The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phatthanaporn, 2021-04-01 21:22:45

แฟ้มสะสมผลงาน2.63

2.การสถาปนากรุงเทพมหานครเป็ นราชธานี
3.ปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความมน่ั คงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมยั รัตนโกสินทร์
ขัน้ นาเข้าส่กู ารเรียน
1.ครูถามนกั เรียนวา่ อาณาจกั รธนบรุ ีปัจจบุ นั คอื ทใี่ ด
2.ครูให้นกั เรียนดภู าพ จากนนั้ ถามว่าเก่ยี วข้องกบั บคุ คลใด และสถานท่นี อี ้ ย่ทู ใ่ี ด (พระบรมราชานสุ าวรีย์พระบาทสมเดจ็
พระพทุ ธยอดฟ้ าจฬุ าโลกมหาราช เชงิ สะพานปฐมบรมราชานสุ รณ์ : สะพานพทุ ธฯ)

ขัน้ สอน
1.ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่องการสถาปนาราชวงศจ์ กั รี
2.ครูนาภาพสญั ลกั ษณ์ราชวงศจ์ กั รีให้นกั เรียนดจู ากนนั้ ถามว่าคืออะไร (จกั รและตรีศลู )

3.ครูให้นกั เรียนแบ่งออกเป็น 3 กลมุ่ อภิปรายข้อเสียทางชยั ภมู ขิ องอาณาจกั รธนบรุ ี จากนนั้ นามาเสนอหน้าชนั้ เรียน
4.ครูสนทนากบั นกั เรียนเร่ืองการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี
5.ครูให้นกั เรียนดภู าพจากนนั้ ถามวา่ ทใ่ี ด (พระบรมมหาราชวงั )

6.ครูถามนกั เรียนวา่ แมน่ า้ เจ้าพระยามคี วามสาคญั กบั อาณาจกั รรัตนโกสนิ ทร์อย่างไร จากนนั้ เขียนเป็นผงั มโนทศั น์ และครู
สนทนากบั นกั เรียนเรื่องปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ทีส่ ง่ ผลต่อความมน่ั คงและความเจริญรุ่งเรืองของรัตนโกสินทร์
7.ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 3 กลมุ่ ดงั นี ้

-ความมนั่ คงของสถาบนั พระมหากษตั ริย์
-การสง่ เสริมการค้าระหวา่ งประเทศ
-การขยายอานาจทางการเมือง
8.จากนนั้ ครูให้นกั เรียนอกมานาเสนอ แล้วชว่ ยกนั พจิ ารณาวา่ ปัจจยั ใดมีความสาคญั ทสี่ ดุ ตอ่ ความเจริญรุ่งเรืองของ
รัตนโกสินทร์
ขัน้ สรุปและประยุกต์
9.ครูให้นกั เรียนเขยี นผงั มโนทศั นเ์ ร่ืองปัจจยั ความเจริญรุ่งเรืองของรัตนโกสนิ ทร์
ส่อื และแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สือเรียนวชิ าประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง

2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
ขนึ ้ อย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนทารายงานเรื่องเทีย่ วสถานทป่ี ระวตั ิศาสตร์บนเกาะรัตนโกสินทร์

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 10 หน่วยท่ี 7

รหัสวิชา 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 11

ช่ือหน่วย ประวัตศิ าสตร์ชาติไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเลือกพืน้ ท่ีบริเวณด้าน

ตะวนั ออกของแม่นา้ เจ้าพระยาเป็ นที่ตงั ้ กรุงเทพมหานครราชธานีแห่งใหม่ เพราะมีความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์และ

สามารถขยายตวั เมืองได้กว้างขวาง พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จกั รีทกุ พระองค์ได้ทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย

หลายประการเพ่ือวางรากฐานบ้านเมอื งให้เป็นปึกแผน่ และเจริญรุ่งเรือง

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ส่งผลให้กรุงรัตนโกสินทร์มีความอุดมสมบูรณ์ เป็ นศูนย์กลางทางการปกครองและ

ศนู ย์กลางทางการค้าในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ประกอบกบั ปัจจยั ทางสงั คมและวฒั นธรรมท่ีสาคญั ได้แก่ ความ

มน่ั คงของสถาบนั พระมหากษัตริย์ในราชวงศจ์ กั รี ความพร้อมของกาลงั ไพร่พล การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมทงั้

การขยายอานาจทางการเมืองเพื่อเสริมสร้ างความมั่นคงของอาณาจักรและการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยตามแบบ

ตะวนั ตก ทาให้รักษาเอกราชของชาตไิ ว้ และมีความมน่ั คงสืบมา

พฒั นาการทางการเมอื งการปกครองในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้นยงั คงมรี ูปแบบการปกครองเหมนื สมยั อยธุ ยาซงึ่

ได้มีการปฏิรูปการปกครองครัง้ ใหญ่ในสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าย่หู วั โดยทรงแบ่งการปกครองส่วนกลาง

เป็ น 12 กระทรวง ยกเลิกตาแหน่งอัครมหาเสนาบดีและจตสุ ดมภ์ทงั้ 4 ส่วน การปกครองหวั เมืองได้ทรงจดั การปกครอง

