The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tom-tom99, 2022-03-09 03:25:06

รายงานสรุปประเด็นการสัมมนา “ร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....”

เนื้อใน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 09.03.2565

“รางพรราะยรงาานชสรบปุ ปัญระเดญน็ กาัตรสิกมั มานรา ปฏิบัติ
ราชการทางอเิ ล็กทรอนิกส พ.ศ. ....”

วันพุธที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ นาิกา
ณ หองประชุมคณะกรรมาธิการ CA330 ชน้ั ๓ อาคารรัฐสภา

(ผา นสื่ออิเลก็ ทรอนิกส)

สำนักกรรมาธกิ าร ๑
สำนักงานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สาสราร(กบบ) ญั ญั

หนา้

สว่ นท่ี ๑ หลกั การและเหตผุ ลโครงการ กาหนดการสมั มนา ................................................................... ๕
๑.๑ หลักการและเหตุผล ........................................................................................................... ๗
๑.๒ กาหนดการสมั มนา ............................................................................................................ ๑๐
สว่ นท่ี ๒ คากลา่ วรายงาน และคากล่าวเปิดการสมั มนา ............................ ๑๑
๒.๑ คากล่าวรายงานการสมั มนา โดย พลเรอื โท สนธยา น้อยฉายา เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ ๑๓
๒.๒ คากลา่ วเปดิ การสมั มนา โดย พลเอก อนนั ตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธกิ าร ๑๕
ส่วนท่ี ๓ การอภปิ รายแสดงความเหน็ และให้ข้อสงั เกต โดยวิทยากรในการสมั มนา ............................ ๑๙
๓.๑ นายปณตภร จงธรี โชติ นกั กฎหมายกฤษฎกี าชานาญการพิเศษ ....................................... ๒๑
๓.๒ ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผอู้ านวยการสานกั งานพัฒนารัฐบาลดิจทัล ....................................... ๒๗
๓.๓ นางอารยี ์พันธ์ เจรญิ สขุ รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ .................... ๓๑
๓.๔ ผชู้ ่วยศาตราจารย์ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อนุกรรมาธกิ ารพจิ ารณากฎหมาย
ท่เี กี่ยวข้องกับการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การส่อื สาร และการโทรคมนาคม ...................... ๓๖
๓.๕ นางสาวพลอย เจริญสม เจา้ หน้าทบ่ี รหิ ารอาวโุ ส สานกั งานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ๔๑
สว่ นที่ ๔ การตอบขอ้ ซกั ถาม และสรปุ ประเด็นการอภิปรายแสดงความเห็นและให้ขอ้ สังเกต
ของผูเ้ ขา้ รว่ มการสัมมนา ......................................................................................................... ๔๕
๔.๑ การตอบขอ้ ซักถาม ............................................................................................................ ๔๗
๔.๒ สรุปประเด็นการอภิปรายแสดงความเห็นและให้ขอ้ สงั เกตของผู้เขา้ ร่วมการสัมมนา ........ ๕๓
สว่ นที่ ๕ ประมวลภาพการสัมมนา .......................................................................................................... ๕๗

ภาคผนวก ....................................................................................................................................................
ร่างพระราชบัญญตั กิ ารปฏบิ ตั ริ าชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ............................................
เอกสารประกอบการบรรยายของวิทยากร ................................................................................
๑. นายปณตภร จงธรี โชติ นกั กฎหมายกฤษฎีกาชานาญการพเิ ศษ
๒. ดร.สพุ จน์ เธียรวฒุ ิ ผ้อู านวยการสานกั งานพฒั นารัฐบาลดจิ ทัล
๓. นางอารยี ์พันธ์ เจรญิ สุข รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
๔. ผูช้ ่วยศาตราจารยป์ ิยะบุตร บุญอรา่ มเรือง อนกุ รรมาธกิ ารพิจารณากฎหมาย
ท่ีเกย่ี วข้องกับการเทคโนโลยีสารสนเทศ การส่อื สาร และการโทรคมนาคม
๕. นางสาวพลอย เจริญสม เจา้ หน้าท่ีบรหิ ารอาวุโส สานักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

3

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นท่ี ๑

หลกั การและเหตผุ ลโครงการ
กำ� หนดการสมั มนา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นที่ ๑
หลกั การและเสหว่ นตท่ีผุ ๑ ลโครงการ

หลักกกาำ�รแหละนเหตดผุ ลกโคารงรกาสร กมั าหมนดนกาารสัมมนา

๑.๑ หลักการและเหตุผล
๑) หลักการและเหตผุ ล
ในปัจจุบนั ระบบเทคโนโลยีการติดต่อส่ือสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไป

อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างย่ิงการติดต่อส่ือสารระหว่างกันในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรค
ตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ได้ทาให้เกิดชีวิตวิถใี หม่ (New Normal) ในหลาย ๆ เรื่อง
เช่น การ ทา งา น ที่บ้า น (Work From Home) กา รเรียน การ ปรึกษาแพทย์และสาธาร ณสุข
การดาเนินการทางธรุ กรรมอเิ ล็กทรอนิกสผ์ ่านระบบ Online ซ่ึงเป็นการปรับตัวและนาความกา้ วหน้า
ของเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติราชการของหน่วยงาน
ของรัฐในหลายเร่ือง ๆ เช่น การติดต่อระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันหรือหน่วยงานของรัฐ
กับประชาชน การให้บรกิ ารประชาชนในเร่ืองตา่ ง ๆ ยังคงเป็นการดาเนินการด้วยเอกสารหนังสือราชการ
และสิง่ พิมพ์ในลักษณะท่ีเป็นสาเนาถาวร (physical copy) ประชาชนต้องติดต่อราชการโดยการส่ง
เอกสา รหรือย่ืน คาร้องต่า ง ๆ ทา งไปร ษณี ย์หรือด้วยตน เอง ณ ที่ทาการ ของหน่วยงาน รัฐ
เนอ่ื งจากมีข้อจากัดในบทบญั ญัติของกฎหมายหลายฉบบั กาหนดให้การปฏิบตั ิราชการหรือการติดต่อ
ราชการของประชาชนต้องใช้ "สาเนาหลกั ฐาน" ท่ี "เป็นลายลักษณ์อักษร" หรือจากดั วิธกี ารติดต่อ
ราชการเฉพาะการติดต่อด้วยตัวบคุ คล ณ สถานท่ที าการ หรือด้วยวิธกี ารส่งเอกสารทางไปรษณีย์
ทาให้หนว่ ยงานของรัฐไมส่ ามารถนาวิธีการทางอิเล็กทรอนกิ ส์มาใชใ้ นการปฏบิ ัติราชการเพื่อการอนญุ าต
การให้บริการ และการให้สวัสดิการแก่ประชาชนได้อย่างสมบูรณ์เต็มท่ีส่งผลให้เกิดความล่าช้า
ในการปฏิบัตหิ น้าท่ีและกระทบต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการทางานของหนว่ ยงาน อีกทัง้ ยังเป็นการ
เพ่มิ ภาระค่าใชจ้ า่ ยและเวลาของภาคธุรกจิ และประชาชนท่วั ไปในการตดิ ตอ่ ราชการ

จากสภ าพปัญหาดังกล่าว เม่ือวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีจึงได้เสน อ
ร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ต่อรัฐสภาเป็นการด่วน ซึ่งเป็น
ร่างพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นเพ่ือดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย เพอ่ื ดาเนินการให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการ
แผ่นดิน ซึ่งกาหนดให้มีการนาเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน

7

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... ๘

และการจัดทาบริการสาธารณะ เพ่ือประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเพ่ืออานวยความ
สะดวกใหแ้ กป่ ระชาชน๑

คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสน เทศ การส่ือสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา
ซ่ึงมหี น้าทีแ่ ละอานาจพจิ ารณารา่ งพระราชบัญญตั ิ กระทากจิ การ พจิ ารณาสอบหาข้อเท็จจรงิ หรือศกึ ษา
เร่ืองใด ๆ ท่ีเกีย่ วกับการเทคโนโลยีสารสนเทศ การส่ือสาร การสื่อสารสาธารณะ และการโทรคมนาคม
รวมท้งั การพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานเทคโนโลยสี ือ่ สารและสารสนเทศ พจิ ารณาศกึ ษา ติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่อยู่ในหน้าที่และอาน าจ
และอ่นื ๆ ท่เี กย่ี วข้อง๒ ได้ตระหนกั และเล็งเห็นถึงความสาคญั ของร่างพระราชบัญญัติการปฏบิ ัตริ าชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซึ่งมีเน้ือหาสาระสาคัญ เกี่ยวกับวิธีการและกระบวน การน าระบบ
อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ระบบราชการอันมีลักษณะเป็นกฎหมายกลางเก่ียวกับการปฏิบัติราชกา ร
ทางอิเล็กทรอนิกส์ส่งเสริมให้การ ทางาน และกา รให้บริการ ของภาครัฐสามา รถใช้วิธีกา ร
ทางอิเล็กทร อนิกส์ เป็น หลักได้ซ่ึงจ ะส่งผลเกิดกา รพั ฒน า ระบบร า ชกา รหรือกา ร ปฏิ บัติหน้า ที่ข อง
เจ้าหน้าท่ีของรฐั พฒั นาตอ่ ยอดนาไปสรู่ ฐั บาลดิจิทลั ไดอ้ ยา่ งแท้จริง เพื่อประโยชน์ในการบรหิ ารราชการ
แผ่นดนิ อานวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ประชาชน และเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทางเทคโนโลยีของประเทศ

ดงั นน้ั กระบวนการตรากฎหมายดงั กล่าวของฝา่ ยนติ ิบัญญัติ ควรมีการเปดิ รับฟังความคิดเห็น
อย่างรอบด้านและให้โอกาสประชาชนหรือผู้เก่ียวข้องมสี ่วนรวมอย่างแท้จรงิ ในการแสดงความเห็น
รับฟังและแลกเปล่ียนข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ ตลอดจนการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิ ดจาก
กฎหมายอย่างรอบด้าน และเป็นระบบ คณะกรรม าธิการ จึงกาหนดให้มีการจัดสัม มนารับฟัง
ความคิดเห็น “ร่างพระราชบัญญตั ิการปฏิบัตริ าชการทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....” เพือ่ ระดมความ
คดิ เห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญตั ิดงั กลา่ ว รบั ฟงั สภาพปญั หาอดตี ท่ีผา่ น ข้อเสนอแนะ ขอ้ สงั เกตต่าง ๆ
เพ่อื รวบรวมเป็นข้อมลู และแนวทางในการพิจารณาแกไ้ ขปรบั ปรุงร่างพระราชบัญญัติในชนั้ การพจิ ารณา
ของรัฐสภาตอ่ ไป

๒) วตั ถุประสงค์
๒.๑) เพอื่ ให้ผเู้ ข้ารว่ มการสมั มนามคี วามรู้ความเขา้ ใจเบื้องต้นเก่ยี วกบั กระบวนการนาวิธีการ

ทางอิเลก็ ทรอนิกส์มาใช้ระบบราชการตามร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ....

๒.๒) เพื่อให้ผู้เข้ารว่ มการสัมมนาได้รับฟงั ข้อมลู แลกเปล่ียนความคดิ เห็น ให้ข้อเสนอแนะ
ตลอดจนปัญหาอุปสรรคท่ีอาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการนาวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสม์ าใช้ระบบ
ราชการตามร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏิบตั ิราชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....

๒.๓) เพ่ือให้คณะกรร มา ธิการได้รับทราบข้อมูล ควา มคิดเห็น และข้อเสน อแน ะ
ทห่ี ลากหลาย โดยจะได้รวบรวมข้อมูล ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะดังกลา่ ว จดั ทาเป็นข้อมูลและ
แนวทางในการพิจารณาแกไ้ ขปรับปรงุ รา่ งพระราชบัญญตั ิในชัน้ การพิจารณาของรฐั สภาตอ่ ไป

๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ข. ด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ (๑)
๒ ขอ้ บงั คับการประชุมวุฒสิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๗)

8

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....


๓) ผู้เข้าร่วมโครงการ จานวน ๑๐๐ คน ประกอบด้วย

๓.๑) หน่วยงานภาครัฐ
๓.๒) หน่วยงานภาคเอกชน สมาคมหรือองค์กรท่เี กี่ยวขอ้ ง
๓.๓) สถาบนั การศึกษา
๓.๔) คณะกรรมาธิการสามัญประจาวฒุ สิ ภา
๓.๕) คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การส่ือสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา
อนกุ รรมาธกิ ารและทป่ี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ รวมท้ังบุคลากรในวงงานของคณะกรรมาธิการ
๔) รูปแบบ
- การเสวนาและอภปิ รายแลกเปลย่ี นความคิดเห็น
๕) วัน เวลา และสถานท่ี
- วันพธุ ท่ี ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๖.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม
คณะกรรมาธิการ CA 330 ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา และผ่านสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Cisco Webex Meeting )
๖) ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
- คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ ิสภา
๗) ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั
๗.๑ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับทราบความรู้ความเข้าใจเบ้ืองต้นเก่ียวกับกระบวนการ
นาวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ระบบราชการตามร่างพระราชบัญ ญัติการปฏิบัติราชการทาง
อิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....
๗.๒ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับทราบข้อมูล แลกเปล่ียนความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแน ะ
ตลอดจนปัญหาอุปสรรคท่ีอาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการนาวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสม์ าใช้ระบบ
ราชการตามรา่ งพระราชบญั ญัติการปฏบิ ตั ิราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....
๗.๓ คณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูล ควา มคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่หลากหลาย
และจัดทาเปน็ ข้อมูลและแนวทางในการพิจารณาแกไ้ ขปรับปรุงร่างพระราชบญั ญัติในชั้นการพิจารณา
ของรัฐสภา

9

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๑๐

๑.๒ กาหนดการสมั มนา
การสัมมนารับฟงั ความคดิ เห็น “รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ัติราชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....”

วนั พุธท่ี ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ นาฬกิ า ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ CA330
ชน้ั ๓ อาคารรฐั สภา และผ่านสื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี

เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา - เปดิ ระบบอเิ ล็กทรอนิกส์

เวลา ๑๓.๒๐ – ๑๓.๓๐ นาฬิกา - พธิ เี ปิด
- กลา่ วรายงาน โดย พลเรือโท สนธยา นอ้ ยฉายา
เลขานุการคณะกรรมาธกิ าร
- กล่าวเปิดการสมั มนา โดย พลเอก อนนั ตพร กาญจนรัตน์
ประธานคณะกรรมาธกิ าร

เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๓.๕๐ นาฬิกา - นาเสนอหลกั การและเหตุผลรา่ งพระราชบัญญตั ิ
การปฏบิ ตั ิราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....
โดย นายปณตภร จงธีรโชติ
นักกฎหมายกฤษฎีกาชานาญการพิเศษ
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เวลา ๑๓.๕๐ – ๑๔.๕๐ นาฬิกา - อภิปรายแสดงความเห็นร่างพระราชบัญญตั ิการปฏิบัติราชการ
ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดย
๑. ผศ.ดร.ปยิ ะบตุ ร บุญอรา่ มเรอื ง
อนกุ รรมาธกิ ารพจิ ารณากฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั
การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม
๒. ดร.สพุ จน์ เธียรวฒุ ิ
ผู้อานวยการสานกั งานพฒั นารฐั บาลดิจทัล
๓. นางอารยี พ์ นั ธ์ เจรญิ สขุ
รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
๔. นางสาวพลอย เจริญสม
เจ้าหน้าท่ีบริหารอาวโุ ส
สานกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

เวลา ๑๔.๕๐ – ๑๖.๐๐ นาฬกิ า - รบั ฟังความคิดเหน็ และขอ้ ซกั ถามเก่ยี วกับร่างกฎหมาย

เวลา ๑๖.๐๐ นาฬกิ า - ปิดการสัมมนา

ดาเนนิ รายการโดย : นายปริญ มานะอาภรณ์ นักวิชาการประจาคณะกรรมาธิการ

10

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นที่ ๒

คำ� กลา่ วรายงาน
และคำ� กลา่ วเปดิ การสมั มนา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นที่ ๒
และคคำกลำ� ค่ำกวำ�รำลกยงา่ ลำนวา่ แเสวลป่วะนครดิ ทำกี่าก๒ลยำ่ าวงเรปิดาสกนำมรั สัมมมนนำ า

๒.๑ คำกลำ่ วรำยงำนกำรสมั มนำ โดย พลเรือโท สนธยำ น้อยฉำยำ เลขำนุกำรคณะกรรมำธกิ ำร

โดยท่ีรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ข.
ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (๑) กาหนดใหม้ ีการนาเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใชใ้ นการ
บรหิ ารราชการแผ่นดินและการจัดทาบรกิ ารสาธารณะ เพอื่ ประโยชนใ์ นการบริหารราชการแผน่ ดนิ และ
เพอื่ อานวยความสะดวกให้แกป่ ระชาชน คณะรัฐมนตรจี ึงได้เสนอรา่ งพระราชบญั ญัติการปฏบิ ัติราชการ
ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ต่อรฐั สภาเพอ่ื พิจารณาและดาเนินการใหส้ อดคลอ้ งกับการปฏิรูปประเทศ
ด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ และแผนการปฏริ ูปประเทศด้านการบรหิ ารราชแผน่ ดิน (ฉบับปรับปรงุ )
กจิ กรรมปฏิรปู ที่ ๑ ปรบั เปลีย่ นรูปแบบการบรหิ ารงานและการบรกิ ารภาครฐั ไปสู่ระบบดจิ ทิ ัล

คณะกรรมาธิการการเทคโน โลยีสารสน เทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา
โดย ท่าน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยีสารสนเทศ การ
สอื่ สาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ไดต้ ระหนกั และเลง็ เห็นถงึ ความสาคญั ของรา่ งพระราชบญั ญตั กิ าร

13

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๑๔
ปฏบิ ัติราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซ่ึงมเี น้ือหาสาระสาคญั เก่ยี วกับวิธีการและกระบวนการนา
ระบบอิเลก็ ทรอนกิ สม์ าใช้ในระบบราชการอันมีลักษณะเปน็ กฎหมายกลางเกย่ี วกับการปฏิบัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ส่งเสริมให้กา รทางา นและการ ให้บริการของภา ครัฐสามารถใช้วิธีการทา ง
อเิ ลก็ ทรอนิกส์เป็นหลกั ได้ซึง่ จะส่งผลให้เกดิ การพฒั นาระบบราชการหรือการปฏิบัติหน้าท่ีของเจา้ หนา้ ที่
ของรฐั พัฒนาต่อยอดนาไปสู่รัฐบาลดิจิทัลไดอ้ ย่างแท้จรงิ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน อานวย
ความสะดวกและลดภาระให้แก่ประชาชน และเพ่มิ ขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยขี อง
ประเทศ

คณะกรรมาธิการจงึ มีมติกาหนดให้มกี ารจัดสมั มนาเพ่ือรับฟังความคิดเห็น “รา่ งพระราชบัญญัติ
การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....” เพื่อระดมความคิดเหน็ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ
ดงั กลา่ ว รับฟังสภาพปัญหาอดีตที่ผ่าน ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตต่าง ๆ เพอ่ื รวบรวมเป็นข้อมูลและ
แนวทางในการพิจารณาแก้ไขปรับปรงุ รา่ งพระราชบญั ญัติในชน้ั การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

