The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-25 02:02:06

2.กฎหมายอาญา 2

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

๔๖

การปลอมของจําเลยเปนความผิดตามมาตรา ๒๖๔ แลว เอกสารน้ีเปนใบรับเงินชําระหนี้แสดงวา
สิทธิเรียกรองของเจาหนี้ในจํานวนเงินน้ีระงับไปแลว จําเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตาม
มาตรา ๒๖๕ และการที่จําเลยคัดสําเนาเอกสารท่ีปลอมแสดงตอศาลเปนการอางถึงเอกสารที่ปลอม
จงึ เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๘ ดว ย ตอ งลงโทษจาํ เลยตามมาตรา ๒๖๘ ตามอตั ราโทษในมาตรา ๒๖๕

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñö÷/òõñ÷ จาํ เลยกเู งนิ ผเู สยี หายแลว ทาํ หนงั สอื สญั ญากลู งลายมอื ชอ่ื
¼ÙŒÍ×è¹ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต
เพ่ือจะใหไดเงินที่กูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูนั้นเปนหลักฐานฟองรองเรียกเงินคืนจากจําเลย
ผูเสียหายไดรบั ความเสยี หาย จาํ เลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ เม่อื จาํ เลยไดม อบสญั ญากู
ใหผ ูเสียหายยึดถือไว จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานใชเอกสารสทิ ธปิ ลอมอกี กระทงหนึ่ง

¡Ã³ÕäÁ‹¹‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂ
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ññòö/òõðõ ทําสัญญากูเงินกันไวโดยถูกตองตามกฎหมาย
แตไมไดลงนามพยานในสัญญา ตอมาผูใหกูจึงใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญาโดยผูกูมิได
รเู หน็ ดวย แลว ผูใหก นู าํ สัญญานั้นมาฟอ งตอ ศาล ศาลฎกี าวนิ ิจฉยั วา เมื่อสญั ญาดังกลาวมีผลสมบรู ณ
ตามกฎหมาย การทพ่ี ยานลงนามภายหลงั จงึ ไมน า จะเกดิ หรอื อาจเกดิ ความเสยี หายแกผ กู ู ผใู หก หู ามผี ดิ
ฐานปลอมเอกสารไม
¢ŒÍ椄 à¡μ
คดนี ท้ี าํ สญั ญากโู ดยผกู ลู งลายมอื ชอ่ื ไวแ ลว แมไ มม พี ยานลงชอ่ื ไวก ม็ ผี ลสมบรู ณต ามกฎหมาย
การจัดใหผูอ่ืนลงนามเปนพยานในทายสัญญา จึงไมนาจะเกิดความเสียหายแกผูกูหรือประชาชน
ผใู หกูจ งึ ไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสารสทิ ธิ
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ การปลอมแกตัวเลขสลากกินแบง โดยแกตัวเลข
สลากกินแบงหนึ่งตัวใหเปนหมายเลขท่ีถูกรางวัล เพ่ือใหเพื่อนเล้ียงอาหารจําเลยกอนแลวจําเลยทิ้ง
สลากกินแบงในถังขยะในบา น มีผเู ก็บสลากกนิ แบง นนั้ ไปขอรบั เงินรางวัล นอกความรูเห็นของจาํ เลย
การหลอกใหเลี้ยงอาหารเปนการลอเลนระหวางเพ่ือน ซ่ึงทําอยูเปนปกติ ไมเปนความเสียหายแก
ประชาชนหรอื เพื่อนของจําเลย ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร
¢ÍŒ Êѧà¡μ
คดนี จี้ าํ เลยแกต วั เลขในสลากกนิ แบง เพอื่ ใหเ ปน ตวั เลขทถ่ี กู รางวลั แตท าํ เพอ่ื จะลอ เลน กนั
ระหวางเพื่อนของจําเลย เทากับไมไดมีเจตนาจะเอาสลากกินแบงท่ีแกตัวเลขดังกลาวไปใชเพื่อใหเกิด
ความเสียหายแกผูหน่ึงผูใด เปนเร่ือง¢Ò´à¨μ¹Òท่ีจะใหเปนเอกสารปลอม เพราะหลังจากนั้นจําเลย
ก็นําไปทิ้งถังขยะในบาน สวนการที่มีผูเก็บสลากกินแบงน้ันไปขอรับเงินรางวัล ก็เปนเร่ืองนอกเหนือ
ความรเู ห็นของจาํ เลย จําเลยจงึ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสาร
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ óùôô-óùôõ/òõòö โจทกซ่ึงเปนพยาบาลลงช่ือและเวลามา
ทาํ งานไวใ นสมดุ บญั ชลี งนามมาทาํ งานของขา ราชการโรงพยาบาล แตไ มไ ดอ ยปู ฏบิ ตั งิ านทโี่ รงพยาบาล

๔๗

การทจ่ี าํ เลยที่ ๑ ซง่ึ เปน เสมยี นการเงินเขยี นขอ ความตอเติมวา “ใหม ันยุตธิ รรมหนอย” และจําเลยท่ี ๒
ซ่ึงเปนนายแพทยผูอํานวยการมีหนาที่รับผิดชอบงานของโรงพยาบาลชอบท่ีจะแกไขใหถูกตอง
ตอความจริงได ขีดฆาลายมือชื่อและเวลามาทํางานของโจทก จึงไมเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนหรือ
ประชาชน จําเลยท้ังสองจึงไมม คี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ÷óô/òõóð โจทกจ าํ เลยตา งรบั ราชการครโู รงเรยี นเดยี วกนั วนั เกดิ เหตุ
โจทกไปถึงโรงเรียนกอนจําเลยและลงเวลามาทํางานวา ๘.๐๐ นาฬกา จําเลยลบเวลาท่ีโจทกเขียน
ไวอ อกแลว เขยี นทบั ลงไปวา ๗.๔๖ นาฬกา เปนการแกว าโจทกม าทาํ งานเร็วกวา เดมิ และเวลาที่โจทก
เขียนไวเดิมกับเวลาท่ีจําเลยเขียนแกตางยังไมถึงเวลาปฏิบัติราชการ การเขียนแกจึงไมอาจเปนการ
โกงเวลาราชการ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกโจทก และการแกไขเวลาดังกลาวก็มิใชการกระทํา
ของโจทก โจทกไ มอ าจถกู ลงโทษทางวนิ ยั ได โจทกจ งึ ไมใ ชผ เู สยี หายทจ่ี ะมอี าํ นาจฟอ งจาํ เลยในความผดิ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ õùóò/òõóø การท่ีโจทกแกไขจํานวนเงินในสัญญากูโดยการ
ขดี ฆาตัวเลขและตวั อกั ษรจากจํานวน ๒๕,๗๐๐ บาท เปน จาํ นวน ๒๐,๒๐๐ บาท และลงช่ือกาํ กับไว
à¾è×ÍãËŒμç¡Ñº¤ÇÒÁ໚¹¨ÃÔ§ ไมนาจะเกิดความเสียหายแกจําเลยและคดีนี้โจทกแกไขจํานวนเงินท่ีกู
ใหลดลงจากเดิม กลับจะเปนประโยชนแกจําเลยสัญญากูจึงไมเปนเอกสารปลอมและเปนเอกสาร
ที่สมบูรณร บั ฟง เปน พยานหลักฐานในคดีได

คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñó/òõóù จําเลยนําภาพถายของตนมาปดทับลงในสําเนา
ภาพถา ยใบอนญุ าตขบั รถของตน แมเ พอ่ื ใหเ จา พนกั งานตาํ รวจและบคุ คลทวั่ ไปหลงเชอ่ื วา เปน ตน ฉบบั
เอกสารทแ่ี ทจรงิ áμ¡‹ çäÁ‹¡Í‹ ãËàŒ ¡Ô´¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂã´ æ แกผ อู ่ืนหรือประชาชน จึงไมเ ปนความผิดฐาน
ปลอมเอกสาร และแมจ ะไดน ําไปใชกไ็ มมคี วามผดิ ฐานใชเ อกสารปลอม

คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñõ÷ò/òõõ÷ การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือชือ่ ล. äÁ‹ÁÕ¡®ËÁÒÂãËŒ
อํา¹Ò¨Å§ÅÒÂÁÍ× ªÍè× á·¹¡¹Ñ ä´Œ แม ล. จะอนุญาตหรอื ใหความยินยอมและเจาหนา ที่ผูจัดทําบันทกึ
แนะนําใหจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือช่ือ ล. ก็ลงลายมือชอ่ื แทนกันไมได การที่จําเลยที่ ๒ ลงลายมือช่ือ ล.
ในเอกสารหมาย จ.๒ ถึง จ.๔ จึงเปน การลงลายมือชอื่ ปลอมในเอกสาร แตã ¹¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹á¨Œ§¤ÇÒÁ
à˹ç áÅФÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÅÍÁàÍ¡ÊÒù¨éÕ ÐμÍŒ §ä´¤Œ ÇÒÁ´ŒÇÂÇ‹ÒÍ‹ãÙ ¹Å¡Ñ É³Ð·Õ¹è ‹Ò¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂ
᡼‹ ͌٠¹×è ËÃÍ× »ÃЪҪ¹ËÃÍ× äÁ‹ เมื่อไดความจากโจทกรว มวาโจทกร วมŧÅÒÂÁÍ× ªÍè× â͹ÅÍÂในคํารอง
โอนสทิ ธกิ ารเชา สญั ญาเชา อาคารดงั กลา วโดยไมไ ดส นใจวา ใครจะนาํ เอกสารดงั กลา วไปกรอกขอ ความ
อยางไร แสดงใหเห็นวาโจทกรวมพอใจในราคาคาตอบแทนการโอนสิทธิการเชาเสียมากกวา หาใชมี
ขอตกลงโอนสิทธิการเชาอาคารพิพาทใหแกจําเลยท่ี ๑ โดยเจาะจงแตอยางใดไมสอดคลองกับที่ ส.
เจาหนาที่เทศบาลตําบลสตึก พยานโจทกและโจทกรวมซึ่งเปนผูจัดทําเอกสารเกี่ยวกับคํารองโอน
สทิ ธกิ ารเชาเบกิ ความวา โจทกร ว มประสงคจ ะโอนสทิ ธิการเชาอาคารพิพาทใหแ ก ล. ทงั้ ใบเสร็จรบั เงนิ
คาคํารองโอนสิทธิการเชาอาคารตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็ระบุวาไดรับเงินจาก ล. จากพฤติการณ

๔๘

ดงั กลา ว โจทกร ว มและเทศบาลตาํ บลสตกึ äÁÍ‹ Âã‹Ù ¹°Ò¹Ð·¨Õè ÐÍÒŒ §ÇÒ‹ ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒ จาํ เลยทงั้ สอง
จึงไมมคี วามผดิ ฐานแจงความเทจ็ และฐานปลอมเอกสาร

ó. à¾×èÍãËŒ¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´Ëŧàªè×ÍÇ‹Ò໚¹àÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§ áÅÐâ´Âà¨μ¹ÒμŒÍ§¾Ô¨ÒóÒ
องคประกอบขอ ๓ และ ๔ รวมกัน คือ ตอ งมีเจตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ และตอ งมีเจตนาพิเศษ
โดยมีมลู เหตจุ ูงใจ “เพอื่ ใหผ หู น่งึ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปนเอกสารที่แทจ รงิ ”

ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäÊͧ
วรรคสองไมใ ชก ารปลอมเอกสารโดยตรง
องคป ระกอบความผดิ แยกไดด งั น้ี
๑. กรอกขอ ความลงในแผนกระดาษหรอื วัตถอุ ่ืนใด
๒. ซ่ึงมลี ายมือชื่อของผอู ืน่
๓. โดยไมไ ดรบั ความยินยอม หรอื โดยฝาฝนคาํ สั่งของผูนน้ั
๔. เพ่อื นาํ เอกสารน้ันไปใชใ นกจิ การทีอ่ าจเกดิ เสยี หายแกผูหนึง่ ผูใดหรือประชาชน
๕. โดยเจตนา
ñ. ¡ÃÍ¡¢ŒÍ¤ÇÒÁŧ หมายความวา ทําลงในลักษณะที่ใหเขาใจวาเปนขอความของ
เจา ของลายมอื ชอ่ื วธิ กี รอกขอ ความมไิ ดห มายความเฉพาะแตก ารขดี เขยี น อาจเปน การตพี มิ พ ดดี พมิ พ
ใชต ราประทบั หรอื ใชอ กั ษรยอ กไ็ ด ขอ ความทก่ี รอกลงในแผน กระดาษหรอื วตั ถอุ น่ื ใดนน้ั ตอ งมลี กั ษณะ
เปนเอกสารตามความในมาตรา ๑(๗)
ÇμÑ ¶ØáË‹§¡ÒáÃÐทํา คอื แผน กระดาษหรอื วัตถอุ ่นื ใด ซ่งึ มลี ายมอื ชอื่ ของผอู ืน่
ò. «§èÖ ÁÅÕ ÒÂÁÍ× ªÍè× ¢Í§¼ÍŒÙ ¹×è กระดาษหรอื วตั ถอุ นื่ ใดทกี่ รอกขอ ความนน้ั จะตอ งมลี ายมอื ชอื่
ของผูอ ื่นอยูบ นกระดาษหรือวัตถอุ น่ื ใดนน้ั แลว
¢ŒÍáμ¡μ‹Ò§ÃÐËNjҧÇÃäáá¡ÑºÇÃäÊͧ ถาเปนลายมือช่ือที่ลงไวโดยมีความหมาย
เปนเอกสาร เชน ลงลายมือชื่อแสดงความเปนเจาของไว ถามีผูเอาลายมือช่ือน้ันไปกรอกขอความ
ก็เปนการแกไขในเอกสารที่แทจริง เขาตามวรรคแรก คือ วรรคแรกทําเพ่ือใหหลงเช่ือวาเปนเอกสาร
ทแ่ี ทจ รงิ สว นวรรคสองตอ งทาํ เพอ่ื นาํ ไปใชใ นกจิ การทอี่ าจเกดิ ความเสยี หาย อกี ประการหนงึ่ ลายมอื ชอ่ื ตอ ง
ลงในกระดาษหรือวัตถอุ ่นื ใดที่กรอกขอ ความ ถา ตัดลายมอื ช่ือท่อี ่ืนมาตดิ ในกระดาษอีกชน้ิ หน่งึ หรือ
คดั ลอกลายมอื ช่ือข้นึ ใหม เชนนี้ เปนการกระทําตามวรรคแรก ไมใชวรรคสอง
¡ÒÃä´ŒÅÒÂÁ×ͪè×Í การไดกระดาษหรือวัตถุอ่ืนใดซึ่งมีลายมือชื่อผูอ่ืนนั้น จะไดมาโดย
รบั มอบหมายจากผอู น่ื นนั้ เกบ็ ตกไดม า หรอื ไดม าโดยประการอน่ื กไ็ ด เมอ่ื กรอกขอ ความเปน “เอกสาร”
ลงไปโดยเจตนาเพ่ือนําไปใชใ นกิจการที่อาจเกิดเสยี หายแกผอู นื่ แลวกเ็ ปนความผิดตามวรรคสอง
ó. â´ÂäÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁÂÔ¹ÂÍÁ ËÃ×Íâ´Â½Ò† ½¹„ คาํ ÊÑ觢ͧ¼Ù¹Œ ѹé การกระทําเปนความผิด
ตามมาตรานี้ คือ กรอกขอความลงโดยไมไ ดร ับความยนิ ยอมหรือโดยฝา ฝน คําสั่งของผูอื่นน้ัน ฉะน้นั
การกรอกขอความตองกรอกโดยปราศจากความยินยอม หรือฝาฝนคําส่ัง อันเปนความยินยอม

๔๙

หรอื คาํ สง่ั ของเจา ของลายมอื ชอ่ื ถา กรอกขอ ความลงตามความยนิ ยอมหรอื คาํ สง่ั แลว แมค วามยนิ ยอม
หรือคําสั่งนั้นไมชอบดวยกฎหมาย ก็ไมเปนความผิด ถาไมตรงกับความยินยอมหรือคําส่ังจึงจะเปน
ความผิดตามวรรคสอง

ô. à¾×èÍนําàÍ¡ÊÒùéѹä»ãªŒã¹¡Ô¨¡Ò÷ÕèÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒË¹Öè§¼ÙŒã´ËÃ×Í»ÃЪҪ¹
ตามวรรคสองตองไดทําโดยเจตนาพิเศษ คือ เพ่ือนําเอาไปใชในกิจการท่ีอาจเกิดเสียหาย ตางกับ
วรรคแรก ซ่ึง “กระทําเพอื่ ใหผ ูหน่ึงผใู ดหลงเชื่อวาเปน เอกสารที่แทจ ริง” การท่ีอาจเสยี หายเปนสภาพ
ของการกระทาํ “โดยประการทนี่ า จะเกิดความเสียหาย” มใิ ชอยูในเจตนาพิเศษเชนตามวรรคสอง

ÍÒ¨à¡Ô´àÊÕÂËÒ “เพ่ือนําเอาไปใช” จะตองไดความตอไปวา อาจจะเกิดเสียหายแก
ผหู น่งึ ผใู ดหรอื ประชาชน แตไ มจ าํ เปนตอ งเกิดการเสียหายขึน้ จริงๆ และความเสยี หายไมจ าํ กัดเฉพาะ
เรอ่ื งทรัพยส นิ อาจเปนความเสยี หายอยา งอื่น

äÁμ‹ ÍŒ §àÍÒä»ãªŒ การกรอกขอ ความลงโดยเจตนา “เพื่อนาํ เอาไปใช” ก็เปน การเพียงพอ
แลวไมตอ งถงึ กับเอาไปใชจริงๆ

õ. â´Âà¨μ¹Ò คอื เจตนามาตรา ๕๙ และเจตนาพเิ ศษเพอื่ เอาไปใชใ นกจิ การทอ่ี าจเกดิ
เสยี หายแกผ ูห น่งึ ผใู ดหรือประชาชนตามองคประกอบ ขอ ๔.

®¡Õ Ò·Õè ñòó/òõð÷ การตัดทอนแกไขหนังสอื ท่ีตนเองทาํ ขึน้ กอนสง มอบใหค นอ่นื ไป
เปนการกระทาํ ท่ีไมอ าจใหเ กดิ ความเสียหายแกผูใดได ไมม ีความผิดฐานปลอมเอกสาร

®¡Õ Ò·èÕ òõõ/òõð÷ การเขียนกากบาทบนขอความในสมุดบัญชีเงินเช่ือของผูอ่ืน
โดยมิไดตัดทอนแกไขขอความในเอกสารนั้นใหผิดไปจากขอความเดิม แมจะกระทําไปเพื่อใหคนอ่ืน
หลงเชอื่ วา จาํ เลยชําระหน้แี ลวก็ตาม ยงั ไมเ ปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔

®Õ¡Ò·Õè òôõ÷/òõòõ แผนปายทะเบยี น เลข ๗ ข. ๙๙๙๓ ของกลางไมใ ชแผนปา ย
ท่ีกองทะเบียนกรมตํารวจใหมา จําเลยนําแผนปายนี้ไปติดไวกับรถจักรยานยนตคันท่ีจําเลยครอบครอง
และใชขับขี่แทนแผนปายทะเบียนรถเดิม อันมีหมายเลขทะเบียนไมตรงกัน เพื่อปดบังไมใหผูใหเชา
ซ้ือมายึดเอารถคืนไป เปนการกระทําในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน มีความผิดฐานใช
เอกสารราชการปลอม

คําวา “ไดก ระทาํ เพอื่ ใหผหู นึ่งผใู ดหลงเชือ่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจรงิ ” น้นั แสดงวานอกจาก
เปนการกระทําâ´Âà¨μ¹Òแลว ยังμŒÍ§ÁÕà¨μ¹Ò¾ÔàÈÉคือมูลเหตุจูงใจในการกระทําà¾è×ÍãËŒ¼ÙŒË¹èÖ§¼ÙŒã´
ËŧàªÍè× วา เปน เอกสารทแี่ ทจ รงิ ดว ย â´ÂÁäÔ ´àŒ ¨ÒШ§¼·ŒÙ ¶èÕ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ãËËŒ ŧàªÍ×è äÇ⌠´Â੾ÒÐÇÒ‹ ¨ÐμÍŒ §
à»¹š ¼ŒÙã´ (คาํ พิพากษาฎกี าที่ ๗๖๙/๒๕๔๐)

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷öù/òõôð จาํ เลยเปน ผทู าํ สญั ญากยู มื เงนิ รวมทง้ั ลายมอื ชอ่ื ส. ผใู ห
สญั ญาดว ยตนเองเมอ่ื ป ๒๕๓๖ ภายหลงั ท่ี ส. ถงึ แกค วามตายไปแลว ในป ๒๕๓๓ และลงวนั ทยี่ อ นหลงั
ไปวา ไดท าํ สญั ญาดงั กลา วขนึ้ เมอื่ วนั ที่ ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๓๑ ทาํ ใหเ หน็ สญั ญาดงั กลา วทาํ ขนึ้ ระหวา ง ส.
กบั จาํ เลยในขณะที่ ส. ยงั มชี วี ติ อยู และใจความสญั ญาดงั กลา วทว่ี า ส. กยู มื เงนิ จาํ เลย ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๕๐

ถา ส. ไมค ืนเงินจาํ นวนดงั กลา ว ส. ยอมโอนทีด่ ินสวนยางพารา เนอ้ื ท่ี ๑๔ ไร ๑ งาน แกจ ําเลยนน้ั
นอกจากไมเปน ความจรงิ แลว ยงั นาจะเกดิ ความเสียหายแกท ายาทของ ส. อีกดวย และเหตุทจ่ี าํ เลย
ทําเอกสารดังกลาวข้ึนเพื่อจะใชอางกับ ด. วาท่ีดินของ ส. เปนของจําเลย และจะไดเรียกรอง
คาเสียหายตอไป ซึ่งทาํ ใหเ ห็นไดวาการทจ่ี าํ เลยกระทําดงั กลา วà¾×èÍãËŒ ´. ËŧàªÍè× วา เอกสารสญั ญา
กูยืมเงนิ ดงั กลาวเปน เอกสารทีแ่ ทจ รงิ ดังน้นั การกระทําของจาํ เลย จงึ เปนการปลอมเอกสารสิทธิตาม
ป.อ. มาตรา ๒๖๕

ÊÃ»Ø á¹Çคาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò
๑. ปา ยทะเบยี นรถทท่ี างราชการทาํ และออกให นาํ ไปใชต ดิ กบั รถยนตค นั อนื่ แมม เี จตนา
ใหผ อู น่ื หลงเชอื่ วา เปน รถทมี่ ปี า ยทะเบยี นดงั กลา ว ไมผ ดิ ฐานปลอมหรอื ใชเ อกสารราชการปลอม เพราะ
ปา ยทะเบยี นรถน้นั เปน เอกสารแทจรงิ ไมใ ชปลอมเอกสาร
๒. ปายทะเบียนซ่ึงไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันนั้น ไมผิดฐานปลอม
หรือใชเอกสารปลอม
๓. ปายทะเบียนรถท่ีไมใชทางราชการออกให นําไปใชติดกับรถคันอื่น ในประการท่ีนา
จะเกิดความเสยี หายแกผูอ ่นื หรือประชาชน ผิดฐานปลอมเอกสาร และใชเ อกสารราชการปลอม
®Õ¡Ò·èÕ ñõöø/òõòñ จาํ เลยแกต ัวเลขในสลากกินแบง ๑ ตัว ใหเ ปน หมายเลขทถี่ ูกรางวลั
เพอื่ ใหเ พอ่ื นเลยี้ งอาหารจาํ เลยกอ น แลว จาํ เลยทง้ิ สลากกนิ แบง ในถงั ขยะในบา น มผี เู กบ็ สลากกนิ แบง
นน้ั ไปขอรบั รางวลั นอกความรูเหน็ ของจําเลย การหลอกใหเ ลี้ยงอาหาร เปนการลอเลน ระหวางเพอ่ื น
ซึง่ ทาํ อยเู ปน ปกตไิ มเปน ความเสยี หายแกประชาชนหรอื เพอ่ื นของจําเลยไมผดิ ฐานปลอมเอกสาร

»ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃ

ÁÒμÃÒ òöõ บญั ญตั วิ า “ผใู ดปลอมเอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ ตอ งระวางโทษ
จําคุก ตง้ั แตหกเดือนถึงหาป และปรบั ตัง้ แตห น่งึ หมน่ื บาทถึงหน่ึงแสนบาท”

ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตรานี้เปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เน่ืองจากขอเท็จจริง
เกย่ี วกบั สภาพของเอกสารทปี่ ลอมข้ึน ซงึ่ มอี งคประกอบดังน้ี

๑. ปลอม
๒. เอกสารสทิ ธหิ รือเอกสารราชการ
ñ. »ÅÍÁ หมายความวา เปนการปลอมครบองคประกอบความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔
ò. àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔËÃ×ÍàÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มาตรา ๒๖๕ แตกตางกับมาตรา ๒๖๔ คือ
มาตรา ๒๖๕ เปนการปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มาตรา ๒๖๔ เปนการปลอมเอกสาร
ทั่วๆ ไป ถาการปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ ไมวาเขาลักษณะตามวรรคแรกหรือวรรคสอง
เปน เอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ กเ็ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ ซง่ึ เปน เหตฉุ กรรจม โี ทษหนกั ขน้ึ

๕๑

เอกสารตามมาตรา ๒๖๕ แยกเปน ๒ ประเภท คือ ๑) เอกสารสทิ ธิ ๒) เอกสารราชการ
ñ) àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô มีนยิ ามในมาตรา ๑ (๙) “หมายความวา เอกสารที่เปนหลักฐานแหง
การกอ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงบั ซ่งึ สิทธิ” อนั มีขอ ความทาํ นองเดียวกับ “หนังสือสาํ คัญ”
ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖ (๒๐) ซ่ึงบัญญัติวา “บรรดาหนังสือซ่ึงเปนสําคัญแกการตั้ง
กรรมสทิ ธิห์ รือหนีส้ ิน และบรรดาหนงั สือท่ีเปน หลักฐานแกก ารเปล่ียน แก หรือเลิกลาง โอนกรรมสทิ ธิ์
หรอื หนสี้ นิ ทกุ อยาง”
àÍ¡ÊÒ÷èÕ໚¹ËÅÑ¡°Ò¹áË‹§ÊÔ·¸Ô ตองเปนเอกสารแสดงใหเห็นสิทธิน้ันโดยตรงในตัว
เอกสารนน้ั ซง่ึ อาจเปน
๑. เอกสารทกี่ อ ต้ังสทิ ธิ เชน โฉนดทด่ี นิ ซ่ึงผูถอื มีกรรมสิทธใ์ิ นท่ีดนิ
๒. เอกสารสญั ญาทก่ี ฎหมายบงั คบั ใหทาํ ตามแบบ เชน สัญญาเชา ซื้อ ตัว๋ เงนิ
๓. เอกสารทเี่ ปน หลกั ฐานแสดงถงึ สทิ ธนิ นั้ โดยขอ ความในตวั เอกสารนน้ั เชน สญั ญาจะ
ซ้อื ขาย สญั ญาเชาอสงั หาริมทรพั ยไ มเกินสามป ซึง่ ไมต องทําตามแบบ เมอ่ื ตกลงกเ็ กิดสทิ ธิและหนี้ขนึ้
หากทําเปน หนงั สือ ก็เปน หลกั ฐานแหงการกอ ต้งั สทิ ธแิ ละหน้สี ิน
àÍ¡ÊÒ÷äÕè Áà‹ »š¹ËÅ¡Ñ °Ò¹áË‹§Ê·Ô ¸Ô
๑. เอกสารทีใ่ ชเ ปนหลกั ฐานในฐานะพยานเอกสารแสดงขอ เท็จจริงวาไดท ําสญั ญากนั
๒. เอกสารท่ีเปนหลักฐานแหงพฤติการณบางประการซึ่งเปนหลักฐานท่ีตั้งแหงสิทธิ
เชน ใบทะเบยี นสมรส
¢ŒÍÊѧà¡μ “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸Ô” ตรงกับคําวา “หนังสือสําคัญ” ตามกฎหมายลักษณะอาญา
เอกสารตอไปนี้ศาลฎกี าวินจิ ฉยั วาเปน “หนงั สือสาํ คญั ” ซ่งึ ตรงกับ “เอกสารสิทธ”ิ คือ
๑. หนงั สือสญั ญากูยืมเงนิ สญั ญาจะซ้ือขาย สัญญาเชา
๒. ใบรบั หรอื ใบมอบฉันทะใหร ับเงนิ ธนาณัติ
๓. หนงั สือสญั ญาจะจา ยเงนิ สินบนนําจับใหผ รู ับสินบน
๔. ใบเสร็จรบั เงินของหา งรานเอกชน
๕. แบบแจงการครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑
๖. บลิ สงของซง่ึ ผรู ับของลงชือ่ รบั รองแลว
๗. ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน
๘. สลากกินแบงรัฐบาล
๙. ตัว๋ แลกเงิน ตวั๋ สัญญาใชเงนิ เชค็
ò) àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà มีนิยามในมาตรา ๑(๘) “หมายความวา เอกสารซึ่งเจาพนักงาน
ไดทําขึ้นหรือรับรองในหนาที่ และใหหมายความรวมถึงสําเนาเอกสารน้ันๆ ท่ีเจาพนักงานไดรับรอง
ในหนา ทด่ี ว ย” เอกสารทีเ่ ปนเอกสารราชการตองมลี ักษณะ ๓ ประการ คอื

๑. ผกู อ ใหเ กิดเอกสารนี้จะตองเปน เจา พนกั งาน ไมใ ชบ คุ คลธรรมดา

๕๒

๒. การกอใหเ กิดเอกสารน้อี าจมี ๒ ทาง คือ (๑) จากการทําข้ึนเอง (๒) จากการที่มี
ผูอ่ืนทําแลวจึงมาใหเ จา พนกั งานรบั รอง

๓. การที่เจา พนกั งานทําขึน้ นั้น จะตองเปนการกระทําในหนาทีด่ ว ย
¢ŒÍÊѧà¡μ “เอกสารราชการ” ตรงกบั คาํ วา “หนงั สอื ราชการ” ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา
เอกสารตอไปนี้ ศาลฎกี าวินิจฉยั วา เปน “หนังสือราชการ” ซงึ่ ตรงกับ “เอกสารราชการ” คือ
๑. ตนขั้วใบเสรจ็ รับเงิน
๒. ทะเบียนยานพาหนะ
๓. หมายแดงแจง โทษ
๔. หมายเรียกพยานของอําเภอ
๕. หนงั สอื แบบ ส.ด.๙ ซ่ึงสสั ดอี ําเภอออกให
๖. ทะเบียนสมรส
๗. ทะเบยี นปน
®¡Õ Ò·Õè ñö÷/òõñ÷ จําเลยกูเงินผูเสียหายแลวทําหนังสือสัญญากูลงลายมือช่ือผูอ่ืน
ในชองผูกู ทําใหผูเสียหายหลงเชื่อวาจําเลยเองเปนผูกู การกระทําของจําเลยเปนการทุจริต เพ่ือจะ
ใหไดเงินท่ีกูไป แตมิใหผูเสียหายใชสัญญากูน้ันเปนหลักฐานฟองเรียกเงินคืนจากจําเลย ผูเสียหาย
ไดร ับความเสยี หาย จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ฐานปลอมเอกสารสิทธิ
®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาคที่ถูกทําปลอมข้ึน
เพ่ือใหหลงเชื่อวาเปนใบเสร็จที่แทจริงอันอาจนาํ ไปเรียกเก็บเงินซาํ้ ไดอีกนั้น แมจะมิไดมีการลงชื่อใน
ชองพนักงานเก็บเงินวาไดรับเงินไวถูกตองแลวก็ตาม ยอมเปนเอกสารสิทธิ แตมิใชเอกสารราชการ
จาํ เลยมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕
®¡Õ Ò·èÕ ñõ÷ò/òõôù ตดั สนิ ในทาํ นองเดยี วกนั วา การนาํ เอกสารราชการฉบบั ทแี่ ทจ รงิ
ไปถา ยสาํ เนาเอกสาร แลว นาํ ไปแกไ ขเพม่ิ เตมิ หลงั จากนน้ั นาํ ไปถา ยสาํ เนาเอกสารอกี เปน การ “ปลอม
เอกสารราชการท้ังฉบับ” ขอเท็จจริงคือ จําเลยถายสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนจากฉบับที่แทจริง
ซง่ึ เปน เอกสารราชการแลว แกไ ขในชอ งชอื่ ชอ่ื สกลุ วนั ออกบตั ร วนั หมดอายุ และนาํ สาํ เนาบตั รประจาํ ตวั
ประชาชนดังกลาวไปถายสําเนาเอกสารอีก เพ่ือใหผูหน่ึงผูใดหลงเช่ือวาสําเนาเอกสารดังกลาว
มขี อ ความตรงกบั ตน ฉบบั และนา จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน ໹š ¡ÒÃทาํ »ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃ
¢¹Öé ·§éÑ ©ººÑ áÁจŒ าํ àŨÐÁäÔ ´áŒ ¡äŒ ¢ã¹àÍ¡ÊÒ÷áÕè ·¨Œ Ã§Ô การกระทาํ ของจาํ เลยกเ็ ปน ความผดิ ฐานปลอม
บัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการและฐานใชบัตรประจําตัวประชาชนอันเปนเอกสาร
ราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ วรรคหนึง่ ประกอบมาตรา ๒๖๕ พ.ร.บ. บัตรประจาํ ตวั
ประชาชนฯ มาตรา ๑๔ วรรคหนึง่ (๒) (๓)
®¡Õ Ò·Õè òôôñ/òõòó แผนปายทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ของกลางเปน หมายเลข
ทะเบียนท่ีทางการออกใหกับรถยนตคันหน่ึงของจําเลยที่ถูกชนพังใชการไมได แมแผนปายดังกลาว

๕๓

จําเลยเปนผูกระทําข้ึนเพื่อใชแทนแผนปายอันแทจริงซ่ึงทางการจะตองเปนผูทําและมอบใหเจาของ
รถยนตก็ตาม แตโดยทางปฏิบัติ หากทางการยังไมมีแผนปายทะเบียนใหก็อนุโลมใหถือวาเปน
แผน ปา ยทะเบยี นโดยชอบ แตจ ะนาํ ปา ยทะเบยี นของกลางไปใชก บั รถยนตค นั อน่ื หาไดไ ม การทจ่ี าํ เลยนาํ
แผนปายหมายเลขทะเบียนดังกลาวไปติดเพื่อใชกับรถยนตคันของกลาง โดยมีเจตนาแสดงใหผูอื่น
หลงเชอ่ื วา รถยนตค นั ของกลางซงึ่ เปน รถทผี่ ดิ กฎหมายเปน รถทมี่ ที ะเบยี นถกู ตอ ง จงึ เหน็ ไดว า แผน ปา ย
ทะเบยี นหมายเลข ต.ด. ๐๑๘๓๙ ทจ่ี าํ เลยทาํ ขน้ึ นน้ั หาไดน าํ ไปใชก บั รถยนตค นั ของตนทไ่ี ดร บั อนญุ าตไม
หากแตนําไปใชเปนหมายเลขทะเบียนปลอมของรถยนตคันของกลางโดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหาย
แกผูอื่นหรือประชาชนใหหลงเช่ือวาแผนปายทะเบียนหมายเลขนั้นเปนเอกสารแทจริงท่ีทางการออก
ใหใชก บั รถยนตค ันของกลาง การกระทําของจําเลยจงึ เปนการปลอมเอกสารราชการ

®Õ¡Ò·Õè òøóð/òõòô จาํ เลยท่ี ๒ เปน พนกั งานในหนว ยงานของรฐั โดยเปน เสมยี นสถาน
ธนานุเคราะหสงั กดั กรมประชาสงเคราะห มหี นาท่ีเขียนตัว๋ จาํ นาํ จําเลยที่ ๒ พิมพล ายน้วิ มอื ของตน
ในตว๋ั จาํ นาํ ซงึ่ มชี อื่ ผอู น่ื เปน ผจู าํ นาํ แสดงออกวา เปน ลายพมิ พน ว้ิ มอื ของผจู าํ นาํ มคี วามผดิ ฐานปลอม
เอกสารสทิ ธิ พฤตกิ ารณซ งึ่ จาํ เลยที่ ๒ ปลอมตวั๋ จาํ นาํ แสดงวา มเี จตนาทจุ รติ การกระทาํ ของจาํ เลยที่ ๒
เปน การปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยมชิ อบ เพอื่ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกส าํ นกั งานธนานเุ คราะห กรมประชาสงเคราะห
เปนความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๐๒ อกี บทหนงึ่ แตค วามผิดท้งั สองฐานน้พี นักงานอัยการโจทกไมม สี ิทธิ เรียกรอ งใหจาํ เลย
คืนหรอื ใชราคาทรพั ยแ ทนผเู สยี หาย

คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñðóøõ/òõôö
ใบถอนเงินท่ีจําเลยทาํ ปลอมข้ึนและนําไปใชถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหาย
เปนหลักฐานที่ใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปแลว ใบถอนเงินจึงเปนเอกสาร
อนั กอ ใหเ กดิ สทิ ธใิ นการรบั เงนิ จากธนาคารจงึ เปน เอกสารสทิ ธิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙)
ศาลฎีกาวินิจฉัยวา มีปญหาท่ีตองวินิจฉัยตามฎีกาของจําเลยในปญหาขอกฎหมายวา
ใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ที่จําเลยนําไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว
ประจําสาขาอยุธยา เปนเอกสารสิทธิหรือไม เห็นวา ใบถอนเงินท่ีจําเลยทําปลอมข้ึนและนําไปใช
ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผูเสียหายดังกลาว เปนหลักฐานท่ีใชแสดงวาผูเสียหายไดถอนเงิน
จากบัญชีเงินฝากธนาคารไปแลว ใบถอนเงินดังกลาวจึงเปนเอกสารอันกอใหเกิดสิทธิในการรับเงิน
จากธนาคาร จงึ เปน เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙) การทจี่ ําเลยไดน ําแบบ
พิมพใบถอนเงินของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) มากรอกขอความโดยเขียนชื่อนางสาวศิริพันธ
ตําหนิดี ในชองชื่อบัญชี เขียนเลขที่บัญชี จํานวนเงิน และลงลายมือชื่อปลอมของนางสาวศิริพันธ
ในชองผูรับเงินและในชองผูถอนเงิน แลวนําใบถอนเงินไปยื่นตอพนักงานของธนาคารดังกลาว
ประจําสาขาอยุธยา ซึ่งหลงเชื่อวาเปนใบถอนเงินที่แทจริงจึงจายเงินใหจําเลยไป ดังนี้ การกระทํา
ของจําเลยดังกลาวเปนการทําเอกสารสิทธิปลอมข้ึนทั้งฉบับ เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสาร
ทแ่ี ทจ รงิ และกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกน างสาวศริ พิ นั ธ ธนาคาร และพนกั งานธนาคารแลว จงึ เปน การ

๕๔

ปลอมเอกสารสิทธิและใชเอกสารสิทธิปลอมทั้งสองฉบับ ไมใชเปนเพียงการปลอมเอกสารธรรมดา
ดังท่ีจําเลยฎีกา ท่ีศาลอุทธรณภาค ๑ วินิจฉัยวา ใบถอนเงินดังกลาวเปนเอกสารสิทธิจึงชอบแลว
ฎกี าขอนีข้ องจาํ เลยฟงไมข ้ึน...

®¡Õ Ò·èÕ ÷øò/òõô÷ จําเลยไดปลอมใบถอนเงินเพื่อถอนเงินจากธนาคาร ก. ของ
ผเู สยี หาย และใชใ บถอนเงินดังกลาวถอนเงนิ จากบัญชเี งนิ ฝากของ จ. และ ส. ลูกคา ของธนาคาร ก.
อันเปนความผิดสาํ เร็จไปแลว ตอมาจําเลยจึงไดกระทาํ การปลอมสมุดคูฝากท่ีธนาคาร ก. ออกใหแก
จ. และ ส. อันเปนการกระทาํ เพ่ือปกปดความผิดฐานปลอมและใชใบถอนเงินปลอมของจําเลย
ความผิดฐานปลอมและใชสมุดคูฝากปลอมจึงเปนการกระทําตอ จ. และ ส. ผูเสียหาย ซึ่งเปน
ผเู สยี หายคนละรายกบั ความผดิ ฐานปลอมและใชใ บถอนเงนิ ปลอม ดงั นน้ั ความผดิ ฐานปลอมเอกสาร
และใชใ บถอนเงินปลอมกบั ความผิดฐานปลอมและใชส มดุ คฝู ากปลอมจึงเปนความผดิ ตา งกรรม

»ÅÍÁàÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà ¾Ô¹ÂÑ ¡ÃÃÁ ãºËŒØ¹ μÑëÇà§Ô¹

ÁÒμÃÒ òöö ผูใดปลอมเอกสารดังตอไปน้ี
(๑) เอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ
(๒) พนิ ยั กรรม
(๓) ใบหุน ใบหนุ กู หรือใบสําคัญของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู
(๔) ตั๋วเงนิ
(๕) บัตรเงนิ ฝาก หรือ
ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรับต้งั แตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ มาตราน้ีเปนเหตุฉกรรจทําใหโทษหนักขึ้น เนื่องจากขอเท็จจริง
เกี่ยวกับสภาพของเอกสารท่ปี ลอมข้นึ ซึง่ มีองคประกอบดงั น้ี
๑. ปลอม
๒. เอกสารพิเศษดังตอไปน้ี

๒.๑ เอกสารสิทธิอนั เปน เอกสารราชการ
๒.๒ พนิ ยั กรรม
๒.๓ ใบหุน ใบหนุ กู หรอื ใบสําคญั ของใบหุน หรือใบหนุ กู
๒.๔ ตั๋วเงนิ
๒.๕ บัตรเงนิ ฝาก
ñ. »ÅÍÁ หมายความวาเปนการปลอมครบองคประกอบความผิดตามมาตรา ๒๖๔
เชน เดียวกบั มาตรา ๒๖๕
ò. àÍ¡ÊÒþÔàÈÉ ไดแ ก
๒.๑ เอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ หมายความวาเอกสารท่ีปลอมน้ันเปน
ทั้งเอกสารสิทธิและเอกสารราชการในฉบับเดียวกัน เอกสารใดเปนเอกสารราชการหรือเอกสารสิทธิ
ถือตามมาตรา ๑(๘) และ (๙)

๕๕

àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸ÔÍѹ໹š àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃ
ตวั อยา งทศ่ี าลฎีกาวินิจฉัยเปนเอกสารสทิ ธิอันเปนเอกสารราชการ
๑. ใบเสร็จรัชชปู การ
๒. สญั ญาขายฝากและโฉนดทีด่ นิ
๓. ตวั๋ พมิ พรูปพรรณสตั วพาหนะ
๔. อาชญาบตั รอากรคา นํา้
๕. อาชญาบตั รฆาสกุ ร
๖. ใบเสรจ็ รับเงินคา อากรคา นา้ํ
๗. แบบพิมพธ นาณตั ิ
๘. ฎีกาเบิกเงินตอ คลัง
àÍ¡ÊÒ÷àÕè »¹š á¤à‹ Í¡ÊÒÃÊ·Ô ¸ËÔ ÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÃÍÂÒ‹ §ã´ÍÂÒ‹ §Ë¹§èÖ ไมใ ชเ ปน ทง้ั สองอยา ง
๑. ใบทะเบียนปน ไมใชเอกสารสิทธิ
๒. ใบทะเบียนรถจักรยานสามลอ ไมใ ชเ อกสารสิทธิ
๓. ใบรับธนาณัตหิ รือใบมอบฉันทะที่เอกชนทาํ ไมเ ปน เอกสารราชการ
๔. สญั ญาใหคา นาํ จับพนนั เปนเอกสารสทิ ธิ ไมใ ชเ อกสารราชการ
๕. บลิ ปลอมของเอกชนขอเก็บเงนิ ราชการ ไมใ ชเ อกสารราชการ
๖. ใบแดงแจง โทษ ไมใชเอกสารสทิ ธิ
๗. ใบอนุญาตตางๆ ไมเปน เอกสารสทิ ธิ เชน ใบอนุญาตเลนไพ ใบอนุญาตรอ นหาแร
ใบอนญุ าตขับข่รี ถยนตสาธารณะ
๘. ใบทะเบยี นสมรส ไมใชเอกสารสิทธิ
๙. สลากกินแบง ไมเปน เอกสารราชการ
๑๐. ใบเสร็จรับเงินคารับหนังสือขาวทหารอากาศไมปรากฏวาเปนราชการของกองทัพ
อากาศไมเปนเอกสารราชการ
๑๑. แบบ ส.ค. ๑ ที่เจาของย่ืน ไมเ ปนเอกสารราชการ แมก าํ นัน ผูใ หญบ านรบั รอง

๒.๒ พินัยกรรม หมายความถึง เอกสารซ่ึงบุคคลแสดงเจตนากําหนดการเผ่ือตาย
ในเร่ืองทรัพยสินของตนเอง หรือในการตางๆ อันจะใหเกิดผลบังคับไดตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๔๖
àÍ¡ÊÒ÷èÕäÁ‹à»š¹¾Ô¹Ñ¡ÃÃÁ เอกสารท่ีไมสมบูรณในตัวเอง เชน ทาํ ผิดแบบ หรือขอความในเอกสาร
เปนโมฆะ เชน พินัยกรรมโมฆะพยานรับรองลายพิมพนิ้วมือไมครบถวนตามกฎหมายยอมไมเปน
เอกสารสิทธิ

๒.๓ ใบหุน ใบหุนกู หรือใบสาํ คัญของใบหุน หรือใบหุนกู หมายถึงเอกสารตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๒๗, ๑๑๒๘, ๑๒๓๔, ๑๒๓๕

๒.๔ ตั๋วเงิน หมายถึงเอกสารตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๙๘ ไดแก ตั๋วแลกเงิน
ตวั๋ สัญญาใชเงนิ และเชค็

