๑๙๘
®¡Õ Ò·èÕ òðòõ/òõñö จําเลยกับพวกเขาไปในรานผูเสียหาย และพูดขูเข็ญเอาเงิน
ผเู สยี หายสองครงั้ ครงั้ ทสี่ ามถกู ตาํ รวจจบั ได เมอื่ ผเู สยี หายไมย อมใหเ งนิ หรอื ไมร บั วา จะใหจ งึ อยใู นขน้ั
พยายามกระทําความผดิ ฐานกรรโชก
®Õ¡Ò·èÕ òõøø/òõóð จาํ เลยเชอ่ื โดยสจุ รติ วา ผเู สยี หายลกั สตก๊ิ เกอรร าคาหนงึ่ บาทของ
หางฯ ซึ่งจําเลยมีหนาท่ีดูแลกิจการอยูไป การท่ีจําเลยเรียกใหผูเสียหายเสียคาปรับแกหางฯ จํานวน
๓๐ บาท มิฉะน้ันจะสงตัวใหเจาพนักงานตํารวจน้ัน เปนกรณีท่ีจําเลยชอบท่ีจะใชสิทธิตามกฎหมาย
ดาํ เนนิ คดแี กผ เู สยี หายในทางอาญาได คาํ พดู ของจาํ เลยดงั กลา วเทา กบั เปน ขอ เสนอใหช ดใชค า เสยี หาย
เพือ่ ตกลงเลิกคดีตามทีห่ า งฯ ถือปฏบิ ัติจงึ ไมเปน การขมขืนใจหรอื ขูเ ขญ็ ผเู สยี หาย จําเลยไมมคี วามผดิ
ฐานกรรโชก
®¡Õ Ò·èÕ ôð÷õ/òõóð จําเลยเพียงแตทํานายดวงชะตาผูเสียหายวา ผูเสียหาย
กําลังมีเคราะหใหสะเดาะเคราะห โดยเสียเงินคายกครูใหแกจําเลย ดังน้ี หาใชเปนการขูเข็ญตาม
ความหมายของมาตรา ๓๓๗ แหง ป.อ. ไม แมจ ําเลยพดู ขวู า ถาไมใ หเงินจะใหพ อ ปมู าทาํ อันตราย
ผูเสียหายทางไสยศาสตร และผูเสียหายยอมใหเงินก็เปนเร่ืองท่ีผูเสียหายเช่ือตามคําทํานายวา
จะมเี คราะห มิใชเพราะกลวั คําขูเขญ็ ของจาํ เลย การกระทําของจําเลยไมเ ปนความผดิ ฐานกรรโชก
®Õ¡Ò·Õè óññð/òõóñ จาํ เลยเปน ญาตกิ บั ผเู สยี หายถอื วสิ าสะเขา ไปในบา นของผเู สยี หาย
ตามลาํ พงั โดยไมมีอาวุธ เพอ่ื พดู ขอเงนิ จากผูเ สยี หาย เม่ือผเู สยี หายวาไมมี จําเลยพดู วา จะกระทบื ให
ขาหักอีก แมจะเปนถอยคําที่รุนแรงไปบาง แตก็เปนการพูดถากถางหยอกลอมากกวาท่ีจะเปนการ
ขมขืนใจผูเ สียหายใหจําตอ งยินยอม ถอื ไมไ ดว าจําเลยมเี จตนากรรโชกเอาทรพั ยจากผเู สียหาย
บานของผูเสียหายกับจําเลยอยูใกลกัน จําเลยเปนญาติกับผูเสียหายและรูจักกันมานาน
จาํ เลยเคยไปมาหาสทู บ่ี า นของผเู สยี หาย การทจี่ าํ เลยเขา ไปในบา นของผเู สยี หายในวนั เกดิ เหตเุ พอ่ื พดู
ขอเงนิ จึงยงั ฟงไมไดว า จําเลยเขา ไปโดยไมม เี หตุอันสมควร
®¡Õ Ò·èÕ óõñò/òõóò จําเลยสงจดหมายขมขูเรียกเอาเงินจากผูเสียหาย หากขัดขืน
จะทําการระเบิดรานคาของผูเสียหายใหพังพินาศ แตผูเสียหายไมยอมใหเงินหรือยอมรับวาจะใหเงิน
แกจําเลยตามที่เรียกรอง ถือไดวาจําเลยไดลงมือกระทําความผิดไปโดยตลอดแลวแตการกระทํานั้น
ไมบ รรลผุ ล การกระทาํ ของจําเลยจงึ เปนความผดิ ฐานพยายามกรรโชก
®Õ¡Ò·èÕ ôðñò/òõóô การท่ีผูเสียหายยินยอมมอบเงินให ด. เพราะเหตุวา ด. จะนํา
รูปถายของผูเสียหายซึ่งแตงตัวเปนฆราวาสไปโฆษณา อันเปนการขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชื่อเสียง
ของผเู สียหาย และผเู สยี หายยนิ ยอมมอบเงินให ด. แม ด. จะยงั มไิ ดร บั เงินจํานวนดังกลาวไปกเ็ ปน
ความผดิ ฐานกรรโชกสาํ เร็จแลว
®Õ¡Ò·èÕ ñóñ/òõôö จําเลยทั้งสี่เขามาในรานขณะผูเสียหายกําลังจัดของอยูกลางราน
ผูเสยี หายถามวา มาซอื้ อะไร จําเลยท่ี ๑ บอกวาเปน เจาพนักงานตํารวจมาดูแลความเรียบรอยในรา น
ตองการเงนิ ๕,๐๐๐ บาท เปน คาดแู ล ผเู สียหายรสู กึ ไมปลอดภยั จึงเดนิ ไปหลงั รานโทรศัพทไปทสี่ ถานี
๑๙๙
ตํารวจแตไ มต ิด เม่ือเดินออกมาหนารานก็เห็นจําเลยทง้ั ส่ีเดินขน้ึ รถยนตก ระบะไป จะเห็นไดว าจาํ เลย
ท่ี ๑ เพียงแตÍÒŒ §ÇÒ‹ ໹š à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨ และ¾Ù´¢Íà§Ô¹เปน คา ดแู ลรา นเทานน้ั «èÖ§ผเู สียหาย¨ÐãËŒ
ËÃÍ× äÁ¡‹ äç ´Œ ·§Ñé äÁป‹ รากฏวา จาํ เลยทงั้ สใ่ี ชก าํ ลงั ประทษุ รา ยหรอื ขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชวี ติ รา งกาย
เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพยสินของผูเสียหายหรือบุคคลที่สามแตอยางใด จําเลยทั้งส่ีäÁ‹ä´Œ¾Ù´¢Ù‹Ç‹Ò
ËÒ¡äÁã‹ ËàŒ §¹Ô áÅÇŒ ¨Ð·Òí ÍÐäüàŒÙ ÊÂÕ ËÒÂและไมไ ดร อเอาเงนิ จากผเู สยี หายตามทพ่ี ดู คาํ พดู ของจาํ เลยท่ี ๑
ดังกลาว จึงÂѧ¶×ÍäÁ‹ä´ŒÇ‹Òเปนการขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอเสรีภาพและทรัพยสินของผูเสียหาย
äÁเ‹ ปน ความ¼Ô´ตาม ม.๓๓๗
õ. ÃÕ´àÍÒ·ÃѾÂ
ÁÒμÃÒ óóø “ผูใดขมขืนใจผูอ่ืนใหยอมใหหรือยอมจะใหตนหรือผูอ่ืนไดประโยชน
ในลักษณะที่เปนทรัพยสิน โดยขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับ ซึ่งการเปดเผยนั้นจะทําใหผูถูกขูเข็ญ
หรือบุคคลท่ีสามเสียหายจนผูถูกขมขืนใจยอมเชนวาน้ัน ผูน้ันกระทําความผิดฐานรีดเอาทรัพย
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตหนง่ึ ปถึงสิบป และปรับต้งั แตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ขม ขนื ใจผูอน่ื ใหย อมใหหรือยอมจะให
๒. ตนหรือผูอืน่ ไดรับประโยชนในลักษณะที่เปน ทรัพยส ิน
๓. โดยขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับ ซึ่งการเปดเผยน้ันจะทําใหผูถูกขูเข็ญหรือบุคคล
ทีส่ ามเสียหาย
๔. จนผถู ูกขม ขืนใจยอมเชน วา น้ัน
๕. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
ผูกระทําจะตองขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับซ่ึงการเปดเผยจะทําใหผูถูกขูเข็ญหรือ
บุคคลที่สาม เสียหายเทานั้น โดยไมมีการใชกําลังประทุษรายหรือโดยขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชีวิต
รา งกาย เสรภี าพ ชื่อเสยี ง หรอื ทรัพยสินของผถู ูกขูเขญ็ หรือบุคคลทีส่ าม
ความผดิ ฐานรดี เอาทรพั ยน ี้ ยอ มเปน การขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชอ่ื เสยี ง ฉะนนั้ จงึ เปน
ความผิดฐานกรรโชกและความผิดตอเสรีภาพในตัวเอง แตความผิดฐานรีดเอาทรัพยน้ีแมผูถูกขูเข็ญ
จะสงทรัพยใหทันทีในขณะขูเข็ญก็ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพยเพราะการขูเข็ญน้ันไมไดขูเข็ญวา
จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยเนอื่ งจากความผดิ ฐานกรรโชกนนั้ เปน การขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชวี ติ รา งกาย
และอื่นๆ
คําวา “¢‹Á¢¹× 㨔 หมายความวา บงั คับใจ
คําวา “¤ÇÒÁÅѺ” หมายความวา สิ่งซ่ึงบุคคลผูมีประโยชนไดเสียประสงคจะปกปด
โดยยอมใหร เู ฉพาะภายในวงบคุ คลอนั จาํ กดั ความลบั ตามมาตรานจี้ ะเปน ความลบั ในทางใดๆ กไ็ ด เชน
ความลับสวนตัว อยางหญิงท่ียังไมมีสามีแตเคยเสียตัวมาแลว หรือความลับในทางอุตสาหกรรมก็ได
๒๐๐
ความสาํ คัญอยูท ว่ี า ผทู ่ีมสี ว นไดเ สยี โดยเฉพาะเจา ของความลบั ประสงคจะปกปด นอกจากนก้ี ารเผย
ความลับตามท่ีขูเ ขญ็ วาจะเปดเผยนั้นจะทําใหผ ูถ กู ขเู ข็ญหรือบุคคลทสี่ าม เชน สามภี ริยาหรือบุตรของ
ผถู กู ขูเข็ญเสียหาย
บุคคลผูรูความลับของผูอื่นนอกจากบุคคลท่ัวไปแลวอาจเปนผูมีหนาท่ีหรือวิชาชีพก็ได
เชน ทนายความ ความลับนั้นถานําไปเปดเผยแลวถาไมเสียหายก็ไมเปนความผิด ถาการเปดเผย
ความลับน้นั เปน เพียงเสยี หายแกเขา แตไมไ ดขูเ ข็ญจนเขายอมใหประโยชนในลักษณะที่เปน ทรัพยสิน
ไมผดิ มาตรา ๓๓๘ แตผ ดิ ฐานเปดเผยความลับตามมาตรา ๓๒๒ ถงึ มาตรา ๓๒๔
คําวา “เสียหาย” อาจจะเสียหายทางดานช่ือเสียง เกียรติยศก็ได รวมถึงความเสียหาย
ทางดา นทรัพยส นิ
ความผิดสําเร็จเกิดขึ้นเมื่อ ผูถูกขมขืนใจยอมใหหรือยอมจะใหประโยชนในลักษณะท่ี
เปนทรัพยส นิ แลว สวนจะไดประโยชนหรอื ไมไมส าํ คัญ แตถาผูถกู ขม ขืนใจไมยอมใหหรือไมย อมจะให
ไมวาเพราะไมกลัวการขูเข็ญ หรือไมไดใหประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสิน ก็เปนความผิดฐาน
พยายามรีดเอาทรพั ย
®¡Õ Ò·Õè ñùôõ/òõñô จําเลยไดขมขืนใจโจทก ซึ่งเปนหุนสวนผูจัดการของหางหุน
สวนจํากัดแหงหนึ่ง วาจะทําอันตรายตอช่ือเสียงของหางหุนสวนจํากัดแหงน้ัน ซึ่งเปนนิติบุคคลและ
บุคคลที่สาม และไดขูเข็ญขมขืนใจโจทกวาจะเปดเผยความลับซึ่งการเปดเผยความลับน้ันจะทําให
หา งหุน สวนจํากัด ดังกลา วเสยี หาย จนโจทกย อมจะใหเงนิ แกจ ําเลยตามท่ถี กู ขูเขญ็ ดงั น้ี ถอื วา โจทก
ซ่ึงเปนผูถูกขูเข็ญเปนผูเสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒(๔) มีอํานาจฟองคดีในความผิดฐานกรรโชก
หรือรดี เอาทรัพย
การท่ีจําเลยขมขืนใจโจทกโดยขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชื่อเสียงของหางหุนสวนจํากัด
ซ่ึงเปนบุคคลท่ีสาม จําเลยมีความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา ๓๓๗ และจําเลยไดขูเข็ญโจทกวา
จะเปดเผยความลับ ซ่ึงการเปดเผยนั้น จะทําใหโจทกเสียหาย จําเลยมีความผิดฐานรีดเอาทรัพย
ตามมาตรา ๓๓๘ อีกฐานหน่ึงดวย แตความผิดฐานรีดเอาทรัพยเปนความผิดที่มีโทษหนักข้ึนจาก
ความผิดฐานกรรโชกโดยอาศัยการกระทําเดียวกัน ตองลงโทษบทหนักในการกระทํากรรมเดียวกัน
ตาม ป.อ.มาตรา ๙๐
ö. ª§Ô ·Ã¾Ñ Â
ÁÒμÃÒ óóù “ผใู ดลักทรัพยโดยใชกาํ ลังประทุษรา ยหรือขเู ข็ญวา ในทนั ใดน้ันจะใชก าํ ลัง
ประทุษรา ยเพอ่ื
(๑) ใหความสะดวกแกก ารลักทรัพย หรือการพาทรัพยนน้ั ไป
(๒) ใหย่นื ใหซ ่ึงทรัพยน นั้
(๓) ยดึ ถือเอาทรัพยน น้ั ไว
(๔) ปกปด การกระทาํ ความผิดนนั้ หรอื
(๕) ใหพนจากการจับกมุ
๒๐๑
ผนู น้ั กระทาํ ความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แต
หนง่ึ หมน่ื บาทถงึ สองหมื่นบาท
ถาความผิดนั้นเปนการกระทําท่ีประกอบดวยลักษณะดังที่บัญญัติไวในอนุมาตราหนึ่ง
อนมุ าตราใดแหงมาตรา ๓๓๕ หรอื เปนการกระทําตอทรพั ยท่เี ปน โค กระบอื เครอ่ื งกลหรอื เครอ่ื งจกั ร
ที่ผูมีอาชีพกสิกรรมมีไวสําหรับประกอบกสิกรรม ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงสิบหาป
และปรับตั้งแตส องหมืน่ บาทถงึ สามหม่นื บาท
ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ผูกระทําตองระวางโทษ
จาํ คกุ ต้ังแตสบิ ปถ ึงย่ีสิบป และปรับต้ังแตส องหมนื่ บาทถึงสี่หม่นื บาท
ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแต
สิบหา ปถึงยี่สบิ ป และปรับตัง้ แตสามหมน่ื บาทถึงส่หี ม่ืนบาท
ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย ผูกระทําตองระวางโทษประหารชีวิต
หรือจาํ คกุ ตลอดชีวติ ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ลักทรัพย
๒. โดยใชกาํ ลังประทุษราย หรือขเู ขญ็ วาในทนั ใดนัน้ จะใชกําลังประทษุ ราย
๓. การใชกําลังหรือขูเข็ญ จะใชกําลังประทุษรายนั้นโดยเจตนาเพ่ืออยางใดอยางหน่ึง
ดังตอ ไปนี้
๓.๑ เพื่อสะดวกแกการลักทรพั ย หรอื เพ่ือพาทรัพยน ัน้ ไป
๓.๒ เพอ่ื ใหยื่นใหซึง่ ทรัพยน ั้น
๓.๓ เพ่อื ยดึ ถือเอาทรัพยน นั้ ไว
๓.๔ เพอ่ื ปกปด การกระทําความผดิ นนั้
๓.๕ เพื่อใหพ นจากการจับกมุ
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. จะเปนความผิดฐานชิงทรัพยสําเร็จ การกระทํานั้นตองครบองคประกอบความผิด
ฐานลักทรัพยโ ดยบริบรู ณแลว
เม่ือการกระทําครบองคประกอบความผิดฐานลักทรัพยแลว ผูกระทําการลักทรัพยไดใช
กําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังประทุษรายกอนหรือในขณะกระทําการลักทรัพย
หรือหลังจากการลกั ทรพั ย จึงจะเปนความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย
๒. คําวา “ใชกําลงั ประทษุ ราย” หมายถงึ การประทษุ รา ยแกร า งกายหรอื จิตใจของบุคคล
ไมวาจะทําดวยแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทําใดๆ ซึ่งเปนเหตุ
ใหบ คุ คลใดอยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได ไมว า จะตอ งใชย าทาํ ใหม นึ เมา สะกดจติ ใจหรอื ใชว ธิ อี นื่ ใด
อันคลา ยคลึงกัน ตาม ป.อ.มาตรา ๑(๖)
๒๐๒
๓. การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หรอื ขเู ขญ็ วา จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยนน้ั จะตอ งเปน การกระทาํ
แกบ คุ คล จะเปน เจา ทรพั ย ผคู รอบครองทรพั ย หรอื บคุ คลอน่ื และไมว า จะทาํ กอ นลกั ทรพั ย ขณะทาํ การ
ลกั ทรพั ย หรอื ลกั ทรพั ยส าํ เรจ็ ไปแลว กต็ าม แตม ขี อ สาํ คญั วา จะตอ งเปน การกระทาํ เกย่ี วเนอื่ งตดิ ตอ กนั
เพ่ือทําการลักทรัพยน้ันไมขาดตอนหรือขาดระยะเปนกรรมเดียวกัน ถาไมเก่ียวเน่ืองกันขาดตอน
ขาดระยะไปแลว อาจเปน ความผดิ ฐานลกั ทรัพย กบั ทํารายรางกายตางกระทงกัน
๔. ในการใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดจะใชกําลังประทุษรายนั้น จะตอง
กระทําโดยเจตนาพิเศษ คือ เพื่อประสงคตอผลอยา งใดอยา งหนึ่งในอนมุ าตรา ๑ ถงึ อนมุ าตรา ๕
๔.๑ เพื่อสะดวกแกการลักทรัพย เชน กอนจะทําการลักทรัพยจับเอาคนยามเฝา
ประตูบานมัดติดเสาไว แลวเขาไปลักทรัพย หรือเพื่อสะดวกในการพาเอาทรัพยนั้นไป หรือขูเข็ญ
เจาทรพั ยไมใหขัดขวาง ถา ขดั ขวางจะถูกทําราย
๔.๒ เพอื่ ใหย นื่ ใหซ งึ่ ทรพั ย เชน เหน็ เจา ทรพั ยผ กู นาฬก าอยจู งึ ไดใ ชก าํ ลงั ประทษุ รา ย
หรือขูใ หถ อดนาฬกาสงให มเิ ชน นน้ั จะฆา หรอื จะฟน ทันที เปน ตน
๔.๓ เพ่ือยึดถือเอาทรัพยนั้นไว เมื่อทําการลักทรัพยไดแลวเจาทรัพยขัดขวาง
หรือแยงเอาคนื หรอื พวกเจาทรัพยต ิดตามไปทัน เพอ่ื แยงเอาทรัพยคืน จึงใชกําลังประทุษรา ยโดยจบั
เจาทรัพยผ กู ตดิ กับตน ไมหรอื ผกู ตาเสยี
๔.๔ เพื่อปกปดการกระทําความผิด หมายความวา ลักทรัพยสําเร็จแลวไดขู
เจา ทรัพยไมใ หนาํ เรือ่ งไปแจง ตาํ รวจ
๔.๕ เพอ่ื ใหพ น จากการจบั กมุ หมายความวา การลกั ทรพั ยส าํ เรจ็ แลว พวกเจา ทรพั ย
หรือเจาพนักงานติดตามเอาทรัพยคืน และจะจับกุม ผูกระทําการลักทรัพยนั้นใชกําลังประทุษราย
หรอื ขเู ขญ็ จะประทุษรา ย เปนการขัดขวางเพอ่ื ใหพ นจากการจบั กมุ ในการลกั ทรพั ยน ้ัน
๕. ถา ปราศจากการประสงคต อ ผลใน ๕ อนมุ าตรานน้ั แลว แมจ ะมกี ารทาํ รา ยหรอื ขเู ขญ็
วา จะใชก ําลงั ประทุษราย ก็ไมเ ปนความผิดฐานชิงทรัพย
๖. การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หรอื ขเู ขญ็ วา ในทนั ใดนน้ั จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยกอ นเอาทรพั ย
ไปก็ดี หลังจากเอาทรัพยไปสําเร็จแลวก็ดี ตองเปนการกระทําผิดตอเก่ียวเน่ืองเปนกรรมเดียวกัน
ไมขาดตอนหรือขาดระยะกับการลักทรัพยน น้ั ถาขาดตอนกนั แลว ไมเปนความผดิ ฐานชิงทรัพย
๗. การชิงทรัพยประกอบดวยเหตุฉกรรจ มาตรา ๓๓๙ ไดบัญญัติโทษเพิ่มหนักขึ้น
เปนข้ันๆ
๗.๑ ตามวรรคแรกน้ัน เปนเพียงแตใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ัน
จะทําการประทุษรายแกรางกาย หรือจิตใจ ในขั้นนี้ไมถึงกับเปนอันตรายแกรางกาย และจิตใจ เชน
การจับแขนดงึ กระชาก
๗.๒ ถา การชงิ ทรพั ยน นั้ ประกอบดว ยเหตดุ งั บญั ญตั ไิ วใ นอนมุ าตราหนง่ึ อนมุ าตราใด
แหงมาตรา ๓๓๕ เชน ชิงทรัพยในเวลากลางคืน ความผิดก็เพ่ิมหนักข้ึนตามความในมาตรา ๓๓๙
๒๐๓
วรรค ๓ แมการชิงทรัพยจะมเี หตตุ ามมาตรา ๓๓๕ หลายอนมุ าตราประกอบกนั ผลก็มีอยางเดียวกัน
คอื มีความผิดตามวรรคสามนี้
๗.๓ ถาการชิงทรัพยนั้นเปนการกระทําตอทรัพยที่เปนโค กระบือ เครื่องกล หรือ
เครื่องจักรท่ีผูมีอาชีพกสิกรรมมีไวประกอบกสิกรรม ผูกระทําก็ตองรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา ๓๓๙
วรรคสาม
๗.๔ ถา การชงิ ทรพั ยเ ปน เหตใุ หผ อู นื่ ไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจแลว กาํ หนดโทษ
เพิ่มสงู ขน้ึ อีก
๗.๕ ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตรายสาหัสตามที่บัญญัติไวใน
มาตรา ๒๙๗ โทษเพิ่มสงู ข้ึนอีก
๗.๖ ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย ผูกระทํามีโทษสูงสุดใน
ความผดิ ฐานชิงทรพั ย การชงิ ทรพั ยเ ปนเหตุใหถึงตายนี้ ผกู ระทําการชิงทรพั ยต อ งไมม ีเจตนาฆา
แตถ า เปนเจตนาฆา เพื่อสะดวกในการลักทรัพยแลว ผูก ระทํายอมมีความผดิ ฐานอ่นื
หรือมาตรา ๒๘๙(๖)
ในการใชกําลังประทุษรายน้ัน ตองมีเจตนาใชกําลังประทุษรายดวยการชิงทรัพย
เปนเหตุใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ รับอันตรายสาหัสหรือถึงแกความตายนั้นจะตอง
