201 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับงาน กศน. ************** 1.”ข้าราชการครู” ต้องมีนักศึกษาตามเกณฑ์ก าหนด ในข้อใด ก. 1 กลุํม ไมํเกิน 30 คน ข. 1 กลุํม ไมํเกิน 40 คน ค. 1 กลุํม ไมํเกิน 50 คน ง. 1 กลุํม ไมํเกิน 60 คน 2. “ครู กศน.ต าบล” ต้องมีนักศึกษาตามเกณฑ์ ในข้อใด ก. 1 กลุํม ไมํเกิน 30 คน ข. 1 กลุํม ไมํเกิน 40 คน ค. 1 กลุํม ไมํเกิน 50 คน ง. 1 กลุํม ไมํเกิน 60 คน 3. “ครูอาสาสมัครฯ” ต้องมีนักศึกษาผู้ไม่รู้หนังสือตามเกณฑ์ ในข้อใด ก. 1 กลุํม ไมํเกิน 30 คน ข. 1 กลุํม ไมํเกิน 35 คน ค. 1 กลุํม ไมํเกิน 40 คน ง. 1 กลุํม ไมํเกิน 60 คน 4. “ครูอาสาสมัครฯ” หากไม่มีนักศึกษาผู้ไม่รู้หนังสือในพื้นที่ ต้องมีผู้เรียนขั้นพื้นฐานจ านวนกี่คน ก. 35 คน ข. 40 คน ค. 50 คน ง. 60 คน 5. หากมีความจ าเป็นต้องให้ ครู กศน.ต าบล รับผิดชอบ นักศึกษา 2 กลุ่ม ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก ก. กศน.อ าเภอ ข. ส านักงาน กศน.จังหวัด ค. เลขาธิการ กศน. ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6. “ครูผู้สอนคนพิการ ประเภททางสติปัญญา” ต้องมีนักศึกษาตามเกณฑ์ ในข้อใด ก. 5 คน แตํไมํเกิน 8 คน ข. 5 คน แตํไมํเกิน 11 คน ค. 9 คน แตํไมํเกิน 15 คน ง. 10 คน แตํไมํเกิน 15 คน 7. “ครูผู้สอนคนพิการ ประเภททางร่างกาย” ต้องมีนักศึกษาตามเกณฑ์ ในข้อใด ก. 5 คน แตํไมํเกิน 8 คน ข. 5 คน แตํไมํเกิน 11 คน ค. 9 คน แตํไมํเกิน 15 คน ง. 10 คน แตํไมํเกิน 15 คน 8. “ครูสอนเด็กเร่ร่อน” ต้องมีนักศึกษาตามเกณฑ์ ในข้อใด ก. 1 กลุํม ไมํเกิน 20 คน ข. 1 กลุํม ไมํเกิน 30 คน ค. 1 กลุํม ไมํเกิน 40 คน ง. 1 กลุํม ไมํเกิน 50 คน 9. ค่าใช้จ่ายกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เบิกค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ตามข้อใด ก. วันละ 2 มื้อๆละ ไมํเกิน 15 บาทตํอคน ข. วันละ 2 มื้อๆละ ไมํเกิน 20 บาทตํอคน ค. วันละ 2 มื้อๆละ ไมํเกิน 25 บาทตํอคน ง. วันละ 2 มื้อๆละ ไมํเกิน 30 บาทตํอคน
202 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 10. ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ ในอัตราคนละเท่าใดต่อครั้ง ก. ไมํเกิน 20 บาท ข. ไมํเกิน 25 บาท ค. ไมํเกิน 30 บาท ง. ไมํเกิน 35 บาท 11. การเข้าค่ายฝึกอบรมลูกเสือ อาสายุวกาชาดจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรแบบเป็นคณะได้ตามข้อใด ก. ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท ข. ชั่วโมงละไมํเกิน 300 บาท ค. ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละไมํเกิน 1,200 บาท 12. ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาระดับกศน.อ าเภอ เบิกจ่ายได้ตามข้อใด ก. ไมํเกิน 10,000 บาท ข. ไมํเกิน 20,000 บาท ค. ไมํเกิน 30,000 บาท ง. ไมํเกิน 40,000 บาท 13. สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องแบบลูกเสือและเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบลูกเสือประเภท วิสามัญได้สถานศึกษาละกี่ชุด ก. ไมํเกิน 30 ชุด ข. ไมํเกิน 40 ชุด ค. ไมํเกิน 60 ชุด ง. ไมํเกิน 100 ชุด 14. สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องแบบลูกเสือและเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบลูกเสือประเภท วิสามัญได้ในราคาชุดละ ก. ไมํเกิน 400 บาท ข. ไมํเกิน 800 บาท ค. ไมํเกิน 1,200 บาท ง. ไมํเกิน 1,500 บาท 15. สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องแบบอาสายุวกาชาดได้สถานศึกษาละกี่ชุด ก. ไมํเกิน 30 ชุด ข. ไมํเกิน 40 ชุด ค. ไมํเกิน 60 ชุด ง. ไมํเกิน 100 ชุด 16. สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องแบบอาสายุวกาชาด ได้ในราคาชุดละ ก. ไมํเกิน 400 บาท ข. ไมํเกิน 800 บาท ค. ไมํเกิน 1,200 บาท ง. ไมํเกิน 1,500 บาท 17. อัตราการเบิกค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. กรณีค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม ส าหรับ เจ้าหน้าที่ในวันแข่งขันได้อย่างไร ก. คนละไมํเกิน 20 บาทตํอวัน ข. คนละไมํเกิน 25 บาทตํอวัน ค. คนละไมํเกิน 40 บาทตํอวัน ง. คนละไมํเกิน 50 บาทตํอวัน 18. ครู กศน.ต าบล ขออนุญาตจัดการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ หลักสูตร 40 ชั่วโมง สามารถเบิกค่าวัสดุฝึกได้เท่าไหร่ ก. 1,000 บาท ข. ไมํเกิน 3,000 บาท ค. 4,000 บาท ง. ไมํเกิน 5,000 บาท
203 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 19. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ สามารถเบิกจ่ายค่าวัสดุได้เท่าใด ก. 1,000 บาท ข. ไมํเกิน 1,000 บาท ค. 5,000 บาท ง. ไมํเกิน 5,000 บาท 20. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละไมํเกิน 400 บาท 21. การจัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบชั้นเรียน สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละไมํเกิน 400 บาท 22. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้เท่าใด ก. ชั่วโมงละไมํเกิน 120 บาท ข. ชั่วโมงละไมํเกิน 150 บาท ค. ชั่วโมงละไมํเกิน 200 บาท ง. ชั่วโมงละไมํเกิน 400 บาท 23. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าอาหารได้เท่าใด ก. ไมํเกินมื้อละ 70 บาท/คน ข. ไมํเกินมื้อละ 100 บาท/คน ค. ไมํเกินมื้อละ 120 บาท/คน ง. ไมํเกินมื้อละ 150 บาท/คน 24. การฝึกอบรมประชาชน สามารถเบิกค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มได้เท่าใด ก. ไมํเกินมื้อละ 20 บาท/คน ข. ไมํเกินมื้อละ 25 บาท/คน ค. ไมํเกินมื้อละ 30 บาท/คน ง. ไมํเกินมื้อละ 35 บาท/คน 25. คําของที่ระลึกส าหรับประธานซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในพิธีเปิด/พิธีปิดกีฬา ก าหนดให๎เบิกได๎ตามข๎อ ใด ก. ชิ้นละไมํเกิน 500 บาท ข. ชิ้นละไมํเกิน 1,000 บาท ค. ชิ้นละไมํเกิน 1,500 บาท ง. ชิ้นละไมํเกิน 2,000 บาท เฉลยข้อสอบ 1.ข 2.ข 3.ข 4.ง 5.ข 6.ก 7.ง 8.ก 9.ค 10.ง 11.ง 12.ข 13.ข 14.ง 15.ข 16.ก 17.ข 18.ง 19.ข 20.ค 21.ค 22.ง 23.ค 24.ง 25.ข
204 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รูปแบบออนไลน์ สถานศึกษา 1. จัดท าแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน 2. จัดสํงแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน เพื่อขอความเห็นชอบจากส านักงาน กศน. จังหวัด/ กทม. 3. ด าเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา คุณภาพผู๎เรียน ตรวจสอบ ประเมินการจัด กิจกรรม พร๎อมเบิกจํายเงินตามระเบียบทีก าหนดให๎แล๎วเสร็จ ภายในแตํละภาคเรียน และรายงานผลให๎ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ทราบ 4. ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. นิเทศติดตาม การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนของ สถานศึกษา ครู กศน. 1. ออกแบบเนื้อหาการจัดกิจกรรม 2. ก าหนดตารางการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ออนไลน์ 3. จัดท าระบบการลงทะเบียน 4. จัดกิจกรรมระบบออนไลน์ ผํานแอปพลิเคชันตําง ๆ เชํน Google classroom,Google Site, (Flipped Classroom) www.classstart.org, Zoom meeting, Google Meet, Facebook, Line 5. ใช๎ Social Media น าเข๎าเนื้อหา คลิปวีดิโอ ไฟล์ เอกสาร ไฟล์เสียง และใช๎สื่อสารโต๎ตอบใน การจัด กิจกรรมได๎ เพื่อให๎ผู๎เรียนมีองค์ความรู๎ ความเข๎าใจ และเกิดทักษะ 6.ประเมินผลการเรียนรู๎ ผํานระบบออนไลน์ เชํน Google form นักศึกษา กศน. 1. มีเครื่องมือใช๎ในการเรียนรู๎ ผํานระบบออนไลน์ เชํน มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ที่ เชื่อมตํอผํานอินเทอร์เน็ต 2. มีทักษะในการใช๎แอปพลิเคชันใน การเรียนรู๎ผํานระบบออนไลน์ 3. ลงทะเบียนการเข๎ารํวมกิจกรรม ผํานระบบออนไลน์ 4. เข๎ารํวมกิจกรรมตามตาราง การเรียนรู๎ออนไลน์ ที่ก าหนด 5. จัดท าและสํงงานที่ได๎รับ มอบหมายผํานระบบออนไลน์ เพื่อเป็นหลักฐาน
205 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รูปแบบออฟไลน์ สถานศึกษา 1. จัดท าแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน 2. จัดสํงแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน เพื่อขอความเห็นชอบจากส านักงาน กศน. จังหวัด/ กทม. 3. ด าเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา คุณภาพผู๎เรียน ตรวจสอบ ประเมินการจัด กิจกรรม พร๎อมเบิกจํายเงินตามระเบียบทีก าหนดให๎แล๎วเสร็จ ภายในแตํละภาคเรียน และรายงานผลให๎ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ทราบ 4. ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. นิเทศติดตาม การ จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนของ สถานศึกษา ครู กศน. 1. ออกแบบเนื้อหาการจัดกิจกรรม 2. ก าหนดตารางการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ 3. จัดท าใบลงทะเบียนการเข๎ารํวมกิจกรรม 4. รวบรวม จัดหาสื่อการจัดกิจกรรม เชํน เอกสาร หนังสือคลิปวีดิโอ ไฟล์ข๎อมูล เพื่อให๎ผู๎เรียนมี องค์ ความรู๎ ความเข๎าใจ และเกิดทักษะ 5. แจกตารางการเรียนรู๎ใบความรู๎ ใบงาน และสื่อ การจัดกิจกรรม เพื่อให๎ผู๎เรียนน ากลับไป ศึกษา เรียนรู๎ และฝึกปฏิบัติด๎วยตนเอง 6. จัดการเรียนรู๎และให๎ค าปรึกษาแกํผู๎เรียนด๎วย วิธีการตําง ๆตามความพร๎อมของครูและผู๎เรียน เชํน สื่อสารผํานโทรศัพท์ พบผู๎เรียน เป็นรายบุคคล 7. ประเมินผลการเรียนรู๎ผํานเอกสาร หลักฐาน นักศึกษา กศน. 1. ลงทะเบียนการเข๎ารํวมกิจกรรม 2. รับตารางการเรียนรู๎ ใบความรู๎ ใบงาน และสื่อ การจัดกิจกรรม 3. ศึกษา และท าความเข๎าใจกับ กระบวนการเรียนรู๎ 4. เรียนรู๎และฝึกปฏิบัติ จากสื่อการจัดกิจกรรม เชํน เอกสาร หนังสือ คลิปวีดิโอ ไฟล์ข๎อมูล 5. ขอรับค าปรึกษาจากครู กศน. 6. จัดท าและสํงงานที่ได๎รับ มอบหมาย เพื่อเป็นหลักฐานในการ ประเมิน
206 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การศึกษาต่อเนื่อง : รูปแบบกลุ่มสนใจ ชั้นเรียน และอบรมประชาชน พื้นที่เสี่ยงตํอการติดเชื้อ COVID-19 ห๎องเรียนออนไลน์ ห้องเรียนออนไลน์ 1) เรียนแบบระบบออนไลน์ผํานแอปพลิเคชั่นที่สถานศึกษาก าหนด เชํน Google Classroom, , (Flipped Classroom) www.classstart.org , Zoom Meeting, Google Meet วิดีโอคอล ไลน์กลุํม โดย ครูกศน.จัดท าหลักสูตร เนื้อหา การจัดกิจกรรม และการประเมินผลรํวมกับวิทยากร 2) ครูและวิทยากรจัดตั้งกลุํม แจกวัสดุฝึกให๎ผู๎เรียน และท าการสอนสอนโดยใช๎สื่อ Social Media อัพโหลดคลิปการเรียนการสอน วิธีท าแตํละขั้นตอน หรือสาธิตผําน วิดีโอคอล ไลน์ ไลฟ์ทางเฟซบุ๏ค โดยสามารถโต๎ตอบกับผู๎เรียน เพื่อให๎ผู๎เรียนปฏิบัติตาม และสํงชิ้นงานผํานระบบเพื่อ เป็นหลักฐานการประเมิน การเรียนแบบออฟไลน์แต่ไม่พบกลุ่ม 1) ครูแจกใบงาน ตารางเรียน และวัสดุฝึก ให๎กับผู๎เรียนนา กลับไปฝึก และเรียนรู๎ด๎วยตนเอง และให๎ผู๎เรียนสํงผลงานและสอบภาคปฏิบัติเพื่อประเมินผล 2) ครูสามารถสอนเป็นรายบุคคลด๎วยวิธีการตํางๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และมีการประเมินผล การเรียนรู๎ทุกครั้ง **ช่องทางการเรียนรู้ETV ดิจิทัลทีวีเพื่อการศึกษา "เรียนรู้กับ กศน.ผ่าน ETV ได้ทาง : ชํองทีวีดิจิตอล ช่อง 52 ชํองดาวเทียมเพื่อการศึกษา - ระบบ KU-Band (จานทึบทุกสี) หมายเลข 201 - ชํองเคเบิลทีวี และ IPTV เพื่อการศึกษา เป็นไปตามที่ผู๎ให๎บริการก าหนด เริ่มออกอากาศ 18 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ผังการออกอากาศแบ่งเป็น 2 ระยะ - ระยะแรก ตั้งแตํ 18 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน ออกอากาศตั้งแตํ 06.00-24.00 น. วันละ 18 ชั่วโมง - ระยะที่สอง ตั้งแตํ 1 กรกฎาคม เป็นต๎นไป ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการจัดรายการเพื่อการศึกษาส าหรับนักศึกษา กศน. เข๎ามารับชมทุกระดับชั้น ในทุกรายวิชา โดยแบํงเป็น 3 ระดับได๎แกํ - เวลา 10.00-11.00 น ระดับประถมศึกษา - เวลา 11.00-12.00 น.ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น - เวลา 12.00-13.00 น.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
207 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 นอกจากนี้ยังมีรายการออนไลน์สร๎างอาชีพ รับชมได๎ในเวลา 14.30-15.00 น. สามารถรับชม รายการย๎อนหลังผํานทางสื่อออนไลน์ ได๎ที่ : - www.etvthai.tv - YouTube ชํอง “ETV ติวเข๎มออนไลน์” - Facebook “ETV สื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษา” - LINE Official Account “ETV สื่อดิจิทัล” เรียนได๎ทุกที่ทุกเวลากับ "ETV บ้านหลังใหญ่แห่งการเรียนรู้" สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV ออกอากาศทุกวัน เวลา 06.00 น. – 24.00 น.ดังนี้ ชํองทางออกอากาศ GMM ชํอง 185 DTV ชํอง 37 PSI ชํอง 110 True ชํอง 371 **ดิจิตอลทีวี ชํอง 52 โดยถํายทอดสัญญาณออกอากาศจาก ETV (เริ่มออกอากาศ วันที่ 18 พ.ค. 63) แอฟพลิเคชั้น ONIE ONLINE ผํานทางเว็บไซต์www.ETVThai.tv และ www.ceted.org DLTV.ac.th มูลนิธิการศึกษาทางไกลผํานดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์
