บนั ทึกผลหลังสอน
1. สรปุ ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
อื่น ๆ ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .......................................................
2. ปัญหา / อุปสรรค
กิจกรรมการเรียนรู้ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามที่กำหนดเวลา เน่ืองจาก …………………………………..
..............................................................................................................................................................................
มีนักเรยี นไมส่ นใจเรียน…………………………………………………………………………………………………
อน่ื ๆ ........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ไม่มปี ญั หาอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ไข
ควรนำแผนการจดั การเรยี นรู้ไปปรับปรงุ เร่ือง .......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
แนวทางการแกไ้ ขนกั เรียนไม่ผ่านการประเมิน .........................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
แนวทางการแก้ไขนกั เรยี นท่ไี มส่ นใจเรยี น ................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
อน่ื ๆ ...................................................................................................................... ..................
..............................................................................................................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
ลงชอ่ื ……………………………………………...ผปู้ ระเมิน
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
............../............../..............
ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครพู เี่ ลีย้ ง / ผไู้ ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(พระดวงคำ ฉนทฺ โก (ติ๊ปศนู ย)์ )
ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
วนั ท่ี..............เดือน..........................พ.ศ.................
ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรยี นสามคั ควี ทิ ยาทาน วดั เจดยี ์หลวงวรวิหาร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ..............................................................
(พระครูมหาเจตยิ านุรักษ์)
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน
วดั เจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
วันที่..............เดอื น..........................พ.ศ.................
ใบงานที่ 3.2
เรอื่ ง วฒั นธรรมสากล
คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้
1. วฒั นธรรมสากลหรอื วัฒนธรรม
นานาชาติ หมายความว่าอยา่ งไร
2.วัฒนธรรมสากลส่วนใหญ่
มีถิ่นกาเนดิ ในบรเิ วณใด
3. วัฒนธรรมสากลท่ีนามาใชใ้ น
การปฏิรปู ประเทศในสมัยรชั กาล
ท่ี 4 และ 5 ได้แกอ่ ะไรบ้าง
4.อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมสากลมผี ล
ต่อการดาเนนิ ชีวิตในสังคมไทย
ด้านใดบา้ ง
5. นกั เรยี นมวี ิธีการเลอื กรับ
วัฒนธรรมสากลอยา่ งเหมาะสม
อยา่ งไร
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 8
รหัสวิชา ส 23101 รายวิชา สังคมศึกษาพื้นฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 สงั คมไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
เรอื่ ง ลกั ษณะของสังคมและสถาบันทางสงั คมไทย เวลา 1 ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 วนั ท่ีสอน 9 กรกฎาคม 2565
ครูผู้สอน นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์ โรงเรียนสามคั คีวิทยาทาน วดั เจดีย์หลวงวรวิหาร
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา
ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและสังคมโลก อย่างสนั ตสิ ขุ
2. ตวั ช้ีวดั
ส 2.1 ม.3/4 วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแยง้ ในประเทศ และเสนอแนวคิดในการ
ลดความขดั แย้ง
ม.3/5 เสนอแนวคิดในการดำรงชีวติ อยา่ งมีความสุขในประเทศและสงั คมโลก
3. สาระสำคญั
สังคม คือ กลุ่มคนอย่างน้อยสองคนขึ้นไปมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ในบริเวณหนึ่ง ซึ่งคนเหล่านี้จะมี
ปฏิสัมพันธ์หรือมีการกระทำ ต่อกันและกันทั้งทางตรงและทางอ้อม ในสังคมไทยประกอบไปด้วยคนจำนวน
มากที่มีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ ดังนั้นจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของสังคม ไทย และ
สถาบันทางสงั คมที่สำคญั ของประเทศไทย
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายบทบาทหนา้ ท่ีของสถาบันในสังคมไทย (K)
2. นักเรียนสามารถวิเคราะหโ์ ครงสร้างทางสังคม และเห็นความสำคัญของสถาบันทางสงั คม (P)
3. นักเรียนเหน็ คณุ ค่าของศึกษาลักษณะของสงั คมไทยสามารถบอกแนวทางการนำความรูน้ ำไปปรบั
ใช้ในชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม (A)
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. เนือ้ หาสาระ
1. ความหมายของสงั คมและสถาบนั ทางสงั คม
2. ลักษณะของสังคมไทย
3. โครงสร้างทางสังคม
4. สถาบนั ทางสังคมของไทย
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบกิจกรรมสถาบันทางสังคม
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 ข้นั นำ (5 นาที)
1. ครถู ามคำถาม วา่ ถ้านกั เรียนนึกถงึ สังคมไทย นกั เรยี นจะนึกถึงเร่ืองอะไรบ้าง
2. ครูแจกโพสอทิ ให้นกั เรียนคนละ 1 แผน่ แลว้ ใหน้ ักเรยี นเขียนอาชีพในฝนั ของนักเรยี น จากนนั้ ให้
นำมาติดไว้ทห่ี น้ากระดาน
3. ครอู ่านอาชีพในฝันของนักเรียน แล้วให้นกั เรยี นตอบวา่ อาชพี ดังกล่าว น่าจะเก่ียวข้องกบั สถาบนั
ทางสังคมไหน จากน้นั ครูเชอ่ื มโยงเข้าสู่บทเรยี นเกย่ี วกับลกั ษณะของสงั คมไทย และสถาบันทาง
สังคมที่สำคัญของไทย
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สอน (40 นาที)
1. ครนู ำรูปภาพ มาให้นักเรยี นดู แล้วใหน้ กั เรยี นวิเคราะห์วา่ สงั คมไทยประกอบดว้ ยสถาบันอะไรบ้าง
2. ครอู ธิบายเนอ้ื หาผา่ น Power point เร่ือง ลกั ษณะของสงั คมและสถาบันทางสงั คมไทย โดยมี
เนอ้ื หาดงั น้ี
- ความหมายของสังคมและสถาบนั ทางสงั คม
- ลักษณะของสังคมไทย
- โครงสร้างทางสงั คม
- สถาบนั ทางสงั คม ใหน้ ักเรยี นฟงั
3. จากนนั้ ครแู จก ใบกิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง สถาบนั ทางสังคม ให้นกั เรยี นคนละ 1 ชดุ และตอบ
คำถามตามที่กำหนด
ขั้นที่ 3 ขัน้ สรุป (5 นาท)ี
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปเร่ือง ลกั ษณะของสังคมและสถาบันทางสงั คมไทย
2. ครสู ุ่มนกั เรยี น 2 คน ออกมาธิบายเรื่องสถาบนั ทางสงั คมทีน่ ักเรยี นได้เขียนลงในใบกจิ กรรม
3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสยั
4. ครูรวมรวมใบกจิ กรรมเพื่อนำไปใหค้ ะแนนและประเมินผล
10. สื่อนวัตกรรม/แหล่งเรียนรู้
1. สื่อ Power point เร่ือง ลกั ษณะของสงั คมและสถาบันทางสงั คมไทย
2. หนังสอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน เศรษฐศาสตร์ ม.3
3. ใบกิจกรรมสถาบันทางสังคม
11. กระบวนการวดั ผลประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ช้นิ งาน วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์ประเมิน
/ภาระงาน
- ตรวจใบกิจกรรม - แบบประเมินใบ เกณฑ์การให้คะแนน
1. นกั เรียนสามารถอธิบาย - ใบกจิ กรรม สถาบันทางสังคม กิจกรรมสถาบัน ระดบั คุณภาพ
ทางสงั คม ดี = ระดับ 3
บทบาทหน้าท่ีของสถาบัน สถาบนั ทางสังคม พอใช้ = ระดบั 2
ปรบั ปรุง = ระดับ 1
ในสังคมไทย (K) - ผลการประเมินระดับ
ดีขึ้นไป
- ค่าคะแนนไม่ต่ำกว่า
9 คะแนน
2. นักเรยี นสามารถ - ใบกิจกรรม - ตรวจใบกิจกรรม - แบบประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
วเิ คราะห์โครงสรา้ งทาง สถาบันทางสงั คม สถาบันทางสงั คม สมรรถนะผเู้ รยี น ระดับคุณภาพ
สงั คม และเห็น ดี = ระดับ 3
ความสำคญั ของสถาบัน พอใช้ = ระดับ 2
ทางสังคม (P) ปรับปรุง = ระดับ 1
- ผลการประเมนิ ระดับ
3. นกั เรียนเหน็ คุณค่าของ - การทำงานและ - ประเมินจากการ - แบบประเมิน ดขี ้นึ ไป
ศึกษาลักษณะของ การส่งงาน - คา่ คะแนนไม่ต่ำกวา่
สังคมไทยสามารถบอก ทำงานท่ีได้รบั ผเู้ รยี นรายบคุ คล 9 คะแนน
แนวทางการนำความรู้
นำไปปรับใช้ใน มอบหมายได้ และส่ง เกณฑ์การให้คะแนน
ชีวิตประจำวนั ได้อยา่ ง ระดับคุณภาพ
เหมาะสม (A) ภายในเวลาทก่ี ำหนด ดี = ระดับ 3
พอใช้ = ระดับ 2
ปรับปรุง = ระดบั 1
- ผลการประเมนิ ระดับ
ดขี ้ึนไป
- ค่าคะแนนไม่ต่ำกว่า
9 คะแนน
แบบประเมินใบกจิ กรรมสถาบันทางสงั คม
คำช้แี จง ประเมนิ สมรรถนะที่สำคัญของนักเรียนเปน็ รายบุคคล แลว้ ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ความ การใช้ ความคดิ ความคิด ความ
ลำดบั ชอื่ – สกลุ ถูกต้อง ภาษา วิเคราะห์ สร้างสรรค์ เรียบรอ้ ย รวม
ท่ี 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
1 ส.ณ. คุณานนท์ ตรีประดบั กุล
2 ส.ณ. ธนชัย ครรลองวเิ ศษ
3 ส.ณ. ธรี เมธ เจตนารักชาติ
4 ส.ณ. บัวขาว หม่องคนโท
5 ส.ณ. พศนิ ดวงใจชนก
6 ส.ณ. ภูริ ชาวแม่ลา
7 ส.ณ. มิตรชัย เลศิ ธรรมอุดม
8 ส.ณ. วรกานต์ เดชากลางครี ี
9 ส.ณ. วรเมธ ขวัญปฐพเี ลศิ
10 ส.ณ. คุณานนท์ ตรปี ระดับกุล
เกณฑก์ ารให้คะแนน มีพฤติกรรมในระดบั ดี เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม 15 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดบั ปานกลาง คะแนน 13 - 15 หมายถงึ ดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรับปรงุ คะแนน 9 - 12 หมายถึง ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถงึ คะแนน 5 - 8 หมายถงึ ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน )
ลงชื่อ……………………………………………...ผู้ประเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
............../............../..............
