๔๖
การปลอมของจําเลยเปนความผิดตามมาตรา ๒๖๔ แลว เอกสารน้ีเปนใบรับเงินชําระหนี้แสดงวา
สิทธิเรียกรองของเจาหนี้ในจํานวนเงินน้ีระงับไปแลว จําเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตาม
มาตรา ๒๖๕ และการที่จําเลยคัดสําเนาเอกสารท่ีปลอมแสดงตอศาลเปนการอางถึงเอกสารที่ปลอม
จงึ เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๘ ดว ย ตอ งลงโทษจาํ เลยตามมาตรา ๒๖๘ ตามอตั ราโทษในมาตรา ๒๖๕
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñö÷/òõñ÷ จาํ เลยกเู งนิ ผเู สยี หายแลว ทาํ หนงั สอื สญั ญากลู งลายมอื ชอ่ื
¼ÙŒÍ×è¹ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต
เพ่ือจะใหไดเงินที่กูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูนั้นเปนหลักฐานฟองรองเรียกเงินคืนจากจําเลย
ผูเสียหายไดรบั ความเสยี หาย จาํ เลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ เม่อื จาํ เลยไดม อบสญั ญากู
ใหผ ูเสียหายยึดถือไว จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานใชเอกสารสทิ ธปิ ลอมอกี กระทงหนึ่ง
¡Ã³ÕäÁ‹¹‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂ
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ññòö/òõðõ ทําสัญญากูเงินกันไวโดยถูกตองตามกฎหมาย
แตไมไดลงนามพยานในสัญญา ตอมาผูใหกูจึงใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญาโดยผูกูมิได
รเู หน็ ดวย แลว ผูใหก นู าํ สัญญานั้นมาฟอ งตอ ศาล ศาลฎกี าวนิ ิจฉยั วา เมื่อสญั ญาดังกลาวมีผลสมบรู ณ
ตามกฎหมาย การทพ่ี ยานลงนามภายหลงั จงึ ไมน า จะเกดิ หรอื อาจเกดิ ความเสยี หายแกผ กู ู ผใู หก หู ามผี ดิ
ฐานปลอมเอกสารไม
¢ŒÍ椄 à¡μ
คดนี ท้ี าํ สญั ญากโู ดยผกู ลู งลายมอื ชอ่ื ไวแ ลว แมไ มม พี ยานลงชอ่ื ไวก ม็ ผี ลสมบรู ณต ามกฎหมาย
การจัดใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญา จึงไมนาจะเกิดความเสียหายแกผูกูหรือประชาชน
ผใู หกูจ งึ ไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ การปลอมแกตัวเลขสลากกินแบง โดยแกตัวเลข
สลากกินแบงหนึ่งตัวใหเปนหมายเลขท่ีถูกรางวัล เพ่ือใหเพื่อนเล้ียงอาหารจําเลยกอนแลวจําเลยทิ้ง
สลากกินแบงในถังขยะในบา น มีผเู ก็บสลากกนิ แบง นนั้ ไปขอรบั เงินรางวัล นอกความรูเห็นของจาํ เลย
การหลอกใหเลี้ยงอาหารเปนการลอเลนระหวางเพ่ือน ซ่ึงทําอยูเปนปกติ ไมเปนความเสียหายแก
ประชาชนหรอื เพื่อนของจําเลย ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร
¢ÍŒ Êѧà¡μ
คดนี จี้ าํ เลยแกต วั เลขในสลากกนิ แบง เพอื่ ใหเ ปน ตวั เลขทถ่ี กู รางวลั แตท าํ เพอ่ื จะลอ เลน กนั
ระหวางเพื่อนของจําเลย เทากับไมไดมีเจตนาจะเอาสลากกินแบงท่ีแกตัวเลขดังกลาวไปใชเพื่อใหเกิด
ความเสียหายแกผูหน่ึงผูใด เปนเร่ือง¢Ò´à¨μ¹Òท่ีจะใหเปนเอกสารปลอม เพราะหลังจากนั้นจําเลย
ก็นําไปทิ้งถังขยะในบาน สวนการที่มีผูเก็บสลากกินแบงน้ันไปขอรับเงินรางวัล ก็เปนเร่ืองนอกเหนือ
ความรเู ห็นของจาํ เลย จําเลยจงึ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ óùôô-óùôõ/òõòö โจทกซ่ึงเปนพยาบาลลงช่ือและเวลามา
ทาํ งานไวใ นสมดุ บญั ชลี งนามมาทาํ งานของขา ราชการโรงพยาบาล แตไ มไ ดอ ยปู ฏบิ ตั งิ านทโี่ รงพยาบาล
๔๗
การทจ่ี าํ เลยที่ ๑ ซง่ึ เปน เสมยี นการเงินเขยี นขอ ความตอเติมวา “ใหม ันยุตธิ รรมหนอย” และจําเลยท่ี ๒
ซ่ึงเปนนายแพทยผูอํานวยการมีหนาที่รับผิดชอบงานของโรงพยาบาลชอบท่ีจะแกไขใหถูกตอง
ตอความจริงได ขีดฆาลายมือชื่อและเวลามาทํางานของโจทก จึงไมเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนหรือ
ประชาชน จําเลยท้ังสองจึงไมม คี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ÷óô/òõóð โจทกจ าํ เลยตา งรบั ราชการครโู รงเรยี นเดยี วกนั วนั เกดิ เหตุ
โจทกไปถึงโรงเรียนกอนจําเลยและลงเวลามาทํางานวา ๘.๐๐ นาฬกา จําเลยลบเวลาท่ีโจทกเขียน
ไวอ อกแลว เขยี นทบั ลงไปวา ๗.๔๖ นาฬกา เปนการแกว าโจทกม าทาํ งานเร็วกวา เดมิ และเวลาที่โจทก
เขียนไวเดิมกับเวลาท่ีจําเลยเขียนแกตางยังไมถึงเวลาปฏิบัติราชการ การเขียนแกจึงไมอาจเปนการ
โกงเวลาราชการ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกโจทก และการแกไขเวลาดังกลาวก็มิใชการกระทํา
ของโจทก โจทกไ มอ าจถกู ลงโทษทางวนิ ยั ได โจทกจ งึ ไมใ ชผ เู สยี หายทจ่ี ะมอี าํ นาจฟอ งจาํ เลยในความผดิ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ õùóò/òõóø การท่ีโจทกแกไขจํานวนเงินในสัญญากูโดยการ
ขดี ฆาตัวเลขและตวั อกั ษรจากจํานวน ๒๕,๗๐๐ บาท เปน จาํ นวน ๒๐,๒๐๐ บาท และลงช่ือกาํ กับไว
à¾è×ÍãËŒμç¡Ñº¤ÇÒÁ໚¹¨ÃÔ§ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกจําเลยและคดีนี้โจทกแกไขจํานวนเงินท่ีกู
ใหลดลงจากเดิม กลับจะเปนประโยชนแกจําเลยสัญญากูจึงไมเปนเอกสารปลอมและเปนเอกสาร
ที่สมบูรณร บั ฟง เปน พยานหลักฐานในคดีได
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñó/òõóù จําเลยนําภาพถายของตนมาปดทับลงในสําเนา
ภาพถา ยใบอนญุ าตขบั รถของตน แมเ พอ่ื ใหเ จา พนกั งานตาํ รวจและบคุ คลทวั่ ไปหลงเชอ่ื วา เปน ตน ฉบบั
เอกสารทแ่ี ทจรงิ áμ¡‹ çäÁ‹¡Í‹ ãËàŒ ¡Ô´¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂã´ æ แกผ อู ่ืนหรือประชาชน จึงไมเ ปนความผิดฐาน
ปลอมเอกสาร และแมจ ะไดน ําไปใชกไ็ มมคี วามผดิ ฐานใชเ อกสารปลอม
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõ÷ò/òõõ÷ การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือชือ่ ล. äÁ‹ÁÕ¡®ËÁÒÂãËŒ
อํา¹Ò¨Å§ÅÒÂÁÍ× ªÍè× á·¹¡¹Ñ ä´Œ แม ล. จะอนุญาตหรอื ใหความยินยอมและเจาหนา ที่ผูจัดทําบันทกึ
แนะนําใหจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือช่ือ ล. ก็ลงลายมือชอ่ื แทนกันไมได การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือช่ือ ล.
ในเอกสารหมาย จ.๒ ถึง จ.๔ จึงเปน การลงลายมือชอื่ ปลอมในเอกสาร แตã ¹¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹á¨Œ§¤ÇÒÁ
à˹ç áÅФÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÅÍÁàÍ¡ÊÒù¨éÕ ÐμÍŒ §ä´¤Œ ÇÒÁ´ŒÇÂÇ‹ÒÍ‹ãÙ ¹Å¡Ñ É³Ð·Õ¹è ‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂ
᡼‹ ͌٠¹×è ËÃÍ× »ÃЪҪ¹ËÃÍ× äÁ‹ เมื่อไดความจากโจทกรว มวาโจทกร วมŧÅÒÂÁÍ× ªÍè× â͹ÅÍÂในคํารอง
โอนสทิ ธกิ ารเชา สญั ญาเชา อาคารดงั กลา วโดยไมไ ดส นใจวา ใครจะนาํ เอกสารดงั กลา วไปกรอกขอ ความ
อยางไร แสดงใหเห็นวาโจทกรวมพอใจในราคาคาตอบแทนการโอนสิทธิการเชาเสียมากกวา หาใชมี
ขอตกลงโอนสิทธิการเชาอาคารพิพาทใหแกจําเลยท่ี ๑ โดยเจาะจงแตอยางใดไมสอดคลองกับที่ ส.
เจาหนาที่เทศบาลตําบลสตึก พยานโจทกและโจทกรวมซึ่งเปนผูจัดทําเอกสารเกี่ยวกับคํารองโอน
สทิ ธกิ ารเชาเบกิ ความวา โจทกร ว มประสงคจ ะโอนสทิ ธิการเชาอาคารพิพาทใหแ ก ล. ทงั้ ใบเสร็จรบั เงนิ
คาคํารองโอนสิทธิการเชาอาคารตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็ระบุวาไดรับเงินจาก ล. จากพฤติการณ
๔๘
ดงั กลา ว โจทกร ว มและเทศบาลตาํ บลสตกึ äÁÍ‹ Âã‹Ù ¹°Ò¹Ð·¨Õè ÐÍÒŒ §ÇÒ‹ ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒ จาํ เลยทงั้ สอง
จึงไมมคี วามผดิ ฐานแจงความเทจ็ และฐานปลอมเอกสาร
ó. à¾×èÍãËŒ¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´Ëŧàªè×ÍÇ‹Ò໚¹àÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§ áÅÐâ´Âà¨μ¹ÒμŒÍ§¾Ô¨ÒóÒ
องคประกอบขอ ๓ และ ๔ รวมกัน คือ ตอ งมีเจตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ และตอ งมีเจตนาพิเศษ
โดยมีมลู เหตจุ ูงใจ “เพอื่ ใหผ หู น่งึ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปนเอกสารที่แทจ รงิ ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäÊͧ
วรรคสองไมใ ชก ารปลอมเอกสารโดยตรง
องคป ระกอบความผดิ แยกไดด งั น้ี
๑. กรอกขอ ความลงในแผนกระดาษหรอื วัตถอุ ่ืนใด
๒. ซ่ึงมลี ายมือชื่อของผอู ืน่
๓. โดยไมไ ดรบั ความยินยอม หรอื โดยฝาฝนคาํ สั่งของผูนน้ั
๔. เพ่อื นาํ เอกสารน้ันไปใชใ นกจิ การทีอ่ าจเกดิ เสยี หายแกผูหนึง่ ผูใดหรือประชาชน
๕. โดยเจตนา
ñ. ¡ÃÍ¡¢ŒÍ¤ÇÒÁŧ หมายความวา ทําลงในลักษณะที่ใหเขาใจวาเปนขอความของ
เจา ของลายมอื ชอ่ื วธิ กี รอกขอ ความมไิ ดห มายความเฉพาะแตก ารขดี เขยี น อาจเปน การตพี มิ พ ดดี พมิ พ
ใชต ราประทบั หรอื ใชอ กั ษรยอ กไ็ ด ขอ ความทก่ี รอกลงในแผน กระดาษหรอื วตั ถอุ น่ื ใดนน้ั ตอ งมลี กั ษณะ
เปนเอกสารตามความในมาตรา ๑(๗)
ÇμÑ ¶ØáË‹§¡ÒáÃÐทํา คอื แผน กระดาษหรอื วัตถอุ ่นื ใด ซ่งึ มลี ายมอื ชอื่ ของผอู ืน่
ò. «§èÖ ÁÅÕ ÒÂÁÍ× ªÍè× ¢Í§¼ÍŒÙ ¹×è กระดาษหรอื วตั ถอุ นื่ ใดทกี่ รอกขอ ความนน้ั จะตอ งมลี ายมอื ชอื่
ของผูอ ื่นอยูบ นกระดาษหรือวัตถอุ น่ื ใดนน้ั แลว
¢ŒÍáμ¡μ‹Ò§ÃÐËNjҧÇÃäáá¡ÑºÇÃäÊͧ ถาเปนลายมือช่ือที่ลงไวโดยมีความหมาย
เปนเอกสาร เชน ลงลายมือชื่อแสดงความเปนเจาของไว ถามีผูเอาลายมือช่ือน้ันไปกรอกขอความ
ก็เปนการแกไขในเอกสารที่แทจริง เขาตามวรรคแรก คือ วรรคแรกทําเพ่ือใหหลงเช่ือวาเปนเอกสาร
ทแ่ี ทจ รงิ สว นวรรคสองตอ งทาํ เพอ่ื นาํ ไปใชใ นกจิ การทอี่ าจเกดิ ความเสยี หาย อกี ประการหนงึ่ ลายมอื ชอ่ื ตอ ง
ลงในกระดาษหรือวัตถอุ ่นื ใดที่กรอกขอ ความ ถา ตัดลายมอื ช่ือท่อี ่ืนมาตดิ ในกระดาษอีกชน้ิ หน่งึ หรือ
คดั ลอกลายมอื ช่ือข้นึ ใหม เชนนี้ เปนการกระทําตามวรรคแรก ไมใชวรรคสอง
¡ÒÃä´ŒÅÒÂÁ×ͪè×Í การไดกระดาษหรือวัตถุอ่ืนใดซึ่งมีลายมือชื่อผูอ่ืนนั้น จะไดมาโดย
รบั มอบหมายจากผอู น่ื นนั้ เกบ็ ตกไดม า หรอื ไดม าโดยประการอน่ื กไ็ ด เมอ่ื กรอกขอ ความเปน “เอกสาร”
ลงไปโดยเจตนาเพ่ือนําไปใชใ นกิจการที่อาจเกิดเสยี หายแกผอู นื่ แลวกเ็ ปนความผิดตามวรรคสอง
ó. â´ÂäÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁÂÔ¹ÂÍÁ ËÃ×Íâ´Â½Ò† ½¹„ คาํ ÊÑ觢ͧ¼Ù¹Œ ѹé การกระทําเปนความผิด
ตามมาตรานี้ คือ กรอกขอความลงโดยไมไ ดร ับความยนิ ยอมหรือโดยฝา ฝน คําสั่งของผูอื่นน้ัน ฉะน้นั
การกรอกขอความตองกรอกโดยปราศจากความยินยอม หรือฝาฝนคําส่ัง อันเปนความยินยอม
๔๙
หรอื คาํ สง่ั ของเจา ของลายมอื ชอ่ื ถา กรอกขอ ความลงตามความยนิ ยอมหรอื คาํ สง่ั แลว แมค วามยนิ ยอม
หรือคําสั่งนั้นไมชอบดวยกฎหมาย ก็ไมเปนความผิด ถาไมตรงกับความยินยอมหรือคําส่ังจึงจะเปน
ความผิดตามวรรคสอง
ô. à¾×èÍนําàÍ¡ÊÒùéѹä»ãªŒã¹¡Ô¨¡Ò÷ÕèÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´ËÃ×Í»ÃЪҪ¹
ตามวรรคสองตองไดทําโดยเจตนาพิเศษ คือ เพ่ือนําเอาไปใชในกิจการท่ีอาจเกิดเสียหาย ตางกับ
วรรคแรก ซ่ึง “กระทําเพอื่ ใหผ ูหน่ึงผใู ดหลงเชื่อวาเปน เอกสารที่แทจ ริง” การท่ีอาจเสยี หายเปนสภาพ
ของการกระทาํ “โดยประการทนี่ า จะเกิดความเสียหาย” มใิ ชอยูในเจตนาพิเศษเชนตามวรรคสอง
ÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒ “เพ่ือนําเอาไปใช” จะตองไดความตอไปวา อาจจะเกิดเสียหายแก
ผหู น่งึ ผใู ดหรอื ประชาชน แตไ มจ าํ เปนตอ งเกิดการเสียหายขึน้ จริงๆ และความเสยี หายไมจ าํ กัดเฉพาะ
เรอ่ื งทรัพยส นิ อาจเปนความเสยี หายอยา งอื่น
äÁμ‹ ÍŒ §àÍÒä»ãªŒ การกรอกขอ ความลงโดยเจตนา “เพื่อนาํ เอาไปใช” ก็เปน การเพียงพอ
แลวไมตอ งถงึ กับเอาไปใชจริงๆ
õ. â´Âà¨μ¹Ò คอื เจตนามาตรา ๕๙ และเจตนาพเิ ศษเพอื่ เอาไปใชใ นกจิ การทอ่ี าจเกดิ
เสยี หายแกผ ูห น่งึ ผใู ดหรือประชาชนตามองคประกอบ ขอ ๔.
®¡Õ Ò·Õè ñòó/òõð÷ การตัดทอนแกไขหนังสอื ท่ีตนเองทาํ ขึน้ กอนสง มอบใหค นอ่นื ไป
เปนการกระทาํ ท่ีไมอ าจใหเ กดิ ความเสียหายแกผูใดได ไมม ีความผิดฐานปลอมเอกสาร
®¡Õ Ò·èÕ òõõ/òõð÷ การเขียนกากบาทบนขอความในสมุดบัญชีเงินเช่ือของผูอ่ืน
โดยมิไดตัดทอนแกไขขอความในเอกสารนั้นใหผิดไปจากขอความเดิม แมจะกระทําไปเพื่อใหคนอ่ืน
หลงเชอื่ วา จาํ เลยชําระหน้แี ลวก็ตาม ยงั ไมเ ปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔
®Õ¡Ò·Õè òôõ÷/òõòõ แผนปายทะเบยี น เลข ๗ ข. ๙๙๙๓ ของกลางไมใ ชแผนปา ย
ท่ีกองทะเบียนกรมตํารวจใหมา จําเลยนําแผนปายนี้ไปติดไวกับรถจักรยานยนตคันท่ีจําเลยครอบครอง
และใชขับขี่แทนแผนปายทะเบียนรถเดิม อันมีหมายเลขทะเบียนไมตรงกัน เพื่อปดบังไมใหผูใหเชา
ซ้ือมายึดเอารถคืนไป เปนการกระทําในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน มีความผิดฐานใช
เอกสารราชการปลอม
คําวา “ไดก ระทาํ เพอื่ ใหผหู นึ่งผใู ดหลงเชือ่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจรงิ ” น้นั แสดงวานอกจาก
เปนการกระทําâ´Âà¨μ¹Òแลว ยังμŒÍ§ÁÕà¨μ¹Ò¾ÔàÈÉคือมูลเหตุจูงใจในการกระทําà¾è×ÍãËŒ¼ÙŒË¹èÖ§¼ÙŒã´
ËŧàªÍè× วา เปน เอกสารทแี่ ทจ รงิ ดว ย â´ÂÁäÔ ´àŒ ¨ÒШ§¼·ŒÙ ¶èÕ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ãËËŒ ŧàªÍ×è äÇ⌠´Â੾ÒÐÇÒ‹ ¨ÐμÍŒ §
à»¹š ¼ŒÙã´ (คาํ พิพากษาฎกี าที่ ๗๖๙/๒๕๔๐)
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷öù/òõôð จาํ เลยเปน ผทู าํ สญั ญากยู มื เงนิ รวมทง้ั ลายมอื ชอ่ื ส. ผใู ห
สญั ญาดว ยตนเองเมอ่ื ป ๒๕๓๖ ภายหลงั ท่ี ส. ถงึ แกค วามตายไปแลว ในป ๒๕๓๓ และลงวนั ทยี่ อ นหลงั
ไปวา ไดท าํ สญั ญาดงั กลา วขนึ้ เมอื่ วนั ที่ ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๓๑ ทาํ ใหเ หน็ สญั ญาดงั กลา วทาํ ขนึ้ ระหวา ง ส.
