The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-25 02:02:06

2.กฎหมายอาญา 2

1_LA21202_กฎหมายอาญา_2

๒๔๘

®Õ¡Ò·èÕ ñóøñ-ñóøø/òõðø จําเลยครอบครองทาํ นาในที่พิพาทประมาณ
๑๖ ป โดยเจา หนา ทอี่ อกใบเหยยี บยาํ่ ใหจ าํ เลยโดยชอบ และเสยี ภาษบี าํ รงุ ทอ งทอี่ ยา งเจา ของตลอดมา
โดยไมร มู ากอ นวา เปน ทดี่ นิ อนั เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผน ดนิ จาํ เลยจงึ เชอ่ื โดยสจุ รติ ใจวา ทพ่ี พิ าทเปน
ของตน ฉะนั้น การท่ีจาํ เลยไมย อมออกจากทพี่ พิ าทตามคําสงั่ ของนายอาํ เภอ โดยอางวา ที่พิพาทเปน
ของตนน้นั จงึ มเี หตุอนั สมควรเปน ขอแกตวั ใหพ นผดิ ฐานขัดคาํ ส่งั ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ ได

ความแตกตา งของขอ เทจ็ จรงิ ตามคาํ พพิ ากษาฎกี าดงั กลา วขา งตน คอื ในคาํ พพิ ากษาฎกี า
ท่ี ๑๐๓๕/๒๕๐๔ จําเลยไดรูอยูกอนแลววาท่ีพิพาทในคดีนั้นเปนท่ีสาธารณประโยชนแลว จําเลยจะ
มาอางวาเปนของตน จึงไมเปนเหตุอันสมควรที่จะฟงเปนขอแกตัว ซึ่งไมเหมือนกับคําพิพากษาฎีกา
๑๙๕๐/๒๕๐๐ และ ๑๓๘๑-๑๓๘๘/๒๕๐๘

®Õ¡Ò·Õè òñôó-òñôö/òõñ÷ จําเลยบุกรุกเขาไปยึดถือครอบครองท่ีดินสาธารณะ
นายอําเภอมีคาํ ส่ังใหออกไปจําเลยฝาฝนไมยอมออกแมจะปรากฏจากคาํ ฟองวาจาํ เลยครอบครอง
ทด่ี นิ นน้ั มานานแลว การครอบครองมานานกม็ ใิ ชเ หตผุ ลทแี่ สดงอยใู นตวั วา จาํ เลยเชอ่ื มน่ั โดยสจุ รติ ใจวา
ทดี่ นิ นั้นเปน ของจําเลยเอง ไมใชที่สาธารณะ

®Õ¡Ò·èÕ òôóñ/òõóò การท่ีจําเลยไมยอมออกจากที่พิพาทตามคําส่ังของ
นายอาํ เภอ เพราะเชอื่ วา จาํ เลยมสี ิทธิครอบครองซง่ึ เปนขอเท็จจริงอันเดยี วเกยี่ วพนั กันกบั ทว่ี นิ จิ ฉยั
มาแลว วา การกระทาํ ของจาํ เลยไมเ ปน ความผดิ ฐานบกุ รกุ จาํ เลยจงึ ไมม คี วามผดิ ฐานขดั คาํ สงั่ เจา พนกั งาน
ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ เน่ืองจากมีเหตุอันสมควรเปนขอแกตัวใหพนผิดไดเพราะจําเลยเชื่อ
โดยสุจรติ ใจวา จาํ เลยมีสิทธิครอบครองทด่ี ินนั้น

ความผิดตามมาตรานี้ ลําพังการกระทําท่ีครบองคประกอบภายนอกก็พอแลว ผูกระทํา
ไมตอ งมเี จตนา

มีขอท่ีนาสังเกตเก่ียวกับเจตนาในการกระทําความผิดตาม มาตรา ๓๖๘ วาใน
องคป ระกอบของความผดิ ขอที่ ๑ ที่วาผูกระทาํ ตอ ง “ทราบ” คําส่งั ของเจาพนักงาน ดังนั้น ถา ผกู ระทาํ
ไมท ราบหรอื ไมถ อื วา ไดท ราบคาํ สงั่ แลว ผกู ระทาํ ยอ มไมม คี วามผดิ เพราะขาดองคป ระกอบของความผดิ
แตการไมปฏิบัติตามคําส่ังถาเกิดจากความเผอเรอ เชน นายอําเภอสั่งใหผูบุกรุกซึ่งเขาครอบครอง
ที่สาธารณประโยชนออกไปจากที่ดินภายใน ๓๐ วัน ตอมาผูบุกรุกท่ีไดทราบคําส่ังแลวเกิดหลงลืม
จึงไมไดออกไปตามกําหนด เชนนี้ แมจะฟงไดวาผูบุกรุกมิไดมีเจตนาไมปฏิบัติตามคําสั่ง แตก็เห็น
ไดวาการไมปฏิบัติตามคําส่ังน้ันไมมีเหตุคือขอแกตัวอันสมควร การขาดเจตนาก็ยังคงทําใหผูฝาฝน
คําส่งั ตอ งรับผิดอยูดี

ความผิดตามวรรคทาย เปนการกําหนดลักษณะฉกรรจของการกระทําความผิดตาม
วรรคหนึ่ง คือมีวัตถุประสงคตองการใหผูกระทําความผิดไดรับโทษหนักขึ้นในกรณีที่คําสั่งของ
เจา พนกั งานทไ่ี มป ฏบิ ตั ติ ามนนั้ เปน คาํ สง่ั ใหช ว ยทาํ กจิ การในหนา ทข่ี องเจา พนกั งาน ซง่ึ กฎหมายกาํ หนด
ใหส งั่ ใหช ว ยได เชน กาํ นนั มอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการจบั กมุ ผกู าํ ลงั กระทาํ ผดิ กฎหมายหรอื มเี หตคุ วรสงสยั วา
เปน ผทู ไี่ ดก ระทาํ ผดิ กฎหมาย และเมอื่ มเี หตรุ า ยสาํ คญั เกดิ ขน้ึ ในตาํ บลกเ็ ปน หนา ทข่ี องกาํ นนั ทต่ี อ งเรยี ก

๒๔๙

ผูใหญบานและลูกบานในตําบลออกชวยติดตามจับกุมผูรายไดตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง
ทองท่ี พ.ศ.๒๔๗๕ มาตรา ๓๕(๓), ๓๗ ดังนั้น ลูกบานคนใดที่ฝาฝนคําสั่งของกํานันที่ใหออก
ชวยตดิ ตามจับกุมผูร า ย ยอ มมีความผิดตามวรรคนี้

แตมีขอนาสังเกตวาเจาพนักงานตองมีอํานาจตามกฎหมายที่จะสั่งใหชวยได
ถากฎหมายใหอํานาจไวเพียงใหขอความชวยเหลือ เชน ในกรณีท่ีเจาพนักงานผูจัดการตามหมายจับ
จะขอความชวยเหลือจากบุคคลใกลเคียงเพ่ือจัดการตามหมายจับนั้นก็ไดตาม ปวอ.มาตรา ๘๒
การขอความชวยเหลือในกรณีน้ีจึงไมนาจะเปนการออกคําสั่งใหชวย เหมือนดังกรณีของอํานาจ
ของกํานนั ผทู ปี่ ฏิเสธไมใหความชว ยเหลอื จึงไมม คี วามผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๘ วรรคสอง

(¤) ทาํ ãËàŒ Í¡ÊÒ÷èàÕ ¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹áÊ´§äÇŒäûŒ ÃÐ⪹
ÁÒμÃÒ óöù ผูใดกระทําดวยประการใดๆ ใหประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสารใดที่
เจา พนกั งานผกู ระทาํ การตามหนา ทปี่ ด หรอื แสดงไว หรอื สงั่ ใหป ด หรอื แสดงไว หลดุ ฉกี หรอื ไรป ระโยชน
ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หาพันบาท
องคประกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทาํ ดวยประการใดๆ
๒. ใหประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสารใดท่ีเจาพนักงานผูกระทําการตามหนาท่ี
ปดหรอื แสดงไว หรือสั่งใหป ด หรอื แสดงไว
๓. หลุด ฉีก หรือไรป ระโยชน
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
จากองคป ระกอบท้งั ๓ ขอ ขา งตนมหี ลกั ในการพิจารณาดงั นี้
ñ. ¡ÒáÃзíÒ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ หมายความวากฎหมายมิไดจํากัดลักษณะของ
การกระทําดวยวิธีอยางหน่ึงอยางใดไวโดยเฉพาะ ผูกระทําจะใชวิธีการอยางใดก็ไดเพื่อใหเกิดผลคือ
การหลดุ ฉกี หรือไรประโยชนซงึ่ เอกสารก็เปน ความผดิ แลว เชน ฉกี ลบ เผา ดงึ แกะ ลอก ใชไ อนา้ํ ลน
ใชน าํ้ ลูบใหเปย กช้นื จนหลุดขาด ผลักภาพโฆษณาท่ตี ัง้ ไวใหลม เปน ตน
ò. ãËŒ»ÃСÒÈ ÀÒ¾â¦É³Ò ËÃ×ÍàÍ¡ÊÒ÷èÕ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹¼ÙŒ¡ÃÐทํา¡ÒÃμÒÁ˹ŒÒ·Õ軁´
ËÃÍ× áÊ´§äÇŒ ËÃÍ× Êè§Ñ ãËŒ»´ËÃ×ÍáÊ´§äÇŒ
ประกาศ ภาพโฆษณาหรือเอกสาร หมายความถึง การแจงขอความ แสดงภาพ
หรือเอกสารของทางราชการใหบุคคลทั่วไปไดทราบ ในลักษณะท่ีสามารถนํามาปดหรือแสดงไวได
ดังนั้น ประกาศภาพโฆษณาหรือเอกสารจึงตองมีลักษณะท่ีคงรูปได มิใชการประกาศดวยวาจาที่
แจงขอความแลวก็หายไปทันที และตองเปนสิ่งที่เจาพนักงานผูกระทําตามหนาที่เทาน้ันเปนผูปด
หรอื แสดงไวหรอื สัง่ ใหปด หรือแสดงไว
ปด หรอื แสดงไว คอื วธิ ใี นการทาํ ใหข อ ความหรอื ภาพในประกาศ ภาพโฆษณาหรอื เอกสาร
ทเี่ จา พนักงานกระทําใหปรากฏตอ ประชาชนทวั่ ไป

๒๕๐

สง่ั ใหป ด หรอื แสดงไว หมายความวา ประกาศ ภาพโฆษณาหรอื เอกสารนน้ั ไมจ าํ ตอ งเปน
เจา พนักงานมาปดหรือแสดงไวดวยตนเอง อาจส่งั การใหผอู น่ื ปดหรือแสดงไวก็ได

ó. ËÅØ´ ©Õ¡ ËÃ×ÍäÃŒ»ÃÐ⪹ หมายความถึงการกระทําใหประกาศภาพโฆษณา
หรือเอกสาร ทป่ี ด หรอื แสดงไวน ั้นหลดุ คือยายออกจากทีเ่ ดิม ฉกี คอื ยงั คงเหลอื อยูท ีเ่ ดิมแตบางสวน
หรอื ไรประโยชน คือทําใหไ มส ามารถแจง ขอ ความหรอื แสดงภาพไดตามวัตถุประสงค เชน เอาสที าทับ
จนอานไมไดค วาม เปนตน

การกระทําความผิดมาตราน้ีไมจําเปนตองมีเจตนาในการกระทําผิด ถึงแมวาผูกระทํา
จะเขาใจวา ตนมีเหตผุ ลสมควรท่กี ระทาํ ก็ยังตองรับผดิ

ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·Õè õù/òô÷ó จําเลยรื้อถอนประกาศเร่ืองราวท่ีราษฎรขอจับจองท่ีดิน
ซ่ึงกรมการอําเภอประจําทองที่ไดปดประกาศไว โดยจําเลยอางวามีเหตุผลพอในการถอนประกาศน้ัน
เนอื่ งจากจาํ เลยมสี ทิ ธใิ นทด่ี นิ นน้ั ดกี วา ผทู ข่ี อจบั จอง และจําเลยไมม เี จตนาในการกระทําเฉพาะ จําเลย
ไมไ ดท ําใหป ระกาศนน้ั เปน อนั ตราย แตน าํ ประกาศนนั้ พรอ มดว ยคาํ คดั คา นสง ไปยงั อําเภอ การกระทาํ
ของจาํ เลยเพียงบังอาจรื้อถอนประกาศก็เปนความผิด โดยมิพักตองคาํ นึงถึงเจตนาของจาํ เลย
หรือสาเหตุอ่นื ใด
®Õ¡Ò·èÕ ù÷ò/òõðõ ป.อ.มาตรา ๓๖๙ เปนบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทาํ ตอ
ประกาศภาพโฆษณาหรือเอกสารของเจาพนักงานท่ีปดหรือแสดงไวอันเปนทํานองโฆษณาตอ
ประชาชน ใหห ลุด ฉีก หรอื ไรประโยชน หาไดหมายความถึงเอกสารใดๆ ท่ีมใิ ชเปนลักษณะประกาศ
หรอื โฆษณาดวยไม ฉะนน้ั ผูทีท่ าํ ลายเลขหมายซึง่ เจา พนกั งานแกะประทับไวท ป่ี นใหห ลดุ ออกจงึ ไมมี
ความผดิ ตามมาตราน้ี
®Õ¡Ò·èÕ ññøñ/òõðö คาํ วาเอกสารท่ีเจาพนักงานผูกระทาํ การตามหนาที่ปด
หรือแสดงไวตามมาตรา ๓๖๙ หมายถึง เอกสารที่ปดหรือแสดงไวในลักษณะทํานองประกาศหรือ
ภาพโฆษณาหาไดหมายถงึ คาํ สงั่ หรือใบสงั่ ถงึ บุคคลเฉพาะตัว เชน ใบส่ังของเจาพนกั งานตาํ รวจจราจร
ท่ีใหไปรายงานตัว ฉะน้ัน เมื่อจาํ เลยไดรับใบส่ังดังกลาว ก็ถือวาหนังสือนั้นไดใชสมประโยชนแลว
ถงึ จําเลยจะฉีกหรือทําลายเสยี กห็ ามคี วามผดิ ตามมาตรานี้ไม
(§) äÁª‹ ‹ÇÂàËÅ×Íà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹«Öè§àÃÂÕ ¡ãËŒª‹ÇÂÃЧѺÊÒ¸ÒóÀÂÑ
ÁÒμÃÒ óøó ผูใดเมื่อเกิดเพลิงไหมหรือสาธารณภัยอื่นและเจาพนักงานเรียก
ใหชวยระงับ ถาผูนั้นสามารถชวยไดแตไมชวย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือนหรือปรับไมเกิน
หนึง่ หมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ท้ังปรบั
องคป ระกอบของความผดิ มดี ังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เกิดเพลิงไหมหรอื สาธารณภัยอ่นื และเจาพนกั งานเรียกใหชว ยระงับ
๒. สามารถชวยไดแ ตไมชวย

๒๕๑

คาํ ͸ԺÒÂ
จากองคป ระกอบท้งั ๒ ขอ ขางตน มหี ลกั ในการพจิ ารณาดังนี้
ñ. à¡´Ô à¾ÅÔ§äËÁËŒ Ã×ÍÊÒ¸ÒóÀÂÑ Í¹×è áÅÐà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹àÃÂÕ ¡ãËŒª‹ÇÂÃЧѺ
เพลงิ ไหม หมายความถงึ เพลงิ ทล่ี กุ ไหมข น้ึ ในกรณใี ดๆ กไ็ ดถ า ถงึ ขนั้ ทเี่ จา พนกั งานเขา มา
ระงับและเรียกใหบุคคลอ่ืนชวยระงับแลวก็ยอมแสดงอยูในตนเองวาเปนเพลิงที่สามารถลุกลาม
เปน ภัยตอ ประชาชนได สง่ิ ท่ีถกู เพลิงไหมจะเปน วัตถอุ ยางใดกไ็ ด แตตองมลี ักษณะเปน สาธารณภัยคอื
เพลิงนัน้ อาจลุกลามเปนอนั ตรายตอ ชีวติ รางกาย หรอื ทรัพยสินของประชาชนได
สาธารณภัยอื่น หมายถึง ภัยที่เกิดขึ้นแลวมีอันตรายตอประชาชน นอกจากเพลิงไหม
ไมวาจะเปน อนั ตรายตอ ชวี ติ รางกาย หรอื ทรพั ยส ินก็ตาม เชน วาตภยั อทุ กภัย แผนดินไหว ตกึ ถลม
เปนตน
เจา พนกั งานเรยี กใหชว ยระงบั ผูทเี่ รียกใหชวยตองเปนเจา พนกั งาน หากผูอ ื่นเปนผเู รียก
ใหชว ยระงบั สาธารณภยั บคุ คลใดไมช ว ยก็ไมเ ปน ความผิดตามมาตราน้ี
ò. ÊÒÁÒöª‹ÇÂä´Œáμ‹äÁ‹ª‹Ç หมายถึง ผูที่เจาพนักงานเรียกใหชวยระงับสาธารณภัย
อยูในสภาพที่สามารถชวยไดแตไมชวยมีความผิดตามมาตราน้ี เชน เจาพนักงานดับเพลิงเรียกให
ชวยดบั ไฟท่กี าํ ลังไหมลุกลามอยา งรวดเรว็ ดาํ มรี างกายแข็งแรง แตมีธุระนดั กบั คูรักไวก ลัวจะไปไมท นั
จงึ ไมชวยเชน นี้มคี วามผิดเพราะถือวา สามารถชวยไดแ ตไ มชว ย สว นแดง แขนดวน ๑ ขา ง และตาบอด
ท้ัง ๒ ขาง แมไมชวยดับไฟเม่ือเจาพนักงานเรียกใหชวย ก็ไมเปนความผิด เพราะรางกายพิการ
ไมส ามารถชว ยไดจึงไมช วย
การทจี่ ะกระทาํ ความผิดตามมาตรานีไ้ ดจะตอ งมีการเรียกใหช ว ยระงับ ซึ่งหมายความวา
ผูท่ีถูกเรียกจะตองรูตัววาถูกเรียกใหชวย ถาท่ีไมชวยเปนเพราะไมรูตัววาถูกเจาพนักงานเรียก
ใหชวยแลว ผูกระทําก็ยังไมมีความผิด แตถารูวาถูกเรียกแลวไมชวยท้ังๆ ท่ีสามารถชวยได ก็ตอง
มคี วามผิดไมวาการท่ีไมชว ยนน้ั จะเปน เพราะเหตุใด

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹ËÃÍ× Í¹Ñ μÃÒÂμÍ‹ ¤ÇÒÁʧºÊ¢Ø ¢Í§»ÃЪҪ¹

ความผิดลหุโทษในเรอ่ื งนป้ี ระกอบดว ยความผิด ๑๐ ฐานดวยกนั คอื
๑. สง เสยี งจนทําใหประชาชนตกใจหรือเดือดรอ น
๒. พาอาวธุ ไปโดยเปดเผยหรือโดยไมมเี หตุสมควร
๓. ทะเลาะกันอยา งออ้ื อึงในทส่ี าธารณะ
๔. ยิงปนซง่ึ ใชดินระเบิดโดยใชเหตุ
๕. เสพยส ุราหรอื ของเมาอยางอน่ื จนเปนเหตุใหประพฤตวิ นุ วาย
๖. ชักหรอื แสดงอาวธุ ในการวิวาทตอ สู
๗. แกลงบอกเลาความเท็จใหเล่ืองลอื จนเปน เหตใุ หป ระชาชนตื่นตกใจ

๒๕๒

๘. กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวก
ในการจราจร

๙. แขวนติดตงั้ หรือวางสิ่งใดไวโดยประการที่นา จะตกหรือพังลง
๑๐. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ใหข องแขง็ ตกลง ณ ทใ่ี ดๆ โดยประการทนี่ า จะเปน อนั ตราย
แกบุคคลหรือทรัพย
ความผิดทัง้ ๑๐ ฐานนป้ี รากฏอยูในมาตรา ๓๗๐, ๓๗๑, ๓๗๒, ๓๗๖, ๓๗๘, ๓๗๙,
๓๘๔, ๓๘๕, ๓๘๗ และมาตรา ๓๘๙ มสี าระสาํ คญั ดงั น้ี
(¡) ʧ‹ àÊÂÕ §¨¹ทําãËŒ»ÃЪҪ¹μ¡ã¨ËÃ×Íà´Í× ´ÃÍŒ ¹
ÁÒμÃÒ ó÷ð ผใู ดสงเสียง ทําใหเกิดเสียงหรือกระทําความอื้ออึงโดยไมมีเหตุอันสมควร
จนทาํ ใหประชาชนตกใจหรือเดอื ดรอ น ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินหนึ่งพนั บาท
องคป ระกอบของความผิดมดี ังนี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. สงเสยี ง ทาํ ใหเ กิดเสยี งหรอื กระทําความออื้ อึง
๒. โดยไมมีเหตุอนั สมควร
๓. จนทาํ ใหป ระชาชนตกใจหรือเดอื ดรอ น
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. Ê‹§àÊÕ§ ทําãËŒà¡Ô´àÊÂÕ §ËÃ×Í¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁÍ×éÍÍÖ§

สง เสยี ง หมายถงึ บคุ คลทําใหเ กิดเสยี งข้ึนเองเปน การสงเสยี งจากลําคอ เชน ตะโกน
รองเพลง กรีดรอง พูดคุย

ทาํ ใหเ กดิ เสยี ง หมายถงึ การกระทาํ อยา งอน่ื นอกจากการสง เสยี ง เชน ตบมอื กระทบื เทา
ตฆี อง กลอง บีบแตร ยงิ ปน เปนตน

กระทําความอื้ออึง หมายถึง ทําใหเกิดเสียงอึกทึก เสียงดังสน่ัน รวมกันทําใหเกิด
เสียงดังมากโดยคนหลายคน เชน การซอมดนตรี การจุดดอกไมไฟ จุดประทัด ทะเลาะวิวาทกัน
ดว ยเสียงอนั ดัง เปน ตน

ò. â´ÂäÁ‹ÁÕàËμØÍѹÊÁ¤Çà หมายถึง การสงเสียงทําใหเกิดเสียง หรือกระทําความ
อ้ืออึงน้ัน จะเปนความผิดตอเมื่อผูกระทําไมมีเหตุอันควร เชน ซอมดนตรีเสียงดังไดยินไปท้ังซอย
ตั้งแตหัวคํ่าถึงสวาง เปนความผิดตามมาตราน้ี แตถาเกิดเพลิงไหมจึงหวีดรองตะโกนหรือตีกลอง
เรียกใหช าวบา นมาชวยกนั ดบั ไฟ เชนนถ้ี อื วามเี หตอุ ันควร ไมเ ปน ความผดิ

ó. ¨¹ทําãË»Œ ÃЪҪ¹μ¡ã¨ ËÃ×Íà´Í× ´ÃŒÍ¹
ตกใจ หมายถึง สะดุงสะเทือนจิตใจ เกิดความสะดุงกลัว เชน ในขณะที่ประชาชน

กาํ ลงั พักผอ นหลบั นอนก็เอาประทดั มาจุดดงั สนนั่ ทําใหป ระชาชนตกใจหวาดหวน่ั คดิ วาเกดิ เพลิงไหม
ถังแกส ระเบดิ เปนตน

๒๕๓

เดือดรอ น หมายถึง ความเดือดรอนรําคาญตอ เสยี งทเี่ กิด เชน เพ่ือนบานเปด วทิ ยุ
เสยี งดงั ลน่ั จนคนอน่ื ๆ ทีอ่ ยูบา นใกลเ รือนเคียงนอนไมหลบั เพราะหนวกหู เปนตน

อยางไรก็ตามการตกใจหรือเดือดรอนดังกลาวนี้ ตองเปนประชาชนตกใจหรือ
เดือดรอน ไมใชเปนเพียงความเดือดรอนหรือตกใจของเอกชนคนหนึ่งคนใดเทาน้ัน ตองเปนเสียง
ทที่ ําใหป ระชาชนทัว่ ๆ ไป คอื บคุ คลหลายคนตกใจหรือเดือดรอนรําคาญ

(¢) ¾ÒÍÒÇØ¸ä»â´Âແ´à¼ÂËÃÍ× â´ÂäÁÁ‹ àÕ ËμÊØ Á¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ ó÷ñ ผูใดพาอาวุธไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะโดยเปดเผย
หรือโดยไมมีเหตุสมควรหรือพาไปในชุมนุมชนท่ีไดจัดใหมีขึ้นเพื่อนมัสการ การร่ืนเริงหรือการอ่ืนใด
ตองระวางโทษปรบั ไมเกินหน่ึงพันบาท และใหศาลมีอํานาจสงั่ ใหร บิ อาวุธนนั้
องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. พาอาวุธ
๒. ไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะโดยเปดเผยหรือโดยไมมีเหตุผลสมควร
หรอื พาไปในชุมนุมชนท่ไี ดจดั ใหมขี ้ึนเพื่อนมสั การ การรน่ื เรงิ หรอื การอนื่ ใด
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ¾ÒÍÒǸØ

พา หมายถึง การนําเคลื่อนท่ีไปดวยพรอมกับตนคือผูกระทําความผิดนี้ตองมี
การนําอาวุธเคลื่อนท่ีไปดวยพรอมกับตน การนําอาวุธเคลื่อนที่ไปน้ีไมจําเปนตองเปนการนําติดตัว
ไปดวย คือไมจําเปนตองเปนการพกติดตัวโดยตรงเทานั้น อาจเปนลักษณะการนําไปดวยโดยมิได
พกติดตัวก็ได เพียงแตมีอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยก็เพียงพอแลว เชน เอาปนซอนไวใตเบาะรถที่ตน
ขับไป เอาวตั ถุระเบิดใสไวท ายรถทีต่ นขบั ไป เอากระเปา ใสปน วางไวในรถไฟท่ีตนโดยสาร เปน ตน

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñòôô/òõñõ ช. ถือดาบวิ่งเขามา จําเลยจึงยืมปนจาก ม. ซ่ึงยืนอยูขางๆ
มาดึงลาํ กลองปนขึ้นลําถือเตรียมไว คร้ันเม่ือมีคนพาตัว ช. กลับไปแลวจําเลยก็คืนปนให ม. ดังนี้
จําเลยไมไ ดพ าปน เคล่ือนไปไหนจงึ ยงั ไมพอฟง วาจาํ เลยไดพ าอาวุธปน ไปในทางสาธารณะ
®¡Õ Ò·Õè ñööò/òõóñ จําเลยแยงอาวุธปนของกลางมาจากพวกของจาํ เลย
ซึ่งทะเลาะวิวาทกันและยึดถือไวชั่วขณะหนึ่งเพ่ือบรรเทาเหตุการณรายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้น ดังน้ี
เปนการยึดถือไวชั่วคราว จึงไมใชมีอาวุธปนของกลางไวในครอบครอง และจาํ เลยไมไดพาอาวุธปน
ของกลางเคล่อื นทไ่ี ป จึงไมใ ชพ าอาวธุ ปนของกลางไปในท่ีสาธารณสถาน

