The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา ฉบับปรับปรุง 2566 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nickbigs, 2023-08-22 05:46:11

หลักสูตรสถานศึกษา ฉบับปรับปรุง 2566 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

หลักสูตรสถานศึกษา ฉบับปรับปรุง 2566 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

๒๐๘ คำอธบายรายวิ ิชา รายวิชาแนะแนว กิจกรรมพัฒนาผเรู้ ียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา ๒๐ ชั่วโมง ศึกษาแนวทางในการเลือกศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ กำหนดแนวทางการพัฒนาตนเองสู่อาชีพที่ ตัดสินใจเลือก ประเมินการปฏิบัติพัฒนาตนเองเพื่อประสบความสำเร็จและมีความสุขในการประกอบอาชีพที่ เลือก พัฒนาตนเองให้พร้อมสำหรับการประเมินระดับชาติและการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามเป้าหมาย มุ่งพัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ปรับความคิดอารมณ์จิตใจเพื่อสร้างความสุขในการ ดำรงชีวิต จัดการกับปัญหาชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์เลือกรูปแบบการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม เข้าใจบทบาท หน้าที่ของบุคคลในครอบครัวเพื่อการใช้ชีวิตครอบครัวในอนาคตได้อย่างอบอุ่นและมีความสุข พัฒนาตนเอง เพื่อดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ให้คำปรึกษาผู้อื่นได้ โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์กระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะความรู้กระบวนการสำรวจความคิด การใช้สถานการณ์จำลอง และบทบาทสมมุติกระบวนการสร้างความตระหนักและกระบวนการสร้างเจตคติ เพื่อการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มุ่งส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้พัฒนาตนเองอย่างเต็มตามศักยภาพ รักและ เห็นคุณค่าในตนเองแลผู้อื่น สามารถพึ่งตนเอง มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา อาชีพ ส่วนตัวและสังคม และมีสุขภาพจิตที่ดีมีจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติต่อไป ผลการเรียนรู้ ๑. มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ ๒. กำหนดแนวทางการพัฒนาตนเองสู่อาชีพที่ตัดสินใจเลือก ๓. ประเมินการปฏิบัติพัฒนาตนเองเพื่อประสบความสำเร็จและมีความสุขในการประกอบอาชีพที่เลือก ๔. พัฒนาตนเองให้พร้อมสำหรับการประเมินระดับชาติและการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตาม เป้าหมาย ๕. มุ่งพัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ๖. ปรับความคิดอารมณ์จิตใจเพื่อสร้างความสุขในการดำรงชีวิต ๗. จัดการกับปัญหาชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ ๘. เลือกรูปแบบการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ๙. เข้าใจบทบาทหน้าที่ของบุคคลในครอบครัวเพื่อการใช้ชีวิตครอบครัวในอนาคตได้อย่างอบอุ่นและมี ความสุข ๑๐.พัฒนาตนเองเพื่อดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ๑๑.ให้คำปรึกษาผู้อื่นได้ รวม 11 ผลการเรียนรู้


๒๐๙ กิจกรรมชุมนมุ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมนักเรียนที่สถานศึกษาสนับสนุนให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกัน จัดขึ้นตาม ความสนใจความถนัด ความสามารถของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชุมนุม หมายถึง การรวมกลุ่มของผู้เรียนที่มีความสนใจความถนัดในเรื่องเดียวกัน และร่วมปฏิบัติ กิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ทักษะ ประสบการณ์ของตนเองให้เต็มตามศักยภาพ ตลอดจน ปลูกฝังจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อตนเองและสังคม หลักการ 1. เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการสร้างสรรค์และออกแบบกิจกรรมของผู้เรียนตามความสมัครใจ 2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนร่วมกันทำงานเป็นทีม ช่วยกันคิดช่วยกันทำและช่วยกันแก้ปัญหา 3. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน 4. เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผู้เรียน รวมทั้งบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจความถนัด และความต้องการของตน 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งทาง วิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ 3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. เพื่อให้ผู้เรียนทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ตามวิถีประชาธิปไตย ขอบข่าย 1. เป็นกิจกรรมที่เกื้อกูลส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ให้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น 2. เป็นกิจกรรมจัดตามความสนใจของผู้เรียน 3. เป็นกิจกรรมที่สามารถจัดได้ทั้งในและนอกสถานศึกษา และทั้งในและนอกเวลาเรียน แนวการจัดกิจกรรม 1. สถานศึกษาบริหารการจัดการให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบภายในหรือภายนอก ห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา 1 ปี การศึกษา และกิจกรรมระยะเวลามากกว่า 1 ปีการศึกษา 2. กรณีสถานศึกษามีการจัดตั้งชุมนุมหรือชมรมอยู่แล้ว สถานศึกษาควรสำรวจความสนใจของผู้เรียนในการ เลือกเข้าร่วมชุมนุม 3. กรณีที่สถานศึกษายังไม่มีการจัดตั้งชุมนุม ชมรม ควรให้ผู้เรียนร่วมกันจัดตั้งชุมนุม และเชิญครูเป็นที่ ปรึกษา โดยร่วมกันดำเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบัติที่โรงเรียนกำหนด 4. ครูที่ปรึกษากระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีการถอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่กิจกรรม เงื่อนไข 1. การจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรมในแต่ละระดับช้ัน สถานศึกษาจัดให้เป็นไปตามโครงสร้างของหลักสูตร สถานศึกษา


๒๑๐ 2. สมาชิกของชุมนุม ชมรม ต้องเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามระเบียบของชุมนุม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/ คุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ของแต่ละกิจกรรม 3. สถานศึกษามีระบบการกำกับติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของชุมนุมอย่างต่อเนื่อง การประเมินกิจกรรม การประเมินกิจกรรมชุมนุม เป็นการตรวจสอบความสามารถและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ตาม วัตถุประสงค์ที่กำหนดด้วยวิธีการที่หลากหลายและประเมินตามสภาพจริง โดยกำหนดผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/ คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ไม่ผ่านการปฏิบัติกิจกรรม หรือมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด


๒๑๑ กิจกรรมนักศกษาวึ ิชาทหาร (นศท.) ๑. เพื่อให้นักเรียนที่สมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ทั้งในทางเทคนิคและในทางยุทธวิธี - ความมีระเบียบวินัย และสร้างเสริมบุคลิกลักษณะทางทหาร - มีความพร้อมในการควบคุมบังคับบัญชาหน่วยในการปฏิบัติทางทหาร ๒. เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาวิชาทหารมีอุดมการณ์เทิดทูน และยึดมั่นในชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การมีจิตในเรื่องเรื่องชาตินิยม รวมทั้งมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในกองทัพไทย ๓. เพื่อเสริมสร้างให้นักศึกษาวิชาทหาร เป็นผู้มีระเบียบวินัย เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งของ ผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติมีสุขภาพและ พลานามัยแข็งแรง มีความอดทนและอดกลั้น สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมการฝึกที่ยากลำบาก ๔. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาวิชาทหาร มีส่วนร่วมในการรณรงค์และดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง จริงจัง และต่อเนื่อง ๕. เพื่อเสริมสร้างนักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรักและความสามัคคีในหมู่นักศึกษาวิชาทหารด้วยกัน รวมทั้งมีความสำนึกในภาระหน้าที่ของตน


๒๑๒ กิจกรรมเพื่อสงคมและสาธารณประโยชน ั ์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดว่า นักเรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมเพื่อ สังคม และสาธารณประโยชน์ให้กับโรงเรียน ชุมชนและสังคม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็น กิจกรรมที่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยคำนึงถึง ความ แตกต่างระหว่าง บุคคล และพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรมจริยธรรม จัด กิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคิด สร้างสรรค์ออกแบบกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และบูรณาการกับ ๘ กลุ่มสาระ การเรียนรู้อย่างหลากหลาย รูปแบบ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะจิตอาสา นักเรียนต้อง ได้รับการประเมินผลการเรียน จึงจะสำเร็จการศึกษา ซึ่งหลักสูตรกำหนดกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ดังนี้ ประถมศึกษาปีที่๑ – ๖ ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า ๖๐ ชั่วโมง มัธยมศึกษาปีที่๑ – ๓ ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมง มัธยมศึกษาปีที่๔ – ๖ ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า ๖๐ ชั่วโมง โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) จึงกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑. เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้เรียน ในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวโรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ตาม ความ ถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร ๓. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้คุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๕. มีความสามารถปฏิบัติผลงานมีความสำเร็จ ครบถ้วน สมบูรณ์ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันสำรวจ และวิเคราะห์สภาพ ปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ร่วม สรุปและประเมินผล กิจกรรม รายงานผล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และเผยแผ่กิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อ สังคมและสาธารณประโยชน์สามารถเลือกจัดกิจกรรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม ได้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ดังนี้ ๑. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้กิจกรรมชุมนุม โดยผู้เรียนสมัคร ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจและความถนัดของตนกับกลุ่มสาระฯ ครูที่ปรึกษาชุมนุม ๒. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือ กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนนำเสนอการจัด กิจกรรมต่อครูที่ปรึกษา ครูประจำชั้น และครูหัวหน้ากิจกรรมพัฒนาพัฒนาผู้เรียนตามลำดับ เพื่อขอความ เห็นชอบในการทำโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจน ๓. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงาน หรือ องค์กรอื่นๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์


๒๑๓ เกณฑ ์ การจบหลักส ู ตร


๒๑๔ ระเบยบสถานศี ึกษา ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสรุินทร์) พุทธศักราช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนฐานื้ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบปร ั ับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสรุินทร์) …………………………………………………………. โดยที่โรงเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ได้ประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันที่๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เรื่องให้ใช้หลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงสมควรที่จะกำหนดระเบียบโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ว่าด้วยการวัด และการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ วิชาการของสถานศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถานศึกษา” ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) พุทธศักราช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือ ซึ่ง ขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพัง สุรินทร์) พุทธศักราช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) ข้อ ๕ ให้หัวหน้าสถานศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หมวดที่๑ หลักการวัดและประเมนผลการเริยนี ข้อ ๖ การประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการดังต่อไปนี้ ๖.๑ สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบประเมินผลการเรียนของผู้เรียนโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา ๖.๒ การวัดและประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร


๒๑๕ ๖.๓ การประเมินผลการเรียนต้องประกอบด้วย การประเมินเพื่อการปรับปรุงพัฒนา ผู้เรียน การจัดการเรียนการสอน และการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน ๖.๔ การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้อง ดำเนินการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติของวิชา และระดับการศึกษา ๖.๕ ให้มีการประเมินความสามารถของผู้เรียนในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนใน แต่ละระดับการศึกษา ๖.๖ ให้มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา ๖.๗ ให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติในแต่ละระดับการศึกษาที่กำหนด ๖.๘ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนตรวจสอบผลการประเมินการเรียนได้ ๖.๙ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาต่างๆ หมวด ๒ วิธีการวัดและประเมนผลการเริ ียน ข้อ ๗ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ให้ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการความก้าวหน้าและความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ให้เป็นการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียนมากกว่าการตัดสินผลการเรียน ประกอบด้วย ๗.๑ การวัดและประเมินผลระดับสถานศึกษาเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ๗.๒ การประเมินผลระดับสถานศึกษาเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าการเรียนรู้เป็นราย ภาคเรียนสำหรับสถานศึกษานำข้อมูลที่ได้ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียน การสอนและ คุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้รวมทั้งพิจารณาตัดสินการเลื่อนระดับการศึกษา ๗.๓ การประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินด้วยแบบประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เป็นมาตรฐาน เพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและคุณภาพ การศึกษาของชาติสำหรับนำผลการประเมินไปวางแผนดำเนินการปรับปรุงแก้ไขการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาการผู้เรียนให้ได้มาตรฐาน ๗.๔ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติเป็นการประเมินด้วยแบบประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เป็นมาตรฐานระดับชาติเพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาและคุณภาพการศึกษา ของชาติเพื่อนำผลการประเมินไปวางแผนดำเนินการปรับปรุงแก้ไข การจัดการเรียนการสอน และ พัฒนาการผู้เรียนให้ได้มาตรฐาน ๗.๕ การประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน เป็นการประเมินเพื่อสรุปความสำเร็จใน การเรียนรู้ของผู้เรียนในการจบหลักสูตรสถานศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา หรือชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งจะทำ ให้ผู้เรียนได้รับรองความรู้และวุฒิการศึกษาจากสถานศึกษา ข้อ ๘ แนวดำเนินการประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา เพื่อให้การวัดและการประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาสอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีการดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ มีการประเมิน ผู้เรียนตามหลักการวัดและประเมินผลผู้เรียน มีการตรวจสอบและกำกับติดตามประเมินคุณภาพการ ประเมินผลการเรียนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดแนวดำเนินการวัดและประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษาไว้ดังนี้


