The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน VID115 CRAFT DESIGN-เล่มจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by da.suchitra, 2021-11-17 21:20:25

เอกสารประกอบการสอน VID115 CRAFT DESIGN-เล่มจริง

เอกสารประกอบการสอน VID115 CRAFT DESIGN-เล่มจริง

สัญลักษณ์แทนเรือนแพที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม
ขนมบ้าเป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า การละเล่นท่ีเป็นที่นิยมในชว่ งวนั สงกรานต์ ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทน
เงินเบี้ยสำหรับใช้จ่าย และขนมกง หรือ ขนมไข่ ปลา เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ อย่างไรก็ตามจากคำ
บอกเล่าเรื่องราวในอดีตนั้นกล่าวว่า “ขนมลาลอยมัน” เป็นขนมหัวใจ (หมฺรับ) ที่เพิ่มเติมเป็นอย่างที่ 6 อันมี
ความหมายถึงสญั ลกั ษณ์แทนฟกู หมอน

2. การแต่งกาย
เนื่องจากภาคใต้ต้ังอยู่แถบศูนย์สูตร มีผลให้อุณหภูมิไม่แตกต่างกันนัก ชาวใต้นิยม

แต่งกายแบบเรียบง่ายหลวม ๆ ส่วนมากใช้ผ้าฝ้าย รูปแบบเครื่องนุ่งห่มส่วนใหญ่คล้ายกับของมาเลเซียและ
อินโดนีเซีย เพราะอยู่ในลักษณะอากาศแบบเดียวกัน ผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ ผ้ายก ผ้าจวน ผ้า
ไหมพุมเรียง และผ้าปาเต๊ะ ซึ่งเป็นผ้าที่นิยมกันในภาคใต้ตอนล่าง ภาคใต้ของประเทศไทยประกอบด้วย 14
จังหวัด นั้น แต่เดิมมีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนต่อมาได้พัฒนาเกิดเป็นชุมชนและกลายเปน็
เมืองท่าที่สำคัญ อันเป็นจุดเชื่อมโยงระหวา่ งดนิ แดนตะวันออกและตะวันตกของโลก ซึ่งเป็นแหลง่ แลกเปล่ยี น
วัฒนธรรมที่สำคัญโดยเฉพาะประเทศจีน อินเดีย และหมู่เกาะสุมาตรา เรียกดินแดนแห่งนี้กันว่าอาณาจักร
ศรีวิชัย อิทธิพลในการทอผ้าจากอินเดีย ที่มีการสอดผสมดิ้นเงินดิ้นทอง ลงในผืนผ้าสร้างรูปแบบแก่ผ้าใน
ภาคใตโ้ ดยซือ้ หาวัสดสุ ่วนใหญ่จากอนิ เดีย ตอ่ มาเน่อื งจากศึกสงครามบ้านเมือง ลม่ สลายลง การทอผา้ อันวิจิตร
ก็สูญหายไปด้วย โดยต่อมาภายหลังหันมานำเข้าผ้าพิมพ์และผ้าแพรจากจีนรวมถึงผ้าบาติกจากเกาะชวาและ
ผ้ายุโรปมาสวมใส่ จากการที่ชาวใต้มิได้มกี ารปลกู ฝ้ายหรือไหมขึ้นใชเ้ อง เนื่องจากข้อจำกัดของพ้ืนที่จึงทำการ
สั่งซื้อผ้าสำเร็จรูปโดยเฉพาะผ้าบาติกหรือปาเต๊ะมาใช้กันจนภายหลังเป็นเครื่องแต่งกายประจำภาคไปในที่สดุ
ปัจจุบันแหล่งทำผ้าแบบดั้งเดิมนั้นเกือบจะสูญหายไป คงพบได้ เฉพาะ 4 แหล่งเท่านั้น คือ ที่ตำบลพุมเรียง
จังหวัดสุราษฎรธ์ านี อำเภอเมือง จงั หวดั นครศรธี รรมราช เกาะยอ จงั หวดั สงขลา และตำบลนาหม่นื ศรี จงั หวดั
ตรัง การแต่งกายของคนภาคใต้นน้ั เปน็ การแต่งกายท่ีไม่เหมือนกับภาคอนื่ ในดา้ นการแตง่ กายชาวภาคใต้ใช้ผ้า
หลายรูปแบบ ทัง้ ผา้ ฝา้ ย ผา้ แพร ผา้ เขียนลายเทยี น ผ้ามดั ย้อม แต่ผา้ ทีม่ ีช่อื ทส่ี ุดของภาคใต้กลับเป็นผ้ายก ท่ีมี
ชอื่ เสยี งเป็นอยา่ งมากแต่ชาวบ้านปกั ษ์ใต้ทว่ั ไปแบบเดิมนิยมนุ่งผ้าคล้ายผ้าขาวม้ามีสแี ดง การนุ่งผ้าปาเต๊ะหรือ
บาตกิ ท่มี ีลวดลายสีสัน หลากหลายเป็นความนยิ มในชว่ งหลังจากการรับอทิ ธิพลของผา้ มาเลเซยี และอินโดนีเซีย
ชาวไทยมุสลิมภาคใต้นิยมนุ่งโสร่งที่มีความคล้ายกับ ผ้าข้าวม้าของทางภาคอีสาน ผู้ชายส่วนใหญ่จะนิยมน่งุ ผ้า
โสร่งแต่ผู้หญิงจะนุ่งผ้าปาเต๊ะหรือผ้าบาติก แต่ในปัจจุบันคนใต้ส่วนใหญ่ก็จะนุ่งเสื้อผ้าตามแฟชั่นที่มีขายอยู่
ตามทอ้ งตลาดทว่ั ไป แตผ่ ้าท่ีมีช่ือเสียงของทางภาคใต้ คือ ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช ผา้ ทอเกาะยอ ผ้าทอนา
หมื่นสี ผ้าทอพุมเรียง ผ้าหางกระรอก ผ้าปาเต๊ะผ้าทอปัตตานี เป็นต้น การแต่งกายนั้นแตกต่างกันในกา รใช้
วัสดุ และรูปแบบโดยมีเอกลักษณ์ตามเชื้อชาติของผู้คน อันหลากหลายที่เข้ามาอยู่อาศัยในดินแดน อันเก่าแก่
แห่งน้ี สามารถจำแนกเป็นกล่มุ ใหญ่ ๆ ได้ ดังน้ี

- กลมุ่ เชื้อสายจีนมาลายู เรยี กชนกลุ่มน้ีวา่ ยะหยาหรือยอนย่า เป็นกลุ่มชาว
จีน เชื้อสายฮกเกี๊ยนที่มาสมรสกับชนพื้นเมืองเชื้อสายมาลายู ชาวยะหยาจึงมีการแต่งกายอันสวยงามที่

131

ผสมผสานรูปแบบของชาวจีนและมาลายูเข้าด้วยกันอย่างงดงาม ฝ่ายหญิงใส่เสื้อฉลุลายดอกไม้ รอบคอ เอว
และปลายแขนอย่างงดงาม นยิ มนุ่งผ้าซน่ิ ปาเตะ๊ ฝ่ายชายยงั คง แตง่ กาย คลา้ ยรูปแบบจีนดั้งเดิมอยู่

- กลุ่มชาวไทยมุสลิมชนดั้งเดิม ของดินแดนนี้นับถือศาสนา อิสลาม และมี
เชอ้ื สายมาลายู ยังคงแต่งกายตามประเพณีอันเกา่ แก่ ฝา่ ยหญิงมผี า้ คลุมศีรษะใส่เสอ้ื ผา้ มสั ลนิ หรือลูกไม้ตัวยาว
แบบมลายนู ่งุ ซ่นิ ปาเตะ๊ หรือซน่ิ ทอแบบมาลายู ฝ่ายชายใสเ่ สอ้ื คอตั้ง สวมกางเกงขายาวและ มีผ้าโสร่งผืนส้ันที่
เรยี กว่า ผ้าซองเก็ต พนั รอบเอว ถ้าอย่บู ้านหรอื ลำลอง จะใส่โสร่งลายตารางทอดว้ ยฝ้าย และสวมหมวกถักหรือ
เย็บดว้ ยผา้ กำมะหยี่

- กลุ่มชาวไทยพุทธชนพื้นบ้าน แต่งกายคล้ายชาวไทยภาคกลาง ฝ่ายหญิง
นิยมนุ่งโจงกระเบน หรือ ผ้าซิ่นด้วยผ้ายกอันสวยงาม ใส่เสื้อ สีอ่อนคอกลม แขนสามส่วน ส่วนฝ่ายชายนุ่ง
กางเกงชาวเลหรือโจงกระเบน เช่นกัน สวมเสื้อผ้าฝ้ายและมีผ้าขาวม้าผูกเอว หรือพาดบ่าเวลาออกนอกบ้าน
หรอื ไปงานพธิ ี

- กลุ่มราชสำนักสยาม เนื่องจากผ้าทอทางภาคใต้นั้นมีชื่อเสียงในความ
งดงามและประณีตดั้งนั้นกลุ่มเจ้านาย ในราชสำนักตั้งแต่อดีตของไทยจึงนิยมนำผ้าทอจากภาคใต้ โดยเฉพาะ
ผ้ายกเอามาสวมใส่เป็นผ้าซิ่น และผ้าโจงกระเบน โดยใส่เสื้อหลากหลายแบบ ส่วนใหญ่จะนิยมแบบยุโรป
(มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏจันทรเกษม, 2563)

ภาพประกอบ 46 ภาพแสดงการแตง่ กายของภาคใต้
ทมี่ า : อาภาภรณ์ วงเวยี น, (2015). การแตง่ กายภาคใต.้
สืบคน้ จาก https://identitydressing.wordpress.com/

132

3. ที่อยู่อาศยั และสถาปตั ยกรรม
สถาปัตยกรรมแบบศรีวชิ ัยท่ีสำคัญ ได้แก่ เจดยี ์วัดพระบรมธาตุไชยา จ. สุราษฎร์ธานี

และเจดีย์วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช รวมถึง สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านลอยน้ำและบ้านศรียาภัย เจดีย์
วัดพระบรมธาตไุ ชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเจดียศ์ ลิ ปะศรีวิชัยยุคศรวี ชิ ยั องค์เดยี วในประเทศไทยท่มี ีความสมบูรณ์
และเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงความเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัยบนคาบสมุทรภาคใต้ของไทย บ้าน
ศรียาภัยอยู่ที่ตลาดบ้านพุมเรียงเป็นตลาดโบราณที่ยังมีชีวิตชีวาอยู่กระทั่งปัจจุบัน บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของ
เจา้ เมืองและ ไดร้ ับการดูแลรักษาและใช้ประโยชนจ์ ากคนหลาย ๆ ร่นุ ภูมิทศั นว์ ัฒนธรรมบรเิ วณน้ีมีความสำคัญ
ในการเรียนรู้ศลิ ปวฒั นธรรม สังคม ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของไชยาและศรีวิชัยอย่างยิ่ง และชุมชนบ้าน
ลอยน้ำซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนโบราณใน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำพุมดวง ซึ่งเป็นส่วน
หน่ึงของ เส้นทางตะกว่ั ปา่ -อา่ วบา้ นดอน โดยมีการขนส่งสินคา้ นับจากอดตี ตง้ั แต่สมัยยคุ ก่อนประวัติศาสตร์ สมยั
พนม ทวาราวดี ศรีวิชยั โดยเฉพาะในสมัยอยุธยาจนกระทั่งรตั นโกสินทร์ ตอนต้นเคยเป็นท่าเก็บภาษีอากร จึงมี
ชื่อว่า “ท่าขนอน” มีอัตลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแบบสะเทินน้ำสะเทินบกซึ่งสืบทอดภูมิปัญญา จาก
บรรพบุรษุ ที่มสี ัญชาตญาณแห่งชนชาวนำ้ และเรียนรู้อย่กู บั ธรรมชาติอยา่ งกลมกลนื

ภาพประกอบ 47 ภาพแสดงเจดียว์ ดั พระบรมธาตไุ ชยา จ.สรุ าษฎรธ์ านี
ทมี่ า : Anurak Lodge, (2020). วัดพระบรมราชไชยาราชวรวิหาร.

สบื ค้นจาก https://sites.google.com/site/aboutsuratthani/home/wad-phrabrm-thatu-chiya-rachwrwihar

4. ประเพณีที่สืบทอดต่อกันมานับจากอดีตของภาคใต้แสดงถึงแนวคิด ความเช่ือ
โดยนัยแหง่ ผลงานศิลปะและวรรณกรรมที่มีความโดดเดน่ ไดแ้ ก่ การเชอ่ื วา่ พระธาตุเจดยี ์เป็นสถานที่ศักด์ิสิทธิ์
ท่ีต้องมาบชู าและบำรงุ รักษา ซ่งึ มีผลก่อให้เกิดมุขปาฐะและวรรณกรรม บทกวี บทกล่อมเด็กมากมายท่ีมีความ
เกี่ยวเนื่องมาจากการทำบุญพระธาตุเจดีย์หรือการทำบุญเพื่อสร้าง หรือเพื่อบูรณะ นำมาสู่การเกิดประเพณี
การแหผ่ ้าข้ึนธาตุอันสง่ ผลอทิ ธิพลต่อไปยังทีอ่ ื่น ๆ เชน่ เจดยี ์พระบรมธาตุ จ.ชยั นาท และยังกอ่ ให้เกดิ ประเพณี
ทำบุญเดือนสบิ มีการทำขนมท้องถิ่นที่มีทั้งความสวยงามและแสดงออกถึงฝีมือทางศิลปะ นอกจากนี้ประเพณี
เดอื นสบิ ยังก่อใหเ้ กดิ การอนุรกั ษ์การละเล่นพนื้ บ้าน อาทิ หนังตะลงุ มโนราห์ เปน็ ต้น การชักพระหรือการแห่

133

พระนนั้ เป็นการเลียนแบบหรือการแข่งขันกบั การนำเทวรปู ออกแห่ของฝ่ายพราหมณน์ ัน้ เอง โดยพุทธบริษัทได้
จัดการตกแต่งเรือพระให้เข้ากันกับข้อความในพระคัมภีร์ เช่น เรื่องพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์เพื่อเยี่ยม
และเทศน์แก่พระมารดา พิธีนี้มีตั้งแต่สมัยศรีวิชัยมากกว่า 1,200 ปีมาแล้ว โดยมโนราห์เป็นเจ้าหญิงที่มี
ลักษณะคล้ายนกเนื่องจากมีปีก เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องดนตรีที่ใช้ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจาก
วฒั นธรรมอินเดยี เช่น ป่ี และกลองโดย ผ้ทู ีจ่ ะแสดงการร้องและร่ายรำมโนราห์จะต้องมีทักษะสงู ท้ังในการร้อง
กลอนสด และต้องมีทา่ รำท่ีอ่อนช้อย หนงั ตะลงุ เปน็ การแสดงพื้นถน่ิ ของภาคใต้ที่ได้รบั ความนยิ มอย่างมากนับ
จากอดีต จนกระทั่งปัจจุบันซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากหนังใหญ่ของภาคกลางด้วย ตัวละครแสดงออกมีลักษณะ
รูปแบบของพราหมณ์ ฤาษี พระศิวะ และพระนารายณ์ เป็นต้น

5. ภาษา นับตั้งแต่โบราณคนใต้ใช้ภาษาปักษ์ใต้เป็นภาษาพูดที่คนจีนเรียกว่าภาษาคุน
หลุน (ขุนหลวง) ส่วนภาษาเขียนใช้อักษรอินเดีย เช่น อักษรบาลีและสันสกฤต รวมถึงอักษรขอม และอักษร
มอญ โบราณซึ่งมีการพบหลักฐานศิลาจารึกและบันทึกต่าง ๆ เช่น จารึกศรีวิชัย ได้แก่ ศิลาจารึกหลักที่ 23
และหลกั ที่ 24 ซึง่ พบท่ี บรเิ วณรอบอ่าวบา้ นดอน จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรธี รรมราช

