The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-25 02:02:06

2.กฎหมายอาญา 2

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

๙๖

อันเปนองคประกอบของความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง เม่ือจําเลยไมรูขอเท็จจริงดังกลาว
จึงถือวาจําเลยไมมีเจตนากระทําความผดิ ฐานน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม

¢ŒÍÊѧà¡μ
กรณีตามปญหานี้ อายุของเด็กเปน¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§Íѹ໚¹Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ของ
ความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง การที่ผูเสียหายอายุยังไมเกิน ๑๕ ป แตผูกระทําเขาใจไปวา
ผูเสียหายอายุเกินกวา ๑๕ ป และศาลก็เช่ือวาผูกระทําเขาใจผิดเชนนั้นจริง ตองถือวาผูกระทํา
¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานนี้ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ทบี่ ญั ญตั วิ า “ถาผกู ระทาํ มิไดร ขู อ เทจ็ จรงิ
อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผล หรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผลของการกระทาํ นน้ั
มิได” เมือ่ ไมร กู ็คอื ไมม เี จตนาอนั เปนการกระทําท่ขี าดองคป ระกอบภายในเรือ่ งเจตนานั่นเอง ผกู ระทาํ
จงึ ไมม คี วามผดิ มาตรา ๒๗๗ คดใี นทํานองนจ้ี งึ นา จะปรบั ดว ยมาตรา ๕๙ วรรคสาม มากกวาทจ่ี ะปรับ
ดว ยมาตรา ๖๒ วรรคแรก เพราะมาตรา ๖๒ วรรคแรกจะนํามาใชเ ปนคุณแกผูก ระทาํ กต็ อเมอื่ มีการ
กระทาํ นั้นครบองคป ระกอบภายนอกและผกู ระทํารูขอเทจ็ จริงคอื มเี จตนาแลวเทานั้น
อยา งไรกต็ าม ปจ จบุ นั มบี ญั ญตั ใิ นมาตรา ๒๘๕/๑ บญั ญตั วิ า “ถา การกระทาํ ความผดิ
ตามมาตรา ๒๗๗... หากเปนการกระทาํ ตอ à´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ÊÒÁ»‚ ËŒÒÁÍÒŒ §¤ÇÒÁäÁË ŒÙÍÒÂØ¢Í§à´¡ç
à¾è×ÍãËŒ¾Œ¹¨Ò¡¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñé¹” ดังน้ัน ขอเท็จจริงตามฎีกาในกรณีเด็กอายุยังไมเกินสิบสามป ฎีกาน้ัน
จะใชเปนบรรทัดฐานไมไดแลว แตถาเปนกรณีที่เด็กอายุเกินสิบสามป เชน ในคําพิพากษาศาลฎีกา
ที่ ๖๔๐๕/๒๕๓๙ ซง่ึ เดก็ อายุ ๑๔ ป ๔ เดือน ไมอยูในหลักเกณฑของมาตรา ๒๘๕/๑ นี้ ฎีกาน้จี งึ ยัง
ใชเ ปนบรรทดั ฐานไดอยู
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ ถากระทําความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เปน การกระทาํ แกเดก็
อายไุ มเกิน ๑๓ ป ผกู ระทําตอ งรับโทษหนักขึน้
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ôùðù - ôùñð/òõõõ การท่ีจําเลยที่ ๑ พยายามบงั คบั
ใหผเู สียหายอมอวยั วะเพศของตนเปนการพยายามกระทําชาํ เรา ตามความหมายของ มาตรา ๒๗๗
วรรคสอง เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ กระทาํ การดังกลาวในขณะท่ี น. กําลังกระทําชําเราผูเสียหาย จึงถือไดวา
เปนตวั การรวมกนั กระทาํ ชําเราผเู สยี หายอันมลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊÒÁ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง
ไดก ระทาํ โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ผกู ระทาํ กต็ อ งรบั โทษหนกั ขน้ึ
ขอใหน กั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊèÕ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดก ระทํา
โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทําความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การ
โทรมเดก็ หญงิ หรอื กระทํากับเดก็ ชายในลักษณะเดยี วกนั ผกู ระทาํ ตอ งรับโทษหนักขึน้ ขอใหนักเรียนดู
คําอธบิ ายในมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม

๙๗

ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäËÒŒ
ความผิดตามท่ีบัญญัติไวในวรรคหน่ึง ถาเปนการกระทําโดยบุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹
ÊºÔ á»´»ก‚ ระทาํ μÍ‹ à´¡ç «§èÖ ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ โดยà´¡ç ¹¹éÑ Â¹Ô ÂÍÁ ศาลทมี่ อี ํานาจ
พิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาใหมี¡ÒäŒØÁ¤ÃͧÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í
¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล
ใหค าํ นึงถงึ อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหง จิต นสิ ัย อาชพี
สิ่งแวดลอมของผูกระทาํ ความผิดและเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธระหวางผูกระทาํ ความผิดกับเด็ก
ผถู กู กระทาํ หรอื เหตอุ ืน่ อันควรเพอื่ ประโยชนข องเด็กผถู กู กระทําดว ย
¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˌÒ
ศาลจะสง่ั ใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ แทนการลงโทษกไ็ ด ถา เขา เงอ่ื นไข ดงั นี้
๑. ผูกระทําความผิดจะตอ งอายไุ มเกิน ๑๘ ป (ขณะกระทําความผิด)
๒. เดก็ ผูถกู กระทาํ อายุกวา ๑๓ ป แตยังไมเกิน ๑๕ ป
๓. เด็กผถู กู กระทาํ ยนิ ยอม
๔. ศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอํานาจพิจารณาใหมี
การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็
แทนการลงโทษกไ็ ด
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ
ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็กผูถูกกระทําความผิดตาม
กฎหมายวาดวยการคุมครองเด็กแลว ผูกระทาํ ความผิดäÁ‹μŒÍ§ÃѺâ·É แตถาการคุมครองสวัสดิภาพ
ดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะŧâ·Éผูกระทําความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสําหรับความผิดนั้น
เพียงใดกไ็ ด ในการพิจารณาของศาลใหคาํ นึงถึงเหตตุ ามวรรคหาดวย
¢ÍŒ Êѧà¡μ ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ
มาตรา ๒๗๗ วรรคหกน้ีบัญญตั ขิ ึ้นเพ่อื ใหร บั กับความในมาตรา ๒๗๗ วรรคหา
๑) ¡àǹŒ â·É ใหแ กผ กู ระทําความผดิ ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพ
ของเด็กผถู กู กระทาํ หรอื ผูกระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองเดก็ แลว หรือ
๒) ŧâ·É ผูกระทาํ ความผิดนอยกวาท่ีกฎหมายกาํ หนดไวสาํ หรับความผิดน้ัน
เพียงใดก็ได ในกรณีทก่ี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพดังกลา ว äÁส‹ ําàÃç¨
ทัง้ นี้ ศาลจะตองคาํ นึงถงึ เหตตุ ามวรรคหาดวย
ÁÒμÃÒ ò÷÷ ·ÇÔó ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง หรือ
มาตรา ๒๗๗ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง เปน เหตุใหผูถูกกระทาํ
(๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั
ตงั้ แตสามแสนบาทถึงสแี่ สนบาท หรือจําคกุ ตลอดชีวติ
(๒) ถึงแกค วามตาย ผกู ระทาํ ตองระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคกุ ตลอดชีวติ

๓ พ.ร.บ.แกไ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๘

͸ԺÒÂ
มาตรานเี้ ปน ผลทที่ ําใหผ กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนงึ่ หรอื มาตรา ๒๗๗
วรรคหนึ่งหรอื วรรคสอง ตองรบั โทษหนกั ข้ึน ถา มีผลเกดิ ขน้ึ คอื อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรอื
ถงึ แกค วามตายตามอนุมาตรา (๒) และเปน ผลธรรมดาตามมาตรา ๖๓ ผกู ระทําก็ตองรบั โทษหนกั ขึน้
ตามมาตรานี้
ÁÒμÃÒ ò÷÷ μÃÕô ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา
๒๗๗ วรรคส่ี เปน เหตุใหผูถกู กระทาํ
(๑) รบั อันตรายสาหัส ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชีวติ หรอื จําคกุ ตลอดชวี ติ
(๒) ถึงแกค วามตาย ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชวี ิต
͸ºÔ ÒÂ
มาตรานก้ี ม็ ลี กั ษณะทาํ นองเดยี วกบั มาตรา ๒๗๗ ทวิ กลา วคอื ถา การกระทาํ ความผดิ
ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี มผี ลเกดิ ขน้ึ คอื อนั ตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑)
ความตายตามอนุมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดา ตามมาตรา ๖๓ ผูกระทําก็ตองรับโทษหนักข้ึน
ตามมาตราน้ี

¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃÐทํา͹ҨÒÃ

ÁÒμÃÒ ò÷ø ผูใดกระทําอนาจารแกบุคคลอายกุ วาสบิ หา ปโดยขูเขญ็ ดว ยประการใดๆ
โดยใชกําลังประทุษราย โดยบุคคลน้ันอยูในภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหบุคคลน้ัน
เขาใจผิดวาตนเปนบุคคลอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป หรือปรับไมเกินสองแสนบาท หรือ
ท้ังจาํ ท้ังปรบั

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่งมิใช
อวัยวะเพศลวงล้ําอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตส่ีป
ถงึ ย่ีสิบป และปรบั ตงั้ แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ สีแ่ สนบาท๕

ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสอง ไดกระทาํ โดยทาํ ใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทาํ มี
อาวุธปน หรือวตั ถรุ ะเบดิ ตองระวางโทษจาํ คุกตง้ั แตเจ็ดปถ ึงยส่ี ิบป และปรบั ตงั้ แตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาท
ถึงส่ีแสนบาท๖

๔ พ.ร.บ.แกไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๙/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๕ พ.ร.บ.แกไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๖ พ.ร.บ.แกไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๙๙

ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทําโดยมีอาวธุ ปน หรอื วตั ถุระเบิดหรือโดยใช
อาวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชายในลกั ษณะ
เดยี วกนั ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ หา ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ
ตลอดชีวติ ๗

͸ºÔ ÒÂ
๑. มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง

ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ผใู ด
๒. กระทําอนาจารแกบ คุ คลอายกุ วา ๑๕ ป
๓. โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก ําลงั ประทุษราย โดยบุคคลนัน้ อยูในภาวะท่ี
ไมสามารถขัดขืนได หรอื โดยทําใหบคุ คลนัน้ เขาใจผดิ วาตนเปน บุคคลอื่น
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù)
๑.๑ การกระทํา͹ҨÒà คอื ¡ÒáÃзíÒ “·äÕè ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾È” μÍ‹ ÃÒ‹ §¡Ò¢ͧ
º¤Ø ¤Å͹è× (คาํ พิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๐๒๔/๒๕๓๔) อันเปน การ¡ÃÐทําμ‹Íà¹éÍ× μÑǺؤ¤Å เชน หอมแกม
และจับหนาอกผหู ญิง (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๒๒๔๕/๒๕๓๗) กอดจบู ลูกคลาํ แตะเนื้อตรวจรางกาย
ในทางไมสมควรก็เปนความผิดสําเร็จแลว (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๐๔๙/๒๕๕๐) อาจจะเปนการ
กระทาํ ตอ เน้ือตัวของผูเสยี หาย เชน นายแดงลูบไลอวัยวะเพศของนางสาวขาว หรอื อาจใหผเู สียหาย
กระทําตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทํา เชน นายแดงบงั คบั ใหน างสาวขาวลบู ไลอ วยั วะเพศของนายแดง
áÁŒ¨Ð໚¹¡ÒáÃÐทําã¹·ÕèÅѺ¡ç໚¹Í¹Ò¨ÒÃä´Œ เชน การท่ีชายอื่นรวมประเวณีกับผูเสียหายซึ่งเปน
ผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรมáÁŒ¨Ð໚¹·èÕÁÔ´ªÔ´แตเปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ
ตอรางกายของผูเสยี หายจึงเปน การกระทําเพ่ือการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙)

การกระทําตอ เนอ้ื ตวั บคุ คลทไี่ มส มควรทางเพศมไิ ดห มายความเฉพาะการคา ประเวณี
หรือความใครเทาน้ัน แตÃÇÁ¶Ö§¡ÒáÃÐทาํ ãËŒÍѺÍÒ¢ÒÂ˹ŒÒã¹·Ò§à¾È´ŒÇ เชน การกอดเอว
ผูเสียหาย จับมือ และดึงแขนผูเสียหายก็เปนการกระทําอนาจารแกผูเสียหายโดยใชกําลังประทุษราย
เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๔๘๓๖/๒๕๔๗)

การกระทําทไี่ มส มควรในทางเพศอนั เปน การกระทาํ ผดิ อนาจารนนั้ ใหพ จิ ารณา
การกระทาํ นั้นจากท่ีปรากฏออกมาภายนอก หากคนทั่วไปเห็นวาไมสมควรในทางเพศก็เปนอนาจาร
แมผ กู ระทาํ จะมไิ ดก ระทําเพอื่ ความใคร แตก ระทาํ ไปดว ยเหตอุ นื่ ๆ เชน เพอื่ แกแ คน หรอื โกรธแคน กต็ าม

μÇÑ ÍÂÒ‹ §
คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ñóñô/òõòö จําเลยกับผูเสียหายอยูกินดวยกัน
โดยไมไ ดจ ดทะเบยี นสมรสเพยี ง ๒ เดอื นกเ็ ลกิ กนั ตอ มาจําเลยฟอ งเรยี กเอาคา สนิ สอดคนื จากฝา ยผเู สยี หาย

๗ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๐

ศาลพิพากษายกฟอง แสดงวาจําเลยไดแสดงเจตนาเลิกกับผูเสียหายโดยเด็ดขาดแลว ผูเสียหายหามี
ความสัมพันธฉันสามีภริยากับจาํ เลยอีกตอไปไม ผูเสียหายขี่รถจักรยานยนตมีคนนั่งซอนทายมาดวย
จาํ เลยเขา มาขวางกระชากแขนผเู สยี หายลงจากรถ เขา กอดปล้ําและพยายามฉดุ ใหไ ปกบั จําเลย จาํ เลย
จงึ มคี วามผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘

หากการกระทาํ ตามท่ีปรากฏออกมาภายนอกน้ัน ไมใ ชการกระทําทไี่ มส มควร
กลา วคอื คนท่ัวไปเห็นวา ผกู ระทํามไิ ดม คี วามมุงหมายในทางความใคร กä็ Á‹à»š¹Í¹Ò¨Òà แมผูกระทํา
จะมีความรูสึกในทางเพศอยูในขณะกระทําก็ตาม เชน นายแพทยตรวจรางกายภายในของหญิง
เพราะจําเปนในการตรวจโรคแมข ณะตรวจนั้นนายแพทยจ ะมคี วามรูสกึ ทางเพศขน้ึ มา การกระทาํ ของ
นายแพทย กä็ Áà‹ »š¹¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒÃ

การกระทําใดท่ีจะมีพฤติการณหรือลักษณะท่ีไมสมควรในทางเพศน้ัน
ตอ งพจิ ารณาจากประเพณนี ยิ มหรอื กาลเทศะ ถา ตามประเพณนี ยิ มคนทวั่ ไปเหน็ วา äÁà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ
͹ҨÒà เชน นายแพทยจ บั หนา อกหรือของลับผูหญงิ เพอ่ื รักษาโรคตามความจาํ เปน หรอื การท่ีบดิ า
มารดาหรือญาติผูใหญกอดหรือหอมแกมลูกหลานดวยความรักความเอ็นดู หรือการจับมือลูบหัว
เพ่อื หยอกลอ เน่อื งจากความสนทิ สนม เปน ตน

สวนการกลาวถอยคาํ หรือพูดจาหยาบคาย หรือการเขียนภาพลามกอนาจาร
หรือการเลาเร่ืองรวมเพศลามกอนาจารใหเด็กฟง (คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๘๕๘/๒๕๔๐) แมจะไม
สมควรในทางเพศ แตÁÔä´¡Œ ÃÐทําμÍ‹ à¹Íé× μÇÑ º¤Ø ¤Å จึงไมใ ชอนาจารตามมาตราน้ี

อยา งไรกต็ าม มแี นวคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าใหมต ดั สนิ วา การบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรง
หญิงâ´ÂÁÔä´ŒÊÑÁ¼ÑÊμ‹Íà¹×éÍμÑÇËҧ¡Ò¢ͧËÞÔ§ แตทาํ ใหหญิงอับอายเปนการกระทําอนาจารโดยใช
กําลังประทษุ รา ย (ᡨ‹ Ôμã¨)

คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ñòùøó/òõõø การทจ่ี ําเลยแอบตดิ ตงั้ กลอ งบนั ทกึ ภาพ
ไวที่ใตโตะทาํ งานของโจทกรวม และบันทึกภาพสรีระรางกายของโจทกรวมตั้งแตชวงล้ินปจนถึง
อวัยวะชวงขามองเห็นกระโปรงท่ีโจทกรวมสวมใส ขาทอนลางและขาทอนบนของโจทกรวม โดยท่ี
กลอ งบนั ทกึ ภาพมแี สงไฟสําหรบั เพมิ่ ความสวา งเพอ่ื ใหม องเหน็ ภาพบรเิ วณใตก ระโปรงของโจทกร ว มให
ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ การกระทําของจําเลยสอ แสดงใหเ หน็ ถงึ ความใครแ ละกามารมณ โดยทโ่ี จทกร ว มมไิ ดร เู หน็
หรอื ยนิ ยอม อนั ໹š ¡ÒáÃзÒí ·äèÕ ÁÊ‹ Á¤ÇÃã¹·Ò§à¾ÈμÍ‹ ⨷¡Ã Ç‹ Á â´Â⨷¡Ã Ç‹ Áμ¡ÍÂã‹Ù ¹ÀÒÇзäèÕ Á‹
ÊÒÁÒö¢´Ñ ¢×¹ä´Œ áÁŒ¨Òí àŨÐÁäÔ ´ŒÊÁÑ ¼ÑÊμ‹Íà¹×Íé μÇÑ Ã‹Ò§¡Ò¢ͧ⨷¡ÃÇ‹ Áâ´Âμç แตก ารท่จี ําเลยใช
กลอ งบนั ทกึ ภาพใตก ระโปรงโจทกร ว มในระยะใกลช ดิ โดยโจทกร ว มไมร ตู วั ยอ มรบั ฟง ไดว า จําเลยไดก ระทาํ
โดยประสงคตอผลอนั ไมส มควรในทางเพศตอ โจทกร ว ม โดยใชก าํ ลังประทษุ รายตามมาตรา ๑ (๖) แหง
ประมวลกฎหมายอาญา ซง่ึ การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยอนั เปน องคป ระกอบความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘
นอกจากหมายความวา ทาํ การประทุษรายแกกายแลว ยังหมายความวาทาํ การประทุษรายแกจิตใจ
ดวย ไมวาจะทําดวยใชแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทาํ ใด ๆ
ซง่ึ เปน เหตใุ หบ คุ คลหนงึ่ บคุ คลใดอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได การกระทําของจาํ เลยดงั กลา ว ทาํ ให
โจทกรวมตองรูสึกสะเทือนใจอับอายขายหนา จึงถือวาเปนการประทุษรายแกจิตใจของโจทกรวมแลว

๑๐๑

การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปนการกระทาํ อนาจารโจทกรวม ครบองคประกอบความผิดตาม ป.อ.
มาตรา ๒๗๘

¢ŒÍÊѧà¡μ แนวฎีกาใหมนี้ขัดกับแนวฎีกาเดิมซึ่งผูกระทาํ ตองมีการสัมผัสตอ
เนอ้ื ตวั รา งกายของผเู สยี หายหรอื บงั คบั ใหผ เู สยี หายสมั ผสั ตอ เนอื้ ตวั รา งกายของผกู ระทําและมนี กั วชิ าการ
โตแยงวาเปนการตีความท่ีเกินจากบทบัญญัติของกฎหมาย คงตองรอศาลฎีกาโดยท่ีประชุมใหญวา
จะวินิจฉัยไปใทางใดตอไป

๑.๒ การกระทาํ อนาจารตามมาตรานี้ตองกระทาํ โดยขูเขญ็ ดวยประการใดๆ โดยใช
กาํ ลังประทุษรายโดยบุคคลน้ันอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได โดยทําใหบุคคลนั้น เขาใจผิดวา
ตนเปนบุคคลอื่น ทาํ นองเดียวกับมาตรา ๒๗๖ ซึ่งแสดงใหเห็นวาผูถูกกระทํามิไดยินยอมใหกระทํา
ตอ งมีการขูเข็ญหรอื ใชกาํ ลงั ประทุษรา ย เปนตน

μÑÇÍÂÒ‹ §
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õðñ/òõðó จําเลยจบั มอื และกอดเดก็ หญงิ ผเู สยี หาย
อายุ ๑๔ ป ถอื ไดว า เปน การใชแ รงกายภาพ ซง่ึ เปน การใชก ําลงั ประทษุ รา ยตามความหมายใน มาตรา ๑ (๖)
แลว การกระทาํ ของจําเลยดังกลา ว เปน ความผิดฐานกระทาํ อนาจารตามมาตรา ๒๗๘
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ óùõó/òõóù จาํ เลยกอดคอผเู สียหายและจบั แขน
ผูเสียหายลากเพื่อจะพาเขาหองพักในโรงแรม เปนการกระทาํ ท่ีไมสมควรในทางเพศ มีความผิดฐาน
กระทําอนาจารโดยใชกําลังประทษุ รา ยตอผูเ สียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘
¢ŒÍÊѧà¡μ หากไมเปนการขูเข็ญโดยกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญจนผูเสียหาย
อยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได แตผูเสียหายโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืองมงายจึงยอมใหทาํ อนาจาร
เชน นผ้ี ูกระทําไมผดิ ตามมาตราน้ี (คําพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๕๘๓๗/๒๕๓๐)
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè õøó÷/òõóð ผูเสยี หายยอมใหจ าํ เลยซึง่ เปนแพทย
แผนโบราณกระทําอนาจารโดยโงเขลาเบาปญญาหลงเช่ืออยางงมงายวาจําเลยทําการรักษาโรคใหได
การกระทาํ ของจาํ เลยจึงไมเปนการขูเข็ญโดยใชกําลังประทุษราย หรือขูเข็ญจนผูเสียหายอยูในภาวะท่ี
ไมส ามารถขดั ขนื ได เมอ่ื จาํ เลยกระทาํ ตอ ผเู สยี หายซงึ่ มอี ายเุ กนิ กวา ๑๓ ป การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเ ปน
ความผดิ ฐานกระทาํ อนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘
๑.๓ ผถู กู กระทําจะเปนชายหรือหญิงก็ได แตต อ งมีอายุกวา ๑๕ ป ถา อายุไมเกิน
๑๕ ป ก็จะมีความผิดตามมาตรา ๒๗๙ ซ่ึงจะอธบิ ายตอ ไป สว นผูกระทาํ จะเปนชายหรือหญิงก็ได
๑.๔ ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ คอื เจตนากระทําอนาจารตามทไี่ ดอ ธบิ าย
ขางตน
·§éÑ ¹éÕ Á¢Õ ÍŒ 椄 à¡μÇÒ‹ ในกรณกี ารจบั เนอ้ื ตอ งตวั หญงิ มใิ ชเ ปน การกระทาํ อนาจาร
เสมอไป เชน การจับแขนหญิงบังคับพาไปขมขืนกระทําชาํ เรา การจับแขนกรณีน้ี ไมเปนการกระทาํ
อนาจารอีกบทหนึ่ง (คําพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๒๗/๒๕๑๘) แตนา จะเปน เพราะการจบั แขนเปน เจตนา
บังคับพาไปมากกวา

๑๐๒

การยึดแขนหญิงและน่ังเบียดหญิงในรถระหวางพาไปเพ่ือการอนาจาร
เปนการกระทําปกตธิ รรมดาในการควบคมุ มิใหห นี ไมม ลี กั ษณะเปน การทําอนาจารตามมาตรา ๒๗๘
(คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๒๔๐๑/๒๕๒๒)

ผูเสียหายและจําเลยมีความสัมพันธกันฉันชูสาว ในวันเกิดเหตุจําเลยมาหา
ผูเสียหายทบ่ี านและกอดรดั ผเู สียหายในฐานะทเ่ี คยมีความสมั พนั ธกนั มากอ น แมผูเ สยี หายจะปฏิเสธ
และจาํ เลยไมเลิกราก็นาจะเปนเพราะจําเลยตองการแสดงความรักตอผูเสียหายตามวิสัยชายท่ีมี
ตอ หญงิ ทเี่ คยมคี วามสมั พนั ธก นั มากอ น การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ขาดเจตนาบกุ รกุ และ¢Ò´à¨μ¹Ò͹ҨÒÃ
ผเู สยี หาย (คาํ พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๑๒๔๘๒/๒๕๔๗)

