The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรินทร สังข์ลาย, 2023-01-22 10:13:37

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

หนังสือ-ครู-กศน.ตำบล-ครั้งที่-2-5-พ.ย.-633333-2

251 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 17. เหตุผลในการตราพ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2551 ก. เพื่อสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ข. เพื่อให๎มีการประสานกับการศึกษาในระบบ ค. เพื่อการบริหารงานที่คลํองตัวของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ง. เพื่อให๎มีกฎหมายรองรับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 18.ใครเป็นผู้มีอ านาจแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษา กศน.อ าเภอ/เขต ก. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ผู๎วําราชการจังหวัด ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 19. ส านักงาน กศน. สังกัดหน่วยงานใด ก. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. ส านักงานสภาการศึกษา ค. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง 20.เว็บไซต์ส านักงาน กศน. คือข้อใด ก. www.nfe.co.th ข. www.nfe.com ค. www.nfe.go.th ง. www.krukorsornor.com 21.ข้อใดไม่ใช่อ านาจหน้าที่ของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก. ก าหนดแนวทางการด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ข. เสนอแนะตํอรัฐมนตรีในการจัดท าและการพัฒนาระบบการเทียบโอนผลการเรียนรู๎ ค. ก าหนดนโยบายและแผนการสํงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ง. จัดท าข๎อเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผน และมาตรฐานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 22.เลขาธิการ กศน. มีฐานะเทียบเท่ากับต าแหน่งใด ก. อธิบดี ข. รัฐมนตรี ค. ปลัดกระทรวง ง. ถูกทุกข๎อ 23.กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ ของแต่ละบุคคล เป็นการจัดการศึกษารูปแบบใด. ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตลอดชีวิต ง. การศึกษาตามอัธยาศัย 24.หัวหน้าสถานศึกษามีหน้าที่ สรรหาคณะกรรมการสถานศึกษาก่อนหมดวาระไม่น้อยกว่ากี่วัน ก. 30 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. 180 วัน


252 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 25.การศึกษาตามอัธยาศัยในมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ก. วิธีการที่หลากหลายที่น าไปสูํการเรียนรู๎ อาจเกิดขึ้นโดยการถูกผลักดันให๎เกิดขึ้นผําน กระบวนการสนทนา เกี่ยวข๎องกับการส ารวจและขยายประสบการณ์ โดยไมํอาจท านายลํวงหน๎า ได๎เป็นสิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้น อุบัติขึ้น ข. การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่เป็นการเรียนรู๎จากประสบการณ์ การท างาน บุคคล ครอบครัว ชุมชน โดยมีลักษณะที่ส าคัญคือไมํมีหลักสูตร ไมํมีเวลาเรียนที่แนํนอน ไมํจ ากัดอายุ ไมํมีการ ลงทะเบียนและไมํมีการสอน ค. การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นการศึกษาที่ให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ด๎วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร๎อมและโอกาสโดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล๎อม สื่อหรือแหลํง เรียนรู๎อื่นๆ ง. เป็นการจัดสภาพแวดล๎อม สถานการณ์ ปัจจัยเกื้อหนุน สื่อ แหลํงเรียนรู๎ และบุคคล เพื่อสํงเสริม ให๎บุคคลได๎เรียนรู๎ตามความสนใจ 26.ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” เริ่มมีตั้งแต่เมื่อใด ก. พ.ศ. 2542 ข. พ.ศ. 2541 ค. พ.ศ. 2538 ง. พ.ศ. 2534 27.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ด๎วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร๎อม โอกาส ข. สถานศึกษา ต๎องจัดการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ค. ธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมเป็นแหลํงเรียนรู๎ ง. จัดการเรียนรู๎ทุกที่ ทุกเวลา 28.ข้อใดคือ เปูาหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ได๎รับความรู๎และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู๎ที่จะเอื้อตํอการเรียนรู๎ตลอดชีวิต ข. ได๎เรียนรู๎สาระที่สอดคล๎องกับความสนใจและความจ าเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต ค. น าความรู๎ที่ได๎รับไปใช๎ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษา นอกระบบ ง. ถูกทุกข๎อ 29.ใครเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ก. นายกรัฐมนตรี ข. ปลัดกระทรวง ค. เลขาธิการ กพฐ. ง. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ


253 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 30. คณะกรรมการสถานศึกษา กศน.อ าเภอ/เขต มีจ านวนกี่คน ก. 8 คน ข. 9 คน ค. 12 คน ง. 13 คน 31.เปูาหมายหลักการศึกษาตามอัธยาศัย คือข้อใด ก. เพื่อสํงเสริมพัฒนาตนเองอยํางตํอเนื่อง และเพื่อตอบสนองความพึงพอใจและนันทนาการของ บุคคล ข. สํงเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน เพื่อเติมเต็มการจัดการศึกษา ค. เป็นการจัดการศึกษาส าหรับกลุํมเปูาหมายที่พลาดโอกาสทางการศึกษา ง. เพื่อสํงเสริมผู๎รับบริการและกลุํมเปูาหมายมีทักษะในการด าเนินชีวิต 32. พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ประกาศใช้วันใด ก. 1 มีนาคม 2551 ข. 2 มีนาคม 2551 ค. 3 มีนาคม 2551 ง. 4 มีนาคม 2551 33.พ.ร.บ. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 บังคับใช้วันใด ก. 1 มีนาคม 2551 ข. 2 มีนาคม 2551 ค. 3 มีนาคม 2551 ง. 4 มีนาคม 2551 34.รูปแบบการจัดการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์ เปูาหมาย หลักสูตรมีลักษณะยืดหยุ่นและหลากหลาย ตามความต้องการของผู้เรียน เป็นรูปแบบการศึกษาแบบใด ก. ในระบบ ข. นอกระบบ ค. ตลอดชีวิต ง. ตามอัธยาศัย 35.พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 มีกี่มาตรา ก. 20 ข. 23 ค. 25 ง. 27 36.ใครเป็น เลขานุการ อ.ก.ค.ศ.สป. ก. เลขาธิการ กศน. ข. ผู๎อ านวยการกลุํมการเจ๎าหน๎าที่ ค. ผู๎อ านวยการกลุํมแผนงาน ง. ผู๎อ านวยการกลุํมสํงเสริมปฏิบัติการ 37.การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยยึดหลักตามข้อใด ก. ความเสมอภาค ข. การกระจายอ านาจ ค. ผู๎เรียนเป็นส าคัญ ง. ก และ ข. ถูก


254 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 38.ข้อใดไม่สอดคล้องกับอ านาจหน้าที่ของผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ก. อนุมัติหลักสูตรท๎องถิ่น ข. ประสานระดมทรัพยากร ควบคุมดูแลเจ๎าหน๎าที่ ทรัพย์สิน ค. เป็นผู๎แทนสถานศึกษา ท านิติกรรมสัญญา ง. จัดท ารายงานการประกันคุณภาพภายใน 39. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีชื่อย่อว่าอย่างไร ก. กศน. ข. ก.ศ.น. ค. ส านักงาน ก.ศ.น. ง. ส านักงาน กศน. 40. คุณสมบัติ วาระการด ารงต าแหน่ง การพ้นจากต าแหน่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ เป็นไปตามข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ระเบียบกระทรวง ค. ประกาศกระทรวง ง. ข๎อบังคับ เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ง 3.ก 4.ข 5.ก 6.ง 7.ข 8.ค 9.ง 10.ก 11.ค 12.ง 13.ข 14.ง 15.ก 16.ก 17.ง 18.ข 19.ก 20.ค 21.ข 22.ก 23.ง 24.ค 25.ค 26.ง 27.ข 28.ง 29.ง 30.ข 31.ก 32.ค 33.ง 34.ข 35.ค 36.ข 37.ค 38.ง 39.ง 40.ก


255 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ประกาศ 13 มกราคม 2547 มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2547 ** พนักงานราชการ คือ บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทน จากงบประมาณของส่วนราชการเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการนั้น สาระส าคัญของระบบพนักงานราชการ **1. หลักการในการบริหารบุคคลในระบบพนักงานราชการ คือ เพื่อปรับปรุงกระบวนการ จ้างงานภาครัฐในส่วนของลูกจ้างของส่วนราชการให้มีความหลากหลาย และเหมาะสมในการใช้ ก าลังคนภาครัฐ และเป็นผลให้การปฏิบัติราชการมีความคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล สอดคล้องตามแนวทางบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ส านักงาน ก.พ. ได๎น าเรื่องระบบลูกจ๎างสัญญาจ๎างมาด าเนินการตํอ พร๎อมทั้งได๎ขยายผลให๎มีความ หลากหลายของรูปแบบการจ๎างงานให๎ครอบคลุมในสํวนของการจ๎างผู๎ทรงคุณวุฒิหรือผู๎เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย และตํางประเทศได๎เปลี่ยนชื่อ “ลูกจ้างสัญญาจ้าง” เป็น “พนักงานราชการ” และวางระบบบริหารงาน บุคคลที่เกี่ยวข๎อง ตั้งแตํเรื่องการก าหนดลักษณะงาน ต าแหนํง และกรอบอัตราก าลัง การก าหนด คําตอบแทนและสิทธิประโยชน์การสรรหาและเลือกสรร และการประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งนี้ การ ออกแบบระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลของพนักงานราชการได๎ยึดหลักการส าคัญ ประกอบด๎วยที่ส าคัญ ได๎แกํ หลักสมรรถนะ (Competency Based) หลักผลงาน (Performance Based) และหลักคุณธรรม (Merit Based) และเพื่อให๎สอดคล๎องกับแนวคิดของการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหมํ **2. พนักงานราชการ มี 2 ประเภท (1.พนักงานราชการทั่วไป ได๎แกํ พนักงานราชการซึ่ง ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นงานประจ าทั่วไป, 2.พนักงานราชการพิเศษ ได๎แกํ พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติงาน ในลักษณะที่ต๎องใช๎ความรู๎หรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ) และจ าแนกต าแหนํงตามลักษณะงานและ ผลผลิตของงาน เป็น 6 กลุํม ดังนี้ 2.1 พนักงานราชการทั่วไป ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นงานประจ าทั่วไป ของสํวนราชการ พนักงานราชการประเภทนี้ มี 5 กลุํม คือ (1) กลุ่มงานบริการ มีลักษณะงานเป็นงานปฏิบัติระดับต๎น ไมํซับซ๎อน มีขั้นตอนชัดเจน ไมํใช๎ทักษะเฉพาะ (วุฒิ ม. 3, ม.ศ. 3, ม. 6, ปวช., ปวท., ปวส.) เชํน ต าแหนํงพี่เลี้ยงเด็ก พนักงานชํวยการพยาบาล พนักงานเขียนโฉนด ฯลฯ (2) กลุ่มงานเทคนิค มีลักษณะงานที่ต๎องใช๎ความรู๎ความช านาญทางเทคนิค ซึ่งต๎องผํานการศึกษาในระบบหรืองานที่ปฏิบัติโดยใช๎ทักษะเฉพาะบุคคล (วุฒิ ปวช. ปวท. ปวส. หรือ


256 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 มีประสบการณ์ในงานที่ปฏิบัติไมํน๎อยกวํา 5 ปี) เชํน ชํางเครื่องเรือ ชํางกษาปณ์ ชํางปราณีตศิลป์ ฯลฯ (3) กลุ่มงานบริหารทั่วไป มีลักษณะงานเชํนเดียวกับที่ข๎าราชการปฏิบัติ แตํมีความจ าเป็นเรํงดํวนและมีระยะเวลาการปฏิบัติงานที่แนํนอน หรือ ไมํใชํงานลักษณะเชํนเดียวกับ ที่ข๎าราชการปฏิบัติ แตํจ าเป็นต๎องใช๎วุฒิปริญญา (วุฒิไมํต่ ากวําปริญญาตรี ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน ที่ปฏิบัติ) เชํน เจ๎าหน๎าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน นิติกร บุคลากร ฯลฯ (4) กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ มีลักษณะงานที่ไมํอาจมอบให๎ผู๎มีคุณวุฒิอยํางอื่น ปฏิบัติแทนได๎ และ มีผลกระทบตํอชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือ เป็นงานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือ เป็นงานที่ขาดแคลน (วุฒิไมํต่ ากวําปริญญาตรี, ปริญญาตรี+ใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ) เชํน แพทย์ วิศวกร สถาปนิก เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ นักฟิสิกส์รังสี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (5) กลุ่มเชี่ยวชาญเฉพาะ มีลักษณะงานที่ต๎องใช๎ความรู๎ ประสบการณ์ หลักวิชา ภูมิปัญญาท๎องถิ่น หรือ เป็นการพัฒนาระบบ/มาตรฐานที่ใช๎ความรู๎และประสบการณ์ เชี่ยวชาญเฉพาะ (วุฒิปริญญาตรี+ประสบการณ์ 6 ปี , ปริญญาโท+ประสบการณ์ 4 ปี , ปริญญาเอก+ ประสบการณ์ 2 ปี) เชํน นักบิน นักวิจัย ผู๎เชี่ยวชาญด๎านตําง ๆ) 2.2 พนักงานราชการพิเศษ ปฏิบัติงานในลักษณะที่ต๎องใช๎ความรู๎หรือความ เชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความส าคัญและจ าเป็นเฉพาะเรื่องของสํวนราชการ หรือมีความจ าเป็นต๎องใช๎บุคคลในลักษณะดังกลําว พนักงานราชการประเภทนี้ มี 1 กลุํม คือ (6) กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ มีลักษณะงานที่ใช๎ความรู๎ ความสามารถ ประสบการณ์ และเชี่ยวชาญพิเศษระดับสูงเป็นที่ยอมรับ หรือ งาน/โครงการที่ไมํอาจหาผู๎ปฏิบัติ ที่เหมาะสมในหนํวยงานได๎ หรือ งานที่มีลักษณะไมํเป็นงานประจ า (สํวนราชการสามารถก าหนดวุฒิ การศึกษา ประสบการณ์ ตามระดับของความเชี่ยวชาญพิเศษ) เชํน ที่ปรึกษา ผู๎ทรงคุณวุฒิ ผู๎บริหารโครงการ ฯลฯ **3. การก าหนดบัญชีค่าตอบแทน จะก าหนดโดยแยกบัญชีตามลักษณะงานเป็น 6 บัญชี และมีการเลื่อนขั้นคําตอบแทนปีละ 1 ครั้ง คือ 1 ตุลาคม ของทุกปี นอกจากนี้จะได๎รับ สิทธิประโยชน์แตกตํางกันไปในแตํละกลุํมลักษณะงาน (รายละเอียดบัญชีคําตอบแทนและสิทธิ- ประโยชน์อื่น ๆ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการฯ) ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง คําตอบแทนของพนักงานราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2561 “ก าหนดอัตราคําตอบแทนของผู๎ได๎รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิแล๎วหรือผู๎มีทักษะประสบการณ์ของพนักงานราชการ ข๎อ 12 ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรก าหนดระยะเวลาการศึกษาไมํน๎อยกวํา 4 ปี ตํอจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา ตอนปลายหรือเทียบเทํา “กลุํมบริหารทั่วไป” ตั้งแตํ 15 พฤษภาคม 2561 ปริญญาตรีรับอัตราคําตอบแทน 18,000 บาท(ครู กศน.ต าบล) และปริญญาโท รับอัตราคําตอบแทน 21,000 บาท **4. ส่วนราชการจะต้องจัดท ากรอบอัตราก าลังพนักงานราชการ เป็นระยะเวลา