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3/2
คำช้ีแจง ประเมนิ สมรรถนะท่ีสำคัญของนักเรียนเป็นรายบคุ คล แลว้ ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ความมารถ ความสามารถ การมีส่วน การตอบ การยอมรับ
ลำดับ ชื่อ – สกลุ ในการ ในการคดิ รว่ มในการ คำถาม ฟงั ความ รวม
ที่ สอ่ื สาร แสดงความ คิดเห็น
คดิ เห็น ผอู้ ่ืน
321 3 2 1 321321321
1 ส.ณ ก่อกุศล ปตั ตาเน
2 ส.ณ เกษมศักดิ์ เบา้ พรม
3 ส.ณ ชนะชยั เตมู
4 ส.ณ ชัยวัฒน์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณฐั ภัทร ชูจติ รธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสขุ
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลีสานุพงศ์
11 ส.ณ มงั กร ปฏิบตั ธิ รรมใจ
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณศ์ รี
13 ส.ณ วชั รพงศ์ กลกั ทรพั ย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑ์การให้คะแนน มีพฤติกรรมในระดับ ดี เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม 15 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ปานกลาง คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 9 - 12 หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผา่ น ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน )
ลงชอ่ื ……………………………………………...ผู้ประเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
............../............../..............
แบบบันทึกการสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล
นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3/1
คำชีแ้ จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
พฤตกิ รรม / ระดับคะแนน
ลำดับ ชือ่ – สกลุ มงุ่ มัน่ ใน มีวินยั ทำงาน ซื่อสตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ รวม
ที่ การศึกษา ตามทีไ่ ดร้ บั สุจรติ
มอบหมาย
1 ส.ณ ก่อกุศล ปัตตาเน 321
2 ส.ณ เกษมศักด์ิ เบา้ พรม 321321321321
3 ส.ณ ชนะชัย เตมู
4 ส.ณ ชยั วฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณฐั ภทั ร ชูจติ รธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสุข
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลสี านุพงศ์
11 ส.ณ มังกร ปฏิบัติธรรมใจ
12 ส.ณ วราวุธ พรสมบรู ณศ์ รี
13 ส.ณ วชั รพงศ์ กลกั ทรพั ย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน มีพฤตกิ รรมในระดับ ดี เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดบั ปานกลาง คะแนน 13 - 15 หมายถงึ ดี
ระดับ 2 หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ปรับปรุง คะแนน 9 - 12 หมายถงึ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถงึ คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน )
ลงชอื่ ……………………………………………...ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
............../............../..............
บันทึกผลหลังสอน
1. สรุปผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
อน่ื ๆ ........................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ......................
2. ปัญหา / อุปสรรค
กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามท่ีกำหนดเวลา เนื่องจาก …………………………………..
............................................................................................................................................. .................................
มนี กั เรียนไม่สนใจเรียน…………………………………………………………………………………………………
อนื่ ๆ ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .......................................................
ไม่มีปัญหาอปุ สรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกไ้ ข
ควรนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปปรับปรงุ เรือ่ ง .......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
แนวทางการแกไ้ ขนกั เรียนไม่ผา่ นการประเมิน .........................................................................
.................................................................................................................................................... ..........................
แนวทางการแกไ้ ขนกั เรยี นที่ไมส่ นใจเรยี น ................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
อน่ื ๆ ........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
ลงช่ือ……………………………………………...ผ้ปู ระเมนิ
(นายภาณุพงศ์ เชียงทา)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
............../............../..............
ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของครพู เ่ี ล้ียง / ผู้ไดร้ บั มอบหมาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(พระดวงคำ ฉนฺทโก (ต๊ิปศนู ย์))
ตำแหน่ง ครูพเ่ี ล้ียง
วันท.ี่ .............เดอื น..........................พ.ศ.................
ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรยี นสามคั คีวิทยาทาน วดั เจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(พระครมู หาเจติยานรุ ักษ์)
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามคั คีวิทยาทาน
วัดเจดียห์ ลวงวรวิหาร
วันท่ี..............เดอื น..........................พ.ศ.................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9
รหัสวิชา ส 23101 รายวิชา สังคมศกึ ษาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 สังคมไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง ปจั จยั ท่ีก่อใหเ้ กิดความขดั แยง้ จนเกิดเปน็ ปญั หาสังคมและแนวทางแก้ไข เวลา 3 ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 วันทสี่ อน 11 - 13 กรกฎาคม 2565
ครูผูส้ อน นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์ โรงเรยี นสามคั ควี ิทยาทาน วดั เจดียห์ ลวงวรวิหาร
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษาประเพณี
และวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลก อยา่ งสนั ตสิ ุข
2. ตัวชี้วัด
ส 2.1 ม. 3/4 วิเคราะห์ปจั จัยท่ีกอ่ ให้เกิดความขดั แยง้ ในประเทศ และเสนอแนวคิดในการลดความ
ขดั แย้ง
ม. 3/5 เสนอแนวคดิ ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศและสังคมโลก
3. สาระสำคญั
สถาบันทางสงั คมไทยมีบทบาทหน้าทส่ี ำคญั ในการขดั เกลาสมาชกิ ในสงั คมใหอ้ ย่รู ่วมกันอยา่ งปกตสิ ุข ลด
ความขัดแย้งระหวา่ งกัน อนั เกิดจากปจั จยั สำคัญหลายประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทย
ดงั นั้น ทกุ คนจึงต้องร่วมมอื กันลดปญั หาความขดั แย้งและสร้างสมานฉันทใ์ ห้เกิดข้ึนในสงั คม
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. วเิ คราะหส์ าเหตุทที่ ำใหเ้ กิดปญั หาความขัดแย้งในประเทศ ผลกระทบ และแนวทางแกไ้ ขได้ (K)
2. จำแนกบทบาทหนา้ ทข่ี องสถาบันในสังคมไทยซงึ่ มีส่วนรว่ มมือกันในการแก้ปญั หาความขดั แยง้ ได้ (P)
3. เหน็ คุณคา่ ของศึกษาลักษณะของสังคมไทย สาเหตุท่ีทำให้เกิดปญั หา และแนวทางแก้ไข (A)
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
7. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น สาระการเรียนรจู้ ากสอื่
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง (พจิ ารณาตามหลกั สูตร - ลักษณะของสงั คมไทย
1) ปจั จยั ทีก่ อ่ ให้เกิดความขดั แยง้ สถานศึกษา) - ปจั จัยท่ีกอ่ ให้เกดิ ความขดั แยง้
เช่น การเมอื งการปกครอง ในสังคมไทย
เศรษฐกิจ สงั คม ความเชอ่ื - ปญั หาสังคมและแนวทางแก้ไข
2) สาเหตุปญั หาทางสงั คม เช่น
ปัญหาส่ิงแวดล้อม ปญั หา
ยาเสพติด ปญั หาการทจุ ริต
ปญั หาอาชญากรรม
3) แนวทางความรว่ มมอื ในการลด
ความขัดแย้งและการสร้าง
ความสมานฉันท์
8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง ความขัดแยง้ ในสังคมไทย
- แบบฝึกสมรรถนะฯหน้าทพ่ี ลเมอื งฯ ม.3
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขัน้ ที่ 1 ขัน้ นำ
1. ครูแจง้ ใหน้ กั เรยี นทราบถงึ วิธสี อน ช่อื เรอื่ งที่จะเรียนรู้จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
2. ครเู กริ่นนำเก่ยี วกบั ลักษณะสำคัญทางสงั คมไทย แล้วถามคำถาม เชน่
1) เมอ่ื นักเรียนคดิ ถึงสังคมไทย นักเรียนคดิ ถงึ ลักษณะเดน่ อะไรบ้าง
2) เหตุใดประเทศไทยจงึ มีความโดดเด่นในดา้ นการเปน็ ประเทศเกษตรกรรม
ขัน้ ท่ี 2 ข้นั สอน
3. ครูอธบิ ายเนอ้ื หาผา่ น Power point เรือ่ ง ปัจจัยทีก่ ่อใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ จนเกดิ เป็นปัญหาสังคมและ
แนวทางแก้ไข โดยมเี นื้อหาดงั นี้
- ปัจจยั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความขดั แย้งในสงั คมไทย
- ปญั หาสังคมและแนวทางแก้ไข
ชว่ั โมงที่ 2
4. ครูทบทวนความรูใ้ นชั่วโมงท่ีผา่ นมา
5. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาค้นคว้าเก่ยี วกบั ปัญหาสงั คมและแนวทางแก้ไข จากหนังสือเรียน
สงั คมศกึ ษาฯ ม.3 หรอื จากแหล่งการเรยี นรู้อ่ืน ๆ เชน่ หนงั สือในหอ้ งสมดุ เวบ็ ไซตใ์ นอินเทอร์เนต็
โดยครอบคลุมประเด็นปัญหา ดังนี้
• ปัญหาส่งิ แวดล้อม
• ปัญหายาเสพติด
• ปญั หาอาชญากรรม
• ปัญหาทจุ รติ คอรร์ ปั ชัน
6. ครแู ละนกั เรยี นอภิปรายร่วมกนั เกย่ี วกบั ปญั หาสงั คมและแนวทางแกไ้ ข และสุ่มตวั แทนนกั เรยี น
เพอ่ื ตอบคำถาม เช่น
1) ความขัดแยง้ ของกลมุ่ คนในสงั คมไทย ส่งผลกระทบตอ่ ประเทศไทยอยา่ งไร
2) วิธกี ารลดความขดั แย้งในสังคมไทย สามารถทำได้อยา่ งไร
ช่ัวโมงที่ 3
7. ครูให้นกั เรียนทำใบงานที่ 4.1 เรื่อง ความขัดแย้งในสงั คมไทย โดยครูแนะนำเพิม่ เติม
8. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าทพี่ ลเมืองฯ ม.3 เกยี่ วกบั เรือ่ ง ลกั ษณะของสังคมไทยและ
ปจั จยั ทีก่ อ่ ให้เกิดความขัดแย้งจนเกดิ เปน็ ปญั หาสงั คมและแนวทางแกไ้ ข เพ่ือเปน็ การบ้านส่งครูใน
ชัว่ โมงถดั ไป
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันสรปุ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจนเกิดเป็นปัญหาสังคมและแนว
ทางแกไ้ ข
2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย
10. สื่อนวัตกรรม/แหล่งเรียนรู้
1. สอื่ Power point เร่ือง เรือ่ ง ปจั จัยที่ก่อให้เกิดความขัดแยง้ จนเกิดเป็นปัญหาสังคมและแนวทางแก้ไข
2. หนงั สอื เรยี นสงั คมศึกษาฯ ม.3
3. แบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าทพ่ี ลเมืองฯ ม.3
4. ใบงานที่ 4.1 เรอื่ ง ความขัดแย้งในสังคมไทย
11. กระบวนการวดั ผลประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั ผล
- สังเกตจากพฤตกิ รรมการเรียนร้ตู ามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้รายบุคคล
- ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง ความขัดแยง้ ในสงั คมไทย
เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรตู้ ามจุดประสงคก์ ารเรียนรรู้ ายบุคคล
- แบบประเมนิ ใบงานท่ี 4.1 เร่ือง ความขัดแย้งในสังคมไทย
เกณฑ์ท่ใี ชใ้ นการประเมนิ
- เกณฑก์ ารให้คะแนนพฤติกรรมการเรยี นรู้ตามจุดประสงค์การเรยี นรูร้ ายบคุ คล
- เกณฑ์การให้คะแนนใบงานที่ 4.1 เร่ือง ความขดั แย้งในสังคมไทย
ตารางวเิ คราะหก์ ิจกรรมการเรียนร้ตู ามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
จดุ ประสงค์ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อการเรียนรู้ วิธีการวดั ผลและ
ประเมินผล
1. วเิ คราะหส์ าเหตุท่ที ำ 1. ครูอธบิ ายเนือ้ หาผา่ น Power point 1. สื่อ Power point 1. สังเกตจาก
ให้เกดิ ปัญหาความ เรือ่ ง ปจั จัยทก่ี ่อให้เกดิ ความขัดแยง้ จนเกดิ เรอื่ ง ปจั จัยทีก่ ่อให้เกดิ พฤติกรรมการเรียนรู้
ขัดแยง้ ในประเทศ เปน็ ปญั หาสงั คมและแนวทางแกไ้ ข โดยมี ความขัดแย้งจนเกิด ตามจุดประสงคก์ าร
ผลกระทบ และแนวทาง เนอ้ื หาดังน้ี เป็นปัญหาสงั คมและ เรยี นรรู้ ายบคุ คล
แกไ้ ขได้ (K) - ปัจจัยท่ีก่อใหเ้ กดิ ความขัดแยง้ ใน แนวทางแก้ไข 2. ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง
สังคมไทย 2. ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง ความขดั แย้งใน
- ปญั หาสงั คมและแนวทางแกไ้ ข ความขัดแย้งใน สังคมไทย
2. จำแนกบทบาท 2. ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรม ใบงานที่ 4.1 สงั คมไทย 1. สังเกตจาก
หนา้ ที่ของสถาบนั ใน เรอื่ ง ความขัดแยง้ ในสงั คมไทย
พฤติกรรมการเรยี นรู้
สงั คมไทยซงึ่ มสี ่วน ตามจดุ ประสงคก์ าร
รว่ มมอื กันในการ เรยี นรรู้ ายบุคคล
แกป้ ัญหาความขัดแย้งได้ 2. แบบประเมินใบ
(P) งานที่ 4.1 เรอื่ ง ความ
ขดั แยง้ ในสังคมไทย
3. เหน็ คุณค่าของศึกษา ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ เรื่อง ปจั จยั ที่ 1. สงั เกตจาก
ลกั ษณะของสังคมไทย กอ่ ให้เกิดความขัดแย้งจนเกิดเป็นปัญหา พฤติกรรมการเรียนรู้
สาเหตุท่ีทำใหเ้ กดิ ปญั หา สังคมและแนวทางแกไ้ ข ตามจุดประสงคก์ าร
และแนวทางแก้ไข (A) เรียนรรู้ ายบุคคล
2. แบบประเมนิ ใบ
งานท่ี 4.1 เรอ่ื ง ความ
ขดั แย้งในสังคมไทย
แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นรู้ตามจุดประสงค์ นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/2
คำชแ้ี จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ - สกลุ 1. วิเคราะห์สาเหตุ ี่ททำให้เ ิกด รวม
ัปญหาความ ัขดแย้งในประเทศ
ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข
ไ ้ด (K)
2. จำแนกบทบาทหน้า ่ีทของ
สถา ับนใน ัสงคมไทย ึ่ซง ีมส่วน
ร่วม ืมอกันในการแก้ ัปญหา
ความ ัขดแย้งไ ้ด (P)
3. เ ็หน ุคณ ่คาของ ึศกษา ัลกษณะ
ของ ัสงคมไทย สาเห ุตที่ทำใ ้หเกิด
ัปญหา และแนวทางแก้ไข (A)
3 2 1 3 2 13219
1 ส.ณ กอ่ กุศล ปัตตาเน
2 ส.ณ เกษมศักดิ์ เบ้าพรม
3 ส.ณ ชนะชยั เตมู
4 ส.ณ ชยั วฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณัฐภัทร ชูจิตรธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสุข
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลีสานพุ งศ์
11 ส.ณ มงั กร ปฏิบตั ธิ รรมใจ
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณศ์ รี
13 ส.ณ วชั รพงศ์ กลกั ทรพั ย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเต็ม 9 คะแนน ระดับ 3
8 - 9 หมายถึง ดี
หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน
คะแนน 6 - 7 หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 2 หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 5 - 4 หมายถึง ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผา่ น 6 คะแนน
ระดบั 1 หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรับปรุง
ลงช่อื ……………………………………………...ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
............../............../..............
เกณฑ์การประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนรูต้ ามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดี (3) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ (1)
พอใช้ (2)
1. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์ นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ นักเรยี นไม่สามารถวเิ คราะห์
สาเหตุทที่ ำใหเ้ กดิ ปัญหา สาเหตทุ ี่ทำให้เกิดปญั หา สาเหตทุ ่ีทำใหเ้ กดิ ปญั หาความ สาเหตทุ ท่ี ำใหเ้ กิดปญั หา
ความขดั แย้งในประเทศ ความขัดแย้งในประเทศ ขดั แยง้ ในประเทศ ผลกระทบ ความขัดแย้งในประเทศ
ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข และแนวทางแก้ไขได้ ผลกระทบ และแนวทาง
ได้ (K) ไดช้ ัดเจน ครบถ้วน และตรง แกไ้ ขได้
ประเดน็
2. นกั เรยี นสามารถจำแนก นักเรยี นสามารถจำแนก นกั เรยี นสามารถจำแนก นักเรยี นไมส่ ามารถจำแนก
บทบาทหนา้ ที่ของสถาบันใน บทบาทหนา้ ที่ของสถาบันใน บทบาทหนา้ ที่ของสถาบนั ใน บทบาทหนา้ ท่ีของสถาบันใน
สงั คมไทยซึง่ มสี ว่ นร่วมมือกนั สังคมไทยซึ่งมีส่วนรว่ มมือกัน สังคมไทยซึ่งมสี ่วนร่วมมือกัน สังคมไทยซงึ่ มีส่วนร่วมมือ
ในการแกป้ ัญหาความขดั แย้ง ในการแก้ปญั หาความขดั แยง้ ในการแก้ปญั หาความขดั แยง้ กันในการแกป้ ัญหาความ
ได้ (P) ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ครบถ้วน ได้ ขัดแยง้ ได้
ชดั เจน และตรงประเด็น
3. นักเรียนเห็นคุณคา่ ของ นักเรียนเห็นคณุ คา่ ของศึกษา นกั เรยี นเห็นคณุ ค่าของศึกษา นักเรยี นไม่เหน็ คุณคา่ ของ
ศึกษาลักษณะของสังคมไทย ลักษณะของสังคมไทย สาเหตุ ลักษณะของสังคมไทย สาเหตุ ศึกษาลักษณะของสงั คมไทย
สาเหตทุ ท่ี ำใหเ้ กิดปญั หา และ ทท่ี ำใหเ้ กิดปญั หา และ ทีท่ ำให้เกิดปญั หา และ สาเหตุทท่ี ำใหเ้ กดิ ปัญหา
แนวทางแก้ไข (A) แนวทางแก้ไข และสามารถ แนวทางแก้ไข และสามารถนำ และแนวทางแก้ไข และไม่
นำความร้ไู ปปรับใช้ใน ความรู้ไปปรับใชใ้ น สามารถนำความรู้ไปปรับใช้
ชวี ิตประจำวนั ได้ อย่าง ชวี ติ ประจำวันได้อย่างเพยี ง ในชวี ิตประจำวันได้
เหมาะสม บางสว่ น
เกณฑ์การประเมินใบงานท่ี 4.1 เรือ่ ง ความขดั แยง้ ในสังคมไทย
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
1.ความถูกต้อง 3 ( ดี ) 2 ( พอใช้ ) 1 (ปรับปรงุ )
ของเนอ้ื หา
นักเรยี นนำข้อมลู มาตอบ นักเรยี นนำข้อมลู มาตอบได้ นักเรยี นนำข้อมูลมาตอบได้
2.ความครบถ้วน ได้ถูกต้องตรงประเดน็ ถกู ต้องแต่ขาดบางประเด็น ถกู ต้องบางประเด็นแต่ขาด
ของขอ้ มลู
และสมบูรณ์ ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3.ความ
รบั ผดิ ชอบ นักเรียนสามารถนำขอ้ มลู นกั เรยี นสามารถนำข้อมลู มา นักเรยี นสามารถนำขอ้ มลู มา
มาตอบได้อยา่ งครบถว้ น ตอบได้ครบถว้ นบางประเดน็ ตอบได้ไม่ครบถ้วนและไม่
สมบรู ณ์ สมบูรณ์
นกั เรยี นมคี วามสว่ นร่วม นกั เรียนมีความสว่ นรว่ มและ นักเรียนมคี วามส่วนรว่ มแต่ไม่
และความกระตือรือร้นใน ความกระตือรือร้นในการทำ มคี วามกระตือรือร้นในการทำ
การทำกจิ กรรมดีมาก กิจกรรมพอใช้ กิจกรรม
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
7-9 ดี
5-6
1–4 พอใช้
ปรับปรุง
หมายเหตุ เกณฑ์การผ่านระดับ พอใช้ ข้ึนไป (4 คะแนนขึ้นไป)
แบบประเมินใบงานที่ 4.1 เร่อื ง ความขดั แย้งในสังคมไทย
คำชแี้ จง ประเมนิ สมรรถนะทส่ี ำคญั ของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล แลว้ ทำเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนน
ท่ี ชื่อ - สกุล ความถกู ต้อง ความครบถว้ น ความ รวม
ของเนอื้ หา ของขอ้ มลู รับผดิ ชอบ
1 ส.ณ กอ่ กศุ ล ปตั ตาเน
2 ส.ณ เกษมศักด์ิ เบ้าพรม 321321321 9
3 ส.ณ ชนะชัย เตมู
4 ส.ณ ชัยวฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณัฐภทั ร ชจู ติ รธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสขุ
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลีสานุพงศ์
11 ส.ณ มงั กร ปฏิบัติธรรมใจ
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณ์ศรี
13 ส.ณ วัชรพงศ์ กลกั ทรัพย์
14 ส.ณ เอกนรนิ ทร์ โอตปาละ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเต็ม 9 คะแนน ระดบั 3
หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 7 - 9 หมายถึง ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
ระดับ 2 หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั พอใช้ คะแนน 1 - 4 หมายถึง ปรับปรุง
ระดับ 1 หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น 5 คะแนน
ลงชือ่ ……………………………………………...ผู้ประเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครู
............../............../..............