การทีจ่ ําเลยกับพวกรว มกนั จบั แขนทงั้ สองขา งของผูเสียหายท่ี ๒ ชูไวบนศีรษะ
กดใหผ เู สยี หายท่ี ๒ นอนหงาย และใชม อื ปด ปากผเู สยี หายที่ ๒ มใิ หร อ ง พรอ มกบั ถอดกางเกงผเู สยี หาย
ที่ ๒ ออกกเ็ พอื่ จําเลยกบั พวกจะ¢Á‹ ¢¹× ¡ÃÐทําชาํ àÃÒผเู สยี หายท่ี ๒ เทา นน้ั จาํ เลยกบั พวกมไิ ดก ระทําการ
อยา งใดตอ ผเู สยี หายท่ี ๒ อกี ดงั นี้ ¨Ð¶Í× ÇÒ‹ ¨íÒàÅ¡ºÑ ¾Ç¡¡ÃÐทาํ ͹ҨÒüàŒÙ ÊÂÕ ËÒ·Õè ò ´ÇŒ  ËÒä´äŒ Á‹
แมจ ําเลยใหก ารรบั สารภาพ ศาลกไ็ มอ าจพพิ ากษาวา จําเลยกระทําความผดิ ฐานดงั กลา วได (คําพพิ ากษา
ศาลฎีกาท่ี ๑๕๒๕/๒๕๔๘)

๒. ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊͧ การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ผกู ระทําตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้
หากเปนการกระทาํ โดย㪌ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍè×¹ซ่ึงÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾Èŋǧลา้ํ ÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡ
ของบุคคลน้ัน

͸ԺÒÂ
๒.๑ มาตรา ๒๗๘ วรรคสองเปน àËμ©Ø ¡Ãèข องวรรคหนงึ่ ถา ผกู ระทาํ กระทําโดย㪌
ÇÑμ¶ØหรือÍÇÑÂÇÐÍ×蹫Öè§ÁÔ㪋ÍÇÑÂÇÐà¾È เชน ใชอวัยวะเพศเทียมŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾Èหรือ·ÇÒÃ˹ѡของ
ผถู กู กระทาํ ซงึ่ ตามกฎหมายเดมิ ในกรณี เปน ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒ (เพราะเปน ¡ÒÃãªÊŒ §èÔ Í¹×è ã´ (วตั ถ)ุ กระทํา
กับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผูอื่น) เปล่ียนมาเปน¡ÒáÃÐทํา͹ҨÒôŒÇ¡ÒÃŋǧÅíéÒ (sexual
assault by penetration) และเปนความผิดตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงมีอัตราโทษเทากับ
ความผดิ ฐานขม ขนื กระทาํ ชําเราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคหน่งึ
๒.๒ ¹Ò‹ Êѧà¡μÇÒ‹ ตอไปนีก้ ารทีช่ ายใชล้นิ (คําพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๔๑๖๔/๒๕๕๕)
หรือใชน้ิวมือ (คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี ๕๘๒๘/๒๕๕๘) ŋǧลํ้าÍÇÑÂÇÐà¾ÈËÃ×Í·ÇÒÃ˹ѡของหญิง
อายกุ วา ๑๕ ป จะ໹š ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃโดยการลว งล้ําตามมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง äÁã‹ ªà‹ »¹š
¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¡ÃÐทําชําàÃÒ´§Ñ ·ÈèÕ ÒŮաÒà¤ÂÇ¹Ô ¨Ô ©ÂÑ äÇŒÍ¡Õ μ‹Íä»
๒.๓ ÁÒμÃÒ ò÷ø ÇÃäÊÒÁáÅÐÇÃäÊèÕ

ในมาตรา ๒๗๘ วรรคสามและวรรคส่ี จะเห็นไดวา มขี อ ความทํานองเดยี วกบั
ท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง และมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม ขอใหนักเรียนดูคาํ อธิบาย
ในมาตรา ๒๗๖

๑๐๓

¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡‹à´ç¡ÍÒÂØÂ§Ñ äÁà‹ ¡Ô¹ ñõ »‚

ÁÒμÃÒ ò÷ùø ผูใดกระทาํ อนาจารแกเด็กอายุยังไมเกินสบิ หา ป โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอม
หรือไมก ต็ ามตองระวางโทษจําคุกไมเ กินสบิ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ สองแสนบาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุไมเกินสิบสามป
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผูกระทําไดกระทําโดยขูเข็ญดวย
ประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย โดยเดก็ นนั้ อยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ใหเ ดก็ นน้ั
เขา ใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอนื่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นงึ่ ปถ งึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท
ถึงสามแสนบาทหรอื ทั้งจําทงั้ ปรับ

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสาม เปน การกระทาํ โดยใชว ตั ถหุ รอื อวยั วะอนื่
ซึ่งมิใชอวัยวะเพศลวงลํ้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต
หาปถ งึ ย่สี ิบป และปรับตั้งแตหนงึ่ แสนบาทถึงสแ่ี สนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสี่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ สามป ตอ งระวางโทษ
จาํ คกุ ตัง้ แตเจด็ ปถึงย่สี บิ ป และปรบั ตั้งแตหนง่ึ แสนสห่ี มืน่ บาทถึงสีแ่ สนบาท หรือจาํ คกุ ตลอดชีวติ

ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหา ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวา
ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส องแสนบาท
ถงึ ส่ีแสนบาทหรือจาํ คุกตลอดชีวติ

ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหา ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด
หรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํา
กับเด็กชายในลกั ษณะเดยี วกนั ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชวี ติ

͸ºÔ ÒÂ
๑. วรรคหนงึ่ ของมาตราน้ี มอี งคป ระกอบความผดิ เชน เดยี วกบั มาตรา ๒๗๘ แตต า งกนั ตรงท่ี
¼ŒÙ¶¡Ù ¡ÃÐทาํ μŒÍ§à»¹š à´¡ç ÍÒÂäØ Á‹à¡¹Ô ñõ »‚ áÅÐäÁ‹ÇÒ‹ à´ç¡¹éѹ¨ÐÂÔ¹ÂÍÁËÃÍ× äÁ‹¡μç ÒÁ¡àç »¹š ¤ÇÒÁ¼Ô´

คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ñö÷ó/òõôö จําเลยมีอาชีพขับรถรับสงเด็กนักเรียนขณะท่ี
เด็กหญิงผูเสียหายเรียนอยูช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ จําเลยทําอนาจารผูเสียหายโดยใชมือลูบคลําท่ี
อวัยวะสืบพันธุและจับหนาอกผูเสียหาย จําเลยมีความผิดฐานกระทําอนาจารเด็กอายุไมเกิน ๑๕ ป
ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก

การกระทาํ ตามมาตรานี้ แมช ายกระทาํ ตอ ชาย หรอื หญงิ กระทาํ ตอ หญงิ กเ็ ปน ความผดิ
ท้งั สิน้

๘ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๐/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๔

ขอ สาํ คญั อกี ประการหนง่ึ คอื ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั อายขุ องเดก็ ดว ยตาม
มาตรา ๕๙ วรรคสาม ถา ไมร ูกข็ าดเจตนา

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè óøøñ/òõôò จาํ เลยพาเดก็ หญงิ ส. ผเู สยี หายไปเพอื่ จะกระทาํ ชาํ เรา
ในขณะท่ผี ูเสียหายอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือนเศษ โดยผูเสยี หายสมคั รใจยินยอมไปกบั จาํ เลย และจาํ เลย
กอดจูบกระทาํ อนาจารแกผ เู สียหาย แมก ารกระทาํ ของจาํ เลยอาจเปน ความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ก็ตาม แตการทผ่ี ูเสยี หายมรี ูปรา งและลกั ษณะการพูดจาทําใหจ าํ เลย
สําคญั ผดิ วา ผเู สยี หายอายุ ๑๘ ถงึ ๑๙ ป ซึง่ เปนการสําคญั ผดิ ในขอ เท็จจรงิ อันเปนองคป ระกอบของ
ความผดิ ฐานอนาจารผเู สยี หายอายไุ มเ กนิ ๑๕ ป ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรก การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ
¢Ò´à¨μ¹Òกระทาํ ความผดิ ฐานดงั กลาวตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม

นาสังเกตวา คดนี ้ีเด็กอายุ ๑๔ ป ๑๐ เดือน จึงไมอยภู ายใตบ ังคบั มาตรา ๒๘๕/๑
ซงึ่ เปน กฎหมายใหมท บ่ี ญั ญตั กิ รณเี ดก็ อายไุ มเ กนิ ๑๓ ป หา มอา งความไมร อู ายขุ องเดก็ เพอ่ื ใหพ น จาก
ความผิดนน้ั

๒. ความในวรรคสอง เปน การกระทําแกเ ด็กอายุไมเ กินสบิ สามป ซงึ่ เปนเหตใุ หผูกระทาํ
ตอ งรับโทษหนักขน้ึ

๓. ความในวรรคสามแสดงวา เดก็ ไมย นิ ยอม เพราะถกู กระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ
โดยใชกาํ ลงั ประทุษราย โดยเด็กนั้นอยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทําใหเดก็ นน้ั เขาใจผิดวา
ตนเปน บุคคลอ่นื ซ่ึงเปน เหตุใหผกู ระทาํ ตองรบั โทษหนกั ข้ึน

๔. ความในวรรคสี่ ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสาม เปน การกระทํา
โดยใชวัตถุหรืออวยั วะอ่ืนซ่งึ มิใชอ วัยวะเพศลวงล้าํ อวยั วะเพศหรือทวารหนักของเดก็ นัน้ ผูกระทาํ ตอง
รับโทษหนักขึ้นอีก มีขอความทํานองเดียวกับมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ขอใหนักเรียนดูคําอธิบาย
ในมาตราดังกลา ว

๕. สวนความในวรรคหกและวรรคเจ็ด มีขอความเชนเดียวกับมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
วรรคสาม และมาตรา ๒๗๗ วรรคสาม วรรคส่ี ขอใหนกั เรยี นดูคําอธบิ ายในมาตราดังกลาว

๑๐๕

ÃѺâ·É˹ѡ¢Öé¹à¹×èͧ¨Ò¡¼Å¢Í§¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁÁÒμÃÒ ò÷ø ËÃ×Í
ÁÒμÃÒ ò÷ù

ÁÒμÃÒ òøðù ถา การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ เปนเหตใุ ห
ผูถูกกระทาํ

(๑) รบั อนั ตรายสาหสั ผกู ระทําตองระวางโทษจาํ คุกต้ังแตห า ปถ ึงยส่ี ิบป และปรับตั้งแต
หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท หรอื จําคกุ คลอดชีวิต

(๒) ถงึ แกค วามตาย ผูก ระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรอื จําคุกตลอดชวี ิต
͸ºÔ ÒÂ
มาตรานี้เปน ผลทท่ี ําใหผูกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ ตองรับโทษหนักขึ้น ถามผี ล
เกิดข้นึ คือ อันตรายสาหสั ตามอนมุ าตรา (๑) หรือความตายตามมาตรา (๒) และเปนผลธรรมดาตาม
มาตรา ๖๓ ผูกระทําตอ งรบั โทษหนักข้ึนตามมาตราน้ี
ÁÒμÃÒ òøð/ñ ถาผกู ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘
หรอื มาตรา ๒๗๙ ไดº ¹Ñ ·¡Ö ÀÒ¾หรอื àÊÂÕ §การกระทาํ ชาํ เราหรอื การกระทาํ อนาจารนน้ั ไว à¾Íè× áÊǧËÒ
»ÃÐ⪹â´ÂÁԪͺสําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในมาตราน้ันๆ
˹֧è ã¹ÊÒÁ
ถาผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่ง เผยแพรหรอื สงตอ ซึ่งภาพหรอื เสียงการกระทาํ ชําเรา
หรอื การกระทําอนาจารทบ่ี ันทกึ ไว ตองระวางโทษหนักกวา ที่บัญญัติไวใ นมาตรานัน้ ๆ ก่ึงหนึ่ง
͸ԺÒÂ
๑. มาตรานเี้ พม่ิ โทษผกู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรอื
มาตรา ๒๗๙ ทไ่ี ดบ นั ทกึ ภาพหรอื เสยี งการกระทําชาํ เราหรอื การกระทําอนาจารเพอ่ื แสวงหาประโยชน
โดยมชิ อบ โดยจะบนั ทกึ เองหรอื ดําเนนิ การใหผ อู น่ื บนั ทกึ กไ็ ด แตห ากมกี ารลกั ลอบบนั ทกึ โดยผกู ระทํา
ความผิดไมมสี ว นรเู หน็ ดวยผกู ระทาํ ความผิดก็ไมม ีความผิดตามมาตรานี้
๒. ผูกระทําความผิดตามมาตราดังกลาวนอกจากผูลงมือแลว ยังหมายถึงตัวการ
ตามมาตรา ๘๓ ผูใชต ามมาตรา ๘๔ และผูสนับสนนุ ตามมาตรา ๘๗ ดวย
๓. หากผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดเ ผยแพร หรอื สง ตอ ซงึ่ ภาพหรอื เสยี งดงั กลา ว
ตอ งระวางโทษหนักขน้ึ กึ่งหนึง่ ตามวรรคสอง

μÑÇÍÂÒ‹ §·Õè ñ นาย ก. ขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. นาย ก. มคี วามผิดเชนตามมาตรา
๒๗๖ วรรคหนงึ่ หากนาย ก. บนั ทกึ ภาพและเสยี งขณะขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา นาง ข. เพอื่ แสวงหาประโยชน
โดยมิชอบ กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคหนึง่ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ ¢¹Öé ˹§èÖ ã¹ÊÒÁ
¢Í§â·É·Õºè ÞÑ ÞμÑ ÔäÇ㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹§Öè

๙ พ.ร.บ.แกไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๖

ถาวันรุงขึ้น นาย ก. นําภาพท่ีตนบันทึกไวไปÊ‹§μ‹Íหรือà¼Âá¾Ã‹ เพื่อประจาน
คนท่ัวไป กรณนี ี้ นาย ก. มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง อนั เปน เหตุฉกรรจข องวรรคหนึง่
μŒÍ§ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Ö§è Ë¹Ö§è ¢Í§â·É·ºèÕ ÞÑ ÞÑμäÔ ÇŒã¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹Öè§

μÑÇÍ‹ҧ·èÕ ò นางดําใชนายแดงใหขมขืนนางขาวศัตรูของนางดํา โดยนางดํา
แอบบันทึกภาพและเสียงไวเพ่ือประสงคจะใชเผยแพรเพ่ือประจานนางขาวใหอับอาย โดยการบันทึก
ดงั กลาวนายแดงไมมีสว นรูเหน็ ดว ย กรณีนี้ นางดาํ ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ เพราะคําวา “ผูกระทาํ ความผิด
ตามมาตรา ๒๗๖ ฯลฯ” ยอมหมายถงึ

(๑) ผูลงมอื (นายแดง)
(๒) ตวั การ (เชน คนดตู น ทาง)
(๓) ผูรับโทษเสมือนเปนตัวการ ซ่ึงไดแก “ผูใชในกรณีที่ผูถูกใชไดกระทําความผิด
ตามทใ่ี ช” (ã¹·¹èÕ ¤éÕ Í× ¹Ò§ดํา)
(๔) ผูส นับสนนุ (เชน ใหยมื หองใหใชข มขืน)

ดังน้ัน นางดําจึงผิดมาตรา ๒๘๐/๑ หากตอมานางดํานําภาพและเสียงท่ีตน
บันทึกไปเผยแพรหรือสง ตอ นางดําก็ผิดมาตรา ๒๘๐/๑ วรรคสอง ซ่ึงเปน “เหตุฉกรรจ” ของวรรคหน่ึง
·¹Õè Ò§ดาํ μÍŒ §ÃѺâ·É˹¡Ñ ¢Ö¹é ¡Öè§Ë¹Ö觢ͧâ·É·ºÕè ÞÑ ÞμÑ äÔ Ç㌠¹ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃä˹è§Ö

¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´¢‹Á¢¹× ¡ÃÐทําชําàÃÒËÃÍ× ¡ÒáÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ÂèÕ ÍÁ¤ÇÒÁä´Œ

ÁÒμÃÒ òøññð ความผดิ ตามมาตราดังตอไปนี้ เปน ความผิดอนั ยอมความได
(๑) มาตรา ๒๗๖ วรรคหน่ึง และมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซ่ึงเปนการกระทําระหวาง
คสู มรส ถา มไิ ดเ กดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หรอื ไมเ ปน เหตใุ หผ ถู กู กระทาํ รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย
(๒) มาตรา ๒๗๘ วรรคหน่ึง ถามิไดเกิดตอหนาธารกํานัล ไมเปนเหตุใหผูถูกกระทํา
รบั อนั ตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย หรอื มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และ
มาตรา ๒๘๕/๒
͸ºÔ ÒÂ
๑. ความผดิ เกีย่ วกบั เพศท่จี ะยอมความได มีดงั น้ี

(ก) กรณีตามมาตรา ๒๘๑ (๑)
(๑) ตองเปนการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗๘

วรรคสอง
(๒) เปน การกระทาํ ระหวา งคูสมรส
(๓) มิไดเ กดิ ตอหนาธารกํานลั และ
(๔) ไมเปนเหตุใหผ ูถ ูกกระทาํ รบั อันตรายสาหสั หรอื ถงึ แกค วามตาย

๑๐ พ.ร.บ.แกไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๑/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๗

(ข) กรณตี ามมาตรา ๒๘๑ (๒)
(๑) ตองเปน การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๗๘ วรรคหนึง่
(๒) มิไดเ กิดตอหนาธารกํานลั
(๓) ไมเ ปนเหตุใหผ ถู ูกกระทาํ รับอนั ตรายสาหัสหรอื ถึงแกค วามตาย และ
(๔) มไิ ดเ ปน การกระทาํ แกบ คุ คลดงั ระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และมาตรา ๒๘๕/๒

๒. คาํ วา “μÍ‹ ˹Ҍ ¸ÒÃกาํ ¹ÅÑ ” หมายถงึ กระทาํ ในลกั ษณะทเ่ี ปด เผยใหบ คุ คลอนื่ สามารถ
เหน็ การกระทําของตนได (ฎ.๑๑๗๓/๒๕๐๘ ประชมุ ใหญ) และบคุ คลอ่นื น้นั จะตองมิใชผูทีร่ ว มกระทํา
ความผิดดวยกัน

μÇÑ ÍÂÒ‹ § กรณีมใิ ชก ารกระทําตอ หนาธารกาํ นลั
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ๑๑๗๓/๒๕๐๘ (ประชมุ ใหญ) จาํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราผเู สยี หาย
ตอ หนา เดก็ หญงิ คนหนงึ่ ã¹ËÍŒ §¹Í¹Á´× เพยี งแตเ หตเุ กดิ ตอ หนา เดก็ หญงิ เทา นนั้ และโจทกม ไิ ดย นื ยนั
โตแ ยง วา จาํ เลยไดก ระทาํ โดยประการทใี่ หเ ดก็ หญงิ ไดเ หน็ การกระทาํ ของจาํ เลย หรอื วา จาํ เลยไดก ระทาํ
ในลักษณะที่เปดเผยใหบุคคลอื่นสามารถเห็นการกระทําของจําเลยได ดังน้ี พฤติการณแหงคดีจึงถือ
ไมไ ดว า จาํ เลยไดก ระทาํ ผดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หากผเู สยี หายไดแ ถลงตอ ศาลไมต ดิ ใจเอาความจากจาํ เลย
ขอถอนคํารองทุกข ศาลกต็ อ งสั่งจําหนายคดอี อกจากสารบบความ
μÑÇÍ‹ҧ กรณีการกระทําตอหนาธารกํานลั
คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ๔๖๙๓/๒๕๕๓ จําเลยจบั หนา อกผเู สยี หายซงึ่ เปน หญิงในราน
อาหาร ซ่ึงมีลูกคามาน่ังรับประทานอาหารและมีพนักงานรานอาหารนั้นเห็น ดังนี้ เปนการกระทํา
อนาจารแกผูเสยี หายตอหนา ธารกํานัลแลว

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¡ÒäŒÒ»ÃÐàdzÕ

ÁÒμÃÒ òøöññ ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ยส่ี บิ ป
และปรบั ไมเ กินสีแ่ สนบาท หรอื จําคุกตลอดชวี ติ

(๑) ชว ยเหลือ ใหความสะดวก หรือคมุ ครองการคา ประเวณขี องผอู น่ื
(๒) รับประโยชนไมวา รปู แบบใดจากการคาประเวณีของผอู ่ืนหรือจากผูซง่ึ คา ประเวณี
(๓) บังคบั ขูเข็ญ หลอกลวง หรอื ใชอ ํานาจครอบงาํ ผูอื่น หรอื รบั ผูอ่ืนเขาทาํ งานเพอ่ื การ
คาประเวณี
(๔) จัดใหมีการคา ประเวณีระหวา งผซู ึ่งคาประเวณีกับผใู ชบ รกิ าร
(๕) ปกปด หรอื อําพรางแหลงที่มาของรายไดหรอื ทรัพยส นิ ซึง่ ไดมาจากการคา ประเวณี
(๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซึ่งคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน
เปนอาจิณ และไมส ามารถแสดงที่มาของรายไดในการดาํ รงชีพของตน

๑๑ พ.ร.บ.แกไ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๒/
๒๗ พ.ค. ๖๒

๑๐๘

(๗) ขัดขวางการดําเนินการของหนวยงานที่ดูแลในการปองกัน ควบคุม ชวยเหลือ
หรือใหการศึกษาแกผูซ่ึงคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซ่ึงอาจไดรับอันตราย
จากการคาประเวณี

ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มิใหใ ชบ งั คบั แกผูร ับประโยชนไ มว ารปู แบบใดซึง่ พึงไดร ับ
ตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา

͸ԺÒÂ
๑. มาตรา ๒๘๖ (เดิม) เปนความผิดฐานดําçªÕ¾ÍÂÙ‹¨Ò¡ÃÒÂä´Œ¢Í§¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕ
หรอื ทเี่ รยี กกนั วา “แมงดา” ซง่ึ จะเปน ความผดิ ดงั กลา วจะตอ งไดค วามวา ผนู น้ั ดาํ รงชพี อยไู ด โดยอาศยั
รายไดทั้งหมดหรือบางสวนจากผูซึ่งคาประเวณี หากขาดปจจัยแมเพียงบางสวนจากรายไดของผูซึ่ง
คาประเวณีจะดาํ รงชีพอยูไมไ ด (คาํ พิพากษาฎกี าท่ี ๑๒๐๘/๒๕๓๕)

ดังน้ัน หากผูนั้นมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดํารงชีพ แมผูน้ัน
จะไดรับเงินสวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตาม ไมเปนความผิดตามมาตรานี้ (คําพิพากษาฎีกา
ท่ี ๒๕๕๕/๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กนิ ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู ูแลจดั การ
สถานการคา ประเวณไี ดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทคี่ า ประเวณี แตจ าํ เลยกป็ ระกอบอาชพี
อน่ื อยดู วย คือ ขายผาและนํ้าปลา มีรายไดเ ดือนละ ๕,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยมีÃÒÂä´Œ
จากการคาขาย และไมป รากฏวา รายไดด ังกลาวไมเพยี งพอสําหรับดํารงชีพ ถงึ จําเลยจะไดร บั สวนแบง
จากหญงิ ซง่ึ คาประเวณกี ไ็ มเปน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖

จะเหน็ ไดว า ตามมาตรา ๒๘๖ (เดมิ ) ไมส ามารถเอาผดิ กบั ผทู เี่ ปน แมงดาได หากผนู นั้
มรี ายไดอยางอื่นนอกเหนือจากท่ีไดร บั จากผูซึ่งคาประเวณีอยดู ว ย

ดวยเหตุนี้กฎหมายใหม จึงเพ่ิมบทบัญญัติมากขึ้นเพื่อปองปรามมิใหมีการกระทํา
ที่เปนการเอาเปรียบหรือรับประโยชนจากผูซ่ึงคาประเวณีหรือจากการคาประเวณี ดังจะเห็นไดจาก
กรณจี าํ เลยตามคาํ พพิ ากษาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตน ยอ มถอื ไดว า มคี วามผดิ ฐานรบั ประโยชนจ ากผซู งึ่
คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่แี กไ ขใหมแ ลว

