที เ่ี กีย่ วข้องกับปรมิ าตรแก๊ส
5. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ิยาเคมหี ลายขั้นตอน
6. ระบุสารกำหนดปริมาณ และคำนวณปรมิ าณสารตา่ ง ๆ ในปฏิกิริยาเคมี
7. คำนวณผลไดร้ อ้ ยละของผลติ ภัณฑใ์ นปฏิกิริยาเคมี

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

85
8. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคำนวณมวลอะตอมเฉลีย่ ของธาตุ

มวลโมเลกุล และมวลสูตร
9. อธิบาย และคำนวณปริมาณใดปรมิ าณหนึ่งจากความสมั พันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค

มวลและปริมาตรของแก๊สท่ี STP
10. คำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงที่
11. คำนวณสูตรอยา่ งงา่ ยและสูตรโมเลกุลของสาร
12. คำนวณความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยต่าง ๆ
13. อธบิ ายวิธีการ และเตรียมสารละลายให้มคี วามเขม้ ข้นในหน่วยโมลารติ ี และปรมิ าตร

สารละลายตามที่กำหนด
14. เปรยี บเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแขง็ ของสารละลายกบั สารบริสทุ ธิ์ รวมทงั้ คำนวณ

จุดเดือดและจดุ เยอื กแข็งของสารละลาย
รวมทงั้ หมด 14 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

86

คำอธิบายรายวชิ า

ว30242 วชิ า ชีววทิ ยาเพม่ิ เตมิ 2 กลุ่มสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์และวิวัฒนาการ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุ

ศาสตร์ของเมนเดล กฎของความน่าจะเป็น กฎแห่งการแยก และกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ

การผสมเพอื่ ทดสอบลกั ษณะทางพันธกุ รรมทเ่ี ป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ศึกษาเก่ียวกับยีน

และโครโมโซม การถา่ ยทอดยนี และโครโมโซม การค้นพบสารพันธกุ รรม โครโมโซม องคป์ ระกอบทาง

เคมีของ DNA โครงสรา้ งของ DNA สมบตั ิของสารพันธกุ รรม มิวเทชนั ศึกษาเกี่ยวกับพันธศุ าสตรแ์ ละ

เทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรม การวิเคราะห์ DNA และการศึกษาจีโนม การประยุกต์ใช้

เทคโนโลยีทาง DNA ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม

ศึกษาเกยี่ วกับวิวัฒนาการ หลักฐานท่ีบ่งบอกถงึ ววิ ัฒนาการของส่ิงมีชวี ิต แนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการ

ของสิ่งมีชีวิต พันธุศาสตร์ประชากร ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีล กำเนิด

ของสปีชีส์ และวิวัฒนาการของมนษุ ย์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ

การสบื ค้นข้อมูล และการอภิปราย เพ่ือพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา และการจัดการทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตดั สินใจ ให้เป็นผูท้ ่ีมจี ิตวิทยา

ศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมในการใช้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

ผลการเรียนรู้
1. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ ายและสรปุ ผลการทดลอง ของเมนเดล
2. อธิบายและสรุปกฎแห่งการแยกและกฎแหง่ การรวมกลุ่มอยา่ งอิสระ และนำกฎของ
เมนเดล น้ีไปอธิบายการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมและใช้ในการคำนวณโอกาสใน
การเกดิ ฟโี นไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2
3. สืบคน้ ข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเกีย่ วกับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ทเี่ ปน็ สว่ นขยายของ พันธศุ าสตร์เมนเดล
4. สบื ค้นข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธกุ รรมทม่ี กี ารแปรผัน
ไม่ต่อเนือ่ งและลักษณะทางพันธกุ รรมทีม่ กี ารแปรผนั ตอ่ เนอ่ื ง
5. อธิบายการถา่ ยทอดยีนบนโครโมโซมและยกตวั อยา่ งลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่ถี กู ควบคมุ
ดว้ ยยีนบนออโตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

