The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by worawut.won, 2022-07-15 06:03:03

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 256๕)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ - ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

โรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก

สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต ๒
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 256๕)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ - ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

โรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก

สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต ๒
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่
๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เล่มนี้ ได้จัดทำขึ้นโดยยึดตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ซ่ึงมี
รายเอียดของหลักสูตรประกอบด้วย ความนำ คุณภาพผู้เรียน สาระมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดรายปี
โครงสรา้ งเวลาเรียน โครงสรา้ งรายวิชา คำอธิบายรายวิชา และการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) นี้มี
รายละเอียดและเนือ้ หาสาระสำคัญเพียงพอที่สามารถจะนำไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้กับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่
หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดไว้

คณะผจู้ ดั ทำ

ประกาศโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก
เรอื่ ง ใหใ้ ช้หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๐)

……………………………….
โรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต ๒ ได้
ดําเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบบ้านแม่อ้อนอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐) และเอกสาร
ประกอบหลักสูตรขึ้น เพื่อกําหนดใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนบ้านแม่ออ้
นอก โดยโรงเรียนได้จัดทําและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กําหนดมาตรฐานการ
เรยี นรเู้ ป็นเปา้ หมายในการพัฒนาผู้เรยี น เพอื่ ให้ผู้เรียนมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรทู้ ี่กําหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มี
จิตสํานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จําเป็นต่อการศึกษา ต่อการ
ประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถ
เรยี นร้แู ละพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

ทั้งนี้หลักสูตรโรงเรียนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๑๑
เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จงึ ประกาศให้ใชห้ ลกั สตู รโรงเรยี นต้ังแตบ่ ดั นเ้ี ป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๓ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

ลงชอ่ื ลงชอ่ื
(นายสมชาย นรรัตน)์ (นายกิตติ โพธิสทิ ธิ์)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก
โรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก

สารบัญ

คำนำ หนา้
สารบัญ
สว่ นท่ี ๑ ความนำ ....................................................................................................... ๑
๑๖
ตวั ชว้ี ัดชน้ั ปี................................................................................................... ๒๘
ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลางและสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน....................... ๙๙
สว่ นท่ี ๒ โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษา...................................................................... ๑๐๐
โครงสรา้ งเวลาเรยี นหลักสตู รโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก……………………………… ๑๐๑
โครงสร้างหลักสูตรชัน้ ปี ................................................................................ ๑๐๒
โครงสร้างรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑........... ๑๐๓
โครงสรา้ งรายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยชี ้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒........... ๑๐๔
โครงสรา้ งรายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยชี น้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓........... ๑๐๖
โครงสร้างรายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔........... ๑๐๗
โครงสร้างรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕........... ๑๐๙
โครงสร้างรายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยชี ั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖........... ๑๑๑
สว่ นท่ี ๓ คำอธบิ ายรายวิชา.......................................................................................... ๑๒๐
ส่วนท่ี ๔ การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี………………. ๑๓๑
ภาคผนวก ภาคผนวก ก อภิธานศพั ท์………………………………………………………………….. ๑๓๗
ภาคผนวก ข คำส่ังแตง่ ต้ังคณะกรรมการจัดทำหลกั สูตร…………………………

สว่ นท่ี ๑
ความนำ

ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.
2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 นไ้ี ด้กำหนดสาระการเรียนร้อู อกเป็น
๘ สาระ ได้แก่ สำระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สำระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ สำระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก
และอวกาศ สาระท่ี ๔ ชวี วทิ ยา สาระท่ี ๕ เคมี สาระท่ี ๖ ฟสิ ิกส์ สาระท่ี ๗ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ และ
สาระท่ี ๘ เทคโนโลยี ซง่ึ องคป์ ระกอบของหลักสูตร ทงั้ ในดำ้ นของเนื้อหา การจัดการเรยี นการสอนและการวัด
และประเมนิ ผล การเรียนรนู้ นั้ มคี วามสำคญั อย่างย่ิงในการวางรากฐานการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่
ละระดับชั้นให้มี ความต่อเนื่องเชื่อมโยงกันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ สำหรับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียน
เป็นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถ นำความรู้นีไ้ ปใชใ้ นการดำรงชีวติ หรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้
โดยจัดเรียงลำดับความยากง่าย ของเนื้อหำทั้ง ๘ สาระในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับ
กระบวนการเรียนรู้ และการจดั กิจกรรมการ เรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผ้เู รยี นพฒั นาความคดิ ทั้งความคดิ เป็นเหตุเป็น
ผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะท่ี สำคัญทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน
ศตวรรษท่ี ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่าง
เป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ สถาบันส่งเสริมการ
สอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตระหนักถงึ ความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ท่ีมุ่งหวัง
ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงได้จัดทำตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ข้ึน
เพื่อให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา หนังสือเรียน คู่มือครู
ส่ือประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมนิ ผล โดยตัวชีว้ ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้
เดียวกันและระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเช่ือมโยงเนื้อหาความรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากน้ี ยงั ไดป้ รับปรงุ เพ่ือให้มีความทันสมยั ต่อการเปลย่ี นแปลง และ
ความเจริญกา้ วหนา้ ของวิทยาการต่าง ๆ และทดั เทยี มกับนานาชาติ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์สรุปเป็น
แผนภาพไดด้ ังน้ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก 1
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๔)

สาระที่ ๒
วิทยาศาสตร์กายภาพ
- มาตรฐาน ว ๒.๑-ว ๒.๓

สาระที่ ๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ สาระที่ ๓
วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
- มาตรฐาน ว ๑.๑-ว ๑.๓ - มาตรฐาน ว ๓.๑-ว ๓.๒

สาระท่ี ๔
เทคโนโลยี
- มาตรฐาน ว ๔.๑-ว ๔.๒

วิทยาศาสตรเ์ พม่ิ เติม ⚫ สาระชีววทิ ยา ⚫ สาระเคมี ⚫ สาระฟสิ ิกส์
⚫ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

สำหรบั วิทยาศาสตร์เพิ่มเตมิ สาระชีววิทยา เคมี ฟสิ ิกส์ และโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ จัดทำ
ข้ึนสำหรับผเู้ รยี นในระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ที่จำเป็นต้องเรยี น เพื่อเปน็
พนื้ ฐานสำคญั และเพียงพอสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพดา้ นวิทยาศาสตร์

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ อ้ นอก 2
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

เป้าหมายของการจดั การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต สำรวจ
ตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนำผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิดและ
ทฤษฎี ดังนั้นการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นให้ผูเ้ รียนได้เป็นผู้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สดุ
นั่นคือให้ได้ทั้งกระบวนการและองค์ความรู้ ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน เมื่ออยู่ในสถานศึกษาและเมื่อออก
จากสถานศกึ ษาไปประกอบอาชีพแลว้
การจัดการเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตรใ์ นสถานศกึ ษามเี ปา้ หมายสำคญั ดังนี้

1. เพื่อใหเ้ ขา้ ใจหลักการ ทฤษฎีที่เป็นพนื้ ฐานในวทิ ยาศาสตร์
2. เพ่ือให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจำกดั ของวทิ ยาศาสตร์
3. เพื่อให้มที ักษะที่สำคญั ในการศึกษาคน้ คว้าและคิดคน้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. เพ่อื พัฒนากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและการจดั การทกั ษะใน
การสอ่ื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
5. เพ่ือใหต้ ระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษยแ์ ละสภาพแวดล้อมใน
เชิงท่ีมอี ิทธพิ ลและผลกระทบซง่ึ กันและกนั
6. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคม
และการดำรงชวี ติ
7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์

เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์มุ่งหวังใหผ้ ูเ้ รียนได้เรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ทเ่ี น้นการ เชอ่ื มโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกข้ันตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือ
ปฏิบตั ิจรงิ อย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้น โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังนี้

✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกีย่ วกบั ชีวิตในสิ่งแวดลอ้ ม องค์ประกอบของสิง่ มชี ีวิต การดำรงชีวติ
ของมนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวติ

✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนท่ี
พลงั งาน และคล่ืน

✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ ภายในระบบ
สุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ
และผลตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและสิ่งแวดล้อม

✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม

● วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการ
แกป้ ัญหาทีพ่ บในชีวติ จริงได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวติ กับสิง่ มีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แกไ้ ขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของสิ่งมีชีวติ หนว่ ยพื้นฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงาน
สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงาน
สัมพันธก์ นั รวมทั้งนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม
การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการของส่งิ มีชีวติ รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลง
สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิด ปฏิกิรยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงทกี่ ระทำต่อวัตถุ ลกั ษณะ การเคล่ือนที่
แบบต่าง ๆ ของวตั ถุรวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่
เกยี่ วข้องกับเสียง แสง และคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมท้ัง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาว

ฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ
ประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก 4
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก
รวมทัง้ ผลตอ่ ส่งิ มชี ีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม

สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สงิ่ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา
ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

วิสยั ทศั นก์ ล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

วิสัยทศั น์
มงุ่ ใหผ้ ู้เรยี น มีความสามารถในการเรยี นรู้ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการแก้ปญั หา โดย

ใช้ทักษะกระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพัฒนาผู้เรียนให้มีเจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่
เหมาะสมต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คมและสง่ิ แวดลอ้

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานทก่ี ำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดงั น้ี

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐานมุ่งให้ผู้เรียนเกดิ สมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความร้คู วามเขา้ ใจ ความรูส้ กึ และทัศนะของตนเองเพ่อื แลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสารและ

ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทงั้ การเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด

ปญั หาความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลือกรบั หรอื ไม่รับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลักเหตผุ ลและความถูกต้องตลอดจนการ

เลือกใช้วิธกี ารส่ือสารท่ีมปี ระสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง

สรา้ งสรรค์ การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่อื นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ

เพ่อื การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่ี

เผชิญได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธ์

และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ

แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและ

สง่ิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ

ดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั การเรยี นรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม

ดว้ ยการสร้างเสริมความสมั พันธ์อนั ดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การ

ปรับตัวให้ทนั กบั การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการร้จู กั หลีกเล่ียงพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์

ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อื่น

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ

มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่อื การพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรยี นรู้ การส่ือสาร การทำงาน

การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก 6
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้

สามารถอยู่รว่ มกบั ผอู้ ่นื ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซอ่ื สัตย์สุจรติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
๑. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
๒. ซอ่ื สัตย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ์ นส่ิงทดี่ ีงามเพอื่ ส่วนรวม
๓. กตญั ญูต่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศกึ ษาเล่าเรียนท้ังทางตรง และทางอ้อม
๕. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
๖. มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผ้อู ่นื เผือ่ แผแ่ ละแบง่ ปัน
๗. เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ ทีถ่ ูกตอ้ ง
๘. มีระเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยรจู้ ักการเคารพผู้ใหญ่
๙. มีสติรูต้ วั รู้คดิ รูท้ ำ รปู้ ฏิบตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว
๑๐.รจู้ ักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาท สมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะ
ขยายกจิ การ เม่ือมคี วามพรอ้ ม เมอื่ มภี ูมคิ ุ้มกันท่ีดี

๑๑. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความ
ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลกั ของศาสนา

๑๒. คำนึงถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง

ทักษะมจี ำเปน็ ในศตวรรษที่ ๒๑ ทีท่ ุกคนจะตอ้ งเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ การเรยี นรู้ ๓R x ๗C
๓R คอื Reading (อ่านออก), (W) Riting (เขยี นได้), และ (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
๗C ไดแ้ ก่
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการ

แก้ปัญหา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก 7
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะ
ผู้นำ)

Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะดา้ นการส่ือสารสารสนเทศ และรู้เท่า
ทันส่ือ)

Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู)้

คณุ ภาพผู้เรียน

จบชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

❖ เข้าใจลักษณะที่ปรากฏ ชนิดและสมบัติบางประการของวัสดุที่ใช้ทำวัตถุ และการเปลี่ยนแปลง
ของวัสดุรอบตวั

❖ เขา้ ใจการดงึ การผลัก แรงแม่เหลก็ และผลของแรงที่มีต่อการเปล่ียนแปลง การเคล่ือนท่ีของวัตถุ
พลงั งานไฟฟ้า และการผลิตไฟฟ้า การเกดิ เสยี ง แสงและการมองเห็น

❖ เข้าใจการปรากฏของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และดาว ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของ ดวง

อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน การกำหนดทิศ ลักษณะของหิน การจำแนกชนิดดินและการใช้ประโยชน์

ลักษณะและความสำคญั ของอากาศ การเกดิ ลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม

❖ ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจสังเกต
สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมขอ้ มลู บันทึก และอธบิ ายผลการสำรวจตรวจสอบด้วยการ
เขยี นหรอื วาดภาพ และสอ่ื สารสงิ่ ท่เี รยี นรดู้ ้วยการเลา่ เร่ือง หรอื ด้วยการแสดงทา่ ทางเพ่ือให้ผู้อน่ื เข้าใจ

❖ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สารเบอ้ื งต้น รักษาข้อมลู สว่ นตวั

❖ แสดงความกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามที่
กำหนดให้หรือตามความสนใจ มีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น และยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ผู้อ่ืน

❖ แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซ่ือสัตย์
จนงานลลุ ว่ งเปน็ ผลสำเร็จ และทำงานรว่ มกบั ผอู้ นื่ อย่างมีความสุข

❖ ตระหนักถึงประโยชนข์ องการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ศึกษา
หาความรู้เพ่มิ เติม ทำโครงงานหรอื ชิ้นงานตามทก่ี ำหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ

จบช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

❖ เขา้ ใจโครงสรา้ ง ลักษณะเฉพาะและการปรับตวั ของสิง่ มชี วี ติ รวมทงั้ ความสมั พันธ์ของส่ิงมีชีวิตใน
แหลง่ ท่ีอยู่ การทำหนา้ ทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช และการทำงานของระบบย่อยอาหารของมนุษย์

❖ เข้าใจสมบัติและการจำแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสาร
การละลาย การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ และการแยกสารอย่าง
งา่ ย

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก 8
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

❖ เขา้ ใจลักษณะของแรงโน้มถว่ งของโลก แรงลัพธ์ แรงเสยี ดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่างๆ ผล
ท่เี กดิ จากแรงกระทำตอ่ วัตถุ ความดนั หลักการที่มีต่อวตั ถุ วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย ปรากฏการณเ์ บ้อื งต้นของเสียง
และแสง

❖ เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์

องคป์ ระกอบของระบบสุรยิ ะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และ ดาว

ฤกษ์ การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ การใช้แผนที่ดาว การเกิดอุปราคา พัฒนาการและประโยชน์ของ

เทคโนโลยีอวกาศ

❖ เข้าใจลักษณะของแหล่งน้ำ วัฏจักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หยาดน้ำ
ฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลม
ทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์
เรือนกระจก

❖ ค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูลใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแก้ปญั หา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการทำงานรว่ มกนั เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของ
ตน เคารพสิทธขิ องผูอ้ ่ืน

❖ ต้ังคำถามหรอื กำหนดปัญหาเก่ียวกับส่ิงทีจ่ ะเรยี นรตู้ ามที่กำหนดใหห้ รือตามความสนใจ คาดคะเน
คำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับคำถามหรือปัญหาที่จะสำรวจตรวจสอบ วางแผนและ
สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวมข้อมูลทงั้
เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ

❖ วิเคราะห์ข้อมูล ลงความเห็น และสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มาจากการสำรวจตรวจสอบใน
รูปแบบทเ่ี หมาะสม เพ่อื สือ่ สารความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบได้อย่างมีเหตุผลและหลักฐานอา้ งองิ

❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความ
คิดเหน็ ผ้อู น่ื

❖ แสดงความรบั ผิดชอบด้วยการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายอย่างม่งุ มน่ั รอบคอบ ประหยดั ซอื่ สัตย์
จนงานลุล่วงเปน็ ผลสำเรจ็ และทำงานร่วมกับผูอ้ ่นื อยา่ งสร้างสรรค์

❖ ตระหนักในคุณค่าของความรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใชค้ วามรแู้ ละกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรใ์ นการดำรงชีวติ แสดงความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผคู้ ดิ คน้ และศกึ ษาหา
ความรเู้ พม่ิ เตมิ ทำโครงงานหรือชน้ิ งานตามท่ีกำหนดให้หรือตามความสนใจ

❖ แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ มอย่างรู้คณุ ค่า

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก 9
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ทำไมต้องเรยี นวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตรม์ ีบทบาทสำคญั ยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวทิ ยาศาสตร์เก่ียวข้องกับทุกคน
ทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิตต่าง ๆ ที่
มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์
ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อืน่ ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็น
เหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถใน
การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตดั สินใจโดยใช้ขอ้ มูลทีห่ ลากหลายและมปี ระจักษพ์ ยานทีต่ รวจสอบได้
วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมยั ใหมซ่ งึ่ เป็นสงั คมแห่งการเรยี นรู้ (K knowledge-based society) ดังน้นั ทุก
คนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีท่ี
มนุษยส์ รา้ งสรรคข์ ้นึ สามารถนำความรู้ไปใชอ้ ย่างมีเหตุผล สรา้ งสรรค์ และมีคณุ ธรรม

เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความ รู้กับ

กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแกป้ ัญหาทีห่ ลากหลาย ใหผ้ เู้ รียนมสี ่วนร่วมในการเรียนรู้ทกุ ขั้นตอน มกี ารทำกิจกรรมดว้ ยการลงมือปฏิบัติ
จรงิ อยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดับชนั้ โดยกำหนดสาระสำคญั ไว้ ๔ สาระ ดงั นี้

 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต การ
ดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของสงิ่ มีชีวิต

 วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การ
เคล่อื นที่ พลงั งาน และคลื่น

 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับโลกในเอกภพ ระบบโลก และมนุษย์กับการ
เปลยี่ นแปลงของโลก

 เทคโนโลยี
 การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรูเ้ กีย่ วกับการพัฒนาผู้เรยี นให้มีความรู้ความเข้าใจ

เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้าน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม
และสง่ิ แวดลอ้ ม

 วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ
การคิด เชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการ
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชีวติ จริงได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก 10
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะทางสติปัญญา (Intellectual) ที่นักวิทยาศาสตร์และผูท้ ี่นำ
วิธีการทางวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหา ใช้ในการศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบ่งออกได้เป็น 13 ทักษะ ทักษะที่ 1-8 เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขั้นพื้นฐาน และทักษะที่ 9-13 เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงหรือขั้นผสมหรือขั้นบูรณาการ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทงั้ 13 ทกั ษะ มีดงั น้ี

๑. การสงั เกต (Observing) หมายถึง การใชป้ ระสาทสัมผสั อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่
ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์ เพื่อค้นห้าข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดของสิ่งน้ัน
โดยไม่ใส่ความเห็นของผู้สังเกตลงไป ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตประกอบด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลเชิงปริมาณ
และข้อมูลที่เก่ียวกับการเปล่ียนแปลงท่สี ังเกตเห็นได้จากวัตถุหรือเหตุการณ์นั้น ความสามารถท่ีแสดงให้เห็นว่าเกิด
ทักษะนี้ประกอบด้วยการชี้บ่งและการบรรยายสมบัติของวัตถุได้โดยการกะประมาณและการบรรยายการ
เปล่ียนแปลงของสิ่งที่สังเกตได้

