The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by machine848243, 2024-06-20 10:10:50

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

๒๙๔


๒๙๕


๒๙๖


๒๙๗


๒๙๘


๒๙๙


๓๐๐


๓๐๑


๓๐๒


๓๐๓


๓๐๔


๓๐๕


๓๐๖


๓๐๗


๓๐๘


๓๐๙


๓๑๐


๓๑๑


๓๑๒


๓๑๓


๓๑๔


๓๑๕


๓๑๖


๓๑๗


๓๑๘


๓๑๙


๓๒๐


๓๒๑


๓๒๒


๓๒๓


๓๒๔


๓๒๕ Post - test


๓๒๖


๓๒๗


๓๒๘


๓๒๙


๓๓๐


๓๓๑


๓๓๒


๓๓๓ การศึกษาดูงาน หลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุรุ่นที่ ๗๙ ณ มูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี


๓๓๔ ตราสัญลักษณ์ ความหมายตราสัญลักษณ์มูลนิธิชัยพัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดแบบตราสัญลักษณ์ พร้อมทั้งความหมายด้วยพระองค์เอง และได้พระราชทานเป็นเครื่องหมายประจำ มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งประกอบด้วย ๑.พระแสงขรรค์ชัยศรี มีความหมายถึง พระราชอำนาจ พระบารมีและกำลังแผ่นดินที่จะ ฟันฝ่าให้เกิด การดำเนินการต่างๆ อันเป็นผลไปสู่ความมั่นคงแห่งพระราชอาณาจักร ๒.ธงกระบี่ธุช เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการต่อสู้ เพื่อป้องกันอาณาประชาราษฎร์ และ พระราชอาณาจักรให้พ้นภยันตรายทั้งปวงและประสบความสำเร็จในการต่อสู้นั้น ๓.ดอกบัว มีความหมายถึง ศักดิ์ศรี ความสงบร่มเย็น ความเจริญงอกงามและความบริบูรณ์แห่งพืช พันธุ์ธัญญาหาร และบรรดาทรัพยากรทั้งปวงอันจะนำไปสู่ความอยู่ดีกินดี และความสงบสันติสุขของประชาชน โดยทั่วหน้ากัน ๔.สังข์ มีความหมายถึง น้ำที่จะสร้างความชุ่มชื้น ชโลมแผ่นดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และความ ร่มเย็นเป็นสุข วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆ ๒.เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้ ๓.ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม ๔.ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นใน การสนับสนุนสาธารณประโยชน์ ๕.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง


๓๓๕ ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิชัยพัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" โดย ทรงดำรง ตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การ ที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้ กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น มูลนิธิชัยพัฒนาได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิและมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามเลขทะเบียนลำดับที่ ๓๙๗๕ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๑ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๕ ตอนที่ ๑๐๙ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ประกาศให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นองค์การสถานสาธารณกุศล ลำดับที่ ๑๖๙ ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๑ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๕ ตอนที่ ๑๕๒ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๑ แนวทางการดำเนินการ การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นไปตามแนว พระราชดำริ โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่ สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องจัดซื้อที่ดินจากราษฎรบางส่วนเพื่อดำเนินงานตาม โครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัด ด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดซื้อไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดซื้อใน ๑-๒ ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิชัยพัฒนาจะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสม เ พ ื ่ อ ใ ห ้ โ ค ร ง ก า ร น ั ้ น ๆ ด ำ เ น ิ น ก า ร ไ ด ้ อ ย ่ า ง ร ว ด เ ร ็ ว แ ล ะ ม ี ป ร ะ ส ิ ท ธ ิ ภ า พ ส ู ง สุ ด วิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจนับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิ ชัยพัฒนาใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถ ดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อนในอดีต "มูลนิธิชัยพัฒนา มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน ให้สามารถที่จะดำเนินชีวิต ที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะทำการทำมาหากิน โดยมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับโครงการในด้านการเกษตรก็ได้ทำมาก และในด้านเกี่ยวข้องกับ