6. อาชีพ อาชีพเกษตรกรรมและการประมงเป็นอาชีพหลักของคนปักษ์ใต้นับจากอดีต
จนกระทั่งปัจจุบัน โดยมีการนำเอาความรู้เกี่ยวกับคน ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติมาผสมผสานกับ
ประสบการณ์และความชำนาญท่ีมีมาทำให้เกิดความกลมกลืน เช่น การไหว้แมย่ ่านางเรือ และขนบธรรมเนียม
ประเพณเี ก่ียวกบั การทำนา มีหลกั ฐานและร่องรอยของเส้นทางการค้าทางทะเลในยุคศรวี ชิ ัย บริเวณรอบอ่าว
บา้ นดอนพบวา่ คนศรวี ชิ ัยและคนใต้มีความชำนาญดา้ นการประมงนับจากอดีต จนกระทั่งปจั จบุ นั นี้ นอกจากนี้
ยังมีความชำนาญในการทำลูกปัดและการค้าขายในฐานะพ่อค้าคนกลางด้วย เช่นตัวอย่างการพบควนลูกปัดท่ี
กระบี่ เขาศรวี ชิ ัย หรอื แหลมโพธทิ์ ี่สุราษฎรธ์ านี ซ่งึ เปน็ แหล่งผลติ ลูกปัดขนาดใหญม่ ากและมีการค้าขายลูกปัด
หลากหลายชนิด และมาจากหลากหลายที่มาทั่งจากที่ผลิตในท้องถิ่นเองและมาจากต่างชุมชนต่างดินแดนที่
ไกลออกไปข้ามประเทศ และมีการแลกเปล่ียนสินค้าระหว่างคนท้องถิ่นและคนตา่ งประเทศ และที่นี่ยังมีสินค้า
เครื่องเทศและของป่าเป็นสินค้าหลัก อาทิ เครื่องเทศ ยาสมุนไพร งาช้าง รังนก และเขาสัตว์ เป็นต้น ซ่ึง
ปัจจุบันก็ยังมีการค้าขายกันอยู่ นอกจากนี้พื้นท่ีรอบอ่าวบา้ นดอนยังมพี ื้นท่ี เหมาะสมในการทำนาเพื่อเลี้ยงทงั้
คนในพนื้ ท่ี และนักเดนิ ทางจำนวนมากดว้ ย จะเห็นไดว้ ่า ปจั จุบันการทำนาในภาคใต้ไมไ่ ดท้ ำเพื่อขายเป็นสินค้า
อยา่ งเดยี วแต่เพ่อื รับประทานในครอบครวั เป็นหลัก ดังนน้ั จะคำนึงถึงสุขภาพคอ่ นขา้ งมาก จึงใชป้ ยุ๋ อินทรีย์เป็น
ส่วนใหญ่และ ไม่นยิ มใช้สารเคมีในนาข้าว แต่การทำนาในภาคใตย้ งั ขาดความร้เู ทคนคิ สมยั ใหม่ อปุ กรณ์ที่ใช้ใน
การทำนาได้แก่ ไถ คราด แอก แกะ เคียว ครูด ครกสี ครกสากตำข้าว แสกหาบข้าว กระด้ง ฝัดข้าว กระด้ง
มอญ สอบจูดใช้สำหรับนั่งใส่ข้าวเปลือก หล้อ (เกราะ) ใช้แขวนคอวัวควาย เสียงหล้อดังเป็นเป็นการแสดง
ตำแหน่งที่อยู่ นอกจากนี้คนใต้ส่วนใหญย่ ังประกอบอาชีพการประมงทางทะเลด้วยอุปกรณ์ท้องถิ่นที่มีแต่อดีต
เชน่ สวงิ ไซ ไมพ้ าย และจะออกหาปลาโดยใช้ ฉมวกแทงปลา สว่ นบรเิ วณป่าชายเลนจะใช้แร้วดักปลาและจับ
กุ้งด้วยฉมวก ซึ่งการทำการประมงด้วยอุปกรณ์ทอ้ งถ่ินมีมาต้ังแต่อดีต เช่น ไซ ส้อน ยอ โหม่ ไปจับกุ้ง ส่วนแห
เบ็ดราว ตะขอ้ ง สุ่ม เจ้ย ใช้จบั ปลาที่แม่น้ำ ลำคลอง

134

-คติความเชอ่ื
สิปปนันท์ นวลละออง และปิยตา สุนทรปิยะพันธ์ (2561) อ้างว่า ความเชื่อและ
วัฒนธรรมของคนใต้ ประกอบด้วยพื้นฐานความเชื่อทางศาสนา การประกอบอาชีพ สภาพแวดล้อมรอบตัว
และการศกึ ษา โดยมลี กั ษณะดังน้ี

1. คนใต้ได้รับอิทธิพลพราหมณ์และศาสนาพุทธมาจากอินเดีย และรับอิทธิพล
อิสลามมาจากตะวนั ออกกลาง โดยความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนานี้ก่อใหเ้ กดิ วิถชี ีวิตและนำมาสู่ความรู้
ด้านตา่ ง ๆ เชน่ ศิลปะ หลกั จริยธรรม แนวทางของท้องถ่ินหรอื แม้แตก่ ฎเกณฑ์บรรทัดฐาน
ต่าง ๆ รวมถงึ กฎหมายและประเพณีพธิ ีกรรมตา่ ง ๆ

2. คนทางใต้นี้มักประกอบอาชีพในรปู แบบเกษตรกรรมและการประมง ประชาชน
รู้จักการนำเอาความรู้เกี่ยวกับคน ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติ มาผสมผสานกับประสบการณ์และความ
ชำนาญทีม่ มี าทำให้เกิดความกลมกลนื เชน่ การไหวแ้ ม่ยา่ นางเรอื ของชาวประมง และขนบธรรมเนยี มประเพณี
เกี่ยวกับการทำนา เช่น การทำขวัญข้าว การทำขวัญควาย การแรกนาขวัญ และประเพณีเกี่ยวกับเทพยดา
และเทวดาอารักษ์

3. ความเชือ่ และวัฒนธรรมของคนปักษ์ใตน้ ั้นจะอยรู่ ่วมกนั กับสิง่ แวดล้อมอย่างสงบ
สุข โดยพยายามผสมกลมกลืนระหว่างกิจกรรมของคนและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว โดยนำมาประยุกต์อย่าง
เหมาะสมและมีประสิทธภิ าพกับธรรมชาติทางภูมิศาสตรห์ รอื สภาพภมู ิอากาศ เป็นตน้

4. การศึกษาและการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือจากบรรพบุรุษ
เป็น สิ่งที่ช่วยเชื่อมโยงศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่อดีต จนกระทั่งปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หลักธรรมในพุทธ
ศาสนา” จัดเป็นหลกั สำคัญทีน่ ำมาซงึ่ ปรัชญาในการดำเนินชีวิตตามวถิ ีของคนใตน้ น่ั เอง

ภาพประกอบ 48 ภาพแสดงการไหว้แมย่ า่ นางเรอื ของชาวประมง
ท่มี า : กฤติกา ชผู ล, (2560). แมย่ ่านางความศรทั ธาของชาวเรอื .

สบื ค้นจาก https://www.hatyaifocus.com/

135

2. ภมู ปิ ัญญาในการสร้างสรรคง์ าน

2.1 การสร้างสรรคผ์ ลงานจากภมู ปิ ญั ญา
วศั รนันทน์ ชทู พั (2558) สรุปดา้ นภมู ิปัญญาของภาคใตท้ ีเ่ กยี่ วข้องกับงานศิลปหัตถกรรม

ไทยไว้ ดังน้ี
ภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน เกี่ยวกับเรื่องเรือนไทยภาคใต้กับศาลากลางหน

สถาปัตยกรรมพ้ืนบ้านน้ีแสดงให้เห็น ภูมิปญั ญาในการจัดสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านใหส้ อดคล้องกับสภาพ
ภูมิศาสตร์การเลือกทำเลที่ต้ังของ ศาลากลางหนให้รองรับการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง การ
ออกแบบรูปทรงของสถาปัตยกรรมพื้นบ้านให้เข้ากับสภาพภูมปิ ระเทศ การแบ่งสัดส่วนของสถาปัตยกรรม
บ้านใหส้ อดคลอ้ งกบั ค่านิยมของสังคม และประโยชน์ใช้สอย

ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพในภาคใต้สว่ นใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น
การทำนาว่า กระบวนการทำนาได้แสดงให้เห็นถึงภูมปิ ัญญาในการฝึกสัตว์ขึ้นมาใช้งาน การนำไม้พ้ืนเมือง
มาประดษิ ฐ์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น แกะ เคร่ืองไถไม้สัก สาแหรก ฯลฯ การนำการออกปากกินแรงวาน
เข้ามาช่วยในกระบวนการทำนาเพื่อผ่อนแรงและให้งานเสร็จทัน นอกจากนี้ยังมีภูมิปัญญาที่เป็นองค์
ความรู้ของชาวบ้าน อาทิ การเลือกวิธปี ลูกข้าวและสายพันธุ์ข้าวมาปลกู ให้สอดคล้องกับสภาพพ้ืนที่การปัก
ดำ โดยเว้นระยะหา่ งเพอ่ื ใหต้ ้นขา้ วแตกกอสมบรู ณ์ การทำขวัญข้าวก่อนลงมือเก็บเกี่ยว เพอื่ เสริมสร้างขวัญ
กำลังใจและทำให้รู้สึกปลอดภยัตลอดช่วงฤดูเก็บเกี่ยวการเก็บข้าวด้วยการโดยเลือกเก็บเฉพาะรวงข้าว
เพอ่ื ใหเ้ ข้ากับสภาพภูมิศาสตร์ การขนย้ายและการนำมาจดั เรยี งบนลอมข้าว

ภูมิปัญญาด้านประเพณีพ้ืนบ้าน ที่สำคัญมี 5 ประเภท คือ ประเพณีให้ทานไฟ ประเพณี
สงกรานต์ ประเพณีสารทเดือนสิบ ประเพณีลากพระ และประเพณีรวบขวัญข้าว ประเพณีพ้ืนบ้านน้ีแสดง
ให้เห็นภูมิปัญญาของคนภาคใต้ในการประยุกต์วิธีทำบุญให้เข้ากับฤดูกาล การปรับเปลี่ยนวิถีปฏิบัติของ
ประเพณีให้สอดคล้องเข้ากับ สภาพภูมิศาสตร์การนำพิธีกรรมความเชื่อมาเป็นกุศโลบายในการปลูกฝังให้
คนทำความดีละเว้นความช่ัว มีคุณธรรมจริยธรรม รักในถิ่นฐานบ้านเกิด และเห็นคุณค่าของการพักผ่อน
ประเพณีพ้ืนบ้านจึงมีความสัมพันธ์กับสังคม ชีวิต มีบทบาทเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเครื่องควบคุม
พฤตกิ รรม เปน็ เครือ่ งผูกพันความเป็นพวกเดยี วกนั เปน็ เครอื่ งมือผสมผสานความเชอ่ื ตา่ ง ๆ เขา้ ไว้ดว้ ยกัน

ภมู ปิ ัญญาด้านหตั ถกรรมพ้ืนบ้าน ประกอบด้วยดา้ นต่าง ๆ ได้แก่ ประเภทเครื่องแต่งกาย
เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือกสิกรรม และสิ่งของเบ็ดเตล็ด หัตถกรรมพื้นบ้านน้ีแสดงให้เห็นภูมิปัญญา
ในการนำไม้พื้นเมืองมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของต่าง ๆ เพื่อใช้สอยประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการ
ดำรงชีวิต การพัฒนาด้านรูปแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายความคิดสร้างสรรค์ อยู่บนพื้นฐานของ
ความเรียบง่าย สอดคล้องเขา้ กับสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ สภาพการดำรงชวี ิต เศรษฐกิจ และ
สงั คม หัตถกรรมพืน้ บา้ นจงึ สะท้อนความรสู้ ึกนกึ คดิ ของคนพ้ืนถิน่ ดว้ ย

136

ภาพประกอบ 49 ภาพแสดงภมู ปิ ญั ญาดา้ นการประกอบอาชพี ของชาวประมง
ท่มี า : ทศั นี ทองสมบญุ , (2560). ภูมิปัญญาไทย.

สบื ค้นจาก https://yala-patani-naratiwat.blogspot.com/2017/03/blog-post_45.html

3. แนวทางการศึกษาผลงานศิลปหตั ถกรรมไทยภาคใต้

อัตลักษณ์ของศิลปหัตถกรรมภาคใต้ได้แสดงให้เห็นถึงสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละท้องถิ่น สภาพ
การดำรงชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อความศรัทธาในศาสนา ทั้งยังแสดงให้เห็นลักษณะนิสัยการ
สร้างสิ่งที่สวยงามให้กับเครื่องมือเครื่องใช้ ของแต่ละอย่างในท้องถิ่นด้วย ลวดลายที่ปรากฏในศิลปหัตถกรรม
ภาคใต้ เป็นการนำเอาทรัพยากรท้องถ่ินมาเปน็ แรงบันดาลใจทำให้เกิดลวดลาย รวมท้ัง ลายไทยเดมิ โดยนำมา
ตัดทอนเป็นรูปร่างเรขาคณิต หรือการนำมาผนวกเข้ากับความเชื่อ ทางศาสนาโดยเฉพาะศาสนาอิสลาม
รูปแบบอัตลักษณ์ของศิลปหัตถกรรมของภาคใต้ แบ่งตามประเภทวิธีการสรา้ งสรรค์ผลงานและการใชว้ ัสดทุ ี่มี
เฉพาะในท้องถิน่ ภาคใต้ ซึง่ ประกอบดว้ ย 6 ประเภท ได้แก่

1. งานแกะสลัก
2. งานสาน
3. งานทอ
4. งานหัตถกรรมโลหะ
5. งานเครื่องปน้ั ดนิ เผา
6. งานประดษิ ฐด์ ้วยวัสดอุ ื่น ๆ
3.1 แนวทางการศกึ ษาผลงานศลิ ปหัตถกรรมไทยภาคใต้
การศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมไทยภาคใต้นั้นไม่ได้แตกต่างจากภาคอื่น นิสิตควรรู้จัก
วัสดุพื้นบ้านของภาคกลางและกระบวนการผลิตงานหัตถกรรมที่สำคัญ และควรให้ความสำคัญกับภูมิปัญญา
ของช่างในการผลิต การสร้างความเขา้ ใจในเรือ่ งราว ทัศนคติ ความเชื่อและบรบิ ทของงานศิลปหัตถกรรมไทย
ภาคใตด้ ว้ ย

137

3.2 ตัวอย่างการศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมไทยภาคใต้
ศิลปหัตถกรรมภาคใต้สามารถแบ่งได้เป็น 6 ประเภท โดยตัวอย่างที่เลือกมาเป็นงาน

ศลิ ปหตั ถกรรมที่แสดงถงึ อตั ลกั ษณ์ของภาคใต้ในประเภทน้ัน ๆ (ธีติ พฤกษอ์ ุดม และ โสมฉาย บญุ ญานนั ต,์ 2563) ได้แก่
3.2.1 งานแกะสลกั หนังตะลงุ

ภาพประกอบ 50 ภาพแสดงงานแกะสลกั หนังตะลุง
ที่มา :Jampen. (2018). ศลิ ปหัตถกรรมการแกะหนังตะลงุ .
สบื ค้นจาก http://jampenculture.blogspot.com/2009/10/blog-post_5478.html

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พื้นผิวและวสั ดุ

(ให้นสิ ิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ไดแ้ ก่ ความซาบซงึ้ ในเรื่องราว คุณค่าและความหมาย จิต
วญิ ญาณที่แฝงอยูใ่ นภมู ปิ ัญญา ปรัชญาแนวคิด

(ให้นสิ ิตเขยี นอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวิธใี นการผลิต

(ให้นสิ ติ เขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณค่าทเ่ี ป็นท่ตี ้องการในงานหตั ถกรรม ไดแ้ ก่ คุณค่าทางความงามที่ไดร้ ับด้านจิตใจ คุณค่าจากงานท่ี
ทำดว้ ยมือใชค้ วามชำนาญเปน็ พิเศษ และคุณคา่ จากการคิดค้นนวตั กรรมใหม่ ๆ

(ให้นิสติ เขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

138

3.2.2 งานทอ ผา้ ยกเมอื งนคร

ภาพประกอบ 51 ภาพแสดงผ้ายกเมืองนคร
ท่มี า : วลัญช์ สุภากร. (2558). ผ้ายกเมืองนคร.
สบื ค้นจาก https://www.bangkoklifenews.com/

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พนื้ ผิวและวสั ดุ

(ใหน้ ิสติ เขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ไดแ้ ก่ ความซาบซึ้งในเร่ืองราว คุณค่าและความหมาย จิต
วญิ ญาณทแี่ ฝงอยใู่ นภูมิปญั ญา ปรัชญาแนวคิด

(ใหน้ ิสิตเขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวธิ ีในการผลติ

(ให้นิสิตเขยี นอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณค่าที่เป็นที่ต้องการในงานหตั ถกรรม ไดแ้ ก่ คณุ ค่าทางความงามที่ได้รบั ด้านจิตใจ คุณค่าจากงานท่ี
ทำด้วยมอื ใชค้ วามชำนาญเปน็ พิเศษ และคณุ ค่าจากการคิดคน้ นวัตกรรมใหม่ ๆ

(ใหน้ ิสิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

139

3.2.3 งานเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา เคร่อื งป้ันดนิ เผาสทิงหม้อ

ภาพประกอบ 52 ภาพแสดงเคร่อื งปนั้ ดินเผาสทงิ หมอ้
ทมี่ า : OKnation. (2553). ส ทิ ง ห ม้ อ......... ห รื อ วั น นี้ .......จ ะ ทิ้ ง ห ม้ อ.

สบื ค้นจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=574907

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พืน้ ผิวและวสั ดุ

(ให้นสิ ิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศกึ ษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ไดแ้ ก่ ความซาบซึ้งในเรื่องราว คณุ คา่ และความหมาย จิต
วิญญาณทแี่ ฝงอยู่ในภมู ปิ ัญญา ปรัชญาแนวคดิ

(ให้นิสติ เขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวิธีในการผลติ

(ให้นิสิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณค่าท่เี ป็นทีต่ ้องการในงานหตั ถกรรม ได้แก่ คณุ ค่าทางความงามท่ีได้รบั ด้านจติ ใจ คณุ คา่ จากงานท่ี
ทำด้วยมอื ใชค้ วามชำนาญเปน็ พเิ ศษ และคณุ คา่ จากการคดิ ค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

(ให้นิสิตเขยี นอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

140

3.2.4 งานหตั ถกรรมโลหะ เครื่องถมเมอื งนคร

ภาพประกอบ 53 ภาพแสดงเครื่องถมเมืองนคร
ทม่ี า : MuseumThailand. (2020). เครอ่ื งถมเมอื งนคร ความงามผา่ นลวดลายข้ามกาลเวลา.

