The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phatthanaporn, 2021-04-01 21:22:45

แฟ้มสะสมผลงาน2.63

หทัยรัตน์ (2530) กล่าวว่า ความคิดเหน็ หมายถึง แนวคิดต่างๆซึง่ แสดงออกมาตามทรรศ
นะของบคุ คลทม่ี ตี อ่ วัตถุ สง่ิ ของ ตลอดจนบคุ คลและสถานการณ์ ซง่ึ มคี วามคดิ เห็นเกดิ จากพน้ื ฐาน
ขอ้ เทจ็ และประสบการณข์ องบุคคลเกีย่ วกับส่ิงนน้ั ๆ

บุญมี (2531) สรปุ ว่า ความคิดเหน็ หมายถึง ท่าทีความรู้สกึ ทม่ี ตี ่อบคุ คลหรือส่ิงใดส่ิงหนง่ึ
อันเป็นผลทีเ่ กดิ จากการเรียนร้หู รอื ประสบการณ์ ซึ่งมที งั้ ในลกั ษณะสง่ เสริม คือสนใจ พอใจนยิ ม
ชมชอบ สนับสนุน และปฏิบัตติ ามดว้ ยความเตม็ ใจ และลักษณต์ อ่ ตา้ นคอื ขดั แยง้ เบ่อื หน่ายไม่
สนใจ ไมร่ ่วมมือ หรือไม่ปฏบิ ัติ

สุกัญญา และสำราญ (2539) สรุปว่า ความคดิ เห็น หมายถงึ การแสดงออกซึง่
วจิ ารณญาณทีม่ ีต่อส่ิงใดสิ่งหนง่ึ โดยเฉพาะเป็นการแสดงออกด้านความเช่ือ และความรสู้ ึกของแต่
ละบคุ คล โดยอาศัยพื้นความรู้ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อม

๒.ความหมายของความพงึ พอใจ
ความพงึ พอใจเปน็ ปัจจัยท่ีสำคญั ประการหน่ึงที่มีผลต่อความสำเร็จของงานที่บรรลเุ ป้าหมาย

ทีว่ างไวอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ อนั เปน็ ผลจากการไดร้ ับการตอบสนองตอ่ แรงจูงใจหรอื ความต้องการ
ของแต่ละบุคคลในแนวทางที่เขาประสงค์ ความพงึ พอใจโดยทั่วไปตรงกับคำในภาษาอังกฤษวา่
Satisfaction และยงั มผี ใู้ หค้ วามหมายคำว่า “ความพงึ พอใจ” พอสรุปไดด้ งั น้ี

คณติ ดวงหัสดี (2537) ใหค้ วามหมายไวว้ ่า เปน็ ความรู้สกึ ชอบ หรือพอใจของบุคคลทม่ี ี
ตอ่ การทำงานและองค์ประกอบหรอื ส่งิ จงู ใจอื่นๆ ถา้ งานทท่ี ำงานและองค์ประกอบเหลา่ น้นั
ตอบสนองความต้องการของบคุ คลได้ บคุ คลนัน้ จะเกิดความพงึ พอใจในงานขึน้ จะอทุ ิศเวลา
แรงกาย แรงใจ รวมทัง้ สติปญั ญาให้แก่งานของตนให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์อย่างมคี ณุ ภาพ

Gillmer (1965-254-255 อา้ งถงึ ใน เพ็ญแข ชอ่ มณี .2544,หน้า 6) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ ่า
ผลของเจตคติต่างๆของบุคคลทีม่ ตี อ่ องคก์ ร องค์ประกอบของแรงงานและมสี ว่ นสมั พนั ธก์ บั ลักษณะ
งานและสภาพแวดล้อมในการทำงานซึ่งความพึงพอใจนนั้ ไดแ้ ก่ ความรู้สึกมคี วามสำเรจ็ ในผลงาน
ความร้สู ึกว่าไดร้ บั การยกย่องนับถือ และความรู้สกึ ว่ามคี วามกา้ วหน้าในการปฏิบัตงิ าน

Morse (1955 อ้างถงึ ใน สนั ติ ธรรมชาติ.หน้า 24) ได้กลา่ วว่า ความพึงพอใจในงาน
หมายถงึ ทุกสงิ่ ทกุ อย่างท่ีลดความตึงเครียดของผทู้ ำงานให้นอ้ ยลง ถ้ามีความตึงเครียดมากกจ็ ะเกิด
ความไมพ่ ึงพอใจในการทำงานความเครียดเป็นผลรวมจากความต้องการของมนุษย์ เมอ่ื คราวใด
ความต้องการไดร้ ับการตอบสนองกจ็ ะทำใหค้ วามเครียดเปน็ ผลรวมจากความต้องการของมนษุ ย์
เมอื่ คราวใดความตอ้ งการไดร้ ับการตอบสนองกจ็ ะทำให้ความเครยี ดลงนอ้ ยลง ซงึ่ เป็นผลทำใหเ้ กดิ
ความพึงพอใจ จากคำนยิ ามของ Morse ทำให้มนี ักวิชาการอกี หลายท่านได้ให้ความหมายไปใน
ทิศทางทค่ี ล้ายคลงึ กนั โดยเนน้ ว่าความพงึ พอใจเกดิ จากการไดร้ ับการตอบสนอง เชน่ Hoy and
Miskel กล่าวว่า ความพึงพอใจเปน็ ความร้สู ึกทีด่ ตี ่องานซึง่ มกั เก่ยี วขอ้ งกบั คุณคา่ และความตอ้ งการ
ของบุคคลด้วย Dessler อธบิ ายความพงึ พอใจว่าเป็นระดับความรสู้ ึกต่องานเพ่ือความต้องการที่
สำคัญของคนเรา เชน่ ความมสี ุขภาพดี มีความมนั่ คง มคี วามสมบูรณ์พูนสขุ มพี วกพ้อง มีคนยก
ยอ่ งตา่ งๆเหล่านี้ไดร้ บั การตอบสนองแล้วทำให้มผี ลต่องาน

Silmer (1984,230 อา้ งถึงใน ประภาภรณ์ สุรปภา .2544,หนา้ 9) กล่าวไว้ว่า ความพงึ
พอใจเป็นระดับข้นั ตอนความรสู้ ึกในทางบวกหรอื ทางลบของคนท่มี ีลกั ษณะตา่ งๆ ของงานรวมทงั้
งานทไี่ ด้รบั มอบหมาย การจัดระบบงานและความสัมพันธก์ บั เพอื่ นร่วมงาน

