าต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้
รเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
-
นการขดั ถูแล้ว เมื่อนำเขา้
หรือผลกั กัน แรงทีเ่ กดิ ข้ึนนี้
ป็นแรงไมส่ ัมผัส เกิดข้ึน
ะจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี
ฟฟ้าบวกและประจไุ ฟฟา้
ฟฟา้ ชนิดเดียวกันผลักกัน
ดูดกนั
87
สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ
ชวี ิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลืน่ ปรากฏการณท์ ี่เก่ยี วข้องกบั เสยี ง แสง และคลน่ื แ
รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ช้วี ดั สาระกา
ว 2.3 ป 6/1 1. ระบุส่วนประกอบและบรรยายหนา้ ที่ ของ - วงจรไฟฟา้ อยา่ งง
แตล่ ะส่วนประกอบของวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย ไฟฟา้ สายไฟฟา้ แ
จากหลักฐานเชิงประจักษ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า แหล
ว 2.3 ป 6/2 2. เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ถ่านไฟฉาย หรอื แบ
ไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป
เช่อื มตอ่ ระหว่างแห
เครือ่ งใช้ไฟฟ้าเข้าด
หนา้ ที่เปลยี่ นพลังง
ว 2.3 ป 6/3 3. ออกแบบกำรทดลองและทดลองดว้ ยวิธี - เม่ือนำเซลล์ไฟฟ้า
ทเี่ หมาะสมในการอธิบายวธิ กี ารและผลของ โดยใหข้ ้ัวบวกของเ
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ขวั้ ลบของอกี เซลลห์
ว 2.3 ป 6/4 4. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของความรขู้ องการ ทำใหม้ ีพลงั งานไฟฟ
ตอ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งก
เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รมโดยบอกประโยชน์ อนกุ รมสามารถนำ
และการประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ชวี ติ ประจำวัน เชน่
ว 2.3 ป 6/5 5. ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธี - การต่อหลอดไฟฟ
ทีเ่ หมาะสมในการอธบิ ายการตอ่ หลอดไฟฟ้า ไฟฟ้าดวงใดดวงหน
แบบอนุกรมและแบบขนาน เหลอื ดับทงั้ หมด ส
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
ถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานใน
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ารเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถนิ่
-
ง่ายประกอบด้วยแหลง่ กำเนิด
และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
ลง่ กำเนิดไฟฟ้า เชน่
บตเตอร่ี ทำหนา้ ทีใ่ หพ้ ลงั งาน
ปน็ ตวั นำไฟฟา้ ทำหน้าท่ี
หล่งกำเนดิ ไฟฟา้ และ
ดว้ ยกัน เคร่ืองใช้ไฟฟ้ามี
งานไฟฟา้ เป็นพลังงานอ่นื
าหลายเซลล์มาตอ่ เรยี งกัน
เซลล์ไฟฟา้ เซลลห์ นงึ่ ตอ่ กบั
หนึ่งเปน็ การต่อแบบอนุกรม
ฟา้ เหมาะสมกบั
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ
ำไปใช้ประโยชน์ใน
น การตอ่ เซลล์ไฟฟา้ ในไฟฉาย
ฟ้าแบบอนุกรมเม่ือถอดหลอด
นึ่งออกทำใหห้ ลอดไฟฟา้ ท่ี
ส่วนการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบ
88
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ช้ีวัด สาระกา
ว 2.3 ป 6/6 6. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของความรขู้ องการ ขนาน เมอ่ื ถอดลอด
หลอดไฟฟ้าทเ่ี หลอื
ต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน ก็ยังสวา่ งได้ การตอ่
สามารถนำไปใชป้ ร
โดยบอกประโยชน์ ข้อจำกดั และการ ไฟฟ้าหลายดวงในบ
แบบขนานเพอ่ื เลือ
ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั หน่งึ ได้ตามต้องการ
ว 2.3 ป 6/7 7. อธบิ ายการเกดิ เงามดื เงามัวจากหลักฐาน - เมอ่ื นำวัตถุทบึ แส
เชงิ ประจักษ์ ฉากรบั แสงที่อย่ดู ้า
คลา้ ยวตั ถุที่ทำใหเ้ ก
ว 2.3 ป 6/8 8. เขียนแผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิด แสงบางสว่ นตกลงบ
เงามืดเงามวั บริเวณท่ไี ม่มแี สงต
บนฉากเลย
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
ารเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่
ดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่งึ ออก
อ
อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบ
ระโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอด
บา้ นจึงตอ้ งตอ่ หลอดไฟฟ้า
อกใช้หลอดไฟฟา้ ดวงใดดวง
ร
สงมาก้ันแสงจะเกดิ เงาบน
านหลงั วัตถุ โดยเงามรี ปู ร่าง
กิดเงา เงามัวเปน็ บริเวณที่มี
บนฉาก ส่วนเงามืดเปน็
ตกลง
89
สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนา
ภายในระบบสรุ ยิ ะทส่ี ่งผลตอ่ ส่ิงมชี วี ติ และการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
รหัสตัวช้ีวดั ตัวชีว้ ัด สาระการ
ว 3.1 ป 6/1 1. สรา้ งแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกิด และ
เปรียบเทยี บปรากฏการณส์ รุ ิยปุ ราคา และ - เมอ่ื โลกและดวงจ
ว 3.1 ป 6/2 จนั ทรุปราคา เส้นตรงเดยี วกันกบั
เหมาะสม ทำให้ดว
2. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยอี วกาศ ของดวงจนั ทร์ทอด
และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมา บรเิ วณเงาจะมองเห
ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่ ปรากฏการณส์ ุรยิ ปุ
รวบรวมได้ เต็มดวง สรุ ิยปุ ราคา
วงแหวน
หากดวงจนั ทรแ์ ละ
เส้นตรงเดียวกันกับ
จนั ทร์เคลือ่ นท่ผี า่ น
ดวงจันทร์มืดไป เก
จันทรุปราคา ซึ่งมีท
และจันทรุปราคาบ
- เทคโนโลยอี วกาศ
มนษุ ย์ในการสำรวจ
กลอ้ ง-โทรทรรศน์ แ
ขนสง่ เพ่ือสำรวจอว
ขนส่งอวกาศ และย
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
าการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์
รเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน
จนั ทร์ โคจรมาอยู่ในแนว -
บดวงอาทิตยใ์ นระยะทางที่
วงจนั ทรบ์ ังดวงอาทิตย์ เงา -
ดมายังโลก ผู้สังเกตท่อี ยู่
หน็ ดวงอาทิตย์มดื ไป เกิด
ปรำคำ ซึ่งมีท้ังสุริยปุ ราคา
าบางสว่ น และสุริยุปราคา
ะโลกโคจรมาอยู่ในแนว
บดวงอาทิตย์ แล้วดวง
นเงาของโลก จะมองเห็น
กิดปรากฏการณ์
ท้งั จนั ทรุปราคาเตม็ ดวง
บางส่วน
ศเริม่ จากความต้องการของ
จวตั ถทุ อ้ งฟา้ โดยใชต้ าเปล่า
และไดพ้ ัฒนาไปสกู่ าร
วกาศดว้ ยจรวดและยาน
ยงั คงพฒั นาอยา่ งต่อเนอื่ ง
90
รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชี้วัด สาระการ
ปัจจุบนั มกี ารนำเทค
ประเภทมาประยกุ ต
การใช้ดาวเทยี มเพื่อ
อากาศ หรือการสำ
การใช้อุปกรณ์วัดช
หมวกนิรภยั ชุดกฬี
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบว
เปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศโลกรวมท้งั ผลต่อส่ิงมีชวี ิตและสิ่งแวดล้อม
รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ดั สาระการ
ว 3.2 ป 6/1
1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี - หินเปน็ วัสดแุ ขง็ เก
หินตะกอน และหนิ แปรและอธบิ ายวฏั จกั ร ประกอบ ดว้ ยแรต่ ัง้
หนิ จากแบบจำลอง สามารถจำแนกหิน
เปน็ 3 ประเภท ได
และหนิ แปร
- หนิ อัคนีเกดิ จากก
หิน มีลกั ษณะเป็นผ
ขนาดเล็ก บางชนดิ
พรนุ
- หนิ ตะกอน เกดิ จา
เม่อื ถูกแรงกดทับแล
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
คโนโลยีอวกาศบาง
ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั เชน่
อการส่อื สาร การพยากรณ์
ำรวจทรัพยากรธรรมชำติ
ชพี จรและการเตน้ ของหวั ใจ
ฬา
วนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ
ม
รเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
กิดขึ้นเองตามธรรมชำติ -สังเกต เปรยี บเทียบ หินท่ีพบบรเิ วณโรงเรียน
งแต่หนง่ึ ชนิดขึน้ ไป และหินท่ีพบทัว่ ไป
นตำมกระบวนการเกิดได้
ด้แก่ หินอคั นี หินตะกอน
การเยน็ ตวั ของแมกมา เนื้อ
ผลกึ ท้งั ผลึกขนาดใหญ่และ
ดอาจเปน็ เนื้อแกว้ หรือมีรู
ากการทบั ถมของตะกอน
ละมีสารเช่ือมประสานจงึ
91
รหัสตวั ชี้วดั ตวั ชวี้ ดั สาระการ
ว 3.2 ป 6/2
2. บรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์ เกดิ เป็นหนิ เนอ้ื หิน
ของหินและแรใ่ นชวี ิตประจำวันจากข้อมลู เปน็ เม็ดตะกอน มที
ทร่ี วบรวมได้ ละเอยี ด บางชนดิ เป
เกดิ จากการตกผลกึ
โดยเฉพาะน้ำทะเล
ๆ จงึ เรยี กอีกชอื่ วา่ ห
- หินแปร เกิดจากก
ซงึ่ อาจเปน็ หินอคั น
โดยการกระทำของ
ปฏกิ ริ ยิ าเคมี เนื้อห
ผลึกของแรเ่ รียงตัว
ชนิดแซะออกเป็นแ
ผลึกท่ีมคี วามแขง็ ม
- หินในธรรมชาตทิ
เปลย่ี นแปลงจากปร
ประเภทหน่ึง หรือป
รปู การเปล่ยี นแปลง
จักร
หินและแร่แต่ละชน
แตกต่างกัน มนุษย์
ชวี ติ ประจำวนั ในล
มาทำเคร่ืองสำอาง
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
นกลุ่มนีส้ ว่ นใหญ่มีลักษณะ -
ทั้งเน้ือหยาบและเน้ือ
ปน็ เน้ือผลึกท่ยี ึดเกาะกนั
กหรือตกตะกอนจากน้ำ