87
6. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายสมบตั ิและหน้าทข่ี องสารพนั ธกุ รรม โครงสร้างและ

องค์ประกอบทางเคมีของDNA และสรุปการจำลอง DNA
7. อธบิ ายและระบขุ นั้ ตอนในกระบวนการสังเคราะห์โปรตนี และหน้าท่ขี อง DNA และ RNA

แต่ละชนิดในกระบวนการสังเคราะห์ โปรตีน
8. สรุปความสัมพนั ธร์ ะหว่างสารพนั ธกุ รรม แอลลลี โปรตีน ลกั ษณะทางพันธกุ รรม

และเชือ่ มโยงกบั ความร้เู ร่ืองพันธุศาสตรเ์ มนเดล
9. สืบคน้ ข้อมูล และอธบิ ายการเกดิ มิวเทชนั ระดบั ยนี และระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิด

มวิ เทชันรวมทั้งยกตัวอยา่ งโรคและกลมุ่ อาการทเ่ี ป็นผลของการเกิดมิวเทชัน
10. อธบิ ายหลกั การสรา้ งสิ่งมชี ีวติ ดัดแปรพันธุกรรมโดยใชด้ ีเอ็นเอรีคอมบิแนนท์
11. สบื คน้ ข้อมูล ยกตัวอยา่ ง และอภิปรายการนำเทคโนโลยที างดเี อ็นเอไปประยกุ ต์ ทั้งใน

ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม นิติวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอตุ สาหกรรม และข้อควร
คำนึงถงึ ดา้ นชีวจริยธรรม
12. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายเก่ยี วกบั หลกั ฐานที่สนับสนนุ และขอ้ มลู ท่ใี ช้อธบิ ายการเกดิ
วิวฒั นาการของสงิ่ มีชีวติ
13. อธบิ ายและเปรียบเทยี บแนวคิดเกยี่ วกบั ววิ ัฒนาการของสิง่ มีชีวติ ของ ฌอง ลามารก์
และทฤษฎีเกี่ยวกบั วิวัฒนาการของส่งิ มีชีวติ ของ ชาลส์ ดาร์วิน
14. ระบุสาระสำคญั และอธิบายเงอ่ื นไขของภาวะสมดลุ ของฮาร์ดี-ไวนเ์ บริ ์ก ปัจจัยท่ที ำให
เกิดการเปลีย่ นแปลงความถีข่ องแอลลลี ในประชากร พรอ้ มทง้ั คำนวณหาความถขี่ อง
แอลลลี และจโี นไทปข์ องประชากรโดยใชห้ ลกั ของฮารด์ ี-ไวนเ์ บิรก์
15. สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปราย และอธิบายกระบวนการเกิดสปีชสี ใ์ หม่ของสงิ่ มีชวี ิต

รวมทงั้ หมด 15 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

88

คำอธิบายรายวชิ า

I30202 วิชา IS2 การสอ่ื สารและการนำเสนอ กลุ่มสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชัว่ โมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษา เรียบเรียงข้อมูล นำเสนอข้อมูล และถ่ายทอดความรู้ ความคิดอย่างสร้างสรรค์จาก

รายวชิ า IS1 (Research and Knowledge Formation) เก่ียวกับเน้ือหาท่ีนกั เรียนต้องการศึกษาหา

ความรู้ ต้องการหาคำตอบ สิ่งท่ีนักเรียนสนใจ โดยเขียนโครงร่าง บทนำ เน้ือเรื่อง สรุป ในรูปของ

รายงานการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเป็นภาษาไทยความยาวจำนวน 4,000 คำ หรือเป็น

ภาษาองั กฤษ ความยาว 2,500 คำ จัดทำรูปเลม่ รายงานวิชาการ มกี ารอ้างองิ แหลง่ ความรู้ท่เี ชอ่ื ถือได้

อย่างหลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรียบเรียงและถ่ายทอดสื่อสาร นำเสนอความคิด

