•ข(G•้นั aค•tดิh•eวrิเ•คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
4. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ระบอบการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา โดยใชค้ าถาม
ดงั น้ี
• อยธุ ยามีการปกครองอาณาจกั รในรูปแบบใด
(การปกครองในระบอบราชาธิปไตย)
• รูปแบบการปกครองไดร้ ับเอาวฒั นธรรมจากที่ใดและมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นวฒั นธรรมการปกครองของอินเดียท่ีอยธุ ยารับผา่ นทางมอญและเขมร เป็นการปกครอง
ตามคตินิยมแบบสมมติเทพ เปรียบพระมหากษตั ริยเ์ หมือนเทพเจา้ มีความศกั ด์ิสิทธ์ิเหนือกลุ่มอ่ืน)
• นอกจากคติความเชื่อเกี่ยวกบั อานาจพระมหากษตั ริยแ์ บบสมมติเทพแลว้ พระมหากษตั ริย์
ในสมยั อยธุ ยาจะตอ้ งปฏิบตั ิพระองคต์ ามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
(พระพทุ ธศาสนามอี ิทธิพลตอ่ พระมหากษตั ริยไ์ ทยในรูปแบบสัญลกั ษณ์พระบรมโพธิสมภาร
คือ ทรงใชห้ ลกั ธรรม 3 ประการควบคูก่ บั พระราชอานาจ คือ ทรงทศพธิ ราชธรรม 10 ประการ
ราชจรรยานุวตั ร 4 ประการ และจกั รวรรดิวตั ร 12 ประการ)
5. นกั เรียนวเิ คราะห์และสรุปความรู้เก่ียวกบั ระบอบการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา พร้อมบอก
ระยะเวลาและรายนามพระมหากษตั ริย์ ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 1 4
417 ปี 33 พระองค์ 5 ราชวงศ์
เริ่ม พ.ศ. 1893 - ราชวงศอ์ ู่ทอง มีกษตั ริย์ 3 พระองค์
สิ้นสุด พ.ศ. 2310 - ราชวงศส์ ุพรรณภูมิ มีกษตั ริย์ 13 พระองค์
- ราชวงศส์ ุโขทยั มีกษตั ริย์ 7 พระองค์
ระยะเวลา - ราชวงศป์ ราสาททอง มีกษตั ริย์ 4 พระองค์
- ราชวงศบ์ า้ นพลูหลวง มีกษตั ริย์ 6 พระองค์
พระมหากษตั ริย์
กรุงศรีอยุธยา
ช่วงเวลาการปกครองของพระมหากษตั ริย์ 417 ปี
ระยะแรก ช่วงการก่อต้งั อาณาจกั รสมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 มีความสามารถทาศึกสงคราม
กาหนดนโยบายการปกครองขยายอาณาเขตรวมผนวกสุโขทยั
ระยะท่ีสอง • จดั ระเบียบปฏิรูปการปกครองสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
• ปกครองเขมรเป็นประเทศราช
• เริ่มติดต่อกบั ชาติตะวนั ตกสมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 2
ระยะที่สาม • เร่ิมทาสงครามกบั พมา่ สมยั สมเดจ็ พระไชยราชาธิราช พ.ศ. 2081
• พ.ศ. 2112 อยธุ ยาเสียกรุงคร้ังแรกใหแ้ ก่พม่า
• พ.ศ. 2127 สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพจากพม่าและขยายดินแดน
ระยะที่ส่ี เร่ิมจากสมยั สมเดจ็ พระเอกาทศรถเป็นช่วงสมยั การส่งเสริมความสมั พนั ธ์กบั ต่างชาติจนถึงยคุ ที่
อยธุ ยารุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและศลิ ปะในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
• เริ่มจากสมยั สมเดจ็ พระเพทราชา ต่อเนื่องมาจนถึงสมยั สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศเป็นยคุ ที่
ระยะที่หา้ รุ่งเรืองทางดา้ นประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และนาฏกรรม ซ่ึงเป็นแบบอยา่ งให้
กบั สมยั รัตนโกสินทร์ต่อมา
• พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยธุ ยาเสียเอกราช เพราะความอ่อนแอทางการเมือง การแยง่ ชิงอานาจ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เร่อื ง พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 1 5
6. นกั เรียนคิดประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณคา่ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• การปกครองบา้ นเมืองในสมยั อยธุ ยามีลกั ษณะสาคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ กษตั ริยเ์ ป็นผมู้ ีอานาจสูงสุด และมีฐานะเป็นสมมติเทพ มีการมอบอานาจ
บางประการใหก้ บั ขนุ นางเป็นฐานอานาจของพระองค)์
• •ข้ัน•ป•ฏิบ• ัต•ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ัต•ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•7.• นกั เรียนแบง่ กลุ่มเพอื่ ศึกษาคน้ ควา้ พระมหากษตั ริยส์ มยั อยธุ ยาท่ีสนใจมา 1 พระองค์
พร้อมวเิ คราะห์พฒั นาการทางดา้ นการเมืองการปกครอง แลว้ สรุปความรู้ลงในแบบบนั ทึกตามท่ีแต่ละกลุ่ม
ออกแบบ ดงั ตวั อยา่ ง
• พระมหากษตั ริย์ (สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ)
• ประวตั ิ (เป็นพระมหากษตั ริยแ์ ห่งราชวงศส์ ุพรรณภูมิ ครองราชย์ ปี พ.ศ. 1991-2031)
• พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง
( 1. ปฏิรูปการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
2. เสริมสร้างอานาจของราชธานี
3. วางรากฐานสังคมศกั ดินา
4. ปกครองเขมรเป็นประเทศราช)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการร่วมมอื ทางานเป็นทีม
8. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ
9. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงที่เขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
การปกครองในสมยั อยธุ ยาเป็นการปกครองในระบอบราชาธิปไตย หรือระบอบสมบรู ณาญาสิทธิราชย์
พระมหากษตั ริยท์ รงมีอานาจในการจดั ระเบียบการปกครองและปฏิรูปการปกครอง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง : 1 6
• ข•้นั •ส่ือ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
10. นกั เรียนออกมานาเสนอชิ้นงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการสื่อสาร
11. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•นิ เ•พ่ือ•เพ• ม่ิ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จิต•ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
12. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิม่ คุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรอื่ ง พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 1 7
กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาหลกั การทางานของจตสุ ดมภ์
ในแต่ละฝ่ ายของสมยั อยธุ ยาวา่ เปรียบไดก้ บั กระทรวงใดในปัจจุบนั โดยจดั ทาเป็นรูปเล่มรายงาน
แลว้ ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เร่ือง ระบอบการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุ่ม
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย สมาชิก
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 1 8
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่อื ง พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง : 1 9
หน่วยการเรียนรู้เรื่อง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4
เร่ือง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง : 2
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบรุ ีในดา้ นต่าง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา (K)
2. วเิ คราะห์ และจาแนกลกั ษณะพฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา (P)
3. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของการศึกษาประวตั ิศาสตร์ชาติไทยเพอ่ื ธารงรักษาความเป็นเอกลกั ษณ์
ของชาติไทย (A)
สาระสาคญั