๒. การลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) หมายถึง การเพิ่มความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่ได้จากการสังเกต
อย่างมีเหตุผล โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์เดิมมาช่วย ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะนี้ คือ การ
อธิบายหรือสรปุ โดยเพิ่มความคิดเห็นให้กับข้อมูลโดยใช้ความร้หู รือประสบการณ์เดิมมาช่วย

๓. การจำแนกประเภท (Classifying) หมายถึง การแบ่งพวกหรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งที่มีอยู่ใน
ปรากฏการณ์โดยมีเกณฑ์ และเกณฑ์ดังกล่าวอาจใช้ความเหมือน ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์อย่างใดอย่าง
หนึ่งก็ได้ ความสามารถที่แสดงว่าเกิดทักษะนี้แล้ว ได้แก่ การแบ่งพวกของสิ่งต่าง ๆ จากเกณฑ์ที่ผู้อื่นกำหนดให้ได้
นอกจากนั้นสามารถเรียงลำดับสิ่งของด้วยเกณฑ์ของตัวเองพร้อมกับบอกได้ว่าผู้อื่นแบ่งพวกของสิ่งของนั้นโดยใช้
อะไรเป็นเกณฑ์

๔. การวัด (Measuring) หมายถึง การเลือกใช้เครื่องมือและการใช้เครื่องมือนั้นทำการวัดหาปริมาณของ
ส่งิ ต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสมกับสิ่งที่วัด แสดงวิธีใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง พร้อมทั้งบอก
เหตผุ ลในการเลือกใช้เครื่องมือ รวมทง้ั ระบุหน่วยของตัวเลขที่ได้จากการวัดได้

๕. การใช้ตัวเลข (Using Numbers) หมายถึง การนับจำนวนของวัตถุและการนำตัวเลขที่แสดงจำนวนท่ี
นับไดม้ าคิดคำนวณโดยการบวก ลบ คูณ หาร หรอื การหาค่าเฉลย่ี ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะน้ี ได้แก่
การนับจำนวนส่ิงของได้ถูกต้อง เชน่ ใชต้ ัวเลขแทนจำนวนการนับได้ ตัดสินได้ว่าวัตถุ ในแต่ละกลุ่มมีจำนวนเท่ากัน
หรือแตกต่างกัน เป็นต้น การคำนวณ เช่น บอกวิธีคำนวณ คิดคำนวณ และแสดงวิธีคำนวณได้อย่างถูกต้อง และ
ประการสุดท้ายคือ การหาคา่ เฉลี่ย เชน่ การบอกและแสดงวิธกี ารหาค่าเฉลย่ี ได้ถูกต้อง

๖. การหาความสัมพันธร์ ะหวา่ งสเปสกบั สเปสและสเปสกับเวลา(Using Space/Time Relationships)
สเปสของวัตถุ หมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองที่อยู่ ซึ่งมีรูปร่างลักษะเช่นเดียวกับวัตถุนั้นโดยทั่วไป
แลว้ สเปสของวัตถจุ ะมี ๓ มิติ คือ ความกวา้ ง ความยาว และความสูง
ความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุ ได้แก่ ความสมั พันธ์ระหว่าง 3 มติ ิ กบั 2 มติ ิ ความสมั พันธ์
ระหว่างตำแหน่งที่ของวัตถุหนึ่งกับอีกวัตถุหนึ่ง ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะการหาความสัมพันธ์
ระหว่างสเปสกับสเปส ได้แก่ การชี้บ่งรูป 2 มิติ และ 3 มิติได้ สามารถวาดภาพ 2 มิติ จากวัตถุหรือจากภาพ 3
มิติ ได้

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก 11
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา ไดแ้ ก่ ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลย่ี นตำแหนง่ ท่ีอยู่ของวัตถุกับเวลา
หรือความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุที่เปลี่ยนไปกับเวลาความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะการหา
ความสมั พันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา ได้แก่ การบอกตำแหน่งและทิศทางของวัตถุโดยใช้ตวั เองหรือวัตถุอื่นเป็นเกณฑ์
บอกความสัมพันธร์ ะหว่างการเปลย่ี นตำแหน่ง เปลีย่ นขนาด หรอื ปริมาณของวตั ถุกับเวลาได้

๗. การสื่อความหมายข้อมูล (Communicating) หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จาการสังเกต การวัด การ
ทดลอง และจากแหล่งอ่ืน ๆ มาจัดกระทำเสียใหม่โดยการหาความถ่ี เรียงลำดับ จดั แยกประเภท หรือคำนวณหาค่า
ใหม่ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น โดยอาจเสนอในรูปของตาราง แผนภูมิ แผนภาพ ไดอะแกรม กราฟ
สมการ การเขียนบรรยาย เป็นต้น ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทกั ษะนี้แล้ว คือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้อยู่
ในรูปใหม่ที่เข้าใจดีขึ้น โดยจะต้องรู้จักเลือกรูปแบบที่ใช้ในการเสนอข้อมูลได้อย่างเหมาะสม บอกเหตุผลในการ
เสนอข้อมูลในการเลือกแบบแสนอข้อมูลนั้น การเสนอข้อมูลอาจกระทำได้หลายแบบดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะ
การเสนอข้อมูลในรูปของตาราง การบรรจุข้อมูลให้อยู่ในรูปของตารางปกติจะใส่ค่าของตัวแปรอิสระไว้ทางซ้ายมือ
ของตาราง และคา่ ของตวั แปรตามไว้ทางขวามือของตารางโดยเขียนค่าของตัวแปรอิสระไว้ให้เรียงลำดับจากค่าน้อย
ไปหาคา่ มาก หรอื จากค่ามากไปหาค่าน้อย ๘. การพยากรณ์ (Predicting) หมายถงึ การคาดคะเนคำตอบลว่ งหน้า
ก่อนการทดลอง โดยอาศัยปรากฏการณ์ที่เกิดซ้ำ หลักการ กฎ หรือ ทฤษฏีที่มีอยู่แล้วในเรื่องนั้นมาช่วยสรุป เช่น
การพยากรณ์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลข ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นตารางหรือกราฟ ซึ่งทำได้สองแบบ คือ การพยากรณ์ภายใน
ขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่ กับการพยากรณ์นอกขอบของข้อมูลที่มีอยู่ เช่น การพยากรณ์ผลของข้อมูลเชิงปริมาณ
เปน็ ตน้

๙. การชี้บ่งและการควบคุมตัวแปร (Identifying and Controlling Variables) หมายถึง การชี้บ่งตัวแปร
ต้น ตัวแปรตาม และตวั แปรที่ต้องควบคุมให้คงที่ในสมมุติฐาน หนึง่ ๆ

ตัวแปรต้น หมายถึง สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลต่าง ๆ หรือสิ่งที่เราต้องการทดลองดูว่าเป็นสาเหตุท่ี
ก่อใหเ้ กดิ ผลเชน่ น้ันจริงหรือไม่

ตวั แปรตาม หมายถึง ส่งิ ทเี่ ป็นผลเนอื่ งมาจากตัวแปรต้น เมือ่ ตัวแปรต้นหรือสิ่งท่ีเป็นสาเหตุเปลย่ี นไป ตัว
แปรตามหรอื สิ่งที่เปน็ ผลจะแปรตามไปด้วย

ตัวแปรที่ต้องควบคุมให้คงที่ หมายถึง สิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่จะทำให้ผลการทดลอง
คลาดเคลื่อน ถา้ หากว่าไมม่ ีการควบคุมให้เหมือนกัน

๑๐. การตั้งสมมุติฐาน (Formulating Hypotheses) หมายถึง การคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนทำการ
ทดลอง โดยอาศัยการสังเกต อาศัยความรู้หรือประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน คำตอบที่คิดล่วงหน้านี้ ยังไม่ทราบ
หรือยังไม่เป็นทางการ กฎหรือทฤษฏีมาก่อน สมมุติฐาน คือคำตอบที่คิดไว้ล่วงหน้ามีกล่าวไว้เป็นข้อความที่บอก
ความสมั พันธ์ระหว่างตวั แปรต้นกบั ตวั แปรตามสมมุติฐานท่ตี ้ังขึน้ อาจถูกหรือผิดก็ได้ซ่ึงทราบได้ภายหลังการทดลอง
หาคำตอบเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานหรือคัดค้านสมมตุ ิฐานทตี่ ้ังไว้ ส่งิ ทค่ี วรคำนึงถึงในการต้ังสมมตุ ิฐาน คือ การบอก
ชื่อตัวแปรต้นซ่งึ อาจมีผลต่อตัวแปรตามและในการต้ังสมมุตฐิ านต้องทราบตัวแปรจากปัญหาและสภาพแวดล้อมของ
ตัวแปรนั้น สมมุติฐานที่ตั้งขึ้นสามารถบอกให้ทราบถึงการออกแบบการทดลอง ซึ่งต้องทราบว่าตัวแปรไหนเป็นตัว
แปรต้น ตวั แปรตาม และตวั แปรท่ีตอ้ งควบคุมให้คงท่ี

๑๑. การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร (Defining Variables Operationally) หมายถึง การ
กำหนดความหมายและขอบเขตของค่าต่าง ๆ ที่อยู่ในสมมุติฐานที่ต้องการทดลองและบอกวิธีวัดตัวแปรท่ีเกี่ยวกับ
การทดลองนั้น

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก 12
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

๑๒. การทดลอง (Experimenting) หมายถงึ กระบวนการปฏิบตั ิการเพื่อหาคำตอบจากสมมตุ ิฐานท่ีตั้งไว้
ในการทดลองจะประกอบไปด้วยกจิ กรรม ๓ ขนั้ คือ

