รายงานผลการทำกิจกรรมส งเสริมและสนับสนุนการวิจัย (ฉบับสมบูรณ์) การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืนของประเทศ ระยะที่ 1 Development of Role Model Community for Enhancing the Quality-of-Life base on the Philosophy of Sufficiency Economy towards Sustainability of the Country, Phase 1 คณะผู้วิจัย ผู ช วยศาสตราจารย ดร.วารุณี ศรีสงคราม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อาจารย ธง คำเกิด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อาจารย วิภาดา วงศ สุริยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ผู ช วยศาสตราจารย ดร. เอกวิทย หายักวงษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผู ช วยศาสตราจารย ดร.ประหยัด กองสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ผู ช วยศาสตราจารย พิทักษ สถิตวรรธนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผู ช วยศาสตราจารย ชัยศักดิ์ คล ายแดง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู ช วยศาสตราจารย วิเชษฐ ทิพย ประเสริฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล านนา รองศาสตราจารย ดร.พิมพ นภัส ภูมิกิตติพิชญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู ช วยศาสตราจารย ดร.ณัฐพงศ พันธุนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชพระนคร ผู ช วยศาสตราจารย กิตติพงษ พุ มโภชนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานการวิจัยแห งชาติ ประจำป งบประมาณ 2565 พ.ศ. 2566
ก กิตติกรรมประกาศ โครงการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง สู ความยั่งยืนของประเทศ ระยะที่ 1 ซึ่งได รับทุนการวิจัยสนับสนุนจากกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ภายใต โครงการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา บุคลากรจากวิจัยด านสังคมศาสตร มนุษยศาสตร และศิลปกรรมศาสตร ประจำป งบประมาณ พ.ศ. 2565 คณะผู วิจัยขอขอบคุณ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัย (สปอว.) และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและ นวัตกรรม วิทยสถานสังคมศาสตร มนุษยศาสตร และศิลปกรรมศาสตร แห งประเทศไทย สำนักงานการวิจัย แห งชาติ และสถาบัน เศรษฐกิจพอเพียง ผู ทรงคุณวุฒ ที่ปรึกษาโครงการ ที่ให การสนับสนุนงบประมาณและมอบคำแนะนำ กำกับดูแลงานวิจัยซึ่งส งผลให งานวิจัยสำเร็จ ลุล วงด วยดีตลอดมาด วยการนี้ขอขอบพระคุณผู บริหาร และทีมงานนักวิจัยทั้ง 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ผู นำชุมชน หน วยงานภาคีต างๆทั้ง 7 พื้นที่ ในการดำเนินงานวิจัยครั้งนี้ ที่ร วมแรงร วมใจ ระดมความคิด ในการดำเนินงานวิจัยและสนับสนุน ข อมูลอันเป นประโยชน และมีคุณค ายิ่งต องานอย างต อเนื่องจนงานวิจัยสำเร็จลุล วงด วยดี ได รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห งชาติ ประจำป งบประมาณ 2565 คณะผู้วิจัย
ข บทสรุปผู้บริหาร ด วยประเทศไทยได ผ านวิกฤติต างๆมามากมายทั้งจากภายในและภายนอก ถึงแม ว าประเทศ ไทยจะมีภูมิคุ มกันที่ดีมากเพียงใด แต ก็ยังไม เพียงพอต อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู ตลอดเวลา ส งผลให เกิดความเสี่ยงและผลกระทบในระดับต างๆ ที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล อม โดยเฉพาะระดับฐานรากของประเทศนั้นคือชุมชน จึงจำเป นอย างยิ่งที่จะต อง นำภูมิคุ มกันที่มีอยู พร อมกับสร างภูมิคุ มกันต นแบบที่มีความเข มแข็งสามารถผ านพ นวิกฤตที่เข ามาได อย างมีประสิทธิภาพภายใต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป นเหมือนแสงส องสว างในยามมืด มิดให กับประเทศ โดยโครงการวิจัยการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู ความยั่งยืนของประเทศ ระยะที่ 1 เป นโครงการที่มีเป าหมายเพื่อสร าง กำลังคนที่เป นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานทรัพยากรในพื้นที่ของตน ตามแนว พระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว าด วยการพัฒนาประเทศจำเป นต องพัฒนาพื้นฐานความพอมี พอกิน พอใช ของ ประชาชนให มั่นคงก อน แล วค อยสร าง ค อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับ ต อการพัฒนาประเทศชาติ ในการวิจัยนี้เป นการวิจัยเชิงปฏิบัติ(Action Research) มุ งแก ป ญหาและพัฒนา โดยการ พิจารณาข อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากการสังเกต การสัมภาษณ์ การทดลอง การ บันทึก รวมทั้งการวิเคราะห์ข อมูล ด วยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) จากกลุ มนักวิจัย มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ เพื่อพิจารณาและนำแนวทางการพัฒนากำลังคนตามหลักการวิจัย ช วย ยกระดับชุมชนให มีศักยภาพเป นชุมชนต นแบบที่สูงขึ้น ในส วนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) กลุ มนักวิจัยวิศวกรรมศาสตร์และศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข อง ทำการสร างสิ่งประดิษฐ์หรือ นวัตกรรมเพื่อมุ งแก ป ญหาและพัฒนาร วมกับชุมชน ในแต ละพื้นการวิจัยเพื่อนำไปสู การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อค นหารูปแบบโมเดลชุมชนภายใต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสมกับชุมชนใสแต ละ ภูมิภาคของประเทศที่มีความแตกต างกันตามบริบทตลอดจนแนวทางในการยกระดับความเป น เศรษฐกิจพอเพียงด วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมเข ามาเพิ่มศักยภาพทางทางการ แข งขันให กับชุมชนโดยใช แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG เข ามาประยุกต์ใช กับการพัฒนา ชุมชนในมิติด านต างๆ การคัดเลือกชุมชนต นแบบในการดำเนินงานได พิจารณาชุมชน 6 ภูมิภาคของประเทศไทย จำนวน 7 จังหวัด รวม 30 ชุมชน เพื่อเลือกเป นชุมชนต นแบบจากการสำรวจในพื้นที่ตามเกณฑ์การ พิจารณา 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล อม สังคม อีกทั้งเป นชุมชนที่มีความเป นอยู ตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) และมีฐานทรัพยากรในพื้นที่ ที่มีความพร อมต อการพัฒนา เศรษฐกิจในรูปแบบ BCG อีกทั้งป จจัยอื่นๆ สู เป าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งพบว าได 7
ค ชุมชนในแต ละภูมิภาคที่ได รับเลือกสู การเป นชุมชนต นแบบ ประกอบด วย พื้นที่ภาคเหนือ ได แก จังหวัดเชียงราย(ชุมชนบ านหัวฝาย) พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได แก จังหวัดสกลนคร (ชุมชนบ านดอนกอย) พื้นที่ภาคกลาง จังหวัดสมุทรสงคราม(ชุมชนบ านสุนัขหอน)พื้นที่ภาคตะวันตก ได แก จังหวัดสุพรรณบุรี(ชุมชนต นตาล)และจังหวัดกาญจนบุรี(ชุมชนบ านหนองปลวกและชุมชนบ าน หนองสะแก) พื้นที่ภาคตะวันออก ได แก จังหวัดจันทบุรี(ชุมชนแก งหางแมว) และพื้นที่ภาคใต ได แก จังหวัดพังงา(ชุมชนบ านน้ำจืด) โดยชุมชนที่ได กล าวมาข างต นจะเป นชุมชนนำร องที่จะสะท อนให เห็น ถึงแนวคิดการพัฒนาที่มุ งเน นการสร างชุมชนต นแบบในพื้นที่ 6 ภูมิภาคของประเทศไทย จากนั้นได ทำการวิเคราะห์ทรัพยากรในพื้นที่ชุมชนต นแบบเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ(BCG) สู การ นำกิจกรรม นวัตกรรมในรูปแบบต างๆไปร วมดำเนินการพัฒนาร วมกับชุมชน โดยยึดหลักการทรงงาน 23 ข อ ของพระบาทสมเด็จพระเจ าอยู หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งเพื่อสนับสนุนการทำงานส วนการ ปกครองชุมชนและเกิดการเรียนรู ชุมชนสู ชุมชน ถึงการพัฒนาหรือการยกระดับทรัพยากรในพื้นที่ให เกิดเศรษฐกิจหรือความเป นอยู ที่ดีขึ้นด วยชุมชนเองจากการได รับการบ มเพาะจากนักวิจัยแล วนั้น ด วย ตัวแพลตฟอร์มหรือระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน หรือ CDM-SEP (Community Resources on SEP Dashboard) สำหรับเป นคลังจัดเก็บข อมูล การรายงาน สื่อวิดีโอ พร อมเพิ่มรับข อมูลต างๆของพื้นที่ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให ทันต อการพัฒนาและการปกครอง ในยุคดิจิทัลได ด วยนั้น รวมทั้งการสร างนวัตกรรมที่พร อมใช ควบคู กับการพัฒนากำลังคน บนพื้น ฐานเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืนของประเทศ เพื่อหนุนเสริมการเป นชุมชนต นแบบและการ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการจัดทำระบบการบริหารการพัฒนาชุมชนต นแบบด วยรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให ทันต อการพัฒนาและการปกครองในยุคดิจิทัลด วยนั้น ผลการดำเนินงานในกิจกรรมแต ละพื้นที่ก อให เกิดรูปแบบโมเดลการขับเคลื่อนการพัฒนา ชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต 7 รูปแบบในพื้นที่ 6 ภูมิภาค 7 จังหวัดในประเทศไทย โดยการได ขบวนการและนวัตกรรมพร อมใช สู ชุมชน จำนวน 30 ผลงาน รวมทั้งสื่อมัลติมิเดียชุมชน 8 ผลงาน ได แพลตฟอร์มหรือระบบสารสนเทศเพื่อใช บริหารจัดการพัฒนาชุมชนในรูปแบบสื่อ อิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล จำนวน 1 แพลตฟอร์ม โดยมี 2 ส วน คือ ส วนการป อนข อมูลโดยผู ใช งาน (User) และส วนหน าจอการรายงานผลในรูปแบบ Dashboard อีกทั้งผลการวิเคราะห์การยกระดับ เศรษฐกิจและด านต างๆของแต ละพื้นที่ในภาพรวมพบว า มีรายได ในชุมชนมวลรวมมากกว า ร อยละ 10 จากข อมูลก อนหน า ซึ่งส วนใหญ มาจาก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มขึ้นจำนวนนักท องเที่ยว การ ใช พลังงานทดแทน และอื่นๆร วมนั้น โดยผลของการเปลี่ยนแปลงในแต ละพื้นที่ตามภูมิภาคสามารถ สรุปได ดังนี้ พื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนบ านหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในกิจกรรมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชผักปลอดสารพิษ สำหรับเมืองและชุมชนสู ความยั่งยืนบนพื้นฐานเชียงรายเมืองเกษตรสีเขียวและอาหารปลอดภัย เป น
ง การพัฒนาศูนย์การเรียนรู ด านเกษตรปลอดภัยในวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สร างศูนย์การเรียนรู การปลูก ผักไฮโดรโปนิกส์โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ลสำหรับผู สูงอายุ และเพื่อเพิ่มรายได ให กับ ผู สูงอายุซึ่งมีกำลังการผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ไม ต่ำกว า 1,200 ต น/เดือน โดยมีฐานการเรียนรู ทั้งหมด จำนวน 6 ฐาน โดยแต ละฐานมีการออกแบบให เข ากับสรีระของผู สูงอายุโดยกำหนดความสูงให พอเหมาะกับสรีระของผู สูงอายุ รวมถึงการถ ายทอดองค์ความรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในรูปแบบ การอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยผู สูงอายุได เรียนรู และฝ กปฏิบัติตั้งแต กระบวนการเพาะเมล็ด การอนุบาล ต นกล า การย ายต นกล า การผสมปุ๋ย การดูแลผัก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การล างและบรรจุผัก การ พัฒนาช องทางการตลาด ในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการประกอบด วย หลักสูตรการตลาดสมัยใหม และการตลาดออนไลน์ ด วยการอบรมเชิงปฏิบัติการในการสร าง content และการทดลองและ เลือกใช สื่อ social media ที่เหมาะสมเพื่อเป นการขยายช องการจัดจำหน ายผ านทางออนไลน์การ ออกแบบตราสินค าและจัดทำบรรจุภัณฑ์ต นแบบ และการจัดทำ Business Model ของผลิตภัณฑ์ผัก อิ่มบุญ นอกจากนี้ผู สูงอายุได มีการรวมกลุ มกันทำกิจกรรมเชิงสร างสรรค์ที่ก อให เกิดความรักความ สามัคคีในหมู คณะมีการกำหนดบทบาทหน าที่ในการทำงานและพัฒนาการบริหารจัดการกลุ มและมี การทำงานร วมอย างเป นระบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การมีรายได ที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งความมั่นใจ ความ ภูมิใจ และการเห็นคุณค าตนเองที่สามารถทำงานสร างรายได ลดการพึ่งพาลูกหลาน พื้นที่ภาคกลาง จังหวัดสมุทรสงคราม ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนบ านสุนัขหอน ในกิจกรรม การยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว กรณีศึกษา เครือข าย ศูนย์บ มเพาะ เกษตรกรรุ นใหม ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมุ งพัฒนากลไก การขับเคลื่อนการจัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารูปแบบการ จัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิด ของ BCG และขยายผลสู ชุมชนด วยองค์ความรู และเทคโนโลยีที่แสดงถึงการปรับตัวให เข ากับ สิ่งแวดล อมบนชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว ซึ่งเกษตรกรจะได ความรู กลยุทธ์ทาง การตลาด และการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป น มิตรกับสิ่งแวดล อม ผ านกิจกรรมการแยกขยะ กิจกรรมการผลิตปุ๋ยจากเศษอาหารและกิจกรรมการ ทำอาหารปลาจากวัสดุในชุมชน ผลการเปลี่ยนแปลงที่ได จากการดำเนินการคือ ก อให เกิดการพัฒนา เกษตรรุ นใหม ด วยแนวคิด Smart Farmer อันจะเป นการส งเสริมให เกิดทายาทเกษตรกร สืบทอด อาชีพเกษตรกรรม ช วยอนุรักษ์สืบสานภูมิป ญญา วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนเกิดการพัฒนา ศักยภาพของ Smart Farmer ในฐานะ Smart Farmer Guide อีกด วย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสกลนคร ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนบ านดอนกอย ใน กิจกรรมการส งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติโดยใช แนวคิดในการ ออกแบบและรูปแบบธุรกิจอย างยั่งยืนและเป นมิตรต อสิ่งแวดล อม โดยมีจุดเน นเพื่อเพิ่มมูลค า ผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ ผ านกระบวนการย อมสีธรรมชาติ โดยใช นวัตกรร ม