ระบบเทศาภิบาลเป็ นมณฑล เมือง ตาบล หม่บู ้าน จนถึงสมยั เปล่ียนแปลงการปกครองเป็ นระบอบประชาธิปไตย การ

ปกครองของไทยจงึ แบ่งเป็นการปกครองส่วนกลาง การปกครองสว่ นภมู ิภาค และการปกครองส่วนท้องถน่ิ

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

1.บอกถึงการสถาปนาราชวงศ์จกั รีได้
2.บอกถึงการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็ นราชธานีไทยได้
3.บอกปัจจยั ทีส่ ่งผลตอ่ ความมน่ั คงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมยั รัตนโกสินทร์ได้
4.บอกบทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศจ์ กั รีในการสร้างสรรคค์ วามเจริญและความมนั่ คงของชาติได้
5.อธิบายการพฒั นาการทางการเมืองการปกครองสมยั รัตนโกสนิ ทร์ได้
6.สมยั ปฏริ ูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตกได้
7.อธิบายสมยั ประชาธิปไตยได้
8.อธิบายพฒั นาการของระบอบประชาธิปไตยในสงั คมไทยได้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรู้เก่ียวกบั กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 7 ประวตั ิศาสตร์ชาติไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์

4.บทบาทของพระมหากษตั ริย์ไทยในราชวงศ์จกั รีในการสร้างสรรค์ความเจริญและความมน่ั คงของชาติ

5.พฒั นาการทางการเมืองการปกครองสมยั รัตนโกสินทร์
6.สมยั ปฏิรูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตก
ขัน้ นาเข้าส่กู ารเรียน
1.ครูถามพระนามพระมหากษตั ริย์ทลี ะพระองค์จากนกั เรียน
2.ครูให้นกั เรียนดภู าพ 9 รัชกาล จากนนั้ ชีท้ ภ่ี าพ และให้นกั เรียนบอกพระนาม

ขัน้ สอน
3.ครูแบ่งนกั เรียนอกเป็น 9 กลมุ่ ศกึ ษาพระราชกรณีกจิ พระมหากษตั ริย์รัชกาลท่ี 1-9
4.ครูให้นกั เรียนออกมานาเสนอกลมุ่ ละ 3 นาที และครูอธิบายเพิ่มเติม
5.ครูอธิบายเรื่องพฒั นาการทางการเมืองการปกครองสมยั รัตนโกสินทร์ โดยเขียนเป็นผงั มโนทศั น์
6.ครูให้นกั เรียนดภู าพต่อไปนี ้จากนนั้ ถามวา่ คอื ภาพอะไร (รถราง)

7.ครูถามนกั เรียนวา่ รัชกาลที่ 5 เสดจ็ ประพาสยโุ รปเพื่อการใด จากนนั้ เน้นยา้ ให้นกั เรียนมคี วามสานกึ ในพระมหา
กรุณาธิคณุ
8.ครูสนทนากบั นกั เรียนเร่ืองสมยั ปฏริ ูปบ้านเมืองให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตก
ขัน้ สรุปและประยกุ ต์
9.ครูให้นกั เรียนสืบค้นการปฏิรูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตกในสมยั รชั กาลท่ี 5
ส่อื และแหล่งเรียนรู้

1.หนงั สือเรียนวชิ าประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ
หลักฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมือวัดผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนจดั บอร์ดเร่ืองพระราชกรณียกจิ 9 รัชกาล

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 11 หน่วยท่ี 7

รหสั วิชา 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 12

ช่ือหน่วย ประวัตศิ าสตร์ชาติไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเลือกพืน้ ที่บริเวณด้าน

ตะวันออกของแม่นา้ เจ้าพระยาเป็ นที่ตงั ้ กรุงเทพมหานครราชธานีแห่งใหม่ เพราะมีความเหมาะสมทางยทุ ธศาสตร์และ

สามารถขยายตัวเมืองได้กว้างขวาง พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จกั รีทุกพระองค์ได้ทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย

หลายประการเพื่อวางรากฐานบ้านเมอื งให้เป็นปึกแผ่นและเจริญรุ่งเรือง

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ส่งผลให้กรุงรัตนโกสินทร์มีความอุดมสมบูรณ์ เป็ นศูนย์กลางทางการปกครองและ

ศนู ย์กลางทางการค้าในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ประกอบกบั ปัจจยั ทางสงั คมและวฒั นธรรมท่ีสาคญั ได้แก่ ความ

มน่ั คงของสถาบนั พระมหากษัตริย์ในราชวงศจ์ กั รี ความพร้อมของกาลงั ไพร่พล การส่งเสริมการค้าระหวา่ งประเทศ รวมทงั้

การขยายอานาจทางการเมืองเพ่ือเสริมสร้ างความม่ันคงของอาณาจักรและการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยตามแบบ

ตะวนั ตก ทาให้รักษาเอกราชของชาตไิ ว้ และมีความมนั่ คงสืบมา

พฒั นาการทางการเมอื งการปกครองในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้นยงั คงมรี ูปแบบการปกครองเหมืนสมยั อยธุ ยาซง่ึ

