The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรินทร สังข์ลาย, 2023-01-22 10:13:37

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

151 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ต๎องการ อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงจากแผนงานไปสูํแผนเงิน และแผนคนอีกด๎วย ดังนั้นโครงการจึงมี ความสัมพันธ์กับแผนงาน (Program) และนโยบาย (Policy) โครงการ คือ การวางแผนลํวงหน๎าที่จัดท าขึ้นอยํางมีระบบประกอบด๎วยกิจกรรมยํอยหลาย กิจกรรมที่ต๎องใช๎ทรัพยากรในการด าเนินงาน และคาดหวังที่จะได๎ผลตอบแทนอยํางคุ๎มคํา แตํละ โครงการมีเปูาหมายเพื่อการผลิตหรือการให๎บริการเพื่อเพิ่มพูนสมรรถภาพของแผนงาน โครงการ หมายถึง แผนงานยํอย แผนการด าเนินงานหรือกิจกรรมที่จะน าไปปฏิบัติได๎โดยมี วัตถุประสงค์ในการด าเนินงานอยํางชัดแจ๎ง มีระยะเวลาเริ่มต๎น มีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติเพื่อเป็น แนวทางการปฏิบัติ ให๎เป็นไปตามเปูาหมายที่ก าหนด ลักษณะส าคัญของโครงการ โครงการหนึ่ง ๆ จะต๎องประกอบด๎วยคุณลักษณะส าคัญ คือ 1. ประกอบด๎วยกิจกรรมยํอย ๆ ที่เกี่ยวข๎องและสอดคล๎องกันภายใต๎วัตถุประสงค์เดียวกัน 2. มีการก าหนดวัตถุประสงค์(Objective) ที่ชัดเจน วัดได๎และปฏิบัติได๎ ทั้งนี้เพื่อเป็น แนวทางในการด าเนินงานและติดตามประเมินผลได๎โครงการหนึ่ง ๆ อาจมีมากกวําหนึ่งวัตถุประสงค์ก็ ได๎ กลําวคือ มีวัตถุประสงค์หลักและวัตถุประสงค์รอง และต๎องก าหนดวัตถุประสงค์ที่สมารถปฏิบัติได๎ มิใชํวัตถุประสงค์ที่เลื่อนลอย/เพ๎อฝันหรือเกินความเป็นจริง 3. มีการก าหนดจุดเริ่มต๎นและจุดสิ้นสุดของกิจกรรม (Scheduled Beginning and Terminal Points) การเขียนโครงการโดยทั่วไปจะต๎องมีการก าหนดระยะเวลา วําจะเริ่มต๎นเมื่อไรและ สิ้นสุดเมื่อไร ถ๎าหากมีการด าเนินกิจกรรมไปเรื่อย ๆ ไมํมีการก าหนดขอบเขตของเวลา (Time Boundary) ไว๎จะไมํถือวําเป็นงานโครงการ เพราะมีลักษณะเป็นงานประจ า (Routine) หรืองานปกติ 4. มีสถานที่ตั้ง (Location) ของโครงการ ผู๎เขียนโครงการต๎องระบุให๎ชัดเจนวําโครงการนี้ พื้นที่ด าเนินการหรือหัวงานอยูํที่ใด เพื่อสะดวกในการด าเนินงาน ถ๎าเลือกสถานที่ตั้งโครงการไมํ เหมาะสมแล๎ว ยํอมท าให๎เสียคําใช๎จํายหรือลงทุนมาก ผลประโยชน์ตอบแทนที่ได๎อาจไมํคุ๎มคํา การ ติดตามและการประเมินผลโครงการก็อาจท าได๎ยาก 5. มีบุคลากรหรือองค์กรที่เฉพาะเจาะจง (Organization) งานโครงการจะต๎องมีหนํวยงาน หลักรับผิดชอบ สํวนหนํวยงานอื่นถือวําเป็นหนํวยงานเสริมหรือรํวมมือด าเนินงานเทํานั้น และควรระบุ บุคลากรผู๎รับผิดชอบโครงการนั้นให๎ชัดเจนเพื่อเป็นหลักประกันวําบุคคลจะปฏิบัติอยํางจริงจังและจริงใจ 6. มีการใช๎ทรัพยากรให๎เกิดประโยชน์ (Resource) การเขียนโครงการจะต๎องระบุแหลํง ทรัพยากร โดยเฉพาะแหลํงงบประมาณให๎ชัดเจน เชํน งบประมาณแผํนดินหรือเงินกู๎หรือเงินทุนส ารอง หรือเงินบริจาค เป็นต๎น และจะต๎องระบุเงินที่ใช๎ถ๎าเป็นหมวดวัสดุ หมวดคําใช๎สอย หมวดคําตอบแทน หมวดคําครุภัณฑ์หมวดคําที่ดินและสิ่งกํอสร๎าง เป็นต๎น ทั้งนี้จะท าให๎งํายในการด าเนินการและควบคุม ตรวจสอบการใช๎งบประมาณให๎เกิดประโยชน์สูงสุดได๎


152 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ลักษณะของโครงการที่ดี 1. สามารถแก๎ไขปัญหาของหนํวยงานหรือองค์กรได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 2. สามารถสนองตอบตํอความต๎องการของกลุํม ชุมชน นโยบายของหนํวยงาน และ นโยบายของประเทศชาติได๎ 3. รายละเอียดของโครงการต๎องเข๎าใจงํายมีการใช๎ภาษาที่เข๎าใจกันทั่วไป 4. มีวัตถุประสงค์และเปูาหมายที่ชัดเจน และมีลักษณะเฉพาะเจาะจง 5. รายละเอียดของโครงการต๎องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ตั้งแตํประเด็นแรกถึงประเด็นสุดท๎าย 6. ก าหนดการใช๎ทรัพยากรอยํางชัดเจนและเหมาะสม 7. มีวิธีการติดตามและประเมินผลที่ชัดเจน 8. ก าหนดขึ้นจากข๎อมูลที่มีความเป็นจริง และได๎รับการวิเคราะห์อยํางรอบคอบ 9. ต๎องได๎รับการสนับสนุนด๎านทรัพยากร หรือคําใช๎จํายอยํางเหมาะสม การเขียนข้อเสนอโครงการ 1. ชื่อโครงการ เป็นการระบุเพื่อให๎ทราบถึงแนวทางปฏิบัติและการคาดหวังผลตอบแทนที่ สืบเนื่องจากการปฏิบัติโครงการตลอดจนทิศทางของการด าเนินโครงการนั้น 2. หลักการและเหตุผล เป็นการระบุถึงสภาพปัญหาและความจ าเป็นในการจัดท าโครงการ ขึ้นมาเพื่อแก๎ไขปัญหาดังกลําว 3. วัตถุประสงค์โครงการ เป็นการแสดงให๎เห็นถึงสิ่งหรือผลงานที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ ต๎องการจะให๎เกิดขึ้นจาการปฏิบัติงานนั้น การก าหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะเป็นการชํวยให๎การก าหนด ขั้นตอนส าหรับปฏิบัติเป็นอยํางรัดกุม การก าหนดวัตถุประสงค์ที่ดีควรประกอบด๎วยองค์ประกอบที่ เรียกวํา “SMART” 1) S = Sensible (เป็นไปได๎) วัตถุประสงค์ที่ดีต๎องมีความเป็นไปได๎ 2) M = Measurable ( วัดได๎) วัตถุประสงค์ที่ดีจะต๎องสามารถวัดและประเมินผลได๎ 3) A = Attainable (ระบุสิ่งที่ต๎องการ) วัตถุประสงค์ที่ดีจะต๎องระบุสิ่งที่ต๎องการ ด าเนินงานอยํางชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากที่สุด 4) R = Reasonable (เป็นเหตุเป็นผล) วัตถุประสงค์ที่ดีต๎องมีความเป็นเหตุเป็นผลใน การปฏิบัติงาน 5) T = Time ( เวลา) วัตถุประสงค์ที่ดีต๎องมีขอบเขตของเวลาที่แนํนอนในการ ปฏิบัติงาน 4. กลุํมเปูาหมาย ระบุกลุํมเปูาหมายและจ านวนให๎ชัดเจน ใครคือผู๎ที่จะได๎รับผลดีจาก โครงการนี้ จ านวนผู๎ที่ได๎รับผลดีจากโครงการนี้ 5. สถานที่ด าเนินการ ระบุสถานที่ด าเนินการโครงการ ระบุพื้นที่ โดยระบุหมูํบ๎าน ต าบล อ าเภอ จังหวัด


153 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 6. ระยะเวลาด าเนินการโครงการ เป็นการก าหนดชํวงเวลาการปฏิบัติโครงการตั้งแตํระยะ เริ่มต๎นปฏิบัติโครงการจนถึงการสิ้นสุดโครงการนั้น 7. วิธีด าเนินการ ควรแสดงถึงกิจกรรมและกระบวนการปฏิบัติงานที่สอดรับกับ วัตถุประสงค์ แสดงรายละเอียดกิจกรรมเพียงพอและมีก าหนดระยะเวลาของแตํละกิจกรรมที่ สมเหตุสมผล และควรมีกิจกรรมตํอเนื่อง หากเป็นโครงการที่มีการฝึกอบรม ดูงาน จะต๎องมีกิจกรรม ตํอเนื่องที่จะสํงผลตํอการคุ๎มครอง การสํงเสริม และการสนับสนุนผู๎สูงอายุ และมีก าหนดการการ ฝึกอบรม หัวข๎อที่จะฝึกอบรม การเขียนวิธีด าเนินการ ให๎แจกแจงดังนี้ - ขั้นเตรียมการ - ขั้นด าเนินงาน - กิจกรรมที่จะด าเนินงานตามโครงการ 8. งบประมาณ งบประมาณหรือคําใช๎จํายของโครงการนับเป็นทรัพยากรที่ส าคัญตํอการ ปฏิบัติโครงการ โดยทั่วไปมีองค์ประกอบ ดังนี้ 1. ยอดรวมคําใช๎จํายทั้งโครงการ 2. คําใช๎จํายของแตํละกิจกรรมหรือแตํละชํวงเวลาพร๎อมทั้งรายละเอียดคําใช๎จําย 9. การประเมินโครงการ เป็นกระบวนการในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข๎อมูลของการ ด าเนินโครงการและพิจารณาบํงชี้ให๎ทราบถึงจุดเดํนหรือจุดด๎อยของโครงการนั้น 10. ผลที่คาดวําจะได๎รับ เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการที่โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ ผลที่ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติโครงการ สามารถแสดงให๎เห็นผลที่เป็นประโยชน์ทางตรง ทางอ๎อม 11. เจ๎าของโครงการหรือผู๎รับผิดชอบโครงการ เป็นการระบุเพื่อให๎ทราบวําหนํวยงานใด เป็นเจ๎าของหรือรับผิดชอบโครงการ โครงการยํอยบางโครงการระบุเป็นชื่อบุคคลผู๎รับผิดชอบเป็นราย โครงการได๎ 12. การประเมินผล บอกแนวทางวําการติดตามประเมินผลควรท าอยํางไรในระยะเวลาใด และใช๎วิธีการอยํางไร จึงจะเหมาะสม ซึ่งผลของการประเมินสามารถน ามาพิจารณาประกอบการ ด าเนินการ เตรียมโครงการที่คล๎ายคลึงหรือเกี่ยวข๎องในเวลาตํอไป การบริหารโครงการ ความหมายของการบริหารโครงการ หากกลําวถึงค านิยามหรือความหมายของ “การ บริหารโครงการ (Project Management)” แล๎วจะ หมายถึง การจัดการ (หรือบริหาร) โครงการที่ต๎อง อาศัยพื้นฐานของกระบวนการจัดการไมํวําจะเป็นการ วางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การน า (Leading) หรือการจูงใจ (Motivating) และการควบคุม (Controlling) ทรัพยากรตําง ๆ เพื่อให๎ส าเร็จตามเปูาหมายหรือวัตถุประสงค์ที่วางไว๎ หรืออาจกลําวได๎วํา การบริหาร โครงการ คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่เรามีอยูํให๎ส าเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว๎ ซึ่งการด าเนิน


154 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 กิจกรรมใด ๆ ในปัจจุบัน มักต๎องเตรียมแผนบริหารโครงการ ตั้งแตํกระบวนการเริ่มต๎นไปจนถึง กระบวนการสุดท๎ายให๎สัมพันธ์กันกับระยะเวลาในการด าเนินงาน การบริหารโครงการจึงมีความแตกตําง จากการบริหารงานตามปกติทั่วไปหลายประการ เชํน ใช๎ชํวงระยะเวลาและทรัพยากรอยํางจ ากัด มี ทีมงาน หมุนเวียนยืดหยุํนได๎โดยอาศัยความรู๎ความช านาญของบุคลากรในแตํละด๎าน ระยะเวลาการ ท างานเป็นแบบ ชั่วคราว ซึ่งมีโอกาสเกิดความขัดแย๎งระหวํางการท างานสูง ดังนั้น การบริหารโครงการ จึงควรท าการศึกษา ข๎อมูลเบื้องต๎น ศึกษาความเป็นไปได๎ พัฒนาระบบบริหารโครงการตํอไป ความส าคัญของโครงการ 1. ชํวยชี้ให๎เห็นถึงปัญหาและภูมิหลังของการท างาน 2. ชํวยให๎การปฏิบัติงานตามแผนเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ 3. ชํวยให๎แผนงานมีความชัดเจน 4. ชํวยให๎แผนงานมีทรัพยากรใช๎เพียงพอ เหมาะสมกับการปฏิบัติจริง 5. ชํวยให๎แผนงานมีความเป็นไปได๎สูง 6. ชํวยลดความขัดแย๎งและขจัดความซ้ าซ๎อนในหน๎าที่ความรับผิดชอบ 7. ชํวยสร๎างทัศนคติที่ดีตํอบุคลากรในหนํวยงาน 8. สร๎างความมั่นคงให๎กับแผนงาน 9. สามารถควบคุมการท างานได๎สะดวก ไมํซ้ าซ๎อน ขั้นตอนการบริหารโครงการ 1. วางแผนโครงการ 2. ด าเนินงานตามโครงการ 3. ติดตามและประเมินผลโครงการ การบริหารโครงการสมัยใหม่ (Modern Project Management) 1. วิเคราะหจุดอํอน จุดแข็ง ภายในองค์กร รวมถึง โอกาสและอุปสรรค ที่มีผลกระทบ ตํอองค์กร 2. บริหารโครงการ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวข๎องกับการบริหารโครงการ เชํน วิเคราะห์ผู๎แขํงขัน ด๎านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู๎บริโภค (ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย) 3. ด าเนินการประเมินโครงการ เพื่อน าผลมาปรับเป็นกลยุทธ์ ในการด าเนินงาน แผนปฏิบัติการ แนวคิดของการจัดท าแผนปฏิบัติการ แผนปฏิบัติการ คือ เครื่องค้ าประกันวําเปูาหมายในการท างานในแตํละปี มีโอกาสบรรลุ เปูาหมายตามที่ก าหนดไว๎ เป็นสิ่งที่ยืนยันวําเปูาหมายที่ตั้งไว๎นั้นมีความเป็นไปได๎ เพราะมีแผนงาน


155 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 รองรับที่ชัดเจน และถ๎าแผนปฏิบัติการด าเนินการได๎ส าเร็จก็จะสํงผลตํอความส าเร็จของเปูาหมายที่ ก าหนดไว๎ การจัดท าแผนปฏิบัติการ แผนปฏิบัติการประจ าปีเป็นแผนปฏิบัติราชการประจ าปีของสํวนราชการ ที่แสดงให๎เห็นถึง ภารกิจที่จะด าเนินการในปีใดปีหนึ่งที่ก าหนด ภายใต๎แผนปฏิบัติราชการของสํวนราชการนั้น โดยจะมี สาระส าคัญเชํนเดียวกับแผนปฏิบัติราชการประจ าปีที่ละเอียดและชัดเจนขึ้น เพื่อน าไปเป็นแนวทางใน การปฏิบัติงานและเป็นกรอบในการจัดท าค าของบประมาณรายจํายประจ าปีรวมถึงการรายงานผลการ ปฏิบัติงานราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งมีรายละเอียดโครงการ/กิจกรรม ผู๎รับผิดชอบ งบประมาณ ตัวบํงชี้ความส าเร็จของการด าเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม และคําเปูาหมายของตัวบํงชี้ที่ก าหนดวํา จะต๎องท าให๎ได๎ วัตถุประสงค์ของการจัดท าแผนปฏิบัติการ 1. เพื่อให๎มั่นใจวํามีแนวทางในการสร๎างความส าเร็จให๎กับเปูาหมายที่ก าหนดไว๎ได๎ 2. เพื่อปูองกันและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการท างานไว๎ลํวงหน๎า 3. เพื่อลดความขัดแย๎งในการท างานที่ต๎องเกี่ยวข๎องกับหลายหนํวยงาน 4. เพื่อลดความผิดพลาดและลดความซ้ าซ๎อนในการท างาน 5. เพื่อจัดล าดับความส าคัญและเรํงดํวนของการท างานไว๎ลํวงหน๎า 6. เพื่อใช๎ในการมอบหมายงานให๎กับผู๎ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข๎องได๎อยํางมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น เพราะทุกคนจะทราบวําใครจะต๎องท าอะไร เมื่อไร อยํางไร 7. เพื่อใช๎ในการก าหนดงบประมาณคําใช๎จํายประจ าปี 8. เพื่อให๎แผนที่วางไว๎มีความเป็นไปได๎และใกล๎เคียงกับการที่จะปฏิบัติจริงให๎มากที่สุด การจัดท าแผนปฏิบัติการ เมื่อสถานศึกษาไดรับจัดสรรงบประมาณ ประจ าปงบประมาณใหมซึ่งเริ่มตั้งวันที่ 1 ตุลาคม ของ ทุกปสถานศึกษาจะตองจัดท าแผนปฏิบัติงานประจ าปงบประมาณ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการของหนํวยงาน ในแผนปฏิบัติงานประจ าปงบประมาณ หนํวยงานจะตองวิเคราะห รายละเอียดการด าเนินงาน 3 ดาน คือ 1. วิเคราะหแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่ก าหนดพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 3 - 5 ป มาก าหนดเปนแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่จะตองพัฒนาในรอบปงบประมาณตามสัดสวนงบประมาณ ที่ไดรับจัดสรร 2. วิเคราะหภารกิจงานประจ าตามโครงสราง มาก าหนดกิจกรรมที่จะด าเนินการในรอบ ปงบประมาณ ตามสัดสวนงบประมาณที่ไดรับจัดสรร