๒. ผกู ระทาํ และผูซง่ึ คาประเวณจี ะเปน ชายหรอื หญงิ กไ็ ด
๓. นา สงั เกตความในวรรคสองเปน ¢ÍŒ ¡àǹŒ ความรบั ผดิ ไวใ นกรณกี ารกระทาํ ตามความ
ในวรรคหนงึ่ (๒) และ (๖) มใิ หน าํ มาใชบังคับแก¼ ÃÙŒ ºÑ »ÃÐ⪹ เชน บตุ รซึง่ อยูในความดแู ลของมารดา
ผซู งึ่ คา ประเวณจี าํ เปน ตอ งรบั ประโยชนห รอื อยรู ว มกบั มารดาตามกฎหมาย หรอื ตามธรรมจรรยาไมเ ปน
ความผดิ ตามมาตราน๑ี้ ๒

๑๒ วรี ะวัฒน ปวราจารย คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑, ๒๕๖๒, คร้ังที่ ๖-๗ น.๒๔๑-๒๘๐

๑๐๙

¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹à»š¹¸ÃØ Ð¨Ñ´ËÒÏ

ÁÒμÃÒ òøò ผูใดà¾è×Íʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍè×¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป
à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃซ่ึงªÒÂหรือËÞÔ§ แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป
และปรับตัง้ แตสองหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ป แตย งั ไมเ กนิ
สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ามปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แตห กหมนื่ บาทถงึ สามแสนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ
ตองระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห าปถ งึ ยี่สบิ ป และปรับตัง้ แตหนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ผใู ดเพอื่ สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซง่ึ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไปตามวรรคแรก
วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว
ในวรรคแรก วรรคสอง หรอื วรรคสาม แลว แตกรณี

͸ºÔ ÒÂ
๑) ÇÃäáá

๑. ¡ÒáÃÐทาํ คอื à»¹š ¸ØÃШѴËÒ Å‹Íä» ËÃ×;Òä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃ
การกระทาํ à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒÃตามมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๓๑๙ นนั้ หมายความถงึ

การกระทาํ ทไ่ี มส มควรในทางเพศตอ รา งกายของบคุ คลอนื่ ซงึ่ ตอ งเปน การกระทาํ ตอ เนอ้ื ตวั ของบคุ คล
โดยตรง จะกระทาํ ในทรี่ โหฐานหรอื สาธารณสถานกไ็ มม ผี ลทแี่ ตกตา งกนั เชน การทช่ี ายอนื่ รว มประเวณี
กับผูเสียหายซ่ึงเปนผูเยาวที่ถูกจําเลยพาไปในหองของโรงแรม แมจะเปนท่ีมิดชิดแตก็เปนการกระทํา
ทไี่ มสมควรในทางเพศตอ รางกายของผเู สยี หาย จึงเปนการกระทาํ เพื่อการอนาจาร (คาํ พพิ ากษาฎีกา
ที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙)

จาํ เลยกับพวกพาผเู สยี หายซ่ีึงเปน หญงิ โสเภณีอายุ ๑๗ ป ไปอยูใ นซอ งโสเภณี
ของจาํ เลย แลว ใหร บั จา งรว มประเวณกี บั ชายอน่ื เชน นี้ แมผ เู สยี หายจะสมคั รใจไปกบั จาํ เลยและตกลง
ยินยอมรับจางรวมประเวณีกับชายอื่นตอมาก็ตาม ก็ถือวาจําเลยเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไป
เพอื่ การอนาจารซง่ึ หญงิ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๘ ป มคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๘๒ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๘๙๑/๒๕๑๕)

คําÇ‹Ò à»š¹¸ØÃШѴËÒ หมายความวา ¨Ñ´ãˌ䴌ÁÒ«Ö觪ÒÂËÃ×ÍËÞÔ§ Å‹Íä»
หมายความวา Å‹ÍÅǧä»Âѧʶҹ·èÕ·èըѴäÇŒ สวน¾Òä» หมายความวา นําä» (คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ
øøö÷/òõõô)

๒. กฎหมายใชคําวา ªÒÂหรือËÞÔ§ ผูที่ถูกพาไปดังกลาวจึงอาจเปนชายหรือหญิง
กไ็ ด และแมผ ทู ถี่ กู พาไปน้ันจะยินยอม ผกู ระทํากม็ ีความผดิ ตามมาตราน้ี

๓. องคป ระกอบภายใน คอื เจตนาตามมาตรา ๕๙ ในการเปน ธรุ ะจดั หา ลอ ไป หรอื
พาไปและตอ งมเี จตนาพเิ ศษทงั้ สองประการ คอื à¾Íè× Ê¹Í§¤ÇÒÁã¤Ã¢‹ ͧ¼ÍŒÙ ¹×è áÅÐà¾Íè× ¡ÒÃ͹ҨÒônj Â

¤ÇÒÁã¤Ã‹ ในทน่ี ้ี ทา นศาสตราจารยจ ติ ติ อธบิ ายวา นา จะหมายความà¾ÂÕ §¤ÇÒÁ
¾Íã¨ã¹·Ò§à¾È äÁจ‹ าํ ໹š μÍŒ §¶§Ö ¡ºÑ ÃÇ‹ Á»ÃÐàdzสÕ าํ àèç เชน เพยี งแตก อดจบู ลบู คลาํ กไ็ ด และมาตราน้ี

๑๑๐

ใชคาํ วา à¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÍÙŒ ×è¹ มใิ ชข องตัวผูก ระทําเอง ดว ยเหตนุ ้ถี าพาหญงิ ไปเพ่อื ความใคร
ของผพู าไปเอง ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรานี้

คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øòô/òõðó วนิ จิ ฉัยวา ความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๒๘๒ ตองเปนกรณีท่ีเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาเพื่อสําเร็จความใครของ¼ÙŒÍ×è¹
ถา เปน กรณีที่กระทาํ ไปเพอื่ สําเร็จความใครข องผกู ระทาํ นั้นเองแลว ไมเ ปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๒
(แตอ าจเปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๔ โปรดดมู าตรา ๒๘๔) กบั มคี าํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๖๔๒-๖๔๔/๒๕๓๗

à¾Í×è ¡ÒÃ͹ҨÒà เชน พาหญงิ ไปขายซอ งโสเภณี (คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๗๖๗/๒๕๑๕)
การหลอกลวงพาหญงิ ไปรว มประเวณี โดยไมป ระสงคจ ะเลยี้ งดเู ปน ภรยิ ากเ็ ปน การอนาจาร (คาํ พพิ ากษา
ฎกี าท่ี ๓๕๘/๒๔๘๖, ๒๐๒๙/๒๕๒๐)

แตถาพาหญิงไปเพื่ออยูกินเปนสามีภริยากันโดยชายไมมีภริยาอยูกอนมีแนว
คาํ พพิ ากษาฎกี าไมถ ือวา เปน การพาไปเพอื่ การอนาจาร

๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁ เปน àËμ©Ø ¡Ãèท ท่ี าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทํา
ตองรูขอเท็จจริงน้ัน ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย กลาวคือ ตองรูวาผูท่ีถูกพาไปนั้น อายุเกิน ๑๕ ป
แตย งั ไมเกิน ๑๘ ป จึงจะผิดตามวรรคสอง หรือตอ งรูวา ผทู ่ีถกู พาไปนั้นอายยุ ังไมเกนิ ๑๕ ป จงึ จะผิด
ตามวรรคสาม

คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè øøö÷/òõõô จําเลยเพียงแตพ ูดชกั ชวนผเู สียหายซ่งึ เปน เด็ก
อายุไมเกินสิบหาปใหไปรวมหลับนอนกับ อ. สามีของจําเลย แลวจะใหโทรศัพทเคลื่อนท่ี ๑ เครื่อง
และเงนิ ๓,๐๐๐ บาท เปน การตอบแทน ผเู สียหายทํา·Õ¾Â¡Ñ ˹ŒÒáμ‹äÁ‹μ¡Å§´ÇŒ  à·Ò‹ ¡Ñº¼àÙŒ ÊÂÕ ËÒÂ
äÁ‹ÂÔ¹ÂÍÁ อันเปน การกระทํา¤ÃºÍ§¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´ตามมาตรา ๒๘๒ วรรคสาม ซ่ึงจาํ เลยŧÁ×Í
กระทาํ ความผดิ และกระทาํ ไปตลอดแลว áμ¼‹ àŒÙ ÊÂÕ ËÒÂäÁä‹ »´ÇŒ  ทาํ ใหก ารกระทาํ ของจาํ เลยäÁº‹ ÃÃÅ¼Ø Å
ตามท่ีมงุ หวงั ไว จงึ เปนการพยายามกระทาํ ความผดิ ตามมาตราดังกลาว

๓) สว นÇÃäÊÕè กฎหมายบญั ญตั ใิ ห ¼ÃŒÙ ºÑ μÇÑ กบั ¼ÊŒÙ ¹ºÑ ʹ¹Ø การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรก
วรรคสอง หรอื วรรคสาม มคี วามผิดตอ งระวางโทษเชน เดียวกบั ¼ÙŒ¡ÃÐทํา

ÁÒμÃÒ òøó ผูใดà¾×èÍʹͧ¤ÇÒÁã¤Ã‹¢Í§¼ÙŒÍ×è¹ เปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไป
เพอ่ื การอนาจารซง่ึ ชายหรอื หญงิ โดยใชอ บุ ายหลอกลวง ขเู ขญ็ ใหก าํ ลงั ประทษุ รา ย ใชอ าํ นาจครอบงาํ
ผดิ คลองธรรมหรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอน่ื ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แต
หนึ่งแสนบาทถึงสแ่ี สนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ
สิบแปดป ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตเจ็ดปถึงย่ีสิบป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท
ถึงสี่แสนบาท หรอื จําคุกตลอดชีวติ

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ
ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแตสองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุก
ตลอดชีวิตหรือประหารชวี ิต

๑๑๑

ผใู ดเพอ่ื สนองความใครข องผอู นื่ ÃºÑ μÇÑ บคุ คลซงึ่ มผี จู ดั หา ลอ ไป หรอื พาไป ตามวรรคแรก
วรรคสอง หรอื วรรคสาม หรอื ʹºÑ ʹ¹Ø ในการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา ว ตอ งระวางโทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ ว
ในวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม แลว แตกรณี

͸ºÔ ÒÂ
๑) ÇÃäáá

μÑÇÍÂÒ‹ § â´ÂãªÍŒ غÒÂËÅÍ¡Åǧ
คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ òñð/òõôð การทจี่ ําเลยËÅÍ¡Åǧผเู สยี หายซงึ่ มอี ายุ ๑๕ ปเ ศษ
วาจะพาผูเสียหายไปทํางานในรานอาหาร แตกลับพาไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณี จะนับวา
ผูเสียหายเต็มใจไปดวยไมได เพราะผูเสียหายไมไดเต็มใจไปคาประเวณีมาแตตน แตไปกับจําเลย
เพราะจาํ เลยหลอกลวงวา จะพาไปทาํ งานทร่ี า นขายอาหารของนอ งสาวจาํ เลย และการทจ่ี าํ เลยหลอกลวง
ผูเสียหายแลวพาผูเสียหายไปขายใหแก บ. เพื่อใหคาประเวณีก็เปนที่เห็นไดวา จําเลยมีเจตนาท่ีจะ
ลอผูเสียหายไปเพ่ือการอนาจารและเพื่อสําเร็จความใครของผูอ่ืน â´ÂãªŒÍØºÒÂËÅÍ¡Åǧผูเสียหาย
จําเลยจึงมคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม
μÑÇÍ‹ҧ ¡ÒâÙà‹ ¢çÞ
คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ õøò/òõò÷ จําเลยชักชวนเด็กหญิงท้ังสามไปอยูดวย
อา งวา จะหดั ลเิ กให แตก ม็ ไิ ดห ดั ให กลบั จะใหค า ประเวณâี ´Â¢ว‹Ù า ไมย อมจะสง ไปตา งจงั หวดั ¨¹เดก็ หญงิ
คนหนงึ่ จาํ μÍŒ §ÂÍÁ仡ºÑ ªÒÂและชายนนั้ พยายามจะกระทาํ มดิ มี ริ า ยในระหวา งทาง ดงั นี้ จาํ เลยกระทาํ การ
เปนธรุ ะจัดหาหรอื พาเดก็ หญงิ อายุไมเ กนิ ๑๓ ป ไปเพือ่ การอนาจาร เพือ่ ใหส ําเร็จความใครข องผอู ่ืน
เปนความผิดตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสาม
μÇÑ Í‹ҧ ¡ÒÃ㪡Œ Òí Åѧ»ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ Â
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñõòó/òõññ จาํ เลยเปน เจา ของกจิ การสถานคา ประเวณี รบั ตวั
นางสมจิตผูเสียหายไว แลวºÑ§¤ÑºãËŒ¤ŒÒ»ÃÐàÇ³Õ คร้ันนางสมจิตไมยินยอมก็ถูกผลักเขาไปในหองมี
ชายรออยู เม่ือขัดขืนตอไปก็ถูกจาํ เลยตบหนา บางคร้ังนางสมจิตถูกชายอ่ืนเขาไปในหองแลวจาํ เลย
กใ็ สก ญุ แจหอ งขา งนอกและคอยเฝา อยู ทงั้ ยงั ตะโกนบอกใหช ายใหต บตไี ดถ า ไมย อม ถอื ไดว า การกระทาํ
ของจําเลยเปนการกระทําเพื่อความใครของผูอ่ืน เปนธุระจัดหาเพ่ือการอนาจารซึ่งหญิงโดย㪌กําÅѧ
»ÃзØÉÌҠอันเปนความผดิ ตามมาตรา ๒๘๓ แลว
ãªอŒ ํา¹Ò¨¤Ãͺงํา¼´Ô ¤Åͧ¸ÃÃÁ เชน จะไมจ า งตอ ไป ถา คนใชไ มท ําตามความประสงค
ของนายจา ง
๒. ผูท่ถี กู พาไปจะเปนªÒÂหรือËÞÔ§ก็ได
๓. ตอ งมีเจตนาและเจตนาพิเศษเชน เดียวกบั มาตรา ๒๘๒
๒) ÇÃäÊͧáÅÐÇÃäÊÒÁเปนเหตุฉกรรจซึ่งมีระวางโทษหนักข้ึน เชนเดียวกับ
มาตรา ๒๘๒

๑๑๒

๓) ÇÃäÊÕèกําหนดให¼ÙŒÃѺμÑÇกับ¼ÙŒÊ¹ÑºÊ¹Ø¹การกระทําความผิดตามวรรคแรก วรรคสอง
หรอื วรรคสามมีความผิดตอ งระวางโทษเชนเดียวกับผกู ระทาํ

ÁÒμÃÒ òøó ·ÇÔ ผใู ดพาบคุ คลอายเุ กนิ สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดปไ ปเพอ่ื การอนาจาร
แมผูน้ันจะยินยอมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา
ท้งั ปรบั

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคแรกเปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ป ผกู ระทาํ
ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินเจด็ ป หรือปรับไมเ กินหน่งึ แสนสี่หมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรบั

ผใู ด«Í‹ ¹àÃŒ¹บุคคลซ่ึงถูกพาไปตามวรรคแรกหรอื วรรคสอง ตองระวางโทษตามที่บญั ญัติ
ในวรรคแรกหรอื วรรคสอง แลวแตก รณี

ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทําแกบุคคลอายุเกินสิบหาป
เปน ความผิดอันยอมความได

ÁÒμÃÒ òøô ผูใด¾Ò¼ÙŒÍ×è¹ä»à¾è×Í¡ÒÃ͹ҨÒà โดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญใชกําลัง
ประทษุ รา ย ใชอ ํานาจครอบงําผดิ คลองธรรม หรอื ใชว ธิ ขี ม ขนื ใจดว ยประการอนื่ ใด ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
ตง้ั แตหนงึ่ ปถ ึงสิบป และปรบั ตงั้ แตสองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท

ผใู ด«‹Í¹àùŒ บุคคลซึง่ ถูกพาไปตามวรรคแรก ตองระวางโทษเชน เดยี วกบั ผพู าไปนั้น
ความผิดตามมาตรานี้ เปนความผิดอนั ยอมความได
¢ŒÍ¾Ô¨ÒóÒ
ñ) ÇÃäáá เปนการพาไปเพอ่ื การอนาจาร

ñ. ¡ÒáÃÐทํา คือ พาผูอื่นไป ตองกระทําโดยใชอุบายหลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลัง
ประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวยประการอื่นใดเชนเดียวกับ
ในมาตรา ๒๘๓

μÑÇÍ‹ҧ â´ÂãªÍŒ ºØ ÒÂËÅÍ¡Åǧ
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·Õè òùôõ/òõóõ จาํ เลยหลอกลวงผเู สยี หายวา จะพาผเู สยี หาย
ไปสงท่ีบริเวณงานหนาศาลากลางจังหวัด เมื่อผูเสียหายข้ึนรถยนตสามลอรับจางของจําเลยแลว
จําเลยกลับพาผูเสียหายไปท่ีโรงเรียนแหงหน่ึงแลวกระทําอนาจารผูเสียหายแสดงวาจําเลยมีเจตนา
จะ¾Òผเู สยี หาย仡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃซง่ึ เปน ความประสงคม าตงั้ แตแ รกแลว การกระทาํ ดงั กลา วเปน ความผดิ
ตามมาตรา ๒๗๘ และ ๒๘๔ ซง่ึ กระทาํ ตอ เนอ่ื งกนั มาตลอดโดยไมข าดตอน จงึ เปน การกระทาํ กรรมเดยี ว
ผดิ กฎหมายหลายบท
μÑÇÍ‹ҧ 㪌กาํ Å§Ñ »ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  ©´Ø ¤ÃÒ‹
คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ùøò/òôøò ชายฉดุ ครา หญงิ เพอื่ การอนาจารเคลอ่ื นทไ่ี ป
ไดส กั ๑ วา หญงิ สะบดั หลดุ ชายจะเขา ฉดุ อกี แตม คี นดงึ มอื หญงิ ไว ชายจงึ หยดุ เลกิ ไป ดงั น้ี เปน ความผดิ
ฐานฉุดคราสําเรจ็ บริบรู ณ หาใชเปนเพียงพยายามกระทําผดิ ไม

๑๑๓

·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒϨÔμμÔ μÔ§ÈÀѷԏ อธิบายวา การใชกําลังประทุษรายไดแก
ตวั อยา งเชน ฉดุ ครา หญงิ ไป ความผดิ สําเรจ็ เมอ่ื มกี าร¾Òà¤ÅÍ×è ¹·äèÕ » เพยี งแต ท. จบั มอื ม. จะฉดุ ม. รอ ง
มคี นเขามา ท. จงึ ปลอ ย ม. ยงั ไมไดฉดุ à¤ÅÍè× ¹¨Ò¡·Õè ดังนี้ เปน เพียงขน้ั พยายาม (คําพพิ ากษาฎกี า
ท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗) ¶ŒÒ©Ø´ä»¨Ò¡·Õèä´กŒ ็เปน ความผดิ สาํ เร็จ (คาํ พพิ ากษาฎีกาท่ี ๔๐๓/๒๔๙๗)

คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·èÕ ùõõù/òõôó จําเลยท้ังสองใชมีดปลายแหลมเปน อาวธุ จี้
ขบู งั คบั ผเู สยี หายนง่ั รถจกั รยานยนตไ ปจากบรเิ วณทจ่ี าํ เลยทง้ั สองพบผเู สยี หายครงั้ แรกไปจนถงึ กระทอ มนา
ที่จําเลยท้ังสองกับพวกรวมกันผลัดเปลี่ยนกันขมขืนกระทําชําเราผูเสียหาย โดยพวกจําเลยยืนคุมอยู
การกระทําชําเราในลักษณะเชนนี้ จําเลยท้ังสองกับพวกกระทําในลักษณะติดตอกันและอยูคุมให
พวกของตนขมขืนกระทําชําเราผูเสียหายจนสําเร็จความใครเปนการสมคบกันกระทําผิดอันมีลักษณะ
เปน การโทรมหญงิ และเปนความผดิ ฐาน¾ÒËÞÔ§ä»à¾×èÍ¡ÒÃ͹ҨÒÃâ´ÂãªกŒ ําÅ§Ñ »ÃзØÉÃŒÒÂ

๒. การพาไปเพอ่ื การอนาจาร໚¹¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ à¹×èͧ
ขอน้ี ·‹Ò¹ÈÒÊμÃÒ¨ÒϨÔμμÔ μÔ§ÈÀѷԏ อธิบายวา ถาฉุดไปจากที่ไดก็เปน

ความผดิ สาํ เรจ็ แมฉ ดุ ไปไดเ พยี ง ๑ ถงึ ๒ วา และยงั คง໹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂμ‹Ù ÅÍ´àÇÅÒ·¾Õè Òä»โดยใช
กําลังประทุษรายหรือหลอกลวง ไมใชผิดเฉพาะเมื่อพาเคล่ือนที่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๓๕/๒๕๐๙,
๔๕๐๒/๒๕๒๘) เพราะการพาไปกเ็ ปน การกระทาํ อนั เปน องคค วามผดิ อยอู นั หนง่ึ «§Öè ÁÊÕ ÀÒ¾μ´Ô μÍ‹ ¡¹Ñ
àÃè×ÍÂ仨¹¡Ç‹Ò¨ÐàÅÔ¡¾Òä» เชน ถึงที่พักแลวกักขังหญิงไวตอไป ความผิดฐานฉุดคราส้ินสุดลง
มคี วามผดิ ฐานกกั ขงั เกดิ ขนึ้ อกี กระทงหนงึ่ (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๑๓๒๗/๒๔๙๕, ๕๑๒/๒๔๙๘) ถา ขม ขนื
กระทําชําเราดวย ก็เปนความผิดอีกกระทงหน่ึง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๒/๒๔๗๐, ๑๑๑๑/๒๕๑๙,
๑๕๑๘/๒๕๒๒)

ÁÒμÃÒ òøõ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ
มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ เปน การกระทาํ
แกบุพการี ผูสืบสันดาน พ่ีนองรวมบิดามารดาหรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย
ซง่ึ อยใู นความดแู ล ผอู ยใู นความควบคมุ ตามหนา ทรี่ าชการ ผอู ยใู นความปกครอง ในความพทิ กั ษห รอื
ในความอนบุ าล หรอื ผอู ยภู ายใตอ ํานาจดว ยประการอ่นื ใด ผูก ระทําตอ งระวางโทษหนกั กวา ทบี่ ญั ญตั ิ
ไวในมาตรานนั้ ๆ หนึ่งในสาม

͸ºÔ ÒÂ
๑. มาตรานเ้ี ปน àËμ©Ø ¡Ãèท ที่ าํ ใหผ กู ระทาํ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ ซง่ึ ผกู ระทาํ ตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ นน้ั
ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย คอื ตองรวู าเปนการกระทาํ แกบ ุพการี ผูสบื สนั ดาน พนี่ อ งรวมบดิ ามารดา
หรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษยซ่ึงอยูในความดูแล ผูอยูในความควบคุมตาม
หนาที่ราชการ ผูอยูในความปกครอง ในความพิทักษหรือในความอนุบาล หรือผูอยูภายใตอํานาจ
ดวยประการอื่น การไมรูขอเท็จจริงดังกลาวก็ไมตองรับโทษหนักขึ้นตามมาตราน้ี แตตองรับโทษตาม
มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙
มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ แลว แตกรณี

๑๑๔

๒. ผถู กู กระทํากระทําตามมาตราน้ี ไดแก
(๑) ºØ¾¡ÒÃÕ
คือญาติทางสายโลหิตโดยตรงขน้ึ ไป เชน บดิ ามารดา ปยู า ตายาย ทวด
(ò) ¼ŒÙÊº× Êѹ´Ò¹
ในทน่ี ้Ëี ÁÒ¶§Ö ¼ÙÊŒ ׺Êѹ´Ò¹ã¹·Ò§Êº× ÊÒÂâÅËÔμâ´Âá·Œ¨Ã§Ô เพราะมาตราน้ี

ไมไ ดม งุ ลงโทษหนกั ขนึ้ เฉพาะการกระทาํ แกบ ตุ รชอบดว ยกฎหมายเทา นน้ั จงึ ใชค าํ วา กระทาํ แกผ สู บื สนั ดาน
ดงั นนั้ การทจี่ าํ เลยขม ขนื กระทําชําเรา¼ÊÙŒ º× ÊÒÂâÅËμÔ โดยตรงลงมา áÁ¼Œ ¹ŒÙ ¹Ñé ¨ÐÁãÔ ª‹

໹š ºμØ ÃªÍº´ÇŒ ¡®ËÁÒ¢ͧจาํ àÅ¡μç ÒÁ กถ็ อื ไดว า จาํ เลยไดก ระทําμÍ‹ ¼ÊÙŒ º× Ê¹Ñ ´Ò¹ ตามความหมาย
ของมาตรา ๒๘๕ น้แี ลว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๙๓/๒๕๓๐)

