The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้น ป.3 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ) โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thongtank, 2022-09-22 03:51:55

แผนการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้น ป.3 ภาคเรียนที่ 1/2565

แผนการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้น ป.3 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ) โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู
(สาํ หรับครผู ูส อน)
เพอื่ การจดั การเรยี นรูโ ดยใชก ารศึกษาทางไกลผา นดาวเทยี ม
กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษา
ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓
(ฉบบั ปรับปรุงครง้ั ท่ี ๒)

โครงการสวนพระองคสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
มลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู
(สาํ หรับครผู ูส อน)
เพอื่ การจดั การเรยี นรูโ ดยใชก ารศึกษาทางไกลผา นดาวเทยี ม
กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษา
ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓
(ฉบบั ปรับปรุงครง้ั ท่ี ๒)

โครงการสวนพระองคสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
มลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน



คํานาํ

ดวยพระบรมราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัว รัชกาลท่ี ๑๐ ทรงมุง หมายใหการศึกษาบมเพาะ
สมรรถนะใหแกผูเรียน เพ่ือสรางคุณลักษณะสําคัญ ๔ ประการใหกับคนไทย อันไดแก ๑) มีทัศนคติที่ดี
และถูกตอง ๒) มีพื้นฐานชีวิตท่ีมั่นคงเขมแข็ง ๓) มีอาชีพ มีงานทํา ๔) เปนพลเมืองดี มีระเบียบวินัย และ
พระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา พัฒนาตอยอด โครงการในพระราชดําริของพระราชบิดา จึงทรงพัฒนา
การศึกษาทางไกลผานดาวเทียม หรือ NEW DLTV ในทุกดาน อาทิ ระบบออกอากาศ อุปกรณเทคโนโลยี
บุคลากร และกระบวนการจัดการศึกษา เพื่อแกปญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก สรางโอกาส
การเขาถึงการเรียนรูตลอดชีวิตของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ผานการศึกษาทางไกลผานดาวเทียมจํานวน
๑๕ ชองสัญญาณ ไปยังโรงเรียนตาง ๆ และผูสนใจทั่วประเทศ เพ่ือใหประเทศไทยเปนสังคมแหงปญญา
มีจติ อาสาในการสรรคส รางและพฒั นาประเทศใหมน่ั คง

การสอนออกอากาศทางไกลผานดาวเทียม ระดับประถมศึกษา ตั้งแตปการศึกษา ๒๕๖๑ เปนตนมา
เปนการสอนออกอากาศในแนวใหม บันทึกเทปการสอนจากหองเรียนตนทางของโรงเรียนวังไกลกังวล
ในพระบรมราชูปถัมภ ครูปลายทางสามารถดูเทปการสอนผานทางเว็บไซต www.dltv.ac.th และ
Application on mobile DLTV ของมูลนิธิ และมคี มู ือครูและแผนการจัดการเรียนรรู ายช่ัวโมงครบทัง้ ๘ กลมุ
สาระการเรยี นรู ซึง่ ครูปลายทางสามารถปรับกจิ กรรมการเรียนรูใหเหมาะสมกบั ชุมชน ทองถิ่น วัฒนธรรมและ
บรบิ ทของแตละโรงเรยี น

คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู โดยใชการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม ระดับประถมศึกษา
ภาคเรียนที่ ๑ ฉบับนี้ เปนการปรับปรุงครั้งที่ ๒ ซ่ึงดําเนินการโดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม
ในพระบรมราชูปถัมภ โดยความรวมมือจากคณะทํางาน ประกอบดวย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คณาจารยจากมหาวิทยาลัย ศึกษานเิ ทศก และครูผูเชย่ี วชาญ ท้งั ๘ กลมุ สาระ
การเรยี นรูเพื่อใหครูปลายทางใชใ นการเตรียมการสอนลวงหนา รวมทง้ั สามารถจดั เตรยี มเอกสาร ไดแ ก ใบงาน
ใบความรู แบบฝกหดั เพ่ือใหก ารจัดการเรียนการสอนเกดิ ประสิทธผิ ล นาํ ไปสกู ารพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
ของโรงเรยี นประถมศกึ ษาขนาดเล็กตอ ไป

นับเปนพระมหากรุณาธิคุณอยางหาท่ีสุดมิได ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ทรงมุงมั่นพัฒนา
ยกระดับคุณภาพการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม เพื่อพัฒนาสังคมไทยและยกระดับคุณภาพของคนไทย
ใหเขม แขง็ สมดัง พระราชปณธิ าน “...การศึกษาคือความม่ันคงของประเทศ...” ขอพระองคท รงพระเจริญ

มูลนธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ



สารบัญ ค

คํานาํ หนา
หนงั สอื รบั รองความรว มมือการพัฒนาคูมือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ก
เพื่อการสอนออกอากาศทางไกลผา นดาวเทียม ข
สารบัญ ค
คาํ ช้แี จงการรับชมรายการออกอากาศดวยระบบทางไกลผา นดาวเทยี ม จ
คาํ ชีแ้ จงรายวิชา กลุมสาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศึกษา ช

ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ณ
คาํ อธบิ ายรายวชิ า กลุม สาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ด

ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ๑
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวัด ๔
โครงสรางรายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑๖
๒๔
ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ๓๐
หนวยการเรียนรูที่ ๑ สุขภาพดีชีวีมีสขุ ๓๖
๔๖
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑ เร่อื ง ลักษณะและการเจริญเติบโตของรา งกายมนุษย ๕๕
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๒ เร่อื ง ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของวยั เรยี น ๖๒
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๓ เร่ือง การปฏบิ ตั ิตนเพ่ือใหม ีการเจริญเตบิ โตตามวัย ๖๗
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๔ เรอื่ ง การชง่ั น้าํ หนกั และวดั สว นสูง ๗๓
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๕ เร่อื ง การเปรียบเทยี บน้าํ หนักสวนสงู กับเกณฑมาตรฐาน ๗๘
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๖ เรือ่ ง ปจ จัยที่มีผลตอการเจริญเตบิ โต ๗๙
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๗ เรอ่ื ง องคป ระกอบของสมรรถภาพทางกาย ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๘ เร่อื ง การสรา งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย ๘๓
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๙ เร่อื ง การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๙๒
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๑๐ เรอื่ ง วธิ ีการสรา งเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพ ๑๐๐
แบบประเมินตนเอง (Self Reflection) หนวยการเรียนรูท ี่ ๑ ๑๐๙
แบบบันทึกการเรยี นรู (Learning Logs) ๑๑๕
หนวยการเรียนรูท ่ี ๒ ครอบครวั และเพอ่ื นของฉนั ๑๒๔
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑ เรอื่ ง ความสาํ คญั และลักษณะของครอบครวั ๑๓๒
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๒ เร่ือง ความแตกตา งของครอบครวั
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๓ เรอ่ื ง สมาชิกในครอบครัว
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๔ เร่อื ง วธิ ีสรา งสมั พนั ธภาพในครอบครวั
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๕ เร่อื ง วิธสี รา งสัมพันธภาพในกลมุ เพื่อน
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๖ เรอ่ื ง ความหมายและสาเหตุของการถูกลวงละเมดิ ทางเพศ
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๗ เรอ่ื ง พฤตกิ รรมที่นําไปสูการถูกลว งละเมดิ ทางเพศ

ง หนา
๑๓๙
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๘ เรือ่ ง วิธกี ารปอ งกนั ตนเองจากการถกู ลวงละเมิดทางเพศ ๑๔๖
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๙ เรือ่ ง การขอความชวยเมอ่ื เกิดอันตราย ๑๕๔
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑๐ เรือ่ ง ทกั ษะการปฏเิ สธหลีกเลย่ี งพฤติกรรมท่ีนาํ ไปสู ๑๕๙
๑๖๐
การลวงละเมดิ ทางเพศ ๑๖๑
แบบประเมนิ ตนเอง (Self Reflection) หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๒ ๑๖๒
แบบบนั ทึกการเรยี นรู (Learning Logs) ๑๖๗
บรรณานุกรม ๑๗๖
ภาคผนวก ๑๘๑
ภาคผนวก ก แบบประเมินรวม
ภาคผนวก ข แผนผงั ความคดิ (Graphic Organizers)
ภาคผนวก ค แบบบนั ทกึ การเรยี นรู (Learning Logs)
คณะผูจ ัดทําคูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู กลมุ สาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ระดับประถมศึกษา



คําชีแ้ จง
การรบั ชมรายการออกอากาศดวยระบบทางไกลผา นดาวเทยี ม

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ ใหบริการการจัดการเรียนการสอน
จากสถานีวิทยุโทรทัศนการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม จํานวน ๑๕ ชองรายการ ทั้งรายการสด (Live) และ
รายการยอนหลงั (On demand) สามารถรบั ชมผา นชอ งทาง ตอ ไปน้ี

๑. www.dltv.ac.th
๒. Application on mobile DLTV
- ระบบ Android เขา ท่ี Play Store/Google Play พมิ พคาํ วา DLTV
- ระบบ iOS เขา ที่ App Store พมิ พคาํ วา DLTV
หมายเลขชองออกอากาศสถานีวทิ ยโุ ทรทัศนการศึกษาทางไกลผา นดาวเทียม ๑๕ ชอ งรายการ
รายการในเวลาเรียน รายการนอกเวลา
ชอง (DLTV) ชอ ง (TRUE) (ชว งเวลา ๐๘.๓๐ น. – ๑๔.๓๐ น.) (ชวงเวลา ๑๔.๓๐ น. – ๐๘.๓๐ น.)

DLTV ๑ ชอง ๑๘๖ รายการสอนชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๑ สถาบันพระมหากษัตริย

DLTV ๒ ชอ ง ๑๘๗ รายการสอนช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๒ ความรูรอบตัว

DLTV ๓ ชอ ง ๑๘๘ รายการสอนชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

DLTV ๔ ชอง ๑๘๙ รายการสอนชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๔ ธรรมชาติและสิง่ แวดลอม

DLTV ๕ ชอง ๑๙๐ รายการสอนช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๕ ศลิ ปวัฒนธรรมไทย

DLTV ๖ ชอง ๑๙๑ รายการสอนช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ หนาทพ่ี ลเมือง

DLTV ๗ ชอง ๑๙๒ รายการสอนชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

DLTV ๘ ชอ ง ๑๙๓ รายการสอนชนั้ มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาษาตางประเทศ

DLTV ๙ ชอ ง ๑๙๔ รายการสอนชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๓ การเกษตร

DLTV ๑๐ ชอง ๑๙๕ รายการสอนช้นั อนบุ าลปท ี่ ๑ รายการสาํ หรบั เด็ก-การเลยี้ งดลู ูก

DLTV ๑๑ ชอ ง ๑๙๖ รายการสอนช้ันอนุบาลปที่ ๒ สขุ ภาพ การแพทย

DLTV ๑๒ ชอ ง ๑๙๗ รายการสอนชัน้ อนุบาลปท ่ี ๓ รายการสําหรบั ผูสูงวัย

DLTV ๑๓ ชอ ง ๑๙๘ รายการของการอาชพี วังไกลกังวล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

DLTV ๑๔ ชอง ๑๙๙ รายการของมหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช

DLTV ๑๕ ชอ ง ๒๐๐ รายการพัฒนาวิชาชีพครู

*หมายเหตุ : รายการสอนออกอากาศในเวลาเรียนระดับชั้นปฐมวัย ชวงเวลา ๐๘.๓๐ น. – ๑๑.๓๐ น.


