106 ลำดับที่ รายการพิจารณาคุณภาพงานนวัตกรรม คะแนน 1 2 3 4 5 6 7 ยั่งยืน (SDGs) ภายในองค กรและส งเสริมการ เผยแพร ผลงานวิชาการและวิจัยกับองค ภายนอก รวม 100 100 100 100 99 99.6 100 99.80 ผลการประเมินบุคลากรวิจัยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พบว าส วนมากนักวิจัยมี ทัศนคติที่ดีต อการวิจัยบนพื้นฐานหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) โดยใช แนวพัฒนา BCG ตามการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นักวิจัยได เสริมสร างศักยภาพด านการวิจัยด วยการเรียนรู จาก การปฏิบัติงานกับชุมชน ได เรียนรู วิธีคิดในการพัฒนา มีการพัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน ตามหลักการ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได กระบวนการใหม และแรงบันดาลใจในการทำงานวิชาการ ผลงานวิจัยจากการร วมทำงานกับชุมชน ได ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย องค ความรู ใหม อีกทั้งผู บริหาร ให การสนับสนุนการทำวิจัย กระตุ นให เกิดการพัฒนาคุณภาพงานวิจัยตามหลักการของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง (SEP) แนวพัฒนา BCG สู SDG ต อไป 4.2 ผลการดำเนินงานในวัตถุประสงค์ที่ 2 ผลการสร างแพลตฟอร มบริหารจัดการการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4.2.1 ผลการสร างแพลตฟอร มระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน จากการดำเนินงานสร าง แพลตฟอร์มหรือระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนา ชุมชน หรือ CDM-SEP (Community Resources on SEP Dashboard) ส าหรับเป นคลังจัดเก็บ ข อมูล การรายงาน สื่อวิดีโอ พร อมเพิ่มรับข อมูลต างๆของพื้นที่ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให ทัน ต อการพัฒนาและการปกครองในยุคดิจิทัล ส วนการป อนข อมูลโดยผู ใช งาน (User) และส วนหน าจอ การรายงานผลในรูปแบบ Dashboard อีกทั้งผลการวิเคราะห การยกระดับเศรษฐกิจภาพรวมในพื้นที่ พบว า มีรายได ในชุมชนมวลรวมมากกว าร อยละ 10 ซึ่งส วนใหญ มาจาก การพัฒนาผลิตภัณฑ การ เพิ่มขึ้นจำนวนนักท องเที่ยว การใช พลังงานทดแทน และอื่นๆร วมนั้น โดยมีการจดโดเมนบน Web application ในชื่อ CDM-SEP (thai-cdm-sep.com) เพื่อส งมอบให กับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง นำไปเผยแพร บนช องทาง Website ของสถาบัน อีกทั้งส งมอบให กับชุมชมต างๆที่เข าร วมเพื่อนำไป เผยแพร ผลการดำเนินการยกระดับชุมชนและเพิ่มเติมข อมูลต างๆได ด วยตัวชุมชนและกลุ มนักวิจัยใน พื้นที่ได เองด วยนั้น ดังแสดงผลการดำเนินงานดังนี้
107 1. ส วนการป อนข อมูลจากพื้นที่ ในรูปแบบ Web application รูปที่ 4.15 ตัวอย างการป อนข อมูลจากพื้นที่ ในรูปแบบ Web application
108 2. ส วนการรายงานผล (Dashboard) โดยบนแพลตฟอร มจะแสดงผลการดำเนินงานยกระดับชุมชนทั้งหมด 7 จังหวัด ซึ่งคลอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคของประเทศไทย โดยจะแสดงหมุดป กยังแผนที่ประเทศไทย เมื่อเลือกเข าไปยังแต ละจังหวัดในระบบจะ แสดงให เห็นถึงข อมูลต างๆที่ทางนักวิจัยร วมกับชุมชนได ดำเนินเก็บข อมูลไว เช น ชื่อกิจกรรมการยักระดับชุมชนใน แต ละพื้นที่ และข อมูลเบื้องต น รูปภาพ ข อมูลรายเอียดชุมชน ข อมูลผลการประเมินยกระดับชุมชน แผนการ ยกระดับชุมชนในรูปแบบ BCG เป าความยั่งยืน SDGs และผลการรายงานการดำเนินกิจกรรมในแต ละพื้นที่ ดังรูป รูปที่4.16 หน าต างแพลตฟอร มระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน
109 รูปที่4.17 ตัวอย างหน าต างการแสดงผลรายงานการยกระดับชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ในส วนการรายงานส วนหน ายังคงมีการเข าถึงสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบวีดีโอ ที่งานการวิจัยใน พื้นที่ได ร วมถ ายทำระหว างการดำเนินงานและแสดงผลงานต างๆในการเข าไปสร างการพัฒนาการ ยกระดับในชุมชนไว เพื่อใช เป นสื่อเผยแพร ประชาสัมพันธ ในการเข าถึงชุมชนต อไป
110 รูปที่4.18 ตัวอย างหน าต างการรายผลกิจกรรมการยกระดับชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร รูปที่4.19 ตัวอย างหน าต างข อมูลต างๆเกี่ยวกับชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร
111 4.2.2 ผลการประเมินความพึงพอใจการใช แพลตฟอร ม ผลการประเมินการใช งานแพลตฟอร มเป นการประเมินความพึ่งพอใจ จากกลุ มนักวิจัยใน พื้นที่ และผู นำชุมชนหรือกลุ มงานที่นักวิจัยได เข าไปดำเนินงานรวม ทั้ง 7 จังหวัด ด วยเข าไป ดำเนินงานอบรมการใช งานระบบ Dash board หรือ CDM-SEP ให กับนักวิจัย และชุมชนในพื้นที่ให สร างกรอกข อมูลเอง เพื่อให รายงานผลบนในระบบได โดยชุมชนเอง ดังภาพเป นการลงพื้นที่ชุมชน จังหวัดสกลนคร กาญจนบุรี เชียงราย และ จันทบุรี โดยจะทำการประเมินความพึงพอใจการใช งานทั้ง 7 พื้นที่ แบ งเป นนักวิจัยพื้นที่ละ 3 คน ผู นำชุมชนและตัวแทนชุมชน จำนวน 4 คน รวมจำนวน 49 คน ในการตอบแบบประเมินครั้งนี้ ดังตารางที่ 4.12 รูปที่4.20 ตัวอย างภาพการอบรมการใช งาน Dash board CDM-SEP และรายงานผลให กับชุมชน
112 ตารางที่ 4.12 ผลการประเมินความพึงพอใจการใช แพลตฟอร ม เกณฑ์การให คะแนน : 5 คะแนน = ดีมาก, 4 คะแนน=ดี, 3 คะแนน= ค อนข างดี, 2 คะแนน=พอใช , และ 1 คะแนน=ควรปรับปรุง ลำดับ ที่ รายการประเมิน คะแนน แต ละจังหวัด 1 2 3 4 5 6 7 ด านกระบวนการ/ขั้นตอนการใช งานระบบ 4.36 4.29 4.5 4.21 4.21 4.43 4.14 4.31 1. รูปแบบการใช งานระบบ ความยาก -ง าย 4.14 4.29 4.71 4.14 4.00 4.57 4.00 4.26 2. กระบวนการทำงานของระบบ 4.57 4.29 4.29 4.29 4.43 4.29 4.28 4.35 ด านประสิทธิภาพของระบบ 4.54 4.36 4.46 4.39 4.61 4.46 4.42 4.46 3. ความถูกต อง แม นยำของระบบ 4.71 4.43 4.43 4.43 4.57 4.43 4.43 4.49 4. ตรงตามวัตถุประสงค ที่ต องการ 4.71 4.57 4.86 4.71 4.86 4.86 4.71 4.75 5. การออกแบบให ใช งานง าย เมนูไม ซับซ อน 4.00 4.14 4.29 4.14 4.43 4.14 4.14 4.18 6. ความเป นป จจุบันของข อมูล 4.71 4.29 4.29 4.29 4.57 4.43 4.43 4.43 ด านความสะดวก สวยงาม 4.5 4.57 4.71 4.64 4.64 4.79 4.5 4.62 7. ความสะดวกในการใช งานโปรแกรม 4.29 4.43 4.43 4.43 4.57 4.71 4.43 4.47 8. ความเหมาะสมในการใช งานโปรแกรม 4.71 4.71 5 4.86 4.71 4.86 4.57 4.77 ด านคุณภาพของระบบ 4.71 4.71 4.71 4.71 4.86 4.71 4.79 4.74 9. ความพึงพอใจในการใช งาน 4.86 4.86 4.71 4.71 5 4.86 4.86 4.84 10. ความสามารถของระบบ ในการนำไปใช ประโยชน 4.57 4.57 4.71 4.71 4.71 4.57 4.71 4.65 ค าเฉลี่ยรวม 4.53 4.46 4.57 4.47 4.59 4.57 4.46 4.52 จากผลการประเมินความพึงพอใจการใช แพลตฟอร ม Dash board CDM-SEP การใช งานทั้ง 7 พื้นที่ รวมจำนวน 49 คน พบว าทั้ง 7 พื้นที่ให ผลประเมินความพึงพอใจในด านกระบวนการ/ขั้นตอน การใช งานระบบอยู ในระดับที่ดี ชุมชนส วนใหญ ยังคงต องการมีพี่เลี้ยงในการกรอกข อมูลในระยะแรก เนื่องจากเป นสิ่งใหม ในการใช เทคโนโลยีนี้ ในด านประสิทธิภาพของระบบ พบว ามีความถูกต อง แม นยำที่ดี การออกแบบใช ง าย ไม ซับซ อน ข อมูลเป นป จจุบัน ในด านวัตถุประสงค มีความพึงพอใจที่ดี มาก รวมทั้งความสะดวก ความสวยงามของระบบ และด านคุณภาพของการใช งานและประโยชน ต อ ระบบด านนั้น ในด านความพึงพอใจในภาพรวมแต ละจังหวัดพบว า ในพื้นที่ชุมชมที่ให ความคิดเห็น ระบบโดยรวมที่ดีมากคือ จ.เชียงราย จ.สกลนคร จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี รองลงมาในระดับที่ ดีคือ จ.สมุทรสงคราม จ.พังงา และจ.จันทบุรี ซึ่งโดยรวมจากการประเมินความพึ่งพอใจต อการใช งาน ในระดับดังกล าวทั้ง 6ภูมิภาค อยู ในระดับคะแนนที่ดีมากที่ระดับคะแนน 4.52
113 4.2.3 การเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชน 1) การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชน โมเดลต นแบบชุมชนแต ละพื้นที่ทั้ง 6 ภูมิภาค เกิดเป นแหล งเรียนรู ให กับผู นำชุมชนอื่นๆ มา ศึกษาเรียนรู วิธีการยกระดับชุมชนในด านเศรษฐกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ การท องเที่ยว การเกษตร และอื่นๆ ที่มีการนำเอาองค ความรู จากการวิจัยในกลุ มมหาวิทยาลัยมาประยุกต ใช ร วมกับทรัพยากร ท องถิ่นสู มูลค าเพิ่มบนพื้นฐานความเป นอยู ของความพอเพียงตามหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 1. คณะดูงานมาจากเทศบาลตำบลเวียงเทิง 2. เทศบาลตำบลแม แรง อำเภอป าซาง จังหวัดลำพูน 3. คณะดูงานพระสังฆนายก หลวงพ อโอชิน กุมารา เจ าอาวาสวัดอะรูด เป ยะ สาธารณรัฐแห งสภาพเมียนมา 4. คณะดูงานเทศบาลปากน้ำประแส จังหวัดระยอง 5. คณะศึกษาดูงาน อบต.สมอพลือ เพชรบุรี รูปที่4.21 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
114 • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม 1. สวนผักสดไฮโดรโปนิกส (แปลงผักสลัดไฮโดรโปนิกส และสวนผสม) 2. รุ งเรืองถาวร (เกษตรผสมผสาน) 3. สวนพลอยสุภา (ส มโอขาวใหญ และเกษตรผสมผสาน) รูปที่4.22 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 1. กลุ มทอผ าย อมครามบ านดอน 2. กลุ มทอผ ากี่กระตุกบ านนา 3. วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ ทางการเกษตรและสมุนไพร 4. วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ สมุนไพรเพื่อสุขภาพและการตลาด รูปที่4.23 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดพังงา 1. ชุมชนบ านท าค าย 2. ชุมชนบ านบ านใหญ
115 3. ชุมชนบ านท าเขา 4. ชุมชนบ านริมทะเล 5. ชุมชนบ านบ านแหลมยาง 6. ชุมชนบ านอันเป า รูปที่4.24 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดพังงา • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 1. องค การบริหารส วนตําบลภูหอ อําเภอภูหลวง จังหวัดเลย 2. ตำบล บ านพลับ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3. ตําบลหนองไผ แก ว อําเภอบ านบึง จังหวัดชลบุรี รูปที่4.25 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1. ชุมชนผู สูงอายุตำบลสำนักทอง 2. ชุมชนบ านท ายบ าน 3. ชุมชนบ านสองพี่น อง 4. ชุมชนบ านไผ หมู 5. ชุมชนโคกงูเห า
116 รูปที่4.26 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี • การเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 1. คณะอาจารย มหาวิทยาลัยบูรพาจันทบุรี 2. คณะอาจารย กศน. อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ 3. คณะยุวทายาทเกษตรกรตัวน อย รูปที่4.27 ตัวอย างการเผยแพร โมเดลชุมชนสู กลุ มผู นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 2) การเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ในงานวิจัยนี้ได นำงานไปเข าร วมกับการจัดงาน World Skill Expo 2022 ภายใต การจัดของ กรมมาตรฐานฝ มือแรงงาน ในบูธการจัดงานกลุ มการพัฒนาเศรษฐกิจด วย BCG ด วยการหนุนเสริม การพัฒนาแรงงานฐานรากในชุมชน ด วยการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบ BCG สู การยกระดับแรงงาน กลุ มวิสาหกิจชุมชน สู ความยั่งยืน ในจังหวัดชลบุรี จ.ขอนแก น จ.เชียงใหม และ จ.กรุงเทพฯ โดยจะมี การจัดงานขึ้นทุกภูมิภาคในประเทศ
117 รูปที่4.28 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดชลบุรี
118 รูปที่4.29 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดชลบุรี(ต อ)
119 รูปที่4.30 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดขอนแก น รูปที่4.31 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดเชียงใหม
120 รูปที่4.32 บรรยายการจัดงานแเผยแพร โมเดลการพัฒนาสู สาธารณชนที่จังหวัดกรุงเทพฯ ผลการจัดนิทรรศการพบว า ผู เยี่ยมชมมีความเข าใจแผนการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศใน รูปแบบ BCG ได เห็นถึงแผนการพัฒนาชุมชนต นแบบซึ่งเป นเศรษฐกิจรากหญ าในแต พื้นที่กิจกรรม ทั้ง 6 ภูมิภาคจากการวิจัย กลุ มวิสาหกิจชุมชนแต ละจังหวัดได นำเสนอผลผลิตของชุมชนที่ก อให เกิดการ ยกระดับจากผลการวิจัยกับผู ที่สนใจเกิดการเชื่อมต อการขายสินค า การท องเที่ยว การจ างงาน และ คุณค าอื่นๆร วมกันโดยตรง อีกทั้งแพลตฟอร มการบริหารการรายงานชุมชนที่ได จัดทำขึ้นในรูปแบบสื่อ ดิจิทัลยังเป นที่น าสนใจต อผู เยี่ยมชมโดยเฉพาะผู บริหารหน วยงานต างๆที่ได พบการรวบรวมข อมูล กิจกรรมต างๆ แผนการพัฒนาพื้นที่ รูปภาพ รวมทั้งสื่อมัลติมีเดียของชุมชนที่สื่อสารเรื่องราวชุมชนที่ น าในใจ เพื่อการเข าถึงชุมชนได ใน อนาคตต อไป 3) การเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดีย การจัดท าสื่อวีดิโอ จ านวน 8 คลิปโดยมีเนื้อหาโดยรวมดังนี้ 3.1) คลิปกิจกรรม 1-7 มีเนื้อหาดังนี้ 1. เล าเรื่องความเป นอยู ชุมชมที่มีการด าเนินชีวิตบนพื้นฐานทรัพยากรชุมชม โดยพึ่งปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงและตามหลักการทรงงานของในหลวง ร.9 ซึ่งส งผลต อรายได หรือเศรษฐกิจโดยรวม ของกลุ มชุมชนที่เป นอยู เดิม 2. น าเสนอถึงกลุ มนักวิจัยในการลงพื้นที่เข าไปส ารวจชุมชน การได ชุมชนต นแบบซึ่งชุมชนมี ความพร อมอยู แล วในการพัฒนา (จากผลการส ารวจชุมชนต นแบบ) โดยมีหน วยงานภาคีต างๆ เข า มาร วมหรือเป นกลไกการเข าท างานร วมกับชุมชน แล วน ากลับมาคิด วิเคราะห์ เพื่อสร างขบวนการ
