The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruson, 2022-09-06 03:44:42

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

หลักสูตรม.ปลายเพ็ญพิทย์

246

คำอธบิ ายรายวิชา

อ30211 วิชา ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอื่ สาร 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง

*************************************************************************************************************************************************

ใชภ้ าษาอังกฤษในการศกึ ษาองค์ความรู้ นำเสนอขอ้ มูล วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ ใช้

ภาษาอังกฤษ ในการศกึ ษาคน้ คว้า และ เพื่อการศึกษาต่อ นำความรู้ไปใช้ในการตคี วามประโยคและ

บทความ ให้เหตุผล ประกอบขอ้ มูล วิเคราะห์ความเหมอื นความแตกตา่ งของภาษาและวฒั นธรรม

ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ คู่มือการ ใช้งาน ใช้ภาษาเพอื่ การบูรณาการ โดยใชก้ ระบวนการเรียนภาษาเพอื่

การส่อื สารสากลจากเจ้าของภาษา จากสอื่ ต่าง ๆ และแหล่งเรียนรจู้ รงิ ค้นควา้ สืบคน้ บนั ทกึ สรุป

และแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับขอ้ มูลท่ีเก่ยี วข้อง กบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ืน่ จากแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ

และนำเสนอด้วยการพดู และการเขยี น ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสบื คน้ คน้ คว้า รวบรวม วเิ คราะห์

และสรุปความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสอื่ และแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ ในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพ

เผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชมุ ชน และท้องถน่ิ ประเทศชาติ เปน็

ภาษาต่างประเทศ

ผลการเรยี นรู้

1. นกั เรยี นใชภ้ าษาเพื่อการศกึ ษาคน้ คว้าได้

2. นักเรยี นใชภ้ าษาเพือ่ การศกึ ษาต่อได้

3. นกั เรยี นมอี งค์ความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกับเทคนิคการเดาความหมายและการพัฒนา

คำศพั ท์

4. นักเรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจด้านโครงสรา้ งประโยค

5. นกั เรียนสามารถอา่ นวิเคราะห์ได้

6. นกั เรยี นสามารถนำเสนอ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ขอ้ มูลขา่ วสารของโรงเรียน ชุมชน

และประเทศชาติได้

รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20

247

คำอธิบายรายวิชา

อ30212 วชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร 6 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2

จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง

*************************************************************************************************************************************************

ใช้ภาษาอังกฤษในการศึกษาองค์ความรู้ นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ความสัมพันธ์ใช้

ภาษาอังกฤษ ในการศึกษาค้นคว้า และ เพอื่ การศึกษาต่อ นำความร้ไู ปใช้ในการตคี วามประโยคและ

บทความ ให้เหตุผล ประกอบข้อมูล วิเคราะห์ความเหมือนความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม

ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ คู่มือการ ใช้งาน ใช้ภาษาเพ่ือการบูรณาการ โดยใชก้ ระบวนการเรยี นภาษาเพื่อ

การส่ือสารสากลจากเจ้าของภาษา จากสื่อต่าง ๆ และแหล่งเรียนรู้จริง ค้นคว้า สืบค้น บันทึก สรุป

และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอ้ มลู ที่เก่ยี วข้องกับ กลุม่ สาระการเรยี นรู้อน่ื จากแหลง่ เรียนรู้ตา่ ง ๆ

และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียนตลอดจนใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น ค้นคว้า รวบรวม

วิเคราะห์ และสรุปความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและ

ประกอบอาชพี เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิน่ ประเทศชาติ

เป็นภาษาต่างประเทศ

ผลการเรยี นรู้

1. นักเรยี นใชภ้ าษาเพอ่ื การศึกษาคน้ ควา้ ได้
2. นกั เรียนใช้ภาษาเพอื่ การศึกษาต่อได้
3. นักเรียนมีองคค์ วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกบั เทคนิคการเดาความหมายและการพัฒนา

คำศัพท์
4. นักเรยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจดา้ นโครงสร้างประโยค
5. นักเรียนสามารถอ่านวิเคราะห์ได้
6. นกั เรียนสามารถนำเสนอ เผยแพร่ ประชาสมั พันธ์ ขอ้ มลู ข่าวสารของโรงเรียน ชมุ ชน

และประเทศชาติได้

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

248

คำอธิบายรายวชิ า

จ30211 วชิ า ภาษาจีน อ่าน-เขยี น 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง

*************************************************************************************************************************************************

อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน ข่าว ประกาศ บทร้อยกรอง ตอบคำถาม จับใจความสำคัญ

วเิ คราะห์ สรปุ และแสดง ความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผล และยกตวั อย่าง เก่ียวกับเรือ่ งที่ฟงั หรืออ่าน

พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ ขอและให้ความ ความช่วยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธใน

สถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายหรือเขียนประโยคหรือข้อความให้สัมพันธ์ สื่อท่ีไม่ใช่ความเรียง รวมท้ัง

เขียนส่ือท่ีไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยคหรือข้อความที่ฟังหรืออ่านสนทนา

อยา่ งต่อเนื่องและ เขยี นโต้ตอบแลกเปลย่ี นข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ ัว สถานการณ์ ข่าว

เรื่องท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับ ประสบการณ์ ข่าว เหตุการณ์

เร่ืองราวหรือ ประเด็นต่าง ๆของสังคม สนทนาอย่างต่อเน่ืองและ เขียนโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูล

เกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เร่ืองที่อยู่ในความสนใจ ของสังคม อธิบาย

เก่ียวกับชีวิตความ เป็นอยู่ ความคิด ความเช่ือและท่ีมาของขนบธรรมเนียมของจีน อธิบายและจัด

กิจกรรม เก่ียวกับชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณีของจีน วิเคราะห์หรืออภิปรายความ

เหมือนและ ความแตกต่าง ความเช่ือ วัฒนธรรมของจีนกับของไทย และนำไปใช้ อย่างเหมาะสม

พูดและสรุปใจความสำคัญ สาระหรือหัวข้อเรื่องท่ีได้จากการวิเคราะห์ ข่าวสั้นๆ เหตุการณ์