Strauss (1980 อ้างถึงใน เพ็ญแข ชอ่ มณี .2544,หนา้ 7) ไดใ้ ห้ความหมายความพงึ พอไว้
ว่าความพึงพอใจหมายถงึ ความรู้สึกพอใจในงานท่ที ำและเตม็ ใจท่ีจะปฏบิ ัติงานนั้นใหบ้ รรลุ
วัตถปุ ระสงคข์ ององค์กร คนจะรสู้ กึ พอใจในงานทท่ี ำเมอื่ งานนน้ั ใหผ้ ลประโยชนท์ ้งั ดา้ นวตั ถแุ ละดา้ น
จติ ใจ ซ่งึ สามารถตอบสนองความต้องการพนื้ ฐานของเขาได้

ในการศกึ ษาเกยี่ วกบั ความพงึ พอใจนัน้ โดยทั่วไปนยิ มศกึ ษากนั ในสองมติ ิ คือ มติ คิ วามพึง
พอใจของผปู้ ฏิบัติงานและมติ ิความพึงพอใจในการรับบรกิ ารในการศกึ ษาครั้งนเี้ ป็นการศึกษาใน
รปู แบบผรู้ บั บรกิ าร ซง่ึ มนี ักการศึกษาได้ใหค้ วามหมายไว้ ดงั น้ี

Oskamps (1984, อ้างถึงใน ประภาภรณ์ สรุ ปภา 2544,หน้า 11) ได้กล่าวไวว้ า่ ความพึง
พอใจมีความหมายอยู่ 3 นับ

๑. ความพึงพอใจ หมายถึง สภาพการณท์ ีผ่ ลการปฏิบัตจิ รงิ ไดเ้ ป็นไปตามทบ่ี ุคคลคาดหวงั

๒. ความพงึ พอใจ หมายถึง ระดับของความสำเร็จทเี่ ป็นไปตามความตอ้ งการ

๓. ความพงึ พอใจ หมายถึง งานท่ไี ดต้ อบสนองต่อคุณคา่ ของบคุ คล
จากความหมายท่ีกลา่ วมาทั้งหมดขา้ งต้นผู้วจิ ยั สรปุ ไดว้ า่ “ความพงึ พอใจ” หมายถงึ
ความรู้สกึ ทเ่ี ป็นการยอมรับความรู้สึกชอบ ความรสู้ ึกท่ยี นิ ดีกบั การปฏิบัตงิ าน ทง้ั การใหบ้ รกิ ารและ
รับบริการในทกุ สถานการณ์ทกุ สถานที่

แนวคิดและทฤษฎที ่เี กยี่ วข้องกับความพงึ พอใจ

Bemard (1968 อ้างถึงใน อำนวย บุญศร,ี 2531) ไดก้ ล่าวถึง ส่ิงจูงใจท่ใี ชเ้ ปน็
เครื่องกระต้นุ บคุ คลใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจในงานไว้ 8 ประการ คอื

๑.สิ่งจูงใจทเี่ ป็นวตั ถุ ไดแ้ ก่ เงิน ส่ิงของ หรอื สภาวะทางกายทใ่ี ห้แกผ่ ้ปู ฏบิ ตั ิงานเป็นกา
ตอบแทนชดเชย หรือเป็นรางวลั ทเ่ี ขาไดป้ ฏิบัตงิ านใหแ้ กห่ น่วยงานนน้ั มาเปน็ อยา่ งดี

๒.สิง่ จูงใจทีเ่ ป็นโอกาสของบุคคลท่ีมใิ ช่วัตถุ เปน็ ส่งิ จูงใจสำคญั ทีช่ ่วยส่งเสริมความร่วมมอื ใน
การทำงานมากกว่ารางวัลทเี่ ปน็ วัตถุ เพราะส่งิ จูงใจท่เี ปน็ โอกาสน้ีบุคลากรจะได้รบั แตกต่าง
กัน เชน่ เกียรติภมู ิ การใช้สิทธพิ ิเศษ เปน็ ต้น

๓.สภาพทางกายท่ีพงึ ปรารถนา หมายถงึ ส่ิงแวดลอ้ มในการปฏิบัติงาน ได้แก่ สถานที่
ทำงาน เคร่ืองมือการทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ซง่ึ เปน็ ส่ิงอัน
กอ่ ให้เกดิ ความสขุ ทางกายในการทำงาน

๔.ผลประโยชนท์ างอุดมคติ หมายถงึ สมรรถภาพของหน่วยงานทส่ี นองความตอ้ งการของ
บุคคลดา้ นภาคภมู ิใจทไ่ี ดแ้ สดงฝมี ือ การได้มโี อกาสช่วยเหลอื ครอบครวั ตนเองและผู้อื่น ทัง้ ได้แสดง
ความภกั ดีตอ่ หนว่ ยงาน

๕.ความดงึ ดดู ใจในสงั คม หมายถงึ ความสัมพันธ์ฉันท์มติ ร ถา้ ความสัมพันธ์เปน็ ไปด้วยดี
จะทำใหเ้ กดิ ความผูกพนั และความพอใจท่ีรว่ มงานกับหน่วย

๖.การปรับสภาพการทำงานให้เหมาะสมกับวิธีการและทัศนคตขิ องบุคคล หมายถึง การ
ปรบั ปรุงตำแหนง่ วิธีทำงานใหส้ อดคลอ้ งกับความสามารถของบุคลากร

๗.โอกาสทีร่ ่วมมอื ในการทำงาน หมายถึง การเปิดโอกาสให้บุคลากรรสู้ ึกวา่ มสี ่วนร่วมใน
งานเป็นบุคคลสำคัญคนหนึง่ ของหนว่ ยงาน มีความร้สู ึกเทา่ เทียมกนั ในหมู่ผู้ร่วมงานและมกี ำลังใจใน
การปฏบิ ตั ิงาน

๘.สภาพของการอยรู่ ่วมกัน หมายถึง ความพงึ พอใจของบคุ คลในด้านสังคมหรอื ความ
ม่นั คงในการทำงาน

Herzberg (1959, อ้างถงึ ใน เพญ็ แข ช่อมณี 2544,หนา้ 19) ได้ศึกษาทดลองเกีย่ วกบั การจงู ใจใน
การทำงานโดยการสัมภาษณ์วิศวกรในเมอื งพิทสเ์ บอรก์ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ผลการศึกษา
ทดลองสรุปไดว้ ่าสาเหตุท่ีทำให้วศิ วกรและนกั บัญชีเกดิ ความพึงพอใจและไม่พงึ พอใจในทางนน้ั มสี อง
องค์ประกอบคือ

1. องค์ประกอบกระตุ้น (Motivation Factors) หรือปจั จัยจูงใจมีลักษณะสมั พนั ธ์กบั เรอ่ื ง
ของงานโดยตรงเป็นสิ่งที่จูงใจบคุ คลให้มีความตงั้ ใจในการทำงาน ปัจจยั นี้ไดแ้ ก่

1.1 ความสำเรจ็ ของงาน หมายถงึ การที่บุคคลสามารถทำงานไดเ้ สรจ็ สนิ้ และประสบ
ผลสำเรจ็