ได้มีการปฏิรูปการปกครองครัง้ ใหญ่ในสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าย่หู วั โดยทรงแบ่งการปกครองส่วนกลาง

เป็ น 12 กระทรวง ยกเลิกตาแหน่งอัครมหาเสนาบดีและจตสุ ดมภ์ทงั้ 4 ส่วน การปกครองหวั เมืองได้ทรงจดั การปกครอง

ระบบเทศาภิบาลเป็ นมณฑล เมือง ตาบล หม่บู ้าน จนถึงสมัยเปล่ียนแปลงการปกครองเป็ นระบอบประชาธิปไตย การ

ปกครองของไทยจงึ แบ่งเป็นการปกครองส่วนกลาง การปกครองส่วนภมู ภิ าค และการปกครองสว่ นท้องถน่ิ

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั

1.บอกถงึ การสถาปนาราชวงศ์จกั รีได้
2.บอกถึงการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานไี ทยได้
3.บอกปัจจยั ท่สี ่งผลต่อความมนั่ คงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมยั รัตนโกสินทร์ได้
4.บอกบทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศจ์ กั รีในการสร้างสรรคค์ วามเจริญและความมน่ั คงของชาติได้
5.อธิบายการพฒั นาการทางการเมืองการปกครองสมยั รัตนโกสินทร์ได้
6.สมยั ปฏิรูปบ้านเมืองให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตกได้
7.อธิบายสมยั ประชาธิปไตยได้
8.อธิบายพฒั นาการของระบอบประชาธิปไตยในสงั คมไทยได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.แสดงความรู้เก่ียวกบั กระบวนการทางประวตั ศิ าสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 7 ประวัติศาสตร์ชาติไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์

7.สมยั ประชาธิปไตย

8.พฒั นาการของระบอบประชาธปิ ไตยในสงั คมไทย
ขนั้ นาเข้าสู่การเรียน
1.ครูถามนกั เรียนวา่ ประเทศไทยมกี ารปกครองในรูปแบบใดมาบ้างแล้ว ครูเขยี นเป็นผงั มโนทศั น์
2.ครูให้นกั เรียนดภู าพ แล้วถามวา่ คือภาพอะไร

ขัน้ สอน
3.ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่องสถานการณ์ชว่ งกอ่ นการเปล่ยี นแปลงการปกครอง
4.ครูแบง่ นกั เรียนออกเป็น 3 กลมุ่ สืบค้นปัจจยั ทก่ี อ่ นให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงการปกครอง จากนนั้ ออกมานาเสนอหน้าชนั้
เรียน
5.ครุอธิบายเกยี่ วกบั ผลของการเปลยี่ นแปลงการปกครอง
6.ครูให้นกั เรียนแขง่ ขนั เกมแฟนพนั ธ์แท้การเมอื งไทย โดยแบง่ นกั เรียนออกเป็น 5 กลมุ่ จากนนั้ ครูให้นกั เรียนดภู าพบคุ คล
สาคญั ตา่ งๆ จากนนั้ ให้นกั เรียนตอบว่าเป็นใคร กล่มุ ใดทต่ี อบได้ ให้ครูถามถึงความสาคญั ของบคุ คลเหล่านนั้
7.ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ
8.ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 5 กลมุ่ ศกึ ษาสถานการณ์สาคญั ดงั นี ้

-ปฏวิ ตั เิ ปลยี่ นแปลงการปกครอง 2475
-14 ตลุ าคม 2516
-6 ตลุ าคม 2519
-พฤษภาทมิฬ
-รัฐประหาร 19 กนั ยายน 2549
-รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557
9.ครูให้นกั เรียนออกมานาเสนอหน้าชนั้ จากนนั้ ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ
ขัน้ สรุปและประยุกต์
10.ครูให้นกั เรียนทาคาถามท้ายหนว่ ยการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 9
ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวชิ าประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ

หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรียนรู้

การวัดผลและการประเมินผล
วิธวี ดั ผล
1.ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน

ขนึ ้ อย่กู บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนแบง่ ออกเป็น 6 กลมุ่ จดั บอร์ดเรื่องดงั นี ้

-ปฏวิ ตั เิ ปลย่ี นแปลงการปกครอง 2475
-14 ตลุ าคม 2516
-6 ตลุ าคม 2519
-พฤษภาทมิฬ
-รัฐประหาร 19 กนั ยายน 2549
-รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 12 หน่วยท่ี 8

รหัสวชิ า 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 13

ช่ือหน่วย เศรษฐกิจและสังคม สมยั รัตนโกสินทร์ จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

โครงสร้างเศรษฐกจิ สมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้นยงั คงเป็นแบบเดียวกบั สมยั อยธุ ยา และธนบรุ ี กล่าวคอื พนื ้ ฐานทาง

เศรษฐกิจของชาวไทยอยู่ที่เกษตรกรรม โดยมีการทาหตั ถกรรมพืน้ บ้านและเร่ิมมีการผลิตสินค้าเกษตรเชิงอตุ สาหกรรม

เช่น ฝ้ าย อ้อย มะพร้าว รายได้หลกั ของประเทศส่วนใหญ่มาจากการเก็บภาษีอากรและการค้าระหว่างประเทศ ภายหลงั

