The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรินทร สังข์ลาย, 2023-01-22 10:13:37

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

51 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 46. ข้อใดคือกลุ่มคุณธรรมเพื่อพัฒนาการท างาน ก. ขยัน ข. สะอาด ค. สุภาพ ง. กตัญญูกตเวที 47. ข้อใดไม่สอดคล้องกับคุณธรรมเพื่อพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม ก. ความเสียสละ ข. ความสามัคคี ค. ความมีวินัย ง. ความมีน้ าใจ 48. การประเมินคุณธรรม ผู้เรียนจะต้องมีผลการประเมินระดับใดขึ้นไป จึงจะผ่านการประเมิน ก. ปรับปรุง ข. พอใช๎ ค. ดี ง. ดีมาก 49.ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก. ผํานเกณฑ์การประเมินการเรียนรู๎รายวิชาในแตํละระดับการศึกษา ข. ผํานเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ไมํน๎อยกวํา 200 ชั่วโมง ค. ผํานการประเมินคุณธรรม ในระดับดีขึ้นไป ง. เข๎ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ 50. เอกสารหลักฐานการศึกษาใดที่สถานศึกษาด าเนินการเอง ก. ประกาศนียบัตร ข. ระเบียนแสดงผลการเรียน ค. แบบบันทึกพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน ง. แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา 51. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ ก. กศน.1 ข. กศน.2 ค. กศน.3 ง. กศน.4 52. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ ก. ประกาศนียบัตร ข. ระเบียนแสดงผลการเรียน ค. แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา ง. แบบบันทึกการพัฒนาคุณภาพชีวิต 53. เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ กศน.2 เรียกว่าอะไร ก. ประกาศนียบัตร ข. ระเบียนแสดงผลการเรียน ค. แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา ง. แบบบันทึกการพัฒนาคุณภาพชีวิต 54. หลักฐานการศึกษา กศน. 4 คือข้อใด ก. ประกาศนียบัตร ข. ระเบียนแสดงผลการเรียน ค. แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา ง. แบบบันทึกการพัฒนาคุณภาพชีวิต


52 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 55. เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ ใครมีอ านาจสั่งซื้อตามแบบกระทรวงศึกษา ก าหนดจากองค์การค้าคุรุสภา ก. นายทะเบียน ข. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ค. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ง. เลขาธิการ กศน. 56. การลงนามในเอกสาร (กศน.1) ให้นายทะเบียนและผู้อ านวยการลงนามในเอกสาร ด้วย ก. หมึกสีด า ข. หมึกสีแดง ค. หมึกสีน้ าเงิน ง. หมึกสีใดก็ได๎ 57. การรายงานผู้จบหลักสูตรในแต่ละภาคเรียน ต้องด าเนินการหลังจากอนุมัติผลการจบหลักสูตร ภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 20 วัน ค. 30 วัน ง. 45 วัน 58. การลงทะเบียนนักศึกษา ได้ก าหนดรหัสประจ าตัวนักศึกษาไว้กี่หลัก ก. 10 หลัก ข. 11 หลัก ค. 12 หลัก ง. 13 หลัก 59. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การจบหลักสูตร ก. ผํานการประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ข. ผํานการประเมินการอําน คิด วิเคราะห์ และเขียน ค. เข๎ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ง. ได๎รับการตัดสินผลการเรียนผํานครบตามโครงสร๎างหลักสูตร 60. พระภิกษุ สามเณร ที่สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สามารถเข้าศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับใด ก. ประถมศึกษา ข. มัธยมศึกษาตอนต๎น ค. มัธยมศึกษาตอนปลาย ง. ทั้ง 3 ระดับ 61. นักศึกษาที่ขาดการลงทะเบียนรักษาสภาพกี่ภาคเรียนติดต่อกันจึงถือว่าพ้นสภาพการเป็น นักศึกษา ก. 4 ภาคเรียน ข. 6 ภาคเรียน ค. 8 ภาคเรียน ง. 10 ภาคเรียน 62. กรณีที่มีการหมดอายุของรายวิชาที่มีเกรดแล้ว แสดงว่ารายวิชานั้นมีอายุเกินกี่ปี ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี


53 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 63. ในกรณีที่มีเหตุจ าเป็นต้องขยายเวลารับสมัครนักศึกษา สถานศึกษาสามารถด าเนินการได้ภาค เรียนละกี่ครั้งๆละกี่วัน ก. ภาคเรียนละ 1 ครั้งๆละไมํเกิน 10 วัน ข. ภาคเรียนละ 1 ครั้งๆละไมํเกิน 15 วัน ค. ภาคเรียนละ 2 ครั้งๆละไมํเกิน 10 วัน ง. ภาคเรียนละ 2 ครั้งๆละไมํเกิน 15 วัน 64. การขยายเวลารับสมัครนักศึกษา สถานศึกษาต้องจัดท าเป็น ก. ค าสั่ง ข. ระเบียบ ค. ประกาศ ง. หนังสือแจ๎งเวียน 65. เปรียญธรรม 3 ประโยค สามารถเทียบเท่าวุฒิการศึกษา ตามข้อใด ก. ประถมศึกษา ข. มัธยมศึกษาตอนต๎น ค. มัธยมศึกษาตอนปลาย ง. ไมํสามรถเทียบได๎เพราะเป็นวุฒิทางธรรม 66. ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่หลักสูตรก าหนด สามารถเก็บผลการเรียนสะสมได้กี่ปี นับ จากวันที่อนุมัติผลการเรียน ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี 67. ข้อใดเป็นเหตุให้นักศึกษาหมดสภาพการเป็นนักศึกษา ต้องขึ้นทะเบียนนักศึกษาใหม่ ก. นายพีท เป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไมํได๎ลงทะเบียนมาแล๎ว 2 ภาคเรียน ติดตํอกัน ข. นางสาวขวัญฤดี เป็นนักระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไมํได๎ลงทะเบียนมาแล๎ว 4 ภาคเรียน ติดตํอกัน ค. นายด ามิด เป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไมํได๎ลงทะเบียนมาแล๎ว 6 ภาคเรียน ติดตํอกัน ง. ถูกทุกข๎อ 68. “สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการประเมินในภาคเรียนสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคของ ภาคเรียนนั้น ๆ โดยไม่มีผลต่อการได้หรือตกของผู้เรียน” ข้อความดังกล่าวเป็นการวัดและ ประเมินผลระดับใด ก. ระดับห๎องเรียน ข. ระดับสถานศึกษา ค. ระดับชาติ ง. ถูกทุกข๎อ


54 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 69. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับวิธีการเทียบโอนผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก. การเทียบโอนผลการเรียนจากหลักฐานการศึกษาที่จัดการศึกษาเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต๎น และตอนปลายหรือเทียบเทํา ข. การเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษานอกระบบประเภทการศึกษาตลอดชีวิต ค. การเทียบโอนผลการเรียนจากความรู๎และประสบการณ์กลุํมเปูาหมายเฉพาะ ง. การเทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรตํางประเทศ 70. แบบรายงานผู้ส าเร็จการศึกษา คือเอกสารหลักฐานใด ก. กศน.1 ข. กศน.2 ค. กศน.3 ง. กศน.4 เฉลยแนวข้อสอบ 1.ข 2.ข 3.ง 4.ค 5.ก 6.ก 7.ง 8.ง 9.ก 10.ข 11.ก 12.ง 13.ง 14.ค 15.ค 16.ง 17.ค 18.ข 19.ข 20.ค 21.ข 22.ก 23.ค 24.ค 25.ค 26.ง 27.ค 28.ก 29.ค 30.ก 31.ข 32.ข 33.ก 34.ก 35.ง 36.ง 37.ข 38.ค 39.ง 40.ข 41.ข 42.ค 43.ง 44.ก 45.ง 46.ก 47.ก 48.ข 49.ค 50.ค 51.ง 52.ง 53.ก 54.ง 55.ค 56.ค 57.ค 58.ก 59.ข 60.ข 61.ข 62. ค 63.ข 64.ค 65.ข 66.ง 67.ค 68.ค 69.ข 70.ค


55 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร ********************* **หลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 วัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาผู๎เรียนให๎มีความรู้คุณธรรม จริยธรรม และศักยภาพในการประกอบอาชีพ (KPA : ความรู๎ กระบวนการ คุณธรรม) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีอ านาจยกเลิกเปลี่ยนแปลง หลักสูตรแกนกลาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุนและประสานคสามร่วมมือการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (21 คน) ผู้ก าหนดหลักสูตรคือคณะกรรมการสํงเสริมฯ (21 คน) ผู้ประกาศใช้คือกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มใช๎น ารํองภาคละ 2 แหํงในปีการศึกษา 2552 และทั่วไปใช๎ปี การศึกษา 2553 **หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 เป็น หลักสูตรอิง มาตรฐาน คือ หลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู๎เป็นเปูาหมาย เป็นกรอบทิศทาง ในการก าหนดเนื้อหา ทักษะ/กระบวนการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนรู๎เพื่อพัฒนาผู๎เรียน ให๎มีความระดับรู๎ความสามารถ บรรลุมาตรฐานตามที่รัฐบาลประกันสิทธิและโอกาสการเรียนรู๎ **ความหมายของหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษา (School-Based Curriculum) หมายถึง แผนหรือแนวทางหรือ ข๎อก าหนดของการจัดการการศึกษาที่จะพัฒนาให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความสามารถ ซึ่งจัดท าโดยคณะบุคคล ของสถานศึกษาและผู๎เกี่ยวข๎อง เพื่อพัฒนาผู๎เรียน และชุมชน สังคม ให๎มีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู๎ และสํงเสริมให๎ผู๎เรียนรู๎จักตนเอง มีชีวิตอยูํในชุมชน สังคมอยํางมีความสุข ซึ่งต๎องไมํขัดตํอความ มั่นคงของชาติ และสิทธิมนุษยชน **ความส าคัญของหลักสูตรสถานศึกษา 1. เป็นข๎อก าหนดที่ทุกคนในสถานศึกษาต๎องปฏิบัติเพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎มีคุณภาพตาม มาตรฐานที่ก าหนด และพัฒนาให๎สอดคล๎องกับความถนัด ความสนใจ ความต๎องการของผู๎เรียน สถานศึกษา และเป็นไปตามสภาพ ปัญหาของชุมชน สังคม 2. เป็นเอกสารที่บุคคลภายนอกหรือหนํวยงานตํางๆ ใช๎ประโยชน์ในกรณีที่ต๎องการศึกษา เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 3. เป็นเอกสารที่ใช๎ประกอบการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อประเมินให๎สอดคล๎องกับสภาพ จริงในการปฏิบัติงานของสถานศึกษา **กรอบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา เป็นการด าเนินงานรํวมกันระหวํางสถานศึกษา ชุมชน ภาคี เครือขําย โดยยึดหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นฐาน


56 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 เพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎มีความสามารถในการเรียนรู๎ สอดคล๎องกับเปูาหมายการพัฒนาของจังหวัด อ าเภอ ชุมชน ให๎เป็นไปตามปรัชญาของการศึกษานอกโรงเรียน “คิดเป็น” และวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา ด๎วย การวิเคราะห์สภาพ ปัญหา ความต๎องการการพัฒนาเพื่อก าหนดทิศทาง และบํงชี้ให๎เห็นอัตลักษณ์ของ การพัฒนาก าลังคน น าไปสูํการจัดท าแผนการเรียนรู๎ที่เหมาะสม **การจัดท าหลักสูตรสถานศึกษา 1. วิเคราะห์หลักสูตร 2. วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต๎องการของผู๎เรียน ชุมชน 3. ก าหนดโครงสร๎างหลักสูตรและหนํวยการเรียนรู๎ของสถานศึกษา 4. จัดท าแผนการเรียนรู๎รํวมกันกับผู๎เรียนและผู๎ที่เกี่ยวข๎อง 5. รูปแบบกระบวนการเรียนรู๎ กศน. ONIE MODEL 4 ขั้นตอน 5.1 ขั้นก าหนดสภาพปัญหา/ความต๎องการในการเรียนรู๎ (O : Orientation) 5.2 ขั้นแสวงหาข๎อมูลและจัดการเรียนรู๎ (NEW ways of learning : N) 5.3 ขั้นปฏิบัติ (Implementation : I) 5.4 ขั้นประเมินผลการเรียนรู๎ (Evaluation : E) **รูปแบบการพัฒนาหลักสูตร (6 ขั้นตอน) 1) วิเคราะห์ข๎อมูล SWOT 2) ก าหนดวัตถุประสงค์(จุดมุํงหมาย) 3) จัดท าเนื้อหา 4) การจัดการเรียนรู๎หรือการน าหลักสูตรไปใช๎ 5) การวัดผลและประเมินผล 6) การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตร **การพัฒนาหลักสูตรเปรียบกับวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle – PDCA) P : Plan หมายถึง วางแผน, D : Do หมายถึง ปฏิบัติตามแผน, C : Check หมายถึง ตรวจสอบ/ประเมินผลและน าผลประเมินมาวิเคราะห์, A : Action หมายถึง ปรับปรุงแก๎ไขด าเนินการให๎เหมาะสมตามผลการประเมิน **การบริการหลักสูตร เพื่อเตรียมความรู๎ ทักษะและคุณลักษณะของผู๎เรียนให๎สอดคล๎องและตรง ประเด็นกับการศึกษาตํอและการประกอบอาชีพในอนาคต


57 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **หลักสูตรสถานศึกษา บุคลากรสถานศึกษาเป็นผู๎จัดท าสาระของหลักสูตรสถานศึกษาต๎อง สอดคล๎องกับสภาพปัญหาของชุมชน ผู๎พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คือ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของสถานศึกษา (กรมแตํงตั้ง) พัฒนาเสร็จต๎องขออนุมัติหลักสูตรสถานศึกษากับ คณะกรรมการสถานศึกษากํอนน าไปใช๎ ผู๎อนุมัติคือ ผอ.กศน.อ าเภอ หัวใจของหลักสูตร คือ การจัดท าหนํวยการเรียนรู๎ **สรุปหลักสูตร คือ 1) หลักสูตรกศน.51 เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน 2) หลักสูตรอิงมาตรฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นเปูาหมายสิ่งที่คาดหวังในการ พัฒนาผู๎เรียน 3) การพัฒนาหลักสูตร จะต๎องเชื่อมโยงกับมาตฐานการเรียนรู๎ **การบริหารหลักสูตรสถานศึกษา คือ สถานศึกษาชี้แจง สร๎างความเข๎าใจให๎ผู๎เกี่ยวข๎อง ได๎ทราบและขอความเห็นจากคณะกรรมการสถานศึกษา **การพัฒนาหลักสูตร คือการจัดท า ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อให๎เหมาะกับความต๎องการ ของบุคคลและสังคม **การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเป็นแนวคิดภายใต๎กรอบการบริหารงานที่ใช๎โรงเรียน เป็นฐาน (SBM : School Based Management) การยึดโรงเรียนเป็นฐาน 4 หลัก คือ 1) หลักกระจายอ านาจ 2) หลักมีสํวนรํวม 3) หลักคืนอ านาจการจัดการศึกษาให๎ประชาชน 4) หลักบริหารตนเอง ตรวจสอบ ถํวงดุล