121 เครื่องมือ หรือนวัตกรรมลงในพื้นที่ โดยยึดแนวการพัฒนาด วยหลักการ BCG สู การผลักดันเศรษฐกิจ ให สูงขึ้น เพื่อน าไปสู การพัฒนาที่ ยั่งยืน หรือ SDG 3. น าเสนอการเล าเรื่องเนื้อหาขบวนการหรือนวัตกรรมที่ใช ในชุมชมพอสังเขปด วยนักวิจัย และให ชุมชนบอกเล าถึงข อดีหรือการน างานวิจัยไปใช ในกิจกรรมของชุมชนซึ่งส งผลต อประโยชน์ที่ ด าเนินอยู 4. สุดท ายเป นภาพความส าเร็จของงานในพื้นที่ และ การเชิญชวนผู สนใจเข าเยี่ยมชมชุมชน เพื่อเกิดการเรียนรู ท องเที่ยว ร วมลงทุน หรือส งเสริมงานในชุมชนก อให เกิดรายได ที่สูงขึ้น • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดเชียงราย การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของชุมชนบ านหัว ฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการ พัฒนาชุมชนต นแบบด านเกษตรปลอดภัยสำหรับผู สูงโดยใช นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชผักปลอด สารพิษ มีตัวอย างค าบรรยายดังนี้ “จังหวัดเชียงราย ชาวบ านประกอบอาชีพทำนาเป นส วนใหญ และเป นจังหวัดที่มีจำนวน ผู สูงอายุเยอะ ทำให เริ่มทำนาไม ไหว ร างกายเจ็บป วยและขาดรายได ชุมชนจึงสร างกลุ มผู สูงอายุจัดทำ กิจกรรมต างๆในทุกๆอาทิตย และนักวิจัยได เข ามามีบทบาทและประชุมกับผู นำชุมชน จัดทำโรงปลูก ผักไฮโดรโปนิกส ที่กำหนดความสูงให เข ากับสรีระของผู สูงอายุ ประกอบกับการใช นวัตกรรมการเพิ่ม ผลิตผลโดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ลและการรดน้ำอัตโนมัติ ผู สูงอายุมีหน าที่เพียงตรวจสอบ สภาพแปลงและให ปุ๋ยด วยวิธีที่ง ายและสะดวก ทำให เกิดกิจกรรมและการสร างรายได และนักวิจัยได ต อยอดไปยังการทำตลาด สร าง Branding ให กับชุมชน นอกจากนี้ยังเป นฐานอบรมกิจกรรมสำหรับ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอีกด วย” รูปที่4.33 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
122 • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัด สมุทรสงคราม การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของชุมชนบ านสนัข หอน หมู 8 ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไป ช วยในการการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว มีตัวอย าง คำบรรยายดังนี้ “จังหวัดสมุทรสงคราม ดินแดน 3 น้ำที่มักประสบป ญหาเรื่องของการปลูกพืช ทำนา ทำให เด็กรุ นใหม ไม นิยมทำนาและมักจะเข าเมืองเพื่อหางานทำมากกว า ทางผู วิจัยและชาวบ านจึงพยายาม ผลักดันการเป น Young smart farmer สร างชาวนาในกลุ มคนรุ นใหม ที่มีแนวคิดทันสมัยประกอบกับ การใช นวัตกรรมสมัยใหม เข ามาช วยเช นเรื่องการรดน้ำอัตโนมัติ โดยน้ำที่ใช ก็จะถูกกรองก อนเพราะ จังหวัดสมุทรสงครามเป นจุดที่มีน้ำเค็มและกร อยเป นป ญหาหลัก และการให ความรู ด าน C Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่คำนึงถึงการนำวัสดุต าง ๆ กลับมาใช ประโยชน ให มากที่สุด โดยสอนให ชุมชนแยกขยะ และนำเสนอนวัตกรรมการผลิตกระถางต นไม รวมถึงการพัฒนาเส นทาง การท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดของ BCG ในพื้นที่แหล ง ท องเที่ยวเชิงเกษตรของ Smart Farmer งานวิจัยนี้จึงทำให มี Young Smart Farmer เพิ่มมากขึ้น ส งผลให เกิดความรักแผ นดินที่ตนอาศัยและลดการกระจุกตัวจากการทำงานในเมือง” รูปที่4.34 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม
123 • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสกลนคร การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของชุมชนบ านดอน กอย ต.สว าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการส งเสริมและ พัฒนาผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติโดยใช แนวคิดในการออกแบบและรูปแบบธุรกิจ อย างยั่งยืนและเป นมิตรกับสิ่งแวดล อม การเพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ รูปที่4.35 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสกลนคร • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดพังงา การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของชุมชนบ านน้ำจืด ตำบลเกาะยาวน อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการท องเที่ยวชุมชนเกาะยาวน อย สู ความยั่งยืนด วยหลัก เศรษฐกิจพอเพียง มีตัวอย างคำบรรยายดังนี้ รูปที่4.36 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดพังงา
124 “จังหวัดพังงาชาวบ านที่นี่จะประกอบอาชีพ ประมง กรีดยางและปลูกข าว ส วนการท องเที่ยว นั้นจะเป นลักษณะเฉพาะจุด ทำให ชาวบ านและผู วิจัยร วมกันศึกษาและสร างนวัตกรรม AR ขึ้นมาตาม จุดท องเที่ยวต างๆรอบเกาะ 5 จุด เป น route การเดินทางที่จะทำให นักท องเที่ยวได สัมผัสกับ สัตว ที่ ขึ้นชื่อต างๆของเกาะยาวน อยทั้ง 5 ชนิด เพลิดเพลินกับ Animation บนมือถือของนักท องเที่ยวพร อม กับถ ายทอดลง Social media ที่กำลังเป นที่นิยมในป จจุบัน นอกจากนี้ยังต อยอดโดยการ Screen ลงเสื้อเป นของที่ระลึกและยังมีการทำ Smart farm ให กับคนในชุมชนอีกด วย” • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของวิสาหกิจชุมชน แปรรูปสมุนไพรสวนมาลี จังหวัดกาญจนบุรี และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการพัฒนา และยกระดับศักยภาพและความเข มแข็งของชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสร างตู อบ แห งพลังงานแสงอาทิตย แบบไร สาย และเครื่องอบแห งไมโครเวฟแบบสุญญากาศ เป นการทำให แห ง (Dehydration) ที่ภายใต สภาวะสุญญากาศ มีตัวอย างคำบรรยายดังนี้ “จังหวัดกาญจนบุรีเป นจังหวัดที่สามารถผลิตพืชผลได สูง เพราะสภาพแวดล อมสมบูรณ เหมาะแก การปลูกพืชผล แต ป ญหาหลักก็คือเมื่อผลผลิตมากเกินไปและขายไม ทันก็เกิดการเน าเสีย ทางผู วิจัยจึงเข ามาศึกษาบริบทและคุยกับชุมชนจัดทำนวัตกรรมที่จะช วยแปรรูปผลผลิตให ยาวนาน มากขึ้น 2 รูปแบบคือ 1. การใช ตู อบพลังงานแสงอาทิตย ที่ลงทุนต่ำแต ได ความร อนที่ดี สีของสินค าไม เปลี่ยนแปลงมาก สะอาด ปราศจากฝุ น สิ่งสกปรกต างๆ เคลื่อนย ายได สะดวก และ 2. การประยุกต ใช ไมโครเวฟ ติดตั้งส วนต อขยายเพื่อทำให ไมโครเวฟสามารถ ดูดความชื้นจากตัวผลผลิตออกได สามารถ อบแห งและไม ทำให สีของผลผลิตเปลี่ยนแปลงไปมาก นวัตกรรม 2 อย างนี้จึงสามารถช วยชาวบ านให ยืดอายุและแปรรูปผลิตภัณฑ ให เป นรูปแบบต างๆได มากมาย” รูปที่4.37 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
125 • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของชุมชนต นตาล และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการสร างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริม การท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง มีตัวอย างคำบรรยายดังนี้ “จังหวัดสุพรรณบุรี เป นจังหวัดที่เป นลักษณะแอ งกระทะ น้ำจะท วมทุกป ป นึงทำนาได เพียง ครั้งเดียว ทางผู วิจัยจึงร วมศึกษากับชาวบ านจัดทำโครงการอบรมและวิจัยใน 4 เรื่อง ได แก การ 1. การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการท องเที่ยว โดยเข ามาสร างบทบาทหน าที่ของแต ละคนในชุมชน จัดการโครงสร างองค กรอย างมืออาชีพ เพื่อให ชุมชนเข าใจตนเองและรู บทบาทหน าที่ของตน 2. จัดทำ Web Application ให เป นสื่อกลางสำหรับคนที่อยากประชาสัมพันธ ซื้อขายแลกเปลี่ยน ให ข อมูลกับ นักท องเที่ยว 3. สร างองค ความรู จัดทำกลยุทธ ทางการตลาดใน 3 มิติ คือการพัฒนาสินค าบริการ พัฒนาคนและการตลาด และส วนสุดท ายคือการสร าง Model ให เป นชุมชนต นแบบ สำหรับพื้นที่ที่ อยากเข ามาศึกษาดูงาน” รูปที่4.38 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี • ตัวอย างการเผยแพร โมเดลผลงานในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี การเผยแพร โมเดลชุมชนผ านสื่อมัลติมีเดียมีการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของวิสาหกิจชุมชน สมุนไพรอินทรีย อำเภอแก งหางแมว และเรื่องราวของทีมนักวิจัยที่ได เข าไปช วยในการพัฒนาชุมชน ต นแบบเกษตรอินทรีย ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักใน
126 โรงเรือนด วยแสงประดิษฐ พัฒนาระบบควบคุมป มน้ำด วย IoT พัฒนาระบบควบคุมโรงตากสมุนไพร พลังงานแสงอาทิตย มีตัวอย างคำบรรยายดังนี้ “จังหวัดจันทบุรี เป นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องของผลไม เพราะดินมีความอุดมสมบูรณ แต ในอีก มุมนึง การปลูกพืชสมุนไพรก็ได รับความนิยมเช นกัน สมุนไพรที่นี่จะมีประสิทธิภาพสูง สวนร วมสมัยจึง เป นอีกวิสาหกิจชุมชนหนึ่งที่สามารถปลูกพืชสมุนไพรส งโรงพยาบาลต างๆได กลุ มนักวิจัยจึงได เข าไป ร วมกับชุมชนเพื่อทำการพัฒนา ต อยอดนวัตกรรมต างๆให กับชุมชนแห งนี้” รูปที่4.39 ตัวอย างภาพสื่อมัลติมีเดียในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
127 3.2) คลิปกิจกรรมที่ 8 มีเนื้อหาดังนี้ 1. เป นคลิปภาพรวมทั้งโครงการ โดยสรุปทั้ง 7 กิจกรรม ความยาว 8-10 นาที 2. น าเสนอระบบการบริหารจัดการงานภาพรวมจาก Dash board ทางแผนกลางซึ่ง ครอบคลุมการน าเสนอผลงานทั้ง 7 กิจกรรม 3. น าเสนอถึงผลส าเร็จของโครงการ 4. สุดท ายเป นภาพความส าเร็จของงานในพื้นที่ และสื่อขอน าเสนอการเชิญชวนผู สนใจเข า เยี่ยมชมชุมชน เพื่อเกิดการเรียนรู ท องเที่ยว ร วมลงทุน หรือส งเสริมงานในชุมชนก อให เกิดรายได ที่ สูงขึ้น ในระดับต างๆ 5. สื่อมีSubtitle เป นภาษาอังกฤษ เพื่อใช น าเสนอคนต างชาติได และเสียงบรรยายเป น ภาษาไทย 4) การเผยแพร โมเดลผลงานสู กลุ มนักวิชาการ คณะนักวิจัยร วมในการจัดนิทรรศการและส งมอบงานวิจัยให กับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ใน งาน “การแสดงผลงานวิจัย นวัตกรรม และการประชุมวิชาการ ๕๐ป มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย” ในส วนงานนวัตกรรมกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระหว างวันที่ ๒๖ – ๒๘ กุมภาพันธ โดยมีรูปแบบ การจัดนิทรรศการแสดงดังรูปที่ 4.38 รูปที่4.40 ตัวอย างภาพการจัดนิทรรศการเผยแพร โมเดลผลงานสู กลุ มนักวิชาการ
128 รูปที่4.40 ตัวอย างภาพการจัดนิทรรศการเผยแพร โมเดลผลงานสู กลุ มนักวิชาการ (ต อ)
129 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย โครงการวิจัยการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู ความยั่งยืนของประเทศ ระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค เพื่อ มุ งเน นการสร างทุนทาง สังคมสู การพัฒนาที่ยั่งยืน ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตามแผนพัฒนา BCG ในพื้นที่ต างๆ รวมทั้ง การถ ายทอดนวัตกรรมพร อมใช สู การพัฒนากำลังคน บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืนของ ประเทศ เพื่อหนุนเสริมการเป นชุมชนต นแบบและการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในพื้นที่ตัวอย าง 6 ภูมิภาคประเทศไทย และการจัดทำระบบการบริหารการพัฒนาชุมชน ต นแบบด วยรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส เพื่อให ทันต อการพัฒนาและการปกครองในยุคดิจิทัลด วยนั้น สามารถสรุปผล การศึกษา อภิปรายผล และข อเสนอแนะจากการวิจัย ดังนี้ สรุปโมเดลขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง สู ความยั่งยืน ตามแผนพัฒนา BCG ในพื้นที่ 6 ภูมิภาคประเทศไทย จากผลการวิจัย ได รูปแบบโมเดลการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต นแบบเพื่อการยกระดับ คุณภาพชีวิต 7 รูปแบบในพื้นที่ 6 ภูมิภาค 7 จังหวัดในประเทศไทยการดำเนินงานวิจัยได พิจารณา ชุมชน 6 ภูมิภาคประเทศไทย จำนวน 7 จังหวัด รวม 30 ชุมชน เพื่อเลือกเป นชุมชนต นแบบจากการ สำรวจในพื้นที่ตามเกณฑ การพิจารณา 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล อม สังคม อีกทั้งเป น ชุมชนที่มีความเป นอยู ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) และมีฐานทรัพยากรในพื้นที่ ที่มี ความพร อมต อการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบ BCG อีกทั้งป จจัยอื่นๆ สู เป าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยนักวิจัยได วางแผนงานร วมกับชุมชนภาคี ร วมทำกิจกรรมยกระดับคุณภาพชุมชนด วยดังนี้ 5.1.1 การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชผักปลอดสารพิษสำหรับเมืองและชุมชนสู ความยั่งยืนบนพื้นฐานเชียงรายเมืองเกษตรสีเขียวและอาหารปลอดภัย สำหรับผู สูงอายุใน ภาคเหนือ ชุมชนบ านหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จากการวิจัยเพื่อพัฒนาศูนย การเรียนรู ด านเกษตรปลอดภัยในวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สร าง ศูนย การเรียนรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ลสำหรับผู สูงอายุ และเพื่อ เพิ่มรายได ให กับผู สูงอายุที่เข าร วมโครงการ งานวิจัยนี้ เป นการวิจัยและพัฒนา โดยใช การวิจัยแบบผสานวิธีระหว างการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพพื้นที่วิจัยและประชากรที่ศึกษา คือ ผู สูงอายุโรงเรียนผู สูงอายุวัดหัวฝาย โดย การคัดเลือกแบบ สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ได ข อมูลจากการศึกษาเอกสาร สำรวจ การสังเกตแบบ ไม มีส วนร วม และการสัมภาษณ นำมาวิเคราะห ข อคำถามปลายเป ดด วยการวิเคราะห เนื้อหา หลังจาก นั้นทำการสังเคราะห สรุปจากแบบสำรวจ การสังเกตแบบไม มีส วนร วม และการสัมภาษณ แล วเขียน บรรยายเชิงพรรณนา โดยมีเครื่องมือที่ใช ในงานวิจัยได แก การออกแบบและสร างโรงปลูกผักไฮโดรโป
