การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรื่อง ความสมั พนั ธก์ บั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (K)
ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุ่ม ไม่มีการกาหนด
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทางาน
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจงเป้าหมาย
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 7 เรอ่ื ง ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มรฐั บนภาคพน้ื เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ 10
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 7 เรื่อง ความสมั พนั ธก์ ับกล่มุ รฐั บนภาคพื้นเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ 11
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
เร่ือง ความสัมพนั ธ์กบั รัฐในทวปี เอเชีย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรีในดา้ นตา่ ง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศของอยธุ ยากบั รัฐในทวปี เอเชีย (K)
2. วเิ คราะห์ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศของอยธุ ยากบั รัฐในทวปี เอเชีย (P)
3. เห็นความสาคญั ในการศึกษาประวตั ิศาสตร์ไทย เพ่อื ประโยชน์ทางดา้ นการศึกษาและการมสี ่วนร่วม
ในการพฒั นาประเทศชาติท้งั ในปัจจบุ นั และอนาคต (A)
สาระสาคญั
อยธุ ยามีความสมั พนั ธ์ทางการทูตและการคา้ กบั รัฐเอเชียอื่น ๆ เช่น จีน ญ่ีป่ ุน รัฐมสุ ลิม ชวา และลงั กา
เพราะเป็นเมืองทา่ ที่เป็นชุมชนทางการคา้ มีความเจริญมงั่ คงั่ ท้งั ทรัพยากรและเสน้ ทางคมนาคมทางน้า
ที่สะดวกทางดา้ นการคา้
สาระการเรียนรู้ 1
ความสมั พนั ธ์กบั รัฐในทวปี เอเชีย
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8 เรือ่ ง ความสมั พนั ธ์กับรัฐในทวปี เอเชีย
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั
การมีพฒั นาการทางดา้ นความสมั พนั ธ์กบั รัฐในทวปี เอเชียก่อใหเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งไร
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 เรื่อง ความสมั พนั ธก์ บั รฐั ในทวีปเอเชีย 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ความสัมพนั ธ์กบั รัฐในทวปี เอเชีย โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนคิดวา่ สมยั อยธุ ยามีการติดต่อกบั รัฐในเอเชียใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ จีน ชวา)
• อาณาจกั รอยธุ ยามีความสมั พนั ธก์ บั รัฐในทวปี เอเชียอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นไปในทางการคา้ เพราะอยธุ ยามีนโยบายติดตอ่ คา้ ขายกบั ดินแดนห่างไกล
มาชา้ นาน)
• อาณาจกั รอยธุ ยาติดต่อกบั รัฐในเอเชียดว้ ยวธิ ีใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ การคมนาคมทางทะเล เช่น เรือสาเภา)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เร่ือง ความสัมพนั ธก์ บั รัฐในทวปี เอเชีย จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพ่ิมเติม
•ข(G•้ันaค•tิดh•eวrเิ •คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
3. นกั เรียนวเิ คราะห์เกี่ยวกบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั จีนวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร โดยใชค้ าถาม
ดงั น้ี
• ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั จีนมีลกั ษณะอยา่ งไร
(อยธุ ยา และจีนมีความสมั พนั ธ์ที่แนบแน่นมาก ส่วนใหญ่เป็นเร่ืองการคา้ เพราะชาวจีนเขา้ มา
ต้งั หลกั แหลง่ ในดินแดนลุ่มแม่น้าเจา้ พระยาจานวนมาก)
• พฒั นาการของความสัมพนั ธม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 เร่อื ง ความสมั พนั ธ์กบั รัฐในทวปี เอเชยี 3
ความสัมพนั ธ์กบั จนี
สมยั อยธุ ยาตอนตน้ กษตั ริยอ์ ยธุ ยาส่งทตู พร้อมพระราชสาสนไ์ ปถวายจกั รพรรดิจีน
ในสมยั ราชวงศห์ มิง เพราะตอ้ งการคา้ ขายท่ีเมืองจีน
หลงั จากน้นั กษตั ริยอ์ ยธุ ยาเกือบทกุ รัชกาลไดส้ ่งทตู ไปเจริญพระราชไมตรี
และส่งบรรณาการไปถวายจกั รพรรดิ ทาใหจ้ ีนคิดวา่ อยธุ ยาเป็นรัฐบรรณาการ
ระบบรัฐบรรณาการกเ็ ท่ากบั จีนใหก้ ารรับรองความเป็นกษตั ริยท์ ่ีสมบรู ณ์
และช่วยทาใหอ้ ยธุ ยามีรายไดจ้ ากการคา้ กบั จนี
4. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั ญ่ีป่ ุนวา่ มลี กั ษณะอยา่ งไร โดยใชค้ าถาม
ดงั น้ี
• ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั ญี่ป่ นุ มีลกั ษณะอยา่ งไร
(รัฐไทยติดต่อคา้ ขายกบั ญ่ีป่ นุ เป็นเวลานาน ต้งั แตก่ ่อนที่จะมีการติดต่อทางการทตู )
• พฒั นาการของความสัมพนั ธม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ความสัมพนั ธ์กบั ญ่ปี ่ นุ
ความสัมพนั ธท์ างการทตู เร่ิมตน้ ในสมยั สมเดจ็ พระเอกาทศรถ ซ่ึงตรงกบั
สมยั โชกนุ โทะกงุ ะวะ ญี่ป่ นุ อนุญาตใหส้ าเภาไทยไปทาการคา้ ไดโ้ ดยเสรี
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรมและสมเดจ็ พระเชษฐาธิราช มีการส่งสาสนแ์ ละ
ทตู ติดต่ออีกหลายคร้ัง
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททองไดม้ ีการกาจดั ชาวญ่ีป่ ุนออกจากอยธุ ยา ต่อมาญ่ีป่ นุ
ประกาศปิ ดประเทศ ทาใหค้ วามสมั พนั ธท์ างการทตู ระหวา่ งอยธุ ยาและญี่ป่ นุ ยตุ ิลง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 8 เรือ่ ง ความสมั พนั ธก์ ับรฐั ในทวปี เอเชยี 4
5. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั รัฐมสุ ลิมวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร
โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั รัฐมุสลิมมีลกั ษณะอยา่ งไร
(อยธุ ยามีการติดต่อกบั รัฐ หรืออาณาจกั รที่อยทู่ างตะวนั ตกของคาบสมทุ รมลายมู าชา้ นาน
โดยเรียกผคู้ นท่ีมาจากบริเวณน้ีวา่ แขก โดยจะเป็นพอ่ คา้ ท่ีมีท้งั อินเดีย เปอร์เซีย และอาหรับ)
• พฒั นาการของความสมั พนั ธม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ความสัมพนั ธ์กบั รัฐมุสลมิ
ต้งั แต่สมยั สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ขนุ นางกรมพระคลงั กรมทา่ และเมืองทา่
สาคญั ๆ ส่วนใหญเ่ ป็นชาวมสุ ลิม เพื่อทาหนา้ ท่ีประสานประโยชนก์ บั จกั รวรรดิมสุ ลิม
สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช มสุ ลิมคา้ ขายเสรีและรับราชการอยใู่ นอาณาจกั ร
เป็นจานวนมาก ต่อมาถูกคอนสแตนติน ฟอลคอน กาจดั อิทธิพลทางการคา้ ขาย
ทาใหก้ ารคา้ ของพอ่ คา้ มสุ ลิมเริ่มตกต่า
6. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั พฒั นาการความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอยธุ ยา และ
หมู่เกาะต่าง ๆ และลงั กา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• อยธุ ยากบั หมเู่ กาะต่าง ๆ มีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ อยธุ ยาส่งเครื่องสงั คโลกเป็นสินคา้ ออกไปจาหน่าย และมีวฒั นธรรมหมู่เกาะ
ต่าง ๆ ท่ีแพร่เขา้ มาในอยธุ ยา เช่น ดา้ นนาฏยกรรม คือ การเล่นหนงั ใหญ่ และวรรณกรรม ไดแ้ ก่ ดาหลงั
และอิเหนา)
• อยธุ ยากบั ลงั กามีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นความสมั พนั ธท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั พระพทุ ธศาสนา มีการส่งพระสมณทตู
เพอื่ มาขอพระภิกษไุ ปฟ้ืนฟพู ระพทุ ธศาสนาจนเกิดเป็นนิกายสยามวงศ)์
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 8 เร่ือง ความสมั พนั ธก์ บั รัฐในทวปี เอเชีย 5
7. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• การมีพฒั นาการทางดา้ นความสัมพนั ธก์ บั รัฐในทวปี เอเชียก่อใหเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เกิดประโยชนท์ างเศรษฐกิจ เนื่องจากทาใหเ้ กิดการคา้ ขาย ส่งผลใหอ้ ยธุ ยา
มีความเจริญรุ่งเรืองและมง่ั คงั่ )
• •ข้ัน•ป•ฏิบ• ตั •ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• ิบ• ัต•ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•8.• นกั เรียนแบง่ กลุ่มเพอื่ เลือกศึกษาและวเิ คราะห์ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยากบั รัฐในทวปี เอเชีย
ที่สนใจมา 1 เหตุการณ์ จากน้นั บอกผลที่เกิดข้นึ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด
ดงั ตวั อยา่ ง
• ความสัมพนั ธ์กบั (จีน)
เหตุการณ์สาคัญ ผลท่ีเกดิ ขนึ้
(การเจริญสัมพนั ธไมตรีของ (ไดร้ ับประโยชน์ทาง
กษตั ริยอ์ ยธุ ยากบั จกั รพรรดิ เศรษฐกิจ สามารถเขา้ ไป
จีน ) คา้ ขายในจีน)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการร่วมมือทางานเป็นทีม
9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
อยธุ ยามีความสัมพนั ธท์ างการทตู และการคา้ กบั รัฐเอเชียอื่น ๆ เช่น จีน ญี่ป่ ุน รัฐมุสลิม ชวา และ
ลงั กา เพราะเป็นเมืองทา่ ที่เป็นชุมชนทางการคา้ มีความเจริญมง่ั คงั่ ท้งั ทรัพยากรและเสน้ ทางคมนาคมทางน้า
ท่ีสะดวกทางดา้ นการคา้
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8 เร่ือง ความสมั พนั ธ์กบั รัฐในทวีปเอเชยี 6
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
11. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการส่ือสาร
12. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•ินเ•พื่อ•เพ• มิ่ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จิต•ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
13. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิม่ คุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 เรื่อง ความสมั พนั ธ์กบั รฐั ในทวีปเอเชยี 7
กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนวเิ คราะห์ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศในสมยั อยธุ ยาและสมยั ปัจจุบนั วา่ มีความเหมือน
และความแตกต่างกนั อยา่ งไร
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรื่อง ความสมั พนั ธก์ บั รัฐในทวปี เอเชีย (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุ่ม
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย สมาชิก
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 เร่ือง ความสมั พันธ์กับรัฐในทวปี เอเชยี 8
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 8 เร่อื ง ความสมั พันธก์ บั รัฐในทวปี เอเชยี 9
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9
เรื่อง ความสัมพนั ธ์กบั ชาตติ ะวนั ตก
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วดั
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบรุ ีในดา้ นต่าง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศกบั ชาติตะวนั ตกสมยั อยธุ ยา (K)
2. วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศกบั ชาติตะวนั ตกสมยั อยธุ ยา (P)
3. เห็นความสาคญั ในการศึกษาเรียนรู้พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ของชาติไทย เพอ่ื เห็นคุณค่า
ความเป็นไทยและเอกลกั ษณ์ไทยที่ควรรักษาเป็นมรดกชาติไทยสืบไป (A)
สาระสาคญั
อาณาจกั รอยธุ ยาเร่ิมติดต่อคา้ ขายกบั ชาติตะวนั ตกในแผน่ ดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 โดยโปรตุเกส
เป็นชาติแรกที่เขา้ มาติดต่อคา้ ขาย หลงั จากน้นั ชาติตะวนั ตกอื่น ๆ ต่างเขา้ มาติดต่อคา้ ขายเพ่ิมข้ึน ซ่ึงอยุธยาให้
การสนบั สนุน เนื่องจากเป็นปัจจยั ท่ีส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและนาวทิ ยาการความกา้ วหนา้ มาสู่อาณาจกั ร
สาระการเรียนรู้ 1
ความสมั พนั ธ์กบั ชาติตะวนั ตก
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 9 เรื่อง ความสมั พนั ธก์ ับชาติตะวนั ตก
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั
จุดประสงคใ์ ดท่ีทาใหช้ าติตะวนั ตกมกี ารติดต่อกบั อยธุ ยา
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ความสมั พนั ธ์กบั ชาติตะวนั ตก โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• เพราะเหตใุ ดชาติตะวนั ตกจึงเขา้ มาติดตอ่ คา้ ขายกบั อยธุ ยา
(ตวั อยา่ งคาตอบ อยธุ ยามีทรัพยากรอุดมสมบรู ณ์ เป็นเมืองทา่ และเป็นศนู ยก์ ลางการคา้ ในภูมิภาค)
• เพราะเหตใุ ดอยธุ ยาจึงเร่ิมติดต่อคา้ ขายกบั ชาติตะวนั ตก
(ตวั อยา่ งคาตอบ เพราะช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและนาความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการมาสู่
อาณาจกั ร)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่อง ความสมั พนั ธก์ บั ชาติตะวนั ตก จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพิ่มเติม
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 เร่ือง ความสมั พนั ธก์ บั ชาตติ ะวนั ตก 2
•ข(G•้นั aค•tดิh•eวrิเ•คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
3. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ปัจจยั ที่ส่งเสริมใหช้ าติตะวนั ตกเขา้ มาติดต่อกบั อยธุ ยาในดา้ นตา่ ง ๆ
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
การติดต่อค้าขาย
ความตอ้ งการสินคา้ ในภูมิภาคเอเชีย
ปัจจัยท่สี ่งเสริมให้ชาติตะวนั ตก
เข้ามาติดต่อกบั อยุธยา
การเจริญสัมพนั ธไมตรี การเผยแผ่ศาสนา