กบั จาํ เลยในขณะที่ ส. ยงั มชี วี ติ อยู และใจความสญั ญาดงั กลา วทว่ี า ส. กยู มื เงนิ จาํ เลย ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๕๐
ถา ส. ไมค ืนเงินจาํ นวนดงั กลา ว ส. ยอมโอนทีด่ ินสวนยางพารา เนอ้ื ท่ี ๑๔ ไร ๑ งาน แกจ ําเลยนน้ั
นอกจากไมเปน ความจรงิ แลว ยงั นาจะเกดิ ความเสียหายแกท ายาทของ ส. อีกดวย และเหตุทจ่ี าํ เลย
ทําเอกสารดังกลาวข้ึนเพื่อจะใชอางกับ ด. วาท่ีดินของ ส. เปนของจําเลย และจะไดเรียกรอง
คาเสียหายตอไป ซึ่งทาํ ใหเ ห็นไดวาการทจ่ี าํ เลยกระทําดงั กลา วà¾×èÍãËŒ ´. ËŧàªÍè× วา เอกสารสญั ญา
กูยืมเงนิ ดงั กลาวเปน เอกสารทีแ่ ทจ รงิ ดังน้นั การกระทําของจาํ เลย จงึ เปนการปลอมเอกสารสิทธิตาม
ป.อ. มาตรา ๒๖๕
ÊÃ»Ø á¹Çคาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò
๑. ปา ยทะเบยี นรถทท่ี างราชการทาํ และออกให นาํ ไปใชต ดิ กบั รถยนตค นั อนื่ แมม เี จตนา
ใหผ อู น่ื หลงเชอื่ วา เปน รถทมี่ ปี า ยทะเบยี นดงั กลา ว ไมผ ดิ ฐานปลอมหรอื ใชเ อกสารราชการปลอม เพราะ
ปา ยทะเบยี นรถน้นั เปน เอกสารแทจรงิ ไมใ ชปลอมเอกสาร
๒. ปายทะเบียนซ่ึงไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันนั้น ไมผิดฐานปลอม
หรือใชเอกสารปลอม
๓. ปายทะเบียนรถท่ีไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันอื่น ในประการท่ีนา
จะเกิดความเสยี หายแกผูอ ่นื หรือประชาชน ผิดฐานปลอมเอกสาร และใชเ อกสารราชการปลอม
®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ จาํ เลยแกต ัวเลขในสลากกินแบง ๑ ตัว ใหเ ปน หมายเลขทถี่ ูกรางวลั
เพอื่ ใหเ พอ่ื นเลยี้ งอาหารจาํ เลยกอ น แลว จาํ เลยทง้ิ สลากกนิ แบง ในถงั ขยะในบา น มผี เู กบ็ สลากกนิ แบง
นน้ั ไปขอรบั รางวลั นอกความรูเหน็ ของจําเลย การหลอกใหเ ลี้ยงอาหาร เปนการลอเลน ระหวางเพอ่ื น
ซึง่ ทาํ อยเู ปน ปกตไิ มเปน ความเสยี หายแกประชาชนหรอื เพอ่ื นของจําเลยไมผดิ ฐานปลอมเอกสาร
»ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃ
ÁÒμÃÒ òöõ บญั ญตั วิ า “ผใู ดปลอมเอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ ตอ งระวางโทษ
จําคุก ตง้ั แตหกเดือนถึงหาป และปรบั ตัง้ แตห น่งึ หมน่ื บาทถึงหน่ึงแสนบาท”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตรานี้เปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เน่ืองจากขอเท็จจริง
เกย่ี วกบั สภาพของเอกสารทปี่ ลอมข้ึน ซงึ่ มอี งคประกอบดังน้ี
๑. ปลอม
๒. เอกสารสทิ ธหิ รือเอกสารราชการ
ñ. »ÅÍÁ หมายความวา เปนการปลอมครบองคประกอบความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔
ò. àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔËÃ×ÍàÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มาตรา ๒๖๕ แตกตางกับมาตรา ๒๖๔ คือ
มาตรา ๒๖๕ เปนการปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มาตรา ๒๖๔ เปนการปลอมเอกสาร
ทั่วๆ ไป ถาการปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ ไมวาเขาลักษณะตามวรรคแรกหรือวรรคสอง
เปน เอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ กเ็ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ ซง่ึ เปน เหตฉุ กรรจม โี ทษหนกั ขน้ึ
๕๑
เอกสารตามมาตรา ๒๖๕ แยกเปน ๒ ประเภท คือ ๑) เอกสารสทิ ธิ ๒) เอกสารราชการ
ñ) àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô มีนยิ ามในมาตรา ๑ (๙) “หมายความวา เอกสารที่เปนหลักฐานแหง
การกอ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงบั ซ่งึ สิทธิ” อนั มีขอ ความทาํ นองเดียวกับ “หนังสือสาํ คัญ”
ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖ (๒๐) ซ่ึงบัญญัติวา “บรรดาหนังสือซ่ึงเปนสําคัญแกการตั้ง
กรรมสทิ ธิห์ รือหนีส้ ิน และบรรดาหนงั สือท่ีเปน หลักฐานแกก ารเปล่ียน แก หรือเลิกลาง โอนกรรมสทิ ธิ์
หรอื หนสี้ นิ ทกุ อยาง”
àÍ¡ÊÒ÷èÕ໚¹ËÅÑ¡°Ò¹áË‹§ÊÔ·¸Ô ตองเปนเอกสารแสดงใหเห็นสิทธิน้ันโดยตรงในตัว
เอกสารนน้ั ซง่ึ อาจเปน
๑. เอกสารทกี่ อ ต้ังสทิ ธิ เชน โฉนดทด่ี นิ ซ่ึงผูถอื มีกรรมสิทธใ์ิ นท่ีดนิ
๒. เอกสารสญั ญาทก่ี ฎหมายบงั คบั ใหทาํ ตามแบบ เชน สัญญาเชา ซื้อ ตัว๋ เงนิ
๓. เอกสารทเี่ ปน หลกั ฐานแสดงถงึ สทิ ธนิ นั้ โดยขอ ความในตวั เอกสารนน้ั เชน สญั ญาจะ
ซ้อื ขาย สญั ญาเชาอสงั หาริมทรพั ยไ มเกินสามป ซึง่ ไมต องทําตามแบบ เมอ่ื ตกลงกเ็ กิดสทิ ธิและหนี้ขนึ้
หากทําเปน หนงั สือ ก็เปน หลกั ฐานแหงการกอ ต้งั สทิ ธแิ ละหน้สี ิน
àÍ¡ÊÒ÷äÕè Áà‹ »š¹ËÅ¡Ñ °Ò¹áË‹§Ê·Ô ¸Ô
๑. เอกสารทีใ่ ชเ ปนหลกั ฐานในฐานะพยานเอกสารแสดงขอ เท็จจริงวาไดท ําสญั ญากนั
๒. เอกสารท่ีเปนหลักฐานแหงพฤติการณบางประการซึ่งเปนหลักฐานท่ีตั้งแหงสิทธิ
เชน ใบทะเบยี นสมรส
¢ŒÍÊѧà¡μ “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸Ô” ตรงกับคําวา “หนังสือสําคัญ” ตามกฎหมายลักษณะอาญา
เอกสารตอไปนี้ศาลฎกี าวินจิ ฉยั วาเปน “หนงั สือสาํ คญั ” ซ่งึ ตรงกับ “เอกสารสิทธ”ิ คือ
๑. หนงั สือสญั ญากูยืมเงนิ สญั ญาจะซ้ือขาย สัญญาเชา
๒. ใบรบั หรอื ใบมอบฉันทะใหร ับเงนิ ธนาณัติ
๓. หนงั สือสญั ญาจะจา ยเงนิ สินบนนําจับใหผ รู ับสินบน
๔. ใบเสร็จรบั เงินของหา งรานเอกชน
๕. แบบแจงการครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑
๖. บลิ สงของซง่ึ ผรู ับของลงชือ่ รบั รองแลว
๗. ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน
๘. สลากกินแบงรัฐบาล
๙. ตัว๋ แลกเงิน ตวั๋ สัญญาใชเงนิ เชค็
ò) àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มีนิยามในมาตรา ๑(๘) “หมายความวา เอกสารซึ่งเจาพนักงาน
ไดทําขึ้นหรือรับรองในหนาที่ และใหหมายความรวมถึงสําเนาเอกสารน้ันๆ ท่ีเจาพนักงานไดรับรอง
ในหนา ทด่ี ว ย” เอกสารทีเ่ ปนเอกสารราชการตองมลี ักษณะ ๓ ประการ คอื
๑. ผกู อ ใหเ กิดเอกสารนี้จะตองเปน เจา พนกั งาน ไมใ ชบ คุ คลธรรมดา
๕๒
๒. การกอใหเ กิดเอกสารน้อี าจมี ๒ ทาง คือ (๑) จากการทําข้ึนเอง (๒) จากการที่มี
ผูอ่ืนทําแลวจึงมาใหเ จา พนกั งานรบั รอง
๓. การที่เจา พนกั งานทําขึน้ นั้น จะตองเปนการกระทําในหนาทีด่ ว ย
¢ŒÍÊѧà¡μ “เอกสารราชการ” ตรงกบั คาํ วา “หนงั สอื ราชการ” ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา
เอกสารตอไปนี้ ศาลฎกี าวินิจฉยั วา เปน “หนังสือราชการ” ซงึ่ ตรงกับ “เอกสารราชการ” คือ
๑. ตนขั้วใบเสรจ็ รับเงิน
๒. ทะเบียนยานพาหนะ
๓. หมายแดงแจง โทษ
๔. หมายเรียกพยานของอําเภอ
๕. หนงั สอื แบบ ส.ด.๙ ซ่ึงสสั ดอี ําเภอออกให
๖. ทะเบียนสมรส
๗. ทะเบยี นปน
®¡Õ Ò·Õè ñö÷/òõñ÷ จําเลยกูเงินผูเสียหายแลวทําหนังสือสัญญากูลงลายมือช่ือผูอ่ืน
ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต เพ่ือจะ
ใหไดเงินท่ีกูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูน้ันเปนหลักฐานฟองเรียกเงินคืนจากจําเลย ผูเสียหาย
ไดร ับความเสยี หาย จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารสิทธิ
®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาคที่ถูกทําปลอมข้ึน
เพ่ือใหหลงเชื่อวาเปนใบเสร็จที่แทจริงอันอาจนาํ ไปเรียกเก็บเงินซาํ้ ไดอีกนั้น แมจะมิไดมีการลงชื่อใน
ชองพนักงานเก็บเงินวาไดรับเงินไวถูกตองแลวก็ตาม ยอมเปนเอกสารสิทธิ แตมิใชเอกสารราชการ
จาํ เลยมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕
®¡Õ Ò·èÕ ñõ÷ò/òõôù ตดั สนิ ในทาํ นองเดยี วกนั วา การนาํ เอกสารราชการฉบบั ทแี่ ทจ รงิ
ไปถา ยสาํ เนาเอกสาร แลว นาํ ไปแกไ ขเพม่ิ เตมิ หลงั จากนน้ั นาํ ไปถา ยสาํ เนาเอกสารอกี เปน การ “ปลอม
เอกสารราชการท้ังฉบับ” ขอเท็จจริงคือ จําเลยถายสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนจากฉบับที่แทจริง
ซง่ึ เปน เอกสารราชการแลว แกไ ขในชอ งชอื่ ชอ่ื สกลุ วนั ออกบตั ร วนั หมดอายุ และนาํ สาํ เนาบตั รประจาํ ตวั
ประชาชนดังกลาวไปถายสําเนาเอกสารอีก เพ่ือใหผูหน่ึงผูใดหลงเช่ือวาสําเนาเอกสารดังกลาว
มขี อ ความตรงกบั ตน ฉบบั และนา จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ໹š ¡ÒÃทาํ »ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃ
¢¹Öé ·§éÑ ©ººÑ áÁจŒ าํ àŨÐÁäÔ ´áŒ ¡äŒ ¢ã¹àÍ¡ÊÒ÷áÕè ·¨Œ Ã§Ô การกระทาํ ของจาํ เลยกเ็ ปน ความผดิ ฐานปลอม
บัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการและฐานใชบัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสาร
ราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ วรรคหนึง่ ประกอบมาตรา ๒๖๕ พ.ร.บ. บัตรประจาํ ตวั
ประชาชนฯ มาตรา ๑๔ วรรคหนึง่ (๒) (๓)
®¡Õ Ò·Õè òôôñ/òõòó แผนปายทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ของกลางเปน หมายเลข
ทะเบียนท่ีทางการออกใหกับรถยนตคันหน่ึงของจําเลยที่ถูกชนพังใชการไมได แมแผนปายดังกลาว
๕๓
จําเลยเปนผูกระทําข้ึนเพื่อใชแทนแผนปายอันแทจริงซ่ึงทางการจะตองเปนผูทําและมอบใหเจาของ
รถยนตก็ตาม แตโดยทางปฏิบัติ หากทางการยังไมมีแผนปายทะเบียนใหก็อนุโลมใหถือวาเปน
แผน ปา ยทะเบยี นโดยชอบ แตจ ะนาํ ปา ยทะเบยี นของกลางไปใชก บั รถยนตค นั อน่ื หาไดไ ม การทจ่ี าํ เลยนาํ
แผนปายหมายเลขทะเบียนดังกลาวไปติดเพื่อใชกับรถยนตคันของกลาง โดยมีเจตนาแสดงใหผูอื่น
หลงเชอ่ื วา รถยนตค นั ของกลางซงึ่ เปน รถทผี่ ดิ กฎหมายเปน รถทมี่ ที ะเบยี นถกู ตอ ง จงึ เหน็ ไดว า แผน ปา ย
ทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ทจ่ี าํ เลยทาํ ขน้ึ นน้ั หาไดน าํ ไปใชก บั รถยนตค นั ของตนทไ่ี ดร บั อนญุ าตไม
หากแตนําไปใชเปนหมายเลขทะเบียนปลอมของรถยนตคันของกลางโดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหาย
แกผูอื่นหรือประชาชนใหหลงเช่ือวาแผนปายทะเบียนหมายเลขนั้นเปนเอกสารแทจริงท่ีทางการออก
ใหใชก บั รถยนตค ันของกลาง การกระทําของจําเลยจงึ เปนการปลอมเอกสารราชการ
®Õ¡Ò·Õè òøóð/òõòô จาํ เลยท่ี ๒ เปน พนกั งานในหนว ยงานของรฐั โดยเปน เสมยี นสถาน
ธนานุเคราะหสงั กดั กรมประชาสงเคราะห มหี นาท่ีเขียนตัว๋ จาํ นาํ จําเลยที่ ๒ พิมพล ายน้วิ มอื ของตน
ในตว๋ั จาํ นาํ ซงึ่ มชี อื่ ผอู น่ื เปน ผจู าํ นาํ แสดงออกวา เปน ลายพมิ พน ว้ิ มอื ของผจู าํ นาํ มคี วามผดิ ฐานปลอม
เอกสารสทิ ธิ พฤตกิ ารณซ งึ่ จาํ เลยที่ ๒ ปลอมตวั๋ จาํ นาํ แสดงวา มเี จตนาทจุ รติ การกระทาํ ของจาํ เลยที่ ๒
เปน การปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยมชิ อบ เพอื่ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกส าํ นกั งานธนานเุ คราะห กรมประชาสงเคราะห
เปนความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๐๒ อกี บทหนงึ่ แตค วามผิดท้งั สองฐานน้พี นักงานอัยการโจทกไมม สี ิทธิ เรียกรอ งใหจาํ เลย
คืนหรอื ใชราคาทรพั ยแ ทนผเู สยี หาย
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñðóøõ/òõôö
ใบถอนเงินท่ีจําเลยทาํ ปลอมข้ึนและนําไปใชถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหาย
เปนหลักฐานที่ใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปแลว ใบถอนเงินจึงเปนเอกสาร
อนั กอ ใหเ กดิ สทิ ธใิ นการรบั เงนิ จากธนาคารจงึ เปน เอกสารสทิ ธิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙)
ศาลฎีกาวินิจฉัยวา มีปญหาท่ีตองวินิจฉัยตามฎีกาของจําเลยในปญหาขอกฎหมายวา
ใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ที่จําเลยนําไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว
ประจําสาขาอยุธยา เปนเอกสารสิทธิหรือไม เห็นวา ใบถอนเงินท่ีจําเลยทําปลอมข้ึนและนําไปใช
ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหายดังกลาว เปนหลักฐานท่ีใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงิน
จากบัญชีเงินฝากธนาคารไปแลว ใบถอนเงินดังกลาวจึงเปนเอกสารอันกอใหเกิดสิทธิในการรับเงิน
จากธนาคาร จงึ เปน เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙) การทจี่ ําเลยไดน ําแบบ
พิมพใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) มากรอกขอความโดยเขียนชื่อนางสาวศิริพันธ
ตําหนิดี ในชองชื่อบัญชี เขียนเลขที่บัญชี จํานวนเงิน และลงลายมือชื่อปลอมของนางสาวศิริพันธ
ในชองผูรับเงินและในชองผูถอนเงิน แลวนําใบถอนเงินไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว
ประจําสาขาอยุธยา ซึ่งหลงเชื่อวาเปนใบถอนเงินที่แทจริงจึงจายเงินใหจําเลยไป ดังนี้ การกระทํา
ของจําเลยดังกลาวเปนการทําเอกสารสิทธิปลอมข้ึนทั้งฉบับ เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสาร
ทแ่ี ทจ รงิ และกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกน างสาวศริ พิ นั ธ ธนาคาร และพนกั งานธนาคารแลว จงึ เปน การ
๕๔
ปลอมเอกสารสิทธิและใชเอกสารสิทธิปลอมทั้งสองฉบับ ไมใชเปนเพียงการปลอมเอกสารธรรมดา
ดังท่ีจําเลยฎีกา ท่ีศาลอุทธรณภาค ๑ วินิจฉัยวา ใบถอนเงินดังกลาวเปนเอกสารสิทธิจึงชอบแลว
ฎกี าขอนีข้ องจาํ เลยฟงไมข ้ึน...
®¡Õ Ò·èÕ ÷øò/òõô÷ จําเลยไดปลอมใบถอนเงินเพื่อถอนเงินจากธนาคาร ก. ของ
ผเู สยี หาย และใชใ บถอนเงินดังกลาวถอนเงนิ จากบัญชเี งนิ ฝากของ จ. และ ส. ลูกคา ของธนาคาร ก.
อันเปนความผิดสาํ เร็จไปแลว ตอมาจําเลยจึงไดกระทาํ การปลอมสมุดคูฝากท่ีธนาคาร ก. ออกใหแก
จ. และ ส. อันเปนการกระทาํ เพ่ือปกปดความผิดฐานปลอมและใชใบถอนเงินปลอมของจําเลย
ความผิดฐานปลอมและใชสมุดคูฝากปลอมจึงเปนการกระทําตอ จ. และ ส. ผูเสียหาย ซึ่งเปน
ผเู สยี หายคนละรายกบั ความผดิ ฐานปลอมและใชใ บถอนเงนิ ปลอม ดงั นน้ั ความผดิ ฐานปลอมเอกสาร
และใชใ บถอนเงินปลอมกบั ความผิดฐานปลอมและใชส มดุ คฝู ากปลอมจึงเปนความผดิ ตา งกรรม
»ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà ¾Ô¹ÂÑ ¡ÃÃÁ ãºËŒØ¹ μÑëÇà§Ô¹
ÁÒμÃÒ òöö ผูใดปลอมเอกสารดังตอไปน้ี
(๑) เอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ
(๒) พนิ ยั กรรม
(๓) ใบหุน ใบหนุ กู หรือใบสําคัญของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู
(๔) ตั๋วเงนิ
(๕) บัตรเงนิ ฝาก หรือ
ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรับต้งั แตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตราน้ีเปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เนื่องจากขอเท็จจริง
เกี่ยวกับสภาพของเอกสารท่ปี ลอมข้นึ ซึง่ มีองคประกอบดงั น้ี
๑. ปลอม
๒. เอกสารพิเศษดังตอไปน้ี
๒.๑ เอกสารสิทธิอนั เปน เอกสารราชการ
๒.๒ พนิ ยั กรรม
๒.๓ ใบหุน ใบหนุ กู หรอื ใบสําคญั ของใบหุน หรือใบหนุ กู
๒.๔ ตั๋วเงนิ
๒.๕ บัตรเงนิ ฝาก
ñ. »ÅÍÁ หมายความวาเปนการปลอมครบองคประกอบความผิดตามมาตรา ๒๖๔
เชน เดียวกบั มาตรา ๒๖๕
ò. àÍ¡ÊÒþÔàÈÉ ไดแ ก
๒.๑ เอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ หมายความวาเอกสารท่ีปลอมน้ันเปน
ทั้งเอกสารสิทธิและเอกสารราชการในฉบับเดียวกัน เอกสารใดเปนเอกสารราชการหรือเอกสารสิทธิ
ถือตามมาตรา ๑(๘) และ (๙)
๕๕
àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃ
ตวั อยา งทศ่ี าลฎีกาวินิจฉัยเปนเอกสารสทิ ธิอันเปนเอกสารราชการ
๑. ใบเสร็จรัชชปู การ
๒. สญั ญาขายฝากและโฉนดทีด่ นิ
๓. ตวั๋ พมิ พรูปพรรณสตั วพาหนะ
๔. อาชญาบตั รอากรคา นํา้
๕. อาชญาบตั รฆาสกุ ร
๖. ใบเสรจ็ รับเงินคา อากรคา นา้ํ
๗. แบบพิมพธ นาณตั ิ
๘. ฎีกาเบิกเงินตอ คลัง
àÍ¡ÊÒ÷àÕè »¹š á¤à‹ Í¡ÊÒÃÊ·Ô ¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃÍÂÒ‹ §ã´ÍÂÒ‹ §Ë¹§èÖ ไมใ ชเ ปน ทง้ั สองอยา ง
๑. ใบทะเบียนปน ไมใชเอกสารสิทธิ
๒. ใบทะเบียนรถจักรยานสามลอ ไมใ ชเ อกสารสิทธิ
๓. ใบรับธนาณัตหิ รือใบมอบฉันทะที่เอกชนทาํ ไมเ ปน เอกสารราชการ
๔. สญั ญาใหคา นาํ จับพนนั เปนเอกสารสทิ ธิ ไมใ ชเ อกสารราชการ
๕. บลิ ปลอมของเอกชนขอเก็บเงนิ ราชการ ไมใ ชเ อกสารราชการ
๖. ใบแดงแจง โทษ ไมใชเอกสารสทิ ธิ
๗. ใบอนุญาตตางๆ ไมเปน เอกสารสทิ ธิ เชน ใบอนุญาตเลนไพ ใบอนุญาตรอ นหาแร
ใบอนญุ าตขับข่รี ถยนตสาธารณะ
๘. ใบทะเบยี นสมรส ไมใชเอกสารสิทธิ
๙. สลากกินแบง ไมเปน เอกสารราชการ
๑๐. ใบเสร็จรับเงินคารับหนังสือขาวทหารอากาศไมปรากฏวาเปนราชการของกองทัพ
อากาศไมเปนเอกสารราชการ
๑๑. แบบ ส.ค. ๑ ที่เจาของย่ืน ไมเ ปนเอกสารราชการ แมก าํ นัน ผูใ หญบ านรบั รอง
๒.๒ พินัยกรรม หมายความถึง เอกสารซ่ึงบุคคลแสดงเจตนากําหนดการเผ่ือตาย
ในเร่ืองทรัพยสินของตนเอง หรือในการตางๆ อันจะใหเกิดผลบังคับไดตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๔๖
àÍ¡ÊÒ÷èÕäÁ‹à»š¹¾Ô¹Ñ¡ÃÃÁ เอกสารท่ีไมสมบูรณในตัวเอง เชน ทาํ ผิดแบบ หรือขอความในเอกสาร
เปนโมฆะ เชน พินัยกรรมโมฆะพยานรับรองลายพิมพนิ้วมือไมครบถวนตามกฎหมายยอมไมเปน
เอกสารสิทธิ
๒.๓ ใบหุน ใบหุนกู หรือใบสาํ คัญของใบหุน หรือใบหุนกู หมายถึงเอกสารตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๒๗, ๑๑๒๘, ๑๒๓๔, ๑๒๓๕
๒.๔ ตั๋วเงิน หมายถึงเอกสารตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๙๘ ไดแก ตั๋วแลกเงิน
ตวั๋ สัญญาใชเงนิ และเชค็
๕๖
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò
®Õ¡Ò·Õè ò÷ø-ò÷ù/òõðñ ปลอมเช็ค เปนการปลอมใบส่ังใหจายเงิน ผิดตาม
มาตรา ๒๖๖
®¡Õ Ò·èÕ ñ÷öô/òõðö ทําใบมอบอาํ นาจปลอมวา เจาของกรรมสิทธ์ิที่ดินมอบให
ทําการโอนกรรมสทิ ธแ์ิ ทนนนั้ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสารสทิ ธอิ นั เปน เอกสารราชการ แมจ ะใชแ บบพมิ พข อง
สํานกั งานทดี่ นิ และเจา พนกั งานไดบ นั ทกึ วา ตรวจแลว กต็ ามเพราะคําวา ตรวจแลว หมายถงึ ดแู ลว เทา นนั้
®Õ¡Ò·èÕ ôð/òõð÷ ใบอนุญาตขับขี่รถยนตไมใชเอกสารสิทธิ แตเปน เอกสารราชการ
®¡Õ Ò·èÕ ñõñ/òõð÷ (ประชุมใหญ) จาํ เลยไมประสงคจะใชนามอันแทจริงฝากเงินตอ
ธนาคาร ไดลงชื่อในใบแบบคาํ ขอฝากเงินและในแบบตัวอยางลายเช็น และออกเช็คในนามที่จําเลย
ตั้งข้ึนเองโดยจําเลยมิไดปลอมลายเซ็นหรือปลอมเช็คของผูใด การกระทําของจําเลยไมผิดฐานปลอม
เอกสาร
®Õ¡Ò·èÕ ñðö÷/òõð÷ ปลอมตว๋ั แลกเงนิ ธนาคารออมสินผิดตามมาตรา ๒๖๖(๔)
®¡Õ Ò·Õè õõ÷/òõðù สลากกินแบงของรัฐบาลเปนเพียงเอกสารสิทธิไมใชเอกสารสิทธิ
อันเปนเอกสารราชการ
®¡Õ Ò·èÕ ÷óñ/òõðù บนั ทกึ นําสง รายงานการเดนิ ทาง และรายงานการใชจ า ยคา พาหนะ
และคา ทพี่ กั ของตํารวจ ซง่ึ อา งวา ไปราชการ ขอ ความในเอกสารเหลา นเ้ี ปน เทจ็ และจาํ เลยไดป ลอมลายเซน็
ผบู งั คบั บญั ชาวา ไดต รวจเอกสารนน้ั แลว เมอ่ื จําเลยไดใ ชเ อกสารเหลา นเ้ี บกิ เงนิ จากราชการกรมตาํ รวจ
เอกสารเหลานเี้ ปนเอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ
®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสรจ็ รบั เงนิ ของการไฟฟา สว นภมู ภิ าคเปน เอกสารสทิ ธิ แตไ มใ ช
เอกสารราชการ
®¡Õ Ò·Õè ñò÷ù/òõñù ตว๋ั แลกเงนิ (ดราฟต) ของธนาคารเปน ตวั๋ เงนิ ตามมาตรา ๒๖๖(๔)
®Õ¡Ò·èÕ òòöö-òò÷ø/òõñù ใบเสร็จรับเงินซ่ึงทางราชการออกใหแกผูมีหนาท่ีตอง
ชาํ ระคาภาษรี ถยนต เปน หลกั ฐานแสดงวาทางราชการไดร บั ชําระคาภาษรี ถยนตไ วแ ลวและมผี ลทาํ ให
การเก็บภาษรี ถยนตข องรฐั เปนอนั เสร็จสิน้ ไป เปนเอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ
®¡Õ Ò·Õè ñóøõ/òõòò หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓) เปน เอกสารสทิ ธอิ นั เปน
เอกสารราชการ
®Õ¡Ò·èÕ òùñ÷/òõóø จาํ เลยวาจาง จ. จัดพิมพใบหุนธนาคาร ม. และบริษัท ผ.