130 นิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ลที่เหมาะสมกับผู สูงอายุ โดยมีกำลังการผลิตไม ต่ำกว า 1,200 ต น/เดือน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ล ให กับผู สูงอายุโรงเรียนวัดหัวฝายจำนวน 40 คน โดยเก็บข อมูลผลผลิตและอัตราการรอดของผักไฮโดร โปนิกส หลังจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ฯ เป นระยะเวลา 3 เดือน และทำการสัมภาษณ และการ สังเกตแบบไม มีส วนร วม จากนั้นนำข อมูลที่ได ทำการวิเคราะห เพื่อสรุปผลการดำเนินงานวิจัย โดย ประกอบไปด วยขั้นตอนดังต อไปนี้ 1) ทำการออกแบบศูนย การเรียนรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโคร นาโนบับเบิ้ล บนพื้นที่ขนาด 4 เมตร x 25 เมตร ภายในบริเวณโรงเรียนผู สูงอายุวัดหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งมีกำลังการผลิตผักไฮโดรโปนิกส ไม ต่ำกว า 1,200 ต น/เดือน โดยมีฐานการ เรียนรู ทั้งหมดจำนวน 6 ฐาน โดยแต ละฐานมีการออกแบบให เข ากับสรีระของผู สูงอายุโดยกำหนด ความสูงให พอเหมาะกับสรีระของผู สูงอายุ ทำให สามารถทำงานได สะดวก 2) สร างศูนย การเรียนรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโครนา โนบับเบิ้ลที่ได ทำการออกแบบ 3) ทำการติดตั้งเครื่องเติมอากาศไมโครนาโนบับเบิ้ล รุ น FBLF-1-100 โดยใช เทคนิค Loop flow พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล านนา (รูปที่ 9) ในถังผสมปุ๋ยขนาด 300 ลิตร โดยมีอัตราการไหล 100 ลิตร ต อนาที ออกแบบให ทำงานโดยอัตโนมัติโดยใช เครื่องตั้งเวลา ตั้ง เวลาในการทำงาน 4 ครั้งต อวัน ครั้งละ 30 นาที 4) ทำความเข าใจร วมกับกลุ มเป าหมาย โดยทำการสัมภาษณ เก็บข อมูลรายได จาก การปลูกผัก พื้นฐานความรู ทางด านการปลูกผักของกลุ มเป าหมายและกำหนดเวลาในการจัดทำ กิจกรรมอบรม 5) ถ ายทอดองค ความรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส ในรุปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยผู สูงอายุได เรียนรู และฝ กปฏิบัติตั้งแต กระบวนการเพาะเมล็ด การอนุบาลต นกล า การย ายต นกล า การผสมปุ๋ย การดูแลผัก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การล างและบรรจุผัก 6) ถ ายทอดองค ความรู การเพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ ผักไฮโดรโปนิกส โดยการแปรรูป (การทำสลัดโรล) 7) เก็บข อมูลผลผลิต อัตราการรอดของการปลูกผักโดยผู สูงอายุ เป นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อวิเคราะห ความเป นไปได ในการนำกิจกรรมการปลูกไฮโดรโปนิกส ในการถ ายทอดให กับ ผู สูงอายุ 8) จัดกิจกรรมการพัฒนาช องทางการตลาด ในรูปแบบการอบรมเชิงปฎิบัติการ ประกอบด วย 8.1) หลักสูตรการตลาดสมัยใหม และการตลาดออนไลน ด วยการอบรมเชิง ปฏิบัติการในการสร าง content และการทดลองและเลือกใช สื่อ social media ที่เหมาะสมเพื่อเป น การขยายช องการจัดจำหน ายผ านทางออนไลน
131 8.2) การออกแบบตราสินค าและจัดทำบรรจุภัณฑ ต นแบบ และการจัดทำ Business Model ของผลิตภัณฑ ผักอิ่มบุญ 9) จัดกิจกรรมการจัดตั้งศูนย การเรียนรู เศรษฐกิจพอเพียงและอบรมผู สูงอายุเป น วิทยากรประจำศูนย ฯ การกำหนดโครงสร างการดำเนินงาน การกำหนดบทบาทหน าที่ การจัดเตรียม สถานที่และข อมูลรวมถึงกิจกรรมในการถ ายทอดองค ความรู สำหรับผู เข ามาเรียนรู และศึกษาดูงาน 10) จัดกิจรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ –หลักสูตรต นทุนผลิตภัณฑ ผักไฮโดรโปนิกส การออกแบบแบบฟอร มการบันทึกรายการ รายได และต นทุน การคำนวณกำไรและการตั้งราคาขายที่ เหมาะสมสำหรับผัก 11) เผยแพร การพัฒนาตามโมเดลต นแบบจากการศึกษาดูงานของเครือข ายโรงเรียน ผู สูงอายุและหน วยงานต างๆ 12) รับการตรวจติดตามจากผู ทรงคุณวุฒิจากสถาบันธัชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงรายร วมกับเครือข ายภาคี สรุปผลการยกระดับ คือชุมชนเกิดองค ความรู ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรบนหลักคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตการปลูกผักไฮโดรโปนิกส ที่ใช หลักการ ทรงงานในเรื่องหลักภูมิสังคม หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักประโยชน ส วนรวม หลักแก ป ญหาที่จุดเล็ก มาประยุกต ใช ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรบนหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง ด านเศรษฐกิจ ส งผลให เกิดการเพิ่มรายได ให กับศูนย การเรียนรู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดย ใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ลสำหรับผู สูงอายุ และพัฒนาเป นศูนย การเรียนรู ด านเกษตรปลอดภัย ในวิถีเศรษฐกิจพอเพียงวิสาหกิจชุมชน ได ก อให เกิดรายได และเงินทุนหมุนเวียนให แก กลุ มผู สูงอายุ ชุมชนบ านหัวฝาย ในระยะเวลา 3 เดือน โดยแบ งออกเป น 2 ส วน 1.รายได ทางตรงจากการจำหน าย ผักไฮโดรโปนิกส จำนวน 11,640 บาท รายได ทางอ อมจากการจำหน ายผลิตภัณฑ อื่นๆ ของผู สูงอายุจากการเข าศึกษาดูงานของผู ที่สนใจ จำนวน 28,210 บาท รวมรายได ที่เพิ่มขึ้นระหว างการดำเนินโครงการทั้งสิ้น 39,850 บาท ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร ก อนการดำเนินการ กลุ มผู สูงอายุชุมชนวัดหัวฝาย ยังไม มีการรวมกลุ มการปลูกผักดังนั้นจึงไม ทราบถึงรายจ ายทางด านพลังงาน อย างไรก็ตาม หลังการ ดำเนินโครงการ รายจ ายด านพลังงานที่เกิดขึ้นจากค าไฟฟ าและค าน้ำในการปลูกผักคิดเป น 10% จาก ต นทุนการปลูกผัก ด านการผลิต จากการดำเนินการปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยใช เทคโนโลยีไมโครนาโนบับเบิ้ล ของผู สูงอายุชุมชนนวัดหัวฝายระยะเวลา 3 เดือน สามารถผลิตผักไฮโดรโปนิกส ได ประมาณ 190 กิโลกรัม และมีการออกแบบไลน ในการผลิตให สามารถผลิตผักไฮโดรโปนิกส ได ทุกๆ อาทิตย และ อาทิตย ละไม ต่ำกว า 240 ต น เนื่องจากมีโรงอนุบาลต นกล าและมีการนำเทคโนโลยีเติมอากาศไมโคร นานับเบิ้ลมาประยุกต ใช ทำให สามารถเพิ่มจำนวนรอบในการปลูกผักเป น 4 ครั้ง/เดือน และอัตรา
132 การผลิตสูงสุดคือ 1,248 ต น/เดือน และการใช น้ำไมโครนาโนบับเบิ้ลสามารถเพิ่มอัตราการ เจริญเติบโตเมื่อเปรียบเทียบกับการใช น้ำประปา ซึ่งอยู ในช วงของการเก็บข อมูล ด านการแปรรูป มีการนำผักไฮโดรโปนิกส มาแปรรูปสร างมูลค าเพิ่มในรูปแบบของสลัดโรล โดยมีต นทุนผัก และวัตถุดิบในการผลิตเพิ่มจำนวน 3,366 บาทสามารถนำมาผลิตเป นสลัดโรลได จำนวน 187 ชุด และสามารถจำหน ายได ในราคา 35 บาท ซึ่งสามารถสร างกำไรเพิ่มได จำนวน 3,179 บาท ด านการตลาด มีการฝ กอบรมเชิงปฏิบัติเทคนิคการเข าถึงลูกค าผ านช องทางออนไลน โดยการ สอนเทคนิคการไลฟ สดให แก ผู สูงอายุซึ่งสามารถสร างยอดขายจากการฝ กปฏิบัติการไลฟ สดจำหน าย ผลิตภัณฑ จากผู สูงอายุผ านช องทาง Facebook โรงเรียนผู สูงอายุวัดหัวฝาย จำนวน 3,500 บาท รวมถึงการใช ไลน กลุ มในการสื่อสารกับลูกค ากลุ มเป าหมาย ส งผลให ผู บริโภคสามารถเข าถึงผลิตภัณฑ ได ง ายขึ้น และสามารถสั่งซื้อสินค าออนไลน ได มากขึ้น นอกจากนี้ทางทีมวิจัยได สร างกิจกรรมเพิ่มช อง ทางด านการขาย เช น Line official และมีการเพิ่มกลยุทธ ทางการตลาดสำหรับผู ที่สนใจบริจาคเงิน โดยการซื้อผักภายใต แนวคิด “อิ่มบุญโมเดล” สำหรับผู ที่ต องการบริจาคผักหรือชุดปลูกผักให กับ ยากไร หรือกลุ มผู ด อยโอกาส ด านสังคม ผู สูงอายุได มีการรวมกลุ มกันทำกิจกรรมเชิงสร างสรรค ที่ก อให เกิดความรักความ สามัคคีในหมู คณะมีการกำหนดบทบาทหน าที่ในการทำงานและพัฒนาการบริหารจัดการกลุ มและมี การทำงานร วมอย างเป นระบบมากยิ่งขึ้น ด านสุขภาพ ผู สูงอายุชุมชนวัดหัวฝายได รับการถ ายทอดองค ความรู ด านการผลิตพืชผัก ปลอดภัย การคำนึงคุณภาพดินและน้ำในการปลูกผัก ในระบบการปลูก การบรรจุหีบห อ จนถึงการ จำหน ายถึงมือผู บริโภคที่คำนึงถึงเรื่องคุณภาพและมาตรฐานในการผลิตทำให ผู สูงอายุมีความตระหนัก ในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ด านความสุข ผู สูงอายุชุมชนวัดหัวฝายได เรียนรู และลงมือทำด วยตนเองทุกขึ้นตอน ตั้งแต การ คัดเมล็ดผักจนถึงการนำส งสินค าถึงผู บริโภค ทำให ผู สูงอายุมีสุขสดชื่นและตื่นเต นที่ได เฝ าดูการ เจริญเติบโตของผักที่ตนปลูกและดูแล นอกจากนี้การมีรายได ที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งความมั่นใจ ความภูมิใจ และการเห็นคุณค าตนเองที่สามารถทำงานสร างรายได ลดการพึ่งพาลูกหลาน ด านเอื้อเฟ อแบ งป น ผู สูงอายุชุมชนวัดหัวฝายได มีการรวมกลุ มเพื่อเรียนรู ร วมกันทุกวันอังคาร ในกิจกรรมต างๆ มีการแบ งป นความรู ภูมิป ญญา และพูดคุยแบ งป นสารทุกข สุกดิบ เรื่องราวใน ชีวิตประจำวันในระหว างทำกิจกรรมร วมกันและยังมีการนำอาหารมารับประทานร วมกัน และผลการ การดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย การเรียนรู ด านเกษตรปลอดภัยในวิถีเศรษฐกิจพอเพียงวิสาหกิจชุมชน เมื่อมีผู มาศึกษาดูงานมีการแบ งบทบาทหน าที่ความรับผิดชอบตามความถนัดของตน และมีการการ แบ งป นรายได จากการจำหน ายผลิตภัณฑ ให แก สมาชิกทุกคน นอกจากนี้ผู สูงอายุชุมชนวัดหัวฝายยังได มีกิจกรรมเพื่อนช วยเพื่อนช วยเหลือดูแลเยี่ยมเยือนผู สูงอายุที่ไม สามารถเดินทางมาโรงเรียนและผู ป วย ติดเตียงในชุมชนตามแนวคิดจะไม ทั้งใครไว ข างหลัง
133 ด านภูมิป ญญาท องถิ่น เนื่องจากผู สูงอายุส วนใหญ มีพื้นฐานด านการเกษตรจึงสามารถนำภูมิ ป ญญาดั้งเดิมมาประยุกต ในกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม ได อย างเหมาะสม อาทิ เช น วิธีการ คัดเลือกเมล็ดพันธุ หรือการเลือกเก็บผักในช วงเวลาเช าก อนที่ผักจะโดนแดดเพื่อทำให ผักมีรสชาติ หวานกรอบเป นต น นอกจากนี้ผู สูงอายุมีพื้นฐานและภูมิป ญญาด านการจักสานจึงสามารถนำ ผลิตภัณฑ จักสานมาใช เป นบรรจุภัณฑ เพื่อสร างมูลค าเพิ่ม 5.1.2 การยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว กรณีศึกษา เครือข าย ศูนย์บ มเพาะ เกษตรกรรุ นใหม ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง จังหวัด สมุทรสงคราม ชุมชนบ านสุนัขหอน ตำบลลาดใหญ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จากการวิจัยเพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารูปแบบการจัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียง สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG และขยายผลสู ชุมชนด วยองค ความรู และ เทคโนโลยีที่แสดงถึงการปรับตัวให เข ากับสิ่งแวดล อมบนชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมี กระบวนการดำเนินงานดังนี้ 1) ประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นในการเชื่อมโยงการทำงานร วมกับภาคีเครือข ายได กลไกการขับเคลื่อนการจัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง 2) พัฒนารูปแบบการจัดการชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว ซึ่งเกษตรกรจะได ความรู กลยุทธ ทางการตลาด และการท องเที่ยว โดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง และยกระดับผลิตภัณฑ ชุมชน 3) พัฒนาผลิตภัณฑ ชุมชนที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว โดยยกระดับความรู ด าน BCG Economy Model ผ านกิจกรรมการแยกขยะ กิจกรรมการผลิตปุ๋ยจากเศษอาหารและกิจกรรมการทำอาหารปลาจากวัสดุ ในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด วยโมเดลสีเขียว ผลที่ได จากการดำเนินการคือ ได กลไกการขับเคลื่อนการจัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดย ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีการพัฒนาเกษตรรุ นใหม ด วยแนวคิด Smart Farmer อันจะ เป นการส งเสริมให เกิดทายาทเกษตรกร สืบทอดอาชีพเกษตรกรรม ช วยอนุรักษ สืบสานภูมิป ญญา วัฒนธรรม ประเพณี และสามารถรักษาแผ นดินเกิดเมืองแม กลองต อไป โดยโครงการได เลือกตัวแทน จากสมาชิกกลุ มเกษตรกรรุ นใหม ในการดำเนินการเพื่อพัฒนาเป นสมาร ทฟาร ม ได รูปแบบเพื่อส งเสริมการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป น การพัฒนาเส นทางการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดของ BCG ซึ่งจะทำให เกิดรายได เสริมจากการท องเที่ยวให แก ชุมชนด วยการใช ทรัพยากรทางการเกษตรที่มีอยู ให คุ มค า และเกิดประโยชน สูงสุด ทั้งนี้ความโดดเด นของเส นทางการท องเที่ยว นั่นคือ ตลอดเส นทางการ