อยธุ ยามีนโยบายขยายการคา้ กบั ชาติตะวนั ตก อยธุ ยาใหเ้ สรีภาพในการนบั ถือศาสนา
4. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีอยธุ ยาติดต่อกบั ชาติตะวนั ตกในดา้ นต่าง ๆ แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ผลประโยชน์ทางการค้า
ตอ้ งการซ้ืออาวธุ ปื นเพอ่ื รักษา
เสถียรภาพของบา้ นเมือง
ปัจจัยท่อี ยธุ ยาติดต่อ ผลประโยชน์ทางการเมือง
กบั ชาตติ ะวนั ตก
ตอ้ งการพอ่ คา้ ชาติตะวนั ตก
ชาติใหม่มาคานอานาจพอ่ คา้
ชาติตะวนั ตกชาติเดิม
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 9 เร่อื ง ความสมั พนั ธก์ บั ชาติตะวนั ตก 3
5. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ลกั ษณะการติดต่อกบั ชาติตะวนั ตก แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
โปรตุเกส : เป็นชาติแรกท่ีเขา้ มาติดต่อทาการคา้ สเปน : ความสมั พนั ธ์กบั สยามไมร่ าบรื่น เพราะสเปน
และเผยแผศ่ าสนากบั อยธุ ยา โดยโปรตุเกสขาย สนบั สนุนใหเ้ ขมรเป็นอิสระจากอยธุ ยา
อาวธุ ใหอ้ ยธุ ยาเพอ่ื แลกเปลี่ยนกบั สิทธิในการคา้
ความสัมพนั ธ์ระหว่าง
อยธุ ยากบั ชาติตะวันตก
ฮอลนั ดา : เขา้ มาติดต่อทาการคา้ กบั อยธุ ยาสมยั องั กฤษ : ความสัมพนั ธอ์ ยธุ ยากบั องั กฤษไมค่ อ่ ยราบรื่น
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช โดยการต้งั สถานี เพราะถูกขดั ขวางจากฮอลนั ดาและขา้ ราชการไทยท่ี
การคา้ ท่ีอยธุ ยา จดุ หมายคือ ตอ้ งการซ้ือสินคา้ เอาเปรียบพอ่ คา้ ต่างชาติและองั กฤษพยายามยดึ เมือง-
จากจีนและหาช่องทางไปคา้ ขายกบั จีน ท่ามะริด จึงถูกขบั ไล่ออกไป และประกาศทาสงคราม
โดยอาศยั เรือสาเภาไทย พทุ ธศตวรรษที่ 23 กบั ไทย แมส้ งครามไมเ่ กิดแต่กท็ าใหห้ ่างเหินกนั ไป
การคา้ ระหวา่ งไทยกบั ฮอลนั ดากค็ อ่ ย ๆ ลด
ความสาคญั ลง เพราะการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ทางการคา้ และความผนั ผวนทางการเมอื ง
ฝรั่งเศส : ไทยตอ้ งการแสวงหาพนั ธมติ รเพอ่ื ถ่วงดลุ อานาจกบั ฮอลนั ดาและพอ่ คา้ มสุ ลิม โดยฝรั่งเศสต้งั สถานีการคา้
ท่ีอยธุ ยา พ.ศ. 2223 และไทยส่งทูตไปเจริญสัมพนั ธไมตรีกบั พระเจา้ หลุยส์ที่ 14 พ.ศ. 2227 โดยฝรั่งเศสตอ้ งการ
โนม้ นา้ วใหไ้ ทยเปล่ียนศาสนา แต่ฝ่ายไทยสนใจการทาการคา้ และการทตู มากกวา่ และความสมั พนั ธย์ ตุ ิลงเมอ่ื ไทย
ขบั กองกาลงั ฝรั่งเศสออกจากป้อมบางกอกเพราะเกรงกองกาลงั ฝรั่งเศสยดึ อานาจอยธุ ยา
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 เรอื่ ง ความสัมพนั ธก์ ับชาติตะวันตก 4
6. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเพอื่ สืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอยธุ ยาและชาติตะวนั ตกที่สนใจ
มา 1 ประเทศ จากน้นั วเิ คราะห์ผลดีและผลเสีย แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด
ดงั ตวั อยา่ ง
• ความสมั พนั ธ์กบั ฝร่ังเศส
ผลที่เกดิ ขนึ้
มีชาติมหาอานาจชาติใหม่เขา้ มาถ่วงดุลอานาจ
ผลดี ทางการคา้ ของฮอลนั ดาและพอ่ คา้ มสุ ลิม
ความสัมพนั ธ์ระหว่าง ผลที่เกดิ ขนึ้
อาณาจักรอยธุ ยากบั ฝรั่งเศส
ผลเสีย เกิดการโคน่ ลม้ อานาจของ
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช เพราะเห็นวา่
พระองคท์ รงเป็นมติ รกบั ฝร่ังเศสมากเกินไป
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
7. นกั เรียนคิดประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณค่า แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• จดุ ประสงคใ์ ดที่ทาใหช้ าติตะวนั ตกมกี ารติดต่อกบั อยธุ ยา
(ตวั อยา่ งคาตอบ ความตอ้ งการคา้ ขายและแสวงหาผลประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ
ที่อุดมสมบรู ณ์ และการเผยแผศ่ าสนาคริสตข์ องชาติตะวนั ตกไปยงั พ้นื ที่ตา่ ง ๆ)
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 9 เรอื่ ง ความสัมพนั ธก์ บั ชาตติ ะวนั ตก 5
• •ข้นั •ป•ฏบิ• ตั •แิ ล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• ิบ• ตั •ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•8.• นกั เรียนสรุปเกี่ยวกบั พฒั นาการในดา้ นต่าง ๆ ของอาณาจกั รอยธุ ยาลงในแผนภาพความคิด
ในชิ้นงานท่ี 10 เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
อาณาจกั รอยธุ ยาเร่ิมติดต่อคา้ ขายกบั ชาติตะวนั ตกในแผน่ ดินสมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 2
โดยโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เขา้ มาติดต่อคา้ ขาย หลงั จากน้นั ชาติตะวนั ตกอื่น ๆ ต่างเขา้ มาติดต่อคา้ ขายเพ่มิ ข้ึน
ซ่ึงอยธุ ยาใหก้ ารสนบั สนุน เนื่องจากเป็นปัจจยั ท่ีส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและนาวทิ ยาการความกา้ วหนา้ มาสู่
อาณาจกั ร
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
11. นกั เรียนออกมานาเสนอชิ้นงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการส่ือสาร
12. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•นิ เ•พ่ือ•เพ• มิ่ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จติ •ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
13. นกั เรียนท้งั หอ้ งร่วมกนั จดั ทา PowerPoint เกี่ยวกบั ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศในสมยั อยธุ ยา
แลว้ นาไปลงเวบ็ ไซตข์ องโรงเรียนเพอ่ื เป็นการเผยแพร่ความรู้
14. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงที่นกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9 เรื่อง ความสัมพนั ธก์ ับชาติตะวันตก 6
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไปได้
อยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง ความสมั พนั ธก์ บั ชาติตะวนั ตก (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธก์ ับชาติตะวันตก 7
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกล่มุ ไมม่ ีการกาหนด
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทางาน
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจงเป้าหมาย
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แบบประเมนิ ชิ้นงาน เรื่อง พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา
รายการการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32
การอธิบายสรุป อธิบายสรุปพฒั นาการ อธิบายสรุปพฒั นาการ อธิบายสรุปพฒั นาการ อธิบายสรุปพฒั นาการ
พฒั นาการของอยธุ ยา ของอยธุ ยาในดา้ นต่าง ๆ ของอยธุ ยาในดา้ นต่าง ๆ ของอยธุ ยาในดา้ นต่าง ๆ ของอยธุ ยาในดา้ นต่าง ๆ