๓๓๖ สิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ" กิจกรรมหลักของมูลนิธิ ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การเกิดอุทกภัยน้ำท่วมหลากในปี ๒๕๓๘ ส่ง ผลให้เกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็น ปริมาณมากและยาวนาน ทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะแต่ เศรษฐกิจและสังคมในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงประเทศชาติอย่างเป็นวงจรด้วย พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระราชทานพระราชดำริในการป้องกันและแก้ไขปัญหา น้ำท่วม ซึ่งที่ดินชัยพัฒนาได้มีส่วนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เช่น ที่ดินที่ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี จัดสร้างเป็น โครงการสระเก็บน้ำพระราม ๙ เป็นสระเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ บนเนื้อที่กว่า ๒,๘๐๐ ไร่ ใช้ประโยชน์ในการรองรับน้ำที่ไหล่บ่ามาจากที่ราบลุ่มตอนบน นอกจากเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังช่วยให้ประชาชนใกล้เคียงมีน้ำใช้ ทั้งการอุปโภคบริโภค รวมถึงการเพาะปลูก ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย การพัฒนาพื้นที่ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้จัดทำเป็นสวนป่ารุกขชาติ เพื่อรวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ คือ โครงการสวนรุกขชาติอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ที่ดินประมาณ ๑๑ ไร่ ที่บ้านสบกเขียว ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จัดทำเป็น สวนสาธารณะชุมชนให้ราษฎรได้เข้ามาใช้ประโยชน์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนาวาเป็นผู้รับผิดชอบการ ดำเนินงาน โครงการป่าชุมชนบ้านอ่างเอ็ด ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จัดทำเป็นป่าชุมชนที่ ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และดูแลป่า ให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ด้านการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยในปัญหา ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาที่ขาดความสมดุล ซึ่งนับวันปัญหานี้จะทวีความรุนแรง มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย การกำจัดขยะมูลฝอย และการนำกากของเหลือทิ้งมาใช้ ประโยชน์ใหม่ ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม อันเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น กังหันน้ำชัยพัฒนา : เครื่องกลเติมอากาศเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ )เครื่องกลเติมอากาศแบบ RX-๒) พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานรูปแบบเครื่องกลเติมอากาศ ให้กรมชลประทาน ศึกษา วิจัย ทดลอง สำหรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อเป็นต้นแบบแก่หน่วยงานและ ประชาชนให้สามารถผลิตและใช้เองภายในประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในการปรับปรุง คุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วย


๓๓๗ กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย ซึ่งได้รับสิทธิบัตรในพระ ปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ และมูลนิธิชัยพัฒนาได้ใช้เป็นเครื่องกลเติมอากาศในแหล่งน้ำเสีย โดยดำเนินการควบคู่ไปกับวิธีทางธรรมชาติ คือ ใช้พืชน้ำเป็นตัวกรองน้ำเสีย การศึกษา วิจัย ทดลองการปรับปรุงคุณภาพน้ำได้ดำเนินการในหลายสถานที่ ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเทพศิรินทราวาส โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค หนองสนม จังหวัดสกลนคร และวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เป็นต้น นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๔ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกสิทธิบัตร เครื่องกลเติม อากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ )เครื่องกลเติมอากาศแบบ RX-๕C) ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงคิดค้นและออกแบบเครื่องกลเติมอากาศขนาดเล็ก เพื่อ ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ ที่ไม่สามารถติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาได้ หรือนำไปใช้ควบคู่กับกังหันน้ำชัย พัฒนา เครื่องกลเติมอากาศทั้ง ๒ ประเภทนี้ เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณใน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงหาวิธีการแก้ไขและปรับปรุง คุณภาพ น้ำ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้น ด้านการพัฒนาการเกษตร ๑. การแก้ไขปัญหาเรื่องดิน ดิน เป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดม สมบูรณ์จะทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้เช่นเดิม ปัญหาของดินที่มักพบอยู่เป็นประจำ คือ ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ซึ่งแต่ละสภาพปัญหาของดิน มีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาทดลอง เพื่อ หาวิธีการแก้ไขในรูปแบบต่างๆ บนที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวาย จากสถานที่ที่มีความ แตกต่างกัน อาทิ พื้นที่ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็น โครงการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นที่ดินที่มีความเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงอันเกิดจากการใช้ดินอย่างผิดวิธี จนไม่ สามารถทำประโยชน์ใดได้ การพัฒนาและฟื้นฟู ณ ผืนดินแห่งนี้ จากสภาพดินลูกรัง ตอไม้ที่ถูกตัดทิ้งไว้ กลายเป็นลำต้นที่งอกใหม่ ความอุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้นเกิดขึ้น งอกงามเป็นป่าเบญจพรรณดังเช่นที่เป็นมา ที่แห่งนี้ จึงเป็นที่มาของพระราชดำริที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจากความเป็น จริงที่ปรากฏได้ ว่า "อย่ารังแกป่า" "อย่ารังแก ธรรมชาติ" และ ทฤษฎี "การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" ความเปรี้ยวของดินสามารถส่งผลเสียต่อการเพาะปลูกได้ ดังนั้น ที่ดินที่ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ที่มีสภาพเป็นดินเปรี้ยว ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระราชทานพระราชดำริใน การแก้ไขให้ดินมีความอุดม สมบูรณ์ เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช ผืนดินแห่งนี้จึงเป็น โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอัน


๓๓๘ เนื่องมาจากพระราชดำริ การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวได้ศึกษาทดลองด้วยกัน ๓ วิธี คือ การแก้ไขด้วยวิธีการทาง ธรรมชาติโดยใช้น้ำฝน การจัดทำแปลงทฤษฎีใหม่และทดลองใช้ปูนมาร์ลและน้ำจากภายนอกมาเจือจาง และวิธี สุดท้ายใช้เถ้าลอยลิกไนต์ที่เป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างเขื่อนคลอง ท่าด่านมาศึกษาทดลองด้วย ซึ่งผลสำเร็จของการศึกษาทดลองจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เกษตรกรที่จะนำไปใช้แก้ ปัญหาดินในพื้นที่ของตนเอง ส่วนปัญหาเรื่องดินเค็มนั้น ได้ศึกษาทดลองที่ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา โครงการ ศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเค็มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเน้นการเพาะปลูกพืชที่มีความเหมาะสม กับลักษณะของดิน เช่น มะพร้าว ปรับปรุงดินโดยการปลูกปอเทือง และถั่วต่างๆ หลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว และทำ คันดินเพื่อยกร่องปลูกไม้ผล พืชผักต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ๒.ทฤษฎีใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิด "ทฤษฎีใหม่" เพื่อเป็น แนวทางในการทำการเกษตร ที่เน้นในเรื่องการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยทรง ตระหนักถึงปัญหาที่เกษตรกรมีที่ดินในจำนวนจำกัด มีความเสี่ยงสูงต่อความเสียหายที่เกิดจากความแปรปรวน ของดิน ฟ้า อากาศ และฝนทิ้งช่วง รวมทั้งไม่มีหลักเกณฑ์ในการปลูกพืช และส่วนใหญ่ปลูกพืชชนิดเดียว "ทฤษฎีใหม่ ตาม แนวพระราชดำริ เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาทางการเกษตรสำหรับเกษตรกรที่ ยากจน มีที่ดินทำกินน้อย และหลักการที่สำคัญ คือ เป็นระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงที่เกษตรกรสามารถเลี้ยง ตัวเองได้ การศึกษาทดลองจึงเริ่มขึ้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีชื่อโครงการว่า โครงการ พัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี หรือ ทฤษฎีใหม่วัดมงคล และ ที่แห่งนี้จัดเป็นระบบทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์ เพราะมีระบบการจัดการน้ำ จากอ่างใหญ่ สู่อ่างเล็ก และส่งต่อไปยัง สระเก็บน้ำของราษฎร คือ มีน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไปเติมให้แก่ "อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว" ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จากนั้นจึงส่งน้ำไปยังสระน้ำในแปลงของเกษตรกร ทำให้มีน้ำใช้เพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้งอย่างพอเพียง ในขณะเดียวกันนั้น ได้มีการศึกษาทดลอง ทฤษฎีใหม่เขาวง หรือ โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน บ้านแดนสามัคคี และขุดสระเก็บน้ำตามทฤษฏีใหม่ ที่ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเน้นการ จัดการพื้นที่และการขุดสระเก็บกักน้ำให้ราษฎรมีน้ำใช้อย่าง พอเพียง ราษฎรที่นี่ยากจนและมีความยากลำบาก ในการปลูกข้าวและได้ผลผลิตน้อย ซึ่งที่แห่งนี้เป็นที่มาของพระราชกระแส "ทางดิสโก้"เพราะทางเข้าสู่หมู่บ้านมี แต่หลุมบ่อเป็นอุปสรรคแก่การเดินทางสัญจรของชาวบ้าน นอกจาก นี้ ที่ดินที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรม นาถบพิตร ด้วยมีวัตถุประสงค์ที่จะสนองพระราชดำริทฤษฎีใหม่หลายแห่ง ซึ่งที่ดินที่มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการ ไปแล้ว ได้แก่ ทฤษฎีใหม่ปักธงชัย หรือ ทฤษฎีใหม่บ้านฉัตรมงคล ณ ผืนดินที่ตำบลปักธงชัยเหนือ อำเภอปัก ธงชัย จังหวัดนครราชสีมา