สืบคน้ จาก https://www.museumthailand.com/th/3274/storytelling/

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พื้นผิวและวสั ดุ

(ใหน้ ิสติ เขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ไดแ้ ก่ ความซาบซงึ้ ในเรื่องราว คณุ คา่ และความหมาย จิต
วิญญาณท่ีแฝงอยูใ่ นภูมิปญั ญา ปรชั ญาแนวคดิ

(ใหน้ ิสิตเขยี นอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวธิ ีในการผลติ

(ให้นิสิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณคา่ ทีเ่ ป็นทีต่ ้องการในงานหัตถกรรม ได้แก่ คุณค่าทางความงามท่ีไดร้ ับด้านจิตใจ คณุ ค่าจากงานที่
ทำด้วยมอื ใช้ความชำนาญเปน็ พิเศษ และคณุ คา่ จากการคดิ ค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

(ใหน้ สิ ิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

141

3.2.5 งานจักสาน เครื่องจักสานย่านลิเภา

ภาพประกอบ 54 ภาพแสดงเครือ่ งจกั สานยา่ นลเิ ภา
ทีม่ า : MuseumThailand. (2020). จักสานยา่ นลเิ ภา เครื่องจักสานยา่ นลเิ ภา

ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ระดับแบรนดเ์ นม.
สบื ค้นจาก https://www.creativethailand.net/en/article/detail/374

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พืน้ ผิวและวสั ดุ

(ใหน้ สิ ิตเขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ไดแ้ ก่ ความซาบซึ้งในเรื่องราว คุณคา่ และความหมาย จิต
วิญญาณทีแ่ ฝงอยู่ในภมู ปิ ัญญา ปรัชญาแนวคิด

(ให้นิสิตเขยี นอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวธิ ีในการผลติ

(ให้นิสิตเขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณค่าทเ่ี ป็นท่ีต้องการในงานหัตถกรรม ไดแ้ ก่ คณุ คา่ ทางความงามที่ได้รบั ด้านจิตใจ คุณค่าจากงานท่ี
ทำดว้ ยมอื ใช้ความชำนาญเป็นพเิ ศษ และคณุ คา่ จากการคดิ ค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

(ใหน้ ิสิตเขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

142

3.2.6 งานประดษิ ฐด์ ว้ ยวสั ดอุ ่ืนๆ เชน่ ว่าวเบอรอ์ ามัส

ภาพประกอบ 55 ภาพแสดงวา่ วเบอร์อามัส
ท่มี า : ศูนยศ์ ิลปาชพี ระหว่างประเทศ. (2021). ว่าวเบอร์อามัส(ใกลส้ ญู หาย).

สืบคน้ จาก https://www.sacict.or.th/listitem/1113

-การศึกษาทางด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน ตลอดจน
พื้นผิวและวัสดุ

(ใหน้ สิ ติ เขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-การศึกษาทางด้านนามธรรม (Intangible) ได้แก่ ความซาบซ้งึ ในเรื่องราว คณุ ค่าและความหมาย จิต
วิญญาณทแี่ ฝงอยูใ่ นภูมิปัญญา ปรัชญาแนวคิด

(ใหน้ ิสติ เขยี นอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

143

-การศึกษาทางด้านวัสดุ กระบวนวิธีการผลิต ได้แก่ ประเภทของวัตถุดิบในการผลิต ลักษณะการใช้
สอย และประเภทของกรรมวิธใี นการผลติ

(ให้นสิ ติ เขียนอธิบาย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

-คุณคา่ ทเี่ ป็นท่ีต้องการในงานหตั ถกรรม ได้แก่ คุณค่าทางความงามท่ีไดร้ บั ด้านจติ ใจ คุณค่าจากงานที่
ทำดว้ ยมอื ใช้ความชำนาญเปน็ พเิ ศษ และคุณค่าจากการคดิ คน้ นวัตกรรมใหม่ ๆ

(ใหน้ สิ ิตเขียนอธบิ าย) ........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................

4. สรุป

วัฒนธรรมทั้งศรีวิชยั และตามพรลิงค์มอี ิทธพิ ลและมคี วามเจริญรุ่งเรืองมายาวนานจนถึงสมัยกรงุ
ศรีอยุธยา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของพุทธศาสนาและพราหมณ์ฮินดูร่วมกับวัฒนธรรมชนชาวน้ำ นอกจากน้ี
วัฒนธรรมปักษใ์ ตย้ งั ได้รบั อทิ ธิพลจากความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมสังคมอนิ เดยี และจีนจากการแผ่อิทธิพล
ทางการค้า การที่ภาคใต้ตอนบนเป็นศูนย์กลางการค้าข้ามทวีปและศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาทำให้เกิดการ
หลอมรวมทางวัฒนธรรมหลายยุคหลายสมยั ดว้ ยกนั ภาคใต้มีประวัติศาสตรค์ วามเปน็ มาที่ยาวนานและมีมรดก
ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีความสำคัญและมีคุณค่า ทั้งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถจับต้องได้
และมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องได้

เนื่องจากมีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกจากภาคพื้นทวีปในส่วนนี้เองที่ทำให้ประเทศไทยมี
ลักษณะรูปร่างเป็นแบบขยายออกเป็นแนวยาว พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยมีความแตกต่างจากภูมิภาค
อืน่ ๆ ของประเทศไทยเนื่องจากตั้งอยู่ระหวา่ งพน้ื ท่นี ้ำ 2 แหง่ คือ อา่ วไทยและทะเลอนั ดามัน มีลักษณะอากาศ
ร้อนชื้นและฝนตกชุกมาก คล้ายคลึงกับอากาศแบบมรสุม จากลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวจึงส่งผลต่อสภาวะ
ภูมิอากาศ และลมฟา้ อากาศในพน้ื ทมี่ คี วามแตกต่างอยา่ งสน้ิ เชิงกบั ภมู ภิ าคอ่นื ๆ ของไทย

ทรัพยากรในภาคใต้มีเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนของทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรแร่ธาตุและ
ทรัพยากรสัตว์ป่า แนวเทือกเขาภูเก็ตและเทือกเขานครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ที่ทรัพยากรปา่ ไม้และสัตวป์ ่าอยู่
อย่างหนาแน่น ในส่วนของพื้นที่ราบก็มีการจัดสรรเพื่อการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม
ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่โดดเด่นแตกต่างจากภาคอื่น คือ ทรัพยากรแร่ธาตุ ซึ่งภาคใต้ถือเป็นทรัพยากร
สำคญั ของประเทศในดา้ นการสง่ ออก ได้แก่ ทรพั ยากรแร่ธาตุจำพวก ดีบุก สังกะสี แมงกานสี

ภาคใต้ประกอบด้วยกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่หลากหลายตั้งแต่โบราณ ได้แก่ ไทยเชื้อสายมลายู ซาไก
หรือเซมัง ชาวเล อูรักลาโว้ย ทำให้รูปแบบศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ท่ี
แตกต่างจากภาคอืน่ ๆ

144

ด้านวถิ วี ัฒนธรรมของภาคใต้ทน่ี ่าสนใจทเ่ี ก่ียวข้องกับศิลปหัตถกรรมไทย ไดแ้ ก่ ดา้ นการแต่งกาย
ท่อี ยอู่ าศัยและสถาปัตยกรรม ประเพณี เคร่อื งมือเคร่ืองไม้ในการประกอบอาชพี เป็นต้น

ด้านคติความเชื่อ ความเชื่อและวัฒนธรรมของคนใต้ประกอบด้วยพื้นฐานความเชื่อทางศาสนา
ได้รับอิทธิพลพราหมณ์และศาสนาพุทธมาจากอินเดีย การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการประมง ความ
เชื่อและวัฒนธรรมทจ่ี ะอยูร่ ่วมกันกบั ส่ิงแวดล้อมอย่างสงบสุข สภาพแวดล้อมรอบตัวและการศกึ ษา

ภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์งานของภาคใต้ที่น่าสนใจ ได้แก่ ภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรม
พื้นบ้านเก่ียวกับเรื่องเรือนไทยภาคใต้กบั ศาลากลางหน ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพท่ีส่วนใหญ่ประกอบ
อาชีพเกษตรกรรม ภมู ิปัญญาดา้ นประเพณพี ้ืนบ้านและภมู ปิ ัญญาด้านหตั ถกรรมพนื้ บ้าน

อัตลักษณ์ของศิลปหัตถกรรมภาคใต้ส่วนมากแสดงให้เห็นถึงสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละท้องถิ่น
สภาพการดำรงชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อความศรัทธาในศาสนา และเป็นการนำเอาทรัพยากร
ท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ และการนำมาผนวกเข้ากับความเชื่อทางศาสนา
โดยเฉพาะศาสนาอิสลาม และอทิ ธพิ ลจากชาติพนั ธ์ทุ ่มี ีเอกลักษณแ์ ละความหลากหลาย

5. คำถามท้ายบท

1. ให้นสิ ติ ทำข้อ 3.2 ตวั อยา่ งการศึกษาผลงานศลิ ปหัตถกรรมไทยภาคใต้ให้สมบูรณ์
2. ให้นิสิตอธิบายถึงตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของภาคใต้ ว่ามีความเชื่อมโยงและส่งผลให้เกดิ
ขอ้ ดีอยา่ งไรเกย่ี วกับด้านศลิ ปหัตถกรรมไทย ตามความเขา้ ใจของตนเอง
3. ให้นิสิตเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยพื้นบ้านภาคใต้ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ี
ประทบั ใจมากทีส่ ุดมา 1 ช้นิ พร้อมอธิบายเหตุผลและยกตัวอย่าง
4. ให้นิสิตเลือกผลงานศลิ ปหัตถกรรมไทยภาคใต้ทส่ี ะท้อนถึงเอกลักษณ์และภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นใน
ดา้ นตา่ ง ๆ มา 3 ผลติ ภณั ฑ์ แล้วทำการศึกษาวเิ คราะห์ผลงานและอธบิ ายขนั้ ตอนการสร้างสรรค์ผลงานจากภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถิ่นตามทไี่ ดเ้ รยี น

6.แบบฝึกหัดปฏิบตั งิ านออกแบบทา้ ยบท

1. ให้นิสติ จดั ทำเล่มรายงานรวบรวมผลงานหตั ถกรรมพน้ื บ้านของภาคใต้ โดยแบง่ ภาพผลงาน
ตามประเภทของวัสดแุ ละกรรมวธิ ีการผลิต ดังนี้

1. การปนั้ และการหลอ่
2. การทอและเยบ็ ปักถักร้อย
3. การแกะสลกั
4. การกอ่ สรา้ ง
5. การเขยี นหรือวาด
6. การจกั สาน

145

7. การทำเครื่องกระดาษ
8. กรรมวิธีอ่ืน ๆ
โดยมีรูปแบบเล่มรายงานหน้ากระดาษ A 4 / หน้าละ 1 ผลงาน ให้นิสิตอธิบายภาพงาน
หัตถกรรมที่หามาได้ ในด้านตา่ งๆ ดังนี้ ช่อื งาน / แหล่งผลิต / วสั ดุ / กรรมวธิ ีการผลติ /
ลกั ษณะเฉพาะ / คณุ ค่าของผลงาน
2. ให้นิสิตออกแบบผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
ของภาคใตจ้ ำนวน 2 ชิ้นตามท่ีไดท้ ำรายงานเมื่อสัปดาหท์ แี่ ลว้

146

บทที่ 7
ผลติ ภัณฑศ์ ลิ ปหตั ถกรรมไทยร่วมสมยั

แผนการสอนครัง้ ท่ี 13

หัวข้อ ผลติ ภณั ฑ์ศลิ ปหัตถกรรมไทยร่วมสมยั
ผ้สู อน อาจารย์ ดร.พรนารี ชยั ดิเรก
เวลา 240 นาที

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้นสิ ิตเข้าใจ ที่มา วิธีการออกแบบสร้างสรรค์และกรรมวธิ ีการผลติ งานศิลปหัตถกรรมไทยรว่ มสมัย
2. เพอ่ื ใหน้ สิ ติ เข้าใจและเรยี นรู้จากตัวอยา่ งผลงานศลิ ปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมัย

เนื้อหา
1. คำจำกัดความของศลิ ปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย
1.1 ความหมายและนยิ ามของศลิ ปหัตถกรรมไทยรว่ มสมัย
1.2 วัฒนธรรมโลกและความหลากหลายทางวฒั นธรรม
2. แนวคดิ การออกแบบร่วมสมยั
2.1 แนวคิดการออกแบบรว่ มสมัย
2.2 แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์หตั ถกรรมร่วมสมัย
3. แนวทางการศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมไทยรว่ มสมัย
3.1 แนวทางการศึกษาผลงานศิลปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมยั
3.2 ตวั อยา่ งการศกึ ษาผลงานศลิ ปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย

การจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ 15 นาที
1. อธบิ ายวัตถปุ ระสงค์และเน้ือหาโดยรวม 60 นาที
2. บรรยายเนื้อหาและหัวข้อต่าง ๆ 150 นาที
3. ศึกษาเรียนรู้ผลงานตัวอย่างผลงานศลิ ปหตั ถกรรมไทย
ร่วมสมัย 15 นาที
4. นิสติ ซักถามปรึกษาเนื้อหาการเรยี น

สื่อการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา การออกแบบศลิ ปหตั ถกรรม
2. ไฟลน์ ำเสนอภาพนง่ิ ผา่ นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3. หนงั สือ ตำรา วารสารตา่ ง ๆ ทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ ทเ่ี ก่ียวข้องกบั การออกแบบ
ศลิ ปหตั ถกรรมไทย
4. ตวั อย่างผลิตภัณฑ์ ผลงานหัตถกรรมสำหรับการเรียนการสอนทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

148

(ตามความเหมาะสมของเนือ้ หาการเรียน)

การประเมินผล
1. สงั เกตจากพฤติกรรมของผู้เรยี น
2. ประเมินผลจากกิจกรรมในการช้ันเรียน
3. ประเมินผลจากคำถามทา้ ยบทที่ 7
4. ประเมินผลจากแบบฝึกหดั ปฏิบตั งิ านออกแบบท้ายบท

หนงั สืออ้างอิง
กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม. (2560). นโยบาย
และยุทธศาสตร์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔). กรุงเทพฯ : สำนักงาน
กิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผา่ นศึกในพระบรมราชูปถัมภศ์ ูนย์มานษุ ยวิทยาสิรนิ ธร.
กัมพล แสงเอี้ยม. (2559). วัฒนธรรมร่วมสมัยสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบ งานศิลปหัตถกรรมผ้าทอท้องถิ่น.
ศิลปกรรมสาร วารสารวิชาการคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 11(1), น. 1-
12.
กิตติพงษ์ เกียรติวิภาค. (2563). แนวคิดการนำมิติทางวัฒนธรรมสู่การออกแบบสร้างสรรค์ที่สับสน.
วารสารสถาบนั วฒั นธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 21(2), น. 20-41.
ชลวุฒิ พรหมสาขา ณ สกลนคร. (2547). วัฒนธรรมนำการออกแบบ Designthnologie. วารสารวิชาการ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . 3(1), น. 1-7.
พรนารี ชัยดเิ รก. (2560). แนวทางการออกแบบแฟชน่ั เครื่องหนังส่งออกประเทศญ่ีปนุ่ : การสร้างสรรค์อัต
ลักษณ์หัตถกรรมไทย ในรูปแบบอาวองท์-การด์ หลังยุคสมัยใหม่. (วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตร
ดุษฎีบณั ฑิต). จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , กรุงเทพมหานคร.
วรเทพ อรรคบุตร. (2557). แล้วค่อยรู้สึกร่วมสมัย. [สูจิบัตรนิทรรศการศิลปนิพนธ์ นักศึกษาคณะ
ศิลปกรรมศาสตร์]. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั กรงุ เทพ.
วิบูลพร วฒุ ิคณุ และรัชนกิ ร กสุ ลานนท์. (2563).การออกแบบผลติ ภณั ฑ์รว่ มสมัยตามแนวคิดทุนทาง
วัฒนธรรม จากภูมิปญั ญานวดแผนไทย. วารสารศิลปกรรมศาสตรว์ ชิ าการ วิจยั และงาน
สร้างสรรค์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี, 7(1), น. 46-59.
แสงอรุณ รัตกสกิ ร และคณะ. (2551). ลกั ษณะไทย วฒั นธรรมพืน้ บ้าน. (พิมพ์ครงั้ ท2่ี ). กรุงเทพฯ :
อมรินท์พร้ินต้ิงแอนด์พับลชิ ชิง่ .
อรัญ วานิชกร. (2559). การออกแบบผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.