๕๖

คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò
®Õ¡Ò·Õè ò÷ø-ò÷ù/òõðñ ปลอมเช็ค เปนการปลอมใบส่ังใหจายเงิน ผิดตาม
มาตรา ๒๖๖
®¡Õ Ò·èÕ ñ÷öô/òõðö ทําใบมอบอาํ นาจปลอมวา เจาของกรรมสิทธ์ิที่ดินมอบให
ทําการโอนกรรมสทิ ธแ์ิ ทนนนั้ ไมผ ดิ ฐานปลอมเอกสารสทิ ธอิ นั เปน เอกสารราชการ แมจ ะใชแ บบพมิ พข อง
สํานกั งานทดี่ นิ และเจา พนกั งานไดบ นั ทกึ วา ตรวจแลว กต็ ามเพราะคําวา ตรวจแลว หมายถงึ ดแู ลว เทา นนั้
®Õ¡Ò·èÕ ôð/òõð÷ ใบอนุญาตขับขี่รถยนตไมใชเอกสารสิทธิ แตเปน เอกสารราชการ
®¡Õ Ò·èÕ ñõñ/òõð÷ (ประชุมใหญ) จาํ เลยไมประสงคจะใชนามอันแทจริงฝากเงินตอ
ธนาคาร ไดลงชื่อในใบแบบคาํ ขอฝากเงินและในแบบตัวอยางลายเช็น และออกเช็คในนามที่จําเลย
ตั้งข้ึนเองโดยจําเลยมิไดปลอมลายเซ็นหรือปลอมเช็คของผูใด การกระทําของจําเลยไมผิดฐานปลอม
เอกสาร
®Õ¡Ò·èÕ ñðö÷/òõð÷ ปลอมตว๋ั แลกเงนิ ธนาคารออมสินผิดตามมาตรา ๒๖๖(๔)
®¡Õ Ò·Õè õõ÷/òõðù สลากกินแบงของรัฐบาลเปนเพียงเอกสารสิทธิไมใชเอกสารสิทธิ
อันเปนเอกสารราชการ
®¡Õ Ò·èÕ ÷óñ/òõðù บนั ทกึ นําสง รายงานการเดนิ ทาง และรายงานการใชจ า ยคา พาหนะ
และคา ทพี่ กั ของตํารวจ ซง่ึ อา งวา ไปราชการ ขอ ความในเอกสารเหลา นเ้ี ปน เทจ็ และจาํ เลยไดป ลอมลายเซน็
ผบู งั คบั บญั ชาวา ไดต รวจเอกสารนน้ั แลว เมอ่ื จําเลยไดใ ชเ อกสารเหลา นเ้ี บกิ เงนิ จากราชการกรมตาํ รวจ
เอกสารเหลานเี้ ปนเอกสารสทิ ธอิ ันเปน เอกสารราชการ
®Õ¡Ò·èÕ ñöñô/òõñ÷ ใบเสรจ็ รบั เงนิ ของการไฟฟา สว นภมู ภิ าคเปน เอกสารสทิ ธิ แตไ มใ ช
เอกสารราชการ
®¡Õ Ò·Õè ñò÷ù/òõñù ตว๋ั แลกเงนิ (ดราฟต) ของธนาคารเปน ตวั๋ เงนิ ตามมาตรา ๒๖๖(๔)
®Õ¡Ò·èÕ òòöö-òò÷ø/òõñù ใบเสร็จรับเงินซ่ึงทางราชการออกใหแกผูมีหนาท่ีตอง
ชาํ ระคาภาษรี ถยนต เปน หลกั ฐานแสดงวาทางราชการไดร บั ชําระคาภาษรี ถยนตไ วแ ลวและมผี ลทาํ ให
การเก็บภาษรี ถยนตข องรฐั เปนอนั เสร็จสิน้ ไป เปนเอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ
®¡Õ Ò·Õè ñóøõ/òõòò หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓) เปน เอกสารสทิ ธอิ นั เปน
เอกสารราชการ
®Õ¡Ò·èÕ òùñ÷/òõóø จาํ เลยวาจาง จ. จัดพิมพใบหุนธนาคาร ม. และบริษัท ผ.
ซง่ึ เปน แบบฟอรม ยงั ไมไ ดก รอกขอ ความ โดยเจตนาจะนําไปกรอกขอ ความรายละเอยี ดทเ่ี ปน สาระสาํ คญั
เพ่ือใชอยางใบหุนท่ีแทจริง ซึ่งตอมาก็มีการกรอกขอความดังกลาวแลวนาํ ไปฝากขายที่บริษัท ว.
แสดงวา จําเลยมสี ว นรเู หน็ ในการกรอกขอ ความ จงึ เปน ตวั การในความผดิ ฐานปลอมใบหนุ ตาม ม.๒๖๖(๓)

๕๗

ᨧŒ ãËàŒ ¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¨´¢ŒÍ¤ÇÒÁà·ç¨

ÁÒμÃÒ òö÷ ผูใดแจงใหเจาพนักงานผูกระทาํ การตามหนาที่จดขอความอันเปนเท็จ
ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซงึ่ มีวตั ถปุ ระสงคสาํ หรบั ใชเ ปน พยานหลกั ฐาน โดยประการ
ท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหมน่ื บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั

ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. แจงใหเ จา พนกั งานผูกระทาํ การตามหนา ที่
๒. จดขอ ความอนั เปน เทจ็
๓. ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซ่ึงมีวัตถุประสงคสาํ หรับใชเปนพยาน
หลกั ฐาน
๔. โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรือประชาชน
๕. โดยเจตนา
ñ. ᨌ§ãˌ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¡ÃÐทํา¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·Õ訴¢ŒÍ¤ÇÒÁÍѹ໚¹à·ç¨ ตองพิจารณา
องคประกอบ ขอ ๑ และ ๒ ดวยกัน การกระทาํ ตามมาตราน้ีคือแจงใหจดขอความเท็จ ซ่ึงอาจแจง
ดว ยวาจา หรอื เปน หนงั สอื กไ็ ด การแจง ใหจ ดขอ ความหมายความวา แจง ขอ ความตอ เจา พนกั งาน โดยมี
การจดขอความที่แจงลงไวเปนขอความของผูแจง ปกติการแจงใหจดขอความยอมลงลายมือชื่อผูแจง
และผจู ดถา มีลายมือชอื่ ดงั กลาวกน็ าจะถอื วา มกี ารแจงใหจดแลว
¢ÍŒ ¤ÇÒÁÍ¹Ñ à»¹š à·¨ç มคี วามหมายเชน เดยี วกบั มาตรา ๑๓๗ หมายความวา เปน ขอ เทจ็ จรงิ
ในอดตี หรือปจ จุบันทไี่ มต รงตอ ความจริง
਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ÙŒ¡ÃÐทาํ ¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·èÕ ผูกระทาํ ตามมาตราน้ีจะตองเปนเจาพนักงาน
ผูกระทาํ การตามหนาที่ คือ มีหนาที่โดยตรงที่จะจดขอความลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสาร
ราชการนัน้ ๆ
ò. ŧã¹àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ËÃÍ× àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà เอกสารทบ่ี อกใหเ จา พนกั งานจดขอ ความ
ตองเปนเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการซึง่ มีวัตถุประสงคส าํ หรบั ใชเปนพยานหลักฐาน
àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ (public document) ไมม บี ทนยิ ามตาม ปวพ. มาตรา ๑๒๗ บญั ญตั วิ า
“เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจาหนาที่ไดทาํ ขึ้นหรือรับรอง หรือสําเนาอันรับรองถูกตองแหงเอกสาร
นั้นและเอกสารเอกชนท่ีมีคาํ พิพากษาแสดงวาเปนของแทจริงและถูกตองนั้น ใหสันนิษฐานไวกอนวา
เปนของแทจริงและถูกตอง เปนหนาท่ีของคูความฝายท่ีถูกอางเอกสารน้ันมายังพนักงานเจาหนาท่ี
ตอ งนําสบื ความไมบ รสิ ทุ ธหิ์ รอื ความไมถ กู ตอ งแหง เอกสาร” àÍ¡ÊÒÃÁËÒª¹ หมายถงึ เอกสารทพ่ี นกั งาน
เจาหนาที่ทําขึ้นตามหนาที่ในฐานะเปนตัวแทนประชาชนเพ่ือประโยชนของประชาชน ใหประชาชน
ตรวจดแู ละอา งอิงเปน พยานหลักฐาน

๕๘

àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà หมายความถึง เอกสารราชการตามบทนิยามมาตรา ๑(๘) เนื่องจาก
เอกสารมหาชนเปนเอกสารราชการ ซ่ึงยอมใชเปนพยานหลักฐานอยูในตัว สวนเอกสารราชการ
อาจจะไมใชเอกสารท่ีมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน ฉะน้ัน มาตราน้ีจึงบัญญัติวา
“ซึ่งมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐาน” คือตองเปนเอกสารชนิดท่ีมุงหมายจะใหใชเปน
พยานหลกั ฐาน

ó. â´Â»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ มีความหมาย
เชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ คือเปนพฤติการณประกอบการกระทาํ มิใชผ ลทตี่ องเกิดข้นึ จากการกระทํา
เพียง “นาจะเกดิ ” แตไ มเ กดิ ก็เปนความผดิ สาํ เรจ็

ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ โดยผูกระทําจะตองรูวาขอความท่ีแจงให
พนกั งานจดน้นั เปน ขอความเทจ็ ถา ไมร วู า เปน ขอความเท็จก็ไมผิดตามมาตรานี้ เชน ลงชอ่ื เปนพยาน
วา ผูโ อนเปน เจา ของทด่ี นิ จริง แมไ มใ ชผทู ่เี คยรูจัก แตเชือ่ วา เปน ความจริงตามท่รี บั รอง ไมร ูวา ขอความ
อันเปนเท็จไมผิด (ฎีกาท่ี ๙๒๙/๒๔๗๔) สวนผูกระทําจะรูวาการแจงนั้น “นาจะเกิดความเสียหาย
แกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน” หรือไม ไมส ําคญั

®¡Õ Ò·èÕ ñðõñ/òõðõ จําเลยเปนผูใหญบานไดรับมอบหมายใหทาํ หนาท่ีจดบัญชี
สัตวพาหนะ ทาํ บัญชีลูกคอกสัตวพาหนะเท็จตามคาํ ขอรองของลูกบาน แมจะไมไดรับสินจางรางวัล
แตท ําใหล กู บา นไดรับประโยชนไปใชอางตอตํารวจที่ยดึ โคนั้น นับวา เปนการแสวงหาประโยชนสาํ หรบั
ผอู ่นื แลวถือไดว าจําเลยปฏบิ ตั หิ นาท่ีทจุ ริต ผดิ ตามมาตรา ๑๕๗, ๑๖๒ (๑)

ลูกบานตองการหลักฐานไปแสดงตอเจาหนาท่ีตํารวจ จึงขอใหผูใหญบานจดขอความ
อันเปนเท็จลงไปในบัญชีสัตวพาหนะนั้น ผิดฐานแจงเท็จตามมาตรา ๒๖๗ การท่ีผูใหญบานยอมจด
ขอความเท็จให อันเปนการทุจริตตอหนาที่น้ัน เปนผิดเฉพาะตัวของเจาพนักงาน การแจงเท็จหาได
เปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกในการทุจริตตอเจาหนาท่ีขึ้นอีกช้ันหนึ่ง ลูกบานจึงไมผิดฐาน
สนบั สนุนในความผดิ ฐานทจุ ริตตอ หนาท่ี

®Õ¡Ò·Õè õöñ/òõðø การเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ไมใชเร่ืองแจงให
เจาพนักงานจดขอความ แตเปนเรื่องเบิกความซึ่งศาลมีอาํ นาจใชดุลพินิจจดขอความตอนใด หรือ
ไมจดก็ได ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ การจดจึงเปนเรื่องของศาล ไมใชเรื่องของพยาน
ทจ่ี ะแจง ใหศ าลจดขอความอนั เปน เท็จ ซึง่ เปนความผดิ ตามมาตรา ๒๖๗

จาํ เลยไมใชนายชวง แตมาอางตอศาลวา เปน นายชวง และขอ เทจ็ จรงิ ทจ่ี าํ เลยเบิกความ
วาไดรูเห็นเหตุการณ จําเลยก็ไมรูเห็นจริง กับจําเลยไดลงชื่อปลอมวานายชวงในคาํ เบิกความที่
ศาลจดไวอีกดวย ความผิดฐานเบิกความเท็จสาํ เร็จไดโดยไมตองอาศัยการลงชื่อปลอม การลงชื่อ
ปลอมของจาํ เลยจึงเปนความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ อกี ดวย แตจาํ เลยไมมีความผิด
ฐานปลอมเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน เอกสารทศ่ี าลทําขนึ้

๕๙

®Õ¡Ò·èÕ ùøö-ùø÷/òõðø การบรรยายฟองวา จําเลยเบิกความเท็จตอศาลจังหวัด
กาญจนบุรีนั้น ไมใชขอกลาวหาวาจาํ เลยแจงความเท็จแกเจาพนักงาน และแจงใหเจาพนักงาน
จดขอความอันเปนเทจ็ ตามมาตรา ๑๓๗, ๒๖๗

®Õ¡Ò·Õè ñòñ÷/òõñø จําเลยเปนคนตางดาวและมีภูมิลําเนาอยูตางประเทศไดมีผูนาํ
หลักฐานปลอมไปยื่นคํารองตอเจาพนักงานใหออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนและใบสําคัญทหาร
กองเกนิ แทนฉบบั ชํารดุ สญู หายใหจ าํ เลย เจา พนกั งานหลงเชอ่ื คาํ รอ งและหลกั ฐานปลอมนน้ั จงึ ออกให
เม่ือจําเลยซึ่งรูวาเอกสารราชการดังกลาวเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๗ ยังนําไปใช
โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงาน ผูอื่น หรือประชาชนจึงมีความผิดตาม
มาตรา ๒๖๘ ประกอบดว ยมาตรา ๒๖๗

®Õ¡Ò·èÕ ò÷õò/òõñù ในการสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร จาํ เลย
กรอกใบสมคั รดว ยตนเองวา จําเลยมยี ศรอ ยโทยนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั กบั แจง ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั
ซงึ่ มหี นา ทส่ี อบสวนคณุ สมบตั ใิ หจ ดขอ ความอนั เปน เทจ็ ลงในบนั ทกึ การสอบสวนวา จําเลยมยี ศรอ ยโท
โดยจําเลยรอู ยูแลว วา เปน ความเท็จ ดงั น้ี การกระทาํ ของจําเลยแยกได ๒ ตอน คอื จําเลยเอาใบสมคั ร
มาย่ืนตอผูวาราชการจังหวัดตอนหน่ึง กับเมื่อผูวาราชการจังหวัดรับใบสมัครของจําเลยแลวทาํ การ
สอบสวนปากคาํ จําเลยถึงเร่ืองคุณสมบัติของจําเลยอีกตอนหนึ่ง การที่จาํ เลยเขียนใบสมัครวามียศ
รอ ยโทมายนื่ ตอ ผวู า ราชการจงั หวดั นน้ั เปน การแจง ขอ ความอนั เปน เทจ็ แกเ จา พนกั งานแลว และการกระทาํ
ของจาํ เลยในตอนยื่นใบสมัครนี้เปนคนละกรรมกับการกระทาํ ในตอนที่ผูวาราชการจังหวัดสอบสวน
คณุ สมบตั ขิ องจําเลย แลว จําเลยแจง วา มยี ศรอ ยโทอนั เปน ความผดิ ฐานแจง ใหเ จา พนกั งานจดขอ ความเทจ็
ลงในเอกสารราชการ หาใชเปนการกระทํากรรมเดียวไม จาํ เลยจึงมีความผิดฐานแจงขอความ
อันเปน เทจ็ แกเ จาพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๗ อกี กระทงหน่งึ

®Õ¡Ò·Õè òöùö/òõòñ มารดาคลอดบุตรโดยไมไดสมรสกับบิดา มารดาแจงตอ
นายทะเบียนทองถ่ินวาเกิดเด็กหญิงรัตติยา ลิขิตสุวรรณกุล บิดาไปแจงตอนายทะเบียนอีกเขตหน่ึง
วาเกิดเด็กหญิงรัตติยา แซอ้ึง ดังน้ี กลับเปนคุณแกมารดาและเด็ก ไมทาํ ใหมารดาเสียหาย ไมเปน
ความผิดตามมาตรา ๒๖๗

®¡Õ Ò·èÕ ôøõ/òõòò จําเลยเปนคนตางดาว สัญชาติญวน แตไปแจงขอความ
อนั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งานวา จําเลยชอื่ นางตนั ศริ ดิ ํารงค เปน คนไทย เพอ่ื ขอรบั บตั รประจําตวั ประชาชน
เปน เหตใุ หเ จา พนกั งานดงั กลา วหลงเชอื่ วา จาํ เลยเปน บคุ คลสญั ชาตไิ ทยจงึ ไดบ นั ทกึ เสนอนายทะเบยี น
ออกบัตรประจาํ ตัวประชาชนอันเปนเอกสารราชการใหแกจําเลย การกระทาํ ของจาํ เลยเปนความผิด
ตามมาตรา ๒๖๗ และ พ.ร.บ.บัตรประจาํ ตวั ประชาชน พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๗

®¡Õ Ò·èÕ òðôø/òõô÷ จําเลยทั้งสองกับพวกรวมกันแจงขอความอันเปนเท็จแก
เจาพนักงาน ผูรับผิดชอบจัดทาํ บัตรประจาํ ตัวประชาชน ทาํ ใหเจาพนักงานหลงเช่ือจดขอความ
อันเปนเท็จลงในเอกสารราชการ อันมีวัตถุประสงคสําหรับใชเปนพยานหลักฐานโดยประการท่ีนา
จะเกิดความเสียหายแกเจาพนักงานดังกลาว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและประชาชน
อนั เปนความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๗

๖๐

ãªËŒ Ã×ÍÍÒŒ §àÍ¡ÊÒûÅÍÁ

ÁÒμÃÒ òöø ผูใดใชหรืออางเอกสารอันเกิดจากการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๖๔
มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ในประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ตอ งระวางโทษดงั ที่บัญญัติไวใ นมาตรานน้ั ๆ

ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกเปนผูปลอมเอกสารน้ัน หรือเปนผูแจงใหเจาพนักงาน
จดขอ ความนน้ั เอง ใหล งโทษตามมาตรานีก้ ระทงเดียว

ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃäáá
๑. ใชหรอื อาง
๒. เอกสารอนั เกดิ จากการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖
หรือมาตรา ๒๖๗
๓. ในประการท่นี าจะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู ่ืนหรอื ประชาชน
๔. โดยเจตนา
ñ. 㪌ËÃ×ÍÍÒŒ § “㪔Œ หมายความถึงการใชอยางเอกสาร คือ กระทาํ อยางใดอยางหนง่ึ
โดยอาศัยเอกสารเปนวัตถุแหงการกระทําผิด เชน เอาบิลปลอมไปเบิกเงิน (ฎีกาที่ ๘๗๔/๒๔๗๓)
ใชแทนใบสุทธิปลอม (ฎีกาที่ ๘๐๓/๒๔๘๗) เปนตน ถาเอาไปใชอยางกระดาษแผนหนึ่ง “ซึ่งไม
เก่ียวกับความในเอกสาร เชน นําไปทําถุงใสของ ไมใชเปนการ “ใช” ตามขอนี้ ขอสังเกต “ใช”
ตามมาตราน้ี ไมตองเปนการใชอยางเอกสารที่แทจริง แมไมนํามาใชอยางของจริง ก็เปนความผิด
เชน นําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอสายลับตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหเช่ือถือในฝมือ
ในการทาํ ปลอม (ฎีกาที่ ๑๖๕๔/๒๕๐๓ ประชุมใหญ)

“͌ҧ” หมายความถึง การอาศัยเอกสารน้ันแสดงขอเท็จจริงเพ่ือเปนหลักฐานใน
การอางอิงของผูกระทําผิด แตไมจําตองอางเปนพยานตอศาลอันเปนความผิดฐานเบิกความเท็จ
เชน ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา ๒๒๗

¢ÍŒ áμ¡μ‹Ò§¡ÒÃ͌ҧ¡Ñº¡ÒÃ㪌 คือ “อา ง” ไมจําตอ งนาํ เอกสารนอี้ อกแสดง การอา ง
เอกสารตอ ผูใด อาจทาํ โดยใหผ ูนน้ั เรียกหรือตรวจดเู อกสารนน้ั เชน ขอใหศ าลเรียกเอกสารปลอมมา
แตถาเพียงแสดงความจาํ นงจะอาง เชน ยื่นบัญชรี ะบุพยาน ยังไมเปน การอา งจนกวา จะขอหมายเรยี ก
เอกสารนั้น ถา ขอใหเ รยี กเอกสาร แมยังไมไดเ รียกหรือยังไมไดเอกสารมา ก็ถอื วาอางแลว

ò. àÍ¡ÊÒ÷Õèนําä»ãªŒËÃÍ× ÍÒŒ §μŒÍ§à»¹š àÍ¡ÊÒûÅÍÁ
๒.๑ เอกสารธรรมดาตามมาตรา ๒๖๔
๒.๒ เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการตามมาตรา ๒๖๕
๒.๓ เอกสารสทิ ธิอันเปน เอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุน ใบหุนกู ใบสําคญั ของ

ใบหุนหรอื ใบหุน กู ต๋วั เงิน บตั รเงินฝาก ตามมาตรา ๒๖๖
๒.๔ เอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการท่ีแจงใหเจาพนักงานจดขอความเท็จ

ตามมาตรา ๒๖๗

๖๑

ó. ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ÙŒÍè×¹ËÃ×Í»ÃЪҪ¹ การใชหรืออางตองทํา
โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ ่ืนหรือประชาชนเชน เดียวกับมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๗

¤ÇÒÁ¼´Ô สาํ àèç เมอ่ื อา งหรอื ใชใ นประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน
ไมจําตองเกดิ ความเสียหายจรงิ ๆ

ô. â´Âà¨μ¹Ò คือ เจตนาตามมาตรา ๕๙ และตอ งรูขอ เท็จจรงิ วาเปน เอกสารปลอม
หรือเทจ็ ตามมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ และ ๒๖๗

ÇÃäÊͧ ¡Ã³¼Õ ŒãÙ ªŒËÃ×Í͌ҧàÍ¡ÊÒÃ໹š ¼ÙŒ»ÅÍÁËÃÍ× á¨§Œ ã˨Œ ´¢ÍŒ ¤ÇÒÁà·ç¨ มคี วามผดิ
ตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว วรรคสองน้ีเปนขอยกเวนหลักเกณฑเรื่องความผิดหลายกระทง
ตามมาตรา ๙๑ โดยกําหนดใหลงโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว ซึ่งมีหลักการทํานองเดียวกับ
มาตรา ๒๖๘ และ ๒๖๓

“â·ÉμÒÁÁÒμÃÒ¹é”Õ มาตรา ๒๖๘ ไมไ ดกาํ หนดอัตราโทษไวโ ดยตรง แตต องระวางโทษ
ตามท่บี ัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖ หรือ ๒๖๗ เมอื่ การใชหรอื อางน้นั เปนเอกสารอนั เกดิ
จากการกระทาํ ความผิดตามมาตราดงั กลาว ฉะนัน้ “โทษตามมาตรานี”้ หมายถงึ มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕,
๒๖๖ หรอื ๒๖๗ แลว แตกรณี

®¡Õ Ò·Õè ñòöù/òõðó จําเลยรูอยูแลววาอักษรเลขหมายที่พานทายปนของจําเลยเปน
ของที่ปลอมขึน้ เมอ่ื เจาพนกั งานมาขอคน จาํ เลยนาํ ปน ดงั กลาวออกแสดงใหเจา พนักงานดพู รอมดว ย
ใบอนญุ าตของจําเลย ดงั น้ี ถอื วา จําเลยไดใ ชหรอื อา งเอกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘

®Õ¡Ò·èÕ ñöõô/òõðó (ประชุมใหญ) จําเลยนําประกาศนียบัตรปลอมออกแสดงตอ
สายของตํารวจดูเปนตัวอยาง เพ่ือใหผูติดตอซื้อเชื่อถือฝมือในการทําปลอมจะไดตกลงซ้ือ ดังนี้
ถือไดวาเปนการนําเอกสารปลอมมาใชในประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืนและประชาชน
แลว มคี วามผิดตามมาตรา ๒๖๘

®¡Õ Ò·Õè ññðô/òõñð จําเลยนําสลากการกุศลที่มีการขูดลบแกเลขไปรับรางวัลโดยรูวา
เปนสลากปลอม มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕, ๒๖๘

®¡Õ Ò·Õè ñôð÷/òõñð ทําพินัยกรรมปลอมไปแสดงตอพนักงานท่ีดินอําเภอ
เพือ่ ขอรับมรดก และอําเภอไดป ระกาศการขอรับมรดกแลว แมตอ มาถอนการขอรบั มรดกนั้น การนํา
พินัยกรรมปลอมไปแสดงเชนนี้เปนการกระทําอันเปนเหตุใหนาจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน จึงผิด
ตามมาตรา ๒๖๘

®¡Õ Ò·Õè öõø/òõñó ผูเสียหายรูเห็นยินยอมใหผูอื่นเซ็นช่ือแทนในใบแตงทนาย เม่ือมี
ผนู าํ ใบแตง ทนายนนั้ ไปใหท นายทาํ คาํ รอ งยนื่ ตอ ศาล ความเสยี หายทจี่ ะมแี กผ เู สยี หายจงึ ไมม ผี เู สยี หาย
จงึ ไมใชผ เู สยี หายตามกฎหมาย

®Õ¡Ò·Õè óñ÷/òõòñจําเลยเขียนหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนตของผูอื่นลงไวที่
แผน เหลก็ ทา ยรถจกั รยานยนตข องกลาง แมจ ะเขยี นดว ยตนเองโดยมลี กั ษณะขนาดตวั หนงั สอื และตวั เลข

๖๒

ไมเหมือนกับปายหมายเลขทะเบียนที่แทจริงซ่ึงกรมตํารวจจัดทาํ ข้ึน แตเมื่อจําเลยกระทาํ ดวยเจตนา
ทําเทียมเพ่ือใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนเอกสารที่แทจริง และโดยลักษณะท่ีอาจจะเกิดความเสียหาย
แกผ อู นื่ หรอื ประชาชนแลว เปน ความผดิ ฐานปลอมเอกสารราชการ เมอ่ื จาํ เลยขบั ขร่ี ถนนั้ เปน ความผดิ
ฐานใชเอกสารราชการปลอมดวย

®¡Õ Ò·èÕ ññôñ/òõòó จําเลยเอาปายทะเบียนรถยนตหมายเลข ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ ของ
รถยนตยี่หอเฟยตมาติดใชกับรถยนตของกลาง ปายทะเบียนดังกลาว เปนเอกสารแทจริงที่ราชการ
ทําขึ้น ไมใ ชเ อกสารปลอม จึงไมม คี วามผิดฐานปลอมเอกสาร และการทจ่ี าํ เลยนําปา ยทะเบยี นน้นั มา
ใชกับรถยนตของกลางเพื่อใหผูอ่ืนหลงเช่ือวารถยนตหมายเลขทะเบียน ส.ฎ. ๐๐๘๙๐ จําเลยก็ไมมี
ความผดิ ฐานใชเ อกสารราชการปลอม

จําเลยรวู าหมายเลขประจําเครื่องยนตของกลาง ๒๑๕๑๗๓ เปน เลขประจาํ เครื่องยนตปลอม
แลวจําเลยนาํ รถยนตของกลางไปตรวจเคร่ืองยนตแสดงวามีเลขหมายน้ันตอเจาหนาท่ี
และนาํ ไปขายแกผูอ น่ื จาํ เลยมคี วามผิดฐานใชเอกสารปลอม

®Õ¡Ò·Õè ñùöù/òõòô เจา หนา ทต่ี าํ รวจไปทบี่ า นจําเลย พบรถยนตซึ่งถกู คนรายลกั มา
๑ คัน จําเลยแสดงตนวาเปนเจาของรถ โดยนําใบอนุญาต ทะเบียนรถยนต และแผนปายวงกลม
แสดงการเสียภาษี ซ่ึงเปนเอกสารปลอมมาแสดงเพ่ือใหพนผิด เปนการใชหรืออางเอกสารน้ัน
ตอ เจา หนา ทตี่ าํ รวจผจู บั แลว เมอ่ื จําเลยรอู ยแู ลว วา เอกสารดงั กลา วเปน เอกสารปลอม แมจ าํ เลยตอ งหา
ฐานลกั ทรพั ย รบั ของโจร จาํ เลยก็มีความผดิ ฐานใชเอกสารปลอม

®Õ¡Ò·Õè ÷òø/òõðù เม่ือหลักเขตท่ีดินของทางราชการไมใชหลักเขตปลอม ขอความ
ที่ปรากฏในหลักเขตมีตัวเลขจึงเปนของแท แมจําเลยจะเอาหลักเขตที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๓ ของที่ดิน
จําเลย ไปปกลงในที่ดินโฉนดท่ี ๘๙๙๖ ของผูมีชื่อคนหน่ึง หลักเขตที่มีหมายเลขดังกลาวยังคงเปน
หลักเขตท่ีมตี วั เลขท่แี ทจ รงิ การกระทาํ ของจําเลยไมเ ปนความผิดฐานใชเอกสารปลอม

®¡Õ Ò·èÕ ñó÷õ/òõôõ แมจําเลยท่ี ๒ ใหก ารรับสารภาพตามฟอ งของโจทก ขอ เทจ็ จริง
จึงฟงเปนยุติตามคาํ ฟองโจทก ที่บรรยายไวอยางชัดเจนแยกการกระทําของจําเลยท้ังสองท่ีรวมกัน
ลกั เชค็ ของผเู สยี หายซงึ่ เปน นายจา งไปปลอมเชค็ และใชเ ชค็ ทป่ี ลอมนน้ั ไปยน่ื ตอ ธนาคารเพอ่ื ขอรบั เงนิ
ซง่ึ การกระทาํ แตล ะอยา งมลี กั ษณะทแ่ี ตกตา งกนั ตา งเปน ความผดิ สาํ เรจ็ ในตวั และเปน การกระทาํ ความผดิ
โดยอาศัยเจตนาแยกตางหากจากกัน การกระทําของจาํ เลยท่ี ๒ จึงเปนความผิดฐานลักทรัพย
นายจางกระทงหน่ึง และฐานปลอมต๋ัวเงินและใชต๋ัวเงินปลอมซ่ึงตองลงโทษฐานใชต๋ัวเงินปลอม
อกี กระทงหน่ึงตาม ม.๒๖๘ ว.๒

®Õ¡Ò·Õè ñøùõ/òõôö ¡ÒûÅÍÁเอกสารäÁ‹จําμŒÍ§ÁÕàÍ¡ÊÒ÷èÕá·Œ¨ÃÔ§อยูกอนและ
äÁ‹μŒÍ§ทาํ ãËàŒ ËÁÍ× ¹¢Í§¨ÃÔ§ ก็เปนàÍ¡ÊÒûÅÍÁได จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกหลอกลวง ต. วา จําเลยที่ ๒
คอื ย. เจา ของรถยนตบ รรทกุ มคี วามประสงคจ ะขายรถยนตค นั ดงั กลา ว ต. ตกลงรบั ซอื้ ไวแ ละทําสญั ญา
ซือ้ ขายกนั โดยพวกของจาํ เลยท่ี ๒ ลงลายมือชอ่ื ย. ในชอ งผขู าย มอบให ต. ยดึ ถอื ได การกระทาํ ของ

๖๓

จําเลยที่ ๒ กบั พวกมเี จตนาทจุ ริต เพอ่ื ใหไดเงินจาก ต. และไมให ต. ใชสญั ญาซอื้ ขายนัน้ เปนหลักฐาน
ฟองรองเรียกเงินคืน ทาํ ให ต. ไดรับความเสียหาย จึงมีความผิดฐานËÇÁ¡Ñ¹»ÅÍÁหนังสือสัญญา
ซอ้ื ขายรถยนตอ นั เปน àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô เมอ่ื จาํ เลยท่ี ๒ กบั พวกไดม อบหนงั สอื สญั ญาซอ้ื ขายนน้ั ให ต. ยดึ ถอื ไว
จงึ มคี วามผดิ ฐานÃÇ‹ Á¡Ñ¹ãªàŒ Í¡ÊÒÃÊÔ·¸»Ô ÅÍÁอกี กระทงหนึ่ง รวมทั้งมีความผิดฐาน©ŒÍâ¡§â´ÂáÊ´§
μ¹à»š¹¤¹Íè¹× ดว ย

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕèÂǡѺºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ

ÁÒμÃÒ òöù/ñ ผูใดทําบัตรอิเล็กทรอนิกสปลอมข้ึนท้ังฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด
เติมหรือตัดทอนขอความหรือแกไขดวยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกสที่แทจริง โดยประการ
ทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ถา ไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน บตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ท่ีแทจริงหรือเพื่อใชประโยชนอยางหน่ึงอยางใด ผูนั้นกระทําความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส
ตองระวางโทษจาํ คุกต้งั แตห น่ึงปถ งึ หา ป และปรับตง้ั แตสองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท

ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) (ก) ทาํ บตั รอิเลก็ ทรอนกิ สป ลอมขึ้นทงั้ ฉบบั หรือแตส วนหนึง่ สวนใด

(ข) เติมหรือตดั ทอนขอ ความ หรอื แกไขดว ยประการใดๆ ในบตั รอเิ ล็กทรอนกิ สทแ่ี ทจ ริง
(๓) โดยประการทนี่ าจะเกิดความเสยี หายแกผูอ่นื หรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพิเศษ ถา ไดก ระทํา

(ก) เพอื่ ใหผ หู น่ึงผใู ดหลงเชื่อวา เปน บตั รอเิ ล็กทรอนิกสท แ่ี ทจ ริง หรอื
(ข) เพอ่ื ใชประโยชนอยางหนงึ่ อยา งใด
คํา͸ԺÒÂ
การปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สอาจจะเปน การปลอมเอกสารดวยหรือไมก ไ็ ด หากเปนการ
ปลอมเอกสารดวยก็เปนความผิดหลายบท อยางไรก็ตามจะเปนเอกสารได บัตรนั้นตองตรงนิยาม
ของคําวา “เอกสาร” ตาม ป.อ. มาตรา ๑(๗) กลาวคือ บัตรนั้น “ไดทําใหปรากฏความหมายดวย
ตัวอักษร ตัวเลข ผังหรือแผนแบบอยางอ่ืน จะเปนโดยวิธีการพิมพ ถายภาพ หรือวิธีอ่ืนอันเปน
หลักฐานแหงความหมายนั้น” ซึ่งตามนิยามนี้ บัตรอิเล็กทรอนิกส จะเปน “เอกสาร” ก็ตอเมื่อมีการ
“ä´ทŒ าํ ãË»Œ ÃÒ¡¯¤ÇÒÁËÁÒ” มฉิ ะนน้ั กจ็ ะมใิ ชเ อกสาร áμÍ‹ ÂÒ‹ §äáμç ÒÁ แมม ใิ ชเ อกสาร การทาํ ปลอม
ก็เปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ น้ี ซึ่งเปน กฎหมายพเิ ศษ
®Õ¡Ò·Õè óð/òõóø แบบพิมพเช็คท่ียังไมไดกรอกรายการยังไมเปน “เอกสาร” ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๗) เพราะยังไมไดทาํ ใหปรากฏความหมาย แตบัตรเอทีเอ็ม เปน

๖๔

“เอกสาร” เพราะฎีกาที่ ๙/๒๕๔๓ ลงโทษการเอาไปเปนความผิดตามมาตรา ๑๘๘ (นอกเหนือ
จากผิดมาตรา ๓๓๔) ดวยเหตุนี้การปลอมบัตรเอทีเอ็ม จึงผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (และผิดเหตุฉกรรจ
ตามมาตรา ๒๖๙/๗) และผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ โดยนาจะตองถือวาเปนเอกสาร
สิทธิและผิดมาตรา ๒๖๕ ดวย อยางไรก็ตามไดกลาวไวแลววา แม “บัตรอิเล็กทรอนิกส” จะไมใช
“เอกสาร” การทําปลอมกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ อยูแ ลว เพราะ “บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกส” จะเปน “เอกสาร”
หรอื ไมก ็ได เพยี งแตวาถา เปน “เอกสาร” ดวยแลว ก็เปน การกระทาํ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบท
ซง่ึ ป.อ. มาตรา ๙๐ ใหลงโทษบทหนกั เพยี งบทเดยี ว

หากบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน ้ี เปน เอกสารและผปู ลอมเปน เจา พนกั งานผมู หี นา ที่ “ทาํ ” มหี นา ท่ี
“กรอกขอความลงในเอกสาร” หรือมีหนาที่ “ดูแลรักษาเอกสาร” ก็เปนความผิดตามมาตรา ๑๖๑
ดวยอีกบทหน่ึง นอกเหนือจากผิดมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๙๖/๑ นี้ ซ่ึงโทษตามมาตรา ๑๖๑
คือโทษจําคุกไมเกินสิบปอันเปนอัตราโทษท่ีหนักกวาโทษตามมาตรา ๒๖๙/๑ นี้ และหนักกวาโทษ
ฐานปลอมเอกสาร (เวนแตโทษตามมาตรา ๒๖๖) หากราษฎรรวมกระทําความผิด ราษฎรก็เปน
ผูสนับสนุนตามมาตรา ๑๖๑ ประกอบ มาตรา ๘๖ ซ่ึงโทษของผูสนับสนุนคือ สองในสามของสิบป
ซึง่ ไดแกโทษจําคกุ ๖ ป ๘ เดือน อันเปน โทษที่หนักกวาการเปน ตัวการรวมกระทาํ ตามมาตรา ๒๖๙/๑

¢ÍŒ 椄 à¡μ บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๖๙/๑ คลา ยคลงึ กบั บทบญั ญตั ใิ นเรอ่ื ง “ปลอมเอกสาร”
ตามมาตรา ๒๖๔ นน่ั เอง

¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “·Òí ” à¤ÃÍ×è §ÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶สØ าํ ËÃºÑ »ÅÍÁËÃÍ× สาํ ËÃºÑ ãËäŒ ´¢Œ ÍŒ ÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ
ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·Ã͹ԡʏ ËÃ×Í “ÁÕ” à¤Ãè×ͧÁÍ× ËÃÍ× ÇμÑ ¶Øàª‹¹ÇÒ‹ ¹¹Ñé à¾è×ÍãªËŒ ÃÍ× à¾Íè× ãˌ䴌¢ŒÍÁÅ٠㹡ÒûÅÍÁ
ºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ

ÁÒμÃÒ òöù/ò บัญญตั ิวา
ผูใดทําเครื่องมือหรือวัตถุสําหรับปลอมหรือแปลง หรือสําหรับใหไดขอมูลในการปลอม
หรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑ หรอื มเี ครอื่ งมอื หรอื วตั ถเุ ชน วา นนั้ เพอื่ ใชห รอื ใหไ ดข อ มลู
ในการปลอมหรือแปลง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป และปรับต้ังแตสองหม่ืนบาท
ถงึ หน่งึ แสนบาท
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ทาํ ”
(๑) ผใู ด
(๒) ทาํ
(๓) เครอื่ งมอื หรือวตั ถุ(ก) สําหรับปลอม หรอื แปลง

หรือ
(ข) สาํ หรบั ใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง

(๔) สงิ่ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา

๖๕

ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ÁÕ”
(๑) ผใู ด
(๒) มี
(๓) เครื่องมือ หรือวัตถุ (ก) สําหรบั ปลอมหรือแปลง

หรือ
(ข) สาํ หรับใหไดข อมลู ในการปลอมหรอื แปลง

(๔) ส่ิงใดๆ ซึง่ ระบุไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ (ก) เพอื่ ใชใ นการปลอมหรอื แปลงสง่ิ ใดๆ ซง่ึ ระบไุ วใ นมาตรา ๒๖๙/๑

หรอื
(ข) เพ่ือใหไดขอมูลในการปลอม หรือแปลงสิ่งใดๆ ซึ่งระบุไวใน

มาตรา ๒๖๙/๑
คํา͸ºÔ ÒÂ
การ “·Òí ” เครอื่ งมอื สาํ หรบั ปลอมบตั รอเิ ล็กทรอนิกส (เชน บัตรเครดติ บตั รเอทเี อม็ )
การ “·Òí ” เครอื่ งมอื skimmer (เครอื่ งสาํ หรบั ใหไ ดข อ มลู ในการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส)
การ “ÁÕ” เครื่องมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส โดยมีไวเพื่อใชในการปลอม
บตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส (มเี ครื่องมือเพ่ือใชใ นการปลอมบตั ร)
การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer โดยมีไวเพื่อใหไดขอมูลในการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส
(มเี ครื่องมือเพ่ือใหไ ดขอมูลในการปลอมบตั ร)
การ “ÁÕ” เคร่ืองมือสําหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสจะเปนความผิด ก็ตอเม่ือมีเจตนา
พิเศษ “เพ่ือใชในการปลอม” บัตรอิเล็กทรอนิกสไมใชมีไวเพื่อดูเลน การ “ÁÕ” เคร่ือง skimmer
ก็เชน เดยี วกัน จะมคี วามผดิ กต็ อเม่ือมีเจตนาพิเศษ “เพ่อื ใหไ ดข อมูลในการปลอม” บัตรอิเลก็ ทรอนกิ ส
ไมใชมไี วเ พอื่ สะสมเปน ของแปลก
ความหมายของการ “Á”Õ เคร่อื งมอื หรือวัตถุ
การ “ÁÕ” คงหมายถึงยึดถือหรือครอบครองอยางใดอยางหนึ่งก็ได เพียงแตชวยถือ
กค็ งถอื วาเปนการ “Á”Õ เพราะ “ยึดถือ” ไวแ ลว เพราะไมจําตองถึงขนาด “ครอบครอง” อยางไรกต็ าม
ก็อาจมีการครอบครองโดยผูอ่ืนยึดถือไว หากซ้ือเคร่ืองมือปลอมแลว แตผูขายยังไมสงมอบ คงยัง
ไมถือวาผูซื้อครอบครอง นอกจากผูซื้อจะใหผูขายยึดถือไวให หากเปนเชนนี้ก็คงตองถือวาผูซ้ือ
ครอบครองแลว และเปน ความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๒ น้ี โดยถือวาเปนการ “ÁÕ” แลว
®Õ¡Ò·èÕ ñùöù/òõðõ การมีเคร่ืองมือปลอมเงินตราไวเพื่อใชในการปลอมอันเปน
ความผิดตามมาตรา ๒๔๖ ดงั นี้

๖๖

นายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงินตราไปทําการปลอมเงินตราที่บานนายดํา เพ่ือทําให
นายดําดู ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดําไมใชตัวการในการปลอมเงินตรา (ปลอมเงินตราเปนความผิด
ตามมาตรา ๒๔๐) ทง้ั นเ้ี พราะนายดาํ มไิ ดร ว มในการทดลองดว ย อยา งไรกต็ ามนายดาํ ยอมใหใ ชส ถานท่ี
ภาชนะ เตาไฟเปน การใหค วามสะดวกในการทาํ ปลอมเงนิ ตรา นายดาํ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน ผสู นบั สนนุ
ตามมาตรา ๘๖ แตก ารท่ีนายแดงนําเคร่ืองมือปลอมเงนิ ตราไปทาํ ปลอมทีบ่ านนายดาํ แตไ มเ หมือน
ของจริง นายแดงจึง “½Ò¡” เครื่องมือน้ันไว วันรุงขึ้นจะมาทดลองทําใหดูใหม นายดํา “ÃѺ½Ò¡”
เคร่ืองมือไว ศาลฎีกาวินิจฉัยวา นายดํา “ไดชื่อวามีเครื่องมือและเครื่องมือน้ีจะใชปลอมเงินตรา
ทดลองอกี จงึ เปน การมเี ครอ่ื งมอื สาํ หรบั ปลอมเงนิ ตราเพอ่ื ใชใ นการปลอม...แลว ” นายดาํ มคี วามผดิ ตาม
มาตรา ๒๔๖ ฐานÁÕà¤Ãè×ͧÁÍ× สําËÃѺ»ÅÍÁà§¹Ô μÃÒà¾Í×è ãªãŒ ¹¡ÒûÅÍÁà§Ô¹μÃÒ

คาํ พพิ ากษาฎกี าเรอ่ื งน้ี คงเปน บรรทดั ฐานทจ่ี ะใชก บั การมเี ครอื่ งมอื ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
เพ่ือใชใ นการปลอมบตั รอิเล็กทรอนกิ สตามมาตรา ๒๖๙/๒ ไดเ ปนอยา งดี

¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “นาํ à¢ÒŒ ã¹” ËÃÍ× “ʧ‹ Í͡仔 ¹Í¡ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à «§èÖ ºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ
ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺ»ÅÍÁºÑμÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏ ËÃ×Íà¤Ãè×ͧÁ×ÍËÃ×ÍÇÑμ¶ØสําËÃѺãˌ䴌¢ŒÍÁÙÅ
㹡ÒûÅÍÁºμÑ ÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô ʏ

ÁÒμÃÒ òöù/ó บัญญตั ิวา
ผูใดนําเขาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักร ซ่ึงส่ิงใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ หรือ
มาตรา ๒๖๙/๒ ตอ งระวางโทษจําคุกต้งั แตสามปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตหกหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) นําเขา ใน หรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
(๓) ซึ่งสิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอิเล็กทรอนิกสปลอม) หรือสิ่งใดๆ ตาม
มาตรา ๒๖๙/๒ (เครอื่ งมือ หรอื วัตถสุ าํ หรบั ปลอมบตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส หรอื เคร่ืองมอื หรอื วตั ถสุ าํ หรับ
ใหไ ดข อมูลในการปลอมบัตรอิเลก็ ทรอนิกส)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา
¢ŒÍÊѧà¡μ ราชอาณาจักรมีความหมายอยางเดียวกับมาตรา ๔ วรรคแรก ซ่ึงไมรวมถึง
เรือไทยหรืออากาศยานไทยซึ่งอยูนอกราชอาณาจักร และไมรวมถึงสถานทูตไทยในตางประเทศดวย
เพราะไมใ ชร าชอาณาจกั ร
μÇÑ ÍÂÒ‹ § นายจมิ คนองั กฤษปลอมบตั รเครดติ ของธนาคารของไทยแหง หนงึ่ ในประเทศไทย
โดยทําการปลอมท่ีประเทศอังกฤษ นายจิมมีความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๑ เปนความผิดซึ่งลงโทษ
ในราชอาณาจกั รไดตามมาตรา ๘(๒/๑) เพราะคนไทย (ธนาคารของไทย) เปน ผเู สียหาย