257 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4 ปี ส าหรับกรอบรอบแรกจะต๎องให๎แล๎วเสร็จภายใน 3 เดือน (ส าหรับสํวนราชการที่มีจ านวนลูกจ๎าง ประจ า ไมํเกิน 5,000 คน) โดยจ านวนต าแหนํงขึ้นอยูํกับกรอบภารกิจและงบประมาณของสํวนราชการ (ลูกจ๎างประจ า+ลูกจ๎างชั่วคราว เทําที่จ าเป็น) กรณีกรอบอัตราก าลังยังไมํแล๎วเสร็จ แตํมีความจ าเป็น และมีงบประมาณแล๎ว ให๎จ๎างได๎ตามกรอบลูกจ๎างประจ าไปพลางกํอน โดย กรอบพนักงานราชการ = กรอบลูกจ้างประจ า – จ านวนลูกจ้างประจ าในลักษณะ งานจ้างเหมา ทั้งนี้ ลูกจ๎างประจ าปัจจุบันจะเข๎าสูํระบบใหมํได๎โดยความสมัครใจ และสํวนราชการ จะต๎องก าหนดให๎มีการสรรหาและเลือกสรร ตามแนวทางที่จะก าหนดในประกาศคณะกรรมการฯ ตํอไป **5. การจ้างพนักงานราชการ เป็นระบบสัญญาจ๎าง ซึ่งไมํเกินคราวละ 4 ปี หรือ ตามโครงการและตํอสัญญาได๎ตามความเหมาะสม การสิ้นสุดสัญญาจะมีได๎ด๎วยเหตุ : ครบก าหนด, ขาดคุณสมบัติ, ตาย, ไมํผํานการประเมินฯ, ถูกไลํออกเพราะกระท าผิดวินัยร๎ายแรง, หรือเหตุอื่น ๆ เชํน ลาออก บอกเลิกสัญญา ฯลฯ **6. ในระหว่างสัญญาจ้าง ให๎มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ปีละ 2 ครั้ง (1 ตุลาคม – 31 มีนาคม และ 1 เมษายน – 30 กันยายน) ส าหรับพนักงานราชการทั่วไป สํวนพนักงาน ราชการพิเศษ ให๎กระท ากรณีประเมินผลส าเร็จของงานตามชํวงเวลาที่ก าหนดไว๎ในสัญญาจ๎าง **7. พนักงานราชการต้องรักษาวินัย หากฝุาฝืนข๎อห๎ามหรือไมํปฏิบัติตามถือวําเป็นการ กระท าผิดวินัย ต๎องได๎รับโทษทางวินัย หมวด 2 ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ ** อัตราค่าตอบแทนของพนักงานราชการให๎เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศก าหนด สํวน ราชการอาจก าหนดให๎พนักงานราชการประเภทใดหรือต าแหนํงใน กลุํมงานใดได๎รับสิทธิประโยชน์ อยํางหนึ่งอยํางใด ดังตํอไปนี้ (1) สิทธิเกี่ยวกับการลา (2) สิทธิในการได๎รับคําตอบแทนระหวํางลา (3) สิทธิในการได๎รับคําตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลางาน (4) คําใช๎จํายในการเดินทาง (5) คําเบี้ยประชุม (6) สิทธิในการขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (7) การได๎รับรถประจ าต าแหนํง (8) สิทธิอื่น ๆ ที่คณะกรรมการประกาศก าหนด


258 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ให๎พนักงานราชการได๎รับสิทธิประโยชน์และมีหน๎าที่ต๎องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคม หมวด 3 การประเมินผลการปฏิบัติงาน ** การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการทั่วไป ให๎กระท าในกรณีดังตํอไปนี้ (ก) การประเมินผลการปฏิบัติงานประจ าปี (ข) การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อตํอสัญญาจ๎าง ** การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการพิเศษ ให๎กระท าในกรณี การประเมินผล ส าเร็จของงานตามชํวงเวลาที่ก าหนดไว๎ในสัญญาจ๎าง ** พนักงานที่ไมํผํานการประเมินถือวําสิ้นสุดสัญญาจ๎าง ** ให๎สํวนราชการรายงานผลการด าเนินการจ๎างพนักงานราชการ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคหรือ ข๎อเสนอแนะตํอคณะกรรมการภายในเดือนธันวาคมของทุกปี **ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (1) กระท าความผิดฐานทุจริตตํอหน๎าที่ราชการ 2) จงใจไมํปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข๎อบังคับ หรือเงื่อนไขที่ทางราชการก าหนดให๎ ปฏิบัติจนเป็นเหตุให๎ทางราชการได๎รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (3) ปฏิบัติหน๎าที่โดยประมาทเลินเลํอจนเป็นเหตุให๎ทางราชการได๎รับความเสียหายอย่าง ร้ายแรง (4) ไมํปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ก าหนดในสัญญา หรือขัดค าสั่งหรือหลีกเลี่ยงไมํปฏิบัติตามค าสั่งของ ผู๎บังคับบัญชา จนเป็นเหตุให๎ทางราชการได๎รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (5) ประมาทเลินเลํอจนเป็นเหตุให๎ทางราชการได๎รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (6) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการท างานเป็นเวลาติดตํอกันเกินกว่าเจ็ดวัน ส าหรับต าแหนํงที่สํวน ราชการก าหนดวันเวลาการมาท างาน (7) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการท างานจนท าให๎งานไมํแล๎วเสร็จตามระยะเวลาที่ก าหนดจนเป็นเหตุให๎ ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ส าหรับต าแหนํงที่สํวนราชการก าหนดการท างานตาม เปูาหมาย (8) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือกระท าความผิดอาญาโดยมีค าพิพากษาถึงที่สุดให๎จ าคุกหรือ หนักกวําโทษจ าคุก หมวด 4 วินัยและการรักษาวินัย


259 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 (9) การกระท าอื่นใดที่สํวนราชการก าหนดวําเป็นความผิดวินัยอยํางร๎ายแรง ผลการสอบสวน ปรากฏวําพนักงานราชการผู๎นั้นกระท าความผิดวินัยอยํางร๎ายแรงให๎หัวหน๎าสํวนราชการมีค าสั่ง ไล่ออก ในกรณีที่ปรากฏวําพนักงานราชการกระท าความผิดวินัยไมํร๎ายแรงตามที่สํวนราชการก าหนด ให๎ หัวหน๎าสํวนราชการสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินค่าตอบแทน หรือลดขั้นเงินค่าตอบแทน ตามควรแกํ กรณีให๎เหมาะสมกับความผิด (1) ครบก าหนดตามสัญญาจ๎าง (2) พนักงานราชการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต๎องห๎ามตามระเบียบนี้หรือตามที่สํวนราชการ ก าหนด (3) พนักงานราชการตาย (4) ไมํผํานการประเมินผลการปฏิบัติงาน (5) พนักงานราชการถูกให๎ออก เพราะกระท าความผิดวินัยอยํางร๎ายแรง (6) เหตุอื่นตามที่ก าหนดไว๎ในระเบียบนี้หรือตามข๎อก าหนดของสํวนราชการหรือตามสัญญาจ๎าง “คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ” ประกอบด๎วย 1. รองนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ 2. เลขาธิการ ก.พ. เป็นรองประธานกรรมการ **กรรมการ 10 คน ประกอบด๎วย 1. ผอ ส านักงบประมาณ 2. เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกา 3. เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ 4. เลขาธิการ ส านักงานประกันสังคม 5. อัยการสูงสุด 6. อธิบดี กรมบัญชีกลาง 7. ผู๎แทน กระทรวง กลาโหม 8. ผู๎แทน กระทรวง การคลัง 9. ผู๎แทน กระทรวง แรงงาน 10. ผู๎แทน สนง.ก.ถ. หมวด 5 การสิ้นสุดสัญญา จ้าง หมวด 6 คณะกรรมการบริหารพนักงานข้าราชการ “คพร.”


260 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **ผู้ทรงคุณวุฒิ4 คน จากผู๎เชี่ยวชาญด๎าน 1. บริหารงานบุคคล 1 คน 2. กฎหมาย 1 คน 3. เศรษฐศาสตร์ 1 คน 4. แรงงานส าพันธ์ 1 คน ** ด ารงต าแหนํงคราวละ 2 ปี และอาจได๎รับอีกได๎ ** ผู๎แทนส านักงาน ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ ** ผู๎แทนส านักงบประมาณ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ** ผู๎แทนกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ **อ านาจหน้าที่ 1. ก าหนดแผนและแนวทางปฏิบัติ 2. ก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาพนักงานราชการ 3. ก าหนดกลุํมงานและลักษณะงานในแตํละกลุํมงาน 4. ให๎ความเห็นชอบอัตราก าลัง 5. ก าหนดคําตอบแทนสวัสดิการอื่นๆ 6. ก าหนดมาตรฐานการประเมิน 7. ตีความและวินิจฉัยปัญหา 8. แตํงตั้งคณะอนุกรรมการ 9. อื่นๆ 1. การลาปุวย มีสิทธิลาได๎เทําที่ปุวยจริง และมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน กรณีลาปุวยเพื่อรักษาตัว ให๎เสนอหรือจัดสํงใบลาตํอผู๎บังคับบัญชาตามล าดับ จนถึงผู๎มีอ านาจอนุญาต กํอนหรือในวันลา เว๎นแตํกรณีจ าเป็นจะเสนอหรือจัดสํงใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้ 2. การลาคลอดบุตร พนักงานราชการมีสิทธิลาได้ 90 วัน ได๎รับคําตอบแทนระหวํางลาคลอด บุตรจากส่วนราชการ 45 วันท าการ และอีก 45 วัน ได้รับจากประกันสังคม 3. ลากิจส่วนตัว พนักงานราชการมีสิทธิลากิจสํวนตัวด๎วยเหตุผลอื่นๆ โดยได๎รับเงินเดือนปี หนึ่งไม่เกิน 10 วัน 4. ลาพักผ่อน ตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แก๎ไขใช๎ข๎อความนี้แทน การลาพักผํอน มีสิทธิลาพักผ่อนปีละ 10 วันท าการ หลักเกณฑ์การลาพนักงานราชการ


261 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ส าหรับปีแรกที่ได๎รับการจ๎างยังไม่ครบ 6 เดือน “ไมํมีสิทธิลาพักผํอน” เว๎นแตํพนักงานราชการที่มี สัญญาจ้างต่อเนื่องกันในสํวนราชการเดิมรวมกันมาแล๎วไมํน๎อยกวํา 6 เดือน พนักงานผู๎ใดที่ท างานครบ 1 ปีขึ้นไป และในปีที่ผํานมาพนักงานราชการผู๎นั้นมิได๎ลาพักผํอน ประจ าปี หรือลาพักผํอนประจ าปีแล๎วไมํครบ 10 วันท าการ ให๎สามารถน าวันลาพักผํอนที่เหลือซึ่งยังไมํ ลามาสะสมได๎ แตํวันลาพักผํอนที่น ามาสะสมต้องไม่เกิน 5 วันท าการ โดยเมื่อรวมกับวันลาพักผํอนในปี ปัจจุบันแล๎วจะต๎อง ไม่เกิน 15 วันท าการ การลาพักผํอนประจ าปี ให๎ได๎รับคําตอบแทนระหวํางการลาต๎องไมํเกิน 15 วันท าการ : หากเกิน จะไมํได๎รับคําตอบแทนระหวํางการลาพักผํอน ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่องแนวทางการด าเนินการทางวินัย พนักงานราชการ พ.ศ. 2559 (บังคับใช๎ 21 มีนาคม 2559) เมื่อมีการกลําวหา หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยพนักงานราชการผู๎ใดกระท าผิดวินัยให๎ ผู๎บังคับบัญชาของผู๎นั้นรายงานเป็นหนังสือตามระดับชั้นให๎หัวหน๎าสํวนราชการทราบโดยเร็ว ให๎หัวหน๎าสํวนราชการด าเนินการสืบสวนหรือสั่งให๎ด าเนินการสืบสวน และพิจารณาวํากรณีมี มูลที่ควรกลําวหาวําพนักงานราชการผู๎นั้นกระท าผิดวินัยหรือไมํ กรณีที่หัวหน๎าสํวนราชการพิจารณาเห็นวํามีมูลเห็นวํามีมูลที่ควรกลําวหาพนักงานราชการ ผู๎ใดกระท าผิดวินัยอยํางร๎ายแรง ให๎หัวหน๎าสํวนราชการพิจารณาสอบสวนให๎ได๎ความจริงและยุติธรรม โดยไมํต๎องตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได๎ ในกรณีที่หัวหน๎าสํวนราชการแตํงตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยรวบรวมข๎อเท็จจริง ข๎อ กฎหมายและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข๎อง และท ารายงานการสอบสวนพร๎อมความคิดเห็นเสนอหัวหน๎า สํวนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ กรณีสอบสวนแล๎ว มีมูลวําพนักงานราชการผู๎ใดกระท าผิดวินัยอยํางร๎ายแรง ให๎หัวหน๎าสํวน ราชการแตํงตั้งคณะกรรมการทางวินัยอยํางร๎ายแรงตํอไป เมื่อหัวหน๎าสํวนราชการเห็นวําการสอบสวบเสร็จสิ้นแล๎ว ให๎พิจารณาสั่งการและด าเนินการ ดังนี้ 1. กรณีไมํได๎กระท าผิดวินัยตามข๎อกลําวหา “ให๎ยุติเรื่อง” 2. ในกรณีเห็นวําผู๎ถูกกลําวหากระท าผิดวินัยอยํางไมํร๎ายแรง ให๎สั่งลงโทษ “ภาคทัณฑ์ ตัด เงินคําตอบแทน หรือลดเงินคําตอบแทน” ตามควรแกํกรณีความผิด 3. กรณีเห็นวําผู๎ถูกกลําวหากระท าผิดวินัยร๎ายแรงให๎สั่งลงโทษ “ไลํออก” การยุติเรื่องให๎ท าเป็น “ค าสั่ง” ระบุชื่อ และต าแหนํงของผู๎ถูกกลําวหา เรื่องที่ถูกกลําวหา และผลการพิจารณา โดยให๎ลงลายมือชื่อและต าแหนํงของผู๎สั่ง และวันเดือนปี ที่ออกค าสั่งไว๎ด๎วย หัวหน๎าสํวนราชการมีอ านาจสั่งลงโทษวินัยพนักงานราชการได๎ คือ


262 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 1. ภาคทัณฑ์ 2. ตัดเงินคําตอบแทนในอัตราร๎อยละ 2 หรือร๎อยละ 4 ของเงินคําตอบแทนที่ผู๎นั้นได๎รับใน วันที่มีค าสั่งลงโทษเป็นเวลา 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน 3. ลดเงินคําตอบแทนได๎ครั้งหนึ่งในอัตราร๎อยละ 2 หรือร๎อยละ 4 ของเงินคําตอบแทนที่ผู๎ นั้นได๎รับในวันที่มีค าสั่งลงโทษ 4. ไลํออก การสั่งลงโทษตัดเงินคําตอบแทน หรือลดเงินคําตอบแทน ถ๎าจ านวนเงินที่จะต๎องตัด หรือลดมี เศษไมํถึง 10 บาท ให๎ปัดทิ้ง การสั่งลงโทษให๎มีผลตั้งแตํวันที่ และเดือนที่มีค าสั่งเป็นต๎นไป เว๎นแตํในกรณีที่ต๎องมีการสั่ง ลงโทษย๎อนหลังก็ให๎มีการสั่งลงโทษย๎อนหลังได๎ 1. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 ประกาศใช้วันใด ก. 13 มกราคม 2546 ข. 14 มกราคม 2547 ค. 15 มกราคม 2547 ง. 16 มกราคม 2547 2. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 ใช้บังคับวันใด ก. 15 มกราคม 2546 ข. 15 มกราคม 2546 ค. 1 มกราคม 2547 ง. 2 มกราคม 2547 3. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 ใครเป็นผู้ลงนาม ก. นายชวน หลีกภัย ข. นายวิษณุ เครืองาม ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ง. พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ 4. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบ นี้ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรีที่ได๎รับมอบหมาย ค. เลขาธิการ ก.พ. ง. เลขาธิการ ก.ค.ศ. 5. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 มีกี่หมวด ก. 3 ข. 4 ค. 5 ง. 6 6. การประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงคือข้อใด ก. ละทิ้งหน๎าที่ราชการเกินกวํา 7 วัน ข. ถูกพิพากษาจ าคุก ค. ดื่มสุราในสถานที่ราชการ ง. ทุกข๎อที่กลําวมา