การตดิ ตอ รับขอ มูลขาวสาร

๑. มูลนธิ กิ ารศึกษาทางไกลผา นดาวเทยี ม ในพระบรมราชูปถมั ภ
เลขที่ ๒๑๔ ถนนนครสวรรค แขวงวดั โสมนัส เขตปอ มปราบศัตรูพา ย กรุงเทพมหานคร
โทร. ๐๒ ๒๘๒ ๖๗๓๔
โทรสาร ๐๒ ๒๘๒ ๖๗๓๕

๒. สถานีวทิ ยุโทรทัศนการศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทียม
ซอยหัวหิน ๓๕ ถนนเพชรเกษม ตาํ บลหัวหนิ อําเภอหัวหิน จงั หวัดประจวบครี ีขันธ ๗๗๑๑๐
โทร. ๐๓๒ ๕๑๕๔๕๗ – ๘
โทรสาร ๐๓๒ ๕๑๕๙๕๑
[email protected] (ติดตอเรื่องเวบ็ ไซต)
[email protected] (ติดตอ เร่ืองทวั่ ไป)

๓. โรงเรียนวงั ไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ
อําเภอหัวหิน จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ ๗๗๑๑๐
โทร. ๐๓๒ ๕๒๒ ๓๔๗ , ๐๓๒ ๕๒๐ ๔๗๘ โทรสาร ๐๓๒ ๕๒๐ ๔๗๘
Facebook : โรงเรยี นวังไกลกงั วล ในพระบรมราชูปถัมภ
Website : http://www.kkws.ac.th

๔. ชอ งทางการตดิ ตามขาวสาร
Facebook : มูลนธิ กิ ารศึกษาทางไกลผา นดาวเทยี ม
ในพระบรมราชปู ถมั ภ DLTV

Website : http://www.dltv.ac.th



คาํ ชแี้ จง
กลมุ สาระการเรยี นรู สขุ ศึกษาและพลศึกษา

๑. แนวคิดหลกั
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กําหนดสาระการเรยี นรู จาํ นวน ๘ กลมุ

สาระการเรียนรูครูผูสอนตองจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยนําความรูดานเน้ือหาวิชามาจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอนโดยการฝกทกั ษะใหผเู รียนเกิดความรู ความเขาใจ และเกิดสมรรถนะสาํ คัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑) ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับสาร และสื่อสารมีวัฒนธรรมในการ
ใชภาษา

๒) ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดอยาง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ การคิดอยางเปนระบบเพื่อนําไปสูการสรางองคความรูหรือสารสนเทศ
เพ่อื ใชในการตัดสนิ ใจ เกี่ยวกบั ตนเอง สังคมไดอยา งเหมาะสม

๓) ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ท่ีเผชิญได
อยางถูกตอง เหมาะสม บนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธและ
การเปลยี่ นแปลงของเหตุการณตา ง ๆ ในสังคม

๔) ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการเขาใจและเคารพตนเอง สามารถนํา
กระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดําเนินชีวิตประจําวนั การเรียนรูดวยตนเองการเรียนรูอยางตอเนื่อง การทํางาน
และการอยูรวมกันในสังคมดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความ
ขดั แยง ตาง ๆ อยางเหมาะสม

๕) ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใชเทคโนโลยีการแกปญหา
อยางสรางสรรค ถูกตอง เหมาะสม มีคุณธรรมดานตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือ
การพัฒนาตนเอง สังคม ในดานการเรยี นรู การสอื่ สาร การทาํ งาน

นอกจากนี้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ มุงพัฒนาผูเรยี นใหมีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค เพ่ือใหสามารถอยูรวมกับผูอ่ืนในสังคมอยางมีความสขุ ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลเมืองโลก
ดงั นี้

๑) รักชาติ ศาสน กษตั ริย
๒) ซ่ือสตั ย สจุ รติ
๓) มวี นิ ัย
๔) ใฝเ รียนรู
๕) อยอู ยางพอเพียง
๖) มุง มัน่ ในการทาํ งาน
๗) รกั ความเปนไทย
๘) มจี ติ สาธารณะ
กลุมสาระการเรียนรู สุขศึกษาและพลศึกษาเปนกลุมสาระการเรียนรูท่ีเกี่ยวของกับสุขภาพกาย
สุขภาพจิต มีเปาหมายเพื่อการดํารงสุขภาพ มีสุขนิสัยและรักการออกกําลังกาย พัฒนาองครวมทั้ง
ดานรางกาย จิตใจ อารมณ และสังคม โดยเฉพาะอยางย่ิงมีเจตคติที่ดี เห็นคุณคาดวยการนําไปใชสรางเสริม


สุขภาพพัฒนาตนเอง ครอบครัวและชุมชนใหมีคุณภาพชีวิตอยางย่ังยืน ดังนั้นการจัดการเรียนรูจึงเปนเร่ือง
สําคญั เพือ่ นาํ ทางไปสูเปา หมายดังกลา ว
๒. กระบวนการจัดการเรียนรู

การจัดการศึกษาตองยึดหลักวา ผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถือวา
ผเู รียนมคี วามสําคญั ท่ีสดุ กระบวนการจดั การศึกษาตองสงเสรมิ ใหผ ูเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม
ตามศักยภาพ เนนการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ใหความสําคัญของการบูรณาการ
ความรูคุณธรรม กระบวนการเรียนรูตามความเหมาะสมของระดับการศึกษาในสวนของการจัดกระบวนการ
เรยี นรู ไดร ะบใุ หสถานศกึ ษา และหนวยงานท่ีเก่ียวขอ ง ดาํ เนนิ การ ดังน้ี

๑) สถานศึกษาและหนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ
(๑) จดั เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมใหส อดคลอ งกบั ความสนใจและความถนัดของผเู รยี น โดยคํานึงถึง

ความแตกตา งระหวางบคุ คล
(๒) ฝกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณและการประยุกตความรูมาใช

เพื่อปองกนั และแกไขปญหา
(๓) จัดกิจกรรมใหผูเรียนไดเรียนรูจากประสบการณจริง ฝกการปฏิบัติ ใหทําไดคิดเปนทําเปน

รักการอา น และเกิดการใฝรูอยางตอ เน่อื ง
(๔) จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสานสาระความรูดานตาง ๆ อยางไดสัดสวนสมดุลกัน รวมทั้ง

ปลกู ฝง คณุ ธรรม คานิยมท่ดี ีงาม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคไวในทุกวิชา
(๕) สงเสริมสนับสนุนใหผูสอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียน และอํานวย

ความสะดวกเพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู และมีความรอบรู รวมท้ังสามารถใชการวิจัยใหเปนสวนหนึ่งของ
กระบวนการเรียนรู ท้ังน้ีผูสอนและผูเรียนอาจเรียนรูไปพรอมกันจากส่ือการเรียน การสอน และแหลง
วทิ ยาการประเภทตาง ๆ

(๖) จัดการเรยี นรูใหเกิดข้ึนไดทุกเวลา ทกุ สถานที่ มกี ารประสานความ รวมมือกับพอแม ผปู กครอง
และบุคคลในชมุ ชนทุกฝา ย เพือ่ รวมกันพัฒนาผเู รียนตามศักยภาพ

๒) การจดั สภาพแวดลอมสง เสริมการเรียนรู
(๑) จัดสภาพแวดลอม หอ งเรยี น หรอื ภายนอกหองเรียน ใหเ อ้อื ตอการเรียนรู สะอาด มคี วามเปน

ระเบียบ ตกแตงหองเรียนใหนาอยู มีมุมตาง ๆ ในหองเรียน มีที่เก็บวัสดุอุปกรณ และงายตอการนํามาใช
มีปายนิเทศใหความรู ภายนอกหองเรียนจัดบรรยากาศใหเปนธรรมชาตินาอยู รมร่ืนและเหมาะกับกิจกรรม
การเรยี นรู ถูกสขุ ลกั ษณะและปลอดภัย

(๒) จัดสภาพแวดลอม หรือหอ งใหผ ูเ รยี นไดฝก ปฏบิ ัติการ
(๓) จดั สื่อ อปุ กรณ ทเ่ี กยี่ วกบั การเรยี นรูอยา งเพยี งพอ เหมาะสม
(๔) จัดหาเคร่ืองมือแสวงหาความรู หรือชองทางเสนอขาวสารตาง ๆ เพ่ือใหผูเรียนไดรับรูขอมูล
ขาวสารทท่ี นั สมัยปจจบุ นั อยูเ สมอ
๓) ครผู ูสอน
การจัดการเรียนรูตามแนวดังกลาว จําเปนตองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนการสอนท้ังของ
ผูเรียนและผูสอน กลาวคือลดบทบาทของครูผูสอน จากการเปนผูบอกเลา บรรยาย สาธิต เปนการวางแผน
จดั กจิ กรรมใหนักเรียนเกดิ การเรยี นรู กจิ กรรมตา ง ๆ จะตอ งเนนท่บี ทบาทของผูเรียนตั้งแตเรมิ่ คือ รว มวางแผน
การเรียน การวัดผล ประเมินผล และตองคํานึงวากิจกรรมการเรียนนั้น เนนการพัฒนากระบวนการคิด


วางแผน ลงมือปฏิบัติศึกษา คนควา รวบรวมขอมูล ดวยวิธีการตาง ๆ จากแหลงเรียนรูหลากหลาย ตรวจสอบ
วิเคราะห การแกปญหา การมีปฏิสัมพันธซ่ึงกันและกัน การสรางคําอธิบายเก่ียวกับขอมูลที่สืบคนได
เพ่ือนําไปสูคําตอบของปญหาหรือคําถามตาง ๆ และสรางองคความรู ท้ังนี้กิจกรรมการเรียนรูเหลานี้ตอง
พัฒนาผูเรียนใหมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย ทั้งทางรางกาย อารมณ สังคม และสติปญญา โดยคํานึงถึง
เรอ่ื งตา ง ๆ ดงั น้ี

๑. ควรใหผูเรียนทุกคนมสี วนรว มในกิจกรรมการเรียนรตู ลอดเวลาดวย การกระตุนใหผูเรยี นลงมือ
ทดลองและอภิปรายผล โดยใชเทคนิคตาง ๆ ของการสอน เชน การนําเขาสูบทเรียน การใชคําถาม
การเสริมพลงั มาใชใหเปนประโยชน ทจี่ ะทําใหการเรยี นการสอนนา สนใจและมชี วี ิตชวี า

๒. ครูควรมีการวางแผนการใชคําถามอยางมีประสิทธิภาพ เพ่ือจะนําผูเรียนเขาสูบทเรียน และ
ลงขอ สรุปไดโ ดยท่ีไมใชเวลานานเกนิ ไป ครคู วรเลอื กใชค ําถามท่ีมีความยากงายพอเหมาะกบั ความสามารถของ
ผูเรยี น

๓. เม่ือผูเรียนถาม อยาบอกคําตอบทันที ควรใหคําแนะนําที่จะชวยใหผูเรียนหาคําตอบไดเอง
ครูควรใหความสนใจตอคําถามของผูเรียนทุก ๆ คน แมวาคําถามน้ันอาจจะไมเกี่ยวกับเรื่องท่ีกําลังเรียนอยู
กต็ าม ครูควรจะชแ้ี จงใหทราบและเบนความสนใจของผูเรยี นกลับมาสูเรื่องทกี่ ําลงั อภปิ รายอยู สาํ หรับปญหาที่
ผูเรยี นถามมานน้ั ควรจะไดนํามาอภปิ รายในภายหลงั

๔. การสํารวจตรวจสอบซํ้า เปนส่ิงจําเปนเพื่อใหไดขอมูลที่นาเช่ือถือ ดังนั้น ในการจัดการเรียนรู
ครูควรยาํ้ ใหผเู รยี นไดส าํ รวจตรวจสอบซา้ํ เพือ่ นาํ ไปสขู อสรุปท่ถี กู ตองและเชื่อถือได

กิจกรรมการเรียนรูรายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษาช้นั ประถมศึกษา ใชกระบวนการเรียนรูหลากหลาย
ผสมผสาน เนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยการจัดกิจกรรมบูรณาการแบบกลมกลืน ท้ังการปฏิบัติดานพฤติกรรม
สุขภาพและความเขาใจองคความรูท่ีถูกตอง ตลอดจนการเสริมแรงตามวัยของผูเรียน เพ่ือนําไปใชใน
ชีวติ ประจําวนั ปรบั ปรงุ พฤตกิ รรมสขุ ภาพผเู รียน อยา งสรางสรรคปลอดภยั ตามความแตกตางของแตล ะบุคคล
และสวนรวม ซ่ึงกิจกรรมตาง ๆ คํานึงถึงความสอดคลองกับคุณลักษณะท่ีมุงหวังไปสูเจตคติท่ีดีในการดูแล
สุขภาพจนเปนนิสัย มีคุณธรรม จริยธรรม เชน มีความซื่อสัตย ใฝเรียนรู มีวินัย รับผิดชอบ มีความมุงมั่น
ในการทํางาน มีจิตสาธารณะ เปนตน ตัวอยางกระบวนการการเรียนรูที่นํามาประยุกตใชตามธรรมชาติวิชา
มดี ังน้ี

๑. กระบวนการคิดวเิ คราะห คดิ สังเคราะห คิดวิจารณญาณ และคดิ สรางสรรค ฝก ทักษะการคดิ คลอง
คิดหลากหลาย วิเคราะหขอเท็จจริง หรือขอคิดเห็นเชื่อมโยงรอบดานท่ีเกี่ยวกับการดําเนินชีวิตดานสุขภาพ
อยางปลอดภัยในชีวติ ประจําวนั เปนระบบตอเน่ือง มุมมองดานบวก ดานลบ ผลกระทบที่เกิดข้ึน การคนหา
เหตุผลของการปฏิบัติตน และสังเคราะห สรางแนวทางการแกปญหาหรือพัฒนาสงเสริมสุขภาพระดับตนเอง
ครอบครวั อยา งเหมาะสม โดยการใชเ ทคนิคพัฒนาความสามารถในการคดิ เชน

- แผนภาพความคดิ แบบตาง ๆ (Graphic Organizers)
- เทคนิคการฝก เปรียบเทยี บขอ มูล PMI บอกขอ ดี (Plus) บอกขอ เสยี (Minus) ขอ มูลทส่ี นใจศึกษา
คนควาตอ (Interesting)
- เทคนิคการต้ังคาํ ถามโดยใชส่ือ สถานการณป จ จุบัน


๒. การตั้งคาํ ถามเชิงสะทอนคดิ เทคนคิ คําถาม Reflect- Connect - Apply (R-C-A) เพือ่ พัฒนาดาน

ทักษะชีวิต เตรียมพรอมสําหรับใชในสถานการณใหมที่อาจตองเผชิญในชีวิตประจําวันและอนาคตโดยให
ผูเรยี นทบทวนความรูส ึก พฤติกรรมการปฏิบตั ิของตนเอง (R) คดิ เช่ือมโยง (C) และคาํ ถามนาํ ไปสกู ารอภิปราย
เสนอวธิ ีการแนวทาง พรอมทั้งนาํ ไปปฏบิ ัติใหเหมาะสมกับปจจบุ นั และเตรียมอนาคต (A)

๓. กระบวนการปฏิบัติ ไดแก การรับรู การปฏิบัติตามแบบ การปฏิบัติดวยตนเองอยางธรรมชาติ
และนาํ ไปใชในชีวิตประจาํ วนั จนเปนนิสยั

๔. การจดั การเรียนรูในแผนการจัดการเรียนรู ประกอบดว ย ขนั้ นํา ขั้นสอน และขั้นสรุป ดังน้ี
๑) ขนั้ นาํ เปนการเตรยี มความพรอมของผูเรียน เชน ทบทวน ตรวจสอบความรูท่ีเรยี นผานมาแลว

ดวยคําถามเชื่อมโยง รวมอภิปราย การปฏิบัติตนดานสุขภาพของตนเอง ไมจํากัดคําตอบ ครูชวยใหนักเรียน
เชอื่ มโยงคาํ ตอบดว ยตวั เอง เพ่ือนําไปสูจดุ ประสงค

๒) ข้นั สอน เปน ข้ันทใี่ หผ ูเ รยี นไดเรียนรูเน้ือหาใหม มีหลากหลายวธิ กี าร โดยใชก ระบวนการเรียนรู
ท่กี ลา วขางตน เชน

- ครูใชส่ือเหตุการณปจจุบันคลิป ภาพยนตรสั้น ตั้งคําถามใหนักเรียนคิดวิเคราะหใหเวลาคิด
แกผ ูเรยี น

- ครสู นใจคาํ ตอบของผเู รยี น และนําคาํ ตอบของผูเรียนมาเชือ่ มโยงประสบการณ
- ผูเรียนศึกษาขอมูลเพิ่มจากใบงาน แลกเปล่ียนประสบการณ โดยเช่ือมโยงกับความรูทจ่ี ําเปน
กบั พฤตกิ รรมสขุ ภาพในชวี ิตประจําวนั เปรยี บเทียบกับพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง
- ผูเรียนวิเคราะห ฝกทักษะการสังเกตขอเท็จจริง หรือขอคิดเห็นเช่ือมโยงรอบดานที่เก่ียวกับ
การดําเนินผลทางบวกและลบ ชีวิตดานสุขภาพอยางปลอดภัยในชีวิตประจําวัน โดยใชกิจกรรมท่ีเหมาะสม
กับวัย พัฒนาทักษะการคิดสรางช้ินงาน/ภาระงาน สรุปความรูจากการปฏิบัติจริงเปนแผนภาพความคิดแบบ
ตาง ๆ
- ผูเรียนฝกปฏิบัติ กิจกรรมกลุม กิจกรรมเด่ียว และนําเสนอผลงาน หรือผลการปฏิบัติ
แลกเปล่ียนเรียนรรู ะหวางกลุม ระหวางเพื่อน
- มีการประเมินพฤติกรรมผูเรียนระหวางเรียน ท้ังดานความรู ทักษะ และคุณลักษณะ
ตามจุดประสงค ดวยวิธีการสังเกตพฤติกรรม ตรวจสอบความรู และใหขอมูลยอนกลับเม่ือนักเรียนเขาใจ
คลาดเคลือ่ น รวมทง้ั ใหแ รงเสรมิ
๓) ข้ันสรปุ เปน ขนั้ ตอเน่ืองจากข้ันสอน เชน
- ผูเรยี นสรุปสิ่งทไ่ี ดเรยี นรูด ว ยตนเองผา นการใชค าํ ถามของครู
- ครูอาจจะชวยสรปุ อีกคร้ังดวยการใชกระดานหรือ Graphic organizer
- ครูใชคําถามเช่ือมโยงกับชีวิตจริง เทคนิคคําถาม Reflect- Connect – Apply ( R-C-A)
เพื่อพัฒนาดานทักษะชีวิต ใหผูเรียนทบทวนสิ่งที่ไดเรียนรู ทบทวนการปฏิบัติตน และเนนการนําไปใชปฏิบัติ
ในชีวติ ประจําวัน ตลอดจนสรางเสรมิ สขุ ภาพของครอบครัว ชมุ ชน เปน ตน
- นักเรียนบนั ทกึ การเรยี นรู หรือ ใชผ ังกราฟก (ตัวอยา งในภาคผนวก ข และ ค)
๓. สอ่ื การจัดการเรียนร/ู แหลงเรยี นรู
ส่ือการจัดการเรียนรู เปนเครื่องมือสงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู ใหผูเรียนเขาถงึ
ความรู ทักษะกระบวนการ ไดงายในระยะเวลาส้ัน และชวยใหเกิดความคิดรวบยอดอยางถูกตองและรวดเร็ว
ส่ือท่ีปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู มีลักษณะดังน้ี


๑) ใบความรู / แผนภาพนาํ เสนอขอมูล
๒) คลปิ / วดี ิทศั น / ภาพขา วสถานการณปจ จุบัน
๓) สถานการณสมมติ
๔) ส่ือบคุ คล
แหลงเรยี นรู เปนเครื่องมอื สรางคณุ ลักษณะการใฝรูที่ทุกคนตองใฝร ูตลอดชีวิต มีลักษณะดังนี้
๑) แหลง เรยี นรูภายในโรงเรยี น
๒) แหลงเรียนรูภายนอกโรงเรียน ไดแก ชุมชน ทองถ่ิน หนวยงานท่ีเกี่ยวของกับความปลอดภัย
ของชีวติ ดา นรางกาย จติ ใจ อารมณและสงั คม
๓) แหลง เรียนรอู อนไลนท่เี กี่ยวกบั การสรา งเสริมสขุ ภาพ

- สํานักงานวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
- สสส.
- กรมควบคุมโรค
- กรมอนามัย
- กรมสขุ ภาพจติ
- มหาวทิ ยาลัยตา ง ๆ
- กระทรวงสาธารณสขุ
- กระทรวงพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย

ฯลฯ
๔. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

การวัดและประเมินผลการเรียนรู มจี ดุ ประสงคสําคัญของการประเมนิ การเรียนรูคือการชว ยใหผูเรียน
เกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงคท่ีผูสอนหรือหลักสูตรวางไว ปญหาที่พบในปจจุบันก็คือ ผูบริหาร ผูสอน
ตลอดจนผูปกครองเปนจํานวนมากยังใหความสําคัญกับการประเมินผลสรุปรวม ที่เนนการทําขอสอบ รวมถึง
การใหความสําคัญกับผลลัพธของการประเมินผลสรุปรวมท่ีปรากฏในรูปของระดับผลการเรียน (Grade)
หรือลําดับของผเู รียนในชัน้ เรียน (Rank) ซึง่ ไดจากการเปรยี บเทียบคะแนนระหวางผูเรียนมากกวา การประเมิน
การเรียนรูระหวางเรียนท่ีเนนการใหขอมูลยอนกลับ (Feedback) แกผูเรียนเพ่ือใหผูเรียนไดพัฒนาการเรียนรู
ของตนเองของผูเรียน แตละคน ส่ิงตาง ๆ เหลานี้จึงกอใหเกิดวัฒนธรรมการเรียนรูแบบทองจําเพื่อสอบ
หรือการเรียนรูเพื่อแขง ขัน ซงึ่ ถอื เปนการเรียนรูแบบผิวเผนิ มากกวา การเรียนรูเพ่ือพัฒนาตนเองซ่ึงผลลัพธของ
การเรียนรูจะยั่งยืนกวา (กศุ ลิน มุสิกลุ , ๒๕๕๕; ขจรศกั ด,์ิ เพญ็ จันทรแ ละวรรณทพิ า รอดแรงคา, ๒๕๔๘)

ในการจัดการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะดานตาง ๆ ของผูเรียนน้ัน จําเปนตองมีการประเมิน
การเรียนรูอยางตอเนื่อง ต้ังแตเริ่มตนระหวางและสิ้นสุดกระบวนการเรียนรู โดยใชการประเมินในรูปแบบ
ที่หลากหลายสอดคลองตามวัตถุประสงคของการเรียนรู รูปแบบการประเมินการเรียนรูไดแก การประเมิน
การเรียนรูระหวางเรียน (Formative Assessment) การประเมินการเรียนรูสรุปรวม (Summative
Assessment) และการประเมินการเรียนรูตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ในการประเมิน
เพื่อพัฒนาการเรียนรู และการประเมินตามสภาพจริงน้ัน ผูสอนจําเปนตองสะทอนการประเมิน ใหผูเรียน
รับทราบเพื่อปรับปรุงและพัฒนาตนเอง และผูสอนตองนําผลการประเมินมาพิจารณาเพ่ือทบทวนและ
ปรับแผนการจัดการเรียนรูเพื่อใหสามารถดําเนินการแกไข ชวยเหลือ หรือหาวิธีการตาง ๆ เพื่อชวยใหผูเรียน