บนั ทกึ ผลหลังสอน
1. สรปุ ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก ......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
อนื่ ๆ ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .......................................................
2. ปัญหา / อุปสรรค
กิจกรรมการเรียนรไู้ ม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามที่กำหนดเวลา เนื่องจาก …………………………………..
..............................................................................................................................................................................
มีนักเรียนไมส่ นใจเรียน…………………………………………………………………………………………………
อืน่ ๆ ........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ไม่มปี ญั หาอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ไข
ควรนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปปรับปรงุ เร่ือง .......................................................................
..............................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ไขนักเรียนไม่ผา่ นการประเมิน .........................................................................
..............................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ขนกั เรยี นที่ไมส่ นใจเรียน ................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
อ่นื ๆ ...................................................................................................................... ..................
............................................................................................................... ...............................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
ลงชอ่ื ……………………………………………...ผ้ปู ระเมิน
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
............../............../..............
ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครพู เี่ ลีย้ ง / ผไู้ ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(พระดวงคำ ฉนทฺ โก (ติ๊ปศนู ย)์ )
ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
วนั ท่ี..............เดือน..........................พ.ศ.................
ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรยี นสามคั ควี ทิ ยาทาน วดั เจดยี ์หลวงวรวิหาร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ..............................................................
(พระครูมหาเจตยิ านุรักษ์)
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวทิ ยาทาน
วดั เจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
วันที่..............เดอื น..........................พ.ศ.................
ใบงานที่ 4.1
เรอ่ื ง ความขดั แยง้ ในสังคมไทย
คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนนาขา่ วเก่ียวกับความขัดแยง้ ในสงั คมไทยมาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ชือ่ ข่าว
(สาระสาคัญของข่าว)
ทม่ี า........................................................................................................................
1. ปัญหาสาคญั ในเร่อื งน้ี ได้แก่อะไรบา้ ง
..........................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
2. ขา่ วนีแ้ สดงถงึ ความขัดแย้งในเร่อื งใด สาเหตมุ าจากอะไร
..........................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
3. นักเรยี นคดิ ว่า มแี นวทางแก้ไขปัญหาความขดั แย้งไดอ้ ยา่ งไรบ้าง จงอธิบายเหตุผล
..........................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 10
รหัสวชิ า ส 23101 รายวิชา สังคมศกึ ษาพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 สงั คมไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
เรื่อง แนวทางความร่วมมอื และปจั จยั ส่งเสรมิ การดำรงชีวิตใหม้ ีความสุข เวลา 2 ช่ัวโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 วนั ทีส่ อน 18 - 19 กรกฎาคม 2565
ครูผสู้ อน นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์ โรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน วัดเจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษาประเพณี
และวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวติ อยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลก อยา่ งสันติสุข
2. ตัวช้ีวดั
ส 2.1 ม. 3/4 วเิ คราะหป์ จั จยั ที่กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาความขดั แยง้ ในประเทศ และเสนอแนวคิด
ในการลดความขัดแยง้
ม. 3/5 เสนอแนวคิดในการดำรงชวี ติ อยา่ งมีความสขุ ในประเทศและสงั คมโลก
3. สาระสำคัญ
ปญั หาสังคมไทยในปจั จบุ ันมีหลายประการ ซง่ึ สง่ ผลกระทบตอ่ วิถกี ารดำเนินชวี ติ ของคนไทย ซ่ึงทุกคนควร
ร่วมมือกันหาแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา และส่งเสริมการดำรงชีวติ ใหม้ ีความสขุ
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วิเคราะห์แนวทางความร่วมมือในการลดความขดั แย้งและการสร้างความสมานฉนั ท์ได้ (K)
2. เสนอแนวทางความร่วมมอื ในการลดความขดั แย้งและปัจจยั ท่ีสง่ เสริมการดำรงชวี ิตใหม้ ีความสขุ ได้ (P)
3. เห็นคณุ คา่ ของศึกษาแนวทางความร่วมมือและปัจจัยที่ส่งเสริมการดำรงชวี ติ ให้มีความสุขเพิ่มมากขึน้ (A)
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
7. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น สาระการเรยี นรจู้ ากสอ่ื
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง (พิจารณาตามหลักสูตร - แนวทางความรว่ มมือในการ
สถานศึกษา) ลดความขัดแยง้ และสร้างความ
1) แนวทางความร่วมมือในการลด สมานฉันท์
ความขัดแย้งและการสร้างความ - ปัจจยั ส่งเสรมิ การดำรงชวี ติ
สมานฉนั ท์ ให้มีความสขุ
2) ปัจจัยท่สี ่งเสรมิ การดำรงชีวติ ให้มี
ความสขุ เชน่ การอยู่ร่วมกนั
อย่างมขี ันติธรรม หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคณุ คา่ ใน
ตนเอง รู้จกั มองโลกในแงด่ ี สร้าง
ทักษะทางอารมณ์ รจู้ ักบรโิ ภค
ดว้ ยปญั ญา เลือกรับ-ปฏิเสธขา่ ว
และ
วตั ถตุ า่ ง ๆ ปรับปรงุ ตนเองและ
ส่งิ ตา่ ง ๆ ให้ดีข้นึ อยเู่ สมอ
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง สังคมไทยกบั การพัฒนา
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขัน้ ที่ 1 ขน้ั นำ
1. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันสรุปความรเู้ ดมิ เก่ียวกบั ปัญหาสังคมไทยที่สำคัญ สาเหตุ และแนวทางปอ้ งกนั
แก้ไข
2. ครถู ามคำถามเพ่ือกระตุ้นความสนใจของนกั เรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภปิ รายขอ้ คำถามดงั กลา่ ว
เชน่
1) นักเรยี นคดิ ว่า วิธีการลดความขดั แยง้ อยา่ งไรทีไ่ ด้ผลดีที่สุด
2) การแกไ้ ขปัญหาความขัดแยง้ วธิ ใี ดที่สง่ ผลใหค้ ู่กรณีมีความสมั พันธท์ ีด่ ตี ่อกัน
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั สอน
3. ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาผ่าน Power point เร่อื ง แนวทางความร่วมมอื และปัจจยั สง่ เสริมการดำรงชวี ติ ใหม้ ี
ความสขุ โดยมเี น้อื หาดังนี้
- แนวทางความร่วมมือในการลดความขดั แยง้ และสรา้ งความสมานฉันท์
- ปจั จัยสง่ สรมิ การดำรงชีวติ ให้มีความสุข
4. ครูนำข่าวหรือเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงปัจจัยที่ส่งเสริมการดำรงชีวิตให้มีความสุข เช่น เกษตรกรที่นำ
แนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ หรือบุคคลที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแล้วเกิด
ความสขุ ในชีวติ
5. ครตู ง้ั ประเด็นเพ่อื ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นว่า นักเรยี นคดิ ว่าปจั จยั สำคัญท่ีจะช่วยให้การ
ดำรงชีวติ ของนักเรยี นมคี วามสขุ มอี ะไรบ้าง
ข้ันท่ี 3 ขัน้ สรุป
6. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เร่ือง แนวทางความรว่ มมือและปจั จัยสง่ เสริมการดำรงชวี ติ ให้มีความสุข
7. ครูให้นักเรยี นทำใบงานที่ 4.2 เรอ่ื ง สงั คมไทยกบั การพัฒนา
8. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าท่พี ลเมอื งฯ ม.3 เพือ่ เป็นการบ้านส่งครใู นช่วั โมงถัดไป
ชวั่ โมงท่ี 2
การประเมินผลท้ายหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 สังคมไทย
1. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 เรอ่ื ง สงั คมไทย
2. ครปู ระเมินผลจากการทำใบงาน แบบฝกึ ฯ และแบบวดั ฯ หน้าท่ีพลเมืองฯ ม.3
10. ส่ือนวัตกรรม/แหล่งเรียนรู้
1. สื่อ Power point เร่อื ง แนวทางความร่วมมือและปัจจัยส่งเสรมิ การดำรงชวี ิตใหม้ ีความสุข
2. หนังสือเรยี นสังคมศึกษาฯ ม.3
3. แบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าทพี่ ลเมอื งฯ ม.3