263 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของพนักงานราชการ ก. พนักงานราชการทั่วไป ข. พนักงานราชการเชี่ยวชาญ ค. พนักงานราชการพิเศษ ง. พนักงานราชการประจ า 8. ต าแหน่งของพนักงานราชการมีกี่กลุ่มงาน ก. 2 ข. 4 ค. 5 ง. 6 9. ข้อใด ไม่ใช่กลุ่มงานของต าแหน่งพนักงานราชการ ก. กลุํมงานช านาญการ ข. กลุํมงานเทคนิค ค. กลุํมงานทั่วไป ง. กลุํมงานวิชาชีพเฉพาะ 10. ข้อใด ไม่ใช่ คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าเป็นพนักงานราชการ ก. มีสัญชาติไทย ข. อายุไมํต่ ากวํา 20 ปีบริบูรณ์ ค. ไมํเป็นบุคคลล๎มละลาย ง. ไมํเป็นข๎าราชการหรือลูกจ๎างประจ า 11. การจ้างพนักงานราชการให้จ้างได้ตามข้อใด ก. ไมํเกินคราวละ 4 ปี ข. ไมํเกิน 4 ปี ค. 4 ปี ง. ไมํเกินกวําคราวละ 4 ปี 12. การแต่งกายของพนักงานราชการเป็นไปตามข้อใด ก. ตามระเบียบ ก.พ. ข. ตามระเบียบ คพก. ค. สากลนิยม ง. ข๎อก าหนดของกฎกระทรวง 13. ให้ส่วนราชการรายงานผลการด าเนินงานของพนักงานราชการ ปัญหาอุปสรรคต่อ คณะกรรมการภายในเดือนใด ก. มีนาคม ข. พฤษภาคม ค. มิถุนายน ง. ธันวาคม 14. การละทิ้งหรือทอดทิ้งราชการเป็นเวลาเท่าไรถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงของพนักงานราชการ ก. 7 วัน ข. ติดตํอกัน 7 วัน ค. 15 วัน ง. 15 วันติดตํอกันโดยไมํมีเหตุผลอันสมควร 15. พนักงานประเมินไม่ผ่านการปฏิบัติงาน ถือว่าสิ้นสุดสัญญาและให้ส่วนราชการแจ้งให้ทราบตาม ข้อใด ก. 5 วัน ข. 5 วันท าการ ค. ภายใน 7 วัน ง. ลํวงหน๎า ไมํน๎อยกวํา 7 วันท าการ 16. ความหมายของพนักงานราชการข้อใด ก. บุคคลซึ่งได๎รับการจ๎างตามสัญญาจ๎างโดยได๎รับคําตอบแทนจากงบประมาณของสํวนกลาง ข. บุคคลซึ่งได๎รับการจ๎างตามสัญญาจ๎างโดยได๎รับคําตอบแทนจากงบประมาณของสํวนราชการ ค. บุคคลซึ่งได๎รับการจ๎างตามสัญญาจ๎างโดยได๎รับคําตอบแทนจากงบประมาณของกรมบัญชีกลาง ง. บุคคลซึ่งได๎รับการจ๎างตามสัญญาจ๎างโดยได๎รับคําตอบแทนตามสัญญาจ๎างระบุไว๎


264 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 17. ใครเป็นประธานคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรี/รมต.ที่ได๎รับมอบหมาย ค. เลขาธิการ ก.พ. ง. เลขาธิการ ก.พ.ร. 18. กรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการอยู่ในวาระ คราวละกี่ปี ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 19. ข้อใด กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพนักงานราชการ ก. ลาปุวยได๎คําตอบแทน ไมํเกิน 30 วัน ข. ลากิจได๎คําตอบแทน ไมํเกิน 10 วัน ค. ลาพักผํอน ได๎คําตอบแทน ไมํเกิน 15 วัน ง. ลาเพื่อรับราชการทหารได๎คําตอบแทน ไมํเกิน 30 วัน 20. ครู กศน.ต าบลสามารถสะสมวันลาพักผ่อนได้กี่วันในรอบ 1 ปี ก. 3 วัน ข. 5 วัน ค. 7 วัน ง. 10 วัน 21. วินัยและการรักษาวินัยอยู่ในหมวดใดของระเบียบพนักงานราชการ 2547 ก. หมวด 2 ข. หมวด 3 ค. หมวด 4 ง. หมวด 5 22. การลาคลอดบุตรสามารถได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการจ านวนกี่วัน ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน 23. ข้อใดไม่ใช่สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ ก. สิทธิ์รักษาพยาบาลจากประกันสังคม ข. การได๎รถประจ าต าแหนํง ค. สิทธิการลา ง. คําเบี้ยประชุม 24. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยของพนักงานราชการ ก. ปลดออก ข. ไลํออก ค. ภาคทัณฑ์ ง. ตัดเงินคําตอบแทน 25. ครู กศน.ต าบล เป็นพนักงานราชการทั่วไปในกลุ่มใด ก. งานบริหารงานทั่วไป ข. งานบริการ ค. งานวิชาชีพเฉพาะ ง. งานเทคนิค เฉลยข้อสอบ 1.ก 2.ค 3.ค 4.ค 5.ง 6.ข 7.ข 8.ง 9.ก 10.ข 11.ก 12.ค 13.ง 14.ข 15.ค 16.ข 17.ข 18.ข 19.ง 20.ข 21.ค 22.ข 23.ก 24.ก 25.ก


265 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ.2546 บังคับใช๎ 10 ตุลาคม 2546 นายกรัฐมนตรี รักษาการตามระเบียบนี้ **ส่วนราชการ หมายถึง สํวนราชการตามกฎหมายวําด๎วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม และ หนํวยงานอื่นของรัฐที่อยูํในก ากับของราชการฝุายบริหาร 6 ส านัก 1) ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 2) ส านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 3) ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ 4) ส านักงบประมาณ 5) ส านักงานพัฒนาระบบราชการ 6) ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) แตํไม่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น **การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อบรรลุ7 เปูาหมาย 1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (เปูาหมายสูงสุด) 2) เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ (มีแผนปฏิบัติการ) 3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (มีเปูาหมาย คุ๎มคํา) 4) ไมํมีขั้นตอนปฏิบัติงานเกิดความจ าเป็น (บริการสะดวก รวดเร็ว ใช๎เทคโนโลยี) 5) มีการปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอสถานการณ์ 6) ประชาชนได๎รับการอ านวยความสะดวกและได๎รับการตอบสนองความต๎องการ 7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการสม่ าเสมอ **การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน **เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (ส าคัญที่สุด) การปฏิบัติราชการที่มีเปูาหมายเพื่อเกิด ความผาสุกและความเป็นอยูํที่ดี ความสงบและปลอดภัยของสังคม ประโยชน์สูงสุดของประเทศ) **แนวทางการบริหารราชการ 1. การก าหนดภารกิจของรัฐและสํวนราชการ 2. การปฏิบัติภารกิจของสํวนราชการต๎องเป็นไปโดยซื่อสัตย์สุจริต 3. ต๎องศึกษาวิเคราะห์ผลดีและผลเสียให๎ครบถ๎วนทุกด๎าน 4. จะต๎องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชน ผู๎รับบริการ 5. กรณีเกิดปัญหา ให๎ด าเนินการแก๎ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นโดยเร็ว


266 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ *เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ 1. กํอนด าเนินภารกิจใดต๎องจัดท าแผนปฏิบัติราชการไว๎เป็นการลํวงหน๎า 2. แผนปฏิบัติราชการ มีรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาและงบประมาณที่ต๎องใช๎ในการ ด าเนินการ ของแตํละขั้นตอน เปูาหมาย ผลสัมฤทธิ์ตัวชี้วัดความส าเร็จ 3. จัดให๎มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน 4. แผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบ ต๎องแก๎ไขให๎เหมาะสม **ให๎สภาผู๎แทนราษฎรแตํงตั้งนายกรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน และให๎คณะรัฐมนตรี ต๎องแถลง นโยบายภายใน 15 วัน ให๎คณะรัฐมนตรีจัดท าแผนการบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี ให๎สอดคล๎องกับ นโยบายรัฐบาลที่แถลงตํอรัฐสภาภายใน 90 วัน รํวมกับ 4 ส านัก 1) ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 2) ส านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 3) ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4) ส านักงบประมาณ จากนั้นจัดท าแผนปฏิบัติราชการ 4 ปีและแผนปฏิบัติราชการประจ าปีงบประมาณ (ยกเว๎น อปท.) โดยรัฐมนตรีอนุมัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงภารกิจไมํได๎อยูํในแผน ต๎องได๎รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี) เมื่อประกาศใช๎แผนการบริหารราชการแผํนดินแล๎วให้ 1) ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2) ส านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดท าแผนนิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรีให๎ความเห็นชอบ ให๎สํวนราชการจัดท าแผนปฏิบัติราชการประจ าปี 4 ปี และในแตํละปีท า แผนปฏิบัติราชการประจ าปี เสนอต่อรัฐมนตรีให๎ส านักงบประมาณด าเนินการจัดสรรงบประมาณ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให๎สํวนราชการรายงานผลสัมฤทธิ์ของแผนประจ าปีตํอคณะรัฐมนตรี **การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ *มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ สํวนราชการก าหนด 1)เปูาหมาย 2)แผนการท างาน 3 )ระยะเวลาแล๎วเสร็จหรือโครงการ และ 4)งบประมาณ สํวนราชการจัดท าแผนการลดรายจํายหนํวยงาน เสนอตํอ 1)ส านักงบบประมาณ 2) กรมบัญชีกลาง 3)คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทราบ ให๎ 1)ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2)ส านักงบประมาณ ประเมินความคุ๎มคํา เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีมีอ านาจในการยุบโครงการ


267 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน **ไมํมีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจ าเป็น การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน เป็นการ กระจายอ านาจ การสั่ง การอนุญาต การตัดสินใจ มุํงผลให๎เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการบริการ ประชาชน ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัด การจัดท าแผนภูมิ ขั้นตอนและระยะเวลา การจัดตั้งศูนย์บริการรํวมให๎ติดตํอสอบถาม ไมํเกิดผลเสียหายแกํราชการ **การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ **มีการปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอสถานการณ์ ทบทวนภารกิจของตน โดย ค านึงถึง 1)แผนบริหารราชการแผ่นดิน 2)นโยบายของคณะรัฐมนตรี 3)เงินงบประมาณ 4)ความคุ้มค่า *จัดให๎มีการแก้ไข ปรับปรุง ยกเลิก กฎหมาย ระเบียบ ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน โดยค านึงถึง ความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนเป็นส าคัญ *โดยการเสนอแนะของ ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากสํวนราชการไมํเห็นชอบ ค าแนะน าของกฤษฎีกา ให้เสนอเรื่องต่อ คณะรัฐมนตรีวินิจฉัย) **การอ านวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการประชาชน *สํวนราชการก าหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชน ข้าราชการทราบ *การรับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน ต๎องตอบค าถาม ภายใน 15 วัน *จัดให๎มีระบบเครือข่ายสารสนเทศ เพื่ออ านวยความสะดวกให๎แกํประชาชนและผู๎มาติดตํอ ในกรณีแจ๎งผํานทางระบบเครือขํายสารสนเทศ มิให้เปิดเผยชื่อหรือที่อยู่ของผู้ร้องเรียน **การประเมินผลการปฏิบัติราชการ **มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอยํางสม่ าเสมอ (จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษ) ประเมินผล 4 อยําง 1)ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ 2)คุณภาพการให้บริการ 3)ความพึงพอใจของ ประชาชน 4)ความคุ้มค่าในภารกิจ *ให๎สํวนราชการมีคณะผู๎ประเมินอิสระ ด าเนินการประเมินผลการปฏิบัติสํวนราชการ ส่วน ใดให้บริการที่มีคุณภาพ ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอรัฐมนตรีจัดสรรเงิน เพิ่มพิเศษเป็นบ าเหน็จความชอบแกํสํวนราชการ หรือใช๎งบประมาณเหลือจํายนั้น) *การสั่งราชการโดยปกติให๎เป็นลายลักษณ์อักษร เว๎นแตํไมํสามารถสั่งได๎ จะสั่งราชการด๎วย วาจาก็ได๎แตํผู๎รับค าสั่งต๎องบันทึกค าสั่งวาจาไว๎เป็นลายลักษณ์อักษร **ให๎องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดท าหลักการบริหารจัดการบ๎านเมืองที่ดี ต้องมี1)การ ลดขั้นตอนการปฏิบัติ 2)การอ านวยความสะดวกและการตอบสนองต๎องการของประชาชน


268 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 1. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการที่อยู่ในก ากับของราชการฝุายบริหารตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ก. ส านักงานเขตพื้นที่ ข. ส านักงานอาชีวศึกษา ค. ส านักงานปลัดกระทรวง ง. องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น 2. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อให้บรรลุเปูาหมายใดส าคัญที่สุด ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ ค. ไมํมีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจ าเป็น ง. มีการปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอ สถานการณ์ 3. หน่วยงานใดไม่ได้จัดท าแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ก. ส านักงบประมาณ ข. ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ค. ส านักงานตรวจเงินแผํนดิน ง. ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหํงชาติ 4. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ท าให้เกิดผลสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด ก. เกิดประสิทธิผลตํอภารกิจของรัฐ ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ค. ปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการ ง. อ านวยความสะดวกในการบริการประชาชน 5. การจัดท าแผนบริหารราชการแผ่นดิน เสนอต่อคณะรัฐมนตรีนับตั้งแต่ก่อนวันหลังการแถลง นโยบายของรัฐบาล ก. 30 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. 120 วัน 6. การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่อง ใด สมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใด และจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด เป็นไปตาม ก. นายกรัฐมนตรีก าหนดตามข๎อเสนอแนะของ ก.พ.ร. ข. คณะรัฐมนตรีก าหนดตามข๎อเสนอแนะของ ก.พ.ร. ค. รัฐสภาก าหนดตามข๎อเสนอแนะของ ก.พ.ร. ง. ถูกทุกข๎อ


269 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 7. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการตามความหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ก. ส านักงานต ารวจแหํงชาติ ข. กองทัพบก ค. กระทรวงมหาดไทย ง. กรุงเทพมหานคร 8. ผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ คือ ก. นายกรัฐมนตรี ข. ประธาน คสช. ค. รัฐมนตรีส านักนายกรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมาย ง. เลขาธิการ ก.พ.ร. 9. ข้อใดถือว่าเป็นเปูาหมายของการบริหารราชการตามกฎหมายนี้ ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ๎มคําในเชิงภารกิจของรัฐ ง. ถูกทุกข๎อ 10. การปฏิบัติราชการที่มีเปูาหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนความ สงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ คือ ก. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ข. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของสังคม ค. การบริหารราชการเพื่อประชาชน ง. ถูกทุกข๎อ 11. หน่วยงานใด มีอ านาจเสนอมาตรการก ากับการปฏิบัติราชการ ต่อคณะรัฐมนตรี ก. ส านักนายกรัฐมนตรี ข. ก.พ.ร. ค. กระทรวง ทบวง กรม ง. ถูกทุกข๎อ 12. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ให้หน่วยงานใด ร่วมกันจัดท าแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ก. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ ข. ส านักงบประมาณ ค. ส านักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ง. ถูกทุกข๎อ 13. การเสนอแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเสนอภายในกี่วัน ก. 30 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. แล๎วแตํมติคณะรัฐมนตรีก าหนด