การทาสนธิสัญญาเบาริ่งสมัยรัชกาลที่ 4 เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึน้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิรูปด้าน

เศรษฐกิจ ปรับปรุงระบบเงินตรา และจดั ระเบียบการเงนิ และการคลงั ส่งเสริมการปลกู ข้าว การอุตสาหกรรม การค้าและ

การพาณิชย์ และเม่ือประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับท่ี 1 (พ.ศ.2504-2509) เศรษฐกิจไทยได้มีการ

เปล่ียนแปลงอย่างมาก มีอตั ราการเติบโตทางด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและบริหาร มีการเปิ ดรับการลงทุนใน

ภาคอุตสาหกรรม อสงั หาริมทรัพย์และธุรกิจประเภทต่างๆจากนกั ลงทนุ ต่างชาตจิ นกระทงั่ เกดิ วิกฤติเศรษฐกิจขึน้ ใน พ.ศ.

2540 รัฐบาลไทยจึงได้น้อมนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ทรงพระราชทานเป็นแนวทาง

ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ

สงั คมไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ในอดีตเป็ นสงั คมเกษตรกรรมที่มีความผูกพนั กบั ธรรมชาติ และรับอิทธิพลทาง

พระพทุ ธศาสนา ซงึ่ สะท้อนอย่างชดั เจนในวิถีการดาเนินชวี ิตและขนบธรรมเนยี มประเพณีท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ไทยและมรดก

ทางวฒั นธรรมท่ีสบื ต่อมาจนถึงปัจจบุ นั

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

1.อธิบายเศรษฐกิจสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้นได้
2.อธิบายเศรษฐกจิ สมยั ปฏริ ูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั ตามแบบตะวนั ตกได้
3 อธิบายการพฒั นาเศรษฐกจิ สมยั ประชาธิปไตยได้
4.อธิบายสงั คมไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้นได้
5 อธิบายสงั คมไทยสมยั ปฏิรูปบ้านเมืองได้
6.อธิบายสงั คมไทยสมยั ประชาธิปไตยได้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรู้เกยี่ วกบั กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 8 เศรษฐกจิ และสงั คม สมัยรัตนโกสนิ ทร์

1.เศรษฐกจิ สมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น

2.เศรษฐกจิ สมยั ปฏิรูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั ตามแบบตะวนั ตก

3.การพฒั นาเศรษฐกิจสมยั ประชาธิปไตย

4.สงั คมไทยสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น
5.สงั คมไทยสมยั ปฏริ ูปบ้านเมอื ง
6.สงั คมไทยสมยั ประชาธิปไตย
ขนั้ นาเข้าสู่การเรียน
1.ครูถามนกั เรียนวา่ อาชพี หลกั ของคนไทยคืออะไร และเพราะเหตใุ ด
2.ครูให้นกั เรียนดภู าพ แล้วถามวา่ คนในภาพกาลงั ทาอะไร (บาตร)

ขัน้ สอน
3.ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั เศรษฐกิจสมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น
4.ครูให้นกั เรียนดภู าพด้านลา่ ง จากนนั้ อธิบายเกี่ยวกบั การค้ากบั ต่างประเทศ

5.ครูให้นกั เรียนแบ่งออกเป็น 5 กล่มุ สมมตติ นเองเป็นกลมุ่ คนอาชพี ต่างๆในรสมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น จากนนั้ ออกมา
บอกเลา่ สภาพวถิ ีชวี ิตของอาชีพตนเองในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น
6.ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ผลกระทบจากสนธิสญั ญาเบาริ่งและเศรษฐกจิ สมยั ปฏริ ูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั ตามแบบ
ตะวนั ตก
7.ครูเขียนคาว่า “แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต”ิ จากนนั้ ถามวา่ คอื อะไร และครูอธิบายเรื่องการพฒั นา
เศรษฐกิจสมยั ประชาธิปไตย
8.ครูเขยี นคาวา่ ชนชนั้ ปกครองและชนชนั้ ใต้ปกครองไว้บนกระดาน จากนนั้ ถามนกั เรียนว่าแต่ละชนชนั้ มใี ครบ้าง ครู
สนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั สงั คมไทยสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น
9.ครูนกั เรียนดภู าพแล้วถามวา่ ภาพนคี ้ ืออะไร (ภาพตาราแพทย์แผนไทย ทวี ดั โพธ์ิ)

10.ครูถามนกั เรียนว่าทาไมภาพนจี ้ งึ อย่ทู ว่ี ดั (เพราะเป็นสถานศกึ ษา) และปัจจบุ นั การศกึ ษาเปลีย่ นไปอยา่ งไร
11.ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่องสงั คมไทยสมยั ปฏิรูปบ้านเมอื ง
12.ครูถามนกั เรียนว่าสงั คมไทยสมยั ประชาธิปไตยคอื สมยั ปัจจบุ นั มีความเปลย่ี นแปลงจากอดตี อยา่ งไร จากนนั้ ครูสรุป
เพิม่ เตมิ
ขัน้ สรุปและประยุกต์
13.ครูให้นกั เรียนทาคาถามท้ายหนว่ ยการเรียนรู้หนว่ ยที่ 8
ส่ือและแหล่งเรียนรู้