แตถาºÔ´ÒàÅéÕ§ขมขืนกระทําชําเราºØμÃàÅÕé§ (เชน บุตรเลี้ยงมีอายุ ๑๒ ป)
มคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ เทา นน้ั กรณไี มต อ งดวยมาตรา ๒๘๕ เพราะ
อํานาจปกครองเด็กตกอยูแกมารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๕๔๐ บุตรเลี้ยง
มิไดอยูใ นความปกครองของบิดาเลีย้ ง (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๓๒๘/๒๕๐๒)

(ó) ¾è¹Õ ŒÍ§ÃÇ‹ Áº´Ô ÒÁÒôÒËÃÍ× Ã‹ÇÁáμ‹ºÔ´ÒËÃÍ× ÁÒôÒ
(ô) ÞÒμÔÊº× ÊÒÂâÅËÔμ
(õ) ÈÉÔ Â«è§Ö ÍÂãÙ‹ ¹¤ÇÒÁ´ÙáÅ

คาํ วา ÈÉÔ Â« §Öè ÍÂã‹Ù ¹¤ÇÒÁ´áÙ Åตามมาตรา๒๘๕มไิ ดห มายถงึ เฉพาะผทู มี่ คี วามสมั พนั ธ
ในฐานะครูหรืออาจารย ซึ่งÁÕ˹ŒÒ·ÕèÊ͹ÈÔɏเทาน้ัน แตครูหรืออาจารยน้ันμŒÍ§ÁÕ˹ŒÒ·èդǺ¤ØÁ
´ÙáÅ»¡»‡Í§ÃÑ¡ÉÒμÑÇÈÔɏ áÅСÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔμ‹ÍÈÔɏã¹ÃÐËNjҧÁÕ˹ŒÒ·Õè
´§Ñ ¡Å‹ÒÇ´ŒÇ (คําพิพากษาฎีกาท่ี ๔๒๑/๒๕๔๖, ๗๙๘๖/๒๕๔๐)

μÑÇÍÂÒ‹ § ¡Ã³Õ¡ÃÐทาํ μ‹ÍÈÔɏ«èÖ§Í‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ´áÙ Å
จาํ เลยเปน ¤ÃÊ٠͹วชิ าพลศกึ ษาในโรงเรยี นซง่ึ ผเู สยี หายเปน นกั เรยี นอยู จาํ เลย
กระทําอนาจารแกผูเสียหาย ¢³ÐจําàÅÂทํา˹ŒÒ·èÕÊͺ¤ÇÒÁÃÙŒÇÔªÒ¾ÅÈÖ¡ÉҢͧ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂถือไดวา
ผูเสียหายเปนศิษยซ่ึงอยูในความดูแลของจําเลยตามความหมายของมาตรา ๒๘๕ (คําพิพากษาฎีกา
ที่ ๑๗๕๙/๒๕๒๖)
การท่ีจําเลยดํารงตําá˹‹§¼ÙŒª‹Ç¤ÃÙãËÞ‹ จําเลย‹ÍÁÁÕ˹ŒÒ·Õ軡¤Ãͧ´ÙáÅ
¼ÙŒàÊÕÂËÒ«§èÖ à»¹š ÈÔɏของจําเลย เมื่อจําเลยพยายามกระทําชําเราผเู สียหาย จําเลยจงึ มคี วามผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๗๗ วรรคสอง (เดิม), ๒๘๔ วรรคแรก, ๒๘๕ (คําพิพากษา
ฎีกาที่ ๓๑๑๐/๒๕๕๑)
¡Ã³ÕÁãÔ ªà‹ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ μÍ‹ ÈÔɏ«§èÖ Í‹Ù㹤ÇÒÁ´áÙ Å
จาํ เลยเปน เพยี งครหู รอื อาจารยใ นการสอนกวดวชิ าตามทมี่ ผี ไู ปสมคั รเรยี นตาม
ความสมคั รใจ และเมอ่ื ผสู มคั รเรยี นชาํ ระคา สมคั รแลว จะไปเรยี นหรอื ไมก ข็ น้ึ อยกู บั ความสนใจทจ่ี ะใฝห า
ความรู อกี ทง้ั ไมไ ดค วามวา สถาบนั กวดวชิ าของจําเลยมรี ะเบยี บหรอื ขอ บงั คบั เครง ครดั อยา งใด ยอ มแสดง

๑๑๕

วาจําเลยäÁ‹ÁÕ˹ŒÒ·ÃèÕ Ñº¼´Ô ªÍº¤Çº¤ØÁ´áÙ Å»¡»Í‡ §Ã¡Ñ ÉÒμÑÇÈÉÔ Âμ ÅÍ´ÃÐÂÐàÇÅÒ·Õทè าํ ¡ÒÃÊ͹ ดงั นัน้
แมจ ําเลยจะขม ขนื กระทาํ ชําเราโจทกร ว มซงึ่ เปน ผเู รยี นกวดวชิ ากบั จาํ เลย กม็ ใิ ชเ ปน การกระทาํ ตอ ศษิ ย
ซึง่ อยูใ นความดแู ล (คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๔๒๑/๒๕๔๖)

(ö) ¼ÍŒÙ ‹ãÙ ¹¤ÇÒÁ¤Çº¤ØÁμÒÁ˹ŒÒ·èÕÃÒª¡ÒÃ
หมายถึง ผูกระทําความผิดมีหนาท่ีควบคุมตามหนาที่ราชการและผูถูกกระทํา

ตองเปนผอู ยูในความควบคุมดว ย (คําพพิ ากษาฎกี าที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕)
เชน ผตู อ งหาหญงิ ทถี่ กู จบั ฐานคา ประเวณถี กู ควบคมุ ตวั อยใู นหอ งขงั ของสถานี

ตํารวจ และถกู ตํารวจสบิ เวรซง่ึ มหี นา ทค่ี วบคมุ ผตู อ งหาทสี่ ถานตี าํ รวจดงั กลา วขม ขนื ตาํ รวจสบิ เวรคนนนั้
มีความผดิ ตามมาตราน้ี

แตก ารทข่ี า ราชการผนู อ ยอยใู ตบ งั คบั บญั ชาของอธบิ ดใี นการปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการนน้ั
หาใชผ ูอ ยูใ นความควบคมุ ตามหนาทรี่ าชการตามความหมายแหง มาตรา ๒๘๕ ไม (คาํ พิพากษาฎีกา
ที่ ๒๔๕๓/๒๕๑๕)

(÷) ¼ÙÍŒ ÂÙã‹ ¹¤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ 㹤ÇÒÁ¾Ô·Ñ¡Éˏ Ã×Í㹤ÇÒÁ͹غÒÅ
ในความปกครองกด็ ี ในความพทิ กั ษก ด็ หี รอื ในความอนบุ าลกด็ ี ตอ งเปน ไปตาม

บทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย ไมใชถอื ตามพฤตินยั
μÇÑ Í‹ҧ
คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ñðñ÷/òõóø บดิ ามารดาทอดทง้ิ ผเู สยี หายไปโดยไมท ราบวา

บิดามารดาผูเสียหายไปอยูท่ีแหงใด สวนจาํ เลยและภริยา໚¹à¾Õ§¼ŒÙÃѺ¼ÙŒàÊÕÂËÒÂÁÒÍØ»¡ÒÃÐàÅÕé§´Ù
áÅÐãËŒ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อาํ นาจปกครองผูเสียหาย¨Ö§Âѧμ¡ÍÂÙ‹á¡‹ºÔ´ÒÁÒôҼŒÙàÊÕÂËÒ ผูเสียหายไมไดอยู
ในความปกครองของจําเลยและภรยิ า การทจี่ าํ เลยกระทาํ ชาํ เราผเู สยี หายจะปรบั บทตามมาตรา ๒๘๕ ไมไ ด

คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ùõ/òõóø วินจิ ฉัยวา º´Ô ÒàÅÂÕé §ขมขืนกระทาํ ชาํ เรา
บุตรเลี้ยงไมผดิ ตามมาตรา ๒๘๕

โดยศาลฎกี าวินิจฉยั วา จําเลยมิใชบิดาเดก็ หญิง ม. โดยเดก็ หญงิ ม. เปน บตุ ร
ติด ป. มา แลว ป. อยูกินเปนสามภี ริยากับจําเลย ฉะนั้น อํานาจปกครองเด็กหญิง ม. จงึ ตกอยูแ ก ป.
มารดาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๕๖๘ หาใชอยูในความปกครองของจาํ เลย
ซ่ึงเปนบิดาเลี้ยงไม และคาํ วา “¼ŒÙÍÂً㹤ÇÒÁ»¡¤Ãͧ” ตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๕ หมายความถึง ¤ÇÒÁ»¡¤ÃͧμÒÁ·Õè¡®ËÁÒºÑÞÞÑμÔäÇŒ มิใชเปนความปกครอง
โดยพฤตินยั จาํ เลยกระทําชําเราเดก็ หญิง ม. จึงไมต องรบั โทษหนกั ขนึ้ ตามมาตรา ๒๘๕

(ø) ¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμอŒ ํา¹Ò¨´ŒÇ»ÃСÒÃ͹×è ã´
ในขอ นที้ า นศาสตราจารยเ กยี รตขิ จร วจั นะสวสั ดิ์ เหน็ วา นา จะมงุ หมายถงึ กรณที ่ี

“ผูถกู กระทํา” äÁã‹ ª‹ “ผูอยูใ นความปกครอง” เชน แมพาลกู มาอยูกบั พีส่ าวและพีเ่ ขยของแม (ปา และ
ลุงเขยของลูก) ต้งั แตลกู ยงั เล็ก ®¡Õ Ò·Õè ø÷òð/òõôù วนิ ิจฉัยวาอํานาจปกครองของลกู กย็ งั คงอยกู ับ

๑๑๖

แมไ มใ ชอ ยกู บั ปา และลงุ เขย ดงั นนั้ การทล่ี งุ เขยขม ขนื กระทาํ ชําเราหลานภรยิ า ไมใ ชก ารกระทําตอ ผอู ยู
ในความปกครอง จึงไมต อ งรบั โทษหนักขน้ึ ตามมาตรา ๒๘๕ (เดิม)

Í‹ҧäáçμÒÁ μÒÁ¡®ËÁÒÂãËÁ‹ การกระทาํ ของลุงเขยตอหลานภริยาตาม
ขอเท็จจริงในฎีกาขางตน คงเปนความผิดตามมาตรา ๒๘๕ (แกไขเพ่ิมเติม) ได เพราะคงตองถือวา
หลานภรยิ าเปน “¼ÍÙŒ ÂÀÙ‹ ÒÂãμÍŒ Òí ¹Ò¨´ÇŒ »ÃСÒÃÍ×è¹ã´” ของลงุ เขยดว ยเชน กนั

ÁÒμÃÒ òøõ/ñ การกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒
วรรคสาม มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคสอง หากเปนการกระทาํ ตอ เด็กอายุ
ไมเ กินสบิ สามปหา มอางความไมร ูของเดก็ เพอ่ื ใหพนจากความผิดนัน้

͸ԺÒÂ
บทบญั ญัติมาตรานเ้ี ปน ความผิดโดยเด็ดขาด (Strict Liability) ถา การกระทาํ ความผิด
ตามมาตราท่ีระบุไวดังกลาวเปนการกระทําμ‹Íà´ç¡ÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºÊÒÁ»‚ผูกระทาํ จะอาง¤ÇÒÁäÁ‹ÃŒÙÍÒÂØ
¢Í§à´¡ç เพอ่ื ใหพ นจากความผดิ น้นั ไมได
ÁÒμÃÒ òøõ/ò ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ
มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ เปนการกระทําแกบคุ คลซง่ึ ไมสามารถปกปอ งตนเอง
อันเน่ืองมาจากเปนผูทุพพลภาพ ผูมีจิตบกพรอง โรคจิต หรือจิตฟนเฟอน คนปวยเจ็บ คนชรา
สตรีมีครรภ หรือผูซ่ึงอยูในภาวะไมสามารถรูผิดชอบ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาที่บัญญัติไวใน
มาตรานนั้ ๆ หนงึ่ ในสาม

¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂèÕ Ç¡Ñº¡ÒäŒÒ»ÃÐàdzÕ

ÁÒμÃÒ òøö ผใู ดกระทําดว ยประการใดๆ ดงั ตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ ยสี่ บิ ป
และปรับไมเกินสีแ่ สนบาท หรือจําคุกตลอดชีวติ

(๑) ชวยเหลือ ใหความสะดวก หรอื คมุ ครองการคา ประเวณีของผอู ่ืน
(๒) รับประโยชนไ มวา รูปแบบใดจากการคา ประเวณขี องผูอ่นื หรือจากผซู งึ่ คาประเวณี
(๓) บังคับ ขูเข็ญ หลอกลวง หรือใชอาํ นาจครอบงําผูอ่ืน หรือรับผูอื่นเขาทาํ งาน
เพ่อื การคา ประเวณี
(๔) จัดใหม ีการคา ประเวณีระหวางผซู ง่ึ คา ประเวณีกบั ผใู ชบริการ
(๕) ปกปดหรอื อําพรางแหลง ทีม่ าของรายไดหรอื ทรัพยส ินซง่ึ ไดมาจากการคา ประเวณี
(๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซ่ึงคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคน
เปนอาจณิ และไมส ามารถแสดงทม่ี าของรายไดในการดํารงชีพของตน
(๗) ขดั ขวางการดาํ เนินการของหนวยงานที่ดแู ลในการปองกัน ควบคุม ชว ยเหลอื หรือ
ใหการศึกษาแกผูซึ่งคาประเวณี ผูซึ่งจะเขารวมในการคาประเวณี หรือผูซึ่งอาจไดรับอันตรายจาก
การคา ประเวณี

๑๑๗

ความในวรรคหนึ่ง (๒) และ (๖) มใิ หใชบ งั คับแกผูรบั ประโยชนไ มว า รปู แบบใด ซึง่ พงึ ไดร ับ
ตามกฎหมายหรอื ตามธรรมจรรยา

หากผูน้ันมีรายไดจากการประกอบอาชีพเพียงพอในการดาํ รงชีพ แมผูนั้นจะไดรับเงิน
สวนแบงจากผูซึ่งคาประเวณีดวยก็ตามก็ไมเปนความผิดตามมาตราน้ี (คาํ พิพากษาฎีกาที่ ๒๕๕๕/
๒๕๕๒ และ ๑๗๘/๒๕๒๘) เชน

คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡Ò·Õè ñ÷ø/òõòø แมจ าํ เลยอายเุ กิน ๑๖ ป ซ่งึ เปนผดู แู ลจัดการสถาน
การคา ประเวณี ไดร บั สว นแบง จากการคา ประเวณขี องหญงิ ทค่ี า ประเวณี แตจ ําเลยกป็ ระกอบอาชพี อน่ื
อยูดวย คือขายผาและนา้ํ ปลามีรายไดเดือนละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แสดงวา จําเลยÁÕÃÒÂä´Œ
จากการคาขายáÅÐäÁ‹»ÃÒ¡¯Ç‹ÒÃÒÂä´Œ´Ñ§¡Å‹ÒÇäÁ‹à¾Õ§¾ÍสําËÃѺดําçªÕ¾ ถึงจําเลยจะไดสวนแบง
จากหญิงซ่ึงคา ประเวณี ก็ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖

จะเห็นไดว าตามมาตรา ๒๘๖ (เดิม) ไมสามารถเอาผดิ กับผูท ีเ่ ปนแมงดาได หากผูน้ันมี
รายไดอ ยา งอน่ื นอกเหนือจากทไี่ ดร ับจากผซู ่ึงคาประเวณอี ยูดว ย

ดวยเหตุน้ีกฎหมายใหมจึงเพิ่มบทบัญญัติมากข้ึนเพ่ือ»‡Í§»ÃÒÁÁÔãËŒÁÕ¡ÒáÃÐทาํ ·Õè໚¹
¡ÒÃàÍÒà»ÃÕºËÃ×ÍÃѺ»ÃÐ⪹¨Ò¡¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕËÃ×ͨҡ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ดังจะเห็นไดจากกรณี
จาํ เลยตามคาํ พิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘/๒๕๒๘ ขา งตนยอ มถือไดว ามคี วามผดิ ฐานÃºÑ »ÃÐ⪹จากผซู งึ่
คาประเวณตี ามมาตรา ๒๘๖ (๒) ท่ีแกไ ขใหมแลว

¼ÙŒ¡ÃÐทําและ¼ÙŒ«èÖ§¤ŒÒ»ÃÐàdzÕจะเปนªÒÂหรอื ËÞ§Ô กไ็ ด

¤ÒŒ Êè§Ô ÅÒÁ¡

มาตรา ๒๘๗ ผูใ ด
(๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอ่ื การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด
แกประชาชน ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนําเขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออกไป
นอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังพาไปหรือทําใหแพรหลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน
ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอ่ื งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสยี ง
แถบบันทึกภาพหรอื สิ่งอน่ื ใดอนั ลามก
(๒) ประกอบการคา หรอื มสี ว นหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกย่ี วกบั วตั ถหุ รอื สง่ิ ของลามก
ดังกลา วแลว จายแจกหรอื แสดงอวดแกประชาชน หรอื ใหเชา วตั ถหุ รอื สง่ิ ของเชนวา น้ัน
(๓) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาวัตถุหรือส่ิงของลามกดังกลาวแลว
โฆษณาหรือไขขา วโดยประการใด ๆ วา มีบคุ คลกระทาํ การอันเปน ความผดิ ตามมาตรานี้ หรอื โฆษณา
หรอื ไขขา ววา วัตถหุ รอื สิง่ ของลามกดงั กลาวแลว จะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวิธใี ด
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สามป หรอื ปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรับ
“ส่ิงลามก” หมายถึง ส่ิงท่ีผูพบเห็นมีความรูสึกอุจาด บัดสี หยาบชา นอมนาํ ไปสู
ความชั่วหรือความใครทางกามารมณ สวนใหญจะเปนไปในรูปของภาพเปลือยของมนุษยหรือภาพ

๑๑๘

อวยั วะเพศทง้ั ของหญงิ หรอื ชาย ภาพการรว มเพศหรอื การบรรยายใหเ กดิ จนิ ตนาการดงั กลา ว เพอ่ื ยวั่ ยุ
ใหเ กดิ ความใครท างกามารมณ ถา เปน สง่ิ ทเ่ี ปน ศลิ ปะ เชน การเขยี นสดั สว นหญงิ เปลอื ยกายอวยั วะเพศ
ถกู ระบายใหล บเลอื น ไมน า เกลยี ดอจุ าดบดั สที จ่ี ะนาํ ไปสคู วามใครท างกามารมณ ไมเ ปน ลามกอนาจาร
ภาพไมเ หน็ อวยั วะเพศชดั เจน แตก ม็ ลี กั ษณะสอ ไปในดา นยวั่ ยกุ ามารมณแ ละภาพหญงิ เปลอื ยตลอดรา ง
ซง่ึ พอเหน็ อวยั วะเพศไดบ า งถอื ไดว า เปน ภาพอนั ลามก ไมใ ชภ าพศลิ ปะทแ่ี สดงถงึ สว นสดั ความสมบรู ณ
ของรา งกาย

ขอความตาง ๆ ที่ไดบรรยายถึงการรวมประเวณีของชายและหญิงอยางชัดเจน
ละเอียดลออ โดยบรรยายถึงอารมณของชายและหญิงไปในทางย่ัวยุกามารมณ แมจะมิไดใชถอยคํา
หยาบคายก็ถอื ไดวา เปนขอ ความอันลามก

¤ŒÒʧèÔ ÅÒÁ¡ÁÕ ó ¤ÇÒÁ¼´Ô ¤Í×
¤ÇÒÁ¼Ô´·Õè ñ
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนุมาตรา (๑))
(๑) ทํา ผลิต มีไว นําเขาหรือยังใหนาํ เขาในราชอาณาจักร สงออกหรือยังใหสงออก
นอกราชอาณาจักร พาไปหรอื ยังใหพาไปหรอื ทําใหแ พรหลายโดยประมาณใด
(๒) ซง่ึ เอกสาร ภาพเขยี น ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอื่ งหมาย
รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทกึ เสียง แถบบันทึกภาพหรอื ส่งิ อื่นใดอันลามก
(๓) โดยการคา (ถาไมเขาองคประกอบขอ (๓) ตองกระทําโดยมีมูลเหตุชักจูงใจอยางใด
อยา งหน่งึ ดงั จะไดกลา วตอไป)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) ถาไมไดกระทําโดยการคา อันเปนองคประกอบภายนอกขอ (๓) ก็ตองกระทําโดย
ÁÅÙ àËμØª¡Ñ ¨Ù§อยางใดอยางหนง่ึ ดังตอไปน้ี

(ก) เพอื่ ความประสงคแ หง การคา
(ข) เพือ่ การจายแจกแกประชาชน หรือ
(ค) เพอ่ื การแสดงอวดแกประชาชน
การทํา ผลติ อาจทําขึ้นเอง เชน เขยี นเรือ่ งลามก วาดภาพ หรอื ตดั ตอภาพ การÁÕäÇŒ
อาจไปซื้อหามาหรือไดรับมาจากผูอ่ืน เชน มีผูสงผานอินเทอรเน็ตมาให แตการทํา ผลิต มีไวเปน
สว นตวั ยงั ไมเ ปน ความผดิ หากมไิ ดเ ปน ไปโดยการคา หรอื เพยี งการคา การแจกจา ย แสดงอวดแกป ระชาชน
¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕ ò
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๒))
(๑) มีการกระทาํ อยา งหนงึ่ อยางใด ดังตอ ไปนี้
(ก) ประกอบการคา เกย่ี วกบั วัตถหุ รอื สง่ิ ของลามก
(ข) มีสวนเขา เกยี่ วขอ งในการคาเก่ียวกับวัตถุหรือสิง่ ลามก

๑๑๙

(ค) จายแจกแกป ระชาชน ซึ่งวัตถุหรือส่ิงของดงั กลา ว
(ง) แสดงอวดแกป ระชาชนซง่ึ วตั ถหุ รอื สิง่ ของดังกลาว
(จ) ใหเ ชา วัตถหุ รอื ส่งิ ของเชนวา น้นั
(๒) วตั ถุหรือสิ่งของลามกอนาจารดังกลา วในความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๑)
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò¸ÃÃÁ´Ò
μÑÇÍÂÒ‹ §
จาํ เลยมวี ดิ โี อเทปภาพยนตรล ามกไวใ นความครอบครองเพอื่ บรกิ าร ใหเ ชา แลกเปลยี่ นแก
ลกู คา หรอื สมาชกิ ดว ยการคดิ คา บรกิ ารเปน เงนิ คา เชา เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๘๗ (๒) (คาํ พพิ ากษา
ฎกี าท่ี ๓๒๑๓/๒๕๒๖)
การประกอบการคา หรอื มสี ว นเขา เกยี่ วขอ งในการคา เกยี่ วกบั วตั ถหุ รอื สงิ่ ของลามกดงั กลา ว
เชน เปนผูใหทุน หรือเปนคนกลางรับของมาจายแจกหรือแสดงอวดแกประชาชนหรือใหเชาวัตถุหรือ
สงิ่ ของเชน วา นนั้ กจ็ ะมคี วามผดิ ตามอนมุ าตราน้ี แตถ า หามาเกบ็ ไวเ องเปน การสว นตวั หรอื ใหแ กบ คุ คล
เฉพาะบางคน ไมใชการจาํ หนายจา ยแจกแกป ระชาชน จะไมม คี วามผดิ มาตราอนุมาตรานี้
¤ÇÒÁ¼´Ô ·èÕ ó
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡ (อนมุ าตรา (๓)) โฆษณาหรอื ไขขา วดว ยประการใด ๆ
(ก) วา บุคคลกระทําความผดิ มาตรานี้ หรอื
(ข) วา วัตถหุ รือสิ่งลามกดงั กลา วแลว จะหาไดจากบคุ คลใดหรือโดยวธิ ีใด
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) มูลเหตุชักจูงใจอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ี (ก) เพ่ือจะชวยการทําใหแพรหลาย
ซึง่ วัตถหุ รอื สิ่งของดงั กลาวแลว หรือ (ข) เพอ่ื จะชวยการคา วตั ถุหรือสงของลามกดังกลาวแลว
การโฆษณา คือ ทําใหแพรหลายใหรูกันทั่วไปหรือไขขาวโดยประการใด ๆ วามีบุคคล
กระทําการอันเปนความผิดตามมาตราน้ีหรือโฆษณาหรือไขขาววาวัตถุหรือสิ่งลามกดังกลาวจะหาได
จากบุคคลใดหรือโดยวิธีใด โดยมี “มูลเหตุชักจูงใจ” เพ่ือจะชวยการทําใหแพรห ลาย หรือการคาวัตถุ
หรอื สงิ่ ของลามกนนั้ เชน บอกตอ ๆ ไปวา จะหาซอื้ หนงั สอื ลามกหรอื วดิ โี อลามกไดจ ากใครหรอื รา นใด
ขายหรอื ทใ่ี ดเปน แหลง ผลติ เพอื่ ใหผ รู บั ฟง ไปซอื้ หาหรอื เชา มาดไู ดห รอื ใหเ ปด ดทู ี่ website ไหน เปน ตน
ÁÒμÃÒ òø÷/ñ ผูใ ดครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ เพื่อแสวงหาประโยชนในทางเพศ
สําหรับตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจํา
ท้งั ปรับ
ถา ผูกระทําความผิดตามวรรคหนง่ึ สงตอ ซึง่ สื่อลามกอนาจารเดก็ แกผอู ่ืน ตองระวางโทษ
จาํ คกุ ไมเ กนิ เจด็ ป หรือปรบั ไมเกนิ หนงึ่ แสนส่ีหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ

๑๒๐

ÁÒμÃÒ òø÷/ò ผูใ ด
(๑) เพอ่ื ความประสงคแ หง การคา หรอื โดยการคา เพอื่ การแจกจา ยหรอื เพอื่ การแสดงอวด
แกป ระชาชน ทํา ผลิต มีไว นาํ เขา หรอื ยังใหน าํ เขา ในราชอาณาจักร สงออกหรือยงั ใหส งออกไปนอก
ราชอาณาจกั ร พาไปหรอื ยงั ใหพาไปหรือทําใหแพรห ลายโดยประการใดๆ ซงึ่ สื่อลามกอนาจารแลว
(๒) ประกอบการคา หรือมีสวนหรอื เขา เกย่ี วขอ งในการคา เกยี่ วกบั สอ่ื ลามกอนาจารเด็ก
จา ยแจก หรอื แสดงอวดแกป ระชาชนหรอื ใหเ ชา สื่อลามกอนาจารเด็ก
(๓) เพื่อจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาส่ือลามกอนาจารเด็กแลว โฆษณา
หรือไขขาว โดยประการใดๆ วามีบุคคลกระทําการอันเปนความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณา
หรือไขขาววา สอ่ื ลามกอนาจารเด็กดงั กลา วแลวจะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวธิ ใี ด
ตองระวางโทษจาํ คุกตงั้ แตส ามปถ ึงสิบป และปรับตัง้ แตห กหมนื่ บาทถึงสองแสนบาท

สรปุ การต้งั ขอ หาความผิดเกีย่ วกับเพศในมาตราท่ีสําคัญ

ลําดบั ขอ หา/ฐานความผิด องคประกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ

๑. ¢Á‹ ¢Õ¹¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ¼ŒÍÙ ×è¹ Í§¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ป่ี ถ งึ ยสี่ บิ ป
(๑) ผใู ด วรรคหนึง่ และปรับต้ังแตแปดหมื่นบาท
(๒) ขม ขนื กระทําชาํ เรา
ถึงส่แี สนบาท
โดยวธิ กี ารอยางใดอยา งหน่ึง ดงั ตอ ไปนี้
(ก) โดยขูเ ขญ็ ดวยประการใดๆ
(ข) โดยใชกําลังประทษุ รา ย
(ค) โดยผอู น่ื อยใู นภาวะทีไ่ มสามารถขัดขนื ได หรือ
(ง) โดยทําใหผูอ่ืนน้นั เขา ใจผิดวาตนเปน บุคคลอืน่
(๓) ผูอ่ืน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
๑. เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙)
๒. เจตนาพิเศษ เพื่อสนองความใครของผกู ระทาํ
¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢Öé¹ การกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ผูกระทําตองรับโทษ ๒๗๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป
(ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃÃÊͧ) หนกั ขนึ้ ถา ä´¡Œ ÃÐทาํ â´Âทาํ ã˼Œ ¶ŒÙ ¡Ù ¡ÃÐทาํ à¢ÒŒ ã¨ÇÒ‹ ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ วรรคสอง และปรับต้ังแตหน่ึงแสนสี่หมื่นบาท
ÁÕÍÒÇ¸Ø »„¹ หรือÇÑμ¶ÃØ Ðàº´Ô ถงึ ส่แี สนบาท
¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´μŒÍ§ÃѺâ·ÉÊÙ§¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๖ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป
(ÁÒμÃÒ ò÷ö ÇÃäÊÒÁ) หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคสาม ถงึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตส ามแสนบาท
ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมหญงิ หรอื กระทาํ กบั ชาย ถึงส่ีแสนบาท หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต
ในลักษณะเดียวกัน

๑๒๑

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๒

¡Ã³àÕ »¹š ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÃÐËÇÒ‹ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ ความผดิ ๒๗๖ ศาลจะลงโทษนอยกวาที่กฎหมาย
¤‹ÊÙ ÁÃÊ ระหวา งคสู มรส และคสู มรสนนั้ ยงั ประสงคจ ะอยกู นิ ดว ยกนั วรรคส่ี กาํ หนดไวเ พยี งใดกไ็ ด หรอื จะกาํ หนด
ฉนั สามภี รยิ า เงื่อนไขเพ่ือคุมความประพฤติแทน
การลงโทษกไ็ ด หรอื จะกาํ หนดเงอ่ื นไข
เพอื่ คมุ ความประพฤตแิ ทนการลงโทษ
ก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาให
ลงโทษจาํ คกุ และคสู มรสฝา ยใดฝา ยหนงึ่
ไมประสงคจะอยูกินดวยกันฉันสามี
ภริยาตอไป และประสงคจะหยา
ใหคูสมรสฝายน้ันแจงใหศาลทราบ
และใหศาลแจงพนักงานอัยการให
ดาํ เนนิ การฟองหยา ให

๒. ¡ÒáÃÐทาํ ชาํ àÃÒà´¡ç ÍÒÂäØ Áà‹ ¡¹Ô ñõ »‚ ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึง
๑. ผูใ ด วรรคหนึง่ ย่ีสิบป และปรับต้ังแตหนึ่งแสนบาท
๒. กระทาํ ชาํ เรา ถงึ สแี่ สนบาท
๓. เดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ปซ ง่ึ มใิ ชภ รยิ า หรอื สามขี องตน
โดยเดก็ น้ันจะยินยอมหรือไมกต็ าม
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
เจตนาธรรมดา (มาตรา ๕๙)

¡Ã³Õ¼Œ¡Ù ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢¹éÖ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป
(ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) อายุยงั ไมเกินสิบสามป วรรคสอง และปรับต้ังแตหนึ่งแสนส่ีหมื่นบาท
ถงึ สีแ่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต

¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทํา¼´Ô μÍŒ §ÃѺâ·Éʧ٠¢é¹Ö ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ๒๗๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป
(ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊͧ) ไดก ระทําโดยทาํ ใหผ ูถ ูกกระทําเขาใจวาผกู ระทํามÍี ÒÇØ¸»„¹ วรรคสาม และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแี่ สนบาท
หรือÇμÑ ¶ØÃÐàº´Ô หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผดิ องคป ระกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ

¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทาํ ¼Ô´μŒÍ§ÃºÑ â·Éʧ٠¢éÖ¹ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ไดก ระทาํ ๒๗๗ ตองระวางโทษจําคุกตลอดชีวติ
(ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäÊè)Õ โดยมอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว ม วรรคสาม
กระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ
หรือกระทํากบั เด็กชายในลักษณะเดียวกัน

ºØ¤¤ÅÍÒÂØäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚¡ÃÐทํา ความผดิ ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ นวรรคหนงึ่ ถา เปน การกระทาํ โดย มาตรา ศาลมอี ํานาจพจิ ารณาคดเี ยาวชนและ
ชาํ àÃÒà´¡ç «§Öè ÁÍÕ ÒÂ¡Ø ÇÒ‹ ÊºÔ ÊÒÁ»á‚ μ‹ §Ñ บุคคลอายุäÁ‹à¡Ô¹ÊԺỴ»‚กระทําμ‹Íà´ç¡«èÖ§ÁÕÍÒÂØ¡Ç‹Ò ๒๗๗ ครอบครวั จะพจิ ารณาใหม ¡ี ÒäÁŒØ ¤Ãͧ
äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ â´Âà´¡ç ¹¹Ñé Â¹Ô ÂÍÁ ÊºÔ ÊÒÁ»‚áμ‹ÂѧäÁ‹à¡Ô¹ÊÔºËÒŒ »โ‚ ดยà´¡ç ¹¹éÑ ÂÔ¹ÂÍÁ วรรคหา ÊÇÑÊ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡¼ŒÙ¶Ù¡¡ÃÐทาํ ËÃ×Í
(ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˌÒ) ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ตามกฎหมายวา ดว ย
การคุมครองเด็กแทนการลงโทษก็ได
ในการพิจารณาของศาล ใหคํานึงถึง
อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สตปิ ญ ญา
การศกึ ษาอบรมสขุ ภาพภาวะแหง จติ นสิ ยั
อาชพี สง่ิ แวดลอ มของผกู ระทาํ ความผดิ
และเด็กผูถูกกระทํา ความสัมพันธ
ระหวา งผกู ระทาํ ความผดิ กบั เดก็ ผถู กู
กระทาํ หรอื เหตอุ น่ื อนั ควรเพอ่ื ประโยชน
ของเด็กผูถ ูกกระทาํ ดว ย

¡Ã³Õ·èÕä´ŒÁÕ¡ÒÃดําà¹Ô¹¡Òä،Á¤Ãͧ ในกรณีท่ีไดมีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพของเด็ก มาตรา ผกู ระทาํ ความผดิ äÁμ‹ ÍŒ §ÃºÑ â·Éแตถ า
ÊÇÊÑ ´ÔÀÒ¾¢Í§à´ç¡ ผถู กู กระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แลว ๒๗๗ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพดงั กลา วไมส าํ เรจ็
(ÁÒμÃÒ ò÷÷ ÇÃäˡ) วรรคหก ศาลจะŧâ·Éผกู ระทาํ ความผดิ นอ ยกวา
ทก่ี ฎหมายกาํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ
นั้นเพียงใดก็ได ในการพิจารณาของ
ศาล ใหค าํ นงึ ถงึ เหตตุ ามวรรคหา ดว ย

๑๒๓

ลาํ ดับ ขอหา/ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๔

๓. ¡ÃÐทํา͹ҨÒà ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡ ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ป หรอื
๑. ผใู ด วรรคหนึง่ ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือท้ังจํา
๒. กระทาํ อนาจารแกบ ุคคลอายุกวา ๑๕ ป ท้งั ปรับ
๓. โดยขูเข็ญดวยประการใดๆ โดยใชกําลังประทุษราย
โดยบุคคลนั้นอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือ
โดยทาํ ใหบุคคลนน้ั เขาใจผดิ วา ตนเปน บคุ คลอื่น
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù)

¡ÃÐทาํ ͹ҨÒ÷ทèÕ าํ ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ § ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ โดยใช ๒๗๘ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแต
ÃѺâ·É˹¡Ñ วตั ถหุ รอื อวยั วะอน่ื ซง่ึ มใิ ชอ วยั วะเพศลว งลาํ้ อวยั วะเพศหรอื วรรคสอง สปี่ ถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตแ ปดหมนื่ บาท
ทวารหนักของบุคคลนน้ั ถงึ สี่แสนบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคสอง ไดกระทําโดยทําให ๒๗๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยสี่ บิ ป
ผถู ูกกระทาํ เขาใจวาผูก ระทาํ มีอาวุธปน หรือวัตถุระเบิด วรรคสาม และปรับตั้งแตหนึ่งแสนสี่หม่ืนบาท

ถึงสี่แสนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสอง ไดก ระทาํ โดยมอี าวธุ ปน ๒๗๘ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาป
หรอื วตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ วรรคส่ี ถงึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตง้ั แตส ามแสนบาท
ดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงหรือกระทํากับ ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ติ
ชายในลักษณะเดียวกนั

๔. ¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ͧ¤»ÃСͺÀÒย¹Í¡ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบปหรือ
ñõ »‚ ๑. ผใู ด วรรคหนึ่ง ปรับไมเกินสองแสนบาท หรือทั้งจํา
๒. กระทาํ อนาจารแกเด็กอายยุ ังไมเ กินสบิ หา ป
๓. โดยเด็กน้นั จะยนิ ยอมหรอื ไมก ็ตาม ท้งั ปรับ
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹ à¨μ¹Ò (ÁÒμÃÒ õù)

ลาํ ดบั ขอหา/ฐานความผิด องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ

¡ÃÐทาํ ͹ҨÒÃá¡à‹ ´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ ๒๗๙ ตองระหวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป
ñõ »‚ ··èÕ Òí ã˼Œ ¡ŒÙ ÃÐทาํ μÍŒ §ÃºÑ â·É˹¡Ñ อายไุ มเ กินสบิ สามป วรรคสอง ถงึ สบิ ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมนื่ บาท
ถึงสองแสนบาท หรือทงั้ จําทั้งปรบั

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง ผกู ระทาํ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งป
ไดก ระทาํ โดยขเู ขญ็ ดว ยประการใดๆ โดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย วรรคสาม ถงึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาท
โดยเดก็ นน้ั อยใู นภาวะทไ่ี มส ามารถขดั ขนื ได หรอื โดยทาํ ให ถงึ สามแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรับ
เดก็ นน้ั เขา ใจผดิ วาตนเปน บคุ คลอ่ืน

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสาม เปน การ ๒๗๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึง
กระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอื่นซ่ึงมิใชอวัยวะเพศลวงล้ํา วรรคส่ี ย่ีสิบป และปรับตั้งแตหน่ึงแสนบาท
อวยั วะเพศหรอื ทวารหนักของเด็กน้นั ถงึ ส่แี สนบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ี เปนการกระทําแกเด็ก ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยส่ี บิ ป
อายยุ งั ไมเ กินสบิ สามป วรรคหา และปรับตั้งแตหนึ่งแสนส่ีหม่ืนบาท
ถงึ สี่แสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชีวิต

ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยสี่ บิ ป
โดยทาํ ใหผ ถู กู กระทาํ เขา ใจวา ผกู ระทาํ มอี าวธุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ วรรคหก และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท

หรือจําคุกตลอดชีวิต

ถาการกระทําความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคหาไดกระทํา ๒๗๙ ตองระวางโทษจาํ คุกตลอดชวี ติ
โดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดย วรรคเจด็
รวมกระทําความผิดดวยกัน อันมีลักษณะเปนการโทรม
เด็กหญิงหรอื กระทํากบั เด็กชายในลกั ษณะเดียวกัน

๑๒๕

ลาํ ดับ ฐานความผดิ องคประกอบความผดิ มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ ๑๒๖

๕. ครอบครองส่ือลามกอนาจารเดก็ ๔๓๑๒.... สเคเสจจาํ่ือรตตอหลนนบราาาับมคพตกรเิอนอศงเนษอางเจหพารอ่ืรือเแดผส็กอูวื่นงหาประโยชนใ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ปทตอั้งรจับงรําไะทมวัง้เากปงินรโทบั ษ๑จ๐าํ ๐ค,กุ๐ไ๐ม๐เ กนิบา๕ทปหหรรืออื

๖. สง ตอ ซง่ึ สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ใหแ กผ อู นื่ ๒๓๑๔.... สคสเเจจ่องืรตตตอลนนอบาาาซมคพง่ึกรเิสออศื่องนษลาาเจพมาอื่กรอเแดสน็กวางจหาารเปดรก็ ะแโยกชผ นูอ ใืน่ นทางเพศ ๒๘๗/๑ ตปทอรั้งบัปงรไรมะับวเ กานิงโ๑ท๔ษ๐จ,าํ ๐ค๐กุ ๐ไมบเ ากทนิ ห๗รอืปท หง้ั รจอืาํ

๗. รไใพทดปาําาชๆนไผอปอลซากหณติง่ึ รรสาามอืือ่จชไีทลกัวอาํารานใมณสหํากงแเาอขอพจาอนกัรหกาหรรจหลพอื ารายารอืยไเงั ยดปโใดงัห็กหยในหปรําสอื รเงขยะอากงั อใใานหกร ๑. พเสใเทเจจพดงาําตตอื่ๆอไผนนปกอลาหซาากติพรึ่งรแอืสเิมหศจยอื่ไีรษกวงัลือจในเาหยาพามํ พังย อื่เใกขหาตหาอไราปสอืนหมหงเราปอพรอืจรอืออื่ ยาะทกกรงัสาําใเไงดหใปรคหแ็กนนแแสาํอหพดเขกงรงากหรอใาาลนวรชาดรคอยาแา โชากดโณอปดยารยาปณะจกรชาากัะาจรกรชคกัานารร ๒๘(๑๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตําา้งั คแทตุกต ๖้งั ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง
๒.
๓.

๘. ปกปราระะรชกคาอาชบนแกหจารรกอื คใจหา าเหชยรา อืสหอ่ืมรลสี ือาว มแนกสเอกดน่ียงาวอจขวาอ ดรงเแดในกก็  ๑. ปใจอเจหารนตเะยาชนกแจาอาจาสบกร่อื กหเลดารารก็ ือคมแากสหอดรนงอื าอมจอสี าวกรนแเดเกก็กปยี่ รวะขอชงาใชนนการคา สอ่ื ลามก ๒๘(๒๗)/๒ ต๑ถงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐ษบั บจตาํา้งั คแทตกุ ต ๖ัง้ ๐แ,ต๐ ๐๓๐ปบ าถทึง
๓๒๔...

๙. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอ่ื ลามกอนาจารเดก็ ๑. โฆษณาหรอื ไขขา วโดยประการใดๆ วา มบี คุ คลกระทาํ ๒๘๗/๒ ตองระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แต ๓ ป ถงึ
อนั เปน ความผิด สือ่ ลามกอนาจารเดก็ (๓) ๑๐ ป และปรับต้ังแต ๖๐,๐๐๐ บาท
๒. โฆษณาหรอื ไขขา ววา สอื่ ลามกอนาจารเดก็ จะหาไดจ าก ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท
บคุ คลใดหรอื วิธกี ารใด
๓. เจตนา
เจตนาพเิ ศษ เพื่อจะชวยการทาํ ใหแพรหลาย หรอื
การคาสอ่ื ลามกอนาจารเด็ก

๑๒๗

ô. คาํ ¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÂÕ ¹

๑. จงอธิบายความหมายของการ “กระทาํ ชาํ เรา”?
๒. การใชสิ่งอ่ืนใด นอกเหนือจากอวัยวะเพศกระทําตออวัยวะเพศของบุคคลอื่นที่ไม
ยินยอม มีความผิดฐานใดบาง?
๓. นาย ก. กระทําชําเรา นางสาว ข. ในขณะทีผ่ ูเสยี หายหลบั อยู โดยของลับสอดเขา ไป
๑ องคลุ ี ทางพจิ ารณาไมป รากฏวา มนี าํ้ อสจุ ขิ อง นาย ก. อยทู ขี่ องลบั นางสาว ข. เลยแตอ ยา งใด เชน น้ี
นาย ก. มคี วามผดิ ฐานพยายามหรอื ผดิ สําเรจ็ ?
๔. การกระทาํ ชาํ เราระหวา งเพศเดยี วกนั กรณชี ายกระทาํ ตอ ชาย โดยทม่ี กี ารลว งล้ําหรอื
สอดใสข องอวัยวะเพศตอ ทวารหนกั มีความผดิ ฐานกระทาํ ชาํ เรา หรือไม อยา งไร
๕. นายแดงใชป น บบี กี นั (ปน อดั แกส ) ขใู หน างเก “ยนิ ยอม” ใหก ระทาํ ชาํ เรา โดยทน่ี างเก
เขา ใจไปเองวา เปน อาวธุ ปน จรงิ ดงั น้ี นายแดงมคี วามผดิ ฐานใด? และตอ งรบั โทษหนกั ขนึ้ หรอื ไมอ ยา งไร?

๑๒๘

àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§

เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตงิ้ .
คณิต ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่ัวไป. กรงุ เทพฯ:วิญชู น.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหง เนติบณั ฑิตยสภา.
บุญเพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพฒั น
จาํ กัด
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗.)หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:บริษัทอมรินทร
พร้นิ ตงิ้ แอนดพ บั ลิชช่ิง.
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นติ บิ รรณาการ.
วินยั เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วธิ ไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบุคส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรงุ เทพฯ:หา งหนุ สวนจาํ กดั จิรชั การการพมิ พ.
วีระวัฒน ปวราจารย. (๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ.
สํานักอบรมศกึ ษากฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑิต.
เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์.(๒๕๖๒).คําบรรยายวิชากฎหมายอาญา ภาค ๑.กรุงเทพฯ.
สาํ นักอบรมศึกษากฎหมายแหงเนติบัณฑติ .

๑๒๙

º··Õè ö

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ªÕÇμÔ áÅÐÃÒ‹ §¡ÒÂ

ñ. ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ûŒÙ ÃÐจาํ º·

๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเกี่ยวกับ
ความผดิ ฐานตา งๆ

๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒
๓. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสิบตาํ รวจมีความรู เก่ียวกบั ความผิดเกยี่ วกบั ชวี ติ และรา งกาย

ò. ÊÇ‹ ¹นํา

นกั เรยี นจะไดศ กึ ษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เรอื่ งความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ติ และรา งกาย
ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาท่เี ก่ยี วขอ งเพอ่ื ใหน กั เรียนนายสบิ ตํารวจใชป ระกอบการเรียนการสอน

ó. à¹Íé× ËÒ
¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÕÇÔμ

¤ÇÒÁ¼´Ô μÍ‹ ªÇÕ Ôμ»ÃСͺ´ÇŒ °ҹ¤ÇÒÁ¼´Ô ·Õสè ํา¤ÑÞæ ´§Ñ μÍ‹ 仹Õé
ñ. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦Ò‹ ¼ÙÍŒ ¹è× â´Âà¨μ¹Ò
ÁÒμÃÒ òøø ผใู ดฆา ผอู นื่ ตอ งระวางโทษประหารชวี ติ จาํ คกุ ตลอดชวี ติ หรอื จาํ คกุ ตงั้ แต
สิบหาปถงึ ยี่สบิ ป
ͧ¤» ÃСͺ
๑. ฆา
๒. ผอู ่นื
๓. เจตนา
ฆา หมายถงึ ทําใหต าย
¼ÙŒÍ×¹è หมายถึง ผูมีสภาพบคุ คล และหมายถึงเฉพาะบุคคลธรรมดา ซงึ่ ประมวลกฎหมาย
แพง และพาณิชย มาตรา ๑๕ ไดบ ญั ญตั วิ า สภาพบุคคลเริ่มเมื่อคลอดและอยรู อดเปน ทารก
¤ÅÍ´ หมายความวาทารกไดอ อกมาจากครรภมารดาจนพน ตวั
Í‹ÙÃʹ໚¹·Òá หมายความวา ทารกเริ่มมกี ารหายใจ
à¨μ¹Ò หมายถึง เจตนาตามมาตรา ๕๙ ผูกระทําตองประสงคตอผลหรือเล็งเห็นผล
ในชวี ติ ถา ผกู ระทาํ มเี จตนาอยา งอน่ื จะไมม คี วามผดิ ฐานนี้ สาํ หรบั การวนิ จิ ฉยั เจตนานน้ั จะตอ งเปน ไปตาม
หลักกรรมเปนเครอ่ื งช้เี จตนา

๑๓๐

กรรมเปนเครื่องช้ีเจตนา เปนการวินิจฉัยเจตนาของผูกระทําวามีเจตนาอยางไร
จากการกระทํา ท้ังนี้โดยพิจารณาจาก