ซง่ึ เปน แบบฟอรม ยงั ไมไ ดก รอกขอ ความ โดยเจตนาจะนําไปกรอกขอ ความรายละเอยี ดทเ่ี ปน สาระสาํ คญั
เพ่ือใชอยางใบหุนท่ีแทจริง ซึ่งตอมาก็มีการกรอกขอความดังกลาวแลวนาํ ไปฝากขายที่บริษัท ว.
แสดงวา จําเลยมสี ว นรเู หน็ ในการกรอกขอ ความ จงึ เปน ตวั การในความผดิ ฐานปลอมใบหนุ ตาม ม.๒๖๖(๓)
๕๗
ᨧŒ ãËàŒ ¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¨´¢ŒÍ¤ÇÒÁà·ç¨
ÁÒμÃÒ òö÷ ผูใดแจงใหเจาพนักงานผูกระทาํ การตามหนาที่จดขอความอันเปนเท็จ
ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซงึ่ มีวตั ถปุ ระสงคสาํ หรบั ใชเ ปน พยานหลกั ฐาน โดยประการ
ท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหมน่ื บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. แจงใหเ จา พนกั งานผูกระทาํ การตามหนา ที่
๒. จดขอ ความอนั เปน เทจ็
๓. ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซ่ึงมีวัตถุประสงคสาํ หรับใชเปนพยาน
หลกั ฐาน
๔. โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรือประชาชน
๕. โดยเจตนา
ñ. ᨌ§ãˌ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¡ÃÐทํา¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·Õ訴¢ŒÍ¤ÇÒÁÍѹ໚¹à·ç¨ ตองพิจารณา
องคประกอบ ขอ ๑ และ ๒ ดวยกัน การกระทาํ ตามมาตราน้ีคือแจงใหจดขอความเท็จ ซ่ึงอาจแจง
ดว ยวาจา หรอื เปน หนงั สอื กไ็ ด การแจง ใหจ ดขอ ความหมายความวา แจง ขอ ความตอ เจา พนกั งาน โดยมี
การจดขอความที่แจงลงไวเปนขอความของผูแจง ปกติการแจงใหจดขอความยอมลงลายมือชื่อผูแจง
และผจู ดถา มีลายมือชอื่ ดงั กลาวกน็ าจะถอื วา มกี ารแจงใหจดแลว
¢ÍŒ ¤ÇÒÁÍ¹Ñ à»¹š à·¨ç มคี วามหมายเชน เดยี วกบั มาตรา ๑๓๗ หมายความวา เปน ขอ เทจ็ จรงิ
ในอดตี หรือปจ จุบันทไี่ มต รงตอ ความจริง
਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ÙŒ¡ÃÐทาํ ¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·èÕ ผูกระทาํ ตามมาตราน้ีจะตองเปนเจาพนักงาน
ผูกระทาํ การตามหนาที่ คือ มีหนาที่โดยตรงที่จะจดขอความลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสาร
ราชการนัน้ ๆ
ò. ŧã¹àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ËÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà เอกสารทบ่ี อกใหเ จา พนกั งานจดขอ ความ
ตองเปนเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการซึง่ มีวัตถุประสงคส าํ หรบั ใชเปนพยานหลักฐาน
àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ (public document) ไมม บี ทนยิ ามตาม ปวพ. มาตรา ๑๒๗ บญั ญตั วิ า
“เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจาหนาที่ไดทาํ ขึ้นหรือรับรอง หรือสําเนาอันรับรองถูกตองแหงเอกสาร
นั้นและเอกสารเอกชนท่ีมีคาํ พิพากษาแสดงวาเปนของแทจริงและถูกตองนั้น ใหสันนิษฐานไวกอนวา
เปนของแทจริงและถูกตอง เปนหนาท่ีของคูความฝายท่ีถูกอางเอกสารน้ันมายังพนักงานเจาหนาท่ี
ตอ งนําสบื ความไมบ รสิ ทุ ธหิ์ รอื ความไมถ กู ตอ งแหง เอกสาร” àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ หมายถงึ เอกสารทพ่ี นกั งาน
เจาหนาที่ทําขึ้นตามหนาที่ในฐานะเปนตัวแทนประชาชนเพ่ือประโยชนของประชาชน ใหประชาชน
ตรวจดแู ละอา งอิงเปน พยานหลักฐาน
๕๘
àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà หมายความถึง เอกสารราชการตามบทนิยามมาตรา ๑(๘) เนื่องจาก
เอกสารมหาชนเปนเอกสารราชการ ซ่ึงยอมใชเปนพยานหลักฐานอยูในตัว สวนเอกสารราชการ
อาจจะไมใชเอกสารท่ีมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน ฉะน้ัน มาตราน้ีจึงบัญญัติวา
“ซึ่งมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน” คือตองเปนเอกสารชนิดท่ีมุงหมายจะใหใชเปน
พยานหลกั ฐาน
ó. â´Â»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ มีความหมาย
เชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ คือเปนพฤติการณประกอบการกระทาํ มิใชผ ลทตี่ องเกิดข้นึ จากการกระทํา
เพียง “นาจะเกดิ ” แตไ มเ กดิ ก็เปนความผดิ สาํ เรจ็
ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ โดยผูกระทําจะตองรูวาขอความท่ีแจงให
พนกั งานจดน้นั เปน ขอความเทจ็ ถา ไมร วู า เปน ขอความเท็จก็ไมผิดตามมาตรานี้ เชน ลงชอ่ื เปนพยาน
วา ผูโ อนเปน เจา ของทด่ี นิ จริง แมไ มใ ชผทู ่เี คยรูจัก แตเชือ่ วา เปน ความจริงตามท่รี บั รอง ไมร ูวา ขอความ
อันเปนเท็จไมผิด (ฎีกาท่ี ๙๒๙/๒๔๗๔) สวนผูกระทําจะรูวาการแจงนั้น “นาจะเกิดความเสียหาย
แกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน” หรือไม ไมส ําคญั
®¡Õ Ò·èÕ ñðõñ/òõðõ จําเลยเปนผูใหญบานไดรับมอบหมายใหทาํ หนาท่ีจดบัญชี
สัตวพาหนะ ทาํ บัญชีลูกคอกสัตวพาหนะเท็จตามคาํ ขอรองของลูกบาน แมจะไมไดรับสินจางรางวัล
แตท ําใหล กู บา นไดรับประโยชนไปใชอางตอตํารวจที่ยดึ โคนั้น นับวา เปนการแสวงหาประโยชนสาํ หรบั
ผอู ่นื แลวถือไดว าจําเลยปฏบิ ตั หิ นาท่ีทจุ ริต ผดิ ตามมาตรา ๑๕๗, ๑๖๒ (๑)
ลูกบานตองการหลักฐานไปแสดงตอเจาหนาท่ีตํารวจ จึงขอใหผูใหญบานจดขอความ
อันเปนเท็จลงไปในบัญชีสัตวพาหนะนั้น ผิดฐานแจงเท็จตามมาตรา ๒๖๗ การท่ีผูใหญบานยอมจด
ขอความเท็จให อันเปนการทุจริตตอหนาที่น้ัน เปนผิดเฉพาะตัวของเจาพนักงาน การแจงเท็จหาได
เปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกในการทุจริตตอเจาหนาท่ีขึ้นอีกช้ันหนึ่ง ลูกบานจึงไมผิดฐาน
สนบั สนุนในความผดิ ฐานทจุ ริตตอ หนาท่ี
®Õ¡Ò·Õè õöñ/òõðø การเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ไมใชเร่ืองแจงให
เจาพนักงานจดขอความ แตเปนเรื่องเบิกความซึ่งศาลมีอาํ นาจใชดุลพินิจจดขอความตอนใด หรือ
ไมจดก็ได ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ การจดจึงเปนเรื่องของศาล ไมใชเรื่องของพยาน
ทจ่ี ะแจง ใหศ าลจดขอความอนั เปน เท็จ ซึง่ เปนความผดิ ตามมาตรา ๒๖๗
จาํ เลยไมใชนายชวง แตมาอางตอศาลวา เปน นายชวง และขอ เทจ็ จรงิ ทจ่ี าํ เลยเบิกความ
วาไดรูเห็นเหตุการณ จําเลยก็ไมรูเห็นจริง กับจําเลยไดลงชื่อปลอมวานายชวงในคาํ เบิกความที่
ศาลจดไวอีกดวย ความผิดฐานเบิกความเท็จสาํ เร็จไดโดยไมตองอาศัยการลงชื่อปลอม การลงชื่อ
ปลอมของจาํ เลยจึงเปนความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ อกี ดวย แตจาํ เลยไมมีความผิด
ฐานปลอมเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน เอกสารทศ่ี าลทําขนึ้
๕๙
®Õ¡Ò·èÕ ùøö-ùø÷/òõðø การบรรยายฟองวา จําเลยเบิกความเท็จตอศาลจังหวัด
กาญจนบุรีนั้น ไมใชขอกลาวหาวาจาํ เลยแจงความเท็จแกเจาพนักงาน และแจงใหเจาพนักงาน
จดขอความอันเปนเทจ็ ตามมาตรา ๑๓๗, ๒๖๗
®Õ¡Ò·Õè ñòñ÷/òõñø จําเลยเปนคนตางดาวและมีภูมิลําเนาอยูตางประเทศไดมีผูนาํ
หลักฐานปลอมไปยื่นคํารองตอเจาพนักงานใหออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนและใบสําคัญทหาร
กองเกนิ แทนฉบบั ชํารดุ สญู หายใหจ าํ เลย เจา พนกั งานหลงเชอ่ื คาํ รอ งและหลกั ฐานปลอมนน้ั จงึ ออกให
เม่ือจําเลยซึ่งรูวาเอกสารราชการดังกลาวเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๗ ยังนําไปใช
โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงาน ผูอื่น หรือประชาชนจึงมีความผิดตาม
มาตรา ๒๖๘ ประกอบดว ยมาตรา ๒๖๗
®Õ¡Ò·èÕ ò÷õò/òõñù ในการสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร จาํ เลย
กรอกใบสมคั รดว ยตนเองวา จําเลยมยี ศรอ ยโทยนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั กบั แจง ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั
ซงึ่ มหี นา ทส่ี อบสวนคณุ สมบตั ใิ หจ ดขอ ความอนั เปน เทจ็ ลงในบนั ทกึ การสอบสวนวา จําเลยมยี ศรอ ยโท
โดยจําเลยรอู ยูแลว วา เปน ความเท็จ ดงั น้ี การกระทาํ ของจําเลยแยกได ๒ ตอน คอื จําเลยเอาใบสมคั ร
มาย่ืนตอผูวาราชการจังหวัดตอนหน่ึง กับเมื่อผูวาราชการจังหวัดรับใบสมัครของจําเลยแลวทาํ การ
สอบสวนปากคาํ จําเลยถึงเร่ืองคุณสมบัติของจําเลยอีกตอนหนึ่ง การที่จาํ เลยเขียนใบสมัครวามียศ
รอ ยโทมายนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั นน้ั เปน การแจง ขอ ความอนั เปน เทจ็ แกเ จา พนกั งานแลว และการกระทาํ
ของจาํ เลยในตอนยื่นใบสมัครนี้เปนคนละกรรมกับการกระทาํ ในตอนที่ผูวาราชการจังหวัดสอบสวน
คณุ สมบตั ขิ องจําเลย แลว จําเลยแจง วา มยี ศรอ ยโทอนั เปน ความผดิ ฐานแจง ใหเ จา พนกั งานจดขอ ความเทจ็
ลงในเอกสารราชการ หาใชเปนการกระทํากรรมเดียวไม จาํ เลยจึงมีความผิดฐานแจงขอความ
อันเปน เทจ็ แกเ จาพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๗ อกี กระทงหน่งึ
®Õ¡Ò·Õè òöùö/òõòñ มารดาคลอดบุตรโดยไมไดสมรสกับบิดา มารดาแจงตอ
นายทะเบียนทองถ่ินวาเกิดเด็กหญิงรัตติยา ลิขิตสุวรรณกุล บิดาไปแจงตอนายทะเบียนอีกเขตหน่ึง
วาเกิดเด็กหญิงรัตติยา แซอ้ึง ดังน้ี กลับเปนคุณแกมารดาและเด็ก ไมทาํ ใหมารดาเสียหาย ไมเปน
ความผิดตามมาตรา ๒๖๗
®¡Õ Ò·èÕ ôøõ/òõòò จําเลยเปนคนตางดาว สัญชาติญวน แตไปแจงขอความ
อนั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งานวา จําเลยชอื่ นางตนั ศริ ดิ ํารงค เปน คนไทย เพอ่ื ขอรบั บตั รประจําตวั ประชาชน
เปน เหตใุ หเ จา พนกั งานดงั กลา วหลงเชอื่ วา จาํ เลยเปน บคุ คลสญั ชาตไิ ทยจงึ ไดบ นั ทกึ เสนอนายทะเบยี น
ออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการใหแกจําเลย การกระทาํ ของจาํ เลยเปนความผิด
ตามมาตรา ๒๖๗ และ พ.ร.บ.บัตรประจาํ ตวั ประชาชน พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๗
®¡Õ Ò·èÕ òðôø/òõô÷ จําเลยทั้งสองกับพวกรวมกันแจงขอความอันเปนเท็จแก
เจาพนักงาน ผูรับผิดชอบจัดทาํ บัตรประจาํ ตัวประชาชน ทาํ ใหเจาพนักงานหลงเช่ือจดขอความ
อันเปนเท็จลงในเอกสารราชการ อันมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐานโดยประการท่ีนา
จะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงานดังกลาว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและประชาชน
อนั เปนความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๗
๖๐
ãªËŒ Ã×ÍÍÒŒ §àÍ¡ÊÒûÅÍÁ
ÁÒμÃÒ òöø ผูใดใชหรืออางเอกสารอันเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๔
มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ในประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ตอ งระวางโทษดงั ที่บัญญัติไวใ นมาตรานน้ั ๆ
ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกเปนผูปลอมเอกสารน้ัน หรือเปนผูแจงใหเจาพนักงาน
จดขอ ความนน้ั เอง ใหล งโทษตามมาตรานีก้ ระทงเดียว
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäáá
๑. ใชหรอื อาง
๒. เอกสารอนั เกดิ จากการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖
หรือมาตรา ๒๖๗
๓. ในประการท่นี าจะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู ่ืนหรอื ประชาชน
๔. โดยเจตนา
ñ. 㪌ËÃ×ÍÍÒŒ § “㪔Œ หมายความถึงการใชอยางเอกสาร คือ กระทาํ อยางใดอยางหนง่ึ
โดยอาศัยเอกสารเปนวัตถุแหงการกระทําผิด เชน เอาบิลปลอมไปเบิกเงิน (ฎีกาที่ ๘๗๔/๒๔๗๓)
ใชแทนใบสุทธิปลอม (ฎีกาที่ ๘๐๓/๒๔๘๗) เปนตน ถาเอาไปใชอยางกระดาษแผนหนึ่ง “ซึ่งไม
เก่ียวกับความในเอกสาร เชน นําไปทําถุงใสของ ไมใชเปนการ “ใช” ตามขอนี้ ขอสังเกต “ใช”
ตามมาตราน้ี ไมตองเปนการใชอยางเอกสารที่แทจริง แมไมนํามาใชอยางของจริง ก็เปนความผิด
เชน นําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอสายลับตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหเช่ือถือในฝมือ
ในการทาํ ปลอม (ฎีกาที่ ๑๖๕๔/๒๕๐๓ ประชุมใหญ)
“͌ҧ” หมายความถึง การอาศัยเอกสารน้ันแสดงขอเท็จจริงเพ่ือเปนหลักฐานใน
การอางอิงของผูกระทําผิด แตไมจําตองอางเปนพยานตอศาลอันเปนความผิดฐานเบิกความเท็จ
เชน ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา ๒๒๗
¢ÍŒ áμ¡μ‹Ò§¡ÒÃ͌ҧ¡Ñº¡ÒÃ㪌 คือ “อา ง” ไมจําตอ งนาํ เอกสารนอี้ อกแสดง การอา ง
เอกสารตอ ผูใด อาจทาํ โดยใหผ ูนน้ั เรียกหรือตรวจดเู อกสารนน้ั เชน ขอใหศ าลเรียกเอกสารปลอมมา
แตถาเพียงแสดงความจาํ นงจะอาง เชน ยื่นบัญชรี ะบุพยาน ยังไมเปน การอา งจนกวา จะขอหมายเรยี ก
เอกสารนั้น ถา ขอใหเ รยี กเอกสาร แมยังไมไดเ รียกหรือยังไมไดเอกสารมา ก็ถอื วาอางแลว
ò. àÍ¡ÊÒ÷Õèนําä»ãªŒËÃÍ× ÍÒŒ §μŒÍ§à»¹š àÍ¡ÊÒûÅÍÁ
๒.๑ เอกสารธรรมดาตามมาตรา ๒๖๔
๒.๒ เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕
๒.๓ เอกสารสทิ ธิอันเปน เอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุน ใบหุนกู ใบสําคญั ของ
ใบหุนหรอื ใบหุน กู ต๋วั เงิน บตั รเงินฝาก ตามมาตรา ๒๖๖
๒.๔ เอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการท่ีแจงใหเจาพนักงานจดขอความเท็จ
ตามมาตรา ๒๖๗
๖๑
ó. ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ การใชหรืออางตองทํา
โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ ่ืนหรือประชาชนเชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๗
¤ÇÒÁ¼´Ô สาํ àèç เมอ่ื อา งหรอื ใชใ นประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน
ไมจําตองเกดิ ความเสียหายจรงิ ๆ
ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ และตอ งรูขอ เท็จจรงิ วาเปน เอกสารปลอม
หรือเทจ็ ตามมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ และ ๒๖๗
ÇÃäÊͧ ¡Ã³¼Õ ŒãÙ ªŒËÃ×Í͌ҧàÍ¡ÊÒÃ໹š ¼ÙŒ»ÅÍÁËÃÍ× á¨§Œ ã˨Œ ´¢ÍŒ ¤ÇÒÁà·ç¨ มคี วามผดิ
ตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว วรรคสองน้ีเปนขอยกเวนหลักเกณฑเรื่องความผิดหลายกระทง
ตามมาตรา ๙๑ โดยกําหนดใหลงโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว ซึ่งมีหลักการทํานองเดียวกับ
มาตรา ๒๖๘ และ ๒๖๓
“â·ÉμÒÁÁÒμÃÒ¹é”Õ มาตรา ๒๖๘ ไมไ ดกาํ หนดอัตราโทษไวโ ดยตรง แตต องระวางโทษ
ตามท่บี ัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ หรือ ๒๖๗ เมอื่ การใชหรอื อางน้นั เปนเอกสารอนั เกดิ
จากการกระทาํ ความผิดตามมาตราดงั กลาว ฉะนัน้ “โทษตามมาตรานี”้ หมายถงึ มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕,
๒๖๖ หรอื ๒๖๗ แลว แตกรณี
®¡Õ Ò·Õè ñòöù/òõðó จําเลยรูอยูแลววาอักษรเลขหมายที่พานทายปนของจําเลยเปน
ของที่ปลอมขึน้ เมอ่ื เจาพนกั งานมาขอคน จาํ เลยนาํ ปน ดงั กลาวออกแสดงใหเจา พนักงานดพู รอมดว ย
ใบอนญุ าตของจําเลย ดงั น้ี ถอื วา จําเลยไดใ ชหรอื อา งเอกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘
®Õ¡Ò·èÕ ñöõô/òõðó (ประชุมใหญ) จําเลยนําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอ
สายของตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหผูติดตอซื้อเชื่อถือฝมือในการทําปลอมจะไดตกลงซ้ือ ดังนี้
ถือไดวาเปนการนําเอกสารปลอมมาใชในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนและประชาชน
แลว มคี วามผิดตามมาตรา ๒๖๘
®¡Õ Ò·Õè ññðô/òõñð จําเลยนําสลากการกุศลที่มีการขูดลบแกเลขไปรับรางวัลโดยรูวา
เปนสลากปลอม มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕, ๒๖๘
®¡Õ Ò·Õè ñôð÷/òõñð ทําพินัยกรรมปลอมไปแสดงตอพนักงานท่ีดินอําเภอ
เพือ่ ขอรับมรดก และอําเภอไดป ระกาศการขอรับมรดกแลว แมตอ มาถอนการขอรบั มรดกนั้น การนํา
พินัยกรรมปลอมไปแสดงเชนนี้เปนการกระทําอันเปนเหตุใหนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน จึงผิด
ตามมาตรา ๒๖๘
®¡Õ Ò·Õè öõø/òõñó ผูเสียหายรูเห็นยินยอมใหผูอื่นเซ็นช่ือแทนในใบแตงทนาย เม่ือมี
ผนู าํ ใบแตง ทนายนนั้ ไปใหท นายทาํ คาํ รอ งยนื่ ตอ ศาล ความเสยี หายทจี่ ะมแี กผ เู สยี หายจงึ ไมม ผี เู สยี หาย
จงึ ไมใชผ เู สยี หายตามกฎหมาย
®Õ¡Ò·Õè óñ÷/òõòñจําเลยเขียนหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนตของผูอื่นลงไวที่
แผน เหลก็ ทา ยรถจกั รยานยนตข องกลาง แมจ ะเขยี นดว ยตนเองโดยมลี กั ษณะขนาดตวั หนงั สอื และตวั เลข