๖๗

หากตอมาภายหลัง นายจิมมอบบัตรเครดิตปลอมใหแกนายแดงที่ประเทศอังกฤษ
เพอื่ ใหน าํ เขา มาในประเทศไทย นายแดงรบั ไวโ ดยรวู า เปน ของปลอม นายแดงผดิ มาตรา ๒๖๙/๔ (ฐานมไี ว
เพ่อื ใช) ซ่งึ ลงโทษในประเทศไทยไดตามมาตรา ๘ (๒/๑)

หากนายแดงนาํ บตั รเครดติ ปลอมขน้ึ อากาศยานไทยซง่ึ จอดอยทู ปี่ ระเทศองั กฤษ เพอ่ื เดนิ ทาง
มาประเทศไทย หากอากาศยานยังอยูเหนือนานฟานอกราชอาณาจักร นายแดงผิดมาตรา ๒๖๙/๔
(ฐานมีไวเพ่อื ใช) ซง่ึ ลงโทษในประเทศไทยไดต ามมาตรา ๔ วรรคสอง เพราะเปน การกระทําความผดิ
ตามมาตรา ๒๖๙/๔ ในอากาศยานไทยซง่ึ อยนู อกราชอาณาจกั รมขี อ สงั เกตวา กรณตี ามมาตรา ๔ วรรคสอง
ไมต องรองขอใหล งโทษ ซง่ึ ตา งกับมาตรา ๘ (๒/๑)

หากอากาศยานไทยลาํ น้นั เขา มาในราชอาณาจกั รแลว นายแดงกผ็ ดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๓
นี้ (นาํ เขาในราชอาณาจักร) โดยเปนการกระทําความผิดในราชอาณาจักรตามมาตรา ๔ วรรคแรก
ซ่ึงลงโทษในราชอาณาจกั รไดโดยไมตอ งมกี ารรอ งขอ

¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ “㪌” ËÃÍ× “ÁÕäÇŒà¾Í×è 㪔Œ «è§Ö ºμÑ ÃÍàÔ Åç¡·Ã͹ԡʻ ÅÍÁ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹
“จาํ ˹ҋ ” ËÃÍ× “ÁäÕ ÇàŒ ¾×Íè จํา˹ҋ ” «è§Ö ºÑμÃÍàÔ Å¡ç ·Ã͹¡Ô Ê» ÅÍÁ

ÁÒμÃÒ òöù/ô บญั ญัตวิ า
ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ อนั ไดม าโดยรวู า เปน ของทที่ าํ ปลอม
หรอื แปลงขนึ้ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ เจด็ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ หนง่ึ แสนสหี่ มน่ื
บาท หรอื ท้ังจําทง้ั ปรับ
ผใู ดจาํ หนา ยหรอื มไี วเ พอื่ จาํ หนา ยซง่ึ สง่ิ ใดๆ ทที่ าํ ปลอมหรอื แปลงขน้ึ ตามมาตรา ๒๖๙/๑
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั
ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเปนผูปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส
ตามมาตรา ๒๖๙/๑ ใหล งโทษตามมาตรานแ้ี ตก ระทงเดียว
ความผดิ ฐาน “ใช” หรือ “มไี วเ พอ่ื ใช”
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ใช หรอื มไี วเพ่ือใช (เพอ่ื ใช คือ เจตนาพิเศษ)
(๓) ซง่ึ สงิ่ ใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บัตรอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม) อันไดม าโดยรูวาเปนของ
ทท่ี ําปลอมขึ้น
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื ใช (มีไวเ พอ่ื ใช)
ความผดิ ฐาน “จําหนาย” หรอื “มไี วเพื่อจาํ หนาย”

๖๘

ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) จําหนา ย หรอื มไี วเพ่ือจาํ หนาย (เพ่ือจาํ หนาย คือ เจตนาพเิ ศษ)
(๓) ซึง่ สิ่งใดๆ ตามมาตรา ๒๖๙/๑ (บตั รอเิ ล็กทรอนกิ สป ลอม)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพอ่ื จําหนา ย (มไี วเ พ่ือจาํ หนาย)
คาํ ͸ԺÒÂ
ตามวรรคแรกเปน กรณีการ “ใช” หรือ “มีไวเพอ่ื ใช” ซ่ึงบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สป ลอม ซ่งึ ขณะ
ไดม ารวู า เปน ของปลอม หากขณะไดม าไมร วู า เปน ของปลอม แตภ ายหลงั รวู า เปน ของปลอมแลว ยงั ขนื
นาํ ออกใช หรอื ยงั ขนื มไี วเ พอื่ นาํ ออกมาใช การกระทําจะไมเ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี
ขอใหเปรียบเทียบกับมาตรา ๒๔๕ กรณีไดมาซ่ึงเงินตราปลอมโดยขณะไดมาไมรูวาเปนของปลอม
แตตอมารูวาเปนของปลอม แตยังขืนนาํ ออกใชซึ่งเปนความผิดตามมาตรา ๒๔๕ แตกรณีตาม
มาตรา ๒๖๙/๔ นก้ี ารใชหรอื มไี วเ พือ่ ใชซ ่งึ บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกสปลอม ¨Ð¼´Ô ¡μç Í‹ àÁèÍ× ä´ÁŒ Òâ´ÂÃÙŒÇÒ‹ ໹š
¢Í§»ÅÍÁà·‹Ò¹éѹ หากขณะไดมาไมรูแตตอมารูแลวยังนําออกใช หรือมีไวเพื่อนําออกใชก็ไมผิด
มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรกน้ี จะถือวาผิดมาตรา ๒๖๙/๕ ก็คงไมไ ด เพราะมาตรา ๒๖๙/๕ เปนเรอ่ื งใช
บัตรอเิ ล็กทรอนิกส ของผอู น่ื โดยมชิ อบ ซงึ่ บัตรทใ่ี ชน นั้ เปน บัตรทแี่ ทจ ริง ไมใชเรือ่ งการใชบัตรปลอม
“จาํ ˹‹Ò” ตามวรรคสอง หมายความวา สงตอไปยังบุคคลอื่นจะโดยมีคาตอบแทน
หรือไมก ็ได
กรณีตามวรรคสามบัญญัติเชนเดียวกับมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กลาวคือถาผูใช หรือ
ผูจําหนายบัตรปลอมเปนผูปลอมบัตรน้ันก็ใหลงโทษฐานเปนผูใชหรือผูจําหนายตามมาตรา ๒๖๙/๔
นี้ แตเ พยี งกระทงเดียว
Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ หากการปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สน นั้ ในตวั เอง เปน การปลอมเอกสารดว ย
ผูป ลอมบัตรกผ็ ิดมาตรา ๒๖๙/๑ และผิดมาตรา ๒๖๔ (หรือ ๒๖๕ หรือ ๒๖๖) ดว ย เปนการกระทาํ
กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนัก” ตามมาตรา ๙๐ หากผูปลอมบัตรนั้นนําไปใช
กผ็ ดิ ฐานใชม าตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และผดิ ฐานใชเ อกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘ แตล งโทษฐาน “ใช”
กระทงเดยี ว คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก และลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ เปน กรณกี รรมเดยี ว
ผดิ กฎหมายหลายบท ใหล งโทษ “บทหนกั ” แตเ พยี งบทเดยี ว ซง่ึ กข็ นึ้ อยวู า โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และ
โทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง บทใดจะหนักกวา กัน (โทษตามมาตรา ๒๖๘ เทากบั โทษฐานปลอม
ซงึ่ แลวแตเอกสารที่ปลอมวา เปนเอกสารตาม มาตรา ๒๖๔ หรือมาตรา ๒๖๕ หรอื มาตรา ๒๖๖)
หากผูปลอมเปน “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” ผูมีหนาที่ “ทําเอกสาร” น้ัน และเอกสารน้ันเปน
บตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส และเปนเอกสารราชการ เจา พนักงานมีความผิดดงั นี้

๖๙

(๑) ผิดมาตรา ๑๖๑ (เจาพนกั งานปลอมเอกสาร)
(๒) ผดิ มาตรา ๒๖๕ (ปลอมเอกสารราชการ)
(๓) ผิดมาตรา ๒๖๙/๑ (ปลอมบตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส)
หากเจา พนักงานนาํ เอกสารน้ันออก “ใช” เจาพนกั งานมีความผดิ ดงั น้ี
(๑) ผิดมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซ่ึงมาตรา ๒๖๘ วรรคสองใหล งโทษฐาน “ใช” แตเ พยี ง
กระทงเดียว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๕ ดวยอกี กระทงหน่งึ กลาวคอื ลงโทษ
ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ซง่ึ กรณนี ี้ คอื ลงโทษตามมาตรา ๒๖๕ เพราะเปน การปลอมเอกสารราชการ
(๒) ผิดมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ซึ่งมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม ใหลงโทษฐาน “ใช”
ตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก แตเ พยี งกระทงเดยี ว โดยไมต อ งลงโทษฐาน “ปลอม” ตามมาตรา ๒๖๙/๑
ดวยอกี กระทงหนึ่ง กลาวคือลงโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก
¢ÍŒ 椄 à¡μ ระหวา งมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก ถือวา เปน เรื่องกรรมเดียว
ผดิ กฎหมายหลายบท ลงโทษ “บทหนกั ” ซง่ึ กค็ อื โทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ วรรคแรก เพราะหนกั กวา โทษ
ตามมาตรา ๒๖๕
ÍÂÒ‹ §äáμç ÒÁ เจา พนกั งานผกู ระทําการปลอมยงั ตอ งรบั โทษตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย ซงึ่ โทษ
ตามมาตรา ๑๖๑ ยงั คงมอี ยู มไิ ดถ กู เกลอ่ื นกลนื ไป เนอื่ งจากมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง เกลอ่ื นกลนื เฉพาะ
การปลอมตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ เทา นัน้ มิไดเ กลอ่ื นกลนื
การปลอมเอกสารตามมาตรา ๑๖๑ ดว ย มาตรา ๒๖๙/๔ วรรคสาม กเ็ ชน เดยี วกนั กลา วคอื เกลอื่ นกลนื
เฉพาะการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกสตามมาตรา ๒๖๙/๑ เทาน้ัน มิไดเกลื่อนกลืนการปลอมเอกสาร
ตามมาตรา ๑๖๑ ดวย
ในกรณีเชนน้ี เจาพนักงานจึงตองรับโทษตามมาตรา ๒๖๙/๔ และตองรับโทษตาม
มาตรา ๑๖๑ ซึ่งระหวางมาตรา ๒๖๙/๔ และมาตรา ๑๖๑ น้ี หากถือวาเปน “หลายกรรมตางกัน”
ตามมาตรา ๙๑ กล็ งโทษทั้งสองมาตรารวมกัน แตถา ถอื วา เปน “กรรมเดียว” ตามมาตรา ๙๐ กล็ งโทษ
บทหนกั เพียงบทเดียว
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ãªŒºÑμÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏ¢Í§¼ÙŒÍ×è¹â´ÂÁªÔ ͺ
ÁÒμÃÒ òöù/õ บัญญตั ิวา
ผูใดใชบัตรอิเล็กทรอนิกสของผูอ่ืนโดยมิชอบ ในประการที่นาจะกอใหเกิดความเสียหาย
แกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ใชโ ดยมิชอบ
(๓) บัตรอิเลก็ ทรอนิกสของผอู นื่
(๔) ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสียหายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนา

๗๐

¢ŒÍÊѧà¡μ
(๑) มาตรานเี้ ปน เรอื่ งการใชบ ตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สโ ดยมชิ อบ และบตั รนน้ั จะตอ งเปน ของผอู น่ื
มใิ ชใชบตั รของตนเองโดยมชิ อบ
(๒) บัตรนัน้ ตอ งมใิ ชบ ตั รปลอมเพราะการใชบัตรปลอมเปน กรณตี ามมาตรา ๒๖๙/๔
(๓) การกระทําอาจเปนความผิดฐานอื่นๆ เชน ลักทรัพย ดวย เชน นายแดงลักบัตร
ของนายดาํ ไปกดเงินท่ีเคร่ืองจายเงิน นอกจากมีความผิดฐานลักทรัพย คือ ลักบัตรและลักเงิน
และความผิดตามมาตรา ๑๘๘ แลว ยังมีความผิดตามมาตราน้ีอีกบทหนึ่งดวย เพราะบัตรเอทีเอ็ม
ก็คือบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ สตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) ท่เี พิ่มเตมิ แกไ ขใหมน ้ี
(๔) ไดเคยกลาวไวแลววา หมายเลขบนบัตรเครดิตรวมทั้งวันหมดอายุของบัตรไมใช
“บัตรอิเล็กทรอนิกส” ตามนิยามในมาตรา ๑ (๑๔) (ก) (ค) และก็ไมเขาตาม (ข) เพราะเปนขอมูล
หรือหมายเลขท่ีผูออกไดออกใหแกผูมีสิทธิใช โดยมีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดใหดวย กลาวคือ
ปรากฏอยูบนบัตรเครดิตน้ันเอง ดวยเหตุน้ีหากนายแดงเอาเฉพาะหมายเลขบัตรเครดิตของนายดาํ
ไปใชโดยมิชอบ นายแดงก็ไมผิดมาตราน้ี เพราะหมายเลขดังกลาว มิใช “บัตรอิเล็กทรอนิกส”
ตามนยิ ามในมาตรา ๑ (๑๔)
(๕) คําวา “โดยมชิ อบ” มีบัญญัติไวใ นมาตราอน่ื ในประมวลกฎหมายนี้ เชน มาตรา ๓๒๐
วรรคสอง เปนตน
(๖) ถอยคาํ ที่วา “ã¹»ÃСÒ÷èÕ¹‹Ò¨Ð¡‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒÂá¡‹¼ŒÙÍ×è¹ ËÃ×Í»ÃЪҪ¹”
เปน “พฤติการณประกอบการกระทาํ ” (ฎีกาท่ี ๗๖๙/๒๕๔๐) แมจะเปนองคประกอบภายนอก แตก็
มิใช “ขอ เท็จจรงิ ” จงึ ไมอ ยภู ายใตหลกั ทว่ั ไปในมาตรา ๕๙ วรรคสาม กลาวคอื “นาจะเสียหาย” หรือไม
ใชมาตรฐานของ “วิญูชน” หากวิญูชนเห็นวาเสียหายก็ถือวาเสียหาย แมผูกระทาํ จะไมรูวา
จะทาํ ใหเ สียหายกต็ าม
¢ÍŒ 椄 à¡μ เพยี งแต “นา จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย” กเ็ ปน ความผดิ สําเรจ็ แลว โดยไมจ ําตอ ง
เกิดความเสียหายขน้ึ จริงๆ (ฎีกาที่ ๑๒๘๑-๑๒๘๒/๒๕๓๘)
μÑÇÍÂÒ‹ §
นายมวงมอบบัตรเอทีเอ็ม ของนายมวงพรอมรหัสใหนายดาํ ไปชวยกดเงินใหจํานวน
หนึ่งหมื่นบาท นายดําไปกดเงินสองหม่ืนบาทโดยเก็บไวใชเองหน่ึงหม่ืนบาท นายดาํ มีความผิดฐาน
ใชบตั รอิเลก็ ทรอนกิ สข องผอู นื่ โดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕ นี้ (นอกจากความผิดฐานลักทรัพย)
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ÁäÕ ÇŒà¾×èÍนําÍ͡㪫Œ èÖ§ºÑμÃÍàÔ Åç¡·Ã͹¡Ô ʏ¢Í§¼ŒÙÍ×¹è â´ÂÁԪͺ

ÁÒμÃÒ òöù/ö บัญญตั วิ า
ผใู ดมีไวเ พอ่ื นาํ ออกใชซ ึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องผูอ ื่นโดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕
ในประการท่ีนาจะกอใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป
หรอื ปรับไมเกนิ หกหมน่ื บาท หรือท้ังจําท้งั ปรับ

๗๑

ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผูใด
(๒) มีไว
(๓) ซึ่งบัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ สของผอู ื่น
(๔) ในประการทีน่ าจะกอ ใหเกิดความเสียหายแกผ อู นื่ หรือประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนา
(๒) เจตนาพเิ ศษ “เพื่อนาํ ออกใชโ ดยมชิ อบตามมาตรา ๒๖๙/๕”
คํา͸ԺÒÂ
“การมไี วเ พ่อื นาํ ออกใชโดยมชิ อบ” เชน นายแดงสะสมรหัสเอทีเอ็มของบุคคลตางๆ
ไวเปนจํานวนมาก หากพิสูจนไดวามีไวเพ่ือนําออกใชโดยมิชอบ เชน กําลังจะไปขโมยบัตรเอทีเอ็ม
ของบุคคลตางๆ เหลานั้น แลวนํามากดเงินจากเครื่อง การสะสมดังกลาวก็เปนความผิดตามมาตรา
๒๖๙/๖ น้ี ซึ่งหากไมมีบทบัญญัติมาตรานี้ การสะสมของนายแดงดังกลาวยังไมเปนความผิด
เพราะเปน เพียงการตระเตรียมไปกระทาํ ความผิดเทา น้ัน
àËμØ©¡Ã菢ͧ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹μÒ‹ §æ
ÁÒμÃÒ òöù/÷ บญั ญตั ิวา
ถาการกระทําดังกลาวในหมวดน้ี เปนการกระทําเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกสที่
ผอู อกไดอ อกใหแ กผ มู สี ทิ ธใิ ช เพอ่ื ใชป ระโยชนใ นการชาํ ระคา สนิ คา คา บรกิ ารหรอื หนอ้ี น่ื แทนการชาํ ระ
ดวยเงนิ สด หรือใชเบิกถอนเงนิ สด ผูกระทําตอ งระวางโทษหนักกวาที่บัญญตั ไิ วในมาตราน้นั ๆ กึง่ หนึง่
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
มาตราน้ีเปน “àËμØ©¡Ã菔 ของมาตราตางๆ ตามหมวด ๔ กลาวคือ
เปนเหตุฉกรรจของมาตรา ๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๖ ซึ่งผูกระทําจะตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึง
โดยผูกระทําจะตองรู “ขอเทจ็ จรงิ ” ทท่ี าํ ใหร ับโทษหนักขน้ึ ดวย เชน รวู า บตั รอิเล็กทรอนิกสท่ีตนปลอม
(ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๑) หรอื ตนใชโ ดยมชิ อบ (ความผดิ มาตรา ๒๖๙/๕) นน้ั เปน บตั รทผ่ี อู อกไดอ อกใหแ ก
ผมู ีสิทธิใช เพ่ือใชป ระโยชนในการ
(ก) ชําÃФ‹ÒÊ¹Ô ¤ŒÒ คาบรกิ าร หรือหนอี้ ื่น แทนการชําระดวยเงนิ สด หรอื
(ข) ãªàŒ ºÔ¡¶Í¹à§¹Ô Ê´
หากผูกระทําไมรูขอเท็จจริงดังกลาว ผูกระทาํ ก็ไมตองรับโทษหนักข้ึนก่ึงหน่ึงตาม
มาตรานี้

๗๒

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺ˹§Ñ Ê×Íà´¹Ô ·Ò§

หนังสือเดินทางเปนเอกสารสําคัญอยางยิ่ง ในปจจุบันมีการใชหนังสือเดินทางในการ
ไปมาระหวา งประเทศ และนําไปใชในการกอการรา ย โดยการปลอมหนงั สือเดินทาง ทาํ ใหเ ปน ภยั แก
ความม่ันคงของประเทศทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งไดบัญญัติเปนความผิดไวในประมวลกฎหมาย
ซ่ึงแบง ออกไดเ ปน ๓ ลกั ษณะคอื (๑) การปลอมหนังสือเดินทาง (๒) การใชหนังสือเดนิ ทางของผูอน่ื
โดยมิชอบ และ (๓) การใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราในหนังสือเดินทางปลอม
หรือโดยมชิ อบ

ñ. ¡ÒûÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§
มี ๓ กลุม คอื (๑.๑) ปลอม (๑.๒) ใช มไี วเพอื่ ใชห รือจําหนาย และ (๓) นาํ เขาหรือ

สงออกซง่ึ หนังสอื เดนิ ทางปลอม
ÁÒμÃÒ òöù/ø ผูใดทําหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแตสวนหน่ึงสวนใด

เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการใดๆ ในหนังสือเดินทางที่แทจริง หรือประทับตราปลอม
หรอื ลงลายมอื ชอื่ ปลอมในหนงั สอื เดนิ ทาง โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน
ถาไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ ูหนึ่งผูใ ดหลงเชอ่ื วา เปน หนงั สอื เดนิ ทางที่แทจ รงิ ผนู ้ันกระทาํ ความผดิ ฐานปลอม
หนงั สอื เดนิ ทาง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท

คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ.ñ ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹»ÅÍÁ˹§Ñ ÊÍ× à´Ô¹·Ò§ ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼Ô´ ¤×Í
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ทําหนังสอื เดินทางปลอมขนึ้ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่งึ สวนใด
(๒) โดยประการทีน่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ ูอ่นื หรอื ประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มูลเหตุชกั จงู ใจ เพ่ือใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอื่ วา เปน เอกสารทแี่ ทจ ริง
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) กระทาํ การอยา งใดอยา งหน่งึ ดงั ตอไปนี้ (ก) เดมิ (ข) ตัดทอนขอ ความ หรือ (ค)
แกไ ขดว ยประการใด
(๒) ในหนงั สอื เดินทางที่แทจริง
(๓) โดยประการทนี่ าเสยี หายแกผ ูอนื่ หรอื ประชาชน

๗๓

ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มูลเหตุชกั จูงใจ เพื่อใหผ หู นง่ึ ผใู ดหลงเชอ่ื วาเปน เอกสารท่ีแทจรงิ
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ประทบั ตราปลอมหรอื ลงลายมอื ช่ือปลอม
(๒) ในหนังสือเดินทาง
(๓) โดยประการทีน่ าเสียหายแกผอู ่ืนหรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มลู เหตุชกั จูงใจ เพอ่ื ใหผ ูห นึ่งผูใ ดหลงเชือ่ วา เปนเอกสารท่แี ทจ รงิ
ÁÒμÃÒ òöù/ù ผใู ดใชห รอื มไี วเ พอื่ ใชซ ง่ึ หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ตองระวางโทษจาํ คุกตัง้ แตหน่ึงปถึงสบิ ป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผูใดจําหนายหรือมีไวเพื่อจําหนายซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ตอ งระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตส ามปถ ึงย่สี ิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท
การมีหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ จํานวนตั้งแตสองฉบับขึ้นไป
ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวามไี วเ พือ่ จาํ หนา ย
ถาผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเปนผูปลอมซ่ึงหนังสือเดินทาง
ตามมาตรา ๒๖๙/๘ ใหลงโทษตามมาตรานแี้ ตก ระทงเดยี ว
ñ.ò ¡ÒÃ㪌ËÃÍ× จํา˹ҋ  มี ๔ ความผิดคอื
¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ñ
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใช คือนําออกใชในลักษณะที่เปนหนังสือเดินทาง หากนําไปใชพับถุงกระดาษ
ไมเ ขา มาตราน้ี
(๒) หนงั สอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนหนังสือเดินทางปลอมและไดใช
หนงั สอื เดนิ ทางปลอมนน้ั
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) มไี ว
(๒) หนงั สือเดินทางปลอม