สมยั อยุธยาพระมหากษตั ริยม์ ีพระราชกรณียกิจที่ตอ้ งควบคุมดูแลดา้ นการปกครอง แบ่งไดเ้ ป็ น 2
ลกั ษณะ คือ การจดั ระเบียบการปกครองส่วนกลาง และการจดั ระเบียบการปกครองหวั เมือง นอกจากน้ีกฎหมาย
ของอยุธยายงั ไดร้ ับการจดั วางรูปแบบเป็ นระบบยุติธรรมหลักของไทยท่ียึดถือเป็ นแบบอย่างมาจนถึงสมยั
ธนบรุ ีและรัตนโกสินทร์ตอนตน้
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 เรื่อง พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 2 1
สาระการเรียนรู้
1. การจดั ระเบียบการปกครอง
2. กฎหมายและการศาลสมยั อยธุ ยา
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั
การจดั ระเบยี บการปกครองช่วยส่งเสริมความมนั่ คงต่ออาณาจกั รอยธุ ยาอยา่ งไร
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เรอื่ ง พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 2 2
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•นั ส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเพอื่ รวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• สมยั อยธุ ยามกี ารปกครองรูปแบบใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ จตสุ ดมภ)์
• เพราะเหตุใดจึงตอ้ งมีการจดั ระเบียบการปกครอง
(ตวั อยา่ งคาตอบ เพอ่ื รักษาพระราชอานาจของกษตั ริย)์
• สมยั อยธุ ยามีการตดั สินคดีความอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ใชก้ ฎหมายที่เป็นจารีตด้งั เดิมและการรับคมั ภีร์มนูธรรมศาสตร์จากอินเดีย
มาปรับใช)้
2. นกั เรียนอภิปรายเป็นความรู้เพิ่มเติมร่วมกนั วา่ การจดั ระเบียบการปกครอง มีการวางรากฐาน
และปรับปรุงเป็น 3 ระยะ ดงั น้ี
• การจดั ระเบยี บการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจา้ อู่ทอง)
• การปฏิรูปการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
• การปรับปรุงเพ่ิมเติมระเบียบการบริหารในสมยั ต่อมา
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่อง การจดั ระเบียบการปกครอง และกฎหมาย
และการศาลสมยั อยธุ ยา จากหนงั สือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพมิ่ เติม
•ข(G•้นั aค•tิดh•eวrเิ •คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
4. นกั เรียนวเิ คราะหล์ กั ษณะการจดั ระเบียบการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1
(พระเจา้ อู่ทอง) แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 2 3
• การปกครองส่วนกลาง ดูแลราชสานกั พจิ ารณาพพิ ากษาคดีความ
ปกครองทอ้ งท่ี รักษาความสงบ แก่ราษฎร
ปราบโจรผรู้ ้าย วงั
เวยี ง คลงั
ดูแลรายรับรายจา่ ยและพระราชทรัพย์
การปกครองส่ วนกลาง ของแผน่ ดิน
(จตุสดมภ์)
เมืองป้อมปราการ
นา
ดูแลการทาไร่นา และรักษา
เสบียงอาหารพระนคร
• การปกครองหวั เมอื ง
ราชธานี
พรหมบุรี อินทรบรุ ี สิงห์ แพรก ศรีราชา
นครราชสีมา
ลพบุรี
ทวาย ปราจีนบรุ ี
เมืองประเทศราช ตะนาวศรี สุพรรณบุรี กรุงศรีอยุธยา นครนายก ฉะเชิงเทรา
ที่อยนู่ อกอาณาเขต
เชียงกราน ชลบุรี
หวั เมืองช้นั ใน จนั ทบุรี
พระประแดง
ราชบุรี เพชรบุรี
ไชยา นครศรีธรรมราช พทั ลงุ สงขลา ถลาง
เมืองพระยามหานคร/หวั เมืองช้นั นอก
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรือ่ ง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง : 2 4
5. นกั เรียนวเิ คราะห์เกี่ยวกบั การปฏิรูปการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
การปฏิรูปการปกครองสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
การปกครองส่วนกลาง
สมหุ กลาโหม : บริหารราชการทหารทวั่ ราชอาณาจกั ร
สมุหนายก : บริหารราชการฝ่ ายพลเรือนทว่ั ราชอาณาจกั ร
กรมเมือง : ออกพระนครบาล ดูแลความสงบของบา้ นเมอื ง
กรมวงั : ออกพระธรรมาธิกรณ์ งานในราชสานกั พพิ ากษาคดี
กรมคลงั : ออกพระโกษาธิบดี ดูแลบริหารงบประมาณแผน่ ดิน
กรมนา : ออกพระเกษตราธิบดี ดูแลที่ทากิน เสบียงอาหาร
การจดั ระเบียบการปกครองหวั เมือง
หวั เมืองช้นั ใน โดยยบุ เมอื งหนา้ ด่าน (ป้อมปราการ) รวมอยดู่ ว้ ย
หวั เมอื งช้นั นอก/เมืองพระยามหานคร โดยแต่งต้งั พระราชวงศ์
ขา้ ราชการช้นั สูงไปปกครอง
ประเทศราช ใหส้ ิทธิชนชาติน้นั ปกครองกนั เองแต่ใหส้ ่งราชบรรณาการ
3 ปี ต่อคร้ัง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง : 2 5
6. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั การปรับปรุงเพ่มิ เติมระเบียบการบริหารในสมยั ต่อมา แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
การปรับปรุงเพมิ่ เตมิ ระเบียบการบริหาร
สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 2
การทาสารบญั ชี : ระเบยี บวธิ ีการเกณฑพ์ ลเมืองเขา้ รับราชการทหาร/พลเรือน
โดยจดั ต้งั กรมพระสุรัสวดี (กรมสสั ดี)
การแต่งตาราพชิ ยั สงคราม
สมยั สมเดจ็ พระเพทราชา
ใหส้ มุหพระกลาโหมปกครองบงั คบั บญั ชาฝ่ายทหาร/พลเรือนหวั เมืองฝ่ ายใต้
ใหส้ มุหนายกปกครองบงั คบั บญั ชาฝ่ ายทหาร/พลเรือนหวั เมืองฝ่ายเหนือ
จดั ต้งั ทาเนียบขนุ นางวงั หนา้ รักษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่พระมหาอุปราช
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ
โอนหวั เมืองฝ่ ายใตข้ ้ึนกบั กรมคลงั เพือ่ ลดอานาจสมหุ พระกลาโหม
7. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องกฎหมายและการศาลสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม
ดงั น้ี
• กฎหมายสมยั อยธุ ยามีตน้ แบบมาจากที่ใด
(ไดร้ ับตน้ แบบมาจากมอญและเขมรโบราณจากคมั ภีร์พระธรรมศาสตร์ของอินเดีย)
• กฎหมายทใี่ ชป้ กครองอยธุ ยามีก่ีอยา่ ง
(2 อยา่ ง คือ พระธรรมศาสตร์กบั พระราชศาสตร์ โดยพระราชศาสตร์พระมหากษตั ริยต์ ราข้ึน
ซ่ึงอา้ งอิงบญั ญตั ิในพระธรรมศาสตร์)
• สมยั อยธุ ยามกี ารจดั ต้งั ศาลเพื่อพิจารณาพพิ ากษาคดีความอยา่ งไร
(สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 1 มีการจดั ต้งั ศาลตามจตุสดมภ์ คือ
1) ศาลกรมวงั วา่ การยตุ ิธรรมต่างพระเนตรพระกรรณ สาหรับคดีราษฎรฟ้องร้องกนั เอง
2) ศาลกรมเมอื งหรือนครบาล สาหรับคดีอุกฉกรรจ์ เช่น คดีโจรผรู้ ้าย กบฏ
3) ศาลกรมนา พพิ ากษาคดีท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ท่ีนา โค กระบือ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง พฒั นาการด้านการเมอื งการปกครอง : 2 6
4) ศาลกรมคลงั พพิ ากษาคดีเกี่ยวกบั พระราชทรัพยข์ องหลวง สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 2
มีการปรับปรุงจดั แบง่ ประเภทของศาลข้ึนใหม่ คือ
1) ศาลความอาญาและศาลความแพง่ ข้ึนกบั กรมวงั
2) ศาลนครบาล ข้นึ กบั กรมเวยี ง สาหรับคดีร้ายแรงของบา้ นเมือง
3) ศาลการกระทรวง คือ ศาลประจากรมท้งั 4 ใชว้ ธิ ีพจิ ารณารูปแบบเดียวกนั
8. นกั เรียนวเิ คราะห์ลกั ษณะของกฎหมาย และการศาลสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
• กฎหมาย
มีรากฐานจากจารีตประเพณี มีการรับคมั ภรี ์พระธรรมศาสตร์
จากมอญและเขมรโบราณทร่ี ับ
คมั ภีร์มนูธรรมศาสตร์จากอินเดีย
อีกต่อหน่ึง
กฎหมาย
มีการออกพระราชศาสตร์เป็ นการ
ตราระเบียบท่ีเหมาะสมกบั
ขนบธรรมเนียมประเพณีและ
สถานการณ์บา้ นเมือง
