The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-25 02:02:06

2.กฎหมายอาญา 2

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

๑๙๘

®¡Õ Ò·èÕ òðòõ/òõñö จําเลยกับพวกเขาไปในรานผูเสียหาย และพูดขูเข็ญเอาเงิน
ผเู สยี หายสองครงั้ ครงั้ ทสี่ ามถกู ตาํ รวจจบั ได เมอื่ ผเู สยี หายไมย อมใหเ งนิ หรอื ไมร บั วา จะใหจ งึ อยใู นขน้ั
พยายามกระทําความผดิ ฐานกรรโชก

®Õ¡Ò·èÕ òõøø/òõóð จาํ เลยเชอ่ื โดยสจุ รติ วา ผเู สยี หายลกั สตก๊ิ เกอรร าคาหนงึ่ บาทของ
หางฯ ซึ่งจําเลยมีหนาท่ีดูแลกิจการอยูไป การท่ีจําเลยเรียกใหผูเสียหายเสียคาปรับแกหางฯ จํานวน
๓๐ บาท มิฉะน้ันจะสงตัวใหเจาพนักงานตํารวจน้ัน เปนกรณีท่ีจําเลยชอบท่ีจะใชสิทธิตามกฎหมาย
ดาํ เนนิ คดแี กผ เู สยี หายในทางอาญาได คาํ พดู ของจาํ เลยดงั กลา วเทา กบั เปน ขอ เสนอใหช ดใชค า เสยี หาย
เพือ่ ตกลงเลิกคดีตามทีห่ า งฯ ถือปฏบิ ัติจงึ ไมเปน การขมขืนใจหรอื ขูเ ขญ็ ผเู สยี หาย จําเลยไมมคี วามผดิ
ฐานกรรโชก

®¡Õ Ò·èÕ ôð÷õ/òõóð จําเลยเพียงแตทํานายดวงชะตาผูเสียหายวา ผูเสียหาย
กําลังมีเคราะหใหสะเดาะเคราะห โดยเสียเงินคายกครูใหแกจําเลย ดังน้ี หาใชเปนการขูเข็ญตาม
ความหมายของมาตรา ๓๓๗ แหง ป.อ. ไม แมจ ําเลยพดู ขวู า ถาไมใ หเงินจะใหพ อ ปมู าทาํ อันตราย
ผูเสียหายทางไสยศาสตร และผูเสียหายยอมใหเงินก็เปนเร่ืองท่ีผูเสียหายเช่ือตามคําทํานายวา
จะมเี คราะห มิใชเพราะกลวั คําขูเขญ็ ของจาํ เลย การกระทําของจําเลยไมเ ปนความผดิ ฐานกรรโชก

®Õ¡Ò·Õè óññð/òõóñ จาํ เลยเปน ญาตกิ บั ผเู สยี หายถอื วสิ าสะเขา ไปในบา นของผเู สยี หาย
ตามลาํ พงั โดยไมมีอาวุธ เพอ่ื พดู ขอเงนิ จากผูเ สยี หาย เม่ือผเู สยี หายวาไมมี จําเลยพดู วา จะกระทบื ให
ขาหักอีก แมจะเปนถอยคําที่รุนแรงไปบาง แตก็เปนการพูดถากถางหยอกลอมากกวาท่ีจะเปนการ
ขมขืนใจผูเ สียหายใหจําตอ งยินยอม ถอื ไมไ ดว าจําเลยมเี จตนากรรโชกเอาทรพั ยจากผเู สียหาย

บานของผูเสียหายกับจําเลยอยูใกลกัน จําเลยเปนญาติกับผูเสียหายและรูจักกันมานาน
จาํ เลยเคยไปมาหาสทู บ่ี า นของผเู สยี หาย การทจี่ าํ เลยเขา ไปในบา นของผเู สยี หายในวนั เกดิ เหตเุ พอ่ื พดู
ขอเงนิ จึงยงั ฟงไมไดว า จําเลยเขา ไปโดยไมม เี หตุอันสมควร

®¡Õ Ò·èÕ óõñò/òõóò จําเลยสงจดหมายขมขูเรียกเอาเงินจากผูเสียหาย หากขัดขืน
จะทําการระเบิดรานคาของผูเสียหายใหพังพินาศ แตผูเสียหายไมยอมใหเงินหรือยอมรับวาจะใหเงิน
แกจําเลยตามที่เรียกรอง ถือไดวาจําเลยไดลงมือกระทําความผิดไปโดยตลอดแลวแตการกระทํานั้น
ไมบ รรลผุ ล การกระทาํ ของจําเลยจงึ เปนความผดิ ฐานพยายามกรรโชก

®Õ¡Ò·èÕ ôðñò/òõóô การท่ีผูเสียหายยินยอมมอบเงินให ด. เพราะเหตุวา ด. จะนํา
รูปถายของผูเสียหายซึ่งแตงตัวเปนฆราวาสไปโฆษณา อันเปนการขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชื่อเสียง
ของผเู สียหาย และผเู สยี หายยนิ ยอมมอบเงินให ด. แม ด. จะยงั มไิ ดร บั เงินจํานวนดังกลาวไปกเ็ ปน
ความผดิ ฐานกรรโชกสาํ เร็จแลว

®Õ¡Ò·èÕ ñóñ/òõôö จําเลยทั้งสี่เขามาในรานขณะผูเสียหายกําลังจัดของอยูกลางราน
ผูเสยี หายถามวา มาซอื้ อะไร จําเลยท่ี ๑ บอกวาเปน เจาพนักงานตํารวจมาดูแลความเรียบรอยในรา น
ตองการเงนิ ๕,๐๐๐ บาท เปน คาดแู ล ผเู สียหายรสู กึ ไมปลอดภยั จึงเดนิ ไปหลงั รานโทรศัพทไปทสี่ ถานี

๑๙๙

ตํารวจแตไ มต ิด เม่ือเดินออกมาหนารานก็เห็นจําเลยทง้ั ส่ีเดินขน้ึ รถยนตก ระบะไป จะเห็นไดว าจาํ เลย
ท่ี ๑ เพียงแตÍÒŒ §ÇÒ‹ ໹š à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨ และ¾Ù´¢Íà§Ô¹เปน คา ดแู ลรา นเทานน้ั «èÖ§ผเู สียหาย¨ÐãËŒ
ËÃÍ× äÁ¡‹ äç ´Œ ·§Ñé äÁป‹ รากฏวา จาํ เลยทงั้ สใ่ี ชก าํ ลงั ประทษุ รา ยหรอื ขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชวี ติ รา งกาย
เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพยสินของผูเสียหายหรือบุคคลที่สามแตอยางใด จําเลยทั้งส่ีäÁ‹ä´Œ¾Ù´¢Ù‹Ç‹Ò
ËÒ¡äÁã‹ ËàŒ §¹Ô áÅÇŒ ¨Ð·Òí ÍÐäüàŒÙ ÊÂÕ ËÒÂและไมไ ดร อเอาเงนิ จากผเู สยี หายตามทพ่ี ดู คาํ พดู ของจาํ เลยท่ี ๑
ดังกลาว จึงÂѧ¶×ÍäÁ‹ä´ŒÇ‹Òเปนการขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอเสรีภาพและทรัพยสินของผูเสียหาย
äÁเ‹ ปน ความ¼Ô´ตาม ม.๓๓๗

õ. ÃÕ´àÍÒ·ÃѾ
ÁÒμÃÒ óóø “ผูใดขมขืนใจผูอ่ืนใหยอมใหหรือยอมจะใหตนหรือผูอ่ืนไดประโยชน
ในลักษณะที่เปนทรัพยสิน โดยขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับ ซึ่งการเปดเผยนั้นจะทําใหผูถูกขูเข็ญ
หรือบุคคลท่ีสามเสียหายจนผูถูกขมขืนใจยอมเชนวาน้ัน ผูน้ันกระทําความผิดฐานรีดเอาทรัพย
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตหนง่ึ ปถึงสิบป และปรับต้งั แตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ขม ขนื ใจผูอน่ื ใหย อมใหหรือยอมจะให
๒. ตนหรือผูอืน่ ไดรับประโยชนในลักษณะที่เปน ทรัพยส ิน
๓. โดยขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับ ซึ่งการเปดเผยน้ันจะทําใหผูถูกขูเข็ญหรือบุคคล
ทีส่ ามเสียหาย
๔. จนผถู ูกขม ขืนใจยอมเชน วา น้ัน
๕. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
ผูกระทําจะตองขูเข็ญวาจะเปดเผยความลับซ่ึงการเปดเผยจะทําใหผูถูกขูเข็ญหรือ
บุคคลที่สาม เสียหายเทานั้น โดยไมมีการใชกําลังประทุษรายหรือโดยขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชีวิต
รา งกาย เสรภี าพ ชื่อเสยี ง หรอื ทรัพยสินของผถู ูกขูเขญ็ หรือบุคคลทีส่ าม
ความผดิ ฐานรดี เอาทรพั ยน ี้ ยอ มเปน การขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชอ่ื เสยี ง ฉะนนั้ จงึ เปน
ความผิดฐานกรรโชกและความผิดตอเสรีภาพในตัวเอง แตความผิดฐานรีดเอาทรัพยน้ีแมผูถูกขูเข็ญ
จะสงทรัพยใหทันทีในขณะขูเข็ญก็ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพยเพราะการขูเข็ญน้ันไมไดขูเข็ญวา
จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยเนอื่ งจากความผดิ ฐานกรรโชกนนั้ เปน การขเู ขญ็ วา จะทาํ อนั ตรายตอ ชวี ติ รา งกาย
และอื่นๆ
คําวา “¢‹Á¢¹× 㨔 หมายความวา บงั คับใจ
คําวา “¤ÇÒÁÅѺ” หมายความวา สิ่งซ่ึงบุคคลผูมีประโยชนไดเสียประสงคจะปกปด
โดยยอมใหร เู ฉพาะภายในวงบคุ คลอนั จาํ กดั ความลบั ตามมาตรานจี้ ะเปน ความลบั ในทางใดๆ กไ็ ด เชน
ความลับสวนตัว อยางหญิงท่ียังไมมีสามีแตเคยเสียตัวมาแลว หรือความลับในทางอุตสาหกรรมก็ได

๒๐๐

ความสาํ คัญอยูท ว่ี า ผทู ่ีมสี ว นไดเ สยี โดยเฉพาะเจา ของความลบั ประสงคจะปกปด นอกจากนก้ี ารเผย
ความลับตามท่ีขูเ ขญ็ วาจะเปดเผยนั้นจะทําใหผ ูถ กู ขเู ข็ญหรือบุคคลทสี่ าม เชน สามภี ริยาหรือบุตรของ
ผถู กู ขูเข็ญเสียหาย

บุคคลผูรูความลับของผูอื่นนอกจากบุคคลท่ัวไปแลวอาจเปนผูมีหนาท่ีหรือวิชาชีพก็ได
เชน ทนายความ ความลับนั้นถานําไปเปดเผยแลวถาไมเสียหายก็ไมเปนความผิด ถาการเปดเผย
ความลับน้นั เปน เพียงเสยี หายแกเขา แตไมไ ดขูเ ข็ญจนเขายอมใหประโยชนในลักษณะที่เปน ทรัพยสิน
ไมผดิ มาตรา ๓๓๘ แตผ ดิ ฐานเปดเผยความลับตามมาตรา ๓๒๒ ถงึ มาตรา ๓๒๔

คําวา “เสียหาย” อาจจะเสียหายทางดานช่ือเสียง เกียรติยศก็ได รวมถึงความเสียหาย
ทางดา นทรัพยส นิ

ความผิดสําเร็จเกิดขึ้นเมื่อ ผูถูกขมขืนใจยอมใหหรือยอมจะใหประโยชนในลักษณะท่ี
เปนทรัพยส นิ แลว สวนจะไดประโยชนหรอื ไมไมส าํ คัญ แตถาผูถกู ขม ขืนใจไมยอมใหหรือไมย อมจะให
ไมวาเพราะไมกลัวการขูเข็ญ หรือไมไดใหประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสิน ก็เปนความผิดฐาน
พยายามรีดเอาทรพั ย

®¡Õ Ò·Õè ñùôõ/òõñô จําเลยไดขมขืนใจโจทก ซึ่งเปนหุนสวนผูจัดการของหางหุน
สวนจํากัดแหงหนึ่ง วาจะทําอันตรายตอช่ือเสียงของหางหุนสวนจํากัดแหงน้ัน ซึ่งเปนนิติบุคคลและ
บุคคลที่สาม และไดขูเข็ญขมขืนใจโจทกวาจะเปดเผยความลับซึ่งการเปดเผยความลับน้ันจะทําให
หา งหุน สวนจํากัด ดังกลา วเสยี หาย จนโจทกย อมจะใหเงนิ แกจ ําเลยตามท่ถี กู ขูเขญ็ ดงั น้ี ถอื วา โจทก
ซ่ึงเปนผูถูกขูเข็ญเปนผูเสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒(๔) มีอํานาจฟองคดีในความผิดฐานกรรโชก
หรือรดี เอาทรัพย

การท่ีจําเลยขมขืนใจโจทกโดยขูเข็ญวาจะทําอันตรายตอชื่อเสียงของหางหุนสวนจํากัด
ซ่ึงเปนบุคคลท่ีสาม จําเลยมีความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา ๓๓๗ และจําเลยไดขูเข็ญโจทกวา
จะเปดเผยความลับ ซ่ึงการเปดเผยนั้น จะทําใหโจทกเสียหาย จําเลยมีความผิดฐานรีดเอาทรัพย
ตามมาตรา ๓๓๘ อีกฐานหน่ึงดวย แตความผิดฐานรีดเอาทรัพยเปนความผิดที่มีโทษหนักข้ึนจาก
ความผิดฐานกรรโชกโดยอาศัยการกระทําเดียวกัน ตองลงโทษบทหนักในการกระทํากรรมเดียวกัน
ตาม ป.อ.มาตรา ๙๐

ö. ª§Ô ·Ã¾Ñ 
ÁÒμÃÒ óóù “ผใู ดลักทรัพยโดยใชกาํ ลังประทุษรา ยหรือขเู ข็ญวา ในทนั ใดน้ันจะใชก าํ ลัง
ประทุษรา ยเพอ่ื
(๑) ใหความสะดวกแกก ารลักทรัพย หรือการพาทรัพยนน้ั ไป
(๒) ใหย่นื ใหซ ่ึงทรัพยน นั้
(๓) ยดึ ถือเอาทรัพยน น้ั ไว
(๔) ปกปด การกระทาํ ความผิดนนั้ หรอื
(๕) ใหพนจากการจับกมุ

๒๐๑

ผนู น้ั กระทาํ ความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แต
หนง่ึ หมน่ื บาทถงึ สองหมื่นบาท

ถาความผิดนั้นเปนการกระทําท่ีประกอบดวยลักษณะดังที่บัญญัติไวในอนุมาตราหนึ่ง
อนมุ าตราใดแหงมาตรา ๓๓๕ หรอื เปนการกระทําตอทรพั ยท่เี ปน โค กระบอื เครอ่ื งกลหรอื เครอ่ื งจกั ร
ที่ผูมีอาชีพกสิกรรมมีไวสําหรับประกอบกสิกรรม ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงสิบหาป
และปรับตั้งแตส องหมืน่ บาทถงึ สามหม่นื บาท

ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ผูกระทําตองระวางโทษ
จาํ คกุ ต้ังแตสบิ ปถ ึงย่ีสิบป และปรับต้ังแตส องหมนื่ บาทถึงสี่หม่นื บาท

ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแต
สิบหา ปถึงยี่สบิ ป และปรับตัง้ แตสามหมน่ื บาทถึงส่หี ม่ืนบาท

ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย ผูกระทําตองระวางโทษประหารชีวิต
หรือจาํ คกุ ตลอดชีวติ ”

ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ลักทรัพย
๒. โดยใชกาํ ลังประทุษราย หรือขเู ขญ็ วาในทนั ใดนัน้ จะใชกําลังประทษุ ราย
๓. การใชกําลังหรือขูเข็ญ จะใชกําลังประทุษรายนั้นโดยเจตนาเพ่ืออยางใดอยางหน่ึง
ดังตอ ไปนี้

๓.๑ เพื่อสะดวกแกการลักทรพั ย หรอื เพ่ือพาทรัพยน ัน้ ไป
๓.๒ เพอ่ื ใหยื่นใหซึง่ ทรัพยน ั้น
๓.๓ เพ่อื ยดึ ถือเอาทรัพยน นั้ ไว
๓.๔ เพอ่ื ปกปด การกระทําความผดิ นนั้
๓.๕ เพื่อใหพ นจากการจับกมุ
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. จะเปนความผิดฐานชิงทรัพยสําเร็จ การกระทํานั้นตองครบองคประกอบความผิด
ฐานลักทรัพยโ ดยบริบรู ณแลว
เม่ือการกระทําครบองคประกอบความผิดฐานลักทรัพยแลว ผูกระทําการลักทรัพยไดใช
กําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังประทุษรายกอนหรือในขณะกระทําการลักทรัพย
หรือหลังจากการลกั ทรพั ย จึงจะเปนความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย
๒. คําวา “ใชกําลงั ประทษุ ราย” หมายถงึ การประทษุ รา ยแกร า งกายหรอื จิตใจของบุคคล
ไมวาจะทําดวยแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทําใดๆ ซึ่งเปนเหตุ
ใหบ คุ คลใดอยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได ไมว า จะตอ งใชย าทาํ ใหม นึ เมา สะกดจติ ใจหรอื ใชว ธิ อี นื่ ใด
อันคลา ยคลึงกัน ตาม ป.อ.มาตรา ๑(๖)

๒๐๒

๓. การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หรอื ขเู ขญ็ วา จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยนน้ั จะตอ งเปน การกระทาํ
แกบ คุ คล จะเปน เจา ทรพั ย ผคู รอบครองทรพั ย หรอื บคุ คลอน่ื และไมว า จะทาํ กอ นลกั ทรพั ย ขณะทาํ การ
ลกั ทรพั ย หรอื ลกั ทรพั ยส าํ เรจ็ ไปแลว กต็ าม แตม ขี อ สาํ คญั วา จะตอ งเปน การกระทาํ เกย่ี วเนอื่ งตดิ ตอ กนั
เพ่ือทําการลักทรัพยน้ันไมขาดตอนหรือขาดระยะเปนกรรมเดียวกัน ถาไมเก่ียวเน่ืองกันขาดตอน
ขาดระยะไปแลว อาจเปน ความผดิ ฐานลกั ทรัพย กบั ทํารายรางกายตางกระทงกัน

๔. ในการใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดจะใชกําลังประทุษรายนั้น จะตอง
กระทําโดยเจตนาพิเศษ คือ เพื่อประสงคตอผลอยา งใดอยา งหนึ่งในอนมุ าตรา ๑ ถงึ อนมุ าตรา ๕

๔.๑ เพื่อสะดวกแกการลักทรัพย เชน กอนจะทําการลักทรัพยจับเอาคนยามเฝา
ประตูบานมัดติดเสาไว แลวเขาไปลักทรัพย หรือเพื่อสะดวกในการพาเอาทรัพยนั้นไป หรือขูเข็ญ
เจาทรพั ยไมใหขัดขวาง ถา ขดั ขวางจะถูกทําราย

๔.๒ เพอื่ ใหย นื่ ใหซ งึ่ ทรพั ย เชน เหน็ เจา ทรพั ยผ กู นาฬก าอยจู งึ ไดใ ชก าํ ลงั ประทษุ รา ย
หรือขูใ หถ อดนาฬกาสงให มเิ ชน นน้ั จะฆา หรอื จะฟน ทันที เปน ตน

๔.๓ เพ่ือยึดถือเอาทรัพยนั้นไว เมื่อทําการลักทรัพยไดแลวเจาทรัพยขัดขวาง
หรือแยงเอาคนื หรอื พวกเจาทรัพยต ิดตามไปทัน เพอ่ื แยงเอาทรัพยคืน จึงใชกําลังประทุษรา ยโดยจบั
เจาทรัพยผ กู ตดิ กับตน ไมหรอื ผกู ตาเสยี

๔.๔ เพื่อปกปดการกระทําความผิด หมายความวา ลักทรัพยสําเร็จแลวไดขู
เจา ทรัพยไมใ หนาํ เรือ่ งไปแจง ตาํ รวจ

๔.๕ เพอ่ื ใหพ น จากการจบั กมุ หมายความวา การลกั ทรพั ยส าํ เรจ็ แลว พวกเจา ทรพั ย
หรือเจาพนักงานติดตามเอาทรัพยคืน และจะจับกุม ผูกระทําการลักทรัพยนั้นใชกําลังประทุษราย
หรอื ขเู ขญ็ จะประทุษรา ย เปนการขัดขวางเพอ่ื ใหพ นจากการจบั กมุ ในการลกั ทรพั ยน ้ัน

๕. ถา ปราศจากการประสงคต อ ผลใน ๕ อนมุ าตรานน้ั แลว แมจ ะมกี ารทาํ รา ยหรอื ขเู ขญ็
วา จะใชก ําลงั ประทุษราย ก็ไมเ ปนความผิดฐานชิงทรัพย

๖. การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หรอื ขเู ขญ็ วา ในทนั ใดนน้ั จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยกอ นเอาทรพั ย
ไปก็ดี หลังจากเอาทรัพยไปสําเร็จแลวก็ดี ตองเปนการกระทําผิดตอเก่ียวเน่ืองเปนกรรมเดียวกัน
ไมขาดตอนหรือขาดระยะกับการลักทรัพยน น้ั ถาขาดตอนกนั แลว ไมเปนความผดิ ฐานชิงทรัพย

๗. การชิงทรัพยประกอบดวยเหตุฉกรรจ มาตรา ๓๓๙ ไดบัญญัติโทษเพิ่มหนักขึ้น
เปนข้ันๆ

๗.๑ ตามวรรคแรกน้ัน เปนเพียงแตใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ัน
จะทําการประทุษรายแกรางกาย หรือจิตใจ ในขั้นนี้ไมถึงกับเปนอันตรายแกรางกาย และจิตใจ เชน
การจับแขนดงึ กระชาก

๗.๒ ถา การชงิ ทรพั ยน นั้ ประกอบดว ยเหตดุ งั บญั ญตั ไิ วใ นอนมุ าตราหนง่ึ อนมุ าตราใด
แหงมาตรา ๓๓๕ เชน ชิงทรัพยในเวลากลางคืน ความผิดก็เพ่ิมหนักข้ึนตามความในมาตรา ๓๓๙

๒๐๓

วรรค ๓ แมการชิงทรัพยจะมเี หตตุ ามมาตรา ๓๓๕ หลายอนมุ าตราประกอบกนั ผลก็มีอยางเดียวกัน
คอื มีความผิดตามวรรคสามนี้

๗.๓ ถาการชิงทรัพยนั้นเปนการกระทําตอทรัพยที่เปนโค กระบือ เครื่องกล หรือ
เครื่องจักรท่ีผูมีอาชีพกสิกรรมมีไวประกอบกสิกรรม ผูกระทําก็ตองรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา ๓๓๙
วรรคสาม

๗.๔ ถา การชงิ ทรพั ยเ ปน เหตใุ หผ อู นื่ ไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจแลว กาํ หนดโทษ
เพิ่มสงู ขน้ึ อีก

๗.๕ ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตรายสาหัสตามที่บัญญัติไวใน
มาตรา ๒๙๗ โทษเพิ่มสงู ข้ึนอีก

๗.๖ ถาการชิงทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย ผูกระทํามีโทษสูงสุดใน
ความผดิ ฐานชิงทรพั ย การชงิ ทรพั ยเ ปนเหตุใหถึงตายนี้ ผกู ระทําการชิงทรพั ยต อ งไมม ีเจตนาฆา

แตถ า เปนเจตนาฆา เพื่อสะดวกในการลักทรัพยแลว ผูก ระทํายอมมีความผดิ ฐานอ่นื
หรือมาตรา ๒๘๙(๖)

ในการใชกําลังประทุษรายน้ัน ตองมีเจตนาใชกําลังประทุษรายดวยการชิงทรัพย
เปนเหตุใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ รับอันตรายสาหัสหรือถึงแกความตายนั้นจะตอง
เปน ผลทีเ่ กิดข้ึนจากการชิงทรัพยน ัน้ โดยตรง

μÑÇÍ‹ҧ
®¡Õ Ò·Õè ñöøó/òõðù จําเลยบังคับใหเขาขับรถยนต และขับรถของเขาไป เพื่อหนี
มิใหถูกทํารายและถูกจับ เมื่อหนีพนแลว ก็จอดทิ้งไวในซอยในที่โลงเตียน ไมแสดงอาการซุกซอน
ไมม เี จตนาที่จะถอื เอารถคนั น้ัน ไมม คี วามผดิ ฐานลักทรัพย แตผิดฐานทําใหเ สือ่ มเสียอสิ รภาพ
®¡Õ Ò·Õè ñôðø/òõñò กรณที จี่ าํ เลยลกั กระบอื ของผเู สยี หายผเู สยี หายไลต ดิ ตามอกี ๑๐วา
จะทัน จําเลยท้ิงกระบือว่ิงหนี ผูเสียหายไลติดตามตอไปอีกเพื่อจะจับกุม จําเลยชักปนออกจอง
ยอ มเปน การขเู ขญ็ จะทาํ รา ยผเู สยี หายเพอ่ื ใหพ น จากการจบั กมุ เปน การกระทาํ ตอ เนอ่ื งกบั การลกั ทรพั ย
ผดิ ฐานชงิ ทรัพย
®Õ¡Ò·èÕ ÷ñõ/òõñõ โจทกส บู นาํ้ ออกจากหนองนา้ํ เพอื่ จบั ปลา จนนาํ้ แหง สามารถจบั ปลา
ไดแลว ยอมถือไดวาปลาในหนองอยูในความครอบครองของโจทก ไมวาหนองน้ันจะเปนหนอง
สาธารณะหรือไมก็ตาม การท่ีจําเลยใชปนขูหามมิใหโจทกจับปลาในหนองแลวสั่งใหพวกของจําเลย
เอาปลาเหลานั้นไป จําเลยยอ มมคี วามผดิ ฐานชงิ ทรัพย
®¡Õ Ò·Õè òøòò/òõñ÷ จําเลยเขาบีบคอผูเสียหายทางดานหลัง แลวกระชากสรอยคอ
หอยพระเคร่อื งทีส่ วมอยทู ี่คอจนสรอยขาด ในทันใดผูเสยี หายใชม ือกมุ สรอยที่หลุดจากคอ แตยังอยูท่ี
บรเิ วณหนา อกไวไ ดท นั จาํ เลยเอาไปไมไ ด แมส รอ ยอยทู มี่ อื จาํ เลยตอนกระชาก กเ็ ปน การกระทาํ ในขนั้
ทมี่ งุ หมายจะใหส รอ ยขาดหลดุ จากคอผเู สยี หายเทา นน้ั เมอ่ื สรอ ยขาดแลว จาํ เลยยงั ไมท นั ยดึ ถอื เอาไป
ผเู สยี หายกุมสรอยเอาไวไ ด การยึดถอื เอาสรอ ยไปยังไมบรรลุผล เปน ความผดิ ฐานพยายามชงิ ทรัพย