สถานการณ์ของสังคมประเทศ อธิบายและจัดกิจกรรม เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม

ของจนี

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางภาษาในการค้นควา้ บันทึก รวบรวม แสดงความคิดเหน็ อธิบาย

และเขียน สรุปข้อมูล เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น

ประเทศชาติ อาเซียนเป็นภาษาต่างประเทศ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving)

การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การติดต่อส่ือสารระหว่างกัน(Communication) และบูรณาการ

หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ความคดิ สามารถสอ่ื สารส่ิงท่ีเรยี นรูม้ ีความสามารถในการตัดสนิ ใจนำความรู้

ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การใช้ทักษะชีวิต การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี มีความฉลาดในการคิด

(Thinking) ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย ความเป็นอาเซยี น ร่วมกนั รับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน และ

เป็นผู้มีจิตวิญญาณแห่งมิตรไมตรี สันติภาพและความสงบสุข(Personal Spirit) มีความภาคภูมิใจใน

ความเป็นพลเมืองของอาเซียน รักชาติศาสน์ กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง

มุ่งม่ันในการทำงานรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะและสามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของ

หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

249

เศรษฐกิจพอเพยี ง พร้อมรับการเปล่ียนแปลงสามารถทำงานและอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนไดอ้ ย่างมีความสุขใน
สังคมโลก

ผลการเรียนรู้ 12 ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นออกเสยี งข้อความ นทิ าน ข่าว ประกาศ บทรอ้ ยกรอง
2. ตอบคำถาม จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ สรปุ และแสดง ความคิดเห็น พร้อมใหเ้ หตุผล
และยกตัวอย่าง เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรอื อา่ น
3. พดู และเขยี นแสดงความ ตอ้ งการ ขอและให้ความ ความชว่ ยเหลอื การตอบรบั และ
ปฏิเสธในสถานการณ์ต่าง ๆ
4. อธบิ ายหรือเขยี นประโยคหรือข้อความให้สัมพันธ์ ส่ือท่ไี ม่ใช่ความเรยี ง รวมทง้ั เขียนสอื่
ท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบต่าง ๆ ให้สมั พันธ์กบั ประโยคหรอื ข้อความท่ฟี ังหรืออา่ น
5. สนทนาอยา่ งต่อเนื่องและ เขียนโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูล เกย่ี วกบั ตนเอง เรอ่ื งตา่ ง ๆ
ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว เรอ่ื งทีอ่ ยู่ในความสนใจ ของสงั คม
6. พูดและเขียนบรรยายเก่ยี วกับ ประสบการณ์ ข่าว เหตกุ ารณ์ เรือ่ งราวหรือ ประเดน็
ต่าง ๆของสังคม
7. สนทนาอย่างต่อเนอื่ งและ เขยี นโตต้ อบแลกเปลย่ี นข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง เรือ่ งตา่ ง ๆ
ใกลต้ ัว สถานการณ์ ข่าว เร่ืองท่ีอยใู่ นความสนใจ ของสงั คม
8. อธบิ ายเกย่ี วกับชวี ติ ความ เป็นอยู่ ความคิด ความเชื่อและทม่ี าของขนบธรรมเนยี ม
ของจีน
9. อธิบายและจัดกิจกรรม เกย่ี วกับชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณขี องจนี
10. วเิ คราะหห์ รอื อภปิ รายความ ความเหมือนและ ความแตกตา่ ง ความเชือ่ วัฒนธรรม
ของจนี กบั ของไทย และนำไปใช้ อย่างเหมาะสม
11. พูดและสรปุ ใจความสำคญั สาระหรือหวั ขอ้ เรอื่ งที่ได้จากการวเิ คราะห์ข่าวส้นั ๆ
เหตุการณ์ สถานการณข์ องสงั คมประเทศ
12. อธบิ ายและจัดกิจกรรม เก่ียวกบั ชวี ิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มของจีน

รวมท้งั หมด 12 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

250

คำอธิบายรายวิชา

จ30212 วิชา ภาษาจนี อา่ น-เขียน 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ช่วั โมง

*************************************************************************************************************************************************

อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน ข่าว ประกาศ บทร้อยกรอง ตอบคำถาม จับใจความสำคัญ

วิเคราะห์ สรปุ และแสดง ความคิดเห็น พร้อมให้เหตผุ ล และยกตวั อย่าง เก่ียวกับเรอ่ื งท่ีฟงั หรืออ่าน

3. พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ ขอและให้ความ ความช่วยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธใน

สถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายหรือเขียนประโยคหรือข้อความให้สัมพันธ์ สื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รวมทั้ง

เขยี นส่ือท่ีไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพนั ธ์กับ ประโยคหรือข้อความที่ฟังหรอื อ่าน สนทนา

อยา่ งต่อเน่ืองและเขียนโต้ตอบแลกเปล่ียนข้อมูล เก่ียวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์

ข่าว เรอ่ื งท่อี ยู่ในความสนใจของสังคม อธิบายเก่ียวกับชีวิตความเป็นอยู่ ความคดิ ความเชอื่ และทม่ี า

ของขนบธรรมเนียมของจีน อธิบายและจัดกิจกรรม เก่ียวกับชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียม

ประเพณีของจนี วิเคราะห์หรืออภิปรายความ ความเหมอื นและ ความแตกต่าง ความเช่ือ วัฒนธรรม

ของจีนกับของไทยและนำไปใช้อย่างเหมาะสม อธิบายและจัดกิจกรรม เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่

ขนบธรรมเนียมของจนี

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางภาษาในการค้นควา้ บันทึก รวบรวม แสดงความคิดเหน็ อธบิ าย

และเขียน สรุปข้อมูล เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น

ประเทศชาติ อาเซียนเป็นภาษาต่างประเทศ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving)

การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การติดต่อส่ือสารระหว่างกัน(Communication) และบูรณาการ

หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

เพือ่ ให้เกิดความรู้ความคิดสามารถสอ่ื สารสิ่งท่เี รียนรมู้ ีความสามารถในการตดั สนิ ใจนำความรู้

ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การใช้ทักษะชีวิต การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี มีความฉลาดในการคิด

(Thinking) ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ความเป็นอาเซียน ร่วมกันรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน

และเปน็ ผมู้ ีจิตวิญญาณแหง่ มติ รไมตรี สันติภาพและความสงบสุข(Personal Spirit) มีความภาคภมู ใิ จ

ในความเป็นพลเมืองของอาเซียน รักชาติศาสน์ กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งม่ันในการทำงานรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะและสามารถดำเนินชีวิตตามหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พรอ้ มรับการเปล่ียนแปลงสามารถทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่าง

มคี วามสุขในสงั คมโลก

หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

251
ผลการเรยี นรู้ 9 ผลการเรียนรู้

1. อ่านออกเสียงขอ้ ความ นิทาน ข่าว ประกาศ บทร้อยกรอง
2. ตอบคำถาม จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ สรปุ และแสดง ความคิดเหน็ พรอ้ มให้เหตุผล

และยกตวั อย่าง เกย่ี วกับเร่ืองที่ฟังหรอื อา่ น
3. พูดและเขยี นแสดงความ ตอ้ งการ ขอและให้ความ ความชว่ ยเหลอื การตอบรับและ

ปฏิเสธในสถานการณ์ต่าง ๆ
4. อธิบายหรือเขยี นประโยคหรือขอ้ ความใหส้ ัมพันธ์ สอ่ื ท่ไี ม่ใชค่ วามเรียง รวมทงั้ เขียนสือ่

ทไี่ ม่ใช่ความเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สมั พนั ธก์ ับ ประโยคหรือข้อความท่ฟี ังหรืออ่าน
5. สนทนาอยา่ งตอ่ เน่ืองและเขยี นโต้ตอบแลกเปล่ียนข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆ

ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เร่ืองทีอ่ ย่ใู นความสนใจ ของสังคม
6. อธิบายเกี่ยวกับชวี ติ ความ เป็นอยู่ ความคิด ความเช่ือและทมี่ าของขนบธรรมเนยี ม

ของจีน
7. อธบิ ายและจดั กิจกรรม เกี่ยวกับชีวิตความเปน็ อยู่ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณขี องจีน
8. วิเคราะห์หรืออภปิ รายความ ความเหมอื นและ ความแตกตา่ ง ความเชื่อ วัฒนธรรมของ

จนี กับของไทย และนำไปใช้ อยา่ งเหมาะสม
9. อธิบายและจัดกิจกรรม เกยี่ วกับชวี ิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มของจีน
รวมทง้ั หมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

252

คำอธิบายรายวิชา

จ30217 วชิ า ภาษาจีน ฟงั -พดู 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ช่วั โมง

*************************************************************************************************************************************************

อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน บทร้อยกรอง ข่าว ประกาศ โฆษณา ตอบคำถาม จับ
ใจความสำคัญ วิเคราะห์ สรุปและแสดงความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านสนทนาอย่างต่อเนื่องโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆ
ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว และเร่ืองท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง
และคำอธิบายในสถานการณ์ต่าง ๆ พูดแสดงความต้องการ ขอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและ
ปฏเิ สธในสถานการณ์ตา่ ง ๆ พดู เพื่อขอและให้ข้อมูลบรรยาย บรรยาย อธบิ าย เปรยี บเทยี บและแสดง
ความคิดเห็นและให้เหตุผลเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังและอ่าน พูดแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นของตนเอง
เก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว หรือเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผล หรือสอดแทรก
สำนวนประกอบ พูดบรรยายเกี่ยวกับประสบการณ์ ข่าวหรือเหตุการณ์ เร่ืองราวหรือประเด็นต่าง ๆ
ของสังคม ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จำลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศึกษา ชุมชน และสังคมโลก อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ความคิด ความเช่ือ และท่ีมา
ของ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของจีน วิเคราะห์หรืออภิปรายความเหมือนและความแตกต่าง
ระหวา่ งวิถีชีวิต ความเช่ือ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมของไทย และนำไปใชอ้ ย่าง
เหมาะสม และใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
สถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คมโลก

ใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาในการค้นคว้า บันทึก รวบรวม แสดงความคิดเห็นอธิบาย

และเขียน สรุปข้อมูล เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถ่ิน

ประเทศชาติ อาเซียนเป็นภาษาต่างประเทศ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving)

การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การติดต่อส่ือสารระหว่างกัน (Communication) และบูรณาการ

หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

เพ่ือให้เกิดความรู้ความคิดสามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจนำ

ความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน การใช้ทักษะชีวิต การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี มีความฉลาดในการ

คิด (Thinking) ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ความเป็นอาเซียน ร่วมกันรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน

และเป็นผู้มีจิตวิญญาณแห่งมิตรไมตรี สันติภาพและความสงบสุข (Personal Spirit) มีความ

ภาคภูมิใจในความเป็นพลเมืองของอาเซียน รักชาติศาสน์ กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้

อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงานรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะและสามารถดำเนินชีวิตตาม

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสามารถทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้