1.2 การไดก้ ารยอมรับนับถือ หมายถงึ การทบ่ี ุคคลได้รบั การยอมรับนับถอื ไมว่ ่าจากกลมุ่
เพ่ือนผบู้ ังคับบญั ชา หรือจากกลุม่ บคุ คลอ่ืน

1.3 ลกั ษณะของงาน หมายถงึ ความรสู้ ึกที่ดีหรือไม่ดขี องบคุ คลทม่ี ตี อ่ ลกั ษณะของงาน

1.4 ความรบั ผิดชอบ หมายถงึ ความพึงพอใจทเี่ กิดข้ึนจากการที่ได้รับการมอบหมายให้
รบั ผิดชอบงานใหม่ๆ และมอี ำนาจรับผิดชอบอยา่ งเตม็ ท่ี

1.5 ความก้าวหน้าในตำแหน่งหนา้ ท่กี ารงาน หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในสถานะหรอื
ตำแหน่งของบุคลากรในองคก์ ร

2. องคป์ ระกอบคำ่ จุน (Hygine Factors) หรือปจั จัยค่ำจนุ เป็นปัจจัยท่เี กยี่ วข้องกับส่ิงแวดล้อม
ในการทำงานหรือส่วนประกอบของงาน ทำหนา้ ท่ีปอ้ งกันไมใ่ ห้คนเกดิ ความไม่พงึ พอใจใน
การทำงาน กลา่ วคือ หากขาดปจั จยั เหล่านจ้ี ะทำใหเ้ กิดความไม่พงึ พอใจในการทำงานแต่
แม้วา่ จะมีปัจจยั เหลา่ นี้อยู่ก็ไมอ่ าจยืนยนั ไดว้ า่ เปน็ สิ่งจูงใจของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ปจั จัยน้ไี ด้แก่

2.1 เงินเดอื น หมายถงึ ความพงึ พอใจและไมพ่ งึ พอใจในเงนิ เดือนหรืออัตราการเพ่ิม
เงินเดอื น

2.2 โอกาสทจ่ี ะได้รับความกา้ วหนา้ ในอนาคตนอกจากจะหมายถึง การทบี่ ุคคลไดร้ ับการ
แตง่ ตัง้ โยกย้ายตำแหน่งภายในองค์กรแลว้ ยังหมายถึงสถานการณ์ทีบ่ คุ คลสามารถ
ได้รบั ความกา้ วหน้าในทักษะหรอื วิชาชพี ของเขาดังน้ันจงึ หมายถงึ การที่บุคคลไดร้ บั ส่งิ
ใหม่ๆ ในการเพม่ิ พนู ทกั ษะทจ่ี ะชว่ ยเอ้อื ต่อวชิ าชพี ของเขา

2.3 ความสัมพนั ธก์ บั ผู้ใตบ้ ังคับบัญชา หมายถึง การตดิ ต่อไมว่ ่าจะเปน็ กิรยิ าหรือวาจาที่
แสดงถงึ ความสมั พันธอ์ นั ดีตอ่ กัน

2.4 สถานะของอาชีพ หมายถึง ลักษณะของงานหรอื สถานะทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบทำให้
บคุ คลเกดิ ความรู้สึกต่องาน เช่น การมีรถประจำตำแหน่ง เป็นต้น

2.5 ความสัมพันธก์ บั ผู้บงั คบั บัญชา หมายถงึ การตดิ ตอ่ พบปะกนั โดยกิริยาหรือวาจาแต่
มิไดร้ วมถึงการยอมรับนับถือ

2.6 นโยบายและการบรหิ ารงานองคก์ ร หมายถงึ การจัดการและการบริหารงานของ
องคก์ ร

2.7 ความสัมพันธก์ ับเพอื่ นร่วมงาน

2.8 สถานภาพการทำงาน ได้แก่ สถานภาพทางกายภาพท่ีเออ้ื ต่อความเป็นสุขในการ
ทำงาน

2.9 ความเป็นส่วนตวั หมายถึง สถานการณซ์ ึง่ ลกั ษณะบางประการของงานส่งผลตอ่ ชีวิต
สว่ นตวั ในลักษณะของผลงงานนัน้ เปน็ องค์ประกอบหน่งึ ที่ทำใหบ้ คุ คลมีความรู้สึกอย่าง
ใด อยา่ งหนง่ึ ตอ่ งานของเขา

2.10 ความม่นั คงในงาน หมายถึง ความรู้สึกของบคุ คลที่มคี วามมนั่ คงของงานความ
มั่นคงในองคก์ ร

2.11 วธิ ีการปกครองบงั คับบัญชา หมายถงึ ความรู้ความสามารถของผบู้ ังคับบัญชาใน
การดำเนินงานหรือความยุติธรรมในการบรหิ ารงาน

สรปุ ไดว้ า่ ปจั จัยจูงใจเป็นปัจจยั ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความพึงพอใจในการปฏบิ ัติงาน ส่วนปัจจัย
ค้ำจนุ จะเป็นปัจจยั ท่ีปอ้ งกันไมใ่ ห้บคุ คลเกดิ ความเบ่อื หน่ายหรอื รู้สึกไมพ่ อใจในการ
ทำงานซง่ึ ทฤษฎสี ององค์ประกอบของ Herzberg น้ีเชือ่ วา่ การสนองความต้องการของ
มนษุ ยแ์ บง่ เป็น 2 องค์ประกอบ คือ องคป์ ระกอบที่ 1 หรอื ปจั จัยจงู ใจทส่ี ร้างความ
พึงพอใจ เป็นความตอ้ งการข้ันสงู ประกอบดว้ ยลกั ษณะงาน ความสำเรจ็ ของงาน การ
ยอมรับนบั ถือ การไดร้ บั การยกยอ่ งและสถานภาพ สว่ นองค์ประกอบท่ี 2 หรือปัจจัย
ค้ำจุน หรือองคป์ ระกอบทส่ี ร้างความไม่พึงพอใจ เป็นความต้องการข้นั ต่ำ
ประกอบด้วยสภาพการทำงาน การบงั คบั บัญชา ความสัมพนั ธ์ระหว่างบคุ คล
นโยบายและการบริหารงาน ความม่นั คงในงานและเงินเดือน ไม่เป็นการสร้างเสริม
บุคคลใหป้ ฏิบตั ิดขี น้ึ แต่ตอ้ งดำรงรกั ษาไว้เพื่อความพึงพอใจในขนั้ สงู ต่อไป