๒๑๖ ๘.๑ สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา โดย ความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดรูปแบบ ระบบและระเบียบประเมินผลของ สถานศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติผลการเรียนของสถานศึกษา ๘.๒ สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา กำหนดผลกการเรียนรู้รายภาค และแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยวิเคราะห์จากตัวชี้วัดสาระมาตรฐาน การ เรียนรู้คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมาตรฐานการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการ วัด และการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายภาคของผู้เรียน ๘.๓ คณะอนุกรรมการระดับกลุ่มสาระ หรือกลุ่มวิชาให้ความเห็นชอบของรูปแบบ วิธีการเครื่องมือสำหรับการประเมิน และผลการตัดสินการประเมินผลการเรียนรายวิชาของผู้สอน ๘.๔ ผู้สอนจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน และประเมินสรุป ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยวิธีการหลากหลายตามสภาพจริง โดยนำผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐ ไปใช้เป็นข้อมูลรวมกับการประเมินปลายภาคเรียน ๘.๕ หัวหน้าสถานศึกษาอนุมัติผลการเรียนปลายภาค และการผ่านระดับการศึกษา ๘.๖ สถานศึกษาจัดทำรายงานการดำเนินการประเมินผลการเรียนรู้ประจำปีโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา เสนอต่อคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ ๙ ให้มีการประเมินผลการเรียนในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย ๙.๑ การประเมินผลการเรียนในแต่ละรายวิชาของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ซึ่ง สถานศึกษาวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การประเมินรายวิชาให้ตัดสินผลการประเมินเป็น ระดับผลการเรียน ๘ ระดับ ดังนี้ “๔” หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม ผลการประเมินร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ “๓.๕” หมายถึง ผลการเรียนดีมาก ผลการประเมินร้อยละ ๗๕ – ๗๙ “๓” หมายถึง ผลการเรียนดี ผลการประเมินร้อยละ ๗๐ – ๗๔ “๒.๕” หมายถึง ผลการเรียนค่อนข้างดี ผลการประเมินร้อยละ ๖๕ – ๖๙ “๒” หมายถึง ผลการเรียนน่าพอใจ ผลการประเมินร้อยละ ๖๐ – ๖๔ “๑.๕” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ ผลการประเมินร้อยละ ๕๕ – ๕๙ “๑” หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ผลการประเมินร้อยละ ๕๐ – ๕๔ “๐” หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ผลการประเมินต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ๙.๒ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนว กิจกรรม นักเรียนและกิจกรรมบำเพ็ญเพื่อสาธารณประโยชน์การร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นการประเมิน ความสามารถ และพัฒนาการของผู้เรียน ในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละภาคเรียนตามเกณฑ์ ของแต่ละกิจกรรมและตัดสินผลการประเมินเป็น ๒ ระดับ ดังนี้ “ผ่าน” หมายถึง ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด “ไม่ผ่าน” หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ๙.๓ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้าน คุณธรรม จริยธรรมค่านิยม และคุณลักษณะพึงประสงค์ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนด การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์จะประเมินเป็นรายคุณลักษณะทุกภาคเรียน และตัดสินผลการเรียน เป็น ๔ ระดับดังนี้


๒๑๗ - ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ ของจำนวนตังบ่งชี้คุณลักษณะนั้น ๆ แสดงว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้น ๆ จนสามารถเป็นแบบอย่างแก่ ผู้อื่นได้ - ดี หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๕ – ๗๙ ของ จำนวนตังบ่งชี้คุณลักษณะนั้น ๆ แสดงว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้น ๆ ด้วยการปฏิบัติด้วยการเต็มใจ - ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๕๐ – ๖๔ ของจำนวนตัวบ่งชี้คุณลักษณะนั้น ๆ ได้ปฏิบัติตนด้วยความพยายามปฏิบัติตนตามคำแนะนำ - ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนตัวบ่งชี้คุณลักษณะนั้น แสดงว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้น ๆ ต้องมีผู้อื่นคอยกระตุ้นเตือนเมื่อ เลื่อนชั้นจะพิจารณาผลการประเมิน ดีเยี่ยม, ดี , ผ่าน โดยมีผลการประเมินอยู่ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๙.๔ การประเมินความสามารถอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินทักษะ การคิดและการถ่ายทอดความคิดด้วยทักษะการอ่าน การคิด วิเคราะห์ตามเงื่อนไขและวิธีการที่สถานศึกษา กำหนดและตัดสินผลการประเมินเป็น ๔ ระดับดังนี้ - ดีเยี่ยม - ดี - ผ่าน - ไม่ผ่าน เมื่อเลื่อนชั้นจะพิจารณาผลการประเมิน ดีเยี่ยม, ดี, ผ่าน โดยต้องมีผลการ ประเมินอยู่ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๙.๕ การตัดสินผลการเรียนเลื่อนชั้น เป็นการนำผลการประเมินในด้านต่าง ๆ มา ประมวล สรุปเพื่อตัดสินให้ผู้เรียนผ่านระดับต่าง ๆ ตามเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนแต่ละระดับชั้น ข้อ ๑๐ เกณฑ์การตัดสินผลการเรียนจบหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านการศึกษาแต่ละชั้น และจบหลักสูตร สถานศึกษาครบถ้วนตามโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา และมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาจึง กำหนดเกณฑ์ตัดสินผลการเรียน การจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับไว้ดังนี้ ๑๐.๑ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติม ไม่ น้อยกว่า 240 ชั่วโมง (๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินทุก รายวิชา (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป (๕) ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม


๒๑๘ ๑๐.๒ เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วย กิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็น รายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ๑๑ หน่วยกิต และมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ทุก รายวิชา (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ“ผ่าน” ขึ้นไป (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ผ่าน” ขึ้นไป (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินในระดับ“ผ่าน” ทุกกิจกรรม ๑๐.๓ เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วย กิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็น รายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และมีผลการประเมินผ่าน เกณฑ์ทุกรายวิชา (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ“ผ่าน” ขึ้นไป (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ผ่าน” ขึ้นไป (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินในระดับ“ผ่าน” ทุกกิจกรรม หมวด ๓ เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน ข้อ ๑๑ การตัดสินผลการเรียนให้ถือปฏิบัติดังนี้ ๑๑.๑ พิจารณาตัดสินว่า ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินรายวิชาตามกลุ่มสาระการ เรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระและได้ระดับผลการเรียน ๑ ถึง ๔ ๑๑.๒ การตัดสินพิจารณาว่าผู้เรียนจะนับชั่วโมง/จำนวนหน่วยกิตจะต้องได้รับผลการ เรียน ๑ ถึง ๔ ๑๑.๓ ได้รับการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนเป็นรายภาค และนำไป ตัดสินการเลื่อนชั้น โดยถ้าผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดให้ได้ผลการประเมินเป็นดีเยี่ยม ดีและผ่าน ถ้าไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการประเมิน “ไม่ผ่าน” ๑๑.๔ ได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นรายภาค และนำไป ตัดสินการเลื่อนชั้น โดยถ้าผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษาได้กำหนดให้ได้ผลการประเมินเป็นดีเยี่ยม ดีและผ่าน ถ้า ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการประเมินเป็น “ไม่ผ่าน” ๑๑.๕ ได้รับการตัดสินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายภาค โดยถ้าผ่าน เกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการประเมินเป็น “ผ” และถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ให้ได้ผลประเมินได้ “มผ” ๑๑.๖ การวัดผลปลายภาค ระดับมัธยมศึกษาเฉพาะผู้มีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ระดับประถมศึกษาจะต้องมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษา


๒๑๙ ไม่น้อยกว่า ๘๐ ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้เสนอผ่านคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการเห็นชอบ และเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติ ๑๑.๗ ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนใน รายวิชานั้น และไม่มีเหตุสุดวิสัย ไม่ได้รับการผ่อนผันจากหัวหน้าสถานศึกษา ให้เข้ารับการวัดผลปลายภาค เรียนให้ได้ผลการเรียน “มส” ๑๑.๘ ผู้เรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดให้ได้ระดับผลการเรียน “๐” ๑๑.๙ ผู้เรียนที่ทุจริตในการสอบหรือทุจริตในงานที่มอบหมายให้ทำในรายวิชาใด ครั้ง ใดก็ตามให้ได้คะแนน “๐” ในครั้งนั้น ๑๑.๑๐ ผู้เรียนที่ไม่ได้เข้ารับการวัดผลรายภาค/รายปีไม่ได้ส่งงานที่ได้รับมอบหมายให้ ทำ หรือมีเหตุสุดวิสัยที่มีหลักฐานชัดเจนที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ให้ได้ผลการเรียน “ร” กรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “ร” เพราะไม่ส่งงานนั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ ข้อ ๑๒ การเปลี่ยนผลการเรียนให้ถือปฏิบัติดังนี้ ๑๒.๑ การเปลี่ยนผลการเรียน “๐” สถานศึกษาจะจัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัด ที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อนแล้วจึงดำเนินการสอบแก้ตัว สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้ เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้อยู่ในดุลพินิจของ สถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน ถ้าสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้วยังได้ระดับคะแนน “๐” อีกให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ผลการเรียนของผู้เรียนโดยปฏิบัติดังนี้ (๑) ให้นักเรียนซ้ำรายวิชาถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน (๒) ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนวิชาใหม่ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจ ของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียบแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน รายวิชาใด ๑๒.๒ การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” (๑) มีเหตุสุดวิสัยทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้เช่น เจ็บป่วย หรือมีเหตุจำเป็น เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ หรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่๐ – ๔) (๒) สถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบแต่ส่งงานไม่ครบตามที่ ผู้สอนมอบหมาย และผู้เรียนได้ติดตามผลที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยหรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ตามที่ โรงเรียนกำหนด ให้ได้ระดับผลการเรียน (๐ – ๔) การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินการแก้ไขตามสาเหตุให้เสร็จสิ้นภายในปี การศึกษานั้นถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ “ร” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เรียนซ้ำรายวิชา ยกเว้นมีเหตุ สุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียนแต่เมื่อ พ้นกำหนดนี้แล้วให้ปฏิบัติดังนี้ - ให้เรียนซ้ำรายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน - ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ใน