เปน ผลทีเ่ กิดข้ึนจากการชิงทรัพยน ัน้ โดยตรง
μÑÇÍ‹ҧ
®¡Õ Ò·Õè ñöøó/òõðù จําเลยบังคับใหเขาขับรถยนต และขับรถของเขาไป เพื่อหนี
มิใหถูกทํารายและถูกจับ เมื่อหนีพนแลว ก็จอดทิ้งไวในซอยในที่โลงเตียน ไมแสดงอาการซุกซอน
ไมม เี จตนาที่จะถอื เอารถคนั น้ัน ไมม คี วามผดิ ฐานลักทรัพย แตผิดฐานทําใหเ สือ่ มเสียอสิ รภาพ
®¡Õ Ò·Õè ñôðø/òõñò กรณที จี่ าํ เลยลกั กระบอื ของผเู สยี หายผเู สยี หายไลต ดิ ตามอกี ๑๐วา
จะทัน จําเลยท้ิงกระบือว่ิงหนี ผูเสียหายไลติดตามตอไปอีกเพื่อจะจับกุม จําเลยชักปนออกจอง
ยอ มเปน การขเู ขญ็ จะทาํ รา ยผเู สยี หายเพอ่ื ใหพ น จากการจบั กมุ เปน การกระทาํ ตอ เนอ่ื งกบั การลกั ทรพั ย
ผดิ ฐานชงิ ทรัพย
®Õ¡Ò·èÕ ÷ñõ/òõñõ โจทกส บู นาํ้ ออกจากหนองนา้ํ เพอื่ จบั ปลา จนนาํ้ แหง สามารถจบั ปลา
ไดแลว ยอมถือไดวาปลาในหนองอยูในความครอบครองของโจทก ไมวาหนองน้ันจะเปนหนอง
สาธารณะหรือไมก็ตาม การท่ีจําเลยใชปนขูหามมิใหโจทกจับปลาในหนองแลวสั่งใหพวกของจําเลย
เอาปลาเหลานั้นไป จําเลยยอ มมคี วามผดิ ฐานชงิ ทรัพย
®¡Õ Ò·Õè òøòò/òõñ÷ จําเลยเขาบีบคอผูเสียหายทางดานหลัง แลวกระชากสรอยคอ
หอยพระเคร่อื งทีส่ วมอยทู ี่คอจนสรอยขาด ในทันใดผูเสยี หายใชม ือกมุ สรอยที่หลุดจากคอ แตยังอยูท่ี
บรเิ วณหนา อกไวไ ดท นั จาํ เลยเอาไปไมไ ด แมส รอ ยอยทู มี่ อื จาํ เลยตอนกระชาก กเ็ ปน การกระทาํ ในขนั้
ทมี่ งุ หมายจะใหส รอ ยขาดหลดุ จากคอผเู สยี หายเทา นน้ั เมอ่ื สรอ ยขาดแลว จาํ เลยยงั ไมท นั ยดึ ถอื เอาไป
ผเู สยี หายกุมสรอยเอาไวไ ด การยึดถอื เอาสรอ ยไปยังไมบรรลุผล เปน ความผดิ ฐานพยายามชงิ ทรัพย
๒๐๔
®¡Õ Ò·Õè òóùù/òõñø จาํ เลยลกั ไกไ ปจากบา นผเู สยี หาย ตอ มา ๑ ชวั่ โมง ผเู สยี หายตาม
ไปพบจาํ เลยกับไกทกี่ ระทอ มของจาํ เลยหางจากท่ีเกดิ เหตุ ๑๐๐ เสน จําเลยถอื เหล็กแหลมจองมาทาง
ผเู สยี หาย การลกั ทรพั ยข าดตอนไปแลว ไมใ ชอ ยใู นระหวา งพาทรพั ยไ ป การขจู ะทาํ รา ยเปน การกระทาํ
ทเี่ กิดขน้ึ ภายหลงั มิไดตอ เน่อื งจากการกระทาํ ผิดฐานลกั ทรพั ย การกระทําของจาํ เลยไมเ ปนความผิด
ฐานชงิ ทรพั ย
®¡Õ Ò·èÕ òñðó/òõòñ จําเลยข้ึนไปบนเรือนผูเสียหายในเวลากลางคืน แลวลักเอา
นกเขาพรอมดว ยกรงของผูเ สยี หาย นางสาวดําเห็นเขา จงึ เขาแยงกรงนน้ั แตสกู ําลังจําเลยไมไ ด จาํ เลย
จึงแยงเอากรงและนกเขาของผูเสียหายไปได ดังน้ี ถือไมไดวาจําเลยไดใชกําลังประทุษรายแกกาย
หรือจิตใจของนางสาวดําแตประการใด ทั้งไมไดความวาจําเลยขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังกาย
ประทษุ รา ยนางสาวดาํ ดว ย การใชก าํ ลงั แยง เอาทรพั ยไ ป กถ็ อื ไมไ ดว า เปน เหตใุ หน างสาวดาํ อยใู นภาวะ
ที่ไมสามารถขัดขืนได ตามความหมายในมาตรา ๑(๖) การกระทําของจําเลยจึงไมเปนความผิดฐาน
ชงิ ทรัพย แตเ ปนความผิดฐานลักทรัพยเทา นน้ั เพราะการใชก าํ ลังแยง กรงเปน การกระทําตอ ทรัพย
®¡Õ Ò·èÕ ñðñø/òõòù จําเลยไปเลนไพแลวก็จับไดวาผูเสียหายเลนไพโกง จึงใชเหล็ก
ปลายแหลมจ้ีผูเสียหายบงั คับใหค นื เงิน ๙๒๐ บาทท่ีถูกโกง เปน การกระทําโดยจาํ เลยเช่อื วาตนมสี ิทธิ
อันจะพงึ ไดเงินท่เี สยี การพนันไปคืน เพราะผูเสียหายเลนโกง ก็ไมเปนความผดิ ฐานชิงทรพั ย
ที่ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพยก็เพราะเหตุวาการกระทําของเขาไมเปนความผิดฐาน
ลักทรัพยน่ันเอง มันขาดเจตนาในการลักทรัพย เม่ือไมเปนการลักทรัพยแลวแมวาจะใชเหล็ก
ปลายแหลม จ้ีผเู สียหายมันกไ็ มก อ ใหเกิดเปน ความผดิ ฐานชิงทรพั ยได
®¡Õ Ò·Õè òö÷ô/òõóò จําเลยลกั ทรัพยส ําเร็จแลว ขณะหลบหนี ญ. ผดู ูแลรักษาทรัพย
นั้นไดว่ิงไลจับจําเลย จําเลยสะบัดหลุดแลวใชมีดแทง ญ. ถือไดวาเปนการกระทําที่ตอเน่ืองกันยังไม
ขาดตอนจากการกระทําความผิดฐานลักทรพั ย การทจี่ ําเลยใชม ีดแทง ญ. เปนการใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย
เพอ่ื ใหพนจากการจบั กมุ การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ เปนความผดิ ฐานชงิ ทรัพย
®Õ¡Ò·Õè ñðøò/òõóô พฤติการณของจําเลยท่ี ๒ ท่ีแสดงตอผูเสียหายซ่ึงเปนนักเรียน
ตางโรงเรียนกัน ในขณะที่มีอาการมึนเมาโดยเอาเสื้อของผูเสียหายท่ีพาดบาผูเสียหายไป เมื่อลงจาก
รถโดยสารประจําทางไปแลวก็มิไดมีกิริยาท่ีจะหลบหนี หรือพาไปใหพน ท้ังยังตามไปในโรงเรียนที่
ผเู สยี หายเขา ไป โดยเสอื้ ทเ่ี อาไปกย็ งั พาดบา จาํ เลยท่ี ๒ อยู การกระทาํ ของจาํ เลยทง้ั สองทเ่ี ปน วยั รนุ เชน นน้ั
เหน็ ไดว า จาํ เลยที่ ๒ มไิ ดม เี จตนาทจ่ี ะเอาไปเปน ของตนเองอนั เปน การแสดงเจตนาทจุ รติ เกย่ี วกบั ทรพั ย
ที่เอาไป แตเปนท่ีเห็นไดวาเปนการแสดงอํานาจบาตรใหญทําไปดวยความคะนอง เพ่ือใหผูเสียหาย
เห็นวาเปนคนเกงพอท่ีจะรังแกคนไดตามวิสัยวัยรุนที่ความประพฤติไมเรียบรอยเทาน้ัน มิใชเปนการ
มุงหมายเพือ่ ประโยชนจ ากทรพั ย จงึ ไมเ ปน ความผิดฐานชงิ ทรพั ย
®Õ¡Ò·èÕ ñòøøø/òõõö ขณะผูเสียหายยืนปสสาวะอยูบริเวณพงหญาปากทางเขา
สถานขี นสง จาํ เลยซงึ่ ผเู สยี หายไมร จู กั มากอ นเดนิ เขา มาหาแลว ลว งหยบิ เงนิ สด ๒๐๐ บาท จากกระเปา เสอื้
๒๐๕
ของผูเสียหายและชกผูเสียหายซึ่งมีอายุ ๗๐ ป ทําใหไดรับบาดเจ็บและทรุดน่ังลงกับพ้ืนโดยจําเลย
มิไดพูดกับผูเสียหายแลวหลบหนีไป ลักษณะการกระทําของจําเลยเปนการกระทําการท่ีตอเนื่อง
กันมิใชการกระทําท่ีขาดตอน คือการลักทรัพยเงินของผูเสียหายและการทํากับรางกายผูเสียหาย
โดยทํารายรางกายผูเสียหาย เปนพฤติการณที่บงชี้ถึงเจตนาของจําเลยท่ีตองทําอันตรายแกกาย
ผูเสียหายเพ่ือความสะดวกแกการกระทําผิดและพาเอาทรัพย การกระทําของจําเลยจึงเปนความผิด
ฐานชงิ ทรัพยเ ปนเหตใุ หผอู น่ื ไดรับอันตรายแกกาย
®¡Õ Ò·èÕ òðöøø/òõõö หลังจากจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ชิงเอาเงินและโทรศัพทของ
ผูเสียหายไปแลวจําเลยท่ี ๑ โทรศัพทไปแจงจาํ เลยท่ี ๓ ท่ีบาน ตอ มาจําเลยท่ี ๓ ไดเ ดินทางมาสมทบ
ในที่เกิดเหตุและรวมแสดงบทบาทเปนหัวหนาสอบถามผูเสียหายเกี่ยวกับยาเสพติดตามท่ีจําเลยที่ ๑
แตงเรื่องขึ้น ถือวาความผิดฐานชิงทรัพยของจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ สําเร็จภาคตอนแลวนับแตเวลา
จําเลย ๑ และที่ ๒ ไดเงินและโทรศัพทของผูเสียหายไป แมจําเลยที่ ๓ พาผูเสียหายออกไปจาก
ท่ีเกิดเหตุหลังจากที่จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ไดเงนิ และโทรศัพทของผเู สยี หายไปแลวจะถือวา จาํ เลยที่ ๓
ชว ยเหลอื หรอื ใหค วามสะดวกแกจ าํ เลยที่ ๑ และที่ ๒ กอ นหรอื ขณะกระทาํ ผดิ หาไดไ ม ถอื ไมไ ดว า จาํ เลยที่ ๓
เปน ผสู นับสนนุ การกระทําผดิ
÷. »Å¹Œ ·ÃѾÂ
ÁÒμÃÒ óôð “ผูใดชิงทรัพยโดยรวมกันกระทําความผิดดวยกันต้ังแตสามคนขึ้นไป
ผูน้ันกระทําความผิดฐานปลนทรัพย ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงสิบหาป และปรับตั้งแต
สองหมืน่ บาทถึงสามหมืน่ บาท
ถาในการปลนทรัพยผูกระทําแมแตคนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปดวยผูกระทําตองระวาง
โทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ สองปถงึ ยีส่ ิบป และปรบั ต้ังแตส องหม่นื ส่ีพันบาทถึงสีห่ มื่นบาท
ถาการปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นไดรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุก
ตลอดชีวิต หรือจาํ คกุ ตงั้ แตสบิ หาปถึงยีส่ ิบป
ถาการปลน ทรัพยไดกระทําโดยแสดงความทารณุ จนเปนเหตใุ หผ ูอ่ืนรบั อนั ตรายแกกาย
หรือจติ ใจ ใชป น ยิง ใชวตั ถรุ ะเบดิ หรือกระทําทรมาน ผกู ระทําตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชวี ิต หรือ
จําคกุ ตั้งแตสิบหา ปถึงย่สี บิ ป
ถาการปลน ทรพั ยเ ปน เหตใุ หผ ูอื่นถึงแกค วามตาย ผูกระทําตอ งระวางโทษประหารชีวติ ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ชิงทรพั ย
๒. โดยรว มกระทาํ ความผิด ต้ังแตส ามคนข้ึนไป
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. ที่จะเปนความผิดฐานปลนทรัพยในองคประกอบขอแรกน้ันจะตองเปนการชิงทรัพย
เสียกอ น กรณอี ยางไรเปนการชิงทรัพย ใหด ใู นความผิดฐานชิงทรัพยต ามมาตรา ๓๓๙
๒๐๖
๒. ในองคประกอบขอ ๒ ท่ีวา “โดยรวมกระทําความผิดดวยกัน” นั้นหมายความถึง
เฉพาะผทู เ่ี ปน ตวั การรว มกนั กระทาํ ความผดิ โดยเฉพาะไมน บั รวมถงึ ผสู นบั สนนุ ดว ย กรณอี ยา งไรเรยี กวา
ตัวการนั้นใหดูในมาตรา ๘๓ ผูสนบั สนุนดมู าตรา ๘๖ แหง ป.อาญา ฉะนั้นเมอื่ กระทาํ ความผดิ ครบ
องคประกอบฐานชิงทรัพยแลว จะตองพิจารณาตัวผูที่รวมกันกระทําความผิดในจํานวนสามคนนั้น
ดวยวา เปนตัวการรวมกันกระทําความผิดหรือไม ถาเปนตัวการรวมกันกระทําการชิงทรัพย ตั้งแต
สามคนขนึ้ ไปแลว กเ็ ปน ความผดิ ฐานปลน ทรพั ย แตใ นกรณรี ว มกนั ไปลกั ทรพั ย พวกของจาํ เลยทเี่ ขา ไป
ลักฆาหรือยิงเจาทรัพย หากขอเท็จจริงฟงไมไดวา จําเลยรูวาพวกของจําเลยมีอาวุธการกระทําของ
พวกจําเลยจึงอยูนอกความมุงหมายหรือเจตนาของจําเลยยอมไมมีความผิดฐานปลนทรัพยหรือฆา
เจาทรพั ยดว ยคงมีความผิดฐานลักทรพั ยเทานนั้
๓. ในความผิดฐานปลนทรัพยนั้นตามองคประกอบขางตนตองทําการชิงทรัพย
โดยรว มกนั ตงั้ แตส ามคนขน้ึ ไป และความผดิ ฐานชงิ ทรพั ยน นั้ องคป ระกอบจะตอ งเปน การลกั ทรพั ยก อ น
ฉะนั้นในการสมคบรวมกันไปทําการลักทรัพยน้ี อาจมีบุคคลเกินกวาสามคนข้ึนไปทําการรวมกัน
แตต างคนตางแยกกนั ทาํ มบี ุคคลบางสว นกระทําการชิงทรัพย คอื ใชก าํ ลังประทษุ รายขณะกระทาํ การ
ลักทรัพยนั้น โดยมิไดตกลงรวมกันมากอนเชนน้ี ความผิดอาจแยกกันเปนตอนๆ ได แลวแตวา
การกระทําน้ันเปน เหตสุ ว นตวั หรือเปนเหตุในลกั ษณะคดใี นการกระทาํ ความผิดน้ัน
๔. ความผดิ ฐานปลน ทรพั ยน ้ี ประมวลกฎหมายอาญาไดแ บง แยกความผดิ ออกเปน ขนั้ ๆ
ประกอบดวยเหตฉุ กรรจเ ชนเดยี วกบั ความผิดฐานชงิ ทรัพย กลา วคือ
¢¹Ñé μ¹Œ คอื ความผดิ ฐานวรรคแรกนน้ั เปน การปลน ทรพั ยโ ดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยหรอื ขเู ขญ็
วา ทนั ใดนนั้ จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยไมถ งึ เปน อนั ตราย หรอื ถงึ เปน อนั ตรายแกร า งกายหรอื จติ ใจ แตไ มถ งึ
เปน อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจถงึ สาหสั กฎหมายกาํ หนดโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ ปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แต
สองหมน่ื บาทถึงสามหม่นื บาท
¢éѹ·ÕèÊͧ ถาในการปลนทรัพย ผูกระทํามีอาวุธติดตัวไปดวยแมแตคนหนึ่งคนใด ไมวา
จะเปนเพียงโดยใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังประทุษรายแกกายหรือจิตใจ
ไมถ งึ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจหรอื ไม เปน ความผดิ ตามวรรคสอง กฎหมายกาํ หนดโทษจาํ คกุ และปรบั
สูงกวาข้ันตน
¢¹éÑ ·ÊÕè ÒÁ ถา ในการปลน เปน เหตใุ หผ อู นื่ ไดร บั อนั ตรายสาหสั ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๙๗ แลว ผนู ้ันมคี วามผิดตามวรรคสาม ซ่งึ กฎหมายกาํ หนดโทษสงู กวา
¢¹Ñé ·ÊÕè èÕ ถา การปลน ทรพั ยไ ดก ระทาํ โดยแสดงความทารณุ จนเปน เหตใุ หผ อู น่ื ไดร บั อนั ตราย
แกกายหรอื จิตใจ ใชป น ยิง ใชว ตั ถรุ ะเบิด หรอื กระทาํ ทรมาน ผูกระทําไดรบั โทษสงู ขนึ้ ตามทก่ี ฎหมาย
กําหนดโทษไว
คําวา “¡ÃÐทาํ â´ÂáÊ´§¤ÇÒÁ·ÒÃØ³¹¹éÑ ” ตองเปนเหตใุ หเ ปนอันตรายแกก ายหรอื จติ ใจ
เชน การตัดใบหู การชก ตอย เฆ่ยี น ตี จนสลบ การตัดนวิ้ มอื นิ้วเทา เปน ตน
๒๐๗
คาํ วา “¡ÒÃ㪻Œ ¹„ Â§Ô ” นนั้ กฎหมายมไิ ดจ าํ กดั วา ใชป น ยงิ แลว จะยงิ กอ นลงมอื ปลน ทรพั ย
ระหวา งปลน ทรพั ย หรอื ภายหลงั ปลน ทรพั ยแ ลว โดยกระทาํ ตดิ ตอ สมั พนั ธก นั ยงั ไมข าดตอน และการใช
ปนยิงน้ันจะยิงถูกบุคคลใดหรือไมก็ตามเปนความผิดตามวรรคส่ีน้ี และในกรณีที่ใชวัตถุระเบิดก็คงมี
ความหมายเชน เดียวกนั กับใชป นยิง
การกระทําโดยทรมาน เชน การเอาเชือกรัดคอทําใหหายใจไมออกหลายครั้งหลายหน
การใชไฟฟาจ้ีเพื่อทําใหบอกที่เก็บทรัพย เปนตน แตการกระทําโดยทรมานนี้ ไมจําตองถึงกับเปน
อันตรายแกกายหรือจิตใจ
¢éѹ·èÕËŒÒ ถาการปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย ผูกระทําการปลนทรัพย
มีความผดิ ตามวรรคสุดทายของมาตรา ๓๔๐
การปลนทรัพยเปนเหตุใหไดรับอันตรายแกกายและจิตใจ ไดรับอันตรายสาหัส หรือ
ถงึ แกค วามตายนี้ กรณเี ปน เชน เดยี วกบั ความผดิ ฐานชงิ ทรพั ยก ลา วคอื คาํ วา ผอู น่ื นนั้ มไิ ดห มายเฉพาะ
เจาทรัพยท่ีถูกปลนอาจเปนพวกเจาของทรัพย เจาพนักงาน หรือผูครองทรัพยแทนเจาทรัพยก็ได
และการปลนทรัพยกับการไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ รับอันตรายสาหัสหรือแกความตายน้ี
ตอ งเปน การกระทาํ ทต่ี อ เนอื่ งกนั กบั การปลน ทรพั ยน น้ั มกี ารยงิ ตอ สกู บั เจา ทรพั ยแ ตก ระสนุ พลาดไปถกู
พวกคนรายดวยกันตาย จําเลยจึงมีความผิดเพียงฐานปลนทรัพยโดยใชปนยิงและฐานฆาคนตาย
โดยเจตนาเทานัน้
μÑÇÍÂÒ‹ §
®¡Õ Ò·èÕ ñôöõ/òõðø คนรา ยซง่ึ อยทู พี่ น้ื ดนิ ใชป น ยงิ สนุ ขั เหา จะกดั คนรา ยขณะคนรา ยอน่ื
กาํ ลงั คน หาทรพั ย ถอื ไดว า การปลน ไดก ระทาํ โดยใชป น ยงิ เพราะคนรา ยยงิ สนุ ขั ทเี่ หา และจะกดั คนรา ย
ในขณะท่คี นรายกําลังปลนบา นผเู สยี หาย เปนการกระทาํ ในการปลน ทรัพยน นั้ ดว ย เปนความผิดตาม
มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่
®Õ¡Ò·èÕ ñùñ÷/òõññ ความผิดฐานปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตายตาม
มาตรา ๓๔๐ วรรคทายนั้น หมายถึง บุคคลอ่ืนมิใชพวกปลนดวยกันเอง ฉะนั้นการที่จําเลยกับพวก
ปลนทรัพยและใชปนยิงเจาทรัพยบาดเจ็บกระสุนพลาดไปถูกพวกคนรายดวยกันตาย จําเลยจึงผิด
เพียงฐานปลนทรพั ยโดยใชปนยิง และฐานฆา คนตายโดยเจตนา
®¡Õ Ò·èÕ õõù/òõñ÷ จาํ เลยกบั พวกอีก ๓ คน ซงึ่ ไมป รากฏวาเปนคนท่ีคุน เคยชอบพอ
กบั ผเู สยี หายพอทจี่ ะขอเงนิ กนั ได มาเตะรว้ั สังกะสีและระเบยี งเรือนของผเู สยี หาย ผูเ สยี หายออกมาดู
จําเลยขอเงิน ๑๒ บาท ผูเสียหายวาไมมี จําเลยกับพวกชวยกันเตะร้ัวและระเบียงเรือน จนสังกะสี
หลดุ ๓ แผน ไมระแนงเรอื นหลุดหลายอัน ถือไดวา เปนการขเู ข็ญวา ในทันใดนนั้ จะใชกําลงั ประทุษรา ย
ผูเสยี หายกลัวร้ัวจะพงั และกลวั ถกู ทาํ ราย จงึ ตองยอมใหเ งินแกจาํ เลยไป ๑๐ บาท จําเลยรับเงินแลว
ยังพูดขเู ข็ญอกี วา ทหี ลังถา กูมา อยากไดอ ะไรใหตามใจกนู ะ ซง่ึ เขาใจไดวา ถา ไมใ หจ ะตอ งถูกทาํ รา ย
การกระทาํ ของจําเลยเปน ปลน ทรัพย
๒๐๘
®Õ¡Ò·Õè ùøð/òõñù เมอ่ื จาํ เลยที่ ๑ มอี าวุธ (มดี ) ตดิ ตัวไปดว ยในการปลน แมจ าํ เลย
ท่ี ๑ จะมไิ ดใชหรือแสดงอาวุธในการกระทําความผดิ และจาํ เลยท่ี ๒ ไมรูว าจําเลยที่ ๑ มอี าวธุ ก็ตาม
จําเลยที่ ๒ กต็ อ งมีความผดิ ตามมาตรา ๓๔๐ วรรคสอง
®Õ¡Ò·Õè ÷÷ø/òõñù มาตรา ๓๔๐ ตรนี น้ั ตอ งไดค วามวา ไดช งิ ทรพั ยโ ดยใชย านพาหนะ
เพือ่ กระทําผิด ไมใชช ิงรถจกั รยานยนตพ าไป
®¡Õ Ò·Õè ñôöõ/òõñù (ประชมุ ใหญ) จาํ เลย ๓ คนใชเ สน ลวดขงึ กน้ั สะพานบนถนนดกั รถ
ทผ่ี า นมาใหช นเพอ่ื เอาทรพั ย มผี ขู บั รถหกลอ มาเหน็ เสน ลวดและหยดุ ไดห า ง ๓ วา การกระทาํ ของจาํ เลย
ทง้ั สามมใิ ชเ ปน เพยี งขน้ั ตระเตรยี มแตเ ปน การลงมอื กระทาํ ความผดิ แลว แตก ระทาํ ไปไมต ลอดถอื ไดว า
จาํ เลยพยายามกระทาํ ความผดิ และเปนการพยายามกระทําความผิดฐานปลน ทรพั ย
®Õ¡Ò·Õè ôñóð/òõòø จําเลยท่ี ๑ เอาเหล็กขูดชารปมาวางบนตัวใหผูเสียหายเห็น
ในขณะน่ังติดกันอยูในรถยนตโดยสารประจําทาง แลวพูดขอแวนตาจากผูเสียหาย แลวจําเลยท่ี ๑
หยิบเอาแวนตาของผูเสียหายจากกระเปาเสื้อและดึงสเกลจากในสมุดผูเสียหายไป ยอมเปน
การลกั ทรพั ย โดยขเู ขญ็ วา ทันใดนั้นจะใชกาํ ลงั ประทุษรา ยอนั เปนความผิดฐานชิงทรพั ย ตาม ม.๓๓๙