3.ความหมายของความรบั ผดิ ชอบ

ความรบั ผิดชอบ หมายถึง ลกั ษณะของบุคคลทีแ่ สดงออกถงึ ความเอาใจใส่จดจ่อต้ังใจมงุ่ ม่นั
ต่อหน้าที่การงานศึกษาการเป็นอย่ขู องตนเอง และผู้อยูใ่ นความดูแลตลอดจนสงั คมอยา่ งเต็ม
ความสามารถ เพอ่ื ให้บรรลุผลสำเร็จตามความมงุ่ หมายในเวลาทีก่ ำหนด ยอมรบั ผลการกระทำท้ัง
ผลดีและผลเสยี ทเ่ี กดิ ข้นึ รวมท้ังปรับปรุงการปฏบิ ัติงานให้ดขี ้นึ

ตัวบง่ ชี้คณุ ลักษณะความรบั ผิดชอบ
1. มีความพยายามปฏิบตั ภิ ารกจิ หน้าท่กี ารงาน การศึกษา หรือหน้าทีท่ ่ีได้รับมอบหมายอย่างเต็ม

ความสามารถ โดย

1.1 ไมห่ ลีกเลยี่ งงาน
1.2 ศกึ ษาหาความรู้เพ่ิมเตมิ
1.3 ปฏิบตั งิ านตามแผนทีว่ างไว้จนสำเรจ็
2. ตรงต่อเวลา

2.1 ทำงานเสรจ็ ตามเวลาท่กี ำหนด
2.2 ไม่มาเรียนสาย
2.3 ส่งงานตามกำหนด
2.4 ไม่ผิดเวลานดั หมาย
3. ปฏิบัตติ ามบทบาทหน้าทต่ี นเอง

3.1 ชว่ ยงานครอบครัว
3.2 ช่วยกิจกรรมของโรงเรียน,มหาวทิ ยาลัย
3.3 ช่วยกิจกรรมของชมุ ชน
3.4 ดแู ลสขุ ภาพอนามัยของตนเอง
3.5 ปฏิบัตติ ามกฎของชุมชน
3.6 ไม่ทำกจิ กรรมอื่นในขณะทีอ่ าจารยส์ อน
3.7 เตรยี มอุปกรณ์พรอ้ มท่ีจะเรียน

4. ทำงานโดยคำนึงถงึ คุณภาพของงาน
4.1 มขี ั้นตอนในการทำงาน
4.2 ปฏบิ ตั งิ านตามข้ันตอน
4.3 บอกจุดเดน่ จุดดอ้ ย ของงานท่ที ำ
4.4 เสนอแนะแนวทางแก้ไข ปรบั ปรุงงานใหด้ ขี ้นึ

5. ดแู ลรกั ษาสาธารณสมบัติ
5.1 ไม่ขีดเขียนหรือทำลายทรัพย์สนิ ของมหาวิทยาลัยและชุมชน
5.2 ตักเตือนหรือหา้ มผอู้ ื่นไม่ใหท้ ำลายสาธารณสมบตั ิ
5.3 ร่วมกจิ กรรมดูแลรักษาสาธารณสมบัติ

6. ยอมรบั การกระทำของตนเองและปรบั ปรุงแกไ้ ข
6.1 รับฟังคำตชิ มของผ้อู ่ืน
6.2 รับข้อเสนอแนะในการปรับปรงุ งาน

วิธีการพฒั นาความรับผิดชอบ
1. เปน็ แบบอย่างท่ีดี
2. พัฒนาในชนั้ เรียน เชน่ ใชบ้ ทบาทสมมุติ กรณีตวั อยา่ ง สถานการณ์จำลอง เปน็ ตน้
3. สร้างเจตคติทด่ี ตี อ่ ความรับผดิ ชอบ

4. กำหนดงานให้ทำ

5. มสี ่วนร่วมในการกำหนดกฎกติกาและระเบียบตา่ งๆ

6. สร้างแรงจงู ใจ และเสริมแรงใหเ้ กดิ ความรบั ผิดชอบ

วิธีการประเมินความรบั ผดิ ชอบ
1. ประเมินจากงานทท่ี ำ

2. สังเกตจากพฤติกรรม

3. ประเมนิ โดยใช้วธิ กี ารทีห่ ลากหลาย เช่น การรายงานตนเอง ประเมินโดยผสู้ อน และ
ประเมินโดยเพอื่ น

4. ผสู้ อนและนักศึกษารว่ มกนั สร้างเกณฑก์ ารประเมิน

๔.งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง
ชื่อเร่ือง: การศกึ ษาการปรับพฤตกิ รรมความรับผิดชอบการสง่ งานของนักเรียนระดับชัน้ ปวช ๒

สาขางานการขาย โดยการใชก้ ารเสรมิ แรงทางบวก
ชอื่ ผวู้ ิจัย: นายศริ ิชัย ฉิมสุวรรณ์
กลุ่มตัวอยา่ ง

นกั เรยี นระดบั ช้นั ปวช ๒ สาขางานการขาย ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๖ วทิ ยาลัยบริหารธุรกจิ
และการท่องเท่ียวนครราชสมี า ท่ีมีพฤตกิ รรมการขาดความรบั ผิดชอบในการทำงานจำนวน ๓ คน
เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นงานวจิ ัย

แบบบันทึกการสงั เกตการทำงานในแต่ละวนั

ผลการวจิ ยั พบว่า

การให้แรงเสรมิ ทางบวก คือ การใหด้ าวสามารถลดพฤตกิ รรมการขาดความรบั ผดิ ชอบใน
การทำงานของนักเรียนทั้ง ๓ คน ได้อยา่ งดี เพราะนักเรียนมคี วามพึงพอใจท่ีได้รบั ดาวเปน็ แรง
เสริม มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทำงานมากขึ้น เพ่อื จะได้รับรางวลั หรือคำชมเชยจึงสามารถนำ
วธิ กี ารนไ้ี ปใชก้ ับการปรับพฤติกรรมของนกั เรียนคนอืน่ ๆได้ต่อไป

บทที่ ๓
วิธกี ารดำเนนิ การวิจยั

ประชากร
นักเรยี นระดับชน้ั ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม จำนวน ๒๔ คน

วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

กลุม่ นกั เรยี นตวั อย่าง
นักเรยี นระดบั ชั้น ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม จำนวน ๒๔ คน

วิทยาลัยเทคนิคระยอง ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ มนี ักเรียนจำนวน ๓ คน ท่ีขาดการสง่
งานในรายวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย จำนวน ๓ งานขึ้นไป
เครือ่ งมอื ทใี่ ชก้ ารวจิ ยั

เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการรวบรวมขอ้ มลู ในครัง้ นี้ทไี่ ดส้ ร้างขนึ้ ดงั นี้
๑.แบบบันทกึ ผลการสง่ งาน (การใชแ้ ป้น GEU)
๒.แบบบันทกึ ผลการส่งงาน (กรใชแ้ ป้น R H .)
๓.แบบบันทกึ ผลการส่งงาน (การใชเ้ คร่ืองคำนวณ การลบ)
๔.แบบบนั ทึกผลการส่งงาน (การใชเ้ ครอ่ื งคำนวณ การคณู )
๕.แบบบนั ทกึ ผลการส่งงาน (การใช้เครอ่ื งคำนวณ การหาร)
ข้ันตอนการดำเนินการวิจยั
๑. คดั เลอื กนักเรยี น ๒๔ คน จากนกั เรียนระดับช้นั ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม
๒.สำรวจพฤตกิ รรมทำการสงั เกต และกวดขันเรื่องความรับผิดชอบ
๓.สงั เกตความรบั ผิดชอบของนักเรยี นในการส่งงานในวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย
๔.บันทึกผลการสง่ งานของนักเรียนในกลมุ่ ท่ที ำการวิจยั ในแบบบันทกึ งานของนักเรียน
ระดับช้นั ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยไดด้ ำเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ดว้ ยตนเองกบั กลุ่มตัวอยา่ ง
จำนวน ๒๔ คน โดยจดั ทำตารางส่งงานของนกั เรยี นระดับชนั้ ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม
วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง ในรายวชิ าประวัติศาสตรช์ าติไทย

การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผู้วิจยั ดำเนินการดังต่อไปนี้

1. จดั ทำตารางสง่ งานนกั เรียนระดบั ชั้น ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
ในรายวชิ าประวัติศาสตร์ชาตไิ ทย

2. รวบรวมขอ้ มูลจากการส่งงานนักเรยี นระดบั ชนั้ ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม
วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง ในรายวชิ าประวัติศาสตร์ชาติไทย

3. สง่ บนั ทึกข้อมูลจากการส่งงานอย่างตอ่ เน่ือง หลังจากการใหแ้ รงเสรมิ

4. นำขอ้ มูลจากการส่งงานนักเรยี นระดบั ช้ัน ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม
วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง ในรายวชิ าประวตั ศิ าสตรช์ าติไทย

5. ก่อนการให้แรงเสรมิ มาเปรยี บเทียบกับหลังจากการให้แรงเสรมิ

บทท่ี 4
ผลการวจิ ยั

ผู้วจิ ยั ได้ดำเนนิ การทำการวจิ ัยตามขน้ั ตอนต่างๆ ทีเ่ ตรียมไว้และนำไปใชก้ ับนกั เรียนระดับช้นั
ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง ในรายวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย

ผลการสำรวจพฤติกรรมการส่งงานวชิ าประวัตศิ าสตร์ชาติไทยของนักเรียนระดบั ชัน้
ปวช.๒/๒ แผนกการโรงแรม ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ นักเรียนจำนวน ๒๔ คน พบวา่ มี
นกั เรยี นจำนวน ๓ คน ที่มีผลการส่งงานน้อยมากจงึ สนใจจะนำนักเรียนกลุ่มนี้มาทดลองแกป้ ญั หา
การสง่ งาน

ตารางงานท่ี ๑ การส่งงานของนักเรียนในหน่วยการเรยี นร้เู รอ่ื ง ทมี่ าของประวัติศาสตร์

ลำดับ รายช่อื -นามสกุล ห้อง ข้อมลู การส่งงาน หมายเหตุ
๑ นายกฤษณะ พันธ์ุศรี ปวช.๒ กร. ขาดงาน ๓ งาน
๒ นางสาวพชั รินทร์ วิลัยรัตน์ ปวช.๒ กร. ขาดงาน ๔ งาน จากทั้ง ๕
๓ นางสาวดรุณี ศรีใส ปวช.๒ กร. ขาดงาน 3 งาน ช้นิ งาน

ตารางท่ี ๒ แบบบันทึกผลการสง่ งาน เรื่อง หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

การติดตามงาน การตดิ ตามงาน

รายช่อื นกั เรียน การสง่ งานท้ายชัว่ โมง คร้งั ที่ ๒ ครั้งท่ี ๓
นายกฤษณะ พนั ธศ์ุ รี
นางสาวพชั รินทร์ วิลัยรัตน์ ขาดเรียนจงึ ไดฝ้ ากเพอื่ นไป มแี บบฝึกหดั ทั้งหมด ใหท้ ำแบบฝกึ หัดทเี่ หลือ

นางสาวดรุณี ศรีใส บอกถึงกำหนดการส่งงานใน ๑๐ ขอ้ ทำสง่ เพียง ในช่วั โมงเรยี น

ช่ัวโมงตอ่ ไปใหเ้ รยี บรอ้ ย ๘ ข้อ

ขาดเรยี นจึงฝากเพอื่ นไป ทำครบทุกข้อแตท่ ำ ทำส่งครบและถูกต้อง

บอกถึงกำหนดการสง่ งานใน แบบฝึกหดั ไม่ถูกต้อง

ชั่วโมงตอ่ ไปใหเ้ รยี บร้อย ๒ ขอ้ ให้กลับไป

แก้ไขและสง่ ในคร้ัง

ต่อไป

ขาดเรียนจงึ ฝากเพ่ือนไป ทำแบบฝกึ หัดเสรจ็

บอกถึงกำหนดการส่งงานใน ตามท่คี รสู ัง่

ชวั่ โมงต่อไปใหเ้ รียบร้อย

ตารางที่ ๓ แบบบันทึกผลการสง่ งาน เรอ่ื ง กระบวนการทางประวัติศาสตร์

รายชื่อนักเรยี น การส่งงานทา้ ยชัว่ โมง การตดิ ตามงาน การตดิ ตามงาน
นายกฤษณะ พนั ธศ์ุ รี ขาดเรยี นจงึ ฝากเพื่อน ครั้งท่ี ๒ ครง้ั ท่ี ๓
ไปบอกถงึ กำหนดการ
นางสาวพชั รินทร์ วิลัยรตั น์ สง่ งานในชว่ั โมงต่อไป ปฏบิ ัติงานครบตาม ปฏบิ ตั งิ านครบตาม
ให้เรียบร้อย คำส่ังที่ครูกำหนดในใบ คำสง่ั ที่ครกู ำหนดใน
นางสาวดรุณี ศรีใส ขาดเรียนจึงฝากเพ่อื น งาน แบบฝกึ หัด
ไปบอกถึงกำหนดการ
ส่งงานในชัว่ โมงต่อไป ขาดเรียนในสัปดาหถ์ ัด ปฏบิ ัติงานครบตาม
ใหเ้ รียบรอ้ ย มาจึงได้ฝากเพ่ือนไป คำสั่งทค่ี รกู ำหนดใน
บอกถงึ กำหนดการสง่ แบบฝึกหัด
ขาดเรยี นจงึ ฝากเพ่ือน งานในช่ัวโมงตอ่ ไปให้
ไปบอกถงึ กำหนดการ เรียบรอ้ ย
สง่ งานในชั่วโมงต่อไป ปฏิบัตงิ านครบตาม
ใหเ้ รยี บร้อย คำสง่ั ทคี่ รกู ำหนดในใบ
งาน