134 ท องเที่ยวจะพาไปเยี่ยมเยือน และทำกิจกรรมการท องเที่ยวในพื้นที่แหล งท องเที่ยวเชิงเกษตรของ Smart Farmer ที่มีความรู และประสบการณ ในการทำการเกษตรบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยแต ละพื้นที่จะมีเอกลักษณ ที่แตกต างกันไป เนื่องจาก Smart Farmer แต ละคนมุ งเน นทรัพยากร การเกษตรที่ต างกันขึ้นอยู กับพื้นที่ ความชำนาญ ความรู หรือการเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด แต กล าวได ว า หากนักท องเที่ยวได เดินทางท องเที่ยวจนครบเส นทางการท องเที่ยวนี้ นักท องเที่ยวจะ เข าใจแนวคิด และวิถีชีวิตของ Smart Farmer มากยิ่งขึ้น รวมถึงตัวชุมชนเองก็มีรายได จากการ ท องเที่ยว ตลอดจนเกิดการพัฒนาศักยภาพของ Smart Farmer ในฐานะ Smart Farmer Guide อีก ด วย นอกจากนั้นยังได กลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง อัน เป นการพัฒนาโมเดลธุรกิจสำหรับผู ประกอบการเกษตร ซึ่งเป นการผสมผสานของเกษตรทฤษฏีใหม ร วมกับภูมิป ญญาพื้นบ านที่มีความเหมาะสมและสอดคล องกับสภาพธรรมชาติที่มีอยู ในพื้นที่นั้น ๆ ประโยชน ของโคกหนองนาโมเดล คือ ช วยให ประหยัดมากขึ้น เพราะสามารถปลูกพืชต าง ๆ ไว ใน พื้นที่และสามารถใช สอยได ครอบคลุมทุกป จจัย ช วยลดความตึงเครียดด านเศรษฐกิจ ลดความกังวล เรื่องรายรับในช วงสถานการณ โควิด 19 อีกทั้งเป นการส งเสริมการท องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง และเกิดเป นรูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียงในพื้นที่ชุมชน สรุปผลการยกระดับ ส งผลให เกิดการกระจายรายได ของคนในชุมชนจากการส งเสริมการ จัดการท องเที่ยวเชิงเกษตรบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกิดยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกิดภาคีเครือข ายในการพัฒนาแหล งท องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนมีความรู ทักษะด านการจัดการท องเที่ยวโดยชุมชนอย างเป นระบบ ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได และชุมชนจะ เกิดความรู ความเข าใจที่ถูกต องต อรูปแบบการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด วยโมเดลสีเขียว เกิดการบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสังคมกับ สิ่งแวดล อม ได องค ความรู ใหม จากการวิจัยไปสู การตีพิมพ หรือเผยแพร ในรูปแบบต าง ๆ และเกิดการ มีส วนร วมในการพัฒนาท องถิ่นของตนบนพื้นฐานพาคีเครือข าย เพื่อให เกิดความสามารถในการพึ่งพา ตัวเองและส งเสริมให เกิดทายาทเกษตรกรสืบทอดอาชีพเกษตรกรรม ด านเศรษฐกิจของชุมชน พิจารณาจากระดับของเงินออม (ซึ่งจะออมเงินได ก็เกิดจากมีรายได ที่น าพอใจขึ้น ดังนั้น ร อยละด าน รายได มีค าร อยละ เท ากับ 92.3 (369 คน จาก 400 คน) ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร พิจารณาจากความสามารถในการใช ทรัพยากร อย างยั่งยืน ซึ่งด านนี้สามารถสะท อนให เห็นถึงความสามาถในการใช จ ายด านพลังงานได ดังนั้น ร อย ละด านการลดรายจ ายด านพลังงาน มีค าร อยละ เท ากับ 95.5 (382 คน จาก 400 คน) ด านการผลิต พิจารณาจากมิติด านการผลิตอย างยั่งยืน ดังนั้น ร อยละด านการผลิต มีค าร อย ละ เท ากับ 96.5 (386 คน จาก 400 คน)
135 ด านการแปรรูป พิจารณาจากผลิตสินค าและการบริการที่ไม ก อให เกิดมลภาวะต อสิ่งแวดล อม และสังคม และ การปรับปรุงการผลิตเพื่อบรรลุเป าหมายการเป็นมิตรต อสิ่งแวดล อมและสังคม ซึ่ง 2 ประเด็น แสดงให เห็นถึงการแปรรูป มีค าร อยละ เท ากับ 95.0 (380 คน จาก 400 คน) ด านการตลาด พิจารณาจากส งมอบสินค า/บริการ ท านเลือกรูปแบบการขนส งที่เป นมิตรต อ สิ่งแวดล อมและสังคม เพราะการส งมอบสินค าเกิดขึ้นได จากความสำเร็จด านการตลาด ดังนั้น ด าน การตลาด มีค าร อยละ เท ากับ 94.3 (377 คน จาก 400 คน) ด านความสุข พิจารณาจาก ผลการดำเนินงานด านความยั่งยืนของชุมชน ซึ่งสามารถแสดงให เห็นได ว า เป นสิ่งที่ดี และทุกคนน าจะมีความสุข ดังนั้น ด านความสุข มีค าร อยละ เท ากับ 96.0 (384 คน จาก 400 คน) ด านเอื้อเฟ อแบ งป น พิจารณาจากชุมชนมีความปรองดองกัน ช วยเหลือกันมากขึ้น ดังนั้น ด านเอื้อเฟ อแบ งป น มีค าร อยละ เท ากับ 94.5 (378 คน จาก 400 คน) ด านภูมิป ญญาท องถิ่น พิจารณาจาก การใช ความรู อย างรอบด านเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต องใน การดำรงชีวิต เพราะสามารถแสดงให เห็นถึงการใช ภูมิป ญญาจากท องถิ่น ดังนั้น ด านภูมิป ญญา ท องถิ่น มีค าร อยละ เท ากับ 97.5 (390 คน จาก 400 คน) 5.1.3 การส งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติโดยใช แนวคิดในการออกแบบและรูปแบบธุรกิจอย างยั่งยืนและเป นมิตรต อสิ่งแวดล อม ชุมชนบ านดอน กอย ตำบลสว าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร จากการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและผ าย อมสีธรรมชาติ ผ าน กระบวนการย อมสีธรรมชาติ โดยใช นวัตกรรมต างๆ ผลิตและนำเสนอผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและผ า ย อมสีธรรมชาติต ด วยหลักการออกแบบผลิตภัณฑ สิ่งทอ จัดทำการตลาดผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและ ผ าย อมสีธรรมชาติ ผ านระบบอินเตอร เน็ตและสร างแบรนด สำหรับผลิตภัณฑ ผ าย อมสีธรรมชาติและ รวบรวมฐานข อมูลตลอดห วงโซ อุปทานของการแปรรูปผลิตภัณฑ ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมดังนี้ 1) การก อหม อย อมครามและการเลี้ยงหม อครามด วยกระบวนการสร างสรรค ภูมิ ป ญญาร วมกับวิทยาศาสตร และนวัตกรรม โดยเป นการสร างโครงสร างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และสร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและ การบริโภคที่ยั่งยืน ทำให เกิดองค ความรู ใหม ที่ประสานระหว างภูมิป ญญาของชุมชนบ านดอนกอยกับ แนวคิดทางวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีจนเกิดสูตรในการก อหม อและการเลี้ยงหม อครามใหม ที่มี ประสิทธิภาพและคุณภาพสูง จำนวน 1 สูตร โดยใช ความเป นเอกลักษณ และภูมิป ญญาที่สามารถ เทียบกับวิทยาศาสตร แล วนำไปถ ายทอดกลับได อย างลงตัว ซึ่งจะใช เนื้อคราม 1 กก. น้ำด างขี้เถ า 2 ลิตร ขี้แท น 1 กก. น้ำต มเปลือกเพทาและมะม วง อย างละ 1 ลิตร น้ำใบเหมือดแอ ใบสมอ ใบส มเสี้ยว อย างละ 1 ลิตร และใช ภาชนะที่มีขนาดใหญ ปริมาตรมากความเข มข นของสีครามมาก เส นใยไม
136 สัมผัสขี้แท นไม ด างและมีความสม่ำเสมอ ใช คนย อม 3 คนต อบ อนับจำนวนวงย อมพร อมกับสามารถ สร างเฉดสีได อย างสม่ำเสมอ และลดต นทุนทั้งเวลาและปริมาณการใช วัตถุดิบ 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ ออกแบบตัดเย็บด วยผ าย อมครามและสีธรรมชาติภายใต แนวคิดเป นมิตรกับสิ่งแวดล อม (ECO Design) โดยเป นการสร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและ การบริโภคที่ยั่งยืน ทำให เกิดผลิตภัณฑ ชุมชนที่มีการใช ทรัพยากรในท องถิ่นมาสร างมูลค าและใช เทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ าให เกิดเศษผ าเหลือทิ้งน อยที่สุด 3 ผลิตภัณฑ ได แก เสื้อ ECO design, กางเกง ECO design, และกระเป๋า ECO design 3) การถอดแบบและออกแบบลายผ ามัดหมี่ย อมครามด วยแอพพิลเคชันออกแบบ ลายผ ามัดหมี่อันเป นกิจกรรมที่เป นการสร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทำให เกิดลายผ ามัดหมี่ย อมครามที่เป นลายของหมู บ านดอนกอยในรูปแบบดิจิทัล 10 รูปแบบ เช น ลายนกนางแอ น ลายบานไม รู โรย ลายแจกัน ลายลูกยอ ลายจุญแจ ลายธาตุทรายโบราณ ลายดอก เอื้อง ลายดอกจำปา ลายตุ มป อง เป นต น 4) การกำจัดและบำบัดน้ำย อมครามเสื่อมสภาพก อนการปล อยลงสู ธรรมชาติ อัน เป นการสร างโครงสร างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและ ยั่งยืน ส งเสริมนวัตกรรม อีกทั้งยังสร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ เป นการปกป อง ฟ นฟู และสนับสนุนการใช ระบบนิเวศบนบกอย างยั่งยืน จัดการป าไม อย างยั่งยืน ต อสู กับการกลายสภาพเป นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟ นสภาพกลับมาใหม และหยุด การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให ชุมชนสามารถใช นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อลดการ ปล อยน้ำเสียลงสู ธรรมชาติได 5) การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย ระบบออนกริด โดยเป นการสร าง หลักประกันให ทุกคนสามารถเข าถึงพลังงานสมัยใหม ที่ยั่งยืนในราคาที่ย อมเยา และสร างหลักประกัน ให มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทำให ชุมชนได ระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย ระบบ ออนกริดติดตั้งเพื่อลดค าไฟฟ าในกระบวนการผลิตผ าย อมคราม 6) การยกระดับดิจิทัลมาร เก็ตติ้งและการพัฒนางาน Content สำหรับการขาย ให กับ นวัตกรชุมชน โดยเป นการสร างแนวทางขจัดความยากจนในทุกพื้นที่ สร างหลักประกันว าทุก คนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย างครอบคลุมและเท าเทียม สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู ตลอดชีวิต และ ส งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และ การมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ซึ่งทำให เกิดโมเดลต นแบบการขายผลิตภัณฑ ชุมชนที่ใช การ
137 ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและสีธรรมชาติด วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG บนช องทาง ออนไลน 1 โมเดล สรุปผลการยกระดับ คือได กระบวนการเพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ ผ าย อมครามและผ าย อมสี ธรรมชาติด วยด วยนวัตกรรมฯ เกิดต นแบบผลิตภัณฑ และบรรจุภัณฑ ผ าย อมครามและสีธรรมชาติที่ เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม ได ช องทางการจัดจำหน ายที่มีคุณภาพและเกิดเป นฐานข อมูลตลอดห วงโซ อุปทานในการแปรรูปผลิตภัณฑ ใหม อีกทั้งยังเกิดแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ แปรรูปผ าย อมคราม และผ าย อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ แปรรูปจากผ าย อมครามและสีธรรมชาติที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม และชุมชนเกิดองค ความรู ในการแปรรูปผลิตภัณฑ ชุมชนอย างยั่งยืนบนหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการยกระดับผลิตภัณฑ ด านผ ามัดย อม โดยคาดว าชุมชนจะเกิดการกระจายรายได อย างเป นธรรม เป นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลดผลกระทบต อสิ่งแวดล อม สร างภูมิคุ มกันให กับชุมชนพร อมรับ การเปลี่ยนแปลง เกิดคลังความรู ด านเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาชุมชนอย างสมดุล เพิ่มอัตรา การเติบโตทางเศรษฐกิจฐานราก อนุรักษ และใช ทรัพยากรอย างชาญฉลาด และจะขยายตลาดชุมชน ได ในอนาคต ด านรายได เนื่องจากกิจกรรมของ มทร.อีสาน เน นที่การลดระยะเวลาการผลิตและค าใช จ าย ในกระบวนการผลิตผ าย อมครามและย อมสีธรรมชาติ จึงยังไม สามารถประเมินเป นรายได อย างชัดเจน ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร ก อนดำเนินโครงการวิจัย วิชชาลัยดอนกอย มีค า ไฟฟ าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,900 – 2,000 บาท และเมื่อมีการดำเนินโครงการวิจัยมีการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย แบบออนกริด พิกัดกำลัง 2.7kW ประเมินได ว าจะทำให กับวิชชา ลัยดอนกอย จะจ ายค าไฟฟ าลดลงเหลือเพียงเดือนละประมาณ 300 - 400 บาท (ประมาณ 400 หน วย/เดือน) คิดเป นค าไฟฟ าลดลงร อยละ 80 - 84.22 เปอร เซ็นต และเมื่อประเมินศักยภาพการ ประหยัดพลังงานในรอบ 1 ป คาดว าจะสามารถลดค าพลังงานไฟฟ าได ประมาณ 19,200 บาท ด านการผลิต วิชชาลัยดอนกอย มีศักยภาพในการผลิตเนื้อครามมากขึ้น เนื่องจากสามารถลด ระยะเวลาในการผสมน้ำครามจากใบครามลงจากปกติต องใช เวลาประมาณ 60 – 80 นาที/ถัง เหลือ เพียง 30 นาที/ถัง (ถัง 200 ลิตร) จากการใช นวัตกรรมเครื่องผสมน้ำครามกึ่งอัตโนมัติที่ทำงานได อย างแม นยำและต อเนื่อง คิดเป นเวลาการผลิตลดลงประมาณ 50 – 62.5 เปอร เซ็นต (การผลิตเนื้อ ครามจากใบครามจำนวน 1 ไร จะผลิตเนื้อครามได 300 กิโลกรัม) ส วนสูตรมาตรฐานทางวิทยาศาสตร ส วนผสมมาตรฐานของการก อหม อครามทำให สามารถได เฉดสีของน้ำย อมครามที่เหมาะสม และ เหมือนกันทุกหม อส งผลต อการเพิ่มคุณภาพของผ าย อมคราม เนื่องจากจะได ผลิตภัณฑ ผ าย อมครามที่ มีเฉดสีเหมือนกันทุกรอบการผลิต ทำให ลูกค ามีความพึงพอใจต อคุณภาพของผลิตภัณฑ และจะส งผลดี ในภาพรวม ทำให เพิ่มยอดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ ผ าย อมครามจากบ านดอนกอยต อไป