การสมั มนาครัง้ นี้ มีกลมุ่ เป้าหมาย จานวนประมาณ ๑๐๐ คน ประกอบด้วย
๑. หนว่ ยงานภาครฐั
๒. หน่วยงานภาคเอกชน สมาคมหรอื องค์กรท่ีเก่ยี วข้อง
๓. สถาบนั การศึกษา
๔. คณะกรรมาธกิ ารสามัญประจาวุฒิสภา
๕. คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา

อนุกร รมาธิการ และที่ปรึกษา คณะอนุกร รมาธิการ รวมทั้งบุคลากรใน วงงา นของ
คณะกรรมาธิการ
สดุ ท้ายน้ี ขอกราบขอบพระคณุ ท่าน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ
การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และกา รโทรคมนาคม วุฒิสภา เป็นอย่างยงิ่ ท่ีให้เกียรตเิ ป็น
ประธานในการเปิดการสมั มนาฯ ในครัง้ น้ี

14

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๑๕
๒.๒ คำกลำ่ วเปดิ กำรสมั มนำ โดย พลเอก อนนั ตพร กำญจนรัตน์ ประธำนคณะกรรมำธกิ ำร

ด้วยในปัจจุบันระบบเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ มีการพัฒนาก้าวหน้า
ไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างย่ิงการติดตอ่ สือ่ สารระหวา่ งกนั ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือ
ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ได้ทาให้เกิดชวี ิตวถิ ีใหม่ (New Normal) ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การทางาน
ทบี่ ้าน (Work From Home) การเรียน การปรึกษาแพทย์และสาธารณสุข การดาเนินการทางธุรกรรม
อเิ ล็กทรอนิกส์ผา่ นระบบ Online ซึ่งเป็นการปรบั ตัวและนาความก้าวหน้าของเทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ช้
ได้อย่างมีประโยชน์

แต่อยา่ งไรก็ตาม การปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐในหลายเรอ่ื ง ๆ เช่น การติดต่อ
ระหว่างหน่วยงานของรฐั ดว้ ยกันหรือหน่วยงานของรัฐกับประชาชน การให้บริการประชาชนในเรอ่ื งต่าง ๆ
ยงั คงเป็นการดาเนินการดว้ ยเอกสารหนังสือราชการ และสงิ่ พมิ พใ์ นลักษณะทีเ่ ป็นสาเนาถาวร ( physical
copy) ประชาชนตอ้ งตดิ ตอ่ ราชการโดยการส่งเอกสารหรือยน่ื คาร้องต่าง ๆ ทางไปรษณยี ์หรอื มาด้วย
ตนเอง ณ ท่ีทาการของหน่วยงานรฐั เนื่องจากมขี อ้ จากัดในบทบัญญตั ิของกฎหมายหลายฉบับกาหนดให้
การปฏิบตั ิราชการหรือการตดิ ต่อราชการของประชาชนต้องใช้ "สาเนาหลักฐาน" ท่ี "เป็นลายลักษณอ์ กั ษร"
หรือจากัดวิธีการติดต่อราชการเฉพาะการติดต่อด้วยตวั บุคคล ณ สถานท่ีทาการ หรอื ด้วยวิธีการส่ง
เอกสารทางไปรษณีย์ทาใหห้ น่วยงานของรฐั ไม่สามารถนาวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกสม์ าใช้ในการปฏบิ ัติ
ราชการเพือ่ การอนุญาต การใหบ้ ริการ และการให้สวัสดิการแกป่ ระชาชนได้อยา่ งสมบูรณเ์ ตม็ ทสี่ ง่ ผลให้
เกดิ ความล่าช้าในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีและกระทบตอ่ การพัฒนาประสิทธิภาพการทางานของหน่วยงาน
อีกทงั้ ยงั เป็นการเพิ่มภาระคา่ ใช้จา่ ยและเวลาของภาคธรุ กจิ และประชาชนทวั่ ไปในการติดตอ่ ราชการ

15

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๑๖

ร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซ่ึงมีลักษณะเปน็ กฎหมาย
กลางเกยี่ วกับการปฏิบัติราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์สง่ เสริมให้การทางานและการให้บรกิ ารของภาครัฐสามารถ
ใช้วธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์เป็นหลักไดจ้ ะเป็นกลไกหรือเครอ่ื งมอื สาคัญท่จี ะสง่ ผลให้เกิดการพัฒนาระบบ
ราชการหรอื การปฏิบัติหน้าท่ีของเจา้ หน้าท่ีของรฐั พัฒนาต่อยอดนาไปสู่รัฐ บาลดิจทิ ัลได้อย่างแท้จริง
เพ่อื ประโยชนใ์ นการบรหิ ารราชการแผ่นดิน อานวยความสะดวกและลดภาระให้แกป่ ระชาชน และเพ่ิม
ขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีของประเทศ จงึ เป็นกฎหมายทีม่ คี วามสาคัญต่อการปฏิรูป
ระบบราชการ การสัมมนาครั้งนี้ จดั ขึ้นเพอื่ ใหก้ ระบวนการตรากฎหมายของฝ่ายนิตบิ ญั ญัติไดม้ โี อกาสรับ
ฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและใหโ้ อกาสประชาชนหรือผูเ้ กีย่ วข้องมีส่วนรวมอยา่ งแท้จริงในการแสดง
ความเห็น รับฟังและแลกเปล่ียนข้อมลู ใหข้ ้อเสนอแนะ ตลอดจนการศกึ ษาวิเคราะห์ผลกระทบทอ่ี าจเกิด
จากกฎหมายอย่างรอบดา้ นและเป็นระบบ

โดยเม่ือวานน้ี ในการประชุมรัฐสภาครั้งที่ ๔ (สมยั สามัญประจาปคี ร้ังที่สอง) วันอังคารท่ี ๒๑ ธันวาคม
๒๕๖๔ ท่ีประชุมได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ซ่ึงเป็น
ร่างกฎหมายท่ีตราขึ้นเพื่อดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ โดยสมาชิกรัฐสภาไดม้ ีการ
อภิปรายกนั อย่างกว้างขวาง เช่น

๑) ต้องการให้หน่วยงานของรัฐเรง่ ดาเนินการริเริ่มอย่างจริงจังในการปรับเปลี่ยนแปลง
กระบวนการปฏิบตั ิงานไปส่รู ฐั บาลดจิ ิทัลต้องอย่างแทจ้ รงิ

๒) รัฐบาลควรกา หน ดมาตรฐา นวิธีกา รทางอิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงรวมถึงมาตรฐาน ข้อมูล
ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยต้องสร้างความสะดวก ความปลอดภัย มกี ารปอ้ งกันและ
รักษาข้อมูลที่เป็นความลับ มีความแม่นยา และระบบต้องรองรบั ท่ัวประเทศ เพ่ือลดความเหลื่อมล้า
ในการเข้าถึงข้อมูล ลดความซ้าซ้อนในการปฏิบตั งิ านของแต่ละหนว่ ยงาน

๓) กฎหมายควรมผี ลบงั คบั ใช้ในทุกหน่วยงานของภาครัฐไม่เว้นฝ่ายนิติบญั ญัติฝา่ ยตุลาการ
และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เน่ืองจากหากมีการบังคับใช้ในทุกหน่วยงาน จะเป็นประโยชน์
ต่อประชาชนอยา่ งมาก ทง้ั นี้ ควรเร่งดาเนินการเพอื่ ใหม้ ีการตราพระราชกฤษฎกี าโดยเร็วท่ีสดุ นอกจากน้ี
ฝา่ ยนิตบิ ัญญตั ิซึง่ ใกลช้ ิดกบั ประชาชน จงึ ควรมีการนาระบบอิเลก็ ทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทเพ่ือสง่ เสริม
กระบวนการประชาธปิ ไตยแบบมีสว่ นรว่ มให้กบั ประชาชน

ทงั้ น้ี มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ไมไ่ ดก้ าหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาของรฐั สภาไว้
และทปี่ ระชุมได้มีมติในวาระท่ี ๑ รับหลกั การแห่งพรา่ งพระราชบญั ญัติ ด้วยคะแนนเสียง

- เห็นชอบ ๕๓๗ เสียง
- ไม่เห็นชอบ ไมม่ ี
- งดออกเสียง ๑ เสยี ง
ตง้ั คณะกรรมาธิการ จานวน ๓๕ คน กาหนดเวลาแปรญตั ติ ๑๕ วันนบั แตว่ ันถัดจากวนั ทรี่ ฐั สภา
มมี ติ ท้ังนี้ ในช้ันการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของรัฐสภา จะมีกระผม และทา่ นจเดจ็ อินสว่าง
รองประธาน ที่ ๒ เป็นตัวแทนสัดส่วนของวุฒิสภา และวิทยากรในการสัมมนาบางท่านร่วมเป็น
กรรมาธิการพจิ ารณารา่ งของรฐั สภา

16

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นท่ี ๓

การอภปิ รายแสดงความเหน็
และใหข้ อ้ สงั เกต

โดยวทิ ยากรในการสมั มนา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

และใหกาข้รออ้ภกปิ สารารยงั แอเสกดภงตควปิ ามโรดเหสาน็ ยว่แยลวนะแสใทิ่วสหทนข้ ยทด้อ่ี ่ีส๓๓างังเกกคตรวโดใยานวมทิ กยเาาหกรรน็ในสกามั รสมัมมนนาา

๓.๑ นายปณตภร จงธีรโชติ นักกฎหมายกฤษฎีกาชานาญการพเิ ศษ

ได้นำเสนอหลักกำรและเหตุผล และควำมเป็น ของร่ำงพระรำชบัญญัติกำรปฏิบัติรำชกำร
ทำงอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... สรุปได้ดงั นี้

๑. รฐั ธรรมนูญ กฎหมาย และแผนการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติราชการ
ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

๑) มาตรา ๒๕๘ ข. (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้มีกำรนำ
เทคโนโลยีทีเ่ หมำะสมมำประยุกตใ์ ช้ในกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดนิ และกำรจัดทำบรกิ ำรสำธำรณะ เพื่อ
ประโยชนใ์ นกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดนิ และเพอ่ื อำนวยควำมสะดวกให้แก่ประชำชน

๒) ยุทธศาสตร์ชาติ (ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ)
กำหนดให้มีกำรนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมำประยุกต์ใช้ในกำรให้บรกิ ำรสำธำรณะตลอด

19

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... ๒๒

กระบวนกำรอยำ่ งคุ้มคำ่ และเช่ือมโยงถึงกนั เพ่ือตอบสนองควำมตอ้ งกำรของประชำชนได้อย่ำงสะดวก
รวดเร็ว โปรง่ ใส

๓) แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน (ฉบบั ปรับปรุง) กจิ กรรมปฏริ ูป
ที่ ๑ให้มีการปรับเปล่ียนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสรู่ ะบบดิจิทัล โดยแก้ไข
กฎหมำยและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคใหเ้ ออ้ื ต่อกำรพัฒนำหน่วยงำนของรัฐไปสู่องค์กรดิจิทัล และ
ส่งเสรมิ ให้เกดิ ระบบข้อมูลดจิ ทิ ลั ของภำครฐั

๔) แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) กำหนด
เป้ำหมำยและแนวทำงกำรพัฒนำประเทศ ใหม้ ีระบบบริหำรจัดกำรภำครัฐที่มีประสทิ ธภิ ำพ ทันสมัย
โดยเพ่มิ กำรใชร้ ะบบดจิ ทิ ัลในกำรให้บริกำร และปรับรปู แบบกำรให้บรกิ ำรของรัฐจำกรูปแบบเดมิ ไปสู่
กำรใหบ้ ริกำรประชำชนผำ่ นระบบดิจทิ ลั อยำ่ งเป็นระบบ และใช้งำนเอกสำรอิเลก็ ทรอนกิ ส์แทนกระดำษ

๔) นโยบายของรัฐบาล เร่ืองปฏิรปู การบริหารจดั การภาครฐั มุ่งเน้นใหม้ ีกำรนำเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลเข้ำมำช่วยในกำรให้บริกำรภำครัฐ และปรับเปล่ียนกระบวนกำรอนุมัติอนุญำตของทำงรำชกำรให้เป็น
ระบบดิจทิ ลั

๒. ความเป็นมาของรา่ งพระราชบัญญตั กิ ารปฏิบตั ริ าชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....
∆ มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี ๒ เมษายน ๒๕๖๒ เห็นชอบในหลักกำรกำรออกเอกสำร

หลักฐำนของทำงรำชกำรผ่ำนระบบดิจิทัลตำมท่ีสำนักงำน ก.พ.ร. เสนอ และให้หน่วยงำนของรัฐ
ปรับปรงุ แก้ไขกฎระเบียบเพอ่ื รองรับกำรดำเนนิ กำรผำ่ นระบบดจิ ิทัลภำยในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พัฒนำงำน
บริกำรให้เปน็ ระบบกำรให้บริกำรอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Service) และยกเลิกกำรใช้กระดำษให้ไดภ้ ำยในปี
พ.ศ. ๒๕๖๓

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญ ยทุ ธศำสตร์ชำติ แผนกำรปฏริ ปู ประเทศ แผนพัฒนำเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชำติ นโยบำยของรัฐบำล และมตคิ ณะรัฐมนตรี ต่ำงก็ส่งเสริมสนับสนนุ ใหเ้ กิดรัฐบำลดิจทิ ัล
ทร่ี ฐั ใหบ้ ริกำรประชำชนดว้ ยวธิ ีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์เป็นหลัก แตส่ ง่ิ เหลำ่ นั้นกย็ ังไม่เกดิ ขึน้ กำรดำเนินงำน
ทงั้ มวลของหน่วยงำนรัฐยังคงอยบู่ นพนื้ ฐำนของกระดำษ (paper-based) และกำรติดต่อของประชำชน
โดยวิธีกำรทำงอเิ ล็กทรอนิกส์ไปยังหน่วยงำนรัฐส่วนใหญถ่ ูกเพิกเฉยไม่ได้รับกำรดำเนินกำร แม้จะมี
กฎหมำยเปิดช่องในเร่ืองน้ีแลว้ คือ พระรำชบัญญัติวำ่ ด้วยธุรกรรมทำงอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
(หมวด ๔ ธรุ กรรมทำงอิเล็กทรอนิกส์ภำครัฐ) มำตรำ ๓๕๑ และพระรำชกฤษฎกี ำกำหนดหลกั เกณฑ์
และวธิ ีกำรในกำรทำธรุ กรรมทำงอเิ ล็กทรอนิกส์ภำครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙๒

๑ มำตรำ ๓๕ คำขอ กำรอนญุ ำต กำรจดทะเบยี น คำสั่งทำงปกครอง กำรชำระเงนิ กำรประกำศหรือกำรดำเนินกำรใด ๆ
ตำมกฎหมำยกบั หน่วยงำนของรัฐหรือโดยหนว่ ยงำนของรฐั ถ้ำได้กระทำในรปู ของขอ้ มูลอิเล็กทรอนิกสต์ ำมหลักเกณฑ์
และวธิ ีกำรทีก่ ำหนดโดยพระรำชกฤษฎีกำใหน้ ำพระรำชบัญญัตนิ ี้มำใชบ้ ังคบั และให้ถอื วำ่ มีผลโดยชอบด้วยกฎหมำย
เชน่ เดียวกับกำรดำเนนิ กำรตำมหลักเกณฑ์และวิธกี ำรท่ีกฎหมำยในเรอื่ งนั้นกำหนด ทง้ั น้ี ในพระรำชกฤษฎกี ำอำจกำหนดให้
บคุ คลที่เก่ียวขอ้ งต้องกระทำหรอื งดเว้นกระทำกำรใด ๆ หรือให้หน่วยงำนของรัฐออกระเบียบเพ่ือกำหนดรำยละเอียด
ในบำงกรณีดว้ ยก็ได้

๒ มำตรำ ๙ กำรทำธรุ กรรมทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ สภ์ ำครฐั ตำมหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ำรตำมพระรำชกฤษฎีกำน้ีไม่มีผลเปน็
กำรยกเว้นกฎหมำยหรือหลกั เกณฑ์และวิธีกำรทก่ี ฎหมำยในเร่อื งน้ันกำหนดไว้เพ่อื กำรอนญุ ำต อนมุ ตั ิ กำรให้ควำมเหน็ ชอบ
หรอื กำรวนิ จิ ฉยั ”

20

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๓
∆ ต่อมาไดม้ ีมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓ เห็นชอบแนวทำงกำรแก้ไข
กฎหมำยและกฎระเบียบที่เป็นข้อจำ กัดและเป็น อุปสรรคในกำรพัฒน ำกำรให้บริกำรในรูปแบบ
อเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Service)๓ และให้ทุกหน่วยงำนดำเนนิ กำรตำมแนวทำงทสี่ ำนักงำน คณะกรรมกำร
พัฒนำระบบรำชกำร (ก.พ.ร.) เสนอ ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) การระบุวิธกี ารขออนญุ าต กำรกำหนดสถำนท่ีย่ืน/ต่ออำยุ ให้หน่วยงำนกำหนด
หลักเกณฑ์ในกำรขออนุญำต กำรตอ่ อำยุใบอนญุ ำต รวมถึงกำรขอรับใบแทนใบอนญุ ำตกรณีชำ รุด
เสียหำยหรอื สญู หำย แลว้ แต่กรณี โดยวธิ กี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ีกวิธีหนง่ึ และให้ถือว่ำมีผลโดยชอบดว้ ย
กฎหมำยเชน่ เดียวกบั กำรดำเนินกำรตำมหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ำรทก่ี ฎหมำยในเร่ืองน้นั กำหนดไว้

(๒) การชาระค่าธรรมเนียม ให้หน่วยงำนกำหนดหลักเกณฑ์กำรชำระค่ำธรรมเนียม
กำรขออนญุ ำต กำรต่ออำยใุ บอนุญำต รวมถึงกำรขอรบั ใบแทนใบอนุญำตกรณีชำรุด เสียหำย หรือสูญ
หำย แล้วแต่กรณี โดยวธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์อีกวิธีหนึ่ง ท้ังนี้ ให้หน่วยงำนจัดทำใบเสร็จรับเงิน
อิเล็กทรอนิกสด์ ้วย (e-Receipt) และใหถ้ ือวำ่ มผี ลโดยชอบดว้ ยกฎหมำยเช่นเดียวกบั กำรดำ เนินกำร
ตำมหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ำรท่ีกฎหมำยในเรือ่ งนั้นกำหนดไว้

(๓) การลงนามในใบอนุญาต/หนังสือรับรอง ให้หน่วยงำนกำหนดหลักเกณฑ์กำรลง
ลำยมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับกำรลงลำยมือช่ือในเอกสำรอิเล็กทรอนิกส์น้ัน โดยให้เป็นไป
ตำมกฎหมำยว่ำด้วยธรุ กรรมทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์