อย่างชัดเจน เป็นระบบ มีการนำเสนอในรูปแบบเด่ียว (Oral individual) หรือ กลุ่ม (Oral panel

presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมกี ารเผยแพร่ผลงานสสู่ าธารณะ

เพื่อให้เกิดทักษะ ในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ ทักษะการส่ือสาร การสำเสนอที่มี

ประสทิ ธิภาพ เหน็ ประโยชน์ คุณค่าในการสร้างสรรคง์ าน เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถ

นำเสนอส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรมจริยธรรม

และค่านิยมที่เหมาะสม ถ่ายทอดสิ่งท่ีเรียนรู้ เผยแพรผ่ ลงานให้เป็นประโยชนแ์ ก่สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายข้นั ตอนการทำแฟ้มสะสมผลงานตามกระบวนการ Portfolio
2. นักเรียนสามารถทำแฟ้มสะสมผลงานท่เี หมาะสมกับตนเองได้ ตามขั้นตอนกระบวนการ
Portfolio
3. นกั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั ความหมายและองค์ประกอบของโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์
4. นกั เรียนสามารถสรปุ ความหมายของโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
5. นักเรยี นสามารถตั้งคำถามทกี่ ำหนดประเดน็ หรือตัวแปรทสี่ ำคัญในการสำรวจตรวจสอบ
หรือศกึ ษาค้นควา้ เรอ่ื งที่สนใจได้อย่างครอบคลุมและเชอื่ ถือได้
6. นกั เรยี นตระหนกั ในคุณค่าของกจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตรท์ ่เี ปน็ พนื้ ฐานต่อการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ิตทสี่ ามารถนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้
7. นกั เรียนสามารถอธบิ ายความหมายโครงงานวทิ ยาศาสตรแ์ ต่ละประเภทได้
8. นกั เรียนสามารถยกตวั อย่างและจำแนกโครงงานแต่ละประเภทได้
9. นักเรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตรแ์ ต่ละประเภท

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

89

10. นกั เรียนสามารถบอกวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
11. นกั เรยี นสามารถนำเอาวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ไปใชใ้ นการแก้ปญั หาได้
12. นักเรียนสามารถนำเอาวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใช้ในการทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้
13. นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ลำดบั ขั้นตอนในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
14. นักเรยี นสามารถคน้ คว้าหาแหลง่ ขอ้ มลู ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ความรเู้ ทคโนโลยีและ .

นวตั กรรมทางวิทยาศาสตร์จากแหล่งขอ้ มูลต่าง ๆ อยา่ งหลากหลายได้
15. นักเรยี นสามารถออกแบบการทดลองและวางแผนดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
16. นกั เรียนสามารถเขยี นเค้าโครงของโครงงานวทิ ยาศาสตรท์ ี่จะดำเนนิ การศกึ ษา
17. นกั เรียนสามารถคิดและเลอื กหัวข้อเร่ืองทจ่ี ะทำโครงงานได้อยา่ งเหมาะสม
18. นกั เรยี นสามารถเขยี นเคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้ถูกตอ้ งตามขนั้ ตอนและมี

ความเปน็ ไปได้ที่จะทางานให้สำเร็จ
19. นกั เรียนสามารถออกแบบการทดลองและวางแผนดำเนนิ การทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์
20. นักเรยี นสามารถลงมอื ปฏิบัติงานตามข้ันตอนทรี่ ะบไุ วใ้ นเค้าโครงของโครงงาน

วิทยาศาสตรไ์ ด้
21. นกั เรียนสามารถบอกหลักการและรูปแบบการเขยี นรายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์
22. นกั เรยี นสามารถเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวชิ าการภาษาไทยความยาว

4,000 คำ หรอื ภาษาองั กฤษความยาว 2,500 คำ
23. นักเรียนสามารถนำเสนอข้อคน้ พบ ข้อสรปุ จากประเดน็ ทเ่ี ลอื กในรปู แบบเดยี่ ว