๓๓๙ ทฤษฎี ใหม่ปากท่อ ณ โครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลวันดาว อำเภอปากท่อ จังหวัด ราชบุรี ซึ่งผลของการดำเนินงานในผืนดินแห่งนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่เกษตรกรในท้องถิ่นและ จากที่อื่น และ ทฤษฎีใหม่หนองหม้อ ที่โครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองหม้อ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดำเนินการตามพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตรใน รูปของแปลงสาธิตทฤษฎีใหม่ โดยคำนึงถึงเกษตรกรเป็นสำคัญว่าพืชที่ปลูกเป็น ตัวอย่างและวิธีการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่นั้น เกษตรกรจะต้องนำไปปรับใช้ในพื้นที่การเกษตรของตัวเองได้จริง และที่สำคัญที่นี่จะไม่ใช้สารเคมีใดๆ เลย ๓.การเกษตรแบบผสมผสาน การพัฒนาและจัดทำเป็นแปลงสาธิตทางการเกษตรในรูปแบบต่างๆ บนที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอาชีพของราษฎรที่อาศัยทำมาหากินอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพของตนได้ ดังเช่น สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี การดำเนินงาน ณ ที่แห่งนี้เป็นไปตามแนวพระราชดำริในรูปแบบที่เรียบง่าย เป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกร นำไปปฏิบัติ หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นในเรื่องเกษตร ยั่งยืน ที่ดินที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จัดทำเป็น ศูนย์บริการวิชาการเกษตร แหล่งถ่ายทอดความรู้ ด้านวิชาการเกษตร โดยยึดถือแนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน และให้เกษตรกรที่เช่าที่นาอยู่เดิม สามารถทำกินต่อไปได้ในลักษณะแปลงทฤษฎีใหม่ เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรอื่นๆ นำไปดำเนินการ ในที่ดินของตนเอง โครงการศูนย์สาธิตพืชไร่พืชสวนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัด เพชรบุรี นอกจากจะเป็นศูนย์สาธิตพืชไร่พืชสวนให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังมีที่ดินส่วนหนึ่งขุดเป็นสระเก็บน้ำขนาด ใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่รองรับน้ำที่ไหลล้นมาจากแม่น้ำเพชรบุรี เก็บไว้ใช้ทำนาปรัง ซึ่งทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ ไม่ขาด แคลนน้ำในฤดูแล้ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน พระราชดำริให้พัฒนาที่ดินที่ตำบลสุขเดือนห้า กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท จัดตั้งเป็น ศูนย์สาธิต การเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่เป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรนำไปปรับใช้ใน พื้นที่ ของตนเอง โครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยดำเนินการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ อาทิ โครงการ พัฒนาพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านบางขอม ที่ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้พัฒนาพื้นที่ เป็นแปลงผลิตพันธุ์ข้าวและพืชหลังนา เพื่อบริการและให้ความรู้แก่เกษตรกร