• ศาลและกระบวนการยตุ ิธรรม เป็นพนกั งานฝ่ายตุลาการไทย ทาหนา้ ท่ี
บงั คบั บญั ชาเบ้อื งตน้ ไดแ้ ก่ การรับฟ้อง
ลูกขนุ ณ ศาลา การพจิ ารณา ตลอดจนปรับไหม และ
ศาลและกระบวนการยตุ ธิ รรม ลงโทษผกู้ ระทาความผดิ
ลูกขนุ ณ ศาลหลวง พราหมณ์ผเู้ ชี่ยวชาญพระธรรมศาสตร์
มีหนา้ ที่ตรวจสานวน ช้ีบทกฎหมาย
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 4 เรื่อง พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง : 2 แลว้ ตดั สินวา่ ฝ่ายใดผดิ หรือชอบ 7
ตามกฎหมาย
9. นกั เรียนวเิ คราะหล์ กั ษณะการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยาในสมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1
กบั สมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถวา่ มีความเหมือนและความแตกต่างกนั อยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอด ดงั ตวั อยา่ ง
สมยั สมเดจ็ - เหมือนกนั สมยั สมเดจ็ -
พระรามาธิบดที ่ี 1 พระบรมไตรโลกนาถ
พระมหากษตั ริย์
ในราชธานีมีการปกครอง ทรงเป็ นประมขุ รวมอานาจสู่ศนู ยก์ ลาง
แบ่งเป็น 4 ฝ่ าย คือ แยกทหารและพลเรือน
จตุสดมภ์ ออกจากกนั
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
10. นกั เรียนคิดประเมินเพอื่ เพม่ิ คุณคา่ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• การจดั ระเบยี บการปกครองช่วยส่งเสริมความมน่ั คงต่ออาณาจกั รอยธุ ยาอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ทาใหร้ ากฐานพระราชอานาจของพระมหากษตั ริยม์ คี วามเขม้ แขง็ และเป็นการวาง
รูปแบบการปกครองใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์บา้ นเมอื งในขณะน้นั )
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 เรื่อง พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 2 8
• •ข้นั •ป•ฏิบ• ัต•ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ตั •ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
1•1.• นกั เรียนเลือกศึกษาเก่ียวกบั การจดั ระเบียบการปกครองมา 1 ภาพ จากน้นั วเิ คราะห์วา่ มีลกั ษณะ
อยา่ งไร ส่งผลดีและผลเสียอยา่ งไรต่ออาณาจกั รอยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
• การจดั ระเบยี บการปกครองที่ศึกษา (สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 1)
การจัดระเบยี บการปกครอง ผลทีเ่ กดิ ขนึ้
(มีการแบง่ หนา้ ท่ีเป็นระบบ)
(การปกครองส่วนกลางใช้
การปกครองแบบจตุสดมภ์ ผลดี
โดยแบง่ ออกเป็น 4 ฝ่ าย)
ผลที่เกดิ ขนึ้
ผลเสีย (เจา้ กรมแตล่ ะฝ่ายมีอานาจ
มาก)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
12. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
13. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิ่งทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
สมยั อยธุ ยาพระมหากษตั ริยม์ พี ระราชกรณียกิจท่ีตอ้ งควบคมุ ดูแลดา้ นการปกครอง แบ่งไดเ้ ป็น
2 ลกั ษณะ คือ การจดั ระเบียบการปกครองส่วนกลาง และการจดั ระเบียบการปกครองหวั เมือง นอกจากน้ี
กฎหมายของอยธุ ยายงั ไดร้ ับการจดั วางรูปแบบเป็นระบบยตุ ิธรรมหลกั ของไทยท่ียดึ ถือเป็นแบบอยา่ งมาจนถึง
สมยั ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนตน้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 เรื่อง พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 2 9
• ข•้นั •ส่ือ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
14. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการสื่อสาร
15. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•ินเ•พื่อ•เพ• ม่ิ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จติ •ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
16. นกั เรียนร่วมกนั จดั ป้ายนิเทศเก่ียวกบั การจดั ระเบียบการปกครองในสมยั อยธุ ยา และสมยั ปัจจุบนั
เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ใหแ้ ก่สมาชิกในโรงเรียน
17. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอื่ ง พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 2 10
กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนเปรียบเทียบลกั ษณะการปกครองในสมยั อยธุ ยาและสมยั ปัจจุบนั วา่ มีความเหมือน
และความแตกต่างกนั อยา่ งไร
ความรู้เพม่ิ เตมิ สาหรับครู
กฎหมายตราสามดวง เป็นประมวลกฎหมายในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้ ซ่ึงเกิดจากการชาระ
สะสางกฎหมายที่ใชใ้ นสมยั อยธุ ยาทมี่ ีความคลาดเคลื่อนใหก้ ลบั ไปสู่ความถูกตอ้ ง โดยตราสามดวง
ประกอบไปดว้ ย
1. ตราพระราชสีห์ เป็นตวั แทน สมหุ นายก
2. ตราพระคชสีห์ เป็นตวั แทน สมหุ พระกลาโหม
3. ตราบวั แกว้ เป็นตวั แทน เจา้ พระยาพระคลงั
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง การจดั ระเบียบการปกครอง กฎหมายและการศาลสมยั อยธุ ยา (K)
ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 เรอื่ ง พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง : 2 11
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุม่ ไมม่ ีการกาหนด
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทางาน
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจงเป้าหมาย
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 เรอ่ื ง พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง : 2 12
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 4 เร่อื ง พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง : 2 13
หน่วยการเรียนรู้เรื่อง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
เรื่อง เศรษฐกจิ สมัยอยธุ ยา
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรีในดา้ นตา่ ง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพฒั นาการทางดา้ นเศรษฐกิจของอาณาจกั รอยธุ ยา (K)
2. วเิ คราะหพ์ ฒั นาการทางดา้ นเศรษฐกิจของอาณาจกั รอยธุ ยา (P)
3. เห็นความสาคญั ของการศึกษาเรียนรู้พฒั นาการทางดา้ นต่าง ๆ ของประวตั ิศาสตร์ไทย
เพื่อสร้างความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย (A)
สาระสาคญั
เศรษฐกิจสมยั อยุธยามีความมงั่ คง่ั และมนั่ คง ถึงแมจ้ ะมีการทาศึกสงครามยาวนานแต่ก็สามารถฟ้ื นฟู
เศรษฐกิจการคา้ ไดอ้ ย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจสมยั
อยธุ ยามาจากองคป์ ระกอบสาคญั คือ ภาคการผลิต ภาคการคา้ และภาคการเงินการคลงั ของรัฐ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง เศรษฐกจิ สมยั อยธุ ยา 1
สาระการเรียนรู้
เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั
ปัจจยั ใดท่ีส่งเสริมใหอ้ าณาจกั รอยธุ ยามีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 เรอ่ื ง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนพจิ ารณาขอ้ ความจากหนงั สือประวตั ิศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจกั ร
สยาม ของนิโกลาส์ แชรแวส แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
“...ประเทศน้ีมีพ้นื ดินอุดม... เมื่อปลกู อะไรไปกด็ งู อกงามดี...”