๗๔

ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา คอื รูว าเปนหนังสือเดนิ ทางปลอม และประสงคจะมีไว
(๒) มูลเหตุชักจงู ใจพิเศษ เพื่อใชหนังสอื เดนิ ทางปลอมนนั้ อยางหนังสือเดนิ ทาง
หากเกบ็ ไวเพือ่ เปน ตัวอยา งหรอื เพ่ือทาํ ลายเสีย ไมมีความผิดตามมาตรานี้
¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ó
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) จาํ หนา ย คอื การสงตอ ใหผอู ่ืนไมว า จะมีคาตอบแทนหรอื ไม
(๒) หนังสอื เดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õè ô
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ คอื มหี นังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ไว โดยมี
มูลเหตชุ ักจงู ใจพิเศษ คือ à¾Íè× จาํ ˹‹Ò แมจ ะยงั ไมท ันไดจาํ หนา ยออกไปกเ็ ปน ความผดิ สําเร็จ
¢ÍŒ Ê¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹¢Í§¡®ËÁÒ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคแรก) การมหี นงั สอื เดนิ ทางปลอม
ตั้งแต ๒ ฉบับขนึ้ ไป ใหสนั นษิ ฐานไวกอ นวา มไี วเพ่อื จําหนา ย เปน ขอ สันนิษฐานไมเด็ดขาด ผูกระทํา
สามารถนําสบื หักลา งได
º·ºÑÞÞÑμÔ¾ÔàÈÉ (มาตรา ๒๖๙/๙ วรรคส่ี) หากเปนการกระทําของผูท่ีปลอม
หนงั สอื เดินทางเองใหล งโทษตามมาตราน้เี พยี งกระทงเดียว
ÁÒμÃÒ òöù/ñð ผใู ดนาํ เขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ หนงั สอื เดนิ ทาง
ปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตั้งแตสองหมื่นบาท
ถงึ สองแสนบาท
ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคหนึง่ ไดกระทาํ ไปเพื่อจําหนาย ตองระวางโทษจําคกุ
ตัง้ แตส ามปถงึ ยีส่ บิ ป และปรับต้ังแตหกหมนื่ บาทถึงสแ่ี สนบาท
ñ.ó นาํ à¢ÒŒ Ê‹§ÍÍ¡
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) นําเขาในหรอื สงออกไปนอกราชอาณาจกั ร หมายถงึ ราชอาณาจกั รท่แี ทจรงิ
ตามมาตรา ๔ วรรคแรก เทานัน้
(๒) หนังสือเดนิ ทางปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๘
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
àËμàØ ¾ÔÁè â·É หากทาํ ไปเพ่อื จําหนาย ตอ งระวางโทษหนกั ข้ึน
ÁÒμÃÒ òöù/ññ ผใู ดใชหนังสอื เดินทางของผอู ืน่ โดยมิชอบในประการท่นี า จะกอ
ใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน
สองแสนบาท

๗๕

ผูใดจัดหาหนังสือเดินทางใหผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ตองระวางโทษ
เชน เดียวกัน

ò. ¡ÒÃ㪌˹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§ (·áÕè ·Œ¨Ã§Ô ) ¢Í§¼ŒÍÙ ×è¹â´ÂÁԪͺ
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใชหนังสอื เดินทางของผูอ่นื โดยมชิ อบ
(๒) ในประการท่นี า จะกอใหเกดิ ความเสียหายแกผูอ ่นื หรือประชาชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
ÇÃäÊͧ ลงโทษ ¼·ÙŒ ¨èÕ ´Ñ ËÒหนงั สอื เดนิ ทางใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ใชม เี ทา กนั

ó. ¡ÒáÃÐทํา¡Ñº´Ç§μÃÒ ÃÍÂμÃÒ ËÃ×Íá¼¹‹ »ÐμÃǨŧμÃÒ
มี ๔ ความผิด คอื (๑) ปลอม (๒) ใชด วงตรา รอยตราฯ ปลอม (๓) นําเขา สง ออก

ซึง่ ของปลอม และ (๔) ใชของจรงิ โดยมิชอบ
ÁÒμÃÒ òöù/ñò ผูใดทําปลอมขึ้นซ่ึงดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตรา

อนั ใชในการตรวจลงตราสาํ หรับการเดนิ ทางระหวา งประเทศ ตอ งระวางโทษจาํ คุกตั้งแตหนง่ึ ปถ งึ สบิ ป
และปรบั ตัง้ แตส องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท

¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ñ ปลอมดวงตรา รอยตราฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ทําปลอมขนึ้
(๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๓) อันใชในการตรวจลงตราสาํ หรบั เดินทางระหวางประเทศ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
“การปลอม” คือ การทาํ ใหเ หมือนของจรงิ แมไมเ หมอื นทง้ั หมดก็ตาม ทาํ นองเดยี วกับ
การปลอมเงนิ ตรา ท้งั นี้ตอ งมดี วงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจทีแ่ ทจ รงิ อยกู อ น
ÁÒμÃÒ òöù/ñó ผใู ดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะตรวจลงตราทที่ าํ ปลอมขน้ึ
ตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท
ถาผูกระทาํ ความผิดตามวรรคหนึ่งเปนผูปลอมซ่ึงดวงตรา รอยตราหรือแผนปะ
ตรวจลงตราตามมาตรา ๒๖๙/๑๒ ใหลงโทษตามมาตราน้แี ตก ระทงเดียว
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò ใชดวงตรา รอยตรา หรือแผนปะฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใช
(๒) ดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๓) อนั ใชในการตรวจลงตราสําหรบั เดินทางระหวางประเทศ

๗๖

ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา
ÇÃäÊͧ ถาผูใชดวงตราปลอมดังกลาว เปนผูปลอมเอง ใหลงโทษตามมาตราน้ี
เพยี งกระทงเดยี ว
ÁÒμÃÒ òöù/ñô ผใู ดนําเขา ในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั รซง่ึ ดวงตรา รอยตรา
หรือแผนปะตรวจลงตราซึ่งระบุไวในมาตรา ๒๖๙/๑๒ อันเปนของปลอม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแต
หนงึ่ ปถ ึงสบิ ป และปรับตง้ั แตสองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ó การนําเขา -สง ออกซ่งึ ดวงตรา รอยตราฯ ปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) นําเขาในหรอื สง ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
(๒) ซึง่ ดวงตรา รอยตรา หรอื แผนปะตรวจลงตราท่รี ะบไุ วในมาตรา ๒๖๙/๑๒
(๓) อันเปนของปลอม
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือรูวาเปนของปลอมและประสงคจะนําเขา
หรือสง ออกไปนอกราชอาณาจักร
ÁÒμÃÒ òöù/ñõ ผูใดใชดวงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตราอนั แทจริงท่ีใช
ในการตรวจลงตราสาํ หรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ ในประการทนี่ า จะกอ ใหเ กดิ ความเสยี หาย
แกผูอ่นื หรอื ประชาชนตองระวางโทษสองในสามสว นของโทษท่ีบัญญัติไวใ นมาตรา ๒๖๙/๑๓
¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ô
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ใชด วงตรา รอยตรา หรือแผน ปะตรวจลงตรา
(๒) อนั แทจ รงิ ทใ่ี ชใ นการตรวจลงตราสําหรบั การเดนิ ทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ
(๓) ในประการทนี่ าจะกอ ใหเกดิ ความเสียหายแกผ ูอ ื่นหรอื ประชาชน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ เจตนาธรรมดา คือ รวู าเปนของจรงิ และประสงคจะใชส ําหรับ
การเดินทางระหวา งประเทศโดยมชิ อบ แตไมจ าํ เปนตองรวู าการกระทาํ ของตนนาจะกอความเสยี หาย
อยางไร หรอื แมไมม ีผลเสียหายเกิดขนึ้ ก็เปน ความผดิ ได
ความผิดเก่ียวกับหนังสือเดินทางน้ีเก่ียวพันกับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร
การปลอมแปลง ดวงตรา รอยตรา และบางสวนของบัตรอเิ ล็กทรอนิกสด ว ย
®Õ¡Ò·Õè ñðùô/òõõò การท่ีจาํ เลยกับพวกรวมกันไปเอาเสีย ซ่ึงหนังสือเดินทาง
ประเทศออสเตรเลียและปลอมหนังสือเดินทางเลมดังกลาว โดยนํารูปถายของจําเลยมาติดแทนภาพ
ของผูมีช่ือในหนังสือเดินทาง จากน้ันจําเลยกับพวกไดปลอมรอยตราประทับบันทึกการตรวจอนุญาต
ใหคนเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของเจาพนักงานตํารวจตรวจคนเขาเมือง เปนการกระทําท่ี

๗๗

เกี่ยวเนื่องเช่ือมโยงโดยมีเจตนาเดียวกัน คือ เพ่ือใหจาํ เลยออกนอกราชอาณาจักร ความผิดฐาน
เอาไปเสียซ่ึงเอกสารของผูอ่ืนและความผิดฐานปลอมเอกสาร กับปลอมเอกสารราชการ จึงเปน
กรรมเดยี วเปนความผิดตอ กฎหมายหลายบท

®Õ¡Ò·èÕ ñò÷÷/òõó÷ การท่ีจําเลยเอาหนังสือเดินทางซ่ึงกระทรวงตางประเทศ
ออกใหแ ก ส. มาแกะเอาภาพถายของ ส. ทป่ี ด อยูปกหนาดา นในออกแลว เอาภาพถา ยของจาํ เลยปด
ลงไปแทน แมภ าพถา ยจะไมใ ชเ อกสารแตเ มอื่ นาํ ไปปด ในหนงั สอื เดนิ ทางดงั กลา วยอ มทําใหค วามหมาย
ทแ่ี ทจ รงิ เปลยี่ นแปลงไปวา จาํ เลยคอื นาย ส. และเปน หนงั สอื เดนิ ทางทกี่ ระทรวงตา งประเทศออกใหแ ก
จําเลยโดยตรง การกระทาํ ของจําเลยจึงเปนการปลอมเอกสารราชการและเม่ือจาํ เลยนาํ ไปแสดงตอ
เจาหนาท่ีตรวจคนเขาเมือง เพ่ือเดินทางออกไปและเขามาในราชอาณาจักร ยอมมีความผิดฐานใช
เอกสารราชการปลอมดว ย จาํ เลยใชห นงั สอื เดนิ ทางปลอมดงั กลา ว แสดงตอ เจา หนา ทตี่ รวจคนเขา เมอื ง
ท้ังขาเขาและขาออกคนละคราวกัน จึงเปนความผิดหลายกรรมตางกัน คร้ังแรกจําเลยปลอมเอกสาร
ราชการและใชเ อกสารปลอมดว ย มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดว ย
มาตรา ๒๖๕ ใหลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กระทงหนึ่ง ครั้งที่สองจําเลยเพียงแตใช
เอกสารปลอมฉบับเดิม มิไดทําปลอมข้ึนใหมมีความผิดฐานใชเอกสารปลอมอยางเดียวตาม
มาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดวยมาตรา ๒๖๔ อีกกระทงหนง่ึ เรยี งกระทงลงโทษตามมาตรา ๙๑

สรุปการต้งั ขอหา ๗๘

ลําดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ

๑. ปลอมเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปและปรับ ฎ.๑๐๖/๒๔๙๗
๒. ทําเอกสารปลอมขน้ึ ไมเ กนิ หกหม่ืนบาท ฎ.๒๔๖๓/๒๕๔๘
๒.๑ ทั้งฉบบั หรือแตสว นหน่ึงสวนใด ฎ.๙๐๒๖/๒๕๕๓
๒.๒ เติมหรือตัดทอนขอความ หรือแกไขดวยประการ ฎ.๑๑๔๓/๒๕๒๓
ใดๆ ในเอกสาร ฎ.๓๐๗๘/๒๕๒๕
๒.๓ ประทบั ตราปลอมหรือลงลายมอื ชือ่ ปลอม ฎ.๒๒๔๑/๒๕๒๓
๓. โดยประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน ฎ.๓๘๑/๒๔๗๕
(พฤติการณป ระกอบการกระทํา) ฎ.๖๒๖๖/๒๕๔๕
๔. โดยเจตนา ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗
๕. เพอื่ ใหผ หู นงึ่ ผใู ดหลงเชอ่ื วา เปน เอกสารทแ่ี ทจ รงิ (เจตนา ฎ.๑๕๗๒/๒๕๕๗
พิเศษ) ฎ.๗๖๙/๒๕๔๐

๒. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใด ๒๖๕ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงหาป ฎ.๑๖๗/๒๕๑๗
หรอื เอกสารราชการ ๒. ปลอม หรอื ปรบั ตั้งแตห น่ึงหมืน่ บาทถึงหนงึ่ แสนบาท ฎ.๑๕๗๒/๒๕๔๙
๓. เอกสารสทิ ธิหรือเอกสารราชการ ฎ.๒๔๔๑/๒๕๒๓
๔. เจตนา ฎ.๒๘๓๐/๒๕๒๔
ฎ.๑๐๓๘๕/๒๕๔๖
ฎ.๗๘๒/๒๕๔๗

ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ

๓. ปลอมเอกสารสิทธิ ๑. ผูใ ด ๒๖๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แต หนง่ึ ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ฎ . ๒ ๗ ๘ -
อันเปนเอกสาร ๒. ปลอม ตง้ั แตส องหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท ๒๗๙/๒๕๐๑
ราชการ พินัยกรรม ๓. เอกสารพเิ ศษดงั ตอ ไปนี้ ฎ.๑๗๖๔/๒๕๐๖
ใบหุน ตว๋ั เงนิ ๓.๑ เอกสารสิทธอิ ันเปนเอกสารราชการ ฎ.๑๕๑/๒๕๐๗(ป)
๓.๒ พนิ ัยกรรม ฎ.๕๕๗/๒๕๐๙
๓.๓ ใบหนุ ใบหนุ กู หรอื ใบสาํ คญั ของใบหนุ หรอื ใบหนุ กู ฎ.๑๓๘๕/๒๕๒๒
๓.๔ ตวั๋ เงิน ฎ.๒๙๑๗/๒๕๓๘
๓.๕ บตั รฝากเงนิ

๔. แจง ใหเ จา พนกั งานจด ๑. ผใู ด ๒๖๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือไมเกิน ฎ.๑๐๕๑/๒๕๐๕
ขอ ความอนั เปน เทจ็ ๒. แจงใหเ จาพนักงานผกู ระทาํ การตามหนา ที่ หกหมนื่ บาท ฎ.๕๖๑/๒๕๐๘
๓. จดขอความอันเปนเท็จ ฎ.๔๘๕/๒๕๒๒
๔. ลงในเอกสารมหาชน หรอื เอกสารราชการ ซง่ึ มวี ตั ถปุ ระสงค ฎ.๒๐๔๘/๒๕๔๗
สาํ หรบั ใชเปนพยานหลกั ฐาน
๕. โดยประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู นื่ หรอื ประชาชน
๖. โดยเจตนา

๗๙

ลาํ ดับ ขอ หา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๘๐

๕. ใชหรืออางเอกสาร ๑. ผูใ ด ๒๖๘ ÇÃäáá ตองระวางโทษดังท่ีบัญญัติไวใน ฎ.๑๖๕๔/๒๕๐๓(ป)
ปลอม ๒. ใชหรอื อาง มาตรานน้ั ๆ (มาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ฎ.๑๒๖๙/๒๕๐๓
๓. เอกสารอันเกิดจากการกระทําผิดตามมาตรา ๒๖๔ ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗) ฎ.๖๕๘/๒๕๑๓
มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรอื มาตรา ๒๖๗ ÇÃäÊͧ ถาผูกระทําความผิดตามวรรคแรก ฎ.๓๑๗/๒๕๒๑
๔. ในประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื หรอื ประชาชน เปนผูปลอมเอกสารนั้น หรือเปนผูแจงให ฎ.๑๑๔๑/๒๕๒๓
(พฤติการณประกอบการกระทํา) เจา พนกั งานจดขอ ความนนั้ เอง ใหล งโทษตาม ฎ.๑๙๖๙/๒๕๒๔
๕. โดยเจตนา มาตราน้กี ระทงเดยี ว ฎ.๑๘๙๕/๒๕๔๖
ฎ.๒๕๐๓/๒๕๔๘

๘๑

ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹

๑. หนงั สอื สัญญากยู ืมเงนิ ถือวาเปนเอกสารประเภทใด
๒. ใบอนญุ าตใหม ีอาวุธปน ถือวาเปนเอกสารประเภทใด
๓. การนําใบเสร็จรับเงินของการไฟฟาสวนภูมิภาค เพื่อใหผูอื่นหลงเช่ือวาเปนใบเสร็จ
ทแี่ ทจ รงิ อนั อาจนาํ ไปเรยี กเกบ็ เงนิ ซา้ํ ไดอ กี นนั้ แตไ มไ ดม กี ารลงชอื่ ในชอ งพนกั งานเกบ็ เงนิ วา ไดร บั เงนิ
ไวถูกตองแลว การกระทาํ ดังกลา วมีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม
๔. นายโฉด เอาปา ยทะเบยี นรถยนตอซี ซู ุ ที่ทางราชการออกใหไ ปตดิ ใชก บั รถยนตซ ูซกู ิ
ซงึ่ ปา ยทะเบยี นหลดุ หายไปเพราะนาํ้ ทว ม แลว นาํ รถยนตซ ซู กู คิ นั ดงั กลา วไปใชง านเพอื่ ใหค นหลงเชอื่ วา
หมายเลขปา ยทะเบยี นตามท่นี ายโฉด ทาํ เปน ของรถยนตซซู ูกิ นายโฉด มคี วามผดิ ขอ หาใด

๘๒

àÍ¡ÊÒÃ͌ҧͧÔ

เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.ิ์ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ .
คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป. กรงุ เทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหงเนติบัณฑิตยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พริน้ ติ้งแอนดพบั ลชิ ชิ่ง
บญุ เพราะ แสงเทียน.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทัว่ ไป.กรงุ เทพฯ:บรษิ ทั วทิ ยพฒั น
จาํ กดั
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คาํ อธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นติ บิ รรณาการ.
วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรงุ เทพฯ:อินเตอรบ คุ ส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรงุ เทพฯ:หางหนุ สวนจํากัด จิรัชการการพิมพ.

๘๓

º··Õè õ

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¾È

ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ÙŒ ÃÐจาํ º·

๑. เพ่อื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรคู วามเขา ใจ กฎหมายอาญาเก่ยี วกบั ความผิด
ฐานตา งๆ

๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา
ภาคเรียนที่ ๒

๓. เพอื่ ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจมคี วามรคู วามเขาใจเก่ียวกบั ความผดิ เก่ียวกับเพศ

ò. ʋǹนํา

นักเรียนนายสิบตํารวจจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ในเรื่องความผิด
เก่ียวกับเพศ ในเร่อื งการขม ขนื กระทาํ ชาํ เราในเร่ืองการขม ขนื กระทําชาํ เราผูอน่ื การกระทําชําเราเด็ก
อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ ชาํ เราทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ การกระทาํ อนาจาร การกระทาํ
อนาจารแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป การกระทาํ อนาจารทท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ผดิ ตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ การกระทาํ
ความผดิ ขม ขนื และกระทาํ อนาจารอนั ยอมความได การกระทาํ ความผดิ ฐานเปน ธรุ ะจดั หา การกระทาํ
ความผิดเกี่ยวกับการคาประเวณี การกระทําความผิดเก่ียวกับการคาส่ิงลามก ความตลอดจน
แนวคําพพิ ากษาทเี่ กี่ยวของเพอ่ื ใหน ักเรียนนายสิบตํารวจใชประกอบการเรยี นการสอน

ó. à¹é×ÍËÒ

ความผดิ เกย่ี วกบั เพศมกี ารแกไ ขลา สดุ ตามพระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
อาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซง่ึ มผี ลบังคบั ใชเ ม่อื วนั ท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยมีการปรบั ปรงุ
บทนยิ ามคาํ วา “กระทาํ ชาํ เรา” โดยมเี จตนารมณใ หส อดคลอ งกบั ลกั ษณะการกระทาํ ชาํ เราตามธรรมชาติ
รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเก่ียวกับเพศบางประการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช
กฎหมาย และเพ่อื ใหความคุมครองบคุ คลซึ่งถกู กระทาํ ทางเพศกลุมตาง ๆ มากยิ่งขน้ึ เชน เดก็ ผูอยู
ภายใตอํานาจของผูกระทําและไมสามารถปกปองตนเองได อีกท้ังเพ่ือปองปรามมิใหมีการกระทําท่ี
เปนการเอาเปรียบหรือรบั ประโยชนจากผูซ่งึ คาประเวณีหรอื จากการคาประเวณี

๘๔

¡Òâ‹Á¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ

ÁÒμÃÒ ò÷öñ ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอ่ืนโดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลัง
ประทุษราย โดยผูอ่ืนนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหผูอื่นน้ันเขาใจผิดวา
ตนเปนบคุ คลอืน่ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตสี่ปถ งึ ย่ีสิบป และปรับตง้ั แตแปดหมนื่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทํามี
อาวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนสห่ี มน่ื บาท
ถึงส่ีแสนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใช
อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ
เดียวกนั ตองระวางโทษจําคุกตัง้ แตสบิ หา ปถ ึงยีส่ บิ ป และปรับตง้ั แตส ามแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรือ
จําคุกตลอดชีวิต

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ ความผดิ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนน้ั
ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได
หรอื จะกาํ หนดเงอื่ นไขเพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษกไ็ ด ในกรณที ศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษ
จําคุกและคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยาตอไป และประสงคจะหยา
ใหคสู มรสฝายน้ันแจงใหศ าลทราบ และใหศาลแจง พนักงานอัยการใหด ําเนนิ การฟองหยา ให

ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
(๑) ผใู ด
(๒) ขม ขนื กระทําชําเรา

โดยวธิ ีการอยางใดอยางหนงึ่ ดงั ตอ ไปน้ี
(ก) โดยขเู ขญ็ ดวยประการใด ๆ
(ข) โดยใชกําลังประทุษรา ย
(ค) โดยผูอ นื่ อยใู นภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรอื
(ง) โดยทําใหผ อู ่นื นน้ั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอน่ื
(๓) ผอู ่ืน
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
๑. เจตนาธรรมดา (ม.๕๙)
๒. เจตนาพเิ ศษ เพ่ือสนองความใครของผูกระทํา

๑ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๘๕

͸ԺÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ
๑) คําวา “¢‹Á¢×¹” หมายถึง การขืนใจ คือ ไดกระทําชําเราโดยผูอ่ืนมิไดสมัครใจ
หากยินยอมโดยสมัครใจก็มใิ ชการขมขืนและการขมขนื ในทีน่ อี้ าจทําโดยวธิ อี ยา งใดอยา งหน่งึ ดงั นี้

(¡) â´Â¢àÙ‹ ¢çÞ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ
ตัวอยางเชน ชักมดี ออกมาขใู หย อมกระทาํ ชําเรา มฉิ ะน้ันจะแทง (คาํ พิพากษา

ศาลฎีกาท่ี ๑๒๔/๒๔๕๘), ขูวาหากไมถอดเสื้อผาจะยัดเยียดขอหายาบาใหและหยิบอาวุธปนมาขู
ผเู สยี หายกลวั จงึ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๕๗๙๓/๒๕๔๔) นายจา งขลู กู จา งซงึ่ เปน
แรงงานตางดาววาหากไมยินยอมใหกระทําชําเราจะสงตัวไปใหเจาพนักงานตํารวจดําเนินคดีในขอหา
หลบหนเี ขา เมอื ง (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๗๒๑/๒๕๔๙)