138 ด านการแปรรูป มีการนำผ าย อมครามของบ านดอนกอย มาพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ ด วย หลักการ Eco-design จำนวน 3 รูปแบบ ส งผลทำใหกลุ มผู บริโภคที่ใส ใจสิ่งแวดล อมพอใจและชื่น ชอบผลิตภัณฑ เพิ่มขึ้น มีส วนในการช วยประชาสัมพันธ และน าจะเพิ่มยอดขายได เพิ่มขึ้น ด านการตลาด กิจกรรมการยกระดับดิจิทัลมาร เก็ตติ้งและการพัฒนางาน Content สำหรับ การขายให กับนวัตกรชุมชน โดยได มีการจำหน ายผลิตภัณฑ ผ าน ดำเนินกิจกรรม 3 รูปแบบ Content Marketing Website และ Social Media Marketing ทำการจำหน ายผลิตภัรฑ ผ าน Social Media Marketing จำนวน 2 ร านค า ได แก ร านค าบนเฟสบุ ค ชื่อ “กลุ มทอผ าย อมครามบ านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม สกลนคร” ที่อยู ร านค า และ ร านค า shopee ชื่อ “omoomee official” ที่อยู ร านค า คือ https://shopee.co.th/omoomee ได จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ นการขายให ลูกค าได เข าถึง สินค าของกลุ มได ง ายขึ้นด วยการลดราคาชิ้นละ 50 บาท และโปรโมชั่นส งฟรีสำหรับลูกค าใหม และ การสร างเรื่องราวของสินค า (Content Marketing) เพื่อให ลูกค าได พิจารณามีทางเลือกที่เพิ่มขึ้นใน การตัดสินใจเลือกซื้อสินค าได ง ายขึ้น เป นการเริ่มต นศรัทราในสินค า ให โอกาศลูกค าได เปรียบเทียบ ข อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค าที่ได วางขายบนตลาดออนไลน ทั้ง 2 ร าน เพื่อตัดสินใจเลือกซื้อจาก หลากหลายยี่ห อให เหลือเพียงยี่ห อเดียว และเป นการสร างประสบการณ ที่ดีให กับลูกค าใหม มีการนำ แอพพิลเคชันออกแบบลายผ ามัดหมี่มาเก็บรวบรวมรูปแบบลวดลายผ าย อมครามของบ านดอนกอย จากภูมิป ญญาชาวบ านที่อยู ในความทรงจำของผู เฒ าผู แก ให อยู ในรูปแบบดิจิทัล ทำให การทำซ้ำของ ผลิตภัณฑ ที่ทำขึ้นมาใหม มีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น และไม มีทางสูญหายไปตามกาลเวลา อีกทั้งยัง สามารถประยุกต เพื่อสร างสรรค ผลิตภัณฑ ลวดลายใหม ๆ ได ง ายมากขึ้นอีกด วย ด านสังคม กลุ มทอผ าย อมครามบ านดอนกอยและเครือข ายได ตระหนักถึงความสำคัญและ ประโยชน ของการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ ที่ยึดโยงกับทรัพยากรธรรมชาติลดทอนสิ่งที่ไม จำเป น ใช ทรัพยากรอย างพอเพียง ลดการใช พลังงานที่ก อให เกิดมลภาวะ ใช วัสดุที่เป นพิษต อสิ่งแวดล อมแต น อย ส งเสริมไลฟ สไตล ที่เป นมิตรต อสิ่งแวดล อม อันนำมาซึ่งการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล อม เพิ่มความ ยั่งยืนให กับชุมชนและสังคมบ านดอนกอย ด านความสุข สมาชิกกลุ มทอผ าย อมครามบ านดอนกอยและเครือข ายได เรียนรู และลงมือ พัฒนาผลิตภัณฑ ผ าย อมครามด วยหลักการ Eco-design ด วยตนเองทุกขั้นตอน ตั้งแต การผลิตเนื้อ คราม-การย อมผ าคราม-การทอผ าจนกระทั่งตัดเย็บออกมาเป นผลิตภัณฑ ที่เป นมิตรต อสิ่งแวดล อม ทำ ให ผู สูงอายุมีสุขและภูมิใจที่ได เป นส วนหนึ่งของการรักษ โลก อีกทั้งการใช นวัตกรรมเครื่องกวนคราม กึ่งอัตโนมัติยังช วยลดความเหนื่อยล าจากการโจกครามด วยมือ ลดค าจ างแรงงานคน เมื่อรวมกับการ ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ าจากพลังงานแสงอาทิตย แบบออนกริดเพื่อลดค าไฟฟ าของวิชชาลัยบ านดอน กอย ทำให ลดรายจ ายในกระบวนการผลิต มีรายได ที่เพิ่มขึ้น นำมาซึ่งความมั่นใจ ความภูมิใจ และการ เห็นคุณค าตนเองที่สามารถทำงานสร างรายได ลดการพึ่งพาลูกหลาน
139 ด านเอื้อเฟ อแบ งป น กลุ มทอผ าย อมครามบ านดอนกอยถือได ว าเป นชุมชนที่มีการก อหม อ ครามที่เป นเอกลักษณ และมีความโดดเด นที่สุดของจังหวัดสกลนคร ซึ่งทางกลุ มมีการแบ งป นความรู ภูมิป ญญา และพูดคุยแบ งป นองค ความรู ให กับสมาชิกภายในกลุ มตลอดจนเครือข ายเพื่อให ได ผลิตภัณฑ ที่ดีมีคุณภาพ ด านภูมิป ญญาท องถิ่น เนื่องจากผู สูงอายุส วนใหญ จะจดจำลายผ ามัดย อมไว ในความทรงจำ ของตนเอง ซึ่งอาจสูญหายหรือผิดเพี้ยนลวดลายไปตามกาลเวลาได โดยการนำภูมิป ญญาดั้งเดิมมา บันทึกไว ในระบบดิจิทัลโดยใช เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม ได อย างเหมาะสม คือ แอพพลิเคชัน ออกแบบลวดลายผ ามัดหมี่ทำให สามารถบันทึกลวดลายผ ามัดย อมครามต าง ๆ ของกลุ มเอาไว ได อย าง ยั่งยืน สามารถเรียนรู สืบทอด ให กับคนรุ นใหม ได อย างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงแก ไข ออกแบบลวดลายใหม ๆ ที่ประยุกต จากภูมิป ญญาท องถิ่นให ทันยุคทันสมัยได ง ายขึ้นสร างมูลค าเพิ่ม ให กับผลิตภัณฑ 5.1.4 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการท องเที่ยวชุมชนเกาะยาวน อย สู ความยั่งยืนด วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ านน้ำจืด ตำบลเกาะยาวน อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา จากการวิจัยเพื่อแนวทางการพัฒนาชุมชนเกาะยาวน อยเพื่อขับเคลื่อนให เกิดรูปแบบการ พึ่งตนเองแบบยั่งยืนภายใต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทางผู วิจัยได พิจารณาแผนพัฒนาตามโมเดล BCG ไว ใน 3 รูปกิจกรรมดังนี้ 1) พัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการการท องเที่ยวและสินค าชุมชน โดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อย จังหวัดพังงา โดยมุ งพัฒนาสู การท องเที่ยวที่ยั่งยืน ด วยการใช จุดแข็งของพื้นที่มาสร างอัตลักษณ ของตนเอง ควบคู กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สูงในการรองรับนักท องเที่ยวฟ นฟูและป องกันป ญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล อม ควบคู กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร างสรรค ที่เน นการค นหารากเหง าทางวัฒนธรรม ภูมิ ป ญญาท องถิ่น และเนื้อหาอัตลักษณ เชิงพื้นที่มาต อยอดผลิตภัณฑ และบริการให มีมูลค าที่สูงขึ้น BCG Model เป นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศรูปแบบใหม ที่มุ งเน น “การเติบโต เชิงคุณภาพ” สร างความสมดุลของเศรษฐกิจที่เน นการสร างมูลค า (Value-based Economy) การ เติบโตที่เน นการมีส วนร วม (Inclusive Growth) และสังคมที่มีการหมุนเวียนการใช ทรัพยากร (Circular Society) 2) สร างนวัตกรรมการท องเที่ยวด วยเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห งความจริง เพื่อ ส งเสริมการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อย จังหวัดพังงา การพัฒนานวัตกรรมการผสมผสานโลกเสมือน หรือ (Augmented Reality-AR) จะเข ามามีส วนร วม ถ ายทอดประสบการณ ให กับนักท องเที่ยวภายใต กิจกรรมการท องเที่ยวภายในชุมชน โดยนำเสนอเรื่อง
140 วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิป ญญาและสัญลักษณ การท องเที่ยวเชิงพื้นที่แบบภาพเสมือน 3 มิติ ในตำแหน ง พื้นที่ชุมชนเกาะยาวน อยที่มีกิจกรรมการท องเที่ยว บนแหล งจุดท องเที่ยวจำนวน 5 จุดได แก ท าเรือท า เขา สะพานอันเป า หนำนาทอน ท าเรือมาเนาะและสะพานเฉลิมพระเกียรติ 3) สร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวและสินค าชุมชนผ านเทคโนโลยีสารสนเทเว็บไซต ชุมชน โดยจากการวิเคราะห จุดแข็ง จุดอ อน โอกาส และอุปสรรคในการพัฒนาการตลาดการ ท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่เกาะยาวน อย ใช การวิจัยรูปแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในการศึกษาและวิเคราะห ป จจัยภายใน และป จจัย (SWOT Analysis) รวมถึงสถานการณ สภาพแวดล อม สภาวะการแข งขันในป จจุบัน ของทรัพยากรทางการท องเที่ยว โดยการจัดประชุม ผู มีส วนได เสีย (Stakeholders) เพื่อร วมกันแสดงความคิดเห็นและทำการวิเคราะห SWOT Analysis โดยในแต ละประเด็นจากข อมูลการวิเคราะห ป จจัยภายใน และป จจัยภายนอก (จุด แข็ง จุดอ อน โอกาสและอุปสรรค) รวมถึงสถานการณ สภาพแวดล อม สภาวะการแข งขันในป จจุบัน ของทรัพยากรทางการท องเที่ยว โดยการจัดประชุมกลุ มใหญ จากผู ให ข อมูลหลัก (Key Informant) เพื่อร วมกันแสดงความคิดเห็นและทำการวิเคราะห โดยการใช ตาราง TOWS Matrix เพื่อนำไปเป น ข อมูลในการสร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่เกาะ ยาวน อย จังหวัดพังงา พบว าการส งเสริมกิจกรรมการท องเที่ยวและสินค าชุมชนจากการใช สื่อสารผ าน ทาง Social Media เช น Facebook หรือ การลงข าวสารทางหน าเว็บไซต ของแหล งท องเที่ยวต าง ๆ ทางกลุ มพบว าการให บริการมักมีข อจำกัดโดยชุมชนจะเข าถึงการแก ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาที่เกี่ยวข อง กับด านธุรกิจการค าจะทำได ยากและมีค าใช จ ายทางนักวิจัยจึงเห็นว าควรออกแบบเว็บไซต ซึ่งเป นของ ชุมชนเกาะยาวน อยโดยเฉพาะ การพัฒนาเว็บไซต สำหรับชุมชนเกาะยาวน อยส งเสริมการท องเที่ยวและสินค าชุมชนโดยมี รายละเอียดองค ประกอบเว็บไซต ดังนี้ 1 ระบบ จัดการร านค าออนไลน ในชุมชนเกาะยาวน อย 2 ระบบจัดการที่พักในชุมชน 3 ระบบจัดการทริปท องเที่ยวในชุมชน 4 ระบบจัดการลูกค าการสั่งซื้อสินค า ซื้อทริปท องเที่ยวและจองที่พักออนไลน สรุปผลการยกระดับ ด านเศรษฐกิจของชุมชน 1. ผลิตภัณฑ ต นแบบและของที่ระลึกชุมชนเกาะยาวน อย 1.1 เสื้อยืดซิลค สกรีน พิมพ ลาย AR Marking (นกเงือก) คละไซด จำนวน 100 ตัว x 500 บาท
141 1.2 ถุงผ าแคนวาสฟอกขาวพิมพ ลาย AR Marking (5 ลาย) จำนวน 80 ใบ x 50 บาท 1.3 โปสการ ดพิมพ ลาย AR Marking (5 ลาย) จำนวน 100 ใบ x 15 บาท 1.4 บรรจุภัณฑ สำหรับใส ผ าบาติก (ผ าเช็ดหน า) จำนวน 100 ชิ้น x 25 บาท 1.5 ต นแบบสินค าและผลิตภัณฑ ของฝากของที่ระลึก “ข าวเกาะยาวน อย” จำนวน 50 ชิ้น x 350 บาท (เฉพาะตัวกล องไม รวมข าวด านใน) รวมมูลค าของสินค าผลิตภัณฑ และของที่ระลึกต นแบบที่มอบให กับชุมชนเพื่อเป นทุนสำหรับ ดำเนินกิจกรรม มีมูลค ารวม 76,000 บาท ยังไม รวมมูลค าของตราประทับสินค า AR Marketing ที่ สามารถป มลงบนผ าบาติกเพิ่มมูลค าได โดยการกำหนดราคาตามที่กลุ มแม บ านผ าบาติก ตัวป มลาย พิมพ ผ านี้ใช สำหรับส งเสริมการจำหน ายผ าบาติกให มีความแปลกใหม ด วยการสแกนภาพบนลายป ม แล วเกิดภาพ 3 มิติ จะมีนกเงือกบินลอยออกมาจากตัวผ า จากการสอบถามประธานกลุ มผ าบาติกคาด ว าน าจะเพิ่มมูลค าได ถึง 20-30 เปอร เซ็นต จากราคาเดิม จำนวนนักท องเที่ยวเฉลี่ยต อวัน 333-559 คน คาดว านักท องเที่ยวจะซื้อสินค าต อวันจำนวน 150 คน x 350 บาท รวมมูลค าที่เพิ่มขึ้นต อวัน 70,000 บาทต อวันบนเกาะยาวน อย 2. การ สร าง จ ุ ดท อ งเที ่ ยว แบ บภาพประ สา นเส มื อน จร ิง AR จำนวน 5 จุด ท องเที่ยวบนเกาะยาวน อย เกิดการเคลื่อนที่ของนักท องเที่ยวรอบเกาะยาวน อยส งผลให เกิดการ จำหน ายสินค าและเช ารถบนยังเกาะยาวน อย เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเดินทางไปยังจุดต างๆจำเป นต องใช ยานพาหนะ จุดติดตั้ง 5 จุดรอบเกาะ โดยคาดการณ นักท องเที่ยวจะมีการเช ารถรับจ างพาชมเที่ยว เกาะหรือการเช ามอเตอร ไซค เพื่อเดินทางไปยังจุดท องเที่ยว โดยราคาจ างเหมารถนำเที่ยววันละ 1,500 บาท เช ารถมอเตอร ไซค จ างเหมา วันละ 250 บาทมูลค าการเดินทางและการเช าหรือจ างเหมา รถนำเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมคำนวณจากสัดส วนที่เพิ่มขึ้น 20% จะมีรายได ที่เพิ่มขึ้นในส วนธุรกิจด าน ยานยนต อย างน อยต อวัน เป นจำนวนเงิน 13,750 บาท (รถนำเที่ยว 1,500 บาท x 5 จำนวนเช า =7,500 บาท , เช ารถมอเตอร ไซค 250บาท x 25 จำนวนเช า = 6,250) ด านการตลาด เกิดเว็บไซต สำหรับชุมชนเกาะยาวน อยส งเสริมการท องเที่ยวและสินค าชุมชน โดยมีรายละเอียดองค ประกอบเว็บไซต ดังนี้ 1) ระบบจัดการร านค าออนไลน ในชุมชนเกาะยาวน อย 2) ระบบจัดการที่พักในชุมชน 3) ระบบจัดการทริปท องเที่ยวในชุมชน จากการดำเนินธุรกิจการเป ดตลาดสินค าออนไลน ด านการบริการที่พักการจองทริปท องเที่ยว รายการซื้อขายสินค าอาหารทะเลและพืชผักจะมีผู ซื้อขายกันภายในชุมชนด วยกันเองและจาก นักท องเที่ยวทั้งชาวไทยและต างประเทศที่เดินทางภายในเกาะหรือสั่งซื้อผ านทางระบบออนไลน มี มูลค าซื้อขายเพิ่มขึ้นไม น อยกว า 50,000 บาท ต อเดือน
142 5.1.5 การพัฒนาและยกระดับศักยภาพและความเข มแข็งของชุมชนตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ในจังหวัดกาญจนบุรีชุมชนบ านหนองปลวก ตำบลทุ งทอง อำเภอท าม วง จังหวัดกาญจนบุรี จากการวิจัยการนำเทคโนโลยีและนวตกรรมไปใช พัฒนา ยกระดับศักยภาพและความเข มแข็ง ของชุมชน โดยมีกระบวนการดำเนินงานคือนำนวัตกรรมตู อบแห งพลังงานแสงอาทิตย และเตาอบ ไมโครเวฟสุญญากาศ มาถ ายทอดแก วิสาหกิจชุมชน พร อมถ ายทอดองค ความรู ในการติดตั้ง, ใช งาน, บำรุงรักษา และแก ไขข อขัดข องเบื้องต น และนำมาใช ในการอบแห งสมุนไพร กล วยหอมทอง สามารถ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และลดการใช พลังงาน ซึ่งเป นการส งเสริมโอกาสในการเรียนรู สนับสนุน ให ประชาชนพัฒนากระบวนการแปรรูปสินค าโดยใช นวัตกรรม ผ านการลองผิดลองถูกเพื่อให ได สินค า ใหม ๆ ส งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและส งเสริมนวัตกรรม ส งเสริมนวัตกรรมที่ใช สำหรับผลิตสินค า ของประชาชน ยกระดับมาตรฐานของสินค า เอื้อให เกิดธุรกิจที่เหมาะสม และเป นกิจการที่มี จุดมุ งหมายหลักในการแก ไขป ญหาสังคม และสิ่งแวดล อม สรุปผลการยกระดับ คือเกิดต นแบบการเรียนรู ต นแบบเครื่องมือ ต นแบบผลิตภัณฑ สามารถสร างรายได ให กับชุมชน และเกิดผลกระทบในทางบวกกับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล อม และ วัฒนธรรม นอกจากนั้นนักวิจัยหรือวัตกรชาวบ านสามารถถ ายทอดความรู ให กับชุมชนได และ คาดการณ ว าหลังการดำเนินการวิจัยเสร็จสิ้นจะเกิดการกระจายรายได อย างเป นธรรม ความเหลื่อมล้ำ ในสังคมและผลกระทบต อสิ่งแวดล อมจะลดลง เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริม การท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกิดองค ความรู ใหม กลยุทธ ทางการตลาดการ และ เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ด านรายได มีการนำนวัตกรรมมาใช ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สมุนไพรอบแห งบด ผง ทำให สามารถผลิตสินค าได ในปริมาณที่มากขึ้น มีการออกแบบบรรจุภัณฑ ที่ทันสมัยส งเสริมการ ขายสินค า สามารถสร างรายได เพิ่มขึ้นจากเดิม 7,750 บาทต อวัน เพิ่มขึ้นเป น 8,850 บาทต อวัน ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร มีการนำพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย มาใช สำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ส งผลทำให รายจ ายค าพลังงานลดลง 10 % หรือประมาณ 200 บาทต อเดือน ด านการผลิต มีการพัฒนานวัตกรรมตู อบแห งพลังงานแสงอาทิตย แบบไร สาย และเครื่อง อบแห งไมโครเวฟแบบสุญญากาศให แก กลุ มวิสาหกิจชุมชน ทำให สามารถควบคุมอุณภูมิในการตาก แห งได อย างเหมาะสม ส งผลต อการเพิ่มคุณภาพของสมุนไพรมากขึ้น สามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิต สินค าของกลุ มวิสาหกิจชุมชน จากเดิมแป งกล วย ผลิตได วันละ 10.5 กก. เพิ่มเป น 12.2 กก. และกระ เจี้ยบผงผลิตได วันละ 5 กก.เพิ่มเป น 5.5 กก. ด านการตลาด มีการประชาสัมพันธ ผ านสื่อออนไลน เพิ่มขึ้น ส งผลให ผู บริโภคสามารถเข าถึง ผลิตภัณฑ ได ง าย และสามารถสั่งซื้อสินค าออนไลน ได มากขึ้น