๑. พฤติการณ กิริยา วาจา ทา ทางของผูก ระทํา
๒. ลกั ษณะบาดแผล รวมไปจนถึงจํานวนบาดแผลของผถู ูกกระทํา
๓. อาวธุ ท่ใี ชในการกระทํา
๔. อ่นื ๆ เชน โอกาสท่กี ระทาํ อารมณ
เหตเุ กดิ จากการถา ยเลอื ดหลายครง้ั ทาํ ใหต ดิ เชอื้ ไวรสั ในทสี่ ดุ ถงึ แกค วามตาย การตายของ
โจทกที่ ๒ เปน ผลโดยตรงจากการท่จี าํ เลยท่ี ๑ ใชเ หล็กแหลมแทงท่หี นา ทอ ง จําเลยท่ี ๑ มีความผดิ
ตามมาตรา ๒๘๘
®Õ¡Ò·Õè òòõõ/òõòò จําเลยขับรถปดเสนทาง ไมยอมใหผูตายซ่ึงขับรถตามหลังมา
แซงขึ้นหนา เมื่อรถโดยสารประจําทางแลนสวนมาจําเลยก็แกลงเบรกใหรถหยุดในทันที การกระทํา
เชนน้ีจําเลยยอมเล็งเห็นไดวาผูตายตองหักรถหลบไปทางขวาและชนกับรถโดยสารนั้น ซ่ึงจําเลย
ยอมเล็งเห็นผลของการกระทําของจําเลยไดวาจะมีผูไดรับอันตราย บาดเจ็บและตายเกิดข้ึนจากเหตุ
ท่ีรถยนตชนกันน้ัน ฉะน้ันเม่ือผูตายถึงแกความตายดวยผลแหงการกระทําของจําเลยดังกลาว จึงได
ช่ือวา จําเลยมเี จตนาฆาผูตาย
®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõòø ผูตายถูกยิงไดรับบาดเจ็บและถึงแกความตายหลังเกิดเหตุ
๙ เดือนเศษ เมื่อความตายสืบเน่ืองมาจากบาดแผลท่ีถูกยิง แมจะเน่ืองจากการรักษาบาดแผลไมดี
จนเปนเหตุใหแผลติดเชื้อ ก็เปนผลธรรมดาอันสืบเนื่องจากการกระทําของจําเลย เมื่อจําเลย
ยงิ ผูตายโดยเจตนาฆา จําเลยจึงตองรับผดิ ฐานฆา คนตายโดยเจตนา
®Õ¡Ò·Õè òòô/òõóö การที่จําเลยท่ี ๓ รองตะโกนบอกจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ วา
“ตมี นั ใหห มอบเลย” แสดงใหเห็นวาจาํ เลยที่ ๓ มีเจตนารว มกระทาํ ความผดิ กบั จําเลยที่ ๑ และที่ ๒
เม่อื จําเลยที่ ๓ ยอ มเห็นไดว า การทจ่ี าํ เลยท่ี ๑ และที่ ๒ ใชไ มต ที าํ รายผูตายทบ่ี ริเวณศีรษะและลําตวั
อาจทาํ ใหผตู ายถึงแกค วามตายได ดังนัน้ จงึ ถอื ไดว า จาํ เลยท่ี ๓ ไดร ว มกับจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ทาํ รา ย
ผตู ายโดยเจตนาฆา ผตู าย เมอื่ ผตู ายถงึ แกค วามตายเพราะการทาํ รา ยดงั กลา ว จาํ เลยที่ ๓ จงึ มคี วามผดิ
ฐานรวมกบั จําเลยท่ี ๑ และที่ ๒ ฆาผูต ายโดยเจตนา
จาํ เลยตอ งเลง็ ปน ไปทผ่ี เู สยี หายเพอ่ื ขผู เู สยี หาย ถอื วา ไมม เี จตนาฆา ดฎู กี าท่ี ๖๐๑๐/๒๕๓๐,
๓๙๑๖/๒๕๓๔
®Õ¡Ò·Õè öðñð/òõóð จําเลยใชปนลูกซองสั้นจองเล็งไปยังผูเสียหายที่อยูหางเพียง
๗-๘ เมตร หากจําเลยมีเจตนาจะยิงผูเสียหายจริงแลว ก็คงจะใชปนยิงไดโดยงาย เพราะผูเสียหาย
ว่ิงหลบหนีอยูบริเวณนั้น ไมปรากฏวาจําเลยไดงางนกปนขึ้นหรือน้ิวมือของจําเลยอยูในโกรงไกปน
พรอ มทจี่ ะยงิ ได และไมป รากฏวา ผเู สยี หายมสี าเหตโุ กรธเคอื งกบั จาํ เลยมากอ น พฤตกิ ารณจ งึ สอ แสดง
ใหเหน็ วาจาํ เลยชกั ปนออกมาเพือ่ ขผู เู สียหายท่ไี ปทวงคา อาหารมากกวา อยางอ่ืน จําเลยไมม ีความผิด
ฐานพยายามฆาผูอ่นื

๑๓๑

ฎีกาท่ี ๑๕๙๓/๒๕๔๒ ผตู ายมโี รคเดมิ อยแู ลว เมอ่ื เกดิ อาการตกใจทาํ ใหห วั ใจเตน ผดิ ปกติ
ทาํ ใหห วั ใจวาย อนั เปน สาเหตใุ หผ ตู ายถงึ แกค วามตาย การทจ่ี าํ เลยใชก อ นหนิ ตที ห่ี นา ของผตู าย ทาํ ให
ผตู ายเกดิ อาการตกใจหวั ใจเตน ผดิ ปกตจิ นถงึ แกค วามตาย ความตายจงึ เปน ผลโดยตรงจากการกระทาํ
ของจาํ เลย เปน ความผดิ ฐานมไิ ดเ จตนาฆา แตท าํ รา ยผอู น่ื จนเปน เหตใุ หผ นู นั้ ถงึ แกค วามตาย (ม. ๒๙๐)
แมผูตายเคยเขารับการรักษาโรคหัวใจมากอน ก็ไมเปนเหตุใหรับฟงวาผูตายถึงแกความตายโดยมิใช
เกดิ จากการทํารา ยของจาํ เลย

®¡Õ Ò·Õè ôõöó/òõôó จําเลยถอดกางเกงเดินเขาไปเพ่ือขมขืนกระทําชําเราผูตายใน
ขณะท่ีผูตายไมไดสวมกางเกงและยืนพิงลูกกรงระเบียงอาคารซ่ึงสูงเพียงระดับสะโพก โดยผูตายมิได
ยนิ ยอม จาํ เลยยอ มเลง็ เหน็ ไดว า หากผตู ายหลบหลกี ขดั ขนื มใิ หข ม ขนื กระทาํ ชาํ เราแลว อาจจะตกลงไป
จากระเบยี งอาคารถงึ แกค วามตายได เมอ่ื ผตู ายดนิ้ รนขดั ขนื เพอื่ มใิ หจ าํ เลยขม ขนื กระทาํ ชาํ เราจนผตู าย
พลดั ตกลงไปจากระเบยี งอาคารจนไดร บั บาดเจบ็ และตายในเวลาตอ มา จงึ เปน ¼Åทเี่ กดิ â´Âμçจากการ
กระทําของจาํ เลยอนั เปน การกระทาํ โดยเจตนาฆาผูตาย

®¡Õ Ò·Õè òõôø/òõôô จาํ เลยยนื อยบู นสะพานใชก อ นหนิ ทมี่ ขี นาดนาํ้ หนกั ถงึ ๑ กโิ ลกรมั เศษ
และคร่ึงกิโลกรัมจํานวนหลายกอน ทุมลงมาในหมูผูเสียหายจํานวนมากท่ีอยูในเรือซ่ึงมีพื้นท่ีจํากัด
ที่แลนลอดใตสะพาน ยอมเล็งเห็นผลของการกระทํานั้นไดวากอนหินอาจถูกศีรษะซ่ึงเปนอวัยวะ
ทสี่ าํ คญั ของรา งกายเปน ผลทาํ ใหถ งึ ตายได แตจ าํ เลยกห็ าไดไ ยดตี อ ผลทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ไม จงึ ถอื ไดว า จาํ เลย
มีเจตนา

®Õ¡Ò·Õè öùø/òõô÷ จาํ เลยและผตู ายกอดปลํ้าตอ สกู ัน จาํ เลยพลิกตัวขนึ้ มานงั่ ครอ ม
ผูตายอยูดานบนจึงยอมสามารถใชมีดแทงผูตายไดถนัดและสามารถเลือกแทงได การท่ีจําเลยใชมีด
ของกลางซง่ึ เปน มดี ปลายแหลมขนาดใหญแ ทงไปทบี่ รเิ วณชายโครงขวาของผตู ายจนเปน บาดแผลฉกรรจ
แสดงวา จาํ เลยแทงโดยแรงถกู อวยั วะสาํ คญั ทาํ ใหผ ตู ายถงึ แกค วามตาย ถอื วา จาํ เลยมเี จตนาฆา ผตู าย

ò. ¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹¦‹Ò¼ŒÙÍè¹× â´ÂàËμØ©¡Ãè
ÁÒμÃÒ òøù ผใู ด
(๑) ฆาบพุ การี
(๒) ฆาเจาพนักงานซ่ึงกระทําตามหนาที่ หรือเพราะเหตุท่ีจะกระทําหรือไดกระทําการ
ตามหนา ที่
(๓) ฆา ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานในการทเี่ จา พนกั งานนน้ั กระทาํ ตามหนา ทห่ี รอื เพราะเหตุ
ทบี่ คุ คลนัน้ จะชว ยหรือไดชวยเจา พนักงานดังกลาวแลว
(๔) ฆา ผอู ื่นโดยไตรต รองไวกอน
(๕) ฆา ผอู ่ืนโดยทรมานหรอื โดยกระทําทารณุ โหดรา ย
(๖) ฆาผูอ่ืนเพื่อตระเตรียมการหรือเพ่ือความสะดวกในการท่ีจะกระทําความผิด
อยางอน่ื หรอื

๑๓๒

(๗) ฆา ผอู นื่ เพอื่ จะเอา หรอื เอาไวซ งึ่ ผลประโยชนอ นั เกดิ แตก ารทต่ี นไดก ระทาํ ความผดิ อนื่
เพือ่ ปกปดความผิดอ่นื ของตน หรอื เพอื่ หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผิดอื่นทตี่ นไดก ระทําไว

ตองระวางโทษประหารชวี ติ
¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μŒ¹
ÁÒμÃÒ òøù ໹š ¡Òæ‹Òâ´ÂàËμØ©¡Ãè
ñ. ¦‹ÒºØ¾¡ÒÃÕ หมายถึง ฆาผูสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไป ซึ่งไดแก บิดามารดา ปูยา
ตายาย ทวด แตไมรวมถงึ ผรู บั บตุ รบุญธรรม
การฆาบพุ การี ซึง่ เปน เหตุทาํ ใหรับโทษหนกั ขนึ้ ผูกระทําจะตอ งรูขอ เทจ็ จริง ถา ผกู ระทํา
มไิ ดร ขู อ เทจ็ จรงิ อนั เปน องคป ระกอบของความผดิ จะถอื วา ผกู ระทาํ ประสงคต อ ผลหรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผล
ไมได เพราะบุคคลจะตองรับโทษหนักข้ึนโดยอาศัยขอเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะตองไดรูขอเท็จจริงน้ัน
ตามมาตรา ๖๒ วรรคทาย
®¡Õ Ò·Õè òùö/òô÷õ ฆา บดิ าโดยไมร วู า เปน บดิ า แตค ดิ วา เปน คนรา ยมคี วามผดิ ฐานฆา
คนธรรมดา (เทยี บมาตรา ๒๘๘)
®¡Õ Ò·èÕ òóö/òôøò ฟนบิดาโดยปองกันตัวเกินกวาเหตุ เปนความผิดที่มีเหตุตองรับ
โทษหนกั ขน้ึ ฐานนี้
®¡Õ Ò·Õè óðó/òôù÷ ¼ÙŒÊº× Êѹ´Ò¹ ËÁÒ¤ÇÒÁ¶§Ö ¼ÊŒÙ º× Êѹ´Ò¹μÒÁ¤ÇÒÁ໚¹¨Ã§Ô
ò. ¦‹Ò਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ เพื่อใหความคุมครองแกเจาพนักงานของรัฐในการปฏิบัติหนาท่ี
เจาพนักงานหมายถึง ผูปฏิบัติหนาท่ีราชการโดยไดรับการแตงต้ังตามกฎหมาย และจะตองประกอบ
ไปดว ยลักษณะดังน้ี

- ฆา เจา พนกั งานซ่ึงกระทําการตามหนา ที่ คอื ฆา เจาพนักงานในขณะกาํ ลังกระทาํ
ตามหนา ท่ี จะเพราะเหตใุ ดไมสําคญั และไมจําเปน ตองฆา เพราะเหตุท่กี าํ ลงั กระทาํ การตามหนาท่ี

- ฆา เจา พนกั งานเพราะเหตทุ จ่ี ะกระทาํ การตามหนา ทม่ี มี ลู เหตชุ กั จงู ใจอนั เปน เจตนา
พิเศษ คือ ฆาเพราะเหตุที่เจาพนักงานจะกระทําการตามหนาที่ เชน ร.ต.อ. ดํา กําลังเตรียมตัวไป
ตรวจคนของผดิ กฎหมายท่ีบานนาย ก. นาย ก. จงึ ใชป น ยิง ร.ต.อ. ดาํ ถึงแกค วามตาย

- ฆาเจาพนักงานเพราะเหตุไดกระทําการตามหนาที่ มีมูลเหตุชักจูงใจอันเปน
เจตนาพิเศษ คือฆาเพราะเจาพนักงานไดกระทําการตามหนาที่ เชน พลตํารวจดําจับบิดาของแดง
แดงโกรธจงึ ใชปน ยงิ พลฯ ดํา ถึงแกความตาย

®¡Õ Ò·Õè ñðøö/òôùó จําเลยเสพสุราเมา ผูตายเปนผูใหญบาน พบเขาจึงตักเตือน
ใหจําเลยกลับบานเสียจําเลยจึงฆาผูใหญบานตาย จําเลยมีความผิดฐานฆาเจาพนักงานผูกระทําการ
ตามหนาท่ี

®¡Õ Ò·Õè ñóõò/òõðø จําเลยกับพวกชิงทรัพยหนีไป เจาพนักงานตํารวจกับเจาทรัพย
ไลติดตาม พอทันกัน จําเลยคนหน่ึงใชมีดแทงเจาพนักงานตํารวจตาย ดังนี้ จําเลยมีความผิด
ฐานฆาเจาพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๒)

๑๓๓

®¡Õ Ò·Õè ñõ/òõðù แมเปนพลตํารวจในระหวางท่ีลาราชการ ขณะที่ไปเที่ยวงานวัด
ถา จา ตาํ รวจวานใหร กั ษาความสงบและไดไ ปพดู เตอื นคนเมา (จาํ เลย) กลบั ถกู แทงตาย คนเมา (จาํ เลย)
ผิดตาม ».ÍÒÞÒ ÁÒμÃÒ òøù (ò)

ó. ¦‹Ò¼ÙŒª‹ÇÂàËÅ×Í਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ ผูชวยเหลือไมใชเจาพนักงาน ในการชวยเหลือจะ
กระทาํ โดยถกู เจา พนกั งานเรยี กรอ งใหช ว ยตามอาํ นาจในกฎหมาย หรอื ผชู ว ยเหลอื สมคั รใจเขา ชว ยเอง
ยอมไดรบั ความคมุ ครองตามมาตรานี้ แตเจาพนักงานนน้ั ตอ ง

- กาํ ลงั กระทําการตามหนาที่ หรือ
- ไดกระทําการตามหนาที่
อาจเปน การฆา ขณะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตจุ ะเขา ชว ย หรอื เพราะเหตทุ ไี่ ดช ว ยมาแลว
และผูกระทําจะตอ งรขู อ เทจ็ จรงิ วาเขาเปนผชู วยเหลอื เจาพนกั งานดวย
®Õ¡Ò·Õè ùò/òô÷ð จาํ เลยมคี ดอี าญาตดิ ตวั ผใู หญบ า นจะเขา จบั จาํ เลย จาํ เลยใชม ดี แทง
สูผูใหญบานจึงเรียกผูตายชวยเหลือจับกุม จําเลยจึงแทงผูเขาชวยผูใหญบานนั้นตาย ดังน้ันจําเลยมี
ความผดิ ฐานฆาผูช วยเหลอื เจา พนกั งานซึ่งกระทาํ การตามหนาท่ี
ô. ¦‹Ò¼ÙÍŒ ¹è× â´ÂäμËμÃͧäÇŒ¡‹Í¹ หมายความวา ฆาผอู ่ืนโดยผกู ระทาํ มีโอกาสไตรตรอง
ทบทวนกอนกระทาํ ไมใชต ัดสินใจกระทาํ ในขณะแรกที่มีโทสะ
®Õ¡Ò·Õè ñðñù/òõðõ ก. วางแผนโทรศัพทลวงนัดให ข. ไปรับชําระหน้ีแลวซื้อขวาน
๑ เลม เมือ่ พา ข. ไปถึงที่เปลย่ี ว ก. ใชขวานน้นั ฆา ข. เปนความผิดตาม ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ (๔)
®Õ¡Ò·èÕ ñðöø/òõòñ จาํ เลยดกั ยงิ ฆา คนตายท่ีรับจางมา เปน ฆาโดยไตรตรองไวกอ น
®Õ¡Ò·èÕ òòõù/òõòò ยิงผูเสียหายโดยมีสาเหตุกลาวคําอาฆาตไวกอนแลวเตรียม
จดหมายจาหนาซองมาถึงผูเสียหายเพ่ือขอพบแลวชักปนยิง แตผูเสียหายไมตาย เปนพยายามฆา
โดยเจตนาไตรตรองไวก อ น
õ. ¦Ò‹ ¼ÍÙŒ ×è¹â´Â·ÃÁÒ¹ËÃÍ× â´Â¡ÃÐทํา·ÒÃ³Ø âË´ÃŒÒÂ
¦‹Òâ´Â·ÃÁÒ¹ หมายความวา ฆาโดยกระทําใหผูถูกฆาไมตายทันที แตใหไดรับความ
ลาํ บากสาหัสกอนตาย เชน เฉือนเนื้อทีละชิน้ จนถงึ แกค วามตาย
¦‹Òâ´Â¡ÃÐทํา·ÒÃØ³â˴ÌҠหมายความวา ฆาโดยวิธีการทารุณและโหดราย ผูตาย
อาจตายทนั ทีโดยไมไ ดร ับความทรมานกไ็ ด เชน ใชน า้ํ มนั เบนซนิ ราดแลว จุดไฟเผาทงั้ เปน
®Õ¡Ò·èÕ óöñ/òô÷÷ เอาเชอื กรดั คอผตู ายและกระชากใหล ม ลงไปตามพน้ื ดนิ จนขาดใจตาย
เปนการฆาโดยทรมานทารณุ โหดราย
®¡Õ Ò·Õè ññðñ/òõðù ใชมีดเชือดคอเด็กหญิงอายุ ๔ ขวบถึงแกความตายแลวรวมกับ
จําเลยอ่ืนกระทืบเด็กชายอายุ ๘ เดือน แลวใชผาอุดจมูกจนหายใจไมออกตาย นอกจากนี้ยังใช
ยาพิษกรอกปากกับใชมีดเชือดคอมารดาของเด็กท้ังสองจนหลอดเสียงขาดเพื่อจะฆาใหตาย ดวยการ
กระทาํ ของจาํ เลยถอื ไดว า เปน การฆา ผอู น่ื โดยกระทาํ ทารณุ โหดรา ย (ขอ สงั เกต จาํ เลยคนเดยี วใชส ง่ิ ของ
หลายอยางฆาหลายคน)

๑๓๔

®¡Õ Ò·Õè òòóð/òõòñ ฆา คนคราวเดยี ว ๓ คน คนหนง่ึ เปน หญงิ มคี รรภ คนหนงึ่ เปน เดก็
อายุ ๑ ป ๖ เดือน อีกคนหนึ่งคือสามีของหญงิ บดิ าของเด็ก เปนการฆา ใหตายท้ังครอบครวั มลี ักษณะ
ทารณุ โหดราย

ö. ¦Ò‹ ¼ÍŒÙ ¹è× à¾Íè× μÃÐàμÃÂÕ Á¡ÒÃËÃÍ× à¾Í×è ¤ÇÒÁÊдǡ㹡Ò÷¨èÕ Ð¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÍÂÒ‹ §Í¹è×
การฆากรณีนี้มมี ลู เหตชุ กั จูงใจอนั เปน เจตนาพิเศษ คอื

ฆาในข้ันตระเตรียมการกอนที่จะลงมือกระทําความผิดอยางอ่ืน เพื่อใหพรอมท่ี
จะลงมือกระทําความผิดอ่ืนตอไป เชน คนรายตระเตรียมปลนธนาคารจับผูจัดการธนาคารมาบังคับ
ใหเปดเผยวิธีเปด ตนู ิรภยั แลว ฆาเสีย

ฆาเพ่ือความสะดวกในการที่จะกระทําความผิดอ่ืน คือ การฆาในขณะลงมือหรือ
ในระหวางกระทําความผิดอ่ืน เพ่ือใหความผิดอยางอื่นน้ันลุลวงไปโดยปราศจากการขัดขวาง เชน
ปลน ธนาคาร ฆา ยามเฝา ธนาคารมใิ หข ัดขวาง

®Õ¡Ò·Õè ù÷ô/òõðø จําเลยกับพวกรวมกันฉุดคราผูเสียหายเพื่ออนาจารและขมขืน
กระทําชําเรา ขณะทํายังไมสําเร็จ บิดาผูเสียหายติดตามเพ่ือไปขัดขวาง จําเลยสั่งใหพวกของจําเลย
ใชป นยงิ บดิ าผูเสียหายถึงแกความตายดงั น้ี จําเลยผดิ ป.อาญา มาตรา ๒๘๙(๖)

®Õ¡Ò·Õè öñù/òõñó แยงหญิงไปจากผูตาย เพื่อขมขืนกระทําชําเรา ผูตายขัดขวาง
จงึ ฆาผูต าย เปน ความผดิ ตาม ป.อาญา ๒๘๙(๖)

®¡Õ Ò·Õè ñù÷÷/òõòñ ผูตายขัดขวางการปลนทรัพย จําเลยยิงผูตาย ผิด ป.อาญา
มาตรา ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๖)

÷. ¦‹Ò¼ÙŒÍ×è¹ à¾Í×è
๑. เอาไวซ่ึงผลประโยชนอันเกิดแตการที่ตนไดกระทําความผิดอ่ืน หมายความวา

ผลประโยชนอันเกิดแตการไดทําความผิดน้ัน ตนไดมาแลว แตฆาเพื่อรักษาผลประโยชนไว เชน
ลักทรัพยไ ดแลวเจาทรัพยต ามจะมาเอาคืน จึงฆา เจาทรัพยเ พอื่ มใิ หเ อาคนื

๒. ปกปดความผิดอ่ืนของตน เชน ในระหวางปลนทรัพย เจาทรัพยรองทักทาย
เพราะรจู ักจึงฆา เพอ่ื ปด ปาก

๓. หลกี เลี่ยงใหพนอาญาในความผดิ อ่นื ท่ตี นไดกระทาํ ไว เชน คนรายวิ่งราวทรพั ย
เจาทรพั ยว ง่ิ ไลตามจับคนรายใชม ีดแทงเพอื่ หลกี เล่ียงการจับกุม

®¡Õ Ò·èÕ öö/òôöô สมคบกนั ไปลอบยงิ เขาไมถ กู พวกของเขาไลต าม พวกทแี่ อบซมุ อยู
จงึ ยงิ พวกที่ไลต ามมา เปนการยงิ เพ่ือปกปดการกระทําผดิ หรอื หลกี เลย่ี งใหพ น อาญาในความผดิ ที่ตน
ไดกระทาํ

®Õ¡Ò·Õè õñò/òõòö จําเลยไดขมขืนกระทําชําเราผูตาย และฆาผูตายโดยวิธีกดน้ํา
ใหจ มนํา้ สาํ ลักนา้ํ ตาย เพอื่ ปกปด ความผดิ จําเลย เปน กรณีตอ งดวย ป.อาญา มาตรา ๒๘๙

