96
9. สบื คน้ ข้อมลู และสรปุ การศกึ ษาที่ได้จากการทดลองของนกั วทิ ยาศาสตรใ์ นอดีต
เกยี่ วกบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
10. อธิบายขัน้ ตอนทเ่ี กดิ ขน้ึ ในกระบวนการ สังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื C3
11. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซด์ ในพืช C3 พชื C4 และ พืช CAM
12. สืบค้นขอ้ มูล อภิปราย และสรุปปัจจยั ความเขม้ ของแสง ความเข้มขน้ ของ
คารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละอณุ หภมู ิ ท่มี ผี ลต่อการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื
13. อธบิ ายวฏั จักรชีวติ แบบสลับของพืชดอก
14. อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์เพศผแู้ ละเพศเมยี ของพชื ดอก
และอธบิ ายการปฏสิ นธิของพชื ดอก
15. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกิดผลของพืช ดอกโครงสรา้ งของเมล็ดและผลและ
ยกตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมลด็ และผล
16. ทดลอง และอธิบายเกยี่ วกบั ปจั จัยต่าง ๆ ทีม่ ผี ลตอ่ การงอกของเมลด็ สภาพพักตวั ของ
เมลด็ และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตวั ของเมล็ด
17. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายบทบาทและหนา้ ทข่ี องออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลนิ เอทลิ นี
และกรดแอบไซซิก และอภปิ รายเกย่ี วกบั การนำไปใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร
18. สบื คน้ ขอ้ มูล ทดลอง และอภปิ รายเกี่ยวกบั สิ่งเร้าภายนอกทม่ี ีผลต่อการเจรญิ เตบิ โต
ของพืช
รวมทง้ั หมด 18 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
97
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30204 วิชา ฟิสิกส์เพม่ิ เติม 4 กลมุ่ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 2.0 หนว่ ยกิต เวลา 80 ชั่วโมง
************************************************************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห์ เข้าใจ เก่ียวกับ ธรรมชาติของคล่ืน แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั แสง สภาพยดื หยุ่นของวสั ดุและมอดลุ ัสของยงั ความดันในของไหล แรงพยงุ และหลักของ
อาร์คมิ ีดิส ความตงึ ผิวและแรงหนืดของของเหลว ของไหลอุดมคติ และสมการแบร์นูลลี
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้น
ข้อมูล และการอภิปราย เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา
และการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์
มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายปรากฏการณ์คล่ืน ชนิดของคลน่ื สว่ นประกอบของคลืน่ การแผ่ของหน้าคล่นื ดว้ ย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคลืน่ ตามหลักการซ้อนทบั พร้อมท้ังคำนวณ
อัตราเร็ว ความถี่ และความยาวคล่ืน
2. สังเกต และอธบิ ายการสะทอ้ น การหักเหการแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลืน่ ผวิ นำ้
รวมทง้ั คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
3. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผา่ นสลิตคแู่ ละเกรตตงิ การเลย้ี วเบนและการ
แทรกสอดของแสงผ่านสลติ เดีย่ วรวมทั้งคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง
4. ทดลอง และอธบิ ายการสะทอ้ นของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะทอ้ น เขยี นรังสีของแสง
และคำนวณตำแหนง่ และขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและ
กระจกเงาทรงกลมรวมทั้งอธบิ ายการนำความรูเ้ ร่อื งการสะทอ้ นของแสงจากกระจก
เงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั
5. ทดลอง และอธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งดรรชนหี กั เห มุมตกกระทบ และมุมหักเหรวมท้งั
อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความลึกจรงิ และความลกึ ปรากฏ มุมวกิ ฤตและการสะทอ้ น
กลับหมดของแสง และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
6. ทดลอง และเขียนรังสขี องแสงเพอ่ื แสดงภาพทเี่ กิดจากเลนส์บาง หาตำแหนง่ ขนาด ชนิด
ของภาพ และความ สัมพันธ์ระหว่างระยะวตั ถรุ ะยะภาพและความยาวโฟกัส รวมทง้ั
คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง และอธบิ ายการนำความร้เู รอื่ งการหักเหของแสงผา่ น
เลนส์บางไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20
98
7. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาติทเ่ี ก่ียวกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มริ าจ และการเห็น
ท้องฟ้าเป็นสีตา่ ง ๆ ในช่วงเวลาต่างกัน
8. สังเกต และอธิบายการมองเหน็ แสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสรี วมทั้ง
อธิบายสาเหตุของการบอดสี
9. อธิบายสภาพยืดหย่นุ และลักษณะการยืดและหดตวั ของวสั ดทุ ่เี ป็นแท่ง เมอ่ื ถูกกระทำด้วย
แรงคา่ ต่าง ๆ รวมทง้ั ทดลอง อธิบายและคำนวณความเคน้ ตามยาว ความเครียดตามยาว
และมอดลุ ัสของยงั และนำความรู้เรอ่ื ง สภาพยืดหยนุ่ ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน
10. อธิบาย และคำนวณความดนั เกจ ความดนั สัมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมท้งั
อธบิ ายหลักการทำงานของแมนอมเิ ตอร์บารอมิเตอร์ และเครือ่ งอัดไฮดรอลิก
11. ทดลอง อธิบาย และคำนวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
12. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณความตึงผวิ ของของเหลว รวมทง้ั สังเกตและอธบิ ายแรงหนืด
ของของเหลว
13. อธิบายสมบัติของของไหลอดุ มคติ สมการความต่อเน่ือง และสมการแบรน์ ลู ลี รวมทง้ั
คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง และนำความรูเ้ กย่ี วกับสมการความต่อเน่อื งและ
สมการแบรน์ ูลลีไปอธบิ ายหลักการทำงานของอุปกรณ์ตา่ ง ๆ
รวมทัง้ หมด 13 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
99
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30234 วิชา เคมีเพิ่มเติม 4 กลมุ่ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ช่วั โมง
***********************************************************************************************************************************
ระบุและอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด -เบสของ อาร์เรเนียส
เบรินสเตด-ลาวรี หรือลิวอีส ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
คำนวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส คำนวณค่า PH
ความเขม้ ข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซค์ไอออนของสารละลายกรดและเบส เขียนสมการ
เคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทนิ เขียนปฏิกิริยา
ไฮโดรลิซิสของเกลือ และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ ทดลอง และอธิบายหลักการ
การไทเทรตและเลือกใชอ้ ินดิเคตอร์ที่เหมาะสมสำหรับการไทเทรตกรด-เบสคำนวณปริมาณสารหรือ
ความเข้มข้นของสารละลายกรดหรอื เบสจากการไทเทรต อธิบายสมบัติองค์ประกอบและประโยชน์
ของสารละลายบฟั เฟอร์ สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้
ความรู้เก่ียวกับกรด-เบส คำนวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏิกิริยาท่ีเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ วิเคราะห์
การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดซ์ รวมท้ังเขียนคร่ึงปฏิกิริยา
ออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถ
ในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตวั ออกซิไดซ์และเขียนแสดงปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ ดุลสมการรีดอกซด์ ้วยการใชเ้ ลข
ออกซิเดชันและวิธีคร่ึงปฏิกิริยา ระบุองค์ประกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมีและเขียนสมการเคมีของ
ปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทดปฏิกิริยารวมและ แผนภาพเซลล์ คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของ
เซลล์และระบปุ ระเภทของเซลลเ์ คมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้าและปฏิกิริยาเคมที ี่เกิดขึ้น อธบิ ายหลักการทำงาน
และเขียนสมการแสดงปฏิกิรยิ าของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมี
ด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วย
กระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ สืบค้นข้อมูล
และนำเสนอตัวอยา่ งความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที ่ีเกย่ี วข้องกบั เซลล์เคมไี ฟฟา้ ในชวี ิตประจำวัน
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ
ตรวจสอบ สามารถนำความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฎการณ์ หรือ
แก้ปัญ หาในชีวิตประจำวัน สามารถจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารสิ่งท่ีเรี ยนรู้
มีความสามารถในการตัดสนิ ใจแก้ปญั หา มจี ิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คุณคา่ ของวทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม
คุณธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม
หลกั สูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
100
ผลการเรียนรู้
1. ระบุและอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของ อาร์เรเนยี ส
เบรินสเตด-ลาวรี หรือลิวอสี
2. ระบุคกู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี
3. คำนวณและเปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
4. คำนวณค่า PH ความเขม้ ขน้ ของไฮโดรเนยี มไอออนหรอื ไฮดรอกไซค์ไอออนของ
สารละลายกรด และเบส
5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทนิ และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายหลงั การ
สะเทนิ
6. เขียนปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ สิ ของเกลอื และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ
7. ทดลอง และอธบิ ายหลกั การการไทเทรตและเลือกใช้อนิ ดิเคตอร์ท่เี หมาะสมสำหรับการ
ไทเทรต กรด-เบส
8. คำนวณปรมิ าณสารหรอื ความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธบิ ายสมบัตอิ งคป์ ระกอบและประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
10. สบื คน้ ข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการใชป้ ระโยชนแ์ ละการแก้ปญั หาโดยใช้ความรู้
เกี่ยวกับกรด-เบส
11. คำนวณเลขออกซเิ ดชนั และระบปุ ฏิกิรยิ าท่เี ป็นปฏิกิรยิ ารดี อกซ์
12. วเิ คราะห์การเปล่ยี นแปลงเลขออกซิเดชันและระบตุ วั รดี วิ ซแ์ ละตวั ออกซไิ ดซ์ รวมท้ัง
เขยี นครงึ่ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชันและคร่ึงปฏกิ ิริยารีดกั ชันของปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
13. ทดลอง และเปรยี บเทียบความสามารถในการเป็นตวั รีดวิ ซห์ รอื ตัวออกซิไดซแ์ ละเขยี น
แสดงปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์
14. ดลุ สมการรีดอกซด์ ว้ ยการใชเ้ ลขออกซิเดชนั และวิธีครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ า
15. ระบุองค์ประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมีและเขียนสมการเคมขี องปฏกิ ิริยาท่แี อโนดและ
แคโทด ปฏิกิรยิ ารวมและแผนภาพเซลล์
16. คำนวณค่าศักยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟา้
และปฏิกริ ิยาเคมีทเ่ี กดิ ข้ึน
17. อธิบายหลักการทำงาน และเขยี นสมการแสดงปฏิกริ ิยาของเซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์
ทุตยิ ภูมิ
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20
101
18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า และอธบิ ายหลักการทางเคมีไฟฟา้ ที
ใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟา้ การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการ
ป้องกนั การกัดกรอ่ นของโลหะ
19. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอยา่ งความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีที่เกย่ี วขอ้ งกับเซลล์
เคมีไฟฟ้าในชวี ิตประจำวัน
รวมทงั้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
102
คำอธิบายรายวิชา
ว30244 วชิ า ชีววิทยาเพ่ิมเติม 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ชวั่ โมง
************************************************************************************************************************************
ศึกษาเก่ียวกับโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ โครงสร้างและ
กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของสตั ว์และมนุษย์ การทำงานของปอดและการวดั ปริมาตรของอากาศ
ในการหายใจออกของมนษุ ย์ ศึกษาระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด
ในสัตว์ โครงสร้างและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ เซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ หมู่
เลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh ส่วนประกอบและหน้าท่ีของ
น้ำเหลือง โครงสร้างและหน้าที่ของหลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง ศึกษากลไกการต่อต้านหรือ
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ การสร้างภูมิคุ้มกันกอ่ เองและภูมคิ ุ้มกันรับมา
และความผดิ ปกติของระบบภมู ิคุ้มกัน รวมท้ังศึกษาเก่ียวกับโครงสร้างและหน้าท่ีในการกำจัดของเสีย
ออกจากร่างกายของสตั ว์โครงสร้างและหน้าที่ของไตกลไกการทำงานของหน่วยไตและโครงสรา้ งที่ใช้
ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกายของมนุษย์ และความผิดปกติของไตจากโรคต่าง ๆ โดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความ สามารถในการ
ตดั สนิ ใจ มีทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารทางวิทยาศาสตร์ รวมท้งั ทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปัญหา ดา้ นการสอื่ สารสามารถส่อื สารสิง่ ที่เรียนรแู้ ละนำ
ความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1.สืบค้นข้อมูลอธิบายและเปรียบเทียบโครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ทไ่ี มม่ ี
ทางเดนิ อาหาร สตั วท์ ี่มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบรู ณ์ และสัตวท์ ่มี ที างเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์
2.สงั เกต อธิบาย การกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรยี
3.อธบิ ายเกีย่ วกับโครงสร้าง หนา้ ท่ี และกระบวนการย่อยอาหาร และการดดู ซึมสารอาหาร
ภายในระบบย่อยอาหารของมนุษย์
4. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งท่ีทำหน้าท่แี ลกเปลีย่ นแก๊สของฟองนำ้
ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื นดนิ แมลง ปลา กบ และนก
5. สังเกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสตั วเ์ ลี้ยงลกู ดว้ ยน้ำนม
6. สืบค้นขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแกส๊ และกระบวนการแลกเปล่ยี นแก๊ส
ของมนษุ ย์
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
103
7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของ
มนษุ ย์
8. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายและเปรยี บเทียบระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบเปิดและระบบหมุนเวียน
เลอื ดแบบปดิ
9. สังเกตและอธบิ ายทศิ ทางการไหลของเลอื ดและการเคล่ือนทข่ี องเซลลเ์ มด็ เลอื ดในหางปลา
และสรปุ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด
10. อธบิ ายโครงสร้างและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนษุ ย์
11. สงั เกตและอธบิ ายโครงสรา้ งหวั ใจของสตั ว์เลยี้ งลูกด้วยนำ้ นม ทิศทางการไหลของเลือดผา่ น
หวั ใจของมนษุ ย์ และเขียนแผนผงั สรุปการหมุนเวียนเลอื ดของมนุษย์
12. สืบคน้ ข้อมูล ระบคุ วามแตกตา่ งของเซลล์เมด็ เลือดแดง เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
13. อธบิ ายหมูเ่ ลือดและหลักการให้และรับเลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธบิ าย และสรุปเกี่ยวกบั ส่วนประกอบและหน้าทข่ี องน้ำเหลือง รวมท้ังโครงสรา้ งและ
หน้าที่ของหลอดน้ำเหลือง และต่อมนำ้ เหลอื ง
15. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรอื ทำลายสง่ิ แปลกปลอมแบบไม่
จำเพาะและแบบจำเพาะ
16. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบการสรา้ งภมู คิ ุม้ กันก่อเองและภมู ิค้มุ กนั รบั มา
17. สืบค้นข้อมูลและอธบิ ายเกยี่ วกับความผิดปกติของระบบภมู ิคมุ้ กันที่ทำใหเ้ กดิ เอดส์ ภมู แิ พ้
การสรา้ งภูมิตา้ นทานตอ่ เนอื้ เย่ือตนเอง
18. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างและหนา้ ท่ีในการกำจัดของเสียออกจาก
ร่างกายของฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง และสัตว์มกี ระดกู สนั หลัง
19. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องไต และโครงสรา้ งทีใ่ ช้ลำเลยี งปัสสาวะออกจากร่างกาย
20. อธบิ ายกลไกการทำงานของหนว่ ยไตในการกำจัดของเสยี ออกจากรา่ งกาย และเขียนแผนผงั
สรุปขนั้ ตอนการกำจัดของเสยี ออกจากร่างกายโดยหน่วยไต
21. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบายและยกตวั อย่างเก่ียวกับความผิดปกตขิ องไตอันเนอ่ื งมาจากโรคต่าง ๆ
รวมทัง้ หมด 21 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
104
คำอธิบายรายวชิ า
ว30205 วชิ า ฟิสิกส์เพมิ่ เตมิ 5 กลมุ่ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 2.0 หน่วยกิต เวลา 80 ชว่ั โมง
************************************************************************************************************************************
ศึกษา วเิ คราะห์ เขา้ ใจสนามแม่เหล็กแรงแม่เหล็กท่กี ระทำกบั ประจไุ ฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า
การเหนีย่ วนำแม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดยไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ และการสอ่ื สาร
ความสมั พนั ธ์ของความรอ้ นกบั การเปลยี่ นอณุ หภูมิและสถานะของสสารกฎของแกส๊ ทฤษฎีจลน์ของ
แกส๊ อุดมคติและพลงั งานในระบบทฤษฎีอะตอมของโบรป์ รากฏการณโ์ ฟโตอิเลก็ ทริกทวิภาวะของคลื่น
และอนุภาคกมั มนั ตภาพรังสีแรงนวิ เคลียร์ปฏกิ ริ ยิ านิวเคลียรพ์ ลังงานนวิ เคลียรฟ์ สิ กิ สอ์ นุภาครวมทัง้
นาํ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ
การสบื คน้ ขอ้ มูล และการอภปิ ราย เพอ่ื พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปญั หา และการจดั การทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ ใหเ้ ปน็ ผูท้ ี่มี
จติ วทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่าง
สร้างสรรค์
ผลการเรียนรู้
1. สงั เกต และอธบิ ายเส้นสนามแม่เหล็ก อธบิ าย และคำนวณฟลกั ซ์แมเ่ หลก็ ในบรเิ วณท่ี
กำหนด รวมท้ังสงั เกต และอธิบายสนามแม่เหล็กทเ่ี กิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตวั นำ
เส้นตรง และโซเลนอยด์
2. อธบิ าย และคำนวณแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อ อนุภาคท่ีมปี ระจุไฟฟา้ เคล่ือนทใี่ น
สนามแม่เหลก็ แรงแม่เหลก็ ท่กี ระทำต่อเสน้ ลวดท่ีมีกระแสไฟฟา้ ผา่ นและวางใน
สนามแม่เหล็ก รศั มคี วามโค้งของ การเคลื่อนท่ีเมือ่ ประจุเคล่ือนท่ีตง้ั ฉากกับ
สนามแมเ่ หลก็ รวมท้ังอธิบายแรงระหว่างเส้นลวด ตวั นำคู่ขนานท่มี ีกระแสไฟฟา้ ผา่ น
3. อธิบายหลักการทำงานของแกลแวนอมิเตอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รวมท้ัง
คำนวณ ปริมาณตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้อง
4. สังเกต และอธิบายการเกดิ อเี อ็มเอฟเหน่ียวนำ กฎการเหนีย่ วนำของฟาราเดย์ และ
คำนวณ ปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง รวมทัง้ นำความร้เู ร่ืองอีเอม็ เอฟเหน่ยี วนำไปอธบิ ายการ
ทำงาน ของเครอื่ งใช้ไฟฟา้
5. อธิบาย และคำนวณความต่างศักย์อาร์เอ็มเอส และกระแสไฟฟ้าอาร์เอม็ เอส
6. อธิบายหลักการทำงานและประโยชน์ของเครอ่ื งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส การแปลง
อีเอ็มเอฟของหมอ้ แปลง และคำนวณ ปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20
105
7. อธิบาย และคำนวณความรอ้ นท่ีทำให้สสารเปล่ียนอณุ หภมู ิ ความรอ้ นที่ทำให้สสาร
เปลี่ยนสถานะ และความร้อนท่ีเกดิ จากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
8. อธิบายกฎของแก๊สอดุ มคติและคำนวณปริมาณ ตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้อง
9. อธิบายแบบจำลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ ของแก๊ส และอัตราเรว็ อารเ์ อ็มเอสขอ
โมเลกุล ของแก๊ส รวมท้ังคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง
10. อธบิ าย และคำนวณงานที่ทำโดยแก๊สในภาชนะปิด โดยความดนั คงตัว และอธิบาย
ความสัมพันธ์ ระหวา่ งความร้อน พลังงานภายในระบบ และงาน รวมท้ังคำนวณปริมาณ
ต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง และนำความรู้เรอ่ื งพลังงานภายในระบบไปอธิบายหลักการทำงาน
ของเครอื่ งใช้ในชวี ติ ประจำวนั
11. อธิบายการเกดิ และลักษณะเฉพาะของ คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลา
ไรสเ์ ชงิ เสน้ และแผน่ โพลารอยด์ รวมท้งั อธิบายการนำคลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ ในชว่ งความถ่ี
ต่าง ๆ ไปประยกุ ต์ใช้และหลกั การทำงานของอุปกรณท์ ่ีเก่ียวขอ้ ง
12. สบื ค้น และอธบิ ายการสือ่ สารโดยอาศัยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้าในการสง่ ผ่านสารสนเทศ และ
เปรียบเทียบการส่ือสารด้วยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล
13. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอม ของโบร์ และการเกิดเส้นสเปกตรมั ของ
อะตอมไฮโดรเจน รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
14. อธบิ ายปรากฏการณโ์ ฟโตอิเล็กทริกและ คำนวณพลงั งานโฟตอน พลงั งานจลน์ของ โฟโต
อิเล็กตรอนและฟังก์ชันงานของโลหะ
15. อธิบายทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค รวมท้ัง อธิบาย และคำนวณความยาวคล่ืน
เดอบรอยล์
16. อธิบายกัมมนั ตภาพรังสีและความแตกต่างของรังสแี อลฟา บตี า และแกมมา
17. อธบิ าย และคำนวณกัมมนั ตภาพของ นิวเคลียสกัมมนั ตรงั สี รวมทั้งทดลอง อธิบาย และ
คำนวณจำนวนนิวเคลียสกมั มันตภาพรังสี ท่ีเหลอื จากการสลาย และครึ่งชวี ิต
18. อธิบายแรงนวิ เคลียร์ เสถียรภาพของนวิ เคลียสและพลงั งานยึดเหนีย่ ว รวมท้ังคำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
19. อธิบายปฏกิ ิริยานวิ เคลียร์ ฟิชชนั และฟิวชันรวมทัง้ คำนวณพลงั งานนิวเคลียร์
20. อธบิ ายประโยชน์ของพลงั งานนวิ เคลียร์ และรังสี รวมท้ังอันตรายและการป้องกันรงั สีใน
ด้านต่าง ๆ
21. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟสิ ิกสอ์ นุภาคแบบจำลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชนจ์ าก
การค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนภุ าคในด้านต่าง ๆ
รวมทงั้ หมด 21 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
106
คำอธิบายรายวชิ า
ว30225 วชิ า เคมีเพ่ิมเติม 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ช่วั โมง
************************************************************************************************************************************
สบื ค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ท่ีมพี ันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามท่ีพบ
ในชีวิตประจำวัน เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอินทรีย์ วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน
เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตามระบบ
IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจดุ เดือด
และการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีหมู่ฟังก์ชันขนาดโมเลกุ ล หรือโครงสร้างต่างกัน
ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ปฏิกริ ิยากับโบรมีน
หรือปฏิกิริยากบั โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิรยิ าเอสเทอริฟิเคชัน
ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน ทดสอบปฏิกิริยา
เอสเทอริฟิเคชัน ปฎิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่าง
การนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั และอุตสาหกรรม ระบุประเภทของปฏิกิริยาการ
เกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์หรือโพลิเมอร์ วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง
โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำไปใช้ประโยชน์ ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสตกิ และ
ผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ อธิบายผลของการปรับเปล่ียนโครงสร้างและการสังเคราะห์
พอลิเมอรท์ ี่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอยา่ งผลกระทบจากการใช้และการกำจัด
ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนวทางแก้ไข กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้
ทางเคมีจากสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ หรืออุตสาหกรรม แสดงหลักฐาน
ถึงการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือ
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์
เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจ นำเสนอผลงานหรือช้ินงานท่ีได้จากการแก้ปัญหาใน
สถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้า
รว่ มประชมุ วชิ าการ หรอื การแสดงผลงานสงิ่ ประดษิ ฐใ์ นงานนิทรรศการ
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ
สามารถนำความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฎการณ์ หรือแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน สามารถจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารในการตัดสินใจ
แก้ปญั หา มีจิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของวทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมท่ีเหมาะสม
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
107
ผลการเรียนรู้
1.สบื คน้ ข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรียท์ ม่ี พี ันธะเด่ยี ว พนั ธะคู่ หรอื พนั ธะ
สามท่พี บในชวี ิตประจำวัน
2. เขยี นสูตรโครงสรา้ งลวิ อิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอินทรยี ์
3. วิเคราะห์โครงสรา้ ง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอนิ ทรียจ์ ากหมู่ฟังกช์ ัน
4. เขยี นสตู รโครงสรา้ งและเรยี กช่อื สารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทตา่ ง ๆ ท่ีมีหมฟู่ งั ก์ชนั ไม่เกนิ
1 หมู่ ตามระบบ IUPAC
5. เขยี นไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทต่าง ๆ
6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจดุ เดอื ดและการละลายในนำ้ ของสารประกอบอนิ ทรีย์ท่มี หี มู่
ฟงั ก์ชันขนาดโมเลกุล หรือโครงสรา้ งต่างกนั
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้
ปฏกิ ิรยิ ากบั โบรมีน หรอื ปฏิกริ ิยากับโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต
8. เขยี นสมการเคมีและอธบิ ายการเกิดปฏกิ ิริยาเอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏิกิรยิ าการสังเคราะห์
เอไมด์ปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ สิ และปฏิกริ ิยาสปอนนิฟิเคชัน
9. ทดสอบปฏิกริ ิยาเอสเทอรฟิ เิ คชัน ปฎกิ ิรยิ าไฮโดรลิซสิ และปฏกิ ิรยิ าสปอนนิฟเิ คชนั
10. สืบค้นขอ้ มูล และนำเสนอตวั อย่างการนำสารประกอบอินทรียไ์ ปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจำวนั และอตุ สาหกรรม
11. ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลเิ มอรจ์ ากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์หรือโพลิเมอร์
12. วเิ คราะห์ และอธิบายความสัมพนั ธร์ ะหว่างโครงสร้างและสมบตั ิของพอลเิ มอร์ รวมท้ัง
การนำไปใช้ประโยชน์
13. ทดสอบ และระบปุ ระเภทของพลาสติกและผลิตภณั ฑ์ยาง รวมทง้ั การนำไปใชป้ ระโยชน์
14. อธิบายผลของการปรบั เปลี่ยนโครงสรา้ งและการสังเคราะห์พอลเิ มอรท์ ม่ี ีต่อสมบัตขิ อง
พอลิเมอร์
15. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใช้และการกำจัดผลติ ภัณฑ์
พอลิเมอรแ์ ละแนวทางแก้ไข
16. กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์
ที่เกดิ ขึ้นในชวี ิตประจำวัน การประกอบอาชีพ หรอื อตุ สาหกรรม
หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
108
17. แสดงหลกั ฐานถึงการบูรณาการความรทู้ างเคมรี ว่ มกบั สาขาวิชาอื่น รวมทง้ั ทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการ
วิเคราะห์ การแก้ปญั หาและความคดิ สร้างสรรค์ เพ่ือแกป้ ญั หาในสถานการณห์ รือ
ประเด็นท่ีสนใจ
18. นำเสนอผลงานหรือชิน้ งานทไ่ี ด้จากการแกป้ ัญหาในสถานการณ์หรอื ประเดน็ ทส่ี นใจโดย
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
19. แสดงหลกั ฐานการเขา้ รว่ มการสมั มนา การเข้าร่วมประชุมวิชาการ หรอื การแสดงผลงาน
สิ่งประดษิ ฐใ์ นงานนิทรรศการ
รวมท้งั หมด 19 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
109
คำอธิบายรายวชิ า
ว30245 วชิ า ชีววทิ ยาเพิ่มเตมิ 5 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง
************************************************************************************************************************************
สืบค้นข้อมูลอธิบายเปรียบเทียบ ยกตัวอย่าง และสรุปโครงสร้างและหน้าที่ของระบบ
ประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดินกุง้ หอยแมลงและสตั วม์ กี ระดูกสันหลังโครงสร้างและหนา้ ที่
ของเซลล์ประสาทการเปล่ียนแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาทและกลไกการ
ถ่ายทอดกระแสประสาทโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบ
นอกการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอัตโนวัติโครงสร้างและหน้าที่ของ
อวัยวะรับสมั ผสั ของมนษุ ยโ์ ครงสร้างและหน้าทีข่ องอวัยวะทเี่ กี่ยวข้องกับการเคล่ือนที่ของแมงกะพรุน
หมึกดาวทะเลไสเ้ ดอื นดินแมลงปลานกโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องกระดูกกล้ามเนื้อ และการทำงานของ
ขอ้ ต่อท่เี กี่ยวข้องกบั การเคลื่อนไหวของมนุษย์การสืบพันธุใ์ นส่งิ มีชวี ิตโครงสร้างและหน้าทขี่ องอวัยวะ
ในระบบสบื พันธ์ุกระบวนการสร้างสเปิรม์ และเซลล์ไขก่ ารปฏิสนธิและการเจรญิ เตบิ โตระยะเอ็มบริโอ
ของกบไก่และมนุษย์หน้าท่ีของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนื้อเยื่อที่สร้างฮอร์โมนพฤติกรรมสั ตว์
ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับพัฒนาการของระบบประสาท พฤติกรรมทางสังคม และการ
ส่อื สารระหวา่ งสตั ว์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปญั หา และการจัดการทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เป็นผทู้ ่ีมีจติ วทิ ยา
ศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใช้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์
ผลการเรียนรู้
1. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบประสาทของไฮดรา
พลานาเรีย ไส้เดอื นดิน กงุ้ หอย แมลงและสตั วม์ ีกระดกู สนั หลงั
2. อธบิ ายเกยี่ วกับโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องเซลล์ประสาท
3. อธิบายเกยี่ วกบั การเปลย่ี นแปลงของศกั ย์ไฟฟ้าท่ีเย่ือหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไก
การถา่ ยทอดกระแสประสาท
4. อธิบายและสรุปเกีย่ วกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบ
นอก
5. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องส่วนต่าง ๆ ในสมองสว่ นหนา้ สมอง
ส่วนกลาง สมองสว่ นหลงั และไขสันหลงั
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
110
6. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายเปรียบเทียบ และยกตวั อย่างการทำงานของระบบประสาทโซ
มาตกิ และระบบประสาทอัตโนวตั ิ
7. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี อง ตา หู จมูก ลน้ิ และผิวหนงั ของมนษุ ย์
ยกตวั อยา่ งโรคต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง และบอกแนวทางในการดูแลปอ้ งกัน และรักษา
8. สังเกตและอธิบายการหาตาแหน่งของ จดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรับสัมผัสของ
ผิวหนัง
9. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องอวัยวะท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การ
เคลอ่ื นทีข่ องแมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดนิ แมลง ปลา และนก
10. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดกู และกลา้ มเน้อื ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
เคล่อื นไหวและการเคลอื่ นท่ขี องมนุษย์
11. สงั เกตและอธบิ ายการทำงานของขอ้ ต่อชนิดต่าง ๆ และการทำงานของกลา้ มเนือ้ โครง.
ร่างท่เี กยี่ วขอ้ งกับการเคล่ือนไหวและการเคลอ่ื นท่ีของมนษุ ย์
12. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตวั อย่าง การสืบพนั ธ์ุแบบไมอ่ าศยั เพศและการสบื พันธแ์ุ บบ
อาศัยเพศในสัตว์
13. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ขี องอวยั วะในระบบสืบพนั ธเุ์ พศชายและระบบ
สืบพันธเุ์ พศหญิง
14. อธบิ ายกระบวนการสรา้ งสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่และการปฏิสนธิ ในมนษุ ย์
15. อธบิ ายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บรโิ อและระยะหลงั เอม็ บริโอของกบ ไก่ และมนุษย์
16. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และเขยี นแผนผังสรปุ หนา้ ทขี่ องฮอรโ์ มนจากตอ่ มไรท้ อ่ และเน้ือเย่อื
ท่สี ร้างฮอร์โมน
17. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายเปรียบเทยี บ และยกตัวอยา่ งพฤติกรรมท่เี ปน็ มาแตก่ ำเนิดและ
พฤตกิ รรมทเ่ี กิดจากการเรยี นรขู้ องสัตว์
18. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสมั พนั ธ์ระหว่างพฤติกรรมกบั ววิ ฒั นาการของ
ระบบประสาท
19. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสอื่ สารระหวา่ งสตั ว์ท่ีทำให้สตั วแ์ สดงพฤตกิ รรม
รวมท้งั หมด 19 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
111
คำอธิบายรายวิชา
ว30246 วิชา ชีววิทยาเพม่ิ เติม 6 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชวั่ โมง
************************************************************************************************************************************
สบื ค้นข้อมูลวิเคราะห์ อธิบาย อภิปราย เปรียบเทียบ สรุป และยกตัวอย่างความสำคัญของ
ความหลากหลายทางชีวภาพการเกิดเซลล์เร่ิมแรกและวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวลักษณะ
สำคัญและตัวอย่างแบคทีเรียโพรทิสต์พืชฟังไจและสัตว์การจำแนกส่ิงมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถึง
หมวดหมู่ย่อย วิธีการเขียนชื่อวิทยาศาสตรก์ ารสร้างไดโคโทมัสคีย์ ในการระบุส่ิงมีชีวิตกระบวนการ
ถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน วฏั จักรของสาร ลกั ษณะของไบโอมตา่ ง ๆ
การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบปฐมภูมิและการเปล่ียนแปลงแทนท่ีแบบทุติยภูมิลักษณะเฉพาะขอ ง
ประชากรของสงิ่ มีชวี ิตบางชนิดการเพม่ิ ของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชยี ลและการเพ่ิมของประชากร
แบบลอจิสติก ปจั จยั ท่ีควบคมุ การเติบโตของประชากรปัญหาทรพั ยากรน้ำ อากาศ ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า
และผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อมและแนวทางการวางแผนการจัดการน้ำและการแก้ไข
ปัญหา
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปญั หา และการจัดการทักษะในการสือ่ สาร และความสามารถในการตดั สินใจ ใหเ้ ป็นผูท้ ี่มีจติ วทิ ยา
ศาสตร์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
สาระชวี วทิ ยา
เขา้ ใจการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม การถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม สมบัติและหน้าท่ี
ของสารพันธุกรรม การเกดิ มิวเทชนั เทคโนโลยีทางดเี อ็นเอ หลกั ฐานข้อมูลและแนวคดิ เกี่ยวกับ
ววิ ฒั นาการของสิ่งมีชีวิต ภาวะสมดุลของฮารด์ ี-ไวน์เบิร์ก การเกดิ สปชี ีส์ใหม่ ความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ กำเนิดของสิง่ มชี วี ติ ความหลากหลายของส่งิ มชี ีวิต และอนกุ รมวิธาน รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
112
ผลการเรียนรู้
1. อภปิ รายความสำคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหว่างความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปีชสี ์ และ ความหลากหลายของระบบ
นิเวศ
2. อธบิ ายการเกิดเซลลเ์ ร่มิ แรกของสงิ่ มีชวี ิตและวิวัฒนาการของสง่ิ มชี วี ติ เซลล์เดยี ว
3. อธบิ ายลักษณะสำคญั และยกตัวอย่างสิง่ มีชวี ิตกลุ่มแบคทีเรยี ส่งิ มชี ีวติ กลมุ่ โพรทสิ ต์
สงิ่ มีชีวิตกลุ่มพชื ส่งิ มชี ีวิตกล่มุ ฟงั ไจ และส่งิ มชี ีวติ กลุ่มสัตว์
4. อธิบายและยกตวั อยา่ งการจำแนกสงิ่ มชี ีวิตจากหมวดหมใู่ หญ่จนถงึ หมวดหม่ยู ่อย
และวธิ กี ารเขยี นชื่อวิทยาศาสตรใ์ นลำดบั ข้นั สปชี ีส์
5. สร้างไดโคโทมสั คยี ์ในการระบสุ ง่ิ มชี วี ิต หรือตัวอยา่ งที่กำหนดออกเป็นหมวดหมู่
สาระชีววทิ ยา
เข้าใจแนวคดิ เกยี่ วกับระบบนิเวศ กระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานและการหมนุ เวยี นสารใน
ระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสงิ่ มีชวี ติ ในระบบนเิ วศ
ประชากรและรปู แบบการเพม่ิ ของประชากร ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปญั หา และ
ผลกระทบที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ และแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ผลการเรียนรู้
1. วเิ คราะห์ อธบิ าย และยกตัวอยา่ งกระบวนการถ่ายทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ
2. อธิบาย ยกตัวอยา่ งการเกดิ ไบโอแมกนฟิ เิ คชัน และบอกแนวทางในการลดการเกดิ
ไบโอแมกนฟิ เิ คชัน
3. สบื ค้นข้อมูล และเขียนแผนภาพเพอื่ อธบิ ายวฏั จักรไนโตรเจน วัฏจักรกามะถนั
และวฏั จกั รฟอสฟอรสั
4. สบื ค้นขอ้ มูล ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายลกั ษณะของไบโอมทีก่ ระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตร์
ต่าง ๆ บนโลก
5. สบื คน้ ขอ้ มูล ยกตวั อย่าง อธิบายและเปรยี บเทียบการเปล่ยี นแปลงแทนทีแ่ บบปฐมภมู ิและ
การเปลยี่ นแปลงแทนท่แี บบทตุ ยิ ภมู ิ
6. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย ยกตัวอย่างและสรปุ เก่ยี วกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของ
สงิ่ มีชวี ติ บางชนดิ
7. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายเปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างการเพิม่ ของประชากรแบบ
เอ็กโพเนนเชยี ลและการเพ่มิ ของประชากรแบบลอจิสติก
8. อธิบายและยกตวั อยา่ งปัจจัยทคี่ วบคมุ การเติบโตของประชากร
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
113
9. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปปัญหา การขาดแคลนนำ้ การเกดิ มลพษิ ทางนำ้ และ
ผลกระทบที่มตี ่อมนษุ ยแ์ ละสิ่งแวดล้อม รวมท้งั เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การน้ำ
และการแกไ้ ขปญั หา
10. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรุปปญั หามลพษิ ทางอากาศ และผลกระทบทมี่ ีต่อมนษุ ยแ์ ละ
สงิ่ แวดล้อม รวมท้ังเสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
11. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปัญหาท่ีเกดิ กับทรพั ยากรดิน และผลกระทบทม่ี ีตอ่ มนุษย์
และส่ิงแวดล้อม รวมท้ังเสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
12. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาผลกระทบทีเ่ กดิ จากการทำลายปา่ ไม้ รวมทัง้ เสนอ
แนวทางในการปอ้ งกนั การทำลาย ป่าไม้และการอนรุ ักษป์ ่าไม้
13. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปญั หาผลกระทบทท่ี ำให้สตั ว์ป่ามีจำนวนลดลง และแนวทาง
ในการอนุรกั ษส์ ัตวป์ า่
รวมทงั้ หมด 18 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20
114
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30261 วชิ า โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ชัว่ โมง
************************************************************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายลำดับช้ันหิน ทรัพยากรธรณี แผนท่ี การนำไปใประโยชน์
การแบ่งชั้นน้ำ การเกิดเมฆ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตำแหน่งดาวบน
ทรงกลมฟ้า และปฏิสมั พนั ธ์ภายในระบบสุริยะ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูล และการอภิปราย เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา
และการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ ให้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์
มคี ุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
ผลการเรยี นรู้
1.วเิ คราะห์หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่พบในปัจจบุ ัน และอธบิ ายลำดับเหตุการณท์ าง
ธรณีวิทยาในอดตี
2. ตรวจสอบ และระบชุ นิดแร่ รวมท้งั วิเคราะหส์ มบตั ิ และนำเสนอการใชป้ ระโยชน์จาก
ทรัพยากรแร่ทเ่ี หมาะสม
3. ตรวจสอบ จำแนกประเภท และระบชุ อื่ หิน รวมท้ังวเิ คราะห์สมบตั ิ และนำเสนอการใช้
ประโยชนข์ องทรพั ยากรหนิ ท่เี หมาะสม
4. อธิบายกระบวนการเกิด และการสำรวจแหลง่ ปิโตรเลียมและถา่ นหิน โดยใช้ขอ้ มูลทาง
ธรณวี ิทยา
5. อธบิ ายสมบัติของผลิตภัณฑท์ ่ีได้จากปโิ ตรเลียมและถ่านหิน พรอ้ มนำเสนอการใช้
ประโยชนอ์ ย่างเหมาะสม
6. อ่านและแปลความหมายจากแผนท่ี ภมู ปิ ระเทศ และแผนที่ธรณีวทิ ยาของพื้นท่ที ่ี
กำหนด พรอ้ มท้ังอธบิ ายและยกตัวอย่างการนำไปใชป้ ระโยชน์
7. อธิบายปัจจยั ทท่ี ำใหเ้ กิดการแบง่ ชัน้ น้ำในมหาสมทุ ร
8. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ งเสถียรภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
9. อธิบายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ ง ๆ และลกั ษณะลมฟ้าอากาศทเี่ กี่ยวขอ้ ง
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
115
10. สร้างแบบจำลองทรงกลมฟ้า สังเกต และเชื่อมโยงจดุ และเส้นสำคญั ของ
แบบจำลองทรงกลมฟา้ กบั ท้องฟา้ จรงิ และอธิบายการระบพุ ิกัดของดาวในระบบ
ขอบฟ้าและระบบศนู ยส์ ูตร
11. สงั เกตท้องฟ้า และอธบิ ายเส้นทางการขนึ้ การตกของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์
12. อธิบายเวลาสุรยิ คตปิ รากฏ โดยรวบรวมข้อมูล และเปรียบเทยี บเวลาขณะที่ดวงอาทิตย์
ผ่านเมรเิ ดยี นของผูส้ ังเกตในแต่ละวัน
13. อธิบายเวลาสรุ ิยคตปิ านกลาง และการเปรยี บเทียบเวลาของแตล่ ะเขตเวลาบนโลก
14. อธิบายมุมห่างที่สัมพันธก์ ับตำแหน่งในวงโคจร และอธิบายเช่ือมโยงกบั ตำแหนง่ ปรากฏ
ของดาวเคราะหท์ ส่ี งั เกตได้จากโลก
รวมทั้งหมด14 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
116
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30281 การใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรก์ ราฟิก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่วั โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานคอมพวิ เตอร์กราฟิก หลักการ วิธกี ารออกแบบกราฟกิ
การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคำสั่งท่ีสำคัญในการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก การนำภาพจาก
แหล่งภาพต่าง ๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟิกให้มีจินตนาการตามความคิดริเร่ิม ท้ังยังศึกษาหลักการออกแบบ
คอมพวิ เตอรก์ ราฟิกไดจ้ ากเว็บไซต์ต่าง ๆ เพอ่ื นำมาประยกุ ต์ใช้ในการสรา้ งสรรค์งาน
ปฏิบัติการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ท้ังการตกแต่งภาพและ
ออกแบบตัวอักษรด้วยความชำนาญและมืออาชีพ สร้างภาพโดยใช้คำสั่งจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก
สรา้ งภาพ วาดภาพ บันทกึ ภาพเพ่ือเรียกภาพมาแกไ้ ขได้ บนั ทึกภาพในรปู แบบต่าง ๆ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะเบ้ืองต้นเกี่ยวกับการสร้างภาพเบื้องต้นและสร้างแนวคิด
เก่ียวกับงานกราฟิกและการนำเสนอได้ สามารถออกแบบงานกราฟิกเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนได้อย่างมี
คุณธรรมและจริยธรรม และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ือสัตย์
สุจริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ย่างพอเพียง มีความมุ่งม่ันในการทำงานเพ่อื เตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็น
สมาชกิ ประชาคมอาเซยี น
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายของกราฟกิ และคอมพวิ เตอร์กราฟกิ ได้
2. บอกประโยชน์ของคอมพิวเตอรก์ ราฟิกกับการประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆได้
3. อธิบายหลกั การสรา้ งภาพด้วยโปรแกรมสำหรับงานกราฟิกได้
4. บอกความสามารถของโปรแกรมคอมพวิ เตอร์กราฟิกได้
5. สามารถสร้างผลงานจากโปรแกรมคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ ด้วยเทคนิคการสร้างอย่าง
หลากหลาย และสามารถนำภาพจากแหลง่ ต่าง ๆ มาสร้างสรรคง์ านกราฟิกได้ดว้ ยความ
ประณีต รอบคอบและปลอดภยั ตระหนักถึงคุณภาพของงาน และมีจรยิ ธรรมในงานอาชีพ
6.สร้างผลงานจากโปแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกไดด้ ว้ ยความประณีต รอบคอบและปลอดภัย
ตระหนักถึงคุณภาพของงาน และมีจริยธรรมในงานอาชีพสามารถเผยแพร่ผลงานผ่าน
เครอื ข่ายอินเตอรเ์ น็ตได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20
117
คำอธิบายรายวิชา
ว30282 วิชา การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชวั่ โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาความรู้เบอื้ งต้นเก่ยี วกบั อนิ เทอรเ์ นต็ พ้ืนฐานและองค์ประกอบของเว็บไซต์
การออกแบบและพัฒนาเว็บไซตด์ ว้ ยโปรแกรม Adobe Dreamweaver และการอพั โหลดเว็บไซต์
ปฏบิ ัติการทำงานหรอื ช้ินงานเกย่ี วกบั ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั อนิ เทอรเ์ น็ต พนื้ ฐานและ
องคป์ ระกอบของเว็บไซต์ การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Adobe
Dreamweaver และการอพั โหลดเว็บไซต์ โดยใชท้ กั ษะการทำงานร่วมกนั ทักษะการจัดการ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา และทกั ษะการแสวงหาความรู้มาช่วยในกระบวนการทำงาน
และเพือ่ ให้ผเู้ รียนเหน็ คุณค่า เกดิ เจตคติทด่ี กี ับการออกแบบและพฒั นาเว็บไซต์ มีความคิด
สรา้ งสรรค์ รกั ษาจรรยาบรรณของผใู้ ชร้ ะบบคอมพวิ เตอรท์ ดี่ ี มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร
การคิด การแกป้ ญั หา การปรบั ประยุกต์ใช้เทคโนโลยสี รา้ งสรรคช์ ้นิ งาน โดยยดึ หลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง ซ่ือสตั ย์สุจรติ มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ย่างพอเพียง มีความมงุ่ มันในการทำงาน
เพอ่ื เตรียมความพรอ้ มก้าวเข้าสู่การเปน็ สมาชกิ ประชาคมอาเซียน
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายของอินเทอรเ์ นต็ อธบิ ายรปู แบบการบรกิ ารตา่ ง ๆ บนอินเทอร์เน็ต บอก
ความหมายของคำศัพท์ที่เกย่ี วขอ้ งกับอนิ เทอรเ์ นต็ และอธิบายคุณธรรมและจริยธรรมใน
การใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ ได้อย่างถกู ตอ้ ง
2.บอกความหมายของเวบ็ ไซต์ ส่วนประกอบของหนา้ เว็บเพจ และอธบิ ายหลกั การของการ
ออกแบบเวบ็ ไซต์ได้
3.บอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Adobe Dreamweaver ตกแตง่ ขอ้ ความบนเว็บเพจ
ตกแตง่ เว็บเพจด้วยภาพกราฟิกได้อย่างสว่ ยงาม สร้างตารางบนเวบ็ เพจ เชือ่ มโยงเว็บไซต์
ออกแบบเลย์เอาท์ในเว็บเพจ สร้างเฟรมเซตในเว็บเพจ สรา้ งฟอรม์ แบบต่าง ๆ ในเวบ็
เพจได้ ใชม้ ัลตมิ เี ดียในการสร้างเวบ็ เพจให้มคี วามนา่ สนใจมากย่งิ ขนึ้ และตรวจสอบการ
ทำงานของหน้าเวบ็ เพจทีส่ ร้างขน้ึ ได้
4.ถา่ ยโอนข้อมลู เวบ็ ไซตท์ ี่ออกแบบและพัฒนาเสร็จแลว้ ไปยังเคร่ืองแมข่ ่ายในระบบเครอื ขา่ ย
อินเทอร์เนต็ ได้
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20
118
คำอธบิ ายรายวิชา
ว30283 วิชา การเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษาคอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาหลักการและข้ันตอนการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เครื่องมอื การออกแบบโปรแกรม ความ
เป็นมาของภาษาคอมพิวเตอร์ โครงสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ ลักษณะเด่นและด้อยของภาษาคอมพิวเตอร์
ประเภทของข้อมลู องค์ประกอบของคำส่ัง การคำนวณและเปรยี บเทียบ ข้ันตอนการทำงานของโอเปอเรช่ัน
คำนวณ คำสั่งต่าง ๆ ในภาษาคอมพวิ เตอร์ ฟงั กช์ ่ันเบือ้ งต้น การเขียนโปรแกรมงานต่าง ๆ โดยใช้คำสั่งและ
ฟังก์ช่นั ภาษาคอมพิวเตอร์กับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ปฏิบัติการ วเิ คราะห์โจทย์ปญั หา ออกแบบโปรแกรม และ
เขยี นโปรแกรมด้วยคำสง่ั ภาษาคอมพิวเตอร์
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนา
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
และมคี ณุ ธรรม
ผลการเรียนรู้
1.มคี วามรคู้ วามเข้าใจหลักการและข้นั ตอนการพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2.มีความรูค้ วามเข้าใจโครงสร้างภาษาคอมพิวเตอร์
3.มคี วามรู้ความเขา้ ใจการใช้คำสัง่ และฟังกช์ นั่ ภาษาคอมพวิ เตอรก์ ับเคร่อื งคอมพิวเตอร์
4.มที กั ษะการวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา ออกแบบโปรแกรม และเขียนโปรแกรมด้วยคำสง่ั
ภาษาคอมพวิ เตอร์
5.มที กั ษะการแกป้ ัญหาอย่างมีระเบยี บวธิ แี ละเปน็ ระบบ รูจ้ ักการใชอ้ ลั กอริทมึ
6.เห็นคณุ คา่ และใช้กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ
ประยุกต์ใชง้ านในชวี ติ ประจำวนั อย่างมีประสิทธิภาพ ประสทิ ธิผล และมีคณุ ธรรม เพ่อื เตรียมตวั