๑๒.๑ ออกแบบการทดลอง หมายถงึ การวางแผนการทดลองก่อนลงมือทดสอบจรงิ
๑๒.๒ ปฏิบัติการทดลอง หมายถึง การลงมือปฏิบัติจริงและให้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
๑๒.๓ การบันทึกผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองซึ่งอาจเป็น
ผลจากการสังเกต การวัด และอน่ื ๆ ไดอ้ ย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง การบนั ทึกผลการทดลอง อาจอยู่ในรูปตาราง
หรือการเขียนกราฟ ซ่ึงโดยท่ัวไปจะแสดงค่าของตวั แปรตน้ หรือตัวแปรอิสระบนแกนนอนและค่าของตัวแปรบนแกน
ตั้ง โดยเฉพาะในแต่ละแกนต้องใช้สเกลที่เหมาะสม พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของค่าของตัวแปรทั้งสองบน
กราฟด้วย
ในการทดลองแต่ละครั้งจำเป็นอาศัยการวิเคราะห์ตัวแปรต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง คอื สามารถที่จะบอกชนิดของ
ตัวแปรในการทดลองว่า ตัวแปรนั้นเป็นตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม หรือตัวแปรที่ต้องควบคุม ในการทดลองหนึ่ง ๆ
ต้องมีตัวแปรตัวหนึ่งเท่านั้นที่มีผลต่อการทดลอง และเพื่อให้แน่ใจว่าผลที่ได้เกิดจากตัวแปรนั้นจริง ๆ จำเป็นต้อง
ควบคมุ ตวั แปรอ่ืนไม่ใหม้ ีผลต่อการทดลอง ซึง่ เรยี กตัวแปรนวี้ า่ ตัวแปรท่ตี ้องควบคุมให้คงท่ี
๑๓.การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป (Interpreting Data and Making Conlusion) การ
ตีความหมายข้อมูล หมายถึง การแปลความหมายหรือบรรยายลักษณะข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายข้อมูล ใน
บางครั้งอาจต้องใช้ทักษะอื่นๆ ด้วย เช่น การสังเกต การคำนวณ เป็นต้น และการลงข้อสรุป หมายถึง การสรุป
ความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะการลงข้อสรุปคือบอกความสัมพันธ์ของ
ข้อมูลได้ เช่น การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรบนกราฟ ถ้ากราฟเป็นเส้นตรงก็สามารถอธิบายได้ว่าเกิด
อะไรขึ้นกับตัวแปรตามขณะที่ตัวแปรอิสระเปลี่ยนแปลงหรือถ้าลากกราฟเป็นเส้นโค้งให้อธิบายความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปรก่อนที่กราฟเส้นโค้งจะเปลี่ยนทิศทางและอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรหลังจากที่กราฟเส้น
โค้งเปลีย่ นทิศทางแล้ว.

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก 13
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

จิตวทิ ยาศาสตร์

คณุ ลักษณะดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์ ลักษณะช้ีบง่ /พฤติกรรม
๑.เห็นคุณคา่ ทางวิทยาศาสตร์
๑.๑ นิยมยกย่องกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
๑.๒ นยิ มยกยอ่ งความก้าวหน้าทางวทิ ยาศาสตร์
๑.๓ เพม่ิ พนู ความรู้และประสบการณท์ างวิทยาศาสตร์
๑.๔ ตระหนกั ความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในการพัฒนา
คณุ ภาพชีวติ

๒.คุณลักษณะทางวทิ ยาศาสตร์ ๒.๑.๑ การยอมรับขอ้ สรุปท่ีมีเหตุผล
๒.๑ ความมเี หตผุ ล ๒.๑.๒ มคี วามเช่ือว่าสิง่ ทเี่ กดิ ขนึ้ ต้องมสี าเหตุ
๒.๑.๓ นิยมยกยอ่ งบุคคลที่มีความคิดอยา่ งมีเหตผุ ล
๒.๒ ความอยากรูอ้ ยากเหน็ ๒.๑.๔ เห็นคณุ คา่ ในการสืบหาความจรงิ ก่อนทจี่ ะยอมรบั
หรือปฏิบัตติ าม
๒.๒.๑ ช่ือว่าวธิ กี ารทดลองค้นคว้าจะทำให้คน้ พบวธิ กี าร
แกป้ ัญหาได้
๒.๒.๒ พอใจใฝ่หาความรูท้ างวิทยาศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ
๒.๒.๓ ชอบทดลองค้นควา้

๒.๓ ความใจกว้าง ๒.๓.๑ ตระหนกั ถึงความสำคัญของความมเี หตผุ ลของ
ผู้อื่น
๒.๓.๒ ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ และคำวิจารณ์ของผอู้ น่ื

๒.๔ ความมรี ะเบียบในการทำงาน ๒.๔.๑ ตระหนกั ถึงการระวงั รักษาความปลอดภัยของ
ตนเองและเพ่ือนในขณะทดลองวทิ ยาศาสตร์
๒.๔.๒ เหน็ คณุ คา่ ของการระวงั รักษาเคร่ืองมือท่ีใช้มิให้
แตกหกั เสยี หาย ในขณะทดลองวทิ ยาศาสตร์

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก 14
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

จิตวิทยาศาสตร์

คณุ ลักษณะดา้ นจิตพสิ ัย ลกั ษณะช้ีบง่ /พฤตกิ รรม
๒.๕ การมคี ่านยิ มต่อความเสยี สละ
๒.๕.๑ ตระหนกั ถงึ การทำงานให้สำเรจ็ ลลุ ่วงตามเปา้ หมาย
โดยไมค่ ำนึงถึงผลตอบแทน
๒.๕.๒ เตม็ ใจที่จะอทุ ิศตนเพื่อการสรา้ งผลงานทาง
วิทยาศาสตร์

๒.๖ การมีค่านิยมต่อความซอื่ สัตย์ ๒.๖.๑ เหน็ คุณค่าต่อการเสนอผลงานตามความเป็นจริงท่ี
ทดลองได้
๒.๖.๒ ตำหนิบุคคลทน่ี ำผลงานผู้อน่ื มาเสนอเป็นผลงาน
ของตนเอง

๒.๗ การมีคา่ นิยมต่อการประหยดั ๒.๗.๑ ยินดที ่ีจะรกั ษาซ่อมแซมส่ิงทช่ี ำรุดใหใ้ ช้การได้
๒.๗.๒ เห็นคณุ คา่ ของการใช้วัสดอุ ุปกรณ์อย่างประหยัด
๒.๗.๓ เห็นคณุ คา่ ของวสั ดทุ ่เี หลือใช้

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ อ้ นอก 15
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตวั ชว้ี ดั ชน้ั ปี

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ ไม่มชี ีวิต

กบั สง่ิ มีชีวิต และ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งส่งิ มชี ีวติ กับสง่ิ มีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ การถา่ ยทอดพลังงาน
การ เปล่ียนแปลงแทนทใ่ี นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบทม่ี ีต่อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม แนวทางในการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไข ปัญหา
ส่ิงแวดล้อมรวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ป. 1 ตัวช้ีวัดชั้นปี ป. 3
ป. 2 -
1. ระบุชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัย
อยู่บริเวณต่าง ๆ จากข้อมูลที่
รวบรวมได้
2. บอกสภาพแวดล้อม ท่ี
เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของ
สตั ว์ในบรเิ วณท่ีอาศัยอยู่

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. บรรยายโครงสร้าง และ
ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสม
กับการดำรงชีวิตซึ่ง เป็นผลมา
จากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตใน
แต่ละแหล่งที่อยู่
2. อธบิ าย ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ
ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิต
กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ
การดารงชีวติ
3. เขียนโซ่อาหารและระบุ
บทบาทหน้าที่ของสิ่งมชี วี ิตที่เป็น
ผู้ผลิตและผบู้ ริโภคในโซอ่ าหาร
4. ตระหนักในคุณค่าของ
สิ่งแวดล้อมที่มี ต่อการดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิตโดยมีส่วนร่วมใน
การดแู ลรกั ษาสงิ่ แวดล้อม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก 16
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจาก

เซลล์ ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไป

ใชป้ ระโยชน์

ตวั ชวี้ ดั ช้นั ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

1. ระบุชื่อ บรรยาย ลักษณะ 1. ระบุว่าพืชต้องการแสงและ 1. บรรยายสิ่งที่ จำเป็นต่อการ

และบอก หน้าที่ของส่วนต่างๆ น้ำเพื่อการเจริญเติบโต โดยใช้ ดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของ

ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช ข้อมูลจาก หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ มนุษย์และสัตว์ โดยใช้ข้อมูลท่ี

รวมทั้งบรรยายการทำหน้าท่ี 2. ตระหนกั ถึงความจำเป็นท่ี รวบรวมได้

ร่วมกันของ ส่วนต่าง ๆ ของ พืชตอ้ งได้รบั นำ้ และแสงเพือ่ การ 2. ตระหนักถึง ประโยชน์ของ

ร ่ า ง ก า ย ม น ุ ษ ย ์ ใ น ก า ร ท ำ เจรญิ เติบโต โดยดแู ลพืชให้ได้รับ อาหาร น้ำ และ อากาศ โดยการ

กิจกรรม ต่าง ๆ จากข้อมูลที่ สิง่ ดงั กล่าวอย่างเหมาะสม ดูแลตนเองและ สัตว์ให้ได้รับ สิ่ง

รวบรวมได้ 3. สร้างแบบจำลองทีบ่ รรยาย เหลา่ นี้อย่าง เหมาะสม

3. ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของ วัฎจักรชีวติ ของพืชดอก 3. สร้างแบบจำลองที่บรรยายวัฏ

ส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายตนเอง จักร ชีวิตของสัตว์และ เปรียบเทียบ

โดยการดแู ล สว่ นต่างๆ อยา่ ง วัฏจักรชีวิตของ สัตว์บางชนิด

ถกู ต้อง ใหป้ ลอดภยั และรกั ษา 4. ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์