๒๒๐ ดุลยพินิจของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียบแสดงผลการเรียนว่า เรียน แทนรายวิชาใด ๑๒.๓ การเปลี่ยนผลกการเรียน “มส” การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”มี๒ กรณีดังนี้ (๑) กรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ แต่มี เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอน ซ่อมเสริม หรือเวลาว่าง หรือวัดหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับ รายวิชานั้นแล้วจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “๑” การแก้ “มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่ กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำชั้น ยกเว้น มีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ - ให้นักเรียนซ้ำรายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน - ให้นักเรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมโดยให้อยู่ในดุลย พินิจของสถานศึกษา (๒) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของ เวลาเรียนทั้งหมดให้สถานศึกษาจัดให้นักเรียนเรียนซ้ำในรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม หรือเปลี่ยน รายวิชาใหม่ได้สำหรับรายวิชาเพิ่มเติมเท่านั้น ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนรายวิชาใด ในกรณีภาคเรียนที่๒ หากผู้เรียนมีผลการเรียน “๐” “ร” “มส” ให้ดำเนินการแก้ไขให้เสร็จ สิ้นก่อนเปิดภาคเรียนถัดไป ๑๒.๔ การเปลี่ยนแปลงผลการเรียน “มผ” หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓ กิจกรรม คือ ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีโดยผู้เรียนเลือก อย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ กิจกรรมและเลือกเข้ากิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก ๑ กิจกรรม ๓) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาร่วมกับครูผู้สอนจะต้องจัดซ่อมเสริมให้ ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบเวลาที่กำหนด หรือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียน “มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุ สุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ๑๒.๕ การเปลี่ยนแปลงผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ “ไม่ผ่าน” ให้ คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงดำเนินการจัดกิจกรรมซ่อมเสริม ปรับปรุงแก้ไข หรือตาม วิธีการที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ข้อ ๑๓ การตัดสินให้ผู้เรียนเลื่อนชั้น/ซ้ำชั้น ๑) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อย กว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด คือ ตัวชี้วัดที่ต้องผ่าน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของแต่ละรายวิชา


๒๒๑ ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน ถ้าผู้เรียนไม่ผ่านให้ดำเนินการสอนซ่อมเสริม แล้วทำการประเมินจนผู้เรียนสามารถผ่าน เกณฑ์การประเมินที่สถานศึกษากำหนด ๑๓.๑ การเลื่อนชั้น ผู้เรียนจะได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกภาคเรียน และได้รับการเลื่อนชั้นเมื่อสิ้น ปีการศึกษาโดยมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังนี้ ๑) รายวิชาพื้นฐาน ได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านทุกรายวิชา ๒) รายวิชาเพิ่มเติม ได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔) ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นได้ไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐ ๑๓.๒ การเรียนซ้ำ สถานศึกษาจะจัดให้ผู้เรียนเรียนซ้ำใน ๒ กรณีดังนี้ กรณี๑ เรียนซ้ำรายวิชา หากผู้เรียนได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้ว ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัด ให้เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิก เรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น กรณีที่๒ เรียนซ้ำชั้น คือ - ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า ๑.๐๐ และมีแนวโน้ม ว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง ๒ ลักษณะให้สถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการการพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกการเรียนเดิมและให้ใช้ ผลการเรียนใหม่แทน โดยก่อนที่จะให้ผู้เรียนซ้ำชั้น คุณครูประจำชั้นจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเหตุผล ของการเรียนซ้ำชั้นแต่หากพิจารณาแล้วไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผล การเรียน ๑๓.๓ การสอนซ่อมเสริม การสอนซ่อมเสริม เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และเป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนให้มีเวลาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามแผนการจัดการ เรียนรู้ปกติเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่พบในผู้เรียน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและคำนึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนินการได้ในกรณีดังต่อไปนี้ ๑) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควรจัด สอนซ่อมเสริม ปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน ๒) การประเมินระหว่างเรียน ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ทักษะกระบวนการหรือ


๒๒๒ เจตคติ/คุณลักษณะที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๓) ผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์และ/หรือต่ำกว่าเกณฑ์การประเมิน โดยผู้เรียนได้ระดับผล การเรียน “๐” ต้องจัดการสอนซ่อมเสริมก่อนจะให้ผู้เรียนสอบแก้ตัว ๔) ผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อน ทั้งนี้ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของสถานศึกษา หมวด ๔ การเทียบโอนผลการเรยนี ข้อ ๑๔ การเทียบโอนผลการเรียน เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้ทักษะ และ ประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยมา ประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง แนวการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการ เทียบโอนผลการเรียน ดังนี้ ๑๔.๑ ผู้เทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษา ทั้งนี้โดยผู้ขอเทียบ โอนจะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบโดยสถานศึกษาดังกล่าวดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนใน ภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น ๑๔.๒ จำนวนสาระการเรียนรู้รายวิชา จำนวนหน่วยกิตที่จะรับเทียบโอนและอายุของ ผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ สถานศึกษาทั้งนี้เมื่อเทียบโอนแล้วต้องมีเวลาเรียนอยู่ในสถานศึกษาที่จะรับเทียบโอนไม่น้อยกว่า ๑ ภาค เรียน ๑๔.๓ การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน ผลการเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คนแต่ไม่เกิน ๕ คน ข้อ ๑๕ การเทียบโอนให้ดำเนินการดังนี้ ๑๕.๑ การเทียบระดับการศึกษา หมายถึงการนำผลการเรียน ความรู้และประสบการณ์ ที่ได้จากการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ ไม่แบ่งระดับมาประเมินเพื่อเทียบเท่าการศึกษา ระดับใดระดับหนึ่ง มีแนวทางการเทียบระดับการศึกษาดังนี้ ๑) ผู้ขอเทียบระดับการศึกษาจะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาใน ระบบหรือสถานศึกษานอกระบบที่จัดการศึกษาเป็นระบบเดียวกันกับการศึกษาในระบบ และเป็นผู้สำเร็จ การศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับที่ต่ำกว่าระดับการศึกษาที่ขอเทียบ ๑ ระดับ ผู้ไม่ เคยมีวุฒิการศึกษาใด ๆ จะขอเทียบระดับการศึกษาได้ไม่เกินระดับประถมศึกษา ๒) ให้สถานศึกษาซึ่งเป็นที่ทำการเทียบระดับการศึกษา ดำเนินการเทียบระดับ ด้วยการประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เทียบระดับ ด้วยวิธีการที่หลากหลายทั้งด้วย การทดสอบ การประเมินแฟ้มผลงาน การสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ครอบคลุมคุณลักษณะของผู้เรียนทั้ง ด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรที่ขอเทียบระดับ ๓) ผู้ประเมินจะได้รับหลักฐานแสดงผลการประเมินเทียบระดับความรู้และใบ ประกาศนียบัตรรับรองระดับความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ ๑๕.๒ การเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง การนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้ทักษะและ ประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และ