จ ต างๆ ผลิตและนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ ด วยหลักการออกแบบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ จัดทำการตลาดผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ ผ านระบบอินเตอร์เน็ต และสร างแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ผ าย อมสีธรรมชาติและรวบรวมฐานข อมูลตลอดห วงโซ อุปทานของ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยในผลงานวิจัยเป นการก อหม อย อมครามและการเลี้ยงหม อครามด วย กระบวนการสร างสรรค์ภูมิป ญญาร วมกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม โดยเป นการสร างโครงสร าง พื้นฐานที่มีความทนทาน ส งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งเป นกระบวนการ เพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติด วยด วยนวัตกรรม เกิดต นแบบผลิตภัณฑ์และ บรรจุภัณฑ์ผ าย อมครามและสีธรรมชาติที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม ได ช องทางการจัดจำหน ายที่มี คุณภาพและเกิดเป นฐานข อมูลตลอดห วงโซ อุปทานในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ใหม อีกทั้งยังเกิดแนวทาง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ าย อม ครามและสีธรรมชาติที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม และชุมชนเกิดองค์ความรู ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ชุมชนอย างยั่งยืนบนหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการยกระดับผลิตภัณฑ์ด านผ ามัดย อม โดย คาดว าชุมชนจะเกิดการกระจายรายได อย างเป นธรรม เป นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลด ผลกระทบต อสิ่งแวดล อม สร างภูมิคุ มกันให กับชุมชนพร อมรับการเปลี่ยนแปลง เกิดคลังความรู ด าน เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาชุมชนอย างสมดุล เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจฐานราก อนุรักษ์และใช ทรัพยากรอย างชาญฉลาด และจะขยายตลาดชุมชนได ในอนาคต พื้นที่ภาคใต จังหวัดพังงา ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนบ านน้ำจืด ในกิจกรรมการพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการท องเที่ยวชุมชนเกาะยาวน อย สู ความยั่งยืนด วยหลักเศรษฐกิจ พอเพียง โดยงานวิจัยมุ งเน นเพื่อแนวทางการพัฒนาชุมชนเกาะยาวน อยเพื่อขับเคลื่อนให เกิดรูปแบบ การพึ่งตนเองแบบยั่งยืนภายใต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการ จัดการการท องเที่ยวและสินค าชุมชน ควบคู กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงในการรองรับ นักท องเที่ยวฟ นฟูและป องกันป ญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล อม เป น กลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศรูปแบบใหม ที่มุ งเน น “การเติบโตเชิงคุณภาพ” พร อมกับสร างนวัตกรรมการท องเที่ยวด วยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห งความจริง เพื่อส งเสริม การท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อย การพัฒนานวัตกรรม การผสมผสานโลกเสมือน (Augmented Reality-AR) ที่จะเข ามามีส วนร วมถ ายทอดประสบการณ์ ให กับนักท องเที่ยวภายใต กิจกรรมการท องเที่ยวภายในชุมชน โดยนำเสนอเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิ ป ญญาและสัญลักษณ์การท องเที่ยวเชิงพื้นที่แบบภาพเสมือน 3 มิติ ในตำแหน งพื้นที่ชุมชนเกาะยาว น อยที่มีกิจกรรมการท องเที่ยว บนแหล งจุดท องเที่ยวจำนวน 5 จุด ได แก ท าเรือท าเขา สะพานอันเป า หนำนาทอน ท าเรือมาเนาะและสะพานเฉลิมพระเกียรติ พื้นที่ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนบ านหนองปลวก ใน กิจกรรมการพัฒนาและยกระดับศักยภาพและความเข มแข็งของชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
ฉ พอเพียง ในจังหวัดกาญจนบุรีโดยเป นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช พัฒนา ยกระดับศักยภาพ และความเข มแข็งของชุมชน โดยมีกระบวนการดำเนินงานคือนำนวัตกรรมตู อบแห งพลังงาน แสงอาทิตย์และเตาอบไมโครเวฟสุญญากาศ มาถ ายทอดแก วิสาหกิจชุมชน พร อมถ ายทอดองค์ความรู ในการติดตั้ง ใช งานบำรุงรักษา และแก ไขข อขัดข องเบื้องต น และนำมาใช ในการอบแห งสมุนไพร กล วยหอมทอง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และลดการใช พลังงาน ซึ่งเป นการส งเสริม โอกาสในการเรียนรู สนับสนุนให ประชาชนพัฒนากระบวนการแปรรูปสินค าโดยใช นวัตกรรม ผ านการ ลองผิดลองถูกเพื่อให ได สินค าใหม ๆ ส งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและส งเสริมนวัตกรรม ส งเสริม นวัตกรรมที่ใช สำหรับผลิตสินค าของประชาชน ยกระดับมาตรฐานของสินค า เอื้อให เกิดธุรกิจที่ เหมาะสม และเป นกิจการที่มีจุดมุ งหมายหลักในการแก ไขป ญหาสังคม และสิ่งแวดล อม เกิดต นแบบ การเรียนรู ต นแบบเครื่องมือ ต นแบบผลิตภัณฑ์ สามารถสร างรายได ให กับชุมชน และเกิดผลกระทบ ในทางบวกกับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม และวัฒนธรรม ซึ่งหลังจากการดำเนินงานวิจัยเสร็จเสร็จ สิ้นส งผลให เกิดการกระจายรายได อย างเป นธรรม ความเหลื่อมล้ำในสังคมและผลกระทบต อ สิ่งแวดล อมจะลดลง เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริมการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกิดองค์ความรู ใหม กลยุทธ์ทางการตลาดการ และเกิดการยกระดับคุณภาพ ชีวิตของคนในชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดสุพรรณบุรี ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนต นตาล ในกิจกรรมการพัฒนารูปแบบการ จัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล จังหวัด สุพรรณบุรี โดยจากการวิจัยมุ งเน นในการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการการท องเที่ยวโดย ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง สร างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริมการท องเที่ยว โดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง สร างกลยุทธ์ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจ และพัฒนารูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ ชุมชนตำบลต นตาล จังหวัดสุพรรณบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG สู ชุมชนต นแบบ เกิดภาคีเครือข ายที่ร วมบูรณาการในการทำงานร วมกันในการพัฒนาตำบลต นตาลบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียง ชุมชนตำบลต นตาลได ความรู ทักษะ และการบริหารจัดการชุมชนบนฐานความยั่งยืนภายใต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได เว็บแอพพลิเคชั่น http://www.tontantourism.com “เที่ยว ชุมชนต นตาลตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” การเที่ยวโดยชุมชนตำบลต นตาล มีฐานข อมูลสถานการณ์ ของชุมชนตำบลต นตาลในป จจุบันสู การพัฒนาการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียง เกิดภาคีเครือข ายและบูรณาการการทำงานร วมกับผู ประกอบการด านการท องเที่ยวโดย ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง และทราบข อมูลพฤติกรรม ความต องการ และความพึงพอใจของ นักท องเที่ยวที่เดินทางมาในชุมชนตำบลต นตาล ข อมูลการปรับปรุงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให สอดคล องกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของชุมชน นอกจากนั้นชุมชนได องค์ความรู และทักษะในการนำ
ช นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช ในพื้นที่ เกิดกลยุทธ์ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง และมีรูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงใน พื้นที่ชุมชนตำบลต นตาลที่จะเกิดเป นชุมชนต นแบบของประเทศ หลังจากนั้นยังมีการนำผลการวิจัยไป ประยุกต์ใช และเกิดการเผยแพร สู สาธารณะให แก ชุมชนที่มีความคล ายคลึงกัน พื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ชุมชนต นแบบ ได แก ชุมชนแก งหางแมว ในกิจกรรมการ พัฒนาชุมชนต นแบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของวิสาหกิจชุมชนอำเภอแก ง หางแมว จังหวัดจันทบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG โดยผลจากการวิจัยเพื่อ ยกระดับศักยภาพชุมชนทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนต นแบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารูปแบบการจัดการข อมูลสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการของกลุ ม วิสาหกิจชุมชน และพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์ด วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค าเกษตรอินทรีย์ด วยเทคโนโลยีด านและนวัตกรรม เป นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักในโรงเรือนด วยแสงประดิษฐ์ และการพัฒนาระบบควบคุม ป ๊มน้ำด วย IoT ซึ่งก อนดำเนินการพบว าการควบคุมป ๊มน้ำยังคงใช สะพานไฟ (คัตเอาท์) ซึ่งไม มีระบบ ป องกันมอเตอร์ไหม อีกทั้งยังไม ปลอดภัยต อการใช งาน จึงได ออกแบบระบบตู ควบคุมมอเตอร์ป ๊มน้ำที่ สามารถป องกันกระแสเกินซึ่งเป นสาเหตุทำให มอเตอร์ไหม มีความปลอดภัยในการใช งาน สามารถ ควบคุมการทำงานได ทั้งแบบด วยมือและผ านโทรศัพท์มือถือ เมื่อสิ้นกระบวนการก็จะเกิดระบบ ควบคุมป ๊มน้ำสำหรับการผลิตของกลุ มวิสาหกิจได รับการพัฒนาสู รูปแบบการควบคุมการทำงานด วย IoT เพื่อความสะดวก ปลอดภัยและลดเวลาในการทำงาน และพัฒนารูปแบบการจัดการข อมูล สารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกลุ มวิสาหกิจชุมชน เป าหมายความยั่งยืนภายหลังการดำเนินงาน ส งผลให ชุมชนมีองค์ความรู ที่เพิ่มมากขึ้น ทัน ต อบริบทการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก สามารถพัฒนาชุมชนด วยกลุ มชุมชนเองร วมกับหน วยงาน ภาคีที่พร อมเป นกลไกให การสนับสนุนทั้งหน วยงานภาครัฐและเอกชน ตามการบริหารจัดการ ทรัพยากรพื้นที่สู การปรับโครงสร างเศรษฐกิจตามแผนพัฒนา BCG สู การเติบโตและยั่งยืน โดยชุมชน สามารถคิดอย างเป นระบบ ระเบิดจากข างใน พร อมร วมกันแก ป ญหาและพัฒนาจากจุดเล็กเป นไป ตามลำดับขึ้น โดยคำนึงถึงภูมิสังคม ทรัพยากรพื้นถิ่นได อย างองค์รวม เกิดการพึ่งพาตนเองรู -รักสามัคคี เพื่อให เกิดการสร างคนและสังคมคุณภาพ ซึ่งสิ่งเหล านี้ล วนเป นไปตามกลไกตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงานในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งท านได ทรงชี้แนวทางการดำรงอยู และ ปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ตามวิสัยทัศ ของกรอบยุทธศาสตร์ชาติที่กล าวไว “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป นประเทศพัฒนาแล ว ด วยการนำแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู การพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู ที่เป น ป จจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศควบคู กับการประยุกต์ใช ภูมิป ญญาท องถิ่นเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตที่ดี เสริมสร างความมั่งคงจากฐานรากในการดำรงชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย างยั่งยืน
ซ บทคัดย อ โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถอดแบบชุมชนพร อมการพัฒนากำลังคนสู การพัฒนา เศรษฐกิจในรูปแบบ BCG บนพื้นฐานทรัพยากรในชุมชนให มั่งคงสู การผลักดันเศรษฐกิจ ตามแนว พระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 และการจัดทำระบบการบริหารการพัฒนาชุมชนต นแบบ ด วยรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคลังจัดเก็บข อมูล การรายงาน สื่อวิดีโอ พร อมเพิ่มรับข อมูลต างๆของพื้นที่ ใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให ทันต อการพัฒนาและการปกครองในยุคดิจิทัลได ด วยนั้น การดำเนินงานเป นการวิจัยเชิงปฏิบัติ มุ งแก ป ญหาและพัฒนา โดยการพิจารณาข อมูลเชิง คุณภาพ ด วยการวิจัยเชิงสำรวจ จากกลุ มนักวิจัยมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ เพื่อพิจารณาและนำแนว ทางการพัฒนากำลังคนเพื่อช วยยกระดับชุมชนให มีศักยภาพเป นชุมชนต นแบบที่สูงขึ้น ร วมกับการ วิจัยเชิงทดลอง กลุ มนักวิจัยทางวิศวกรรมศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ ได ทำการสร างสิ่งประดิษฐ์หรือ นวัตกรรม เพื่อมุ งแก ป ญหาและพัฒนาร วมกับชุมชนด วยเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน สู การพัฒนาที่เน น ความยั่งยืน ผลการวิจัยพบว า ได รูปแบบโมเดลการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับ คุณภาพชีวิต 7 รูปแบบในพื้นที่ 6 ภูมิภาค 7 จังหวัดในประเทศไทย โดยมีขบวนการพัฒนากำลังคน ด านต างๆและนวัตกรรมพร อมใช สู ชุมชน จำนวน 30 ผลงาน ซึ่งเป นผลให ชุมชนมีรายได มวลรวม มากกว า ร อยละ 10 จากข อมูลก อนหน า ซึ่งส วนใหญ มาจาก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มขึ้นจำนวน นักท องเที่ยว การใช พลังงานทดแทน และอื่นๆร วมนั้น อีกทั้งชุมชนได รับองค์ความรู ที่สูงขึ้น ทันต อ บริบทการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก ชุมชนสามารถพัฒนางานต อด วยกลุ มชุมชนเองร วมกับ หน วยงานภาคีที่พร อมเป นกลไกหนุนเสริม ตามการบริหารจัดการทรัพยากรพื้นที่ตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจรูปแบบ BCG บนพื้นฐานความเป นอยู แบบเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) สู การเติบโตและยั่งยืน (SDGs) อีกทั้งระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการพัฒนาชุมชนในรูปแบบแพลตฟอร์มดิจิทัล สามารถ ใช เป นคลังจัดเก็บข อมูล การรายงาน สื่อวิดีโอ พร อมเพิ่มรับข อมูลต างๆของพื้นที่ เพื่อให ทันต อการ พัฒนา การปกครองในยุคดิจิทัลที่สะดวก รวดเร็ว และง ายต อการเข าถึงข อมูลและพร อมเป น แบบอย างที่ดีต อการพัฒนาชุมชนอื่นด วยนั้น ผลหลังการวิจัยยังพบว า ชุมชนสามารถคิดได อย างเป นระบบ ระเบิดจากข างใน พร อมร วมกัน แก ป ญหาและพัฒนาจากจุดเล็กเป นไปตามลำดับขึ้น โดยคำนึงถึงภูมิสังคม ทรัพยากรพื้นถิ่นได อย าง องค์รวม เกิดการพึ่งพาตนเอง รู -รัก-สามัคคี ซึ่งสิ่งเหล านี้ล วนเป นไปตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และหลักการทรงงานในหลวงรัชกาลที่ 9 สู การพัฒนาและบริหารประเทศร วมกันได อย าง เป นรูปธรรม คำสำคัญ: ชุมชนต นแบบ, ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน, การพัฒนาเศรษฐกิจ รูปแบบ BCG ในชุมชม
ฌ Abstract This research project aims to replicate the community model with manpower development towards economic development in the form of BCG based on community resources to be stable to drive the economy according to the royal initiative of King Rama XI and the creation of a prototype community development management system to store video reports and receive various information of the area in the electronic form to keep up with the development and dominance in the digital age. Implementation is a practical research method aimed at problem-solving and development by considering qualitative data with exploratory research from the humanities and social sciences research group to consider and implement manpower development guidelines to help raise the community to have higher potential as a model community together with experimental research, engineering, and other science researchers have created innovation to solve problems and develop together with the community with basic technology on sustainability. The research results revealed seven prototype community development driving models for improving the quality of life in six regions and seven provinces in Thailand, with thirty projects of manpower development and innovation ready for use in communities. As a result, the community has a gross income of more than ten percent from previous data, mainly from product development, increasing the number of tourists, using renewable energy, etc., and the community has gained a high knowledge to keep up with the context of changing world situations. Communities can continue to develop their work with community groups and partner agencies that are ready to serve as supporting mechanisms for managing local resources according to the BCG model economic development plan based on the sufficiency economy principle (SEP) for growth and sustainability (SDGs). In addition, the information system for community development management in digital form can be used as a data warehouse for video reports, along with receiving various information about the area to keep up with the development of governance in the digital age that is convenient, fast, and easy to access. Access to information and ready to be a good role model for the development of other communities. After the research results also revealed that communities could think systematically, burst from within, be willing to work together to solve problems, and hierarchically develop from minor points, considering the social landscape and local resources holistically. They know how to love and unity, all of which follow the philosophy of sufficiency economy and the principles of His Majesty King Rama IX’s work towards the development and administration of the country together. Keywords: Prototype Community, Information System for community development management, Economic development model BCG in the community