149

Paul, S. (2021). What Is the Definition of Contemporary Design? . Retrieved from
https://www.hunker.com/13411166/what-is-the-definition-of-contemporary-
design

150

บทท่ี 7
ผลิตภัณฑ์ศลิ ปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมัย

วิถีชีวิตสมัยใหม่ในปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องแยกขาดออกจากคุณค่าด้ังเดิมที่เราเคยมีมา เพราะ
ไอเดยี ดี ๆ ทั้งหลายของเราล้วนดำเนินตามกนั มาบนสายธารของภมู ิปญั ญาทีป่ ระยกุ ตแ์ ละต่อยอดอย่างต่อเน่ือง
ไม่ขาดสายจากรุ่นสู่รุ่น ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความวิจิตรบรรจงงดงามก็สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถี
ชีวิตสมัยใหม่ได้เสมอ เพราะมีท้ังความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า สอดคล้องกับบริบททางสังคม
และวิถีชีวิตของเราอย่างลึกซ้ึง อีกทั้งยังสามารถต่อยอดไปเพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับงานศิลปหัตถกรรม
ไทยในเชิงธรุ กิจสู่สากลไดอ้ ีกด้วย

1. คำจำกัดความของศลิ ปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมยั

1.1 ความหมายและนยิ ามของศลิ ปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมัย
ศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ประกอบด้วยคำสำคัญ 2 คำ ซึ่งมีความหมายและนิยาม

ดังนี้
ศิลปหัตถกรรมไทย หมายถึง งานหัตถกรรมที่มีความงามทางศิลปะ มีคุณลักษณะของ

ความงามทแ่ี ฝงภูมปิ ัญญาและค่านยิ มของชุมชนและทักษะเฉพาะตวั ใชฝ้ ีมือระดับสงู สะท้อนคา่ นยิ มของชุมชน
ท้องถ่นิ ความรู้สกึ นกึ คดิ จนิ ตนาการ ซึง่ อาจจะเป็นได้ท้งั ศิลปะแบบวจิ ติ รศิลปแ์ ละประยุกต์ศิลป์

“ร่วมสมัย” หมายถึง การเกิดขึ้นร่วมยุคสมัยเดียวกัน หรือสร้างขึ้นในยุคปัจจุบันในช่วง
ระยะเวลาย้อนไปประมาณ 20 ปี หรือสร้างขึ้นในอดีตที่อยู่ในยุคเดียวกัน สมัยเดียวกัน มีความสัมพันธ์ กับ
สังคมเดียวกัน ประเทศเดียวกัน หรือเป็นความสัมพันธ์กับระดับนานาชาติก็ตาม ความร่วมสมัยได้รับอิทธิพล
จากความเป็นโลกาภิวัตน์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างก้าวไกลในด้านเทคโนโลยี
ซึ่งอาจเป็นการรวมตัวกันของความอยากหลากหลายของวัสดุ วิธีการ แนวความคิด และหัวข้อที่ทำให้เกิด
การท้าทายต่อขอบเขตของงานรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 20 ความร่วมสมัยเป็นส่วนหนึ่ง
ของบทสนทนาทางวัฒนธรรมที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริบทขอบข่ายที่กว้างขึ้น ได้แก่ อัตลักษณ์เฉพาะตัวและ
อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ครอบครัว สังคม รวมไปถึงประเทศชาติ (วรเทพ อรรคบุตร, 2557)

กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
(2560) อา้ งวา่ คำว่า รว่ มสมัยนัน้ ดูได้จากองค์ประกอบที่เรียกวา่ “3 รว่ ม” คือ

1. ร่วมชีวิต อย่างที่เข้าใจกันคือหมายถึง “คนทำงานศิลปวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่”ซึง่ ก็
จะมีรายละเอียดของมัน เพราะศิลปินบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่ บางทีก็อาจจะไม่มีอะไร “ร่วมสมัย” เลยก็ได้
กล่าวคือเคลือ่ นตัวเองไปสู่ความ “ลา้ สมัย” หรือ “ร่วงสมัย”

2. ร่วมเหตกุ ารณ์ เช่น อยู่ในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรืออยู่ในเหตุการณ์สำคัญของ
ยุคสมยั เดยี วกัน เช่น เหตุการณ์เปล่ยี นแปลงการปกครอง 2475 เหตุการณ์ “14 ตลุ า 2516” แตล่ ะเหตุการณ์

151

แต่ละยุคสมัยก็จะมีข้อปลีกย่อยของมัน ซึ่งอาจมีจุดร่วมบางอย่างทำให้เกิดลักษณะ “ร่วมสมัย” ในยุคนั้น ๆ
ขน้ึ มา

3. รว่ มความคดิ เชน่ ความคดิ เรือ่ งประชาธิปไตย สังคมนยิ ม ชาตินยิ ม เพศนยิ ม ความคิด
เรื่องต่อต้านเผด็จการความคิดเรื่องต่อต้านสงคราม ความคิดเรื่อง ประชานิยมฯลฯ ลักษณะของการ “ร่วม
ความคิด” ทว่ี ่านอี้ าจดูได้จากการขับเคลือ่ นของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ประกอบดว้ ย

ศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย จึงหมายถึง งานหัตถกรรมที่มีคุณลักษณะของความงามที่
แฝงภูมิปัญญาและค่านิยมของชุมชนและทักษะเฉพาะตัวใช้ฝึมือระดับสูงที่สร้างขึ้นในยุคปัจจุบันหรือสมัย
เดียวกัน และได้รับอิทธิพลจากความเป็นโลกาภิวัตน์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาจสะท้อนภาพของ
ผลงานในเรื่องของความหลากหลายของวัสดุ วิธีการ แนวความคิด และทำให้เกิดการท้าทายแปลก แหวก
กรอบจากงานรูปแบบเดิม ๆ

1.2 วัฒนธรรมโลกความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวัฒนธรรมรว่ มสมยั
วัฒนธรรม หมายถึง วิถีการดำเนินชวี ิตของคนสว่ นใหญ่ของสังคมแตล่ ะทอ้ งถิ่นซึง่ มีแนว

ประพฤติปฏิบัติ ร่วมกันมาอย่างยาวนานนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้านทางภาคเหนือ
วฒั นธรรมพื้นบา้ นทางภาคอีสานและวฒั นธรรมพนื้ บ้านทางภาคใตเ้ ปน็ ตน้ วัฒนธรรมพ้ืนบ้านของแตล่ ะภาคจึง
เป็นแนวประพฤติปฏิบัติของคนในภาคนั้น ๆ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานทำให้มีชีวิตอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
(กิตติพงษ์ เกยี รติวิภาค, 2563)

วฒั นธรรม คอื ลักษณะที่แสดงถึงความเจรญิ งอกงาม ความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย ความ
กลมเกลียวก้าวหน้า และศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน วัฒนธรรมจงึ เปน็ ลักษณะพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ซึ่ง
เป็นวิถีชีวิตของมนุษย์ ทั้งตัวบุคคลและสังคมที่ได้วิวัฒนาการตอ่ เนื่องมาอย่างมีแบบแผน แต่อย่างไรก็ดีมนษุ ย์
นั้นไม่ได้เกาะกลุ่มอยู่เฉพาะในสังคมของตนเอง ได้มีความสัมพันธ์ ติดต่อกับสังคมต่าง ๆ ซึ่งอาจอยู่ใกล้ชิดมี
พรมแดนตดิ ต่อกนั หรือยู่ปะปนในสถานท่ีเดียวกนั หรือการทชี่ นชาติหนึ่งตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติหนึ่ง
ปัจจุบันในยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และ
เทคโนโลยีอันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจ
ด้านการเมืองและด้านสังคม ส่งผลทำให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีความเชื่อมโยง
ระหว่างกันมากขึ้น ในบริบทด้านสังคมโลกาภวิ ัตน์จงึ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
และระหวา่ งชาติพนั ธ์ุ รวมถึงการแพร่กระจายแนวคิดพหุลักษณ์ทางสังคมและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เป็นไปอย่างกว้างขวาง มนุษย์เป็นผู้รู้จักเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ จึงนำเอาวัฒนธรรมที่เห็นจากการได้
สัมพันธ์ติดต่อมาใช้ โดยอาจรับมาเพิ่มเติมเป็นวัฒนธรรมของตนเองโดยตรงหรือนำเอามาดัดแปลง แก้ไขให้
สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพบริบททางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิม แต่จะมีวัฒนธรรมที่มีพื้นฐานมาจากความรู้
ประสบการณ์ที่สังคมตกทอดมาโดยเฉพาะของสังคมนั้นที่แสดงออกในรูปแบบการดำรงชีวิตของคนในชุมชน
นนั้ ผสมร่วมอยดู่ ว้ ย (กมั พล แสงเอย้ี ม, 2559).

152

1.2.1 วัฒนธรรมโลก
กระบวนการโลกาภิวัตน์ หมายถึง การแพร่กระจายทางวัฒนธรรมสากลโลกนั้น ไม่ได้
หมายความว่าคนทั้งโลกจะมีวัฒนธรรมเพียงชุดเดียว มนุษย์เราต้องการเอกลักษณ์และความเฉพาะตัว มี
รากเหง้า
1.2.1.1 แนวคิดเก่ยี วกับการแพรก่ ระจายทางวัฒนธรรมสากลในยคุ โลกาภิวตั น์
“โลกาภิวัตน์” หมายถึง การแพร่กระจายไปทั่วโลกในแง่ของข่าวสารต่าง ๆ การที่
ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดสามารถรับรู้สัมผัสหรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
กว้างขวางสืบเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ ดังนั้นยุคโลกาภิวัตน์จึงเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร
(Information Age) ที่ไร้พรมแดน อันเป็นยคุ ที่มีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทางด้านเทคโนโลยี
สื่อสารและคมนาคมทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้เข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น กระแสโลกทั้งในรูปของทุนและข้อมูล
รวมทั้งค่านิยมบางประการได้ขยายตัวครอบคลุมไปทัว่ โลก กล่าวได้วา่ ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อสังคมโลก
การครอบโลกทางวัฒนธรรม เนอ่ื งจากระบบสื่อสารไร้พรมแดน ทำให้เกิดการครอบโลกทางวฒั นธรรม อทิ ธพิ ล
ของวัฒนธรรมและอำนาจของเศรษฐกิจจากประเทศที่พัฒนาแล้วได้ไหลบ่าเข้าสู่ประเทศอื่นอย่างรุนแรง
ก่อให้เกิดกระแสวฒั นธรรมโลก (Neo-Westernization) ครอบงำทาง ความคดิ การมองโลก การแตง่ กาย การ
บรโิ ภคนยิ ม แพร่หลายเขา้ ครอบคลุมเหนือวฒั นธรรมประจำชาติของแต่ละประเทศ ผลท่ีตามมา คอื เกิดระบบ
ผูกขาดและการค้าแบบไรพ้ รมแดน
วัฒนธรรมในปัจจุบันมีความหมายกว้างมากขึ้นกว่าในอดีตมากวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่อง
ของการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีเพียงอย่างเดียวและไม่ใช่เป็นเรื่องของการจัดงานประเพณีตาม
เทศกาลเท่านั้น ดังนั้นโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดกระแสการเคลื่อนย้ายถ่ายเทของวัฒนธรรม และสิ่งที่เข้ามากับ
กระแสโลกาภิวัตน์คือ บริโภคนิยมและวัตถุนิยม ถ้ากระแสโลกาภิวัตน์ผนวกเข้ากับเงินทุนก็ยิ่งสามารถสร้าง
สินค้าที่ทรงอิทธิพลในการสร้างค่านิยมแบบใหม่ ๆ ให้กับคนมากได้ยิ่งขึ้น การเกิดต้นแบบหรือแม่พิมพ์ทาง
วฒั นธรรมในโลกยคุ ใหม่ กระแสแฟชั่นกางเกงลีวายส์ในกลุ่มวยั รุ่น ทผี่ ูผ้ ลติ สามารถทำเงินได้มากมาย นี่อาจจะ
เรียกว่าการสร้างต้นแบบวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา และทำให้คนรุ่นใหม่มีกระแสความนิยมในเรื่องแฟชั่น หรือ
รูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมือนกัน ในทางตรงกันข้ามมีการเกิดกระแสการพยายามปกป้องอัตลักษณ์หรือ
ผลประโยชน์ของชาติเพ่ิมมากขึ้น และเกิดเป็นการผลิตสินค้าทางวัฒนธรรมขึน้ มาต่อสู้กับสินค้าวัฒนธรรมจาก
ตะวนั ตกมากขึ้น เชน่ รฐั บาลเกาหลี ที่มองเรื่องการพัฒนาประเทศจากรากฐานวัฒนธรรมของตัวเอง (Culture
Based Development) และพัฒนามาเป็นสินค้าวัฒนธรรมเกาหลีเพื่อส่งออกไปขายในประเทศแถบเอเชีย
และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เป็นต้น (กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
กระทรวงวัฒนธรรม, 2560)
1.2.2 ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
กัมพล แสงเอี้ยม (2559) กล่าวว่า แนวความคิดในเรื่องพหุนิยม (Pluralism) ปรากฏอยู่
อย่างเด่นชัดในสังคมที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ซึ่งมีความตระหนักถึงสภาพของ
ความหลากหลายนั้นและพยายามท่ีทำให้ความหลากหลายนั้นดำรงอยู่ได้ ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นปกติ ซึ่ง

153

ก่อนที่จะมีมนุษย์เกิดขึน้ ก็มี ความหลากหลายในธรรมชาติเป็นพืน้ ฐานมากอ่ น มนุษย์ก็เกิดขึ้นในสิง่ แวดล้อมที่
แตกต่างกัน ในท่ีแตล่ ะแหง่ แต่มนษุ ย์กย็ ่อมเรยี นรู้ทจ่ี ะอยรู่ ว่ มกนั และอยู่ร่วมอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติและมี
วิถีชวี ิตทีแ่ ตกตา่ งกนั ไป ซง่ึ เรยี กวา่ เปน็ ความหลากหลายทางชีวภาพกบั ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและทั้ง
สองเรื่องเปน็ เรื่องท่ีเชื่อมโยงกนั และการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม
ในรปู แบบต่าง ๆ อกี ดว้ ย

วัฒนธรรมมีศูนย์กลางและการแพรก่ ระจายสูช่ ายขอบและสังคมอนื่ ๆ การปะทะสงั สรรค์
ทางวัฒนธรรมทำให้เกิดการยอมรับซึ่งวฒั นธรรมที่แตกต่างของกันและกัน ความหลากหลายทางวฒั นธรรมจึง
เป็นผลจากการที่วัฒนธรรมมีการผสมผสานเอาบางส่วนของวัฒนธรรมอื่นเข้ามาด้วย และมีการปรับรับ
วัฒนธรรมซง่ึ กนั และกนั ทำใหเ้ กดิ พฒั นาการทางวฒั นธรรมท่แี ตกตา่ งกนั และมีรปู แบบตา่ ง ๆ

1.2.3 วัฒนธรรมร่วมสมัย
ภายใตบ้ รบิ ทโลกของความทันสมยั ทเี่ ตม็ ไปดว้ ยวฒั นธรรมทมี่ ชี ีวิตเป็นเสมือนกระแสหรือ
พลังท่ีเรามองไมเ่ หน็ แต่รสู้ ึกได้ บริโภคไดแ้ ละใช้ชวี ิตได้ วฒั นธรรมรว่ มสมัย คือ การผสมผสานทางความคิดรำ
หว่างวัฒนธรรมภายนอกกับวัฒนธรรมของตนเอง และเกิดการคัดสรร และรังสรรค์วัฒนธรรมต่าง ๆ เข้า
ด้วยกันหล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมนั้น ๆ จากวัฒนธรรมเดิมรวมเข้ากับ
วัฒนธรรมใหม่สู่วัฒนธรรมร่วมสมัย จะเห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการแต่งตัวของผู้คนใน
สงั คมตา่ งๆทเ่ี ปลยี่ นไปตามกระแสภายนอกและมคี วามเปน็ สากลมากขน้ึ (กมั พล แสงเอีย้ ม, 2559)
วัฒนธรรมร่วมสมัย หมายถึง วัฒนธรรมที่สะท้อนความเป็นปัจจุบันที่ยังคงปรากฏ
รากเหงา้ ทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนน้ัน ๆ และถกู นำมาปรบั แต่งต่อยอด มกี รอบการพัฒนาอย่างไม่หยุดน่ิง
โดยผ่านกระบวนการประยกุ ต์ ผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ มีการสร้างการเช่ือมโยงระหว่าง
มิตขิ องเวลา สถานทแี่ ละความสัมพันธ์ของสมาชิกในสังคม ผา่ นการใชเ้ ทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีการตีแผ่
ความคิดเกี่ยวกับสภาพแห่งปจั จุบันสมัยให้สังคมรับรู้ ซึ่งวัฒนธรรมร่วมสมัยส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการ การ
ตอ่ ยอดภูมิปัญญาผนวกด้วยความคิดสร้างสรรค์ (กองทนุ ส่งเสริมศลิ ปะรว่ มสมัย สำนกั งานศิลปวัฒนธรรมร่วม
สมัย กระทรวงวัฒนธรรม, 2560)
คำวา่ “วัฒนธรรมรว่ มสมัย” แบ่งความหมาย ออกเป็น 2 มิติ คือ
1. วัฒนธรรมร่วมสมัยเกิดขึ้นจากโลกของความทันสมัยเป็นปริมณฑลที่เต็มไปด้วย
วัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นเสมือนกระแสหรือพลังที่เรามองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ บริโภคได้และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ใน
ขณะทเ่ี ราตืน่ นอน ทำงาน พักผอ่ น หยอ่ นใจ รวมทง้ั กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั
2. วัฒนธรรมร่วมสมัยในมติ ิของเวลาปัจจบุ ัน เป็นวัฒนธรรมท่ีสร้างสรรค์ แบบข้ามแดน
ข้ามประเทศ ขา้ มชมุ ชน อย่คู นละท่ลี ะทางก็ยังสามารถสัมพันธ์กับวัฒนธรรมต่างแดนได้วฒั นธรรมข้ามยุคข้าม
สมัยกย็ งั สามารถจะกลบั มามคี วามสำคญั ได้ในยุคสมัยปัจจบุ ัน

154

2. แนวคดิ การออกแบบร่วมสมัย

2.1 แนวคดิ การออกแบบรว่ มสมัย
Paul (2021) สรุปว่า แนวคิดการออกแบบร่วมสมัยได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการ
ออกแบบสมยั ใหม่ (Modern Design) แตม่ ลี กั ษณะทแ่ี ตกต่างกัน คือ

1 . ก า ร อ อ ก แ บ บ ส ม ั ย ใ ห ม ่ น ั ้ น มี ช ่ ว ง เ ว ล า ก า ร อ อ ก แ บ บ ท า ง ป ร ะ ว ั ต ิ ศ า ส ต ร ์ ท่ี
เฉพาะเจาะจง โดยมีปรัชญาชี้นำและมีลักษณะที่สามารถระบุตัวตนได้ แต่การออกแบบร่วมสมัยไม่มีลักษณะ
ดังกลา่ วท่ีชัดเจนและไม่เฉพาะเจาะจงเท่าสมัยใหม่

2. การออกแบบสมัยใหม่มีภาพสะท้อนของการตกแต่งท่ีชัดเจน โดดเด่นและมี
พัฒนาการทางสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่ว แต่การออกแบบร่วมสมัยไม่มีลักษณะ
และประวัติศาสตรท์ ่เี ป็นทบี่ ง่ ชดั