208 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ กศน. ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID -19) 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน กศน. ภาคเรียนที่ 1/2563 จัดการเรียนการสอนตามข๎อใด ก. เริ่ม 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 ข. เริ่ม 1 กรกฎาคม – 15 ตุลาคม 2563 ค. เริ่ม 1 กรกฎาคม – 14 พฤศจิกายน 2563 ง. เริ่ม 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2563 2. การลงทะเบียนเรียนนักศึกษา ในแต่ละระดับชั้นให้ลงทะเบียนเรียนตามรูปแบบใด ก. ITW ออนไลน์ ข. ITW ออฟไลน์ ค. NFE ออนไลน์ ง. NFE ออฟไลน์ 3. ห้องเรียนกลับทาง คือข้อใด ก. Google Classroom ข. Flipped Classroom ค. Zoom Meeting ง. VTR/ VDO Clip 4. ก าหนดการสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2563 คือ ก. 24-25 กันยายน 2563 ข. 24-25 ตุลาคม 2563 ค. 24-25 พฤศจิกายน 2563 ง. 24-25 ธันวาคม 2563 5. การวัดผล การจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ กศน. ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID -19) สอดคล้องกับข้อใด ก. ผํานระบบ E-Exam ,เข๎าห๎องสอบ ข. ผํานระบบ N-net , เข๎าห๎องสอบ ค. ผํานระบบ Google Classroom, เข๎าห๎องสอบ ง. ผํานระบบ Zoom Meeting, เข๎าห๎องสอบ 6. การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรูปแบบออนไลน์ผู้จัดท าแผนการจัดกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียน คือ ก. ครู กศน.ต าบล ข. ผู๎เรียน ค. นายทะเบียน ง. สถานศึกษา 7. การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรูปแบบออฟไลน์ผู้จัดท าแผนการจัดกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียน คือ ก. ครู กศน.ต าบล ข. ผู๎เรียน ค. นายทะเบียน ง. สถานศึกษา 8. ใครเป็นผู้เห็นชอบ แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนแบบออนไลน์ในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID -19) ก. คณะกรรมการสถานศึกษา ข. กศน.อ าเภอ/เขต ค. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ง. ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม.
209 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 9. ใครเป็นผู้จัดท าหลักสูตร การศึกษาต่อเนื่อง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID -19) ก. ครู กศน ข. วิทยากร ค. ครู กศน. รํวมกับ วิทยากร ง. คณะกรรมการที่สถานศึกษาแตํงตั้ง 10. ใครเป็นประเมินผล การจัดศึกษาต่อเนื่อง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID -19) ก. ครู กศน ข. วิทยากร ค. ครู กศน. รํวมกับ วิทยากร ง. คณะกรรมการที่สถานศึกษาแตํงตั้ง 11. ข้อใดคือการเว้นระยะห่างทางสังคม ก. Physical Distancing ข. Social Distancing ค. Physical Distanczing ง. Social Distanczing 12. สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV ออกอากาศทุกวัน ตามเวลาใด ก. 06.00 น. – 24.00 ข. 07.00 น. – 24.00 ค. 08.00 น. – 24.00 ง. ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง 13. ส านักงาน กศน. มีช่องทางออกอากาศ ผ่าน DLTV จ านวนกี่ช่อง ก. 1 ชํอง ข. 2 ชํอง ค. 3 ชํอง ง. 4 ชํอง 14. ดิจิตอลทีวี โดยถ่ายทอดสัญญาณออกอากาศจาก ETV ผ่านช่องหมายเลขใด ก. ชํอง 38 ข. ชํอง 46 ค. ชํอง 52 ง. ชํอง 68 15. ที่อยู่เว็ปไซด์ ของ ETV คือข้อใด ก. www.ETVThai.com ข. www.ETVThai.tv ค. www.ETVThai.go.th ง. www.ETVThai.co.th เฉลยข้อสอบ 1.ค 2.ก 3.ข 4.ข 5.ก 6.ง 7.ง 8.ง 9.ค 10.ค 11.ข 12.ก 13.ก 14.ค 15.ข
210 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 20) ประกาศราชกิจจานุเบกษา 6 เมษายน พุทธศักราช 2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน มี 16 หมวด 279 มาตรา คณะกรรมการรํางรัฐธรรมนูญ มีหน๎าที่รํางรัฐธรรมนูญ เพื่อใช๎เป็นหลักในการปกครองและ เป็นแนวทางในการจัดท ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ **หลักปกครองในระบอบประชาธิปไตย 1. หลักความสุจริต 2. หลักสิทธิมนุษยชน 3. หลักธรรมาภิบาล มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบํงแยกไมํได๎ หมวด 1 บททั่วไป ** มาตรา 3 พระมหากษัตริย์ผู๎ทรงเป็นประมุข ทรงใช๎อ านาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ ผู๎ใดจะละเมิดมิได๎ 1. เป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปปถัมภก 2. ต าแหนํงจอมทัพไทย 3. อ านาจที่จะสถาปนา ถอดฐานันดรศักดิ์ เครื่องราชย์และเรียกคืน มาตรา 10 ทรงแตํงตั้งผู๎ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอื่นอีกไมํเกิน 18 คน (รวม 19 คน เป็นคณะองคมนตรี) **ประธานรัฐสภา เป็นผู๎ลงนามสนองฯ แต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให๎ประธาน องคมนตรีพ้นจากต าแหนํง *ประธานองคมนตรีเป็นผู๎ลงนามรับสนองฯ แต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให๎องคมนตรีพ๎นจาก ต าแหนํง มาตรา 16 กรณีแตํงตั้งผู๎ส าเร็จราชการแทนพระองค์ ให๎ประธานรัฐสภาเป็นผู๎ลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการ ในระหวํางที่ประธานองคมนตรี เป็นผู๎ส าเร็จราชการแทนพระองค์ จะปฏิบัติหน๎าที่ประธาน องคมนตรีมิได๎ เพื่อเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
211 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย บุคคลยํอมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะท าการนั้นได๎ และได๎รับความคุ๎มครองตามรัญธรรมนูญ มาตรา 27 บุคคลยํอมเสมอกันในกฎหมาย มาตรา 28 บุคคลยํอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรํางกาย มาตรา 29 บุคคลไมํต๎องรับโทษอาญา เว๎นแตํกฎหมายก าหนดโทษ มาตรา 30 การเกณฑ์แรงงานจะกระท ามิได๎ มาตรา 31 บุคคลยอมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนา มาตรา 32 บุคคลยํอมมีสิทธิในความเป็นอยูํสํวนตัว มาตรา 33 บุคคลยํอมมีเสรีภาพในเคหะสถาน มาตรา 34 บุคคลยํอมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มาตรา 35 เสรีภาพในการเสนอขําวสาร *เจ๎าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต๎องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ติดตํอสื่อสาร สิทธิ์ในทรัพย์สินและการรับมรดก การเดินทางและการเลือกที่อยูํ *การถอนสัญชาติของบุคคล ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดจะกระท ามิได๎ การรับทราบและเข๎าถึงข๎อมูลหรือขําวสารสาธารณะ เสนอเรื่องราวร๎องทุกข์ตํอหนํวยงานของรัฐ *ฟูองหนํวยงานของรัฐให๎รับผิดชอบ เนื่องจากการกระท า รวมกันเป็นสมาคม อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือสํงเสริมภูมิปัญญา จัดให๎มีระบบสวัสดิการของชุมชน เสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง สิทธิของผู๎บริโภคยํอมได๎รับความคุ๎มครอง ได๎รับบริการสาธารณสุขของรัฐ *สิทธิของมารดาในชํวงระหวํางกํอนและหลังการคลอดบุตร ยํอมได๎รับความคุ๎มครองและ ชํวยเหลือ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี และไมํมีรายได๎พอเพียงแกํการยังชีพและบุคคลผู๎ยากไร๎ ยํอมมีสิทธิ ได๎รับความชํวยเหลือ มีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร๎องขอให๎ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการในกรณีอัยการสูงสุด มีค าสั่งไมํรับด าเนินการตามที่ร๎องขอ หรือไม่ด าเนินการภายใน 15 วัน นับตั้งแตํวันที่ได๎รับค าร๎องขอ ผู๎ร๎องขอจะยื่นค าร้อง โดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได๎
212 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 บุคคลมีหน๎าที่ **1)พิทักษ์รักษาสถาบันหลัก 2)ปูองกันประเทศ 3)ปฏิบัติตามกฎหมาย 4)การศึกษาภาคบังคับ 5)รับราชการทหาร 6)ไมํละเมิดสิทธิ7)สิทธิเลือกตั้ง 8)อนุรักษ์สิ่งแวดล๎อม 9)เสียภาษีอากร 10)ไมํทุจริต หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ** มาตรา 54 ให๎ได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตั้งแตํกํอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยําง มีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให๎เด็กเล็กได๎รับการดูแล และพัฒนากํอนเข๎ารับการศึกษา เพื่อพัฒนารํางกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาสมวัย สํงเสริม อปท. และภาคเอกชนมีสํวนรํวม การศึกษาทั้งปวงต๎องมุํงพัฒนาผู๎เรียน “คนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ เชี่ยวชาญตามความถนัด รับผิดชอบ” **ให๎จัดตั้งกองทุน 1)เพื่อชํวยเหลือผู๎ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2)ลดความเหลื่อมล้ าใน การศึกษา 3)เพื่อพัฒนาครู หมวด 6 แนวนโยบายของรัฐ **มาตรา 65 รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเปูาหมายการพัฒนาประเทศอยํางยั่งยืน ตามหลัก ธรรมาภิบาล เพื่อใช๎เป็นกรอบในการจัดท าแผนตํางๆ รัฐพึงจัดให๎ความชํวยเหลือทางกฎหมายที่จ าเป็นและเหมาะสมแกํผู๎ยากไร๎ หรือผู๎ด๎อยโอกาส ในการเข๎าถึงกระบวนการยุติธรรม * มาตรา 76 รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผํนดิน 1)สํวนกลาง 2)สํวนภูมิภาค 3)สํวนท๎องถิ่น หมวด 7 รัฐสภา **มาตรา 79 รัฐสภาประกอบด๎วย 1) สภาผู๎แทนราษฎร 2) วุฒิสภา **มาตรา 80 ประธานสภาผู๎แทนราษฎร เป็น ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา เป็น รองประธานรัฐสภา เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ๎านเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
213 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร **มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด๎วย สมาชิกจ านวน 500 คน สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจ านวน 350 คน สมาชิกที่มาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองจ านวน 150 คน มาตรา 84 เมื่อสมาชิกสภาผู๎แทนราษฎรได๎รับการเลือกตั้งถึงร๎อยละ 95 ของจ านวนสมาชิกทั้งหมด หากมีความจ าเป็นจะต๎องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให๎ด าเนินการเรียกประชุมได๎ มาตรา 85 คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต๎นแล๎ว เป็นไปโดย สุจริต เที่ยงธรรม และมีจ านวนไมํน๎อยกวําร๎อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ต๎องประกาศไมํช๎ากวํา 60 วันนับแตํวันเลือกตั้ง ** มาตรา 95 บุคคลผู๎มีสิทธิเลือกตั้ง สัญชาติไทย หรือแปลงสัญชาติมาแล๎วไม่น้อยกว่า 5 ปี *อายุไม่ต่ ากว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง มีชื่ออยูํในทะเบียนบ๎าน ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง หมวด 8 คณะรัฐมนตรี **มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแตํงตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี ประธานสภาผู๎แทนราษฎร เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แตํงตั้งนายกรัฐมนตรี หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์ เกี่ยวกับค าสั่งทางปกครอง หมวด 10 ศาล **1) ศาลยุติธรรม **2) ศาลปกครอง (ศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นต๎น) **3) ศาลทหาร หมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน พระมหากษัตริย์ทรงแตํงตั้งจาก 1) ผู๎พิพากษา 2) ตุลาการ 3) สาขานิติศาสตร์ 4) สาขารัฐศาสตร์ 5) เคยรับราชการไมํต่ ากวําอธิบดี
214 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 หมวด 12 องค์กรอิสระ คุณสมบัติ อายุไมํต่ ากวํา 45 ปี แตํไมํเกิน 70 ปี มีวาระ 7 ปี ด ารงเพียงวาระเดียว พระมหากษัตริย์แตํงตั้งตามค าแนะน าของวุฒิสภา *คณะกรรมการเลือกตั้ง จ านวน 7 คน *ผู๎ตรวจการแผํนดิน จ านวน 3 คน *คณะกรรมการปูองกันและปราบปรามการทุจริตแหํงชาติ จ านวน 9 คน *คณะกรรมการตรวจเงินแผํนดิน จ านวน 7 คน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ จ านวน 7 คน หมวด 13 องค์กรอัยการ (ทนายแผ่นดิน) พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาค าสั่งคดี และการปฏิบัติหน๎าที่และไมํถือเป็นค าสั่ง ปกครอง หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ประเทศชาติมีความสงบสุข เรียบร๎อย สามัคคี สังคมมีความสงบสุข ประชาชนมีความสุข **มาตรา 258 ปฏิรูปประเทศอยํางน๎อย 7 ด๎าน 1) ด๎านการเมือง 2) ด๎านการบริหารราชการแผํนดิน 3) ด๎านกฎหมาย 4) ด๎านกระบวนการ ยุติธรรม 5) ด๎านการศึกษา 6) ด๎านเศรษฐกิจ 7) ด๎านอื่นๆ บทเฉพาะกาล เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ภายหลังจากประกาศใช๎รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติจะสมัครรับเลือกตั้ง สส. มิได๎ เว๎นแตํพ้นจากต าแหน่ง สนช. ภายใน 90 วัน นับแตํวัน ประกาศ