๒๒๓ ผลการศึกษาจากต่างสถานศึกษามาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งที่ กำลังศึกษามีแนวการดำเนินการดังนี้ ๑) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของสถานศึกษากำหนดจำนวน รายวิชา จำนวนหน่วยกิต ที่สถานศึกษาจำกัดให้ผู้เรียนสามารถขอเทียบโอนได้ในการศึกษาตามหลักสูตร ของสถานศึกษาแต่ละช่วงชั้น ทั้งนี้ผู้เรียนจะต้องเหลือรายวิชาที่จะต้องศึกษาในสถานศึกษาอีกอย่างน้อย ๑ ภาคเรียนพร้อมกับการกำหนดแนวทางและวิธีการเทียบโอนทั้งกรณีเทียบโอนผลการเรียนเดิมที่ผู้เรียน ศึกษาก่อนเข้าศึกษาในสถานศึกษา ในสถานศึกษาและกรณีเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนขออนุญาตไป ศึกษาต่างสถานศึกษา จะต้องจัดทำเป็นระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ กฎกระทรวงว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนด้วย ๒) ให้สถานศึกษาแต่งต้ังคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนของ สถานศึกษาให้ปฏิบัติหน้าที่กำหนดสาระ จัดสร้างเครื่องมือสำหรับการเทียบโอนผลการเรียน และ ดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ๓) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ทำการเทียบโอนผลการเรียน ให้ผู้เรียนในกรณีต่อไปนี้ กรณีการเทียบโอนผลการเรียนเดิม ที่นักเรียนศึกษามาก่อนเข้าศึกษาใน สถานศึกษาให้ดำเนินการดังนี้ ๑) ให้ดำเนินการให้เสร็จภายในภาคเรียนแรกที่ผู้เรียนเข้าศึกษาในสถานศึกษา ๒) ให้เทียบผลการเรียนเป็นรายวิชา ๓) ผู้เรียนยื่นคำร้องเป็นรายลักษณ์อักษรขอเทียบความรู้ตามรายวิชาในหลักสูตร ของสถานศึกษาตามจำนวนรายวิชาที่สถานศึกษากำหนดไว้ในระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของ สถานศึกษาให้ผู้ยื่นคำร้อง พร้อมทั้งเอกสารหลักสูตรที่นำมาขอเทียบ และเอกสารการศึกษาที่ได้รับมา (ถ้า ผู้เรียนมี) ๔) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนพิจารณาหลักสูตร และ หลักฐานเอกสารเดิมของผู้เรียน เพื่อเปรียบเทียบหลักสูตรที่เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชา ที่ขอเทียบ ถ้ามีจุดประสงค์และเนื้อหาสาระตรงกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ให้รับเทียบโอนได้และให้ได้ ระดับผลการเรียนตามที่ได้มาในกรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษา แต่ถ้าเป็นกรณีเทียบโอนผลการเรียนจาก สถานศึกษาต่างระบบให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนพิจารณาว่าควรยอมรับผลการเรียนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องประเมินให้ใหม่ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม ๕) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน จัดให้มีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เรียนใหม่ตามตัวชี้วัดของรายวิชาที่ผู้เรียนขอเทียบในกรณีที่ผู้เรียน ไม่มีเอกสารหลักฐานการศึกษาเดิมมาแสดง หรือหลักสูตรที่ผู้เรียนนำมาเทียบโอนมีความสอดคล้องกับ ตัวชี้วัดและเนื้อหาสาระของหลักสูตรที่ขอเทียบไม่ถึงร้อยละ ๖๐ ผู้เรียนที่ผ่านการประเมินจะได้รับการ เทียบโอนผลการเรียนได้โดยได้ระดับผลการเรียนตามที่ประเมินได้ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินจะไม่ได้รับ การเทียบโอนผลการเรียน กรณีผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ต่างสถานศึกษาหรือขอ ศึกษาด้วยตนเอง ให้ดำเนินการดังนี้


๒๒๔ ๑) ให้ดำเนินการโดยผู้เรียนยื่นคำร้องไปศึกษาต่างสถานที่หรือต่างรูปแบบต่อ คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ซึ่งจะพิจารณาผลการเรียนและความจำเป็นของผู้เรียนตามระเบียบ การจัดการศึกษา ๓ รูปแบบ ของสถานศึกษาที่จะจัดการศึกษาในระบบ ๒) รายวิชาที่ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานที่หรือต่างรูปแบบต้องมีจุดประสงค์ และเนื้อหาสาระสอดคล้องกับรายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษาที่จะนำมาเทียบโอนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ๓) กรณีผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษาหรือระบบที่มีสถานศึกษาจัดการเรียน การสอนแน่นอน ถ้าเห็นควรอนุญาตให้ไปเรียนได้ให้มีการประสานงาน เรื่องการจัดการเรียนการสอน การ ประเมินผลและการรับโอนผลการเรียนก่อน เมื่อได้ตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วจึงจะอนุญาตเมื่อสำเร็จ ให้รับ โอนผลการเรียนได้ทันที ๔) กรณีผู้เรียนขออนุญาตศึกษาด้วยตนเอง หรือศึกษาในสถานศึกษาที่ไม่สามารถ ติดต่อประสานได้ถ้าคณะกรรมการพิจารณาความจำเป็นแล้ว เห็นควรอนุญาต เมื่อผู้เรียนมารายงานผลการ เรียนให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนทำการเทียบโอนผลการเรียนให้ผู้เรียน เช่นเดียวกัน กรณีการเทียบโอนผลการเรียนเดิมที่ผู้เรียนศึกษามาก่อนเข้าศึกษาในสถานศึกษา ๕) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน รายงายผลการเทียบโอนให้ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหาร สถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบโอนผลการเรียน หมวด ๕ หน้าทของสถานที่ศี่ึกษา ข้อ ๑๖ ให้สถานศึกษาจัดให้มีเอกสารหลักฐานการศึกษา ดังนี้ ๑๖.๑ ระเบียบแสดงผลการเรียน (Transcript) (ปพ.๑) เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียน ของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้กลุ่มวิชาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้เรียนในแต่ละระดับการศึกษาของหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เป็นหลักฐานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครทำงาน หรือดำเนินการในเรื่องอื่น ที่เกี่ยวข้อง ๑๖.๒ หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา (ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.๒) เป็นเอกสารที่สถานศึ กาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดง ระดับวุฒิการศึกษาของตน ๑๖.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เป็นแบบรายงานชื่อและข้อมูลของ ผู้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยันและรับรองความสำเร็จและวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน ต่อเขตพื้นที่การศึกษาและ กระทรวงศึกษาธิการ ๑๖.๔ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณ ลักษณะอันพึงประสงค์ (ปถ.๐๔) เป็น เอกสารรายงานพัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะ พึงประสงค์ที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างเอกลักษณ์อัน พึงประสงค์ที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหาหรือการสร้าง เอกลักษณ์ ให้ผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา เป็นการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพหรือระดับคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละระดับ การศึกษาสถานศึกษาต้อง