1.หนงั สือเรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเชค็ รายช่ือ

3.แผนการจดั การเรียนรู้
การวดั ผลและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1.ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ ้ อย่กู บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนจดั บอร์ด time line การเปล่ียนแปลงของสงั คมไทยจนถึงปัจจบุ นั

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 13 หน่วยท่ี 9

รหัสวิชา 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 14

ช่ือหน่วย วัฒนธรรมและภมู ิปัญญา สมัยรัตนโกสนิ ทร์ จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการสร้ างสรรค์ ภูมิปั ญญาและวัฒนธรรมของไทยหลายด้ านซึ่งสืบทอดมาจากสุโขทัย

อยุธยาและเป็ นรากฐานสาคัญของความเจริญก้าวหน้าสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัย

รัตนโกสินทร์ท่ีสาคญั เช่น จิตรกรรมบนฝาผนังอาคารพระอุโบสถหรือพระวิหารวดั พระศรีรัตนศาสดาราม วดั พระเชตพุ น

วมิ ลมงั คลาราม ซึ่งมีลกั ษณะผสมผสานกบั ศิลปะสมยั อยธุ ยา ต่อมาภาพจติ รกรรมท่ีมีศิลปะตะวนั ตก เช่น พระบรมฉายา

ลกั ษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ผลงานทางด้านประติมากรรม สมยั รัตนโกสินทร์ ส่วนใหญ่เป็ นการปัน้ พระพุทธรูป

เช่น พระประธานในอุโบสถวดั มหาธาตุยวุ ธาตรุ ังสฤษฏ์ราชวรมหาวิหาร ในสมยั ปฏิรูปส่วนใหญ่เป็ นการหล่อพระพุทธรูป

เช่น พระสมั พุทธพรรณี พระนิรันตราย พระพุทธชินราชจาลอง ส่วนสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ พระบรมมหาราชวงั และ

วดั พระศรีรัตนมหาศาสดาราม ซง่ึ ต่อมามีการผสมผสานวฒั นธรรมตะวนั ตก เชน่ พระที่นง่ั อนนั ตสมาคม พระท่นี งั่ จกั รีมหา

ปราสาท ในพระบรมมหาราชวงั ซงึ่ เป็นสถาปัตยกรรมยโุ รปแต่หลงั คาเป็นยอดปราสาทแบบไทย

ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั

1อธิบาย.ลกั ษณะและความสาคญั ของวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ได้
2.บอกปัจจยั ทมี่ อี ิทธิพลต่อการสร้างสรรค์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาของไทยได้
3.บอกวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้นได้
4.บอกวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยสมยั ปฏิรูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตกได้
5.บอกวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาในสมยั ประชาธิปไตยได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.แสดงความรู้เกย่ี วกบั กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 9 วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาสมัยรัตนโกสนิ ทร์

1.ลกั ษณะและความสาคญั ของวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยในสมยั รัตนโกสินทร์

2.ปัจจยั ทมี่ ีอทิ ธิพลตอ่ การสร้างสรรคว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาของไทย

3.วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทยสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น

4.วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทยสมยั ปฏิรูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตก

5.วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาในสมยั ประชาธิปไตย

ขัน้ นาเข้าส่กู ารเรียน

1.ครูเขียนคาว่า “ฝรั่งสวมชฎา” ไว้ท่บี นกระดาน

2.ครูให้นกั เรียนดภู าพ แล้วถามวา่ ภาพใดนา่ จะหมายถงึ ฝรั่งสวมชฎา จากนนั้ ให้นกั เรียนแสดงเหตผุ ล

ขัน้ สอน
3.ครูสนทนาลกั ษณะและความสาคญั ของวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทยในสมยั รตั นโกสินทร์
4.ครูให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ อภิปรายปัจจยั ทม่ี ีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาของไทย จากนนั้ ออกมา
นาเสนอและครูอธิบายเพม่ิ เตมิ
5.ครูให้เวลานกั เรียน 10 นาทีศกึ ษาวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น จากนนั้ ให้แขง่ ขนั กนั ตอบ
คาถาม ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ
6.ครูให้นกั เรียนดภู าพ และถามวา่ เป็นการแตง่ กายในสมยั ใด

จากนนั้ สนทนากบั นกั เรียนเก่ยี วกบั วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยสมยั ปฏริ ูปบ้านเมอื งให้ทนั สมยั แบบตะวนั ตก
7.ครูอธิบายเร่ืองวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาในสมยั ประชาธิปไตย จากนนั้ ให้นกั เรียนชว่ ยกนั ยกตวั อย่างผลงานที่สาคญั
ขัน้ สรุปและประยกุ ต์
8.ครูให้นกั เรียนทาคาถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 9

ส่อื และแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สือเรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เคร่ืองมอื วัดผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน

ขนึ ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนจดั บอร์ดเร่ืองศิลปวฒั นธรรมสมยั ประชาธิปไตย

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 14 หน่วยท่ี 10

รหัสวชิ า 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 15

ช่ือหน่วย โครงการพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา

ภมู พิ ลอดุลยเดชและพระราชกรณีกิจท่สี าคญั ของพระมหากษตั ริย์

องค์ปัจจบุ นั จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ นานปั การเพ่อื ประโยชน์สขุ