(¢) â´ÂãªกŒ ําÅѧ»ÃзØÉÃŒÒÂ
ตัวอยางเชน ใชกําลังจับแขนขาของหญิงไวแลวกระทําชําเรา (คําพิพากษา

ศาลฎกี าท่ี ๘๐๕/๒๔๙๐), ชกตอ ยใหห ญงิ ยนิ ยอมใหก ระทาํ ชาํ เรา (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๐/๒๕๓๔)
(¤) â´Â¼ÙŒÍ¹è× ¹¹éÑ Í‹ãÙ ¹ÊÀÒÇзèäÕ Á‹ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢¹× ä´Œ
ตัวอยางเชน ชําเราหญิงขณะหญิงเมาสุราหมดสติอยูในสภาวะที่ไมสามารถ

ขดั ขนื ได (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๓๘๒/๒๕๒๒), กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายทม่ี สี ภาพกายพกิ าร ขาทงั้ สองขา ง
ไมสามารถใชก ารได (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๐๐๘/๒๕๕๔)

(§) â´Â·íÒã˼Œ ͌٠è¹× ¹Ñ¹é ࢌÒ㨼´Ô ¤Ô´ÇÒ‹ μ¹à»š¹ºØ¤¤ÅÍè¹×
หมายความวา ทาํ ใหผ อู น่ื สาํ คญั ผดิ ในตวั บคุ คลเปน คนละคน ไมใ ชส าํ คญั ผดิ ใน

คณุ สมบตั ิของบุคคลผนู ้นั
ตวั อยา งเชน หญงิ มสี ามขี ณะนอนหลบั จาํ เลยแกลง วดิ นาํ้ ออกจากเรอื ทาํ ใหห ญงิ

เขา ใจผดิ คดิ วา เปน สามขี องหญงิ กลบั มา แลว จาํ เลยกระทาํ ชาํ เราโดยทหี่ ญงิ ไมร ตู วั และคดิ วา จาํ เลยเปน
สามี เชน นจ้ี าํ เลยมคี วามผดิ ฐานขมขืนกระทําชําเรา (คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๓/๒๔๖๒)

ò) ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒ
μÒÁº·¹ÔÂÒÁ ÁÒμÃÒ ñ (ñø) “¡ÃÐทําชําàÃÒ” หมายความวา กระทาํ เพ่ือสนอง

ความใครของผูกระทาํ โดยการใชÍÇÑÂÇÐà¾ÈของผูกระทําÅÇ‹ §ล้ําÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรือª‹Í§»Ò¡
ของ¼ŒÍÙ ×è¹

¢ÍŒ Êѧà¡μ
๑. องคป ระกอบในสว นของการกระทาํ จะตอ งเปน การใชÍ ÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼¡ŒÙ ÃÐทาํ
ÅÇ‹ §ลา้ํ เทา นนั้ ÊÇ‹ ¹ÇμÑ ¶áØ Ë§‹ ¡ÒáÃÐทาํ คอื ÍÇÂÑ ÇÐà¾È ·ÇÒÃ˹¡Ñ หรอื ªÍ‹ §»Ò¡ของผอู นื่ โดยมàี ¨μ¹Ò
¾àÔ ÈÉ คือ à¾Í×è ʹͧ¤ÇÒÁã¤Ãข‹ องผูกระทาํ จงึ จะเปน ¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒตามกฎหมายทแ่ี กไ ขใหม

¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒสําเรจ็ จะตอ งปรากฏวา อวยั วะเพศของฝา ยชายไดÅ Ç‹ §ÅéÒí ËÃÍ×
ÊÍ´ãÊเ‹ ขา ไปในชอ งสงั วาสหรอื อวยั วะเพศของฝา ยหญงิ áÁ¨Œ ÐÁ¡Õ ÒÃÅÇ‹ §ลา้ํ à¢ÒŒ ä»à¾ÂÕ §àÅ¡ç ¹ÍŒ ¡àç »¹š

๘๖

¤ÇÒÁสําàÃç¨ โดยไมจ ําเปน จะตอ งมรี อยฉีกขาดที่ชองคลอด ปากมดลกู หรอื ทีเ่ ยือ่ พรหมจารี หรอื มีการ
สําเรจ็ ความใครหรือไม

μÑÇÍÂÒ‹ §
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ññóó/òõðù จําเลยไดกระทําชําเราผูเสียหาย
จนของลบั ของจาํ เลยไดเ ขา ไปในของลบั ผเู สยี หายราว ๑ องคลุ ี เชน น้ี ถอื ไดว า เปน การกระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็
ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ แลว การทที่ างพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี า้ํ อสจุ ิ
ของจําเลยออกมาอยูท่ีของลับของผูเสียหายหรือท่ีของลับของจําเลยน้ันเปนเรื่องสําเร็จความใครแลว
หรอื ไม เปน อกี สว นหนึง่ ไมเปนเหตุใหเห็นวา จาํ เลยกระทําชาํ เราไมส าํ เรจ็ หรือเปน เพยี งขั้นพยายาม
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ñöôö/òõóò ความผิดฐานขม ขนื กระทาํ ชาํ เรานนั้
เมอื่ อวยั วะเพศของจาํ เลยไดล ว งลาํ้ เขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายแลว แมจ าํ เลยไมส าํ เรจ็ ความใคร
กเ็ ปนความผดิ สาํ เรจ็
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ øôø/òõôø จาํ เลยนาํ อวยั วะเพศของจาํ เลยใสอ วยั วะเพศ
ของผูเสียหายท่ี ๑ และไดความจากแพทยผูตรวจพิสูจนผูเสียหายที่ ๑ วาพบเย่ือพรหมจารีฉีกขาด
ดังนี้ แสดงวาอวัยวะเพศของจาํ เลยไดล วงลํ้าเขาไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายที่ ๑ แลว การกระทํา
ของจําเลยจึงเปน ความผิดฐานกระทําชาํ เราเดก็ หญิงอายยุ ังไมเ กินสบิ สามปต าม ป.อ. มาตรา ๒๗๗
วรรคสอง สว นจาํ เลยจะสําเรจ็ ความใครห รือไมยอมมใิ ชสาระสาํ คญั
๒. หากชายมิไดเอาของลับของตนÊÍ´ãÊ‹ไปในของลับของหญิง เพียงแตถูไถ
ทป่ี ากชอ งคลอดมคี าํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๘๗๔/๒๔๙๑, ๑๗๐๖/๒๔๙๘, ๔๑๖๖/๒๕๔๗, ๑๓๙๐/๒๕๕๕
และ ๕๔๔๘/๒๕๕๗ μÑ´ÊÔ¹ÇÒ‹ ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¾ÂÒÂÒÁ¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒ
μÑÇÍ‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õôôø/òõõ÷ จําเลยเพยี งใชอ วยั วะเพศของจาํ เลย
ถูไถเสียดสีกับอวัยวะเพศของผูเสียหาย โดยเจตนากระทําชําเราแตเมื่อมิไดสอดใสจึงยังไมเปนการ
กระทําชําเราสําเรจ็ ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคสอง จําเลยคงผิดฐานพยายามกระทาํ ชําเรา
๓. ดังไดกลาวแลววา การกระทําชําเราตามกฎหมายใหมตองเปนใชÍÇÑÂÇÐà¾È
ของผูกระทําลวงลํ้าเทานั้น หากเปนการใชÊÔè§Íè׹㴠(วัตถุ) หรืออวัยวะอื่นซ่ึงไมใชÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลํ้า
ÍÇÑÂÇÐà¾Èหรอื ·ÇÒÃ˹ѡของผถู กู กระทํากä็ Á‹à»¹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¢‹Á¢×¹กระทําชาํ เราตามมาตรา ๒๗๖
วรรคหนึง่ หรือฐาน¡ÃÐทําชาํ àÃÒà´ç¡ตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เพราะไมใ ชเ ปน การใช
ÍÇÑÂÇÐà¾Èลวงล้ํา แตการกระทําดังกลาวผูกระทําอาจมีความผิดฐานกระทําอนาจารโดยการลวงล้ํา
ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง หรอื มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่หรือวรรคหา แลว แตก รณี ซึ่งจะไดก ลาวตอ ไป
๔. มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งที่แกไขใหมบัญญัติวา “ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอื่น
...” และมาตรา ๑ (๑๘) บญั ญตั ิวา “การกระทําชําเรา หมายความวา กระทําเพ่ือสนองความใครข อง
ผกู ระทําโดยการใชอ วัยวะเพศของผกู ระทาํ ลว งล้าํ อวัยวะเพศ ทวารหนกั หรอื ชอ งปากของผอู น่ื ”

๘๗

ตามบทบญั ญตั ดิ งั กลา วจะเหน็ ไดว า ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ กฎหมายใชค าํ วา “ผใู ด” และ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ
กฎหมายใชค ําวา “ผูอ่นื ” ดังนนั้ ผกู ระทาํ และผูถูกกระทาํ อาจเปนà¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ คือ ชายกระทํากับชาย
หรอื หญิงกระทาํ กับหญิงกไ็ ด หรือμÒ‹ §à¾È¡¹Ñ คือ ชายกระทาํ กบั หญิง หรอื หญิงกระทาํ กับชาย ก็ได
หรอื เปน ¤‹ÙÊÁÃÊกนั คือ สามีกระทําตอภริยา หรอื ภรยิ ากระทาํ ตอ สามีก็ไดเชนกัน

¡Ã³ªÕ Ò¡ÃÐทาํ μÍ‹ ËÞ§Ô ตอ งเปน การใชอ วยั วะเพศของชายลว งลาํ้ หรอื สอดใสเ ขา ไป
ในอวยั วะเพศ ทวารหนักหรือชอ งปากของหญงิ

¡Ã³ÕªÒ¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ดว ยกนั ตอ งเปนการใชอ วยั วะเพศของชายผกู ระทาํ ลว งลํ้า
หรือสอดใสเขาไปในทวารหนกั หรือชองปากของชายผถู ูกกระทาํ

ทงั้ นี้ การãªÍŒ ÇÂÑ ÇÐà¾Èของชายผกู ระทาํ μÍ‹ ¼¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ นนั้ ผกู ระทาํ อาจจะอยใู นสภาพ
หรือเปน ฝา ย active (เคลอ่ื นไหวเอง) กไ็ ด เชน ชายใชอ วัยวะเพศของตนŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èของหญิง
·ÇÒÃ˹ѡของชายหรอื หญิง หรือªÍ‹ §»Ò¡ของชายอนื่ หรือหญิง

หรอื อาจจะอยใู นสภาพหรอื เปน ฝา ย passive (อยเู ฉยๆ) กไ็ ดเ ชน ชายบงั คบั ใหห ญงิ
หรอื ชายอนื่ ÍÁÍÇÑÂÇÐà¾Èของตน

ทั้งสองกรณีดังกลาวถือไดวาเปนการกระทําชําเราตามกฎหมายที่แกไขใหม (เทียบ
ไดกับคําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๐๙/๒๕๕๓ ซึ่งไดตัดสินตามกฎหมายเดิมวา การที่จําเลย (ชาย)
ใหเ ดก็ หญงิ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป อมอวยั วะเพศของจาํ เลย เปน การกระทาํ ชาํ เราเดก็ หญงิ ตาม ป.อ.มาตรา
๒๗๗ วรรคสอง เพราะเปน การใชอ วยั วะเพศของจาํ เลยกระทาํ กับชอ งปากของเดก็ หญงิ ซ่งึ เปน กรณี
จําเลยอยูในสภาพหรือเปน ฝาย passive เชนกนั ศาลฎีกากต็ ดั สินวา เปน การกระทําชําเราเดก็ )

Ëҡ໚¹¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍªÒ ตองเปนกรณีใหอวัยวะเพศของชายผูถูกกระทํา
ลว งล้ําเขาไปในอวัยวะเพศของหญิงผูกระทํา

ตวั อยา งเชน นาง ก. แตง กายโปป ลกุ อารมณท างเพศของ ด.ช. ข. อายุ ๑๔ ป จากนนั้
นาง ก. ใชอ วัยวะเพศของตนลว งล้ําอวัยวะเพศ ด.ช. ข. ดงั นี้ ถอื วาการกระทําของ นาง ก. เปนการ
กระทาํ ชําเรา ด.ช. ข. แลว

¡Ã³ÕËÞÔ§¡ÃÐทําμ‹ÍËÞÔ§ จะเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา นาจะไมได
โดยสภาพหญงิ ไมอาจใชอ วยั วะเพศของตนลว งล้ําอวยั วะเพศของหญงิ ผถู กู กระทําได

แตมีประเด็นนาคิดวา กรณีหญิงแปลงอวัยวะเพศเปนชาย (หากในอนาคตแพทย
สามารถแปลงอวยั วะเพศหญงิ เปน อวยั วะเพศชายไดแ ลว ) แลว ใชอ วยั วะเพศลว งลา้ํ อวยั วะเพศของหญงิ
ผูถูกกระทําเพื่อสนองความใครของตนจะถือเปนการกระทําชําเราไดหรือไม เห็นวา กรณีเชนวาน้ี
ตองถือวาอวัยวะเพศชายท่ีแปลงมาเปนอวัยวะเพศของหญิงดวย เมื่อหญิงใชอวัยวะเพศชายที่แปลง
มาลวงล้าํ อวัยวะเพศหญิงผูถูกกระทาํ เพ่ือสนองความใครของตน ก็นาจะเปนการกระทําชาํ เราตาม
กฎหมายไดเชนกัน

๘๘

õ. ¼ÙŒÃ‹ÇÁ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ เน่ืองจากการขมขืนกระทําชําเราเปนความผิดท่ีรวมกัน
กระทําความผิดไดเชนเดียวกับความผิดอื่นๆ ท่ัวไป เมื่อรวมกันกระทําผิดเปนμÑÇ¡ÒÃได ก็ยอมเปน
¼ÙŒãªŒตามมาตรา ๘๔ หรอื เปนผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๖ ไดเชนกัน

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òð÷ó/òõó÷ จาํ เลยท่ี ๑ กระทําชําเราดว ยความยินยอม
ของผูเสียหายจึงไมมีความผิดฐานขมขืนกระทําชําเรา แตจําเลยทั้งสองไดสมคบรวมคิดกันมากอนวา
จะใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขนื กระทําชาํ เราผเู สยี หาย เมื่อจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ ชาํ เราผเู สียหายเสรจ็ แลว จําเลย
ที่ ๑ ก็ออกจากหองไป เปด ประตไู วใหจาํ เลยที่ ๒ เขา ไปขมขนื กระทําชําเราผเู สยี หายถือไดว าเปนการ
ชวยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกจาํ เลยที่ ๒ ในการกระทาํ ความผดิ จําเลยท่ี ๑ จงึ มคี วามผดิ ฐานเปน
ผูสนบั สนุนจําเลยท่ี ๒ ในการกระทาํ ความผิดฐานขม ขนื กระทําชําเราผูเสยี หาย

ó) ¼ÍŒÙ è×¹
คําวา “¼ÙÍŒ ×¹è ” ในทนี่ ี้คือผถู ูกกระทํา ซง่ึ อาจเปน à¾Èà´ÂÕ Ç¡¹Ñ μÒ‹ §à¾Èหรือ¤ÊÙ‹ ÁÃÊ

กันกไ็ ด
ô) à¨μ¹Ò
ในสวนของเจตนาผูกระทําจะตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ ทานศาสตราจารยจิตติ

ตงิ ศภทั ย ไดอ ธบิ ายวา ถา มàี ¨μ¹Ò¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ แมไ มส ามารถกระทาํ ไดส าํ เรจ็ กเ็ ปน ความผดิ ฐาน¾ÂÒÂÒÁ
ถา เจตนาเพียง¡ÃÐทาํ ÀÒ¹͡ ไมประสงคใ หของลบั ลวงลาํ้ เขามาภายในชอ งสงั วาสของหญงิ ไมเ ปน
ความผดิ ฐานพยายามขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา แตอ าจเปน การกระทาํ ͹ҨÒÃเทา นน้ั (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี า
ที่ ๓๑๑/๒๔๙๐, ๑๓๑๖/๒๕๐๘, ๒๘๗๘/๒๕๒๒)

อนง่ึ การกระทาํ ชาํ เราตามกฎหมายใหมต อ งกระทาํ à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ãข‹ อง¼¡ŒÙ ÃÐทาํ
อันเปนà¨μ¹Ò¾àÔ ÈÉ
¡Ã³Õ¼ŒÙ¡ÃÐทาํ ¼Ô´μÍŒ §ÃѺâ·ÉÊÙ§¢é¹Ö (ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ, ÇÃäÊÒÁ)

ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ การกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง ผูกระทาํ ตองรบั โทษหนักขึน้
ถาä´Œ¡ÃÐทําâ´ÂทําãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¡ÃÐทําࢌÒã¨Ç‹Ò¼ÙŒ¡ÃÐทําÁÕÍÒÇØ¸»„¹ หรือÇÑμ¶ØÃÐàºÔ´ตองระวางโทษจําคุก
ต้งั แตเจด็ ปถ งึ ยี่สิบปแ ละปรับต้งั แตห น่ึงแสนส่ีหมื่นบาทถึงสีแ่ สนบาท

͸ԺÒÂ
บทบญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๗๖ วรรคสองน้ี เปน บทบญั ญตั ทิ ไ่ี ดม กี ารแกไ ขใหม โดยองคป ระกอบ
ความผดิ ทส่ี ําคญั คือ การทาํ ใหผถู ูกกระทําเขาใจวา ผูก ระทํามอี าวธุ ปน หรือวัตถรุ ะเบิด
ตวั อยา งเชน นายดาํ ใชป น ของเลน หรอื ปน บบี กี นั ขใู หน างสาวแดงยนิ ยอมใหต นกระทาํ ชาํ เรา
ซึ่งนางสาวแดงเขาใจวาเปนปนของจริง ในกรณีแมนายดําจะไมมีอาวุธปนติดตัวมาก็ดี หากนายดํา
ไดก ระทาํ ใหน างสาวแดงเขา ใจวา อาวธุ ปน ปลอมทนี่ ายดาํ ใชข เู ขญ็ หรอื สงิ่ ทอี่ ยใู นกระเปา สะพายของนายดาํ
ดังกลาวเปนอาวธุ ปน เชนนีก้ ็เปนความผิดท่นี ายดําจะตอ งรับโทษสงู ข้นึ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
อนั เปน เหตุฉกรรจข องมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึง่

๘๙

ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน
หรือวตั ถรุ ะเบดิ หรือโดยใชอ าวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ
หรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกัน ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแต
สามแสนบาทถงึ สี่แสนบาทหรอื จาํ คุกตลอดชีวติ

͸ºÔ ÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ การกระทําความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้นึ
ถา
๑) ไดกระทําโดยมอี าวุธปนหรือวตั ถรุ ะเบิด
๒) ไดกระทาํ โดยใชอาวธุ
๓) ไดก ระทาํ โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ
กับชายในลกั ษณะเดยี วกัน
¢ŒÍÊѧà¡μ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ กวา วรรคสอง
แยกพิจารณาได ๒ ประการดังนี้
(ñ) ä´¡Œ ÃÐทาํ â´ÂÁÍÕ ÒÇ¸Ø »¹„ ËÃÍ× ÇÑμ¶ÃØ ÐàºÔ´

หากอาวธุ นนั้ คอื ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ เพยี งแตม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ã¹¢³Ð¢Á‹ ¢¹×
¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ áÁ¼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ ÁäÔ ´ãŒ ªกŒ เ็ ปน ความผดิ ตามวรรคสามแลว แตถ า เปน ÍÒÇ¸Ø ÍÂÒ‹ §Í¹è× ตอ งมกี าร㪌
ดวยจึงจะมคี วามผิดตามวรรคสาม

(ò) â´Â㪌ÍÒǸØ
คําÇ‹Ò “â´Â㪌ÍÒÇØ¸” ตามกฎหมายที่แกไขใหม หมายถึง ÍÒÇØ¸»ÃÐàÀ·ã´ก็ได

ซึ่งอาวุธในท่ีน้ีหมายรวมถึงส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซึ่งไดใชหรือเจตนาจะใชนาจะประทุษราย
รา งกายหรอื อนั ตรายสาหสั อยา งอาวธุ ตามความหมายใน ป.อ.มาตรา ๑ (๕) และตอ งเปน การใชใ นขณะ
กระทาํ ความผดิ ตวั อยา งเชน การใชม ดี คตั เตอรแ มจ ะเปน อาวธุ โดยสภาพ แตถ า จะเอามาใชข ม ขผู เู สยี หาย
ทกุ ครั้ง จึงถอื เปน อาวุธโดยเจตนาจะใช (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๔๐๐/๒๕๓๘)

μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ø÷/òõõñ จาํ เลยนําอาวธุ มดี ทต่ี ดิ ตวั ออกมาวางบรเิ วณเสอื่
ทจี่ ดั เตรยี มไวแ ลว จงึ กระทําชาํ เราผเู สยี หาย โดยผเู สยี หายมไิ ดย นื ยนั วา จําเลยใชอ าวธุ มดี ขเู ขญ็ บงั คบั ให
ผเู สยี หายยอมใหจ ําเลยกระทําชาํ เรา เมอ่ื จาํ เลยสําเรจ็ ความใครแ ลว จําเลยนาํ อาวธุ มดี มาถอื ไวแ ละขม ขู
ผูเสียหายมิใหบอกแกผูอื่นวาถูกจําเลยกระทําชาํ เรา «è֧໚¹¡ÒÃ㪌ÍÒÇØ¸ÁÕ´ËÅѧ¨Ò¡·ÕèจําàÅ¡ÃÐทาํ
ชําàÃÒ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂáÅŒÇ ซง่ึ เปน ความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ
แมผูกระทําการขมขืนกระทาํ ชาํ เราผูอื่นจะไมมีปน แตหากผูที่รวมกระทาํ ดวยกันมีปน
ผกู ระทําก็ตองรับโทษหนกั ขึ้นตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม

๙๐

μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè øùñ/òõòñ จาํ เลยขมขืนชําเราหญงิ โดยพวกของจําเลยมีปน
บงั คบั ไมใ หค นอนื่ ชว ยหญงิ จาํ เลยรว มกระทาํ กบั พวกทมี่ อี าวธุ ปน จําเลยตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ตามมาตรา
๒๗๖ วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè ó÷ô/òõòö โจทกร ว มยอมไปโรงแรมกบั จําเลยท่ี ๒ เพราะหลงกล
อุบายหลอกลวงวาสามีโจทกรวมนอกใจ ใหไปจับผิดสามี แลวจาํ เลยท่ี ๑ สามีจาํ เลยที่ ๒ ไดเขามา
ชว ยกันถอดเส้ือผา และจําเลยที่ ๒ ä´ãŒ ªŒ»¹„ บังคับขเู ข็ญ ขณะจําเลยท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร วม
จําเลยที่ ๒ กถ็ า ยภาพไว จําเลยทง้ั สองจงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราโจทกร ว มโดยมแี ละ
ใชอ าวุธปนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤×ÍÇÃäÊÒÁ), ๘๓
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè òò÷/òõòù จําเลยที่ ๑ ใชอ าวุธปนขูบ งั คับหญงิ ผเู สยี หายให
ยอมใหจ ําเลยท่ี ๒ กระทาํ ชาํ เราโดยจาํ เลยท่ี ๑ มไิ ดก ระทําชาํ เราผเู สยี หายดว ยถอื ไมไ ดว า จาํ เลยทง้ั สอง
ไดรวมกันขมขืนกระทาํ ชําเราผูเสียหายอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงแตถือเปนตัวการรวมกันขมขืน
กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยมีหรือใชอาวุธปนอันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
(»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ)
¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËNjҧÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ
กรณวี รรคสองแมผ กู ระทําไมม อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ แตถ า ไดก ระทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา
ผมู อี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ กเ็ ขา องคป ระกอบเหตฉุ กรรจท มี่ โี ทษหนกั กวา การขม ขนื กระทาํ ชาํ เราทวั่ ไป
ตามวรรคหน่งึ
สว นวรรคสาม เปน กรณีทีผ่ ูกระทาํ ตอ งมีอาวุธปนหรอื วตั ถุระเบิดในขณะกระทําความผดิ
จงึ จะครบองคประกอบเหตุฉกรรจตามวรรคสามน้ี
(ó) â´ÂÃÇ‹ Á¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ´ÇŒ ¡¹Ñ Í¹Ñ ÁÅÕ ¡Ñ ɳÐ໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ËÃÍ× ¡ÃÐทํา¡ºÑ ªÒÂ
ã¹Å¡Ñ ɳÐà´ÂÕ Ç¡Ñ¹