(๔) การกาหนดวิธีการแจ้งผลการพิจารณา และกำรรับใบอนุญำต/หนังสือรับรอง
ให้หนว่ ยงำนกำหนดหลกั เกณฑ์กำรแจ้งผลกำรพจิ ำรณำและกำรรับใบอนญุ ำต/หนงั สือรบั รองโดยวธิ กี ำร
ทำงอิเล็กทรอนกิ สห์ รอื ในรูปแบบขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-Certificate) อีกวธิ ีหนงึ่ ด้วย โดยให้ดำเนินกำร
จดั ส่งทำงไปรษณีย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์

(๕ ) การระบุให้ต้อง แสดงใบอนุญาตไว้ในท่ีเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถาน
ประกอบการท่ีได้รับอนุญาต/แสดงใบอนุญาตและเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงำน
ปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติดังกลำ่ ว ใหอ้ ำนวยควำมสะดวกแก่ประชำชนและเจ้ำหน้ำท่ี โดยใชข้ ้อควำม
ดังต่อไปนี้ “ให้ผ้รู บั ใบอนุญำตเตรียมใบอนุญำตหรอื เอกสำรหลกั ฐำนท่เี ก่ียวข้องซ่ึงสำมำรถแสดงถงึ กำร
อนญุ ำตใหเ้ จำ้ หน้ำทส่ี ำมำรถตรวจสอบไดท้ ุกเมอ่ื ไม่วำ่ จะอย่ใู นรูปแบบใดก็ตำม”

๓ ตวั อยา่ งกฎหมาย/กฎระเบียบทีเ่ ปน็ อปุ สรรค e-Service
- กฎระเบียบกำหนดใหต้ อ้ งยนื่ คำขอ/เอกสำร ณ สถำนทท่ี ำกำรของรฐั หรอื ยน่ื คำขอตอ่ อำยุ ณ สถำนท่ีเดียวกับ

ทข่ี อใบอนุญำตคร้งั แรก
- กฎระเบยี บกำหนดใหช้ ำระคำ่ ธรรมเนยี มต่อเจ้ำพนกั งำน
- กฎหมำยกำหนดให้ส่งหนังสอื หรอื เอกสำรโดยทำงไปรษณยี ์
- กฎหมำยกำหนดใหแ้ สดงใบอนญุ ำตไวใ้ นท่เี ปิดเผยและเห็นได้งำ่ ย ณ สถำนประกอบกำร/แสดงเอกสำรหลกั ฐำน

ตอ่ พนักงำนเจำ้ หน้ำที่

21

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๔
∆ คณะกรรมกำรพัฒนำกฎหมำย สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ พิจำรณำหลักกำร
กำรแก้ไขกฎหมำยที่เป็นอุปสรรคต่อกำรใหบ้ ริกำรประชำชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service)
ท่ีสำนกั งำน ก.พ.ร. เสนอแลว้ เหน็ ชอบในหลักกำรแก้ไขกฎหมำยดังกล่ำว อย่ำงไรกด็ ี กำรแก้ไขกฎหมำย
และกฎระเบียบรำยฉบบั จะเป็นกำรย่งุ ยำกมำก รวมท้ังอำจไม่ครอบคลุมครบถ้วน จึงเห็นควรจัดทำเป็น
กฎหมำยกลำงเพียงฉบับเดียว (ตัวอย่ำงเชน่ กฎหมำยท่กี ำหนดใหผ้ ู้รบั ใบอนุญำตแสดงใบอนุญำตไว้
โดยเปิดเผยและเหน็ ได้งำ่ ยทีส่ ถำนประกอบกำร มีประมำณ ๔๐ – ๕๐ ฉบับ)
∆ คณะรฐั มนตรีมมี ตเิ มื่อวนั ท่ี ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ เห็นสมควรทจ่ี ะต้องจัดใหม้ ี “กฎหมำย
กลำงที่เปลย่ี นกำรทำงำนของภำครฐั ตำมกฎหมำยตำ่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ ระบบดิจทิ ัล” เพอื่ ให้เป็นไปตำมมำตรำ
๒๕๘ ข. (๑) ของรัฐธร ร มนูญ แห่ งร ำ ชอำ ณ ำ จักร ไทย โดยกฎ หมำ ยดังกล่ำ วอ ย่ำงน้อ ย
ต้องมีหลกั กำรสำคัญ ๒ ประกำร ได้แก่
ประกำรท่ีหน่งึ ให้กำรอนมุ ตั ิอนญุ ำต กำรจดทะเบยี น กำรแจ้งตำมกฎหมำยตำ่ ง ๆ ที่มอี ยู่
น้ัน สำมำรถดำเนินกำรโดยวธิ ีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ได้ด้วย โดยถือวำ่ เปน็ กำรดำเนนิ กำรโดยชอบด้วย
กฎหมำยน้นั แล้ว
ประกำรท่ีสอง ให้กำรรับส่งข้อมูลระหว่ำงหน่วยงำนของรัฐทงั้ ภำยในและภำยนอก ต้อง
สำมำรถกระทำโดยวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ที่มีควำมม่ัน คงปลอดภัย (ซึ่งปัจ จุบัน สำนักงำ น
คณะกรรมกำรกฤษฎกี ำได้รว่ มกับหน่วยงำนกลำงท่เี กี่ยวขอ้ งในกำรดำเนินกำรแล้ว)
โดยให้สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำรับไปจัดทำกฎหมำยกลำงตำมคำ สั่งของ
คณะรัฐมนตรีโดยเรว็ และให้ปฏิบัติตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยหลักเกณฑ์กำรจดั ทำร่ำงกฎหมำยและกำร
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำยดว้ ย ทง้ั นี้ โดยให้ถอื ว่ำเป็นกฎหมำยเพอ่ื กำรปฏิรปู ตำมรัฐธรรมนูญแห่ง
รำชอำณำจกั รไทย
๓. สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญตั ิการปฏิบตั ิราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....
๓.๑ การรบั รองผลทางกฎหมายของการติดต่อราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์

๑) กำหนดให้บรรดำกำรใด ๆ ท่ีกฎหมำยกำหนดให้ต้องขออนุญำต ผู้ขออนุญำต
จะเลอื กย่ืนคำขออนุญำตดังกล่ำวรวมถึงนำส่งเอกสำรหลกั ฐำนหรือสำเนำเอกสำรหลักฐำนประกอบ
คำขออนุญำตต่อผอู้ นุญำตโดยวิธกี ำรทำงอเิ ล็กทรอนิกสก์ ็ไดแ้ ละให้ถื อว่ำกำรย่ืนคำขออนุญำตน้ัน
เป็นกำรชอบดว้ ยกฎหมำยนน้ั ๆ แล้ว โดยเจ้ำหน้ำที่ของรัฐท่ีเกยี่ วข้องจะปฏิเสธไมร่ ับกำรขออนุญำตนั้น
เพยี งเพรำะเหตทุ ีผ่ ขู้ ออนญุ ำตได้ยนื่ โดยวธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์มิได้ (มำตรำ ๗)

- ไม่ต้องลงนำมรับรองสำเนำเอกสำรหลักฐำนทส่ี ง่ โดยวธิ กี ำรทำงอิเล็กทรอนิกส์
- กรณีกฎหมำยกำหนดแบบไว้ กำรยนื่ คำขออนุญำตโดยวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีขอ้ ควำมตรงตำมแบบ ใหถ้ ือว่ำยืน่ ถกู ต้องตำมแบบนั้นแล้ว
- กรณีที่กฎหมำยหรือกฎกำหนดให้ย่ืนหรอื ส่งเอกสำรมำกกว่ำหนึ่งชุด กำรส่ง
โดยวธิ ีกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์ใหถ้ ือว่ำครบจำนวนแล้ว (มำตรำ ๗ วรรคสองและวรรคสำม)

22

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๕

๒) ในกรณที ่ีผขู้ ออนุญำตไดย้ ื่นคำขออนญุ ำตหรอื ติดตอ่ กบั ผอู้ นุญำตหรือหน่วยงำน
ของรฐั โดยใชว้ ธิ กี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์แล้ว กำรติดต่อหรอื ออกเอกสำรหลักฐำนใด ๆ ท่เี กี่ยวข้องกบั ผูน้ ั้น
ให้ทำโดยวธิ กี ำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เว้นแต่ผู้นนั้ จะได้ระบุไว้เปน็ ประกำรอนื่ (มำตรำ ๑๑)

หมำยเหตุ ถึงแม้กฎหมำยจะ set ค่ำ default ไว้ แตป่ ระชำชนสำมำรถแจง้ ขอรับ
กำรติดตอ่ กลับด้วยวธิ ีกำรใดกไ็ ด้ ซง่ึ ชอบด้วยกฎหมำยเชน่ เดยี วกนั

๓) ในกำรติดต่อหรือส่งเร่ืองถงึ กนั ในระหวำ่ งหนว่ ยงำนของรัฐด้วยกัน หรือระหว่ำง
เจ้ำหนำ้ ทขี่ องรัฐกบั หนว่ ยงำนของรัฐ ถำ้ ได้กระทำโดยวธิ กี ำรทำงอิเลก็ ทรอนิกส์แล้วใหถ้ ือว่ำเปน็ กำรชอบ
ด้วยกฎหมำยและใช้เปน็ หลกั ฐำนไดต้ ำมกฎหมำย (มำตรำ ๑๕ วรรคหน่ึง)

ข้อยกเว้น หำกหน่วยงำนของรัฐหน่วยงำนใดไม่สำมำรถรองรับวิธีกำรทำ ง
อเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้ จะตรำพระรำชกฤษฎกี ำยกเว้นให้เป็นกรณี ๆ ไปกไ็ ด้ โดยต้องระบเุ หตผุ ล ควำมจำเป็น
และระยะเวลำทจ่ี ะยกเวน้ ให้

ในกรณีทีม่ ีกฎหมำย กฎ มติ หรือคำสัง่ กำหนดให้กำรปฏิบตั ิหน้ำท่ีของเจ้ำหนำ้ ที่
ของรฐั ตอ้ งทำเปน็ ลำยลักษณอ์ ักษร เป็นหนังสือ หรอื เป็นเอกสำร ถำ้ เจำ้ หนำ้ ทีข่ องรฐั ได้จดั ทำโดยวิธกี ำร
ทำงอิเล็กทรอนิกส์ตำมระบบท่ีหัวหน้ำหน่วยงำนของรฐั กำ หนดแล้วให้ถือว่ำเจ้ำหน้ำที่ของรัฐได้
ดำเนนิ กำรโดยชอบด้วยกฎหมำย กฎ มติ หรอื คำส่งั นน้ั แลว้ (มำตรำ ๑๖)

๓.๒ การรบั รองและส่งเสริมการใช้เอกสารและขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
๑) รบั รองผลทำงกฎหมำยให้กำรแสดงใบอนญุ ำตโดยวิธีกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์สำมำรถ

กระทำไดโ้ ดยชอบ แต่ต้องเป็นไปตำมวธิ ีกำรท่ีผู้อนุญำตประกำศกำ หนด (มำตรำ ๑๓ (๑)) กล่ำวคือ
ไม่จำต้องแขวนใบจรงิ (กระดำษ) ไว้ทีฝ่ ำผนังแล้ว

๒) กรณีที่กฎหมำยบัญญัติให้เจ้ำพนกั งำนมีอำ นำจตรวจสอบใบอนญุ ำตหรือเอกสำร
หลักฐำนอื่นใดที่หน่วยงำนของรัฐออกให้ ผู้มหี นำ้ ท่ีต้องแสดงจะแสดงใบอนญุ ำตหรือเอกสำรหลักฐำนนั้น
เปน็ ภำพทำงอิเลก็ ทรอนิกส์กไ็ ด้ ท้ังนี้ เว้นแต่บตั รประจำตัว หนงั สือเดนิ ทำง และใบอนุญำตหรือเอกสำร
หลักฐำนอ่นื ทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง (มำตรำ ๑๔) กลำ่ วคือ แสดงรูปถำ่ ยในมอื ถอื แทนได้

๓) รับรองบรรดำเอกสำรเกย่ี วกบั กำรเบิกจ่ำยเงนิ ท่ีอยู่ในรูปแบบอเิ ล็กทรอนิกส์ ใหใ้ ช้
เปน็ หลกั ฐำนไดต้ ำมกฎหมำย ผู้ใดจะปฏิเสธเอกสำรดังกล่ำวด้วยเหตุที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสม์ ิได้
ทง้ั น้ี หน่วยงำนที่เกี่ยวขอ้ งมีหน้ำที่แก้ไขกฎหมำยและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคโดยเรว็ (มำตรำ ๑๕
วรรคสองและวรรคสำม)

๔) ขอ้ มูลข่ำวสำรรำชกำรและเอกสำรของหนว่ ยงำนของรัฐซ่งึ ต้องจัดเกบ็ ตำมกฎหมำย
หรือกฎระเบยี บ คณะรัฐมนตรีจะมีมตใิ ห้จัดเกบ็ ในรปู แบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ก็ได้ สว่ นตน้ ฉบับใหส้ ่งมอบ
กรมศิลปำกรตำมระเบยี บ (มำตรำ ๑๗) กล่ำวคือเม่ือคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อใดแลว้ ไม่ต้องไปเช่ำสถำนที่
หรอื โกดงั เพือ่ เก็บกระดำษอกี ต่อไป

๕) กำหนดหน้ำที่หน่วยงำนของรัฐผอู้ นญุ ำตให้ตอ้ งเปิดเผยข้อมูลกำรอนุญำตทั้งหมด
ให้ประชำชนสำมำรถตรวจสอบผำ่ นช่องทำงอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยสะดวกโดยไมต่ ้องเสียค่ำใช้จ่ำย
กำรเปิดเผยดงั กลำ่ วอย่ำงน้อยต้องมรี ำยกำรที่ปรำกฏอยู่ในใบอนญุ ำต และต้องดำเนนิ กำรแกไ้ ขปรับปรุง
ให้เปน็ ปัจจุบนั ตลอดเวลำ (มำตรำ ๑๓ (๒))

23

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๖
๖) คณะรัฐมนตรีอำจมีมตกิ ำหนดให้รำชกจิ จำนุเบกษำเผยแพรใ่ นรูปแบบอเิ ล็กทรอนิกส์
เท่ำน้ัน โดยไมต่ ้องจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเอกสำรอีกต่อไป ท้งั น้ี สำนกั เลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี (สลค.)
ยังคงมีหนำ้ ที่จัดทำสำเนำให้ประชำชนที่ตอ้ งกำร (มำตรำ ๑๘)
๔. วตั ถุประสงค์/ประโยชน์ของร่างพระราชบญั ญัติ
๔.๑ ขจัดอุปสรรคทำงข้อกฎหมำยของกำรดำเนนิ งำนภำครัฐดว้ ยวิธกี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
๔.๒ อำนวยควำมสะดวกแก่ประชำชน ไมต่ อ้ งเดนิ ทำง ไมต่ อ้ งรอคิว ประหยัดเวลำ/ค่ำใช้จ่ำย
๔.๓ เพมิ่ ประสทิ ธิภำพ ควำมรวดเรว็ ควำมประหยัด และควำมโปรง่ ใสตรวจสอบไดใ้ นกำรปฏิบัติ
รำชกำร สง่ หนังสือ/เอกสำรถึงทนั ที ลดค่ำกระดำษ-ไม่ต้องส่งไปรษณีย์
๔.๔ ลดกำรทุจรติ ประพฤติมิชอบในวงรำชกำร
๔.๕ สง่ เสริม Social Distancing ในยุคโควดิ ลดกำรพบปะ/สมั ผัส ตำมแนวทำง New Normal
๔.๖ เสรมิ สรำ้ งควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั (competitiveness) ของประเทศ

24

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๗

๓.๒ ดร.สพุ จน์ เธียรวฒุ ิ ผอู้ านวยการสานกั งานพฒั นารฐั บาลดิจิทัล

ได้แสดงควำมคิดเหน็ และข้อสังเกตต่อร่ำงพระรำชบัญญัติกำรปฏิบตั ิรำชกำรทำงอิเลก็ ทรอนิกส์
พ.ศ. .... สรปุ ได้ดงั น้ี

๑. ประเดน็ สาคญั ร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏบิ ัติราชการทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....
๑.๑ กำหนดวธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์-มำตรฐำนข้อมูลด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศและ

กำรสื่อสำรให้แก่หน่วยงำนรัฐ
๑.๒ กำรใหบ้ ริกำรภำครัฐ เช่น กำรขอใบอนุญำต กำรขออนุญำต กำรตรวจสอบเอกสำร

ทำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์รวมถงึ กำหนดชอ่ งทำงใหป้ ระชำชนติดต่อ
๑.๓ กำรเปดิ เผยขอ้ มลู กำรอนญุ ำตทำงชอ่ งทำงอิเล็กทรอนกิ ส์
๑.๔ กำรเชื่อมโยงขอ้ มูลระหวำ่ งหนว่ ยงำนรฐั และประชำชนกบั หน่วยงำนรฐั
๑.๕ กำรจัดเก็บขอ้ มูลในรปู แบบอิเลก็ ทรอนิกส์

25

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๘

๒. ความคดิ เห็นและข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏิบัตริ าชการทางอเิ ล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ....