58 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการพัฒนาหลักสูตร 1. ผู้ใดมีอ านาจ ยกเลิก เปลี่ยนแปลง หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. เลขาธิการ กศน. ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ง. คณะกรรมการสํงเสริม สนับสนุนและประสานความรํวมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย 2. ผู้ใดเป็น ผู้ก าหนด หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. เลขาธิการ กศน. ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ง. คณะกรรมการสํงเสริม สนับสนุนและประสานความรํวมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย 3. คณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย มีจ านวนกี่คน ก. 19 คน ข. 20 คน ค. 21 คน ง. 22 คน 4. KPA มีความหมายตรงตามข้อใด ก. ความรู๎ คุณธรรม จริยธรรม ข. ความรู๎ กระบวนการ คุณธรรม ค. ความรู๎ กระบวนการ จริยธรรม ง. ความรู๎ การพัฒนา การน าไปใช๎ 5. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เริ่มใช้พร้อมกัน ทั่วไปในปีใด ก. 2551 ข. 2552 ค. 2553 ง. 2555 6. ขั้นตอนแรกของการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาคือข้อใด ก. ก าหนดโครงสร๎างหลักสูตรและหนํวยการเรียนรู๎ของสถานศึกษา ข. วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต๎องการของผู๎เรียน ชุมชน ค. จัดท าแผนการเรียนรู๎รํวมกันกับผู๎เรียนและผู๎ที่เกี่ยวข๎อง ง. วิเคราะห์หลักสูตร


59 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. รูปแบบกระบวนการเรียนรู้ กศน. คือข้อใด ก. PDCA ข. ONIE ค. OOCC ง. NFEA 8. รูปแบบกระบวนการเรียนรู้ กศน. ONIE มี 4 ขั้นตอน ตัวอักษร “ I ” หมายถึงข้อใด ก. ขั้นปฏิบัติ ข. ขั้นประเมินผลการเรียนรู๎ ค. ขั้นก าหนดสภาพปัญหา ง. ขั้นแสวงหาข๎อมูลและจัดการเรียนรู๎ 9. กระบวนการเรียนรู้ กศน. ONIE MODEL ขั้นตอนใดหมายถึง การแสวงหาข้อมูลและจัดการ เรียนรู้ ก. Evaluation ข. Orientation ค. Implementation ง. New way of learning 10. รูปแบบการพัฒนาหลักสูตร มีจ านวนกี่ขั้นตอน ก. 4 ขั้นตอน ข. 5 ขั้นตอน ค. 6 ขั้นตอน ง. 7 ขั้นตอน 11. ขั้นตอนแรกของการพัฒนาหลักสูตร คือข้อใด ก. ก าหนดวัตถุประสงค์(จุดมุํงหมาย) ข. วิเคราะห์ข๎อมูล SWOT ค. จัดท าเนื้อหา ง. รวบรวมข๎อมูล 12. การพัฒนาหลักสูตร จะต้องเชื่อมโยงและสอดคล้องกับข้อใด ก. จุดประสงค์การเรียนรู๎ ข. มาตรฐานการเรียนรู๎ ค. ผู๎เรียน ง. บริบทของสถานศึกษา 13. ใครเป็นผู้เห็นชอบหลักสูตรสถานศึกษา ก. เลขาธิการ กศน. ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ง. คณะกรรมการสถานศึกษา 14. ใครเป็นผู้อนุมัติหลักสูตรสถานศึกษา ก. เลขาธิการ กศน. ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ง. คณะกรรมการสถานศึกษา 15. การพัฒนาหลักสูตร คือการจัดท า ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อให้สอดคล้องกับข้อใด ก. บริบทชุมชน ข. บริบทสถานศึกษา ค. ความต๎องการของบุคคลและสังคม ง. สอดคล๎องกับนโยบายรัฐบาล 16. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาภายใต้แนวคิดกรอบการบริหารงานที่ใช้ โรงเรียนเป็นฐาน (SBM : School Based Management) การยึดโรงเรียนเป็นฐาน ก. หลักมีสํวนรํวม ข. หลักความคุ๎มคํา ค. หลักกระจายอ านาจ ง. หลักคืนอ านาจการจัดการศึกษาให๎ประชาชน


60 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 17. ผู้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คือ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา ใครเป็นผู้แต่งตั้ง ก. เลขาธิการ กศน. ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ง. คณะกรรมการสถานศึกษา 18. หัวใจของหลักสูตร คือข้อใด ก. การจัดท าจุดประสงค์การเรียนรู๎ ข. การจัดท ามาตรฐานการเรียนรู๎ ค. การจัดท าหนํวยการเรียนรู๎ ง. การจัดแผนการเรียนรู๎ 19. ใครเป็นผู้จัดท าสาระของหลักสูตรสถานศึกษา ก. บุคลากรในสถานศึกษา ข. คณะกรรมการสถานศึกษา ค. นายทะเบียนสถานศึกษา ง. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา 20. สาระของหลักสูตรสถานศึกษา ต้องสอดคล้องกับข้อใด ก. สภาพปัญหาของนักศึกษา ข. สภาพปัญหาของสถานศึกษา ค. สภาพปัญหาของชุมชน ง. สภาพปัญหาของประเทศชาติ เฉลยข้อสอบ 1.ข 2.ง 3.ค 4.ข 5.ค 6.ง 7.ข 8.ก 9.ง 10.ค 11.ข 12.ข 13.ง 14.ค 15.ค 16.ข 17.ก 18.ค 19.ก 20.ค


61 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การประเมินเทียบระดับการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช 2560 **************************** กระทรวงศึกษาธิการ โดยส านักงาน กศน. มีหน๎าที่จัดการศึกษาให๎กับกลุํมเปูาหมายในอาชีพ ตําง ๆ ที่พลาดโอกาสได๎รับการศึกษาในระบบโรงเรียน ได๎มีโอกาสเข๎ารับการศึกษานอกระบบหรือการ ประเมินเทียบระดับการศึกษา และได้รับวุฒิบัตรในระดับตํางๆ เทียบเท่าในระบบโรงเรียน โดย กระทรวงศึกษาธิการรับรอง โดยใช๎วิธีการประเมินที่หลากหลายทั้งการทดสอบ การสัมภาษณ์ การปฏิบัติตลอดจนเสนอแฟูมประมวลประสบการณ์ประกอบการพิจารณาสัมภาษณ์ ของคณะกรรมการ **หลักการ 1. เป็นการยกระดับการศึกษาของกลุํมเปูาหมายที่มีความรู๎และประสบการณ์ในอาชีพให๎สูงขึ้น 2. เป็นการยอมรับคุณค่าของผลการเรียนรู๎ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ โดยมุ๎งเน๎นคุณธรรม จริยธรรมที่เป็นองค์รวม ของบุคคล 3. เป็นการส่งเสริมให๎บุคคลมีการเรียนรู้อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต จากรูปแบบการเรียนรู๎ที่ หลากหลาย **วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปิดโอกาสให๎ผู๎มีความรู๎ ความสามารถ ประสบการณ์และคุณธรรม จริยธรรม ได๎รับการ รับรองคุณวุฒิทางการศึกษา 2. เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎บุคคลทั่วไป มีความกระตือรือร๎น ในการที่จะแสวงหาความรู้เพิ่ม ทักษะและสั่งสมประสบการณ์อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต 3. เพื่อตอบสนองความต้องการ การยอมรับความรู๎ และประสบการณ์ของผู๎เข๎ารับการ ประเมินเทียบระดับการศึกษา ซึ่งจะท าให๎มีความมั่นใจในตนเอง มั่นใจในสถานภาพทางสังคม **ขอบข่ายการประเมินเทียบระดับการศึกษา ** 1) ความรู๎พื้นฐาน 2) ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาอาชีพ 3) ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4) ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาสังคมและชุมชน


62 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **การประเมินเทียบระดับการศึกษา รูปแบบการประเมินเทียบระดับการศึกษา (ประเมิน 2 มิติ) **1. มิติประสบการณ์ 1.1) ด๎านการพัฒนาอาชีพ 1.2) ด๎านการพัฒนาคุณภาพชีวิต 1.3) ด๎านการพัฒนาสังคมและชุมชน (ประเมินจากสภาพจริงและสัมภาษณ์ โดย คณะกรรมการ) **2. มิติความรู้ ความคิด = ความรู๎พื้นฐาน ** สมรรถภาพทางด้านความรู้ความคิด 6 มาตรฐาน (ประเมินด๎วยวิธีการทดสอบ ตามที่ส านักงาน กศน. ก าหนด) มาตรฐานที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร มาตรฐานที่ 2 ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตัดสินใจ มาตรฐานที่ 3 ความสามารถในการแสวงหาความรู๎และการใช๎เทคโนโลยี มาตรฐานที่ 4 ความรู๎เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและจิตของตน มาตรฐานที่ 5 ความเป็นไทย สากล และพลเมืองที่ดี มาตรฐานที่ 6 ความรู๎เกี่ยวกับทรัพยากร สิ่งแวดล๎อและการด ารงชีวิต **3. การสัมมนาวิชาการ ผู๎เข๎ารับการประเมินต้องเข้าร่วมถือวําเป็นเงื่อนไขของเกณฑ์ การผํานการประเมินเทียบระดับการศึกษา หลักสูตรไมํน๎อยกวํา 3 วัน 2 คืน หรือ 30 ชั่วโมง โดยมี เนื้อหาวิชาการไมํน๎อยกวํา 15 ชั่วโมง ให๎ผู๎เข๎ารํวมสัมมนาวิชาการเป็นผู๎ออกคําใช๎จํายเอง คณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา หมายถึง คณะบุคคลจ านวนไม่เกิน 5 คน ที่ สถานศึกษาแต่งตั้ง โดยพิจารณาจากผู๎มีความรู๎และประสบการณ์ในสาขาวิชาของการศึกษาระดับนั้น จ านวนไมํน๎อยกวํา 3 คน และผู๎มีความรู๎ประสบการณ์ด๎านวัดผลและประเมินผล จ านวน 1 คน **คุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา 1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลที่เข๎าเมืองโดยชอบด๎วยกฎหมาย 2. มีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปี บริบูรณ์ นับถึงวันที่สมัครเข๎ารับการประเมิน 3. มีพื้นความรู้ในระดับการศึกษาที่ต่ ากว่าระดับที่ประสงค์จะขอเทียบระดับการศึกษาหนึ่ง ระดับ ยกเว๎นการขอเทียบระดับประถมศึกษา 4. ไม่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ซึ่งก าลังศึกษาอยูํในสถานศึกษา 5. มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพที่ขอเทียบระดับการศึกษาและประกอบอาชีพอยูํใน จังหวัดที่สถานศึกษาที่ท าหน๎าที่เทียบระดับการศึกษา ไม่น้อยกว่า 1 ปี


63 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **การเก็บค่าธรรมเนียม **จะจัดเก็บในอัตราเทํากันทุกระดับการศึกษาละ คนละ 3,000 บาท (ไมํผํานระดับใดต๎องช าระคําธรรมเนียมใหมํ) **เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ มีดังนี้ 1. ระเบียนแสดงผลการประเมินเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กศน.1ทศ.) 2. ประกาศนียบัตร (กศน.2ทศ.) 3. แบบรายงานผู๎ผํานการประเมินเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กศน.3ทศ.) *** ระเบียนแสดงผลการประเมิน ระดับประถมศึกษา (กศน.1ทศ-ถ) ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น (กศน.1ทศ-ต) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (กศน.1ทศ-ป) การกรอกระเบียนแสดงผลการเรียน การลงนามในเอกสาร “ระเบียนแสดงผลการประเมินเทียบระดับการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย” (กศน.1ทศ) ให๎นายทะเบียนและผู๎อ านวยการลงนามในเอกสาร ด๎วย “หมึกสี น้ าเงิน” ประทับตราประจ าสถานศึกษา โดยใช๎ “หมึกสีแดงชาด” การกรอกรายการประกาศนียบัตร (กศน.2ทศ) ให๎กรอกด๎วยการเขียนหรือพิมพ์ด๎วย “หมึก สีด า” ห๎ามใช๎ปากกาลูกลื่น ตัวเลขทุกแหํงให๎ใช๎เลขไทย **เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินผ่านระดับการศึกษา จะต้องเข๎ารับการประเมินทั้ง 2 มิติ คือ มิติประสบการณ์และมิติความรู๎ความคิด ทั้ง 4 ข๎อ ดังนี้ **1. ผู๎เข๎ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ต๎องเข๎ารับการประเมินเทียบระดับ การศึกษา มิติประสบการณ์ทั้ง 3 มาตรฐาน และต๎องได๎คะแนนรวมทุกมาตรฐาน แตํละระดับ ดังนี้ 1.1 ระดับประถมศึกษา ต๎องได๎ 60-78 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50-65 1.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ต๎องได๎ 79-96 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 66-80 1.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ต๎องได๎ 97 คะแนนขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 81 ขึ้นไป **2. ผู๎เข๎ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ต๎องประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ความคิด ทั้ง 6 มาตรฐาน และต๎องได๎คะแนนรวมทุกมาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 *3. ผู๎ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษาทั้ง 2 มิติ“ต้อง”เข้าร่วมสัมมนาวิชาการตาม เกณฑ์ที่ก าหนด