บางชนิดมีลักษณะเป็นชัน้
หนิ ชนั้
การแปรสภาพของหนิ เดิม
นี หินตะกอน หรือหนิ แปร
งความรอ้ น ความดัน และ
หนิ ของหินแปรบางชนดิ
วขนานกัน เปน็ แถบ บาง
แผ่นได้ บางชนิด เปน็ เนอ้ื
มาก
ท้ัง ประเภท มีการ
ระเภทหนงึ่ ไปเปน็ อีก
ประเภทเดิมได้ โดยมีแบบ
งคงทแี่ ละต่อเน่อื งเป็นวัฏ
นดิ มีลกั ษณะและสมบัติ
ใชป้ ระโยชน์จากแรใ่ น
ลกั ษณะตา่ ง ๆ เช่น นำแร่
ยำสีฟัน เครื่องประดับ
92
รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชีว้ ัด สาระการ
ว 3.2 ป 6/3
อุปกรณ์ทางการแพ
ว 3.2 ป 6/4
งานกอ่ สร้างตา่ ง ๆ
3. สรา้ งแบบจำลองที่อธบิ ายการเกิด ซาก - ซากดึกดำบรรพ์เก
ดกึ ดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดลอ้ มใน ประทับรอยของสงิ่ ม
อดตี ของซากดกึ ดำบรรพ์ โครงสร้างของซากห
ปรากฏอยใู่ นหนิ ใน
บรรพ์ ที่หลากหลาย
ปลา เตา่ ไดโนเสาร
- ซากดึกดำบรรพ์ส
หนึ่งท่ีชว่ ยอธบิ ายส
อดีตขณะเกดิ ส่งิ มชี
ดกึ ดำบรรพ์ของ หอ
บริเวณนั้นอาจเคยเ
และหากพบซากดึก
สภาพแวดลอ้ มบรเิ ว
กอ่ น นอกจากนี้ซาก
ระบุอายุของหนิ แล
วิวัฒนาการของส่ิงม
4. เปรยี บเทยี บการเกิดลมบก ลมทะเล - ลมบก ลมทะเล แ
และมรสุม รวมท้ังอธิบายผลที่มีต่อสง่ิ มีชีวติ และ พน้ื น้ำร้อนแล
และสง่ิ แวดลอ้ ม จากแบบจำลอง อุณหภมู ิอากาศเหน
แตกตา่ งกนั จึงเกิด
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่ออ้ นอก
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
-
พทย์ และนำหนิ มาใช้ใน
เปน็ ตน้ -
กิดจากการทับถม หรือการ
มีชวี ติ ในอดีต จนเกดิ เป็น
หรือรอ่ งรอยของส่ิงมีชีวิตท่ี
นประเทศไทยพบซากดึกดำ
ย เช่น พืช ปะกำรัง หอย
ร์ และรอยตีนสัตว์
สามารถใช้เป็นหลกั ฐาน
สภาพแวดล้อมของพนื้ ทีใ่ น
ชีวติ นั้น เช่น หากพบซาก
อยนำ้ จืด สภาพแวดลอ้ ม
เป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน
กดำบรรพ์ของพชื
วณน้ันอาจเคยเปน็ ปา่ มา
กดึกดำบรรพ์ยังสามารถใช้
ละเปน็ ข้อมูลในการศกึ ษา
มีชวี ติ
และมรสุม เกิดจากพนื้ ดิน
ละเยน็ ไม่เท่ากันทำให้
นือพนื้ ดนิ และพื้นนำ้
ด การเคลื่อนท่ขี องอากาศ
93
รหัสตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ดั สาระการ
ว 3.2 ป 6/5 5. อธบิ ายผลของมรสมุ ต่อการเกดิ ฤดูของ จากบริเวณท่มี ีอุณห
ประเทศไทย จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ อณุ หภมู สิ งู
- ลมบกและลมทะ
บรเิ วณชายฝ่ัง โดยล
ทำใหม้ ลี มพดั จากช
ทะเลเกดิ ในเวลากล
ทะเลเขา้ ส่ชู ายฝงั่
- มรสมุ เปน็ ลมประ
ของโลก ซง่ึ เป็นบริเ
ประเทศไทยไดร้ ับผ
ตะวนั ออกเฉียงเหน
กลางเดือนตุลำคมจ
เกดิ ฤดหู นาว และไ
ตะวันตกเฉียงใต้ใน
พฤษภาคมจนถงึ กล
ฤดฝู น ส่วนช่วงประ
กมุ ภาพนั ธจ์ นถึงกล
ช่วงเปลีย่ นมรสุมแล
ศูนย์สูตร แสงอาทิต
ประเทศไทย ในเวล
รอ้ นจำกดวงอาทิตย
อบอ้าวทำให้เกดิ ฤด
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
หภูมิต่ำ ไปยังบริเวณทมี่ ี -
ะเลเป็นลมประจำถ่นิ ที่พบ
ลมบกเกิดในเวลากลางคืน
ชายฝ่งั ไปสู่ทะเล สว่ นลม
ลางวัน ทำให้มีลมพดั จาก
ะจำฤดูเกิดบริเวณเขตรอ้ น
เวณกว้างระดับภมู ิภาค
ผลจากมรสุม
นอื ในช่วงประมาณ
จนถึงเดือนกุมภาพนั ธท์ ำให้
ได้รบั ผลจากมรสุม
นชว่ งประมาณกลางเดือน
ลางเดือนตุลำคมทำใหเ้ กดิ
ะมาณกลางเดอื น
ลางเดือนพฤษภาคมเป็น
ละประเทศไทยอยู่ใกล้เส้น
ตย์เกือบตงั้ ตรงและตัง้ ตรง
ลาเทย่ี งวนั ทำใหไ้ ด้รับความ
ย์อยา่ งเต็มท่ีอากาศจึงร้อน
ดูร้อน
94
รหสั ตวั ชี้วัด ตัวชีว้ ัด สาระการ
ว 3.2 ป 6/6 6. บรรยายลักษณะและผลกระทบของ นำ้
ว 3.2 ป 6/7 ทว่ ม การกัดเซาะชายฝง่ั ดินถล่ม - น้ำท่วม การกัดเซ
แผ่นดนิ ไหว สึนามิ แผน่ ดนิ ไหว และ ส
ว 3.2 ป 6/8 7. ตระหนักถงึ ผลกระทบของภัยธรรมชำติ และสิ่งแวดลอ้ มแต
ว 3.2 ป 6/9 และธรณพี บิ ัติภยั โดยนำเสนอแนวทางใน - มนษุ ย์ควรเรยี นรู้ว
การเฝา้ ระวงั และปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัยจาก เช่น ตดิ ตามขา่ วสา
ภยั ธรรมชำติและธรณพี บิ ัตภิ ยั ทีอ่ าจเกิดใน ยงั ชีพ ใหพ้ ร้อมใชต้
ท้องถิน่ คำสั่งของผ้ปู กครอง
เครง่ ครดั เม่ือเกดิ ภยั
8. สร้างแบบจำลองทอ่ี ธิบายการเกิด พิบตั ภิ ัย
ปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของ
ปรากฏการณเ์ รือนกระจกต่อส่งิ มีชวี ติ - ปรากฏการณเ์ รือน
9. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของปรากฏการณ์ กระจกในชั้นบรรยา
เรอื นกระจกโดยนำเสนอแนวทางการ รอ้ นแลว้ คายความ
ปฏิบตั ติ นเพ่อื ลดกิจกรรมทีก่ ่อให้เกิดแกส๊ ทำให้อากาศ บนโล
เรือนกระจก การดำรงชีวติ
- หากปรากฏการณ
ข้ึน จะมผี ลต่อการเ
มนษุ ย์ จงึ ควรรว่ มก
แก๊สเรอื นกระจก
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
ซาะชายฝั่ง ดนิ ถลม่ -
สนึ ามิ มผี ลกระทบตอ่ ชวี ติ
ตกต่างกนั -
วิธปี ฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั
ารอย่างสมำ่ เสมอ เตรียมถุง
ตลอดเวลา และปฏบิ ตั ติ าม
งและเจา้ หนา้ ทอี่ ยา่ ง
ยทางธรรมชำตแิ ละธรณี
นกระจกเกิดจากแกส๊ เรือน
ากาศของโลก กักเก็บความ
มร้อนบางส่วนกลับส่ผู ิวโลก
ลกมีอุณหภมู ิเหมะสมตอ่
ณ์เรือนกระจกรนุ แรงมาก
เปลย่ี นแปลงภูมอิ ากาศโลก
กันลดกจิ กรรมทก่ี ่อใหเ้ กิด
95
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พ่ือการดำรงชวี ิตในสงั คมทีม่
คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้า
เหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และส่งิ แวดล้อม
รหัสตัวชี้วัด ตวั ช้ีวัด สาระการ
- -
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชวี ติ จร
ในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมีจ
รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชีว้ ดั สาระการ
ว 4.2 ป 6/1
1. ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการอธิบายและ - การแกป้ ัญหาอย่า
ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หาท่ีพบใน แก้ปญั หาได้อย่างม
ชีวิตประจำวัน - การใช้เหตผุ ลเชิงต
กฎเกณฑ์ หรือเงื่อน
ใชพ้ จิ ารณา ในการ
- แนวคิดของการท
เงอ่ื นไข
- กำรพจิ ารณากระ
ทำงานแบบวนซำ้ ห
ชว่ ยใหก้ ารออกแบบ
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
มีการเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์
างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
รเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
- -
ริงอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนและเปน็ ระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
จริยธรรม
รเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
-
างเปน็ ขัน้ ตอนจะชว่ ยให้
มปี ระสิทธภิ าพ
ตรรกะเปน็ การนำ
นไขทคี่ รอบคลุมทุกกรณมี า
รแก้ปญั หา
ทำงานแบบวนซ้ำ และ
ะบวนการทำงานทม่ี ีการ
หรือเง่ือนไขเป็นวิธีการทจ่ี ะ
บวธิ กี ารแก้ปัญหาเป็นไป
พ
96
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชี้วัด สาระการ
ว 4.2 ป 6/2 2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย - ตวั อย่างปัญหา เ
เพือ่ แกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวัน ตรวจหำ ตอ้ งการให้เร็วท่ีสุด
ข้อผดิ พลาดของโปรแกรมและแก้ไข 1 – 1,000,000
คำถาม, การคำนวณ
คำนงึ ถงึ ระยะทาง เ
- การออกแบบโปร
เขียน เปน็ ขอ้ ความ
- การออกแบบแล
ตัวแปร การวนซำ้ ก
หากมีข้อผิดพลาดใ
ละคำสงั่ เมื่อพบจุด
ให้ทำการแกไ้ ขจนก
- การฝึกตรวจหำขอ้
ของผู้อน่ื จะชว่ ยพฒั
ของปญั หาไดด้ ยี ิ่งข
- ตัวอยา่ งปญั หา เช
โปรแกรมหาคา่ ค.ร
- ซอฟต์แวร์ท่ีใชใ้ นก
Scratch, logo
ว 4.2 ป 6/3 3. ใช้อนิ เทอร์เน็ตในการคน้ หาข้อมูลอย่าง - การค้นหาอยา่ งมปี
มปี ระสิทธิภาพ ค้นหาข้อมลู ท่ีได้ตร
เวลาท่ีรวดเร็วจากแ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ
เชน่ การค้นหาเลขหน้าท่ี
ด, การทายเลข
0 โดยตอบใหถ้ ูกภายใน 20
ณเวลาในการเดนิ ทาง โดย
เวลา จุดหยดุ พัก
รแกรมสามารถทำไดโ้ ดย
ม หรือผังงาน
ละเขยี นโปรแกรมท่ีมกี ารใช้
การตรวจสอบเง่ือนไข –
ใหต้ รวจสอบการทำงาน ที
ดท่ีทำให้ผลลัพธ์ไมถ่ ูกต้อง
กวา่ จะไดผ้ ลลพั ธ์ทถ่ี กู ต้อง
อผดิ พลาดจากโปรแกรม
ฒนาทักษะการหาสาเหตุ
ขนึ้
ชน่ โปรแกรมเกม
ร.น เกมฝึกพิมพ์
การเขียนโปรแกรม เชน่
ประสิทธภิ าพ เปน็ การ
รงตามความตอ้ งการใน
แหลง่ ขอ้ มูลทีน่ ่าเชอื่ ถือ
97
รหัสตวั ช้ีวัด ตวั ชีว้ ดั สาระการ
ว 4.2 ป 6/4
4. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทำงานรว่ มกนั หลายแหล่ง และข้อ
อยา่ งปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี อง – การใช้เทคนคิ การ
ตน เคารพในสทิ ธิของผู้อ่ืน แจ้งผูเ้ กี่ยวขอ้ ง ตวั ดำเนนิ การ การร