156 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3. วิเคราะหงานตามนโยบายของหนวยงานระดับเหนือ มาก าหนดเปนกิจกรรมในงาน ประจ าหรืองานพัฒนา ตามสัดสวนงบประมาณที่ไดรับจัดสรรในการจัดท าแผนปฏิบัติงานประจ าป งบประมาณ สถานศึกษาจะตองแตงตั้งคณะท างานที่ ประกอบดวยบุคลากรจากทุกฝายที่ปฏิบัติงาน เพื่อรวมกันวิเคราะหรวบรวมขอมูลผลจากการวิเคราะห มาสังเคราะหเปนแผนปฏิบัติงานประจ าปงบประมาณ แลวน าเสนอคณะกรรมการใหความเห็นชอบกอน ที่จะน าไปใชในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนตอไป การวางแผนกลยุทธ์(Strategic Planning) การวางแผนยุทธศาสตร์ หรือ การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) เป็นกระบวนการ ตัดสินใจเพื่อก าหนดทิศทางในอนาคตขององค์กร โดยก าหนดสภาพการณ์ในอนาคตที่ต๎องการบรรลุ และก าหนดแนวทางในการบรรลุสภาพการณ์ที่ก าหนดบนพื้นฐานข๎อมูลที่รอบด๎านอยํางเป็นระบบการ ก าหนดแนวทางที่จะบรรลุสภาพการณ์ในอนาคตที่ต๎องการให๎เกิด จะต๎องตั้งอยูํบนพื้นฐานของข๎อมูลที่ รอบด๎าน คือจะต๎องค านึงถึงทั้งสภาพการณ์ที่ต๎องการให๎เกิด ศักยภาพหรือขีดความสามารถขององค์กร และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อมตํางๆ ทั้งด๎านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล๎อม การก าหนดแนวทางที่จะบรรลุสภาพการณ์ในอนาคตที่ต๎องการให๎เกิดจะต๎องเป็นระบบ คือ แนวทางที่ก าหนดขึ้น จะต๎องด าเนินไปอยํางเป็นขั้นเป็นตอน การวางแผนยุทธศาสตร์จะต้องตอบค าถามหลัก 3 ประการ คือ 1. องค์กรก าลังจะก๎าวไปทางไหน (Where are you going?) 2. สภาพแวดล๎อมเป็นอยํางไร (What is the environment?) 3. องค์กรจะไปถึงจุดหมายได๎อยํางไร (How do you get there?) กระบวนการการวางแผนยุทธศาสตร์ (Strategic Planning Processes) มีขั้นตอน ดังตํอไปนี้ 1) ก าหนดวิสัยทัศน์ (Vision) 2) ก าหนดภารกิจหลักหรือพันธกิจ (Mission) 3) ก าหนดเปูาประสงค์หรือจุดมุํงหมายเพื่อการพัฒนา (Goal) 4) ก าหนดประเด็นยุทธศาสตร์หรือยุทธศาสตร์ (Strategy) 5) ก าหนดกลยุทธ์หรือแนวทางการพัฒนา การก าหนดวิสัยทัศน์ ( Vision) วิสัยทัศน์ (Vision) หมายถึง สภาพการณ์ที่เราปรารถนาให๎เกิดขึ้นในอนาคต (ต๎องการเป็น อะไร) วิสัยทัศน์ที่ดี มีลักษณะ ดังนี้ 1. เป็นข๎อความที่เข๎าใจงําย แสดงให๎เห็นถึงจุดมุํงหมายและทิศทาง 2. มีความเป็นไปได๎ในการบรรลุถึง ภายในระยะเวลาที่ก าหนด


157 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3. สร๎างแรงบันดาลใจ (ท๎าทาย เร๎าใจ) 4. สอดคล๎องกับขนมธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคม 5.วัดผลส าเร็จได๎ 6. เป็นที่ยอมรับของผู๎ที่เกี่ยวข๎อง ในการก าหนดวิสัยทัศน์นั้น จะต๎องศึกษาวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอํอน โอกาส อุปสรรค ดังนี้ วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอํอน โอกาส อุปสรรค (SWOT analysis) – จุดแข็ง (Strength-S) – จุดอํอน (Weakness-W) – โอกาส (Opportunity-O) – อุปสรรค (Threat-T) จุดแข็ง หมายถึง ทรัพยากรด๎านตํางๆ ที่ได๎เปรียบหรือสํวนที่เข๎มแข็งภายในองค์กร ที่ สามารถใช๎ประโยชน์เพื่อผลักดันให๎องค์การสามารถด าเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจของ องค์การ เชํน ด๎านโครงสร๎าง ด๎านระบบงาน ด๎านบุคลากร ด๎านงบประมาณ ด๎านวัสดุอุปกรณ์ ด๎าน กฎหมาย จุดอํอน หมายถึง ข๎อเสียเปรียบ ข๎อผิดพลาดในองค์การที่เป็นข๎อด๎อยหรือเป็นข๎อจ ากัด ตํางๆ ที่สํงผลท าให๎ไมํบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจขององค์การ เชํน ด๎านโครงสร๎าง ด๎านระบบงาน ด๎านบุคลากร ด๎านงบประมาณ ด๎านวัสดุอุปกรณ์ ด๎านกฎหมาย โอกาส หมายถึง สถานการณ์หรือปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล๎อมที่มีลักษณะเกื้อกูลตํอการ บรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจขององค์การ เชํน สภาพแวดล๎อมภายนอกทั่วไป ได๎แกํ ด๎านเศรษฐกิจ ด๎านสังคม ด๎านการเมือง ด๎านเทคโนโลยี เป็นต๎น สภาพแวดล๎อมการด าเนินงานได๎แกํ ด๎านลูกค๎า ด๎าน สถานภาพการแขํงขัน ด๎านผู๎สนับสนุนปัจจัย ด๎านแรงงาน ด๎านสถานการณ์นานาชาติ เป็นต๎น อุปสรรค หมายถึง สถานการณ์หรือปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล๎อมภายนอกที่มีลักษณะเป็น อุปสรรคขัดขวาง หรือท าให๎เกิดผลเสียหาย ผลกระทบในทางลบตํอการบริหารงานขององค์การ เชํน สภาพแวดล๎อมภายนอกทั่วไป ได๎แกํ ด๎านเศรษฐกิจ ด๎านสังคม ด๎านการเมือง ด๎านเทคโนโลยี เป็นต๎น สภาพแวดล๎อมการด าเนินงาน ได๎แกํ ด๎านลูกค๎า ด๎านสถานภาพการแขํงขัน ด๎านผู๎สนับสนุนปัจจัยด๎าน แรงงาน ด๎านสถานการณ์นานาชาติ เป็นต๎น วงจรบริหารงานคุณภาพ PDCA PDCA คือ วงจรการบริหารงานคุณภาพ ยํอมาจาก 4 ค า ได๎แกํ Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Act (การด าเนินการให๎เหมาะสม) ซึ่งวงจร PDCA สามารถ ประยุกต์ใช๎ได๎กับทุกๆ เรื่อง นับตั้งแตํกิจกรรมสํวนตัว เชํน การปรุงอาหาร การเดินทางไปท างานในแตํ ละวัน การตั้งเปูาหมายชีวิต และการด าเนินงานในระดับบริษัท ซึ่งรายละเอียดในแตํละขั้นตอนมีดังนี้


158 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 1. P = Plan ( ขั้นตอนการวางแผน ) ขั้นตอนการวางแผนครอบคลุมถึงการก าหนดกรอบหัวข๎อที่ต๎องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหมํ ๆ การแก๎ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ฯลฯ พร๎อมกับ พิจารณาวํามีความจ าเป็นต๎องใช๎ข๎อมูลใดบ๎างเพื่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนั้น โดยระบุวิธีการเก็บข๎อมูล และก าหนดทางเลือกในการปรับปรุงให๎ชัดเจน ซึ่งการวางแผนจะชํวยให๎กิจการสามารถคาดการณ์สิ่งที่ เกิดขึ้นในอนาคต และชํวยลดความสูญเสียตําง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได๎ ทั้งในด๎านแรงงาน วัตถุดิบ ชั่วโมงการ ท างาน เงิน และเวลา 2. D = Do ขั้นตอนการปฏิบัติ ( ขั้นตอนการปฏิบัติ ) ขั้นตอนการปฏิบัติ คือ การลงมือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามทางเลือกที่ได๎ ก าหนดไว๎ในขั้นตอนการวางแผน ซึ่งในขั้นตอนนี้ต๎องมีการตรวจสอบระหวํางการปฏิบัติด๎วยวําได๎ด าเนิน ไปในทิศทางที่ตั้งใจหรือไมํ เพื่อท าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให๎เป็นไปตามแผนการที่ได๎วางไว๎ 3. C = Check ( ขั้นตอนการตรวจสอบ ) ขั้นตอนการตรวจสอบ คือ การประเมินผลที่ได๎รับจากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให๎ทราบวํา ในขั้นตอนการปฏิบัติงานสามารถบรรลุเปูาหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได๎ก าหนดไว๎หรือไมํ แตํสิ่งส าคัญก็คือ ต๎องรู๎วําจะตรวจสอบอะไรบ๎างและบํอยครั้งแคํไหน เพื่อให๎ข๎อมูลที่ได๎จากการ ตรวจสอบเป็นประโยชน์ส าหรับขั้นตอนถัดไป 4. A = Action ขั้นตอนการด าเนินงานให๎เหมาะสม(ขั้นตอนการด าเนินงานให๎ เหมาะสม ) ขั้นตอนการด าเนินงานให๎เหมาะสมจะพิจารณาผลที่ได๎จากการตรวจสอบ ซึ่งมีอยูํ 2 กรณี คือ ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแผนที่วางไว๎ หรือไมํเป็นไปตามแผนที่วางไว๎ หากเป็นกรณีแรก ก็ให๎น า แนวทางหรือกระบวนการปฏิบัตินั้นมาจัดท าให๎เป็นมาตรฐาน พร๎อมทั้งหาวิธีการที่จะปรับปรุงให๎ดี ยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจหมายถึงสามารถบรรลุเปูาหมายได๎เร็วกวําเดิม หรือเสียคําใช๎จํายน๎อยกวําเดิม หรือ ท าให๎คุณภาพดียิ่งขึ้นก็ได๎แตํถ๎าหากเป็นกรณีที่สอง คือ ผลที่ได๎ไมํบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนที่วางไว๎ ควรน าข๎อมูลที่รวบรวมไว๎มาวิเคราะห์และพิจารณาวําควรจะด าเนินการอยํางไร เชํน มองหาทางเลือก ใหมํที่นําจะเป็นไปได๎ ใช๎ความพยายามให๎มากขึ้นกวําเดิม ขอความชํวยเหลือจากผู๎รู๎ หรือเปลี่ยน เปูาหมายใหมํ เป็นต๎น ประโยชน์ของ PDCA 1. การวางแผนงานกํอนการปฏิบัติ จะท าให๎เกิดความพร๎อมเมื่อได๎ปฏิบัติงานจริงการ วางแผนงานควรวางให๎ครบ 4 ขั้นดังนี้ 1) ขั้นการศึกษา คือ การวางแผนศึกษาข๎อมูล วิธีการ ความต๎องการของตลาด ข๎อมูล ด๎านวัตถุดิบ ด๎านทรัพยากรที่มีอยูํหรือเงินทุน


159 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 2) ขั้นเตรียมงาน คือ การวางแผนการเตรียมงานด๎านสถานที่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ความพร๎อมของพนักงาน อุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบ 3) ขั้นด าเนินงาน คือ การวางแนวทางการปฏิบัติงานของแตํละสํวนแตํละฝุาย เชํน ฝุายผลิต ฝุายขาย 4) ขั้นการประเมินผล คือ การวางแผนหรือเตรียมการประเมินผลงานอยํางเป็นระบบ เชํน ประเมินจากยอดการจ าหนําย ประเมินจากการติชมของลูกค๎า เพื่อให๎ผลที่ได๎จากการประเมินเกิด การเที่ยงตรง 2. การปฏิบัติตามแผนงาน ท าให๎ทราบขั้นตอน วิธีการ และสามารถเตรียมงานลํวงหน๎า หรือทราบอุปสรรคลํวงหน๎าด๎วย ดังนั้น การปฏิบัติงานก็จะเกิดความราบรื่น และเรียนร๎อย น าไปสูํ เปูาหมายที่ได๎ก าหนดไว๎ 3. การตรวจสอบ ให๎ได๎ผลที่เที่ยงตรงเชื่อถือได๎ ประกอบด๎วย 1) ตรวจสอบจากเปูาหมายที่ได๎ก าหนดไว๎ 2) มีเครื่องมือที่เชื่อถือได๎ 3) มีเกณฑ์การตรวจสอบที่ชัดเจน 4) มีก าหนดเวลาการตรวจที่แนํนอน 5) บุคลากรที่ท าการตรวจสอบต๎องได๎รับการยอมรับจากทุกหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เมื่อ การตรวจสอบได๎รับการยอมรับ การปฏิบัติงานขั้นตํอไปก็ด าเนินงานตํอไปได๎ 4. การปรับปรุงแก๎ไข ข๎อบกพรํองที่เกิดขึ้น ไมํวําจะเป็นขั้นตอนใดก็ตาม เมื่อมีการปรับปรุง แก๎ไขคุณภาพก็จะ เกิดขึ้น ดังนั้น วงจร PDAC จึงเรียกวํา วงจรบริหารงานคุณภาพ


160 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการจัดท าแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติการ 1. แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. ใด จนถึง ปี พ.ศ. ใด ก. ปี พ.ศ. 2550 จนถึง ปี พ. ศ. 2569 ข. ปี พ.ศ. 2555 จนถึง ปี พ.ศ. 2574 ค. ปี พ.ศ. 2560 จนถึง ปี พ.ศ. 2579 ง. ปี พ.ศ. 2561 จนถึง ปี พ.ศ. 2580 2. ความสมเหตุสมผลทางด้านปัทสถานเกี่ยวข้องกับการวางแผนในเรื่องใด ก. การวางแผนที่เน๎นเนื้อหา ข. การวางแผนที่เน๎นการตัดสินใจ ค. การวางแผนที่เน๎นการควบคุม ง. การวางแผนที่เน๎นการมีสํวนรํวม 3. ความสามารถในการผลิตหรือให้บริการ โดยมีต้นทุนต่อหน่วยต่ าสุด ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด ก. ประสิทธิผล ข. ประสิทธิภาพ ค. ความเหมาะสม ง. ความเป็นธรรม 4. ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเปูาหมายของนโยบาย ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด ก. ประสิทธิผล ข. ประสิทธิภาพ ค. ความเหมาะสม ง. ความเป็นธรรม 5. ส่วนใดของโครงการที่ส าคัญที่สุด ก. ระยะเวลาและงบประมาณ ข. หลักการและเหตุผล ค. วิธีด าเนินงาน ง. วัตถุประสงค์และเปูาหมาย 6. การแบ่งงานออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ โดยรวมงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือวัตถุประสงค์เดียวกัน เรียกว่า ก. กิจกรรม (activity) ข. แผนงาน (program) ค. โครงการ (project) ง. แผน (plan) 7. ข้อมูลพื้นฐานส าหรับการวางแผนต้องค านึงถึงอะไรมากที่สุด ก. สภาพทางสังคม ข. ทัศนคติของประชาชน ค. ข๎อมูลภายในองค์การ ง. สภาพทางเศรษฐกิจ 8. ข้อใดเป็นขั้นเตรียมการก่อนการวางแผนจะต้องตั้งหน่วยงานหรือบุคคลรับผิดชอบในการวางแผน ก าหนดวิธีการวางแผน ก. วิเคราะห์ปัญหา ข. รวบรวมข๎อมูลตํางๆ ค. ประชุมแจ๎งผู๎เกี่ยวข๎อง ง. จัดเตรียมงบประมาณ 9. แผนระยะสั้น (Short Plan) เป็นแผนงานกิจกรรมเฉพาะอย่างมุ่งให้เกิดผลในอนาคตอันใกล้ ควร มีระยะเวลาไม่เกินเท่าใด ก. 1 เดือน ข. 3 เดือน ค. 6 เดือน ง. 1 ปี