ของประชาชน โดยได้เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยมราษฎรทว่ั ราชอาณาจกั ร และได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจาก

พระราชดาริในทุกภาคของประเทศ เพ่ือแก้ปัญหาการประกอบอาชีพของราษฎรในพืน้ ท่ีกันดารต่างๆรวมทงั้ การอนรุ ักษ์

ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ทาให้คณุ ภาพชีวติ ของคนไทยได้รับการพฒั นาอย่างตอ่ เนื่อง

สมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ นานปั การเพ่ือ

ประโยชน์สขุ ของประชาชน ตงั ้ แต่ครัง้ ดารงอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร โดยได้ทรงเจริญ

ตามรอยเบือ้ งพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้า

สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการบาบัดทุกข์ บารุงสขุ แก่ปวงชนชาวไทย นาความเจริญรุ่งเรืองและความ

มั่นคงมาสู่ประเทศชาติ ทัง้ ด้านการพระศาสนา ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ การต่างประเทศ

การศกึ ษา การเกษตร ศลิ ปวฒั นธรรม และดนตรี

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

1.บอกโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
2.บอกหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้
3.ยกตวั อย่างโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
4.ยกตวั อยา่ งผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้
5.ยกตวั อย่างผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพ์ ระบรมราชนิ ีนาถในรัชกาลที่ 9
6.บอกพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.แสดงความรู้เกยี่ วกบั กระบวนการทางประวตั ศิ าสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 10 โครงการพระราชพาริในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชและพระราชกรณีกจิ
ท่สี าคญั ของพระมหากษตั ริย์องค์ปัจจบุ นั

1.โครงการพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช

2.หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช

3.ตวั อยา่ งโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช

ขนั้ นาเข้าสู่การเรียน
1.ครูเขยี นคาว่า “โครงการพระราชดาริ” ไว้ที่บนกระดาน
2.ครูให้เวลานกั เรียน 3 นาที เขยี นโครงการพระราชดาริให้มากท่ีสดุ จากนนั้ ครูส่มุ ถาม
ขัน้ สอน
3.ครูอธิบายความหมายของโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
4.ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 9 กลมุ่ ศกึ ษาหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช จากนนั้
ให้แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรียนวา่ สามารถนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
5.ครูให้นกั เรียนนาตวั อย่างโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชไปจดั บอร์ด
ให้ความรู้ทหี่ ลงั ห้อง
6.ครูเกร่ินนาความเป็นมาช่วงวกิ ฤตเศรษฐกจิ พ.ศ. 2540 จากนนั้ โยงถงึ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงตอ่ สงั คมไทย
7.ครูสนทนาเร่ืองหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
8.ครูให้เวลานกั เรียน 5 นาทีเขยี นแนวการปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง จากนนั้ ออกมานาเสนอหน้า
ชนั้ เรียน

ขัน้ สรุปและประยกุ ต์
9.ครูสรุปแนวการปฏบิ ตั ิตนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สือเรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจดั การเรียนรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เคร่ืองมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนน
ขนึ ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ให้นกั เรียนจดั บอร์ดเกี่ยวกบั พระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชและสมเด็จ
พระนางเจ้าสริ ิกติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรัชกาลที่ 9

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 14 หน่วยท่ี 10

รหัสวิชา 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 16

ช่ือหน่วย โครงการพระราชดาริในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

และพระราชกรณีกจิ ท่สี าคญั ของพระมหากษตั ริย์องค์ปัจจุบนั จานวน 1 ช่วั โมง

แนวคดิ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ นานปั การเพอ่ื ประโยชน์สขุ

ของประชาชน โดยได้เสด็จพระราชดาเนินเย่ียมราษฎรทวั่ ราชอาณาจักร และได้พระราชทานโครงการอนั เนื่องมาจาก

พระราชดาริในทุกภาคของประเทศ เพ่ือแก้ปัญหาการประกอบอาชีพของราษฎรในพืน้ ท่ีกันดารต่างๆ รวมทงั้ การอนุรักษ์

ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ทาให้คณุ ภาพชีวติ ของคนไทยได้รับการพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

สมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานปั การเพื่อ

ประโยชน์สขุ ของประชาชน ตงั ้ แต่ครัง้ ดารงอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร โดยได้ทรงเจริญ

ตามรอยตามเบือ้ งพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชนิ ีนาถ ในรัชกาลท่ี 9 ในการบาบดั ทกุ ข์ บารุงสขุ แก่ปวงชนชาวไทย นาความเจริญรุ่งเรืองและความม่ันคงมาสู่

ประเทศชาติ ทัง้ ด้านการพระศาสนา ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ การต่างประเทศ การศึกษา

การเกษตร ศลิ ปวฒั นธรรม และดนตรี

ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง

1.บอกโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
2.บอกหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้
3.ยกตวั อย่างโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
4.ยกตวั อย่างผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้
5.ยกตวั อยา่ งผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาของสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิตพ์ ระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9
6.บอกพระราชกรณียกจิ ของสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ได้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรู้เกี่ยวกบั กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 10 โครงการพระราชพาริในพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพลอดลุ ยเดชและพระราชกรณีกิจ

