The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by machine848243, 2024-06-20 10:10:50

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

รายงานฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพัสดุ รุ่นที่ 79

๙๔ สรุปสาระสำคัญรายวิชา วิชา หลักเกณฑ์การคำนวณราคางานก่อสร้างของทางราชการ บรรยายโดย อาจารย์ฐปนรรท์ อ่ำพุทรา ตำแหน่ง นายช่างโยธาอาวุโส ศาลปกครอง ราคากลาง หมายความว่า ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการเปรียบเทียบราคาผู้ยื่นเสนอได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถ จัดซื้อจัดจ้างได้ตามจริงตามลำดับดังนี้ ๑. ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด ๒. ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ ๓. ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด ๔. ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด ๕. ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งสุดท้ายภายในระยะ ๒ ปีงบประมาณ ๖. ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์วิธีการหรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้นๆ นิยามงานก่อสร้างของทางราชการ ๑. รูปแบบรายการชัดเจนถูกต้องครบถ้วน ๒. คณะกรรมการกำหนดราคากลางจัดทำประมาณราคา ฯลฯ ๓. คณะกรรมการตรวจรับผิดผู้ตรวจรับ ๔. แต่งตั้งผู้ควบคุมงาน ข้อพิจารณา : เงิน.......... : ระยะเวลา..........factor F ความหมายและขอบเขตของราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ ราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ หมายถึง ราคาค่าก่อสร้างในงานก่อสร้างของทางราชการในแต่ ละงาน/โครงการ ที่มีความจำเป็นปัจจุบัน ซึ่งได้จากการประเมินหรือคำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นราคาอ้างอิงในกระบวนการจัดจ้างก่อสร้างตามระเบียบฯ ว่า ด้วยการพัสดุและเพื่อการอื่น ราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ จึงไม่ใช่ราคามาตรฐานของงานก่อสร้างแต่เป็นราคาก่อสร้างที่ ประเมินหรือคำนวณตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบันในขณะที่ประเมินหรือคำนวณราคากลางโครงการ/งาน ก่อสร้างนั้น


๙๕ เป็นราคาที่ทางราชการยอมรับได้ไม่สูงจนผู้ประกอบการได้กำไรมากเกินกว่าที่ควรได้รับและเป็นราคา ที่ไม่ต่ำจนผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ วัตถุประสงค์และความสำคัญของราคากลางงานก่อสร้าง - ระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุกำหนดให้ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธีให้เจ้าหน้าที่พัสดุต้องจัดทำ รายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อขอความเห็นชอบดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยในกรณีของงานก่อสร้าง จะต้องมีราคากลางเป็นรายละเอียดประการหนึ่งที่ต้องระบุไว้ในรายงานด้วย - ใช้เป็นราคาอ้างอิงและประกอบการพิจารณาราคากลางของผู้เสนอราคา ในกระบวนการจัดซื้อจัด จ้างก่อสร้างตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ - ในการประมูลงานก่อสร้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์กำหนดให้ต้องประกาศราคากลางในร่าง TOR และให้ใช้ราคากลาง เป็นราคาเริ่มต้นในการ ประมูล - การกำหนดราคากลางงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการกำหนดให้ใช้ราคากลางเป็นราคา เริ่มต้นในการประมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จะมีผลทำให้ผู้เสนอราคาเสนอราคาไม่สูงกว่าราคากลาง ปัญหาการเสนอราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงจะไม่เกิดขึ้นและราคาของผู้เสนอราคารายที่ทางราชการเห็นสมควร จ้างจะไม่เกินราคากลางซึ่งจะมีผลทำให้ช่วยลดการรั่วไหลและประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดิน ได้ทางหนึ่ง - ข้อมูลและรายละเอียดของการคำนวณราคากลางยัง ใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาราคาการ กำหนดค่างวดงาน การขอตั้งและพิจารณาจัดสรรงบประมาณรวมทั้งการตรวจสอบและติดตามผลการ ดำเนินงานก่อสร้างของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพื่อการอื่นๆ - มีข้อกำหนดที่ต้องเปิดเผยราคากลาง และรายละเอียดของการคำนวณราคากลางจะเป็นการส่งเสริม และสนับสนุนให้กระบวนการจัดจ้างก่อสร้างในงานก่อสร้างของทางราชการ เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย รวมทั้งยังจะช่วยลดปัญหาการวิ่งเต้นเพื่อก่อสร้างรายละเอียดเกี่ยวกับ ราคากลาง (แนวทางและวิธีปฏิบัติข้อ ๒๐( - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ให้เพิ่มความมาตรา ๑๐๓/๗ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐ ต้องดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนึง ราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้และมาตรา ๑๐๓/๘ กำหนดให้ คณะกรรมการ ปปช. มีหน้าที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลรายละเอียด


๙๖ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๑๐๓/๗ โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการดังกล่าว งานก่อสร้างที่อยู่ในบังคับต้องคำนวณราคากลางตามหลักเกณฑ์ฯ (แนวทางและวิธีปฏิบัติข้อ ๔) งานก่อสร้างที่ต้องคำนวณราคากลางตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างนี้หมายถึง ๑. กิจกรรม การกระทำ การประกอบ การติดตั้ง และหรือการดำเนินการอื่นใด เพื่อก่อให้เกิดเป็น สิ่งก่อสร้างอันได้แก่ อาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งมีลักษณะคงทน ถาวร และใช้ ประโยชน์ได้และให้หมายความรวมถึง การปรับปรุง การรื้อถอน การต่อเติมและ การซ่อมแซมสิ่งที่ก่อสร้าง ดังกล่าวด้วย งานซ่อมแซม หมายถึง การซ่อมแซมการดำเนินการและหรือการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบ อันเป็นโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหมดให้คงสภาพและหรือใช้งานได้ตามปกติดังเดิม งานปรับปรุง หมายถึง การแก้ไขการกระทำและหรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อให้สิ่งก่อสร้างซึ่ง ได้ก่อสร้างไว้แล้วคงสภาพเดิมหรือให้มีสภาพที่ดียิ่งขึ้น งานต่อเติม หมายถึง การดัดแปลงเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมลดหรือขยายซึ่งลักษณะขอบเขตแบบ รูปทรงสัดส่วนน้ำหนักเนื้อที่ของโครงสร้างหรือส่วนต่างๆของสิ่งก่อสร้างซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิมแต่ มิใช่เป็นกรณีของการซ่อมแซม งานรื้อถอน/การเคลื่อนย้ายอาคาร หมายถึง การรื้อหรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อนำ ส่วนประกอบอันเป็นโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหมดออกไปและอาจหมายรวมถึงการ เคลื่อนย้ายอาคารด้วยเช่นกันทั้งนี้ต้องมีแบบรูปรายการและจำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานตลอด ระยะเวลาดำเนินการด้วย งานซ่อมแซม งานปรับปรุง งานต่อเติม และงานรื้อถอน/การเคลื่อนย้ายอาคาร ดังกล่าว ๒. งานก่อสร้างดังกล่าวตาม ข้อ ๑ ต้องดำเนินการจัดจ้างก่อสร้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุและ หรือระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดจ้างก่อสร้าง


๙๗ สรุปสาระสำคัญรายวิชา วิชา เทคนิคการควบคุมการก่อสร้าง บรรยายโดย อาจารย์ฐปนรรท์ อ่ำพุทรา ตำแหน่ง นายช่างโยธาอาวุโส ศาลปกครอง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของภาครัฐ ๒๕๖๐ • ข้อ ๑๗๕ คณะกรรมการตรวจการรับในงานซื้อหรืองานจ้าง • ข้อ ๑๗๖ หน้าที่กรรมการตรวจการจ้างก่อสร้าง • ข้อ ๑๗๗ ผู้ควบคุมงาน คุณสมบัติผู้ควบคุมงาน • ข้อ ๑๗๘ หน้าที่ของผู้ควบคุมงาน • มาตรา ๙๗ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา • มาตรา ๑๐๒ การงดหรือลดค่าปรับ • มาตรา ๑๐๓ การบอกเลิกสัญญา ค่าปรับจะเกินร้อยละสิบ การควบคุมงาน การควบคุมงาน หมายถึง การควบคุมดูแลการทางานก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปและรายการ และ บรรลุตามเป้าหมายที่ วางไว้ถูกต้องตามสัญญา และเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ตามข้อกำหนดต่างๆ หรือตามเงื่อนไข ทางวิชาการทางด้านช่าง ที่ดี ผู้ควบคุมงาน กับหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง ➢ หน่วยงานราชการ ➢ บริษัทผู้ออกแบบ ➢ บริษัทที่ปรึกษาหรือหน่วยงานที่ให้บริการ ➢ บริษัทที่ทำโครงการ, หรือบริษัทผู้ก่อสร้าง การควบคุมงาน ก็คือกระบวนการซึ่งเจ้าของโครงการ หรือ ผู้ว่าจ้าง ดำเนินการจัดทำขึ้นในรูปของบุคคลหรือ คณะบุคคลเพื่อดูแล ผลประโยชน์ของตน โดยควบคุมดูแลและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ให้ถูกต้องตาม ข้อตกลงในสัญญาโดยยึดหลักปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ให้ทำงานโดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ให้ถูกต้อง


๙๘ ๒. ให้ทำงานโดยใช้เทคนิคหรือวิธีการท างานให้ถูกต้อง ๓. ให้ทำงานโดยใช้ฝีมือแรงงานให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงาน ๔. ให้ทำงานโดยยึดหลักของความปลอดภัยทั้งตัวบุคลและทรัพย์สิน หรือทรัพย์สินของบุคคลที่ ๓ ๕. ให้ทำงานโดยยึดถือเงื่อนไขและข้อตกลงของสัญญาเป็นหลัก หน้าที่หลักของผู้ควบคุมงาน ๑. ทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ ได้แก่ รายงานประจำวัน รายงานประจำสัปดาห์ รายงาน ประจำเดือน และรายงานประจำงวด ๒. ทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการ ในรูปของ แผนงานแสดง ความก้าวหน้าของโครงการ ) Progress chart ) ๓. ทำรายงานสรุปผลความก้าวหน้าของงานแต่ละเดือนหรือแต่ละ งวดงาน หรือทำการติดตามงาน ก่อสร้างในรูปของ S-Curve ๔. รวบรวมผลการทดสอบคุณภาพวัสดุทางวิศวกรรม เช่น การทดสอบ การรับ น้ำหนักของเสาเข็ม คอนกรีต เหล็ก ที่ผู้ทำการก่อสร้างเสนอ ๕. ตรวจสอบผลงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในแต่ละงวดตาม ที่กำหนดในสัญญาก่อนจะมีการ ตรวจรับงาน ๖. รวบรวมปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เสนอต่อผู้เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจสั่งการ ๗. ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและสุขลักษณะในหน่วยงาน รวมทั้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ อาจจะเกิดขึ้น ขั้นตอนของการควบคุมงาน หลังจากที่มีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นแล้ว สำหรับส่วนราชการจะนับตั้งแต่วันที่มีการลงนามในสัญญานั้น เป็นวันแรกของการทำงาน ผู้ควบคุมงานควรมีการตรวจสอบแผนการทำงานของผู้รับจ้าง ว่ามีการกำหนด แผนการทำงานไว้อย่างไร เพื่อทำการประเมินการทำงาน และระยะเวลาแล้วเสร็จของผู้รับจ้างโดยแบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน ดังนี้ คือ ๑. ขั้นตอนก่อนทำการก่อสร้าง - การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง การกำจัดวัชพืช การปรับระดับพื้นที่ การตัดโค่นต้นไม้ การถม ดิน ตัดดินตามแบบรูปและรายการที่กำหนด - การวางผังสิ่งก่อสร้างชั่วคราว เช่น การสร้างโรงงาน บ้านพัก คนงาน สำนักงานชั่วคราว การจัดทำรั้วชั่วคราว การจัดการเรื่อง สาธารณูปโภคทั้งหลาย โรงเก็บวัสดุ ที่กองวัสดุ ถนนภายในชั่วคราว ให้ ถูกต้องตามแบบที่วิศวกรได้อนุมัติเอาไว้แล้ว - งานปักผัง ต้องแสดงขอบเขตของงาน การหาตำแหน่งหลุมฐานราก และการตรวจสอบ ระดับต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในรูปแบบ


๙๙ ๒. ขั้นตอนระหว่างการก่อสร้าง - เพื่อการควบคุมงานให้ดำเนินไปโดยเรียบร้อยตามแบบรูป รายการที่กำหนดทุกประการ - เพื่อการแก้ไขงานที่เกิดความผิดพลาดและมีอุปสรรคตั้งแต่เนิ่นๆ โดยงานไม่หยุดชะงัก และเสียเวลา หน้าที่นอกเหนือจากการควบคุมงานก่อสร้างโดยสรุป คือ - เขียนรายงานต่าง ๆ ทุกวัน สรุปทุกสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อเป็นข้อมูล ในการติดตามและควบคุม แผนงาน ซึ่งผู้ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าอาจเห็น ข้อผิดพลาด หรือขั้นตอนการทำงานที่ผิดปรกติ ก็จะได้แก้ไขได้ ทันท่วงที - ตรวจสอบแบบขยายจริง ) Shop drawing ) และแบบก่อสร้างจริง บางครั้งหน้างานจริงอาจมีความ จำเป็นต้องแก้ไข เพื่อความเหมาะสมกับ สภาพการใช้งานจริง - ตรวจสอบการขออนุมัติใช้วัสดุ ผลการทดสอบวัสดุ - ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักร เครื่องมือที่ ใช้ในงาน ก่อสร้าง ด้วยความระมัดระวัง และปลอดภัยต่อบุคคลที่ ๓ การตรวจรับงานก่อสร้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจัดจ้างก่อสร้างตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างการบริหารพัสดุภาครัฐ )หมวด ๖ ข้อ ๑๗๖( - แต่งตั้งจากข้าราชการหรือบุคคลที่มิใช่ข้าราชการ -แต่งตั้งจากผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ - ประธาน ๑ คน กรรมการอย่างน้อย ๒ คน - ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซอง หรือพิจารณาผลการ ประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจ รับพัสดุ - ห้ามแต่งตั้งกรรมการรับและเปิดซองเป็นกรรมการพิจารณาผล การประสานงานในการควบคุมและการตรวจงาน ในการก่อสร้างแต่ละโครงการมักมีผู้เกี่ยวข้องกับการ ก่อสร้างหลายกลุ่ม ได้แก่ เจ้าของโครงการผู้ทำ การก่อสร้าง ผู้ออกแบบ คณะกรรมการตรวจการจ้างในกรณีเป็นงานของ หน่วยงานราชการ ผู้ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการที่ เกี่ยวข้อง ช่างและคนงาน การประสานงานระหว่างกลุ่มบุคคล เหล่านี้ เป็น สิ่งจำเป็นที่จะต้องมี เพื่อป้องกันปัญหาและแก้ไขข้อ ขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง


๑๐๐ การตรวจรับมอบงาน การส่งงานงวด หรือการตรวจรับงานงวด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ การตรวจรับงานงวดปกติ )๓ วัน ทำการ( และการตรวจรับงานงวดสุดท้าย )๕ วันทำการ(


๑๐๑ สรุปสาระสำคัญรายวิชา วิชา พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ บรรยายโดย นายศุภสิทธิ์ ศรีเฉลียว ตำแหน่ง นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานการจัดสรรเงินอุดหนุนและพัฒนาระบบงบประมาณ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๘ เอกวีสติ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี และพนักงาน เทศบาล เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.เทศบาลฯ มาตรา ๖๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สมาชิกสภา อบต. / นายก อบต. / รองนายก อบต. / ปลัด อบต. / และพนักงานส่วนตำบล เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ. สภาตำบลฯ มาตรา ๔๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายก อบจ. รองนายก อบจ. ปลัด อบจ. รองปลัด อบจ. และข้าราชการอบจ. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.อบจ.ฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิก สภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึง ๒๐ ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๒,๐๐๐ บาทถึง ๔๐,๐๐๐ บาท หรือประหารชีวิต หลักการปฏิบัติราชการ “ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ” ฝ่ายปกครองจะกระทำการใดๆ ได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายมอบอำนาจให้ในการกระทำนั้น ตัวอย่าง บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่องภาระหนี้เงินกู้ของเทศบาลตำบล อบต. กู้เงินจากธนาคาร กรุงไทย จำกัด )มหาชน( ๑๔ ล้านนบาท เพื่อดำเนินการพพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน แม้มาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและ อบต.ฯ จะบัญญัติให้อบต. อาจกู้เงินได้ก็ตาม


๑๐๒ แต่การกู้เงินของ อบต. จะต้องได้รับอนุญาตจากสภา อบต.และเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ตราบใดที่ยังไม่มีการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดเรื่องการกู้เงิน ของ อบต.ไว้ อบต. จึงยังไม่ อาจกู้เงินได้เป็นกรณีที่นายก อบต.ไปดำเนินการในเรื่อง อบต.ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะกระทำได้การดำเนินการ ของนายก อบต. จึงย่อมไม่มีผลผูกพัน อบต. การรักษาราชการแทน / การปฏิบัติราชการแทน )อบจ. มาตรา ๓๙/๑ เทศบาล มาตรา ๔๘ อบต. มาตรา ๖๐( รักษาราชการแทน - นายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ - รองนายกตามลำดับ/ปลัด เป็นผู้รักษาราชการเทน - ทำได้ทุกเรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่ของนายก ปฏิบัติราชการแทน - นายกมอบอำนาจให้รองนายก/ปลัด/รองปลัด ปฏิบัติราชการแทนเฉพาะเรื่อง - ทำเป็นหนังสือ - นายกกำกับดูแล การมอบอำนาจ ข้อ ๖ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ได้แก่ ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่ กระทรวงกลาโหม หรือ หน่วยงานของรัฐอื่นที่ผู้รักษาการตามระเบียบประกาศกำหนดให้หน่วยงานของรัฐนั้น สามารถำหนดหน่วยงานระดับใด ผู้บังคับบัญชาชั้นใด ตำแหน่งใด มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ ก็ให้ กระทำได้ และเมื่อได้กำหนดเป็นประการใดแล้วให้แจ้งผู้รักษาการตามระเบียบและสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินทราบด้วย **ข้อ ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้*** ข้อ ๗ วรรค ๑ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามข้อ ๖ หรือ ผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามระเบียบนี้จะมอบอำนาจเป็น หนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ซึ่งสังกัดหน่วยงานของรัฐเดียวกัน โดยให้คำนึงถึงระดับ ตำแหน่งหน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ ข้อ ๗ วรรค ๒ หลัก เมื่อมีการมอบอำนาจตามวรรค 1 ผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจนั้น และจะมอบ อำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไปไม่ได้ ข้อยกเว้น เว้นแต่


๑๐๓ )๑( การมอบอำนาจให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอำนาจนั้นต่อไปได้ในกรณีดังต่อไปนี้ )ก( กรณีมอบอำนาจให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หรือ หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้ผู้มอบอำนาจชั้นต้นทราบด้วย )ข( กรณีมอบอำนาจให้แก่บุคคลอื่น นอกจากที่กล่าวใน )ก( จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากผู้มอบอำนาจชั้นต้นแล้ว )๒( การมอบอำนาจและการมอบอำนาจต่อตามระเบียบหรือคำสั่งของกระทรวงกลาโหม หรือของ หน่วยงานของรัฐอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามข้อ ๖ ข้อ ๗ วรรค ๓, ๔, ๕ ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดเรื่องการมอบอำนาจและการมอบอำนาจต่อไว้เป็นการเฉพาะก็ให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นเพื่อความคล่องตัวในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ มอบอำนาจใน การสั่งการและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งรองลงไปเป็นลำดับให้ผู้มอบอำนาจส่งสำเนา หลักฐานการมอบอำนาจให้ สตง. ทราบ ทุกครั้ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา 3 ให้ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อบัญญัติ และข้อกำหนดใดๆของหน่วยงานของรัฐ ที่อยู่ภายใตบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ นิยาม มาตรา 4 “พัสดุ” หมายความว่า สินค้า งานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างที่ปรึกษา และงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งการดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สินค้า หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นใด รวมทั้งงานบริการ ที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น บริการ หมายความว่า งานจ้างบริการงานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ และการรับขน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่หมายความรวมถึงการจ้างลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ การรับขนในการเดินทางไปราชการหรือไปปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ งานก่อสร้างอาคาร หมายความว่า งานก่อสร้างสาธารณูปโภคหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด และ การซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุง รื้อถอน หรือการกระทำอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันต่ออาคาร สาธารณูปโภค


๑๐๔ หรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว รวมทั้งงานบริการที่รวมอยู่ ในงานก่อสร้างนั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูง กว่ามูลค่าของงานก่อสร้างนั้น งานจ้างที่ปรึกษา หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เพื่อเป็น ผู้ให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรมการศึกษาวิจัย หรือด้านอื่น ที่อยู่ในภารกิจของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐ งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการ...ซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยนหรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซื้อ มาตรา ๔๕๓ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคล ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย จ้าง )จ้างทำของ( มาตรา ๕๘๗ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้างตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้างและผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น เช่า มาตรา ๕๓๗ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญา ซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่าตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัดและผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น แลกเปลี่ยน มาตรา ๕๑๘ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันว่าแลกเปลี่ยนนั้น คือ สัญญาซึ่งคู่กรณีต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกัน “การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ การอุทิศพัสดุ ข้อ ๙ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๓๕ ในกรณีมีผู้อุทิศพัสดุ - ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ อปท. หรือ - ให้สิทธิอันเกี่ยวกับพัสดุหรือ - มอบให้เป็นผู้ดูแลพัสดุนั้น


๑๐๕ การกระทำดังกล่าวมีเงื่อนไขหรือมีภาระติดพัน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะรับเอาพัสดุหรือสิทธิ นั้น ๆ ได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หนังสือตอบข้อหารือ ที่ กค )กวจ.( ๐๔๐๕.๒/๐๒๐๑๔๗ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว ๑๖๒๘ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ การอุทิศพัสดุให้เป็นกรรมสิทธิ์ ให้สิทธิอันเกี่ยวกับพัสดุ หรือมอบให้เป็นผู้ดูแลพัสดุ แก่ อปท. ถ้าการ กระทำมีเงื่อนไขหรือภาระติดพัน ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อปท. ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำและประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี มาตรา ๑๑ ให้ อปท. จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีและประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลางและของหน่วยงาน และให้ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงาน งบประมาณได้รับอนุมัติ จัดทำและประกาศแผน การจัดซื้อจัดจ้างประจำปี TOR /SPEC/แบบ ทำสัญญา/บันทึกข้อตกลง การอุทธรณ์ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง จนถึงการประกากศผู้ชนะ บริหารสัญญา ส่งมอบพัสดุ ตรวจรับพัสดุ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง/ ผู้มีอำนาจ ในการพิจารณา งบประมาณ เห็นชอบวงเงิน งบประมาณ เจ้าหน้าที่/ ผู้ที่ได้รับ มอบหมาย จัดทำแผนการ จัดซื้อ จัดจ้างประจำปี เสนอนายกฯ เพื่อขอความ เห็นชอบ นายกฯ ให้ความเห็นชอบ แผนการจัดซื้อจัด จ้าง ประจำปี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ ประกาศเผยแพร่แผน 1. ระบบ e-GP 2. ระบบของท้องถิ่น 3. ให้ปิดประกาศโดย เปิดเผย ณ หน่วยงาน ของท้องถิ่น