(Oral individual presentation) หรือกลุม่ (Oral panel presentation) โดยใช้ส่ือ
เทคโนโลยีท่ีหลากหลาย
24. นักเรียนสามารถเผยแพรผ่ ลงานส่สู าธารณะ โดยใช้การสนทนา/วพิ ากย์ผ่านสื่อ
อิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ e-conference, social media online เป็นต้น
25. นกั เรยี นสามารถประเมินผลโครงงานนำเสนอการศกึ ษาคน้ คว้าและจดั แสดงผลงานของ
ตนเองให้ผอู้ ื่นรบั รแู้ ละเขา้ ใจ
26. นักเรียนเห็นประโยชนแ์ ละคุณค่าในการสรา้ งสรรคง์ านและถา่ ยทอดสง่ิ ทเ่ี รยี นรใู้ ห้เปน็
ประโยชนแ์ ก่สาธารณะ

รวมทัง้ หมด 26 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

90

คำอธิบายรายวชิ า

ว30203 วิชา ฟิสิกส์เพ่ิมเตมิ 3 กล่มุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ เวลา 80 ช่ัวโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห์และอธิบายการเคล่ือนท่ีแบบฮาร์มอนิกส์อย่างง่าย เสียงและการได้ยิน

ปรากฏการณ์ทเี่ กย่ี วข้องกับเสียง แรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟา้ ศักยไ์ ฟฟ้า ความจุไฟฟ้า

กระแสไฟฟ้า และกฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การเปลี่ยน

พลงั งานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟา้ รวมทัง้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้

ข้อมลู และการอภปิ ราย เพอ่ื พัฒนากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา

และการจัดการทักษะในการสอื่ สาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เปน็ ผ้ทู ี่มีจิตวทิ ยาศาสตร์

มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลองและอธบิ ายการเคล่อื นท่แี บบฮาร์มอนิกอย่างงา่ ยของวตั ถุตดิ ปลายสปริงและลูกต้มุ
อย่างงา่ ยรวมท้ังคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง
2. อธิบายความถธี่ รรมชาติของวัตถแุ ละการเกิดการส่ันพ้อง
3. อธบิ ายการเกิดเสยี ง การเคล่ือนทข่ี องเสียงความสัมพันธ์ระหว่างคลื่น การกระจดั ของ
อนุภาคกบั คล่ืนความดนั ความสมั พนั ธร์ ะหว่างอตั ราเรว็ ของเสียงในอากาศทขี่ นึ้ กับ
อุณหภูมใิ นหนว่ ยองศาเซลเซียสสมบตั ิของคล่ืนเสยี ง ได้แก่ การสะท้อน การหกั เห
การแทรกสอด การเล้ยี วเบน รวมทง้ั คำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
4. อธิบายความเขม้ เสยี งระดบั เสยี งองคป์ ระกอบของการได้ยนิ คุณภาพเสียง และมลพษิ
ทางเสยี งรวมทงั้ คำนวณปริมาณต่าง ๆท่ีเก่ียวขอ้ ง
5. ทดลองและอธบิ ายการเกิดการสน่ั พ้องของอากาศในท่อปลายเปดิ หนึ่งดา้ นรวมท้ังสังเกต
และอธิบายการเกดิ บีตคล่ืนนิ่งปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คลนื่ กระแทกของเสียงคำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง และนำความรู้เรอ่ื งเสยี งไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั
6. ทดลองและอธบิ ายการทำวัตถทุ เี่ ปน็ กลางทางไฟฟา้ ให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขดั สีกนั และ
การเหนีย่ วนำไฟฟ้าสถติ
7. อธิบายและคำนวณแรงไฟฟ้าตามกฎของคลู อมบ์
8. อธิบายและคำนวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟา้ ทีก่ ระทำกับอนุภาคท่ีมีประจไุ ฟฟ้าทีอ่ ยูใ่ น
สนามไฟฟา้ รวมท้ังหาสนามไฟฟา้ ลพั ธเ์ นอ่ื งจากระบบจดุ ประจโุ ดยรวมกนั แบบเวกเตอร์