๖๒
ไมเหมือนกับปายหมายเลขทะเบียนที่แทจริงซ่ึงกรมตํารวจจัดทาํ ข้ึน แตเมื่อจําเลยกระทาํ ดวยเจตนา
ทําเทียมเพ่ือใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสารที่แทจริง และโดยลักษณะท่ีอาจจะเกิดความเสียหาย
แกผ อู นื่ หรอื ประชาชนแลว เปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารราชการ เมอ่ื จาํ เลยขบั ขร่ี ถนนั้ เปน ความผดิ
ฐานใชเอกสารราชการปลอมดวย
®¡Õ Ò·èÕ ññôñ/òõòó จําเลยเอาปายทะเบียนรถยนตหมายเลข ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ ของ
รถยนตยี่หอเฟยตมาติดใชกับรถยนตของกลาง ปายทะเบียนดังกลาว เปนเอกสารแทจริงที่ราชการ
ทําขึ้น ไมใ ชเ อกสารปลอม จึงไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสาร และการทจ่ี าํ เลยนําปา ยทะเบยี นน้นั มา
ใชกับรถยนตของกลางเพื่อใหผูอ่ืนหลงเช่ือวารถยนตหมายเลขทะเบียน ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ จําเลยก็ไมมี
ความผดิ ฐานใชเ อกสารราชการปลอม
จําเลยรวู าหมายเลขประจําเครื่องยนตของกลาง ๒๑๕๑๗๓ เปน เลขประจาํ เครื่องยนตปลอม
แลวจําเลยนาํ รถยนตของกลางไปตรวจเคร่ืองยนตแสดงวามีเลขหมายน้ันตอเจาหนาท่ี
และนาํ ไปขายแกผูอ น่ื จาํ เลยมคี วามผิดฐานใชเอกสารปลอม
®Õ¡Ò·Õè ñùöù/òõòô เจา หนา ทต่ี าํ รวจไปทบี่ า นจําเลย พบรถยนตซึ่งถกู คนรายลกั มา
๑ คัน จําเลยแสดงตนวาเปนเจาของรถ โดยนําใบอนุญาต ทะเบียนรถยนต และแผนปายวงกลม
แสดงการเสียภาษี ซ่ึงเปนเอกสารปลอมมาแสดงเพ่ือใหพนผิด เปนการใชหรืออางเอกสารน้ัน
ตอ เจา หนา ทตี่ าํ รวจผจู บั แลว เมอ่ื จําเลยรอู ยแู ลว วา เอกสารดงั กลา วเปน เอกสารปลอม แมจ าํ เลยตอ งหา
ฐานลกั ทรพั ย รบั ของโจร จาํ เลยก็มีความผดิ ฐานใชเอกสารปลอม
®Õ¡Ò·Õè ÷òø/òõðù เม่ือหลักเขตท่ีดินของทางราชการไมใชหลักเขตปลอม ขอความ
ที่ปรากฏในหลักเขตมีตัวเลขจึงเปนของแท แมจําเลยจะเอาหลักเขตที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๓ ของที่ดิน
จําเลย ไปปกลงในที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๖ ของผูมีชื่อคนหน่ึง หลักเขตที่มีหมายเลขดังกลาวยังคงเปน
หลักเขตท่ีมตี วั เลขท่แี ทจ รงิ การกระทาํ ของจําเลยไมเ ปนความผิดฐานใชเอกสารปลอม
®¡Õ Ò·èÕ ñó÷õ/òõôõ แมจําเลยท่ี ๒ ใหก ารรับสารภาพตามฟอ งของโจทก ขอ เทจ็ จริง
จึงฟงเปนยุติตามคาํ ฟองโจทก ที่บรรยายไวอยางชัดเจนแยกการกระทําของจําเลยท้ังสองท่ีรวมกัน
ลกั เชค็ ของผเู สยี หายซงึ่ เปน นายจา งไปปลอมเชค็ และใชเ ชค็ ทป่ี ลอมนน้ั ไปยน่ื ตอ ธนาคารเพอ่ื ขอรบั เงนิ
ซง่ึ การกระทาํ แตล ะอยา งมลี กั ษณะทแ่ี ตกตา งกนั ตา งเปน ความผดิ สาํ เรจ็ ในตวั และเปน การกระทาํ ความผดิ
โดยอาศัยเจตนาแยกตางหากจากกัน การกระทําของจาํ เลยท่ี ๒ จึงเปนความผิดฐานลักทรัพย
นายจางกระทงหน่ึง และฐานปลอมต๋ัวเงินและใชต๋ัวเงินปลอมซ่ึงตองลงโทษฐานใชต๋ัวเงินปลอม
อกี กระทงหน่ึงตาม ม.๒๖๘ ว.๒
®Õ¡Ò·Õè ñøùõ/òõôö ¡ÒûÅÍÁเอกสารäÁ‹จําμŒÍ§ÁÕàÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§อยูกอนและ
äÁ‹μŒÍ§ทาํ ãËàŒ ËÁÍ× ¹¢Í§¨ÃÔ§ ก็เปนàÍ¡ÊÒûÅÍÁได จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกหลอกลวง ต. วา จําเลยที่ ๒
คอื ย. เจา ของรถยนตบ รรทกุ มคี วามประสงคจ ะขายรถยนตค นั ดงั กลา ว ต. ตกลงรบั ซอื้ ไวแ ละทําสญั ญา
ซือ้ ขายกนั โดยพวกของจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือชอ่ื ย. ในชอ งผขู าย มอบให ต. ยดึ ถอื ได การกระทาํ ของ
๖๓
จําเลยที่ ๒ กบั พวกมเี จตนาทจุ ริต เพอ่ื ใหไดเงินจาก ต. และไมให ต. ใชสญั ญาซอื้ ขายนัน้ เปนหลักฐาน
ฟองรองเรียกเงินคืน ทาํ ให ต. ไดรับความเสียหาย จึงมีความผิดฐานËÇÁ¡Ñ¹»ÅÍÁหนังสือสัญญา
ซอ้ื ขายรถยนตอ นั เปน àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô เมอ่ื จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกไดม อบหนงั สอื สญั ญาซอ้ื ขายนน้ั ให ต. ยดึ ถอื ไว
จงึ มคี วามผดิ ฐานÃÇ‹ Á¡Ñ¹ãªàŒ Í¡ÊÒÃÊÔ·¸»Ô ÅÍÁอกี กระทงหนึ่ง รวมทั้งมีความผิดฐาน©ŒÍâ¡§â´ÂáÊ´§
μ¹à»š¹¤¹Íè¹× ดว ย
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕèÂǡѺºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô Ê
ÁÒμÃÒ òöù/ñ ผูใดทําบัตรอิเล็กทรอนิกสปลอมข้ึนท้ังฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด
เติมหรือตัดทอนขอความหรือแกไขดวยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกสที่แทจริง โดยประการ
ทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ถา ไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน บตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ท่ีแทจริงหรือเพื่อใชประโยชนอยางหน่ึงอยางใด ผูนั้นกระทําความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส
ตองระวางโทษจาํ คุกต้งั แตห น่ึงปถ งึ หา ป และปรับตง้ั แตสองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) (ก) ทาํ บตั รอิเลก็ ทรอนกิ สป ลอมขึ้นทงั้ ฉบบั หรือแตส วนหนึง่ สวนใด
(ข) เติมหรือตดั ทอนขอ ความ หรอื แกไขดว ยประการใดๆ ในบตั รอเิ ล็กทรอนกิ สทแ่ี ทจ ริง
(๓) โดยประการทนี่ าจะเกิดความเสยี หายแกผูอ่นื หรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพิเศษ ถา ไดก ระทํา
(ก) เพอื่ ใหผ หู น่ึงผใู ดหลงเชื่อวา เปน บตั รอเิ ล็กทรอนิกสท แ่ี ทจ ริง หรอื
(ข) เพอ่ื ใชประโยชนอยางหนงึ่ อยา งใด
คํา͸ԺÒÂ
การปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สอาจจะเปน การปลอมเอกสารดวยหรือไมก ไ็ ด หากเปนการ
ปลอมเอกสารดวยก็เปนความผิดหลายบท อยางไรก็ตามจะเปนเอกสารได บัตรนั้นตองตรงนิยาม
ของคําวา “เอกสาร” ตาม ป.อ. มาตรา ๑(๗) กลาวคือ บัตรนั้น “ไดทําใหปรากฏความหมายดวย
ตัวอักษร ตัวเลข ผังหรือแผนแบบอยางอ่ืน จะเปนโดยวิธีการพิมพ ถายภาพ หรือวิธีอ่ืนอันเปน
หลักฐานแหงความหมายนั้น” ซึ่งตามนิยามนี้ บัตรอิเล็กทรอนิกส จะเปน “เอกสาร” ก็ตอเมื่อมีการ
“ä´ทŒ าํ ãË»Œ ÃÒ¡¯¤ÇÒÁËÁÒ” มฉิ ะนน้ั กจ็ ะมใิ ชเ อกสาร áμÍ‹ ÂÒ‹ §äáμç ÒÁ แมม ใิ ชเ อกสาร การทาํ ปลอม
ก็เปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ น้ี ซึ่งเปน กฎหมายพเิ ศษ
®Õ¡Ò·Õè óð/òõóø แบบพิมพเช็คท่ียังไมไดกรอกรายการยังไมเปน “เอกสาร” ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๗) เพราะยังไมไดทาํ ใหปรากฏความหมาย แตบัตรเอทีเอ็ม เปน
๖๔
“เอกสาร” เพราะฎีกาที่ ๙/๒๕๔๓ ลงโทษการเอาไปเปนความผิดตามมาตรา ๑๘๘ (นอกเหนือ
จากผิดมาตรา ๓๓๔) ดวยเหตุนี้การปลอมบัตรเอทีเอ็ม จึงผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (และผิดเหตุฉกรรจ
ตามมาตรา ๒๖๙/๗) และผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ โดยนาจะตองถือวาเปนเอกสาร
สิทธิและผิดมาตรา ๒๖๕ ดวย อยางไรก็ตามไดกลาวไวแลววา แม “บัตรอิเล็กทรอนิกส” จะไมใช
“เอกสาร” การทําปลอมกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ อยูแ ลว เพราะ “บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกส” จะเปน “เอกสาร”
หรอื ไมก ็ได เพยี งแตวาถา เปน “เอกสาร” ดวยแลว ก็เปน การกระทาํ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบท
ซง่ึ ป.อ. มาตรา ๙๐ ใหลงโทษบทหนกั เพยี งบทเดยี ว
หากบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน ้ี เปน เอกสารและผปู ลอมเปน เจา พนกั งานผมู หี นา ที่ “ทาํ ” มหี นา ท่ี
“กรอกขอความลงในเอกสาร” หรือมีหนาที่ “ดูแลรักษาเอกสาร” ก็เปนความผิดตามมาตรา ๑๖๑
ดวยอีกบทหน่ึง นอกเหนือจากผิดมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๙๖/๑ นี้ ซ่ึงโทษตามมาตรา ๑๖๑
คือโทษจําคุกไมเกินสิบปอันเปนอัตราโทษท่ีหนักกวาโทษตามมาตรา ๒๖๙/๑ นี้ และหนักกวาโทษ
ฐานปลอมเอกสาร (เวนแตโทษตามมาตรา ๒๖๖) หากราษฎรรวมกระทําความผิด ราษฎรก็เปน
ผูสนับสนุนตามมาตรา ๑๖๑ ประกอบ มาตรา ๘๖ ซ่ึงโทษของผูสนับสนุนคือ สองในสามของสิบป
ซึง่ ไดแกโทษจําคกุ ๖ ป ๘ เดือน อันเปน โทษที่หนักกวาการเปน ตัวการรวมกระทาํ ตามมาตรา ๒๖๙/๑
¢ÍŒ 椄 à¡μ บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๖๙/๑ คลา ยคลงึ กบั บทบญั ญตั ใิ นเรอ่ื ง “ปลอมเอกสาร”
ตามมาตรา ๒๖๔ นน่ั เอง
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “·Òí ” à¤ÃÍ×è §ÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶สØ าํ ËÃºÑ »ÅÍÁËÃÍ× สาํ ËÃºÑ ãËäŒ ´¢Œ ÍŒ ÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ
ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·ÃÍ¹Ô¡Ê ËÃ×Í “ÁÕ” à¤Ãè×ͧÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶Øàª‹¹ÇÒ‹ ¹¹Ñé à¾è×ÍãªËŒ ÃÍ× à¾Íè× ãˌ䴌¢ŒÍÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ
ºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô Ê
ÁÒμÃÒ òöù/ò บัญญตั ิวา
ผูใดทําเครื่องมือหรือวัตถุสําหรับปลอมหรือแปลง หรือสําหรับใหไดขอมูลในการปลอม
หรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑ หรอื มเี ครอื่ งมอื หรอื วตั ถเุ ชน วา นนั้ เพอื่ ใชห รอื ใหไ ดข อ มลู
ในการปลอมหรือแปลง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป และปรับต้ังแตสองหม่ืนบาท
ถงึ หน่งึ แสนบาท
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ทาํ ”
(๑) ผใู ด
(๒) ทาํ
(๓) เครอื่ งมอื หรือวตั ถุ(ก) สําหรับปลอม หรอื แปลง
หรือ
(ข) สาํ หรบั ใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง
(๔) สงิ่ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา
๖๕
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ÁÕ”
(๑) ผใู ด
(๒) มี
(๓) เครื่องมือ หรือวัตถุ (ก) สําหรบั ปลอมหรือแปลง
หรือ
(ข) สาํ หรับใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง
(๔) ส่ิงใดๆ ซึง่ ระบุไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ (ก) เพอื่ ใชใ นการปลอมหรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑
หรอื
(ข) เพ่ือใหไดขอมูลในการปลอม หรือแปลงสิ่งใดๆ ซึ่งระบุไวใน
มาตรา ๒๖๙/๑
คํา͸ºÔ ÒÂ
การ “·Òí ” เครอื่ งมอื สาํ หรบั ปลอมบตั รอเิ ล็กทรอนิกส (เชน บัตรเครดติ บตั รเอทเี อม็ )
การ “·Òí ” เครอื่ งมอื skimmer (เครอื่ งสาํ หรบั ใหไ ดข อ มลู ในการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส)
การ “ÁÕ” เครื่องมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส โดยมีไวเพื่อใชในการปลอม
บตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส (มเี ครื่องมือเพ่ือใชใ นการปลอมบตั ร)
การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer โดยมีไวเพื่อใหไดขอมูลในการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส
(มเี ครื่องมือเพ่ือใหไ ดขอมูลในการปลอมบตั ร)
การ “ÁÕ” เคร่ืองมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสจะเปนความผิด ก็ตอเม่ือมีเจตนา
พิเศษ “เพ่ือใชในการปลอม” บัตรอิเล็กทรอนิกสไมใชมีไวเพื่อดูเลน การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer
ก็เชน เดยี วกัน จะมคี วามผดิ กต็ อเม่ือมีเจตนาพิเศษ “เพ่อื ใหไ ดข อมูลในการปลอม” บัตรอิเลก็ ทรอนกิ ส
ไมใชมไี วเ พอื่ สะสมเปน ของแปลก
ความหมายของการ “Á”Õ เคร่อื งมอื หรือวัตถุ
การ “ÁÕ” คงหมายถึงยึดถือหรือครอบครองอยางใดอยางหนึ่งก็ได เพียงแตชวยถือ
กค็ งถอื วาเปนการ “Á”Õ เพราะ “ยึดถือ” ไวแ ลว เพราะไมจําตองถึงขนาด “ครอบครอง” อยางไรกต็ าม
ก็อาจมีการครอบครองโดยผูอ่ืนยึดถือไว หากซ้ือเคร่ืองมือปลอมแลว แตผูขายยังไมสงมอบ คงยัง
ไมถือวาผูซื้อครอบครอง นอกจากผูซื้อจะใหผูขายยึดถือไวให หากเปนเชนนี้ก็คงตองถือวาผูซ้ือ
ครอบครองแลว และเปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๒ น้ี โดยถือวาเปนการ “ÁÕ” แลว
®Õ¡Ò·èÕ ñùöù/òõðõ การมีเคร่ืองมือปลอมเงินตราไวเพื่อใชในการปลอมอันเปน
ความผิดตามมาตรา ๒๔๖ ดงั นี้
๖๖
นายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงินตราไปทําการปลอมเงินตราที่บานนายดํา เพ่ือทําให
นายดําดู ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดําไมใชตัวการในการปลอมเงินตรา (ปลอมเงินตราเปนความผิด
ตามมาตรา ๒๔๐) ทง้ั นเ้ี พราะนายดาํ มไิ ดร ว มในการทดลองดว ย อยา งไรกต็ ามนายดาํ ยอมใหใ ชส ถานท่ี
ภาชนะ เตาไฟเปน การใหค วามสะดวกในการทาํ ปลอมเงนิ ตรา นายดาํ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน ผสู นบั สนนุ
ตามมาตรา ๘๖ แตก ารท่ีนายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงนิ ตราไปทาํ ปลอมทีบ่ านนายดาํ แตไ มเ หมือน
ของจริง นายแดงจึง “½Ò¡” เครื่องมือน้ันไว วันรุงขึ้นจะมาทดลองทําใหดูใหม นายดํา “ÃѺ½Ò¡”
เคร่ืองมือไว ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดํา “ไดชื่อวามีเครื่องมือและเครื่องมือน้ีจะใชปลอมเงินตรา
ทดลองอกี จงึ เปน การมเี ครอ่ื งมอื สาํ หรบั ปลอมเงนิ ตราเพอ่ื ใชใ นการปลอม...แลว ” นายดาํ มคี วามผดิ ตาม
มาตรา ๒๔๖ ฐานÁÕà¤Ãè×ͧÁÍ× สําËÃѺ»ÅÍÁà§¹Ô μÃÒà¾Í×è ãªãŒ ¹¡ÒûÅÍÁà§Ô¹μÃÒ
คาํ พพิ ากษาฎกี าเรอ่ื งน้ี คงเปน บรรทดั ฐานทจ่ี ะใชก บั การมเี ครอื่ งมอื ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
เพ่ือใชใ นการปลอมบตั รอิเล็กทรอนกิ สตามมาตรา ๒๖๙/๒ ไดเ ปนอยา งดี
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “นาํ à¢ÒŒ ã¹” ËÃÍ× “ʧ‹ Í͡仔 ¹Í¡ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à «§èÖ ºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ
ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺ»ÅÍÁºÑμÃÍÔàÅç¡·ÃÍ¹Ô¡Ê ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺãˌ䴌¢ŒÍÁÙÅ
㹡ÒûÅÍÁºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê
ÁÒμÃÒ òöù/ó บัญญตั ิวา
ผูใดนําเขาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักร ซ่ึงส่ิงใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ หรือ
มาตรา ๒๖๙/๒ ตอ งระวางโทษจําคุกต้งั แตสามปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตหกหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) นําเขา ใน หรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
(๓) ซึ่งสิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอิเล็กทรอนิกสปลอม) หรือสิ่งใดๆ ตาม
มาตรา ๒๖๙/๒ (เครอื่ งมือ หรอื วัตถสุ าํ หรบั ปลอมบตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส หรอื เคร่ืองมอื หรอื วตั ถสุ าํ หรับ
ใหไ ดข อมูลในการปลอมบัตรอิเลก็ ทรอนิกส)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา
¢ŒÍÊѧà¡μ ราชอาณาจักรมีความหมายอยางเดียวกับมาตรา ๔ วรรคแรก ซ่ึงไมรวมถึง
เรือไทยหรืออากาศยานไทยซึ่งอยูนอกราชอาณาจักร และไมรวมถึงสถานทูตไทยในตางประเทศดวย
เพราะไมใ ชร าชอาณาจกั ร
μÇÑ ÍÂÒ‹ § นายจมิ คนองั กฤษปลอมบตั รเครดติ ของธนาคารของไทยแหง หนงึ่ ในประเทศไทย
โดยทําการปลอมท่ีประเทศอังกฤษ นายจิมมีความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ เปนความผิดซึ่งลงโทษ
ในราชอาณาจกั รไดตามมาตรา ๘(๒/๑) เพราะคนไทย (ธนาคารของไทย) เปน ผเู สียหาย
๖๗
หากตอมาภายหลัง นายจิมมอบบัตรเครดิตปลอมใหแกนายแดงที่ประเทศอังกฤษ
เพอื่ ใหน าํ เขา มาในประเทศไทย นายแดงรบั ไวโ ดยรวู า เปน ของปลอม นายแดงผดิ มาตรา ๒๖๙/๔ (ฐานมไี ว
เพ่อื ใช) ซ่งึ ลงโทษในประเทศไทยไดตามมาตรา ๘ (๒/๑)
หากนายแดงนาํ บตั รเครดติ ปลอมขน้ึ อากาศยานไทยซง่ึ จอดอยทู ปี่ ระเทศองั กฤษ เพอ่ื เดนิ ทาง
มาประเทศไทย หากอากาศยานยังอยูเหนือนานฟานอกราชอาณาจักร นายแดงผิดมาตรา ๒๖๙/๔
(ฐานมีไวเพ่อื ใช) ซง่ึ ลงโทษในประเทศไทยไดต ามมาตรา ๔ วรรคสอง เพราะเปน การกระทําความผดิ
ตามมาตรา ๒๖๙/๔ ในอากาศยานไทยซง่ึ อยนู อกราชอาณาจกั รมขี อ สงั เกตวา กรณตี ามมาตรา ๔ วรรคสอง