เข้าสู่ประชาคมอาเซียน
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
119
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30284 วชิ า การสร้างเกมสรา้ งสรรค์ด้วยคอมพิวเตอร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ช่วั โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษา หลกั การออกแบบเกม การสรา้ งฉาก ตวั ละคร และเสียงประกอบ การทำ
ภาพเคลอ่ื นไหวและการโต้ตอบ กราฟิก ข้อความ การสรา้ งสถานการณ์จำลองและการเลือกใช้
ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสม
ปฏิบัติ ออกแบบเกม สรา้ งฉาก และการเขยี นโปรแกรมเกมคอมพวิ เตอร์ให้สามารถเลน่ เกม
ด้วยอุปกรณต์ อ่ พว่ ง เช่น เมาส์ จอยสติก หรือแป้นพมิ พไ์ ด้
เพ่ือให ้ มีความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณคา่ และใช้กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการ
ออกแบบและสร้างเกมอย่างสรา้ งสรรค์ มีประสิทธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และมีคุณธรรม จริยธรรม
เพ่ือเตรียมตวั เข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น
ผลการเรยี นรู้
1.อธิบายองค์ประกอบและหลกั ของการออกแบบเกม
2.อธิบายสว่ นประกอบและเครื่องมือของโปรแกรมสำหรับสร้างเกม
3.สามารถออกแบบคาแรคเตอร์และออปเจ็คได้
4.สามารถเขยี นโปรแกรมสัง่ การให้แก่คาแรคเตอร์และออปเจ็คได้
5.สามารถเขยี นโปแกรมดว้ ยภาษา GML เบ้อื งตน้ ได้
6.เผยแพร่ผลงานทแี่ สดงออกทางความคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ มีคณุ ธรรม และจริยธรรม
เพ่ือเตรยี มตัวเข้าส่ปู ระชาคมอาเซยี น
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
120
คำอธิบายรายวิชา
ว30285 วิชา การผลติ ส่อื มัลตมิ ีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาเกี่ยวกบั ความหมายของสื่อ การผลิตสื่อ ความรู้เบ้อื งต้นเกี่ยวกับกระบวนการในการ
นำเสนอ การวางแผนการผลิตสอ่ื ระบบการทำงาน องค์ประกอบของส่ือ การผลิตและการเผยแพร่
สื่อ การเก็บรวบรวมข้อมูลแบบมัลติมีเดียภาพ วีดีโอ เสียง ข้อมูล การใช้โปรแกรมแบบมัลติมีเดีย
คำส่ังในการดำเนนิ งาน หลักการกราฟกิ การเขยี นรูปภาพ การเกบ็ รูปภาพ การแก้ไข การสรา้ งกราฟิก
การสร้างงานมัลตมิ เี ดีย การใชส้ ี การตกแตง่ ภาพ การเช่ือมขอ้ มูล
ปฏิบตั ิการ ทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับการสร้างงานมัลติมเี ดีย การสร้างงานกราฟกิ การเขยี น
รูปภาพ การแก้ไข การใช้สี การตกแต่งภาพ การเชื่อมข้อมูล สามารถสร้างงานนำเสนอตาม
จนิ ตนาการหรอื งานท่ที ำในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม
เพื่อให้ มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นคุณค่า สร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบ
สามารถจัดทำงานนำเสนอคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ในการใช้ เทคโนโลยีแบบต่าง ๆ อย่าง
มีจิตสาธารณะ มีลักษณะนิสัยในการทำงาน ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะและ
ใชท้ รัพยากรอย่างคมุ้ ค่า ตามผลการเรยี นรู้ตอ่ ไปน้ี
ผลการเรยี นรู้
1.อธิบายความหมายของมลั ติมเี ดยี ความรู้เบื้องต้นในการนำเสนอ องคป์ ระกอบของ
มลั ติมีเดีย และอธิบายเทคโนโลยีทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั มัลตมิ ีเดียได้
2.บอกและเข้าใจส่วนประกอบของโปรแกรมกราฟกิ และมลั ติมเี ดยี ได้
3.บอกและเข้าใจชนดิ ของแฟ้มข้อมูลกราฟกิ และมัลตมิ เี ดยี ได้
4.สามารถใช้โปรแกรมปฏิบตั กิ ารผลติ สื่อมัลตมิ ีเดียในรปู แบบต่าง ๆ ได้
5.สามารถใชโ้ ปรแกรมสำหรับการบันทกึ เสียงและนำเสยี งมาใช้ในงานมัลตมิ ีเดยี ได้
6.สามารถนำเสนองานมัลตมิ ีเดียได้ตามจินตนาการได้อย่างเหมาะสม
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
121
คำอธิบายรายวิชา
ว30286 วิชา การออกแบบและพัฒนาเวบ็ ไซต์ 2 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง
***********************************************************************************************************************************************
ศึกษาหลักการ การใช้งานอินเทอร์เน็ตและพัฒนาการอินเทอร์เน็ต ตลอดจนระบบการ
จัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ (Content Management System : CMS) พัฒนา คิดค้นเพ่ือช่วยลด
ทรัพยากรในการพัฒนา (Development) และบริหาร (Management) เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเร่ือง
ของกำลังคน ระยะเวลา และเงนิ ทอง ทีใ่ ช้ในการสร้างและควบคุมดแู ลเวบ็ ไซต์
ปฏบิ ัตกิ ารทำงานหรือช้นิ งานเก่ียวกับ การออกแบบและพฒั นาเวบ็ ไซต์ด้วยระบบการจัดการ
เนื้อหาของเว็บไซต์ (Content Management System : CMS) และการอัพโหลดเว็บไซต์ โดยใช้
ทักษะการทำงานร่วมกัน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา และทักษะการแสวงหา
ความรู้มาช่วยในกระบวนการทำงาน
เพื่อให้เห็นความสำคัญของการใช้เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์อย่างมีจรยิ ธรรมและสามารถเลือกใช้
ซอฟต์แวร์ในการสร้างเว็บไซต์ท่ีนำเสนอข้อมูลในหัวข้อที่สนใจ เช่น Joomla , Wordpress ,
Drupal ฯลฯ มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการในการทำงาน โดยใช้ความสามารถในการ
สื่อสาร การคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง และมีความมุ่งมั่นในการ
ทำงาน เพื่อเตรยี มความพรอ้ มก้าวเข้าส่กู ารเป็นสมาชกิ ประชาคมอาเซยี น
ผลการเรยี นรู้
1.เข้าใจหลกั การใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ และพฒั นาการอินเทอรเ์ นต็ ได้
2.เขา้ ใจระบบการจัดการเนอ้ื หาของเวบ็ ไซต์ได้
3.ออกแบบการสร้างเวบ็ ไซต์ดว้ ย CMS ได้
4.มคี วามคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ในการสรา้ งเวบ็ ไซต์อยา่ งเหมาะสม
5.สามารถนำเสนอเวบ็ ไซตบ์ นอนิ เตอร์เนต็ ได้
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
122
ว30287 วิชา โครงงานคอมพวิ เตอร์ คำอธิบายรายวชิ า
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนที่ 1
เวลา 40 ชั่วโมง
***********************************************************************************************************************************************
ศึกษาพัฒนาการของคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างงาน
ในรปู แบบต่าง ๆ หลักการทำโครงงานคอมพวิ เตอร์ ลักษณะของการทำโครงงาน จากปญั หาหรอื เร่อื งที่สนใจ
จะศึกษา วิเคราะหร์ ูปแบบกระบวนการดำเนินงานโครงงาน แนวทางการประยุกต์คอมพิวเตอร์กับ
โครงงาน
ปฏบิ ัติการสร้างโครงงานโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครอื่ งมือ โดยใช้ความรู้ ความคดิ จินตนาการ
ทกั ษะ เหตุผล และกระบวนการต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนประสบการณ์ด้านคอมพวิ เตอร์
ซอฟต์แวร์ ในการแก้ปัญหาตา่ ง ๆ ที่มอี ยู่ มาเชื่อมโยงสมั พันธ์กันจนเกิดความรู้ใหม่ทีม่ ีความหมายสอดคล้อง
และเชอ่ื มโยงกนั ได้ โดยมกี ารบรู ณาการความรดู้ ้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเขา้ มารว่ มด้วย
เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเกิดเจตคติที่ดี
ทำให้สามารถใช้คอมพิวเตอรเ์ พื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้ และสามารถนำเอาคอมพวิ เตอร์มา
ประยุกต์ใช้ในการสร้างโครงงานได้อย่างมจี ิตสำนกึ และมคี วามรับผดิ ชอบ และมีความสามารถในการใช้
เทคโนโลยีตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ซอื่ สัตย์สจุ ริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ย่างพอเพียง มคี วามมุง่ มั่น
ในการทำงาน เพ่ือเตรยี มความพร้อมก้าวเข้าสูก่ ารเป็นสมาชกิ ประชาคมอาเซียนได้
ผลการเรียนรู้
1.บอกความหมายและคุณค่าของการทำโครงงานคอมพวิ เตอร์ และจำแนกประเภทของโครงงาน
คอมพวิ เตอร์ได้
2.มีความรู้ความเขา้ ใจในขน้ั ตอนการทำโครงงานคอมพวิ เตอร์
3.สามารถจัดทำและนำเสนอข้อเสนอโครงงานคอมพวิ เตอร์ได้
4.อธิบายวิธีทำโครงงานอย่างเปน็ ระบบและวิธีทำโครงงานให้ประสบความสำเรจ็ อย่างมคี ุณภาพได้
5.สามารถทำรายงานโครงงานคอมพิวเตอรฉ์ บับสมบรู ณไ์ ด้
6.สามารถนำเสนอโครงงานและประเมนิ ผลโครงงานคอมพวิ เตอร์ได้
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
123
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20
124
โครงสรา้ งหลกั สูตร กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 จำนวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ส31101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกิต
ส31102 ประวตั ิศาสตร์ 1
ส31103 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 2
ส31104 ประวตั ศิ าสตร์ 2
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส32101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ส32102 ประวัติศาสตร์ 3 จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ส32103 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 4
ส32104 ประวตั ศิ าสตร์ 4
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ส33101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5
ส33103 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6
รายวิชาเพ่มิ เตมิ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส30227 การเมอื งการปกครอง 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ส30228 การเมืองการปกครอง 2 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ส30281 ภูมิศาสตร์กายภาพ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ส30282 ภมู ิศาสตรเ์ ศรษฐกจิ จำนวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกติ
ส30231 หน้าท่พี ลเมอื ง 1
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
125
รายวิชาเพม่ิ เติม (ต่อ)
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
ส30261 ประวตั ิเมอื งอดุ รธานี 1 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ส30232 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 2 จำนวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส30262 ประวตั เิ มืองอดุ รธานี 2 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ส30233 หนา้ ที่พลเมอื ง 3 จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ส30282 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ส30261 เหตุการณโ์ ลกปัจจุบัน 1 จำนวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส30261 เหตุการณ์โลกปัจจุบนั 2 จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ส30234 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 4
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20
126
คำอธิบายรายวิชา
ส31101 วิชา สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาประวัติศาสดาและหลักธรรมของศาสนาที่สำคัญ ตระหนักในคุณค่าปละความสำคัญของ
ค่านิยม จรยิ ธรรมท่ีกำหนดความเชื่อและพฤติกรรมท่ีแตกตา่ งกันของศาสนิกชนของศาสนาต่าง ๆ ศึกษาเรื่อง
สังคมในชมพูทวีปรวมท้ังความเช่ือทางศาสนาก่อนสมัยพุทธกาล ศึกษาพุทธประวัติทั้งด้านการตรัสรู้ การ
ก่อตั้งพุทธศาสนา การบริหารและการธำรงรักษาศาสนา วิเคราะห์ข้อปฏิบัติตามทางสายกลาง ศึกษาประวัติ
ของสาวก สาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง วิเคราะห์พระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการ
พัฒนาประเทศแบบยั่งยืน เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาเก่ียวกับการศึกษาท่ีสมบูรณ์ การเมืองและ
สนั ติภาพ
ศึกษา วิเคราะห์ ความสำคัญของโครงสร้างทางสังคม การขัดเกลาทางสังคมและการเปล่ียนแปลง
ทางสังคม การแกป้ ัญหาและแนวทางการพัฒนาสังคม วิเคราะห์วฒั นธรรมไทย เพ่ือศึกษาแนวทางการอนุรักษ์
วฒั นธรรมและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรมไทยกับวฒั นธรรมสากล วิเคราะห์และปฏิบัติตนตาม
กฎหมายเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก เพ่ือความสงบสุขในสังคม ประเมิน
สถานการณเ์ ก่ียวกบั สิทธมิ นุษยชนในสงั คมไทยและสังคมโลก
ศึกษา สืบค้น และวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับความรู้พ้ืนฐานในเรื่องประวัติความเป็นมา การก่อต้ัง
สมาชกิ วสิ ัยทศั น์ กฎบัตรของประชาคมอาเซยี น
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการต่อต้านการทุจริต
โดยการเช่ือมโยงประสบการณ์เดิมสู่ประสบการณ์ใหม่ โดยใช้ภาพ ข่าว หรือสถานการณ์ต่าง ๆ การ