อย่างมคี วามสขุ ในสงั คมโลก

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20

253

ผลการเรยี นรู้ 12 ผลการเรียนรู้
1. อ่านออกเสยี งข้อความ นทิ าน บทรอ้ ยกรอง ข่าว ประกาศ โฆษณา
2. ตอบคำถาม จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ สรุปและแสดงความคิดเหน็ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ล
และยกตวั อยา่ งประกอบ เก่ยี วกับเรอ่ื งทีฟ่ งั หรอื อ่าน
3. สนทนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและเขียนโตต้ อบแลกเปลี่ยนขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เรอื่ งต่าง ๆ
ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว และเร่ืองท่อี ยใู่ นความสนใจของสังคม
4.ใชค้ ำขอร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำชแ้ี จง และคำอธิบายในสถานการณต์ ่าง ๆ
5. พูดแสดงความต้องการ ขอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธในสถานการณ์
ต่าง ๆ
6. พูดเพอ่ื ขอและให้ขอ้ มลู บรรยาย บรรยาย อธบิ าย เปรยี บเทียบและแสดงความคดิ เหน็
และใหเ้ หตุผลเกี่ยวกับเรือ่ งท่ฟี ังและอ่าน
7. พูดแสดงความร้สู ึก ความคดิ เห็นของตนเอง เก่ียวกบั เรอ่ื งตา่ ง ๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
ข่าว หรอื เหตกุ ารณ์ พรอ้ มให้เหตุผล หรอื สอดแทรกสำนวนประกอบ
8. พูดบรรยายเกย่ี วกบั ประสบการณ์ ข่าวหรือเหตุการณ์ เรอื่ งราวหรือประเด็นตา่ ง ๆ ของ
สงั คม
9. ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณจ์ ำลองที่เกดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี น
สถานศึกษา ชมุ ชน และสังคมโลก
10. อธิบายเกย่ี วกับชีวิตความเปน็ อยู่ ความคิด ความเช่อื และที่มาของ ขนบธรรมเนียม
และประเพณขี องจีน
11. วิเคราะห์หรืออภิปรายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างวิถชี วี ติ ความเชื่อ และ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั วฒั นธรรมของไทย และนำไปใชอ้ ย่างเหมาะสม
12. ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณจ์ ำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรยี น
สถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คมโลก

รวมท้ังหมด 12 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

254

คำอธบิ ายรายวิชา

จ30218 วชิ า ภาษาจีน ฟงั -พูด 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง

*************************************************************************************************************************************************

อธิบาย หรือเขียนประโยคหรือข้อความให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ความเรียง รวมทั้งเขียนส่ือที่ไม่ใช่

ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยคหรือข้อความที่ฟังหรืออ่าน ตอบคำถาม จับใจความสำคัญ

วิเคราะห์ สรุปและแสดงความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน

สนทนาอย่างต่อเน่ืองและเขียนโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว

และเรื่องท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม ใช้คำขอรอ้ ง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายในสถานการณ์ต่าง ๆ

พูดและเขียนเพื่อขอและใหข้ ้อมูลบรรยาย บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล

เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและอ่าน พูดและเขียนแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นของตนเอง เก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ

กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว หรือเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผล หรือสอดแทรกสำนวนประกอบ พูดและเขียน

บรรยายเก่ียวกับประสบการณ์ ข่าวหรือเหตุการณ์ เรื่องราวหรือประเด็นต่าง ๆ ของ สังคม เลือกใช้ภาษา

น้ำเสียง กิริยาท่าทางให้เหมาะสมกับบุคคล และโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน อธิบาย

เก่ียวกับชีวิตความเป็นอยู่ ความคิด ความเช่ือ และที่มาของ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของจีน วิเคราะห์

หรืออภิปรายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ

วัฒนธรรมของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จำลองท่ี

เกดิ ขึน้ ในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา ชมุ ชน และสังคมโลก

ใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษาในการค้นควา้ บันทกึ รวบรวม แสดงความคดิ เห็นอธิบายและเขียน

สรุปข้อมูล เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถ่ิน ประเทศชาติ อาเซียน

เป็นภาษาต่างประเทศ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving) การทำงานเป็นทีม

(Teamwork) การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน (Communication) และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง

เพื่อให้เกิดความรู้ความคิดสามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรยี นรู้มีความสามารถในการตัดสินใจนำความรู้ไปใช้

ในชีวิตประจำวัน การใช้ทักษะชีวิต การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี มีความฉลาดในการคิด (Thinking)

ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ความเป็นอาเซียน ร่วมกันรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน และเป็นผู้มีจิต

วญิ ญาณแห่งมิตรไมตรี สันติภาพและความสงบสขุ (Personal Spirit) มีความภาคภูมิใจในความเป็นพลเมือง

ของอาเซียน รักชาติศาสน์ กษัตริย์ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงานรัก

ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะและสามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมรับการ

เปลยี่ นแปลงสามารถทำงานและอย่รู ว่ มกับผอู้ น่ื ได้อย่างมีความสุขในสังคมโลก

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

255

ผลการเรยี นรู้ 11 ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย หรือเขยี นประโยคหรอื ข้อความให้สมั พันธ์กับสือ่ ท่ไี มใ่ ชค่ วามเรยี ง รวมท้ังเขยี น
สือ่ ท่ไี ม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สมั พันธก์ ับประโยคหรอื ขอ้ ความท่ีฟังหรืออ่าน
2. ตอบคำถาม จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ สรุปและแสดงความคิดเห็น พรอ้ มใหเ้ หตผุ ล
และยกตัวอยา่ งประกอบ เก่ียวกบั เร่ืองที่ฟงั หรอื อา่ น
3. สนทนาอย่างต่อเนอื่ ง โต้ตอบแลกเปลยี่ นข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่อื งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว
สถานการณ์ ขา่ ว และเรือ่ งทอ่ี ยู่ในความสนใจของสังคม
4. ใชค้ ำขอรอ้ ง ใหค้ ำแนะนำ คำชแ้ี จง และคำอธิบายในสถานการณ์ต่าง ๆ
5. พูดเพ่อื ขอและให้ขอ้ มูลบรรยาย บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บและแสดงความคิดเหน็
และใหเ้ หตุผลเกีย่ วกับเรื่องทฟ่ี งั และอา่ น
6. พูดแสดงความรู้สกึ ความคิดเห็นของตนเอง เก่ียวกับเรอื่ งตา่ ง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์
ข่าว หรอื เหตกุ ารณ์ พรอ้ มให้เหตุผล หรอื สอดแทรกสำนวนประกอบ
7. พูดบรรยายเก่ียวกับประสบการณ์ ข่าวหรอื เหตุการณ์ เรอ่ื งราวหรือประเด็นต่าง ๆ ของ
สังคม
8. เลือกใชภ้ าษา น้ำเสียง กริ ิยาท่าทางใหเ้ หมาะสมกบั บุคคล และโอกาส ตามมารยาท
สงั คมและวัฒนธรรมของจีน
9. อธิบายเกย่ี วกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ความคิด ความเชือ่ และท่มี าของ ขนบธรรมเนยี มและ
ประเพณขี องจีน
10. วเิ คราะหห์ รอื อภิปรายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั วฒั นธรรมของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม
11. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ ริง หรอื สถานการณจ์ ำลองท่ีเกิดขึน้ ในหอ้ งเรียน
สถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คมโลก

รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

256

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

การจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนของโรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ไดแ้ ก่
1) กจิ กรรมแนะแนว 2) กจิ กรรมนักเรยี น และ 3) กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นเปน็ กิจกรรมท่ีมุง่ ใหผ้ เู้ รยี นพฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พัฒนาอย่างรอบ
ดา้ นเพอ่ื ความเปน็ มนษุ ยท์ ส่ี มบูรณ์ ทงั้ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสรมิ สร้างใหเ้ ป็น
ผมู้ ีศลี ธรรม จริยธรรม มีระเบยี บวินัย ปลกู ฝังและสร้างจติ สำนกึ ของการทำประโยชนเ์ พือ่ สังคม
สามารถจัดการตนเองไดแ้ ละอยูร่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื อยา่ งมคี วามสุข โดยมีลกั ษณะดังน้ี
1. กจิ กรรมแนะแนว

กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมท่สี ง่ เสริมและพัฒนาใหผ้ ู้เรยี นรู้จกั ตนเอง รรู้ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม
สามารถคิดตัดสนิ ใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตทง้ั ด้านการเรียนและอาชีพ สามารถ
ปรับตนได้อยา่ งเหมาะสม นอกจากน้ียงั ชว่ ยให้ครูไดร้ ้จู กั และเข้าใจผู้เรยี นทั้งยังเป็นกจิ กรรมท่ี
ช่วยเหลอื และให้คำปรกึ ษาแกผ่ ้ปู กครองในการมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาผ้เู รียน นักเรียนทุกคนตอ้ ง
เข้าร่วมกจิ กรรมแนะแนว 35 ชัว่ โมงตอ่ ปีการศึกษา และมเี วลาเข้ารว่ มกจิ กรรมไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80
ของเวลาเรียนทง้ั หมด

แนวการจัดกิจกรรมแนะแนว
1. สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการและความสนใจของผ้เู รยี น เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูล
ในการกำหนดแนวทางและแผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว
2. ศึกษาวสิ ัยทัศนข์ องสถานศกึ ษาและวเิ คราะหข์ ้อมูลของผเู้ รยี นท่ีได้จากการสำรวจ
เพื่อทราบปัญหาความตอ้ งการและความเข้าใจ นำไปกำหนดสาระและรายละเอยี ดของกจิ กรรม
แนะแนว
3. กำหนดสัดสว่ นสาระของกจิ กรรมในแต่ละด้าน ครอบคลุมดา้ นการศึกษา การงาน
และอาชีพชวี ิตและสังคม ใหไ้ ดส้ ัดสว่ นท่ีเหมาะสม โดยยดึ สภาพปญั หา ความตอ้ งการตลอดจน
ธรรมชาตแิ ละผู้เรียนเป็นหลกั ทั้งนี้ ครูและผ้เู รยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดสาระของกิจกรรม
4. กำหนดแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว เพอ่ื กำหนดสัดสว่ นของกจิ กรรมในแต่ละด้าน
แตล่ ะภาคเรียน จะตอ้ งจัดกิจกรรมแนะแนวในสาระดา้ นใด จำนวนกช่ี ั่วโมง ตอ่ มากำหนด
รายละเอยี ดของแตล่ ะด้านไวใ้ หช้ ดั เจนวา่ ควรมเี ร่ืองอะไรบ้าง เพอ่ื จะได้จดั ทำ เปน็ รายละเอยี ด
ของแตล่ ะกิจกรรมยอ่ ยตอ่ ไป
5. การจดั ทำรายละเอยี ดของแต่ละกิจกรรม เร่มิ ตั้งแต่ตั้งชอื่ กิจกรรม จุดประสงค์ เวลา
เนื้อหา/สาระ วิธดี ำเนนิ กิจกรรม สื่อ/อปุ กรณ์ การประเมนิ ผล
6. ปฏบิ ตั ิตามแผน วดั ประเมินผล สรปุ รายงาน

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

257

2. กจิ กรรมนักเรียน
กิจกรรมนักเรยี นเป็นกจิ กรรมที่มุง่ พฒั นาความมรี ะเบียบวินัย ความเปน็ ผูน้ ำผู้ตามท่ีดี

ความรับผดิ ขอบ การทำงานร่วมกัน การรูจ้ กั แกป้ ญั หา การตดั สินใจท่เี หมาะสม ความมีเหตุผล
การชว่ ยเหลือแบง่ ปนั กัน เอ้อื อาทรและสมานฉันท์ โดยจดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผู้เรยี น ให้ผู้เรียนได้ปฏิบตั ิด้วยตนเองทุกขนั้ ตอน ได้แก่ การศึกษา วเิ คราะห์
วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมนิ และปรับปรงุ การทำงาน เน้นการทำงานร่วมกนั เปน็ กลมุ่ และ
สอดคล้องกับวฒุ ิภาวะของผเู้ รยี นบริบทของสถานศึกษาและทอ้ งถิ่น ซ่ึงกจิ กรรมนกั เรียนประกอบดว้ ย

1.1 กิจกรรมลูกเสอื - เนตรนารี นกั เรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมลูกเสอื - เนตรนารี
20 ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน

แนวการจดั กจิ กรรมลูกเสือ – เนตรนารี
- แนวการจดั กิจกรรมลูกเสอื

การจดั กิจกรรมลูกเสือ ไดจ้ ดั ใหม้ กี ารเปิดประชมุ กองทกุ ครั้ง มกี ารจัดกจิ กรรมเพอ่ื
เป็นการฝกึ ความมรี ะเบียบวนิ ัยในตนเอง โดยปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนดังนี้