„ จากขอ้ ความดงั กล่าว หมายถึงอะไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ อยธุ ยามีแหล่งเพาะปลูกท่ีอยบู่ ริเวณทร่ี าบลุ่มแมน่ ้า อุดมสมบรู ณ์ ทาใหม้ ี
ผลผลิตท่ีงอกงาม)
„ นกั เรียนคิดวา่ เศรษฐกิจในสมยั อยธุ ยามีลกั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นเศรษฐกิจแบบยงั ชีพ มีการแลกเปล่ียนสินคา้ แทนการใชเ้ งิน
มีการทาเกษตรกรรม)
„ นกั เรียนคิดวา่ เศรษฐกิจท่ีสาคญั ในสมยั อยธุ ยาคอื อะไร และเพราะอะไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ การเกษตรและการคา้ เน่ืองจากต้งั อยบู่ ริเวณท่รี าบลุ่มและมีแมน่ ้าสาคญั
ไหลผา่ นหลายสาย เหมาะแก่การเป็นเมืองทา่ คา้ ขาย)
2. นกั เรียนอภิปรายเป็นความรู้เพ่มิ เติมร่วมกนั วา่ ความรุ่งเรืองมงั่ คง่ั ของเศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา
มาจากองคป์ ระกอบสาคญั คือ ภาคการผลิต ท้งั สินคา้ เกษตรกรรมและหตั ถกรรม ภาคการคา้ ท้งั ภายใน
และภายนอก และภาคการเงินการคลงั ของรัฐ
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่อง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพมิ่ เติม
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 5 เรื่อง เศรษฐกจิ สมัยอยธุ ยา 3
•(ขG•้นั aค•tิดh•eวrิเ•คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
4. นกั เรียนวเิ คราะห์เกี่ยวกบั ลกั ษณะเศรษฐกิจสมยั อยธุ ยาวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
อยบู่ นพ้ืนฐานของเศรษฐกิจ มีการติดต่อคา้ ขายทางทะเล
แบบยงั ชีพเกษตรกรรม กบั ต่างชาติ
ลกั ษณะเศรษฐกจิ
สมัยอยธุ ยา
ผลิตสินคา้ เพื่อมาคา้ ขาย ระบบผกู ขาดการคา้
แลกเปลี่ยนระหวา่ งกนั โดยกรมพระคลงั
5. นกั เรียนจาแนกเศรษฐกิจภาคการผลิตในสมยั อยธุ ยาวา่ มลี กั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ภาคการผลติ
เกษตรกรรม หตั ถกรรม
การเพาะปลูกเป็ นอาชีพสาคญั ผลิตเครื่องมอื เคร่ืองใชใ้ นลกั ษณะ
อุตสาหกรรมในครัวเรือน
แหล่งเพาะปลูกอยบู่ ริเวณท่ีราบลุ่ม
แม่น้าเจา้ พระยา ป่ าสัก และทา่ จีน มียา่ นสินคา้ ต่าง ๆ ในพระนคร
เช่น ยา่ นป่ าขนม ยา่ นป่ าผา้ เหลือง
มีการปลูกขา้ ว พชื ไร่
และทาสวนผลไม้ ยา่ นป่ าถา่ น
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 เรื่อง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา 4
6. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั การคา้ สมยั อยธุ ยาวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิด
รวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ตลาดสดท้งั บนบกและทางน้า เป็นการคา้ กบั ต่างประเทศ
ร้านจาหน่ายสินคา้ ต่างแดน สินคา้ ท่สี าคญั
ร้านจาหน่ายสินคา้ ของหลวง สินค้าส่งออก : ขา้ ว เกลือ เครื่องเทศ
เป็นลกั ษณะการแลกเปล่ียน น้าตาล ไมก้ ฤษณา ไมส้ ัก ไมฝ้ าง
สินคา้ ระหวา่ งประชาชนและ ครั่ง งาชา้ ง หนงั สัตว์
กลุ่มตา่ งชาติ สินค้านาเข้า : ผา้ สินคา้ ฟ่ มุ เฟื อยจาก
อินเดียและอาหรับ และสินคา้ จาก
การคา้ ภายใน ยโุ รปประเภทอาวธุ
การคา้ ภายนอก
การค้าของอยธุ ยา
การคา้ ของทางราชการ
พระคลงั สินค้า : ต้งั ข้ึนเพอ่ื ควบคุมในการทาการคา้ ท้งั ในและ
ต่างประเทศ การกาหนดสินคา้ ผกู ขาด สินคา้ ตอ้ งหา้ ม
การค้าสาเภา : เป็นการคา้ ท่ีส่งสินคา้ ไปต่างแดนโดยพระมหากษตั ริย์
เจา้ นาย และขนุ นาง
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 5 เรอื่ ง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา 5
7. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ลกั ษณะการคา้ ภายในและการคา้ ภายนอกของอาณาจกั รอยธุ ยา
วา่ มีผลดีและผลเสียอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
„ การคา้ ภายใน
การค้าภายใน ผลทเี่ กดิ ขนึ้
มีท้งั ตลาดบกและตลาดน้า มีการคา้ ขายกนั ในชุมชน
ผลดี
ผลท่ีเกดิ ขนึ้
ผลเสีย มีประเภทสินคา้ จากดั
„ การคา้ ภายนอก ผลทีเ่ กดิ ขนึ้
มีรายไดเ้ ขา้ พระคลงั มาก
การค้าภายนอก ผลดี
มีการคา้ ขายสินคา้ กบั ต่างชาติ
ผลทเ่ี กดิ ขนึ้
ผลเสีย การคา้ ถูกควบคุม
โดยพระคลงั สินคา้
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ 6
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เรื่อง เศรษฐกจิ สมัยอยธุ ยา
8. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเพือ่ สรุปความรู้เกี่ยวกบั เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม
ดงั น้ี
„ การติดต่อคา้ ขายกบั ชาวต่างชาติมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ไดร้ ับวทิ ยาการสมยั ใหม่ เกิดการผสมผสานทางเช้ือชาติและวฒั นธรรม)
„ การผกู ขาดทางการคา้ สมยั อยธุ ยาก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ รัฐมีรายไดเ้ พ่มิ มากข้นึ ชาวต่างชาติไดร้ ับความสะดวกในการซ้ือสินคา้ หายาก)
„ การเกบ็ ภาษีประเภทตา่ ง ๆ ในสมยั อยธุ ยามีผลดีและผลเสียอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ผลดี ทาใหอ้ าณาจกั รมีรายไดท้ านุบารุงบา้ นเมอื ง ผลเสีย ประชาชนสูญเสียรายได้
ส่วนหน่ึงในการดารงชีพ)
9. นกั เรียนวเิ คราะห์เกี่ยวกบั ภาคการเงินการคลงั ของรัฐ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
„ รายไดส้ มยั อยธุ ยา
รายได้สมัยอยธุ ยา
ประเภทส่วยสาอากร ประเภทภาษีและรายไดจ้ ากการคา้ กบั ต่างชาติ
กาไรจากการคา้ ขายส่ิงของในพระคลงั สินคา้
ส่วย รายไดจ้ ากการคา้ ต่างประเทศ
ฤชา ภาษีสินคา้ ขาเขา้ และขาออก
เคร่ืองบรรณาการ ภาษีหรือจงั กอบเรือ
อากรขนอน
อากรตลาด 7
อากรคา่ นา
อากรสวน
อากรสุรา
อากรคา่ น้า
อากรรักษาเกาะ
อากรมหรสพ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง เศรษฐกจิ สมยั อยธุ ยา
• รายจา่ ยสมยั อยธุ ยา การปนู บาเหน็จขา้ ราชการ
การป้องกนั ประเทศ และเบ้ยี หวดั เงินปี
และการทาสงคราม
รายจ่ายสมยั อยุธยา
การเจริญพระราชไมตรีกบั