๒๒๕ จัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุก ๆ คนควบคู่กับระเบียบแสดงผลการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐาน แสดงคุณลักษณะของผู้เรียนเพื่อประกอบในการสมัครศึกษาต่อหรือสมัครงาน ๑๖.๕ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน (ปถ.๐๕) เป็นเอกสารสำหรับผู้สอน ใช้บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียน ข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนในห้องเรียนกลุ่มสาระเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียน การ สอน ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม และตัดสินผลการเรียน รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยันสภาพ การเรียนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนแต่ละคน ๑๖.๖ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ปถ.๐๖) เป็นเอกสาร สำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียน พัฒนาการในด้านต่าง ๆ และข้อมูลอื่น ๆ ของผู้เรียน ๑๖.๗ ใบรับรองผลการเรียน (ปถ.๐๑) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้ผู้เรียนเป็นการ เฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จ การศึกษา และสำเร็จการศึกษาแล้ว หมวด ๖ บทเฉพาะกาล ข้อ ๑๗ ให้ใช้ระเบียบนี้กับนักเรียนที่ใช้หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๓ (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ข้อ ๑๘ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ให้เสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอนุมัติ และให้ความเห็นชอบก่อนนำไปใช้ ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ประเมินเชิงวิจัยการใช้หลักสูตร สถานศึกษาและความสมบูรณ์ของระเบียบฯ นี้ประจำปีการศึกษาแล้วรายงานผลการประเมิน เพื่อเป็น ข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและดำเนินการในส่วนที่ต้องแก้ไขปรับปรุงต่อไป ประกาศ ณ วนทั ี่๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายจรวย บุญล้อม) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์)


๒๒๖ ภาคผนวก


๒๒๗ คำสั่งโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสรุินทร์) ที่ ๒0/๒๕๖6 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปรังปรุงหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสรุินทร์) ฉบับปรบปร ัุง พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลกสัูตรแกนกลางการศึกษาขนพั้นฐานื้พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบปร ังุพุทธศักราช ๒๕๖0) ***************************************************** ตามที่โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ได้เปิดทำการเรียนการสอนในระดับชั้นปฐมวัยถึงชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบกับคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง การปรับปรุง โครงสร้างเวลาเรียน และการยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยีตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปลี่ยนชื่อกลุ่มสาระการ เรียนรู้การขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ตลอดจนการเปิดหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ ทั้งในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ (Science Mathematic English : SME) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ แล้วนั้น ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรเป็นหลักสูตรที่ดีมีความถูกต้อง มีคุณภาพ ตอบสนองต่อความ ต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ใช้หลักสูตร สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม ปัจจุบัน สอดคล้องกับผู้เรียนในศตวรรษที่๒๑ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา ๒๕๖6 จึงแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินงาน ดังนี้ ๑. คณะกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่วางแผน ให้คำปรึกษา เสนอแนะ ช่วยเหลือ อำนวยความ สะดวก และแก้ปัญหา ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประกอบด้วย 2.1 นายจรวย บุญล้อม ประธานกรรมการ 2.2 นางพิมพ์ภัทร คล้ายสุวรรณ รองประธานกรรมการ 2.3 ดร.ปิลันธร คงจุ้ย รองประธานกรรมการ 2.4 นายมนต์ชัย โจ้งจาบ รองประธานกรรมการ 2.5 นางวิชชุดา พรรณวิชัย กรรมการ 2.6 นางวิมวิภา มเพี ียร กรรมการ 2.7 นายสุวิท หัตประดิษฐ์ กรรมการ 2.8 นายไวชยันต์เปาะทอง กรรมการ 2.9 นางกรภชา เพ็งรัศมี กรรมการ 2.10 นางจารุนันท์ ย่องจีน กรรมการ 2.11 นางแก่นกานต์สุวรรณเวลา กรรมการ 2.12 นายยุทธพงษ์ อายุสุข กรรมการและเลขานุการ 2.13 นางสาวจิรารัตน์ ตรีรัตนพันธุ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 2.14 นางสาวมัณฑนา อินทร์คำ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ /2. คณะกรรมการดำเนินงาน...