๒๐๔

®¡Õ Ò·Õè òóùù/òõñø จาํ เลยลกั ไกไ ปจากบา นผเู สยี หาย ตอ มา ๑ ชวั่ โมง ผเู สยี หายตาม
ไปพบจาํ เลยกับไกทกี่ ระทอ มของจาํ เลยหางจากท่ีเกดิ เหตุ ๑๐๐ เสน จําเลยถอื เหล็กแหลมจองมาทาง
ผเู สยี หาย การลกั ทรพั ยข าดตอนไปแลว ไมใ ชอ ยใู นระหวา งพาทรพั ยไ ป การขจู ะทาํ รา ยเปน การกระทาํ
ทเี่ กิดขน้ึ ภายหลงั มิไดตอ เน่อื งจากการกระทาํ ผิดฐานลกั ทรพั ย การกระทําของจาํ เลยไมเ ปนความผิด
ฐานชงิ ทรพั ย

®¡Õ Ò·èÕ òñðó/òõòñ จําเลยข้ึนไปบนเรือนผูเสียหายในเวลากลางคืน แลวลักเอา
นกเขาพรอมดว ยกรงของผูเ สยี หาย นางสาวดําเห็นเขา จงึ เขาแยงกรงนน้ั แตสกู ําลังจําเลยไมไ ด จาํ เลย
จึงแยงเอากรงและนกเขาของผูเสียหายไปได ดังน้ี ถือไมไดวาจําเลยไดใชกําลังประทุษรายแกกาย
หรือจิตใจของนางสาวดําแตประการใด ทั้งไมไดความวาจําเลยขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังกาย
ประทษุ รา ยนางสาวดาํ ดว ย การใชก าํ ลงั แยง เอาทรพั ยไ ป กถ็ อื ไมไ ดว า เปน เหตใุ หน างสาวดาํ อยใู นภาวะ
ที่ไมสามารถขัดขืนได ตามความหมายในมาตรา ๑(๖) การกระทําของจําเลยจึงไมเปนความผิดฐาน
ชงิ ทรัพย แตเ ปนความผิดฐานลักทรัพยเทา นน้ั เพราะการใชก าํ ลังแยง กรงเปน การกระทําตอ ทรัพย

®¡Õ Ò·èÕ ñðñø/òõòù จําเลยไปเลนไพแลวก็จับไดวาผูเสียหายเลนไพโกง จึงใชเหล็ก
ปลายแหลมจ้ีผูเสียหายบงั คับใหค นื เงิน ๙๒๐ บาทท่ีถูกโกง เปน การกระทําโดยจาํ เลยเช่อื วาตนมสี ิทธิ
อันจะพงึ ไดเงินท่เี สยี การพนันไปคืน เพราะผูเสียหายเลนโกง ก็ไมเปนความผดิ ฐานชิงทรพั ย

ที่ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพยก็เพราะเหตุวาการกระทําของเขาไมเปนความผิดฐาน
ลักทรัพยน่ันเอง มันขาดเจตนาในการลักทรัพย เม่ือไมเปนการลักทรัพยแลวแมวาจะใชเหล็ก
ปลายแหลม จ้ีผเู สียหายมันกไ็ มก อ ใหเกิดเปน ความผดิ ฐานชิงทรพั ยได

®¡Õ Ò·Õè òö÷ô/òõóò จําเลยลกั ทรัพยส ําเร็จแลว ขณะหลบหนี ญ. ผดู ูแลรักษาทรัพย
นั้นไดว่ิงไลจับจําเลย จําเลยสะบัดหลุดแลวใชมีดแทง ญ. ถือไดวาเปนการกระทําที่ตอเน่ืองกันยังไม
ขาดตอนจากการกระทําความผิดฐานลักทรพั ย การทจี่ ําเลยใชม ีดแทง ญ. เปนการใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย
เพอ่ื ใหพนจากการจบั กมุ การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ เปนความผดิ ฐานชงิ ทรัพย

®Õ¡Ò·Õè ñðøò/òõóô พฤติการณของจําเลยท่ี ๒ ท่ีแสดงตอผูเสียหายซ่ึงเปนนักเรียน
ตางโรงเรียนกัน ในขณะที่มีอาการมึนเมาโดยเอาเสื้อของผูเสียหายท่ีพาดบาผูเสียหายไป เมื่อลงจาก
รถโดยสารประจําทางไปแลวก็มิไดมีกิริยาท่ีจะหลบหนี หรือพาไปใหพน ท้ังยังตามไปในโรงเรียนที่
ผเู สยี หายเขา ไป โดยเสอื้ ทเ่ี อาไปกย็ งั พาดบา จาํ เลยท่ี ๒ อยู การกระทาํ ของจาํ เลยทง้ั สองทเ่ี ปน วยั รนุ เชน นน้ั
เหน็ ไดว า จาํ เลยที่ ๒ มไิ ดม เี จตนาทจ่ี ะเอาไปเปน ของตนเองอนั เปน การแสดงเจตนาทจุ รติ เกย่ี วกบั ทรพั ย
ที่เอาไป แตเปนท่ีเห็นไดวาเปนการแสดงอํานาจบาตรใหญทําไปดวยความคะนอง เพ่ือใหผูเสียหาย
เห็นวาเปนคนเกงพอท่ีจะรังแกคนไดตามวิสัยวัยรุนที่ความประพฤติไมเรียบรอยเทาน้ัน มิใชเปนการ
มุงหมายเพือ่ ประโยชนจ ากทรพั ย จงึ ไมเ ปน ความผิดฐานชงิ ทรพั ย

®Õ¡Ò·èÕ ñòøøø/òõõö ขณะผูเสียหายยืนปสสาวะอยูบริเวณพงหญาปากทางเขา
สถานขี นสง จาํ เลยซงึ่ ผเู สยี หายไมร จู กั มากอ นเดนิ เขา มาหาแลว ลว งหยบิ เงนิ สด ๒๐๐ บาท จากกระเปา เสอื้

๒๐๕

ของผูเสียหายและชกผูเสียหายซึ่งมีอายุ ๗๐ ป ทําใหไดรับบาดเจ็บและทรุดน่ังลงกับพ้ืนโดยจําเลย
มิไดพูดกับผูเสียหายแลวหลบหนีไป ลักษณะการกระทําของจําเลยเปนการกระทําการท่ีตอเนื่อง
กันมิใชการกระทําท่ีขาดตอน คือการลักทรัพยเงินของผูเสียหายและการทํากับรางกายผูเสียหาย
โดยทํารายรางกายผูเสียหาย เปนพฤติการณที่บงชี้ถึงเจตนาของจําเลยท่ีตองทําอันตรายแกกาย
ผูเสียหายเพ่ือความสะดวกแกการกระทําผิดและพาเอาทรัพย การกระทําของจําเลยจึงเปนความผิด
ฐานชงิ ทรัพยเ ปนเหตใุ หผอู น่ื ไดรับอันตรายแกกาย

®¡Õ Ò·èÕ òðöøø/òõõö หลังจากจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ชิงเอาเงินและโทรศัพทของ
ผูเสียหายไปแลวจําเลยท่ี ๑ โทรศัพทไปแจงจาํ เลยท่ี ๓ ท่ีบาน ตอ มาจําเลยท่ี ๓ ไดเ ดินทางมาสมทบ
ในที่เกิดเหตุและรวมแสดงบทบาทเปนหัวหนาสอบถามผูเสียหายเกี่ยวกับยาเสพติดตามท่ีจําเลยที่ ๑
แตงเรื่องขึ้น ถือวาความผิดฐานชิงทรัพยของจําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ สําเร็จภาคตอนแลวนับแตเวลา
จําเลย ๑ และที่ ๒ ไดเงินและโทรศัพทของผูเสียหายไป แมจําเลยที่ ๓ พาผูเสียหายออกไปจาก
ท่ีเกิดเหตุหลังจากที่จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ไดเงนิ และโทรศัพทของผเู สยี หายไปแลวจะถือวา จาํ เลยที่ ๓
ชว ยเหลอื หรอื ใหค วามสะดวกแกจ าํ เลยที่ ๑ และที่ ๒ กอ นหรอื ขณะกระทาํ ผดิ หาไดไ ม ถอื ไมไ ดว า จาํ เลยที่ ๓
เปน ผสู นับสนนุ การกระทําผดิ

÷. »Å¹Œ ·ÃѾ
ÁÒμÃÒ óôð “ผูใดชิงทรัพยโดยรวมกันกระทําความผิดดวยกันต้ังแตสามคนขึ้นไป
ผูน้ันกระทําความผิดฐานปลนทรัพย ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงสิบหาป และปรับตั้งแต
สองหมืน่ บาทถึงสามหมืน่ บาท
ถาในการปลนทรัพยผูกระทําแมแตคนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปดวยผูกระทําตองระวาง
โทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ สองปถงึ ยีส่ ิบป และปรบั ต้ังแตส องหม่นื ส่ีพันบาทถึงสีห่ มื่นบาท
ถาการปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นไดรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุก
ตลอดชีวิต หรือจาํ คกุ ตงั้ แตสบิ หาปถึงยีส่ ิบป
ถาการปลน ทรัพยไดกระทําโดยแสดงความทารณุ จนเปนเหตใุ หผ ูอ่ืนรบั อนั ตรายแกกาย
หรือจติ ใจ ใชป น ยิง ใชวตั ถรุ ะเบดิ หรือกระทําทรมาน ผกู ระทําตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชวี ิต หรือ
จําคกุ ตั้งแตสิบหา ปถึงย่สี บิ ป
ถาการปลน ทรพั ยเ ปน เหตใุ หผ ูอื่นถึงแกค วามตาย ผูกระทําตอ งระวางโทษประหารชีวติ ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ชิงทรพั ย
๒. โดยรว มกระทาํ ความผิด ต้ังแตส ามคนข้ึนไป
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. ที่จะเปนความผิดฐานปลนทรัพยในองคประกอบขอแรกน้ันจะตองเปนการชิงทรัพย
เสียกอ น กรณอี ยางไรเปนการชิงทรัพย ใหด ใู นความผิดฐานชิงทรัพยต ามมาตรา ๓๓๙

๒๐๖

๒. ในองคประกอบขอ ๒ ท่ีวา “โดยรวมกระทําความผิดดวยกัน” นั้นหมายความถึง
เฉพาะผทู เ่ี ปน ตวั การรว มกนั กระทาํ ความผดิ โดยเฉพาะไมน บั รวมถงึ ผสู นบั สนนุ ดว ย กรณอี ยา งไรเรยี กวา
ตัวการนั้นใหดูในมาตรา ๘๓ ผูสนบั สนุนดมู าตรา ๘๖ แหง ป.อาญา ฉะนั้นเมอื่ กระทาํ ความผดิ ครบ
องคประกอบฐานชิงทรัพยแลว จะตองพิจารณาตัวผูที่รวมกันกระทําความผิดในจํานวนสามคนนั้น
ดวยวา เปนตัวการรวมกันกระทําความผิดหรือไม ถาเปนตัวการรวมกันกระทําการชิงทรัพย ตั้งแต
สามคนขนึ้ ไปแลว กเ็ ปน ความผดิ ฐานปลน ทรพั ย แตใ นกรณรี ว มกนั ไปลกั ทรพั ย พวกของจาํ เลยทเี่ ขา ไป
ลักฆาหรือยิงเจาทรัพย หากขอเท็จจริงฟงไมไดวา จําเลยรูวาพวกของจําเลยมีอาวุธการกระทําของ
พวกจําเลยจึงอยูนอกความมุงหมายหรือเจตนาของจําเลยยอมไมมีความผิดฐานปลนทรัพยหรือฆา
เจาทรพั ยดว ยคงมีความผิดฐานลักทรพั ยเทานนั้

๓. ในความผิดฐานปลนทรัพยนั้นตามองคประกอบขางตนตองทําการชิงทรัพย
โดยรว มกนั ตงั้ แตส ามคนขน้ึ ไป และความผดิ ฐานชงิ ทรพั ยน นั้ องคป ระกอบจะตอ งเปน การลกั ทรพั ยก อ น
ฉะนั้นในการสมคบรวมกันไปทําการลักทรัพยน้ี อาจมีบุคคลเกินกวาสามคนข้ึนไปทําการรวมกัน
แตต างคนตางแยกกนั ทาํ มบี ุคคลบางสว นกระทําการชิงทรัพย คอื ใชก าํ ลังประทษุ รายขณะกระทาํ การ
ลักทรัพยนั้น โดยมิไดตกลงรวมกันมากอนเชนน้ี ความผิดอาจแยกกันเปนตอนๆ ได แลวแตวา
การกระทําน้ันเปน เหตสุ ว นตวั หรือเปนเหตุในลกั ษณะคดใี นการกระทาํ ความผิดน้ัน

๔. ความผดิ ฐานปลน ทรพั ยน ้ี ประมวลกฎหมายอาญาไดแ บง แยกความผดิ ออกเปน ขนั้ ๆ
ประกอบดวยเหตฉุ กรรจเ ชนเดยี วกบั ความผิดฐานชงิ ทรัพย กลา วคือ

¢¹Ñé μ¹Œ คอื ความผดิ ฐานวรรคแรกนน้ั เปน การปลน ทรพั ยโ ดยใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยหรอื ขเู ขญ็
วา ทนั ใดนนั้ จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ยไมถ งึ เปน อนั ตราย หรอื ถงึ เปน อนั ตรายแกร า งกายหรอื จติ ใจ แตไ มถ งึ
เปน อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจถงึ สาหสั กฎหมายกาํ หนดโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ ปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แต
สองหมน่ื บาทถึงสามหม่นื บาท

¢éѹ·ÕèÊͧ ถาในการปลนทรัพย ผูกระทํามีอาวุธติดตัวไปดวยแมแตคนหนึ่งคนใด ไมวา
จะเปนเพียงโดยใชกําลังประทุษรายหรือขูเข็ญวาในทันใดน้ันจะใชกําลังประทุษรายแกกายหรือจิตใจ
ไมถ งึ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจหรอื ไม เปน ความผดิ ตามวรรคสอง กฎหมายกาํ หนดโทษจาํ คกุ และปรบั
สูงกวาข้ันตน

¢¹éÑ ·ÊÕè ÒÁ ถา ในการปลน เปน เหตใุ หผ อู นื่ ไดร บั อนั ตรายสาหสั ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๙๗ แลว ผนู ้ันมคี วามผิดตามวรรคสาม ซ่งึ กฎหมายกาํ หนดโทษสงู กวา

¢¹Ñé ·ÊÕè èÕ ถา การปลน ทรพั ยไ ดก ระทาํ โดยแสดงความทารณุ จนเปน เหตใุ หผ อู น่ื ไดร บั อนั ตราย
แกกายหรอื จิตใจ ใชป น ยิง ใชว ตั ถรุ ะเบิด หรอื กระทาํ ทรมาน ผูกระทําไดรบั โทษสงู ขนึ้ ตามทก่ี ฎหมาย
กําหนดโทษไว

คําวา “¡ÃÐทาํ â´ÂáÊ´§¤ÇÒÁ·ÒÃØ³¹¹éÑ ” ตองเปนเหตใุ หเ ปนอันตรายแกก ายหรอื จติ ใจ
เชน การตัดใบหู การชก ตอย เฆ่ยี น ตี จนสลบ การตัดนวิ้ มอื นิ้วเทา เปน ตน

๒๐๗

คาํ วา “¡ÒÃ㪻Œ ¹„ Â§Ô ” นนั้ กฎหมายมไิ ดจ าํ กดั วา ใชป น ยงิ แลว จะยงิ กอ นลงมอื ปลน ทรพั ย
ระหวา งปลน ทรพั ย หรอื ภายหลงั ปลน ทรพั ยแ ลว โดยกระทาํ ตดิ ตอ สมั พนั ธก นั ยงั ไมข าดตอน และการใช
ปนยิงน้ันจะยิงถูกบุคคลใดหรือไมก็ตามเปนความผิดตามวรรคส่ีน้ี และในกรณีที่ใชวัตถุระเบิดก็คงมี
ความหมายเชน เดียวกนั กับใชป นยิง

การกระทําโดยทรมาน เชน การเอาเชือกรัดคอทําใหหายใจไมออกหลายครั้งหลายหน
การใชไฟฟาจ้ีเพื่อทําใหบอกที่เก็บทรัพย เปนตน แตการกระทําโดยทรมานนี้ ไมจําตองถึงกับเปน
อันตรายแกกายหรือจิตใจ

¢éѹ·èÕËŒÒ ถาการปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย ผูกระทําการปลนทรัพย
มีความผดิ ตามวรรคสุดทายของมาตรา ๓๔๐

การปลนทรัพยเปนเหตุใหไดรับอันตรายแกกายและจิตใจ ไดรับอันตรายสาหัส หรือ
ถงึ แกค วามตายนี้ กรณเี ปน เชน เดยี วกบั ความผดิ ฐานชงิ ทรพั ยก ลา วคอื คาํ วา ผอู น่ื นนั้ มไิ ดห มายเฉพาะ
เจาทรัพยท่ีถูกปลนอาจเปนพวกเจาของทรัพย เจาพนักงาน หรือผูครองทรัพยแทนเจาทรัพยก็ได
และการปลนทรัพยกับการไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ รับอันตรายสาหัสหรือแกความตายน้ี
ตอ งเปน การกระทาํ ทต่ี อ เนอื่ งกนั กบั การปลน ทรพั ยน น้ั มกี ารยงิ ตอ สกู บั เจา ทรพั ยแ ตก ระสนุ พลาดไปถกู
พวกคนรายดวยกันตาย จําเลยจึงมีความผิดเพียงฐานปลนทรัพยโดยใชปนยิงและฐานฆาคนตาย
โดยเจตนาเทานัน้

μÑÇÍÂÒ‹ §
®¡Õ Ò·èÕ ñôöõ/òõðø คนรา ยซง่ึ อยทู พี่ น้ื ดนิ ใชป น ยงิ สนุ ขั เหา จะกดั คนรา ยขณะคนรา ยอน่ื
กาํ ลงั คน หาทรพั ย ถอื ไดว า การปลน ไดก ระทาํ โดยใชป น ยงิ เพราะคนรา ยยงิ สนุ ขั ทเี่ หา และจะกดั คนรา ย
ในขณะท่คี นรายกําลังปลนบา นผเู สยี หาย เปนการกระทาํ ในการปลน ทรัพยน นั้ ดว ย เปนความผิดตาม
มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่
®Õ¡Ò·èÕ ñùñ÷/òõññ ความผิดฐานปลนทรัพยเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตายตาม
มาตรา ๓๔๐ วรรคทายนั้น หมายถึง บุคคลอ่ืนมิใชพวกปลนดวยกันเอง ฉะนั้นการที่จําเลยกับพวก
ปลนทรัพยและใชปนยิงเจาทรัพยบาดเจ็บกระสุนพลาดไปถูกพวกคนรายดวยกันตาย จําเลยจึงผิด
เพียงฐานปลนทรพั ยโดยใชปนยิง และฐานฆา คนตายโดยเจตนา
®¡Õ Ò·èÕ õõù/òõñ÷ จาํ เลยกบั พวกอีก ๓ คน ซงึ่ ไมป รากฏวาเปนคนท่ีคุน เคยชอบพอ
กบั ผเู สยี หายพอทจี่ ะขอเงนิ กนั ได มาเตะรว้ั สังกะสีและระเบยี งเรือนของผเู สยี หาย ผูเ สยี หายออกมาดู
จําเลยขอเงิน ๑๒ บาท ผูเสียหายวาไมมี จําเลยกับพวกชวยกันเตะร้ัวและระเบียงเรือน จนสังกะสี
หลดุ ๓ แผน ไมระแนงเรอื นหลุดหลายอัน ถือไดวา เปนการขเู ข็ญวา ในทันใดนนั้ จะใชกําลงั ประทุษรา ย
ผูเสยี หายกลัวร้ัวจะพงั และกลวั ถกู ทาํ ราย จงึ ตองยอมใหเ งินแกจาํ เลยไป ๑๐ บาท จําเลยรับเงินแลว
ยังพูดขเู ข็ญอกี วา ทหี ลังถา กูมา อยากไดอ ะไรใหตามใจกนู ะ ซง่ึ เขาใจไดวา ถา ไมใ หจ ะตอ งถูกทาํ รา ย
การกระทาํ ของจําเลยเปน ปลน ทรัพย

๒๐๘

®Õ¡Ò·Õè ùøð/òõñù เมอ่ื จาํ เลยที่ ๑ มอี าวุธ (มดี ) ตดิ ตัวไปดว ยในการปลน แมจ าํ เลย
ท่ี ๑ จะมไิ ดใชหรือแสดงอาวุธในการกระทําความผดิ และจาํ เลยท่ี ๒ ไมรูว าจําเลยที่ ๑ มอี าวธุ ก็ตาม
จําเลยที่ ๒ กต็ อ งมีความผดิ ตามมาตรา ๓๔๐ วรรคสอง

®Õ¡Ò·Õè ÷÷ø/òõñù มาตรา ๓๔๐ ตรนี น้ั ตอ งไดค วามวา ไดช งิ ทรพั ยโ ดยใชย านพาหนะ
เพือ่ กระทําผิด ไมใชช ิงรถจกั รยานยนตพ าไป

®¡Õ Ò·Õè ñôöõ/òõñù (ประชมุ ใหญ) จาํ เลย ๓ คนใชเ สน ลวดขงึ กน้ั สะพานบนถนนดกั รถ
ทผ่ี า นมาใหช นเพอ่ื เอาทรพั ย มผี ขู บั รถหกลอ มาเหน็ เสน ลวดและหยดุ ไดห า ง ๓ วา การกระทาํ ของจาํ เลย
ทง้ั สามมใิ ชเ ปน เพยี งขน้ั ตระเตรยี มแตเ ปน การลงมอื กระทาํ ความผดิ แลว แตก ระทาํ ไปไมต ลอดถอื ไดว า
จาํ เลยพยายามกระทาํ ความผดิ และเปนการพยายามกระทําความผิดฐานปลน ทรพั ย

®Õ¡Ò·Õè ôñóð/òõòø จําเลยท่ี ๑ เอาเหล็กขูดชารปมาวางบนตัวใหผูเสียหายเห็น
ในขณะน่ังติดกันอยูในรถยนตโดยสารประจําทาง แลวพูดขอแวนตาจากผูเสียหาย แลวจําเลยท่ี ๑
หยิบเอาแวนตาของผูเสียหายจากกระเปาเสื้อและดึงสเกลจากในสมุดผูเสียหายไป ยอมเปน
การลกั ทรพั ย โดยขเู ขญ็ วา ทันใดนั้นจะใชกาํ ลงั ประทุษรา ยอนั เปนความผิดฐานชิงทรพั ย ตาม ม.๓๓๙
ขณะเดียวกันนน้ั จําเลยที่ ๒ ท่ี ๓ ซ่ึงขึน้ รถยนตโ ดยสารประจาํ ทางไปพรอมกบั จาํ เลยท่ี ๑ และยนื อยู
ใกลก ับจําเลยที่ ๑ ตา งเขาไปหยิบทรัพยจากกระเปาเส้อื และจากในมอื ผูเสยี หาย แสดงวาจาํ เลยท่ี ๒
ที่ ๓ ทราบถงึ การกระทาํ ของจาํ เลยท่ี ๑ โดยตลอด ถอื ไดว า จาํ เลยท่ี ๒ ท่ี ๓ รว มชงิ ทรพั ยก บั จาํ เลยท่ี ๑
ดว ยการกระทําของจําเลยจงึ ถอื เปน ความผิดฐานปลนทรัพย

®Õ¡Ò·èÕ ùòôñ/òõô÷ จําเลยกับพวกนําธูปซ่ึงมีสวนผสมของส่ิงของบางอยางที่ทําให
มึนเมาออกมาใหโจทกรวมและ บ. ดม ทําใหโจทกรวมเกิดอาการมึนศีรษะเปนเหตุใหอยูในภาวะ
ไมส ามารถขดั ขนื ไดแ ลว จาํ เลยกบั พวกอกี ๒ คน ไดล กั ทรพั ยข องโจทกร ว มไป ถอื ไดว า เปน การลกั ทรพั ย
โดยใชกําลังประทุษรายเพื่อใหความสะดวกแกการลักทรัพยและการพาทรัพยน้ันไป เมื่อรวมกระทํา
ความผิดตงั้ แต ๓ คนขน้ึ ไป การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปน ความผิดฐานปลน ทรัพย

ø. ©ÍŒ â¡§
ÁÒμÃÒ óôñ “ผูใดโดยทุจริต หลอกลวงผูอ่ืนดวยการแสดงขอความอันเปนเท็จ
หรือปกปดขอความจริงซึ่งควรบอกใหแจง และโดยการหลอกลวงดังวาน้ันไดไปซ่ึงทรัพยสินจาก
ผูถูกหลอกลวง หรือบุคคลท่ีสาม หรือทําใหผูถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทํา ถอน หรือทําลาย
เอกสารสิทธิ ผูนั้นกระทําความผิดฐานฉอโกง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหม่นื บาท หรือท้งั จาํ ทัง้ ปรบั ”
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. หลอกลวงผอู ื่น

๑.๑ ดวยการแสดงขอ ความอนั เปน เทจ็ หรอื
๑.๒ ดว ยการปกปดขอ ความจริงซงึ่ ควรบอกใหแจง

๒๐๙

๒. โดยการหลอกลวงนัน้
๒.๑ ไดไ ปซึง่ ทรัพยสนิ จากผูถกู หลอกลวง หรือบคุ คลทสี่ าม หรอื
๒.๒ ทําใหผ ูถ กู หลอกลวง หรอื บุคคลท่สี าม ทาํ ถอน หรือทําลายเอกสารสทิ ธิ

๓. โดยเจตนาทุจริต
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
๑. การหลอกลวงผูอ ืน่ นั้น หมายความวา เปน การกระทําใหผูอ่ืนหลงผดิ หรอื สาํ คัญผิด
๒. การหลอกลวงผอู ่นื นี้ ยอ มกระทาํ ไดเ ปน ๒ ทางดวยกนั คือ