นานาประเทศ การทานุบารุงพระพทุ ธศาสนา
„ เงินตรา
เงนิ ตราสมัยอยุธยา
เงินสกลุ พดดว้ ง มีลกั ษณะประทบั ตรา ค่าของเงินตรา = ชง่ั ตาลึง บาท
ประจารัชกาล ตราพมุ่ ขา้ วบิณฑ์ สองสลึง เฟ้ื อง สองไพ ไพ
และตราธรรมจกั ร และเงินตราระดบั ต่าสุด คือ เบ้ีย
ใชเ้ ปลือกหอยจากทะเลอนั ดามนั เป็น
ค่าปรับค่าไถ่โทษ
10. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอื่ เพิม่ คุณค่า แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
„ ปัจจยั ใดท่ีส่งเสริมใหอ้ าณาจกั รอยธุ ยามคี วามเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
(ตวั อยา่ งคาตอบ ความอุดมสมบูรณ์ของพ้นื ที่ และการติดต่อคา้ ขายกบั ต่างชาติ)
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 5 เร่ือง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา 8
• •ข้ัน•ป•ฏิบ• ัต•ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ัต•ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
1•1.• นกั เรียนแบ่งกลุ่มเพอื่ วเิ คราะห์เก่ียวกบั พฒั นาการทางเศรษฐกิจในสมยั อยธุ ยาเป็นลาดบั
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
เหตุการณ์
(เร่ิมมีการติดต่อซ้ือขาย
แลกเปลี่ยนสินคา้ ดว้ ยเงินตรา)
1 23
เหตุการณ์ เหตุการณ์
(ใชก้ ารแลกเปลี่ยนสินคา้
ต่อสินคา้ ) (มีการคา้ ขายกบั ชาติตะวนั ตก
สินคา้ ตา่ งประเทศเร่ิม
หลง่ั ไหลเขา้ มาใน
ราชอาณาจกั ร)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการร่วมมอื กนั ทาเป็นทีม
12. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
13. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิ่งทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยามีความมงั่ คง่ั และมนั่ คง ถึงแมจ้ ะมีการทาศึกสงครามยาวนานแต่กส็ ามารถ
ฟ้ื นฟเู ศรษฐกิจการคา้ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว เน่ืองจากมีแหล่งทรัพยากรท่ีอุดมสมบูรณ์ ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
สมยั อยธุ ยามาจากองคป์ ระกอบสาคญั คือ ภาคการผลิต ภาคการคา้ และภาคการเงินการคลงั ของรัฐ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5 เรื่อง เศรษฐกจิ สมัยอยธุ ยา 9
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
14. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการสื่อสาร
15. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน
• ข•้นั •ป•ระ•เม•ินเ•พ่ือ•เพ• ม่ิ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จติ •ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
16. นกั เรียนร่วมกนั จดั ป้ายนิเทศเกี่ยวกบั พฒั นาการทางเศรษฐกิจในสมยั อยธุ ยา เพือ่ เป็นการเผยแพร่
ความรู้ใหก้ บั สมาชิกในโรงเรียน
17. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
„ สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
„ นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
„ เพื่อนนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
„ นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพยี งใด
„ นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ข้นั ตอนวา่ จะเพิม่ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่ือง เศรษฐกจิ สมยั อยธุ ยา 10
กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนวเิ คราะหล์ กั ษณะเศรษฐกิจในสมยั อยธุ ยากบั สมยั ปัจจบุ นั วา่ มีความเหมือนและ
ความแตกต่างกนั อยา่ งไร
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกล่มุ
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย สมาชิก
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5 เรือ่ ง เศรษฐกจิ สมยั อยธุ ยา 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เร่อื ง เศรษฐกจิ สมยั อยธุ ยา 12
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
เรื่อง พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะห์พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรีในดา้ นตา่ ง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพฒั นาการของสงั คมไทยสมยั อาณาจกั รอยธุ ยา (K)
2. จาแนก วเิ คราะห์พฒั นาการของสงั คมไทยสมยั อาณาจกั รอยธุ ยา (P)
3. ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการศึกษาประวตั ิศาสตร์ชาติไทย เพอ่ื สร้างความภาคภูมิใจ
และมีจิตสานึกรักความเป็นไทย (A)
สาระสาคญั
สังคมไทยในสมยั อยุธยาเป็นสังคมเกษตรกรรม ยดึ ถือระบบอาวโุ ส และมีความเอ้ือเฟ้ื อเก้ือกูลซ่ึงกนั
และกนั มีการดาเนินชีวิตท่ีเป็นไปอย่างเรียบง่าย และมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนยร์ วมจิตใจนอกจากน้ียงั มีการ
แบง่ ชนช้นั ในสังคมเป็นชนช้นั ปกครองและชนช้นั ผถู้ ูกปกครองเพื่อใหแ้ ต่ละฝ่ ายต่างมีบทบาทหนา้ ท่ีเป็นของ
ตนเอง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 6 เร่ือง พัฒนาการของสงั คมสมยั อยธุ ยา 1
สาระการเรียนรู้
พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั
เพราะเหตใุ ดสังคมในสมยั อยธุ ยาจึงมีความสงบร่มเยน็
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 เรอ่ื ง พฒั นาการของสงั คมสมยั อยธุ ยา 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนสงั เกตแผนทีก่ รุงศรีอยธุ ยา ฉบบั พระยาโบราณราชธานินทร์ แลว้ ร่วมกนั สนทนา
โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• จากแผนทนี่ กั เรียนสงั เกตเห็นสิ่งปลูกสร้างอะไรบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ วดั ป้อม พระทีน่ ง่ั
• ส่ิงปลูกสร้างใดที่มีมากท่ีสุดในอาณาจกั รอยธุ ยา (วดั
• นกั เรียนคิดวา่ สงั คมในสมยั อยธุ ยามีลกั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นสังคมพระพทุ ธศาสนาท่ีมีความเอ้ือเฟ้ื อเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั
• นกั เรียนมีความช่ืนชอบสภาพสังคมในสมยั อยธุ ยาหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ชื่นชอบ เพราะมีการแบ่งหนา้ ที่ชดั เจน ทาใหป้ ราศจากการใชค้ วามรุนแรง
ระหวา่ งกนั
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เรื่อง พฒั นาการของสงั คมสมยั อยธุ ยา จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพิ่มเติม
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 6 เร่ือง พฒั นาการของสงั คมสมยั อยธุ ยา 3
•ข(G•้นั aค•tิดh•eวrิเ•คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
3. นกั เรียนวเิ คราะห์โครงสร้างชนช้นั ในสงั คมสมยั อยธุ ยา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• สังคมของอยธุ ยามีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นสงั คมศกั ดินา คือ การกาหนดสิทธิหนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของประชาชนทกุ ระดบั ช้นั
โดยใชจ้ านวนทีน่ าเป็นเครื่องกาหนดสถานะทางสงั คม
• นกั เรียนจาแนกโครงสร้างชนช้นั ทางสงั คมในสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคดิ
รวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
โครงสร้างชนช้ันทางสังคม
ชนช้นั ปกครอง ผถู้ ูกปกครอง
พระมหากษตั ริย์ ไพร่
พระราชวงศ์ พอ่ คา้
ขนุ นาง ทาส
ภิกษสุ งฆ์
4. นกั เรียนวเิ คราะห์วา่ ขนุ นางมีอิทธิพลอยา่ งไรต่อพฒั นาการทางสังคมสมยั อยธุ ยา และสรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
เป็นกลไกสาคญั ของรัฐ อทิ ธิพลของขุนนาง มีอภิสิทธ์ิต่าง ๆ เพอ่ื เป็นการตอบแทน
ในการปกครอง ทม่ี ตี ่อพฒั นาการทาง การทางาน
สังคมในสมัยอยุธยา
มีบทบาทท้งั ในยามสงบ เป็นผรู้ ับนโยบายจาก
และยามสงคราม พระมหากษตั ริยม์ าดาเนินการ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 เร่ือง พัฒนาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 4
5. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั การจดั ลาดบั ชนช้นั ผถู้ ูกปกครองวา่ มีผลดีและผลเสียตอ่ สภาพสังคม
สมยั อยธุ ยาอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ผลดี
มีการปกครองท่ีเป็ นระบบ
การจดั ลาดบั ชนช้นั ผลเสีย
ผถู้ ูกปกครอง สังคมไมพ่ ฒั นา มีการกดข่ี
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
6. นกั เรียนวเิ คราะหล์ กั ษณะวถิ ีชีวติ ในสมยั อยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
ลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
มีศูนยก์ ลางอยทู่ ่ีวดั วดั เป็นสถานศึกษาอบรม
และพระพทุ ธศาสนา เบ้ืองตน้ ของเดก็ ผชู้ าย
ลกั ษณะวิถชี ีวิต
ในสมัยอยธุ ยา
เนน้ ปฏิบตั ิตนตามขนบธรรมเนียม ผคู้ นนิยมสร้างสรรคผ์ ลงาน
ประเพณี ศิลปกรรมที่เก่ียวขอ้ งกบั ศาสนา
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 5
7. นกั เรียนวเิ คราะหล์ กั ษณะสังคมสมยั อยธุ ยาและสงั คมในสมยั ปัจจบุ นั วา่ มีความเหมือนและ
ความแตกต่างกนั อยา่ งไร แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
สมยั อยุธยา เหมือน สมัยปัจจุบัน
มีการจา้ งแรงงาน
แรงงานเป็นสมบตั ิของ แรงงานมีอิสระในการ
ผปู้ กครองหรือมูลนาย ประกอบอาชีพ
8. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณคา่ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• เพราะเหตุใดสงั คมในสมยั อยธุ ยาจึงมีความสงบร่มเยน็
(ตวั อยา่ งคาตอบ เน่ืองจากมีวดั เป็นศนู ยก์ ลาง เป็นสถานท่ียดึ เหนี่ยวจิตใจ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6 เรอ่ื ง พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 6
• •ข้ัน•ป•ฏบิ• ัต•แิ ล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ตั •ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•9.• นกั เรียนวเิ คราะหพ์ ฒั นาการทางสงั คมในสมยั อยธุ ยาเป็นลาดบั แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิด
รวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
เหตุการณ์
(มีการจดั ระเบียบผปู้ กครอง
โดยการเกณฑแ์ รงงาน
12 3
เหตุการณ์ เหตุการณ์
(เป็นสงั คมผปู้ กครองและ (ระบบศกั ดินากลายเป็นหลกั
ผถู้ ูกปกครอง ในการปฏิบตั ิตนของคน
ในสังคม
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการร่วมมือกนั ทาเป็นทีม
10. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ
11. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
สงั คมไทยในสมยั อยธุ ยาเป็นสงั คมเกษตรกรรม ยดึ ถือระบบอาวโุ ส และมีความเอ้ือเฟ้ื อเก้ือกลู
ซ่ึงกนั และกนั มีการดาเนินชีวติ ท่ีเป็นไปอยา่ งเรียบง่าย และมีพระพทุ ธศาสนาเป็นศนู ยร์ วมจิตใจ นอกจากน้ี
ยงั มีการแบ่งชนช้นั ในสงั คมเป็นชนช้นั ปกครองและชนช้นั ผถู้ ูกปกครองเพื่อใหแ้ ต่ละฝ่ายต่างมีบทบาทหนา้ ที่
เป็ นของตนเอง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 6 เรื่อง พัฒนาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 7
• ข•้นั •สื่อ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
12. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการส่ือสาร
13. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน
• ข•้ัน•ป•ระ•เม•ินเ•พื่อ•เพ• มิ่ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จติ •ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
14. นกั เรียนร่วมกนั จดั ป้ายนิเทศเกี่ยวกบั สงั คมและวถิ ีชีวติ ในสมยั อยธุ ยาที่สอดคลอ้ งกบั ปัจจุบนั
เพอ่ื เป็นการเผยแพร่ความรู้และอนุรักษไ์ วใ้ หค้ งอยสู่ ืบไป
15. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงที่นกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอื่ นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพ่ิมคุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.