ขณะเดียวกันนน้ั จําเลยที่ ๒ ท่ี ๓ ซ่ึงขึน้ รถยนตโ ดยสารประจาํ ทางไปพรอมกบั จาํ เลยท่ี ๑ และยนื อยู
ใกลก ับจําเลยที่ ๑ ตา งเขาไปหยิบทรัพยจากกระเปาเส้อื และจากในมอื ผูเสยี หาย แสดงวาจาํ เลยท่ี ๒
ที่ ๓ ทราบถงึ การกระทาํ ของจาํ เลยท่ี ๑ โดยตลอด ถอื ไดว า จาํ เลยท่ี ๒ ท่ี ๓ รว มชงิ ทรพั ยก บั จาํ เลยท่ี ๑
ดว ยการกระทําของจําเลยจงึ ถอื เปน ความผิดฐานปลนทรัพย
®Õ¡Ò·èÕ ùòôñ/òõô÷ จําเลยกับพวกนําธูปซ่ึงมีสวนผสมของส่ิงของบางอยางที่ทําให
มึนเมาออกมาใหโจทกรวมและ บ. ดม ทําใหโจทกรวมเกิดอาการมึนศีรษะเปนเหตุใหอยูในภาวะ
ไมส ามารถขดั ขนื ไดแ ลว จาํ เลยกบั พวกอกี ๒ คน ไดล กั ทรพั ยข องโจทกร ว มไป ถอื ไดว า เปน การลกั ทรพั ย
โดยใชกําลังประทุษรายเพื่อใหความสะดวกแกการลักทรัพยและการพาทรัพยน้ันไป เมื่อรวมกระทํา
ความผิดตงั้ แต ๓ คนขน้ึ ไป การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปน ความผิดฐานปลน ทรัพย
ø. ©ÍŒ â¡§
ÁÒμÃÒ óôñ “ผูใดโดยทุจริต หลอกลวงผูอ่ืนดวยการแสดงขอความอันเปนเท็จ
หรือปกปดขอความจริงซึ่งควรบอกใหแจง และโดยการหลอกลวงดังวาน้ันไดไปซ่ึงทรัพยสินจาก
ผูถูกหลอกลวง หรือบุคคลท่ีสาม หรือทําใหผูถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทํา ถอน หรือทําลาย
เอกสารสิทธิ ผูนั้นกระทําความผิดฐานฉอโกง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหม่นื บาท หรือท้งั จาํ ทัง้ ปรบั ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. หลอกลวงผอู ื่น
๑.๑ ดวยการแสดงขอ ความอนั เปน เทจ็ หรอื
๑.๒ ดว ยการปกปดขอ ความจริงซงึ่ ควรบอกใหแจง
๒๐๙
๒. โดยการหลอกลวงนัน้
๒.๑ ไดไ ปซึง่ ทรัพยสนิ จากผูถกู หลอกลวง หรือบคุ คลทสี่ าม หรอื
๒.๒ ทําใหผ ูถ กู หลอกลวง หรอื บุคคลท่สี าม ทาํ ถอน หรือทําลายเอกสารสทิ ธิ
๓. โดยเจตนาทุจริต
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
๑. การหลอกลวงผูอ ืน่ นั้น หมายความวา เปน การกระทําใหผูอ่ืนหลงผดิ หรอื สาํ คัญผิด
๒. การหลอกลวงผอู ่นื นี้ ยอ มกระทาํ ไดเ ปน ๒ ทางดวยกนั คือ
๒.๑ ดวยการแสดงขอความอันเปนเทจ็ หรอื
๒.๒ ดว ยการปกปด ขอความจรงิ ซง่ึ ควรบอกใหแ จง
การแสดงขอความหรือขอเท็จจริงน้ัน อาจแสดงทางวาจา ลายลักษณอักษร ทางเคร่ือง
กระจายเสียง เครื่องบันทึกเสียง วิทยุ แผนเสียง ภาพ หรือภาพยนตร โทรศัพท หรือโทรทัศนก็ได
และการแสดงดังกลาวน้ี อาจเปนการแสดงโดยตรงของผูแสดงตามวิธีการตางๆ ดังกลาวแลว หรือ
โดยปริยายทางกิริยาทาทางท่ีแสดงออกมาก็ได เชน การพยักหนาแสดงการยอมรับ หรือโดยกิริยา
ทาทางอื่นๆ
๓. ดวยการแสดงขอความอันเปนเท็จ หมายความวา เปนการแสดงยืนยันขอเท็จจริง
อยางใดอยางหนึ่ง ซ่ึงเกิดขึ้นแลวหรือกําลังเกิดอยูในขณะแสดงขอเท็จจริง ซึ่งผูแสดงรูอยูแลววา
ขอเท็จจริงท่ีแสดงออกน้ันเปนความเท็จ เพื่อใหผูอื่นหลงเชื่อวาเปนความจริงตามท่ีแสดงน้ัน
โดยไมใ ชค วามคิดเห็น หรอื เปน การคาดคะเนลวงหนาของผูแสดง
การแสดงขอความซึ่งจะเกิดขึ้นตอไปในภายหนาที่คาดคะเนเอาไวลวงหนาน้ัน เปนการ
กลาวหรือแสดงถึงเร่ืองอนาคตซ่ึงจะเกิดขึ้นหรือไมก็ไดนั้นไมใชการแสดงขอเท็จจริงอันเปนเท็จ
เพราะเมือ่ ยงั ไมเกิดข้นึ ยอ มทราบไมไ ดวาเท็จจรงิ
๔. การแสดงปกปดขอความจริงซึ่งควรบอกใหแจงหมายความถึงการหลอกลวง
ซึ่งผูกระทําการหลอกลวงน้ันแสดงการปกปดขอความจริงอันควรบอกใหแจง โดยผูหลอกลวงรูอยูวา
ขอความจริงหรือเหตุการณนั้นมีอยูอยางไร กลับนิ่งเสียไมบอกใหแจงโดยเจตนาใหผูถูกหลอกลวง
เขา ใจผดิ และหลงเช่อื ตามน้ัน โดยไมใ ชการหลงลมื เพราะไมรคู วามจรงิ ทีป่ กปด นนั้
๕. องคประกอบความผิดขอ ๒. คือ การหลอกลวงโดยการแสดงตามองคประกอบ
ขอ แรกนั้นทําใหผูห ลอกลวง
๕.๑ ไดไปซง่ึ ทรพั ยสนิ จากผูถกู หลอกลวงหรือบคุ คลที่ ๓ หรือ
๕.๒ ทําใหผถู ูกหลอกลวงหรือบคุ คลท่ี ๓ ทํา ถอน หรอื ทําลายเอกสารสทิ ธิ
การหลอกลวงการแสดงขอความเท็จหรือปกปดขอความจริงซ่ึงควรบอกใหแจงไมเกิด
ผลขึน้ เพราะ
๑) ผถู กู หลอกลวงไมห ลงเชอื่ จงึ ไมไ ดไ ปซงึ่ ทรพั ยส นิ หรอื ไมไ ดท าํ ถอน
หรอื ทําลายเอกสารสิทธิ
๒๑๐
๒) ผูถูกหลอกลวงไมหลงเชื่อ แตทําเปนเช่ือ จึงสงทรัพยสินใหไป
จะเปน เพราะความเมตตาสงสาร หรอื เพอ่ื จะใหเ ปน หลักฐานในการจับกมุ
๓) ผูถูกหลอกลวงหลงเชื่อแตไมมีทรัพยสินจะใหหรือใหทรัพยสินแลว
แตเอาไป ไมไดไมว าเพราะเหตใุ ด
ทั้ง ๑), ๒) และ ๓) นี้เรียกวาผูหลอกลวงนั้น ลงมือกระทําความผิดฐานฉอโกงแลว
แตกระทําไปไมตลอดเพราะผูถูกหลอกลวงไมเ ช่อื และกระทาํ ไปตลอดแลวแตไมบ รรลผุ ล คอื ไมไดไ ป
ซึ่งทรัพยสินจากผูถูกหลอกลวง จึงมีความผิดเพียงฐานพยายามฉอโกงตามความในมาตรา ๘๐,
๓๔๑ เทานั้น เพราะความผิดฐานฉอโกงจะเปนความผิดสําเร็จ แตเมื่อผูถูกหลอกลวงเช่ือ
และสงมอบทรัพยสินน้ันใหมาอยูในความครอบครองยึดถือของผูหลอกลวง หรือผูถูกหลอกลวง
ทํา ถอน หรอื ทําลายเอกสารสิทธนิ ้ันแลว
๖. องคประกอบขอสุดทายคือ เจตนาทุจริตหมายความวาเปนการกระทําโดยเจตนา
ธรรมดาตามมาตรา ๕๙ คอื กระทาํ โดยรสู าํ นกึ และประสงคต อ ผล หรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผลแหง การกระทาํ
น้ันไดและประกอบกับมีเหตุจูงใจโดยทุจริต ซ่ึงเปนการแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวย
กฎหมายสาํ หรับตนเองหรอื ผอู น่ื ดว ย
เจตนาทจุ รติ จะตอ งเกิดขนึ้ เม่อื ใด เจตนาทจุ รติ เก่ียวกบั การหลอกลวงที่จะเปนความผดิ
ฐานฉอโกงนี้ จะตองมีเจตนาทุจริตมากอนท่ีจะกระทําการหลอกลวง หรือในขณะกระทําการ
หลอกลวงนัน้ เพ่ือใหเ ขาหลงเช่ือสงมอบทรพั ยส ินให หรือใหเขา ทาํ ถอน หรอื ทาํ ลายเอกสารสิทธินน้ั
ถาเจตนาทุจริตเกิดขึ้นหลังจากไดทรัพยสินไปไวในความยึดถือครอบครองแลว ไมเปนความผิด
ฐานฉอโกง แตเปนความผิดฐานยักยอก น่ีคือขอแตกตางในสาระสําคัญของความผิดฐานฉอโกง
กบั ความผดิ ฐานยกั ยอกทรพั ย
μÇÑ Í‹ҧ
®Õ¡Ò·Õè ùðñ/òô÷ö ปลอมใบส่ังซ้ือนมของ รพ.ศิริราช สั่งใหหางขายนมใหที่สะพาน
ทาชาง หางโทรศัพทไปถามโรงพยาบาล รูวาถูกหลอก จึงแจงตํารวจ ตํารวจบอกใหหางซอนกล
สงนมใหจ ําเลย เพอ่ื จะคอยดกั จบั กุมคนรา ย เปน พยายามฉอโกง เปนการกระทาํ ตลอดแตไ มบ รรลผุ ล
เพราะเจาทรัพยไ มห ลงเชอ่ื คําเทจ็
®¡Õ Ò·Õè ñõõô/òõññ ขอซื้อโคจากผูเสียหายโดยใหผูเสียหายนําโคไปสงท่ีบานจําเลย
แลว จาํ เลยจะชาํ ระราคาใหเ มอ่ื ผเู สยี หายนาํ โคไปสง ใหแ ลว จาํ เลยกลบั บา ยเบย่ี งขอชาํ ระใหใ นวนั รงุ ขนึ้
และคนื นน้ั จาํ เลยกพ็ าโคหนไี ป ดงั นี้ เหน็ ไดว า จาํ เลยมเี จตนาทจุ รติ หลอกลวงผเู สยี หายโดยไมม เี จตนา
จะใชราคาโคมาแตเริ่มตน จึงเปนความผิดฐานฉอโกง อันน้ีมองดูแลวจะเห็นไดวามีการหลอกลวง
เพราะฉะน้นั กต็ ัดสินวา เปน ความผิดฐานฉอโกง
®¡Õ Ò·èÕ øöó/òõñó การท่ีจําเลยนําตัวบุคคลอื่นมาแสดงวาเปนเจาของทรัพยท่ีจะยื่น
ขอประกันตอศาลขอใหโจทกรับรองหลักทรัพย ซึ่งโจทกหลงเชื่อจึงรับรองหลักทรัพยน้ันตอศาล
๒๑๑
และศาลใหประกันไป ตอมาจําเลยหลบหนีดังนี้ วินิจฉัยวาหนังสือรับรองหลักทรัพยเปนเอกสารสิทธิ
ในการที่จําเลยไดประกันตัวไป ถือวาไดรับประโยชนแลวจึงเปนการทุจริต จําเลยยอมมีความผิดฐาน
ฉอ โกงตามมาตรา ๓๔๑ ศาลฎีกาวนิ ิจฉัยวา หนังสือรบั รองหลักทรัพยน ัน้ เปน เอกสารสทิ ธิ
®Õ¡Ò·Õè òôôð/òõòõ จําเลยหลอกลวงผูเสียหายวาสามารถนําบุตรสาวผูเสียหาย
เขาเรียนเปนผูชวยพยาบาลของโรงพยาบาลไดโดยไมตองสอบคัดเลือกเขาเรียน และเรียกรองเอาเงิน
จากผูเสียหาย จําเลยหลอกลวงผูเสียหายเพื่อตองการไดเงินจากผูเสียหายเทานั้น ดังนี้จําเลยยอมมี
ความผิดตามมาตรา ๓๔๑
®Õ¡Ò·èÕ òõøñ/òõòù จําเลยท้ังสองข่ีรถจักรยานยนตซอนกันเขาไปเติมน้ํามัน
เมื่อผูเสียหายขอเงินคานํ้ามัน จําเลยท่ี ๒ กลับตอบวาไมมีเงินมีแตนี่เอาไหม ขณะพูดจําเลยที่ ๒
ถือลกู กลมๆ คลายลกู ระเบิด แลว จําเลยทง้ั สองก็ขีร่ ถจักรยานยนตออกไป การกระทาํ ของจําเลยทั้ง ๒
เปนความผดิ ฐานฉอโกง
ù. ©ÍŒ â¡§»ÃЪҪ¹
ÁÒμÃÒ óôó ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๓๔๑ ไดก ระทาํ ดว ยการแสดงขอ ความ
อันเปนเท็จตอประชาชน หรือดวยการปกปด ความจริง ซงึ่ ควรบอกใหแ จง แกประชาชน ผกู ระทาํ ตอ ง
ระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหาป หรอื ปรบั ไมเ กินหน่งึ แสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรับ
ฉอโกงอันมีลักษณะฉกรรจตามมาตราน้ี จะเปนการหลอกลวงดวยการแสดงขอความ
อัน “เท็จ” ก็ดี หรือปกปดขอความซ่ึงควรบอกใหแจงก็ดี ขอสําคัญก็คือการหลอกลวงประชาชน
ถาหลอกลวงเพียงคนเดยี วไมเปน ความผิดที่เขามาตราน้ี (ฎกี าท่ี ๑๒๒/๒๕๐๖)
อนง่ึ การกระทาํ อนั จะเปน ความผดิ ตามมาตราน้ี ผกู ระทาํ จะตอ งกระทาํ ดว ยเจตนาแสดง
ขอความอันเปนเท็จตอประชาชนโดยทั่วไป จะถือเอาจํานวนผูเสียหายท่ีถูกหลอกลวงมากหรือนอย
และผลเสียหายอันเกิดจากคําหลอกลวงมากหรือนอยเปนหลักในการพิจารณาวาเปนการกระทํา
ท่ีมีเจตนาแสดงขอ ความอนั เปนเท็จตอประชาชนโดยทัว่ ไปหาไดไ ม
®Õ¡Ò·èÕ òôøö/òõòø จําเลยประกาศรับสมัครคนงานไปทํางานตางประเทศ
จนผเู สียหาย กลมุ หนงึ่ รวม ๗ คน หลงเช่อื ไปสมคั รเพอ่ื ทํางานตามทจี่ าํ เลยประกาศ จาํ เลยกบั พวก
รับเงินผูเสียหายไวเปนจํานวนมาก แตผูเสียหายไมไดทํางานยังตางประเทศที่จําเลยกับพวกประกาศ
ชักชวน ดังนี้ การกระทําของจําเลยยอมถือไดวาจําเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชน รวมทั้ง
ผเู สยี หายดว ยการแสดงขอ ความอนั เปน เทจ็ และโดยการหลอกลวงไดไ ปซงึ่ ทรพั ยส นิ จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ
ตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๓
®¡Õ Ò·Õè õöó/òõóñ จําเลยทําเอกสารขึ้นมีลักษณะเปนคําถามคลายขอสอบและต้ัง
โตะขายเอกสารดังกลาวโดยจําเลยกลาวโฆษณาที่หนา ม.รามคําแหงวา จําเลยมีขอสอบวิชา ๓๓๑
กับ ๔๐๘ ท่ีกําลังจะสอบในไมก่ีวันขางหนาขาย ซึ่งเปนขอความอันเปนเท็จ แตการกระทําดังกลาว
เปนการหลอกลวงแกนักศึกษา ม.รามคําแหง ไมเปนการหลอกลวงประชาชนท่ัวไป จึงเปนความผิด
ฐานฉอ โกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ไมเ ปนความผิดตาม มาตรา ๓๔๓
๒๑๒
จําเลยยังไมสําเร็จการศึกษาช้ันปริญญาตรี แตไดกางกระเปาหนังสือ ซึ่งมีภาพจําเลย
สวมเส้ือครุยปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตของ ม.รามคําแหงไวบนโตะ ขายขอสอบ ม.รามคําแหง
เพอ่ื แสดงแกผ ทู พี่ บเหน็ ใหเ ชอื่ วา จาํ เลยสาํ เรจ็ ปรญิ ญาตรคี ณะนติ ศิ าสตรข อง ม.รามคาํ แหง การกระทาํ
ของจาํ เลยเปนความผิดตามมาตรา ๔๘ ของ พ.ร.บ.ฯ ม.รามคาํ แหง พ.ศ.๒๕๑๔
ñð. â¡§à¨ÒŒ ˹Õé
ÁÒμÃÒ óôù “ผใู ดเอาไปเสยี ทาํ ใหเ สยี หาย ทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอ่ื มคา หรอื ทาํ ใหไ รป ระโยชน
ซ่ึงทรัพยอันตนจํานําไวแกผูอ่ืน ถาไดกระทําเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานํา ตองระวางโทษ
จาํ คกุ ไมเกินสองป หรือปรับไมเ กนิ สหี่ ม่ืนบาท หรอื ทัง้ จาํ ทงั้ ปรบั ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. เอาไปเสีย ทาํ ใหเสยี หาย ทาํ ลาย ทําใหเ สือ่ มคา หรือทาํ ใหไ รป ระโยชน
๒. ซึง่ ทรพั ยอ นั ตนจํานาํ ไวแกผูอ่นื
๓. เพื่อใหเกดิ การเสยี หายแกผ รู ับจํานํา
๔. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
๑. คําวา “จํานํา” นั้นคือสัญญาซ่ึงบุคคลหน่ึงเรียกวาผูจํานํา สงมอบสังหาริมทรัพย
สงิ่ หนงึ่ ใหแ กบ คุ คลอกี คนหนงึ่ เรยี กวา ผรู บั จาํ นาํ เพอื่ เปน การประกนั การชาํ ระหนตี้ ามประมวลกฎหมาย
แพง และพาณิชยมาตรา ๗๔๗ และตามความในพระราชบญั ญัตโิ รงรบั จํานาํ
๒. สาระสําคัญของการจํานําก็คือ การสงมอบสังหาริมทรัพยไวในครอบครอง
ของผูรับจํานําเพียงแตกลาววาเอาทรัพยสิ่งน้ันจํานําไว แตมิไดสงทรัพยนั้นใหอยูในความครอบครอง
ของผรู บั จาํ นาํ หรอื ตวั แทนของผรู บั จาํ นาํ แลว กไ็ มเ รยี กวา เปน การจาํ นาํ ฉะนน้ั ตามองคป ระกอบความผดิ
ขอ ๒ ที่วา “ทรัพยอันตนจํานําไวแกผูอ่ืน” นั้น จึงหมายถึงสังหาริมทรัพยซึ่งตนไดสงมอบ
ความครอบครองเปน จํานาํ ใหผรู ับจาํ นาํ แลว
๓. การเอาไปเสีย ทําใหเสียหาย ทําลาย ทําใหเส่ือมคาหรือทําใหไรประโยชนน้ัน
ตองเปนการกระทําโดยตัวผูจํานําเอง และโดยเจตนาเพ่ือใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานําจึงจะเปน
ความผิด มาตรานี้ ถาผูอื่นกระทําไมเปนความผิดตามมาตรานี้ เวนแตจะเปนการรวมกระทําผิดกับ
ผูจํานาํ ในฐานะตัวการตามมาตรา ๘๓ หรอื ใชใหก ระทําความผิดตามมาตรา ๘๔ และอาจมีความผิด
ในมาตราอน่ื เชน ลักทรัพยหรอื ทาํ ใหเสยี ทรพั ย เปนตน
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
®¡Õ Ò·Õè ñðõð/òõð÷ จําเลยทําสัญญากูเงินโจทกโดยเอาท่ีดินเปนประกันเงินกู
ตอมาจําเลยเอาทีด่ นิ แปลงน้ไี ปจาํ นอง การกระทําดังนีไ้ มเปนความผดิ ตามมาตรา ๓๔๙ และ ๓๕๐
®¡Õ Ò·èÕ öõð/òõñð จําเลยจํานําสรอยทองคําของตนไวกับผูเสียหาย เพ่ือเอาเงิน
มาเลนการพนัน แลวจําเลยกระชากสรอยเสนนี้ไปจากคอผูเสียหาย ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพย
เพราะสรอ ยเสนนน้ั เปน ของจาํ เลยเอง
๒๑๓
®Õ¡Ò·èÕ óöøô-õ/òõóò จําเลยไดจํานําทรัพยสินไวแกผูเสียหาย การที่จําเลยกับ
พวกรวมกันขนยายทรัพยสินที่จาํ นาํ ไปจากสถานที่เก็บรักษาโดยอางวาทรัพยสินเหลาน้ันเปนของ
บุคคลอ่ืนยอมเปนการทําใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานาํ เพราะเปนการทําใหทรัพยสินที่เปน
หลกั ประกันการจํานาํ ลดจํานวนลง หรือหมดส้นิ ไป ผดิ ตามมาตรา ๓๔๙
ÁÒμÃÒ óõð ผใู ดเพอ่ื มใิ หเ จา หนขี้ องตนหรอื ของผอู น่ื ไดร บั ชาํ ระหนท้ี ง้ั หมดหรอื แตบ างสว น
ซึ่งไดใชหรือจะใชสิทธิเรียกรองทางศาลใหชําระหนี้ ยายไปเสีย ซอนเรน หรือโอนไปใหแกผูอ่ืน
ซงึ่ ทรพั ยใ ดกด็ ี แกลง ใหต นเองเปน หนจี้ าํ นวนใดอนั ไมเ ปน ความจรงิ กด็ ี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สองป
หรอื ปรบั ไมเ กนิ ส่ีหม่ืนบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรบั
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ยายไปเสีย ซอนเรน หรือโอนไปใหแกผูอื่น หรือแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใด
อนั ไมเปน ความจรงิ
๒. ซึง่ ทรัพยใ ด
๓. เพื่อมใิ หเจา หน้ีของตนหรอื ของผูอ่ืนไดรบั ชาํ ระหนท้ี งั้ หมดหรือแตบ างสวน
๔. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
๑. ผูก ระทําความผดิ คอื ตวั ลูกหน้ี รวมถึงผอู ่ืน ซ่งึ รว มกระทาํ ความผดิ กบั ลกู หน้ี
๒. มาตรานี้ ทรพั ยย งั อยใู นความครอบครองของลกู หน้ี เพยี งแตย า ยทตี่ งั้ ทรพั ยเ พอ่ื หลบเลยี่ ง
เจาหนี้ เชน ยายทรัพยไปเก็บไวท่ีบานของผูอ่ืน หรือซอนเรนไมใหเจาหน้ีเห็นหรือโอนไปใหแก
ผอู ื่น ซึง่ การโอนน้ี หมายถงึ การโอนกรรมสทิ ธไ์ิ ปใหกับบคุ คลอน่ื
๓. ทรัพยตามมาตราน้ี จะเปนสงั หารมิ ทรัพยหรืออสังหารมิ ทรพั ยกไ็ ด
๔. การแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใดอันไมเปนความจริง เปนการแกลงใหตนเองมี
ภาระผกู พนั เพื่อใหผ ูอนื่ สามารถเรียกรองเอาแกท รพั ยสนิ ของตนไดใ นอนาคต โดยเปนความผดิ สําเรจ็
ทันทีเมื่อมีการแกลงใหตนเองเปนหน้ี เพ่ือมิใหเจาหน้ีของตนหรือของผูอื่นไดรับชาํ ระหน้ีทั้งหมด
หรอื แตบางสวน
®¡Õ Ò·Õè óñó÷/òõöð ความผดิ ฐานโกงเจา หน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐
จะตอ งเปน การยา ยไปเสยี ซอ นเรน หรอื โอนไปใหแ กผ อู น่ื ซง่ึ ทรพั ยใ ดกด็ ี แกลง ใหต นเองเปน หนจี้ าํ นวนใด
อันไมเปนความจริงก็ดี โดยผูกระทําความผิดจะตองมีมูลเหตุชักจูงใจอันเปนเจตนาพิเศษเพื่อมิให