๓๔๐ โครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาตำบลท่าไข่ อำเภอ เมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการศึกษา ทดลองวิจัยการเลี้ยงกุลาดำแบบระบบปิด ควบคู่ไปกับการทำการเกษตร เพื่อศึกษาหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับ สภาพน้ำกร่อย ซึ่งเป็นรูปแบบของการเลี้ยงกุ้งและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ ก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการพัฒนาสังคม วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก วัดแห่งแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นแบบอย่างในการก่อสร้างวัดที่มีขนาดเล็ก เน้นความประหยัด เรียบง่าย เป็น พุทธสถานในการประกอบศาสนกิจ เพื่อสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจและศรัทธา ของประชาชน ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ด้านสังคมและจริยธรรมแก่เยาวชนและประชาชนในชุมชน เพื่อขัดเกลา ให้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม เน้นการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมในลักษณะ บ-ว-ร คือ บ้าน วัด และโรงเรียน หรือหน่วยราชการ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสังคมไทยในอดีตมาปรับใช้ให้เข้ากับยุค สมัยในปัจจุบัน ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในที่สุด อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ดิน ที่แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขต คลองสาน กรุงเทพฯ ที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนค รินทราบรมราชชนนี ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเคยประทับเมื่อครั้งทรง พระเยาว์ โดยจัดทำเป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี และเป็นแหล่งศึกษาที่แสดงถึงความสัมพันธ์กลมกลืนกันของสังคมชุมชนชาวไทย จีน ลาว และมุสลิม ภายใต้พระบรมโพธิสมภารแห่งพระมหากษัตริย์ไทยอีกด้วย ในวันนี้ ผืนดินแห่งนี้ นอกจากจะเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้ว ยังเป็นสวนสาธารณะที่เป็นศูนย์รวมของชุมชนย่านคลองสานที่ประชาชนได้เข้ามา ร่วมทำกิจกรรมสัมพันธ์ สร้างความรักใคร่สามัคคีระหว่างกัน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม ด้านพลังงาน มูลนิธิชัยพัฒนาได้สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดสร้างโรงงานต้นแบบในการหีบปาล์มน้ำมันขนาดเล็กตามแนวพระราชดำริ และ โรงงานผลิตไบโอดีเซล ครบวงจร ณ โครงการชัยพัฒนา-แม่ฟ้าหลวง ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็น การพัฒนาต่อเนื่องมาจากการดำเนินงานที่จังหวัดกระบี่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านไบโอดีเซลเพื่อการแข่งขันได้ โครงการวิจัยการทดสอบใช้น้ำมันปาล์มแบบต่างๆ ผสมกับน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับการเกษตร และไบโอดีเซลผสมน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่สำหรับยานพาหนะ โครงการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน และโครงการศึกษาทดลองการปลูกปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีใน ที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาทั่วประเทศ เพื่อศึกษาหาสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่


๓๔๑ ด้านอื่นๆ การฟื้นฟูผู้ประสบภัย ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ ที่ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนทั้งชีวิตและ ทรัพย์สิน มูลนิธิชัยพัฒนาจะเข้าไปให้การช่วยเหลืออย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน ระยะแรกเน้นการช่วยเหลือใน ด้านโครงสร้าง พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น ที่อยู่อาศัย น้ำ ไฟฟ้า เป็นต้น จากนั้นจะดำเนินการใน เรื่องของการฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติให้เร็วขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาและ ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอย่างครบวงจร การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้วิธีการตามแนวพระราชดำริ ที่มีลักษณะประหยัด เรียบง่าย สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และคำนึงถึงวิถีการดำเนินชีวิตของราษฎรเป็นสำคัญ เพื่อให้การพัฒนา นั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎรอย่างแท้จริง ทั้งในด้านความมั่นคงในการประกอบ อาชีพและความสุขในการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและยั่งยืน ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน หลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุรุ่นที่ ๗๙ ณ มูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี


๓๔๒ ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน หลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุรุ่นที่ ๗๙ ณ มูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี


๓๔๓ ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน หลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุรุ่นที่ ๗๙ ณ มูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี


Click to View FlipBook Version