ร่าง พ.ร.บ.การปฏิบตั ริ าชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ความเหน็
พ.ศ. .... กฎหมำยเกีย่ วกับกำรปฏิบัติรำชกำรทำง
อเิ ล็กทรอนิกส์ควรมผี ลใช้บังคับเป็นกำรทว่ั ไป
ประเด็นท่ี ๑ ขอบเขตของการปฏิบัตริ าชการ พร้อมกนั ทุกงำนไมค่ วรมีข้อยกเว้นไมใ่ ช้กบั
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ หน่วยงำนของรฐั ในฝำ่ ยนิตบิ ญั ญตั ิ ฝำ่ ยตุลำ
กำร องค์กรอิสระตำมรัฐธรรมนูญ องคก์ ร
มำตรำ ๔ พระรำชบัญญัตนิ ใ้ี หใ้ ช้บังคับแก่ อยั กำร เนอื่ งจำกอำจจะทำใหเ้ กิดควำมเกิด
หนว่ ยงำนของรฐั ทุกหนว่ ยท่ีมใิ ชห่ นว่ ยงำนของรัฐใน ควำมลกั ลนั่ และขำดควำมต่อเน่ืองในกำรติดต่อ
ฝำ่ ยนิติบัญญตั ิ ฝำ่ ยตลุ ำกำร องค์กรอิสระตำม ประสำนงำนระหว่ำงหน่วยงำน หำกหนว่ ยงำน
รัฐธรรมนูญ องคก์ รอยั กำร และหน่วยงำนอน่ื ของรฐั ท่ี ของรัฐหน่วยหนง่ึ สำมำรถปฏิบตั ิรำชกำรทำง
กำหนดในกฎกระทรวง อเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
แตอ่ ีกหนว่ ยงำนไมส่ ำมำรถปฏิบตั ิรำชกำรทำง
มำตรำ ๕ “หนว่ ยงำนของรฐั ” หมำยควำมว่ำ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
รำชกำรสว่ นกลำง รำชกำรสว่ นภูมภิ ำค รำชกำรส่วน นอกจำกน้ี ควรกำหนดนิยำมคำวำ่
ทอ้ งถ่นิ รัฐวสิ ำหกิจ องคก์ ำรมหำชน และหน่วยงำน “หนว่ ยงำนของรัฐ” เทยี บเคียงจำกพ.ร.บ.กำร
อืน่ ของรัฐทุกหน่วย แต่ไม่รวมถงึ รัฐวิสำหกจิ ทีเ่ ปน็ บริหำรงำน
บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหำชนจำกัด และกำรใหบ้ ริกำรภำครฐั ผ่ำนระบบดจิ ิทลั พ.ศ.
๒๕๖๒ เนื่องจำกมคี วำมกวำ้ งและครอบคลุม
มำกกว่ำ ดงั น้ี
“หน่วยงำนของรฐั ” หมำยควำมวำ่ รำชกำร
ส่วนกลำง รำชกำรส่วนภูมิภำค รำชกำรส่วน
ทอ้ งถนิ่ รฐั วิสำหกจิ องคก์ ำรมหำชน รฐั สภำ
ศำล องคก์ รอิสระตำมรฐั ธรรมนูญ องค์กร
อยั กำร สถำบันอุดมศกึ ษำของรัฐ และ
หนว่ ยงำนอสิ ระ
ของรฐั

26

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๒๙

ประเด็นที่ ๒ วิธีการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ - ควรให้คณะกรรมกำรพัฒนำรฐั บำลดิจิทลั
และมาตรฐานขอ้ มลู ทำหน้ำทพ่ี จิ ำรณำกลั่นกรองวธิ ีกำรทำง
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ รวมถึงมำตรฐำนข้อมลู ด้ำน
มำตรำ ๖ เพอ่ื ประโยชน์ในกำรดำเนนิ กำร เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสอื่ สำรก่อนเสนอ
ตำมพระรำชบัญญตั ินใ้ี ห้มีประสิทธภิ ำพ คณะรัฐมนตรี ท้งั น้ี เพื่อให้วธิ ีกำรทำง
ให้คณะรฐั มนตรีกำหนดวิธกี ำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ ซ่งึ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ รวมถึงมำตรฐำนเป็นไปใน
รวมถึงมำตรฐำนข้อมูลดำ้ นเทคโนโลยสี ำรสนเทศและ แนวทำงเดียวกัน
กำรสื่อสำรท่หี นว่ ยงำนของรัฐจะต้องใชแ้ ละปฏิบัติให้
สอดคลอ้ งกันและเชื่อมโยงถึงกันได้ Digital First
ประเดน็ ท่ี ๓ การกาหนดวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ - การลงทะเบยี นและพสิ ูจนต์ วั ตนทาง

มำตรำ ๘ ในกำรดำเนนิ กำรตำมมำตรำ ๗ ผู้ ดจิ ิทลั
อนุญำตจะกำหนดวิธกี ำรทำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์เพื่อใหผ้ ู้ขอ - การใหบ้ ริการธรุกรรมทาง
อนญุ ำตปฏบิ ัตเิ พิ่มเตมิ ด้วยกไ็ ด้ แต่ตอ้ งเป็นไปเพอ่ื
อำนวยควำมสะดวกแก่ผขู้ ออนญุ ำตหรือเพอ่ื กำรยืนยนั อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ตวั ตน โดยประชำชนสำมำรถเข้ำถงึ และใชไ้ ด้ - ควรเพิม่ เติมถอ้ ยคำในมำตรำ ๘ วรรคแรก
โดยสะดวกและท่วั ไป และไมเ่ ปน็ กำรเพิ่มภำระแกผ่ ู้ขอ
อนุญำตเกินจำเป็น ดังนี้
“มำตรำ ๘ ในกำรดำเนนิ กำรตำมมำตรำ
กำรยนื ยันตวั ตนตำมวรรคหนง่ึ จะกำหนดให้
ดำเนนิ กำรดว้ ยวธิ ีอืน่ นอกจำกกำรแสดงบัตรประจำตัว ๗ ผอู้ นุญำตจะกำหนดวธิ ีกำรทำง
ประชำชนหรือหนังสอื เดินทำงกไ็ ด้ ถ้ำวิธอี ่นื ดงั กลำ่ ว อิเลก็ ทรอนิกสเ์ พือ่ ใหผ้ ู้ขออนุญำตปฏิบตั ิ
นัน้ จะเปน็ กำรสะดวกแก่ประชำชนยง่ิ ขึน้ เพิ่มเตมิ ด้วยกไ็ ด้ แตต่ ้องเป็นไปเพ่อื อำนวย
ควำมสะดวกและป้องกนั ความเสี่ยงแก่ผขู้ อ
ประเดน็ ที่ ๔ การแสดงใบอนุญาตโดยวธิ ีการ อนญุ ำต หรอื เพ่ือกำรยนื ยันตัวตน
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยประชำชนสำมำรถเขำ้ ถงึ และใชไ้ ด้
โดยสะดวกและทว่ั ไป และไมเ่ ปน็ กำรเพม่ิ ภำระ
มำตรำ ๑๓ ในกรณที ี่กฎหมำยกำหนดให้ผู้รบั แกผ่ ู้ขออนุญำตเกินจำเป็น”
อนุญำตตอ้ งแสดงใบอนุญำตไว้ในทเี่ ปดิ เผย
ให้เป็นสิทธิของผรู้ บั อนญุ ำตและหน้ำท่ขี องผู้อนญุ ำตที่ - ควรกำหนดกฎกระทรวงทต่ี อ้ งออกตำม
จะดำเนนิ กำร ดังตอ่ ไปน้ี ควำมในมำตรำ ๑๓ วรรคท้ำย กำหนดใหใ้ ช้
QR Code แทนแบบฟอรม์ ได้ด้วย
(๑) ผู้รับอนญุ ำตจะแสดงใบอนุญำตนั้นโดย

27

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๐
วธิ กี ำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ตำมวิธกี ำรทีผ่ ู้อนญุ ำต
ประกำศกำหนดกไ็ ด้ และให้ถือว่ำกำรแสดงเชน่ ว่ำนั้น
เปน็ กำรชอบดว้ ยกฎหมำยแล้ว ประกำศดังกลำ่ วเมอื่ ได้
ประกำศในรำชกจิ จำนุเบกษำและเผยแพรโ่ ดยวธิ กี ำร
ทำงอเิ ล็กทรอนิกสแ์ ลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคบั ได้

(๒) ผู้อนุญำตต้องเปดิ เผยกำรอนญุ ำตท่ไี ด้
ดำเนินกำรไปแล้วให้ประชำชนสำมำรถตรวจสอบผ่ำน
ชอ่ งทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ได้โดยสะดวกโดยไมต่ ้องเสยี
คำ่ ใชจ้ ่ำย กำรเปดิ เผยดงั กลำ่ วอย่ำงนอ้ ยต้องมรี ำยกำร
ทป่ี รำกฏอยู่ในใบอนุญำต และต้องดำเนินกำรแก้ไข
ปรับปรงุ ใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั ตลอดเวลำ

เพอ่ื ประโยชน์ในกำรลดภำระของผู้รับอนุญำต
วธิ ีกำรทผ่ี อู้ นุญำตประกำศกำหนดตำม (๑) จะออก
กฎกระทรวงกำหนดให้ตอ้ งทำเปน็ รูปแบบใดรูปแบบ
หน่งึ ก็ได้

28

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๑

๓.๓ นางอารีย์พนั ธ์ เจริญสขุ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

ไดใ้ ห้ขอ้ มลู เก่ยี วกับกำรปฏิบัติรำชกำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ สรุปไดด้ งั นี้
๑. แนวคิดในการปรับปรุงกระบวนงาน
ปรับปรงุ บรกิ ำรภำครัฐโดยใช้หลกั กำร ๘ ประกำร
๑. ชอ่ งทำงกำรบรกิ ำรสะดวกทนั สมยั (Convenient & Modern Channels)
๒. ขอ้ มลู เข้ำใจง่ำยและสอดคลอ้ งกันทกุ ชอ่ งทำง (Clear and Consistent Information)
๓. บริกำรเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวไมต่ อ้ งติดต่อหลำยหน่วยงำน (End-to-End Processing)
๔. มกี รอบเวลำและมำตรฐำนในกำรบรกิ ำรที่ชัดเจน (Commitment to Service Delivery)
๕. ลดกำรใช้เอกสำร และไม่ขอขอ้ มูลทภ่ี ำครฐั มอี ยู่แลว้ (Ask for less)
๖. ตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและดำเนินกำรแกไ้ ขอยำ่ งรวดเร็ว (Action on Feedback)
๗. พฒั นำงำนบริกำรให้ดขี ึน้ อย่ำงตอ่ เนื่อง (Continuous Improvement)
๘. ลดควำมเส่ียงของกำรทุจรติ (Reduce Corruption Risk)
๒. ท่ีมา
สำนกั งำน ก.พ.ร. ได้สง่ เสริมกำรพัฒนำกำรออกเอกสำรหลักฐำนของทำงรำชกำรผ่ำนระบบ

ดจิ ิทลั (e –Document) ให้กบั หน่วยงำนนำร่องทมี่ ีควำมพร้อมในกำรพฒั นำด้ำนเทคนิค โดยไดร้ ับกำร
สนับสนุนจำกสำนักงำนพัฒนำรฐั บำลดิจิทัล (องค์กำรมหำชน) และสำนักงำนพัฒนำธุรกรรมทำง
อิเล็กทรอนกิ ส์ อย่ำงไรก็ตำม ข้อจำกดั ของกำรพฒั นำฯ คือ กฎหมำยและกฎระเบียบท่ีไม่เอื้อต่อกำร
ใหบ้ รกิ ำรในรูปแบบ e–Service จึงเสนอ ครม. เพือ่ ให้หนว่ ยงำนแกไ้ ขกฎหมำยและกฎระเบียบ

29

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๒
๒.๑ ระบบ Biz Portal (๒๕ ประเภทธรุ กจิ ๗๘ ใบอนญุ ำต)
๒.๒ ระบบ E –Document (๓๓ หนว่ ยงำน ๘๒ ใบอนุญำต)
๒.๓ ข้อจำกดั ทำงกฎหมำยและกฎระเบยี บตอ่ กำรพฒั นำเป็น e-service (๒๒ หน่วยงำน ๕๖
ใบอนุญำต ๘๔ ฉบบั )

- พระรำชบญั ญตั ิ จำนวน ๑๓ ฉบบั (ร้อยละ ๑๕.๔๘)
- กฎกระทรวง จำนวน ๒๘ ฉบบั (ร้อยละ ๓๓.๓๓)
- ประกำศ/ระเบยี บ/คำสงั่ /ข้อบังคบั จำนวน ๔๓ ฉบบั (ร้อยละ ๕๑.๑๙)
ตัวอย่างข้อจากดั
๑. กำรยนื่ คำขออนุญำต/ต่ออำยุดว้ ยตัวเอง หรอื ณ สถำนทีห่ นว่ ยงำน
๒. กำรชำระค่ำธรรมเนียม (ยื่นตอ่ เจำ้ พนกั งำนหรอื ไม่ไดก้ ำหนดวิธที ำงอิเลก็ ทรอนิกส์)
๓. กำรลงนำมในใบอนุญำต/ใบรับรอง (โดยเจ้ำหน้ำท่ีเป็นรำยบคุ คล/มีกำรรบั รองสำเนำ
หรอื ลงลำยมอื ชอื่ )
๔. กำรเชือ่ มโยงขอ้ มลู ระหวำ่ งหน่วยงำน (กำรเปิดเผยขอ้ มูลส่วนบคุ คล)
๕. กำรจดั สง่ เอกสำร (กำหนดวิธีไว้ใหส้ ง่ ทำงไปรษณีย)์
๖. กำรแสดงใบอนุญำตไวใ้ นที่เปิดเผย/แสดงต่อพนักงำนเจำ้ หน้ำที่
จำกนั้น ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ๘ กันยำยน ๒๕๖๓ ให้แก้ไขกฎหมำยท่ีเป็นอุปสรรคต่อ
กำรใหบ้ รกิ ำรในรปู แบบ e-service
- สำนักงำน ก.พ.ร. เสนอสำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำในกำรแกไ้ ขกฎหมำยแม่บท
ประเภทพระรำชบญั ญัตทิ ่เี ปน็ อุปสรรคตอ่ กำรใหบ้ ริกำรในรูปแบบ e-service
- สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ จัดทำร่ำงพระรำชบญั ญตั ิกำรปฏิบัติรำชกำรทำง
อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เพอ่ื เปน็ กฎหมำยกลำงที่เปล่ียนกำรทำงำนของรัฐตำมกฎหมำยตำ่ ง ๆ ให้เป็น
ระบบดิจิทัล
๓. การดาเนินการของสานกั งาน ก.พ.ร.
๓.๑ การติดตามการแกไ้ ขกฎหมายฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี ซ่ึงกฎหมำยที่สำนักงำน ก.พ.ร.
ไดเ้ สนอแก้ไขเปน็ เพียงกฎหมำยจำนวนหนึ่งท่ีมกี ำรพฒั นำกำรออกเอกสำรหลกั ฐำนของทำงรำชกำร
ผำ่ นระบบดิจิทลั (e –Document) และไดเ้ สนอคณะรัฐมนตรีเม่อื วนั ท่ี ๓๐ สงิ หำคม ๒๕๖๔
มติคณะรฐั มนตรี วันท่ี ๓๐ สงิ หำคม ๒๕๖๔ (รำยงำนผลกำรติดตำมกำรแก้ไขกฎหมำย
ตำมมตคิ ณะรัฐมนตรี ๘ กันยำยน ๒๕๖๔
ปลดลอ็ กอุปสรรคต่อกำรให้บริกำร e-service ทกี่ ำหนดในกฎหมำย
- ลดเวลำเดินทำงไปตดิ ตอ่ รำชกำร
- ลดเอกสำรในรปู แบบกระดำษ
- เพ่ิมชอ่ งทำงจำ่ ยเงนิ ผ่ำนอเิ ลก็ ทรอนิกส์

30

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๓
มติคณะรัฐมนตรวี ันท่ี ๘ กันยำยน ๒๕๖๓ เห็นชอบใหแ้ ก้ไขกฎหมำยที่เป็นอปุ สรรค
รวม ๘๔ ฉบบั ภำยในปี ๒๕๖๔ ความคืบหน้า ณ กนั ยายน ๒๕๖๔ : ทบทวนและแกไ้ ขกฎหมำยแล้ว
เสร็จ จำนวน ๖๒ ฉบับ ประชำชนรบั บริกำรผำ่ นระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อย่ำงเต็มรูปแบบ
- แจง้ /ประกำศผ่ำนระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ จำนวน ๒ ฉบบั
- ย่ืนเรือ่ งผำ่ นระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ จำนวน ๑๑ ฉบับ
- ชำระค่ำธรรมเนยี มผำ่ นระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ จำนวน ๗ ฉบบั
- รบั เอกสำร/ใบอนญุ ำตผำ่ นระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ จำนวน ๔๒ ฉบบั
๓.๒ การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการให้บริการแบบ e-Service สำนักงำน ก.พ.ร.
ไดก้ ำหนดให้กำรพัฒนำ e-Service เป็นตัวชี้วดั ฯ ของส่วนรำชกำร ปี ๒๕๖๔ โดยมสี ่วนรำชกำรเสนอ
กำรพัฒน ำงำนบริกำร จำนวน ๗๘ หน่วยงำน ๘๐ งำนบริกำร นอกจำกนี้ได้เพ่ิมเติมกำรพัฒน ำ
e-Service ในงำนบรกิ ำร Agenda สำคญั จำนวน ๑๒ เร่ือง โดยไดร้ ับควำมเห็นชอบจำกคณะรัฐมนตรี
เมอื่ วันท่ี ๓ สงิ หำคม ๒๕๖๔ ซง่ึ ถือเป็นกำรเตรียมควำมพร้อมและเพิ่มศกั ยภำพของส่วนรำชกำรในกำร
ให้บริกำรผ่ำนระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้รองรับเจตนำรมณ์ของร่ำงพระรำชบัญญัติกำรปฏิบัติรำชกำร
ทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

กล่มุ พฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานทางดิจทิ ัล
๑. ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) : กรมกำ ร
ปกครอง
๒ . หนึ่ ง รหัส ห นึ่ง ผู้ ประกอ บก าร (One Identification : ID One SMEs) :
สำนกั งำนส่งเสรมิ วิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดยอ่ ม
กลุม่ งานบริการสาธารณะ
๓. ระบบการรบั ชาระภาษที ด่ี ินและสิ่งปลูกสร้าง : กรมท่ดี นิ
๔. ระบบขออนญุ าตวตั ถอุ นั ตรายแบบครบวงจร (HSSS) : กรมโรงงำนอุตสำหกรรม
๕. ระบบรบั รองมาตรฐานสินคา้ เกษตร (GAP) พืช ประมง และปศุสตั ว์ : สำนักงำน
มำตรฐำนสนิ คำ้ เกษตรและอำหำรแหง่ ชำติ
กล่มุ เพ่ิมขีดความสามารถในการแขง่ ขัน
๖. ระบบการอานวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง (Ease of traveling) : สำนกั งำน
ปลดั กระทรวงกำรทอ่ งเท่ียวและกีฬำ

31

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๔

๗. ระบบช่วยเหลอื ผู้ว่างงานใหก้ ลบั เขา้ สู่ตลาดแรงงาน : กรมกำรจดั หำงำน
๘. ระบบเช่ือมโยงข้อมูลการนาเข้าและส่งออกสินค้าข้ามแดนทางบกของกลุ่ม
ประเทศ ACMECS ผา่ นระบบNSW : กรมศุลกำกร
กลุ่มนาขอ้ มลู มาใชป้ ระโยชน์
๙. ระบบการข้ึนทะเบียนเกษตรกร และการขอรับความช่วยเหลือด้านการเกษตร
: สำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร
๑๐. ระบบการแจง้ เตือนสิทธิ์และชว่ ยเหลือในการรับสวัสดิการของประชาชนตลอด
ช่วงชีวิต : สำนักงำนปลัดกระทรวงกำรพัฒนำสงั คมฯ
๑๑. ระบบการออกบัตรสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ : กรมควบคุมโรค
กลมุ่ เปดิ กว้างใหก้ บั ประชาชน
๑๒. ศูนย์การร้องเรียนแบบเบด็ เสร็จ : สำนักงำนปลัดสำนักนำยกรัฐมนตรี
๔. แนวทางการใช้ร่าง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ฯ สนับสนุนการ
ดาเนินการในรปู แบบดจิ ทิ ัล
ข้ันตอนการขออนุญาตประกอบธรุ กิจทางอิเลก็ ทรอนิกส์
๑. หาข้อมลู
- จัดเก็บข้อมูล ขำ่ วสำรหรอื เอกสำรอื่นใดในรูปแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์แทนกำรจดั เก็บเป็น
เอกสำร (มาตรา ๑๗)
๒. ยืนยันตวั ตน
- สำมำรถยืนยันตวั ตนได้ทำงชอ่ งทำงอื่นนอกจำกแสดงบัตรประจำ ตัวประชำชนหรือ
หนังสือเดนิ ทำง (มาตรา ๘)
๓. กรอกฟอรม์
- ผู้อนุญำตตอ้ งตรวจสอบควำมถูกต้องกับสำนกั ทะเบียนกลำง โดยไม่ถือเป็นกำรเปิดเผย
ข้อมลู ลับตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรทะเบยี นรำษฎร (มำตรำ ๑๗ แห่งพระรำชบัญญัติกำรทะเบียนรำษฎร
พ.ศ. ๒๕๓๔) (มาตรา ๙)
๔. ยน่ื คาขอ
๑. สำมำรถยนื่ คำขอโดยวธิ กี ำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ได้
๒. ไมต่ ้องลงนำมรบั รองสำเนำเอกสำร
๓. ใชส้ ำเนำเอกสำรส่งทำงอิเล็กทรอนกิ ส์เพียงชุดเดียว (มาตรา ๗) ให้ถอื ว่ำหน่วยงำน
ของรัฐ หรอื เจ้ำหน้ำท่ีของรัฐได้รับตำมวันและเวลำที่ คำขอ อนุญำตหรือกำรติดต่อเข้ำสู่ ระบบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (มาตรา ๑๐)
๕. ตรวจสอบ/พจิ ารณาคาขอ
- กำรติดต่อหรือออกเอกสำรหลักฐำนใด ๆ ให้ทำโดยวิธีกำรทำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เวน้ แต่
ผู้ขออนญุ ำตจะระบุเปน็ ประกำรอ่ืน (มาตรา ๑๑)
- หน่วยงำนมีหน้ำที่จัดทำสำเนำและรบั รองควำมถกู ต้องของสำเนำ หำกจำเปน็ ตอ้ งมี
สำเนำเอกสำรหลกั ฐำน (มาตรา ๑๒)