ญ สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทสรุปผู้บริหาร ข บทคัดย อ ซ Abstract ฌ สารบัญ ญ สารบัญตาราง ฏ สารบัญรูป ฑ บทที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล 2 1.2 วัตถุประสงค์ 4 1.3 กรอบแนวคิดการวิจัย 4 1.4 ขอบเขตการวิจัย 5 1.5 เป าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 8 บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง 9 2.2 แนวคิดชุมชนต นแบบ 13 2.3 โมเดลเศรษฐกิจ BCG (BCG Model) 15 2.4 เป าหมายการพัฒนาที่ยังยืน (SDGs) 20 2.5 แดชบอร์ด (Dashboard) 22 บทที่ 3 ระเบียบวิธีดำเนินการวิจัย 3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยในวัตถุประสงค์ที่ 1 23 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยในวัตถุประสงค์ที่ 2 64 3.3 การติดตามการดำเนินงานในโครงการ 72 3.4 กิจกรรมการพัฒนานักวิจัยและสังเคราะห์งานวิจัยในพื้นที่ 78 บทที่ 4 ผลและวิจารณ์การวิจัย 4.1 ผลการดำเนินการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 1 83 4.2 ผลการดำเนินการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 2 106 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 129 5.2 บทเรียนและข อค นพบจากการวิจัย 150
ฎ สารบัญ (ต อ) หน้า 5.3 ข อเสนอแนะการนำผลงานวิจัยไปใช ประโยชน์และขยายผลการดำเนินงานวิจัย 154 บรรณานุกรม 157 ภาคผนวก ก สรุปผลงานวิจัย/โครงการวิจัย 5 บรรทัด 161 สรุปงานวิจัยในรูปแบบ info graphic (ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) 163 แบบฟอร์มประเมินผลการวิจัยในการนำไปใช ประโยชน์อย างเป นรูปธรรม 165 ภาคผนวก ข แบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมายในการทำวิจัย 209 ภาคผนวก ค เกณฑ์การให คะแนนเครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมายในการทำวิจัย 220 ภาคผนวก ง ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบทั้ง 6 ภูมิภาค 242 ภาคผนวก จ การรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ 373 ภาคผนวก ฉ แบบประเมินโครงการวิจัย 379
ฏ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1.1 พื้นที่การวิจัย 6 ภูมิภาคในประเทศไทย 5 1.2 รายชื่อนักวิจัยเพื่อดำเนินงานในพื้นที่ 6 3.1 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดเชียงราย 28 3.2 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสมุทรสงคราม 29 3.3 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสกลนคร 30 3.4 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดพังงา 32 3.5 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดกาญจนบุรี 33 3.6 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสุพรรณบุรี 35 3.7 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดจันทบุรี 36 3.8 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ ชุมชนบ านหัวฝาย ต.สันกลาง อ. พาน จ.เชียงราย 38 3.9 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ หมู บ านสุนัขหอน หมู 8 ต.ลาด ใหญ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 42 3.10 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ บ านดอนกอย ต.สว าง อ.พรรณนา นิคม จ.สกลนคร 46 3.11 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ ชุมชนเกาะยาวน อย ต.เกาะยาว น อย อ.เกาะยาว จ.พังงา 49 3.12 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ ชุมชนบ านหนองปลวก ตำบลทุ ง ทอง ต.วังศาลา อ.ท าม วง จ.กาญจนบุรี 51 3.13 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ ชุมชนตำบลต นตาล จ.สุพรรณบุรี 54 3.14 ผลการดำเนินงานกิจกรรมในชุมชนต นแบบ กลุ มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพร อินทรีย์อำเภอแก งหางแมว จ.จันทบุรี 60 3.15 Use case หน าแสดงผลการสรุปข อมูลของบุคคลทั่วไป 65 3.16 Use case หน าป อนข อมูลโครงการสำหรับนักวิจัย 66 3.17 Use case หน าตรวจสอบและแก ไขข อมูลสำหรับผู ดูแลระบบ 66 4.1 สรุปผลการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบแต ละกิจกรรมทั้ง 7 จังหวัด ประเทศไทย 83 4.2 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 85 4.3 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดสุมทรสงคราม 87
ฐ สารบัญตาราง (ต อ) ตารางที่ หน้า 4.4 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 88 4.5 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดพังงา 90 4.6 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 91 4.7 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 93 4.8 ผลผลิตและผลลัพธ์ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 96 4.9 ผลการประเมินคุณภาพผลงานนวัตกรรม 99 4.10 ผลการพัฒนาชุมชนตามหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวพัฒนา BCG และการพัฒนาที่ยั่งยืน 101 4.11 การพัฒนาบุคลากรวิจัยด านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ ตามหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) แนวพัฒนา BCG ด วยการ ผสมผสานการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสี เขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 104 4.12 ผลการประเมินความพึงพอใจการใช แพลตฟอร์ม 111
ฑ สารบัญรูป รูปที่ หน้า 1.1 กรอบการดำเนินงานการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู ความยั่งยืนของประเทศ ระยะที่ 1 4 2.1 องค์ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 10 2.2 เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานและขั้นก าวหน า 11 2.3 แนวคิดพื้นฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการ ขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (พ.ศ. 2557-2560) 11 2.4 โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน 17 2.5 ความเชื่อมโยงของ MDGs ต อ SDGs 21 2.6 ตัวอย าง Dashboard การรายงานผลเพื่อการบริหารจัดการ 22 3.1 กรอบการแยกกลุ มผู ประกอบการ SME และ OTOP (ที่มา : บัณฑิต อินณวงศ์, 2562) 26 3.2 กิจกรรมการประชุมชี้แจงทั้ง 9 มทร. และอบรมการพิจารณาชุมชนต นแบบ 27 3.3 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดเชียงราย 27 3.4 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสมุทรสงคราม 29 3.5 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสกลนคร 30 3.6 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดพังงา 31 3.7 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดกาญจนบุรี 33 3.8 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสุพรรณบุรี 34 3.9 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสุพรรณบุรี 36 3.10 พัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชผักปลอดสารพิษสำหรับเมืองและชุมชนสู ความยั่งยืนสำหรับผู สูงอายุในภาคเหนือ 41 3.11 กิจกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสี เขียว 45 3.12 การทำกิจกรรมส งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสี ธรรมชาติ 48 3.13 การทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการท องเที่ยว ชุมชนเกาะยาวน อย 50 3.14 พัฒนาและยกระดับศักยภาพและความเข มแข็งของชุมชนตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดกาญจนบุรี 53
ฒ สารบัญรูป (ต อ) รูปที่ หน้า 3.15 พัฒนารูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงใน พื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล 59 3.16 กิจกรรมพัฒนาชุมชนต นแบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของวิสาหกิจชุมชนอำเภอแก งหางแมว 63 3.17 แผนภาพ Use case ของระบบ 67 3.18 แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของข อมูลในระบบ 68 3.19 การใช งานเครื่องมือ Figma 69 3.20 การใช งานเครื่องมือ Adobe Color จับคู สีแบบ Compound 69 3.21 การใช งานเครื่องมือ Figma สร าง Wireframe หน าแรกของ Dashboard 70 3.22 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 73 3.23 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 73 3.24 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม 74 3.25 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดพังงา 75 3.26 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 76 3.27 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 77 3.28 การตรวจเยี่ยมเพื่อกำกับดูแลงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 78 3.29 กิจกรรมการพัฒนานักวิจัย 79 3.30 กิจกรรมการพัฒนานักวิจัย (ต อ) 80 3.31 กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 80 3.32 กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(ต อ) 81 4.1 ศูนย์การเรียนรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ล 86 4.2 เครื่องเติมอากาศไมโครนาโนบับเบิ้ลรุ น FBLF-1-080 พัฒนาโดย มทร.ล านนา 86 4.3 เส นทางการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิด ของ BCG 87 4.4 การออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค าจาก กลุ ม Young smart farmer 88 4.5 ผลิตภัณฑ์ต นแบบที่เกิดจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกแบบตัดเย็บด วยผ าย อม คราม 89 4.6 แอพพิลเคชันออกแบบลายผ ามัดหมี่ 89 4.7 ตัวอย างภาพถ ายเสมือนจริงร วมกับภูมิทัศน์แหล งท องเที่ยวของชุมชน 90
ณ สารบัญรูป (ต อ) รูปที่ หน้า 4.8 ตัวอย างผลงานออกแบบสินค าและผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกลวดลาย AR Marketing 91 4.9 นวัตกรรมเตาอบไมโครเวฟแบบสุญญากาศ 92 4.10 ตัวอย างเว็บแอพพลิเคชั่น ”เที่ยวชุมชนต นตาลตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” 94 4.11 โปรแกรมท องเที่ยวในชุมชนบ านต นตาล 95 4.12 การปรับปรุงระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นโรงตากสมุนไพรพลังงาน แสงอาทิตย์ 97 4.13 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักในโรงเรือนด วยแสงประดิษฐ์ จากระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย์ 97 4.14 พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรน้ำมันเขียว 97 4.15 ตัวอย างการป อนข อมูลจากพื้นที่ ในรูปแบบ Web application 107 4.16 หน าต างแพลตฟอร์มระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน 108 4.17 ตัวอย างหน าต างการแสดงผลรายงานการยกระดับชุมชน ในพื้นที่จังหวัด สกลนคร 109 4.18 ตัวอย างหน าต างข อมูลต างๆเกี่ยวกับชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 110 4.19 การอบรมการใช งาน Dash board CDM-SEP และรายงานผลให กับชุมชน ใน 4 พื้นที่ 110 4.20 ตัวอย างภาพการอบรมการใช งาน Dash board CDM-SEP และรายงานผล ให กับชุมชน 111 4.21 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 113 4.22 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม 114 4.23 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 114 4.24 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดพังงา 115 4.25 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 115 4.26 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 116 4.27 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 116 4.28 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดชลบุรี 117 4.29 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดชลบุรี(ต อ) 118 4.30 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดขอนแก น 119 4.31 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดเชียงใหม 119
ด สารบัญรูป (ต อ) รูปที่ หน้า 4.32 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดกรุงเทพฯ 120 4.33 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 121 4.34 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม 122 4.35 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 123 4.36 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดพังงา 123 4.37 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 124 4.38 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 125 4.39 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 126 4.40 ตัวอย างภาพการจัดนิทรรศการเผยแพร โมเดลผลงานสู กลุ มนักวิชาการ 127
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล ประเทศไทยเป นประเทศที่มีแหล งทรัพยากรที่หลากหลายและเพียบพร อมต อการพัฒนา ซึ่ง เป นต นทุนสำคัญที่จะช วยส งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม ทั้ง ระดับชุมชนและระดับประเทศได โดยจะต องมีความรู ความเข าใจ มีการตระหนักถึงความคุ มค าใน ทรัพยากรที่ใช ไป (Input) กับผลลัพธ ที่ได (Output) และมีกระบวนการในการบริหารจัดการกับ ทรัพยากรที่มีอยู ได อย างคุ มค า เหมาะสม และยั่งยืน และข อได เปรียบของประเทศไทยที่มีศักยภาพ ด านต นทุนทางสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล อมค อนข างสูง และมีความสมบูรณ กระจายอยู ตาม ภูมิภาคทั่วประเทศ มีทรัพยากรที่หลากหลายทั้งทรัพยากรธรรมชาติ เช น ป าไม สัตว ป า ชายฝ งทะเล แนวปะการัง และทรัพยากรการท องเที่ยวทางประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เช น โบราณสถาน วัดวา อาราม ประเพณี วัฒนธรรมท องถิ่น เป นต น ด วยเหตุนี้ทุกภาคส วนจึงควรหันมาให ความสำคัญกับ การพัฒนาต นทุนของชุมชนที่เป นฐานรากของเศรษฐกิจของประเทศและเป นตัวขับเคลื่อนเพื่อให ประชาชนในท องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในแต ละจังหวัดก็มีทรัพยากรท องเที่ยวที่มีความโดดเด น เฉพาะพื้นที่แตกต างกันออกไป โดยเฉพาะในชุมชนที่ยังคงความเป นเอกลักษณ และวิถีชีวิตของผู คนที่ ไม ปรุงแต ง องค ความรู ที่จะช วยส งเสริมและเหมาะแก การนำไปใช เป นฐานแนวคิดและการปฏิบัติเพื่อการ บริหารจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู ได อย างคุ มค า เหมาะสม และยั่งยืนคือปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป นพื้นฐานในการบริหารจัดการทรัพยากรเป น การบูรณาการเพื่อพัฒนาในทุกมิติอย างสมเหตุสมผล มีความพอประมาณ และมีระบบภูมิคุ มกัน และ เป นการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีซึ่งเป นเงื่อนไขจำเป นสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมุ งเน นการ พัฒนาคนให มีความเป นคนที่สมบูรณ ทำให สังคมไทยเป นสังคมคุณภาพ สร างโอกาสและมีที่ยืนให กับ ทุกคนในสังคมได ดำเนินชีวิตที่ดีมีความสุขและอยู ร วมกันอย างสมานฉันท ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจ ของประเทศก็เจริญเติบโตอย างต อเนื่องมีคุณภาพ และมีเสถียรภาพ การกระจายความมั่งคั่งอย าง ทั่วถึงและเป นธรรม เป นการเติบโตที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ชุมชนวีถีชีวิต ค านิยม ประเพณีและวัฒนธรรม ตามวิสัยทัศของกรอบยุทธศาสตร ชาติที่กำหนดว า “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป นประเทศพัฒนาแล ว ด วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” และเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล อม อย างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จึงต องใช แนวคิดรูปแบบใหม ที่เป นสากลในการพัฒนาภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได แก แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals : SDGs) และ โมเดลเศรษฐกิจสู การ พัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Economy Model)