เมอ่ื พบข้อมลู หรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม หรือชนดิ ของไฟล์
- การจดั ลำดบั ผลล
โปรแกรมคน้ หา
- การเรียบเรียง สร
กบั วชิ าภาษาไทย)
- อันตรายจากการใ
ทางอนิ เทอรเ์ นต็ แน
- วธิ กี ำหนดรหสั ผา่
- การกำหนดสิทธิ์ก
เขา้ ถึง)
- แนวทางการตรวจ
อันตรายจากการติด
อินเทอรเ์ นต็
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถนิ่
อมลู มคี วามสอดคล้องกัน
รค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้
ระบรุ ูปแบบของข้อมลู
ลพั ธจ์ ากกาคน้ หาของ
รุปสำระสำคัญ (บูรณาการ
ใชง้ านและอาชญากรรม
นวทางในการปอ้ งกนั
าน
การใชง้ าน (สทิ ธ์ิในการ
จสอบและปอ้ งกันมลั แวร์ –
ดต้ังซอฟต์แวร์ท่อี ยบู่ น
98
ส่วนท่ี ๒
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา
โรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึง
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
นั้นโรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้กำหนดรายละเอียดของรหัสวิชา ชื่อ
วิชา และโครงสรา้ งเวลาเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ของโรงเรยี นบ้านแม่อ้อนอก ไว้
ดงั นี้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแม่อ้อนอก ๙๙
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก
(ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕)
โครงสร้างเวลาเรยี น ระดับประถมศกึ ษา
กลุม่ สาระการเรยี นรู้/รายวิชา/กิจกรรม ป.๑ เวลาเรยี น : ชว่ั โมง/ปี ป6.
ระดับประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ วิชาพืน้ ฐาน ๒๐๐ ป.๒ ป3. ป4. ป.๕ ๑60
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐
คณติ ศาสตร์ ๘๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑60 ๑60 ๑๒0
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๘๐
-วทิ ยาศาสตร์ ๒๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒0 ๑๒0 ๔๐
-วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ๘0 ๖๐ ๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘0
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ประวัติศาสตร์ ๔0 ๘0 ๘0 ๘0 ๘0 ๘0
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40 ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔0
ศลิ ปะ ๔๐ ๔0 ๔0 ๘0 ๘0 40
การงานอาชพี ๑๒0 40 40 ๔0 ๔0 ๘0
ภาษาตา่ งประเทศ 840 ๔๐ ๔๐ 40 40 8๔๐
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าพืน้ ฐาน) ๑๒0 ๑๒0 ๘0 ๘0
๔0 840 840 8๔๐ 8๔๐ ๔0
รายวิชาเพิ่มเติม ๘๐ ๘๐
ภาษาอังกฤษ ๑๒๐ ๔0 ๔0 ๔0 ๔0 ๑๒0
ภาษาจนี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรยี น (รายวชิ าเพิ่มเตมิ ) ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒0 ๔0
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔0 ๔0 ๔0
กจิ กรรมแนะแนว ๓๐ ๓๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔0 ๔0 ๔0 ๔0
ลูกเสือ/เนตรนารี ๑๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐
ชมุ นุม
กิจกรรมเพ่อื สงั คม ๑๒0 ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๒0
และสาธารณประโยชน์
รวมเวลา (กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น) ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0
รวมเวลาท้ังหมด 1,0๘0 ชวั่ โมง 1,0๘0 ชว่ั โมง
หมายเหตุ วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.๑-ป.๓ : ๒๐ ชวั่ โมง/ปี (จัดการเรียนร้ภู าคเรียนที่ ๒)
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก ๑๐๐
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลกั สตู รช้ันปี
ระดบั ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ า รหัสวิชา ระดบั ช้ัน เวลาเรยี นรายปี
(ช่วั โมง)
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1 ว 11101 ประถมศึกษาปที ี่ 1 80
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 ว 12101 ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 3 ว 13101 ประถมศึกษาปีที่ 3 80
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4 ว 14101 ประถมศึกษาปีที่ 4 80
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 5 ว 15101 ประถมศึกษาปที ี่ 5 120
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ว 16101 ประถมศึกษาปที ่ี 6 120
120
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๐๑
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างรายวชิ า ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 เวลา 80 ชัว่ โมง / ปี
รหสั วิชา ว 11101
ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เนอื้ หา จำนวน น้ำหนัก
1. การเรยี นรสู้ ิง่ ตา่ งๆ ตวั ช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน
รอบตัว
บูรณาการ - เรียนรู้แบบนักวทิ ยาศาสตร์ (การสืบเสาะหา 1๐
2. ตัวเรา สตั ว์ และพชื
รอบตัว และทกั ษะทาง ความร)ู้
3. สิ่งตา่ งๆรอบตวั เรา
4. โลกและท้องฟ้าของ วทิ ยาศาสตร์ - เรียนรู้แบบนกั วิทยาศาสตร์ (การสังเกตและการลง
เรา
5. วิทยาการคำนวณ ความเห็นจากข้อมลู )
รวม - เรยี นรแู้ บบนกั วทิ ยาศาสตร์ (การจำแนกประเภท)
- เรยี นร้แู บบนกั วทิ ยาศาสตร์ (การพยากรณ)์
ว๑.๑ ป.๑/๑ - ร่างกายของเรา 12
ว๑.๑ ป.๑/๒ - สตั ว์และพืชรอบตัวเรา
ว 1.2 ป1/1
ว 1.2 ป1/2
ว 2.1 ป1/1 - วัสดรุ อบตวั เรา (วตั ถุ และวสั ด)ุ 18
ว 2.1 ป1/2 - วสั ดรุ อบตวั เรา (วสั ดุในชวี ติ ประจำวัน)
ว 2.3 ป1/1 - เสยี งในชวี ติ ประจำวัน
ว 3.1 ป1/1 - หิน 18
ว 3.1 ป1/2 - ท้องฟา้ และดวงดาว
ว 3.2 ป1/1
ว 4.2 ป1/1 -การแกป้ ัญหาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถูก 20
ว 4.2 ป1/2 การเปรยี บเทยี บ
ว 4.2 ป1/3 -ขนั้ ตอนการทำงานหรอื การแกป้ ญั หาอยา่ งงา่ ยโดย
ว 4.2 ป1/4 ใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือข้อความ
ว 4.2 ป1/5 -การเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวร์ หรอื
สื่อ
-การใช้เทคโนโลยใี นการสรา้ ง จดั เกบ็ เรยี กใช้ข้อมูล
-การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั และ
ดแู ลรักษาอุปกรณเ์ บอ้ื งตน้
15 80
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรยี น 30
รวมคะแนนทั้งปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน ๑ ชั่วโมง
สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ จำนวน ๑ ช่วั โมง
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก ๑๐๒
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสรา้ งรายวชิ า ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 80 ช่วั โมง / ปี
รหสั วชิ า ว12101
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เนือ้ หา จำนวน นำ้ หนัก
ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
1. การเรียนรู้สิ่งต่างๆ บรู ณาการ 1๐
รอบตัว และทกั ษะทางวทิ ยาศาสตร์
2. วัสดุและการใช้ ว๒.๑ ป.๒/๑ - สมบตั กิ ารดูดซับนำ้ ของวัสดุ ๑๖
ประโยชน์ ว๒.๑ ป.๒/๒ - สมบตั ขิ องวสั ดทุ ่ีได้จากการผสมวัสดุ
ว๒.๑ ป.๒/๓ - การใชป้ ระโยชนจ์ ากวัสดุ
ว๒.๑ ป.๒/๔
3. แสงและสง่ิ มีชวี ติ ว๑.๒ ป.๒/๑ - แสงและการมองเห็น ๒๐
ว๑.๒ ป.๒/๒ - ส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ ไม่มีชีวติ
ว๑.๒ ป.๒/๓ - ชีวิตพืช
ว๑.๓ ป.๒/๑
ว๒.๓ ป.๒/๑
ว๒.๓ ป.๒/๒
4. โลกและทอ้ งฟา้ ของ ว ๓.๒ ป.๒/๑ - ดนิ ในทอ้ งถนิ่ 1๒
เรา ว ๓.๒ ป.๒/๒ - ประโยชน์ของดนิ
๕. วิทยาการคำนวณ ว 4.2 ป2/1 -ข้ันตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่าง 20
ว 4.2 ป2/2 ง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ
ว 4.2 ป2/3 -การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้
ว 4.2 ป๒/4 ซอฟตแ์ วร์ หรือสือ่
-การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่
ค้นหา จัดเกบ็ และเรยี กใช้ข้อมลู
-การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
และดแู ลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้น
รวม ๑๖ ๘๐
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรยี น 30
รวมคะแนนท้งั ปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๑ ช่ัวโมง
สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑ ช่วั โมง
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก ๑๐๓
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างรายวิชา ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 เวลา 80 ชัว่ โมง / ปี