32

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๕
๖. ชาระคา่ ธรรมเนยี ม

- กำรดำเนิน กำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้บังคับถึงกำรจ่ำยเงิน ค่ำคำขออนุญำ ต
ค่ำธรรมเนียม ภำษีอำกร ฯลฯ (มาตรา ๗)

๗. จดั ทาใบอนญุ าต
- กำรติดต่อหรอื ออกเอกสำรหลักฐำนใด ๆ ให้ทำโดยวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ เว้นแต่

ผ้ขู ออนุญำตจะระบเุ ปน็ ประกำรอนื่ (มาตรา ๑๑)
๘. จดั สง่ ใบอนญุ าต
๑. สำมำรถแสดงใบอนุญำตดว้ ยวธิ กี ำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ซึง่ เป็นกำรชอบด้วยกฎหมำย
๒. เปิดเผยกำรอนุญำตที่ได้ดำเนนิ กำรไปแลว้ ใหป้ ระชำชนสำมำรถตรวจสอบผำ่ นชอ่ งทำง

อเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้ตลอดเวลำ
๓. สำมำรถแสดงใบอนุญำตเป็นภำพทำงอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยถือเป็นกำรชอบด้วย

กฎหมำย (มาตรา ๑๓ และ ๑๔)
- ในกำรติดต่อหรือสง่ เร่ืองระหว่ำงประชำชนกับหน่วยงำน หรอื ระหวำ่ งหน่วยงำน

ดว้ ยกนั เอง กระทำโดยวิธีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ และถอื เป็นกำรชอบและใชเ้ ปน็ หลักฐำนได้ (มาตรา ๑๕)
- ให้กรมบัญชีกลำงหรือหน่วยงำนอ่นื ท่ีมีอำ นำจหน้ำท่อี นุมัติหรือตรวจสอบควำม

ถูกต้องของกำรเบกิ หรือใช้จ่ำยเงินท่ีจะตอ้ งดำเนินกำรแก้ไขกฎหมำย กฎ ระเบยี บ ฯลฯ ที่เป็นอุปสรรค
ในกำรติดต่อหรอื ส่งเรอื่ งฯโดยเรว็ (มาตรา ๑๕)

๕. แนวทางการดาเนินการตอ่ ไปภายหลงั จากพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้
๕.๑ พระรำชบัญญัติมีผลบังคับใชต้ ง้ั แตว่ ันถดั จำกวนั ประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำ
๕.๒ มตคิ ณะรัฐมนตรี เรอื่ ง วิธกี ำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์
- มำตรำ ๑๙ ใหส้ ำนักงำน ก.พ.ร. สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ สำนกั งำนพัฒนำ

ธุรกรรมทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์และสำนักงำนพัฒนำรัฐบำลดิจิทัล (องคก์ ำรมหำชน) รว่ มกันจดั ทำวธิ ีกำรทำง
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (ภำยใน ๒๔๐ วนั )

๕.๓ กำรประกำศกำหนดช่องทำงอเิ ลก็ ทรอนิกสส์ ำหรับประชำชนของหนว่ ยงำนของรัฐ
- มำตรำ ๒๐ ให้หวั หน้ำหน่วยงำนของรฐั ประกำศกำหนดชอ่ งทำงอเิ ล็กทรอนิกสส์ ำหรับ

ประชำชน รวมท้ังกำหน ดระบบสำหรับกำรปฏิบัติหน้ำท่ีของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐโดยวิธีกำรทำ ง
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ (ภำยใน ๙๐ วัน)

๕.๔ กำรตดิ ตำม เร่งรัด ของหน่วยงำนท่คี ณะรัฐมนตรมี อบหมำย
- มำตรำ ๒๒ ใหค้ ณะรัฐมนตรีกำหนดหน่วยงำนของรัฐหน่วยงำนหน่ึงให้ทำหน้ำท่ี

ในกำรตดิ ตำมเร่งรดั ให้หน่วยงำนของรัฐดำเนนิ กำรออกประกำศกำหนดช่องทำงอิเลก็ ทรอนิกส์สำหรับ
ประชำชนในกำรตดิ ตอ่ รำชกำร และรำยงำนคณะรัฐมนตรที ุก ๖๐ วัน ว่ำหนว่ ยงำนใดยังมิไดด้ ำเนนิ กำร

33

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๖

๓.๔ ผู้ชว่ ยศาตราจารยป์ ยิ ะบตุ ร บุญอร่ามเรอื ง อนกุ รรมาธิการพจิ ารณากฎหมายทเี่ กยี่ วข้อง
กบั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ การส่อื สาร และการโทรคมนาคม

ได้ให้แสดงควำ มคิดเห็น และให้ข้อสังเกตต่อร่ำ ง พร ะร ำ ชบัญ ญัติกำ ร ปฏิบัติร ำ ชกำ ร
ทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... สรปุ ได้ดงั นี้

โดยทวั่ ไปกฎหมำยของประเทศไทยสว่ นใหญ่จะมักคุ้นชินกับกฎหมำยที่มีรปู แบบหรอื กำหนดเนือ้ หำ
เดมิ ๆ เช่น กำหนดใหน้ ิยำมควำมหมำย กำรรับรองสิทธิและอำนำจหน้ำท่ี และควำมรับผดิ ชอบ ไม่คอ่ ย
ปรำกฏรำ่ งกฎหมำยที่เป็นกำรขบั เคลื่อนสิ่งท่ีตอ้ งกำรใหเ้ กิดหรอื กำหนดเป้ำหมำยท่ีตอ้ งกำรอยำ่ งชัดเจน
ว่ำกฎหมำยมวี ัตถุประสงคต์ อ้ งกำรใหเ้ กิดส่ิงใดขึ้นหรอื มเี ปำ้ หมำยให้ตอ้ งดำเนนิ กำรเรือ่ งใด ๆ ใหเ้ กดิ ผล
เปน็ รูปธรรมขนึ้ ดังนั้น หำกต้องกำรขับเคล่ือนให้กำรปฏิบัตริ ำชกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์เกิดข้ึนอย่ำง
สมบูรณ์เนื้อหำของกฎหมำยควรกำหนดระบุส่ิงท่ีต้องกำรให้เกดิ ขึ้นหรอื เปำ้ หมำยต้องกำรให้ชัดเจนว่ำ
ภำยในระยะเท่ำใดตอ้ งดำเนินกำรเรอ่ื งใดใหเ้ กิดผลสมั ฤทธิ์อย่ำงไรบ้ำง

ร่ำงพระรำชบัญญัติกำรปฏบิ ัติรำชกำรทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... มีกำรกำหนดเน้ือหำในเชิง
กำรขับเคล่ือนใหเ้ กิดกำรปฏิบัติรำชกำรทำงอเิ ล็กทรอนิกส์ทเี่ ข้มข้นขึ้นมำกกวำ่ พระรำชบญั ญัติว่ำด้วย
ธุรกรรมทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมีกำรกำหนดเป้ำหมำยให้ต้องดำเนินกำรให้แล้วเสร็จ
กำรให้รำยงำนผลกำรดำเนินกำร เช่น กำรกำหนดให้สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนพัฒนำธุรกรรมทำงอิเล็กทรอนิกส์ และสำนกั งำนพฒั นำ
รัฐบำลดิจิทัล (องค์กำรมหำชน) รว่ มกัน จัดทำวิธกี ำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ตำมมำตรำ ๖ เสนอต่อ
คณะรัฐมนตรีเพ่ือกำหนดให้หน่วยงำนของรัฐใช้และปฏิบัติโดยจะจัดแบ่งวธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์
เป็นระยะเรม่ิ ตน้ และระยะต่อ ๆ ไป กไ็ ด้ แต่ระยะแรกสำหรับกำรเริ่มตน้ ดำเนนิ กำรตำมพระรำชบัญญตั ิน้ี

34

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

๓๗ ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....
จะต้องจัดทำให้แล้วเสร็จเสนอคณะรัฐมน ตรีพิจำ รณำได้ภำยใน สองร้อยสี่สิบวัน นับแต่วัน ท่ี
พระรำชบัญ ญัติน้ีใช้บังคับ๔ หรือกำหนดให้ หัวหน้ำหน่วยงำ นของรัฐประกำศกำหนดช่องทำ ง
อิเล็กทรอนิกสส์ ำหรับประชำชนติดตอ่ รำชกำรตำมมำตรำ ๑๐ รวมทั้งกำหนดระบบสำหรับกำรปฏิบัติ
หน้ำท่ขี องเจำ้ หน้ำทีข่ องรฐั โดยวธิ กี ำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์ตำมมำตรำ ๑๖ ให้แล้วเสรจ็ ภำยในเก้ำสิบวันนับ
แต่วันท่ีคณะรัฐมนตรีมีมตกิ ำหนดตำมมำตรำ ๖๕ แต่ยังไม่เพียงต่อกำรขบั เคล่ือนให้เกิดกำ รปฏิบัติ
รำชกำรทำงอเิ ล็กทรอนิกส์เกดิ ขึน้ อยำ่ งสมบูรณแ์ ละเป็นรปู ธรรม

กำรขับเคล่ือนให้เกดิ ดิจทิ ัลทรำนส์ฟอร์เมช่ันนอกจำกน้ีมกี ฎหมำยรองรบั แล้วยังต้องมกี ำรสร้ำง
เคร่ืองมือหรือกลไกในกำรขับเคลื่อนใหเ้ กดิ ดิจิทัลทรำนส์ฟอร์เมชนั่ อยำ่ งแท้จริง ดังน้ัน ตัวกฎหมำย
ควรกำหนดเน้ือหำทีเ่ ก่ียวกับกำรขับเคล่ือนให้เกดิ ดิจิทัลทรำนส์ฟอรเ์ มชั่นใหช้ ดั เจน เช่น ต้องกำรใหเ้ กิด
เรอื่ งอะไรบ้ำง เป็นภำรกิจของหนว่ ยงำนใดที่ตอ้ งดำเนินกำรอย่ำงไร มีเป้ำหมำยหรือแผนงำนอย่ำงไร
ภำยในระยะเวลำเทำ่ ใดและสิ่งทตี่ ้องกำรให้เกดิ ข้ึนภำยในระยะเวลำเทำ่ ใด

คว าม คิ ดเห็ นและใ ห้ ข้ อสั ง เกตต่ อร่ าง พ ระร าช บั ญญั ติ การปฏิ บั ติ ร าช การทาง อิ เล็ กทร อนิ กส์
พ.ศ. ....

ประเดน็ ที่ ๑ วธิ กี ารทางอิเล็กทรอนกิ ส์และมาตรฐานขอ้ มูลท่คี ณะรัฐมนตรกี าหนด (ร่ำงมำตรำ ๖)๖
ให้คณะรัฐมน ตรี มีอำน ำจ กาหนดวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงรวม ถึงม าตรฐานข้อมูล
ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ที่หนว่ ยงำนของรัฐจะต้องใชแ้ ละปฏิบัติให้สอดคล้องกัน
และเชือ่ มโยงถึงกันได้
ความคดิ เห็น : วธิ กี ำรทำงอิเลก็ ทรอนิกส์ และมำตรฐำนขอ้ มูลดำ้ นเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำร
ส่ือสำรเป็นเรอ่ื งในเทคนิค ดังน้ัน ควรให้เป็นอำนำจหน้ำท่ีของคณะกรรมกำรพัฒนำรัฐบำลดิจิทัล
ซึง่ มคี วำมเช่ยี วชำญและเป็นอำนำจหน้ำท่ีโดยตรงคณะกรรมกำรพัฒนำรัฐบำลดิจทิ ัล ตำมมำตรำ ๖
และมำตรำ ๗ แห่งพระรำชบัญญตั ิกำรบริหำรงำนและกำรให้บรกิ ำรภำครฐั ผ่ำนระบบดจิ ทิ ลั พ.ศ. ๒๕๖๒
และรำยงำนให้คณะรฐั มนตรีเหน็ ชอบหรือรับทรำบ

๔ รำ่ งมำตรำ ๑๙
๕ ร่ำงมำตรำ ๒๐
๖ มำตรำ ๖ เพ่อื ประโยชนใ์ นกำรดำเนนิ กำรตำมพระรำชบญั ญตั ินใี้ หม้ ีประสิทธภิ ำพ ให้คณะรัฐมนตรีกำหนดวธิ ีกำร
ทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ซง่ึ รวมถึงมำตรฐำนขอ้ มลู ดำ้ นเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอื่ สำร ท่ีหนว่ ยงำนของรัฐจะตอ้ งใชแ้ ละปฏิบตั ิ
ใหส้ อดคล้องกนั และเชื่อมโยงถงึ กนั ได้

35

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๓๘

ประเดน็ ท่ี ๒ การยื่นคาขอและตดิ ตอ่ ราชการของประชาขนทางอิเล็กทรอนิกส์ (รำ่ งมำตรำ ๗)๗
๑. กำรใด ๆ ท่กี ฎหมำยกำหนดให้ตอ้ งขออนุญำตต่อผู้อนญุ ำต ผู้ขออนุญำตจะเลอื กย่ืนคาขอ
อนญุ าตดังกล่าวรวมถงึ นาส่งเอกสารหลกั ฐานหรือสาเนาเอกสารหลักฐานประกอบคาขออนุญาตต่อผู้
อนุญาตโดยวิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และใหถ้ ือว่ำกำรย่ืนคำขออนุญำตน้ันเป็นกำรชอบด้วย
กฎหมำยน้ัน ๆ แล้ว และเจ้ำหน้ำทขี่ องรัฐทเ่ี กี่ยวข้องจะปฏเิ สธไมร่ บั กำรขออนญุ ำตนนั้ เพียงเพรำะเหตุที่
ผขู้ ออนญุ ำตไดย้ น่ื โดยวิธีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ สม์ ิได้ ตำมรำ่ งมำตรำ ๗ วรรคหน่งึ
ความคิดเห็น : ถอ้ ยคำเหมอื นจะเปน็ หลกั กำรอำนวยสะดวกให้ประชำชนไดด้ ำเนนิ กำรหรอื ยนื่ เรอ่ื ง
ตอ่ รัฐเพียงคร่ึงเดียว (Once-Only Principle) ดังนั้น จึงควรเขียนระบุให้ชัดเจนไปเลยว่ำกำรใด ๆ
หรือกำรตดิ ต่อรำชกำรของประชำชนให้ดำเนินกำรเพียงครั้งเดียวและสถำนทเ่ี ดยี วให้จบกระบวนกำร
๒. กำรปฏิบตั ริ ำชกำรทำงอิเลก็ ทรอนิกส์ไมใ่ ชบ้ ังคบั แก่

๑) กำรจดทะเบียนเกย่ี วกับอสงั หำรมิ ทรัพย์
๒) กำรจดทะเบียนท่ีผู้ขอจดทะเบียนต้องดำเนินกำรเองเฉพำะตัว ไมว่ ่ำจะเป็นกำรสมรส
กำรหยำ่ กำรรบั บตุ รบุญธรรม หรือกำรอน่ื ทำนองเดียวกัน
๓) กำรขอมีบัตรประจำตัวประชำชน หนังสือเดนิ ทำง หรือเอกสำรอื่นใดท่ีโดยลักษณะของ
เอกสำรนนั้ ผู้ขอจำเปน็ ต้องไปดำเนินกำรอย่ำงหนงึ่ อย่ำงใดดว้ ยตนเองเพอ่ื ใหเ้ จ้ำหน้ำที่ตรวจสอบ
๔) กำรอ่ืนใดทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
(มำตรำ ๗ วรรคท้ำย)
ความคิดเห็น : เน้ือหำของกฎหมำยไม่ควรระบุเนื้อหำรือเร่ืองใดอย่ำงชัดเจนว่ำเรื่องนั้น ๆ
ไม่สำมำรถดำเนนิ กำรทำงอิเล็กทรอนิกส์เพรำะจะเปน็ เกิดหลักกฎหมำยท่หี นว่ ยงำนใช้ยืนยันต้ังแต่ต้น
ว่ำไม่สำมำรถดำเนินกำรได้เพรำะว่ำกฎหมำยห้ำม ควรกำหนดให้ยืนหยุน่ เปดิ กว้ำงปล่อยใหห้ นว่ ยงำน

๗ มำตรำ ๗ บรรดำกำรใด ๆ ท่ีกฎหมำยกำหนดให้ตอ้ งขออนญุ ำตต่อผอู้ นญุ ำต ผูข้ ออนญุ ำตจะเลอื กย่นื คำขออนญุ ำต
ดงั กลำ่ วรวมถึงนำสง่ เอกสำรหลกั ฐำนหรอื สำเนำเอกสำรหลักฐำนประกอบคำขออนุญำตตอ่ ผู้อนญุ ำตโดยวธิ กี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ก็ได้ และใหถ้ ือว่ำกำรยืน่ คำขออนญุ ำตนนั้ เป็นกำรชอบดว้ ยกฎหมำยนนั้ ๆ แลว้ และเจำ้ หนำ้ ทขี่ องรฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งจะปฏิเสธไมร่ ับกำร
ขออนญุ ำตนนั้ เพียงเพรำะเหตุท่ผี ู้ขออนญุ ำตไดย้ ืน่ โดยวธิ กี ำรทำงอเิ ล็กทรอนิกสม์ ิได้