161 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 10. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์หรือความส าคัญของแผน ก. ลดความซ้ าซ๎อนของงาน ข. ชํวยแบํงเบาภาระของผู๎บริหารให๎ลดน๎อยลง ค. แผนที่ดีจะต๎องชัดเจนวําใคร ท าอะไร ที่ไหน อยํางไร ง. ประหยัดและระดมทรัพยากรขององค์กรมาใช๎อยํางทั่วถึง 11. แผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) มีลักษณะเหมือนแผนอะไร ก. แผนงานโครงการ ข. แผนปฏิบัติการ ค. ปฏิทินปฏิบัติงาน ง. แผนแมํบท 12. ข้อใดเป็นค ากล่าวที่ถูกต้องเกี่ยวกับแผน (Plan) ก. แผนเป็นเรื่องของกิจกรรม ข. แผนเป็นเรื่องของสมมติฐานในอนาคต ค. แผนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจของผู๎บริหาร ง. แผนเป็นเรื่องของทุกคนในองค์การ 13.การพิจารณาตัดสินใจในเรื่องใดๆ จะต้องพิจารณาอะไร เป็นอันดับแรก ก. เลือกทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ข. วิเคราะห์ปัญหา ค. รวบรวมข๎อมูล ง. พิจารณาทางปฏิบัติหลายๆทาง 14. PACA หมายถึงข้อใด ก. วงจรคุณภาพ ข. วงจรการปฏิบัติงาน ค. วงจรการด าเนินกิจกรรม ง. วงจรการผลิตสินค๎า 15. การวางแผน ก าหนดเปูาหมาย เตรียมด าเนินงาน หมายถึงข้อใด ก. Plan ข. Do ค. Cheak ง. Act 16. การท างานตามขั้นตอนการจัดการ PDCA ด้วยการตรวจสอบผลคุณลักษณะด้านคุณภาพ เปรียบเทียบกับเปูาหมายที่จัดตั้งไว้ เรียกว่า ก. ขั้นตอนการวางแผน ข. ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติตามแผน ค. ขั้นตอนการตรวจสอบผลการปฏิบัติตามแผน ง. ขั้นตอนการแก๎ไขปรับปรุงข๎อบกพรํอง 17. หลักการของการวิเคราะห์ Stakeholder Needs คือข้อใด ก. การมีสํวนรํวม ข. การสร๎างความเข๎มแข็งของภาครัฐ ค. การวิเคราะห์ความคุ๎มคํา ง. การกระจายนโยบาย 18. ความหมายของ weakness ในวิธีการ SWOT Analysis คืออะไร ก. จุดอํอนภายใน/ภายนอก องค์กรที่อาจท าให๎องค์กรไมํบรรลุเปูาหมาย ข. จุดอํอนภายในองค์กรที่อาจท าให๎องค์กรไมํบรรลุเปูาหมาย ค. จุดอํอนภายนอกองค์กรที่อาจท าให๎องค์กรไมํบรรลุเปูาหมาย ง. บุคลากรภายในองค์กรมีความสามารถไมํเพียงพอ


162 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 19. หลักการคิดเชิงระบบ (System Thinking)ข้อใดไม่ที่ถูกต้องที่สุด ก. P : Planning ข. D : Doing ค. C : Checking ง. A : Acting 20. ขั้นตอนการบริหารเชิงกลยุทธ์ ในข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก. การวางแผนกลยุทธ์ ข. การนาแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ ค. การติดตาม ควบคุมประเมินผลกลยุทธ์ ง. การควบคุม ประเมินผล กลยุทธ์ 21. การวิเคราะห์สภาพหน่วยงาน หรือ องค์กร ( SWOT Analysis ) จุดแข็งภายในองค์กรตรงกับ ข้อใด ก. Strengths ข. Weaknesses ค. Opportunity ง. Threats 22. SWOT Analysis หมายถึงข้อใด ก. การประเมินประสิทธิภาพขององค์กร ข. การควบคุมสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ค. การวิเคราะห์สภาพแวดล๎อมและศักยภาพขององค์กร ง. การจัดการองค์ความรู๎ในองค์กร 23. ขั้นตอนแรกของการจัดท าแผนกลยุทธ์ คือข้อใด ก. การก าหนดสถานภาพขององค์กร ข. การวิเคราะห์สภาพแวดล๎อม ค. การก าหนดวิสัยทัศน์ ง. การก าหนดภารกิจ 24. ข้อใดให้ความหมายของค าว่าโครงการได้ถูกต้องที่สุด ก. แผนงานที่จัดท าขึ้นอยํางมีระบบ ข. แผนการใช๎เงินงบประมาณ ค. แผนการด าเนินงานตามขั้นตอน ง. แผนการใช๎ทรัพยากร 25. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโครงการที่ดี ก. มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ข. เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน ค. เป็นการด าเนินงานที่ผํานมา ง. มีระยะเวลาก าหนดแนํนอน 26. ข้อใดกล่าวถึงความส าคัญของโครงการไม่ถูกต้อง ก. การปฏิบัติงานชัดเจน ข. สร๎างอคติตํอบุคคลภายในหนํวยงาน ค. การปฏิบัติเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ ง. ลดความขัดแย๎งและความซ้ าซ๎อนในหน๎าที่ 27. การเขียนเปูาหมายของโครงการ หมายถึงในลักษณะใด ก. เจตนาของผู๎เขียนโครงการ ข. บอกหน๎าที่และความรับผิดชอบ ค. อธิบายความเป็นมาของโครงการ ง. ก าหนดทิศทางในการปฏิบัติงาน 28. เพราะเหตุใดจึงต้องระบุชื่อผู้ด าเนินโครงการ ก. ตรวจสอบความชัดเจนได๎ ข. ตรวจสอบความถูกต๎องได๎


163 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ค. ตรวจสอบความรับผิดชอบได๎ ง. ตรวจสอบความสามารถได๎ 29. การวางแผนเพื่อเขียนโครงการควรเริ่มจากข้อใด ก. เลือกเรื่องหรือปัญหา ข. พิจาณาความจ าเป็นของปัญหา ค. พิจารณาความเป็นไปได๎ ง. พิจารณาแนวทางปฏิบัติ 30. ส่วนประกอบใดของโครงการที่จ าเป็นน้อยที่สุด ก. ชื่อโครงการ ข. วัตถุประสงค์ ค. วิธีด าเนินงาน ง. ปัญหาและอุปสรรค แนวข้อสอบการจัดท าแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติการ 1.ง 2.ข 3.ข 4.ก 5.ข 6.ข 7.ค 8.ข 9.ง 10.ค 11.ง 12.ง 13.ค 14.ก 15.ก 16.ค 17.ก 18.ข 19.ง 20.ค 21.ก 22.ค 23.ข 24.ก 25.ค 26.ข 27.ง 28.ค 29.ข 30.ง


164 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 กรอบการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีดังนี้ ******************** 1. การวัดและประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา เป็นการประเมินเพื่อทราบสภาพและ ความก๎าวหน๎า ทั้งด๎านความรู๎ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นผลมาจากการจัด กิจกรรม การเรียนรู๎ของสถานศึกษาในแตํละรายวิชา ด๎วยวิธีการที่หลากหลาย เชํน การสังเกต การสัมภาษณ์ ประเมินจากแฟูมสะสมงาน ประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานการเรียนรู๎(Performance Evaluation) ประเมินการปฏิบัติจริง (Authentic Assessment) ทดสอบยํอย (Quiz) ประเมินจากกิจกรรม โครงงาน หรือแบบฝึกหัด เป็นต๎น โดยเลือกให๎สอดคล๎องและเหมาะสมกับ ธรรมชาติของรายวิชาควบคูํไปกับ กิจกรรมการเรียนรู๎ของผู๎เรียน การก าหนดคะแนนระหวํางภาคเรียนและปลายภาคเรียนให๎เป็นไปตาม เกณฑ์ที่ส านักงาน กศน.ก าหนด โดยการวัดผลระหวํางภาคเรียนสถานศึกษาเป็นผู๎ด าเนินการ ส าหรับ การวัดผลปลายภาคเรียน ให๎เป็นไปตามที่ส านักงาน กศน.ก าหนด **การตัดสินผลการเรียนรายวิชา ให๎น าคะแนนระหวํางภาคเรียน มารวมกับคะแนน ปลาย ภาคเรียน และจะต๎องได๎คะแนนไมํน๎อยกวําร๎อยละ 50 จึงจะถือวําผํานการเรียนในรายวิชานั้น ทั้งนี้ผู๎เรียนต๎องเข๎าสอบปลายภาคเรียนด๎วย และน าคะแนนไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด ค่าระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ ดังนี้ ได้คะแนนร้อยละ 80 – 100 ให้ระดับ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม ได้คะแนนร้อยละ 75 – 79 ให้ระดับ 3.5 หมายถึง ดีมาก ได้คะแนนร้อยละ 70 – 74 ให้ระดับ 3 หมายถึง ดี ได้คะแนนร้อยละ 65 – 69 ให้ระดับ 2.5 หมายถึง ค่อนข้างดี ได้คะแนนร้อยละ 60 – 64 ให้ระดับ 2 หมายถึง ปานกลาง ได้คะแนนร้อยละ 55 – 59 ให้ระดับ 1.5 หมายถึง พอใช้ ได้คะแนนร้อยละ 50 – 54 ให้ระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด ได้คะแนนร้อยละ 0 – 49 ให้ระดับ 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด กรณีผู๎เรียนมีผลการเรียนต่ ากวําเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด ให๎ด าเนินการพัฒนาผู๎เรียนใน รายวิชาที่ได๎คําระดับผลการเรียนไมํผํานเกณฑ์ด๎วยวิธีการที่หลากหลาย เชํน การสังเกต การสัมภาษณ์ ประเมินจากแฟูมสะสมงาน ประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานการเรียนรู๎ (Performance Evaluation) ประเมินการปฏิบัติจริง (Authentic Assessment) ทดสอบยํอย (Quiz) ประเมินจากกิจกรรม โครงงาน หรือแบบฝึกหัด เป็นต๎น คะแนนทดสอบปลายภาคเรียนในรายวิชาบังคับทุกระดับการศึกษา ผู๎เรียนต๎องได๎คะแนน สอบปลายภาคเรียนอยํางน๎อยร๎อยละ 30 ของคะแนนสอบปลายภาค (12 คะแนนจาก 40 คะแนน)


165 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ก าหนดระยะเวลาเรียนมาเป็นเกณฑ์ในการมีสิทธิ์เข๎าสอบปลายภาคเรียน โดยก าหนดให๎ ผู๎เรียนที่เรียนโดยวิธีการเรียนรู๎แบบ กศน. ต๎องมีเวลาในการพบกลุํม หรือพบครูไมํน๎อยกวํา ร๎อยละ 75 ของเวลาตามแผนการเรียนรู๎ของผู๎เรียนที่ตกลงรํวมกับครูจึงจะมีสิทธิ์เข๎าสอบ ถ๎าผู๎เรียนมีระยะเวลาใน การพบกลุํมหรือพบครูไมํถึงร๎อยละ75 แตํถึงร๎อยละ 50 ให๎อยูํในดุลพินิจของผู๎บริหารสถานศึกษา ที่จะพิจารณาอนุญาตให๎เข๎าสอบสอบปลายภาคเรียน ถ๎าไมํอนุญาตให๎เข๎าสอบปลายภาคเรียนให๎ผู๎เรียน ได๎ระดับผลการเรียนเป็น “0” (การก าหนดระยะเวลาตามเกณฑ์ดังกลําวยกเว๎นนักศึกษาของ สถาบันการศึกษาทางไกล) 2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการจบหลักสูตร ในแตํ ละระดับการศึกษา มุํงผู๎เรียนทุกคนต๎องท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม จ านวนไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง ตามเกณฑ์การประเมินที่สถานศึกษาก าหนด โดย ประเมินจากโครงการ หรือกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และให๎ผู๎เกี่ยวข๎องมีสํวนรํวมในการประเมิน 3. การประเมินคุณธรรม เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ผู๎เรียนทุกคนต๎องได๎รับการประเมินตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนด จึงจะได๎รับการพิจารณาให๎จบหลักสูตรในแตํละระดับการศึกษาโดยคณะกรรมการ การวัดและประเมินผลของสถานศึกษา พิจารณาคุณธรรมเบื้องต๎น ที่ส านักงาน กศน. ก าหนด ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถก าหนดเพิ่มเติมได๎ โดยเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและ ประกาศให๎ผู๎เกี่ยวข๎องได๎รับทราบและมีสํวนรํวมในการประเมินคุณธรรม ** การประเมินคุณธรรมก าหนดเกณฑ์ 4 ระดับ คือ ดีมาก หมายถึง ร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง ร้อยละ 70-89 พอใช้ หมายถึง ร้อยละ 50-69 ปรับปรุง หมายถึง ร้อยละ 0- 49


166 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติสถานศึกษาจะต๎องจัดให๎ผู๎เรียนทุกคน ที่เรียนในภาคเรียนสุดท๎ายของทุกระดับการศึกษา ได๎เข๎ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบ ระดับชาติตามที่ส านักงาน กศน. ก าหนด ผลการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ จะน าไปใช๎ในการวางแผน พัฒนา คุณภาพผู๎เรียน และคุณภาพการศึกษา ของแตํละสถานศึกษา และภาพรวมของส านักงาน กศน. ตํอไป หากผู๎เรียนไมํเข๎ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติจะมีผลท าให๎ไมํจบ หลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ** แนวทางการเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราชการ 2551 ก าหนดให๎ ผู๎เรียนต๎องท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) จ านวนไมํน๎อยกวํา 200 ชั่วโมง เป็นเกณฑ์การจบ หลักสูตร และเนื่องจากเปูาหมายที่เข๎าสูํระบบการศึกษามีความหลากหลายและสํวนใหญํเป็นผู๎ใหญํที่มี ประสบการณ์การท ากิจกรรมตํางๆ ** หลักการ 1. เป็นการเทียบโอนกิจกรรมที่ผู๎เรียนเป็นผู๎ด าเนินการเอง เพื่อพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ในขณะที่ศึกษาอยูํในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ หรือ กิจกรรมที่ผู๎เรียน ด าเนินการในขณะท างานในสถานประกอบการ หรือในการประกอบอาชีพตํางๆ 2. เป็นการกระจายอ านาจในสถานศึกษาสามารถเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตโดย สถานศึกษาจะต๎องจัดให๎มีบุคลากร หรือเจ๎าหน๎าที่ ผู๎ท าหน๎าที่ให๎ค าปรึกษา แนะน าในการเทียบโอน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน 3. การเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ด าเนินการโดยคณะกรรมการเทียบโอนผล การเรียนที่สถานศึกษาแตํงตั้งขึ้น คุณสมบัติของผู้เทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ต๎องขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551