¢ŒÍ椄 à¡μ
๑. การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒüŴÑ
à»ÅÂÕè ¹¡Ñ¹¢Á‹ ¢×¹¡ÃÐทําชําàÃÒμé§Ñ áμ‹Êͧ¤¹¢¹éÖ ä» (คําพิพากษาศาลฎกี าที่ ๑๒๐๒/๒๕๒๙) โดยμÍŒ §ÁÕ
¡ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¡ÃзÒí ¤ÇÒÁ¼´Ô ประการหนง่ึ และ¡ÒáÃÐทาํ ·ÃèÕ Ç‹ Á¡¹Ñ ¹¹Ñé à¢ÒŒ Å¡Ñ É³ÐÍ¹Ñ à»¹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô
อีกประการหน่งึ ดว ย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าที่ ๓๘๖๓/๒๕๓๓)
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ öö÷/òõòñ จําเลยที่ ๒ กบั พวกอกี หนงึ่ คนรว มกนั ขม ขนื
กระทําชาํ เราผูเสียหายโดยพวกของจําเลยจับขาผูเสียหายไวใหจาํ เลยท่ี ๒ ขมขืนกระทําชําเรากอน
เสร็จแลว จําเลยท่ี ๒ มายนื คมุ ใหพวกของตนขม ขืนกระทําชําเราอกี จนสาํ เร็จความใครค นละครงั้ เชนนี้
เขา ลกั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)

๙๑

๒. การโทรมหญิงผูลงมือกระทําตองมากกวาหน่ึงคนผลัดเปลี่ยนกันกระทาํ
อยางนอย¤¹ÅФÃéѧดวย (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๑๖๘๕/๒๕๐๓ (ประชุมใหญ), ๑๙๙๒/๒๕๑๗,
๖๗๗/๒๕๒๑)

๓. แมค นหนง่ึ กระทาํ ชาํ เราสาํ เรจ็ ความใคร แตอ กี คนหนง่ึ แคพ ยายามขม ขนื กระทาํ
ชําเรา ก็ยงั ถอื วา เปน การโทรมหญงิ แลว (คําพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๐๐๗/๒๕๓๒ (ประชุมใหญ))

μÑÇÍ‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óðð÷/òõóò (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ การทจี่ าํ เลยกบั พวกรว มกนั
บกุ รกุ เขา ไปในบา นของผเู สยี หายในเวลากลางคนื โดยจาํ เลยมอี าวธุ มดี พวกของจาํ เลยมอี าวธุ ปน แลว
จําเลยไดใชอาวุธมีดจ้ีบังคับกระทําชําเราผูเสียหาย ในขณะเดียวกันนั้นพวกของจําเลยไดใชอาวุธปน
จบ้ี งั คบั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราพวกของผเู สยี หายอกี คนหนง่ึ ซงึ่ นอนอยบู นเตยี งเดยี วกนั นนั้ จาํ เลยมคี วามผดิ
ฐานรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราหญงิ ซง่ึ มใิ ชภ รยิ าของตนโดยขเู ขญ็ ใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยและไดร ว มกนั กระทาํ
โดยมีหรือใชอ าวธุ ปน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง (»¨˜ ¨ºØ ѹ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
เม่ือจําเลยขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายแลว พวกของจําเลยไดผละจากพวกของ
ผูเสียหายมาขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายตออีก แมพวกของจําเลย¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöÊÍ´ãÊ‹ÍÇÑÂÇÐà¾È
à¢ÒŒ ä»ã¹ÍÇÂÑ ÇÐà¾È¢Í§¼ŒÙàÊÕÂËÒÂä´Œ แตก ไ็ ดลงมอื กระทําการขมขนื กระทาํ ชําเราผูเสียหายจนถงึ ข้นั
พยายามแลว การทจี่ าํ เลยกบั พวกผลัดเปลี่ยนกนั กระทําชาํ เราผูเสียหายตอ เน่อื งกัน ถอื ไดว า เปนการ
รว มกนั กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ)
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñöóð/òõôô จําเลยกับพวกรวมกันกระทําผิด แมจะ
ปรากฏวา หลงั จากจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายเสรจ็ แลว พวกของจาํ เลยคนหนง่ึ ทร่ี ว มกนั มาฉดุ
ผเู สยี หายไปขม ขนื กระทาํ ชาํ เราซง่ึ เขา ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราเปน คนตอ มาจะไมส ามารถสอดใสอ วยั วะเพศ
ของตนเขา ไปในอวยั วะเพศของผเู สยี หายไดเ พราะอวยั วะเพศไมแ ขง็ ตวั กต็ าม แตก ารทพ่ี วกของจาํ เลย
พยายามสอดใสอ ยนู าน ๑๐ นาที กแ็ สดงใหเ หน็ เจตนาทจี่ ะรมุ กนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย การกระทาํ
ของจาํ เลยกบั พวกจงึ ไดช อ่ื วา เปน การรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ
๔. แตถ า คนหนงึ่ กระทาํ ชาํ เราจนสาํ เรจ็ แตอ กี คนหนงึ่ 处 äÁ¶‹ §Ö ¢¹Ñé ¾ÂÒÂÒÁ¢Á‹ ¢¹×
¡ÃÐทาํ ชําàÃÒ กรณนี ย้ี ังäÁ¶‹ ×ÍÇ‹Ò໚¹¡ÒÃâ·ÃÁËÞÔ§ ทง้ั สองคนมคี วามผดิ ฐานเปน ตวั การรว มกนั ขมขืน
กระทําชําเราตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งประกอบมาตรา ๘๓ เทา นัน้
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòðò/òõòù การรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะ
เปน การโทรมหญงิ นน้ั μÍŒ §Á¡Õ ÒÃÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¼Å´Ñ à»ÅÂÕè ¹¡¹Ñ ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒμ§Ñé áμÊ‹ ͧ¤¹¢¹Öé ä» จาํ เลย
ท่ี ๑ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายà¾ÂÕ §¤¹à´ÂÕ Ç จาํ เลยท่ี ๒ 处 äÁä‹ ´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ´ÇŒ  เพยี งแต
กอดจูบและกดผูเสียหายใหจําเลยท่ี ๑ ขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายเทาน้ัน ดังน้ีลักษณะการกระทํา

๙๒

ดงั กลา วของจาํ เลยท่ี ๒ เปน เพยี งตวั การรว มกระทาํ ผดิ ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราดว ยกนั กรณ¨ี §Ö äÁà‹ ¢ÒŒ Å¡Ñ É³Ð
໹š ¡ÒÃâ·ÃÁËÞ§Ô ÁÒμÃÒ ».Í.ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊͧ (»˜¨¨Øº¹Ñ ¤×ÍÇÃäÊÒÁ) จําเลยท้ังสองมี
ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ ประกอบมาตรา ๘๓ เทานั้น

๕. เมอ่ื ไดข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ โดยกระทาํ ตงั้ แตส องคน
ข้ึนไปแลว หากยังมีพวกที่รวมกระทําดวยกัน แตยังไมทันไดลงมือกระทําชําเราก็ตองรับผิดฐานเปน
μÑÇ¡ÒÃรวมกนั ขม ขืนกระทําชาํ เราอนั มีลักษณะเปน การโทรมหญงิ ดวย

μÇÑ Í‹ҧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè òòðð/òõò÷ ระหวา งทผี่ เู สยี หายไปเทย่ี วงานมหกรรมชา ง
จาํ เลยท่ี ๒ ซึ่งผูเ สียหายไมเ คยรูจ กั มากอ น ไดเขา มาทักทายและไปเท่ยี วงานดวยกนั จนกระทั่งตกดกึ
ผเู สยี หายจะกลับบา นก็ขอใหจาํ เลยที่ ๒ กับพวกไปสง จาํ เลยที่ ๒ ทํารรี อวา จะรอเพอื่ นกอ น แตเมอ่ื
ผเู สยี หายเดนิ ออกจากบรเิ วณงาน กเ็ หน็ จาํ เลยที่ ๒ กบั พวกเดนิ นาํ หนา ไปกอ น ครน้ั ถงึ ทเ่ี กดิ เหตผุ เู สยี หาย
ก็ถูกชายวัยรุนซ่ึงมีจําเลยที่ ๑ รวมอยูดวยฉุดไปขมขืนกระทําชําเราท่ีขางทาง สวนจําเลยที่ ๒
ถอดกางเกงรออยู ผูเสยี หายขอรองวาอยาทาํ หนเู ลย จาํ เลยท่ี ๒ ตอบวาอกี คนหนึ่ง แตมีคนเดินมา
คนรา ยจงึ อมุ ผเู สยี หายไปทอี่ น่ื แลว ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผเู สยี หายสลบไป ตามพฤตกิ ารณส อ วา จาํ เลย
ท่ี ๒ ไดร ว มกบั พวกเพอ่ื กระทาํ ความผิดมาแตตน
การรวมกันขมขืนกระทําชําเราอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงนั้นจะตองกอนหลัง
กันอยู พวกของจาํ เลยบางคนไดขม ขนื กระทําชาํ เราผูเสียหายแลว บางคนกาํ ลังขม ขนื กระทําชําเราอยู
จําเลยที่ ๒ ซ่งึ ไดถ อดกางเกงรออยูพ รอ มที่จะขมขนื กระทําชาํ เราเปน คนตอ ไป แมจะยังไมทันไดข ม ขนื
กระทําชาํ เราผเู สียหาย เพราะมผี ูอื่นมายังที่เกิดเหตจุ งึ หลบหนีไปเสยี กอ น กไ็ ดชอื่ วาเปน ผรู วมกระทํา
ความผดิ แลว
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öööó/òõóù จาํ เลยท่ี ๓ จบั มอื ปด ปากผเู สยี หายเพอื่ ให
จาํ เลยท่ี ๑ และจาํ เลยท่ี ๒ ผลดั เปลย่ี นกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายตอ เนอ่ื งกนั เปน การรมุ กนั กระทาํ
ตอผูเสยี หาย ถอื ไดวา จาํ เลยท่ี ๑ ที่ ๒ และท่ี ๓ รว มกันกระทาํ ชาํ เราอนั มลี ักษณะเปนการโทรมหญิง
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñõõø/òõôó แมจาํ เลยจะมิไดเปนผลู งมือขมขืนกระทํา
ชําเราผูเสียหาย แตพฤติการณที่จําเลยชวยกันฉุดผูเสียหายและชวยกดคอและตบตีผูเสียหายเพื่อให
พวกของจาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายในลกั ษณะโทรมหญงิ นนั้ ถอื ไดว า จาํ เลยไดà »¹š μÇÑ ¡ÒÃรว ม
กระทาํ ผดิ ดว ยกนั กบั พวกของจาํ เลยแลว จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) ประกอบดว ยมาตรา ๘๓
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè öùøô/òõôô จาํ เลยพาผเู สยี หายและ ส. คนรกั ผเู สยี หาย
ไปยังกระทอมที่เกิดเหตุ ตอมา ส. กลัววาจะเกิดเร่ืองไมดีจึงคิดจะกลับ ขณะท่ี ส. กําลังติดเคร่ือง
รถจกั รยานยนตแ ละผเู สยี หายจะนงั่ ซอ นทา ย จาํ เลยไดเ ขา มาลอ็ กคอผเู สยี หาย ลากลงมาและกอดปลา้ํ
ผูเสยี หาย จากน้นั มี ต. และ ช. เขา มาจบั แขนขาผูเ สยี หายพาไปท่ีแครข า งกระทอ มแลว ชวยกันถอด
กางเกงผเู สยี หาย แลว μ. ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹áá โดยมี ช. ชว ยจบั แขนขาผเู สยี หาย

๙๓

ระหวา งนนั้ จาํ เลยซงึ่ อยบู รเิ วณแครไ ดต ะโกนบอกให จ. ไปตามหา ส. ซง่ึ หนอี อกไปหาคนชว ยเหลอื แลว
จําเลยและ จ. วง่ิ ออกไปเพื่อหวังสะกัดกน้ั มใิ ห ส. ไปรองขอความชว ยเหลือ หลงั จาก ต. ขมขืน กระทาํ
ชาํ เราเสรจ็ แลว ª. ä´¢Œ Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂà»¹š ¤¹μÍ‹ ä» ดงั นี้ แมจ าํ เลยจะมไิ ดช ว ยจบั แขนขา
ผูเสียหายระหวาง ต. หรอื ช. ขม ขืนกระทําชาํ เราก็ตาม แตการกระทําของจําเลยดังกลาวนบั ไดว าเปน
μÇÑ ¡ÒÃในการรว มกนั ขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายอนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๖
วรรคสอง (»˜¨¨ºØ ¹Ñ ¤Í× ÇÃäÊÒÁ) แลว

¡Ã³Õ໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ §¤Ê‹Ù ÁÃÊ
ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําความผิด
ระหวางคูสมรสและคูสมรสนั้น ยังประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาท่ี
กฎหมายกําหนดไวเพียงใดก็ได หรือจะกําหนดเง่ือนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได
ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาใหลงโทษจําคุก และคูสมรสฝายใดฝายหน่ึงไมประสงคจะอยูกินดวยกัน
ฉันสามีภรยิ าตอไป และประสงคจะหยา ใหค สู มรสฝายนน้ั แจงใหศ าลทราบ และใหศ าลแจงพนกั งาน
อยั การใหดําเนินการฟอ งหยาให
͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÇÃä˹è§Ö ¶ÒŒ

๑) เปนการกระทาํ ความผดิ ระหวา งคูส มรส และ
๒) คสู มรสน้ันยังประสงคจ ะอยูกินกนั ฉันสามภี ริยา
ÈÒÅÁอÕ ํา¹Ò¨
(ก) ลงโทษนอ ยกวา ท่ีกฎหมายกาํ หนดไวเพยี งใดก็ได หรอื
(ข) กาํ หนดเงือ่ นไขเพอื่ คุมประพฤตแิ ทนการลงโทษ
ò. แตใ นกรณที ศี่ าลมคี าํ พพิ ากษาใหล งโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนง่ึ ไมป ระสงค
จะอยกู ินฉนั สามีภรยิ าตอ ไปและประสงคจะหยา กฎหมายใหค ูส มรสฝายนนั้ แจง ใหศาลทราบ และให
ศาลแจงพนักงานอยั การใหด ําเนินการฟอ งหยา ให

๙๔

¡ÒáÃÐทาํ ชําàÃÒà´ç¡ÍÒÂØäÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚

ÁÒμÃÒ ò÷÷ò ผใู ดกระทําชําเราเด็กอายุยงั ไมเกนิ สิบหา ปซ ึง่ มใิ ชภ รยิ าหรือสามขี องตน
โดยเดก็ นน้ั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ต็ าม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาท
ถึงส่ีแสนบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตเ จ็ดปถงึ ยสี่ บิ ป และปรับตง้ั แตห นึ่งแสนส่ีหมืน่ บาทถึงส่แี สนบาท หรอื จําคกุ
ตลอดชวี ติ

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา
ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท
ถึงสแี่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุ
ระเบิดหรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือ
กระทํากับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกัน ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต

ความผิดตามที่บัญญัติไวในวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุไมเกินสิบแปดป
กระทาํ ตอ เดก็ ซงึ่ มอี ายกุ วา สบิ สามปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ หา ป โดยเดก็ นน้ั ยนิ ยอม ศาลทมี่ อี าํ นาจพจิ ารณาคดี
เยาวชนและครอบครวั จะพจิ ารณาใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึงอายุ
ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญ ญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต นสิ ัย อาชพี ส่งิ แวดลอ มของ
ผกู ระทําความผิดและเด็กผูถ ูกกระทาํ ความสัมพนั ธร ะหวางผูกระทาํ ความผิดกบั เดก็ ผถู กู กระทํา หรือ
เหตุอ่นื อันควรเพ่อื ประโยชนของเดก็ ผูถกู กระทาํ ดวย

ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ผกู ระทาํ ความผดิ ไมต อ งรบั โทษ แตถ า การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ
ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะลงโทษผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกําหนดไวสําหรับความผิดน้ัน
เพยี งใดกไ็ ดในการพิจารณาของศาล ใหค ํานึงถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดวย

͸ԺÒÂ
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃä˹èÖ§
๑. ผูกระทาํ และà´¡ç ¼Ù¶Œ ¡Ù ¡ÃÐทาํ ¨Ð໚¹ËÞ§Ô หรอื ªÒÂกไ็ ด ดงั นั้น ชายอาจกระทําชําเรา
เดก็ หญงิ หรือเดก็ ชายก็ได และหญิงก็อาจกระทําชาํ เราเด็กชายหรือเดก็ หญิงก็ได

แตà ´ç¡¼Ù¶Œ Ù¡¡ÃÐทําจะตอ งมÍี ÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ และÁÔãªÀ‹ ÃÂÔ ÒËÃÍ× ÊÒÁÕของผูกระทํา
ดวย

๒ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๒๘/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๕

หากภริยาซึง่ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป ÂÔ¹ÂÍÁใหสามกี ระทาํ ชาํ เรา การกระทาํ ของสามี
กไ็ มผดิ มาตรา ๒๗๗ วรรคหน่ึง หรือหากภรยิ าäÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ แมการกระทําของสามีไมผ ิดมาตรา ๒๗๗
วรรคหนึง่ แตส ามีจะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ

๒. การนบั อายขุ องเดก็ ใหเ รม่ิ นบั แตว นั เกดิ (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๗๘๔๑/๒๕๕๒ และ
๑๐๘๔/๒๕๕๔)

๓. ในสว นของการกระทาํ คอื การกระทาํ ชาํ เราเดก็ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §คํา¹§Ö ÇÒ‹ à´¡ç ¹¹Ñé ¨ÐÂ¹Ô ÂÍÁ
ËÃÍ× äÁ‹ แมเ ด็กจะยนิ ยอมการกระทํากเ็ ปน ความผดิ

๔. ความหมายของการกระทําชาํ เรา มบี ทนยิ ามอยใู น ป.อ.มาตรา ๑ (๑๘) ขอใหน กั เรยี น
ดคู าํ อธิบายในมาตรา ๒๗๖

๕. ปญ หาเกยี่ วกับการรว มประเวณกี บั เดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๕ ป โดยเขา ใจวาอายเุ กิน
๑๕ ป ผกู ระทาํ จะมคี วามผดิ ตามมาตรานห้ี รอื ไม มีคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าตัดสินไว ๒ แนว ซึ่งใหเ หตผุ ล
ตา งกัน ดงั นี้

á¹Çáá เหน็ วา เปน เรือ่ งผกู ระทําสําคัญผิดในขอเท็จจริงตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก
ที่วา ขอเท็จจริงใด ถามีอยูจริงจะทาํ ใหการกระทาํ ไมเปนความผิด แมขอเท็จจริงนั้นจะไมมีอยูจริง
แตผูกระทาํ สําคญั ผดิ วา มีอยูจรงิ ผูก ระทํายอมไมมีความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนงึ่ เชน

คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè õñ÷ö/òõóø จาํ เลยรวมประเวณีกับเด็กหญิงมะปราง
ผเู สยี หายซ่ึงมีอายุ ๑๔ ป ๕ เดือน โดยสําคญั ผดิ คิดวา ผเู สียหายมอี ายุ ๑๘ ป มปี ญ หาวาจาํ เลยจะ
อางความสําคัญผิดในเร่ืองอายุของผูเสียหายไดหรือศาลฎีกาวินิจฉัยวา ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๒๗๙ ผกู ระทาํ ผดิ จะตอ งกระทําแกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๕ ป เรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย
เปน องคป ระกอบของความผดิ ดว ย จงึ เปน ขอ เทจ็ จรงิ ทวี่ า ผกู ระทาํ ผดิ ไดร หู รอื ไม การรหู รอื ไมร ขู อ เทจ็ จรงิ
จะผิดหรือไม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคหน่ึง บญั ญตั ิวา ขอ เทจ็ จริงใดถา มอี ยจู ริงจะ
ทาํ ใหก ารกระทําไมเ ปน ความผดิ ฯลฯ แมข อ เทจ็ จรงิ นน้ั จะไมม อี ยจู รงิ แตผ กู ระทําสาํ คญั ผดิ วา มอี ยจู รงิ
ผกู ระทํายอ มไมม คี วามผดิ ฯลฯ จงึ เหน็ ไดว า เมอื่ จาํ เลยสาํ คญั ผดิ ในเรอ่ื งอายขุ องผเู สยี หาย แมค วามจรงิ
ไมใชอ ยางท่จี ําเลยสําคัญผดิ จาํ เลยยอ มไมมีความผดิ

á¹Ç·èÕÊͧ เห็นวา อายุของหญิงเปนขอเท็จจริงซ่ึงเปนองคประกอบของความผิด
ถา ผูก ระทําไมรู ถอื วาผูกระทาํ ไมมเี จตนากระทําความผิดฐานน้ี ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม เชน

คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ öôðõ/òõóù จําเลยกระทําชาํ เราผูเสียหายÍÒÂØ ñô »‚
ô à´Í× ¹ โดยผเู สยี หายยนิ ยอม แตจ าํ เลยà¢ÒŒ 㨼´Ô ÇÒ‹ ผเู สยี หายÍÒÂØ ñ÷ »‚ เพราะผเู สยี หายมรี ปู รา งใหญ
ตัวสูงเทาจําเลย พูดจาฉะฉานเหมือนผูใหญ อีกท้ังยังทํางานท่ีโรงงานผลไมกระปองซึ่งจะรับเฉพาะ
คนทมี่ อี ายุ ๑๗ ปข น้ึ ไปทาํ งาน ศาลฎกี าวนิ จิ ฉยั วา เชอื่ ไดว า จากรปู รา ง การพดู จา และงานทผี่ เู สยี หายทํา
มเี หตผุ ลทําใหผ พู บเหน็ เขา ใจวา ผเู สยี หายมอี ายเุ กนิ กวา ๑๕ ปไ ด ฟง ไดว า จาํ เลยสําคญั ผดิ โดยเขา ใจวา
ผเู สยี หายอายุ ๑๗ ป ยอ มมผี ลใหจ าํ เลยไมร ขู อ เทจ็ จรงิ วา ผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ซงึ่ เปน ขอ เทจ็ จรงิ


Click to View FlipBook Version