๑๓๕

ó. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทาํ ÌҨ¹à»š¹àËμØã˼Œ ٌ͹è× ¶§Ö á¡‹¤ÇÒÁμÒÂ
ÁÒμÃÒ òùð “ผูใดมิไดมีเจตนาฆา แตทํารายผูอ่ืนจนเปนเหตุใหผูน้ันถึงแกความตาย
ตอ งระวางโทษจําคุก ต้ังแตสามปถึงสิบหาป
ถา ความผดิ นน้ั มลี กั ษณะประการหนงึ่ ประการใด ดงั ทบ่ี ญั ญตั ไิ ว ในมาตรา ๒๘๙ ผกู ระทาํ
ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้งั แตสามปถ ึงยีส่ ิบป
ͧ¤» ÃСͺ
๑. ทําราย
๒. ผอู ื่นถงึ แกค วามตาย
๓. เจตนา
การกระทาํ ตามมาตราน้ี คอื ทาํ รา ย หมายถงึ ทาํ การประทษุ รา ยแกก ายหรอื จติ ใจบคุ คลอนื่
ความผิดตามมาตรานี้ ตองการผลเพียงประการเดียวคือผูถูกทํารายจะตองถึงแกความตายอันเปนผล
โดยตรงจากการทาํ รา ย ถา มีผลเปน ประการอื่น นอกจากนจี้ ะไมม คี วามผดิ ตามมาตราน้ี เพราะเหตทุ ่ี
เปน ความผดิ ทคี่ าํ นงึ ถงึ ผลเพยี งประการเดยี วจงึ ไมอ าจมคี วามผดิ ฐานพยายาม สว นเจตนานนั้ กฎหมาย
ตองการแคเ พยี งเจตนาทาํ รา ย อนั หมายถงึ ประสงคต อ ผล หรอื เลง็ เหน็ ผลตอรางกายมิไดมุงตอชีวติ
เชน เจตนาฆา
ตาม วรรคทา ย ของมาตรานี้ เปน ลกั ษณะฉกรรจข องความผดิ ฐานทาํ รา ยผอู นื่ จนเปน เหตุ
ใหถ งึ แกค วามตาย โดยอาศยั ขอ เทจ็ จรงิ ทาํ นองเดยี วกนั กบั ฆา ผอู นื่ ในลกั ษณะฉกรรจต ามมาตรา ๒๘๙
®Õ¡Ò·Õè ôôò/òõðò ผูตายถึงแกความตายเพราะบาดแผลท่ีถูกจําเลยแทง แมถึงวา
เนอ่ื งจากรกั ษาบาดแผลไมด ี เพราะบาดแผลเนา จงึ เปน พษิ กด็ ี แตก เ็ ปน ผลธรรมดาอนั สบื เนอื่ งจากการ
กระทําของจําเลย จําเลยจงึ ตองผดิ ฐานฆา คนโดยไมเจตนา
®¡Õ Ò·Õè òòõ/òõðó จาํ เลยใชก าํ ลงั ชกตอ ยและเตะผตู ายถกู บรเิ วณหนา ผตู ายลม หงาย
หลังหมดสติศรี ษะฟาดกบั พน้ื ถนนแข็ง กะโหลกศรี ษะแตกถงึ ตาย ดังน้ี ถือวา การตายเปนผลที่บังเกดิ
เนื่องจากการกระทาํ ของจําเลย จําเลยยอมมีความผิดฐานฆา คนโดยไมเ จตนา
®¡Õ Ò·èÕ ñôòù/òõòð จําเลยขึงเสนลวดรอบที่ตกกลา ปลอยกระแสไฟฟาปองกันมิให
หนเู ขา ไปกนิ ขา วกลา มคี นไปหากบเหยยี บเสน ลวดถกู กระแสไฟฟา ตาย จาํ เลยเลง็ เหน็ วา จะมคี นมาถกู
เสนลวดไดร ับอนั ตรายแกก ายได เปน การมีเจตนาทํารา ยผอู ่นื เปน ความผดิ ตามมาตรา ๒๙๐
®¡Õ Ò·èÕ ñô÷ø/òõò÷ จําเลยทะเลาะวิวาทและชกตอยกับผูตายแตสูไมได จึงไปเรียก
ส. กบั ข. มาชว ย ส. กบั ข. รมุ ชกตอ ยจนผตู ายยอมแพแ ลว เมอื่ ส. กบั ข. ใชไ มต ผี ตู ายอกี จาํ เลยเหน็ วา
รนุ แรงเกินไป จงึ เขา หามปราม ดงั นกี้ ารรว มกระทาํ ผดิ ของจาํ เลยยอมยตุ ลิ งเพียงนน้ั เมื่อผตู ายวงิ่ หนี
ส. กับ ข. ว่งิ ไลตามไป และใชไมตีจนถงึ แกความตาย เปนการกระทาํ ของ ส. กบั ข. โดยลําพังถือไม
ไดวาเปนการกระทําของจําเลยดวย จําเลยจึงไมมีความผิดฐานฆาคนตายโดยไมเจตนาคงผิดตาม
มาตรา ๒๙๕ เทา น้นั

๑๓๖

การปลอยกระแสไฟฟาขนาด ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวด เพ่ือไมใหผูใดเขาไปในเขต
ที่กําหนด หากมีคนไปถูกเขาจนถึงแกความตาย ถือวาเปนการฆาคนโดยไมเจตนาตามมาตรา ๒๙๐
ไมใชประมาททาํ ใหผ อู ืน่ ถงึ แกความตาย ดฎู กี าที่ ๑๙๙๙/๒๕๑๑

®Õ¡Ò·èÕ ñùùù/òõññ (ประชุมใหญ) การที่จําเลยใชเสนลวดที่ไมมีวัตถุใดๆ หอหุมขึง
ทางดานบนของรั้วโรงภาพยนตรข องจําเลย แลวปลอยกระแสไฟฟา ๒๒๐ โวลต ไปตามเสนลวดน้ัน
เพื่อปองกันมิใหคนขามร้ัวเขาลอบดูภาพยนตรทางรูฝาโรงภาพยนตร เปนการกระทําที่จําเลยมิไดมี
เจตนาฆา แตเ จตนาทาํ รา ยผอู นื่ เปน เหตใุ หผ นู น้ั ถงึ แกค วามตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ ไมใ ชป ระมาท
ทําใหผ อู น่ื ถงึ แกความตาย

®Õ¡Ò·Õè ñóùõ/òõñø จาํ เลยตี ถ. มบี าดแผลเล็กนอ ย แต ถ. สลบ จาํ เลยเขาใจวา ถ.
ตายจึงเอาผาขาวมาของ ถ. ผูกคอ ถ. แขวนกับตนไม เปนเหตุให ถ. ตาย จําเลยมีความผิดตาม
มาตรา ๒๙๐

ÁÒμÃÒ òùð ÇÃ䷌Ҡถา ความผิดนัน้ มีลักษณะประการหนงึ่ ประการใด ดังทีบ่ ญั ญัติไว
ในมาตรา ๒๘๙ ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตส ามปถ งึ ยส่ี บิ ป

การกระทําความผิดในลักษณะฉกรรจฐานฆาผูอ่ืนโดยไมเจตนาน้ี ความมุงหมาย
กเ็ ชน เดยี วกบั ความผดิ ฐานฆา ผอู นื่ ตามมาตรา ๒๘๙ คอื ใหผ กู ระทาํ รบั โทษหนกั ขนึ้ มากกวา กรณธี รรมดา

ô. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹»ÃÐÁҷ໚¹àËμØãËŒ¼ÙÍŒ è×¹μÒÂ
ÁÒμÃÒ òùñ “ผูใดกระทําโดยประมาท และการกระทํานั้นเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแก
ความตายตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สิบป และปรบั ไมเกนิ สองแสนบาท”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. กระทําโดยประมาท
๒. เปนเหตุใหคนอ่ืนถงึ แกค วามตาย
กระทาํ ใหค นอน่ื ตายโดยประมาท ไดแ ก การกระทาํ ใหผ อู น่ื ถงึ แกค วามตาย โดยไมม เี จตนา
ฆาและไมมีเจตนาทําราย แตไดกระทําใหผูอื่นตายลงเพราะความประมาท คือกระทําโดยปราศจาก
ความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเชนน้ัน จักตองมีตามวิสัยและพฤติการณ และผูกระทําอาจใช
ความระมดั ระวังเชนวา นัน้ ไดแตไดห าใชเ พยี งพอไม
®Õ¡Ò·èÕ ñõùò/òõóô จาํ เลยไมม เี จตนายงิ ปน เพอ่ื ฆา ผเู สยี หาย แตก ารทจ่ี าํ เลยใชอ าวธุ ปน
จี้ศีรษะผูเสียหายไวในขณะที่อาวุธปนข้ึนนกโดยมีกระสุนในรังเพลิง และไดทําอาวุธปนลั่น ถือไดวา
จําเลยกระทําโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งจําเลยจะตองมีวิสัยและพฤติการณ และอาจใชความ
ระมัดระวงั เชนวา นนั้ ได แตหาไดใ ชใ หเ พยี งพอไม จึงเปน การกระทาํ โดยประมาท
การกระทําโดยประมาทอาจเกิดจากการงดเวนการท่ีจักตองกระทําเพ่ือปองกันผลนั้น
ตาม ป.อ.มาตรา ๕๙ วรรคทา ยก็ได ดฎู กี าท่ี ๑๙๐๙/๒๕๑๖

๑๓๗

®Õ¡Ò·Õè ñùðù/òõñö จําเลยขับรถยนตบรรทุกเสาไฟฟาโดยใชลอพวง เมื่อลอรถพวง
หลุดใหเสาตกลงมาขวางถนนจนกระท่ังค่ํา แลวจําเลยก็ไมไดจัดใหมีโคมไฟ หรือสัญญาณอยางอ่ืน
เพื่อใหผูใชถนนเห็นเสาท่ีขวางถนน เปนเหตใุ หร ถทแ่ี ลนมาชนเสา มีคนตายและบาดเจบ็ ดังนี้ถือไดวา
จําเลยกระทําโดยประมาท ผลเสียหายเกิดข้ึนจากการท่ีจําเลยงดเวนการที่จักตองกระทําเพื่อปองกัน
ผลนน้ั จาํ เลยจงึ มีความผดิ ฐานประมาททาํ ใหค นตายและไดรับอนั ตรายสาหสั

®Õ¡Ò·èÕ ùðó/òõóð จําเลยใชอาวธุ ปน ตศี รี ษะ ว. ไดร ับบาดเจบ็ แตปน ล่นั กระสนุ ปนถกู
ด. และ ส. ดงั นมี้ ใิ ชผ ลของการกระทาํ พลาดไปถกู ด. และ ส. ตาม ป.อ. มาตรา ๖๐ การทกี่ ระสนุ ปน ลน่ั
เปนเพราะความประมาทของจําเลยเปนเหตุให ด. ตาย และ ส. บาดเจ็บ จําเลยจึงมีความผิดตาม
ป.อ. มาตรา ๒๙๑ และ ๓๙๐

®¡Õ Ò·Õè ñùõõ/òõóô จาํ เลยกบั พวกเปน เจา พนกั งานตาํ รวจ มอี าการมนึ เมาสรุ า จาํ เลย
เอาอาวธุ ปนเลก็ กลจอใตใ บหขู วาของผูตายไมใ หหลบหนี ผตู ายพยายามว่งิ ไปหา ต. บดิ า จาํ เลยฉดุ
ขอมือผูตายไว ขณะน้ันนิ้วของจําเลยอยูที่ไกปน การฉุดกันทําใหจําเลยเสียหลักนิ้วมือถูกไกปน
เปน เหตใุ หอ าวธุ ปน ลน่ั โดยจาํ เลยไมม เี จตนาฆา ผตู าย การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยปราศจาก
ความระมัดระวัง ซ่ึงบุคคลในภาวะของจําเลยจักตองมีวิสัยและพฤติการณ และจําเลยอาจใช
ความระมดั ระวงั เชน วา นน้ั ได แตห าไดใ ชใ หเ พยี งพอไม การกระทาํ ของจาํ เลยเปน การกระทาํ โดยประมาท

õ. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ªØÅÁ¹Ø μ‹ÍÊàÙŒ »š¹àËμãØ ËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁμÒÂ
ÁÒμÃÒ òùô “ผูใดเขารวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไป และ
บคุ คลหนงึ่ บคุ คลใดไมว า จะเปน ผเู ขา รว มในการนนั้ หรอื ไม ถงึ แกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ
ตอ สนู ้ันตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ สองป หรอื ปรบั ไมเกินสหี่ ม่นื บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ
ถาผูท่ีเขารวมในการชุลมุนตอสูน้ันแสดงไดวา ไดกระทําไปเพ่ือหามการชุลมุนตอสูนั้น
หรอื เพอื่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ผูน้นั ไมตอ งรับโทษ
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. เขา รวมในการชุลมุนตอ สรู ะหวา งบคุ คลตง้ั แต ๓ คนขึน้ ไป
๒. มีบุคคลไมวาจะเปนผูท่ีเขารวมในกรณีนั้นหรือไม ถึงแกความตายโดยการกระทํา
ในการชลุ มนุ ตอสูนนั้
๓. โดยเจตนา
¡àÇŒ¹ (มาตรา ๒๙๔ วรรคทาย) ถา ผูเขา รวมในการชลุ มุนคนใดแสดงไดวา
๑. เขา ไปเพ่อื หา ม หรือ
๒. เพือ่ ปองกนั โดยชอบดวยกฎหมาย ไมต อ งรับโทษ
¨Ò¡Í§¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´¢ÒŒ §μ¹Œ
๑. เขารวมในการชุลมุนตอสู หมายความวา ผูกระทําความผิดเปนบุคคลหน่ึงท่ีเขา
มีสวนรวมในการชุลมุนตอสูระหวางบุคคล อาจเปนผูกอการ หรือมีการชุลมุนตอสูแลวตนเขาไปรวม

๑๓๘

ดวยการเขาหา มหรอื ปอ งกันโดยชอบดวยกฎหมายกถ็ ือเปนการเขารวม แตอาจเขา หลักไมต อ งรับโทษ
ได การเขารว ม อาจไมตอ งอยใู นวงการตอ สูโ ดยตรงกไ็ ด เชน ขวางปาของแข็งเขา ไปในกลมุ คนท่ีกําลงั
ชุลมนุ ตอ สู

การชลุ มุนตอสูเปนการใชก ําลังตอ สทู าํ รายรา งกายกันระหวา งบุคคลต้งั แต ๒ ฝายขึน้ ไป
- ถูกรมุ ทํารายฝา ยเดียวจงึ ตอ สูปด ปอง มิใชร วมชลุ มนุ ตอ สู การชุลมนุ ตอสกู นั ตอง

ระหวา งบคุ คลต้ังแต ๓ คนข้ึนไป จะเปนกี่ฝา ยหรือไมเปน ฝายก็ได แตต อ ง ๓ คนขึน้ ไป
๒. มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดไมวาจะเปนผูเขารวมในการน้ันหรือไมถึงแกความตาย

โดยการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสูนนั้ ความตายตองเปนผลจากการกระทาํ ในการชลุ มุนตอสู
- ชุลมนุ ตอสยู ิงกันถูกคนนอกตาย ทุกคนผิด ป. อาญา มาตรา ๒๙๔
- บิดาและบุตรอยูฝายเดียวกันชุลมุนตอสูกับผูอ่ืน บิดาตาย บุตรมีความผิด

มาตรา ๒๙๔
ÁÕ¢ŒÍÊѧà¡μÇ‹Ò กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนขึ้นไปและมีบุคคลหน่ึง

บคุ คลใดถึงแกค วามตายโดยการกระทาํ ในการชุลมุนตอสูน ั้น ถา ไมส ามารถพสิ ูจนไดวา ใครทาํ รายใคร
อยา งไรและความตายเปน ผลจากการกระทาํ ของบคุ คลใด ผเู ขา รว มในการชลุ มนุ ตอ สทู กุ คนมคี วามผดิ
ตามมาตรา ๒๙๔ น้ี แตถ า พิสูจนไดวา ในพวกทช่ี ลุ มนุ ตอ สกู นั น้นั บคุ คลใดเปนผกู ระทาํ ใหบคุ คลอน่ื
ถงึ แกค วามตาย เฉพาะผกู ระทาํ นนั้ นอกจากจะมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๙๔ ยงั มคี วามผดิ ฐานฆา ผอู นื่
โดยเจตนา ตามมาตรา ๒๘๘ อีกบทหนงึ่ ดวย

®¡Õ Ò·èÕ ÷ùñ-÷ùò/òõðô (ประชุมใหญ) กรณีชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแต
๓ คนขึ้นไป และมบี ุคคลถึงตาย ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔ น้ัน หมายถึงกรณที ไี่ มทราบวา ผใู ดหรอื
ผูใดรวมกับใครทํารายผูตายถึงตาย ถาเปนกรณีท่ีฝายหนึ่งกลุมรุมทํารายผูตายถึงตายฝายน้ันตอง
รับผดิ ฐานรวมกนั ฆาผตู ายโดยเจตนา

การรมุ ทาํ รายไมใชเ ปนการชลุ มนุ ตอสู จําเลยจงึ ไมผ ดิ มาตรา ๒๙๔ แตผ ดิ ฐานรว มกันฆา
ผูตาย มฎี กี าที่ ๑๓๓๓/๒๕๑๐ วินจิ ฉัยทํานองเดยี วกัน

®¡Õ Ò·èÕ ñóóó/òõñð จาํ เลยกบั พวกเตรยี มอาวธุ จะไปทาํ รา ยเพอื่ นผตู าย เมอื่ พบผตู าย
กบั เพอื่ น พวกจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายกบั เพอ่ื นวง่ิ หนโี ดยไมไ ดต อ สอู ยา งใด จาํ เลยตามไปตผี ตู ายและพวก
ของจาํ เลยใชป น ยงิ ผตู ายถงึ แกค วามตาย ดงั นไี้ มใ ชเ ปน เรอื่ งสมคั รใจเขา รว มชลุ มนุ ตอ สกู นั แตเ ปน เรอื่ ง
จาํ เลยกับพวกรว มกันทาํ รายผูต าย แมจ าํ เลยจะไมใชปนยงิ ผูตาย ก็ถือวาจาํ เลยไดรว มกนั กบั พวกของ
จาํ เลยฆาผตู าย จงึ มคี วามผิดฐานฆาคนโดยเจตนา

ดังนนั้ แมผ ถู กู ทาํ รายตอสปู องกนั กไ็ มทาํ ใหเ ปนชลุ มนุ ตอ สู ดูฎีกาที่ ๒๙๔๒/๒๕๑๙
®Õ¡Ò·Õè òùôò/òõñù จาํ เลยกบั พวกอกี ๓ คน กลมุ รมุ ทาํ รา ยผตู ายฝา ยเดยี วโดยผตู าย
มิไดสมัครใจเขาตอสูดวย การที่ผูตายตอสูปดปอง จึงมิใชการรวมการชุลมุนตอสูระหวางบุคคลตั้งแต
สามคนขน้ึ ไป ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔

๑๓๙

®¡Õ Ò·èÕ øøõ/òõðù จําเลยที่ ๑ กับ ท. บดิ าจําเลยที่ ๑ ไดร วมกันชลุ มุนตอสูระหวาง
บุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป ท. บิดาจําเลยท่ี ๑ ถูกทํารายถึงแกความตายในการชุลมุนตอสูกันน้ัน
เม่ือจาํ เลยท่ี ๑ ไดรว มชลุ มนุ ตอ สูน้ันดว ย ถงึ แมจ ําเลยที่ ๑ จะไมมีอาวุธก็ตาม แตเ มือ่ จําเลยท่ี ๑ ไมได
หามในการชลุ มนุ ตอ สหู รอื ปอ งกันตวั จําเลยท่ี ๑ ตอ งมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔

ถาเพียงแตชุลมุนตอสูโดยไมปรากฏวามีผูใดถึงแกความตาย หรือรับอันตรายสาหัสแลว
กไ็ มเ ปน ความผิดฐานตามมาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ ดฎู กี าที่ ๙๔๒/๒๕๐๗

®¡Õ Ò·èÕ ùôò/òõð÷ บรรยายฟองวา จําเลยท่ี ๑ ถงึ ท่ี ๔ ฝา ยหนึง่ จําเลยท่ี ๕ ถงึ ที่ ๗
กับพวกอีกฝายหนึ่งบังอาจสมัครใจเขาใชกําลังชกตอย เตะ ถีบทํารายรางกายซึ่งกันและกันจนจําเลย
ที่ ๓ กบั ที่ ๕ บาดเจ็บ ดงั นเ้ี หน็ วาโจทกไมไดบ รรยายวา จาํ เลยคนใดทํารา ยใครและถอื ไมไดว าโจทก
ฟอ งจาํ เลยแตล ะฝายตา งรวมกันกระทําความผิดตามฟองโจทก จงึ เปน ฟอ งฐานทาํ รายรางกายในการ
ชุลมุนตอสูระหวางบุคคลต้ังแตสามคนขึ้นไป เมื่อไมปรากฏวามีบุคคลถึงตายหรือรับอันตรายสาหัส
โดยการกระทาํ ในการชลุ มนุ ตอสกู ัน ตามท่ีบัญญัติไวใน ป.อ. มาตรา ๒๙๔ หรือ ๒๙๙ แลวแมจําเลย
ใหการรบั สารภาพก็ลงโทษจําเลยไมได

ถา การชลุ มนุ ตอ สมู ที งั้ คนตายและรบั อนั ตรายสาหัสดวย ก็เปนความผิดทง้ั มาตรา ๒๙๔
และมาตรา ๒๙๙ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบทตามมาตรา ๙๐ และถา รวู า ผูใ ดเปน คนทาํ ใหตาย
หรอื รบั อนั ตรายสาหสั ดว ย ผูน ั้นก็มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ หรือ ๒๙๗ อีกบทหนึ่งดว ย ดูฎีกาที่
๑๒๖๘/๒๕๑๕, ๑๐๑๕/๒๕๐๘

®Õ¡Ò·èÕ ñòöø/òõñõ จําเลยสี่คนกับพวกที่ยังไมไดตัวมาฟอง มีอาวุธเขารวมในการ
ชลุ มนุ ตอสกู ันจนเปนเหตใุ หม บี ุคคลถึงแกความตายสองคนและไดร บั อันตรายสาหัสอกี คนหน่งึ ผตู าย
คนหนง่ึ ถงึ แกค วามตายเพราะถกู จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ยงิ ในการชลุ มุนตอสูกันน้นั เชนนี้เปน การกระทาํ
กรรมเดียวเปนความผิดตอกฎหมายหลายบท คอื จําเลยทกุ คนผดิ ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๘๓
เฉพาะจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผดิ ตามมาตรา ๒๘๘ อกี บทหนง่ึ ซึ่งจะตองลงโทษจําเลยสองคนนี้
ตามมาตรา ๒๘๘ ซึง่ เปน บททีม่ โี ทษหนักทส่ี ดุ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๐

®Õ¡Ò·èÕ ñðñõ/òõðø ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๙ นั้น บัญญัติเอาผิดแกผูท่ีเขารวม
ในการชุลมุนตอสูกันระหวางบุคคลตั้งแตสามคนข้ึนไป ทําใหบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับอันตรายถึงสาหัส
เวนแตการไปหามหรือเพ่ือปองกันโดยชอบดวยกฎหมาย โดยไมปรากฏวาผูใดเปนตัวการทําใหเกิด
อันตรายดงั กลา วนนั้ ถา ปรากฏวา ผูใดเปน ตัวการกระทําโดยลงมอื กระทาํ เองก็ดี เปนตวั การหรือใชใ ห
กระทาํ กด็ ี ผูนัน้ ยอ มมคี วามผดิ ตามกรรมของตนอกี โสดหนง่ึ

๑๔๐

¤ÇÒÁ¼Ô´μ‹ÍËҧ¡ÒÂ

»ÃСͺ´ŒÇ°ҹ¤ÇÒÁ¼Ô´·Õèสํา¤ÑÞæ ´Ñ§μÍ‹ 仹Õé
ñ. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทําÌҼŒÍÙ ¹×è ໹š Í¹Ñ μÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃÍ× ¨Ôμã¨
ÁÒμÃÒ òùõ “ผใู ดทาํ รา ยผอู นื่ จนเปน เหตใุ หเ กดิ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจของผอู น่ื นน้ั
ผูนั้นกระทําผิดฐานทํารายรางกาย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท
หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ทํารายรา งกายผูอน่ื
๒. จนเปน เหตใุ หเ กิดอนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจ
๓. โดยเจตนา
การกระทําตามมาตราน้ี คือ การทําราย อันหมายถึงทําการประทุษรายแกกาย
หรือจิตใจของบุคคลอื่น มาตราน้ี ตองการผลของการกระทํา อันเปนผลโดยตรงจากการทํารายคือ
ผทู ถี่ กู ทาํ รา ยจะตอ งไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจ ถา มผี ลนอ ยหรอื มากกวา นจ้ี ะลงโทษตามมาตรานไ้ี มไ ด
และในขณะเดยี วกนั ถา เปน การประทษุ รา ยทเ่ี กนิ ไปกวา การใชก าํ ลงั ทาํ รา ย และไมต ลอดหรอื ไมบ รรลผุ ล
ก็จะเปนความผดิ ฐานพยายามตามมาตราน้ี
มาตรานี้ แตกตางจาก มาตรา ๓๙๑ ซ่ึงใชคําวา “ใชกําลังทําราย” ซ่ึงหมายถึงการใช
ความสามารถทางกาย
®Õ¡Ò·Õè øùõ/òõðù จําเลยใชกอนอิฐขวางผูเสียหายซึ่งอยูในเรือโดยเจตนาจะทําให
เขาไดร บั อนั ตรายแกก าย ผเู สยี หายหลบ กอ นอฐิ ไมถ กู ตวั ผเู สยี หายแตผ เู สยี หายเซไปถกู ขา งเรอื มอื ฟาด
ขา งเรอื เปน เหตใุ หผ เู สยี หายไดร บั อนั ตรายแกก าย ดงั นถี้ อื ไดว า การไดร บั อนั ตรายแกก ายของผเู สยี หาย
สบื เน่อื งจากการกระทาํ ของจาํ เลย จําเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๙๕ มิใชเพียงขั้นพยายาม
ถาบุคคลหลายคนกระทําใหบุคคลใดถึงแกความตายโดยมิไดเปนตัวการรวมแตละคน
ตอ งรบั ผดิ เฉพาะผลของการกระทาํ ของตนเทานั้น ดูฎกี าท่ี ๗๗๓/๒๕๐๒
®Õ¡Ò·èÕ ÷÷ó/òõðò ขณะนายไปลผูตายกับนายไสวจําเลย ทุมเถียงกันจนนายไปล
ผูตายเตะปากนายไสวจําเลยไปทีหนึ่ง นายไสวจําเลยควาไมตะพดตีนายไปลถูกแถวตนคอทันที
นายไปลยังไมท นั ทาํ อะไรตอ ไป นายแหวนจาํ เลยอยูท่ีบา นของตน เห็นนายไสวจาํ เลยซง่ึ เปนนองชาย
ถกู นายไปลเ ตะปาก จงึ พลอยเจบ็ แคน วง่ิ มาเตะนายไปล มไิ ดค บคดิ กนั มากอ นแตอ ยา งใด นายไปลต าย
เพราะถูกตีคอหัก ถือไมไดวาจําเลยท้ังสองไดรวมกันกระทํารายนายไปล ตองถือวาเปนเรื่องท่ีจําเลย
ตางคนตางทํา ใครทําเทาไรก็ผิดเทาน้ัน ความตายของนายไปลเปนผลจากการกระทําของนายไสว
จําเลย นายไสวจาํ เลยจึงมีความผดิ ฐานฆาคนโดยเจตนา สว นนายแหวนจําเลยผดิ เพียงฐานกระทําให
นายไปลไ ดร บั อนั ตรายแกก าย