ไมต องรองขอใหล งโทษ ซง่ึ ตา งกับมาตรา ๘ (๒/๑)
หากอากาศยานไทยลาํ น้นั เขา มาในราชอาณาจกั รแลว นายแดงกผ็ ดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๓
นี้ (นาํ เขาในราชอาณาจักร) โดยเปนการกระทําความผิดในราชอาณาจักรตามมาตรา ๔ วรรคแรก
ซ่ึงลงโทษในราชอาณาจกั รไดโดยไมตอ งมกี ารรอ งขอ
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “㪌” ËÃÍ× “ÁÕäÇŒà¾Í×è 㪔Œ «è§Ö ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·Ã͹ԡʻ ÅÍÁ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹
“จาํ ˹ҋ ” ËÃÍ× “ÁäÕ ÇàŒ ¾×Íè จํา˹ҋ ” «è§Ö ºÑμÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ
ÁÒμÃÒ òöù/ô บญั ญัตวิ า
ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ อนั ไดม าโดยรวู า เปน ของทที่ าํ ปลอม
หรอื แปลงขนึ้ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ เจด็ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ หนง่ึ แสนสหี่ มน่ื
บาท หรอื ท้ังจําทง้ั ปรับ
ผใู ดจาํ หนา ยหรอื มไี วเ พอื่ จาํ หนา ยซง่ึ สง่ิ ใดๆ ทที่ าํ ปลอมหรอื แปลงขน้ึ ตามมาตรา ๒๖๙/๑
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั
ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเปนผูปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส
ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ใหล งโทษตามมาตรานแ้ี ตก ระทงเดียว
ความผดิ ฐาน “ใช” หรือ “มไี วเ พอ่ื ใช”
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ใช หรอื มไี วเพ่ือใช (เพอ่ื ใช คือ เจตนาพิเศษ)
(๓) ซง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม) อันไดม าโดยรูวาเปนของ
ทท่ี ําปลอมขึ้น
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื ใช (มีไวเ พอ่ื ใช)
ความผดิ ฐาน “จําหนาย” หรอื “มไี วเพื่อจาํ หนาย”
๖๘
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) จําหนา ย หรอื มไี วเพ่ือจาํ หนาย (เพ่ือจาํ หนาย คือ เจตนาพเิ ศษ)
(๓) ซึง่ สิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บตั รอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื จําหนา ย (มไี วเ พ่ือจาํ หนาย)
คาํ ͸ԺÒÂ
ตามวรรคแรกเปน กรณีการ “ใช” หรือ “มีไวเพอ่ื ใช” ซ่ึงบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สป ลอม ซ่งึ ขณะ
ไดม ารวู า เปน ของปลอม หากขณะไดม าไมร วู า เปน ของปลอม แตภ ายหลงั รวู า เปน ของปลอมแลว ยงั ขนื
นาํ ออกใช หรอื ยงั ขนื มไี วเ พอื่ นาํ ออกมาใช การกระทําจะไมเ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี
ขอใหเปรียบเทียบกับมาตรา ๒๔๕ กรณีไดมาซ่ึงเงินตราปลอมโดยขณะไดมาไมรูวาเปนของปลอม
แตตอมารูวาเปนของปลอม แตยังขืนนาํ ออกใชซึ่งเปนความผิดตามมาตรา ๒๔๕ แตกรณีตาม
มาตรา ๒๖๙/๔ นก้ี ารใชหรอื มไี วเ พือ่ ใชซ ่งึ บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกสปลอม ¨Ð¼´Ô ¡μç Í‹ àÁèÍ× ä´ÁŒ Òâ´ÂÃÙŒÇÒ‹ ໹š
¢Í§»ÅÍÁà·‹Ò¹éѹ หากขณะไดมาไมรูแตตอมารูแลวยังนําออกใช หรือมีไวเพื่อนําออกใชก็ไมผิด
มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี จะถือวาผิดมาตรา ๒๖๙/๕ ก็คงไมไ ด เพราะมาตรา ๒๖๙/๕ เปนเรอ่ื งใช
บัตรอเิ ล็กทรอนิกส ของผอู น่ื โดยมชิ อบ ซงึ่ บัตรทใ่ี ชน นั้ เปน บัตรทแี่ ทจ ริง ไมใชเรือ่ งการใชบัตรปลอม
“จาํ ˹‹Ò” ตามวรรคสอง หมายความวา สงตอไปยังบุคคลอื่นจะโดยมีคาตอบแทน
หรือไมก ็ได
กรณีตามวรรคสามบัญญัติเชนเดียวกับมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กลาวคือถาผูใช หรือ
ผูจําหนายบัตรปลอมเปนผูปลอมบัตรน้ันก็ใหลงโทษฐานเปนผูใชหรือผูจําหนายตามมาตรา ๒๖๙/๔
นี้ แตเ พยี งกระทงเดียว
Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ หากการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน นั้ ในตวั เอง เปน การปลอมเอกสารดว ย
ผูป ลอมบัตรกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ และผิดมาตรา ๒๖๔ (หรือ ๒๖๕ หรือ ๒๖๖) ดว ย เปนการกระทาํ
กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนัก” ตามมาตรา ๙๐ หากผูปลอมบัตรนั้นนําไปใช
กผ็ ดิ ฐานใชม าตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และผดิ ฐานใชเ อกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘ แตล งโทษฐาน “ใช”
กระทงเดยี ว คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ เปน กรณกี รรมเดยี ว
ผดิ กฎหมายหลายบท ใหล งโทษ “บทหนกั ” แตเ พยี งบทเดยี ว ซง่ึ กข็ นึ้ อยวู า โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และ
โทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง บทใดจะหนักกวา กัน (โทษตามมาตรา ๒๖๘ เทากบั โทษฐานปลอม
ซงึ่ แลวแตเอกสารที่ปลอมวา เปนเอกสารตาม มาตรา ๒๖๔ หรือมาตรา ๒๖๕ หรอื มาตรา ๒๖๖)
หากผูปลอมเปน “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” ผูมีหนาที่ “ทําเอกสาร” น้ัน และเอกสารน้ันเปน
บตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส และเปนเอกสารราชการ เจา พนักงานมีความผิดดงั นี้
๖๙
(๑) ผิดมาตรา ๑๖๑ (เจาพนกั งานปลอมเอกสาร)
(๒) ผดิ มาตรา ๒๖๕ (ปลอมเอกสารราชการ)
(๓) ผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส)
หากเจา พนักงานนาํ เอกสารน้ันออก “ใช” เจาพนกั งานมีความผดิ ดงั น้ี
(๑) ผิดมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซ่ึงมาตรา ๒๖๘ วรรคสองใหล งโทษฐาน “ใช” แตเ พยี ง
กระทงเดียว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๕ ดวยอกี กระทงหน่งึ กลาวคอื ลงโทษ
ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซง่ึ กรณนี ี้ คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน การปลอมเอกสารราชการ
(๒) ผิดมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ซึ่งมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม ใหลงโทษฐาน “ใช”
ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก แตเ พยี งกระทงเดยี ว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๙/๑
ดวยอกี กระทงหนึ่ง กลาวคือลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก
¢ÍŒ 椄 à¡μ ระหวา งมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ถือวา เปน เรื่องกรรมเดียว
ผดิ กฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนกั ” ซง่ึ กค็ อื โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก เพราะหนกั กวา โทษ
ตามมาตรา ๒๖๕
ÍÂÒ‹ §äáμç ÒÁ เจา พนกั งานผกู ระทําการปลอมยงั ตอ งรบั โทษตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย ซงึ่ โทษ
ตามมาตรา ๑๖๑ ยงั คงมอี ยู มไิ ดถ กู เกลอ่ื นกลนื ไป เนอื่ งจากมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง เกลอ่ื นกลนื เฉพาะ
การปลอมตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ เทา นัน้ มิไดเ กลอ่ื นกลนื
การปลอมเอกสารตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม กเ็ ชน เดยี วกนั กลา วคอื เกลอื่ นกลนื
เฉพาะการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสตามมาตรา ๒๖๙/๑ เทาน้ัน มิไดเกลื่อนกลืนการปลอมเอกสาร
ตามมาตรา ๑๖๑ ดวย
ในกรณีเชนน้ี เจาพนักงานจึงตองรับโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และตองรับโทษตาม
มาตรา ๑๖๑ ซึ่งระหวางมาตรา ๒๖๙/๔ และมาตรา ๑๖๑ น้ี หากถือวาเปน “หลายกรรมตางกัน”
ตามมาตรา ๙๑ กล็ งโทษทั้งสองมาตรารวมกัน แตถา ถอื วา เปน “กรรมเดียว” ตามมาตรา ๙๐ กล็ งโทษ
บทหนกั เพียงบทเดียว
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ãªŒºÑμÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʢͧ¼ÙŒÍ×è¹â´ÂÁªÔ ͺ
ÁÒμÃÒ òöù/õ บัญญตั ิวา
ผูใดใชบัตรอิเล็กทรอนิกสของผูอ่ืนโดยมิชอบ ในประการที่นาจะกอใหเกิดความเสียหาย
แกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ใชโ ดยมิชอบ
(๓) บัตรอิเลก็ ทรอนิกสของผอู นื่
(๔) ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสียหายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา
๗๐
¢ŒÍÊѧà¡μ
(๑) มาตรานเี้ ปน เรอื่ งการใชบ ตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สโ ดยมชิ อบ และบตั รนน้ั จะตอ งเปน ของผอู น่ื
มใิ ชใชบตั รของตนเองโดยมชิ อบ
(๒) บัตรนัน้ ตอ งมใิ ชบ ตั รปลอมเพราะการใชบัตรปลอมเปน กรณตี ามมาตรา ๒๖๙/๔
(๓) การกระทําอาจเปนความผิดฐานอื่นๆ เชน ลักทรัพย ดวย เชน นายแดงลักบัตร
ของนายดาํ ไปกดเงินท่ีเคร่ืองจายเงิน นอกจากมีความผิดฐานลักทรัพย คือ ลักบัตรและลักเงิน
และความผิดตามมาตรา ๑๘๘ แลว ยังมีความผิดตามมาตราน้ีอีกบทหนึ่งดวย เพราะบัตรเอทีเอ็ม
ก็คือบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) ท่เี พิ่มเตมิ แกไ ขใหมน ้ี
(๔) ไดเคยกลาวไวแลววา หมายเลขบนบัตรเครดิตรวมทั้งวันหมดอายุของบัตรไมใช
“บัตรอิเล็กทรอนิกส” ตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) (ก) (ค) และก็ไมเขาตาม (ข) เพราะเปนขอมูล
หรือหมายเลขท่ีผูออกไดออกใหแกผูมีสิทธิใช โดยมีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดใหดวย กลาวคือ
ปรากฏอยูบนบัตรเครดิตน้ันเอง ดวยเหตุน้ีหากนายแดงเอาเฉพาะหมายเลขบัตรเครดิตของนายดาํ
ไปใชโดยมิชอบ นายแดงก็ไมผิดมาตราน้ี เพราะหมายเลขดังกลาว มิใช “บัตรอิเล็กทรอนิกส”
ตามนยิ ามในมาตรา ๑ (๑๔)
(๕) คําวา “โดยมชิ อบ” มีบัญญัติไวใ นมาตราอน่ื ในประมวลกฎหมายนี้ เชน มาตรา ๓๒๐
วรรคสอง เปนตน
(๖) ถอยคาํ ที่วา “ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ð¡‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍ×è¹ ËÃ×Í»ÃЪҪ¹”
เปน “พฤติการณประกอบการกระทาํ ” (ฎีกาท่ี ๗๖๙/๒๕๔๐) แมจะเปนองคประกอบภายนอก แตก็
มิใช “ขอ เท็จจรงิ ” จงึ ไมอ ยภู ายใตหลกั ทว่ั ไปในมาตรา ๕๙ วรรคสาม กลาวคอื “นาจะเสียหาย” หรือไม
ใชมาตรฐานของ “วิญูชน” หากวิญูชนเห็นวาเสียหายก็ถือวาเสียหาย แมผูกระทาํ จะไมรูวา
จะทาํ ใหเ สียหายกต็ าม
¢ÍŒ 椄 à¡μ เพยี งแต “นา จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย” กเ็ ปน ความผดิ สําเรจ็ แลว โดยไมจ ําตอ ง
เกิดความเสียหายขน้ึ จริงๆ (ฎีกาที่ ๑๒๘๑-๑๒๘๒/๒๕๓๘)
μÑÇÍÂÒ‹ §
นายมวงมอบบัตรเอทีเอ็ม ของนายมวงพรอมรหัสใหนายดาํ ไปชวยกดเงินใหจํานวน
หนึ่งหมื่นบาท นายดําไปกดเงินสองหม่ืนบาทโดยเก็บไวใชเองหน่ึงหม่ืนบาท นายดาํ มีความผิดฐาน
ใชบตั รอิเลก็ ทรอนกิ สข องผอู นื่ โดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕ นี้ (นอกจากความผิดฐานลักทรัพย)
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ÁäÕ ÇŒà¾×èÍนําÍ͡㪫Œ èÖ§ºÑμÃÍàÔ Åç¡·Ã͹¡Ô ʢͧ¼ŒÙÍ×¹è â´ÂÁԪͺ
ÁÒμÃÒ òöù/ö บัญญตั วิ า
ผใู ดมีไวเ พอ่ื นาํ ออกใชซ ึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องผูอ ื่นโดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕
ในประการท่ีนาจะกอใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป
หรอื ปรับไมเกนิ หกหมน่ื บาท หรือท้ังจําท้งั ปรับ
๗๑
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผูใด
(๒) มีไว
(๓) ซึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สของผอู ื่น
(๔) ในประการทีน่ าจะกอ ใหเกิดความเสียหายแกผ อู นื่ หรือประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ “เพื่อนาํ ออกใชโ ดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕”
คํา͸ԺÒÂ
“การมไี วเ พ่อื นาํ ออกใชโดยมชิ อบ” เชน นายแดงสะสมรหัสเอทีเอ็มของบุคคลตางๆ
ไวเปนจํานวนมาก หากพิสูจนไดวามีไวเพ่ือนําออกใชโดยมิชอบ เชน กําลังจะไปขโมยบัตรเอทีเอ็ม
ของบุคคลตางๆ เหลานั้น แลวนํามากดเงินจากเครื่อง การสะสมดังกลาวก็เปนความผิดตามมาตรา
๒๖๙/๖ น้ี ซึ่งหากไมมีบทบัญญัติมาตรานี้ การสะสมของนายแดงดังกลาวยังไมเปนความผิด
เพราะเปน เพียงการตระเตรียมไปกระทาํ ความผิดเทา น้ัน
àËμØ©¡Ãè¢Í§¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹μÒ‹ §æ
ÁÒμÃÒ òöù/÷ บญั ญตั ิวา
ถาการกระทําดังกลาวในหมวดน้ี เปนการกระทําเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกสที่
ผอู อกไดอ อกใหแ กผ มู สี ทิ ธใิ ช เพอ่ื ใชป ระโยชนใ นการชาํ ระคา สนิ คา คา บรกิ ารหรอื หนอ้ี น่ื แทนการชาํ ระ
ดวยเงนิ สด หรือใชเบิกถอนเงนิ สด ผูกระทําตอ งระวางโทษหนักกวาที่บัญญตั ไิ วในมาตราน้นั ๆ กึง่ หนึง่
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
มาตราน้ีเปน “àËμØ©¡Ãè” ของมาตราตางๆ ตามหมวด ๔ กลาวคือ
เปนเหตุฉกรรจของมาตรา ๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๖ ซึ่งผูกระทําจะตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึง
โดยผูกระทําจะตองรู “ขอเทจ็ จรงิ ” ทท่ี าํ ใหร ับโทษหนักขน้ึ ดวย เชน รวู า บตั รอิเล็กทรอนิกสท่ีตนปลอม
(ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๑) หรอื ตนใชโ ดยมชิ อบ (ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๕) นน้ั เปน บตั รทผ่ี อู อกไดอ อกใหแ ก
ผมู ีสิทธิใช เพ่ือใชป ระโยชนในการ
(ก) ชําÃФ‹ÒÊ¹Ô ¤ŒÒ คาบรกิ าร หรือหนอี้ ื่น แทนการชําระดวยเงนิ สด หรอื
(ข) ãªàŒ ºÔ¡¶Í¹à§¹Ô Ê´
หากผูกระทําไมรูขอเท็จจริงดังกลาว ผูกระทาํ ก็ไมตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึงตาม
มาตรานี้
๗๒
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺ˹§Ñ Ê×Íà´¹Ô ·Ò§
หนังสือเดินทางเปนเอกสารสําคัญอยางยิ่ง ในปจจุบันมีการใชหนังสือเดินทางในการ
ไปมาระหวา งประเทศ และนําไปใชในการกอการรา ย โดยการปลอมหนงั สือเดินทาง ทาํ ใหเ ปน ภยั แก
ความม่ันคงของประเทศทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งไดบัญญัติเปนความผิดไวในประมวลกฎหมาย
ซ่ึงแบง ออกไดเ ปน ๓ ลกั ษณะคอื (๑) การปลอมหนังสือเดินทาง (๒) การใชหนังสือเดนิ ทางของผูอน่ื
โดยมิชอบ และ (๓) การใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราในหนังสือเดินทางปลอม
หรือโดยมชิ อบ
ñ. ¡ÒûÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§
มี ๓ กลุม คอื (๑.๑) ปลอม (๑.๒) ใช มไี วเพอื่ ใชห รือจําหนาย และ (๓) นาํ เขาหรือ
สงออกซง่ึ หนังสอื เดนิ ทางปลอม
ÁÒμÃÒ òöù/ø ผูใดทําหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด
เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการใดๆ ในหนังสือเดินทางที่แทจริง หรือประทับตราปลอม
หรอื ลงลายมอื ชอื่ ปลอมในหนงั สอื เดนิ ทาง โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ถาไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ ูหนึ่งผูใ ดหลงเชอ่ื วา เปน หนงั สอื เดนิ ทางที่แทจ รงิ ผนู ้ันกระทาํ ความผดิ ฐานปลอม
หนงั สอื เดนิ ทาง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ.ñ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹»ÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´Ô¹·Ò§ ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼Ô´ ¤×Í
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ทําหนังสอื เดินทางปลอมขนึ้ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่งึ สวนใด
(๒) โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ ูอ่นื หรอื ประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มูลเหตุชกั จงู ใจ เพ่ือใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจ ริง
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) กระทาํ การอยา งใดอยา งหน่งึ ดงั ตอไปนี้ (ก) เดมิ (ข) ตัดทอนขอ ความ หรือ (ค)
แกไ ขดว ยประการใด
(๒) ในหนงั สอื เดินทางที่แทจริง
(๓) โดยประการทนี่ าเสยี หายแกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน
๗๓
