The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิจัยชั้นเรียนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2021-09-01 16:19:20

รายงานวิจัยชั้นเรียนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร์

รายงานวิจัยชั้นเรียนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร์

กิตตกิ รรมประกาศ

วิจัยในช้ันเรียนเล่มน้ีสาเร็จได้ ผู้วิจัยจัดทาขึ้นเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาสังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสัน
ปา่ สกั เร่อื ง การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้สื่อประกอบการสอน PowerPoint
เร่อื ง พฒั นาการอาณาจกั รอยธุ ยา สาหรบั นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2/2 โรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั ขอขอบคุณ
คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านสันป่าสัก ท่ีได้ให้คาแนะนา
ข้อเสนอแนะ ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องด้วยดีจนทาให้วิจัยในช้ันเรียนเล่มน้ีเสร็จส้ินสมบูรณ์ ผู้วิจัย
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ขอกราบพระคณุ คณะผบู้ รหิ ารสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสันป่าสัก กรุณาให้ความอนุเคราะห์จนทาให้
วจิ ัยในชนั้ เรียนเลม่ นสี้ าเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ ทกุ ประการ คุณประโยชน์และคณุ คา่ ของงานวิจยั ในชน้ั เรยี นเล่มนี้
ขอมอบ แดบ่ ดิ า มารดา ครอู าจารย์ที่ประสทิ ธ์ิประสาทวิชาความรใู้ หแ้ กผ่ ้วู ิจยั ในครงั้ น้ี

สุทธิดา เกดิ มี
ผู้วจิ ัย

บทคัดยอ่

งานวิจัยในชั้นเรียนฉบับน้ี มีจุดมุ่งหมายเพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม สาระประวัติศาสตร์ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก
เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนท่ีเรียน โดยใช้ส่ือประกอบการสอน PowerPoint เร่ือง
พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก ปีการศึกษา
2563 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 โดยมีการเก็บ
รวบรวมขอ้ มูลจากการสงั เกต ขอ้ มลู ดา้ นการเรยี น และการทดลองใช้สื่อการสอนกับนกั เรียน การใช้แรงจูงใจ
เสรมิ แรงโดยใหค้ าชมเชยแก่นักเรยี นรวมท้ังดูแลดา้ นการเรยี นให้มีความสนใจในการอา่ นและสนใจในการเรยี น
และติดตามจากการเข้าสอนทาให้นักเรียนมีความ กระตือรือร้นต่อการเรียนมากขึ้น มีความเอาใจใส่ต่อการ
เรียน รับผิดชอบและสนใจเรียนมากข้ึน ทาให้ บรรยากาศการเรียนภายในห้องเรียนท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้
มีความตั้งใจเรียน

สารบญั

หน้า
บทที่ 1 ความเปน็ มาและความสาคญั

ทมี่ าและความสาคญั ของการศกึ ษา ….....……………............................................................... 1
วตั ถุประสงค์ …….………………………………………....................................................................... 3
ขอบเขตของการทดลอง...........…………................................................................................... 4
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ....……………………………….............................................................................. 4
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั ………………………………………………………………………………………… 6
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ยี วข้อง
วิสัยทัศน์ ...............……………………..……………………………………………...................................... 8
หลักการ …….................………………..…………………………........................................................ 8
จดุ หมาย ……………………..…………………………...................................................................... 9
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น……………………..…………………………..…........................................ 9
มาตรฐานการเรยี นรู้…………………………………..……………………………..…......…......………………. 11
สอื่ การเรยี นร…ู้ ……………………………………………..…………………………..…………....................…. 15
งานวจิ ัยทเี่ กีย่ วขอ้ ง …………………………………………………………………………………………………… 27
บทที่ 3 วธิ กี ารดาเนินการ
ข้นั ตอนการดาเนนิ การวจิ ยั .............…...………………………………….…........................................ 30
ประชากรกลุม่ เป้าหมาย ………………………………………........................................................... 31
เครื่องมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ัย ……………………………......................................................................... 31
การสรา้ งเครอ่ื งมอื ทดลอง ……………………................................................................................ 34
วิธีดาเนนิ การทดลองและเก็บขอ้ มูล ……………………................................................................. 43
สถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู ……………………....................................................................... 45
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
การวิเคราะห์ขอ้ มลู .................................................................................................................. 49
ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ..............………………………..................................................................... 50
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู และอภิปรายผล………………..…........................................................ 57
ข้อเสนอแนะ ……………….…………………..................................................................................... 62

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องพฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา 1

บทท่ี 1

บทนา

ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา

ในท่ามกลางความเปลย่ี นแปลงของโลกในปจั จุบัน ซง่ึ เป็นยคุ ของการส่ือสารไรพ้ รมแดน ใชเ้ ทคโนโลยี
ก้าวไกล อย่างไม่หยุดย้ัง ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคนให้รู้เท่าทันต่อการเปล่ียนแปลง สามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ดารงชีพ ได้อย่างเป็นปกติสุขในสังคมด้วยจิตใจอันเข้มแข็งมีสติไตร่ตรอง
เร่ืองราวต่าง ๆ อย่างสุขุมรอบคอบ รัฐบาลได้ตระหนักถึง การพัฒนาคนในประเทศด้วยการจัดการศึกษา
การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาบคุ คลใหม้ คี วามเจรญิ งอกงามทกุ ด้าน คอื สตปิ ัญญา อารมณ์และสังคม ถ้า
ประเทศใดพลเมืองมีการศึกษาสูงประเทศนั้นก็จะมีกาลังคนที่มีประสิทธิภาพ หากสังคมใดพลเมืองขาด
การศกึ ษาเรยี นรู้ สงั คมนนั้ ย่อมประสบปัญหาตา่ งๆ อนั เกดิ จากความไม่รู้ การศกึ ษาเป็นกระบวนการพัฒนาคน
ให้เปน็ มนุษย์ทม่ี ีคุณภาพมีความ สามารถเต็มตามศักยภาพ มีการพัฒนาท่ีสมดุลทั้งด้านปัญญา จิตใจ ร่างกาย
และสังคม ซ่ึงเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาทั้งปวง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไข
เพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 และท่แี ก้ไขเพิ่มเตมิ ฉบับท่ี 3 พ.ศ. 2553 มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึด
หลักผู้เรียนทุกคน มีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียน มีความสาคัญที่สุด
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และ
แผนการศึกษาแหง่ ชาติ (ฉบับปรับปรงุ ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2555–2559 ระบุว่า การสร้างสังคมไทยท่ีพึงประสงค์ให้
สาเร็จได้ เครื่องมือท่ีสาคัญที่จะนาไปสู่ความสาเร็จ คือ “คน”และ “การศึกษา” โดยมุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็น
มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม การศึกษาเป็นการขัดเกลาบุคคลให้ มี
ความรู้ ความคดิ และการกระทาในทางสร้างสรรค์ มวี ฒั นธรรมทีด่ ี ดังน้ัน การศกึ ษาจงึ มีความสาคัญมากในการ
สรา้ งเสรมิ พฤตกิ รรมที่ดขี องบคุ คล (สานกั งานพฒั นาการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ 2555 : 4)

ความคาดหวังของการจัดการศึกษาดังกล่าว คือ ความต้องการพลเมืองที่ดีของชาติน่ันเอง การเป็น
พลเมืองดี เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนและสังคม จะต้องมีคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี คือ มีความรัก
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เทิดทูน 3 สถาบันหลักท่ีสร้างประเทศข้ึนมาเหนือสิ่งอ่ืนใด มีระเบียบวินัย
ปฏิบัติตามแบบแผนหรือแนวทางที่เป็นข้อบังคับในสังคมเพื่อความสงบเรียบร้อย ย้ิมแย้มแจ่มใส มีน้าใจ อัน
เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย รักและภูมิใจในตนเอง รู้จักคุณค่าในตนเองภาคภูมิใจในความเป็นตัวตน
ความสามารถที่ตนมีและเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง สอดคล้องกับกระทรวงศึกษาธิการจึงได้
กาหนดหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 4–5) กลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มงุ่ ให้ความรู้ในเนือ้ หาสาระ 5 สาระการเรยี นรู้ ได้แก่ สาระ
ที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดาเนินชีวิตในสังคม สาระท่ี 3
เศรษฐศาสตร์ สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์และสาระท่ี 5 ภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะ สาระที่ 2 หน้าท่ีพลเมือง

การพัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรือ่ งพฒั นาการของอาณาจักรอยธุ ยา 2

วฒั นธรรมและการดาเนินชวี ิตในสังคม ได้กาหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะและความสาคัญของการ
เป็นพลเมืองดี ความแตกต่าง และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม เจตคติ ความเช่ือ ว่าด้วยการอยู่
ร่วมกนั ในสังคมที่มคี วามเชื่อมสัมพันธ์กัน เพือ่ ชว่ ยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อมเป็นพลเมือง
ดีของสังคม ร้จู ักบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง มคี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมท่ีเหมาะสม
และเพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สตู รครูผ้สู อน จึงตอ้ งเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรม การเรียนร้เู พื่อพัฒนาการ
ด้านความเป็นพลเมือง ตามความเหมาะสมอย่างจริงจังต่อเน่ือง โดยเลือกจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหน่ึงหรือ
หลายๆ อย่าง ตามความพร้อมของแต่ละสถานท่ีและให้เกิดความสาเร็จสูงสุดทั้งทางตรงและทางอ้อม ซ่ึงการ
ปลกู ฝัง ความเปน็ พลเมอื งดี นั้น เราจาเป็นตอ้ งปลกู ฝังตงั้ แต่ในวยั เดก็ ซงึ่ จะทาให้ผู้เรียนสามารถนาเอาความรู้
และความเข้าใจและประสบการณ์ตา่ งๆ ที่ไดร้ ับไปใช้เป็นแนวทางใน การประพฤติปฏบิ ตั ิในสังคมอยา่ งต่อเนื่อง
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงต้องนาวิธีการสอน และเทคนิค การสอนต่างๆ มาจัดกระบวน การเรียนการสอนที่
หลากหลาย มีการเตรียมการสอน เตรียม สื่อการสอน และแหล่งเรียนร้ทู ห่ี ลากหลาย จดั กจิ กรรมการเรียนการ
สอนตามสภาพบรบิ ทของโรงเรียน และเพื่อให้ผูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นรอู้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ (กระทรวงศึกษาธิการ.
2549 : 36)

จากประสบการณ์ของผู้ศึกษา ซึ่งเป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
เชียงใหม่ เขต 4 มีประสบการณ์ในการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาเป็น
เวลา 1 ปี พบว่านกั เรยี นระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ประสบปัญหาทไ่ี ดพ้ บด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการ
สงั เกตและสอบถามนกั เรียนส่วนมากในโรงเรียน ไมช่ อบเรยี นวชิ าสังคมศกึ ษา เน่ืองจากคิดว่าเป็นวิชาท่ีน่าเบ่ือ
ต้องฟังครูบรรยายเป็นส่วนมาก และส่ิงที่ครูนามาสอนเป็นเร่ืองไกลตัวหรือเน้ือหาอยู่ในบริบทอ่ืนๆ สังคมอื่น
และอีกปัญหาหนงึ่ ท่ีสาคญั คอื ครขู าดสง่ิ จูงใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทาให้นักเรียนเกิดความเบื่อ
หนา่ ยตอ่ การเรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม สง่ ผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ไม่เป็นท่ีพงึ พอใจและตา่ กวา่ เป้าหมายของโรงเรยี น สอดคลอ้ งกับรายงานผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของโรงเรียน
ในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีค่าต่ากว่าเกณฑ์เป้าหมายของสถานศึกษาท่ีต้ังไว้ คือร้อยละ 70
ท้ังนีเ้ นือ่ งมาจากครใู นยุคปฏริ ูปยงั ไม่เข้าใจวธิ จี ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญอย่างแท้จริง
ทาให้เลือกวิธีสอนท่ีไม่เหมาะสมกับความต้องการและความแตกต่างระหว่างบุคคลครูสั่งงานเกินกาลัง
ความสามารถของนกั เรียน นกั เรยี นเบื่อไมช่ อบทางาน ขาดแรงจงู ใจ และเน้ือหาวิชามากเกินไป