2 การนำหลักปรัชญาเศษฐกิจพอเพียงมาใช ในการบริหารจัดการและพัฒนารูปแบบการจัดการ การท องเที่ยวโดยชุมชนจะช วยแก ไขป ญหาดังกล าวได อย างยั่งยืน เพราะมีหลักการสำคัญ ได แก 1) ความพอประมาณ อันหมายถึง การวางแผนงานที่ดีที่มาจากการศึกษาวิเคราะห ทุนชุมชน ทั้ง 5 ด าน ได แก มนุษย สังคมวัฒนธรรม สิ่งแวดล อม และการเงิน ซึ่งจะทำให เกิดความเข าใจและเห็นคุณค าที่ สะท อนอัตลักษณ ของชุมชนได อย างชัดเจน 2) มีเหตุผล โดยจะช วยให การขับเคลื่อนชุมชนอยู อย างมี ความสุข สามัคคีเช นเพื่อการท องเที่ยวสร างความเกิดความน าสนใจ เข าถึงได ง าย มีที่พัก สิ่งอำนวย ความสะดวก และกิจกรรมการท องเที่ยวที่ได มาตรฐาน 3) ภูมิคุ มกันที่ดีโดยมีการวางแผนงานในด าน การจัดการทรัพยากรมนุษย การพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ การบำรุงรักษาเครื่องมือต าง ๆ การตลาดท องเที่ยว การพัฒนากระบวนการทำงาน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล อม และการเงิน ที่มีประสิทธิภาพโปร งใส และตรวจสอบได และ 4) การปฏิบัติงานภายใต เงื่อนไขความรู คู คุณธรรม เช นการช วยเหลือร วมกันให การท องเที่ยวของชุมชนพัฒนาได อย างยั่งยืนแบบเป นธรรมทุก ภาคส วน (ธิปฏพณร ยิ้มประเสริฐ, 2563) นอกจากนี้เพื่อเป นการส งเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินงาน พัฒนาชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได อย างมีประสิทธิภาพนั้น การนำเอากระบวนการ หรือป จจัยทางจิตวิทยามาประยุกต ใช จึงเป นอีกสิ่งหนึ่งที่ชุมชนควรให ความสำคัญและศึกษาแนว ทางการนำมาประยุกต ใช ให เกิดประโยชน สูงสุดทั้งต อชุมชนสืบไป การพัฒนาชุมชนต นแบบภายใต แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่มาประยุกต ใช กับชุมชนตามแต บริบทที่แตกต างกัน ด วยการน อมนำศาสตร พระราชามาเป นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม ประยุกต เพื่อให เกิดกระบวนการเรียนรู การมีส วนร วม การพึ่งพาตนเอง เพื่อให สามารถบริหารจัดการตนเองและชุมชนให มีความสุขได อย าง ยั่งยืน โดยองค ประกอบเบื้องต นของการเป นชุมชนต นแบบของประเทศได นั้น ชุมชนชนจำเป นต องมี เป าหมาย และทิศทางการพัฒนาท องถิ่นอย างยั่งยืน เกิดระบบบฐานข อมูลที่จะนำมาใช ในการพัฒนา เชิงพื้นที่และการทำแผนพัฒนาชุมชนเองที่เป นแผนทั้งในระยะสั้น ระยะยาว ครอบคลุมในมิติ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ เด็ก เยาวชน ผู สูงอายุ และมีการปฏิบัติ ตามแผน และป ญหาต างๆ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนต องมีการจัดการอย างเป นระบบด วยกระบวนการมี ส วนร วมของชุมชนในกระบวนการวางแผน การร วมกันปฏิบัติและการติดตามประเมินผลที่อาจส งผล กระทบต อชุมชน โดยมีชุมชนเป นแกนนำในการพัฒนาชุมชนในทุกเรื่อง นอกจากนี้การที่จะเป นชุมชน ต นแบบภายใต แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได จำเป นต องมีภาคีเครือข ายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ที่ เข มแข็งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ที่ผนึกกำลังในทุกระดับ คนในชุมชนมีความสุข ร วมกัน มีกฎกติกา และมีความผูกพันช วยเหลือซึ่งกันและกัน และสิ่งสำคัญคือการมีส วนร วมอย าง สม่ำเสมอซึ่งเป นหัวใจของการพัฒนา มีคนรุ นใหม มาสืบทอดเจตนาของชุมชนในการที่จะผสานพลังใน การพัฒนาชุมชนเป นชุมชนต นแบบ แต อย างไรก็ตามด วยป ญหาสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย างยั่งยืนคือการบริหารจัดการ กับทรัพยากรที่มีอยู ภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคท องถิ่นหรือชุมชน ซึ่งส วนใหญ มีทรัพยากรที่พร อม
3 ในการส งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได ทุกมิติ ไม ว าจะเป น ด านสุขภาพกาย (Physical) สุขภาพจิ ต (Psychological) ความสั มพั นธ ทางส ังคม (Social relationships) สภาพแวดล อม (Environmental) แต ก็ยังไม สามารถบริหารจัดการทรัพยากรอย างไม คุ มค าเหมาะสม ชุมชนจึงไม เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีเท าที่ควรจะเป น ประกอบกับการดำเนินงานในการพัฒนาชุมชนใน ป จจุบันยังพบว าชุมชนยังขาดความรู ความเข าใจในการบริหารจัดการชุมชน การนำทรพัยากรอันมี คุณค าของชุมชนมาสร างคุณค าสู การเพิ่มมูลค าเพิ่ม ไม เข าใจหลักและกลยุทธทางการตลาด ไม รักษา สภาพแวดล อมและทรัพยากรในชุมชน ขาดข อมูลเชิงลึกในการพัฒนาอย างแท จริง ขาดความต อเนื่อง ในการดำเนินกิจกรรม ไม มีการบูรการการทำงานร วมกันของหน วยงานต าง ๆ ที่เกี่ยวข อง หน วยงาน ภาครัฐและภาคเอกชนยังสนับสนุนไม ตรงประเด็น บางครั้งเกิดความซ้ำซ อนในการทำงาน ขาดพี่เลี้ยง ในการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู การเป นชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง จากที่กล าวมาข างต นจึงเกิดแนวคิดในการดำเนินการวิจัย “การพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู ความยั่งยืนของประเทศ” เพื่อ ก อให เกิดการกระจายการปกครอง การเข าถึงโมเดลชุมชนที่ดี การได มาซึ่งรายได อย างเป นธรรมสู การพึ่งพา ตนเองได อย างมั่นคงเข มแข็งและยั่งยืน ด วยกระบวนการสร างโมเดลขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู ความยั่งยืน ในพื้นที่ 6 ภูมิภาค ประเทศไทย ซึ่งจะได จากวิเคราะห ชุมชนตัวอย างในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทย ภายใต แนวคิดการ พัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามบริบทของชุมชนต นแบบ โดยใช ทรัพยากรที่มีอยู ในพื้นที่ในการสร างกลไก ชุมชน หากระบวนการ สร างสรรค สิ่งประดิษฐ เทคโนโลยีนวัตกรรม ให เหมาะสมต อการพัฒนาชุมชน โดยยึดแนวทางสร างเศรษฐกิจสู การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสร างแพลตฟอร มบริหารจัดการการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง(Community Resources on SEP Dashboard) โดยจัดทำในรูปแบบ Web Application เพื่อการใช งานในการปกครองส วนท องถิ่นได ในทุกพื้นที่ในประเทศ เป นคลัง จัดเก็บข อมูลของพื้นที่ในการปกครอง (Big data) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส โดยจะแสดงผลข อมูล ซึ่ง สามารถเชื่อมโยงกับผลผลิตงานวิจัยที่นำโมเดลการพัฒนาไปขับเคลื่อนในชุมชนตัวอย างทั้ง 6 ภูมิภาค อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต อเข ากับระบบ Dashboard ของสถาบันที่มีส วนร วมได ด วย โดยยึดหลักการ ทำงานแบบบูรณาการร วมกัน ระหว างนักวิจัย 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ร วมกับ อว.ส วน หน า โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิเป นทีมบริหารจัดการกลาง สู การปฏิบัติตาม พันธกิจหลักของ อววน. ในด านการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและ นวัตกรรม ให มีการบูรณาการทำงานร วมกันและดำเนินงานวิจัยที่ก อประโยชน์อย างเป นรูปธรรม สู การพัฒนาอย างยั่งยืนอย าง
4 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อสร างโมเดลขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืน ตามแผนพัฒนาBCGในพื้นที่6ภูมิภาคประเทศไทย 1.2.2 เพื่อสร างแพลตฟอร มบริหารจัดการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.3 กรอบแนวคิดการวิจัย งานวิจัยมุ งเน นการถอดแบบชุมชนพร อมการพัฒนากำลังคนสู การพัฒนาเศรษฐกิจ ตามแนว พระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ พระมหากษัตริย รัชกาลที่ 9 “การพัฒนาประเทศจำเป นต องทำตามลำดับขั้น ต องสร างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช ของประชาชนส วนใหญ เป นเบื้องต นก อน โดยใช วิธีการและอุปกรณ ที่ ประหยัด แต ถูกต องตามหลักวิชา เมื่อได พื้นฐานมั่นคง พร อมพอควรและปฏิบัติได แล ว จึงค อยสร าง ค อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต อไป” ในการวิจัยนี้จึงสะท อนให เห็นถึง แนวคิดในการพัฒนาที่มุ งเน นการสร างทุนทางสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด วยการนำขบวนการหรือ สร างนวัตกรรมพร อมใช ในระดับชุมชน ไปหนุนเสริมการพัฒนาชุมชนที่มีความพร อมเพื่อเป นชุมชน ต นแบบ ให เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืนตาม แผนพัฒนา BCG จำนวน 7 ชุมชน ในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทย เพื่อให ได ต นแบบแนวทางการ พัฒนาไม น อยกว า 7 โมเดล ด วยการบูรณาการนักวิจัยร วมกัน 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ร วมกับหน วยงานภาคีต างๆ โดยใช องค ความรู และศาสตร ทางวิชาด านต างๆในการเข าไปพัฒนาที่ตรง ประเด็นในแต ละพื้นที่ซึ่งเป นเขตพื้นที่ตั้งหรือใกล เคียงในแต ละภูมิภาค ตามหลักการทรงงานทั้ง 23 ข อของรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะการพัฒนาชุมชนให สามารถคิดอย างเป นระบบ ระเบิดจากข างใน เพื่อ ร วมกันแก ป ญหาและพัฒนาจากจุดเล็กเป นไปตามลำดับขึ้น โดยคำนึงถึงภูมิสังคม ทรัพยากรพื้นถิ่นได อย างองค รวม เพื่อให เกิดการพึ่งพาตนเองรู -รัก-สามัคคี เพื่อให เกิดการสร างคนและสังคมคุณภาพ การ บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสู การปรับโครงสร างเศรษฐกิจตามแผนพัฒนา BCG สู ความยั่งยืน รูปที่ 1.1 กรอบการดำเนินงานการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตฯระยะที่1
5 อีกทั้งในการวิจัยนี้ยังได สร างแพลตฟอร มหรือระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนา ชุมชนเพื่อใช เป นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานส วนการปกครองชุมชนและดำเนินงานวิจัย ระบบ บริหารศูนย กลางการรายงานฐานทรัพยากรข อมูลชุมชนที่ส งเสริมการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Community Resources on SEP Dashboard) ด วยนั้นเพื่อจัก เป นประโยชน ต อ นักวิจัยในพื้นที่ องค การบริหารส วนชุมชน หน วยงานกลาง SEP หน วยงานภาครัฐ ในระดับต างๆได ด วยนั้น 1.4 ขอบเขตการวิจัย 1.4.1 ขอบเขตด านพื้นที่ พื้นที่การดำเนินงานวิจัยครอบคลุม 6 ภูมิภาคในประเทศไทย 7 จังหวัด และมีหน วยงาน หลักในพื้นที่เพื่อดำเนินกิจกรรมในการวิจัยดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1.1 พื้นที่การวิจัย 6 ภูมิภาคในประเทศไทย ภูมิภาค จังหวัด ทีมนักวิจัย 1. เหนือ เชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล านนา 2. กลาง สมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3. ตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 4. ตะวันตก สุพรรณบุรี กาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5. ตะวันออก จันทบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก 6. ใต พังงา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 1.4.2 ขอบเขตด านประชากร กลุ มเป าหมายในการศึกษานี้เป นผู มีส วนเกี่ยวข องกับการพัฒนาชุมชนต นแบบที่มีส วนร วม ในการวิจัยและพัฒนางานแบบมีส วนร วมบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯ รวมทั้ง ผู มีส วนได ส วนเสีย ดังนี้ 1. กลุ มประชากรในชุมชนพื้นที่ 6 ภูมิภาค 7 จังหวัด 1) ภาคเหนือ : จ.เชียงราย ชุมชนบ านหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน 2) ภาคกลาง : จ.สมุครสงคราม ชุมชนบ านสุนัขหอน ต.ลาดใหญ อ.เมือง 3) ภาคอีสาน : จ.สกลนคร ชุมชนบ านดอนกอย ต.สว าง อ.พรรณนานิคม 4) ภาคใต : จ.พังงา ชุมชนบ านน้ำจืด ต.เกาะยาวน อย อ.เกาะยาว
6 5) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี ชุมชนบ านหนองปลวก ต.ทุ งทอง อ.ท าม วง จ.สุพรรณบุรี ชุมชนต นตาล ต.ต นตาล อ.สองพี่น อง 6) ภาคตะวันออก : จ.จันทบุรี ชุมชนแก งหางแมว อำเภอแก งหางแมว ต.เขาวงกต อ.แก งหางแมว 2. นักวิจัยในพื้นที่ 6 ภูมิภาค 7 จังหวัด ตารางที่ 1.2 รายชื่อนักวิจัยเพื่อดำเนินงานในพื้นที่ ภูมิภาค ทีมนักวิจัย รายชื่อนักวิจัย 1. เหนือ มทร.ล านนา 1. ผศ.วิเชษฐ ทิพย ประเสริฐ 2. ผศ.ณภัทร ทิพย ศรี 3. ผศ.อนนท นำอิน 4. ผศ.ชไมพร รัตนเจริญชัย 5. ผศ.รัตนาพร นรรัตน 2. กลาง มทร.ธัญบุรี 1. รศ.ดร.พิมพ นภัส ภูมิกิตติพิชญ 2. ดร.ณัฏฐกิตติ์ เอี่ยมสมบูรณ 3. ดร.สุรพร อ อนพุทรา 4. อาจารย ฐิญาภา เสถียรคมสรไกร 3. ตะวันออกเฉียงเหนือ มทร.อีสาน 1. ผศ.เอกวิทย หายักวงษ 2. ผศ.ดร.เพชรไพรริน อุปป ง 3. อาจารย นครินทร ศรีป ญญา 4. ผศ.ดร.จักรเรศ เมตตะธำรงค 5. อาจารย เดือนรุ ง อุบาลี 6. ดร.อนุชาวดี ไชยทองศรี 7. อาจารย มานิตย สานอก 8. ดร.หทัยรัตน หอมไกรลาศ 9. ดร.สมพงษ วะทันติ 10. ดร.วีระ ธันยาภิรักษ 4. ตะวันตก มทร.สุวรรณภูมิ 1. ผศ.ดร.วารุณี ศรีสงคราม 2. อาจารย ธง คำเกิด 3. อาจารย ชิดชนก มากจันทร 4. อาจารย พรทิพย ช วยเพล 5. อาจารย ฐกร อ วมสถิตย 6. อาจารย วิภาดา วงศ สุริยา
7 ภูมิภาค ทีมนักวิจัย รายชื่อนักวิจัย มทร.กรุงเทพ 1. ผศ.ชัยศักดิ์ คล ายแดง 2. อาจารย ชนิดา ป อมเสน 3. ผศ.ดร. สายชล ชุดเจือจีน 4. ผศ.ดร. พัชณี ศรีคำสุข 5. ดร. กฤษณ สงวนพวก 6. นางอัญชลี อภัยปรป กษ ชิสซ เลอร 7. ดร. อธิพันธ วรรณสุริยะ มทร.รัตนโกสินทร 1. ผศ.กิตติพงษ พุ มโภชนา มทร.พระนคร 1. ผศ.ดร.ณัฐพงศ พันธุนะ 5. ตะวันออก มทร.ตะวันออก 1. ผศ.ดร. ประหยัด กองสุข 2. ผศ.ดร. จันทนี กองสุข 3. ผศ.ดร. ภูวดล บัวบางพลู 4. อาจารย พิริยาภรณ อันอาตม งาม 5. นางสาวอารีรัตน พูลปาน 6. ใต มทร.ศรีวิชัย 1. ผศ.พิทักษ สถิตวรรธนะ 2. รศ.ดร. จารุวัฒน เจริญจิต 3. ผศ.ดร. วิศิษฏ ศักดิ์ ทับยัง 4. อาจารย สิทธิโชค อุ นแก ว 5. อาจารย ไพโรจน แสงอำไพ 6. ดร. ศิววงศ เพชรจุล 3. หน วยงานภาคี เป นหน วยงานที่เข าร วมในการดำเนินงานหรือหน วยสนับสนุนด านต างๆเพื่อให การ ดำเนินงานมีความสะดวกและบรรลุเป าหมาย เช น หน วยงานภาครัฐ เอกชน อว.ส วนหน า สถาบันการศึกษา ผู นำท องถิ่นระดับต างๆ เป นต น 1.4.3 ขอบเขตด านเนื้อหา การดำเนินงานยึดแนวการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในรูปแบบ BCG ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อหาโมเดลการพัฒนา ที่ยั่งยืน ภายใต กรอบ SDGs ของแต ละชุมชน บนพื้นฐาน ทรัพยากรเดิมที่มีความพร อมสู การพัฒนา เพื่อสร างกลไกชุมชน หาขบวนการ สร างสิ่งประดิษฐ นวัตกรรม ให เหมาะสมต อการพัฒนาด วยชุมชนร วมกับกลุ มภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน 1.4.3 ขอบเขตด านเวลา