๑๐๖ การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีข้อ ๑๑ ว ๑ เมื่อได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มี อำนาจในการพิจารณางบประมาณแล้ว ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติงานนั้นจัดทำแผนการ จัดซื้อจัดจ้างประจำปี เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีข้อ ๑๑ ว ๒ แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีให้ประกอบด้วยรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อโครงการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง (๒) วงเงินที่จะจัดซื้อจัดจ้างโดยประมาณ (๓) ระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง (๕) รายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีข้อ ๑๑ ว ๓ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ที่ ประกาศเผยแพร่แผนในระบบเครือข่ายสาระสนเทศของกรมบัญชีกลาง และของหน่วยงานของรัฐ และให้ปิด ประกาศโดยเปิดเผย ณ หน่วยงานของรัฐนั้น เว้นแต่กรณีบัญญัติไว้ตามความในมาตรา ๑๑ วรรค ๑ ข้อยกเว้นการจัดทำ/ประกาศเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี มาตรา ๑๑ )๑( มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือเป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับ )๒( มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง )ภายในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท( หรือ มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุโดยฉุกเฉินหรือเป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด )๓( เป็นงานจ้างที่ปรึกษาที่มีวงเงินค่าจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ )4( เป็นงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือที่เกี่ยวกับความมั่นคง ของชาติ การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีข้อ ๑๑ ว ๔ หากไม่ได้ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการใดจะไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ในโครงการนั้นได้ การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีข้อ ๑๒


๑๐๗ หลังจากที่ได้ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีแล้ว ให้รีบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ เป็นไปตามแผน และขั้นตอนของระเบียบนี้เพื่อให้พร้อมที่จำทำสัญญาหรือข้อตกลงได้ทันทีเมื่อได้รับอนุมัติทาง การเงิน เปลี่ยนแปลงแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อที่ ๑๓ ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติงานนั้น จัดทำรายการพร้อมระบุเหตุผลที่ขอ เปลี่ยนแปลงเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานอนุมัติ - บุคคลหรือคณะกรรมการการจัดทำ TOR/SPEC /แบบรูปรายการ ตามระเบียบข้อที่ ๒๑ - คณะกรรมการการกำหนดราคากลางในงานก่อสร้าง ข้อ ๑๖ ตามประกาศคณะกรรมการราคา กลางฯ ฉบับที่ ๕ - ผู้ควบคุมงาน ตามข้อระเบียบที่ ๑๗๗ - คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ - คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา - คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง โดยวิธีคัดเลือก - คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง - คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ การมีส่วนได้เสีย ในการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาใน งานนั้นและตามหนังสือตอบข้อหารือ ที่ กค)กวจ.( ๐๔๐๕.๒/๐๑๒๘๐๔ ลว. ๒๗ มี.ค. ๒๕๖๑ มีการพิจารณา ผู้ที่มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอคู่สัญญา หมายถึงบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการซื้อจ้าง เช่น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ พัสดุ เจ้าที่พัสดุ คณะกรรมการ ตลอดจนผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางการปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตราที่ ๑๓ กำหนดไว้ว่า - เป็นคู่กรณีเอง - เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรส - เป็นญาติของคู่กรณี คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบโดยสันดาน, พี่น้อง หรือลูกพี่ลูกน้อง - เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรทอผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี - เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี - กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีข้อกำนหดเพิ่มเติมในกฎกระทรวง กำหนดกรณีอื่นเจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครอง ไม่ได้ พ.ศ. ๒๕๖๖ )๑ มิ.ย.๖๖( - เคยเป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของกรณี - เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีโดยมิได้จดทะเบียนสมรส


๑๐๘ - เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกับคู่กรกณีที่เป็นบุคคลเพศเดียวกันโดยกำเนิดในลักษณะเดียวกันกับ ชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา - เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานในความเป็นจริงไม่ว่าชั้นใด หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้อง ในความ เป็นจริงนับได้เพียงภายในสามชั้นของคู่กรณี - เป็นหรือเคยเป็นบุตรบุญธรรมของคู่กรณีหรือเป็นบุตรบุญธรรม - ลุง ป้า น้า อา - เป็นผู้พักอาศัยอยู่ร่วมกับคู่กรณีในสถานที่เดียวกันในลักษณะครัวเรือนเดียวกัน - เป็นลูกจ้างหรือที่ปรึกษาซึ่งได้รับค่าตอบแทนของคู่กรณี แนวทางปฏิบัติงานในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ TOR แนวทางที่ ๑ การจัดทำร่างขอบเขตของงานที่ดำเนินการจ้าง หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ดำเนินการซื้อหรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างที่จะดำเนินการ แนวทางที่ ๒ คือคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งดำเนินการ จัดทำ TOR เพื่อเป็น มาตรฐานเดียวกันในการจัดทำร่าง TOR ตามหนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ กค )กวจ( ๐๔๐๕.๔/ว ๑๕๙ ลว. ๒๐ มี.ค. ๖๖ กำหนด ๑๐ ข้อดังต่อไปนี้ - ความเป็นมา - วัตถุประสงค์ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ หรือ ขอบเขตของงานที่จำ ดำเนินการจัดจ้างหรือแบบรูปรายการก่อสร้าง - กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่รับจัดสรร - งวดงานและการจ่ายเงิน - อัตราค่าปรับ - การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง )ถ้ามี( ในการกำหนดราคากลาง มาตรา ๔ ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรัยบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ตามลำดับ มาตรา ๔ )๑( สำหรับงานก่อสร้างเท่านั้น ๑. ราคาที่ได้มาจากการคำนวณ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด เช่น งานสาธาณูปโภคหมายความว่า การประปา,การไฟฟ้า,การสื่อสาร,การคมนาคม,การระบายน้ำ, การขนส่งทางท่อ,ทางน้ำ,ทางบก,ทางอากาศหรือทางราง ในส่วนของอาคาร หมายความว่า สิ่งปลูก สร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น การทำอาคารโรงพยาบาล,โรงเรียน,สนามกีฬา,หรือสิ่ง


๑๐๙ ปลูกสร้างที่มีลักษณะเดียวกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคาร นั้น เรื่องการซ่อมแซม/การปรับปรุง/การต่อเติม/การรื้อถอน การซ่อมแซม/การดำเนินการและการ เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบ อันเป็นโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหมด บางส่วน รวมทั้งให้คงสภาพและการใช้งานได้ตามปกติ ดังเดิม การปรับปรุง การแก้ไข/การกระทำและหรือการดำเนินการอื่นใด เป็นโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง ทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้มีสภาพที่ดียิ่งขึ้น การซ่อมแซม/การปรับปรุง/การต่อเติม/การรื้อถอน การต่อเติม การดัดแปลง/การเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มเติมหรือขยายซึ่งลักษณะ ขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ เป็นสิ่งก่อสร้างทั้งหมดบางส่วนซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้มีความผิดจากเดิมแต่มิใช่ กรณีของการซ่อมแซม การรื้อถอน การรื้อ/หรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อนำส่วนต่างๆ รวมทั้งโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง ทั้งหมดหรือบางส่วนออกไป ราคากลาง มาตรา ๔ (๔) (๕) (๖) - ข้อ ๔ ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด - ข้อ ๕ ราคาที่เคยซื้อหรือเคยจ้างหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ - ข้อ ๖ ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้นๆ ราคากลาง มาตรา ๔ )๔( ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด ๑. กรณีการจัดหาที่มีการประกาศเชิญชวน ให้ใช้ราคาเฉลี่ยเป็นราคาอ้างอิงก่อน เว้นแต่พิจารณาแล้ว เห็นว่าราคาที่ต่ำสุดสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างก็ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด ๒. กรณีการจัดหาที่ไม่มีการประกาศเชิญชวนให้ใช้ราคาต่ำสุดเป็นราคาอ้างอิง วิธีคัดเลือก มาตรา ๕๖ (๑) ข้อ ก ใช้วิธีการประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นเสนอ หรือ ข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก ข้อ ข พัสดุที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษ หรือซับซ้อน หรือต้องผลิต จำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือมีความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีทักษะสูงและ ผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด )ไม่กำจัดวงเงิน( ข้อ ค มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้ ข้อ ง เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีจ้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ข้อ จ เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ ข้อ ฉ เป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับ หรือเป็นงานที่ต้องปกปิดความลับของหน่วยของรัฐหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคง ขงประเทศ


๑๑๐ ข้อ ช เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าใช้จ่าย ในการซ่อมได้ ข้อ ซ กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง วิธีคัดเลือก ข้อ ๗๔ เมื่อนายกของหน่วยงานให้ความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้างแล้วให้คณะกรรมการซื้อหรือ จ้างโดยวิธีคัดเลือก การอุทธรณ์ มาตราที่ ๑๑๗ ขั้นตอนการอุทธรณ์ยื่นอุทรณ์ต่อ หน่วยงานนั้น ภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันประกาศผลการ จัดซื้อจัดจ้างในระบบ E-GP มาตรา ๑๑๘ ขั้นตอนการอุทธรณ์ - ให้หน่วยงาน พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้และเสร็จภายใน ๗ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับการ อุทธรณ์ - ในกรณีที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ก็ให้ดำเนินการตามความเห็นนั้นภายในเวลาที่กำหนด - ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการอุทธรณ์ก็ให้ดำเนินการตามความเห็น - ในกรณีการที่หน่วยงาน ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน - ในกรณีที่ หน่วยงาน ไม่เห็นด้วยกับการอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้เร่งรายงานความเห็น พร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา ๑๑๙ ภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ครบกำหนดตาม ว ๑ วิธีเฉพาะเจาะจง ข้อ ๗๘ หน้าที่คณะกรรมการซื้อจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ดังต่อไปนี้ ๑ จัดทำหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของหน่วยงาน หน่วยงาน กำหนด รายใดรายหนึ่ง ให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา มาตรา ๕๖ )๕๖( )๒( )ก( ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่น ข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก )ค( การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียวหรือการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจาก ผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย )ง( มีความจำเป็นในการต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติหรือเกิดโรคติดต่อ อันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ถ้ามีการซื้อจ้างในรูปแบบข้อรายงานอาจทำให้เกิดความล่าช้าและอาจ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง


๑๑๑ )จ( พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความ จำเป็นต้องทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุนั้น )ฉ( เป็นพัสดุที่จะขายตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศของหน่วยงาน )ช( เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง แนวทางการปฏิบัติในการดำเนินการจัดหาพัสดุที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ค่าใช้จ่ายในการ ฝึกอบรม การจัดงานและการประชุมของหน่วยรัฐ หนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ.) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๑๙ ลว. ๗ มี.ค. ๒๕๖๑ ตารางที่ ๑ ๑. ใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่ง ไม่เกิน ๑ หมื่นบาท )ต้องดูประเภทเป็นหลัก( ๒. ให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้ได้รับมอบหมายดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปก่อน แล้วรีบรายงานความเห็นชอบ พร้อมหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้าง เสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายใน ๕ วันทำการ ๓. เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้วให้ถือวาสรายงานขอความเห็นชอบดังกล่าวเป็น หลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม โดยตารางที่ ๑ ๑๕ รายการ - ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการระหว่างการรับเสด็จหรือเกี่ยวเนื่องกับการรับเสด็จ ส่งเสด็จ พระมหากษิตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ - ค่าพานพุ่มดอกไม้ พานประดับพุ่มดอกไม้ พานพุ่มเงินพุ่มทอง กรวยดอกไม้พวงมาลัย ช่อดอกไม้ พวงมาลัย ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ หรือพวงมาลา สำหรับวางอนุสาวรีย์ หรือใช้ในการจัดงาน การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสต่างๆ - ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมราชการ สัมมนา จัดงาน และให้หมายความรวมถึงการประชุมราชการ ทางไกลผ่นดาวเทียมตามที่จำเป็น เช่น ค่าเสื่อมสถานที่อบรม ค่าเช่ารถ ค่ากระเป๋า ค่าเอกสารและ ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ค่าดอกไม้ ค่าตกแต่งสถานที่ - ค่าของขวัญหรือของที่ระลึกที่มอบให้ชาวต่างประเทศ กรณีเดินทางไปราชการต่างประเทศ ชั่วคราว กรณีชาวต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทยในนามของหน่วยงาน - ค่าของขวัญ )ไม่แนะนำให้ใช้( - ค่าโล่ ใบประกาศเกียติคุณ ค่ากกรอบใบประกาศเกียรติคุณ - ค้าใช้จ่ายในการประดับ ตกแต่งอาคาร ของน่วยงานรัฐ - ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกำจัดแมลง แมง หนู หรือสัตว์ - ค่าใช้จ่ายในการจัดหาอาหารสำหรับผู้ป่วยสามัญ ผู้ป่วยโรคเปื้อนของสถานบริการของหน่วยงาน ของรัฐ - ค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกหรือการจัดซื้อหนังสือ จุลสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ราชการโดยส่วนร่วม


๑๑๒ - ค่าบริการในการกำจัดสิ่งปฏิกูล จัดเก็บขยะของหน่วยงานของรัฐ ค่าบริการ ในการกำจัดสิ่งปฏิกูล บ้านพักของทางราชการ กรณีไม่มีผู้พักอาศัย - ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดจากการใช้พัสดุที่ยืมจากหน่วยงานอื่นเพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการหรือ ปฏิบัติงานกรณีจำเป็นเร่งด่วนเป็นการชั่วคราว - ค่าวัสดุที่ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงาน )เบิกไม่ได้( - ค่ารับรองและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องในการรับรองบุคคลภายนอก - ค่าน้ำดื่ม


๑๑๓ สรุปรายวิชาโครงสร้าง อำนาจ หน้าที่ อปท. ตามกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายกระจายอำนาจ บรรยายโดย อาจารย์ กรกฎ นิตย์โชติ ตำแหน่ง นิติกรชำนาญการ กองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่นกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โครงสร้าง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หลักการบริหารราชการแผ่นดินของไทย แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ๑. รวมอำนาจ ๒.แบ่งอำนาจ ๓. กระจายอำนาจ โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของไทย การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คือ การรวมอำนาจในการปกครองไว้ที่หน่วยการบริหารส่วนกลางและมีหน้าที่ของหน่วยงาน บริหารส่วนกลางซื่งต่อกันตามลำดับชั้นการบังคับบัญชาเป็นผู้ดำเนินการปกครองตลอดทั้งอาณาเขตของ ประเทศ ลักษณะสำคัญ - รวมอำนาจการวินิจฉัยสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง - มีการบังคับบัญชาลดหลั่น ส่วนล่างรับฟังส่วนบน โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของไทยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คือ การที่หน่วยงานส่วนกลางมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้แทนของ หน่วยงานบริหารส่วนกลางที่ส่งไปประจำปฏิบัติงานตามเขตการปกครองต่าง ๆ ของประเทศ ลักษณะสำคัญ - การแต่งตั้งบุคคลกรจากส่วนกลาง - งบประมาณได้รับจัดสรรจากส่วนกลาง - บริหารภายใต้นโยบายและวัตถุประสงค์ของส่วนกลาง การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกลาง ได้แก่ กรทรวง ทบวง กรม ส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อำเภอ ส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาล อบต. ราชการส่วนท้องถิ่น โครงสร้างการบริการราชการ แผ่นดินของไทยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินคือ การที่รัฐมอบอำนาจปกครองบางส่วนให้องค์การอื่น


๑๑๔ นอกจากองค์การของส่วนกลาง จัดทำบริการสาธารณะบางอย่างโดยมีความอิสระตามสมควรไม่ต้องขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชาของส่วนกลางเพียงแต่ขึ้นอยู่ในการกำกับดูแลเท่านั้น ลักษณะสำคัญ - มีองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เป็นนิติบุคคล - มีอำนาจหน้าที่ งบประมาณ บุคลากรของตนเอง - มีความเป็นอิสระภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ การ ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรม สาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยังยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศีกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติ )มาตรา ๒๕๐ วรรคหนึ่ง( การปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอำนาจ - จัดทำบริการสาธารณะ - จัดกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของบุคคลในท้องถิ่น - สนับสนุนการศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตามกฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง อปท. ให้คำนึงถึง - ความสามารถด้านรายได้ - จำนวนและความหนาแน่นของประชากร - พื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ การบริหารงานบุคคลของ อปท. - ให้เป็นไปกฎหมายบัญญัติใช้ระบบคุณธรรม คำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของ ท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ ความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น ๑. เป็นรากฐานของการปกครองระบบประชาธิปไตย ๒. เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ๓. เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ๔. ตองสนองความต้องการของท้องถิ่น ได้ตรงเป้าหมาย ๕. เป็นแหล่งสร้างผู้นำทางการเมืองการบริหารในอนาคต ๖. สอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาชนบทแบบพึ่งตนเองข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วน


๑๑๕ ท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ๑. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง ๒. เทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง ๓. องค์การบริหารส่วนตำบล ๕,๓๐๐ แห่ง รูปแบบพิเศษ ๑. กรุงเทพมหานคร ๑ แห่ง ๒. เมืองพัทยา ๑ แห่ง โครงสร้างขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ๑. สภาท้องถิ่น เป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิก อปท. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน - จำนวนสมาชิกสภา ตามจำนวนประชากรของจังหวัด - จำนวนสมาชิกสภาเทศบาล ตามประเภทของเทศบาล - จำนวนสมาชิกสภา อบต. หมู่บ้านละ ๑ คน - จำนวนสมาชิกเมืองพัทยา ๒๔ คน - จำนวนสมาชิกสภา กทม. อย่างน้อย เขตละ ๑ คน ตามจำนวนประชากรของเขต ๒. ผู้บริหารท้องถิ่น เป็น ฝ่ายบริหาร - นายก อปท. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน - นายก อปท. แต่งตั้งผู้ช่วยในการบริหารงาน - รองนายก - เลขานุการ นายก - ที่ปรึกษา )ยกเว้น อบต.(ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ๓ ฝ่ายประจำ - ข้าราชการ - พนักงาน - ลูกจ้าง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเป็นเทศบาลตำบล ได้แก่ ท้องถิ่นซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาล ตำบล ระบุชื่อหรือเขตเทศบาลตำบล ไว้ด้วยเป็นท้องถิ่นที่มีราษฎรตั้งแต่ ๗,๐๐๐ คนขึ้นไป หลักเกณฑ์การจัดตั้งเป็นเทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หรือทั้งถิ่นที่มีราษฎร ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ คนขึ้นไป มีรายได้เพียงพอแก่การปฏิบัติหน้าที่ ระบุชื่อหรือเขตของเทศบาลไว้ด้วย


๑๑๖ หลักเกณฑ์การจัดตั้งเป็นเทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นมีราษฎรตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ คนขี้นไป มีรายได้เพียงพอแก่ การปฏิบัติหน้าที่ ระบุชื่อและเขตของเทศบาลได้ด้วย อำนาจหน้าที่ของสภาท้องถิ่น )สมาชิกสภาท้องถิ่น( ๑. ควบคุมการบริหารงานของผู้บริหารท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมายนโยบาย แผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ข้อบัญญัติ ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการ ๒. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ๓. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น )เฉพาะสภา อบต.( คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ๑. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ๒. มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี บริบูรณ์ ในวันเลือกตั้ง ๓. มีชื่อในทะเบียนบ้านใน อปท. ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัคร ๔. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่น - วาระการดำรงตำแหน่ง ๔ ปี นับแต่วันเลือกตั้ง - เมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระ ให้จัดให้มีเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕ วัน - หากพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๖๐ วัน อำนาจหน้าทีของประธานสภาท้องถิ่น - ดำเนินกิจการของสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายกำหนด - ประธานที่ประชุมสภาฯ เว้นแต่ในขณะที่เข้ากล่าวอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้านญัตติในที่ ประชุมสภาฯ - บังคับบัญชาการงานในสภาท้องถิ่น - รักษาความสงบเรียบร้อยในสภาท้องถิ่น - เป็นผู้แทนสภาท้องถิ่น ในกิจการภายนอก - มีอำนาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ หรือตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ การพ้นจากสมาชิกสภาท้องถิ่น ครบวาระ ลาออกต่อผู้กำกับดูแล ขาดประชุม ๓ ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาย สภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ราษฎรถอดถอน ยุบสภา เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ขาดคุณสมบัติ ถูกสั่งให้พ้นจาก ตำแหน่ง)เฉพาะ ปธ./รองปธ. สภา(


๑๑๗ คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ๑. มีสัญชาติไทยหรือแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๒. อายุครบ ๑๘ ปี ในวันเลือกตั้ง ๓. มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ๑. วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟื่องไม่สมประกอบ ๒. เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ๓. ต้องคุมขังโดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ๔. อยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๕. มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท. กำหนด การเสียสิทธิกรณีไม่แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ๑. เสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๒. เสียสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ๓. เสียสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ๔. เสียสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ๕. เสียสิทธิดำรงตำแหน่งรองผู้หริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขนุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น 1.หลักการพื้นฐานทางกฎหมายมหาชน 1.1.หลักไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ ฝ่ายปกครองจะกระทำการใดๆ ได้ต่อเมื่อมีกฎหมายมอบ อำนาจให้ฝ่ายปกครองนั้นกระทำนั้นๆ 1.2.หลักการกระทำทางปกครองต้องชอบด้วยกฎหมาย ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตาม หลักเกณฑ์ขั้นตอน และวิธีการที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2. อำนาจหน้าที่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2.1. มาตรา 249 ภายใต้ ม.1 ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่น ตามหลักแห่งการ ปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กรปกครอง ส่วน ท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้งปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใด ให้คานึงถึง เจตนารมณ์ของประชาชนใน ท้องถิ่น และความสามารถในการปกครองตนเองในด้าน 2.2.มาตรา 250 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ และอำนาจดูแลและจัดทำบริการ สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการ พัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนการจัด การศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นตามกฎหมายบัญญัติการจัดทำบริการ สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่ สมควรให้เป็นหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วน