“ร่วมสมัย” เป็นคำคุณศัพท์ไม่ใช่รูปแบบหรือสไตล์ แต่เป็นคำที่สะท้อนถึง รูปแบบของการ
สร้างสรรค์ที่ผ่านการคิดทำมาอย่างดี มีความสวยงาม มีประสิทธิภาพและมีช่วงเวลา เนื่องจากความร่วมสมัย
คือ "ช่วงเวลาหนึ่ง" การออกแบบจึงมีความลื่นไหลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีความผสมผสาน ไม่ซับซ้อนและ
เปิดกว้างมาก ไมม่ กี ำแพงก้ันระหว่างความหลากหลายรูปแบบท่ีเอาเข้ามาใชด้ ้วยกัน เช่น ผลงานการออกแบบ
สถาปัตยกรรมของสถาปนิกซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) ที่ออกแบบสร้างอาคารโค้งยาวที่ผสมผสานรูปแบบ
และมุมที่แตกหักซึ่งสะท้อนถึงความสับสนวุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่ มีการใช้ประตูกระจกที่เป็นทั้งกำแพงที่อยู่
อาศัยสามารถเปดิ ออกไปด้านนอกได้ การออกแบบหลงั คาทท่ี ำจากพชื หรือหญ้าที่ทนแลง้ เป็นตน้

2.2 แนวคดิ การปรบั เปล่ียนเพื่อการออกแบบร่วมสมัย
ในภาวะที่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของโลกนั้น ศิลปหัตถกรรมไทยพื้นบ้าน
จากเดิมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบทก็ไม่อาจหยุดนิ่งหรือต้านทานมิให้เกิดการ
ปรับเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ก่อให้เกิดรูปแบบการปรับเปลี่ยนแบบ
ตา่ ง ๆ และทำใหเ้ กิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมยั ข้ึนได้ รปู แบบการปรับเปลย่ี นตา่ ง ๆ (แสงอรณุ รัตกสิกร
และคณะ, 2551) มดี งั น้ี

1. การปรับเปลี่ยนวัสดุ ด้วยการนำเอาวัสดุสมัยใหม่ส่วนใหญ่เป็นวัสดุสังเคราะห์
เข้ามาใช้ในงานศิลปหัตถกรรมเป็นการเปลี่ยนจากวัสดุธรรมชาติมาเป็นวัสดุสังเคราะห์ การเปลี่ยนจากวัสดุ
ธรรมชาติมาเป็นวัสดุสังเคราะห์นี้ขยายความไปถึงการเคลื่อนจากสังคมเกษตรกรรมเข้าสู่สังคมอุตส าหกรรม
และเทคโนโลยีจะเห็นได้ชัดในงานสานตะกร้าจากวัสดุไม้ไผ่ หวายผักตบชวา ปรับเปลี่ยนมาเป็นวัสดุเส้น
พลาสติกมากข้ึน

2. การปรับเปลี่ยนผู้ใช้ บ้านเรือนไทยที่เคยเป็นเหย้าเรือนสำหรับอยู่อาศัยของ
ชาวบ้านในชนบททั่วทุกภูมิภาคได้กลายมาเป็นที่อยู่ของผู้มีอันจะกินในเมืองซึ่งนิยมที่จะซื้อเรือนไทยเก่าจาก
ชนบท หรือสร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับเรือนไทยเดิม จากแหล่งผลิตบางแห่งเช่น อำเภอบางปะหัน จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา

155

3. การปรับเปลี่ยนสถานที่ ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านจากเดิมที่เคยมีใช้อยู่เฉพาะ
ชาวนาและชาวบา้ นในชนบทก็นำไปใช้ในเมือง ผ้าทอมัดหม่ีของชาวบ้านในภาคอีสานไดร้ บั ความนิยมมาใช้เป็น
ผ้าผ่อน แพรพรรณของชาวเมือง ยิ่งกว่านั้นยังเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างประเทศด้วย หรือบ้านเรือนไทยที่เคย
ปลูกอย่ตู ามหมู่บา้ นในชนบทถูกยา้ ยเปลยี่ นที่มาอยใู่ นเมือง

4. ปรับเปลี่ยนหน้าที่ ไหปลาร้าบ้านด่านเกวียนจังหวัดนครราชสีมาเคยเป็น
ภาชนะสำหรับใส่ปลาร้า ในปัจจุบันดัดแปลงให้โปร่งด้วยลายฉลุให้ใช้เป็นโคมไฟ สำหรับประดับในสวน หรือ
เครื่องจักสานจำพวกกระบุงตะกร้าที่เคยใช้ใส่ข้าวเปลือกใส่ผักใส่ฟืนถูก นำมาใช้รองรับกระถางต้นไม้ประดับ
อาคารสถานทกี่ นั อยา่ งแพร่หลาย

5. การปรับเปล่ยี นรูปแบบ งานศลิ ปหตั ถกรรมทีไ่ ด้รบั ผลกระทบในด้าน
การเปลยี่ นรูปแบบน้ันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทีถ่ ูกเปลี่ยนหนา้ ทใี่ ชส้ อยไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งหลากหลายต่าง
ไปจากท่ีเคยใชเ้ ฉพาะอย่างเฉพาะที่เพ่ือความเหมาะสมกบั สภาพสังคม

2.3 แนวทางการออกแบบผลติ ภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัย
ชลวุฒิ พรหมสาขา ณ สกลนคร (2547) ไดเ้ ขยี นบทความในวารสารวิชาการ เร่อื งการใช้
วัฒนธรรมนำการออกแบบ Designethnogie (Design+ethnology) โดยกล่าวไวว้ ่า วัฒนธรรมท้องถิ่นเกิดข้ึน
เพราะการรวมตัวของคนตั้งแต่ยุคสังคมเกษตร เมื่อลักษณะสังคมเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรม
ท้องถิ่นเจือจางและบิดเบือน ประเทศไทยน่าจะยังมีวัตถุดิบทางวัฒนธรรมคงเหลืออยู่ ในการนำวัตถุดิบทาง
วัฒนธรรมมาใช้มิได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านปริมาณ หากแต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างเหมาะสม
การฟื้นฟูทั้งวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจงึ จำเป็นต้องปรับพัฒนารปู แบบให้เหมาะสมกับบริบททางสังคม
วฒั นธรรมท่เี ปลย่ี นไปที่สำคัญ คอื การวิเคราะห์ความหมายทางนามธรรมทีซ่ ่อนอยู่ในในรปู แบบของผลิตภัณฑ์
ต่าง ๆ แล้วประยุกต์ส่วน อันเป็นนามธรรมให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
เครื่องใช้ไม้สอยพื้นถิ่นการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มชนในสถานที่และเวลาหนึ่งในอดีต
การลอกแบบผลิตภัณฑ์ ข้นึ มาใหมโ่ ดยไม่มีการปรับปรงุ พัฒนาย่อมไม่อาจตอบสนองความต้องการของอีกกลุ่ม
ชนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ต่างสถานที่หรือช่วงเวลาได้ เส้นทางอยู่รอดของวัฒนธรรมท้องถิ่นต้องอยู่ในกรอบความ
ยืดหยุน่ ของอตั ลกั ษณ์เดมิ ซึง่ ในด้านการออกแบบอาจเป็นไปได้สองแนวทางใหญ่ ๆ คือ
1. การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมด้วยการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้านรูปธรรมไว้ใน
ระดบั ค่อนขา้ งสงู
2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม
ปัจจุบัน โดยใช้อัตลักษณ์และภูมิปัญญาส่วนที่เป็นนามธรรมในวัฒนธรรมเดิมมาเป็นปัจจัยในการกำหนด
รปู แบบเพื่อการดำรงอยขู่ ององคป์ ระกอบนน้ั ๆ
ในปัจจุบันการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัยเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
และมีผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบหลายท่านได้นำเสนอแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมยั ไว้
หลายแนวทาง ดงั น้ี

156

อรญั วานชิ กร (2559) ไดส้ รุป กระบวนการออกแบบผลติ ภัณฑจ์ ากภูมิปญั ญาท้องถิ่นเชิง
ทดลอง (Experimental Design) ประกอบดว้ ย 7 กระบวนการ ดงั น้ี

ภาพประกอบ 56 ภาพแสดงกระบวนการออกแบบผลติ ภณั ฑจ์ ากภมู ปิ ญั ญาไทย
ที่มา : อรญั วานชิ กร. (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ้องถ่ิน.
กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

กระบวนการท่ี 1 – การสรา้ งแรงบันดาลใจจากภูมิปญั ญาท้องถนิ่
กระบวนการที่ 2 – การร่างภาพเพ่อื ศึกษารูปทรงของผลิตภัณฑ์จากมมุ มองดา้ น
ต่าง ๆ
กระบวนการที่ 3 – ทำการตัดทอนรายละเอียด พื้นผิว ลวดลายของรูปทรง ให้เป็น
เหลอื แต่รปู ทรงหรือโครงสรา้ งท่เี รียบงา่ ย
กระบวนการที่ 4 – การถอดรายละเอียดด้วยการวิเคราะห์ด้านองค์ประกอบเพ่ือ
การออกแบบตา่ ง ๆ เชน่ รปู ทรง เส้นสาย สีสนั พ้ืนผวิ ลวดลาย ฯลฯ มาจดั วางเรยี บเรยี งองค์ประกอบข้นึ ใหม่
กระบวนการที่ 5 – การวางแผนด้านการออกแบบเพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยและ
พฤตกิ รรมในรูปแบบใหม่
กระบวนการที่ 6 – กระบวนการออกแบบเพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ ด้วยการใช้เทคนิค
การกระตุ้นความคิดเพื่อให้เกิดนวัตกรรมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของออสบอร์นด้วยก็ได้( Osborn’s
Checklists)
กระบวนการที่ 7 – กระบวนการผลิตผลงานต้นแบบ

157

พรนารี ชัยดิเรก (2560) ได้กล่าวถึง “ITSME Model” ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบ
สนิ ค้าเพ่ือสะท้อนตัวตนท่ีเป็นเอกลักษณข์ องตราสนิ คา้ ท่ีสามารถนำมาใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรม
ร่วมสมัย และสามารถนำสินค้าหัตถกรรมร่วมสมัยที่ออกแบบส่งออกไปต่างประเทศได้ด้วย ประกอบด้วย
องค์ประกอบหลกั 5 ประการ คอื

I (Identity) - ดา้ นอัตลกั ษณข์ องตราสนิ ค้า
T (Target) - ดา้ นกลมุ่ เปา้ หมายผบู้ ริโภค
S (Style & Design) - ด้านรปู แบบของผลิตภณั ฑแ์ ละการออกแบบสนิ คา้
M (Marketing & Trends) - ดา้ นการตลาดและแนวโน้มกระแสแฟช่นั
E (Export) – ด้านการสง่ ออกไปต่างประเทศ

ภาพประกอบ 57 แนวทางการออกแบบแฟช่นั สนิ คา้ เครือ่ งหนังส่งออก “ITSME Model”
ทมี่ า : พรนารี ชยั ดิเรก. (2560). แนวทางการออกแบบแฟช่ันเคร่อื งหนงั ส่งออกประเทศญปี่ นุ่ : การสร้างสรรค์อตั ลกั ษณ์

หัตถกรรมไทย ในรูปแบบอาวองท-์ การ์ด หลงั ยุคสมัยใหม่. (วทิ ยานพิ นธ์ศลิ ปกรรมศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ ).
กรุงเทพมหานคร : จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . .

158

วิบลู พร วุฒิคุณ และรชั นิกร กสุ ลานนท์ (2563) ไดส้ รุปถึง หลักการออกแบบและปจั จัยที่
มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การกำหนดองค์ประกอบของงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ได้แก่

1. หนา้ ที่ใชส้ อย (Function)
2. ความสวยงามนา่ ใช้ (Aesthetics or sales appeal)
3. ความสะดวกสบายในการใช้ (Ergonomics)
4. ความปลอดภยั (Safety)
5. ความแขง็ แรง (Construction)
6. ราคา (Cost)
7. วสั ดุ (Materials)
8. กรรมวิธีการผลติ (Production)
9. การบำรุงรกั ษาและซอ่ มแซม (Maintenance)
10. การขนส่ง (Transportation)

3. แนวทางการศึกษาผลงานศลิ ปหตั ถกรรมไทยร่วมสมยั

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าความหลากหลายทางวฒั นธรรมในยุคโลกาภิวัตน์มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วในทุกมิติรวมถึงมิติของเวลาท่ามกลางโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์แบบข้าม
แดน รวมการผสมผสานทางด้านการรับรู้ ด้านแนวคิด ด้านรูปแบบ และด้านรสนิยม ซึ่งส่งผลต่อการ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบของงานศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกันกับบริบทภายนอกชุมชนและบริบท
ภายในชุมชน จากการผสมผสานทางวัฒนธรรมสู่แนวทางของรูปแบบงานศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่นภายใต้บริบท
ทางวัฒนธรรมร่วมสมยั

3.1 แนวทางการศึกษาผลงานศลิ ปหตั ถกรรมไทยร่วมสมัย
การศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัยนั้นไม่ได้แตกต่างจากการศึกษาผลงาน
ศลิ ปหตั ถกรรมของภาคอ่ืน ๆ นักศึกษาควรทำความเข้าใจและรู้จกั ท้ังการศกึ ษาคุณคา่ เชิงรูปธรรม (Tangible)
ได้แก่ องค์ประกอบด้านการออกแบบ (Design Elements) เช่น เส้นสาย ลวดลาย รูปทรง สีสัน พื้นผิว และ
วัสดุ และการศึกษาคุณค่าเชิงนามธรรม (Intangible) ได้แก่ ความซาบซึ้งในเรื่องราว คุณค่าและความหมาย
ดา้ นต่าง ๆ จติ วิญญาณท่แี ฝงไว้ ปรัชญาแนวคิดและภมู ิปญั ญา
3.2 ตวั อย่างการศึกษาผลงานศลิ ปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย
3.2.1 ขันแก้วทั้งสาม หมายถึง พานที่ใช้ใส่ดอกไม้ธูปเทียน บูชาสักการะพระรัตนตรัย
ซึ่งทางลา้ นนาเรียกว่า ขันแก้วทงั้ สาม แทนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์การทำขนั แกว้ ท้ังสามขึ้นมาสำหรับวัด
ต่าง ๆ นั้น สมัยโบราณต้องการให้ประชาชนนำดอกไม้ ธูปเทียนมารวมกันเป็นจุดเดียวเป็นเครื่องเตือนใจให้
เห็นว่าเป็นอันหนึง่ อนั เดยี วกนั ตรงกับคำวา่ เอกฉนั ทพ์ ร้อมใจเป็นหน่งึ

159

ภาพประกอบ 58 ภาพแสดงการศกึ ษาและตดั ทอนรูปทรงสญั ญะ“ขันแกว้ ท้ังสาม”
ที่มา : อรญั วานชิ กร, (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ้องถนิ่ . สำนกั พมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

การวิเคราะห์ขันแก้วทั้งสามจากการศึกษาลักษณะของรูปทรง มีโครงสร้างหลักที่มี
ลกั ษณะเรขาคณิตท่ีมีความโดดเดน่ ของรูปทรงเป็นอย่างมาก โดยหากเปล่ยี นทจี่ ัดวางสัญญะของรปู ทรงน้ีจากวัด
สู่โต๊ะทำงานหรอื โต๊ะหวั เตยี ง (Table Lamp) ความหมายแฝง (Intangible) ยงั คงปรชั ญาเดิมทใ่ี ช้ในพุทธศาสนา
สู่การสร้างปัญญาบนโต๊ะทำงาน คือ การเตือนสติในระหว่างการทำงานให้มีสมาธิโดยระวัง กาย วาจาและใจ
ลกั ษณะของสามเหล่ียมท่ีฐาน สามารถหมุนใหเ้ ข้ามุม เพ่อื ความสะดวก ไมเ่ กะกะ ชว่ ยเพม่ิ พื้นท่ีในการทำงานได้
ในขณะทำงาน สำหรับประโยชน์ใช้สอยใหม่ของผลิตภัณฑ์คือ โคมไฟและที่วางของอยู่ด้วยกัน โดยยังคงใช้
โครงสรา้ งไมแ้ ละการสานวัสดุในท้องถ่ินสามารถสรา้ งความอบอุ่นใหก้ ับบรรยากาศในสถานท่ตี กแต่งได้

ภาพประกอบ 59 ภาพแสดงการออกแบบโคมไฟตง้ั โตะ๊ จาก “ขันแก้วทัง้ สาม”
ทีม่ า : อรัญ วานิชกร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ท้องถน่ิ .
กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

3.2.2 หมอ้ น้ำลายวจิ ิตร หมายถงึ หมอ้ น้ำที่มีชือ่ เสยี งของจังหวดั นนทบรุ ีมีสว่ นประกอบ
ท่แี ตกต่างจากท่อี น่ื คือ

-ส่วนฝาปิด เปน็ ดนิ เผาแกะสลักอย่างสวยงามเป็นเหมอื นทรงกรวยครอบปากหม้อ

160

-สว่ นตัวหมอ้ เป็นหม้อดินเผาที่ผ่านการแกะสลกั อย่างประณตี
-ส่วนฐานเปน็ สว่ นที่แตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาของทอี่ ื่น คือ จะมฐี านของหม้อต้ังไว้กับ
พน้ื อกี ทีหนึ่ง

ภาพประกอบ 60 ภาพแสดงการศึกษาและตดั ทอนรปู ทรงสญั ญะ“หมอ้ ลายวจิ ติ ร”
ท่ีมา : อรัญ วานิชกร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ้องถน่ิ .
กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