เจาหนี้ของตนหรือของผูอื่นไดรับชาํ ระหนี้ท้ังหมดหรือแตบางสวน ซึ่งไดใชหรือจะใชสิทธิเรียกรอง
ทางศาลใหช าํ ระหน้ี หนตี้ ามสญั ญาซอื้ ขายทองคําทง้ั ๓ ฉบบั ระหวา งจําเลยทง้ั สองÁãÔ ªà‹ »¹š ˹·éÕ ÁÕè ÍÕ Â¨‹Ù çÔ
áÅк§Ñ ¤ºÑ ä´μŒ ÒÁ¡®ËÁÒ สาเหตทุ ม่ี กี ารทาํ สญั ญาซอื้ ขายทองคําทง้ั ๓ ฉบบั เนอื่ งมาจากจําเลยท่ี ๒
ใหจาํ เลยที่ ๑ ทําสัญญาซื้อขายทองคาํ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการถอนอายัดเงินเดือนใหแกจาํ เลยท่ี ๑
และจาํ เลยท่ี ๑ มคี วามเดอื ดรอ นทางดา นการเงนิ จนไปขอกยู มื เงนิ จากจาํ เลยที่ ๒ อกี จาํ เลยท่ี ๒ จงึ ให
จาํ เลยที่๑ทําสญั ญาซอื้ ขายทองคําขน้ึ มาอกี ๒ฉบบั การทําสญั ญาซอ้ื ขายทองคําทง้ั ๓ฉบบั ระหวา งจําเลย
๒๑๔
ทั้งสอง แมเปนการแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใดอันไมเปนความจริง áμ‹¡çÁÔä´ŒÁÕÁÙÅàËμØªÑ¡¨Ù§ã¨
Íѹ໚¹à¨μ¹Ò¾ÔàÈÉ à¾×èÍÁÔãˌ਌Ò˹Õé¢Í§μ¹ËÃ×ͧ͢¼ŒÙÍè׹䴌ÃѺªíÒÃÐ˹Õé·Ñé§ËÁ´ËÃ×Íáμ‹ºÒ§Ê‹Ç¹
«§èÖ ä´ŒãªŒËÃÍ× ¨ÐãªŒÊ·Ô ¸àÔ ÃÂÕ ¡ÃŒÍ§·Ò§ÈÒÅã˪Œ Òí ÃÐ˹Õé การกระทาํ ดงั กลาวไมเ ขา องคประกอบความผิด
ฐานโกงหน้ีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐
®Õ¡Ò·Õè ôøöô/òõöò แมพฤติการณของจําเลยที่ ๑ ที่โอนขายหองชุดของตนกอน
วันที่ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาคดีแพงเพียง ๑ วัน แลวยักยายถายเทหรือยายไปเสียซ่ึงเงินท่ีได
จากการขายหอ งชดุ ดังกลาว เปน การสอแสดงใหเ หน็ วา จําเลยที่ ๑ อาจมเี จตนาพเิ ศษเพ่ือวา เม่ือโจทก
ชนะคดีแพงแลว โจทกจะไมสามารถบังคับชําระหนี้จากจาํ เลยท่ี ๑ ไดทั้งหมดหรือแตบางสวนก็ตาม
แตเมื่อคดีแพงท่ีโจทกอางเปนมูลเหตุฟองจาํ เลยที่ ๑ เปนคดีอาญาเร่ืองน้ี ถึงท่ีสุดแลวโดยศาลฎีกา
ไดพิพากษายืนตามคาํ พิพากษาศาลอุทธรณภาค ๒ วา จําเลยมิไดผิดสัญญาซ้ือขายหุนกับโจทก
จงึ ไมต อ งคนื เงนิ คา หนุ ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท พรอ มดอกเบยี้ ใหแ กโ จทก และพพิ ากษากลบั ใหย กฟอ งโจทก
ตามสาํ เนาคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๕๒๐๗/๒๕๖๐ Á¼Õ ÅãËÃŒ ÐËÇÒ‹ §â¨·¡¡ ºÑ จําàÅ·èÕ ñ äÁÁ‹ ÁÕ Å٠˹μÕé Í‹ ¡¹Ñ
à·Ò‹ ¡Ñºâ¨·¡á ÅÐจําàÅ·Õè ñ äÁ‹ä´àŒ »š¹à¨ÒŒ ˹áÕé ÅÐÅ١˹¡éÕ ¹Ñ ดงั นี้ กไ็ มอ าจมีการกระทําความผดิ ตาม
มาตรา ๓๕๐ แหง ประมวลกฎหมายอาญาดงั ที่โจทกอ างมาได ที่ศาลอุทธรณภ าค ๒ พพิ ากษายกฟอ ง
โจทกม านนั้ ศาลฎกี าเหน็ พอ งดวยในผล ฎีกาของโจทกฟ งไมข ้ึน
ññ. ÂÑ¡ÂÍ¡
ÁÒμÃÒ óõò “ผูใดครอบครองทรัพยซึ่งเปนของผูอ่ืน หรือซึ่งผูอ่ืนเปนเจาของ
รวมอยูดวยเบียดบังเอาทรัพยนั้นเปนของตน หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผูน้ันกระทาํ ความผิดฐาน
ยักยอก ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กินสามป หรอื ปรับไมเกนิ หกหม่นื บาท หรือท้ังจาํ ท้งั ปรับ
ถาทรพั ยน้ันไดต กมาอยใู นความครอบครองของผูกระทําความผดิ เพราะผอู ่นื สง มอบให
โดยสําคญั ผดิ ไปดว ยประการใด หรอื เปน ทรพั ยส นิ หายซงึ่ ผกู ระทําความผดิ เกบ็ ได ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษ
แตเ พยี งกง่ึ หนงึ่ ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ครอบครองทรพั ย
๒. ทรัพยเปนของผอู นื่ หรอื ผูอื่นเปน เจา ของรวมอยูดว ย
๓. เบยี ดบงั เอาทรัพยน ้ันเปน ของตน หรอื ของบคุ คลทสี่ าม
๔. โดยเจตนาทุจรติ
คํา͸ºÔ ÒÂ
๑. คําวา “ครอบครอง” หมายความถึงวา ทรัพยนั้นไดตกเขามาอยูในความยึดถือ
ของตนไมวาทรัพยนั้นจะตกเขามาอยูในความยึดถือของตนโดยบุคคลอ่ืนมอบใหโดยตรงหรือเปน
การครอบครองทรัพยน้ันโดยไมมีผูอ่ืนมอบให แตทรัพยไดตกเขามาอยูในความยึดถือครอบครอง
ของตน ซงึ่ อาจแยกไดเ ปน การครอบครองโดยตรงอยา งหนงึ่ และการครอบครองโดยปรยิ ายอยา งหนง่ึ
ทงั้ สองอยางเปนการครอบครองตามความหมายของมาตรานี้
๒๑๕
๑.๑ การครอบครองโดยตรง ไดแก การท่ีเจาของทรัพยหรือตัวแทนของเจาของ
ทรัพยสงมอบทรัพยนั้นใหแกผูอื่นเพื่อครอบครองดูแลรักษา และผูอ่ืนน้ันไดรับมอบทรัพยน้ันมาอยู
ในความครอบครองดูแลรักษาของตน นับแตบัดน้ันการมอบการครอบครองทรัพยก็เปนอันบริบูรณ
ตามความหมายของมาตราน้แี ลว
การครอบครองโดยตรงน้ี นอกจากเจาของทรัพยหรือตัวแทนสงมอบทรัพยแลว กรณี
อาจเปน การครอบครองโดยผลของสญั ญาหรอื โดยผลของกฎหมายโดยตรงกไ็ ด เชน การรบั ฝาก จาํ นาํ
จาํ นอง เชา หรือยืม เปน ตน
สาระสาํ คัญในเรื่องการครอบครองโดยตรงน้ีตองเปนการสงมอบการครอบครองทรัพย
จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยทรัพยที่สงมอบน้ันไดตกไปอยูในความยึดครองของบุคคลนั้น
ถาไมมีการสงมอบการครอบครองใหยึดถือเพียงแตใหชวยดูแลทรัพยไวช่ัวครั้งช่ัวคราว ตามคําสั่งของ
เจา ของทรพั ยแ ลว กรณีไมใ ชเ ร่อื งสง มอบการครอบครองใหย ึดถือ ถา เอาทรัพยน ้นั ไปโดยเจตนาทุจรติ
มคี วามผดิ ฐานลกั ทรพั ย
๑.๒ การครอบครองโดยปริยาย คือ การที่บุคคลไดยึดถือครอบครองทรัพยของ
อีกบุคคลหน่ึง โดยเจาของทรัพยหรือตัวแทนของเจาของทรัพยมิไดสงมอบใหยึดถือครอบครอง หรือ
มไิ ดค รอบครองโดยผลแหง สญั ญา หรือมิใชโดยอํานาจแหง กฎหมาย การครอบครองดังกลา วเรยี กวา
การครอบครองโดยปริยาย
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
ก. ขึ้นรถรับจางแลวลืมกระเปาไวบนรถรับจางนั้น ผูขับรถรับจางเปนผูครอบครอง
ทรพั ยข อง ก. โดยปรยิ าย ถา เจตนาทจุ รติ เบยี ดบงั เอาไปเปน ประโยชนส ว นตวั เสยี มคี วามผดิ ฐานยกั ยอก
๒. ทรัพยซ่ึงเปนของผูอื่นหรือซ่ึงผูอื่นเปนเจาของรวมอยูดวย เรื่องน้ีมีความหมาย
อยางเดียวกันกับเร่ืองทรัพยในความผิดลักทรัพยท่ีกลาวมาแลวในมาตรา ๓๓๔ คําวาทรัพยเปนของ
ผอู น่ื ก็มีความหมายชัดอยใู นตัวแลว วาไมใชท รัพยข องตนเอง กลาวคอื ตนไมไ ดเปนเจาของทรัพยน น้ั
ไมวาในทางกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง แตเปนการครอบครองทรัพยผูอ่ืนซึ่งเขาสงมอบทรัพยนั้น
ใหมาอยูในความครอบครองดูแลของตน เมื่อมีเจตนาทุจริตเอาไปเปนประโยชนตนก็มีความผิดฐาน
ยักยอก ถาไมไดมีการครอบครองทรัพยนั้น แตเปนเร่ืองเอาทรัพยของผูอ่ืนมาเปนของตน ความผิด
กก็ ลายเปน เรอ่ื งลักทรพั ยไ ป เพราะเปน การเอาไปซึ่งทรพั ยผ อู ่ืน
ทรพั ยซ งึ่ เปน เจา ของรวมกนั นน้ั ถา ทรพั ยน นั้ อยใู นความครอบครองของตนแลว เบยี ดบงั
เอาเปน ของตนเสยี โดยทจุ รติ เปนความผดิ ฐานยักยอก ไมเปนความผิดฐานลักทรพั ย
การเปน เจา ของทรพั ยร วมกนั นี้ มไิ ดจ าํ กดั วา จะเปน จาํ นวนกคี่ น ซงึ่ อาจจะเปน ๒, ๓ หรอื
๔ คน กไ็ ด
๓. เบยี ดบงั เอาทรพั ยน น้ั เปน ของตน หรอื บคุ คลทส่ี าม คาํ วา “เบยี ดบงั ” นหี้ มายความวา
ยักยอกปดบังเอาไว ฉะนั้นการเบียดบังเอาทรัพยจึงเปนกรณีของผูที่ครอบครองทรัพยแสดงออก
ภายนอกวาทรัพยนั้นเปนของตนเอง คือปดบังเอาทรัพยนั้นไวเปนของตน หรือปดบังเอาทรัพยน้ัน
๒๑๖
ใหแกบุคคลท่ี ๓ การแสดงออกวาตนเปนเจาของทรัพยน้ัน เชน บริโภคหรือแปรสภาพทรัพยนั้น
จาํ หนา ยใหค นอน่ื ไป หรอื ซอ นเรน ทรพั ยน น้ั การเปลย่ี นแปลงรปู รา งหรอื เอาทรพั ยน น้ั มาใชอ ยา งเจา ของ
พฤติการณต างๆ ดงั กลาวแสดงถึงการเบียดบงั เอาเปน เจา ของทรัพย
๔. องคป ระกอบขอสุดทา ยคือ “เจตนาทจุ ริต” นั้น เปนเจตนาพิเศษ กลา วคอื นอกจาก
มีเจตนาธรรมดาตามมาตรา ๕๙ ประกอบดวยมูลเหตจุ งู ใจ เพื่อแสวงหาประโยชนท ม่ี ิควรไดโ ดยชอบ
ดวยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผูอื่นตามความในมาตรา ๑ (๑) ซ่ึงมูลเหตุจูงใจพิเศษในเรื่องนี้ก็คือ
การเบยี ดบงั เอาทรพั ยน นั้ เปนของตนหรอื ของบคุ คลทีส่ ามนน่ั เอง
อนง่ึ ความผดิ ฐานยกั ยอกอนั เปน แมบ ทนกี้ เ็ หมอื นกบั ความผดิ อน่ื ๆ กลา วคอื การกระทาํ
จะเปนความผิดน้ัน จะตองครบองคประกอบความผิดทุกขอ ถาขาดไปขอใดขอหน่ึงก็ยอมไมเปน
ความผิดฐานยักยอก
ÁÒμÃÒ óõò ÇÃä ò บญั ญัตวิ า
“ถาทรัพยนั้นไดตกมาอยูในความครอบครองของผูกระทําความผิด เพราะผูอ่ืนสงมอบ
ใหโดยสําคัญผิดไปดวยประการใด หรือเปนทรัพยสินหายซ่ึงผูกระทําความผิดเก็บได ผูกระทําตอง
ระวางโทษแตเ พยี งกง่ึ หนง่ึ ”
ความผิดตามวรรคสองน้ี เปนความผิดที่มีอัตราโทษนอยกวามาตรา ๓๕๒ วรรคแรก
แตกอนจะเปนความผิดตามวรรคสองนี้ การกระทําจะตองครบองคประกอบความผิดฐานยักยอก
ตามมาตรา ๓๕๒ วรรคแรกทกุ ประการ เวน แตอ งคป ระกอบขอ ครอบครองเทา นน้ั ซง่ึ วรรคสองบญั ญตั ิ
ไวเ ปนพิเศษทจ่ี ะเปนความผิดตามวรรคสองนี้ กลา วคอื
๑. ทรัพยน้ันตกมาอยูในความครอบครองของผูกระทําความผิด เพราะผูอื่นสงมอบให
โดยสําคัญผิดไปดว ยประการใด
๒. ทรพั ยน น้ั ตกมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ความผดิ เพราะเปน ทรพั ยส นิ หาย
ซ่งึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ได
ฉะนนั้ การกระทาํ จะเปน ความผดิ และไดร บั โทษตามมาตรา ๓๕๒ วรรคสองน้ี เพราะทรพั ย
ทต่ี กมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ผดิ เพราะผอู น่ื สง มอบใหโ ดยสาํ คญั ผดิ หรอื เปน ทรพั ยส นิ หาย
ซง่ึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ไดเ ทา นน้ั ถา ทรพั ยน นั้ ตกมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ผดิ โดยประการอนื่
นอกจาก ๒ ประการนี้แลว ก็เปนการครอบครองตามความในมาตรา ๓๕๒ วรรคแรก
คาํ วา “เพราะผอู นื่ สง มอบใหโดยสําคญั ผดิ ไปดว ยประการใด” นนั้ ตองเปนเรือ่ งสําคัญผิด
ของผสู ง มอบใหฝ า ยเดยี ว ไมใ ชเ นอื่ งมาจากการหลอกลวงของผทู ที่ รพั ยน น้ั ตกมาอยใู นความครอบครอง
ใหเขาสําคัญผิดสงทรัพยนั้นใหแกตน ถาเนื่องมาจากการหลอกลวงดังกลาวเขาจึงสงทรัพยให
ยอ มจะเปนความผดิ ฐานฉอ โกงไป
คาํ วา “สาํ คญั ผดิ ไปดวยประการใด” แยกออกได ๒ ประการ คือ สําคญั ผิดในตวั บุคคล
และสาํ คญั ผดิ เกยี่ วดว ยทรพั ย
๒๑๗
ในประการที่ ๒ คําวา “เปน ทรพั ยส ินหายซง่ึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ได” นัน้ หมายถงึ ทรพั ยสิน
หายหรือตกหายโดยพนจากการยึดถือครอบครองของผูเปนเจาของ หรือผูครอบครองทรัพยน้ันแลว
ทง้ั โดยตรงหรอื โดยปรยิ าย เชน แหวนหลดุ จากนวิ้ ไปไมท ราบวา ตกหายไป ณ ทใ่ี ด พอจะถอื ไดว า แหวนนนั้
พนจากการครอบครองของเจาของแลว ผูใดเก็บไดและไมดําเนินการตามกฎหมายกําหนดไวแลว
เบยี ดบงั เอาเปนของตนเสียโดยทุจริต ยอมมีความผดิ ฐานยกั ยอกตามมาตรา ๓๒๕ วรรค ๒ นี้
แตถ า การตกหายของแหวนนน้ั เจา ของผทู ตี่ กรแู นน อน และกาํ ลงั หาพรรคพวกเพอื่ ชว ยหา
ติดตามเอาคนื อยู ถอื วาแหวนยงั อยใู นครอบครองของเจาของ ถา ผูใดเกบ็ ไดโ ดยรู หรือมีเหตอุ ันควรรู
เจา ของแหวนน้นั และกาํ ลงั ติดตามหาเอาคนื อยู การเกบ็ ของไปเสยี กเ็ ปนการเอาไปซ่ึงทรัพยใ นความ
ครอบครองของบคุ คลอนื่ เปนความผิดฐานลักทรพั ยหาใชยกั ยอกทรัพย
®Õ¡Ò·Õè ñöõò/òôùò ไดรับมอบทรัพยเพื่อใหไปจัดการขายแทน โดยเจาของกําหนด
ราคาใหข าย แลว ผรู บั มอบเอาไปขายตา่ํ กวา ราคาทก่ี าํ หนดโดยเจตนาทจุ รติ ยอ มมคี วามผดิ ฐานยกั ยอก
®¡Õ Ò·èÕ ñòñù/òõðò ผูเสียหายมอบวิทยุใหจําเลยนําไปขายโดยไมไดจํากัดวา
จะตอ งขายราคาเทา ไร เปน แตว า จาํ เลยจะตอ งชาํ ระราคาคา เครอ่ื งวทิ ยุ ๒,๕๐๐ บาท แกผ เู สยี หายดงั นี้
แสดงวา จําเลยจะขายวิทยุในราคาเทาไรก็แลวแตจําเลย เงินที่ขายไดยอมตกเปนของจําเลย จําเลย
มีความผูกพันท่ีจะตองรับผิดใชราคาเคร่ืองวิทยุ ๒,๕๐๐ บาท แกผูเสียหายเทานั้น มิใชเรื่องจําเลย
ไดร ับมอบหมายราคาเครอื่ งวทิ ยุไวแทนผเู สียหาย กรณีไมเปน ความผดิ ฐานยักยอกเงนิ
®¡Õ Ò·èÕ ñù÷/òõð÷ ผูเสียหายไปเขาหองสวม ไดมอบกระเปาถือใหจําเลยถือช่ัวคราว
จําเลยลอบเปดกระเปาน้ันแลวเอาสรอยกับธนบัตรไป เปนความผิดฐานลักทรัพยไมใชยักยอก
เพราะผูเสยี หายไมไดสละการครอบครองถอื วา สรอ ยและธนบัตรอยใู นครอบครองของผูเสียหาย
®¡Õ Ò·èÕ òöðñ/òõñù ผเู สยี หายไดม อบกระบอื และรถจกั รยาน ๒ ลอ ใหจ าํ เลยควบคมุ
ดแู ลการยดึ ถอื ครอบครองทรพั ยจ งึ อยทู จี่ าํ เลย เมอ่ื จาํ เลยเอาทรพั ยน น้ั ไปใหแ กบ คุ คลอนื่ จงึ มคี วามผดิ
ฐานยกั ยอกทรัพย
®Õ¡Ò·Õè ñöóö/òõòñ โจทกจางจําเลยซอมรถไถโดยโจทกเปนผูซื้อเครื่องอะไหลนําไป
มอบใหจําเลยท่ีอซู อมรถของจําเลย จาํ เลยซอมอยูนานราว ๑ ป จึงเสร็จ พฤติการณถ อื วา การยดึ ถอื
ครอบครองทรัพยอยูที่จําเลย จําเลยเปลี่ยนเส้ือสูบเกาใสแทนเส้ือสูบใหมของโจทกเปนความผิดฐาน
ยักยอกทรัพย
®Õ¡Ò·Õè òöð/òõòñ จําเลยไดรับมอบหมายใหพากระเปาทรัพยของนายจางออกไป
ใหพนจากท่ีวิวาท เพื่อความปลอดภัยแหงทรัพย แลวจําเลยพาทรัพยสินหนีไปเปนความผิดฐาน
ยักยอกทรัพย
®¡Õ Ò·èÕ ò÷ññ/òõòù ผูรับฝากมีหนาท่ีจะตองคืนทรัพยที่รับฝากแกผูฝาก ผูรับฝาก
จะนําทรัพยออกใชสอย หรือมอบใหผูอ่ืนโดยไมไดรับความยินยอมจากผูฝากหาไดไม การฝากขาว
ซง่ึ เปน สงั กมทรพั ยน น้ั หากผรู บั ฝากยกั ยอกเอาขา วไปโดยทจุ รติ ไมส ามารถสง คนื ขา วทร่ี บั ฝากไวใ หแ ก
๒๑๘
ผูฝากได ผูรับฝากอาจตองคืนขาวชนิดและประเภทเดียวกันใหแกผูฝาก ก็เปนเรื่องของการชําระหน้ี
ใหท างแพง เทา นั้น หามผี ลใหผ ูร บั ฝากพนความผดิ ฐานยกั ยอกในทางอาญาไม
®Õ¡Ò·èÕ óõùõ/òõóò (ประชมุ ใหญ) ความผดิ ฐานยกั ยอกทรพั ยไ มใ ชค วามผดิ เฉพาะตวั
ของผูครอบครองทรัพยเพียงผูเดียว ผูอื่นก็อาจรวมกระทําความผิดกับผูครอบครองในการยักยอก
ทรัพยไดหากไดรวมมือรวมใจกันกระทําการยักยอกกับผูไดรับมอบหมายใหครอบครองทรัพยขอที่วา
ผูใดครอบครองทรัพยน้ัน มิใชคุณสมบัติเฉพาะตัวผูกระทํา แตเปนเพียงองคประกอบความผิด
ในสวนการกระทาํ อันหนึง่ เทานัน้
®¡Õ Ò·èÕ ö÷õ/òõõö โจทกรวมมอบอุปกรณการแพทยใหจําเลยไวในฐานะตัวแทน
ของโจทกรวมเพื่อใหจําเลยนําไปสาธิตหรือนําไปใหลูกคาทดลองใชตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมายจาก
โจทกรวม จําเลยมีหนาที่ตองนําอุปกรณการแพทยที่ยืมไปมาคืนใหแกโจทกรวม การท่ีจําเลยไมนํา
อปุ กรณก ารแพทยม าคนื ใหแ กโ จทกร ว มโดยจาํ เลยนาํ ไปมอบใหแ กโ รงพยาบาลเพอ่ื ใหค ณะกรรมการของ
โรงพยาบาลรบั มอบเครอื่ งวดั ความดนั โลหติ จากจาํ เลยซงึ่ จาํ เลยจะไดร บั ผลประโยชนเ ปน คา ตอบแทน
ในการขายสินคา แสดงใหเห็นเจตนาของจําเลยวาจะไมคืนทรัพยท่ีจําเลยครอบครองแทนโจทกรวม
ใหแกโจทกรวมอันเปนการเบียดบังเอาทรัพยนั้นเปนของบุคคลที่สามโดยจําเลยไดรับประโยชน
ท่ีมิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายอันเปนการกระทําโดยทุจริตและเปนความผิดสําเร็จแลวแมปจจุบัน
ทรัพยยังคงอยูที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลประสงคจะคืนใหแกโจทกรวมก็ไมทําใหจําเลยพนผิด
การกระทําของจาํ เลยเปนความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคแรก
®¡Õ Ò·èÕ öùñ/òõõö จาํ เลยลงลายมอื ชอ่ื เปน ผเู ชา ซอื้ โทรทศั นส ใี นสญั ญาเชา ซอ้ื แทน ส.
นายจางของจําเลยและจําเลยไมไดเปนผูครอบครองโทรทัศนสีท่ีเชาซื้อ แต ส.เปนผูรับมอบและ
ครอบครองโทรทศั นส ที เี่ ชา ซอื้ แมจ าํ เลยนาํ โทรทศั นส ที เ่ี ชา ซอ้ื ไปขาย จาํ เลยกไ็ มม คี วามผดิ ฐานยกั ยอก
โทรทศั นสที เี่ ชาซอื้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒
การท่ีจําเลยซ่ึงเปนบุคคลภายนอกมิใชผูมีอาชีพหรือธุรกิจอันยอมเปนท่ีไววางใจของ
ประชาชนไดร ว มกบั ผจู ดั การและสมหุ บ ญั ชขี องธนาคารยกั ยอกทรพั ยข องธนาคาร จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ
ฐานเปนตัวการยักยอกทรัพยตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ ประกอบดวยมาตรา ๘๓ แมจําเลยจะรวม
กระทําผิดกับผูมีอาชีพหรือธุรกิจอันยอมเปนที่ไววางใจของประชาชนเปนเหตุเฉพาะตัวผูกระทําผิด
แตละคน จําเลยจึงไมมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนในการท่ีผูอื่นกระทําความผิดตาม ป.อ.