๒.๑ ดวยการแสดงขอความอันเปนเทจ็ หรอื
๒.๒ ดว ยการปกปด ขอความจรงิ ซง่ึ ควรบอกใหแ จง
การแสดงขอความหรือขอเท็จจริงน้ัน อาจแสดงทางวาจา ลายลักษณอักษร ทางเคร่ือง
กระจายเสียง เครื่องบันทึกเสียง วิทยุ แผนเสียง ภาพ หรือภาพยนตร โทรศัพท หรือโทรทัศนก็ได
และการแสดงดังกลาวน้ี อาจเปนการแสดงโดยตรงของผูแสดงตามวิธีการตางๆ ดังกลาวแลว หรือ
โดยปริยายทางกิริยาทาทางท่ีแสดงออกมาก็ได เชน การพยักหนาแสดงการยอมรับ หรือโดยกิริยา
ทาทางอื่นๆ
๓. ดวยการแสดงขอความอันเปนเท็จ หมายความวา เปนการแสดงยืนยันขอเท็จจริง
อยางใดอยางหนึ่ง ซ่ึงเกิดขึ้นแลวหรือกําลังเกิดอยูในขณะแสดงขอเท็จจริง ซึ่งผูแสดงรูอยูแลววา
ขอเท็จจริงท่ีแสดงออกน้ันเปนความเท็จ เพื่อใหผูอื่นหลงเชื่อวาเปนความจริงตามท่ีแสดงน้ัน
โดยไมใ ชค วามคิดเห็น หรอื เปน การคาดคะเนลวงหนาของผูแสดง
การแสดงขอความซึ่งจะเกิดขึ้นตอไปในภายหนาที่คาดคะเนเอาไวลวงหนาน้ัน เปนการ
กลาวหรือแสดงถึงเร่ืองอนาคตซ่ึงจะเกิดขึ้นหรือไมก็ไดนั้นไมใชการแสดงขอเท็จจริงอันเปนเท็จ
เพราะเมือ่ ยงั ไมเกิดข้นึ ยอ มทราบไมไ ดวาเท็จจรงิ
๔. การแสดงปกปดขอความจริงซึ่งควรบอกใหแจงหมายความถึงการหลอกลวง
ซึ่งผูกระทําการหลอกลวงน้ันแสดงการปกปดขอความจริงอันควรบอกใหแจง โดยผูหลอกลวงรูอยูวา
ขอความจริงหรือเหตุการณนั้นมีอยูอยางไร กลับนิ่งเสียไมบอกใหแจงโดยเจตนาใหผูถูกหลอกลวง
เขา ใจผดิ และหลงเช่อื ตามน้ัน โดยไมใ ชการหลงลมื เพราะไมรคู วามจรงิ ทีป่ กปด นนั้
๕. องคประกอบความผิดขอ ๒. คือ การหลอกลวงโดยการแสดงตามองคประกอบ
ขอ แรกนั้นทําใหผูห ลอกลวง
๕.๑ ไดไปซง่ึ ทรพั ยสนิ จากผูถกู หลอกลวงหรือบคุ คลที่ ๓ หรือ
๕.๒ ทําใหผถู ูกหลอกลวงหรือบคุ คลท่ี ๓ ทํา ถอน หรอื ทําลายเอกสารสทิ ธิ
การหลอกลวงการแสดงขอความเท็จหรือปกปดขอความจริงซ่ึงควรบอกใหแจงไมเกิด
ผลขึน้ เพราะ

๑) ผถู กู หลอกลวงไมห ลงเชอื่ จงึ ไมไ ดไ ปซงึ่ ทรพั ยส นิ หรอื ไมไ ดท าํ ถอน
หรอื ทําลายเอกสารสิทธิ

๒๑๐

๒) ผูถูกหลอกลวงไมหลงเชื่อ แตทําเปนเช่ือ จึงสงทรัพยสินใหไป
จะเปน เพราะความเมตตาสงสาร หรอื เพอ่ื จะใหเ ปน หลักฐานในการจับกมุ

๓) ผูถูกหลอกลวงหลงเชื่อแตไมมีทรัพยสินจะใหหรือใหทรัพยสินแลว
แตเอาไป ไมไดไมว าเพราะเหตใุ ด

ทั้ง ๑), ๒) และ ๓) นี้เรียกวาผูหลอกลวงนั้น ลงมือกระทําความผิดฐานฉอโกงแลว
แตกระทําไปไมตลอดเพราะผูถูกหลอกลวงไมเ ช่อื และกระทาํ ไปตลอดแลวแตไมบ รรลผุ ล คอื ไมไดไ ป
ซึ่งทรัพยสินจากผูถูกหลอกลวง จึงมีความผิดเพียงฐานพยายามฉอโกงตามความในมาตรา ๘๐,
๓๔๑ เทานั้น เพราะความผิดฐานฉอโกงจะเปนความผิดสําเร็จ แตเมื่อผูถูกหลอกลวงเช่ือ
และสงมอบทรัพยสินน้ันใหมาอยูในความครอบครองยึดถือของผูหลอกลวง หรือผูถูกหลอกลวง
ทํา ถอน หรอื ทําลายเอกสารสิทธนิ ้ันแลว

๖. องคประกอบขอสุดทายคือ เจตนาทุจริตหมายความวาเปนการกระทําโดยเจตนา
ธรรมดาตามมาตรา ๕๙ คอื กระทาํ โดยรสู าํ นกึ และประสงคต อ ผล หรอื ยอ มเลง็ เหน็ ผลแหง การกระทาํ
น้ันไดและประกอบกับมีเหตุจูงใจโดยทุจริต ซ่ึงเปนการแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวย
กฎหมายสาํ หรับตนเองหรอื ผอู น่ื ดว ย

เจตนาทจุ รติ จะตอ งเกิดขนึ้ เม่อื ใด เจตนาทจุ รติ เก่ียวกบั การหลอกลวงที่จะเปนความผดิ
ฐานฉอโกงนี้ จะตองมีเจตนาทุจริตมากอนท่ีจะกระทําการหลอกลวง หรือในขณะกระทําการ
หลอกลวงนัน้ เพ่ือใหเ ขาหลงเช่ือสงมอบทรพั ยส ินให หรือใหเขา ทาํ ถอน หรอื ทาํ ลายเอกสารสิทธินน้ั
ถาเจตนาทุจริตเกิดขึ้นหลังจากไดทรัพยสินไปไวในความยึดถือครอบครองแลว ไมเปนความผิด
ฐานฉอโกง แตเปนความผิดฐานยักยอก น่ีคือขอแตกตางในสาระสําคัญของความผิดฐานฉอโกง
กบั ความผดิ ฐานยกั ยอกทรพั ย

μÇÑ Í‹ҧ
®Õ¡Ò·Õè ùðñ/òô÷ö ปลอมใบส่ังซ้ือนมของ รพ.ศิริราช สั่งใหหางขายนมใหที่สะพาน
ทาชาง หางโทรศัพทไปถามโรงพยาบาล รูวาถูกหลอก จึงแจงตํารวจ ตํารวจบอกใหหางซอนกล
สงนมใหจ ําเลย เพอ่ื จะคอยดกั จบั กุมคนรา ย เปน พยายามฉอโกง เปนการกระทาํ ตลอดแตไ มบ รรลผุ ล
เพราะเจาทรัพยไ มห ลงเชอ่ื คําเทจ็
®¡Õ Ò·Õè ñõõô/òõññ ขอซื้อโคจากผูเสียหายโดยใหผูเสียหายนําโคไปสงท่ีบานจําเลย
แลว จาํ เลยจะชาํ ระราคาใหเ มอ่ื ผเู สยี หายนาํ โคไปสง ใหแ ลว จาํ เลยกลบั บา ยเบย่ี งขอชาํ ระใหใ นวนั รงุ ขนึ้
และคนื นน้ั จาํ เลยกพ็ าโคหนไี ป ดงั นี้ เหน็ ไดว า จาํ เลยมเี จตนาทจุ รติ หลอกลวงผเู สยี หายโดยไมม เี จตนา
จะใชราคาโคมาแตเริ่มตน จึงเปนความผิดฐานฉอโกง อันน้ีมองดูแลวจะเห็นไดวามีการหลอกลวง
เพราะฉะน้นั กต็ ัดสินวา เปน ความผิดฐานฉอโกง
®¡Õ Ò·èÕ øöó/òõñó การท่ีจําเลยนําตัวบุคคลอื่นมาแสดงวาเปนเจาของทรัพยท่ีจะยื่น
ขอประกันตอศาลขอใหโจทกรับรองหลักทรัพย ซึ่งโจทกหลงเชื่อจึงรับรองหลักทรัพยน้ันตอศาล

๒๑๑

และศาลใหประกันไป ตอมาจําเลยหลบหนีดังนี้ วินิจฉัยวาหนังสือรับรองหลักทรัพยเปนเอกสารสิทธิ
ในการที่จําเลยไดประกันตัวไป ถือวาไดรับประโยชนแลวจึงเปนการทุจริต จําเลยยอมมีความผิดฐาน
ฉอ โกงตามมาตรา ๓๔๑ ศาลฎีกาวนิ ิจฉัยวา หนังสือรบั รองหลักทรัพยน ัน้ เปน เอกสารสทิ ธิ

®Õ¡Ò·Õè òôôð/òõòõ จําเลยหลอกลวงผูเสียหายวาสามารถนําบุตรสาวผูเสียหาย
เขาเรียนเปนผูชวยพยาบาลของโรงพยาบาลไดโดยไมตองสอบคัดเลือกเขาเรียน และเรียกรองเอาเงิน
จากผูเสียหาย จําเลยหลอกลวงผูเสียหายเพื่อตองการไดเงินจากผูเสียหายเทานั้น ดังนี้จําเลยยอมมี
ความผิดตามมาตรา ๓๔๑

®Õ¡Ò·èÕ òõøñ/òõòù จําเลยท้ังสองข่ีรถจักรยานยนตซอนกันเขาไปเติมน้ํามัน
เมื่อผูเสียหายขอเงินคานํ้ามัน จําเลยท่ี ๒ กลับตอบวาไมมีเงินมีแตนี่เอาไหม ขณะพูดจําเลยที่ ๒
ถือลกู กลมๆ คลายลกู ระเบิด แลว จําเลยทง้ั สองก็ขีร่ ถจักรยานยนตออกไป การกระทาํ ของจําเลยทั้ง ๒
เปนความผดิ ฐานฉอโกง

ù. ©ÍŒ â¡§»ÃЪҪ¹
ÁÒμÃÒ óôó ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๓๔๑ ไดก ระทาํ ดว ยการแสดงขอ ความ
อันเปนเท็จตอประชาชน หรือดวยการปกปด ความจริง ซงึ่ ควรบอกใหแ จง แกประชาชน ผกู ระทาํ ตอ ง
ระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหาป หรอื ปรบั ไมเ กินหน่งึ แสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรับ
ฉอโกงอันมีลักษณะฉกรรจตามมาตราน้ี จะเปนการหลอกลวงดวยการแสดงขอความ
อัน “เท็จ” ก็ดี หรือปกปดขอความซ่ึงควรบอกใหแจงก็ดี ขอสําคัญก็คือการหลอกลวงประชาชน
ถาหลอกลวงเพียงคนเดยี วไมเปน ความผิดที่เขามาตราน้ี (ฎกี าท่ี ๑๒๒/๒๕๐๖)
อนง่ึ การกระทาํ อนั จะเปน ความผดิ ตามมาตราน้ี ผกู ระทาํ จะตอ งกระทาํ ดว ยเจตนาแสดง
ขอความอันเปนเท็จตอประชาชนโดยทั่วไป จะถือเอาจํานวนผูเสียหายท่ีถูกหลอกลวงมากหรือนอย
และผลเสียหายอันเกิดจากคําหลอกลวงมากหรือนอยเปนหลักในการพิจารณาวาเปนการกระทํา
ท่ีมีเจตนาแสดงขอ ความอนั เปนเท็จตอประชาชนโดยทัว่ ไปหาไดไ ม
®Õ¡Ò·èÕ òôøö/òõòø จําเลยประกาศรับสมัครคนงานไปทํางานตางประเทศ
จนผเู สียหาย กลมุ หนงึ่ รวม ๗ คน หลงเช่อื ไปสมคั รเพอ่ื ทํางานตามทจี่ าํ เลยประกาศ จาํ เลยกบั พวก
รับเงินผูเสียหายไวเปนจํานวนมาก แตผูเสียหายไมไดทํางานยังตางประเทศที่จําเลยกับพวกประกาศ
ชักชวน ดังนี้ การกระทําของจําเลยยอมถือไดวาจําเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชน รวมทั้ง
ผเู สยี หายดว ยการแสดงขอ ความอนั เปน เทจ็ และโดยการหลอกลวงไดไ ปซงึ่ ทรพั ยส นิ จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ
ตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๓
®¡Õ Ò·Õè õöó/òõóñ จําเลยทําเอกสารขึ้นมีลักษณะเปนคําถามคลายขอสอบและต้ัง
โตะขายเอกสารดังกลาวโดยจําเลยกลาวโฆษณาที่หนา ม.รามคําแหงวา จําเลยมีขอสอบวิชา ๓๓๑
กับ ๔๐๘ ท่ีกําลังจะสอบในไมก่ีวันขางหนาขาย ซึ่งเปนขอความอันเปนเท็จ แตการกระทําดังกลาว
เปนการหลอกลวงแกนักศึกษา ม.รามคําแหง ไมเปนการหลอกลวงประชาชนท่ัวไป จึงเปนความผิด
ฐานฉอ โกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ไมเ ปนความผิดตาม มาตรา ๓๔๓

๒๑๒

จําเลยยังไมสําเร็จการศึกษาช้ันปริญญาตรี แตไดกางกระเปาหนังสือ ซึ่งมีภาพจําเลย
สวมเส้ือครุยปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตของ ม.รามคําแหงไวบนโตะ ขายขอสอบ ม.รามคําแหง
เพอ่ื แสดงแกผ ทู พี่ บเหน็ ใหเ ชอื่ วา จาํ เลยสาํ เรจ็ ปรญิ ญาตรคี ณะนติ ศิ าสตรข อง ม.รามคาํ แหง การกระทาํ
ของจาํ เลยเปนความผิดตามมาตรา ๔๘ ของ พ.ร.บ.ฯ ม.รามคาํ แหง พ.ศ.๒๕๑๔

ñð. â¡§à¨ÒŒ ˹Õé
ÁÒμÃÒ óôù “ผใู ดเอาไปเสยี ทาํ ใหเ สยี หาย ทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอ่ื มคา หรอื ทาํ ใหไ รป ระโยชน
ซ่ึงทรัพยอันตนจํานําไวแกผูอ่ืน ถาไดกระทําเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานํา ตองระวางโทษ
จาํ คกุ ไมเกินสองป หรือปรับไมเ กนิ สหี่ ม่ืนบาท หรอื ทัง้ จาํ ทงั้ ปรบั ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. เอาไปเสีย ทาํ ใหเสยี หาย ทาํ ลาย ทําใหเ สือ่ มคา หรือทาํ ใหไ รป ระโยชน
๒. ซึง่ ทรพั ยอ นั ตนจํานาํ ไวแกผูอ่นื
๓. เพื่อใหเกดิ การเสยี หายแกผ รู ับจํานํา
๔. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
๑. คําวา “จํานํา” นั้นคือสัญญาซ่ึงบุคคลหน่ึงเรียกวาผูจํานํา สงมอบสังหาริมทรัพย
สงิ่ หนงึ่ ใหแ กบ คุ คลอกี คนหนงึ่ เรยี กวา ผรู บั จาํ นาํ เพอื่ เปน การประกนั การชาํ ระหนตี้ ามประมวลกฎหมาย
แพง และพาณิชยมาตรา ๗๔๗ และตามความในพระราชบญั ญัตโิ รงรบั จํานาํ
๒. สาระสําคัญของการจํานําก็คือ การสงมอบสังหาริมทรัพยไวในครอบครอง
ของผูรับจํานําเพียงแตกลาววาเอาทรัพยสิ่งน้ันจํานําไว แตมิไดสงทรัพยนั้นใหอยูในความครอบครอง
ของผรู บั จาํ นาํ หรอื ตวั แทนของผรู บั จาํ นาํ แลว กไ็ มเ รยี กวา เปน การจาํ นาํ ฉะนน้ั ตามองคป ระกอบความผดิ
ขอ ๒ ที่วา “ทรัพยอันตนจํานําไวแกผูอ่ืน” นั้น จึงหมายถึงสังหาริมทรัพยซึ่งตนไดสงมอบ
ความครอบครองเปน จํานาํ ใหผรู ับจาํ นาํ แลว
๓. การเอาไปเสีย ทําใหเสียหาย ทําลาย ทําใหเส่ือมคาหรือทําใหไรประโยชนน้ัน
ตองเปนการกระทําโดยตัวผูจํานําเอง และโดยเจตนาเพ่ือใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานําจึงจะเปน
ความผิด มาตรานี้ ถาผูอื่นกระทําไมเปนความผิดตามมาตรานี้ เวนแตจะเปนการรวมกระทําผิดกับ
ผูจํานาํ ในฐานะตัวการตามมาตรา ๘๓ หรอื ใชใหก ระทําความผิดตามมาตรา ๘๔ และอาจมีความผิด
ในมาตราอน่ื เชน ลักทรัพยหรอื ทาํ ใหเสยี ทรพั ย เปนตน
μÇÑ ÍÂÒ‹ §
®¡Õ Ò·Õè ñðõð/òõð÷ จําเลยทําสัญญากูเงินโจทกโดยเอาท่ีดินเปนประกันเงินกู
ตอมาจําเลยเอาทีด่ นิ แปลงน้ไี ปจาํ นอง การกระทําดังนีไ้ มเปนความผดิ ตามมาตรา ๓๔๙ และ ๓๕๐
®¡Õ Ò·èÕ öõð/òõñð จําเลยจํานําสรอยทองคําของตนไวกับผูเสียหาย เพ่ือเอาเงิน
มาเลนการพนัน แลวจําเลยกระชากสรอยเสนนี้ไปจากคอผูเสียหาย ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพย
เพราะสรอ ยเสนนน้ั เปน ของจาํ เลยเอง

๒๑๓

®Õ¡Ò·èÕ óöøô-õ/òõóò จําเลยไดจํานําทรัพยสินไวแกผูเสียหาย การที่จําเลยกับ
พวกรวมกันขนยายทรัพยสินที่จาํ นาํ ไปจากสถานที่เก็บรักษาโดยอางวาทรัพยสินเหลาน้ันเปนของ
บุคคลอ่ืนยอมเปนการทําใหเกิดความเสียหายแกผูรับจํานาํ เพราะเปนการทําใหทรัพยสินที่เปน
หลกั ประกันการจํานาํ ลดจํานวนลง หรือหมดส้นิ ไป ผดิ ตามมาตรา ๓๔๙

ÁÒμÃÒ óõð ผใู ดเพอ่ื มใิ หเ จา หนขี้ องตนหรอื ของผอู น่ื ไดร บั ชาํ ระหนท้ี ง้ั หมดหรอื แตบ างสว น
ซึ่งไดใชหรือจะใชสิทธิเรียกรองทางศาลใหชําระหนี้ ยายไปเสีย ซอนเรน หรือโอนไปใหแกผูอ่ืน
ซงึ่ ทรพั ยใ ดกด็ ี แกลง ใหต นเองเปน หนจี้ าํ นวนใดอนั ไมเ ปน ความจรงิ กด็ ี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สองป
หรอื ปรบั ไมเ กนิ ส่ีหม่ืนบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรบั

ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ยายไปเสีย ซอนเรน หรือโอนไปใหแกผูอื่น หรือแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใด
อนั ไมเปน ความจรงิ
๒. ซึง่ ทรัพยใ ด
๓. เพื่อมใิ หเจา หน้ีของตนหรอื ของผูอ่ืนไดรบั ชาํ ระหนท้ี งั้ หมดหรือแตบ างสวน
๔. โดยเจตนา
คํา͸ԺÒÂ
๑. ผูก ระทําความผดิ คอื ตวั ลูกหน้ี รวมถึงผอู ่ืน ซ่งึ รว มกระทาํ ความผดิ กบั ลกู หน้ี
๒. มาตรานี้ ทรพั ยย งั อยใู นความครอบครองของลกู หน้ี เพยี งแตย า ยทตี่ งั้ ทรพั ยเ พอ่ื หลบเลยี่ ง
เจาหนี้ เชน ยายทรัพยไปเก็บไวท่ีบานของผูอ่ืน หรือซอนเรนไมใหเจาหน้ีเห็นหรือโอนไปใหแก
ผอู ื่น ซึง่ การโอนน้ี หมายถงึ การโอนกรรมสทิ ธไ์ิ ปใหกับบคุ คลอน่ื
๓. ทรัพยตามมาตราน้ี จะเปนสงั หารมิ ทรัพยหรืออสังหารมิ ทรพั ยกไ็ ด
๔. การแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใดอันไมเปนความจริง เปนการแกลงใหตนเองมี
ภาระผกู พนั เพื่อใหผ ูอนื่ สามารถเรียกรองเอาแกท รพั ยสนิ ของตนไดใ นอนาคต โดยเปนความผดิ สําเรจ็
ทันทีเมื่อมีการแกลงใหตนเองเปนหน้ี เพ่ือมิใหเจาหน้ีของตนหรือของผูอื่นไดรับชาํ ระหน้ีทั้งหมด
หรอื แตบางสวน
®¡Õ Ò·Õè óñó÷/òõöð ความผดิ ฐานโกงเจา หน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐
จะตอ งเปน การยา ยไปเสยี ซอ นเรน หรอื โอนไปใหแ กผ อู น่ื ซง่ึ ทรพั ยใ ดกด็ ี แกลง ใหต นเองเปน หนจี้ าํ นวนใด
อันไมเปนความจริงก็ดี โดยผูกระทําความผิดจะตองมีมูลเหตุชักจูงใจอันเปนเจตนาพิเศษเพื่อมิให
เจาหนี้ของตนหรือของผูอื่นไดรับชาํ ระหนี้ท้ังหมดหรือแตบางสวน ซึ่งไดใชหรือจะใชสิทธิเรียกรอง
ทางศาลใหช าํ ระหน้ี หนตี้ ามสญั ญาซอื้ ขายทองคําทง้ั ๓ ฉบบั ระหวา งจําเลยทง้ั สองÁãÔ ªà‹ »¹š ˹·éÕ ÁÕè ÍÕ Â¨‹Ù çÔ
áÅк§Ñ ¤ºÑ ä´μŒ ÒÁ¡®ËÁÒ สาเหตทุ ม่ี กี ารทาํ สญั ญาซอื้ ขายทองคําทง้ั ๓ ฉบบั เนอื่ งมาจากจําเลยท่ี ๒
ใหจาํ เลยที่ ๑ ทําสัญญาซื้อขายทองคาํ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการถอนอายัดเงินเดือนใหแกจาํ เลยท่ี ๑
และจาํ เลยท่ี ๑ มคี วามเดอื ดรอ นทางดา นการเงนิ จนไปขอกยู มื เงนิ จากจาํ เลยที่ ๒ อกี จาํ เลยท่ี ๒ จงึ ให
จาํ เลยที่๑ทําสญั ญาซอื้ ขายทองคําขน้ึ มาอกี ๒ฉบบั การทําสญั ญาซอ้ื ขายทองคําทง้ั ๓ฉบบั ระหวา งจําเลย

๒๑๔

ทั้งสอง แมเปนการแกลงใหตนเองเปนหน้ีจํานวนใดอันไมเปนความจริง áμ‹¡çÁÔä´ŒÁÕÁÙÅàËμØªÑ¡¨Ù§ã¨
Íѹ໚¹à¨μ¹Ò¾ÔàÈÉ à¾×èÍÁÔãˌ਌Ò˹Õé¢Í§μ¹ËÃ×ͧ͢¼ŒÙÍè׹䴌ÃѺªíÒÃÐ˹Õé·Ñé§ËÁ´ËÃ×Íáμ‹ºÒ§Ê‹Ç¹
«§èÖ ä´ŒãªŒËÃÍ× ¨ÐãªŒÊ·Ô ¸àÔ ÃÂÕ ¡ÃŒÍ§·Ò§ÈÒÅã˪Œ Òí ÃÐ˹Õé การกระทาํ ดงั กลาวไมเ ขา องคประกอบความผิด
ฐานโกงหน้ีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐

®Õ¡Ò·Õè ôøöô/òõöò แมพฤติการณของจําเลยที่ ๑ ที่โอนขายหองชุดของตนกอน
วันที่ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาคดีแพงเพียง ๑ วัน แลวยักยายถายเทหรือยายไปเสียซ่ึงเงินท่ีได
จากการขายหอ งชดุ ดังกลาว เปน การสอแสดงใหเ หน็ วา จําเลยที่ ๑ อาจมเี จตนาพเิ ศษเพ่ือวา เม่ือโจทก
ชนะคดีแพงแลว โจทกจะไมสามารถบังคับชําระหนี้จากจาํ เลยท่ี ๑ ไดทั้งหมดหรือแตบางสวนก็ตาม
แตเมื่อคดีแพงท่ีโจทกอางเปนมูลเหตุฟองจาํ เลยที่ ๑ เปนคดีอาญาเร่ืองน้ี ถึงท่ีสุดแลวโดยศาลฎีกา
ไดพิพากษายืนตามคาํ พิพากษาศาลอุทธรณภาค ๒ วา จําเลยมิไดผิดสัญญาซ้ือขายหุนกับโจทก
จงึ ไมต อ งคนื เงนิ คา หนุ ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท พรอ มดอกเบยี้ ใหแ กโ จทก และพพิ ากษากลบั ใหย กฟอ งโจทก
ตามสาํ เนาคาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๕๒๐๗/๒๕๖๐ Á¼Õ ÅãËÃŒ ÐËÇÒ‹ §â¨·¡¡ ºÑ จําàÅ·èÕ ñ äÁÁ‹ ÁÕ Å٠˹μÕé Í‹ ¡¹Ñ
à·Ò‹ ¡Ñºâ¨·¡á ÅÐจําàÅ·Õè ñ äÁ‹ä´àŒ »š¹à¨ÒŒ ˹áÕé ÅÐÅ١˹¡éÕ ¹Ñ ดงั นี้ กไ็ มอ าจมีการกระทําความผดิ ตาม
มาตรา ๓๕๐ แหง ประมวลกฎหมายอาญาดงั ที่โจทกอ างมาได ที่ศาลอุทธรณภ าค ๒ พพิ ากษายกฟอ ง
โจทกม านนั้ ศาลฎกี าเหน็ พอ งดวยในผล ฎีกาของโจทกฟ งไมข ้ึน

ññ. ÂÑ¡ÂÍ¡
ÁÒμÃÒ óõò “ผูใดครอบครองทรัพยซึ่งเปนของผูอ่ืน หรือซึ่งผูอ่ืนเปนเจาของ
รวมอยูดวยเบียดบังเอาทรัพยนั้นเปนของตน หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผูน้ันกระทาํ ความผิดฐาน
ยักยอก ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กินสามป หรอื ปรับไมเกนิ หกหม่นื บาท หรือท้ังจาํ ท้งั ปรับ
ถาทรพั ยน้ันไดต กมาอยใู นความครอบครองของผูกระทําความผดิ เพราะผอู ่นื สง มอบให
โดยสําคญั ผดิ ไปดว ยประการใด หรอื เปน ทรพั ยส นิ หายซงึ่ ผกู ระทําความผดิ เกบ็ ได ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษ
แตเ พยี งกง่ึ หนงึ่ ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼´Ô
๑. ครอบครองทรพั ย
๒. ทรัพยเปนของผอู นื่ หรอื ผูอื่นเปน เจา ของรวมอยูดว ย
๓. เบยี ดบงั เอาทรัพยน ้ันเปน ของตน หรอื ของบคุ คลทสี่ าม
๔. โดยเจตนาทุจรติ
คํา͸ºÔ ÒÂ
๑. คําวา “ครอบครอง” หมายความถึงวา ทรัพยนั้นไดตกเขามาอยูในความยึดถือ
ของตนไมวาทรัพยนั้นจะตกเขามาอยูในความยึดถือของตนโดยบุคคลอ่ืนมอบใหโดยตรงหรือเปน
การครอบครองทรัพยน้ันโดยไมมีผูอ่ืนมอบให แตทรัพยไดตกเขามาอยูในความยึดถือครอบครอง
ของตน ซงึ่ อาจแยกไดเ ปน การครอบครองโดยตรงอยา งหนงึ่ และการครอบครองโดยปรยิ ายอยา งหนง่ึ
ทงั้ สองอยางเปนการครอบครองตามความหมายของมาตรานี้