ฝกึ สงั เกต การตอบคำถามแนวทางปฏิบัตทิ ี่ถูกต้อง เหมาะสม รวมท้ังส่งเสริมการทำงานเป็นกลมุ่ กระบวนการ
คิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์
กระบวนการแก้ปัญหา วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน
(5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ ทักษะการอ่านและการเขยี น
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ การพัฒนาทักษะทางสังคม นำไปสู่การยอมรับและเห็นคุณค่าของ
ตนเองและผู้อ่ืน สามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
สามารถดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลกได้ มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการ
ตอ่ ตา้ นและการป้องกนั การทจุ ริต
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
127
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/7 ม.4-6/11 ม.4-6/12 ม.4-6/17
ม.4-6/21
ส 1.2 ม.4-6/5
ส 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/4 ม.4-6/5
ส 4.2 ม.4-6/2
รวม 15 ตวั ชวี้ ดั
หลกั สูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
128
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส31102 วชิ า ประวัตศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง
*************************************************************************************************************************************************
เห็นความสำคัญของการศึกษาเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ท่ีปรากฏในหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์สากล สร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์ด้วยวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยใช้ขั้นตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประเด็นทาง
ประวัตศิ าสตรไ์ ปจนถึงการเห็นคณุ ค่าและประโยชน์ของวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ท่มี ีต่อการศกึ ษาทาง
ประวัตศิ าสตร์
วิเคราะห์ประเด็นสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย อาทิเช่น แนวคิดที่มาของคนไทย รัฐโบราณ
ในดินแดนไทยในด้านอิทธิพลที่มีต่อสังคมไทย พัฒนาการทางด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ
วฒั นธรรมของแต่ละยุคแต่ละสมัย
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด
ส 4.1 ม 4-6/1 ม 4-6/2
ส 4.3 ม 4-6/1 ม 4-6/2 ม.4-6/3
รวมทั้งหมด 5 ตัวชวี้ ัด
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
129
คำอธิบายรายวชิ า
ส31103 วิชา สังคมศึกษาพื้นฐาน 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่วั โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาหลักพระรตั นตรยั และหลกั ธรรมทีส่ ำคญั ของพทุ ธศาสนาในกรอบของหลักอรยิ สัจ 4
พุทธศาสนสภุ าษติ ศกึ ษาคุณคา่ และความสำคญั ของการสงั คายนาพระไตรปิฎก การเชื่อม่ันตอ่ ผลการ
กระทำความช่ัว ความดี การปฏบิ ัตติ นเปน็ พทุ ธศาสนิกชนท่ดี ตี ามบทบาทและมารยาทอย่างถกู ตอ้ ง
ตามหลกั ของศาสนพธิ ี รวมถงึ การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ พัฒนาชีวิตด้วยการพฒั นาจติ และ
พฒั นาการเรยี นรู้ดว้ ยวธิ กี ารคดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร การสวดมนตแ์ ปล การแผเ่ มตตา การบริหารจิต
และเจริญปัญญาตามแบบสติปัติฐาน 4 เห็นความสำคัญของหลักธรรม คตธิ รรมท่ีเก่ียวกบั วนั สำคญั
ทางพทุ ธศาสนา
วเิ คราะหร์ ูปแบบการปกครองทใ่ี ชก้ นั อยใู่ นสว่ นต่าง ๆ ของโลกในปจั จุบนั และการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ ปฏิบัติตนและมสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ติ นเปน็
พลเมอื งดีของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เสนอแนวทางการเมืองการ
ปกครองทน่ี ำไปสูค่ วามเข้าใจและการประสานผลประโยชน์ร่วมกันระหวา่ งประเทศ วิเคราะห์ปัญหา
การเมอื งทส่ี ำคญั ของไทยและการตรวจสอบการใช้อำนาจรฐั
ศึกษา สืบคน้ และวเิ คราะหข์ ้อมูลทางด้านประวัตศิ าสตร์ สภาพทางภูมศิ าสตร์ การเมอื งการ
ปกครอง เศรษฐกจิ สงั คมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน
ศึกษาเก่ียวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอาย
และความไม่ทนตอ่ การทุจริต STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทจุ ริต รหู้ น้าทีข่ องพลเมืองและ
รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมในการต่อต้านการทจุ ริต
โดยการเชอื่ มโยงประสบการณ์เดิมสู่ประสบการณ์ใหม่ โดยใชภ้ าพ ข่าว หรือสถานการณ์ต่าง
ๆ การฝึกสังเกต การตอบคำถามแนวทางปฏบิ ตั ิท่ีถกู ตอ้ ง เหมาะสม รวมทัง้ ส่งเสริมการทำงานเป็น
กลุม่ กระบวนการคิด กระบวนการสบื คน้ ขอ้ มูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน
(5 STEPs) การอภปิ ราย การสืบสอบ ทักษะการอา่ นและการเขียน
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ การพฒั นาทักษะทางสังคม นำไปสู่การยอมรับและเห็นคุณค่า
ของตนเองและผอู้ นื่ สามารถนำไปประยุกต์ปฏบิ ัติในการดำเนินชวี ิตประจำวนั มีคณุ ธรรม จริยธรรม
มีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ รักความเปน็ ไทย
มจี ิตสาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยา่ งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลกได้ พร้อมใหม้ คี วาม
ตระหนกั และเห็นความสำคัญของการตอ่ ต้านและการปอ้ งกันการทจุ รติ
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
130
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด
ส 1.1 ม.4-6/13 ม.4-6/15 ม.4-6/19 ม.4-6/20
ส 1.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ส 2.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3ม.4-6/4
ส 5.2 ม.4-6/1
รวม 13 ตัวชวี้ ัด
หลักสูตรโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
131
คำอธิบายรายวชิ า
ส31104 วิชา ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่วั โมง
*****************************************************************************************************************************
วิเคราะห์ประเดน็ สำคัญของประวัตศิ าสตร์ไทย อาทิเช่น ปัจจัยการสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา
ธนบรุ ีและรตั นโกสนิ ทร์ พฒั นาการทางด้านการเมอื ง สงั คม เศรษฐกิจ วฒั นธรรมของแตล่ ะยคุ แต่ละ
สมัย ไปจนถึงการเปล่ยี นแปลงการปกครอง เหตุการณ์การเมืองไทยภายหลงั การเปลย่ี นแปลงการ
ปกครอง
เห็นความสำคัญของสถาบนั พระมหากษัตรยิ ท์ ่มี ตี อ่ ชาตไิ ทย วเิ คราะหป์ ัจจยั ท่ีส่งเสริมการ
สรา้ งสรรค์ภมู ปิ ญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทยซ่งึ มีผลตอ่ สังคมไทยในยุคปัจจุบนั ผลงานของบุคคล
สำคญั ทง้ั ชาวไทยและตา่ งประเทศท่ีมีส่วนสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทยและประวัตศิ าสตร์ไทย วางแผน
กำหนดแนวทางและมสี ว่ นร่วมการอนุรักษภ์ ูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยไปจนถงึ ภูมิปญั ญาและ
วฒั นธรรมของท้องถ่นิ จังหวดั อดุ รธานี
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัด
ส 4.3 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5
รวมท้งั หมด 5 ตัวชวี้ ัด
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
132
คำอธิบายรายวิชา
ส30281 วชิ า ภมู ิศาสตรก์ ายภาพ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชวั่ โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาลักษณะภูมิศาสตร์กายภาพแต่ละภูมิภาคของโลกในเรื่อง ลักษณะที่ตั้ง ภูมิประเทศ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ กับความเป็นอยูข่ องมนุษย์ ปัญหา
ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์
โดยจดั การเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ดว้ ยกระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการ
สร้างความรู้ กระบวนการคิด การบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา
กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิลงมอื ทำจริง
เพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และอิทธิพลท่ีมีต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ เห็นความ
จำเป็นในการปรับตัว ปรับใช้และเสริมสร้างสภาพแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู
สภาพแวดล้อม
ผลการเรยี นรู้
1. บอกลักษณะสำคญั และประโยชน์ของแผนทไ่ี ด้
2. แสดงวธิ ีการคำนวณพิกดั ทางภูมศิ าสตรแ์ ละมาตราส่วนในแผนท่ไี ด้
3. ฝึกปฏิบัตกิ ารทำแผนทต่ี ามกระบวนการไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
4. อธิบายความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับโลกได้
5. อธิบายถึงองคป์ ระกอบทีส่ ำคัญของเปลอื กโลกได้
6. อธบิ ายถึงปัจจยั ที่สำคัญของการเกดิ ลักษณะภูมิประเทศแบบตา่ ง ๆ ได้
7. ระบุความสำคญั ของลกั ษณะภมู ิประเทศท่ีมีผลต่อการดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ได้
8. อธิบายถึงปัจจัยท่สี ำคญั ท่ีสง่ ผลต่อลกั ษณะภมู อิ ากาศแบบตา่ ง ๆ ได้
9. อธบิ ายลกั ษณะสำคัญและการจำแนกเขตภูมอิ ากาศของโลกตามระบบคอบเปนได้
10. ระบุความสำคัญของลักษณะภมู อิ ากาศทีม่ ีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษยไ์ ด้
รวม 10 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 20
133
คำอธิบายรายวชิ า
ส30282 วิชา ภูมศิ าสตร์เศรษฐกิจ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทรพั ยากรธรรมชาตกิ บั กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในแต่ละภูมภิ าคของ
โลก กจิ กรรมทางเศรษฐกิจขนั้ ปฐมภูมิ ขน้ั ทตุ ยิ ภูมิและข้นั ตตยิ ภมู ิ การรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจและปัญหา
ทางเศรษฐกจิ ของโลก
โดยจัดการเรียนรแู้ บบเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ดว้ ยกระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณาการ กระบวน
การสร้างความรู้ กระบวนการคดิ การบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา
กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทำจริง
เพอ่ื ให้มีความเข้าใจในอทิ ธพิ ลของส่งิ แวดล้อมทมี่ ีต่อกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ตระหนกั ในสภาพ
ปัญหาและความจำเปน็ ท่จี ะต้องร่วมมือกนั แก้ปญั หาและพฒั นาเศรษฐกิจโลก
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายเกีย่ วกับส่ิงแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตไิ ด้
2. อธิบายเกี่ยวกับกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของมนษุ ย์ในขน้ั ตอนต่าง ๆ ได้
3. อธิบาย และสามารถวิเคราะหอ์ ิทธพิ ลลักษณะของภมู ิอากาศ ทีม่ ีตอ่ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของ
มนุษย์ในภูมภิ าคต่าง ๆ ของโลกได้
4. อธิบายกจิ กรรมทางเศรษฐกิจในส่วนภูมภิ าคต่าง ๆ ของโลกได้
5. เหน็ ความสำคญั ในการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจในภมู ิภาคต่าง ๆ
6. ตระหนกั ถงึ ปญั หาทางเศรษฐกจิ ภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก
7. ตระหนักในความจำเปน็ ในการแกป้ ญั หาและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก
ร่วมกัน
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
134
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส30227 วชิ า การเมอื งการปกครองของไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาพฒั นาการการปกครองของไทย ในเร่อื งกระบวนการปกครอง นโยบายการเมอื ง
การปกครอง และวธิ ดี ำเนินการปกครองของไทยท้ังในอดีต และเชื่อมโยงสปู่ ัจจบุ ัน วิวัฒนาการของ
รัฐธรรมนูญการปกครองไทย อธิบายรูปแบบ และอำนาจ หนา้ ที่ของรฐั สภาไทย รัฐบาลไทยและการ
จัดตั้งพรรคการเมอื ง การดำเนินกจิ กรรมของพรรคการเมอื ง ศึกษาการทำงานของคณะรัฐมนตรีกบั
การบรหิ ารประเทศไทย การรวมอำนาจและการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมภิ าคและ
ท้องถน่ิ ศึกษาการศาลและกระบวนการยตุ ธิ รรมภายใตก้ ารปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
เพอ่ื ให้มคี วามรู้ความเข้าใจและสามารถวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้นึ ในอดีตเช่อื มโยง
กับสภาพปัญหาทเ่ี กิดขึ้นกับการเมืองการปกครองของไทยในปจั จุบัน ตระหนกั ถึงบทบาทหนา้ ท่ี สิทธิ