ตารางที่ ๔ แบบบันทกึ ผลการส่งงาน เรอ่ื ง โครงงานทางประวตั ศิ าสตร์

การตดิ ตามงาน การตดิ ตามงาน
ครัง้ ที่ ๓
รายชือ่ นักเรยี น การสง่ งานท้าย คร้งั ที่ ๒
นายกฤษณะ พันธศ์ุ รี
นางสาวพชั รนิ ทร์ วิลัยรัตน์ ชั่วโมง

นางสาวดรุณี ศรีใส ปฏบิ ัติงานครบตาม ปฏบิ ตั ิงานครบตาม

คำสั่งท่คี รูกำหนด คำสัง่ ทีค่ รกู ำหนดใน

แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั

ขาดเรียนจงึ ฝาก ปฏิบตั ิงานครบตาม

เพอ่ื นไปบอกถงึ คำสง่ั ทคี่ รกู ำหนดใน

กำหนดการสง่ งาน แบบฝกึ หดั

ในชัว่ โมงตอ่ ไปให้

เรียบร้อย

ปฏิบตั งิ านครบตาม ปฏบิ ัติงานครบตาม

คำสงั่ ท่คี รูกำหนดใน คำสง่ั ท่คี รกู ำหนดในใบ

ใบงาน งาน

ตารางท่ี ๕ แบบบันทกึ ผลการส่งงาน เรื่อง โครงงานทางประวัติศาสตร์

การติดตามงาน การตดิ ตามงาน
ครง้ั ท่ี ๓
รายชอ่ื นักเรียน การส่งงานท้าย ครง้ั ท่ี ๒
นายกฤษณะ พนั ธศ์ุ รี
ชว่ั โมง
นางสาวพชั รินทร์ วลิ ัยรตั น์
นางสาวดรุณี ศรีใส ขาดเรียนจงึ ฝาก ปฏิบตั ิงานครบตาม

เพอ่ื นไปบอกถึง คำสง่ั ท่ีครูกำหนดใน

กำหนดการสง่ งาน แบบฝึกหดั

ในชั่วโมงตอ่ ไปให้

เรียบรอ้ ย

ปฏบิ ตั ิงานครบตาม ปฏิบัตงิ านครบตาม

คำสัง่ ทค่ี รูกำหนดใน คำส่ังทค่ี รูกำหนดใน

ใบงาน แบบฝึกหัด

ขาดเรียนจงึ ฝาก ปฏบิ ตั ิงานครบตาม

เพ่ือนไปบอกถึง คำสั่งทีค่ รูกำหนดใน

กำหนดการสง่ งาน แบบฝกึ หัด

ในชั่วโมงตอ่ ไปให้

ครบ

การวิจัยคร้ังนีเ้ ปน็ การศึกษาผลการศึกษาผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล โดยการศึกษาคร้งั น้ี
เป็นการศึกษาครั้งน้เี ปน็ การศึกษาจากกลุม่ ตัวอยา่ ง ไดแ้ กผ่ ลการวิจัย ดังน้ี

ระยะท่ี ๑ : เป็นระยะเส้นฐานพฤติกรรม ซึ่งยงั ไม่มีการเสรมิ ดว้ ยการให้  และผู้
ทีถ่ ูกสงั เกตยังไม่รตู้ วั ใช้เวลา ๒ สปั ดาห์นกั เรียนจงึ มีพฤตกิ รรมการขาดความรับผิดชอบในการ
ทำงาน โดยเฉพาะ

ตารางท่ี ๖ แบบบนั ทกึ สภาพปัญหาและการปรับพฤตกิ รรม

ลำดับที่ ชอื่ -สกุล สภาพปญั หา การปรับพฤติกรรม

๑ นายกฤษณะ พันธ์ุศรี ไมท่ ำการบ้านมาส่ง เรยี กมาตักเตือนหลาย
ครงั้
๒ นางสาวพชั รนิ ทร์ วลิ ัยรตั น์ ไม่ทำการบา้ นมาสง่
คอยกระต้นุ ให้ทำงานอยู่
๓ นางสาวดรุณี ศรีใส ไม่ทำการบา้ นมาสง่ ตลอดเวลา
ขาดเรยี นบอ่ ย
คอยกระต้นุ ใหท้ ำงานอยู่
ตลอดเวลา

ตักเตอื นหลายครัง้

คอยกระตนุ้ ให้ทำงานอยู่
ตลอดเวลา

ระยะท่ี ๒ : เปน็ ระยะท่ีเร่ิมใช้  ในการปรับพฤติกรรมเปน็ เวลา ๓ สปั ดาห์ โดยแจ้ง
เงือ่ นไขใหผ้ รู้ บั การปรับพฤตกิ รรมไดร้ บั ทราบวา่ จะมีการให้  และจะให้  ในแต่ละวันทน่ี ักเรียน
รับผิดชอบในการทำงานเสรจ็ ตามเวลาท่กี ำหนด โดยมแี บบบันทึกพฤตกิ รรมตดิ บนกระดานใน
ห้องเรยี น ถา้ นักเรียนคนใดได้  มากทส่ี ดุ เมอ่ื ถึงเวลาทก่ี ำหนดจะไดร้ ับรางวัลตามกตกิ าท่ีกำหนด
ไว้ จากการสงั เกตนกั เรยี นมีความพึงพอใจกับการไดร้ ับแรงเสรมิ เป็น  ทงั้ ๓ คน มคี วาม
กระตอื รือรน้ และรับผิดชอบในการทำงานเสร็จตามกำหนดเวลาของแตล่ ะวัน แตบ่ างวันนักเรียน
บางคนขาดความรับผดิ ชอบในการทำงาน แต่พอเห็นเพ่อื นได้  กจ็ ะมีความรับผดิ ชอบในการ
ทำงานดขี ึน้

ระยะที่ ๓ : เป็นสปั ดาห์ท่ี ๕ ขอการปรับพฤตกิ รรม และระยะนีจ้ ะงดการให้  แตจ่ ะให้
แรงเสรมิ ทางสงั คมแทนโดยการกล่าวคำชมเชย การสมั ผัส และการพยักหน้า นกั เรียนมีความ
รบั ผดิ ชอบในการทำงานมากข้นึ และสามารถทำงานได้เสร็จตามท่ีกำหนดเวลา

ตารางท่ี ๘ แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรมความรบั ผิดชอบในการทำงาน
๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓ – ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ชื่อ นายกฤษณะ พนั ธศุ์ รี นางสาวพชั รินทร์ วิลัยรัตน์ นางสาวดรุณี ศรีใส
เวลา  
 
สปั ดาห์ท่ี ๑  
๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓  
 
สปั ดาหท์ ่ี ๒
๑๗ ธนั วาคม ๒๕๖๓

สัปดาห์ที่ ๓
๗ มกราคม ๒๕๖๔

สัปดาหท์ ี่ ๔
๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

สัปดาหท์ ี่ ๕
๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔

 ขาดความรบั ผดิ ชอบในการทางาน
 มคี วามรบั ผดิ ชอบในการงาน

แบบบันทกึ พฤตกิ ใรหรค้มาคชวมาเชมยรับผดิ ชอบในการทำงาน

บทท่ี ๕
อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

สรปุ ผลการวิจัย
การให้แรงเสริมทางบวกคือ การใหด้ าวสามารถลดพฤตกิ รรมการขาดความ

รับผดิ ชอบในการทำงานของนกั เรยี นทงั้ ๓ คน ได้เป็นอย่างดี เพราะนักเรยี นมีความพงึ
พอใจท่ไี ด้รับดาวเปน็ แรงเสรมิ มีความกระตอื รือร้นในการทำงานมากขึน้ เพื่อจะได้รางวลั
หรือคำชมเชยจึงสามารถนำวิธกี ารน้ีไปใชก้ ับการปรบั พฤติกรรมของนกั เรียนคนอืน่ ๆได้ต่อไป

อภิปรายผล
จากผลของงานวิจัยสามารถอภปิ รายผลได้ ๒ ประการ ดงั น้ี

1. จะเหน็ ไดว้ ่าการท่ีครูใหก้ ารเสริมแรงด้วยการเรียนในรายวชิ าการบรกิ ารลกู คา้ มกี ำลงั ใจ
และทำคะแนนได้ดีข้ึนและสามารถลดพฤตกิ รรมการขาดความรบั ผิดชอบในการทำงาน
ได้อยา่ งดี

2. จากแนวคิดและวธิ ีการให้แรงเสริมทางบวกในงานวิจยั นส้ี ามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้
และปรบั ปรงุ เพือ่ ใช้ในรายวิชาอ่นื ๆได้

ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรมกี ารสำรวจการส่งงานในทกุ รายวิชาท่ีเปิดสอนในระดับช้นั ปวช. ๒/๒ เพิ่มวธิ กี าร

แกป้ ญั หาและหาสาเหตุหรือปัจจัยท่ีสง่ ผลตอ่ การส่งงานล่าชา้ หรือไมส่ ง่ งาน

2. ควรสง่ รายชือ่ ผูเ้ รยี นท่ีมีปัญหาเร่ืองการสง่ งานใหค้ รูในระดบั ชน้ั ปวช. ๒/๒
เพอ่ื ดำเนนิ การแก้ปัญหาในลำดับตอ่ ไป

3. ควรจะมีการสำรวจการสง่ งานในรายวชิ าอนื่ ๆ
4. ควรมกี ารเปรียบเทยี บสภาพปัญหา
5. ควรประเมนิ ผลการเรียนที่สะท้อนความรู้ความสามารถของผู้เรยี นได้ตรงตามจดุ ประสงค์

ทีก่ ำหนด และนำผลการประเมนิ มาดำเนินแก้ไขดว้ ยการวิจัยในช้ันเรียนอย่างตอ่ เน่อื ง
6. ควรจดั การทำวจิ ยั ในชัน้ เรียนเพราะเปน็ หัวใจของการจัดการเรียนร้ทู ค่ี รูตอ้ งทำเพอ่ื

แกป้ ัญหาทเี่ กดิ ข้ึนกบั ผู้เรียนอย่างต่อเน่ือง

บรรณานุกรม

กฤษณา ศักดิศ์ รี. จิตวทิ ยาการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร :สำนักพมิ พ์นิยมวทิ ยา, 2530.
กาญจนา วังฆาย.ุ การวจิ ัยในช้ันเรียนเพ่ือพฒั นาการเรียนการสอน, 2544.
ประวตั ิ เอราวรรณ์. การวิจัยในช้ันเรียน กรงุ เทพมหานคร:สำนักพิมพด์ อกหญา้ วชิ าการ จำกัด,2542
พรนภสิ ดาราสว่าง(2545), การสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียนท่ีช่วยให้เกิดการเรียนรู้,คณะศิลปะ
ศาสตร์

มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี.
สุวิมล ว่องวาณชิ .(2525) . การวจิ ยั ปฏิบตั ิการในช้ันเรียน กรงุ เทพมหานคร : คณะครุศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั

ดา้ นที่ 2

การบรหิ ารจดั การช้ันเรียน

แบบประเมนิ ครูพเิ ศษสอน วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
ชือ่ ผรู้ บั การประเมิน นางสาวพฒั นาภรณ์ พระสุนิน สาขาวชิ าสังคมศกึ ษา

รายงานการประเมนิ หลกั ฐานอ้างอิง เลขทอี่ า้ งองิ

ดา้ นที่ 2 การบริหารจัดการช้ันเรยี น

2.1 การบรหิ ารจดั การชน้ั เรยี นและการจัดทำ - จดั เวรดูแลหอ้ งเรียนและสภาพแวดล้อมให้ 2.1.1
2.1.2
ข้อมูลสารสนเทศ สะอาด

- ใชร้ ะบบ ศธ.02 รายงานผลการเรยี น

2.2 การจดั ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน - ให้คำปรึกษานักเรยี นที่มีปญั หาทางการเรยี น 2.2.1
และติดตามนกั เรียนในที่ปรกึ ษา ทมี่ ปี ญั ขาดเรียน 2.2.2
มาสายบ่อย 2.2.3
- ใช้ระบบ student care เพ่อื ดูแลนักเรยี นในที่ 2.2.4
ปรึกษา
-ใช้ Application Line และสรา้ งกลุ่มครู-
นักเรยี น และกลุ่มผู้ปกครอง เพ่อื ติดตามงานแจ้ง
ข่าว
- เย่ยี มบ้านนกั เรยี น

ด้านท่ี 2 การบรหิ ารจัดการชั้นเรยี น

2.1 การบรหิ ารจัดการช้นั เรยี นและการจัดทำขอ้ มลู สารสนเทศ

2.1.1 จัดเวรดแู ลห้องเรยี นและสภาพแวดล้อมให้สะอาด

2.1.2 ใชร้ ะบบ ศธ.02 รายงานผลการเรยี น
ท่มี า https://std2018.vec.go.th/web/

2.2.1 ให้คำปรึกษานักเรียนทม่ี ีปัญหาทางการเรียนและ
ติดตามนกั เรยี นในท่ีปรกึ ษา ท่ีมีปัญขาดเรียน มาสายบอ่ ย