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มูลเหตุชกั จูงใจ เพื่อใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอ่ื วาเปน เอกสารท่ีแทจรงิ
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ประทบั ตราปลอมหรอื ลงลายมอื ช่ือปลอม
(๒) ในหนังสือเดินทาง
(๓) โดยประการทีน่ าเสียหายแกผอู ่ืนหรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มลู เหตุชกั จูงใจ เพอ่ื ใหผ ูห นึ่งผูใ ดหลงเชือ่ วา เปนเอกสารท่แี ทจ รงิ
ÁÒμÃÒ òöù/ù ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ตองระวางโทษจาํ คุกตัง้ แตหน่ึงปถึงสบิ ป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผูใดจําหนายหรือมีไวเพื่อจําหนายซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ตอ งระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตส ามปถ ึงย่สี ิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท
การมีหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ จํานวนตั้งแตสองฉบับขึ้นไป
ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวามไี วเ พือ่ จาํ หนา ย
ถาผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเปนผูปลอมซ่ึงหนังสือเดินทาง
ตามมาตรา ๒๖๙/๘ ใหลงโทษตามมาตรานแี้ ตก ระทงเดยี ว
ñ.ò ¡ÒÃ㪌ËÃÍ× จํา˹ҋ  มี ๔ ความผิดคอื
¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ñ
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใช คือนําออกใชในลักษณะที่เปนหนังสือเดินทาง หากนําไปใชพับถุงกระดาษ
ไมเ ขา มาตราน้ี
(๒) หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนหนังสือเดินทางปลอมและไดใช
หนงั สอื เดนิ ทางปลอมนน้ั
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) มไี ว
(๒) หนงั สือเดินทางปลอม
๗๔
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา คอื รูว าเปนหนังสือเดนิ ทางปลอม และประสงคจะมีไว
(๒) มูลเหตุชักจงู ใจพิเศษ เพื่อใชหนังสอื เดนิ ทางปลอมนนั้ อยางหนังสือเดนิ ทาง
หากเกบ็ ไวเพือ่ เปน ตัวอยา งหรอื เพ่ือทาํ ลายเสีย ไมมีความผิดตามมาตรานี้
¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ó
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) จาํ หนา ย คอื การสงตอ ใหผอู ่ืนไมว า จะมีคาตอบแทนหรอื ไม
(๒) หนังสอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õè ô
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ คอื มหี นังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ไว โดยมี
มูลเหตชุ ักจงู ใจพิเศษ คือ à¾Íè× จาํ ˹‹Ò แมจ ะยงั ไมท ันไดจาํ หนา ยออกไปกเ็ ปน ความผดิ สําเร็จ
¢ÍŒ Ê¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹¢Í§¡®ËÁÒ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคแรก) การมหี นงั สอื เดนิ ทางปลอม
ตั้งแต ๒ ฉบับขนึ้ ไป ใหสนั นษิ ฐานไวกอ นวา มไี วเพ่อื จําหนา ย เปน ขอ สันนิษฐานไมเด็ดขาด ผูกระทํา
สามารถนําสบื หักลา งได
º·ºÑÞÞÑμÔ¾ÔàÈÉ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคส่ี) หากเปนการกระทําของผูท่ีปลอม
หนงั สอื เดินทางเองใหล งโทษตามมาตราน้เี พยี งกระทงเดียว
ÁÒμÃÒ òöù/ñð ผใู ดนาํ เขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ หนงั สอื เดนิ ทาง
ปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตั้งแตสองหมื่นบาท
ถงึ สองแสนบาท
ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคหนึง่ ไดกระทาํ ไปเพื่อจําหนาย ตองระวางโทษจําคกุ
ตัง้ แตส ามปถงึ ยีส่ บิ ป และปรับต้ังแตหกหมนื่ บาทถึงสแ่ี สนบาท
ñ.ó นาํ à¢ÒŒ Ê‹§ÍÍ¡
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) นําเขาในหรอื สงออกไปนอกราชอาณาจกั ร หมายถงึ ราชอาณาจกั รท่แี ทจรงิ
ตามมาตรา ๔ วรรคแรก เทานัน้
(๒) หนังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
àËμàØ ¾ÔÁè â·É หากทาํ ไปเพ่อื จําหนาย ตอ งระวางโทษหนกั ข้ึน
ÁÒμÃÒ òöù/ññ ผใู ดใชหนังสอื เดินทางของผอู ืน่ โดยมิชอบในประการท่นี า จะกอ
ใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน
สองแสนบาท
๗๕
ผูใดจัดหาหนังสือเดินทางใหผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ตองระวางโทษ
เชน เดียวกัน
ò. ¡ÒÃ㪌˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§ (·áÕè ·Œ¨Ã§Ô ) ¢Í§¼ŒÍÙ ×è¹â´ÂÁԪͺ
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใชหนังสอื เดินทางของผูอ่นื โดยมชิ อบ
(๒) ในประการท่นี า จะกอใหเกดิ ความเสียหายแกผูอ ่นื หรือประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
ÇÃäÊͧ ลงโทษ ¼·ÙŒ ¨èÕ ´Ñ ËÒหนงั สอื เดนิ ทางใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ใชม เี ทา กนั
ó. ¡ÒáÃÐทํา¡Ñº´Ç§μÃÒ ÃÍÂμÃÒ ËÃ×Íá¼¹‹ »ÐμÃǨŧμÃÒ
มี ๔ ความผิด คอื (๑) ปลอม (๒) ใชด วงตรา รอยตราฯ ปลอม (๓) นําเขา สง ออก
ซึง่ ของปลอม และ (๔) ใชของจรงิ โดยมิชอบ
ÁÒμÃÒ òöù/ñò ผูใดทําปลอมขึ้นซ่ึงดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตรา
อนั ใชในการตรวจลงตราสาํ หรับการเดนิ ทางระหวา งประเทศ ตอ งระวางโทษจาํ คุกตั้งแตหนง่ึ ปถ งึ สบิ ป
และปรบั ตัง้ แตส องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ ปลอมดวงตรา รอยตราฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ทําปลอมขนึ้
(๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๓) อันใชในการตรวจลงตราสาํ หรบั เดินทางระหวางประเทศ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
“การปลอม” คือ การทาํ ใหเ หมือนของจรงิ แมไมเ หมอื นทง้ั หมดก็ตาม ทาํ นองเดยี วกับ
การปลอมเงนิ ตรา ท้งั นี้ตอ งมดี วงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจทีแ่ ทจ รงิ อยกู อ น
ÁÒμÃÒ òöù/ñó ผใู ดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราทที่ าํ ปลอมขน้ึ
ตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท
ถาผูกระทาํ ความผิดตามวรรคหนึ่งเปนผูปลอมซ่ึงดวงตรา รอยตราหรือแผนปะ
ตรวจลงตราตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ใหลงโทษตามมาตราน้แี ตก ระทงเดียว
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใช
(๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๓) อนั ใชในการตรวจลงตราสําหรบั เดินทางระหวางประเทศ
๗๖
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
ÇÃäÊͧ ถาผูใชดวงตราปลอมดังกลาว เปนผูปลอมเอง ใหลงโทษตามมาตราน้ี
เพยี งกระทงเดยี ว
ÁÒμÃÒ òöù/ñô ผใู ดนําเขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ ดวงตรา รอยตรา
หรือแผนปะตรวจลงตราซึ่งระบุไวในมาตรา ๒๖๙/๑๒ อันเปนของปลอม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแต
หนงึ่ ปถ ึงสบิ ป และปรับตง้ั แตสองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó การนําเขา -สง ออกซ่งึ ดวงตรา รอยตราฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) นําเขาในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
(๒) ซึง่ ดวงตรา รอยตรา หรอื แผนปะตรวจลงตราท่รี ะบไุ วในมาตรา ๒๖๙/๑๒
(๓) อันเปนของปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนของปลอมและประสงคจะนําเขา
หรือสง ออกไปนอกราชอาณาจักร
ÁÒμÃÒ òöù/ñõ ผูใดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตราอนั แทจริงท่ีใช
ในการตรวจลงตราสาํ หรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย
แกผูอ่นื หรอื ประชาชนตองระวางโทษสองในสามสว นของโทษท่ีบัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑๓
¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ô
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใชด วงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๒) อนั แทจ รงิ ทใ่ี ชใ นการตรวจลงตราสําหรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ
(๓) ในประการทนี่ าจะกอ ใหเกดิ ความเสียหายแกผ ูอ ื่นหรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือ รวู าเปนของจรงิ และประสงคจะใชส ําหรับ
การเดินทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ แตไมจ าํ เปนตองรวู าการกระทาํ ของตนนาจะกอความเสยี หาย
อยางไร หรอื แมไมม ีผลเสียหายเกิดขนึ้ ก็เปน ความผดิ ได
ความผิดเก่ียวกับหนังสือเดินทางน้ีเก่ียวพันกับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร
การปลอมแปลง ดวงตรา รอยตรา และบางสวนของบัตรอเิ ล็กทรอนิกสด ว ย
®Õ¡Ò·Õè ñðùô/òõõò การท่ีจาํ เลยกับพวกรวมกันไปเอาเสีย ซ่ึงหนังสือเดินทาง
ประเทศออสเตรเลียและปลอมหนังสือเดินทางเลมดังกลาว โดยนํารูปถายของจําเลยมาติดแทนภาพ
ของผูมีช่ือในหนังสือเดินทาง จากน้ันจําเลยกับพวกไดปลอมรอยตราประทับบันทึกการตรวจอนุญาต
ใหคนเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของเจาพนักงานตํารวจตรวจคนเขาเมือง เปนการกระทําท่ี
๗๗
เกี่ยวเนื่องเช่ือมโยงโดยมีเจตนาเดียวกัน คือ เพ่ือใหจาํ เลยออกนอกราชอาณาจักร ความผิดฐาน
เอาไปเสียซ่ึงเอกสารของผูอ่ืนและความผิดฐานปลอมเอกสาร กับปลอมเอกสารราชการ จึงเปน
กรรมเดยี วเปนความผิดตอ กฎหมายหลายบท
®Õ¡Ò·èÕ ñò÷÷/òõó÷ การท่ีจําเลยเอาหนังสือเดินทางซ่ึงกระทรวงตางประเทศ
ออกใหแ ก ส. มาแกะเอาภาพถายของ ส. ทป่ี ด อยูปกหนาดา นในออกแลว เอาภาพถา ยของจาํ เลยปด
ลงไปแทน แมภ าพถา ยจะไมใ ชเ อกสารแตเ มอื่ นาํ ไปปด ในหนงั สอื เดนิ ทางดงั กลา วยอ มทําใหค วามหมาย
ทแ่ี ทจ รงิ เปลยี่ นแปลงไปวา จาํ เลยคอื นาย ส. และเปน หนงั สอื เดนิ ทางทกี่ ระทรวงตา งประเทศออกใหแ ก
จําเลยโดยตรง การกระทาํ ของจําเลยจึงเปนการปลอมเอกสารราชการและเม่ือจาํ เลยนาํ ไปแสดงตอ
เจาหนาท่ีตรวจคนเขาเมือง เพ่ือเดินทางออกไปและเขามาในราชอาณาจักร ยอมมีความผิดฐานใช
เอกสารราชการปลอมดว ย จาํ เลยใชห นงั สอื เดนิ ทางปลอมดงั กลา ว แสดงตอ เจา หนา ทตี่ รวจคนเขา เมอื ง
ท้ังขาเขาและขาออกคนละคราวกัน จึงเปนความผิดหลายกรรมตางกัน คร้ังแรกจําเลยปลอมเอกสาร
ราชการและใชเ อกสารปลอมดว ย มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดว ย
มาตรา ๒๖๕ ใหลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กระทงหนึ่ง ครั้งที่สองจําเลยเพียงแตใช
เอกสารปลอมฉบับเดิม มิไดทําปลอมข้ึนใหมมีความผิดฐานใชเอกสารปลอมอยางเดียวตาม
มาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดวยมาตรา ๒๖๔ อีกกระทงหนง่ึ เรยี งกระทงลงโทษตามมาตรา ๙๑
สรุปการต้งั ขอหา ๗๘
ลําดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ
๑. ปลอมเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปและปรับ ฎ.๑๐๖/๒๔๙๗
๒. ทําเอกสารปลอมขน้ึ ไมเ กนิ หกหม่ืนบาท ฎ.๒๔๖๓/๒๕๔๘
๒.๑ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่ึงสวนใด ฎ.๙๐๒๖/๒๕๕๓
๒.๒ เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการ ฎ.๑๑๔๓/๒๕๒๓
ใดๆ ในเอกสาร ฎ.๓๐๗๘/๒๕๒๕
๒.๓ ประทบั ตราปลอมหรือลงลายมอื ชือ่ ปลอม ฎ.๒๒๔๑/๒๕๒๓
๓. โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ฎ.๓๘๑/๒๔๗๕
(พฤติการณป ระกอบการกระทํา) ฎ.๖๒๖๖/๒๕๔๕
๔. โดยเจตนา ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗
๕. เพอื่ ใหผ หู นงึ่ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปน เอกสารทแ่ี ทจ รงิ (เจตนา ฎ.๑๕๗๒/๒๕๕๗
พิเศษ) ฎ.๗๖๙/๒๕๔๐
๒. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใด ๒๖๕ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงหาป ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗
หรอื เอกสารราชการ ๒. ปลอม หรอื ปรบั ตั้งแตห น่ึงหมืน่ บาทถึงหนงึ่ แสนบาท ฎ.๑๕๗๒/๒๕๔๙
๓. เอกสารสทิ ธิหรือเอกสารราชการ ฎ.๒๔๔๑/๒๕๒๓
๔. เจตนา ฎ.๒๘๓๐/๒๕๒๔
ฎ.๑๐๓๘๕/๒๕๔๖
ฎ.๗๘๒/๒๕๔๗
ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ
๓. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใ ด ๒๖๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แต หนง่ึ ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ฎ . ๒ ๗ ๘ -
อันเปนเอกสาร ๒. ปลอม ตง้ั แตส องหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ๒๗๙/๒๕๐๑
ราชการ พินัยกรรม ๓. เอกสารพเิ ศษดงั ตอ ไปนี้ ฎ.๑๗๖๔/๒๕๐๖
ใบหุน ตว๋ั เงนิ ๓.๑ เอกสารสิทธอิ ันเปนเอกสารราชการ ฎ.๑๕๑/๒๕๐๗(ป)
๓.๒ พนิ ัยกรรม ฎ.๕๕๗/๒๕๐๙
๓.๓ ใบหนุ ใบหนุ กู หรอื ใบสาํ คญั ของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู ฎ.๑๓๘๕/๒๕๒๒
๓.๔ ตวั๋ เงิน ฎ.๒๙๑๗/๒๕๓๘
๓.๕ บตั รฝากเงนิ
๔. แจง ใหเ จา พนกั งานจด ๑. ผใู ด ๒๖๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือไมเกิน ฎ.๑๐๕๑/๒๕๐๕
ขอ ความอนั เปน เทจ็ ๒. แจงใหเ จาพนักงานผกู ระทาํ การตามหนา ที่ หกหมนื่ บาท ฎ.๕๖๑/๒๕๐๘
๓. จดขอความอันเปนเท็จ ฎ.๔๘๕/๒๕๒๒
๔. ลงในเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการ ซง่ึ มวี ตั ถปุ ระสงค ฎ.๒๐๔๘/๒๕๔๗
สาํ หรบั ใชเปนพยานหลกั ฐาน
๕. โดยประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน
๖. โดยเจตนา
๗๙
ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๘๐
๕. ใชหรืออางเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๘ ÇÃäáá ตองระวางโทษดังท่ีบัญญัติไวใน ฎ.๑๖๕๔/๒๕๐๓(ป)
ปลอม ๒. ใชหรอื อาง มาตรานน้ั ๆ (มาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ฎ.๑๒๖๙/๒๕๐๓
๓. เอกสารอันเกิดจากการกระทําผิดตามมาตรา ๒๖๔ ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗) ฎ.๖๕๘/๒๕๑๓
มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ÇÃäÊͧ ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรก ฎ.๓๑๗/๒๕๒๑
๔. ในประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน เปนผูปลอมเอกสารนั้น หรือเปนผูแจงให ฎ.๑๑๔๑/๒๕๒๓
(พฤติการณประกอบการกระทํา) เจา พนกั งานจดขอ ความนนั้ เอง ใหล งโทษตาม ฎ.๑๙๖๙/๒๕๒๔
๕. โดยเจตนา มาตราน้กี ระทงเดยี ว ฎ.๑๘๙๕/๒๕๔๖
ฎ.๒๕๐๓/๒๕๔๘
๘๑
ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹
๑. หนงั สอื สัญญากยู ืมเงนิ ถือวาเปนเอกสารประเภทใด
๒. ใบอนญุ าตใหม ีอาวุธปน ถือวาเปนเอกสารประเภทใด
๓. การนําใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาค เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนใบเสร็จ
ทแี่ ทจ รงิ อนั อาจนาํ ไปเรยี กเกบ็ เงนิ ซา้ํ ไดอ กี นนั้ แตไ มไ ดม กี ารลงชอื่ ในชอ งพนกั งานเกบ็ เงนิ วา ไดร บั เงนิ
ไวถูกตองแลว การกระทาํ ดังกลา วมีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม
๔. นายโฉด เอาปา ยทะเบยี นรถยนตอซี ซู ุ ที่ทางราชการออกใหไ ปตดิ ใชก บั รถยนตซ ูซกู ิ
ซงึ่ ปา ยทะเบยี นหลดุ หายไปเพราะนาํ้ ทว ม แลว นาํ รถยนตซ ซู กู คิ นั ดงั กลา วไปใชง านเพอื่ ใหค นหลงเชอื่ วา
หมายเลขปา ยทะเบยี นตามท่นี ายโฉด ทาํ เปน ของรถยนตซซู ูกิ นายโฉด มคี วามผดิ ขอ หาใด
๘๒
àÍ¡ÊÒÃ͌ҧͧÔ
เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.ิ์ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ .
คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป. กรงุ เทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหงเนติบัณฑิตยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พริน้ ติ้งแอนดพบั ลชิ ชิ่ง
บญุ เพราะ แสงเทียน.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทัว่ ไป.กรงุ เทพฯ:บรษิ ทั วทิ ยพฒั น
จาํ กดั
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คาํ อธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นติ บิ รรณาการ.
วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรงุ เทพฯ:อินเตอรบ คุ ส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรงุ เทพฯ:หางหนุ สวนจํากัด จิรัชการการพิมพ.