การวิเคราะห์หม้อน้ำลายวิจิตรของเกาะเกร็ดในปัจจุบันมีความสวยงามและวิจิตรเป็น
อย่างมาก แต่ไม่ประสบความสำเร็จทางการขายเท่าที่ควรเนื่องจากขาดการเชื่อมโยงกับการใช้สอยและการ
ตกแต่งสถานที่ในปัจจุบัน ด้วยเรื่องของขนาดที่ใหญ่โตและลวดลายที่ซับซ้อน ไม่เหมาะกับการตกแต่งอาคาร
สถานที่ในรปู แบบทันสมยั (Modern) ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยปรับให้ขนาดเล็กลง คงไว้เพียงรูปลักษณร์ ูปทรง
ที่ยังคงคลับคล้ายคลับคลาว่ามาจากภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด โดยการจัดการตัดทอน เรียบเรียง
พฤติกรรมและประโยชน์ใช้สอยเสียใหม่ให้ตั้งบนโต๊ะทำงานได้ สัมผัสได้ ใกล้มือผ่อนคลายความตึงเครียดใน
ระหว่างการทำงาน เนื่องจากดินเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีอุณหภูมิเย็น เพื่อการอยู่ร่วมกันและเกิดปฏิสัมพันธ์ใน
รปู แบบใหม่ที่ใกลต้ าใกลม้ อื และใกลใ้ จมากย่ิงข้ึน

ภาพประกอบ 61 ภาพแสดงการออกแบบปรับเปลย่ี นประโยชน์ใช้สอยของหม้อนำ้ ลายวจิ ิตร
ท่มี า : อรญั วานชิ กร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ อ้ งถ่ิน.
กรงุ เทพฯ : สำนักพิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

161

3.2.3 งอบ หมายถึง เครื่องสวมศีรษะป้องกันแดดและฝน รูปร่างคล้ายจานคว่ำมีโครง
สานด้วยตอกไม้ไผ่เป็นลายเฉลวหรือตาชะลอมเป็นโครง กรุด้านนอกด้วยใบลานโดยเรียงเย็บเรียงเกยกันแผ่
ออกไปโดยรอบ ตรงกลางมรี ูกลม ๆ เรียกกระหม่อมงอบ ขอบปกี งอบใช้ไมป้ ระกับขอบงอบไม่ให้ขอบชำรุดง่าย
ภายในมี รังงอบสานด้วยตอกไม้ไผ่รูปทรงกระบอกโปร่ง ๆ ขยายขนาดตามศีรษะของผู้สวม ทำมากในภาค
กลางบริเวณอำเภอบางปะหัน จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา

ภาพประกอบ 62 ภาพแสดงการศกึ ษาและตดั ทอนรปู ทรงสญั ญะ “งอบ”
ท่มี า : อรัญ วานชิ กร, (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ้องถน่ิ . สำนักพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

การวิเคราะห์งอบ ด้วยตำแหน่งของผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาที่มีคุณค่าเป็นอย่างมาก
และเป็นของสูงที่คอยรับใช้ปกป้องศีรษะ ของชาวไร่ ชาวนาซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ที่เป็น
กระดูกสันหลังของประเทศชาติมายาวนานถือได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่มีบุญคุณต่ อคนไทยต่อประเทศชาติ
แนวทางการออกแบบในส่วนนามธรรม (Intangible) และทางจิตวิญญาณ (Spirit) เพื่อต้องการเชิดชูคุณค่า
ของรูปทรงผลิตภัณฑ์นี้โดยวางตำแหน่งของประโยชน์ใช้สอยเสียใหม่ให้ทำหน้าที่ใหม่โดยใช้ตั้งโชว์เป็นสื่อใน
การเชิดชูคุณค่าของความสำเร็จต่าง ๆ ของผู้ใช้ที่ได้รับ เพื่อใช้วางไว้ในตู้โชว์ประจำบ้านและมีการประสาน
ประโยชน์ ใช้สอยเพิ่มเติมเพื่อให้แสงสว่าง และเป็นการตอกย้ำในจิตใจถึงคุณค่าความสำเร็จที่ได้สู่ความมุ่งมนั่
ต่อยอดความสำเรจ็ ในกา้ วถดั ไปตลอดจนเป็นการสร้างบรรยากาศให้กบั การตกแต่งภายในตูโ้ ชวอ์ ีกด้วย

ภาพประกอบ 63 ภาพแสดงแนวคิดโลร่ างวัลอเนกประสงคเ์ ป็นโคมไฟและท่ี วางของในตัวจากรปู ทรงสัญญะ “งอบ”
ทีม่ า : อรญั วานชิ กร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ทอ้ งถิ่น.

162

กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.

3.2.4 นาง หมายถึง เครื่องมือจับปลาตามแหล่งน้ำตื้น ๆ สานด้วยไม้ไผ่หรือหวาย ใน
ภาคใตอ้ าจใชย้ ่านลิเภาถกั แทนหวาย

ภาพประกอบ 64 ภาพแสดงการศกึ ษาและตดั ทอนรูปทรงสญั ญะ “นาง”
ทมี่ า : อรญั วานชิ กร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ้องถ่ิน.
กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

การวเิ คราะห์นางรปู ทรงสัญญะของนางเคร่ืองมือจบั สัตว์น้ำชิ้นน้ีมคี วามเรียบง่าย และให้
ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลายในตัว รูปทรงที่เรียบง่ายนี้สามารถออกแบบเป็นสิ่งของได้หลายอย่าง เช่น เก้าอ้ี
Stool กระเป๋า ฯลฯ ในที่นี้ได้ออกแบบเป็นโคมไฟที่สามารถเก็บของได้ตั้งวางบนโต๊ะหัวเตียง หรือโต๊ะทำงาน
โดยแสงสว่างที่ลอดผ่านเส้นหวายออกมา จะให้บรรยากาศที่อบอุ่นสงบและเกิดความผอ่ นคลายแก่ผู้พักอาศัย
สร้างความสวยงามใหก้ บั อาคารสถานท่ี

ภาพประกอบ 65 ภาพแสดงการออกแบบโคมไฟตั้งโต๊ะจาก “นาง”
ที่มา : อรัญ วานิชกร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ อ้ งถน่ิ .
กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.

163

3.2.5 เปลกระบอก หมายถึง กระบอกไม้ไผ่ลำเดียวผ่าเป็นซีก ๆ จากนั้นสานให้คงรูป
เปน็ เปลดว้ ยวธิ ีการเดียวกนั อาจมีการทำสุ่มไกก่ ระบอก ใชเ้ พ่ือเล้ียงสตั ว์บางชนิดให้อยใู่ นบริเวณจำกัด

ภาพประกอบ 66 ภาพแสดงการศกึ ษาและตดั ทอนรูปทรงสญั ญะ“เปลกระบอก”
ทม่ี า : อรัญ วานชิ กร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ อ้ งถนิ่ .
กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

การวิเคราะห์เปลกระบอก ภูมิปัญญาการใช้กระบอกทั้งลำมาผ่าซีก และสานให้เกิดเป็น
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นี้ มีความสวยงามและสร้างความตื่นเตน้ ให้กับงานหัตถกรรมได้เป็นอย่างดผี ู้เขียนจงึ ต้องการ
คงความเป็นหตั ถกรรมชนดิ นไ้ี ว้ หากแต่ปรบั เปลี่ยนประโยชนใ์ ชส้ อยใหม่ใหเ้ ขา้ กับบรบิ ทของงานตกแต่งภายใน
บา้ นอาคารต่าง ๆ โดยได้ออกแบบเป็นเกา้ อี้ที่มีความแปลกตา วสั ดุและการผลิตท่ีน่าทึ่ง จะช่วยสร้างความสง่า
งามใหก้ ับอาคารสถานท่ีและหากลดขนาดลงสามารถออกแบบใหมเ่ พ่ือเปน็ โคมไฟ สำหรับการตกแตง่ ทส่ี วยงาม
และสร้างความฉงนสงสยั ถึงรูปแบบของการผลติ และวสั ดแุ กผ่ ูพ้ บเหน็ ได้

ภาพประกอบ 67 ภาพแสดงแนวคิดการออกแบบปรับเปลย่ี นประโยชน์ ใช้สอย
เก้าอแี้ ละโคมไฟจาก “เปลกระบอก”และ ” สมุ่ ไก”่

ที่มา : อรัญ วานิชกร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ อ้ งถิ่น.
กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.

3.2.6 กรอ้ วดิ น้ำ หมายถึง เครือ่ งจักรสานยาด้วยชนั และนำ้ มันยางรปู ร่างคล้ายบุ้งก๋ีแต่มี
ขนาดเล็กกว่าใชว้ ิดนำ้ ออกจากท้องเรือ

164

ภาพประกอบ 68 ภาพแสดงการศกึ ษาและตดั ทอนรูปทรงสญั ญะ“กรอ้ วดิ น้ำ”
ทมี่ า : อรญั วานชิ กร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ท้องถิ่น.
กรงุ เทพฯ : สำนักพิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

การวิเคราะห์กร้อวิดน้ำ ด้วยรูปทรงที่เรียบง่ายและมีสัญญะที่จินตนาการได้ถึงเก้าอ้ี
จึงออกแบบเพียงแค่ใสโ่ ครงสร้างเพ่ิมให้เป็นขาเพ่ือทำหน้าที่รองรับโดยร้อยเรียงเชื่อมโยงกับโครงสร้าง สัญญะ
ของกรอ้ วดิ น้ำไปในตวั เม่อื นำเสนอภาพร่างออกมาใหผ้ ลของงานออกแบบเปน็ ไปในลักษณะที่เรียบงา่ ย มีความ
อ่อนน้อม ถ่อมตัวของรูปทรง จะทำให้งานออกแบบชิ้นนี้อยู่ได้อย่างยาวนานไม่เบื่อ โดยสามารถใช้ในการ
ตกแต่งรสี อรท์ ที่พัก หรอื ร้านอาหารได้อยา่ งสวยงามและเป็นกนั เอง

ภาพประกอบ 69 ภาพแสดงแนวคดิ การออกแบบปรับเปลยี่ นประโยชน์ ใชส้ อยเก้าอี้จาก “เกา้ อี้กร้อวิดนำ้ ”
ทม่ี า : อรัญ วานิชกร (2559). การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ทอ้ งถ่ิน.
กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

4. สรปุ

ศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย หมายถึง งานหัตถกรรมที่มีคุณลักษณะของความงามที่แฝงภูมิ
ปัญญาและค่านิยมของชุมชนและทักษะเฉพาะตัว ใช้ฝึมือระดับสูงที่สร้างขึ้นในยุคปัจจุบันหรือสมัยเดียวกัน
และได้รับอิทธิพลจากความเป็นโลกาภิวัตน์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านความหลากหลายของการ
เลือกใช้วัสดุ หลากหลายวิธีการและแนวความคิด และทำให้เกิดรูปแบบของผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่
มีลักษณะผสมผสาน แปลกแหวกกรอบจากงานรูปแบบของศลิ ปหตั ถกรรมไทยพ้ืนถนิ่ ทั่วไป

165

วัฒนธรรมร่วมสมัย หมายถึง วัฒนธรรมที่สะท้อนความเป็นปัจจุบันที่ยังคงปรากฏรากเหง้าทาง
ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนนั้น ๆ และถูกนำมาปรับแต่งต่อยอด มีกรอบการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยผ่าน
กระบวนการประยุกต์ ผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ มีการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างมิติของ
เวลา สถานที่และความสัมพันธ์ของสมาชิกในสังคม ผ่านการใช้เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีการตีแผ่
ความคิดเกี่ยวกับสภาพแห่งปจั จุบนั สมยั ใหส้ ังคมรับรู้ ซึ่งวัฒนธรรมร่วมสมัยส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการ การ
ต่อยอดภมู ิปัญญาผนวกดว้ ยความคดิ สรา้ งสรรค์

แนวคิดการออกแบบร่วมสมัยเป็นรูปแบบของการสร้างสรรค์ที่ผ่านการคิดทำมาอย่างดี มีความ
สวยงาม มีประสิทธิภาพและมชี ่วงเวลา เนอ่ื งจากความรว่ มสมัย คือ "ชว่ งเวลาหนึ่ง" การออกแบบจงึ มีความลื่น
ไหลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีความผสมผสาน ไม่ซับซ้อนและเปิดกว้างมาก ไม่มีกำแพงกั้นระหว่างความ
หลากหลายรูปแบบที่เอาเข้ามาใช้ด้วยกัน เช่น ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมของสถาปนิกซาฮา ฮาดิด
(Zaha Hadid) ที่ออกแบบสร้างอาคารโค้งยาวที่ผสมผสานรูปแบบและมุมที่แตกหักซึ่งสะท้อนถึงความสับสน
วุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่ มีการใช้ประตูกระจกที่เป็นทั้งกำแพงที่อยู่อาศัยสามารถเปิดออกไปด้านนอกได้ การ
ออกแบบหลงั คาทที่ ำจากพืชหรอื หญา้ ท่ีทนแลง้ เปน็ ต้น

แนวคิดการปรับเปลี่ยนเพื่อการออกแบบร่วมสมัย มีรูปแบบการปรับเปลีย่ นดว้ ยการใช้วิธีต่าง ๆ
ดังนี้ การปรับเปลี่ยนวัสดุ การปรับเปลี่ยนผู้ใช้ การปรับเปลี่ยนสถานท่ี การปรับเปลี่ยนหน้าที่ การปรับเปลีย่ น
รปู แบบ

แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑห์ ัตถกรรมร่วมสมัย ด้วยการออกแบบผลติ ภัณฑใ์ หมท่ ่ีไม่เคยมีมา
ก่อนเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมปัจจุบัน โดยใช้อัตลักษณ์และภูมิปัญญาส่วนที่เป็นนามธรรมใน
วัฒนธรรมเดิมมาเป็นปัจจัยในการกำหนดรูปแบบ และการใช้กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญ า
ทอ้ งถิน่ ของอาจารยอ์ รญั วานิชกร ประกอบดว้ ยกระบวนการต่าง ๆ ดงั น้ี การสรา้ งแรงบนั ดาลใจจากภูมปิ ญั ญา
ท้องถิ่น การร่างภาพเพื่อศึกษารูปทรงของผลิตภัณฑ์ การตัดทอนรายละเอียด พื้นผิว ลวดลายของรูปทรง ให้
เปน็ เหลอื แตร่ ปู ทรงหรือโครงสร้างที่เรียบง่าย การถอดรายละเอยี ดดว้ ยการวิเคราะห์ด้านองค์ประกอบเพ่ือการ
ออกแบบต่าง ๆ แล้วนำมาจัดวางเรียบเรียงองค์ประกอบขึ้นใหม่ การวางแผนด้านการออกแบบเพื่อให้เกิด
ประโยชน์ใช้สอยและพฤติกรรมในรูปแบบใหม่ กระบวนการออกแบบเพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ และ
กระบวนการผลติ ผลงานต้นแบบ

แนวทางการศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัยนั้นไม่ได้แตกต่างจากการศึกษาผลงาน
ศิลปหัตถกรรมของภาคอนื่ ๆ นักศกึ ษาควรทำความเข้าใจและรู้จักทั้งการศึกษาคุณคา่ เชิงรูปธรรม (Tangible)
ไดแ้ ก่ องค์ประกอบดา้ นการออกแบบ (Design Elements)

5. คำถามท้ายบท

1. ให้นิสิตหาภาพผลงานผลิตภัณฑ์ศลิ ปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ท่ีสะท้อนถงึ นยิ ามคำจำกัดความ
“ศิลปหตั ถกรรมไทยร่วมสมยั ” ตามที่ไดเ้ รียนมาคนละ 5 ภาพ พร้อมคำอธบิ ายแต่ละภาพประกอบ

166

2. ให้นิสิตหาภาพผลงานผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ที่สะท้อนถึง“แนวคิดการ
ปรับเปล่ยี น เพอ่ื การออกแบบรว่ มสมัย” ตามทไี่ ด้เรยี นมาคนละ 3 ภาพ พร้อมคำอธบิ ายแต่ละภาพประกอบ

3. ให้นิสิตเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยจากภาคต่าง ๆ ภาคละ 1 ชิ้นงาน แล้วศึกษาตาม
กระบวนการออกแบบผลติ ภัณฑจ์ ากภูมิปญั ญาท้องถิ่นของอาจารยอ์ รัญ วานิชกร เพื่อออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์
ใหม่ จำนวนภาคละ 1 ชิ้นงาน

6. แบบฝึกหดั ปฏบิ ัตงิ านออกแบบทา้ ยบท

1. ให้นิสิตออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยร่วมสมัย 1 ชิ้น โดยใช้กระบวนการออกแบบ
ผลติ ภณั ฑ์จากภูมปิ ญั ญาไทยตามทไ่ี ด้เรียนมาตามเนื้อหาในบทที่ 7

167



บทท่ี 8
แนวทางการสร้างแรงบนั ดาลใจและการกำหนดทศิ ทางในการออกแบบ

จากงานศิลปหตั ถกรรมไทย

แผนการสอนครัง้ ท่ี 14

หัวข้อ แนวทางการสร้างแรงบันดาลใจและการกำหนดทิศทางในการออกแบบ
จากงานศลิ ปหัตถกรรมไทย

ผู้สอน อาจารย์ ดร.พรนารี ชัยดิเรก
เวลา 240 นาที

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ให้นสิ ิตเขา้ ใจ แนวทางการสร้างแรงบันดาลใจและการกำหนดทศิ ทางในการออกแบบเพื่อ
การออกแบบผลิตภัณฑ์ศิลปหตั ถกรรมไทยร่วมสมยั
2. เพอ่ื ใหน้ ิสติ เรียนรูแ้ ละฝึกปฏิบตั จิ รงิ ดว้ ยการสร้างแรงบนั ดาลใจและการกำหนดทศิ ทางในการ
ออกแบบเพ่ือการออกแบบผลิตภณั ฑ์ศลิ ปหัตถกรรมไทยรว่ มสมยั