64 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 *4. ผู๎เข๎ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ต้องผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติประสบการณ์และมิติความรู้ความคิดในระดับเดียวกัน จึงถือว่าผ่านการประเมินในระดับการศึกษา **การผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จะให้ผลการประเมินเป็น “ผ่าน”และ “ไม่ผ่าน” โดยไม่มีระดับคะแนน และไม่มีคะแนนเฉลี่ยสะสม **ในกรณี “ไม่ผ่าน” การประเมินมิติใดมิติหนึ่ง สามารถเก็บสะสมผลการประเมินเทียบ ระดับการศึกษาที่ผ่านไว้ได้ไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่อนุมัติผลตามค าร้องขอเทียบระดับการศึกษา ครั้งแรก **คณะกรรมการกลางเทียบระดับการศึกษา ประกอบด๎วย 1. ผู๎อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. เป็นประธานโดยต าแหนํง 2. ผู๎มีความเหมาะสมทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน จ านวน 4 คน เป็นกรรมการ 3. ผู๎บริหารสถานศึกษา กศน.อ าเภอ/เขตที่ท าหน๎าที่เทียบระดับการศึกษา เป็นกรรมการ 4. เจ๎าหน๎าที่ของส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. เป็นกรรมการและเลขานุการ ***ด ารงต าแหนํงคราวละไมํเกิน 4 ปี **คุณสมบัติของคณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา 1) มีอายุตั้งแตํ 40 ปีขึ้นไป 2) วุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่าปริญญาตรี 3) ก่อนปฏิบัติหน๎าที่ต้องเข้าร่วมประชุม **เกณฑ์การเบิกจ่ายเงินรายได้ของสถานศึกษา ในการเรียกเก็บเงินคําธรรมเนียมในการประเมินเทียบระดับการศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในอัตรา 3,000 บาท ตํอผู๎เข๎ารับการ ประเมิน 1 คน โดยมีรายละเอียดการใช๎จําย ดังนี้ **1. คําตอบแทนการประเมินมิติประสบการณ์ที่เป็นการประเมินเชิงประจักษ์ (จํายให๎ คณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา คณะอนุกรรมการ ลักษณะเหมาจ่าย 5 คน ๆ ละไม่เกิน 550 บาท ต่อผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา 1 คน) **2. คําตอบแทนคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะท างาน ด าเนินการสอบมิติความรู้ ความคิด อัตราตํอคน 2.1 ไม่เกิน 300 บาทต่อครึ่งวัน 2.2 ไม่เกิน 600 บาทต่อวัน 3. คําธรรมเนียมในการใช๎สถานที่หรือคําบ ารุงสถานที่ของหนํวยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็น สนามสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให๎เบิกได๎ตามที่จํายจริงไมํเกินอัตราที่หนํวยงานภาครัฐเรียกเก็บ 4. คําเครื่องดื่ม วันละไมํเกิน 30 บาทตํอคน


65 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 5. คําลํวงเวลาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการประเมินเทียบระดับการศึกษา โดยถือปฏิบัติตาม ระเบียบวําด๎วยการเบิกจํายเงินคําตอบแทนการปฏิบัตินอกเวลาราชการ พ.ศ. 2550 **6. คําออกข้อสอบ 6.1 ปรนัยพร้อมเฉลยที่ปรับปรุงแก๎ไขเรียบร๎อยแล๎ว ในอัตราข้อละไม่เกิน 30 บาท 6.2 อัตนัยพร้อมเฉลย/แนวตอบและเกณฑ์การให๎คะแนนที่ปรับปรุงแก๎ไขเรียบร๎อยแล๎ว ในอัตราข้อละไม่เกิน 20 บาท **7. ค่าตรวจกระดาษค าตอบของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ 7.1 ข๎อสอบแบบปรนัย ในอัตราไมํเกิน 5 บาทตํอ 1 มาตรฐานตํอผู๎เข๎าสอบ 1 คน 7.2 ข๎อสอบแบบอัตนัย ในอัตราข๎อละไมํเกิน 5 บาทตํอผู๎เข๎าสอบ 1 คน 7.3 กรณีใช๎เครื่องคอมพิวเตอร์ ให๎เบิกจํายตามอัตราที่สํวนราชการให๎บริการเรียบเก็บ 8. จัดซื้อหลักฐานการศึกษา 8.1 รบ. : 1 เลํม จ านวน 50 แผํน ราคาตามที่ส านักพิมพ์เรียกเก็บ 8.2 แบบรายงานผู๎ผํานการประเมินเทียบระดับการศึกษา ราคาตามที่ส านักพิมพ์เรียกเก็บ 8.3 ประกาศนียบัตร ราคาตามที่ส านักพิมพ์เรียบเก็บ 9. เอกสารประกอบการประเมิน (ประเมินเชิงประจักษ์/สัมภาษณ์) 10. คําสาธารณูปโภค (คําสํงไปรษณีย์ + คําโทรศัพท์) ทั้งนี้ ให๎อยูํในดุลยพินิจและรายได๎ของสถานศึกษา หากเงินรายได๎ของสถานศึกษาไมํเพียงพอ และมีความจ าเป็นต๎องเบิกจากเงินงบประมาณ ให๎อยูํในดุลยพินิจของหัวหน๎าสํวนราชการที่จะพิจารณา อนุมัติให๎เบิกคําใช๎จํายในการประเมินเทียบระดับการศึกษาจากเงินงบประมาณได๎ ตามหนังสือ กระทรวงการคลัง ที่ กค 0404.6/22580 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2551


66 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการประเมินเทียบระดับการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช 2560 1. ข้อใดไม่สอดคล้องกับหลักการ การประเมินเทียบระดับการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช 2560 ก. เป็นการยกระดับการศึกษาของกลุํมเปูาหมายที่มีความรู๎และประสบการณ์ในอาชีพให๎สูงขึ้น ข. เป็นการสํงเสริมให๎บุคคลมีการเรียนรู๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต ค. เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎บุคคลทั่วไป มีความกระตือรือร๎น ง. เป็นการยอมรับคุณคําของผลการเรียนรู๎ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ 2. ข้อใดคือวัตถุประสงค์ การประเมินเทียบระดับการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช 2560 ก. เป็นการยกระดับการศึกษาของกลุํมเปูาหมายที่มีความรู๎และประสบการณ์ในอาชีพให๎สูงขึ้น ข. เป็นการสํงเสริมให๎บุคคลมีการเรียนรู๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต ค. เพื่อเปิดโอกาสให๎ผู๎มีความรู๎ ความสามารถ ประสบการณ์และคุณธรรม จริยธรรม ได๎รับการ รับรองคุณวุฒิทางการศึกษา ง. เป็นการยอมรับคุณคําของผลการเรียนรู๎ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ 3. ข้อใดไม่ใช่ขอบข่ายการประเมินเทียบระดับการศึกษา ก. ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาอาชีพ ข. ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ค. ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาสังคมและชุมชน ง. ความรู๎และทักษะด๎านการพัฒนาทักษะชีวิต 4. รูปแบบการประเมินเทียบระดับการศึกษา ประเมิน 2 มิติตามข้อใด ก. มิติประสบการณ์ มิติความรู๎ความคิด ข. มิติความรู๎พื้นฐาน มิติคุณธรรม ค. มิติความรู๎ ความคิด มิติความรู๎พื้นฐาน ง. มิติความรู๎พื้นฐาน มิติประสบการณ์ 5. ข้อใดไม่สอดคล้องกับ มิติประสบการณ์ ก. ด๎านการพัฒนาอาชีพ ข. ด๎านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ค. ด๎านการพัฒนาสังคมและชุมชน ง. ด๎านการพัฒนาทักษะชีวิต 6. มิติความรู้ ความคิด สอดคล้องกับข้อใด ก. ประสบการณ์ ข. ความรู๎พื้นฐาน ค. ทักษะชีวิต ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 7. การประเมินสมรรถภาพทางด้านความรู้ความคิด มีจ านวนกี่มาตรฐาน ก. 4 มาตรฐาน ข. 5 มาตรฐาน


67 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ค. 6 มาตรฐาน ง. 7 มาตรฐาน 8. การสัมมนาวิชาการวิชา ผู้เข้ารับการประเมินต้องเข้าร่วมถือว่าเป็นเงื่อนไขของเกณฑ์การผ่าน การประเมินเทียบระดับการศึกษา ต้องหลักสูตรไม่น้อยกว่าตามข้อใด ก. 2 วัน 1 คืน ข. 3 วัน 2 คืน ค. 4 วัน 3 คืน ง. 5 วัน 4 คืน 9. การสัมมนาวิชาการวิชา ต้องมีเนื้อหาความรู้ด้านวิชาการตามข้อใด ก. ไมํน๎อยกวํา 10 ชั่วโมง ข. ไมํน๎อยกวํา 15 ชั่วโมง ค. ไมํน๎อยกวํา 20 ชั่วโมง ง. ไมํน๎อยกวํา 25 ชั่วโมง 10. คณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา มีจ านวนกี่คน ก. ไมํเกิน 3 คน ข. ไมํเกิน 4 คน ค. ไมํเกิน 5 คน ง. ไมํเกิน 6 คน 11. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ก. มีสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลที่เข๎าเมืองโดยชอบด๎วยกฎหมาย ข. มีอายุไมํน๎อยกวํา 18 ปี บริบูรณ์ นับถึงวันที่สมัครเข๎ารับการประเมิน ค. ไมํเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ซึ่งก าลังศึกษาอยูํในสถานศึกษา ง. มีพื้นความรู๎ในระดับการศึกษาที่ต่ ากวําระดับที่ประสงค์จะขอเทียบระดับการศึกษาหนึ่งระดับ ยกเว๎นการขอเทียบระดับประถมศึกษา 12. ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษาต้องมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพที่ขอเทียบ ระดับการศึกษาและประกอบอาชีพอยู่ในจังหวัดที่สถานศึกษาที่ท าหน้าที่เทียบระดับการศึกษา ก. ไมํน๎อยกวํา 6 เดือน ข. ไมํน๎อยกวํา 1 ปี ค. ไมํน๎อยกวํา 2 ปี ง. ไมํน๎อยกวํา 3 ปี 13. อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม การประเมินเทียบระดับการศึกษา ทุกระดับ จ านวนเท่าใด ก. 1,000 บาท ข. 1,500 บาท ค. 2,500 บาท ง. 3,000 บาท 14. ผู้ใดไม่ใช่คณะกรรมการกลางเทียบระดับการศึกษา ก. เลขาธิการ กศน. ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ง. เจ๎าหน๎าที่ของส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. 15. คณะกรรมการกลางเทียบระดับการศึกษา ด ารงต าแหน่งคราวละกี่ปี ก. ไมํเกิน 3 ปี ข. ไมํเกิน 4 ปี ค. ไมํเกิน 5 ปี ง. ไมํเกิน 6 ปี


68 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 16. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของคณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา ก. มีอายุตั้งแตํ 40 ปีขึ้นไป ข. การศึกษาไมํต่ ากวําปริญญาตรี ค. กํอนปฏิบัติหน๎าที่ต๎องเข๎ารํวมประชุม ง. ต๎องไมํเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือด ารงต าแหนํงทางการเมือง 17. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผลการประเมินเทียบระดับการศึกษา ก. ไมํมีระดับคะแนน ข. ไมํมีคะแนนเฉลี่ยสะสม ค. ผลการประเมินเป็น ผํานและไมํผําน ง. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็น ผํานและไมํผําน 18. ในกรณีผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา “ไม่ผ่าน” การประเมินมิติใดมิติหนึ่ง สามารถ เก็บสะสมผลการประเมินเทียบระดับการศึกษาที่ผ่านไว้ได้ไม่เกินเท่าไร นับตั้งแต่วันที่อนุมัติผลตาม ค าร้องขอเทียบระดับการศึกษาครั้งแรก ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี 19. ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ต้องประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ ความคิด ทั้ง 6 มาตรฐาน และต้องได้คะแนนรวมทุกมาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าไร ก. ร๎อยละ 50 ข. ร๎อยละ 60 ค. ร๎อยละ 65 ง. ร๎อยละ 70 20. ข้อใดคือเอกสาร “ระเบียนแสดงผลการประเมินเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ระดับประถมศึกษา” ก. กศน.1ทศ-ต ข. กศน.1ทศ-ถ ค. กศน.1ทศ-ป ง. กศน.1ทศ-ปถ เฉลยข้อสอบ 1.ค 2.ค 3.ง 4.ก 5.ง 6.ข 7.ค 8.ข 9.ข 10.ค 11.ข 12.ข 13.ง 14.ก 15.ข 16.ง 17.ง 18.ค 19.ก 20.ข


69 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หลักสูตรการรู้หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 **************************** **หลักการ 1. เป็นการจัดการศึกษาตามหลักการการรู้หนังสือแบบเบ็ดเสร็จ (Functional Literacy) ที่ เน้นการเรียนรู้หนังสือไทย และการคิดค านวณเบื้องต๎นที่บูรณาการกับสภาพ ความต๎องการ และปัญหา ของสังคมที่สอดคล๎องกับวิถีการด าเนินชีวิตของผู๎เรียน 2. มีความยืดหยุ่นทั้งเนื้อหา เวลาเรียน วิธีเรียน สื่อ แหลํงการเรียนรู๎วิธีการวัดและ ประเมินผลโดยเน๎นการพัฒนาการเรียนรู๎ของผู๎เรียนที่แตกตํางกันเป็นรายบุคคล 3. เปิดโอกาสให๎ผู๎เรียนได๎น าความรู๎และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ตามปรัชญาคิดเป็น สํงเสริมการมีสํวนรํวมของผู๎เรียน ครอบครัว ชุมชน และสังคม เป็นส าคัญ จุดหมาย ผู๎เรียนมีความรู๎ความสามารถ และทักษะการฟัง พูด อําน เขียนภาษาไทย และการคิดค านวณ เบื้องต๎นในเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับชีวิตประจ าวัน **กลุ่มเปูาหมาย กลุํมเปูาหมาย ได๎แกํ1)ประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือไทย 2)ประชาชนชาวไทยที่ลืมหนังสือ ไทย 3)ประชาชนชาวไทยกลุ่มเปูาหมายเฉพาะบางกลุํมที่ไมํใช๎ภาษาไทยในชีวิตประจ าวัน 4)ประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเรียนรู๎ภาษาไทย **โครงสร้าง **1. ระดับการศึกษา : ระดับการรู๎หนังสือไทย **2. มาตรฐานการเรียนรู้ **2.1 มีความรู๎ความเข๎าใจ และทักษะในการฟัง พูด อําน เขียน ค าที่ใช๎ในชีวิตประจ าวัน อย่างน้อย 800 ค า 2.2 สามารถใช๎พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ในภาษาไทย 2.3 สามารถใช๎การค านวณเบื้องต๎นในเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับชีวิตประจ าวัน ขอบข่ายเนื้อหา ขอบขํายเนื้อหาประกอบด๎วยการเรียนรู๎ค าหลัก อย่างน้อย 800 ค า ซึ่งเป็นการเรียนรู๎ที่ ประกอบด๎วยทักษะการฟัง พูด อําน เขียน การใช๎พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และการคิดค านวณ เบื้องต๎น โดยบูรณาการอยูํในสภาพการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับวิถีชีวิตของผู๎เรียน ครอบครัว ชุมชน และ สังคม อย่างน้อย 12 สภาพ ดังนี้