๑๑๘ ท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการใด ให้เป็นไป ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งต้องสอดคล้องกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคสี่ และกฎหมาย ดังกล่าวอย่างน้อยต้องบัญญัติเกี่ยวกับกลไกและขั้นตอนในการกระจายหน้าที่ และอำนาจตลอดจนงบประมาณ และบุคลากรที่เกี่ยวหน้าที่และอำนาจ ดังกล่าวของส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ในการ จัดทำบริการสาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดที่เป็นหน้าที่ และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ้า ร่วมดำเนินกับเอกชนหรือหน่วยงานของ รัฐ หรือการมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการจะ เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นมากกว่าที่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการเอง องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมหรือมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการก็ได้รัฐดำเนินการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเองโดยจัดระบบภาษีหรือจัดระบบภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริม และพัฒนารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้อย่างเพียงพอใน ระหว่างที่ยังไม่ยังไม่อาจดๆเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไป พลางก่อน กฎหมายตามวรรคหนึ่ง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นต้องให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารและจัดทำบริการ สาธารณะการส่งเสริมและสนับสนุนการจัด การศึกษา การเงินและ การคลัง และการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อ คุ้มครอง ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม การป้องกันการทุจริตและ การใช้จ่ายเงินอย่างมี ประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและ ความแตกต่างขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นแต่ละรูปแบบและต้องมี บทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการป้องกันการ ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการท้องถิ่นด้วย หลักการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น 1. ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2. ให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ จัดทำแผนพัฒนาเทศบาล การจัดทำ งบประมาณ การจัดซื้อ จัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสาร 3. ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กระทรวงมหาดไทยกำหนด พ.ร.บ. อบจ.ฯ มาตรา ๔๕/๑ พ.ร.บ. เทศบาลฯ มาตรา ๕๐ วรรคสอง พ.ร.บ. สภา ตำบลฯ มาตรา ๖๙/๑ เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของท้องถิ่น 1. เกิดประโยชน์สุขกับประชาชน 2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ 4. ลดขั้นตอนและระยะเวลา การปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น 5. ปรับปรุงภารกิจ ให้ทันต่อสถานการณ์ 6. ประชาชนได้รับการอำนวย ความสะดวกและตอบสนอง ความต้องการ


๑๑๙ 7. มีการประเมินผล การปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ (หนังสือกระทรวงมหาดไทย มท 0892.4/ว 2929 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2550) อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด 1. ตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย 2. จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ตามระเบียบ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด 3. สนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ในการพัฒนาท้องถิ่น 4. ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ ของสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น 5. แบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่ สภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น 6. อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ เฉพาะภายในเขตสภาตำบล 6.1 ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุน ในการดูแลการจราจรและการรักษาความ สงบเรียบร้อยคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๗ ทวิ( บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของ ท้องถิ่น (๗ ตรี( จัดการ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุน การดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก (๘( จัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการ ส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตและ กิจการนั้นเป็นการสมควร ให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดทำทั้งนี้ ตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง (๙( จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็น อำนาจหน้าที่


๑๒๐ สรุปรายวิชาทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากร ภาครัฐ (Digital literacy) บรรยายโดย อาจารย์ ตุลภัทร บุญเติม ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชำนาญการ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย What is Social Media ? โซเชียล มีเดีย คืออะไร เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้ในการแชร์ข้อมูล หรือการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและมีความรวดเร็วมากกว่าเดิม ผู้ใช้งานโซเชียล มีเดียสามารถแชร์ข้อมูลได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ เป็นต้น โซเชียล มีเดีย ในปัจจุบัน จำแนกได้ทั้งหมด ๕ ประเภทด้วยกัน โดยแต่ละประเภทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๑. Social Media แบบ Social Networks หมายถึง โซเชียลมีเดียที่ เชื่อมโยง ผู้คนผ่านการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นต่าง ๆ หรือการติดตามกลุ่มหรือบุคคลที่สนใจในเรื่องเดียวกันหรือคล้ายกัน ยกตัวอย่างเช่น Facebook ๒. Social Media แบบ Media Networks หมายถึง โซเชียลมีเดียที่เอาไว้ แชร์คอนเทนต์ ต่าง ๆ เช่น รูปภาพหรือวิดีโอ เช่น Instagram YouTube และ Vimeo ๓. Social Media แบบเน้น Discussions หมายถึง โซเชียลมีเดียที่เน้นการ ตั้งคำถามและ พูดคุย หรือเน้นการแลกเปลี่ยนทัศนคติเป็นหลัก ไม่เน้นติดตามเหมือนกับ ๒ ประเภทแรก ๔. Social Media แบบเน้น Reviews หมายถึง โซเชียลมีเดียที่เน้นการ รีวีว เป็นหลักซึ่งการรีวิวในที่นี้ ครอบคลุมทั้งการรีวิวโรงแรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ใช้เป็น แนวทาง ในการตัดสิ้นใจ ๕. Social Media แบบ Micro ผสม หมายถึง โซเชียลมีเดียที่เน้นการ แชร์ข้อความสั่นๆ เนื้อหาที่แชร์จะค่อยข้อง Freestyle หรือในบ้างครั้งอาจมี Midia แทรกเข้ามาด้วยประปราย เช่น Twitter หรือ ลูกผสม TikTok


๑๒๑ What is Cloud ? คือ เครื่องมือ หรือ การบริการ ระบบที่เป็นตัวกลางไว้ควบคุม System อื่นๆ คุณลักษณะของ Cloud Computing - ไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น -จ่ายตามการใช้งานจริง - ระบบสามารถขยายขีดความสามารถและยืดหยุ่น - ระบบมีความน่าเชื่อถือ - ไม่ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และสถานที Public Cloud คืออะไร เป็นบริการเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะ โดยปกติจะใช้งานผ่านผู้ให้บริการซึ่ง ให้บริการผ่านเครือข่ายสาธารณะ จุดเด่นของบริการนี้ คือ ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ Google Driver คือ โปรแกรมการจัดการเอกสารออนไลน์ของทาง Google หรือพื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์ หลัง การทำงานจะคล้ายกับโปรแกรมเอกสาร ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารแบบออนไลน์โดยผ่านการใช้บนเว็บเบราเซอร์ ต่างๆ ซึ่งจะทำให้การใช้งานของเอกสารมีความสะดวกมากขึ้นสามารถใช้งานหรือแก้ไขข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาทำให้ เอกสารเหล่านั้นมีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น Google Photos คือ เป็นบริการทางเลือกที่ให้เราสามารถเก็บรูปภาพหรือวิดีโอไว้ได้เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ในโทรศัพท์ Google Lensคือ ระบบค้นหาด้วยรูปภาพโดยใช้ AI ประมวลผลสิ่งที่อยู่บนรูปภาพ และแปลงภาพให้เป็นข้อมูล ต่างๆ ตามต้องการ หรือแปลภาษาต่างๆให้เป็นภาษาไทยได้ Sygicคือ เป็นแอปนำทางด้วย GPS นวัตกรรมใหม่พร้อมแผนที่ออฟไลน์ที่อัปเดตทุกเดือน และรวมถึงการจราจรสด ที่แม่นยำและการแจ้งเตือนกล้องตรวจจับความเร็ว โดยทั้งสองคุณลักษณะนี้จะมีการอัปเดตตามเวลาจริง


๑๒๒ Keepsafeคือ การรักษาความปลอดภัยรูปภาพและวิดีโอส่วนตัวโดยล็อคไว้ด้วยการป้องกันด้วย PIN ID สัมผัสด้วย ลายนิ้วมือ และการเข้ารหัส Anydesk คือ เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการควบคุมหน้าจอ หรือบางคนเรียกว่า Remote Desktop มีให้เรา เลือกใช้หลาย แพลตฟอร์ม เป็นโปรแกรมควบคุมระยะไกล Virus Killer คือ โปรแกรมที่ใช้ในการฆ่าไวรัสในคอมพิวเตอร์ และป้องกันไวรัสจากภายนอก Recuva คือ โปรแกรมสำหรับไว้กู้ข้อมูลคืนไฟล์ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ นั้นคือการกู้คืนไฟล์จากไดรฟ์ที่เพิ่งฟอร์แมต หรือไดร์ที่เสียหาย ด้วยความยืดหยุ่นที่มีมากกว่าจึงทำให้โอกาสในการกู้คืนไฟล์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โปรแกรมต้องห้าม - Baidu PC Faster - Baidu Antivirus - All of Baidu - PC App Store - Hao123/55.in.th


๑๒๓ การจัดทำขอบเขตและคุณลักษณะเฉพาะ บรรยายโดย นางสาวศิลิกา การดี นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แนวทางปฏิบัติงานในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ TOR แนวทางที่ ๑ การจัดทำร่างขอบเขตของงานที่ดำเนินการจ้าง หรือรายละเอียดคุณ ลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการซื้อหรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างที่จะดำเนินการ แนวทางที่ ๒ คือคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งดำเนินการ จัดทำ TOR เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในการจัดทำร่าง TOR ตามหนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/ว ๑๕๙ ลว. ๒๐ มี.ค. ๖๖ กำหนด ๑๐ ข้อดังต่อไปนี้ ๑. ความเป็นมา ๒. วัตถุประสงค์ ๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ หรือ ขอบเขตของงานที่จำ ดำเนินการจัดจ้างหรือแบบรูปรายการก่อสร้าง ๕. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่รับจัดสรร ๘. งวดงานและการจ่ายเงิน ๙. อัตราค่าปรับ ๑๐. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี) ในการกำหนดราคากลาง มาตรา ๔ ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่น ข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ตามลำดับ มาตรา ๔ (๑) สำหรับงานก่อสร้างเท่านั้น ๑.ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด เช่น งานสาธาณูปโภค หมายความว่า การประปา,การไฟฟ้า,การสื่อสาร,การคมนาคม,การระบายน้ำ,การขนส่งทาง ท่อ,ทางน้ำ,ทางบก,ทางอากาศหรือทางราง ในส่วนของอาคาร หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้า อยู่หรือใช้สอยได้ เช่น การทำอาคารโรงพยาบาล,โรงเรียน,สนามกีฬา,หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเดียวกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคารนั้นเรื่องการซ่อมแซม/การปรับปรุง/การ ต่อเติม/การรื้อถอนการซ่อมแซม/การดำเนินการและการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบอันเป็นโครงสร้างของ สิ่งก่อสร้างหรือสิ่งก่อสร้างทั้งหมด บางส่วนรวมทั้งให้คงสภาพและการใช้งานได้ตามปกติดังเดิม


๑๒๔ เทคนิคขั้นตอนและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละวิธี บรรยายโดย นางสาวศิลิกา การดี นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แนวทางปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ 2560 และ ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสายงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการ จัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุตามที่กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคลของหน่วยงานของรัฐนั้น กำหนด หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานของรัฐให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจ ให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ วิธีการซื้อหรือจ้าง 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป 2. วิธีคัดเลือก 3. วิธีเฉพาะเจาะจง วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป แยกออกเป็น 1. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marker : e-Market) 2. วิธีประกวดรราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e-Bidding) วิธีคัดเลือก วิธีคัดเลือกเงื่อนไข ม. 56 (๑) (ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับคัดเลือก (ข) พัสดุที่ต้องการจะซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อนหรือต้องผลิต จำหน่ายก่อสร้างหรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะหรือมีความชำนาญเป็นพิเศษหรือมีทักษะ สูงและผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด (ค) มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้ ซึ่งหากใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปจะทำให้ไม่ทันต่อความต้องการใช้พัสดุ (ง) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็น การเฉพาะ (จ) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่าง ประเทศเป็นพัสดุที่ใช้ในการรับหรือเป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของหน่วยงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับความ มั่นคงของประเทศ (ช) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะ ประมาณค่าซ่อมได้เช่นงานจ้างซ่อมเครื่องจักรเครื่องมือกลเครื่องยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์