๘๓
º··Õè õ
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¾È
ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ÙŒ ÃÐจาํ º·
๑. เพ่อื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรคู วามเขา ใจ กฎหมายอาญาเก่ยี วกบั ความผิด
ฐานตา งๆ
๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา
ภาคเรียนที่ ๒
๓. เพอื่ ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจมคี วามรคู วามเขาใจเก่ียวกบั ความผดิ เก่ียวกับเพศ
ò. ʋǹนํา
นักเรียนนายสิบตํารวจจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ในเรื่องความผิด
เก่ียวกับเพศ ในเร่อื งการขม ขนื กระทาํ ชาํ เราในเร่ืองการขม ขนื กระทําชาํ เราผูอน่ื การกระทําชําเราเด็ก
อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ ชาํ เราทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ การกระทาํ อนาจาร การกระทาํ
อนาจารแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ อนาจารทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ การกระทาํ
ความผดิ ขม ขนื และกระทาํ อนาจารอนั ยอมความได การกระทาํ ความผดิ ฐานเปน ธรุ ะจดั หา การกระทาํ
ความผิดเกี่ยวกับการคาประเวณี การกระทําความผิดเก่ียวกับการคาส่ิงลามก ความตลอดจน
แนวคําพพิ ากษาทเี่ กี่ยวของเพอ่ื ใหน ักเรียนนายสิบตํารวจใชประกอบการเรยี นการสอน
ó. à¹é×ÍËÒ
ความผดิ เกย่ี วกบั เพศมกี ารแกไ ขลา สดุ ตามพระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
อาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซง่ึ มผี ลบังคบั ใชเ ม่อื วนั ท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยมีการปรบั ปรงุ
บทนยิ ามคาํ วา “กระทาํ ชาํ เรา” โดยมเี จตนารมณใ หส อดคลอ งกบั ลกั ษณะการกระทาํ ชาํ เราตามธรรมชาติ
รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเก่ียวกับเพศบางประการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช
กฎหมาย และเพ่อื ใหความคุมครองบคุ คลซึ่งถกู กระทาํ ทางเพศกลุมตาง ๆ มากยิ่งขน้ึ เชน เดก็ ผูอยู
ภายใตอํานาจของผูกระทําและไมสามารถปกปองตนเองได อีกท้ังเพ่ือปองปรามมิใหมีการกระทําท่ี
เปนการเอาเปรียบหรือรบั ประโยชนจากผูซ่งึ คาประเวณีหรอื จากการคาประเวณี
๘๔
¡Òâ‹Á¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ
ÁÒμÃÒ ò÷öñ ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอ่ืนโดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลัง
ประทุษราย โดยผูอ่ืนนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหผูอื่นน้ันเขาใจผิดวา
ตนเปนบคุ คลอืน่ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตสี่ปถ งึ ย่ีสิบป และปรับตง้ั แตแปดหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท
ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทํามี
อาวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนสห่ี มน่ื บาท
ถึงส่ีแสนบาท
ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใช
อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ
เดียวกนั ตองระวางโทษจําคุกตัง้ แตสบิ หา ปถ ึงยีส่ บิ ป และปรับตง้ั แตส ามแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรือ
จําคุกตลอดชีวิต
ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ ความผดิ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนน้ั
ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได
หรอื จะกาํ หนดเงอื่ นไขเพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษกไ็ ด ในกรณที ศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษ
จําคุกและคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยาตอไป และประสงคจะหยา
ใหคสู มรสฝายน้ันแจงใหศ าลทราบ และใหศาลแจง พนักงานอัยการใหด ําเนนิ การฟองหยา ให
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ขม ขนื กระทําชําเรา
โดยวธิ ีการอยางใดอยางหนงึ่ ดงั ตอ ไปน้ี
(ก) โดยขเู ขญ็ ดวยประการใด ๆ
(ข) โดยใชกําลังประทุษรา ย
(ค) โดยผูอ นื่ อยใู นภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรอื
(ง) โดยทําใหผ อู ่นื นน้ั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอน่ื
(๓) ผอู ่ืน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
๑. เจตนาธรรมดา (ม.๕๙)
๒. เจตนาพเิ ศษ เพ่ือสนองความใครของผูกระทํา
๑ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/
๒๗ พ.ค. ๖๒
๘๕
͸ԺÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ
๑) คําวา “¢‹Á¢×¹” หมายถึง การขืนใจ คือ ไดกระทําชําเราโดยผูอ่ืนมิไดสมัครใจ
หากยินยอมโดยสมัครใจก็มใิ ชการขมขืนและการขมขนื ในทีน่ อี้ าจทําโดยวธิ อี ยา งใดอยา งหน่งึ ดงั นี้
(¡) â´Â¢àÙ‹ ¢çÞ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ
ตัวอยางเชน ชักมดี ออกมาขใู หย อมกระทาํ ชําเรา มฉิ ะน้ันจะแทง (คาํ พิพากษา
ศาลฎีกาท่ี ๑๒๔/๒๔๕๘), ขูวาหากไมถอดเสื้อผาจะยัดเยียดขอหายาบาใหและหยิบอาวุธปนมาขู
ผเู สยี หายกลวั จงึ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๕๗๙๓/๒๕๔๔) นายจา งขลู กู จา งซงึ่ เปน
แรงงานตางดาววาหากไมยินยอมใหกระทําชําเราจะสงตัวไปใหเจาพนักงานตํารวจดําเนินคดีในขอหา
หลบหนเี ขา เมอื ง (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๗๒๑/๒๕๔๙)
(¢) â´ÂãªกŒ ําÅѧ»ÃзØÉÃŒÒÂ
ตัวอยางเชน ใชกําลังจับแขนขาของหญิงไวแลวกระทําชําเรา (คําพิพากษา
ศาลฎกี าท่ี ๘๐๕/๒๔๙๐), ชกตอ ยใหห ญงิ ยนิ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๐/๒๕๓๔)
(¤) â´Â¼ÙŒÍ¹è× ¹¹éÑ Í‹ãÙ ¹ÊÀÒÇзèäÕ Á‹ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢¹× ä´Œ
ตัวอยางเชน ชําเราหญิงขณะหญิงเมาสุราหมดสติอยูในสภาวะที่ไมสามารถ
ขดั ขนื ได (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๒/๒๕๒๒), กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายทม่ี สี ภาพกายพกิ าร ขาทงั้ สองขา ง
ไมสามารถใชก ารได (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๐๐๘/๒๕๕๔)
(§) â´Â·íÒã˼Œ ͌٠è¹× ¹Ñ¹é ࢌÒ㨼´Ô ¤Ô´ÇÒ‹ μ¹à»š¹ºØ¤¤ÅÍè¹×
หมายความวา ทาํ ใหผ อู น่ื สาํ คญั ผดิ ในตวั บคุ คลเปน คนละคน ไมใ ชส าํ คญั ผดิ ใน
คณุ สมบตั ิของบุคคลผนู ้นั
ตวั อยา งเชน หญงิ มสี ามขี ณะนอนหลบั จาํ เลยแกลง วดิ นาํ้ ออกจากเรอื ทาํ ใหห ญงิ
เขา ใจผดิ คดิ วา เปน สามขี องหญงิ กลบั มา แลว จาํ เลยกระทาํ ชาํ เราโดยทหี่ ญงิ ไมร ตู วั และคดิ วา จาํ เลยเปน
สามี เชน นจ้ี าํ เลยมคี วามผดิ ฐานขมขืนกระทําชําเรา (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๓/๒๔๖๒)
ò) ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒ
μÒÁº·¹ÔÂÒÁ ÁÒμÃÒ ñ (ñø) “¡ÃÐทําชําàÃÒ” หมายความวา กระทาํ เพ่ือสนอง
ความใครของผูกระทาํ โดยการใชÍÇÑÂÇÐà¾ÈของผูกระทําÅÇ‹ §ล้ําÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรือª‹Í§»Ò¡
ของ¼ŒÍÙ ×è¹
¢ÍŒ Êѧà¡μ
๑. องคป ระกอบในสว นของการกระทาํ จะตอ งเปน การใชÍ ÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼¡ŒÙ ÃÐทาํ
ÅÇ‹ §ลา้ํ เทา นนั้ ÊÇ‹ ¹ÇμÑ ¶áØ Ë§‹ ¡ÒáÃÐทาํ คอื ÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรอื ªÍ‹ §»Ò¡ของผอู นื่ โดยมàี ¨μ¹Ò
¾àÔ ÈÉ คือ à¾Í×è ʹͧ¤ÇÒÁã¤Ãข‹ องผูกระทาํ จงึ จะเปน ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒตามกฎหมายทแ่ี กไ ขใหม
¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒสําเรจ็ จะตอ งปรากฏวา อวยั วะเพศของฝา ยชายไดÅ Ç‹ §ÅéÒí ËÃÍ×
ÊÍ´ãÊเ‹ ขา ไปในชอ งสงั วาสหรอื อวยั วะเพศของฝา ยหญงิ áÁ¨Œ ÐÁ¡Õ ÒÃÅÇ‹ §ลา้ํ à¢ÒŒ ä»à¾ÂÕ §àÅ¡ç ¹ÍŒ ¡àç »¹š
๘๖
¤ÇÒÁสําàÃç¨ โดยไมจ ําเปน จะตอ งมรี อยฉีกขาดที่ชองคลอด ปากมดลกู หรอื ทีเ่ ยือ่ พรหมจารี หรอื มีการ
สําเรจ็ ความใครหรือไม
μÑÇÍÂÒ‹ §
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ññóó/òõðù จําเลยไดกระทําชําเราผูเสียหาย
จนของลบั ของจาํ เลยไดเ ขา ไปในของลบั ผเู สยี หายราว ๑ องคลุ ี เชน น้ี ถอื ไดว า เปน การกระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็
ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ แลว การทที่ างพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี า้ํ อสจุ ิ
ของจําเลยออกมาอยูท่ีของลับของผูเสียหายหรือท่ีของลับของจําเลยน้ันเปนเรื่องสําเร็จความใครแลว
หรอื ไม เปน อกี สว นหนึง่ ไมเปนเหตุใหเห็นวา จาํ เลยกระทําชาํ เราไมส าํ เรจ็ หรือเปน เพยี งขั้นพยายาม
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ñöôö/òõóò ความผิดฐานขม ขนื กระทาํ ชาํ เรานนั้
เมอื่ อวยั วะเพศของจาํ เลยไดล ว งลาํ้ เขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายแลว แมจ าํ เลยไมส าํ เรจ็ ความใคร
กเ็ ปนความผดิ สาํ เรจ็
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ øôø/òõôø จาํ เลยนาํ อวยั วะเพศของจาํ เลยใสอ วยั วะเพศ
ของผูเสียหายท่ี ๑ และไดความจากแพทยผูตรวจพิสูจนผูเสียหายที่ ๑ วาพบเย่ือพรหมจารีฉีกขาด
ดังนี้ แสดงวาอวัยวะเพศของจาํ เลยไดล วงลํ้าเขาไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายที่ ๑ แลว การกระทํา
ของจําเลยจึงเปน ความผิดฐานกระทําชาํ เราเดก็ หญิงอายยุ ังไมเ กินสบิ สามปต าม ป.อ. มาตรา ๒๗๗
วรรคสอง สว นจาํ เลยจะสําเรจ็ ความใครห รือไมยอมมใิ ชสาระสาํ คญั
๒. หากชายมิไดเอาของลับของตนÊÍ´ãÊ‹ไปในของลับของหญิง เพียงแตถูไถ
ทป่ี ากชอ งคลอดมคี าํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๘๗๔/๒๔๙๑, ๑๗๐๖/๒๔๙๘, ๔๑๖๖/๒๕๔๗, ๑๓๙๐/๒๕๕๕
และ ๕๔๔๘/๒๕๕๗ μÑ´ÊÔ¹ÇÒ‹ ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¾ÂÒÂÒÁ¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒ
μÑÇÍ‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õôôø/òõõ÷ จําเลยเพยี งใชอ วยั วะเพศของจาํ เลย
ถูไถเสียดสีกับอวัยวะเพศของผูเสียหาย โดยเจตนากระทําชําเราแตเมื่อมิไดสอดใสจึงยังไมเปนการ
กระทําชําเราสําเรจ็ ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคสอง จําเลยคงผิดฐานพยายามกระทาํ ชําเรา
๓. ดังไดกลาวแลววา การกระทําชําเราตามกฎหมายใหมตองเปนใชÍÇÑÂÇÐà¾È
ของผูกระทําลวงลํ้าเทานั้น หากเปนการใชÊÔè§Íè׹㴠(วัตถุ) หรืออวัยวะอื่นซ่ึงไมใชÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลํ้า
ÍÇÑÂÇÐà¾Èหรอื ·ÇÒÃ˹ѡของผถู กู กระทํากä็ Á‹à»¹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¢‹Á¢×¹กระทําชาํ เราตามมาตรา ๒๗๖
วรรคหนึง่ หรือฐาน¡ÃÐทําชาํ àÃÒà´ç¡ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เพราะไมใ ชเ ปน การใช
ÍÇÑÂÇÐà¾Èลวงล้ํา แตการกระทําดังกลาวผูกระทําอาจมีความผิดฐานกระทําอนาจารโดยการลวงล้ํา
ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง หรอื มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่หรือวรรคหา แลว แตก รณี ซึ่งจะไดก ลาวตอ ไป
๔. มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งที่แกไขใหมบัญญัติวา “ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอื่น
...” และมาตรา ๑ (๑๘) บญั ญตั ิวา “การกระทําชําเรา หมายความวา กระทําเพ่ือสนองความใครข อง
ผกู ระทําโดยการใชอ วัยวะเพศของผกู ระทาํ ลว งล้าํ อวัยวะเพศ ทวารหนกั หรอื ชอ งปากของผอู น่ื ”
๘๗
ตามบทบญั ญตั ดิ งั กลา วจะเหน็ ไดว า ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ กฎหมายใชค าํ วา “ผใู ด” และ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ
กฎหมายใชค ําวา “ผูอ่นื ” ดังนนั้ ผกู ระทาํ และผูถูกกระทาํ อาจเปนà¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ คือ ชายกระทํากับชาย
หรอื หญิงกระทาํ กับหญิงกไ็ ด หรือμÒ‹ §à¾È¡¹Ñ คือ ชายกระทาํ กบั หญิง หรอื หญิงกระทาํ กับชาย ก็ได
หรอื เปน ¤‹ÙÊÁÃÊกนั คือ สามีกระทําตอภริยา หรอื ภรยิ ากระทาํ ตอ สามีก็ไดเชนกัน
¡Ã³ªÕ Ò¡ÃÐทาํ μÍ‹ ËÞ§Ô ตอ งเปน การใชอ วยั วะเพศของชายลว งลาํ้ หรอื สอดใสเ ขา ไป
ในอวยั วะเพศ ทวารหนักหรือชอ งปากของหญงิ
¡Ã³ÕªÒ¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ดว ยกนั ตอ งเปนการใชอ วยั วะเพศของชายผกู ระทาํ ลว งลํ้า
หรือสอดใสเขาไปในทวารหนกั หรือชองปากของชายผถู ูกกระทาํ
ทงั้ นี้ การãªÍŒ ÇÂÑ ÇÐà¾Èของชายผกู ระทาํ μÍ‹ ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ นนั้ ผกู ระทาํ อาจจะอยใู นสภาพ
หรือเปน ฝา ย active (เคลอ่ื นไหวเอง) กไ็ ด เชน ชายใชอ วัยวะเพศของตนŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èของหญิง
·ÇÒÃ˹ѡของชายหรอื หญิง หรือªÍ‹ §»Ò¡ของชายอนื่ หรือหญิง
หรอื อาจจะอยใู นสภาพหรอื เปน ฝา ย passive (อยเู ฉยๆ) กไ็ ดเ ชน ชายบงั คบั ใหห ญงิ
หรอื ชายอนื่ ÍÁÍÇÑÂÇÐà¾Èของตน
ทั้งสองกรณีดังกลาวถือไดวาเปนการกระทําชําเราตามกฎหมายที่แกไขใหม (เทียบ
ไดกับคําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๐๙/๒๕๕๓ ซึ่งไดตัดสินตามกฎหมายเดิมวา การที่จําเลย (ชาย)
ใหเ ดก็ หญงิ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป อมอวยั วะเพศของจาํ เลย เปน การกระทาํ ชาํ เราเดก็ หญงิ ตาม ป.อ.มาตรา
๒๗๗ วรรคสอง เพราะเปน การใชอ วยั วะเพศของจาํ เลยกระทาํ กับชอ งปากของเดก็ หญงิ ซ่งึ เปน กรณี
จําเลยอยูในสภาพหรือเปน ฝาย passive เชนกนั ศาลฎีกากต็ ดั สินวา เปน การกระทําชําเราเดก็ )
Ëҡ໚¹¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ตองเปนกรณีใหอวัยวะเพศของชายผูถูกกระทํา
ลว งล้ําเขาไปในอวัยวะเพศของหญิงผูกระทํา
ตวั อยา งเชน นาง ก. แตง กายโปป ลกุ อารมณท างเพศของ ด.ช. ข. อายุ ๑๔ ป จากนนั้
นาง ก. ใชอ วัยวะเพศของตนลว งล้ําอวัยวะเพศ ด.ช. ข. ดงั นี้ ถอื วาการกระทําของ นาง ก. เปนการ
กระทาํ ชําเรา ด.ช. ข. แลว
¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍËÞÔ§ จะเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา นาจะไมได
โดยสภาพหญงิ ไมอาจใชอ วยั วะเพศของตนลว งล้ําอวยั วะเพศของหญงิ ผถู กู กระทําได
แตมีประเด็นนาคิดวา กรณีหญิงแปลงอวัยวะเพศเปนชาย (หากในอนาคตแพทย
สามารถแปลงอวยั วะเพศหญงิ เปน อวยั วะเพศชายไดแ ลว ) แลว ใชอ วยั วะเพศลว งลา้ํ อวยั วะเพศของหญงิ
ผูถูกกระทําเพื่อสนองความใครของตนจะถือเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา กรณีเชนวาน้ี
ตองถือวาอวัยวะเพศชายท่ีแปลงมาเปนอวัยวะเพศของหญิงดวย เมื่อหญิงใชอวัยวะเพศชายที่แปลง
มาลวงล้าํ อวัยวะเพศหญิงผูถูกกระทาํ เพ่ือสนองความใครของตน ก็นาจะเปนการกระทําชาํ เราตาม
กฎหมายไดเชนกัน
๘๘
õ. ¼ÙŒÃ‹ÇÁ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ เน่ืองจากการขมขืนกระทําชําเราเปนความผิดท่ีรวมกัน
กระทําความผิดไดเชนเดียวกับความผิดอื่นๆ ท่ัวไป เมื่อรวมกันกระทําผิดเปนμÑÇ¡ÒÃได ก็ยอมเปน
¼ÙŒãªŒตามมาตรา ๘๔ หรอื เปนผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๖ ไดเชนกัน
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òð÷ó/òõó÷ จาํ เลยท่ี ๑ กระทําชําเราดว ยความยินยอม
ของผูเสียหายจึงไมมีความผิดฐานขมขืนกระทําชําเรา แตจําเลยทั้งสองไดสมคบรวมคิดกันมากอนวา
จะใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขนื กระทําชาํ เราผเู สยี หาย เมื่อจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ ชาํ เราผเู สียหายเสรจ็ แลว จําเลย
ที่ ๑ ก็ออกจากหองไป เปด ประตไู วใหจาํ เลยที่ ๒ เขา ไปขมขนื กระทําชําเราผเู สยี หายถือไดว าเปนการ
ชวยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกจาํ เลยที่ ๒ ในการกระทาํ ความผดิ จําเลยท่ี ๑ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน
ผูสนบั สนุนจําเลยท่ี ๒ ในการกระทาํ ความผิดฐานขม ขนื กระทําชําเราผูเสยี หาย
ó) ¼ÍŒÙ è×¹
คําวา “¼ÙÍŒ ×¹è ” ในทนี่ ี้คือผถู ูกกระทํา ซง่ึ อาจเปน à¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ μÒ‹ §à¾Èหรือ¤ÊÙ‹ ÁÃÊ
กันกไ็ ด
ô) à¨μ¹Ò
ในสวนของเจตนาผูกระทําจะตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ ทานศาสตราจารยจิตติ
ตงิ ศภทั ย ไดอ ธบิ ายวา ถา มàี ¨μ¹Ò¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ แมไ มส ามารถกระทาํ ไดส าํ เรจ็ กเ็ ปน ความผดิ ฐาน¾ÂÒÂÒÁ
ถา เจตนาเพียง¡ÃÐทาํ ÀÒ¹͡ ไมประสงคใ หของลบั ลวงลาํ้ เขามาภายในชอ งสงั วาสของหญงิ ไมเ ปน
ความผดิ ฐานพยายามขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา แตอ าจเปน การกระทาํ ͹ҨÒÃเทา นน้ั (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี า
ที่ ๓๑๑/๒๔๙๐, ๑๓๑๖/๒๕๐๘, ๒๘๗๘/๒๕๒๒)
อนง่ึ การกระทาํ ชาํ เราตามกฎหมายใหมต อ งกระทาํ à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ãข‹ อง¼¡ŒÙ ÃÐทาํ
อันเปนà¨μ¹Ò¾àÔ ÈÉ
¡Ã³Õ¼ŒÙ¡ÃÐทาํ ¼Ô´μÍŒ §ÃѺâ·ÉÊÙ§¢é¹Ö (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ, ÇÃäÊÒÁ)
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ การกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ผูกระทาํ ตองรบั โทษหนักขึน้
ถาä´Œ¡ÃÐทําâ´ÂทําãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¡ÃÐทําࢌÒã¨Ç‹Ò¼ÙŒ¡ÃÐทําÁÕÍÒÇØ¸»„¹ หรือÇÑμ¶ØÃÐàºÔ´ตองระวางโทษจําคุก
ต้งั แตเจด็ ปถ งึ ยี่สิบปแ ละปรับต้งั แตห น่ึงแสนส่ีหมื่นบาทถึงสีแ่ สนบาท
͸ԺÒÂ
บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๗๖ วรรคสองน้ี เปน บทบญั ญตั ทิ ไ่ี ดม กี ารแกไ ขใหม โดยองคป ระกอบ
ความผดิ ทส่ี ําคญั คือ การทาํ ใหผถู ูกกระทําเขาใจวา ผูก ระทํามอี าวธุ ปน หรือวัตถรุ ะเบิด
ตวั อยา งเชน นายดาํ ใชป น ของเลน หรอื ปน บบี กี นั ขใู หน างสาวแดงยนิ ยอมใหต นกระทาํ ชาํ เรา
ซึ่งนางสาวแดงเขาใจวาเปนปนของจริง ในกรณีแมนายดําจะไมมีอาวุธปนติดตัวมาก็ดี หากนายดํา
ไดก ระทาํ ใหน างสาวแดงเขา ใจวา อาวธุ ปน ปลอมทนี่ ายดาํ ใชข เู ขญ็ หรอื สงิ่ ทอี่ ยใู นกระเปา สะพายของนายดาํ
ดังกลาวเปนอาวธุ ปน เชนนีก้ ็เปนความผิดท่นี ายดําจะตอ งรับโทษสงู ข้นึ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
อนั เปน เหตุฉกรรจข องมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึง่
๘๙
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน
หรือวตั ถรุ ะเบดิ หรือโดยใชอ าวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ
หรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกัน ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแต
สามแสนบาทถงึ สี่แสนบาทหรอื จาํ คุกตลอดชีวติ
͸ºÔ ÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ การกระทําความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้นึ
ถา
๑) ไดกระทําโดยมอี าวุธปนหรือวตั ถรุ ะเบิด
๒) ไดกระทาํ โดยใชอาวธุ
๓) ไดก ระทาํ โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ
กับชายในลกั ษณะเดยี วกัน
¢ŒÍÊѧà¡μ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ กวา วรรคสอง
แยกพิจารณาได ๒ ประการดังนี้
(ñ) ä´¡Œ ÃÐทาํ â´ÂÁÍÕ ÒÇ¸Ø »¹„ ËÃÍ× ÇÑμ¶ÃØ ÐàºÔ´
หากอาวธุ นนั้ คอื ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ เพยี งแตม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ã¹¢³Ð¢Á‹ ¢¹×
¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ áÁ¼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ ÁäÔ ´ãŒ ªกŒ เ็ ปน ความผดิ ตามวรรคสามแลว แตถ า เปน ÍÒÇ¸Ø ÍÂÒ‹ §Í¹è× ตอ งมกี าร㪌
ดวยจึงจะมคี วามผิดตามวรรคสาม
(ò) â´Â㪌ÍÒǸØ
คําÇ‹Ò “â´Â㪌ÍÒÇØ¸” ตามกฎหมายที่แกไขใหม หมายถึง ÍÒÇØ¸»ÃÐàÀ·ã´ก็ได
ซึ่งอาวุธในท่ีน้ีหมายรวมถึงส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซึ่งไดใชหรือเจตนาจะใชนาจะประทุษราย
รา งกายหรอื อนั ตรายสาหสั อยา งอาวธุ ตามความหมายใน ป.อ.มาตรา ๑ (๕) และตอ งเปน การใชใ นขณะ
กระทาํ ความผดิ ตวั อยา งเชน การใชม ดี คตั เตอรแ มจ ะเปน อาวธุ โดยสภาพ แตถ า จะเอามาใชข ม ขผู เู สยี หาย
ทกุ ครั้ง จึงถอื เปน อาวุธโดยเจตนาจะใช (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๔๐๐/๒๕๓๘)
μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ø÷/òõõñ จาํ เลยนําอาวธุ มดี ทต่ี ดิ ตวั ออกมาวางบรเิ วณเสอื่
ทจี่ ดั เตรยี มไวแ ลว จงึ กระทําชาํ เราผเู สยี หาย โดยผเู สยี หายมไิ ดย นื ยนั วา จําเลยใชอ าวธุ มดี ขเู ขญ็ บงั คบั ให