70 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 สภาพที่1 เมืองไทยของเรา สภาพที่2 ชีวิตของเรา สภาพที่ 3 ภัยใกล๎ตัว สภาพที่4 การท ามาหากิน สภาพที่5 สิ่งแวดล๎อมยั่งยืน สภาพที่ 6 ชุมชนเข๎มแข็ง สภาพที่7 กฎหมายนํารู๎ สภาพที่8 คุณธรรมน าสันติสุข สภาพที่ 9 เปิดโลกเรียนรู๎ สภาพที่10 เทคโนโลยีใกล๎ตัว สภาพที่11 พลังงาน สภาพที่ 12 ทํองเที่ยวทั่วไทย **เวลาเรียน **ใช๎เวลาเรียนตลอดหลักสูตรการรู๎หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง *การจัดกระบวนการเรียนรู้ 1. จัดกระบวนการเรียนรู๎ตามธรรมชาติการเรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมาย โดยเรียนรู๎ค าหลักไม่ น้อยกว่า 800 ค า ตามสภาพ ปัญหา และความต๎องการของผู๎เรียน ชุมชน และสังคม 2. จัดกิจกรรมการเรียนรู๎ที่หลากหลาย เชํน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พบผู๎รู๎/ภูมิปัญญาเรียนรู๎ ด๎วยตนเอง เรียนรู๎กับครู/ผู๎สอน ศึกษาดูงาน เรียนรู๎จากการปฏิบัติจริงหรือเรียนรู๎รูปแบบ/วิธีการอื่นที่ เหมาะสมในแตํละสภาพจากสื่อและแหลํงการเรียนรู๎ที่หลากหลายที่เหมาะสมในแตํละท๎องถิ่น 3. ผู๎เรียนน าความรู๎ทักษะที่ได๎เรียนรู๎ไปประยุกต์ใช้ให๎สอดคล๎องกับสถานการณ์ที่เหมาะสมกับ ครอบครัว ชุมชน และสังคม 4. ประเมินผลการเรียนรู๎โดยให๎มีการประเมินพัฒนาการ ทบทวน แก๎ไขข๎อบกพรํอง และ ตรวจสอบผลการเรียนรู๎ให๎บรรลุตามเปูาหมายการเรียนรู๎ที่วางไว๎ **การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผลเป็นการตรวจสอบความก๎าวหน๎าและผลสัมฤทธิ์เน๎นการพัฒนาผู๎เรียน ได๎เรียนรู๎อยํางเต็มศักยภาพ ซึ่งสถานศึกษา ครู/ผู๎สอน และผู๎เรียนรํวมกันด าเนินการให๎สอดคล๎องกับ มาตรฐานและตัวชี้วัด **การวัดและประเมินผล ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อให๎ทราบความรู้พื้นฐานของผู๎เรียน ประเมินผลระหว่างเรียน ระหวํางการจัดการเรียนรู๎ครู/ผู๎สอนสามารถพิจารณาความสามารถในการ เรียนรู๎ในแตํละสภาพ ประเมินผลหลังเรียน เป็นการประเมินในภาพรวมทั้งหมด โดยครู/ผู๎สอนอาจจะ ทดสอบและหรือตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน **การจบหลักสูตร 1. ผู๎เรียนต๎องเรียนและผํานการประเมินสภาพที่ 1 และมีความสามารถในการ ฟัง พูด อําน และเขียนตามคลังค าหลักที่ก าหนดไม่น้อยกว่า 800 ค า 2. ผู๎เรียนต๎องผํานการประเมินตามเครื่องมือที่สถานศึกษาก าหนด


71 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบหลักสูตรการรู้หนังสือไทย 1. ข้อใดคือ “หลักการ” ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย ก. เป็นการจัดการศึกษาตามหลักการการเรียนรู๎หนังสือแบบ ข. มีความยืดหยุํนทั้งเนื้อหา เวลาเรียน วิธีเรียน สื่อ แหลํงการเรียนรู๎ วิธีการวัดและประเมินผล ค. น าความรู๎และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ตามปรัชญาคิดเป็น ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 2. ข้อใดคือ “ระดับการศึกษา” ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย ก. ระดับประถมศึกษา ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ง. ระดับการรู๎หนังสือไทย 3. ข้อใดคือ “มาตรฐานการเรียนรู้” ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย ก. มีความรู๎ ความเข๎าใจ และทักษะในการฟัง พูด อําน เขียน ค าที่ใช๎ในชีวิตประจ าวัน ไมํน๎อยกวํา 800 ค า ข. สามารถใช๎พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ในภาษาไทย ค. สามารถใช๎การค านวณเบื้องต๎นในเรืองทีเกี่ยวข๎องกับชีวิตประจ าวัน ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 4. ข้อใดคือ “ตัวชี้วัด” ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย ก. ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีมารยาทในการฟัง พูด อําน และเขียน ข. ใช๎ภาษาไทยในชีวิตประจ าวันได๎ถูกต๎อง ค. เลําเรือง และแสดงความรู๎สึกเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 5. การเรียนรู้ค าหลัก ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย จ านวนกี่ค า ก. 700 ค า ข. ไมํน๎อยกวํา 700 ค า ค. 800 ค า ง. ไมํน๎อยกวํา 800 ค า 6. การเรียนหลักสูตรการรู้หนังสือไทย มีกี่สภาพ ก. 9 สภาพ ข. 10 สภาพ ค. 12 สภาพ ง. 15 สภาพ 7. เวลาเรียนตลอดหลักสูตรการรู้หนังสือไทย จ านวนเท่าใด ก. 100 ชั่วโมง ข. ไมํน๎อยกวํา 100 ชั่วโมง ค. 200 ชั่วโมง ง. ไมํน๎อยกวํา 200 ชั่วโมง


72 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 8. ข้อใดไม่สอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ทีสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน ก. เมืองไทยของเรา ข. ชีวิตของเรา ค. เทคโนโลยีใกล๎ตัว ง. จิตสาธารณะ 9. ข้อใดสอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน ก. การท ามาหากิน ข. คุณธรรมน าสันติสุข ค. พลังงาน ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 10. ข้อใดคือ “กลุ่มเปูาหมาย” ของหลักสูตรการรู้หนังสือไทย ก. ประชาชนชาวไทยทีไมํรู๎หนังสือไทย ข. ประชาชนไทยทีลืมหนังสือไทย ค. ประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเรียนรู๎ภาษาไทย ง. ทุกข๎อที่กลําวมา เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ง 3.ง 4.ง 5.ง 6.ค 7.ง 8.ง 9.ง 10.ง


73 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 (ฉบับปรับปรุง 2561) ************************************* **การศึกษาต่อเนื่อง (Continuous Education) เป็นการจัดการเรียนรู๎เพื่อให๎กลุํมเปูาหมาย ประชาชนทั่วไปทุกกลุํมวัยได๎รับการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับความต๎องการ 1) ด้านการพัฒนาอาชีพ 2) พัฒนาทักษะชีวิต 3) พัฒนาสังคมและชุมชน ตามหลักปรัชญาคิดเป็นและ 4) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกรอบการจัดการศึกษาตํอเนื่อง **การจัดการศึกษาสอดคล๎อง 5 กลุ่มอาชีพ คือ 1) อาชีพเกษตรกรรม 2) อาชีพบริการ 3) อาชีพคหกรรม 4) อาชีพอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี 5) อาชีพพาณิชยกรรม **หลักการ/ บทบาทหน้าที่ (ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. กศน.อ าเภอ/เขต /กศน.ต าบล/แขวง) 1. จัดกระบวนการเรียนรู๎ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นส าคัญ โดยยึดหลักความสอดคล๎องกับศักยภาพ และความพร๎อมของผู๎เรียน ความหลากหลายตามความแตกตํางของกลุํมเปูาหมายรวมทั้งบูรณาการ หลักปรัชญาคิดเป็น และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได๎ตามความเหมาะสม 2. พัฒนาหลักสูตรที่ยึดหลักความสอดคล๎องกับความต้องการและความจ าเป็นของ กลุํมเปูาหมาย เป็นไปตามสภาพบริบทชุมชนและสังคม รวมถึงนโยบายของทางราชการ 3. มุํงเน๎นให๎ผู๎เรียนมีความรู้พื้นฐาน ทักษะ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4. ยึดหลักการมีส่วนร่วมของภาคีเครือขํายและภูมิปัญญาท๎องถิ่นในการด าเนินงาน *วัตถุประสงค์ 1. ส่งเสริมให๎กลุํมเปูาหมายได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพ พัฒนา ทักษะชีวิต และพัฒนาสังคมและชุมชน 2. ให๎กลุ่มเปูาหมายได๎เห็นช่องทางการประกอบอาชีพ หรือการต่อยอดอาชีพเดิมให๎ พัฒนาสามารถพึ่งพาตนเองได๎ 3. ให๎กลุ่มเปูาหมายด ารงชีวิตอยูํในสังคมอยํางมีความสุข สอดคล๎องตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง


74 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 *กลุ่มเปูาหมาย : ประชาชนทั่วไปที่มีความต๎องการพัฒนาความรู๎ความสามารถ ทักษะในการ ประกอบอาชีพ เป็นการเพิ่มรายได๎(กลุํมประชาชนที่อยูํนอกระบบการศึกษา) *วิธีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง มี3 ลักษณะ 1) จัดโดยสถานศึกษา 2) จัดโดยสถานศึกษาร่วมกับภาคีเครือขําย 3) จัดโดยภาคีเครือข่าย) **1. จัดโดยสถานศึกษา กศน. และรํวมกับภาคีเครือขําย มี 5 วิธีคือ 1) การเรียนรู๎เป็นกลุํม 2) การเรียนรู๎จากแหลํงเรียนรู๎ 3) การเรียนรู๎ในสถานประกอบการ 4) การเรียนรู๎จากฐานการเรียนรู๎ และ5)การเรียนรู๎รายบุคคล **2. จัดโดยภาคีเครือขําย มี2 วิธีคือ 1) การเรียนรู๎เป็นกลุํม 2) การเรียนรู๎รายบุคคล *รูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง (4 รูปแบบ) **1. รูปแบบกลุํมสนใจ 1.1 จัดกิจกรรมตามความต๎องการและความสนใจที่มีการรวมกลุํมกัน ของผู๎เรียนตั้งแตํ6 คนขึ้นไป หลักสูตรไม่เกิน 30 ชั่วโมง 1.2 จัดกิจกรรมการเรียนรู๎ตามภารกิจ เชํน อ าเภอเคลื่อนที่ จังหวัดเคลื่อนที่ ฯลฯ ผู๎เรียนไมํมีการรวมกลุํม สนใจสมัครเรียน ณ สถานที่จัดกิจกรรม หลักสูตรไมํเกิน 5 ชั่วโมง **2. รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ หลักสูตรตั้งแตํ31 ชั่วโมงขึ้นไป ผู๎เรียนตั้งแตํ11 คนขึ้นไป **3. รูปแบบกิจกรรมฝึกอบรมประชาชน เป็นการอบรม การศึกษาดูงานการจัดเวที ประชาคม หรือกิจกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับพัฒนาทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการใช๎เทคโนโลยีที่เหมาะสม ผู๎เรียนกลุํมละ 15 คนขึ้นไป หลักสูตร 1-3 วัน **4. รูปแบบการเรียนรู้รายบุคคล เป็นการเรียนรู๎ของผู๎เรียนบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ต้องการ จะเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องในสถานศึกษาหรือภาคีเครือข่าย **การด าเนินงานจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ **1. สอบถามความต้องการ (ล าดับแรก) ความสนใจของประชาชนกลุํมเปูาหมาย เชํน แผํนพับ เวทีชาวบ๎าน ผํานผู๎น าชุมชน หอกระจายขําวหรือชํองทาง Website, facebook, Line เป็นต๎น


75 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 2. รวมกลุ่มผู๎เรียนประชาชนที่มีความสนใจ ต๎องการอยํางน๎อยกลุํมละ 6 คนขึ้นไป จัดท า รายชื่อผู๎เรียนในใบลงทะเบียนตามแบบ แบบ กศ.ตน. 1 เพื่อประสานสถานศึกษา **3. จัดท าหลักสูตร เพื่อเสนอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและ ผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติหลักสูตร (แบบ กศ.ตน. 15) และจัดหาวิทยากรให๎เขียนใบสมัคร แบบ กศ.ตน. 2 4. จัดท าเอกสารขออนุญาตจัดการศึกษาตํอเนื่อง 1) มีค าสั่งแตํงตั้งวิทยากร (แบบ กศ.ตน. 3) 2) จัดท าเอกสารขออนุญาตเสนอตํอผู๎บริหาร (แบบ กศ.ตน. 4) 3) แผนที่สถานที่จัดหรือใช๎แผนที่ Google map เพื่อเป็นข๎อมูลในการนิเทศ (แบบ กศ.ตน. 29) 4) หลักสูตรที่เคยจัด สามารถจัดได๎เลย **5. สถานศึกษารวบรวมและจัดท าหลักฐานเบิกคําใช๎จําย โดยเบิกจํายให๎เป็นไปตามที่ หนํวยงานต๎นสังกัดก าหนด ดังนี้ 1) คําตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาท 2) คําวัสดุกรณีที่มีคําวัสดุฝึกปฏิบัติให๎เบิกจํายเทําที่จํายจริงตามความจ าเป็น ผู๎เรียนตั้งแตํ 6 คนขึ้นไป หลักสูตรไมํเกิน 30 ชั่วโมง กลุ่มละไม่เกิน 1,000 บาท (แบบ กศ.ตน. 8) 6. จัดท าบันทึกขออนุญาตจัด (กศ.ตน. 16), พร๎อมแผนที่สถานที่จัด (แบบ กศ.ตน. 29) 7. กศน.อ าเภอ/เขต จัดท าหนังสือแจ้งการจัดกิจกรรมเสนอตํอส านักงาน กศน.จังหวัด/ กทม. ก่อนการจัดกิจกรรมอย่างน้อย 1 สัปดาห์(แบบ กศ.ตน. 4) 8. จัดการเรียนรู้วัดและประเมินผลผู๎เรียน 1) เตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ให๎พร๎อม 2) เตรียม ใบลงเวลาวิทยากร ใบลงเวลาผู๎เรียน เกณฑ์การให๎คะแนนแบบประเมินความ พึงพอใจ (แบบ กศ.ตน. 5, 6, 7, 11) 3) จัดท าแผนการจัดการเรียนรู๎ตามหลักสูตร ประเมินความพึงพอใจตํอการเข๎ารํวม กิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรของวิทยากร (แบบ กศ.ตน. 12) 9. จัดท าหลักฐานการจบหลักสูตร พร๎อมทั้งจัดท ารายงานผลการจบหลักสูตร เสนอ ผู๎บริหารสถานศึกษาเพื่ออนุมัติการจบหลักสูตร และออกหลักฐานการจบหลักสูตรตามแบบวุฒิบัตรผู๎ ผําน(แบบ กศ.ตน. 6, 9, 10, 11)