270 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 14. แผนการบริหารราชการแผ่นดิน มีก าหนดกี่ปี ก. 2 ปี ข. 4 ปี ค. 8 ปี ง. แล๎วแตํมติคณะรัฐมนตรีก าหนด 15. หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดท าแผนนิติบัญญัติ ก. ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข. ส านักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ค. ส านักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ง. ถูกทั้งข๎อ ก และ ค 16. ใครเป็นผู้เห็นชอบแผนปฏิบัติราชการประจ าปีของส่วนราชการ ก. นายรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรี ง. ปลัดกระทรวง 17. เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้ส่วนราชการจัดท ารายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการ ประจ าปีเสนอต่อใคร ก. นายรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรี ง. ปลัดกระทรวง 18. การจัดซื้อจัดจ้าง สนองต่อเปูาหมายการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีข้อใด ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคําเชิงภารกิจรัฐ ง. ปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอเหตุการณ์ 19. ส่วนราชการที่รับเรื่องการอนุญาต อนุมัติตามกฎหมายก าหนดจากส่วนราชการอื่น ต้อง พิจารณาและแจ้งผลให้ส่วนราชการที่ยื่นเรื่องภายในกี่วันนับจากได้รับค าขอ ก. ภายใน 7 วัน ข. ภายใน 15 วัน ค. ภายใน 30 วัน ง. ภายใน 60 วัน 20. การกระจายอ านาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการอนุญาตอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิด ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ ข. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคําเชิงภารกิจรัฐ ค. ปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอเหตุการณ์ ง. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน


271 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 21. One Stop Service สนองต่อเปูาหมายการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีข้อใด ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ตํอภารกิจของรัฐ ข. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมคําเชิงภารกิจรัฐ ค. ปรับปรุงภารกิจของสํวนราชการให๎ทันตํอเหตุการณ์ ง. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน 22. ส่วนราชการจะยกเลิก เปลี่ยนแปลงภารกิจ หรือปรับโครงสร้างอัตราก าลังได้ต้องขออนุมัติ หน่วยงานใด ก. ก.พ.ร. ข. คณะกรรมการกฤษฎีกา ค. คณะกรรมการที่กฎหมายนั้นๆระบุ ง. คณะรัฐมนตรี 23. ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการใด ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เอื้ออ านวยต่อการพัฒนาประเทศ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ด ารงชีวิตของประชาชาชน หน่วยงานใดมีหน้าที่เสนอแนะต่อส่วนราชการนั้นให้ด าเนินแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิก ก. ก.พ.ร. ข. ส านักงบประมาณ ค.ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง. คณะรัฐมนตรี 24. ถ้าส่วนราชการไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของหน่วยงาน ให้เสนอเรื่องต่อใคร ก. ก.พ.ร. ข. นายกรัฐมนตรี ค.ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง. คณะรัฐมนตรี 25. หากประชาชนมีหนังสือสอบถามเรื่องตามอ านาจหน้าที่มายังหน่วยงานราชการๆนั้นจะต้องตอบ หรือแจ้งการด าเนินงานให้ประชาชนทราบภายในกี่วัน ก. ภายใน 5 วัน ข. ภายใน 7 วัน ค. ภายใน 15 วัน ง. ตามความเหมาะสม 26. ในกรณีที่ได้รับการร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะจากส่วนราชการอื่นในเรื่องใด ให้ส่วนราชการนั้น ชี้แจงต่อผู้ร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะจากส่วนราชการอื่นภายในกี่วัน ก. ภายใน 5 วัน ข. ภายใน 7 วัน ค. ภายใน 15 วัน ง. ตามความเหมาะสม 27. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึงข้อใด ก. การปฏิบัติราชการที่มีเปูาหมาย ข. การปฏิบัติราชการแบบมุํงผลสัมฤทธิ์ ค การบริหารราชการแบบใหมํ ง. การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล 28. ข้อใดคือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ก. Good Governance ข. Good Governanc ค. Good Govenance ง. ถูกทุกข๎อ


272 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 29. ข้อใดไม่ใช่การบริหารราชหารเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ก. กํอนด าเนินการตามภารกิจ ต๎องจัดแผนปฏิบัติไว๎ลํวงหน๎า ข. แผนปฏิบัติราชการต๎องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลา และงบประมาณที่ต๎องด าเนินการ เปูาหมาย ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดความส าเร็จ ค. การติดตามและประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ สํวนราชการก าหนดโดยอิสระ ง. การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบตํอประชาชน ต๎องด าเนินการแก๎ไข 30. สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ก 3.ค 4.ง 5.ค 6.ข 7.ง 8.ก 9.ง 10.ก 11.ข 12.ง 13.ค 14.ข 15.ง 16.ค 17.ข 18.ค 19.ข 20.ง 21.ง 22.ง 23.ค 24.ง 25.ค 26.ค 27.ก 28.ก 29.ค 30.ข


273 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เจ๎าหน๎าที่ หมายถึง ข๎าราชการ พนักงาน ลูกจ๎าง หรือผู้ประปฏิบัติงาน หนํวยงานของรัฐ หมายถึง กระทรวง ทบวง กรมหรือสํวนราชการ (ส านักงาน กศน. : ส านักงาน ปลัดกระทรวง) **มาตรา 5 ในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท าในการปฏิบัติหน้าที่ผู๎เสียหายอาจฟูองหน่วยงานของรัฐ **ถ๎าเจ้าหน้าที่ไม่ได้สังกัดหนํวยงานของรัฐ ผู๎เสียหายให๎ฟูองกระทรวงการคลัง **มาตรา 6 ในกรณีเจ๎าหน๎าที่ไม่ได้กระท าในการปฏิบัติหน้าที่ ให๎ฟูองเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง (ห๎าม ฟูองหนํวยงาน) **มาตรา 7 ในกรณีฟูองหนํวยงานของรัฐ แต่หนํวยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่กระท าผิด ให๎ฟูอง เจ้าหน้าที่ด้วย **มาตรา 8 ในกรณีหนํวยงานของรัฐต้องรับผิดใช๎ค่าสินไหมทดแทนแกํผู๎เสียหาย ให้หน่วยงานของ รัฐเรียกเจ้าหน้าที่ชดใช้ความเสียหายแทน ถ๎าหากเจ้าหน้าที่กระท าผิดด๎วยความจงใจหรือประมาณ เลินเล่ออย่างร้ายแรง ในกรณีเกิดเจ๎าหน๎าที่หลายคน จะต๎องรับผิดใช๎คําสินไหมทดแทนเฉพาะส่วน ของตนเทํานั้น **มาตรา 10 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระท าละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ให๎ก าหนดอายุความ 2 ปี เมื่อพิจารณาแล๎วเจ้าหน้าที่ไม่ผิด แล้วกระทรวงการคลังตรวจสอบว่าผิด ให๎เรียกร๎องค่าสินไหม ทดแทนก าหนดอายุความ 1 ปี **มาตรา 11 ในกรณีผู๎เสียหายยังไมํพอใจผลการวินิจฉัยของหนํวยงาน มีสิทธิร๎องทุกข์ “ปัจจุบันมี ศาลปกครอง” ให๎ร๎องตํอศาลปกครอง ภายใน 90 วัน (พิจารณาให๎แล๎วเสร็จภายใน 180 วัน ขยายได๎ อีกไมํเกิน 180 วัน[ผู๎อนุมัติโดยรัฐมนตรี]) มาตรา 12 เจ๎าหน๎าที่ซึ่งรับผิดสามารถผํอนช าระเงิน ดอกเบี้ยร๎อยละ 7.5 ต่อปี ถ๎าเรื่องเงิน : ต๎องช าระด๎วยเงิน ถ๎ารถ : ต๎องซํอม ภายใน 6 เดือน มาตรา 13 คณะรัฐมนตรีจัดให๎มีระเบียบเจ๎าหน๎าที่สามารถผํอนช าระเงินที่ต๎องรับผิดชอบความผิด ละเมิด โดยค านึงถึงรายได๎ ฐานะ ครอบครัวและความรับผิดชอบ และพฤติกรรมแหํงกรณี มาตรา 14 ให๎ร๎องทุกข์ ฟูองคดีตํอ ศาลปกครอง


274 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 1. วิธีการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการละเมิดของเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความผิดทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ข้อใดถูกต้อง ก. ชดใช๎เป็นเงิน ข. ซํอมแซมทรัพย์สินที่เสียหายให๎คงสภาพเดิม ค. ชดใช๎เป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพ สภาพและปริมาณอยํางเดียวกับที่เสียหาย ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 2. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดที่หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งมีกี่คน ก. ไมํน๎อยกวํา 5 คน ข. ไมํเกินกวํา 5 คน ค. ไมํน๎อยกวํา 7 คน ง. ไมํเกินกวํา 7 คน 3. การฟูองของบุคคลภายนอกที่ได้รับการละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดจากการ ปฏิบัติหน้าที่และ เจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด บุคคลภายนอกจะฟูองหน่วยงานใด ก. ฟูองเจ๎าหน๎าที่คนนั้น ข. ฟูองหนํวยงานรัฐ ค.ฟูองนายกรัฐมนตรี ง. ฟูองกระทรวงการคลัง 4. การ ฟูองร้องกรณีที่เกิดละเมิดขึ้นแก่เอกชน โดยเจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่ ผู้เสียหายจะ ฟูองร้องต่อใครได้เพื่อให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ก. ฟูองเจ๎าหน๎าที่ของรัฐ ข. ฟูองหนํวยงานของรัฐที่เจ๎าหน๎าที่สังกัด ค. ฟูองกระทรวงการคลังเทํานั้น ง. ไมํสามารถฟูองร๎องได๎ 5. กรณีที่เกิดละเมิดขึ้นแก่หน่วยงานของรัฐ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกระท าต่อเอกชนโดยจงใจหรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบค่าสินไหมทดแทน ก. เจ๎าหน๎าที่รัฐ ข. หนํวยงานของรัฐ ค. กระทรวงการคลัง ง. เจ๎าหน๎าที่ของรัฐและหนํวยงานของรัฐ 6. ผู้ใดเป็นผู้มีอ านาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง หาก กศน.อ าเภอ เกิดไฟไหม้ ก. ผอ.กศน.อ าเภอ ข. ผอ.ส านักงาน กศน.จังหวัด ค. เลขาธิการ กศน. ง. ปลัดกระทรวง 7. จุดประสงค์หลักของพระราชบัญญัติความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ข้อใดเป็นจริงที่สุด ก. ต๎องการคุ๎มครองหนํวยงานรัฐ ข. ต๎องการคุ๎มครองหนํวยงานเอกชน ค. ต๎องการคุ๎มครองเจ๎าหน๎าที่รัฐที่ปฏิบัติหน๎าที่อยํางสุจริตรอบคอบ ง. ต๎องการคุ๎มครองหนํวยงานของรัฐที่ได๎รับผลกระทบจากการฟูองร๎องของเอกชน


275 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 8. ผู้เสียหายสามารถยื่นฟูองร้องเมื่อถูกละเมิด กรณีที่มิได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ต่อหน่วยงานใด ก. หนํวยงานรัฐ ข. ศาลยุติธรรม ค. กระทรวงการคลัง ง. ศาลปกครอง 9. ถ้าผู้เสียหายได้ยื่นค าขอให้หน่วยงานรัฐพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหน่วยงานรัฐต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน ก. 60 วัน ข. 90 วัน ค. 120 วัน ง. 180 วัน 10. หากหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบค่า สินไหม สิทธิของหน่วยงานรัฐที่จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนมีอายุความกี่ปี ก. ภายในครึ่งปี ข. ภายใน 1 ปี ค. ภายใน 2 ปี ง. ภายใน 5 ปี 11. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของหลักการที่น ามาใช้ในพระราชบัญญัติความรับผิดชอบทาง ละเมิดของ เจ้าหน้าที่ ก. หลักในเรื่องลูกหนี้รํวมตามกฎหมายแพํง ข. หลักการซึ่งเจ๎าหน๎าที่ต๎องรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน๎าที่ เฉพาะ เมื่อเป็นการจงใจให๎ เกิดความเสียหายเทํานั้น ค. หลักการซึ่งเจ๎าหน๎าที่ต๎องรับผิดชอบทางละเมิดในการปฏิบัติงานใน หน๎าที่ เฉพาะเมื่อเป็นการ ประมาทเลินเลํออยํางร๎ายแรงเทํานั้น ง. ความรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน๎าที่ของเจ๎าหน๎าที่ เจ๎าหน๎าที่ไมํต๎องรับผิดชอบเป็น การเฉพาะตัว 12. เจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หมายถึงข้อใด ก. ข๎าราชการ ข. พนักงาน ค. ลูกจ๎าง ง. ถูกทุกข๎อ 13. หน่วยงานของรัฐ หมายถึงข้อใด ก. รัฐวิสาหกิจ ข. องค์การบริหารสํวนต าบล ค. กระทรวง ง. ทุกข๎อเป็นหนํวยงานของรัฐ 14. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระท าการละเมิดผู้เสียหายจากการกระท าดังกล่าวต้อง ฟูอง ก. ฟูองเจ๎าหน๎าที่ที่ท าละเมิด ข. ฟูองหนํวยงานของรัฐที่ผู๎ท าละเมิดสังกัด ค. ฟูองทั้งตัวเจ๎าหน๎าที่และหนํวยงานของรัฐที่เจ๎าหน๎าที่สังกัด


276 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ง. ผู๎ถูกกระท าละเมิดมีสิทธิเลือกฟูอง 15. กรณีการกระท าละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด จะถือว่า หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดถูกฟูองร้องคดีดังกล่าว ก. ส านักนายกรัฐมนตรี ข. กระทรวงการคลัง ค. เหตุเกิดที่จังหวัดใดให๎ฟูองที่จังหวัดนั้น ง. กรมการปกครอง 16. นายเอก ท างานในบริษัทเอกชน ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของ รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ได้กระท าละเมิดต่อบุคคลภายนอก แนวปฏิบัติข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับผลแห่ง ละเมิดดังกล่าว ก. ผู๎ถูกท าละเมิดไมํสามารถฟูองรัฐวิสาหกิจนั้นได๎เนื่องจากไมํได๎ สังกัดรัฐ วิสาหกิจแหํงนั้น ฟูองได๎ เฉพาะตัว ข. ผู๎ถูกท าละเมิดฟูองรัฐวิสาหกิจนั้นได๎เพราะนายเอก เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจนั้น ค. ผู๎ถูกท าละเมิดต๎องฟูองกระทรวงการคลังเพราะกฎหมายถือวํากระทรวงการ คลังเป็น หนํวยงาน ของรัฐที่ต๎องรับผิด ง. ผู๎ถูกละเมิดต๎องฟูองบริษัทที่นายเอกท างานอยูํ 17. ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ถ๎าการกระท าละเมิดของเจ๎าหน๎าที่ไมํใชํการกระท าในการปฏิบัติหน๎าที่ เจ๎าหน๎าที่ต๎องรับผิดเป็น การเฉพาะตัว ข. ในกรณีที่เจ๎าหน๎าที่ของรัฐถูกฟูองเป็นการเฉพาะตัว เห็นวําตนเองกระท าไปตามหน๎าที่ มีสิทธิ ขอให๎ศาลพิจารณาคดีนั้น เรียกหนํวยงานของรัฐเข๎ามาเป็นคูํความในคดี ค. กรณีที่หนํวยงานของรัฐที่ถูกฟูองเห็นวํา เรื่องที่ถูกฟูองเป็นเรื่องที่เจ๎าหน๎าที่ต๎องรับผิด หนํวยงาน ของรัฐดังกลําวมีสิทธิขอให๎ศาลพิจารณาคดีนั้น เรียกเจ๎าหน๎าที่ดังกลําวเข๎ามาเป็นคูํความในคดี ง. ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟูองเพราะเหตุที่หนํวยงานของรัฐหรือเจ๎า หน๎าที่ที่ถูก ฟูองมิใชํผู๎ต๎องรับ ผิด ให๎คดี ดังกลําวเป็นอันสิ้นสุด 18. กรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชอบให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย เพื่อการละเมิด ของเจ้าหน้าที่ไปแล้ว หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ท าละเมิดชดใช้ค่าสินไหม ทดแทน คืนได้ในกรณีใด ก. กรณีที่การละเมิดจากการจงใจของเจ๎าหน๎าที่ ข. กรณีที่การละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเลํออยํางร๎ายแรงของเจ๎าหน๎าที่ ค. ไมํสิทธิเรียกคําสินไหมทดแทนคืน ง. ถูกทั้งข๎อ ก และข๎อ ข 19. ข้อใดถูกต้อง ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หลายคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในผลแห่งละเมิด ก. ทุกคนต๎องรับผิดเทํา ๆ กัน


