The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือชาติพันธุ์_

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-02 10:17:15

คู่มือชาติพันธุ์_

คู่มือชาติพันธุ์_

Keywords: คู่มชาติพันธ์ุ

คำนำ

รายงานฉบับนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวิชา TOUR 1202 การจัดการ
ท่องเท่ียวโดยชุมชนและกล่มุ ชนชาติพันธ์ุ ปี ท่ี 2 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อ
การศึกษาความรู้ที่ได้จากเร่ืองชนชาติพันธ์ุ ซึ่งรายงานนีม้ ีเนือ้ หาเก่ียวกับ
ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี วิธีชีวติของคนชนชาติพันธ์ุ อันแสดงให้เห็นถึง
ความเป็ นอย่ขู องคนชนชาตพิ นั ธ์ุ

ผู้จัดทาได้เลือก หัวข้ อนีใ้ นการทารายงาน เนื่องมาจากเป็ นเร่ืองท่ี
น่าสนใจ รวมถึงเป็ นการศึกษาวิธีชีวติของคนชนติพันธ์ุ ผู้จัดทาจะต้ อง
ขอขอบคุณ อาจารย์ ผ้ใู ห้ความรู้ และแนวทางการศึกษาเพื่อน ๆ ทกุ คนท่ีให้
ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผ้จู ัดทาหวังว่ารายงานฉบับนีจ้ ะให้ความรู้ และ
เป็ นประโยชน์แกผ่ ้อู ่านทกุ ๆ ทา่ น

สำรบญั หน้ำ
1
ชนชาตพิ นั ธ์ุ ม้ง 2
ประวตั ความเป็ นมาชนชาติพนั ธ์มุ ้ง 2-5
การแต่งกายเผา่ ม้ง 5
อาหารชนเผ่าม้ง 6
ภาษาม้ง 6
เคร่ืองดนตรี 7-8
การละเลน่ ของชนเผา่ ม้ง 10
กจิ กรรม CBT 10 - 11
11
ประเพณี 12 เดอื น 12
13
งานฝี มือ 0TOP 14
ชนชาตพิ นั ธ์ุ ไทลอื ้

ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนเผา่ ไทลอื ้
การแต่งกาย

อาหารของชนเผ่าไทลอื ้ หน้า
ภาษาไทลอื ้ 14 - 15
วฒั นธรรมประเพณี 13
ศาสนาและความเชอ่ื 15
การละเลน่ และเทศกาล 12 เดือน 16
กจิ กรรม CBT 16 -17
ชนชาตพิ นั ธ์ุอาข่า 18
ประวตั ิความเป็ นมาของชนเผ่าอาข่า 19
การแตง่ กายชนเผา่ อาข่า 20
อาหารชนเผ่าอาข่า 21
ศาสนาความเชอื่ 21 - 22
วฒั นธรรม 22
เครื่องดนตรี 23
งานฝี มอื 24
กจิ กรรม CBT 24
24

ประเพณี 12 เดือน หน้า
ชนชาตพิ นั ธ์ุลซี อ 25
26
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาตลิ ซี อ 27
อาหารของชนเผา่ ลซี อ 27
วฒั นธรรมและประเพณี 27 - 28
ศาสนา 28
ภาษาชนเผา่ ลซี อ 28
การแต่งกายชนเผา่ ลซี อ 29
งานฝี มอื 30
การละเลน่ ชนเผ่าลซี อ 30
กจิ กรรม CBT 30
ชนชาตพิ นั ธ์ุลาหู่ 31
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุลาหู่ 32
ภาษาชนเผา่ ลาหู่ 32
การแต่งกายชนเผ่าลาหู่ 32 - 33

วฒั นธรรมประเพณี หน้า
ศาสนาและพธิ ีกรรม 33 - 34
เคร่ืองดนตรี 34
อาหารชนเผา่ ลาหู่ 34 - 35
การละเลน่ 35
ประเพณี 12 เดอื น 36
งานฝี มือ 37 - 39
กจิ กรรม CBT 39
ชนชาตพิ นั ธ์ุภูไท 40
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุภไู ท 41
วฒั นธรรมประเพณี 42
ภาษาชนเผา่ ภไู ท 42
ความเชื่อศาสนา 43
การแตง่ กายของชนชาติภูไท 43
อาหาร 43
44

งานฝี มือ หน้า
การละเลน่ 44
กจิ กรรม CBT 44
ดนตรีชนเผา่ ภไู ท 44
ประเพณี 12 เดือน 45
ชนชาติพนั ธ์ุกะเหร่ียง 46
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์กุ ะเหรี่ยง 47
ภาษาชนเผ่ากะเหรี่ยง 48
การแต่งกายของชนชาติกะเหร่ียง 48
เคร่ืองดนตรี 49
อาหารชนเผ่ากะเหร่ียง 49 -50
วฒั นธรรมประเพณี 50 - 51
ศาสนาความเช่อื และพธิ ีกรรม 51
ประเพณี 12 เดือน 52
งานฝี มอื 52 - 53
53

กิจกรรม CBT หน้า
ชนชาตพิ นั ธ์ุขมุ 54
55
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุขมุ 56
ภาษชนเผ่าขมุ 56
วฒั นธรรมประเพณี 56
การแต่งกาย 57
เครื่องดนตรี 57 - 58
ความเชอื่ และพิธีกรรม 58
งานฝี มอื 58
กจิ กรรม CBT 59
ชนชาตพิ นั ธ์ุจนี ยนู นาน 60
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์จุ ีนยนู าน 61
ภาษาชนเผา่ จนี ยนู นาน 61
การแตง่ กายชนเผ่าจนี ยนู นาน 62
ศาสนาความเชอ่ื และพธิ ีกรรม 62 - 63