ท่สี าคัญของพระมหากษตั ริย์องค์ปัจจบุ นั

4.พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชกบั ผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ิปัญญา

5.สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชินนี าถในรชั กาลท่ี 9 กบั ผลงานด้านวฒั นธรรม และภมู ิปัญญา

ขัน้ นาเข้าส่กู ารเรียน
1.ครูทบทวนความรู้บทเรียนจากสปั ดาห์ทแี่ ล้ว
ขัน้ สอน
2.ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 3 กลมุ่ ศกึ ษาตวั อยา่ งการนาปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ช้ จากนนั้ ออกมา
นาเสนอ
3.ครูให้นกั เรียนดภู าพ จากนนั้ ถามว่าคอื อะไร (กงั หนั นา้ ชยั พฒั นา)

จากนนั้ สนทนากบั นกั เรียนเรื่องพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชกบั ผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญา
4.ครูให้นกั เรียนดภู าพ จากนนั้ ถามวา่ คอื อะไร (ชิน้ งานในพิพิธภณั ฑ์ศิลป์ แผ่นดิน พระที่นงั่ อนนั ตสมาคม)

5.ครูอธิบายเรื่องสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถในรัชกาลที่ 9 กบั ผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญา

ขัน้ สรุปและประยกุ ต์
6.ครูให้นกั เรียนตอบคาถามหนว่ ยการเรียนท่ี 10

ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
2.กิจกรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ

หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจดั การเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน

ขนึ ้ อยกู่ บั การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
-

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 16 หน่วยท่ี 10

รหัสวิชา 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี 18

ช่ือหน่วย โครงการพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช

และพระราชกรณีกิจท่สี าคญั ของพระมหากษตั ริย์องค์ปัจจบุ ัน จานวน 1 ช่ัวโมง

แนวคดิ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ นานปั การเพ่อื ประโยชน์สขุ

ของประชาชน โดยได้เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยมราษฎรทวั่ ราชอาณาจักร และได้พระราชทานโครงการอันเน่ืองมาจาก

พระราชดาริในทุกภาคของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการประกอบอาชีพของราษฎรในพืน้ ที่กนั ดารต่างๆรวมทงั้ การอนรุ ักษ์

ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ทาให้คณุ ภาพชวี ิตของคนไทยได้รับการพฒั นาอยา่ งต่อเนอื่ ง

สมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ นานปั การเพ่ือ

ประโยชน์สขุ ของประชาชน ตงั ้ แต่ครัง้ ดารงอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร โดยได้ทรงเจริญ

ตามรอยเบือ้ งพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุล ยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ

พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการบาบดั ทกุ ข์ บารุงสขุ แกป่ วงชนชาวไทย นาความเจริญรุ่งเรืองและความมนั่ คงมาสู่

ประเทศชาติ ทัง้ ด้านการพระศาสนา ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ การต่างประเทศ การศึกษา

การเกษตร ศิลปวฒั นธรรม และดนตรี

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

1.บอกโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
2.บอกหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชได้
3.ยกตวั อยา่ งโครงการพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
4.ยกตวั อยา่ งผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชได้
5.ยกตวั อยา่ งผลงานด้านวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพ์ ระบรมราชนิ ีนาถในรัชกาลท่ี 9
6.บอกพระราชกรณียกจิ ของสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู ได้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรู้เก่ียวกบั กระบวนการทางประวตั ศิ าสตร์
2.เปรียบเทยี บการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมของประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
สาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 10 โครงการพระราชดาริในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชและพระราชกรณียกจิ

ท่สี าคัญของพระมหากษตั ริย์องค์ปัจจบุ นั

6.พระราชกรณยี กิจของสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู

ขัน้ นาเข้าสู่การเรียน
1.ครูสมุ่ ถามนกั เรียนวา่ พระราชกรณีกจิ ของสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู มดี ้านใดบ้าง
ขัน้ สอน
2.ครูให้นกั เรียนจบั กล่มุ ศกึ ษาพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู จากนนั้
ให้แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรียน

-ด้านการพระศาสนา
-ด้านการตา่ งประเทศ
-ด้านเกษตร
-ด้านศิลปวฒั นธรรม
-ด้านดนตรี
-ด้านการแพทย์ สาธารณสขุ และสงั คมศาสตร์
-ด้านการศกึ ษา
ขัน้ สรุปและประยุกต์
3.ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบท้ายหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10
ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย
2.กจิ กรรมการเรียนการสอน
3.ภาพประกอบ
หลักฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1.ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เคร่ืองมอื วัดผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
3.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ ้ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี ่องปรับปรุง
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขนึ ้ ไป)
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
ขนึ ้ อย่กู บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
-

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 17 หน่วยท่ี -

รหสั วชิ า 20000-1502 สอนครัง้ ท่ี -
ช่ือหน่วย สอบปลายภาค จานวน 1 ช่วั โมง
แนวคดิ
การสอบปลายภาคเป็นการวดั ความรู้และความเข้าใจในหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6-10