๒๑๕

๑.๑ การครอบครองโดยตรง ไดแก การท่ีเจาของทรัพยหรือตัวแทนของเจาของ
ทรัพยสงมอบทรัพยนั้นใหแกผูอื่นเพื่อครอบครองดูแลรักษา และผูอ่ืนน้ันไดรับมอบทรัพยน้ันมาอยู
ในความครอบครองดูแลรักษาของตน นับแตบัดน้ันการมอบการครอบครองทรัพยก็เปนอันบริบูรณ
ตามความหมายของมาตราน้แี ลว

การครอบครองโดยตรงน้ี นอกจากเจาของทรัพยหรือตัวแทนสงมอบทรัพยแลว กรณี
อาจเปน การครอบครองโดยผลของสญั ญาหรอื โดยผลของกฎหมายโดยตรงกไ็ ด เชน การรบั ฝาก จาํ นาํ
จาํ นอง เชา หรือยืม เปน ตน

สาระสาํ คัญในเรื่องการครอบครองโดยตรงน้ีตองเปนการสงมอบการครอบครองทรัพย
จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยทรัพยที่สงมอบน้ันไดตกไปอยูในความยึดครองของบุคคลนั้น
ถาไมมีการสงมอบการครอบครองใหยึดถือเพียงแตใหชวยดูแลทรัพยไวช่ัวครั้งช่ัวคราว ตามคําสั่งของ
เจา ของทรพั ยแ ลว กรณีไมใ ชเ ร่อื งสง มอบการครอบครองใหย ึดถือ ถา เอาทรัพยน ้นั ไปโดยเจตนาทุจรติ
มคี วามผดิ ฐานลกั ทรพั ย

๑.๒ การครอบครองโดยปริยาย คือ การที่บุคคลไดยึดถือครอบครองทรัพยของ
อีกบุคคลหน่ึง โดยเจาของทรัพยหรือตัวแทนของเจาของทรัพยมิไดสงมอบใหยึดถือครอบครอง หรือ
มไิ ดค รอบครองโดยผลแหง สญั ญา หรือมิใชโดยอํานาจแหง กฎหมาย การครอบครองดังกลา วเรยี กวา
การครอบครองโดยปริยาย

μÇÑ ÍÂÒ‹ §
ก. ขึ้นรถรับจางแลวลืมกระเปาไวบนรถรับจางนั้น ผูขับรถรับจางเปนผูครอบครอง
ทรพั ยข อง ก. โดยปรยิ าย ถา เจตนาทจุ รติ เบยี ดบงั เอาไปเปน ประโยชนส ว นตวั เสยี มคี วามผดิ ฐานยกั ยอก
๒. ทรัพยซ่ึงเปนของผูอื่นหรือซ่ึงผูอื่นเปนเจาของรวมอยูดวย เรื่องน้ีมีความหมาย
อยางเดียวกันกับเร่ืองทรัพยในความผิดลักทรัพยท่ีกลาวมาแลวในมาตรา ๓๓๔ คําวาทรัพยเปนของ
ผอู น่ื ก็มีความหมายชัดอยใู นตัวแลว วาไมใชท รัพยข องตนเอง กลาวคอื ตนไมไ ดเปนเจาของทรัพยน น้ั
ไมวาในทางกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง แตเปนการครอบครองทรัพยผูอ่ืนซึ่งเขาสงมอบทรัพยนั้น
ใหมาอยูในความครอบครองดูแลของตน เมื่อมีเจตนาทุจริตเอาไปเปนประโยชนตนก็มีความผิดฐาน
ยักยอก ถาไมไดมีการครอบครองทรัพยนั้น แตเปนเร่ืองเอาทรัพยของผูอ่ืนมาเปนของตน ความผิด
กก็ ลายเปน เรอ่ื งลักทรพั ยไ ป เพราะเปน การเอาไปซึ่งทรพั ยผ อู ่ืน
ทรพั ยซ งึ่ เปน เจา ของรวมกนั นน้ั ถา ทรพั ยน นั้ อยใู นความครอบครองของตนแลว เบยี ดบงั
เอาเปน ของตนเสยี โดยทจุ รติ เปนความผดิ ฐานยักยอก ไมเปนความผิดฐานลักทรพั ย
การเปน เจา ของทรพั ยร วมกนั นี้ มไิ ดจ าํ กดั วา จะเปน จาํ นวนกคี่ น ซงึ่ อาจจะเปน ๒, ๓ หรอื
๔ คน กไ็ ด
๓. เบยี ดบงั เอาทรพั ยน น้ั เปน ของตน หรอื บคุ คลทส่ี าม คาํ วา “เบยี ดบงั ” นหี้ มายความวา
ยักยอกปดบังเอาไว ฉะนั้นการเบียดบังเอาทรัพยจึงเปนกรณีของผูที่ครอบครองทรัพยแสดงออก
ภายนอกวาทรัพยนั้นเปนของตนเอง คือปดบังเอาทรัพยนั้นไวเปนของตน หรือปดบังเอาทรัพยน้ัน

๒๑๖

ใหแกบุคคลท่ี ๓ การแสดงออกวาตนเปนเจาของทรัพยน้ัน เชน บริโภคหรือแปรสภาพทรัพยนั้น
จาํ หนา ยใหค นอน่ื ไป หรอื ซอ นเรน ทรพั ยน น้ั การเปลย่ี นแปลงรปู รา งหรอื เอาทรพั ยน น้ั มาใชอ ยา งเจา ของ
พฤติการณต างๆ ดงั กลาวแสดงถึงการเบียดบงั เอาเปน เจา ของทรัพย

๔. องคป ระกอบขอสุดทา ยคือ “เจตนาทจุ ริต” นั้น เปนเจตนาพิเศษ กลา วคอื นอกจาก
มีเจตนาธรรมดาตามมาตรา ๕๙ ประกอบดวยมูลเหตจุ งู ใจ เพื่อแสวงหาประโยชนท ม่ี ิควรไดโ ดยชอบ
ดวยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผูอื่นตามความในมาตรา ๑ (๑) ซ่ึงมูลเหตุจูงใจพิเศษในเรื่องนี้ก็คือ
การเบยี ดบงั เอาทรพั ยน นั้ เปนของตนหรอื ของบคุ คลทีส่ ามนน่ั เอง

อนง่ึ ความผดิ ฐานยกั ยอกอนั เปน แมบ ทนกี้ เ็ หมอื นกบั ความผดิ อน่ื ๆ กลา วคอื การกระทาํ
จะเปนความผิดน้ัน จะตองครบองคประกอบความผิดทุกขอ ถาขาดไปขอใดขอหน่ึงก็ยอมไมเปน
ความผิดฐานยักยอก

ÁÒμÃÒ óõò ÇÃä ò บญั ญัตวิ า
“ถาทรัพยนั้นไดตกมาอยูในความครอบครองของผูกระทําความผิด เพราะผูอ่ืนสงมอบ
ใหโดยสําคัญผิดไปดวยประการใด หรือเปนทรัพยสินหายซ่ึงผูกระทําความผิดเก็บได ผูกระทําตอง
ระวางโทษแตเ พยี งกง่ึ หนง่ึ ”
ความผิดตามวรรคสองน้ี เปนความผิดที่มีอัตราโทษนอยกวามาตรา ๓๕๒ วรรคแรก
แตกอนจะเปนความผิดตามวรรคสองนี้ การกระทําจะตองครบองคประกอบความผิดฐานยักยอก
ตามมาตรา ๓๕๒ วรรคแรกทกุ ประการ เวน แตอ งคป ระกอบขอ ครอบครองเทา นน้ั ซง่ึ วรรคสองบญั ญตั ิ
ไวเ ปนพิเศษทจ่ี ะเปนความผิดตามวรรคสองนี้ กลา วคอื
๑. ทรัพยน้ันตกมาอยูในความครอบครองของผูกระทําความผิด เพราะผูอื่นสงมอบให
โดยสําคัญผิดไปดว ยประการใด
๒. ทรพั ยน น้ั ตกมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ความผดิ เพราะเปน ทรพั ยส นิ หาย
ซ่งึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ได
ฉะนนั้ การกระทาํ จะเปน ความผดิ และไดร บั โทษตามมาตรา ๓๕๒ วรรคสองน้ี เพราะทรพั ย
ทต่ี กมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ผดิ เพราะผอู น่ื สง มอบใหโ ดยสาํ คญั ผดิ หรอื เปน ทรพั ยส นิ หาย
ซง่ึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ไดเ ทา นน้ั ถา ทรพั ยน นั้ ตกมาอยใู นความครอบครองของผกู ระทาํ ผดิ โดยประการอนื่
นอกจาก ๒ ประการนี้แลว ก็เปนการครอบครองตามความในมาตรา ๓๕๒ วรรคแรก
คาํ วา “เพราะผอู นื่ สง มอบใหโดยสําคญั ผดิ ไปดว ยประการใด” นนั้ ตองเปนเรือ่ งสําคัญผิด
ของผสู ง มอบใหฝ า ยเดยี ว ไมใ ชเ นอื่ งมาจากการหลอกลวงของผทู ที่ รพั ยน น้ั ตกมาอยใู นความครอบครอง
ใหเขาสําคัญผิดสงทรัพยนั้นใหแกตน ถาเนื่องมาจากการหลอกลวงดังกลาวเขาจึงสงทรัพยให
ยอ มจะเปนความผดิ ฐานฉอ โกงไป
คาํ วา “สาํ คญั ผดิ ไปดวยประการใด” แยกออกได ๒ ประการ คือ สําคญั ผิดในตวั บุคคล
และสาํ คญั ผดิ เกยี่ วดว ยทรพั ย

๒๑๗

ในประการที่ ๒ คําวา “เปน ทรพั ยส ินหายซง่ึ ผกู ระทาํ ผดิ เกบ็ ได” นัน้ หมายถงึ ทรพั ยสิน
หายหรือตกหายโดยพนจากการยึดถือครอบครองของผูเปนเจาของ หรือผูครอบครองทรัพยน้ันแลว
ทง้ั โดยตรงหรอื โดยปรยิ าย เชน แหวนหลดุ จากนวิ้ ไปไมท ราบวา ตกหายไป ณ ทใ่ี ด พอจะถอื ไดว า แหวนนนั้
พนจากการครอบครองของเจาของแลว ผูใดเก็บไดและไมดําเนินการตามกฎหมายกําหนดไวแลว
เบยี ดบงั เอาเปนของตนเสียโดยทุจริต ยอมมีความผดิ ฐานยกั ยอกตามมาตรา ๓๒๕ วรรค ๒ นี้

แตถ า การตกหายของแหวนนน้ั เจา ของผทู ตี่ กรแู นน อน และกาํ ลงั หาพรรคพวกเพอื่ ชว ยหา
ติดตามเอาคนื อยู ถอื วาแหวนยงั อยใู นครอบครองของเจาของ ถา ผูใดเกบ็ ไดโ ดยรู หรือมีเหตอุ ันควรรู
เจา ของแหวนน้นั และกาํ ลงั ติดตามหาเอาคนื อยู การเกบ็ ของไปเสยี กเ็ ปนการเอาไปซ่ึงทรัพยใ นความ
ครอบครองของบคุ คลอนื่ เปนความผิดฐานลักทรพั ยหาใชยกั ยอกทรัพย

®Õ¡Ò·Õè ñöõò/òôùò ไดรับมอบทรัพยเพื่อใหไปจัดการขายแทน โดยเจาของกําหนด
ราคาใหข าย แลว ผรู บั มอบเอาไปขายตา่ํ กวา ราคาทก่ี าํ หนดโดยเจตนาทจุ รติ ยอ มมคี วามผดิ ฐานยกั ยอก

®¡Õ Ò·èÕ ñòñù/òõðò ผูเสียหายมอบวิทยุใหจําเลยนําไปขายโดยไมไดจํากัดวา
จะตอ งขายราคาเทา ไร เปน แตว า จาํ เลยจะตอ งชาํ ระราคาคา เครอ่ื งวทิ ยุ ๒,๕๐๐ บาท แกผ เู สยี หายดงั นี้
แสดงวา จําเลยจะขายวิทยุในราคาเทาไรก็แลวแตจําเลย เงินที่ขายไดยอมตกเปนของจําเลย จําเลย
มีความผูกพันท่ีจะตองรับผิดใชราคาเคร่ืองวิทยุ ๒,๕๐๐ บาท แกผูเสียหายเทานั้น มิใชเรื่องจําเลย
ไดร ับมอบหมายราคาเครอื่ งวทิ ยุไวแทนผเู สียหาย กรณีไมเปน ความผดิ ฐานยักยอกเงนิ

®¡Õ Ò·èÕ ñù÷/òõð÷ ผูเสียหายไปเขาหองสวม ไดมอบกระเปาถือใหจําเลยถือช่ัวคราว
จําเลยลอบเปดกระเปาน้ันแลวเอาสรอยกับธนบัตรไป เปนความผิดฐานลักทรัพยไมใชยักยอก
เพราะผูเสยี หายไมไดสละการครอบครองถอื วา สรอ ยและธนบัตรอยใู นครอบครองของผูเสียหาย

®¡Õ Ò·èÕ òöðñ/òõñù ผเู สยี หายไดม อบกระบอื และรถจกั รยาน ๒ ลอ ใหจ าํ เลยควบคมุ
ดแู ลการยดึ ถอื ครอบครองทรพั ยจ งึ อยทู จี่ าํ เลย เมอ่ื จาํ เลยเอาทรพั ยน น้ั ไปใหแ กบ คุ คลอนื่ จงึ มคี วามผดิ
ฐานยกั ยอกทรัพย

®Õ¡Ò·Õè ñöóö/òõòñ โจทกจางจําเลยซอมรถไถโดยโจทกเปนผูซื้อเครื่องอะไหลนําไป
มอบใหจําเลยท่ีอซู อมรถของจําเลย จาํ เลยซอมอยูนานราว ๑ ป จึงเสร็จ พฤติการณถ อื วา การยดึ ถอื
ครอบครองทรัพยอยูที่จําเลย จําเลยเปลี่ยนเส้ือสูบเกาใสแทนเส้ือสูบใหมของโจทกเปนความผิดฐาน
ยักยอกทรัพย

®Õ¡Ò·Õè òöð/òõòñ จําเลยไดรับมอบหมายใหพากระเปาทรัพยของนายจางออกไป
ใหพนจากท่ีวิวาท เพื่อความปลอดภัยแหงทรัพย แลวจําเลยพาทรัพยสินหนีไปเปนความผิดฐาน
ยักยอกทรัพย

®¡Õ Ò·èÕ ò÷ññ/òõòù ผูรับฝากมีหนาท่ีจะตองคืนทรัพยที่รับฝากแกผูฝาก ผูรับฝาก
จะนําทรัพยออกใชสอย หรือมอบใหผูอ่ืนโดยไมไดรับความยินยอมจากผูฝากหาไดไม การฝากขาว
ซง่ึ เปน สงั กมทรพั ยน น้ั หากผรู บั ฝากยกั ยอกเอาขา วไปโดยทจุ รติ ไมส ามารถสง คนื ขา วทร่ี บั ฝากไวใ หแ ก

๒๑๘

ผูฝากได ผูรับฝากอาจตองคืนขาวชนิดและประเภทเดียวกันใหแกผูฝาก ก็เปนเรื่องของการชําระหน้ี
ใหท างแพง เทา นั้น หามผี ลใหผ ูร บั ฝากพนความผดิ ฐานยกั ยอกในทางอาญาไม

®Õ¡Ò·èÕ óõùõ/òõóò (ประชมุ ใหญ) ความผดิ ฐานยกั ยอกทรพั ยไ มใ ชค วามผดิ เฉพาะตวั
ของผูครอบครองทรัพยเพียงผูเดียว ผูอื่นก็อาจรวมกระทําความผิดกับผูครอบครองในการยักยอก
ทรัพยไดหากไดรวมมือรวมใจกันกระทําการยักยอกกับผูไดรับมอบหมายใหครอบครองทรัพยขอที่วา
ผูใดครอบครองทรัพยน้ัน มิใชคุณสมบัติเฉพาะตัวผูกระทํา แตเปนเพียงองคประกอบความผิด
ในสวนการกระทาํ อันหนึง่ เทานัน้

®¡Õ Ò·èÕ ö÷õ/òõõö โจทกรวมมอบอุปกรณการแพทยใหจําเลยไวในฐานะตัวแทน
ของโจทกรวมเพื่อใหจําเลยนําไปสาธิตหรือนําไปใหลูกคาทดลองใชตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมายจาก
โจทกรวม จําเลยมีหนาที่ตองนําอุปกรณการแพทยที่ยืมไปมาคืนใหแกโจทกรวม การท่ีจําเลยไมนํา
อปุ กรณก ารแพทยม าคนื ใหแ กโ จทกร ว มโดยจาํ เลยนาํ ไปมอบใหแ กโ รงพยาบาลเพอ่ื ใหค ณะกรรมการของ
โรงพยาบาลรบั มอบเครอื่ งวดั ความดนั โลหติ จากจาํ เลยซงึ่ จาํ เลยจะไดร บั ผลประโยชนเ ปน คา ตอบแทน
ในการขายสินคา แสดงใหเห็นเจตนาของจําเลยวาจะไมคืนทรัพยท่ีจําเลยครอบครองแทนโจทกรวม
ใหแกโจทกรวมอันเปนการเบียดบังเอาทรัพยนั้นเปนของบุคคลที่สามโดยจําเลยไดรับประโยชน
ท่ีมิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายอันเปนการกระทําโดยทุจริตและเปนความผิดสําเร็จแลวแมปจจุบัน
ทรัพยยังคงอยูที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลประสงคจะคืนใหแกโจทกรวมก็ไมทําใหจําเลยพนผิด
การกระทําของจาํ เลยเปนความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคแรก

®¡Õ Ò·èÕ öùñ/òõõö จาํ เลยลงลายมอื ชอ่ื เปน ผเู ชา ซอื้ โทรทศั นส ใี นสญั ญาเชา ซอ้ื แทน ส.
นายจางของจําเลยและจําเลยไมไดเปนผูครอบครองโทรทัศนสีท่ีเชาซื้อ แต ส.เปนผูรับมอบและ
ครอบครองโทรทศั นส ที เี่ ชา ซอื้ แมจ าํ เลยนาํ โทรทศั นส ที เ่ี ชา ซอ้ื ไปขาย จาํ เลยกไ็ มม คี วามผดิ ฐานยกั ยอก
โทรทศั นสที เี่ ชาซอื้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒

การท่ีจําเลยซ่ึงเปนบุคคลภายนอกมิใชผูมีอาชีพหรือธุรกิจอันยอมเปนท่ีไววางใจของ
ประชาชนไดร ว มกบั ผจู ดั การและสมหุ บ ญั ชขี องธนาคารยกั ยอกทรพั ยข องธนาคาร จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ
ฐานเปนตัวการยักยอกทรัพยตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ ประกอบดวยมาตรา ๘๓ แมจําเลยจะรวม
กระทําผิดกับผูมีอาชีพหรือธุรกิจอันยอมเปนที่ไววางใจของประชาชนเปนเหตุเฉพาะตัวผูกระทําผิด
แตละคน จําเลยจึงไมมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนในการท่ีผูอื่นกระทําความผิดตาม ป.อ.
มาตรา ๓๕๔ ประกอบดวยมาตรา ๘๖

ñò. ÃºÑ ¢Í§â¨Ã
ÁÒμÃÒ óõ÷ “ผูใดชวยซอนเรน ชวยจําหนาย ชวยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือ
รับไวโดยประการใด ซึ่งทรัพยอันไดมาโดยการกระทําความผิด ถาความผิดนั้นเขาลักษณะลักทรัพย
ว่ิงราวทรัพย กรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย ปลนทรัพย ฉอโกง ยักยอก หรือเจาพนักงาน
ยักยอกทรัพย ผูนั้นกระทําความผิดฐานรับของโจร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกิน
หนง่ึ หมื่นบาท หรอื ทั้งจําท้ังปรบั

๒๑๙

ถา การกระทําความผดิ ฐานรบั ของโจรนัน้ ไดก ระทําเพ่ือคากาํ ไร หรือไดก ระทาํ ตอ ทรัพย
อันไดมาโดยการลักทรัพยตามมาตรา ๓๓๕(๑๐) ชิงทรัพย หรือปลนทรัพย ผูกระทําตองระวางโทษ
จาํ คุกต้งั แตห กเดือนถึงสิบป และปรับตั้งแตห น่ึงพันบาทถงึ สองหมื่นบาท

ถาการกระทําความผิดฐานรับของโจรน้ัน ไดกระทําตอทรัพยอันไดมาโดยการลักทรัพย
ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ การชิงทรัพยตามมาตรา ๓๓๙ ทวิ หรอื การปลน ทรัพยตามมาตรา ๓๔๐ ทวิ
ผูกระทําตองระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตห า ปถ ึงสบิ หาป และปรับตั้งแตหนึ่งหมนื่ บาทถึงสามหมืน่ บาท”

ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ชว ยซอนเรน ชวยจาํ หนา ย ชว ยพาเอาไปเสยี ซอื้ รบั จาํ นํา หรือรบั ไวโ ดยประการใด
๒. ซ่ึงทรพั ยอ นั ไดม าโดยการกระทาํ ผดิ
๓. ความผิดนั้นเขาลักษณะลักทรัพย วิ่งราวทรัพย กรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย
ปลนทรัพย ฉอโกง ยักยอก หรือเจาพนกั งานยักยอกทรัพย
๔. โดยเจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
๑. ผกู ระทาํ ผดิ ฐานรบั ของโจรจะตอ งรบั ไวโ ดยรสู าํ นกึ ในการกระทาํ และในขณะเดยี วกนั
กระทําประสงคตอผลหรือยอมเล็งเห็นผลของการกระทําน้ัน คือ รับทรัพยซึ่งตนรูวาไดมาโดยการ
กระทาํ ผดิ กฎหมายไว จึงจะเปน ความผดิ
๒. สาํ หรับองคป ระกอบในขอ ๑ ทว่ี า ผูใดชวยซอนเรน ชว ยจาํ หนาย ชว ยพาเอาไปเสีย
ซื้อ รับจํานํา หรือรับไวโดยประการใดน้ัน หมายถึงการกระทําตอทรัพยซ่ึงผูกระทําผิดสําเร็จมาแลว
เชน ไปลักหรือชิงหรือปลนมาแลว และไดทรัพยนั้นมาแลวสงมอบทรัพยน้ันใหแกบุคคลอีกคนหนึ่ง
ใหช ว ยซอนเรน จําหนาย พาเอาไปเสยี ซอ้ื รับจาํ นํา หรือใหรบั ไวดว ยประการใด และผูรับทรัพยนั้นไว
ดวยวิธีตางๆ ดังกลาว เรยี กวา เปนผูรับของโจรตามความในมาตรานี้
ชวยจําหนาย นอกจากการนําไปจําหนายใหโดยตรงแลว ยอมมีความหมายถึงการชวย
แลกเปลย่ี น โอน หรอื ให หรอื ชว ยโดยประการอน่ื เปน การชว ยใหจ าํ หนา ยไดด ว ย เชน ไปตดิ ตอ สถานท่ี
รับซื้อ หรอื ชว ยหาผซู อ้ื หรอื ผูรับจํานาํ เปน ตน
ชวยพาเอาไปเสีย น้ันหมายความถึงการชวยพาเอาทรัพยน้ันไปโดยพลการของตนเอง
โดยตรงหรือเพยี งมสี วนชว ยพาเอาไป ไมวาจะมาจากการจางวานใชห รือสมคั รใจเขา ชวยพาเอาไปเอง
สาระสาํ คญั อยทู ่กี ารเขา มสี ว นในการชวยพาเอาทรพั ยน ั้นไป
รับไวโดยประการใด หมายความถึงการรบั ไว โดยวิธกี ารอยา งอืน่ นอกจากท่ีระบไุ วแลว
ไมวาดว ยประการใด เชน รบั ฝาก รับเกบ็ ไว
®¡Õ Ò·Õè öøð/òõðø (ประชมุ ใหญ) มีคนเอาปนมาจาํ นาํ จําเลย จาํ เลยไมม เี งิน จึงพาไป
จํานํากับผูอนื่ โดยจําเลยชว ยพดู จาใหเขารับจาํ นาํ ดังน้ี เปนการชวยจําหนายตามมาตรา ๓๕๗
®¡Õ Ò·Õè ñò/òõññ บดิ าของจําเลยเปน ผตู ดิ ตอ รบั ซอ้ื รถจกั รยานยนตจ ากคนรา ยตลอดมา
สวนจาํ เลยไดนาํ เอารถจักรยานยนตเหลาน้ันไปฝากญาติไวเพื่อหาคนซื้อตอไปตามที่บิดาของจําเลย

๒๒๐

ใชไป ดังนี้บิดาของจาํ เลยและจําเลยยอมมีความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา ๓๕๗ ประกอบดวย
มาตรา ๘๓ จะอางเหตุวาบิดาใชใหท าํ กต็ องทําเพ่อื ไมต องรับโทษหาไดไ ม

®Õ¡Ò·èÕ ñòöô/òõñó จําเลยใชผูอื่นไปลักทรัพยนั้นถือวาจําเลยเปนตัวการดวยตาม
มาตรา ๘๓ เมื่อจาํ เลยรับทรัพยน้ันจากผูท่ีจาํ เลยใช ถือวาเปนการรับทรัพยซึ่งเปนผลสืบเน่ือง
มาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพยหรือฉอโกงท่ีจําเลยเปนผูใชเอง จาํ เลยจึงไมมีความผิด
ฐานรับของโจร

®Õ¡Ò·Õè òñ÷÷/òõòð จําเลยรับเช็คของกลางไวโดยรูวาเปนเช็คอันไดมาโดยการ
กระทําความผดิ ฐานลกั ทรพั ย แลว นําไปเบกิ เงนิ ทธี่ นาคาร แตเ บกิ ไมไ ดเ พราะถกู อายดั ไว ถอื วา ความผดิ
ฐานรับของโจรของจาํ เลยเกิดขึ้น และสําเร็จแลวไมใชพยายามรับของโจร แมจาํ เลยไมมีทางรับเงิน
ตามเช็คของกลางจากธนาคาร

®¡Õ Ò·èÕ ñöðù/òõòò จาํ เลยอยูปากถ้ําที่เกิดเหตุ เจาพนักงานพบคนรายมีกระบือ
ผูกอยูในถาํ้ จาํ เลยเพียงแตมาดูกระบือ ต้ังใจจะซื้อ ยังไมตกลงจะซ้ือก็ถูกจับ ยังไมเปนความผิดฐาน
รบั ของโจร