แตละคนเกิดการเรียนรูและพัฒนาตนเองไดตามแตละจุดประสงคการเรียนรูหรือเปาหมายของตัวชี้วัดตาง ๆ
(กุศลนิ มสุ ิกุล, ๒๕๕๕)

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูของผเู รียน
การวัดและประเมินผลการเรียนรูของผเู รียนตองอยูบนหลักการพ้ืนฐานสองประการ คือ การประเมิน
เพ่ือพฒั นาผเู รียนและการตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรยี นใหประสบความสาํ เร็จนั้น
ผเู รยี นจะตอ งไดร ับการพัฒนาและประเมินตามตวั ชีว้ ดั เพื่อใหบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู สะทอนสมรรถนะ
สําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียน ซ่ึงเปนเปาหมายหลักในการวัดและประเมิน
การเรียนรใู นทกุ ระดับ (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๒)
การวัดและประเมินผลการเรียนรูท่ีปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู ใหความสําคัญของการประเมิน
พฤตกิ รรมการปฏิบัติ ดงั นี้
๑) วิธกี ารประเมนิ

(๑) การวัดและประเมินกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความพรอม และความรูเดิมของผูเรียน
(ผสมผสานในกจิ กรรมการเรียนรูขนั้ นาํ )

(๒) การวัดและประเมินระหวางเรียน ไดแก ดานความรู ทักษะการปฏิบัติ และคุณลักษณะ
โดยวิธีการสงั เกตพฤติกรรม ถามตอบพรอมแสดงเหตุผล ตรวจชิน้ งาน การนําเสนอ (ผสมผสานในกิจกรรม
การเรยี นรขู น้ั สอน) จุดมงุ หมายของการประเมินระหวางเรยี น มดี ังนี้

(๒.๑) เพ่ือคนหาและวินิจฉัยวาผูเรียนมีความรูความเขาใจเนื้อหา มีทักษะความชํานาญ
รวมถึงมีเจตคติทางการเรียนรูอยางไรและในระดับใด เพ่ือเปนแนวทางใหผูสอนสามารถวางแผนการ
จัดกจิ กรรมการเรียนรไู ดอ ยางเหมาะสม เพ่อื พฒั นาการเรยี นรูข องผูเรียนไดอยางเต็มศักยภาพ

(๒.๒) เพ่อื ใชเปนขอ มลู ปอนกลับใหกับผูเ รยี นวา มีผลการเรยี นรูอยา งไร
(๒.๓) เพ่ือใชเปนขอมูลในการสรุปผลการเรียนรูและเปรียบเทียบระดับพัฒนาการ
ดานการเรยี นรขู องผเู รียนแตล ะคน
(๓) การวัดและประเมินหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความสําเร็จตามจุดประสงครายแผน เปน
การพัฒนาในจุดท่ีผูเรียนอาจจะเขาใจคลาดเคลื่อนหรือปฏิบัติไมถูกตอง (ผสมผสานในกิจกรรมข้ันสรุป) และ
เพื่อตัดสินผลการจัดการเรียนรู เปนการประเมินหลังจากผูเรียนไดเรียนไปแลว ผลจากการประเมินประเภทน้ี
ใชประกอบการตดั สินผลการจัดการเรยี นการสอน หรอื ตัดสินใจวา ผูเรยี นคนใดควรจะไดร ับระดับคะแนนใด
(๔) ประเมนิ รวบยอดเมอื่ ส้ินสุดหนวยการเรยี นรู ดําเนนิ การดงั นี้
การประเมินโดยครูผูสอน เพ่ือตรวจสอบคุณภาพผูเรียนวาบรรลุเปาหมายของ
หนวยการเรียนรูตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด สมรรถนะ คุณลักษณะ และเจตคติหรือไม เชน การทําโครงงาน
การนําความรไู ปใชเ พอ่ื พัฒนาสงั คมในรูปแบบตาง ๆ
การประเมินโดยผูเรยี นแตละคน โดยการทําแบบบันทึกการเรียนรู (Learning log) ควรให
ผูเรียนไดประเมินการเรียนรูของตนเอง เพื่อเปดโอกาสไดสะทอนคิดส่ิงที่เรียนรูทั้งท่ีทําไดดีและยังตองพัฒนา
(ตัวอยางแบบบันทึกการเรียนรู ดูภาคผนวก ค.) ควรใหผูเรียนไดประเมินการเรียนรูยอยหลังจบการเรียนรู
แตละหนวยการเรียนรู และประเมินการเรียนรูรวมในชวงกลางภาคเรียน และปลายภาคเรียน โดยครูสามารถ
เลือกใชชุดคําถามและจํานวนขอใหเหมาะสมกับบริบทของผูเรียน ชวงเวลาและธรรมชาติของแตละวิชา ทั้งนี้
ในคร้ังแรกครูควรทํารวมกับนักเรียนเพื่อแนะนําวิธีการเขียนแบบสะทอนคิด และควรอานส่ิงที่นักเรียนบันทึก
พรอมใหขอมูลยอนกลับ เสนอแนะในเชิงบวกและสรางสรรค รวมทั้งใชประโยชนจากขอมูลในแบบบันทึก
เพือ่ พัฒนาการสอนของตวั เองและชว ยเหลือนักเรียนเปน รายบคุ คลตอไป


๒) ผูประเมิน ไดแก เพื่อนประเมินเพ่ือน ครูประเมินผูเรียน ผูเรียนประเมินตนเอง และผูปกครอง
รวมประเมนิ
กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษาไดออกแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรูที่ปรากฏ
ในแผนการจัดการเรยี นรู โดยใหความสําคัญของประเมินพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตผิ เู รียนดานสขุ ภาพ ระหวา งเรยี น
เพ่อื พฒั นาเรียนรูของผูเรียนไปสูเปา หมายของหนวยการเรียนรทู ี่กาํ หนดรายละเอียด ดงั น้ี
๑. วธิ ีการประเมิน

๑) ประเมินกอนเรียน เพ่ือตรวจสอบความพรอม และความรูเดิมของผูเรียน (ผสมผสานในกิจกรรม
การเรียนรูข้นั นํา)

๒) ประเมินระหวางเรียน ไดแก ทักษะการปฏิบัติ และคุณลักษณะ โดยวิธีการสังเกตพฤติกรรม
ถามตอบพรอมแสดงเหตุผล ตรวจชิ้นงาน การนาํ เสนอ และประเมนิ ดานความรู เพื่อตรวจสอบความเขาใจ
คุณภาพผูเรียนตามจุดประสงค ซึ่งนําไปสูการปรับปรุง หรือสงเสริมการเรียนรูตอไป (ผสมผสานในกิจกรรม
การเรยี นรูข้นั สอน)

๓) ประเมินหลังเรียน เพ่ือตรวจสอบความสําเร็จตามจุดประสงครายแผน จากบันทึกการเรียนรู
และบันทึกการปฏิบัติดานสุขภาพของผูเรียนรายบุคคล เพ่ือพัฒนาในจุดที่ผูเรียนอาจจะเขาใจคลาดเคล่ือน
หรือปฏิบัตไิ มถ กู ตอ ง (ผสมผสานในกิจกรรมขั้นสรุป)

๔) ประเมินรวบยอดเมื่อส้ินสุดหนวยการเรียนรู เพ่ือตรวจสอบคุณภาพผูเรียนบรรลุเปาหมายของ
หนวยการเรียนรู ตามมาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สมรรถนะคุณลักษณะ และเจตคติ เชน การจัดนิทรรศการ การนํา
ความรูไปใชเพอ่ื พัฒนาสงั คมในรปู แบบตาง ๆ เปนตน ตลอดจนปลายภาค เพอ่ื การตัดสินผลการเรียน

๒. เครื่องมือที่ใช ไดแก มิติคุณภาพ (rubric score) ซ่ึงไดอธิบายระดับคุณภาพปรากฏในทาย
หนวยการเรียนรูทุกหนวย โดยแสดงเครื่องมือที่สามารถนําไปใชรายแผนการเรียนรูในภาคผนวก ก ไดแก
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั ิ แบบตรวจคาํ ตอบ แบบประเมนิ คุณลักษณะและเจตคติ

๓. ผูประเมนิ ไดแ ก เพอ่ื นประเมินเพอื่ น ครปู ระเมินผเู รยี น ผปู กครองรว มประเมิน
๕. คาํ แนะนําบทบาทครปู ลายทางในการจดั การเรยี นรู

ครูปลายทางควรมีบทบาทการสอนคูขนานกับครูตนทางในการกํากับดูแลชวยเหลือนักเรียนใน
ทุกข้ันตอนการสอน ดังน้ี

๑) ขั้นเตรยี มตวั กอ นสอน
(๑) ศกึ ษาทําความเขาใจคาํ ชี้แจงและทําความเขาใจเชอื่ มโยง ทงั้ เปา หมาย กิจกรรมและการวัดผล

และประเมนิ ผลระหวางหนว ยการเรียนรูก ับแผนการจดั การเรียนรรู ายชว่ั โมง
(๒) ศึกษาคนควาความรูเพิ่มเติม จากแหลงเรียนรู หนวยงาน องคกรท่ีใหความรูท่ีเชื่อถือได

รวมท้ังเทคนคิ การจดั การเรยี นรเู พือ่ พัฒนาความสามารถของผเู รยี นอยางรอบดาน
(๓) ปรับ/ประยุกตหรือเพ่ิม เปาหมายท้ังเน้ือหา ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะที่เปนจุดเนน

และที่เปนปจจุบันตามบริบทของหองเรียน โรงเรียน ชุมชน รวมถึงการวัดประเมินทักษะกระบวนการเรียนรู
ตามศักยภาพของผูเรียน และตามสภาพจรงิ

(๔) ศึกษาคลิปบทเรียนที่มีการอัพโหลดลวงหนาเพ่ือทําความเขาใจการจัดกิจกรรม PowerPoint
และสอ่ื ตา ง ๆ ทคี่ รูใชประกอบการสอน โดยเฉพาะแนวการจัดกิจกรรมในข้นั ตอนชว งการปฏิบตั ิ ทั้งดา นวธิ ีการ
ส่ือที่ใช และชวงเวลาของการทําแตละกิจกรรม เพื่อนํามาวิเคราะหและหาแนวทางเตรียมนักเรียน/ชวยเหลือ
สงเสรมิ / อาํ นวยความสะดวกนักเรียนตามบริบทของหองเรียนของตนใหสามารถเรียนรูไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
และเต็มตามศักยภาพ

(๕) เตรียมใบงาน (ท่ีคัดเลือกสําหรับมอบหมายใหนักเรียนไดทําตามเห็นควรและเหมาะสม)
รวมทั้งการเตรียมอปุ กรณตามระบใุ นแผนฯ และ/หรอื ที่ปรากฏในคลิป (ในกรณมี กี ารปรบั เปล่ียนเพมิ่ เตมิ )


(๖) ติดตามขอมูลรายละเอียดการจัดกิจกรรมในชว งการปฏบิ ัติตามกําหนดการสอนที่มีรายละเอยี ด