๒๕๔

อาวุธ มีความหมายตามที่บัญญัติไวในบทนิยาม มาตรา ๑(๕) วา “หมายความรวมถึง
ส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซ่ึงไดใชหรือเจตนาจะใชประทุษรายรางกายถึงอันตรายสาหัสอยาง
อาวธุ ” ดังนั้น ส่งิ ทเ่ี ปนอาวธุ จึงเปน ได ๒ ประการ คอื ๑.เปนอาวุธโดยสภาพ ๒.เปนอาวธุ โดยการใช
หรอื เจตนา จะใชป ระทุษรา ยรางกายถงึ อนั ตรายสาหสั อยา งอาวุธ

ส่ิงที่เปนอาวุธโดยสภาพนั้น หมายถึง เครื่องประหารใชในการทําราย ปองกัน หรือ
ตอสู เชน ปน ดาบ หอก แหลน หลาว มีด และตะบอง เปนตน สําหรับกรณีของอาวธุ ปน นนั้ คงไม
หมายถึงสวนใดสวนหนึ่งของอาวุธปนตามนิยามใน พ.ร.บ.อาวุธปน ฯลฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔(๑)
แตหมายถึงอาวุธปนโดยสภาพ และถาเปนปนโดยสภาพแลว แมจะใชยิงไมไดก็เปนอาวุธ
ตามความหมายในมาตราน้ี

Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñùðó/òõòð ปนของกลางเปนปนพกส้ันออโตเมติก ชนิดประกอบข้ึนเอง
ขนาด .๒๒ แมปนดังกลาวจะใชยิงไมไดแตก็เปนอาวุธโดยสภาพ การท่ีจําเลยพาปนของกลางไป
ในเมืองและทางสาธารณะโดยไมมีเหตุอันสมควร จําเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๗๑
แหง ประมวลกฎหมายอาญา
สิ่งที่เปนอาวุธโดยการใชหรือเจตนาจะใชนั้นมีขอจํากัดอยู ๓ ประการ คือ ๑.ตองใช
ประทุษรายรางกาย เชน ใชเคียวเกี่ยวขาวทํารายคน แตถาใชเคียวตัดไมแลวลักไมไป เคียวในกรณี
น้ีไมใชอ าวุธ ๒.ตองประทษุ รายไดถึงอนั ตรายสาหัส เชน ไมตะพด ทอ นเหลก็ ทอนไมยาว ๒ ศอก
ขนาดโตเทาแขน เปนตน แตหนังสติ๊ก ไฟฉายท่ีไมปรากฏขนาด ไมเปนอาวุธ ๓.ตองประทุษราย
อยางอาวุธคือวิธีการทํารายตองเทียบไดกับส่ิงที่เปนอาวุธในลักษณะเดียวกัน แมวัตถุบางอยางจะใช
ทําอันตรายบุคคลถึงสาหัส หากลักษณะวิธีการท่ีใชเทียบไมไดกับอาวุธโดยสภาพแลวก็ไมเปนอาวุธ
เชน ใชเข็มแทงตาใหบอด ใชเชือกรัดคอ ใชกอนหินทุม ขับรถยนตชน ดังน้ี เข็ม เชือก กอนหิน
และรถยนตไมถ อื วาเปนอาวุธ
ò. ä»ã¹àÁÍ× § ËÁÙº‹ ÒŒ ¹ ËÃ×Í·Ò§ÊÒ¸ÒóÐâ´Âແ´à¼Â ËÃÍ× â´ÂäÁ‹ÁàÕ ËμÍØ ¹Ñ ÊÁ¤ÇÃ
ËÃ×Íä»ã¹·èªÕ ØÁª¹·èÕä´¨Œ Ñ´ãËÁŒ Õ¢é¹Ö à¾×è͹ÁÊÑ ¡Òà ¡ÒÃÃè¹× àÃ§Ô ËÃÍ× ¡ÒÃÍ×è¹ã´
องคประกอบขอ น้แี ยกไดเปน ๒ กรณีคอื
กรณีที่ ๑ ไปในเมือง หมบู าน หรอื ทางสาธารณะโดยเปดเผยหรือโดยไมมเี หตุอันควร
เมือง หมายความถึง เขตซึ่งเปนที่ชุมนุมชนอันเปนท่ีตั้งของสวนราชการระดับจังหวัด
เชน ศาลากลางจงั หวดั
หมูบาน หมายความถงึ เขตท่ีประชาชนตงั้ บา นเรอื นอยูอาศัยรว มกัน
ทางสาธารณะ มคี วามหมายตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ นบทนยิ าม มาตรา ๑(๒) วา “หมายความวา
ทางบกหรือทางนาํ้ สําหรบั ประชาชนในการจราจร และใหห มายความรวมถึงทางรถไฟ และทางรถราง
ทีม่ รี ถเดนิ สาํ หรบั ประชาชนโดยสารดว ย” ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖(๑๑) ใหค าํ นิยามของ

๒๕๕

คําวา “ทางหลวง” วาหมายความถึง บรรดาทางบกและทางน้ําท่ัวไปซึ่งใชเปนทางสัญจรสําหรับ
สาธารณชน และนบั รวมตลอดถงึ ถนนหลวงดว ย สว นคาํ วา ถนนหลวงนน้ั มาตรา ๖(๑๒) ใหห มายความถงึ
ทห่ี รอื ถนนและทางบกตา งๆ ซงึ่ สาธารณชนมคี วามชอบธรรมทจ่ี ะใชเ ปน ทางสญั จรและนบั รวมตลอดถงึ
ทางรถไฟ และทางรถรางทม่ี รี ถเดนิ สาํ หรบั ใหค นโดยสารนน้ั ดว ย เมอ่ื พจิ ารณาเปรยี บเทยี บกนั แลว กเ็ หน็
ไดวาทางหลวงตามกฎหมายลักษณะอาญานั้นก็คือทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง
แตคําวาทางหลวงท่ีปรากฏอยูใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๐๔ ไดแยกออกตางหากจากทางนํ้า ดังนั้น
คําวาทางหลวงตามมาตรา ๑๓๐๔ จึงมีความหมายแคบกวาคําวาทางหลวงท่ีบัญญัติไวในกฎหมาย
ลักษณะอาญา ซึ่งรวมถึงทางนํ้าดวย และนาจะมีความหมายเชนเดียวกับคําวาทางสาธารณะ
ซงึ่ บัญญตั ิไวใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙ และ ๑๓๕๐ ซงึ่ มีความหมายรวมถงึ ทางบกและทางนาํ้ ดวย
เชน กนั กลา วโดยสรปุ แลว คาํ วา ทางสาธารณะในประมวลกฎหมายอาญานน้ั มคี วามหมายเชน เดยี วกบั
คาํ วา ทางหลวงในกฎหมายลกั ษณะอาญาและคาํ วา ทางสาธารณะในประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย
จึงสามารถศึกษาความหมายคําวาทางสาธารณะในประมวลกฎหมายอาญาจากคําพิพากษาฎีกา
ท่ีอธิบายความหมายคําวาทางหลวงในกฎหมายลักษณะอาญาและคําวาทางสาธารณะในประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชยได

ลกั ษณะสําคัญของทางสาธารณะคือประชาชนตอ งใชในการจราจรไปมาไดเ ปนประจํา
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·Õè óñö/òôöö ท่ีชายทะเลหรือชายเลนซ่ึงน้าํ ทะเลขึ้นถึงใชเดินเรือไปมาไดเปน
ทางหลวง
®Õ¡Ò·èÕ ÷ðö/òô÷ð ที่ชายเลนริมทะเลซึ่งนํ้าทะเลขึ้นทวมถึง แตมีตนไมงอกข้ึน
จนเปนปา ราษฎรใชเ ดินเรอื ไมได ไมเปน ทางหลวง
®¡Õ Ò·Õè ññö/òõñõ ลาํ หว ยซง่ึ ตน้ื เขนิ ใชเ ปน ทางสญั จรไมไ ด ไมถ อื วา เปน ทางสาธารณะ
ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙
®Õ¡Ò·Õè ùñù/òõð÷ ลาํ หวยซ่ึงเปนทางนํ้าไหลสาธารณะแตไมมีนํา้ ตลอดปและไมเคย
มผี ใู ดใชเรือสญั จรไปมาถือไมไดว าเปนทางสาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๙
¡ÒèÃÒ¨Ãä»ÁÒ䴌໚¹»ÃÐจํา¹éÕ ถึงแมวาบางฤดูกาลจะเปล่ียนสภาพไปบางก็ยังคงเปน
ทางสาธารณะ
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñõð/òô÷ù ทางสาธารณชนใชมานานแลวแตงดใชชั่วคราวเพราะนํ้าทวม
เปนทางหลวง
®¡Õ Ò·Õè ñòöõ/òô÷ù ที่ชายตลิ่งซ่ึงเมื่อนาํ้ ทวมใชสัญจรทางเรือได แตเมื่อถึงฤดูแลง
น้ําลดประชาชนใชเปน ทางเดิน เปนทางหลวง

๒๕๖

ถาทางท่ีประชาชนใชในการสัญจรไปมาน้ันเปนที่ดินของเอกชน ทางนั้นจะเปน
ทางสาธารณะก็ตอเม่อื ปรากฏวา ไดม ีการอุทิศโดยตรง หรือโดยปรยิ ายใหเ ปน ทางสาธารณะแลว

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ òñ/òô÷ô ทางลงทานาํ้ อยูในหนาโฉนดของจาํ เลย จาํ เลยยอมใหผูที่เชา
ทําทาน้าํ สําหรบั ลากซงุ ได ๗ ป แลว มผี อู น่ื พลอยอาศยั ข้ึนลงดวย ยงั ถอื ไมไ ดว า เปน ทางสาธารณะ
®Õ¡Ò·Õè ùòö/òô÷ô ทางอยูในที่ของจําเลยซึ่งปลอยใหสาธารณชนใชสัญจรไปมาได
หลายÊºÔ »‚áÅÇŒ â´Â¨íÒàÅÂäÁ‹à¤ÂËÒŒ Á¶×Íä´ÇŒ Ò‹ ໚¹·Ò§ËÅǧ
®¡Õ Ò·èÕ òñ÷/òõðù ทางเดินเปนคันนาอยูในเขตที่ดินของจําเลย คนท่ัวไป
ใชมาตั้ง ๔๐-๕๐ ป กอนตกมาเปนของจาํ เลย แตบนคันนามีตนผลไมตางๆ และตนกลวยปลูก
แสดงวา เจาของยังหวงแหนใชสิทธคิ รอบครองอยู จึงไมเปน ทางสาธารณะ
เมอ่ื ไดอทุ ศิ ใหเปนทางสาธารณะแลว เจา ของสงวนสิทธิภ์ ายหลงั ไมได
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñòø÷/òõñö แมทางพิพาทจะอยูในเขตโฉนดของจําเลย และจําเลย
จะไดปดปายวาเปนถนนสวนบุคคลไวก็ตาม แตเม่ือเจาของที่ดินเดิมไดอุทิศทางพิพาทใหเปน
ทางสาธารณะกอนที่ดินจะตกมาเปนของจําเลย ทางพิพาทก็ยังคงมีสภาพเปนทางสาธารณสมบัติ
ของแผน ดนิ อยูเชน เดมิ
â´Âແ´à¼Â หมายถึง การพาอาวุธไปในลักษณะที่บุคคลอื่นเห็นไดชัดวามีอาวุธอยู
อาวุธน้ันอยูในลักษณะท่ีเปดเผยตอสายตาคนอ่ืน เชน คาดเข็มขัดที่มีปนไวนอกกางเกงโดยไมมีอะไร
ปดบัง แตถามิดชิดมีสิ่งปกปดมองไมเห็นไมเรียกวาเปดเผย เชน คาดเข็มขัดปนไวที่อกเสื้อดานใน
โดยมเี ส้อื นอกสวมทับอีกทีหนงึ่
â´ÂäÁ‹ÁàÕ ËμØÍѹÊÁ¤Çà หมายความวา ผูพาอาวธุ ไปไมมเี หตอุ ันสมควรทีจ่ ะพาอาวธุ ไป
ในสถานท่ีดังกลาว เชน พาอาวุธไปยังสวนสาธารณะเพ่ือว่ิงออกกําลังกายเปนความผิดตามมาตรานี้
แตถ า มธี รุ ะจาํ เปน ตอ งเดนิ ทางไปทเ่ี ปลยี่ วอนั ตราย และมขี า วการปลน ชงิ ทรพั ยเ สมอ เชน นี้ การพกมดี
ไปดวยก็ถอื วา มีเหตุอันสมควร
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ò÷/òõóñ การทจ่ี าํ เลยพาลกู ระเบดิ ทมี่ อี าํ นาจทาํ ลายในรศั มี ๑๐ เมตร เขา ใน
เขตกรงุ เทพฯ ซงึ่ มปี ระชาชนหนาแนน หากเกดิ ระเบดิ ขน้ึ ยอ มเกดิ ความเสยี หายมากกวา ปกติ แมจ าํ เลย
ไมมีเจตนานําลูกระเบิดไปกอเหตุรายแตเหตุรายจากลูกระเบิดอาจเกิดไดตลอดเวลาโดยไมไดต้ังใจ
จึงเปนพฤติการณท่ีรายแรงควรแกการปราบปราม การท่ีจําเลยพาลูกระเบิดเขาไปในเมืองเชนนี้
ถือวา ไมม เี หตุผลสมควรแตอยา งใด
กรณที ่ี ๒ ไปในทช่ี มุ นุมชนท่ีไดจ ัดใหม ขี ึ้นเพื่อนมสั การ การร่ืนเริงหรือการอืน่ ใด
ชมุ นุมชน หมายถึง บคุ คลหลายๆ คนมาชุมนมุ กนั เปนกรณีทไี่ มเกย่ี วกับสถานที่ ดังนั้น
ถามคี นไปชุมนมุ กนั นอกเมอื ง เชน ในทงุ นาหรอื ในปา ก็ถือเปน ชุมนุมชน เชน สวนสาธารณะ ทอ งนา
ขณะชาวบานมาชวยกันลงแขกเก่ยี วขา ว เวทีกลางแจงแสดงคอนเสิรต ซ่ึงมีคนมาดูหนาแนน เปนตน

๒๕๗

เพื่อนมสั การ การรนื่ เรงิ หรือการอน่ื ใด มคี วามหมายทีก่ วางขวางวา เปน กิจการใดๆ ก็ได
ท่ีทําใหคนหลายๆ คนมาชุมนุมกัน เชน การมารวมกันสรงนาํ้ พระพุทธสิหิงคที่ทองสนามหลวง
การรวมถวายพระพรในงาน ๕ ธันวามหาราช การฟง การหาเสยี งของผูสมคั รสมาชิกสภาผแู ทนราษฎร
เปน ตน

ถาเปนการพาอาวุธไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะจะเปนความผิด ก็ตอเมื่อ
พาอาวธุ ไปโดยเปด เผยหรือไมม ีเหตุสมควร แตถา พาอาวธุ ไปในชุมนุมชนแลว ไมว า จะพาไปโดยมิดชิด
หรอื มเี หตอุ นั สมควรกถ็ อื เปน ความผดิ ทงั้ สนิ้ อนงึ่ การพกพาอาวธุ ปน น้ี แมจ ะมใี บอนญุ าตใหพ กพาได
แตก็ตอ งอยใู นบังคบั ของมาตรา ๓๗๑

การหามพาอาวุธตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ น้ี เปนการหามกรณีพาอาวุธท่ัวไป แตถา
เปนอาวุธปน ไดมีพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรค ๑ และ ๒ บัญญัติ
ไววา “หามมิใหผูใดพาอาวุธปนติดตัวไปในเมืองหมูบานหรือทางสาธารณะโดยไมไดรับใบอนุญาต
ใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั เวน แตเ ปน กรณที ตี่ อ งมตี ดิ ตวั เมอื่ เหตจุ ําเปน และเรง ดว นตามสมควรแกพ ฤตกิ ารณ

ไมวากรณีใด หามมิใหพาอาวุธปนไปโดยเปดเผยหรือพาไปในชุมนุมชนที่ไดจัดใหมีขึ้น
เพื่อนมสั การ การรื่ินเรงิ การมหรสพ หรือการอืน่ ใด”

Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñòðð/òõòñ พกปนไปในหมูบานและทางสาธารณะโดยไมไดรับใบอนุญาต
ใหมีปนติดตัว และไมมีเหตุจาํ เปนเรงดวนตามควร เปนความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ
พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ และ ปอ.ม. ๓๗๑ กรรมเดียวลงโทษบทหนักท่ีสุด ตาม
พ.ร.บ.อาวธุ ปน ฯ ม.๗๒ ทวิ บทเดียว มาตราน้ี ไมบ ัญญัติใหร ิบปน จงึ ริบไมไ ดแ ละนํามาตรา ๓๗๑
จึงไมใชบ ทลงโทษในคดนี มี้ าบงั คับไมได
®¡Õ Ò·èÕ òôôô/òõóñ โจทกฟองวาจาํ เลยมีอาวุธปนไวในความครอบครอง
โดยมิไดรับอนุญาต และพาอาวุธปนติดตัวไปในหมูบานโดยมิไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนติดตัว
จําเลยใหการปฏิเสธ แมจะฟงไดวาขณะท่ีจาํ เลยกับพวกปลนทรัพยของผูเสียหาย จําเลยมีอาวุธปน
ติดตัวไปดวยก็ตามโจทกก็ตองนาํ สืบใหไดวาจาํ เลยมิไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนไวในความครอบครอง
และมไิ ดร บั อนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั จงึ จะลงโทษจาํ เลยได มฉิ ะนน้ั ลงโทษจาํ เลยไดต าม ป.อ.มาตรา
๓๗๑ เทาน้นั
®Õ¡Ò·Õè ôõóô/òõóñ ในความผิดฐานมีอาวุธปนโดยไมไดรับอนุญาตและพาอาวุธ
ปนไปในทางสาธารณะโดยไมไดรับอนุญาตใหมีอาวุธปนติดตัวตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ โจทกมิได
นําสืบใหไดความวาอาวุธปนกระบอกที่จําเลยใชยิงผูเสียหายเปนอาวุธปนที่จําเลยไมไดรับใบอนุญาต
ทั้งไมไดอาวุธปนดังกลาวมาเปนหลักฐาน แมจําเลยจะมิไดนําสืบปฏิเสธวา อาวุธปนน้ันจําเลยไดรับ
อนญุ าตจากนายทะเบยี นแลว และจาํ เลยไดร บั ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั คดกี ไ็ มอ าจลงโทษความผดิ
ทั้งสองฐานน้ี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปนฯ แตข อ เทจ็ จริงฟงไดว าบรเิ วณท่เี กดิ เหตุอยูในหมูบาน จงึ ลงโทษ
จาํ เลยตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ ได

๒๕๘

®¡Õ Ò·èÕ óö÷ô/òõóò ในการพิจารณาคดีอาญา โจทกมีหนาท่ีนําสืบใหฟง
ไดวาจาํ เลยกระทาํ ผิด การที่โจทกไมไดอาวุธปนที่จําเลยท่ี ๑ ใชขูชิงทรัพยผูเสียหายมาเปน
ของกลาง และไมมีพยานหลักฐานอื่นท่ีพิสูจนใหเห็นวาอาวุธปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียน
คงไดค วามจากจาํ เลยที่ ๑ เพยี งวา ไมเ คยไดร บั อนญุ าตจากราชการใหม แี ละพกพาอาวธุ ปน เทา นนั้ ดงั นนั้
จงึ ลงโทษจําเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปนไมมหี มายเลขทะเบยี นไวใ นความครอบครองโดยไมไดรบั อนญุ าต
และพกพาอาวธุ โดยไมไดร บั ใบอนุญาตไมไ ด คงลงโทษจาํ เลยไดต าม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ เทานัน้

à¨μ¹Ò ผูกระทาํ ผิดตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ คือพาอาวุธไปดวย ถาไมมีเจตนา
ยอมไมมีความผิด เชน ภรรยาแอบเอาปนซุกซอนไวใตเบาะรถโดยสามีไมรู เม่ือสามีเอารถขับเขาไป
ในเมอื งจึงไมมคี วามผิด

(¤) ·ÐàÅÒС¹Ñ Í‹ҧÍ×éÍÍ§Ö ã¹·ÕèÊÒ¸ÒóÐ
ÁÒμÃÒ ó÷ò ผูใดทะเลาะกันอยางอ้ืออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถานหรือ
กระทาํ โดยประการอนื่ ใดใหเ สยี ความสงบเรยี บรอ ยในทางสาธารณะหรอื สาธารณสถานตอ งระวางโทษ
ปรบั ไมเกนิ หาพันบาท
การกระทําความผิดตามมาตราน้ีแบงไดเปน ๒ ประการ คือ ๑.การทะเลาะอ้ืออึง
ในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน และ ๒.กระทําโดยประการอื่นใดใหเสียความสงบเรียบรอย
ในทางสาธารณะ หรือสาธารณสถาน
¤ÇÒÁ¼´Ô áá มีองคป ระกอบของความผดิ ดังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทะเลาะกันอยางออื้ อึง
๒. ในทางสาธารณะหรอื สาธารณสถาน
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ·ÐàÅÒСѹÍ‹ҧÍÍé× ÍÖ§
ทะเลาะ คอื การทุม เถยี งกนั ดวยความโกรธ เปนการพพิ าทกนั ระหวา งบุคคล ๒ คนข้นึ ไป
โดยตางสงเสียงดาทอหรือโตแยงกันอยางรุนแรง และการทุมเถียงกันดังกลาวตองถึงขนาดอื้ออึง
คือมีเสียงดังล่ันเกิดขึ้นจากการทะเลาะกันน้ัน ไมวาถอยคําท่ีทะเลาะกันน้ันจะเปนถอยคําที่
หยาบคายหรอื ไมก็ตาม
ò. ã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóÐËÃ×ÍÊÒ¸Òóʶҹ
ทางสาธารณะ ดูความหมายจากมาตรา ๓๗๑
สาธารณสถาน หมายความวา สถานทีใ่ ดๆ ซงึ่ ประชาชนมคี วามชอบธรรมท่ีจะเขาไปได
คําวาสถานที่มิไดจํากัดเฉพาะท่ีดินหรือโรงเรือนเทานั้น แตมีความหมายรวมถึงสถานที่ เชน
บนขบวนรถไฟโดยสารดวย
สถานท่ีที่ประชาชนมีความชอบธรรมท่ีจะเขาไปไดนั้น อาจเปนสถานท่ีของเอกชนท่ีเปด
ใหป ระชาชนเขาไปได

๒๕๙

Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñððô/òôøð สถานท่ีท่ีจัดไวสาํ หรับผูมาสูบฝนในรานจําหนายฝนเปน
สาธารณสถาน
®Õ¡Ò·Õè ñóöò/òõðø ท่ีเกิดเหตุเปนรานคาและเปนท่ีซึ่งประชาชนมีความชอบธรรม
ที่จะเขาไปไดจึงเปนสาธารณสถาน เม่ือจาํ เลยทะเลาะกันอ้ืออึงในสาธารณสถานจึงเปนความผิด
ตามมาตรา ๓๗๒ ขอ ที่วาทีเ่ กิดเหตเุ ปนเคหสถานหรอื ไมน ้นั หาใชป ระเด็นแหง คดไี ม
®Õ¡Ò·èÕ øùô/òõñõ จาํ เลยท่ี ๑ และจําเลยที่ ๒ ไดพูดโตเถียงทะเลาะกัน
โดยดาซ่ึงกันและกัน และใชผลฟกทองและลังไมทุมใสกันและกันที่ตลาด ก็พอเขาใจไดวาเปนการ
ทะเลาะกันอยางอ้ือองึ ในสาธารณสถาน ครบองคประกอบความผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๒ แลว
สถานที่บางแหงซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเขาไปได เชน วัดวาอาราม
ศาลยุติธรรม โรงละคร โรงแรม ตามปกติยอมเปนสาธารณสถาน แตบางสวนของสถานที่เหลานั้น
ไดหวงหามมิใหบุคคลภายนอกเขาไป เชน หองทํางานของผูพิพากษา หองครัวโรงแรม หองแตงตัว
ผแู สดงละคร สวนน้ีจะมใิ ชสาธารณสถาน
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ öðö/òô÷õ ท่ีตอนในรานขายอาหารซ่ึงเจาของแบงไวอาศัยนอนและผูที่
จะเขาไปตองขออนุญาตไมใชสาธารณสถาน ถึงแมวาเจาของสถานท่ีจะปลอยใหคนอื่นอาศัย
เขาออกได ถาเปนเพียงการเอ้ือเฟอวิสาสะกันโดยเจาของยังคงสงวนสิทธิ์หวงหามอยูเชนนี้ ยังถือ
ไมไดวาประชาชนมีความชอบธรรมท่จี ะเขา ไปได
®Õ¡Ò·èÕ ñðøð/òôøò ท่ีนาที่เจาของปลอยใหคนอื่นเดินผานไปมา โดยเจาของ
ยังหวงหา มอยูไมใ ชสาธารณสถาน
®Õ¡Ò·èÕ õöø/òôùö ทาํ การเรี่ยไรในคูบานซ่ึงเปนคูเขาถึงบานผูท่ีอยูริมคลองลึก
เขาไป แมใครๆ จะเขาออกไดก็เปนเรื่องถือประเพณีเอื้อเฟอวิสาสะกันในทองถ่ินไมเปนการเร่ียไร
ในที่สาธารณะ
ความผิดท่สี อง มอี งคประกอบของความผดิ ดังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทําโดยประการใด
๒. ใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน
คํา͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÃзíÒâ´Â»ÃСÒÃã´ หมายถึง การกระทําอยางอื่นไมวาดวยประการใดๆ
นอกเหนือจากการทะเลาะกนั อ้อื องึ เชน ไลชกตอ ยกนั กลางถนน เอาขาวของขวา งปากันกลางตลาด
เขา ไปเลนสเก็ตว่ิงไลกันในโรงมหรสพ เปน ตน
๒. ทําใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน การกระทํา
ดังกลาวตองมีผลใหเสียความสงบเรียบรอยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ความสงบเรียบรอย
หมายถึงความเปนระเบียบภายใต กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับอื่นเก่ียวกับความสงบเรียบรอย

๒๖๐

ทาํ ใหเสียความสงบเรียบรอย จึงหมายถึงการทาํ ใหเกิดการฝาฝนระเบียบ กฎหมาย หรือไมปฏิบัติ
ตามระเบยี บขอ บงั คบั ดังกลาว เชน ชกตอยกันกลางถนน ทาํ ใหผ คู นมุงดูจนกีดขวางการจราจรไปหมด
เปน เหตใุ หม กี ารชุลมุนวุนวายเกดิ ขึ้น

องคป ระกอบภายในของความผิดท้งั ๒ ประการน้ไี มต อ งการเจตนา ดังนั้น ไมว าผกู ระทาํ
จะมเี จตนาหรอื ไมก็เปนความผิดตามมาตรานี้