วฒั นธรรม หน้า
เครื่องดนตรี 63
อาหารชนเผ่าจีนยนู นาม 63
งานฝี มือ 64
กิจกรรม CBT 64
ชนชาตพิ นั ธ์ุเมี่ยน 64
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุเม่ยี น 65
ภาษา 66
อาหารชนเผา่ เม่ียน 66
การแตง่ กาย 66
ความเช่ือและพธิ ีกรรม 67
เคร่ืองดนตรี 67
ประเพณีวฒั นธรรม 68
การละเลน่ 69
งานฝี มือ 69 - 70
70

ชนชาตพิ นั ธ์ุดาราองั ้ หน้า
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุดาราองั ้ 71
ภาษาของชนชาติดาราองั ้ 72
การแต่งกาย 72
ศาสนาความเช่ือ 72 - 73
วฒั นธรรมและประเพณี 73
การละเลน่ 74
เครื่องดนตรี 75
ประเพณี 12 เดือน 75 - 76
งานฝี มือ 76
กจิ กรรม CBT 76
76
ชนชาตพิ นั ธ์ุไตหยา่
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ไตหย่า 77
ภาษาชนเผ่าไตหย่าชนเผ่าไตหย่า 78
การแต่งกายชนเผา่ ไตหยา่ 78
78 - 79

อาหารชนเผ่าไตหยา่ หน้า
วฒั นธรรมประเพณี 80
ศาสนาพธิ ีกรรม 80
งานฝี มอื 81
กจิ กรรม CBT 81
81
ชนชาติทพ่ี นั ธ์ไุ ทเขิน
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ไุ ทเขิน 82
ภาษาชนเผา่ ไทเขนิ 83
การแต่งกายชนเผ่าไทเขิน 83
ศาสนาชนเผ่าไทเขนิ 83
อาหารชนเผา่ ไทเขนิ 84
ประเพณีและวฒั นธรรม 84
งานฝี มือ 85
ประเพณี 12 เดอื น 85 - 86
86 - 87

ชนชาตพิ นั ธ์ุมอญ หน้า
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์มุ อญ 88
ภาษาชนเผา่ มอญ 89
วฒั นธรรม 89
อาหารชนเผ่ามอญ 90
การแต่งกายชนเผ่ามอญ 90
เครื่องดนตรี 91
ประเพณี ศาสนาชนเผ่ามอญ 92
ประเพณี 12 เดอื น 92
งานฝี มอื 93
กิจกรรม CBT 94
94
ชนชาตพิ นั ธ์ุละว้า 95
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุละว้า 96
ภาษาชนเผ่าละว้า 96
การแต่งกายชนเผา่ ละว้า 97

อาหารชนเผ้าละว้า หน้า
เครื่องดนตรี 97
ศาสนาและความเชื่อ 98
การละเลน่ 98
วฒั นธรรมประเพณี 99
งานฝี มือ 99
ชนชาติตพิ นั ธ์ุคะฉน่ิ 100
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุคะฉิ่น 101
ภาษาชนเผา่ คะฉิ่น 102
อาหารชนเผา่ คะฉิน่ 102
การแต่งกายชนเผ่าคะฉิ่น 102
ศาสนาวฒั นธรรมประเพณี 103
งานฝี มอื 103
เคร่ืองดนตรีและศิลปะการแสดง 104
105

กิจกรรม CBT หน้า
ชนชาตพิ นั ธ์ไุ ทยทรงดา 105
106
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ไุ ทยทรงดา 107
ภาษาชนเผ่าไทยทรงดา 107
ความเชื่อ ศาสนาชนเผ่าไทยทรงดา 108
การละเลน่ 109
วฒั นธรรม 109
การแตง่ กายชนเผ่าไทยทรงดา 109
งานฝี มอื 110
กจิ กรรม CBT 111
ชนชาตพิ นั ธ์ุญฮั กรุ 112
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุญัฮกรุ 113
การแตง่ กายชนเผ่าญฮั กรุ 114
ภาษาชนเผ่าญฮั กรุ 114
ศาสนาชนเผา่ ญัฮกรุ 115

ประเพณี หน้า
การละเลน่ 115
เคร่ืองดนตรี 116
กิจกรรม CBT 116
ชนชาตพิ นั ธ์ุมลาบรี 116
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์มุ ลาบรี 117
ภาษาชนเผา่ มลาบรี 118
วฒั นธรรม 118
การแต่งกายชนเผา่ มลาบรี 118
เครื่องดนตรี 119
ความเช่ือพธิ ีกรรม 120
อาหารชนเผ่ามลาบรี 120
กจิ กรรม CBT 121
ชนชาตพิ นั ธ์ุบีซู 121
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุบซี ู 122
123

ภาษาชนเผ่าบีซู หน้า
อาหารชนเผา่ บีซู 123
การแต่งกายชนเผ่าบซี ู 124
เครื่องดนตรี 125
วฒั นธรรมและศาสนาชนเผา่ บซี ู 125
ประเพณี 12 เดือน 126
งานฝี มือ 126
ชนชาตพิ นั ธ์ุมอแกน 127
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุมอแกน 128
ภาษาชนเผา่ มอแกน 129
ศาสนาความเช่ือ 129
การแตง่ กายชนเผา่ มอแกน 129
เครื่องดนตรี 130
งานฝี มือ 131
132

ชนชาตพิ นั ธ์ุเญอ หน้า
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ุเญอ 133
ภาษาชนเผ่าเญอ 134
อาหาร 135
การแต่งกาย 135
เครื่องดนตรี 136
ศาสนาและความเชื่อ 137
ประเพณี 12 เดอื น 137
งานฝี มือ 138
กจิ กรรม CBT 138
ชนชาตพิ นั ธ์ไุ ทโส้ 138
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ไุ ทโส้ 139
ภาษาชนเผา่ ไทโส้ 140
การแต่งกายชนเผ่าไทโส้ 140
ศาสนาชนเผา่ ไทโส้ 141
141

อาหารชนเผ่าไทโส้ หน้า
เครื่องดนตรี 142
การละเลน่ 142
วฒั นธรรม 143
งานฝี มือ 144
กิจกรรม CBT 144
ชนชาตพิ นั ธ์ุไทพวน 144
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุไทพวน 145
การแต่งกายชนเผ่าไทพวน 146
อาหารชนเผ่าไทพวน 147
ภาษาชนเผา่ ไทพวน 151
วฒั นธรรม 151
เคร่ืองดนตรี 151
การละเลน่ 152
ศาสนาและความเชอื่ 152
154