2. แผนท่ีกรุงศรีอยธุ ยา ฉบบั พระยาโบราณราชธานินทร์
3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6 เร่ือง พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 8
กจิ กรรมเสนอแนะ
นกั เรียนคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั การแต่งกายในสมยั อยธุ ยา แลว้ จดั ทาเป็นรูปเล่มรายงาน
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง พฒั นาการของสังคมสมยั อยธุ ยา (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่ เรียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลมุ่
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชิกชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย สมาชิก
และมีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไม่มีการประเมิน ไมค่ รบทุกคน
พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6 เรอ่ื ง พัฒนาการของสังคมสมยั อยธุ ยา 9
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 6 เร่อื ง พฒั นาการของสงั คมสมยั อยธุ ยา 10
หน่วยการเรียนรู้เร่ือง พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
เร่ือง ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มรัฐบนภาคพื้นเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็ นไทย
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะห์พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบรุ ีในดา้ นตา่ ง ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพฒั นาการความสัมพนั ธ์ของอยธุ ยากบั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (K)
2. วเิ คราะห์พฒั นาการความสมั พนั ธ์ของอยธุ ยากบั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (P)
3. เห็นความสาคญั ในการศึกษาประวตั ิศาสตร์ไทย เพอื่ สร้างความภาคภูมิใจ และรักความเป็นไทย (A)
สาระสาคญั
นโยบายความสมั พนั ธ์ของอยธุ ยากบั ดินแดนในส่วนน้ีจะเนน้ ดา้ นการขยายอานาจเพื่อสร้างเสถียรภาพ
ของอาณาจักร และเผยแผ่พระบรมเดชานุภาพของกษตั ริย์ แบ่งเป็ น 2 รูปแบบ คือ การขยายอิทธิพลไป
ครอบครองรัฐอ่ืน ๆ และการแข่งขนั อิทธิพลกบั รัฐท่ีมีอานาจทดั เทียมกนั
สาระการเรียนรู้
ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 เรื่อง ความสัมพนั ธก์ บั กลมุ่ รัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ 1
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่ เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั
ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตก้ ่อใหเ้ กิดการแลกเปล่ียนวฒั นธรรมอยา่ งไร
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7 เรื่อง ความสมั พนั ธก์ บั กล่มุ รัฐบนภาคพื้นเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ 2
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
•ข้•ันส•ังเ•กต• ร•วบ• ร•วม•ข้•อม•ูล•(G•at•he•ri•ng•)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
„ ปัจจบุ นั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศเพอื่ นบา้ นเป็นไปในลกั ษณะใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีการรวมกลุ่มเพอ่ื ร่วมมือกนั ในดา้ นการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ
และสงั คม)
„ ในอดีตความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศเพอื่ นบา้ นเป็นไปในลกั ษณะใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีการทาสงครามเพอื่ ขยายอาณาจกั ร)
„ ในอนาคตความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศเพือ่ นบา้ นจะเป็นไปในลกั ษณะใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ รวมกนั เป็นประชาคมเดียวกนั ที่มีความร่วมมือในดา้ นต่าง ๆ)
2. นกั เรียนอภิปรายเป็นความรู้เพิ่มเติมร่วมกนั วา่ นโยบายความสัมพนั ธ์ของอยธุ ยาต่อรัฐโดยรอบ
จาแนกได้ 3 ลกั ษณะกวา้ ง ๆ คือ
1. การขยายอิทธิพลออกไปครอบครองรัฐอ่ืน ๆ เม่ืออยธุ ยามีอานาจเขม้ แขง็ กจ็ ะขยายอิทธิพลไป
ดินแดนโดยรอบ เพ่ือใหย้ อมรับอยธุ ยาในฐานะเจา้ ประเทศราช
2. การแขง่ ขนั อิทธิพลกบั รัฐท่ีมีอานาจทดั เทียมกนั เกิดข้ึนเม่อื อยธุ ยาและรัฐคู่แข่งตอ้ งการขยาย
อิทธิพลครอบครองพ้ืนทสี่ ่วนท่ีเป็นรัฐกนั กระทบ จนเกิดความขดั แยง้ ข้นึ
3. การติดต่อกบั รัฐอื่นที่อยหู่ ่างไกล ลกั ษณะความสมั พนั ธ์จะเนน้ ในเร่ืองของการคา้ การทตู
และการแลกเปล่ียนศิลปวฒั นธรรม มีท้งั กลุ่มรัฐในเอเชียและชาติตะวนั ตก
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั เร่ือง ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชีย-
ตะวนั ออกเฉียงใต้ จากหนงั สือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพ่มิ เติม
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มรัฐบนภาคพ้ืนเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ 3
•(ขG•้นั aค•tดิh•eวrเิ •คinร•gา)ะ•ห์•แล•ะส•รุป• ค•วา•ม•รู้ •(P•ro•ces•si•ng•)
4. นกั เรียนวเิ คราะห์ลกั ษณะความสัมพนั ธ์แบบการขยายอิทธิพลไปครอบครองรัฐอื่น ๆ
ของอยธุ ยา แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ระยะแรกขดั แยง้ กนั ชิงความเป็นผนู้ า เป็นการช่วงชิงอานาจระหวา่ งไทยกบั พม่า
รัฐไทย พ.ศ. 2101 ลา้ นนาตกอยใู่ ตอ้ านาจพมา่ 200 ปี
ระยะท่ีสองเป็ นรัฐท่ีมีฐานะเสมอกนั สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
เพราะมีการอภิเษกสมรสของเจา้ นาย ลา้ นนาอยภู่ ายใตอ้ านาจอยธุ ยาและเป็นอิสระ
2 เมือง พ.ศ. 2306 พมา่ ยดึ ครองลา้ นนาใชเ้ ป็นฐาน
ระยะสุดทา้ ยสุโขทยั อ่อนกาลงั เพราะ สะสมกาลงั พลและเสบียงเพอื่ เตรียมโจมตีอยธุ ยา
การแยง่ ชิงอานาจกนั จึงตกเป็นประเทศราช
อยธุ ยา
ความสัมพนั ธ์กบั สุโขทยั ความสมั พนั ธ์กบั ลา้ นนา
การขยายอทิ ธิพลครอบครอง
เหนือรัฐอ่ืนของอยธุ ยา
ความสัมพนั ธก์ บั ลา้ นชา้ ง ความสมั พนั ธ์กบั มลายู
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ลา้ นชา้ งเป็นไปไดด้ ว้ ยดีกวา่ มลายมู ีฐานะเป็นประเทศราชของไทย
ประเทศเพอื่ นบา้ นอ่ืน ๆ ความสัมพนั ธเ์ ป็นไปใน ต้งั แต่สุโขทยั -อยธุ ยา ซ่ึงปกครองผา่ น
ลกั ษณะ “บา้ นพ่เี มืองนอ้ ง” จดุ มุ่งหมายที่ไทยกบั ลา้ นชา้ ง อานาจของนครศรีธรรมราช
มีความสมั พนั ธท์ ี่ดีต่อกนั คอื เพื่อตอ่ ตา้ นพม่า
พ.ศ. 2103 สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิของไทยและพระไชยเชษฐาธิราช
ของลา้ นชา้ งไดท้ รงร่วมสร้าง “พระธาตุศรีสองรัก” (ปัจจบุ นั อยทู่ ี่
อาเภอด่านซา้ ย จงั หวดั เลย) เพ่อื แสดงความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 7 เร่ือง ความสมั พนั ธก์ บั กลุม่ รัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ 4
5. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อเลือกสืบคน้ เหตุการณส์ าคญั ของประเทศท่ีมีความสมั พนั ธ์
กบั อยธุ ยาในรูปแบบการขยายอิทธิพลไปครอบครองรัฐอื่น จากน้นั วเิ คราะห์ผลที่เกิดข้ึน แลว้ สรุปความรู้
เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
„ ความสมั พนั ธก์ บั สุโขทยั
เหตุการณ์สาคญั ผลทีเ่ กดิ ขนึ้
การอภิเษกสมรสระหวา่ ง เกิดการถ่ายทอด
เจา้ นายท้งั สองรัฐ ศิลปวฒั นธรรมระหวา่ งกนั
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการคิดแกป้ ัญหา