รหสั วชิ า ว13101
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เนอื้ หา จำนวน นำ้ หนกั
๑.การเรยี นร้สู งิ่ ต่างๆ ตวั ชวี้ ดั (ช่ัวโมง) คะแนน
รอบตัว ว4.2 ป.3/1
และทักษะ - ทกั ษะการจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมูล 1๐
2. อากาศและชีวิต ทาง
สตั ว์ วทิ ยาศาสตร์ - ทกั ษะการหาความสมั พันธ์ระหว่างสเปซ
๓. การเปล่ียนแปลง ว 1.2 ป.3/1 กบั สเปซ
ของวตั ถุและวสั ดุ ว 1.2 ป.3/2
๔. แรงใน ว 1.2 ป.3/3 - ทกั ษะการหาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั
ชีวติ ประจำวนั ว 1.2 ป.3/4
ว3.2 ป.3/1 เวลา
๕. โลกและทอ้ งฟา้ ว3.2 ป.3/2
ของเรา ว3.2 ป.3/3 - ทักษะการสร้างแบบจำลอง
ว3.2 ป.3/4
ว 2.1 ป3/1 - หลกั ฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์
ว 2.1 ป3/2
ว 2.2 ป3/1 - ส่วนประกอบของอากาศ 2๒
ว 2.2 ป3/2
ว 2.2 ป3/3 - มลพิษทางอากาศ
ว 2.2 ป3/4
ว 2.3 ป3/1 - การเกดิ ลม
ว 2.3 ป3/2,
ว 2.3 ป3/3 - การเจริญเตบิ โตของสัตว์
ว 3.1 ป3/1
ว 3.1 ป3/2 - การเจรญิ เตบิ โตของมนษุ ย์
ว 3.1 ป3/3
- การเปล่ียนแปลงวตั ถุ และวัสดุ ๘
- ความรอ้ นมีผลตอ่ วสั ดุ 1๒
- แรงสัมผัส
- แรงไม่สมั ผสั ๑๖
- ดวงอาทิตย์
- ปรากฏการณ์ของโลก
- การเปลย่ี นแปลงพลังงาน
- พลังงานไฟฟ้า
- การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั
- การใชไ้ ฟฟา้ อย่างปลอดภยั
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๐๔
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ เนือ้ หา จำนวน นำ้ หนัก
๖. วทิ ยาการคำนวณ
ตัวชวี้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
รวม
ว 4.2 ป3/1 -แสดงอลั กอรทิ ึมในการทำงานแก้ปญั หา 10
ว 4.2 ป3/2 -เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย
ว 4.2 ป3/3 -การใช้อินเทอร์เนต็
ว 4.2 ป3/4 -การใช้ซอฟแวร์นำเสนอขอ้ มูล
ว 4.2 ป3/5 -การใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งปลอดภยั
25 80
คะแนนระหวา่ งเรยี น ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรยี น ๓0
รวมคะแนนทงั้ ปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 จำนวน ๑ ช่วั โมง
สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑ ชัว่ โมง
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ อ้ นอก ๑๐๕
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างรายวิชา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 เวลา 120 ช่ัวโมง / ปี
รหัสวิชา ว14101
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ เนือ้ หา จำนวน น้ำหนัก
1. การเรยี นรสู้ ิ่งต่างๆ ตวั ชวี้ ดั (ช่ัวโมง) คะแนน
รอบตัว
2. สิ่งมีชีวิต บูรณาการ - การสืบเสาะหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ ๔
3. แรงและพลงั งาน และทักษะทาง - การวัดและการใช้จำนวนของนกั วิทยาศาสตร์
4. วสั ดแุ ละสสาร
วิทยาศาสตร์ - การทดลองของนักวทิ ยาศาสตร์
๕. โลกและอวกาศ
๖. วิทยาการคำนวณ ว๑.๒ ป.๔/๑ - สงิ่ มชี วี ิตรอบตวั และการจดั กลุ่มสิ่งมีชวี ติ ๒๔
รวม ว๑.๓ ป.๔/๑ - ส่วนตา่ งๆของพืชดอก
ว๑.๓ ป.๔/๒
ว๑.๓ ป.๔/๓
ว๑.๓ ป.๔/๔
ว๒.๒ ป.๔/๑ - มวลและแรงโน้มถว่ งของโลก 1๒
ว๒.๒ ป.๔/๒ - ตวั กลางของแสง
ว๒.๒ ป.๔/๓
ว๒.๑ ป.๔/๑ - ความแขง็ ของวสั ดุ ๒๘
ว๒.๑ ป.๔/๒ - สภาพยดื หยนุ่ ของวสั ดุ
ว๒.๑ ป.๔/๓ - การนำความรอ้ นของวสั ดุ
ว๒.๑ ป.๔/๔ - การนำไฟฟา้ ของวสั ดุ
- สถานะของสาร
ว ๓.๑ ป๔/๑, ว - ดวงจันทร์ของเรา 1๐
๓.๑ ป๔/๒, ว - ระบบสุรยิ ะของเรา
๓.๑ ป๔/๓, ว
๓.๑ ป.๔/๔
ว 4.2 ป4/1 ว -ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย 40
4.2 ป4/2 ว -การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกปญั หาและการ
4.2 ป4/3 ทำงาน ตรวจหาข้อผดิ พลาด
ว 4.2 ป4/4 ว -ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการหาขอ้ มลู
4.2 ป4/5 -นำเสนอข้อมูลโดยใชซ้ อฟแวร์
-ใชเ้ ทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
-สทิ ธิหน้าทข่ี องตน และผูอ้ ื่น
21 120
คะแนนระหว่างเรยี น ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรียน 30
รวมคะแนนทงั้ ปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 จำนวน ๑ ชั่วโมง
สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๑ ชั่วโมง
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก ๑๐๖
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
รหสั วิชา ว15101 เวลา 120 ช่ัวโมง / ปี
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เนอ้ื หา จำนวน น้ำหนัก
ตัวช้วี ัด (ช่วั โมง) คะแนน
๑. การเรียนร้สู ิ่งต่างๆ บูรณาการ - เส้นทางขยะจากมือเรา ๔
รอบตวั และทักษะ ๑๘
ทาง ๑๒
วิทยาศาสตร์ ๒๕
๒. แรงและพลงั งาน ว ๒.๒ ป.๕/๑ - แรงลพั ธ์และแรงเสียดทาน 1๙
ว ๒.๒ ป.๕/๒ - เสยี ง
ว ๒.๒ ป.๕/๓
ว ๒.๒ ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๕
ว 2.3 ป.5/1
ว 2.3 ป 5/2
ว 2.3 ป 5/3
ว 2.3 ป 5/4
ว 2.3 ป 5/5
๓. การเปลี่ยนแปลง ว ๒.๑ ป.๕/๑ - การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
ของสาร ว ๒.๑ ป.๕/๒ - การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
๔. วฏั จกั ร ว ๒.๑ ป.๕/๓ - การเปลี่ยนแปลงทีผ่ นั กลับไดแ้ ละผันกลบั
ว ๒.๑ ป.๕/๔ ไมไ่ ด้
๕. สง่ิ มีชวี ิต
ว 3.1 ป.5/1 - วฏั จกั รนำ้
ว 3.1 ป 5/2 - วัฏจักรการปรากฏของกลุ่มดาว
ว 3.2 ป.5/1
ว 3.2 ป.5/2
ว 3.2 ป.5/3
ว 3.2 ป.5/4
ว 3.2 ป.5/5
ว 1.1 ป.5/1 - ลักษณะทางพันธกุ รรมของส่ิงมชี ีวติ
ว 1.1 ป.5/2 - สิง่ มีชีวติ กับสง่ิ แวดลอ้ ม
ว 1.1 ป.5/3
ว 1.1 ป.5/4
ว 1.3 ป.5/1
ว 1.3 ป 5/2
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ อ้ นอก ๑๐๗
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ เนอื้ หา จำนวน น้ำหนัก
๖. วทิ ยาการคำนวณ ตวั ช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน
รวม ว 4.2 ป.4/1 -เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ 40
ว 4.2 ป.4/2 -เหตผุ ลเชิงตรรกะอยา่ งง่าย
ว 4.2 ป4/3 -การใช้อินเตอร์เนต็
ว 4.2 ป4/4 -ข้อมูลและสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์
ว 4.2 ป4/5 -เทคโนโลยสี ารสนเทศ/สทิ ธแิ ละหน้าทข่ี อง
ตนและผู้อ่นื
32 120
คะแนนระหว่างเรียน ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรยี น 30
รวมคะแนนท้ังปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน ๑ ชั่วโมง
สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๑ ชั่วโมง
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก ๑๐๘
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
โครงสร้างรายวิชา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 เวลา 120 ชว่ั โมง / ปี
รหสั วชิ า ว16101
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ เนื้อหา จำนวน นำ้ หนกั
1. สารอาหารและ ตวั ชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
การยอ่ ยอาหาร - สารอาหาร
ว 1.2 ป6/1 - ระบบย่อยอาหาร 1๔
2. การแยกสารเนอ้ื ว 1.2 ป6/2
ผสม ว 1.2 ป6/3 - การแยกสารเนื้อผสมอย่างง่าย 1๒
3. หินและซากดึกดำ ว 1.2 ป6/4 - ประโยชน์จากการแยกสารเนือ้ ผสม 1๒
บรรพ์ ว 1.2 ป6/5 - หนิ และองค์ประกอบของหิน
ว 2.1 ป6/1 - กระบวนการเกิดหิน และวฏั จกั รหิน 1๓
4. ปรากฏการณข์ อง - ประโยชน์ของหนิ และแร่
โลกและภัยธรรมชาติ ว 3.2 ป.6/1 - การเกิดซากดึกดำบรรพ์ ๘
ว 3.2 ป.6/2 - ประโยชน์ของซากดึกดำบรรพ์
5. เงา อปุ ราคา และ ว 3.2 ป.6/3 - ลมบก ลมทะเล และมรสุม 1๙
เทคโนโลยอี วกาศ - ปรากฏการณ์เรอื นกระจก
ว 3.2 ป.6/4 - ภัยธรรมชาติ
6. แรงไฟฟ้า และ ว 3.2 ป.6/5
พลงั งานไฟฟ้า ว 3.2 ป.6/6 - การเกดิ เงา
ว 3.2 ป.6/7 - การเกิดสรุ ยิ ปุ ราคา
ว 3.2 ป.6/๘ - การเกิดจนั ทรปุ ราคา
ว 3.2 ป.6/9 - เทคโนโลยอี วกาศ
ว 2.3 ป.6/7 - การเกดิ แรงไฟฟ้า และผลของแรงไฟฟา้
ว 2.3 ป.6/8 - วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
ว 3.1 ป.6/1
ว 3.1 ป.6/2
ว 2.2 ป.6/1
ว 2.3 ป.6/1
ว 2.3 ป.6/2
ว 2.3 ป.6/3
ว 2.3 ป.6/4
ว 2.3 ป.6/5
ว 2.3 ป.6/6
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแม่ออ้ นอก ๑๐๙
กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เนอื้ หา จำนวน นำ้ หนัก
7. วิทยาการคำนวณ ตัวช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน
รวม ว 4.2 ป6/1 -การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ 40
ว 4.2 ป6/2 -การเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย
ว 4.2 ป6/3 -การคน้ หาข้อมูล