ชนชาตพิ นั ธ์ซุ าเร หน้า
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ซุ าเร 158
การแตง่ กาย 159
อาหารชนเผา่ ซาเร 160
ภาษาชนเผ่าซาเร 160
วฒั นธรรม 160
เครื่องดนตรี 161
ศาสนาชนเผา่ ซาเร 161
ประเพณี 162
งานฝี มือ 163
กิจกรรม CBT 163
163
ชนชาตพิ นั ธ์ุนามธารี 164
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์นามธารี 165
การแตง่ กายชนเผ่านามธารี 166
อาหารชนเผา่ นานธารี 167

ภาษาชนเผา่ นามธารี หน้า
วฒั นธรรม 167
เครื่องดนตรี 168
ศาสนาความเชอ่ื 168
ประเพณี 12 เดือน 169
งานฝี มอื 171
ชนชาตพิ นั ธ์ุปลงั 172
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ุปลงั 173
ภาษาชนเผา่ ปลงั 174
อาหารชนเผา่ ปลงั 175
เคร่ืองดนตรี 175
การแตง่ กายชนเผ่าปลงั 175
วฒั นธรรม 176
ศาสนาความเช่อื 177
ประเพณี 178
179

งานฝี มือ หน้า
กิจกรรม CBT 180
ชนชาตพิ นั ธ์ุลาวแง้ว 180
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ลุ าวแง้ว 181
การแตง่ กายชนเผ่าลาวแง้ว 182
อาหารชนเผ่าลาวแง้ว 183
วฒั นธรรม 184
เคร่ืองดนตรี 184
ประเพณี 12 เดือน 185
งานฝี มอื 186
กจิ กรรม CBT 187
ชนชาตพิ นั ธ์ุลาวเวียง 187
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาติพนั ธ์ลุ าวเวยี ง 188
อาหารชนเผ่าลางเวยี ง 189
ภาษาชนเผา่ ลาวเวียง 190
191

การแตง่ กายชนเผา่ ลาวเวยี ง หน้า
วฒั นธรรม 191
เคร่ืองดนตรีชนเผ่าลาวเวียง 194
ประเพณี 12 เดือน 195
งานฝี มอื 196
กจิ กรรม CBT 198
ชนชาตพิ นั ธ์ุไทใหญ่ 198
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ไุ ทใหญ่ 199
วฒั นธรรมประเพณี 200
ความเช่อื ศาสนา 200
การแต่งกายชนเผา่ ไทใหญ่ 201
ภาษาชนเผา่ ไทใหญ่ 201
เคร่ืองดนตรี 202
กจิ กรรม CBT 203
204

ชนชาตพิ นั ธ์ุลาวครัง่ หน้า
ประวตั คิ วามเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ุลาวครงั่ 207
การแต่งกายชนเผ่าลาวครั่ง 208
วฒั นธรรมประเพณี 209
ภาษาชนเผ่าลาวครงั่ 211
เครื่องดนตรี และศิลปะการแสดง 211
ความเชอ่ื ศาสนา 212
กิจกรรม CBT 213
215
ชนชาตพิ นั ธ์ุลาวตี ้ 216
ประวตั ิความเป็ นมาของชนชาตพิ นั ธ์ุลาวตี ้ 217
การแตง่ กายชนเผา่ ลาวตี ้ 218
วฒั นธรรมประเพณี 219
ภาษาชนเผา่ ลาวตี ้ 219
ความเช่ือศาสนา 220
เคร่ืองดนตรี และศิลปะการแสดง 220

1

ชนชาติพนั ธ์มุ ้ง

ประวัตควำมเป็ นมำชนเผ่ ำม้ ง เป็ นกลุ่มชาติพันธ์ุในภูเขาของเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ และมปี ระวตั ศิ าสตร์อนั ยาวนาน ชาวม้ง อพยพลงมาทางใต้
ตงั ้ แต่ศตวรรษท่ี 18 เนื่องจากสถานการณ์ทไ่ี ม่สงบทางการเมืองและหาพืน้ ท่ีท่ี
เหมาะสมกับการเพาะปลกู ปัจจุบันมีชาวม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีน ไทย
เวียดนาม ลาว และสหรัฐอเมริกา โดยชมุ ชนชาวม้งท่ีใหญ่ท่ีสดุ ในประเทศไทย
อยทู่ ีต่ าบลเขตน้อย อาเภอเขาค้อ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
แหล่งท่ีอยู่อำศัยปัจจุบัน ม้งสว่ นใหญ่อาศัยอย่ทู ่ี เขตน้อยอาเภอเขาค้อ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ยในประเทศไทย แตม่ กี ลมุ่ น้อยที่อาศัยอย่ใู นท่ีต่างๆ เช่น จีน
เวียดนาม ลาว และสหรัฐอเมริกา
กำรแต่งกำยเผ่ำม้ง “ม้ง” ม้ง แบง่ เป็ น 3 กลมุ่ ยอ่ ย คือ ม้งขาว ม้งเขียว ม้งดา
ม้งขำวหญิง สวมกระโปรงผ้าป่ านดิบยาวลงมาถึงหัวเข่า มีผ้าพันหน้าแข้ง
ตงั ้ แต่ข้อเท้ถงึ หวั เข่า แต่ปัจจบุ ันนีห้ นั มาใส่กางเกงสดี ากว้าง ๆ แบบจีน คาด
เอวด้วยผ้าสีแดง ปล่อยชายผ้าสเี่ หลยี่ มทิง้ ยาวลงมาด้านหน้าและด้านหลัง
คอปกเสอื ้ กว้างแบบทหารเรือ โพกหวั ด้วยผ้าสคี ราม หรือสดี า