76 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **การจัดการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ (หลักสูตรตั้งแต่31 ชั่วโมงขึ้นไป) **1. ส ารวจความต๎องการ/ประชาสัมพันธ์/รับสมัครครูกศน.ต าบล หรือผู๎ที่สถานศึกษา มอบหมายเจ๎าหน๎าที่ผู๎รับผิดชอบด าเนินการรับสมัครผู๎ที่มีความต๎องการสนใจด๎านอาชีพในเรื่องเดียวกัน ตั้งแตํ 11 คนขึ้นไป และใช๎หลักสูตรในการจัดชั้นเรียนวิชาชีพตั้งแตํ 31 ชั่วโมงขึ้นไป 2. แบบส ารวจความต๎องการการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 13) ใบสมัครผู๎เรียน หลักสูตรการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 14) *3. จัดหา/จัดท าหลักสูตร ต๎องได๎รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และ เสนอผู้บริหารสถานศึกษาเพื่ออนุมัติใช๎หลักสูตร 2 วิธีคือ 1) จัดหาหลักสูตรที่มีอยูํแล๎ว 2) กรณีที่ไมํมีหลักสูตรอยูํเดิม ให๎สถานศึกษาจัดท าหลักสูตร 4. จัดหาวิทยากรให๎ตรงตามเนื้อหาหลักสูตร วิทยากรควรเป็นผู๎ที่มีคุณวุฒิหรือเกียรติบัตร รับรองโดยมีหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงวําเป็นผู๎มีความรู๎ความสามารถ และทักษะ ในสาขาวิชาหรือหลักสูตร นั้น เป็นผู๎ที่มีความสามารถในการถํายทอดความรู๎ให๎แกํผู๎เรียนทั้งนี้ผู้อ านวยการสถานศึกษาเป็น ผู๎ออก ค าสั่งตามแบบฟอร์มใบสมัครวิทยากรการจัดการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 2) 5. การจัดตั้งกลุ่ม/แตํงตั้งวิทยากร/จัดหาวัสดุอุปกรณ์สถานศึกษา ด าเนินการจัดตั้งกลุํมชั้น เรียนวิชาชีพตามแบบฟอร์ม เสนอผู้บริหารสถานศึกษาเพื่ออนุญาตจัดตั้งกลุํม เอกสารในการขอ อนุญาตประกอบด๎วย 1) บันทึกขออนุญาตจัดตั้งกลุํม/เปิดสอนการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน.16) 2) รายละเอียดความต๎องการใช๎วัสดุอุปกรณ์(แบบ กศ.ตน. 8) 3) ทะเบียนผู๎เรียนการจัดการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 1) 4) แผนที่สถานที่จัดกิจกรรมการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 29) 5) ค าสั่งแตํงตั้งวิทยากร (แบบ กศ.ตน. 3) 6) หนังสือแจ๎งการจัดการศึกษาตํอเนื่อง (แบบ กศ.ตน. 4) **6. การจัดการเรียนรู้/วัดและประเมินผล 1) วิทยากรจัดท าแผนการจัดตาม (แบบ กศ.ตน. 12) 2) วิทยากรและผู๎เรียนต๎องลงลายมือชื่อการปฏิบัติงาน(แบบ กศ.ตน. 5) และการเข๎าเรียน (แบบ กศ.ตน. 56) 3) วิทยากร วัดและประเมินผลการเรียนรู๎ของผู๎เรียนเป็นรายบุคคล (แบบ กศ.ตน. 7) เชํน แบบทดสอบ แบบสังเกต เกณฑ์การให๎คะแนน เป็นต๎น 4) การบันทึกคะแนนและให๎ผู๎เรียนประเมินความพึงพอใจ (แบบ กศ.ตน. 10)


77 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 *7. การจบหลักสูตรและออกหลักฐานการจบหลักสูตรแกํผู๎เรียน ให๎ครูกศน.ต าบล เจ๎าหน๎าที่ของสถานศึกษา เสนอผู๎บริหารสถานศึกษาอนุมัติการจบหลักสูตรและออกหลักฐาน เชํน ใบส าคัญผู๎ผํานการเรียน **8. การเบิกค่าใช้จ่าย การจัดการศึกษาตํอเนื่อง รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ คือ 1) คําตอบแทนวิทยากร เบิกจํายชั่วโมงละ ไม่เกิน 200 บาท 2) คําวัสดุฝึกวิชาชีพ ผู๎เรียนตั้งแตํ11 คนขึ้นไป หลักสูตร 31 ชั่วโมงขึ้นไป จํายเป็น คําวัสดุไม่เกิน 5,000 บาท และหากรายวิชาชีพใดมีความจ าเป็นต้องใช้ค่าวัสดุเกินกวําที่ก าหนด ให๎ ขอความเห็นชอบต่อผู้อ านวยการสานักงาน กศน.จังหวัด/กทม โดยผํานคณะกรรมการที่ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. แตํงตั้งเพื่อพิจารณาตามความความเหมาะสมและสภาพจริงภายในวงเงิน งบประมาณและเปูาหมายที่ได๎รับจัดสรร **รายงานผลการด าเนินงาน ผู๎รับผิดชอบจัดท ารายงานผลการด าเนินงานจัดการศึกษาตํอเนื่อง รูปแบบกลุํมสนใจ เสนอตํอผู๎บริหารสถานศึกษา บันทึกในระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ (DMIS : Data Management Information System) และตามที่สานักงาน กศน. แจ๎ง **การนิเทศ ติดตามผล แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา 1) นิเทศ ติดตามผลระหว่างจัดกระบวนการเรียนรู๎โดยคณะกรรมการนิเทศภายใน สถานศึกษา และหรือคณะกรรมการสถานศึกษา สรุปรายงานผลการนิเทศ ติดตามตํอผู๎บริหาร สถานศึกษา (แบบ กศ.ตน. 30) 2) นิเทศ ติดตามผลหลังเสร็จสิ้นการจัดกระบวนการเรียนรู๎โดยสถานศึกษาด าเนินการนิเทศ ติดตามการน าความรู๎ที่ได๎จากการเรียนไปใช๎ประโยชน์และสรุปรายงานผลการนิเทศ ติดตามตํอผู๎บริหาร สถานศึกษา (แบบ นิเทศ กศ.ตน. 22) **แบบฟอร์มการจัดการศึกษาต่อเนื่องมี 30 แบบ (กศ.ตน. 1-30)


78 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบการฝึกอบรมประชาชน ********************** **กลุ่มเปูาหมาย เป็นประชาชนทั่วไป โครงการ/หลักสูตรละไม่ต่ ากว่า 15 คน ผู๎ผํานการอบรมต๎องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของโครงการ/หลักสูตร **1. ด้านพัฒนาทักษะชีวิต เป็นการจัดการเรียนรู๎พัฒนาคนทุกชํวงวัย ให๎มีความรู๎เจตคติและ ทักษะที่จ าเป็นส าหรับการด ารงชีวิตในสังคมปัจจุบัน และเตรียมพร๎อมส าหรับการปรับตัวให๎ทันตํอการ เปลี่ยนแปลงของข๎อมูลขําวสารและเทคโนโลยีสมัยใหมํในอนาคต โดยเน๎นการฝึกปฏิบัติทักษะชีวิต 10 ประการ คือ 1) ทักษะการตัดสินใจ 2) ทักษะการแก๎ปัญหา 3) ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4) ทักษะการคิดสร๎างสรรค์ 5) ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 6) ทักษะการสร๎างสัมพันธภาพ 7) ทักษะการตระหนักรู๎และเห็นคุณคําในตนเอง 8) ทักษะความเห็นใจผู๎อื่น 9) ทักษะการจัดการกับอารมณ์ตํางๆ 10) ทักษะการจัดการกับความเครียด **สํวนเนื้อหาที่สถานศึกษาน าไปจัดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเน๎น ใน 7 เรื่อง คือ 1) สุขภาพกาย-จิต 2) ยาเสพติด 3) เพศศึกษา 4) คุณธรรมและคํานิยมที่พึงประสงค์ 5) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 6) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม 7) ประชาธิปไตยในวิถีชีวิต


79 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **2. การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เชํน การเสริมสร๎างอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การคุ๎มครองผู๎บริโภค การปูองกันการทุจริต เศรษฐกิจชุมชน การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เป็นต๎น **3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการด าเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เชํน การ เรียนรู๎ตามรอยพระยุคลบาท การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหมํ การท าบัญชีครัวเรือน วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์การประหยัดพลังงาน เป็นต๎น **4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เชํน การเรียนรู๎การน าขยะหรือมูล สัตว์มาผลิตเป็นก๏าช ชีวภาพ การถนอมอาหารโดยใช๎พลังงานแสงอาทิตย์ การอบรมดิจิทัลชุมชน หลักสูตรการเข๎าใจดิจิทัล (Digital Literacy) และการค๎าออนไลน์ (E-Commerce) เป็นต๎น **การน าหลักสูตรไปใช้หลักสูตรต๎องได๎รับการอนุมัติจากผู๎บริหารสถานศึกษาและได๎รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา **การเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชน (ปรับปรุง พ.ศ. 2561) 1) คําอาหารไม่เกินมื้อละ 120 บาทต่อคน 2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ไม่เกินมื้อละ 35 บาทต่อคน 3) ค่าตอบแทนวิทยากร ในอัตราไม่เกินชั่วโมงละ 400 บาท 4) คําของสมนาคุณในการศึกษาดูงาน แหํงละไม่เกิน 1,500 บาท 5) คําวัสดุคําเช่าอุปกรณ์เช่าสถานที่ เทําที่จ าเป็น เหมาะสมและประหยัด 6) คําเช่ายานพาหนะหรือจ้างเหมายานพาหนะ ตาม พ.ร.บ.พัสดุฯ การนิเทศ ติดตามและรายงานผลโดยสถานศึกษา การนิเทศ ติดตามผล และรายงานผลการจัดการศึกษาตํอเนื่องโดยสถานศึกษา เป็น การใช๎ทรัพยากรบุคคลในแตํละหนํวยงานให๎เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผู๎ท าหน๎าที่นิเทศ คือ **1) คณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด๎วย ผู๎บริหารสถานศึกษา/ รองผู๎บริหารสถานศึกษา(ถ๎ามี)/ศึกษานิเทศก์/ คณะกรรมการสถานศึกษาและหรือบุคลากรสถานศึกษา ผู๎ที่ได๎รับมอบหมาย มีหน๎าที่นิเทศงาน การศึกษาตํอเนื่องโดยตรงเพื่อพัฒนาการด าเนินงาน 2) ขั้นตอนการนิเทศแตํงตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อท าหน๎าที่ (1) วางแผนการนิเทศรํวมกับผู๎รับผิดชอบหรือผู๎ที่เกี่ยวข๎อง (2) ก าหนดแผนการนิเทศ (3)จัดเตรียมระเบียบแนวทางที่เกี่ยวข๎อง /สื่อ/วัสดุ/อุ)ปกรณ์/เครื่องมือนิเทศเครื่องมือ การนิเทศ (แบบนิเทศ กศ.ตน.30)


80 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3) ให๎คณะกรรมการนิเทศภายใน (1) สังเกตกระบวนการจัดการเรียนรู๎ (2) สอบถามผู๎เรียน


81 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการศึกษาต่อเนื่อง 1. ข้อใดไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ก. สํงเสริมให๎กลุํมเปูาหมายได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพ พัฒนา ทักษะชีวิต และพัฒนาสังคมและชุมชน ข. ให๎กลุํมเปูาหมายได๎เห็นชํองทางการประกอบอาชีพ หรือการตํอยอดอาชีพเดิมให๎ พัฒนา สามารถพึ่งพาตนเองได๎ ค. ให๎กลุํมเปูาหมายด ารงชีวิตอยูํในสังคมอยํางมีความสุข สอดคล๎องตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจภาคตะวันออก ง. ให๎กลุํมเปูาหมายได๎เรียนอยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต 2. การจัดการศึกษาต่อเนื่องมีกี่ลักษณะ ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 3. ข้อใดไม่สอดคล้องกับลักษณะการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ก. จัดโดยสถานศึกษา ข. จัดโดยคณะกรรมการสถานศึกษา ค. จัดโดยภาคีเครือขําย ง. จัดโดยสถานศึกษารํวมกับภาคีเครือขําย 4. “สถานศึกษาในก ากับ “ หมายถึง ก. สถานศึกษาในสังกัดส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ สถานศึกษาในก ากับ ข. สถานศึกษาภาคีเครือขํายของส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ค. สถานศึกษาในสังกัดและภาคีเครือขํายของส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 5. ข้อใดคือความหมายของค าว่า “การศึกษาต่อเนื่อง” ก. Continuous Education ข. Basic Education ค. Long life Education ง. Informal Education 6. การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ตามวงจรคุณภาพของ Deming Cycle : PDCA ในข้อใดกล่าวถูกต้อง ที่สุด ก. Plan Doing Check Acting ข. Plan Doing Check Act ค. Plan Do Check Action ง. Plan Do Check Acting


82 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. วิธีการจัดการศึกษาต่อเนื่องมีกี่รูปแบบ ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 8. ข้อใดคือคุณสมบัติของผู้เรียน การศึกษาต่อเนื่อง ก. อายุตั้งแตํ 15 ปีขึ้นไป ข. อายุตั้งแตํ 18 ปีขึ้นไป ค. อายุตั้งแตํ 20 ปีขึ้นไป ง. อายุตั้งแตํ 25 ปีขึ้นไป 9. การด าเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ควรค านึงถึงสิ่งใดก่อน ก. การออกแบบกิจกรรม ข. จัดท าโครงการเรียนรู๎รายบุคคล ค. แผนการเรียน ง. ความต๎องการของผู๎เรียน 10. ข้อใดคือยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ก. ใช๎ชุมชนเป็นฐาน ข. ใช๎เครือขํายแนวรํวม และทุนทางสังคมที่มีอยูํในชุมชน ค. ใช๎เทคโนโลยีชํวยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู๎ ง. ถูกทุกข๎อ 11. ข้อใดไม่สอดคล้องกับวิธีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล 12. การจัดการศึกษาต่อเนื่องที่ก าหนดให้มีผู้เรียนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป คือรูปแบบใด ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล 13. การจัดการศึกษาต่อเนื่องที่ก าหนดให้มีผู้เรียนตั้งแต่ 11 คนขึ้นไป คือรูปแบบใด ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล 14. ผู้เรียนไม่ต่ ากว่า 15 คนขึ้นไป คือการจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบใด ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล 15. หลักสูตรไม่เกิน 30 ชั่วโมง คือการจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบใด ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล


83 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 16. หลักสูตรตั้งแต่ 31 ชั่วโมงขึ้นไป คือการจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบใด ก. รูปแบบกลุํมสนใจ ข. รูปแบบฐานการเรียนรู๎ ค. รูปแบบชั้นเรียน ง. รูปแบบรายบุคคล 17. แบบ กศ.ตน. 4 คือข้อใด ก. ค าสั่งแตํงตั้งวิทยากร ข. แผนที่สถานที่จัดการศึกษาตํอเนื่อง ค. เอกสารเพื่อขออนุญาตจัดการศึกษาตํอเนื่อง ง. ใบลงทะเบียนผู๎สมัครเรียนหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่อง 18. สถานศึกษา กศน.อ าเภอ/เขต ด าเนินการจัดท าหนังสือแจ้งการจัดกิจกรรมเสนอต่อ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ภายในกี่วันก่อนการจัดกิจกรรม ก. อยํางน๎อย 1 สัปดาห์ ข. อยํางน๎อย 15 วัน ค. อยํางน๎อย 1 เดือน ง. อยํางน๎อย 2 เดือน 19. ผู้ใดมีอ านาจเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ก. ครู กศน.ต าบล ข. วิทยากร ค. ผู๎อ านวยการสถานศึกษา ง. คณะกรรมการสถานศึกษา 20. ผู้ใดเป็นผู้ประเมินผลผู้เรียนตามแบบประเมินที่ก าหนด ก. ครู กศน.ต าบล ข. วิทยากร ค. สถานศึกษา ง. ผู๎อ านวยการสถานศึกษา 21. การเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาต่อเนื่อง ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. นับจ านวนชั่วโมงอบรม จ านวน 40 ชั่วโมง เป็น 1 หนํวยกิต ข. เมื่อเทียบโอนแล๎ว ให๎ผลระดับการเรียน เป็น “ผําน” ค. เทียบโอนได๎เฉพาะหลักสูตรที่หนํวยงานของรัฐ เป็นผู๎จัดเทํานั้น ง. สถานศึกษาต๎องสัมภาษณ์ เพื่อตรวจสอบข๎อเท็จจริง เกี่ยวกับการอบรม 22. ความสามารถที่เกิดการเรียนรู้ การฝึกฝนและสร้างประสบการณ์ เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด ก. พัฒนาอาชีพ ข. วิชาชีพระยะสั้น ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. ทักษะชีวิต 23. การจัดกิจกรรมอบรมประชาธิปไตยการเลือกตั้งในหมู่บ้าน ควรเลือกการจัดการศึกษาประเภท ใด จึงเหมาะสม ก. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า ค. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม ง. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต


84 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 24. สถานศึกษาใช้หลักสูตรการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรม โดยเน้นการด าเนินการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ควรเลือกการจัดการศึกษาประเภท ใดจึงจะเหมาะสม ก. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า ค. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม ง. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 25. ข้อใดไม่ใช่การศึกษาต่อเนื่อง ก. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ข. การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ค. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ง. กิจกรรมการเรียนรู๎ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 26. เกณฑ์การประเมินผล รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพและรูปแบบกลุ่มสนใจ ก าหนดสัดส่วนคะแนน ภาคทฤษฎี : ภาคปฏิบัติเท่ากับ ข้อใด ก. 40 : 60 ข. 50 : 50 ค. 20 : 80 ง. 30 : 70 27. รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพและรูปแบบกลุ่มสนใจ ผู้เรียนจะจบหลักสูตร ต้องมีเวลาเรียน ร้อยละ เท่าไร ของเวลาเรียนทั้งหมด ก.ร๎อยละ 80 ข. ร๎อยละ 75 ค. ร๎อยละ 70 ง. ร๎อยละ 85 28. การจัดการศึกษารูปแบบใดใช้ระยะเวลาการจัดหลักสูตร 31-100 ชั่วโมง ก. ชั้นเรียนกลุํมสนใจ ข. ชั้นเรียนระยะยาว ค. ชั้นเรียนระยะสั้น ง. ชั้นเรียนรวม 29. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ก. พอเพียงและเลี้ยงชีพได๎ ข. พัฒนารายได๎และเพื่อการท ากิน ค. สร๎างรายได๎เสริมและเพิ่มรายได๎ครอบครัว ง. เพื่อการท ามาหากินและพัฒนาตํอยอดอาชีพเดิม 30. ข้อใดคือแนวทางการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ก. ส ารวจปัญหา-เลือกพื้นที่-ประสานความรํวมมือ-จัดท าหลักสูตร ข. เลือกพื้นที่-ส ารวจปัญหา-ประสานความรํวมมือ-จัดท าหลักสูตร ค. ส ารวจปัญหา-ประสานความรํวมมือ-จัดท าหลักสูตร-เลือกพื้นที่ ง. เลือกพื้นที่-ประสานความรํวมมือ-จัดท า


85 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 31. รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ หลักสูตร 40 ชั่วโมง สามารถเบิกค่าวัสดุฝึกได้เท่าใด ก. 1,000 บาท ข. ไมํเกิน 3,000 บาท ค. 4,000 บาท ง. ไมํเกิน 5,000 บาท 32. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ สามารถเบิกจ่ายค่าวัสดุได้อย่างไร ก. 1,000 บาท ข. ไมํเกิน 1,000 บาท ค. 5,000 บาท ง. ไมํเกิน 5,000 บาท 33. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 400 บาท 34. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบชั้นเรียน สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 400 บาท 35. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละ ไมํเกิน 400 บาท 36. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าอาหารได้เท่าใด ก. ไมํเกินมื้อละ 70 บาท/คน ข. ไมํเกินมื้อละ 100 บาท/คน ค. ไมํเกินมื้อละ 120 บาท/คน ง. ไมํเกินมื้อละ 150 บาท/คน 37. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มได้เท่าใด ก. ไมํเกินมื้อละ 20 บาท/คน ข. ไมํเกินมื้อละ 25 บาท/คน ค. ไมํเกินมื้อละ 30 บาท/คน ง. ไมํเกินมื้อละ 35 บาท/คน 38. ค่าของสมนาคุณในการศึกษาดูงานให้เบิกเท่าที่จ่ายจริง แหํงละไมํเกินเทําใด ก. แหํงละ ไมํเกิน 1,000 บาท ข. แหํงละ ไมํเกิน 1,500 บาท ค. แหํงละ ไมํเกิน 2,000 บาท ง. แหํงละ ไมํเกิน 2,500 บาท 39. “การจัดหาหรือจัดท าหลักสูตร” ด าเนินได้กี่วิธี ก. 1 วิธี ข. 2 วิธี ค. 3 วิธี ง. 4 วิธี 40. ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบการฝึกอบรมให้ประชาชน ต้องมีระยะเวลา ร่วมตามหลักสูตรการอบรมเท่าไร จึงจะผ่านหลักสูตรการอบรม ก. ไมํน๎อยกวําร๎อยละ 65 ข. ไมํน๎อยกวําร๎อยละ 70 ค. ไมํน๎อยกวําร๎อยละ 75 ข. ไมํน๎อยกวําร๎อยละ 80


86 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 เฉลยแนวข้อสอบ 1.ง 2.ค 3.ข 4.ข 5.ก 6.ค 7.ง 8.ก 9.ง 10.ง 11.ข 12.ก 13.ค 14.ข 15.ก 16.ค 17.ค 18.ก 19.ง 20.ข 21.ค 22.ง 23.ง 24.ค 25.ง 26.ค 27.ก 28.ค 29.ง 30.ก 31.ง 32.ข 33.ค 34.ค 35.ง 36.ค 37.ง 38.ข 39.ข 40.ง


87 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) ******************************* พระราชบัญญัติสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ได๎ให๎ ค าจ ากัดความ ของการศึกษาตามอัธยาศัย ไว๎วํา “การศึกษาตามอัธยาศัย” หมายความวํา กิจกรรม การเรียนรู๎ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรูได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต๎องการโอกาสความพรอม และศักยภาพในการเรียนรูของแต่ละบุคคล เปูาหมายของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อตอบสนองความต๎องการการเรียนรู๎ตามความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของแตํละ บุคคลให๎สามารถศึกษาได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต **รูปแบบการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย **การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยไม่มีรูปแบบการศึกษา หรือการเรียนรู๎ที่ตายตัว ไม่มี หลักสูตรเป็นตัวก าหนดกรอบกิจกรรม หรือขอบขํายสาระการเรียนรู๎การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความ ต้องการ และแรงจูงใจใฝุรู้ของแต่ละบุคคล 1. จัดกิจกรรมในแหล่งการเรียนรู้ประเภทตํางๆ เชํนห๎องสมุดประชาชน การเรียนรู๎ด๎วย ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์พิพิธภัณฑ์การจัดกิจกรรมการเรียนรู๎จากภูมิปัญญาชาวบ๎าน การจัดกลุํม เสวนา หรือการอภิปราย กิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมสํงเสริมการอํานการเผยแพรํ ขําวสารข๎อมูลและความรู๎ตํางๆ ฯลฯ 2. สํงเสริมสนับสนุน และพัฒนาการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยได๎แกํ สนับสนุนสื่อแก่ หน่วยงานและแหล่งความรู้ต่างๆ 3. ส่งเสริมให๎หนํวยงานเครือข่ายจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เชํน ห๎องสมุดในสถานที่ ราชการ สถานประกอบการ ฯลฯ 4. สํงเสริม สนับสนุนการพัฒนากลุ่มต่างๆ ตามความต๎องการและความสนใจ เชํน กลุํม ดนตรีกลุํมสิ่งแวดล๎อม พัฒนาชุมชน ฯลฯ **หลักการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 1) จัดให๎สนองกลุํมเปูาหมาย ทุกเพศและวัย ตามความสนใจและความต๎องการ 2) จัดให๎สอดคล๎องกับวิถีชีวิต 3) จัดโดยวิธีหลากหลายโดยใช๎สื่อตํางๆ 4) จัดให๎ยืดหยุํน โดยไมํยึดรูปแบบใดๆ 5) จัดให๎ทันตํอเหตุการณ์ 6) จัดได๎ทุกกาลเทศะ


88 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7) จัดบรรยากาศ สถานการณ์และสภาพแวดล๎อมให๎เอื้อตํอการเรียนรู๎ตลอดชีวิต สรุป การศึกษาตามอัธยาศัยเน๎นที่ผู๎เรียนที่ต๎องการเสาะแสวงหาความรู๎ด๎วยตนเอง แตํองค์กรทาง การศึกษา และผู๎ที่มีสํวนเกี่ยวข๎องในการจัดการศึกษาจะต๎องจัดหาและเตรียมแหลํงเรียนรู๎ไว๎ให๎พร๎อม ให๎ มีกิจกรรมหลากหลายส าหรับให๎บริการแกํผู๎ที่ด๎องการแสวงหาความรู๎ตามอัธยาศัยอยํางครบถ๎วน ทันตํอ เหตุการณ์และทันสมัยอยูํตลอดเวลา โดยความรํวมมือขององค์กรตํางๆ ในสังคมในรูปของภาคีเครือขําย เพื่อสร๎างสังคมแหํงการเรียนรู๎และการพัฒนาที่ยั่งยืน ** อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน **อาสาสมัครสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เรียกชื่อโดยยํอ วํา อาสาสมัคร กศน. (Non-Formal and Informal Education Voluteer : NIEV) อาสาสมัคร กศน. หมายถึง บุคคลที่มีความรู๎ ความสามารถและสมัครใจท างานเพื่อสังคมในด๎านการศึกษา โดยไมํรับ คําตอบแทนในหมวดเงินเดือนและได๎รับการฝึกอบรมกํอนได๎รับการแตํงตั้งให๎เป็นอาสาสมัคร กศน. *วัตถุประสงค์ 1) เพื่อให๎คนที่มีความรู้ความสามารถและจิตอาสาในการถ่ายทอดองค์ความรู๎ ประสบการณ์เฉพาะด๎าน ได๎มีสํวนรํวมในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาให๎แกํประชาชนใน ชุมชนได๎อยํางทั่วถึง 2) เพื่อชํวยบรรเทาภาวะขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู๎เฉพาะด๎านทางการศึกษา ใน ชุมชน 3) เพื่อเสริมสร๎างการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน **คุณสมบัติทั่วไปของ อาสาสมัคร กศน. 1) อายุไม่ต่ ากว่า 18 ปีบริบูรณ์ 2) เป็นผู๎ที่สมัครใจและเสียสละเพื่อช่วยงานการศึกษาตลอดชีวิตของประชาชน 3) เป็นผู๎มีภูมิล าเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ประจ าในหมูํบ๎านหรือชุมชน 4) เป็นผู๎มีความรู๎ความสามารถและสามารถอ่านออกเขียนได้ 5) เป็นบุคคลที่กรรมการหมูํบ๎านหรือประชาชนรับรองวําเป็นผู๎ที่มีความประพฤติ อยูํในกรอบศีลธรรมอันดีได๎รับความไว๎วางใจและยกยํองจากประชาชน **กรณีที่คุณสมบัติไม่ครบ ให๎อยูํในดุลยพินิจของคณะกรรมการสํงเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร โดยยึดประโยชน์ของชุมชนเป็นหลัก คุณลักษณะของอาสาสมัคร กศน. 1) มีจิตบริการ 2) ให๎บริการประชาชนอยํางมีคุณภาพ