มาตรา ๓๕๔ ประกอบดวยมาตรา ๘๖
ñò. ÃºÑ ¢Í§â¨Ã
ÁÒμÃÒ óõ÷ “ผูใดชวยซอนเรน ชวยจําหนาย ชวยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือ
รับไวโดยประการใด ซึ่งทรัพยอันไดมาโดยการกระทําความผิด ถาความผิดนั้นเขาลักษณะลักทรัพย
ว่ิงราวทรัพย กรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย ปลนทรัพย ฉอโกง ยักยอก หรือเจาพนักงาน
ยักยอกทรัพย ผูนั้นกระทําความผิดฐานรับของโจร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกิน
หนง่ึ หมื่นบาท หรอื ทั้งจําท้ังปรบั
๒๑๙
ถา การกระทําความผดิ ฐานรบั ของโจรนัน้ ไดก ระทําเพ่ือคากาํ ไร หรือไดก ระทาํ ตอ ทรัพย
อันไดมาโดยการลักทรัพยตามมาตรา ๓๓๕(๑๐) ชิงทรัพย หรือปลนทรัพย ผูกระทําตองระวางโทษ
จาํ คุกต้งั แตห กเดือนถึงสิบป และปรับตั้งแตห น่ึงพันบาทถงึ สองหมื่นบาท
ถาการกระทําความผิดฐานรับของโจรน้ัน ไดกระทําตอทรัพยอันไดมาโดยการลักทรัพย
ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ การชิงทรัพยตามมาตรา ๓๓๙ ทวิ หรอื การปลน ทรัพยตามมาตรา ๓๔๐ ทวิ
ผูกระทําตองระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตห า ปถ ึงสบิ หาป และปรับตั้งแตหนึ่งหมนื่ บาทถึงสามหมืน่ บาท”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ชว ยซอนเรน ชวยจาํ หนา ย ชว ยพาเอาไปเสยี ซอื้ รบั จาํ นํา หรือรบั ไวโ ดยประการใด
๒. ซ่ึงทรพั ยอ นั ไดม าโดยการกระทาํ ผดิ
๓. ความผิดนั้นเขาลักษณะลักทรัพย วิ่งราวทรัพย กรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย
ปลนทรัพย ฉอโกง ยักยอก หรือเจาพนกั งานยักยอกทรัพย
๔. โดยเจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. ผกู ระทาํ ผดิ ฐานรบั ของโจรจะตอ งรบั ไวโ ดยรสู าํ นกึ ในการกระทาํ และในขณะเดยี วกนั
กระทําประสงคตอผลหรือยอมเล็งเห็นผลของการกระทําน้ัน คือ รับทรัพยซึ่งตนรูวาไดมาโดยการ
กระทาํ ผดิ กฎหมายไว จึงจะเปน ความผดิ
๒. สาํ หรับองคป ระกอบในขอ ๑ ทว่ี า ผูใดชวยซอนเรน ชว ยจาํ หนาย ชว ยพาเอาไปเสีย
ซื้อ รับจํานํา หรือรับไวโดยประการใดน้ัน หมายถึงการกระทําตอทรัพยซ่ึงผูกระทําผิดสําเร็จมาแลว
เชน ไปลักหรือชิงหรือปลนมาแลว และไดทรัพยนั้นมาแลวสงมอบทรัพยน้ันใหแกบุคคลอีกคนหนึ่ง
ใหช ว ยซอนเรน จําหนาย พาเอาไปเสยี ซอ้ื รับจาํ นํา หรือใหรบั ไวดว ยประการใด และผูรับทรัพยนั้นไว
ดวยวิธีตางๆ ดังกลาว เรยี กวา เปนผูรับของโจรตามความในมาตรานี้
ชวยจําหนาย นอกจากการนําไปจําหนายใหโดยตรงแลว ยอมมีความหมายถึงการชวย
แลกเปลย่ี น โอน หรอื ให หรอื ชว ยโดยประการอน่ื เปน การชว ยใหจ าํ หนา ยไดด ว ย เชน ไปตดิ ตอ สถานท่ี
รับซื้อ หรอื ชว ยหาผซู อ้ื หรอื ผูรับจํานาํ เปน ตน
ชวยพาเอาไปเสีย น้ันหมายความถึงการชวยพาเอาทรัพยน้ันไปโดยพลการของตนเอง
โดยตรงหรือเพยี งมสี วนชว ยพาเอาไป ไมวาจะมาจากการจางวานใชห รือสมคั รใจเขา ชวยพาเอาไปเอง
สาระสาํ คญั อยทู ่กี ารเขา มสี ว นในการชวยพาเอาทรพั ยน ั้นไป
รับไวโดยประการใด หมายความถึงการรบั ไว โดยวิธกี ารอยา งอืน่ นอกจากท่ีระบไุ วแลว
ไมวาดว ยประการใด เชน รบั ฝาก รับเกบ็ ไว
®¡Õ Ò·Õè öøð/òõðø (ประชมุ ใหญ) มีคนเอาปนมาจาํ นาํ จําเลย จาํ เลยไมม เี งิน จึงพาไป
จํานํากับผูอนื่ โดยจําเลยชว ยพดู จาใหเขารับจาํ นาํ ดังน้ี เปนการชวยจําหนายตามมาตรา ๓๕๗
®¡Õ Ò·Õè ñò/òõññ บดิ าของจําเลยเปน ผตู ดิ ตอ รบั ซอ้ื รถจกั รยานยนตจ ากคนรา ยตลอดมา
สวนจาํ เลยไดนาํ เอารถจักรยานยนตเหลาน้ันไปฝากญาติไวเพื่อหาคนซื้อตอไปตามที่บิดาของจําเลย
๒๒๐
ใชไป ดังนี้บิดาของจาํ เลยและจําเลยยอมมีความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา ๓๕๗ ประกอบดวย
มาตรา ๘๓ จะอางเหตุวาบิดาใชใหท าํ กต็ องทําเพ่อื ไมต องรับโทษหาไดไ ม
®Õ¡Ò·èÕ ñòöô/òõñó จําเลยใชผูอื่นไปลักทรัพยนั้นถือวาจําเลยเปนตัวการดวยตาม
มาตรา ๘๓ เมื่อจาํ เลยรับทรัพยน้ันจากผูท่ีจาํ เลยใช ถือวาเปนการรับทรัพยซึ่งเปนผลสืบเน่ือง
มาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพยหรือฉอโกงท่ีจําเลยเปนผูใชเอง จาํ เลยจึงไมมีความผิด
ฐานรับของโจร
®Õ¡Ò·Õè òñ÷÷/òõòð จําเลยรับเช็คของกลางไวโดยรูวาเปนเช็คอันไดมาโดยการ
กระทําความผดิ ฐานลกั ทรพั ย แลว นําไปเบกิ เงนิ ทธี่ นาคาร แตเ บกิ ไมไ ดเ พราะถกู อายดั ไว ถอื วา ความผดิ
ฐานรับของโจรของจาํ เลยเกิดขึ้น และสําเร็จแลวไมใชพยายามรับของโจร แมจาํ เลยไมมีทางรับเงิน
ตามเช็คของกลางจากธนาคาร
®¡Õ Ò·èÕ ñöðù/òõòò จาํ เลยอยูปากถ้ําที่เกิดเหตุ เจาพนักงานพบคนรายมีกระบือ
ผูกอยูในถาํ้ จาํ เลยเพียงแตมาดูกระบือ ต้ังใจจะซื้อ ยังไมตกลงจะซ้ือก็ถูกจับ ยังไมเปนความผิดฐาน
รบั ของโจร
®Õ¡Ò·Õè òõóù/òõòõ จาํ เลยท่ี ๑ รับกระบือจากคนราย โดยรูวาเปนทรัพยท่ีถูก
ลกั มาแลว นาํ ไปขายและรบั ชาํ ระราคา สวนจาํ เลยท่ี ๒ ทีช่ วยจูงกระบือรว มเดนิ ทางไปกบั จาํ เลยท่ี ๑
ตามคาํ ขอรอง ถือไมไดวารวมครอบครอง ชวยพาเอาไปเสีย ชวยจาํ หนายกระบือ การกระทาํ ของ
จําเลยที่ ๒ จงึ ไมเปนความผิดฐานรับของโจร
ñó. ทําãËàŒ ÊÂÕ ·Ã¾Ñ Â
ÁÒμÃÒ óõø “ผใู ดทําใหเสียหาย ทําลาย ทําใหเสอื่ มคา หรือทําใหไ รประโยชนซ งึ่ ทรัพย
ของผูอ่ืนหรือผูอ่ืนเปนเจาของรวมอยูดวย ผูน้ันกระทาํ ความผิดฐานทาํ ใหเสียทรัพย ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเ กนิ สามป หรือปรบั ไมเกนิ หกหมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ผใู ด
๒. ทาํ ใหเสยี หาย ทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา หรือทําใหไ รป ระโยชน
๓. ซ่ึงทรพั ยข องผูอ ่นื หรือผูอนื่ เปน เจาของรวมอยูดว ย
๔. โดยเจตนา
สว นของการกระทาํ ความผิดฐานทาํ ใหเ สียทรพั ย
¡ÒÃทาํ ãËŒàÊÂÕ ËÒ หมายถงึ การใหท รัพยนัน้ ชํารุด บบุ สลาย หรือทําใหส ภาพของทรพั ย
เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลง การชาํ รุดไมจาํ เปนตองเปนการถาวร เชน เตะรถเขาจนบุบ ตอมา
อาจมกี ารซอมแซมรถจนอยใู นสภาพปกติ ก็ยงั คงผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรัพยไ ด
ทาํ ÅÒÂ หมายถึง ทําใหทรัพยสิ้นสภาพไปเลยทีเดียว เชน เอาทรัพยของเขาไปเผา
จนสูญไปเอาแกวน้ําไปทุบจนแตก หรือตามฎีกาที่ ๓๕/๒๕๐๓ โปรยขาวเปลือกผสมยาพิษใหเปด
ของผอู ่นื กนิ จนตายไปเกือบหมด
๒๒๑
ทาํ ãËàŒ ÊÍ×è Á¤Ò‹ หมายถงึ ทําใหร าคาของทรพั ยน น้ั ลดลง เชน การเอาเสอ้ื ผา ใหม หรอื ของใช
ใหมข องเขาไปใช ทาํ ใหท รัพยน นั้ เสอ่ื มราคาลง
ทําãËäŒ ÃŒ»ÃÐ⪹ หมายถงึ ทําใหป ระโยชนข องทรัพยน ัน้ หมดไป แมจ ะช่วั คราวกต็ าม
เชน ปลอยยางลมรถยนตข องเขาทาํ ใหย างแบน
®Õ¡Ò·Õè ñøôö/òõðð (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ กง่ิ ง้ิวของโจทกร กุ ล้าํ เขาไปเหนือท่ีดนิ ของจําเลย
เปน การละเมดิ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๕ ประกอบดว ยมาตรา ๔๒๐ จําเลยตอ งบอกกลา วกอ นตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๗ จึงจะตัดได การทีจ่ ําเลยตดั ก่ิงงวิ้ นั้นโดยไมบ อกกลาวโจทกกอ นจะมีความผิด
ทางอาญาหรอื ไม ตอ งพจิ ารณาถงึ เจตนาของจาํ เลยอกี ชนั้ หนงึ่ การทจี่ ําเลยเพยี งแตก ระทําการปอ งกนั
กรรมสทิ ธใิ์ นทรพั ยส นิ ของตนตามทกี่ ฎหมายอนญุ าตใหท าํ ไดโ ดยทวั่ ๆ ไป แตม ไิ ดป ฏบิ ตั ใิ หค รบถว นตาม
วิธีการทบ่ี ญั ญัตไิ วใ นกฎหมาย ยังไมมเี จตนากระทําผดิ ทางอาญา (ไมผิดฐานทาํ ใหเสียทรพั ย)
®¡Õ Ò·èÕ òòð÷/òõòô จําเลยเปนเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินยอมมีสิทธ์ิเหนือพื้นดิน หรือ
ท่ีเรียกวาแดนกรรมสิทธิ์ดวย โจทกไมมีสิทธิ์ที่จะสรางลํานํ้ารุกลํ้าเขาไปในที่ดินของจําเลย และจําเลย
มีสิทธ์ิขัดขวางมิใหโจทกสอดเขาเก่ียวของกับทรัพยสินของตนโดยมิชอบดวยกฎหมาย ดังน้ัน การท่ี
จาํ เลยรอื้ รางนา้ํ ดงั กลา ว โดยเชอื่ วา รกุ ลาํ้ เขา มาในทด่ี นิ ของจาํ เลย จงึ เปน การใชส ทิ ธใ์ิ นทดี่ นิ ตามสมควร
แกก ารสรา งตกึ แถวของจาํ เลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๖ ไมเ ปน ความผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรพั ยเ ชน กนั
®Õ¡Ò·Õè ùöó/òõðò การปลดผาปายโฆษณาหาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎรไมเปนการทําใหผาปายนั้นไรประโยชน เพราะผาปายที่ปลดลงมาน้ัน ยังใชประโยชนได
แมสามารถแกไ ขหรอื ซอ มแซมทรพั ยนั้นไดก ต็ าม
®¡Õ Ò·Õè ñðù÷/òõð÷ เจาหนาท่ีทองถิ่นมีอํานาจรื้อถอนอาคารท่ีไมมั่นคงแข็งแรงหรือ
ไมปลอดภยั ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ การกอสรางอาคาร การรือ้ ถอนอาคารของเจา หนา ท่ีจึงเปน การปฏบิ ตั ิ
ตามอํานาจหนาทโี่ ดยชอบดว ยกฎหมายจึงไมม ีมูลความผดิ ฐานทําใหเสียทรพั ย
®Õ¡Ò·èÕ ñôõð/òõñð โจทกเชาที่ดินซ่ึงมีบอเล้ียงปลา แตโจทกไดปดกั้นบอปลูกตนไม
ลมลุกและลอมร้ัวลวดหนามไว ตอมาจําเลยซื้อที่ดินแปลงน้ัน แตโจทกยังคงครอบครองในฐานะ
ผเู ชา แลว จาํ เลยไปวดิ ปลาในบอ ตดั ตน ไมล ม ลกุ และรอ้ื ลวดหนามเหลา นนั้ จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ ฐาน
ลกั ทรพั ยแ ละทําใหเสียทรพั ย
ผูเชาทีด่ นิ ปลกู ตน ไมล ม ลุกไว เม่อื ออกจากทดี่ ินไป มีสิทธิเอาไมลม ลุกไปได
®¡Õ Ò·èÕ øù/òõñù จําเลยเขาใจวาเสารั้วของโจทกท่ีขุดหลุมปกอยูในท่ีดินของจําเลย
จําเลยจึงถอนออกโดยเจตนาใชสิทธติ าม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๖, ๑๓๓๗ ไมผิดฐานทาํ ใหเสียทรพั ย
ตามมาตรา ๓๕๘
®¡Õ Ò·Õè òõø÷/òõòõ ความผิดฐานทําใหเสียทรัพยผูกระทําจะตองมีเจตนากระทําให
เสียหาย ทําลาย ทาํ ใหเสื่อมคา หรอื ทําใหไ รประโยชนซ่งึ ทรัพยของผอู น่ื จงึ จะมคี วามผิด
การทจ่ี าํ เลยเชา ทน่ี าของผเู สยี หายมาทาํ นาประมาณ ๒๐ ป ตอ มากลว ยราคาดี จาํ เลยจงึ
จา งคนขดุ ทน่ี าบางสว นเพอื่ ปลกู กลว ย มไิ ดม เี จตนากระทาํ ใหท รพั ยข องผเู สยี หายทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา
หรอื ทาํ ใหไรประโยชน จงึ ไมผิดฐานทําใหเ สยี ทรัพย
๒๒๒
®Õ¡Ò·Õè óóñ/òõò÷ โจทกจําเลยตางโตเถียงกรรมสิทธ์ิพิพาทกันอยู เมื่อโจทกปลูก
ตน ขา วในนาพพิ าท จาํ เลยเสยี หายอยา งไร ชอบทจี่ ะฟอ งรอ งวา กลา วกนั การทจ่ี าํ เลยกลบั เขา ไถนาพพิ าท
จนเปนเหตุใหขาวที่โจทกปลูกไวเสียหาย การกระทาํ ของจาํ เลยยอมเปนความผิดฐานทาํ ใหเสียทรัพย
และตอ งชดใชค า เสยี หาย
®Õ¡Ò·Õè ñùôø/òõôò จาํ เลยใชค อ นทบุ กระจกทต่ี ดิ กบั ตเู อทเี อม็ เพอื่ ระบายความแคน
โดยไมม ีเจตนาลกั ทรัพย แตเปนความผิดฐานทาํ ใหเ สยี ทรัพยได
®¡Õ Ò·Õè ÷ðó÷/òõô÷ คาํ วา “ฉดี ” ตามพจนานกุ รมใหค วามหมายไวว า “ใชก ําลงั อดั หรอื
ดันของเหลวพุงออกจากชองเล็กๆ” ดังน้ี กระบอกฉีดยาไมมีเข็มฉีดยาก็สามารถฉีดของเหลวเขาสูตัว
กระบือโดยทางปากหรือทวารได เม่ือจําเลยมีกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษไวแลว และกาํ ลังจับเชือกที่
ผกู กระบอื ของผเู สยี หายซงึ่ พรอ มทจ่ี ะลงมอื ฉดี สารพษิ ใสเ ขา ไปในตวั กระบอื การกระทําของจาํ เลยดงั นี้
ใกลชิดตอผลแหงการทําใหเสียทรัพย ถือวาเปนการลงมือกระทําความผิดแลวแตกระทาํ ไปไมตลอด
เพราะผูเสียหายมาพบและเขา ขดั ขวางเสยี กอน จาํ เลยจงึ มีความผิดฐานพยายามทําใหเ สียทรัพย
®Õ¡Ò·èÕ öòñó/òõõñ จําเลยเขาไปครอบครองและตัดฟนตนยูคาลิปตัสของสาํ นักงาน
ปาไมเขตจังหวัดเพชรบุรี และกนสราง แผวถาง หรือกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการทําลายปา
เพอื่ ยดึ ถอื ครอบครองปา เปน ของตนหรอื ผอู นื่ จงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ทาํ ใหเ สยี ทรพั ย และฐานรว มกนั
ยดึ ถอื ครอบครอง กน สราง แผว ถางหรือเผาปาโดยไมไ ดรบั อนญุ าต
จาํ เลยเขาไปยึดถือครอบครอง กนสรางและแผวถางปาโดยตัดฟนตนยูคาลิปตัสของ
สาํ นกั งานปา ไมเ ขตจงั หวดั เพชรบรุ ี อนั เปน การทาํ ใหเ สยี หาย ทาํ ลาย หรอื ทําใหไ รป ระโยชนซ ง่ึ ทรพั ยข อง
ผอู ่นื แมโ จทกบ รรยายฟอ งวาจาํ เลยกระทาํ ความผิดตาม พ.ร.บ.ปา ไมฯ และ ป.อาญา แยกการกระทาํ
เปนสองกรรมตางหากจากกัน แตเมื่อเปนการกระทาํ ความผิดตอตนยูคาลิปตัสจาํ นวนเดียวกันและ
ไดกระทําคราวเดียวพรอมกันตอเนื่องกันไป จึงเปนการกระทํากรรมเดียวผิดตอกฎหมายหลายบท
ตอ งลงโทษ ตาม พ.ร.บ. ปา ไม พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี วรรคสอง ซ่งึ เปนกฎหมายบททีม่ ี
โทษหนกั ท่สี ุดตาม ป. อาญา มาตรา ๙๐
ñô. ทาํ ãËàŒ ÊÕ·ÃѾÂàËμ©Ø ¡Ãè
ÁÒμÃÒ óöð ผใู ดทาํ ใหเ สยี หาย ทําลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา หรอื ทาํ ใหไ รป ระโยชน ซง่ึ ทรพั ย
ที่ใชหรือมีไวเพ่ือสาธารณประโยชน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท
หรอื ทั้งจําทง้ั ปรับ
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ทําใหเ สยี หาย ทาํ ลาย ทําใหเสื่อมคา หรือทําใหไ รป ระโยชน
๒. ซงึ่ ทรพั ยทีใ่ ชห รือมไี วเพื่อสาธารณประโยชน
๓. เจตนา
๒๒๓
ทรพั ยท ใี่ ชห รอื มไี วเ พอ่ื สาธารณประโยชน หมายความวา ทรพั ยน นั้ เปน คณุ แกบ คุ คลทว่ั ไป
ทกุ คนมสี ทิ ธจิ ะไดร บั ประโยชนจ ากทรพั ยน นั้ ถา เปน ทรพั ยท ใี่ ชห รอื มไี วเ พอ่ื ใชป ระโยชนแ กค นทว่ั ไปแลว
ใครจะเปน เจา ของไมส ําคญั จะเปน ของเอกชนหรอื เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผน ดนิ ซง่ึ ถอื วา ไมม เี จา ของ
กไ็ ด
μÑÇÍ‹ҧ
®¡Õ Ò·èÕ õøø/òõðù ธงชาติไทย ซ่ึงทางโรงเรียนวัดหนองลุมพุกไดชักไวที่เสาธง
ของโรงเรียน หาใชเปนทรัพยที่ใชหรือมีไวเพ่ือสาธารณประโยชน จําเลยใชปนยิงเสาธงน้ันเสียหาย
จึงเปนความผิดตามมาตรา ๓๕๘ ไมผิดมาตรา ๓๖๐
®Õ¡Ò·èÕ ñññó/òõñö สถานตี าํ รวจไมใ ชทรพั ยท ี่มไี วเพ่อื สาธารณประโยชน
®Õ¡Ò·Õè ññùö/òõñø ปายบอกชื่อ หนองนา้ํ สาธารณะเปนทรัพยที่มีไวเพื่อสาธารณ
ประโยชน จําเลยถอนปายนั้นท้ิง ผิดตามมาตรา ๓๖๐
®¡Õ Ò·èÕ òõóø/òõòòจําเลยขุดทําลายถนน ซ่ึงประชาชนชวยกันทําและไดใชสัญจร
ไปมาเปน ถนนสาธารณะแลวเปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๖๐
ñõ. ºØ¡ÃØ¡
ÁÒμÃÒ óöò “ผูใดเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอื่น เพ่ือถือการครอบครอง
อสงั หารมิ ทรพั ยท ง้ั หมด หรอื แตบ างสว น หรอื เขา ไปกระทาํ การใดๆ อนั เปน การรบกวนการครอบครอง
อสังหาริมทรัพยของเขาโดยปกติสุข ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหม่ืนบาท
หรือท้งั จําทัง้ ปรบั
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. เขาไปในอสังหารมิ ทรพั ยข องผูอ ่ืน
๒. เพือ่
๒.๑ ถอื การครอบครองอสงั หาริมทรพั ยท้งั หมด หรอื แตบ างสวน หรอื
๒.๒ เขาไปกระทําการใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
ของเขาโดยปกติสขุ
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
๑. ความผิดฐานบุกรุกนี้ ในเบื้องตนมีขอสําคัญอยูวาการเขาไปในอสังหาริมทรัพยน้ัน
ผเู ขา ไปจะตอ งรวู า อสงั หารมิ ทรพั ยน นั้ มเี จา ของกรรมสทิ ธิ์ หรอื สทิ ธคิ รอบครอง ถา อสงั หารมิ ทรพั ยน น้ั
ไมมเี จาของหรือเปนสาธารณสมบัตขิ องแผน ดนิ การเขาไปยอมไมเ ปนความผิดฐานบกุ รกุ
๒. คําวา “เขาไป” หมายความถึงตัวบุคคลเขาไปในอสังหาริมทรัพยน้ันโดยตรงไมใช
กรณโี ยน ยนื่ หรอื ขวา งปาสงิ่ ของ หรอื สว นหนงึ่ สว นใดของรา งกายเขา ไป และบคุ คลทเี่ ขา ไปนน้ั จะเปน
ตวั บุคคลน้นั เอง หรือบุคคลอื่นทีถ่ กู ใช จา ง วาน หรือบังคับขูเข็ญใหเขาไปก็ได
สวนคําวา “อสังหาริมทรัพย” ไดแก ท่ีดินกับทรัพยอันติดอยูกับที่ดินเปนการถาวร
หรือประกอบเปน อนั เดียวกับทด่ี ินน้ัน เชน บานเรือน ตึก ซ่ึงอยูต ิดกับท่ดี ิน เปนตน
๒๒๔
๓. การเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอื่นน้ี ตองประกอบดวยเจตนาซึ่งแยกไดเปน
ความผดิ ๒ ประการ คอื
๓.๑ เขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืนโดยเจตนาเพ่ือถือการครอบครอง
อสงั หารมิ ทรพั ยทง้ั หมดหรือบางสวน
๓.๒ เขา ไปในอสงั หารมิ ทรพั ยข องผอู น่ื โดยเจตนาโดยเขา ไปกระทาํ การใดๆ อนั เปน
การรบกวนครอบครองอสังหารมิ ทรพั ยของเขาโดยปกตสิ ุข (ฎีกาที่ ๑๓๕๕/๒๕๐๔)
ถา การเขาไปขาดเจตนาเพ่อื ประการใดประการหน่ึง ในขอ ๓.๑ หรือ ๓.๒ หรอื การบกุ รกุ
เขา ไปนั้นมีอํานาจจะกระทาํ ได หรอื โดยเจตนาอยา งอ่นื แลว การเขา ไปกไ็ มผ ดิ ฐานบุกรกุ
กลาวโดยสรุป การกระทําความผิดตามมาตรานี้ จะตองมีการเขาไปในอสังหาริมทรัพย
โดยรูวาเปนของผูอื่นโดยเจตนาเพื่อครอบครองเอาเปนของตนทั้งหมดหรือบางสวน หรือเพ่ือรบกวน
การครอบครองของเขาโดยปกติสุข และไมมีสิทธิ หรืออํานาจที่จะเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืน
นัน้ ไดโ ดยชอบดวยกฎหมาย
แตอยา งไรก็ตาม ขอใหเ ปนที่เขาใจไวดวยวา ตามมาตรา ๓๖๒ น้ี แบง ออกได ๒ ตอน
กลาวคือเปนกรณีท่ีผูใดเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืนเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย
ทั้งหมดหรือแตเพียงบางสวนตอนหนึ่งหรือเขาไปกระทําการใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครอง
อสงั หาริมทรพั ยข องเขาโดยปกตสิ ุขอกี ตอนหนง่ึ
อนง่ึ ในบางกรณีการกระทําผิดฐานบกุ รุกอสงั หารมิ ทรัพยน น้ั อาจเปน ความผดิ ฐานทําให
เสียทรพั ยดว ย เชน ตามฎีกาที่ ๑๐๑๓/๒๕๐๔ จําเลยรอู ยกู อ นแลววา ท่ีพพิ าทเปน ท่ีดินของผเู สียหาย
และผูเสียหายไดครอบครองอยู จําเลยไดจางใหคนขุดดินในท่ีพิพาทเปนบอ และผูรับจางไดไปขุดดิน
ในทพ่ี พิ าทตามทจี่ าํ เลยจา งนน้ั ดงั นเ้ี มอ่ื ทพ่ี พิ าทเปน ของผเู สยี หายแมจ ะไมม โี ฉนดมาแสดงวา ทพี่ พิ าท
เปนของผูเสียหาย การท่ีจําเลยรูดีวาท่ีพิพาทเปนของผูเสียหายจําเลยยังจางใหคนเขาไปขุดดินในท่ี
พพิ าทและผรู บั จา งไดข ดุ จนเปน บอ ทาํ ใหเ สยี หายเชน น้ี จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๕๘, ๓๖๒
สําหรับการกระทําใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครองของผูอ่ืนโดยปกติสุข คือ
การรบกวนการครอบครองของเขา เพราะวาเขาคงจะไมปกติสุข เนื่องจากสิทธิสวนตัว ถูกละเมิด
เชน เขา ไปกางเต็นท เขา ไปขุดดินในที่ดินของเขา เปน ตน
®Õ¡Ò·èÕ ñ/òõñò (ประชุมใหญ) ศาลฎีกาวินิจฉัยวา การที่จําเลยใชไมกระดานตีขวาง
ทับประตูหองพิพาทที่โจทกครอบครองในขณะท่ีโจทกไมอยู และปดหองไวทําใหโจทกเขาหองไมได
เปนการลวงล้ําเขาไปกระทําการรบกวนการครอบครองของโจทก ถือไดวาเขาไปกระทําการรบกวน
ของโจทกโ ดยปกตสิ ขุ ตามมาตรา ๓๖๒ แลว
®Õ¡Ò·Õè óöó/òõñø โจทกเชาบานของ ส. ตอมาถูก ส.ฟองขับไล ศาลลางท้ังสอง
พพิ ากษาขบั ไลโ จทก แตโ จทกม ไิ ดร บั ทราบคาํ บงั คบั ของศาลทใ่ี หโ จทกอ อกจากบา นใน ๑ เดอื น โจทกฎ กี า
ระหวา งฎกี า โจทกไปตางจงั หวัดใสกุญแจบา นและฝากเพ่อื นบานใหด ูแล จาํ เลยที่ ๑ สามี ส. ใหจําเลย
๒๒๕
ที่ ๒ ตดั หรู อ ยกญุ แจบา นออก และใหจ าํ เลยท่ี ๒ เขา ไปอาศยั เมอ่ื โจทกย งั ไมท ราบคาํ บงั คบั โจทกย งั มี
สทิ ธอิ ยใู นบา นพพิ าทซงึ่ โจทกก ย็ งั มสี ทิ ธคิ รอบครอง จาํ เลยเปน ผใู ชใ หบ กุ รกุ ผดิ ตามมาตรา ๓๖๒, ๘๔