๒๒๘ ๒. คณะกรรมการดำเนินงานปรับปรุงหลักสูตร มีหน้าที่๑. จัดเตรียมเอกสารข้อมูลในการจัดทำหลักสูตร ๒. ดำเนินการปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรตามกลุ่มสาระที่รับผิดชอบ ๓. นำเสนอผลการปรับปรุง พัฒนาหลักสตรตามกลู ุ่มสาระที่รับผิดชอบ ๔. รวบรวมหลักสูตรฉบับร่างที่สมบูรณ์ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ๕. นำผลการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรตามกลุ่มสาระที่รับผิดชอบจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มใหสมบู้รณ์ โดยแยกตามกลุ่มสาระ ดังนี้ ระดับชนปฐมว ั้ัย 2.1 นางพิจิกา พุ่มสวัสดิ์ ประธานกรรมการ 2.2 นางวิชชุดา พรรณวิชัย กรรมการ 2.3 นางสาวรุจิษยา ฮกทา กรรมการ 2.4 นางสาวบุญเรือน จันสุข กรรมการ 2.5 นางจิตรา สุขลมิ้ กรรมการ 2.6 นางสาวสิรีพร ทองสง กรรมการ 2.7 นางสาวอลิษา แก้วกุล กรรมการ 2.8 นางสาวคีตวรรณ ชูสุวรรณ กรรมการ 2.9 นางสาวเสาวลักษณ์คงแทน กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประกอบด้วย 2.10 นางสาวเกียรติสุดา ชูประสิทธิ์ ประธานกรรมการ 2.11 นางอภิญญา ชุมเพชร กรรมการ 2.12 นางปุณยนุช ทิพย์จันทา กรรมการ 2.13 นางจารุนันท์ ย่องจีน กรรมการ 2.14 นางเปมิกา เครือเพ็ง กรรมการ 2.15 นางสาวปณัสยา คารมดี กรรมการ 2.16 นางสาวณิชารีย์ณ ระนอง กรรมการ 2.17 นางสาวกชกร ฮกทา กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2.18 นางดวงพร รักราวี ประธานกรรมการ 2.19 นางอภิญญา ชุมเพชร กรรมการ 2.20 นางสาวยุวดีจิตเที่ยง กรรมการ 2.21 นางสาวพรรศภรณ์ หวังบริสุทธิ์ กรรมการ 2.22 นางศศิมา เชาวน์เสฏฐกุล กรรมการ 2.23 นายภานุพงษ์ ชุมนวน กรรมการ 2.24 นางสาวทิฆัมพร มีไพบูลย์สกลุ กรรมการ 2.25 นางสาวสุนทรี ทองนะ กรรมการ 2.26 นางสาวอัจฉรา ชัยกฤษฎาการ กรรมการและเลขานุการ /กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์...


๒๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วย 2.27 นางสาวจิรารัตน์ ตรีรัตนพันธุ์ ประธานกรรมการ 2.28 นางกิติยา ชาพรหมสิทธ ิ์กรรมการ 2.29 นางวันดี ปราบแทน กรรมการ 2.30 นางสาวจินตนา ชูชม กรรมการ 2.31 นางสาวดวงแข เพชรเรือนทอง กรรมการ 2.32 นางกิตติยา พรหมมินทร ์กรรมการ 2.33 นายยุทธพงษ์ อายุสุข กรรมการ 2.34 นางสาวทัตติยา คงบุญทอง กรรมการ 2.35 นางกรภชา เพ็งรัศมี กรรมการ 2.36 นางสาวมยุเรศ เปาะทอง กรรมการ 2.37 นายธีระวัฒน์สุทธินนท ์กรรมการ 2.38 นายชัยยศ แบ่งลาภ กรรมการ 2.39 นายภณุพจน์พลธานี กรรมการ 2.40 นางสาวรังสิมา ฉิมเรือง กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงคมศักษาึ ศาสนา และวัฒนธรรม ประกอบด้วย 2.41 นายทฤษฎีสุทธินนท์ ประธานกรรมการ 2.42 นางบุญญา กลิ่นจันทร ์กรรมการ 2.43 นางประพาก สมัครกิจ กรรมการ 2.44 นายประเสริฐ เรียบร้อย กรรมการ 2.45 นางมลินีย์ จันพุ่ม กรรมการ 2.46 นางกิติยา ชาพรหมสิทธ ิ์กรรมการ 2.47 นางวิมวิภา มีเพียร กรรมการ 2.48 นายนิธิภูมิจิตรหลัง กรรมการ 2.49 นายภักดี กลนจิ่ันทร ์กรรมการ 2.50 นางศิริพร นานอน กรรมการ 2.51 นางปุณิกา ขายม่ ่าน กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สขศุึกษาและพลศึกษา ประกอบดวย้ 2.52 นายสุวิท หัตประดิษฐ์ ประธานกรรมการ 2.53 นายพนม ชูสวรรณุ กรรมการ 2.54 นายอภินันท์ข่ายม่าน กรรมการและเลขานุการ /กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ...


๒๓๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลปะ ิ ประกอบด้วย 2.55 นายนิธิภูมิ จิตรหลัง ประธานกรรมการ 2.56 นางอภิญญา ชุมเพชร กรรมการ 2.57 นางวิมวิภา มเพี ียร กรรมการ 2.58 นายไวชยันต์ เปาะทอง กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ประกอบด้วย 2.59 นางสาวปาลิดา ฉิมรักษ ์ ประธานกรรมการ 2.60 นายภักดี กลนจิ่ันทร ์กรรมการ 2.61 นางกรภชา เพ็งรัศมี กรรมการ 2.62 นางสาวมยุเรศ เปาะทอง กรรมการ 2.63 นางเกศราภรณ์เผดิมผล กรรมการและเลขานุการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตางประเทศ ่ ประกอบด้วย 2.64 นางสาวถวนันท์ ถวยุจกลุ ประธานกรรมการ 2.65 นางสาวผกาวรรณ ผดุงเศรษฐกิจ กรรมการ 2.66 นางนันทพร สินไชย กรรมการ 2.67 นางแก่นกานต์สุวรรณเวลา กรรมการ 2.68 นางสาวพิชชาภา แตะแอ กรรมการ 2.69 นางสาวปฐมา ลิ่มสกุล กรรมการ 2.70 นางสาวภัทราวดีนานอน กรรมการ 2.71 นางสาวมัณฑนา อินทร์คำ กรรมการ 2.72 นางสาวชิดชนก จันทรกรัด กรรมการและเลขานุการ กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผเรู้ ียน ประกอบด้วย 2.73 นายภานุพงษ์ ชุมนวน ประธานกรรมการ 2.74 นายภณุพจน์พลธานี กรรมการ 2.75 นายทฤษฎีสุทธินนท์ กรรมการ 2.76 นางสาวสุนทรี ทองนะ กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ขยัน เสียสละ รับผิดชอบ และ บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร หากมีปัญหา อุปสรรค ให้ปรึกษาคณะกรรมการ อำนวยการ สั่ง ณ วันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖6 (นายจรวย บญลุ้อม) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสรุินทร์)


Click to View FlipBook Version