(§) ÂÔ§»¹„ «§Öè 㪴Œ Ô¹ÃÐàº´Ô â´Âãªà‹ ËμØ
ÁÒμÃÒ ó÷ö ผูใดยิงปนซ่ึงใชดินระเบิดโดยใชเหตุในเมือง หมูบานหรือท่ีชุมนุมชน
ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกินสิบวนั หรือปรับไมเกินหาพันบาทหรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ
องคป ระกอบของความผดิ มดี ังนี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ยงิ ปนซ่ึงใชด นิ ระเบดิ
๒. โดยใชเหตุ
๓. ในเมอื ง หมบู า นหรือทีช่ มุ นมุ ชน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ÂÔ§»„¹â´Â㪌´Ô¹ÃÐàºÔ´ ขอสาํ คัญคือปนที่ใชยิงตองเปนปนที่ใชดินระเบิด
เพราะการกระทําความผิดตามมาตราน้ีจํากัดไวเฉพาะการยิงปนซึ่งใชดินระเบิดเทานั้น เน่ืองจาก
การยงิ ปน ซง่ึ ใชด นิ ระเบดิ มกั กอ ใหเ กดิ เสยี งดงั อนั อาจทําใหป ระชาชนตกใจกลวั หรอื เดอื ดรอ นรําคาญได
แตอยางไรก็ตาม การยิงปนซึ่งใชดินระเบิดแมจะมีท่ีเก็บเสียง ทาํ ใหไมเกิดเสียงดังแตก็ยังเปน
ความผิดเพราะปนเปนอาวุธรายแรง ทาํ ใหนาหวาดเสียว ดังนั้น การยิงปนที่กระสุนว่ิงไปไดดวย
แรงขับของวตั ถุประเภทอื่นทมี่ ิใชแ รงระเบดิ เชน ปน ลมจงึ ไมผ ดิ ตามมาตราน้ี
ò. â´Â㪋àËμØ หมายความวา การยิงปนซ่ึงใชดินระเบิดน้ี ตองกระทาํ โดยไมมีเหตุผล
ทส่ี มควร และแสดงใหเห็นวา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ีตองกระทําโดยเจตนา
ó. ã¹àÁ×ͧ หมูบ านหรอื ทชี่ มุ นุมชน มีความหมายดงั ทอี่ ธิบายไวแลว
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñññó/òõñö จําเลยเสพสุราเมาแลวประพฤติวุนวายข้ึนบนสถานีตาํ รวจและ
ใชปนยิงข้ึนโดยใชเหตุ กระสุนปนถูกกระจกกรอบรูปแตกและถูกคานพื้นสถานีตํารวจเสียหาย จําเลย
มคี วามผดิ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๘ กระทงหน่งึ และตามมาตรา ๓๗๖ กบั มาตรา ๓๕๘ อกี กระทงหนงึ่
เจตนา ความผดิ มาตรานี้ ผูกระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙
(¨) àʾÊÃØ ÒËÃÍ× ¢Í§àÁÒÍÂÒ‹ §Í×蹨¹à»š¹àËμØãË»Œ ÃоÄμÔÇØ¹‹ ÇÒÂ
ÁÒμÃÒ ó÷ø ผูใดเสพสุราหรือของเมาอยางอ่ืนจนเปนเหตุใหตนเมา ประพฤติ
วุนวายหรือครองสติไมไดขณะอยูในถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน ตองระวางโทษปรับไมเกิน
หาพนั บาท

๒๖๑

องคประกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เสพสรุ าหรอื ของเมาอยา งอน่ื จนเปนเหตุใหต นเมา
๒. ประพฤตวิ นุ วายหรอื ครองสติไมไดขณะอยูใ นถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. àÊ¾ÊØÃÒËÃÍ× ¢Í§àÁÒÍ‹ҧÍ×¹è ¨¹à»¹š àËμãØ ËŒμ¹àÁÒ
การเสพสุราหรอื ของเมาอยางอืน่ “การเสพ” หมายถงึ การกนิ การดืม่ หรอื การบรโิ ภค
โดยวิธีอ่ืนใดเขาไปในรางกาย เชน การสูบ การใชเข็มฉีดยา “สุรา” หมายถึง เหลา สวน “ของเมา
อยางอ่ืน” หมายถึงของทุกชนิดท่ีกอใหเกิดการมึนเมาได เชน ฝน เฮโรอีน กัญชา หรือยาบางชนิด
เชน ยามา (ความผดิ ฐานเสพฝน เฮโรอีน กญั ชาเปน ความผดิ เฉพาะตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโ ทษดวย)
จนเปนเหตุใหตนเมา ผูเสพจะมีความผิดตองอยูในสภาพมึนเมา เพราะสิ่งที่เสพเขาไป
ถาไมมึนเมากไ็ มเ ขา มาตราน้ี
ò. »ÃоÄμÔÇØ¹‹ ÇÒÂËÃÍ× ¤ÃͧÊμäÔ Áä‹ ´¢Œ ³ÐÍÂÙã‹ ¹¶¹¹ÊÒ¸ÒóÐËÃÍ× ÊÒ¸Òóʶҹ
ประพฤติวุนวาย หมายถึง มึนเมาจนมีกิริยาท่ีอยูในลักษณะท่ีกอใหเกิดความโกลาหล
หรือความไมสงบ เชน เมาสงเสียงเอะอะรบกวนผูอ่ืน หรือตะโกนดาวาทาทายผูอ่ืน หรือนอนแผ
บนทอ งถนน เปนตน
ครองสติไมได หมายถึง ผูเมาไมสามารถควบคุมกิริยาทาทาง การเคล่ือนไหวของตนได
ตามปกติ ทาํ ใหเดินโซซัดโซเซชนผูคน หรือพูดจาเอะอะโวยวายอยูคนเดียว หรือนอนถายปสสาวะ
เรี่ยราดอยูกลางถนน เปน ตน
ถนนสาธารณะ มีความหมายแคบกวาคาํ วา “ทางสาธารณะ” เพราะมิไดหมายรวมถึง
ทางน้ําดว ยและควรจะจาํ กดั เฉพาะถนนซง่ึ เปน ทางทรี่ ถวงิ่ ได แตอ ยา งไรกด็ กี ารทก่ี ําหนดสาธารณสถาน
ไวดวยจงึ ทําใหสถานทีท่ กี่ ระทาํ ผดิ มิไดถูกจํากดั แคบลงมากนกั
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ñññó/òõñö จําเลยเสพสรุ าเมาแลว ประพฤตวิ นุ วายขนึ้ บนสถานตี าํ รวจและใช
ปนยิงข้ึนโดยใชเหตุ กระสุนปนถูกกระจกกรอบรูปแตกและถูกคานพื้นสถานีตาํ รวจเสียหาย จําเลยมี
ความผิด ตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๘ กระทงหน่ึง และตามมาตรา ๓๗๖ กับมาตรา ๓๕๘ อีกกระทงหนึง่
à¨μ¹Ò ความผดิ มาตรานตี้ อ งการเจตนาตามมาตรา ๕๙ คอื ตอ งเปน การเสพโดยสมคั รใจ
หรือรวู า สงิ่ ท่ีเสพเปน สรุ าหรือของมึนเมา
(©) ª¡Ñ ËÃÍ× áÊ´§ÍÒÇ¸Ø ã¹¡ÒÃÇÔÇÒ·μÍ‹ ÊÙŒ
ÁÒμÃÒ ó÷ù ผูใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทตอสู ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
สิบวนั หรอื ปรบั ไมเกินหาพันบาท หรอื ทง้ั จําทั้งปรับ

๒๖๒

องคประกอบของความผดิ มีดังน้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ชักหรอื แสดงอาวธุ
๒. ในการวิวาทตอ สู
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. ªÑ¡ËÃ×ÍáÊ´§ÍÒÇØ¸
ชัก คอื การนาํ อาวธุ ออกมาจากทซี่ อน เชน ชักดาบออกจากฝก ดึงปน ออกจากเอว
แสดง คอื การทาํ ใหอาวุธปรากฏขึ้น แสดงใหท ราบวาผนู ั้นมีอาวุธมา เชน ชใี้ หเ ห็นทเี่ กบ็
ซอนอาวธุ
อาวุธ ดูความหมายในมาตรา ๓๗๑
ò. 㹡ÒÃÇÇÔ Ò·μÍ‹ ÊŒÙ
วิวาทตอสู หมายถึง การวิวาทจนถึงขั้นใชกําลังกายเขาตอสูกัน หากทะเลาะโตเถียงกัน
ดวยคาํ พูดหรือกระทาํ ดว ยประการใดท่ยี ังไมถ ึงข้นั ใชกาํ ลงั กายเขา ตอสูก ันแลว ก็ยังไมเปนววิ าทตอสู
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ø÷ò/òôöô นางสาํ เนียงกับจาํ เลยทะเลาะทุมเถียงกัน แลวจําเลยยกปนข้ึน
จองยิงนางสําเนียง ยังไมปรากฏวามีการวิวาทถึงข้ันตอสูกัน จาํ เลยยังไมมีความผิดฐานชักศัสตราวุธ
ในเวลาววิ าทตอ สูกัน ตามกฎหมายลกั ษณะอาญา มาตรา ๓๓๕(๑๔)
เจตนา ผกู ระทําตองมเี จตนาในการชักหรอื แสดงอาวธุ ซงึ่ เปน เจตนาตามมาตรา ๕๙
(ª) á¡ÅŒ§ºÍ¡àÅÒ‹ ¤ÇÒÁà·ç¨ãËàŒ ÅÍ×è §ÅÍ× ¨¹à»¹š àËμãØ ËŒ»ÃЪҪ¹μ×¹è μ¡ã¨
ÁÒμÃÒ óøô ผูใดแกลงบอกเลาความเท็จใหเล่ืองลือจนเปนเหตุใหประชาชน
ตืน่ ตกใจตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหนึ่งเดอื นหรือปรบั ไมเกินหนง่ึ หม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทง้ั ปรับ
องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. แกลง บอกเลาความเทจ็ ใหเล่ืองลือ
๒. จนเปน เหตุใหป ระชาชนต่นื ตกใจ
องคป ระกอบภายใน

- เจตนา
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. á¡Å§Œ ºÍ¡àÅÒ‹ ¤ÇÒÁà·¨ç ãËàŒ Å×èͧÅ×Í
แกลง แสดงใหเห็นถึงเจตนาของผูกระทําวารูอยูแลววาขอความที่บอกเลาเปนความเท็จ
แตก็ยังบอก

๒๖๓

บอกเลา คอื การทบี่ คุ คลหนง่ึ แจง เรอื่ งราวอยา งใดอยา งหนง่ึ ใหค นอนื่ ทราบดว ยวธิ ใี ดกไ็ ด
เชน พูดออกโทรทัศน เขยี นจดหมาย ปดประกาศโฆษณา

ความเทจ็ คือ เปนเร่ืองไมจ ริง ซงึ่ ผบู อกเลาแกลง บอกทาํ ใหผอู น่ื เขาใจผดิ วาเปน เร่อื งจรงิ
ใหเล่ืองลือ หมายถึง ทาํ ใหแพรกระจายไปสูคนจํานวนมาก เกิดการเซ็งแซเลาขานกัน
ตอๆ ไปในหมปู ระชาชน
ò. ¨¹à»š¹àËμãØ Ë»Œ ÃЪҪ¹μ×¹è μ¡ã¨
ตื่นตกใจ หมายถึง เกดิ ความวติ ก หวาดกลวั เปนกงั วล ตืน่ ตระหนก
การแกลง บอกเลา ความเทจ็ ใหเ ลอ่ื งลอื ดงั กลา วยงั ไมเ ปน ความผดิ หากมไิ ดท ําใหป ระชาชน
ต่นื ตกใจ
à¨μ¹Ò ผูบอกเลาตองมีเจตนาตามมาตรา ๕๙ คาํ วาแกลง แสดงใหเห็นวาผูกระทาํ
ตองมเี จตนารอู ยูแลว วาเปน ขอ ความเท็จ แตก ย็ งั บอกเลา ใหเลอ่ื งลอื จนเปนผลใหประชาชนตืน่ ตกใจ
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñðøñ/òôøò จําเลยแสดงตนเปนหมอรักษาโรคทางอาคมโดยไมเรียกรอง
เอาเงิน แมเปนเหตุใหราษฎรแตกตื่นพากันมาใหจาํ เลยรักษามากมายก็มิไดเปนไปในทางตกใจ
หวาดกลัว ดงั นีไ้ มเ ปน ความผิดฐานแกลง เอาความเทจ็ มาเลาลอื ใหเ กิดความตน่ื ตกใจในหมูชน
®Õ¡Ò·èÕ ÷÷ñ/òôø÷ การกระพอื ขา ววา คนทรงเจา บอกวา จะเกดิ เพลงิ ไหมห รอื จะเกดิ
เจ็บไขทาํ ใหราษฎรหวาดหวั่นปนปวน การซ้ือขายไมเปนปกตินั้นเปนความผิดฐานแกลงเอาความเท็จ
มาเลา ลอื ใหเกิดความตนื่ ตกใจในหมชู น
ถา หากการบอกเลา ความเทจ็ นน้ั เปน เหตใุ หไ ดม าซง่ึ ทรพั ยส นิ จากประชาชนดว ย ผกู ระทํา
มีความผดิ ฐานฉอ โกงประชาชนอีกกระทงหนึง่
®Õ¡Ò·èÕ ùö/òõñ÷ ออกโทรทัศนพูดเท็จวาพระพรหมเขาฝนวาจะเกิดจลาจลให
พวกเกิดปมะไปรับคาถาและทอดผาปา จนคนจํานวนมากหลงเช่ือพากันมาออกเงินเปนความผิด
ตามมาตรานี้กระทงหนึ่ง ตามมาตรา ๓๔๓ กับพระราชบัญญัติควบคุมการเร่ียไร พ.ศ.๒๔๔๗
มาตรา ๘, ๑๗ อีกกระทงหนึ่ง ใหล งโทษตามมาตรา ๓๔๓
(«) ¡Õ´¢ÇÒ§·Ò§ÊÒ¸ÒóШ¹ÍҨ໚¹ÍØ»ÊÃäμ‹Í¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂËÃ×ͤÇÒÁÊдǡ
㹡ÒèÃÒ¨Ã
ÁÒμÃÒ óøõ ผูใดโดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย กีดขวางทางสาธารณะ
จนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ
หรือโดยกระทาํ ดวยประการอ่ืนใด ถาการกระทาํ นั้นเปนการกระทําโดยไมจําเปนตองระวางโทษปรับ
ไมเ กินหาพนั บาท

๒๖๔

องคป ระกอบของความผดิ มดี งั น้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ไมไ ดรับอนุญาตอนั ชอบดว ยกฎหมาย
๒. กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัยหรือความสะดวก
ในการจราจร
๓. โดยวางหรือทอดทิ้งสิง่ ของหรือโดยกระทาํ ดวยประการอนื่ ใด
๔. การกระทาํ นัน้ เปนการกระทําโดยไมจาํ เปน
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. äÁ‹ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμÍѹªÍº´ŒÇ¡®ËÁÒ หมายถึง การกีดขวางทางสาธารณะตาม
มาตราน้ี ตองเปนการกระทําโดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย การอนุญาตอันชอบดวย
กฎหมาย หมายความวา เจา พนกั งานผอู นญุ าตเปน ผมู อี าํ นาจอนญุ าตไดต ามกฎหมาย และไดอ นญุ าต
โดยวิธีอันถูกตองตามกฎหมาย ไมใ ชวาเจา พนกั งานชนั้ ใดๆ ทจ่ี ะอนญุ าตไดตามชอบใจ เชน พนักงาน
การประปาไดรับอนญุ าตใหข ุดถนนฝง ทอ ประปา หรือไดร ับอนุญาตใหจ ัดมหรสพ ณ ถนนราชดาํ เนนิ
เนอื่ งในวนั ท่ี ๕ ธนั วามหาราช เปนตน
ò. ¡Õ´¢ÇÒ§·Ò§ÊÒ¸ÒóШ¹ÍҨ໚¹ÍØ»ÊÃäμ‹Í¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂËÃ×ͤÇÒÁÊдǡ
㹡ÒèÃÒ¨Ã
กดี ขวาง หมายถงึ กดี กนั้ ขดั ขวาง เกะกะ
ทางสาธารณะ หมายถงึ ทัง้ ทางบก ทางนาํ้ ทางรถไฟ สาํ หรับประชาชนใชสอย
อาจเปนอุปสรรคตอความปลอดภัย หมายถึงการทําใหเกิดความขัดของหรือลําบาก
อันเปนอันตรายตอความปลอดภัย เชน เอาสเก็ตบอรดวางทิ้งไวบนทางเทาท่ีคนเดินสัญจรไปมา
ซึ่งอาจทําใหคนท่ีไปเหยียบลื่นหกลมได หรือเอาน้ํามันเครื่องราดไวกลางถนน ทําใหรถท่ีวิ่งไปมา
ล่ืนชนกันได
อาจเปน อปุ สรรคตอ ความสะดวกในการจราจร หมายถงึ ความขดั ขอ งลาํ บากในการจราจร
เชน ต้งั จอหนังกลางแปลงบนถนน ทําใหรถผา นไปมาไมส ะดวก เปนตน
ó. ÇÒ§ËÃ×Í·Í´·Ôé§Êè§Ô ¢Í§ËÃÍ× â´Â¡ÃÐทํา´ÇŒ »ÃСÒÃ͹×è ã´
วาง หมายถึง นาํ สิง่ ของไปไวบ นทางสาธารณะอนั เปน การกดี ขวางทาง
ทอดท้ิง หมายถึง ไมเอาธุระ ไมเอาใจใส เชน รถบรรทุกนํ้ามันทํานํ้ามันหกราดไป
ตามพื้นถนน โดยไมเ อาใจใสห รอื จอดรถท่เี ชามาท้ิงไวขวางทางจราจรโดยไมเ อาธรุ ะ
โดยกระทําดวยประการอ่ืนใด คือ ไมวาจะกระทําดวยวิธีใดก็ตามอันเปนการกีดขวาง
ทางสาธารณะ เชน ใชเ ชือกขึงขวางทางเดนิ ขุดหลมุ บนถนน เปน ตน
ô. ¡ÒáÃÐทํา¹éѹ໚¹¡ÒáÃÐทาํ â´ÂäÁ‹จาํ ໹š
ไมจ าํ เปน หมายถงึ ไมม เี หตสุ มควรอนั จาํ ตอ งกระทาํ เชน นน้ั แตถ า มเี หตจุ าํ เปน ตอ งกระทาํ
ก็ไมเปนความผิด เชน ขับรถไปบนถนนเปลี่ยวรถเกิดเสีย ตองจอดทิ้งไวกลางทางเพราะไมสามารถ

๒๖๕

เข็นเขาแอบไวเพราะเบรกมือคางและไมมีใครชวยเข็น จึงจําเปนตองทิ้งรถไวเชนนั้นเพื่อไปตามชาง
จึงถือเปน การกีดขวางทางจราจรโดยจาํ เปน

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñðô/òôöò จําเลยทําฝายกั้นลาํ นา้ํ ปงโดยอางวามิไดก้ันตลอดลํานํ้าเรือ
ยงั คงสัญจรไปมาไดศ าลฎีกาวินจิ ฉัยวา “แมจ ําเลยจะเถียงวามไิ ดกน้ั ตลอดลาํ นํา้ มีชองใหเรือขึ้นลองได
กย็ งั มผี ดิ แมเพยี งปลกู รุกลา้ํ ก็มีผดิ โดยไมจาํ ตองพจิ ารณาวาตองมกี ารเสียหาย เพราะมหาชนมีอํานาจ
อันชอบธรรมท่ีจะใชลาํ น้าํ โดยเต็มบริบูรณ และมีความชอบธรรมท่ีจะไดความสะดวกทุกสิ่งทุกอยาง
แหงลาํ นํ้าทเี่ ปน อยู
®Õ¡Ò·èÕ ñðòð-ñðòñ/òõðõ คหู รอื คลองทเ่ี จา ของทด่ี นิ ขดุ ขน้ึ นน้ั แมจ ะยอมใหช าวบา น
ถือวิสาสะใชในการสัญจรไปมาบาง แตเจาของก็มิไดอุทิศใหเปนสาธารณะจึงไมทําใหกลายสภาพเปน
ทางสาธารณะไปได ฉะน้ัน ถงึ เจาของท่ดี นิ จะทําคนั ดินปด ก้ันก็ไมมคี วามผดิ ฐานปดก้ันทางสาธารณะ
(¬) á¢Ç¹μ´Ô μ§Ñé ËÃ×ÍÇÒ§ÊÔ§è ã´äÇ⌠´Â»ÃСÒ÷è¹Õ ‹Ò¨Ðμ¡ËÃ×;§Ñ ŧ
ÁÒμÃÒ óø÷ ผูใดแขวน ติดต้ังหรือวางสิ่งใดไวโดยประการที่นาจะตกหรือพังลง
ซ่ึงจะเปนเหตุอันตรายเปรอะเปอนหรือเดือดรอนแกผูสัญจรในทางสาธารณะตองระวางโทษ
ปรับไมเกนิ หา พนั บาท
องคป ระกอบของความผิดมีดังนี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. แขวนตดิ ตงั้ หรอื วางส่งิ ใดไว โดยประการทีน่ าจะตกหรอื พังลง
๒. ซ่งึ จะเปน เหตอุ นั ตราย เปรอะเปอ นหรอื เดอื ดรอนแกผ ูส ัญจรในทางสาธารณะ
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. á¢Ç¹μ´Ô μÑé§ËÃ×ÍÇҧʧèÔ ã´äÇ⌠´Â»ÃСÒ÷Õ蹋ҨÐμ¡ËÃÍ× ¾Ñ§Å§
แขวนติดต้ังหรือวางส่ิงใดไว “แขวน” หมายถึง หอยส่ิงของลงมาจากการยึดตรึง
เบื้องบนดว ยส่ิงใดส่งิ หน่งึ เชน ใชล วดแขวนปายหางราน “ตดิ ต้งั ” หมายถงึ เอาสิ่งของอยางหนง่ึ ไปติด
หรือยึดตรึงกับของอีกส่ิงหนึ่ง เชน ติดตั้งเครื่องดูดอากาศ เคร่ืองทําความรอน เคร่ืองทําความเย็น
“วางสิ่งของ” หมายถึง เอาส่ิงของวางไวโดยมีสิ่งอ่ืนรองรับ เชน วางกระถางตนไม
วางตุก ตากระเบื้อง เปนตน
การแขวน ตดิ ตง้ั หรอื วางนจ้ี ะกระทาํ ในทใ่ี ดกไ็ ด เชน หลงั คา ดาดฟา ระเบยี ง ขอบหนา ตา ง
ฝาผนัง กําแพงรวั้
โดยประการที่นาจะตกหรือพังลงมา หมายความวา เปนการแขวนติดตั้ง หรือวางใน
ลักษณะที่ไมม่ันคงแข็งแรงพอ อาจจะตกหรือพังลงมาก็ได คือ โอกาสในการที่จะตกหรือพังลงมา
มอี ยมู ากหรอื คอ นขางแนนอน

๒๖๖

ò. «§Öè ¨Ð໚¹àËμÍØ ¹Ñ μÃÒ à»ÃÍÐໄ͜ ¹ ËÃ×Íà´×Í´ÃÍŒ ¹á¡‹¼ÙŒÊÑÞ¨Ãã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóÐ
ซ่ึงจะเปนเหตุอันตราย หมายถึง สิ่งที่นาตกหรือพังลงมาน้ัน อาจเปนเหตุใหเกิด
อนั ตรายแกผ สู ญั จรในทางสาธารณะได เชน กระถางตน ไมว างไวบ นระเบยี ง อาจตกลงมาถกู ศรี ษะของ
นายดําซงึ่ กําลงั เดินผา นซอยนนั้ พอดี ทาํ ใหศ ีรษะแตกได
เปรอะเปอน หมายถึง ทําใหเลอะเทอะสกปรก เชน กระโถนปสสาวะของลูกวางไว
ที่ขอบหนา ตางอาจตกลงมาถกู ผสู ัญจรเปรอะเปอนได
เดือดรอนแกผูสัญจรในทางสาธารณะ หมายถึง แมไมเปนอันตรายหรือเปรอะเปอน
แตกท็ ําความเดือดรอ นรําคาญใหได เชน วางถุงเก็บฝนุ จากเคร่อื งดูดฝุนไวบนดาดฟา ฝุนอาจปลวิ ลง
มาทาํ ใหคนตองเดนิ หลบและอุดจมูกอนั เปนการรบกวนผสู ัญจรใหต อ งเดือดรอนราํ คาญ เปน ตน
การแขวนติดตั้งหรือวางสิ่งใดไวน้ันอาจกระทําที่ใดก็ได แตตองอยูในลักษณะที่นาจะตก
หรือพังลง ซ่ึงการตกหรือพังลงน้ันอาจจะทําใหผูสัญจรในทางสาธารณะไดรับอันตรายเปรอะเปอน
หรอื เดอื ดรอน สง่ิ ทวี่ างไวน นั้ ยงั ไมต องตกลงมากเ็ ปน ความผิดแลว
(Þ) ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ãË¢Œ ͧᢧç μ¡Å§ ³ ·ãÕè ´æ â´Â»ÃСÒ÷Õ蹋ҨÐ໹š
ÍѹμÃÒÂá¡‹º¤Ø ¤ÅËÃÍ× ·Ã¾Ñ 
ÁÒμÃÒ óøù ผูใดกระทําดวยประการใดๆ ใหของแข็งตกลง ณ ท่ีใดๆ โดยประการ
ท่ีนาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล หรือเปนอันตรายแกทรัพยหรือกระทําดวย
ประการใดๆ ใหของโสโครกเปรอะเปอนหรือนาจะเปรอะเปอนตัว บุคคลหรือทรัพย หรือแกลง
ทําใหของโสโครกเปนที่เดือดรอนรําคาญ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือนหรือปรับไมเกิน
หน่ึงหมน่ื บาทหรอื ทง้ั จําทง้ั ปรับ
ความผิดตามมาตรานแ้ี บง ออกเปน ๓ ประการคอื
๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ใหข องแขง็ ตกลง ณ ทใี่ ดๆ โดยประการทน่ี า จะเปน อนั ตราย
หรือเดอื ดรอ นราํ คาญแกบคุ คล หรือเปนอนั ตรายแกท รัพย
๒. กระทําดวยประการใดๆ ใหของโสโครกเปรอะเปอ นหรอื นาจะเปรอะเปอ นตวั บคุ คล
หรือทรพั ย
๓. แกลง ทาํ ใหข องโสโครกเปน ที่เดอื ดรอนรําคาญ
ความผดิ แรก มอี งคประกอบของความผดิ ดงั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทาํ ดวยประการใดๆ
๒. ใหข องแข็งตกลง ณ ท่ีใดๆ
๓. โดยประการที่นาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล หรือเปนอันตราย
แกท รพั ย