(สว นจาํ เลยท่ี ๒ ฟงขอเท็จจริงวาไมม ีเจตนาบกุ รกุ เพราะไมร ูขอเท็จจริง ขาดเจตนา)
®¡Õ Ò·èÕ ÷øø/òõñù ขอสัญญาเชาสํานักงานวา ถาผูเชาผิดสัญญาไมชําระคาเชาตาม
กําหนด ผูใหเชากลับครอบครองสถานที่ยายบุคคลออก ฯลฯ ได ขอสัญญาน้ีไมขัดตอความสงบ
เรียบรอย ผูเชาคางชําระคาเชา ผูใหเชาใชลวดไขกุญแจหองเชาออกเอากุญแจใหมใสแทน ผูเชาเขา
หองเชา ไมไ ด ดังน้ีเปน การใชส ิทธิตามสัญญาเชา ไมม มี ูลเปน ความผดิ อาญา
®¡Õ Ò·èÕ öóøó/òõô÷ การท่จี ําเลยเขา ไปตาม พ. ในโรงแรมของโจทกร วม เพอ่ื จะบอก
ถึงธุระเกี่ยวกับที่ดินที่จะตองไปดําเนินการในวันรุงขึ้นตามท่ี พ. นัดแนะไว นับวาเปนการเขาไป
โดยมีเหตุอันสมควร การท่ีจําเลยมีมีดของกลางติดตัวไปดวยหรือไม ไมเปนขอสําคัญ เม่ือเปนการ
เขา ไปโดยมเี หตอุ นั สมควรแลว แมจ ะมมี ดี ตดิ ตวั ไปดว ยกไ็ มท าํ ใหก ารเขา ไปนนั้ กลบั กลายเปน วา ไมม เี หตุ
อันสมควรพฤติการณของจําเลยยังถือไมไดวาเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
โดยปกติสุขของโจทกรวม
ñö. ºØ¡ÃØ¡â´ÂäÁÁ‹ àÕ ËμØÍ¹Ñ ÊÁ¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ óöô “ผใู ดโดยไมม เี หตุอันสมควร เขา ไปหรอื ซอ นตวั อยใู นเคหสถาน อาคาร
เกบ็ รักษาทรพั ยห รอื สํานักงานในความครอบครองของผูอ ่นื หรือไมยอมออกไปจากสถานที่เชนวานั้น
เม่ือผูมีสิทธิที่จะหามมิใหเขาไปไดไลใหออกตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกิน
สองหมน่ื บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. โดยไมม ีเหตุอนั สมควร
๒. เขา ไปหรอื ซอ นตวั อยู หรอื ไมย อมออกไปเมอ่ื ผมู สี ทิ ธทิ จ่ี ะหา มมใิ หเ ขา ไปไดไ ลใ หอ อก
๓. ในเคหสถาน อาคารเกบ็ รักษาทรพั ย หรือสาํ นกั งานในความครอบครองของผูอ ืน่
๔. โดยเจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
๑. ความผิดของมาตราน้ี ในการเขาไปหรือซอนตัวอยูหรือไมยอมออกไป เม่ือผูมีสิทธ์ิ
ที่จะหามมิใหเขาไปไดไลใหออกนั้น ถือเอาโดยไมมีเหตุสมควรเทานั้น ไมใชเพื่อครอบครอง
หรือเพื่อถือเอาเปนของตน ตามท่ีกลาวมาแลวในมาตรา ๓๖๒, ๓๖๓ ฉะน้ัน เจตนาของมาตราน้ี
จึงหมายถึงเจตนาเขาไปซอนตัวอยูในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย หรือสํานักงาน โดยไมมีเหตุ
สมควรอยา งหนงึ่ และอกี อยา งหนงึ่ หมายถงึ การเขา ไปหรอื ซอ นตวั อยใู นเคหสถาน อาคารเกบ็ รกั ษาทรพั ย
หรือสาํ นักงานเม่ือผูมีสิทธิที่จะหามมิใหเขาไปไดไลออกแลวไมยอมออกไปจากสถานท่ีเชนวานั้น
โดยไมมเี หตอุ ันสมควร
๒๒๖
๒. คําวา “โดยไมม เี หตุอันสมควร” นี้ เปนคํากวาง ซงึ่ เปนการยากทีจ่ ะหาคําจํากัดความ
วามีความหมายแคไหน เพียงไร ไดถกู ตอง
๒.๑ โดยไมไดร บั ความยินยอม หรืออนญุ าตจากผคู รอบครอง
๒.๒ โดยไมมีอาํ นาจอนั ชอบดว ยกฎหมาย
ท้ัง ๒ ประการนี้การเขาไปหรือซอนตัวอยู หรือไมยอมออกไปนั้นเรียกวาไมมีเหตุผล
อันสมควร แตถาเปนกรณีตรงกันขาม กลาวคือ การเขาไปหรือซอนตัวอยูหรือการไมยอมออกนั้น
ไดรับความยินยอมอนุญาตจากผูครอบครองสถานที่น้ัน เชน โดยการเชื้อเชิญหรือมีการนัดแนะ
นดั พบ หรอื นาํ เขา ไปจากผหู นง่ึ ผใู ดในสถานทน่ี นั้ หรอื โดยมอี าํ นาจหรอื สทิ ธติ ามกฎหมายแลว กเ็ รยี กวา
มเี หตอุ นั สมควรยอ มไมม คี วามผดิ แตใ นกรณที เ่ี ขา ไปทาํ รา ยผอู น่ื ในเคหสถานของเขานน้ั ถอื วา เปน การ
เขา ไปโดยไมม ีเหตสุ มควร ตามมาตรา ๓๖๔ ยอ มมคี วามผิดท้งั ฐานบกุ รุก และทาํ รา ยรา งกาย (ฎกี าที่
๙๐๕/๒๕๐๗, ๕๘๕/๒๕๑๑)
แมจําเลยจะเคยไปบานผูเสียหาย และรับประทานอาหารท่ีบานผูเสียหาย แตในคืน
เกดิ เหตุ จําเลยกบั พวกเมาสรุ าเขา ไปในเขตร้ัวบาน อันเปนเคหสถานทีอ่ ยูอาศัยของผูเสยี หายในเวลา
๒๔.๐๐ น.เศษ และทาํ รา ยผเู สยี หายเปน การเขา ไปดว ยเจตนากระทาํ ความผดิ มใิ ชโ ดยมเี หตอุ นั สมควร
เปน ความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อาญามาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (ฎกี าท่ี ๑๓๔๒/๒๕๑๕)
จาํ เลยเขาไปในบานผูเสียหายเพ่ือพูดกับผูเสียหายถึงการร้ือบานของผูเสียหาย ซึ่งปลูก
อยูในท่ีดินผูเสียหายกับจําเลยตกลงกันใหจําเลยซื้อคืน ดังน้ี ถือไมไดวาจาํ เลยเขาไปโดยไมมีเหตุ
อนั สมควร (ฎีกาท่ี ๑๕๖๑/๒๕๑๕)
๓. ตามขอ ๒.๑ ที่วา โดยไมไดรับความยินยอมหรืออนุญาตจากผูครอบครองน้ัน
หมายความถึงการยนิ ยอมอนุญาตท้ังโดยตรง และโดยปรยิ ายจากผูครอบครองสถานทนี่ ้นั และ
คาํ วา ในความครอบครองของผูอ่ืนตามกฎหมาย ก็เปนการเพียงพอตามความหมาย
ของมาตราน้แี ลว ไมจ ําเปน จะตองเปน เจา ของหรอื มกี รรมสทิ ธ์ิในสถานที่นั้นดวย
๔. มีขอสังเกตเกี่ยวกับถอยคาํ ในมาตรา ๓๖๔ นี้ อยูหลายประการ ซ่ึงแยกออก
พิจารณาได ดังน้ี
๔.๑ การ “เขาไป” นั้น หมายความวา ผูนั้นเขาไปในเคหสถาน อาคารเก็บรักษา
ทรัพยหรือสํานักงานโดยตรง ไมใชการโยนหรือหยิบยื่นสิ่งของเขาไป ตองเปนตัวบุคคลนั้นเขาไป
และการเขาไปในสถานทีต่ ามที่ระบุไวโดยไมมีเหตสุ มควร เปน ความผดิ ทนั ที
๔.๒ การซอนตัวอยูนั้น หมายความรวมถึงผูท่ีไดเขาไปในเคหสถาน อาคารเก็บ
รักษาทรัพยหรือสาํ นักงาน โดยไดรับอนุญาตยินยอมโดยตรงหรือโดยปริยายจากผูครอบครอง เชน
การเชื้อเชิญจากผูครอบครองใหเขาไปหรือสถานที่น้ันมีงานมหรสพใหประชาชนเขาไปชมได
การเขาไปเชนน้ียังไมมีความผิด แตเมื่อเสร็จธุระกลับซอนตัวอยูยอมเปนความผิดตามมาตราน้ีทันที
และคาํ วาซอนหมายความวา บงั แอบแฝง ซอนเรนไมใหเ ห็น ซงึ่ อยูในลกั ษณะท่จี ะไมใหผ ูอ ่ืนคนพบ
หรือยากทีจ่ ะคนพบ
๒๒๗
๔.๓ คาํ วา “เคหสถาน” หมายความวา ที่ซ่งึ ใชเ ปน ทอี่ ยูอาศัย เชน โรง เรือน เรอื
หรือแพ ซ่ึงคนอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซ่ึงใชเปนที่อยูอาศัยน้ันดวย จะมีร้ัวลอม
หรอื ไมก็ตาม ทง้ั นต้ี ามความในมาตรา ๑(๔) ในบทนิยามทีก่ ลา วมาแลว
๔.๔ คาํ วา “อาคารเก็บรักษาทรัพย” น้ัน หมายความถึงอาคารเก็บรักษาทรัพย
ท่ัวๆ ไป เชน โกดังเก็บสินคา คลังสินคา โรงพักสินคา หองเก็บตูนิรภัยของธนาคารสาํ หรับ
เกบ็ รกั ษาทรพั ย หรอื หอ งหรอื อาคารอนื่ ๆ ทสี่ รา งขน้ึ เพอ่ื เกบ็ รกั ษาทรพั ยก อ็ ยใู นความหมายของอาคาร
เก็บรกั ษาทรพั ยท ั้งสิน้
๔.๕ คําวา “สาํ นักงาน” หมายความถึงที่ทําการงานโดยทั่วๆ ไป ไมวาจะเปน
สาํ นักงานสว นตัว หา งหุนสว น บรษิ ทั สถานที่ราชการ หรือองคการตา งๆ กต็ าม
μÇÑ Í‹ҧ
®Õ¡Ò·èÕ ô÷ó/òõòò จําเลยเขาไปในบานผูเสียหายโดยบุตรีผูเสียหาย ซ่ึงเปนภรรยา
โดยพฤตินัยของจําเลยนัดใหไปพบ ถือไดวาเปนการเขาไปโดยมีเหตุอันสมควรและแมเม่ือผูเสียหาย
ไดไลจําเลยใหออกไป แตจําเลยไมยอมออก ทั้งนี้เพื่อขอรองภรรยาจาํ เลยกลับไปอยูกินดวยกัน
ฉันสามภี รรยาดังเดมิ ดงั น้ี เห็นวาจาํ เลยไมมคี วามผดิ ฐานบกุ รุก
®¡Õ Ò·èÕ ùõñ/òõòù สามี จ.ไปทาํ งานตา งประเทศ จ. จึงมาอยูบา นผูเ สียหายซ่งึ เปน
นองสาว ตอนดึกคืนเกิดเหตุ จาํ เลยเขาไปในบานผูเสียหายโดย จ. นัดใหจําเลยมา จึงไมใชเปนการ
เขา ไปในบา นผเู สยี หายโดยไมไ ดรับอนุญาต จําเลยไมม คี วามผดิ ฐานบกุ รุก แม จ. จะเปนเพียงผูอ าศยั
กไ็ มท าํ ใหก ารกระทาํ ของจาํ เลยกลายเปนบุกรกุ
®¡Õ Ò·Õè òð÷õ/òõòù บิดาจาํ เลยทะเลาะกับมารดาจาํ เลย แลวออกจากบานมาขอ
แบงหองอยใู นตกึ แถวทเ่ี กิดเหตุของผเู สยี หาย ในวันเกิดเหตุนนั้ เอง การทจ่ี ําเลยเขาไปในตกึ ทเี่ กดิ เหตุ
เพ่ือไปติดตามภรรยา ยอมมีเหตุอันสมควรและหาเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
โดยปกตสิ ขุ ของผเู สยี หายซงึ่ อยใู นตกึ นน้ั ไม จําเลยไมม คี วามผดิ ฐานบกุ รกุ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔
®Õ¡Ò·Õè òõôø/òõóò จาํ เลยเขาไปในหมูบานผูเสียหาย เพื่อทวงคาแรงท่ีผูเสียหาย
คางบตุ รชายของจาํ เลย เปน การเขาไปโดยมเี หตุอันสมควรโดยสุจริต แมจ ําเลยจะไดถอื มีดเขา ไปดวย
แตก็เปนเพียงมีดเหลียน ซ่ึงโดยท่ัวๆ ไปใชสําหรับหวดหญาและไมปรากฏวาจําเลยตั้งใจจะไปทําราย
ผเู สยี หายแตแรก จึงไมอาจถอื ไดว าจาํ เลยมเี จตนาบกุ รุก
ñ÷. º¡Ø ÃØ¡àËμ©Ø ¡Ãè
ÁÒμÃÒ óöõ ถาการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔
ไดก ระทาํ
(๑) โดยใชก าํ ลงั ประทษุ ราย หรอื ขูเขญ็ วาจะใชก าํ ลงั ประทุษรา ย
(๒) โดยมอี าวธุ หรือโดยรวมกระทาํ ความผดิ ดว ยกัน ตงั้ แตสองคนขนึ้ ไป หรอื
(๓) ในเวลากลางคืน
ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั
๒๒๘
คํา͸ºÔ ÒÂ
มาตรานี้เปนเหตุฉกรรจของการกระทําความผิดตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ และ
มาตรา ๓๖๔ กลาวคอื การที่ผกู ระทําจะตอ งรับโทษหนกั ขน้ึ ตามมาตราน้ีน้ัน ในเบอื้ งตนการกระทาํ
จะตอ งครบองคป ระกอบของความผดิ มาตรา ๓๖๒ หรอื มาตรา ๓๖๓ หรอื มาตรา ๓๖๔ แตล ะมาตราแลว
และหากการกระทาํ ความผดิ นนั้ ตอ งดว ยเหตอุ ยา งใดอยางหนงึ่ ดงั ท่ีระบุไวใ นมาตรา ๓๖๕(๑) หรอื (๒)
หรอื (๓) ผูกระทําก็ตองรบั โทษตามมาตรา ๓๖๕ ซึง่ มโี ทษหนักกวาโทษในมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓
หรอื มาตรา ๓๖๔ ฉะนน้ั ถา การกระทําเปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๕ แลว กไ็ มต อ งยกมาตรา ๓๖๒
มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔ ขนึ้ ปรบั บทลงโทษอีก
àËμ©Ø ¡Ãè㠹¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ºØ¡Ã¡Ø Áմѧ¹éÕ
(๑) โดยใชกําลังประทุษราย หรือขูเข็ญวาจะใชกําลังประทุษราย ใชกําลังประทุษราย
มีความหมายตามบทนิยามในมาตรา ๑(๖) คือ ทําการประทุษรายแกกายหรือจิตใจของบุคคลไมวา
จะทาํ ดว ยใชแ รงกายหรอื ดว ยวธิ อี น่ื ใด และใหห มายความรวมถงึ การกระทาํ ใดๆ ซงึ่ เปน เหตใุ หบ คุ คลอยู
ในภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได ไมว า จะโดยใชย าทาํ ใหม นึ เมา สะกดจติ หรอื ใชว ธิ อี นื่ ใดอนั คลา ยคลงึ กนั
เชน เขา ไปทํารา ยผอู ืน่ ในบานผดิ ทงั้ ฐานทํารายรา งกายและฐานบุกรกุ เปน ความผิดหลายบท
ขเู ขญ็ จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หมายความวา ยงั มไิ ดล งมอื ทาํ การประทษุ รา ย แตแ สดง
วาจาหรอื กริ ยิ าใหท ราบวาจะกระทาํ เชนน้ัน เชน มีปนเขาไปในหองนอนของเขาเวลา ๐๒.๐๐ น. และ
พูดขูเขญ็ ไมใหรอง เปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๔ มาตรา ๓๖๕
(๒) โดยมีอาวุธหรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันต้ังแตสองคนข้ึนไป อาวุธ หมายถึง
สง่ิ ทเ่ี ปน อาวธุ โดยสภาพ และสงิ่ ซง่ึ ไมเ ปน อาวธุ โดยสภาพแตซ ง่ึ ไดใ ชห รอื เจตนาจะใชป ระทษุ รา ยรา งกาย
ถึงอันตรายสาหัสอยางอาวุธตามบทนิยามในมาตรา ๑(๕) การบุกรุกโดยมีอาวุธ คือมีอาวุธติดตัวไป
บกุ รกุ ไมไ ดห มายความวา จะตอ งใชอ าวธุ ในการบกุ รกุ เพยี งแตม อี าวธุ ตดิ ตวั ไป เชน พกหรอื เหนบ็ ไวท เี่ อว
หรือใสไวใ นกระเปา ไมจาํ ตองถือไวในมอื ก็เปน ความผดิ ตามอนมุ าตราน้ี
ลักษณะฉกรรจอ ีกประการหนงึ่ ในอนุมาตรา (๒) น้ี โดยรว มกระทําความผดิ ดวยกัน
ตั้งแตสองคนขึ้นไป ซ่ึงหมายความวา รวมกระทําโดยเปนตัวการตามมาตรา ๘๓ ไมใชผูสนับสนุน
ตามมาตรา ๘๖ การนับจํานวนผูกระทําความผิดตองนับเฉพาะผูที่เปนตัวการดวยกันเทานั้น และ
เม่ือการกระทาํ เปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๕(๒) เพราะมบี คุ คลต้งั แตส องคนขึ้นไปรวมกนั บุกรกุ แลว
ก็ไมเปนความผิดตามมาตรา ๓๖๒ ซึ่งเปนบทบัญญัติสําหรับความผิดฐานบุกรุกอันไมมีเหตุฉกรรจ
อีกบทหน่ึงดว ย
(๓) ในเวลากลางคนื คําวา “กลางคืน” มีความหมายตามบทนิยามในมาตรา ๑(๑๑) คือ
เวลาระหวางพระอาทิตยต ก และพระอาทติ ยขึน้
๒๒๙
μÑÇÍÂÒ‹ §
®Õ¡Ò·èÕ ñóñð/òõñó ผูเสียหายสวมสรอยคอนอนหลับอยูในหองกับเด็กตอนกลางคืน
จําเลยมีเจตนาลกั สรอ ยผเู สยี หาย จึงเขา ไปในหองนน้ั แตห องมืด จําเลยจงึ คลาํ ทค่ี อเดก็ โดยคดิ วาเปน
คอผูเสียหาย เด็กต่ืนขึ้นจําเลยจึงหนีไป การกระทาํ ของจําเลยเปนความผิดฐานบุกรุก และพยายาม
ลักทรพั ย การบุกรุกเขาไปเพื่อลกั ทรพั ย ถือวา เปนกรรมเดยี วผดิ กฎหมายหลายบท
®Õ¡Ò·èÕ ÷óø/òõñõ จําเลยถือปนส้ันมาพูดขูจะยิงผูเสียหาย ผูเสียหายหนีขึ้นไปอยู
บนบาน จําเลยตามไปถึงบันไดบานผูเสียหายซ่ึงอยูติดทางเดินและจะขึ้นไปบนบาน ก็มีคนเขากอด
ดึงจําเลยไว แสดงวาจําเลยมีเจตนาบุกรุกเขาไปในบานผูเสียหาย แตจําเลยกระทําไปไมตลอดจึงเปน
ความผดิ ฐานพยายามบุกรุก โดยมีอาวธุ ปนตดิ ตัว
®¡Õ Ò·Õè ñù÷ñ/òõñø ก. ข. เปน ญาตเิ คยไปมาหาสกู นั ก. ไปรอ งดา ข. ท่ถี นนแลว ขน้ึ
บันไดไปรองดา ข. ขเู ข็ญใหเปดหนา ตางบา นน้ัน มคี วามผดิ ฐานบกุ รกุ ตามมาตรา ๓๖๕
ÁÒμÃÒ óöö ความผิดในหมวดน้ี นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เปนความผิด
อันยอมความได
Å¡Ñ É³Ð ñó
_¤_Ç__Ò_Á_¼_´Ô__à_¡_ÂèÕ _Ç_¡__ºÑ _È_¾__
ÁÒμÃÒ óöö/ñ ผูใ ดกระทําเพอ่ื สนองความใครข องตน โดยใชอวัยวะเพศของตนลวงล้าํ
อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือชองปากของศพ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหมื่นบาท หรือทง้ั จําท้ังปรับ
ÁÒμÃÒ óöö/ò ผใู ดกระทําอนาจารแกศ พ ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสองป หรือปรบั
ไมเ กนิ สห่ี มื่นบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรบั
ÁÒμÃÒ óöö/ó ผูใดโดยไมม เี หตุอนั สมควร ทําใหเ สียหาย เคลื่อนยา ย ทําลาย ทําใหเสื่อมคา
หรือทาํ ใหไรประโยชนซึ่งศพ สวนของศพ อัฐิ หรือเถาของศพ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินสามป
หรือปรบั ไมเกินหกหมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรับ
ÁÒμÃÒ óöö/ô ผูใดกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการดูหม่ินเหยียดหยามศพ
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ สามเดอื น หรือปรับไมเ กนิ หา พันบาท หรอื ท้งั จําท้ังปรบั
* มาตรา ๓๖๖/๑ เพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ.แกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ.๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/
ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๓/๒๗ พ.ค. ๖๒
๒๓๐
ÊÃØ»á¼¹¼Ñ§¢ÍŒ áμ¡μÒ‹ §ÀÒ¤·ÃѾÂ
ñ) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) Çè§Ô ÃÒÇ·Ã¾Ñ Â (ÁÒμÃÒ óóö)
- เอาไป
- เกรงกลวั ตอ เจาทรัพย - ใชก ิรยิ าฉกฉวยเอาซงึ่ หนา หรือ
- กระทาํ ในลกั ษณะอกุ อาจไมเ กรงกลวั ตอ เจา ทรพั ย
ò) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) ÂÑ¡ÂÍ¡ (ÁÒμÃÒ óõò ÇÃäáá)
- ไมมีการครอบครองทรัพย หรือ - มีการครอบครองทรพั ย
- อาจมเี พยี งการยดึ ถอื ช่ัวคราวเทานนั้
ó) Å¡Ñ ·ÃѾ (ÁÒμÃÒ óóô) Â¡Ñ ÂÍ¡·ÃѾÂÊ¹Ô ËÒ (ÁÒμÃÒ óõò ÇÃäÊͧ)
- รหู รอื ควรจะรูว า อยูในระหวา งการตดิ ตาม - ไมร หู รือไมค วรจะรวู าอยูในระหวา งการตดิ ตาม
เอาคืนของเจาทรัพย (ทรพั ยนั้นวางหรอื หลน เอาคืนของเจาทรพั ย (ทรัพยน นั้ วางหรือหลนไว
ไวเ ปน ที่เปนทาง) ไมเปน ท่ีเปน ทาง)
ô) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) ทาํ ãËŒàÊÕÂ·Ã¾Ñ Â (ÁÒμÃÒ óõø)
- เพือ่ แสวงหาประโยชนทีม่ คิ วรไดโดยชอบ - ทําลายในทันทีทนั ใดน้นั
ดวยกฎหมายสาํ หรบั ตนเองหรอื ผูอ ่ืน - แมการกระทําน้ันจะมีการยึดถือทรัพยเคล่ือนที่
(โดยทุจริต) ไป แตเปนการเคล่ือนท่ีอันเปนสวนหนึ่งของ
ก า ร ก ร ะ ทํ า ท่ี เ ป น ก า ร ทํ า ล า ย ท รั พ ย นั้ น เ อ ง
การกระทําเปนการตัดการครอบครองและ
กรรมสิทธิ์ดวยก็จริง แตเปนการตัดดวยการ
ทําลายมิใชตัดดวยการแยง การครอบครอง
เอาทรัพยไป การเอาไปไมสมบูรณ ไมครบองค
ประกอบความผิดฐานลักทรัพย จึงไมมีผิดฐาน
ลักทรัพย
õ) ÅÑ¡·ÃѾÂâ ´Â㪌¡Å꼯 Ò ©ŒÍâ¡§ (ÁÒμÃÒ óôñ)
- การไดทรพั ยไปไมใ ชผลจากการหลอกลวง
- หลอกเพ่อื ใหไ ดใ กลชิดกบั ตัวทรพั ย หรือ - การไดทรัพยไปนั้นเปนผลโดยตรงจากการ
หลอกลวง โดยเจาทรัพยห ลงเช่อื
เพื่อความสะดวกแกก ารลกั ทรัพย หรือเพื่อ
ใหการลักทรพั ยนัน้ แนบเนียนย่งิ ข้นึ - หลอกเอากรรมสิทธ์ิหรือการครอบครองทรัพย
- หลอกเอาการยดึ ถือชัว่ คราว (ผูถูกหลอก (ผูถูกหลอกตองมีกรรมสิทธิ์หรือมีการครอบครอง
มไิ ดม อบการครอบครองให) ทรัพย ถาผูถูกหลอกมีแตเพียงการยึดถือชั่วคราว
ถึงผูหลอกจะหลอกอยางไรก็ไมเปนฉอโกงเปน
เพยี งลกั ทรพั ยโ ดยใชกลอุบายเทาน้นั )
๒๓๑
ö) ª§Ô ·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóù) ¡ÃÃ⪡ (ÁÒμÃÒ óó÷)
๑. ขูตอชวี ติ -รา งกายของผถู กู ขูเขญ็ ๑. ขตู อชวี ติ รางกาย เสรภี าพ ทรัพยส ิน ฯลฯ ของ
๒. โดยใชก าํ ลังประทุษรายหรอื ขเู ขญ็ วาใน
ทนั ใดนน้ั จะใชกําลังประทษุ รา ย ผถู ูกขูเข็ญ หรือบคุ คลที่ ๓
๓. ขูเอาทรพั ยเทา นั้น ๒. กรณีขูต อ ชีวิต-รา งกายเปน การขูใ นอนาคต
๔. ความผดิ สําเรจ็ เมื่อไดท รัพยหรอื ผถู กู ขูเขญ็ ๓. ขูเอาทรัพย หรือประโยชนในลักษณะที่เปน
สงมอบทรัพยใหดว ยความกลัวจากการใช
กาํ ลงั ประทษุ ราย หรอื ขูเข็ญวาในทันใดน้นั ทรพั ยส ิน
จะใชกําลังประทุษราย (ผกู ระทาํ ผดิ ตองได ๔. ความผิดสําเร็จเมื่อผูถูกขูเข็ญยอมจะใหทรัพย
ทรัพยไ ปแลว)
หรือประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสินดวย
ความกลัวจากการขูเข็ญ (จะสงมอบทรัพยให
แลว หรือไมไ มสาํ คญั )
ÊÃ»Ø ¡ÒÃμÑ駢͌ ËÒ ๒๓๒
ลาํ ดับ ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ
๑. ลักทรัพย ๑. เอาไป ๓๓๔ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๓ ป และ
๒. ทรัพยข องผูอื่นหรือที่ผูอน่ื เปนเจาของรวมอยดู วย ปรับไมเ กิน ๖๐,๐๐๐ บาท
๓. เจตนา
เจตนาพเิ ศษโดยทจุ รติ
๒. ลกั ทรพั ยทม่ี ีเหตุฉกรรจ ๑. (ล๑ัก)ทรใัพนยเว ลากลางคืน ๓๓๕ ต๕องปร ะแวลาะงโปทรษับจํา๒ค๐ุก,ต๐้ัง๐แ๐ต บ๑าทปถถึงึง
(๒) - (๑๒) ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๒. เจตนา
๓. ว่งิ ราวทรัพย ๑. ลักทรพั ย ๓๓๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๕ ปแ ละ
วโทรรษคหสนอักงข,น้ึ สาม, สี่ เปน เหตฉุ กรรจทม่ี ี ๓๒.. เฉจกตฉนวายเโอดายซท่งึ จุ หรนติ า ปรบั ไมเ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๔. กรรโชกทรัพย ๑. ขมขนื ใจผูอืน่ ๓๓๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห กเดอื นถงึ
๑.๑ ใหยอมให วรรค ๗ ป และปรับต้ังแต ๑๐,๐๐๐ บาท
๑.๒ ยอมจะให สอง ถงึ ๑๔๐,๐๐๐ บาท
๒. แกตนหรอื ผูอืน่
๓. ไดร บั ประโยชนในลักษณะทเี่ ปนทรพั ยส ิน
๔. โตดอ ยชใวีชติ ก าํราลงงั กปารยะทเสษุ รรภี า ายพหชรอื่อื เขสเู ขยี ญ็ง หวรา อืจะททรพัาํ อยนัส นิตขราอยง
๕. ผจนูถ กูผขถู เููกขข็ญม หขรนื อื ใจบยุคอคมลเทช่สีน าวมานน้ั
๖. โดยเจตนา
๕. รีดเอาทรพั ย ๒๓๑... ตจโเจขจดมะนนตยทขหผนขืนําูถรเูาใอืขใกู หจญ็ผขผผอูมวถูอู นื่ขา ูกื่นไืนจขดใะใหเูรจเขบัปยยญ็ ปดออหรเมมผะรใเยโอืชหยคนบหชววุคนราาือคใมนนยลลน้ัลอทบั กั มสี่ ษซาจณง่ึมะกใเะาสหเรปยี เนหปทาด ยรเผพั ยยนส นั้นิ ๓๓๘ ถ๑ตงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บัษบตจาํางั้ แคทตกุ ต๒้งั ๐แ,ต๐ ๐๑๐ปบ าถทงึ
๕๔..