143 ด านสังคม มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให ความรู แก ชุมชน สร างนักวิจัยชาวบ าน/นวัตกรชาวบ านให กับ ชุมชนอย างน อย 2 คน ด านภูมิป ญญาท องถิ่น ก อนดำเนินโครงการกลุ มวิสาหกิจชุมชนได มีการน อมนำเอาหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว ให กับประชาชนทุกคนมาปฏิบัติ โดย วางแผนการปลูกให สอดคล องกับความต องการของตลาด ปลูกพืชผสมผสานให เก็บผลผลิตได หลาย ระยะ และแปรรูปสินค าจากวัตถุดิบที่มีด วยภูมิป ญญาท องถิ่น และเมื่อมีการดำเนินโครงการการ พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช วยขยายผลในกระบวนการผลิตสินค าของเกษตรกรให ได มาตรฐาน มีความปลอดภัย พร อมทั้งได ถ ายทอดองค ความรู ให แก กลุ มวิสาหกิจชุมชน เมื่อประสบ ความสำเร็จจึงถ ายทอดความรู หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให แก เกษตรกรในพื้นที่ใกล เคียง 5.1.6 การพัฒนารูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงใน พื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล จังหวัดสุพรรณบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG ชุมชน ต นตาล ตำบลต นตาล อำเภอสองพี่น อง จังหวัดสุพรรณบุรี จากการวิจัยเพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง สร างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริมการท องเที่ยวโดยชุมชน บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง สร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจ และ พัฒนารูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต น ตาล จังหวัดสุพรรณบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG โดยมีกระบวนการในการ ดำเนินงาน ดังนี้ 1) ลงพื้นที่สำรวจสู การวิเคราะห ศักยภาพชุมชนในตำบลต นตาลบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ทำ ให ทราบถึงศักยภาพชุมชนที่จะสามารถพัฒนาเป นชุมชุนต นแบบด านการท องเที่ยวโดยชุมชน บน ฐานเศรษฐกิจพอเพียงในระดับประเทศได 2) บูรณาการการทำงานร วมกับภาคีเครือข ายที่เกี่ยวข อง ทำให เกิดโครงสร างคณะทำงานการ ท องเที่ยวโดยชุมชนตำบลต นตาล ซึ่งมีผู เชี่ยวชาญจากหลายภาคส วนทั้งภาครัฐและเอกชนในทุกพื้นที่ ในตำบลต นตาล และได มีการกำหนดวิสัยทัศน วัตถุประสงค ยุทธศาสตร การพัฒนา และบทบาท หน าที่ของคณะทำงานไว อย างชัดเจน 3) สร างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู เพื่อส งเสริมการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล จังหวัดสุพรรณบุรีโดยการทำ Web Application ในการนำเสนอสินค าและบริการของชุมชนต นตาลที่คนในชุมชนสามารถนำสินค ามาจำหน ายใน ช องทางออนไลน ให กับนักท องเที่ยวที่เดินทางเข ามาท องเที่ยวในชุมชน รวมถึงการบอกเล าวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิป ญญา แหล งท องเที่ยวชุมชนในตำบลต นตาล เพื่อเป นการให ข อมูลกับนักท องเที่ยว ได รับรู ข อมูล เรื่องราวของชุมชน พร อมกับเป นการนำเสนอกิจกรรมการท องเที่ยวภายในชุมชน 4) วิเคราะห จุดแข็ง จุดอ อน โอกาส และอุปสรรคในการพัฒนาการตลาดการท องเที่ยว โดย ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล เป นการวิเคราะห ป จจัยภายในและป จจัย
144 นอก (SWOT Analysis) รวมถึงสถานการณ สภาพแวดล อม สภาวะการแข งขันในป จจุบัน ของ ทรัพยากรทางการท องเที่ยว เพื่อนำไปเป นข อมูลในการสร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดย ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล 5) เชื่อมโยงกับผู ประกอบการด านการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ ชุมชนตำบลต นตาล โดยเป นการร วมกันแสดงความคิดเห็นและร วมบูรณาการในการพัฒนาชุมชนใน การพัฒนาการตลาด โดยการทดลองกิจกรรมการท องเที่ยวของชุมชนตำบลต นตาลเพื่อพัฒนา มาตรฐานการให บริการและการจัดกิจกรรมทางการท องเที่ยว ยกระดับขีดความสามารถในการแข งขัน กับแหล งท องเที่ยวอื่น ๆ ให ชุมชนมีความเข าใจในพฤติกรรมการท องเที่ยวของนักท องเที่ยว กลุ มเป าหมายที่สอดคล องและเหมาะสมกับชุมชน อีกทั้งให ชุมชนมีแนวทางในการรองรับนักท องเที่ยว กลุ มดังกล าว ซึ่งจะนำไปสู ที่รู จักของผู ที่เกี่ยวข องกับการท องเที่ยวต อไป 6) สร างกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ ชุมชนตำบลต นตาล โดยการการวิเคราะห จุดแข็ง จุดอ อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ใน การพัฒนาการตลาดเพื่อการท องเที่ยวโดยชุมชนตำบลต นตาล และการเชื่อมโยงกับผู ประกอบการ ด านการท องเที่ยว และนำมาวิเคราะห โดยใช หลักการ TOWS Matrix เพื่อนำไปเป นข อมูลในการ กำหนดกลยุทธ การตลาดเพื่อการกำหนดกลยุทธ ทางการตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบน ฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาล และมีการออกแบบการพัฒนาเส นทางการ ท องเที่ยวบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดแบบ BCG โดยมีใช เครื่องมือ Business Model Canvas (BMC) ซึ่งเป นแบบจำลองธุรกิจของชุมชนตำบลต นตาล 7) พัฒนารูปแบบการจัดการการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ ชุมชนตำบลต นตาล จังหวัดสุพรรณบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG ซึ่งประกอบด วย 13 กระบวนการ คือ ร วมวางแผนพัฒนาการท องเที่ยว มีผู นำที่เข มแข็งในการขับเคลื่อนการท องเที่ยว โดยชุมชน สร างความเข มแข็งจากภายใน สร างข อตกลงร วมกันในการบริหารจัดการการท องเที่ยวโดย ชุมชน พัฒนาศักยภาพบุคลากร สร างการมีส วนร วมของคนในชุมชน สร างภาคีเครือข ายการท องเที่ยว โดยชุมชน บริหารจัดการการเงินของชุมชน เป ดโอกาสให คนรุ นใหม เข ามามีส วนร วม จัดสรรรายได ของชุมชนตำบลต นตาล พัฒนาผลิตภัณฑ ชุมชนสู การเพิ่มรายได อนุรักษ วัฒนธรรมและทรัพยากรใน ชุมชน และส งเสริมการตลาดที่เหมาะสมกับชุมชนตำบลต นตาล สรุปผลการยกระดับ คือ ได ทราบถึงศักยภาพชุมชนตำบลต นตาลบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียงเพื่อดำเนินการพัฒนาสู ชุมชนต นแบบ เกิดภาคีเครือข ายที่ร วมบูรณาการในการทำงานร วมกัน ในการพัฒนาตำบลต นตาลบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนตำบลต นตาลได ความรู ทักษะ และการ บริหารจัดการชุมชนบนฐานความยั่งยืนภายใต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได เว็บแอพพลิเคชั่น http://www.tontantourism.com “เที่ยวชุมชนต นตาลตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” การเที่ยวโดย ชุมชนตำบลต นตาล มีฐานข อมูลสถานการณ ของชุมชนตำบลต นตาลในป จจุบันสู การพัฒนาการตลาด การท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกิดภาคีเครือข ายและบูรณาการการทำงานร วมกับ
145 ผู ประกอบการด านการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง และทราบข อมูลพฤติกรรม ความต องการ และความพึงพอใจของนักท องเที่ยวที่เดินทางมาในชุมชนตำบลต นตาล ข อมูลการ ปรับปรุงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให สอดคล องกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของชุมชน นอกจากนั้น ชุมชนได องค ความรู และทักษะในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช ในพื้นที่ เกิดกลยุทธ ทาง การตลาดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง และมีรูปแบบการจัดการการท องเที่ยว โดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ชุมชนตำบลต นตาลที่จะเกิดเป นชุมชนต นแบบของ ประเทศ นอกจากนั้นยังมีการนำผลการวิจัยไปประยุกต ใช และเกิดการเผยแพร สู สาธารณะให แก ชุมชน ที่มีความคล ายคลึงกัน ด านรายได การเพิ่มมูลค าผลิตภัณฑ เปลญวนบ านแม พระประจักษ ทำให หัตถกรรมเปลญวน รายได เพิ่มขึ้นจาก 20,000 บาทต อเดือน เพิ่มเป น 120,000 บาทต อป ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร ด านการผลิต การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการจัดการท องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานเศรษฐกิจ พอเพียงที่มุ งเน นให คนในชุมชนต นตาลสามารถปลูกพืชผักไว กินเอง เพื่อลดรายจ ายและต อยอดหรือ สร างมูลค า โดยการนำพืชผักไปเป นเครื่องเคียงกับผลิตภัณฑ น้ำยาปลาหม่ำ – ขนมจีน ซึ่งเป นของดีใน ชุมชนที่มีชื่อเสียงสร างรายได อีกหนึ่งกลุ มหนึ่งภูมิป ญญาของแหล งท องเที่ยว “บ านดินสอ” ซึ่งผู คนใน ชุมชนได ร วมกันคิดค นสูตรขึ้นมาเองเพื่อดึงดูดนักท องเที่ยวและจะนำพืชผักสวนครัว เช น ใบแมงลัก มะเขือต างๆ ใบโหระพา มาเป นเครื่องเคียงกินกับขนมจีนน้ำยาปลาหมำ เป นต น และนำไปต อยอด ให กับคนในชุมชนในเรื่องการปลูกพืชสวนครัวและน้ำหมักชีวภาพ สามารถให นักท องเที่ยวแวะชม แปลงผักสาธิตของสภาองค กรชุมชนตำบลต นตาลได อีกทางหนึ่งด วย ด านการแปรรูป เดิมชุมชนบ านแม ประจักษ ผลิตเปลญวนถักแบบดั้งเดิม จึงมีความคิดที่จะ พัฒนาผลิตภัณฑ ให ทันสมัย แปลกใหม และตอบโจทย ความต องการของผู ซื้อทุกเพศทุกวัย โดยเอา การถักเปลญวนมาผสมผสานกับสิ่งต างๆ ได แก 1) เตียงชายหาดทั่วไป จึงได เตียงชายหาดที่ใช ด ายถัก เตียงชายหาด คุณยายฉลวย ที่มีลักษณะโดดเด นคือ สวยงาม ทนทานและนั่งสบาย 2) ม าน คือการถัก เชือกซึ่งเป นวัสดุของทางชุมชนมาถักเป นม าน ซึ่งม านเชือกถักของเรา จะมีความแข็งแรงทนทาน สร าง ลวดลายเล็ก-ใหญ จะมองจากมุมด านไหนก็สวย และ3) กระเป๋า ชุมชนได ถักสานจากเส นด ายร อยเรียง เป นกระเป๋าลายเตียว มีการนำกล วยน้ำว าดิบจากโคกหนองนาบ านต นตาลที่มีอยู จำนวนมากมาแปรรูปเป นผงกล วย ดิบ เหมาะสำหรับผู บริโภคในยุคป จจุบันที่หันมาใส ใจสุขภาพ ส งผลให ผลิตภัณฑ ผงกล วยดิบสร าง รายได ให กับคนในชุมชน จากเดิมเคยมียอดขายอยู ที่ 20 ซองต อเดือน ป จจุบันมียอดขายอยู ที่ 100 ซองต อเดือน สามารถคิดเป นเงินประมาณ 8,000 บาทต อเดือน หรือ 96,000 บาทต อป ด านการตลาด การจัดทำเว็บไซต เพื่อให ชุมชนสามารถลงประกาศจำหน ายสินค าและบริการ รวมไปถึง ข าวสารและกิจกรรมต างๆภายในชุ มชนให กับนั กท องเที ่ยวได รับรู ชื่อเว็บไซต http://www.tontantourism.com ซึ่งนักท องเที่ยวจะสามารถเข าถึงผลิตภัณฑ ได ง ายขึ้น และ
146 สามารถสั่งซื้อสินค าออนไลน ได มากขึ้น สะดวก รวดเร็ว รวมทั้งมีระบบการติดตามการสั่งซื้อและ ระบบการชำระเงินที่หลากหลายช องทาง ความสุข พิจารณาได จากความร วมมือของคนในชุมชนต นตาลที่เข ามามีส วนร วมในการ ดำเนินโครงการในครั้งนี้เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเอง ด วยรอยยิ้มและความสามัคคีของคนในชุมชนที่ แสดงออกมาบ งบอกถึงความเข มแข็งที่เกิดขึ้นในชุมชน ประกอบด วยความภูมิใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรม ทรัพยากร ภูมิป ญญา ในท องถิ่นของตนโดยยึดหลักการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสามารถเพิ่มคุณค าและสร างมูลค าเป นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ส งผลให คนในท องถิ่นเกิด ความรู สึกรักและหวงแหนทรัพยากรและสิ่งแวดล อมอันมีค าของตนเอง ซึ่งเป นหัวใจของการพัฒนา เศรษฐกิจและการท องเที่ยวของชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิต และกระจายรายได จากการ ท องเที่ยวบนฐานทรัพยากรชุมชนอย างยั่งยืน ด านเอื้อเฟ อแบ งป น ในช วงระหว างการดำเนินโครงการพิจารณาได จากการทำงานร วมกันที่ แสดงให เห็นถึงความเอื้อเฟ อเผื่อแผ การเสียสละและความมีน้ำใจและคำนึงถึงผลประโยชน ของ ส วนรวมเป นหลัก โดยเมื่อมีนักท องเที่ยวเข ามาก็ดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนรู วิถีชุมชน การมีกิจกรรม การท องเที่ยวเข ามาทำให เกิดการมีส วนร วม ตลอดจนผู สูงอายุที่อาศัยอยู ร วมกันในชุมชนที่ตื่นตัวและ ลุกมาเป นเจ าบ านที่ดี และร วมกันสร างสภาวะแวดล อมให น าอยู พร อมรับนักท องเที่ยว ก อให เกิดมิติ ด านสังคมและสภาวะแวดล อมดี และสุขภาพจิตดีก็ก อให เกิดการมีสุขภาพที่ดีตามสู การพัฒนาอย าง ยั่งยืนที่เกิดจากแรงผลักจากภายในของคนในชุมชนสู การลงมือทำอย างมีความสุข ด านภูมิป ญญาท องถิ่น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานส งผลให ชุมชนต นตาลมี การรัก และหวงแหนในภูมป ญญาท องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณี เช น การนำทรัพยากรใน ท องถิ่นมาแปรรูเพื่อเพิ่มรายได ให กับกลุ มอาชีพและกลุ มวิสาหกิจชุมชนที่อยู ในชุมชนต นตาล และการ ร วมกันรื้อฟ นงานประเพณีการแห แม พระประจักษณ ทางสายน้ำขึ้นมาที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนใน ท องถิ่นที่นับถือศาสนาคริสต ให เยาวชนคนรุ นหลังได เรียนรู 5.1.7 การพัฒนาชุมชนต นแบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ วิสาหกิจชุมชนอำเภอแก งหางแมว จังหวัดจันทบุรี สู การพัฒนาอย างยั่งยืนตามแนวคิดของ BCG ชุมชนแก งหางแมว อำเภอแก งหางแมว ตำบลเขาวงกต อำเภอแก งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จากการวิจัยเพื่อศึกษาศักยภาพชุมชนทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนต นแบบเกษตร อินทรีย ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารูปแบบการจัดการข อมูลสารสนเทศสำหรับการ บริหารจัดการของกลุ มวิสาหกิจชุมชน และพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย ด วย เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีกิจกรรมในการดำเนินโครงการดังนี้ 1) พัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค าเกษตรอินทรีย ด วยเทคโนโลยีด านและ นวัตกรรม (การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักในโรงเรือนด วยแสงประดิษฐ ) โดยการปรับปรุงระบบ ไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย เดิมซึ่งมีระบบประจุพลังงานไฟฟ าไว กับแบตเตอรี่ แต พบว ามีการใช