89 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3) ให้ความส าคัญแกํผู๎พลาดโอกาส ขาดโอกาส และด้อยโอกาส โดยการให๎ความ ชํวยเหลือ ดูแลด๎วยความหํวงใย จริงใจ 4) พร๎อมรับการตรวจสอบจากทุกฝุาย 5) รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทย **การคัดเลือกอาสาสมัคร ในการคัดเลือกอาสาสมัคร กศน. ให๎ก าหนดตามจ านวน หลังคาเลือนในชุมชน โดยจ านวนไม่เกิน 50 หลังคาเรือนให๎มีอาสาสมัคร กศน.ได๎ไม่เกิน 1 คน ส าหรับ ในพื้นที่ที่มีจ านวนหลังคาเรือนเกิน 50 หลังคาเรือน ให๎อยู่ในดุลยพินิจ ของ กศน.อ าเภอ/เขต และให๎รายงานตํอ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร แล๎วแตํกรณี ทราบ **บทบาทของ กศน.อ าเภอ/เขต 1) ก าหนดจ านวนอาสาสมัคร กศน. อ าเภอ/เขต และรายงานส านักงาน กศน. จังหวัด/ กรุงเทพมหานคร 2) กศน.อ าเภอ/เขต รํวมกับชุมชนด าเนินการสรรหาและคัดเลือกผู๎ที่มีคุณสมบัติ เพื่อเข๎า รับการอบรมและรายงานส านักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร 3) แต่งตั้งผู๎มีคุณสมบัติครบหรือผู๎ที่ได๎รับการยกเว๎นเป็นอาสาสมัคร กศน. 4) มอบหมายภารกิจหน๎าที่ให๎กับอาสาสมัคร กศน. และก ากับติดตามผลการปฏิบัติงาน ของอาสาสมัคร กศน. 5) ส่งเสริม สนับสนุน และเสริมสร๎างศักยภาพในการปฏิบัติงานแกํอาสาสมัคร กศน. 6) จัดท ารายงานผลการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร กศน. ให๎ส านักงาน กศน.จังหวัด/เขต และคณะกรรมการที่เกี่ยวข๎อง *บทบาทหน้าที่ของ ครูกศน. 1) รํวมกับ อาสาสมัคร กศน.ส ารวจข้อมูลเกี่ยวกับ 1) จัดรวมกลุ่มเปูาหมาย 50 หลังคาเรือน 2) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของกลุํมเปูาหมาย/ชุมชน 3) วิเคราะห์ข๎อมูล และจัดล าดับความส าคัญของปัญหา 2) รํวมกับอาสาสมัคร กศน. จัดท าแผนงาน/โครงการ ให๎สอดคล๎องกับสภาพปัญหา และ ความต๎องการของกลุํมเปูาหมาย/ชุมชน(แผนชุมชน) แผนงาน/โครงการแบํงเป็น 2 ประเภท คือ แผนงาน/โครงการส าหรับกลุํมเปูาหมายทั่วไป และแผนงาน/โครงการส าหรับกลุํมเปูาหมายเฉพาะ 3) รํวมกับอาสาสมัคร กศน. ปฏิบัติงานจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให๎สอดคล๎องกับความต๎องการของกลุํมเปูาหมาย การปฏิบัติงานมี3 ขั้นตอน 3.1) เตรียมกลุํมเปูาหมายให๎มีความเข๎าใจ 3.2) ด าเนินการจัดกิจกรรมให๎เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเปูาหมายที่ 3.3) สํงเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดกิจกรรม กศน. ให๎ดียิ่งขึ้น


90 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4) รํวมกับ อาสาสมัคร กศน. นิเทศ เยี่ยมเยียน กลุํมเปูาหมาย 5) รํวมกับ อาสาสมัคร กศน. ในการประเมินโครงการ/กิจกรรม **บทบาทหน้าที่ของ อาสาสมัคร กศน. 1) เสนอความต๎องการในการเรียนรู๎ของประชาชน โดยประสานกับ ครู กศน. ต าบล 2) ประชาสัมพันธ์ สื่อสาร เผยแพรํข๎อมูล เพื่อสร๎างโอกาสการเรียนรู๎ให๎แกํประชาชน 3) สํงเสริม สนับสนุน และรํวมจัดกิจกรรม กศน. 4) รํวมกับ ครู กศน. ต าบล ในการติดตามผล การจัดกิจกรรม กศน. ในชุมชน 5) สํงเสริม สนับสนุน การรวบรวมข๎อมูลพื้นฐานด๎านการศึกษาของประชาชนใน ชุมชน **จรรยาบรรณ ของ อาสาสมัคร กศน 1) เป็นผู๎มีอุดมการณ์ ถือประโยชน์สํวนรวมมากกวําสํวนตน 2) เป็นผู๎บ าเพ็ญประโยชน์แกํชุมชนอยํางเป็นธรรมและทั่วถึง 3) มีความเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต สามัคคีและศรัทธาในการปฏิบัติงาน 4) เป็นผู๎ใฝุรู๎ใฝุเรียนและพัฒนาตนเองอยูํตลอดเวลา **สิทธิประโยชน์ของอาสาสมัคร กศน. 1) สิทธิในการเข้าร่วมโครงการและรับบริการจากกิจกรรมตําง ๆของหนํวยงาน/ สถานศึกษา สังกัดส านักงาน กศน. ทุกรูปแบบ ส าหรับตนเองและครอบครัว(ครอบครัว หมายถึง สามี หรือภรรยาและบุตร) โดยไมํเสียคําใช๎จําย 2) สิทธิในการเบิกค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน มีดังนี้ 2.1) การจ้างด าเนินงานที่เกี่ยวข๎องกับภารกิจของงาน กศน. (ไม่ใช่ภารกิจของครู กศน.) หรืองานที่เป็นนโยบายเรํงดํวนของรัฐบาล 2.2) การเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพ/สอนเสริม 2.3) การเข๎ารับการอบรม สัมมนา ที่ ส านักงาน กศน. ด าเนินการ 2.4) การได๎รับการคัดเลือกไปศึกษาดูงานที่เกี่ยวข๎องกับภารกิจ 3) มีสิทธิแต่งเครื่องแต่งกายตามที่ก าหนด 4) มีสิทธิได๎รับประกาศเกียรติคุณ จากส านักงาน กศน. กรณีมีผลงานดีเดํนอยํางตํอเนื่อง สม่ าเสมอ ตามเกณฑ์การคัดเลือก ที่ ก าหนด 5) มีสิทธิได้รับข่าวสารข้อมูล กิจกรรม/โครงการ กศน. 6) มีสิทธิในการออกเสียงคัดเลือกกรรมการเครือขํายอาสาสมัคร กศน. ในระดับตําง ๆ 7) มีสิทธิสมัครในการเข๎ารับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการเครือขํายอาสาสมัคร กศน. ในระดับตําง ๆ 8) มีสิทธิได๎รับการจารึกชื่อในท าเนียบอาสาสมัคร กศน.


91 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 9) มีสิทธิได๎รับเงินสงเคราะห์ตาม พ.ร.บ สงเคราะห์ผู๎ประสบภัยเนื่องจากชํวยเหลือ ราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติหน๎าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497 **การก าหนดค่าตอบแทนอาสาสมัคร กศน. 1) มีสิทธิเบิกคําใช๎จํายในการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาวําด๎วยคําใช๎จํายใน การเดินทางไปราชการที่กระทรวงการคลังก าหนด ภายในวงเงินงบประมาณที่ได๎รับการจัดสรร 2) สิทธิในการเบิกคําใช๎จํายในการฝึกอบรมประเภทบุคคลภายนอก 3) การจ้างด าเนินงานตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ


92 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการศึกษาตามอัธยาศัย 1. การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มีความหมายตามข้อใด ก. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบที่เป็น หลักสูตรระยะสั้น ที่จัดตามความ ต๎องการ ของกลุํมเปูาหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพ ทักษะชีวิต การพัฒนาสังคมและชุมชน ซึ่งรวมถึง การจัดการเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ การใช๎เทคโนโลยี ซึ่งน าไปสูํการพัฒนา คุณภาพชีวิต ข. กิจกรรมการเรียนรู๎ในวิถี ชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต๎องการ โอกาส ความพร๎อม และศักยภาพในการเรียนรู๎ของ แตํละบุคคล ค. เป็นการศึกษาที่บูรณาการความรู๎และทักษะจากการศึกษาที่ผู๎เรียนมีอยูํหรือได๎รับจากการ เข๎ารํวมกิจกรรมการศึกษานอกระบบ แล๎วน าไปใช๎ให๎เป็น ประโยชน์ตํอการพัฒนาสังคมและชุมชนอยําง ยั่งยืนโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรูปแบบ การเรียนรู๎ที่หลากหลาย และใช๎ชุมชนเป็น ฐานในการพัฒนาการเรียนรู๎ของคนในชุมชน เชํน ประชาธิปไตย การใช๎เทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็นต๎น ง. การศึกษาที่ให๎ความส าคัญกับการพัฒนาคน เพื่อให๎มีความรู๎ เจตคติและทักษะที่จ าเป็นส าหรับ การด ารงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อให๎บุคคลสามารถเผชิญ สถานการณ์ตําง ๆ ในชีวิตประจ าวันได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ และเตรียมความพร๎อมกับการปรับตัวในอนาคต 2. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักการและแนวคิดการส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย ก. การจัดอบรมฝึกอาชีพให๎กับประชาชนทั่วไป ข. การพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ให๎มีความหลากหลาย ค. การจัดอบรมหรือแนวทางการเรียนรู๎ที่เป็นคุณประโยชน์ตํอผู๎เรียน ง. เข๎าถึงแหลํงการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับความสนใจ และวิถีชีวิตของผู๎เรียนทุกกลุํมเปูาหมาย 3. เปูาหมายของการจัดการตามอัธยาศัย คือข้อใด ก. ผู๎เรียนสามารถน าความรู๎ที่ได๎รับไปใช๎ประโยชน์ตํอการพัฒนาสังคมและชุมชนอยํางยั่งยืนโดยยึด หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข. การพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ให๎มีความหลากหลาย ทั้งสํวนที่เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น และสํวนที่เป็น เทคโนโลยีมาใช๎ในการศึกษา ค. ผู๎เรียนสามารถน าความรู๎ที่ได๎รับมาใช๎ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบ และการศึกษานอกระบบ ง. ทุกข๎อที่กลําวมา


93 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” แห่งแรกจัดตั้งขึ้น พ.ศ. ใด ก. 2532 ข. 2533 ค. 2534 ง. 2535 5. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” และห้องสมุดประชาชน ซึ่งตั้งอยู่ในอ าเภอใดให้เป็นส่วน งานหนึ่งของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอนั้นๆ ยกเว้นข้อใด ก. ห๎องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารีอ าเภอหนองกี่” ข. ห๎องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารีอ าเภอธาตุพนม” ค. ห๎องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารีอ าเภอปากชํอง” ง. ห๎องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารีอ าเภอศรีมโหสถ” 6. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารีอ าเภอปากช่อง” เป็นส่วนงานหนึ่งของหน่วยงานใด ก. กศน.อ าเภอปากชํอง ข. ส านักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา ค. สถาบันการศึกษาและพัฒนาตํอเนื่องสิรินธร ง. องค์การบริหารสํวนจังหวัดนครราชสีมา 7. ข้อใดไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ก. เพื่อเป็นแหลํงการเรียนรู๎ตลอดชีวิตส าหรับประชาชนทั่วไป ข. เพื่อเป็นศูนย์ข๎อมูล ขําวสาร ความรู๎ชุมชน ค. เพื่อเป็นศูนย์การฝึกอาชีพให๎กับประชาชน ง. เพื่อเป็นแหลํงศึกษาค๎นคว๎า และบริการการเรียนรู๎ของนักศึกษา และบุคลากร กศน. 8. ข้อใดคือกลุ่มเปูาหมายของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยที่กล่าวถูกต้องที่สุด ก. ประชาชนอายุตั้งแตํ 15 ปีขึ้นไป ข. ประชาชนอายุตั้งแตํ 18 ปีขึ้นไป ค. ประชาชนอายุตั้งแตํ 20 ปีขึ้นไป ง. ประชาชนทั่วไปทุกเพศ ทุกวัย 9. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ด๎วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร๎อม โอกาส ข. สถานศึกษา ต๎องจัดการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ค. ธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมเป็นแหลํงเรียนรู๎ ง. จัดการเรียนรู๎ทุกที่ ทุกเวลา 10. แหล่งเรียนรู้การศึกษาตามอัธยาศัยที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดคือข้อใด ก. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอุบลราชธานี ข. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ค. กศน.ต าบล (ศูนย์การเรียนชุมชน)


94 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ง. สถาบันสํงเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู๎ 11. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย ก. การสํงเสริมการอําน ข. ห๎องสมุดประชาชน ค. ศูนย์วิทยาศาสตร์นํารู๎ ง. บทเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง เส๎นจ านวน 12. ข้อใดคือ เปูาหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ได๎รับความรู๎และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู๎ที่จะเอื้อตํอการเรียนรู๎ตลอดชีวิต ข. ได๎เรียนรู๎สาระที่สอดคล๎องกับความสนใจและความจ าเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต ค. น าความรู๎ที่ได๎รับไปใช๎ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษา นอกระบบ ง. ถูกทุกข๎อ 13. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติทั่วไปของ อาสาสมัคร กศน. ก. อายุไมํต่ ากวํา 20 ปีบริบูรณ์ ข. เป็นผู๎มีภูมิล าเนาหรือมีถิ่นที่อยูํประจ าในหมูํบ๎านหรือชุมชน ค. เป็นผู๎มีความรู๎ความสามารถและสามารถอํานออกเขียนได๎ ง. เป็นผู๎ที่สมัครใจและเสียสละเพื่อชํวยงานการศึกษาตลอดชีวิตของประชาชน 14. วันรักการอ่าน ตรงกับวันใดของทุกปี ก. 4 มีนาคม ข. 2 เมษายน ค. 8 กันยายน ง. 11 พฤศจิกายน 15. อาสาสมัคร กศน. 1 คน รับผิดชอบกลุ่มเปูาหมายในชุมชนจ านวนเท่าใด ก. ไมํเกิน 30 หลังคาเรือน ข.ไมํเกิน 40 หลังคาเรือน ค. ไมํเกิน 50 หลังคาเรือน ง. ไมํเกิน 60 หลังคาเรือน เฉลยข้อสอบ 1.ข 2.ก 3.ค 4.ค 5.ค 6.ค 7.ค 8.ง 9.ข 10.ค 11.ง 12.ง 13.ก 14.ข 15.ค