๒๖๗

คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ ตอ งเปนการกระทําของคนดวยวิธีใดๆ กไ็ ด เชน โดยการ
ปา ขวาง โยน ท้งิ ก็ได
ò. ãËŒ¢Í§á¢§ç μ¡Å§ÁÒ ของทถี่ ูกคนขวาง ปา ดงั กลา ว ตองเปนของแขง็ และการตกลง
กไ็ มจ าํ เปนตอ งตกลงในทางสาธารณะ อาจตกลงในท่ใี ดๆ ก็ได เชน ขวา งขวดเหลา ลงมาจากดาดฟา
ó. â´Â»ÃСÒ÷è¹Õ Ò‹ ¨Ð໚¹ÍѹμÃÒÂËÃ×Íà´Í× ´ÃŒÍ¹รํา¤ÒÞ᡺‹ ¤Ø ¤Å หรอื เปน อนั ตราย
ตอทรัพย การทําใหของแข็งตกลงมาน้ัน เพียงแตนาจะเปนอันตรายหรือเดือดรอนรําคาญแกบุคคล
ก็เพียงพอแลวไมจําเปนตองเปนอันตราย หรือกอใหเกิดความเดือดรอนรําคาญขึ้นแลวจริงๆ แตถา
เปนอนั ตรายตอ ทรพั ย การตกลงของของแขง็ นน้ั ตอ งถงึ ข้ันทําใหท รพั ยนั้นเปน อนั ตรายแลว จงึ จะเปน
ความผดิ เชน ขวา งขวดเหลา ตกลงมาเฉย่ี วหวั คน แมไ มถ กู กเ็ ปน ความผดิ แลว แตท าํ กระถางตน ไมต กลง
มาเกือบถกู รถยนตยงั ไมผิดตองถกู รถยนตแ ลวจึงจะผดิ
ความผิดนีไ้ มตองการเจตนา แมเปนการกระทําโดยประมาทก็เปนความผิดตามมาตราน้ี
¤ÇÒÁ¼´Ô ·ÊèÕ Í§ มีองคประกอบของความผดิ ดงั น้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. การทําดว ยประการใดๆ
๒. ใหข องโสโครกเปรอะเปอ นหรือนา จะเปรอะเปอ นตัวบคุ คลหรอื ทรัพย
คํา͸ºÔ ÒÂ
๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ ตอ งเปนการกระทําของคน ไมจาํ กัดวธิ ีการแตอยา งใด
๒. ใหข องโสโครกเปรอะเปอนหรือนาจะเปรอะเปอ นตวั บคุ คลหรือทรัพย
¢Í§âÊâ¤Ãก คือ ของสกปรกไมจํากัดวาจะเปนของแข็งหรือของเหลว ถาทําดวย
ประการใดๆ ใหเ ปรอะเปอนตัวบุคคล หรอื ทรพั ยก ็เปนความผดิ เชน สาดนํา้ สกปรกเขา ไปในทางท่มี ี
คนสญั จรไปมา โดยไมใ สใ จวา จะมคี นอยบู นทางเดนิ หรอื ไม ถงึ แมว า นาํ้ ทส่ี าดไปนนั้ จะไมเ ปรอะเปอ นใคร
กเ็ ปน ความผิดมาตราน้ี การกระทาํ ตามขอน้ไี มจําเปน ตองมเี จตนา
ความผิดทสี่ าม มีองคประกอบของความผิด ดังนี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. แกลง
๒. ทาํ ใหข องโสโครกเปน ทเี่ ดือดรอ นรําคาญ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. á¡Å§Œ แสดงวา มเี จตนากระทํา มใิ ชเ ปน การกระทําไปโดยประมาทหรอื รเู ทา ไมถ งึ การณ

๒๖๘

ò. ทาํ ãË¢Œ ͧâÊâ¤Ã¡à»¹š ·àÕè ´Í× ´ÃÍŒ ¹ราํ ¤ÒÞ อาทเิ ชน เอาขยะมลู ฝอยไปทงิ้ ในทที่ ไ่ี มค วร
เชน หนาบา นหรอื ขา งรว้ั จนสง กล่ินเหม็นรบกวนผูอ ่นื ใหเดือดรอนราํ คาญ

à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ ผดิ ตามมาตรานตี้ อ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡Òá͋ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂμÍ‹ ·Ã¾Ñ Âʏ ¹Ô ÊÒ¸ÒóÐáÅÐà¡ÂÕè Ç¡ºÑ ÊμÑ Ç

á¹Ç¤´Ô
๑. ทรัพยสินสาธารณะ เชน ทาง หรือทอระบายนํ้า เปนส่ิงท่ีมีขึ้นเพ่ือประโยชนของ

สวนรวมบุคคลจึงมีหนาท่ีท่ีจะตองสงวนรักษาไมทําใหเกิดความขัดของ หรือเสียหาย เพราะความ
ขัดของหรือเสียหายดังกลาวยอมกอใหเกิดภยันตรายตอสุขภาพ และรางกายของประชาชน ดังนั้น
กฎหมายจึงตอ งบญั ญตั คิ วามผดิ ไว

๒. บคุ คลใดมหี นา ทค่ี วบคมุ สตั วต อ งควบคมุ สตั วน นั้ ไวไ มใ หไ ปไหนโดยลาํ พงั เพอ่ื ปอ งกนั
มใิ หไ ปทาํ อนั ตรายตอ บคุ คลอนื่ หรอื ทรพั ยส นิ ของบคุ คลอนื่ หากผคู วบคมุ สตั วล ะเลย กฎหมายบญั ญตั ิ
ไวเปนความผิด นอกจากนี้การใชแรงงานสัตวเกินสมควร การทารุณสัตว หรือกระทําประการใด
ตอ สตั วโ ดยปราศจากความเมตตา กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ ปน ความผดิ ดว ย รวมทงั้ การทง้ิ ซากสตั ว ซงึ่ อาจ
เนาเหมน็ ไวใ นหรอื ริมทางสาธารณะ กฎหมายกบ็ ัญญัตไิ วเ ปน ความผิดเชน เดยี วกนั

¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡Òá‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂμÍ‹ ·ÃÑ¾ÂÊ¹Ô ÊÒ¸ÒóÐ

ความผิดในเรือ่ งนี้ ประกอบดว ยการกระทําความผดิ ๓ ฐานคอื
๑. ทาํ ใหร างระบายนา้ํ รอ งนา้ํ หรอื ทอ ระบายของโสโครกอนั เปน สงิ่ สาธารณะเกดิ ขดั ขอ ง
หรอื ไมส ะดวก
๒. ทาํ ใหเกดิ ปฏิกลู แกนา้ํ ในบอ สระ หรือที่ขังนาํ้ อนั มไี วส ําหรับประชาชนใชส อย
๓. ขดุ หลุม หรือรางหรอื ปลกู ปก หรือวางสิ่งของเกะกะไวใ นทางสาธารณะ
ความผดิ ทงั้ สามฐานน้ี ปรากฏอยใู นมาตรา ๓๗๕, ๓๘๐ และ ๓๘๖ ดงั มสี าระสาํ คญั ดงั น้ี
(¡) ทําãËÃŒ Ò§ÃкÒÂน้าํ Ëͧนํ้า ËÃ×Í·Í‹ ÃкÒ¢ͧâÊâ¤Ã¡à¡Ô´¢Ñ´¢ŒÍ§ËÃÍ× äÁÊ‹ дǡ
ÁÒμÃÒ ó÷õ ผูใดทําใหรางระบายนํ้า รองน้ําหรือทอระบายของโสโครกอันเปน
สิง่ สาธารณะเกดิ ขดั ของหรือไมส ะดวกตองระวางโทษปรบั ไมเกินหา พนั บาท
องคประกอบของความผดิ มีดงั นี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทาํ ใหรางระบายนา้ํ รองนาํ้ หรือทอระบายของโสโครกอันเปน ส่งิ สาธารณะ
๒. เกิดขัดขอ งหรอื ไมสะดวก

๒๖๙

คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ทําãËŒÃÒ§ÃкÒÂน้าํ ÃÍ‹ §นา้ํ ËÃÍ× ·Í‹ ÃкÒ¢ͧâÊâ¤Ã¡Íѹ໚¹ÊÔ§è ÊÒ¸ÒóÐ
รางระบายนํ้า คือส่ิงทท่ี าํ ขึ้นเพ่ือระบายน้ําเขาออก
รอ งนํ้า คือทางนาํ้ ไหลซงึ่ อาจเกดิ ขนึ้ โดยธรรมชาติหรอื โดยขุดข้นึ กไ็ ด
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ùòð/òô÷ö จําเลยบังอาจเขาทํานาปลูกขาวลงในสระหรือหนองสาธารณ
ประโยชน ซึ่งเกิดข้ึนโดยธรรมชาติ เปนการขัดขวางตอทางสายนํ้าท่ีจะไหลลงสูสระวัดปาเลไลย
และจําเลยไดวิดนํ้าในสระหรือหนองน้ีไปทางอ่ืนอีกดวย ทําใหราษฎรเดือดรอนขาดน้ําในสระ
วดั ปาเลไลยสําหรบั ใชสอยจาํ เลยมีผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐
รองน้ํา ตอ งมีลักษณะท่มี ีน้าํ ไหลและประชาชนใชประโยชนได
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñóóñ/òô÷ù จําเลยไดปดก้ันลําน้ําตะกรุดซึ่งต้ืนเขินมาก ฤดูน้ําจึงมีนํ้า
ตลอดโดยมปิ รากฏวา มีผใู ดใชส อยนํ้าหรือเปนทางเดนิ เรือหรืออยางใด ดังนี้ จําเลยไมม ีความผดิ ตาม
มาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐
คําวารองนํ้าน้ีถูกจํากัดไวเฉพาะทางน้ําไหลเพื่อประโยชนแกการระบายน้ําหรือ
เพื่อประชาชนใชสอยนํ้าเทา น้นั มไิ ดหมายความถงึ ทางนํ้าไหลขนาดใหญ เชน แมน า้ํ
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñðô/òôöò การทาํ ฝายกนั้ ลาํ นาํ้ ปง ไมผ ดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐ เพราะไมใ ช
ขัดขวางแกท อถายน้าํ รางนํ้า หรอื ทางนํ้าไหล
ทอระบายนํ้าโสโครก คือทอ ระบายสงิ่ สกปรกออกไป
ลักษณะสําคัญของความผิดตามมาตราน้ีคือ รางระบายน้ํา รองนํ้าหรือทอระบายของ
โสโครกจะตองเปนสิ่งสาธารณะคอื ประชาชนทว่ั ไปใชประโยชนรว มกัน
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ÷ùù/òô÷ô จาํ เลยไดป ด กนั้ ทางนาํ้ ทไี่ หลเขา สบู งึ ซง่ึ ราษฎรอาศยั ใชน า้ํ ทาํ การ
เพาะปลูก แลวจําเลยเขาทําสวนในบงึ ตดั สนิ วาจําเลยมคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐
ทอ ระบายนา้ํ ซึ่งอยูในทีด่ ินของเอกชน ถาไดความวาใชสาํ หรบั ประชาชนทัว่ ไประบายนาํ้
มานาน ก็เปน ส่งิ สาธารณะเจา ของท่ีดินถมทอไมไ ด
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ôøö/òô÷ò ทอนํา้ อยูในท่ีดินของจาํ เลยเปนทอทางนํ้าไหลติดตอกับ
ทอของหลวง และมีมาหลายสิบปแลวกอนจาํ เลยเปนเจาของ เม่ือเจาของเดิมไดทาํ สําหรับเปน
ทอระบายนาํ้ ท่ัวๆ ไปแลว ก็ถือวาเปนทอสาธารณประโยชนเชนเดียวกับเปดที่ดินของตนใหเปน
ทางเดิน การทจี่ าํ เลยถมทอ น้าํ นจ้ี งึ มคี วามผดิ ตามมาตรา ๓๓๕ ขอ ๑๐

๒๗๐

®Õ¡Ò·Õè ñõðò/òõñô จําเลยปดก้ันรองนํ้าสาธารณะทาํ ใหนา้ํ หยุดไหล ราษฎรไดรับ
ความเดือดรอน โจทกขอใหศาลลงโทษตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๕

ò. ¢Ñ´¢ŒÍ§ËÃÍ× äÁ‹Êдǡ หมายความวา ใชการไมไ ดหรอื ใชไ มไ ดเตม็ ที่
(¢) ทําãËŒà¡Ô´»¯¡Ô ÙÅá¡น‹ ํา้ 㹺͋ ÊÃÐËÃ×Í·¢Õè ѧนา้ํ ÍѹÁÕäÇŒสาํ ËÃºÑ »ÃЪҪ¹ãªÊŒ ÍÂ
ÁÒμÃÒ óøð ผใู ดทาํ ใหเ กดิ ปฏกิ ลู แกนาํ้ ในบอ สระหรือทขี่ งั นํา้ อนั มไี วสาํ หรบั ประชาชน
ใชสอย ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กินหน่ึงเดือน หรือปรับไมเ กินหนงึ่ หมื่นบาทหรอื ท้ังจําทงั้ ปรับ
องคประกอบของความผดิ มดี งั นี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทาํ ใหเกดิ ปฏกิ ลู
๒. แกนา้ํ ในบอ สระหรอื ทีข่ ังนาํ้ อนั มไี วสาํ หรับประชาชนใชสอย
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. ทาํ ãËŒà¡´Ô »¯Ô¡ÅÙ
ปฏิกูล บทบัญญัติในมาตรานี้ตรงกับกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๕ (๑๕) ซึ่งใช
คาํ วา “ทําใหน้ํา...โสโครก” คําวาปฏิกูลแปลวานาเกลียด ซ่ึงศาลฎีกาไดวินิจฉัยในคําพิพากษาฎีกา
ท่ี ๑๑๐๘/๒๕๐๕ วา “การกระทาํ ใหเ กิดปฏกิ ูลหมายถึงทาํ ใหนา เกลยี ดหรอื พึงเกลยี ดหรอื เกดิ โสโครก
แกน้ํา” ดังน้ัน ความหมายของคาํ วา ทําใหเกิดปฏิกูลจึงตรงกับคาํ วา “ทาํ ใหโสโครก” คือ ทําใหน้าํ
สกปรก การทําใหน ้าํ สกปรกนไี้ มจ าํ เปน วา จะตอ งเอาของเนา เหมน็ หรอื สง่ิ อนั พงึ รงั เกยี จใสเ จอื ปนลงไป
การทาํ ใหน้ําสกปรกดวยวิธีการใดก็ใชได แตการสกปรกของนาํ้ ตองมิใชสภาพท่ีเกิดเปนการช่ัวคราว
มิฉะนั้นยังไมถือวา ทาํ ใหเกิดปฏิกูล ตัวอยางท่ีถือเปนความผิด เชน ท้ิงซากสัตวเนาลงในบอนํ้า
ท่ใี ชบริโภค หรอื ถายอุจจาระปสสาวะลงไปในทีช่ าวบา นใชอาบ เปนตน
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ññðø/òõðõจาํ เลยไปวิดน้าํ เพื่อจับปลาในหนองซึ่งประชาชนใชตักนํ้าเอาไปรด
ผักและเอาไปใหโคกระบืออาบ วินิจฉัยวาการท่ีจาํ เลยทําใหนํา้ ขุน ยังไมพอฟงวาทําใหเกิดปฏิกูลแก
นา้ํ ในหนอง เพราะนํ้าขนุ เปน สภาพทเี่ กดิ ขนึ้ จากโคลนในหนองนนั้ เองชว่ั คราว หาใชท ําใหเ กดิ ปฏกิ ลู ไม
จําเลยจงึ ยงั ไมมคี วามผดิ
กอนหนานีศ้ าลฎีกาไดวินจิ ฉัยในคาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๒๐๗/๒๔๗๔ วา การทีจ่ าํ เลยกบั พวก
ลงจับสัตวนา้ํ ในหนองท่ีขังนํา้ จนทาํ ใหน้ําในหนองขุนขนเปนโคลนปนน้าํ ไปต้ัง ๗-๘ วัน เปนเหตุให
ราษฎรใชสอยและรับประทานนํ้าไมไ ดตามสภาพเดมิ จาํ เลยจงึ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา
มาตรา ๓๓๕(๑๕) ถงึ แมว า ขอ เทจ็ จรงิ ของคําพพิ ากษาทง้ั สองนจี้ ะใกลเ คยี งกนั แตค ําวนิ จิ ฉยั ตรงกนั ขา ม
ก็มีขอท่ีนาสังเกตวาสภาพการใชสอยนํา้ ของประชาชนใน ฎีกาท่ี ๑๑๐๘/๒๕๐๕ ไมไดเปล่ียนแปลง
ไปเนอื่ งจากการกระทาํ ของจาํ เลย และขอ เทจ็ จรงิ ไมป รากฏวา นาํ้ ขนุ อยนู านเทา ใด แต ฎกี าท่ี ๒๐๗/๒๔๗๔
น้ันประชาชนใชสอยน้าํ ไมไดตามปกติ จึงนาคิดวาในกรณีเชนนี้ควรถือวาทาํ ใหนํ้าเกิดปฏิกูลได

๒๗๑

คําพิพากษาฎีกาทั้งสองนี้จึงอาจจะยังไมขัดกัน แตอยางไรก็ดีถายังไมปรากฏวาการที่จําเลยลงไป
วิดปลาน้นั เปน ผลทําใหท ี่ขังนํ้าสําหรับสาธารณชนใชส อยขุนขนโสโครก จําเลยกย็ งั ไมผ ิดตามมาตราน้ี

ò. นํ้า㹺‹Í ÊÃÐËÃ×Í·Õè¢Ñ§นาํ้ ¹Ñé¹μŒÍ§ÁÕäÇŒÊÒí ËÃѺ»ÃЪҪ¹ãªŒÊÍ ¡ÒÃ㪌Ê͹éÕ
ไมจ าํ กดั วาจะตอ งมีไวดมื่ อาบเทาน้ัน แตรวมไปถึงการใชป ลกู ผกั หรือเลยี้ งสัตวดวย

(¤) ¢´Ø ËÅØÁËÃ×ÍÃÒ§ËÃ×Í»ÅÙ¡»˜¡ËÃ×ÍÇÒ§ÊèÔ§¢Í§à¡Ð¡ÐäÇ㌠¹·Ò§ÊÒ¸ÒóÐ
ÁÒμÃÒ óøö ผใู ดขุดหลุมหรือราง หรอื ปลูกปก หรือวางสิ่งของเกะกะไวในทางสาธารณะ
โดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย แตละเลยไมแสดง
สญั ญาณตามสมควรเพื่อปองกนั อุปทวเหตุ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหาพันบาท
องคประกอบของความผดิ มดี ังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ขดุ หลมุ หรือราง หรอื ปลูกปก หรือวางส่งิ ของเกะกะ
๒. ในทางสาธารณะ
๓. โดยไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมาย หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย
แตละเลยไมแสดงสัญญาณ
๒. ในทางสาธารณะ (ดจู ากมาตรา ๓๗๑)
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ԺÒÂ
ñ. ¢´Ø ËÅØÁËÃ×ÍÃÒ§ËÃ×ͻš٠»˜¡ËÃ×ÍÇÒ§ÊèÔ§¢Í§à¡Ð¡Ð
ขุดหลมุ หมายถึง ขดุ พนื้ ทางสาธารณะไวใ หเ ปนหลมุ บอ
ขุดราง หมายถงึ การขดุ พน้ื ทางสาธารณะไวเ ปนราง
ปลูกสง่ิ ของเกะกะ หมายถึง ปลกู สง่ิ ของใดๆ เชน ตนไม ปลกู สงิ่ กอสรางตางๆ ไวเ กะกะ
บนทางสาธารณะ
ปก ส่งิ ของเกะกะ เชน ปกรั้ว ปกเสา ปกดําตนขาวไวในทางสาธารณะ
ปลูกปก เปนการรวมเอาการกระทําท้ังปลูกท้ังปกเขาดวยกัน แตเดิมใชคําวา ปลูกเรือน
และปก รัว้ ปจ จบุ ันมักใชคําวา ปลูกสรา ง
วางสง่ิ ของเกะกะ คอื วางส่ิงหน่งึ ส่ิงใดไวบ นทางสาธารณะ ทาํ ใหเ กะกะ เชน กองดนิ หรอื
หินไวบนทางสาธารณะ
ò. ã¹·Ò§ÊÒ¸ÒóР(ดจู ากมาตรา ๓๗๑) ไมวาจะเปนการขดุ หลุม ขดุ รางปลูกปก หรอื
วางของเกะกะตอ งเปนการกระทําในทางสาธารณะ จงึ จะเปน ความผดิ ได
ó. â´ÂäÁ‹ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμÍѹªÍº´ŒÇ¡®ËÁÒ หรือทําไดโดยชอบดวยกฎหมาย
แตล ะเลยไมแ สดงสัญญาณตามสมควร เพือ่ ปอ งกันอปุ ทวเหตุ

๒๗๒

การกระทําดังกลาวขางตนตองไมไดรับอนุญาตอันชอบดวยกฎหมายจึงจะเปนความผิด
ดงั นน้ั หากมกี ารกระทาํ เกดิ ขนึ้ โดยไดร บั อนญุ าตอนั ชอบดว ยกฎหมายแลว ถงึ แมว า ตอ มาการอนญุ าต
ไดส น้ิ สุดลงก็ไมท าํ ใหการกระทาํ นน้ั ผดิ กฎหมายได

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ÷øñ/òôùñ กองหินในทางสาธารณะโดยมีสัญญาเชากับเทศบาล เปน
การกองโดยไดรับอนุญาต จําเลยหาไดกองขึ้นใหมภายหลังสัญญาเชาไดส้ินอายุแลวนั้นไมจึงเปน
เรอ่ื งท่จี ะตองจัดการในทางแพง หาเปน คดีอาญาไม
การกระทําความผิดตามมาตรานี้ ถือเอาเวลาท่ีทําการขุดหลุมหรือรางปลูกปก
หรือวางสิ่งของเกะกะเปน สําคญั เปน การกระทาํ ผดิ ครงั้ เดยี วไมตอ เนื่องกัน
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ õù/òô÷ô โจทกฟองวาจําเลยปลูกหองแถวรุกล้ําทางหลวง คดีถึงท่ีสุดแลว
โจทกนําคดีมาฟองใหมโดยอางวาจําเลยยังไมรื้อหองแถว จึงเปนการรุกล้ําทางหลวงอยูเรื่อยๆ ไป
เชนน้ีโจทกจะนํามาฟองอีกไมไดเปนฟองซํ้าเพราะเปนการกระทําผิดครั้งเดียวจะฟงวาจําเลย
กระทําผดิ เรื่อยๆ ไป หาชอบดวยกฎหมายใหม
แตถามีการกระทําข้ึนใหมอีกก็ตองถือวา เปนการกระทําความผิดทุกครั้งที่ทําข้ึนใหม
เชน ปลูกขาวในทางสาธารณะทุกป เปนตน แตถาการกระทําใหมนั้นไมใชการกระทําที่เปนความผิด
โดยตรงแลวก็ไมเปนการทําความผิดข้ึนใหม เชน ปลูกเรือนลํ้าเขาไปในทางสาธารณะแลวตอมารื้อ
หลังคาออกมุงใหมตามสภาพเดิม การรื้อหลังคาแลวมุงใหมไมใชการกระทําที่เปนความผิดจึงไมใช
การกระทาํ ความผิดข้ึนใหม การนบั อายุความจึงตองเร่มิ นบั ตง้ั แตการปลกู เรือน
ä´ŒÃѺ͹ØÞÒμáμ‹ÅÐàÅÂäÁ‹áÊ´§ÊÑÞÞÒ³μÒÁÊÁ¤ÇÃà¾è×Í»‡Í§¡Ñ¹ÍØ»˜·ÇàËμØ หมายถึง
ไดรับอนุญาตแลวขุดหลุม ขุดราง ปลูกปกหรือวางส่ิงของเกะกะในท่ีสาธารณะแลว แตไมไดทํา
สัญญาณแสดงไวเพ่ือปองกันอุปทวเหตุ เชน ขุดหลุมฝงทอประปาท่ีถนนโดยทําการขออนุญาตแลว
แตไ มตั้งสัญญาณหรือโคมไฟใหผ อู ื่นรวู ามีหลุมอยบู นถนน
ผกู ระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ùòö/òô÷ô ขุดคูกน้ั ทางหลวงโดยไมไดรบั อนญุ าต
®¡Õ Ò·Õè öõø/òô÷ñ ปลกู ตน ลําพใู นที่ชายเลนนา้ํ ข้ึนทวมถึง
®¡Õ Ò·Õè óóò/òô÷õ ปกหลกั ลอมรว้ั ปลกู หองแถวปด ทางหลวง
®¡Õ Ò·Õè ÷òñ/òôøù ปดกั้นทางสาธารณะโดยโคนตนไมใหญขวางทางและปลูกตนไม
ลงในทาง
®¡Õ Ò·èÕ ñó÷÷/òõòð ปลูกขาวในทางสาธารณะโดยมิไดรับอนุญาตเปนความผิดตาม
ป.อ.มาตรา ๓๘๖

๒๗๓

¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ÊÑμǏ

ความผดิ เกีย่ วกับสตั ว ประกอบดวยความผิดทัง้ หมด ๖ ฐาน คอื
๑. ปลอ ยปละละเลยใหสตั วด หุ รอื สัตวร า ยท่ีควบคุมไวเ ที่ยวไปโดยลําพัง
๒. กระทาํ ทารุณตอ สัตว หรือฆา สตั วโดยใหไ ดรับทกุ ขเวทนาอันไมจ ําเปน
๓. ใชใหสัตวท ํางานจนเกินสมควรหรอื ใชใ หทํางานอนั ไมสมควร
๔. ไลตอนหรอื ทาํ ใหส ัตวใดๆ เขา ไปในสวน ไรห รอื นาของผอู น่ื
๕. ปลอ ยปละละเลยใหส ัตวท่ีควบคุมไวเขา ไปในสวนไรห รือนาของผอู ่ืน
๖. ทง้ิ ซากสตั วซ งึ่ อาจเนา เหมน็ ในริมทางสาธารณะ
ความผิดทัง้ ๖ ฐานนี้ ปรากฏอยูในมาตรา ๓๗๗, ๓๘๑, ๓๘๒, ๓๙๔, ๓๙๕ และ ๓๙๖
ดังมีสาระสําคญั ดังน้ี
(¡) »ÅÍ‹ »ÅÐÅÐàÅÂãËÊŒ μÑ Ç´ØËÃ×ÍÊÑμǏÌÒ·è¤Õ Ǻ¤ØÁäÇàŒ ·ÕÂè Çä»â´Âลํา¾Ñ§
ÁÒμÃÒ ó÷÷ ผูใดควบคุมสัตวดุหรือสัตวรายปลอยปละละเลยใหสัตวน้ันเท่ียวไป
โดยลําพัง ในประการท่ีอาจทําอันตรายแกบุคคลหรือทรัพย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน
หรอื ปรบั ไมเกนิ หน่ึงหม่ืนบาท หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ
องคป ระกอบของความผดิ มีดงั นี้
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เปน ผคู วบคุมสตั วด หุ รือสตั วร าย
๒. ปลอยปละละเลยใหส ตั วนนั้ เทยี่ วไปโดยลาํ พงั
๓. ในประการท่อี าจทาํ อันตรายแกบุคคลหรือทรพั ย
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. ໹š ¼Ù¤Œ Ǻ¤ØÁÊμÑ Ç´ ËØ ÃÍ× ÊμÑ ÇÏ ÒŒ Â
เปน ผคู วบคมุ สตั ว หมายถงึ ผมู หี นา ทใ่ี นการควบคมุ สตั วด หุ รอื สตั วร า ยไมจ าํ เปน ตอ งเปน
เจาของ หากเจา ของไมมหี นา ท่ีควบคมุ จะไมมคี วามผิดตามมาตราน้ี
การควบคุมสัตว หมายถึง กํากับดูแลควบคุมสัตวนั้นๆ ผูที่มีหนาท่ีใหอาหารหรือรักษา
สุขภาพสตั วน นั้ ไมใชผูกาํ กับดูแลควบคมุ สัตว
สัตวราย ซึ่งหมายความวา โดยธรรมชาติของสัตวนั้นเองเปนสัตวที่มีนิสัยเปนท้ังดุ
และรายกาจเปนปกติอยูในตัว และเปนสัตวท่ีเปนภัยอันตรายอันนาสะพรึงกลัวตอบุคคลผูไดพบเห็น
เชน เสอื จระเข หรืองูพษิ เปนตน ซ่งึ ตางกับสัตวจําพวกที่กฎหมายมาตราน้บี ัญญัติใชค ําวา “สตั วด ุ”
สัตวดุ หมายความวา โดยธรรมชาติของสัตวนั้นเอง มิใชเปนสัตวรายแตอาจเปนสัตวดุ
ซง่ึ เจา ของจะตอ งมกี ารควบคมุ ดแู ลเปน พเิ ศษผดิ จากปกตธิ รรมดาโดยลา มโซห รอื ขงั กรงไว เชน สนุ ขั ทด่ี ุ
เปน ตน มิฉะนัน้ ถา ปลอยปละละเลยแลวอาจไปทําอันตรายแกบคุ คลหรอื ทรัพยของผอู ื่นได
คาํ วา สัตวดุนัน้ ตองเปน สัตวที่มีนิสยั ดเุ ปน พิเศษไปกวาสัตวป ระเภทเดยี วกนั โดยทัว่ ๆ ไป
และมิไดจํากัดเฉพาะการดุรายในลักษณะเปนอันตรายแกบุคคลเทานั้น แตรวมถึงอันตราย