ความ สะอาดอยูเ่ สมอ โดยไม่ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์

เปลี่ยนแปลง

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. บรรยายหน้าที่ ของราก ลำ 1. ระบุสารอาหารและบอก

ต้น ใบและดอกของพืชดอกโดย ประโยชน์ของ สารอาหารแต่ละ

ใช้ขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้ ประเภทจากอาหารที่ตนเอง

รับประทาน

2. บอกแนวทางในการเลือก

รับประทาน อาหารให้ได้สารอาหาร

ครบถ้วนในสัดส่วนที่ เหมาะสมกับ

เพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัย

ตอ่ สขุ ภาพ

3. ตระหนักถึงความสำคัญของ

สารอาหาร โดยการเลือก

รับประทาน อาหารที่มีสารอาหาร

ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับ

เพศ และวยั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก 17
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวชว้ี ดั ชัน้ ปี

ป. 4 ป. 5 ป. 6

รวมทง้ั ปลอดภัยต่อสขุ ภาพ
4. สรา้ งแบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร
และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบ

ย่อยอาหาร รวมทั้ง อธิบายการย่อย
อาหารและการ ดดู ซมึ สารอาหาร
5. ตระหนักถึงความสำคัญของระบบ

ย่อยอาหาร โดยการบอก แนวทางใน
การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อย
อาหารให้ทางานเปน็ ปกติ

สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร

พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวัฒนาการ ของส่งิ มีชวี ติ รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชีว้ ดั ชัน้ ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

- 1. เปรียบเทียบ ลักษณะของสิ่งมีชีวิต

และส่งิ ไมม่ ชี ีวติ จากข้อมลู ที่รวบรวมได้

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือน 1. อธบิ ายลักษณะทางพันธุกรรมท่ีมีการ -

และความแตกต่างของลักษณะของ ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์

ส่ิงมีชีวิต ออกเป็น กลมุ่ พืช กล่มุ สัตว์ และ และมนษุ ย์

กลุม่ ทีไ่ มใ่ ชพ่ ืชและสัตว์ 2. แสดงความอยากรู้อยากเห็นโดยการ

2. จำแนกพืชออกเปน็ พชื ดอกและพืชไม่มี ถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึง
ดอก โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ กนั ของตนเองกับพ่อแม่
ข้อมูลท่รี วบรวมได้

3. จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสัน
หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้
การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้

ขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้
4. บรรยายลกั ษณะ เฉพาะที่สังเกตได้ของ
สตั วม์ กี ระดูกสนั หลังในกลมุ่ ปลา กลุม่ สัตว์

สะเทินน้าสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน
กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
และยกตัวอยา่ งสงิ่ มีชีวิตในแต่ละกลุ่ม

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ อ้ นอก 18
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ชว้ี ดั ช้นั ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

1. อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของ 1. เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้ำ 1. อธบิ ายว่าวัตถุประกอบขึน้ จาก

วัสดุที่ใช้ทำวัตถุซึ่งทำจากวัสดุ ของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ชิ้นส่วน ย่อย ๆ ซึ่งสามารถแยก

ช น ิ ด เ ด ี ย ว ห ร ื อ ห ล า ย ช นิ ด และระบุการนำสมบัติการดูดซับน้ำ ออกจากกันได้และประกอบกัน

ประกอบกันโดยใช้หลักฐานเชิง ของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทำวัตถุ เปน็ วตั ถชุ ้ินใหมไ่ ด้ โดยใช้หลกั ฐาน

ประจกั ษ์ ในชีวิตประจำวนั เชงิ ประจกั ษ์

2. ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่ม 2. อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุ 2. อธิบายการเปลี่ยนแปลงของ

วัสดุตามสมบัตทิ ีส่ งั เกตได้ ที่เกิดจากการนำวัสดุมาผสมกัน โดย วัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้

ใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ เย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิง

3. เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได้ ประจักษ์

ของวัสดุเพื่อนำมาทำเป็นวัตถุในการ

ใช้งานตามวัตถุประสงค์ และอธิบาย

การนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่

โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์

4. ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำ

วัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยการ

นำวสั ดทุ ี่ใช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. เปรียบเทียบสมบัติทาง 1. อธิบายการเปลี่ยนสถานะ ของ 1. อธิบายและเปรียบเทียบการ

กายภาพ ด้านความแข็ง สภาพ สสารเมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็น แยกสารผสมโดยการหยิบออก

ยืดหยุ่น การนำความร้อน และ ลง โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด

การนำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้ 2. อธิบายการละลายของสารในน้ำ การรินออก การกรอง และการ

หลักฐานเชิงประจักษ์จากการ โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิง

ทดลองและระบุการนำสมบัติ 3. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของ ประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหา

เรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุ่น สารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยก

การนำความร้อน และการนำ โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์ สาร

ไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ใน 4. วิเคราะห์และระบุการ

ชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการ

ออกแบบชิ้นงาน 2. แลกเปลี่ยน เปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับไม่ได้

ความคดิ กบั ผู้อนื่ โดยการอภิปราย

เกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก 19
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวชว้ี ดั ช้นั ปี

วัสดุอย่างมีเหตุผลจากการ
ทดลอง
3. เปรียบเทียบสมบัติของสสาร
ทั้ง 3 สถานะ จากขอ้ มูลที่ได้จาก
การสังเกตมวล การต้องการที่อยู่
รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร
4. ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวล และ
ปริมาตรของสสารทงั้ 3 สถานะ

สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลกั ษณะการ
เคลอ่ื นที่แบบ ต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชีว้ ดั ชัน้ ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

- - 1. ระบผุ ลของแรงทมี่ ตี อ่ การเปล่ยี นแปลง

การเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง

ประจักษ์

2. เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัส

และแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนท่ี

ของวตั ถโุ ดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

3. จำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับ

แม่เหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิง

ประจกั ษ์

4. ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่

เกิดขึ้นระหว่างขั้วแม่เหล็กเมื่อนำมาเข้า

ใกลก้ ันจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. ระบุผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อ 1. อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ 1. อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า

วัตถุจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ของแรงหลายแรงในแนว ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการ ขัดถูโดยใช้

2. ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัด เดียวกันที่กระทำต่อวัตถุใน หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

นำ้ หนักของวตั ถุ กรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐาน

3. บรรยายมวลของวัตถุที่มีผล เชงิ ประจกั ษ์

ต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ 2. เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ี

กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนว

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก 20
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวชี้วัดชั้นปี

ของ ว ั ต ถุ จ า กห ล ั กฐ า น เ ชิ ง เดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำ

ประจกั ษ์ ต่อวัตถุ

3. ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัด

แรงทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุ

4. ระบุผลของแรงเสียดทานท่ี

มีต่อการเปลี่ยนแปลงการ

เคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐาน

เชิงประจักษ์

5. เขียนแผนภาพแสดงแรง

เสียดทานและแรงที่อยู่ในแนว

เดยี วกันทกี่ ระทำต่อวตั ถุ

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งสสาร และพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับเสียง
แสง และคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชีว้ ดั ชัน้ ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

1. บรรยายการเกดิ เสียงและทิศ 1. บรรยายแนวการเคลื่อนท่ี 1. ยกตัวอย่างการเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไป

ทางการเคลื่อนที่ของเสียงจาก ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง เป็นอีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิง

หลกั ฐานเชิงประจักษ์ และอธิบายการมองเห็นวัตถุ ประจกั ษ์

จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ 2. บรรยายการทำงานของเครื่องกำเนิด

2. ตระหนักในคุณค่าของ ไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานในการผลิต

ความรู้ของการมองเห็นโดย ไฟฟา้ จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ ๓. ตระหนัก

เสนอแนะแนวทางการป้องกัน ในประโยชน์และโทษของไฟฟ้าโดย

อันตรายจากการมองวัตถุที่อยู่ นำเสนอวธิ ีการใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยัดและ

ในบริเวณที่มีแสงสว่างไม่ ปลอดภยั

เหมาะสม

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. จำแนกวัตถุเป็นตัวกลาง 1. อธิบายการได้ยินเสียงผ่าน 1. ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ี

โปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และ ตัว กลางจากหลักฐ า น เ ชิ ง ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า

วัตถุทึบแสง จากลักษณะการ ประจักษ์ อยา่ งง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์

มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้น 2. ระบุตัวแปร ทดลองและ 2. เขยี นแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง

เป็นเกณฑ์โดยใช้หลักฐานเชิง อธิบายลักษณะและการเกิด ง่าย

ประจักษ์ เสียงสูง เสยี งต่ำ

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก 21
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวชี้วดั ชัน้ ปี

3. ออกแบบการทดลองและ 3. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย

อธิบายลักษณะและการเกิด วิธที ่ีเหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผล

เสียงดงั เสยี งคอ่ ย ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 4.