สำเนำเอกสำรหลักฐำนท่สี ง่ โดยวิธกี ำรทำงอิเลก็ ทรอนิกสต์ ำมวรรคหนงึ่ ผสู้ ง่ ไม่ตอ้ งลงนำมรับรอง
ในกรณที ี่กฎหมำยตำมวรรคหนงึ่ หรอื กฎที่ออกตำมกฎหมำยดงั กลำ่ วกำหนดให้กำรยนื่ คำขออนญุ ำตตอ้ งทำตำมแบบ
วธิ ีกำร หรือเงอ่ื นไขทีก่ ำหนด กำรทผ่ี ้ขู ออนุญำตได้ย่นื คำขออนญุ ำตโดยวธิ ีกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์โดยมีข้อควำมตรงตำมแบบ
นน้ั ๆ แลว้ ให้ถอื ว่ำผูข้ ออนุญำตได้ยื่นคำขออนญุ ำตตำมแบบ วธิ ีกำร หรือเงอื่ นไขตำมทกี่ ำหนดนนั้ แลว้ และในกรณีทกี่ ฎหมำย
หรอื กฎดังกล่ำวกำหนดให้ผู้ยืน่ คำขอตอ้ งย่นื หรือส่งเอกสำรมำกกว่ำหน่งึ ชุด กำรส่งโดยวธิ กี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ดังกลำ่ ว
ให้ถอื วำ่ ผูย้ ่ืนคำขอได้ย่นื หรอื ส่งครบจำนวนแล้ว
ควำมในวรรคหน่งึ ให้ใชบ้ ังคับแกก่ ำรจดั สง่ หนังสอื รำยงำน เอกสำร หรอื ข้อมูล และกำรจำ่ ยเงินคำ่ คำขออนุญำต
ค่ำธรรมเนียม ภำษอี ำกร ค่ำปรบั หรือเงนิ อนื่ ใดให้แก่ทำงรำชกำรหรือหนว่ ยงำนของรฐั ดว้ ยโดยอนุโลม
ควำมในมำตรำน้ีไม่ใชบ้ งั คับแก่กำรจดทะเบยี นเกี่ยวกบั อสงั หำริมทรพั ย์ หรอื กำรจดทะเบยี นทีผ่ ขู้ อจดทะเบียน
ต้องดำเนินกำรเองเฉพำะตัว ไม่วำ่ จะเปน็ กำรสมรส กำรหยำ่ กำรรบั บตุ รบญุ ธรรม หรือกำรอื่นทำนองเดยี วกัน รวมทั้งกำรขอมี
บัตรประจำตวั ประชำชน หนงั สือเดินทำง หรอื เอกสำรอน่ื ใดทโ่ี ดยลักษณะของเอกสำรนนั้ ผู้ขอจำเป็นต้องไปดำเนนิ กำรอยำ่ งหน่ึง
อย่ำงใดดว้ ยตนเองเพื่อให้เจ้ำหน้ำท่ีตรวจสอบ หรือกำรอ่ืนใดทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง ทง้ั นี้ เว้นแตก่ ฎหมำยในเรื่องนั้น
จะกำหนดใหด้ ำเนนิ กำรโดยวธิ ีกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้ กใ็ ห้ดำเนนิ กำรไปตำมกฎหมำยน้นั

36

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ ก๓๓า๙๙รสมั มรนาาช“กราา่ รงพทารงะรอาเิ ลชก็บทญั รญอนตั กิ กิ สา์รพป.ฏศบิ. .ตั...ิ
ท่ีมีอำนำจหน้ำที่ได้พจิ ำรณำดำเนนิ กำรเองว่ำเรื่องใดสำมำรถทำได้หรือไมไ่ ด้ ตวั อย่ำงท่ีเปรียบเทียบ
กเดใมทกวเดใมดหดฎำรหมี่ ่ำฎำรยี ้เดียเีเ้เหอหดเนวหรหนวกำม็กน่อืิกนม็นิกผนนำงผันไำกนัไำ่ ดใยำก่ำดยดำน้จอำนคซ้อคสซรรหรยวร่งึยเวำึ่งะเ่อรำอนะม่อรำอบมงงบา้มงำำงาชเีบคชจรทเีบฉคจัดฉวไถัรดี่วไรไพดเพำทดวดเจำว้จำอม้ม้ำอำพมนมะเินยะไิเถิจลยถตดลืตดคึงื็กำดคึวั้หงก็ วัหืกอรหทืกอรทาไยณาไรือยปมรรปุ่นมรอไนุ่ำ่ัอจวจม่ัจวจเนด่ำเนดัปจ่ไำ่ัดปจิำกดจุิกิบกดจุกิบดเสจ้ะาสกะนันากัน์ะเร์เรปวินศแมปวศแท้ำท็ำนกต้ำีค็ำนตรงลรำงร่วลกัพป่รกัพปย่ำรำำย่ำลำยมเตุงลยรุตงอรอ่ม์มเธิ อ่์มมสธิหงสยำรรยำรมรวมมใรตดใรตดำ่รำหมรรกหมรกเะสห้ สไรำด้หไำสดด่ือ้นดวก้นมว๗้เกง๗้เย่ำวปกย่ำวปใไยริดวดวไยริดวมหงมำ่ชรสหงชรส่ำร่สย่ำอำรย่ำอนคำ่นำงมค่ำมงทใทมทำใทำหก่ีำมห้กำรี่รม้ำผ้รำอียถ้ผำถีอยรู้ถรรำทู้รดำรอ้ดกนร้อกำนำบั งำำับงำำไเขำเรบนดขรบจนอจจุ้ินอหจตหุนิตหสดสรรดกรนกำทนืบอำทำบ้ำมำ้ำมะรไุญะรทุำญมเททำเทบรีไ่ธไ่บรี่ไธำดถดำยีรดถยีรง้พงย้รนพ้อยรนอตมิ่นืจิทมิเื่นจิทวัเลำคล่ีำคผอ่ีห็กผรหำก็ รู้ขำยขู้รณทรรณทรอ่ืำออ้อรือ้อำรจงำอจงกอดงทกดดขนดขาำนา่เีำทอิกทรปอเิกรเนตะอสนตะรอสงั้เิ่ืน์นไีัง้เิยบ่ืน์นไผบดผกดบทยีก้จูท้ียูจ้ ้ำเดนาำัดดนาทดัรนรังตกนังตเีกยนเอน้อำออ้อำอบ้ันงร้ังนงงรงง
ว่ำเร่อื งปใรดะสเำดมน็ ำทรี่ ถ๓ทำกไาดรห้ ตรดิ อื ตไอ่มป่ไดรจ้ะะสมาีคนวงำามนเรหะมหำวะ่าสงมหกนวว่ำยงานของรัฐดว้ ยกัน (รำ่ งมำตรำ ๑๕ วรรคหนง่ึ )๘

ปกรำะรเดต็นดิ ทตี่่อ๓หรกือารสต่งดิเรต่ืออ่ งปถรึงะกสันาในนงราะนหระวห่ำวงหา่ งนหว่ นย่วงยำงนาขนอขงอรงัฐรดัฐ้วดยว้ กยันกันระ(รหำ่ วง่ำมงำเตจร้ำำห๑น๕้ำทว่ีขรรอคงหรันฐกึ่ง)ับ๘
หน่วยกงำำรนตขิดอตง่อรหฐั รหือรสือ่งรเระื่อหงวถ่ำึงงกปันรใะนชรำะชหนวกำ่ ับงหหนนว่่วยยงงำำนนขขอองงรรฐั ัฐหดร้วือยเกจันำ้ หรนะ้ำหทว่ีขำ่ องเงจร้ำฐั หในนส้ำว่ ทน่ีขทอ่ีเงกร่ียัฐวกกับับ
หหนน่วำ้ ยทงหี่ ำรนือขออำงนรำฐั จขหอรงอื เจร้ำะหหนว้ำ่ำทงปี่ขอระงรชัฐำนชน้ันกถับำ้ ไหดน้ก่วรยะทงำำนโดขยอวงธิ รีกฐั ำหรรทือำเงจอ้ำเิ ลหก็นท้ำรทอี่ขนอกิ งสรแ์ ฐั ลในว้ ใสหว่ ้ถนอื ทว่ีำ่เกเป่ีย็นวกกำับร
หชนอ้ำบทดหี่้วรยือกอฎำหนมำำจยขแอลงะเจใช้ำเ้หปน็นำ้ หทลข่ี ักอฐงำรนัฐไนด้ัน้ตำถม้ำกไฎดห้กรมะำทยำโดยวธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนิกสแ์ ล้วให้ถือวำ่ เปน็ กำร
ชอบด้วคยวกาฎมหคมดิ ำเหย็นแล:ะใคชวเ้ ปรกน็ ำหหลนกั ดฐรำะนบไดใุ ห้ต้ชำมัดกเจฎนหเมลำยยว่ำรัฐจะสรำ้ ง Domain ทสี่ ำมำรถเช่อื มโยงข้อมูลกัน
ไไดดดจิ้ ้แทแลัลลคะขะวกกอาำำงมหปหคนนริดดะดเเหทDDน็ ศooไm:mทคaยaวininรพกใ.ใศนำนห.แแ๒นตต่ลด๕่ละร๖ะะชช๓บัน้ ้นั -ใุว๒วห่ำำ่๕ช้มม๖ัดีเีเรร๕เอื่จ่ือนงภงออเำละะยยไไรใวรตบ่ำบ้พ้ำรำ้ รงฐั งะจซซระง่ึ งึ่ำสสสชรออบำ้ ดดงัญคคDลญล้อoอ้ตั งmงิกกกำaับับรinบFFรทooิหcีส่cuำำusรมsงำAAำรrrนeถeแaเaชลอื่ตตะมำำกมโมำยแแรงผใผขหนน้อ้พบพมัรฒลูัฒิกกนนำันำรำ
ดภจิ ำทคัลรขฐั ผอำ่งนปรระะบเทบศดไจิ ททิ ยลั พพ..ศศ.. ๒๒๕๕๖๖๒๓-๒๕๖๕ ภำยใต้พระรำชบัญญตั ิกำรบริหำรงำนและกำรให้บริกำร
ภำครัฐปผรำ่ ะนเดร็นะบทบี่ ๔ดจิ วทิ ธิ ลั กี าพร.ศแ.ละ๒ร๕ูป๖แ๒บบการจดั เกบ็ ข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกส์ (ร่ำงมำตรำ ๑๗)๙
แคแหทแแหคทเปลหณ่ีอรลหณอ่ีร็นื่งะอยะืงะ่อยชะสผู่ชใรมสู่ใปรำมนกคง่้รูัำฐนกค่งตัตฐรมตับำตวคมมำวิคมขกิะิรอขิกผนวารอเน็ไวาอจบ็ไดดิำอดมจบตำดมตังดน็ชมเ้ังรดมเค้รคอเคอทคคอีจเกคิีดจกกิบณดรก่ีะณ็รบะสเ็๔บจอมสเหอะมขหำะดัขบมีำรบ็มีน้วอรร็เน้อรตัคกฐติธตัคฐมติใมร็บมกีิใ้ร:นมูหล้:นูอหลาขนอคฉนห้ขรคงฉ้หขอ้ งตำ่บขแวตนำ่มบขวนวรลรับอ่ววูลรรบัอ่วีสกะีงยสอใกงยถใรหำหถงำเิหำหงำู้ปลำรำ้้ำนหรกำ้นหกก็ขตแนขตร่นวนร่ท้วบำนอข้มยำอขมยรมดบมอมดศงมออศงกรกูงำกลิรลูงำนลิลรฎานะรฎขปนะกิขฐัปรบัฐหข่บำหำขจส่จำำจุอมเุวกัด์ดัอมเนวกดัน(งำสเรเงำRสื้รกรเอกยื้เรอำกยeเำั็บพฐบ็ัวหพฐรบ็วหtรแขือ่่แำeใอ่ื่หำำใหลนำ้อดดnลนดหดรหะมรร้วtำะรว้ืำอiตรืูปอยูลเoตรปูยเนื้อเอนือnแ้ขอเออแขอินงติเบิ)้นองตบ้ลกอจกักจวบมักว็กสับมดสำับดูลอำบทลูอำเรุำเริกขคเุรกิขครเตลรต็ล่อบำค็่นบำอ่ก็คนอ่็กนวตลว้ัไทตลน้ัสไทิกนำสปำปรมำสรมหมำตมหอิตร์อไิกรไำนนก(ดำขนนดฎขมรฎ่ิว้มกออ่ิว้กออำ่หกสหยกงยสงยงยฎม์ฎงมรู่มแ์ใงรู่แใหำำำำนทหำำำนทยตชนมยชรนนมรนรกูำปใกกูำกปใำกกหำยหำยฎำแฎรำแ้ว๑ชร้รวชบร่บำั๗่จำรดัหจรดหบดะัด)บดเะดัร๙เว้จรอเว้เจอเือบเกยอืบิกยนเินเเี็ยบลจเีอ็ยบลจวอว็บเกดก็บ่เกดปำก่ปำหทสหทบ็นสขบ็นขมำรมุ้เำรอคุ้เอคำรออำรออบคบอยคกอนยกันงล่ืเันงสล่ืเนิสกหคิกหคใำใใำัใบสตดัดบรสตดดร์ุ ์ุ
เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบจัดเก็บข้อมลู อิเลก็ ทรอนิกส์ (Retention)

๘ มำตรำ ๑๕ วรรคหนงึ่ ในกำรติดตอ่ หรอื สง่ เร่อื งถึงกนั ในระหว่ำงหนว่ ยงำนของรัฐด้วยกัน ระหวำ่ งเจ้ำหนำ้ ท่ีของรฐั
ตใหหขตเกตใตหขหกเจหับอำ่อจหรรับอำ่อ้ำรรเ้มงืืออไ้ำหเ้ปมหงืืออไปหรปกหมปเรนกน็มนฐัเอตนฎน็ตนฐัอตฎ่วจตกก้ำำ่วจหิขกกำ้ำยัดหิขรทมยสัดอรทมมงสณเอ๙๘ขกม่ีงำณเ๙งำกขกำ่ีำงกำอฎำรคมมีนว็บยอฎรคมีนๆบ็ยงอณหำำธิๆขงใอณหำรขใตตีกน่ืนรอมไหตัฐนื่ะนอมไหปฐัะำรรใงรำนรปรำใงรำนรำำรดปรำกูยัฐำนดปรก้ักูยัฐจฐันกท้ัไ็วแม๑๑ัฐหทไ็วแม๑ดดัห่ำี่บหนดอ๗๕ถ่ำนี่บหนอ้เ๗ดถนบ้ยโรตดกำ้วบ่ยโรตดำ้ว้วว่ือู่ใไอดรว้็บยบอืู่ใยไอรยรดยบนรเียิดยงแนถรเีรรลจิงตะก้ถำรคลจลตะก้ำ้ำครค็กดหนร้อำ้รวก็ดหะนขรอ้ดหวทะหขดงวขทะรำห้องวขำทำรนรำ่อ้อำมทูปมรร่ำขอมมมอะงำขมงึ่งำอะงแคำปอ้งบูลำคนโรปอ้ยบูลนโบรใดรขยมรฐัุเดนรกิขมเรัฐุเบอหะิกยำ่เหลูหอสหะย่ำหูลกหววชสอบตนขววชบต์แตนขำสิธำต์แิเำุผสิธ่คำ่วลทุแำรีกผุ่คำชว่ทุแวีกลำชยรก็วตหนรำนลยรสหนรำนงสอหรทิดกง่งอคกหรำำก่งคทกำำงชรตำรทรนงวบัชำรขรนอวำับออำรื่ขทำอำใำหรืทจงำนใอตเหดหมจงอตเีห่ดออนมดั่ีหงิกออกิไนรจัดงกกิไินมเหวจเ่กสอไ็ินมืลเหวำกเ่สไ็ลดยส่ำกว่ส์ตสนดย่สก็เ่ว็บนำง็ก้เำยปบ็ำงำง่้ำยท่วรปำเมท่วรำงมเเน็ปมนนงรรย็นปำนนำรยวำนำ่ืออ็นขงั้นรนอ็นขรงแั้นรำงนเแอถมรำขนอเอถลมถขนอรกลงคิไินอรกกงิะไิงึดรออกหสขะดรองกสขรสฐั้องงรสฐ์แอัรนอ้งนะหั์แอำรระยหลำฐัรงงยรย่ึลฐับัใรงยรใู่ตบัว้รรนใะนู่ตต้วรอืวแะนใัฐอื้อวแรเใัฐเ้อธิ้อหรลเวเธิหแจรงะลวีกปแูจงงถ้ะลจกีปำูหถล้้ะลจเำำล้ือแสำหัดำปอืะแสรวำหัดบะรวทง่นเบนทำ่วต็ท่งนเมกทำ่ตบงจ่ีมกำ่้ำำอ้บไเจี่อ้ำ็บำห้อเอปปะอทบ็งอปงะทงบตอนิเงตยบ็นจขี่ตอิเยล็นจเขี่ำิเวลกำ่เัดออลำิเกกก็ัดมออมลยกก็เกมง็กำทเเวกมงกก็งำทเกวรสกรทก้นรำรสรำฎทน้ัฐบ็รชำฎนอัฐร็บตชใำอใรรหใอหใอตนรนหขรอหอตนตนมบตนอกำ้ฐิสมบนกำ้้นิสำำมน้กงสดิ่วำมกสฉดินว่ยรฉสก์ว้นยสก์บว้นัฐทวไคบย์ฎวทไคยด์ดฎบำ่ัที่คดณบก่ำัหณีเ่กด้ว้หณใี่เดจ้ฎกใยหจะฎกว้มหะะว้มย่ีะหกรกยะ้่ียำหรกยต้ำรวัฐตนัรมขวยัฐฐรมขรักยมมรำก้อมมมำรำอ้บันำกศยบัมนพะกนศยมพหติลแฎลูหหตติลแรฎลูปรรนลขะปวรรนลขะจรีำะรจ้ำำ่่ำรีกีำะร้ำ่ำะกะใำทวงะกะำใำทชวมเรชเชสมหเรห่ีชจบสเ้มีเ่ีหบกำ้เมีนเปพก้ำรำีปยตพฤรรียตฤหดือน็ร่ือบใิือขน็ษอื่บิใตขษหอนดหหออดหฎำอำฎ้หำ้ำขลำง้หมำกขลีนงเกทนรี้อกันเนนมรำอ้ักนำำำ่ีขบว่ฐยำำำบ่วินฐยจชยนิำอจชกัยตงำกักขกงงนงคกรขกเงนคำวเำอำรำำไวัำอำบนไน้ัรดรฐับงน้นรดร๖ง้ ้

วิธีกำรจดั เก็บและรปู แบบอิเล็กทรอนกิ ส์ตำมวรรคหนง่ึ ต้องเปน็ ไปตำมมำตรฐำนท่คี ณะรฐั มนตรีกำหนดตำมมำตรำ ๖