ในดา้ นต่าง ๆ ไดส้ มั พนั ธ์กบั หวั ขอ้ ไดส้ มั พนั ธ์กบั หวั ขอ้ ไดส้ ัมพนั ธก์ บั หัวขอ้ ไดส้ ัมพนั ธก์ บั หัวขอ้
ที่กาหนด มีการเชื่อมโยง ที่กาหนด มีการจาแนก ท่ีกาหนด สอดคลอ้ ง ที่กาหนด แต่เน้ือหา
ใหเ้ ห็นเป็นภาพรวม อธิบาย นาเสนอขอ้ มูลได้ กบั ขอ้ มลู เหตุการณ์ บางส่วนยงั อธิบาย
แสดงให้เห็นถึง อยา่ งเป็นเหตุเป็นผล ทางประวตั ิศาสตร์ ไมส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู
ความสมั พนั ธ์ นาเสนอขอ้ มลู ใหอ้ ่าน ขาดการนาเสนอขอ้ มูล
ทางประวตั ิศาสตร์ เขา้ ใจงา่ ย เพิม่ เติม
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ชดั เจน
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9 เรอื่ ง ความสมั พนั ธก์ บั ชาตติ ะวันตก 8
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 เรื่อง ความสัมพนั ธก์ ับชาตติ ะวนั ตก 9
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10
เรื่อง ภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 1
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.2/3 ระบุภูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ี และอิทธิพลของ
ภูมิปัญญาดงั กล่าว ตอ่ การพฒั นาชาติไทยในยคุ ต่อมา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกี่ยวกบั ภูมิปัญญาดา้ นศาสนาและความเช่ือดา้ นการประกอบอาชีพ และดา้ นที่อยอู่ าศยั
ในสมยั อยธุ ยา (K)
2. วเิ คราะห์ลกั ษณะของภูมิปัญญาดา้ นศาสนาและความเชื่อดา้ นการประกอบอาชีพ และดา้ นท่ีอยอู่ าศยั
ในสมยั อยธุ ยา (P)
3. เห็นความสาคญั ในการศึกษาเรียนรู้ภมู ิปัญญาของไทย เพอ่ื ประโยชนท์ างดา้ นการศึกษา การสร้าง
ความภาคภูมิใจ การอนุรักษ์ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั (A)
สาระสาคญั
ความเจริญรุ่งเรืองในสมยั อยธุ ยาที่เป็นมรดกสืบทอดมาถึงปัจจบุ นั คือ ภูมิปัญญาส่วนท่ีเป็นนามธรรม
เช่น คติความเช่ือ และลทั ธิศาสนา ที่มีผลต่อค่านิยม และวถิ ีการดาเนินชีวติ ท้งั ในดา้ นการประกอบอาชีพและ
ดา้ นที่อยอู่ าศยั ซ่ึงมีอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบนั
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 10 เรือ่ ง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 1
สาระการเรียนรู้
1. ภูมิปัญญาดา้ นศาสนาและความเช่ือ
2. ภมู ิปัญญาดา้ นการประกอบอาชีพ
3. ภมู ิปัญญาดา้ นท่ีอยอู่ าศยั
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั
ภมู ิปัญญาดา้ นศาสนาและความเชื่อมีอิทธิพลต่อวถิ ีชีวติ ของผคู้ นอยา่ งไร
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10 เรือ่ ง ภมู ปิ ญั ญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•นั ส•ังเ•กต• ร•วบ•ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนสงั เกตภาพประเพณีท่ีกาหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ภาพดงั กลา่ วคือประเพณีใด (ทาขวญั ขา้ ว)
• ประเพณีดงั กล่าวมลี กั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ไดร้ ับอิทธิพลมาจากเรื่องของความเช่ือและความเคารพในธรรมชาติวา่
มีสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิสถิตอยู่ เป็นการทาพธิ ีเพอื่ ใหข้ า้ วเจริญเติบโตงอกงาม)
• เพราะเหตใุ ดภมู ิปัญญาดงั กล่าวจึงมีอิทธิพลต่อสงั คมไทย
(ตวั อยา่ งคาตอบ เน่ืองจากสงั คมไทยเป็นสงั คมเกษตรกรรมมาต้งั แต่สมยั อดีต)
2. นกั เรียนอภิปรายเพม่ิ เติมเป็นความรู้ร่วมกนั เก่ียวกบั ความหมายของภมู ิปัญญาและวฒั นธรรม ดงั น้ี
ภูมิปัญญา หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ความเช่ือ ที่นามาสู่การปฏิบตั ิเพอื่ แกไ้ ขปัญหาของมนุษย์
วฒั นธรรม หมายถึง ส่ิงท่ีทาความเจริญงอกงามใหแ้ ก่หมคู่ ณะ
3. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ภมู ิปัญญาสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ถา้ ตอ้ งการศึกษาภมู ิปัญญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยาควรศึกษาจากท่ีใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ บนั ทึกเอกสารต่าง ๆ โบราณสถาน)
• ภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมใดบา้ งในสมยั อยธุ ยาที่นกั เรียนรู้จกั
(ตวั อยา่ งคาตอบ ประเพณีที่เกี่ยวขอ้ งกบั การประกอบอาชีพ บา้ นเรือนทรงไทย)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 10 เรื่อง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 3
4. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั เร่ือง ภมู ิปัญญาดา้ นศาสนาและความเชื่อ ภมู ิปัญญา
ดา้ นการประกอบอาชีพ และภูมิปัญญาดา้ นท่ีอยอู่ าศยั จากหนงั สือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพ่ิมเติม
•ข(G•้นั aค•tดิh•eวrเิ •คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
5. นกั เรียนวเิ คราะห์เกี่ยวกบั ภูมิปัญญาดา้ นศาสนาและความเช่ือวา่ มีลกั ษณะและมีความสาคญั อยา่ ไร
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ความเชื่ออนั เน่ืองมาจากศาสนา ความสาคญั
เกิดจากความศรัทธาในคาสอน เป็ นแนวทางการคิดดีทาดี
ของศาสนา เป็นพลงั สร้างสรรคผ์ ลงาน
เพื่อสะทอ้ นความศรัทธา
ภูมิปัญญาด้านศาสนา ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ความสาคัญ
และความเชื่อ
เป็ นความเชื่อในอานาจล้ีลบั สร้างความมนั่ ใจและความกลา้
เก่ียวกบั ความเป็นมงคลและ ในการดาเนินชีวติ
อปั มงคลในการดาเนินชีวติ
6. นกั เรียนวเิ คราะห์เก่ียวกบั ภมู ปิ ัญญาดา้ นการประกอบอาชีพวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้
เป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
มีการคดั เลือกพนั ธุ์ขา้ วใหเ้ หมาะสม เกิดการลงแขกเกี่ยวขา้ ว
กบั สภาพภูมิประเทศ ของคนในชุมชน
ภูมิปัญญาด้านการ
ประกอบอาชีพ
การมีแมน่ ้าสาคญั หลายสาย จึงมี มีการตอ่ เรือสาเภาเพ่ือนาสินคา้
การขดุ คลองลดั เพอ่ื ยน่ ระยะเวลา ไปขายต่างประเทศ
ในการเดินทาง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เรอื่ ง ภมู ิปญั ญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 1 4
7. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั ภมู ิปัญญาดา้ นท่ีอยอู่ าศยั วา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
เรือนชวั่ คราวหรือเรือนเครื่องผกู
เป็นเรือนของชาวบา้ นทว่ั ไป สร้างดว้ ย
ไมไ้ ผห่ รือใบจาก
ภูมิปัญญาด้านท่ีอยู่อาศัย
เรือนถาวรหรือเรือนเคร่ืองสบั เรือนแพ สามารถลอยน้าได้ และสามารถ
เป็นเรือนของผมู้ ีฐานะ เช่น ขนุ นาง เคล่ือนยา้ ยไปยงั แมน่ ้าลาคลองต่าง ๆ