2

ชำย นงุ่ กางเกงดากว้าง ๆ เป้ าหย่อนลงมาไมม่ ากนกั สวมเสอื ้ ป้ ายอกมีผ้าคาด
เอว

3

ม้งเขยี ว หญิง ยงั สวมกระโปรงสฟี ้ าแก่ ประดบั ลายภาพวาดด้วยขีผ้ งึ ้ และมีปัก
ลวดลายใน ส่วนลา่ งของกระโปรง มีผ้าคาดเอวสแี ดง ผ้าห้อยลงมาสีดา เสือ้
เป็ นสตี า่ ง ๆ คอปกเสอื ้ เลก็ กวา่ ม้งขาว 4 นิว้ ขอบปกเป็ นรูปโค้ง ไม่มีผ้าโพกหัว
แตม่ ผี ้าถกั บาง ๆ แถบเป็ นลายดอกไม้สแี ดง พนั รอบมวยผม

4

ชาย ใสก่ างเกงดาเหมอื นม้งขาว แต่เป้ ากางเกงหย่อนลงมาจนเกือบถงึ พืน้ ดิน
แบบ อาหรับ ปลายขารัดทขี่ ้อเท้า สวมหมวกทาด้วยผ้าแพรต่วน ไม่มขี อบ

อำหำรขนเผ่นม้ง
อาหารหลกั ของม้งคือข้าว กินกบั ผกั พริกและเนือ้ สตั ว์ต้มหรือทอดใช้

เครื่องเทศและสมนุ ไพรหลายชนิดรวมทงั ้ พริกไทย ตะไคร้ ผกั ชี กระเทียม หวั
หอม สะระแหน่และขิง มีการใช้นา้ ปลา นา้ มันหอย ซีอิว้ และซอสต่างๆอย่าง
แพร่หลายและซอสต่างๆอย่างแพร่หลาย ชาวม้งมกั จะกินอาหารวันละสามมือ้
และมักจะไม่นิยมรับประทานอาหารว่างระหว่างมือ้ อาหาร แต่ละมือ้
ประกอบด้วยข้าวและผัก และเนือ้ สตั ว์จานวนน้อย เนือ้ สตั ว์และผกั มกั จะผัด
นงึ่ หรือต้ม พริก นยิ มใช้ปรุงรสอาหารทกุ มอื ้ ชนิดของอาหารที่เตรียมไว้สาหรับ
แตล่ ะมอื ้ ไม่แตกต่างกนั นิยมนง่ั ล้อมวงกนิ เป็ นสารับ

5

ภำษำ จะไดมีสาเนียงที่คล้ายภาษาจีนเน่ืองจากม้งมีเชือ้ สายจีนจึงทาให้มี
ความคล้าย อักษรไม่มีเป็ นของตน แต่มีคนที่พยายมประดิษฐ์ อักษรขึน้
อักษรม้ง อักษรพอลลาร์ด เมียว ที่เป็ นที่นิยมแพร่หลายคืออักษรละติน ใน
ประเทศไทยบางครงั ้ เขียนด้วยอกั ษรไทย

เคร่ืองดนตรี

1.จง๊ิ หน่อง (จ่ำง-Ncas)
-เป็ นเคร่ืองดนตรีคกู่ ายค่ใู จ ของหน่มุ สาวม้
งจ่างเป็ นเคร่ืองดนตรีที่ป่ ูย่าตายายท่าน
สร้างไว้ และเช่ือกันว่ามีผีสงิ อยู่ ใช้เป่ าเพ่ือ
บรรยายความรู้สกึ ในใจ สามารถเป่ าได้
หลากหลายรูปแบบ

-การเป่ าจ่าง เราจะต้องเป่ าชมเชยยกยอ่ งเขา เขาเองก็จะเป่ าชมเชยยกย่อง
เราเชน่ กนั

2. แคน (Qeej)

-แคนเป็ นเครื่องดนตรีที่ทาจากลาไม้ไผ่ และ
ไม้เนือ้ แข็ง มีปรากฏในเอเชียมากว่า 3,000
ปี แล้ว และถือได้ว่าเป็ นเคร่ืองดนตรีที่เก่าแก่
ท่สี ดุ ชนิดหนงึ่

-จะใช้ในพธิ ีงานศพเป็ นหลกั

6

กำรละเล่นของชนเผ่ำม้ง
1. กำรละเล่ นลูกช่ วง
เรียกว่า จเุ ป๊ าะ

-การเลน่ โยนลกู ช่วงคนม้ง
มั ก จ ะ เ ล่ น ใ น ช่ ว ง ข อ ง ก า ร
ฉลองวนั ปี ใหม่
-ฝ่ ายหญิงจะเป็ นผ้ทู ีเ่ อาลกู ช่วงไปให้ฝ่ ายชาย หรือญาติ ๆ เมื่อตกลงกนั ได้
ก็จะทาการโยนลกู ช่วงโดยฝ่ ายหญิง และฝ่ ายชายแต่ละฝ่ ายจะยืนเป็ นแถว
หน้า กระดานเรียงหนงึ่ หนั หน้าเข้าหากนั มีระยะห่างกนั พอสมควร แล้วโยนลกู
ช่วงให้กนั ไปมาและสามารถทาการสนทนา กบั คทู่ ี่โยนได้
-ลกั ษณะกลมเหมอื นลกู บอลทาด้วยเศษผ้า มีขนาดเล็กพอที่จะถือ
ด้วยมือข้างเดยี วได้

2. กำรเล่นลูกข่ำง เรียกกนั วา่ เดาต้อลุ๊
-เป็ นการละเล่นอีกอย่างหน่ึงที่นิยม

เล่น กัน ใน วัน ขึน้ ปี ให ม่ข อ งม้ ง เ ป็ น
การละเลน่ สาหรับผ้ชู ายโดยเฉพาะ

7

- สาหรับลกั ษณะของลกู ข่าง จะทามาจากไม้ กล่าวคือจะมีการนาท่อน
ไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 – 5 เซ็นติเมตร ตามความต้องการ
และความเหมาะสมของผ้เู ลน่