215 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ตราไว้ ณ วันที่เท่าใด ก. 6 เมษายน 2560 ข. 7 เมษายน 2560 ค. 8 เมษายน 2560 ง. 9 เมษายน 2560 2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ให้ไว้เป็นปีที่เท่าใดในรัชกาลปัจจุบัน ก. ปีที่ 2 ข. ปีที่ 3 ค. ปีที่4 ง. ปีที่5 3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีจ านวนเท่าใด ก. 14 หมวด 277 มาตรา ข. 15 หมวด 278 มาตรา ค. 16 หมวด 279 มาตรา ง. 17 หมวด 280 มาตรา 4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ปัจจุบันเป็นฉบับที่เท่าใด ก. ฉบับที่ 18 ข. ฉบับที่ 19 ค. ฉบับที่ 20 ง. ฉบับที่ 21 5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวดที่1 มีกี่มาตรา ก. 2 มาตรา ข. 3 มาตรา ค. 4 มาตรา ง. 5 มาตรา 6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ก าหนดให้มีคณะองคมนตรีได้กี่คน ก. ไมํเกิน 17 คน ข. ไมํเกิน 18 คน ค. ไมํเกิน 19 คน ง. ไมํเกิน 20 คน 7. คณะองค์มนตรีพระมหากษัตริย์ทรงเลือก /แต่งตั้ง จากส่วนใด ก. ผู๎แทนจากหนํวยราชการ ข. ผู๎แทนจากมหาวิทยาลัย ค. ผู๎ทรงคุณวุฒิ ง. ผู๎แทนจากองค์กาภาคผสม 8. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเกี่ยวกับการเลือกคณะองคมนตรี ก. การเลือกและการแตํงตั้งองคมนตรีให๎เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ข. การเลือกและการแตํงตั้งองคมนตรีต๎องผํานความเห็นชอบของรัฐสภา ค. การเลือกและการแตํงตั้งองคมนตรีต๎องผํานความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ง. การเลือกองคมนตรีเป็นไปตามพระราชอัธยาศัยและต๎องผํานความเห็นชอบของรัฐสภา 9. ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรี ก. นายกรัฐมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. รองนายกรัฐมนตรี ง. ประธานองคมนตรี
216 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 10. ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระราชโองการแต่งตั้ง หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากต าแหน่ง ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานสภาผู๎แทนราษฎร ง. ประธานวุฒิสภา 11. ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระราชโองการแต่งตั้ง หรือให้องคมนตรีพ้นจากต าแหน่ง ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานสภาผู๎แทนราษฎร ง. ประธานวุฒิสภา 12. หน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีกี่ประการ ก. 9 ประการ ข. 10 ประการ ค. 11 ประการ ง. 12 ประการ 13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่เกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับอยู่ใน มาตราที่เท่าใด ก. มาตรา 50 ข. มาตรา 51 ค. มาตรา 52 ง. มาตรา 53 14. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ก. เข๎ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ ค. เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ง. ไปใช๎สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติ 15. มาตราใดที่กล่าวถึง รัฐต้องด าเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อน วัยเรียนจนถึงการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ก. มาตรา 53 ข. มาตรา 54 ค. มาตรา 55 ง. มาตรา 56 16. กรณีแต่งตั้งผู้ส าเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ก. นายกรัฐมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. คณะรัฐมนตรี ง. ผู๎แทนพระองค์ 17. ใครคือประธานรัฐสภา ก. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ข. นายชวน หลีกภัย ค. นายสุชาติ ตันเจริญ ง. นายศุภชัย โพธิ์สุ 18. ใครคือประธานวุฒิสภา ก. นายชวน หลีกภัย ข. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ค. นายนิคม ไวยรัชพานิช ง. นายศุภชัย โพธิ์สุ
217 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 19. คณะรัฐมนตรีมีจ านวนกี่คน ก. ไมํเกิน 32 คน ข. ไมํเกิน 36 คน ค. ไมํเกิน 40 คน ง. ไมํเกิน 45 คน 20. การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนตรงตามข้อใด ก. เกํง ดี มีสุข ข. มั่นคง มั่งคั่ง และพัฒนา ค. ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย ง. คนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ เชี่ยวชาญตามความถนัด รับผิดชอบ 21. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตราใด ก. 63 ข. 64 ค. 65 ง. 66 22. ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเปูาหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามข้อใด ก. หลักปรัชญาคิดเป็น ข. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ค. หลักธรรมาภิบาล ง. หลักการศึกษาตลอดชีวิต 23. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีวาระกี่ปี ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี 24. สมาชิกวุฒิสภา มีวาระกี่ปี ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี 25. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีกี่องค์กร ก. 3 องค์กร ข. 4 องค์กร ค. 5 องค์กร ง. 6 องค์กร 26. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ก. ผู๎ตรวจการแผํนดิน มี 5 คน มีวาระ 7 ปี ข. คณะกรรมการเลือกตั้ง มี 7 คน มีวาระ 7 ปี ค. คณะกรรมการตรวจเงินแผํนดิน มี 7 คน มีวาระ 7 ปี ง. คณะกรรมการปูองกันและปราบปรามการทุจริตแหํงชาติ มี 9 คน มีวาระ 7 ปี 27.เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ภายหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ จะสมัครรับเลือกตั้ง สส. มิได้ เว้นแต่พ้นจากต าแหน่ง สนช. ภายในกี่วัน นับแต่วันประกาศ ก. 30 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. 120 วัน 28.ข้อใดไม่สอดคล้องกับหลักปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก. หลักความสุจริต ข. หลักสิทธิมนุษยชน ค. หลักธรรมาภิบาล ง. หลักการมีสํวนรํวม
218 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 29. ข้อใดไม่ใช่สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ก. บุคคลยํอมมีเสรีภาพในเคหสถาน ข. บุคคลยํอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรํางกาย ค. บุคคคลยํอมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนา ง. บุคคลยํอมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ 30. บุคคลใดไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก. นางสาวยูํยี่ อายุ 18 ปี ในวันเลือกตั้งพอดี ข. นายสมชาย มีสัญชาติไทย ท างานประเทศญี่ปุุน 10 ปี ค. นายจอร์แดน แปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยมาแล๎ว 6 ปี ง. นางมารศรี ย๎ายที่อยูํทะเบียนบ๎านใหมํกํอนวันเลือกตั้ง 2 เดือน เฉลยข้อสอบ 1.ก 2.ก 3.ค 4.ค 5.ง 6.ค 7.ค 8.ก 9.ง 10.ข 11.ก 12.ข 13.ก 14.ก 15.ข 16.ข 17.ข 18.ข 19.ข 20.ง 21.ค 22.ค 23.ข 24.ค 25.ค 26.ก 27.ค 28.ง 29.ง 30.ง
219 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 ,ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553, ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562) เหตุผล เพื่อเป็นกฎหมายแมํบทในการบริหารและการจัดการศึกษา การตรา พ.ร.บ.นี้ ขึ้นไว๎โดย ค าแนะน าและยินยอมจากรัฐสภา (หากออกในชํวงปฏิวัติ ให๎ตอบ สนช.) บังคับใช๎ 20 สิงหาคม 2542 แก๎ไขที่ 2 บังคับใช๎ 20 ธันวาคม 2545 เนื่องจากแยกด๎านศิลปะและ วัฒนธรรมไปจัดตั้งเป็นกระทรวงวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มอาชีวศึกษา แก๎ไข ที่ 3 บังคับใช๎ 23 กรกฎาคม 2553 เนื่องจากแยกเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แก้ไขฉบับที่ 4 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 26 เมษายน 2562 บังคับใช้ 27 เมษายน 2562 1) เพื่อก าหนดขอบเขตในการด าเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ 2) มีการจัดตั้งกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม **มาตรา 4 การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถํายทอดความรู๎(ภูมิปัญญาท๎องถิ่น) การฝึก การอบรม(ให๎นักศึกษา) การสืบสารทางวัฒนธรรม (บุญบังไฟ) การสร๎างสรรค์จรรโลงความก๎าวหน๎าทางวิชาการ(การวิจัย) การสร๎างองค์ความรู๎อันเกิดจาก การจัดสภาพแวดล๎อมสังคมแหํงการเรียนรู๎ ศูนย์การเรียนชุมชน มี 2 ลักษณะ 1)ศูนย์การเรียนชุมชน มีผู๎แทนในชุมชนไมํน๎อยกวํา 5 คน ผู๎ประกาศจัดตั้งคือ ผอ.กศน.อ าเภอ 2)ศูนย์การเรียนชุมชนประจ าต าบล [กศน.ต าบล]มีผู๎แทนในชุมชนไมํน๎อยกวํา 7 คน ผู๎ประกาศจัดตั้ง คือ ผู๎วําราชการจังหวัด เนื่องจากเป็นประธานคณะกรรมการสํงเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด [16คน] ปัจจัยเกื้อหนุนให๎บุคคลเรียนรู๎ตํอเนื่องตลอดชีวิต (บ๎านหนังสือชุมชน, อาสาสมัคร กศน. 1 คน รับผิดชอบ 50 หลังคาเรือน) **การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา **การศึกษาตลอดชีวิต คือ การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวํางการศึกษา ในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให๎สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต สถานศึกษา คือ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หนํวยงานการศึกษาหรือหนํวยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอ านาจหน๎าที่หรือมี วัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา (ศูนย์การเรียน มาจากภาคีเครือขํายที่จัดการศึกษารํวมกับสถานศึกษา เชํน วัดหลวงพํอคูณจัดการศึกษาถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 อูํเชิดชัยจัดการศึกษาถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3) มาตรฐานการศึกษา คือ ข๎อก าหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และ มาตรฐานที่ต๎องการให๎เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแหํง และเพื่อใช๎เป็นหลักในการเทียบเคียงส าหรับ
220 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 การสํงเสริมและก ากับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผลและการประกันคุณภาพทางการศึกษา การประกันคุณภาพภายใน คือ การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดย หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน๎าที่ก ากับดูแลสถานศึกษานั้น **การประกันคุณภาพภายนอก คือ การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ คุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (สมศ.) หรือบุคคลหรือหนํวยงานภายนอกที่ส านักงานดังกลําวรับรอง เพื่อเป็นการประกัน คุณภาพและให๎มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา (ประกันคุณภาพภายนอก อยํางน๎อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแตํการประเมินครั้งสุดท๎าย) ผู้สอน คือ ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับตํางๆ ครู คือ ท าหน๎าที่หลักการเรียนการสอน สํงเสริมการเรียนรู๎ด๎วยวิธีการตํางๆ ในสถานศึกษา ของรัฐและเอกชน คณาจารย์ คือ ท าหน๎าที่หลักด๎านการสอน วิจัยในสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา คือ บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอก สถานศึกษาตั้งแตํระดับเขตพื้นที่ขึ้นไป (ระดับกศน.จังหวัดขึ้นไป) บุคลากรทางการศึกษา คือ 1)ผู๎บริหารสถานศึกษา 2)ผู๎บริหารการศึกษา 3)ผู๎สนับสนุน การศึกษา [ครูไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษา] หมวด 1 ความมุ่งหมายและหลักการ * มาตรา 6 ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ สมบูรณ์ทั้งรํางกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู๎และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยูํรํวมกับผู๎อื่นได๎อยํางมีความสุข [ดี เกํง มีสุข] มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู๎ต๎องมุํงปลูกฝังในเรื่อง 1)การเมืองการปกครอง 2)การรู๎จักรักษาสิทธิ หน๎าที่ 3)ปลูกฝังในความภาคภูมิใจในความเป็นไทย(ดูหนังนเรศวร) 4)ภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท๎องถิ่น 5) ทรัพยากรธรรมชาติ 6)การประกอบอาชีพ(ศูนย์ซํอมสร๎าง miniMBA) **มาตรา 8 หลักการจัดการศึกษา 1)เป็นการศึกษาตลอดชีวิตส าหรับประชาชน 2)ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3)การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู๎ให๎เป็นไปอยํางตํอเนื่อง **มาตรา 9 การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให๎ยึดหลัก 1)มีเอกภาพด๎านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