พระพุทธศาสนา



พระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาพุทธ

 เป็นศาสนาทม่ี พี ระพุทธเจา้ เป็นศาสดา



องค์ประกอบ

 สิ่งเคารพสงู สดุ
พระรัตนตรยั
พระพุทธเจ้า
พระธรรม
พระสงฆ์



องค์ประกอบ

 ศาสดา
 คัมภีร์
 ผูส้ ืบทอด



ประวตั ิ

 หลงั จากพระพุทธเจา้ ตรสั รู้แลว้ ได้เสดจ็ ไปโ
มฤคทายวนั แขวงเมอื งพาราณสี พระองค
วคั คยี ์ พระโกณฑญั ญะบรรลุเป็นพระโสดาบ
แรกในโลก ในสมยั พุทธกาล พระองค์ได้เสด
ทวปี เป็นเวลานานกว่า 45 พรรษา จนกระ

โปรดพระปญั จวคั คยี ์ ณ ป่าอสิ ปิ ตน
ค์ได้ทรงแสดงธมั มจกั กปั ปวตั ตนสูตรแก่ปญั จ
บนั และกราบทูลขอบวช นบั เป็นพระสงฆ์องค์
ดจ็ ไปเผยแผพ่ ุทธศาสนาตามทต่ี ่าง ๆ ในชมพู
ะทง่ั ปรนิ พิ พาน

หลกั ธรรมสาคญั ของพุทธศาสนา

 ศาสนาพุทธสอนว่า ปรมตั ถธรรม หรอื สร
คอื จติ เจตสกิ รูป นพิ พาน จงึ ปฏเิสธกา
ในปรมตั ถธรรมไมไ่ ด้) และเชอื่ ว่าโลกนเ้ีกดิ ข
5 ประการ คอื อุตุนยิ าม พชี นยิ าม จติ นยิ

รรพสงิ่ มี 4 อย่าง
ารมอี ยู่ของพระเป็นเจา้ (เพราะพระเป็นเจา้ จดั เขา้
ขน้ึ เองจากกฎแห่งธรรมชาตหิ รอื นยิ าม
ยาม กรรมนยิ าม ธรรมนยิ าม

วัฏสงสาร

 วัฏสงสารหรอื สังสารวัฏ หรอื สงสา
 ความหมาย

 สังสาร หรอื สงสาร
 สังสารวัฏ
 สงสารวัฏ

ารวัฏ คอื การเวยี นว่ายตายเกดิ

กฎแห่งกรรม

 กฎแห่งกรรม คอื กฎธรรมชาตทิ วี่ ่าด้วยกา
ผลนน้ั ย่อมมคี วามสมั พนั ธ์กนั เช่น ทาดไีด้ด

 การจาแนกประเภทของกรรม
 กฎแหง่ กรรม

ารกระทาและผลของการกระทา ซง่ึ การกระทากบั
ดี ทาชว่ั ได้ชวั่ ผลของการกระทา

อรยิ สจั 4

 อริยสัจ หรอื จตรุ าริยสัจ หรอื อริยสัจ
เจา้ แปลว่า ความจรงิ อนั ประเสรฐิ ความจร
เขา้ ถงึ กลายเป็นอรยิ ะ มอี ยูส่ ปี่ ระการ คอื

 ทกุ ข์
 สมทุ ัย
 นิโรธ
 มรรค

จ 4 เป็นหลกั คาสอนหนง่ึ ของพระโคตมพุทธ
รงิ ของพระอรยิ บุคคล หรอื ความจรงิ ทที่ าใหผ้ ู้

หลกั ปฏบิ ตั ิ

 ศาสนาพุทธมุง่ เนน้ เรอ่ื งการพน้ ทุกข์ และสอ
ความไมร่ ู้ความจรงิ ในธรรมชาติ อนั เป็นเหต
โลภ ความโกรธ ความหลง รวมทงั้ เนน้ การ
ปญั ญา และพสิ ูจน์ทราบขอ้ เทจ็ จรงิ เหน็ เหต
ว่าสรรพสงิ่ ในธรรมชาตเิป็นไปตามกฎพระไ
กรรม แลว้ เลอื กใชห้ ลกั ธรรมในพุทธศาสนา
ถูกต้อง ด้วยความไมป่ ระมาทในชวี ติ ใหม้ คี ว
ปรารถนาในพระนพิ พานของผูม้ ปี ญั ญา

อนใหร้ ู้จกั ทุกขแ์ ละวธิ กี ารดบั ทุกข์ ให้พน้ จาก
ตุให้เกดิ ทุกขจ์ ากกเิลสทงั้ ปวงคอื ความ
รศกึ ษาทาความเขา้ ใจ การโยนโิสมนสกิ ารด้วย
ตุผลว่าสงิ่ นม้ี สี งิ่ นจ้ี งึ มี จนเหน็ ตามความเป็นจรงิ
ไตรลกั ษณ์ และสตั ว์โลกทเี่ป็นไปตามกฎแห่ง
าทเี่หมาะกบั ผลทจ่ี ะได้สง่ิ ทป่ี รารถนาอย่าง
วามสุขในทง้ั ชาตนิ แ้ี ละชาตติ ่อ ๆ ไป ตลอดจน


Click to View FlipBook Version