-โดยมอื ข้างหนง่ึ จะถอื ลกู ข่างที่ถกู เชือกหมนุ พนั รอบไว้ และมืออีกข้างจะ
ถือไม้ที่ผูกเชือกที่หมุนรอบลูกข่างไว้ แล้วเอามือทัง้ สองสะบัดไปข้างหน้ า
พร้อมดงึ ไม้ทผ่ี กู เชอื กไว้อย่างแรง แล้วลกู ข่างจะตกสพู่ ืน้ แล้วหมนุ

3. กำรแสดงกำรน่ังรถแข่งของม้ง

-การแข่งขันรถสามล้ อจะมีเฉพาะใน
เทศกาลปี ใหม่เทา่ นนั ้

-ซ่ึงสมัยก่อนม้ งไม่มีรถ หรือยวดยาน
พาหนะใช้ในการเดินทาง และไม่มีของเล่น
ให้กบั เดก็ ๆ ได้เลน่ กนั

-ดังนัน้ ผู้ใหญ่จึงได้ คิดค้นสร้ างรถสามล้มขึน้ ให้กับ เด็ก ๆ ได้ เล่นกัน
ตอ่ มาจงึ ได้มีการนามาขแ่ี ข่งขนั กนั

ศำสนำของม้ง ศาสนาม้งมีความเช่ือแบบสรรพเทวนิยม มีเทพเจ้าและผี
บรรพบรุ ุษเป็ นศนู ย์กลาง โดยคติความเชื่อและพิธีกรรมท่ีได้อิทธิพลจากลทั ธิ
เต๋ามาแต่โบราณกาล ปัจจุบันชาวม้งส่วนใหญ่ในเอเชียยังนบั ถือศาสนาม้
งแบบดงั ้ เดมิ บางสว่ นท่ีเปล่ยี นไปนบั ถือศาสนาพุทธก็จะเอาความเช่ือดงั ้ เดิม

8

ไปผสานเข้าด้วยกัน ขณะท่ีชาวม้งในสหรัฐและในออสเตรเลยี จานวนมาก
เปลย่ี นไปนบั ถือศาสนาคริสต์และพุทธเพิ่มขนึ ้ สว่ นม้งในไทยบางสว่ นเข้ารีต
ศาสนาคริสต์เพื่อยกสถานะตนให้ทดั เทียมกบั ชาวตะวันตกและเหนือกว่าคน
ไทยท่ีนบั ถือศาสนาพทุ ธ

พิธีกรรมบรรพบรุ ุษ
เป็ นพิธีของการแก้กรรมของคนในบ้านโดยขอบรรพบรุ ุษค้มุ ครองและ
เป็ นการสง่ วิญญาณที่มาทาให้คนในบ้าน

9

พิธกี รรมปี ใหม่ม้ง
เป็ นการเผ่ากระดาษทน่ี ามาพบั แล้วนาไปเผา่ เพื่อความเป็ นสขุ ของคนใน
หมบู่ ้านและการเริ่มต้นใหม่
กิจกรรม CBT เสอื ้ ผ้าม้ง หมวก เครื่องเงนิ

10

ประเพณแี ละเทศกำลสำคัญของกล่มุ ชำตพิ ันธ์มุ ้ง

เดือน 1 ประเพณกี ำรขนึ้ ปี ใหม่ม้ง เทศกาลปี ใหม่ม้งจดั ขนึ ้

เพ่ือเป็ นการเฉลมิ ฉลองภายหลงั ฤดกู ารเก็บเกย่ี ว

ข้าวโพดและข้าวไร่ และกิจกรรมการละเลน่ ก่อนที่จะ

เริ่มฤดกู ารเพาะปลกู ในปี ตอ่ ไปจะจดั ในชว่ งวนั

ขนึ ้ 1 ค่า เดอื น 1 ในทางจนั ทรคติ ซง่ึ ปกติแล้วมกั จะ

ตรงกบั ชว่ งต้นถงึ กลางเดือนธนั วาคม

เดอื น 12 วันดำ หรือ แรม 15 ค่า เดือน 12

(ตามปฏิทนิ ม้ง วนั 30 คา่ ) ชาวม้งจะมกี ารเตรียม

ต้อนรบั ปี ใหม่โดยทกุ บ้านจะทาความสะอาดบ้านโดย

ใช้ใบไผ่กวาดบ้านเพ่อื เอาสงิ่ ไม่ดไี ปกบั ปี เกา่ และจะมี

พิธีเรียกขวญั

งำนฝี มอื 0TOP งานปัก-งานถกั

กิจกรรมท่ีเข้ ำไปในชุมชน : กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
กิจกรรมการเรียนรู้วถิ ชี วี ิตของชาวม้ง กิจกรรม
สบื สานภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน

11

12

ชนชาติพนั ธ์ไุ ทลอื ้

ประวัตคิ วำมมำชนเผ่ำไทลอื้
เดิมชาวลอื ้ หรือไทลอื ้ มีถ่ินท่ีอย่บู ริเวณ เมืองลือ้ หลวงจีน เรียกว่า