๒๗๔

แกท รพั ยด ว ย ดงั นน้ั สตั วเ ลยี้ งทไ่ี มเ ปน ภยั แกบ คุ คลอนื่ แตช อบออกไปทําใหท รพั ยส นิ ของผอู นื่ เสยี หาย
ก็จัดเปนสัตวดดุ วย

Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñöò/òõòó สนุ ขั ของจําเลยเคยกดั เปด ของ ก. มาหลายครงั้ ครง้ั นส้ี นุ ขั นนั้ ไปกดั
เปดของ ก. ตายและบาดเจบ็ หลายสบิ ตัว เปน สัตวดตุ ามมาตรา ๓๗๗
ò. »Å‹Í»ÅÐÅÐàÅÂãËŒÊÑμǏ¹Ñé¹à·ÕÂè Çä»μÒÁลาํ ¾§Ñ
ปลอ ยปละละเลย หมายถงึ การไมค วบคุมสตั วดังกลาวตามหนา ที่อาจเปนการพลงั้ เผลอ
ประมาทเลินเลอ ไมเ อาใจใสในการควบคุมหรอื จงใจปลอยใหส ตั วเท่ยี วไปตามลาํ พัง
เทย่ี วไปตามลําพัง หมายถึง สตั วด ังกลาวพลัดเพรดิ ไปตามลาํ พงั โดยปราศจากผคู วบคมุ
ไมวาจะเทีย่ วไปยังสถานท่ีใดก็ตาม เชน ปลอยจระเขที่เลยี้ งไวใหห ลุดลงแมนา้ํ ลาํ คลองไป
ó. ã¹»ÃСÒ÷èÕÍÒ¨ทําÍѹμÃÒÂá¡‹ºØ¤¤ÅËÃ×Í·ÃѾ หมายถึง จะเปนความผิด
ตอเม่ือการปลอยปละละเลยดังกลาว อาจทาํ ใหเกิดอันตรายตอบุคคลหรือทรัพยได ไมจําเปนตองถึง
กบั เกดิ อันตรายขนึ้ แลว จริงๆ เพียงแตนาจะเกิดอันตรายกเ็ ปนความผิดแลว
(¢) ¡ÃÐทาํ ¡Ò÷ÒÃ³Ø μÍ‹ ÊÑμÇˏ Ã×ͦ‹ÒÊÑμÇ㏠ˌä´ÃŒ ºÑ ·¡Ø ¢àÇ·¹ÒÍ¹Ñ äÁ¨‹ Òí ໹š
ÁÒμÃÒ óøñ ผูใดกระทาํ การทารุณตอสัตว หรือฆาสัตวโดยใหไดรับทุกขเวทนา
อนั ไมจาํ เปนตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ หนึ่งเดอื นหรือปรับไมเกนิ หนงึ่ หมืน่ บาทหรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรับ
องคป ระกอบของความผิดมดี งั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทําการทารณุ ตอ สตั ว หรือ
๒. ฆาสัตวโดยใหไ ดร บั ทกุ ขเวทนาอันไมจาํ เปน
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÃÐทาํ ¡Ò÷ÒÃØ³μ‹ÍÊÑμǏ คือ การกระทําตอสัตวอยางดุรายหรือโหดราย เชน
การเฆย่ี นตสี ตั วจ นไดร บั ความทกุ ขท รมาน หรอื จบั สตั วข งั ไวโ ดยไมใ หน ้ําหรอื อาหารกนิ เปน เวลานานๆ
เปน ตน ถึงแมว าสตั วจะไมตายกเ็ ปน ความผิด
ท้ังน้ี ตองเปน การทารณุ ตอสตั วใ หไดรบั ทกุ ขเวทนา โดยไมจ ําเปน เชน จับแมวตัดขาทงิ้
๒ ขาง แลวปลอ ยไป เปนตน
ò. ¦Ò‹ ÊμÑ ÇãËäŒ ´ŒÃѺ·¡Ø ¢àÇ·¹ÒÍѹäÁ‹จาํ ໹š
ฆาสตั ว หมายถึง ฆา ใหตาย
ใหไดรับทุกขเวทนาอันไมจาํ เปน หมายถึง กระทําการใดๆ ใหสัตวไดรับความเจ็บปวด
ทกุ ขท รมานกอ นตายโดยไมจ ําเปน เชน ฆา ววั โดยเฉอื นเนอื้ ทลี ะชนิ้ ทง้ั เปน ทกุ วนั จนตาย ฆา งโู ดยคอ ยๆ
ฟนทีละทอน จนงูตาย เปนตน
à¨μ¹Ò ความผดิ ตามมาตรานี้ตอ งเปนการกระทําโดยเจตนาตามมาตรา ๕๙

๒๗๕

(¤) 㪌ãËŒÊμÑ Çท าํ §Ò¹¨¹à¡Ô¹ÊÁ¤ÇÃËÃ×ÍãªãŒ ËทŒ ํา§Ò¹Í¹Ñ äÁÊ‹ Á¤ÇÃ
ÁÒμÃÒ óøò ผูใดใชใหสัตวทาํ งานจนเกินสมควรหรือใชใหทาํ งานอันไมสมควร
เพราะเหตทุ ่ีสัตวนน้ั ปวยเจ็บ ชราหรอื ออ นอายุตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หนึ่งเดือน หรือปรบั ไมเกิน
หนึ่งหมนื่ บาทหรือท้ังจาํ ท้งั ปรับ
องคประกอบของความผิดมีดังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ใชใ หสัตวท าํ งานจนเกินควร หรอื ใชใ หท าํ งานอันไมส มควร
๒. สตั วนน้ั ปวยเจ็บ ชราหรือออ นอายุ
ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. ãªãŒ ËŒÊμÑ Çท ํา§Ò¹¨¹à¡¹Ô ÊÁ¤Çà ËÃ×ÍãªãŒ ËŒทํา§Ò¹Í¹Ñ äÁ‹ÊÁ¤ÇÃ
ใชใหสัตวทาํ งานจนเกินสมควร หมายถึง ใชใหสัตวทาํ งานมากเกินกวาที่วิญูชนจะพึง
ใชสาํ หรับสัตวท่ีอยูในสภาพเชนน้ัน เชน ใชกระบือที่ชรามากแลวไถนาท้ังวันทุกวันโดยไมมีเวลา
หยุดพัก ใชโคปวยลากเกวยี นหนักๆ ไป เปนระยะทางไกลโดยไมห ยุดพกั เปนตน
ใชใหสัตวทํางานอันไมสมควร หมายถึง ใชใหสัตวทาํ งานท่ีไมเหมาะสมกับชีวิตของสัตว
นน้ั ๆ เชน ใชโ ค-กระบือไปลากซงุ เปนตน
ò. ÊμÑ Ç¹é¹Ñ »Ç† Âà¨ºç ªÃÒ ËÃÍ× Í‹Í¹ÍÒÂØ
ปวยเจ็บ หมายถึง เปนโรคอยางใดอยางหนึ่ง รวมทั้งการมีบาดแผลหรือรางกายสวนใด
สว นหน่ึงฟกชาํ้
ชรา หมายถึง แกห รือมีอายมุ ากตามชนิดของสัตวน นั้ ๆ
ออ นอายุ หมายถึง มีอายุนอยตามเกณฑของสตั วชนิดน้ันๆ
เจตนา ผกู ระทําตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ เชน ตอ งรวู า สตั วน้นั ปว ยเจบ็ ชรา หรอื
ออ นอายุ ดวย เชน ใชล ูกชา งท่ยี งั เลก็ มากลากซงุ ทอ นใหญๆ ซ่ึงเกินกาํ ลงั ทล่ี ูกชางจะลากไหว
(§) äÅ‹μÍŒ ¹ËÃÍ× ·Òí ãËŒÊμÑ Ç㏠´æ à¢ÒŒ ã¹ÊǹäËËÃ×͹Ңͧ¼ÙŒÍ¹×è
ÁÒμÃÒ óùô ผูใดไล ตอน หรือทาํ ใหสัตวใดๆ เขาในสวน ไร หรือนาของผูอื่น
ท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือผลิตผลอยู ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือน
หรอื ปรับไมเกนิ หน่งึ หม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทงั้ ปรับ
องคประกอบของความผดิ มีดังน้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ไล ตอ นหรือทําใหส ตั วใดๆ เขาในสวน ไร หรอื นา
๒. สวน ไร หรือนาเปนของผูอ่ืนท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ หรือ
ผลติ ผลอยู

๒๗๖

ͧ¤» ÃСͺÀÒÂã¹
- เจตนา

คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. äÅ‹ μÍŒ ¹ ËÃÍ× ทาํ ãËŒÊμÑ Çã´æ à¢ÒŒ ã¹Êǹ äË ËÃ×͹Ò
การไล ตอนหรือทําใหสัตวเขาในสวน ไร หรือนา หมายความรวมถึงการกระทําใดๆ
กไ็ ดท เี่ ปน ผลใหส ตั วเ ขา ไปในสวน ไรห รอื นาของผอู นื่ เชน ไล ตอ น จงู หรอื ลอ สตั วเ ขา ไปแตไ มร วมไปถงึ
การที่สัตวเขาไปเองโดยไมควบคุมดูแลใหดี คือผูกระทําตองมีเจตนาที่จะทําใหสัตวเขาไป ผูกระทํา
ไมจําตองเปนเจาของสัตว การไลตอนสัตวของผูอ่ืนก็เปนความผิดตามมาตรานี้ได และสัตวที่วานี้
อาจเปนสัตวช นดิ ใดกไ็ ด
ò. Êǹ äË ËÃÍ× ¹Ò໹š ¢Í§¼ÍŒÙ ¹×è ·äèÕ ´áŒ μ§‹ ´¹Ô äÇàŒ ¾Òо¹Ñ ¸äØ ÇËŒ ÃÍ× Á¾Õ ª× ¾¹Ñ ¸ËØ ÃÍ× ¼ÅμÔ ¼Å
Í‹Ù
สวน ไร หรือนา น้ันตองเปนของผูอื่น และไดมีการแตงดินไว เพาะพันธุไวหรือมี
พืชพันธุหรือผลิตผลอยู จึงควรมีความหมายจํากัด เฉพาะสวน ไร หรือนาที่มีการเพาะปลูกเทานั้น
เชน ไรกหุ ลาบ นาขา วทีม่ ีขาวปลกู อยู หรือสวนผลไม เปนตน
เจตนา ผูกระทําตองมเี จตนาตามมาตรา ๕๙
(จ) ปลอ ยปละละเลยใหส ตั วท่คี วบคุมไวเ ขาในสวนหรือไรนาของผอู ่ืน
ÁÒμÃÒ óùõ ผูใดควบคุมสัตวใดๆ ปลอยปละละเลยใหสัตวนั้นเขาในสวน ไรหรือนา
ของผูอื่นท่ีไดแตงดินไว เพาะพันธุไวหรือมีพืชพันธุหรือผลิตผลอยู ตองระวางโทษปรับไมเกิน
หา พันบาท
องคประกอบของความผิดมีดงั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เปนผูควบคุมสตั วใ ดๆ
๒. ปลอยปละละเลยใหส ตั วน นั้ เขา ในสวน ไรหรอื นา
๓. สวน ไร หรือนาเปนของผูอ่ืนที่ไดแตงดินไวเพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ
หรือผลติ ผลอยู
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ໚¹¼¤ŒÙ Ǻ¤ØÁÊÑμÇ㏠´æ
ผูควบคุม หมายถงึ เปนผูดูแลมีหนา ท่คี วบคมุ สตั วเทาน้นั ไมจ าํ เปน ตอ งเปนเจาของสัตว
ก็ได
สตั วใ ดๆ หมายถงึ สตั วช นดิ ใดกไ็ ดไ มจ าํ กดั ชนดิ และประเภท เชน สนุ ขั ววั ควาย หมี เสอื
ò. »Å‹Í»ÅÐÅÐàÅÂãËŒÊμÑ Ç¹¹éÑ à¢ÒŒ ã¹Êǹ äË ËÃÍ× ¹Ò
ปลอยปละละเลย คือไมใชความระมัดระวังดูแลใหดีวาสัตวนั้นจะไมเขาไปในสวน ไร
หรอื นาของผูอื่นกฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๔๐(๑) ซงึ่ มขี อ ความคลายกันไดใ ชคําวา “ปลอยให

๒๗๗

ปศสุ ตั วห รือสตั วพ าหนะเขา ในเรอื กสวนไรน าของผอู ่นื ” ศาลฎีกาจงึ วนิ จิ ฉัยวาถา ขอเทจ็ จรงิ ไดค วามวา
สัตวน้ันมีผูเลี้ยงดูแลควบคุมอยูก็จะถือวา “ปลอย” ไมได การท่ีประมวลกฎหมายอาญาใชคําวา
“ปลอยปละละเลย” จึงมีความหมายแตกตางไปจากกฎหมายเกา ดังนั้น ขอเท็จจริงท่ีผูกระทําไมผิด
กฎหมายลักษณะอาญาจึงอาจผิดตามมาตรานี้ได เชน เลี้ยงกระบือแตไมควบคุมดูแลใหดี กระบือ
จึงเขา ไปในสวนของผอู นื่ เชนนี้ เปนตน

ó. Êǹ äË ËÃ×Í¹Ò เปนของผูอ่ืนที่ไดแตงดินไว เพาะพันธุไว หรือมีพืชพันธุ
หรือผลิตผลอยู

หมายถงึ สวน ไร หรือนา ตามความหมายเดยี วกบั ในมาตรา ๓๙๔
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ õõô/òôøô การปลอยชางไวในปาชาไมควบคุม ทาํ ใหชางนั้นเขาไป ในไร
ของผูอ นื่ หา ง ๗๐ เสน ผคู วบคมุ ชา งมคี วามผิดตามมาตราน้ี
®Õ¡Ò·èÕ ññó÷/òõðö โคเปนของจาํ เลย จาํ เลยเปนผูเล้ียงดูรักษา โดยเวลาเชา
จําเลยจะเปดคอกปลอยใหโคออกมากินตามลาํ พัง ไมมีคนคอยควบคุมเลี้ยงดูรักษาตกเวลาเย็น
จําเลยจงึ ไปไลก ลบั เขา คอก ดงั นี้ ถอื วา จําเลยเปน ผคู วบคมุ สตั วต ามความหมายแหง ป.อ.มาตรา ๓๙๕
แลว การที่จําเลยไมควบคุมปลอยปละละเลยใหโคเขาไปกัดกินพืชพันธุในไรของผูเสียหายท่ีปลูกไว
จึงมีความผิด
(©) ·é§Ô «Ò¡ÊμÑ Ç«è§Ö ÍÒ¨à¹Ò‹ àËÁç¹ã¹ËÃ×ÍÃÁÔ ·Ò§ÊÒ¸ÒóÐ
ÁÒμÃÒ óùö ผูใดทง้ิ ซากสตั วซ ึง่ อาจเนา เหม็นในหรือรมิ ทางสาธารณะ ตอ งระวางโทษ
ปรบั ไมเ กินหาพนั บาท
องคประกอบของความผิดมดี ังนี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทิ้งซากสัตวซ ่ึงอาจเนา เหมน็
๒. ในหรือริมทางสาธารณะ
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ·§éÔ «Ò¡ÊμÑ Ç«Öè§ÍÒ¨à¹Ò‹ àËÁ¹ç
ทิง้ คือปลอ ยไวไ มว าวิธใี ด เชน โยน กอง ขวา ง ปา วาง เปน ตน
ซากสตั ว คือ สัตวที่ตายแลว และซากนน้ั ตอ งเนาเหมน็ ได จึงไมรวมถึงซากท่ีแหงจนไม
อาจเนา เหมน็ ไดแ ลว และซากนนั้ ไมจ าํ เปน ตอ งเนา เหมน็ ในขณะทท่ี ง้ิ กเ็ ปน ความผดิ แลว เชน ซากสนุ ขั
ซากแมว เปนตน และซากที่วาน้ีไมจาํ เปนตองเปนซากที่อยูครบทั้งตัว อาจเปนสวนใดสวนหนึ่งก็ได
เชน ศรี ษะ หรือขา หรอื ลําตวั เทา นน้ั กไ็ ด

๒๗๘

ò. ã¹ËÃ×ÍÃÔÁ·Ò§ÊÒ¸ÒóÐ
ทางสาธารณะ เคยกลา วไวแ ลว เชน ถนนหนทาง แมน า้ํ ลาํ คลอง
ในหรอื รมิ ทางสาธารณะ จงึ หมายถงึ ในถนนหรอื รมิ ถนน ในแมน า้ํ หรอื รมิ ลาํ คลอง เปน ตน
à¨μ¹Ò ผกู ระทาํ จะตอ งมเี จตนาธรรมดาตามมาตรา ๕๙ เพราะคําวา “ทิง้ ” แสดงวา จงใจ
หรือต้งั ใจกระทาํ

¤ÇÒÁ¼´Ô à¡èÕÂǡѺ¡Òá‹ÍãËŒà¡Ô´ÍѹμÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨áÅФÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É͹×è æ

á¹Ç¤´Ô
๑. การกระทําอันตรายตอกายหรือจิตใจของผูอ่ืน การขมขูหรือขมเหงรังแกผูอ่ืน
การกระทําทารุณตอผูที่ออนแอกวาเน่ืองจากอายุหรือความเจ็บปวย แมเปนเพียงเล็กนอยกฎหมาย
ก็บัญญตั ิไวเปน ความผิด
๒. บุคคลวิกลจริตกฎหมายถือวา เปนบุคคลท่ีตองอยูในความควบคุม ดังน้ัน
การปลอยปละละเลยใหบุคคลดังกลาวออกมาจึงกอใหเกิดอันตรายตอประชาชนไดกฎหมาย
จึงบัญญัติเอาผิดแกผูปลอยปละละเลยน้ัน นอกจากน้ีการชวยบุคคลที่ตกอยูในภยันตรายเปนส่ิงที่
มนุษยควรกระทํา การละเลยจึงเปนการกระทําท่ีผิดตอกฎหมายรวมท้ังการเปลือยหรือเปดเผย
รางกายหรอื การกระทาํ ลามกตอหนาธารกาํ นัล กฎหมายถือเปน ความผิดเชน เดียวกัน และการดูหมน่ิ
เปนส่ิงท่ีกอใหเกิดความบาดหมางกันในหมูประชาชน เปนอันตรายตอการอยูรวมกันของบุคคล
ในสงั คม กฎหมายจงึ ตองบญั ญัติใหเ ปน ความผดิ ดวย

¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¡Òá͋ ãËŒà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃ×ͨμÔ ã¨

ความผดิ ในเร่อื งนีป้ ระกอบดว ยความผดิ ๕ ฐาน คอื
๑. กระทําโดยประมาทเปน เหตใุ หผ ูอนื่ รบั อันตรายแกกายหรือจิตใจ
๒. ใชกาํ ลงั ทาํ รา ยผอู ื่นโดยไมถงึ กบั เปน เหตใุ หเ กดิ อันตรายแกก ายหรอื จติ ใจ
๓. ทาํ ใหผอู นื่ เกดิ ความกลัวหรอื ความตกใจโดยการขเู ขญ็
๔. กระทําดวยประการใดๆ อันเปนการรังแกหรือขมเหงผูอื่นในที่สาธารณสถาน
หรอื ตอหนา ธารกํานัล
๕. กระทาํ ทารุณตอ เดก็ อายุยงั ไมเ กินสิบหาป คนปว ยเจ็บหรอื คนชรา
ซ่งึ ความผิดท้ัง ๕ ฐานจะปรากฏอยูในมาตรา ๓๙๐, ๓๙๑, ๓๙๒, ๓๙๗ และ ๓๙๘
ดงั มสี าระสําคญั ดงั น้ี
(¡) ¡ÃÐทําâ´Â»ÃÐÁҷ໹š àËμØãËŒ¼ÍŒÙ è×¹ÃÑºÍ¹Ñ μÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨
มาตรา ๓๙๐ ผูใดกระทําโดยประมาท และการกระทําน้ันเปนเหตุใหผูอื่นรับอันตราย
แกก ายหรอื จติ ใจตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ หมนื่ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั

๒๗๙

องคประกอบของความผิดมีดงั น้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทาํ ดว ยประการใดๆ
๒. เปนเหตใุ หผ ูอ่ืนรบั อันตรายแกก ายหรือจติ ใจ
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- ประมาท
คํา͸ԺÒÂ
๑. กระทําดวยประการใดๆ กฎหมายไมจํากัดลักษณะการกระทําไว จึงหมายถึง
การกระทําใดๆ ก็ไดท ั้งสน้ิ เชน วงิ่ ยืน เดนิ ปส สาวะ ขบั รถ กระโดด ฯลฯ
๒. เปนเหตุใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ หมายถึง การกระทําดังกลาว
ในขางตนน้ันเปนผลใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกาย เชน ฟกชํ้า ปูดบวม มีบาดแผล เลือดไหล หรือ
เปน ผลใหผูอื่นไดร บั อันตรายแกจิตใจ เชน ตกใจจนชอ็ ก มนึ งง เปน ตน อยางไรกต็ ามอันตรายตอกาย
หรือจติ ใจนัน้ ตอ งเปนผลโดยตรงจากการกระทาํ โดยประมาทนนั้
»ÃÐÁÒ· การกระทําความผิดตามมาตรานี้ มิไดจํากัดลักษณะของการกระทําไว
โดยเฉพาะ คงมคี วามหมายถงึ การกระทาํ ทกุ อยา งทไ่ี ดก ระทาํ โดยประมาท คอื มใิ ชก ารกระทาํ โดยเจตนา
แตก ระทาํ โดยปราศจากความระมดั ระวงั ซงึ่ บคุ คลในภาวะเชน นน้ั จกั ตอ งมตี ามวสิ ยั และพฤตกิ ารณ และ
ผกู ระทาํ อาจใชค วามระมดั ระวังเชนวา นนั้ ไดแ ตหาไดใชใ หเ พียงพอไม
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ñòøò/òõñô จําเลยท่ี ๑ และท่ี ๒ ขับเรือแลนมาตรงกลางลาํ นาํ้ ดวย
ความเร็วสูง เม่ือใกลจะสวนกันเรือทั้งสองแลนเกือบจะเปนเสนตรงเขาหากันในลักษณะนากลัว
จะเกิดโดนกัน แมจาํ เลยที่ ๒ จะเบนหลีกไปทางขวามือ อันเปนการปฏิบัติตามกฎหมายก็ตาม
แตจําเลยท่ี ๒ ก็มิไดลดความเร็วกลับขับเรือเบนหลีกไปทางขวาในระยะกระช้ันชิด สวนจาํ เลยที่ ๑
กม็ ไิ ดล ดความเรว็ ทง้ั มไิ ดเ บนหลกี ไปทางขวา แตค งแลน เรอื ตรงไป เรอื จําเลยที่ ๒ จงึ ชนเรอื ของจําเลย
ที่ ๑ เปน เหตุใหผ ูโดยสารในเรือจาํ เลยที่ ๑ ถึงแกความตายและบาดเจบ็ เชน นี้แสดงวาจําเลยทัง้ สอง
มีความประมาทปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเชนจําเลยท้ังสองซึ่งขับข่ีเรือยนต
สวนทางกัน จักตองมีตามวิสัยและพฤติการณ จําเลยทั้งสองจึงตองมีความผิดฐานกระทํา
โดยประมาทเปนเหตใุ หผอู ่นื ถึงแกความตายและบาดเจ็บ
®Õ¡Ò·èÕ òòñò/òõóò จาํ เลยที่ ๒ ขับรถมาตามถนนพหลโยธินจากสามแยก
เกษตรมุงหนาไปทางลาดพราวเมื่อถึงสี่แยกพหลโยธินตัดกับถนนรัชดาภิเษก สัญญาณไฟจราจรเปน
สีแดง จาํ เลยที่ ๒ ไดขับรถเคล่ือนอยางชาๆ ฝาฝนสัญญาณไฟแดงจราจรสีแดงเขาไปในสี่แยก
จนเลยเสน สขี าวทกี่ ําหนดใหร ถหยดุ ประมาณ ๑๐ เมตร เกอื บถงึ กลางสแ่ี ยก รถจาํ เลยที่ ๒ จงึ ขวางทาง
จําเลยที่ ๑ ซ่ึงแลนมาดวยความเร็วตามถนนรัชดาภิเษกดานถนนวิภาวดี-รังสิต มุงหนาไปตาม

๒๘๐

ถนนรัชดาภิเษกเขาไปในส่ีแยก รถจาํ เลยที่ ๑ หามลอและหักหลบเฉี่ยวชนรถจาํ เลยที่ ๒ แลว
เสียหลักไปทางขวาไปชนรถที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรในถนนรัชดาภิเษกดานท่ีมาจากลาดพราว
และชนผูเสียหาย พฤติการณเชนนี้ถือไดวาจําเลยที่ ๒ ขับรถดวยความประมาทเปนเหตุโดยตรง
ทาํ ใหรถจาํ เลยท่ี ๑ เฉย่ี วชนรถจําเลยท่ี ๒ และชนผเู สยี หายไดรบั อนั ตรายแกก าย

®Õ¡Ò·èÕ òñõô/òõóô จําเลยที่ ๒ สําคัญผิดวาบุตรแรกเกิดของตนถึงแก
ความตายแลว จงึ โยนลงมาจากหนาตางโรงแรม แมโ จทกจ ะไมม ีพยานรเู หน็ วา จําเลยท่ี ๑ รวมลงมอื
กระทําความผิดกับจําเลยท่ี ๒ แตการท่ี จาํ เลยท่ี ๑ อยูรวมหองเดียวกับจาํ เลยที่ ๒ ตามลําพัง
ในขณะที่จาํ เลยท่ี ๒ คลอดบุตร จาํ เลยท่ี ๒ ยอมตองมีความเจ็บปวด ซึ่งจะตองเรียกใหจําเลยที่ ๑
ชวยเหลือตน ตามพฤติการณจึงมีเหตุผลใหเชื่อไดวาจาํ เลยท่ี ๑ ไดรูเห็นในการคลอดบุตรของจาํ เลย
ท่ี ๒ แมจะเปนการคลอดกอนกําหนดประมาณ ๒ เดือนเศษก็หาใชวาเด็กทารกจะไมมีชีวิตรอดอยู
เสมอไปไม จาํ เลยที่ ๑ ในฐานะบิดายอมมีหนาที่ตองเอาใจใสดูแลบุตรดวยการใชความระมัดระวัง
ตรวจดูใหถวนถ่ีเสียกอนวาบุตรที่เกิดมายังมีชีวิตรอดอยูหรือไม มิใชปลอยใหจําเลยท่ี ๒ โยนบุตร
ท้ิงไปโดยมิไดหามปรามทั้งๆ ท่ีจําเลยที่ ๑ สามารถใชความระมัดระวังในกรณีเชนน้ีได จําเลยที่ ๑
จึงมีความผิดฐานกระทาํ โดยประมาทเปน เหตุใหผ ูอ ื่นไดรบั อนั ตรายแกก ายตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๐