จากสภาพปญั หาดังกลา่ วมานั้น ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ เป็นแนวทางในการพัฒนา
สื่อการเรียนรู้ เพ่ือแก้ปัญหาดังกล่าว และพบว่า เอกสารประกอบการเรียนจัดเป็นสื่อการเรียนการส อน
ประเภทหน่ึงท่ีนักเรียนให้ความสนใจและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้ศึกษาเป็น
ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จึงได้จัดสร้างและพัฒนาสื่อประกอบการ
สอน PowerPoint เรียน เร่ือง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เพ่ือ

การพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา 3

แกป้ ญั หาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนในกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาตรฐาน ส 4.3
เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธารงความเป็นไทยและ
เพ่ือให้นักเรียนได้ใช้เป็นส่ือการเรียนรู้ค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความรัก ความผูกพัน
ความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถ่ินและตระหนักในคุณค่าด้านศาสนา ดารงตนอย่างเหมาะสมในกระแส
ความเปล่ียนแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสิ่งที่สาคัญที่สุด คือ จะทาให้นักเรียนเห็น
คุณประโยชน์ของการอ่าน และรักท่ีจะแสวงหาความรู้อยู่เสมอจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถ่ิน เป็นการเพ่ิมพูน
ความร้แู ละส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ขน้ึ ในระดับคุณภาพดขี ้ึนไป

การพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น รายวชิ าประวัติศาสตร์ เรอ่ื งพฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา 4

วัตถุประสงคข์ องการศึกษา
1. เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนท่ีเรียน โดยใช้ส่ือประกอบการสอน PowerPoint

เร่ือง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรบั นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสันปา่ สกั

กรอบแนวคิดของการศึกษา
ผศู้ กึ ษาไดว้ างกรอบแนวคิดในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และ

วัฒนธรรม โดยใช้ส่ือประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2/2 ดงั น้ี

การใชส้ ื่อประกอบการ 1. ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น เร่อื ง
สอน PowerPoint พัฒนาการอาณาจกั รอยธุ ยา
สาหรบั นักเรียนชั้น
เรือ่ ง พฒั นาการ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2/2
อาณาจกั รอยุธยา
สาหรบั นกั เรยี นช้นั

แผนภาพประกอบที่ 1 กรอบแนวคิดการศึกษา

สมมตฐิ านของการศึกษา
1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้ส่ือประกอบการสอนPowerPoint
เร่ือง พัฒนาการอาณาจกั รอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 หลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรยี น

การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรือ่ งพฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา 5

ประโยชน์ของการศกึ ษา
1. นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการ

เรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม สูงขนึ้
2. นกั เรยี นสามารถนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์หรอื ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้
3. ครแู ละนักเรยี นได้สอ่ื การสอน เร่อื งการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา เพ่ือการดารงตน

อยา่ งเหมาะสมในกระแสความเปลยี่ นแปลงของโลกและการอยรู่ ่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ สาหรับนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่
2 กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2
โรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก ท่ีมีประสิทธภิ าพ

4. ช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธารง
ความเป็นไทยไดอ้ ยา่ งราบร่นื และมีประสทิ ธิภาพ

5. ครสู ามารถนาไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการประยกุ ตใ์ ชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นรู้ รวมทั้งการสร้างนวตั กรรมทาง
การศกึ ษาต่างๆ ในกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ขอบเขตของการศึกษา
1. ขอบเขตดา้ นประชากร
ประชากรที่ใช้เป็นนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก สานักงานเขตพื้นท่ี

การศึกษาประถมศึกษาเชยี งใหม่ เขต 4 จานวน 26 คน ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
2. ขอบเขตดา้ นตวั แปรท่ศี กึ ษา
2.1 ตัวแปรต้น (อิสระ) ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ส่ือประกอบการสอน เรื่องพัฒนาการ

อาณาจักรอยุธยา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2
โรงเรียนบา้ นสันป่าสกั

2.2 ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียน
บ้านสนั ป่าสกั ที่เรียนโดยใช้สื่อประกอบการสอน Powerpoint เรื่องพัฒนาการอาณาจักรอยุธยา เพื่อให้
เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธารงความเป็นไทย
สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2

3. ขอบเขตด้านเนอ้ื หา
เนื้อหาในการศึกษาคร้ังนี้ ได้คัดสรรและเรียบเรียงมาจากตาราเรียน ข้อมูลในชุมชน หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องกับการศึกษาในชุมชน จากสถานศกึ ษาและศกึ ษาสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง มาตรฐานการเรียนรู้ ของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอ่ื งพฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา 6

ตัวชี้วดั
 (ส 4.3 ม.2/1) 1. วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา และธนบุรใี นดา้ นต่างๆ
 (ส 4.3 ม.2/2) 2. วิเคราะห์ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร
อยุธยา
 (ส 4.3 ม.2/3) 3. ระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของภูมิ
ปญั ญาดังกล่าวตอ่ การพัฒนาชาติไทยในยคุ ต่อมา

ผงั สาระการเรยี นรู้

4. ขอบเขตด้านระยะเวลา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 ทง้ั หมด 16 ชวั่ โมง

นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
สื่อประกอบการเรยี น หมายถึง ส่ือการเรียนรู้ท่ีผู้ศึกษาได้สร้างขึ้น โดยนาเนื้อหามาจากหลักสูตรกลุ่ม

สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม
ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธารงความเป็นไทย ซึ่งส่ือการสอนประกอบการเรียนประกอบด้วย
องค์ประกอบ ดังน้ี ตัวช้ีวัด จุดประสงค์ การเรียนรู้ เนื้อหา มีภาพประกอบ คาอธิบายศัพท์ โดยได้จัดลาดับเน้ือหา
ให้สัมพันธ์ต่อเนื่องกันไปเป็นเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น รายวิชาประวัตศิ าสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา 7

ศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิเคราะห์พฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา และธนบุรใี นดา้ นตา่ งๆ (ส 4.3 ม.2/1
วิเคราะห์ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา (ส 4.3 ม.2/2) ระบุภูมิ
ปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของภูมิปัญญาดังกล่าวต่อการพัฒนาชาติไทยใน
ยคุ ตอ่ มา (ส 4.3 ม.2/3)

เอกสารประกอบการสอน มีจานวนทงั้ สน้ิ 1 ชุด
เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง พฒั นาการอาณาจกั รอยธุ ยา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนหลังเรียนที่นักเรียนทาได้จากแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องพัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 กลุ่มสาระ
การเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระที่ 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2/2 ท่ีผู้ศึกษาสร้างข้ึน จานวน 20 ข้อ
เปน็ แบบทดสอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลอื ก
แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แนวทางการจัดการเรียนรู้ท่ีใช้ประกอบกับเอกสารประกอบการ
เรื่องพัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 4 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 ที่ผู้ศึกษา
สร้างขึ้น เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตาม
จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีกาหนดคุณลักษณะไว้ในหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา ชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2/2 ซงึ่ ประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สาระสาคัญ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และ
สมรรถนะทสี่ าคัญของผู้เรียน จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้
การวดั และประเมินผล และบนั ทึกผลหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

การพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรือ่ งพัฒนาการของอาณาจกั ร 8

อยุธยบาทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วขอ้ ง

การทดลองครัง้ น้ี ผทู้ ดลองได้ศกึ ษาคน้ คว้าขอ้ มูลจากเอกสารและงานวิจยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
กับการใชส้ อื่ ประกอบการเรยี น เพือ่ เปน็ แนวทางในการวิจยั ดงั นี้

1. เอกสารเกย่ี วกบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
2. เอกสารเก่ยี วกับหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
3. เอกสารเกีย่ วกบั ส่ือประกอบการเรียน
4. งานวิจยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง

เอกสารเกี่ยวกบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

วิสัยทัศน์
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน มงุ่ พัฒนาผู้เรยี นทุกคน ซึ่งเปน็ กาลังของชาติ ให้เป็นมนุษย์

ที่มคี วามสมดลุ ท้งั ดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทย และเป็นพลโลก ยึดม่ันใน
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ัง
เจตคติที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบน
พนื้ ฐานความเชอื่ วา่ ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ
หลกั การ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน มหี ลกั การทส่ี าคญั ดงั นี้
1. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้

เป็นเปา้ หมายสาหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพ้ืนฐานของความเป็น
ไทยควบค่กู บั ความเป็นสากล

2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค
และมคี ณุ ภาพ

3. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทีส่ นองการกระจายอานาจ ใหส้ งั คมมสี ว่ นร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น

4. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีมีโครงสร้างยืดหยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้เวลาและการจัดการ
เรียนรู้

5. เป็นหลักสูตรการศึกษาทเี่ น้นผูเ้ รียนเปน็ สาคัญ
6. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาสาหรับการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ครอบคลมุ ทกุ
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

การพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรือ่ งพัฒนาการของอาณาจักร 9

จดุ หมาย อยุธยา

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุขมี

ศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเปน็ จุดหมายเพอ่ื ใหเ้ กิดกบั ผู้เรยี น เม่ือจบการศึกษา

ขั้นพืน้ ฐาน ดังนี้

1. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน

ตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2. มคี วามรู้ ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะ

ชีวิต

3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มีสขุ นิสยั และรักการออกกาลงั กาย

4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ

ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ

5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

มีจติ สาธารณะทมี่ งุ่ ทาประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ท่ดี ีงามในสังคม และอยู่รว่ มกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสุข

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ

ตามมาตรฐานท่กี าหนด ซ่ึงจะช่วยให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั น้ี

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน มงุ่ ให้ผ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้

ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
และประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลด
ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน
การเลือกใชว้ ิธกี ารสอื่ สารทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ
โดยคานึงถงึ ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ
สารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการ

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เร่อื งพฒั นาการของอาณาจักร 10

ป้องกนั และแกไ้ ขปญั หา และมกี ารตดั สนิ ใจทอมี่ ยีปธุ รยะาสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม
และสง่ิ แวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดาเนินชีวติ ประจาวัน การเรียนรดู้ ้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลง ของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อนื่

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ
และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพือ่ การพฒั นาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน
การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมคี ณุ ธรรม

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้

สามารถอยู่รว่ มกบั ผูอ้ ่ืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ิมเติมให้สอดคล้องตาม

บริบทและจดุ เน้นของตนเอง

มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน จึงกาหนดใหผ้ ู้เรียนเรียนรู้ 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ดงั น้ี
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวิชาประวัติศาสตร์ เรือ่ งพัฒนาการของอาณาจักร 11

5. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา อยธุ ยา
6. ศลิ ปะ
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึง
ประสงค์เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสาคัญในการขับเคลื่อน
พัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร
และประเมินอย่างไร รวมท้ังเป็นเคร่ืองมือในการตรวจสอบเพ่ือ การประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบ
การประเมินคุณภาพภายในและการประเมนิ คุณภาพภายนอก ซ่ึงรวมถึงการทดสอบระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพ่ือประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นสิ่งสาคัญท่ีช่วยสะท้อนภาพ
การจัดการศกึ ษาวา่ สามารถพัฒนาผ้เู รยี นใหม้ ีคุณภาพตามท่ีมาตรฐานการเรยี นรู้กาหนดเพียงใด

ตวั ช้ีวดั
ตัวช้วี ัดระบสุ ิ่งท่ีนกั เรียนพงึ ร้แู ละปฏบิ ตั ิได้ รวมทัง้ คุณลักษณะของผ้เู รียนในแต่ละระดับช้ันซ่ึงสะท้อน

ถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ในการกาหนดเน้ือหา จัดทา
หน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอนและเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
ผ้เู รยี น

1. ตัวชี้วัดช้ันปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปีท่ี 1 – มัธยมศกึ ษาปีที่ 3)

2. ตัวช้ีวัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
(มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4- 6)

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

จานวน 67 มาตรฐาน ดงั น้ี
ภาษาไทย
สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอา่ น

การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวชิ าประวัติศาสตร์ เร่อื งพฒั นาการของอาณาจกั ร 12

สาระที่ 2 การเขียน อยุธยา

มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน

เรอื่ งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพูด

มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ความคิด

ความรสู้ กึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์

สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง

เหน็ คุณคา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง

คณิตศาสตร์

สาระท่ี 1 จานวนและการดาเนนิ การ

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชีวิตจรงิ

มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์

ระหว่าง การดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใชก้ ารดาเนนิ การในการแกป้ ัญหา

มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคานวณและแกป้ ญั หา

มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบตั ิเก่ยี วกบั จานวนไปใช้

สาระท่ี 2 การวัด

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทต่ี อ้ งการวดั

มาตรฐาน ค 2.2 แกป้ ญั หาเกย่ี วกับการวดั

สาระท่ี 3 เรขาคณติ

มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวเิ คราะห์รูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ

มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial

reasoning) และใชแ้ บบจาลองทางเรขาคณติ (geometric model) ในการแก้ปญั หา

สาระที่ 4 พีชคณติ

มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรปู (pattern) ความสมั พนั ธ์ และฟงั กช์ ัน

มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณติ ศาสตร์

(mathematical model) อ่นื ๆ แทนสถานการณต์ า่ ง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนาไปใช้แก้ปญั หา

สาระท่ี 5 การวิเคราะหข์ อ้ มูลและความนา่ จะเป็น

มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วธิ กี ารทางสถติ ใิ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรอ่ื งพฒั นาการของอาณาจกั ร 13

มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทอายงธุ สยถาิติและความรู้เก่ียวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้
อยา่ งสมเหตุสมผล

มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถติ ิและความนา่ จะเป็นชว่ ยในการตัดสนิ ใจและแก้ปัญหา
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์

มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสาร การส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยง
คณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์

วทิ ยาศาสตร์
สาระที่ 1 สง่ิ มีชวี ติ กับกระบวนการดารงชวี ติ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ี

ของระบบต่าง ๆ ของส่ิงมชี วี ิตท่ที างานสัมพนั ธก์ นั มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนา
ความรู้ไปใชใ้ นการดารงชวี ติ ของตนเองและดแู ลสง่ิ มชี วี ิต

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พนั ธกุ รรม ววิ ฒั นาการของสงิ่ มีชวี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพท่ีมีผลกระทบต่อ
มนุษย์และสงิ่ แวดล้อม มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจติ วทิ ยาศาสตร์ ส่ือสารสง่ิ ทเี่ รียนรู้ และนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 2 ชวี ิตกับส่งิ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสง่ิ แวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสงิ่ แวดลอ้ มกับสงิ่ มชี วี ติ

ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์
สอื่ สารสิง่ ท่เี รียนรู้ และนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติใน
ระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนาความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมใน
ท้องถิ่นอย่างยงั่ ยืน

สาระที่ 3 สารและสมบตั ิของสาร
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจสมบตั ิของสารความสัมพนั ธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและ

แรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้นา
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารการเกิด
สารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ และนา
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน รายวชิ าประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักร 14

สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนทอี่ยุธยา
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์

มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารส่งิ ท่เี รียนรู้และนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์อย่างถูกตอ้ งและมคี ณุ ธรรม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลกั ษณะการเคล่ือนทีแ่ บบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการ

สบื เสาะหาความรู้และจติ วทิ ยาศาสตร์ สือ่ สารสิ่งทเี่ รยี นรู้และนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี 5 พลงั งาน
มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลี่ยนรูป

พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและส่ิงแวดล้อมมีกระบวนการ
สบื เสาะหาความรู้ สอ่ื สารสิ่งทเ่ี รียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี 6 : กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์

ของกระบวนการตา่ ง ๆ ท่มี ีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศ ภมู ิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการ
สบื เสาะหาความรแู้ ละจติ วิทยาศาสตร์ ส่ือสารสง่ิ ท่เี รยี นรู้และนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว 7.1เขา้ ใจวิวฒั นาการของระบบสรุ ยิ ะกาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายใน

ระบบสุริยะและผลตอ่ สิง่ มีชีวติ บนโลก มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารส่ิงท่ี
เรยี นรแู้ ละนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว 7.2 เขา้ ใจความสาคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นามาใช้ในการสารวจอวกาศและ
ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการส่ือสาร มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์
ส่อื สารสิ่งทเี่ รียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งมีคณุ ธรรมต่อชวี ิตและสิ่งแวดล้อม

สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา

ความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบาย
และตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือท่ีมีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม มีความเกยี่ วข้องสัมพันธ์กนั

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร์ เรอื่ งพัฒนาการของอาณาจักร 15

สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนอธยรธุรมยา
สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม

มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่ืออยู่ร่วมกัน
อยา่ งสันตสิ ุข

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษา
พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนับถอื

สาระท่ี 2 หน้าทีพ่ ลเมือง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวิตในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม

และธารงรกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสงั คมโลกอย่างสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดม่ัน ศรัทธา และ

ธารงรกั ษาไวซ้ ึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค

การใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพอื่ การดารงชวี ติ อยา่ งมดี ลุ ยภาพ

มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจาเป็นของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก

สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

สามารถใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน

ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญ
และสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบท่เี กิดข้นึ

มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก
ความภูมิใจและธารงความเปน็ ไทย

สาระที่ 5 ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธข์ องสรรพส่งิ ซ่ึงมีผล

ตอ่ กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแี่ ละเครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ในการค้นหา วเิ คราะห์ สรปุ และ
ใชข้ ้อมูลภมู ิสารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจกั ร 16

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิอมัยพุธยนั าธ์ระหว่างมนษุ ยก์ ับสภาพแวดล้อมทางกายภาพท่ีก่อให้เกิด
การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ติ สานกึ และมีสว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ ม เพือ่ การพัฒนา
ท่ยี ง่ั ยนื

สุขศึกษาและพลศกึ ษา
สาระที่ 1 การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์

มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
สาระท่ี 2 ชวี ิตและครอบครัว

มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการ
ดาเนนิ ชวี ิต

สาระท่ี 3 การเคล่อื นไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจา

อย่างสม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมใน
สนุ ทรียภาพของการกฬี า

สาระที่ 4 การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การ

ป้องกันโรคและการสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพือ่ สขุ ภาพ
สาระท่ี 5 ความปลอดภยั ในชวี ติ
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การ

ใชย้ าสารเสพตดิ และความรนุ แรง

ศลิ ปะ
สาระที่ 1 ทศั นศิลป์

มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชม และ
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั

มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็น
คุณคา่ งานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล

สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์

คณุ ค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรอี ย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่อื งพฒั นาการของอาณาจักร 17

มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจคอยวาุธมยสาัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็น
คณุ ค่าของดนตรีท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล

สาระท่ี 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คณุ ค่านาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความร้สู ึก ความคิดอยา่ งอสิ ระ ช่นื ชม และประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเห็นคุณค่า

ของนาฏศิลป์ทเี่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล

การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่ 1 การดารงชีวิตและครอบครัว

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน
ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้
มีคุณธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ติ สานึกในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และส่ิงแวดลอ้ ม เพอื่ การ
ดารงชีวิตและครอบครัว

สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างส่ิงของ

เคร่ืองใช้ หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทาง
สรา้ งสรรคต์ ่อชีวิต สงั คม สิ่งแวดลอ้ ม และมีสว่ นร่วมในการจดั การเทคโนโลยที ี่ยง่ั ยืน

สาระที่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
มาตรฐาน ง 3.1 เขา้ ใจ เห็นคุณค่า และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล

การเรยี นรู้ การสือ่ สาร การแก้ปญั หา การทางาน และอาชีพอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล และมีคุณธรรม
สาระท่ี 4 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จาเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้

เทคโนโลยเี พอ่ื พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคติทดี่ ตี อ่ อาชพี
ภาษาต่างประเทศ
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความ

คิดเห็นอย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารแสดง

ความร้สู กึ และความคดิ เห็นอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ

โดยการพูดและการเขียน

การพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เร่อื งพัฒนาการของอาณาจกั ร 18

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรมอยธุ ยา
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ

นาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ

เจ้าของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนร้อู ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่อื มโยงความร้กู บั กล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น และเป็น

พื้นฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และ

สังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อการประกอบ

อาชพี และการแลกเปล่ียนเรียนร้กู ับสังคมโลก
การจดั การเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรยี น เป็นเปา้ หมายสาหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสร ร
กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ รวมท้ังปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสาคัญให้
ผู้เรยี นบรรลตุ ามเปา้ หมาย

1. หลักการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรเู้ พ่ือให้ผเู้ รยี นมคี วามรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ

และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับ
ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
คานึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสาคญั ทง้ั ความรู้ และคณุ ธรรม

2. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้

ท่ีหลากหลาย เป็นเคร่ืองมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้
ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองพฒั นาการของอาณาจกั ร 19

จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทาจรงิ กระบอยวนธุ กยารจดั การ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้
ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

กระบวนการเหล่านเี้ ป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนาเพราะ
จะสามารถชว่ ยให้ผ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้ไดด้ ี บรรลุเป้าหมายของหลกั สูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษาทา
ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

3. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผสู้ อนต้องศกึ ษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั สมรรถนะสาคัญ

ของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และสาระการเรยี นร้ทู เ่ี หมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้
ผู้เรียนได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กาหนด

4. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี

บทบาท ดังนี้
4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรยี นรู้ ทีท่ า้ ทายความสามารถของผเู้ รยี น
2) กาหนดเป้าหมายทีต่ ้องการใหเ้ กิดขน้ึ กบั ผู้เรยี น ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่

เปน็ ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมทง้ั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ

พฒั นาการทางสมอง เพ่ือนาผูเ้ รียนไปสเู่ ป้าหมาย
4) จดั บรรยากาศทเี่ ออื้ ตอ่ การเรยี นรู้ และดแู ลช่วยเหลือผเู้ รียนให้เกดิ การเรียนรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใชส้ อ่ื ให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีท่ี

เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ

ของวชิ าและระดบั พัฒนาการของผเู้ รยี น
7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียนรวมท้ังปรับปรุงการ

จัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผู้เรยี น
1) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรูข้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้การตั้ง

คาถาม คิดหาคาตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ัญหาด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ

การพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของอาณาจกั ร 20

สถานการณต์ า่ ง ๆ 3) ลงมือปฏิบัติจริง อสยรุธปยสา่ิงที่ไดเรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน

4) มีปฏิสมั พนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกบั กลมุ่ และครู
5) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างต่อเนือ่ ง

สื่อการเรียนรู้
สื่อการเรียนรเู้ ป็นเคร่ืองมือสง่ เสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้

ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ทง้ั ส่ือธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือขา่ ยการเรียนรู้ต่างๆ ท่ีมีในท้องถ่ิน
การเลอื กใชส้ ่ือควรเลอื กใหม้ คี วามเหมาะสมกบั ระดับพฒั นาการ และลลี าการเรียนรู้ทหี่ ลากหลายของผเู้ รียน

การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเองหรือปรับปรุงเลือกใช้
อย่างมีคุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและ
สือ่ สารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจดั ใหม้ อี ย่างพอเพยี ง เพื่อพัฒนาใหผ้ ูเ้ รียน เกิดการเรยี นรู้
อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าท่ีจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ควรดาเนินการ ดังน้ี

1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์ส่ือการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้และเครือข่ายการ
เรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้า และการแลกเปล่ียน
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถน่ิ ชุมชน สังคมโลก

2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน
รวมทงั้ จัดหาสิ่งท่ีมอี ยู่ในทอ้ งถนิ่ มาประยกุ ต์ใชเ้ ป็นส่ือการเรียนรู้

3. เลอื กและใชส้ ่ือการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับ
วธิ กี ารเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผเู้ รียน

4. ประเมนิ คุณภาพของส่อื การเรียนรทู้ ่เี ลอื กใชอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
5. ศกึ ษาค้นควา้ วจิ ัย เพอื่ พฒั นาสอื่ การเรยี นรู้ให้สอดคลอ้ งกบั กระบวนการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
6. จัดใหม้ ีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อ และการใช้สื่อการ
เรยี นรูเ้ ปน็ ระยะๆ และสม่าเสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษาควรคานึงถึง
หลักการสาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์ การเรียนรู้ การออกแบบ
กจิ กรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เน้ือหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคง
ของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มกี ารใชภ้ าษาทถี่ กู ต้อง รูปแบบการนาเสนอท่เี ข้าใจงา่ ย และนา่ สนใจ

การพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของอาณาจักร 21

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ อยธุ ยา

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การ

ประเมินเพอ่ื พัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ของผู้เรียนให้ประสบ

ผลสาเร็จน้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้

สะท้อนสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ

ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา

และระดบั ชาติ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้เป็นกระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมิน

เปน็ ข้อมลู และสารสนเทศทแ่ี สดงพฒั นาการ ความก้าวหนา้ และความสาเรจ็ ทางการเรยี นของผ้เู รยี น ตลอดจน

ข้อมลู ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการสง่ เสริมให้ผู้เรียนเกดิ การพฒั นาและเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบง่ ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา

ระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี

1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้

ผสู้ อนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย

เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้ม

สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง

เพ่ือนประเมินเพอื่ น ผปู้ กครองร่วมประเมิน ในกรณีท่ีไม่ผา่ นตัวช้ีวดั ใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม

การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้

อนั เปน็ ผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใดมีส่ิงท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา

ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย

ทง้ั น้ีโดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ดั

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล การ

เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่า

ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการ

เรยี นของผเู้ รียนในสถานศกึ ษาเปรียบเทยี บกบั เกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูล

และสารสนเทศเพื่อการปรบั ปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือ

การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ

รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สานักงาน

คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ผ้ปู กครองและชุมชน

3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนท่ี

การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน เพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู พืน้ ฐานในการ

พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมิน

การพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของอาณาจกั ร 22

คุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาอตยรุธฐยานาที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือด้วย
ความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวน
ข้อมลู จากการประเมนิ ระดบั สถานศึกษาในเขตพื้นทกี่ ารศึกษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียนในชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 3 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เข้ารับการ
ประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นขอ้ มูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ใน
การวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบาย
ของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ
ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่าง
บุคคลที่จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถ
พิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ี
ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น
ข้อมลู จากการประเมินจึงเป็นหวั ใจของสถานศกึ ษาในการดาเนินการชว่ ยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงทีเปิดโอกาสให้
ผเู้ รียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเรจ็ ในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัด และ
ประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนด
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรท่ีเก่ียวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน (
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2551 : 4 -29 )

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กาหนดให้กระบวนการศึกษาเป็นกระบวนการ
เรียนรู้ เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบ
สานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัด
สภาพแวดล้อม สังคมแห่งการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต
การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้
และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับ ผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข และ
ในมาตรา 24 การจัดกระบวนการเรยี นร้ใู ห้สถานศึกษาและหนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งดาเนินการ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) จัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย
คานงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล

(2) ฝึกทกั ษะ กระบวนการคิด การจดั การ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้
เพอื่ ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หา

การพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักร 23

(3) จัดกิจกรรมให้ผเู้ รยี นได้เรียอนยรุธู้จยากาประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้คิดเป็น ทาเป็น
รกั การอ่าน และเกดิ การใฝ่รอู้ ย่างต่อเน่ือง

(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน
รวมท้ังปลกู ฝังคณุ ธรรม ค่านยิ มท่ดี ีงาม และคุณลกั ษณะอนั พึ่งประสงค์ไวใ้ นทกุ วิชา

(5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอานวย
ความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมท้ังสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหน่ึงของ
กระบวนการเรียนรู้ ท้งั นผ้ี ้สู อนและผูเ้ รียนอาจเรียนรู้ไปพรอ้ มกนั จากส่อื การเรยี นการสอนและแหลง่ วิทยาการ
ประเภทต่าง ๆ

(6) จัดการเรียนรูใ้ ห้เกดิ ข้ึนได้ทกุ เวลา ทกุ สถานที่ มกี ารประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา
ผปู้ กครอง และบคุ คลในชมุ ชนทกุ ฝ่าย เพือ่ ร่วมกันพัฒนาผเู้ รยี นตามศักยภาพ

จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 ข้อ (3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้
เรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ ฝึกการปฏบิ ตั ิให้ทาได้ คิดเป็น ทาเปน็ รกั การอ่านและเกดิ การใฝร่ ู้อย่างตอ่ เนอ่ื ง
จะเห็นว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มุ่งให้นักเรียนรักการอ่าน หนังสืออ่านเพิ่มเติมเป็นสาหรับเด็ก
ซ่ึงเปน็ สือ่ การจัดการเรียนรูท้ ี่สามารถส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน และในข้อ (5) ส่งเสริมสนับสนุนให้
ผสู้ อนสามารถจัดส่ือการเรยี น เพอื่ ใหน้ ักเรยี นเกิดการเรยี นรูแ้ ละมีความรอบรู้ ดงั น้นั หนังสืออ่านเพิม่ เตมิ กเ็ ป็น
สื่อการเรยี นท่สี ามารถทาให้นักเรยี นเกิดการเรียนรู้ ใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รียน และมคี วามรอบรู้ ( พระราชบัญญัติการศึกษา
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542. 2542 : 6 )

กล่าวได้ว่า หนังสืออ่านเพ่ิมเติม เป็นหนังสือสาหรับเด็กที่ช่วยให้มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักการอ่าน
เกดิ การเรียนรสู้ อดคล้องกับประสบการณต์ รง และความสนใจของนกั เรียนสามารถตอบสนองจุดมุ่งหมายของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542 อย่างแท้จริง

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ทาไมตอ้ งเรยี นสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ

การดารงชีวิตของมนุษย์ท้ังในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การ
จัดการทรพั ยากรทม่ี อี ยอู่ ย่างจากดั เข้าใจถึงการพัฒนา เปล่ียนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัย
ต่าง ๆ เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อ่ืน มีความอดทน อดกล้ัน ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม
สามารถนาความรู้ไปปรบั ใช้ในการดาเนินชวี ติ เป็นพลเมืองดขี องประเทศชาติ และสงั คมโลก

เรียนรู้อะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ท่ีมี

ความเชื่อมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพ่ือช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบท

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน รายวิชาประวัตศิ าสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจกั ร 24

สภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดอชยอุธบยามีความรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม โดยได้
กาหนดสาระตา่ งๆไว้ ดังนี้

1. ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพ้ืนฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนาหลักธรรมคาสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง
และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทาความดี มีค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งบาเพ็ญ
ประโยชน์ตอ่ สงั คมและสว่ นรวม

2. หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคม
ปัจจบุ ันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสาคัญการ
เป็นพลเมืองดี ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้าน
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพการดาเนินชีวิตอย่างสันติสุขใน
สงั คมไทยและสังคมโลก

3. เศรษฐศาสตร์ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการการบริหารจัดการ
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนาหลักเศรษฐกิจ
พอเพียงไปใช้ในชีวิตประจาวัน

4. ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการ
ของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผลกระทบท่ีเกิดจาก
เหตกุ ารณ์สาคัญในอดีต บุคคลสาคัญท่ีมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย
วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย แหลง่ อารยธรรมทส่ี าคัญของโลก

5. ภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และ
ภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคตา่ งๆ ของโลก การใชแ้ ผนทแี่ ละเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ ความสัมพันธ์
กนั ของสง่ิ ต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสมั พันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และส่ิงที่มนุษย์
สรา้ งขน้ึ การนาเสนอขอ้ มลู ภูมิสารสนเทศ การอนุรกั ษส์ ่งิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาทีย่ ง่ั ยนื

คุณภาพของผู้เรยี น
1. มีความรเู้ รื่องของจงั หวัด ภาค และประทศของตนเอง ท้ังเชงิ ประวัตศิ าสตร์

ลักษณะทางกายภาพ สังคมประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมือง การปกครอง และสภาพเศรษฐกิจ
โดยเน้นความเป็นประเทศไทย

2. มคี วามรู้และความเข้าใจในเรอ่ื งศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมคา
สอนของศาสนาที่ตนนับถอื รวมทั้งมสี ่วนร่วมศาสนพิธี และพธิ ีกรรมทางศาสนามากย่งิ ขนึ้

3. ปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีของท้องถ่ิน จังหวัด
ภาค และประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของท้องถ่ิน
ตนเอง มากยง่ิ ขึ้น

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่อื งพฒั นาการของอาณาจักร 25

4. สามารถเปรียบเทียบเอร่ืยองธุ รยาาวของจังหวัดและภาคต่างๆของประเทศไทยกับประเทศ
เพ่ือนบ้าน ได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง
เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การทาความเข้าใจในภูมิภาคซีก
โลกตะวันออกและตะวันตกเก่ียวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรม การดาเนินชวี ิต การจดั ระเบียบทางสงั คม และการเปล่ียนแปลงทางสังคมจากอดตี สปู่ จั จุบนั

สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ดั ช้ันปี
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ

ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่าง
สันตสิ ุข

ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ปี
1. วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะที่เป็นมรดก

ทางวัฒนธรรมและหลักในการพัฒนาชาติไทย
2. สรุปพทุ ธประวัตติ งั้ แต่เสด็จกรุงกบิลพัสด์ุจนถึงพุทธกิจสาคัญ หรือประวัติศาสดาที่ตนนับ

ถือตามทีก่ าหนด
3. เห็นคุณค่า และประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก

ชาดก/เร่ืองเลา่ และศาสนิกชนตัวอย่าง ตามทกี่ าหนด
4. อธบิ ายองค์ประกอบ และความสาคัญของพระไตรปิฎก หรอื คมั ภรี ์ของศาสนาทีต่ นนบั ถอื
5. แสดงความเคารพพระรัตนตรัย และปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท 3 ใน

พระพทุ ธศาสนาหรอื หลกั ธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถือตามท่ีกาหนด
6. เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือ

การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาท่ตี นนบั ถอื ตามที่กาหนด
7. ปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ เพื่อการพฒั นาตนเองและสงิ่ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษา
พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื

ตัวชว้ี ดั ชัน้ ปี
1. จดั พิธกี รรมตามศาสนาท่ีตนนบั ถอื อยา่ งเรยี บง่าย มปี ระโยชน์ และปฏิบัติตนถกู ตอ้ ง
2. ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันสาคัญทางศาสนา ตามที่กาหนด และอภิปราย

ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั จากการเข้าร่วมกจิ กรรม
3. มมี รรยาทของความเป็นศาสนิกชนทีด่ ี ตามท่กี าหนด

การพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจักร 26

สาระท่ี 2 หน้าทพี่ ลเมือง วัฒอนยธุธรยรมา และการดาเนินชวี ิตในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และ
ธารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ิตอยูร่ ว่ มกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสขุ
ตวั ชีว้ ดั ช้นั ปี

1. ยกตัวอย่างและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ในฐานะ
พลเมอื งดี

2. เสนอวิธกี ารปกป้องคุ้มครองตนเองหรอื ผ้อู ่นื จากการละเมดิ สิทธิเด็ก
3. เหน็ คณุ คา่ วฒั นธรรมไทยทม่ี ีผลต่อการดาเนนิ ชวี ิตในสังคมไทย

4. มสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษ์และเผยแพร่ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ของชมุ ชน
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยึดมัน่ ศรัทธา และธารง
รกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข
ตัวชว้ี ัดชน้ั ปี

1. อธิบายโครงสร้าง อานาจ หนา้ ทีแ่ ละความสาคัญของการปกครองสว่ นท้องถิน่
2. ระบบุ ทบาทหน้าที่ และวิธกี ารเขา้ ดารงตาแหน่งของผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น
3. วิเคราะห์ประโยชนท์ ่ชี ุมชน จะไดร้ ับจากองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้
ทรพั ยากรทมี่ อี ยจู่ ากดั ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและค้มุ คา่ รวมท้ังเข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อการ
ดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ
ตวั ชว้ี ัดช้นั ปี
1. อธิบายปัจจัยการผลติ สินคา้ และบริการ
2. ประยุกต์ใช้แนวคิดของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการทากิจกรรมต่าง ๆ ใน
ครอบครวั โรงเรียนและชมุ ชน
3. อธิบายหลกั การสาคญั และประโยชน์ของสหกรณ์
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจาเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวชีว้ ดั ชัน้ ปี
1. อธบิ ายบทบาทหน้าท่เี บื้องตน้ ของธนาคาร
2. จาแนกผลดแี ละผลเสียของการกู้ยมื

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เร่อื งพฒั นาการของอาณาจกั ร 27

สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ อยุธยา
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
สามารถใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณต์ า่ ง ๆ อย่างเปน็ ระบบ
ตวั ชวี้ ดั ช้นั ปี

1. สืบค้นความเป็นมาของทอ้ งถ่นิ โดยใช้หลักฐานที่หลากหลาย
2. รวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งตา่ ง ๆ เพือ่ ตอบคาถามทางประวตั ศิ าสตร์อย่างมเี หตุผล
3. อธิบายความแตกตา่ งระหวา่ งความจริงกบั ข้อเท็จจริงเกยี่ วกบั เรือ่ งราวในทอ้ งถิน่
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน
ความสัมพันธ์และการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถวิเคราะห์
ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน
ตัวชวี้ ดั ช้ันปี
1. อธิบายอิทธิพลของอารยธรรมอินเดียและจีนท่ีมีต่อไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยสังเขป
2. อภปิ รายอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมตา่ งชาตทิ ม่ี ีตอ่ สังคมไทยปจั จบุ ันโดยสังเขป
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทยมีความรัก ความ
ภูมใิ จและธารงความเป็นไทย
ตวั ชว้ี ดั ช้นั ปี
1. อธบิ ายพฒั นาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบรุ ีโดยสังเขป
2. อธิบายปัจจยั ท่ีสง่ เสริมความเจริญ รุ่งเรอื งทางเศรษฐกิจและการปกครองของอาณาจักร
อยุธยา
3. บอกประวัติและผลงานของบุคคลสาคัญสมัยอยุธยาและธนบรุ ีท่ีนา่ ภาคภมู ใิ จ
4. อธิบายภูมิปัญญาไทยที่สาคัญ สมัยอยุธยาและธนบุรีที่น่าภาคภูมิใจและควรคู่แก่การ
อนุรักษไ์ ว้
สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พนั ธข์ องสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อ
กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแ่ี ละเครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้
ขอ้ มลู ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชว้ี ดั ชัน้ ปี
1. ร้ตู าแหน่ง (พกิ ดั ภูมศิ าสตร์ ละติจูด ลองจจิ ดู ) ระยะ ทิศทางของภมู ภิ าคของตนเอง
2. ระบลุ กั ษณะภูมลิ กั ษณท์ สี่ าคญั ในภมู ภิ าคของตนเองในแผนที่
3. อธิบายความสัมพนั ธข์ องลักษณะทางกายภาพกับลกั ษณะทางสังคมในภูมภิ าคของตนเอง

การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรือ่ งพฒั นาการของอาณาจกั ร 28

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพอนัยธุ ร์ยะาหวา่ งมนษุ ย์กับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ ่อให้เกิดการ
สร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึกและมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่
ยง่ั ยนื

ตัวช้ีวดั ช้นั ปี
1. วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางกายภาพท่ีมีอิทธิพลต่อลักษณะการตั้งถ่ินฐานและการย้ายถ่ิน
ของประชากรในภูมิภาค
2. อธิบายอทิ ธิพลของส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ีก่ ่อใหเ้ กิดวิถีชีวติ และ
3. นาเสนอตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นผลจากการรักษาและการทาลายสภาพแวดล้อม และเสนอ
แนวคดิ ในการรกั ษาสภาพแวดล้อมในภูมภิ าค ( กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2551 : 132-163 )

เอกสารเกยี่ วกับสื่อนวัตกรรมประกอบการเรยี น
ความหมายของการใชส้ ่ือนวัตกรรมการเรียนการสอน

สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ ซึ่งถูกนามาใช้ในการการเรียนการสอน เพื่อเป็น
ตัวกลางในการนาส่งหรือถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และเจตคติ จากผู้สอนหรือแหล่งความรู้ไปยังผู้เรียน ช่วยให้
การเรียนการสอนดาเนินไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ และทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
ของการเรียนการสอนที่ตั้งไว้สื่อการสอน (Instructional Media) หมายถึง การนาสื่อมาใช้ในการเรียนการ
สอนโดยตรง ซงึ่ หายถึงการนาวัสดุ เครอื่ งมือและวธิ กี ารมาเป็นสะพานเช่ือมโยงความรู้ เน้อื หาไปยงั ผูเ้ รียนได้
เพ่ือทาให้เกิดความเข้าใจสง่ิ ท่ีถ่ายทอดซ่ึงกันและกัน ได้ผลตามจุดมุ่งหมาย สื่อชนิดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทป
บนั ทึก เสยี ง สไลดว์ ทิ ยโุ ทรทศั น์ วีดีทศั น์ แผนภมู ิ ภาพน่งิ ซึ่งบรรจุเน้อื หาเก่ียวกบั การเรียน การสอน

สื่อการสอนนับว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทอย่างมากในการเรียนการสอนนับแต่ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
เน่ืองจากเป็นตัวกลางที่ช่วยให้การส่ือสารระหว่างผู้สอนและ ผู้เรียนดาเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพทาให้
ผเู้ รยี นมีความเขา้ ใจความหมายของ เน้อื หาทบเรียนได้ตรงกับท่ีผสู้ อนตอ้ งการไมว่ ่าส่อื นน้ั จะเป็นส่ือในรูปแบบ
ใดก็ตาม ลว้ นแต่เป็นทรัพยากรทสี่ ามารถอานวยความสะดวกในการเรียนรไู้ ดท้ ้งั สน้ิ

คาว่าส่ือการสอนหรือส่ือการเรียนการสอนเมื่อก่อนนี้จะใช้คาว่าโสตทัศนูปกรณ์ (โสต+ทัศน์ +
อุปกรณ์) โดยจะประกอบไปด้วย วัสดุและเครื่องมือ ซึ่งการศึกษาค้นคว้าในทางด้านนี้จะเรียกว่า “โสตทัศน์
ศกึ ษา”

ถ้าจะมีการเลือกใช้ส่ือได้อย่างเหมาะสม ส่ือจะช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน บรรลุ
จุดมุ่งหมายการเรยี นการสอน ดังนี้

1.จงู ใจให้ผู้เรียนมีความตั้งใจและสนใจเรียนมากข้ึน
2.ให้ประสบการณแ์ ก่ผเู้ รียนมีความหมาย
3.ก่อใหเ้ กดิ เจตคติทดี่ ีแจะมคี วามประทับใจในสิ่งทีเ่ รียน
4.อธบิ ายเนอ้ื หาวิชาและทักษะกระบวนการตา่ งๆได้อยา่ งชดั เจน

การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจกั ร 29

5.เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นมีส่วนร่วมในการเรยี นอมยาธุ กยขานึ้
การใช้สื่อการเรียนการสอน คือตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และ

ประสบการณ์ จากแหล่งความรไู้ ปสู่ผ้เู รยี น

ประเภทของส่ือการเรียนการสอน
1. สอ่ื ประเภทวสั ดุ ได้แก่สไลด์ แผน่ ใส เอกสาร ตารา สารเคมี สิ่งพมิ พ์ต่าง ๆ และคูม่ อื การฝกึ ปฏบิ ัต
2. สื่อประเภทอุปกรณ์ ได้แก่ของจริง หุ่นจาลอง เคร่ืองเล่นเทปเสียง เคร่ืองเล่นวีดิทัศน์ เครื่องฉาย
แผ่นใส อปุ กรณ์และเครอ่ื งมอื ในหอ้ งปฏบิ ัตกิ า
3. สอื่ ประเภทเทคนิคหรือวิธีการ ได้แก่การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การฝึกปฏิบัติการฝึกงาน การจัด
นทิ รรศการ และสถานการณจ์ าลอง
4. สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ ได้แก่คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) การนาเสนอด้วยคอมพิวเตอร์
(Computer presentation) การใช้ Intranet และ Internet เพ่ือการส่ือสาร (Electronic mail:
E-mail) และการใช้ WWW (World Wide Web)