221 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 2)มีการกระจายอ านาจไปสูํเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น (1.เขตพื้นที่การศึกษา 2.สถานศึกษา 3.อปท.) 3)มีการก าหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและ ประเภทการศึกษา 4)มีหลักการสํงเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และการ พัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอยํางตํอเนื่อง 5)ระดมทรัพยากรจากแหลํงตําง ๆ มาใช๎ในการจัดการศึกษา 6) การมีสํวนรํวมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น (ทั้งหมดนี้คือภาคีเครือข่าย) หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา มาตรา 10 เหมือนรัฐธรรมนูญ มาตรา49 คือบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปีที่รัฐต๎องจัดให๎อยํางทั่วถึงและมีคุณภาพ (คําเลําเรียน, กิจกรรมพัฒนา ผู๎เรียน, คําหนังสือเรียน) คนปกติ: ไม่เก็บคําใช๎จําย[อาจเก็บอยํางอื่น] ผู้บกพร่องต่างๆหรือพิการ : จัดเป็นพิเศษ เมื่อแรกเกิดหรือพบความพิการ ไม่เสียคําใช๎จําย บุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ : รูปแบบที่เหมาะสมกับความสามารถ) มาตรา 11 บิดามารดาหรือผู๎ปกครอง มีหน๎าที่จัดให๎บุตรได๎รับการศึกษาภาคบังคับ **มาตรา 13-14 บิดามารดาหรือผู๎ปกครอง บุคคล ภาคีเครือขําย มีสิทธิได๎รับประโยชน์ 1) การสนับสนุนจากรัฐ 2) เงินอุดหนุนจากรัฐ 3) การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี หมวด 3 ระบบการศึกษา **มาตรา 15 การศึกษามี 3 รูปแบบ คือ 1)การศึกษาในระบบ 2)การศึกษานอกระบบ 3)การศึกษาตามอัธยาศัย 1) การศึกษาในระบบ [Formal Education] (แน่นอน ) 1)จุดมุํงหมาย 2)วิธีการศึกษา 3)หลักสูตร 4)ระยะเวลา 5)การวัดและประเมินผล ส าเร็จที่แนํนอน 2) การศึกษานอกระบบ [non-formal Education] (ยืดหยุ่น มี 1) จุดมุํงหมาย 2) วิธีการศึกษา 3) หลักสูตร 4) ระยะเวลา 5) การวัดและประเมินผล
222 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 เนื้อหาและหลักสูตรจะต๎องมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต๎องการของบุคคลแตํละกลุํม) 3) การศึกษาตามอัธยาศัย [Informal Education] ให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู้ด้วยตนเองตาม ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล๎อม **มาตรา 16 การศึกษาในระบบมี 2 ระดับ 1)การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ไมํน๎อยกวํา 12 ปี ประถม ม.ต๎น ม.ปลาย) 2)การศึกษาระดับอุดมศึกษา (ต่ ากวําปริญญา และปริญญา) *การเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให๎เป็นตาม กฎกระทรวง *ศูนย์การเรียน เป็นสถานที่ที่หนํวยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน คือภาคีเครือขําย 11 แหํง คือ 1)บุคคล 2)ครอบครัว 3)ชุมชน 4)องค์กรชุมขน 5)อปท. 6)เอกชน 7)องค์กรเอกชน 8)องค์กร วิชาชีพ 9)สถาบันศาสนา 10)สถานประกอบการ 11)สถาบันสังคมอื่น และเพิ่ม 12)โรงพยาบาล 13) สถาบันทางการแพทย์ 14)สถานสงเคราะห์ **มาตรา 17 ให๎มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี อายุยํางเข๎าปีที่ 7 จนถึงยํางเข๎าปีที่ 16 เข๎าเรียนใน สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (การนับ พ.ศ. เข้าเรียน = ปีพ.ศ.ที่เกิด + 7) มาตรา 21 กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหนํวยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษาเฉพาะทาง ได๎ตามความต้องการและความช านาญของหนํวยงานนั้นได๎ ค านึงนโยบายและมาตรฐานของชาติ หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา *มาตรา 22 การจัดการศึกษาต๎องยึดหลักว่าผู๎เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู๎และพัฒนาตนเองได๎ และถือวําผู้เรียนส าคัญที่สุด มาตรา 23 การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบ ต้องเน้น(KPA) 1) ความรู๎[K : Knowledge] 2) กระบวนเรียนรู๎[P : Practice] 3) คุณธรรม[A : Attitude] 4) บูรณาการตามความเหมาะสม ในเรื่องที่ต๎องศึกษาในแตํละระดับ คือ 1)ตนเองและสังคม 2)วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3)ศาสนาศิลปวัฒนธรรม 4)คณิตศาสตร์และภาษา 5)การประกอบอาชีพและการด ารงชีวิต
223 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรม สอดคล้อง ความสนใจและความถนัดของผู๎เรียน ค านึงถึง ความแตกตํางระหวํางบุคคล 2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด เพื่อปูองกันแก๎ปัญหา 3) จัดกิจกรรมให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติ(ท าได๎คิดเป็นท าเป็น) 4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสาน(บูรณาการ) 5) สํงเสริมสนับสนุนให๎ผู๎สอนจัดบรรยากาศและสภาพแวดล๎อม สื่อ และอ านวยความสะดวก เพื่อให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้(ในศูนย์การเรียน มีมุมสํงเสริมการอําน สคบ. เศรษฐกิจ พอเพียง ประชาธิปไตย อาเซียน) **มาตรา 25 แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต 1) ห๎องสมุดประชาชน 2) พิพิธภัณฑ์ 3) หอศิลป์ 4) สวนสัตว์ 5) สวนสาธารณะ 6) สวนพฤกษศาสตร์ 7) อุทยาน 8)ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ *มาตรา 26 สถานศึกษาประเมินผู้เรียนจาก 1) พัฒนาการผู๎เรียน 2) ความประพฤติ 3) สังเกตพฤติกรรมการเรียน 4) รํวมกิจกรรม 5 ) การทดสอบ ** มาตรา 27 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก ำหนดหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน (คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 21 คน ประธาน: รัฐมนตรี] 1) เป็นผู๎ก าหนดหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2551) 2) ให๎สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน(กศน.อ าเภอ)จัดท าสาระของหลักสูตร(หลักสูตรสถานศึกษา) 3) หลักสูตรท๎องถิ่นมาจากภูมิปัญญาท๎องถิ่นหรือปราชญ์ หรือสิ่งที่เป็นความเชี่ยวชาญในชุมชน มาตรา 29 ให๎สถานศึกษารํวมกับภาคีเครือขําย สํงเสริมความเข๎มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการ เรียนภายในชุมชน (บ๎านหนังสือชุมชน เพื่อให๎ชุมชนมีการศึกษาค๎นคว๎าแสวงหาความรู๎) มาตรา 30 สํงเสริมให๎ครูท าวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ให๎มีประสิทธิภาพ (ปัญหาที่เกิดจากการ ท ากิจกรรมการเรียนการสอน) หมวด 5 การบริหารและการจัดการ มาตรา 31 ให้กระทรวงมีหน้าที่ 1)ก ากับดูแลการศึกษาทุกระดับทุกประเภท 2)ก าหนดนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา 3)สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา 4)ติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา
224 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ** มาตรา 32 ให๎กระทรวงมีองค์กรหลักในรูปสภา จ านวน 3 องค์กร 1)สภาการศึกษา 2)คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3)คณะกรรมการอาชีวศึกษา มีหน๎าที่ให๎ความเห็นและแนะน าแกํรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี (1ผู้แทนองค์กรเอกชน 2.ผู้แทน อปท. 3.ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จะมีอยูํในรูปสภาทั้ง 3 องค์กรหลัก) *ปัจจุบันเหลือ 3 องค์กร ซึ่งไม่มีคณะกรรมการอุมศึกษา เนื่องจากแยกไปตั้งกระทรวงใหมํ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ แก๎ไขฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 มาตรา 38 คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา มีหน้าที่ 1)ก ากับดูแลสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดตั้งยุบรวม (กศน.อ าเภอด๎วย) 2)ประสานสํงเสริมสถานศึกษาเอกชนในพื้นที่ 3)ประสานสํงเสริมองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ให๎สามารถจัดการศึกษากับนโยบายและ มาตรฐานการศึกษา 4)สํงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของภาคีเครือขําย มาตรา 39 ให๎กระทรวงกระจายอ านาจการบริหารและจัดการศึกษา 4 งานคือ 1)ด๎านวิชาการ 2)งบประมาณ 3)การบริงานบุคคล 4)การบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการเขต ส านักงานเขตพื้นที่ และสถานศึกษา มาตรา 40 ให้มีคณะกรรมการของแต่ละสถานศึกษา “คณะกรรมการสถานศึกษา” ท าหน้าที่ 1)เพื่อท าหน๎าที่ก ากับ 2)สํงเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา ประกอบด้วย 1)ประธานกรรมการสถานศึกษา เลือกจากผู๎ทรงคุณวุฒิ 2)ผู๎แทนผู๎ปกครอง 3)ผู๎แทนครู 4)ผู๎แทนองค์กรชุมชน 5)ผู๎แทนองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น 6)ผู๎แทนศิษย์เกําของ สถานศึกษา 7)ผู๎แทนพะภิกษุสงฆ์หรือผู๎แทนองค์กรศาสนา 8)ผู๎ทรงคุณวุฒิ9)ผู๎บริหารสถานศึกษาเป็น กรรมการและเลขานุการ มาตรา 41 อปท. มีสิทธิจัดการศึกษาในระดับหนึ่งหรือทุกระดับ ตามความพร๎อมและความ เหมาะสมและความต๎องการในท๎องถิ่น หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา มาตรา 47 ให๎มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษา ประกอบด๎วย 1)ระบบการประกันคุณภาพภายใน 2)ระบบการประกันคุณภาพภายนอก มาตรา 48 ให๎หนํวยงานต๎นสังกัดและสถานศึกษา จัดให๎มีระบบการประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา *ให๎ถือวําการประกันคุณภาพภายในเป็นสํวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต๎อง ด าเนินการอยํางตํอเนื่องโดยมีการจัดท ารายงานประจ าปีเสนอตํอหนํวยงานต๎นสังกัด หนํวยงานที่ เกี่ยวข๎อง และเปิดเผยตํอสาธารณชน
225 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 *เพื่อน าไปสูํการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อรองรับการประกันคุณภาพ ภายนอก **มาตรา 49 ให๎มีส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็นองค์การ มหาชน (สมศ.) ท าหน๎าที่พัฒนาเกณฑ์วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และท าการประเมินผลการจัด การศึกษา *เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา ค านึงถึงความมุํงหมายและหลักการ (หมวด 1) แนวการจัดการศึกษาในแตํละระดับ (หมวด 4) *ให๎มีการประเมินผลคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแหํงอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก ห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย เสนอผลการประเมินตํอหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องและสาธารณชน หมวด 7 ครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 52 ให้กระทรวงสํงเสริมให๎มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู มาตรา 53 ท าให๎เกิด พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 มาตรา 54 ท าให๎เกิด พ.ร.บ.ข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2557 หมวด 8 ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา มาตรา 59 ให๎สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอ านาจ ในการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษาใช๎และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ สถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น จัดหารายได๎จากบริการของสถานศึกษา และเก็บคําธรรมเนียม การศึกษาที่ไมํขัดหรือแย๎งกับ นโยบาย วัตถุประสงค์และภารกิจหลักของสถานศึกษา มาตรา 60 ให๎รัฐจัดสรรงบประมาณแผํนดินให๎กับการศึกษาในฐานะที่มีความส าคัญสูงสุดตํอ การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศโดยจัดสรรเป็นเงินงบประมาณเพื่อการศึกษา 1)จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป เป็นคําใช๎จํายรายบุคคลที่เหมาะสมแกํผู๎เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐ และเอกชนให๎เทําเทียมกัน 2)จัดสรรทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู๎ยืมให๎แกํผู๎เรียนที่มาจากครอบครัว ที่มีรายได๎น๎อย ตามความเหมาะสมและความจ าเป็น หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-69 1) รัฐต๎องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวน า และโครงสร๎างพื้นฐานที่จ าเป็นเพื่อประโยชน์ส าหรับ การศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
226 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 2) รัฐต๎องสํงเสริมสนับสนุนให๎มีการผลิต การพัฒนาแบบเรียน ต ารา หนังสือ ทางวิชาการ สื่อ สิ่งพิมพ์วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเรํงรัดพัฒนาความสามารถในการผลิต มีเงินสนับสนุนการผลิต ให๎ แรงจูงใจแกํผู๎ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีโดยเปิดให๎มีการแขํงโดยเสรีอยํางเป็นธรรม 3) พัฒนาบุคลากรทั้งด๎านผู๎ผลิตและผู๎ใช๎เทคโนโลยี 4) ผู๎เรียนมีสิทธิได๎รับการพัฒนาขีดความสามารถในโอกาสแรกที่ท าได๎ในการใช๎เทคโนโลยี 5) รัฐต๎องสํงเสริมให๎มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีติดตาม ตรวจสอบและ ประเมินผลการใช๎ 6) ให๎มีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีจากเงินอุดหนุนของรัฐ คําสัมปทานและ ผลก าไรที่ได๎จากการด าเนินกิจการด๎านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม และให๎มี การลดอัตราคําบริการเป็นพิเศษในการใช๎เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคนและสังคม 7) รัฐต๎องจัดให๎มีหนํวยงานกลางท าหน๎าที่เสนอนโยบาย แผน สํงเสริมและประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช๎ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตและการใช๎เทคโนโลยี แบบทดสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. ข้อใดกล่าวถึงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2542 ไม่ถูกต้อง ก. รัฐธรรมนูญแหํงราชอาณาจักรไทย ก าหนดให๎รัฐ ต๎องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให๎เอกชน จัดการศึกษาอบรมให๎เกิดความรู๎คูํคณุธรรม ข. ปรับปรุงการศึกษาให๎สอดคล๎องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ค. สร๎างเสริมความรู๎และปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต๎อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ์ทรงเป็นประมุข ง. แยกภารกิจเกี่ยวกับงานด๎านศิลปะและวัฒนธรรมไปจัดตั้งเป็นกระทรวงวัฒนธรรม 2. เหตุผลของการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 คือข้อใด ก. เพื่อก าหนดขอบเขตในการด าเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ ข. มีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ค. แยกเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทั้งข๎อ ก. และ ข. 3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม ก. การถํายทอดความรู๎ ข. การสืบสานทางวัฒนธรรม ค. การสร๎างสรรค์จรรโลงความก๎าวหน๎าทางวิชาการ ง. การผสมผสานระหวํางการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