เรือนแพเหลา่ น้ียงั เป็นร้านคา้ อีกดว้ ย
สร้างดว้ ยไมเ้ น้ือแขง็
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
8. นกั เรียนคิดประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ภูมิปัญญาดา้ นศาสนาและความเช่ือมอี ิทธิพลต่อวถิ ีชีวติ ของผคู้ นอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ กลายเป็นรากฐานของวฒั นธรรมไทย ท้งั ในเร่ืองของความเชื่อ บาปบญุ ความเชื่อ
และความเคารพในธรรมชาติกอ่ ใหเ้ กิดการประกอบพธิ ีกรรมท่ีเก่ียวกบั การประกอบอาชีพ เช่น การทา
เกษตรกรรมจะเคารพบชู าแม่น้า ขา้ ว)
• •ข้นั •ป•ฏบิ• ัต•ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ัต•ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•9.• นกั เรียนแบ่งกลุ่มเพอื่ วเิ คราะห์และเปรียบเทยี บระหวา่ งความเชื่ออนั เนื่องมาจากศาสนา
และความเชื่อเร่ืองไสยศาสตร์วา่ มีความเหมือนและความแตกต่างกนั อยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิด
รวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เรือ่ ง ภมู ิปัญญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 5
ความเชื่อ เหมือน ความเชื่อ
อนั เนื่องมาจากศาสนา เร่ืองไสยศาสตร์
เป็นความเชื่อทีส่ ร้างกรอบ เป็นรากฐานความเช่ือ เป็นความเช่ือเกี่ยวกบั ภูตผี
ในการดารงชีวติ ของ ท่ีสืบเน่ืองมาจนถึงปัจจบุ นั วญิ ญาณ ส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ
คนในสงั คมอยธุ ยา เหนือธรรมชาติ หรือเชื่อ
เช่น การทาบญุ ตกั บาตร ในอานาจลึกลบั วา่ สามารถ
บาปบุญคุณโทษ ดลบนั ดาลใหเ้ กิดสิ่งท่ี
การเวยี นวา่ ยตายเกิด เป็นมงคลและอปั มงคลได้
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการร่วมมือทางานเป็นทีม
10. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
11. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
ความเจริญรุ่งเรืองในสมยั อยธุ ยาท่ีเป็นมรดกสืบทอดมาถึงปัจจบุ นั คือ ภมู ิปัญญาส่วนที่เป็น
นามธรรม เช่น คติความเชื่อ และลทั ธิศาสนา ที่มีผลต่อค่านิยม และวถิ ีการดาเนินชีวติ ท้งั ในดา้ นการประกอบ
อาชีพและดา้ นท่ีอยอู่ าศยั ซ่ึงมีอิทธิพลมาจนถึงปัจจบุ นั
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
12. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการสื่อสาร
13. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 เรือ่ ง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 6
• ข•้นั •ป•ระ•เม•นิ เ•พ่ือ•เพ• มิ่ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จิต•ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
14. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
2. ภาพประเพณีทาขวญั ขา้ ว
3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เร่ือง ภมู ิปัญญาดา้ นศาสนาและความเชื่อ ภมู ิปัญญาดา้ นการประกอบอาชีพ
และภูมิปัญญาดา้ นทอ่ี ยอู่ าศยั (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวัฒนธรรมสมัยอยธุ ยา : 1 7
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุม่ ไมม่ ีการกาหนด
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทางาน
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจงเป้าหมาย
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไม่ครบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 เร่ือง ภมู ิปัญญาและศลิ ปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 8
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10 เร่อื ง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 1 9
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11
เรื่อง ภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 2
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.2/3 ระบุภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ี และอิทธิพลของ
ภมู ิปัญญาดงั กล่าว ต่อการพฒั นาชาติไทยในยคุ ต่อมา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายภมู ิปัญญาดา้ นศิลปวฒั นธรรมของอยธุ ยาดา้ นศิลปกรรม (K)
2. จาแนกภมู ิปัญญาดา้ นประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประณีตศิลป์ ท่ีเป็นเอกลกั ษณ์
ทางดา้ นศิลปวฒั นธรรมของอยธุ ยา (P)
3. เห็นคุณคา่ ของภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมของไทยท่ีควรอนุรักษใ์ หด้ ารงอยเู่ ป็นสมบตั ิของชาติไทย
ตลอดไป (A)
สาระสาคญั
ศิลปกรรมของอยธุ ยาเป็นภมู ิปัญญาท่ีบรรพบรุ ุษประยกุ ตศ์ ิลปะของดินแดนใกลเ้ คียงจนมีเอกลกั ษณ์
เฉพาะตน สร้างสรรคง์ านศิลป์ จากพ้ืนฐานความศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา และการสนบั สนุนจากราชสานกั จน
ปรากฏเป็นงานทางประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประณีตศิลป์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เรื่อง ภมู ิปญั ญาและศิลปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 2 1
สาระการเรียนรู้
ภมู ิปัญญาดา้ นศิลปกรรม
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั
ภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยามีความสาคญั ตอ่ สงั คมในปัจจุบนั อยา่ งไร
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 11 เรื่อง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 2 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนสงั เกตภาพศลิ ปกรรมของอยธุ ยาดา้ นประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม
ประณีตศิลป์ เพอ่ื ศึกษาขอ้ มลู เกี่ยวกบั ลกั ษณะทางภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมที่เป็นเอกลกั ษณ์ของอยธุ ยา
จากน้นั ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ศิลปกรรมสมยั อยธุ ยาท่ีนกั เรียนรู้จกั มอี ะไรบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ วดั พนญั เชิง เครื่องไมจ้ าหลกั )
• ศิลปะไทยสมยั อยธุ ยาแบง่ เป็นก่ีประเภท อะไรบา้ ง
(4 ประเภท ไดแ้ ก่ ประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และประณีตศิลป์ )
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เรื่อง ภูมิปัญญาดา้ นศิลปกรรม จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพม่ิ เติม
•(ขG•้นั aค•tดิh•eวrิเ•คinรg•า)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