167 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หลักเกณฑ์การเทียบโอน ************ 1. สถานศึกษาทุกแหํงจะต๎องจัดให๎มีการเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยจะต๎อง ประกาศระยะเวลาการเทียบโอนให๎ทราบทั่วกัน และควรจะด าเนินการในภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียน เป็นนักศึกษา เพื่อให๎สถานศึกษาและผู๎เรียนจะได๎วางแผนการท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอด หลักสูตร 2. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ให๎เทียบโอนได๎ไมํเกิน 150 ชั่วโมง ตลอดหลักสูตรใน แตํละระดับการศึกษา ทั้งนี้ หลักฐานที่น ามาเทียบโอน สถานศึกษาจะต๎องแสดงให๎เห็นวําหลักฐาน ดังกลําวใช๎ในการเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ในระดับใดระดับหนึ่งแล๎ว 3. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ผู๎เรียนโอน/ย๎ายสถานศึกษา สามารถน ามาโอนได๎ตามจ านวนชั่วโมงที่ ปรากฏในใบระเบียนแสดงผลการเรียน ** ลักษณะของกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต แบํงเป็น 2 ประเภท คือ ** ประเภทที่ 1 กิจกรรมที่มุํงเน๎นการพัฒนาตนเองและครอบครัว ให๎เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ (มี 4 รูปแบบ) รูปแบบที่ 1 การเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ - หลักฐานเทียบโอนต๎องมีอายุไมํเกิน 5 ปี นับถึงวันที่ขอเทียบโอน - กรณีในหลักฐานไมํระบุจ านวนชั่วโมง เกณฑ์การคิด 1 วัน เทํากับ 8 ชั่วโมง ให๎ เทียบโอนได๎ร๎อยละ 50 ดังนั้น 1 วัน เทํากับ 4 ชั่วโมง รูปแบบที่ 2 การดูงานกับหน่วยงานต่างๆ - หลักฐานเทียบโอนต๎องแสดงวําเคยไปศึกษาดูงานมาแล๎วไมํเกิน 5 ปี นับถึงวันที่ขอ เทียบโอน - เทียบโอนชั่วโมงตามหลักฐานระยะเวลาวันละไมํเกิน 4 ชั่วโมง - หลักฐานที่แสดงให๎เห็นวําไปศึกษาดูงานพัฒนาตนเอง เชํน ใบรับรอง รูปถําย แฟูมสะสมงาน บันทึกตํางๆ รูปแบบที่ 3 กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและครอบครัว/ชุมชน/ท้องถิ่น -ระดับที่ 1 สร๎างชื่อเสียงระดับหมูํบ๎าน/ ชุมชน/ท๎องถิ่น ให๎ 50 ชั่วโมง เชํน ได๎รับ รางวัลดีเดํนจากหมูํบ๎าน ในต าบล ในอ าเภอ หรือจากองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น -ระดับที่2 สร๎างชื่อเสียงระดับจังหวัด/ภูมิภาค ให๎ 100 ชั่วโมง เชํนรางวัลระดับ จังหวัด หรือกลุํมจังหวัด หรือระดับภาค เป็นต๎น -ระดับที่ 3 สร๎างชื่อเสียงระดับชาติ/นานาชาติ ให๎ 150 ชั่วโมง เชํน ได๎รับรางวัลใน ระดับชาติ หรือนานาชาติ


168 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 รูปแบบที่ 4 กิจกรรม/โครงการที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จัดให๎กับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ให๎เทียบโอนได๎ ไมํเกินร๎อยละ 50 ของจ านวนที่ปรากฏตามหลักฐาน ** ประเภทที่ 2 กิจกรรมที่มุํงเน๎นการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ (มี 4 ลักษณะ) -ลักษณะที่ 1 กิจกรรมอาสาสมัคร ไมํเกิน 8 ชั่วโมง/วัน -ลักษณะที่ 2 กิจกรรมที่ได๎รับการแตํงตั้งเป็นกรรมการที่บํงบอกถึงการใช๎ความรู๎ ความสามารถในชมรม สมาคม มูลนิธิ ชุมชน สังคม และหนํวยงานตํางๆ 1)กรรมการเฉพาะกิจ ได๎รับ การแตํงตั้งเป็นครั้งคราว เทียบได๎ 25 ชั่วโมง 2)กรรมการที่ได๎รับการแตํงตั้งเป็นวาระไมํเกิน 4 ปี เทียบ ได๎ 50 ชั่วโมง 3)กรรมการระยะยาว 4 ปีขึ้นไป เทียบได๎ 75 ชั่วโมง -ลักษณะที่ 3 กิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล/สาธารณประโยชน์ 1)การบริจาคโลหิตทั่วไป นับเป็นจ านวนครั้ง เทียบได๎ 25 ชั่วโมง/ครั้ง 2)การบริจาคเส๎นผมนับเป็นจ านวนครั้ง เทียบได๎ 25 ชั่วโมง/ครั้ง 3)การบริจาคเพื่อสาธารณกุศล เชํน สเต็มเซลล์ ไขกระดูก เกล็ดเลือด สมัครเป็นผู๎ทดลอง วัคซีน นับเป็นจ านวนครั้ง เทียบได๎ 25 ชั่วโมง/ครั้ง 4)การบริจาคโลหิต บริจาคไต เพื่อชํวยชีวิตเรํงดํวน เทียบได๎ 150 ชั่วโมง -ลักษณะที่ 4 กิจกรรมการให๎ความรู๎ การสร๎างองค์ความรู๎ให๎กับชุมชน สังคม แหลํงเรียนรู๎ เชํน ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ปราชญ์ชาวบ๎าน ผู๎รู๎เทียบได๎ 150 ชั่วโมง ** กระบวนการเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ** การบริหารการวัดและประเมินผล การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุํงให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ ความสามารถ มีกระบวนการคิดวิเคราะห์และปลูกฝังให๎มีคุณธรรมจริยธรรม ตามจุดหมายของหลักสูตร ดังนั้นการวัดและประเมินผลการเรียนจะต๎องให๎สอดคล๎องกับจุดหมาย ดังกลําว ซึ่งเป็นภารกิจที่ส าคัญและจ าเป็นของสถานศึกษา ทั้งส านักงาน กศน. ก าหนดดังนี้ บันทึกในหลักฐานงาน ทะเบียน ผลการเทียบ/โอน ด าเนินการเทียบ/โอน เจ๎าหน๎าที่ แนะแนวผู๎เรียน ผู๎เรียนยื่นค าร๎อง กรรมการพิจารณา หลักฐานการเทียบโอน


169 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 1. ภารกิจของสถานศึกษาในการวัดและประเมินผลการเรียน สถานศึกษามีภารกิจในการวัด และประเมินผลการเรียน ดังนี้ 1.1. การจัดท าระเบียบและแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียน สถานศึกษาต๎องจัดท าระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา ส าหรับให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับรู๎ และถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน เพื่อให๎การประเมินผลการเรียนของสถานศึกษามีความถูกต๎อง ยุติธรรม และมีผลการด าเนินงานที่นําเชื่อถือเป็นที่ยอมรับของสังคม 1.2 การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาจะต๎องจัดท าระเบียบหรือแนวปฏิบัติใน การเทียบโอนผลการเรียน ให๎เป็นสํวนหนึ่งของผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามที่ส านักงาน กศน.ก าหนด 1.3 การวัดและประเมินผลผู๎เรียน สถานศึกษาต๎องด าเนินการวัดและประเมินผล ผู๎เรียน ดังนี้ 1.3.1 การวัดและประเมินผลเป็นรายวิชา ประกอบด๎วย 1) การวัดและประเมินผลกํอนเรียน 2) การวัดและประเมินผลระหวํางภาคเรียน 3) การวัดและประเมินผลปลายภาคเรียน 1.3.2 การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) 1.3.3 การประเมินคุณธรรม 1.3.4 การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ 1.4 การประเมินซํอม สถานศึกษาต๎องจัดให๎ผู๎เรียนที่ไมํผํานการประเมินรายวิชา เข๎ารับการประเมินซํอม ด๎วยวิธีการที่หลากหลาย เชํน การทดสอบ หรือการมอบหมายให๎ท ารายงาน เพิ่มเติม หรือการจัดท าแฟูมสะสมงาน หรือการเข๎ารํวมรํวมกิจกรรม หรืออื่นๆ ตามที่สถานศึกษาก าหนด โดยให๎คําระดับผลการเรียนไมํเกิน 1 ทั้งนี้ต๎องด าเนินการให๎แล๎วเสร็จกํอนเปิดภาคเรียนถัดไป 1.5 การรายงานการประเมินผลการเรียน สถานศึกษาจะต๎องจัดท ารายงานการ ประเมินผลการเรียนของผู๎เรียน เป็นรายบุคคล รายกลุํม เพื่อให๎ผู๎เรียนทราบความก๎าวหน๎าในการเรียนรู๎ ของตนเอง ครูใช๎เป็นข๎อมูลในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ สถานศึกษาและ ผู๎เกี่ยวข๎องใช๎เป็นข๎อมูลในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา ให๎เป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพและ เกิดประสิทธิผลตามจุดหมายของหลักสูตร 1.6 การอนุมัติการจบหลักสูตร สถานศึกษาตรวจสอบคุณสมบัติของผู๎เรียนให๎เป็นไป ตามเกณฑ์การจบหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ อนุมัติการจบหลักสูตร


170 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 1.7 การจัดท าเอกสารหลักฐานการศึกษา สถานศึกษาจะต๎องจัดท าเอกสารแสดง ข๎อมูลและสถานภาพทางการศึกษาของผู๎เรียน เพื่อใช๎ส าหรับตรวจสอบ สื่อสาร สํงตํอและรับรองผลการ เรียนของผู๎เรียน หลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาจะต๎องจัดท า แบํงเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.7.1 เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ ประกอบด๎วย 1) ระเบียนแสดงผลการเรียน (กศน. 1) 2) ประกาศนียบัตร (กศน. 2) 3) แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา (กศน. 3) 1.7.2 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาด าเนินการเอง เชํน แบบบันทึก ผลการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน (กศน.4) แบบอนุมัติผลการจบหลักสูตร แบบรายงานแสดงผลการเรียน เฉลี่ย GPA ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอื่นๆ 1.8 การก ากับ ติดตามและประเมินผลการเรียน สถานศึกษาจะต๎องมีการวางแผน ก ากับ ติดตามและตรวจสอบการด าเนินการ ประเมินผลการเรียน เพื่อให๎การด าเนินการเป็นไปอยํางมี ประสิทธิภาพและสามารถปรับปรุงแก๎ไข ข๎อบกพรํองที่เกิดขึ้นได๎ทันเหตุการณ์ โดยให๎มีผู๎รับผิดชอบ ด าเนินการก ากับ ติดตามในเรื่องตําง ๆ เชํน 1.8.1 มีการประเมินผลการเรียนให๎สอดคล๎องกับผลการเรียนรู๎ที่คาดหวังในแตํละ รายวิชา 1.8.2 มีการประเมินผลการเรียนรู๎และบันทึกผลหลังการเรียนที่จบเนื้อหาในแตํละ เรื่อง ทุกครั้งแล๎วน าผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาผู๎เรียน ให๎เป็นปัจจุบัน 18.3 มีการตรวจผลงานผู๎เรียน พร๎อมให๎ข๎อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงผลงานผู๎เรียน **บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องในการวัดและประเมินผล 1. คณะกรรมการสถานศึกษา 1.1 ให๎ความเห็นชอบระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ระเบียบ แนวปฏิบัติของ สถานศึกษา 1.2 ให๎ความเห็นชอบพฤติกรรมบํงชี้การประเมินคุณธรรมเบื้องต๎นที่สถานศึกษาก าหนด ขึ้นเพื่อพัฒนาผู๎เรียน 1.3 ให๎ความเห็น และข๎อเสนอแนะเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียน 2. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา 2.1 ก าหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลรายวิชา 2.2 ก าหนดพฤติกรรมบํงชี้และแนวปฏิบัติการประเมินคุณธรรม ส านักงาน กศน. ก าหนด 2.3 จัดท าระเบียบแนวปฏิบัติการเทียบโอนให๎สอดคล๎องกับแนวทางการเทียบโอนที่ ส านักงาน กศน.ก าหนด


171 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3. คณะกรรมการการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา 3.1 จัดท าระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให๎สอดคล๎องกับ นโยบายของ กศน. 3.2 จัดท าเครื่องมือประเมินผลกํอนเรียน ประเมินผลระหวํางเรียน และประเมินผลปลาย ภาคเรียน 3.3 ตรวจสอบผลการประเมินและจัดท ารายงานการประเมินผลการเรียนรู๎รายวิชา 3.4 ประเมินผลการด าเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต 3.5 สรุปผลการประเมินคุณธรรม 3.6 ให๎ค าแนะน ากับครูและผู๎เกี่ยวข๎องในการจัดท าเครื่องมือการประเมินผลกํอนเรียน และระหวํางภาคเรียน 3.7 สนับสนุนสํงเสริมการด าเนินงานการวัดและประเมินผล ให๎เป็นไปตามแนวทางที่ สถานศึกษาก าหนด 4. ครู 4.1 วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ และจัดท ารายงานผลการเรียนของผู๎เรียน 4.2 จัดท าเครื่องมือด าเนินการวัดและประเมินผลการเรียนกํอนเรียน ระหวํางเรียน 4.3 เป็นที่ปรึกษา ดูแล ควบคุม และประเมินการด าเนินการ โครงการ/กิจกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู๎เรียน 4.4 ด าเนินการประเมินคุณธรรมของผู๎เรียนรํวมกับผู๎เกี่ยวข๎อง 5. เจ้าหน้าที่ทะเบียน 5.1 ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนรายวิชา การเทียบโอน ผลการเรียนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และอื่นๆ พร๎อมผลการประเมินดังกลําวให๎เรียบร๎อยกํอนบันทึก ข๎อมูล 5.2 รวบรวม ตรวจสอบบันทึก และประมวลผลข๎อมูลการประเมินผล การเรียนของ ผู๎เรียนแตํละคน 5.3 จัดท ารายงานการประเมินผลการเรียนเสนอผู๎บริหาร สถานศึกษา เพื่อขออนุมัติและ แจ๎งผู๎เกี่ยวข๎องทราบ 5.4 ตรวจสอบและสรุปข๎อมูลผลการเรียนของผู๎เรียน เมื่อย๎ายสถานศึกษาหรือจบ หลักสูตร และเสนอให๎ผู๎บริหารสถานศึกษา ลงนามรับรองหรืออนุมัติการจบหลักสูตร 5.5 จัดท าเอกสารหลักฐานการศึกษาตําง ๆ ที่เกี่ยวข๎อง


172 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 6. ผู้บริหารสถานศึกษา 6.1 ก ากับ ดูแล นิเทศ ติดตามผลการด าเนินงานการวัดและประเมินผลการเรียนของ สถานศึกษา 6.2 อนุมัติโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและผลการผํานกิจกรรม 6.3 อนุมัติผลการเทียบโอน 6.3 อนุมัติผลการเรียนรายวิชา 6.4 อนุมัติผลการประเมินคุณธรรม 6.5 อนุมัติการจบหลักสูตร


173 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบ การวัดและประเมินผลการศึกษา 1. ระดับผลการเรียน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งได้กี่ระดับ ก. 4 ระดับ ข. 6 ระดับ ค. 8 ระดับ ง. 10 ระดับ 2. นายสารัช เรียนรายวิชาภาษาไทย มีผลคะแนนระหว่างเรียน 53 คะแนน มีคะแนนสอบ ปลายภาคเรียน 12 คะแนน นายสารัช จะมีผลการเรียนตามข้อใด ก. เกรด 0 ข. เกรด 2 ค. เกรด 2.5 ง. เกรด 3 3. ชาลี เรียนรายวิชาสังคมศึกษา มีผลคะแนนระหว่างเรียน 53 คะแนน มีคะแนนสอบปลายภาค เรียน 11 คะแนน ชาลี จะมีผลการเรียนตามข้อใด ก. เกรด 0 ข. เกรด 2 ค. เกรด 2.5 ง. เกรด 3 4. คะแนนสอบปลายภาคเรียนในรายวิชาบังคับทุกระดับการศึกษา ผู้เรียนต้องได้คะแนนสอบปลาย ภาคอย่างน้อยร้อยละเท่าใด ก. ร๎อยละ 30 ข.ร๎อยละ 40 ค. ร๎อยละ 50 ง. ร๎อยละ 60 5. กรณีที่นักศึกษาจะต้องจบหลักสูตร แต่มีจ านวนหน่วยกิต ที่ต้องลงทะเบียนเรียนเกินกว่าจ านวน หน่วยกิตที่ลงทะเบียนได้ในแต่ละภาคเรียน ให้สถานศึกษาจัดให้ลงทะเบียนเรียนเพิ่มเติมในภาคเรียน สุดท้ายได้ไม่เกินจ านวนกี่หน่วยกิต ก. 1 หนํวยกิต ข. 2 หนํวยกิต ค. 3 หนํวยกิต ง. 4 หนํวยกิต 6. วิชาเลือกในแตํละระดับสถานศึกษาต๎องจัดให๎ผู๎เรียนเรียนรู๎จากการโครงงานจ านวนอยํางน๎อย กี่หนํวยกิตในแตํละระดับ ก. 1 หนํวยกิต ข. 2 หนํวยกิต ค. 3 หนํวยกิต ง. 4 หนํวยกิต 7. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2555) มีสัดส่วนคือข้อใด ก. 30 : 70 ข. 40 : 60 ค. 60 : 40 ง. 70 : 30