227 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษา ก. ผู๎บริหารสถานศึกษา ข. ผู๎บริหารการศึกษา ค. ผู๎สนับสนุนการศึกษาเป็นผู๎ท าหน๎าที่ให๎บริการ ง. ครู 5. ข้อใดให้ความหมายของ “ครู” ได้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ก. บุคลากรวิชาชีพซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการเรียนการสอนและการสํงเสริมการเรียนรู๎ของผู๎เรียน ด๎วยวิธีการตําง ๆ ข. บุคลากรซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการเรียนการสอนและการสํงเสริมการเรียนรู๎ของผู๎เรียนด๎วย วิธีการตําง ๆ ค. บุคคลซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการเรียนการสอนและการสํงเสริมการเรียนรู๎ของผู๎เรียนด๎วย วิธีการ ตําง ๆ ง. บุคลากรวิชาชีพซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการเรียนการสอนและการวิจัย 6. “มาตรฐานการศึกษา” หมายถึงข้อใดต่อไปนี้ ก. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวําง การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัย ข. ข๎อก าหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต๎องการให๎เกิดขึ้นใน สถานศึกษาทุกแหํง ค. ข๎อก าหนดเกี่ยวกับคุณภาพ คุณลักษณะที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต๎องการให๎เกิดขึ้นใน สถานศึกษาทุกแหํง ง. กระบวนการเรียนรู๎เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม 6. จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง ก. การจัดการศึกษาต๎องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให๎เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ข. การเรียนรู๎ต๎องมุํงปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต๎องเกี่ยวกับ การเมือง การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตัริย์ทรงเป็นประมุข ค. การมีสํวนรํวมของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เอกชน องค์กร เอกชน ง. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู๎ให๎เป็นไปอยํางตํอเนื่อง 7. ข้อใดคือความหมายของ “การศึกษาตลอดชีวิต” ก. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวํางการศึกษานอกระบบและในโรงเรียน เพื่อพัฒนาคนให๎มีคุณภาพตลอดชีวิต ข. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวํางการศึกษานอกระบบและการศึกษา
228 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ตามอัธยาศัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต ค. การศึกษาที่ผสมผสานการเรียนรู๎ของทุกกิจกรรม เพื่อมุํงหวังให๎เกิดการพัฒนาคน ให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดี ง. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวํางการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต 8. ใครมีอ านาจประกาศจัดตั้ง ศูนย์การเรียนชุมชน ก. ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ข. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ 9. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตราขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมจากข้อใด ก. รัฐสภา ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ง. นายกรัฐมนตรี 10. ข้อใดคือความหมายของ “การศึกษาขั้นพื้นฐาน “ ก. การศึกษากํอนระดับอุดมศึกษา ข. การศึกษาในระดับประถมและมัธยมศึกษา ค. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาในระบบนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 11. การจัดการศึกษาส าหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่อง จัดอย่างไร ก. จัดเป็นพิเศษ ข. จัดตั้งแตํแรกเกิดหรือพบความพิการ ค. จัดด๎วยรูปแบบที่เหมาะสม ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 12. การจัดการศึกษาส าหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ จัดอย่างไร ก. จัดเป็นพิเศษ ข. จัดตั้งแตํแรกเกิดหรือพบความพิการ ค. จัดด๎วยรูปแบบที่เหมาะสม ง. ทุกข๎อที่กลําวมา 13. บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่อะไร ก. จัดให๎บุตรหรือบุคคลซึ่งอยูํในความดูแลได๎รับการศึกษา ม.3 ข. จัดให๎บุตรหรือบุคคลซึ่งอยูํในความดูแลได๎รับการศึกษาภาคบังคับ ค. จัดให๎บุตรหรือบุคคลซึ่งอยูํในความดูแลได๎รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. จัดให๎บุตรหรือบุคคลซึ่งอยูํในความดูแลได๎รับการศึกษา ม.6 14. ใครไม่มีสิทธิใน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. ครู ข. บุคคล ค. ครอบครัว ง. สถานประกอบการ
229 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 15. รูปแบบของการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ นี้ก าหนดไว้กี่รูปแบบ ก. 1 รูปแบบ ข. 2 รูปแบบ ค. 3 รูปแบบ ง. 4 รูปแบบ 16. การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลา ของการศึกษา การวัดและประเมินผล เป็นเงื่อนไขส าคัญของการส าเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและ หลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม หมายถึงการจัดการศึกษารูปแบบใด ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. ถูกทุกข๎อ 17. การศึกษาที่มีจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและ ประเมินผล เป็นเงื่อนไขของการส าเร็จการศึกษาที่แน่นอน หมายถึง การจัดการศึกษารูปแบบ ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. ถูกทุกข๎อ 18. การจัดการศึกษา ต้องเน้นความส าคัญ เรื่องใด ก. ความรู๎ความสามารถ ข. ความรู๎ คุณธรรม ค. ความแตกตํางระหวํางบุคคล ง. เน๎นการจัดการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 19. ข้อใดไม่เป็นศูนย์การเรียน ก. สถานสงเคราะห์ ข. สถาบันศาสนา ค. สถาบันทางการแพทย์ ง. ศูนย์พัฒนาเด็กกํอนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา 20. ระดับที่ก าหนดไว้ส าหรับการศึกษาในระบบคือข้อใด ก. ระดับต่ ากวําปริญญา และระดับปริญญา ข. การศึกษาภาคบังคับ และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ค. การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ง. การศึกษาภาคบังคับ การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการอาชีวะศึกษา 21. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินี้ได้ก าหนดการศึกษาภาคบังคับกี่ปี ก. 5 ปี ข. 7 ปี ค. 9 ปี ง. 12 ปี 22. เด็กต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเมื่อมีอายุกี่ปี ก. ยํางเข๎าปีที่ 5 ข. ยํางเข๎าปีที่ 7 ค. ยํางเข๎าปีที่ 9 ง. ยํางเข๎าปีที่ 11 23. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องค าว่า “การศึกษา” ก. การถํายทอดความรู๎ ข. การฝึกอบรม
230 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ค. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ง. การสืบสานทางวัฒนธรรม 24. ข้อใดต่างจากพวก ก. ครู ข. คณาจารย์ ค. ผู๎บริหารสถานศึกษา ง. ผู๎บริหารการศึกษา 25. สถานศึกษาของรัฐ มีฐานะตามข้อใด ก. นิติบุคคล ข. กึ่งนิติบุคคล ค. การก ากับของรัฐ ง. องค์กรวิชาชีพ 26. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา(ม.9) ก. กระจายอ านาจสูํสถานศึกษาทั้งหมด ข. ก าหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ ค. มีหลักการสํงเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ง. รวมทรัพยากรจากแหลํงตําง ๆ มาไว๎ในการจัดการศึกษา 27. ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการสถานศึกษา ก. ผู๎แทนครู ข. ผู๎แทนองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ค. ผู๎แทนผู๎ปกครอง ง. ผู๎แทนชุมชน 28. ข้อใดส าคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร ก. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให๎เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ ข. เหมาะสมกับความจริงก๎าวหน๎าด๎านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ค. สอดคล๎องความต๎องการชุมชน ง. ค านึงถึงภูมิปัญญาท๎องถิ่น 29. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไม่ได้ก าหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้น พื้นฐาน ก. องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ข. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ค. หนํวยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ง. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ 30. ตามพระราชบัญญัตินี้ก าหนดให้กระทรวงกระจายอ านาจ ในด้านใดบ้าง. ก. บริหารบุคคล งบประมาณ บริหาร จัดการ และบริหารทั่วไป ข. วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณและการมีสํวนรํวม ค. วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคลและการบริหารทั่วไป ง. งบประมาณ บริหารบุคคล การมีสํวนรํวม และการบริหารทั่วไป
231 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 31. ข้อใดไม่ใช่ คณะบุคคลในรูปสภาหรือในรูปคณะกรรมการในกระทรวงศึกษาธิการ ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการอุดมศึกษา ค. คณะกรรมการอาชีวศึกษา ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 32. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ตามข้อใด ก. สังคม เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ข. การเปลี่ยนแปลงโครงการทางการศึกษา ค. การเปลี่ยนแปลงเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุ และยุคดิจิทัล ง. การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 33. การรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย หมายถึงข้อใด ก. 12 ปี ข. ไมํน๎อยกวํา 12 ปี ค. ไมํเกินกวํา 12 ปี ง. ไมํต่ ากวํา 12 ปี 34. ใครเป็นผู้จัดท า “การประกันคุณภาพภายนอก” ก. บุคลากรของภายในสถานศึกษา ข. คณะกรรมการสถานศึกษาและภาคีเครือขําย ค. ผู๎บริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการที่แตํงตั้งจาก กศจ. ง. ส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 35. “ผู้สอน” หมายความว่า ก. บุคลากรวิชาชีพซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการเรียนการสอน ข. บุคลากรซึ่งท าหน๎าที่หลักทางด๎านการสอนและการวิจัย ค. บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารและการสอน ง. ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับตํางๆ 36. ส านักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงใด ก. กระทรวงอุดมศึกษา ข. กระทรวงการอุดมศึกษา ค. กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ง. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 37. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ก. ส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษามีหน๎าที่ประกันคุณภาพภายนอก
232 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ข. การประเมินคุณภาพภายนอกต๎องประเมินอยํางน๎อย 1 ครั้งใน 4 ปี นับตั้งแตํการประเมินครั้ง สุดท๎าย ค. การประกันคุณภาพการศึกษาประกอบด๎วย การประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพ ภายนอก ง. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นสํวนหนึ่งของกระบวนการบริหารที่ต๎องด าเนินการอยําง ตํอเนื่อง 38. องค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภา หรือคณะกรรมการของกระทรวงศึกษาธิการ มีกี่องค์กร ก. 3 องค์กร ข. 4 องค์กร ค. 5 องค์กร ง. 6 องค์กร 39. สาระของหลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้เกิดความสมดุลทุกๆ ด้าน ยกเว้น ข้อใด ก. ด๎านความรับผิดชอบตํอตนเอง ข. ด๎านความรู๎ ด๎านความคิด ค. ด๎านความรับผิดชอบตํอสังคม ง. ด๎านความสามารถ ความดีงาม 40. การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติและมาตรฐานการศึกษา ต้องเสนอต่อใคร ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. คณะรัฐมนตรี ค. ประธานรัฐสภา ง. ประธานสภาผู๎แทนราษฎร เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ง 3.ง 4.ง 5.ก 6.ข 6.ก 7.ง 8.ก 9.ก 10.ก 11.ก 12.ค 13.ข 14.ก 15.ค 16.ข 17.ก 18.ข 19.ง 20.ค 21.ค 22.ข 23.ค 24.ข 25.ก 26.ก 27.ง 28.ก 29.ข 30.ค 31.ข 32.ง 33.ข 34.ง 35.ง 36.ง 37.ข 38.ก 39.ก 40.ก