8 ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 7 เดือน (กรกฎาคม 2565 – กุมภาพันธ 2566) 1.5 เป าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.5.1 โมเดลได ถูกนำไปขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืน ได ดำเนินงานครบ 6 ภูมิภาคประเทศไทย ได รูปแบบไม น อยกว า 6 โมเดล ตามเป าความยั่งยืน SDGs บนพื้นฐานเศรษฐกิจ BCG 1.5.2 แพลตฟอร มบริหารจัดการการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 แพลตฟอร ม โดยแบ งออกเป น 2 ส วน 1) ส วนการป อนข อมูล จากพื้นที่ ในรูปแบบ Web application 1 รูปแบบ 2) ส วนการรายงานผลผล (Dashboard) 1 รูปแบบ 1.5.3 เกิดกลไกการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงด วยชุมชน ไม น อยกว า 6 ชุมชนในแต ละ 6 ภูมิภาคประเทศไทย และผู นำชุมชน ใกล เคียงได รับการพัฒนาตามโมเดลต นแบบในแต ละพื้นที่ ไม น อยกว า 3 ชุมชน 1.5.4 พื้นที่ชุมชนต นแบบได รับการพัฒนาสู การยกระดับตามขอบเขตเป าหมายของแต ละ พื้นที่ไม น อยกว าร อยละ 10 เช น การพัฒนาเศรษฐกิจโดยชุมชนเรื่องข าวหอมด วยนวัตกรรมพื้นถิ่น หลังดำเนินงานมีรายได เพิ่มขึ้น ร อยละ 10 เป นต น 1.5.5 แพลตฟอร มบริหารจัดการการพัฒนาชุมชนต นแบบ ถูกนำไปใช กับชุมชนต นแบบ ทั้ง 6 พื้นที่ และได รับความพึงพอใจไม น อยกว าร อยละ 80 จากผลการประเมินการใช งานจากผู นำชุมชนใน แต ละพื้นที่
9 บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข อง 2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงเป นหนึ่งในแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ พลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ พระมหากษัตริย รัชกาลที่ 9 ที่ได พระราชทานเป นปรัชญา ในการดำรงชีวิตที่ยึดความพอเหมาะ พอดี มีเหตุมีผลและความไม ประมาท ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ เจ าอยู หัวทรงถือปฏิบัติด วยพระองค เอง ทำอย างต อเนื่องยาวนาน ดำรงชีวิตเป นแบบอย างได อย าง สมบูรณ อีกทั้งได พระราชทานพระราชดำริให แก คนไทยนำไปปฏิบัติตั้งแต ป 2517 โดยให คำหมาย และแนวปฏิบัติดังนี้ 2.1.1 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy; SEP) เศรษฐกิจพอเพียง เป นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู และปฏิบัติตนของประชาชนในทุก ระดับ ตั้งแต ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับภาครัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให ก าวทันต อโลกยุคโลกาภิวัตน ความ พอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป นที่จะต องมีระบบภูมิคุ มกันใน ตัวที่ดีพอสมควรต อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต อง อาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย างยิ่งในการนำวิชาการต าง ๆ มาใช ในการ วางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต องเสริมสร างพื้นฐานจิตใจของคนใน ชาติ โดยเฉพาะเจ าหน าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให มีสำนึกในคุณธรรม ความ ซื่อสัตย สุจริต และให มีความรอบรู ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด วยความอดทน ความเพียร มีสติ ป ญญา และความรอบคอบ เพื่อให สมดุลและพร อมต อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย างรวดเร็วและกว างขวาง ทั้งด านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได เป นอย างดี (มูลนิธิชัยพัฒนา, 2563) 2.1.2 องค ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนับเป น แนวทางปฏิบัติเพื่อให ชีวิตดำเนินไปในทาง สายกลางที่ เหมาะสมสอดคล องกับวิถีความเป นอยู อันเรียบง ายของคนไทยซึ่งสามารถนำมาประยุกต ใช ให เหมาะสมกับประชาชนทุกระดับทั้งระดับ บุคคลครอบครัวชุมชนองค กรและระดับ ประเทศได โดยมี คุณลักษณะที่สำคัญดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห งชาติ, 2550) 1. ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความพอดีต อ ความจำเป นและเหมาะสมกับ ฐานะของตนเอง สังคมสิ่งแวดล อมรวมทั้งวัฒนธรรมในแต ละท องถิ่นไม มากเกินไปไม น อยเกินไปและ ต อง ไม เบียดเบียนตนเองและผู อื่น
10 2. ความมีเหตุผล (Reasonableness) หมายถึง การตัดสินใจ ดำเนินการเรื่องต างๆ อย างมี เหตุผลตามหลัก วิชาการ หลักกฎหมาย หลักศีลธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมที่ดีงาม คิดถึงป จจัยที่ เกี่ยวข อง อย างถ วนถี่ โดยคำนึงถึงผลที่คาดว าจะเกิดขึ้นจาก การกระทำนั้นๆ อย างรอบคอบ 3. ภูมิคุ มกันในตัวที่ดี (Self-immunity) หมายถึง การเตรียมตัว ให พร อมรับผลกระทบและ การเปลี่ยนแปลงในด าน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม และวัฒนธรรม เพื่อให สามารถปรับตัวและ รับมือได อย างทันท วงทีทั้งนี้ในการดำเนินชีวิตให อยู ในระดับพอเพียงนั้นต องอาศัยทั้งเงื่อนไขคุณธรรม หลักวิชา และเงื่อนไขชีวิตเป น พื้นฐาน - เงื่อนไขคุณธรรม เสริมสร างพื้นฐานจิตใจ ของคนในชาติให มีความซื่อสัตย สุจริต รู รัก สามัคคี ไม โลภ ไม ตระหนี่ และรู จักแบ งป นให ผู อื่น - เงื่อนไขหลักวิชา อาศัยความรอบรู รอบคอบ และระมัดระวังอย างยิ่ง ในการนำวิชาการ ต างๆ มาใช วางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน - เงื่อนไขชีวิต ดำเนินชีวิตด วยความอดทน มีความเพียร มีสติ และป ญญา บริหารจัดการ การ ใช ชีวิต โดยใช หลักวิชาและคุณธรรม เป นแนวทางพื้นฐาน รูปที่ 2.1 องค ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห งชาติ, จากปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู การปฏิบัติ…กว า 1 ทศวรรษ, พิมพ ครั้งที่ 3 (กรุงเทพฯ ม.ป.พ.,2555), 9.) 2.1.3 การแปลงเศรษฐกิจพอเพียงสู ทฤษฎีบันได 9 ขั้น การแปลงพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงไปสู การปฏิบัติมีหลากหลายวิธี เช น การแปลงใน รูปแบบของบันไดก าวขั้นโดยยึดตามการพัฒนาแบบเป นขั้นเป นตอนทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นก าวหน า - เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ประกอบด วย ขั้นการทำให พอกิน พอใช พออยู และสร างความ ร มเย็นให กับระบบนิเวศ คือ พอร มเย็น
11 - เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก าวหน า คือ การรักษาวิถีวัฒนธรรม บุญ ทาน การเก็บรักษาแปรรูป และ รวมกลุ มกันค าขายสร างความเข มแข็งในรูปแบบของเครือข าย รูปที่ 2.2 เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานและขั้นก าวหน า (ที่มา: สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร ร วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ, ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู ความพอเพียง จาก https://www.gotoknow.org/posts/626140.) 2.1.4 แนวคิดพื้นฐานในการขับเคลื่อนพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู บนพื้นฐานของทางสายกลาง โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร างภูมิคุ มกัน ตลอดจนใช ความรู ความรอบคอบ และ คุณธรรม ซึ่งในสังคมไทยจะให ความสำคัญกับการมีภูมิคุ มกัน พร อมรับต อการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม และ วัฒนธรรม และความสมดุลในชีวิต ครอบครัว ชุมชน และประเทศ รูปที่ 2.3 แนวคิดพื้นฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร การบูรณาการขับเคลื่อน การพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (พ.ศ. 2557-2560)
12 2. การพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area – Based Approach) คือ การสร างกระบวนการเรียนรู และ สร างความเข าใจในสาเหตุของป ญหา และหาแนวทางแก ไขป ญหาด วยตนเองก อนของทุกหน วยงาน และชุมชน ร วมกัน โดยให “ระเบิดจากข างใน” 3. การ “ทำตามลำดับขั้น” คือ การพัฒนาโครงสร างพื้นฐานทางธรรมชาติโดยจัดสรร ผลประโยชน ให ทั่วถึงเป นธรรม โดยเริ่มจากความพอเพียง ดังนี้ - ระดับครัวเรือน ให ชาวบ านมีอาหารกินตลอดป ลดรายจ าย สร างรายได ภาคเกษตรและนอก ภาคเกษตร - ระดับชุมชน รวมกลุ มและแบ งป นการใช ทรัพยากรร วมกัน โครงสร างพื้นฐานการผลิตระดับ ชุมชน - ระดับพื้นที่และภูมิภาค ศูนย กลางวิสาหกิจชุมชน แผนการผลิต การแปรรูป และการตลาด ระบบการขนส ง เพื่อสนับสนุนระบบการผลิตระดับครัวเรือนและชุมชน (Supply Chain) - ระดับประเทศ กำหนดเป นนโยบาย ระเบียบกฎหมาย การกำกับดูแล การสนับสนุน งบประมาณ โครงสร างพื้นฐานให สอดคล องกับความต องการของแต ละภูมิภาค 4. บูรณาการสนับสนุนจากหน วยงานราชการและภาคส วนอื่น การร วมคิด ร วมวางแผนร วม ลงมือปฏิบัติ โดยการมีส วนร วมจากทุกภาคส วนมาร วมแก ไขป ญหา ซึ่งจะสำเร็จได ด วยความร วมมือ ของคนในพื้นที่ในลักษณะทำไป ปรับไป เรียนรู ไป เพื่อพัฒนารูปแบบและกลไกการทำงานที่เอื้อต อ การแก ไขป ญหา 5. การจัดการความรู และพัฒนาคน มีหมวดหมู การจัดเก็บฐานข อมูล และความรู โดยการ รวบรวม วิเคราะห สังเคราะห เปรียบเทียบ และสกัดความรู จากการพัฒนาพื้นที่ จัดทำเป นระบบ สารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ (DSSI) และคลังความรู ใช แนวทาง/เทคนิคการทำงานรูปแบบใหม ที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อถ ายทอดให แก บุคคลทุกระดับ และการฝ กอบรมที่ได มาตรฐาน 2.1.5 หลักการทรงงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 1. จะทำอะไรต องศึกษาข อมูลให เป นระบบ 2. ระเบิดจากภายใน 3. แก ป ญหาจากจุดเล็ก 4. ทำตามลำดับขั้น 5. ภูมิสังคม ภูมิศาสตร สังคมศาสตร 6. ทำงานแบบองค รวม 7. ไม ติดตำรา 8. รู จักประหยัด เรียบง าย ได ประโยชน สูงสุด 9. ทำให ง าย 10. การมีส วนร วม 11. ต องยึดประโยชน ส วนรวม
13 12. บริการที่จุดเดียว 13. ใช ธรรมชาติช วยธรรมชาติ 14. ใช อธรรมปราบอธรรม 15. ปลูกป าในใจคน 16. ขาดทุนคือกำไร 17. การพึ่งพาตนเอง 18. พออยู พอกิน 19. เศรษฐกิจพอเพียง 20. ความซื่อสัตย สุจริต จริงใจต อกัน 21. ทำงานอย างมีความสุข 22. ความเพียร 23. รู รัก สามัคคี 2.2 แนวคิดชุมชนต นแบบ ณัฏฐวุฒิ(2558:40) ได สรุปคำนิยามและความหมายของคำว าชุมชน ไว ว า การที่คนมาอยู รวมกันเป นกลุ ม มีวัตถุประสงค รวมกันเพื่อก อให เกิดประโยชน โดยรวม ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ ที่ดี ผ านการติดต อสื่อสาร สามารถเรียนรู ร วมกันภายใต บรรทัดฐาน จารีตประเพณีเดียวกัน เพื่อให เกิด ความเป นพวกเดียวกันในชุมชน แต เมื่อชุมชนเริ่มมีพัฒนาการและความเจริญเกิดขึ้น ชุมชนจึง จำเป นต องมีองค กร สถาบันต าง ๆ ที่เป นรูปแบบของความสัมพันธ ของคนในชุมชน ดังนั้นชุมชนมี ความหมายมากกว าการเป นสถาบันที่ช วยจัดการการพัฒนา กล าวคือทุกชุมชนทำหน าที่เชื่อมโยง ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม เอื้ออำนวยการมีส วนร วมของคนกลุ มต าง ๆ และเพิ่มพูน ความสัมพันธ อันใกล ชิดทางสังคมซึ่งเป นพื้นฐานการคุ มครองทางสังคมที่สำคัญ การพัฒนาชุมชน (กรมการพัฒนาชุมชน,2560) หมายถึง วิธีการ หรือ โครงการ หรือ ขบวนการ หรือ กระบวนการ ในการสร างเสริมความเข มแข็งของความสัมพันธ แนวราบระหว างคนใน ชุมชน โดยการพัฒนาจิตสาธารณะ ศักยภาพ และกระบวนการเรียนรู ที่ส งเสริมสนับสนุนให สามารถ ร วมกันแก ไขป ญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองโดยการกระท าร วมกันของคนในชุมชน 2.2.1 กระบวนการพัฒนาชุมชนต นแบบ การปฏิบัติงานด านพัฒนาชุมชนต นแบบเป นงานที่ต องทำอย างต อเนื่องเป นกระบวนการและ ต องอาศัยการมีส วนร วมในการพัฒนาซึ่งเป นหัวใจสำคัญของการพัฒนาในทุกระดับเป นการเป ดโอกาส ให ประชาชนร วมคิด วิเคราะห ตัดสินใจ การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การติดตาม ประเมินผลใน กิจกรรมโครงการของชุมชน เป นการสร างการปลูกฝ งจิตสำนึกในความเป นเจ าของกิจกรรมโครงการ นั้น ๆ โดยกระบวนการพัฒนาชุมชนที่ประชาชนมีส วนร วมทุกขั้นตอนมีดังนี้ (ณัฏฐวุฒิ ทรัพย อุปถัมภ , 2558)
14 1) การศึกษาชุมชน เป นการเสาะแสวงหาข อมูลต างๆ ในชุมชน เช น ข อมูลด านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และสภาพความเป นอยู ของคนในชุมชน เพื่อทราบป ญหาและความ ต องการของชุมชนที่แท จริง เพื่อให ได ข อมูลที่ตรงกับความเป นจริงมากที่สุด วิธีการในการศึกษาชุมชน อาจต องใช หลายวิธีประกอบกัน ทั้งการสอบถาม การสัมภาษณ การสังเกต การสำรวจและการศึกษา ข อมูลจากเอกสารต าง ๆ ที่มีอยู ในชุมชนด วย เพื่อให ได ข อมูลที่ตรงกับความเป นจริงมากที่สุด 2) การให การศึกษาแก ชุมชน เป นการสนทนา วิเคราะห ป ญหาร วมกบั ประชาชนเป นการนำ ข อมูลต างๆ ที่ได จากขั้น ตอนการศึกษาชุมชน มาวิเคราะห ถึงป ญหาความต องการและสภาพความ เป นจริง ผลกระทบ ความรุนแรง และความเสียหายต อชุมชน กลวิธีที่สำคัญในขั้นตอนกระตุ นให ประชาชนได รู เข าใจ และตระหนักในป ญหาของชุมชน การจัดเวทีประชาคม เพื่อค นหาป ญหาร วมกัน ของชุมชน 3) การวางแผน/โครงการ เป นขั้นตอนให ประชาชนร วมตัดสินใจและกำหนดโครงการเป นการ นำเอาป ญหาที่ประชาชนตระหนกั และยอมรับว าเป นป ญหาของชุมชนมาร วมกันหาสาเหตุแนว ทางการแก ไขและจัดำดับความสำคัญของป ญหาและให ประชาชนเป นผู ตัดสินใจที่จะแก ไขป ญหา ภายใต ขีดความสามารถของประชาชน การแสวงหาความช วยเหลือจากภายนอกโดยใช เทคนิคการ วางแผนแบบให ประชาชนมีส วนร วม 4) การดำเนินงานตามแผนและโครงการ โดยมีผู รับผิดชอบในการดำเนินการตามแผนและ โครงการที่ได ตกลงกันไว กลวิธีที่สำคัญในขั้นตอนนี้ คือการเป นผู ช วยเหลือสนับสนุนใน 2 ลักษณะ คือ 4.1 เป นผู ปฏิบัติงานทางวิชาการ เช น แนะนำการปฏิบัติงาน การให คำปรึกษาหารือในการ แก ไขป ญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน 4.2 เป นผู ส งเสริมให ชาวบ านเข ามามีส วนร วมในการปฏิบัติงาน 5) การติดตามประเมินผล เป นการติดตามความก าวหน าของงานที่กำลังดำเนินการตาม โครงการ เพื่อปรับปรุงแก ไขป ญหาและอุปสรรคที่พบได อย างทันท วงที กลวิธีที่สำคัญในขั้นตอนนี้ คือ การติดตามดูแลการทำงานที่ประชาชนทำเพื่อทราบผลความก าวหน าและป ญหาอุปสรรค แล วนำผล การปฏิบัติงานตามโครงการหรือกิจกรรมไปเผยแพร เพื่อให ผู เกี่ยวข องได ทราบ สรุปได ว ากระบวนการพัฒนาชุมชนดังกล าวข างต นมีความเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ กันอย างเป น ขั้นตอน ซึ่งจะต องดำเนินการอย างเป นลำดับไม ควรข ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง งานพัฒนาชุมชนไม มีสูตรสำเร็จตายตัว ถึงแม ว าจะมีแนวคิด ปรัชญา หลักการและวิธีการ ที่ ชัดเจน แต แนวทางและรายละเอียดของการดำเนินงานด านการพัฒนาชุมชนย อมขึ้นอยู กับ สถานการณ โอกาส และข อเท็จจริงของชุมชนเป นหลัก ซึ่งในการปฏิบัติงานด านการพัฒนาชุมชนนั้นมี เป าหมายสูงสุด คือการพัฒนาคนให มีความสุขและเพื่อก อให เกิดเป นชุมชนที่เข มแข็งสามารถจัดการ 2.2.2 หลักสำคัญในการสร างต นแบบชุมชนแห งการเรียนรู ตามข อสรุปคู มือการสร างต นแบบชุมชนแห งการเรียนรู : สำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห งชาติได สรุปหลักสำคัญดังนี้