"ลอื แจง" ตอ่ มาได้เคลอ่ื นย้ายลงมาอยบู่ ริเวณเมอื งหนองแส หรือที่เรียกว่าคุนห
มิงในปัจจบุ นั แล้วย้ายลงมาส่ลู มุ่ นา้ นา้ โขง สิบสองปันนาปัจจุบนั ชาวไทลือ้
อาศยั อย่สู องฝ่ังแม่นา้ โขง ชาวไทลอื ้ บางส่วนได้อพยพหรือถกู กวาดต้อน ออก
จากเมอื งเหลา่ นเี ้ม่ือประมาณหนึ่งร้อยถงึ สองร้อยปี ที่ผ่านมา แล้วลงมาตงั ้ ถ่ิน
ฐานใหม่ในประเทศตอนลา่ ง เชน่ พมา่ , ลาว และไทย
แหล่งท่ีอย่ปู ัจจบุ นั ชาวไทลอื ้ กระจายตัวอย่ทู ่ี ประเทศพม่า มีแถบเมืองยอง
เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเชียงลาบ เมืองไร เมืองพะยาก เมืองโก เมืองโต๋น
เมอื งเลน เชยี งตงุ ประเทศลาว เมืองหลวงนา้ ทา เมืองหลวงพูคา เมืองบ่อแก้ว
ไชยบรุ ี (เชียงฮ่อน เชยี งลม หงสา) เมืองหลวงพะบาง
ภำษำไทลอื้ ไทลอื ้ หรือ ภาษาลอื ้ เป็ นภาษาไทยถิ่นแคว้นสบิ สองปันนา หรือ
เมืองลือ้ อยู่ในตระกลู ภาษา ไท-กะได และมีคาศัพท์และการเรียง คาศพั ท์
คล้ายกบั ภาษาไทยถนิ่ อน่ื ๆ ผู้ พดู ภาษาไทลอื ้ เรียกว่าชาวไทลอื ้ หรือ ชาวลอื ้

13

กำรแต่งกำย
-ผ้หู ญิงจะสวมเสอื ้ แขนยาวท่ีเรียกว่า“เสอื ้ ปั๊ด” และน่งุ ซิ่น

หญิงไทยลอื ้ จะโพกผ้าสขี าวเป็ นเอกลกั ษณ์ สวมเสอื ้ ปัด้ เป็ นเสอื ้
รัดรูปสีดาคราม เอวลอย แขนยาวตรงสาบหน้าตกแต่งด้วย
ผ้าแถบสเี ฉยี งมาผูกติดกนั ตรงมมุ ซ้ายทางลาตวั ติดกระดุมเงิน
นงุ่ ซน่ิ ลายขวาง ทอด้วยเทคนิคเกาะหรือล้วง เรียกวา่ ลายนา้

-ชายไทยลือ้ สวมเสอื ้ แขนยาวสดี าครามคล้าย
เสอื ้ หม้อห้อม มี ๒ แบบ แบบดงั ้ เดิมเป็ นเสอื ้ เอวลอย สาย
หน้าขลบิ ด้วยผ้าแถบสี ป้ ายมาติดกระดมุ ท่ีใต้รักแร้และ
เอว อีกแบบเป็ นแบบเมืองเงิน เป็ นเสอื ้ คอตงั ้ มีแถบผ้าจก
ลายขอนาค ตกแต่งทัง้ ชายและหญิงจะมีผ้าโพกศีรษะ
โดยผ้เู ฒ่าผ้แู ก่ชาวไทลอื ้ บางคนก็ยงั คงแต่งกายเช่นนีอ้ ยู่
การแตง่ กายของผ้ชู ายชาวไทยลอื ้ คือน่งุ กางเกงผ้าฝ้ าย สี
นา้ เงินเข้ม ท่ีแต่งอยา่ งคนเมืองก็มี

อำหำร ชาวไทลอื ้ เป็ นกล่มุ ชาติพนั ธ์ุท่ีทาน
ข้าวเหนียวเป็ นหลกั เช่นเดียวกับกล่มุ ชาติ

14

พนั ธ์ไุ ทอนื่ ๆ อาหารที่นิยมรับประทานมักจะเป็ นแกงผัก ประกอบจากผกั หรือ
พืชพรรณธรรมชาติ หรืออาหารที่หาได้ ง่าย เช่น เห็ด หน่อไม้ ไข่มดแดง
สาหร่ายนา้ จืด สว่ นพืชผกั สวนครวั ทว่ั ไปมกั จะปลกู ตามขว่ งบ้าน

วฒั นธรรม ประเพณี ชาวไทลอื ้ ได้ตงั ้ บ้านเรือนอย่รู ่วมกับกลมุ่ ชาติพนั ธ์ุอ่ืนใน
ล้านนามายาวนาน ทาให้เกิดการผสมผสานด้านวฒั นธรรมเข้าด้วยกนั แต่ชาว
ไทลอื ้ ยงั คงเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรม เชน่ ประเพณีพธิ ีกรรมของชาวไทลอื ้ เป็ น
พธิ ีเลยี ้ งผอี ารักษ์เรียกว่าเข้าก๋าหรือเข้ากรรม มีตงั ้ แต่ก๋าเฮือน หรือกรรมเรือน
ไปจนถึงก๋าเมืองหรือกรรมเมือง ชาวไทลอื ้ ให้ความสาคัญกับการอนุรักษ์สืบ
สานงานประเพณี ในแต่ละพืน้ ท่ี เช่น งานจุลกฐิน ตาบลศรีดอนชยั อาเภอ
เชียงของ การรวบรวมเครือขา่ ยไทลอื ้ จาก 12 อาเภอในจงั หวดั ภาคเหนือ ได้แก่
ลาพนู เชยี งใหม่ น่าน และเชียงราย ในงานสบื สานประเพณีไทลอื ้ ของอาเภอ
แม่สาย

15

ศำสนำและควำมเช่อื
ชาวไทลอื ้ นบั ถอื พทุ ธศาสนาร่วมกบั ความเชือ่ เรื่องผีโดยเฉพาะผีบ้าน

ผเี รือน ผีเจ้านาย ผอี ารักษ์ ซง่ึ เป็ นความเชื่อดงั ้ เดิมก่อนการนบั ถือพทุ ธศาสนา
ตอ่ มาได้ผสมผสานความเช่ือระหว่างพทุ ธศาสนาและการนบั ถือผีเช่นเดียวกบั
กลมุ่ ชาติพันธ์ุอื่นในล้านนา ดังปรากฏประเพณีพิธีกรรมสาคญั ในท้องถิ่นทัง้
พทุ ธศาสนาและการเลยี ้ งผี

กำรละเล่น การเล่นแบบต่อคา เป็ นการเล่นต่อคาที่เน้นความสนุกสนาน
เพลดิ เพลนิ โดยลกั ษณะการเล่นจะเลน่ เป็ นกลมุ่ ตงั ้ แต่ 2 กล่มุ ขนึ ้ ไปไม่จากัด
จานวนผ้เู ลน่ โดยกล่มุ ท่ี 1 จะเป็ นผ้เู ร่ิมคาถามก่อนและกลมุ่ ที่ 2 จะเป็ นฝ่ าย
ตอบคาถา