เนอ้ื หา
1. การคน้ หาแรงบนั ดาลใจจากงานศิลปหตั ถกรรมไทย
2. การวิเคราะห์องคป์ ระกอบด้านการออกแบบ และหลักการออกแบบผลติ ภัณฑ์ศิลปหตั ถกรรม
ไทยรว่ มสมยั
3. การออกแบบด้านรปู ธรรม
4. การออกแบบด้านนามธรรม
5. การสร้างกระดานบรรยายอารมณ์และรปู แบบของผลิตภณั ฑ์ (Mood Board)
6. การกำหนดทิศทางในการออกแบบผลติ ภัณฑ์ศลิ ปหตั ถกรรมไทยร่วมสมยั

การจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายวตั ถุประสงค์และเน้ือหาโดยรวม 15 นาที

2. บรรยายเนอื้ หาและหัวข้อต่าง ๆ 60 นาที

3. ศึกษาเรยี นรผู้ ลงานตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจและ 150 นาที

การกำหนดทิศทางในการออกแบบเพ่ือการออกแบบผลติ ภณั ฑ์

ศลิ ปหตั ถกรรมไทยร่วมสมัย

4. นสิ ติ ซกั ถามปรึกษาเน้ือหาการเรยี น 15 นาที

168

ส่อื การสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า การออกแบบศลิ ปหัตถกรรม
2. ไฟล์นำเสนอภาพน่ิงผ่านโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3. หนงั สอื ตำรา วารสารต่าง ๆ ท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั การออกแบบ
ศลิ ปหัตถกรรมไทย
4. ตัวอยา่ งผลติ ภณั ฑ์ ผลงานหตั ถกรรมสำหรับการเรยี นการสอนท่เี กย่ี วขอ้ ง
(ตามความเหมาะสมของเนือ้ หาการเรยี น)

การประเมินผล
1. สังเกตจากพฤติกรรมของผู้เรยี น
2. ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมในการช้ันเรียน
3. ประเมินผลจากคำถามท้ายบทท่ี 8
4. ประเมนิ ผลจากแบบฝึกหดั ปฏิบตั งิ านออกแบบทา้ ยบท

หนงั สอื อา้ งองิ
กุลนิษก์ สอนวิทย์. (2017). ทฤษฎกี ารออกแบบ. สืบคน้ จาก http://identity.bsru.ac.th/archives/5017
กติ ติพงษ์ เกยี รติวิภาค. (2017). พฒั นาดา้ นการออกแบบผลติ ภัณฑ์ โดยใชก้ รอบแนวคดิ การออกแบบหัตถ
อุตสาหกรรม. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , 9(2),
น. 333-366.
ณัฐสุภา เจริญย่งิ วฒั นา. (2555). การคน้ หาและถา่ ยทอดแรงบันดาลใจในงานออกแบบแฟชน่ั . วารสาร
สถาบนั วัฒนธรรมและศลิ ปะ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. 14(1), น. 21-31.
พรสนอง วงศส์ ิงห์ทอง. (2550). การออกแบบและพฒั นาแฟช่ันและมัณฑนภัณฑ์.
กรงุ เทพฯ : วิสคอมเซ็นเตอร์.
อรัญ วานิชกร. (2559). การออกแบบผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
Steiner, F., and Harmon, R., ( 2009) . The Impact of Intangible Value on the Design and
Marketing of New Products and Services: An Exploratory Approach. In the
Proceedings of PICMET 2009, August 2-6, Portland, Oregon USA.
Vongthong. (2559). Mood board สำคญั อยา่ งไรกับการออกแบบผลิตภัณฑ์. Retrieved from
http://vongthong.blogspot.com/2016/09/mood-board_2.html

169

บทที่ 8
แนวทางการสรา้ งแรงบันดาลใจและการกำหนดทศิ ทางในการออกแบบ

จากงานศลิ ปหตั ถกรรมไทย

1. การคน้ หาแรงบนั ดาลใจจากงานศลิ ปหตั ถกรรมไทย

แรงบันดาลใจ (Inspiration) ถือเป็นกุญแจสําคญั ท่ีจะนํามนษุ ย์ไปสู่ความสําเร็จในหลาย ๆ ด้าน
ของชีวิต กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆให้ประสบความสําเร็จได้ล้วนมีรากฐานมา
จากแรงบันดาลใจและจนิ ตนาการของมนุษย์ เพียงแตม่ นุษยเ์ องต้องเป็นผูแ้ สวงหาแรงบันดาลใจ รวมถึงมคี วาม
มุ่งมั่นทีจ่ ะแปรเปลี่ยนแรงบนั ดาลใจและแนวความคิดท่ีเปน็ นามธรรมเหลา่ น้ัน ไปสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างผลงาน
ท่ีมคี วามเป็นรปู ธรรม สามารถนําไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ (ณัฐสภุ า เจริญย่งิ วัฒนา, 2555)

การสร้างแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาท้องถิ่น (Inspiration&Appreciation) เป็นการศึกษา
คุณค่าด้านรูปธรรม (Tangible) ได้แก่ เส้นสาย ลวดลาย รูปลักษณ์ รูปทรง สีสัน พื้นผิวและวัสดุ และคุณค่า
ด้านนามธรรมของผลติ ภัณฑ์ (Intangible) ได้แก่ ความซาบซึง้ ในเรือ่ งราว คุณค่าและความหมาย จิตวิญญาณ
ทีแ่ ฝงอยใู่ นภมู ิปญั ญา ปรัชญาแนวคดิ การแก้ปญั หาเชงิ ความคิดและเชงิ ชา่ ง อาจจดั รวบรวมอยใู่ นลกั ษณะของ
ผงั ภาพแสดงอารมณ์ (Moodboard) ได้ (อรญั วานิชกร, 2559)

1.1 วิธกี ารคน้ หาแรงบนั ดาลใจในการออกแบบ สว่ นใหญไ่ ด้มาจาก
- แรงบนั ดาลใจท่มี าจากภายในที่ไดม้ าจากจินตนาการหรือประสบการณส์ ่วนบคุ คลท่ีสงั่ สมมา
- แรงบันดาลใจที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่อยู่รอบตัวมนุษย์ บ่อยครั้งได้มาจากการ

ค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสือ นิตยสาร ห้องสมุด งานศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ นิทรรศการ
พิพิธภัณฑ์ ภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจําวัน ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม การท่องเที่ยว
สถาปตั ยกรรม เฟอร์นเิ จอร์ รวมถึงเหตุการณ์ที่สะทอ้ นเรือ่ งราวตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดข้ึนในช่วงเวลาหนงึ่ หรอื Zeitgeist
(Spirit of the times : จติ วญิ ญาณแหง่ ยุคสมัย)

- แรงบันดาลใจอาจจะมาจากความประทับใจที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรืออาจจะมาจากการ

ผสมผสานกันของหลาย ๆ สิ่งก็ได้ ดังนั้นแรงบันดาลใจในการออกแบบจึงสามารถหาได้จากทุกสิ่งขึ้นอยู่กับ
การสังเกตและนําสิ่งทีพ่ บเหน็ รวมถึงการนาํ ประสบการณ์สว่ นตวั มาสร้างเป็นแรงบันดาลใจได้ทงั้ สนิ้

การค้นหาแรงบันดาลใจเบื้องต้นสามารถค้นหาได้จากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ขึ้นอยู่กับ
ประสบการณ์รวมถึงกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล เพื่อนําไปตั้งประเด็นในการออกแบบท่ี
น่าสนใจ แรงบันดาลใจจึงอาจมีได้มากกว่าหนึ่งเรื่องราว อย่างไรก็ดีหากนักออกแบบมีแรงบันดาลใจหลาย ๆ
เรื่องที่ต้องการนํามาสร้างเป็นผลงานออกแบบ ควรจะต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลของแรงบันดาลใจต่าง ๆ เพ่ือ
กําหนดแนวคดิ หลักในการออกแบบ ซ่งึ จะช่วยทาํ ให้เกดิ ความเป็นเอกภาพและสามารถส่ือสารผลงานไปสู่ผู้ชม
หรือลูกค้าได้อย่างตรงประเด็น นอกจากนั้นแล้วนักออกแบบยังสามารถถ่ายทอดแนวความคิดดังกล่าวลงบน
ผลงานผ่านทางองค์ประกอบด้านการออกแบบและรายละเอยี ด

170

ต่าง ๆ เช่น รูปทรง ลวดลาย สีสัน พื้นผิว ฯลฯ ที่เหมาะสมจะช่วยสื่อถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการ
ออกแบบได้อย่างชดั เจนมากย่ิงขน้ึ

1.2 ตวั อย่างการนำแรงบนั ดาลใจมาใชใ้ นการออกแบบงานศลิ ปหตั ถกรรมไทย

ภาพประกอบ 70 ภาพการนำแรงบันดาลใจมาใช้ในการออกแบบงานศิลปหัตถกรรมไทย
ท่มี า : นกั ศึกษาช้นั ปีท่ี 1. (2563). เอกการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์.

กรงุ ทพฯ : มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.

2. การวิเคราะห์องค์ประกอบด้านการออกแบบ และหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์
ศลิ ปหัตถกรรมไทยรว่ มสมยั

2.1 องค์ประกอบดา้ นการออกแบบ
องค์ประกอบด้านการออกแบบถือเป็นองค์ประกอบมูลฐานของงานออกแบบที่นักศึกษาต้อง

เรียนรูเ้ ป็นพ้นื ฐาน เพอื่ การนำไปใชใ้ นการออกแบบได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ สว่ นประกอบขององค์ประกอบด้านการ
ออกแบบ มดี งั นี้

1. จดุ (Point) เป็นองค์ประกอบทสี่ ามารถสัมผัสและรับรไู้ ด้น้อย แตใ่ นทางศลิ ปะ
จุด ๆ หนึ่งที่ปรากฏในภาพอาจจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ในความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นรูปสัญลักษณ์สิ่งต่าง ๆ เช่น
การนำเอาจุดมาแทนสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในระยะหนทางที่ห่างไกล เช่น ดวงดาว แสงไฟ ฯลฯ การตีความใน
จินตนาการอาจขยายกว้างใหญ่กว่าการรบั รู้หลายเท่า และมรี ปู แบบที่เปล่ียนไปได้อยา่ งไมส่ ิน้ สุด

171

2. เส้น (Line) เส้นตรง เส้นโค้ง เส้นซิกแซก เส้นขยุกขยิก เป็นต้น ซึ่งเส้นที่ปรากฏใน
ลักษณะทตี่ า่ งกันก็จะมีอิทธิพลทีส่ ามารถกระตุ้นเรา้ ความรสู้ ึกจากการรบั รู้ให้แตกต่างกันออกไป

3. รูปร่างและรปู ทรง (Shape & Form) ได้แก่
-รูปร่าง (Shape) คือ รปู แบน ๆ มี 2 มิติ มีความกว้างกับความยาวไม่มีความหนาเกิดจาก
เสน้ รอบนอกท่ีแสดงพนื้ ท่ีขอบเขตของรูปต่าง ๆ เช่น รปู วงกลม รูปสามเหลีย่ ม หรือ รูปอิสระที่แสดงเน้อื ท่ขี อง
ผิวที่เป็นระนาบมากกวา่ แสดงปริมาตรหรอื มวล
-รูปทรง (Form) คือ รปู ท่ลี กั ษณะเป็น 3 มติ ิ โดยนอกจากจะแสดงความกว้าง ความยาว
แลว้ ยงั มีความลึกหรือความหนา นูน ด้วย เชน่ รปู ทรงกลม รปู ทรงสามเหลีย่ ม ทรงกระบอก ใหค้ วามรูส้ กึ มี
ปรมิ าตร ความหนาแน่น มีมวลสารทีเ่ กิดจากการใชค้ ่านำ้ หนกั หรอื การจดั องค์ประกอบของรปู ทรงหลายรูป
รวมกนั
ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงเมื่อนำรูปทรงหลาย ๆ รูปมาวางใกล้กันรูปเหล่านั้นจะมี
ความสัมพันธ์ดึงดูดหรือผลักไสซึ่งกันและกัน การประกอบกันของรูปทรงทำได้โดยใช้การนำรูปเรขาคณิต รูป
อินทรีย์ และรูปอิสระมาซอ้ นทับกนั ผนึกเขา้ ด้วยกัน แทรกเข้าหากนั หรือรปู ทรงท่ีบิดพันกัน นำมาประกอบเข้า
ดว้ ยกนั จะไดร้ ปู ลักษณะใหม่ ๆ อย่างไม่สิ้นสดุ
4. โครงสร้าง (Structure) ในผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งจะประกอบด้วยโครงสร้างภายในท่ี
เปรียบเสมือนโครงกระดูกที่ช่วยทำให้รูปทรงของผลิตภัณฑ์คงรูปอยู่ได้มีความเป็น 3 มิติ และมีลักษณะ
เดียวกับโครงสร้างของอาคารทางวิศวกรรมทั่วไป ที่ประกอบด้วย เสา คาน เปลือกนอก หรือเป็นรูปแบบ
โครงสร้างโค้ง (Arch) ที่แบกรบั แรงกดทบั บีบอดั ในทศิ ทางเดียวเท่านน้ั
5. สี (Color) สีเป็นคุณลักษณะที่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทตา โดยอาศัยแสงเป็นตัว
ส่องสว่าง สีแต่ละสีมีสมบัติเฉพาะตัวที่สามารถกระตุ้นเร้าให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันอกไป เช่น สีแดงย่อม
กระตนุ้ เรา้ ความรูส้ ึกใหเ้ กดิ แตกตา่ งไปจากสีขาวหรือสีดำทำใหค้ วามรจู้ ากการรบั รไู้ มเ่ หมือนสีเขียว เป็นต้น
6. พื้นผิว (Texture) พื้นผิวอาจเป็นเนื้อหยาบหรือเนื้อละเอียด แข็งหรือหยาบ นิ่มหรือ
เรียบ พื้นผวิ จะทำให้ผู้ดเู กิดความรู้สกึ ไม่วา่ ดว้ ยสายตาหรือรา่ งกาย พื้นผิวเปรียบเสมอื นตัวแทนของมวลภายใน
ของวัตถุนัน้ จากลกั ษณะพน้ื ผิวท่ีทำให้ความรูส้ ึกทแี่ ตกต่างกัน ทำให้มีการนำเอาลักษณะต่าง ๆ ของพ้ืนผิวเข้า
มามสี ่วนรว่ มในการสร้างงานศิลปะ เพื่อกระตุน้ เรา้ ผดู้ เู กดิ ความรสู้ ึกทต่ี า่ งกนั เมื่อไดส้ มั ผสั ภาพผลงานท่มี ีพ้ืนผิว
ท่ตี ่างกนั

172

ภาพประกอบ 71 ภาพองคป์ ระกอบดา้ นการออกแบบ
ที่มา : Opus Web Design. (2016). ELEMENTS OF DESIGN.
Retrieved from https://www.onlinedesignteacher.com/2015/11/design-elements_91.html

2.2 ทฤษฎกี ารออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design Theory)
กุลนิษก์ สอนวิทย์ (2017) สรุปเรื่องนี้ไว้ว่า ทฤษฎีการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย

แนวคดิ และทฤษฎีย่อยอื่น ๆ ทจ่ี ำเป็นสำหรบั การออกแบบผลิตภณั ฑ์ศิลปหัตถกรรมรว่ มสมัยไว้ ดังน้ี
2.2.1 การสร้างดุลยภาพในงานศิลปะและงานออกแบบ เป็นหลักในการจัดองค์ประกอบใน

ภาพใหเ้ กดิ เอกภาพ ดุลยภาพมี 4 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. ดลุ ยภาพแบบสมมาตร (Symmetrical Balance)
2. ดุลยภาพแบบอสมมาตร (Asymmetrical Balance)
3. ดลุ ยภาพแบบคล้ายคลงึ กัน (Approximate Symmetry Balance)
4. ดลุ ยภาพแบบรัศมี (Radial Balance)

2.2.2 ทฤษฎีสัดส่วน (Proportion) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับงานออกแบบทุก
ประเภท เพราะสัดส่วนมีความเกี่ยวข้องกับขนาด และระยะที่สัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความ
ใกล้เคียงกับความจริงหรือสภาพแวดล้อม มีความเหมาะสมในการใช้งานและเกิดความสวยงาม ดังนั้นทฤษฎี
สัดส่วน หมายถึง ความสัมพนั ธข์ ององค์ประกอบมลู ฐานของการออกแบบท่ปี รากฏในผลงาน ซง่ึ มีขนาด รปู รา่ ง
รูปทรง ที่เหมาะสมกลมกลืนกันทั้งในตัววัตถุเองและสภาพแวดล้อม รวมทั้งมีความสัมพันธ์กับการใช้งาน
สัดส่วนมีลักษณะ 3 ประการ คือ สัดส่วนที่เหมือนกันเท่ากันไม่แสดงความแตกต่างขององค์ประกอบในภาพ
หรือที่เรียกว่า การซ้ำกัน (Repetition) ให้ความรู้สึกสงบเงียบ สัดส่วนที่แตกต่างกันซึ่งอาจเป็นไปตามกฎของ
สัดส่วนหรือแตกต่างในลักษณะอื่น ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวนำสายตาไปยังจุดสนใจและสัดส่วนที่ตัดกัน โดย
แสดงความแตกต่างกันขององค์ประกอบในภาพอยา่ งชัดเจน สรา้ งความนา่ สนใจไดเ้ ปน็ อย่างดี

173

2.2.3 ทฤษฎีความกลมกลืนและความขัดแย้ง ความกลมกลืน หมายถึง การนำองค์ประกอบ
มลู ฐานของการออกแบบท่ีมีลักษณะคลา้ ยคลึงกัน ไมว่ า่ เปน็ เสน้ สี รปู รา่ ง ลักษณะพน้ื ผวิ บริเวณวา่ ง แสง และ
เงา มาใช้ในการออกแบบได้อยา่ งเหมาะสมลงตวั เกิดความประสานสอดคลอ้ งกันอยา่ งพอเหมาะพอดี

2.2.4 ทฤษฎีจังหวะ จังหวะ หมายถึง การซ้ำกันอย่างต่อเนื่องขององค์ประกอบมูลฐานของ
การออกแบบ ได้แก่ เส้น รูปร่างและรูปทรง สี ลักษณะพื้นผิว บริเวณว่าง แสง และเงาที่มีลักษณะเหมือนกัน
หรือการสลับไปมาขององค์ประกอบที่แตกต่างกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเป็นระเบียบ เกิดเป็น
ลวดลายให้ความรู้สกึ เคลื่อนไหวอยา่ งเป็นจังหวะ

2.2.5 ทฤษฎกี ารเนน้ การเน้น หมายถงึ การทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของผลงานมีความโดดเด่น
กว่าส่วนประกอบอน่ื ๆ ซึง่ สามารถรบั รูไ้ ด้จากการมอง เพือ่ สร้างจดุ สนใจให้เกิดขน้ึ ในผลงาน จุดเด่นท่ีเน้นควร
มีเพียงจุดเดียว โดยพิจารณาจากเนื้อหาเรื่องราวหรือความหมายที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้ดูและการจัดวางใน
ตำแหนง่ ทเ่ี หมาะสม รปู แบบของการเน้น คอื การเนน้ ดว้ ยความแตกต่าง ดว้ ยความโดดเดน่ และด้วยการจัดวาง

2.2.6 ทฤษฎีเอกภาพ เอกภาพ หมายถึง การนำองค์ประกอบมูลฐานของการออกแบบไม่ว่า
จะเป็นเส้น รูปร่าง รูปทรง สี ลักษณะพื้นผิว บริเวณว่าง แสงและเงา มาจัดวางลงบนพื้นภาพอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้เกิดความประสานกลมกลืนเป็นอันหนึง่ อันเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้ของมนุษยใ์ นการมองภาพ
แล้วเช่อื มโยงองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ให้สัมพนั ธก์ ันอย่างเป็นระบบ

ภาพประกอบ 72 ภาพองคป์ ระกอบด้านการออกแบบและทฤษฎกี ารออกแบบ
ทมี่ า : Pinterest, (2018). THE PRINCIPLES OF DESIGN.