ว 4.2 ป6/4 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
30 120
คะแนนระหวา่ งเรียน ๗0
คะแนนสอบปลายภาคเรียน 30
รวมคะแนนทงั้ ปี 100
*หมายเหตุ : สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 จำนวน ๑ ชวั่ โมง
สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑ ช่วั โมง
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแม่อ้อนอก ๑๑๐
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
ส่วนที่ ๓
คำอธบิ ายรายวิชา
ในส่วนของการจัดทำคำอธิบายรายวิชาของหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น โรงเรียนบ้านแม่อ้อนอกได้ดำเนินการจัดทำคำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยเขียนในลักษณะความ
เรียงระบุองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามธรรมชาติของวิชาเป็นการเขียนใน
ภาพรวมที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนและสะท้อนตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน คำอธิบายรายวิชาจึงประกอบด้วย
ส่วนประกอบดังต่อไปนี้
- รหสั วชิ า
- ชื่อรายวิชา
- กลมุ่ สาระการเรียนรู้
- ชัน้ ปี
- จำนวนเวลาเรียน
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่ออ้ นอก ๑๑๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
รหสั วชิ า ว11101 เวลา ๘0 ชั่วโมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศึกษา วิเคราะห์ พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของ
สัตว์ในบริเวณทีอ่ าศัยอยู่ รวมถึงหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืช อีกทั้งหน้าท่ีและการทำหน้าที่ร่วมกนั ของ
ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้มีการจัดกลุ่มของวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ การเกิดเสียงและทิศทาง
การเคลื่อนที่ของเสียง ทั้งนี้รวมถึงปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน
และสามารถแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณห์ รือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์
การใช้เทคโนโลยใี นการสรา้ ง จดั เกบ็ เรียกใช้ขอ้ มลู การใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอื่ สารสิ่งทีเ่ รียนรู้ และมีความสามารถในการตัดสินใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมทีพ่ งึ ประสงค์ต่อการดำเนนิ ชวี ิตในปจั จบุ นั
รหสั ตวั ชว้ี ดั
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๑/๑
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
รวม ๑๕ ตัวช้ีวดั
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๑๒
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2
รหัสวชิ า ว12101 เวลา ๘0 ชว่ั โมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศกึ ษา วเิ คราะห์ ความตอ้ งการแสงและน้ำเพ่ือการเจริญเตบิ โตของพชื วัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอก รวมถึง
ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต อีกทั้งสมบัติของวัสดุและการนำสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทำ
วัตถใุ นชีวติ ประจำวัน ทั้งน้ีวสั ดทุ ่ใี ช้แลว้ มปี ระโยชนส์ ามารถนำกลบั มาใช้ใหม่ได้ นอกจากนีก้ ารเคล่ือนทีข่ องแสง
จากแหล่งกำเนิดแสง ส่งผลให้สามารถมองเห็นวัตถุ และเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมอง
วัตถุบริเวณที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ในเรื่องของดินมีส่วนประกอบที่หลากหลาย และสามารถ
จำแนกชนิดของดินโดยใช้เกณฑ์ของลักษณะเนื้อดินและการจับตัว รวมถึงอธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน
อีกทั้งสามารถแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้ส่ือ
ซอฟตแ์ วร์ การใชเ้ ทคโนโลยีในการสร้าง จัดเกบ็ เรียกใช้ขอ้ มูล การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารสงิ่ ทเี่ รียนรู้ และมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ
เกดิ การรับรู้ และเห็นคณุ ค่าของการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมท่ีพึงประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชีวติ ในปจั จุบนั
รหสั ตวั ช้ีวัด
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๒/๑
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
รวม ๑๖ ตวั ชีว้ ัด
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๑๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 3 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
รหสั วชิ า ว13101 เวลา ๘0 ชั่วโมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึง
ประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม อีกท้ัง
บรรยายและเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์ นอกจากนี้มีเรื่องของส่วนประกอบของวัตถุ และการ
เปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนท่ีของวัตถุเกิด
จากแรง ทั้งแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับ
วัตถุ ขั้วแม่เหล็ก และการเปลี่ยนพลังงาน การทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิต
ไฟฟ้า รวมถึงประโยชน์และโทษของไฟฟ้า โดยนำเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย อีกทั้งใน
เรื่องของเส้นทางการข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ ความสำคัญของ
ดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต รวมไปถึงส่วนประกอบและความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทาง
อากาศตอ่ สง่ิ มีชวี ิต การนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ นอกจากน้ีสามารถ
อธิบายการเกิดลมและบรรยายประโยชน์และโทษของลม อีกทั้งสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน
แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์ และใช้
อนิ เทอรเ์ นต็ ในการค้นหาความรู้ และรวบรวมประมวลผล และนำเสนอข้อมลู โดยใชซ้ อฟต์แวร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารสงิ่ ท่ีเรยี นรู้ และมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ
เกิดการรบั รู้ และเหน็ คุณค่าของการนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสมที่พงึ ประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปจั จุบัน
รหสั ตวั ช้ีวัด
วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓, ป.๓/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔, ป๓/๕
รวม ๒๕ ตัวชี้วัด
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๑๔
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธิบายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 4 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
รหสั วิชา ว14101 เวลา 120 ชว่ั โมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศึกษา วิเคราะห์ หน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอก ส่วนประกอบของพืชดอก ความ
แตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวติ ออกเป็น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ จำแนกพืชออกเป็น
พืชดอกและพืชไม่มีดอก จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มกี ระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะ
ของสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ในกลุ่มปลา กลุ่มสตั ว์สะเทินน้ำสะเทนิ บก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กล่มุ นก และกลุ่มสัตว์
เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวอย่างของสัตว์ในแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของวัสดุจากการ
ทดลองและระบกุ ารนำสมบัติของวสั ดุไปใช้ในชีวิตประจำวันโดยผ่านกระบวนการออกแบบชิน้ งาน แลกเปลี่ยน
ความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างด้านความแข็ง และสภาพความ
ยดื หยนุ่ การนำความรอ้ น การนำไฟฟ้า ของวสั ดุ สมบัตขิ องสสารทั้ง ๓ สถานะ การสังเกต มวล ความต้องการ
ที่อยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร เครื่องมือที่ใชส้ ำหรับการวัดมวล และปริมาตรของสสาร ทั้ง ๓ สถานะ ผล
ของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ การใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ วัตถุที่เป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง ลักษณะการ
มองเห็นผ่านวัตถุ แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ แบบจำลองอธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลง
รูปร่างของดวงจันทร์ และสามารถพยากรณ์รูปร่างของดวงจันทร์ที่ปรากฏ แบบจำลองแสดงองค์ประกอบของ
ระบบสรุ ิยะ และเปรยี บเทยี บคาบของการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจำลองได้
ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่าง
ง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้
อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตลอดจนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ
เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์
และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และมีความสามารถ
ในการตัดสินใจ เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสมทีพ่ ึงประสงค์ต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบนั
รหสั ตัวชวี้ ัด
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๔/๑
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๔/๑
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓
วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวม ๒๑ ตวั ช้วี ัด
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๑๕
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธิบายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 5 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
รหัสวิชา ว 15101 เวลา 120 ชว่ั โมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการ และการปรับตัวของส่ิงมีชีวติ
ในแต่ละแหล่งที่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในห่วงโซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและ
ผู้บริโภคในโซ่อาหาร ส่วนลักษณะทางพันธุกรรมท่ีมีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ว่ามี
ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ การเปลี่ยนสถานะของสสารและการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่วน
วธิ กี ารหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันท่ีกระทำตอ่ วัตถุอยู่น่ิง การใช้เครือ่ งชัง่ สปริงในการวัดแรงที่
กระทำต่อวัตถุ สง่ ผลตอ่ แรงเสยี ดทานที่มตี ่อการเปลีย่ นแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ และการเขยี นแผนภาพของ
แรง ทำให้ได้ยินเสียงผ่านตวั กลาง การเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการ
เกดิ เสยี งดงั เสียงคอ่ ย การวดั ระดบั เสยี งโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง เพื่อหาแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลด
มลพิษทางเสียง และสามารถหาความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง โดยการใช้แผนท่ี
ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า เพื่อระบุปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง
ปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ มี
แบบจำลองการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ ที่ได้จากกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง
จากแบบจำลอง และกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ตลอดจนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา
การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย สามารถออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่าง
ง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสอื่ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข โดยใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาขอ้ มลู ตดิ ต่อสือ่ สาร
และทำงานร่วมกันเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ผลประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ
โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บริการบนอินเตอรเ์ น็ตทีห่ ลากหลาย
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการ
ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ
คา่ นิยมท่เี หมาะสมทีพ่ ึงประสงค์ต่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปัจจุบัน
รหัสตัวช้ีวัด
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป๕/๑, ป๕/๒
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแม่อ้อนอก ๑๑๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป๕/๑, ป๕/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕
รวม ๓๒ ตัวชี้วัด
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก ๑๑๗
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 6 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
รหัสวชิ า ว16101 เวลา 120 ช่วั โมง / ปี
............................................................................................................................. ................................
ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน
เพื่อการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความ
ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีแบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร อวัยวะในระบบย่อยอาหารมีหน้าที่สำหรับการย่อย
อาหารและการดดู ซึมสารอาหาร ความสำคญั ของระบบย่อยอาหาร การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบย่อยอาหาร
ใหท้ ำงานเปน็ ปกติ มกี ารแยกสารผสม โดยการหยบิ ออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง
และการตกตะกอน สามารถหาวธิ ีการแก้ปัญหาในชวี ติ ประจำวันเกี่ยวกบั การแยกสาร การเกดิ ผลของแรงไฟฟ้า
ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู จากส่วนประกอบ หน้าที่ ของวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย โดยมีแผนภาพ
การตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน สามารถใชก้ ารต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนานดว้ ยวิธีการ
ที่เหมาะสม มีประโยชน์ ข้อจำกัด ของการเกิดเงามืด เงามัว จากแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงา
มัว จากแบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา มีการพัฒนาของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ส่วนกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร ดูจากแบบจำลองวัฏจักร
หิน เพ่อื หาประโยชน์ของหินและแร่ในชีวติ ประจำวนั มแี บบจำลองการเกดิ ของซากดึกดำบรรพส์ ภาพแวดล้อม
ในอดีต ที่เกิดจากลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง สามารถส่งผลต่อการเกิดของมรสุมในฤดูต่างๆ
ของประเทศไทย เกดิ ผลกระทบของ นำ้ ท่วม การกดั เซาะชายฝัง่ ดินถล่ม แผน่ ดินไหว สึนามิ ร่วมถงึ ผลกระทบ
ของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย เพื่อหาแนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ
จากแบบจำลองเพอ่ื อธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณเ์ รือนกระจก กิจกรรมทกี่ ่อให้เกดิ แกส๊ เรือนกระจก
ทม่ี ที ำใหเ้ กิดปรากฏการณ์เรือนกระจกลูกเห็บ
ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์ จากปญั หาอยา่ งง่าย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ต
คน้ หาความรู้ รวบรวม ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ที่หลากหลาย เพอื่ แก้ปัญหาใน
ชีวติ ประจำวนั ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ทขี่ องตน เคารพในสิทธขิ องผูอ้ น่ื
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอ่ื สารสง่ิ ท่เี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสมทพี่ ึงประสงคต์ ่อการดำเนินชวี ติ ในปจั จุบัน
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแมอ่ อ้ นอก ๑๑๘
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
รหัสตวั ช้ีวดั
วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๓๐ ตัวชี้วดั
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ อ้ นอก ๑๑๙
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
ส่วนท่ี ๔
การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความสำคญั ของการวัดและการประเมินผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวช้ีวัด ของหลักสูตร นำผลไปปรบั ปรุงพฒั นาการจดั การเรยี นรู้และใช้เป็นข้อมูลสำหรับ
การตดั สินผลการเรียน โดยมอี งค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรยี นรูท้ ่หี ลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดจุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และมาตรฐานการเรียนรู้ไว้เป็นเปา้ หมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นคนดี มปี ัญญา มีคุณภาพ
ชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการ
เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ที่กำหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์และ
เขียน มคี ุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์และเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
แนวทางการวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียน
ตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย
จากแหล่งข้อมลู หลายๆ แหล่ง เพื่อให้ได้ผลการประเมินท่ีสะท้อนความรู้ความสามารถที่แท้จรงิ ของผู้เรียนโดย
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนโดยสังเกตพัฒนาการและ
ความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่นการ
ประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงาน การประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้
การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยให้
ความสำคัญกับการประเมินผลระหวา่ งเรยี นมากกว่าการประเมินปลายป/ี ปลายภาค และใช้เป็นขอ้ มูลเพื่อการ
ประเมินการเล่ือนช้นั และการจบการศึกษา
และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพผู้สอนต้องตรวจสอบความรู้ความสามารถที่แสดง
พัฒนาการของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบความก้าวหน้าของ
ตนเองอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน หน่วยการเรียนรูเ้ ป็นส่วนที่ผูส้ อนและผู้เรียนใช้ตรวจสอบย้อนกลับว่าผูเ้ รียนเกดิ
การเรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับชั้นเรียนต้องอาศัยทั้งผลการประเมินย่อยเพื่อพัฒนา และการ
ประเมนิ ผลรวมเพือ่ สรปุ ผลการเรียนรู้เมือ่ จบหนว่ ยการเรียนรู้และจบรายวิชา
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๒๐
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ ที่วางไว้ควรมีแนวทาง
ดังตอ่ ไปน้ี
๑. ตอ้ งวดั ท้ังความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม
รวมทัง้ โอกาสในการเรยี นของผเู้ รียน
๒. วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผล ตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้ท่ี
กำหนดไว้
๓. ต้องเก็บข้อมูลที่ได้จากการวัดผลและประเมินผลตามความเป็นจริงและต้องประเมินผลภายใต้
ขอ้ มูลทม่ี อี ยู่
๔. ผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องนำไปสู่การแปลผลและลงข้อสรุป
ที่สมเหตุสมผล
๕. การวดั ผลตอ้ งเทย่ี งตรงและเปน็ ธรรม ทั้งดา้ นของวธิ ีการวดั โอกาสของการประเมนิ
การวัดและประเมินผลจากสภาพจรงิ
กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลาย เช่น กิจกรรมสำรวจภาคสนาม กิจกรรมการสำรวจ
ตรวจสอบ การทดลอง กิจกรรมศึกษาค้นคว้า กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ในการทำกิจกรรมเหล่านีต้ ้องคำนึงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพแตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคนจงึ
อาจทำงานชิ้นเดียวกันได้เสร็จในเวลาที่แตกต่างกัน และผลงานที่ได้ก็อาจแตกต่างกันด้วย เมื่อผู้เรียนทำ
กิจกรรมเหลา่ นีแ้ ลว้ กจ็ ะต้องเก็บรวบรวมผลงาน เชน่ รายงาน ชน้ิ งาน บนั ทกึ และรวมถึงทักษะปฏิบตั ิตา่ งๆเจต
คติทางวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ความรัก ความซาบซึ้ง กิจกรรมที่ผู้เรียนได้ทำและผลงานเหล่านี้
ต้องใช้วิธีประเมินที่มีความเหมาะสมและแตกต่างกันเพื่อช่วยให้สามารถประเมินความรู้ความสามารถและ
ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของผู้เรียนได้ การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีการ
ประเมินหลายๆ ด้าน หลากหลายวิธี ในสถานการณ์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง และต้องประเมินอย่าง
ต่อเน่อื ง เพอ่ื จะไดข้ ้อมลู ทมี่ ากพอที่จะสะท้อนความสามารถทีแ่ ทจ้ รงิ ของผู้เรยี นได้
ลกั ษณะสำคญั ของการวัดและประเมินผลจากสภาพจรงิ
๑. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงมีลักษณะที่สำคัญคือใช้วิธีการประเมินกระบวนการคิดท่ี
ซับซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพของผู้เรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการที่ได้ผลผลิต
มากกวา่ ท่จี ะประเมนิ วา่ ผู้เรียนสามารถจดจำความรอู้ ะไรได้บ้าง
๒. เปน็ การประเมนิ ความสามารถของผู้เรยี น เพือ่ วนิ ิจฉยั ผู้เรียนในส่วนที่ควรส่งเสริมและส่วนท่ีควรจะ
แก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างเตม็ ศักยภาพตามความสามารถ ความสนใจและความต้องการของ
แตล่ ะบุคคล
๓. เปน็ การประเมนิ ท่ีเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้มีส่วนรว่ มประเมินผลงานของทั้งตนเองและของเพ่ือนร่วม
หอ้ ง เพ่อื สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นรู้จักตัวเอง เช่ือมน่ั ในตนเอง สามารถพฒั นาตนเองได้
๔. ข้อมลู ท่ไี ด้จากการประเมินจะสะท้อนให้เหน็ ถึงกระบวนการเรยี นการสอนและการวางแผนการสอน
ของผสู้ อนว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนแตล่ ะบคุ คลไดห้ รือไม่
๕. ประเมินความสามารถของผู้เรียนในการถ่ายโอนการเรยี นร้ไู ปส่ชู วี ิตจริงได้
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแม่ออ้ นอก ๑๒๑
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
๖. ประเมินดา้ นต่างๆ ด้วยวธิ ที หี่ ลากหลายในสถานการณต์ ่างๆ อย่างต่อเนอ่ื ง
วิธีการและแหลง่ ข้อมูลที่ใช้
เพ่อื ใหก้ ารวดั และประเมินผลได้สะท้อนความสามารถทแี่ ท้จริงของผู้เรียน ผลการประเมินอาจจะได้มา
จากแหลง่ ขอ้ มูลและวธิ กี ารต่างๆ ดังต่อไปนี้
๑. สงั เกตการแสดงออกเป็นรายบุคคลหรอื รายกลมุ่
๒. ชิ้นงาน ผลงาน รายงาน
๓. การสมั ภาษณ์
๔. บันทกึ ของผเู้ รียน
๕. การประชุมปรึกษาหารอื รว่ มกนั ระหว่างผู้เรียนและครู
๖. การวดั และประเมนิ ผลภาคปฏบิ ตั ิ (practical assessment)
๗. การวัดและประเมินผลดา้ นความสามารถ (performance assessment)
๘. การวัดและประเมินผลการเรยี นรโู้ ดยใชแ้ ฟ้มผลงาน (portfolio assessment)
การวัดและประเมินผลด้านความสามารถ (performance assessment)
ความสามารถของผู้เรียนประเมินได้จากการแสดงออกโดยตรงจากการทำงานต่างๆ เป็นสถานการณ์ที่
กำหนดให้ ซึ่งเป็นของจริงหรือใกล้เคียงกับสภาพจริง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แก้ปัญหาหรือปฏิบัติงานได้จริง
โดยประเมินจากกระบวนการทำงาน กระบวนการคิด โดยเฉพาะความคิดขั้นสูง และผลงานที่ได้ลักษณะสำคัญของ
การประเมินความสามารถคือ กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน วิธีการทำงานผลสำเร็จของงาน มีคำสั่งควบคุม
สถานการณ์ในการปฏิบตั ิงาน และมีเกณฑ์การให้คะแนนท่ชี ัดเจน การประเมินความสามารถที่แสดงออกของผู้เรียน
ทำได้หลายแนวทางต่างๆ กนั ขึ้นอยูก่ ับสภาพแวดล้อมสภาวการณ์ และความสนใจของผู้เรยี น ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้
๑. มอบหมายงานให้ทำ งานที่มอบให้ทำต้องมีความหมาย มีความสำคัญ มีความสัมพันธ์กับหลักสูตร
เนื้อหาวิชา และชีวิตจริงของผู้เรียน ผู้เรียนต้องใช้ความรู้หลายด้านในการปฏิบัติงานที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึง
กระบวนการทำงาน และการใช้ความคิดอยา่ งลึกซ้ึง
ตัวอย่างงานท่ีมอบหมายใหท้ ำ เชน่
- บทความในเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นที่น่าสนใจและมีความสำคัญอยู่ในขณะนั้น เช่น พายุ ฝนดาวตก น้ำ
จะท่วมประเทศไทยจริงหรือ การโคลนน่ิงสิง่ มชี วี ิต
- รายงานสิ่งที่ผู้เรียนสนใจโดยเฉพาะ เช่น การศึกษาวงชีวิตของแมลงวันทอง การสำรวจความหลากหลาย
ของพืช ในบริเวณโรงเรยี น
- สิ่งประดิษฐ์ท่ีได้จากการทำกิจกรรมที่สนใจ เช่น การสร้างระบบนิเวศจำลองในระบบปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้
ควบคุมการปิดเปิดน้ำ ชดุ อุปกรณ์ตรวจสภาพดิน เครื่องรอ่ นทีส่ ามารถ
รอ่ นไดไ้ กลและอยู่ในอากาศไดน้ าน
๒. การกำหนดชิ้นงาน หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ผู้เรียนวิเคราะห์องค์ประกอบและกระบวนการ
ทำงาน และเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ให้นักเรียนทดลองใช้อุปกรณ์แสดงการเกิดกระแส
อากาศ บันทึกผลการทดลอง พรอ้ มกับอภปิ รายเพ่ือตอบปัญหาต่อไปน้ี
๒.๑ ถ้านกั เรียนจดุ เทียนไขจะเกดิ อะไรข้ึน
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๒๒