16

เทศกำลแต่ละเดอื นใน 12 เดอื นมีกจิ กรรมดังนี้

เดือนเจย๋ี ง (เดอื นอ้าย) ปอยขนึ ้ พระธาตุ ขนึ ้ เรือนใหม่ กนิ แขก
(แต่งงาน)

เดือนกรรม เข้ากรรม (อยปู่ ริวาสกรรม) ตานข้าวใหม่

เดือนสาม เลยี ้ งผีเมอื ง ป๋ี ใหมไ่ ตลอื ้

เดือนส่ี สบื ชาตาหลวง บวชตุ๊ กินแขก ขนึ ้ เฮือนใหม่

เดือนห้า ตานหม่ขู ้าวน้อย ตานกองทรายพนั กอง

เดือนหก ปอยสงกรานต์ปี ใหม่เดือนหก ปอยบอกไฟสริ วด (ขอ
ฝนพระยาแถน) กนิ แขก ขนื ้ เฮือนใหม่

เดือนเจ็ด ปอยแรกนา (ปักเสาแรกนาในนา บชู าขวญั ข้าว)

เดือนแปด ปอยพระบาท (บชู าชกั ผ้ารอยพระพทุ ธบาท)

เดือนเก้า ตานเข้าพรรษา ตานข้าวหยาดนา้ ตานธรรม อทุ ิศสว่ น
กศุ ลไปหาญาติพ่นี ้องผ้มู พี ระคณุ ทีล่ ว่ งลบั ไปแล้ว

เดอื นสบิ ตานหมขู่ ้าว ผ้เู ฒา่ ผ้แู ก่

เดอื นสบิ เอ็ด ปอยตานธรรมมหาปาง

เดือนสบิ สอง ปอยออกพรรษา ตานต้นแปก (ต้นเก๊ยี ะ) จิกองโหล
บอกไฟดอก

17

งำนฝี มอื การทอผ้า
สินค้ำ OTOP ชดุ ไทลอื ้ รองเท้าผ้าทอ
กิจกรรมท่เี ข้ำไปในชมุ ชน : กิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวติ ของชาวไทลอื ้

กจิ กรรมการเรียนรู้วถิ ีท่งุ นาไตใต้เมอื งลวง
กิจกรรมสบื สานภมู ปิ ัญญาไทยไทลอื ้

18

19

ชนชาติพนั ธ์อุ าขา่

ประวัติควำมมำอำข่ำ
บ้านเกดิ ดงั ้ เดมิ อยทู่ ชี่ ายแดนทิเบตตามที่ชนอาข่าอ้างหรือไปทางใต้

และตะวันออกของมณฑลยูนนาน ตามท่ีมีผู้อาศัยในปั จจุบัน บันทึก
ประวตั ศิ าสตร์กลา่ วถงึ ความสมั พนั ธ์กบั เจ้าชายฉานแห่งเชียงตงุ ท่ีบ่งชีว้ ่าชนอา
ข่าอย่ใู นพม่าตะวันออกมาตงั ้ แต่คริสต์ทศวรรษ 1860 พวกเขาเริ่มเข้ามาใน
ไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซง่ึ หลายคนหนีจากสงครามกลางเมืองนานนบั
ทศวรรษในพม่า อาข่าเป็ นกลมุ่ ชาติพนั ธ์ุท่ีอาศยั อย่ใู นหม่บู ้านเล็ก ๆ บนที่สงู
บนภูเขาในประเทศไทย พม่า ลาว และมณฑลยนู นานของประเทศจีน พวกเขา
เดินทางมาจากประเทศจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่ วงต้ น
คริสตศตวรรษท่ี 20 สงครามกลางเมืองในประเทศพม่าและลาวทาให้มีคล่ืน
ชาวอาขา่ มากขนึ ้ และปัจจุบนั มีผ้อู าศยั อย่ใู นจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายใน
ประเทศไทย

ท่ีอยู่ปัจจบุ ัน ชนเผ่าอาข่าได้กระจ่ายอยู่ในเขตจังหวดั ภาคเหนือ 5 จังหวัด
ภาคเหนือ คือ จงั หวดั เชยี งราย เชยี งใหม่ ลาปาง ตาก แพร่ มีอาข่าบางสว่ นได้
อพยพไปอย่จู งั หวดั น่าน พิษณโุ ลก และหลายจังหวดั ของประเทศไทย เพราะ
ไปใช้แรงงานตามจงั หวดั

20

กำรแต่งกำย

เคร่ืองแตง่ กายของหญิงอาข่าประกอบด้วยหมากท่ีประดับ
และตกแตง่ เต็มท่ีด้วยเหรียญและเคร่ืองเงิน เสอื ้ ตัวสนั ้ ที่ปะ
ด้วยเศษผ้าชิน้ เล็กชิน้ น้อย หลากสที ่ีด้านหลงั ซ่ึงสวมคลมุ
ทับกระโปรงสนั ้ เหนือเข่า มีผ้าคาดเอวซงึ่ แต่งชายงดงาม
และรัดน่องที่ปะและตกแต่งลวดลายสวยงามคล้ าย
ด้านหลงั เสอื ้

ส่วนผู้ชายอาข่าจะสวมเสือ้ คอกลม
แขนยาว ผา่ หน้า ซึง่ มีรายละเอียดของแบบ
และการประดับประดาหลากหลาย ใช้
ลวดลายและสสี นั เชน่ เดียวกับเสอื ้ สตรี ส่วน
กางเกงขาก๊ วยไม่มีการตกแต่ง ในบาง
โอกาสจะใช้ผ้าโพกศรี ษะสีดา พันอย่างเรียบร้อยแน่นหนาจนถอดและสวมได้
คล้ายหมวก