๑๔๑

สว นตอนทจ่ี ําเลยทง้ั สองชว ยกนั หามนายไปลผตู ายไปท้งิ น้ําตอไปน้นั เปน การกระทาํ ตอ
ศพนายไปลเปนเหตุการณตางหากอีกตอนหนึ่ง และตอนนี้ถือไดวาจําเลยท้ังสองรวมกันกระทําผิด
ฐานยา ยและซอนเรน ศพเพอ่ื ปกปด การตายและเหตแุ หงการตายของนายไปล

®Õ¡Ò·Õè ò÷ó/òõðù โจทกบรรยายฟองวา จําเลยยกเทาซ่ึงสวมรองเทาเงื้อจะถีบ
ผูเสียหาย แตไมไดบรรยายใหเห็นวาถาจําเลยกระทําไปโดยตลอดแลวจะเกิดผลอยางไร ผลธรรมดา
อนั จะเกดิ ขนึ้ เพราะการถบี จะทาํ ใหเ กดิ อนั ตรายแกก าย หรอื จติ ใจหรอื ไม ไมอ าจเลง็ เหน็ ได หากจาํ เลย
กระทาํ ไปโดยตลอดแลว ผลทเี่ กิดไมถ งึ กบั เปนเหตุใหเ กิดอนั ตรายแกก ายหรือจติ ใจ ความผิดนัน้ ก็เปน
เพียงลหุโทษ เม่ือขอเท็จจริงฟงไมไดวาจําเลยพยายามกระทําใหผูเสียหายเกิดอันตรายแกกายแลว
ก็ลงโทษจาํ เลยตามฟอ งไมได

®Õ¡Ò·Õè ñóùù/òõðø พนักงานสอบสวนทํารายโจทกในระหวางสอบสวน ไมปรากฏ
บาดแผลเปนอันตรายแกกาย เอาโซลามพาตัวโจทกไปคุมขังไวใตสถานีตํารวจแตผูเดียวไกลหูไกลตา
ผูตองหาดว ยกนั ยังไมเปนอันตรายแกจิตใจ
ËÁÒÂàËμØ พ.ร.บ.คมุ ครองผูถกู กระทาํ ดว ยความรนุ แรงในครอบครวั พ.ศ.๒๕๕๐

ÁÒμÃÒ ô ผูใดกระทําการอันเปนความรุนแรงในครอบครัว ผูนั้นกระทําความผิด
ฐานกระทาํ ความรุนแรงในครอบครวั ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หกพนั บาท
หรือท้งั จําทั้งปรบั

ใหความผิดตามวรรคหน่ึง เปนความผิดอันยอมความได แตไมลบลางความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอ่ืน หากการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนความผิดฐาน
ทํารายรางกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ดวย ใหความผิดดังกลาวเปนความผิด
อันยอมความได

ò. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทาํ ÃÒŒ ÂËҧ¡ÒÂ໹š Í¹Ñ μÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨Ôμã¨ã¹ÅѡɳЩ¡Ãè
ÁÒμÃÒ òùö “ผูใดกระทําความผิดฐานทํารายรางกาย ถาความผิดน้ันมีลักษณะ
ประการหน่ึงประการใด ดังท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๒๘๙ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือ
ปรบั ไมเ กินหกหมน่ื บาทหรอื ทง้ั จําทงั้ ปรับ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. กระทําความผิดฐานทาํ รา ยรา งกาย
๒. กระทําแกผูอื่นเขาลักษณะตามที่ระบุไวใน ป.อาญา มาตรา ๒๘๙ ตั้งแตอนุ
มาตรา ๑-๗ ขอ หนงึ่ ขอ ใด
๓. โดยเจตนา
มาตราน้ี มีลักษณะการกระทําและผลของการกระทําเชน เดยี วกบั มาตรา ๒๙๕ เพียงแต
กฎหมายลงโทษสูงข้ึนโดยพิจารณาขอเท็จจริงทํานองเดียวกับมาตรา ๒๘๙ ใหดูตัวอยางใน
มาตรา ๒๘๙ ขางตน

๑๔๒

®Õ¡Ò·Õè óóõõ/òõòø จําเลยขับรถยนตของกลางชนทายรถจ๊ิปที่ ร.ต.ต.สมนึกขับขี่
โดยมีเจตนาทําราย เพราะโกรธเคืองท่ีจับจําเลยมาสถานีตํารวจ และไมยอมปลอยจําเลยตามคํารอง
ของจาํ เลย จน ร.ต.ต.สมนกึ ไดร บั บาดเจบ็ จําเลยมคี วามผิดตามมาตรา ๒๙๖ รถยนตของกลางจึงเปน
ทรพั ยส ินซ่งึ บุคคลไดใ ชในการกระทําผดิ ศาลมอี าํ นาจรบิ ไดตามมาตรา ๓๓

ó. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹·Òí ÃŒÒÂËҧ¡ÒÂ໚¹Í¹Ñ μÃÒÂÊÒËÑÊ
ÁÒμÃÒ òù÷ “ผูใ ดกระทําความผิดฐานทาํ รายรา งกาย จนเปน เหตุใหผ ถู ูกกระทําราย
รบั อนั ตรายสาหสั ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห กเดอื นถงึ สบิ ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ หมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท
อันตรายสาหสั นนั้ คอื
(๑) ตาบอด หูหนวก ลน้ิ ขาด หรอื เสยี ฆานประสาท
(๒) เสยี อวัยวะสบื พนั ธุ หรือความสามารถสืบพนั ธุ
(๓) เสียแขน ขา มือ เทา น้วิ หรืออวัยวะอน่ื ใด
(๔) หนาเสยี โฉมอยางตดิ ตวั
(๕) แทงลูก
(๖) จติ พิการอยางติดตัว
(๗) ทพุ พลภาพ หรือปว ยเจ็บเร้อื รัง ซึง่ อาจถึงตลอดชวี ิต
(๘) ทุพพลภาพ หรือปวยเจ็บดวยอาการทุกขเวทนาเกินกวายี่สิบวัน หรือจนประกอบ
กรณยี กิจตามปกตไิ มไ ดเ กินกวาย่สี บิ วัน
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
องคประกอบความผิดฐานทาํ รา ยรางกายไดรับอนั ตรายสาหสั พรอ มองคประกอบ ๓ ขอ
คือ
๑. ทาํ รายผอู ่นื
๒. จนเปนเหตุใหผ ูถกู ทํารา ยไดรบั อนั ตรายสาหสั
๓. โดยเจตนา
เม่ือพิจารณาองคประกอบของความผิดตามมาตรานี้ จะเห็นวาการกระทําและเจตนา
เปนไปเชนเดียวกันกับมาตรา ๒๙๕ แตกฎหมายกําหนดผลของการกระทําสูงขึ้น คือ ผูถูกทําราย
ไดรับอันตรายถึงสาหัส และกฎหมายก็ลงโทษสูงข้ึน ตามผลที่กําหนดกลาวไดวามาตราน้ีเปนบท
ฉกรรจของมาตรา ๒๙๕ โดยลงโทษตามผล
มาตรานี้ไมอาจมีความผิดฐานพยายามเพราะเปนความผิดท่ีคํานึงถึงผล อาการสาหัส
จะไดแ จกแจงเปนลําดบั ตอ ไปนี้
͹ØÁÒμÃÒ (ñ) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท ตาบอดขางเดียว
หรือสองขางก็ตาม หูหนวกขางเดียวหรือสองขางก็ตาม ลิ้นขาดมากหรือนอยก็ตาม ฆานประสาท
คือประสาทในการดมกลนิ่

๑๔๓

®Õ¡Ò·èÕ ñññö/òõðò ถูกตอยดวงตาซายบวมปด ตอมา ๔-๕ วัน ตาซายพิการ
มองไมเห็น (บอด) เปนความผดิ ตาม ป.อาญา มาตรา ๒๙๗(๑)

®¡Õ Ò·Õè öõñù/òõô÷ ความผิดฐานทํารายรางกายผูอื่นจนเปนเหตุใหไดรับอันตราย
สาหัสตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๗ เปนเหตุที่ทาํ ใหผกู ระทาํ ความผิดฐานทํารา ยรางกายตามมาตรา ๒๙๕
ตองรับโทษหนักขึ้นเพราะผลท่ีเกิดจากการกระทําโดยที่ผูกระทําไมจําตองมีเจตนาตอผลที่ทําใหตอง
รับโทษหนักข้ึน ดังนั้น เมื่อขอเท็จจริงไดความวา จําเลยใชทอนไมขวางปาผูเสียหายถูกบริเวณศีรษะ
ทาํ ใหผ เู สยี หายตกรถจกั รยานยนตไ ดร บั บาดเจบ็ แมจ าํ เลยไมม เี จตนาใหผ เู สยี หายไดร บั อนั ตรายสาหสั
คงมเี จตนาทํารา ยรางกายผูเ สยี หายก็ตาม จําเลยก็ตองรับผิดในผลทเ่ี กิดขึน้ จากการกระทาํ ของจําเลย
ทีท่ าํ รายผเู สียหายจนเปน เหตใุ หไ ดร บั อนั ตรายสาหัสตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๗(๘)

͹ÁØ ÒμÃÒ (ò) เสยี อวยั วะสบื พนั ธุ หรอื ความสามารถสบื พนั ธทุ าํ ใหอ วยั วะสบื พนั ธเุ สยี ไป
แมจะไมข าดหายไปกต็ าม แตไมสามารถสืบพันธไุ ด เชน หญงิ ถกู ทาํ รายจนตอ งตัดมดลกู ชายถกู ตอน
จนไมสามารถทาํ ใหเกิดบตุ ร แมยังสามารถรว มประเวณไี ดกต็ าม

͹ÁØ ÒμÃÒ (ó) เสียแขน ขา มอื เทา นิว้ หรืออวยั วะอ่ืนใด
ᢹ หมายถงึ สวนท่ียน่ื ออกไปจากรา งกายต้ังแตห วั ไหล
¢Ò หมายถึง สวนทยี่ นื่ ออกไปจากรา งกายต้งั แตสะโพก
ÁÍ× หมายถงึ สว นของแขนต้งั แตขอ มือลงไป
à·ŒÒ หมายถงึ สว นของขาตัง้ แตข อเทาหรือตาตมุ ลงไป
¹éÔÇ หมายถึง ระยางอันเปนสวนประกอบของมอื และเทา
อวัยวะอื่นใด ตามนัยอนุมาตราน้ี หมายความเฉพาะอวัยวะที่มีความสําคัญ ซ่ึงถาขาด
อวัยวะสวนน้ีจะทําใหชีวิตไมอาจอยูไดโดยปกติสุข ศาลฎีกาเคยตัดสินวางหลักแลววากรณีท่ีถูกตัด
ใบหไู มถ อื วาเปนการเสยี อวัยวะ แตเปน การทําใหใบหนา เสียโฉม ตามมาตรา ๒๙๗(๔)
͹ØÁÒμÃÒ (ô) ˹ŒÒàÊÕÂâ©ÁÍ‹ҧμÔ´μÑว ในเรื่องของการเสียโฉมจะเกิดขึ้นเฉพาะบน
ใบหนาเทาน้ัน กลาวคือ ทําใหใบหนาดูนาเกลียด ปราศจากความสวยงาม ในสวนน้ีบางคร้ังจะตอง
อาศยั ความเหน็ ของผชู าํ นาญการพเิ ศษ อนั ไดแก ศลั ยแพทย จะใชค วามรูสึกสว นตัวไมได
®Õ¡Ò·èÕ öóð/òõðø ลักษณะและสภาพบาดแผลจะทําใหผูเสียหายถึงตองเสียโฉม
ตดิ ตวั เพราะกะโหลกศรี ษะตอนหนา ผากจะเปน รอยบบุ ยบุ เขา ไป นบั ไดว า ผเู สยี หายรบั อนั ตรายสาหสั
ตาม ป.อาญา มาตรา ๒๙๗
͹ØÁÒμÃÒ (õ) á·Œ§ÅÙ¡ หมายถึง ทารกซึ่งปฏิสนธิในครรภมารดาไมรอดเปนทารก
การแทงลูกเปนผลอันเกิดจากการทาํ ราย
®¡Õ Ò·èÕ ö÷÷/òõñð การทํารายผูอ่ืนจนเปนเหตุใหเขาแทงลูกนั้น จะตองเปนกรณี
กระทาํ ใหล กู ในครรภข องผถู กู ทาํ รา ยคลอดออกมาในลกั ษณะลกู นนั้ ไมม ชี วี ติ สว นการคลอดกอ นกาํ หนด
ในลักษณะเดก็ ยังมีชีวิตอยู ตอ มาอีก ๘ วนั จงึ ตาย ไมเ ปน การทาํ ใหไดร บั อันตรายสาหสั ถึงแทง ลกู

๑๔๔

͹ØÁÒμÃÒ (ö) จิตพกิ ารอยางตดิ ตวั หมายความวาถูกทํารายจนเกิดผลตอสมอง โรคจิต
เปนโรคทางสมอง อาจจะเขาขนั้ โรคจิต หรอื จิตบกพรอง เชน ถกู ทํารา ยจนความจาํ เส่ือม คุมดีคมุ รา ย
นบั สิบไมถ วน นบั รอยไมครบ เปนตน

อ¹ÁØ ÒμÃÒ (÷) ทพุ พลภาพ หรือเจบ็ ปวยเรือ้ รังตลอดชวี ิต
·Ø¾¾ÅÀÒ¾ หมายความวา ขาดกําลังท่ีจะประกอบการงาน การทํารายอาจเปนผลตอ
รางกายภายนอกหรือภายใน จนกาํ ลังลดนอยถอยลงจนไมส ามารถใชการตามปกติได
»Ç† Âà¨çºàÃÍ×é Ãѧ หมายถงึ เจบ็ ปว ยตดิ ตอ กันไป หรอื เปนๆ หายๆ ตดิ ตอ กันไป ซ่ึงอาจถงึ
ตลอดชีวติ หมายถึงมีลกั ษณะอาจเปน เชน นนั้ ตลอดชวี ติ อาจทุพพลภาพหรอื เจบ็ ปวยเรอื้ รงั อยา งหนงึ่
อยางใด กถ็ ือวาเปนอนั ตรายสาหัสทงั้ สนิ้
®Õ¡Ò·Õè õöø/òô÷ñ แผลถูกฟนท่ีทองแขนขวา เอ็นเสนขางหลังแขนขาดตอไมสนิท
อยางเดิมเพราะเปนของตอยากท่ีสุด จึงทําใหแขนขางน้ันไมมีกําลังเชนเดิม ลดลงประมาณคร่ึงหนึ่ง
ดงั นถ้ี ือวา ทุพพลภาพไปตลอดชวี ิตตามความหมายในอนมุ าตรา (๗) น้ี
͹ØÁÒμÃÒ (ø) ·Ø¾¾ÅÀÒ¾ËÃÍ× »Ç† Âà¨çº´ŒÇÂÍÒ¡Ò÷¡Ø ¢àÇ·¹Òà¡Ô¹¡ÇÒ‹ òð Çѹ ËÃ×Í
¨¹»ÃСͺ¡Ã³Õ¡ԨμÒÁ»¡μäÔ Á‹ä´àŒ ¡Ô¹¡ÇÒ‹ òð Çѹ
ทุพพลภาพหรือปวยเจ็บดวยอาการทุกขเวทนาเกินกวา ๒๐ วัน หมายถึง ไดรับความ
ทกุ ขย าก ความเจบ็ ปว ยทรมาน เดินนัง่ ไมไ ดตามปกติ เจาะคอใหอ าหารเกนิ กวา ๒๐ วนั
ทุพพลภาพหรือปวยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไมไดเกินกวา ๒๐ วัน กรณียกิจ
หมายถงึ กิจทีค่ วรทาํ เชน ไปโรงเรยี น ทํานา ทาํ งาน
®Õ¡Ò·èÕ òðöö/òõñô ผเู สยี หายถกู ทาํ รา ยกะโหลกศรี ษะรา ว ตอ งใชเ วลารกั ษาประมาณ
๑ ปคร่ึง กระดูกจึงจะเช่ือมติดกันไดและแข็งแรงพอ จะมีอาการปวดศีรษะในระยะ ๑ เดือนแรก
ไมสามารถน่ังขายของไดตามปกติ ดังนี้ ถือไดวาผูเสียหายรับอันตรายสาหัส ตาม ป.อาญา
มาตรา ๒๙๗(๘)
®¡Õ Ò·èÕ óñó/òõòù (ประชุมใหญ) ความผิดฐานทํารายรางกายผูอื่นจนเปนเหตุ
ใหไ ดร บั อันตรายสาหสั ตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๗ เปนเหตุใหท าํ ใหผ กู ระทาํ ความผดิ ฐานทํารา ยรางกาย
ตามมาตรา ๒๙๕ ตอ งรบั โทษหนกั ขน้ึ เพราะผลทเ่ี กดิ จากการกระทาํ โดยทผ่ี กู ระทาํ ไมจ าํ ตอ งมเี จตนา
ตอผลท่ีทําใหตองรับโทษหนักขึ้น ตัวการที่รวมทํารายแมจะไมมีเจตนาใหผูน้ันไดรับอันตรายสาหัส
หรือมไิ ดเปน ผลู งมือกระทําใหเกิดผลขน้ึ ก็ตองรบั ผดิ ในผลนนั้ ดวย
ในระหวา งที่จําเลยท้งั สามรุมชกตอยผูเ สียหาย จําเลยท่ี ๑ ใชมดี ตดั กระดาษกรดี ใบหนา
ผูเสียหายเปนแผลเสียโฉมติดตัว จําเลยท่ี ๒ และท่ี ๓ ตองมีความผิดฐานเปนตัวการรวมทําราย
จนเปนเหตุใหผเู สียหายไดรบั อนั ตรายสาหัส ตามมาตรา ๒๙๗(๔) ดวย แตศ าลลงโทษนอยกวาจําเลย
ที่ ๑ ผเู ปนตน เหตุ

๑๔๕

“ศาลฎีกาโดยมติทีป่ ระชมุ ใหญเห็นวา ความผดิ ฐานทาํ รา ยรา งกายผูอ ่ืนจนเปนเหตใุ หได
รับอันตรายสาหัสตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๗ เปนเหตุท่ีทําใหผูกระทําความผิดฐานทํารายรางกายตาม
มาตรา ๒๙๕ ตองรับโทษหนักขึ้นเพราะผลท่ีเกิดจากการกระทํา โดยที่ผูกระทําไมจําตองมีเจตนา
ตอผลที่ทําใหตองรับโทษหนักข้ึน ดังน้ันในกรณีที่เปนตัวการรวมกันทํารายรางกายผูอ่ืน แมผูท่ีเปน
ตัวการรวมกระทําผิดทุกคน ตองรับผิดในผลท่ีเกิดข้ึนนั้นดวย เม่ือขอเท็จจริงไดความวาจําเลยที่ ๒
และที่ ๓ ไดร ว มกบั จาํ เลยที่ ๑ ทาํ รา ยรา งกายผเู สยี หาย แมจ าํ เลยที่ ๑ แตเ พยี งผเู ดยี ว เปน ผทู ใ่ี ชม ดี ตดั
กระดาษกรดี หนา ผเู สยี หาย และจาํ เลยท่ี ๒ ที่ ๓ ไมม เี จตนาใหผ เู สยี หายไดร บั อนั ตรายสาหสั คงมเี จตนา
รว มทาํ รา ยรา งกายผเู สยี หายเทา นน้ั จาํ เลยท่ี ๒ ท่ี ๓ กต็ อ งรบั ผดิ ในผลทเี่ กดิ ขนึ้ จากการกระทาํ ของจาํ เลย
ท่ี ๑ ดว ย ถอื ไดว า จาํ เลยที่ ๒ ที่ ๓ เปน ตวั การรว มกนั ทาํ รา ยผเู สยี หายจนเปน เหตใุ หไ ดร บั อนั ตรายสาหสั
ตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๗(๔), ๘๓ แลว

®Õ¡Ò·Õè öóð/òõðù (ประชุมใหญ) คําวา อวัยวะอื่นใด ตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๗(๓)
หมายถงึ อวยั วะสวนสําคัญ เชน แขน ขา มอื เทา นวิ้ ดังระบไุ วในตอนตน

ฟนท้ังหมดในปากรวมกันก็เปนอวัยวะสวนสําคัญ ถาฟนหักไปหลายซ่ีเปนเหตุใหสวน
ทีเ่ หลือใชการไมไดต ามสภาพของฟน เชน เค้ียวอาหารไมไดไปแถบหนึง่ กถ็ ือไดวา เปน การเสยี อวยั วะ
สว นสําคัญเปนอนั ตรายสาหัส เพยี งแตไ ดค วามวาฟน แทบ นดานหนา หักไป ๓ ซกี ซ่ึงจะถอื วา เปน การ
เสียอวยั วะสาํ คญั ยงั มไิ ด เวนแตโ จทกจ ะนาํ สืบใหเหน็ วา เมื่อถกู ทํารายแลว ผูเสยี หายใชฟนท่ีเหลอื อยู
เคย้ี วอาหารไมไ ด ตามนยั ท่ีกลา วขางตน

แตแ มฟ น จะหกั ไมห มดปาก ตอ งดวู า ฟน ทเ่ี หลอื อยยู งั ใชง านไดห รอื ไม ดฎู กี าท่ี ๗๔๙/๒๕๑๕
®Õ¡Ò·èÕ ÷ôù/òõñõ ผูเสียหายถูกทําราย ทําใหฟนลางดานหนาหักส่ีซี่ แตฟนท่ีเหลือ
ยังใชเคี้ยวอาหารได ดังน้ี ยังไมถึงขนาดที่จะถือวาผูเสียหายไดรับอันตรายสาหัส ตาม ป.อ.
มาตรา ๒๙๗(๓)
®Õ¡Ò·èÕ ö÷÷/òõñð (ประชมุ ใหญ) การกระทาํ อนั จะเปน ผดิ ฐานทาํ รา ยผอู นื่ จนเปน เหตุ
ใหผ ถู กู ทาํ รา ยไดร บั อนั ตรายสาหสั ถงึ แทง ลกู ตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๗(๕) นนั้ จะตอ งเปน กรณที ก่ี ระทาํ ให
ลูกในครรภของผูถูกทาํ รายคลอดออกมาในลักษณะท่ีลูกน้นั ไมม ีชีวิต สว นการคลอดกอ นกาํ หนดเวลา
ในลักษณะที่เด็กยังมีชีวิตอยูตอมาอีก ๘ วัน แลวจึงตาย ดังน้ี ไมเปนการทําใหไดรับอันตรายสาหัส
ถึงแทงลูก ตามมาตรา ๒๙๗(๕)
®Õ¡Ò·Õè ÷õô/òõóò ใบหูเปนสวนหน่ึงของใบหนาที่ประกอบรูปหนาใหงาม เม่ือใบหู
ขาดไปถงึ หน่งึ ในสาม ยอ มจะทําใหร ูปหนา เสยี ความงามอันเปนการเสียโฉมอยา งตดิ ตวั แมผ เู สยี หาย
จะรกั ษาตวั ไมเ กนิ ๑๔ วนั ผเู สยี หายก็ไดรบั อันตรายสาหสั แลว
ô. ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ทาํ ÃÒŒ ÂËҧ¡ÒÂ໚¹ÍѹμÃÒÂÊÒËÑÊâ´ÂàËμ©Ø ¡Ãè
ÁÒμÃÒ òùø “ผูใดกระทําความผิดตามมาตรา ๒๙๗ ถาความผิดนั้นมีลักษณะ
ประการหน่ึงประการใดดังท่ีบัญญัติไวใน มาตรา ๒๘๙ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสองปถึงสิบป”
และปรับต้งั แตส ี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท


Click to View FlipBook Version