ของส่อื การสอน ใบงาน ใบความรู บนเวบ็ ไซต www.dltv.ac.th
๒) ข้นั การจัดการเรยี นรู
(๑) สรางการมีสวนรว มของนักเรียนในการทาํ กิจกรรม เชน กระตนุ ใหน ักเรียนคดิ ตอบคําถามของ

ครตู น ทาง ฟง เฉลยและชวยเสริม/อธบิ าย/ในสิ่งทน่ี กั เรยี นยงั ไมเ ขา ใจ ชมเชย/ใหกาํ ลังใจหากนกั เรยี นทาํ ไดด ี
(๒) ใหความชวยเหลือนักเรียนที่ตามไมทัน เชน อธิบายเพ่ิมเติมเพื่อใหนักเรียนสามารถเรียนรู

ตอ ไปอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
(๓) กํากับดูแลใหมีวินัยในการเรียน เชน ไมเลนหรือพูดคุยกัน ปฏิบัติตามคําส่ังในการทํากิจกรรม

ฯลฯ
(๔) อาํ นวยความสะดวกในการเรียนรู เชน จัดเตรียมสอ่ื การเรียนร/ู อปุ กรณ
(๕) สังเกตพฤติกรรมนักเรียนเชน คุณลักษณะผูเรียน สมรรถนะสําคัญของผูเรียน การจัด

การเรียนรู/การปฏิบัติงาน ความรูในบทเรียน และบันทึกขอมูลตามแนวทางประเมินท่ีแนะนําไวในแผน
การจัดการเรียนรู เพื่อนําขอมูลไปพัฒนานักเรียนและใหความชวยเหลือนักเรียนทั้งช้ัน/กลุม/รายบุคคล
ตามกรณี

๓) ข้ันการปฏบิ ัติ
(๑) ทบทวนขั้นตอนการทํากจิ กรรมตามที่ครตู นทางแนะนํา และตามขอแนะนาํ การปฏิบัติที่ระบุใน

PowerPoint ตรวจสอบความเขาใจ และเตรียมนกั เรยี นกอนทาํ กิจกรรม (การแบงกลุม ฯลฯ)
(๒) กํากบั ใหการทํากิจกรรมเปน ไปตามลําดบั เวลาตามแนวทางทร่ี ะบุบน PowerPoint
(๓) ใหความชวยเหลอื นกั เรยี นในระหวา งการทาํ กจิ กรรม
(๔) เตรยี มพรอมนกั เรียนสําหรับกจิ กรรมในข้นั ตอนสรุปการเรยี น (ถามี) เชน การสรุปผลปฏบิ ตั ิงาน

เพ่ือเทยี บเคยี งกับผลงานทนี่ กั เรยี นตนทางจะนาํ เสนอ เปนตน
๔) ข้ันสรปุ
(๑) กํากบั นกั เรียนใหม สี วนรว มในการเฉลยใบงาน/สรปุ ผลการทาํ กจิ กรรม ฯลฯ
(๒) ทบทวนประเด็นสําคัญท่ีมีการสรุปทายชั่วโมง และงาน/ใบงานที่ครูตนทางมอบหมายให

ทําเปนการบาน/หรอื ใบงานทคี่ รูปลายทางไดเลอื กมาใชก ับชน้ั เรียนของตน
(๓) จัดใหนักเรียนไดทําแบบประเมินตามระบุในหัวขอ การวัดและประเมินผลการเรียนรู (เฉพาะ

หลงั จบแตล ะหนว ยการเรียนรู และครึง่ /ปลายภาคเรียน)
๕) การบันทึกผลหลังสอน
(๑) บันทึกการจัดการเรียนรขู องตนเอง โดยใชขอ มลู จากแบบสงั เกตพฤติกรรมผูเรยี นระหวางเรียน

และแบบประเมินตนเอง บันทึกการเรียนรูของนักเรียนเพื่อวิเคราะหเทคนิค หรือวิธีการใด ที่ทําใหผูเรียน
มสี ว นรวม มคี วามรู มที ักษะ และคณุ ลักษณะตามจุดประสงค

(๒) บันทึกสาเหตุของความสําเร็จ อปุ สรรค และ/หรือขอจํากัดท่ีเกิดขึน้ เชน เทคนคิ หรือวิธีการใด
การบริหารจัดการช้ันเรียน การจัดบรรยากาศ สิ่งแวดลอมอยางไร ฯลฯ ท่ีทําใหผูเรียนมีสวนรวม มีความรู
มีทักษะ และคุณลักษณะตามจุดประสงค โดยใชคําถามท่ีใหไวใน “คําถามบันทึกผลหลังสอนสําหรับ
ครูปลายทาง” (ดูภาคผนวก ค) เปนแนวทางในการยอนคิด ไตรตรองส่ิงท่ีเกิดข้ึนและนําไปบันทึกผลหลังสอน
ของชวั่ โมงน้ัน ๆ

(๓) วิเคราะหและสรุปผลจากขอมูลตามปญหา/ความสําเรจ็ ที่เกิดข้ึน และเสนอแนวทางการปรับปรุง
เพ่ือนํามาพัฒนาการจัดการเรียนรู และชวยเหลือ/สงเสริมนักเรียนในการจัดการเรียนรูในครั้งตอไป รวมท้ัง
นําไปใชเ ปนขอ มลู เพอ่ื พัฒนาเปนงานวิจยั ในชั้นเรยี นตอ ไป



คาํ อธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รหัสวิชา พ๑๓๑๐๑ รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา กลุมสาระการเรียนรูส ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป

ศึกษาและเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโตของรางกายมนุษยกับเกณฑ
มาตรฐาน ศึกษาความสําคัญและความแตกตางของครอบครัว การสรางสัมพันธภาพในครอบครัวและ
กลุมเพอ่ื น การหลกี เลี่ยงพฤติกรรมทนี่ ําไปสูการลวงละเมิดทางเพศ ศึกษาการเคลอื่ นไหวรางกาย ขณะอยูกับท่ี
เคล่ือนท่ีและใชอุปกรณประกอบอยางมีทิศทาง การเลนเกมเบ็ดเตล็ด ศึกษากฎกติกาและขอตกลง
แนวทางการเลือกออกกําลังกาย การละเลนพื้นเมืองและเลนเกมท่ีเหมาะสมกับจุดเดน จุดดอยและขอจํากัด
ของแตละบุคคล การสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย ศึกษาการติดตอและวิธีการปองกันการแพรกระจาย
ของโรค การจําแนกและการกินอาหารท่ีหลากหลายครบ ๕ หมูในสัดสวนที่เหมาะสมรูและเขาใจการแปรงฟน
ใหสะอาดอยางถูกวิธี ศึกษาการปฏิบัติตนเพ่ือความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในบาน โรงเรียนและการเดินทาง
วธิ ีขอความชว ยเหลือเมือ่ เกดิ เหตรุ า ยหรอื อุบตั ิเหตแุ ละการปฐมพยาบาลเมื่อบาดเจ็บจากการเลน

โดยเรียนรูจากการปฏิบัติ การอธิบาย การเปรียบเทียบ การบอกและระบุ จําแนก แสดงวิธีทํา
การสาธิต การยกตัวอยาง การคิดและตัดสินใจ การวิเคราะห การคนหาขอมูล การทดสอบและปรับปรุง
ตลอดจนการใชก ระบวนการกลุมในการเรียนรู

เพื่อใหผูเรียนใฝเรียนรู มีวินัย มีจิตสาธารณะ รักความเปนไทย อยูอยางพอเพียงและเห็นคุณคา
ในการนาํ ความรูไปใชในการดาํ เนินชวี ติ ประจาํ วันได

ตัวชี้วัด
พ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
พ ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

รวมทั้งหมด ๑๘ ตัวชว้ี ัด



มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ัด

รหัสวชิ า พ๑๓๑๐๑ รายวชิ า สุขศกึ ษาและพลศึกษา (สขุ ศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑
รวมเวลา ๒๐ ชว่ั โมง

สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน พ ๑.๑ : เขาใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย
ตวั ชวี้ ัด

พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธบิ ายลกั ษณะและการเจรญิ เตบิ โตของรางกายมนุษย
พ ๑.๑ ป.๓/๒ เปรียบเทียบการเจริญเตบิ โตของตนเองกับเกณฑม าตรฐาน
พ ๑.๑ ป.๓/๓ ระบุปจจัยที่มผี ลตอการเจริญเติบโต
สาระที่ ๒ ชวี ติ และครอบครวั
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน พ ๒.๑ : เขาใจและเหน็ คุณคาตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดําเนนิ ชวี ิต
ตัวชีว้ ัด
พ ๒.๑ ป.๓/๑ อธบิ ายความสําคัญและความแตกตา งของครอบครวั ท่ีมตี อตนเอง
พ ๒.๑ ป.๓/๒ อธิบายวิธีสรา งความสัมพันธภาพในครอบครวั และกลุมเพอื่ น
พ ๒.๑ ป.๓/๓ บอกวธิ ีหลกี เลีย่ งพฤตกิ รรมทน่ี ําไปสูก ารถกู ลว งละเมิดทางเพศ
สาระท่ี ๓ การสรางเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพ และการปองกันโรค
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน พ ๔.๑ : เห็นคุณคาและมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพ การดํารงสุขภาพ การปองกันโรคและ
การสรางเสริมสมรรถภาพเพือ่ สขุ ภาพ
ตัวช้ีวัด

พ ๔.๑ ป.๓/๕ สรา งเสริมสมรรถภาพทางกายไดต ามคําแนะนํา



โครงสรางรายวชิ า

รหัสวชิ า พ๑๓๑๐๑ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑
รวมเวลา ๒๐ ชว่ั โมง

หนว ยที่ ช่ือหนวยการเรียนรู มาตรฐานการเรียนร/ู สาระสาํ คัญ/ ความคดิ รวบยอด เวลา นาํ้ หนัก
๑ สุขภาพดชี วี ีมสี ขุ ตัวชวี้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน
การเจรญิ เตบิ โตของรา งกาย
๒ ครอบครวั และเพ่ือน พ ๑.๑ ป.๓/๑ แตละคนมีความแตกตา งกัน ๑๐ ๒๕
ของฉนั พ ๑.๑ ป.๓/๒ ซง่ึ สามารถเปรยี บเทียบน้ําหนัก
พ ๑.๑ ป.๓/๓ และสวนสูงของตนเองกบั เกณฑ ๑๐ ๒๕
พ ๔.๑ ป.๓/๕ มาตรฐาน เพอื่ จะไดป รับปรุงตนเอง
ใหมคี วามเจรญิ เติบโตอยางสมวยั ๒๐ ๕๐
พ ๒.๑ ป.๓/๑ อาหาร การออกกาํ ลงั กาย และ
พ ๒.๑ ป.๓/๒ การพักผอ น เปนปจ จัยสําคญั ที่มผี ล
พ ๒.๑ ป.๓/๓ ตอ การเจรญิ เตบิ โตของรา งกาย
รวมไปถึงการสรา งเสรมิ สมรรถภาพ
รวมตลอดภาคเรียน ทางกายเพ่ือใหรางกายสุขภาพ
แขง็ แรงสมวยั

ความแตกตางกนั ของแตละ
ครอบครัวยอมมผี ลตอการดาํ เนนิ
ชีวติ ของสมาชกิ ในครอบครวั
การสรางสมั พนั ธภาพกบั ครอบครวั
และเพื่อน ทําใหเ ขา ใจตนเองและ
ผอู น่ื และสามารถอยรู วมกัน
อยา งมีความสขุ นอกจากนี้การถูก
ลว งละเมิดทางเพศเปน ความรุนแรง
ทางเพศท่สี ามารถหลกี เลยี่ งได
หากมพี ฤตกิ รรมการปองกันที่
ถูกตองและเหมาะสม