277 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข. เจ๎าหน๎าที่แตํละคนต๎องรับผิดชอบคําสินไหมทดแทนแกํผู๎เสียหายไปแล๎ว ค. เจ๎าหน๎าที่แตํละคนต๎องรํวมรับผิดในลักษณะของลูกหนี้รํวม ง. ถูกทุกข๎อ 20. กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว สิทธิจะเรียกให้ เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่า สินไหมทดแทนคืน มีอายุความตามข้อใด ก. 6 เดือน นับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐได๎ใช๎คําสินไหมทดแทนแกํผู๎เสียหาย ข. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐได๎ใช๎คําสินไหมทดแทนแกํผู๎เสียหาย ค. 6 เดือน นับแตํวันที่ศาลมีค าพิพากษา ง. 1 ปี นับแตํวันที่ศาลมีค าพิพากษา 21. กรณีที่เจ้าหน้าที่กระท าละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมีก าหนดอายุ ความกี่ปี ก. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิด ข. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิดและรู๎ตัวเจ๎าหน๎าที่ผู๎จะต๎อง ชดใช๎คําสินไหม ทดแทน ค. 2 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิด ง. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิดและรู๎ตัวเจ๎าหน๎าที่ผู๎จะต๎อง ชดใช๎คําสินไหม ทดแทน 22. กรณีเจ้าหน้าที่กระท าละเมิด และหน่วยงานของรัฐผู้นั้นไม่ต้องรับผิดจึงไม่ได้มีค าสั่งให้ชดใช้ค่า สินไหมทดแทน แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าต้องรับผิด สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวมี ก าหนดอายุความกี่ ปี ก. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐมีค าสั่งตามความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ข. 1 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิดและรู๎ตัวเจ๎าหน๎าที่ผู๎จะต๎อง ชดใช๎คําสินไหม ทดแทน ค. 2 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐมีค าสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ง. 2 ปีนับแตํวันที่หนํวยงานของรัฐรู๎ถึงการละเมิดและรู๎ตัวเจ๎าหน๎าที่ผู๎จะต๎อง ชดใช๎คําสินไหม ทดแทน 23. ในกรณีที่ผู้เสียหายได้ยื่นค าขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้ค่า สินไหม ทดแทน ส าหรับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแก่ตน ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้พิจารณาและมีค าสั่งไปแล้ว แต่ ผู้เสียหายไม่พอใจผลการวินิจฉัย หน่วยงานของรัฐ ผู้เสียหายมีสิทธิด าเนินการตามข้อใด ก. ฟูองร๎องตํอศาล ข. ร๎องทุกข์ตํอคณะกรรมการวินิจฉัยร๎องทุกข์


278 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ค. ไมํมีสิทธิด าเนินการใดเนื่องจากกรณีเป็นอันยุติแล๎ว ง. ถูกเฉพาะข๎อ ก และข๎อ ข 24. ก าหนดเวลาร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะ กรรมการ กฤษฎีกาในกรณีที่ ผู้เสียหายไม่พอใจผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐต้องร้องทุกข์ภายใน ก าหนดเวลาตามข้อใด ก. ภายใน 30 วันนับแตํวันที่ตนได๎รับแจ๎งผลการวินิจฉัย ข. ภายใน 60 วันนับแตํวันที่ตนได๎รับแจ๎งผลการวินิจฉัย ค. ภายใน 90 วันนับแตํวันที่ตนได๎รับแจ๎งผลการวินิจฉัย ง. ภายใน 180 วันนับแตํวันที่ตนได๎รับแจ๎งผลการวินิจฉัย 25. นิยามค าว่า “เจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หมายถึง ก. ข๎าราชการ พนักงาน ลูกจ๎าง หรือผู๎ปฏิบัติงานประเภทอื่นไมํวําจะเป็นการแตํงตั้งในฐานะเป็น กรรมการ หรือฐานะอื่นใด ข. ข๎าราชการ ไมํรวมพนักงาน ลูกจ๎าง หรือผู๎ปฏิบัติงานประเภทอื่นไมํวําจะเป็นการแตํงตั้งในฐานะ เป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด ค. ข๎าราชการ พนักงาน ลูกจ๎าง ไมํรวมผู๎ปฏิบัติงานประเภทอื่นไมํวําจะเป็นการแตํงตั้งในฐานะเป็น กรรมการหรือฐานะอื่นใด ง. ถูกทุกข๎อ 26. การกระท าละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่การกระท าในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. รัฐต๎องรับผิดชอบรับผิดตํอผู๎เสียหายในผลแหํงละเมิดที่เจ๎าหน๎าที่ของตนได๎กระท า ข. เจ๎าหน๎าที่ต๎องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ค. ผู๎เสียหายอาจฟูองหนํวยงานของรัฐได๎โดยตรง จะฟูองเจ๎าหน๎าที่ไมํได๎ ง. ถูกทุกข๎อ 27. การชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. ในกรณีความเสียหายเกิดแกํเงิน ให๎ใช๎เป็นเงินแตํเพียงอยํางเดียว ข. ชดใช๎เป็นทรัพย์สินอยํางเดียวกัน โดยมีสภาพ คุณภาพ ปริมาณ และลักษณะเดียวกันกับ ทรัพย์สินที่สูญหายหรือเสียหายและใช๎งานแทนได๎เชํนเดียวกับทรัพย์สินที่สูญหายหรือเสียหายโดยท า สัญญายินยอมชดใช๎คําสินไหมทดแทนเป็นทรัพย์สินดังกลําว ค. ซํอมแซมหรือบูรณะทรัพย์สินที่ช ารุดเสียหายให๎คงสภาพเดิม โดยท าสัญญาวําจะจัดการ ให๎ ทรัพย์สินคงสภาพเหมือนเดิมภายในเวลาไมํเกินหกเดือน ง. ถูกทุกข๎อ


279 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 28. เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดสามารถผ่อนช าระเงิน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ก. 5.5 บาทตํอปี ข. 6 บาทตํอปี ค. 7 บาทตํอปี ง. 7.5 บาทตํอปี 29. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลในการตราพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ก. เพื่อให๎ความเป็นธรรมตํอเจ๎าหน๎าที่ผู๎ปฏิบัติงานในหน๎าที่ราชการ ข. เพื่อสร๎างขวัญก าลังให๎เจ๎าหน๎าที่ผู๎ปฏิบัติงานในหน๎าที่ราชการ ค. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรัฐ ง. เพื่อลงโทษเจ๎าหน๎าที่ที่ปฏิบัติงานผิดพลาด 30.หากหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบค่า สินไหม สิทธิของหน่วยงานรัฐที่จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนมี อายุความกี่ปี ก. ภายในครึ่งปี ข. ภายใน 1 ปี ค. ภายใน 2 ปี ง. ภายใน 5 ปี เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ข 3.ง 4.ข 5.ก 6.ก 7.ค 8.ข 9.ง 10.ข 11.ก 12.ง 13.ง 14.ข 15.ข 16.ค 17.ง 18.ง 19.ข 20.ข 21.ง 22.ก 23.ง 24.ค 25.ก 26.ข 27.ง 28.ง 29.ง 30.ข


280 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ประกาศ 10 กันยายน 2540 เมื่อพ้นก าหนด 90 วัน บังคับใช้ 9 ธันวาคม 2540) นับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา (เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้นเฉพาะ มาตรา 14,15) นายกรัฐมนตรี รักษาการระเบียบนี้ หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ในระบอบประชาธิปไตยการให๎ประชาชนมี โอกาสกว๎างขวางในการได๎รับข๎อมูลขําวสารเกี่ยวกับ การด าเนินการตํางๆ ของรัฐ เป็นสิ่งจ าเป็น เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิ ทางการเมืองได๎โดยถูก ต๎องกับความจริงอันเป็นการสํงเสริมให๎มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากยิ่ง ขึ้นสมควรก าหนดให๎ประชาชนมีสิทธิได๎รู๎ข๎อมูลขําวสารของราชการโดยมีข้อยกเว้นอัน ไมํต๎องเปิดเผยที่ แจ๎งชัดและจ ากัดเฉพาะข๎อมูลขําวสารที่หากเปิดเผยแล๎วจะ เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือตํอ ประโยชน์ที่ส าคัญของเอกชน ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบประชาธิปไตยให๎มั่นคงและจะยังผลให๎ประชาชนมี โอกาสรู๎ ถึงสิทธิหน๎าที่ของตนอยํางเต็มที่เพื่อที่จะปกปักรักษาประโยชน์ของตนประการหนึ่งกับสมควร คุ๎มครองสิทธิสํวนบุคคลในสํวนที่เกี่ยวข๎องกับข๎อมูลขําวสารของราชการไปพร๎อม อีกประการหนึ่ง ประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการ **มาตรา 4 *ข้อมูลข่าวสาร หมายความวํา สิ่งที่สื่อความหมายให๎รู๎เรื่องราวข้อเท็จจริง ข๎อมูลหรือสิ่ง ใดๆ ไมํวําการสื่อความหมายนั้น จะท าได๎โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผํานวิธีการใด ๆ และไมํวําจะ ได๎จัดท าไว๎ในรูปของเอกสาร แฟูม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ภาพวาด ภาพถํายฟิล์ม การ บันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือวิธีอื่นใดที่ท าให๎สิ่งที่บันทึกไว๎ปรากฏได๎ **ข้อมูลข่าวสารของราชการ หมายความวํา ข๎อมูลขําวสารที่อยูํในความครอบครองหรือ ควบคุมดูแลของหนํวยงานของรัฐ ไมํวําจะเป็นข๎อมูลขําวสารเกี่ยวกับการด าเนินงานของรัฐหรือข๎อมูล ขําวสารเกี่ยวกับเอกชน *คนต่างด้าว หมายความวํา บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีถิ่นที่อยูํในประเทศ ไทยและนิติบุคคลดังตํอไปนี้ 1) บริษัทหรือห๎างหุ๎นสํวนที่มีทุนเกินกึ่งหนึ่งเป็นของคนต่างด้าว ใบหุ๎นชนิดออกให๎แกํผู๎ถือ ให๎ถือวําใบหุ๎นนั้นคนต่างด้าวเป็นผู้ถือ 2) สมาคมที่มีสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งเป็นคนต่างด้าว 3) สมาคมหรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว 4) นิติบุคคลตาม (1) (2) (3)หรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีผู๎จัดการหรือกรรมการเกินกึ่งหนึ่งเป็นคนต่างด้าว


281 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ** มาตรา 7 ข๎อมูลขําวสารที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป หนํวยงานของรัฐต๎องสํงข๎อมูลขําวสารที่ลง พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา 1) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการด าเนินงานของหนํวยงานของรัฐนั้น 2) สรุปอ านาจหน๎าที่ที่ส าคัญและวิธีการด าเนินงาน 3) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข๎อมูลขําวสาร หรือค าแนะน าในการติดตํอกับหนํวยงานของรัฐ 4) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข๎อบังคับ ค าสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบแบบแผน นโยบายหรือการ ตีความทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให๎มีขึ้น โดยมีสภาพอยํางกฎเพื่อให๎มีผลเป็นการทั่วไปตํอเอกชนที่เกี่ยวข๎อง **มาตรา 8 ข๎อมูลขําวสารที่ต๎องลงพิมพ์ กฎ มติคณะรัฐมนตรีข๎อบังคับ ค าสั่ง ระเบียบ ถ๎ายังไม่ได้ ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา จะน ามาใช๎บังคับในทางที่ไมํเป็นคุณแกํผู๎ใดไม่ได้ เว้นแตํผู๎นั้นจะได๎รู้ถึง ข๎อมูลขําวสารนั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้ว เป็นเวลาพอสมควร **มาตรา 9 ข๎อมูลขําวสารที่หนํวยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข๎าตรวจดู ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่คณะกรรมการก าหนดได๎แกํ 1) ผลการพิจารณาหรือค าวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงตํอเอกชน รวมทั้งความเห็นแย๎งและค าสั่งที่ เกี่ยวข๎องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกลําว 2) นโยบายหรือการตีความที่ไมํเข๎าขํายต๎องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามาตรา 7 (4) 3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจํายประจ าปีที่ก าลังด าเนินการ 4) คู่มือ หรือค าสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ๎าหน๎าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน๎าที่ของ เอกชน 5) สิ่งพิมพ์ที่ได๎มีการอ๎างอิงถึงตามมาตรา 7 วรรคสอง 6) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญารํวมทุนกับเอกชนใน การจัดท าบริการสาธารณะ 7) มติคณะรัฐมนตรีหรือมติคณะกรรมการที่แตํงตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให๎ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข๎อเท็จจริงหรือข๎อมูลขําวสารที่น ามาใช๎ในการพิจารณาไว๎ ด๎วย **มาตรา 11 ข๎อมูลขําวสารอื่นใดของราชการนอกเหนือจากข๎อมูลขําวสารตามมาตรา 7 มาตรา 8 และ มาตรา 9 ข๎อมูลขําวสารที่คัดเลือกไว๎ให๎ประชาชนศึกษาค๎นคว๎า (เอกสารประวัติศาสตร์) ได๎แกํ ข้อมูลขําวสารของราชการที่หนํวยราชการของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรักษาไว๎หรือข๎อมูลขําวสารของ ราชการ (สถาบันพระมหากษัตริย์เมื่อมีอายุครบ 75 ปีและข๎อมูลความมั่นคง การแพทย์ภัยอันตราย เมื่อมีอายุครบ 20 ปี) นับแตํวันที่เสร็จสิ้นการจัดให๎มีข๎อมูลขําวสารนั้นให๎หนํวยงานของรัฐส่งมอบให้แก่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหนํวยงานอื่นของรัฐตามที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา เพื่อให๎ประชาชนศึกษาค๎นคว๎า ข้อมูลขําวสารของราชการที่เปิดเผยเป็นการเฉพาะ ข๎อมูลขําวสารสํวน บุคคล หมายความวํา ข๎อมูลขําวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวบุคคลเชํน การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติ


282 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 สุขภาพ ประวัติอาชญากรรมหรือประวัติการท างาน บรรดาที่มีชื่อของผู๎นั้นหรือมีเลขหมายรหัสหรือ สิ่ง บอกลักษณะอื่นที่ท าให๎รู๎ตัวผู๎นั้นได๎เชํน ลายพิมพ์นิ้วมือ แผํนบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือ รูปถําย และให๎หมายความรวมถึงข๎อมูลขําวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู๎ที่ถึงแกํ กรรมแล๎วด๎วย มาตรา 13 ผู๎ใดเห็นวําหนํวยงานไม่จัดพิมพ์ข๎อมูลขําวสาร หรือปฏิบัติล่าช้า ไมํได๎รับความสะดวกโดย ไมํมีเหตุผลอันสมควร ผู๎นั้นมีสิทธิร๎องคณะกรรมการ ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการต๎อง พิจารณาให๎แล๎วเสร็จภายใน 30 วันนับแตํวันที่ได้รับค าร้องเรียน ในกรณีมีเหตุจ าเป็นให๎ขยายเวลา ออกไปได๎แตํต๎องแสดงเหตุผลและรวมเวลาทั้งหมดแล๎วต๎องไม่เกิน 60 วัน ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย **มาตรา 14 ข๎อมูลขําวสารของราชการที่เปิดเผยไม่ได้ข๎อมูลขําวสารของราชการที่อาจกํอให๎เกิด ความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได๎ เมื่อมีอายุครบ 75 ปี นับแตํวันที่เสร็จสิ้นการ จัดให๎มีข๎อมูลขําวสารนั้นให๎หนํวยงานของรัฐส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร **มาตรา 15 ข๎อมูลขําวสารของราชการที่เจ๎าหน๎าที่หรือหนํวยงานของรัฐอาจมีค าสั่งมิให้เปิดเผย โดยค านึงถึงการปฏิบัติหน๎าที่ตาม กฎหมายของหนํวยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของ ประชาชนที่เกี่ยวข๎องประกอบกัน เมื่อมีอายุครบ 20 ปีนับแตํวันที่เสร็จสิ้นการจัดให๎มีข๎อมูลขําวสารนั้น ให๎หนํวยงานของรัฐส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร 1) การเปิดเผยจะกํอให๎เกิดความเสียหายตํอความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหวําง ประเทศหรือความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ 2) การเปิดเผยจะท าให๎การบังคับใช๎กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไมํอาจส าเร็จตาม วัตถุประสงค์ได๎ไมํวําจะเกี่ยวกับการฟูองคดี การปูองกัน การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรู๎แหลํงที่มาของข๎อมูลขําวสารหรือไมํก็ตาม 3) ความเห็นหรือค าแนะน าภายในหนํวยงานของรัฐในการด าเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด แตํทั้งนี้ ไมํรวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข๎อเท็จจริงหรือข๎อมูลขําวสารที่น ามาใช๎ในการท าความเห็น หรือ ค าแนะน าภายในดังกลําว 4) การเปิดเผยจะกํอให๎เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด 5) รายงานการแพทย์หรือข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคล ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ าสิทธิสํวน บุคคลโดยไมํสมควร 6)ข๎อมูลขําวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให๎เปิดเผยหรือข๎อมูลขําวสารที่มีผู๎ให๎มาโดย ไมํประสงค์ให๎ทางราชการน าไป เปิดเผยตํอผู๎อื่น 7)กรณีอื่นตามที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา ค าสั่งมิให๎เปิดเผยข๎อมูลขําวสารของราชการจะก าหนดเงื่อนไขอยํางใดก็ได๎แตํต๎องระบุไว๎ด๎วยวําที่ เปิดเผยไมํได๎เพราะเป็นข๎อมูลขําวสารประเภทใด และเพราะเหตุใด และให๎ถือวําการมีค าสั่งเปิดเผย ข้อมูลข่าวสาร ของราชการเป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามล าดับสายการบังคับ


283 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 บัญชา แตํผู๎ขออาจอุทธรณ์ตํอคณะกรรมการ วินิจฉัยการเปิดเผยข๎อมูลขําวสารได๎ตามที่ก าหนดใน พระราชบัญญัตินี้ * มาตรา 16 เพื่อให๎เกิดความชัดเจน ในทางปฏิบัติวําข๎อมูลขําวสารของราชการจะเปิดเผยตํอบุคคล ใดได๎หรือไมํภายใต้เงื่อนไขเชํนใด และสมควรมีวิธีรักษามิให๎ รั่วไหลให๎หนํวยงานของรัฐก าหนดวิธีการ คุ๎มครองข๎อมูลขําวสารนั้น ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรี ก าหนดวํา ระเบียบว่าด้วยการรักษา ความลับของทางราชการ (เกิด ระเบียบวําด๎วยการรักษาความลับของทางราชการ) **มาตรา 17 เจ๎าหน๎าที่ของรัฐเห็นวํา ในกรณีที่การเปิดเผยข้อมูลขําวสารของราชการใดอาจกระทบ ถึงประโยชน์ได้เสียของผู๎ใด ให๎เจ๎าหน๎าที่ของรัฐแจ๎งให๎ผู๎นั้นเสนอค าคัดค้าน ภายในเวลาที่ก าหนด แตํ ต๎องให๎เวลาอันสมควรที่ผู๎นั้นอาจเสนอค าคัดค๎านได๎ซึ่งต๎อง ไม่น้อยกว่า 15 วัน นับแตํวันที่ได๎รับแจ๎ง **มาตรา 18 การที่เจ้าหน้าที่มิให้เปิดเผยข๎อมูลขําวสาร ให๎อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการ เปิดเผยข๎อมูลขําวสาร ภายใน 15 วันนับแตํที่ได๎รับแจ๎ง โดยยื่นต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร มาตรา 20 การเปิดเผยข๎อมูลขําวสาร แม๎จะเข๎าขํายต๎องรับผิดชอบตามกฎหมาย เจ๎าหน๎าที่ของรัฐไมํ ต๎องรับผิดหากเป็นการกระท าโดยสุจริต ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล มาตรา 21 บุคคล หมายความวํา บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและบุคคลธรรมดาที่ไมํมีสัญชาติไทย แตํมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย **มาตรา 22 ส านักข่าวกรองแห่งชาติ ส านักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติและหนํวยงานของรัฐ แหํงอื่นตาม ที่ก าหนดในกฎกระทรวงอาจออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก าหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข มาตรา 23 หนํวยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคลต๎องปฏิบัติเกี่ยวกับ การจัดระบบ ข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคลดังตํอไปนี้ 1) ต๎องจัดให๎มีระบบข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคลเพียงเทําที่เกี่ยวข๎องและจ าเป็นเพื่อการด าเนินงาน ของหนํวยงานของรัฐให๎ส าเร็จ ตามวัตถุประสงค์เทํานั้น และยกเลิกการจัดให๎มีระบบดังกลําวเมื่อหมด ความจ าเป็น 2) พยายามเก็บข๎อมูลขําวสารโดยตรงจากเจ๎าของข๎อมูล โดยเฉพาะอยํางยิ่งในกรณีที่จะกระทบ ถึงประโยชน์ได๎เสียโดยตรง ของบุคคลนั้น 3) จัดให๎มีการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาและตรวจสอบแก๎ไขให๎ถูกต๎องอยูํเสมอเกี่ยวกับสิ่ง * มาตรา 24 หนํวยงานของรัฐจะเปิดเผยข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคลที่อยูํในความควบคุมดูแลของตน ตํอหนํวยงานของรัฐแหํงอื่นหรือ ผู๎อื่น โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ๎าของข๎อมูลที่ให๎ไว๎ ลํวงหน๎า หรือในขณะนั้นมิได๎ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ดังตํอไปนี้


284 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 1) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในหนํวยงานของตนเพื่อการน าไปใช๎ตามอ านาจหน๎าที่ของหนํวยงานของ รัฐแหํงนั้น 2) เป็นการใช๎ข้อมูลตามปกติภายใต๎วัตถุประสงค์ของการจัดให๎มีระบบข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคล นั้น 3) ตํอหนํวยงานของรัฐที่ท างานด๎านการวางแผน หรือการสถิติ หรือส ามะโนตํางๆ ซึ่งมีหน๎าที่ ต๎องรักษาข๎อมูลขําวสารสํวน บุคคลไว๎ให๎ไมํให๎เปิดเผยตํอไปยังผู๎อื่น 4) เป็นการให๎เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยโดยไมํระบุชื่อหรือสํวนที่ท าให๎รู๎วําเป็นข๎อมูล ขําวสารสํวนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด 5) ต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร เพื่อการตรวจดูคุณคําในการเก็บรักษา 6) ตํอเจ๎าหน๎าที่ของรัฐเพื่อการปูองกันการฝุาฝืนหรือไมํปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวนการ สอบสวน หรือการฟูองคดี ไมํวําเป็นคดีประเภทใดก็ตาม 7) เป็นการให๎ซึ่งจ าเป็นเพื่อการปูองกันหรือระงับอันตรายตํอชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล 8) ตํอศาล และเจ๎าหน๎าที่ของรัฐหรือหนํวยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอ านาจตามกฎหมายที่จะขอ ข๎อเท็จจริงดังกลําว *มาตรา 25 บุคคลมีสิทธิรู๎ถึงข๎อมูลขําวสารสํวนบุคคลของตน สามารถยื่นขอดู หากมีข๎อมูลไมํถูกต๎อง มีสิทธิยื่นขอเป็นหนังสือเพื่อแก๎ไขหากไมํให๎แก๎ไขอุทธรณ์ตํอคณะกรรมการวินิจฉัย ภายใน 30 วันนับแตํ ที่ได๎รับค าสั่งไมํแก๎ไข โดยยื่นตํอคณะกรรมการข๎อมูลขําวสาร เอกสารประวัติศาสตร์ มาตรา 26 หนํวยงานของรัฐต๎องสํงมอบข๎อมูลขําวสารของราชการที่ไมํประสงค์จะเก็บรักษาหรือมีอายุ ครบก าหนดเวลา คือ ข๎อมูลขําวสารของราชการข๎อมูลขําวสารของราชการ (สถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อมีอายุครบ 75 ปีและข๎อมูลความมั่นคง การแพทย์ภัยอันตราย เมื่อมีอายุครบ 20 ปี) นับตั้งแตํ วันที่เสร็จสิ้น การจัดให๎มีข๎อมูลขําวสารให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร หรือหนํวยงานอื่นของ รัฐ ตามที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา เพื่อคัดเลือกไว๎ให๎ประชาชนได๎ศึกษาค๎นคว๎า ก าหนดเวลาดังกลําว อาจขยายออกไปได๎ในกรณีดังตํอไปนี้ 1) หนํวยงานของรัฐ ยังจ าเป็นต๎องเก็บรักษาข้อมูลขําวสารของราชการไว๎เองเพื่อประโยชน์ ในการใช๎สอย ค๎นคว๎าตามที่จะตกลงกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร 2) หนํวยงานของรัฐเห็นวําข๎อมูลขําวสารของราชการนั้นยังไมํควรเปิดเผย โดยมีค าสั่ง ขยายเวลาก ากับไว๎เป็นการเฉพาะราย ค าสั่งการขยายเวลานั้นให๎ก าหนดระยะเวลาไว๎ด๎วย แตํจะ ก าหนดเกินคราวละ 5 ปีไม่ได้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร


285 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **มาตรา 27 คณะกรรมการข๎อมูลขําวสาร จ านวน 23 คน วาระละ 3 ปี ประธาน : รัฐมนตรีซึ่ง นายกมอบหมาย (ประธาน : นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจ าส านักนายก) ผู๎ทรงคุณวุฒิ: ครม, ปลัดส านักนายกรัฐมนตรีแตํงตั้งข๎าราชการ เป็น เลขานุการ **มาตรา 28 คณะกรรมการมีอ านาจหน๎าที่ ดังตํอไปนี้ 1) สอดส่องดูแลและให๎ค าแนะน าเกี่ยวกับการด าเนินงานของเจ๎าหน๎าที่ของรัฐและหนํวยงาน ของรัฐในการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ 2) ให๎ค าปรึกษาแกํเจ๎าหน๎าที่ของรัฐหรือหนํวยงานของรัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ตามที่ได๎รับค าขอ 3) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือระเบียบของ คณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้ 4) พิจารณาและให๎ความเห็นเรื่องร๎องเรียน 5 )จัดท ารายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งคราวตาม ความเหมาะสม แตํอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร **มาตรา 35 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข๎อมูลขําวสารทางราชการ ครม.แต่งตั้งตามข้อเสนอ ของคณะกรรมการข๎อมูลขําวสาร คณะละไม่น้อยกว่า 3 คน มีหน๎าที่วินิจฉัยอุทธรณ์ค าสั่งมิให๎เปิดเผย ไมํรับค าคัดค๎าน การแก๎ไขข๎อมูลของตน มาตรา 37 ให๎คณะกรรมการพิจารณาสํงค าอุทธรณ์ให๎คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข๎อมูล ขําวสาร ภายใน 7 วัน นับแตํวันที่คณะกรรมการได๎รับค าอุทธรณ์ บทก าหนดโทษ **มาตรา 40 ผู๎ใดไมํปฏิบัติตามค าสั่งให๎มาให้ถ้อยค าหรือส่งวัตถุพยาน จ าคุกไมํเกิน 3 เดือน หรือ ปรับไมํเกิน 5,000 บาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ (จ า 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ทั้งจ าและปรับ) **มาตรา 41 ผู๎ใดไมํปฏิบัติตามข้อจ ากัดหรือเงื่อนไขที่ก าหนด จ าคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ (จ า 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ทั้งจ าและปรับ)


286 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ 1. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 บังคับใช้วันที่ ก. 9 มกราคม 2540 ข. 9 ธันวาคม 2540 ค. 10 ธันวาคม 2540 ง. 11 ธันวาคม 2540 2. ข้อมูลข่าวสารของราชการคือ ก. ข๎อมูลขําวสารที่อยูํในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหนํวยงานของรัฐ ข. ข๎อมูลขําวสารที่อยูํในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเอกชน ค. ข๎อมูลขําวสารที่อยูํในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของรัฐและเอกชน ง. ข๎อมูลขําวสารที่อยูํในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของมูลนิธิ 3. ข้อใดไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ก. ราชการสํวนท๎องถิ่น ข. ราชการสังกัดรัฐสภา ค. ศาล ง. ศาลเฉพาะที่ไมํเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี 4. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ก. รูปถําย ข. ประวัติการท างาน ค. ฐานะการเงิน ง. การบันทึกภาพหรือเสียง 5. ข้อใดคือความหมายของคนต่างด้าว ก. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย แตํไมํมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย ข. บุคคลธรรมดาที่ไมํมีสัญชาติไทย แตํมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย ค. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย ง. บุคคลธรรมดาที่ไมํมีสัญชาติไทย และไมํมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย 6. ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นคนต่างด้าว ก. บริษัทชุมชนของเราจ ากัดมีคนตํางด๎าวถือหุ๎นไมํเกินกึ่งหนึ่ง ข. สมาคมรักไทยมีสมาชิกทั้งหมด 988 คน เป็นคนตํางด๎าว 450 คน ค. มูลนิธิไกํชนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนตํางด๎าว ง. สมาคมสู๎เพื่อแผํนดิน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนไทย 7. ใครเป็นผู้รักษาการตาม พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีวําการกระทรวงมหาดไทย ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงการคลัง ง. ถูกทุกข๎อ 8. ให้จัดตั้งส านักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าสารขึ้นในหน่วยงานใด ก. ส านักนายกรัฐมนตรี ข. ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ค. ส านักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ง. ส านักขําวกรองแหํงชาติ