ผเู สยี หายยอมใหจ ําเลยกระทําชาํ เรา เมอ่ื จาํ เลยสําเรจ็ ความใครแ ลว จําเลยนาํ อาวธุ มดี มาถอื ไวแ ละขม ขู
ผูเสียหายมิใหบอกแกผูอื่นวาถูกจําเลยกระทําชาํ เรา «è֧໚¹¡ÒÃ㪌ÍÒÇØ¸ÁÕ´ËÅѧ¨Ò¡·ÕèจําàÅ¡ÃÐทาํ
ชําàÃÒ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂáÅŒÇ ซง่ึ เปน ความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ
แมผูกระทําการขมขืนกระทาํ ชาํ เราผูอื่นจะไมมีปน แตหากผูที่รวมกระทาํ ดวยกันมีปน
ผกู ระทําก็ตองรับโทษหนกั ขึ้นตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม
๙๐
μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè øùñ/òõòñ จาํ เลยขมขืนชําเราหญงิ โดยพวกของจําเลยมีปน
บงั คบั ไมใ หค นอนื่ ชว ยหญงิ จาํ เลยรว มกระทาํ กบั พวกทมี่ อี าวธุ ปน จําเลยตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ตามมาตรา
๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè ó÷ô/òõòö โจทกร ว มยอมไปโรงแรมกบั จําเลยท่ี ๒ เพราะหลงกล
อุบายหลอกลวงวาสามีโจทกรวมนอกใจ ใหไปจับผิดสามี แลวจาํ เลยท่ี ๑ สามีจาํ เลยที่ ๒ ไดเขามา
ชว ยกันถอดเส้ือผา และจําเลยที่ ๒ ä´ãŒ ªŒ»¹„ บังคับขเู ข็ญ ขณะจําเลยท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร วม
จําเลยที่ ๒ กถ็ า ยภาพไว จําเลยทง้ั สองจงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราโจทกร ว มโดยมแี ละ
ใชอ าวุธปนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤×ÍÇÃäÊÒÁ), ๘๓
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè òò÷/òõòù จําเลยที่ ๑ ใชอ าวุธปนขูบ งั คับหญงิ ผเู สยี หายให
ยอมใหจ ําเลยท่ี ๒ กระทาํ ชาํ เราโดยจาํ เลยท่ี ๑ มไิ ดก ระทําชาํ เราผเู สยี หายดว ยถอื ไมไ ดว า จาํ เลยทง้ั สอง
ไดรวมกันขมขืนกระทาํ ชําเราผูเสียหายอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงแตถือเปนตัวการรวมกันขมขืน
กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยมีหรือใชอาวุธปนอันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
(»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ)
¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËNjҧÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ
กรณวี รรคสองแมผ กู ระทําไมม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ แตถ า ไดก ระทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา
ผมู อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ กเ็ ขา องคป ระกอบเหตฉุ กรรจท มี่ โี ทษหนกั กวา การขม ขนื กระทาํ ชาํ เราทวั่ ไป
ตามวรรคหน่งึ
สว นวรรคสาม เปน กรณีทีผ่ ูกระทาํ ตอ งมีอาวุธปนหรอื วตั ถุระเบิดในขณะกระทําความผดิ
จงึ จะครบองคประกอบเหตุฉกรรจตามวรรคสามน้ี
(ó) â´ÂÃÇ‹ Á¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ´ÇŒ ¡¹Ñ Í¹Ñ ÁÅÕ ¡Ñ ɳÐ໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ËÃÍ× ¡ÃÐทํา¡ºÑ ªÒÂ
ã¹Å¡Ñ ɳÐà´ÂÕ Ç¡Ñ¹
¢ŒÍ椄 à¡μ
๑. การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒüŴÑ
à»ÅÂÕè ¹¡Ñ¹¢Á‹ ¢×¹¡ÃÐทําชําàÃÒμé§Ñ áμ‹Êͧ¤¹¢¹éÖ ä» (คําพิพากษาศาลฎกี าที่ ๑๒๐๒/๒๕๒๙) โดยμÍŒ §ÁÕ
¡ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¡ÃзÒí ¤ÇÒÁ¼´Ô ประการหนง่ึ และ¡ÒáÃÐทาํ ·ÃèÕ Ç‹ Á¡¹Ñ ¹¹Ñé à¢ÒŒ Å¡Ñ É³ÐÍ¹Ñ à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô
อีกประการหน่งึ ดว ย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าที่ ๓๘๖๓/๒๕๓๓)
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ öö÷/òõòñ จําเลยที่ ๒ กบั พวกอกี หนงึ่ คนรว มกนั ขม ขนื
กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยพวกของจําเลยจับขาผูเสียหายไวใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขืนกระทําชําเรากอน
เสร็จแลว จําเลยท่ี ๒ มายนื คมุ ใหพวกของตนขม ขืนกระทําชําเราอกี จนสาํ เร็จความใครค นละครงั้ เชนนี้
เขา ลกั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
๙๑
๒. การโทรมหญิงผูลงมือกระทําตองมากกวาหน่ึงคนผลัดเปลี่ยนกันกระทาํ
อยางนอย¤¹ÅФÃéѧดวย (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๑๖๘๕/๒๕๐๓ (ประชุมใหญ), ๑๙๙๒/๒๕๑๗,
๖๗๗/๒๕๒๑)
๓. แมค นหนง่ึ กระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็ ความใคร แตอ กี คนหนง่ึ แคพ ยายามขม ขนื กระทาํ
ชําเรา ก็ยงั ถอื วา เปน การโทรมหญงิ แลว (คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๐๐๗/๒๕๓๒ (ประชุมใหญ))
μÑÇÍ‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óðð÷/òõóò (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ การทจี่ าํ เลยกบั พวกรว มกนั
บกุ รกุ เขา ไปในบา นของผเู สยี หายในเวลากลางคนื โดยจาํ เลยมอี าวธุ มดี พวกของจาํ เลยมอี าวธุ ปน แลว
จําเลยไดใชอาวุธมีดจ้ีบังคับกระทําชําเราผูเสียหาย ในขณะเดียวกันนั้นพวกของจําเลยไดใชอาวุธปน
จบ้ี งั คบั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราพวกของผเู สยี หายอกี คนหนง่ึ ซงึ่ นอนอยบู นเตยี งเดยี วกนั นนั้ จาํ เลยมคี วามผดิ
ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราหญงิ ซง่ึ มใิ ชภ รยิ าของตนโดยขเู ขญ็ ใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยและไดร ว มกนั กระทาํ
โดยมีหรือใชอ าวธุ ปน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
เม่ือจําเลยขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายแลว พวกของจําเลยไดผละจากพวกของ
ผูเสียหายมาขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายตออีก แมพวกของจําเลย¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöÊÍ´ãÊ‹ÍÇÑÂÇÐà¾È
à¢ÒŒ ä»ã¹ÍÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼ŒÙàÊÕÂËÒÂä´Œ แตก ไ็ ดลงมอื กระทําการขมขนื กระทาํ ชําเราผูเสียหายจนถงึ ข้นั
พยายามแลว การทจี่ าํ เลยกบั พวกผลัดเปลี่ยนกนั กระทําชาํ เราผูเสียหายตอ เน่อื งกัน ถอื ไดว า เปนการ
รว มกนั กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñöóð/òõôô จําเลยกับพวกรวมกันกระทําผิด แมจะ
ปรากฏวา หลงั จากจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายเสรจ็ แลว พวกของจาํ เลยคนหนง่ึ ทร่ี ว มกนั มาฉดุ
ผเู สยี หายไปขม ขนื กระทาํ ชาํ เราซง่ึ เขา ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราเปน คนตอ มาจะไมส ามารถสอดใสอ วยั วะเพศ
ของตนเขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายไดเ พราะอวยั วะเพศไมแ ขง็ ตวั กต็ าม แตก ารทพ่ี วกของจาํ เลย
พยายามสอดใสอ ยนู าน ๑๐ นาที กแ็ สดงใหเ หน็ เจตนาทจี่ ะรมุ กนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย การกระทาํ
ของจาํ เลยกบั พวกจงึ ไดช อ่ื วา เปน การรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ
๔. แตถ า คนหนงึ่ กระทาํ ชาํ เราจนสาํ เรจ็ แตอ กี คนหนงึ่ 处 äÁ¶‹ §Ö ¢¹Ñé ¾ÂÒÂÒÁ¢Á‹ ¢¹×
¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ กรณนี ย้ี ังäÁ¶‹ ×ÍÇ‹Ò໚¹¡ÒÃâ·ÃÁËÞÔ§ ทง้ั สองคนมคี วามผดิ ฐานเปน ตวั การรว มกนั ขมขืน
กระทําชําเราตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งประกอบมาตรา ๘๓ เทา นัน้
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòðò/òõòù การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะ
เปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡¹Ñ ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒμ§Ñé áμÊ‹ ͧ¤¹¢¹Öé ä» จาํ เลย
ท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายà¾ÂÕ §¤¹à´ÂÕ Ç จาํ เลยท่ี ๒ 处 äÁä‹ ´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ´ÇŒ  เพยี งแต
กอดจูบและกดผูเสียหายใหจําเลยท่ี ๑ ขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายเทาน้ัน ดังน้ีลักษณะการกระทํา
๙๒
ดงั กลา วของจาํ เลยท่ี ๒ เปน เพยี งตวั การรว มกระทาํ ผดิ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราดว ยกนั กรณ¨ี §Ö äÁà‹ ¢ÒŒ Å¡Ñ É³Ð
໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ÁÒμÃÒ ».Í.ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ (»˜¨¨Øº¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) จําเลยท้ังสองมี
ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ประกอบมาตรา ๘๓ เทานั้น
๕. เมอ่ื ไดข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ โดยกระทาํ ตงั้ แตส องคน
ข้ึนไปแลว หากยังมีพวกที่รวมกระทําดวยกัน แตยังไมทันไดลงมือกระทําชําเราก็ตองรับผิดฐานเปน
μÑÇ¡ÒÃรวมกนั ขม ขืนกระทําชาํ เราอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ ดวย
μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òòðð/òõò÷ ระหวา งทผี่ เู สยี หายไปเทย่ี วงานมหกรรมชา ง
จาํ เลยท่ี ๒ ซึ่งผูเ สียหายไมเ คยรูจ กั มากอ น ไดเขา มาทักทายและไปเท่ยี วงานดวยกนั จนกระทั่งตกดกึ
ผเู สยี หายจะกลับบา นก็ขอใหจาํ เลยที่ ๒ กับพวกไปสง จาํ เลยที่ ๒ ทํารรี อวา จะรอเพอื่ นกอ น แตเมอ่ื
ผเู สยี หายเดนิ ออกจากบรเิ วณงาน กเ็ หน็ จาํ เลยที่ ๒ กบั พวกเดนิ นาํ หนา ไปกอ น ครน้ั ถงึ ทเ่ี กดิ เหตผุ เู สยี หาย
ก็ถูกชายวัยรุนซ่ึงมีจําเลยที่ ๑ รวมอยูดวยฉุดไปขมขืนกระทําชําเราท่ีขางทาง สวนจําเลยที่ ๒
ถอดกางเกงรออยู ผูเสยี หายขอรองวาอยาทาํ หนเู ลย จาํ เลยท่ี ๒ ตอบวาอกี คนหนึ่ง แตมีคนเดินมา
คนรา ยจงึ อมุ ผเู สยี หายไปทอี่ น่ื แลว ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผเู สยี หายสลบไป ตามพฤตกิ ารณส อ วา จาํ เลย
ท่ี ๒ ไดร ว มกบั พวกเพอ่ื กระทาํ ความผิดมาแตตน
การรวมกันขมขืนกระทําชําเราอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงนั้นจะตองกอนหลัง
กันอยู พวกของจาํ เลยบางคนไดขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายแลว บางคนกาํ ลังขม ขนื กระทําชําเราอยู
จําเลยที่ ๒ ซ่งึ ไดถ อดกางเกงรออยูพ รอ มที่จะขมขนื กระทําชาํ เราเปน คนตอ ไป แมจะยังไมทันไดข ม ขนื
กระทําชาํ เราผเู สียหาย เพราะมผี ูอื่นมายังที่เกิดเหตจุ งึ หลบหนีไปเสยี กอ น กไ็ ดชอื่ วาเปน ผรู วมกระทํา
ความผดิ แลว
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öööó/òõóù จาํ เลยท่ี ๓ จบั มอื ปด ปากผเู สยี หายเพอื่ ให
จาํ เลยท่ี ๑ และจาํ เลยท่ี ๒ ผลดั เปลย่ี นกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายตอ เนอ่ื งกนั เปน การรมุ กนั กระทาํ
ตอผูเสยี หาย ถอื ไดวา จาํ เลยท่ี ๑ ที่ ๒ และท่ี ๓ รว มกันกระทาํ ชาํ เราอนั มลี ักษณะเปนการโทรมหญิง
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñõõø/òõôó แมจาํ เลยจะมิไดเปนผลู งมือขมขืนกระทํา
ชําเราผูเสียหาย แตพฤติการณที่จําเลยชวยกันฉุดผูเสียหายและชวยกดคอและตบตีผูเสียหายเพื่อให
พวกของจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายในลกั ษณะโทรมหญงิ นนั้ ถอื ไดว า จาํ เลยไดà »¹š μÇÑ ¡ÒÃรว ม
กระทาํ ผดิ ดว ยกนั กบั พวกของจาํ เลยแลว จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) ประกอบดว ยมาตรา ๘๓
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öùøô/òõôô จาํ เลยพาผเู สยี หายและ ส. คนรกั ผเู สยี หาย
ไปยังกระทอมที่เกิดเหตุ ตอมา ส. กลัววาจะเกิดเร่ืองไมดีจึงคิดจะกลับ ขณะท่ี ส. กําลังติดเคร่ือง
รถจกั รยานยนตแ ละผเู สยี หายจะนงั่ ซอ นทา ย จาํ เลยไดเ ขา มาลอ็ กคอผเู สยี หาย ลากลงมาและกอดปลา้ํ
ผูเสยี หาย จากน้นั มี ต. และ ช. เขา มาจบั แขนขาผูเ สยี หายพาไปท่ีแครข า งกระทอ มแลว ชวยกันถอด
กางเกงผเู สยี หาย แลว μ. ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹áá โดยมี ช. ชว ยจบั แขนขาผเู สยี หาย
๙๓
ระหวา งนนั้ จาํ เลยซงึ่ อยบู รเิ วณแครไ ดต ะโกนบอกให จ. ไปตามหา ส. ซง่ึ หนอี อกไปหาคนชว ยเหลอื แลว
จําเลยและ จ. วง่ิ ออกไปเพื่อหวังสะกัดกน้ั มใิ ห ส. ไปรองขอความชว ยเหลือ หลงั จาก ต. ขมขืน กระทาํ
ชาํ เราเสรจ็ แลว ª. ä´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹μÍ‹ ä» ดงั นี้ แมจ าํ เลยจะมไิ ดช ว ยจบั แขนขา
ผูเสียหายระหวาง ต. หรอื ช. ขม ขืนกระทําชาํ เราก็ตาม แตการกระทําของจําเลยดังกลาวนบั ไดว าเปน
μÇÑ ¡ÒÃในการรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) แลว
¡Ã³Õ໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ §¤Ê‹Ù ÁÃÊ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําความผิด
ระหวางคูสมรสและคูสมรสนั้น ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาท่ี
กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได หรือจะกําหนดเง่ือนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได
ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาใหลงโทษจําคุก และคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกัน
ฉันสามีภรยิ าตอไป และประสงคจะหยา ใหค สู มรสฝายนน้ั แจงใหศ าลทราบ และใหศ าลแจงพนกั งาน
อยั การใหดําเนินการฟอ งหยาให
͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃä˹è§Ö ¶ÒŒ
๑) เปนการกระทาํ ความผดิ ระหวา งคูส มรส และ
๒) คสู มรสน้ันยังประสงคจ ะอยูกินกนั ฉันสามภี ริยา
ÈÒÅÁอÕ ํา¹Ò¨
(ก) ลงโทษนอ ยกวา ท่ีกฎหมายกาํ หนดไวเพยี งใดก็ได หรอื
(ข) กาํ หนดเงือ่ นไขเพอื่ คุมประพฤตแิ ทนการลงโทษ
ò. แตใ นกรณที ศี่ าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนง่ึ ไมป ระสงค
จะอยกู ินฉนั สามีภรยิ าตอ ไปและประสงคจะหยา กฎหมายใหค ูส มรสฝายนนั้ แจง ใหศาลทราบ และให
ศาลแจงพนักงานอยั การใหด ําเนินการฟอ งหยา ให
๙๔
¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒà´ç¡ÍÒÂØäÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚
ÁÒμÃÒ ò÷÷ò ผใู ดกระทําชําเราเด็กอายุยงั ไมเกนิ สิบหา ปซ ึง่ มใิ ชภ รยิ าหรือสามขี องตน
โดยเดก็ นน้ั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ต็ าม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาท
ถึงส่ีแสนบาท
ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตเ จ็ดปถงึ ยสี่ บิ ป และปรับตง้ั แตห นึ่งแสนส่ีหมืน่ บาทถึงส่แี สนบาท หรอื จําคกุ
ตลอดชวี ติ
ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา
ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท
ถึงสแี่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต
ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุ
ระเบิดหรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือ
กระทํากับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกัน ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต
ความผิดตามที่บัญญัติไวในวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุไมเกินสิบแปดป
กระทาํ ตอ เดก็ ซงึ่ มอี ายกุ วา สบิ สามปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ หา ป โดยเดก็ นน้ั ยนิ ยอม ศาลทมี่ อี าํ นาจพจิ ารณาคดี
เยาวชนและครอบครวั จะพจิ ารณาใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึงอายุ
ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญ ญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต นสิ ัย อาชพี ส่งิ แวดลอ มของ
ผกู ระทําความผิดและเด็กผูถ ูกกระทาํ ความสัมพนั ธร ะหวางผูกระทาํ ความผิดกบั เดก็ ผถู กู กระทํา หรือ
เหตุอ่นื อันควรเพ่อื ประโยชนของเดก็ ผูถกู กระทาํ ดวย
ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ผกู ระทาํ ความผดิ ไมต อ งรบั โทษ แตถ า การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ
ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะลงโทษผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดน้ัน
เพยี งใดกไ็ ดในการพิจารณาของศาล ใหค ํานึงถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดวย
͸ԺÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃä˹èÖ§
๑. ผูกระทาํ และà´¡ç ¼Ù¶Œ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ¨Ð໚¹ËÞ§Ô หรอื ªÒÂกไ็ ด ดงั นั้น ชายอาจกระทําชําเรา
เดก็ หญงิ หรือเดก็ ชายก็ได และหญิงก็อาจกระทําชาํ เราเด็กชายหรือเดก็ หญิงก็ได
แตà ´ç¡¼Ù¶Œ Ù¡¡ÃÐทําจะตอ งมÍี ÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ และÁÔãªÀ‹ ÃÂÔ ÒËÃÍ× ÊÒÁÕของผูกระทํา
ดวย
๒ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/
๒๗ พ.ค. ๖๒
๙๕
หากภริยาซึง่ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป ÂÔ¹ÂÍÁใหสามกี ระทาํ ชาํ เรา การกระทาํ ของสามี
กไ็ มผดิ มาตรา ๒๗๗ วรรคหน่ึง หรือหากภรยิ าäÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ แมการกระทําของสามีไมผ ิดมาตรา ๒๗๗
วรรคหนึง่ แตส ามีจะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ
๒. การนบั อายขุ องเดก็ ใหเ รม่ิ นบั แตว นั เกดิ (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๗๘๔๑/๒๕๕๒ และ
๑๐๘๔/๒๕๕๔)
๓. ในสว นของการกระทาํ คอื การกระทาํ ชาํ เราเดก็ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §คํา¹§Ö ÇÒ‹ à´¡ç ¹¹Ñé ¨ÐÂ¹Ô ÂÍÁ
ËÃÍ× äÁ‹ แมเ ด็กจะยนิ ยอมการกระทํากเ็ ปน ความผดิ
๔. ความหมายของการกระทําชาํ เรา มบี ทนยิ ามอยใู น ป.อ.มาตรา ๑ (๑๘) ขอใหน กั เรยี น
ดคู าํ อธิบายในมาตรา ๒๗๖
๕. ปญ หาเกยี่ วกับการรว มประเวณกี บั เดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๕ ป โดยเขา ใจวาอายเุ กิน
๑๕ ป ผกู ระทาํ จะมคี วามผดิ ตามมาตรานห้ี รอื ไม มีคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าตัดสินไว ๒ แนว ซึ่งใหเ หตผุ ล
ตา งกัน ดงั นี้
á¹Çáá เหน็ วา เปน เรือ่ งผกู ระทําสําคัญผิดในขอเท็จจริงตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก
ที่วา ขอเท็จจริงใด ถามีอยูจริงจะทาํ ใหการกระทาํ ไมเปนความผิด แมขอเท็จจริงนั้นจะไมมีอยูจริง
แตผูกระทาํ สําคญั ผดิ วา มีอยูจรงิ ผูก ระทํายอมไมมีความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนงึ่ เชน
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õñ÷ö/òõóø จาํ เลยรวมประเวณีกับเด็กหญิงมะปราง
ผเู สยี หายซ่ึงมีอายุ ๑๔ ป ๕ เดือน โดยสําคญั ผดิ คิดวา ผเู สียหายมอี ายุ ๑๘ ป มปี ญ หาวาจาํ เลยจะ
อางความสําคัญผิดในเร่ืองอายุของผูเสียหายไดหรือศาลฎีกาวินิจฉัยวา ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๒๗๙ ผกู ระทาํ ผดิ จะตอ งกระทําแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป เรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย
เปน องคป ระกอบของความผดิ ดว ย จงึ เปน ขอ เทจ็ จรงิ ทวี่ า ผกู ระทาํ ผดิ ไดร หู รอื ไม การรหู รอื ไมร ขู อ เทจ็ จรงิ
จะผิดหรือไม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคหน่ึง บญั ญตั ิวา ขอ เทจ็ จริงใดถา มอี ยจู ริงจะ
ทาํ ใหก ารกระทําไมเ ปน ความผดิ ฯลฯ แมข อ เทจ็ จรงิ นน้ั จะไมม อี ยจู รงิ แตผ กู ระทําสาํ คญั ผดิ วา มอี ยจู รงิ
ผกู ระทํายอ มไมม คี วามผดิ ฯลฯ จงึ เหน็ ไดว า เมอื่ จาํ เลยสาํ คญั ผดิ ในเรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย แมค วามจรงิ
ไมใชอ ยางท่จี ําเลยสําคัญผดิ จาํ เลยยอ มไมมีความผดิ
á¹Ç·èÕÊͧ เห็นวา อายุของหญิงเปนขอเท็จจริงซ่ึงเปนองคประกอบของความผิด
ถา ผูก ระทําไมรู ถอื วาผูกระทาํ ไมมเี จตนากระทําความผิดฐานน้ี ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม เชน
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ öôðõ/òõóù จําเลยกระทําชาํ เราผูเสียหายÍÒÂØ ñô »‚
ô à´Í× ¹ โดยผเู สยี หายยนิ ยอม แตจ าํ เลยà¢ÒŒ 㨼´Ô ÇÒ‹ ผเู สยี หายÍÒÂØ ñ÷ »‚ เพราะผเู สยี หายมรี ปู รา งใหญ
ตัวสูงเทาจําเลย พูดจาฉะฉานเหมือนผูใหญ อีกท้ังยังทํางานท่ีโรงงานผลไมกระปองซึ่งจะรับเฉพาะ
คนทมี่ อี ายุ ๑๗ ปข น้ึ ไปทาํ งาน ศาลฎกี าวนิ จิ ฉยั วา เชอื่ ไดว า จากรปู รา ง การพดู จา และงานทผี่ เู สยี หายทํา
มเี หตผุ ลทําใหผ พู บเหน็ เขา ใจวา ผเู สยี หายมอี ายเุ กนิ กวา ๑๕ ปไ ด ฟง ไดว า จาํ เลยสําคญั ผดิ โดยเขา ใจวา
ผเู สยี หายอายุ ๑๗ ป ยอ มมผี ลใหจ าํ เลยไมร ขู อ เทจ็ จรงิ วา ผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ซงึ่ เปน ขอ เทจ็ จรงิ