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑ เรื่อง สขุ ภาพดชี ีวีมสี ขุ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑
สขุ ภาพดชี วี มี สี ขุ

๒ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑

ชอ่ื หนว ยการเรยี นรู สุขภาพดีชีวีมสี ุข
รหัสวิชา พ๑๓๑๐๑ รายวิชา สขุ ศึกษาและพลศึกษา (สขุ ศึกษา) กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา

ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้วี ัด

สาระท่ี ๑ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย
มาตรฐานการเรียนรู พ ๑.๑ เขา ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย
ตวั ช้ีวดั
พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธบิ ายลกั ษณะและการเจริญเตบิ โตของรา งกายมนุษย
พ ๑.๑ ป.๓/๒ เปรียบเทยี บการเจริญเติบโตของตนเองกับเกณฑม าตรฐาน
พ ๑.๑ ป.๓/๓ ระบุปจ จยั ทม่ี ีผลตอการเจรญิ เติบโต
สาระท่ี ๔ การสรา งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการปองกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ : เห็นคณุ คาและมที ักษะในการสรา งเสริมสุขภาพ การดาํ รงสุขภาพ การปองกันโรค
และการสรางเสริมสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ
พ ๔.๑ ป.๓/๕ สรา งเสรมิ สมรรถภาพทางกายไดต ามคําแนะนาํ
๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
รางกายจะมีการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามเพศ ทั้งพัฒนาการทางดานรางกายและจิตใจ
ซ่ึงเราสามารถตรวจสอบการเจริญเติบโตของรางกายไดจากการเปรียบเทียบกับเกณฑมาตรฐานการเจริญเตบิ โต
โดยการจะมีพัฒนาการทางดานรางกายท่ีดีน้ันขึ้นอยูกับการไดรับปจจัยท่ีมีผลตอการเจริญเติบโตอยาง
เหมาะสม
๓. สาระการเรยี นรู
ความรู

๑) ลักษณะการเจริญเตบิ โตของรางกายมนษุ ยท่ีมคี วามแตกตา งกันในแตล ะบุคคล
๒) การปฏบิ ัตติ นเพ่ือใหมกี ารเจริญเติบโตตามวยั
๓) การชง่ั นํา้ หนักและวัดสว นสงู
๔) การเปรยี บเทยี บน้ําหนักสวนสูงกบั เกณฑม าตรฐาน
๕) ปจ จัยทีม่ ีผลตอการเจรญิ เติบโต
๖) องคป ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
๗) การสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย
๘) การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
๙) วธิ กี ารสรางเสริมสมรรถภาพทางกายเพอื่ สขุ ภาพ
ทกั ษะ / กระบวนการ
๑) ปฏิบัติตนในการชั่งนาํ้ หนักและวดั สวนสูงตามข้ันตอนและบนั ทกึ ผล
๒) การเปรียบเทียบการเจริญเตบิ โตของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน
๓) สํารวจการเปลี่ยนแปลงของรางกาย
๔) ทดสอบสมรรถภาพ
เจตคติ
๑) เหน็ ความสําคญั ของการเจรญิ เติบโตของรา งกายตนเองไดมีพฒั นาการทีส่ มวัย

หนว ยการเรียนรูที่ ๑ เรื่อง สุขภาพดีชีวีมีสุข ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ๓

๔. สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการแกป ญหา
๔) ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑) มีวนิ ัย
๒) ใฝเ รยี นรู

๖. การประเมินผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรือภาระงาน แบบบันทกึ นาํ้ หนักและสว นสูง

เกณฑก ารประเมนิ ผลช้นิ งานหรือภาระงาน

ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
๑. อธิบายลักษณะและ
การเจริญเติบโตของ ๔ (ดีมาก) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง)
รางกายมนุษย อธบิ ายลักษณะ
๒. เปรยี บเทียบการ อธิบายลกั ษณะ อธบิ ายลกั ษณะ อธบิ ายลกั ษณะ การเจริญเติบโตของ
เจริญเติบโตของตนเอง การเจริญเติบโต ของ การเจรญิ เตบิ โตของ การเจรญิ เตบิ โตของ รางกายตนเองได
กบั เกณฑมาตรฐาน รา งกายตนเองได รางกายตนเองได รา งกายตนเองได โดยตอ งใหผูอ ืน่
ถกู ตองตรงตามความ ถกู ตองตรงตามความ แตไมคอยตรงตาม แนะนาํ
๓. อธบิ ายปจ จัยทม่ี ผี ล เปน จริงทกุ ประเดน็ เปน จริงเปน สวนใหญ ความเปนจรงิ
ตอ การเจริญเติบโต บันทกึ ขอมลู นํ้าหนัก
บนั ทกึ ขอมลู น้าํ หนัก บันทึกขอมูลนาํ้ หนัก บนั ทกึ ขอมูลน้าํ หนัก สว นสูง ไดถูกตอง
สวนสงู ไดถ ูกตอง สวนสูง ไดถ ูกตอง สว นสูง ไดถ กู ตอง ๑ ขอมลู แตแ สดง
ครบถวน และแสดง ๒ ขอ มลู แตแสดง ๑ ขอมูล แตแ สดง ผลการเปรยี บเทียบ
ผลการเปรยี บเทียบ ผลการเปรยี บเทยี บ ผลการเปรยี บเทยี บ กบั เกณฑม าตรฐาน
กบั เกณฑมาตรฐาน กับเกณฑม าตรฐาน กบั เกณฑมาตรฐาน ไมถูกตอ งเลย
ไดถูกตอง ไดถูกตอ ง ๑ ขอมลู ตอ งใหผ ูอน่ื แนะนํา
อธบิ ายปจ จัยที่มีผล
อธิบายปจ จยั ท่มี ีผล อธบิ ายปจจัยที่มีผล อธิบายปจ จยั ทีม่ ีผล ตอ การเจรญิ เติบโต
ตอ การเจรญิ เติบโตได ตอ การเจริญเตบิ โตได ตอ การเจริญเตบิ โตได ได โดยตองใหผูอืน่
ถูกตองตรงตามความ ถูกตองตรงตามความ แตไมคอ ยตรงตาม แนะนํา
เปน จรงิ ทุกประเด็น เปนจริง เปนสว นใหญ ความเปน จริง

เกณฑการตัดสนิ
คะแนน ๑๐-๑๒ หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๗-๙ หมายถงึ ดี
คะแนน ๔-๖ หมายถึง พอใช
คะแนน ๑-๓ หมายถงึ ปรบั ปรุง

เกณฑการผา น ต้งั แตระดับพอใชข ้ึนไป

๔ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)

แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๑ เรอ่ื ง ลักษณะและการเจริญเตบิ โตของรา งกายมนุษย
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑ เร่อื ง สุขภาพดีชวี ีมีสขุ เวลา ๑ ชวั่ โมง
รายวชิ า สขุ ศึกษาและพลศึกษา (สุขศกึ ษา) ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ช้ีวัด
พ ๑.๑ เขาใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย
พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายลักษณะและการเจรญิ เติบโตของรางกายมนษุ ย

๒. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
รางกายจะมีการเจริญเติบโตและเปล่ียนแปลงไปตามเพศ ทั้งพัฒนาการทางดานรางกายและจิตใจ

ซึ่งเราสามารถตรวจสอบการเจริญเติบโตของรางกายไดจากการเปรียบเทียบกับเกณฑมาตรฐานการเจริญเตบิ โต
โดยการจะมีพัฒนาการทางดานรางกายท่ีดีนั้นข้ึนอยูกับการไดรับปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโตอยาง
เหมาะสม
๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K)
๑. อธบิ ายพฒั นาการทางดา นรางกาย

๓.๒ ดานทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. สาํ รวจการเปล่ียนแปลงของรางกายของตนเอง

๓.๓ ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม (A)
๑. เหน็ ความสําคญั ของการเจริญเติบโตของรางกายตนเองไดม ีพัฒนาการที่สมวยั

๔. สาระการเรยี นรู
๑. ลักษณะการเจริญเติบโตของรา งกายมนษุ ยท่มี ีความแตกตา งกันในแตละบุคคล

๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเรียนรู

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ เรอื่ ง สุขภาพดีชวี ีมีสุข ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓

การจัดกิจกรรมการเรยี น
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑ เรือ่ ง ลักษณะ
รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา (สุขศึกษา) หนวยการ
แน
ลําดบั จดุ ประสงค ขั้นตอนการจดั เวลา
ท่ี การเรยี นรู การเรยี นรู ท่ใี ช กจิ กรรมครู

๑. ๑. สาํ รวจ ข้นั นํา ๕ ๑. ครูตงั้ คําถาม ดังน้ี
การเปลี่ยนแปลงของ นาที “นักเรียนคิดวาการเจริญเตบิ
รา งกายของตนเอง ดานรา งกายของคนเราเหมือ
แตกตา งกันอยางไร”

๒. ใหน กั เรียนสังเกตการเปล
ของรูปรา งตนเองและเปรยี บ
การเปล่ยี นแปลงรางกายตนเ
ในปจจบุ นั กับ ๑ ป ที่ผา นมา
แตกตางกนั อยางไร

๓. ครูเชื่อมโยงเขา สบู ทเรยี น
“ลกั ษณะและการเจริญเติบโ
รา งกายมนุษย”



นรู ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
ะและการเจริญเติบโตของรางกายมนุษย
รเรยี นรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง สุขภาพดชี ีวีมีสุข จํานวน ๑ ชั่วโมง
นวการจัดการเรยี นรู
กจิ กรรมนกั เรียน สือ่ การเรียนรู การประเมนิ
การเรียนรู

๑. นักเรียนรว มกันตอบคําถาม ๑. PowerPoint
บโต (แนวคําตอบ : การเจรญิ เติบโต เร่ือง ลักษณะ
อนหรอื ดา นรา งกายของคนเราแตกตางกนั การเจริญเติบโตของ
เพราะรบั ประทานอาหาร และดูแล รางกายมนุษย ใชช วง
รักษาแตกตา งกัน) ข้นั นําเขาสูบทเรียน
ขั้นสอน และขน้ั สรปุ
ลี่ยนแปลง ๒. นกั เรยี นสังเกตการเปลี่ยนแปลง
บเทียบ ของรูปรางตนเองและเปรยี บเทียบ
เอง การเปลยี่ นแปลงรางกายตนเอง
าวา ในปจ จบุ ันกับ ๑ ป ที่ผา นมา วา มี
การเปล่ียนแปลง เชน สงู ข้ึน
น้ําหนกั เพิ่มขึ้น ฯลฯ

นในหวั ขอ
โตของ



ลาํ ดบั จุดประสงค ขั้นตอนการจดั เวลา แน
ท่ี การเรียนรู การเรียนรู ท่ใี ช กจิ กรรมครู

๒. ๒. อธิบายพัฒนาการ ขน้ั สอน ๒๐ ๑. ครใู หน ักเรยี นดภู าพบุคคล
เจริญเติบโตทางดาน นาที ชวงวัย ดงั น้ี
รา งกาย ภาพท่ี ๑ วยั ทารก
ภาพท่ี ๒ วยั กอนเรียน
ภาพที่ ๓ วัยเรียน
ภาพท่ี ๔ วัยรนุ
ภาพที่ ๕ วัยผใู หญ
ภาพท่ี ๖ วัยผูสูงอายุ
แลว ใหน กั เรียนรวมกนั ตอบค
โดยครใู ชค ําถามดังนี้ - นกั เร
แตล ะภาพ คือชวงวัยใด อาย
๒. ครใู หค วามรเู พ่ิมเติม เรือ่ ง
การเจรญิ เตบิ โตตามวัย และ
ลักษณะการเจรญิ เติบโตของ
โดยใชสอื่ PowerPoint