®Õ¡Ò·Õè òõóù/òõòõ จาํ เลยท่ี ๑ รับกระบือจากคนราย โดยรูวาเปนทรัพยท่ีถูก
ลกั มาแลว นาํ ไปขายและรบั ชาํ ระราคา สวนจาํ เลยท่ี ๒ ทีช่ วยจูงกระบือรว มเดนิ ทางไปกบั จาํ เลยท่ี ๑
ตามคาํ ขอรอง ถือไมไดวารวมครอบครอง ชวยพาเอาไปเสีย ชวยจาํ หนายกระบือ การกระทาํ ของ
จําเลยที่ ๒ จงึ ไมเปนความผิดฐานรับของโจร

ñó. ทําãËàŒ ÊÂÕ ·Ã¾Ñ 
ÁÒμÃÒ óõø “ผใู ดทําใหเสียหาย ทําลาย ทําใหเสอื่ มคา หรือทําใหไ รประโยชนซ งึ่ ทรัพย
ของผูอ่ืนหรือผูอ่ืนเปนเจาของรวมอยูดวย ผูน้ันกระทาํ ความผิดฐานทาํ ใหเสียทรัพย ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเ กนิ สามป หรือปรบั ไมเกนิ หกหมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั ”
ͧ¤»ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ผใู ด
๒. ทาํ ใหเสยี หาย ทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา หรือทําใหไ รป ระโยชน
๓. ซ่ึงทรพั ยข องผูอ ่นื หรือผูอนื่ เปน เจาของรวมอยูดว ย
๔. โดยเจตนา
สว นของการกระทาํ ความผิดฐานทาํ ใหเ สียทรพั ย
¡ÒÃทาํ ãËŒàÊÂÕ ËÒ หมายถงึ การใหท รัพยนัน้ ชํารุด บบุ สลาย หรือทําใหส ภาพของทรพั ย
เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลง การชาํ รุดไมจาํ เปนตองเปนการถาวร เชน เตะรถเขาจนบุบ ตอมา
อาจมกี ารซอมแซมรถจนอยใู นสภาพปกติ ก็ยงั คงผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรัพยไ ด
ทาํ ÅÒÂ หมายถึง ทําใหทรัพยสิ้นสภาพไปเลยทีเดียว เชน เอาทรัพยของเขาไปเผา
จนสูญไปเอาแกวน้ําไปทุบจนแตก หรือตามฎีกาที่ ๓๕/๒๕๐๓ โปรยขาวเปลือกผสมยาพิษใหเปด
ของผอู ่นื กนิ จนตายไปเกือบหมด

๒๒๑

ทาํ ãËàŒ ÊÍ×è Á¤Ò‹ หมายถงึ ทําใหร าคาของทรพั ยน น้ั ลดลง เชน การเอาเสอ้ื ผา ใหม หรอื ของใช
ใหมข องเขาไปใช ทาํ ใหท รัพยน นั้ เสอ่ื มราคาลง

ทําãËäŒ ÃŒ»ÃÐ⪹ หมายถงึ ทําใหป ระโยชนข องทรัพยน ัน้ หมดไป แมจ ะช่วั คราวกต็ าม
เชน ปลอยยางลมรถยนตข องเขาทาํ ใหย างแบน

®Õ¡Ò·Õè ñøôö/òõðð (»ÃЪÁØ ãËÞ)‹ กง่ิ ง้ิวของโจทกร กุ ล้าํ เขาไปเหนือท่ีดนิ ของจําเลย
เปน การละเมดิ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๕ ประกอบดว ยมาตรา ๔๒๐ จําเลยตอ งบอกกลา วกอ นตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๗ จึงจะตัดได การทีจ่ ําเลยตดั ก่ิงงวิ้ นั้นโดยไมบ อกกลาวโจทกกอ นจะมีความผิด
ทางอาญาหรอื ไม ตอ งพจิ ารณาถงึ เจตนาของจาํ เลยอกี ชนั้ หนงึ่ การทจี่ ําเลยเพยี งแตก ระทําการปอ งกนั
กรรมสทิ ธใิ์ นทรพั ยส นิ ของตนตามทกี่ ฎหมายอนญุ าตใหท าํ ไดโ ดยทวั่ ๆ ไป แตม ไิ ดป ฏบิ ตั ใิ หค รบถว นตาม
วิธีการทบ่ี ญั ญัตไิ วใ นกฎหมาย ยังไมมเี จตนากระทําผดิ ทางอาญา (ไมผิดฐานทาํ ใหเสียทรพั ย)

®¡Õ Ò·èÕ òòð÷/òõòô จําเลยเปนเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินยอมมีสิทธ์ิเหนือพื้นดิน หรือ
ท่ีเรียกวาแดนกรรมสิทธิ์ดวย โจทกไมมีสิทธิ์ที่จะสรางลํานํ้ารุกลํ้าเขาไปในที่ดินของจําเลย และจําเลย
มีสิทธ์ิขัดขวางมิใหโจทกสอดเขาเก่ียวของกับทรัพยสินของตนโดยมิชอบดวยกฎหมาย ดังน้ัน การท่ี
จาํ เลยรอื้ รางนา้ํ ดงั กลา ว โดยเชอื่ วา รกุ ลาํ้ เขา มาในทด่ี นิ ของจาํ เลย จงึ เปน การใชส ทิ ธใ์ิ นทดี่ นิ ตามสมควร
แกก ารสรา งตกึ แถวของจาํ เลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๖ ไมเ ปน ความผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรพั ยเ ชน กนั

®Õ¡Ò·Õè ùöó/òõðò การปลดผาปายโฆษณาหาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎรไมเปนการทําใหผาปายนั้นไรประโยชน เพราะผาปายที่ปลดลงมาน้ัน ยังใชประโยชนได
แมสามารถแกไ ขหรอื ซอ มแซมทรพั ยนั้นไดก ต็ าม

®¡Õ Ò·Õè ñðù÷/òõð÷ เจาหนาท่ีทองถิ่นมีอํานาจรื้อถอนอาคารท่ีไมมั่นคงแข็งแรงหรือ
ไมปลอดภยั ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ การกอสรางอาคาร การรือ้ ถอนอาคารของเจา หนา ท่ีจึงเปน การปฏบิ ตั ิ
ตามอํานาจหนาทโี่ ดยชอบดว ยกฎหมายจึงไมม ีมูลความผดิ ฐานทําใหเสียทรพั ย

®Õ¡Ò·èÕ ñôõð/òõñð โจทกเชาที่ดินซ่ึงมีบอเล้ียงปลา แตโจทกไดปดกั้นบอปลูกตนไม
ลมลุกและลอมร้ัวลวดหนามไว ตอมาจําเลยซื้อที่ดินแปลงน้ัน แตโจทกยังคงครอบครองในฐานะ
ผเู ชา แลว จาํ เลยไปวดิ ปลาในบอ ตดั ตน ไมล ม ลกุ และรอ้ื ลวดหนามเหลา นนั้ จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ ฐาน
ลกั ทรพั ยแ ละทําใหเสียทรพั ย

ผูเชาทีด่ นิ ปลกู ตน ไมล ม ลุกไว เม่อื ออกจากทดี่ ินไป มีสิทธิเอาไมลม ลุกไปได
®¡Õ Ò·èÕ øù/òõñù จําเลยเขาใจวาเสารั้วของโจทกท่ีขุดหลุมปกอยูในท่ีดินของจําเลย
จําเลยจึงถอนออกโดยเจตนาใชสิทธติ าม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๖, ๑๓๓๗ ไมผิดฐานทาํ ใหเสียทรพั ย
ตามมาตรา ๓๕๘
®¡Õ Ò·Õè òõø÷/òõòõ ความผิดฐานทําใหเสียทรัพยผูกระทําจะตองมีเจตนากระทําให
เสียหาย ทําลาย ทาํ ใหเสื่อมคา หรอื ทําใหไ รประโยชนซ่งึ ทรัพยของผอู น่ื จงึ จะมคี วามผิด
การทจ่ี าํ เลยเชา ทน่ี าของผเู สยี หายมาทาํ นาประมาณ ๒๐ ป ตอ มากลว ยราคาดี จาํ เลยจงึ
จา งคนขดุ ทน่ี าบางสว นเพอื่ ปลกู กลว ย มไิ ดม เี จตนากระทาํ ใหท รพั ยข องผเู สยี หายทาํ ลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา
หรอื ทาํ ใหไรประโยชน จงึ ไมผิดฐานทําใหเ สยี ทรัพย

๒๒๒

®Õ¡Ò·Õè óóñ/òõò÷ โจทกจําเลยตางโตเถียงกรรมสิทธ์ิพิพาทกันอยู เมื่อโจทกปลูก
ตน ขา วในนาพพิ าท จาํ เลยเสยี หายอยา งไร ชอบทจี่ ะฟอ งรอ งวา กลา วกนั การทจ่ี าํ เลยกลบั เขา ไถนาพพิ าท
จนเปนเหตุใหขาวที่โจทกปลูกไวเสียหาย การกระทาํ ของจาํ เลยยอมเปนความผิดฐานทาํ ใหเสียทรัพย
และตอ งชดใชค า เสยี หาย

®Õ¡Ò·Õè ñùôø/òõôò จาํ เลยใชค อ นทบุ กระจกทต่ี ดิ กบั ตเู อทเี อม็ เพอื่ ระบายความแคน
โดยไมม ีเจตนาลกั ทรัพย แตเปนความผิดฐานทาํ ใหเ สยี ทรัพยได

®¡Õ Ò·Õè ÷ðó÷/òõô÷ คาํ วา “ฉดี ” ตามพจนานกุ รมใหค วามหมายไวว า “ใชก ําลงั อดั หรอื
ดันของเหลวพุงออกจากชองเล็กๆ” ดังน้ี กระบอกฉีดยาไมมีเข็มฉีดยาก็สามารถฉีดของเหลวเขาสูตัว
กระบือโดยทางปากหรือทวารได เม่ือจําเลยมีกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษไวแลว และกาํ ลังจับเชือกที่
ผกู กระบอื ของผเู สยี หายซงึ่ พรอ มทจ่ี ะลงมอื ฉดี สารพษิ ใสเ ขา ไปในตวั กระบอื การกระทําของจาํ เลยดงั นี้
ใกลชิดตอผลแหงการทําใหเสียทรัพย ถือวาเปนการลงมือกระทําความผิดแลวแตกระทาํ ไปไมตลอด
เพราะผูเสียหายมาพบและเขา ขดั ขวางเสยี กอน จาํ เลยจงึ มีความผิดฐานพยายามทําใหเ สียทรัพย

®Õ¡Ò·èÕ öòñó/òõõñ จําเลยเขาไปครอบครองและตัดฟนตนยูคาลิปตัสของสาํ นักงาน
ปาไมเขตจังหวัดเพชรบุรี และกนสราง แผวถาง หรือกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการทําลายปา
เพอื่ ยดึ ถอื ครอบครองปา เปน ของตนหรอื ผอู นื่ จงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ทาํ ใหเ สยี ทรพั ย และฐานรว มกนั
ยดึ ถอื ครอบครอง กน สราง แผว ถางหรือเผาปาโดยไมไ ดรบั อนญุ าต

จาํ เลยเขาไปยึดถือครอบครอง กนสรางและแผวถางปาโดยตัดฟนตนยูคาลิปตัสของ
สาํ นกั งานปา ไมเ ขตจงั หวดั เพชรบรุ ี อนั เปน การทาํ ใหเ สยี หาย ทาํ ลาย หรอื ทําใหไ รป ระโยชนซ ง่ึ ทรพั ยข อง
ผอู ่นื แมโ จทกบ รรยายฟอ งวาจาํ เลยกระทาํ ความผิดตาม พ.ร.บ.ปา ไมฯ และ ป.อาญา แยกการกระทาํ
เปนสองกรรมตางหากจากกัน แตเมื่อเปนการกระทาํ ความผิดตอตนยูคาลิปตัสจาํ นวนเดียวกันและ
ไดกระทําคราวเดียวพรอมกันตอเนื่องกันไป จึงเปนการกระทํากรรมเดียวผิดตอกฎหมายหลายบท
ตอ งลงโทษ ตาม พ.ร.บ. ปา ไม พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี วรรคสอง ซ่งึ เปนกฎหมายบททีม่ ี
โทษหนกั ท่สี ุดตาม ป. อาญา มาตรา ๙๐

ñô. ทาํ ãËàŒ ÊÕ·ÃѾàËμ©Ø ¡Ãè
ÁÒμÃÒ óöð ผใู ดทาํ ใหเ สยี หาย ทําลาย ทาํ ใหเ สอื่ มคา หรอื ทาํ ใหไ รป ระโยชน ซง่ึ ทรพั ย
ที่ใชหรือมีไวเพ่ือสาธารณประโยชน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท
หรอื ทั้งจําทง้ั ปรับ
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. ทําใหเ สยี หาย ทาํ ลาย ทําใหเสื่อมคา หรือทําใหไ รป ระโยชน
๒. ซงึ่ ทรพั ยทีใ่ ชห รือมไี วเพื่อสาธารณประโยชน
๓. เจตนา

๒๒๓

ทรพั ยท ใี่ ชห รอื มไี วเ พอ่ื สาธารณประโยชน หมายความวา ทรพั ยน นั้ เปน คณุ แกบ คุ คลทว่ั ไป
ทกุ คนมสี ทิ ธจิ ะไดร บั ประโยชนจ ากทรพั ยน นั้ ถา เปน ทรพั ยท ใี่ ชห รอื มไี วเ พอ่ื ใชป ระโยชนแ กค นทว่ั ไปแลว
ใครจะเปน เจา ของไมส ําคญั จะเปน ของเอกชนหรอื เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผน ดนิ ซง่ึ ถอื วา ไมม เี จา ของ
กไ็ ด

μÑÇÍ‹ҧ
®¡Õ Ò·èÕ õøø/òõðù ธงชาติไทย ซ่ึงทางโรงเรียนวัดหนองลุมพุกไดชักไวที่เสาธง
ของโรงเรียน หาใชเปนทรัพยที่ใชหรือมีไวเพ่ือสาธารณประโยชน จําเลยใชปนยิงเสาธงน้ันเสียหาย
จึงเปนความผิดตามมาตรา ๓๕๘ ไมผิดมาตรา ๓๖๐
®Õ¡Ò·èÕ ñññó/òõñö สถานตี าํ รวจไมใ ชทรพั ยท ี่มไี วเพ่อื สาธารณประโยชน
®Õ¡Ò·Õè ññùö/òõñø ปายบอกชื่อ หนองนา้ํ สาธารณะเปนทรัพยที่มีไวเพื่อสาธารณ
ประโยชน จําเลยถอนปายนั้นท้ิง ผิดตามมาตรา ๓๖๐
®¡Õ Ò·èÕ òõóø/òõòòจําเลยขุดทําลายถนน ซ่ึงประชาชนชวยกันทําและไดใชสัญจร
ไปมาเปน ถนนสาธารณะแลวเปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๖๐
ñõ. ºØ¡ÃØ¡
ÁÒμÃÒ óöò “ผูใดเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอื่น เพ่ือถือการครอบครอง
อสงั หารมิ ทรพั ยท ง้ั หมด หรอื แตบ างสว น หรอื เขา ไปกระทาํ การใดๆ อนั เปน การรบกวนการครอบครอง
อสังหาริมทรัพยของเขาโดยปกติสุข ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหม่ืนบาท
หรือท้งั จําทัง้ ปรบั
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. เขาไปในอสังหารมิ ทรพั ยข องผูอ ่ืน
๒. เพือ่

๒.๑ ถอื การครอบครองอสงั หาริมทรพั ยท้งั หมด หรอื แตบ างสวน หรอื
๒.๒ เขาไปกระทําการใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
ของเขาโดยปกติสขุ
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
๑. ความผิดฐานบุกรุกนี้ ในเบื้องตนมีขอสําคัญอยูวาการเขาไปในอสังหาริมทรัพยน้ัน
ผเู ขา ไปจะตอ งรวู า อสงั หารมิ ทรพั ยน นั้ มเี จา ของกรรมสทิ ธิ์ หรอื สทิ ธคิ รอบครอง ถา อสงั หารมิ ทรพั ยน น้ั
ไมมเี จาของหรือเปนสาธารณสมบัตขิ องแผน ดนิ การเขาไปยอมไมเ ปนความผิดฐานบกุ รกุ
๒. คําวา “เขาไป” หมายความถึงตัวบุคคลเขาไปในอสังหาริมทรัพยน้ันโดยตรงไมใช
กรณโี ยน ยนื่ หรอื ขวา งปาสงิ่ ของ หรอื สว นหนงึ่ สว นใดของรา งกายเขา ไป และบคุ คลทเี่ ขา ไปนน้ั จะเปน
ตวั บุคคลน้นั เอง หรือบุคคลอื่นทีถ่ กู ใช จา ง วาน หรือบังคับขูเข็ญใหเขาไปก็ได
สวนคําวา “อสังหาริมทรัพย” ไดแก ท่ีดินกับทรัพยอันติดอยูกับที่ดินเปนการถาวร
หรือประกอบเปน อนั เดียวกับทด่ี ินน้ัน เชน บานเรือน ตึก ซ่ึงอยูต ิดกับท่ดี ิน เปนตน

๒๒๔

๓. การเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอื่นน้ี ตองประกอบดวยเจตนาซึ่งแยกไดเปน
ความผดิ ๒ ประการ คอื

๓.๑ เขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืนโดยเจตนาเพ่ือถือการครอบครอง
อสงั หารมิ ทรพั ยทง้ั หมดหรือบางสวน

๓.๒ เขา ไปในอสงั หารมิ ทรพั ยข องผอู น่ื โดยเจตนาโดยเขา ไปกระทาํ การใดๆ อนั เปน
การรบกวนครอบครองอสังหารมิ ทรพั ยของเขาโดยปกตสิ ุข (ฎีกาที่ ๑๓๕๕/๒๕๐๔)

ถา การเขาไปขาดเจตนาเพ่อื ประการใดประการหน่ึง ในขอ ๓.๑ หรือ ๓.๒ หรอื การบกุ รกุ
เขา ไปนั้นมีอํานาจจะกระทาํ ได หรอื โดยเจตนาอยา งอ่นื แลว การเขา ไปกไ็ มผ ดิ ฐานบุกรกุ

กลาวโดยสรุป การกระทําความผิดตามมาตรานี้ จะตองมีการเขาไปในอสังหาริมทรัพย
โดยรูวาเปนของผูอื่นโดยเจตนาเพื่อครอบครองเอาเปนของตนทั้งหมดหรือบางสวน หรือเพ่ือรบกวน
การครอบครองของเขาโดยปกติสุข และไมมีสิทธิ หรืออํานาจที่จะเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืน
นัน้ ไดโ ดยชอบดวยกฎหมาย

แตอยา งไรก็ตาม ขอใหเ ปนที่เขาใจไวดวยวา ตามมาตรา ๓๖๒ น้ี แบง ออกได ๒ ตอน
กลาวคือเปนกรณีท่ีผูใดเขาไปในอสังหาริมทรัพยของผูอ่ืนเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย
ทั้งหมดหรือแตเพียงบางสวนตอนหนึ่งหรือเขาไปกระทําการใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครอง
อสงั หาริมทรพั ยข องเขาโดยปกตสิ ุขอกี ตอนหนง่ึ

อนง่ึ ในบางกรณีการกระทําผิดฐานบกุ รุกอสงั หารมิ ทรัพยน น้ั อาจเปน ความผดิ ฐานทําให
เสียทรพั ยดว ย เชน ตามฎีกาที่ ๑๐๑๓/๒๕๐๔ จําเลยรอู ยกู อ นแลววา ท่ีพพิ าทเปน ท่ีดินของผเู สียหาย
และผูเสียหายไดครอบครองอยู จําเลยไดจางใหคนขุดดินในท่ีพิพาทเปนบอ และผูรับจางไดไปขุดดิน
ในทพ่ี พิ าทตามทจี่ าํ เลยจา งนน้ั ดงั นเ้ี มอ่ื ทพ่ี พิ าทเปน ของผเู สยี หายแมจ ะไมม โี ฉนดมาแสดงวา ทพี่ พิ าท
เปนของผูเสียหาย การท่ีจําเลยรูดีวาท่ีพิพาทเปนของผูเสียหายจําเลยยังจางใหคนเขาไปขุดดินในท่ี
พพิ าทและผรู บั จา งไดข ดุ จนเปน บอ ทาํ ใหเ สยี หายเชน น้ี จาํ เลยยอ มมคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๕๘, ๓๖๒

สําหรับการกระทําใดๆ อันเปนการรบกวนการครอบครองของผูอ่ืนโดยปกติสุข คือ
การรบกวนการครอบครองของเขา เพราะวาเขาคงจะไมปกติสุข เนื่องจากสิทธิสวนตัว ถูกละเมิด
เชน เขา ไปกางเต็นท เขา ไปขุดดินในที่ดินของเขา เปน ตน

®Õ¡Ò·èÕ ñ/òõñò (ประชุมใหญ) ศาลฎีกาวินิจฉัยวา การที่จําเลยใชไมกระดานตีขวาง
ทับประตูหองพิพาทที่โจทกครอบครองในขณะท่ีโจทกไมอยู และปดหองไวทําใหโจทกเขาหองไมได
เปนการลวงล้ําเขาไปกระทําการรบกวนการครอบครองของโจทก ถือไดวาเขาไปกระทําการรบกวน
ของโจทกโ ดยปกตสิ ขุ ตามมาตรา ๓๖๒ แลว

®Õ¡Ò·Õè óöó/òõñø โจทกเชาบานของ ส. ตอมาถูก ส.ฟองขับไล ศาลลางท้ังสอง
พพิ ากษาขบั ไลโ จทก แตโ จทกม ไิ ดร บั ทราบคาํ บงั คบั ของศาลทใ่ี หโ จทกอ อกจากบา นใน ๑ เดอื น โจทกฎ กี า
ระหวา งฎกี า โจทกไปตางจงั หวัดใสกุญแจบา นและฝากเพ่อื นบานใหด ูแล จาํ เลยที่ ๑ สามี ส. ใหจําเลย

๒๒๕

ที่ ๒ ตดั หรู อ ยกญุ แจบา นออก และใหจ าํ เลยท่ี ๒ เขา ไปอาศยั เมอ่ื โจทกย งั ไมท ราบคาํ บงั คบั โจทกย งั มี
สทิ ธอิ ยใู นบา นพพิ าทซงึ่ โจทกก ย็ งั มสี ทิ ธคิ รอบครอง จาํ เลยเปน ผใู ชใ หบ กุ รกุ ผดิ ตามมาตรา ๓๖๒, ๘๔
(สว นจาํ เลยท่ี ๒ ฟงขอเท็จจริงวาไมม ีเจตนาบกุ รกุ เพราะไมร ูขอเท็จจริง ขาดเจตนา)

®¡Õ Ò·èÕ ÷øø/òõñù ขอสัญญาเชาสํานักงานวา ถาผูเชาผิดสัญญาไมชําระคาเชาตาม
กําหนด ผูใหเชากลับครอบครองสถานที่ยายบุคคลออก ฯลฯ ได ขอสัญญาน้ีไมขัดตอความสงบ
เรียบรอย ผูเชาคางชําระคาเชา ผูใหเชาใชลวดไขกุญแจหองเชาออกเอากุญแจใหมใสแทน ผูเชาเขา
หองเชา ไมไ ด ดังน้ีเปน การใชส ิทธิตามสัญญาเชา ไมม มี ูลเปน ความผดิ อาญา

®¡Õ Ò·èÕ öóøó/òõô÷ การท่จี ําเลยเขา ไปตาม พ. ในโรงแรมของโจทกร วม เพอ่ื จะบอก
ถึงธุระเกี่ยวกับที่ดินที่จะตองไปดําเนินการในวันรุงขึ้นตามท่ี พ. นัดแนะไว นับวาเปนการเขาไป
โดยมีเหตุอันสมควร การท่ีจําเลยมีมีดของกลางติดตัวไปดวยหรือไม ไมเปนขอสําคัญ เม่ือเปนการ
เขา ไปโดยมเี หตอุ นั สมควรแลว แมจ ะมมี ดี ตดิ ตวั ไปดว ยกไ็ มท าํ ใหก ารเขา ไปนนั้ กลบั กลายเปน วา ไมม เี หตุ
อันสมควรพฤติการณของจําเลยยังถือไมไดวาเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
โดยปกติสุขของโจทกรวม

ñö. ºØ¡ÃØ¡â´ÂäÁÁ‹ àÕ ËμØÍ¹Ñ ÊÁ¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ óöô “ผใู ดโดยไมม เี หตุอันสมควร เขา ไปหรอื ซอ นตวั อยใู นเคหสถาน อาคาร
เกบ็ รักษาทรพั ยห รอื สํานักงานในความครอบครองของผูอ ่นื หรือไมยอมออกไปจากสถานที่เชนวานั้น
เม่ือผูมีสิทธิที่จะหามมิใหเขาไปไดไลใหออกตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกิน
สองหมน่ื บาท หรอื ทงั้ จําทั้งปรับ
ͧ¤» ÃСͺ¤ÇÒÁ¼Ô´
๑. โดยไมม ีเหตุอนั สมควร
๒. เขา ไปหรอื ซอ นตวั อยู หรอื ไมย อมออกไปเมอ่ื ผมู สี ทิ ธทิ จ่ี ะหา มมใิ หเ ขา ไปไดไ ลใ หอ อก
๓. ในเคหสถาน อาคารเกบ็ รักษาทรพั ย หรือสาํ นกั งานในความครอบครองของผูอ ืน่
๔. โดยเจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
๑. ความผิดของมาตราน้ี ในการเขาไปหรือซอนตัวอยูหรือไมยอมออกไป เม่ือผูมีสิทธ์ิ
ที่จะหามมิใหเขาไปไดไลใหออกนั้น ถือเอาโดยไมมีเหตุสมควรเทานั้น ไมใชเพื่อครอบครอง
หรือเพื่อถือเอาเปนของตน ตามท่ีกลาวมาแลวในมาตรา ๓๖๒, ๓๖๓ ฉะน้ัน เจตนาของมาตราน้ี
จึงหมายถึงเจตนาเขาไปซอนตัวอยูในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย หรือสํานักงาน โดยไมมีเหตุ
สมควรอยา งหนงึ่ และอกี อยา งหนงึ่ หมายถงึ การเขา ไปหรอื ซอ นตวั อยใู นเคหสถาน อาคารเกบ็ รกั ษาทรพั ย
หรือสาํ นักงานเม่ือผูมีสิทธิที่จะหามมิใหเขาไปไดไลออกแลวไมยอมออกไปจากสถานท่ีเชนวานั้น
โดยไมมเี หตอุ ันสมควร

๒๒๖

๒. คําวา “โดยไมม เี หตุอันสมควร” นี้ เปนคํากวาง ซงึ่ เปนการยากทีจ่ ะหาคําจํากัดความ
วามีความหมายแคไหน เพียงไร ไดถกู ตอง