เสรีภาพของบคุ คล และการมสี ว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ ระบบการปกครองแบบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุข
ผลการเรียนรู้
1.อธบิ ายลกั ษณะการเมืองการปกครองของไทย สมัยสุโขทัย สมยั อยุธยา และสมัย
รัตนโกสินทร์ ก่อนการเปลย่ี นแปลงการปกครองเขา้ สู่ระบอบประชาธปิ ไตย
2. อธิบายความเปน็ มา และความสำคญั ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบับ
ปัจจุบนั ได้
3. มีความเข้าใจในการจัดต้งั พรรคการเมอื ง การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง
และการบรหิ ารงานของคณะรฐั มนตรี
4. วิเคราะหโ์ ครงสร้างการบริหารราชการแผน่ ดนิ รวมทง้ั การรวมอำนาจ หนา้ ท่ี และ
กระจายอำนาจการปกครองสว่ นกลาง การปกครองส่วนภมู ิภาค และการปกครองส่วน
ท้องถ่นิ
5. ระบุบทบาทการศาลของไทย และกระบวนการยตุ ิธรรมของศาลรฐั ธรรมนญู ศาล
ยุตธิ รรม ศาลปกครองและศาลทหาร
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
135
คำอธิบายรายวชิ า
ส30228 วชิ า การเมอื งการปกครองของไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษา อธบิ าย วิเคราะหค์ วามเป็นมาของการปกครองท้องถนิ่ ของไทยตงั้ แต่อดีตถงึ
ปัจจบุ ัน หลักการปกครองส่วนท้องถนิ่ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย การจัดต้งั และ
พัฒนาการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ โครงสร้างการบรหิ ารจัดการ อำนาจหนา้ ท่ี การบริหาร
การคลงั การบริหารงานบคุ คลขององค์กรบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เทศบาล องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล
กรงุ เทพมหานครและพทั ยา การมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการสืบค้นขอ้ มลู กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการมสี ว่ นร่วม
กระบวนการทางสงั คม และกระบวนการเผชญิ สถานการณ์และการแกไ้ ขปัญหา
เพ่อื ให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจ สามารถนำไปประยกุ ต์ปฏิบตั ใิ นการดำเนินชวี ิต มคี ุณธรรม
จรยิ ธรรม มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ในดา้ นการรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สัตยส์ จุ ริต มีระเบียบวินัย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะและสามารถดำเนนิ ชีวติ อยา่ งปกติสุขสังคมได้ทุกระดบั
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความเป็นมา พฒั นาการ และหลกั การของการปกครองท้องถ่นิ ของไทย
2. อธิบายความหมาย การจัดตง้ั พัฒนาการ และโครงสร้างการบริหารจัดการ รวมทั้ง
อำนาจหน้าทกี่ ารบรหิ ารการคลังและงานบคุ คลขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั
3. อธิบายความเปน็ มา การจดั ต้งั และวิเคราะหโ์ ครงสร้างการบริหารจัดการ อำนาจหนา้ ท่ี
การบรหิ ารการคลังและงานบคุ คล ของเทศบาลได้
4. อธบิ ายความเป็นมา การจัดตงั้ และวเิ คราะห์โครงสรา้ งการบริหารจัดการ อำนาจหนา้ ที่
การบรหิ ารการคลงั และงานบคุ คล ขององค์การบริหารสว่ นตำบลได้
5. บอกลักษณะสำคญั ของการปกครองสว่ นท้องถน่ิ รปู แบบพิเศษของไทยได้
6. ระบบุ ทบาทของประชาชนท่มี ตี ่อการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ไทยได้
7. วิเคราะห์ปญั หาและอปุ สรรคต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่นิ
ของไทยได้
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
136
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส30261 วชิ า ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งอดุ รธานี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาสภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตร์ ทรัพยากร การปกครอง การคมนาคม การขนส่งของ
จงั หวดั อุดรธานี ดา้ นทต่ี ้ัง อาณาเขต ลกั ษณะภมู ิประเทศ มรดกทางธรรมชาติ
เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจอิทธิพลของสภาพทางภูมิศาสตร์ สงั คมวัฒนธรรมทมี่ ีตอ่ การ
ดำรงชีวิตของคนในทอ้ งถ่ิน เกิดความรักและผกู พันกบั ทอ้ งถนิ่ ของจงั หวัดอุดรธานี
ผลการเรียนรู้
1. มีความเขา้ ใจเกีย่ วกบั สภาพถมู ิศาสตร์ของจังหวดั อดุ รธานี
2. มีความเข้าใจเกย่ี วกบั ทรัพยากรด้านการเกษตร ปา่ ไม้ แหล่งแร่และมรดกทางธรรมชาติ
3. มคี วามเขา้ ใจเกย่ี วกับลกั ษณะการปกครองของจงั หวัดอดุ รธานี
4. มคี วามเข้าใจเกย่ี วกบั สภาพปญั หาสภาพแวดล้อมและหาแนวทางอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติ
5. มีความเข้าใจเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวดั อดุ รธานี
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
137
คำอธิบายรายวชิ า
ส30262 วิชา ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งอุดรธานี 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาพัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ของจงั หวดั อุดรธานใี นเรอ่ื ง ประวัตกิ ารตั้งถนิ่ ฐาน
วัฒนธรรม ประเพณี เทคโนโลยแี ละภูมปิ ัญญาท้องถ่ินและบคุ คลสำคญั ของท้องถ่ินของจงั หวัด
อุดรธานี เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจในพฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ของจังหวัดอดุ รธานี ภมู ิใจใน
เอกลกั ษณ์ของจังหวดั อดุ รธานีและมีสว่ นรว่ มในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณขี องจังหวดั อุดรธานี
ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับพัฒนาการทางประวตั ศิ าสตรข์ องจงั หวดั อุดรธานี
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณขี องทอ้ งถนิ่ จงั หวดั อดุ รธานี
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ภูมปิ ัญญาชาวบา้ นและเทคโนโลยีทอ้ งถน่ิ จังหวดั อุดรธานี
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับประวัตบิ ุคคลสำคัญของทอ้ งถ่นิ จงั หวัดอุดรธานี
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 20
138
คำอธบิ ายรายวิชา
ส32101 วชิ าสงั คมศกึ ษาพื้นฐาน 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาการฝึกปฏบิ ัติ สรา้ งความคิดรวบยอด ประวตั ิและความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา
ดา้ นวธิ ีการสอนและการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ลักษณะประชาธิปไตยในพระพทุ ธศาสนา หลกั การ
ของพระพทุ ธศาสนากบั หลกั วทิ ยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาเนน้ การฝึกหดั อบรมตน การพึ่งตนเอง
และการมุง่ อสิ รภาพ การคิดตามนัยแหง่ พระพุทธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ความสำคญั
ของพระพทุ ธศาสนากบั การเมือง วิธกี ารดำเนนิ ชวี ติ จากประวัตพิ ุทธสาวก สาวกิ า พุทธศาสนกิ ชน
ตัวอยา่ ง ชาดก ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา พระรตั นตรัย หลักธรรมในกรอบ
อรยิ สัจ 4 การปฏบิ ัตติ นเป็นชาวพทุ ธทด่ี ีตามหนา้ ที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพทุ ธ ศาสนพธิ เี กี่ยวกับ
พิธกี รรมและพิธีบรรพชาอปุ สมบท หลกั ธรรมคตธิ รรมทเ่ี ก่ียวเนือ่ งกบั วนั สำคัญและเทศกาลสำคญั
ในพระพุทธศาสนา ศกึ ษาการใชแ้ ผนทีแ่ ละเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตร์ตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์
การนำภูมิสารสนเทศมาใช้ในชวี ิตประจำวนั วเิ คราะหอ์ ิทธพิ ลของสภาพภมู ศิ าสตร์ ท่มี ผี ลตอ่ การ
เปล่ยี นแปลงของพน้ื ที่ทก่ี ่อให้เกิดปญั หาทางกายภาพ รวมถงึ การประเมินการเปลย่ี นแปลงทาง
ธรรมชาตวิ ่ามสี าเหตมุ าจากการกระทำของมนุษย์ หรือธรรมชาติ เพือ่ หาแนวทางในการแกไ้ ขปญั หา
ทเี่ กดิ ข้นึ ในทอ้ งถิน่
โดยการใช้ทกั ษะกระบวนการสำรวจ สงั เกต การแสวงหาความรู้ การสืบคน้
ข้อมูล การคิดวเิ คราะห์ การฝกึ ปฏบิ ตั ิตน การสร้างความคิดรวบยอด การแก้ปัญหา การเผชญิ
สถานการณ์ และการบูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ รู้จกั คดิ วเิ คราะห์ การปฏบิ ัติตนโดยการนำหลกั ธรรมทาง
พระพุทธศาสนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหเ้ กิดความตระหนกั
มจี ติ สำนกึ และประเมินค่าการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดลอ้ ม ในการสรา้ งสรรค์วัฒนธรรม อนั เปน็
เอกลกั ษณข์ องทอ้ งถนิ่ ท้ังในประเทศไทยและโลก โดยมีส่วนร่วมในการแกป้ ัญหาและการดำเนนิ ชวี ติ
ตามแนวทางการอนุรกั ษท์ รัพยากรและส่งิ แวดลอ้ ม เพือ่ การพฒั นาท่ยี ง่ั ยืน
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด
ส 1.1 ม.4-6/2 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/10 ม.4-6/13 ม.4-6/14 ม.4-6/16 ม.4-6/18
ส 1.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ส 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/3 5.2 ม.4-6/1
รวมทง้ั หมด 15 ตัวชีว้ ัด
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
139
คำอธิบายรายวิชา
ส32102 วชิ า ประวัติศาสตร์สากล 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลา 20 ช่วั โมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึ ก ษ า วิเค ร าะ ห์ อ า รย ธร ร ม ยุ ค โบ ร าณ ที่ มี ผ ล ต่ อ ก าร พั ฒ น าก าร แ ล ะ เป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง
โลก ได้แก่ อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส ลุ่มแม่น้ำไนล์ ลุ่มแม่น้ำฮวงโห ลุ่มแม่น้ำสินธุและ
อารยธรรมกรีก- โรมนั รวมทั้งการติดตอ่ ระหวา่ งโลกตะวันตกและตะวันออกทมี่ อี ิทธิพลทางวฒั นธรรม
ตอ่ กัน
ศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมือง ของโลก เช่น ระดับศักดินาสวามิภักดิ์ สงครามครูเสด การฟ้ืนฟูศิลปวิทยาการ การปฏิรูป
ศาสนา การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ และการปฏิวัติอุตสาหกรรม ด้วยการใช้ทักษะวิธีการทาง
ประวัตศิ าสตรใ์ นการสบื ค้นขอ้ มูลเพ่ือให้เกิดความเขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติท่ีมีการเปลีย่ นแปลง
อยา่ งตอ่ เนื่องจากอดีตถงึ ปจั จบุ ัน
เข้าใจและยอมรับในความหลากหลายทางด้านชาติพันธ์ และวัฒนธรรม ตระหนักถึงความ
จำเปน็ ในวธิ ีคดิ ท่ตี ั้งอยบู่ นพื้นฐานของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคท์ างดา้ นการ
มีวินัย ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น สามารถปรบั ตวั ใหด้ ำรงชีวิตอยไู่ ดต้ ามสถานการณ์อย่างมีความสุข
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด
ส 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2
ส 4.2 ม.4-6/1
รวมทั้งหมด 3 ตัวชี้วัด
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
140
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส32103 วิชาสังคมศึกษาพน้ื ฐาน 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศกึ ษาการสังคายนาและการเผยแผ่พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต คือ ปฏริ ปู การี ธุร
วา อุฏฐฺ าตา วนิ ฺทเต ธนํ (คนขยันเอาการเอางาน กระทำเหมาะสม ยอ่ มหาทรัพยไ์ ด้) วาย เมเถว
ปรุ โส ยาว อตฺถสฺส นปิ ปฺ ทา (เกดิ เปน็ คนควรจะพยายาม จนกวา่ จะประสบความสำเร็จ)
สนฺตุฏฐฺ ี ปรมํ ธนํ (ความสนั โดษเปน็ ทรพั ยอ์ ยา่ งย่ิง) อิณาทานํ ทกุ ฺขํ โลเก (การเปน็ หน้เี ป็นทุกขใ์ น
โลก) การสวดมนต์แปล แผเ่ มตตา และบริหารจิตและเจรญิ ปัญญาตามหลักสติปฏั ฐาน วิเคราะหก์ าร
พฒั นาการเรียนรดู้ ว้ ยวธิ ีคิดแบบโยนโิ สมนสิการ (การคิดแบบแยกแยะองคป์ ระกอบ การคิดแบบวิภัช
ชวาท) พระพทุ ธศาสนากบั การแกป้ ญั หาและสนั ติภาพ การอย่รู ว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ
ศึกษาการเกย่ี วกบั ภยั พบิ ัตทิ ี่เกดิ ขึ้นในประเทศไทยและภมู ภิ าคตา่ งๆของโลก วเิ คราะห์สถานการณ์
และวิกฤตการดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมของประเทศและโลก ระบุมาตรการปอ้ งกัน
และแก้ไขปัญหา บทบาทขององคก์ รและการประสานความรว่ มมือทั้งในประเทศ และนอกประเทศ
เกย่ี วกับกฎหมายส่ิงแวดลอ้ ม การจดั การและอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ มในภมู ิภาค
ต่างๆ ของโลก อธิบายการใช้ประโยชนจ์ ากสง่ิ แวดล้อมในการสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมอนั เปน็ เอกลกั ษณ์
ของทอ้ งถ่นิ ทงั้ ในประเทศและภมู ิภาคโลก มสี ่วนร่วมในการแกป้ ญั หา และการดำเนินชีวิตตามแนว
ทางการอนรุ ักษท์ รัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ มเพอื่ การพัฒนาท่ยี ่งั ยนื
โดยใช้กระบวนการสำรวจ สังเกต การแสวงหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การคดิ วิเคราะห์
การลงมือปฏิบัติ การเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่ กระบวนการทาง