174 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 8. ในการสอบปลายภาคเรียนในรายวิชาบังคับทุกระดับการศึกษา ผู้เรียนต้องได้คะแนนสอบปลาย ภาคอย่างน้อยจ านวนกี่คะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่าน ก. 12 คะแนน ข. 16 คะแนน ค. 20 คะแนน ง. 24 คะแนน 9. การก าหนดระยะเวลาเรียนมาเป็นเกณฑ์ในการมีสิทธิเข้าสอบปลายภาคเรียน โดยก าหนด ให้ผู้เรียนที่เรียนโดยวิธีการเรียนรู้แบบ กศน. ต้องมีเวลาเรียนในการพบกลุ่มหรือพบครูไม่น้อยกว่า ร้อยละเท่าใด ก. ร๎อยละ 60 ข.ร๎อยละ 70 ค.ร๎อยละ 75 ง. ร๎อยละ 80 10. การประเมินผลโครงการผู้เรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด จึงจะถือว่า” ผ่าน” ก. ร๎อยละ 60 ข.ร๎อยละ 70 ค.ร๎อยละ 75 ง. ร๎อยละ 80 11. การวัดผลและประเมินผล ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีจ านวนกี่ระดับ ก. 2 ระดับ ข. 3 ระดับ ค. 4 ระดับ ง. 5 ระดับ 12. ผลการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ จะน าไปใช้ในข้อใด ก. เป็นเกณฑ์ตัดสินผลการเรียนเรียนนักศึกษาวําผํานหรือไมํผําน ข. น าผลคะแนนที่ได๎ไปรวมกับคะแนนสอบปลายภาคเพื่อตัดเกรด ค. จะน าไปใช๎ในการวางแผน พัฒนาคุณภาพผู๎เรียน และคุณภาพการศึกษา ง. เป็นตัววัดและประเมินผลการปฏิบัติงานของครู กศน.ต าบล 13. การประเมินคุณธรรมก าหนดเกณฑ์การประเมินไว้กี่ระดับ ก. 2 ระดับ ข. 3 ระดับ ค. 4 ระดับ ง. 5 ระดับ 14. การประเมินคุณธรรม มีทั้งหมดกี่กลุ่มคุณธรรม ก. 3 ข. 4 ค. 5 ง. 7 15. การประเมินคุณธรรม ทั้งหมดกี่ข้อ ก. 6 ข๎อ ข. 9 ข๎อ ค. 11 ข๎อ ง. 12 ข๎อ


175 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 16. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการระดับเกณฑ์การประเมินคุณธรรมที่ก าหนด ก. ต๎องปรับปรุง ข. พอใช๎ ค. ดี ง. ดีมาก 17. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราชการ 2551 ก าหนดให้ ผู้เรียนต้องท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตามข้อใด ก. 100 ชั่วโมง ข. ไมํน๎อยกวํา 100 ชั่วโมง ค. 200 ชั่วโมง ง. ไมํน๎อยกวํา 200 ชั่วโมง 18. ผู้เรียนต้องเรียนรู้สามารถท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตลอดหลักสูตรได้ตามข้อใด ก. ภาคเรียนละ 50 ชั่วโมง ข. ภาคเรียนละ 100 ชั่วโมง ค. ภาคเรียนละ 150 ชั่วโมง ง. ภาคเรียนเดียว 200 ชั่วโมงได๎ 19. ข้อใดคือคุณสมบัติของผู้เทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ก. เป็นผู๎ที่ประกอบอาชีพในเขตบริการของสถานศึกษาไมํน๎อยกวํา 1 ปี ข. มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ค. ต๎องขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 20. การเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ให้เทียบโอนได้ตามข้อใด ก. ไมํเกิน 50 ชั่วโมง ข. ไมํเกิน 100 ชั่วโมง ค. ไมํเกิน 150 ชั่วโมง ง. ไมํเกิน 200 ชั่วโมง 21. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ผู้เรียนโอน/ย้ายสถานศึกษา สามารถน ามาโอนได้ตามข้อใด ก. ไมํเกิน 50 ชั่วโมง ข. ไมํเกิน 100 ชั่วโมง ค. ไมํเกิน 150 ชั่วโมง ง. ตามที่ปรากฏในใบระเบียนแสดงผลการเรียน 22. การเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆกรณีในหลักฐานไม่ระบุจ านวนชั่วโมง เกณฑ์การคิด 1 วัน เท่ากับ จ านวนกี่ชั่วโมง ก. 6 ชั่วโมง ข. 8 ชั่วโมง ค. 12 ชั่วโมง ง. 24 ชั่วโมง


176 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 23. นายวีมีใบประกาศการเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆรวมแล้วได้ 100 ชั่วโมง สามารถน ามาเทียบโอนกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ได้จ านวนกี่ชั่วโมง ก. 25 ชั่วโมง ข. 50 ชั่วโมง ค. 75 ชั่วโมง ง. 100 ชั่วโมง 24. สถานศึกษาทุกแห่งจะต้องจัดให้มีการเทียบโอนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามข้อใด ก. ภาคเรียนแรกของการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ข. ภาคเรียนสุดท๎ายกํอนจบการศึกษาในแตํละระดับ ค. ภาคเรียนได๎ก็ได๎แตํสามารถเทียบโอนได๎ภาคเรียนเดียว ง. สามารถเทียบโอนได๎ทุกภาคเรียนจนกวําจะจบหลักสูตร 25. การประเมินซ่อม สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนที่ไม่ผ่านการประเมินรายวิชา เข้ารับการประเมิน ซ่อม ด้วยวิธีการตามข้อใด ก. มอบหมายให๎ท ารายงานเพิ่มเติม ข. การทดสอบ ค. การท าแฟูมสะสมผลงาน ง. ทกข๎อที่กลําวมา 26. ใครเป็นผู้มีอ านาจแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา ก. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม ค. เลขาธิการ กศน. ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 27. ข้อใดไม่ใช่บทบาท หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา ก. ก าหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลรายวิชา ข. ก าหนดพฤติกรรมบํงชี้และแนวปฏิบัติการประเมินคุณธรรม ส านักงาน กศน. ก าหนด ค. จัดท าระเบียบแนวปฏิบัติการเทียบโอนให๎สอดคล๎องกับแนวทางการเทียบโอนที่ส านักงาน กศน. ก าหนด ง. จัดท าเครื่องมือประเมินผลกํอนเรียน ประเมินผลระหวํางเรียน และประเมินผลปลายภาคเรียน 28. ใครเป็นผู้มีอ านาจแต่งตั้งคณะกรรมการการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา ก. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม ค. เลขาธิการ กศน. ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 29. ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา ก. ตรวจสอบผลการประเมินและจัดท ารายงานการประเมินผลการเรียนรู๎รายวิชา ข. ประเมินผลการด าเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ค. สรุปผลการประเมินคุณธรรม ง. ก าหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลรายวิชา


177 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 30. ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทะเบียน ก. ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนรายวิชา การเทียบโอนผลการเรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และอื่นๆ พร๎อมผลการประเมินดังกลําวให๎เรียบร๎อยกํอนบันทึกข๎อมูล ข. รวบรวม ตรวจสอบบันทึก และประมวลผลข๎อมูลการประเมินผล การเรียนของผู๎เรียนแตํละคน ค. จัดท ารายงานการประเมินผลการเรียนเสนอผู๎บริหาร สถานศึกษา เพื่อขออนุมัติและแจ๎ง ผู๎เกี่ยวข๎องทราบ ง. อนุมัติผลการเรียนรายวิชา เฉลยแนวข้อสอบ 1.ค 2.ค 3.ก 4.ค 5.ค 6.ค 7.ค 8.ก 9.ค 10.ข 11.ก 12.ค 13.ค 14.ข 15.ค 16.ก 17.ง 18.ง 19.ค 20.ค 21.ง 22.ข 23.ข 24.ก 25.ง 26.ก 27.ง 28.ก 29.ง 30.ง


178 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การเรียนรู้ในชุมชน **ความหมายของการเรียนรู๎ในชุมชน การเรียนรู๎ (Learning) มีขอบขํายกว๎างกวําการศึกษา หรือการฝึกอบรม ริชาร์ด เพทติงเกอร์(Pettinger, 2000) กลําววําการเรียนรู๎เป็นกระบวนการในการ กํอให๎เกิดรูปแบบและพัฒนาความรู๎(Knowledge) ทักษะ (Skills) ทัศนคติ (Attitude) และพฤติกรรม (Behaviour) ซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษา (Education) ฝึกอบรม (Training) การขัดเกลาทางสังคม (Socialization) และประสบการณ์ (Experience) การเรียนรู๎จะกํอให๎เกิดการปรับตัว การยอมรับ การ มีแนวทางการปฏิบัติตามให๎สอดคล๎องกับสถานการณ์ตําง ๆ อยํางไรก็ดีการเรียนรู๎ของแตํละบุคคลจะมี ความแตกตํางกัน ทั้งในแงํของเวลาและขอบเขต บางคนเรียนรู๎ได๎เร็ว บางคนเรียนรู๎ได๎ช๎า บางคนเรียนรู๎ ได๎ครบถ๎วน บางคนเรียนรู๎ได๎เฉพาะสํวน ทั้งนี้ขึ้นอยูํกับเงื่อนไขของ แตํละบุคคล ได๎แกํ 1) ความปรารถนาและแรงจูงใจ 2) คุณภาพ และวิธีการสอนหรือการเรียนรู๎ 3) สภาพบริบท ที่จะเรียนรู๎ทั้งที่เกิดจากตัวเขาเองที่ต๎องการศึกษา ต๎องการเพิ่มทักษะ หรือ คุณภาพงาน หรือเกิดจากการบังคบของผู๎อื่นหรือองคกร์ที่ต๎องการให๎เขามีความรู๎หรือทักษะหรือ คุณภาพงาน ตามที่ต๎องการ 4) เกิดจากแรงเสริมของตนเองที่ต๎องการพัฒนาในการสร๎างโอกาสในหน๎าที่การงานของตนเอง 5) ทัศนคติของแตํละคนที่ต๎องการเรียนรู๎ในสิ่งใหมํต๎องการเพิ่มพูน ความรู๎และทักษะของตนเอง การเรียนรู๎นอกจากเป็นการเพิ่มพูน ความรู๎ทักษะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล๎วยังท าให๎มีความคิด แนวคิดในกรอบที่กว๎างและรอบคอบมากขึ้นมีเหตุมีผลมากขึ้น ดังนั้นชุมชนใดมีการเรียนรู๎อยํางตํอเนื่อง จะท า ให๎คนในชุมชนมีเหตุมีผลในการเลือกแนวทางในการพัฒนาชุมชนที่เห็นวําเป็นประโยชน์ตํอสมาชิก ของชุมชน การศึกษาชุมชน (Community Education) **การศึกษาเพื่อเข๎าใจสภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่ง แวดล๎อมของชุมชน ลักษณะผู๎น า ท๎องถิ่น ชาวบ๎าน คํานิยม ความเชื่อ ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ตลอดจนสภาพปัญหาตํางๆ เพื่อ เป็น ข๎อมูลในการวางแผนการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัย ให๎แกํคนในชุมชน การท าให๎ประชาชนในชุมชนเกิดการเรียนรู๎ความตระหนักที่ จะรํวมกันแก๎ไขปัญหาของชุมชน ด๎วยความ รํวมมือ รํวมใจ เกิดความเอื้อ อาทรตํอกัน และความมั่นใจในการพึ่งตนเอง อันจะสํงผลให๎เกิดการพัฒนา ที่ยั่งยืน


179 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ตัวอยําง : กํอนที่ครูโกวิท จะจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยใน ศูนย์การเรียนชุมชนต าบลศรีโพธิ์ครูโกวิทจะต๎องส ารวจความต๎องการของผู๎เรียนกํอน โดยเก็บ รวบรวม ข๎อมูลของชุมชนใน ทุก ๆ ด๎าน ทรัพยากรในท๎องถิ่น ตลอดจนสภาพปัญหาของ หมูํบ๎าน ซึ่งพบวําผู๎ที่ อาศัยอยูํในต าบลนี้สํวนใหญํเป็นผู๎สูงอายุ ต๎องการมีรายได๎เสริม และใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์ ครูโกวิท จึงตัดสินเปิด สอนวิชาชีพจักสานให๎กับผู๎สูงอายุ **การศึกษาชุมชน (Community Education) เป็นการศึกษาแบบ มหภาคในแงํที่เป็น ข๎อเท็จจริง เรื่องราวทางสังคม ในรูปของโครงสร๎างที่ เกี่ยวเนื่องกับปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ ปรัชญา ประวัติศาสตร์เทคโนโลยีและการเมือง ประการส าคัญคือ เป็นการศึกษาเพื่อความ มุํงหมาย บางเรื่อง เชํน ศีลธรรมจรรยา เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์กับ สิ่งแวดล๎อม ยากที่จะเกิดขึ้นกับการเรียนการ สอนในห๎องเรียน หรือ กิจกรรมเสริมในโรงเรียน ความหมายของการศึกษาชุมชน เมื่อกลําวถึงชุมชน ศึกษา อาจเข๎าใจความหมายเป็นสองแงํ คือ 1. Community Education หมายถึง การจัดและให๎การศึกษาแกํคนในชุมชน 2. Community Study หมายถึง การส ารวจชุมชนเพื่อเก็บรวบรวมข๎อมูลในชุมชน **ความหมาย ค าว่า “ศึกษา” ศึกษาหรือการศึกษา มาจากภาษาสันสกฤตวํา “ศึกษา” ตรงกับ ค าว่า “สิกขา” ในภาษาบาลีมีความหมายวํา ก าลังหาความรู๎การเลําเรียน การฝึกฝนอบรม ค าวํา “ศึกษา” ภาษาอังกฤษ มีใช๎2 ค า ได๎แกํ 1. Education แปลวํา น าออกมา อบรมเลี้ยงดูการสอน การ ฝึกฝนอบรม 2. Study แปลวํา ศึกษา เรียนให๎รู๎ พิจารณา พิเคราะห์ไตรํตรอง ฯลฯ ความหมายของ การศึกษาชุมชน มีผู๎ให๎ความหมายของการศึกษาชุมชน (Community Education) ดังนี้ บ ารุง บุญปัญญา (2525) กลําวถึงการศึกษาชุมชนวําเป็นการสร๎าง ความเข๎าใจตํอวิถีชีวิตของชุมชนเป็น การประเมินผลและตีความข๎อมูลที่ ได๎จากชาวบ๎าน ชยัน วรรธนะภูติ(2536) อธิบายวํา “สภาพชุมชน โดยรวมทั้ง ด๎านสิ่งแวดล๎อม รูปแบบการผลิตหรือการท ามาหากิน ความสัมพันธ์ระหวํางสมาชิกใน ชุมชน การจัดระเบียบสังคม โครงสร๎างอ านาจในชุมชน องค์กรชาวบ๎าน ปัจจัยหรือมีอิทธิพลจาก ภายนอก องค์ความรู๎ที่สะสม วิธีการ ศักยภาพในการแก๎ปัญหา ปัจจัยที่มีบทบาทส าคัญในการก าหนด ทิศทางและรูปแบบความสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่ชํวยให๎เราเข๎าใจ การเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงในชุมชนนั้น ๆ” อรพินท์ สพโชคชัย (2537) การศึกษาชุมชน คือการที่นักพัฒนา ต๎องท าความเข๎าใจข๎อมูล สภาพหมูํบ๎าน ลักษณะภูมิประเทศ ชาวบ๎านกลุํมตําง ๆ ผู๎น า ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม การเมืองระดับหมูํบ๎าน ตลอดจน สภาพปัญหาตํางๆ ทั้งนี้ เพื่อเข๎าใจชุมชนที่จะเป็น ประโยชน์ตํอการ ด าเนินงานโครงการเพื่อพัฒนาชุมชน กาญจนา แก๎วเทพ (2538) ให๎ความหมาย การศึกษาชุมชนวํา เป็นการรู๎จักและการท าความเข๎าใจกับชีวิตของคนในชุมชนโดยการลํวงรู๎อดีต


180 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ปัจจุบัน ความหวัง ความปรารถนา ความใฝุฝันในอนาคตของคน ในชุมชนแตํละรุํนที่เกิดขึ้น ด ารงอยูํใน ชุมชนที่สืบทอดตํอเนื่องกันมาจาก อดีตถึงปัจจุบัน งานภาคีเครือข่าย **แนวทางการพัฒนาศักยภาพการท างานร่วมกับภาคีเครือข่ายสานักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพสรุปได้ดังนี้ 1. ประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยทุกรูปแบบเพื่อให๎ เครือขํายเข๎าใจและมีสํวนรํวมในการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น 2. พัฒนาฐานข๎อมูลของเครือขํายให๎ครอบคลุมกับภารกิจงานโดยภาคีเครือขํายมีสํวนรํวมในการ ให๎ข๎อมูล 3. ส ารวจความพร๎อมความต๎องการของภาคีเครือขํายในการมีสํวนรํวมสํงเสริมการจัดการเรียนรู๎ ตลอดชีวิต 4. ให๎ความส าคัญกับเครือขํายก าหนดระดับความส าคัญของภาคีเครือขํายเพื่อประเมินผลการ สร๎างเครือขํายการท างานของสถานศึกษา 5. สร๎างขวัญก าลังใจให๎กับภาคีเครือขํายโดยการให๎เกียรติยกยํองเชิดชูภาคีเครือขํายและก าหนด มาตรการจูงใจเพื่อสร๎างขวัญก าลังใจกับหนํวยงานสถานศึกษาที่มีการประสานและรํวมมือกับเครือขําย จัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน 6. พัฒนาศักยภาพบุคลากรของหนํวยงานให๎มีทักษะในการท างานรํวมกับภาคีเครือขํายสร๎าง อุดมการณ์การท างานให๎กับครูการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งต๎องมีจิตอาสาในการ ท างานรํวมกับเครือขํายโดยมีบทบาทเป็นผู๎เชื่อมประสานงานในทุกมิติในเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให๎กับประชาชน 7. ก าหนดให๎มีกิจกรรมสร๎างความสัมพันธ์รํวมกันกับภาคีเครือขํายและประสานงานกับเครือขําย อยํางตํอเนื่อง 8. ก ากับติดตามประเมินผลมีการถอดองค์ความรู๎การสร๎างเครือขํายการท างานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร๎างความรู๎ใหมํในการพัฒนางานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 9. มีการจัดท าแผนและก าหนดกิจกรรมรํวมกันพร๎อมทั้งมีการจัดท าบันทึกข๎อตกลงรํวมมือการ ท างานรํวมกันและก าหนดเปูาหมายการท างานให๎ชัดเจนทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 10. การพิจารณาบุคลากรเข๎าท างานในหนํวยงานสานักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยควรก าหนดคุณสมบัติเฉพาะในด๎านการประสานเครือขํายไว๎พิจารณาด๎วย