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)

โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

91

9. อธิบายและคำนวณพลงั งานศกั ยไ์ ฟฟ้า ศกั ย์ไฟฟา้ และความตา่ งศักย์ระหวา่ งสอง
ตำแหนง่ ใด ๆ

10. อธบิ ายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความตา่ ง
ศักย์ และความจขุ องตัวเก็บประจุ และอธบิ ายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุ
สมมูล รวมท้งั คำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง

11. นำความรเู้ รอื่ งไฟฟ้าสถติ ไปอธบิ ายหลักการทำงานของเครื่องใชไ้ ฟฟ้าบางชนดิ และ
ปรากฏการณใ์ นชวี ิตประจำวัน

12. อธิบายการเคลื่อนที่ของอเิ ลก็ ตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งกระแสไฟฟ้าในลวดตวั นำกบั ความเร็วลอยเลอื่ นของอเิ ลก็ ตรอนอิสระ ความ
หนาแนน่ ของอิเลก็ ตรอนในลวดตัวนำและพื้นทหี่ น้าตดั ของลวดตวั นำและคำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง

13. อธบิ ายกฎของโอหม์ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งความต้านทานกับความยาว พ้นื ที่หน้าตัด
และสภาพตา้ นทานของตัวนำโลหะท่อี ณุ หภูมคิ งตัวและคำนวณปรมิ าณตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
รวมท้งั อธบิ ายและคำนวณความต้านทานสมมลู เมื่อนำตวั ต้านทานมาตอ่ กันแบบอนกุ ร
และแบบขนาน

14. ทดลอง อธิบายและคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง รวมทง้ั อธิบาย
และคำนวณพลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟา้

15. ทดลองและคำนวณอเี อ็มเอฟสมมูลจากการตอ่ แบตเตอร่แี บบอนุกรมและแบบขนาน
รวมท้งั คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆที่เกยี่ วขอ้ งในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซงึ่ ประกอบดว้ ย
แบตเตอรแี่ ละตวั ตา้ นทาน

16. อธบิ ายการเปลี่ยนพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟ้า รวมทง้ั สบื คน้ และอภิปราย
เกยี่ วกับเทคโนโลยอี ่นื ๆทน่ี ำมาแกป้ ญั หาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงาน

รวมทั้งหมด16 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

92

คำอธบิ ายรายวิชา

ว30223 วิชา เคมีเพ่มิ เตมิ 3 กลุ่มสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ชวั่ โมง

************************************************************************************************************************************

อธิบายความสมั พันธ์และคำนวณปริมาตรความดัน หรอื อุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่างๆ ตาม

กฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก คำนวณปริมาตรความดันหรืออุณหภูมิของแก๊สที่

ภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส คำนวณปริมาตร ความดัน อณุ หภูมิ จำนวนโมลหรือมวลของแก๊สจาก

ความสมั พนั ธ์ตามกฎของอาโวกาโดรและกฎแก๊สอดุ มคติ คำนวณความดนั ย่อย หรือจำนวนโมลของ

แก๊สในแก๊สผสมโดยใช้กฎความดันย่อยของดอลตัน อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของ

แก๊ส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม สืบค้น

ข้อมูล นำเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ ของแก๊สใน

การอธิบายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั และในอุตสาหกรรม ทดลองและเขียนกราฟ

การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารที่ทำการวัดในปฏิกิริยา คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียน

กราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารท่ีไม่ได้วัดในปฏิกิริยา เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชน

กันของอนภุ าคและพลงั งานท่ีส่งผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกิริยารยิ าเคมี ทดลองและอธิบายผลของความ