๑๒๕ กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง วิธีเฉพาะเจาะจง เงื่อนไข ม. 56 (2) (ก) ไก่ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือกหรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่น ข้อเสนอหรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือกวงเล็บขไข่การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิตจำหน่ายก่อสร้างหรือ ให้บริการทั่วไปและมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินที่กำหนดในกฎกระทรวงในวงเล็บไม่เกิน 500,000 บาท (ข) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียวหรือการ จัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมายเพียง รายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้ (ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือการ จัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมายเพียง รายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้ (ง) มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉินเนื่องจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติหรือเกิด โรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อและการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธี คัดเลือกอาจก่อให้เกิดความล่าช้าและอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง (จ) พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อน แล้วและมีความจำเป็นต้องทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุนั้นโดย มูลค่าของพัสดุที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว (ฉ) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐองค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงาน ของประเทศ (ช) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีเมื่อ ผู้มีอำนาจเห็นชอบแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี แล้วให้ประกาศเผยแพร่ในระบบของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานและปิดประกาศโดยเปิดเผยณสถานที่ปิด ประกาศของหน่วยงานนั้น การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง แผนต้องประกอบด้วยรายการดังนี้ 1. ชื่อโครงการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง 2. วงเงินที่จะซื้อหรือจ้างโดยประมาณ 3. ระยะเวลที่คาดว่าจะซื้อหรือจ้าง 4. รายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด


๑๒๖ การจัดทำร่างขอบเขตหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ งานซื้อหรืองานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรรมการ หรือจะให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคล หนึ่ง รับผิดขอบในการจัดทำร่างขอบเขตหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างรวมทั้ง กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วย รายงานขอซื้อขอจ้าง 1. เหตุผลและความจำเป็น 2. รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง 3. ราคากลางและรายละเอียดของงาน 4. วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง 5. กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้น 6. วิธีที่จะซื้อหรือจ้าง และเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างนั้น 7. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอแนะ 8. ข้อเสนออื่นๆ การจัดทำราคากลาง พิจารณาตามลำดับ ดังนี้ 1. คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรรมการราคากลางกำหนด 2. ราคาอ้างอิงที่กรมบัญชีกลางจัดทำ 3. ราคามาตรฐานที่สำนนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด 4. สืบราคาจากท้องตลาด 5. ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งสุดท้ายภายในรระยะเวลาสองปีงบประมาณ 6. ราคาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานนั้นๆ องค์ประกอบของคณะกรรมการ 1. จากข้อราขการ/ลูกจ้างประจำ/พนักงานราชการ/พนักงานของหน่วยงาน ของรัฐที่มีชื่อ เรียกเป็นอย่างอื่น ประกอบด้วย - ประธานกรรมการ 1 คน (ต้องอยู่ด้วยทุกครั้งที่มีการประชุม) - กรรรมการ อย่างน้อย 2 คน ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา ให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน 1. ประกาศทางเว็บไซต์ 2. ปิดประกาศ 3. แจ้งผลทาง Line ทำสัญญา การลงนามในสัญญาจะกระทำการได้เมื่อพื้นระยะเวลาอุทธรณ์ ระยะเวลา 7 วันทำการ มาตรา 114


๑๒๗ ผู้ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับหน่วยงานของรัฐมีสิทธิอุทธรณ์ เกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุในการกรรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ เป็นเหตุ ให้ตนไม่ได้รับการประกาศผลเป็นผู้ชนะหรือไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ มาตรา 115 ผู้มีสิทธิ์อุทธรณ์จะยื่นอุทธรณ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ไม่ได้ (1) การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างหรือเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาผลจะซื้อจัดจ้างตาม พระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงานของรัฐ (2) การยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 67 (3) การละเว้นการอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวงระเบียบหรือประกาศที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดซื้อจัดจ้างในประกาศเอกสารหรือหนังสือเชิญชวนของ หน่วยงานของรัฐ (4) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานของรัฐที่ใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่ได้ พ.ศ.2560 1. คุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอรายอื่นที่เข้าร่วมกันจัดซื้อจัดจ้างพัสดุในครั้งนี้โดยวิธีประกาศเชิญ ชวนทั่วไปด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ 2. ในกรณีที่ อปท. เปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่าง TOR ของพัสดุจาก ผู้ประกอบการ หากปรากฏว่าผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น มิได้วิจารณ์หรือ เสนอแนะร่าง ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นจะอุทธรณ์ในเรื่องนี้ไม่ได้ แบบอุทธรณ์ มาตรา 116 การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ในหนังสืออุทธรณ์ตาม ว.1 ต้องใช้ถ้อยคำ สุภาพ และระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลอันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ที่ชัดเจนพร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่ เกี่ยวข้องไปด้วย มาตรา 117 ให้ผู้มีสิทธิ์อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ต่อ อปท. นั้นภายใน 7 วันทำการนับแต่วันประกาศผลการจัดซื้อ จัดจ้างในระบบ มาตรา 118 - ให้อปท พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับ อุทธรณ์ - ในกรณีที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ก็ให้ดำเนินการตามความเห็นนั้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าว - ในกรณีที่ อปท. ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เร่งรายงานความเห็น พร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 119 ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ครบ กำหนดตาม ว.1 ผลการพิจารณาอุทธรณ์ หน่วยงานพิจารณา ดังนี้ 1. เป็นอุทธรณ์ 2. ไม่เป็นอุทธรณ์ 3. ต้องห้ามอุทธรณ์


๑๒๘ การทำใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้างแทนการทำสัญญา พ.ร.บ มาตรา 96 - การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ตามมาตรา 56(1) (ข) (ค) (ฉ) (ช) - การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56(2) (ข) (ค) (ง) (จ) หรือ (ฉ) - การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 70(3) (ข) - การจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานของรัฐ - กรณีที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบครบถ้วนได้ภายใน 5 วันทำการ - การเช่าที่ผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า - กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศ การแก้ไขสัญญา เป็นไปตามพรบ. มาตรา 97 และระเบียบ กค. ข้อ 161 หลักการ : (1) เป็นการแก้ไขตามมาตรา 93 วรรค 5 (2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้หน่วยงาน ของรัฐเสียประโยชน์ (3) เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ (4) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลก ระยะเวลาส่งมอบหรือระยะเวลาในการทำงาน ให้ตกลงพร้อมกันไป หลักประกันสัญญา (1) เงินสด (2) เช็คหรือดราฟที่ธนาคราเซ็นสั่งจ่าย (3) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ (4) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (5) พันธบัตรรัฐบาลไทย ค่าปรับ การงดหรือลดค่าปรับการขยายระยะเวลา มาตรา 102 กำหนดให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุ เกิดขึ้นจริง เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้ ประเภท อัตราค่าปรับรายวัน ซื้อ/จ้างไม่ต้องการผลสำเร็จพร้อมกัน ร้อยละ 0.01 – 0.20 ของราคาพัสดุยังไม่ได้รับมอบ จ้างต้องการผลสำเร็จพร้อมกัน ร้อยละ 0.01 -0.10 (แต่ไม่ต่ำกว่า ......... บาท) จ้างก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีผลกระทบต่อการจราจร ร้อยละ 0.25


๑๒๙ 1. เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ 2. เหตุสุดวิสัย 3. เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย 4. เหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงกำหนดให้คู่สัญญา ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐ ทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุด เว้นแต่ (1) การบอกเลิกสัญญา มาตรา 103 (๑( เหตุตามที่กฎหมายกําหนด (๒( เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทํางานให้แล้วเสร็จได้ภายใน ระยะเวลาที่กําหนด (๓( เหตุอื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง (๔( เหตุอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด กระบวนการพิจารณาบอกเลิกสัญญา เมื่อจำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้มีหนังสือแจ้งบอกกล่าวกับคู่สัญญาว่าจำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละ ๑๐ แล้ว และ จะดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไป เว้นแต่คู่สัญญาจะได้มีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะยินยอมเสียค่าปรับแก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ๑. กรณีที่คู่สัญญาใด้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือ ข้อตกลงได้เท่าที่จำเป็นโดยหน่วยงานของรัฐต้องประเมินความคืบหน้าการดำเนินการตามสัญญาของคู่สัญญา ว่าการผ่อนปรนดังกล่าวจะทำให้คู่สัญญาดำเนินการแล้วเสร็จหรือไม่ หรือจะต้องใช้ดุลพินิจว่าจะบอกเลิกสัญญา หรือไม่ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ ๑.๑ ในกรณีที่เห็นว่ากวรผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้แจ้งคู่สัญญาให้ รับทราบและดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยเร็ว โดยคู่สัญญาจะต้องกำหนดแผนและระยะเวลาการ ดำเนินการแล้วเสร็จให้ชัดเจน ๑.๒ ในกรณีที่จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้แจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับแจ้ง การปรับ และริบหลักประกันสัญญาหรือข้อตกลง )ถ้ามี( ๒. กรณีที่คู่สัญญาไม่มีหนังสือแจ้งกวามยินยอมเสียค่าปรับหรือมีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับ ให้แก่หน่วยงานของรัฐโดยมีเงื่อนไขหรือกรณีคู่สัญญาไม่มีหนังสือแจ้งความยินยอมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้แจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อดกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว


๑๓๐ การตกลงเลิกสัญญา ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาได้เฉพาะในกรณีที่เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐโดยตรงหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของหน่วยงานของรัฐในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นต่อไป แนวทางปฏิบัติภายหลังการบอกเลิกสัญญา แนวทางการเปิดเผยราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ประกาศราคากลางและรายละเอียดการ คำนวณราคากลางไว้ในเว็บไซต์ของ อปท. และศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ


๑๓๑ ระยะเวลาการปลดประกาศ ประกาศไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน การทิ้งงาน ๑.ไม่ยอมทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานภายในเวลาที่กำหนด ๒.ที่หน่วยงานอนุญาตให้รับงานช่วงได้คู่สัญญาของหน่วยงาน หรือผู้รับจ้างช่วงไม่ปฏิบัติตาม สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ๓.กระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเสนอราคาที่มี ผลประโยชน์ร่วมกันหรือกระทำการโดยไม่สุจริต ๔.เมื่อปรากฏว่า ผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษามีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิด ความเสียหายแก่หน่วยงานอย่างร้ายแรง ๕.การกระทำใดๆ ที่กำหนดในกฎกระทรวง


๑๓๒ สรุปรายวิชา กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ในวงราชการ พ.ศ. ๒๕๔๒ บรรยายโดย ว่าที่ ร.ต.หญิง ขวัญชนก ต้นกันยา ตำแหน่ง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงาน ปปท.เขต ๓ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ )ป.ป.ท.( มีภารกิจเกี่ยวกับการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยการจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ และแผนพัฒนาป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กำกับและตรวจสอบเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ ติดตามและรายงานข้อมูล ที่เกี่ยวข้องในการทุจริตในภาครัฐ แสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อ ดำเนินการทางวินัยและคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถขับเคลื่อน การดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลและบรรลุผลตามเป้าหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ๑.ปัจจัยที่เอื้อให้เกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.๑ ระบบการตรวจสอบภายในที่อ่อนแอ ๑.๒ กลไกการตรวจสอบของภาคประชาสังคม ๑.๓ กลุ่มการเมืองและกลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญต่อการทุจริตในระดับ ๒. การทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี ๔ รูปแบบ ๑๙ วิธี ๒.๑ ทุจริตการจัดเก็บภาษีหรือการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่น - จัดเก็บภาษีแล้วไม่นำส่ง อปท. - จัดเก็บแล้วนำส่งบางส่วน - เรียกรับประโยชน์โดยการประเมินภาษีให้น้อยลง - คำนวณภาษีผิดไปจากความเป็นจริงที่ต้องเสีย ๒.๒ ทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง - ทุจริตในการกำหนดราคากลางให้สูงกว่าความเป็นจริง - ทุจริตในการฮั้วประมูล หรือกีดกันผู้เข้าเสนอราคา - ทุจริตในขั้นตอนการควบคุมงานไม่ถูกต้องตามสัญญา เพื่อช่วยเหลือผู้รับจ้าง - ทุจริตในการตรวจสอบการจ้างหรือการตรวจรับงาน ๒.๓ ทุจริตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินนำฝาก การเก็บรักษาเงิน - รับเงินโดยไม่ออกใบเสร็จให้ถูกต้อง - ใช้ใบเสร็จปลอมในการรับเงิน - ลงจำนวนเงินไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง - รับเงินมาแล้วไม่นำฝากในวันที่รับเงิน