181 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 11. ผู๎บริหารและครูการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต๎องรู๎จักการบูรณาการ กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให๎สอดคล๎องกับภารกิจของเครือขํายเพิ่ม กิจกรรมที่ท ารํวมกับภาคีเครือขํายให๎มากขึ้นต๎องทันเหตุการณ์รู๎วํากิจกรรมใดที่ก าลังด าเนินการในชุมชน 12. จัดสรรงบประมาณ ให๎กับครูการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็น คํา เดินทางในการประสานงานจัดกิจกรรมรํวมกับภาคีเครือขําย 13. ผู๎บริหารหรือข๎าราชการในสถานศึกษาควรเป็นพี่เลี้ยงให๎กับครูในการสร๎างความเข๎าใจใน การท างานรํวมกับเครือขํายในพื้นที่ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียนผู้ปกครองครอบครัวชุมชนองค์กรชุมชน 1.ให๎ความรู๎แกํพํอแมํผู๎ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูทั้งในด๎านจิตวิทยาพัฒนาการตามวัยและอื่น ๆ รวมทั้งเป็นต๎นแบบส าหรับผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ตลอดชีวิต 2. สร๎างความตระหนักถึงความส าคัญของการศึกษาและการเรียนรู๎เพื่อให๎รู๎สึกวําเป็นหน๎าที่เป็น 3. มีกลไกให๎เข๎ามารํวมก าหนดนโยบายการศึกษาระดับชาติท๎องถิ่นและระดับสถานศึกษา 4. สํงเสริมให๎ผู๎เรียนรํวมเป็นสภานักเรียนสํงเสริมให๎ผู๎เรียนผู๎ปกครองครอบครัวชุมชนองค์กร ชุมชนรํวมเป็นกรรมการสถาบันการศึกษา 5. สํงเสริมให๎มีกลไกรับฟังความคิดเห็นเสนอแนะทิศทางการพัฒนาการศึกษาและติดตาม ตรวจสอบเชํนการจัดเวทีสมัชชาประชาชนจัดรายการรับฟังความคิดเห็นทางสื่อมวลชนเป็นต๎น 6. สํงเสริมให๎เป็นวิทยากรผู๎สอนครูอาสา ครูอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษา 7. สํงเสริมการจัดการศึกษาทางเลือกที่ตอบสนองตามความต๎องการเฉพาะของผู๎เรียนรวมทั้ง สนับสนุนทรัพยากรตามความจ าเป็น 8. สํงเสริมให๎รํวมระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและรํวมรับคําใช๎จํายทางการศึกษามากขึ้นใน ระดับที่สูงกวําการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9. สํงเสริมให๎รํวมกับสถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่นเพื่อให๎การศึกษาเป็นการเรียนรู๎ชีวิต รวมทั้งจัดกิจกรรมการเรียนรู๎และแหลํงเรียนรู๎ในชุมชนเพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎มีประสบการณ์ด๎านอาชีพ และความเป็นอยูํที่สอดคล๎องกับบริบทท๎องถิ่น 10. สํงเสริมการพัฒนาสื่อและแหลํงเรียนรู๎รวมทั้งการนาไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์สูงสุด เชํน อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นในการเข๎าถึงและการมีสํวนรํวมในการศึกษาและเรียนรู๎ของผู๎เรียน และชุมชนโดยรวมรวมทั้งการชํวยในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่หํางไกล


182 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ธุรกิจสถานประกอบการ 1. จัดมาตรการด๎านภาษีอากรและด๎านอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการมีสํวนรํวม 2. สํงเสริมการจัดการศึกษารูปแบบศูนย์การเรียนโดยสถานประกอบการ 3. สนับสนุนบุคลากรจากภาคเอกชน ธุรกิจและสถานประกอบการให๎เป็นครูอาจารย์ในสถาบัน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา 4. สํงเสริมให๎รํวมเป็นกรรมการสถานศึกษา สภาสถาบันอุดมศึกษาให๎ข๎อคิดเห็นและ ข๎อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการศึกษา สถาบันรวมทั้งระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและรํวมติดตาม ตรวจสอบ 5. สํงเสริมให๎เข๎ารํวมในการก าหนดนโยบายการศึกษาทั้งระดับชาติและระดับท๎องถิ่น 6. สํงเสริมให๎จัดโครงการพัฒนาการศึกษาเป็นสํวนหนึ่งของกิจกรรมรับผิดชอบตํอสังคมให๎มาก ขึ้น 7. สํงเสริมให๎ลงทุนด๎านการศึกษา และการเรียนรู๎ทั้งในรูปแบบการจัดตั้งสถาบันการศึกษาการ สนับสนุนสํงเสริมการศึกษา และเรียนรู๎ในรูปแบบหลากหลาย การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งหน่วยงานจัดการศึกษา 1. พัฒนาและสร๎างความเข๎มแข็งให๎เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาตลอดจนพัฒนาผู๎บริหาร ทุกระดับ/ประเภทให๎มีภาวะผู๎นาเพื่อรองรับการกระจายอ านาจในการบริหารจัดการมากขึ้นทั้งด๎าน บริหารวิชาการงบประมาณบุคลากรและการบริหารทั่วไป 2. พัฒนาระบบการประเมินครูคณาจารย์ผู๎บริหารและบุคลากรทางการศึกษาให๎เชื่อมโยงกับผล การพัฒนาผู๎เรียนเพื่อให๎คณาจารย์ผู๎บริหารและบุคลากรทางการศึกษารํวมรับผิดชอบผลการพัฒนา 3. สํงเสริมให๎ครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษารํวมพัฒนาสถาบันการศึกษาปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนประเมินผลและการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาผู๎เรียน 4. พัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอยํางตํอเนื่องตามความต๎องการที่แตกตํางกัน ของแตํละกันและสอดคล๎องกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาประเทศ 5. พัฒนาบทบาทกรรมการสถานศึกษา/สภาสถาบันให๎เข๎ามามีสํวนรํวมรับผิดชอบและมีจิตสา นึกในความเป็นเจ๎าของมีความตระหนักและภูมิใจในหน๎าที่ของตนรวมทั้งก าหนดนโยบายทิศทางการ พัฒนาสถานศึกษา/สถาบันตลอดจนการติดตามตรวจสอบและประเมินผล 6. สํงเสริมความรํวมมือเป็นเครือขํายและกลุํมเฉพาะด๎านระหวํางหนํวยจัดการศึกษากับ หนํวยงานอื่นทั้งภาครัฐเอกชนประชาชนเพื่อพัฒนาการศึกษาชุมชนโดยยึดพื้นที่เป็นฐาน


183 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. ให๎เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกระดับ/ประเภทผู๎บริหารครูคณาจารย์บุคลากรทาง การศึกษาและกรรมการสถานศึกษา/สภาสถาบันรํวมขับเคลื่อนการนานโยบายและแผนระดับชาติสูํการ ปฏิบัติโดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาด๎านเศรษฐกิจสังคมและการพัฒนาด๎านอื่น ๆ 8. ให๎เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกระดับ/ประเภทผู๎บริหารครูคณาจารย์บุคลากรทาง การศึกษาและกรรมการสถานศึกษา/สภาสถาบันรํวมติดตามประเมินผลเพื่อพัฒนาผู๎เรียนรวมทั้ง ตรวจสอบและให๎ข๎อเสนอนโยบายการพัฒนาการศึกษา การส่งเสริมการท างานร่วมกันระหว่างรัฐภาคเอกชนและภาคชุมชน 1. ปรับกระบวนทัศน์ของทุกภาคสํวนทั้งนอกภาครัฐและภาครัฐให๎เห็นความส าคัญของ การศึกษาวําเป็นเรื่องของทุกคนโดยกระทรวงศึกษาธิการไมํจาเป็นต๎องเป็นผู๎ด าเนินการเองทั้งหมดแตํ เน๎นยุทธศาสตร์และกลไกสํงเสริมและจูงใจให๎ทุกภาคสํวนเข๎ามามีสํวนรํวม 2. ให๎มีคณะกรรมการรํวมภาครัฐภาคเอกชน/ธุรกิจและสถานประกอบการเพื่อก าหนดทิศทาง ความต๎องการและวางแผนผลิตก าลังคนทั้งด๎านปริมาณและคุณภาพ 3 สํงเสริมให๎มีการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนพันธะสัญญารํวมกันระหวําง ภาครัฐเอกชนและภาคชุมชน 4. สํงเสริมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบทวิภาคีสหกิจศึกษาการศึกษาและเรียนรู๎ที่บูรณาการ กับการท างานรํวมกันสถานประกอบการเพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎มีความรู๎และสามารถปฏิบัติได๎ 5. สํงเสริมให๎ภาคเอกชนเข๎ามามีบทบาทในการจัดรํวมจัดและเป็นหุ๎นสํวนกับรัฐในด๎าน การศึกษาและเรียนรู๎ในสัดสํวนที่สูงขึ้นในทุกระดับและประเภทอยํางมีคุณภาพมาตรฐาน 6. สํงเสริมสนับสนุนภาคเอกชนรํวมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในการวิจัยและ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการศึกษาและนาไปใช๎ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 7. พัฒนาบทบาทและสร๎างความเข๎มแข็งของกรรมการสถานศึกษา/สถาบันโดยเน๎นการมีสํวน รํวมของภาครัฐภาคเอกชนและชุมชน 8. สํงเสริมการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยในรูปแบบที่ หลากหลายตามความต๎องการของผู๎เรียนฝึกอบรมระยะสั้นแกํผู๎วํางงานโดยเน๎นการด าเนินงานรํวมกันทั้ง ภาครัฐภาคเอกชนและภาคชุมชน


184 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวทางการด าเนินงานการมีส่วนร่วมที่ท าให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา 1. ควรจัดท าข๎อมูลสารสนเทศของหนํวยงานและภาคีเครือขํายให๎เป็นปัจจุบันครอบคลุมทุก ภารกิจเพื่อเป็นข๎อมูลในการบริหารจัดการอยํางมีประสิทธิภาพ 2. ควรประชาสัมพันธ์ให๎ประชาชนเข๎าใจถึงลักษณะการมีสํวนรํวม และประโยชน์ที่จะได๎รับจาก การมีสํวนรํวม และสร๎างความตระหนักถึงความส าคัญของการศึกษา และการเรียนรู๎ให๎แกํ ประชาชนเพื่อให๎รู๎สึกวําเป็นหน๎าที่เป็นเจ๎าของและภาคภูมิใจที่ได๎เข๎ามามีสํวนรํวมอยํางตํอเนื่อง 3. ควรจัดให๎มีการสรรหาบุคคลรํวมเป็นคณะกรรมการหรือคณะท างานในการด าเนินงานด๎าน ตํางๆอยํางหลากหลายและควรมีลักษณะมุํงมั่นทุํมเทและมีความเต็มใจในการรํวมด าเนินงานไมํควรสรร หาตามบทบาทหน๎าที่ที่บุคคลนั้นได๎รับจากชุมชนเทํานั้น 4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ตําง ๆ ให๎กับประชาชนกลุํมเปูาหมายควรเป็นกิจกรรมที่มาจาก ความต๎องการของประชาชนในท๎องถิ่นอยํางแท๎จริง 5. ควรสํงเสริมให๎ภาคเอกชนธุรกิจและสถานประกอบ การจัดโครงการพัฒนาการศึกษาเป็นสํวน หนึ่งของกิจกรรมรับผิดชอบตํอสังคม 6. ควรสร๎างแรงจูงใจและก าหนดสิทธิประโยชน์ของภาคีเครือขํายที่รํวมสํงเสริมกิจกรรม พึง ได๎รับในฐานะหุ๎นสํวนทางการศึกษาเชํนการได๎รับเบี้ยเลี้ยงการศึกษาดูงานอยํางเป็นรูปธรรม เป็นต๎น 7. ควรกํอตั้งสมัชชาภาคีเครือขํายและยกยํองเชิดชูเกียรติให๎รางวัลแกํบุคคลและองค์กรที่เป็น ต๎นแบบของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 8. ควรให๎ความรู๎และพัฒนาศักยภาพบุคลากรของภาคีเครือขํายอยํางตํอเนื่อง เพื่อขยายผลการ สํงเสริมกิจกรรมการศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 9. ควรก าหนดเป็นนโยบายในการจัดท าข๎อตกลงรํวมกันทุกภาคสํวน หรือก าหนดบทบาทหน๎าที่ ของภาคีเครือขํายให๎ชัดเจน เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาที่ทุกฝุายจะต๎องรํวมมือกัน อยํางจริงจัง 10. ควรจัดอบรมบุคลากรของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอให๎มี ทักษะในการท างานรํวมกับภาคีเครือขํายและมีบุคลิกภาพที่ดี 11. ควรหาแนวทางการด าเนินงานรํวมกันระหวํางศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอ กับภาคีเครือขํายเพื่อนาเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู๎และสร๎างสรรค์ผลงาน เชํนการ ถอดบทเรียนจัดเวทีเพื่อสร๎างองค์ความรู๎ใหมํ เป็นต๎น 12. ควรมีการจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ทั้งเป็นทางการและไมํเป็นทางการ ระหวํางบุคลากร ของสถานศึกษากับภาคีเครือขําย เพื่อนาไปสูํความสัมพันธ์ความรํวมมือที่ดีแลสามารถประสาน ประโยชน์ให๎เกิดความส าเร็จตามวัตถุประสงค์ของหนํวยงานอยํางมีประสิทธิภาพ


185 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 13. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอควรตระหนักและเห็น ความส าคัญของการสร๎างเครือขํายความรํวมมือในการจัดการศึกษา 14. ควรนิเทศติดตามและประเมินผลการด าเนินงานด๎านสํงเสริมการมีสํวนรํวมของภาคี เครือขํายทุกกิจกรรมอยํางตํอเนื่อง 15. ในการด าเนินงานจัดการศึกษาที่ก าหนดให๎ภาคีเครือขํายมีสํวนรํวมควรมีการก าหนดสัดสํวน ของกลุํมภาคีเครือขํายให๎กระจายในกลุํมตํางๆอยํางทั่วถึง


186 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้ในชุมชน 1. Community Education หมายถึง ก. การจัดและให๎การศึกษาแกํคนในชุมชน ข. การส ารวจชุมชนเพื่อเก็บรวบรวมข๎อมูลในชุมชน ค. การเป็นสถานศึกษาในระดับต าบล ง. การเป็นศูนย์เรียนรู๎ตลอดชีวิตในชุมชน 2. Community Study หมายถึง ก. การจัดและให๎การศึกษาแกคนในชุมชน ข. การส ารวจชุมชนเพื่อเก็บรวบรวมข๎อมูลในชุมชน ค. การเป็นสถานศึกษาในระดับต าบล ง. การเป็นศูนย์เรียนรู๎ตลอดชีวิตในชุมชน 3. สิ่งส าคัญที่สุดของการจัดการเรียนรู้ในชุมชน ก. องค์ความรู๎ ข. สถานที่ ค. สื่อการเรียนรู๎ ง. ผู๎เรียน 4. ขั้นตอนแรกของการจัดการเรียนรู้ในชุมชนคือข้อใด ก. ส ารวจความพึงพอใจ ข. จัดเก็บข๎อมูลพื้นฐานชุมชน ค. วิเคราะห์สภาพปัญหา ง. สรุปรายงานผลการจัดกิจกรรม 5. การพัฒนาฐานข้อมูลของเครือข่ายให้ครอบคลุมกับภารกิจงาน ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. เครือขํายมีสํวนรํวมในการส ารวจข๎อมูล ข. เครือขํายมีสํวนรํวมในการให๎ข๎อมูล ค. เครือขํายมีสํวนรํวมในการจัดเก็บข๎อมูล ง. เครือขํายมีสํวนรํวมในการวิเคราะห์ข๎อมูล 6. สร้างขวัญก าลังใจให้กับภาคีเครือข่าย ข้อใดเหมาะสมที่สุด ก. ให๎เกียรติยกยํองเชิดชูเกียรติ ข. มอบเงินรางวัล ค. แตํงตั้งให๎มีต าแหนํงทางราชการ ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 7. Community Center คือข้อใด ก. ศูนย์การเรียนรู๎ทุกชํวงวัย ข. ศูนย์ชุมชน ค. ศูนย์สร๎างโอกาสการเรียนรู๎ ง. ศูนย์เรียนรู๎ตลอดชีวิต 8. การจัดกิจกรรมด้านการศึกษาร่วมกับ สถานประกอบการ ข้อใดเหมาะสมที่สุด ก. การศึกษาตํอเนื่อง ข. การศึกษาตามอัธยาศัย ค. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ทุกข๎อที่กลําวมา เฉลยข้อสอบ 1.ก 2.ข 3.ง 4.ก 5.ข 6.ก 7.ข 8.ข