287 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 9. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของส านักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าสาร ก. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการและธุรการให๎แกํ คณะกรรมการ ข. ให๎ค าปรึกษาแกํเอกชนในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ ค. ประสานงานกับหนํวยงานของรัฐ ง. ให๎ค าปรึกษาแกํหนํวยงานรัฐในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ 10. ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ก. โครงสร๎างและการจัดองค์กรในการด าเนินงาน ข. สรุปอ านาจหน๎าที่ที่ส าคับและวิธีด าเนินงาน ค. สถานที่ติดตํอเพื่อของรับข๎อมูลขําวสาร ง. ถูกทุกข๎อ 11. ผู้ใดเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารเข้าตรวจดูสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานใด ก. คณะกรรมการข๎อมูลขําวสารของทางราชการ ข. คณะกรรมการวินิจฉัยข๎อมูลขําวสารของทางราชการ ค. ศาลปกครอง ง. ส านักนายกรัฐมนตรี 12. เมื่อมีการร้องเรียนว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้เข้าตรวจดูให้ คณะกรรมการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน 13. กรณีมีเหตุจ าเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาก าหนด ให้ขยายเวลาออกไปได้อีก ไม่เกินกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 45 วัน ง. 60 วัน 14. ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดจะเปิดเผยมิได้ ก. ข๎อมูลขําวสารที่อาจกํอให๎เกิดความเสียหายตํอสถาบันพระมหากษัตริย์ ข. มติคณะรัฐมนตรี ค. รายงานแพทย์ ง. ข๎อมูลสํวนตัว 15. ข้อมูลข่าวสารข้อใดที่หน่วยงานของรัฐอาจมีค าสั่งมิให้เปิดเผย ก. ข๎อมูลขําวสารที่อาจกํอให๎เกิดความเสียหายตํอความมั่นคงของประเทศ ข. การเปิดเผยอาจท าให๎การบังคับใช๎กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ค. การเปิดเผยอาจกํอให๎เกิดอันตรายตํอชีวิต ง. ถูกทุกข๎อ


288 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 16. เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอาจกระทบกับส่วนได้เสียของผู้ใด ให้ เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้นั้นคัดค้านภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 45 วัน ง. 60 วัน 17. ถ้าเจ้าหน้าที่มีค าสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 45 วัน ง. 60 วัน 18. ถ้าเจ้าหน้าที่มีค าสั่งไม่รับฟังค าคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสียผู้นั้น อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรม วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 45 วัน ง. 60 วัน 19. บุคคล ในความหมายข้อใดถูกต้อง ก. บุคคลธรรมดาทีไมํมีสัญชาติไทย ข. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย ค. บุคคลที่ไมํมีสัญชาติไทย และไมํมีถิ่นที่อยูํในประเทศไทย ง. ถูกทุกข๎อ 20. ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ประสงค์จะเก็บรักษา หรือมีอายุครบก าหนดให้ส่งมอบให้แก่หน่วยงานใด ก. สภาวัฒนธรรมแหํงชาติ ข. หอจดหมายเหตุแหํงชาติ กรมศิลปากร ค. กระทรวงวัฒนธรรม ง. กรมการศาสนา 21. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะจัดให้ประชาชนได้ ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี ก. 60 ปี ข. 75 ปี ค. 80 ปี ง. 100 ปีขึ้นไป 22. ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงขอประเทศ จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษา ค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี ก. 20 ปี ข. 25 ปี ค. 35 ปี ง. 75 ปีขึ้นไป 23. รายงานแพทย์ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ าสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร จะจัดให้ประชาชน ได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี ก. 20 ปี ข. 25 ปี ค. 35 ปี ง. 75 ปีขึ้นไป


289 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 24. หน่วยงานของรัฐเห็นว่าข้อมูลข่าวสารใดไม่สมควรเปิดเผย ให้ขยายเวลาได้ไม่เกินคราวละกี่ปี ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 5 ปี ง. 7 ปี 25. บุคคลใดเป็นประธานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงมหาดไทย ง. รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย 26. บุคคลใดไม่ได้เป็นคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ข. ปลัดกระทรวงการตํางประเทศ ค. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ง. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ 27. ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ก. คณะรัฐมนตรี ข. รัฐสภา ค. นายกรัฐมนตรี ง. พระมาหากษัตริย์ 28. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมีทั้งหมดกี่คน ก. 6 คน ข. 9 คน ค. 12 คน ง. 15 คน 29. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ มีวาระในการด ารงต าแหน่งคราว ละกี่ปี ก. 3 ปี นับแตํวันที่ได๎รับการสรรหา ข. 3 ปี นับแตํวันที่ได๎รับการแตํงตั้ง ค. 4 ปีนับแตํวันที่ได๎รับการสรรหา ง. 4 ปี นับแตํวันที่ได๎รับการแตํงตั้ง 30. การพ้นจากต าแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒิในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ตาย ข. ลาออก ค. นายกรัฐมนตรีให๎ออกเพราะมีความบกพรํอง ง. คณะรัฐมนตรีให๎ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย 31. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ก. คณะรัฐมนตรี ข. รัฐสภา ค. นายกรัฐมนตรี ง. พระมาหากษัตริย์ 32. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่ากี่ คน ก. 3 คน ข. 5 คน ค. 9 คน ง. 12 คน


290 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 33. ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการส่งค าอุทธรณ์ให้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน นับแต่ที่ได้รับค าอุทธรณ์ ก. 7 วัน ข. 12 วัน ค. 15 วัน ง. 30 วัน 34. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามค าสั่งของคณะกรรมการ (ตามมาตรา 32) ไม่มาให้ถ้อยค า ส่งวัตถุเอกสาร หรือพยานหลักฐาน ต้องระวางโทษตามข้อใด ก. จ าคุกไมํเกิน 3 เดือน ปรับไมํเกิน 5,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ข. จ าคุกไมํเกิน 3 ปี ปรับไมํเกิน 5,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ค. จ าคุกไมํเกิน 3 เดือน ปรับไมํเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ง. จ าคุกไมํเกิน 3 ปี ปรับไมํเกิน 15,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ 35. ผู้ใดฝุาฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจ ากัดหรือเงือนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐก าหนด (ตามมาตรา 20) ต้องระวางโทษตามข้อใด ก. จ าคุกไมํเกิน 1 เดือน ปรับไมํเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ข. จ าคุกไมํเกิน 1 ปี ปรับไมํเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ค. จ าคุกไมํเกิน 10 ปี ปรับไมํเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ง. จ าคุกไมํเกิน 10 ปี ปรับไมํเกิน 200,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ 36. ข้อมูลข่าวสารราชการ หากมีบางส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยให้ด าเนินการเช่นใด ก. ห๎ามเปิดเผยทั้งฉบับ ข. ให๎ขีดฆําด๎วยหมึกสีแดง ค. ให๎ลบหรือตัดทอนข๎อความนั้น ง. ให๎ด าเนินการข๎อใดข๎อหนึ่ง 37. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ไม่ควรเปิดเผยหน่วยงานรัฐต้องด าเนินการตามข้อใด ก. แจ๎งให๎ประชาชนได๎ทราบ ข. ประกาศห๎ามในราชกิจจานุเบกษา ค. ลบหรือตัดทอนข๎อมูลขําวสารนั้น ง. ท าค าสั่งมิให๎เปิดเผย 38. ข้อมูลที่หน่วยงานรัฐจะเปิดเผยแต่กระทบต่อบุคคลอื่นๆ ต้องแจ้งให้บุคคลนั้นเสนอคัดค้าน มิให้ เปิดเผยในเวลาตามข้อใด ก. ภายใน 15 วัน นับแต่วันรับแจ้ง ข. ไม่น้อยกว่า 15 วัน นับแต่วันรับแจ้ง ค. ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับแจ้ง ง. ไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันรับแจ้ง


291 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 เฉลยข้อสอบ 1.ข 2.ก 3.ค 4.ง 5.ง 6.ค 7.ก 8.ข 9.ง 10.ง 11.ก 12.ข 13.ง 14.ก 15.ง 16.ก 17.ก 18.ก 19.ข 20.ข 21.ข 22.ก 23.ก 24.ค 25.ข 26.ง 27.ก 28.ข 29.ข 30.ค 31.ก 32.ก 33.ก 34.ก 35.ข 36.ค 37.ง 38.ข


292 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ให้ปลัดส านักนายกรัฐมนตรี(เหมือนข๎อมูลขําวสาร)รักษาการระเบียบนี้ มีอ านาจตีความและ วินิจฉัยปัญหางานสารบรรณ งานสารบรรณ” หมายความวํา งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแตํการจัดท า การรับ การสํง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการท าลาย หนังสือ” หมายความวํา หนังสือราชการ อิเล็กทรอนิกส์” หมายความวํา การประยุกต์ใช๎วิธีการทางอิเล็กตรอนไฟฟูา คลื่นแมํเหล็กไฟฟูา หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล๎ายกัน และให๎หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช๎วิธีการทางแสง วิธีการทาง แมํเหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข๎องกับการประยุกต์ใช๎วิธีตําง ๆ เชํนวํานั้น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หมายความวํา การรับสํงข๎อมูลขําวสารหรือหนังสือผําน ระบบสื่อสารด๎วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ชนิดของหนังสือ หนังสือราชการ มี 6 ชนิด คือ * (1) หนังสือภายนอก (แบบพิธีติดตํอระหวํางสํวนราชการ บุคคลภายนอก กระดาษตรา ครุฑ) ** (2) หนังสือภายใน (แบบพิธีน้อยกว่าติดตํอภายในกระทรวงหรือจังหวัด กระดาษบันทึก ข๎อความ รายละเอียดคือ 1)สํวนราชการ 2)ที่ 3)วันที่ 4)เรื่อง 5)เรียน) ** (3) หนังสือประทับตรา (กระดาษตราครุฑ ประทับตรา ลงนามโดยหัวหน๎าสํวนราชการ ระดับกองขึ้นไป (ผอ.กอง)หรือผู๎ได๎รับมอบอ านาจ) ** (4) หนังสือสั่งการ [ให๎ปฏิบัติ] (กระดาษาตราครุฑ ค าสั่ง[สั่งการโดยชอบด๎วยกฎหมาย] ระเบียบ[ข๎อความอาศัยอ านาจกฎหมายหรือไมํก็ได๎] ข้อบังคับ[ข๎อความอาศัยอ านาจกฎหมายที่บัญญัติ ให๎กระท าได๎]) ** (5) หนังสือประชาสัมพันธ์มี 3 ชนิด คือ ประกาศ แถลงการณ์ และขําว (ประกาศ : [ข๎อความประกาศชี้แจงให๎ทราบแนะแนวทางปฏิบัติ] แถลงการณ์ : [ข๎อความแถลง เหตุการณ์กรณีใดๆ ให๎ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน] ข่าว : [ข๎อความสมควรเผยแพรํให๎ทราบ]) ** (6) หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดท าขึ้น มี 4 ชนิด คือ 1)หนังสือรับรอง 2)รายงานการประชุม 3)บันทึก และ 4)หนังสืออื่น *หนังสือรับรอง [สํวนราชการออกเพื่อรับรอง ใช๎กระดาษตราครุฑ ประกอบด๎วย


293 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 1)เลขที่ เรียงตามปีปฏิทิน 2)ชื่อ ที่ตั้งสํวนราชการ 3)ข๎อคงวามรับรับรอง 4)ณ วันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราช 5)ลงชื่อหัวหน๎าสํวนราชการหรือผู๎ได๎รับมอบหมาย 6)ต าแหนํง ให๎ลง ต าแหนํงผู๎ลงรายมือชื่อ 7)รูปถํายและรายมือชื่อผู๎ได๎รับการรับรอง ติดรูปถํายขนาด 4 x 6 เซนติเมตร หน๎าตรงไมํสวมหมวก ประทับตราลํางด๎านขวารูป] *รายงานการประชุม[1)ชื่อการประชุม 2)ครั้งที่ 3)วันที่ 4)ณ สถานที่ 5)ผู๎มาประชุม 6)ผู๎ไมํมา 7)ผู๎เข๎ารํวม 8)เริ่ม 9)ข๎อความ 10)เลิกประชุมเวลา 11)ผู๎จดรายงานการประชุม (ไมํมีผู๎ตรวจ รายงานการประชุม)] *บันทึก [ข๎อความผู๎ใต๎บังคับบัญชาเสนอผู๎บังคับบัญชา เป็นหนํวงานต่ ากวําระดับกรม ใช๎ กระดาษบันทึกข๎อความ(มีหัวข๎อ 1)ชื่อหรือต าแหนํงที่บันทึกถึง 2)สาระส าคัญ 3)ชื่อหรือต าแหนํง ลง ลายมือชื่อผู๎บันทึก ] *หนังสืออื่น [ภาพถําย CD เทป]) โดยปกติให๎ท าขึ้น 3 ฉบับ คือฉบับจริง คูํส าเนาต๎น เรื่อง และส าเนาเก็บงานสารบรรณกลาง และการรับรองส าเนาถูกต๎องให๎เจ๎าหน๎าที่ระดับ 2 ขึ้นไป รับรองในต าแหนํงขอบลํางหนังสือ การเก็บรักษาหนังสือ มี 3 ระยะ คือ ** (1) เก็บระหวํางปฏิบัติ (หนังสือที่ปฏิบัติยังไมํเสร็จให๎อยูํในความรับผิดชอบ ** (2) เก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล๎ว(หนังสือที่ปฏิบัติเสร็จและไมํมีอะไรที่จะต๎องปฏิบัติอีก) ** (3) เก็บไว๎เพื่อใช๎ในการตรวจสอบ (หนังสือที่ปฏิบัติเสร็จแล๎ว แตํจ าเป็นจะต๎องใช๎ในการ ตรวจสอบเป็นประจ า) **หนังสือที่ต๎องสงวนเป็นความลับ หนังสือทางประวัติศาสตร์ หลักฐานทางอรรถคดี เก็บไว๎ ตลอดไปตามส านักหอจดหมายเหตุแหํงชาติ กรมศิลปากรก าหนด **หนังสือที่ปฏิบัติเสร็จแล๎ว มีคูํฉบับค๎นหาได๎ เก็บไว๎ไมํน๎อยกวํา 5 ปี **หนังสือธรรมดาสามัญ (สมุดลงเวลา) ไมํมีความส าคัญ ด าเนินการเสร็จแล๎วให๎เก็บไว๎ไมํ น๎อยกวํา 1 ปี **หนังสือเกี่ยวกับการรับจ่ายเงิน เก็บไว๎ไม่น้อยกว่า 10 ปี (หากได๎รับการตรวจสอบจาก ส านักงานตรวจเงินแผํนดิน (สตง.) แล๎ว เก็บไว๎ไมํน๎อยกวํา 5 ปี) [ถ๎าท าลายต๎องขอท าความตกลงกับ กระทรวงการคลัง] **ทุกปีปฏิทินให๎จัดสํงหนังสือที่มี อายุครบ 20 ปีพร๎อมบัญชีสํงมอบ ภายใน 31 มกราคม ของปีถัดไป ให๎ส านักหอจดหมายเหตุแหํงชาติ กรมศิลปากร **หนังสือราชการที่ต๎องการเก็บไว๎ตลอดไป ให๎ประทับตราวํา ห้ามท าลาย ด้วยหมึกสีแดง (ขนาดไมํเล็กกวํา 24 พ๎อย) สํวนหนังสือที่มีก าหนดเวลาให๎ประทับตราเก็บถึง พ.ศ..... ด๎วยหมึกสีน้ าเงิน