เข้มข้น พื้นที่ผิวของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาท่ีมีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้ืนท่ีผิวของสารต้ังต้น

อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ยกตัวอย่างและอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีใน

ชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะ

สมดุล อธบิ ายการเปล่ียนแปลงความเข้มข้นของสารอัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าและอัตราการ

เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ เมื่อเร่ิมปฏิกิริยาจนกระท่ังระบบอยู่ในภาวะสมดุล คำนวณค่าคงที่สมดุลของ

ปฏิกิริยา คำนวณค่าความเข้มข้นของสารท่ีภาวะสมดุล คำนวณค่าคงท่ีสมดุลหรือความเข้มข้นของ

ปฏิกิริยาหลายขั้นตอน ระบุปัจจัยที่มผี ลต่อภาวะสมดลุ และคา่ คงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเน

การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนเม่ือภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ

ยกตัวอย่าง และอธบิ ายสมดลุ เคมขี องกระบวนการทเ่ี กิดข้ึนในสง่ิ มชี ีวิตปรากฏการณใ์ นธรรมชาติและ

กระบวนการในอตุ สาหกรรม

โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ

ตรวจสอบ สามารถนำความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฎการณ์ หรือ

แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวัน สามารถจัดกระทำและวเิ คราะห์ขอ้ มูล สื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้ มคี วามสามาร

ในการตัดสินใจแกป้ ัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและ

คา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

93

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความสมั พนั ธแ์ ละคำนวณปรมิ าตรความดนั หรืออุณหภมู ขิ องแกส๊ ท่ภี าวะต่างๆ
ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก
2. คำนวณปริมาตรความดันหรอื อณุ หภูมขิ องแก๊สทภ่ี าวะตา่ งๆตามกฎรวมแก๊ส
3. คำนวณปริมาตร ความดนั อณุ หภมู ิ จำนวนโมลหรือมวลของแก๊สจากความสมั พันธ์ตาม
กฎของอาโวกาโดรและกฎแกส๊ อดุ มคติ
4. คำนวณความดันยอ่ ย หรอื จำนวนโมลของแก๊สในแก๊สผสมโดยใชก้ ฎความดันยอ่ ย
ของดอลตนั
5. อธบิ ายการแพรข่ องแก๊สโดยใชท้ ฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส คำนวณและเปรียบเทยี บอตั ราการ
แพรข่ องแก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
6. สืบคน้ ข้อมลู นำเสนอตวั อยา่ ง และอธิบายการประยุกตใ์ ช้ความรู้เก่ียวกบั สมบตั แิ ละกฎ
ต่างๆ ของแกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวนั และใน
อตุ สาหกรรม
7. ทดลองและเขียนกราฟการเพม่ิ ข้ึนหรอื ลดลงของสารท่ที ำการวดั ในปฏิกิรยิ า
8. คำนวณอัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี และเขยี นกราฟการลดลงหรือเพมิ่ ข้นึ ของสารทไี่ มไ่ ด้
วัดใน ปฏิกริ ยิ า
9. เขยี นแผนภาพ และอธบิ ายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานท่ีสง่ ผลตอ่ อตั รา
การเกดิ ปฏิกิริยารยิ าเคมี
10. ทดลองและอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พื้นทผี่ วิ ของสารตงั้ ต้น อณุ หภูมิ และตัวเร่ง
ปฏิกริ ยิ าท่ีมตี อ่ อตั ราการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
11. เปรยี บเทยี บอตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีเมอื่ มกี ารเปลีย่ นแปลงความเข้มขน้ พ้ืนท่ผี ิวของ
สารต้ังตน้ อณุ หภมู ิ และตัวเรง่ ปฏกิ ิรยิ า
12. ยกตวั อยา่ งและอธิบายปัจจัยที่มผี ลต่ออตั ราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมใี นชีวิตประจำวันหรือ
อตุ สาหกรรม
13. ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏกิ ิริยาผนั กลับได้และภาวะสมดุล
14. อธิบายการเปลีย่ นแปลงความเข้มขน้ ของสารอตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าไปข้างหน้าและ
อัตราการเกิดปฏิกิรยิ ายอ้ นกลับ เมอื่ เรม่ิ ปฏิกิรยิ าจนกระทั่งระบบอยู่ในภาวะสมดลุ
15. คำนวณคา่ คงทส่ี มดุลของปฏกิ ริ ิยา
16. คำนวณคา่ ความเข้มข้นของสารทภี่ าวะสมดุล
17. คำนวณค่าคงทีส่ มดุลหรอื ความเขม้ ข้นของปฏิกิริยาหลายขนั้ ตอน