187 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การประกันคุณภาพทางการศึกษา กศน. **พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 47 ก าหนดไว้ว่า ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด๎วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาให๎เป็นไปตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง “การประกันคุณภาพการศึกษา” (Educational Quality Assurance ) หมายถึงการ สร๎างมาตรฐานคุณภาพการบริการจัดการของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู๎เรียนอยํางตํอเนื่อง สร๎างความมั่นใจให๎ผู๎รับบริการทางการศึกษาทั้งที่เป็นผู๎รับบริการโดยตรง ได๎แกํ ผู๎เรียน ผู๎ปกครอง และผู๎รับบริการทางอ๎อม ได๎แกํ สถานประกอบการ ประชาชน และสังคมโดยรวม “การประกันคุณภาพภายใน” ( Internal Quality Assurance ) หมายถึง การประเมิน และการติดตามตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาภายใน โดยบุคลากรของ สถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหนํวยงานต๎นสังกัดที่มีหน๎าที่ก ากับดูแลสถานศึกษานั้น “การประกันคุณภาพภายนอก” ( Externat Quality Assurance ) หมายถึง การ ประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ( องค์การมหาชน ) บุคคลหรือหนํวยงาน ภายนอกที่ส านักงานดังกลําวรับรองเพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให๎มีการพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประกาศเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ************************************* **มาตรฐานการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1)มาตรฐานการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2)มาตรฐานการศึกษาต่อเนื่อง 3)มาตรฐานการศึกษาตามอัธยาศัย


188 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ให๎น ามาตรฐานการศึกษาไปใช๎กับสถานศึกษาสังกัด กศน.ทุกแหํง โดยให๎สถานศึกษาแตํละ แหํงพิจารณาและน ามาตรฐานการศึกษาแตํละประเภทไปก าหนดเป็นมาตรฐานการศึกษาให๎สอดคล๎อง กับอ านาจและหน๎าที่ของสถานศึกษา และสามารถพัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเพิ่มเติม จากที่ก าหนดไว๎ในมาตรฐานแตํละประเภทได๎ ** มาตรฐานการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจ านวน 3 มาตรฐาน 21 ประเด็น ประกอบด้วย ** มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียนการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีประเด็นพิจารณา จ านวน 8 ประเด็น ประกอบด๎วย 1.1 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีสอดคล๎องกับหลักสูตร สถานศึกษา 1.2 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคุณธรรม จริยธรรม คํานิยม และคุณลักษณะที่ดีตามที่ สถานศึกษาก าหนด 1.3 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการวิเคราะห์ คิดอยํางมีวิจารณญาณ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรํวมกับผู๎อื่น 1.4 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการสร๎างสรรค์งาน ชิ้นงาน หรือ นวัตกรรม 1.5 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการใช๎เทคโนโลยีดิจิทัล 1.6 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีสุขภาพทางกาย และสุนทรียภาพ 1.7 ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการอําน การเขียน 1.8 ผู๎จบการศึกษาขั้นพื้นฐานน าความรู๎ ทักษะพื้นฐานที่ได๎รับไปใช๎หรือประยุกต์ใช๎ ** มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ซึ่งมีประเด็นพิจารณา จ านวน 4 ประเด็น ประกอบด๎วย 2.1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล๎องกับบริบท และความต๎องการของผู๎เรียน ชุมชน ท๎องถิ่น 2.2 สื่อที่เอื้อตํอการเรียนรู๎ 2.3 ครูมีความรู๎ ความสามารถในการจัดการเรียนรู๎ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นส าคัญ 2.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ของผู๎เรียนอยํางเป็นระบบ ** มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา ซึ่งมีประเด็นการพิจารณา จ านวน 9 ประเด็น ประกอบด๎วย 3.1 การบริหารจัดการของสถานศึกษาที่เน๎นการมีสํวนรํวม 3.2 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา


189 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3.3 การพัฒนาครู และบุคลากรของสถานศึกษา 3.4 การใช๎เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ 3.5 การก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานของสถานศึกษา 3.6 การปฏิบัติหน๎าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาที่เป็นไปตามบทบาทที่ก าหนด 3.7 การสํงเสริม สนับสนุนภาคีเครือขํายให๎มีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา 3.8 การสํงเสริม สนับสนุนการสร๎างสังคมแหํงการเรียนรู๎ 3.9 การวิจัยเพื่อการบริหารจัดการศึกษาสถานศึกษา ##หมายเหตุ : มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารและการจัดการของสถานศึกษา สามารถ ใช้ร่วมกันได้ทั้ง 3 ประเภท ** มาตรฐานการศึกษาต่อเนื่อง มาตรฐานการศึกษาตํอเนื่อง มีจ านวน 3 มาตรฐาน 17 ประเด็น ประกอบด๎วย **มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู๎เรียนการศึกษาตํอเนื่อง ซึ่งมีประเด็นพิจารณา จ านวน 3 ประเด็น ประกอบด๎วย 1.1 ผู๎เรียนการศึกษาตํอเนื่องมีความรู๎ ความสามารถ และหรือทักษะ และหรือคุณธรรม เป็นไปตามเกณฑ์การจบหลักสูตร 1.2 ผู๎จบหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องสามารถน าความรู๎ที่ได๎ไปใช๎ หรือประยุกต์ใช๎ บนฐาน คํานิยมรํวมของสังคม 1.3 ผู๎จบหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องที่น าความรู๎ไปใช๎จนเห็นเป็นประจักษ์หรือตัวอยํางที่ดี **มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการเรียนรู๎การศึกษาตํอเนื่อง ซึ่งมีประเด็นการพิจารณา จ านวน 5 ประเด็น ประกอบด๎วย 2.1 หลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องมีคุณภาพ 2.2 วิทยากรการศึกษาตํอเนื่อง มีความรู๎ ความสามารถ หรือประสบการณ์ตรงตาม หลักสูตรการศึกษาตํอเนื่อง 2.3 สื่อที่เอื้อตํอการเรียนรู๎ 2.4 การวัดและประเมินผลการศึกษาตํอเนื่อง 2.5 การจัดกระบวนการเรียนรู๎การศึกษาตํอเนื่องที่มีคุณภาพ ##หมายเหตุ : มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารและการจัดการของสถานศึกษา สามารถใช๎ รํวมกันได๎ทั้ง 3 ประเภท


190 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **มาตรฐานการศึกษาตามอัธยาศัย มีจ านวน 3 มาตรฐาน 14 ประเด็น ประกอบด๎วย **มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู๎รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งมีประเด็นการ พิจารณา จ านวน 1 ประเด็น ประกอบด๎วย 1.1 ผู๎รับบริการมีความรู๎ หรือทักษะ หรือประสบการณ์ สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ของ โครงการ หรือกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย **มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งประเด็นการพิจารณา จ านวน 4 ประเด็น ประกอบด๎วย 2.1 การก าหนดโครงการ หรือกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 ผู๎จัดการศึกษามีความรู๎ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 2.3 สื่อ หรือนวัตกรรม และสภาพแวดล๎อมที่เอื้อตํอการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2.4 ผู๎รับบริการมีความพึงพอใจตํอการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ##หมายเหตุ : มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารและการจัดการของสถานศึกษา สามารถใช้ ร่วมกันได้ทั้ง 3 ประเภท


191 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แบบทดสอบมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 1. มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 2. ข้อใดสอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ก. มาตรฐานการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. มาตรฐานการศึกษาตํอเนื่อง ค. มาตรฐานการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 3. มาตรฐานที่ 1 ของมาตรฐานการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ก. คุณภาพของผู๎เรียนการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. คุณภาพของผู๎รับบริการการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คุณภาพการจัดการศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. คุณภาพการบริหารจัดการการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ข้อใดสอดคล้องกับ มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ก. การใช๎เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ ข. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ค. ครูมีความรู๎ความสามารถในการจัดการเรียนรู๎ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นส าคัญ ง. ผู๎เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการใช๎เทคโนโลยีดิจิทัล 5. ข้อใดสอดคล้องกับ คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา ก. การวิจัยเพื่อการบริหารจัดการศึกษาสถานศึกษา ข. การสํงเสริมสนับสนุนการสร๎างสังคมแหํงการเรียนรู๎ ค. การสํงเสริมสนับสนุนภาคีเครือขํายให๎มีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 6. หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อใด ก. คุณภาพของผู๎เรียนการศึกษาตํอเนื่อง ข. คุณภาพการจัดการเรียนรู๎การศึกษาตํอเนื่อง ค. คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา ง. ทุกข๎อที่กลําวมา


192 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. ข้อใดสอดคล้องกับ คุณภาพผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่อง ก. ผู๎เรียนการศึกษาตํอเนื่องมีความรู๎ความสามารถและหรือทักษะและหรือคุณธรรมเป็นไปตาม เกณฑ์การจบหลักสูตร ข. ผู๎จบหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องสามารถน าความรู๎ที่ได๎ไปใช๎หรือประยุกต์ใช๎บนฐานการรํวมของ สังคม ค. ผู๎จบหลักสูตรการศึกษาตํอเนื่องที่น าความรู๎ไปใช๎จนเห็นเป็นประจักษ์หรือตัวอยํางที่ดี ง. ทุกข๎อที่กลําว 8. ข้อใดสอดคล้องกับ คุณภาพของผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ผู๎รับบริการมีความพึงพอใจตํอการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ข. สื่อนวัตกรรมและสภาพแวดล๎อมที่เอื้อตํอการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ค. ผู๎จัดกิจกรรมมีความรู๎ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ผู๎รับบริการมีความรู๎หรือทักษะหรือประสบการณ์สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ของโครงการหรือ กิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ข้อใดสอดคล้องกับ คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ก. การใช๎เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ ข. การสํงเสริมสนับสนุนภาคีเครือขํายให๎มีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา ค. ผู๎จัดกิจกรรมมีความรู๎ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ผู๎รับบริการมีความรู๎หรือทักษะหรือประสบการณ์สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ของโครงการหรือ กิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 10. ข้อใดสอดคล้องกับ คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา ก. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ข. การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในองค์กร ค. ผู๎จัดกิจกรรมมีความรู๎ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ผู๎รับบริการมีความรู๎หรือทักษะหรือประสบการณ์สอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ของโครงการหรือ กิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย เฉลยแบบทดสอบ 1.ข 2.ง 3.ก 4.ค 5.ง 6.ง 7.ง 8.ง 9.ค 10.ก


193 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ความรู้เกี่ยวกับงาน กศน. ************** **เกณฑ์ความรับผิดชอบของครูแต่ละประเภท** ล าดับ ประเภทของครู เกฑณ์ความรับผิดชอบ หมายเหตุ 1. ข๎าราชการครู ผู๎เรียน 1 กลุํมไมํเกิน 40 คน 2. ครู กศน.ต าบล ผู๎เรียน 1 กลุํมไมํเกิน 40 คน หากจะรับผิดชอบ 2 กลุํม ต๎องได๎รับความเห็นชอบจาก ส านักงาน กศน.จังหวัด ทั้งนี้ต๎องไมํเกิน 2 กลุํม 3. ครู ศรช. (ที่เป็นพนักงานราชการ) คือ ครู ศรช.ใน 3 จังหวัด ชายแดนใต๎ และ 4 อ าเภอ ใน สงขลา คือเทพา/สะบ๎า ย๎อย/นาทวีและจะนะ ผู๎เรียน 1 กลุํมไมํเกิน 40 คน 4. ครูอาสาสมัคร รับผิดชอบผู๎ ไมํรู๎หนังสือ ไมํน๎อยกวําภาคเรียนละ 35 คน หากมีผู๎ไมํรู๎หนังสือในพิ้นไมํ ถึงเกณฑ์ ให๎จัดกิจกรรมการ เรียนการสอน ให๎นักศึกษา จ านวน 60 คน 5. ครูอาสา ในสถานปอเนาะ (ครุปอเนาะ) ผู๎เรียน 1 กลุํมไมํเกิน 35 คน 6. ครู ศรช. (จํางเหมา) ผู๎เรียน 1 กลุํมไมํเกิน 40 คน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด 7. - ครูสอนคนพิการประเภท ทางสติปัญญา กลุํมละไมํต่ ากวํา 5 คน แตํไมํเกิน 8 คน - ครูสอนคนพิการประเภท ทางรํางกาย กลุํมละไมํต่ ากวํา 10 คน แตํไมํเกิน 15 คน 8. ครูสอนเด็กเรํรํอน รับผิดชอบกลุํมละไมํน๎อยกวํา 20 คน 9. บุคลากรภายนอกมีวุฒ การศึกษา ปริญญาตรี ไมํได๎อยูํในข๎อ 1-8 กลุํมไมํเกิน 40 คน จํายคําตอบแทนทุกเดือนเป็น รายหัวๆละไมํเกิน 80 บาท 10. ครู ปวช. รับผิดชอบกลุํมละไมํน๎อยกวํา 38 คน แตํไมํเกิน 45 คน จํายคําตอบแทนตามหนังสือ กรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.4/18976 ลงวันที่ 1 กรกฏาคม 2557


194 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของ ส านักงาน กศน. ค าสั่งส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 1089/2563 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 *********************************** 1. คําตอบแทนบุคลากรด าเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. คําจ๎างเหมาบริการบุคคลภายนอก ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนด 3. คําใช๎จํายในการวัด ประเมินผลการศึกษา 4. คําใช๎จํายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5. คําสื่อ คําวัสดุอุปกรณ์ 6. คําใช๎จํายในการนิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา 7. คําธรรมเนียมการโอนผํานธนาคาร ให๎แกํหนํวยงานภาครัฐ และเอกชน 8. คําสาธารณูปโภค 9. คําบริหารจัดการของหนํวยงานสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษา 10. คําบริหารจัดการศึกษานอกระบบส าหรับภาคีเครือขํายเหมาจํายตามรายหัวผู๎เรียน 11. เงินเพิ่มคําครองชีพหรือเงินประเภทอื่น ตามที่กระทรวงการคลังก าหนด 12. คําด าเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนและหรือกิจกรรมเรียนรู๎เสริมหลักสูตร 13. คําหนังสือเรียน 14. คําใช๎จํายอื่นๆ ที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สํวนราชการก าหนด แนบท้ายค าสั่งค าสั่งส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค าสั่งที่ 1089/2563 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ************************************ ข้อที่ รายการ 1 ค่าตอบแทนบุคลากรด าเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นคําตอบแทนบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเบิกจํายในลักษณะ คําตอบแทน เชํน 1.1 คําตอบแทนบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาทางไกล 1.2 คําตอบแทนวิทยากรสอนเสริม 1.3 คําตอบแทนคณะกรรมการเทียบโอน 1.4 คําตอบแทนครูประจ ากลุํม เชํน ในหนํวยงานทหาร เรือนจ า สถานพินิจ ฯลฯ 1.5 คําตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ


195 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข้อที่ รายการ 2 ค่าจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนด ได๎แกํ 2.1 บุคลากรด๎านการจัดการเรียนการสอน เชํน ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน (ครู ศรช.) ครูประจ ากลุํม ครูประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ครู ปวช.) ครูผู๎สอนคนพิการ ครูสอนเด็กเรํรํอน 2.2 บุคลากรด๎านการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เชํน เจ๎าหน๎าที่บันทึกข๎อมูล นักวิชาการศึกษา 3 ค่าใช้จ่ายในการวัดผล และประเมินผลการศึกษา เชํน 3.1 คําใช๎จํายในการประชุมจัดท าข๎อสอบ 3.2 คําจัดท าข๎อสอบ 3.3 คําด าเนินการจัดสอบ 3.4 คําตรวจกระดาษค าตอบ 4 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นคําใช๎จํายในการประชุม อบรม สัมมนา การศึกษาดูงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครู และบุคลากรที่สนับสนุนการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งที่สถานศึกษาจัดเองหรือไปรํวมกับหนํวยงาน/สถานศึกษาอื่น 5 ค่าสื่อ ค่าวัสดุอุปกรณ์ คําสื่อ คําวัสดุการศึกษา วัสดุส านักงาน ฯลฯ เพื่อการจัดหรือสนับสนุนการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา 6 ค่าใช้จ่ายในการนิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา 6.1 คําใช๎จํายในการจัดประชุมที่เกี่ยวกับการนิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา 6.2 คําใช๎จํายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวกับการนิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา 6.3 คําวัสดุส าหรับจัดท าเอกสารการนิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา 7 ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคารให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน 8 ค่าสาธารณูปโภค คําสาธารณูปโภคส าหรับสถานศึกษา และสถานที่ที่สถานศึกษาขอใช๎ในการจัดการเรียน การสอน ตามที่ผู๎ให๎บริการเรียกเก็บโดยประหยัด 9 ค่าบริหารจัดการของหน่วยงานสนุบสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษา 9.1 คําใช๎จํายในหารซํอมแซมอาคารหรือสิ่งกํอสร๎างของสถานศึกษา (1) เป็นอาคารหรือสิ่งกํอสร๎างที่ใช๎ในการจัดการเรียนการสอน การให๎บริการ ที่สนุบสนุนการจัดการเรียนการสอน และต๎องเป็นอาคารที่สร๎างโดยใช๎งบประมาณของ หนํวยงานหรือที่ได๎รับมอบเป็นกรรมสิทธิ์ของส านักงาน กศน. และต๎องเป็นกรณีจ าเป็น เรํงดํวน เพื่อไมํให๎เกิดอันตรายตํอชีวิตของผู๎ปฏิบัติงานและผู๎รับบริการ ตลอดจนทรัพย์สินของ


196 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข้อที่ รายการ ทางราชการ โดยได๎รับความเห็นชอบจาก ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ในวงเงินครั้งละไมํ เกิน 50,000 บาท (2) เป็นอาคาที่ใช๎ในการจัดการเรียนการสอน โดยได๎รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก หนํวยงานอื่น และเป็นการซํอมแซมเล็กน๎อย เพื่อสงวนรักษาอาคารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือช ารุดจากการใช๎งานตามปกติ ไมํให๎เกิดอันตรายตํอชีวิตของผู๎ปฏิบัติงานและผู๎รับบริการ ตลอดจนทรัพย์สินของทางราชการ โดยได๎รับความเห็นชอบจาก ส านักงาน กศน.จังหวัด/ กทม. ในวงเงินครั้งละไมํเกิน 20,000 บาท 9.2 คําใช๎จํายบ ารุงรักษาทรัพย์สินของสถานศึกษา เชํน คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่อง ถํายเอกสาร ฯลฯ ที่ใช๎ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9.3 คําใช๎จํายในการเดินทางไปราชการของบุคลากรที่เกี่ยวข๎องในการจัดสํงเสริมและ สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9.4 คําใช๎จํายในการจัดงาน เป็นคําใช๎จํายในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข๎องกับงานวิชาการ การจัดการแขํงขัน การ ประกวด การประชาสัมพันธ์ที่เกี่ข๎องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาจัดเอง หรือไป รํวมกับหนํวยงาน/สถานศึกษาอื่น หรือภาคีเครือขําย 10 ค่าบริหารจัดการศึกษานอกระบบส าหรับภาคีเครือข่ายเหมาจ่ายตามรายหัวผู้เรียน อัตราตํอคนไมํเกินวงเงินที่ได๎รับการจัดสรรจากส านักงบประมาณ โดยจํายเป็นรายงวด ตามเกณฑ์ที่ส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยก าหนด โดยใช๎ ใบเสร็จรับเงินหรือใบส าคัญรับเงินแล๎วแตํกรณี เป็นหลักฐานใบส าคัญคูํจํายประกอบการ เบิกจําย เพื่อให๎ส านักงานการตรวจเงินแผํนดินตรวจสอบ 11 เงินเพิ่มค่าครองชีพหรือเงินประเภทอื่น ตามที่กระทรวงการคลังก าหนด 12 ค่าด าเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและหรือกิจกรรมเรียนรู้เสริมหลักสูตร 12.1 อัตราการเบิกคําใช๎จํายกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนหรือกิจกรรมเรียนรู๎เสริม หลักสูตร (1) คําอาหารวํางและเครื่องดื่มวันละ 2 มื้อ มื้อละไมํเกิน 25 บาทตํอคน (2) คําอาหารมื้อละไมํเกิน 70 บาทตํอคน (3) คําที่พักให๎เบิกจํายตามที่หนํวยงานที่ให๎บริการเรียกเก็บโดยประหยัด (4) คําจ๎างเหมายานพาหนะรับ-สํงผู๎เรียนและครูไปรํวมกิจกรรม/ขนสํงอุปกรณ์ที่ใช๎ใน การจัดกิจกรรมตามที่ผู๎ให๎บริการเรียกเก็บโดยประหยัด (5) คําเบี้ยประกันอุบัติเหตุนักศึกษาและเจ๎าหน๎าที่ที่มิใชํข๎าราชการหรือลูกจ๎างของ ทางราชการในอัตราคนละไมํเกิน 35 บาทตํอคนตํอครั้ง


197 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข้อที่ รายการ (6) คําใช๎สถานที่ที่จํายให๎แกํหนํวยงานเอกชนหรือสํวนราชการอื่นตามที่เรียกเก็บ ตามความจ าเป็นเหมาะสมและประหยัด โดยให๎พิจารณาหนํวยงานของรัฐเป็นอันดับแรก (7) คําวัสดุที่จ าเป็นและเกี่ยวข๎องในการจัดกิจกรรม ตามความจ าเป็น เหมาะสม และ ประหยัด (8) คําเข๎าชมและ/หรือคําบริการของแหลํงเรียนรู๎ที่เรียกเก็บตามที่จํายจริง ยกเว๎น แหลํงเรียนรู๎ของ กศน. (9) คําตอบแทนวิทยากรกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน กิจกรรมเรียนรู๎เสริมหลักสูตร การสอนเสริม อัตราชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาทตํอคน และกิจกรรมการเข๎าคํายฝึกอบรมที่ต๎อง จํายคําตอบแทนวิทยากรเป็นคณะชั่วโมงละไมํเกิน 1,200 บาทตํอคณะ (โดยมีผู๎เข๎าคําย ไมํน๎อยกวํา 40 คน) (10) ครูหรือเจ๎าหน๎าที่ผู๎ควบคุมกิจกรรมให๎เบิกคําอาหาร คําอาหารวํางและเครื่องดื่ม คําที่พักจากโครงการในอัตราเทํากับผู๎เรียน โดยงดเบิกคําใช๎จํายในการเดินทางไปราชการ ยกเว๎น คําพาหนะ (11) คําตอบแทนกรรมการตัดสิน (บุคคลภายนอก) ในการจัดการแขํงขัน การ ประกวด ตามกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน ในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท ทั้งนี้ วันละไมํเกิน 5 ชั่วโมง ยกเว๎น การจัดกิจกรรมกีฬา กศน. (12) คําใช๎จํายอื่นที่จ าเป็นส าหรับการจัดกิจกรรม เชํน คําใช๎จํายเกี่ยวกับบริการ พยาบาล คําเจ๎าหน๎าที่อ านวยความสะดวกด๎านการจราจร คําจัดเก็บขยะ และคํารถบริการ สุขา ตามอัตราที่หนํวยงานให๎บริการเรียกเก็บ ทั้งนี้ ให๎เบิกจํายตามความจ าเป็น เหมาะสม และประหยัด 12.1 อัตราการเบิกคําใช๎จํายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. (ระดับอ าเภอ/เขต ระดับ จังหวัด/กลุํมจังหวัด และระดับภาคขึ้นไป) (1) คําอาหารวํางพร๎อมเครื่องดื่ม ส าหรับนักศึกษา ครู กรรมการ เจ๎าหน๎าที่ใน วันแขํงขัน คนละไมํเกิน 25 บาทตํอวัน (2) คําอาหารวํางส าหรับส าหรับนักศึกษา ครู กรรมการ เจ๎าหน๎าที่ในวันแขํงขัน มื้อละไมํเกิน 70 บาทตํอวัน กรณีวันซ๎อมส าหรับนักกีฬา เบิกได๎ไมํเกิน 15 วัน (3) คําที่พัก ให๎เบิกจํายตามที่หนํวยงานที่ให๎บริการเรียกเก็บโดยประหยัด (4) คําจ๎างเหมายานพาหนะส าหรับนักศึกษา ครู กรรมการ เจ๎าหน๎าที่ ตามที่ผู๎ ให๎บริการเรียกเก็บโดยประหยัด (5) คําเบี้ยประกันอุบัติเหตุนักศึกษาและเจ๎าหน๎าที่ที่มิใชํข๎าราชการหรือลูกจ๎าง ของทางราชการในอัตราคนละไมํเกิน 35 บาทตํอคนตํอครั้ง


198 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข้อที่ รายการ (6) คําใช๎สถานที่ในการแขํงขันกีฬา ตามที่หนํวยงานที่ให๎บริการเรียกเก็บโดย ประหยัด โดยให๎พิจารณาหนํวยงานของรัฐเป็นอันดับแรก (7) คําวัสดุที่จ าเป็นและเกี่ยวข๎องในการจัดกิจกรรมกีฬาตามความเหมาะสม และประหยัด (8) คําตอบแทน (8.1) คําตอบแทนกรรมการตัดสินกีฬาทุกประเภท ที่เป็นบุคคลภายนอกให๎ เบิกคนละไมํเกิน 500 บาทตํอวันตํอคน (8.2) คําตอบแทนเจ๎าหน๎าที่ดูแลและอ านวยความสะดวกให๎แกํเจ๎าหน๎าที่ ต ารวจ แพทย์ประจ าสนามและเจ๎าหน๎าที่พยาบาล วันละไมํเกิน 600 บาทตํอคน ยกเว๎น กรณี ได๎รับคําตอบแทนอื่นใดจากการปฏิบัติงานดังกลําวจากทางราชการ หรือเบิกจํายเบี้ยงเลี้ยง ตามระเบียบของทางราชการแล๎วให๎งดเบิก (9) คําของที่ระลึกส าหรับประธานซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในพิธีเปิด/พิธีปิด ชิ้นละไมํเกิน 1,000 บาท (10) คําเชําอุปกรณ์เครื่องเสียง และหรือเครื่องใช๎ไฟฟูา ระบบแสงสวํางและ เครื่องปั่นไฟตามที่จํายจริง ตามความจ าเป็น เหมาะสม และประหยัด (11) คําเสื้อและกางเกงส าหรับนักกีฬาที่เป็นนักศึกษาสวมใสํในการแขํงขันกีฬา แตํละประเภท ชุดละไมํเกิน 300 บาทตํอคน (12) คําเชําสุขาเคลื่อนที่ ตามที่ผู๎ให๎บริการเรียกเก็บ โดยประหยัด (13) คําใช๎จํายในการจัดการแขํงขัน ดังนี้ (13.1) การแขํงขันระดับอ าเภอ/เขต (13.1.1) คําใช๎จํายในพิธีเปิด-ปิดการแขํงขันในวงเงินไมํเกิน 20,000 บาท (13.1.2) คําวัสดุและเครื่องแตํงกายกองเชียร์และขบวนพาเหรด ครั้งละ ไมํเกิน 2,000 บาท (13.1.3) คําของรางวัลที่มอบให๎แกํทีมหรือผู๎ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการ แขํงขันกีฬาแตํละปะเภท ในวงเงินไมํเกิน 500 บาท (13.2) การแขํงขันระดับจังหวัด/กลุํมจังหวัด (13.2.1) คําใช๎จํายในพิธีเปิด-ปิดการแขํงขันในวงเงินไมํเกิน 40,000 บาท (13.2.2) คําวัสดุและเครื่องแตํงกายกองเชียร์และขบวนพาเหรด ครั้งละ ไมํเกิน 5,000 บาท (อ าเภอละไมํเกิน 1 ขบวนในระดับจังหวัด และจังหวัดไมํเกิน 1 ขบวนใน


199 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข้อที่ รายการ ระดับกลุํมจังหวัด (13.2.3) คําของรางวัลที่มอบให๎แกํทีมหรือผู๎ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการ แขํงขันกีฬาแตํละปะเภท ในวงเงินไมํเกิน 1,000 บาท (13.3) การแขํงขันระดับภาคขึ้นไป (13.3.1) คําใช๎จํายในพิธีเปิด-ปิดการแขํงขันในวงเงินไมํเกิน 100,000 บาท (13.3.2) คําวัสดุและเครื่องแตํงกายกองเชียร์และขบวนพาเหรด ครั้งละ ไมํเกิน 5,000 บาท (13.3.3) คําของรางวัลที่มอบให๎แกํทีมหรือผู๎ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการ แขํงขันกีฬาแตํละปะเภท ในวงเงินไมํเกิน 1,000 บาท 12.2 อัตราการเบิกคําใช๎จํายจัดกิจกรรมลูกเสือ อาสายุวกาชาด (1) เครื่องแบบลูกเสือและเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบลูกเสือประเภทวิสามัญ (1.1) สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ๎างเครื่องแบบลูกเสือ และเครื่องหมายประกอบ เครื่องแบบลูกเสือประเภทวิสามัญ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 หมวด 4 มาตรา 51 และกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม อัตราชุดละไมํเกิน 1,500 บาท (1.2) สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ๎างเครื่องแบบลูกเสือและเครื่องหมายประกอบ เครื่องแบบลูกเสือประเภทวิสามัญ ได๎สถานศึกษาละไมํเกิน 40 ชุด กรณีที่เครื่องแบบ หรือ เครื่องหมายประกอบเครื่องแบบช ารุด สามารถจัดซื้อจัดจ๎างทดแทนได๎ตามจ านวนที่ช ารุด (2) เครื่องอาสายุวกาชาด การจัดซื้อจัดจ๎างเครื่องแบบอาสายุวกาชาด ได๎แกํ เครื่องหมายและเครื่องแบบ อาสายุวกาชาดได๎สถานศึกษาละไมํเกิน 40 ชุด อัตราชุดละไมํเกิน 400 บาท กรณีที่ เครื่องหมายและเครื่องแบบอาสายุวกาชาดช ารุด สามารถจัดซื้อจัดจ๎างทดแทนได๎ตามจ านวน ที่ช ารุด 13 หนังสือเรียน 14 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ส่วนราชการก าหนด


200 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การเบิกค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ************************** (กลุ่มอาชีพ,กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง) 1) คําตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท 2) คําวัสดุ กรณีที่มีคําวัสดุฝึกปฏิบัติ ให๎เบิกจํายเทําที่จํายจริงตามความจ าเป็น เหมาะสม ประหยัดเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู๎เรียนตั้งแตํ 6 คนขึ้นไป หลักสูตรไมํเกิน 30 ชั่วโมง กลุํมละไมํเกิน 1,000 บาท (รูปแบบชั้นเรียน 31 ชั่วโมงขึ้นไป) 1) คําตอบแทนวิทยากร เบิกจํายชั่วโมงละ ไมํเกิน 200 บาท 2) คําวัสดุฝึกวิชาชีพ ผู๎เรียนตั้งแตํ 11 คนขึ้นไป หลักสูตร 31 ชั่วโมงขึ้นไป จํายเป็นคําวัสดุไมํ เกิน 5,000 บาท และหากรายวิชาชีพใดมีความจ าเป็นต๎องใช๎คําวัสดุเกินกวําที่ก าหนด ให๎ขอความ เห็นชอบตํอผู๎อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม การฝึกอบรมประชาชน 1. คําอาหารไมํเกินมื้อละ 120 บาท/คน 2. คําอาหารวํางและเครื่องดื่ม ไมํเกินมื้อละ 35 บาท/คน 3. คําตอบแทนวิทยากร ในอัตราไมํเกินชั่วโมงละ 400 บาท 4. คําของสมนาคุณในการศึกษาดูงานให๎เบิกเทําที่จํายจริง แหํงละไมํเกิน 1,500 บาท 5. คําวัสดุในการจัดฝึกอบรม เทําที่จ าเป็น เหมาะสมและประหยัด 6. คําเชําอุปกรณ์ตํางๆ ตามความจ าเป็น เหมาะสมและประหยัด 7. คําเชําสถานที่จัดอบรมตามความจ าเป็น เหมาะสมและประหยัด ตามที่ผู๎ให๎บริการเรียกเก็บ ทั้งนี้ให๎พิจารณาจากสถานที่ที่ไมํเรียกเก็บคําใช๎จํายเป็นอันดับแรก 8. คําเชําเหมายานพาหนะหรือคําจ๎างเหมายานพาหนะ ให๎เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ๎างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560


Click to View FlipBook Version