การจาแนกสอ่ื การเรยี นการสอนตามประเภทตา่ งๆ
สอื่ การเรยี นการสอนจาแนกตามประสบการณ์

1. ประสบการณ์ตรงและมีความมุ่งหมาย ประสบการณ์ข้ันนี้ เป็นรากฐานสาคัญของการศึกษาทั้งปวง
เป็นประสบการณท์ ผี่ ู้เรยี นได้รับมาจากความเป็นจริงและด้วยตัวเองโดยตรง ผู้รับประสบการณ์นี้จะได้เห็น ได้
จับ ได้ทา ได้รู้สึก และได้ดมกล่ินจากของจริง ดังน้ันสื่อการสอนท่ีไห้ประสบการณ์การเรียนรู้ในข้ันน้ีก็คือของ
จรงิ หรือความเปน็ จริงในชีวติ ของคนเรานั่นเอง

2. ประสบการณ์จาลอง เปน็ ทย่ี อมรับกันวา่ ศาสตร์ต่างๆ ในโลก มมี ากเกนิ กวา่ ทจ่ี ะเรยี นรไู้ ด้หมดส้ินจาก
ประสบการณ์ตรงในชีวิต บางกรณีก็อยู่ในอดีต หรือซับซ้อนเร้นลับหรือเป็นอันตรายไม่สะดวกต่อการเรียนรู้
จากประสบการณ์จรงิ จงึ ได้มีการจาลองส่ิงต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อการศึกษา ของจาลองบางอย่างอาจจะเรียน
ไดง้ ่ายกว่าและสะดวกกว่า

3. ประสบการณ์นาฏการ ประสบการณ์ต่าง ๆ ของคนเราน้ันมีหลายส่ิงหลายอย่างที่เราไม่สามารถ
ประสบได้ด้วยตนเอง เช่น เหตุการณ์ในอดีต เรื่องราวในวรรณคดี การเรียนในเร่ืองท่ีมีปัญหาเกี่ยวกับสถานที่
หรือเร่ืองธรรมชาติท่ีเป็นนามธรรม การแสดงละครจะช่วยไปให้เราได้เข้าไปใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เช่น
ฉาก เครื่องแตง่ ตัว เครอ่ื งมอื ห่นุ ตา่ ง ๆ เป็นตน้

4. การสาธิต การสาธิตคือ การอธิบายถึงข้อเท็จจริงหรือแบ่งความคิด หรือกระบวนการต่าง ๆให้ผู้ฟัง
แลเห็นไปด้วย เช่น ครูวิทยาศาสตร์เตรียมก๊าซออกซิเจนให้นักเรียนดู ก็เป็นการสาธิต การสาธิตก็เหมือนกับ
นาฏการ หรือการศกึ ษานอกสถานที่ เราถือเป็นสื่อการสอนอย่างหน่ึง ซ่ึงในการสาธิตน้ีอาจรวมเอาส่ิงของท่ีใช้

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรอ่ื งพฒั นาการของอาณาจักร 30

ประกอบหลายอย่าง นับตั้งแต่ของจริงไปจนถอึงยตธุ ัวยหานังสือ หรือคาพูดเข้าไว้ด้วย แต่เราไม่เพ่งเล็งถึงสิ่งเหล่านี้
เราจะใหค้ วามสาคัญกับกระบวนการทัง้ หมดท่ผี ู้เรยี นจะตอ้ งเฝ้าสงั เกตอยโู่ ดยตลอด

5. การศึกษานอกสถานท่ี การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานท่ี เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
เพ่อื ใหน้ ักเรียนไดเ้ รยี นจากแหลง่ ข้อมลู แหลง่ ความร้ทู ่มี ีอยู่จรงิ ภายนอกหอ้ งเรียน ดงั น้นั การศกึ ษานอกสถานที่
จึงเปน็ วิธีการหน่ึงท่เี ปน็ สือ่ กลางใหน้ ักเรยี นไดเ้ รียนจากของจรงิ

6. นทิ รรศการ นทิ รรศการมคี วามหมายท่ีกว้างขวาง เพราะหมายถึง การจัดแสดงสิ่งต่างๆเพื่อให้ความรู้
แกผ่ ชู้ ม ดังน้นั นทิ รรศการจงึ เป็นการรวมส่ือต่าง ๆ มากมายหลายชนิด การจัดนิทรรศการที่ให้ผู้เรียนมามีส่วน
รว่ มในการจดั จะสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นได้มีโอกาสคดิ สรา้ งสรรค์มสี ว่ นร่วม และได้รับข้อมูลยอ้ นกลบั ดว้ ยตวั ของเขา
เอง

7. โทรทศั นแ์ ละภาพยนตร์ โทรทศั น์เป็นสื่อการสอนท่มี ีบทบาทมากในปัจจบุ ัน เพราะได้เห็นทง้ั ภาพและ
ได้ยินเสียงในเวลาเดียวกัน และยังสามารถแพร่และถ่ายทอดเหตุการณ์ท่ีกาลังเกิดขึ้นได้ด้วย นอกจากนั้น
โทรทัศน์ยงั มหี ลายรูปแบบ เชน่ โทรทัศนว์ งจรปิด ซ่ึงโรงเรียนสามารถนามาใชใ้ นการเรียนการสอนไดเ้ ปน็ อย่าง
ดี นอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์วงจรปิด ท่ีเอื้อประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์เป็นสื่อที่จาลอง
เหตุการณ์มาให้ผู้ชมหรือผู้เรียนได้ดูและได้ฟังอย่างใกล้เคียงกับความจริง แต่ไม่สามารถถ่ายทอดเหตุการณ์ท่ี
กาลงั เกิดขึ้นได้ ถงึ อย่างไรก็ตามภาพยนตร์ก็ยังนับว่าเป็นส่ือที่มีบทบาทมากในการเรียนการสอน เช่นเดียวกัน
กบั โทรทัศน์

8. ภาพนิ่ง การบันทึกเสียง และวิทยุ ภาพน่ิง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาดซึ่งมีท้ังภาพทึบแสงและโปร่ง
แสง ภาพทึบแสงคอื รูปถา่ ย ภาพวาด หรือภาพในสิง่ พมิ พ์ตา่ ง ๆ สว่ นภาพน่ิงโปร่งใสหมายถึงสไลด์ ฟิล์มสตริป
ภาพโปร่งใสท่ใี ชก้ บั เคร่ืองฉายวสั ดุโปรง่ ใส เปน็ ตน้ ภาพนิ่งสามารถจาลองความเป็นจริงมาใหเ้ ราศกึ ษาบนจอได้
การบันทึกเสียง ได้แก่ แผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปและเคร่ืองบันทึกเสียง และเคร่ืองขยายเสียง
ตลอดจนอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วกับเสยี งซ่ึงนอกจากจะสามารถนามาใชอ้ ย่างอิสระในการเรียนการสอนดว้ ยแล้ว
ยังใช้กับรายการวิทยุและกิจกรรมการศึกษาอ่ืน ๆ ได้ด้วย ส่วนวิทยุน้ัน ปัจจุบันที่ยอมรับกันแล้วว่า ช่วย
การศึกษาและการเรียนการสอนได้มาก ซ่ึงไม่จากัดอยู่แต่เพียงวิทยุโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงวิทยุ
ทว่ั ไปอกี ด้วย

9. ทัศนสญั ลกั ษณ์ สอื่ การสอนประเภททัศนสญั ญลักษณ์น้ี มีมากมายหลายชนิด เชน่ แผนภูมิแผนภาพ
แผนที่ แผนผัง ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น ส่ือเหล่านี้เป็นส่ือท่ีมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์สาหรับ ถ่ายทอด
ความหมายใหเ้ ขา้ ใจได้รวดเร็วขึ้น

10.วจนสัญลักษณ์ สื่อข้ันน้ีเป็นสื่อที่จัดว่า เป็นขั้นที่เป็นนามธรรมมากท่ีสุด ซึ่งได้แก่ตัวหนังสือหรือ
อกั ษร สัญลกั ษณท์ างคาพดู ทีเ่ ป็นเสยี งพูด ความเปน็ รปู ธรรมของส่อื ประเภทน้ีจะไม่คงเหลืออยู่เลย อย่างไรก็ดี
ถงึ แม้สอ่ื ประเภทนีจ้ ะมลี ักษณะท่เี ป็นนามธรรมทีส่ ุดก็ตามเรากใ็ ชป้ ระโยชน์จากสอ่ื ประเภทนีม้ าก เพราะต้องใช้
ในการสอื่ ความหมายอยู่ตลอดเวลา

การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรอื่ งพัฒนาการของอาณาจักร 31

สอ่ื การเรียนการสอนจาแนกตามคณุ อสยมุธบยตั าิ
1. ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เช่น กระดานดา กระดานผ้าสาลี) แผนภูมิ รูปภาพ ฟิล์ม

สตรปิ สไลด์ ฯลฯ
2. โสตวัสดุ (Audio Materisls ) เช่น เคร่ืองบันทึกเสียง (Tape Recorder) เคร่ืองรับวิทยุ

ห้องปฏิบตั กิ ารทางภาษา ระบบขยายเสยี ง ฯลฯ
3. โสตทัศนวัสดุ (Audio Visual Materials) เชน่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ฯลฯ
4. เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ (Equipments) เช่น เคร่ืองฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายฟิล์มสตริป

เครื่องฉายสไลด์
5. กจิ กรรมตา่ ง ๆ (Activities )เชน่ นิทรรศการ การสาธติ ทัศนศกึ ษา ฯลฯ

ประโยชนข์ องส่อื การเรียนการสอน
1. ส่อื การเรยี นการสอนสามารถเอาชนะข้อจากัดเรอื่ งความแตกต่างกันของประสบการณ์ดั้งเดิมของ
ผ้เู รียน คอื เมอ่ื ใช้ส่ือการเรยี นการสอนแลว้ จะชว่ ยใหเ้ ดก็ ซง่ึ มีประสบการณเ์ ดิมตา่ งกนั เขา้ ใจไดใ้ กล้เคียงกนั
2. ขจดั ปญั หาเกย่ี วกับเร่ืองสถานที่ ประสบการณต์ รงบางอยา่ ง หรอื การเรียนรู้
3. ทาให้เด็กไดร้ บั ประสบการณต์ รงจากสิง่ แวดลอ้ มและสงั คม
4. สื่อการเรียนการสอนทาใหเ้ ดก็ มีความคดิ รวบยอดเป็นอย่างเดยี วกนั
5. ทาให้เดก็ มมี โนภาพเร่ิมแรกอยา่ งถกู ตอ้ งและสมบรู ณ์
6. ทาให้เด็กมีความสนใจและต้องการเรียนในเร่ืองต่าง ๆ มากขึ้น เช่นการอ่าน ความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ทศั นคติ การแก้ปญั หา ฯลฯ
7. เปน็ การสรา้ งแรงจงู ใจและเร้าความสนใจ

Microsoft PowerPoint
โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 เป็นหน่ึงในโปรแกรมท่ีอยู่ในชุดของ Microsoft Office