294 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การท าลายหนังสือ **การท าลายหนังสือ ภายใน 60 วันหลังสิ้นปีปฏิทิน แตํงตั้งคณะกรรมการท าลายหนังสือ ประกอบด๎วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกอยํางน๎อยสองคน โดยปกติให๎แตํงตั้งจากข๎าราชการ ตั้งแตํระดับ 3 หรือเทียบเทําขึ้นไป (เลขาธิการแตํงตั้ง) ถ๎าประธานกรรมการไมํสามารถปฏิบัติหน๎าที่ได๎ให๎กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคน หนึ่งท าหน๎าที่ประธาน มติให๎ถือเสียงข๎างมาก ถ๎ากรรมการผู๎ใดไมํเห็นด๎วยให๎ท าบันทึกข๎อความแย๎ง มาตรฐาน แบบพิมพ์ และซอง **ตราครุฑส าหรับแบบพิมพ์ มี 2 ขนาด คือ 1) ขนาดตัวครุฑสูง 3 เซนติเมตร 2) ขนาดตัวครุฑสูง 1.5 เซนติเมตร **ตราสํวนราชการมีขนาดเป็นรูปทรงกลม สองวงซ๎อนกันเส๎นผํานศูนย์กลางวงกลม 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร ล๎อมครุฑ **มาตรฐานกระดาษ ปกติใช๎กระดาษปอนด์ขาว น้ าหนัก 60 กรัมตํอตารางเมตร มี 3 ขนาด คือ 1)ขนาดกระดาษ A4 2)ขนาดกระดาษ A5 3)ขนาดกระดาษ A8 ขนาด A4 คือ 210 มิลลิเมตร x 297 มิลลิเมตร (พิมพ์ 25 บรรทัดหํางบน 5 ซม. ซ๎าย 3 ซม. ขวา 2 ซม.) ขนาดเอ 5 คือ ขนาด 148 มิลลิเมตร X 210 มิลลิเมตร ขนาดเอ 8 คือ ขนาด 52 มิลลิเมตร X 74 มิลลิเมตร **มาตรฐานซอง โดยปกติให๎ใช๎กระดาษสีขาวหรือสีน้ าตาล น้ าหนัก 80 กรัมตํอตารางเมตร เว๎นแตํซองขนาดซี4 ให๎ใช๎กระดาษน้ าหนัก 120 กรัมตํอตารางเมตร มี4 ขนาด คือ ขนาดซี4 หมายความวํา ขนาด 229 มิลลิเมตร X 324 มิลลิเมตร ขนาดซี5 หมายความวํา ขนาด 162 มิลลิเมตร X 229 มิลลิเมตร ขนาดซี6 หมายความวํา ขนาด 114 มิลลิเมตร X 162 มิลลิเมตร ขนาดดีแอล หมายความวํา ขนาด 110 มิลลิเมตร X 220 มิลลิเมตร **กระดาษตราครุฑ ให๎ใช๎กระดาษขนาดเอ 4 **กระดาษบันทึกข๎อความ ให๎ใช๎กระดาษขนาดเอ 4 หรือขนาดเอ 5 **ซองหนังสือ ให๎พิมพ์ครุฑ ขนาดซี4 ให๎ส าหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑ โดยไมํต๎องพับมีชนิดธรรมดาและขยาย ข๎าง ขนาดซี5 ใช๎ส าหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 2 ขนาดซี6 ใช๎ส าหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 4


295 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ขนาดดีแอล ใช๎ส าหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 3 ชั้นความเร็วกว่าปกติ 3 ประเภทด๎วยตัวอักษรสีแดง (มุมซ๎ายบน ไมํเล็กกวํา 32 พ๎อย) คือ ด่วนที่สุด(ปฏิบัติทันที) ด่วนมาก(โดยเร็ว) ด่วน(เร็วกว่าปกติ) ขั้นตอนการรับหนังสือ คือ จัดล าดับความส าคัญและเร่งด่วน ประทับตรารับมุมขวา ลงทะเบียน จัดแยกให๎สํวนราชการ วาระการประชุม 5 วาระ คือ 1)ประธานแจ๎งให๎ที่ประชุมทราบ 2)รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ แล๎ว 3)เสนอเพื่อทราบ 4)เสนอเพื่อพิจารณา 5)อื่นๆ


296 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ 1. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ค าว่า "งานสารบรรณ" ในที่นี้หมายความว่า อย่างไร ก. งานรับ-สํงและเก็บรักษาหนังสือ ข. งานรําง-เขียนและพิมพ์หนังสือ ค. งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร ง. งานที่เกี่ยวกับงานทะเบียนเอกสาร 2. หนังสือราชการคืออะไร ก. เอกสารทุกชนิดที่พิมพ์ถูกต๎องตามกฎหมาย ข. เอกสารที่เป็นหลักฐานในทางราชการ ค. เอกสารที่มีไปถึงผู๎ด ารงต าแหนํงในราชการ ง. เอกสารที่ทางราชการเป็นเจ๎าของ 3. หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก จัดเป็นหนังสือ ประเภทใด ก. หนังสือภายนอก ข. หนังสือภายใน ค. หนังสือประทับตรา ง. หนังสือประชาสัมพันธ์ 4. ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ ก. เรื่อง ข. วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ ค. ค าขึ้นต๎นและค าลงท๎าย ง. อ๎างถึงและสิ่งที่สํงมาด๎วย 5. หนังสือภายในเป็นหนังสืออย่างไร ก. ติดตํอภายในกระทรวงเดียวกัน ข. ติดตํอภายในกรมเดียวกัน ค. ติดตํอภายในจังหวัดเดียวกัน ง. ถูกทั้งข๎อ ก. ข. และ ค. 6. หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในต่างกันในข้อใด ก. แบบฟอร์ม ข. การเก็บหนังสือ ค. ผู๎สํงและผู๎รับ ง. การลงทะเบียนรับ-สํง 7. หนังสือทีใช้ประทับตราใช้ในกรณีใดบ้าง ก. ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ข. การเตือนเรื่องที่ค๎าง ค. สํงสิ่งของ เอกสาร ส าเนา ง. ถูกทั้งข๎อ ก. ข. และ ค. 8. ข้อใดเป็นลักษณะของหนังสือภายใน ก. หนังสือที่สํงไปโดยไมํบรรจุซอง ข. หนังสือที่มีไปมา ระหวํางสํวนราชการตํางกระทรวง ค. หนังสือติดตํอระหวํางบุคคลภายนอกด๎วยกัน ง. ไมํมีข๎อถูก


297 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 9. หนังสือประทับตราใช้กระดาษชนิดใด ก. ใช๎กระดาษตราครุฑ ข. ใช๎กระดาษบันทึก ค. ใช๎ประดาษอัดส าเนา ง. ไมํมีข๎อก าหนดแนํนอน 10. แถลงการณ์ เป็นหนังสือประเภทใด ก. ประทับตรา ข. สั่งการ ค. ประชาสัมพันธ์ ง. เจ๎าหน๎าที่จัดท าขึ้น 11. หนังสือราชการที่มีค าว่า “ด่วนมาก” ผู้มีหน้าที่ด าเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร ก. ปฏิบัติตามก าหนดเวลา ข. ปฏิบัติโดยเร็ว ค. ปฏิบัติโดยทันที ง. ปฏิบัติโดยเร็วกวําปกติ 12. วันเดือน ปี ที่ออกหนังสือในหนังสือประทับตรา ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือ ก. ใต๎รูปครุฑ ข. ได๎ชื่อสํวนราชการที่สํงหนังสือออก ค. ไมํมีการลงวัน เดือนปี ในหนังสือชนิดนี้ ง . ผิดทุกข๎อ 13. หนังสือประทับตราจะมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งออกได้ จะต้อง… ก. ประทับตราให๎ถูกที่สุด ข. ระบุตัวผู๎รับให๎ชัดเจน ค. มีค าวําหนังสือประทับตรา ง. มีผู๎ลงชื่อก ากับตราที่ประทับตามระเบียบ 14. หนังสือราชการที่มีค าว่า "ด่วน" ผู้มีหน้าที่ด าเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร ก. ปฏิบัติเร็วที่สุด ข. ปฏิบัติโดยเร็ว ค. ปฏิบัติเร็วกวําปกติเทําที่จะท าได๎ ง. ปฏิบัติเร็วตามก าหนดเวลา 15. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการที่จัดท าขึ้นจะต้องท าอย่างน้อย 1 ฉบับ ก. ส าเนาต๎นฉบับ ข. ส าเนาคูํฉบับ ค. ส าเนาซ้ าฉบับ ง. ไมํใชํทั้ง ก. ข. และ ค. 16. หนังสือต่อไปนี้ มีหนังสือประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป ก. หนังสือที่เกี่ยวกับสงวนเป็นความลับ ข. หนังสือที่มีหลักฐานการโต๎ตอบ ค. หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติหลักฐาน ง. หนังสือส านวนการสอบสวน 17. การเก็บหนังสือราชการปกติจะต้องเก็บรักษาไว้กี่ปี ก. 5 ปี ข. 10 ปี ค. 15 ปี ง. 20 ปี 18. ข้อความที่บันทึกในรายงานการประชุมมักเริ่มต้นด้วยอะไร ก. ประธานกลําวเปิดประชุม ข. บอกเรื่องที่จะประชุม ค. การรับรองรายงานการประชุมครั้งกํอน ง. การอํานรายงานการประชุมครั้งที่แล๎ว


298 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 19. ข้อความสุดท้ายของรายงานการประชุมควรจะเป็นอะไร ก. เวลาเลิกประชุม ข. ผู๎จดรายงานการประชุม ค. ผู๎ตรวจรายงานการประชุม ง. วัน เดือน ปี และสถานที่ประชุม 20. หนังสือราชการที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ แบ่งเป็นกี่ประเภท ก. 4 ข. 3 ค. 2 ง. ประเภทเดียว 21. การเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) ค าว่าด่วน หรือด่วนมาก จะต้องเขียนหรือพิมพ์ (หรือ ประทับตรา) ไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ ก. ตรงกลางท๎ายหนังสือ ข. มุมขวาด๎านบนหนังสือ ค. มุมซ๎ายด๎านบนหนังสือ ง. ตรงไหนก็ได๎ 22. การร่างหนังสือราชการต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรื่องใดต่อไปนี้จ าเป็น น้อยมาก ก. แบบฟอร์ม ข. ใจความ ค. วรรคตอน ง. ตัวสะกดการันต์ 23. การร่างหนังสือคืออะไร ก. การพิมพ์หรือเขียนอยํางยํอๆ ข. การก าหนดโครงรํางหนังสืออยํางครําวๆ ค. การเขียนหนังสือด๎วยลายมือของตนเอง ง. การเรียบเรียงชั้นต๎นตามเรื่องที่ต๎องการติดตํอ 24. การเสนอหนังสือคืออะไร ก. การน าหนังสือไปสํงให๎ผู๎รับ ข. การสํงหนังสือออกจากสํวนราชการ ค. การสรุปใจความส าคัญในหนังสือเสนอให๎ผู๎บังคับบัญชาทราบ ง. การน าหนังสือที่ด าเนินการชั้นเจ๎าหน๎าที่แล๎วเสนอตํอผู๎บังคับบัญชา 25. การเสนอหนังสือที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร ก. ต๎องเสนอเรื่องที่ไมํมีปัญหากํอนเสมอ ข. ต๎องเสนอเรื่องส าคัญกํอนเรื่องอื่นๆ ค. ต๎องแยกเรื่องเสนอเป็นประเภทๆ ไป ง. ต๎องเรียงล าดับเรื่องเสนอกํอน-หลัง ตามวัน เดือน ปี ที่ได๎รับ 26. ข้อใดไม่มีก าหนดไว้ในทะเบียนงานสารบรรณ ก. ทะเบียนรับ ข.ทะเบียนจําย ค. ทะเบียนสํง ง.ทะเบียนเก็บ


299 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 27. ซองหนังสือราชการมีกี่ขนาด ก. 2 ข. 3 ค. 4 ง. 5 28. การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น 3 อย่าง ข้อใดไม่ใช่วิธีการเก็บหนังสือ 1 ใน 3 อย่างดังกล่าว ก. การเก็บกํอนปฏิบัติ ข. การเก็บระหวํางปฏิบัติ ค. การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล๎ว ง. การเก็บไว๎เพื่อใช๎ในการตรวจสอบ 29. การเก็บหนังสือมีประโยชน์ต่อข้อใดมากที่สุด ก. การค๎นหา ข. การตรวจสอบ ค. การท าความสะอาดที่เก็บ ง. ความเป็นระเบียบเรียบร๎อย 30. ในส าเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จ าเป็นต้องมี ก. ผู๎รําง ข. ผู๎พิมพ์ ค. ผู๎สั่งพิมพ์ ง. ผู๎ตรวจ-ทาน 31. การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง ก. ที่มุมบนขวา ข. ที่มุมบนซ๎าย ค. ที่มุมลํางซ๎าย ง. ที่มุมลํางขวา 32. ข้อใดเรียงล าดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับหนังสือได้ถูกต้อง ก. ลงทะเบียนรับ ประทับตรารับหนังสือ เปิดผนึกซองตรวจ ข. ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ เปิดผนึกซองตรวจ ค .เปิดผนึก-ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ และตรวจ ง. เปิดผนึก ตรวจ ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ 33. การเปิดซองหนังสือราชการ ถ้ามีซองอีกชั้นหนึ่งอยู่ข้างใน แสดงว่าหนังสือนั้นต้องเป็นหนังสือ ประเภทใด ก. หนังสือภายใน ข. หนังสือภายนอก ค. หนังสือราชการดํวน ง. หนังสือราชการลับ 34. ตราที่ใช้ประทับในหนังสือประทับตราตามระเบียบงานสารบรรณก าหนดให้ใช้หมึกสีอะไร ก. แดง ข. ด า ค. น้ าเงิน ง. เขียว 35. “ประกาศ ณ วันที่………” ใช้กับหนังสือสั่งการชนิดใด ก. ค าสั่ง ข. ระเบียบ


300 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ค. ข๎อบังคับ ง. ถูกทั้ง ข.และ ค. 36. บรรทัดสุดท้ายของหนังสือสั่งการทุกประเภทจะต้องเป็นข้อความที่ระบุอะไร ก. วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ ข. ชื่อสํวนราชการที่ออกหนังสือ ค. ต าแหนํงของผู๎มีอ านาจออกหนังสือ ง. ลายมือชื่อผู๎มีอ านาจออกหนังสือ 37. ข้าราชการที่มีต าแหน่งยศทหารหรือต ารวจ ต้องพิมพ์ยศลงหน้าชื่อในวงเล็กใต้ลายเซ็นหรือไม่ ก. ไมํต๎องพิมพ์ยศ ข. พิมพ์ยศลงไปด๎วย ค. พิมพ์หรือไมํพิมพ์ก็ได๎ ง. ไมํมีค าตอบถูก 38. การเขียนหนังสือราชการถึงพระภิกษุ-สามเณร ทั่วไป ใช้ค าขึ้นต้นอย่างไร ก. เรียน ข. กราบเรียน ค. ถึง ง. นมัสการ 39. ถ้าอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้ท างานแทนเมื่อลงนามในหนังสือจะต้องใช้ค าว่าอย่างไร ก. ใช๎ต าแหนํงของผู๎ท างานแทน ข. ท างานแทน ค. รักษาราชการแทน ง. ปฏิบัติราชการแทน 40. โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด ก. เรื่องเรํงดํวน ข. เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ ค. เรื่องเกี่ยวกับการเงิน ง. เรื่องที่สั่งด๎วยหนังสือไมํทัน 41. ท าไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ ก. เพื่อให๎เจ๎าหน๎าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ ข. เพื่อความสะดวกแกํผู๎บังคับบัญชาในการควบคุมงาน ค. เพื่อให๎ข๎าราชการพลเรือนรู๎เรื่องระเบียบงานสารบรรณ ง. เพื่อให๎ข๎าราชการรํางและรับสํงหนังสือราชการได๎ถูกต๎อง 42. นายกรัฐมนตรี ตาย ค าที่ขีดเส้นใต้ค าใดจึงจะถูกต้องตามราชาศัพท์ ก. ถึงแกํกรรม ข. มรณกรรม ค. อสัญกรรม ง. พิราลัย 43. อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี ก. 5 ปี ข. 10 ปี ค. 15 ปี ง. ไมํมีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้


Click to View FlipBook Version