การกระทําโดยประมาทท่ีเกิดข้ึน ถึงแมวาจะเปนการประมาทอยางรายแรงสักเพียงใด
ถา ไมถ ึงขั้นเกิดอันตรายแกกายหรอื จิตใจแกผอู ่ืนแลวก็ยังถือไมไดว ามีความผดิ ตามมาตรานี้

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñ÷÷ð/òõñö แมการขับรถของจําเลยเปนที่นาหวาดเสียว เปนเหตุใหเกิด
ชนกันอยางแรง และตางเสียหายมากอยางไรก็ตาม แตเมื่อลักษณะบาดแผลของผูเสียหายที่ไดรับ
เพียงเจ็บบริเวณขอศอก ปลายแขนซายมีรอยช้ําเล็กนอย รักษาประมาณ ๒ วัน เทานี้ยังไมรุนแรง
จนเปนเหตใุ หเ กดิ อนั ตรายแกกาย อันจะเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๐
(¢) ãªกŒ ําÅѧทาํ ÃÒŒ ¼ٌÍè×¹â´ÂäÁ‹¶Ö§¡ºÑ ໚¹àËμØãËŒà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃÍ× ¨μÔ ã¨
ÁÒμÃÒ óùñ ผูใดใชกําลังทํารายผูอื่นโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย
หรือจิตใจตองระวางโทษจําคุกไมเกนิ หน่ึงเดือน หรือปรบั ไมเกนิ หนึ่งหม่ืนบาทหรือท้ังจาํ ทัง้ ปรับ
ความผดิ ตามมาตรานี้ มสี าระสาํ คญั เชน เดยี วกบั กฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓)
ซึ่งมีความวา “ผูใดบังอาจทุบตีหรือใชกําลังกระทําอยางใดๆ แกผูอ่ืนแตไมถึงแกบาดเจ็บ ทานวา
มันมคี วามผิดตอ งระวางโทษชัน้ ๔”
องคป ระกอบของความผิดมีดงั น้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ใชกาํ ลงั ทําราย
๒. ผูอนื่
๓. โดยไมถ ึงกับเปนเหตุใหเ กิดอันตรายแกกายหรอื จิตใจ

๒๘๑

ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
- เจตนา

คาํ ͸ºÔ ÒÂ
ñ. ãªกŒ ําÅ§Ñ ทาํ ÃŒÒÂ
ใชกาํ ลังทาํ ราย ตางจากความผิดฐานทํารายรางกายตามมาตรา ๒๙๕ ซ่ึงใชคําวา
“ทําราย” และตางกับคําวา “ใชกําลังประทุษราย” ตามมาตรา ๓๓๙ ซึ่งมีคํานิยามตามมาตรา ๑(๖)
วาหมายความวา “ทาํ การประทุษรายแกกายหรือจิตใจของบุคคลไมวาจะทาํ ดวยใชแรงกายภาพ
หรอื ดว ยวธิ อี น่ื ใด และใหห มายความรวมถงึ การกระทาํ ใดๆ ซงึ่ เปน เหตใุ หบ คุ คลหนงึ่ บคุ คลใดอยใู นภาวะ
ท่ีไมสามารถขัดขืนได ไมวาจะโดยใชยาทําใหมึนเมาสะกดจิตหรือใชวิธีอ่ืนใดอันคลายคลึงกัน”
จึงเห็นไดวาการใชกําลังทาํ รายมีความหมายที่แคบกวาการทํารายตามมาตรา ๒๙๕ โดยจํากัดไว
เฉพาะการทํารายที่ใชกาํ ลังเทานั้น และการท่ีกฎหมายใชคาํ วาใชกําลังทาํ รายโดยไมใชคําวาใชกําลัง
ประทุษรายจึงแสดงวาจะนาํ คาํ นิยามตามมาตรา ๑(๖) มาใชกับคาํ วาใชกําลงั ทาํ รา ยไมไ ด
การทาํ รายโดยใชกาํ ลัง หมายถึง การกระทาํ โดยใชแรงกายภาพเทาน้ัน และไมรวมถึง
การกระทําใดๆ ซึ่งเปนเหตุใหผูอ่ืนอยูในภาวะที่ไมสามารถขัดขืนได ไมวาจะโดยใชยาทาํ ใหมึนเมา
สะกดจิตหรอื ใชวธิ อี ่นื ใดอนั คลายคลึงกัน
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè öð÷/òôøõ การเอายาพิษปนในอาหารแลวเอาไปใหผูเสียหายรับประทาน
จนมีอาการมึนเมาอาจเปน ความผิดฐานทาํ รายรางกายได แตยงั ไมเปน การใชก าํ ลงั ทํารา ย
ศาลฎีกาไดวินิจฉัยไวในคาํ พิพากษาฎีกาท่ี ๖๓๔/๒๔๘๖ วา “คาํ วาใชกําลังในท่ีน้ี
หมายความวาทําการเคลื่อนไหวรางกาย” ดังนั้น จึงสรุปไดวา การทํารายดวยวิธีการอันใดก็ตาม
ทต่ี อ งการมกี ารเคลอื่ นไหวแหง รา งกายเขาทํารายแลวยอมเปน การใชก าํ ลังทาํ รายทง้ั สิน้ เชน ชก เตะ
ถีบ ตีดว ยไม ใชมือตบ ใชม ีดดาบแทง เปนตน
®Õ¡Ò·Õè ñôñö/òô÷ù การเอาอุจจาระเทรดจากที่สูงโดยเจตนาจะใหถูกเขา
ซึ่งเดินและอุจจาระไดถูกเขาเปรอะเปอนตั้งแตศีรษะจนถึงเทา เปนการใชกําลังกระทําแกผูอ่ืน
ไมถึงบาดเจ็บตามกฎหมายลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) (ป.อ.มาตรา ๓๙๑)
®¡Õ Ò·Õè öóô/òôøö จาํ เลยถา ยปส สาวะรดผเู สยี หายเปน การใชก าํ ลงั อยา งหนง่ึ จาํ เลย
จงึ มีความผดิ ตามมาตรา ๓๓๘(๓) (ป.อ.มาตรา ๓๙๑)
®¡Õ Ò·èÕ òñùù/òõñù จําเลยใชกาํ ลังจับมือผูตายใหลุกข้ึน โดยผูตายไมสมัครใจ
เม่ือผูตายบอกวาจะไปสวมเสื้อกอน จาํ เลยจึงปลอยถือไดวาเปนการใชกาํ ลังทํารายเปนความผิด
ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑
การกระทําท่มี ไิ ดม กี ารเคล่อื นไหวแหงรางกาย ยังถอื ไมไ ดวาเปนการใชก าํ ลังทํารา ย

๒๘๒

ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ òõøô/òõòò การท่ีจาํ เลยเพียงแตจับแขนโจทกซึ่งวางที่ประตูรถยนต มิได
ดึงกระชาก ไมเปนการใชกําลังทํารายโจทกโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจ
ตามมาตรา ๓๙๑
ò. ¼ŒÙÍ×è¹ หมายถึง เปน การใชกาํ ลงั ทาํ รายผอู ่ืน มิใชกระทําตอตนเอง
ó. â´ÂäÁ‹¶Ö§¡Ñºà»š¹àËμØãËŒà¡Ô´ÍѹμÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃ×ͨÔμ㨠หมายถึง การใชกาํ ลัง
ดงั กลา ว ไมเปน เหตุใหเกดิ อันตรายแกก ายหรอื จิตใจของผูทีถ่ ูกใชก าํ ลงั ทํารา ย
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ öøø/òõð÷ ใชเทาเตะและถีบ ผูเสียหายมีบาดแผลที่ด้ังจมูกถลอกเล็กนอย
เทาเมล็ดขาวเปลือก หางคิ้วซายถลอกเล็กนอยและที่ใบหูขวาชํ้าเล็กนอย รักษา ๒ วันหาย เรียกวา
ยังไมถงึ ข้นั เกิดอนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจ
®Õ¡Ò·èÕ øøù/òõð÷ ใชมีดดาบแทงทาํ รายถูกชายโครงมีรอยชาํ้ แดงโตกลม
คร่ึงเซนติเมตร รักษาประมาณ ๕ วันหาย ยังถือไมไดวาเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย จึงผิด
ตามมาตรา ๓๙๑
®Õ¡Ò·èÕ ôó÷/òõñõ ผูเสียหายถูกจําเลยเตะทั้งรองเทา มีบาดแผลเปนรอยชา้ํ
บวมที่หนาผาก เบาตาชํ้าบวมเขียว ตาขวามีรอยชํ้าเลือด ริมฝปากลางแตก รอยชํ้าบวมที่ปลายคาง
หัวเขาบวมเล็กนอย มีรอยถลอกเลือดออกซ่ึงบาดแผลทั้งหมดควรจะหายภายใน ๗ วัน เชนน้ีถือวา
เกดิ อันตรายแกก ายแลว
®Õ¡Ò·Õè ôùô÷/òõóñ ผูเสียหายไดรับบาดแผลฟกชํ้าที่หนาดานซายเพียงแหงเดียว
แพทยลงความเห็นวารักษาประมาณ ๗ วัน ตามรายงานผลการตรวจบาดแผลทายฟอง
โจทกไมไดนําสืบ แพทยผูตรวจชันสูตรบาดแผลของผูเสียหายท่ีไดรับบาดเจ็บจากการถูกทาํ ราย
มากกวาน้ี จึงยังฟงไมไดวาผูเสียหายถูกทํารายจนเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจตาม
ป.อ. มาตรา ๒๙๕ คงเปน ความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ เทานัน้
®Õ¡Ò·èÕ ùõ/òõóò จําเลยท้ังสองทราบดีวา ส. กบั ผูตายมสี าเหตโุ กรธเคอื งกนั มากอ น
วันเกิดเหตุจาํ เลยทั้งสองกับ ส. เดินไปพบผูตายกับพวก ส. ชักมีดปลายแหลมไลแทงทาํ รายผูตาย
จําเลยท้ังสองไดว่งิ ตาม ส.เขา ไปดว ย เมื่อ ส. แทงผตู ายแลว จําเลยทั้งสองไดชวยกัน กระทืบผตู ายซา้ํ
แลว จาํ เลยทงั้ สองกับ ส. กไ็ ดหลบหนไี ปดว ยกัน แสดงใหเห็นเจตนาของจําเลยกับพวกทจี่ ะรว มกนั แทง
ทํารายผูตายมาแตตน แมจําเลยท้ังสองจะไมไดแทงผูตาย เพียงแตกระทืบผูตาย อันเปนการทําราย
ผูอ่ืน โดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกายหรือจิตใจก็ตาม เมื่อการตายของผูตายเกิดจาก
การแทงทาํ รายของพวกจาํ เลยก็ยอมถือวาจาํ เลยทั้งสองเปนตัวการในความผิดฐานรวมกันฆาผูอ่ืน
โดยเจตนาดว ย

๒๘๓

®¡Õ Ò·èÕ óùñó/òõóô ขณะเกิ ดเหตุ คนที่ มาในงานเลี้ ยงโกรธผู ตายที่ ยิ งป น
จึงตางคนตางทํารายผูตาย จาํ เลยเขาไปเตะและกระทืบผูตาย มิไดใชอาวุธทาํ รายรางกายผูตาย
จําเลยไดกระทาํ ไปตามลาํ พังมิไดรวมหรือสมคบกับผูอ่ืน ปรากฏจากบาดแผลของผูตายตามรายงาน
การชันสูตรพลิกศพวา ท่ีเหนือคิ้วขวามีรอยถูกของแข็งตีเปนบาดแผลยาว ๑ นิ้ว ตรงกลางหนาผาก
ถูกของแข็งยาว ๕ นิว้ เศษ ยุบลกึ ลงไป ๑ นิ้ว ใตตาขวาถูกของแขง็ ตีแตกยาว ๑ นิ้ว บาดแผลแตละ
แหงเกดิ จากการถูกตีดวยความแรงจนกะโหลกศีรษะยบุ และแตกเปนชิน้ รางกายสวนอนื่ ไมม ีบาดแผล
เหตุที่ตาย เนื่องจากผูตายถูกตีดวยของแข็งอยางแรงหลายที เปนเหตุใหกะโหลกศีรษะแตกและยุบ
สมองไดรับความกระทบกระเทือนอยางแรงผูตายถึงแกความตายทันที ยอมแสดงใหเห็นชัดวาท่ี
จาํ เลยเตะและกระทืบผูตายมิไดเปนเหตุใหผูตายไดรับบาดแผลดังกลาว ท้ังรางกายสวนอื่นนอกจาก
บาดแผลนน้ั ก็ไมป รากฏวา มบี าดแผลหรอื รอยฟกช้าํ อื่นใดอีก ดังน้ี ยงั ถือไมไดว า จําเลยรวมกระทาํ ผิด
กับผูอ่ืนโดยมีเจตนาฆาผูตาย การกระทาํ ของจาํ เลยจึงเปนเพียงการใชกาํ ลังทํารายผูอื่นโดยไมถึงกับ
เปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย อันเปนความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑ ความตายของผูตายมิใชผล
โดยตรงท่เี กิดจากการกระทําของจําเลย จําเลยจงึ ไมตอ งรับผดิ

®Õ¡Ò·èÕ óóð/òõóõ ผลการชันสูตรบาดแผลของแพทยมีความเห็นวา มีรอยบวม
เล็กนอยท่ีขมับดานซายบาดแผลรักษาหายภายใน ๓ วัน เปนความผิดฐานทาํ รายรางกายตาม
ป.อ.มาตรา ๓๙๑

®¡Õ Ò·èÕ ñõøó/òõóõ ป. พวกของจาํ เลยไมพ อใจผเู สยี หายเพราะ ป. ขบั ขจ่ี กั รยานยนต
เฉี่ยวผูเสียหาย ผูเสียหายยกศอกขึ้นกัน แตไปถูกศีรษะ ป. สาเหตุดังกลาวเปนเหตุเพียงเล็กนอย
ไมทาํ ให ป. กับพวกโกรธแคนถึงกับจะตองฆาผูเสียหาย เมื่อ ป. และจําเลยพบกับผูเสียหาย
ป. ไดพ ูดจาโตเถยี งแลว พวกของ ป. ชกผเู สยี หาย ห. ใชม ดี ปลายแหลมแทงผเู สยี หาย จาํ เลยกบั พวก
ที่เหลือเขามารุมตอย แสดงวาพวก ป. มีความโกรธเกิดข้ึนในปจจุบันทันที ท้ังไมปรากฏวาไดสมคบ
กันมากอน ตางคนตางมีเจตนาทํารายรางกายผูเสียหาย ดังน้ันแตละคนจึงมีความผิดตามผล
ท่เี กดิ ขนึ้ จากการกระทาํ ของแตล ะคนเม่ือจําเลยเพยี งแตชกตอ ยผูเสยี หาย แตผูเ สยี หายไมมแี ผลฟกช้ํา
ซึ่งแสดงวาถูกตอย จาํ เลยจึงมีความผิดฐานทาํ รายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย
หรอื จิตใจ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๑

ÍØ·ÒËó¢Í§ÍѹμÃÒÂá¡‹¨Ôμã¨
®¡Õ Ò·Õè ñóùù/òõðø ถูกชกตไี มป รากฏบาดแผลเปนอันตรายแกกาย แลว ถกู พาตัวไป
คุมขงั ไวใตถนุ สถานีตํารวจแตเดยี วดายไกลหไู กลตาผตู อ งหาดวยกัน เชนนี้ไมเ ปน อนั ตรายแกจติ ใจ
®Õ¡Ò·èÕ ò÷ó/òõðù การใชเทาเงื้อจะถีบไมเปนอันตรายตอจิตใจ เพราะอันตราย
ตอจิตใจนนั้ ตองเปนผลจากการทาํ รา ย ความรูส กึ วา ถกู เหยยี ดหยามเจบ็ ใจแคน ใจ เหลานี้เปนอารมณ
หาใชเปนอันตรายตอ จิตใจไม
à¨μ¹Ò ผูก ระทาํ ตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙

๒๘๔

องคประกอบภายในของความผิดมาตรานี้คือ เจตนาทําราย ศาลฎีกาวินิจฉัยใน
คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๑๙/๒๕๑๗ วา “การใชกําลังยอมแสดงอยูในตัววาตองมีเจตนา ประกอบกับ
คาํ วา ทาํ รา ย เปน การชดั แจง วา ตอ งมเี จตนากระทาํ ตอ รา งกายและจติ ใจของผอู นื่ คอื ตอ งมเี จตนาทาํ รา ย
เมอ่ื ขอ เทจ็ จรงิ ในคดนี ฟี้ ง เปน ยตุ ไิ ดว า จําเลยใชก าํ ลงั ผลกั อกผเู สยี หายมใิ หผ เู สยี หายขน้ึ ไปบนอฒั จนั ทร
โดยจําเลยไมมเี จตนาทํารา ย การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเปนความผิด”

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ùô÷/òô÷ñ จําเลยเปนครูใหญโรงเรียนประชาบาล ไดรับรายงานจากครู
ประจาํ ชั้นวามีเด็กนักเรียนเกียจคราน ๖ คน ซ่ึงลวนแตเปนเด็กดื้อสั่งสอนยากและถูกครูลงโทษ
มาหลายครงั้ แลว จาํ เลยจงึ เรยี กตวั เดก็ ทงั้ ๖ มาสง่ั สอนและลงโทษเฆยี่ นดว ยไมเ รยี วคนละ ๔ ที เปน การ
ทาํ โทษในฐานครกู บั ศษิ ยโ ดยเจตนาดพี อสมควรแกเ หตุ และจําเลยกม็ ไิ ดม คี วามลําเอยี งแกลง ลงโทษเดก็
คนใดใหไดร บั บาดเจ็บเปนพเิ ศษกวาคนอืน่ จําเลยจงึ ไมมคี วามผดิ
ปญหาที่นาสนใจเก่ียวกับมาตรานี้ประการหน่ึงคือ การทาํ รายอันเกิดจากมูลวิวาท
โดยตางฝายตางใชกําลังทาํ รายกัน จะถือวาเปนความผิดตามมาตรานี้หรือไม แตเดิมมาศาลฎีกาได
วางหลักของกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) วาแมจะเปนเร่ืองวิวาทกัน จําเลยก็มีความผิด
เพราะไมมีกฎหมายหามไมใหคูวิวาทฝายท่ีบาดเจ็บฟองอีกฝายหน่ึง (ฎีกาที่ ๕๙๙, ๖๐๐/๒๔๖๙)
และไดยึดหลักน้ีตลอดมา (ฎีกาที่ ๓๓๙/๒๔๗๐, ฎีกาท่ี ๓๙๖/๒๔๗๐, ฎีกาท่ี ๔๐๗/๒๔๗๖,
ฎกี าท่ี ๓๐๖/๒๔๗๗) จนถงึ พ.ศ.๒๔๗๘ กเ็ รมิ่ วางหลกั ใหมว า การทาํ รา ยกนั เกดิ จากการววิ าทจงึ เปน การ
ท่ีตางฝา ยตางสมัครใจ เขาทํารายซง่ึ กันและกนั ไมพงึ ฟงวา ฝายใดบงั อาจ (ฎีกาท่ี ๙๗๒/๒๔๗๘) และ
ไดเ ดนิ ตามแนวนม้ี าจนถงึ พ.ศ.๒๕๐๐ (ฎกี าที่ ๑๑๒๐/๒๔๘๐, ฎกี าท่ี ๙๕๓/๒๔๘๔, ฎกี าท่ี ๙๙๔/๒๔๘๗
และฎีกาที่ ๑๔๙๕/๒๕๐๐) ก็ไมปรากฏคาํ พิพากษาฎีกาในเรื่องน้ี อีกขอที่นาสังเกตวากฎหมาย
ลกั ษณะอาญามาตรา ๓๓๘(๓) ไดใ ชค าํ วา “ผใู ดบงั อาจ” ซงึ่ ศาลฎกี าไดย ดึ เปน หลกั อธบิ ายวา การสมคั รใจ
ววิ าททาํ รา ยกนั จงึ ไมเ ปน ความผดิ เพราะไมอ าจฟง ไดว า ฝา ยใดบงั อาจ ดงั นนั้ แมก ระทง่ั พนกั งานอยั การ
ก็ไมอาจเปนโจทกฟองได ในขณะเดียวกันกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ ซ่ึงเปนความผิด
ฐานทํารายรางกายไมปรากฏวามีคาํ วาบังอาจอยูในตัวบท ดังนั้นการทํารายรางกายถึงบาดเจ็บ
อนั เกดิ จากการววิ าทจงึ เปน ความผดิ (ฎกี าที่ ๓๖๕/๒๔๗๒, ฎกี าที่ ๒๒/๒๔๗๕) เมอ่ื พเิ คราะหข อ ความ
ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๑ แลว ไมป รากฏวา มคี าํ วา “บงั อาจ” เชน กฎหมายลกั ษณะอาญา
ดังนั้นจึงเห็นวาการใชกาํ ลังทํารายซึ่งกันและกันในการวิวาทตอสูโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตราย
แกกายหรือจติ ใจจงึ เปน ความผดิ ตามมาตราน้ี
®Õ¡Ò·èÕ óõùò/òõôõ จําเลยจับขอมือของโจทกยกขึ้นพรอมกับพูดวาโจทกไมมีสิทธิ
เก็บคาเชา เมื่อเจาพนักงานตํารวจเขามาจาํ เลยก็ปลอยมือโจทก โดยใชเวลาจับมือของโจทกไวไมเกิน
๑ นาที เจตนาอันแทจริงของจําเลยในการจับมือโจทกยกขึ้นก็เพ่ือใหเจาพนักงานตาํ รวจเห็นวาโจทก
ไดร บั เงินคา เชาบานไวโดยไมมสี ทิ ธิจะรับเทาน้นั หาไดม ีเจตนาจะทํารา ยโจทกใ หไดรับอนั ตรายแกกาย
หรือจิตใจแตอยางใด จึงไมมีความผิดฐานทาํ รายรางกายผูอ่ืนโดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแก
กายหรอื จิตใจ

๒๘๕

®Õ¡Ò·Õè òøøø/òõô÷ การทํารายเพียงใดจะถือวาเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย
หรอื จติ ใจนนั้ ตอ งพจิ ารณาถงึ การกระทําและบาดแผลทผี่ เู สยี หายไดร บั ประกอบกนั โจทกบ รรยายฟอ ง
ในสวนนี้วา จําเลยกับพวกท่ีหลบหนีรวมกันรัดคอและตัวผูเสียหายที่ ๑ และขวางชามกวยเตี๋ยวใส
ผเู สยี หายที่ ๒ ถกู บรเิ วณหนา ผากและน้าํ กว ยเตยี๋ วสาดถกู ใบหนา ผเู สยี หายที่ ๑ แลว ใชก ําลงั ประทษุ รา ย
เตะผูเสียหายที่ ๒ ท่ีหนาอก ๑ ครั้ง เม่ือพิเคราะหรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย
ผเู สยี หายท่ี ๑ มรี อยถลอกทแ่ี ขนยาว ๓ เซนตเิ มตร ๒ แผล รอยบวมแดงกลางหนา อก ๒ เซนตเิ มตร และ
ขอบตาบนบวมทง้ั สองขา ง สว นผเู สยี หายท่ี ๒ มบี าดแผลฉกี ขาดทหี่ นา ผากยาวประมาณ ๓ เซนตเิ มตร
๒ แผล และรอยบวมขนาดเสน ผาศูนยกลาง ๑ เซนติเมตร ท้ังแพทยล งความเหน็ วา ลักษณะบาดแผล
ของผูเสียหายท้ังสองใชเวลารักษาประมาณ ๗ วัน ซึ่งลักษณะของการกระทาํ และบาดแผลดังกลาว
นับไดวาผูเสียหายไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจแลว จาํ เลยจึงมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๕
ประกอบมาตรา ๘๓

(¤) ทาํ ã˼Œ ŒÙ͹è× à¡´Ô ¤ÇÒÁ¡ÅÑÇËÃ×ͤÇÒÁμ¡ã¨â´Â¡Òâ‹Ùà¢Þç
ÁÒμÃÒ óùò ผใู ดทําใหผอู น่ื เกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขูเขญ็ ตองระวางโทษ
จําคกุ ไมเ กินหนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเกินหน่ึงหม่ืนบาทหรอื ทั้งจําทง้ั ปรบั
องคประกอบของความผิดมดี งั น้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ทําใหผูอ่ืนเกดิ ความกลัวหรือความตกใจ
๒. โดยการขเู ขญ็
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. ทาํ ãËŒ¼ŒÙÍ×è¹à¡Ô´¤ÇÒÁ¡ÅÑÇËÃ×ͤÇÒÁμ¡ã¨ หมายถึง การขูเข็ญนั้นทาํ ใหผูอ่ืนเกิด
ความกลวั หรอื ความตกใจวาจะเกดิ ภัยอยางใดอยา งหน่งึ ข้นึ กับตน เชน กลัววาจะถกู ฆา กลัววาจะถูก
เสกหนังเขา ทอง เปน ตน
ò. â´Â¡Òâًà¢çÞ หมายถึง การแสดงวาจะทาํ ใหเกิดภัยแกผูอ่ืนไมวาจะเกิดขึ้นในทันที
หรือในอนาคตก็ตาม การขูเข็ญทําใหผูอื่นกลัวหรือตกใจนั้นตองเปนการแสดงวาจะทําใหเกิดภัย
แกเ ขา ไมใ ชภ ยั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ หรอื เคราะหก รรม การขเู ขญ็ จะทาํ ดว ยคาํ พดู หรอื ดว ยการใช
กาํ ลังกายหรอื อาวธุ ก็ได และตอ งมผี ลใหผ ทู ี่ถูกขเู ขญ็ กลวั หรือตกใจ
การกลา ววาจาในลกั ษณะทาทายไมใชการขเู ข็ญ
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ òùòö/òõòò กลา ววา “ฮากบั คงิ สกู นั ทถี่ นน คงิ กบั ฮาตอ งตายกนั ไปขา งหนงึ่ ”
เปน คําทาไมใ ชข ูเขญ็ ตามมาตรา ๓๙๒ (ฮา เปนสรรพนามแทนผพู ดู หรอื กู สว นคงิ เปน สรรพนามแทน
ผูฟง หรือมึง)

๒๘๖

เมื่อมีการขูเข็ญแลวขอเท็จจริงตองปรากฏตอไปดวยวา มีผลของการขูเข็ญเกิดขึ้นคือ
ผูถกู ขเู ข็ญไดเกิดความกลวั หรือความตกใจขน้ึ หากมีเพยี งการขเู ข็ญโดยไมมผี ลแลว ยังไมเปน ความผดิ