147 ประโยชน จากระบบดังกล าวน อยมากเนื่องจากอินเวอร เตอร มีขนาดเพียง 1.5 kVA ไม สามารถรองรับ เครื่องจักรที่เป นมอเตอร ได อีกทั้งมีรอบการใช งานเพียงสัปดาห ละ 1 ครั้งโดยประมาณ ทางคณะผู วิจัย จึงได เสนอให นำพลังงานไฟฟ าจากแบตเตอรี่ดังกล าวซึ่งมีอยู แล วไปใช กับระบบแสงสว างที่ใช ในการ ปลูกพืชในโรงเรือนและติดตั้งหลอด LED สำหรับปลูกพืชผัก ใช โคม LED ขนาด 85 W จำนวน 6 โคม ซึ่งสามารถความเข มของแสงสูงสุดถึง 1000 lux ที่ระดับผิวดิน โดยมีการควบคุมการทำงานแบบ อัตโนมัติด วยสวิตช แบบตั้งเวลาป ดป ด 2) ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ ยาสมุนไพรอินทรีย โดยการส งตัวอย าง ผลิตภัณฑ สมุนไพร ไปทดสอบคุณภาพ ณ บริษัทห องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด และอยู ใน ระหว างการรอผลการทดสอบ หากกระบวนการเสร็จสิ้น กลุ มวิสาหกิจชุมชนจะได ข อมูลที่สำคัญ สำหรับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ ยาสมุนไพรอินทรีย เพื่อนำไปส งเสริมการจำหน าย และการปรับปรุง ประสิทธิภาพ 3) พัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค าเกษตรอินทรีย ด วยเทคโนโลยีด านและ นวัตกรรม (การพัฒนาระบบควบคุมป มน้ำด วย IoT) ซึ่งก อนดำเนินการพบว าการควบคุมป มน้ำยังคง ใช สะพานไฟ (คัตเอาท ) ซึ่งไม มีระบบป องกันมอเตอร ไหม อีกทั้งยังไม ปลอดภัยต อการใช งาน จึงได ออกแบบระบบตู ควบคุมมอเตอร ป มน้ำที่สามารถป องกันกระแสเกินซึ่งเป นสาเหตุทำให มอเตอร ไหม มี ความปลอดภัยในการใช งาน สามารถควบคุมการทำงานได ทั้งแบบด วยมือและผ านโทรศัพท มือถือ เมื่อ สิ้นกระบวนการก็จะเกิดระบบควบคุมป มน้ำสำหรับการผลิตของกลุ มวิสาหกิจได รับการพัฒนาสู รูปแบบการควบคุมการทำงานด วย IoT เพื่อความสะดวก ปลอดภัยและลดเวลาในการทำงาน 4) พัฒนารูปแบบการจัดการข อมูลสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการและประชาสัมพันธ กิจกรรมของกลุ มวิสาหกิจชุมชน โดยวิสาหกิจชุมชนได รับการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ ของผลิตภัณฑ สมุนไพรน้ำมันเขียว และเพิ่มช องทางการจำหน ายผลิตภัณฑ สมุนไพรด วยเทคโนโลยีโลกภาษาเสมือน จริง (AR/VR) ทำให มีโอกาสในการเข าถึงผลิตภัณฑ สินค าได มากขึ้น 5) พัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค าเกษตรอินทรีย ด วยเทคโนโลยีด านและ นวัตกรรม (การพัฒนาระบบควบคุมโรงตากสมุนไพรพลังงานแสงอาทิตย ) ซึ่งทีมวิจัยได ดำเนินการ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ได แก การเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ ลดการรั่วไหล เข าของน้ำฝนในช วงฤดูฝน การติดตั้งระบบวัดค าอุณหภูมิและความชื้นในโรงตากสมุนไพร เพื่อบันทึก และตรวจสอบค าอุณหภูมิและความชื้นผ านโทรศัพท มือถือ ทำให สะดวกต อการตรวจสอบวิเคราะห คุณภาพการตากสมุนไพรในเบื้องต นของผู ใช งาน และชุมชนก็จะได โรงตากสมุนไพรพลังงาน แสงอาทิตย ที่มีประสิทธิภาพในการใช งานมากขึ้น 6) ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย ระบบออนกริด โดยจากการวิเคราะห การใช พลังงานของศูนย เรียนรู พบว ามีค าไฟฟ าในการดำเนินกิจกรรมต าง ๆ ของศูนย เรียนรู ประมาณ 2,500
148 - 3,000 บาทต อเดือน อุปกรณ ไฟฟ าที่จำเป นต องใช ได แก ตู เย็นสำหรับแช สมุนไพร ของคลินิกแพทย แผนไทย และอุปกรณ อื่น ๆ บ าง นอกจากนี้สมาชิกในกลุ มยังมีความต องการ เรียนรู การทำงานและ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ าจากพลังงานแสงอาทิตย แบบออนกริด ทางคณะผู วิจัยจึงได ออกแบบติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ าจากพลังงานแสงอาทิตย ขนาด 1.6 kW เพื่อเป นชุดสาธิตสำหรับการเรียนรู และผลิต ไฟฟ าเพื่อลดต นทุนด านพลังงานให กับศูนย เรียนรู เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป นส วนหนึ่งของกลุ มวิสาหกิจ ชุมชนแห งนี้ โดยพบว าจากการทำงานเป นระยะเวลา 10 วัน ระบบสามารถผลิตไฟฟ าได 82 หน วย คิดเป นเงิน 412 บาท จึงคาดว าจะสามารถลดต นทุนด านพลังงานไฟฟ าได ไม น อยกว าร อยละ 25 ซึ่ง กลุ มวิสาหกิจจะได ระบบผลิตไฟฟ าพลังงานแสงอาทิตย ระบบออนกริดติดตั้งเพื่อลดค าไฟฟ าใน กระบวนการผลิตสมุนไพรและการทำกิจกรรมกลุ ม 1 ระบบ ลดต นทุนด านพลังงานไฟฟ าได ร อยละ 30 ผลการวิจัยพบว ากิจกรรมทั้ง 7 ชุมชมได มีนำหลักการทรงงาน 23 ข อ ของในหลวง ร.9 ไป ยึดถือปฏิบัติในการดำเนินรวมทั้งสิ้น 14 ข อ ดังข อที่ 1.จะทำอะไรต อง ศึกษาข อมูลให เป นระบบ 2. ระเบิดจากภายใน 5. ภูมิสังคม ภูมิศาสตร สังคมศาสตร 6.ทำงานแบบ องค รวม 7.ไม ติดตำรา 9.ทำ ให ง าย 10.การมีส วนร วม 11. ต องยึดประโยชน ส วนรวม 12.บริการที่จุด เดียว 17. การพึ่งพา 19. เศรษฐกิจ พอเพียง 21.ทำงานอย างมีความสุข ตนเอง 22.ความเพียร 23. รู รัก สามัคคีทำให การ ทำงานได บรรลุเป าหมายตามแนวปฏิบัติของพระองค และครอบคลุมประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG โดยตอบโจทย เป าหมายความยั่งยืนจำนวน 7 เป าหมาย ดังข อเป าหมายดังนี้ SDG 1 ขจัดความ ยากจนทกุรูปแบบในทุกพื้นที่SDG 2 ยุติความหิวโหยฯ SDG 6 สร างหลักประกันว าจะมีการจัดให มีน้ำ ฯ SDG 7 สร างหลักประกันให ทุกคนสามารถเข าถึงพลังงานฯ SDG 8 ส งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ต อเนื่องฯ SDG10 ลดความไม เสมอภาคฯ SDG12 สร างหลักประกันให มีรูปแบบการผลิตและการ บริโภคที่ยั่งยืน ผลการนำขบวนการและนวัตกรรมไปใช ในการยกระดับคุณภาพชีวิต พบว าชุมชนต างๆ มี.กล ยุทธ ทางการตลาดที่ดีขึ้น ได โมเดลธุรกิจในด านต างๆเช นการเกษตร การท องเที่ยว การขายยุคดิจิทัล สร างผลิตภัณฑ ชุมชนที่เป นมิตรกับสิ่งแวดล อม เกิดต นแบบศูนย การเรียนรู ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด วยโมเดลสีเขียว พบสูตรการย อมครามจากภูมิป ญญาชาวบ านและหลักการทางวิทยาศาสตร ในการก อหม อคราม ผลิตภัณฑ ต นแบบที่เกิดจากการพัฒนาผลิตภัณฑ แบบลายผ าต างๆในรูปแบบ ดิจิทัล ระบบผลิตไฟฟ าพลังงานทดแทน ผลิตต นแบบสินค า AR Marketing ต นแบบจุดท องเที่ยวด วย เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห งความจริง(AR/VR) ต นแบบนวัตกรรมตู อบแห งพลังงานแสงอาทิตย เทคนิคการเลือก และออกแบบบรรจุภัณฑ ได เว็บแอพพลิเคชั่นเพื่อการท องเที่ยว ระบบเพิ่ม
149 ประสิทธิภาพการสังเคราะห แสงสำหรับการปลูกพืชในโรงเรือนด วยแสงประดิษฐ ตู ควบคุมป มน้ำด วย IoT เพจประชาสัมพันธ อิเล็กทรอนิกส “สมุนไพร” ระบบควบคุมโรงตากสมุนไพร ผลการวิเคราะห การยกระดับเศรษฐกิจภาพรวมในพื้นที่พบว า ชุมชนมีรายได มวลรวม มากกว าร อยละ 10 ซึ่งส วนใหญ มาจาก การพัฒนาผลิตภัณฑ การเพิ่มขึ้นจำนวนนักท องเที่ยวทำให เกิดรายจ ายให กับคนในชุมชน การใช พลังงานทดแทนเพื่อลดรายจ าย การขายสินค าบนแพลตฟอร ม ออนไลน เป นต น สรุปผลการสร างแพลตฟอร มบริหารจัดการพัฒนาชุมชนต นแบบสู การยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แพลตฟอร มหรือระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาชุมชน หรือ CDM-SEP ( Community Resources on SEP Dashboard) สามารถใช เป นคลังจัดเก็บข อมูล การรายงาน สื่อ วิดีโอ พร อมเพิ่มรับข อมูลต าง ๆ ของพื้นที่ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส สำหรับชุมชนเพื่อให ทันต อการ พัฒนา และการปกครองในยุคดิจิทัล นักวิจัย และสื่อเผยแพร บนเว็ปไซน ของสถาบันเศรษฐกิจ พอเพียงด วยนั้น โดยมี 2 ส วน คือ ส วนการป อนข อมูลโดยผู ใช งาน (User) และส วนหน าจอการ รายงานผลในรูปแบบ Dashboard สรุปผลการยกระดับ ด านรายได จากการที่กลุ มวิสาหกิจชุมชนได มีการลงนามกับโรงพยาบาลอภัยภูเบศ โดยมียอด การสั่งซื้อสมุนไพรเพิ่มขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อสมุนไพรอบแห ง จาก 1000 กิโลกรัม เพิ่มเป น 1500 กิโลกรัม ส งผลทำให ชุมชนมีรายได เพิ่มขึ้นจาก 180,000บาท เพิ่มเป น 270,000 บาท และมีรายได จากการขายน้ำมันเขียวเพิ่มขึ้น จาก 1,200 บาท เพิ่มเป น 2,400 บาท ด านการลดรายจ ายด านการใช ทรัพยากร ก อนดำเนินโครงการศูนย เรียนรู ของชุมชนมี รายจ ายค าไฟฟ าเดือนละ 2,800 บาท และเมื่อมีการดำเนินโครงการมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ า พลังงานแสงอาทิตย ทำให กับศูนย เรียนรู ของชุมชนส งผลทำให รายจ ายค าพลังงานไฟฟ าลดลงเหลือ เดือนละ 2,000 บาท คิดเป นร อยละ 28.50 และเมื่อประเมินศักยภาพการประหยัดพลังงานในรอบ 1 ป คาดว าจะสามารถลดค าพลังงานไฟฟ าได ประมาณ 9,500 บาท ด านการผลิต ชุมชนมีศักยภาพในการผลิตมากขึ้นสามารถเพิ่มจำนวนรอบการปลูกพืชผักมาก ขึ้นจากการส งเสริมเทคโนโลยีการใช แสงประดิษฐ ซึ่งใช พลังงานไฟฟ าจากแสงอาทิตย สำหรับการปลูก พืชในโรงเรือน พบว าผักมีการเจริญเติบโตเร็วกว าการปลูกแบบปกติถึงร อยละ 30 ทำให สามารถเพิ่ม รอบการผลิตได มากขึ้น (จาก 7 รอบเป น 10 รอบต อป ) และจะทำให มีรายได จากการจำหน ายพืชผัก เพิ่มขึ้นจากเดิมร อยละ เป นเงินประมาณ 10,500 บาทต อป (เฉพาะผลผลิตในโรงเรือนต นแบบ) สำหรับการตากสมุนไพร ทำให สามารถควบคุมอุณภูมิและความชื้นในโรงตากได อย างเหมาะสม ส งผล ต อการเพิ่มคุณภาพของสมุนไพรมากขึ้นเนื่องจากสารสำคัญมีความสูญเสียน อยลง ทำให ลูกค ามีความ พึงพอใจต อคุณภาพของสมุนไพรและจะส งผลดีในภาพรวม ทำให เพิ่มยอดการสั่งซื้อสมุนไพรต อไป
150 ด านการแปรรูป มีการนำสมุนไพรมาแปรรูปเป นน้ำมันเขียว (หริตะปาล) ซึ่งเป นน้ำมันเย็น มี การพัฒนารูปแบบการบรรจุ ส งผลทำให ผู บริโภคพอใจและชื่นชอบผลิตภัณฑ เพิ่มขึ้น มีการช วย ประชาสัมพันธ และเพิ่มยอดขายได เพิ่มขึ้นจากที่เคยขายได 100 ขวดเพิ่มเป น 200 ขวด ต อเดือนทำให สร างรายได เพิ่มขึ้นประมาณ 12,000 บาทต อเดือน หรือ 144,000 บาทต อป ด านการตลาด มีการประชาสัมพันธ ผ านสื่อออนไลน ต าง ๆ เพิ่มขึ้น เช น เฟสบุค ไลน และเพจ ของกลุ มส งผลให ผู บริโภคสามารถเข าถึงผลิตภัณฑ ได ง ายขึ้น และสามารถสั่งซื้อสินค าออนไลน ได มาก ขึ้นดังที่ได กล าวไว 5.2 บทเรียนและข อค นพบจากการวิจัย หลังผลการดำเนินงานวิจัยพบว าชุมชนมีองค ความรู ที่สูงขึ้น ทันต อบริบทการเปลี่ยนแปลง สถานการณ โลก สามารถพัฒนาชุมชนด วยกลุ มชุมชนเองร วมกับหน วยงานภาคีที่พร อมเป นกลไกให การสนับสนุนทั้งหน วยงานภาครัฐและเอกชน ตามการบริหารจัดการทรัพยากรพื้นที่สู การปรับ โครงสร างเศรษฐกิจตามแผนพัฒนา BCG สู การเติบโตและยั่งยืน โดยชุมชนสามารถคิดอย างเป นระบบ ระเบิดจากข างใน พร อมร วมกันแก ป ญหาและพัฒนาจากจุดเล็กเป นไปตามลำดับขึ้น โดยคำนึงถึงภูมิ สังคม ทรัพยากรพื้นถิ่นได อย างองค รวม เกิดการพึ่งพาตนเองรู -รัก-สามัคคี เพื่อให เกิดการสร างคน และสังคมคุณภาพ ซึ่งสิ่งเหล านี้ล วนเป นไปตามกลไกตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการ ทรงงานในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งท านได ทรงชี้แนวทางการดำรงอยู และปฏิบัติตนของประชาชนในทุก ระดับ ตั้งแต ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ตามวิสัยทัศของกรอบยุทธศาสตร ชาติที่ กล าวไว “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป นประเทศพัฒนาแล ว ด วยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นอกจากนี้ทางคณะผู วิจัยและชุมชนต นแบบทั้ง 7 ภูมิภาค ได สังเคราะห บทเรียนจากการดำเนินงานที่จะส งผลให การพัฒนาชุมชนต นแบบบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวคิดแบบ BCG ดังนี้ 5.2.1 การบริหารจัดการความเสี่ยงของชุมชนตำบลต นตาล การวิเคราะห ความเสี่ยงของโครงการ และแนวทางการดำเนินงานในช วงวิกฤตที่จะมีโอกาส เกิดขึ้นได ดังนี้ 1. เทคโนโลยีช วยในการสื่อสาร ซึ่งปฏิเสธไม ได เลยว าจากสถานการณ โควิดทำให พฤติกรรม ของนักท องเที่ยวและผู บริโภคเปลี่ยนไป หันมาสนใจกับเทคโนโลยีมากขึ้น ชุมชนต นแบบจึงนำ เทคโนโลยีมาประยุกต ใช ให เข ากับสินค าและบริการต าง ๆ ของชุมชน การขายสินค าออนไลน การ ประชาสัมพันธ ช องทางการจัดจำหน าย การส งมอบประสบการณ บนโลกดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล านี้จะช วย กระตุ นและดึงดูดความสนใจของผู บริโภค นักท องเที่ยวและเป นการสร างกลุ มลูกค าใหม 2. การจับมือกับภาคธุรกิจ เพื่อเป นการป องกันการแพร ระบาดของโควิดและวิกฤติที่อาจ เกิดขึ้นในอนาคต ที่ส งผลทำให ชุมชนต นแบบต องขาดรายได เป นจำนวนมาก โดยโครงการจะเป นผู ประสานในการจับมือระหว างชุมชนต นแบบกับเครือข ายภาคธุรกิจ โดยชุมชนจะเป นผู ส งวัตถุดิบต าง