๑๓๓ - เบิกจ่ายเงินโดยไม่ตรวจเอกสารให้ถูกต้อง - ปลอมลายมือชื่อผู้มีอำนาจสั่งจ่ายไปเบิกเงิน ๒.๔ ทุจริตโดยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ - ทุจริตในเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างหรือรื้อถอนอาคาร - เรียกรับเงิน หรือผลประโยชน์จากผู้ขออนุญาต - ไม่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง เซ็นรับรองความถูกต้อง - เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ขอรับอนุญาต ใช้ทรัพย์สินของทางราชการไปแสวงหาผลประโยชน์ ๓. กฎหมายที่บัญญัติในคดีทุจริต ๓.๑ กฎหมายอาญา หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ )มาตรา ๑๔๗, ๑๖๖( ความผิดต่อ ตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม )มาตรา ๒๐๐, ๒๐๕( ๓.๒ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ )ทั้งหมด ๑๑ มาตรา( ๓.๓ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ๓.๔ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ ๔. กฎหมายวิธีสบัญญัติที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีทุจริต ๔.๑ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๔.๒ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ๔.๓ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔.๔ พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ๕. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างระบบไต่สวนและระบบกล่าวหา ระบบไต่สวน ระบบกล่าวหา ๑. ผู้เกี่ยวข้องในคดีมี ๓ ฝ่าย ศาล ในฐานะเป็น ผู้ไต่สวนโจทย์ และจำเลย ๒. ศาลมีบทบาทในการค้นหาความจริง การซักถาม เป็นหน้าที่ของศาล คู่ความจะซักถามได้ต่อเมื่อได้รับ อนุญาตจากศาล ส่วนพยานหลักฐานต่างๆ ที่เข้าสู่ สำนวนคู่ความมีบทบาทเพียงสนับสนุนทะเบียน หลักฐานให้ศาลค้นหาความจริง ๑. ผู้เกี่ยวข้องในคดีมี ๓ ฝ่าย ศาล ในฐานะเป็น คนกลาง โจทย์และจำเลย ๒. ศาลมีบทบาทในการค้นหาความจริง ค้นข้างจำกัด การซักถามและการนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวน เป็นหน้าที่ของคู่ความเป็นหลัก


๑๓๔ ๖. เกร็ดคดีทุจริต ๖.๑ การเอาตัวรอด ในกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็ถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ทำ ถ้าได้ทำหนังสือโต้แย้งหรือให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งหรือให้ยืนยันคำสั่ง แล้ว หรือได้แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบถึงเบาะแส ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ ได้กระทำการนั้น ให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ พรบ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๔ ๖.๒ ไม่นับอายุความหลบหนี พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๓ ในการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่าง ถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนี รวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ ในกรณีมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่าง ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาบังคับ ๖.๓ อ้างว่าหลงลืม ก็อาจผิดฐานทุจริตได้ การรับเงินรายได้ของทางราชการ มาตามหน้าที่แล้วไม่นำ ส่งคลังภายในเวลา ตามระเบียบของทางราชการแสดงให้เห็นได้ว่า มีเจตนา ที่จะใช้ประโยชน์จากเงินดังกล่าว และเข้าข่ายต่อการทุจริตหน้าที่ของราชการ การอ้างว่าหลงลืมทั้ง ๆ ที่มีการรับเงินและนำส่งคลังอยู่เป็นประจำ จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล และการนำเงินมาคืนคลังภายหลังไม่เป็นเหตุที่จะลดหย่อนโทษให้เบาลงได้ ๖.๔ ยืมเงินทดรองราชการไม่ส่งใช้เงินยืม กรณียืมเงินทดรองราชการมีหน้าที่ส่งใช้เงินยืมภายใน ระยะเวลาตามที่ระเบียบฯ กำหนด แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่ระเบียบฯ กำหนด จนกระทั่ง ตรวจพบเป็นเวลากว่า ๓ ปี จำเลยจึงได้ส่งใช้เงินยืม พฤติการณ์เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ลงโทษฐานเป็นพนักงานยักยอก ทรัพย์ จำคุก ๕ ปี )คดีดังกล่าวเป็นสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ท.( ๖.๕ ยักยอกเงินแล้วนำเงินส่งคืน ขณะเกิดเหตุจำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้างานพัฒนาและจัดเก็บ รายได้ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บและรับชำระภาษี การส่งเงินและใบเสร็จรับเงินให้แก่เจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน แต่จำเลยหาสำนึกไม่ กลับอาศัยโอกาสในการมีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวออกไปเรียก เก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย โดยไม่มีกฎหมายหรือระเบียบให้จำเลยกระทำได้ อีกทั้งจำเลยยังกระทำ ต่อประชาชนจำนวนมากกว่า ๑๐ ราย และต่อเนื่องกันจำนวนหลายครั้ง โดยไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายและ ความผิดมิได้คำนึงถึงความเสียหายในการจัดเก็บรายได้ของเทศบาล พฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของจำเลย จึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง แม้ภายในจำเลยยินยอมรับผิดคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่เทศบาล แต่ก่อนที่จะกระทำ ความผิดจำเลยควรจะคิดใคร่ครวญให้ดี มิใช่กระทำความผิดแล้วจึงนำเงินมาชดใช้คืนให้แก่เทศบาล ทั้งยังเป็น การชดใช้คืนหลังจากนายกเทศมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว หาใช่เพราะสำนึก ในการกระทำความผิดไม่ จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ๗. การขอให้ศาลรอการลงโทษ กรณีเบียดบังเอาเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการ ส่วนจำเลยทั้งสองให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่าการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ นับว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรง บั่นทอนศักยภาพ


๑๓๕ ของประเทศชาติในการสร้างความเจริญและความผาสุกของประชาชน เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ทั่วไป จึงเห็นควรไม่รอการลงโทษให้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ๘. รอดอาญาแต่ไม่อาจรอดละเมิด ข้อสังเกตจากคดีละเมิดเมื่อเกิดความเสียหายแก่โจทย์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐและมีเหตุอันควร เชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐแห่งนั้น ก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่งโดยไม่ชักช้า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติ เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ ๘ จำเลยเป็นข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสำรวจและออกแบบ แม้เป็นเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล โจทย์ก็อาจเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทย์และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทย์


๑๓๖ สรุปรายวิชา การบริหารงานบุคคล และความก้าวหน้า สิทธิประโยชน์ของข้าราชการ อปท. บรรยายโดย นายสถาพร เสนาวงค์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ๑. กระบวนการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกคำสั่งเกี่ยวกับการ บริหารงานบุคคล 1.1 การวางแผนกำลังคน - กำหนดโครงสร้าง - กำหนดอัตรากำลัง - วางแผนสรรหา 1.2 การบรรจุแต่งตั้ง - การทดลองราชการ - การโอนย้าย - การคัดเลือกที่สูงขึ้น - และการพ้นจากตำแหน่ง 1.3 การประเมินผลงาน - การประเมินผลงานเลื่อนขั้นเงินเดือน - การประเมินผลงานเพื่อเลื่อนระดับ 1.4 การพัฒนาบุคลากร - การฝึกอบรม - การพัฒนาคุณภาพชีวิต - เกษียณอายุราชการ ๒. การบริหารงานส่วนท้องถิ่น ๒.๑ สรรหา ๒.๒ พัฒนา ๒.๓ รักษาไว้ ๒.๔ ใช้ประโยชน์ ๓. ระบบคุณธรรม (Merit System) ในการบริหารงานบุคคล ๓.๑ ความเสมอภาคการเปิดโอกาสให้แก่ผู้มีสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน ๓.๒ ความสามารถการประเมินผลิจรณาความดีความชอบ หรือเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น จะต้องยึดถือหลัก


๑๓๗ ๓.๓ ความมั่นคงหลักประกันแก่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ถูกกลั่นแกล้งให้ออกจากงานโดยไม่มีเหตุผล ๓.๔ ความเป็นกลางทางการเมืองระบบราชการนั้นกำหนดอย่างชัดเจนว่าข้าราชการจะต้องวางตัว เป็นกลางทางการเมือง ๔. การวางแผนอัตรากำลัง 3 ปี - หลักการและเหตุผล/วัตถุประสงค์ - กรอบแนวคิด - สภาพปัญหาและความต้องการ ปชช. - ภารกิจและอำนาจหน้าที่ - ภารกิจหลัก/ภารกิจรอง - สรุปปัญหาและแนวทางกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลัง - โครงสร้างส่วนราชการ )ปัจจุบันและใหม่( - การวิเคราะห์การกำหนดตำแหน่ง - ภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น - แผนภูมิโครงสร้างฯ - บัญชีจัดคนสู่ตำแหน่ง/เลขตำแหน่ง - แนวทางพัฒนาบุคลากร - ประกาศคุณธรรม จริยธรรมฯ ๕. การกำหนดตำแหน่งข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ๕.๑ บริหารท้องถิ่น ๕.๒ อำนวยการท้องถิ่น ๕.๓ วิชาการ ๕.๔ ทั่วไป ๖. การโอนและรับโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น ๖.๑ การโอนหรือรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ๖.๒ การโอนและรับโอนในตำแหน่งประเภทสายงานระดับและตำแหน่งเดียวกันในตำแหน่งที่ว่าง ๖.๓ การโอนและการรับโอนแลกเปลี่ยนกันในตำแหน่งประเภทสายงานระดับและตำแหน่งเดิมระหว่าง อปท. ๖.๔ การโอนและรับโอนตำแหน่งประเภทสายงาน และระดับเดิม โดยระดับที่ต่ำกว่าเดิม )สมัครใจ( ๖.๕ การโอนหรือรับโอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเดิมตามข้อ 4 และประสงค์ขอโอนหรือขอย้าย ในตำแหน่งเดิม ๗. การประเมิน ชำนาญงาน/ชำนาณการ ๗.๑ ผลงาน - จำนวน 2 ผลงาน ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี - เป็นผลงานจากการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง - เป็นผลงานที่แสดงถึงความรู้และทักษะในระดับที่จะแต่งตั้ง )มาตรฐานตำแหน่ง(