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
๒.๒. ถา้ นกั เรียนดบั เทียนไขจะเกิดอะไรข้ึน
๒.๓. อุปกรณ์นีท้ ำงานได้อยา่ งไร เพราะเหตุใด
๒.๔. ถ้านักเรยี นจะปรับปรุงอุปกรณช์ ุดน้ีใหท้ ำงานมีประสิทธภิ าพมากข้ึน จะ
ปรบั ปรงุ อะไรบ้าง อย่างไร เพราะเหตุใด
๒.๕. ถ้าตอ้ งปรับปรงุ อุปกรณ์ให้ดีข้ึน จะมวี ิธกี ารทำและตรวจสอบได้อย่างไร
๒.๖. ถา้ จะนำอปุ กรณท์ ่ีปรบั ปรุงแล้วไปใชป้ ระโยชน์ จะใชท้ ำประโยชน์อะไรได้บา้ ง
๓. กำหนดตัวอย่างชิ้นงานให้ แล้วให้ผู้เรียนศึกษางานนั้น และสร้างชิ้นงานที่มีลักษณะของการทำงานได้
เหมือนหรือดีกว่าเดิม เช่น การประดิษฐ์เครื่องร่อน การทำสไลด์ถาวรศึกษาเนื้อเยื่อพืช การทำกระดาษจากพืชใน
ทอ้ งถ่ิน ฯลฯ
๔. สรา้ งสถานการณ์จำลองท่สี มั พันธก์ ับชีวติ จริงของผเู้ รียน โดยกำหนดสถานการณ์
แลว้ ให้ผเู้ รยี นลงมือปฏบิ ัตเิ พ่ือแกป้ ัญหา
ตวั อย่างสถานการณท์ ี่ ๑
"มลี ำไยทีเ่ ก็บมาจากสวน ๔ แห่ง ต้องการตรวจสอบว่าลำไยจากสวนใดมีความหวานมากทสี่ ุด"
๑) ใชห้ ลักการออสโมซิส
๒) ใชว้ ธิ กี ารอืน่ ใหน้ กั เรยี น
๓) บอกขั้นตอนของวธิ กี ารตรวจสอบของแต่ละวิธี
๔) ระบุวิธกี ารเกบ็ ข้อมลู ของแตล่ ะวธิ ี
๕) เลอื กวิธีการทดสอบจากที่กำหนดไว้ใน ๑) หรือ ๒) พรอ้ มให้เหตผุ ลที่เลือก
๖) ดำเนินการตรวจสอบโดยใชว้ ธิ กี ารออสโมซสิ และวธิ ีทีเ่ ลือกในข้อ ๓
๗. เปรยี บเทียบผลการทดลองและลงข้อสรปุ ว่าวิธใี ดไดผ้ ลดีกว่ากัน
ตวั อย่างสถานการณ์ที่ ๒
ถ้านักเรียนมเี คร่ืองใช้ไฟฟ้า ประกอบดว้ ยหลอดไฟ ๓ หลอด พัดลมตดิ เพดาน ให้นักเรยี นออกแบบผังวงจร
ทตี่ ดิ กบั อปุ กรณ์ พร้อมกบั ให้เหตุผลประกอบ
ตัวอย่างสถานการณท์ ่ี ๓
โรงงานทำกระทะแห่งหนึ่งต้องการทดสอบวัสดุที่มีผู้นำมาเสนอขาย จำนวน ๓ ชนิด ว่าชนิดใดเหมาะที่สดุ
จึงให้พนกั งานทดสอบ แลว้ มารายงานให้ทราบ
๑) นกั เรียนคดิ ว่าปญั หาคืออะไร
๒) ถา้ นกั เรยี นตอ้ งทดสอบ จะตอ้ งวางแผนการตรวจสอบและลงมือปฏิบัติอย่างไร
๓) การรายงานผลการทดสอบจะมีเน้ือหาสาระอะไรบา้ ง
ตวั อย่างสถานการณ์ที่ ๔
"มคี ำกล่าววา่ ไม่สามารถชุบเหล็กให้เป็นทองได้โดยตรง"
๑) นกั เรยี นจะมีวิธกี ารทดสอบคำกล่าวนี้ได้อย่างไรบ้าง
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ อ้ นอก ๑๒๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
๒) นกั เรียนคิดว่าวิธีการทดสอบใดจะได้ผลดที สี่ ุด
๓) จงวิจารณว์ ่าวธิ ีการทดสอบท่ีเลือกนั้นเป็นไปได้เพยี งใด
๔) จะทำการทดสอบเพื่อยืนยนั ได้อย่างไรว่าวิธีท่ีเลือกนน้ั ถูกต้องแผงไฟรวม
ตัวอย่างสถานการณ์ท่ี ๕
"นกั เรยี นเชื่อหรือไม่วา่ น้ำทะเลจะไม่เป็นฟองกับสบู่"
๑) นกั เรียนจะมีวธิ ใี ดบ้างท่ีจะตรวจสอบว่าข้อความนเ้ี ป็นจริงหรือเป็นเท็จ
๒) จงเลอื กวิธที ี่คดิ ว่าสามารถทดสอบได้ผลดีทสี่ ุด พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตผุ ลประกอบ
๓ จงลงมอื ทดสอบดว้ ยวธิ กี ารที่เลือก
๔) จงวิจารณ์วา่ วธิ ที ี่เลอื กมาทดสอบแตกต่างกนั อย่างไร
ตัวอยา่ งสถานการณท์ ี่ ๖
"นำ้ บาดาลท่นี ำมาใช้บริโภคไม่สะอาดเพียงพอ"
๑) มีวธิ ที ดสอบได้อย่างไรว่าข้อความดังกลา่ วเป็นจริง
๒) วิธกี ารใดจะชว่ ยให้การตรวจสอบได้ผลดีท่สี ุด
๓) ถา้ ตรวจสอบแลว้ พบวา่ น้ำบาดาลน้ันไม่สะอาด ท่านจะมวี ธิ ีแก้ไขอย่างไร
๔) วธิ ใี ดนา่ จะใชท้ ำใหน้ ้ำบาดาลสะอาดที่สุด เพราะเหตุใดจึงเลือกวธิ ีน้ี
๕) จงแสดงวิธีการตรวจสอบและทำให้น้ำบาดาลสะอาดจนใช้บริโภคได้
ตัวอย่างสถานการณ์ท่ี ๗
เมอื่ หย่อนส่ิงของต่างๆ ลงในสระน้ำ
๑) จงวิเคราะหแ์ ละอธิบายว่า เพราะเหตุใดสิ่งของบางชนิดจึงจม บางชนดิ จงึ ลอย
๒) จงวางแผนและเลือกวิธีที่จะทดสอบสมมตฐิ าน อธบิ ายด้วยว่าเหตุใดจึงเลือกวธิ ีนนั้
๓) จะนำความรจู้ ากการศึกษาเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งไร
ตวั อย่างสถานการณ์ท่ี ๘
จงวเิ คราะห์แรงเสยี ดทานท่ีเกิดขึ้นในการข่ีจักรยาน
๑) หาวธิ ลี ดแรงเสียดทานให้เหลือน้อยทส่ี ุดเท่าท่จี ะทำได้
๒) ออกแบบจกั รยานท่มี ีแรงเสยี ดทานน้อยทสี่ ุดเท่าทจ่ี ะเป็นไปได้
การประเมนิ ตามสภาพจริงยังคงใช้การทดสอบดว้ ยการเขยี นตอบ แตจ่ ะลดการทดสอบท่ีวัดด้านความรู้ความจำ โดย
จะมุ่งเน้นประเมินด้านความเข้าใจ การนำไปใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการคิดขั้นสูง แบบทดสอบใน
ลักษณะนี้จะต้องสร้างสถานการณ์ ซงึ่ สว่ นใหญต่ ้องสัมพันธ์กับชีวิตจริงของนักเรยี น แล้วให้นักเรียนตอบคำถามโดย
เขียนตอบ ลักษณะของคำถามควรนำไปสู่การวัดท่สี ูงกวา่ ความรู้ความจำ
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแมอ่ ้อนอก ๑๒๔
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)
การประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้แฟ้มผลงาน (portfolio assessment)
แฟม้ ผลงานคืออะไร
เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ทั้งในห้องเรียนหรือนอก
ห้องเรียนก็ตาม ก็จะมีผลงานที่ได้จากการทำกิจกรรมเหล่านั้นปรากฏอยู่เสมอ ซึ่งสามารถจำแนกผลงานออกตาม
กิจกรรมตา่ งๆ ดังนี้
๑. การฟังบรรยาย เมื่อผู้เรียนฟังการบรรยายก็จะมีสมุดจดคำบรรยาย ซึ่งอาจอยู่ในรูปของบันทึกอย่าง
ละเอียดหรือบันทึกแบบย่อ ท้ังนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของความชอบและความเคยชินของผู้เรียนในการบันทึกคำ
บรรยาย
๒. การทำการทดลอง ผลงานของผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับการทดลอง อาจประกอบด้วยการวางแผนการ
ทดลองท้ังในรูปของบันทึกอย่างเป็นระบบหรือบันทึกแบบย่อ การบันทึกวิธีการทดลอง ผลการทดลองและปัญหาที่
พบขณะทำการทดลอง การแปลผล สรุปผลและการอภิปรายผลการทดลอง และผลงานสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการ
ทดลอง คือการรายงานผลการทดลองท่ผี ู้เรยี นอาจทำเปน็ กลุ่มหรือเด่ียวก็ได้
๓. การอภิปราย ผลงานของผู้เรียนที่เกยี่ วข้องกับการอภิปราย คือ วางหวั ขอ้ และข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการ
อภิปราย ผลที่ไดจ้ ากการอภปิ รายรวมทั้งข้อสรุปต่างๆ
๔. การศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม จดั เปน็ ผลงานทส่ี ำคัญประการหน่ึงของผู้เรียนที่เกิดจากการได้รับมอบหมาย
จากครผู ู้สอนให้ไปค้นควา้ หาความรใู้ นเร่ืองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกบั หวั ข้อหรือประเดน็ ที่กำลังศึกษา ผลงานทไ่ี ด้จากการ
ค้นคว้าเพิ่มเติมอาจอยู่ในรูปของรายงาน การทำวิจัยเชิงเอกสารหรือบันทึกประเด็นสำคัญซึ่งอาจนำมาใช้
ประกอบการอภปิ รายในชัว่ โมงเรียนก็ได้
๕. การศึกษานอกสถานท่ี การศึกษานอกสถานท่จี ัดเป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง
กับเร่อื งท่ีกำลังศึกษา ผลงานทไี่ ด้อาจประกอบด้วยการบันทึกการสังเกต การตอบคำถามหรือปัญหาจากใบงาน การ
เขยี นรายงานส่ิงท่ีค้นพบ
๖. การบันทึกรายวัน เป็นผลงานประการหนึ่งของผู้เรียนที่อยู่นอกเหนือจากผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้
โดยตรง แต่จะช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ประเมินได้เข้าใจในประเด็นหรือสิ่งที่ผู้เรียนนึกคิดเกี่ยวกับการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์ด้วยนอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังอาจมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ซึ่ง
ผู้เรยี นสามารถแสดงออกถึงความสามารถอ่ืนๆ อีกดว้ ยเช่น การส่ือสาร ผลงานเหลา่ นถ้ี ้าไดร้ ับการเกบ็ รวบรวมอย่าง
มีระบบด้วยตัวผู้เรียนเองตามช่วงเวลา ทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรมเหล่านี้ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้สอน และ
ผู้เรียนฝึกทำจนเคยชินแล้วจะถือเป็นผลงานที่สำคัญยิ่งที่ใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ของ
ผเู้ รยี นตอ่ ไป
ในการวัดและประเมินผลด้านการปฏิบัติ ครอบคลุมถึงการที่นักเรียนได้แสดงให้ครูเห็นถึงความรู้
ความสามารถที่ครูได้คาดหวังว่านักเรียนจะมีความรู้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้นั้น การวัดและประเมินผลในด้านนี้ จะ
ช่วยสะท้อนให้ครูและนักเรียนได้ทราบว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด มีอะไรที่ครูควรให้
ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และเรียนรู้ไปมากน้อยเพียงใดตามจุดประสงค์ที่ครูตั้งไว้ อาจใช้วิธีการสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทงั้ การสอบย่อยและการสอบใหญ่ การให้นกั เรยี นสอบปฏิบตั ิการต่างๆ เปน็ ตน้
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแมอ่ ้อนอก ๑๒๕
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)