ลาํ ดบั ฐานความผิด องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ
๖. ชชถงิิงึงททวรรรรพััพคยยหตกามเปมน าเตหรตาใุ ห๓ร๓บั ๙โทษวหรรนคกั สขาน้ึ ม ๒๑.. ((จโโกล((เ(๒๑๓๕๔จดดาะกั ต)ร))))ยยใทใชนเใชรจชกเเเเเกาัพพพพพพตกําาํ ยลนอ่่ือืืออ่อ่่ืืําลงัลงัาสใปยใปหหปังเะึดกรพปยจรดะถปื่อะารื่นทวอืด กะทษุกใเกทหกอุษรแาาาุษซากรรยรท่งึารกกหถทยารารรูกยรพัรอืะจัพลขทยับหเูกัยขาํนกทรญน็ค้ันมุือรวัน้วัพขาา จูเมยขะผห็ญใชิดรกวอื าําพลใงนัาปททรรันะพัทใดษุยรนไาปั้นย ๓๓๙ ถ๑ตึงอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บั ษตบจง้ั ําาแคทตกุ ๑ต๐ัง้ แ๐ต,๐ ๐๕๐ปบ าถทึง
๓.
๔.
๗. ถปปึงลลวนนรททรครรพััพหยยาเต ปานมเมหาตตุใรหารบั๓โ๔ท๐ษวหรนรักคขสน้ึ อง ๑๒๓... ชโเจดิงตยทนรรวาัพมยก ระทําผิดตงั้ แตสามคนขนึ้ ไป ๓๔๐ ต๑ถึงอ๕ง๓ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บัษตจบงั้าําแคทตกุ ต๒งั้๐แ๐ต,๐ ๑๐๐๐ปบาถทงึ
๘. ฉอ โกงทรพั ย ๑. ๒เห๑๒โ๑จด..ล..ต๑๒ย๑๒อนกกททไแปาาดลสาํรํากไโวใหปดลปดหงซางลดยผผงึ่ขยอถขทูทอูอเกกูอรุจอ่นืคพัลหครกวยวลิตวสาสงอาามนินกมรจอน้ัลสจาันวกริทงเงิผธหปซถู ิรนกูง่ึ อื หคเบทลวคุอ็จรคกบหลลอรวทือกงส่ีหใาหรมอืแ ทบจาํคุง ลคาลยทหส่ี ราอืม ๓๔๑ ตทหอรัง้ อืจงาํรปทะรว้ังบั าปไงมรโบัเทกษนิ จํา๖ค๐ุก,๐ม๐ไม๐เบกาินท๓หรปอื
๒.
๓.
๙. ฉอ โกงประชาชน ๑๓๔๒.... กเปแจสรกตะดปนทงด าขาํ คผอ โวดิดคายตวมาทาจมมจุรเรงิ ทมิตซ็จ.๓่ึงตค๔อว๑ปรรบะอชกาใชหนแหจรง อืแกป ระชาชน ๓๔๓ ตหหรอรอืืองทรปะ้งัรวจับาาํ ไทงมโง้ั ทเปกษรินับจํา๑ค๐ุก๐ไม,๐เก๐ิน๐ ๕บาปท
๑๐. โกงเจา หนี้ ๑. ทชเเโอพดิงาํ ายือ่ทใไหเใรปจหัพไ เตรเสยปกนยี อิดราทนัะคโาํตวยใานหชมจเนเสําส ยีนยี หาํ หไาวายแยทกแาํผกลอูผารูืน่ ยบั ทจาําํ ในหําเ สอ่ื มคา หรอื ๓๔๙ ตหทรอง้ั จืองาํปรทะรั้งวับปาไมรงบัโเทกินษจ๔ํา๐ค,ุก๐ไ๐ม๐เกบินาท๒หรปือ
๒๓๔...
๒๓๓
ลําดับ ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ๒๓๔
๑๑. ยกั ยอกทรพั ย ๔๓ท๒๑.ส่ี... าเเเทคมจจบรรตตียอัพนนดบยาาบคขพังอรเิเองศอผงษาทูอ ทรโ่ืนรดพั หัพยยรยทือนุจผร้ันูอ ติ เืน่ ปเนปขน อเจงาตขนอหงรรือวมขออยงบูด ุคว ยคล ๓๕๒ หหตรอรอืืองทรปะง้ั รวจับาําทงไมโั้งทปเษกริบันจําค๖ุก๐ไ,ม๐เ๐กิ๐น ๓บาปท
๑๒. รบั ของโจร ๑. รซรชคหโดดัีบววง่ึรยาทยเอืไอวมเซรเจดาจผัพอ ตทวาดิ นยนพยนรเอพัาปรน้ันนัน ยรเกัขไะงจาดชกาลาํมิงานหกัทารษยนโรใดณกัดาัพยยยๆะยอกลพ ปากัการทลทเกอรนรรพัาพัทะไยยรทป ัพวําเง่ิสยผรยีิดาฉวซอทอื้ โรกพัจงาํยนย กาํักรยรหโอรชอืกก ๓๕๗ หหตรอรอืืองทรปะ้งัรวจับาาํ ไทงมโัง้ ทเปกษรินบัจํา๑ค๐ุก๐ไม,๐เก๐ิน๐ ๕บาปท
๓๒..
๔.
๑๓. ทาํ ใหเสียทรัพย ๑. ชทโไรดงิําปยทใรหเรจะพัเตโสยยนียขชาหอนาง ยผอู ทนื่ ําหลราอื ยผอู ทน่ื ําเใปหน เสเจ่ือา มขคอางรวหมรอือยทดูําวใหย ๓๕๘ หหตรอรอืืองทรปะ้งั รวจับาาํ ทงไมโั้งทปเษกริบันจําค๖ุก๐ไ,ม๐เ๐กิ๐น ๓บาปท
๒๓..
๑๔. บุกรกุ อสังหารมิ ทรัพย ๑๒.. ๒เ๒เมขจเี..าตจ๒๑ไนตปแถอเนาขใอืตสานาไังกบเปอหพาากสาร่ือรงังรคะสิมหทรว าอทํานกรบราพัิมครหใทยรดรขอรๆืออัพงอองยนัเสขขเปงัาอหนโงดกาผยารรอูมปิ ร่นืทกบตกรวพัสิ นุขยกทารง้ั คหรมอบดคหรรออื ง ๓๖๒ หหตรอรอืืองทรปะงั้ รจวับําาทไงมโง้ั ทปเกษรินบัจําค๒ุก๐ไ,ม๐เ๐ก๐ิน บ๑าปท
๓.
๑๕. บกุ รกุ เคหสถานผอู น่ื ไมม เี หตอุ นั สมควร ๑. หหเไเขจมราาตย ไือมปนอสมหมาาํิใรอหนอื อเักซขกองาไานไปนปตจใวัไานอดกยกไสลใูาถนอราเคคอนรหกทอสเ่ี ชถบานคนวราออนางคน้ัผาอูเรม่ืนเกอื่ บ็ ผหรมูรกั สีือษทิ าธททิรพัจ่ี ยะ ๓๖๔ ตหหรอรือืองทรปะั้งรจวับําาทไงมโั้งทปเกษรินบัจําค๒ุก๐ไ,ม๐เ๐ก๐ิน บ๑าปท
๒.
๓.
๒๓๕
ô. คาํ ¶ÒÁ·ŒÒº·àÃÕ¹
๑. นายสมชาย ยืมรถจักรยานยนตข อง นายสมชาติ ไปใช ตอมานายสมชาย ไดนํารถ
คนั น้นั ไปขายใหผ ูอ่นื นายสมชาย จะมคี วามผดิ ฐานใด
๒. นางแตว เดินเขาไปในตลาดพบสรอยคอทองคําตกอยูไมรูวาเปนของใคร นางแตว
จึงเกบ็ เอาสรอยเสน น้ันไปโดยทุจรติ นางแตว ผดิ อาญาฐานใด
๓. จงอธิบาย องคป ระกอบในความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย
๔. นางสาวสดุ สวย จะเขา หอ งนา้ํ จงึ มอบกระเปา ถอื ฝาก นางเหลอื ง ใหถ อื ไว นางเหลอื ง
ถือวสิ าสะเปด กระเปา ถือ ของนางสาวสดุ สวย เอาสรอยและธนบตั รไป ดงั น้ี นางเหลอื ง จะมคี วามผดิ
ฐานใด
๕. นายโปง รวบคอ นางแปน เพื่อใหรูวาสวมสรอยคออยู แลวกระตุกสรอยคอหนัก
๒ สลึง สรอ ยบาดคอ นางแปน เปนแผลเล็กนอ ย การกระทําของนายโปง จะเปน ความผดิ ฐานใด
๒๓๖
àÍ¡ÊÒÃ͌ҧÍÔ§
เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตง้ิ .
คณติ ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่วั ไป. กรงุ เทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑติ ยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พร้นิ ต้งิ แอนดพับลชิ ช่งิ
บุญเพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรงุ เทพฯ:บรษิ ัทวทิ ยพัฒน
จาํ กดั
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๖๓.)หลักและคาํ อธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:บริษัทอมรินทร
พร้ินตง้ิ แอนดพบั ลิชช่ิง.
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นติ บิ รรณาการ.
วินัย เลิศประเสริฐ.(๒๕๔๗).วธิ ีไลส ายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรงุ เทพฯ:อินเตอรบุคส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรุงเทพฯ:หางหนุ สวนจาํ กดั จริ ัชการการพมิ พ.
๒๓๗
º··Õè ù
º·ºÞÑ ÞμÑ ·Ô Õè㪌¡ºÑ ¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËâØ ·É
ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙ»Œ ÃÐจําº·
๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเก่ียวกับ
ความผิดฐานตา งๆ
๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒
๓. เพ่อื ใหน ักเรียนนายสบิ ตาํ รวจมีความรู เกี่ยวกับบทบญั ญัติทใี่ ชกับความผดิ ลหโุ ทษ
ò. ÊÇ‹ ¹นํา
นักเรียนจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เรื่องเกี่ยวกับบทบัญญัติที่ใชกับ
ความผิดลหุโทษ อันไดแก บทบัญญัติในลักษณะ ๑ ใหใชกับความผิดลหุโทษ ความผิดลหุโทษ
ไมตองกระทําโดยเจตนา ไมมีพยายามกระทําความผิดลหุโทษ ผูสนับสนุนในความผิดลหุโทษ
ไมต อ งรบั โทษ ตลอดจนแนวคาํ พพิ ากษาทเี่ กยี่ วขอ งเพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใชป ระกอบการเรยี น
การสอน
ó. à¹é×ÍËÒ
ÁÒμÃÒ ñðò ºÞÑ ÞμÑ ÔÇ‹Ò “ความผดิ ลหุโทษ คือความผดิ ซ่งึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ
หน่งึ เดอื น หรอื ปรับไมเ กนิ หนึง่ หม่ืนบาท หรือทัง้ จาํ ทง้ั ปรบั เชนวามานด้ี วยกนั ”
ÁÒμÃÒ ñðò เปนบทบัญญัติกําหนดความหมายของความผิดลหุโทษ โดยถือเอา
อัตราโทษเปนเกณฑ อัตราโทษนั้นคืออัตราโทษช้ันสูงท่ีบัญญัติไวในกฎหมาย ความผิดลหุโทษ
ตามมาตรา ๑๐๒ จึงไดแ กความผดิ ท่มี อี ตั ราโทษดังน้ี
(๑) จาํ คกุ ไมเกินหน่ึงเดือน หรอื
(๒) ปรับไมเกนิ หน่งึ หม่นื บาท หรอื
(๓) ทั้งจาํ ท้งั ปรับ
¢ŒÍÊѧà¡μ
ÁÒμÃÒ ñðò เปน หลักทัว่ ไปในความผดิ ลหโุ ทษ ความผิดในภาค ๓ ตั้งแตมาตรา ๓๖๗
ถึง ๓๙๘ เปนความผิดลหุโทษทั้งสิ้น เพราะความผิดทุกมาตรากําหนดระวางโทษไมเกินที่ระบุไวใน
มาตรา ๑๐๒
นอกจากความผิดตามที่บัญญัติไวในภาค ๓ แลว มาตรา ๑๐๒ ใชในกฎหมายอื่นดวย
ฉะนน้ั ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ติ า งๆ ทมี่ รี ะวางโทษไมเ กนิ ทร่ี ะบไุ วใ นมาตรา ๑๐๒ ถอื เปน ความผดิ
ลหุโทษดวย (ฎีกาท่ี ๘๗๐/๒๔๙๖) แมจะเปน พระราชบัญญัตทิ ่ใี ชบ งั คับกอ นประมวลกฎหมายอาญา
๒๓๘
เพราะพระราชบญั ญตั ิใหใชป ระมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๕ ใหถ อื กาํ หนดช้นั ของโทษ
ตามกฎหมายท่ีอางถึงโทษฐานลหุโทษตามกฎหมายลักษณะอาญาตรงกับบทกําหนดโทษความผิด
ลหโุ ทษในภาค ๓
º·ºÑÞÞÑμãÔ ¹Å¡Ñ ɳРñ ãˌ㪌¡ºÑ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É
ÁÒμÃÒ ñðó บญั ญตั วิ า “บทบญั ญตั ใิ นลกั ษณะ ๑ ใหใ ชใ นกรณแี หง ความผดิ ลหโุ ทษดว ย
เวน แตท ี่บญั ญตั ไิ วใ นสามมาตราตอ ไปน้”ี (คอื มาตรา ๑๐๔, ๑๐๕ และ ๑๐๖)
ÁÒμÃÒ ñðó ใหนําบทบัญญัติในลักษณะ ๑ มาใชแกความผิดลหุโทษโดยไมตองอาศัย
มาตรา ๑๗ เพราะมาตรา ๑๗ มีความประสงคใหนาํ ลกั ษณะ ๑ ไปใชในกฎหมายอืน่ นอกจากประมวล
กฎหมายอาญา
บทบญั ญตั ลิ กั ษณะ ๑ ท่นี าํ มาใช เชน บทบญั ญตั ิเรอื่ งโทษ การยกเวน โทษ หรือลดโทษ
เปน ตน วา จาํ เปน ปอ งกนั เดก็ บนั ดาลโทสะ ตวั การ ผสู นบั สนนุ ผใู ชใ หก ระทาํ ความผดิ ความผดิ หลายบท
หลายกระทง อายุความ
¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·ÉäÁ‹μÍŒ §¡ÃÐทําâ´Âà¨μ¹Ò
ÁÒμÃÒ ñðô บัญญัติวา “การกระทําความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายน้ี
แมกระทําโดยไมมีเจตนาก็เปนความผิด เวนแตตามบทบัญญัติความผิดนั้น จะมีความบัญญัติใหเห็น
เปน อยางอน่ื ”
มาตรา ๑๐๔ วางหลักเกณฑความผิดสําหรับความผิดลหุโทษไวตางกับความผิดอาญา
สามญั
บัญญัตหิ ลักเกณฑไ วเ ปนพิเศษวา “แมก ระทําโดยไมม ีเจตนากเ็ ปน ความผดิ ” เพราะตาม
ลักษณะแหงความผิดลหุโทษเปนเรื่องเล็กนอย “เวนแตตามบทบัญญัติความผิดน้ันจะมีความบัญญัติ
ใหเห็นเปน อยางอื่น” คือ จะถอื วา ตอ งมีเจตนาเปน องคประกอบดวย เชน ความผิดตามมาตรา ๓๙๑
“ผูใดใชกําลังทํารายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจ” แสดงอยูในตัววาตอง
มีเจตนา ฉะนน้ั จะตอ งพจิ ารณาบทบัญญัติของแตละมาตราวาตองมีเจตนาหรือไม ถา ไมต อ งมเี จตนา
เปน องคป ระกอบแลว จะกระทาํ โดยประการใดกเ็ ปน ความผดิ เชน มาตรา ๓๗๐, ๓๗๕, ๓๘๐ เปน ตน
®¡Õ Ò·Õè óññø/òõñö ผูวาราชการจังหวัดประกาศใหผูอางสิทธิวาเปนเจาของที่ดินใน
ท่ีสาธารณประโยชนไปยื่นคาํ รองขอพิสจู นสทิ ธิภายใน ๑๕ วัน จาํ เลยเขาไปครอบครองที่ดินสว นหนง่ึ
น้ันอยูก อ นแลว และเขาใจโดยสจุ รติ วา ครอบครองโดยชอบโดยทางราชการผอ นผนั ใหครอบครองไป
จนกวาทางราชการจะพจิ ารณาแลวเห็นวา จําเปนจะตอ งใหจําเลยออกจากทีด่ ิน และแจง ใหออกแลว
ดังนี้ แมตอมานายอําเภอไดแจงใหจําเลยออกไปจากท่ีดินนั้น โดยอางวาการท่ีจําเลยบุกรุกเขาไปกอ
ความเดือดรอนแกสาธารณชน และจําเลยทราบคําสั่งแลวไมออกไปก็ไมเปนการจงใจฝาฝนกฎหมาย
หรือคําสั่งของนายอําเภอ การกระทําของจําเลยจึงขาดเจตนาอันเปนองคประกอบความผิดอาญา
ไมเปน ความผิดตามมาตรา ๓๖๘
๒๓๙
äÁÁ‹ Õ¾ÂÒÂÒÁ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËâØ ·É
ÁÒμÃÒ ñðõ บัญญัติวา “ผูใดพยายามกระทําความผิดลหุโทษ ผูนั้นไมตองรับโทษ”
ตามหลักความผิดอาญาสามัญ เพียงพยายามกระทําความผิดก็ถือวาเปนความผิดแตใหลงโทษ
นอ ยกวา การกระทาํ ความผดิ สาํ เรจ็ สว นความผดิ ลหโุ ทษมหี ลกั พเิ ศษตามมาตรา ๑๐๕ วา กรณพี ยายาม
กระทาํ ความผดิ ผกู ระทาํ ไมต อ งรบั โทษ ทง้ั นไี้ มว า จะเปน พยายามกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๘๐ หรอื
๘๑ เนื่องจากความผดิ ลหโุ ทษเปน ความผดิ เล็กนอยมโี ทษเบา
®Õ¡Ò·Õè òó÷/òõðù โจทกบรรยายฟองวา จําเลยยกเทาซึ่งสวมรองเทาเง้ือจะถีบ
ผูเสียหายแตไมไดบรรยายใหเห็นวา ถาจําเลยกระทําไปโดยตลอดแลวจะเกิดผลอยางไร ผลธรรมดา
อันจะเกิดข้นึ เพราะการถบี จะทําใหเ กดิ อันตรายแกก ายหรอื จติ ใจหรือไม ไมอาจเล็งเหน็ ได หากจาํ เลย
กระทําไปโดยตลอดแลวผลท่ีเกิดไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจความผิดนั้นก็เปน
ลหโุ ทษ เม่ือขอเท็จจรงิ ฟงไมไดวาจาํ เลยพยายามกระทําใหผเู สยี หายเกดิ อนั ตรายแกก ายแลว ก็ลงโทษ
จาํ เลยตามฟองไมไ ด
การเง้ือเทาจะถีบไมเปนอันตรายตอจิตใจ เพราะอันตรายตอจิตใจนั้นตองเปนผลจาก
การทาํ รา ย แตมคี วามรูส กึ วาถูกเหยยี ดหยาม เจ็บใจ แคน ใจ เหลาน้ีเปน อารมณ หาใชเปนอันตราย
ตอ จิตใจไม
¼ÙŒÊ¹ÑºÊ¹Ø¹ã¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËâØ ·ÉäÁ‹μŒÍ§ÃºÑ â·É
ÁÒμÃÒ ñðö บัญญัติวา “ผูสนับสนุนในความผิดลหุโทษไมตองรับโทษ” ตามหลัก
ความผิดอาญาสามัญผูสนับสนุนมีความผิดดวย สวนความผิดลหุโทษมีหลักพิเศษในมาตรา ๑๐๖
โดยถือวาไมมีการสนับสนุนในความผิดลหุโทษ แมจะมีการสนับสนุนก็ไมต องรับโทษ เหตุท่ีกฎหมาย
บญั ญตั ิเชนนเ้ี นือ่ งจากความผดิ ลหโุ ทษเปนเรอ่ื งเลก็ นอ ยมโี ทษเบา
¢ŒÍ椄 à¡μ
๑. ผูรวมกระทําความผิดและผูใชใหกระทําความผิด ไมมีกฎหมายยกเวน กฎหมาย
ยกเวนไวเ ฉพาะผูสนับสนนุ ผรู ว มกระทาํ ความผิดและผใู ชใหก ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๘๓ และ ๘๔
ยังมีความผิดอยูเหมือนความผิดอาญาทั่วไป ฉะน้ันผูรวมกระทําความผิดและผูใชใหกระทําความผิด
ในความผิดลหุโทษ กต็ องมคี วามผดิ
๒. ใชใหสนับสนุนการกระทําความผิด ผูใชในกรณีนี้เปนผูสนับสนุน คือ สนับสนุน
ดวยวิธีใชผ ูอ น่ื ใหสนับสนุน จงึ ไมตอ งรบั โทษ
๒๔๐
ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹
๑. ความผดิ ลหุโทษจะตองรับโทษอยางไร
๒. การพยายามกระทําความผดิ ลหโุ ทษ จะตองโทษอยางไรหรอื ไม
๓. ผสู นับสนนุ ในความผดิ ลหุโทษ จะตองโทษอยา งไรหรือไม
àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §Í§Ô
เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรน้ิ ตง้ิ .
คณติ ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่วั ไป. กรุงเทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทวั่ ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหง เนติบัณฑติ ยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พริน้ ติง้ แอนดพ ับลิชช่ิง
บญุ เพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพัฒน
จํากดั
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สาํ นักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นิติบรรณาการ.
วินัย เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบคุ ส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรงุ เทพฯ:หางหนุ สว นจํากดั จิรัชการการพิมพ.