15 1. การสร างความเข มแข็งแก เศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เน นการยกระดับ คุณภาพมาตราฐานการผลิต/ผลิตภัณฑ การเพิ่มผลิตภาพผลผลิต/ผลิตภัณฑ ชุมชน การเพิ่ม ความสามารถในการประกอบอาชีพ และเพิ่มโอกาส/ทางเลือกในการทำอาชีพเสริม ส งเสริมการ รวมกลุ มเกษตรรายย อยของชุมชนในรูปแบบกลุ มองค กรเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน การพัฒนาและ เสริมสร างทักษะขีดความสามารถ รวมทั้งหลักการบริการจัดการที่ดีแก กลุ มที่มีศักยภาพและความ พร อมในการผลิตเชิงพาณิชย เพื่อนำไปสู การขยายผล ตลอดจนการเชื่อมโยงต อยอดห วงโซ การผลิต เพื่อให ผลผลิตและผลิตภัณฑ มีมูลค าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยร าต อหน วยสูงขึ้น ต นทุนการผลิตลดลง และหรือรายได เพิ่มขึ้น รายจ ายลดลง 2. การเสริมสร างกระบวนการเรียนรู แบบมีส วนร วม ที่เน นการเรียนรู นอกห องเรียน เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถของสมาชิกชุมชน ลดช องว างทางความรู ระหว างชุมชนเมืองและชุม ชนบท และให เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู ตลอดชีวิตที่สอดคล องกับวิถีชุมชน โดนยให ความสำคัญกับ หารใช ชุมชนเป นฐานของการเรียนรู เป ดโอกาสให เข าถึงความรู เป นทางตรงได โดยง าย ฝ กให คิดเป น ทำเป น รวมทั้ง ส งเสริมการมีส วนร วมของชุมชนอย างเป นระบบตลอดกระบวนการตั้งแต การวิเคราะห ป ญหา การแนะนำ การทดสอบ การสาธิต การตัดสินใจ การยอมรับและการแระเมินผลโดยเฉพาะ การปฏิบัติร วมกันในทุกขั้นตอน เพื่อให เกิดจิตสำนึกร วมในการแก ไขป ญหาและการพัฒนาท องถิ่น 3. การสร างสมดุลของการใช ประโยชน และการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล อมภายใต การมีส วนร วมของชุมชน ท องถิ่น โดยให ความสำคัญกับการสร างจิตสำนึกและเผยแพร ความรู ความเข าใจเกี่ยวกับการใช ทรัพยากรเพื่อการผลิตอย างถูกวิธี ประหยัดและมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให ชุมชนมีทางเลือกทำการ ผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย โดยไม ส งผลกระทบต อระบบนิเวศ 4. การรักษาและเสริมสร างศักยภาพของภูมิป ญญาท องถิ่นทีมีอยู ภายในชุมชน เน อยการ ถ ายทอดและนำภูมิป ญญาท องถิ่นมาใช ประโยชน ต อการวิจัยพัฒนาต อยอด และการผลิตแปรรูปเป น ผลิตภัณฑ โดยการสืบหา พัฒนาระบบจัดเก็บเพื่อรวบรวมและจัดทำเป นฐานข อมูลทางความรู ตลอดจนสร างหลักประกันด านสังคมให ปราชญ ชาวบ าน อาทิ การสนับสนุนเงินทุนในการรักษาและ ถ ายทอดภูมป ญญา สนับสนุนการใช ภูมิป ญญาท องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปะ และ วัฒนธรรมไทยทั้งที่เป นวิถีชีวติ ค านิยมที่ดีงาม และความเป นไทยเพื่อการศึกษา เรียนรู ฟ นฟู พัฒนา ถ ายทอดและเผยแพร สู สังคมโลก 5. การสร างเครือข ายและความร วมมือในการเชื่อมโยงองค ความรู และภูมิป ญญาท องถิ่น ตลอดจนพันธมิตรด านกิจกรรมพาณิชย ระหว างชุมชนและองค กรต าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน 2.3 โมเดลเศรษฐกิจ BCG (BCG Model) 2.3.1 โมเดลเศรษฐกิจ BCG (สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและ นวัตกรรมแห งชาติ, 2563)
16 โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม เพื่อสร างสมดุลระหว างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความ ยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ BCG ย อมาจาก ‘Bio-Circular-Green’ Economy หรือการผสมผสาน ของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (bio) เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular) และเศรษฐกิจสีเขียว (green) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู การพัฒนาที่ยั่งยืน เป นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมไป ยกระดับความสามารถในการแข งขันอย างยั่งยืนให กับ 4 อุตสาหกรรมเป าหมาย (S-curves) ได แก อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย และอุตสาหกรรมการท องเที่ยวและบริการ โดยวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเข าไปช วย เพิ่มประสิทธิภาพให กับผู ผลิตที่เป นฐานการผลิตเดิม เช น เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให เกิดผู ประกอบการที่ผลิตสินค าและบริการที่มีมูลค าเพิ่มสูงหรือนวัตกรรม และเป นแนวทางการพัฒนา ที่สอดรับกับเป าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติอย างน อย 5 เป าหมาย ได แก การ ผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ ความหลากหลาย ความร วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงซึ่งเป นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย - เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) หรือ เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Biobased economy) มา จากฐานคิดของการใช ประโยชน จากความเข มแข็งของการมีทรัพยากรชีวภาพ ( biological resources) ภาคการเกษตรและผลผลิต ซึ่งเป นตัวขับเคลื่อนที่แท จริง (engine) แต การผลิตแบบเดิม จะต องมุ งหน าสู โจทย ใหม ของการสร าง ‘มูลค าเพิ่ม’ ซึ่งทำได ด วยการนำความรู องค ความรู จาก ท องถิ่นเอง เสริมด วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให สามารถสร างรายได ให เกิดขึ้นตลอดห วงโซ ของการ ผลิตนี้ พร อมกับที่จะช วยแก ไขป ญหาของภาคการเกษตรที่มีแต เดิมเฉกเช นพืชผล (ที่ไม มีการเพิ่ม มูลค า) มีราคาผันผวนอยู เสมอและสร างรายได น อย - เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) เข ามาช วยไขวงจรป ญหาความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากร มลพิษและของเสียที่เป นผลจากระบบเศรษฐกิจแบบเส นตรง (linear economy) หรือการ ผลิตแบบใช แล วทิ้งซึ่งก อขยะมหาศาล โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนจะให ความสำคัญกับ ‘การจัดการขยะ’ ภายหลังจากการบริโภคแล วและ ‘การลดปริมาณของเสียให น อยลงหรือเท ากับศูนย ’ (Zero Waste) ให มีการใช ประโยชน จากทรัพยากรมากที่สุดและคุ มค าที่สุด ตั้งแต การผลิต การออกแบบที่ให เกิดของ เสียน อยที่สุด การใช วัสดุทางเลือก ตลอดจนการนำวัสดุกลับมาใช ซ้ำ (Reuse, Refurbish, Sharing) และแปรสภาพกลับมาใช ใหม (Recycle, Upcycle) - เศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) เน นใจความของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู ไปกับการ พัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล อมอย าง ‘สมดุล’ ให การใช ทรัพยากรมีประสิทธิภาพโดยลดหรือไม ให มี ผลกระทบต อสิ่งแวดล อม พร อมกับปกป อง-อนุรักษ -ฟ นฟูแหล งธรรมชาติ ต นน้ำ ผืนดิน ความ หลากหลายทางชีวภาพบนบกและท องทะเล การควบคุมมลพิษและของเสีย การลงทุนสีเขียวและงาน สีเขียว ตลอดจนการส งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน โดยที่มี ‘ความเป นอยู ที่ดี’ ของคนเป นเป าหมาย (ศูนย วิจัยและสนับสนุนเป าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2564)
17 รูปที่ 2.4 โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน ที่มา : BCG เพิ่มคุณภาพชีวิต เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม 2.3.2 การพัฒนาเศรษฐกิจด วย BCG ตามแผนปฏิบัติการด านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 BCG ถูกพัฒนาผ าน สาขาเศรษฐกิจดังนี้ 1. ความหลากหลายชีวภาพ ประเทศไทยมีวัฒนธรรมอันดีงาม และจิตใจที่โอบออมอารีเปนทุนส าคัญในการพัฒนา ผลิตภัณฑบริการมูลคาสูง เปนตนวาวัฒนธรรมการท าอาหารไทยที่มีชื่อเสียงและไดรับการยอมรับ ระดับโลก ซึ่งเปนการ ผสมผสานระหวางวัตถุดิบที่หลากหลาย และสมุนไพรที่มีประโยชนตอสุขภาพ วัฒนธรรมการท าอาหารที่สั่งสม มานานจึงมีรสชาติกลมกลอม และการจัดวางอาหารที่งดงาม ดวย ภาพลักษณที่ดีของอาหารไทย จึงท าใหมีตางชาติน าไปปรับแตงท าใหรสชาติและหนาตาของอาหาร ไทยถูกปรับเปลี่ยนผิดเพี้ยนไปจากอาหารไทยแท ดังนั้น จึงถือเปนความทาทายในการรักษาอัตลักษณ อาหารไทยใหคงอยู นอกจากนี้ วัฒนธรรมการนวดแผน ไทย และสปาไทย เปนอีกหนึ่งเอกลักษณ ความเปนไทย แตการขาดการสงเสริมอยางตอเนื่องท าใหผูสืบทอด อาชีพดังกลาวลดลงไปมาก ทั้งนี้ หากประเทศไทยไดน าวัฒนธรรมอันดี มาผนวกกับความหลากหลายทาง ชีวภาพ และวิทยาการ สมัยใหมจะเปนการสรางความแตกตางที่ยากตอการลอกเลียนแบบ 2. การเกษตรและอาหาร การเพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ดวยระบบโรงเรือนและการเพิ่มมลูคาผลผลิตทางการ เกษตร ดวยการสกัดสารส าคัญหรือสารที่มีคุณสมบัติพิเศษที่มีอยูในสินคาเกษตรและพืชสมุนไพรเพื่อ เปลี่ยนจากการ “ขายเปนตัน” เปนการ “ขายเปนกิโลกรัม” หรือกรัม เปนอีกแนวทางที่ส าคัญ ตัวอย างเชน สารสกัดจากขาว ราคา 2,400 บาท/กิโลกรัม และสารสกัดแคปไซซินจากพริก 30,000 บาท/ กิโลกรัม การใชจุดแข็งของการมีภาพลักษณที่ดีในการเปนแหลงผลิตอาหารที่มีคุณภาพและความ ปลอดภัยที่ประเทศทั่วโลกมั่นใจและน าเขา สินคาอาหารจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นในชวงการระบาด ของโรคโควิด-19 น ามาพัฒนาเปนแบรนดเพื่อเพิ่ม มูลคาใหกับสินคาไทย รวมถึงการปรับเปลี่ยนสินค าเกษตรไปสูการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่ง เปนกลุมที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยป พ.ศ. 2560 มูลคาตลาดของผลิตภัณฑอาหารและเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพอยูที่ 2 แสนลานบาท ผลิตภัณฑเป
18 นที่ตองการของตลาด คือ กลุมอาหารฟงกชัน (Functional food) อาทิอาหารที่มีส วนชวยเพิ่มภูมิคุ มกันโรค บ ารุงสมอง ลดความเสื่อมของระบบตาง ๆ ภายในรางกาย เปนตน 3. สุขภาพและการแพทย์ เมื่อประเทศไทยกาวสูสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ ในแตละป ประเทศไทยน าเขาผลิตภัณฑ เวชกรรมและเภสัชกรรมรวมกันกวา 1 แสนลานบาท ซึ่ง 3 ใน 4 สวนเปนการ น าเขายารักษาโรค ผลิตภัณฑในกลุมชีวเภสัชภัณฑ (Biopharmaceutical) เชน วัคซีน โปรตีนเพื่อการรักษา และ แอนติบอดี เปนผลิตภัณฑ ที่มีราคาสูงมากและประเทศไทยตองพึ่งพาการน าเขา เช น ยา Pembrolizumab ที่ใชรักษาโรคมะเร็งหลายชนิด มีคาใชจาย 1.5 แสนบาทตอครั้ง ซึ่งผูปวยตองรับ ยาทุก 3 สัปดาห ติดตอกัน เปนเวลา 2 ป จากความกาวหนาทางการวิจัยดานจีโนม ประเทศไทยได พัฒนาวิธีการรักษาโรคธาลัสซีเมียให หายขาดดวยวิธีการใชยีนบ าบัด (Gene therapy) และมี ศักยภาพในการพัฒนาวิธีการรักษาส าหรับโรคอื่น ๆ เพิ่มเติม นอกจากสุขภาพของคนไทยจะดีขึ้นแลว ดวยความพรอมของการบริการที่ดีมีมาตรฐาน บุคลากรทาง การแพทยมีคุณภาพ ประเทศไทยยังมี ศักยภาพในการเปนศูนยกลางการใหบริการทางการแพทยและสุขภาพ โดยเฉพาะอยางยิ่งเปนศูนย กลางการทองเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับตน ๆ ของโลก โดยมีโรงพยาบาลที่ไดรับการ รับรองตาม มาตรฐานสากลอันดับ 1 ของอาเซียน นอกจากนี้ประเทศไทยยังถือเปนศูนยกลางการวิจัยทางคลินิก ซึ่งมีความส าคัญมากส าหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑทางการแพทยและผลิตภัณฑสุขภาพ โดยในป พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีรายไดจากการวิจัยทางคลินิกมากถึง 8.8 พันลานบาท ทั้งนี้ หากมีการ บริหารจัดการที่ดีรายได ดังกลาวมีโอกาสเพิ่มขึ้นเปนเทาตัว 4. พลังงาน วัสดุและชีวภาพ พลังงานเปนปจจัยส าคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทุกประเทศ ประเทศไทยจึง จ าเป นต องจัดหาแหลงพลังงานใหเพียงพอตอความตองการของประเทศในระยะยาว กอนการจัดท า แผนพัฒนาพลังงานทดแทน พ.ศ. 2551 ประเทศไทยน าเขาพลังงานในสัดสวนรอยละ 60 ของความต องการใชพลังงานภายในประเทศ ซึ่งสัดสวนการน าเขามีแนวโนมเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง ขณะที่ประเทศ ไทยมีศักยภาพในการผลิตพลังงานทดแทน ในระดับสูง เนื่องจากมีผลผลิตทางการเกษตร ขยะ และ ของเสียจากกระบวนการผลิตจ านวนมาก รวมถึงพลังงานจากแสงอาทิตย ที่เอื้อตอการผลิตเปนพลัง งานทดแทนใหเพิ่มขึ้นจากรอยละ 16.5 ในป พ.ศ. 2562 เปนรอยละ 30 ของปริมาณการใชพลังงาน ภายในป พ.ศ. 2580 ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและ พลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561-2580 5. ท องเที่ยวและเศรษฐกิจสร างสรรค์ การทองเที่ยวตามแนวทางของ BCG จะพัฒนาโดยการใหความส าคัญกับการ ทองเที่ยว คุณภาพสูงที่ยั่งยืน (Sustainable tourism) หนึ่งแนวทางที่ส าคัญคือการประยุกตใช Happy Model ที่ชูอัตลักษณของแตละพื้นที่ดวยสินคาและบริการ ตลอดจนสื่อสารเรื่องราวและจุดเด นแตละแห งเชื่อมโยงกับจุด แข็งของประเทศ เชน การทองเที่ยวเชิงสุขภาพ การสงเสริมการทองเที่ยวเชิงเกษตร
19 การพัฒนาแหลงทองเที่ยว คารบอนต ่า และการทองเที่ยวเชิงความรูซึ่งการทองเที่ยวเหลานี้ ไมเพียง ท าใหเกิดการกระจายรายไดสูชุมชน แตเปนการเชื่อมโยงสูภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ เปนการสรางตัวคูณ ทางรายไดอยางยั่งยืน การบริหารจัดการการ ทองเที่ยวที่มีประสิทธิภาพทั้งระบบดวยเทคโนโลยีที่ เหมาะสม สามารถเพิ่มการใชจายของนักทองเที่ยวใหสูงขึ้น อยางไรก็ดี ในสถานการณของการระบาด ของโควิด-19 ที่ท าใหจ านวนนักทองเที่ยวลดลง ประกอบกับ พฤติกรรมผูบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จึง ควรใชโอกาสนี้ในการพัฒนามาตรฐานที่พักและบริการ รวมถึงยกระดับ ดานสุขอนามัยเพื่อใหพร อมรบัตอนรับการกลับมาของนักทองเที่ยวไทยและตางชาติอีก 6. เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ของประเทศอยูระหวางการพัฒนาใหมีความ เขม แข็ง ดวยตระหนักวาเศรษฐกิจหมุนเวียนเปนระบบเศรษฐกิจที่เนนคุณคาและท าใหมนุษยอยูกับ ธรรมชาติไดอยาง สมดุล สงเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนซึ่งเปนแนวทางที่ชวยใหประเทศ บรรลุความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการลดการปลอยกาซเรือนกระจก และที่ส าคัญเปนโอ กาสส าหรับเศรษฐกิจใหม สรางรายได และเพิ่มการจางงาน ส าหรับเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การด าเนินการอยูในระยะเริ่มตน แตเปนสิ่งที่ประเทศไทย จ าเปนตองเรงรัดการพัฒนา เนื่องจากประเทศคูคาโดยเฉพาะสหภาพยุโรปมีความความตื่นตัว และเริ่มมีการน า มาตรการทางสิ่ง แวดลอมมาใชเปนมาตรการกีดกันทางการคามากขึ้น ในฐานะที่ประเทศไทยเปนสวนของสาย โซ อุปทานของโลกและพึ่งพาการสงออก จึงมีความจ าเปนที่ตองปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกลาวโดยเฉพาะ การลด การปลอยกาซเรือนกระจก และปรับเปลี่ยนระบบการผลิตใหไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม เพื่อการรักษา ความสามารถในการแขงขัน โดยการเรงรัดใหเกิดการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรม การ น านวัตกรรมทางการเงิน สีเขียว (Green finance) 2.3.3 กรอบแนวคิดของการโมเดลเศรษฐกิจ BCG การพัฒนาประเทศดวยโมเดลเศรษฐกิจ BCG มีวัตถุประสงคหลัก 3 ประการ ไดแก 1. การอนุรักษฟนฟูจัดการการใชประโยชนทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม 2. การสรางคุณค า เพิ่ม (Value creation) ใหกับทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม 3. การสรางความสามารถในการพึ่งตนเอง 2.3.4 กิจกรรมหลักภายใตโมเดลเศรษฐกิจ BCG ประกอบดวย 1. อนุรักษฟนฟูพัฒนา เพิ่มพูนทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2. บริหารจัดการ การใช ประโยชนและบริโภคอยางยั่งยืน 3. ลดและใชประโยชนของทิ้งจากกระบวนการผลิตสินคาและบริการ 4. สรางคุณคาเพิ่ม (Value creation) ตลอดหวงโซมูลค า ตั้งแตภาคเกษตรที่เปนตนทาง 5. สรางภูมิคุมกัน พึ่งพาตนเอง และเพิ่มสมรรถนะในการฟนตัวอยางรวดเร็ว