3. นกั เรียนจาแนกลกั ษณะประติมากรรมสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ระยะแรก : ศิลปะอู่ทองตามแบบอิทธิพล ระยะกลาง : เป็นพระพทุ ธรูปแบบอยธุ ยา
สุโขทยั ปางมารวชิ ยั และปางสมาธิ เช่น มีพระพกั ตร์ยาว พระเนตรยาวรี พระขนง
หลวงพอ่ โตวดั พนญั เชิง วดั มงคลบพติ ร โคง้ จรดเสน้ พระนาสิก พระโอษฐม์ ีเสน้
วดั ธรรมิกราช ขอบนอกลอ้ มรอบ พระหนุป้าน นิยมสร้าง
แบบยนื เช่น พระศรีสรรเพชญ์
ประติมากรรมอยุธยา
ระยะปลาย : นิยมสร้างพระพทุ ธรูปปางหา้ มสมทุ รเป็นพระพทุ ธรูปทรงเครื่องใหญ่ 3
ทรงเคร่ืองกษตั ริย์ คลา้ ยกบั สมยั กลาง แต่พทุ ธลกั ษณะพระวรกายไมอ่ ่อนชอ้ ย
4.พนรกัะเพรีกยั นตรจ์ยาแาวนสกอลบกั ษพณระะศสอถยาาปวัตพยรกะรนรมาสสิกมงยั ุม้อยพธุ รยะาเนแตลรว้ หสรลุปุบคตว่าาปมลรูา้เปย็พนรคะวเานมตคริดชร้ีขว้นึ บยอด
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 11 เร่อื ง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 2
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ระยะแรก
- พระปรางคเ์ ป็นประธานของวดั
- เจาะช่องลมเป็นแนวต้งั
สถาปัตยกรรมสมยั อยธุ ยา ระยะที่สอง
- เจดียท์ รงระฆงั คว่าและสี่เหล่ียม-
ยอ่ เกจ็ เป็นประธานวดั
ระยะทส่ี าม
- พระปรางคเ์ ป็นประธานของวดั
- รับรูปแบบจากยโุ รป
ระยะทส่ี ่ี
- เจดียท์ รงลงั กาเป็นประธาน
ของวดั
- เส้นหลงั คาและฐานแอ่นโคง้
ขนานกนั
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11 เร่ือง ภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 2 4
5. นกั เรียนจาแนกลกั ษณะจติ รกรรมในสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ระยะแรก : มีอิทธิพลของศลิ ปะลพบรุ ี ระยะกลาง : มีอิทธิพลของสุโขทยั นิยมใช้
ผสมสุโขทยั ใชส้ ีเอกรงค์ คือ ดา แดง ขาว สีเบญจรงคบ์ นพ้นื ขาวหรือสีอ่อนเขียนภาพ
หรือเหลือง นิยมวาดเป็นรูปอดีตชาติ ไตรภูมิหรือเทพชุมนุมนงั่ เรียงแถวประนมมือ
ของพระพทุ ธเจา้ หรือสาวกนงั่ เรียงแถว หนั หนา้ หาพระประธาน เช่น สมดุ ภาพไตรภมู ิ
ประนมมือ เช่น ท่ีพระปรางคว์ ดั ราชบรู ณะ และจิตรกรรมฝาผนงั ท่ีวดั ใหญส่ ุวรรณาราม
จงั หวดั เพชรบรุ ี
จิตรกรรมสมัยอยุธยา
ระยะปลาย : นบั เป็นจิตรกรรมไทยท่ีสมบรู ณ์
ใชส้ ีมากข้ึน ส่วนใหญเ่ ป็นโทนสีร้อน เริ่มการใช้
ทองคาเปลวปิ ดบนส่วนสาคญั ของภาพ มีอิทธิพล
ของจีนในส่วนของภาพทิวทศั น์ นิยมวาด
พทุ ธประวตั ิ โดยมีภาพตอนตรัสรู้อยดู่ า้ นหนา้
ตรงกบั พระประธาน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 เร่ือง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 2 5
6. นกั เรียนจาแนกลกั ษณะประณีตศลิ ป์ ในสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
เครื่องไม้จาหลกั
บานประตู หนา้ ต่าง หนา้ บนั
ประณตี ศิลป์ สมยั อยธุ ยา งานเครื่องรัก
เป็นศิลปะเกี่ยวกบั เครื่องมกุ
การประดบั กระจก และลายรดน้า
งานเครื่องถมและเครื่องคร่า
เครื่องถมใชท้ าภาชนะ
เครื่องคร่าใชท้ าอาวธุ
เคร่ืองถ้วยชาม
เครื่องเคลือบดินเผาประดบั ดว้ ย
สีเบญจรงค์ นิยมลายเทพนม
หรือลายกนก
เครื่องทอง-เงนิ -นาค
เครื่องราชูปโภค
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ 6
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 11 เรื่อง ภมู ิปญั ญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 2
7. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยามีความสาคญั ต่อสงั คมในปัจจบุ นั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ก่อใหเ้ กิดการรังสรรคด์ า้ นศิลปกรรมท่ีมีความงดงาม และเป็นเอกลกั ษณ์
เฉพาะของชาติ)
• •ข้นั •ป•ฏิบ• ตั •แิ ล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• ิบ• ตั •ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•8.• นกั เรียนแบง่ กลุ่มเพอ่ื สืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ภมู ิปัญญาดา้ นศิลปกรรมท่สี นใจมา 1 เรื่อง จากน้นั
วเิ คราะหข์ อ้ มลู ตามประเดน็ ท่ีกาหนด ดงั น้ี
• ศิลปกรรมท่ีศกึ ษา
• ลกั ษณะสาคญั
• ศิลปกรรมที่ศกึ ษาแสดงใหเ้ ห็นถึงภูมิปัญญาไทยอยา่ งไร
• งานศิลปกรรมท่ีศึกษามีความสาคญั อยา่ งไรในยคุ ต่อมา
แลว้ สรุปความรู้ลงในแบบบนั ทึกตามที่แต่ละกลุ่มออกแบบ ดงั ตวั อยา่ ง
แบบบันทึกภูมปิ ัญญาด้านศิลปกรรม
• เร่ืองที่ศึกษา (ประณีตศิลป์ )
• ลกั ษณะสาคญั (งานหตั ถกรรมในสมยั อยธุ ยาตอนปลาย มีความงดงามและเป็นตน้ แบบของ
งานหตั ถกรรมในปัจจุบนั แบง่ เป็นเคร่ืองไมจ้ าหลกั งานเคร่ืองรัก งานเคร่ืองถมและเคร่ืองคร่า
เคร่ืองถว้ ยชาม เครื่องทอง-เงิน-นาค)
• ศิลปกรรมท่ีศึกษาแสดงใหเ้ ห็นถึงภูมิปัญญาไทยอยา่ งไร
(การใชว้ สั ดุจากธรรมชาติมาสร้างผลงานศิลปะที่ใชง้ านไดค้ งทน สวยงาม และมีเอกลกั ษณ์เฉพาะ)
• งานศลิ ปกรรมท่ีศึกษามีความสาคญั อยา่ งไรในยคุ ต่อมา
(เป็นแบบอยา่ งใหเ้ กิดการเรียนรู้ การทางานประณีตศลิ ป์ และกระตนุ้ ใหเ้ กิดการพฒั นางานหตั ถกรรม
ในยคุ ตอ่ มา)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการร่วมมือทางานเป็นทีม 7
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 2
9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ
10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงท่เี ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
ศิลปกรรมของอยธุ ยาเป็นภูมิปัญญาท่ีบรรพบุรุษประยกุ ตศ์ ิลปะของดินแดนใกลเ้ คียงจนมี
เอกลกั ษณ์เฉพาะตน สร้างสรรคง์ านศิลป์ จากพ้ืนฐานความศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา และการสนบั สนุนจาก
ราชสานกั จนปรากฏเป็นงานทางประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประณีตศิลป์
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
11. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการส่ือสาร
12. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
• ข•้ัน•ป•ระ•เม•ินเ•พื่อ•เพ• ม่ิ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จิต•ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
13. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ข้นั ตอนวา่ จะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 11 เร่อื ง ภมู ปิ ัญญาและศิลปวัฒนธรรมสมัยอยธุ ยา : 2 8
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. ภาพงานศิลปกรรมสมยั อยธุ ยา
3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เรื่อง ภมู ิปัญญาดา้ นศิลปกรรม (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลมุ่ ไม่มีการกาหนด
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทางาน
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจงเป้าหมาย
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 11 เรอ่ื ง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 2 9
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 11 เร่อื ง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 2 10
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12
เร่ือง ภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 3
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.2/3 ระบุภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ี และอิทธิพลของ
ภมู ิปัญญาดงั กล่าว ตอ่ การพฒั นาชาติไทยในยคุ ต่อมา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมดา้ นวรรณกรรมและการแสดงสมยั อยธุ ยา (K)
2. จาแนกภูมิปัญญาดา้ นวรรณกรรมและการแสดงสมยั อยธุ ยา (P)
3. เห็นคุณคา่ ของภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมของบรรพบรุ ุษที่ควรคา่ แก่การอนุรักษใ์ ห้
เอกลกั ษณ์ความเป็นไทยคงอยสู่ ืบไป (A)
สาระสาคญั
วรรณกรรมสมยั อยุธยาที่สาคญั ประกอบดว้ ย วรรณกรรมท่ีใชใ้ นพิธีกรรม สดุดีวีรกรรม ศาสนา คา
สอนความบนั เทิง วิชาการ และวรรณกรรมทางดา้ นประวตั ิศาสตร์ ส่วนการแสดงสมยั อยุธยาประกอบดว้ ย
นาฏยกรรมและคีตกรรมท่ีเป็นภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมทางดา้ นการบนั เทิงสมยั อยธุ ยา
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 12 เรื่อง ภมู ิปัญญาและศลิ ปวัฒนธรรมสมัยอยธุ ยา : 3 1
สาระการเรียนรู้
วรรณกรรมและศิลปะการแสดง
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่ เรียนรู้
2. มุง่ มนั่ ในการทางาน
3. รักความเป็นไทย
คาถามสาคญั
นกั เรียนจะอนุรักษภ์ ูมิปัญญาและวฒั นธรรมของไทยอยา่ งไร
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 เร่ือง ภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 2
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•นั ส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเพอ่ื รวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิมเกี่ยวกบั วรรณกรรมและศิลปะ
การแสดงในสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนรู้จกั วรรณกรรมในสมยั อยธุ ยาใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ จินดามณี พระมาลยั คาหลวง โคลงโลกนิติ)
• นกั เรียนรู้จกั ศิลปะการแสดงในสมยั อยธุ ยาใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ โขน หนงั ตะลุง ละครใน)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั เรื่อง วรรณกรรมและศิลปะการแสดง จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพมิ่ เติม
•ข(G•้นั aค•tิดh•eวrเิ •คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
3. นกั เรียนวเิ คราะห์ลกั ษณะวรรณกรรมของอยธุ ยาวา่ แบง่ เป็นกี่สมยั อะไรบา้ ง แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ระยะที่ 1
สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจา้ อู่ทอง) ถึงสมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 2
วรรณกรรมมีความเจริญรุ่งเรืองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
แนวการแต่งเป็นเร่ืองศาสนาและสดุดีวรี กรรมของพระมหากษตั ริย์
วรรณกรรมสมยั อยุธยา ระยะท่ี 2
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรมถึงสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช แนวการแต่ง
เป็นการสง่ั สอน ยอพระเกียรติ ประวตั ิศาสตร์ และชาดก นิยมแต่งโคลง
ระยะที่ 3
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศถึงสมยั เสียกรุงคร้ังที่ 2 นิยมแต่งกาพยเ์ ห่เรือ
กาพยห์ ่อโคลง และกลบท
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 12 เร่ือง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมัยอยธุ ยา : 3 3
4. นกั เรียนจาแนกภูมิปัญญาดา้ นวรรณกรรมสมยั อยธุ ยาวา่ มอี ะไรบา้ ง แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ลิลิตโองการแช่งน้า ลิลิตยวนพา่ ย พระพทุ ธศาสนา : มหาชาติคาหลวง
วรรณกรรมสดุดีวรี กรรม กาพยม์ หาชาติ นนั โทปนนั ทสูตรคาหลวง
พระมาลยั คาหลวง ปัญญาสชาดก
คาสอน : โคลงทศรถสอนพระราม
(สาหรับพระมหากษตั ริย)์
โคลงพาลีสอนนอ้ ง (สาหรับขา้ ราชการ)
โคลงราชสวสั ด์ิ (สาหรับขา้ ราชสานกั )
โคลงโลกนิติ (สุภาษิตเก่าแก)่
วรรณกรรมท่ีใชใ้ นพธิ ีกรรม วรรณกรรมศาสนา และคาสอน
ภูมปิ ัญญาด้านวรรณกรรมสมยั อยธุ ยา
วรรณกรรมเพอ่ื ความบนั เทิง วรรณกรรมวชิ าการ วรรณกรรมประวตั ิศาสตร์
ศาสนา : เสือโคคาฉนั ท์ ตาราพิชยั สงคราม พระราชพงศาวดาร
สมุทรโฆษคาฉนั ท์ อนิรุทธ์ิคาฉนั ท์ โคลงจนิ ดามณี ตานาน : จามเทววี งศ์ ชินกาลมาลีปกรณ์
ความรู้สึกของกวี : โคลงกาสรวล (ตาราภาษาไทยเล่มแรก) ตานานมูลศาสนา
โคลงนิราศหริภุญไชย กาพยเ์ ห่เรือ บันทึกเหตุการณ์ : จดหมายเหตุ จารึก
เร่ืองประโลมโลก : ลิลิตพระลอ หนังสือราชการ : หนงั สือสญั ญาคา้ ขาย
บทละครนอก-ละครใน ไทย-ฝรั่ง
การแสดง : การแสดงโขน
เสภาขนุ ชา้ ง-ขนุ แผน ละครชาตรี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 12 เรื่อง ภมู ปิ ัญญาและศลิ ปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 4
5. นกั เรียนวเิ คราะห์คุณคา่ และความสาคญั ของวรรณกรรมสมยั อยธุ ยาท่ีมีต่อสังคมอยธุ ยาและสงั คม
ในปัจจุบนั แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
คุณค่าและความสาคญั
ของวรรณกรรมสมยั อยุธยา
สังคมสมัยอยธุ ยา สังคมในปัจจุบนั
• ใชใ้ นการประกอบพธิ ีกรรม • ใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ สังคม คา่ นิยม
• บนั ทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ในขณะน้นั ของคนในอดีต
• เผยแผค่ าสอนของศาสนา • ใชใ้ นการเรียนรู้ การสร้างสรรคง์ านวรรณกรรม
6. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั นาฏยกรรมสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• การแสดงนาฏยกรรมในสมยั อยธุ ยาทไ่ี ดร้ ับการสืบทอดและพฒั นามาจนถึงปัจจุบนั
มีการแสดงใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ หนงั ใหญ่ โขน การเชิดหุ่น)
• การแสดงนาฏยกรรมสมั พนั ธก์ บั งานวรรณกรรมอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ การแสดงนาฏยกรรมมกั ยกเอาเร่ืองราวจากงานวรรณกรรมมาบอกเลา่
ดว้ ยการแสดง)
• นาฏยกรรมสมยั อยธุ ยามีลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 เร่ือง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 5