11. กระบวนการวัดผลประเมินผล
วธิ กี ารวัดผล
- สังเกตจากพฤตกิ รรมการเรียนรูต้ ามจดุ ประสงค์การเรียนรูร้ ายบคุ คล
- ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง สังคมไทยกบั การพัฒนา
- แบบประเมนิ ผลท้ายหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 สังคมไทย
เครอื่ งมือท่ีใช้ในการประเมนิ ผล
- แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้รายบุคคล
- แบบประเมนิ ใบงานท่ี 4.2 เร่ือง สงั คมไทยกับการพัฒนา
- แบบประเมินผลท้ายหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 สงั คมไทย
เกณฑ์ทใี่ ช้ในการประเมิน
- เกณฑก์ ารให้คะแนนพฤติกรรมการเรียนรูต้ ามจุดประสงค์การเรยี นรูร้ ายบุคคล
- เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง สงั คมไทยกับการพฒั นา
- เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินผลท้ายหนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 สังคมไทย
ตารางวเิ คราะห์กจิ กรรมการเรียนรตู้ ามจุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้ วิธีการวัดผลและ
ประเมินผล
1. วเิ คราะห์แนวทาง 1. ครูอธบิ ายเน้ือหาผ่าน Power point 1. สื่อ Power point
ความรว่ มมือในการลด 1. สังเกตจาก
ความขัดแย้งและการ เรอ่ื ง แนวทางความร่วมมือและปัจจัย เรอ่ื ง แนวทางความ พฤติกรรมการเรียนรู้
สรา้ งความสมานฉนั ท์ได้ ตามจดุ ประสงค์การ
(K) ส่งเสรมิ การดำรงชีวิตใหม้ ีความสขุ โดยมี ร่วมมือและปัจจยั เรยี นรรู้ ายบุคคล
2. แบบประเมินใบ
2. เสนอแนวทางความ เนอ้ื หาดงั น้ี สง่ เสริมการดำรงชวี ติ งานท่ี 4.2 เรอ่ื ง
รว่ มมือในการลดความ สังคมไทยกับการ
ขัดแยง้ และปัจจัยท่ี - แนวทางความรว่ มมือในการลดความ ให้มคี วามสขุ พัฒนา
ส่งเสริมการดำรงชีวิตให้ 3. แบบประเมินท้าย
มีความสขุ ได้ (P) ขัดแยง้ และสร้างความสมานฉันท์ 2. ใบงานที่ 4.2 เร่อื ง หนว่ ยท่ี 4 สังคมไทย
- ปจั จยั สง่ สรมิ การดำรงชวี ติ ให้มี สงั คมไทยกับการ 1. สังเกตจาก
พฤติกรรมการเรียนรู้
ความสุข พฒั นา ตามจดุ ประสงคก์ าร
เรยี นรรู้ ายบคุ คล
2. ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรม 3. แบบประเมนิ ท้าย 2. แบบประเมนิ ใบ
งานที่ 4.2 เรือ่ ง
- ใบงานท่ี 4.2 เรอื่ ง สังคมไทยกับการ หน่วยที่ 4 สงั คมไทย สงั คมไทยกับการ
พัฒนา
พฒั นา 3. แบบประเมนิ ท้าย
หนว่ ยท่ี 4 สงั คมไทย
- แบบประเมนิ ท้ายหน่วยที่ 4 สงั คมไทย
1. สังเกตจาก
3. เห็นคณุ คา่ ของศกึ ษา ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ เรื่อง แนวทาง พฤติกรรมการเรยี นรู้
แนวทางความรว่ มมือ ความรว่ มมือและปัจจัยสง่ เสริมการ ตามจุดประสงคก์ าร
และปจั จยั ท่ีสง่ เสริมการ ดำรงชวี ิตใหม้ ีความสุข เรยี นร้รู ายบคุ คล
ดำรงชวี ติ ใหม้ ีความสุข 2. แบบประเมินใบ
เพม่ิ มากขนึ้ (A) งานท่ี 4.2 เรื่อง
สังคมไทยกับการ
พฒั นา
3. แบบประเมินท้าย
หนว่ ยที่ 4 สงั คมไทย
แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรตู้ ามจุดประสงค์ นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ที่ ชื่อ - สกลุ 1. วิเคราะห์แนวทางความ รวม
ร่วม ืมอในการลดความ ัขดแย้ง
และการส ้รางความสมานฉัน ์ท
ได้ (K)
2. เสนอแนวทางความร่วม ืมอ
ในการลดความ ัขดแย้งและ
ัปจจัย ี่ท ่สงเสริมการดำรง ีชวิตให้
ีมความสุขได้ (P)
3. เ ็หน ุคณ ่คาของ ึศกษาแนวทาง
ความร่วมมือและ ัปจจัยท่ี ่สงเสริม
การดำรงชี ิวตใ ้หมีความ ุสขเพ่ิม
มากขึ้น(A)
3 2 1 3 2 1 3219
1 ส.ณ ก่อกุศล ปัตตาเน
2 ส.ณ เกษมศักด์ิ เบ้าพรม
3 ส.ณ ชนะชัย เตมู
4 ส.ณ ชยั วฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณฐั ภทั ร ชจู ิตรธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชชั วาลผาสุข
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลีสานุพงศ์
11 ส.ณ มังกร ปฏิบัตธิ รรมใจ
12 ส.ณ วราวุธ พรสมบรู ณ์ศรี
13 ส.ณ วัชรพงศ์ กลักทรัพย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเตม็ 9 คะแนน ระดับ 3
8 - 9 หมายถึง ดี
หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน
คะแนน 6 - 7 หมายถึง ปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปานกลาง คะแนน 5 - 4 หมายถงึ ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น 6 คะแนน
ระดับ 1 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง
ลงชือ่ ……………………………………………...ผูป้ ระเมิน
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
............../............../.............
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรูต้ ามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดี (3) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ (1)
พอใช้ (2)
1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ นักเรยี นไม่สามารถวิเคราะห์
แนวทางความรว่ มมือในการ แนวทางความรว่ มมือในการ แนวทางความร่วมมือในการ แนวทางความรว่ มมือในการ
ลดความขดั แย้งและการสรา้ ง ลดความขดั แยง้ และการสร้าง ลดความขดั แย้งและการสร้าง ลดความขดั แยง้ และการ
ความสมานฉันท์ได้ (K) ความสมานฉนั ท์ได้อย่าง ความสมานฉนั ท์ได้ สร้างความสมานฉนั ท์ได้
ถูกต้อง ครบถ้วน
2. นกั เรียนสามารถเสนอ นกั เรียนสามารถเสนอ นกั เรยี นสามารถเสนอ นกั เรยี นไมส่ ามารถเสนอ
แนวทางความร่วมมือในการ แนวทางความร่วมมือในการ แนวทางความร่วมมือในการ แนวทางความรว่ มมือในการ
ลดความขัดแย้งและปจั จยั ที่ ลดความขัดแย้งและปจั จัยที่ ลดความขดั แยง้ และปัจจยั ท่ี ลดความขัดแย้งและปจั จัยที่
ส่งเสรมิ การดำรงชีวิตให้มี สง่ เสริมการดำรงชีวติ ใหม้ ี สง่ เสริมการดำรงชีวิตใหม้ ี สง่ เสรมิ การดำรงชวี ิตให้มี
ความสุขได้ (P) ความสขุ ได้ได้อย่างถูกต้อง ความสุขได้ ความสุขได้
ครบถว้ น ชัดเจน และตรง
3. นักเรียนเห็นคุณค่าของ ประเดน็ นักเรยี นเห็นคุณคา่ ของศึกษา นักเรยี นไม่เหน็ คณุ ค่าของ
ศึกษาแนวทางความรว่ มมือ แนวทางความร่วมมือและ ศกึ ษาแนวทางความรว่ มมือ
และปจั จัยที่ส่งเสรมิ การ นกั เรยี นเหน็ คุณคา่ ของศึกษา ปัจจัยทสี่ ่งเสรมิ การดำรงชวี ิต และปัจจัยทสี่ ่งเสรมิ การ
ดำรงชวี ิตให้มคี วามสขุ เพิม่ แนวทางความร่วมมือและ ใหม้ คี วามสขุ เพม่ิ มากขึน้ และ ดำรงชวี ิตใหม้ ีความสขุ
มากข้ึน(A) ปัจจยั ทีส่ ง่ เสรมิ การดำรงชีวติ สามารถนำความรู้ไปปรับใช้
ใหม้ คี วามสขุ เพ่ิมมากขน้ึ และ ในชีวิตประจำวันไดเ้ พยี ง
สามารถนำความรู้ไปปรบั ใช้ บางส่วน
ในชีวติ ประจำวนั ได้ อย่าง
เหมาะสม
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง สังคมไทยกบั การพัฒนา
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
1.ความถกู ต้อง 3 ( ดี ) 2 ( พอใช้ ) 1 (ปรับปรุง )
ของเน้อื หา
นกั เรยี นนำข้อมลู มาตอบ นักเรียนนำข้อมลู มาตอบได้ นักเรยี นนำข้อมูลมาตอบได้
2.ความครบถ้วน ได้ถูกต้องตรงประเด็น ถกู ต้องแต่ขาดบางประเดน็ ถกู ต้องบางประเดน็ แต่ขาด
ของข้อมูล
และสมบูรณ์ ความถกู ต้องของเนือ้ หา
3.ความ
รบั ผดิ ชอบ นักเรยี นสามารถนำข้อมูล นักเรยี นสามารถนำข้อมูลมา นักเรยี นสามารถนำขอ้ มลู มา
มาตอบได้อย่างครบถว้ น ตอบได้ครบถ้วนบางประเดน็ ตอบได้ไม่ครบถว้ นและไม่
สมบูรณ์ สมบูรณ์
นกั เรยี นมคี วามสว่ นร่วม นักเรียนมคี วามส่วนรว่ มและ นักเรียนมีความส่วนรว่ มแต่ไม่
และความกระตือรือร้นใน ความกระตอื รือรน้ ในการทำ มคี วามกระตือรอื ร้นในการทำ
การทำกจิ กรรมดีมาก กิจกรรมพอใช้ กจิ กรรม
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
7-9 ดี
5-6
1–4 พอใช้
ปรบั ปรุง
หมายเหตุ เกณฑก์ ารผา่ นระดับ พอใช้ ขึ้นไป (4 คะแนนข้ึนไป)
แบบประเมินแบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าท่ีพลเมืองฯ ม.3
คำช้แี จง ประเมนิ สมรรถนะทสี่ ำคญั ของนักเรยี นเป็นรายบุคคล แล้วทำเคร่ืองหมาย ลงในช่องระดบั คะแนน
ท่ี ชื่อ - สกุล ความถกู ตอ้ ง ความครบถว้ น ความ รวม
ของเนอ้ื หา ของข้อมูล รบั ผดิ ชอบ
321321321 9
1 ส.ณ กอ่ กุศล ปัตตาเน
2 ส.ณ เกษมศกั ดิ์ เบา้ พรม
3 ส.ณ ชนะชยั เตมู
4 ส.ณ ชัยวัฒน์ ตาดทองผุดผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณฐั ภัทร ชูจิตรธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสุข
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลสี านุพงศ์
11 ส.ณ มังกร ปฏิบัตธิ รรมใจ
12 ส.ณ วราวุธ พรสมบูรณศ์ รี
13 ส.ณ วชั รพงศ์ กลักทรพั ย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 9 คะแนน ระดับ 3
หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน 7 - 9 หมายถงึ ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
ระดับ 2 หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั พอใช้ คะแนน 1 - 4 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั ปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น 5 คะแนน
ลงชอ่ื ……………………………………………...ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
............../............../..............
แบบประเมินแบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สังคมไทย
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3
เลขที่ ช่อื - สกุล งานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย เกณฑก์ ารตัดสิน
คุณภาพ
1 ส.ณ กอ่ กุศล ปตั ตาเน คะแนนทไ่ี ด้ คะแนนเต็ม
2 ส.ณ เกษมศักดิ์ เบ้าพรม 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
3 ส.ณ ชนะชัย เตมู 20
4 ส.ณ ชัยวฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด 20
5 ส.ณ ชานนท์ 20
6 ส.ณ ณัฐภทั ร ชจู ิตรธรรม 20
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชชั วาลผาสุข 20
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี 20
9 ส.ณ พงศกร คำยาน 20
10 ส.ณ ภทั รพงศ์ ลีสานพุ งศ์ 20
11 ส.ณ มังกร ปฏิบัติธรรมใจ 20
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณศ์ รี 20
13 ส.ณ วัชรพงศ์ กลักทรพั ย์ 20
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ 20
20
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ผา่ น
ไมผ่ า่ น
10 – 20
0-9
ลงชื่อ……………………………………………...ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
............../............../..............
บนั ทกึ ผลหลังสอน
1. สรปุ ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เน่ืองจาก ......................................................................
..............................................................................................................................................................................
อนื่ ๆ ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .......................................................
2. ปัญหา / อุปสรรค
กิจกรรมการเรียนรู้ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามท่ีกำหนดเวลา เนอ่ื งจาก …………………………………..
..............................................................................................................................................................................
มีนักเรยี นไมส่ นใจเรียน…………………………………………………………………………………………………
อืน่ ๆ ........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ไม่มปี ญั หาอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ไข
ควรนำแผนการจดั การเรยี นรู้ไปปรบั ปรุง เร่อื ง .......................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
แนวทางการแกไ้ ขนกั เรียนไม่ผา่ นการประเมิน .........................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
แนวทางการแก้ไขนกั เรยี นท่ไี มส่ นใจเรียน ................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
อ่นื ๆ ...................................................................................................................... ..................
..............................................................................................................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชื่อ……………………………………………...ผูป้ ระเมิน
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
............../............../..............
ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครพู เี่ ลีย้ ง / ผไู้ ด้รับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(พระดวงคำ ฉนทฺ โก (ติ๊ปศนู ย)์ )
ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
วนั ท่ี..............เดือน..........................พ.ศ.................
ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรยี นสามคั ควี ทิ ยาทาน วดั เจดยี ์หลวงวรวิหาร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ..............................................................
(พระครูมหาเจตยิ านุรักษ์)
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน
วดั เจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
วันที่..............เดอื น..........................พ.ศ.................
ใบงานที่ 4.2
เรอื่ ง สงั คมไทยกบั การพฒั นา
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรียนอา่ นกรณศี ึกษาแล้วตอบคาถาม
กรณศี กึ ษาที่ 1
ชาวบ้านปา่ หวายไม่พอใจทบ่ี ริษัทดโี กจ้ ะสรา้ งโรงงานทอผ้า เพื่อผลติ เสือ้ ผา้ สาเรจ็ รปู ไปขายยัง
ตา่ งประเทศ กาชยั ซ่ึงเปน็ แกนนาหมู่บา้ นพาชาวบ้านจานวนหนึ่งเดินขบวนประท้วงและปิดลอ้ ม
บรเิ วณทก่ี าลังจะก่อสร้างโรงงาน สมาชกิ ผู้เดินขบวนใช้เคร่ืองขยายเสยี งประกาศใหช้ าวบา้ นทุกคนรู้
ว่า การสรา้ งโรงงานจะกอ่ ใหเ้ กดิ มลภาวะเป็นพษิ อากาศเสยี และนา้ ในคคู ลองของหมูบ่ ้านจะได้รับ
ผลกระทบจากการปลอ่ ยนา้ เสียจากโรงงาน นายอาลกั ษณ์ซึง่ เป็นเจา้ ของบรษิ ทั จึงขอใหก้ านันโพธิ์
ช่วยนดั เจรจากับตวั แทนชาวบา้ นซึ่งเปน็ แกนนา เพือ่ หาทางยตุ ิการตอ่ ต้านสรา้ งโรงงาน กานนั โพธิผ์ ู้
เปน็ คนกลางพยายามเจรจาต่อรองใหท้ ้ังสองฝ่ายพยายามลดเงือ่ นไขและหาทางออกท่ดี ีทีส่ ุดทง้ั สอง
ฝ่าย ในทสี่ ุดก็สามารถเจรจากนั ได้สาเร็จบริษทั ดีโก้ ใหส้ ญั ญาว่าจะทาเครอื่ งกรองอากาศ เครอ่ื ง
บาบดั น้าเสยี ก่อนปลอ่ ยนา้ เสยี ลงคลอง จดั ทาระบบป้องกันเสียงดงั ของเครอ่ื งจักร และจะรับคนงาน
ฝา่ ยตา่ งๆ จากชาวบา้ นจานวน 30 % ของคนงานท้ังหมด ชาวบ้านทุกคนมีความพงึ พอใจ เม่อื โรงงาน
สร้างเสร็จดาเนินกิจการ ท้ังฝ่ายโรงงานและชาวบ้านต่างก็มีสมั พนั ธท์ ดี่ ตี อ่ กัน
• ปญั หาความขัดแย้งระหวา่ งบริษัทดีโก้กับชาวบา้ นป่าหวายสามารถยตุ ไิ ด้น้ัน ใช้วธิ ีการ
แก้ไขปัญหา อย่างไรบ้าง
..............................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
กรณศี กึ ษาท่ี 2
หมบู่ า้ นอ่างทองเปน็ หมบู่ ้านเล็กๆ อยทู่ างตอนเหนือของประเทศไทย ชาวบา้ นสว่ นใหญ่มีอาชีพ
เกษตรกรรมทานาทาสวนผกั และผลไม้ และมรี ายได้พิเศษจากการเปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี ว เมอ่ื ว่างจาก
อาชีพการทานา ทาสวน พวกเขาจะผลดั หมนุ เวยี นกนั นาเรือพายพานักท่องเท่ยี วไปเทย่ี วในถา้ ซึ่ง
สวยงามตามธรรมชาติ มีหนิ งอกหินยอ้ ยเป็นรูปสัตว์ตา่ งๆบางคนมหี นา้ ท่ีฉายไฟสอ่ งทาง บางคนทา
หน้าที่พายเรือ บางคนทาหนา้ ทีเ่ ปน็ มคั คุเทศก์ ใหค้ าแนะนาแก่นักทอ่ งเทย่ี วพวกเขาทางานดว้ ยความ
ซื่อสตั ย์ ไม่หลอกลวงนกั ท่องเที่ยว บางคร้ังนักทอ่ งเทย่ี วลืมของมคี า่ ไวก้ น็ าสง่ คืน แมบ่ า้ นบางคนหา
รายได้พเิ ศษโดยทาของท่รี ะลกึ จากวสั ดุธรรมชาติ ถงึ แมว้ ่าพวกชาวบา้ นจะมีรายไดจ้ ากอาชีพทานา ทา
สวนไมม่ ากนกั แตก่ พ็ อมีรายได้พเิ ศษกันทกุ คน พวกเขาชว่ ยกนั อนุรกั ษ์สภาพความงามของธรรมชาตซิ งึ่
เปน็ ภเู ขา ถา้ ป่าไม้ เพราะพวกเขาร้วู า่ จะสง่ ผลตอ่ อาชพี และสภาพความเป็นอยูท่ ดี่ ี และความมั่นคงต่อ
ลูกหลานต่อไป
• ทาไมชาวบา้ นอา่ งทองจึงมีวถิ ีการดาเนนิ ชีวิตในการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมคี วามสุข
.........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
กรณศี กึ ษาที่ 3
นอ้ ยเปน็ นกั เรยี นทเี่ รียนอยใู่ นช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 นอ้ ยเปน็ คนเรยี นไมเ่ กง่ อยู่ในครอบครวั ท่ี