1. พิธีเปิด (เชญิ ธงขนึ้ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
2. เกมหรอื เพลง ทำให้เกิดความสนกุ สนาน เป็นการอบอ่นุ รา่ งกาย
3. การปฏบิ ัติกจิ กรรม เน้นการปฏบิ ัติเปน็ ฐาน ใช้ระบบหมู่ สะดวกในการดูแล
4. การเล่าเรื่องสนั้ ท่ีเปน็ ประโยชน์ ควรเน้นเรื่องงา่ ยๆ และสรปุ ใหล้ ูกเสือเขา้ ใจว่ามี
ประโยชนอ์ ย่างไร ใหค้ ติสอนใจ ในด้านคุณธรรม ความสามัคคี ความช่ือสตั ย์สุจรติ ความเสียสละ
ความกลา้ หาญ ฯลฯ
- แนวการจดั กิจกรรมเนตรนารี

การจัดกจิ กรรมเนตรนารี ได้จดั ให้มีการเปิดการเรียนการสอนหน้าเสาธงทุกครัง้
จะมกี ารปฏิบัตกิ จิ กรรมเพอื่ เปน็ การฝกึ ความมรี ะเบยี บวินัยในตนเอง โดยปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนดงั นี้

1. พิธีเปิดกิจกรรมเนตรนารี
1.1 เรียนสมาชิกเข้าแถวคร่ึงวงกลมหนา้ เสาธง
1.2 ชักธงเนตรนารขี น้ึ สูย่ อดเสา
1.3 สงบน่ิง
1.4 กลา่ วคำปฏิญาณตนเนตรนารี
1.5 ตรวจและรายงาน
1.6 นัดหมายและชีแ้ จง

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

258

1.7 รอ้ งเพลงหรือเลน่ เกม
1.8 แยกแถว
2. พธิ ปี ดิ กจิ กรรมเนตรนารี
2.1 เรียนสมาชิกเข้าแถวครง่ึ วงกลมหน้าเสาธง
2.2 ตรวจความสะอาดและรายงาน
2.3 นัดหมายชี้แจงเร่อื งทเ่ี รียนครง้ั ตอ่ ไป
2.4 ชักธงเนตรนารีลง
2.5 เลกิ แถว
2.2 กจิ กรรมชุมนมุ นักเรยี นทกุ คนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมชุมนุม 15 ชัว่ โมงตอ่ ภาคเรียน
และมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาท้งั หมด

แนวการจัดกจิ กรรมชุมนมุ
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม ได้จัดกจิ กรรมชุมนมุ อย่างหลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้เรยี น
เลือกกจิ กรรมตามความถนดั และความสนใจ โดยคำนงึ ถงึ แนวทางในการจัดกจิ กรรมดงั น้ี
1. จดั กจิ กรรมตา่ ง ๆ เพอ่ื เกื้อกูลส่งเสริมการเรยี นตามกลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ั้ง 8 กลุม่
2. จดั กิจกรรมที่สนองความสนใจ ความถนดั ตามธรรมชาติ ความสามารถและความ
ตอ้ งการของผู้เรียนและชมุ ชน
3. จดั กจิ กรรมเพ่อื ปลกู ฝงั และสรา้ งจติ สำนกึ ในการทำประโยชน์ต่อสงั คม
4. จัดกิจกรรมประเภทบรกิ ารด้านตา่ ง ๆ ฝึกการทำงานที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง
และส่วนรวม
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่สี ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนใหเ้ ป็น
ประโยชนต์ อ่ สงั คม ชุมชน และทอ้ งถน่ิ ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร เพือ่ แสดงถึงความ
รบั ผิดชอบความดีงาม ความเสยี สละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาตา่ ง ๆ
กิจกรรมสร้างสรรคส์ ังคม กจิ กรรมดำรงรักษาสบื สานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม กจิ กรรมพฒั นาน
วดั กรรมและเทคโนโลยีเพือ่ สังคม บูรณาการวชิ า IS3 เพอ่ื นำองคค์ วามรูไ้ ปใชบ้ รกิ ารสังคม เปน็ ตน้
นักเรยี นทุกคนตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จำนวน 30 ชว่ั โมง
ในระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) และจำนวน 120 ชั่วโมงในระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(ม.4-ม.6)

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20

259
แนวการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
การจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรยี นให้ผู้เรียนร่วมกนั สำรวจและ
วิเคราะห์ สภาพปัญหา ร่วมกันออกแบบการจดั กิจกรรม วางแผนการจดั กจิ กรรม ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตาม
แผนรว่ มรายงานผล พร้อมทงั้ ประชาสมั พนั ธ์และเผยแพร่ผลการจัดกจิ กรรมการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คม
และสาธารณะประโยชน์ นกั เรียนสามารถเลอื กจัดกิจกรรมหรือเข้ารว่ มกจิ กรรมไดท้ ้งั ภายในภายนอก
โรงเรยี น ดงั น้ี
1. จัดกจิ กรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ และประสบการณข์ อง
ผเู้ รยี นเอง โดยผเู้ รยี นสามารถจัดกจิ กรรมตามองค์ความรูท้ ีไ่ ด้จากการเรยี นรแู้ ละประสบการณ์ซ่งึ
สามารถจัดกจิ กรรมได้ ดังน้ี

1.1 จดั กิจกรรมภายในโรงเรียน
1.2 จัดกจิ กรรมภายนอกโรงเรียน
2. จัดกิจกรรมในลกั ษณะโครงการ โครงงาน หรอื กิจกรรม หมายถงึ กิจกรรมท่ีผู้เรยี นำเสนอ
การจดั กิจกรรมต่อโรงเรยี นเพือ่ ขอความเห็นชอบตอ่ การจัดทำโครงการ โครงงานหรอื กิจกรรม ซงึ่ มี
ระยะเวลาเร่มิ ตน้ และส้ินสุดที่ชัดเจน โดยสามารถจัดกิจกรรมได้ ดงั น้ี
2.1 จัดกจิ กรรมภายในโรงเรยี น
2.2 จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรียน
3. จดั กจิ กรรมรว่ มกบั องคก์ รอ่นื หมายถงึ กิจกรรมท่ีผเู้ รียนอาสาสมคั รเข้าร่วมกจิ กรรม
กับหน่วยงานหรอื องคก์ รอน่ื ๆ ท่ีจดั กิจกรรมในลกั ษณะเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ โดยผู้เรียน
สามารถเลือกเข้าร่วมกจิ กรรมได้ ดงั นี้
3.1 ร่วมกับหน่วยงานอนื่ ที่เขา้ มาจดั กิจกรรมในโรงเรียน
3.2 รว่ มกับหน่วยงานอน่ื ที่จัดกิจกรรมนอกโรงเรียน