กลุ าตีไม้ กายกรรมในงานหลวง
โมงครุ่ม กระอ้วั แทงควาย
ระเบง แทงวไิ สย
มหรสพจากคตินิยมในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มหรสพจากการละเล่นของชาวต่างชาติในไทย
นาฏยกรรมสมยั อยุธยา
การแสดงที่มีคนแสดง การแสดงที่ไมใ่ ชค้ นแสดง
โขน หนงั ใหญ่
ละครรา หนงั ตะลุง
หุ่น
7. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คีตกรรม โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• คีตกรรม คือ (การเปลง่ เสียงขบั ร้องเป็นทว่ งทานองประกอบเครื่องดนตรี)
• คีตกรรมในสมยั อยธุ ยามีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นบทเพลงและการบรรเลงดนตรี เช่น เพลงเรือ เพลงฉ่อย สกั วา)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
8. นกั เรียนคิดประเมินเพอื่ เพิ่มคุณค่า แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนจะอนุรักษภ์ มู ิปัญญาและวฒั นธรรมของไทยอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เรียนรู้มรดกทางวฒั นธรรมต่าง ๆ และจดั ทาเป็นความรู้เพ่ือเผยแพร่ใหผ้ อู้ ่ืน
ไดร้ ับทราบ พร้อมเสนอแนวทางการนาไปประยกุ ตใ์ ช)้
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 12 เรอื่ ง ภมู ปิ ัญญาและศลิ ปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 6
• •ข้ัน•ป•ฏบิ• ตั •แิ ล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• ิบ• ัต•ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•9.• นกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ ภมู ิปัญญาไทยสมยั อยธุ ยาทน่ี กั เรียนสนใจมา 1 ประเภท แลว้ บนั ทึกลงใน
แบบบนั ทึกในชิ้นงานท่ี 11 เรื่อง ภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา
10. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ
11. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
วรรณกรรมสมยั อยธุ ยาที่สาคญั ประกอบดว้ ย วรรณกรรมที่ใชใ้ นพธิ ีกรรม สดุดีวรี กรรม ศาสนา
คาสอน ความบนั เทิง วชิ าการ และวรรณกรรมทางดา้ นประวตั ิศาสตร์ ส่วนการแสดงสมยั อยธุ ยาประกอบดว้ ย
นาฏยกรรมและคีตกรรมท่ีเป็นภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมทางดา้ นการบนั เทิงสมยั อยธุ ยา
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
12. นกั เรียนออกมานาเสนอชิ้นงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการสื่อสาร
13. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•ินเ•พื่อ•เพ• มิ่ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จิต•ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
14. นกั เรียนร่วมกนั จดั นิทรรศการเผยแพร่ความรู้เรื่องภูมิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา
และเสนอแนวทางการอนุรักษภ์ มู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมไทย
15. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 เร่ือง ภมู ปิ ัญญาและศลิ ปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 7
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เรื่อง วรรณกรรมและศลิ ปะการแสดง (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินชิ้นงาน เร่ือง ภมู ิปัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝ่ เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทางาน รักความเป็นไทย (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ ชิ้นงาน เร่ือง ภูมปิ ัญญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยุธยา
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
การอธิบายภมู ิปัญญา 4 321
และศิลปวฒั นธรรม
สมยั อยธุ ยา อธิบายภมู ิปัญญา อธิบายภมู ปิ ัญญา อธิบายภูมิปัญญา อธิบายภมู ปิ ัญญา
และศิลปวฒั นธรรม
สมยั อยธุ ยาไดส้ ัมพนั ธ์ และศิลปวฒั นธรรม และศิลปวฒั นธรรม และศิลปวฒั นธรรม
กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด
มีการเช่ือมโยงใหเ้ ห็น สมยั อยธุ ยาไดส้ มั พนั ธ์ สมยั อยธุ ยาไดส้ มั พนั ธ์ สมยั อยธุ ยาไดส้ มั พนั ธ์
เป็ นภาพรวม
แสดงใหเ้ ห็นถึง กบั หัวขอ้ ที่กาหนด กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด กบั หัวขอ้ ที่กาหนด
ความสาคญั และคุณคา่
ท่ีมีต่อสงั คมไทย มีการจาแนกขอ้ มูล และสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู แต่ยงั ไม่สอดคลอ้ งกบั
ไดอ้ ยา่ งชดั เจน
แสดงให้เห็นถึง มีการเขียนอธิบาย ขอ้ มูล โดยการนาเสนอ
ความสัมพนั ธก์ นั อยา่ ง ใหอ้ า่ นเขา้ ใจงา่ ย ขอ้ มลู ยงั ขาดความชดั เจน
เป็ นเหตุเป็ นผล
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 12 เรอื่ ง ภมู ปิ ญั ญาและศิลปวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 8
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 12 เร่อื ง ภมู ิปญั ญาและศิลปวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา : 3 9
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13
เร่ือง พระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั ริย์สมยั อยุธยา
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะห์พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบรุ ีในดา้ นตา่ ง ๆ
ส 4.3 ม.2/2 วเิ คราะห์ปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความมนั่ คงและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รอยธุ ยา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริยอ์ ยธุ ยา (K)
2. จาแนกพระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริยอ์ ยธุ ยา (P)
3. เห็นคุณคา่ และตระหนกั ในการเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริยท์ ี่เป็นสญั ลกั ษณ์สถาบนั หลกั
ของชาติไทย (A)
สาระสาคญั
พระมหากษตั ริยอ์ ยธุ ยาหลาย ๆ พระองคม์ ีบทบาทสาคญั ท้งั ดา้ นเสริมสร้างเสถียรภาพ และความรุ่งเรือง
ของอาณาจกั ร และเป็นสถาบนั หลกั ทส่ี าคญั ของชาติไทยในการพฒั นาบา้ นเมือง
สาระการเรียนรู้ 1
พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริยส์ มยั อยธุ ยา
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 13 เรอ่ื ง พระราชกรณยี กิจของพระมหากษตั ริยส์ มยั อยธุ ยา
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั
พระมหากษตั ริยใ์ นสมยั อยธุ ยาเกือบทกุ พระองคท์ รงมพี ระปรีชาสามารถในดา้ นใด เพราะเหตใุ ด
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 13 เรอื่ ง พระราชกรณยี กิจของพระมหากษตั ริย์สมยั อยธุ ยา 2