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ôð/òõðù จาํ เลยถือมีดตรงเขาจะแทงผูเสียหายซึ่งยืนหางในระยะ ๑ วา
ผเู สียหายรองวา “ผมไมสู” แลวโดดหนแี ละวิง่ หนีขนึ้ เรอื นไดท ัน กริ ยิ าอาการและคําพดู ของผเู สยี หาย
แสดงวา ผเู สียหายกลัวทจี่ ะเกิดขึน้ แกตนแลว จึงเปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๙๒
การขูเข็ญที่ผูขูเข็ญไมสามารถทําใหผูถูกขูเข็ญไดรับภัยไดจริงตามท่ีขูเข็ญก็สามารถเปน
ความผดิ ได ถา ผูถูกขูเ กดิ ความกลวั ซง่ึ เปน ผลของการขูเขญ็ นั้นแลว
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè óó÷/òõñ÷ จาํ เลยถือปนพลาสติกมาขูเข็ญทําทาจะยิงผูเสียหาย ผูเสียหาย
เขาใจวา เปน ปนจรงิ เกดิ ความกลวั ตกใจจนหนา ซดี ขาว จําเลยตองมีความผิดตามมาตรา ๓๙๒
แตถ า ลงมอื ขเู ขญ็ แลวไมเ กิดผล คอื ผถู กู ขูไ มเกิดความกลวั หรอื ตกใจ ก็เปนเพียงความผดิ
ขน้ั พยายาม ซง่ึ ผูกระทําไมต องรบั โทษตาม ป.อ.มาตรา ๑๐๕
à¨μ¹Ò ความผิดตามมาตราน้ี ผูกระทาํ ตองมีเจตนาในการกระทําความผิดตาม
มาตรา ๕๙
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ñññð/òõðø ผูเสียหายไปทวงเงินจาํ เลยและกลับไปแลว จําเลยโกรธ
ผูเสียหาย จึงเดินดาผูเสียหายอยูบนบานของจําเลยวา “บักถวิล โคตรพอโคตรแมมึง มึงไมสํานึกวา
มงึ จะตายโหงกมู ปี น อยู ๒ กระบอก กจู ะเอามงึ ใหต ายแนค ราวน”ี้ โดยจําเลยไมร วู า ผเู สยี หายมาแอบฟง
เชน นแี้ สดงวา จําเลยบน ดา อยคู นเดยี วเพอ่ื ระบายอารมณท ไี่ มพ อใจ ไมม ลี กั ษณะทนี่ า กลวั หรอื ตกใจวา
จาํ เลยจะยงิ ผเู สยี หายจรงิ จังดังทพี่ ดู คําพดู ของจําเลยไมเปน การขเู ขญ็ ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๒
®Õ¡Ò·èÕ ñù÷ò/òõóñ จําเลยกับพวกบุกรุกขึ้นไปบนบานซ่ึงเปนเคหสถานท่ีอยู
อาศัยของผูเสียหาย โดยมีอาวุธปนติดตัวไปดวย และไดใชอาวุธปนยิงเพื่อขูเข็ญใหผูเสียหาย
กับพวก เกิดความกลัวจนผูเสียหายลงจากบานไป การกระทําของจาํ เลยเปนความผิดตอกฎหมาย
หลายบทรวมทั้งผดิ ตามมาตรา ๓๙๒ ดว ย
(§) ¡ÃзÒí ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡ÒÃÃѧá¡ËÃ×Í¢‹Áà˧¼ŒÙÍ×è¹ã¹·èÕÊÒ¸Òóʶҹ
ËÃÍ× μ‹Í˹Ҍ ¸ÒáÒí ¹ÅÑ
ÁÒμÃÒ óù÷ ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดๆ ตอ ผอู นื่ อนั เปน การรงั แก ขม เหง คกุ คาม หรอื
กระทําใหไ ดร ับความอบั อายหรือเดือดรอนรําคาญ ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หาพนั บาท
ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําในท่ีสาธารณสถานหรือตอหนา
ธารกาํ นัล หรือเปนการกระทาํ อันมีลักษณะสอไปในทางที่จะลวงเกินทางเพศ ตองระวางโทษจาํ คุก
ไมเกินหนึ่งเดือน หรอื ปรับไมเกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ

๒๘๗

ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสองเปนการกระทําโดยอาศัยเหตุที่ผูกระทํามีอํานาจ
เหนอื ผถู กู กระทาํ อนั เนอ่ื งจากความสมั พนั ธใ นฐานะทเ่ี ปน ผบู งั คบั บญั ชา นายจา ง หรอื ผมู อี าํ นาจเหนอื
ประการอ่ืน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหนึ่งเดือนและปรบั ไมเกนิ หน่ึงหมนื่ บาท

องคป ระกอบของความผดิ มีดงั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทําดวยประการใดๆ อันเปนการรังแกหรอื ขมเหงผอู ่นื หรอื กระทําใหผ ูอ ื่นไดร บั
ความอบั อายหรือเดอื ดรอนราํ คาญ
๒. ในทส่ี าธารณสถานหรือตอหนาธารกํานลั
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÃÐทาํ ´ÇŒ »ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡ÒÃÃ§Ñ á¡ËÃÍ× ¢‹Áà˧¼ÙŒÍè×¹ËÃÍ× ¡ÃÐทาํ ãËŒ¼ÙÍŒ ×è¹ä´ŒÃѺ
¤ÇÒÁ꼄 ÍÒÂËÃ×Íà´×ʹÌ͹รํา¤ÒÞ
การรังแก คอื การแกลง ทาํ ความเดือดรอนใหแ กผอู ื่น
ขมเหง คือการใชก ําลังรังแก
ตวั อยา งของการรงั แกหรอื ขม เหงไดแ ก เหน็ คนศรี ษะลา นใสว กิ เดนิ ผา นมากห็ ยบิ วกิ เปด ขนึ้
หรือทาํ ตนเปนนกั เลงโตเดนิ เขา ไปในรา นอาหาร แลวบอกใหผทู นี่ ่งั อยูกอ นยายไปนั่งโตะอืน่ เพอ่ื ตนจะ
นงั่ แทน เปน ตน
ทําใหไดรับความอับอายหรือเดือดรอนราํ คาญ เชน พูดจาแทะโลมหญิงท่ีเดินผาน
หรอื พูดจาหยาบคายไมส ุภาพใหคนอ่นื เดอื ดรอ นราํ คาญ หรือเปด กระโปรงผูห ญงิ เปน ตน
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ óøø/òõðõ จําเลยตะโกนกลาวตอผูเสียหายซึ่งหนาและตอหนาธารกํานัล
ในเวลากลางคืนวา “อายช้ันมึงมีทนายมาหากูทางอาญาหรือ ลูกกระโปกกูไมหด ฯลฯ” เปนถอยคาํ
ท่ีหยาบคายไมสุภาพ แตไมมีขอความอันเปนการดูหม่ินนายชั้นผูเสียหาย จึงไมเปนผิดฐานดูหมิ่น
ซงึ่ หนา แตถ อ ยคําทจี่ าํ เลยกลา วประกอบกบั วธิ กี ลา วและเวลาทจี่ ําเลยกลา ว ทําใหน ายชนั้ ผเู สยี หายไดร บั
ความเดอื ดรอ น
ò. ã¹·ÊèÕ Ò¸ÒóʶҹËÃÍ× μÍ‹ ˹Ҍ ¸ÒÃกํา¹ÅÑ
ในที่สาธารณสถาน มีความหมายตามมาตรา ๑(๓) เชน ถนนหนทาง โรงภาพยนตร
สวนสาธารณะ
ตอ หนา ธารกาํ นลั หมายถงึ กระทาํ ในลกั ษณะเปด เผยตอ หนา ประชาชน คอื เปน ลกั ษณะ
ที่ประชาชนสามารถมองเห็นได แมจะเกิดในท่ีรโหฐานก็ตาม เชน ขมเหงรังแกผูอื่นอยูในหองนอน
ของตน แตหนา ตา งหองเปด คนเดินผานไปมาสามารถมองเขามาเห็นไดถนดั

๒๘๘

à¨μ¹Ò ผูกระทาํ ตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙
Í·Ø ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñóùø/òõðö จําเลยดา ผอู นื่ ดว ยถอ ยคาํ หยาบคายซํา้ ไปซํ้ามาหลายครง้ั ทห่ี นา
ประตบู า นผเู สยี หายในเวลากลางดกึ อนั เปน เวลาหลบั นอนของผเู สยี หายซง่ึ อยใู นบา น ถอื ไดว า เปน การ
ทาํ ใหผ เู สยี หายไดรับความเดือดรอ นราํ คาญ การกระทาํ เชน นีจ้ ึงผิดมาตรา ๓๙๗
®Õ¡Ò·Õè ñùðø/òõñø ซอยในท่ีดินเอกชนซึ่งแบงเชาใหปลูกบาน ประชาชนชอบ
ท่ีจะเขา-ออกติดตอกันไดเปนสาธารณสถาน การเอารถยนตจอดขวางก้ันไมใหรถขางในออกจาก
ซอยได ไมเ ปน ความผดิ ตามมาตรา ๓๑๐ แตก ารไมย อมถอยรถใหร ถขา งในออกไดเ ปน การรงั แกขม เหง
ตามมาตรา ๓๙๗
(¨) ¡ÃÐทาํ ·ÒÃ³Ø μ‹Íà´¡ç ÍÒÂÂØ ѧäÁà‹ ¡Ô¹ÊԺˌһ‚ ¤¹»Ç† Â਺ç ËÃ×ͤ¹ªÃÒ
ÁÒμÃÒ óùø ผูใดกระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปนการทารุณตอเด็กอายุยังไมเกิน
สิบหาป คนปวยเจ็บหรือคนชราซึ่งตองพึ่งผูน้ันในการดํารงชีพหรือการอื่นใด ตองระวางโทษจาํ คุก
ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื นหรอื ปรับไมเ กินหนึง่ หมื่นบาทหรือท้ังจําทง้ั ปรับ
องคประกอบของความผิดมดี งั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทําดวยประการใดๆ อนั เปนการทารณุ
๒. ตอเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป คนปวยเจ็บหรือคนชราซึ่งตองพ่ึงผูนั้นในการดาํ รงชีพ
หรอื การอ่ืนใด
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. ¡ÃÐทาํ ´ŒÇ»ÃСÒÃã´æ Íѹ໚¹¡Ò÷ÒÃØ³ หมายถึง กระทําโดยวิธีการใดๆ ก็ได
อันเปน การกระทําอนั โหดรา ยตอผูอนื่
ทารณุ หมายถงึ หยาบชา รา ยกาจ ดรุ าย หรือโหดรา ย
ò. μÍ‹ à´¡ç ÍÒÂÂØ §Ñ äÁà‹ ¡¹Ô ÊºÔ ËÒŒ »‚ ¤¹»Ç† Â਺ç ËÃÍ× ¤¹ªÃÒ«§Öè μÍŒ §¾§èÖ ¼¹ÙŒ ¹éÑ ã¹¡ÒÃดํา窾Õ
ËÃÍ× ¡ÒÃÍ×¹è ã´ เชน ใหเ ด็กอายไุ มเกนิ ๑๕ ป อยูอยา งอดๆ อยากๆ ลา มโซไ วในหองไมใหออกไปไหน
บังคับใหนั่งหอกระดาษทอฟฟท้ังวันไมมีเวลาพัก หรือใชคนชราหรือคนปวยทํางานแบกของหนักๆ
โดยไมใหพักผอน การเฆย่ี น ตี โบย เปนตน
ซึ่งตองพึ่งผูนั้นในการดํารงชีพหรือในทางอื่นใด หมายถึง เด็ก คนปวยเจ็บ หรือคนชรา
ดงั กลา วขา งตน เปน ผทู อี่ ยใู นฐานะตอ งอาศยั พงึ่ พาผกู ระทํานน้ั ในการดํารงชพี เชน ตอ งอาศยั ปจ จยั ๔
จากผกู ระทาํ อนั ไดแ ก อาหาร ทอ่ี ยอู าศยั เสอ้ื ผา ยารกั ษาโรค หรอื พง่ึ พาในการอนื่ ใด เชน ในการใหก าร
ศกึ ษาเลา เรยี น ในการรักษาพยาบาล เปน ตน
à¨μ¹Ò ผกู ระทําตอ งมีเจตนาตามมาตรา ๕๙

๒๘๙

¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É͹è× æ

ความผดิ ลหุโทษอน่ื ๆ ไดแ ก ความผิดเลก็ ๆ นอยๆ ๔ ฐานดว ยกนั คือ
๑. ปลอ ยปละละเลยใหบ ุคคลวกิ ลจรติ ท่คี วบคุมดูแลไวอ อกเที่ยวไปโดยลําพงั
๒. ไมช ว ยผูอืน่ ซ่ึงตกอยูใ นภยนั ตรายแหงชวี ิต
๓. กระทาํ การอนั ควรขายหนาตอ หนาธารกํานัล
๔. ดูหมิน่ ผูอ ่นื ซึง่ หนา หรอื ดว ยการโฆษณา
ความผดิ ทงั้ ๔ ฐานนี้ ปรากฏอยูใ นมาตรา ๓๗๓, ๓๗๔, ๓๘๘ และ ๓๙๓ ซ่งึ มสี าระ
สําคัญดงั น้ี
(¡) »ÅÍ‹ »ÅÐÅÐàÅÂãËŒº¤Ø ¤ÅÇ¡Ô Å¨ÃÔμ·Õè¤Çº¤ÁØ ´ÙáÅäÇŒÍÍ¡à·èÕÂÇä»â´Âลํา¾Ñ§
ÁÒμÃÒ ó÷ó ผูใดควบคุมดูแลบุคคลวิกลจริตปลอยปละละเลยใหบุคคลวิกลจริตนั้น
ออกเทยี่ วไปโดยลําพัง ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หา พันบาท
องคประกอบของความผดิ มีดงั น้ี
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เปนผูค วบคมุ ดแู ลบคุ คลวิกลจรติ
๒. ปลอยปละละเลยใหบคุ คลวิกลจริตนัน้ ออกเท่ียวไปโดยลาํ พงั
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. à»¹š ¼ŒÙ¤Çº¤ØÁ´Ùáźؤ¤ÅÇԡŨÃμÔ ผกู ระทําผิดตามมาตรานไ้ี ดตองเปน ผคู วบคุมดูแล
บคุ คลวิกลจรติ
บคุ คลวิกลจริต คอื ผทู ม่ี จี ริตไมป กติ ซงึ่ เมือ่ พิจารณาตาม ป.อ.มาตรา ๖๕ แลว บุคคล
วิกลจริตก็คือ ผูท่ีไมสามารถรูผิดชอบหรือไมสามารถบังคับตนเองไดเพราะมีจิตบกพรอง โรคจิต
หรอื จติ ฟน เฟอ น
ò. ¡ÒáÃÐทาํ ·Õè໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´¤×Í¡ÒûŋÍ»ÅÐÅÐàÅ ไมใชความระมัดระวังในฐานะ
ที่ตนเปนผูควบคุมดูแล จนกระท่ังบุคคลวิกลจริตน้ันออกเที่ยวไปโดยลําพัง ซึ่งการท่ีบุคคลวิกลจริต
นั้นออกเท่ียวไปโดยขาดผูควบคุมดูแลนี้ อาจเปนเหตุใหบุคคลวิกลจริตนั้นไปทํารายหรือกอใหเกิด
ความเสียหายแกบุคคลอ่ืนหรอื กระทาํ การทเ่ี ปนอนั ตรายแกต นเองได
(¢) äÁª‹ Ç‹ ¼ÙÍŒ ¹è× «§Öè μ¡ÍÂÙ‹ã¹ÀÂ¹Ñ μÃÒÂáË‹§ªÇÕ Ôμ
ÁÒμÃÒ ó÷ô ผูใดเห็นผูอื่นตกอยูในภยันตรายแหงชีวิต ซึ่งตนอาจชวยไดโดยไมควร
กลัวอันตรายแกตนเองหรือผูอ่ืน แตไมชวยตามความจําเปน ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหน่ึงเดือน
หรือปรับไมเกนิ หนึง่ หมื่นบาทหรือทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั
องคป ระกอบของความผิดมดี งั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. เห็นผูอ่ืนตกอยูในอันตรายแหงชีวิต ซึ่งตนอาจชวยไดโดยไมควรกลัวอันตราย
แกต นเอง หรือผูอนื่
๒. ไมช ว ยตามความจําเปน

๒๙๐

ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹
- à¨μ¹Ò

คํา͸ºÔ ÒÂ
ñ. àËç¹¼ŒÙÍ×è¹μ¡Í‹Ùã¹ÀÂѹμÃÒÂáË‹§ªÕÇÔμ «èÖ§μ¹ÍÒ¨ª‹ÇÂä´Œâ´ÂäÁ‹¤ÇáÅÑÇÍѹμÃÒÂ
á¡‹μ¹àͧËÃ×ͼŒÙ͹×è
เห็นผูอื่นตกอยูในอันตรายแหงชีวิต ผูกระทําตอง “เห็น” วาผูอ่ืนกําลังไดรับภัย
หรืออันตรายแหงชีวิตนอกจากเห็นแลวตองเขาใจขอเท็จจริงดวยวาบุคคลท่ีตนเห็นนั้นกําลังอยู
ในภยันตรายถึงชีวิต คือความตายยังไมเกิดข้ึนแตใกลจะเกิดเทาน้ัน และตองเกิดแนถาไมไดรับ
การชวยเหลอื เชน เหน็ คนวา ยน้าํ ไมเ ปนกาํ ลังจะจมน้าํ ตาย เปนตน
ซงึ่ ตนเองชว ยไดโ ดยไมค วรกลวั อนั ตรายแกต นหรอื ผอู นื่ หมายความวา ตอ งอยใู นฐานะที่
อาจชวยได ดงั นั้น ถา เหน็ คนกาํ ลังจะจมน้ําตายแตผูท ีเ่ หน็ วา ยนาํ้ ไมเปนเชนกนั หรือกระแสนํ้าพดั แรง
จนกระทั่งคนทวี่ า ยนาํ้ เปนกช็ วยตนเองลําบากเชน กัน การทไ่ี มเขาไปชวยกไ็ มเ ปน ความผดิ
ò. μÒÁ¤ÇÒÁจาํ ໚¹ หมายถึง ความชวยเหลอื ที่ใหก เ็ พยี งเฉพาะเทาทจ่ี าํ เปนเทา นัน้ คือ
กระทําเทาที่จะทาํ ใหผูที่ไดรับภัย รอดพนจากความตายเทาท่ีจะชวยไดโดยไมถึงกับทําใหผูชวยไดรับ
อนั ตราย เมื่อไดช ว ยเหลอื เทา ท่จี าํ เปนแลว ผูท่ีไดรบั ภัยจะรอดชวี ติ หรือไม ไมสําคัญ
การทเ่ี หน็ แลว ไมช ว ยตามความจําเปน น้ี แสดงวา ผทู ลี่ ะเวน ไมช ว ยนน้ั มเี จตนาทจี่ ะไมช ว ย
เจตนาจึงเปน องคป ระกอบของความผิด
เจตนา ผูกระทาํ ตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ คอื ไมต อ งการจะชว ย
(¤) ¡ÃÐทํา¡ÒÃÍ¹Ñ ¤ÇâÒÂ˹Ҍ μ‹Í˹Ҍ ¸ÒÃกํา¹ÅÑ
ÁÒμÃÒ óøø ผูใดกระทําการอันควรขายหนาตอหนาธารกาํ นัล โดยเปลือย
หรอื เปด เผยรา งกาย หรอื กระทาํ การลามกอยา งอืน่ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหา พันบาท
องคป ระกอบของความผดิ มดี งั นี้
ͧ¤»ÃСͺÀÒ¹͡
๑. กระทาํ การอันควรขายหนาโดยเปลือยรางกายหรือเปดเผยรางกายหรือกระทาํ การ
ลามกอยา งอ่นื
๒. ตอหนา ธารกํานลั
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คาํ ͸ԺÒÂ
ñ. ¡ÃÐทาํ ¡ÒÃÍѹ¤ÇâÒÂ˹ŒÒâ´Âà»Å×ÍÂËҧ¡ÒÂËÃ×Íແ´à¼ÂËҧ¡ÒÂËÃ×Í¡ÃÐทํา¡ÒÃ
ÅÒÁ¡ÍÂÒ‹ §Í×¹è
การกระทาํ อันควรขายหนา หมายถึง การกระทาํ ท่ีมีลักษณะเปนการกระทําที่กระทาํ
ไปแลวผูกระทาํ ควรอับอาย คือบุคคลทั่วไปเห็นวาการกระทาํ น้ันเปนการกระทําที่นาอับอายขายหนา
แตการกระทําท่ีควรอับอายนี้ ถาหากกระทาํ อยูตามลําพังไมมีผูใดพบเห็น เชน ในท่ีเปล่ียว ที่มืด

๒๙๑

ในหองท่มี ดิ ชิดก็ไมถือวาเปน การรบกวนความสงบหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน กฎหมายถงึ ไมถ อื
เปนความผดิ แตการกระทําอนั ควรขายหนา ตอหนา ธารกํานัลนน้ั ก็ถือเปน ความผดิ ตามมาตราน้ี เชน
ใสกางเกงชน้ั ในตวั เดยี ว เดินไปมาตามถนนทง้ั ทีเ่ ปนหญงิ สาว

โดยเปลอื ยรา งกายหรอื เปด เผยรา งกาย เชน แกผ า เดนิ ไปมาในตลาด เปด ของลบั ใหด หู นา
โรงภาพยนตร เปนตน

การกระทําลามกอยางอ่ืน การกระทําลามกอยางอ่ืนนอกจากเปลือยกายหรือเปดเผย
รางกาย เชน แสดงกิริยาทาทางลามก อาทิ แสดงทารวมประเวณีใหคนดูกลางตลาด ถอดกางเกง
ยนื ปส สาวะตรงส่ีแยกไฟแดง ทั้งน้รี วมถึงการกลาววาจาลามกดว ย

การกระทําอันควรขายหนาน้ี ตองกระทําโดยการ “เปลือย” หรือ “เปดเผยรางกาย”
หรือ “กระทําการลามกอยางอื่น” การเปลือยหรือการเปดเผยรางกายน้ีตองถึงขั้นที่บุคคลท่ัวไปถือวา
ขายหนา ถึงแมวาผูกระทําถือเปนเรื่องท่ีไมตองอับอายก็เปนความผิด การเปลือยหรือการเปดเผย
รา งกายน้ี ไมจําเปน ตอ งเปนรา งกายของตนเองก็เปน ความผดิ ได

ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ññ÷ó/òõðø เหตุเกิดในหองนอนมืด เพราะจําเลยตามไปพบจึงฉุดพามา
หอ งจาํ เลย ระหวา งทางจาํ เลยใชก าํ ลงั แกผ า ภรรยาใหค นทง้ั หลายดู เพอ่ื จะใหภ รรยาไดร บั ความอบั อาย
จาํ เลยมีความผดิ ฐานกระทาํ การอันควรขายหนา ตอหนา ธารกาํ นลั
การกระทําการลามกอยางอ่ืน ไมไดหมายความเฉพาะแตเรื่องเกี่ยวกับรางกายเทานั้น
แตหมายถึงวาจาดว ย
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ñðöù/òõðö จาํ เลยกลา วคาํ วา “เยด็ โคตรแมม งึ ” ตอ หนา หญงิ ชายราว ๕๐ คน
จาํ เลยมคี วามผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๘๘
การกลาววาจาที่เปนเพียงคําหยาบหรือคําดากัน แตยังไมถึงข้ันลามกอนาจารไมเปน
ความผิด ตามมาตรานี้
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè ø÷ò/òôöô จําเลยเรียกขุนโพชนวา “อายถมอายขุนโพชน” เปนเพียง
คาํ ดามใิ ชเปนลามกอนาจาร
®¡Õ Ò·èÕ õ/òô÷ô คําวา “อายชาติหมา” และ “ดอกทอง” นั้นเปนแตคําดากัน
ไมใชเปนถอยคาํ ลามกอนาจาร
ò. μ‹Í˹ŒÒ¸ÒÃกาํ ¹ÅÑ
ธารกาํ นัล มีปรากฏอยูท่ีมาตรา ๒๘๑ อีกแหงหนึ่ง ซึ่งมีคาํ พิพากษาฎีกาอธิบาย
ความหมายไวและนาํ มาใชกับมาตราน้ีได

๒๙๒

การกระทําตอหนาธารกํานัล คือ การกระทําในลักษณะท่ีเปดเผยใหบุคคลอื่นสามารถ
เหน็ การกระทําน้นั ได หรือแสดงใหปรากฏแกป ระชาชนทั่วไป ไมจาํ เปน ตอ งเปนสาธารณสถานเทา นัน้
อาจกระทําอยูในบานแตผ คู นมองเขา ไปเห็นไดโ ดยงา ยกไ็ ด

Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ñóø/òô÷ò สถานทที่ จี่ าํ เลยกระทําผดิ เปน ใตถ นุ เรอื น แตไ มม สี งิ่ กาํ บงั อยหู า ง
ทางหลวงประมาณ ๑๓ วา มีเรือนราษฎรอยูใกลๆ หลายหลัง มองเห็นกันไดทั้งในขณะท่ีทําผิด
ไดมีพยานอยูในที่ใกลๆ ถึง ๔ คน และมคี นอยบู นเรือนซึ่งอาจมองเห็นไดอกี นับเปนสถานทตี่ อหนา
ธารกํานัล
®¡Õ Ò·Õè ñ÷ùô/òôùô ท่ีเกิดเหตุเปนถนนริมฝงคลองและเปนเวลากลางคืน
มีเด็กชายคนหน่ึงเดินขางหนา เม่ือเห็นเขาเด็กชายน้ันวิ่งหนีไปและยังมีชายอีก ๒ คน ซ่ึงเดินอยู
บนถนนชายคลอง อกี ฟากหนงึ่ พบเห็นเขาถอื วา เปนความผิดทีไ่ ดก ระทาํ ตอหนาธารกํานลั
ถาการกระทาํ นั้นไมม ีผูใดเหน็ กไ็ มถือวาเปน การกระทําตอหนา ธารกํานัล
Í·Ø ÒËó
®¡Õ Ò·Õè ôð/òôöø ตรงท่ีเกดิ เหตุเปน ปาหา งทางเดิน ๑ เสน แตไมไดความวามคี นเห็น
ในเวลาจําเลยกระทําความผิด แมหากวามีคนเดินตามทางจะเห็นไดก็ดี แตเมื่อไมมีคนเดินก็ถือไมได
วาจาํ เลยกระทาํ ผิดตอ หนาธารกํานลั
การกระทําตอหนาบุคคลอ่ืน ถาบุคคลนั้นไมเห็นการกระทําก็ไมเปนการกระทําตอหนา
ธารกํานลั
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ññ÷ó/òõðø เหตเุ กดิ ในหองนอนมดื เพราะดับตะเกยี งแลวมเี ด็กหญงิ คนหน่ึง
นอนหลบั อยขู างๆ และตืน่ ขน้ึ ภายหลังเมอ่ื จําเลยกระทาํ เสรจ็ แลวไมเ ปนความผดิ ตอหนาธารกาํ นลั
ถา การกระทาํ นนั้ มลี กั ษณะทบี่ คุ คลอน่ื ไมค วรเหน็ การกระทาํ นนั้ ได ถงึ แมว า จะมผี พู บเหน็
เขากย็ งั ไมเ ปนการกระทําตอ หนา ธารกาํ นลั
ÍØ·ÒËó
®¡Õ Ò·èÕ ôõ/òô÷÷ ผูเสียหายนอนอยูในหองที่ไมมีประตู จําเลยเขาไปปลุกปล้ําทํา
อนาจาร ผเู สียหายจงึ รองเอะอะขึน้ จนบดิ าจดุ ไฟเขา ไปพบ ยงั เรยี กไมไ ดว ากระทําตอหนา ธารกํานลั
®¡Õ Ò·Õè ù÷ð/òô÷÷ จาํ เลยกระทาํ อนาจารหญิงซึ่งนอนอยูบนเตียงภายในบาน
ของหญิงเวลากลางคืน หญิงรองข้ึนจําเลยก็ยังกอดหญิงไวเพื่อปองกันการถูกทํารายจนกระทั่งมีคน
ไปพบเชนนี้ ยังถอื ไมไดวา เหตเุ กดิ ตอ หนาธารกาํ นัล
®¡Õ Ò·Õè ññóø/òô÷ù จําเลยข้ึนไปทาํ อนาจารหญิงบนเรือนของหญิงเวลาพลบคํ่า
มเี ด็กหญิงคนหนง่ึ อยใู นหองเห็นการกระทาํ ของจําเลย ยังไมถอื วาเหตเุ กิดตอ หนาธารกาํ นลั
à¨μ¹Ò ผูก ระทาํ ความผิดตามมาตรานตี้ องมีเจตนาตามมาตรา ๕๙