2013 เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างงานนาเสนอหรืองานพรีเซนเตชัน (Presentation) ท่ีมีประสิทธิภาพและ
ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 ก็คือสามารถสร้างงานท่ีจะ
นาเสนอได้อยา่ งง่ายดาย โดยสามารถนาเสนอข้อมลู ไดท้ ัง้ ข้อความ รปู ภาพ เสยี ง วดี โิ อ ตาราง กราฟ ผังองคก์ ร
การใส่ Effect เพ่ิมความน่าสนใจให้กับสไลด์และสร้างงานนาเสนอได้ตรงตามท่ีออกแบบไว้ เนื่องจากความ
ครบครันของตัวโปรแกรม Microsoft PowerPoint จึงถูกนามาใช้ในงานนาเสนอ อย่างกว้างขวาง เช่น การ
นาเสนอแผนงาน การประชมุ การอบรมสัมมนา การสร้างส่ือการเรียนการสอน การประชาสัมพันธ์สินค้าหรือ
หน่วยงาน เปน็ ต้น

การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจักร 32

งานวิจัยทีเ่ ก่ยี วข้อง อยธุ ยา

จุฑามาศ สุขเกษม ( 2546 : 43 – 44 ) ได้พัฒนาส่ือการสอน Power Point เร่ือง สงขลาบ้าน

ของเรา สาหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนวดั ม่วงค่อม สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต

2 จานวน 1 หอ้ งเรียน นักเรยี น 20 คน ผลการวิจัยพบวา่

หนังสืออ่านเพิ่มเติม เร่ือง สงขลาบ้านของเรา มีประสิทธิภาพ 82.00 / 89.50 เป็นไปตามเกณฑ์

ประสิทธิภาพ 80 / 80 และนักเรียนมคี วามพงึ พอใจต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติมในระดบั มากท่ีสดุ

กัลปพฤกษ์ มุงเมือง ( 2547 : 68) ได้พัฒนาส่ือการสอน Power Point ส่งเสริมการอ่าน เรื่อง

เมืองเทิง บ้านฉัน สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนอนุบาลง้ิว ( สักสันเชียงใหม่ ) สานักงาน

เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาเชยี งราย เขต 4 จานวน 1 หอ้ งเรียน นักเรียน 20 คน ผลการวิจัยพบว่า หนังสืออ่าน

เพม่ิ เตมิ เรื่อง เมืองเทงิ บ้านฉนั มปี ระสิทธิภาพ 80.40 / 84.50 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 และ

นักเรียนมคี วามพึงพอใจตอ่ หนงั สืออ่านเพิ่มเติมในระดบั มากที่สดุ

รัตนา ศรีตระกูล ( 2549 : 74 ) ได้พัฒนาสื่อการสอน Power Point เพื่อพัฒนาคุณธรรม

จริยธรรม ด้านความมีวินัย สาระพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ในภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2548

โรงเรียนบ้านเหล่าโง้ง สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 จานวน 17 คน เครื่องมือท่ีใช้

ประกอบด้วยได้พัฒนาสื่อการสอน Power Point ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ด้านความมีวินัย จานวน 5

เร่ือง แผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 5 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ความมีวินัย

ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการเรียน

จานวน 30 ขอ้ ผลการวิจยั ปรากฏวา่ หนังสืออ่านเพิ่มเติมท่ีผู้วิจัย สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 90.12 /

82.16 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80 / 80 ที่ต้ังไว้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน

ด้วยหนังสืออ่านเพ่ิมเติม เร่ือง ความมีวินัย

หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01

การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียน รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เรือ่ งพฒั นาการของอาณาจักร 33

อยธุ ยบาทท่ี 3
วธิ ดี าเนนิ การ

1. ประชากร
ประชากรเปน็ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก สังกัดสานักงานเขต

พื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 4 สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
2. เครื่องมอื ท่ีใช้ในการวจิ ัย
2.1. สื่อประกอบการสอนPowerPoint เร่ือง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ัน

มัธยมศึกษาปที ่ี 2/2
2.2. แผนการจัดการเรยี นรู้ประกอบการใช้ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา

สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 จานวน 9 แผน 9 ชัว่ โมง
2.3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา

และวัฒนธรรม เรอ่ื ง พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2/2 จานวน 20 ข้อ
3. ข้นั ตอนการสร้างเครื่องมอื
3.1 ศึกษาเอกสารหลกั สูตรสถานศกึ ษา แนวคิดทฤษฏีการเรยี นการสอน
3.2 ศกึ ษาปัญหาของนักเรียน วิเคราะหข์ ้อมลู ทพี่ บในการจัดการเรยี นการสอน
3.3 ศึกษาเทคนิคการสร้างเอกสารประกอบการเรยี น
3.4 สรา้ งแบบประเมนิ ผลก่อนเรียน - หลังเรียน
3.5 ประเมินผลก่อนใช้สื่อประกอบการเรยี น เรื่อง พัฒนาการอาณาจกั รอยุธยา สาหรับนักเรียน

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2/2
3.6 ดาเนินการจดั กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้
3.7 ประเมนิ ผลหลังใช้ส่ือประกอบการเรยี น เรือ่ ง พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียน

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2/2

การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมิน เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ัน

มธั ยมศึกษาปีท่ี 2/2

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองพัฒนาการของอาณาจักร 34

ผศู้ กึ ษาได้ดาเนินการ ดังน้ี อยธุ ยา

1. นาแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นทผ่ี รู้ ายงานสรา้ งขนึ้ จานวน 20 ขอ้ ไปทดสอบกบั นกั เรยี น

บันทึกคะแนนเปน็ คะแนนก่อนเรยี น

2. ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปที ่ี 2/2 โดยใช้สือ่ การสอนประกอบการเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้นจานวน

9 แผน ใช้เวลาในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทั้งหมดจานวน 16 ชว่ั โมง

3. ในระหว่างการดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของแต่ละแผนก็ได้ให้นักเรียนทากิจกรรม

ตามใบงานของแต่ละแผน และเก็บรวบรวมคะแนน เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เร่ือง

พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 ในการจัดการเรียนรู้ เมื่อดาเนินการจัด

กิจกรรมการเรียนการสอนเสร็จส้ินในแต่ละแผนก็ให้นักเรียน ทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ

เนื้อหาทเ่ี รยี นในแผนการจดั การเรียนรู้นั้นๆ

4. หลังการดาเนินการทดลองครบทั้งหมด 16 แผนการสอนแล้ว ผู้ศึกษาได้ทาการทดสอบหลังเรียน

ดว้ ยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนชุดเดมิ แลว้ บันทึกผลเป็นคะแนนหลงั เรียน

การวิเคราะห์ข้อมลู

ข้อมลู ที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น นามาวเิ คราะห์

หาคา่ เฉลี่ย (  ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แลว้ เปรียบเทียบคะแนนความกา้ วหน้าของนกั เรียนแต่ละ

คน

ตาราง แสดงคา่ เฉลีย่ และค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐานของนักเรียนในการใช้ส่ือประกอบการเรยี น

เรอ่ื ง พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา สาหรบั นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2/2

การฝึก จานวนนักเรียน ผลรวม ค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ สว่ นเบี่ยงเบน
X X คา่ S.D

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 26 คน 179 6.88 55.95 1.21

แบบทดสอบหลังเรยี น 26 คน 456 17.54 142.50 1.33

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจกั ร 35
อยธุ ยา

การพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรื่องพฒั นาการของอาณาจักร 36

สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล อยธุ ยา

1. สถติ ทิ ใี่ ช้ในการวิเคราะหค์ ุณภาพของเคร่อื งมือ

1.1 การหาค่าความเที่ยง ( Validity ) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

โดยใช้สูตรค่าดชั นี ความสอดคลอ้ ง IOC ( สมนึก ภัททยิ ธนี. 2541 : 221 ) ดังน้ี

IOC   R
N

เม่ือ IOC แทน ดชั นคี วามสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและเนื้อหา
หรอื ระหว่างจุดประสงคก์ ับเนอื้ หา

R แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ผเู้ ชยี่ วชาญทัง้ หมด
N แทน จานวนผู้เชย่ี วชาญทง้ั หมด
1.2 การหาประสิทธภิ าพของหนงั สืออา่ นเพมิ่ เตมิ โดยใชส้ ูตร E1 / E2 ของชัยยงค์ พรหม
วงศ์ ( 2540 : 495 ) ดงั นี้

E1  X  100
A

E2  F  100
B

เม่ือ E1 แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ
X แทน คะแนนเฉล่ยี ของแบบฝกึ ทักษะหรอื งาน
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกเสรมิ ประสบการณ์หรอื งานทุกช้นิ รวมกัน

E2 แทน ประสิทธภิ าพของผลลัพธ์
F แทน คะแนนเฉลี่ยของผลลพั ธห์ ลังเรยี น
B แทน คะแนนเตม็ ของการทดสอบหลงั เรยี น

1.3 การหาคา่ ความเชอื่ ม่นั ( Reliability ) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น โดย
ใช้สตู รของโลเวท ( Lovett ) ( บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 96 )

  rcc  x12
1 k x1 ( x1  c)2
(k 1)

การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น รายวิชาประวัตศิ าสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักร 37

เม่ือ rcc แทน ความเชื่อมอน่ั ยขุธอยงาแบบทดสอบ
k แทน จานวนขอ้ สอบ
X1 แทน คะแนนของนกั เรียนแต่ละคน
C แทน คะแนนเกณฑห์ รือจุดตัดของแบบทดสอบ

1.4 การหาคา่ อานาจจาแนก ( Discrimination ) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
โดยใช้สตู ร B ( Discrimination Index B ) ( บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 90 )

B U  L
n1 n 2

เมื่อ B แทน ค่าอานาจจาแนก
U แทน จานวนผูร้ อบรู้หรอื สอบผ่านเกณฑท์ ่ตี อบถกู
L แทน จานวนผ้ไู ม่รอบรูห้ รอื สอบไม่ผา่ นเกณฑท์ ีต่ อบถูก
n1 แทน จานวนผูร้ อบรหู้ รอื สอบผา่ นเกณฑ์
n2 แทน จานวนผไู้ มร่ อบรหู้ รอื สอบไม่ผา่ นเกณฑ์

2. สถติ พิ น้ื ฐาน ไดแ้ ก่
2.1 คา่ เฉล่ีย (X) คานวณจากสูตรของบุญชม ศรสี ะอาด ( 2545 : 105 )

X X
N

X แทน ค่าเฉล่ีย

 X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกลุ่ม
N แทน จานวนคนในกลุ่ม

2.2 การหาค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) มีสูตร ดังน้ี

( บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 106 )

S.D.  NX2  (X)2
N(N 1)

เม่ือ S แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
X แทน คะแนนแต่ละตัว
N แทน จานวนคนในกลุ่ม
 แทน ผลรวมของคะแนน

การพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องพฒั นาการของอาณาจักร 38

3. การวิเคราะห์หาดัชนีประสิทธอิผยลุธขยอางหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด “แผ่นดินรุ่งเรืองถ่ินเมืองนาแก”
เรอ่ื ง ทาบุญวันเข้าพรรษา สืบทอดภูมิปัญญา ครอบครัวพอเพียงเรื่องเล่าของปู่ และแดนดินถ่ินเมืองนาแก
ด้วยวิธีการของกูดแมน ( Goodman ) เฟรสเชอร์(Fletchers) และชไนเดอร์( Schneider ) สูตรท่ีใช้หา
ดัชนปี ระสทิ ธิผลของหนังสืออ่านเพม่ิ เติม ดังนี้ ( มนตรี อนนั ตรักษ.์ 2552 : 102 )