๑๓๘ - เกิดประโยชน์ต่อราชการ/ประชาชน/การพัฒนาการปฏิบัติงาน ๘. ผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา - ระยะเวลาดำเนินการ - การนำไปใช้ประโยชน์ - ความรู้ทางวิชาการและแนวความคิด - ความยุ่งยากในการดำเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค ที่ใช้ในการดำเนินการ - สรุปสาระสำคัญ และระเบียบกฎหมาย - วิธีการดำเนินการและแก้ไขปัญหาอุปสรรค ที่เกี่ยวข้อง จนเกิดผลสำเร็จ - ขั้นตอนการปฏิบัติงานและ Flow Chart - ข้อเสนอแนะ และขั้นตอนการปฏิบัติงาน - ผู้ร่วมดำเนินการ - ผลสำเร็จของงาน)เชิงปริมาณ/คุณภาพ( ๙. เกณฑ์ประเมินผลงานระดับชำนาญงานและชำนาญการ รายการประเมิน คะแนนเต็ม 1. คุณภาพของผลงานและระดับความยากในการปฏิบัติงาน - ความถูกต้องตามเทคนิค วิชาการหลักวิชาขั้นตอนหรือตามข้อกำหนดมาตรฐาน ของงานวิชาการ - ความยากง่ายของการได้มาซึ่งสาระเนื้อหาของผลงาน - ผลงานเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการหรือการนำวิชาการนั้นๆ มาประยุกต์เพื่อให้เกิดการพัฒนาหรือเพื่อการป้องกัน หรือการแก้ปัญหาซึ้งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนความยุ่งยากและแนวความคิดอย่างเป็นระบบหรือประสิทธิผลที่เกิดขึ้น - มีความทันสมัยเป็นปัจจุบัน - เป็นผลงานที่ยอมรับในวงวิชาการนั้นๆ 40 (10) (10) (10) (5) (5) 2.แสดงถึงทักษะและความรู้ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง - แสดงถึงการนำทักษะตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งมาใช้ในการปฏิบัติงานจนเกิด ความชำนาญที่แสดงถึงการพัฒนาการ ประสบการณ์ - แสดงถึงการนำองค์ความรู้ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งมาใช้ในการปฏิบัติงาน 30 (15) (15) 3.ประโยชน์ของผลงาน - โดยพิจารณาจากการนำไปใช้ระโยชน์ได้โดยตรงหรือนำไปใช้ประยุกต์หรือการนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือประโยชน์ต่อการ พัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการเฉพาะด้าน 30 (30) คะแนนรวม 100 ๑๐. การปรับตำแหน่งเพื่อเลื่อนระดับที่สูงขึ้น (ตำแหน่งประเภททั่วไป) 1๐.๑ การเลื่อนและแต่งตั้งระดับชำนาญงาน เงินเดือน ผลการปฏิบัติราชการ โทษทางวินัย ผ่านการอบรม การประเมิน ผลงาน เงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต้น ชำนาญงาน 13,470 บาท มีผลประเมินย้อนหลัง 6 ครั้งไม่ต่ำกว่าระดับดี รอบการประเมินที่ผ่าน มาถึงวันที่จะได้รับแต่งตั้ง ต้องไม่ถูกลงโทษสูงกว่า ภาคทัณฑ์ หลักสูตรที่ ก. กลางกำหนดยัง ไม่มีหลักสูตร ก. จังหวัด อาจ เห็นชอบแต่งตั้ง รายงาน ก. กลางกรมทราบและให้เข้า อบรมในโอกาสแรก ด้วยวิธีการประเมิณ ผลงานตามแบบที่กำหนด )กรรมการ 2 ใน 3 ไม่ต่ำ กว่าร้อยละ 60)


๑๓๙ คุณสมบัติระดับชำนาญงาน ระดับปฏิบัติงาน - ปวช. = ไม่น้อยกว่า 6 ปี - ปวท. = ไม่น้อยกว่า 5 ปี - ปวส./เทียบไม่ต่ำกว่า = 4 ปี ๑๑. การเลื่อนตำแหน่งระดับอาวุโส เงินเดือน ผลการปฏิบัติราชการ โทษทางวินัย ผ่านการอบรม ผ่านการคัดเลือก เงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำ อาวุโส 18,010 บาท มีผลประเมินย้อนหลัง 6 ครั้ง ไม่ต่ำกว่าระดับดี รอบการประเมิน ที่ผ่านมาถึงวันที่จะได้รับ แต่งตั้งต้องไม่ถูกลงโทษสูง กว่าภาคทัณฑ์ หลักสูตรที่ ก.กลางกำหนด ยังไม่มีหลักสูตร ก.จังหวัดอาจเห็นชอบ แต่งตั้งรายงาน ก.กลาง ทราบและให้เข้าอบรมใน โอกาสแรก ด้วยวิธีการความรู้ ความสามารถและ ประเมินผลงาน ระดับปฏิบัติงาน C1+C2+C3 ชำนาญงาน ระดับชำนาญ C๕+C๖ ชำนาญงานไม่น้อยกว่า 6 ปี ลูกครึ่ง )บทเฉพาะกาลเกื้อกูล( ลูกครึ่ง )บทเฉพาะกาลเกื้อกูล( คุณสมบัติระดับตำแหน่งอาวุโส


๑๔๐ วิชา “กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ความรับผิด ทางละเมิดและข้อมูลข่าวสารของราชการ” บรรยายโดย นางสาวจอมขวัญ ศรีศิลป์ (ผอ.กง.กม.สถจ.ลพบุรี) พระราชบัญญัติข้อมลข่าวสารของ ราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ ๑. หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ ในระบอบประชาธิปไตย การให้ประชาชนมีโอกาสกว้างขวาง ในการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การดำเนินการต่างๆ ของรัฐเป็น สิ่งจำเป็น เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิ ทาง การเมืองได้โดยถูกต้องกับความเป็นจริง อันเป็นการส่งเสริมให้มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากขึ้นสมควร กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ ทั้งนี้ เพื่อที่จะปกปักรักษาประโยชน์ของตนประการ หนึ่ง กับสมควรคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของราชการไปพร้อม อีกประการ หนึ่ง ๒. บุคคลและชุมชน ย่อมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา 41ดังนี้ ๒.๑ ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามที่ กฎหมายบัญญัติ ๒.๒ เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว ๒.๓ ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๙ บัญญัติ “รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคง ของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือ ข่าวสารดังกล่าวโดยสะดวก” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ บัญญัติว่า “สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้วการใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือ ในกฎหมายอื่นบุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำ การนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญตราที่ การใช้สิทธิสิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลบุคคลอื่น ๓. เจตนารมณ์แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ๓.๑ กำหนดสิทธิได้รู้ของประชาชนให้แจ้งชัด ๓.๒ ระบบราชการโปร่งใสตรวจสอบ ๓.๓ ป้องกันการทุจริต ๓.๔ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองสามารถคุ้มครองตนเองและใช้ สิทธิการเมืองได้ถูกต้อง


๑๔๑ ๔. หลักการของกฎหมาย การเปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้นและให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล| หรือ“สิทธิ รับรู้” ไม่ต้องมีส่วนได้เสีย รัฐรู้อย่างไรประชาชนรู้อย่างนั้น พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ. ๒๕๔๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กันยายน ๒๕๔๐ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ )มาตรา ๒ กฎหมายมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น ๙๐ วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา( บทบัญญัติแห่งแบ่งออกเป็น ๗ หมวด และบทเฉพาะกาล รวม ๔๓ มาตรา ๕. บทบัญญัติของกฎหมาย หลักทั่วไป หมวด ๑ ข้อมูลข่าวสารทั่วไปและการเปิดเผย หมวด ๒ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย หมวด ๓ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล หมวด ๔ เอกสารประวัติศาสตร์ หมวด ๕ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ หมวด ๖ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หมวด ๗ บทกำหนดโทษ บทเฉพาะกาล พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๗ โรงพิมพ์ราชกิจจาฯ, มาตรา ๙ ตรวจดูได้, มาตรา ๑๑ ยื่นคำขอเฉพาะราย , มาตรา ๒๖ เอกสาร ประวัติ, มาตรา ๑๕ ลับ , มาตรา ๒๔ ข้อมูลส่วนบุคคล ส่งข้อมูลลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ขอคำปรึกษา จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ตรวจดูข้อมูล จัดหาให้ประชาชนเป็นการเฉพาะราย ขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ แนะนำแหล่งที่เก็บข้อมูล ได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน อาจมีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูล ดำเนินการแทนผู้เยา ร้องเรียน อุทธรณ์ ๖. นิยามความหมาย ๖.๑ ข้อมูลข่าวสาร หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและสิทธิของประชาชน หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ สิทธิ์ของประชาชน


๑๔๒ ๖.๒ ข้อมูลข่าวสารของราชการ ๖.๓ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ๖.๔ หน่วยงานของรัฐ ๖.๕ คณะกรรมการ ประเภทของข้อมูลข่าวสารราชการ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เอกสารประวัติศาสตร์ ประเภทที่ ๑ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป ข้อมูลตาม มาตรา ๗ : โรงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ข้อมูลตาม มาตรา ๙ : จัดเตรียมไว้ในสถานที่ที่กำหนด ข้อมูลราชการอื่นทั่วไป : ให้ประชาชนยื่นคำ ประเภทที่ 2 ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย ข้อมูลตามมาตรา ๑๔ : ห้ามเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ข้อมูลตามมาตรา ๑๕ : ใช้ดุลพินิจเปิดปิดได้มีเจ็ดลักษณะ ข้อมูลตามมาตรา ๑๖ ถึง๒๕ : ดุลย์พินิจ + ระเบียบฯ ความลับ)เอกสาร,ฐ( กฎกระทรวงฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๔๐ การมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม มาตรา ๑๕ เป็นอำนาจของ ๑. ข้าราชการพลเรือน ระดับ๖ ขึ้นไป ๒. ข้าราชการทหารหรือตำรวจ ยศพันตรีนาวาตรีนาวาอากาศตรี หรือพันตำรวจตรีขึ้นไป ๓. ข้าราชการตุลาการชั้นสองขึ้นไป ๔. ข้าราชการอัยการชั้นสองขึ้นไป ๕. ผู้บริหารท้องถิ่นหรือปลัด อปท. ประเภทที่ ๓ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่เปิดเผยเป็นการเฉพาะ “ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่นการศึกษาฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรมหรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้นหรือมีเลขหมายรหัสหรือ สิ่งของลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้เช่นลายมือพิมพ์นิ้วมือแผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่ายและให้ หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ถึงแก่กรรมแล้วด้วย”


๑๔๓ บุคคลหมายความว่าบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและบุคคลธรรมดาที่ไม่มี สัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศประเทศไทย ความหมายของ “ข้อมูลข่าวสาร” ข้อมูล : ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ถือหรือยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง ข่าวสาร : ข้อความที่ส่งมาเพื่อสื่อสารให้รู้เรื่องกัน นิยามข้อมูลข่าวสารตามกฎหมาย สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูลหรือสิ่งใดๆการสื่อความหมายทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเอง หรือโดยผ่านวิธีการใดๆ จัดทำไว้ในรูปของเอกสารแฟ้มรายงานหนังสือแผนผังแผนที่ภาพวาดภาพถ่ายฟิล์มการ บันทึกภาพหรือเสียงการบันทึกโดยคอมพิวเตอร์หรือวิธีที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้ “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือ ควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับเอกชน “หน่วยงานของรัฐ” ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจส่วนราชการสังกัดรัฐสภาศาลเฉพาะใน ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพหน่วยงานอิสระของรัฐและ หน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “เจ้าหน้าที่” ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ๑. การโรงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาวงเล็บ )ต้องรู้( ๒. การจัดไว้ให้ประชาชนได้ตรวจดูวงเล็บ )ควรรู้( ๓. การจัดหาให้ตามคำขอเฉพาะรายวงเล็บอยากรู้การเปิดเผยตามกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะวงเล็บมาตรา ๑๐ หมายเหตุหากมีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยให้ลบหรือตัดทอนข้อความส่วนนั้น ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป มาตรา 7 หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้โรงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ๑. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน ๒. สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน ๓. สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ๔. กฎมติคณะรัฐมนตรีข้อบังคับคำสั่งหนังสือเวียนระเบียบแบบแผนนโยบายหรือการตีความ ทั้งนี้เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกรดเพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง ๕. ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลาย ตามจำนวนพอสมควรแล้วถ้ามีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้นก็ให้ถือว่าเป็นการ ปฏิบัติตามบทบัญญัติวรรคหนึ่งแล้วให้หน่วยงานของรัฐรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งไว้ เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายแจกจ่ายณที่ทำการของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นตามที่เห็นสมควร


Click to View FlipBook Version