๒๙๓

(§) ´ÙËÁ¹èÔ ¼ŒÍÙ ¹×è «§èÖ Ë¹ŒÒËÃ×Í´ÇŒ ¡ÒÃâ¦É³Ò
ÁÒμÃÒ óùó ผูใดดูหม่ินผูอ่ืนซึ่งหนาหรือดวยการโฆษณา ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
หนง่ึ เดือน หรือปรับไมเ กินหน่งึ หมน่ื บาทหรอื ทง้ั จําทั้งปรับ
องคป ระกอบของความผดิ มดี งั น้ี
ͧ¤» ÃСͺÀÒ¹͡
๑. ดูหมนิ่ ผอู น่ื
๒. ซ่ึงหนา หรอื ดวยการโฆษณา
ͧ¤»ÃСͺÀÒÂã¹

- เจตนา
คํา͸ԺÒÂ
ñ. ´ËÙ Áè¹Ô ¼ÙŒÍ¹è×
ดูหมิ่น หมายถึง การสบประมาทดูถูกเหยียดหยาม หรือดาทอใหไดรับความอับอาย
เสียหาย ดังนั้นการกระทาํ ใดๆ ก็ตามท่ีเปนการสบประมาทดูถูกเหยียดหยามจนเปนเหตุใหผูอื่น
ไดรับความอับอายประการหน่ึง หรือไดรับความเสียหายอีกประการหนึ่ง จึงเปนการดูหม่ิน การดูถูก
เหยียดหยามผูอื่นในลักษณะที่หยาบชาลามก จึงมักเขากรณีของการทาํ ใหไดรับความอับอาย
หากไมเ ขาลกั ษณะหยาบชา ลามก แตเปนการทาํ ใหผ อู ่นื ไดรับความเสียหายก็เปนการดูหมิ่นไดเ ชน กัน
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·èÕ ñò÷ó/òô÷ó จําเลยดาโจทกวา “อายหนาดานเอาของเขาไปจริงแลว
ยังไมรับ อายชาติหมาจะพลิกแผนดิน มึงไมรับ กูจะเอาเขาตะราง” แตโจทกก็ไมไดกลาวคาํ วา
อายชาติหมาในฟอง จึงเหลือเปนปญหาคําวาอายหนาดาน เปนคําหมิ่นประมาทซ่ึงหนาหรือไม
ตัดสินวาจําเลยดาโจทกวาอายหนาดานเชนนี้โดยประสงคตั้งใจจะดูถูกโจทกวาเปนคนเสียหาย
ยอมเปน ความผดิ ฐานหมน่ิ ประมาทซ่งึ หนา
®Õ¡Ò·èÕ ùñò/òô÷ö จําเลยหมิ่นประมาทใสความนายอยู ครูโรงเรียนวา “หมาสี่แม”
(หมาเยด็ แม) ตอหนา คนหลายคน จาํ เลยจึงมคี วามผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามกฎหมาย
ลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๙(๓)
®¡Õ Ò·èÕ ñññô/òô÷ù การกลาวคาํ ดาดวยถอยคําวา “อีดอกทอง” เปนหมิ่นประมาท
ซ่งึ หนา
®Õ¡Ò·Õè ôñó/òôøð จําเลยดาธรรมการอาํ เภอวา “อายธรรมการอาํ เภอหมาๆ
แปลภาษาอังกฤษก็ไมได” และวา “หมาเย็ดแม” หลายครงั้ จําเลยมีความผดิ ฐานหมนิ่ ประมาทซึง่ หนา
®Õ¡Ò·èÕ óññ/òôùñ กลาววาจาวาผูที่เปนนายกเทศมนตรีตอหนาประชาชนวา
“เปนสุนัขเปนลิงเอาสุนัขข้ึนน่ังแทนหางงอกแลว” ดังนี้ เปนความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา
มาตรา ๓๓๙(๓)

๒๙๔

®Õ¡Ò·èÕ ò÷ò-ò÷ó/òõðõ จาํ เลยเปนชายพูดตอหนาผูเสียหายซ่ึงเปนภริยา
ผูใหญบ านวา “เมียผใู หญบานนี้แตงตัวสวย นา อยากลํ่าเสียท”ี ซึง่ หมายความวา ผเู สยี หายแตงตัวสวย
อยากรวมประเวณดี ว ย คาํ ท่จี ําเลยกลา วและวธิ ีทจ่ี ําเลยกลา วฟง ไดว า เปนการดหู มนิ่ ผเู สยี หายซงึ่ หนา

®¡Õ Ò·Õè òðøù/òõññ ถอยคําท่ีจาํ เลยดาวา “อีหมาไปควักเอากระดูกพอกระดูกแม
มงึ เจด็ ชวั่ โคตรมาสูกบั กูอหี นา หมู อีหนาหมา” เปน ถอ ยคําดูหมนิ่ ซึ่งหนา

®Õ¡Ò·Õè ôóù/òõñõ จาํ เลยรองดาผูเสียหายซ่ึงเปนหญิงสาวตอหนาคนเดินผาน
ไปมาวา “ออกมาซิกูจะจับหีมึงใหมึงดู” และวา “มึงไปเลาใหมซิวากูจับหีมึง” ดังน้ีเปนการดูหมิ่น
ผูเ สียหาย ซง่ึ หนา ตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๓

®¡Õ Ò·èÕ ôôõ/òõòò คาํ วา “ไอเหยี้ ไอส ัตว” เปน การดูหมน่ิ
คํากลาวที่มีลักษณะหยาบคายซ่ึงบุคคลทั่วไปไมพึงกลัว หรือเปนเพียงคําสาปแชง
คาํ พดู ประชดแดกดนั หรือขมขยู งั ไมเ ปน การดหู มนิ่
ÍØ·ÒËó
®Õ¡Ò·Õè óøø/òõðõ ถอยคาํ ท่ีจําเลยตะโกนกลาวตอผูเสียหายซึ่งหนา และตอหนา
ธารกํานลั ในเวลากลางคนื วา “อา ยช้ัน มึงมที นายมาหากูทางอาญาหรอื ลกู กระโปกกกู ไ็ มหด อายแจะ
ลกู นางจกั รหรือจะหาอายแจะเปนอันธพาลก็เอาซโี วย อา ยแจะไมใชหญาปากคอกของคนจะเอายังไร
ก็เอาซีโวย” เปนขอความท่ีหยาบคายไมสุภาพ แตก็ไมมีขอความอันเปนการดูหม่ินนายช้ันผูเสียหาย
จึงไมเปนความผิดฐานดูหม่ินซึ่งหนาตามมาตรา ๓๙๓ แตถอยคําที่จําเลยกลาวประกอบกับวิธีกลาว
และเวลาท่ีจาํ เลยกลาวทาํ ใหนายชั้นผูเสียหายไดรับความเดือดรอนรําคาญ จึงเปนความผิดตาม
มาตรา ๓๙๗
®Õ¡Ò·èÕ ñ÷ö/òôöô จําเลยกลาววาโจทกวา “อีหนาเลือดไมปรานีแกคนจน”
เปน เพยี งถอยคําทห่ี ยาบแตยังไมเ ปนเหตุใหถ ึงแกจะตอ งรับโทษฐานหมน่ิ ประมาทซ่ึงหนา
®¡Õ Ò·Õè ñòñ/òô÷ö จาํ เลยกับผูเสียหายอยูบานเดียวกัน จาํ เลยปดประตูตึงตัง
ผูเสียหายจึงวาจาํ เลยไมมีมารยาท จําเลยจึงพูดตอบผูเสียหายซ่ึงเปนหญิงวา “กูไมไดข้ึนครอมมึงน่ี”
ถอ ยคาํ เชน นเี้ ปน คาํ ทจ่ี าํ เลยกลา วดว ยความแดกดนั และใชเ วลาทไ่ี มส ภุ าพ ยงั ไมค วรถอื วา เปน คําหยาบชา
อันเปนความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๙(๒)
®Õ¡Ò·èÕ ñôò/òô÷÷ ถอยคาํ ที่วา “บักสี กูจะเตะปากมึงเดี๋ยวน้ี” หาใชเปนการ
ใสความหรือดถู กู ดา ทอซง่ึ เปนการหม่นิ ประมาทซง่ึ หนา ไม
ถอยคาํ ที่ตามปกติถือไดวาเปนเพียงไมสุภาพหรือหยาบคาย หากกลาวกับบุคคลท่ัวไป
แลว ไมถึงขนาดเปนการดูหม่ินน้ัน ถานาํ ไปกลาวกับผูท่ีอยูในฐานะที่ควรไดรับการเคารพนับถือแลว
กเ็ ปน การดูหม่นิ ได
®Õ¡Ò·Õè ÷õ÷ò/òõôò การที่จําเลยกลาวถอยคําตอโจทกรวมวา “มึงเขาไปในที่ของกู
ไดอยางไร กูจะแจงขอหาบุกรุกมึง มึงเปนผูใหญบานไดอยางไร ไมรูกฎหมายไมรูหนาท่ี ไอหนาโง

๒๙๕

มึงตองเจอกับกูแนที่ศาล” น้ันเห็นไดวาสรรพนามท่ีจําเลยใชแทนตัวจําเลยและโจทกรวมวา¡Ùและ
ÁÖ§น้ันเปนเพียง¶ŒÍÂคําäÁ‹ÊØÀÒ¾ สวนถอยคําในทํานองวาโจทกรวมเปนผูใหญบานไมมีอํานาจหนาท่ี
ไมรูกฎหมายและจะฟองรองดําเนินคดีกับโจทกรวมนั้น เปนเพียงเจตนาที่จะดําเนินคดีกับโจทกรวม
เทาน้ัน ไมใชถอยคําที่ดูถูกเหยียดหยามโจทกรวม แตที่จําเลยวาโจทกรวมวาä͌˹ŒÒâ§‹น้ัน ถอยคํา
ดังกลาวแสดงอยูในตัวถึงการดูหม่ินเหยียดหยามโจทกรวม แมจะเปนการกลาวถอยคําดูหม่ิน
โจทกร ว มในขณะทจ่ี าํ เลยและโจทกร ว มทะเลาะกนั กต็ อ งถอื วา จาํ เลยกลา วโดยมเี จตนาดหู มนิ่ โจทกร ว ม
หาใชว า การกลา วในขณะทะเลาะกนั จะถอื วา จาํ เลยมไิ ดม เี จตนาดหู มนิ่ อนั จกั เปน การขาดองคป ระกอบ
ความผิดไม

®¡Õ Ò·Õè òøö÷/òõô÷ คําวา “ดหู มิน่ ” ตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๓ ไมไดน ิยามศพั ทไ วว า
มีความหมายวาอยางไร แตตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายวา หมายถึง ดูถูก
เหยียดหยาม ทําใหอับอายเปนที่เกลียดชังของประชาชน โดยถอยคําท่ีกลาวจะตองเปนการ
เหยียดหยามผูอ ืน่ หาใชต ัวผกู ลา วเองไม คําวา “ประธานใชค รอู ยางขี้ขา ” นนั้ จําเลยมิไดเ หยียดหยาม
ตวั ผเู สยี หายวา มสี ถานภาพอยา งขข้ี า หรอื ผรู บั ใช แตเ ปน การพดู ถงึ สถานภาพของครใู นโรงเรยี นรวมทงั้
จาํ เลยวา เปน ผรู บั ใชข องผเู สยี หาย เมอ่ื คาํ วา “ขข้ี า ” ในทนี่ จ้ี าํ เลยหมายถงึ ตวั จาํ เลยเองและครใู นโรงเรยี น
ที่ถูกผูเสียหายใชงาน มิใชหมายถึงตัวผูเสียหายซึ่งเปนผูใชงาน ถอยคําที่จําเลยกลาวจึงมิใชเปน
การดหู ม่นิ ผเู สยี หายซ่ึงหนา ตามความหมายใน ป.อ.มาตรา ๓๙๓

®Õ¡Ò·Õè õôñ/òõðô ถอ ยคาํ ทจ่ี าํ เลยกลา วตอ สามเณรสองรปู ซงึ่ หนา เพราะเหตทุ ใี่ ชไ ปขอ
เทยี นจากภกิ ษรุ ปู หนงึ่ ไมไ ดว า “ถา ไมไ ปเดยี๋ วกเู ตะลงกฏุ ใิ หห มด” เปน ถอ ยคําทจี่ ําเลยกลา วแก สามเณร
ซง่ึ เปน บคุ คลทป่ี ระชาชนทวั่ ไปถอื วา ควรเคารพกวา บคุ คลธรรมดา ฉะนน้ั จงึ ไมแ ตเ พยี งจะเปน ถอ ยคาํ
ทีไ่ มส ภุ าพและขมขูเ ทา น้นั หากเปน การดหู ม่ินตามความหมายใน ป.อ.มาตรา ๓๙๓ ดว ย

®¡Õ Ò·èÕ ñ÷öõ/òõðö การที่จาํ เลยกลาวแกพระภิกษุวา “ถาไมเห็นแกผาเหลือง
หรือไมใชพระจะเตะใหต กกฏุ ิหมดเลย” เปน ความผดิ ฐานดูหมนิ่ ซง่ึ หนา

การดูหม่ินนี้มิใชจาํ กัดเฉพาะการกระทาํ ดวยวาจาเทาน้ัน แตอาจกระทําดวยการแสดง
กริ ยิ าอาการกไ็ ด

ò. «è֧˹Ҍ ËÃ×Í´ŒÇ¡ÒÃâ¦É³Ò
ซง่ึ หนา หมายความวา ไมจ าํ เปน วา ผดู หู มนิ่ จะตอ งอยตู อ หนา ผถู กู ดหู มน่ิ ถา ไดค วามเพยี ง
วา กลา วคําดหู มนิ่ ใหผูถ กู กลา วไดย นิ เทานั้นกถ็ ือวา เปน การกระทาํ ซึ่งหนาแลว
การดหู มน่ิ ซงึ่ หนา นหี้ มายความวา ผถู กู ดหู มน่ิ ตอ งอยใู นทเี่ กดิ เหตุ และไดย นิ วาจาหรอื ได
เหน็ กริ ยิ าดหู มน่ิ แตถ า การดหู มนิ่ นน้ั ไมส ามารถไปถงึ ผถู กู ดหู มน่ิ ไดโ ดยตรงทนั ที เพราะผถู กู ดหู มนิ่ ไมไ ด
อยูในทเ่ี กิดเหตแุ ลวก็ยงั ไมถ ือวา เปนการดูหมิน่ ซึง่ หนา

๒๙๖

®Õ¡Ò·èÕ ñù/òô÷ö จําเลยกลา วคาํ หยาบดา ผเู สยี หายทน่ี อกถนนทางหลวง แตผ เู สยี หาย
อยูในหองไมเ ห็นตัวไดย ินแตเ สยี ง แตจาํ เลยรูแลว วา ผูเสียหายอยใู นนน้ั ถอื ไดวาเทากับดา ตอหนา

®Õ¡Ò·Õè øõö-øõ÷/òõðò เดินพนไปได ๓ วา แลวจึงดาก็เปนความผิดฐาน
หมนิ่ ประมาทซงึ่ หนา เพราะความผดิ ฐานหมน่ิ ประมาทซง่ึ หนา นน้ั เพยี งแตก ลา วคาํ ดา ใหผ ถู กู ดา ไดย นิ
เทานัน้ กเ็ ปน ผดิ แลว ไมจําตอ งดาโดยหันหนา หากัน จะดาอยูขางหลงั หรือขางไหนก็ไมส าํ คญั

®¡Õ Ò·Õè ñ÷öõ/òõðö จาํ เลยลงบันไดกุฏิเดินไปราว ๙-๑๐ วา แลวพูดดูหม่ิน
พระภิกษุ แมจะไมไดกลาวตอหนา แตพระภิกษุซ่ึงถูกกลาวน้ันไดยินถอยคําซ่ึงจาํ เลยกลาว ยอมเปน
ความผิดฐานดหู มิ่นซึง่ หนา ตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๓

®Õ¡Ò·èÕ òõö/òõðù ความผิดฐานดูหม่ินนั้น ถาเปนการกลาวดวยวาจาตองเปนการ
กลาวซง่ึ หนา คดีนโ้ี จทกม ิไดอยูในท่ีเกดิ เหตุ มใิ ชก ลาวซง่ึ หนา จึงไมเ ปน ความผดิ ฐานดหู มนิ่

®¡Õ Ò·Õè ññð/òõñö จําเลยมีจดหมายถึงโจทก แมขอความในจดหมายเปนการ
ดูหมิ่น แตการท่ีจําเลยสงจดหมายไปถึงโจทกก็ตางวันเวลากัน จึงไมมีลักษณะเปนการดูหม่ินซึ่งหนา
หรือดหู ม่นิ ดวยการโฆษณา

®¡Õ Ò·èÕ òñøð/òõóñ การทจี่ ะเปน ความผดิ ฐานหมนิ่ ประมาทนนั้ จะตอ งเปน การใสค วาม
ผูอ่ืนโดยยืนยันขอเท็จจริงที่ใสความนั้นตอบุคคลที่สาม และการใสความน้ันนาจะทาํ ใหผูอ่ืน
ท่ีถูกใสความเสียช่ือเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ดังนั้น การท่ีจําเลยถาม ป. วามีความสัมพันธ
ทางชูสาวกับโจทกห รือไม จึงเปนเพียงการคาดคะเนของจําเลยเทานั้น มิใชเปนการยืนยันขอเท็จจริง
อันนาจะทําใหโจทกเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแตประการใด จาํ เลยจึงไมมีความผิดฐาน
หมน่ิ ประมาทและขอ เทจ็ จรงิ ไมป รากฏวา จําเลยกลา ววาจาตอ หนา โจทกจ งึ ไมใ ชเ ปน ดหู มน่ิ โจทกซ ง่ึ หนา
จําเลยไมม คี วามผดิ ฐานดหู มนิ่ ซ่ึงหนา

การที่กฎหมายหามมิใหมีการดูหม่ินซ่ึงหนา นาจะเปนเพราะประสงคจะปองกันมิใหเกิด
การทะเลาะวิวาทกัน การดูหมิ่นซึ่งหนาจึงนาจะตองเปนการดูหมิ่นในทันทีทันใด และในระยะท่ีอาจ
เกิดการทะเลาะวิวาททํารายกันข้ึนได ฉะนั้น การเขียนจดหมายดาผูอ่ืนจึงไมเปนการดูหม่ินซึ่งหนา
เวน แตจ ะยนื่ ใหอ า นตอ หนา เหตทุ ไี่ มเ ปน นนั้ นา จะอยทู ว่ี า เพราะจําเลยมไิ ดอ ยตู อ หนา หรอื ใกลผ เู สยี หาย
ในขณะเกดิ เหตมุ ากกวา เพราะเวลาทเี่ ขยี นจดหมายกบั เวลาทโี่ จทกร บั จดหมายตา งกนั สมมตุ วิ า แทนท่ี
จาํ เลยจะสงจดหมายไปดาโจทก จําเลยโทรศัพทไปดาเชนน้ีเวลาท่ีจาํ เลยดากับท่ีโจทกรับโทรศัพท
คงไมต า งกนั แตถ า โจทกจ าํ เลยอยหู า งไกลกนั จนตอ งใชโ ทรศพั ทก น็ า จะไมเ ปน การดหู มน่ิ ซงึ่ หนา เชน กนั

ความผิดฐานดูหมิ่นซ่ึงหนานี้ ผูที่กระทําตองมีเจตนา ดังนั้น ถึงแมวาจะมีการดูหมิ่น
แตถาผูดหู มนิ่ ไมรวู าผถู ูกดหู มิน่ อยู “ซ่งึ หนา” แลว ก็ยังไมม คี วามผิด

®¡Õ Ò·èÕ òõù/òõñô จาํ เลยกลา วดหู มน่ิ ซงึ่ หนา ผเู สยี หายขณะทผ่ี เู สยี หายอยหู า ง ๑๐ วา
และจาํ เลยไมร วู า ผเู สยี หายแอบอยทู นี่ น่ั จาํ เลยยงั ไมม คี วามผดิ ฐานดหู มนิ่ ซง่ึ หนา ตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา ๓๙๓

๒๙๗

โฆษณา สําหรบั การดหู มนิ่ ผอู นื่ ดว ยการโฆษณา ศาลฎกี าไดอ รรถาธบิ ายไวใ นคําพพิ ากษา
ฎกี าที่ ๑๐๕๓/๒๕๐๗ วาคาํ วา “โฆษณา” ตามพจนานกุ รมหมายความวาการปาวรอง จึงแสดงใหเห็น
วา การดหู มิ่นดว ยการโฆษณาตาม ป.อ.มาตรา ๓๙๓ น้ี มีความหมายถงึ การดูหม่นิ ในลักษณะการใหรู
กันหลายๆ คนไมใ ชพ ูดกนั ตวั ตอตัว

®¡Õ Ò·èÕ óöô/òôøõ การสงคาํ ดูหม่ินทางจดหมายโดยสงถึงบุคคลเฉพาะตัว
ไมป ระสงคจะใหเปดเผย หาเปนดหู มน่ิ ดว ยการโฆษณาไม

®¡Õ Ò·èÕ ñðõó/òõð÷ จําเลยกลาวตอเด็กรับใชในบานผูเสียหายวา “ใหไปบอก
อายเห้ีย อีเหี้ยนายของมึงสองคน อยามาวาอะไรกูมากนักประเดี๋ยวกูทนไมไดจะเอาเรื่องอีก” ดังน้ี
เปนการส่ังฝากไปบอกผูเสียหายในลักษณะพูดกันตัวตอตัว โดยไมปรากฏวาจําเลยไดกลาวตอ
บคุ คลอื่นอีก จงึ ไมเ ปนการดูหมิน่ ดว ยการโฆษณา

®Õ¡Ò·èÕ ññðõ/òõñù บรรณาธิการหนังสือพิมพลงขอความวา ต.ตะโกนกลางตลาด
วาจะถอดรองเทาตบหนา ส. เปนขอความทท่ี าํ ให ส. บงั เกดิ ความอับอายและเมอ่ื ขอความดงั กลา วน้ี
จาํ เลยเปนผูทาํ ใหเ กดิ ขน้ึ ปรากฏแกค นท้ังหลายในหนังสอื พมิ พ จงึ เปน การดูหมน่ิ ส. ดวยการโฆษณา

การดหู มิน่ ดว ยการโฆษณาตอ งมีลักษณะของการปา วรองใหค นหลายๆ คนรูในบางกรณี
การกลา วคําดหู มน่ิ ตอหนาคนเพยี ง ๒ คน กเ็ พียงพอทจ่ี ะถือวาเปน การโฆษณาแลว

¤ÇÒÁáμ¡μ‹Ò§ÃÐËÇÒ‹ §¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹´ËÙ ÁèÔ¹«è֧˹ŒÒ¡Ñº¤ÇÒÁ¼´Ô °Ò¹ËÁèÔ¹»ÃÐÁÒ·
ñ. ¡ÒôÙËÁèԹ໚¹àÃè×ͧ¢Í§¡ÒÃʺ»ÃÐÁÒ· ดูถูกเหยียดหยามหรือดาทอใหไดรับ
ความอบั อายเสยี หาย ซงึ่ หมายความวา ผดู ูหมนิ่ ไดกระทําตอผูถกู ดหู มิน่ โดยตรงโดยดูถูกเหยียดหยาม
หรือดาทอผูถูกดูหม่ินใหอับอายหรือเสียหาย แตการหมิ่นประมาทเปนเร่ืองที่ผูกระทําไปใสความ
ตอ บคุ คลทส่ี าม โดยประการทนี่ า จะทาํ ใหผ ถู กู ใสค วามเสยี ชอื่ เสยี งหรอื ถกู บคุ คลทส่ี ามดหู มน่ิ เกลยี ดชงั
การหมิ่นประมาทจึงตองมีบุคคลที่สามเขามาเกี่ยวของดวย โดยเปนผูรับฟงหรือรับรูการใสความ
ในขณะทก่ี ารดูหมนิ่ ซ่ึงหนาเปน เรือ่ งเฉพาะระหวา งผดู ูหมิน่ กับผถู กู ดหู มนิ่ ท่ีอยตู อ หนากัน
ò. ¡ÒôÙËÁèԹ໚¹¡Òôٶ١àËÂÕ´ËÂÒÁËÃ×Í´‹Ò·Íà¾è×ÍãËŒÍÕ¡½†ÒÂ˹Öè§ÍѺÍÒÂ
ËÃÍ× àÊÂÕ ËÒ ขอ ความทใี่ ชด หู มน่ิ จงึ อาจเปน ไดท ง้ั การยนื ยนั ขอ เทจ็ จรงิ ทแี่ นน อนหรอื ขอ ความหยาบชา
ทใ่ี ชด า ทอกนั และไมม ที างเปน ความจรงิ ไปได สว นการหมน่ิ ประมาทนน้ั ตอ งเปน การยนื ยนั ขอ เทจ็ จรงิ
ท่แี นนอนเทา นนั้ เชน ดาํ ดา แดงวา “ไอเ ห้ีย ไอส ตั ว” เปน การใชคาํ ทใี่ ชในการดา ทอกนั ไมม ที างทจ่ี ะ
เปนไปไดว า แดงจะเปน เห้ีย เปนสัตวดงั ที่ดําวาหรือ ดาํ ดาแดงวา ไปชําเรากบั บคุ คลท่วั ไปไมเลือกหนา
เปนการยืนยันขอเท็จจริงท่ีแนนอนทําใหแดงอับอายเสียหาย ท้ังสองกรณีนี้เปนการดูหมิ่นซ่ึงหนา
แตถา ดําดา แดงดังกลาวขางตนตอหนาขาว ในกรณีแรกดาํ ไมม ีผดิ ฐานหมนิ่ ประมาท แตในกรณีทส่ี อง
ดํามีความผิดฐานหม่ินประมาทดวยเพราะไปยืนยันขอเท็จจริงกับขาววา แดงเปนคนไมดีทําใหแดง
เสยี ชอ่ื เสยี งและนา จะทาํ ใหข าวดหู มน่ิ แดง ดงั นนั้ จงึ สรปุ ไดว า การดหู มนิ่ ซง่ึ หนา ทก่ี ระทาํ ตอ หนา บคุ คล
ที่สามนั้น อาจเปนการหมิ่นประมาทดวยหรือไมก็ได แตการใสความกันตอหนาผูถูกหม่ินประมาท


Click to View FlipBook Version