151 ๆ ป อนให กับร านอาหารในเครือข ายทั่วกรุงเทพมหานครที่ตรงกับความต องการของร านอาหาร เกิด เป นนวัตกรรมเชิงกระบวนการความร วมมือทางธุรกิจ 3. การสนับสนุนจากภาคีเครีอข าย เป นการบูรณาการทำงานแบบพหุภาคีจากนโยบายการ ส งเสริมของภาครัฐ องค การบริหารส วนตำบล และภาครัฐส วนกลาง ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาค สังคมและภาคประชาชน ที่จะช วยสนับสนุนโครงการภายใต สถานการณ วิกฤตที่กำลังเผชิญอยู ให มี ความเข มแข็ง เกิดแนวทางการแก ป ญหาอย างสร างสรรค ในการพัฒนาอย างยั่งยืน 5. มีกลไกการขับเคลื่อนการท องเที่ยวของชุมชนต นแบบ จากโครงการการ ทำให เกิด คณะทำงานขับเคลื่อนในโครงการ โดยจมีคนในชุมชนเป นผู ขับเคลื่อนหลัก โดยมีมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 ราชมงคล เป นพี่เลี้ยงดูแลอย างใกล ชิดในการดำเนินโครงการ 6. ยกระดับไปสู ชุมชนดิจิทัล สื่อออนไลน นับว ามีความสำคัญเป นอย างมาก และเป นเครื่องมือ ยกระดับศักยภาพของชุมชน ทางโครงการมีการฝ กอบรมและทักษะในการใช เทคโนโลยีเพื่อการ สื่อสารทางการท องเที่ยวให กับชุมชนต นแบบ เพื่อให เป นชุมชนดิจิทัลที่กลายเป นนักขายออนไลน มือ อาชีพ ชุมชนได เพิ่มความรู และทักษะด านเทคโนโลยีเช น การทำ Page Facebook การขายสินค า ชุมชนออนไลน การใช โปรแกรมสำเร็จรูป การทำการตลาดออนไลน เพื่อส งประสบการณ และ บรรยากาศจากชุมชนผ านสื่อออนไลน อย างสม่ำเสมอได ด วยชุมชนเอง 7. ต องรู และเข าใจพฤติกรรมและความต องการของนักท องเที่ยวกลุ มเป าหมาย และกลุ ม นักท องเที่ยวมีคุณภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากการระบาดของโควิด ตำบลต นตาลต องมีการคิดใหม ทำใหม เรียนรู สิ่งใหม ๆ อยู ตลอดเวลา นำไปสู การวางแผนการพัฒนาชุมชนต นแบบและก าวทันต อ การเปลี่ยนแปลง เพราะถ าชุมชนมีความเข มแข็งสามารถในการปรับตัวได ในวิกฤตต าง ๆ ที่เข ามาจะ เกิดเป นภูมิคุ มกันให กับชุมชนได ในการร วมกันคิด ร วมกันวางแผน ร วมกันทำ ร วมกันประเมินติดตาม ผล 8. ความปลอดภัยและความมั่นใจ เป นสิ่งที่ชุมชนต นแบบจำเป นคำนึงเป นสำคัญที่ละเลย ไม ได เป นสิ่งท าทายในการจัดการให มีความพร อมในการรักษาความปลอยภัย ความสะอาด การรักษา สุขอนามัย การมีมาตรการที่เข มงวดเพื่อสร างความมั่นใจต อประชาชนในชุมชนเองและผู ที่สนใจศึกษา ที่จะเดินทางเข า อีกทั้งต องมีการสื่อสารถึงมาตรการด านความปลอดภัยให กับประชาชนในชุมชนได รับ รู รับทราบถึงข อมูลในช องทางออนไลน หรือช องทางอื่น ๆ อยู เป นประจำ 9. การสร างสรรค นวัตกรรมเชิงกระบวนการและเทคโนโลยีเพื่อการส งเสริมชุมชนต นแบบ เพื่อยกระดับศักยภาพของชุมชนให สามารถยกระดับสินค าสู การสร างมูลค าเพิ่ม 10. การเข ามามีส วนร วมของชุมชนต นแบบต องร วมด วยช วยกันในการหาทางออกใหม ๆ ใน การแก ป ญหาที่สร างสรรค สร างการเปลี่ยนแปลงและลงมือทำ ผลจากการดำเนินโครงการต อง สามารถกระจายผลประโยชน ไปสู กลุ มคนในทุกระดับในชุมชนต นแบบทั้งจากทางตรงและทางอ อม
152 5.2.2 การบริหารจัดการองค์ความรู คณะผู วิจัยและชุมชนต นแบบได วิเคราะห ถึงป จจัยที่จะนำไปสู ความสำเร็จในการดำเนินเนิน โครงการในครั้งนี้ ซึ่งสามารถสกัดออกมาเป นองค ความรู ได ดังนี้ ป จจัยที่จะนำไปสู ความสำเร็จ (Key Success Factor) 1. ทรัพยากรในแหล งท องเที่ยว มีความโดดเด น แตกต าง และมีอัตลักษณ เป นของตัวเอง 2. ผู นำ และทีมงานที่ดีมีคุณภาพ ต องเป นแบบอย างที่ดีมีความรู ทักษะ ความอดทน มี ความสามารถและทัศนคติที่ดีเป นแก ประโยชน ส วนรวม 3. ชุมชนต องมีความเข าใจพฤติกรรมของลูกค าในแต ละกลุ มที่เดินทางเข ามาท องเที่ยวใน ชุมชน 4. ใช ผู ประกอบการหรือผู เชี่ยวชาญภาคเอกชนเข ามาออกแบบสินค าและบริการทางการ ท องเที่ยวตั้งแต ต น 5. มีการวางแผนกลยุทธ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ใช งานได จริง 6. การบูรณาการความร วมมือกับภาคีเครือข ายในการขับเคลื่อนการท องเที่ยวของชุมชน ใน การผสานความร วมมือกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข งขัน 7. การพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน เช น การเล าเรื่องชุมชนเป นกระบวนการสร างคุณค า ให กับสินค าและบริการ ซึ่งการเล าเรื่องจะเป นการสร างจุดขายให กับนักท องเที่ยวได รับรู ถึง ความสำคัญของชุมชน เป นการนำเสนอเรื่องราว ภูมิป ญญาท องถิ่น วัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น การ ประกอบอาชีพ เรื่องเล า ตำนาน รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน 8. ชุมชนต องเลือกใช สื่อที่ประสิทธิภาพและทันสมัย ทันต อสถานการณ เทคโนโลยีและโลกที่ เปลี่ยนแปลงอยู ตลอดเวลา 9. กระบวนการมีส วนร วมของกลุ มคนในชุมชนทุกระดับ 10. ความโปร งใส ความยุติธรรม การช วยเหลือ การเสียสละ และความจริงใจต อส วนรวม 5.2.3 ความเหมาะสมของเทคโนโลยีกับชุมชนต นแบบ ในการดำเนินโครงการได มีการนำเทคโนโลยีในรูปแบบต าง ๆ ตามบริบทของประเด็นในการ พัฒนาไม ว าจะเป น การพัฒนาผลิตภัณฑ การตลาด การประชาสัมพันธ การบริการ การลดต นทุน การ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เป นต น คณะผู วิจัยในแต ละพื้นที่ได ออกแบบกระบวนการใน การสร างเทคโนโลยีให มีความเหมาะสมของเทคโนโลยีต อชุมชน ต อกิจกรรม ต อกลุ มเป าหมาย ได แก เป นการสร างการรับรู ให ชุมชนได เห็นถึงความสำคัญและประโยชน ที่จะเกิดกับชุมชนและข อควรระวัง ในการนำเทคโนโลยีมาแก ป ญหาในแต ละพื้นที่ และเป นขั้นตอนที่สร างความสนใจในเทคโนโลยีให เป ดรับและได เข ามามีส วนร วมส งผลให ชุมชนต นแบบในแต ละพื้นที่เกิดความมั่นใจในการดำเนินงาน และให ชุมชนได มีการทดลองเทคโนโลยีที่จะเข ามาสนับสนุนชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนและร วมกัน ปฏิบัติงานร วมกัน รวมทั้งการร วมกันประเมินผลของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นว ามีความเหมาะสมกับชุมชน
153 อย างแท จริง และสอดคล องกับความต องการของผู ที่จะเข ามาใช งานว ามีความสะดวกและปลอดภัย รวมถึงการถ ายทอดองค ความรู และทักษะในการนำเทคโนโลยีมาใช จริงในพื้นที่ และเป นโอกาสของ ชุมชนที่จะดำเนินการขยายผลเทคโนโลยีในส วนนี้ได ซึ่งในดำเนินงานภายใต แนวคิดที่ว าการที่ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะสร างนี้ต องเกิดประโยชน ต อชุมชนอย างแท จริง และเกิดมูลค าและคุณค า ทางสังคมที่จะยกระดับเศรษฐกิจด วยฐานข อมูลและเทคโนโลยีที่จะเป นชุมชนต นแบบได 5.2.4 เป าหมายของชุมชนต นแบบสู ความยั่งยืนและข อเสนอแนะ 1. การบรรจุเข าสู แผนพัฒนาระดับท องถิ่นและในระดับแผนจังหวัด ภายหลังจากการ ดำเนินงานส งผลให องค การบริหารส วนตำบล และคณะทำงานโดยชุมชนในระดับชุมชนของชุมชน ต นแบบ มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานซึ่งได ร วมมือกันในการพัฒนาชุมชน และดำเนินการ ผลักดันเข าสู แผนพัฒนาท องถิ่น เพื่อสร างมูลค าเพิ่มทางเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร การพัฒนาองค กร ปกครองส วนท องถิ่น 2. กลไกการทำงานแบบบูรณาการแบบพหุภาคีในการขับเคลื่อนการท องเที่ยวของชุมชน ชุมชนต นแบบ คณะทำงานได เล็งเห็นถึงความสำคัญของของกลไกการทำงานร วมกันแบบพหุภาคีจาก คณะทำงานขับเคลื่อนชุมชนต นแบบ จึงได พัฒนากลไกการทำงานร วมกับผู ที่มีส วนเกี่ยวข องทุกฝ าย อันจะก อให เกิดความยั่งยืนต อพื้นที่และเป นกลไกการทำงานติดพื้นที่ โดยคณะทำงานชุมชนต นแบบ ต องมีการเป าหมายร วมกันที่ชัดเจนเป นรูปธรรมและสามารถปฏิบัติได โดยมีเป าหมายร วมกันคือ การ ยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร างความเข มแข็งของชุมชน และกระจายรายได จากการท องเที่ยวบน ฐานทรัพยากรชุมชนอย างยั่งยืน และมีการกำหนดบทบาทหน าที่ของหน วยงานเพื่อนำไปกำหนดไว ใน แผนนโยบายของหน วย ความรับผิดชอบในหน าที่ได รับมอบหมาย 3. การสร างภาคีเครือข ายแบบบูรณาการ สร างความร วมมือและเป ดโอกาสให ภาคีทุกภาค ส วนเข ามามีส วนร วมในการพัฒนาชุมชน หน วยงานภาครัฐ ใช ในการกำหนดแผน นโยบาย และการ บริหารจัดการทรัพยากรที่รับผิดชอบ ร วมตัดสินใจในการบริหารจัดการ และการสนับสนับสนุนความรู ของบประมาณ ตลอดจนประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น และทำให ภาคเอกชนในพื้นที่ ได ร วมวาง แผนการบริหารจัดการแหล งท องเที่ยว การสนับสนุนด านการตลาด เป นคนกลางในการสื่อสาร ระหว างนักท องเที่ยวกับชุมชน แลร วมรับผลประโยชน เชื่อมโยงเครือข ายของชุมชนให เป นที่รู จักและ เป นที่ยอมรับมากขึ้น 4. จากผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นทำให เกิดการพัฒนาชุมชนบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ส งผล ให เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงร วมกันจัดทำแผนพัฒนาการท องเที่ยวและยกระดับชุมชน และผลิตภัณฑ ชุมชนชุมชนต นแบบให มีมาตรฐานและสอดคล องกับความปกติใหม (New Normal) เช น การพัฒนา ศักยภาพชุมชน การพัฒนาบุคลากรในชุมชน ความรู ทักษะ ทัศนคติการประเมินความเสี่ยง การ จัดการผลกระทบ ฯลฯ
154 5. การสร างความเข มแข็งในชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองได สู การยกระดับคุณภาพชีวิตและ ความเป นอยู ของประชาชน ที่คำนึงถึงการมีส วนร วมของคนในชุมชนที่แท จริงทั้งเยาวชน วัยทำงาน ตลอดจนผู สูงอายุที่อาศัยอยู ร วมกันในชุมชน เมื่อมีนักท องเที่ยวเข ามาก็ดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนรู วิถีชุมชน การมีกิจกรรมการท องเที่ยวเข ามาทำให เกิดการมีส วนร วม จะสร างการตื่นตัวของทุกลุ มทุก วัยที่ต องลุกมาเป นเจ าบ านที่ดี และร วมกันสร างสภาวะแวดล อมให น าอยู พร อมรับนักท องเที่ยวผู มา เยือน ก อให เกิดมิติด านสังคม เมื่อสภาวะแวดล อมดี สุขภาพจิตดีก็ก อให เกิดการมีสุขภาพที่ดีตามสู การ พัฒนาอย างยั่งยืนที่เกิดจากแรงผลักจากภายในของคนในชุมชนสู การลงมือทำอย างมีความสุข 6. ชุมชนสามารถทำการตลาดออนไลน และออฟไลน ได ด วยตนเองที่มีประสิทธิภาพ การขาย สินค าออนไลน การประชาสัมพันธ ช องทางการจัดจำหน าย การส งมอบประสบการณ บนโลกดิจิทัล ช องทางการหาผู ช วยสำหรับการทำดิจิทัลมีเดีย เทคนิคการเขียนคอนเทนต เทคนิคการถ ายภาพ เทคนิคการออกแบบ และทำสื่อทางการตลาดดิจิทัล เทคนิคการตัดต อทำคลิปวิดีโอ การตลาดบนยูทูบ (YouTube Marketing) การตลาดบนกูเกิล (Google Marketing) การตลาดบนไลน (Line Marketing) ช องทางการขายสินค าชุมชน (Online Distribution Channel) ผ าน Platform ต าง ๆ Shopee/Lazada การตลาดบนเฟสบุ ก (Facebook Marketing) เทคนิคการไลฟ สดขายสินค า ซึ่งสิ่ง เหล านี้จะช วยกระตุ นและดึงดูดความสนใจของผู บริโภค นักท องเที่ยวและเป นการสร างกลุ มลูกค าใหม ตอบโจทย ตลาดนักท องเที่ยวยุคใหม 5.3 ข อเสนอแนะการนำผลงานวิจัยไปใช ประโยชน์และขยายผลการดำเนินงานวิจัยในอนาคต 1. ควรมีการขยายขอบเขตของประชากรในการวิจัยครั้งต อไป เพื่อให เกิดการเรียนรู โดย ชุมชนต นแบบสู ชุมชนอื่น 2. ควรแบ งกลุ มชุมชนต นแบบที่มีบริบทพื้นที่คล ายกันในแต ละจังหวัด เพื่อให เห็นกลไกการ ทำงานในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งเพื่อให ชุมชนได พึ่งพาการบริหารร วมกันในอนาคต 3. ควรมีการทำวิจัยให ผู นำชุมชนหรือกลุ มการพัฒนากิจกรรมในชุมชนต างๆได แลกเปลี่ยน เรียนรู ร วมกัน เพื่อให เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศมวลใหญ ด วยชุมชนเอง 4. ควรทำการวิจัยตัวบุคคลที่เป นแบบอย างของการพัฒนาชุมชนเชิงลึกถึงการมีประสบการณ ต อความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง ด วยการพัฒนารูปแบบ BCG สู เป า หมายความยั่งยืน เพื่อเผยแพร สู สาธารณชน 5. เป นต นแบบให กับหน วยงานภาครัฐ นำข อมูลไปนำไปใช ในการกำหนดกำหนดแผน นโยบาย กลยุทธ ทางการตลาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับให สอดคล องพฤติกรรมและตอบสนองความ คาดหวังของนักท องเที่ยว ที่เน นความคุ มค าด านประสบการณ สู ระดับท องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับ ภูมิภาคและระดับประเทศ 6. จัดประชุมแกนนำชุมชน สมาชิกกลุ ม ชาวบ าน ตลอดถึงหน วยงานที่เกี่ยวข องเพื่อแจ งให ทราบถึงผลการดำเนินโครงการ เพื่อเตรียมการพัฒนาการท องเที่ยวโดยชุมชนร วมกัน ให เกิดมูลค าเพิ่ม
155 จากอัตลักษณ ของชุมชน ยกระดับสินค า อาหารพื้นถิ่น และสร างรายได ให กับชุมชน ได นำองค ความรู และบทบาทในการสนับสนุนชุมชนที่เกิดไปขยายผลให เกิดประโยชน ต อชุมชน ท องถิ่นและชุมชนอื่น 7. หน วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู ประกอบการและชุมชน ได นำข อมูลด านบริหารจัดการ การท องเที่ยวโดยชุมชน ด านการจัดการเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดีด านการอนุรักษ และ ส งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ด านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล อมอย างเป นระบบและ ยั่งยืนและด านการบริการการท องเที่ยวโดยชุมชน มาใช เป นเครื่องมือในการพัฒนาและเสริมสร าง ศักยภาพให กับชุมชน 8. นำเสนอโมเดลการพัฒนาชุมชนต นแบบภายใต หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิด แบบ BCG ในการสร างศักยภาพการแข งขันแบบบูรณาการ สู การเพิ่มคุณค าและมูลค าบนฐานมรดก ของชุมชน สู สาธารณะชน รวมถึงการนำเสนอผลการดำเนินงานในการประชุมสัมมนาระดับชาติและ นานาชาติหรือจัดทำเป นบทความส งไปตีพิมพ ทั้งในประเทศ ต างประเทศ 9. พัฒนาชุมชนต นแบบเป นพื้นที่ศึกษาดูงานการจัดการการชุมชนภายใต หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดแบบ BCG ให กับ นักเรียน นักศึกษา หน วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและผู ที่สนใจ โดยจัดกระบวนการเรียนรู อย างมีส วนร วม