ดชั นีประสิทธิผล  คะแนนรวมจากแบบทดสอบหลงั เรียน - คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่ก่ อนเรียน
ผลคูณของคะแนนเตม็ กบั จานวนนนักักเเรร่ยี นยี น- คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่ก่ อนเรียน

การพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของ 39

อาณาจักรบอทยุธทยี่ า4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู

การทดลองครงั้ น้ี ผู้ทดลองไดเ้ สนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตามลาดบั ดงั น้ี
1. สญั ลกั ษณ์ท่ีใช้ในการเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
2. ลาดับขนั้ ตอนในการเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
3. ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู

สญั ลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
การวิเคราะหข์ อ้ มลู ผู้ทดลองไดใ้ ห้ความหมายของสัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
N แทน จานวนนกั เรยี นกล่มุ เป้าหมาย
x แทน ค่าเฉลย่ี ( Mean )
S.D. แทน คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation )

ลาดบั ขน้ั ตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การเกบ็ รวบรวมข้อมูลในการประเมิน เรอ่ื ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนช้ัน

มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2/2 ผศู้ ึกษาไดด้ าเนินการดังน้ี
1. นาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนท่ผี ู้รายงานสร้างขนึ้ จานวน 20 ขอ้ ไปทดสอบกับนกั เรยี น

บนั ทึกคะแนนเปน็ คะแนนกอ่ นเรยี น
2. ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โดยใช้สื่อการสอนประกอบการเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างข้ึน
จานวน 9 แผน ใช้เวลาในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนท้งั หมดจานวน 16 ชวั่ โมง

3. ในระหวา่ งการดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของแต่ละแผนก็ได้ให้นักเรียนทากิจกรรม
ตามใบงานของแต่ละแผน และเก็บรวบรวมคะแนน เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เร่ือง
พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 ในการจัดการเรียนรู้ เม่ือดาเนินการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนเสร็จส้ินในแต่ละแผนก็ให้นักเรียน ทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ
ของเนื้อหาทีเ่ รยี นในแผนการจัดการเรียนรูน้ น้ั ๆ

4. หลงั การดาเนินการทดลองครบท้ังหมด 16 แผนการสอนแล้ว ผู้ศึกษาได้ทาการทดสอบหลังเรียน
ด้วยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนชุดเดิม แล้วบนั ทกึ ผลเปน็ คะแนนหลังเรยี น

การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของ 40

ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู อาณาจักรอยุธยา

ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มท่ีศึกษา คือ เป็นนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ท้ังหมดรวม 26 คน มีการ

ทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียน แล้วจึงดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการ

เรียน เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา หลังจากน้ันจึงทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน แล้วจึงนาผลมา

เก็บรวบรวม ข้อมูลกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นทรี่ วบรวมได้จากเครื่องมอื ท่ผี ้วู จิ ัยสร้างขึน้ มาจาแนกผลการเรียนรู้

ดังน้ี

ตาราง แสดงคา่ เฉลยี่ และคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐานของนกั เรียนในการใช้สื่อประกอบการเรยี น

เรอื่ ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2/2

การฝึก จานวนนักเรียน ผลรวม คา่ เฉลีย่ ร้อยละ ส่วนเบ่ยี งเบน
X X ค่า S.D

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 26 คน 179 6.88 55.95 1.21

แบบทดสอบหลังเรียน 26 คน 456 17.54 142.50 1.33

การพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน รายวิชาประวตั ิศาสตร์ เรอ่ื งพฒั นาการของ 41
อาณาจักรอยธุ ยา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ เรอ่ื งพัฒนาการของ 42

อาณาจักรอยุธยา

จากตาราง สรุปได้ว่าการใช้ส่ือประกอบการเรียน พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.88 หลังเรียนมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 17.54
จะเห็นได้วา่ คะแนนของค่าเฉลีย่ หลงั เรยี นมคี ่ามากกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของ
ก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 1.21 ส่วนค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 1.33 แสดงว่าข้อมูลมีค่า
คะแนนใกลเ้ คียงกนั

การพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอ่ื งพัฒนาการของ 43

อาณาจกั รบอทยุธทยี่ า5
สรุปผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ

ในการทดลองครั้งนี้ เป็นการทดลองใช้. เอกสารประกอบการเรยี น เรือ่ ง การปฏิบัติตนตามหลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา เพ่ือการดารงตนอย่างเหมาะสมในกระแสความเปล่ียนแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่าง
สนั ติสขุ สาหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2/2 มีจานวน 2 ชดุ

มีขัน้ ตอนในการทดลองและผลการทดลองโดยสรุป ดังนี้
1. วัตถปุ ระสงคข์ องการทดลอง
2. กลุ่มเปา้ หมาย
3. เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการทดลอง
4. วิธดี าเนินการทดลอง
5. สรปุ ผลการทดลอง
6. อภปิ ราย
7. ข้อเสนอแนะ

วัตถุประสงค์ของการทดลอง
เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้สื่อประกอบการสอน PowerPoint เร่ือง

พัฒนาการอาณาจกั รอยุธยา สาหรับนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2/2

กล่มุ เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลองเป็นนักเรียนที่ผู้ทดลองสอนประจาชั้น ได้แก่ นักเรียนช้ัน

มัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 จานวน 26 คนซ่ึงได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive
Sampling)

เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการทดลอง
เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการทดลองครง้ั น้ีมีดงั น้ี
1.1 . ส่ือการสอนประกอบการเรียน เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยาโดยส่ือประกอบการ

เรยี นทีส่ ร้างข้นึ
1.2. แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ เอกสารประกอบการเรียน เรียน เร่ือง พัฒนาการอาณาจักร

อยุธยา จานวน 16 แผน 16 ช่วั โมง

การพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพัฒนาการของ 44

1.3. แบบทดสอบวัดอผาลณสัามจฤักทรธอิ์ทยางุธกยาารเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ

วฒั นธรรม เรอ่ื ง เรียน เรื่อง พฒั นาการอาณาจักรอยธุ ยา ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2/2 จานวน 20 ขอ้

วธิ ดี าเนนิ การทดลอง
การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมิน เร่ือง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยาโดยใช้สื่อประกอบการเรียน

สาหรบั นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2/2 ผ้ศู กึ ษาได้ดาเนินการดงั นี้
1. นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนทีผ่ ้รู ายงานสรา้ งขึ้นจานวน 20 ข้อไปทดสอบกบั นักเรียน

บันทึกคะแนนเปน็ คะแนนก่อนเรียน
2. ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โดยใช้สื่อการสอนประกอบการเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้ศึกษาได้สร้างข้ึน
จานวน 9 แผน ใช้เวลาในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทง้ั หมดจานวน 16 ชวั่ โมง

3. ในระหวา่ งการดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของแต่ละแผนก็ได้ให้นักเรียนทากิจกรรม
ตามใบงานของแต่ละแผน และเก็บรวบรวมคะแนน เพ่ือหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง
พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ในการจัดการเรียนรู้ เม่ือดาเนินการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนเสร็จส้ินในแต่ละแผนก็ให้นักเรียน ทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
ของเนือ้ หาท่ีเรียนในแผนการจดั การเรยี นรู้นนั้ ๆ

4. หลังการดาเนินการทดลองครบท้ังหมด 16 แผนการสอนแล้ว ผู้ศึกษาได้ทาการทดสอบหลังเรียน
ดว้ ยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นชดุ เดมิ แลว้ บนั ทกึ ผลเป็นคะแนนหลงั เรียน

การวิเคราะห์ขอ้ มลู
ข้อมูลท่ีรวบรวมได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน นามาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (  ) และ

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แลว้ เปรยี บเทียบคะแนนความก้าวหนา้ ของนักเรียนแตล่ ะคน

ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ขอ้ มูลท่ัวไปของกลมุ่ ทศ่ี ึกษา คือ เป็นนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ท้ังหมดรวม 26 คน

มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน แล้วจึงดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เอกสาร
ประกอบการเรียน เร่อื ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา หลังจากนั้นจึงทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิหลังเรียน แล้ว
จึงนาผลมาเก็บรวบรวม ข้อมูลก่อนเรียนและหลังเรียนท่ีรวบรวมได้จากเคร่ืองมือท่ีผู้วิจัยสร้างขึ้นมาจาแนก
ผลการเรียนรู้ ดังนี้

การพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของ 45

สรุปได้วา่ การใช้เอกสารประกออบากณารเารจยี กั นรพอัฒยนุธายกาารอาณาจกั รอยุธยา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.88 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.54 จะเห็นได้ว่า
คะแนนของค่าเฉลี่ยหลังเรียนมีค่ามากกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของก่อนเรียนมี
ค่าเท่ากับ 1.21 ส่วนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 1.33 แสดงว่าข้อมูลมีค่าคะแนนใกล้เคียง
กนั

สรปุ ผลการวจิ ยั
การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียน
บ้านสันป่าสกั พบว่า นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น เร่ือง พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา ดขี ึ้น

อภปิ รายผล
ผลการศึกษาค้นคว้าในคร้ังน้ีปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้สื่อประกอบการ

เรยี น เรอื่ ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา มีคณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพอยา่ งดียงิ่ ดว้ ยเหตผุ ลดังต่อไปนี้
1. สอื่ ประกอบการเรียน เรือ่ ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา มีคณุ ภาพและประสิทธิภาพตามผลของการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลดังกล่าว
2. สื่อประกอบการเรียน เร่ือง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา ชุดนี้สร้างข้ึนอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอน
การสร้างและพฒั นาอย่างเปน็ ระบบ เริ่มต้ังแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เก่ียวข้องในการใช้
หลกั สูตร และยงั ได้รบั การแนะนา ข้อเสนอแนะจากผู้เช่ียวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหา
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเน้ือหา
3. การสอนโดยใช้ส่ือประกอบการเรียน พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้
อย่างเหมาะสมกับเนื้อหา
4. การจัดการเรียนรู้เร่ือง เรื่อง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา โดยใช้ส่ือประกอบการเรียน เรื่อง
พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา ได้เรยี งลาดบั ความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ทาให้
เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสาเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่า เอกสารประกอบการเรียน มี
ประสทิ ธภิ าพอย่างยิ่ง สามารถนาไปใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่งผลให้ผ้เู รียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นสงู ข้นึ

การพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรอื่ งพฒั นาการของ 46

ข้อเสนอแนะ อาณาจกั รอยุธยา

จากผลการศกึ ษาค้นควา้ ครั้งนี้มีขอ้ เสนอแนะเพ่ือประโยชน์ต่อวงการศึกษาดงั น้ี

1. ก่อนนาสอื่ ประกอบการเรยี น เรอ่ื ง พฒั นาการอาณาจักรอยุธยา ไปใช้ประกอบการสอน ผู้สอนควร

ศกึ ษารายละเอียดของทกุ กจิ กรรมก่อนนาไปใช้

2. สื่อประกอบการเรยี น เรอื่ ง พัฒนาการอาณาจักรอยุธยา นี้จะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้ควบคู่

ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดทาขึ้น จัดกิจกรรมให้ครบทุกข้ันตอน ต้องตรวจแบบฝึกอย่างเป็น

ปจั จบุ นั ใหผ้ ู้เรียนรผู้ ลทันที พร้อมกบั เฉลยคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งให้ผู้เรียนได้รทู้ ุกคร้ัง


Click to View FlipBook Version