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20

94
18. ระบปุ จั จยั ท่มี ผี ลตอ่ ภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมท้งั คาดคะเนการ

เปลีย่ นแปลงทเ่ี กดิ ข้ึนเมือ่ ภาวะสมดลุ ของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลเิ อ
19. ยกตัวอย่าง และอธิบายสมดุลเคมขี องกระบวนการทเี่ กิดข้นึ ในสิง่ มชี ีวติ ปรากฏการณ์

ในธรรมชาติ และกระบวนการในอตุ สาหกรรม
รวมทง้ั หมด 19 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

95

คำอธิบายรายวิชา

ว30243 วชิ า ชีววิทยาเพิม่ เตมิ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง

************************************************************************************************************************************

ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอกเนื้อเย่ือพืชโครงสร้างและหน้าที่ของรากโครงสร้าง

และหน้าท่ีของลำต้นโครงสร้างและหน้าท่ีของใบการแลกเปลี่ยน แก๊สและกา รคายน้ำของพืชการ

ลำเลียงน้ำของพืชธาตุอาหารของพืชการลำเลียงอาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะห์ด้วยแสง การ

ค้นคว้าที่เก่ียวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การค้นคว้าท่ีเกี่ยวข้องกับกระบวนการ

สังเคราะห์ด้วยแสงกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โครงสร้างของใบพืช C3และใบพืช C4วัฏจักร
คาร์บอนของพืช C4ศึกษาการสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโตวัฏจักรชีวิตของพืชดอกการ
สร้างเซลล์สืบพันธข์ุ องพืชดอกการปฏสิ นธิของพชื ดอกการงอกของเมล็ดพืช ศึกษาการตอบสนองของ

พชื การตอบสนองของพืชตอ่ สารเคมี และการตอบสนองของพืชตอ่ ส่ิงแวดล้อม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ

การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอภิปราย และการสรุปผล เพื่อให้เกิดความรู้

ความคิด และความเข้าใจมีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ใน

ชีวติ ประจำวนั ตลอดจนมีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกีย่ วกับชนิดและลักษณะของเนื้อเยอ่ื พืชและเขียนแผนผงั เพ่ือสรุปชนิดของ
เน้อื เยอื่ พชื
2. สังเกต อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างภายในของรากพชื ใบเล้ยี งเด่ยี วและรากพชื ใบ
เลย้ี งคจู่ ากการตัดตามขวาง
3. สงั เกต อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ ง ภายในของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดีย่ วและลำต้นพชื
ใบเลี้ยงคู่จากการตดั ตามขวาง
4. สงั เกต และอธบิ ายโครงสรา้ งภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง
5. สืบค้นข้อมูล สงั เกต และอธิบายการแลกเปลีย่ นแกส๊ และการคายน้ำของพชื
6. สบื คน้ ข้อมลู และอธบิ ายกลไกการลำเลยี งนำ้ และธาตอุ าหารของพชื
7. สบื ค้นข้อมลู อธิบายความสำคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอย่างธาตุอาหารท่สี ำคญั
ทมี่ ผี ลต่อการเจริญเติบโตของพืช
8. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพชื

หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20


Click to View FlipBook Version