4 . ว ั ด ร ะด ั บ เ ส ี ย ง โ ด ย ใ ช้ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการ

เครอ่ื งมือวดั ระดับเสยี ง ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอก

5. ตระหนักในคุณค่าของ ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ใน

ความรู้เรื่องระดับเสียงโดย ชวี ติ ประจำวนั

เ ส น อแน ะแ น ว ท า ง ใ น ก า ร 5. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย

หลีกเลี่ยงและลดมลพิษทาง วิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอด

เสยี ง ไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน

6. ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ

การตอ่ หลอดไฟฟ้า

แบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอก

ประโยชน์ ข้อจำกดั และการประยุกต์ใช้

ในชวี ิตประจำวนั

7. อธิบายการเกิด เงามืดเงามัวจาก

หลักฐานเชงิ ประจักษ์

8. เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการ

เกิด เงามดื เงามวั

สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยี อวกาศ

ป. 1 ตวั ช้ีวดั ชั้นปี ป. 3
ป. 2
1.ระบุดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า 1. อธิบายแบบรูป เส้นทางการ
ในเวลากลางวัน และกลางคืน ขึ้น และตกของ ดวงอาทิตยโ์ ดย
จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ ใช้หลกั ฐานเชิง ประจักษ์
2. อธิบายสาเหตุที่มองไม่เห็น 2. อธ ิบายสาเหตุการเกิ ด
ดาวส่วนใหญ่ในเวลากลางวัน ปรากฏการณ์ การขึ้นและตก
จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ข อ ง ด ว ง อ า ท ิ ต ย ์ ก า ร เ กิ ด
กลางวัน กลางคืน และการ
กำหนดทศิ โดยใช้ แบบจำลอง

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก 22
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตวั ช้วี ัดช้ันปี

3. ตระหนกั ถึง ความสำคัญของ

ดวงอาทิตย์ โดย บรรยาย

ประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อ

ส่ิงมชี วี ติ

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. อธิบายแบบรูป เส้นทางการ 1. เปรียบเทียบความแตกต่าง 1. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย

ขึ้น และตกของ ดวงจันทร์ โดย ของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การเกิดและเปรียบเทียบ

ใช้ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ จากแบบจำลอง ปรากฏการณ์ สุริยุปราคาและ

2. สร้างแบบจำลองที่ อธิบาย 2. ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่ง จนั ทรุปราคา

แบบรูป การเปลี่ยนแปลง และเสน้ ทาง การข้นึ และตกของ 2. อธิบาย พัฒนาการ ของ

รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และ เ ท ค โ น โ ล ย ี อ ว ก า ศ แ ล ะ

และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของ อธิบาย แบบรูปเส้นทางการขึ้น ยกตัวอย่างการนาเทคโนโลยี

ดวงจันทร์ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บน อวกาศมาใช้ประโยชน์ใน

3. สร้างแบบจำลอง แสดง ทอ้ งฟา้ ในรอบปี ชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่

องค์ประกอบ ของระบบสุริยะ รวบรวมได้

และอธิบาย เปรียบเทียบคาบ

การโคจรของ ดาวเคราะห์

ตา่ ง ๆ จากแบบจำลอง

สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก

และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัตภิ ยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมท้ัง ผลต่อสิ่งมชี ีวิต

และสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดชนั้ ปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

1. อธบิ ายลกั ษณะภายนอกของ 1. ระบุส่วนประกอบของดิน 1. ระบุส่วนประกอบของอากาศ

หินจากลักษณะเฉพาะตัวที่ และจำแนกชนิดของดินโดยใช้ บรรยายความสำคัญของอากาศ

สังเกตได้ ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว และผลกระทบของมลพิษทาง

เปน็ เกณฑ์ อากาศ ต่อสิ่งมีชีวิต จากข้อมูล

2. อธิบายการใช้ประโยชน์จาก ท่ีรวบรวมได้

ดนิ จากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ 2. ตระหนักถึงความสำคัญของ

อากาศ โดยนาเสนอแนว

ทางการปฏิบัติตนในการลดการ

เกิดมลพิษทางอากาศ

3. อธิบายการเกิดลมจาก

หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก 23
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตวั ช้ีวัดช้ันปี

4. บรรยายประโยชน์และโทษ

ของลมจากขอ้ มูลท่ีรวบรวมได้

ป. 4 ป. 5 ป. 6

- 1. เปรียบเทียบปริมาณน้ำใน 1. เปรียบเทียบกระบวนการ

แต่ละแหล่งและระบุปริมาณน้ำ เกดิ หนิ อคั นี หนิ ตะกอน และหนิ

ที่มนุษย์สามารถนำ มา ใช้ แปร และอธิบาย วัฏจักรหิน

ประโยชน์ได้ จากข้อมูลที่ จากแบบจำลอง

รวบรวมได้ 2. บรรยายและยก ตัวอยา่ งการ

ใช้ประโยชน์ของหินและแร่ใน

2. ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ ชีวิต ประจำวันจากข้อมูลที่

โดยนำเสนอแนวทาง การใช้น้ำ รวบรวมได้

อย่างประหยัดและการอนุรักษ์ 3. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย

น้ำ การเกิดซากดึกดำบรรพ์และ

3. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย คาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีต

การหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักร ของซากดกึ ดำบรรพ์

น้ำ 4. เปรียบเทียบการเกิดลมบก

4. เปรียบเทียบกระบวนการ ลมทะเล และมรสุม รวมทั้ง

เกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และ อธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ

นำ้ คา้ งแข็ง จากแบบจำลอง ส่ิงแวดลอ้ มจากแบบจำลอง

5. เปรียบเทียบกระบวนการ 5. อธิบายผลของมรสุมต่อการ

เกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จาก เกิดฤดูของประเทศไทย จาก

ข้อมูลทร่ี วบรวมได้ ข้อมูลทีร่ วบรวมได้

6. บ ร ร ย า ย ล ั ก ษ ณ ะ แ ล ะ

ผลกระทบของน้ำท่วม การกัด

เซาะชายฝงั่ ดินถล่ม แผน่ ดินไหว

สนึ ามิ

7. ตระหนักถึงผลกระทบของ

ภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย

โดยนำเสนอแนวทางในการเฝ้า

ระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัย

จากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติ

ภยั ท่ีอาจเกดิ ในท้องถ่ิน

8. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย

การเกิดปรากฏการณ์เรือน

กระจกและผลของปรากฏการณ์

เรือนกระจกต่อส่ิงมีชวี ิต

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก 24
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตวั ชวี้ ัดชั้นปี

9. ตระหนักถึงผลกระทบของ
ปรากฏการณ์เรือนกระจกโดย
นำเสนอแนวทาง การปฏิบัติตน
เพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊ส
เรอื นกระจก

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พื่อการดำรงชวี ิตในสังคมที่มกี ารเปลีย่ นแปลงอยา่ ง
รวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ
พัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ตัวชว้ี ดั ชั้นปี
ป. 1 ป. 2 ป. 3

---
ป. 4 ป. 5 ป. 6

---

สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชวี ิตจริงอยา่ งเป็นขัน้ ตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

ตัวชว้ี ัดชั้นปี

ป. 1 ป. 2 ป. 3

1. แก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ 1. แสดงลำดับขั้นตอนการ 1. แสดงอัลกอริทึมในการทา

กา ร ล องผ ิ ด ล องถู ก กา ร ทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่าง งานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย

เปรยี บเทยี บ ง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ

2. แสดงลำดับขั้นตอนการ ข้อความ ข้อความ

ทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่าง 2. เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดย 2. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดย

งา่ ย โดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรือ ใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ ใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ

ข้อความ ตรวจหาข้อผิดพลาดของ ตรวจหาข้อผิดพลาดของ

3. เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดย โปรแกรม โปรแกรม

ใชซ้ อฟต์แวร์ หรอื สื่อ 3. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัด 3. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้

หมวดหมู่ ค้นหา จดั เก็บ เรียกใช้ 4. รวบรวม ประมวลผล และ

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก 25
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวชี้วัดช้นั ปี

4. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ 4. ใช้ นำเสนอขอ้ มูล โดยใช้ซอฟต์แวร์

จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตาม เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ตามวัตถปุ ระสงค์

วัตถปุ ระสงค์ ปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข้อตกลง

ใน การใช้คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

5. ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ดูแลรักษา อุปกรณ์เบื้องต้น ใช้ อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตาม

อย่าง ปลอดภัย ปฏิบัติตาม งานอย่าง เหมาะสม ขอ้ ตกลงในการใช้อนิ เทอร์เนต็

ข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์

ร ่ ว ม ก ั น ด ู แ ล ร ั ก ษ า อ ุ ป ก ร ณ์

เบอ้ื งต้น ใช้งานอย่างเหมาะสม

ป. 4 ป. 5 ป. 6

1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ

แก้ปัญหา การอธิบายการ แก้ปัญหา การอธิบาย การงาน อธิบายและ ออกแบบวิธีการ

ทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ การคาดการณ์ผลลัพธ์จาก แ ก ้ ป ั ญ ห า ท ี ่ พ บ ใ น

จากปัญหาอย่างงา่ ย ปญั หาอย่างงา่ ย ชีวติ ประจำวนั

2 . อ อ ก แ บ บ แ ล ะ เ ข ี ย น 2 . อ อ ก แ บ บ แ ล ะ เ ข ี ย น 2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรม

โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ โปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิง อย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิต

ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา ตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาด

ข้อผิดพลาดและแก้ไข 3. ใช้ ขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข ของ โปรแกรมและแกไ้ ข

อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และ 3. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล 3. ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหา

ประเมินความน่าเชื่อถือของ ติดต่อสื่อสาร และทำงาน ขอ้ มลู อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

ขอ้ มูล รว่ มกนั ประเมินความน่าเช่ือถือ 4. ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ

4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอ ของข้อมูล ทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย

ข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ 4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอ เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน

ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพ่ือ ข้อมูลและสารสนเทศ ตาม เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้ง

แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั วัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์ ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือ

5. ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ บุคคลทไ่ี ม่เหมาะสม

อย่าง ปลอดภัย เข้าใจ สิทธิและ หลากหลาย เพื่อ แก้ปัญหาใน

หน้าที่ ของตน เคารพใน สิทธิ ชีวติ ประจำวัน

ของผอู้ ่นื แจ้งผเู้ ก่ยี วข้องเมื่อพบ 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ข้อมลู หรือบคุ คลที่ ไมเ่ หมาะสม อย่าง ปลอดภัย มีมารยาท

เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน

เคารพในสิทธิ ของผู้อื่น แจ้ง

ผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบข้อมูลหรือ

บคุ คล ท่ไี ม่เหมาะสม

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก 26
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลางแ
ชนั้ ประถมศกึ ษา

สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่า

ตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนทใ่ี นระบบนเิ วศ

และสง่ิ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาสิ่ง

รหัส ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ตวั ชว้ี ัด

ว 1.1 1. ระบชุ ื่อพชื -บรเิ วณต่าง ๆ ในท้องถ่นิ เช่น สนามหญ้า ใต้ตน้ ไม้ สวน

ป 1/1 และสตั วท์ ่ี อาจพบพืชและสตั วห์ ลายชนดิ อาศัยอยู่

อาศัยอยู่ -บรเิ วณท่แี ตกต่างกันอาจพบพืชและสตั วแ์ ตกต่างกัน เพร

บริเวณตา่ ง ๆ สภาพแวดล้อมของแต่ละบรเิ วณจะมี ความเหมาะสมตอ่ ก

จากข้อมลู ที่ ของพืชและสัตว์ ที่อาศัยอย่ใู นแตล่ ะบริเวณ เชน่ สระน้ำ

รวบรวมได้ อาศัยของหอย ปลา สาหร่าย เปน็ ที่หลบภัยและมี แหล่ง

และปลา บริเวณต้นมะม่วงมี ต้นมะมว่ งเปน็ แหลง่ ท่ีอยู่ แ

ว 1.1 2. บอก สำหรบั กระรอกและมด

ป 1/2 สภาพแวดล้อม - ถา้ สภาพแวดล้อมในบรเิ วณที่พชื และสัตวอ์ าศยั อยมู่ กี าร

ทีเ่ หมาะสมกบั จะมผี ลตอ่ การดำรงชีวติ ของพืชและสตั ว์

การดำรงชวี ิต

ของสตั วใ์ น

บริเวณท่ีอาศยั

อยู่

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๔)

และสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
าปที ี่ 1

างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
ความหมายของประชากรปญั หาและผลกระทบทมี่ ตี ่อทรัพยากรธรรมชาติ
งแวดล้อมรวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ

นหย่อม แหล่งนำ้ -สำรวจ สงั เกต และรวบรวมพืช และสตั วท์ พ่ี บบริเวณโรงเรยี น

ราะ -ตรวจสอบ และระบสุ ิ่งมีชวี ติ ทพี่ บบรเิ วณโรงเรยี น
การดำรงชวี ติ -ระบปุ ญั หา เสนอแนวทางในการแก้ไข และอนุรักษ์
มนี ้ำเป็นที่อยู่ สภาพแวดล้อม
งอาหารของหอย
และมีอาหาร

รเปลยี่ นแปลง

28

สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชวี ิต การลำ
ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้า
ประโยชน์

รหสั ตวั ชี้วดั ตัวช้วี ัด สาระการ
ว 1.2 ป 1/1
1. ระบชุ อื่ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา้ ท่ี - มนุษยม์ ีสว่ นต่าง
ของสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายมนษุ ย์ สัตว์ แตกต่างกัน เพ่ือให
และพืช รวมทั้งบรรยายการทำหนา้ ท่ี เช่น ตามหี น้าท่ี ไว้ม
ร่วมกนั ของสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ ตาเพ่ือปอ้ งกนั อันต
ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จากขอ้ มูลท่ี ฟงั เสียง โดยมีใบหแู
รวบรวมได้ ของเสียง ปากมีหน
และมรี มิ ฝีปากบนล
หยิบ จับ มที ่อนแข
สมอง มีหน้าท่ีควบ
ๆ ของรา่ งกาย เป็น
โดยสว่ นต่าง ๆ ของ
รว่ มกันในการทำกจิ
- สัตวม์ หี ลายชนดิ
มลี กั ษณะและหนา้ ท
เหมาะสม ในการดำ
เปน็ แผ่น ส่วนกบ เ
เทา้ สำหรับใชใ้ นกา

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ำเลียงสารผ่านเซลลค์ วามสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง
าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กันรวมทั้งนำค วามรู้ไปใช้

รเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ

ๆ ที่มลี ักษณะและหนา้ ที่ -ระบุส่วนประกอบ และบอกหนา้ ท่ขี อง

ห้เหมาะสมในการดำรงชวี ติ อวยั วะภายนอกของสตั ว์และพืชท่ีพบบริเวณ

มองดู โดยมีหนังตาและขน โรงเรียน

ตรายให้กบั ตา หมู ีหนา้ ทรี่ บั

และรหู ู เพ่ือเป็นทางผา่ น

นา้ ทพ่ี ดู กนิ อาหาร มชี ่องปา

ล่าง แขนและมอื มหี นา้ ทยี่ ก

ขนและนิว้ มือท่ขี ยับได้

บคมุ การทำงานของส่วนต่าง

นก้อนอยู่ในกะโหลกศรี ษะ

งร่างกายจะทำหน้าท่ี

จกรรม ในชวี ิตประจำวนั

แตล่ ะชนดิ มีส่วนตา่ ง ๆ ท่ี

ท่ีแตกต่างกนั เพ่ือให้

ำรงชวี ิต เชน่ ปลามีครีบ

เต่า แมว มขี า 4 ขาและมี

ารเคลื่อนท่ี

29

รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชว้ี ดั สาระการ

- พืชมสี ่วนตา่ ง ๆ ท
แตกต่างกัน เพ่ือให
โดยท่วั ไป รากมลี กั
แขนงเป็นรากเลก็ ๆ
ลักษณะเปน็ ทรงกร
ทำหนา้ ทชี่ ูกงิ่ ก้าน ใ
เปน็ แผน่ แบน ทำห
นอกจากน้ีพืชหลาย
รปู รา่ งตา่ ง ๆ ทำหน
มเี ปลอื ก มีเน้อื ห่อห
สามารถงอกเปน็ ต้น

ว 1.2 ป1/2 2. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของส่วนต่าง ๆ - มนุษย์ใชส้ ว่ นตา่ ง
ของรา่ งกายตนเอง โดยการดูแลสว่ นต่าง ๆ กจิ กรรมต่าง ๆ เพื่อ
อยา่ งถูกต้อง ใหป้ ลอดภัย และรักษา ความ ควรใช้ส่วนต่าง ๆขอ
สะอาดอยู่เสมอ ปลอดภัย และรกั ษ
เช่น ใช้ตามองตวั หน
เพียงพอ ดแู ลตาให
และรักษาความสะอ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก
กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

รเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
ท่ีมลี กั ษณะและหน้าท่ี -
ห้เหมาะสมในการดำรงชีวิต
กษณะเรียวยาว และแตก
ๆ ทำหน้าทดี่ ูดน้ำ ลำตน้ มี
ระบอกตัง้ ตรงและมีกิ่งก้าน
ใบ และดอก ใบมลี กั ษณะ
หน้าท่สี รา้ งอาหาร
ยชนดิ อาจมีดอกทมี่ สี ี
น้าที่สืบพนั ธ์ุ รวมทงั้ มผี ลที่
หมุ้ เมลด็ และมีเมล็ดซง่ึ
นใหม่ได้

ง ๆ ของรา่ งกายในการทำ
อการดำรงชวี ติ มนุษยจ์ งึ
องรา่ งกายอยา่ งถูกต้อง
ษา ความสะอาดอยู่เสมอ
นงั สือในท่ี ๆ มแี สงสว่าง
หป้ ลอดภยั จากอนั ตราย
อาดตาอยูเ่ สมอ

30

สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลักษณะท

ส่งิ มีชีวติ ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของส่ิงมชี ีวิต รวมทง้ั นำควา

รหัสตวั ช้ีวดั ตัวชว้ี ัด สาระการ

--

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระห

และธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเก

รหัสตวั ช้ีวัด ตัวชี้วดั สาระการ

ว 2.1 ป 1/1 1. อธบิ ายสมบตั ทิ ่ีสงั เกตได้ของวัสดุทีใ่ ชท้ ำ -วสั ดุที่ใช้ทำวตั ถทุ เี่

วตั ถุซ่งึ ทำจากวสั ดุชนดิ เดยี ว หรอื หลาย หลายชนดิ เช่น ผ้า

ชนิดประกอบกันโดยใชห้ ลกั ฐานเชิง หนิ กระดาษ โลหะ

ประจักษ์ สงั เกตไดต้ ่าง ๆ เชน่

ว 2.1 ป 1/2 2. ระบุชนดิ ของวสั ดแุ ละจัดกลมุ่ วัสดตุ าม ใส ขุน่ ยืดหดได้ บดิ
สมบตั ิท่ีสงั เกตได้ - สมบัติทสี่ ังเกตได้ข
เหมอื นกัน ซึ่งสามา

การจดั กลมุ่ วสั ดไุ ด้

วัสดุบางอย่างสามา

ทำเป็นวตั ถตุ า่ ง ๆ เ

เสื้อ ไมแ้ ละโลหะ ใช

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ ้อนอก
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ทางพนั ธกุ รรม สารพันธุกรรม การเปลยี่ นแปลงทางพนั ธุกรรมทมี่ ีผลตอ่

ามรู้ไปใช้ประโยชน์

รเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ

--

หว่างสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนุภาค หลัก

กิดปฏิกิริยาเคมี

รเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น

เป็นของเล่น ของใช้ มี -อธบิ ายสมบัตขิ องวสั ดุทใ่ี ช้ทำอุปกรณ์และ

า แกว้ พลาสติก ยาง ไม้ อิฐ เครือ่ งมอื ในการเกษตร

ะ วัสดแุ ต่ละชนดิ มีสมบัตทิ ่ี

น สี นุม่ แข็ง ขรุขระ เรยี บ

ดงอได้

ของวัสดแุ ตช่ นิดอาจ

ารถนำมาใช้เปน็ เกณฑ์ใน

ารถนำมาประกอบกันเพ่ือ
เช่น ผา้ และกระดุม ใชท้ ำ
ชท้ ำกระทะ

31

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงที่กระทาต่อ

ประโยชน์

รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชี้วดั สาระการ

--

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว 2. 3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอ

วัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเกย่ี วข้องกบั เสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ

รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ชี้วดั สาระการ

ว 2.3 ป 1/1 1. บรรยายการเกดิ เสียงและทศิ ทาง การ -เสียงเกิดจากการส

เคล่อื นท่ีของเสียงจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เสยี งเปน็ แหล่งกำเน

แหล่งกำเนดิ เสียงต

แหลง่ กำเนิดเสยี งท

เคล่อื นที่ออกจากแ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

อวัตถุ ลักษณะการเคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้

รเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
- -

อนพลงั งาน ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานในชีวติ ประจา

ฟ้า รวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

รเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ

ส่ันของวัตถุ วตั ถทุ ท่ี ำให้เกดิ -จำแนกแหล่งที่มาของเสียงรอบ ๆ โรงเรยี น

นดิ เสียงซ่งึ มีทั้ง เช่น กิจกรรมฟงั เสยี งธรรมชาติ รื่นรมย์

ตามธรรมชาตแิ ละ

ท่ีมนุษยส์ รา้ งข้นึ เสยี ง

แหล่งกำเนดิ เสียงทกุ ทิศทาง

32

สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ัฒนาการข
ระบบสรุ ยิ ะทีส่ ง่ ผลต่อสงิ่ มีชีวิตและการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ

รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชีว้ ัด สาระการ
ว 3.1 ป 1/1
1. ระบุดาวที่ปรากฏบนทอ้ งฟา้ ในเวลา - บนทอ้ งฟ้ามีดวงอ
ว 3.1 ป 1/2 กลางวัน และกลางคนื จากข้อมูลท่ีรวบรวม ซ่งึ ในเวลากลางวันจ
ได้ อาจมองเห็นดวงจัน
ไมส่ ามารถมองเหน็
2. อธบิ ายสาเหตทุ ่มี องไมเ่ หน็ ดาวสว่ นใหญ่ -ในเวลากลางวนั ม
ในเวลากลางวันจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เนือ่ งจากแสงอาทิต
ดาว สว่ นในเวลากล
มองเห็นดวงจนั ทร์

สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวน

เปล่ยี นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศโลกรวมทั้งผลต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ช้วี ัด สาระการ

ว 3.2 ป 1/1 1. อธบิ ายลกั ษณะภายนอกของหนิ จาก -หินทีอ่ ยูใ่ นธรรมชำ

ลักษณะเฉพาะตวั ท่สี ังเกตได้ ตวั ท่สี ังเกตได้ เช่น

ความแขง็ และเน้ือ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสมั พันธ์ภายใน

รเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ

อาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว - สังเกตดาวบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางวนั และ

จะมองเห็นดวงอาทติ ย์และ กลางคนื ท่ีบา้ น /โรงเรียน

นทร์บางเวลาในบางวัน แต่

นดาว -

มองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่

ตยส์ ว่างกว่าจงึ กลบแสงของ

ลางคืนจะมองเหน็ ดาวและ

เกอื บทุกคืน

นการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ



รเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น

ำตมิ ีลกั ษณะภายนอกเฉพา -สังเกตลักษณะของหนิ ท่ีพบบรเิ วณโรงเรยี น

น สี ลวดลาย นำ้ หนัก

อหิน

33

สาระที่ 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่ม

คณิตศาสตร์ และศาสตร์อืน่ ๆ เพื่อแกป้ ญั หา หรือพัฒนางานอยา่ งมคี วามคิดสรา้ งส

เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม

รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ชว้ี ดั สาระการ

--

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่ีพบในชีวิตจร

ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หา

รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชีว้ ัด สาระการ

ว 4.2 ป 1/1 1. แกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผดิ - การแก้ปญั หาให้ป

ลองถกู การเปรยี บเทยี บ โดยใชข้ น้ั ตอนการแ

- ปญั หาอย่างง่าย

จุดแตกตา่ งของภาพ

ว 4.2 ป 1/2 2. แสดงลำดับขัน้ ตอนการทำงาน หรอื - การแสดงข้นั ตอน

การแกป้ ัญหาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพ การเขียน บอกเลา่

สัญลักษณ์ หรือขอ้ ความ สญั ลกั ษณ์

- ปญั หาอย่างงา่ ย เ

จุดแตกต่างของภาพ

กระเปา๋

ว 4.2 ป 1/3 3. เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ - การเขียนโปรแกร

ซอฟตแ์ วร์หรอื ส่อื คำส่ัง ใหค้ อมพวิ เต

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์
สรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้

รเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
- -

ริงอยา่ งเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบ

าได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ รู้เทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

รเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ

ประสบความสำเรจ็ ทำได้ - แกป้ ัญหาตา่ งๆในการดำเนินกจิ กรรม

แก้ปัญหา ประจำวันในโรงเรยี นได้ เชน่ การวางรองเท้า

เช่น เกมเขาวงกต เกมหา การจดั กระเปา๋ นักเรียน การจัดเกบ็ อปุ กรณ์

พการจัดหนงั สอื ใส่กระเปา๋ แปรงฟนั ฯลฯ

นการแกป้ ัญหาทำได้โดย -

วาดภาพ หรอื ใช้

เชน่ เกมเขาวงกต เกมหา
พ การจดั หนงั สือใส่

รมเป็นการสร้างลำดบั ของ -
ตอรท์ ำงาน

34

รหสั ตวั ชี้วดั ตัวช้ีวดั สาระการ
ว 4.2 ป 1/4
ว 4.2 ป 1/5 - ตัวอย่างโปรแกร

ให้ ตัวละครยา้ ยตำ

เปล่ยี นรปู ร่าง

- ซอฟตแ์ วร์ หรือส่ื

โปรแกรม เช่น ใช้บ

โปรแกรม, Code.o

4.ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง จัดเกบ็ เรยี กใช้ - การใชง้ านอุปกรณ

ขอ้ มูลตามวัตถปุ ระสงค์ การใชเ้ มาส์ คยี ์บอร

อปุ กรณ์เทคโนโลยี

-การใช้งานซอฟต์แ

และออกจากโปรแก

จัดเก็บ การเรียกใช

เช่น โปรแกรมประม

โปรแกรมนำเสนอ

-การสร้างและจดั เก

ทำใหเ้ รยี กใช้ ค้นหำ

5. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั - การใชเ้ ทคโนโลยีส

ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์ เช่น รูจ้ กั ข้อมลู สว่ น

รว่ มกัน ดูแลรักษาอปุ กรณเ์ บ้ืองตน้ ใชง้ าน เผยแพร่ข้อมลู ส่วนต

อยา่ งเหมาะสม สว่ นตวั กบั บคุ คลอืน่

แจ้งผู้เกีย่ วขอ้ งเมื่อต

เกย่ี วกบั การใช้งาน

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ ้อนอก
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

รเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
รม เช่น เขียนโปรแกรมสั่ง -
ำแหน่ง ย่อขยายขนาด -

อทใี่ ชใ้ นการเขียน
บตั รคำสงั่ แสดงการเขยี น
org
ณเ์ ทคโนโลยีเบ้ืองต้น เช่น
ร์ด จอสมั ผัส การเปดิ -ปิด

แวรเ์ บ้ืองต้น เช่น การเขา้
กรม การสรา้ งไฟล์ การ
ช้ไฟล์ ทำได้ในโปรแกรม
มวลคำ โปรแกรมกราฟิก

ก็บไฟล์อย่างเปน็ ระบบจะ
ำขอ้ มูลไดง้ ่ายและรวดเรว็
สารสนเทศอย่างปลอดภัย
นตัว อนั ตรายจากการ
ตัว และไม่บอกขอ้ มลู
นยกเว้นผ้ปู กครอง หรือครู
ตอ้ งการ ความชว่ ยเหลือ

35

รหัสตัวชี้วดั ตวั ชี้วดั สาระการ

- ข้อปฏิบตั ิในการใช
อปุ กรณ์ เชน่ ไม่ขีด
สะอาด ใช้อุปกรณอ์
- การใชง้ านอยา่ งเห
ถูกต้อง การพักสาย
เวลานาน ระมดั ระว

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

รเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ

ช้งานและการดูแลรักษา
ดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความ
อยา่ งถกู วิธี
หมาะสม เชน่ จัดทา่ น่งั ให้
ยตาเม่ือใชอ้ ุปกรณ์เป็น
วังอบุ ัติเหตุจากการใชง้ าน

36

ตวั ชี้วดั และสาระการเร
ช้ันประถมศึกษา

สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่า

ต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลีย่ นแปลงแทนทใี่ นระบบนิเวศ

และส่งิ แวดล้อม แนวทางในการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปัญหาสิง่

รหัสตวั ช้ีวัด ตัวช้ีวัด สาระการ

--

สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำ

ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้า

ประโยชน์

รหัสตัวชี้วัด ตวั ช้ีวดั สาระการ

ว 1.2 ป 2/1 1. ระบวุ า่ พชื ต้องการแสงและน้ำเพือ่ การ - พืชตอ้ งการนำ้ แส

เจริญ เติบโต โดยใช้ขอ้ มูลจากหลักฐานเชงิ

ประจกั ษ์

ว 1.2 ป 2/2 2. ตระหนกั ถงึ ความจำเปน็ ท่ีพชื ต้องไดร้ ับ

นำ้ และแสงเพือ่ การเจรญิ เติบโต โดยดแู ล

พืชให้ได้ รบั ส่งิ ดังกลา่ วอย่างเหมาะสม

ว 1.2 ป 2/3 3. สรา้ งแบบจำลองทบ่ี รรยายวฏั จกั รชวี ิต - พืชดอกเม่ือเจรญิ

ของพชื ดอก การสืบพนั ธ์เุ ปลย่ี น

มเี มล็ด เมื่อเมลด็ งอ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)


Click to View FlipBook Version