ฐานะไมค่ อ่ ยดี แต่น้อยกม็ ีความพยายามตั้งใจเรยี นเอาใจใสใ่ นการเรียน น้อยเป็นคนท่มี นี า้ ใจเออื้ เฟื้อ
และชอบชว่ ยเหลอื คนอน่ื อยเู่ สมอ ดงั นนั้ เวลาครูมอบหมายงานใดให้นกั เรยี นทากิจกรรมรว่ มกัน เพ่อื น
คนอนื่ จะพยายามชวนน้อยให้อย่กู ลมุ่ เดียวกนั นอ้ ยมคี วามภูมใิ จทเี่ ป็นท่รี กั ของเพือ่ น นอ้ ยสมคั รเขา้ อยู่
ชมรมดนตรีไทย เพราะนอ้ ยคิดว่า ดนตรไี ทยมคี วามไพเราะ และเป็นเอกลักษณข์ องชาติ มีเพอ่ื นบางคน
พูดจาเหนบ็ แนมวา่ น้อยไมท่ ันสมยั ไม่ยอมรบั ดนตรสี ากล ซึง่ เป็นวฒั นธรรมหนง่ึ ทค่ี นสว่ นใหญช่ ื่นชม
เพ่อื นของนอ้ ยบางคนชอบไปเดนิ ซอ้ื อปุ กรณ์การเรยี นตามห้างสรรพสนิ ค้าและคุยอวดน้อยว่า ส่ิงของ
เคร่อื งใชท้ ี่ซอื้ จากห้างมคี ณุ ภาพดกี วา่ ซ้ือจากตลาดในหม่บู า้ น แต่น้อยก็พูดใหเ้ หตุผลกับเพ่ือนเหลา่ น้นั
วา่ ถา้ รูจ้ ักเลอื กซ้ือกส็ ามารถไดส้ ิ่งของท่มี คี ุณภาพดรี าคาถูก น้อยมีความเชอ่ื ม่นั ในการกระทาที่มีเหตผุ ล
ของตนเอง ไมร่ สู้ ึกว่าตนมปี มดอ้ ยท่เี รียนไมเ่ กง่ ครอบครัวฐานะไมด่ ี ชวี ติ ของนอ้ ยกม็ ีความสุขและไม่
เดือดร้อน
• ทาไมนอ้ ยจึงมชี วี ิตที่มีความสขุ จงอธิบายพรอ้ มยกตัวอย่าง
....................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 11
รหสั วชิ า ส 23101 รายวิชา สงั คมศึกษาพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 การเมืองการปกครองในปจั จุบนั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3
เรอ่ื ง รปู แบบการปกครองในปจั จุบันและการเปรียบเทียบการปกครองของไทย เวลา 6 ช่ัวโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 วนั ทีส่ อน 20,25,26,27 กรกฎาคม – 1,2 สงิ หาคม 2565
ครูผ้สู อน นางสาวปภาวณี ยอดรกั ษ์ โรงเรยี นสามคั คีวิทยาทาน วดั เจดยี ห์ ลวงวรวิหาร
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยึดม่นั ศรัทธา และธำรงรักษาไวซ้ ึง่ การ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข
2. ตวั ชี้วัด
ส 2.2 ม. 3/1 อธบิ ายระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในยุคปจั จุบัน
ม. 3/2 วิเคราะห์ เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกบั ประเทศอน่ื ๆ ทีม่ ีการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตย
3. สาระสำคัญ
การปกครองระบอบเผด็จการและระบอบประชาธปิ ไตยเปน็ ระบอบการปกครองทีใ่ ช้อยู่ในยุคปจั จุบนั โดย
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซงึ่ มีส่วนทีม่ คี วามคล้ายคลึงและแตกต่างจากประเทศอ่นื อนั มี
รัฐธรรมนญู เปน็ กฎหมายสูงสดุ ในการปกครองประเทศ
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและองค์ประกอบสำคัญของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย และการปกครอง
ระบอบเผด็จการได้ (K)
2. เปรยี บเทียบการปกครองของไทยกับประเทศอน่ื ที่มีการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยได้ (P)
3. เหน็ คุณค่าของศึกษารูปแบบการปกครองในปัจจบุ ันเพ่ิมมากขน้ึ (A)
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
7. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ สาระการเรียนรจู้ ากสื่อ
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง (พิจารณาตามหลกั สูตร - รปู แบบการปกครองในยคุ
1) ระบอบการปกครองแบบตา่ ง ๆ สถานศึกษา) ปจั จบุ ัน
- เปรียบเทยี บการปกครองของ
ทใ่ี ชใ้ นยุคปจั จุบนั เชน่ ไทย
การปกครองระบอบเผดจ็ การ กบั ประเทศท่ปี กครองแบบ
การปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย
ประชาธปิ ไตย
2) ความแตกต่าง ความคล้ายคลึง
ของการปกครองของไทยกบั
ประเทศอ่ืน ๆ ทมี่ กี ารปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย
8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานท่ี 5.1 เรื่อง รูปแบบการปกครองในยุคปัจจบุ นั
- ใบงานที่ 5.2 เรือ่ ง การปกครองระบอบประชาธิปไตย
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงท่ี 1-2
ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั นำ
1. ครแู จ้งให้นกั เรียนทราบถงึ วธิ สี อน ช่ือเร่ืองท่ีจะเรียนรจู้ ดุ ประสงค์การเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
2. ครูนำขา่ วเกีย่ วกับกจิ กรรมทางการเมอื งของประเทศต่าง ๆ มาใหน้ กั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหว์ ่าประเทศ
ดงั กล่าวมกี ารปกครองแบบใด
ข้ันที่ 2 ขนั้ สอน
3. ครอู ธิบายเนือ้ หาผา่ น Power point เร่อื ง รูปแบบการปกครองในยุคปจั จุบัน โดยมีเนื้อหาดังนี้
- การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
4. ครูทบทวนความร้โู ดยการถามคำถามเก่ยี วกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
ชัว่ โมงที่ 3
4. ครทู บทวนความรู้ในชัว่ โมงทผ่ี า่ นมา
5. ครอู ธบิ ายเน้อื หาผ่าน Power point เรอื่ ง รูปแบบการปกครองในยุคปัจจุบนั โดยมีเน้ือหาดงั นี้
- การปกครองระบอบเผด็จการ
6. ครูและนกั เรียนอภิปรายรว่ มกนั เกย่ี วกับการปกครองระบอบเผดจ็ การทั้ง 2 รปู แบบ
ชว่ั โมงท่ี 4
7. ครูทบทวนความร้ใู นชั่วโมงท่ีผ่านมา
8. ครอู ธบิ ายเน้ือหาผ่าน Power point เรือ่ ง รูปแบบการปกครองในยุคปจั จุบัน โดยมเี น้ือหาดังนี้
- การปกครองระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์
- การปกครองระบอบประชาธิปไตย
9.ครูทบทวนความรูท้ สี่ อนไปโดยการต้งั คำถาม
ถามว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยกบั การปกครองระบอบเผดจ็ การมีความแตกตา่ งกนั
อย่างไร
ชว่ั โมงที่ 5
10. ครูทบทวนความรู้เก่ยี วกับรปู แบบการปกครองในยคุ ปัจจุบันทงั้ 4 รูปแบบ
11. ครใู ห้นักเรียนทำ ใบงานท่ี 5.1 เรอื่ ง รปู แบบการปกครองในยุคปจั จบุ ัน และใบงานที่ 5.2 เรือ่ ง การ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย
ช่ัวโมงท่ี 6
12. ครทู บทวนความรู้จากชัว่ โมงที่ผา่ นมา
13. ครอู ธิบายเนื้อหาผา่ น Power point เรอ่ื ง รูปแบบการปกครองในยคุ ปัจจบุ นั โดยมีเนื้อหาดังนี้
- เปรียบเทียบการปกครองของไทยกับประเทศท่ีปกครองแบบประชาธปิ ไตย
ขั้นท่ี 3 ข้ันสรุป
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเรอื่ ง รปู แบบการปกครองในยคุ ปจั จบุ นั
2. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย
10. สื่อนวัตกรรม/แหล่งเรียนรู้
1. สือ่ Power point เร่ือง เรอ่ื ง รูปแบบการปกครองในยุคปัจจุบัน
2. หนังสอื เรยี นสังคมศึกษาฯ ม.3
3. แบบฝึกสมรรถนะฯ หนา้ ทพ่ี ลเมืองฯ ม.3
4. ใบงานที่ 5.1 เรอื่ ง รปู แบบการปกครองในยคุ ปจั จบุ นั
5. ใบงานที่ 5.2 เรอื่ ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
11. กระบวนการวัดผลประเมนิ ผล
วธิ กี ารวัดผล
- สงั เกตจากพฤตกิ รรมการเรียนรูต้ ามจดุ ประสงค์การเรียนรู้รายบุคคล
- ใบงานที่ 5.1 และ ใบงาน 5.2
เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรตู้ ามจุดประสงค์การเรยี นรู้รายบคุ คล
- แบบประเมนิ ใบงานที่ 5.1 และ ใบงาน 5.2
เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน
- เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนพฤติกรรมการเรียนรตู้ ามจุดประสงค์การเรยี นรู้รายบคุ คล
- เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงานท่ี 5.1 และ ใบงาน 5.2