37

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... ๔๐
ประเด็นที่ ๕ หน่วยงานท่รี ับผิดชอบ (ร่ำงมำตรำ ๑๙)๑๐
ให้สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ สำนักงำน
พัฒนำธุรกรรมทำงอิเล็กทรอนกิ ส์ และสำนักงำนพฒั นำรัฐบำลดิจิทัล (องคก์ ำรมหำชน) ร่วมกันจัดทำ
วธิ ีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ตำมมำตรำ ๖ เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรีเพ่ือกำหนดให้หน่วยงำนของรัฐใช้
และปฏบิ ตั ิ
ความคิดเห็น : กำรจัดทำวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ และมำตรฐำนข้อมลู ดำ้ นเทคโนโลยีสำรสนเทศ
และกำรส่ือสำรดงั กลำ่ วควรเปน็ อำนำจหนำ้ ทข่ี องสำนักงำนพัฒนำรฐั บำลดิจิทัล โดยให้ประสำนควำม
รว่ มมือให้คณะกรรมกำรพัฒนำรฐั บำลดิจิทลั เปน็ ผู้กำหนดนโยบำย หลักเกณฑ์ควำมร่วมมือ (กำหนด
Lead Regulator)
ประเด็นที่ ๖ กาหนดแผนงาน (รำ่ งมำตรำ ๒๐ วรรคหนึง่ )๑๑
ให้หัวหน้ำหนว่ ยงำนของรัฐประกำศกำหนดชอ่ งทำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์สำหรบั ประชำชนติดต่อรำชกำร
ตำมมำตรำ ๑๐ รวมท้ังกำหนดระบบสำหรับกำรปฏิบตั ิหน้ำที่ของเจำ้ หน้ำที่ ของรัฐโดยวธิ ีกำรทำง
อเิ ล็กทรอนิกสต์ ำมมำตรำ ๑๖ ให้แล้วเสร็จภำยในเก้ำสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนด
ตำมมำตรำ ๖
ความคิดเห็น : ควรมีกำรกำหนดแผนงำนหรือเป้ำหมำยให้ชัดเจนว่ำบุคคลใดต้องดำเนินกำร
อย่ำงไร เพ่อื ให้เกดิ สง่ิ ใดขึ้นภำยในระยะเวลำเทำ่ ใด

๑๐ มำตรำ ๑๙ ใหส้ ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ สำนักงำนพัฒนำ
ธุรกรรมทำงอิเล็กทรอนิกส์ และสำนกั งำนพัฒนำรฐั บำลดิจิทลั (องค์กำรมหำชน) รว่ มกันจัดทำวิธกี ำรทำงอิเลก็ ทรอนิกส์
ตำมมำตรำ ๖ เสนอต่อคณะรฐั มนตรเี พือ่ กำหนดให้หนว่ ยงำนของรัฐใช้และปฏบิ ัติ โดยจะจดั แบง่ วิธกี ำรทำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์
เปน็ ระยะเริม่ ต้นและระยะต่อ ๆ ไป ก็ได้ แต่ระยะแรกสำหรบั กำรเร่มิ ตน้ ดำเนนิ กำรตำมพระรำชบญั ญัตินี้ จะต้องจดั ทำให้แลว้
เสร็จเสนอคณะรฐั มนตรีพิจำรณำไดภ้ ำยในสองร้อยส่สี บิ วันนับแตว่ นั ทพ่ี ระรำชบัญญัตินใี้ ชบ้ ังคบั

ข้อเสนอตำมวรรคหนงึ่ ต้องคำนึงถงึ กำรเชอ่ื มโยงถงึ กนั โดยสำมำรถใชอ้ ุปกรณแ์ ละข้อมูลที่มีอยู่ให้เกดิ ประโยชน์
สูงสดุ ได้และประชำชนท่ัวไปสำมำรถเข้ำถงึ ไดโ้ ดยสะดวก

ในระหว่ำงทค่ี ณะรฐั มนตรียังมิได้มีมตกิ ำหนดวธิ กี ำรทำงอเิ ล็กทรอนิกสต์ ำมวรรคหนึ่ง ใหห้ น่วยงำนของรฐั ปฏิบตั ิ
ตำมมำตรฐำนอ่ืนใดท่ีมกี ำรใช้งำนกนั อยำ่ งแพร่หลำยไปพลำงก่อนได้

๑๑ มำตรำ ๒๐ วรรคหนง่ึ ให้หัวหนำ้ หน่วยงำนของรฐั ประกำศกำหนดชอ่ งทำงอิเลก็ ทรอนกิ สส์ ำหรบั ประชำชนติดตอ่
รำชกำรตำมมำตรำ ๑๐ รวมท้ังกำหนดระบบสำหรบั กำรปฏบิ ตั ิหน้ำทข่ี องเจ้ำหน้ำท่ขี องรฐั โดยวิธีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ตำมมำตรำ ๑๖ ใหแ้ ลว้ เสร็จภำยในเกำ้ สิบวนั นับแต่วันทีค่ ณะรฐั มนตรมี ีมติกำหนดตำมมำตรำ ๖

38

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๔๑
๓.๕ นางสาวพลอย เจรญิ สม เจา้ หน้าท่ีบรหิ ารอาวโุ ส สานกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์

ไดใ้ หข้ ้อมูลเก่ียวกับกำรปฏิบตั ริ ำชกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์ สรุปไดด้ งั น้ี
๑. ภารกจิ ของสานกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์กบั ธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์กบั

(e-Document & e-Signature)
๑.๑ จัดทำหลักเกณฑ์และกฎหมำยร องรับกำรดูแล Digital Service ที่มีควำมสำคัญ

เชน่ Digital ID
๑.๒ จัด ท ำ ม ำ ตร ฐำ น แ ละ Guideline กำ ร ใช้ งำ น e-Document & e-Signature

เป็ น มำตร ฐำน กลำงสอดคล้องสำกล (เช่น ขมธอ. ๒๓-๒ ๕๖๓ : ELECTRONIC SIGNATURE
GUIDELINE)

๑.๓ ใหค้ ำปรกึ ษำและคำแนะนำกำรใช้งำน e-Document & e-Signature ใหก้ ับหนว่ ยงำน
ของรัฐและเอกชน

๑ .๔ จั ด ท ำ Testbed แล ะ Sandbox เพื่ อ ท ด ส อบ e-Document & e-Signature
เพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตำมกฎหมำยและมำตรฐำน

๑.๕ จดั ทำมำตรฐำนและโครงสร้ำงข้อมลู รองรับกำรใช้งำน e-Document & e-Signature
ทแ่ี ลกเปลย่ี นได้ตำมมำตรฐำน

๑.๖ สนบั สนุนหน่วยงำนต่ำง ๆ ให้สำมำรถดำเนินกำรจัดทำเอกสำรสำคัญในรูปแบบ e-
Document และลงนำมดว้ ย e-Signature

39

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๔๒
๑.๗ จดั ทำบริกำรหรือระบบรองรับกำรใช้งำน e-Document & e-Signature แกห่ น่วยงำน
ต่ำงๆ เชน่ ระบบกำรประทับรบั รองเวลำทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์
๑.๘ จัดทำบรกิ ำรรับรองธุรกจิ บรกิ ำรดจิ ิทลั ท่ีมีควำมสำคัญ เช่น ธุรกิจกำรนำสง่ ใบกำกบั ภำษี
อเิ ล็กทรอนิกส์รับรองระบบสำรสนเทศสำหรบั ผู้ให้บริกำรนำส่งใบกำกับภำษีอเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละใบรับ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ใหก้ บั กรมสรรพำกร
๑.๙ สร้ำงควำมเข้ำใจและกำรรับรู้ต่อกำรใชง้ ำน e-Document & e-Signature ให้สำมำรถ
ใช้งำนได้ อยำ่ งเข้ำใจและปลอดภัย
๒. ขอ้ เสนอแนะจากการประเมินผลสัมฤทธท์ิ างกฎหมายด้านการทาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ภาครฐั ซึง่ มปี ระเดน็ สำคัญทีเ่ กี่ยวขอ้ งดังนี้
๒.๑ เนื่องจำกปัจจุบันยังไม่มีกฎหมำยกำหนดให้หน่วยงำนรัฐต้องปฏิบัติรำชกำรหรือ
ให้บรกิ ำรดว้ ยวิธีกำรทำงอเิ ล็กทรอนิกส์ ดังนั้น จึงจำเป็นตอ้ งออกกฎหมำยกำหนดหน้ำทข่ี องหน่วยงำน
รัฐเพื่อปรับเปลี่ยนกำรให้บริกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้แก่ ร่ำง พ.ร.บ. กำรปฏิบัติรำชกำ ร
อิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....
๒.๒ ขอ้ มลู ภำครัฐยงั ไม่สำมำรถเชอื่ มโยงฐำนขอ้ มูลระหวำ่ งกันได้อยำ่ งครบถว้ น
๒.๓ ภำครฐั ยังยอมรบั เอกสำรทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์น้อย
๒.๔ ควรจัดทำ Roadmap สำหรับภำครฐั เพ่ือใหท้ รำบแนวทำงในกำรเตรียมควำมพรอ้ ม
เพ่ือปรับกระบวนงำนภำยในของตนให้พร้อมรองรับกำรปฏิบัติตำมร่ำง พ.ร.บ. กำรปฏิบตั ิรำชกำร
อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....
๓. หลกั การสาคัญของร่างพระราชบญั ญตั ิการปฏบิ ัตริ าชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ....
เพือ่ เปน็ กฎหมำยกลำง ส่งเสรมิ ให้กำรทำงำนและกำรใหบ้ รกิ ำรของภำครัฐสำมำรถใชว้ ธิ กี ำร
ทำงอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักได้ในเรื่องต่ำง ๆ และเพม่ิ ระดับควำมเขม้ ขน้ ของกำรใชบ้ ังคับเรื่องวิธกี ำร
ทำงอิเล็กทร อนิกส์ จำ กกฎหมำยปัจจุบันท่ีมีกำรใช้บังคับ เช่น กฎหมำยว่ำด้วยธุรกรรมทำ ง
อิเล็กทรอนิกส์ กฎหมำยว่ำด้วยกำรบรหิ ำรงำนและกำรให้บริกำรภำครฐั ผำ่ นระบบดิจทิ ัล

40

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๔๓
๓.๑ การอานวยความสะดวกให้กบั ประชาชน

๑) รองรับกำรยื่นขออนุญำตและเอกสำรปร ะกอบของประชำชนด้วยวิธีกำรทำง
อเิ ล็กทรอนิกส์ พร้อมผลทำงกฎหมำย และห้ำมหน่วยงำนรัฐปฏิเสธ และเม่ือย่ืนด้วยวิธีกำรทำง
อิเล็กทรอนิกส์

O ไมต่ อ้ งยนื่ เอกสำรหลำยชุด
O ไมต่ อ้ งรับรองสำเนำเอกสำร
O ไมจ่ ำต้องใชแ้ บบ Form โดยเนน้ ที่กำรมีข้อมูลคำขอทคี่ รบถ้วน
๒) เมื่อประชำชนได้ย่ืนคำขอทำงอิเล็กทรอนิกสแ์ ล้ว กำรส่งเอกสำรให้ประชำชน
หลงั จำกนน้ั สำมำรถทำดว้ ยวธิ ีกำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้เช่นเดียวกัน
๓) ถ้ำเอกสำรที่ต้องใชป้ ระกอบกำรยืน่ คำขอเปน็ เอกสำรหรอื ขอ้ มูลที่ออกโดยหนว่ ยงำน
รฐั ใด ใหห้ น่วยงำนรฐั ที่รบั คำขอทำสำเนำและรบั รองควำมถกู ต้องของสำเนำน้ันเอง
๔) รองรับกำ รแสดงใบอนุญ ำตในท่ีเปิดเผยหรือต่อเจ้ำหน้ำที่ ด้วยวิธีกำ รทำ ง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ตำมวิธกี ำรที่กำหนด
๓.๒ หนา้ ทห่ี นว่ ยงานของรัฐ
๑) กำหนดวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์เพ่ือให้ผู้ขออนุญำตสำมำรถปฏิบัติเพ่ิมเติมได้
แต่ตอ้ งเปน็ ไปเพื่ออำนวยควำมสะดวก เพือ่ กำรยืนยันตวั ตน ไม่เป็นกำรเพม่ิ ภำระแกผ่ ูข้ ออนุญำต
๒) สำมำรถกำหนดให้ใช้กำรยืนยันตัวตนดว้ ยวธิ ีอื่น นอกจำกกำรแสดงบัตรประจำตัว
ประชำชนหรือหนังสอื เดินทำงได้ ถำ้ เป็นกำรสะดวกขน้ึ
๓) รองรบั กำรตรวจสอบควำมถูกต้องแท้จริงของบัตรประจำตัวประชำชนกับสำนัก
ทะเบยี นกลำงทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์
๔) กำหนดช่องทำงอิเล็กทรอนกิ ส์และระบบ เพอ่ื ให้ผู้ขออนญุ ำตหรอื หน่วยงำนของรัฐ
ดว้ ยกันสำมำรถตดิ ต่อผ่ำนชอ่ งทำงดงั กลำ่ วได้
๕) รองรบั กำรจัดเก็บขอ้ มลู ขำ่ วสำรหรือเอกสำรดว้ ยวิธีกำรทำงอิเลก็ ทรอนกิ ส์

41

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นท่ี ๔

การอภปิ รายแสดงความเหน็
และใหข้ อ้ สงั เกต

โดยผเู้ ขา้ รว่ มการสมั มนา



รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

สว่ นที่ ๔
การอภปิ รายแสดงความเหน็
การตอบโดข้อยซแักลผถะใาแหมเู้ ลข้ขแ้อาล้ะสะังใรหสเกรวตุ่ปข้ สขป่วมออ้รนงะผทกเสดู้เ่ี ขน็๔างัา้กรราเว่ รกมอสกภตาปิมัรรสามมั ยมแนนสาดางความเห็น

๔.๑ การตอบขอ้ ซักถาม

๑. คาว่า “กฎหมายกลาง” ตามท่ีได้ระบุไว้ในเหตุผลในการตราร่างพระราชบัญญัติการ
ปฏบิ ัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ว่าเป็นกฎหมายกลางเพ่ือสง่ เสรมิ ใหก้ ารทางานและการ
ให้บริการของภาครัฐสามารถใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ได้ คาว่า “กฎหมายกลาง”
มีความหมายวา่ อยา่ งไร มรี ปู แบบอยา่ งไร

นายปณตภร จงธีรโช ติ นักกฎหม ายกฤษฎีกาช านาญ การพิ เศษ สานักง าน
คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ให้ขอ้ มลู ในประเด็นดังกล่าว สรปุ ไดด้ งั นี้

กฎหมายกลาง คือ กฎหมายที่กาหนดเนื้อหาของเรื่องต่าง ๆ ในภาพรวมโดยวางหลักการ
กวา้ ง ๆ โดยไม่ได้กาหนดเนื้อหารายละเอียดเปน็ การเฉพาะเจาะจงเร่ืองใดเร่ืองหนงึ่ เช่น ร่ างพระราช
บัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซ่ึงถือเป็นกฎหมายกลางเก่ียวกับการปฏิบัติ
ราชการทางอิเลก็ ทรอนกิ สก์ ็จะกาหนดเน้ือหาของกฎหมายบทบัญญัตริ ายมาตราต่าง ๆ ในภาพรวม
รองรับใหก้ ารทางานและการใหบ้ รกิ ารของภาครัฐสามารถใชว้ ิธกี ารทางอเิ ล็กทรอนิกส์ เมอื่ กฎหมายมผี ล
ใช้บังคบั กจ็ ะสง่ ผลการตดิ ต่อราชการในทกุ เร่อื งทุกกฎหมาย เช่น การขออนญุ าต อนุมตั ิ จดทะเบยี นต่าง ๆ
ตามกฎหมายเฉพาะเรอ่ื งของแตล่ ะหน่วยงานกากับดูแลกฎหมายน้นั ๆ ประชาชนสามารถดาเนินการ
ย่นื เรื่องขออนญุ าต อนมุ ตั ิ จดทะเบียนตา่ ง ๆ โดยวธิ ีการอเิ ล็กทรอนิกส์ไดโ้ ดยอาศัยร่างพระราชบัญญัติ
การปฏบิ ตั ริ าชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... เป็นฐานในการรองรับผลทางกฎหมาย

โดยตวั อย่างรูปแบบกฎหมายท่ีมีลกั ษณะเป็นกฎหมายเปน็ กลางเช่นเดียวกับร่างพระราช
บัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... คือ พระราชบัญญตั ิการอานวยความสะดวก
ในการพิจารณาอนญุ าตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซง่ึ มีเจตนารมณ์เพอื่ ให้มกี ฎหมายกลางกาหนด
ข้นั ตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และมีการจัดตัง้ ศูนย์บริการร่วมเพ่ือรับคารอ้ งและศูนย์
รบั คาขออนุญาต ณ จุดเดียว เพ่ือให้ขอ้ มลู ท่ีชัดเจนเกี่ยวกับการขออนญุ าตซึ่งจะเป็นการอานวยความ
สะดวกแก่ประชาชน โดยใช้บังคับกับบรรดาการอนุญาต การจดทะเบียนหรือการแจ้งทม่ี ีกฎหมาย
หรือกฎกาหนดให้ต้องขออนุญาต จดทะเบียน หรอื แจ้ง กอ่ นจะดาเนินการใด บทบัญญัติของกฎหมาย
หรือกฎใดทข่ี ดั หรอื แย้งกบั พระราชบญั ญัตนิ ใี้ หใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินแ้ี ทน

45

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... ๔๘

๒. หากเจ้าหน้าท่ีข องรัฐไม่ได้ดาเนินการตามบทบัญญัติต่าง ๆ ของร่างกฎหมายจะมี
บทลงโทษหรือสภาพบังคับอย่างไรบ้าง

นายปณตภร จงธีรโช ติ นักกฎหม ายกฤษฎีกาช านาญ การพิ เศษ สานักง าน
คณะกรรมการกฤษฎีกา ไดใ้ ห้ขอ้ มลู ในประเด็นดังกลา่ ว สรุปได้ดังน้ี

ร่างพระราชบัญญัติการปฏบิ ัตริ าชการทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เป็นกฎหมายทม่ี ีเน้อื หา
ในเชิงการส่งเสริมและรองรับให้การทางาน และการให้บริการของภาครัฐสามารถใช้วิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ได้ จึงไม่ได้มีการกาหนดบทลงโทษหรือสภาพบังคับในกรณีท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้
ดาเนินการตามกฎหมาย โดยหากเจ้าหน้าทีข่ องรัฐได้กระทาการใด ๆ เชน่ รับเรื่องหรอื คาร้องของ
ประชาชนมาแล้วไมไ่ ดด้ าเนนิ การต่อก็ต้องไปดตู ามกฎหมายเฉพาะในแตล่ ะเรื่องว่าครบองค์ความผิด
ในเรอื่ งใดบ้างอาจจะเขา้ ขา่ ยเป็นความผิดทางวนิ ัยฐานปล่อยละเลยหรือหากสามารถพิสจู น์ไดว้ า่ ปฏบิ ัติ
หรือละเว้นการปฏิบัตหิ น้าท่ีโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หน่ึงผู้ใดก็อาจมคี วามผิดฐาน
เป็นเจา้ พนักงานปฏบิ ัตหิ นา้ โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗

๓. ในระยะเร่ิมแรกช่วงเปลี่ยนผ่านจากการทางานรปู แบบเดิมไปสู่ระบบการปฏิบัตริ าชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ กับร่างพระราชบัญญัติ
การปฏิบตั ริ าชการทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... มคี วามสอดคล้องหรอื เชอ่ื มโยงกนั อย่างไรบา้ ง

นายปณตภร จงธีรโช ติ นักกฎหม ายกฤษฎีกาช านาญ การพิ เศษ สานักง าน
คณะกรรมการกฤษฎกี า ได้ให้ขอ้ มูลในประเดน็ ดังกล่าว สรุปไดด้ งั น้ี

ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณจะเปน็ เรอื่ งเก่ยี วกับการบรหิ ารเอกสาร
เรมิ่ ตั้งแต่การจัดทา การรับหรือการสง่ ภายในหน่วยงานหรอื ระหว่างหนว่ ยงานราชการ การเก็บรักษา
และการทาลายเอกสารของหน่วยงานราชการ ซึง่ ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขปรับปรงุ ระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ เพ่ือรองรับเร่ืองการปฏิบัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนิกสด์ ้วยแลว้ สว่ นเนือ้ หาของรา่ งพระราชบัญญัติการปฏิบตั ิราชการทางอิเล็กทรอนกิ ส์
พ.ศ. .... จะเร่ืองเกีย่ วกับความสมั พันธร์ ะหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชนเพื่อทาธรุ กรรมหรือนิติ
สมั พันธ์เรื่องตา่ ง ๆ เช่น กฎหมายกาหนดให้หน่วยงานราชการต้องมชี ่องทางหรือระบบอิเลก็ ทรอนิกส์
ใหป้ ระชาชนตดิ ตอ่ ประสานงานหรือติดตามเรื่องตา่ ง ๆ รับแลว้ ต้องดาเนินการจะปฏเิ สธไม่รับไมไ่ ด้

๔. สัญญาซื้อขายต่าง ๆ สามารถส่งผ่าน email แล้วถือว่าเป็นการลงนามทั้ง ๒ ฝ่าย
มผี ลทางกฎหมายเกดิ เปน็ สัญญาซื้อขายแลว้ หรือไม่

ผู้ช่วยศาตราจารย์ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อนุกรรม าธิการพิจารณากฎหมาย
ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม ได้ให้ขอ้ มูลในประเด็น
ดังกล่าว สรปุ ได้ดงั น้ี

ตามกฎหมายปัจจบุ ันการดาเนินการการซื้อขายผา่ น email จะถือว่ามีผลทางกฎหมาย
ไดต้ ่อเมอ่ื

๑) อเี มล์ที่ใช้สง่ ได้รบั การยอมรบั สามารถยืนยันตวั ตนได้
๒) การส่งนัน้ ถอื วา่ เป็นการลงลายมอื ตามมาตรฐานท่กี ฎหมายกาหนด ซึ่งไปดูรายละเอียด
วา่ แตล่ ะเรอื่ งตอ้ งการมาตรฐานอะไรบ้าง

46

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๔๙

๕. มาตรา ๒ ข องร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราช การทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....
กาหนดให้กฎหมายมีผลใช้บังคับเม่ือพ้น ๙๐ วัน โดยมีข้อยกเว้นบางเร่ืองให้มีผลใช้บังคับทันที
นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา ซง่ึ อาจทาให้เกิดความสับสนหรือความโกลาหล
ในการติดต่อราชการหรือประสานงานต่าง ๆ กับภาครัฐ หรือไม่ ดังนั้น ควรมีการกาหนดเร่ือง
เฉ พาะเจาะจงหรือจากัดพื้นท่ีหนึ่งพ้ืนที่ใดให้เป็นโครงการนาร่อง ต้นแบบใ นการนาระบบ
อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในระบบราชการก่อนเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาให้การปฏิบัตริ าชการทาง
อเิ ล็กทรอนกิ สใ์ หเ้ ป็นรูปแบบและมาตรฐานเดียวทุกหน่วยงาน

นางอารยี ์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้ใหข้ อ้ มูล
ในประเดน็ ดังกล่าว สรปุ ไดด้ ังนี้

รา่ งพระราชบัญญัตกิ ารปฏิบัตริ าชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... เปน็ เพียงกฎหมายกลาง
ทกี่ าหนดภาพรวมของการปฏิรูปราชการทางทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หน่วยงานรัฐต้องมีช่องทาง
ประชาชนยื่นเรื่องเพ่ือติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ การห้ามปฏิเสธคาขอติดต่อราชก ารในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ เรื่องหรือคารอ้ งประเภทใดบา้ งท่ีให้มีการยื่นเรือ่ งทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการกาหนด
บทบัญญัติกฎหมายเพ่ือรองรับให้การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ มีผลตามกฎหมายเสมือน
การปฏิบัติราชการรูปแบบปกติ ทั้งน้ี ในทางปฏิบัติเพ่ือกฎหมายมีผลใช้บัง คับแล้ว สานักงา น
คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สานักงานพฒั นาธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ และสานักงานพัฒนารฐั บาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จะได้ร่วมกันจัดทาวิธกี าร
ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรฐานข้อมลู ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร ทหี่ น่วยงานของรัฐ
จะต้องใช้และปฏิบัติให้สอดคล้องกันและเชื่อมโยงถึงกันได้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือกาหนดให้
หนว่ ยงานของรัฐใช้และปฏบิ ตั ิ โดยจะจัดแบง่ วิธีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เป็นระยะเร่มิ ตน้ และระยะตอ่ ๆ ไป
กไ็ ด้ ตามมาตรา ๖ ประกอบมาตรา ๑๙ ของรา่ งพระราชบญั ญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ....

๖. มาตรา ๕ ของร่างพระราช บัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....
กาหนดให้“หน่วยงานของรฐั ” หมายความว่า ราชการสว่ นกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ
สว่ นท้องถิน่ รัฐวิสาหกจิ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกหน่วย แตไ่ มร่ วมถงึ รัฐวิสาหกิจ
ที่เป็นบริษัทจากัดหรือบริษัทม หาช นจากัด ส่งผลให้ สภาวิช าชีพต่าง ๆ เช่น สภาวิศวกร
สภาทนายความ หรือแพทยสภา ไม่ไดอ้ ยู่ในความหมายนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ซ่ึงต้อง
ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวดว้ ย แตกต่างไปจาก นิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” มาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงกาหนดให้ “หน่วยงาน
ของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชือ่ อย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม
ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราช
กฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคล คณะบุคคล หรอื บุคคล ซึง่ มีอานาจหน้าที่ดาเนินงาน
ของรัฐไมว่ ่าในการใด ๆ ซ่งึ ครอบคลมุ ไปถึงสภาวิชาชพี ตา่ ง ๆ หรือองค์กรใด ๆ ท่ีใชอ้ านาจหน้าท่ี
ดาเนนิ งานของรัฐใหต้ อ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมายดว้ ย

47

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอื่ สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ

ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... ๕๐

นายปณ ตภร จง ธีรโช ติ นักกฎหม ายกฤษฎีกาช านาญการพิเศษ สานักง าน
คณะกรรมการกฤษฎกี า ได้ใหข้ อ้ มลู ในประเด็นดงั กล่าว สรปุ ได้ดังน้ี

เนือ่ งจากรา่ งพระราชบญั ญัติการปฏบิ ัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เปน็ กฎหมาย
กลางส่งเสริมและรองรับให้มีการนาระบบอเิ ล็กทรอนิกส์มาใชใ้ นการปฏบิ ัติราชการ เม่ือเป็นกฎห มาย
ยอ่ มมีสภาพบังคับทเ่ี ขม้ ข้นแตกต่างกนั ไป ดังนั้น ในเบื้องต้นกฎหมายจึงมุ่งเน้นบังคับไปที่หน่วยงาน
ของรัฐต้องดาเนินการให้เกิดการนาระบบระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการปฏิบัตริ าชการให้ได้ก่อน
แตกตา่ งจากพระราชบัญญัติว่าดว้ ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่งึ เป็นกฎหมายท่ใี ช้บังคับ
ภาครฐั และภาคเอกชนซึ่งไม่ได้มีสภาพบงั คบั ใหห้ นว่ ยงานของรัฐตอ้ งดาเนนิ การหรือปฏิบัติตามกฎหมาย
แต่ให้ความสมคั รใจหรือดุลพนิ จิ ตามความพร้อมของหน่วยงานของรฐั เอง

อย่างไรก็ตาม แม้สภาวิชาชีพหรือองค์กรอื่น ใดซึ่งมีอาน าจหน้าท่ีดาเนิน งาน ของรัฐ
จะไม่ได้อยู่ความหมายคานิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ตามมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัติ
การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... แต่ก็สามารถแก้ไขข้อบังคับหรือระเบียบภายใน
ของหนว่ ยงานหรอื องค์กรโดยเทียบเคียงกับเนอื้ หาบทบัญญตั ติ ามร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏบิ ัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... เพือ่ ใหเ้ กิดการติดตอ่ ประสานงานทางอเิ ล็กทรอนิกสก์ ็ได้

๗. การเปลี่ยนผ่านจากการปฏิบัติการแบบเดิมไปสูก่ าร ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
มกี ลไกท้ังตามระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ และร่างพระราชบัญญัตกิ ารปฏิบัติ
ราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... แตย่ ังไม่พบว่ามีหลักประกัน ตวั ช้ีวัดใดว่าสามารถลดการใช้
กระดาษได้ ดังน้ัน จงึ ควรหาแนวทางหรือแผนงานเพื่อให้การผ่านจากการปฏบิ ัติการแบบเดิมไปสู่
การปฏิบัติราช การทางอิเล็กทรอนิกส์เกิดความ สมบูรณ์ ไม่เกิดภาระแก่หน่วยงานต้องปฏิบัติ
ตามทัง้ แบบใหม่และแบบเกา่

ดร.สพุ จน์ เธียรวฒุ ิ ผู้อานวยการสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทลั ได้ให้ข้อมูลในประเด็น
ดงั กล่าว สรุปไดด้ ังน้ี

ปัญ หา เร่ืองควา มซับซ้อน อาจ เกิดบ้างใน ช่วงร ะย ะแ ร กข อง การ ปฏิ บัติกา ร แ บบเดิมไป
ส่กู ารปฏบิ ัติราชการทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์แต่ก็พยายามหาทางลดความซับซ้อน ลดขั้ นตอนทีไ่ ม่จาเป็น
ออกไปให้มา กท่ีสุด ดังน้ัน ใน เริ่มแร กจึงอา จมีกา รกาหน ดให้หน่วยงา น ต้องจัดทาแผน งา น
และแนวทางการปฏิบัติราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เช่น จะเริ่มต้นหรือดาเนนิ การเร่ืองใด ๆ ใหเ้ สร็จ
ภาย ในทาให้เวลาเท่าไร โดยหน่วยงานกลางจะเป็นผู้จัดทาแพลตฟอร์มกลางไวส้ นับสนุนก ารปฏิบัติ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกสใ์ นอกี ทางด้วย

๘. การยืนยันตัวตนเพ่ือติดต่อราชการตามมาตรา ๘ ของรา่ งพระราชบัญญัติการปฏิบัติ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. .... มีหลกั เกณฑห์ รอื มาตรฐานความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

นางสาว พลอย เจริญสม เจ้าหน้าท่ีบริหารอาวุโส สานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ได้ใหข้ ้อมูลในประเด็นดงั กลา่ ว สรุปไดด้ งั น้ี

การให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภาครัฐมีความระมดั ระวังในเรอื่ งความปลอดภัย
ของการ ยืนยัน ตัวตน พอสมควร เน่ืองจ า กไม่ต้องกา รให้มีบุคคลปลอม ตัวเข้ามาทา ธุร กรร ม
หรือตดิ ตอ่ ราชการกับภาครฐั สง่ิ สาคัญ คือ จะต้องดาเนนิ การอยา่ งไรเพ่ือพิสูจน์วา่ บคุ คลท่ีมาดาเนินการ

48

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๕๑
ทาธุรกรรมหรอื ติดต่อราชการกับภาครัฐ คือ ตัวจริง ดังนนั้ สานักงานพัฒนารฐั บาลดจิ ิทัล จงึ ได้ออก
มาตรฐานสาหรับการยืนยันตัวในภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยัน ตัวตน
ของสานักงานพฒั นาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีได้ออกมาตรฐานรองรับการพิสูจน์และยนื ยันตัว
ในการทาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ของภาคสว่ นต่าง ๆ เช่น ภาคการเงินการธนาคาร นอกจากน้ี
เรื่องควา มมั่น คง ปล อดภั ย แ ละกา ร คุ้ มคร องข้ อมู ลส่วน บุคคล ได้ มีกฎ หมา ย เฉ พา ะที่เป็ น เค รื่องมื อ
และกลไกในการดูแล ได้แก่ พระราชบัญ ญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒
และพระราชบญั ญัตคิ ุ้มครองข้อมูลสว่ นบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีครอบคลุมการใช้บงั คบั กบั หน่วยงานของรัฐ
ดว้ ย

ดร.สุพจน์ เธียรวฒุ ิ ผู้อานวยการสานักงานพัฒนารฐั บาลดจิ ิทลั ได้ให้ขอ้ มลู ในประเด็น
ดงั กล่าว สรุปได้ดงั นี้

การยืนยันตัวตนเพื่อตดิ ต่อราชการนั้น หนว่ ยงานของรัฐไม่ต้องดาเนินการเองท้ังหมด
หน่วยงานกลางจะเป็นผู้จดั ทาแพลตฟอร์มกลางไว้สนับสนุนก ารปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
ในอีกทางด้วย เช่น โครงการพฒั นาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดจิ ิทัล (DOPA-Digital ID)
ของกรมการปกครอง หรอื บรกิ ารยนื ยนั ตัวตนรปู แบบดจิ ทิ ัล (NDID) ของภาคเอกชน

๙. เอกสารท่ีประชาชนร้องขอจากหน่วยงานรัฐ เช่น เอกสารประกอบสานวนคดีในศาล
เมอ่ื เป็นระบบดิจทิ ลั แลว้ จะมกี ารรับรองหรือตรวจสอบความถกู ต้องอยา่ งไร

นางสาว พลอย เจริญสม เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ได้ให้ขอ้ มูลในประเดน็ ดังกลา่ ว สรุปได้ดงั นี้

ใน ปัจจุบันสานักงาน ศาลยุติธรรมมีช่องทางให้ผู้ท่ีมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องในคดี
ย่ืนคาร้องขอเอกสารทา งอิเล็กทรอนิกส์ได้ และมีกระบวนการในการตร วจสอบความถูกต้อง
ของเอกสารนัน้ ได้

ผู้ช่วยศาตราจารย์ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อนุกรรม าธิการพิจารณากฎหมาย
ท่ีเก่ียวข้องกบั การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม ได้ให้ข้อมูลในประเด็น
ดงั กลา่ ว สรุปไดด้ งั นี้

เมอ่ื การเปลย่ี นผ่านจากการปฏิบัตกิ ารแบบเดมิ ไปสกู่ ารปฏิบัตริ าชการทางอิเลก็ ทรอนิกส์
เกิดข้ึนอย่างสมบูรณ์แลว้ ปัญหาเร่อื งการรับรองสาเนาหรือความถูกต้องของเอกสารก็น่าจะหมดไป
เนือ่ งจากเมือ่ มกี ารร้องขอเอกสารทางอเิ ล็กทรอนิกส์จากสานักงานศาลยุติธรรม สานักงานศาลยุติธรรม
ในฐานะผู้ดแู ลรักษาเอกสารนั้นจะไดม้ ีการตรวจสอบและรับรองความถกู ต้องกอ่ นแลว้ จงึ ส่งมอบเอกสาร
แกผ่ ้รู อ้ งขอไปใชด้ าเนนิ การใด ๆ ตอ่ ไป

49

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา

รายงานสรปุ ประเดน็ การสมั มนา“รา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารปฏบิ ตั ิ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ....

๕๒
๑๐. ขอทราบตัวอย่างของการดาเนินการตามมาตรา ๒๐ ของร่างพระราชบญั ญัตกิ ารปฏิบัติ
ราชการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซง่ึ กาหนดให้ หัวหนา้ หน่วยงานของรัฐประกาศกาหนดช่องทาง
อิเลก็ ทรอนกิ ส์สาหรับประชาชนติดต่อราชการตามมาตรา ๑๐ รวมท้ังกาหนดระบบสาหรับการ
ปฏิบัติหน้าท่ขี องเจา้ หน้าท่ีของรัฐโดยวธิ ีการทางอเิ ล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑๖ ใหแ้ ล้วเสร็จภายใน
เกา้ สิบวนั นับแต่วนั ที่คณะรัฐมนตรีมีมตกิ าหนดตามมาตรา ๖

นายปณ ตภร จง ธีรโช ติ นักกฎหม ายกฤษฎีกาช านาญการพิเศษ สานักง าน
คณะกรรมการกฤษฎกี า ไดใ้ หข้ ้อมูลในประเด็นดงั กล่าว สรปุ ไดด้ ังน้ี

การดาเนินการตามตามมาตรา ๒๐ นั้น อาจเริ่มต้นด้วยเร่ืองที่ง่าย ๆ ไม่มขี ้ันตอนซับซอ้ น
มากนัก ตัวอย่างกรณี ประกาศกาหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สาหรับประชาชนติดต่อราชการ
ตามมาตรา ๑๐ เช่น การ ที่หน่วยงา นของรัฐประกาศกาหน ดหรือมีอีเมล์กลางของหน่วยงา น
หรือสรา้ งช่องทางใด ๆ ให้ประชาชนติดตอ่ ราชการทางอเิ ล็กทรอนิกส์ได้ ส่วนการกาหนดระบบสาหรับ
การปฏิบตั หิ น้าที่ของเจ้าหน้าทขี่ องรัฐโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑๖ นน้ั อาจเป็นการสร้าง
ช่องทางหรือระบบอิเล็กทร อนิกส์ สาหรับกา รปฏิบัติหน้า ที่ของเจ้า หน้าท่ี ภายใน หน่วยงา น
เชน่ การเวยี นคาสั่งหรอื การแจ้งหนังสือภายในหน่วยงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกสซ์ ่ึงปัจจุบนั กม็ ีเกอื บ
ทกุ หน่วยงานแลว้

๑๑. ในปัจจบุ ันการเขา้ ถึงข้อมลู ส่วนบุคคลจากทะเบยี นราษฎร์ยังคงต้องเสยี บบตั รประจาตัว
ของเจ้าหน้าที่เพ่ือยนื ยันตัวตน มีแนวโนม้ ท่ีเปลย่ี นรูปแบบเป็น Token ของหน่วยงานหรือไม่เพื่อ
รองรับการทาธรุ กรรมทางด้านออนไลน์

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อานวยการสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ได้ใหข้ อ้ มูลในประเด็น
ดงั กลา่ ว สรปุ ไดด้ ังน้ี

สานักงานพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล อยู่ระหว่างจดั ทามาตรฐานในการแลกเปลยี่ นข้อมลู ระหว่าง
หนว่ ยงานของรฐั ซึ่งจะมกี ารกาหนดหลกั เกณฑ์ รายละเอียด วิธีการต่าง ๆ ทจ่ี ะยนิ ยอมให้สามารถเขา้ ถึง
ข้อมูลได้อยา่ งปลอดภัย โดยมาตรฐานดังกล่าวประกาศใช้แลว้ จะทาให้ หน่วยงานต่าง ๆ เข้าถึงขอ้ มูล
สว่ นบุคคลไดม้ ากกว่าวธิ กี ารเดิม ๆ

50

คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม วฒุ สิ ภา


Click to View FlipBook Version