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

260

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผ้เู รยี นตอ้ งอยู่บนหลกั การพืน้ ฐานสองประการ คือ
การประเมินเพอ่ื พัฒนาผู้เรยี นและเพ่ือตัดสนิ ผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้ของผเู้ รยี น
ใหป้ ระสบผลสำเรจ็ น้ัน ผ้เู รยี นจะต้องไดร้ ับการพัฒนาและประเมินตามตวั ช้ีวดั เพือ่ ใหบ้ รรลุตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผเู้ รียนซง่ึ เปน็
เป้าหมายหลกั ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทกุ ระดบั ไม่วา่ จะเป็นระดับช้ันเรียน ระดบั
สถานศึกษา ระดบั เขตพนื้ ที่การศกึ ษา และระดับชาติ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้เป็น
กระบวนการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นโดยใช้ผลการประเมินเป็นขอ้ มลู และสารสนเทศทแ่ี สดงพัฒนาการ
ความก้าวหนา้ และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรยี น ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบง่ ออกเป็น 4 ระดับ ไดแ้ ก่ ระดับชัน้ เรยี น
ระดบั สถานศึกษาระดบั เขตพืน้ ท่กี ารศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
1. การประเมนิ ระดบั ชน้ั เรยี น เป็นการวดั และประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการ
เรยี นรู้ผสู้ อนดำเนินการเปน็ ปกติและสม่ำเสมอในการจดั การเรยี นการสอน ใช้เทคนคิ การประเมนิ
อย่างหลากหลายเชน่ การซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมนิ
ชิน้ งาน/ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู้ อนเป็นผู้ประเมนิ เอง หรอื เปิด
โอกาส ให้ผู้เรยี นประเมินตนเองเพื่อนประเมนิ เพ่ือน ผ้ปู กครองรว่ มประเมินในกรณที ีไ่ มผ่ ่านตัวชว้ี ัดให้
มี การสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชน้ั เรยี นเปน็ การตรวจสอบวา่ ผู้เรยี นมพี ัฒนาการ
ความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ อนั เปน็ ผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อย
เพียงใด มสี ่งิ ทีจ่ ะต้องไดร้ ับการพฒั นาปรับปรุงและส่งเสรมิ ในด้านใต นอกจากน้ียงั เปน็ ข้อมูลให้ผสู้ อน
ใชป้ รบั ปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทัง้ น้โี ดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ดั
2. การประเมินระดับสถานศกึ ษา เปน็ การประเมินทีส่ ถานศึกษาดำเนนิ การเพอื่ ตัดสินผล
การเรยี นของผ้เู รียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพือ่ ใหไ้ ด้ข้อมลู เกยี่ วกบั การจัดการศกึ ษาของ
สถานศกึ ษาว่าสง่ ผลตอ่ การเรยี นรู้ของผู้เรยี นตามเป้าหมายหรือไม่ ผเู้ รยี นมีจุดพฒั นาดา้ นใด รวมทงั้
สามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศกึ ษาเปรียบเทียบกบั เกณฑร์ ะดบั ชาติ ผลการประเมิน
ระดับสถานศึกษาจะเปน็ ขอ้ มูลและสารสนเทศเพื่อการปรบั ปรงุ นโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรอื
วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอนตลอดจนเพ่อื การจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของสถานศึกษา
ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาตอ่ คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ผู้ปกครอง
และชมุ ชน

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20

261

3. การประเมินระดบั เขตพื้นท่กี ารศึกษา เป็นการประเมนิ คณุ ภาพผู้เรยี นในระดับเขตพ้นื ที่
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรยี นรตู้ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน เพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมูล
พื้นฐานในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาตามภาระความรับผดิ ชอบ สามารถ
ดำเนนิ การโดยประเมนิ คุณภาพผลสมั ฤทธข์ิ องผเู้ รียนดว้ ยข้อสอบมาตรฐานท่จี ดั ทำและดำเนินการโดย
เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาหรือด้วยความร่วมมอื กับหน่วยงานตน้ สงั กดั ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้
ยงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มลู จากการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาในเขตพื้นทก่ี ารศึกษา

4. การประเมนิ ระดบั ชาติ เป็นการประเมินคณุ ภาพผูเ้ รยี นในระดบั ชาติตามมาตรฐาน
การเรียนร้ตู ามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สถานศกึ ษาต้องจดั ให้ผเู้ รียนทกุ คนทเ่ี รียน
ในช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3 และข้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6
เขา้ รบั การประเมนิ ผลจากการประเมินใชเ้ ป็นข้อมูลในการเทยี บเคยี งคุณภาพการศกึ ษาในระดับตา่ ง ๆ
เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดบั คุณภาพการจัดการศกึ ษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ
ตัดสินใจในระดบั นโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดบั ต่าง ๆ ขา้ งต้น เปน็ ประโยชน์ตอ่
สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน ถอื เป็นภาระความรับผิดชอบของ
สถานศึกษาทจี่ ะต้องจดั ระบบดแู ลช่วยเหลอื ปรับปรุงแกไ้ ข สง่ เสรมิ สนบั สนนุ เพ่อื ให้ผเู้ รียนได้ฟพัฒนา
เตม็ ตามศกั ยภาพบนพน้ื ฐาน ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลที่จำแนกตามสภาพปญั หาและความ
ตอ้ งการ ได้แก่ กล่มุ ผเู้ รยี นทวั่ ไป กลุ่มผู้เรยี นท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษ กลุ่มผเู้ รยี นท่ีมผี ลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนตำ่ กลุ่มผู้เรยี นท่มี ีปัญหาดา้ นวินยั และพฤตกิ รรม กลมุ่ ผูเ้ รยี นท่ปี ฏเิ สธโรงเรยี น กลุ่มผ้เู รียนท่มี ี
ปญั หาทางเศรษฐกิจและสงั คม กลุ่มพิการทางร่างกายและสตปิ ญั ญา เปน็ ตน้ ข้อมูลจากการประเมิน
จึงเปน็ หัวใจของสถานศกึ ษาในการดำเนินการชว่ ยเหลอื ผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้รบั
การพฒั นาและประสบความสำเร็จในการเรียนสถานศกึ ษาในฐานะผู้รับผิดชอบจดั การศึกษา จะตอ้ ง
จดั ทำระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ ข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
เพื่อใหบ้ คุ ลากรทีเ่ กีย่ วข้องทกุ ฝ่ายถือปฏบิ ัตริ ว่ มกัน