ตารางวิเคราะหก์ ิจกรรมการเรียนรู้ตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื การเรียนรู้ วธิ ีการวัดผลและ
ประเมนิ ผล
1. นกั เรยี นสามารถ 1. ครอู ธบิ ายเน้อื หาผา่ น Power point 1. สือ่ Power point
อธิบายความหมายและ เร่ือง รูปแบบการปกครองในยุคปจั จบุ ัน เรื่อง รูปแบบการ 1. สงั เกตจาก
องคป์ ระกอบสำคัญของ 2. ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรม ใบงานท่ี 5.1 ปกครองในยุคปัจจบุ นั พฤติกรรมการเรยี นรู้
การปกครองระบอบ และใบงานท่ี 5.2 2. ใบงานที่ 5.1 และ ตามจุดประสงค์การ
ประชาธปิ ไตย และการ ใบงานที่ 5.2 เรยี นรรู้ ายบุคคล
ปกครองระบอบเผด็จ 2. ใบงานที่ 5.1 และ
การได้ (K) ใบงานท่ี 5.2
2. นกั เรียนสามารถ 1. สงั เกตจาก
เปรียบเทยี บการ พฤติกรรมการเรยี นรู้
ปกครองของไทยกับ ตามจุดประสงค์การ
ประเทศอื่นที่มกี าร เรียนรรู้ ายบุคคล
ปกครองระบอบ 2. แบบประเมินใบ
ประชาธปิ ไตยได้ (P) งานท่ี 5.1 และใบงาน
ที่ 5.2
3. นักเรยี นเหน็ คุณคา่ ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ เร่ือง รูปแบบ
ของศึกษารูปแบบการ การปกครองในยุคปัจจุบัน 1. สงั เกตจาก
ปกครองในปจั จบุ ันเพม่ิ พฤติกรรมการเรยี นรู้
มากขนึ้ (A) ตามจุดประสงคก์ าร
เรยี นรรู้ ายบุคคล
2. แบบประเมนิ ใบ
งานที่ 5.1 และใบงาน
ท่ี 5.2
แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นร้ตู ามจุดประสงค์ นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/2
คำชแ้ี จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ - สกลุ 1. ันกเ ีรยนสามารถอธิบาย รวม
ความหมายและอง ์คประกอบ
สำ ัคญของการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย และการ
ปกครองระบอบเผด็จการได้
(K)
2. ันกเ ีรยนสามารถ
เปรียบเ ีทยบการปกครองของ
ไทยกับประเทศ ่อืน ่ีท ีมการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย
ได้ (P)
3. นักเรียนเ ็หน ุคณ ่คาของ ึศกษา
รูปแบบการปกครองใน ัปจจุ ับน
เพ่ิมมากข้ึน (A)
3 2 1 3 2 13219
1 ส.ณ กอ่ กุศล ปัตตาเน
2 ส.ณ เกษมศักดิ์ เบ้าพรม
3 ส.ณ ชนะชยั เตมู
4 ส.ณ ชยั วฒั น์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณัฐภัทร ชูจิตรธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชัชวาลผาสขุ
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภทั รพงศ์ ลีสานพุ งศ์
11 ส.ณ มงั กร ปฏิบตั ธิ รรมใจ
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณศ์ รี
13 ส.ณ วชั รพงศ์ กลกั ทรพั ย์
14 ส.ณ เอกนรินทร์ โอตปาละ
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเต็ม 9 คะแนน ระดับ 3
8 - 9 หมายถึง ดี
หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน
คะแนน 6 - 7 หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 2 หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 5 - 4 หมายถึง ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผา่ น 6 คะแนน
ระดบั 1 หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรุง
ลงช่อื ……………………………………………...ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
............../............../..............
เกณฑ์การประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดี (3) ระดับคุณภาพ ปรับปรุง (1)
พอใช้ (2)
1. นกั เรียนสามารถอธิบาย นกั เรยี นสามารถอธบิ าย นักเรียนสามารถอธิบาย นักเรยี นไมส่ ามารถอธบิ าย
ความหมายและองค์ประกอบ ความหมายและองคป์ ระกอบ ความหมายและองค์ประกอบ ความหมายแลองคป์ ระกอบ
สำคญั ของการปกครอง สำคัญของการปกครอง สำคญั ของการปกครอง สำคญั ของการปกครองระ
ระบอบประชาธปิ ไตย และ ระบอบประชาธิปไตย และ ระบอบประชาธปิ ไตย และ บอประชาธปิ ไตย และการ
การปกครองระบอบเผด็จการ การปกครองระบอบเผด็จการ การปกครองระบอบเผด็จการ ปกครองระบอบเผด็จการได้
ได้ (K) ไดช้ ัดเจน ครบถ้วน และตรง ได้
ประเดน็ นักเรยี นไมส่ ามารถ
2. นกั เรยี นสามารถ นักเรียนสามารถเปรยี บเทียบ เปรียบเทยี บการปกครอง
เปรยี บเทยี บการปกครองของ นกั เรียนสามารถเปรียบเทียบ การปกครองของไทยกบั ของไทยกบั ประเทศอ่นื ทม่ี ี
ไทยกับประเทศอน่ื ที่มีการ การปกครองของไทยกับ ประเทศอืน่ ท่ีมกี ารปกครอง การปกครองระบอบ
ปกครองระบอบ ประเทศอ่ืนท่ีมกี ารปกครอง ระบอบประชาธิปไตยได้ ประชาธปิ ไตยได้
ประชาธิปไตยได้ (P) ระบอบประชาธิปไตยได้
อยา่ งถูกต้อง ครบถ้วน
ชดั เจน และตรงประเด็น
3. นักเรยี นเหน็ คุณคา่ ของ นักเรียนเหน็ คุณคา่ ของศึกษา นกั เรยี นเห็นคุณค่าของศึกษา นกั เรยี นไม่เหน็ คณุ คา่ ของ
ศกึ ษารปู แบบการปกครองใน รปู แบบการปกครองใน รปู แบบการปกครองใน ศกึ ษารูปแบบการปกครอง
ปจั จบุ นั เพิม่ มากขึน้ (A) ปัจจบุ นั เพ่ิมมากขึ้น และ ปัจจบุ ันเพิม่ มากขนึ้ และ ในปัจจุบัน
สามารถนำความรู้ไปปรบั ใช้ สามารถนำความรู้ไปปรบั ใช้
ในชวี ิตประจำวันได้ อยา่ ง ในชวี ิตประจำวันได้อย่างเพยี ง
เหมาะสม บางส่วน
เกณฑ์การประเมินใบงานท่ี 5.1 และใบงานท่ี 5.2
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
1.ความถูกต้อง 3 ( ดี ) 2 ( พอใช้ ) 1 (ปรับปรงุ )
ของเนื้อหา
นักเรียนนำข้อมูลมาตอบ นกั เรยี นนำข้อมลู มาตอบได้ นกั เรยี นนำข้อมลู มาตอบได้
2.ความครบถ้วน ได้ถูกต้องตรงประเด็น ถกู ต้องแต่ขาดบางประเด็น ถกู ต้องบางประเดน็ แต่ขาด
ของข้อมูล
และสมบูรณ์ ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
3.ความ
รับผิดชอบ นักเรียนสามารถนำขอ้ มลู นักเรียนสามารถนำขอ้ มลู มา นกั เรยี นสามารถนำขอ้ มูลมา
มาตอบได้อยา่ งครบถ้วน ตอบได้ครบถ้วนบางประเด็น ตอบได้ไม่ครบถว้ นและไม่
สมบรู ณ์ สมบูรณ์
นักเรยี นมคี วามส่วนรว่ ม นกั เรียนมีความสว่ นร่วมและ นักเรียนมีความสว่ นร่วมแต่ไม่
และความกระตือรือร้นใน ความกระตือรือรน้ ในการทำ มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทำ
การทำกิจกรรมดีมาก กจิ กรรมพอใช้ กจิ กรรม
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 ดี
5-6
1–4 พอใช้
ปรบั ปรุง
หมายเหตุ เกณฑก์ ารผา่ นระดับ พอใช้ ข้ึนไป (4 คะแนนข้ึนไป)
แบบประเมินใบงานที่ 5.1 และใบงานที่ 5.2
คำชี้แจง ประเมนิ สมรรถนะท่ีสำคญั ของนักเรยี นเป็นรายบุคคล แล้วทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน
ท่ี ช่อื - สกลุ ความถกู ต้อง ความครบถว้ น ความ รวม
ของเน้อื หา ของขอ้ มลู รับผิดชอบ
1 ส.ณ กอ่ กุศล ปตั ตาเน
2 ส.ณ เกษมศกั ด์ิ เบ้าพรม 321321321 9
3 ส.ณ ชนะชยั เตมู
4 ส.ณ ชัยวัฒน์ ตาดทองผดุ ผาด
5 ส.ณ ชานนท์
6 ส.ณ ณฐั ภทั ร ชจู ติ รธรรม
7 ส.ณ ธรรมสรณ์ ชชั วาลผาสขุ
8 ส.ณ นวกร โกศลบารมี
9 ส.ณ พงศกร คำยาน
10 ส.ณ ภัทรพงศ์ ลสี านุพงศ์
11 ส.ณ มงั กร ปฏบิ ตั ิธรรมใจ
12 ส.ณ วราวธุ พรสมบูรณศ์ รี
13 ส.ณ วัชรพงศ์ กลักทรัพย์
14 ส.ณ เอกนรนิ ทร์ โอตปาละ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเต็ม 9 คะแนน ระดบั 3
หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 7 - 9 หมายถึง ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ พอใช้ คะแนน 1 - 4 หมายถึง ปรบั ปรุง
ระดบั 1 หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน 5 คะแนน
ลงช่อื ……………………………………………...ผู้ประเมิน
(นางสาวปภาวณี ยอดรักษ์)
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
............../............../..............