6. นกั เรียนวเิ คราะห์ลกั ษณะความสัมพนั ธแ์ บบการแขง่ ขนั อิทธิพลกบั รัฐที่มีอานาจทดั เทียมกนั
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
„ ความสมั พนั ธ์กบั เขมร
ความสัมพนั ธ์กบั เขมร
สมยั สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชที่ 2 อยธุ ยาไดเ้ ขมรเป็นประเทศราชใน พ.ศ. 1975
และโปรดใหพ้ ระนครอินทร์พระราชโอรสไปครอง
พระนครอินทร์ถูกลอบปลงพระชนมแ์ ละเขมรยา้ ยราชธานีไปพนมเปญและละแวก
สมยั สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ไดย้ กทพั ไปตีเขมรใน พ.ศ. 2137 และปกครอง
ในฐานะประเทศราช
สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง เขมรกวาดตอ้ นผคู้ นแถบนครราชสีมา อยธุ ยาจึงส่ง
กองทพั ไปปราบเขมร
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 7 เร่ือง ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มรัฐบนภาคพ้นื เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ 5
• ความสมั พนั ธ์กบั พมา่ ความตอ้ งการพ้นื ที่ที่เป็นแหล่งการคา้
และปลูกขา้ ว
การทาสงครามเพอื่ ชิงความเป็น
มหาอานาจเหนือมอญและลา้ นนา
ความสัมพนั ธ์กบั พม่า
เกิดสงครามระหวา่ งกนั 24 คร้ัง การท่ีพมา่ ปกครองดินแดนมอญ
และมอญหลบหนีเขา้ มาในอยธุ ยา
จึงเกิดการกระทบกระทง่ั กนั
7. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเพอ่ื สรุปความรู้เก่ียวกบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาณาจกั รอยธุ ยา
กบั พม่า โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
„ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาณาจกั รอยธุ ยากบั พมา่ มลี กั ษณะอยา่ งไร
(เป็นการทาสงครามแยง่ ชิงอานาจเหนือภูมิภาคน้ี)
„ อาณาจกั รอยธุ ยากบั พมา่ ทาสงครามกนั คร้ังแรกเมื่อใด เพราะสาเหตุใด
(อาณาจกั รอยธุ ยากบั พมา่ ทาสงครามคร้ังแรกในสมยั สมเดจ็ พระไชยราชาธิราช พ.ศ. 2081
ตรงกบั สมยั พระเจา้ ตะเบง็ ชะเวต้ีของพม่า มีสาเหตุ 2 ประการหลกั ตามการวเิ คราะห์ของนกั ประวตั ิศาสตร์ คือ
1) ชิงความเป็นพระจกั รพรรดิราชตามคติพระพทุ ธศาสนา
2) แยง่ ชิงควบคุมเมืองทา่ สาคญั ทางฝั่งมะริด ทวาย ตะนาวศรี)
„ การทาสงครามกบั พม่ามลี กั ษณะอยา่ งไร
(อาณาจกั รอยธุ ยากบั พม่าทาสงครามกนั 24 คร้ัง ส่วนใหญ่พมา่ เป็นผรู้ ุกราน ยกเวน้ สมยั สมเดจ็ -
พระนเรศวรมหาราชที่อาณาจกั รอยธุ ยาเป็นฝ่ายรุกคนื )
• เหตุการณ์ใดบา้ งที่เป็นเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ระหวา่ งอาณาจกั รอยธุ ยากบั พมา่
ทางดา้ นสงคราม แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 7 เรอื่ ง ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มรัฐบนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ 6
เหตุการณ์สงครามคร้ังประวตั ิศาสตร์ระหว่างอาณาจักรอยธุ ยากบั พม่า
สงครามคร้ังเสียสมเดจ็ พระสุริโยทยั พ.ศ. 2091
- สมยั สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ (ไทย) กบั พระเจา้ ตะเบง็ ชะเวต้ี (พมา่ )
สงครามชา้ งเผอื ก พ.ศ. 2106
- สมยั สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ (ไทย) กบั พระเจา้ บุเรงนอง (พม่า)
ทาใหไ้ ทยตอ้ งยอมเสียชา้ งเผอื กไป
สงครามเสียกรุงศรีอยธุ ยาคร้ังที่ 1 พ.ศ. 2111-2112
- กรุงศรีอยธุ ยาตกเป็นประเทศราชของพมา่ โดยนาพระนเรศวรกบั พระสุพรรณกลั ยา
ไปเป็นตวั ประกนั
สงครามประกาศอิสรภาพ พ.ศ. 2127
- โดยพระนเรศวร ณ เมอื งแครง ดินแดนมอญ
สงครามยทุ ธหตั ถี พ.ศ. 2135
- โดยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชกบั พระมหาอุปราชาของพม่าจนพม่าแพส้ งคราม
และไมก่ ลา้ รุกรานไทย 150 ปี
สงครามสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชไดห้ วั เมืองมอญ พ.ศ. 2137
- เป็นหวั เมืองมอญฝ่ ายใต้ เมืองทา่ อนั ดามนั ไดแ้ ก่ เมาะตะมะ เมาะลาเลิง
สงครามตีหงสาวดีคร้ังท่ี 2 พ.ศ. 2142
- ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชเพือ่ ตอบโตท้ ี่พม่าเคยรุกรานอยธุ ยา
สงครามเสียกรุงศรีอยธุ ยาคร้ังที่ 2 พ.ศ. 2308-2310
- สมยั พระเจา้ เอกทศั เป็นช่วงที่กษตั ริยอ์ ยธุ ยาออ่ นแอ โดยทพั พระเจา้ มงั ระยกทพั
โอบลอ้ มกรุงศรีอยธุ ยาเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ทาใหอ้ ยธุ ยาล่มสลาย
8. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
„ ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มรัฐบนภาคพ้ืนเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตก้ ่อใหเ้ กิดการแลกเปล่ียนวฒั ธรรม
อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เกิดการผสมผสานทางศลิ ปวฒั นธรรม เกิดประเพณีท่สี าคญั ต่าง ๆ ในราชสานกั
จนกลายเป็นเอกลกั ษณ์ท่ีสาคญั ของชาติ)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7 เร่ือง ความสัมพนั ธก์ บั กลมุ่ รฐั บนภาคพน้ื เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ 7
• •ข้นั •ป•ฏบิ• ตั •ิแล•ะส• ร•ุปค•ว•าม•รู้ห•ล•งั ก•าร•ปฏ• บิ• ตั •ิ (A• p•pl•yin•g•an•d•Co•n•str•uc•tin•g•th•e K• n•ow• le•dg•e)•
•9.• นกั เรียนแบง่ กลุ่มเพอื่ คน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั สงครามระหวา่ งอยธุ ยาและพมา่ มากลุ่มละ 1 เหตุการณ์
แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแบบบนั ทึก ดงั ตวั อยา่ ง
แบบบันทกึ การศึกษาสงครามระหว่างอยธุ ยาและพม่า
„ สงคราม (สงครามประกาศอิสรภาพ)
„ เกิดข้ึนในปี (พ.ศ. 2127)
„ รายละเอียดของสงคราม (พระนเรศวรประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงในดินแดนมอญ)
„ ผลท่ีเกิดข้ึนกบั อาณาจกั ร (อยธุ ยาพน้ จากสภาพการเป็นเมืองประเทศราชของพม่า หลงั จาก
เสียกรุงเมื่อ 15 ปี ที่ผา่ นมา)
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการร่วมมอื ทางานเป็นทีม
10. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน
11. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
นโยบายความสมั พนั ธ์ของอยธุ ยากบั ดินแดนในส่วนน้ีจะเนน้ ดา้ นการขยายอานาจเพือ่ สร้าง
เสถียรภาพของอาณาจกั ร และเผยแผพ่ ระบรมเดชานุภาพของกษตั ริย์ แบง่ เป็น 2 รูปแบบ คือ การขยายอิทธิพล
ไปครอบครองรัฐอ่ืน ๆ และการแขง่ ขนั อิทธิพลกบั รัฐท่ีมอี านาจทดั เทียมกนั
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 7 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธก์ บั กลมุ่ รฐั บนภาคพืน้ เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ 8
• ข•้นั •ส่ือ•ส•าร•แล•ะน• า•เสน• อ• (A• p•pl•yin•g•th•e•Co•m•m•un•ic•ati•on• S•ki•ll)•
12. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นการส่ือสาร
13. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน
• ข•้ัน•ป•ระ•เม•ินเ•พ่ือ•เพ• ม่ิ •คุณ• ค•่าบ•ร•ิกา•รส•ังค•ม•แล• ะ•จติ •ส•าธ•าร•ณะ• (•Se•lf-•Re•gu•la•tin•g•)
14. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
„ ส่ิงที่นกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
„ นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
„ เพอื่ นนกั เรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
„ นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพยี งใด
„ นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 7 เรอ่ื ง ความสัมพนั ธก์ ับกลมุ่ รัฐบนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ 9