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น
1. การตดั สิน การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน
1.1 การตดั สนิ ผลการเรยี น
ในการตดั สินผลการเรียนของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นน้นั ผสู้ อนต้องคำนงึ ถงึ การพัฒนาผู้เรยี น
แต่ละคนเป็นหลกั และต้องเกบ็ ขอ้ มลู ของผเู้ รียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและตอ่ เน่ืองในแตล่ ะภาคเรยี น
รวมทั้งสอนซอ่ มเสริมผเู้ รยี นใหพ้ ฒั นาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ

หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

262

ระดบั มธั ยมศึกษา
(1) ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวชิ า ผูเ้ รยี นต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่นอ้ ย

กว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทั้งหมดในรายวชิ านั้น ๆ
(2) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ ตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนด
(3) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
(4) ผูเ้ รยี นตอ้ งได้รับการประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ ่ีสถานศกึ ษา

กำหนด ในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
การพิจารณาเลือ่ นช้นั ถา้ ผู้เรยี นมขี ้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศกึ ษาพิจารณา
เห็นวา่ สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดลุ พนิ ิจของสถานศกึ ษาทีจ่ ะผ่อนผันให้เลอ่ื นชั้น
ได้ แต่หากผู้เรยี นไมผ่ ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโนม้ วา่ จะเป็นปัญหาตอ่ การเรียนในระดับช้ัน
ทีส่ ูงขนึ้ สถานศึกษาอาจตัง้ คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซำ้ ช้นั ได้ ท้ังน้ใี หค้ ำนึงถงึ วุฒภิ าวะและ
ความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคญั

1.2 การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดับมธั ยมศึกษา ในการตัดสินเพื่อใหร้ ะดับผลการเรียนรายวิชา ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงระดับ
ผลการเรียนเป็น 8 ระดบั การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
น้ัน ใหร้ ะดบั ผลการประเมนิ เป็น ดเี ยีย่ ม ดี และผา่ น การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น จะตอ้ ง
พิจารณาท้งั เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่
สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน

1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรยี นเป็นการสอื่ สารให้ผปู้ กครองและผ้เู รียนทราบความก้าวหนา้ ในการเรยี นรู้
ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจดั ทำเอกสารรายงานให้ผูป้ กครองทราบ
เปน็ ระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดับ
คณุ ภาพการปฏบิ ัติของผเู้ รยี นท่ีสะทอ้ นมาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้

2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน กำหนดเกณฑก์ ลางสำหรบั การจบการศกึ ษา
เปน็ 3 ระดับ คือ ระดับประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

(1) ผ้เู รียนเรียนรายวิชาพน้ื ฐานและเพิ่มเตมิ โดยเปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน 66 หน่วย
กิตและรายวิชาเพม่ิ เติมตามที่สถานศึกษากำหนด

(2) ผู้เรยี นต้องไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเปน็
รายวิชาพนื้ ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพิม่ เติมไมน่ ้อยว่า 11 หน่วยกิต

หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

263
(3) ผเู้ รยี มีผลการประเมิน การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นในระดับผ่านเกณฑ์
การประเมินตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผา่ นเกณฑ์
การประเมินตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ ตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(1) ผู้เรยี นเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานและเพมิ่ เตมิ โดยเป็นรายวชิ าพ้นื ฐาน 41
หน่วยกิตและรายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามที่สถานศกึ ษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกติ ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกวา่ 77 หนว่ ยกติ โดยเป็น
รายวิชาพืน้ ฐาน 41 หน่วยกติ และรายวิชาเพิม่ เติมไมน่ ้อยวา่ 36 หนว่ ยกิต
(3) ผู้เรยี นมผี ลการประเมิน การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นในระดับผา่ น
เกณฑ์การประเมินตามท่สี ถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์
การประเมินตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนและมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ ตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20

264

ภาคผนวก

หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

265

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

266

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

267

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

268

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

269

หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20

270

คณะผู้จัดทำ

ทป่ี รึกษา ประธานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
1.นายชูชีพ ชำนาญเอือ้ ผู้อำนวยการโรงเรียน
2.นางเนตรชนก ชมภูธร รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
3.นายสมมาศ พรหมเจตน์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน
4.จา่ สิบตรอี ัครเดช วุฒเิ สน รองผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
5.นายแสวง อินทะเกษ

คณะทำงาน

1. นางไพจติ ร อนิ รัสพงศ์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ

2. นางณภัค ชว่ ยแสง หัวหนา้ งานหลักสูตร

3. นายอภสิ ิทธิ์ ลนุ ารี หัวหนา้ งานวัดและประเมินผล

4. นางสาวมนฤทยั หลวงวงษ์ หัวหน้างานกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

5. นายศราวุธ ไหลหาโคตร หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

6. นายสังกาส ลอื ดี หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

7. นางสาวนนทยา เชดิ ทอง หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

8. นายสุนันท์ ใจบญุ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ

9. นายสุดเขต หิรญั รตั น์ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

10.นายณัฏฐ์พชิ ญ์ สวัสศรี หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ

11. นายสุทิน สมิ งาม หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

12. ว่าทรี่ อ้ ยเอกธาตรี คำเมืองแพน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

13. นางสาวศิรพิ ร ศรโี คตร เลขานกุ ารและผชู้ ว่ ยงานหลักสูตร

หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20


Click to View FlipBook Version