๒.๑ โดยไมไดร บั ความยินยอม หรืออนญุ าตจากผคู รอบครอง
๒.๒ โดยไมมีอาํ นาจอนั ชอบดว ยกฎหมาย
ท้ัง ๒ ประการนี้การเขาไปหรือซอนตัวอยู หรือไมยอมออกไปนั้นเรียกวาไมมีเหตุผล
อันสมควร แตถาเปนกรณีตรงกันขาม กลาวคือ การเขาไปหรือซอนตัวอยูหรือการไมยอมออกนั้น
ไดรับความยินยอมอนุญาตจากผูครอบครองสถานที่น้ัน เชน โดยการเชื้อเชิญหรือมีการนัดแนะ
นดั พบ หรอื นาํ เขา ไปจากผหู นง่ึ ผใู ดในสถานทน่ี นั้ หรอื โดยมอี าํ นาจหรอื สทิ ธติ ามกฎหมายแลว กเ็ รยี กวา
มเี หตอุ นั สมควรยอ มไมม คี วามผดิ แตใ นกรณที เ่ี ขา ไปทาํ รา ยผอู น่ื ในเคหสถานของเขานน้ั ถอื วา เปน การ
เขา ไปโดยไมม ีเหตสุ มควร ตามมาตรา ๓๖๔ ยอ มมคี วามผิดท้งั ฐานบกุ รุก และทาํ รา ยรา งกาย (ฎกี าที่
๙๐๕/๒๕๐๗, ๕๘๕/๒๕๑๑)
แมจําเลยจะเคยไปบานผูเสียหาย และรับประทานอาหารท่ีบานผูเสียหาย แตในคืน
เกดิ เหตุ จําเลยกบั พวกเมาสรุ าเขา ไปในเขตร้ัวบาน อันเปนเคหสถานทีอ่ ยูอาศัยของผูเสยี หายในเวลา
๒๔.๐๐ น.เศษ และทาํ รา ยผเู สยี หายเปน การเขา ไปดว ยเจตนากระทาํ ความผดิ มใิ ชโ ดยมเี หตอุ นั สมควร
เปน ความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อาญามาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (ฎกี าท่ี ๑๓๔๒/๒๕๑๕)
จาํ เลยเขาไปในบานผูเสียหายเพ่ือพูดกับผูเสียหายถึงการร้ือบานของผูเสียหาย ซึ่งปลูก
อยูในท่ีดินผูเสียหายกับจําเลยตกลงกันใหจําเลยซื้อคืน ดังน้ี ถือไมไดวาจาํ เลยเขาไปโดยไมมีเหตุ
อนั สมควร (ฎีกาท่ี ๑๕๖๑/๒๕๑๕)
๓. ตามขอ ๒.๑ ที่วา โดยไมไดรับความยินยอมหรืออนุญาตจากผูครอบครองน้ัน
หมายความถึงการยนิ ยอมอนุญาตท้ังโดยตรง และโดยปรยิ ายจากผูครอบครองสถานทนี่ ้นั และ
คาํ วา ในความครอบครองของผูอ่ืนตามกฎหมาย ก็เปนการเพียงพอตามความหมาย
ของมาตราน้แี ลว ไมจ ําเปน จะตองเปน เจา ของหรอื มกี รรมสทิ ธ์ิในสถานที่นั้นดวย
๔. มีขอสังเกตเกี่ยวกับถอยคาํ ในมาตรา ๓๖๔ นี้ อยูหลายประการ ซ่ึงแยกออก
พิจารณาได ดังน้ี
๔.๑ การ “เขาไป” นั้น หมายความวา ผูนั้นเขาไปในเคหสถาน อาคารเก็บรักษา
ทรัพยหรือสํานักงานโดยตรง ไมใชการโยนหรือหยิบยื่นสิ่งของเขาไป ตองเปนตัวบุคคลนั้นเขาไป
และการเขาไปในสถานทีต่ ามที่ระบุไวโดยไมมีเหตสุ มควร เปน ความผดิ ทนั ที
๔.๒ การซอนตัวอยูนั้น หมายความรวมถึงผูท่ีไดเขาไปในเคหสถาน อาคารเก็บ
รักษาทรัพยหรือสาํ นักงาน โดยไดรับอนุญาตยินยอมโดยตรงหรือโดยปริยายจากผูครอบครอง เชน
การเชื้อเชิญจากผูครอบครองใหเขาไปหรือสถานที่น้ันมีงานมหรสพใหประชาชนเขาไปชมได
การเขาไปเชนน้ียังไมมีความผิด แตเมื่อเสร็จธุระกลับซอนตัวอยูยอมเปนความผิดตามมาตราน้ีทันที
และคาํ วาซอนหมายความวา บงั แอบแฝง ซอนเรนไมใหเ ห็น ซงึ่ อยูในลกั ษณะท่จี ะไมใหผ ูอ ่ืนคนพบ
หรือยากทีจ่ ะคนพบ

๒๒๗

๔.๓ คาํ วา “เคหสถาน” หมายความวา ที่ซ่งึ ใชเ ปน ทอี่ ยูอาศัย เชน โรง เรือน เรอื
หรือแพ ซ่ึงคนอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซ่ึงใชเปนที่อยูอาศัยน้ันดวย จะมีร้ัวลอม
หรอื ไมก็ตาม ทง้ั นต้ี ามความในมาตรา ๑(๔) ในบทนิยามทีก่ ลา วมาแลว

๔.๔ คาํ วา “อาคารเก็บรักษาทรัพย” น้ัน หมายความถึงอาคารเก็บรักษาทรัพย
ท่ัวๆ ไป เชน โกดังเก็บสินคา คลังสินคา โรงพักสินคา หองเก็บตูนิรภัยของธนาคารสาํ หรับ
เกบ็ รกั ษาทรพั ย หรอื หอ งหรอื อาคารอนื่ ๆ ทสี่ รา งขน้ึ เพอ่ื เกบ็ รกั ษาทรพั ยก อ็ ยใู นความหมายของอาคาร
เก็บรกั ษาทรพั ยท ั้งสิน้

๔.๕ คําวา “สาํ นักงาน” หมายความถึงที่ทําการงานโดยทั่วๆ ไป ไมวาจะเปน
สาํ นักงานสว นตัว หา งหุนสว น บรษิ ทั สถานที่ราชการ หรือองคการตา งๆ กต็ าม

μÇÑ Í‹ҧ
®Õ¡Ò·èÕ ô÷ó/òõòò จําเลยเขาไปในบานผูเสียหายโดยบุตรีผูเสียหาย ซ่ึงเปนภรรยา
โดยพฤตินัยของจําเลยนัดใหไปพบ ถือไดวาเปนการเขาไปโดยมีเหตุอันสมควรและแมเม่ือผูเสียหาย
ไดไลจําเลยใหออกไป แตจําเลยไมยอมออก ทั้งนี้เพื่อขอรองภรรยาจาํ เลยกลับไปอยูกินดวยกัน
ฉันสามภี รรยาดังเดมิ ดงั น้ี เห็นวาจาํ เลยไมมคี วามผดิ ฐานบกุ รุก
®¡Õ Ò·èÕ ùõñ/òõòù สามี จ.ไปทาํ งานตา งประเทศ จ. จึงมาอยูบา นผูเ สียหายซ่งึ เปน
นองสาว ตอนดึกคืนเกิดเหตุ จาํ เลยเขาไปในบานผูเสียหายโดย จ. นัดใหจําเลยมา จึงไมใชเปนการ
เขา ไปในบา นผเู สยี หายโดยไมไ ดรับอนุญาต จําเลยไมม คี วามผดิ ฐานบกุ รุก แม จ. จะเปนเพียงผูอ าศยั
กไ็ มท าํ ใหก ารกระทาํ ของจาํ เลยกลายเปนบุกรกุ
®¡Õ Ò·Õè òð÷õ/òõòù บิดาจาํ เลยทะเลาะกับมารดาจาํ เลย แลวออกจากบานมาขอ
แบงหองอยใู นตกึ แถวทเ่ี กิดเหตุของผเู สยี หาย ในวันเกิดเหตุนนั้ เอง การทจ่ี ําเลยเขาไปในตกึ ทเี่ กดิ เหตุ
เพ่ือไปติดตามภรรยา ยอมมีเหตุอันสมควรและหาเปนการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย
โดยปกตสิ ขุ ของผเู สยี หายซงึ่ อยใู นตกึ นน้ั ไม จําเลยไมม คี วามผดิ ฐานบกุ รกุ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔
®Õ¡Ò·Õè òõôø/òõóò จาํ เลยเขาไปในหมูบานผูเสียหาย เพื่อทวงคาแรงท่ีผูเสียหาย
คางบตุ รชายของจาํ เลย เปน การเขาไปโดยมเี หตุอันสมควรโดยสุจริต แมจ ําเลยจะไดถอื มีดเขา ไปดวย
แตก็เปนเพียงมีดเหลียน ซ่ึงโดยท่ัวๆ ไปใชสําหรับหวดหญาและไมปรากฏวาจําเลยตั้งใจจะไปทําราย
ผเู สยี หายแตแรก จึงไมอาจถอื ไดว าจาํ เลยมเี จตนาบกุ รุก
ñ÷. º¡Ø ÃØ¡àËμ©Ø ¡Ãè
ÁÒμÃÒ óöõ ถาการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔
ไดก ระทาํ
(๑) โดยใชก าํ ลงั ประทษุ ราย หรอื ขูเขญ็ วาจะใชก าํ ลงั ประทุษรา ย
(๒) โดยมอี าวธุ หรือโดยรวมกระทาํ ความผดิ ดว ยกัน ตงั้ แตสองคนขนึ้ ไป หรอื
(๓) ในเวลากลางคืน
ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั

๒๒๘

คํา͸ºÔ ÒÂ
มาตรานี้เปนเหตุฉกรรจของการกระทําความผิดตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ และ
มาตรา ๓๖๔ กลาวคอื การที่ผกู ระทําจะตอ งรับโทษหนกั ขน้ึ ตามมาตราน้ีน้ัน ในเบอื้ งตนการกระทาํ
จะตอ งครบองคป ระกอบของความผดิ มาตรา ๓๖๒ หรอื มาตรา ๓๖๓ หรอื มาตรา ๓๖๔ แตล ะมาตราแลว
และหากการกระทาํ ความผดิ นนั้ ตอ งดว ยเหตอุ ยา งใดอยางหนงึ่ ดงั ท่ีระบุไวใ นมาตรา ๓๖๕(๑) หรอื (๒)
หรอื (๓) ผูกระทําก็ตองรบั โทษตามมาตรา ๓๖๕ ซึง่ มโี ทษหนักกวาโทษในมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓
หรอื มาตรา ๓๖๔ ฉะนน้ั ถา การกระทําเปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๕ แลว กไ็ มต อ งยกมาตรา ๓๖๒
มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔ ขนึ้ ปรบั บทลงโทษอีก
àËμ©Ø ¡Ãè㏠¹¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ºØ¡Ã¡Ø Áմѧ¹éÕ
(๑) โดยใชกําลังประทุษราย หรือขูเข็ญวาจะใชกําลังประทุษราย ใชกําลังประทุษราย
มีความหมายตามบทนิยามในมาตรา ๑(๖) คือ ทําการประทุษรายแกกายหรือจิตใจของบุคคลไมวา
จะทาํ ดว ยใชแ รงกายหรอื ดว ยวธิ อี น่ื ใด และใหห มายความรวมถงึ การกระทาํ ใดๆ ซงึ่ เปน เหตใุ หบ คุ คลอยู
ในภาวะทไี่ มส ามารถขดั ขนื ได ไมว า จะโดยใชย าทาํ ใหม นึ เมา สะกดจติ หรอื ใชว ธิ อี นื่ ใดอนั คลา ยคลงึ กนั
เชน เขา ไปทํารา ยผอู ืน่ ในบานผดิ ทงั้ ฐานทํารายรา งกายและฐานบุกรกุ เปน ความผิดหลายบท

ขเู ขญ็ จะใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย หมายความวา ยงั มไิ ดล งมอื ทาํ การประทษุ รา ย แตแ สดง
วาจาหรอื กริ ยิ าใหท ราบวาจะกระทาํ เชนน้ัน เชน มีปนเขาไปในหองนอนของเขาเวลา ๐๒.๐๐ น. และ
พูดขูเขญ็ ไมใหรอง เปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๔ มาตรา ๓๖๕

(๒) โดยมีอาวุธหรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันต้ังแตสองคนข้ึนไป อาวุธ หมายถึง
สง่ิ ทเ่ี ปน อาวธุ โดยสภาพ และสงิ่ ซง่ึ ไมเ ปน อาวธุ โดยสภาพแตซ ง่ึ ไดใ ชห รอื เจตนาจะใชป ระทษุ รา ยรา งกาย
ถึงอันตรายสาหัสอยางอาวุธตามบทนิยามในมาตรา ๑(๕) การบุกรุกโดยมีอาวุธ คือมีอาวุธติดตัวไป
บกุ รกุ ไมไ ดห มายความวา จะตอ งใชอ าวธุ ในการบกุ รกุ เพยี งแตม อี าวธุ ตดิ ตวั ไป เชน พกหรอื เหนบ็ ไวท เี่ อว
หรือใสไวใ นกระเปา ไมจาํ ตองถือไวในมอื ก็เปน ความผดิ ตามอนมุ าตราน้ี

ลักษณะฉกรรจอ ีกประการหนงึ่ ในอนุมาตรา (๒) น้ี โดยรว มกระทําความผดิ ดวยกัน
ตั้งแตสองคนขึ้นไป ซ่ึงหมายความวา รวมกระทําโดยเปนตัวการตามมาตรา ๘๓ ไมใชผูสนับสนุน
ตามมาตรา ๘๖ การนับจํานวนผูกระทําความผิดตองนับเฉพาะผูที่เปนตัวการดวยกันเทานั้น และ
เม่ือการกระทาํ เปนความผดิ ตามมาตรา ๓๖๕(๒) เพราะมบี คุ คลต้งั แตส องคนขึ้นไปรวมกนั บุกรกุ แลว
ก็ไมเปนความผิดตามมาตรา ๓๖๒ ซึ่งเปนบทบัญญัติสําหรับความผิดฐานบุกรุกอันไมมีเหตุฉกรรจ
อีกบทหน่ึงดว ย

(๓) ในเวลากลางคนื คําวา “กลางคืน” มีความหมายตามบทนิยามในมาตรา ๑(๑๑) คือ
เวลาระหวางพระอาทิตยต ก และพระอาทติ ยขึน้

๒๒๙

μÑÇÍÂÒ‹ §
®Õ¡Ò·èÕ ñóñð/òõñó ผูเสียหายสวมสรอยคอนอนหลับอยูในหองกับเด็กตอนกลางคืน
จําเลยมีเจตนาลกั สรอ ยผเู สยี หาย จึงเขา ไปในหองนน้ั แตห องมืด จําเลยจงึ คลาํ ทค่ี อเดก็ โดยคดิ วาเปน
คอผูเสียหาย เด็กต่ืนขึ้นจําเลยจึงหนีไป การกระทาํ ของจําเลยเปนความผิดฐานบุกรุก และพยายาม
ลักทรพั ย การบุกรุกเขาไปเพื่อลกั ทรพั ย ถือวา เปนกรรมเดยี วผดิ กฎหมายหลายบท
®Õ¡Ò·èÕ ÷óø/òõñõ จําเลยถือปนส้ันมาพูดขูจะยิงผูเสียหาย ผูเสียหายหนีขึ้นไปอยู
บนบาน จําเลยตามไปถึงบันไดบานผูเสียหายซ่ึงอยูติดทางเดินและจะขึ้นไปบนบาน ก็มีคนเขากอด
ดึงจําเลยไว แสดงวาจําเลยมีเจตนาบุกรุกเขาไปในบานผูเสียหาย แตจําเลยกระทําไปไมตลอดจึงเปน
ความผดิ ฐานพยายามบุกรุก โดยมีอาวธุ ปนตดิ ตัว
®¡Õ Ò·Õè ñù÷ñ/òõñø ก. ข. เปน ญาตเิ คยไปมาหาสกู นั ก. ไปรอ งดา ข. ท่ถี นนแลว ขน้ึ
บันไดไปรองดา ข. ขเู ข็ญใหเปดหนา ตางบา นน้ัน มคี วามผดิ ฐานบกุ รกุ ตามมาตรา ๓๖๕
ÁÒμÃÒ óöö ความผิดในหมวดน้ี นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เปนความผิด
อันยอมความได

Å¡Ñ É³Ð ñó
_¤_Ç__Ò_Á_¼_´Ô__à_¡_ÂèÕ _Ç_¡__ºÑ _È_¾__

ÁÒμÃÒ óöö/ñ ผูใ ดกระทําเพอ่ื สนองความใครข องตน โดยใชอวัยวะเพศของตนลวงล้าํ
อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือชองปากของศพ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน
หกหมื่นบาท หรือทง้ั จําท้ังปรับ

ÁÒμÃÒ óöö/ò ผใู ดกระทําอนาจารแกศ พ ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสองป หรือปรบั
ไมเ กนิ สห่ี มื่นบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรบั

ÁÒμÃÒ óöö/ó ผูใดโดยไมม เี หตุอนั สมควร ทําใหเ สียหาย เคลื่อนยา ย ทําลาย ทําใหเสื่อมคา
หรือทาํ ใหไรประโยชนซึ่งศพ สวนของศพ อัฐิ หรือเถาของศพ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินสามป
หรือปรบั ไมเกินหกหมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรับ

ÁÒμÃÒ óöö/ô ผูใดกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการดูหม่ินเหยียดหยามศพ
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ สามเดอื น หรือปรับไมเ กนิ หา พันบาท หรอื ท้งั จําท้ังปรบั

* มาตรา ๓๖๖/๑ เพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ.แกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ.๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/
ตอนที่ ๖๙ ก/หนา ๑๓๓/๒๗ พ.ค. ๖๒

๒๓๐

ÊÃØ»á¼¹¼Ñ§¢ÍŒ áμ¡μÒ‹ §ÀÒ¤·ÃѾ

ñ) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) Çè§Ô ÃÒÇ·Ã¾Ñ Â (ÁÒμÃÒ óóö)
- เอาไป
- เกรงกลวั ตอ เจาทรัพย - ใชก ิรยิ าฉกฉวยเอาซงึ่ หนา หรือ
- กระทาํ ในลกั ษณะอกุ อาจไมเ กรงกลวั ตอ เจา ทรพั ย

ò) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) ÂÑ¡ÂÍ¡ (ÁÒμÃÒ óõò ÇÃäáá)

- ไมมีการครอบครองทรัพย หรือ - มีการครอบครองทรพั ย
- อาจมเี พยี งการยดึ ถอื ช่ัวคราวเทานนั้

ó) Å¡Ñ ·ÃѾ (ÁÒμÃÒ óóô) Â¡Ñ ÂÍ¡·ÃÑ¾ÂÊ¹Ô ËÒ (ÁÒμÃÒ óõò ÇÃäÊͧ)

- รหู รอื ควรจะรูว า อยูในระหวา งการตดิ ตาม - ไมร หู รือไมค วรจะรวู าอยูในระหวา งการตดิ ตาม
เอาคืนของเจาทรัพย (ทรพั ยนั้นวางหรอื หลน เอาคืนของเจาทรพั ย (ทรัพยน นั้ วางหรือหลนไว
ไวเ ปน ที่เปนทาง) ไมเปน ท่ีเปน ทาง)

ô) ÅÑ¡·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóô) ทาํ ãËŒàÊÕÂ·Ã¾Ñ Â (ÁÒμÃÒ óõø)

- เพือ่ แสวงหาประโยชนทีม่ คิ วรไดโดยชอบ - ทําลายในทันทีทนั ใดน้นั
ดวยกฎหมายสาํ หรบั ตนเองหรอื ผูอ ่ืน - แมการกระทําน้ันจะมีการยึดถือทรัพยเคล่ือนที่
(โดยทุจริต) ไป แตเปนการเคล่ือนท่ีอันเปนสวนหนึ่งของ
ก า ร ก ร ะ ทํ า ท่ี เ ป  น ก า ร ทํ า ล า ย ท รั พ ย  นั้ น เ อ ง
การกระทําเปนการตัดการครอบครองและ
กรรมสิทธิ์ดวยก็จริง แตเปนการตัดดวยการ
ทําลายมิใชตัดดวยการแยง การครอบครอง
เอาทรัพยไป การเอาไปไมสมบูรณ ไมครบองค
ประกอบความผิดฐานลักทรัพย จึงไมมีผิดฐาน
ลักทรัพย

õ) ÅÑ¡·ÃѾÂ⏠´Â㪌¡Å꼯 Ò ©ŒÍâ¡§ (ÁÒμÃÒ óôñ)
- การไดทรพั ยไปไมใ ชผลจากการหลอกลวง
- หลอกเพ่อื ใหไ ดใ กลชิดกบั ตัวทรพั ย หรือ - การไดทรัพยไปนั้นเปนผลโดยตรงจากการ
หลอกลวง โดยเจาทรัพยห ลงเช่อื
เพื่อความสะดวกแกก ารลกั ทรัพย หรือเพื่อ
ใหการลักทรพั ยนัน้ แนบเนียนย่งิ ข้นึ - หลอกเอากรรมสิทธ์ิหรือการครอบครองทรัพย
- หลอกเอาการยดึ ถือชัว่ คราว (ผูถูกหลอก (ผูถูกหลอกตองมีกรรมสิทธิ์หรือมีการครอบครอง
มไิ ดม อบการครอบครองให) ทรัพย ถาผูถูกหลอกมีแตเพียงการยึดถือชั่วคราว
ถึงผูหลอกจะหลอกอยางไรก็ไมเปนฉอโกงเปน
เพยี งลกั ทรพั ยโ ดยใชกลอุบายเทาน้นั )

๒๓๑

ö) ª§Ô ·Ã¾Ñ  (ÁÒμÃÒ óóù) ¡ÃÃ⪡ (ÁÒμÃÒ óó÷)
๑. ขูตอชวี ติ -รา งกายของผถู กู ขูเขญ็ ๑. ขตู อชวี ติ รางกาย เสรภี าพ ทรัพยส ิน ฯลฯ ของ
๒. โดยใชก าํ ลังประทุษรายหรอื ขเู ขญ็ วาใน
ทนั ใดนน้ั จะใชกําลังประทษุ รา ย ผถู ูกขูเข็ญ หรือบคุ คลที่ ๓
๓. ขูเอาทรพั ยเทา นั้น ๒. กรณีขูต อ ชีวิต-รา งกายเปน การขูใ นอนาคต
๔. ความผดิ สําเรจ็ เมื่อไดท รัพยหรอื ผถู กู ขูเขญ็ ๓. ขูเอาทรัพย หรือประโยชนในลักษณะที่เปน
สงมอบทรัพยใหดว ยความกลัวจากการใช
กาํ ลงั ประทษุ ราย หรอื ขูเข็ญวาในทันใดน้นั ทรพั ยส ิน
จะใชกําลังประทุษราย (ผกู ระทาํ ผดิ ตองได ๔. ความผิดสําเร็จเมื่อผูถูกขูเข็ญยอมจะใหทรัพย
ทรัพยไ ปแลว)
หรือประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสินดวย
ความกลัวจากการขูเข็ญ (จะสงมอบทรัพยให
แลว หรือไมไ มสาํ คญั )

ÊÃ»Ø ¡ÒÃμÑ駢͌ ËÒ ๒๓๒

ลาํ ดับ ฐานความผดิ องคประกอบความผิด มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ

๑. ลักทรัพย ๑. เอาไป ๓๓๔ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๓ ป และ
๒. ทรัพยข องผูอื่นหรือที่ผูอน่ื เปนเจาของรวมอยดู วย ปรับไมเ กิน ๖๐,๐๐๐ บาท
๓. เจตนา
เจตนาพเิ ศษโดยทจุ รติ

๒. ลกั ทรพั ยทม่ี ีเหตุฉกรรจ ๑. (ล๑ัก)ทรใัพนยเว ลากลางคืน ๓๓๕ ต๕องปร ะแวลาะงโปทรษับจํา๒ค๐ุก,ต๐้ัง๐แ๐ต บ๑าทปถถึงึง
(๒) - (๑๒) ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๒. เจตนา

๓. ว่งิ ราวทรัพย ๑. ลักทรพั ย ๓๓๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๕ ปแ ละ
วโทรรษคหสนอักงข,น้ึ สาม, สี่ เปน เหตฉุ กรรจทม่ี ี ๓๒.. เฉจกตฉนวายเโอดายซท่งึ จุ หรนติ า ปรบั ไมเ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๔. กรรโชกทรัพย ๑. ขมขนื ใจผูอืน่ ๓๓๗ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห กเดอื นถงึ
๑.๑ ใหยอมให วรรค ๗ ป และปรับต้ังแต ๑๐,๐๐๐ บาท
๑.๒ ยอมจะให สอง ถงึ ๑๔๐,๐๐๐ บาท
๒. แกตนหรอื ผูอืน่
๓. ไดร บั ประโยชนในลักษณะทเี่ ปนทรพั ยส ิน
๔. โตดอ ยชใวีชติ ก าํราลงงั กปารยะทเสษุ รรภี า ายพหชรอื่อื เขสเู ขยี ญ็ง หวรา อืจะททรพัาํ อยนัส นิตขราอยง
๕. ผจนูถ กูผขถู เููกขข็ญม หขรนื อื ใจบยุคอคมลเทช่สีน าวมานน้ั
๖. โดยเจตนา

๕. รีดเอาทรพั ย ๒๓๑... ตจโเจขจดมะนนตยทขหผนขืนําูถรเูาใอืขใกู หจญ็ผขผผอูมวถูอู นื่ขา ูกื่นไืนจขดใะใหเูรจเขบัปยยญ็ ปดออหรเมมผะรใเยโอืชหยคนบหชววุคนราาือคใมนนยลลน้ัลอทบั กั มสี่ ษซาจณง่ึมะกใเะาสหเรปยี เนหปทาด ยรเผพั ยยนส นั้นิ ๓๓๘ ถ๑ตงึอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บัษบตจาํางั้ แคทตกุ ต๒้งั ๐แ,ต๐ ๐๑๐ปบ าถทงึ
๕๔..

ลาํ ดบั ฐานความผิด องคประกอบความผิด มาตรา อตั ราโทษ หมายเหตุ

๖. ชชถงิิงึงททวรรรรพััพคยยหตกามเปมน าเตหรตาใุ ห๓ร๓บั ๙โทษวหรรนคกั สขาน้ึ ม ๒๑.. ((จโโกล((เ(๒๑๓๕๔จดดาะกั ต)ร))))ยยใทใชนเใชรจชกเเเเเกาัพพพพพพตกําาํ ยลนอ่่ือืืออ่อ่่ืืําลงัลงัาสใปยใปหหปังเะึดกรพปยจรดะถปื่อะารื่นทวอืด กะทษุกใเกทหกอุษรแาาาุษซากรรยรท่งึารกกหถทยารารรูกยรพัรอืะจัพลขทยับหเูกัยขาํนกทรญน็ค้ันมุือรวัน้วัพขาา จูเมยขะผห็ญใชิดรกวอื าําพลใงนัาปททรรันะพัทใดษุยรนไาปั้นย ๓๓๙ ถ๑ตึงอ๐ง๒ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บั ษตบจง้ั ําาแคทตกุ  ๑ต๐ัง้ แ๐ต,๐ ๐๕๐ปบ าถทึง
๓.