๓. ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ๒๐ ๓. ใหน กั เรียนแบง กลุม ๆ ละ
นาที ทาํ กจิ กรรมจบั คภู าพกบั ลักษ
การเจริญเตบิ โตของแตละวัย
แจกบัตรภาพวัยตา ง ๆ กลมุ
และแผนปา ยลักษณะการเจร
ของแตละวัยจากนน้ั ใหนักเร
กลมุ รว มกันติดภาพวยั ตาง ๆ

คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

นวการจดั การเรยี นรู สือ่ การเรียนรู การประเมนิ
กจิ กรรมนกั เรยี น การเรยี นรู

ลแตล ะ ๑. นกั เรยี นดภู าพแตล ะชว งวัย ๒. บตั รภาพวัยตา ง ๆ แบบประเมนิ
และรว มกันตอบคําถาม ในประเด็น ๓. แผน ปายลักษณะ ผลงาน
นักเรียนคิดวา แตล ะภาพ คือ การเจรญิ เติบโตของ
ชวงวยั ใด อายเุ ทา ไร แตละวัย
(แนวคําตอบ :
๑.วัยทารก อายุ แรกเกดิ -๑ ป
๒. วยั กอนเรียน อายุ ๑-๖ ป
๓. วัยเรยี น อายุ ๖-๑๒ ป
คาํ ถาม ๔. วัยรนุ อายุ ๑๒-๒๐ ป
รียนคิดวา ๕. วัยผูใ หญ อายุ ๒๐-๖๐ ป
ยเุ ทาไร ๖. วยั ผสู ูงอายุ อายุ ๖๐ ปขึ้นไป)
ง ๒. นักเรยี นฟงครูอธิบายความรู
ะอธิบาย เร่ือง การเจริญเติบโตตามวัยและ
งแตละวัย อธิบายลกั ษณะการเจริญเตบิ โต

ะ ๔ คน ๓. นักเรียนแบงกลมุ ทาํ กจิ กรรม
ษณะ จบั คูภาพกบั ลักษณะการ
ยโดยครู เจรญิ เติบโตของแตละวัย
มละ ๑ ชดุ
ริญเติบโต
รียนแตล ะ
ๆ ใหตรง

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑ เร่ือง สุขภาพดชี ีวมี ีสขุ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓

ลําดบั จดุ ประสงค ข้ันตอนการจดั เวลา แน
ที่ การเรยี นรู การเรยี นรู ที่ใช กิจกรรมครู

กับลักษณะการเจรญิ เติบโตข
แตล ะวัย โดยครใู หเวลา ๕ น
ในการจบั คภู าพ
๔. ครแู ละนักเรียนรวมกนั เฉ
อธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในสวนของคว
ท่นี ักเรยี นขาดหายไป

๔. ๓. เห็นความสาํ คญั ขั้นสรุป ๕ ๑. ครูและนักเรยี นรว มกนั สร
ของการเจรญิ เติบโต นาที เรอื่ ง การเจริญเติบโตของรา
ของรางกายตนเองได
มพี ัฒนาการ มนษุ ยแ ตกตางกนั ในแตละชว
ที่สมวยั
๒. ครูใหความรเู พิม่ เตมิ วา น
การเจรญิ เตบิ โตของรา งกายแ
เรายังสงั เกตไดวา เราสามาร
เคล่อื นไหวไดค ลองแคลวขน้ึ
ทํากิจกรรมตา ง ๆ ไดด ีข้ึน เช
ยืนทรงตวั ขาเดียวได นับเลขถ
ได อา นหนังสือในใจได เปน ต
ซ่ึงส่ิงเหลา น้ี เรยี กวา พัฒนา



นวการจดั การเรียนรู สือ่ การเรยี นรู การประเมิน
กจิ กรรมนกั เรยี น การเรียนรู

ของ
นาที

ฉลยและ ๔. นักเรยี นรวมกนั เฉลยและฟง ครู
วามรู อธิบายเพิ่มเตมิ

รุปความรู ๑. นกั เรียนรว มสรปุ ความรู
างกาย เก่ยี วกับ เรอ่ื ง ลักษณะการ
วงวยั เจรญิ เตบิ โตของรางกาย

นอกจาก
แลว
รถ

ชน
ถอยหลงั
ตน
าการ

๘ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

๘. สอ่ื การเรยี นร/ู แหลงเรยี นรู
๑. ส่อื PowerPoint เร่ือง ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตตามวยั
๒. ภาพบุคคลวัยตา ง ๆ
๓. แผนปายลักษณะการเจริญเตบิ โตของแตละวัย

๙. การประเมินผลรวบยอด
ชิ้นงานหรือภาระงาน กจิ กรรมจบั คูภาพกบั ลกั ษณะการเจริญเติบโตตามวยั

เกณฑก ารประเมินผลชน้ิ งานหรอื ภาระงาน

ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ
การประเมิน
๑. ความรว มมือ ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง)
ในการปฏิบตั งิ าน สมาชิกในกลมุ ทกุ คน สมาชกิ ในกลมุ ไม
กลุม มีสวนรวมในการ สมาชิกในกลมุ สมาชกิ ในกลมุ ชว ยกนั ปฏิบตั ิงาน
ปฏิบัตงิ านอยางเต็มที่ สวนใหญม ีสว นรว ม บางสวนไมมี
๒. เนื้อความ ในการปฏบิ ัตงิ าน สวนรว มใน จบั คูภ าพกับลักษณะ
ถูกตองของผลงาน จับคภู าพกบั ลักษณะ การปฏิบตั งิ าน การเจริญเตบิ โตได
การเจริญเติบโตได ถูกตอง ๑-๓ ขอ
ถกู ตองครบถวน จับคภู าพกับลักษณะ จบั คูภาพกบั ลักษณะ
๘-๑๐ ขอ การเจริญเตบิ โตได การเจริญเตบิ โตได
ถูกตอง ๖-๗ ขอ ถูกตอง ๕-๔ ขอ

เกณฑการตดั สิน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗-๘ หมายถึง ดี
คะแนน ๕-๖ หมายถึง พอใช
คะแนน ๔-๓ หมายถงึ ปรับปรงุ
คะแนน ๑-๒

เกณฑการผาน ตัง้ แตร ะดบั พอใช

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง สขุ ภาพดชี วี ีมสี ุข ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ ๙

๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ความสาํ เรจ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอ จํากัดการใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ......................................................ผสู อน
(..........................................................)

วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผูบริหารหรือผูท ไ่ี ดรบั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ...................................................... ผตู รวจ
(..........................................................)

วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

๑๐ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)
ส่ือสาํ หรับครู

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑ สุขภาพดีชวี เี ปนสขุ
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรือ่ ง ลักษณะและการเจริญเตบิ โตของรา งกายมนุษย
รายวชิ า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา (สขุ ศึกษา) รหัสวิชา พ๑๓๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษา ๓

ภาพวัยตา ง ๆ

ภาพที่ ๑ วยั ทารก

ภาพที่ ๒ วยั กอ นเรยี น

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑ เรื่อง สขุ ภาพดีชวี มี ีสขุ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑๑

ภาพที่ ๓ วยั เรียน
ภาพที่ ๔ วยั รนุ

ภาพท่ี ๕ วยั ผใู หญ

๑๒ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

ภาพท่ี ๖ วยั ผูสูงอายุ

แผนปา ยลักษณะการเจริญเติบโตของแตล ะวัย

วัยทารก

ฟนซแี่ รกขน้ึ
สงเสยี งรอ งเมื่อรูสกึ หวิ

หนวยการเรยี นรูที่ ๑ เร่ือง สุขภาพดีชวี มี ีสุข ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๑๓

วัยกอนเรียน

ฟนน้ํานมจะครบ ๒๐ ซี่

วยั ทารกนาํ้ หนกั และสวนสูงเพ่ิมข้ึนชากวา

วัยเรียน

มกี ลา มเนอื้ แขง็ แรง

คลองแคลววอ งไว

๑๔ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

วัยรุน

มลี กั ษณะทางเพศชัดเจนมากข้นึ
เพศหญิงมหี นาอกใหญข ้ึน

วัยผใู หญ

สวนสงู เพ่มิ ข้ึนชา หรอื ไมมกี ารเปล่ียนแปลงเลย

เพศหญิงมแี นวโนมนาํ้ หนักตวั เพม่ิ มากขึ้น

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง สขุ ภาพดีชีวีมีสขุ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑๕

วยั ผูส ูงอายุ

กระดกู เปราะ ฟนหัก

เคลือ่ นไหวชา ทรงตวั ไดไ มด ี มือส่ัน

๑๖ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)

แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๒ เรอื่ ง ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของวยั เรยี น
หนวยการเรียนรูท่ี ๑ เรื่อง สขุ ภาพดีชวี มี ีสุข เวลา ๑ ช่ัวโมง
รายวิชา สุขศกึ ษาและพลศึกษา (สุขศกึ ษา) ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วดั
พ ๑.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย
พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธบิ ายลกั ษณะและการเจรญิ เตบิ โตของรา งกายมนษุ ย

๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
ลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน รางกายจะมีการเจริญเติบโตและเปล่ยี นแปลงไปตามเพศ ทําให

ลักษณะรูปรา งนํา้ หนักสวนสงู แตกตา งกันไป โดยเดก็ ชายและเดก็ หญงิ จะมีลักษณะทางเพศชดั เจนมากขน้ึ
๓. จุดประสงคการเรยี นรู

๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K)
๑. บอกลกั ษณะการเจรญิ เติบโตของวัยเรยี น

๓.๒ ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. สํารวจการเปล่ยี นแปลงของรางกายของตนเอง

๓.๓ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม (A)
๑. เห็นความสาํ คญั ของการมพี ฒั นาการที่ดสี มวัย

๔. สาระการเรียนรู
๑. ลักษณะการเจริญเตบิ โตของรา งกายมนุษยทม่ี ีความแตกตา งกนั ในแตล ะบุคคล

๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเรยี นรู

๗. กจิ กรรมการเรียนรู

หนวยการเรยี นรูท่ี ๑ เรือ่ ง สุขภาพดีชวี มี สี ุข ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓

การจดั กิจกรรมการเรียน
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒ เร่ือง ลกั
รายวชิ า สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา (สขุ ศกึ ษา) หนวยการ
แน
ลําดบั จุดประสงค ข้ันตอนการจดั เวลา
ที่ การเรียนรู การเรยี นรู ท่ใี ช กจิ กรรมครู

๑. ขน้ั นํา ๕ ๑. ครูใหน ักเรยี นดภู าพเด็กชาย
นาที เดก็ หญงิ วยั เรียนแลวเปรยี บเท
และบอกความแตกตางวา มีลัก
ทางกายอะไรบา งทแ่ี ตกตา งกัน

๒. ๑. สาํ รวจการ ขนั้ สอน ๒. ครเู ช่อื มโยงเขา สูบทเรยี นใน
เปลย่ี นแปลงของ “ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตของ
รางกายของตนเอง วัยเรยี น”
๒๕ ๑. ใหน ักเรยี นสาํ รวจการเปล่ีย
นาที ของรา งกายตนเอง เมื่อเทยี บก
ตอนอยู ป.๒ มคี วามเปลีย่ นแป
อยางไร

๒. ครปู ระมวลคําตอบจากนกั เ
และใหความรเู พ่มิ เตมิ เกี่ยวกับ
ลักษณะการเจรญิ เติบโตของวัย
โดยใชส อื่ PowerPoint เรื่อง
ลักษณะการเจรญิ เติบโตของวัย

๑๗

นรู ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
กษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน
รเรียนรทู ่ี ๑ เร่อื ง สุขภาพดีชวี ีมีสขุ จาํ นวน ๑ ชัว่ โมง
นวการจดั การเรียนรู
กจิ กรรมนักเรยี น สือ่ การเรยี นรู การประเมนิ
การเรียนรู

ยและ ๑. นักเรียนดูภาพแลวรว มกันตอบ ๑. Powerpoint
ทยี บ คาํ ถาม เร่อื ง ลกั ษณะการ
กษณะ (แนวคําตอบ : เด็กหญิงตวั สูงกวา เจริญเติบโตของ
น เดก็ ชาย) วยั เรยี น
๒. ภาพเด็กชาย
นหัวขอ และเดก็ หญิง
วยั เรียน

ยนแปลง ๑. นกั เรยี นสํารวจรางกายของตนเอง ๑. PowerPoint แบบประเมิน
กบั (แนวคาํ ตอบ : นํา้ หนักเพม่ิ ขนึ้ สวนสูง เรือ่ ง ลกั ษณะการ กิจกรรม
ปลง เพิ่มข้ึน) เจรญิ เตบิ โตของ
วยั เรียน
๒. บัตรคําลักษณะ
เรยี น ๒. นกั เรียนฟงครูใหความรเู พ่ิมเตมิ การเจรญิ เติบโต
อยา งต้งั ใจ วยั เรยี น
ยเรยี น

ยเรียน

๑๘

ลาํ ดับ จดุ ประสงค ข้ันตอนการจัด เวลา แน
ท่ี การเรียนรู การเรียนรู ทีใ่ ช กิจกรรมครู
๒. บอกลกั ษณะ
การเจริญเตบิ โต ๓. ครูชี้แจงการทํากิจกรรมติดบ
ของวัยเรียน โดยครูจะแจกบัตรคําใหน ักเรีย
คนละ ๑ ใบ จากนน้ั ใหน ักเรยี น
๓. พจิ ารณาวาบตั รคาํ ทน่ี กั เรยี นได
เปน ลกั ษณะการเจริญเติบโตขอ
วยั เรยี นหรือไม

ขั้นปฏบิ ตั ิ ๑๕ ๔. ครูใหน กั เรียน ออกมาติดบัต
นาที ลงในชอง โดยแยกเปนชองทใี่ ช

ลกั ษณะการเจริญเตบิ โตของวัย
และชอ งท่ีไมใชล กั ษณะ
การเจริญเตบิ โตของวัยเรียน

๔. ๓. ตระหนกั ถึง ขัน้ สรปุ ๕. เมื่อนักเรียนตดิ ครบทกุ คนแ
ความสาํ คญั ของ ครูมาตรวจสอบความถกู ตอ งแล
การมพี ฒั นาการ อธิบายเพมิ่ เติม เกีย่ วกบั ลักษณ
ทด่ี สี มวัย การเจริญเตบิ โตของวยั เรียน
๕ ๑. ครแู ละนักเรยี นสรปุ ความรู
นาที ลักษณะการเจริญเตบิ โตของวยั
น้ัน คอื ชวงอายุ ๖-๑๒ ป โดยเ
และเด็กหญิงมลี ักษณะรปู รางไ
แตกตางกัน เดก็ หญิงจะมีลกั ษ

คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)

นวการจดั การเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมิน
กจิ กรรมนักเรียน การเรียนรู

บัตรคาํ ๓. นกั เรียนรับบัตรคาํ และพิจารณาวา
ยน บัตรคําท่ีไดร ับเปนลกั ษณะ
น การเจรญิ เตบิ โตของวยั เรยี นหรอื ไม
ดร ับ
อง

ตรคํา ๔. นกั เรยี นออกมาติดบัตรคาํ
ช หนาหองเรยี น
ยเรยี น

แลว ๕. นักเรยี นและครรู ว มกันตรวจสอบ
ละ ความถกู ตอ งและฟงครูอธบิ าย
ณะ เพิ่มเติม

ดังนี้ ๑. นักเรยี นรว มกนั สรปุ ความรู เร่ือง ๑. PowerPoint
ยเรยี น ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตของวยั เรยี น สรุป เรอื่ ง ลกั ษณะ
เดก็ ชาย การเจรญิ เติบโต
ไม ของวัยเรียน
ษณะทาง

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง สุขภาพดีชวี ีมีสขุ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓

ลําดับ จดุ ประสงค ข้นั ตอนการจัด เวลา แน
ที่ การเรียนรู การเรยี นรู ท่ใี ช
กิจกรรมครู

เพศชัดเจนกวาเพศชาย คือ หน
ใหญข ึน้ เอวเลก็ ลง สะโพกผาย
เปน ตน สว นเดก็ ชายจะมกี ลาม
แข็งแรง ไหลก วา ง ทําใหเดก็ วัย
มคี วามคลองแคลว วองไว

๑๙

นวการจัดการเรยี นรู ส่อื การเรยี นรู การประเมิน
การเรยี นรู
กิจกรรมนกั เรยี น
นา อก

มเนือ้
ยเรยี น

๒๐ คูม อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

๘. ส่อื การเรียนรู/แหลง เรียนรู
๑. สือ่ PowerPoint เร่อื ง ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตของวยั เรยี น
๒. ภาพเดก็ ชายและเด็กหญงิ วัยเรยี น
๓. บัตรคาํ ลักษณะการเจริญเตบิ โตของเพศหญิงและเพศชายในวยั ตาง ๆ

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน กจิ กรรมติดบัตรคําตามลักษณะการเจริญเติบโต

เกณฑการประเมินผลชน้ิ งานหรอื ภาระงาน

ประเด็น ระดับคณุ ภาพ
การประเมิน
๑. ความรว มมือ ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง)
ในการปฏิบตั ิงาน สมาชิกทกุ คนมี สมาชิกสว นใหญไ มมี
สวนรวมในการปฏบิ ตั ิ สมาชกิ สวนใหญมี สมาชกิ ในกลุม สวนรว มในการปฏบิ ตั ิ
๒. เนื้อความ กิจกรรมอยางเต็มที่ สว นรว มในการปฏิบัติ บางสวนไมมีสว นรว ม กิจกรรม
ถกู ตองของผลงาน กิจกรรม ในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
นักเรียนรอ ยละ ๘๐ นกั เรยี นไปติดบัตรคาํ
ข้ึนไปติดบตั รคาํ นกั เรียนรอยละ นักเรยี นรอ ยละ ไดถ ูกตองตา่ํ กวา
ไดถ ูกตอง ๗๐-๗๙ ติดบตั รคํา ๕๐-๖๙ ตดิ บัตรคาํ รอ ยละ ๕๐
ไดถ ูกตอ ง ไดถ ูกตอง

เกณฑการตัดสิน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๗-๘ หมายถงึ ดี
คะแนน ๕-๖ หมายถงึ พอใช
คะแนน ๔-๓ หมายถึง ปรับปรุง
คะแนน ๑-๒

เกณฑการผา น ต้ังแตระดบั พอใช

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ เร่อื ง สขุ ภาพดชี วี ีมสี ุข ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๒๑

๑๐. บันทึกผลหลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ความสาํ เรจ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญ หาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอ จํากัดการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................ผูสอน
(..........................................................)

วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๑. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของผบู ริหารหรือผทู ่ไี ดร ับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...................................................... ผูตรวจ
(..........................................................)

วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

๒๒ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (สุขศกึ ษา ป.๓)
สือ่ สาํ หรบั ครู

หนวยการเรียนรูท ี่ ๑ สุขภาพดีชีวเี ปน สุข
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เร่อื ง ลกั ษณะการเจริญเติบโตของวยั เรยี น
รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศกึ ษา) รหัสวิชา พ๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษา ๓

ภาพ เด็กชายและเด็กหญิงในวัยเรียน

บัตรคําลกั ษณะการเจรญิ เติบโตดานตาง ๆ ในวยั เรยี น

ตัวสงู กวาเพศตรงขา ม

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง สขุ ภาพดชี วี มี ีสขุ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ ๒๓

คลองแคลววอ งไว

ใชกลามเนอ้ื มดั เล็กไดด ี

เลน กบั เพ่ือนเพศเดียวกัน

เร่มิ เขา สวู ยั รุนเรว็ กวา เพศตรงขา ม

สามารถควบคมุ อารมณข องตนเองได

๒๔ คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (สุขศึกษา ป.๓)

แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๓ เรือ่ ง การปฏบิ ัตติ นเพอ่ื ใหม กี ารเจรญิ เติบโตตามวยั
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑ เรอื่ ง สขุ ภาพดชี วี มี ีสุข เวลา ๑ ชั่วโมง
รายวิชา สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา (สขุ ศึกษา) ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชี้วัด
พ ๑.๑ เขา ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย
พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายลกั ษณะและการเจรญิ เตบิ โตของรางกายมนุษย

๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏิบัติตนเพื่อใหมีการเจริญเติบโตตามวัยเปนเร่ืองที่สําคัญมากเพราะจะทําใหรางกายสมบูรณ

แขง็ แรงรวมถึงจติ ใจแจม ใสทาํ กิจกรรมในชวี ิตไดอ ยา งคลองแคลว วองไวและมีความสุข
๓. จุดประสงคการเรยี นรู

๓.๑ ดานความรู ความเขาใจ (K)
๑. บอกวธิ ีการปฏบิ ัตติ นเพอื่ ใหมีการเจริญเตบิ โตตามวยั

๓.๒ ดานทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. ปฏิบัติตนเพอ่ื ใหมีการเจริญเติบโตทางดานรา งกาย จิตใจ อารมณ และสติปญ ญาทเ่ี หมาะสม

ตามวัย
๓.๓ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A)

๑. เหน็ ความสาํ คญั ของการปฏิบตั ิตนเพือ่ ใหม ีการเจริญเติบโตตามวัย
๔. สาระการเรียนรู

๑. การปฏบิ ตั ิตนเพ่ือใหมีการเจรญิ เตบิ โตตามวยั
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ รยี นรู
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนวยการเรียนรูท่ี ๑ เรอ่ื ง สขุ ภาพดีชวี มี ีสขุ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓

การจัดกจิ กรรมการเรยี น
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง การปฏ
รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา (สุขศกึ ษา) หนวยการ

ลําดับ จดุ ประสงค ข้ันตอนการจดั เวลา
ท่ี การเรียนรู การเรียนรู ทใ่ี ช กิจกรรมครู

๑. ขัน้ นาํ ๕ ๑. ครใู หน กั เรยี นดภู าพเด็กทวีป
นาที ทเี่ ปน โรคขาดสารอาหาร แลว ใ
รว มกันแสดงความรสู ึกตอ ภาพ
ความคิดเห็นเก่ียวสาเหตขุ องล
รปู รางบคุ คลในภาพ

๒. ๑. บอกวธิ กี าร ข้ันสอน ๒. ครเู ชื่อมโยงเขาสบู ทเรยี นใน
ปฏบิ ัติตนเพอ่ื ใหมี “การปฏิบตั ิตนเพื่อใหม กี ารเจร
การเจรญิ เตบิ โต ตามวยั ”
ตามวัย ๒๕ ๑. ใหน ักเรียนรวมกนั แสดงควา
นาที โดยครูตง้ั คําถามชวนคดิ ดงั น้ี
- นักเรยี นมวี ธิ ีการปฏิบตั ิตนอย
เพ่ือใหม ีการเจรญิ เตบิ โตตามวัย
๒. ครใู หน ักเรยี นจนิ ตนาการ ว
ตวั เองในอนาคต ลงในกระดาษ
แจกให


Click to View FlipBook Version