95 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) ****************************** เปูาหมายและแนวคิดส าคัญของการศึกษาตลอดชีวิต 1. เพื่อให๎บุคคลพัฒนาเติมเต็มตามขีดความสามารถของตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีในสังคม ที่ตนอาศัยอยูํ 2. เป็นการศึกษาทั้งชีวิตอยํางต่อเนื่องตั้งแตํเกิดจนตาย 3. บุคคลมีอิสรภาพที่จะเลือกเรียนรู้จากการศึกษารูปแบบตําง ๆ ที่เหมาะสม 4. มุํงพัฒนาให๎บุคคลได๎พัฒนาตนให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อการท างานและ การอยูํร่วมกันในสังคมอยํางสันติสุข 5. การศึกษาที่จัดให้แก่ทุกกลุ่มอายุตั้งแตํวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ 6. การจัดการศึกษาที่บริการให๎ครอบคลุมทั่วถึงทุกคนในแต่ละช่วงวัย ตลอดชีวิต 7. การจัดกิจกรรมการศึกษาที่ตํอเนื่อง สอดคล้องกับชีวิตจริง 8. กลุํมเปูาหมายสามารถน าความรู๎ที่ได๎รับน าไปใช้ประโยชน์ได๎ในการด าเนินชีวิตและ การปรับตัวให๎เข๎ากับการเปลี่ยนแปลง **รูปแบบการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต **1. การศึกษาวิชาสามัญ ซึ่งครอบคลุมตั้งแตํการสอนอํานเขียนเพื่อการอํานออกเขียนได๎ การศึกษาที่เทียบเทําระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต๎น มัธยมศึกษาตอนปลาย และการศึกษาใน ระดับอุดมศึกษา **2. การศึกษาทางด้านวิชาชีพ ซึ่งมีการจัดอบรมวิชาชีพทั้งระยะสั้นและระยะยาวใน หลายสาขาอาชีพแบบมีประกาศนียบัตร และไมํมีประกาศนียบัตร **3. การให้ความรู้ทั่วไปที่เป็นประโยชน์ตํอการด าเนินชีวิตประจ าวันด๎วยการอบรมโดย วิทยากร และโดยสื่อตํางๆ การจัดกิจกรรมจะมีความยืดหยุํนในเรื่องกฎ ระเบียบตําง ๆ โดยรับผู๎เรียนไมํจ ากัดเพศ อายุ พื้นฐานการศึกษา อาชีพ ความสนใจ มีความยืดหยุํนในเรื่องเวลาเรียน สถานที่เรียน กิจกรรมการเรียนรู๎ มุํงสนองความต๎องการของผู๎เรียนในแตํละชุมชนและสังคม การเรียนรู๎ไมํจ าเป็นต๎องเกิดขึ้นที่สถานศึกษา ไมํจ ากัดเวลา โดยมีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงและพัฒนาการของผู๎เรียน **การจัดการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาตลอดชีวิตเป็นรูปแบบของการศึกษาที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต นับตั้งแตํวัยแรกเกิด จนกระทั่งสิ้นชีวิต ที่ครอบคลุมการจัดการศึกษา 3 รูปแบบ คือ **1) การศึกษาในระบบ (Formal Education)ที่มีโครงสร๎างชัดเจนแน่นอน มีการแบ่งชั้น เรียนตามอายุจัดการเรียนการสอนตามล าดับชั้น มีหลักสูตร เวลาเรียนที่แนํนอน มีการวัดผล ประเมินผลเพื่อรับประกาศนียบัตร


96 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **2) การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) ที่มีการจัดกิจกรรมการศึกษานอก ระบบ มีกระบวนการจัดการเรียนรู๎ที่ยืดหยุ่น สอดคล๎องกับสภาพความต๎องการของกลุํมเปูาหมายที่ หลากหลาย เน๎นการจัดการเรียนรู๎เรื่องที่เป็นสภาพปัจจุบัน เพื่อการแก๎ปัญหาชีวิตประจ าวัน มีเวลาเรียน ที่ยืดหยุํน **3) การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) ที่เป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิต เป็นการเรียนรู๎จากประสบการณ์การท างาน บุคคล ครอบครัว สื่อ ชุมชน แหลํงความรู๎ตําง ๆ เพื่อ เพิ่มพูนความรู๎ทักษะ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการศึกษาตามอัธยาศัยมีลักษณะส าคัญ คือ ไม่มี หลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จ ากัดอายุไม่มีการลงทะเบียน และไม่มีการสอบ การเรียนสํวน ใหญํเป็นการเรียนเพื่อความรู๎และนันทนาการ อีกทั้งไมํจ ากัดเวลาเรียนสามารถเรียนได๎ตลอดเวลา และ เกิดขึ้นในทุกชํวงวัย ตลอดชีวิต ** อายุ0 – 3 ปีหรือวัยแรกเกิด บุคคลจะได๎รับการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นสํวนใหญํ อาจมีการศึกษานอกระบบบ๎างเล็กน๎อย ** อายุ3 – 6 ปีหรือวัยก่อนวัยเรียน บุคคลยังคงได๎รับการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นหลัก แตํอาจจะมีการศึกษานอกระบบบ๎าง (กรณีศูนย์เด็กเล็กในชุมชน) หรือการศึกษาในระบบบ๎าง (กรณีชั้น เด็กเล็กในโรงเรียนประถมศึกษาหรือโรงเรียนอนุบาล) ** อายุ6 ปีขึ้นไป ถึง 22 ปีโดยประมาณ หรือวัยเรียน การศึกษาที่ได๎รับเป็นหลัก คือ การศึกษาในระบบ อาจจะมีการศึกษานอกระบบบ๎างส าหรับคนที่ไมํอาจศึกษาในระบบได๎และยังคงได๎รับ การศึกษาจากสังคมและสิ่งแวดล๎อมที่เป็นการศึกษาตามอัธยาศัยอยูํบ๎าง ** อายุ22 ปีขึ้นไป ถึง 60 ปีโดยประมาณ หรือวัยท างาน การศึกษาที่บุคคลในวัยนี้จะ ได๎รับเป็นหลัก คือ การศึกษาตามอัธยาศัย และอาจมีการศึกษานอกระบบบ๎าง ** อายุ60 ปีขึ้นไป หรือวัยสูงอายุการศึกษา การเรียนรู๎ที่บุคคลในวัยนี้จะได๎รับ คือ การศึกษาตามอัธยาศัย และอาจมีการศึกษานอกระบบเสริมบ๎างการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต มี3 รูปแบบ ดังนี้ 1). การศึกษาพื้นฐาน ให๎มีความรู๎ความสามารถตามที่สังคมคาดหวัง 2). การศึกษาด๎านวิชาชีพ เพื่อมีทักษะในการประกอบอาชีพและสามารถด ารงชีวิตในสังคม 3). การศึกษาตามอัธยาศัย จากประสบการณ์บุคคล แหลํงเรียนรู๎เพื่อเพิ่มพูนความรู๎ทักษะ และพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลจะเกิดกระบวนการเรียนรู๎ได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิตโดยการบูรณาการ การเรียนรู๎ทั้งการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย นั่นคือ การเรียนรู๎จากครอบครัว สูํการ เรียนรู๎จากสถาบันการศึกษา ชุมชน และสังคม เพื่อน าความรู๎ไปใช๎ในการด าเนินชีวิตการประกอบอาชีพ และในการปรับตัวให๎ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก


97 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการศึกษาตลอดชีวิต 1. การศึกษาตลอดชีวิต คือข้อใด ก. การศึกษาในระบบที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. การศึกษานอกระบบที่จัดการศึกษากับกลุํมเปูาหมายพิเศษ ค. การศึกษาตามอัธยาศัยสํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ด๎วยตนเอง จากแหลํงเรียนรู๎ที่หลากหลาย ง. การศึกษาที่ผสมผสาน ระหวํางการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย 2.ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต ก. การศึกษาวิสามัญ ข. การศึกษาทางด๎านอาชีพ ค. การให๎ความรู๎ ง. การศึกษาตํอเนื่อง 3. ข้อใดคือเปูาหมายและแนวคิดส าคัญของการศึกษาตลอดชีวิต ก. เป็นการศึกษาทั้งชีวิตอยํางตํอเนื่องตั้งแตํเกิดจนตาย ข. การศึกษาที่จัดให๎แกํทุกกลุํมอายุตั้งแตํวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ ค. การจัดกิจกรรมการศึกษาที่ตํอเนื่อง สอดคล๎องกับชีวิตจริง ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 4. อายุ60 ปีขึ้นไป หรือวัยสูงอายุการศึกษา การเรียนรู๎ที่บุคคลในวัยนี้จะได๎รับ คือ การศึกษาตาม อัธยาศัย และอาจมีการศึกษานอกระบบเสริมบ๎างการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตมี3 รูปแบบ ยกเว๎นข๎อใด ก. การศึกษาพื้นฐาน ให๎มีความรู๎ความสามารถตามที่สังคมคาดหวัง ข. การศึกษาด๎านวิชาชีพ เพื่อมีทักษะในการประกอบอาชีพและสามารถด ารงชีวิตในสังคม ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมชุมชน 5. อายุ22 ปีขึ้นไป ถึง 60 ปีโดยประมาณ หรือวัยท างาน การศึกษาที่บุคคลในวัยนี้จะได้รับเป็น หลัก คือ ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตํอเนื่อง เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ง 3.ง 4.ง 5.ค


98 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การจัดการเรียนรู้กศน. *************** ** แนวคิดการจัดการเรียนรู้ ส านักงาน กศน. ได๎พัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให๎เหมาะสมและสอดคล๎องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบันและ ประชาชนที่อยูํ นอกระบบโรงเรียน การจัดการเรียนรู๎ให๎กับผู๎เรียนอยํางมีคุณภาพมีแนวคิดที่ส าคัญซึ่ง จะเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู๎ ดังนี้ 1. แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหํงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก๎ไข เพิ่มเติม 2. การจัดการเรียนรู๎ตามพระราชบัญญัติสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย พ.ศ. 2551 3. แนวคิดความเชื่อพื้นฐาน ปรัชญา “คิดเป็น” 4. หลักการศึกษานอกโรงเรียน 5. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6. หลักการจัดการเรียนรู๎ให๎กับผู๎ใหญํ ** แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 การจัดการศึกษาต๎องยึดหลักวําผู๎เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือวําผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการ ศึกษา ต๎องสํงเสริมให๎ผู๎เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ มาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ต้องเน้นความส าคัญทั้ง (KPA) ความรู๎(K) กระบวนการเรียนรู๎(P) คุณธรรม (A) และบูรณา การตามความเหมาะสมของแตํละระดับการศึกษา มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ให๎สถานศึกษาและหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องด าเนิน ดังตํอไปนี้ 1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให๎สอดคล๎องกับความสนใจและความถนัดของผู๎เรียน โดย ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู๎มาใช๎ เพื่อปูองกันและแก๎ไขปัญหา 3) จัดกิจกรรมให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให๎ท าได๎ คิดเป็น ท าเป็น รักการอําน และเกิดการใฝุรู๎อยํางตํอเนื่อง


99 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4) จัดการเรียนรู๎โดยผสมผสานสาระความรู้ด๎านตําง ๆ อยํางได๎สัดสํวนสมดุลกัน รวมทั้ง ปลูกฝังคุณธรรม คํานิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา 5) ส่งเสริม สนับสนุนให๎ผู๎สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล๎อม สื่อการเรียน และ อ านวยความสะดวกเพื่อให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎และมีความรอบรู๎ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วน หนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทั้งผู๎สอนและผู๎เรียนอาจเรียนรู๎ไปพร๎อมกัน จากสื่อการเรียนการสอนและ แหลํงวิทยาการประเภทตําง ๆ 6) จัดการเรียนรู้ให๎เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความรํวมมือกับบิดามารดา ผู๎ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝุาย เพื่อรํวมกันพัฒนาผู๎เรียนตามศักยภาพ มาตรา 26 ให๎สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู๎เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การรํวมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปใน กระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมแตํละระดับและรูปแบบการศึกษา **Active Learning คือ การลงมือปฏิบัติ จากการใช๎กระบวนการคิดของตนจากธรรมชาติและลีลา ในการเรียนรู๎ของตน **สมรรถนะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย 4.0 และโลกศตวรรษที่ 21 ผู้เรียนต้องมีสมรรถนะ 3R สามารถอํานสืบค๎นข๎อมูลความรู๎จากสารสนเทศทุกรูปแบบ (Reading) สามารถเขียนสื่อสาร การน าเสนอองค์ความรู๎(Writing) สามารถคิดค านวณ การใช๎เหตุผล (Arithmatic) ผู้เรียนต้องมีสมรรถนะ 8C ทักษะด๎านการคิดอยํางมีวิจารณญาณและทักษะในการแก๎ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด๎านการสร๎างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด๎านความเข๎าใจความตํางวัฒนธรรมตํางกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด๎านความรํวมมือ การท างานเป็นทีม และภาวะผู๎น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด๎านการสื่อสารสารสนเทศ และรู๎เทําทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด๎านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy)


100 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู๎ (Career and Learning Skills) ความมีเมตตา (วินัย, คุณธรรม, จริยธรรม ฯลฯ) (Compassion) **จัดการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ของ STEM STEM : ด๎านวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี(Technology) วิศวกรรม (Engineer) และ คณิตศาสตร์(Mathematics) เป็นกระบวนการที่ท าให๎เกิดทักษะกับผู๎เรียน เพื่อให๎เกิดการพัฒนา นวัตกรรม ผู๎สอนควรมีการบูรณาการ และความเชื่อมโยงระหวําง STEM ให๎สอดคล๎องกับแนวทางการ เรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ขั้นตอนที่ 1 ระบุปัญหาในชีวิตจริงที่พบหรือนวัตกรรมที่ต๎องการพัฒนา ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข๎อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข๎องกับปัญหาหรือน าไปสูํการพัฒนานวัตกรรม นั้น ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแก๎ปัญหาโดยเชื่อมโยงความรู๎ด๎านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ขั้นตอนที่ 4 วางแผนและด าเนินการแก๎ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก๎ไขวิธีการแก๎ปัญหาหรือนวัตกรรมที่พัฒนาได๎ ขั้นตอนที่ 6 น าเสนอวิธีการแก๎ปัญหา ผลการแก๎ปัญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาได๎ *บทบาทของครู ในการออกแบบการเรียนการสอน 1. ก าหนดเปูาหมาย ตามหลักสูตร 2. วิเคราะห์ผู๎เรียนรายบุคคล 3. จัดกิจกรรมการเรียนหลากหลาย 4. วัดและประเมินผล โดยอิงมาตรฐาน 5. น าเทคโนโลยีมาปรับใช๎ในการเรียนการสอน 6. สรุปผลการประเมินพัฒนาผู๎เรียน 7. วิจัยนวัตกรรมพัฒนาผู๎เรียน **เปูาหมาย 4 เสาหลัก ของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 1. ฝึกผู๎เรียนให๎ศึกษาค๎นคว๎าอยํางอิสระด๎วยตนเอง สามารถคิดวิเคราะห์ แก๎ปัญหา รู๎จักตัวเอง อยํางถํองแท๎ ค๎นพบความถนัดและสนใจของตนเอง 2. ฝึกผู๎เรียนให๎ยอมรับวิถีการด ารงชีวิต ความเชื่อและแนวคิดที่แตกตํางกันของมวลมนุษย์ชาติ 3. ฝึกผู๎เรียนให๎สามารถปรับตัว ท างาน และด าเนินชีวิตรํวมกันกับผู๎อื่นอยํางรู๎เทําทัน มี ความสุข สงบ สันติ 4. ฝึกผู๎เรียนให๎เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสอดคล๎องกับ กระแสเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0 และโลกศตวรรษที่ 21


Click to View FlipBook Version