๔.

๗. ถปปึงลลวนนรททรครรพััพหยยาเต ปานมเมหาตตุใรหารบั๓โ๔ท๐ษวหรนรักคขสน้ึ อง ๑๒๓... ชโเจดิงตยทนรรวาัพมยก ระทําผิดตงั้ แตสามคนขนึ้ ไป ๓๔๐ ต๑ถึงอ๕ง๓ปร๐ะแว๐ลา,ะ๐งปโ๐ทร๐บัษตจบงั้าําแคทตกุ  ต๒งั้๐แ๐ต,๐ ๑๐๐๐ปบาถทงึ

๘. ฉอ โกงทรพั ย ๑. ๒เห๑๒โ๑จด..ล..ต๑๒ย๑๒อนกกททไแปาาดลสาํรํากไโวใหปดลปดหงซางลดยผผงึ่ขยอถขทูทอูอเกกูอรุจอ่นืคพัลหครกวยวลิตวสาสงอาามนินกมรจอน้ัลสจาันวกริทงเงิผธหปซถู ิรนกูง่ึ อื หคเบทลวคุอ็จรคกบหลลอรวทือกงส่ีหใาหรมอืแ ทบจาํคุง ลคาลยทหส่ี ราอืม ๓๔๑ ตทหอรัง้ อืจงาํรปทะรว้ังบั าปไงมรโบัเทกษนิ จํา๖ค๐ุก,๐ม๐ไม๐เบกาินท๓หรปอื 
๒.

๓.

๙. ฉอ โกงประชาชน ๑๓๔๒.... กเปแจสรกตะดปนทงด าขาํ คผอ โวดิดคายตวมาทาจมมจุรเรงิ ทมิตซ็จ.๓่ึงตค๔อว๑ปรรบะอชกาใชหนแหจรง อืแกป ระชาชน ๓๔๓ ตหหรอรอืืองทรปะ้งัรวจับาาํ ไทงมโง้ั ทเปกษรินับจํา๑ค๐ุก๐ไม,๐เก๐ิน๐ ๕บาปท

๑๐. โกงเจา หนี้ ๑. ทชเเโอพดิงาํ ายือ่ทใไหเใรปจหัพไ เตรเสยปกนยี อิดราทนัะคโาํตวยใานหชมจเนเสําส ยีนยี หาํ หไาวายแยทกแาํผกลอูผารูืน่ ยบั ทจาําํ ในหําเ สอ่ื มคา หรอื ๓๔๙ ตหทรอง้ั จืองาํปรทะรั้งวับปาไมรงบัโเทกินษจ๔ํา๐ค,ุก๐ไ๐ม๐เกบินาท๒หรปือ
๒๓๔...
๒๓๓

ลําดับ ฐานความผดิ องคป ระกอบความผดิ มาตรา อัตราโทษ หมายเหตุ ๒๓๔

๑๑. ยกั ยอกทรพั ย ๔๓ท๒๑.ส่ี... าเเเทคมจจบรรตตียอัพนนดบยาาบคขพังอรเิเองศอผงษาทูอ ทรโ่ืนรดพั หัพยยรยทือนุจผร้ันูอ ติ เืน่ ปเนปขน อเจงาตขนอหงรรือวมขออยงบูด ุคว ยคล ๓๕๒ หหตรอรอืืองทรปะง้ั รวจับาําทงไมโั้งทปเษกริบันจําค๖ุก๐ไ,ม๐เ๐กิ๐น ๓บาปท

๑๒. รบั ของโจร ๑. รซรชคหโดดัีบววง่ึรยาทยเอืไอวมเซรเจดาจผัพอ ตทวาดิ นยนพยนรเอพัาปรน้ันนัน ยรเกัขไะงจาดชกาลาํมิงานหกัทารษยนโรใดณกัดาัพยยยๆะยอกลพ ปากัการทลทเกอรนรรพัาพัทะไยยรทป ัพวําเง่ิสยผรยีิดาฉวซอทอื้ โรกพัจงาํยนย กาํักรยรหโอรชอืกก ๓๕๗ หหตรอรอืืองทรปะ้งัรวจับาาํ ไทงมโัง้ ทเปกษรินบัจํา๑ค๐ุก๐ไม,๐เก๐ิน๐ ๕บาปท
๓๒..

๔.

๑๓. ทาํ ใหเสียทรัพย ๑. ชทโไรดงิําปยทใรหเรจะพัเตโสยยนียขชาหอนาง ยผอู ทนื่ ําหลราอื ยผอู ทน่ื ําเใปหน เสเจ่ือา มขคอางรวหมรอือยทดูําวใหย ๓๕๘ หหตรอรอืืองทรปะ้งั รวจับาาํ ทงไมโั้งทปเษกริบันจําค๖ุก๐ไ,ม๐เ๐กิ๐น ๓บาปท
๒๓..

๑๔. บุกรกุ อสังหารมิ ทรัพย ๑๒.. ๒เ๒เมขจเี..าตจ๒๑ไนตปแถอเนาขใอืตสานาไังกบเปอหพาากสาร่ือรงังรคะสิมหทรว าอทํานกรบราพัิมครหใทยรดรขอรๆืออัพงอองยนัเสขขเปงัาอหนโงดกาผยารรอูมปิ ร่นืทกบตกรวพัสิ นุขยกทารง้ั คหรมอบดคหรรออื ง ๓๖๒ หหตรอรอืืองทรปะงั้ รจวับําาทไงมโง้ั ทปเกษรินบัจําค๒ุก๐ไ,ม๐เ๐ก๐ิน บ๑าปท
๓.

๑๕. บกุ รกุ เคหสถานผอู น่ื ไมม เี หตอุ นั สมควร ๑. หหเไเขจมราาตย ไือมปนอสมหมาาํิใรอหนอื อเักซขกองาไานไปนปตจใวัไานอดกยกไสลใูาถนอราเคคอนรหกทอสเ่ี ชถบานคนวราออนางคน้ัผาอูเรม่ืนเกอื่ บ็ ผหรมูรกั สีือษทิ าธททิรพัจ่ี ยะ ๓๖๔ ตหหรอรือืองทรปะั้งรจวับําาทไงมโั้งทปเกษรินบัจําค๒ุก๐ไ,ม๐เ๐ก๐ิน บ๑าปท
๒.
๓.

๒๓๕

ô. คาํ ¶ÒÁ·ŒÒº·àÃÕ¹

๑. นายสมชาย ยืมรถจักรยานยนตข อง นายสมชาติ ไปใช ตอมานายสมชาย ไดนํารถ
คนั น้นั ไปขายใหผ ูอ่นื นายสมชาย จะมคี วามผดิ ฐานใด

๒. นางแตว เดินเขาไปในตลาดพบสรอยคอทองคําตกอยูไมรูวาเปนของใคร นางแตว
จึงเกบ็ เอาสรอยเสน น้ันไปโดยทุจรติ นางแตว ผดิ อาญาฐานใด

๓. จงอธิบาย องคป ระกอบในความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย
๔. นางสาวสดุ สวย จะเขา หอ งนา้ํ จงึ มอบกระเปา ถอื ฝาก นางเหลอื ง ใหถ อื ไว นางเหลอื ง
ถือวสิ าสะเปด กระเปา ถือ ของนางสาวสดุ สวย เอาสรอยและธนบตั รไป ดงั น้ี นางเหลอื ง จะมคี วามผดิ
ฐานใด
๕. นายโปง รวบคอ นางแปน เพื่อใหรูวาสวมสรอยคออยู แลวกระตุกสรอยคอหนัก
๒ สลึง สรอ ยบาดคอ นางแปน เปนแผลเล็กนอ ย การกระทําของนายโปง จะเปน ความผดิ ฐานใด

๒๓๖

àÍ¡ÊÒÃ͌ҧÍÔ§

เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรนิ้ ตง้ิ .
คณติ ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่วั ไป. กรงุ เทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทว่ั ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหง เนตบิ ณั ฑติ ยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พร้นิ ต้งิ แอนดพับลชิ ช่งิ
บุญเพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรงุ เทพฯ:บรษิ ัทวทิ ยพัฒน
จาํ กดั
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๖๓.)หลักและคาํ อธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:บริษัทอมรินทร
พร้ินตง้ิ แอนดพบั ลิชช่ิง.
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นติ บิ รรณาการ.
วินัย เลิศประเสริฐ.(๒๕๔๗).วธิ ีไลส ายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรงุ เทพฯ:อินเตอรบุคส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรุงเทพฯ:หางหนุ สวนจาํ กดั จริ ัชการการพมิ พ.

๒๓๗

º··Õè ù

º·ºÞÑ ÞμÑ ·Ô Õè㪌¡ºÑ ¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËâØ ·É

ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙ»Œ ÃÐจําº·

๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเก่ียวกับ
ความผิดฐานตา งๆ

๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒
๓. เพ่อื ใหน ักเรียนนายสบิ ตาํ รวจมีความรู เกี่ยวกับบทบญั ญัติทใี่ ชกับความผดิ ลหโุ ทษ

ò. ÊÇ‹ ¹นํา

นักเรียนจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เรื่องเกี่ยวกับบทบัญญัติที่ใชกับ
ความผิดลหุโทษ อันไดแก บทบัญญัติในลักษณะ ๑ ใหใชกับความผิดลหุโทษ ความผิดลหุโทษ
ไมตองกระทําโดยเจตนา ไมมีพยายามกระทําความผิดลหุโทษ ผูสนับสนุนในความผิดลหุโทษ
ไมต อ งรบั โทษ ตลอดจนแนวคาํ พพิ ากษาทเี่ กยี่ วขอ งเพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใชป ระกอบการเรยี น
การสอน

ó. à¹é×ÍËÒ

ÁÒμÃÒ ñðò ºÞÑ ÞμÑ ÔÇ‹Ò “ความผดิ ลหุโทษ คือความผดิ ซ่งึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ
หน่งึ เดอื น หรอื ปรับไมเ กนิ หนึง่ หม่ืนบาท หรือทัง้ จาํ ทง้ั ปรบั เชนวามานด้ี วยกนั ”

ÁÒμÃÒ ñðò เปนบทบัญญัติกําหนดความหมายของความผิดลหุโทษ โดยถือเอา
อัตราโทษเปนเกณฑ อัตราโทษนั้นคืออัตราโทษช้ันสูงท่ีบัญญัติไวในกฎหมาย ความผิดลหุโทษ
ตามมาตรา ๑๐๒ จึงไดแ กความผดิ ท่มี อี ตั ราโทษดังน้ี

(๑) จาํ คกุ ไมเกินหน่ึงเดือน หรอื
(๒) ปรับไมเกนิ หน่งึ หม่นื บาท หรอื
(๓) ทั้งจาํ ท้งั ปรับ
¢ŒÍÊѧà¡μ
ÁÒμÃÒ ñðò เปน หลักทัว่ ไปในความผดิ ลหโุ ทษ ความผิดในภาค ๓ ตั้งแตมาตรา ๓๖๗
ถึง ๓๙๘ เปนความผิดลหุโทษทั้งสิ้น เพราะความผิดทุกมาตรากําหนดระวางโทษไมเกินที่ระบุไวใน
มาตรา ๑๐๒
นอกจากความผิดตามที่บัญญัติไวในภาค ๓ แลว มาตรา ๑๐๒ ใชในกฎหมายอื่นดวย
ฉะนน้ั ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ติ า งๆ ทมี่ รี ะวางโทษไมเ กนิ ทร่ี ะบไุ วใ นมาตรา ๑๐๒ ถอื เปน ความผดิ
ลหุโทษดวย (ฎีกาท่ี ๘๗๐/๒๔๙๖) แมจะเปน พระราชบัญญัตทิ ่ใี ชบ งั คับกอ นประมวลกฎหมายอาญา

๒๓๘

เพราะพระราชบญั ญตั ิใหใชป ระมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๕ ใหถ อื กาํ หนดช้นั ของโทษ
ตามกฎหมายท่ีอางถึงโทษฐานลหุโทษตามกฎหมายลักษณะอาญาตรงกับบทกําหนดโทษความผิด
ลหโุ ทษในภาค ๓

º·ºÑÞÞÑμãÔ ¹Å¡Ñ ɳРñ ãˌ㪌¡ºÑ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É

ÁÒμÃÒ ñðó บญั ญตั วิ า “บทบญั ญตั ใิ นลกั ษณะ ๑ ใหใ ชใ นกรณแี หง ความผดิ ลหโุ ทษดว ย
เวน แตท ี่บญั ญตั ไิ วใ นสามมาตราตอ ไปน้”ี (คอื มาตรา ๑๐๔, ๑๐๕ และ ๑๐๖)

ÁÒμÃÒ ñðó ใหนําบทบัญญัติในลักษณะ ๑ มาใชแกความผิดลหุโทษโดยไมตองอาศัย
มาตรา ๑๗ เพราะมาตรา ๑๗ มีความประสงคใหนาํ ลกั ษณะ ๑ ไปใชในกฎหมายอืน่ นอกจากประมวล
กฎหมายอาญา

บทบญั ญตั ลิ กั ษณะ ๑ ท่นี าํ มาใช เชน บทบญั ญตั ิเรอื่ งโทษ การยกเวน โทษ หรือลดโทษ
เปน ตน วา จาํ เปน ปอ งกนั เดก็ บนั ดาลโทสะ ตวั การ ผสู นบั สนนุ ผใู ชใ หก ระทาํ ความผดิ ความผดิ หลายบท
หลายกระทง อายุความ

¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·ÉäÁ‹μÍŒ §¡ÃÐทําâ´Âà¨μ¹Ò

ÁÒμÃÒ ñðô บัญญัติวา “การกระทําความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายน้ี
แมกระทําโดยไมมีเจตนาก็เปนความผิด เวนแตตามบทบัญญัติความผิดนั้น จะมีความบัญญัติใหเห็น
เปน อยางอน่ื ”

มาตรา ๑๐๔ วางหลักเกณฑความผิดสําหรับความผิดลหุโทษไวตางกับความผิดอาญา
สามญั

บัญญัตหิ ลักเกณฑไ วเ ปนพิเศษวา “แมก ระทําโดยไมม ีเจตนากเ็ ปน ความผดิ ” เพราะตาม
ลักษณะแหงความผิดลหุโทษเปนเรื่องเล็กนอย “เวนแตตามบทบัญญัติความผิดน้ันจะมีความบัญญัติ
ใหเห็นเปน อยางอื่น” คือ จะถอื วา ตอ งมีเจตนาเปน องคประกอบดวย เชน ความผิดตามมาตรา ๓๙๑
“ผูใดใชกําลังทํารายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจ” แสดงอยูในตัววาตอง
มีเจตนา ฉะนน้ั จะตอ งพจิ ารณาบทบัญญัติของแตละมาตราวาตองมีเจตนาหรือไม ถา ไมต อ งมเี จตนา
เปน องคป ระกอบแลว จะกระทาํ โดยประการใดกเ็ ปน ความผดิ เชน มาตรา ๓๗๐, ๓๗๕, ๓๘๐ เปน ตน

®¡Õ Ò·Õè óññø/òõñö ผูวาราชการจังหวัดประกาศใหผูอางสิทธิวาเปนเจาของที่ดินใน
ท่ีสาธารณประโยชนไปยื่นคาํ รองขอพิสจู นสทิ ธิภายใน ๑๕ วัน จาํ เลยเขาไปครอบครองที่ดินสว นหนง่ึ
น้ันอยูก อ นแลว และเขาใจโดยสจุ รติ วา ครอบครองโดยชอบโดยทางราชการผอ นผนั ใหครอบครองไป
จนกวาทางราชการจะพจิ ารณาแลวเห็นวา จําเปนจะตอ งใหจําเลยออกจากทีด่ ิน และแจง ใหออกแลว
ดังนี้ แมตอมานายอําเภอไดแจงใหจําเลยออกไปจากท่ีดินนั้น โดยอางวาการท่ีจําเลยบุกรุกเขาไปกอ
ความเดือดรอนแกสาธารณชน และจําเลยทราบคําสั่งแลวไมออกไปก็ไมเปนการจงใจฝาฝนกฎหมาย
หรือคําสั่งของนายอําเภอ การกระทําของจําเลยจึงขาดเจตนาอันเปนองคประกอบความผิดอาญา
ไมเปน ความผิดตามมาตรา ๓๖๘

๒๓๙

äÁÁ‹ Õ¾ÂÒÂÒÁ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËâØ ·É

ÁÒμÃÒ ñðõ บัญญัติวา “ผูใดพยายามกระทําความผิดลหุโทษ ผูนั้นไมตองรับโทษ”
ตามหลักความผิดอาญาสามัญ เพียงพยายามกระทําความผิดก็ถือวาเปนความผิดแตใหลงโทษ
นอ ยกวา การกระทาํ ความผดิ สาํ เรจ็ สว นความผดิ ลหโุ ทษมหี ลกั พเิ ศษตามมาตรา ๑๐๕ วา กรณพี ยายาม
กระทาํ ความผดิ ผกู ระทาํ ไมต อ งรบั โทษ ทง้ั นไี้ มว า จะเปน พยายามกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๘๐ หรอื
๘๑ เนื่องจากความผดิ ลหโุ ทษเปน ความผดิ เล็กนอยมโี ทษเบา

®Õ¡Ò·Õè òó÷/òõðù โจทกบรรยายฟองวา จําเลยยกเทาซึ่งสวมรองเทาเง้ือจะถีบ
ผูเสียหายแตไมไดบรรยายใหเห็นวา ถาจําเลยกระทําไปโดยตลอดแลวจะเกิดผลอยางไร ผลธรรมดา
อันจะเกิดข้นึ เพราะการถบี จะทําใหเ กดิ อันตรายแกก ายหรอื จติ ใจหรือไม ไมอาจเล็งเหน็ ได หากจาํ เลย
กระทําไปโดยตลอดแลวผลท่ีเกิดไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจความผิดนั้นก็เปน
ลหโุ ทษ เม่ือขอเท็จจรงิ ฟงไมไดวาจาํ เลยพยายามกระทําใหผเู สยี หายเกดิ อนั ตรายแกก ายแลว ก็ลงโทษ
จาํ เลยตามฟองไมไ ด

การเง้ือเทาจะถีบไมเปนอันตรายตอจิตใจ เพราะอันตรายตอจิตใจนั้นตองเปนผลจาก
การทาํ รา ย แตมคี วามรูส กึ วาถูกเหยยี ดหยาม เจ็บใจ แคน ใจ เหลาน้ีเปน อารมณ หาใชเปนอันตราย
ตอ จิตใจไม

¼ÙŒÊ¹ÑºÊ¹Ø¹ã¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËâØ ·ÉäÁ‹μŒÍ§ÃºÑ â·É

ÁÒμÃÒ ñðö บัญญัติวา “ผูสนับสนุนในความผิดลหุโทษไมตองรับโทษ” ตามหลัก
ความผิดอาญาสามัญผูสนับสนุนมีความผิดดวย สวนความผิดลหุโทษมีหลักพิเศษในมาตรา ๑๐๖
โดยถือวาไมมีการสนับสนุนในความผิดลหุโทษ แมจะมีการสนับสนุนก็ไมต องรับโทษ เหตุท่ีกฎหมาย
บญั ญตั ิเชนนเ้ี นือ่ งจากความผดิ ลหโุ ทษเปนเรอ่ื งเลก็ นอ ยมโี ทษเบา

¢ŒÍ椄 à¡μ
๑. ผูรวมกระทําความผิดและผูใชใหกระทําความผิด ไมมีกฎหมายยกเวน กฎหมาย
ยกเวนไวเ ฉพาะผูสนับสนนุ ผรู ว มกระทาํ ความผิดและผใู ชใหก ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๘๓ และ ๘๔
ยังมีความผิดอยูเหมือนความผิดอาญาทั่วไป ฉะน้ันผูรวมกระทําความผิดและผูใชใหกระทําความผิด
ในความผิดลหุโทษ กต็ องมคี วามผดิ
๒. ใชใหสนับสนุนการกระทําความผิด ผูใชในกรณีนี้เปนผูสนับสนุน คือ สนับสนุน
ดวยวิธีใชผ ูอ น่ื ใหสนับสนุน จงึ ไมตอ งรบั โทษ

๒๔๐

ô. คํา¶ÒÁ·ÒŒ º·àÃÕ¹

๑. ความผดิ ลหุโทษจะตองรับโทษอยางไร
๒. การพยายามกระทําความผดิ ลหโุ ทษ จะตองโทษอยางไรหรอื ไม
๓. ผสู นับสนนุ ในความผดิ ลหุโทษ จะตองโทษอยา งไรหรือไม

àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §Í§Ô

เกยี รตขิ จร วจั นสวสั ด.์ิ (๒๕๕๑).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาค ๑ กรงุ เทพฯ:พลสยามพรน้ิ ตง้ิ .
คณติ ณ นคร.(๒๕๔๗). กฎหมายอาญา ภาคท่วั ไป. กรุงเทพฯ:วิญูชน.
ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ.(๒๕๕๓).คาํ อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทวั่ ไป. กรงุ เทพฯ:วญิ ชู น.
ประภาศน อวยชยั .(๒๕๒๖).ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑. กรงุ เทพฯ:สาํ นกั อบรมศกึ ษา
กฎหมายแหง เนติบัณฑติ ยสภา.
สหรัฐ กิติศุภการ.(๒๕๕๗).หลักและคําอธิบายกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:อมรินทร
พริน้ ติง้ แอนดพ ับลิชช่ิง
บญุ เพราะ แสงเทยี น.(๒๕๕๒).กฎหมายอาญา ๑ ภาคทว่ั ไป.กรุงเทพฯ:บริษัทวทิ ยพัฒน
จํากดั
สุพจน นาถะพินธุ.(๒๕๓๓).ประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:สาํ นักพิมพรุงเรืองธรรม.
สุวัฒน ศรีพงษสุวรรณ.(๒๕๔๙).คําอธิบายประมวลกฎหมายอาญา.กรุงเทพฯ:
นิติบรรณาการ.
วินัย เลศิ ประเสริฐ.(๒๕๔๗).วิธไี ลสายกฎหมายอาญา เลม ๑.กรุงเทพฯ:อนิ เตอรบคุ ส.
เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์.(๒๕๕๐).คําอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิด เลม ๑.
กรงุ เทพฯ:หางหนุ สว นจํากดั จิรัชการการพิมพ.

๒๔๑

º··èÕ ñð

¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·É

ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº·

๑. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูความเขาใจ เรื่องกฎหมายอาญาเก่ียวกับ
ความผิดฐานตางๆ ของนักเรียนนายสบิ ตาํ รวจ

๒. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๒
๓. เพื่อใหน กั เรยี นนายสบิ ตํารวจมคี วามรู เกย่ี วกบั ความผิดลหุโทษ

ò. ʋǹนาํ

นักเรียนจะไดศึกษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ เร่ืองเกี่ยวกับความผิดลหุโทษ
อนั ไดแ ก ความผดิ เกยี่ วกบั เจา พนกั งานและเกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเดอื ดรอ นหรอื อนั ตรายตอ ความ
สงบสุขของประชาชน ความผิดเก่ียวกับเจาพนักงาน ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิดความเดือดรอน
หรอื อนั ตรายตอ ความสงบสขุ ของประชาชน ความผดิ เกยี่ วกบั การกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ทรพั ยส นิ
สาธารณะและเกย่ี วกบั สตั ว ความผดิ เกย่ี วกบั การกอ การใหเ กดิ อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจและความผดิ
ลหโุ ทษอ่ืนๆ ความผิดลหุโทษอืน่ ตลอดจนแนวคําพพิ ากษาทีเ่ กี่ยวของเพื่อใหน ักเรยี นนายสบิ ตาํ รวจ
ใชป ระกอบการเรียนการสอน

ó. à¹é×ÍËÒ
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ áÅÐà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹ËÃÍ× Í¹Ñ μÃÒÂ
μ‹Í¤ÇÒÁʧºÊØ¢¢Í§»ÃЪҪ¹

á¹Ç¤Ô´
๑. การไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรอื ทอี่ ยอู นั เปน เทจ็ ตอ เจา พนกั งาน หรอื ไมป ฏบิ ตั ิ

ตามคําส่ังของเจาพนักงานโดยไมมีเหตุอันสมควร หรือทําใหเสียประโยชนซึ่งเอกสารท่ีเจาพนักงาน
แสดงไวถอื เปน ความผิด

๒. การทาํ ใหป ระชาชนเกดิ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ หรอื ตระหนกตกใจ หรอื กดี ขวางทาง
สาธารณะ อันเปน การกระทบกระเทอื นตอความสงบสุขของประชาชน ถือเปน ความผิด

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè ǡѺà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹

ความผดิ เกย่ี วกบั เจา พนักงาน มี ๔ ฐานความผดิ ดวยกันคือ
๑. ไมย อมบอกหรอื แกลง บอกชอ่ื หรือท่ีอยอู นั เปนเท็จตอเจาพนกั งาน
๒. ไมปฏบิ ตั ติ ามคําสงั่ ของเจาพนกั งานโดยไมมีเหตุหรือขอ แกตัวอันสมควร

๒๔๒

๓. ทําใหเ อกสารทเี่ จา พนกั งานแสดงไวไ รป ระโยชน
๔. ไมชวยเหลือเจา พนกั งานซึ่งเรยี กใหช ว ยระงบั สาธารณภัย
ความผิดทั้ง ๔ ฐาน น้ีปรากฏอยูในมาตรา ๓๖๗, ๓๖๘, ๓๖๙ และมาตรา ๓๘๓
นักศกึ ษาจะไดศ กึ ษาดงั รายละเอียดตอไปนี้
(¡) äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃÍ× á¡Å§Œ ºÍ¡ªè×ÍËÃÍ× ·ÍèÕ ÂÍÙ‹ ѹ໚¹à·ç¨μÍ‹ ਌Ҿ¹¡Ñ §Ò¹
ÁÒμÃÒ óö÷ ผูใดเมื่อเจาพนักงานถามช่ือหรือท่ีอยูเพ่ือปฏิบัติการตามกฎหมาย
ไมยอมบอกหรอื แกลงบอกช่อื หรอื ทอ่ี ยอู ันเปน เท็จ ตอ งระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท
องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เจาพนักงานถามชื่อหรอื ทอ่ี ยเู พื่อปฏิบัตกิ ารตามกฎหมาย
๒. ไมยอมบอกหรือแกลง บอกช่ือหรอื ท่ีอยูอันเปน เท็จ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. คําวา “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” นั้น หมายความถึงบุคคลผูไดรับแตงต้ังใหไปปฏิบัติราชการ
โดยไดร ับเงนิ เดอื นในงบประมาณแผนดนิ ไมวา จะเปนการประจาํ หรือชั่วคราว และจะไดรับประโยชน
ตอบแทน หรอื ไมก็ตาม
นอกจากนั้น ยังมีบุคคลอีกประเภทหน่ึงท่ีกฎหมายบัญญัติไวเปนกรณีพิเศษใหถือวา
บคุ คลนนั้ เปน เจา พนกั งาน เชน ตามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล บญั ญตั ใิ หพ นกั งานเทศบาลบางตาํ แหนง
เปน เจา พนกั งาน
ò. ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¶ÒÁª×èÍËÃ×Í·ÕèÍ‹àÙ ¾è×Í»¯ÔºÑμ¡Ô ÒÃμÒÁ¡®ËÁÒÂ
เจาพนักงาน การท่ีผูกระทําจะมีความผิดไดนั้นขอเท็จจริงตองปรากฏวาผูที่ถามช่ือ
หรอื ทอ่ี ยูนัน้ ตอ งเปนเจาพนักงาน ซึ่งไดแ กบุคคลที่ไดร ับแตงตัง้ ใหป ฏบิ ัตริ าชการโดยไดรับเงนิ เดือนใน
งบประมาณแผนดิน ไมวาจะเปนการประจําหรือช่ัวคราวและไดรับประโยชนตอบแทนหรือไมก็ตาม
แตตองมีการแตงต้ังโดยชอบดวยกฎหมายหรือแตงต้ังจากผูบังคับบัญชา ซ่ึงมีอํานาจแตงตั้งตามที่
กฎหมายบัญญัติ และเปนการแตงต้ังใหมีหนาท่ีปฏิบัติราชการในตําแหนงนั้นๆ นอกจากน้ียังหมาย
รวมถงึ บคุ คลซง่ึ กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ ปน กรณพี เิ ศษใหถ อื วา บคุ คลนน้ั เปน เจา พนกั งานดว ย เชน กฎหมาย
เกี่ยวกับรถไฟบัญญัติใหเจาหนาที่การรถไฟบางตําแหนงเปนเจาพนักงาน พ.ร.บ.ลักษณะปกครอง
ทอ งทบี่ ญั ญตั ิให กํานนั ผใู หญบา น เปน เจาพนกั งานฝายปกครอง เปน ตน
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñöòö/òô÷ù จําเลยต้ังโตะขายหนังสือพิมพรุกล้ําทางหลวง เจาพนักงาน
ตํารวจจราจรหามแลวไมฟง จึงจะจับจําเลย จําเลยไมยอมไป ถามช่ือจําเลย จําเลยก็ไมยอมบอก
จาํ เลยมคี วามผิด