๒๔๑
º··èÕ ñð
¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·É
ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº·
๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเก่ียวกับ
ความผิดฐานตางๆ ของนักเรียนนายสบิ ตาํ รวจ
๒. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒
๓. เพื่อใหน กั เรยี นนายสบิ ตํารวจมคี วามรู เกย่ี วกบั ความผิดลหุโทษ
ò. ʋǹนาํ
นักเรียนจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เร่ืองเกี่ยวกับความผิดลหุโทษ
อนั ไดแ ก ความผดิ เกยี่ วกบั เจา พนกั งานและเกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเดอื ดรอ นหรอื อนั ตรายตอ ความ
สงบสุขของประชาชน ความผิดเก่ียวกับเจาพนักงาน ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิดความเดือดรอน
หรอื อนั ตรายตอ ความสงบสขุ ของประชาชน ความผดิ เกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ทรพั ยส นิ
สาธารณะและเกย่ี วกบั สตั ว ความผดิ เกย่ี วกบั การกอ การใหเ กดิ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจและความผดิ
ลหโุ ทษอ่ืนๆ ความผิดลหุโทษอืน่ ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาทีเ่ กี่ยวของเพื่อใหน ักเรยี นนายสบิ ตาํ รวจ
ใชป ระกอบการเรียนการสอน
ó. à¹é×ÍËÒ
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ áÅÐà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹ËÃÍ× Í¹Ñ μÃÒÂ
μ‹Í¤ÇÒÁʧºÊØ¢¢Í§»ÃЪҪ¹
á¹Ç¤Ô´
๑. การไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรอื ทอี่ ยอู นั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งาน หรอื ไมป ฏบิ ตั ิ
ตามคําส่ังของเจาพนักงานโดยไมมีเหตุอันสมควร หรือทําใหเสียประโยชนซึ่งเอกสารท่ีเจาพนักงาน
แสดงไวถอื เปน ความผิด
๒. การทาํ ใหป ระชาชนเกดิ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ หรอื ตระหนกตกใจ หรอื กดี ขวางทาง
สาธารณะ อันเปน การกระทบกระเทอื นตอความสงบสุขของประชาชน ถือเปน ความผิด
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹
ความผดิ เกย่ี วกบั เจา พนักงาน มี ๔ ฐานความผดิ ดวยกันคือ
๑. ไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรือท่ีอยอู นั เปนเท็จตอเจาพนกั งาน
๒. ไมปฏบิ ตั ติ ามคําสงั่ ของเจาพนกั งานโดยไมมีเหตุหรือขอ แกตัวอันสมควร
๒๔๒
๓. ทําใหเ อกสารทเี่ จา พนกั งานแสดงไวไ รป ระโยชน
๔. ไมชวยเหลือเจา พนกั งานซึ่งเรยี กใหช ว ยระงบั สาธารณภัย
ความผิดทั้ง ๔ ฐาน น้ีปรากฏอยูในมาตรา ๓๖๗, ๓๖๘, ๓๖๙ และมาตรา ๓๘๓
นักศกึ ษาจะไดศ กึ ษาดงั รายละเอียดตอไปนี้
(¡) äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃÍ× á¡Å§Œ ºÍ¡ªè×ÍËÃÍ× ·ÍèÕ ÂÍÙ‹ ѹ໚¹à·ç¨μÍ‹ ਌Ҿ¹¡Ñ §Ò¹
ÁÒμÃÒ óö÷ ผูใดเมื่อเจาพนักงานถามช่ือหรือท่ีอยูเพ่ือปฏิบัติการตามกฎหมาย
ไมยอมบอกหรอื แกลงบอกช่อื หรอื ทอ่ี ยอู ันเปน เท็จ ตอ งระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท
องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เจาพนักงานถามชื่อหรอื ทอ่ี ยเู พื่อปฏิบัตกิ ารตามกฎหมาย
๒. ไมยอมบอกหรือแกลง บอกช่ือหรอื ท่ีอยูอันเปน เท็จ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
- เจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. คําวา “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” นั้น หมายความถึงบุคคลผูไดรับแตงต้ังใหไปปฏิบัติราชการ
โดยไดร ับเงนิ เดอื นในงบประมาณแผนดนิ ไมวา จะเปนการประจาํ หรือชั่วคราว และจะไดรับประโยชน
ตอบแทน หรอื ไมก็ตาม
นอกจากนั้น ยังมีบุคคลอีกประเภทหน่ึงท่ีกฎหมายบัญญัติไวเปนกรณีพิเศษใหถือวา
บคุ คลนนั้ เปน เจา พนกั งาน เชน ตามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล บญั ญตั ใิ หพ นกั งานเทศบาลบางตาํ แหนง
เปน เจา พนกั งาน
ò. ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¶ÒÁª×èÍËÃ×Í·ÕèÍ‹àÙ ¾è×Í»¯ÔºÑμ¡Ô ÒÃμÒÁ¡®ËÁÒÂ
เจาพนักงาน การท่ีผูกระทําจะมีความผิดไดนั้นขอเท็จจริงตองปรากฏวาผูที่ถามช่ือ
หรอื ทอ่ี ยูนัน้ ตอ งเปนเจาพนักงาน ซึ่งไดแ กบุคคลที่ไดร ับแตงตัง้ ใหป ฏบิ ัตริ าชการโดยไดรับเงนิ เดือนใน
งบประมาณแผนดิน ไมวาจะเปนการประจําหรือช่ัวคราวและไดรับประโยชนตอบแทนหรือไมก็ตาม
แตตองมีการแตงต้ังโดยชอบดวยกฎหมายหรือแตงต้ังจากผูบังคับบัญชา ซ่ึงมีอํานาจแตงตั้งตามที่
กฎหมายบัญญัติ และเปนการแตงต้ังใหมีหนาท่ีปฏิบัติราชการในตําแหนงนั้นๆ นอกจากน้ียังหมาย
รวมถงึ บคุ คลซง่ึ กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ ปน กรณพี เิ ศษใหถ อื วา บคุ คลนน้ั เปน เจา พนกั งานดว ย เชน กฎหมาย
เกี่ยวกับรถไฟบัญญัติใหเจาหนาที่การรถไฟบางตําแหนงเปนเจาพนักงาน พ.ร.บ.ลักษณะปกครอง
ทอ งทบี่ ญั ญตั ิให กํานนั ผใู หญบา น เปน เจาพนกั งานฝายปกครอง เปน ตน
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñöòö/òô÷ù จําเลยต้ังโตะขายหนังสือพิมพรุกล้ําทางหลวง เจาพนักงาน
ตํารวจจราจรหามแลวไมฟง จึงจะจับจําเลย จําเลยไมยอมไป ถามช่ือจําเลย จําเลยก็ไมยอมบอก
จาํ เลยมคี วามผิด
๒๔๓
การถามชอื่ หรอื ทอ่ี ยู เจา พนกั งานทถี่ ามชอื่ และทอี่ ยนู นั้ จะตอ งเปน ผมู หี นา ทตี่ ามกฎหมาย
และการถามนนั้ ตอ งเปน การถามเพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในหนา ทขี่ องตนเทา นน้ั หากเปน การถามนอก
อาํ นาจหนาที่ แมผูตอบจะกลา วชือ่ หรอื ท่ีอยูเ ปนเท็จ หรือไมย อมบอกก็ไมเ ปนความผิดตามมาตรานี้
เชน ตํารวจจราจรเห็นสุภาพสตรีสาวสวยเดินผานมาจึงเขาถามชื่อและท่ีอยู ผูถูกถามไมยอมบอก
ก็ไมเปนความผิด นอกจากน้ีการถามช่ือหรือที่อยูนั้นจํากัดเฉพาะชื่อหรือที่อยูของผูถูกถามเทานั้น
ถาเปนชื่อหรือที่อยูของบุคคลอื่น ผูถูกถามจะไมบอกหรือแกลงบอกเท็จก็ไมเปนความผิดตามนี้
และกฎหมายยังกาํ หนดเฉพาะการถามช่อื หรอื ทอ่ี ยเู ทา นัน้ ถา มิไดถามชือ่ หรอื ทีอ่ ยู ไปถามถงึ สถานะ
ของบคุ คล ลักษณะเฉพาะตวั หรอื ความสามารถเฉพาะตัวเหลาน้ี การไมยอมบอกหรือแกลง บอกดว ย
ขอ ความเปน เทจ็ กไ็ มม คี วามผดิ ตวั อยา งเชน ตาํ รวจเทศกจิ จบั ผทู วี่ างของลาํ้ ทางเทา ถามชอื่ ทอ่ี ยแู ละ
สถานภาพ ผถู กู จบั บอกชอ่ื และทอ่ี ยตู ามความเปน จรงิ แตบ อกวา ยงั เปน โสดทง้ั ทคี่ วามจรงิ เปน ผทู สี่ มรส
แลว เชนนี้ ไมเปน ความผิด ตามมาตราน้ี
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè òøöñ/òõòò ตํารวจไมบอกช่ือผูตองขังท่ีเขามาเปล่ียนแทนตัวผูที่ตน
ปลอยไปแกนายตํารวจที่มารับตัวผูตองขัง ตํารวจไมใชผูท่ีนายตํารวจถามชื่อจึงไมมีความผิด
ตามมาตราน้ี
®Õ¡Ò·Õè óòóñ/òõóñ ตํารวจรูจักชื่อและท่ีอยูจําเลยแลว เพราะเคยไปคนบานจําเลย
มากอน ไมมีความจําเปนอยางไรที่จะตองถามชื่อและที่อยูจําเลยอีก การท่ีจําเลยมิไดแจงชื่อ
และท่อี ยูตามที่ตํารวจถาม จงึ ไมเปน ความผิดตาม ม.๓๖๗
ó. äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃ×Íá¡ÅŒ§ºÍ¡ªè×ÍËÃ×Í·èÕÍÂÙ‹Íѹ໚¹à·ç¨ จะเห็นไดวาในมาตราน้ี
มีความผิดอยู ๒ ลักษณะคือ (๑) ไมยอมบอกช่ือหรือท่ีอยู หรือ (๒) แกลงบอกช่ือหรือท่ีอยู
อนั เปน เทจ็ เมือ่ เจาพนกั งานไดถามช่ือหรอื ทอ่ี ยู
การไมย อมบอก หมายถึง ผูถูกถามไดยนิ และเขาใจถงึ คําถามแลว แตน ิ่งเสียไมยอมบอก
ช่ือหรือท่ีอยูจะมีการแสดงกิริยาอาการประกอบดวยหรือไมก็ได เชน เม่ือถูกถามช่ือหรือท่ีอยู
กส็ น่ั ศรี ษะ ลกุ ขน้ึ เดนิ หนี เปน ตน กแ็ สดงวา ไมย อมบอกแลว การไมย อมบอกจะมเี หตสุ มควรหรอื ไมย อ มมี
ความผิดเชน เดียวกัน ยกเวนเปนคนใบ หูหนวก พดู ไมไ ดจริงๆ เทานนั้
แกลงบอกช่ืออันเปนเท็จ หมายถึง การบอกช่ือและหรือที่อยูของตนโดยไมใชความจริง
หรือใหผดิ เพย้ี นไปจากความจรงิ ดวยความตั้งใจ ไมใ ชพูดผดิ เชน บา นเลขที่ ๑๐๕ แตบ งั เอญิ พูดสับ
เปน ๑๕๐ โดยไมต้ังใจแกลงกไ็ มเปนความผิด
à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ การกระทาํ ทเ่ี ปน องคป ระกอบ
ของความผิดคือ “ไมยอมบอก” หรือ “แกลงบอก” ชื่อหรือที่อยู “อันเปนเท็จ” แสดงใหเห็นวา
การกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ี ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนา เปน กรณที เ่ี ขา ขอ ยกเวน ของบทบญั ญตั ทิ ใี่ ชแ ก
ความผิดลหุโทษโดยทั่วไปตาม ÁÒμÃÒ ñðô ท่ีบัญญัติวา ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·ÉμÒÁ»ÃÐÁÇÅ
๒๔๔
¡®ËÁÒ¹éÕ áÁŒ¡ÃÐทําâ´ÂäÁ‹ÁÕà¨μ¹Ò¡ç໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´ àÇŒ¹áμ‹μÒÁº·ºÑÞÞÑμÔ¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñ鹨ÐÁÕ
¤ÇÒÁºÞÑ ÞμÑ ãÔ ËàŒ Ë¹ç ໹š ÍÂÒ‹ §Í¹×è การทเี่ จา พนกั งานถามชอ่ื หรอื ทอ่ี ยแู ลว ผถู กู ถามไมร วู า ถกู ถามจงึ นงิ่ เฉย
เสียเชนนั้น ผูถูกถามมิไดรูขอเท็จจริงอันเปนองคประกอบของความผิด การท่ีผูถูกถามน่ิงเฉยเสีย
จงึ จะถอื วา มีเจตนาไมไ ด
ขอสําคัญคือ ไมวาจะเปนการไมยอมบอกหรือแกลงบอกขอความอันเปนเท็จนั้น
ผูถูกถามตองทราบวาผูถามเปนเจาพนักงานและการถามน้ันเปนการปฏิบัติหนาที่ดวย แมผูถามเปน
เจาพนักงาน ถามเพื่อปฏิบัติตามหนาท่ีแตผูถูกถามเขาใจผิดหรือไมรูจึงไมบอก ก็ไมผิด เชน จุม
ไปซื้อของขณะที่ยืนอยูขางแผงลอยซ่ึงเจาของแผงไมอยู ตํารวจเทศกิจผานมาเขาใจวาจุมเปนเจาของ
แผงลอยผูกระทําผิด จึงเขาสอบถามชื่อซึ่งเปนการปฏิบัติตามกฎหมาย แตจุมไมรูวาตํารวจเห็นเธอ
เปนผูกระทําผิดจึงเขาใจผิดวาตํารวจจะมาเกี้ยวพาราสีตน จึงแกลงบอกตํารวจไปวาชื่อแดง เชนน้ี
จุมไมมีความผิดตามมาตราน้ีเพราะแมรูวาเปนตํารวจเทศกิจ แตไมรูวาเปนการถามเพ่ือปฏิบัติการ
ตามกฎหมาย
ขอสังเกต การบอกชื่อหรือท่ีอยูอันเปนเท็จน้ันไมใชเปนการแจงขอความจึงไมเปน
ความผิดฐานแจง ความเท็จตาม ป.อ.มาตรา ๑๓๗
(¢) äÁ»‹ ¯ÔºμÑ ÔμÒÁ¤Òí ʧÑè ¢Í§à¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹â´ÂäÁ‹ÁÕàËμËØ ÃÍ× ¢ŒÍá¡μŒ ÑÇÍѹÊÁ¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ óöø ผูใดทราบคําส่ังของเจาพนักงานซึ่งสั่งการตามอํานาจที่มีกฎหมายใหไว
ไมปฏิบัติตามคําส่ังน้ันโดยไมมีเหตุ หรือขอแกตัวอันสมควร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบวัน
หรือปรบั ไมเกนิ หาพันบาทหรือท้งั จาํ ทงั้ ปรบั
ถาการสั่งเชนวานั้นเปนคําส่ังใหชวยทํากิจการในหนาที่ของเจาพนักงาน ซ่ึงกฎหมาย
กําหนดใหสั่งใหชวยได ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหมื่นบาท
หรอื ท้ังจําทั้งปรบั
มาตราน้ีบัญญัติการกระทําอันเปนความผิดรวม ๒ ความผิดดวยกันคือ ความผิดตาม
วรรคแรกและวรรคทา ย
ความผดิ ตามวรรคแรก องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทราบคาํ ส่งั ของเจา พนกั งานซึง่ สงั่ การตามอาํ นาจท่มี ีกฎหมายใหไ ว
๒. ไมป ฏิบตั ิตามคําสัง่ นน้ั โดยไมมีเหตหุ รอื ขอแกตัวอันสมควร
คาํ ͸ԺÒÂ
ความผิดวรรคแรกตามมาตราน้ี มีหลักในการพิจารณาดงั นค้ี อื
๑. ทราบคาํ ส่ังของเจาพนักงานซ่งึ ส่งั การตามอาํ นาจทมี่ ีกฎหมายใหไ ว
ทราบคําสั่งของเจาพนักงาน ผูกระทําความผิดในมาตรานี้ตอง “ทราบ” คําส่ังของ
เจาพนักงานคือตองรูวา เจาพนักงานมีคําส่ัง ถาไมรูก็ถือวาขาดองคประกอบของความผิดไป แตใน
กรณีท่ีกฎหมายใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งไดกําหนดวิธีการในการออกคําส่ังไวดวย
๒๔๕
เม่ือเจาพนักงานไดปฏิบัติตามวิธีการท่ีกําหนดไวแลวก็ตองถือวาคําสั่งน้ันเปนท่ีทราบกันโดยทั่วไป
ผใู ดจะอา งวา ยงั ไมท ราบคาํ สง่ั นน้ั ไมไ ด ดงั นน้ั ถา ไมม กี ฎหมายกาํ หนดวธิ เี ปน อยา งอนื่ เชน ใหส งั่ ไวเ ปน
ลายลักษณอักษรเจาพนักงานจะสั่งดวยวิธีใดก็ได เปนตนวาส่ังดวยวาจาตอหนาผูที่ตนส่ัง หรือ
มีคําส่ังโดยประกาศดวยเครื่องขยายเสียง โดยปดประกาศขอความเปนลายลักษณอักษรประกาศ
ในหนา หนงั สอื พมิ พก ไ็ ด คาํ สง่ั ดงั กลา วอาจเปน คาํ สงั่ ทสี่ ง่ั การแกบ คุ คลใดบคุ คลหนงึ่ โดยเฉพาะเจาะจง
หรือส่ังการตอบุคคลหลายๆ คนในเวลาเดียวกันก็ได แตตองเปนการส่ังจากเจาพนักงานตอบุคคล
โดยกําหนดขอหามหรือหนาที่ที่ผูถูกส่ังตองปฏิบัติตาม และการส่ังการน้ีจะตองเปนไปในรูปของ
คําส่ังมิใชคําเตือน หรือขอความในลักษณะอ่ืนท่ีไมใชคําส่ัง ฉะนั้น ถาประกาศหรือขอความใดที่ออก
โดยเจาพนักงานมีลักษณะเปนคําแนะนําหรือขอรองใหบุคคลปฏิบัติหรือละเวนก็ดี ขอความเหลาน้ัน
ไมใ ชคาํ ส่ัง
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè öóó/òôöõ โจทกฟองจําเลยลากลอเล่ือน โดยมิไดนําใบอนุญาต
ติดตัวมาดวยขอใหลงโทษจําเลยฐานขัดคําส่ังเจาพนักงาน ไดความวาคําส่ังท่ีโจทกอางเปนเพียง
คําเตือนท่ีพิมพไวที่หลังใบอนุญาต สําหรับผูขับข่ีหรือลากเข็นลอเล่ือนน้ันวา ใหนําใบอนุญาตติดตัว
ในขณะขับข่ีหรอื ลากเขน็ ลอเลือ่ น ขอความนม้ี ิใชค ําส่ังจําเลยจงึ ไมม ีความผิด
®Õ¡Ò·èÕ òð÷ù-òðøð/òõóõ ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ
ฉบบั ที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๑๕) วา ดวยวธิ ีปฏบิ ตั ใิ นการแจง และออกคําส่ังแกผูฝาฝนมาตรา ๙ แหง ป.ทด่ี ิน
อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี ๙๖ ใชบังคับกําหนดใหเจาหนาที่ผูนําสงหนังสือแจง
บันทึก เหตกุ ารณและเหตุผลในการไมยอมรบั หนังสือแจง ไว แตต ามบันทกึ ขอ ความของเจา หนาท่ผี นู าํ
หนงั สอื แจง และคาํ สง่ั ใหอ อกจากทด่ี นิ ไปสง แกจ าํ เลย นอกจากจะไมป รากฏเหตผุ ลทผ่ี ฝู า ฝน ไมย อมรบั
หนังสือแจงแลว ยังไมปรากฏวาเจาหนาท่ีผูนําสงไดสอบถามเหตุผลเอาจากผูฝาฝนแลวบันทึกไว
บนั ทกึ ขอความนน้ั จึงยงั ไมถ กู ตองครบถวน จะถือวา จําเลยไดรับหนงั สือแจง อันเปนคําสง่ั เจา พนักงาน
ซ่ึงสั่งการตามอํานาจท่ีมีกฎหมายใหไวและทราบคําสั่งนั้นแลวหาไดไม จําเลยจึงยังไมมีความผิด
ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ และ ป.ทีด่ ิน มาตรา ๑๐๘
สงั่ การตามอาํ นาจท่ีกฎหมายใหไ ว หมายความวามีบทบญั ญัตขิ องกฎหมายใหอาํ นาจไว
โดยตรงใหเ จาพนักงานในตําแหนง น้นั ๆ ออกคาํ ส่ังใหผ ใู ดผหู นึ่งปฏิบตั ิตามคําสง่ั ได ไมใ ชเ จา พนักงาน
จะออกคําส่ังใหประชาชนปฏิบัติไดตามใจชอบ ตองมีกฎหมายใหอํานาจในการส่ังการเชนวานั้น
และผูออกคําสั่งตองเปนเจาพนักงานตามที่ไดศึกษามาแลว หากคําสั่งนั้นไมมีกฎหมายใหอํานาจไว
กเ็ ปนคาํ ส่งั ท่ีไมช อบดว ยกฎหมาย ผูที่ฝาฝนไมปฏิบัตติ ามไมมีความผดิ ตามมาตรานี้
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ôõ/òô÷ð พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พ.ศ.๒๔๕๗
มาตรา ๒๗(๕) กําหนดใหผูใหญบานมีหนาท่ีแตเพียงคุมคนรายสงกํานันหรืออําเภอเทานั้น
๒๔๖
หามีหนาที่คุมสงจังหวัดไม การที่นายอําเภอส่ังใหจําเลยซ่ึงเปนผูใหญบานคุมตัวคนรายไปสงจังหวัด
จาํ เลยไมค มุ ไปจาํ เลยจึงไมมคี วามผดิ ฐานขัดคาํ ส่งั เจาพนักงาน
®Õ¡Ò·èÕ öôó/òô÷ö กรมการอาํ เภอประกาศใหราษฎรที่เดินไปมาในละแวกบาน
ตั้งแตพระอาทิตยตกมืดแลวตองจุดไฟ จําเลยไมทําตามประกาศ กรมการอาํ เภอไมมีอาํ นาจท่ี
จะสัง่ บังคับราษฎรเทานัน้ จาํ เลยจึงไมมคี วามผิด
®Õ¡Ò·Õè ñóöø/òõðð ปวอ. มาตรา ๑๓๒ มิไดระบุเลยวาใหพนักงานสอบสวน
มอี าํ นาจบงั คบั ใหผ ตู อ งหาเขยี นชอื่ ลงในกระดาษเปลา ได คาํ สงั่ ของเจา พนกั งานสอบสวนทใ่ี หผ ตู อ งหา
เขียนช่ือในกระดาษเพื่อตรวจสอบลายมือจึงไมเปนคําส่ังชอบดวยกฎหมาย จําเลยไมปฏิบัติตาม
จงึ หามคี วามผิดไม
การใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งนี้กฎหมายไมจําเปนตองระบุไวโดยตรง
วาใหเจาพนักงานมีอํานาจออกคําสั่งใดไดบาง เพียงแตกําหนดอํานาจหนาที่ของเจาพนักงานไว
คาํ สงั่ ใดๆ ทเ่ี จา พนกั งานออกเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารตามอาํ นาจหนา ทกี่ ถ็ อื ไดว า เปน คาํ สง่ั โดยชอบดว ยกฎหมาย
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè òò÷-òòù/òõðô หนองสาธารณะที่ทางราชการหวงหามไวเพ่ือสาธารณ
ประโยชนเปนอํานาจหนาท่ีของนายอําเภอ ท่ีจะดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผนดิน นายอําเภอจึงมีอํานาจออกคําสั่งใหผูบุกรุกหนองสาธารณประโยชน ออกไปจาก
หนองน้ันได ผูใ ดขดั ขนื ยอ มมคี วามผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
®Õ¡Ò·Õè ó÷ø-ó÷ù/òõñ÷ นายอําเภอมีอาํ นาจตามกฎหมายที่จะตองตรวจตรา
และจัดการรักษาทางบกทางนํา้ ใหไปมาโดยสะดวกตามที่จะเปนไดทุกฤดูกาล จึงมีอํานาจประกาศ
หามรถยนตว่ิงรับสงผูโดยสารในเสนทางที่กําลังกอสราง เพื่อปองกันอันตรายแกผูโดยสารและ
อํานวยความสะดวกในการกอ สรา งใหเ สรจ็ โดยเร็ว เมอ่ื จําเลยทราบคําสัง่ ดงั กลา วแลวยงั ฝา ฝนเดินรถ
รับสง ผโู ดยสารในเสน ทางนั้น จึงมีความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
®Õ¡Ò·èÕ öôññ/òõóô เมื่อหัวหนาคณะปฏิวัติยึดอาํ นาจการปกครองแผนดิน
ไดสําเร็จหัวหนาคณะปฏิวัติยอมมีอํานาจออกประกาศหรือคําส่ังอันถือเปนกฎหมายใชบังคับแก
ประชาชนได ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ มิใชคําส่ังท่ีมีผล
ทาํ ใหบ คุ คลตอ งรบั โทษทางอาญา แตเ ปน เรอ่ื งของการใหถ อนสญั ชาตไิ ทยของบคุ คลบางจาํ พวก แมจ ะ
มผี ลยอ นหลงั กระทบถงึ สทิ ธขิ องจาํ เลยและประชาชนกม็ ผี ลใชบ งั คบั เปน กฎหมายได เมอ่ื จาํ เลยเกดิ ใน
ราชอาณาจกั รไทยเมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๘๙ โดยมบี ดิ ามารดาเปน คนญวนอพยพ จาํ เลยจงึ ถกู ถอนสญั ชาตไิ ทย
ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกลาว จําเลยมิใชบุคคลท่ีมีสัญชาติไทยแตเปนคนญวน
อพยพซ่ึงตองอยูในเขตควบคุมจังหวัดหนองคายตามประกาศและคําสั่งของกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งเปนคําส่ังของเจาพนักงานตามกฎหมาย จําเลยออกนอกเขตจังหวัดโดยไมไดรับอนุญาตจาก
ผูวาราชการจังหวัดจึงเปนการฝาฝนและไมปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงานเปนความผิดตาม
ป.อ.มาตรา ๓๖๘
๒๔๗
แตในบางกรณีถึงแมวาเจาพนักงานจะออกคําสั่งโดยชอบดวยกฎหมาย แตกฎหมาย
ที่ใหอํานาจในการออกคําสั่ง มิไดมีวัตถุประสงคท่ีจะใหลงโทษผูขัดคําส่ังเจาพนักงาน หรือไดกําหนด
บทบังคับในกรณีท่ีฝาฝนคําสั่งไวแลวเปนกรณีพิเศษเชนนี้ ผูฝาฝนก็ไมมีความผิดฐานขัดคําสั่ง
เจาพนกั งานซึ่งเปนบททว่ั ไปอกี
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ÷òø/òõðò (ประชุมใหญ) การไมไปตามคําสั่งของเจาพนักงานจราจรในกรณี
ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้น พระราชบัญญัติจราจรทางบกกําหนดโทษไวโดยเฉพาะแลวคือ
ไมใ หเ ปรยี บเทยี บปรบั ใหจ ดั การฟอ งจาํ เลยไปทเี ดยี ว จงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานขดั คาํ สงั่ เจา พนกั งานตาม
ป.อ.มาตรา ๔๖๘ อันเปน บทกฎหมายท่วั ไปอีก
ò. äÁ»‹ ¯ºÔ ÑμÔμÒÁคําÊÑ觹ѹé â´ÂäÁ‹ÁÕàËμØËÃ×Í¢ŒÍᡌμÑÇÍѹÊÁ¤ÇÃ
การไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั หมายถงึ การไมก ระทาํ การทต่ี อ งกระทาํ ใหค รบถว นตามทก่ี าํ หนด
ไวในคําส่ังแตถาปฏิบัติตามคําส่ังครบถวนแลว ก็ไมจําตองรับผิดเพราะมิไดกระทําตามที่ผูออกคําส่ัง
ตองการ เพราะเปนการเกินขอบเขตของคําส่งั
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ôöù/òôùð การที่เจาพนักงานสั่งใหจําเลยเลิกทํานาและขุดบอปลานั้น
ไมก ินความถงึ วา ใหจาํ เลยทําใหคนื สภาพเดิม ฉะนนั้ การทจ่ี ําเลยเลกิ ทาํ นาและเลกิ ขดุ บอปลา แตไม
ไดทําใหค ืนสภาพเดิม จงึ ไมม คี วามผดิ ฐานขดั คําสงั่
การไมม เี หตหุ รอื ขอ แกต วั อนั สมควรในการไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ หมายความวา การไมป ฏบิ ตั ิ
ตามคําส่ังนั้นตองเปนการกระทําที่ไมมีเหตุหรือขอแกตัวอันสมควร “เหตุ” คือขอเท็จจริงที่ทําใหผูรับ
คําส่ังไมตองปฏิบัติตามคําส่ัง สวน “ขอแกตัว” คือ ขออางที่ควรอางได หากผูฝาฝนไมปฏิบัติตาม
คาํ สั่งตอ งมคี วามเช่อื มัน่ โดยสุจรติ ใจวา ตนมีเหตหุ รอื ขอ แกตัวอันสมควรท่ีจะไมป ฏิบตั ิตามคําสง่ั นนั้
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñùõð/òõðð ทางราชการประกาศสงวนที่ไวทาํ สุสานและฌาปนสถาน
สาํ หรับประชาชนต้ังแต พ.ศ.๒๔๗๖ ผูรักษาการแทนนายอาํ เภอออกคําส่ังใหจําเลยเลิกใชสิทธิ
ครอบครองท่ีดินสงวนแปลงท่ีจําเลยครอบครองอยู จําเลยไมยอมออกเพราะเช่ือโดยสุจริตใจวาที่ดิน
เปน ของจาํ เลยโดยการครอบครองมากวา ๔๐ ป ซง่ึ อาํ เภอจะสง่ั ใหจ าํ เลยออกจากทดี่ นิ โดยพลการเชน นี้
ไมได ความเช่ือม่ันของจําเลยเชนนี้มีเหตุผลอันดีและจําเลยไดยืนยันเหตุผลนี้ใหอําเภอทราบไวแลว
ตง้ั แตต น จงึ เปน ขอ แกต วั อนั สมควรทจ่ี ะไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั จงึ เอาผดิ แกจ าํ เลยตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
ไมได
®Õ¡Ò·èÕ ñðóõ/òõðô นายอาํ เภอส่ังใหจําเลยออกจากท่ีสาธารณประโยชน
จําเลยไมยอมออกโดยอางวาเปนที่นาของจําเลย ไดรับมรดกมาจากบิดามารดาและไดครอบครอง
ทํานามากวา ๕๐ ปแลว ขอเท็จจริงฟงไดวาจําเลยรูมากอนแลววาที่แปลงนี้เปนที่สาธารณประโยชน
การท่ีจําเลยมาอางวาเปนที่ของจําเลยไมยอมออกไปตามคําส่ัง จึงไมเปนขอแกตัวอันสมควรท่ีจะ
ทําใหจําเลยพน ผดิ ฐานขดั คําสัง่ เจา พนักงาน