20 2.4 เป าหมายการพัฒนาที่ยังยืน (SDGs) การประชุมสุดยอดสหัสวรรษของสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายน ป 2543 ผู นำ ประเทศ ต าง ๆ ทั่วโลก 189 ประเทศ ได ให คำรับรองปฏิญญาแห งสหัสวรรษของสหประชาชาติเพื่อกำหนด เป าหมายการพัฒนาร วมกันภายใต “เป าหมายการพัฒนาแห งสหัสวรรษ” (Millennium Development Goals - MDGs) เป นการกำหนดเป าหมายการพัฒนาร วมกันเพื่อเริ่มต นศตวรรษใหม โดยมีเป าหมายและกรอบเวลาที่ ชัดเจน (2543 - 2558) เมื่อ MDGs สิ้นสุดลงในป 2558 องค การสห ประชาชาติได จัดทำเป าหมายการพัฒนาที่ยังยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) ขึ้น โดยออกแบบให เป าหมาย ดังกล าว มีการขยายผลให ครอบคลุมมิติของการพัฒนาด านต าง ๆ เพิ่มขึ้น จนเกิดเป นเป าหมายทั้งสิ้น 17 ข อ มุ งหวังจะช วยแก ป ญหาสำคัญ และสถานการณ ท าทายที่โลก กำลัง เผชิญอยู ในป จจุบันและในอนาคตได อย างยั่งยืน อาทิความยากจน ความไม เท าเทียม สภาวะโลกร อน และสันติสุข บนแนวคิด “ไม ทิ้งใครไว ข างหลัง” โดยกำหนดระยะเวลา ในการบรรลุเป าหมายไว ภายใน ป 2573 (กรมความร วมมือระหว างประเทศ, 2564) เป าหมายทั้ง 17 เป าหมายประกอบด วย • เป าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจนทกุรูปแบบในทุกพื้นที่ • เป าหมายที่ 2 : ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน • เป าหมายที่ 3 : สร างหลักประกันว าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส งเสริมความเป นอยู ที่ดี สำหรับทุกคนในทุกวัย • เป าหมายที่ 4 : สร างหลักประกันว าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย างครอบคลุมและ เท าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู ตลอดชีวิต • เป าหมายที่ 5 : บรรลุความเท าเทียมระหว างเพศ และเสริมอำนาจให แก สตรีและ เด็กหญิง • เป าหมายที่ 6 : สร างหลักประกันว าจะมีการจัดให มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและ มีการบริหารจัดการที่ยั่งยืนคน • เป าหมายที่ 7 : สร างหลักประกันให ทุกคนสามารถเข าถึงพลังงานสมัยใหม ที่ยั่งยืนใน ราคาที่ย อมเยา • เป าหมายที่ 8 : ส งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การ จ างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน • เป าหมายที่ 9 : สร างโครงสร างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส งเสริมนวัตกรรม • เป าหมายที่ 10 : ลดความไม เสมอภาคภายในประเทศและระหว างประเทศ • เป าหมายที่ 11 : ทำให เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย มีความครอบคลุม ปลอดภัย มี ภูมิต านทานและยั่งยืน
21 • เป าหมายที่ 12 : สร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน • เป าหมายที่ 13 : ปฏิบัติการอย างเร งด วนเพื่อต อสู การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ ผลกระทบที่เกิดขึ้น • เป าหมายที่ 14 : อนุรักษ และใช ประโยชน จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเล อย างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน • เป าหมายที่ 15 : ปกป อง ฟ นฟู และสนับสนุนการใช ระบบนิเวศบนบกอย างยั่งยืน จัดการป าไม อย างยั่งยืนต อสู การกลายสภาพเป นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดิน และฟ นสภาพดิน และหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ • เป าหมายที่ 16 : ส งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให ทุกคน เข าถึงความยุติธรรม และสร างสถาบันที่มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุก ระดับ • เป าหมายที่ 17 : เสริมความเข มแข็งให แก กลไกการดำเนินงานและฟ นฟูหุ นส วนความ ร วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเป าหมายการพัฒนาทั้ง 17 ข อนั้นสะท อน ‘3 เสาหลักของมิติความยั่งยืน’ (Three Pillars of Sustainability) คือ มิติด านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล อม และรวมกับอีก 2 มิติ คือ มิติ ด านสันติภาพและสถาบัน และมิติด านหุ นส วนการพัฒนา ที่เชื่อมร อยทุกมิติของความยั่งยืนไว ด วยกัน รวมเป น 5 มิติ องค การสหประชาชาติแบ งเป าหมาย 17 ข อ ประกอบด วย • People (มิติด านสังคม): ครอบคลุมเป าหมายที่ 1 ถึง เป าหมายที่ 5 • Prosperity (มิติด านเศรษฐกิจ): ครอบคลุมเป าหมายที่ 7 ถึง เป าหมายที่ 11 • Planet (มิติด านสิ่งแวดล อม): ครอบคลุมเป าหมายที่ 6 เป าหมายที่ 12 ถึง เป าหมายที่ 15 • Peace (มิติด านสันติภาพและสถาบัน): ครอบคลุมเป าหมายที่ 16 • Partnership (มิติด านหุ นส วนการพัฒนา): ครอบคลุมเป าหมายที่ 17 (ศูนย วิจัยและสนับสนุนเป าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2564) รูปที่ 2.5 ความเชื่อมโยงของ MDGs ต อ SDGs (ที่มา: กรมความร วมมือระหว างประเทศ (2564) คู มือการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในต างประเทศ, สืบค นเมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน 2565 https://ticathaigov.mfa.go.th)
22 2.6 แดชบอร์ด (Dashboard) แดชบอร ด (Dashboard) เป นรูปแบบอินเทอร เฟซผู ใช แบบกราฟ กซึ่งมักจะให มุมมองโดยย อ ของตัวบ งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) ที่เกี่ยวข องกับวัตถุประสงค เฉพาะหรือกระบวนการทางธุรกิจ ใน การใช งานอื่นๆ "แดชบอร ด" เป นอีกชื่อหนึ่งสำหรับ "รายงานความคืบหน า" หรือ "รายงาน" และถือเป น รูปแบบหนึ่งของการแสดงข อมูล ในการให ภาพรวมนี้ เจ าของธุรกิจสามารถประหยัดเวลาและปรับปรุง การตัดสินใจได โดยใช แดชบอร ด (https://en.wikipedia.org/wiki/Dashboard_(business)) แดชบอร ดดิจิทัลจะช วยให ผู จัดการสามารถตรวจสอบการมีส วนร วมของแผนกต างๆ ใน องค กรได นอกจากนี้ ยังเป ดใช งาน "การรวม" ของข อมูลเพื่อนำเสนอมุมมองแบบรวมทั่วทั้งองค กร เพื่อวัดว าองค กรมีประสิทธิภาพโดยรวมดีเพียงใด แดชบอร ดดิจิทัลช วยให สามารถบันทึกและรายงาน จุดข อมูลเฉพาะจากแต ละแผนกภายในองค กรได จึงให "ภาพรวม" ของประสิทธิภาพ ประโยชน ของการใช แดชบอร ดดิจิทัล ได แก : - การนำเสนอด วยสายตาของการวัดผล การปฏิบัติงาน - ความสามารถในการระบุและแก ไขแนวโน มเชิงลบ - วัดประสิทธิภาพ/ไร ประสิทธิภาพ - ความสามารถในการสร างรายงานโดยละเอียดที่แสดงแนวโน มใหม แดชบอร ดเป นการนำเสนอมุมมองแบบองค รวมของธุรกิจทั้งหมด ช วยให ผู จัดการมองเห็น ภาพรวมของยอดขาย สินค าคงคลังข อมูล ปริมาณการใช เว็บ การวิเคราะห โซเชียลมีเดีย และข อมูลที่ เกี่ยวข องอื่นๆ ที่แสดงเป นภาพบนแดชบอร ดเดียว แดชบอร ดนำไปสู การจัดการกลยุทธ ทางการตลาด/ การเงินที่ดีขึ้น เนื่องจากแดชบอร ดสำหรับแสดงข อมูลการตลาดทำให กระบวนการทางการตลาดง าย ขึ้นและเชื่อถือได มากขึ้นเมื่อเทียบกับการทำด วยตนเอง การวิเคราะห เว็บมีบทบาทสำคัญในการ กำหนดกลยุทธ ทางการตลาดของธุรกิจจำนวนมาก แดชบอร ดยังอำนวยความสะดวกในการติดตาม การขายและการรายงานทางการเงินได ดียิ่งขึ้น เนื่องจากข อมูลมีความแม นยำมากขึ้นและอยู ในพื้นที่ รูปที่ 2.6 ตัวอย าง Dashboard การรายงานผลเพื่อการบริหารจัดการ (ที่มา: https://www.thaicsr.com/2018/07/thailand-overall-sdg-performance-2018.html?m=0) (ที่มา: https://reliefweb.int/report/thailand/dashboard-statelessness-working-group-covid-19-response-coordination-sub-group)
23 บทที่ 3 ระเบียบวิธีดำเนินการวิจัย 3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยในวัตถุประสงค์ที่ 1 สร างโมเดลขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืน ตามแผนพัฒนา BCG ในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทย โดยมีการ ดำเนินการวิจัยดังนี้ 3.1.1 วิเคราะห พื้นที่ตัวอย างชุมชนในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทยเพื่อหาโมเดลการพัฒนา คณะนักวิจัยวิเคราะห พื้นที่ตัวอย างชุมชนในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทย โดยยึดแนวการ พัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อหาโมเดลการพัฒนา ที่ยั่งยืน ภายใต กรอบ SDGs ของแต ละชุมชน บนพื้นฐานทรัพยากรเดิมที่มีความพร อมสู การพัฒนา เพื่อสร าง กลไกชุมชน หาขบวนการ สร างสิ่งประดิษฐ นวัตกรรม ให เหมาะสมต อการพัฒนาด วยชุมชนร วมกับ กลุ มภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน ด วยกลุ มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มีจำนวนสถาบันย อยจำนวน 38 สถานศึกษา ซึ่ง ถูกตั้งอยู ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ด วยเหตุนี้การเลือกพื้นที่จังหวัดที่จะเข าไปดำเนินงานในชุมชนจึง ใช วิธีเลือกแบบเจาะจงโดยยึดหลักให พื้นที่อยู ในเขตกลุ มที่ตั้งของสถาบันที่นักวิจัยสังกัด เพื่อให เกิด ความยั่งยืนต อการดำเนินงานในการเป นพี่เลี้ยงให กับชุมชนและพื้นที่อื่นได ในอนาคตด วยนั้น โดยแบ ง พื้นที่การวิจัยได ดังตารางที่ 1.1 3.1.2 ขั้นตอนการสร างเครื่องมือเพื่อใช เก็บรวบรวมข อมูลในการพิจารณาชุมชนต นแบบดังนี้ 1. การสร างเครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมายเพื่อใช ในการทำวิจัย 1) กำหนดข อมูลและตัวชี้วัดกำหนดว าข อมูลที่ต องการ โดยการศึกษาและวิเคราะห จาก วัตถุประสงค หรือป ญหาของการวิจัย ได แก ตัวแปร ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม และตัวแปรที่เกี่ยวข อง ตัวชี้วัด เป นต น 2) กำหนดแหล งข อมูล ได แก กำหนดผู ให ข อมูล ที่อยู ขอบเขต แหล งข อมูลปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิ เพื่อให ได อย างครบถ วนและเป นข อมูลที่เชื่อถือได 3) กำหนดกลุ มตัวอย างโดยการเลือกใช วิธีการสุ มตัวอย างและขนาดที่เหมาะสม 4) สร างเครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมายเพื่อใช ในการทำวิจัย จาก การศึกษาและวิเคราะห ตัวชี้วัดจากวัตถุประสงค หรือป ญหาของการวิจัย โดยมีองค ประกอบดังนี้ (แสดงดังภาคผนวก ก และ ภาคผนวก ข) ส วนที่ 1 ข อมูลทั่วไปของหมู บ าน/ชุมชน ส วนที่ 2 การประเมินพื้นที่หมู บ าน/ชุมชนเป าหมายในการทำวิจัย ประกอบด วย 6 ส วน ได แก
24 1. ที่ตั้งของหมู บ าน/ชุมชนอยู ในกลุ มพื้นที่เป าหมายที่เกี่ยวข องกับ โครงการวิจัย 2. หมู บ าน/ชุมชนที่สอดคล องกับเงื่อนไขการส งเสริมพัฒนาตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) 3. หมู บ าน/ชุมชนที่มีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ไป ประยุกต ใช จนเกิดการพัฒนาอย างยั่งยืน (SDGs) 4. หมู บ าน/ชุมชนมีความพร อมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบ ง ออกเป น 4 มิติ 4.1 มิติเศรษฐกิจ 4.2 มิติวัฒนธรรม 4.3 มิติสิ่งแวดล อม 4.4 มิติสังคม 5. หมู บ าน/ชุมชนมีความพร อมด านการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค รวม (BCG) 6. หมู บ าน/ชุมชนมีความโดดเด นหรือเป นที่รู จักในระดับจังหวัด/ภูมิภาค/ ระดับชาติหรือนานาชาติ ส วนที่ 3 ข อเสนอแนะ ส วนที่ 4 ผู ให ข อมูล/ผู สัมภาษณ 5) กำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข อมูลจากแหล งข อมูล/ขนาดกลุ มตัวอย าง เพื่อให ได ข อมูลครบถ วน 6) นำเครื่องมือแบบสำรวจฯ ที่สร างขึ้นให ผู ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท าน คือ ดร.สมพงษ วะทันติ ดร.หทัยรัตน หอมไกรลาศ และ ดร.อดิศร แสนเมือง ได แสดงความ คิดเห็นและประเมินเครื่องมือพร อมเขียนข อเสนอแนะเพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุง เครื่องมือแบบสำรวจให ถูกต อง (แสดงดังภาคผนวก ค) 7) นำเครื่องมือแบบสำรวจฯ ปรับปรุงตามข อเสยอแยะของผู ทรงคุณวุฒิเรียบร อยแล ว มาใช กับกลุ มตัวอย างขนาดเล็ก เพื่อนำข อมูลมาวิเคราะห ตรวจสอบคุณภาพที่จะต อง ปรับปรุงและแก ไขให สามารถสำรวจและเก็บรวบรวมข อมูลได อย างมีประสิทธิภาพ 8) ออกภาคสนามหรือลงพื้นที่เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมข อมูลตามแผนการและ กำหนดการที่และปรับเปลี่ยนวิธีการตามสถานการณ เพื่อให ได ข อมูลครบถ วน เพียงพอและเป นข อมูลที่เชื่อถือได สำหรับการทำวิจัย 2. วิธีการที่ใช ในการเก็บรวบรวมข อมูล และผู เก็บรวบรวมข อมูลในการวิจัย
25 1) ผู วิจัยจะต องเก็บรวมรวมข อมูลด วยตนเอง เนื่องจากเป นผู ที่วางแผน และรู เรื่อง/ ข อมูลที่จะเก็บรวบรวมได ดีที่สุด 2) ถ ามีผู ช วยเก็บรวบรวมข อมูล ผู วิจัยจะต องให คำแนะนำหรือคำชี้แจงให แก ผู เก็บ รวบรวมข อมูลได เข าใจวิธีการและข อมูลที่ เพื่อให การเก็บรวบรวมข อมูลมีความ ถูกต อง ครบถ วนและปราศจากความลำเอียง 3. วิธีการที่ใช ในการเก็บรวบรวมข อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ วิธีการที่ใช ในการเก็บรวบรวมข อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิควรมีภาคีเครือข ายที่เกี่ยวข องใน พื้นที่ทำวิจัยเป นผู แนะนำหรือให คำปรึกษาเกี่ยวกับกลุ มอาชีพของประชากรและกลุ มตัวอย างที่ใช ใน การวิจัย เช น วิสาหกิจชุมชน กลุ มแปรรูปชุมชน กลุ มสตรีชุมชน เกษตรกร โอทอป เป นต น ภาคี เครือข าย เช น เกษตรจังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด พาณิชย จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เกษตรอำเภอ พัฒนาชุมชนอำเภอ ศูนย ศึกษาการพัฒนาในพื้นที่ทำวิจัย โครงการศูนย พัฒนาในพื้นที่ทำวิจัย ศูนย อำนวยการและประสานการพัฒนาในพื้นที่ทำวิจัย ศูนย วิจัยในพื้นที่ทำวิจัย หรือหน วยงานอื่นที่ เกี่ยวข องกับการทำวิจัย เป นต น 4. ผู ให ข อมูลและผู สัมภาษณ 1) ผู ให ข อมูล ได แก ภาคีเครือข าย/ผู นำหมู บ าน/ชุมชน/ผู ใหญ บ าน/กำนัน/ประธาน ชุมชน/สมาชิกสภาท องถิ่น/ผู บริหารองค กรปกครองส วนท องถิ่น หรือผู นำ หมู บ าน/ ชุมชน ที่เรียกชื่ออย างอื่นผู สัมภาษณ ได แก นักวิจัย/นักสำรวจข อมูล/ผู เก็บข อมูล/ผู ที่ได รับมอบหมายที่เรียกชื่ออย างอื่น ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข อมูล 5. เก็บรวบรวมข อมูลแบบสำรวจและวิเคราะห ค าทางสถิติ การเก็บรวบรวมข อมูลแบบสำรวจและวิเคราะห ค าทางสถิติ โดยการแบ งระดับคะแนน ประยุกต จากหลักเกณฑ และวิธีการประเมินผล การแปลความหมายตามเกณฑ ของ Bloom (1971) โดยแบ งออกเป น 3 ระดับ ดังนี้ ค าระดับคะแนน - ระดับสูง (Platinum) คะแนนระหว าง 101-150 คะแนน - ระดับปานกลาง (Gold) คะแนนระหว าง 51-100 คะแนน - ระดับต่ำ (Silver) คะแนนระหว าง 0-50 คะแนน 6. การคัดเลือกกลุ มเป าหมาย การคัดเลือกกลุ มเป าหมายประยุกต จากการแยกกลุ มผู ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย อม (Small and Medium Enterprises: SME) และกลุ มผู ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ (OTOP) แยกออกเป นเป น 3 กลุ มหลัก คือ กลุ มแรก Silver กลุ มที่ 2 คือ Gold และกลุ ม สุดท ายคือ Platinum สามารถแบ งตามคุณลักษณะโดยอาศัย Goal (เป าหมาย) Character
26 (บุคลิกภาพ) Mindset (ความคิดเห็น) และ Need (ความต องการ) แต ละกลุ มมีคุณลักษณะที่แตกต าง กันไป หากต องเข าไปทำงานร วม/ช วยเหลือ/แก ป ญหา เช น บุคลิกภาพของกลุ มผู ประกอบการ SME และ OTOP โดยทั่วไปจะมี 3 บุคลิกภาพย อย (บัณฑิต อินณวงศ , 2562) คือ 1. คิด คือ สามารถคิด เห็นเค าโครงของตัวสินค า/ผลิตภัณฑ ต นแบบที่จะพัฒนา 2. ทำ คือ สามารถทา/ผลิต/แปรรูป/ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ 3. ขาย คือ สามารถทำธุรกิจเป น คือ ขายของเพื่อให เกิดการซื้อซ้ำ ตัวอย างแบบสำรวจและเกณฑ การให คะแนนเครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมายในการทำ วิจัยดังภาคผนวก ก และ ภาคผนวก ข รูปที่ 3.1 กรอบการแยกกลุ มผู ประกอบการ SME และ OTOP (ที่มา : บัณฑิต อินณวงศ , 2562) 3.1.3 ขั้นตอนการลงพื้นที่เพื่อสำรวจชุมชนต นแบบ 1. ประชุมชี้แจงเครือข ายนักวิจัยทั้ง 9 มทร. ในการดำเนินงานวิจัย 6 ภูมิภาค พร อมอบรม การพิจารณาชุมชนต นแบบ คณะผู วิจัยได ดำเนินกิจกรรมประชุมในรูปแบบออนไลน เพื่อระดมความคิดเห็นและรับทราบ ข อตกลงแนวทางในการดำเนินงานและขั้นตอนการพิจารณาเลือกชุมชนต นแบบ และการอบรมการใช แบบสำรวจเพื่อพิจารณาเลือกชุมชนต นแบบในแต ละพื้นที่ ในการอบรมการพิจารณาชุมชนต นแบบได อธิบายถึงขั้นตอนการออกแบบสำรวจเพื่อพิจารณาเลือกชุมชนต นแบบ การเลือกใช กลุ มตัวอย าง ชุมชน และหลักเกณฑ ในการให คะแนนต างๆ (แสดงดังภาคผนวก ก และ ภาคผนวก ข) ผลการ ประชุมคณะผู วิจัยได รับทราบแนวทางปฏิบัติงานและวิธีการใช แบบสำรวจพิจารณาชุมชนต นแบบเพื่อ ในการดำเนินการวิจัยเป นไปในทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ
27 รูปที่ 3.2 กิจกรรมการประชุมชี้แจงทั้ง 9 มทร. และอบรมการพิจารณาชุมชนต นแบบ 2. ลงพื้นที่สำรวจเลือกชุมชนต นแบบบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงทั้ง 6 ภูมิภาค คณะผู วิจัยดำเนินการวิจัยเพื่อสำรวจเลือกชุมชนต นแบบบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงใน 6 ภูมิภาค ทั้ง 7 กิจกรรมครอบคลุม 7 จังหวัด มีการดำเนินงานลงสำรวจเลือกชุมชนต นแบบของแต ละ พื้นที่ดังนี้ 1) พื้นที่ภาคเหนือ • จังหวัดเชียงราย คณะผู วิจัยได ดำเนินการประสานงานกับหน วยงานต างๆ เช น พระครูป ยวรรณ พิพัฒน ประธานเครือข ายโรงเรียนผู สูงอายุ 17 จังหวัดภาคเหนือ นายกองค การบริหารส วนตำบลสันกลาง กำนันตำบลสันกลาง โรงเรียนผู สูงอายุวัดหัวฝาย องค การบริหารส วนตำบลสันกลาง และอว.ส วนหน า เพื่อขอคำแนะนำหมู บ านเป าหมายที่สนใจหรือมีความเหมาะสมในการดำเนินงานวิจัย ทำให ได ชุมชน ที่มีคุณสมบัติคล ายกัน จำนวน 2 ชุมชน ได แก บ านหัวฝาย และบ านร องขุ น เพื่อดำเนินการประเมิน ชุมชนคัดเลือกเป นชุมชนต นแบบ จากนั้นดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมินชุมชนโดยใช เครื่องมือแบบ สำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมาย มีผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดเชียงรายแสดงดังตารางที่ 3.1 รูปที่ 3.3 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดเชียงราย
28 ตารางที่ 3.1 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดเชียงราย * หมายเหตุ : การเลือกกลุ มตัวอย างเป าหมายผู วิจัยสามารถพิจารณาเลือกกลุ มตัวอย างได เองโดยลักษณะของกลุ มที่ เลือกเป นไปตามวัตถุประสงค ของงานวิจัย จากการสำรวจชุมชนเป าหมาย พบว า ชุมชนบ านหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย เป น ชุมชนที่ได รับคัดเลือกในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ เนื่องจากเป นชุมชนที่มีระดับศักยภาพในการพัฒนา ไปสู ชุมชนต นแบบบนฐานเศษฐกิจพอเพียงในระดับสูง (Platinum) ซึ่งพื้นที่มีความพร อมในการทำ วิจัย ด วยความมุ งมั่นองค การบริหารส วนตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ที่ได มีการ วางแผนแนวทางการพัฒนาตำบล เพื่อแก ไขป ญหา ตอบสนองความต องการของประชาชน ให สอดคล องกับนโยบายของรัฐลาล จังหวัด และอำเภอ ที่มุ งบำบัดทุกข บำรุงสุขและให การดำเนิน กิจกรรมต าง ๆ ไปในทิศทางเดียวกัน โดยนำเอาแนวคิดที่เกี่ยวข องกับการพัฒนามาปรับใช กำหนด เป าหมายให ตำบลสันกลางเป นตำบลที่เข มแข็ง มีการพัฒนาอย างยั่งยืนตามวิสัยทัศน “สันกลาง วิถี ธรรม วิถีไทย วิถีพอเพียง” มุ งให ชุมชนมีความเข มแข็ง มีความสามัคคี รักในถิ่นกำเนิด ดำรงไว ซึ่ง ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม พร อมน อมนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช ในการ ดำรงชีพ ส งผลให เกิดนวัตกรรมขององค การบริหารส วนตำบลสันกลางมากถึง 6 นวัตกรรม เป นการ ผสานความร วมมือแบบบูรณาการส วนราชการ เอกชน กลุ มองค กร ภาคีเครือข าย กลุ มอาชีพ ผนวก กับ ความเข มแข็งของทุนทางสังคมในพื้นที่มีส วนร วมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมต าง ๆ ทำให ตำบลสัน กลาง มีความเข มแข็งโดยอาศัยกลไกการทำงานตามหลัก “บวร (บ าน วัด โรงเรียน/ราชการ)” มีการ กำหนดนโยบายโดยให ทุกภาคส วนที่เกี่ยวข องมีส วนร วมในการ วางแผนงาน การร วมดำเนินกิจกรรม และการติดตาม เป นการสร างความเชื่อมั่นให กับเครือข ายร วมดำเนินงาน และประชาชนที่เข าร วม โครงการ มีการดำเนินกิจกรรมอย างต อเนื่อง มีการวางรูปแบบการบริหารงานที่เป นระบบ การดึงผู นำ ประชาชนมามีส วนร วมในแต ละกิจกรรม เป ดโอกาสให แต ละบุคคลสามารถที่จะเสนอความคิดเห็น ที่ แตกต างได โดยมีจุดมุ งหมายเป นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ เพื่อสร างความเข มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน 2) พื้นที่ภาคกลาง • จังหวัดสมุทรสงคราม คณะผู วิจัยได ดำเนินการประสานงานกับหน วยงานต างๆ เช น สำนักงานเกษตรจังหวัด สมุทรสงคราม อบต.ลาดใหญ ผู ใหญ บ านหมู 3 หมู 4 หมู 8 หมู 10 หมู 12 ตำบลลาดใหญ และกลุ ม เครือข าย Young Smart Farmer จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อขอคำแนะนำหมู บ านเป าหมายที่สนใจ หมู บ าน/ชุมชน คะแนน ระดับคะแนน กลุ มตัวอย าง เป าหมาย บ านหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน 115 ระดับสูง (Platinum) เหมาะสม บ านร องขุ น ตำบลป าอ อดอนชัย อำเภอ เมือง 23 ระดับต่ำ (Silver)
29 หรือมีความเหมาะสมในการดำเนินงานวิจัย ทำให ได ชุมชนที่มีคุณสมบัติคล ายกัน จำนวน 5 ชุมชน ได แก บ านบางประจันต หมู 3 หมู 4 หมู 8 และหมู 12 เพื่อดำเนินการประเมินชุมชนคัดเลือกเป น ชุมชนต นแบบ จากนั้นดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมินชุมชนโดยใช เครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ ชุมชนเป าหมาย มีผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสมุทรสงครามแสดงดังตารางที่ 3.2 รูปที่ 3.4 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสมุทรสงคราม ตารางที่ 3.2 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสมุทรสงคราม หมู บ าน/ชุมชน คะแนน ระดับคะแนน กลุ มตัวอย าง เป าหมาย บ านบางประจันต ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง 60 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม หมู 3 ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง 46 ระดับต่ำ (Silver) หมู 4 ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง 60 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม หมู 8 ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง 62 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม หมู 12 ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง 54 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม * หมายเหตุ : การเลือกกลุ มตัวอย างเป าหมายผู วิจัยสามารถพิจารณาเลือกกลุ มตัวอย างได เองโดยลักษณะของกลุ มที่ เลือกเป นไปตามวัตถุประสงค ของงานวิจัย จากการสำรวจชุมชนเป าหมาย พบว า ได พิจารณาเลือก ชุมชนบ านสุนัขหอน หมู 8ต.ลาดใหญ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป นชุมชนต นแบบที่จะได รับการพัฒนาตามแนวคิด BCG Model- เศรษฐกิจ หมุนเวียน (Circular Economy) เนื่องจากเป นชุมชนที่มีระดับศักยภาพในการพัฒนาไปสู ชุมชน ต นแบบบนฐานเศษฐกิจพอเพียงในระดับปานกลาง (Gold) 1) ศักยภาพของผู นำ (ของผู ใหญ บ าน) ที่ น อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินนโยบายการทำงาน 2) ศักยภาพเชิงพื้นที่ ตลอดจนภูมิสังคม ที่สามารถสร างเครือข ายการเรียนรู อันเป นหัวใจของการพัฒนาชุมชนได อย างอย าง ยืน อีกทั้งในพื้นที่ดังกล าวมีการดำเนินงานด านโคกหนองนาโมเดลซึ่งสามารถพัฒนาเป นชุมชนต นแบบ ได โดยใช เวลาไม มาก ซึ่งสอดคล องกับระยะเวลาในการทำวิจัย 3) ศักยภาพของการถ ายทอดความรู
30 อันได แก ระบบความรู ระบบข อมูล และระบบเครือข าย ด วยกระบวนการมีส วนร วม โดยมีโมเดลการ ขับเคลื่อน ดังนี้ เป นโมเดลขยายผลไปพื้นที่อื่น สร างเสริมศักยภาพคนและสังคมด วยความรู การพัฒนา ขีดความสามารถ SE Solution Platforms การสร างตลาดแบบ Matching และการทำงานร วมกับทุก ภาคส วน 3) พื้นที่ภาคอีสาน • จังหวัดสกลนคร คณะผู วิจัยได ดำเนินการประสานงานกับหน วยงานต างๆ เช น นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ ปลัดเทศบาลตำบลสว าง นักวิชาการส งเสริมการเกษตรชำนาญการ ประธานกลุ มทอผ า ย อมครามบ านดอนกอย ผู ใหญ บ านดอนกอย ต.สว าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร หัวหน าหน วย ปฏิบัติการส วนหน าของ อว.ฯ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย จังหวัดสกลนคร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล อมจังหวัดสกลนคร สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร เพื่อขอคำแนะนำหมู บ านเป าหมายที่สนใจหรือมีความเหมาะสมในการดำเนินงานวิจัย ทำให ได ชุมชน ที่มีคุณสมบัติคล ายกันเพื่อดำเนินการประเมินชุมชนคัดเลือกเป นชุมชนต นแบบ จากนั้นดำเนินการลง พื้นที่เพื่อประเมินชุมชนโดยใช เครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมาย มีผลการสำรวจพื้นที่ เป าหมายในจังหวัดสมุทรสงครามแสดงดังตารางที่ 3.3 รูปที่ 3.5 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดสกลนคร ตารางที่ 3.3 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสกลนคร หมู บ าน/ชุมชน คะแนน ระดับคะแนน กลุ มตัวอย าง เป าหมาย บ านดอนกอย ตำบลสว าง อำเภอพรรณนานิคม 54 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม บ านดอนหัน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว างแดนดิน 38 ระดับต่ำ (Silver) บ านหนองบัวบาน ตำบลหนองบัว อำเภอนิคมน้ำอูน 37 ระดับต่ำ (Silver) บ านหนองสะไน ตำบลนาม อง อำเภอกุดบาก 52 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม
31 จากการสำรวจชุมชนเป าหมาย พบว า ได พิจารณาเลือกชุมชนบ านดอนกอย ต.สว าง อ. พรรณนานิคม จ. สกลนคร เป นชุมชนต นแบบที่จะได รับการพัฒนาตามแนวคิด BCG Modelเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) + เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) + เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ในยุทธศาสตร สาขาเกษตร+การท องเที่ยวและเศรษฐกิจสร างสรรค โดยส งเสริม เศรษฐกิจสินค าผ าย อมคราม ด วยการสร างกลไกและขบวนการ และสร างต นแบบเพื่อส งเสริม การตลาด เพื่อได ต นแบบผลิตภัณฑ และยกระดับสินค าจากพืชในท องถิ่นที่สูงขึ้น และมีแผนพัฒนา เครื่องผสมน้ำครามกึ่งอัตโนมัติควบคุมด วยระบบสมองกลฝ งตัวด วยการใช เทคโนโลยีระบบสมองกลฝ ง ตัวในการควบคุมกระบวนการทำงานของเครื่องผสมและเติมออกซิเจนลงในน้ำคราม ช วยประหยัด แรงงานคน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการผลิตน้ำย อมครามที่ดีมีคุณภาพ พัฒนาระบบ บำบัดน้ำเสียด วยบึงประดิษฐ และธนาคารน้ำใต ดิน พัฒนาผลิตภัณฑ ผ าย อมครามโดยใช แนวคิดในการ ออกแบบอย างยั่งยืนและเป นมิตรกับสิ่งแวดล อมด วยการอาศัยหลักการออกแบบผลิตภัณฑ แบบ Eco-design และการออกแบบผลิตภัณฑ ด วย Application ลิขสิทธิ์ของ มทร.อีสาน วิทยาเขต สกลนคร ส งผลให เกิดผลิตภัณฑ ใหม ที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม และสามารถเพิ่มมูลค าให กับผลิตภัณฑ ในกลุ มลูกค าผู นิยมการอนุรักษ สิ่งแวดล อม พัฒนาช องทางการตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ ผ าย อม ครามและการส งเสริมสร างนวัตกรชุมชน ด วยการใช หลักการตลาดและวางแผนธุรกิจ Business Model Canvas 4) พื้นที่ภาคใต • จังหวัดพังงา คณะผู วิจัยได ดำเนินการประสานงานกับหน วยงานต างๆ เช น เกษตรอำเภอเกาะยาว กำนัน ตำบลเกาะยาวน อย ประธานชุมชนท องเที่ยวเกาะยาวน อย ประธานสตรี ตำบลเกาะยาวน อย สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาว การท องเที่ยวจังหวัดพังงา สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพังงา กลุ ม วิสาหกิจชุมชน (ด านเกษตร ด านการท องเที่ยว) เพื่อขอคำแนะนำหมู บ านเป าหมายที่สนใจหรือมีความ เหมาะสมในการดำเนินงานวิจัย ทำให ได ชุมชนที่มีคุณสมบัติคล ายกัน จำนวน 3 ชุมชน ได แก บ านน้ำ จืด บ านริมทะเล และบ านอันเป า เพื่อดำเนินการประเมินชุมชนคัดเลือกเป นชุมชนต นแบบจากนั้น ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมินชุมชนโดยใช เครื่องมือแบบสำรวจหมู บ าน/ชุมชนเป าหมาย มีผลการ สำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดสมุทรสงครามแสดงดังตารางที่ 3.4 รูปที่ 3.6 การลงพื้นที่สำรวจชุมชนต างๆในจังหวัดพังงา
32 ตารางที่ 3.4 ผลการสำรวจพื้นที่เป าหมายในจังหวัดพังงา หมู บ าน/ชุมชน คะแนน ระดับคะแนน กลุ มตัวอย าง เป าหมาย บ านน้ำจืด ตำบลเกาะยาวน อย อำเภอเกาะยาว 62 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม บ านริมทะเล ตำบลเกาะยาวน อย อำเภอเกาะยาว 55 ระดับปานกลาง (Gold) เหมาะสม บ านอันเป า ตำบลเกาะยาวน อย อำเภอเกาะยาว 17 ระดับต่ำ (Silver) * หมายเหตุ : การเลือกกลุ มตัวอย างเป าหมายผู วิจัยสามารถพิจารณาเลือกกลุ มตัวอย างได เองโดยลักษณะของกลุ มที่ เลือกเป นไปตามวัตถุประสงค ของงานวิจัย จากการสำรวจชุมชนเป าหมาย พบว า ได พิจารณาเลือกชุ มชนเกาะยาวน อย ต.เกาะยาวน อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เป นชุมชนต นแบบที่จะได รับการพัฒนาตามแนวคิด BCG Model- เศรษฐกิจ หมุนเวียน (Circular Economy) ในยุทธศาสตร สาขาการท องเที่ยวและเศรษฐกิจสร างสรรค ส งเสริม เศรษฐกิจการท องเที่ยวและผลิตภัณฑ ชุมชน ด วยการสร างกลไกและขบวนการ สร างต นแบบเพื่อ ส งเสริมการตลาด และสร างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู แบบเสมือนจริงให กับนักท องเที่ยว เพื่อได ต นแบบการท องเที่ยวโดยชุมชน ได นวัตกรรมที่ใช ส งเสริมการท องเที่ยว และ ยกระดับรายได และจำนวนนักท องเที่ยวในชุมชน โดยมีแผนการพัฒนา ชุมชนเกาะยาวน อยเพื่อขับเคลื่อนให เกิด รูปแบบการพึ่งตนเองแบบยั่งยืนภายใต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทางผู วิจัยได พิจารณาแผนพัฒนาไว ใน 3 รูปแบบดังนี้1) พัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการการท องเที่ยวและสินค าชุมชน โดยชุมชน บนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อย จังหวัดพังงา 2) สร างนวัตกรรมการท องเที่ยว ด วยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห งความจริง เพื่อส งเสริมการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อย จังหวัดพังงา การพัฒนานวัตกรรมการผสมผสาน โลกเสมือน หรือ (Augmented Reality-AR) จะเข ามามีส วนร วมถ ายทอดประสบการณ ให กับ นักท องเที่ยวภายใต กิจกรรมการท องเที่ยวภายในชุมชน โดยนำเสนอเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิ ป ญญาและสัญลักษณ การท องเที่ยวเชิงพื้นที่แบบภาพเสมือน 3 มิติ ในตำแหน งพื้นที่ชุมชนเกาะยาว น อยที่มีกิจกรรมการท องเที่ยว 3) สร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวและสินค าชุมชนผ าน เทคโนโลยีสารสนเทศเว็บไซต ชุมชน 5) พื้นที่ภาคตะวันตก • จังหวัดกาญจนบุรี คณะผู วิจัยได ดำเนินการประสานงานกับหน วยงานต างๆ เช น นายกเทศมนตรีตำบลหนอง สาหร าย นายกองค การบริหารส วนตำบลวังไผ นายกองค การบริหารส วนตำบลทุ งทอง นายกองค การ บริหารส วนตำบลดอนตาเพชร นายกเทศมนตรีตำบลวังศาลา วิสาหกิจชุมชนกลุ มเกษตรกรทำนา หนองสาหร าย กลุ มวิสาหกิจชุมชนสวนมาลี ตำบลทุ งทอง วิสาหกิจชุมชนธนาคารข าวชุมชนบ าน