๒๔๓

การถามชอื่ หรอื ทอ่ี ยู เจา พนกั งานทถี่ ามชอื่ และทอี่ ยนู นั้ จะตอ งเปน ผมู หี นา ทตี่ ามกฎหมาย
และการถามนนั้ ตอ งเปน การถามเพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในหนา ทขี่ องตนเทา นน้ั หากเปน การถามนอก
อาํ นาจหนาที่ แมผูตอบจะกลา วชือ่ หรอื ท่ีอยูเ ปนเท็จ หรือไมย อมบอกก็ไมเ ปนความผิดตามมาตรานี้
เชน ตํารวจจราจรเห็นสุภาพสตรีสาวสวยเดินผานมาจึงเขาถามชื่อและท่ีอยู ผูถูกถามไมยอมบอก
ก็ไมเปนความผิด นอกจากน้ีการถามช่ือหรือที่อยูนั้นจํากัดเฉพาะชื่อหรือที่อยูของผูถูกถามเทานั้น
ถาเปนชื่อหรือที่อยูของบุคคลอื่น ผูถูกถามจะไมบอกหรือแกลงบอกเท็จก็ไมเปนความผิดตามนี้
และกฎหมายยังกาํ หนดเฉพาะการถามช่อื หรอื ทอ่ี ยเู ทา นัน้ ถา มิไดถามชือ่ หรอื ทีอ่ ยู ไปถามถงึ สถานะ
ของบคุ คล ลักษณะเฉพาะตวั หรอื ความสามารถเฉพาะตัวเหลาน้ี การไมยอมบอกหรือแกลง บอกดว ย
ขอ ความเปน เทจ็ กไ็ มม คี วามผดิ ตวั อยา งเชน ตาํ รวจเทศกจิ จบั ผทู วี่ างของลาํ้ ทางเทา ถามชอื่ ทอ่ี ยแู ละ
สถานภาพ ผถู กู จบั บอกชอ่ื และทอ่ี ยตู ามความเปน จรงิ แตบ อกวา ยงั เปน โสดทง้ั ทคี่ วามจรงิ เปน ผทู สี่ มรส
แลว เชนนี้ ไมเปน ความผิด ตามมาตราน้ี

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè òøöñ/òõòò ตํารวจไมบอกช่ือผูตองขังท่ีเขามาเปล่ียนแทนตัวผูที่ตน
ปลอยไปแกนายตํารวจที่มารับตัวผูตองขัง ตํารวจไมใชผูท่ีนายตํารวจถามชื่อจึงไมมีความผิด
ตามมาตราน้ี
®Õ¡Ò·Õè óòóñ/òõóñ ตํารวจรูจักชื่อและท่ีอยูจําเลยแลว เพราะเคยไปคนบานจําเลย
มากอน ไมมีความจําเปนอยางไรที่จะตองถามชื่อและที่อยูจําเลยอีก การท่ีจําเลยมิไดแจงชื่อ
และท่อี ยูตามที่ตํารวจถาม จงึ ไมเปน ความผิดตาม ม.๓๖๗
ó. äÁ‹ÂÍÁºÍ¡ËÃ×Íá¡ÅŒ§ºÍ¡ªè×ÍËÃ×Í·èÕÍÂÙ‹Íѹ໚¹à·ç¨ จะเห็นไดวาในมาตราน้ี
มีความผิดอยู ๒ ลักษณะคือ (๑) ไมยอมบอกช่ือหรือท่ีอยู หรือ (๒) แกลงบอกช่ือหรือท่ีอยู
อนั เปน เทจ็ เมือ่ เจาพนกั งานไดถามช่ือหรอื ทอ่ี ยู
การไมย อมบอก หมายถึง ผูถูกถามไดยนิ และเขาใจถงึ คําถามแลว แตน ิ่งเสียไมยอมบอก
ช่ือหรือท่ีอยูจะมีการแสดงกิริยาอาการประกอบดวยหรือไมก็ได เชน เม่ือถูกถามช่ือหรือท่ีอยู
กส็ น่ั ศรี ษะ ลกุ ขน้ึ เดนิ หนี เปน ตน กแ็ สดงวา ไมย อมบอกแลว การไมย อมบอกจะมเี หตสุ มควรหรอื ไมย อ มมี
ความผิดเชน เดียวกัน ยกเวนเปนคนใบ หูหนวก พดู ไมไ ดจริงๆ เทานนั้
แกลงบอกช่ืออันเปนเท็จ หมายถึง การบอกช่ือและหรือที่อยูของตนโดยไมใชความจริง
หรือใหผดิ เพย้ี นไปจากความจรงิ ดวยความตั้งใจ ไมใ ชพูดผดิ เชน บา นเลขที่ ๑๐๕ แตบ งั เอญิ พูดสับ
เปน ๑๕๐ โดยไมต้ังใจแกลงกไ็ มเปนความผิด
à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาในการกระทาํ ตามมาตรา ๕๙ การกระทาํ ทเ่ี ปน องคป ระกอบ
ของความผิดคือ “ไมยอมบอก” หรือ “แกลงบอก” ชื่อหรือที่อยู “อันเปนเท็จ” แสดงใหเห็นวา
การกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ี ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนา เปน กรณที เ่ี ขา ขอ ยกเวน ของบทบญั ญตั ทิ ใี่ ชแ ก
ความผิดลหุโทษโดยทั่วไปตาม ÁÒμÃÒ ñðô ท่ีบัญญัติวา ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´ÅËØâ·ÉμÒÁ»ÃÐÁÇÅ

๒๔๔

¡®ËÁÒ¹éÕ áÁŒ¡ÃÐทําâ´ÂäÁ‹ÁÕà¨μ¹Ò¡ç໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´ àÇŒ¹áμ‹μÒÁº·ºÑÞÞÑμÔ¤ÇÒÁ¼Ô´¹Ñ鹨ÐÁÕ
¤ÇÒÁºÞÑ ÞμÑ ãÔ ËàŒ Ë¹ç ໹š ÍÂÒ‹ §Í¹×è การทเี่ จา พนกั งานถามชอ่ื หรอื ทอ่ี ยแู ลว ผถู กู ถามไมร วู า ถกู ถามจงึ นงิ่ เฉย
เสียเชนนั้น ผูถูกถามมิไดรูขอเท็จจริงอันเปนองคประกอบของความผิด การท่ีผูถูกถามน่ิงเฉยเสีย
จงึ จะถอื วา มีเจตนาไมไ ด

ขอสําคัญคือ ไมวาจะเปนการไมยอมบอกหรือแกลงบอกขอความอันเปนเท็จนั้น
ผูถูกถามตองทราบวาผูถามเปนเจาพนักงานและการถามน้ันเปนการปฏิบัติหนาที่ดวย แมผูถามเปน
เจาพนักงาน ถามเพื่อปฏิบัติตามหนาท่ีแตผูถูกถามเขาใจผิดหรือไมรูจึงไมบอก ก็ไมผิด เชน จุม
ไปซื้อของขณะที่ยืนอยูขางแผงลอยซ่ึงเจาของแผงไมอยู ตํารวจเทศกิจผานมาเขาใจวาจุมเปนเจาของ
แผงลอยผูกระทําผิด จึงเขาสอบถามชื่อซึ่งเปนการปฏิบัติตามกฎหมาย แตจุมไมรูวาตํารวจเห็นเธอ
เปนผูกระทําผิดจึงเขาใจผิดวาตํารวจจะมาเกี้ยวพาราสีตน จึงแกลงบอกตํารวจไปวาชื่อแดง เชนน้ี
จุมไมมีความผิดตามมาตราน้ีเพราะแมรูวาเปนตํารวจเทศกิจ แตไมรูวาเปนการถามเพ่ือปฏิบัติการ
ตามกฎหมาย

ขอสังเกต การบอกชื่อหรือท่ีอยูอันเปนเท็จน้ันไมใชเปนการแจงขอความจึงไมเปน
ความผิดฐานแจง ความเท็จตาม ป.อ.มาตรา ๑๓๗

(¢) äÁ»‹ ¯ÔºμÑ ÔμÒÁ¤Òí ʧÑè ¢Í§à¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹â´ÂäÁ‹ÁÕàËμËØ ÃÍ× ¢ŒÍá¡μŒ ÑÇÍѹÊÁ¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ óöø ผูใดทราบคําส่ังของเจาพนักงานซึ่งสั่งการตามอํานาจที่มีกฎหมายใหไว
ไมปฏิบัติตามคําส่ังน้ันโดยไมมีเหตุ หรือขอแกตัวอันสมควร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบวัน
หรือปรบั ไมเกนิ หาพันบาทหรือท้งั จาํ ทงั้ ปรบั
ถาการสั่งเชนวานั้นเปนคําส่ังใหชวยทํากิจการในหนาที่ของเจาพนักงาน ซ่ึงกฎหมาย
กําหนดใหสั่งใหชวยได ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหมื่นบาท
หรอื ท้ังจําทั้งปรบั
มาตราน้ีบัญญัติการกระทําอันเปนความผิดรวม ๒ ความผิดดวยกันคือ ความผิดตาม
วรรคแรกและวรรคทา ย
ความผดิ ตามวรรคแรก องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทราบคาํ ส่งั ของเจา พนกั งานซึง่ สงั่ การตามอาํ นาจท่มี ีกฎหมายใหไ ว
๒. ไมป ฏิบตั ิตามคําสัง่ นน้ั โดยไมมีเหตหุ รอื ขอแกตัวอันสมควร
คาํ ͸ԺÒÂ
ความผิดวรรคแรกตามมาตราน้ี มีหลักในการพิจารณาดงั นค้ี อื
๑. ทราบคาํ ส่ังของเจาพนักงานซ่งึ ส่งั การตามอาํ นาจทมี่ ีกฎหมายใหไ ว

ทราบคําสั่งของเจาพนักงาน ผูกระทําความผิดในมาตรานี้ตอง “ทราบ” คําส่ังของ
เจาพนักงานคือตองรูวา เจาพนักงานมีคําส่ัง ถาไมรูก็ถือวาขาดองคประกอบของความผิดไป แตใน
กรณีท่ีกฎหมายใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งไดกําหนดวิธีการในการออกคําส่ังไวดวย

๒๔๕

เม่ือเจาพนักงานไดปฏิบัติตามวิธีการท่ีกําหนดไวแลวก็ตองถือวาคําสั่งน้ันเปนท่ีทราบกันโดยทั่วไป
ผใู ดจะอา งวา ยงั ไมท ราบคาํ สง่ั นน้ั ไมไ ด ดงั นน้ั ถา ไมม กี ฎหมายกาํ หนดวธิ เี ปน อยา งอนื่ เชน ใหส งั่ ไวเ ปน
ลายลักษณอักษรเจาพนักงานจะสั่งดวยวิธีใดก็ได เปนตนวาส่ังดวยวาจาตอหนาผูที่ตนส่ัง หรือ
มีคําส่ังโดยประกาศดวยเครื่องขยายเสียง โดยปดประกาศขอความเปนลายลักษณอักษรประกาศ
ในหนา หนงั สอื พมิ พก ไ็ ด คาํ สง่ั ดงั กลา วอาจเปน คาํ สงั่ ทสี่ ง่ั การแกบ คุ คลใดบคุ คลหนงึ่ โดยเฉพาะเจาะจง
หรือส่ังการตอบุคคลหลายๆ คนในเวลาเดียวกันก็ได แตตองเปนการส่ังจากเจาพนักงานตอบุคคล
โดยกําหนดขอหามหรือหนาที่ที่ผูถูกส่ังตองปฏิบัติตาม และการส่ังการน้ีจะตองเปนไปในรูปของ
คําส่ังมิใชคําเตือน หรือขอความในลักษณะอ่ืนท่ีไมใชคําส่ัง ฉะนั้น ถาประกาศหรือขอความใดที่ออก
โดยเจาพนักงานมีลักษณะเปนคําแนะนําหรือขอรองใหบุคคลปฏิบัติหรือละเวนก็ดี ขอความเหลาน้ัน
ไมใ ชคาํ ส่ัง

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè öóó/òôöõ โจทกฟองจําเลยลากลอเล่ือน โดยมิไดนําใบอนุญาต
ติดตัวมาดวยขอใหลงโทษจําเลยฐานขัดคําส่ังเจาพนักงาน ไดความวาคําส่ังท่ีโจทกอางเปนเพียง
คําเตือนท่ีพิมพไวที่หลังใบอนุญาต สําหรับผูขับข่ีหรือลากเข็นลอเล่ือนน้ันวา ใหนําใบอนุญาตติดตัว
ในขณะขับข่ีหรอื ลากเขน็ ลอเลือ่ น ขอความนม้ี ิใชค ําส่ังจําเลยจงึ ไมม ีความผิด
®Õ¡Ò·èÕ òð÷ù-òðøð/òõóõ ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ
ฉบบั ที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๑๕) วา ดวยวธิ ีปฏบิ ตั ใิ นการแจง และออกคําส่ังแกผูฝาฝนมาตรา ๙ แหง ป.ทด่ี ิน
อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี ๙๖ ใชบังคับกําหนดใหเจาหนาที่ผูนําสงหนังสือแจง
บันทึก เหตกุ ารณและเหตุผลในการไมยอมรบั หนังสือแจง ไว แตต ามบันทกึ ขอ ความของเจา หนาท่ผี นู าํ
หนงั สอื แจง และคาํ สง่ั ใหอ อกจากทด่ี นิ ไปสง แกจ าํ เลย นอกจากจะไมป รากฏเหตผุ ลทผ่ี ฝู า ฝน ไมย อมรบั
หนังสือแจงแลว ยังไมปรากฏวาเจาหนาท่ีผูนําสงไดสอบถามเหตุผลเอาจากผูฝาฝนแลวบันทึกไว
บนั ทกึ ขอความนน้ั จึงยงั ไมถ กู ตองครบถวน จะถือวา จําเลยไดรับหนงั สือแจง อันเปนคําสง่ั เจา พนักงาน
ซ่ึงสั่งการตามอํานาจท่ีมีกฎหมายใหไวและทราบคําสั่งนั้นแลวหาไดไม จําเลยจึงยังไมมีความผิด
ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ และ ป.ทีด่ ิน มาตรา ๑๐๘
สงั่ การตามอาํ นาจท่ีกฎหมายใหไ ว หมายความวามีบทบญั ญัตขิ องกฎหมายใหอาํ นาจไว
โดยตรงใหเ จาพนักงานในตําแหนง น้นั ๆ ออกคาํ ส่ังใหผ ใู ดผหู นึ่งปฏิบตั ิตามคําสง่ั ได ไมใ ชเ จา พนักงาน
จะออกคําส่ังใหประชาชนปฏิบัติไดตามใจชอบ ตองมีกฎหมายใหอํานาจในการส่ังการเชนวานั้น
และผูออกคําสั่งตองเปนเจาพนักงานตามที่ไดศึกษามาแลว หากคําสั่งนั้นไมมีกฎหมายใหอํานาจไว
กเ็ ปนคาํ ส่งั ท่ีไมช อบดว ยกฎหมาย ผูที่ฝาฝนไมปฏิบัตติ ามไมมีความผดิ ตามมาตรานี้
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ôõ/òô÷ð พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พ.ศ.๒๔๕๗
มาตรา ๒๗(๕) กําหนดใหผูใหญบานมีหนาท่ีแตเพียงคุมคนรายสงกํานันหรืออําเภอเทานั้น

๒๔๖

หามีหนาที่คุมสงจังหวัดไม การที่นายอําเภอส่ังใหจําเลยซ่ึงเปนผูใหญบานคุมตัวคนรายไปสงจังหวัด
จาํ เลยไมค มุ ไปจาํ เลยจึงไมมคี วามผดิ ฐานขัดคาํ ส่งั เจาพนักงาน

®Õ¡Ò·èÕ öôó/òô÷ö กรมการอาํ เภอประกาศใหราษฎรที่เดินไปมาในละแวกบาน
ตั้งแตพระอาทิตยตกมืดแลวตองจุดไฟ จําเลยไมทําตามประกาศ กรมการอาํ เภอไมมีอาํ นาจท่ี
จะสัง่ บังคับราษฎรเทานัน้ จาํ เลยจึงไมมคี วามผิด

®Õ¡Ò·Õè ñóöø/òõðð ปวอ. มาตรา ๑๓๒ มิไดระบุเลยวาใหพนักงานสอบสวน
มอี าํ นาจบงั คบั ใหผ ตู อ งหาเขยี นชอื่ ลงในกระดาษเปลา ได คาํ สงั่ ของเจา พนกั งานสอบสวนทใ่ี หผ ตู อ งหา
เขียนช่ือในกระดาษเพื่อตรวจสอบลายมือจึงไมเปนคําส่ังชอบดวยกฎหมาย จําเลยไมปฏิบัติตาม
จงึ หามคี วามผิดไม

การใหอํานาจแกเจาพนักงานในการออกคําสั่งนี้กฎหมายไมจําเปนตองระบุไวโดยตรง
วาใหเจาพนักงานมีอํานาจออกคําสั่งใดไดบาง เพียงแตกําหนดอํานาจหนาที่ของเจาพนักงานไว
คาํ สงั่ ใดๆ ทเ่ี จา พนกั งานออกเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารตามอาํ นาจหนา ทกี่ ถ็ อื ไดว า เปน คาํ สง่ั โดยชอบดว ยกฎหมาย

Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè òò÷-òòù/òõðô หนองสาธารณะที่ทางราชการหวงหามไวเพ่ือสาธารณ
ประโยชนเปนอํานาจหนาท่ีของนายอําเภอ ท่ีจะดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผนดิน นายอําเภอจึงมีอํานาจออกคําสั่งใหผูบุกรุกหนองสาธารณประโยชน ออกไปจาก
หนองน้ันได ผูใ ดขดั ขนื ยอ มมคี วามผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
®Õ¡Ò·Õè ó÷ø-ó÷ù/òõñ÷ นายอําเภอมีอาํ นาจตามกฎหมายที่จะตองตรวจตรา
และจัดการรักษาทางบกทางนํา้ ใหไปมาโดยสะดวกตามที่จะเปนไดทุกฤดูกาล จึงมีอํานาจประกาศ
หามรถยนตว่ิงรับสงผูโดยสารในเสนทางที่กําลังกอสราง เพื่อปองกันอันตรายแกผูโดยสารและ
อํานวยความสะดวกในการกอ สรา งใหเ สรจ็ โดยเร็ว เมอ่ื จําเลยทราบคําสัง่ ดงั กลา วแลวยงั ฝา ฝนเดินรถ
รับสง ผโู ดยสารในเสน ทางนั้น จึงมีความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
®Õ¡Ò·èÕ öôññ/òõóô เมื่อหัวหนาคณะปฏิวัติยึดอาํ นาจการปกครองแผนดิน
ไดสําเร็จหัวหนาคณะปฏิวัติยอมมีอํานาจออกประกาศหรือคําส่ังอันถือเปนกฎหมายใชบังคับแก
ประชาชนได ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ มิใชคําส่ังท่ีมีผล
ทาํ ใหบ คุ คลตอ งรบั โทษทางอาญา แตเ ปน เรอ่ื งของการใหถ อนสญั ชาตไิ ทยของบคุ คลบางจาํ พวก แมจ ะ
มผี ลยอ นหลงั กระทบถงึ สทิ ธขิ องจาํ เลยและประชาชนกม็ ผี ลใชบ งั คบั เปน กฎหมายได เมอ่ื จาํ เลยเกดิ ใน
ราชอาณาจกั รไทยเมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๘๙ โดยมบี ดิ ามารดาเปน คนญวนอพยพ จาํ เลยจงึ ถกู ถอนสญั ชาตไิ ทย
ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกลาว จําเลยมิใชบุคคลท่ีมีสัญชาติไทยแตเปนคนญวน
อพยพซ่ึงตองอยูในเขตควบคุมจังหวัดหนองคายตามประกาศและคําสั่งของกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งเปนคําส่ังของเจาพนักงานตามกฎหมาย จําเลยออกนอกเขตจังหวัดโดยไมไดรับอนุญาตจาก
ผูวาราชการจังหวัดจึงเปนการฝาฝนและไมปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงานเปนความผิดตาม
ป.อ.มาตรา ๓๖๘

๒๔๗

แตในบางกรณีถึงแมวาเจาพนักงานจะออกคําสั่งโดยชอบดวยกฎหมาย แตกฎหมาย
ที่ใหอํานาจในการออกคําสั่ง มิไดมีวัตถุประสงคท่ีจะใหลงโทษผูขัดคําส่ังเจาพนักงาน หรือไดกําหนด
บทบังคับในกรณีท่ีฝาฝนคําสั่งไวแลวเปนกรณีพิเศษเชนนี้ ผูฝาฝนก็ไมมีความผิดฐานขัดคําสั่ง
เจาพนกั งานซึ่งเปนบททว่ั ไปอกี

Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ÷òø/òõðò (ประชุมใหญ) การไมไปตามคําสั่งของเจาพนักงานจราจรในกรณี
ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้น พระราชบัญญัติจราจรทางบกกําหนดโทษไวโดยเฉพาะแลวคือ
ไมใ หเ ปรยี บเทยี บปรบั ใหจ ดั การฟอ งจาํ เลยไปทเี ดยี ว จงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานขดั คาํ สงั่ เจา พนกั งานตาม
ป.อ.มาตรา ๔๖๘ อันเปน บทกฎหมายท่วั ไปอีก
ò. äÁ»‹ ¯ºÔ ÑμÔμÒÁคําÊÑ觹ѹé â´ÂäÁ‹ÁÕàËμØËÃ×Í¢ŒÍᡌμÑÇÍѹÊÁ¤ÇÃ
การไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั หมายถงึ การไมก ระทาํ การทต่ี อ งกระทาํ ใหค รบถว นตามทก่ี าํ หนด
ไวในคําส่ังแตถาปฏิบัติตามคําส่ังครบถวนแลว ก็ไมจําตองรับผิดเพราะมิไดกระทําตามที่ผูออกคําส่ัง
ตองการ เพราะเปนการเกินขอบเขตของคําส่งั
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ôöù/òôùð การที่เจาพนักงานสั่งใหจําเลยเลิกทํานาและขุดบอปลานั้น
ไมก ินความถงึ วา ใหจาํ เลยทําใหคนื สภาพเดิม ฉะนนั้ การทจ่ี ําเลยเลกิ ทาํ นาและเลกิ ขดุ บอปลา แตไม
ไดทําใหค ืนสภาพเดิม จงึ ไมม คี วามผดิ ฐานขดั คําสงั่
การไมม เี หตหุ รอื ขอ แกต วั อนั สมควรในการไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ หมายความวา การไมป ฏบิ ตั ิ
ตามคําส่ังนั้นตองเปนการกระทําที่ไมมีเหตุหรือขอแกตัวอันสมควร “เหตุ” คือขอเท็จจริงที่ทําใหผูรับ
คําส่ังไมตองปฏิบัติตามคําส่ัง สวน “ขอแกตัว” คือ ขออางที่ควรอางได หากผูฝาฝนไมปฏิบัติตาม
คาํ สั่งตอ งมคี วามเช่อื มัน่ โดยสุจรติ ใจวา ตนมีเหตหุ รอื ขอ แกตัวอันสมควรท่ีจะไมป ฏิบตั ิตามคําสง่ั นนั้
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñùõð/òõðð ทางราชการประกาศสงวนที่ไวทาํ สุสานและฌาปนสถาน
สาํ หรับประชาชนต้ังแต พ.ศ.๒๔๗๖ ผูรักษาการแทนนายอาํ เภอออกคําส่ังใหจําเลยเลิกใชสิทธิ
ครอบครองท่ีดินสงวนแปลงท่ีจําเลยครอบครองอยู จําเลยไมยอมออกเพราะเช่ือโดยสุจริตใจวาที่ดิน
เปน ของจาํ เลยโดยการครอบครองมากวา ๔๐ ป ซง่ึ อาํ เภอจะสง่ั ใหจ าํ เลยออกจากทดี่ นิ โดยพลการเชน นี้
ไมได ความเช่ือม่ันของจําเลยเชนนี้มีเหตุผลอันดีและจําเลยไดยืนยันเหตุผลนี้ใหอําเภอทราบไวแลว
ตง้ั แตต น จงึ เปน ขอ แกต วั อนั สมควรทจ่ี ะไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั จงึ เอาผดิ แกจ าํ เลยตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘
ไมได
®Õ¡Ò·èÕ ñðóõ/òõðô นายอาํ เภอส่ังใหจําเลยออกจากท่ีสาธารณประโยชน
จําเลยไมยอมออกโดยอางวาเปนที่นาของจําเลย ไดรับมรดกมาจากบิดามารดาและไดครอบครอง
ทํานามากวา ๕๐ ปแลว ขอเท็จจริงฟงไดวาจําเลยรูมากอนแลววาที่แปลงนี้เปนที่สาธารณประโยชน
การท่ีจําเลยมาอางวาเปนที่ของจําเลยไมยอมออกไปตามคําส่ัง จึงไมเปนขอแกตัวอันสมควรท่ีจะ
ทําใหจําเลยพน ผดิ ฐานขดั คําสัง่ เจา พนักงาน


Click to View FlipBook Version