ดา้ นที่ 2 การบริหารจัดการชนั้ เรยี น
2.2 การจดั ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น

2.2.1 ให้คำปรกึ ษานักเรียนทม่ี ปี ัญหาทางการเรียน
และติดตามนักเรียนในท่ีปรกึ ษา ที่มีปญั ขาดเรยี น มาสายบอ่ ย

2.2.2 ใช้ระบบ student care
เพื่อเชค็ ช่อื เขา้ แถวเคารพธงชาติทกุ เช้าและเชค็ ชื่อเขา้ เรยี น

2.2.3 ใช้ Application Line และสรา้ งกลมุ่ ครู-นักเรียน
และกล่มุ ผู้ปกครอง เพอ่ื ตดิ ตามงานแจ้งข่าว

2.2.4 เย่ยี มบา้ นนักเรยี น

ดา้ นที่ 2

การบรหิ ารจดั การช้ันเรียน

แบบประเมนิ ครูพเิ ศษสอน วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
ชือ่ ผรู้ บั การประเมิน นางสาวพฒั นาภรณ์ พระสุนิน สาขาวชิ าสังคมศกึ ษา

รายงานการประเมนิ หลกั ฐานอ้างอิง เลขทอี่ า้ งองิ

ดา้ นที่ 2 การบริหารจัดการช้ันเรยี น

2.1 การบรหิ ารจดั การชน้ั เรยี นและการจัดทำ - จดั เวรดูแลหอ้ งเรียนและสภาพแวดล้อมให้ 2.1.1
2.1.2
ข้อมูลสารสนเทศ สะอาด

- ใชร้ ะบบ ศธ.02 รายงานผลการเรยี น

2.2 การจดั ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน - ให้คำปรึกษานักเรยี นที่มีปญั หาทางการเรยี น 2.2.1
และติดตามนกั เรียนในที่ปรกึ ษา ทมี่ ปี ญั ขาดเรียน 2.2.2
มาสายบ่อย 2.2.3
- ใช้ระบบ student care เพ่อื ดูแลนักเรยี นในที่ 2.2.4
ปรึกษา
-ใช้ Application Line และสรา้ งกลุ่มครู-
นักเรยี น และกลุ่มผู้ปกครอง เพ่อื ติดตามงานแจ้ง
ข่าว
- เย่ยี มบ้านนกั เรยี น

ด้านท่ี 2 การบรหิ ารจัดการชั้นเรยี น

2.1 การบรหิ ารจัดการช้นั เรยี นและการจัดทำขอ้ มลู สารสนเทศ

2.1.1 จัดเวรดแู ลห้องเรยี นและสภาพแวดล้อมให้สะอาด

2.1.2 ใชร้ ะบบ ศธ.02 รายงานผลการเรยี น
ท่มี า https://std2018.vec.go.th/web/

2.2.1 ให้คำปรึกษานักเรียนทม่ี ีปัญหาทางการเรียนและ
ติดตามนกั เรยี นในท่ีปรกึ ษา ท่ีมีปัญขาดเรียน มาสายบอ่ ย

ดา้ นที่ 2 การบริหารจัดการชนั้ เรยี น
2.2 การจดั ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น

2.2.1 ให้คำปรกึ ษานักเรียนทม่ี ปี ัญหาทางการเรียน
และติดตามนักเรียนในท่ีปรกึ ษา ที่มีปญั ขาดเรยี น มาสายบอ่ ย

2.2.2 ใช้ระบบ student care
เพื่อเชค็ ช่อื เขา้ แถวเคารพธงชาติทกุ เช้าและเชค็ ชื่อเขา้ เรยี น

2.2.3 ใช้ Application Line และสรา้ งกลมุ่ ครู-นักเรียน
และกล่มุ ผู้ปกครอง เพอ่ื ตดิ ตามงานแจ้งข่าว

2.2.4 เย่ยี มบา้ นนักเรยี น

ด้านท่ี 3

การพัฒนาตนเองและวชิ าชีพ

3.1 การพฒั นาตนเอง
3.2 การพัฒนาวิชาชีพ

แบบประเมนิ ครูพิเศษสอน วิทยาลยั เทคนิคระยอง
ชื่อผู้รบั การประเมิน นางสาวพฒั นาภรณ์ พระสุนิน สาขาวชิ าสงั คมศกึ ษา

รายงานการประเมนิ หลกั ฐานอา้ งอิง เลขทอ่ี า้ งองิ

ดา้ นท่ี 3 การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ

3.1 การพัฒนาตนเอง - ศึกษาดว้ ยตนเองจากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
นำความรูม้ าปรับใช้ในการสอน
- เข้าร่วมโครงการประชุมปฏิบัตกิ ารพัฒนา 3.1
การเรียนการสอนในศตวรรษท่ี 21

3.2 การพัฒนาวชิ าชีพ - เขา้ ร่วมโครงการพัฒนาทกั ษะท่ีพึงประสงคใ์ น 3.2.1
การทำงาน “หลักสตู รดิจิทลั ” 3.2.2
- เข้าร่วมอบรม “โครงการเพิ่มประสทิ ธิภาพครทู ่ี
ปรึกษาดว้ ยการใชร้ ะบบดแู ลผเู้ รียนโปรแกรม 3.2.3
Student care” 3.2.4
-เข้าร่วมโครงการ “เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพครเู พื่อ
พฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ”
-เข้าอบรมโครงการจดั ทำแผนแบบการสอนแบบ
บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี งและคุณธรรม
จรยิ ธรรม

ดา้ นท่ี 3 การพฒั นาตนเองและวิชาชพี
3.1 การพฒั นาตนเอง

3.1 เขา้ ร่วมโครงการประชมุ ปฏิบตั กิ ารพฒั นาการเรยี นการสอนในศตวรรษท่ี 21

ดา้ นที่ 3 การพัฒนาตนเองและวชิ าชพี
3.2 การพัฒนาวิชาชพี

3.2.1 เข้ารว่ มโครงการพฒั นาทักษะท่พี ึงประสงคใ์ นการทำงาน “หลกั สตู รดจิ ทิ ลั ”

3.2.2 เขา้ รว่ มอบรม โครงการเพม่ิ ประสิทธภิ าพครูที่ปรกึ ษาด้วย
การใช้ระบบดูแลผู้เรียน “โปรแกรม Student care

3.2.3 เข้ารว่ มโครงการ “เสริมสรา้ งศักยภาพครูเพ่อื พฒั นาทักษะวิชาชพี ”

3.2.4 เข้าอบรมโครงการจัดทำแผนแบบการสอนแบบบรู ณาการ
เศรษฐกิจพอเพยี งและคุณธรรมจรยิ ธรรม

ดา้ นที่ 4

งานอื่นท่ไี ด้รบั มอบหมาย


Click to View FlipBook Version