233 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2553) (ฉบับที่ 3 พ.ศ.2562) บังคับใช๎ 7 กรกฎาคม 2546 แก๎ไขฉบับที่2 บังคับใช๎ 23 กรกฎาคม 2553 เนื่องจากแยกเขตพื้นที่ การศึกษาประถมและมัธยม, แก๎ไขฉบับที่ 3 บังคับใช๎2 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากเพื่อก าหนด โครงสร๎างและต าแหนํงตําง ๆ ให๎สอดคล๎องกับอ านาจหน๎าที่ที่เปลี่ยนแปลงไป มาตรา 4 กระทรวงศึกษาธิการให๎น ากฎหมายวําด๎วยระเบียบบริหารราชการแผํนดิน และกฎหมาย วําด๎วยการศึกษาแหํงชาติ มาตรา 5 กระทรวงศึกษาธิการมีอ านาจหน๎าที่ตามกฎหมายวําด๎วยการศึกษาแหํงชาติ และ กฎหมายวําด๎วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม **แก๎ไขฉบับที่ 3 ให๎ยกเลิกความในมาตรา 6 และใช๎ค านี้แทน ให๎จัดระเบียบราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 1) ระเบียบบริหารราชการสํวนกลาง 2) ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา 3) ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล แตํไมํรวมถึงการจัดการศึกษาที่อยูํในอ านาจหน๎าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายก าหนดไว๎เป็นการเฉพาะ **มาตรา 7 การก าหนดต าแหน่งและอัตราเงินเดือนให๎ค านึงถึง 1) คุณวุฒิ 2) ประสบการณ์ 3) มาตรฐานวิชาชีพ 4) ลักษณะหน๎าที่ความรับผิดชอบ 5) คุณภาพของงาน มาตรา 8 รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการตาม พรบ. มีอ านาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ มาตรา 10 แก๎ไขฉบับที่ 3 ให๎ยกเลิกความในมาตรา 10 สํวนกลาง แบ่งเป็น 5 ส านัก ตามกฎกระทรวงโดยให๎หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ไมํมีส านักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา) 1)ส านักงานรัฐมนตรี (ไมํเป็นนิติบุคคล) 2)*ส านักงานปลัดกระทรวง (ส านักงาน กศน.) 3)ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 4)ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
234 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 5)ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นนิติบุคคลยกเว้น ส านักงานรัฐมนตรีมีอ านาจหน๎าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขานุการรัฐมนตรีซึ่งเป็นข๎าราชการการเมืองเป็นผู๎บังคับบัญชาข๎าราชการการแบํงสํวนราชการใน สํวนราชการ ให้ออกเป็นกฎกระทรวง * มาตรา 13 (แก๎ไขฉบับที่ 3 ) ในกรณีที่สภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ คณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เสนอความเห็นหรือค าแนะน าตํอรัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ แล๎ว ให๎รัฐมนตรีวําการ กระทรวงศึกษาธิการน าความเห็นหรือค าแนะน ามาประกอบการพิจารณาเพื่อให๎ เหมาะสมกับการศึกษาของชาติ(ไม่มีคณะกรรมการอุดมศึกษา เนื่องจากแยกไปตั้งกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม : ตัวยํอวํา อว.) มาตรา 14 สภาการศึกษา มีหน๎าที่ 1) พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ 2) พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา 3) พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา 4) ประเมินผลการจัดการศึกษา 5) เสนอนโยบาย แผนการศึกษาแหํงชาติ และมาตรฐานการศึกษา เสนอต่อคณะรัฐมนตรี มาตรา 18 “สภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาจแตํงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะท างานเพื่อพิจารณาเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่ง เรื่องใด หรือ มอบหมายให๎ปฏิบัติการอยํางหนึ่งอยํางใด อันอยูํในอ านาจหน๎าที่ของสภาหรือคณะกรรมการ ก็ได๎” มาตรา 20 ให๎กระทรวงศึกษาธิการมีผู้ตรวจราชการของกระทรวง เพื่อท าหน๎าที่ในการตรวจ ราชการ ระดับนโยบายเพื่อนิเทศให๎ค าปรึกษาและแนะน าเพื่อการปรับปรุงพัฒนาระดับส านักงาน ปลัดกระทรวง : ตรวจราชการนโยบายตามภารกิจ ระดับ กศน.จังหวัด : ตรวจราชการการบริหารและ การด าเนินการ * มาตรา 22 ในกรณีเขตพื้นที่การศึกษาไมํอาจบริหารและจัดการศึกษาบางประเภทได๎ และในกรณี การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ ากวําปริญญาบางประเภท ส านักงานปลัดกระทรวงหรือ ส านักงานตํางๆ อาจจัดให๎มีการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุมศึกษาระดับต่ ากวําปริญญา เพื่อ เสริมสร๎างการบริหารละการจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา 1) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานส าหรับบุคคลที่มีความบกพรํองทางรํางกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู๎ หรือมีรํางกายพิการ หรือมีทุพพลภาพ 2) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย 3) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานส าหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ 4) การจัดการศึกษาทางไกล และการจัดการศึกษาที่ให๎บริการในหลายเขตพื้นที่การศึกษา
235 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 5 )*(แก้ไขฉบับที่ 3 ) การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ ากวําปริญญาแต่ไม่รวมถึง สถาบันวิทยาลัยชุมชน ตามกฎหมายวําด๎วยสถาบันวิทยาลัยชุมชน * มาตรา 27 คณะกรรมการสํงเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย : (คณะกรรมการ/ส านักงาน กศน.) ในส านักงานปลัดกระทรวง ท าหน๎าที่ให๎ ค าปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการศึกษา จ านวน 21 คน ประธาน : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยต าแหนํง (9) : 1)ปลัดกระทรวง 2)ปลัดมหาดไทย 3)ปลัดเทคโนโลยี 4)เลขาธิการสภา 5)สพฐ 6)อุดมศึกษา 7)อาชีวศึกษา 8)กคศ. 9)เอกชน 10) เลขานุการ : เลขาธิการ กศน. มาตรา 33 เขตพื้นที่การศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา มีอ านาจประกาศเขตพื้นที่ การศึกษาในราชกิจจานุเบกษา โดยค าแนะน าของสภาการศึกษา แบํงเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถม และมัธยม(ประถม 183 มัธยม 42) โดยค านึงถึง 1) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ก าหนดขึ้นมาใหมํ) 2) จ านวนสถานศึกษา 3) จ านวนประชากร 4) วัฒนธรรมและความเหมาะสมด๎านอื่น ยกเว๎นของอาชีวศึกษา * มาตรา 39 อ านาจหน๎าที่ผู๎อ านวยการสถานศึกษา (บริหารกิจการสถานศึกษา ประสานระดม ทรัพยากร จัดท ารายงานประจ าปีเพื่อเสนอ อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรการศึกษา อนุมัติ หลักสูตรสถานศึกษา) มาตรา 48 การรักษาราชการแทน (ไมํอยูํหรืออยูํแตํปฏิบัติราชการไมํได๎)ใช๎กับ 1) รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษา 2) เลขานุการรัฐมนตรี 3) ปลัดกระทรวง 4) เลขาธิการ 5) ผอ.ส านัก 6) ผอ.เขต 7) ผอ.โรงเรียน รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ = ให๎รัฐมนตรีชํวย/ถ๎าชํวยมีหลายคนให๎ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย/ถ๎าไมํมีให๎ คณะรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีอื่น ปลัดกระทรวง = ให๎รองปลัดกระทรวงรักษาการ/ถ๎ามีหลายคนให๎รัฐมนตรีแตํงตั้ง/ถ๎าไมํมี ให๎รัฐมนตรีแตํงตั้งข๎าราชการในกระทรวงไมํต่ ากวําเลขาธิการหรือเทียบเทํา เลขาธิการ = ให๎รองเลขาธิการ/ถ๎ามีหลายคนให๎รัฐมนตรีแต่งตั้ง/ถ๎าไมํมีให๎รัฐมนตรี แตํงตั้งข๎าราชการเทียบเทํารองเลขาธิการหรือเลขาธิการส านักหรือผอ.ส านัก ผอ.สถานศึกษา = รองผอ.สถานศึกษา/ถ๎ามีหลายคนผอ.จังหวัด/ถ๎าไมํมีให๎แตํงตั้ง ข๎าราชการในสถานศึกษา สรุปการมอบอ านาจ 1)การปฏิบัติราชการแทน คือ ผู๎ใช๎อ านาจเดิมนั้นสามารถปฏิบัติหน๎าที่ได อยูํแตํเห็นวําการมอบ อ านาจให๎บุคคลอื่นแลว เป็นการท าให๎เกิดความรวดเร็ว กระจายความรับผิดชอบ และสะดวกแก
236 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 ประชาชน เชํน ใช๎ในกรณีนายกฯ สามารถปฏิบัติหน๎าที่ได๎อยูํ เพียงแตํเพื่อความเหมาะสมจึงมอบอ านาจ ให๎รองนายกฯ 2) การรักษาราชการแทน คือไมมีผู๎มาด ารงต าแหนํงและมีแตํไมอาจปฏิบัติราชการได๎เชํน ปลัดปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไมํอยูํหรืออยูํแตํไมํอาจปฏิบัติหน๎าที่ได๎ โดยให๎รองปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ หรือให๎แกํผู๎อื่น รักษาราชการแทน มีอ านาจหน๎าที่เชํนเดียวกัน (ในระดับส านักเขตพื้นที่, ส านักงาน กศน.จังหวัด กรณีผู๎อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด ไมํอยูํ หรืออยูํแตํไมํสามารถปฏิบัติ หน๎าที่ได๎ ให๎รองผู๎อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด : รักษาราชการแทน) 3) การรักษาการในต าแหน่ง (ใช๎ในสถานศึกษา กศน.อ าเภอ) ตามพระราชบัญญัติระเบียบ ข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ต าแหนํงใด วํางลง หรือ ผู๎ด ารงต าแหนํงไมํสามารถ ปฏิบัติหน๎าที่ราชการได๎ให๎ผู๎มีอ านาจสั่งให๎ข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปรักษาการใน ต าแหนํง นั้นได๎(ค าสั่งหัวหน๎าคณะรักษาความสงบแหํงชาติ ที่ 16/2560 เรื่องการบริหารงานบุคคลของ ข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให๎น าบทบัญญัติมาตรา 68 แหํงพระราชบัญญัติระเบียบ ข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาใช๎บังคับกับกรณีที่ไมํมีผู๎ด ารงต าแหนํง ผู๎อ านวยการสถานศึกษาหรือมีแตํไมํอาจปฏิบัติหน๎าที่ได๎ : ครูผู๎ชํวย รักษาราชการในต าแหนํง ผู๎อ านวยการ กศน.อ าเภอ)
237 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 1. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น 3 ส่วนคือข้อใด ก. สํวนกลาง สํวนภูมิภาค และสถานศึกษา ข. สํวนกลาง สํวนท๎องถิ่น และสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ค. สํวนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. สํวนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล 2. ข้อใดไม่ใช่อ านาจหน้าที่ของสภาการศึกษา ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแหํงชาติ ข. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากร 3. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ก. นิเทศให๎ค าปรึกษาและแนะน าเพื่อ การปรับปรุง ข. ตรวจราชการ ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ 4. คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย มีจ านวนกี่คน ก.18 ข. 19 ค. 20 ง. 21 5. ในกรณีที่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ระดับต่ ากว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด ก. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 6. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ค านึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด ก. จ านวนนักเรียน ข. ปริมาณสถานศึกษา ค. จ านวนประชากร ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด๎านอื่น 7. ข้อใดไม่ใช่อ านาจหน้าที่ ผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอ/เขต ก. อนุมัติหลักสูตรสถานศึกษา ข. บริหารกิจการสถานศึกษา ค. จัดท ารายงานประจ าปี ง. บรรจุแตํตั้งครูผู๎ชํวย
238 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 8. การมอบอ านาจให้ผู้ใดปฏิบัติราชการแทนตนนั้นข้อใดถูกต้องที่สุด ก. ให๎ท าเป็นระเบียบ ข. ให๎ท าเป็นข๎อบังคับ ค. ให๎ท าเป็นลายลักษณ์อักษร ง. ให๎ท าเป็นหนังสือ 9. ตามมาตรา 3 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ก าหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยกเว้นข้อใด ก. พระราชบัญญัติระเบียบการปฏิบัติราชการของทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2520 ข. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษา พ.ศ. 2523 ค. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการศึกษาแหํงชาติ พ.ศ. 2535 ง. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2546 10. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ ก. ส านักงานรัฐมนตรี ข. ส านักงานงบประมาณ ค. ส านักงานปลัดกระทรวง ง. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 11. การก าหนดต าแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ค านึงถึงทุกข้อ ยกเว้นข้อใด ก. ประสบการณ์ ข. มาตรฐานวิชาชีพ ค. วุฒิการศึกษา ง. ผลงาน 12. ใครมีอ านาจในการออกกฎกระทรวง และประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการสภาการศึกษา 13. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องก าหนด ก. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. วิธีการประเมินความพร๎อมในการจัดการศึกษา ค. สํงเสริมองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นในการจัดการศึกษา ง. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น 14. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก. รับผิดชอบควบคุมราชการประจ าในกระทรวง ข. แปลงนโยบายเป็นแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติราชการ ค. ก ากับการท างานของสํวนราชการในกระทรวง ง. เรํงรัดติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ
239 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 15. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ ในสังกัดหน่วงงานใด ก. ส านักงานรัฐมนตรี ข. ส านักงานปลัดกระทรวง ค. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 16. เลขาธิการ กศน. ซึ่งมีฐานะเทียบเท่า ต าแหน่งใด ก. อธิบดี ข. รัฐมนตรี ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการ ก.ค.ศ. 17. ตามกฎกระทรวงที่ก าหนดให้ส่วนราชการขึ้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ส่วน ราชการในข้อใดที่ไม่เป็นนิติบุคคล ก. ส านักงานรัฐมนตรี ข. ส านักงานปลัดกระทรวง ค. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา 18. การมอบอ านาจให้ผู้ด ารงต าแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้ ข้อใดถูกต้อง ก. เลขาธิการอาจมอบอ านาจให๎ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู๎ชํวยปลัดกระทรวง ข. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการอาจมอบอ านาจให๎รัฐมนตรีชํวยวําการ กระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ ค. ปลัดกระทรวงอาจมอบอ านาจให๎เลขาธิการ รองเลขาธิการหรือเลขาธิการอธิการบดีใน สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาในสังกัด ง. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการอาจมอบอ านาจให๎ผู๎อ านวยการสถานศึกษา 19. การมอบอ านาจให้ข้าราชการปฏิบัติราชการแทนข้อใดกล่าวผิด ก. เมื่อมีการมอบอ านาจโดยชอบผู๎รับมอบอ านาจมีหน๎าที่ต๎องรับมอบอ านาจนั้น ข. ผู๎รับมอบอ านาจจะมอบอ านาจให๎ผู๎ด ารงต าแหนํงอื่นตํอไปก็ได๎ ค. เมื่อผู๎วําราชการจังหวัดได๎รับมอบอ านาจนั้นตํอไป ตามกฎหมายนี้ ง. ไมํมีข๎อใดกลําวผิด 20. ในกรณีที่ไม่มีผู้ด ารงต าแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ด าเนินการตามข้อใด ก. การรักษาราชการแทน ข. การปฏิบัติหน๎าที่แทน ค. การปฏิบัติราชการแทน ง. การรักษาการในต าแหนํง 21. ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และมีรัฐมนตรีช่วย หลายคนใครเป็นผู้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
240 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 22. การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ มีกี่ส านัก ก. 3 ส านัก ข. 4 ส านัก ค. 5 ส านัก ง. 6 ส านัก 23. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยค าแนะน าของใคร ก. กพฐ. ข. สภาการศึกษา ค. ก.ค.ศ. ง. ถูกทุกข๎อ 24. การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ ากว่าปริญญา ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. รวมโดยสถาบันวิทยาลัยชุมชนตามกฎหมายวําด๎วยสถาบันวิทยาลัยชุมชน” ข. โดยรวมถึงสถาบันวิทยาลัยชุมชนตามกฎหมายวําด๎วยสถาบันวิทยาลัยชุมชน” ค. แตํไมํรวมถึงสถาบันวิทยาลัยชุมชนตามกฎหมายวําด๎วยสถาบันวิทยาลัยชุมชน” ง. อาจจะรวมถึงสถาบันวิทยาลัยชุมชนตามกฎหมายวําด๎วยสถาบันวิทยาลัยชุมชน” 25. กรณีที่ไม่มีผู้ด ารงต าแหน่งผู้อ านวยการ กศน. หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ ข้าราชการ ครู ท าหน้าที่ได้ตามข้อใด ก. รักษาราชการแทน ข. ปฏิบัติราชการแทน ค. ดูแลราชการแทน ง. รักษาการในต าแหนํง 26. ในกรณีที่ไม่มีผู้ด ารงต าแหน่งผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด/กทม หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ ราชการได้ ให้รองผู้อ านวยการส านักงาน ส านักงาน กศน./กทม ก. รักษาราชการแทน ข. ปฏิบัติราชการแทน ค. ดูแลราชการแทน ง. รักษาการในต าแหนํง 27. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ก.ค.ศ. ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 28. ใครเป็นประธาน สภาการศึกษา ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ก.ค.ศ. ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 29. ข้อใดเป็น การก าหนดต าแหน่งและอัตราเงินเดือน กระทรวงศึกษาธิการ ก. เครื่องราชย์ ข. ประสบการณ์ ค. วิทยฐานะ ง. อายุราชการ 30. การแบ่งส่วนราชการ ให้ด าเนินการตามข้อใด ก. ประกาศกระทรวง ข. ออกกฎกระทรวง ค. พระราชบัญญัติ ง. ข๎อก าหนด
241 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 เฉลยข้อสอบ 1.ง 2.ข 3.ค 4.ง 5.ก 6.ก 7.ง 8.ง 9.ง 10.ข 11.ง 12.ข 13.ก 14.ข 15.ค 16.ก 17.ก 18.ข 19.ข 20.ก 21.ข 22.ค 23.ข 24.ค 25.ง 26.ก 27.ค 28.ก 29.ข 30.ข
242 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ประกาศราชกิจจานุเบกษา 3 มีนาคม 2551 บังคับใช๎4 มีนาคม 2551 ผู๎รับสนองพระราชโองการ : พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี)เหตุผลคือเพื่อให๎มีกฎหมาย รองรับเกี่ยวกับกลไกการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให๎เป็นไปอยํางมีระบบและ ตํอเนื่อง พระราชบัญญัตินี้ตราขึ้นตามค าแนะน าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) **มาตรา 3 พระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน **มาตรา 4 **การศึกษานอกระบบ หมายถึง กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเปูาหมายผู๎รับบริการและ วัตถุประสงค์การเรียนรู๎ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียน หรือฝึกอบรมที่ ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต๎องการ และศักยภาพในการเรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมาย และมี วิธีการวัดผลและประเมินผลที่มีมาตรฐาน เพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู๎ **การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคล ซึ่ง บุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต๎องการ โอกาส ความ พร๎อมและศักยภาพในการเรียนรู๎ของแตํละบุคคล สถานศึกษา หมายความวํา สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยในส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย **ภาคีเครือข่าย หมายถึง 1)บุคคล 2)ครอบครัว 3)ชุมชน 4)องค์กรชุมขน 5)องค์กร ปกครองสํวนท๎องถิ่น 6)องค์กรเอกชน 7)องค์กรวิชาชีพ 8)สถาบันศาสนา 9)สถานประกอบการ 10) องค์กรอื่น 11)รวมทั้งสถานศึกษาอื่น **คณะกรรมการ หมายความวํา คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความ ร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในส านักงานปลัดกระทรวง จ านวน 21 คน ประธาน : รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ, เลขานุการ : เลขาธิการ กศน. ส านักงาน หมายความวํา ส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ส านักงาน กศน.) **มาตรา 6 การสํงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ยึดหลัก ดังตํอไปนี้ 1) การศึกษานอกระบบ **1.1 ความเสมอภาค ในการเข๎าถึงและได๎รับการศึกษาอยํางกว๎างขวาง เป็นธรรมและมี คุณภาพเหมาะสมกับสภาพชีวิตของประชาชน
243 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 **1.2 การกระจายอ านาจแกํสถานศึกษาและการให๎ภาคีเครือข่ายมีสํวนรํวม ในการ จัดการเรียนรู๎ 2) การศึกษาตามอัธยาศัย **2.1 การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล๎องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู๎เรียนทุก กลุํมเปูาหมาย **2.2 การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให๎มีความหลากหลายทั้งสํวนที่เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น และสํวนที่น าเทคโนโลยีมาใช๎เพื่อการศึกษา **2.3) จัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ตํอผู๎เรียน **มาตรา 7 เปูาหมาย การสํงเสริมสนับสนุนการศึกษานอกระบบ **1) ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศักยภาพก าลังคนและสังคม **2) ภาคีเครือข่ายเกิดแรงจูงใจและมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมการศึกษา **มาตรา 8 เปูาหมาย การสํงเสริมสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย **1) ผู๎เรียนได้รับความรู้และทักษะพื้นฐาน ในการแสวงหาความรู๎ที่เอื้อตํอการเรียนรู๎ตลอด ชีวิต **2) ผู๎เรียนได้เรียนรู้สาระที่สอดคล๎องกับความสนใจและความจ าเป็น ในการยกระดับ คุณภาพชีวิต ทั้งด๎านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม **3) ผู๎เรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช๎ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับ การศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ มาตรา 9 ผู้เกี่ยวข้อง คือ 1)ผู้เรียน : ผู๎ได๎รับประโยชน์ 2)ผู้จัดการเรียนรู้: ผู๎สอน 3)ผู้ส่งเสริม สนับสนุน : ผู๎เอื้อประโยชน์ ผอ. มาตรา 10 ส่วนราชการให้การสนับสนุน 1)สื่อและเทคโนโลยี 2)การจัดการศึกษา 3)สิทธิประโยชน์ ความเหมาะสม 4)การสร๎างและพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ 5)ทรัพยากรอื่น **มาตรา 11 การให๎รํวมมือกับภาคีเครือขําย 1)จัดให๎มีโครงสร๎างพื้นฐานการเรียนรู๎ 2)ให๎เกิดความรํวมมือการพัฒนาอยํางตํอเนื่อง 3)ให๎ได๎รับโอกาสในการจัดสรรทรัพยากรและถึงแหลํงเงินทุน **มาตรา 12 ให๎คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย มีอ านาจหน๎าที่ 1) ก าหนดนโยบายและแผนการสํงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยที่สอดคล๎องกับแผนการศึกษาแหํงชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ 2) ก าหนดแนวทางการด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
244 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 3) สํงเสริมและสนับสนุนการประสานงานระหวํางสํวนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนทั้ง ในประเทศและตํางประเทศเพื่อการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการจัดท าและการพัฒนาระบบการเทียบโอนผลการเรียนจาก การเรียนรู๎ในการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย *มาตรา 13 อนุกรรมการภาคีเครือขําย 11 คน (เคยมีสํวนรํวมไมํน๎อยกวํา 2 ปี อายุ 25 ปี ให๎ กศน. จังหวัดสรรหาคัดเลือกและสํงไปส านักงาน กศน. ให๎คณะกรรมการ[21คน]เลือก) โดย 11ประเภท/คน : ประเภทบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน อปท. เอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ สถานศึกษาอื่น องค์กรอื่น(ประธาน:เลือกกันเอง เลขานุการ(ไม่เป็นกรรมการ) : เลขาธิการ กศน.ตั้งเลขานุการ 1 คนผู๎ชํวยอีก 2 คน) **มาตรา 14 ส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เรียกโดยยํอวํา “ส านักงาน กศน.” เลขาธิการส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เรียก โดยยํอวํา “เลขาธิการ กศน.”ซึ่งมีฐานะเป็นอธิบดีและเป็นผู๎บังคับบัญชาข๎าราชการ พนักงานและ ลูกจ๎าง แลรับผิดชอบการด าเนินงานของส านักงาน ส านักงาน มีอ านาจหน้าที่ 1) เป็นหนํวยงานกลางในการด าเนินการ สํงเสริม สนับสนุน และประสานงาน และ รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการฯ 2) จัดท าข้อเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนและมาตรฐานต่อคณะกรรมฯ(21 คน) 3) การพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง วิจัย วิชาการ 4) ด าเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู๎และประสบการณ์ และการเทียบ ระดับการศึกษา 5) สํงเสริมสนับสนุนให๎องค์กรอื่นเป็นภาคเครือขําย 6) จัดท าข๎อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช๎ประโยชน์เครือขํายเทคโนโลยีสารสนเทศ 7) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล **มาตรา 15 คณะกรรมการสํงเสริมสนับสนุนและประสานความรํวมมือการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ในส านักงานปลัดกระทรวง จ านวน 21 คน ประธาน : รัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ , เลขานุการ : เลขาธิการ กศน. คณะกรรมการ มีหน๎าที่ 1) ก าหนดนโยบาย และแผนงานการสํงเสริมและสนับสนุน การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 2) ก าหนดแนวทางการด าเนินงานนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3) ส่งเสริมสนับสนุนการประสานงานภาคสํวนตํางๆ