Retrieved from https://www.pinterest.com/pin/268527196515402563/

174

2.3 การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบดา้ นการออกแบบ
ในการวเิ คราะห์องค์ประกอบด้านการออกแบบ นิสิตควรวิเคราะห์ถึงองคป์ ระกอบแต่ละด้าน

ของผลติ ภณั ฑ์แตล่ ะช้นิ อย่างละเอียดแลว้ นำมาวิเคราะห์เช่ือมโยงกับด้านทฤษฎีการออกแบบ แล้วนำมาจัดทำ
เป็นภาพตารางการวเิ คราะห์องค์ประกอบด้านการออกแบบ (Design Matrix) ขึ้นเพื่อให้ดูง่าย และสะดวกต่อ
การนำไปใช้ในขั้นต่อไป การทำเป็นภาพตารางยังสามารถใช้กับการวิเคราะหผ์ ลิตภัณฑ์ได้ทีละหลายชิ้น จะทำ
ให้เห็นภาพรวมของหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ในการวิเคราะห์องค์ประกอบด้านการออกแบบ และทำให้เห็นว่า
องค์ประกอบด้านการออกแบบเรื่องใดที่ผลิตภัณฑ์มีการใช้มาก-น้อยที่สุดได้ ดังภาพตัวอย่าง ตารางการ
วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบดา้ นการออกแบบ (Design Matrix) ดงั นี้

175

ภาพประกอบ 73 ภาพตวั อย่างตารางการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบด้านการออกแบบ(Design Matrix)
ทมี่ า : กันติชา เกิดอยู่, (2564). เอกการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศลิ ป์.
กรงุ ทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

2.4 กรอบแนวคิดการออกแบบผลิตภณั ฑ์ศลิ ปหตั ถกรรมไทยรว่ มสมัย
กติ ติพงษ์ เกยี รตวิ ภิ าค (2017) เสนอวา่ กรอบแนวคดิ การออกแบบผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม

ไทยร่วมสมยั มีข้นั ตอนตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. ทำความเขา้ ใจในงานออกแบบสากล (สไตล์และความตอ้ งการในสังคม) การทำความเข้าใจ

ในงานออกแบบและงานออกแบบสากล ถือเป็นเรื่องแรกที่ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึง เพราะนักออกแบบต้อง
เข้าใจและทราบถึงสิ่งที่ตนเองมีความประสงค์จะศึกษาและออกแบบว่าสิ่งที่ต้องการออกแบบนั้นทำอะไร ทำ
เพ่ือใคร ที่ไหน และทำทำไม ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการวางแผนในการออกแบบ การทำความเข้าใจในงาน
ออกแบบ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งในการดำเนินงานเพื่อให้ได้แนวทางการพัฒนาและผลงานออกแบบ
สร้างสรรคท์ ี่ต้องการ

2. การรู้สึกและศรัทธาในรากเหง้าภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม ผู้ออกแบบต้องศึกษา
ที่มา คติรากเหง้า บริบททางสังคมและวัฒนธรรมให้ถ่องแท้เสียก่อน ก่อนนำไปพัฒนาในทิศทางที่ถูกต้อง
เหมาะสม การศกึ ษาในทางมิตวิ ฒั นธรรม ยงั ขนึ้ อยูก่ ับฐานของการคิดของชาวบ้านท่ีออกมาจากตัวชาวบ้านเอง
การมองให้เห็นถึงบริบทของปรากฏการณ์การมองโดยไม่มีความคิดอคติใด ๆ ครอบงำ รวมทั้งการมองว่า
ปรากฏการณท์ ่ีศกึ ษานัน้ มเี ง่อื นไขอะไรบ้างมขี อ้ จำกัด หรอื ทัศนคติ ความเช่ืออะไรบา้ ง

3. การศึกษาเรียนรู้บริบททางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนในชุมชน (ความชำนาญ
เทคนิคความสามารถของคนในชุมชน) ในการศกึ ษาเรียนรู้บริบททางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนในชุมชน
เป็นการเรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับลักษณะของวัสดุ (จากธรรมชาติหรือวัสดุดั้งเดิม) วิธีการ
รูปแบบงานหัตถกรรมไทยและขั้นตอนต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ ศิลปหัตถกรรมนั้น ๆ ให้ถ่องแท้ การเข้าใจ
คุณสมบัติและลักษณะเฉพาะของวัสดุ การนำวัสดุไปแปรรูปและนำไปใช้ การเข้าใจวิธีคิด การเข้าใจกรรมวิธี

176

การสร้างสรรค์ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นจนได้ผลงานหัตถกรรม สิ่งนั้นจะเป็นตัวแปรของแนวคิดให้สามารถต่อยอดใน
การออกแบบได้ การเรียนรู้เทคนิคและภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมจะ สามารถทำให้เราแทรกซึมไปใน
กระบวนความคดิ ในทกุ ช่วงของการสรา้ งสรรค์ สามารถคดั เลอื กเทคนิคเฉพาะส่วนหรอื เป็นภาพรวมนำมาใช้ต่อ
ยอด ตราบใดท่ีเราเขา้ ใจกระบวนการ กจ็ ะสามารถนำขอ้ มลู หรอื องคค์ วามรนู้ น้ั มาใช้ได้อย่างเหมาะสม

3. การออกแบบด้านรปู ธรรม (Tangible)

ด้านรูปธรรมของผลิตภณั ฑ์ถอื เปน็ รูปลักษณภ์ ายนอกของผลติ ภัณฑ์ หรือลักษณะทางกายภาพที่
ผู้บริโภคสัมผัสหรือรับรู้ได้ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่หลัก สร้างความน่าสนใจแก่ตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนมากแล้วจะเป็น
องค์ประกอบด้านการออกแบบ (Design Elements) ที่เห็นได้จากภายนอก เช่น เส้นสาย ลวดลาย รูปทรง
สีสนั พ้นื ผวิ วัสดุ และรายละเอยี ดต่าง ๆ ซง่ึ เป็นคุณสมบตั ขิ องความเปน็ รปู ธรรม

4. การออกแบบดา้ นนามธรรม (Intangible)

คุณคา่ เชิงนามธรรมเป็นส่ิงท่จี ับต้องไม่ได้ ไม่สามารถมองเห็นไดจ้ ากภายนอก ได้แก่ ความซาบซ้ึง
ในเรื่องราว อารมณ์ในการใช้งานผลิตภัณฑ์ มีคุณค่าและความหมายด้านต่าง ๆ จิตวิญญาณที่แฝงไว้ ปรัชญา
แนวคดิ และภูมปิ ัญญา รวมถึงระดับหรือการแบง่ คลาสของผลิตภัณฑ์ การสร้างประสบการณใ์ นการบริโภคหรือ
การใช้งาน คุณค่าเชิงนามธรรมเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันได้ยาก บางครั้งไม่สามารถกำหนดให้เข้าใจได้ตรงกัน ซ่ึง
เป็นคณุ สมบัติของความเป็นนามธรรม (Steiner and Harmon, 2009) มีดงั น้ี

1. การดำรงอยูข่ องรูปร่าง ไมถ่ กู สรา้ งขนึ้ จากสสารทางกายภาพและไม่ใช้พ้นื ที่ทางกายภาพ
2. เป็นนามธรรม มีความจับต้องไม่ได้ในแง่ต่าง ๆ เช่น ความสุขกาย สบายใจ เบิกบานใจ
และความมัน่ คงทางการเงินเปน็ ตัวอย่างสินค้าหรอื บริการประโยชน์
3. มีความเฉพาะเจาะจงในสิ่งนั้น ๆ เช่น ระบุประเภทของสิ่งของ บุคคล เหตุการณ์
คณุ สมบัติ หรือสง่ิ ท่คี ล้ายคลงึ กัน
4. มีคุณลักษณะ 3 ประเภทท่ีเกีย่ วข้องกับ การคน้ หา ประสบการณ์ และความเชอื่
5. การไม่สามารถเข้าใจ ด้วยการจับต้องไม่ได้ของผลิตภัณฑ์ หรือบริการ เพราะซับซ้อน
เกนิ ไป เป็นนามธรรม หรือไมเ่ คยมีประสบการณ์มาก่อน

5. การสร้างกระดานบรรยายอารมณแ์ ละรปู แบบของผลติ ภณั ฑ(์ Mood Board)

พรสนอง วงศ์สิงห์ทอง (2550) สรุปไว้ว่า มูดบอร์ด(Mood Board) เป็นกระดานที่ใช้บรรยาย
บรรยากาศหรอื อารมณ์ ซงึ่ บรรยากาศของผลิตภัณฑ์หน่ึงเป็นส่ิงท่ีกระตุ้นความรู้สึก ความยวั่ อารมณ์ ซึ่งเวลาท่ี
เราเห็นจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น ๆ จากกระดานได้ เช่น ภาพที่ดูนุ่มนวลเย็นสบายตา ภาพไฟคุกรุ่น ภาพความ
สมบุกสมบัน มูดบอร์ดมีบทบาทหน้าที่สำคัญที่ใช้ในการสื่อสาร เป็นสิ่งที่ไว้ใช้บอกถึงเป้าหมายในการทำสไตล์
และสามารถส่งต่อไปถึงลกู คา้ ได้ มูดบอร์ดท่ลี ้มเหลวคือไมส่ ามารถส่ือสารอะไรได้เลย

มูดบอร์ด คือ สื่อกลางเป็นตัวรวบรวมความคิดและแรงบันดาลใจก่อนที่จะเริ่มต้นลงมือทำงาน
ซึ่งมันจะประหยัดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่คิดอะไรไม่ออก ช่วยในการนำเสนองานให้ลูกค้าดู ช่วยให้ลูกค้าของ

177

คณุ รับรูถ้ ึงอารมณ์ของงานและแนวทางที่ควรจะเป็น หลกี เล่ยี งการเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างคนทำงานกับลูกค้า
บางทีการพยายามอธิบายแนวคิดการออกแบบดว้ ยคำพดู (Vongthong, 2559)

5.1 หนา้ ทข่ี องกระดานบรรยายอารมณ์หรอื มดู บอรด์ มีดังนี้
มูดบอร์ดช่วยในการนำเสนองานได้อย่างชัดเจนเห็นภาพเป็นรูปธรรม ช่วยให้ลูกค้าของคุณ

รับรูถ้ งึ อารมณ์ของงานและแนวทางในการออกแบบ เพือ่ หลีกเล่ยี งการสื่อสารทส่ี ับสนระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับ
สาร ข้อดี คือ หลีกเลี่ยงการเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างนักออกแบบกับลูกค้า บางทีการพยายามอธิบายแนวคิด
การออกแบบด้วยคำพูด ลูกคา้ อาจจะยงั มองภาพไมอ่ อกซง่ึ มูดบอรด์ จะชว่ ยคณุ ได้มาก

5.2 เทคนิคการทำ Mood board
1. ใส่แรงบันดาลใจมูดบอร์ด เป็นสิ่งที่ไม่ได้นำไปใช้งานจริงเพียงแค่เอาไว้รวบรวม

ไอเดียเท่านั้น เราสามารถใส่แรงบันดาลใจเข้าไปได้ บางทีแต่ละงานที่ออกแบบอาจจะไม่เหมือนกัน ทำให้
องคป์ ระกอบในงานออกแบบทใ่ี สล่ งไปไม่เหมอื นกนั

2. สื่อสารอารมณ์ให้ได้ บางทีมูดบอร์ดอาจจะมีองค์ประกอบของอะไรบางอย่างท่ี
ไม่ได้ใช้ในงานออกแบบ แต่เพียงมันสามารถสื่ออารมณ์ของงานออกแบบของได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้า
กำลังจะออกแบบงานที่ดูอบอุ่น ก็ลองหาภาพที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่าง ภาพถ่ายในช่วงฤดูร้อน ภาพผู้คนใน
เทศกาลหนา้ รอ้ น ภาพเบยี ร์ ซง่ึ เม่อื เรามองมดู บอร์ดโดยรวมเราจะรับรถู้ งึ “ความรู้สกึ ของงานออกแบบ”

3. หลายตัวเลือกหลายครั้งที่เราออกแบบงานแล้วมีแนวคิดอันหลากหลายออกมา
เพราะฉะน้ันทำมันออกมาให้หมดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้งานสำเร็จออกมาได้อย่างดี การทำมูดบอร์ด
ออกมาหลายอนั ใหล้ กู ค้าได้เลอื กก็เป็นวธิ ีท่ีดีเย่ยี มอย่างหนง่ึ

4. สร้างจากงานออกแบบที่มีอยู่ บางที่เราอาจจะได้แรงบันดาลใจจากสิ่งของที่มีอยู่
จริง ภาพเรขศิลป์ของจริง ตัวอย่าง William Yarbrough นักออกแบบคนหนึ่งสนใจงานออกแบบในช่วงยุค
1950-60 ซึ่งเป็นยุคทองของการเดินทางทางอากาศ เขาจึงนำป้ายแท็ก ติดกระเป๋าและโปสการ์ดในช่วงเวลา
นั้นมาใช้ทำมดู บอร์ด โดยไดท้ งั้ ไอเดยี ตวั อกั ษรและคู่ สมี าใชง้ านจรงิ

5. มองหาสง่ิ ใหม่เสมอ การจะหาอะไรมาส่ืออารมณ์ของมูดบอร์ด ไม่จำเป็นจะต้องมี
ความเกยี่ วข้องกบั งานท่เี ราจะทำอยา่ งตรงไปตรงมา จึงนับวา่ เป็นมูดบอรด์ ท่ดี ี อยา่ งเช่นนักออกแบบ Carolyn
Farino กำลังออกแบบงานงานหนึ่งโดยกำหนดไว้ว่ามันจะต้องดูสดและสว่าง ซึ่งเธอก็ได้นำแรงบันดาลใจจาก
บรรจุภัณฑ์อาหาร งานศิลปะ ซึ่งเธอบอกว่าเราจะใช้อะไรมาทำมูดบอร์ดก็ได้ขอแค่ให้มันช่วยสร้างทิศทางของ
การออกแบบของคณุ ไมม่ ีอะไรผดิ อะไรถูกเสมอไป

6. นำสิ่งที่ต้องการออกแบบมาจัดวางองค์ประกอบมูดบอร์ด คือ สิ่งที่คุณต้องการจะ
ใหม้ ันเป็นหลังจากทผ่ี ่านการวางแผนการออกแบบกันมาแล้ว วิธหี นึ่งที่คณุ จะสร้างมูดบอร์ดขึ้นมาคือการลองนำ
องคป์ ระกอบของงานมาใส่ในมดู บอร์ด ซึ่งคณุ จะมองเหน็ เลยว่าอะไรทีด่ แู ปลกแยกออกมา อะไรทด่ี ูไม่เขา้ กนั

7. ใส่องค์ประกอบให้ครอบคลุม วิธีที่ทำให้มูดบอร์ดของคุณสมบูรณ์แบบก็คือ ใส่
องค์ประกอบ ชิ้นส่วนทง้ั หมดในงานออกแบบลงไปในมูดบอร์ด เพอื่ ทำใหล้ ูกค้าของคุณคิดวา่ คุณมีการวางแผน

178


Click to View FlipBook Version