สงั คม การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เน้นการใหป้ ระสบการณท์ ี่ใกล้ตัวผู้เรยี น เพ่อื ใหเ้ กิดการเชือ่ มโยง
ประสบการณ์เดมิ สู่การสรา้ งประสบการณ์ใหม่ โดยการใชภ้ าพ ขา่ ว หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ฝกึ สงั เกต
สง่ เสรมิ การทำงานกลมุ่
เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ิต นำไปแก้ปญั หาของ
ตนเองและครอบครัว มคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์ สจุ ริต มวี นิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง ม่งุ ม่นั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถอยรู่ ่วมกัน
ได้อย่างสันตสิ ขุ และเพื่อพฒั นาทกั ษะทางสังคม นำไปส่กู ารยอมรับ และเห็นคุณค่าของตนเองและ
ผอู้ น่ื ตระหนกั ถงึ การปฏบิ ัติในฐานะท่ีเป็นสว่ นหนง่ึ และใช้วิธีการท่เี หมาะสมในการศกึ ษาขอ้ มลู ทาง
ภมู ิศาสตร์
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20
141
ตวั ชว้ี ัด
ส 1.1 ม.4-6/13 ม.4-6/15 ม.4-6/16 ม.4-6/19 ม.4-6/20 ม.4-6/21 ม.4-6/22
ส 1.2 ม.4-6/5
ส 5.1 ม.4-6/2 ม.4-6/3
ส 5.2 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
รวมทัง้ หมด 13 ตัวชี้วัด
หลักสตู รโรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20
142
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส32104 วิชา ประวัติศาสตร์สากล 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์สำคัญ ๆ ท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของโลก เช่น ระดับศักดินาสวามิภักด์ิ สงครามครูเสด การฟ้ืนฟูศิลปวิทยาการ การปฏิรูป
ศาสนา การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ และการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม แนวคิดเสรีนิยม แนวคิดจักรวรรดินิยม
และแนวคิดชาตินิยม ด้วยการใช้ทักษะวิธีการทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้นข้อมูลเพ่ือให้เกิดความ
เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติที่มกี ารเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเน่อื งจากอดตี ถึงปัจจบุ นั
ศกึ ษาวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์สำคัญต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของโลก เช่น การขยายอิทธิพลของประเทศยุโรปไปยังทวีปอเมริกา แอฟริกา และ
เอเชีย การล่าอาณานิคมและผลกระทบ ความร่วมมือและความขัดแย้งของมนุษยชาติในโลก
ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20
วิเคราะห์สถานการณ์สำคัญของ โลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21 เช่น เหตุการณ์ระเบิดตึกเวิลด์
เทรดเซ็นเตอร์ 11 กันยายน 2001 การก่อการร้ายและการต่อต้านการกอ่ การร้าย ความขัดแย้งทาง
ศาสนา ตลอดจนถงึ เหตุการณ์ในโลกปัจจุบันโดยการใช้ทักษะสืบค้น การตรวจสอบ การวิพากษ์ การ
เปรียบเทียบ การให้เหตุผล การวิเคราะห์การสังเคราะห์ เพ่ือให้เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติที่มี
ความเปลี่ยนแปลง จากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เข้าใจและยอมรับในความหลากหลายทาง
วัฒนธรรม รวมท้ังเข้าใจปัญหาท่ีเกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆของโลก ท้ังด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ
สงั คม สามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุ ปัจจัย และผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึน ตระหนักถึงความสำคัญและความ
จำเป็นของการร่วมมือกันสร้างสันติสุข สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชวี้ ัด
ส 4.2 ม.4-6 / 2 , ม.4-6 / 3 , ม.4-6 / 4
รวมท้ังหมด 3 ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรียนเพญ็ พิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 20
143
คำอธิบายรายวชิ า
ส30231 วิชา หนา้ ท่พี ลเมอื ง 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลา 20 ชั่วโมง
*************************************************************************************************************************************************
มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อ่ืนให้อนุรักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะในเรื่องการแสดง
ความเคารพการสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะเห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน ประยุกต์และ
เผยแพรข่ นบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยปฏิบัติตนเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเองใน
เร่อื งความอดทน ใฝห่ าความรู้ และตงั้ ใจปฏิบัติหนา้ ท่ี
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและส่งเสรมิ สนับสนุนใหผ้ ู้อ่ืนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ใน
เรื่องการเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกท่ีดี การใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ
ความกล้าหาญทางจริยธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและ
ป ระ เมิ น ข่าวสารท างก ารเมือ ง และ ก ารรู้เท่ าทั น ส่ื อ ก ารมี ส่วน ร่ว มใน กิ จก รรมท าง
การเมือง ประยุกต์ใชก้ ระบวนการประชาธปิ ไตยในการวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะท่ีตนสนใจ
มีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทันข่าวสารและรู้ทันสื่อคาดการณ์เหตุการณ์
ล่วงหน้าบนพ้ืนฐานของข้อมูล ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ ยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง
และมีวินยั ในตนเอง สามารถประยุกต์หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่อื ใชใ้ นการดำเนินชีวิตและ
สังคม
ผลการเรยี นรู้ 8 ผลการเรียนรู้
1. มสี ่วนร่วมและแนะนำผู้อืน่ ให้อนรุ ักษ์ และเผยแพร่มารยาทไทยสสู่ าธารณะ
2. เห็นคณุ ค่า อนรุ ักษ์ สบื สาน ประยกุ ต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาไทย
3. เปน็ แบบอย่างและส่งเสริมสนับสนนุ ใหผ้ ู้อืน่ เป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
4. ประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการประชาธิปไตยในการวพิ ากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะท่ีตน
สนใจ
5. มสี ่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตงั้ อย่างมีวจิ ารณญาณ
6. ร้ทู ันขา่ วสารและรูท้ นั สอื่
7. คาดการณเ์ หตกุ ารณล์ ่วงหน้าบนพื้นฐานของขอ้ มลู
8. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ยั ในตนเอง สามารถประยกุ ตห์ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อ
ใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ และสังคม
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 20
144
คำอธิบายรายวิชา
ส30232 วิชา หนา้ ที่พลเมอื ง 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลา 20 ช่ัวโมง
*************************************************************************************************************************************************
ปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอย่าง มีส่วนรว่ มในการจดั กิจกรรม และสนับสนุนให้ผูอ้ ืน่ แสดงออกถงึ ความรกั
ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่
พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการมีระเบียบวินัย ความสามัคคี หลกั การทรงงาน ในเรื่องระเบิดจากข้างใน ไม่ติด
ตำรา บรกิ ารรวมท่จี ุดเดียว ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มี
วนิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยันหม่นั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตัง้ ใจปฏิบัติหน้าที่ ยอมรับผล
ทเ่ี กิดจากการกระทำของตนเอง
ยอมรับในอัตลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของการอยู่
รว่ มกัน อย่างสนั ติ และพ่ึงพาซึ่งกันและกันด้วยการเคารพซ่งึ กันและกนั ไม่แสดงกิรยิ าและวาจาดหู ม่ินผอู้ น่ื
ช่วยเหลือซง่ึ กนั และกัน แบ่งปนั ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเรอื่ งความอดทน ใฝ่หาความรู้ และ
ยอมรับผลที่เกิดจาก การกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
กระบวนการแกป้ ญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้
เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ
ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เป็นพลเมอื งดีในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข มีสว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกตัง้ และการ
วิพากษ์นโยบายสาธารณะ อยู่รว่ มกับผู้อนื่ อย่างสนั ติ จดั การความขัดแยง้ ด้วยสนั ติวิธี และมีวนิ ัยในตนเอง
สามารถประยกุ ตห์ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพอื่ ใช้ในการดำเนินชวี ิตและสังคม
ผลการเรียนรู้ 6 ผลการเรียนรู้
1. เป็นแบบอย่าง มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนบั สนุนให้ผอู้ น่ื แสดงออกถงึ ความรัก
ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์
2. เปน็ แบบอย่าง ประยกุ ต์และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
3. รทู้ นั ข่าวสารและรูท้ นั สือ่
4. ยอมรับในอัตลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม
5. เห็นคุณคา่ ของการอยูร่ ว่ มกนั อย่างสนั ติ และพง่ึ พาซึง่ กนั และกนั
6. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง สามารถประยุกต์หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพือ่
ใช้ในการดำเนินชีวิตและสงั คม
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม พ.ศ.2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 20
145
คำอธิบายรายวิชา
ส30233 วิชา หนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลา 20 ชั่วโมง
*************************************************************************************************************************************************
มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะในเร่ืองการแสดง
ความเคารพการสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะเห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน ประยุกต์และ
เผยแพรข่ นบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มวี ินัยในตนเองใน
เร่ืองความอดทน ใฝ่หาความรู้ และต้งั ใจปฏิบตั หิ น้าท่ี
ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนับสนุนใหผ้ ู้อื่นเป็นพลเมอื งดีตามวิถีประชาธิปไตย ใน
เร่ืองการเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกท่ีดี การใช้สิทธิและหน้าท่ี การใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ
ความกล้าหาญทางจริยธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและ
ป ระ เมิ น ข่าวสารท างก ารเมือ ง และ ก ารรู้เท่ าทั น ส่ื อ ก ารมี ส่วน ร่ว มใน กิ จก รรมท าง
การเมือง ประยุกต์ใชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะทีต่ นสนใจ
มีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทันข่าวสารและรู้ทันส่ือคาดการณ์เหตุการณ์
ล่วงหน้าบนพื้นฐานของข้อมูล ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ี ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
และมีวนิ ัยในตนเอง สามารถประยุกตห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่อื ใชใ้ นการดำเนินชีวิตและ
สังคม
ผลการเรยี นรู้ 8 ผลการเรยี นรู้
1. มสี ่วนรว่ มและแนะนำผอู้ น่ื ให้อนุรักษ์ และเผยแพร่มารยาทไทยสูส่ าธารณะ
2. เหน็ คุณคา่ อนรุ ักษ์ สบื สาน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ิปญั ญาไทย
3. เป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนบั สนนุ ให้ผอู้ ื่นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
4. ประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวพิ ากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะท่ตี น
สนใจ
5. มีสว่ นร่วมและตัดสนิ ใจเลือกตัง้ อย่างมีวจิ ารณญาณ
6. รทู้ นั ข่าวสารและรู้ทนั สือ่
7. คาดการณเ์ หตกุ ารณ์ล่วงหน้าบนพนื้ ฐานของข้อมลู
8. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง สามารถประยกุ ตห์ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือ
ใชใ้ นการดำเนินชวี ิตและสงั คม
หลักสตู รโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 20