245 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4) เสนอแนะรัฐมนตรีในการจัดท าและพัฒนาระบบการเทียบโอนจากการเรียนรู๎ การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรา 15 *คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร (16 คน) ประกอบด๎วย ประธาน : ผู้ว่าราชการ กทม. ผู้ทรงคุณวุฒิ รัฐมนตรีแตํงตั้ง 8 คน (จากเอกชนไมํน๎อยกวํา 5 คน) โดยต าแหน่ง(7 คน) : 1)ปลัด กทม. 2)เลขาธิการ กศน. 3)ผู๎แทนกระทรวง พม. 4)ผู๎แทน กระทรวง มท. 5)ผู๎แทนกระทรวงแรงงาน 6)ผู๎แทนกระทรวง สธ. 7)ผู้อ านวยการส านักงาน กศน. กทม. เป็นกรรมการและเลขานุการ *คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด (16 คน) ประกอบด๎วย ประธาน : ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิ รัฐมนตรีแตํงตั้ง 8 คน(จากเอกชนไมํน๎อยกวํา 5 คน) โดยต าแหน่ง(7 คน) : 1)ปลัดจังหวัด 2)เกษตรจังหวัด 3)สาธารณสุขจังหวัด 4)แรงงาน จังหวัด 5)พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 6)นายก อบจ. 7)ผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา 16 อ านาจหน้าที่คณะกรรมการสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัด/กรุงเทพมหานคร *1) ให๎ค าปรึกษาและรํวมมือในการพัฒนาการศึกษา *2) สํงเสริมสนับสนุนภาคีเครือขําย *3) ติดตามการด าเนินงาน ของ กศน.อ าเภอ **มาตรา 17 ส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด เรียกโดย ยํอวํา “ส านักงาน กศน. จังหวัด” “ส านักงาน กศน. กทม.” เป็นหนํวยงานในสังกัด ส านักงาน กศน. มีผู๎อ านวยการ เป็นผู๎บังคับบัญชาข๎าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด และสถานศึกษาที่ อยูํในเขตพื้นที่ มีฐานะเป็นผู้บริหารการศึกษา มาตรา 18 ให๎สถานศึกษาท าหน๎าที่สํงเสริม สนับสนุน ประสานงาน และจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยรํวมกับภาคเครือขําย การด าเนินงานของสถานศึกษา อาจจัดให๎มีศูนย์การเรียนชุมชน ถือเป็นหน่วยจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย การจัดตั้ง ยุบ เลิก รวม การก าหนดบทบาท อ านาจ และหน๎าที่ของสถานศึกษา ให๎เป็นไปตามที่ รมต.ประกาศก าหนด (ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ)
246 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 โดยค าแนะน าของคณะกรรมการสํงเสริมสนับสนันและประสานความรํวมมือการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย (21 คน ประธาน : รัฐมนตรี) **มาตรา 19 ให๎สถานศึกษาแตํงละแหํงมีคณะกรรมการสถานศึกษา กศน.อ าเภอ 9 คน แตํงตั้งโดย ผู๎อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด วาระ 4 ปี หากวํางลงแทนภายใน 30 วัน(เหลือไมํถึง 180 วันก็ได๎) คุณสมบัติ (สัญชาติไทย อายุ 25 ปี ไมํเป็นบุคคลล๎มละลาย ไมํไร๎ไมํเสื่อมเสีย ไมํคุกไมํเป็น กรรมการสถานศึกษาเกิน 2 แหํง) ประธาน : เลือกจากผู๎ทรงคุณวุฒิ , เลขานุการ : หัวหน๎าสถานศึกษา, ผู๎ทรงคุณวุฒิ 8 คน : ด๎านการศึกษา ด๎านศาสนาศิลปวัฒนธรรม ด๎านพัฒนาสังคมชุมชนและสิ่งแวดล๎อม ด๎านการเมืองการ ปกครอง ด๎านความมั่นคง ด๎านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ ด๎านภูมิปัญญาท๎องถิ่น ด๎าน สาธารณสุข อ านาจหน้าที่ 1) ให๎ค าปรึกษา แนะน า 2) เห็นชอบแผนการจัดการศึกษาและติดตามผลการด าเนินงานของสถานศึกษา 3) ก ากับและสํงเสริมสนับสนุนกิจการสถานศึกษา 4) เป็นผู๎อนุมัติแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา 5) ก ากับและสํงเสริมสนับสนุนกิจการสถานศึกษา 6) ให๎ความเห็นชอบระเบียบการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู๎ของสถานศึกษา หัวหน๎าสถานศึกษามีหน๎าที่ สรรหาคณะกรรมการสถานศึกษากํอนหมดวาระ ไมํน๎อยกวํา 90 วัน **อ านาจหน้าที่ผู้อ านวยการสถานศึกษา 1) บริหารกิจการสถานศึกษา 2) ประสานระดมทรัพยากร ควบคุมดูแลเจ๎าหน๎าที่ ทรัพย์สิน 3) เป็นผู๎แทนสถานศึกษา ท านิติกรรมสัญญา 4) จัดท ารายงานประจ าปี SAR 5) อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรการศึกษา (อนุมัติหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตร ท้องถิ่น) **หลักสูตรแกนกลาง 51 อนุมัติโดยคณะกรรมการสํงเสริมสนับสนุนและประสานความ รํวมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สรุปคณะกรรมการสํงเสริมสนับสนุนฯ(ส านักงาน กศน.) 21 คน ประธาน:รัฐมนตรีศึกษาธิการ คณะกรรมการจังหวัด 16 คน ประธาน : ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมสถานศึกษา 9 คน ประธาน : ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่งตั้งโดย ผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัด
247 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 อ.ก.ค.ศ.สป. มี 13 คน ประธาน : ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, เลขานุการ : ผู๎อ านวยการกองการเจ๎าหน๎าที่ (ผอ.กจ.) เลือกตั้ง 5 คน : ผอ.จังหวัด สถานศึกษา ส านักงาน ครู2 คน ผู๎แทน 2 คน : ก.ค.ศ. คุรุสภา ผู๎ทรงคุณวุฒิ 4 คน : ด๎านการศึกษา ด๎านกฎหมาย ด๎ายการเงินการคลัง ด๎านบริหารงานบุคคล *มาตรา 20 ให๎ส านักงาน กศน. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในให๎สถานศึกษา (กศน. อ าเภอ) ด าเนินการประกันคุณภาพภายใน มาตรา 21 ให๎ส านักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ปรับเปลี่ยนภารกิจมาเป็นส านักงานสํงเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและให๎ผู้อ านวยการส านักบริหารงานการศึกษานอก โรงเรียนซึ่งด ารงต าแหนํงอยูํในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการ กศน. มาตรา 23 ให๎รัฐมนตรีจัดท าบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดส านักบริหารงานการศึกษานอก โรงเรียนส านักงานปลัดกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการที่มีความพร๎อมในการปฏิบัติภารกิจของ สถานศึกษาตามที่ก าหนดในพระราชบัญญัตินี้และประกาศรายชื่อสถานศึกษาดังกลําวในราชกิจจา นุเบกษาภายใน 90 วัน นับแตํวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช๎บังคับให๎ถือวําสถานศึกษาตามบัญชีรายชื่อที่ รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามวรรคหนึ่งเป็นสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 25 ให๎รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอ านาจออก กฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
248 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 1. พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ไม่ใช้บังคับ กับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งด าเนินการโดยหน่วยงานใด ก. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ข. สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน ค. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ง. ข๎อ ก และ ข 2. ข้อใดคือ การศึกษานอกระบบ ก. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุํมเปูาหมายผู๎รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู๎ที่ชัดเจนมีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต๎องการและศักยภาพในการ เรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมายนั้น ข. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุํมเปูาหมายผู๎รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู๎ที่ชัดเจนมีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต๎องการและศักยภาพในการ เรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู๎ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทาง การศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู๎ ค. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุํมเปูาหมายผู๎รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู๎ที่ชัดเจนมี รูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่เหมาะสมกับสภาพความต๎องการและ ศักยภาพในการเรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู๎ที่มีมาตรฐาน เพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู๎ ง. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุํมเปูาหมายผู๎รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู๎ที่ชัดเจนมี รูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุํนและหลากหลายตามสภาพความ ต๎องการและศักยภาพในการเรียนรู๎ของกลุํมเปูาหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู๎ที่ มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู๎ 3. ข้อใดคือ การศึกษาตามอัธยาศัย ก. กิจกรรมการเรียนรู๎ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต๎องการ โอกาสความพร๎อม และศักยภาพในการเรียนรู๎ของแตํ ละบุคคล ข. กิจกรรมการเรียนรู๎ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต ตามหลักสูตร และศักยภาพในการเรียนรู๎ของแตํละบุคคล ค. กิจกรรมการเรียนรู๎ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต มีความยืดหยุํน ตามความต๎องการ โอกาสความพร๎อม ง. กิจกรรมการเรียนรู๎ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู๎ได๎อยําง ตํอเนื่องตลอดชีวิต ตามหลักสูตรและความยืดหยุํนในโอกาสความพร๎อม และศักยภาพในการเรียนรู๎
249 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 4. เลขาธิการ กศน. คนปัจจุบัน คือข้อใด ก. นายกฤษชัย อรุณรัตน์ ข. นายวรัท พฤกษาทวีกุล ค. นายศรีชัย พรประชาธรรม ง. นายประเสริฐ บุญเรือง 5. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ 1 ของการศึกษานอกระบบ ก. ความเสมอภาคในการเข๎าถึงและได๎รับการศึกษาอยํางกว๎างขวาง ข. การกระจายอ านาจแกํสถานศึกษาและการให๎ภาคีเครือขําย ค. การเข๎าถึงแหลํงการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู๎เรียน ง. การพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ให๎มีความหลากหลายทั้งสํวนที่เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น 6. ข้อใด ไม่ใช่หลักการศึกษานอกระบบ ก. การให๎ภาคีเครือขํายมีสํวนรํวม ข. การกระจายอ านาจแกํสถานศึกษา ค. ความเสมอภาคในการเข๎าถึงและได๎รับการศึกษา ง. การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรู๎ที่เป็นประโยชน์ตํอผู๎เรียน 7. ข้อใด ไม่ใช่หลักการศึกษาตามอัธยาศัย ก. การพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ให๎มีความหลากหลาย ข. ความเสมอภาคในการเข๎าถึงและได๎รับการศึกษา ค. การเข๎าถึงแหลํงการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับความสนใจ ง. การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรู๎ที่เป็นประโยชน์ตํอผู๎เรียน 8. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ 1 ของ การศึกษาตามอัธยาศัย ก. ความเสมอภาคในการเข๎าถึงและได๎รับการศึกษาอยํางกว๎างขวาง ข. การกระจายอ านาจแกํสถานศึกษาและการให๎ภาคีเครือขําย ค. การเข๎าถึงแหลํงการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู๎เรียน ง. การพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ให๎มีความหลากหลายทั้งสํวนที่เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น 9. ข้อใดคือ เปูาหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย ก. ได๎รับความรู๎และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู๎ที่จะเอื้อตํอการเรียนรู๎ตลอดชีวิต ข. ได๎เรียนรู๎สาระที่สอดคล๎องกับความสนใจและความจ าเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต ค. น าความรู๎ที่ได๎รับไปใช๎ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษา นอกระบบ ง. ถูกทุกข๎อ
250 คู่มือเตรียมสอบพนกังานราชการ ตา แหน่งครู กศน.ต าบลและนักวิชาการศึกษา ID LINE : NFE4567 10. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีชํวยวําการกระทรวงศึกษาธิการที่ได๎รับมอบหมาย ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 11. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีกี่คน ก. 17 คน ข. 19 คน ค. 21 คน ง. 28 คน 12. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยต าแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ก. เลขาธิการสภาการศึกษา ข. เลขาธิการคณะกรรมการสํงเสริมการศึกษาเอกชน ค. เลขาธิการคณะกรรมการข๎าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ง. เลขาธิการคุรุสภา 13.ข้อใดคือ สายด่วน กศน. ก. 1669 ข. 1660 ค. 1559 ง. 1550 14. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ง. คณะกรรมการสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 15.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ก. ผู๎วําราชการจังหวัด ข. รองผู๎วําราชการจังหวัดที่ได๎รับมอบหมาย ค. ศึกษาธิการจังหวัด ง. ผู๎อ านวยการ ส านักงาน กศน.จังหวัด 16. ใครเป็นผู้จัดท าบัญชีรายชื่อสถานศึกษาสังกัดส านักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ก. รัฐมนตรีวําการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการส านักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ผู๎อ านวยการส านักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน