The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by worawut.won, 2022-07-15 06:03:03

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

3.หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาฯและเทคโนโลยี

แนวทางการให้คะแนนเพื่อการประเมนิ
จากท่ีกล่าวมาแล้วว่า การประเมินจากสภาพจริงให้ความสำคัญต่อการประเมินโดยใช้ข้อสอบแบบเขียน

ตอบน้อยมา แต่จะให้ความสำคัญต่อการแสดงออกที่แท้จริงของนักเรียนขณะทำกิจกรรม งานหรือกิจกรรมที่
กำหนดให้นักเรียนทำจะมีแนวทางไปสู่ความสำเร็จของงานและมีวิธีการหาคำตอบหลายแนวทาง คำตอบที่ได้
อาจมิใช่ในแนวทางที่กำหนดไว้เสมอไป จึงทำให้การตรวจให้คะแนนไม่สามารถให้อย่างชัดเจนแน่นอนเหมือน
การตรวจให้คะแนนแบบข้อสอบเลือกตอบ ดังนั้นการประเมนิ จากสภาพจริง จึงต้องมีการกำหนดแนวทางการ
ให้คะแนนอย่างชัดเจน การกำหนดแนวทางอาจจัดทำโดยครู คณะครูหรือครูและนักเรียนกำหนดร่วมกัน แนว
ทางการประเมินนั้นจะต้องมีมาตรวัดว่านักเรียนทำอะไรได้สำเร็จ และระดับความสำเร็จอยู่ในระดับใด แนว
ทางการประเมินท่ีมีมาตรวัดนี้ เรียกวา่ Rubric การประเมนิ โดยอิง Rubric น้ี โดยท่วั ไปมี ๒ แบบคือ

๑. การใหค้ ะแนนภาพรวม (Holistic score)
๒. การใหค้ ะแนนแยกองคป์ ระกอบ (Analytic score)

แนวปฏบิ ัตใิ นการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ
การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสำเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของนักเรยี นซงึ่ เปน็ เปา้ หมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสน เทศที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้
นักเรยี นเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ย่างเต็มตามศกั ยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา มี
รายละเอยี ด ดังนี้

๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครู
ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้ม
สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียนประเมินตนเอง
เพอ่ื นประเมนิ เพอื่ น ผปู้ กครองร่วมประเมนิ ในกรณที ่ีไม่ผ่านตัวช้ีวดั ใหม้ ีการสอนซอ่ มเสรมิ

การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรยี นรู้
อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา
ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรบั ปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งน้ี
โดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชี้วดั

๒. การประเมนิ ระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมินทีส่ ถานศกึ ษาดำเนินการเพ่ือตดั สินผล การเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๒๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ
จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ
นักเรียน ที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม
นกั เรียนท่ัวไป กลุม่ นกั เรียนทมี่ คี วามสามารถพิเศษ กลุ่มนักเรียนท่ีมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนตำ่ กลุ่มผู้เรียนท่ีมี
ปัญหาด้านวินัยและพฤตกิ รรม กลุ่มนักเรยี นที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจาก การประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการ
เรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจดั ทำระเบียบว่าดว้ ยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร
สถานศกึ ษา เพ่อื ใหบ้ คุ ลากรท่ีเก่ียวขอ้ งทุกฝ่ายถือปฏบิ ตั ริ ่วมกัน

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น

๑. การตดั สนิ การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผู้เรียนให้พัฒนาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ

ระดับประถมศกึ ษา
(๑) ผู้เรียนต้องมเี วลาเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ
จำนวนตัวช้วี ัด
(๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “๑” จึงจะถือว่า
ผา่ นเกณฑต์ ามที่สถานศกึ ษากำหนด
(๔) นักเรียนต้องไดร้ ับการประเมนิ และมีผลการประเมนิ การอา่ นคดิ วิเคราะห์และเขียน ใน
ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการ
ประเมินกจิ กรรมพฒั นานกั เรยี น ในระดบั “ผา่ น”

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก ๑๒๗
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถ
พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมี
แนวโนม้ วา่ จะเปน็ ปัญหาต่อการเรยี นในระดับช้ันท่ีสงู ข้นึ ให้ตัง้ คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซำ้ ชั้นได้ ทั้งน้ีให้
คำนงึ ถงึ วุฒภิ าวะและความรคู้ วามสามารถของนักเรียนเป็นสำคัญ

๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น

ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ

คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิของนักเรยี น เปน็ ระบบตวั เลขแสดงระดับผลการเรียนเปน็ ๘ ระดบั ดงั นี้

ระดับผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนร้อยละ

๔ ผลการเรียนดีเยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐

๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙

๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔

๒.๕ ผลการเรยี นค่อนข้างดี ๖๕ - ๖๙

๒ ผลการเรยี นน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔

๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙

๑ ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ข้ันตำ่ ๕๐ - ๕๔

๐ ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ
ประเมนิ เปน็ ดเี ยี่ยม ดี ผา่ น และไม่ผา่ น

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากำหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ ผา่ น และไม่
ผ่าน

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบความก้าวหน้า ในการ

เรียนรู้ของนักเรียน ต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ
อยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ ครัง้

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของนักเรียนที่สะท้อน
มาตรฐานการเรียนร้กู ล่มุ สาระการเรยี นรู้

๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษา กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ ระดับ
ประถมศกึ ษา
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา

(๑) นักเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กจิ กรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน ท่ี
กำหนด

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ อ้ นอก ๑๒๘
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

(๒) นักเรียนต้องมีผลการประเมินรายวชิ าพนื้ ฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามทีก่ ำหนด
(๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์ การ
ประเมินตามท่ีกำหนด
(๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามท่กี ำหนด
(๕) นกั เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
กำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุม่ เปา้ หมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผ้มู ี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศึกษา ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๒๙
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ภาคผนวก

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก ๑๓๐
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ภาคผนวก ก
อภธิ านศพั ท์

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก ๑๓๑
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

อภิธานศพั ท์

ศัพท์ท่เี กี่ยวข้องกับตวั ช้วี ดั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๑ กำหนดปัญหา define problem ระบุคำถาม ประเด็นหรือ สถานการณ์ที่เป็น

ข้อสงสัย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือ

อภปิ รายรว่ มกัน

๒ แกป้ ญั หา solve problem หาคำตอบของปัญหาที่ยังไม่รู้ วิธีการมาก่อน

ทั้งปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์

โดยตรงและปัญหาในชีวิต ประจำวันโดยใช้

เทคนคิ และ วธิ กี ารตา่ ง ๆ

๓ เขียนแผนผงั /วาดภาพ construct diagram/ นำเสนอข้อมูลหรือผลการสำรวจ ตรวจสอบ

illustrate ด้วยแผนผงั กราฟ หรอื ภาพวาด

๔ คาดคะเน Predict คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดย

อาศัยขอ้ มลู ที่สังเกตได้ และประสบการณ์ทีม่ ี

๕ คำนวณ calculate หาผลลพั ธจ์ ากข้อมูล โดยใช้ หลกั การ ทฤษฎี

หรอื วธิ ีการทาง คณติ ศาสตร์

๖ จำแนก Classify จัดกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัย ลักษณะท่ี

เหมอื นกนั เปน็ เกณฑ์

๗ ตง้ั คำถาม ask question พูดหรอื เขยี นประโยค หรือวลี เพอ่ื ให้ได้มาซึ่ง

การคน้ หา คำตอบท่ตี ้องการ

๘ ทดลอง conduct/experiment ปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบ ของคำถาม หรือ

ปัญหาในการ ทดลอง โดยตั้งสมมติฐานเพ่ือ

เป็นแนวทางในการกำหนด ตัวแปรและ

วางแผนดำเนนิ การ เพอ่ื ตรวจสอบสมมตฐิ าน

๙ นำเสนอ Present แสดงข้อมูล เรื่องราว หรือ ความคิด เพื่อให้

ผู้อ่นื รับรู้ หรือพิจารณา

๑๐ บรรยาย describe ให้รายละเอี ยด ข อง เหต ุ การ ณ์ หรือ

ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ ขึน้ ให้ ผู้อ่นื ได้รบั รู้ดว้ ยการ

บอก หรือเขียน

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก ๑๓๒
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย

๑๑ บอก Tell ใหข้ อ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ แกผ่ ู้อนื่ ด้วยการพูด

หรอื เขยี น

๑๒ บนั ทึก Record เขยี นขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากการสังเกต เพ่อื ช่วยจำ

หรือเพ่ือเป็นหลกั ฐาน

๑๓ เปรียบเทียบ Compare บอกความเหมือน และ/หรือ ความแตกตา่ ง

ของสิง่ ท่ี เทยี บเคยี งกัน

๑๔ แปลความหมาย Interpret แสดงความหมายของข้อมลู จากหลกั ฐานที่

ปรากฏ เพ่ือลงขอ้ สรปุ

๑๕ ยกตัวอย่าง give examples ใหข้ อ้ มูลเหตกุ ารณ์หรือสถานการณ์ เพ่ือแสดง

ความเข้าใจในส่ิงท่ีได้ เรยี นรู้

๑๖ ระบุ identify ชบี้ อกส่งิ ตา่ ง ๆ โดยใชข้ ้อมลู ประกอบอยา่ ง

เพียงพอ

๑๗ เลอื กใช้ select พิจารณา และตัดสินใจนำวัสดุ สิ่งของ

อุปกรณ์หรอื วิธกี าร มาใชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม

๑๘ วดั measure หาขนาด หรือปริมาณ ของ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้

เคร่อื งมอื ท่เี หมาะสม

๑๙ วเิ คราะห์ analyze แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบ จัดลำดับ

จัดจำแนก หรือ เชื่อมโยงขอ้ มูล

๒๐ สรา้ งแบบจำลอง construct model นำเสนอแนวคิด หรือเหตุการณ์ ในรูปของ

แผนภาพ ชิ้นงาน สมการ ข้อความ คำพูด

และ/ หรอื ใชแ้ บบจำลองเพ่ืออธิบาย ความคิด

วตั ถุ หรือเหตุการณ์ ตา่ ง ๆ

๒๑ สังเกต Observe หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาท สัมผัสทั้งห้า

ที่เหมาะสมตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่

ใช้ ประสบการณ์เดิมของผู้สังเกต

๒๒ สำรวจ explore หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ โดยใช้วีธีการและ

เทคนิคที่ เหมาะสม เพื่อนำข้อมูลมาใช้ ตาม

วัตถปุ ระสงคท์ ี่กำหนดไว้

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๓๓
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๒๓ สืบค้นข้อมูล search หาข้อมูล หรือขอ้ สนเทศท่ีมี ผ้รู วบรวมไว้แล้ว

จากแหล่งตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชน์

๒๔ สือ่ สาร communicate นำเสนอ และแลกเปล่ียน ความคดิ ข้อมลู

หรือผลจากการ สำรวจตรวจสอบ ดว้ ยวธิ ี

ทเ่ี หมาะสม

๒๕ อธิบาย explain กล่าวถึงเร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างมี เหตผุ ล และมี

ข้อมูล หรือ ประจักษพ์ ยานอ้างอิง

๒๖ อภปิ ราย discuss แสดงความคิดเหน็ ต่อประเด็น หรือคำถาม

อยา่ งมีเหตผุ ล โดยอาศยั ความร้แู ละ

ประสบการณ์ ของผู้อภปิ รายและข้อมูล

ประกอบ

๒๗ ออกแบบการทดลอง design experiment กำหนด และวางแผนวธิ ีการ ทดลองให้

สอดคล้องกับ สมมติฐานและตัวแปรต่าง ๆ

รวมทงั้ การบนั ทึกข้อมูล

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๓๔
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ศัพท์ที่เก่ยี วข้องกับตัวชว้ี ัดสาระเทคโนโลยี

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๑ การใชล้ ขิ สทิ ธิ์ของผู้อ่นื fair use การนำสอ่ื หรือขอ้ มูลทเี่ ปน็ ลิขสทิ ธขิ์ องผู้อื่น
ไปใช้โดยชอบ ดว้ ยกฎหมาย ภายใต้เงอื่ นไข
โดยชอบธรรม บางประการ เช่น ๑) นำไปใช้ในการศึกษา
หรือ การคา้ ๒) งานนน้ั เปน็ งานวิชาการ หรอื
๒ การตรวจและแก้ไข debugging บนั เทิง ๓) คัดลอกเพียงส่วนน้อย หรือ
ขอ้ ผิดพลาด คดั ลอกจำนวนมาก ๔) ทำใหเ้ จา้ ของเสยี
ผลประโยชน์ ทางการเงิน มากนอ้ ยเพียงใด
๓ การประมวลผลข้อมูล data processing
กระบวนการในการคน้ หา ขอ้ ผิดพลาดของ
๔ การรวบรวมขอ้ มูล data collection โปรแกรม เพื่อแก้ไขใหท้ ำงานได้ถูกตอ้ ง
๕ ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ primary data
การดำเนินการต่าง ๆ กับข้อมูล เพ่อื ให้ได้
๖ เทคโนโลยี technology ผลลัพธท์ ่ีมคี วามหมาย และมีประโยชนต์ ่อ
การนำ ไปใชง้ านมากยิ่งข้นึ
๗ แนวคดิ เชงิ คำนวณ computational
thinking กระบวนการในการรวบรวม ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วข้อง
จากแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ
๘ แนวคิดเชงิ นามธรรม abstraction การ
ข้อมูลทีร่ วบรวมโดยตรง จากแหล่งข้อมูล
ขน้ั ต้น โดยอาจ ใชว้ ิธกี ารสังเกต การทดลอง
การสำรวจ การสัมภาษณ์

สง่ิ ทมี่ นุษย์สร้างหรือพัฒนาข้ึน ซ่งึ อาจเป็นได้
ทัง้ ช้นิ งาน หรือ วิธีการ เพ่ือใช้แก้ปญั หาสนอง
ความตอ้ งการ หรอื เพิม่ ความสามารถในการ
ทำงาน ของมนุษย์

กระบวนการในการแก้ปัญหา การคดิ
วเิ คราะหอ์ ยา่ งมีเหตุผล เป็นขั้นตอน เพ่ือหา
วิธกี าร แก้ปญั หาในรปู แบบที่สามารถ นำไป
ประมวลผลได้

พิจารณารายละเอียดท่สี ำคญั ของปัญหา
แยกแยะสาระสำคัญ ออกจากสว่ นท่ีไม่สำคัญ

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก ๑๓๕
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ศพั ท์ทเ่ี กีย่ วข้องกับตวั ชวี้ ดั สาระเทคโนโลยี

ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๙ ระบบทางเทคโนโลยี technological กลุ่มของส่วนต่าง ๆ ตงั้ แต่ สองสว่ นขน้ึ ไป
ประกอบเขา้ ด้วยกัน และทำงานรว่ มกัน
system เพือ่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงค์ โดยในการทำงาน
ของระบบ ทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย
๑๐ เหตุผลเชิงตรรกะ logical reasoning ตวั ป้อน (input) กระบวนการ (process) และ
๑๑ เหตผุ ลวบิ ตั ิ logical fallacy ผลผลติ (output) ที่สัมพันธก์ ัน นอกจากนี้
ระบบทางเทคโนโลยี อาจมีข้อมูลยอ้ นกลบั
๑๒ อัตลักษณ์ Identity (feedback) เพื่อใช้ปรับปรงุ การทำงานได้ตาม
วตั ถปุ ระสงค์
๑๓ อัลกอริทมึ algorithm
การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์ หรอื เง่อื นไขท่ี
๑๔ แอปพลเิ คชัน software เก่ียวข้อง เพื่อ แกป้ ญั หาได้ครอบคลุมทุกกรณี
application
การใช้เหตผุ ลท่ผี ิดพลาดไม่อยู่บน พน้ื ฐานของ
ความจริง ไม่มนี ้ำหนกั สมเหตุสมผลมา
สนับสนนุ หรอื ชี้นำขอ้ สรปุ ที่ผดิ ให้ดูนา่ เช่อื ถือ

ลักษณะเฉพาะหรือข้อมลู สำคัญ ทบ่ี ง่ บอกถึง
ความเป็นตวั ตนของ บุคคลหรอื สงิ่ ใดสง่ิ หนง่ึ
เชน่ ชอ่ื บัญชผี ใู้ ชใ้ บหนา้ ลายนิ้วมอื

ข้นั ตอนในการแกป้ ญั หาหรือ การทำงาน โดยมี
ลำดับของ คำสงั่ หรอื วธิ ีการที่ชดั เจน ที่
คอมพิวเตอรส์ ามารถปฏบิ ัติ ตามได้

ซอฟตแ์ วร์ประยุกตท์ ีท่ ำงาน บนคอมพิวเตอร์
สมารต์ โฟน แท็บเล็ต หรอื อุปกรณเ์ ทคโนโลยี
อน่ื ๆ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๓๖
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

ภาคผนวก ข
คำสัง่ แต่งตัง้ คณะกรรมการจัดทำหลกั สตู รสถานศึกษา

(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๕)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๐)

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก ๑๓๗
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

คำส่ังโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก

ท่ี 0๓๔ / 25๖๕

เรอ่ื ง แต่งต้ังคณะกรรมการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก

(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 256๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.256๐)

……………………………………………………

ตามที่โรงเรียนบ้านแม่อ้อนอกได้ประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เมื่อปีการศึกษา

๒๕๖๔ และไดป้ รบั หลกั สูตรใหส้ อดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

เพื่อให้การบรหิ ารหลักสูตรและงานพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอกเปน็ ไปอย่างมี

ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ที่กำหนดให้

สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำกรอบสาระการเรียนรู้ของหลักสูตร เพื่อความเป็นพลเมืองดีของชาติ การ

ดำรงชีวิตและการประกอบอาชพี ตลอดจนการศกึ ษาต่อ

ดงั นัน้ ทางโรงเรียนจึงแตง่ ตัง้ คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก (ฉบับ

ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อประกาศใช้ในปี

การศกึ ษา ๒๕๖๕ ดังมรี ายนามคณะกรรมการต่อไปนี้

1. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย

๑. นายกติ ติ โพธสิ ทิ ธิ์ ประธานกรรมการ

๒. นางสาวพชั รพรรณ คำตา กรรมการ

๓. นางสาวศริ ญิ า อภยั สุรสิทธิ์ กรรมการและเลขานุการ

หนา้ ที่ อำนวยการ เสนอแนะและแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

๒. คณะกรรมการดำเนินงานพฒั นาหลักสูตร

๑. นางสาวพชั รพรรณ คำตา ประธานกรรมการ

๒. นางวชิรา มูลกลาง กรรมการ

๓. นายพิทักษ์ ป้อมล้อม กรรมการ

๔. นางกรณัฐ หลวิ ชาญพิมพ์ กรรมการ

๕. นางสาวจริ าพร มัฆวาล กรรมการ

๖. นางสาวเสาวลกั ษณ์ กันยะวงหา กรรมการ

๗. นายกริ ภัทร์ กันทา กรรมการ

๘. นางสาวศิริญา อภัยสรุ สิทธิ์ กรรมการและเลขานุการ

หนา้ ท่ี ๑. กำหนดโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก ๑๓๘
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)

๒. รวบรวมข้อมูลจากคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรประจำกลุ่มสาระ ศึกษาวิเคราะห์

หลักสตู รแกนกลางขน้ั พื้นฐาน และแนวการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล

๓. จัดทำโครงสร้างหลักสูตรและสาระต่างๆ ที่กำหนดให้มีในหลักสูตรสถานศึกษาที่

สอดคล้องกบั วิสยั ทัศน์ เป้าหมายและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ บูรณาการเนอ้ื หาสาระท้งั ในกลุ่มสาระ

การเรียนรแู้ ละระหวา่ งกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ตามความเหมาะสม

๔. จัดทำหลักสตู รสถานศึกษา นเิ ทศการใชห้ ลักสูตรสถานศึกษา ตดิ ตามประเมินผลการใช้

หลักสูตร ปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสตู ร

๓. คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย

๑. นางสาวพชั รพรรณ คำตา หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

๒. นางสาวศริ ญิ า อภยั สุรสิทธ์ิ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรฯ์

๓. นางวชิรา มูลกลาง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

๔. นายกิรภทั ร์ กันทา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาฯ

๕. นายกริ ภทั ร์ กันทา หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาฯ

๖. นางสาวศริ ิลักษณ์ จนั ทรเ์ สาร์ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ

๗. นายพิทกั ษ์ ปอ้ มลอ้ ม หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ

๘. นางสาวศริ ิลักษณ์ จนั ทรเ์ สาร์ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

๙. นางสาวเสาวลกั ษณ์ กันยะวงหา กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

(ภาษาจนี )

๑๐. นางสาวจิราพร มฆั วาล กลุ่มกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน (แนะแนว, ลกู เสือ

,ชมุ นุม)

๑๑. นางกรณฐั หลวิ ชาญพมิ พ์ หลักสูตรปฐมวยั

๑๒. นางสาวนรศิ รา ย่อมยา หลักสตู รปฐมวัย

๑๓. นางสาวพชั รพรรณ คำตา การวดั และประเมนิ ผล

๑๔. นางสาวศริ ญิ า อภยั สุรสทิ ธ์ิ การวัดและประเมินผล

หน้าท่ี ปรบั ปรงุ หลกั สตู รของแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กลมุ่ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นใหส้ อดคลอ้ งกับ
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 256๐)

ขอให้ผู้ท่ีไดร้ ับการแตง่ ต้ังปฏบิ ัติหนา้ ทอ่ี ยา่ งเตม็ ความสามารถ ก่อประโยชน์สูงสดุ ตอ่ ราชการสบื ไป
สง่ั ณ วนั ท่ี ๖ เมษายน พ.ศ. 256๕

( นายกิตติ โพธิสิทธิ์) ๑๓๙
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)


Click to View FlipBook Version