อำหำร การกินของของชนเผ่าอาข่า
ต้ องใช้ มือกิน...นา้ พริกถั่วดิน ปลา

21

ทรงเคร่ือง ไกน่ งึ่ ทรงเครือง ผกั กาดดองสามชนั ้ ลาบนงึ่ หมคู วั่ สมุนไพร และอีก
หลายเมนู เมนทู ชี่ อบของคนอาข่าคือ ข้าวปุกทอด คือข้าวเหนียวท่ีตาจนเป็ น
เนือ้ แป้ งแล้วเอาไปตากและทอดกรอบ จมิ ้ กบั นมข้นหวาน

ศำสนำ ควำมเช่ือชนเผ่ ำอำข่ำ อาข่าเป็ นชนเผ่าที่มีความเช่ือในเร่ืองจิต
วิญญาณ ภูตผี ปี ศาจ ไสยศาสตร์ ส่ิงเร้ นลับ พิธีกรรมคาสอนที่ได้รับการ
ปลกู ฝังมาจากบรรพบรุ ุษ และสบื ทอดปฏิบตั ิตามอย่างเคร่งครัด ผี "แหน่ะ"
ตามความเชอ่ื ของอาขา่ ทกุ ครัวเรือนจะมีทิง้ ผีบรรพบรุ ุษไว้เซ่นไหว้ปี ละ 9 ครัง้
รองลงมา ได้แก่ ผีใหญ่ซงึ่ ถือว่าเป็ นหัวหน้าผีทงั ้ ปวงและเป็ นตนเดียวที่อย่บู น
สวรรค์มีหน้าท่ดี แู ลความทกุ ข์สขุ ผตี ามความเช่อื ของอาข่า
ประเพณีโล้ชิงช้ำชนเผ่ ำอำข่ำ (หล่าเจ่อเออ) เป็ นประเพณีท่ีจัดขึน้ ช่วง
ประมาณปลายเดือนสงิ หาคมถงึ ต้นเดือนกนั ยายนของทกุ ปี หลงั จากที่ทาการ
เพาะปลกู ข้าวหรือข้าวโพดเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยชิงช้าที่ทาจะมี 3 ลกั ษณะคือ
ชิงช้าใหญ่ท่ีชาวบ้านร่วมกันสร้ างขนึ ้ (หล่าเจ๋อ), ชิงช้าหมุนก่าลาหลา่ เจ๋อ),
และชิงช้าขนาดเลก็ ทส่ี ร้างไว้หน้าบ้านของแต่ละครอบครัว (เออเลอ) นอกจาก

22

ให้ความเพลดิ เพลนิ แล้วยงั เป็ นการโล้เพือ่ เร่งผลผลติ ต่างๆท่ีเพาะปลกู ให้เจริญ
งอกงามอกี ด้วย

วัฒนธรรม ค่อนข้างหลากหลาย เช่น ประเพณี การฉลองปี ใหม่ การฉลอง
พืชผล (กินข้าวโพดใหม่) การกินข้าวใหม่ การไหว้ผีหลวง การไหว้ผีไร่ ผีนา
การไหว้ผีบรรพบรุ ุษ ดนตรีเพลงชนเผ่า และการเต้นรา เคร่ืองดนตรีชนเผ่ามีไม่
มากชนิ ้ ได้แก่ แคนนา้ เต้า และซงึ ใช้เลน่ ประกอบการเต้นราในงานต่างๆ เพลง
ลซี อมหี ลายประเภท เพลงทน่ี ิยมคอื เพลงเกยี ้ วสาว ซง่ึ ชาย-หญิงร้องโต้ตอบกนั

23

เคร่ืองดนตรี
เครื่องเป่ าได้แก่ ปี่ (จยัด) ทาด้วยทองแดง ทองเหลือง ความยาว

ประมาณไมน่ ้อยกวา่ 50 เซนติเมตร และเครื่องตไี ด้แกก่ ลอง ฆ้อง และฉาบ จะ
เล่นในโอกาส ช่วงประกอบดาเนินพิธีในพิธีกรรม เช่น งานแต่งงาน งานบวช
งานศพ พธิ ีดงึ วญิ ญาณคนตายจากนรก

งำนฝี มือ
คนอาขา่ มีฝี มอื การรปักผ้าลวดลายสีสนั และการทอผ้าผ้หู ญิงอาข่าทกุ คนจึงมี
ความสามารถในการทอผ้าและปักผ้ามีการถ่ายทอดมาจนถงึ ปัจจบุ นั

CBT เป็ นการท่องเทยี่ ววีถชี วี ิตของคนในชมุ ชนและแลกเปลยี่ น ชุมชนมีการทอ
ผ้าปักผ้า และเป็ นการแลกเปลย่ี นกนั นกั ท่องเท่ียวโดยการสอนการปักผ้า และ
กิจกรรมต่างในชมุ ชน

24

ประเพณีของเดอื น
ช่วงปลายเดอื นสงิ หาคม และต้นเดือนกนั ยายน ประเพณโี ล้ชิงช้า
วนั ท่ี 1 “ จ่าแบ” จะแต่งตวั ด้วยชดุ ประจาเผา่ เต็มยศแล้ว

ออกไปตดั นา้ ที่บ่อนา้ ศกั ดิ์สทิ ธิ์ เพ่อื จะนามาใช้ในการ
ประกอบพิธีกรรมทางศาสนานา้ ที่ตกั มาจากบอ่ นา้
ศกั ด์ิสทิ ธิ์ อา่ ขา่ เรียกวา่ “อีจ๊ อุ ซ๊ี ้อ
วนั ท่ี 2 วนั สร้างชิงช้า จะมารวมตวั กนั ท่ีบ้านของ
“โจว่มา” ผ้นู าศาสนา เพอื่ จะปรึกษา และแบ่งงานใน
การจะปลกู สร้างชิงช้าใหญ่ของชมุ ชน หรืออา่ ขา่
เรียกวา่ “หลา่ เฉ่อ”
วนั ที่ 3 “วนั ล้อดา” อา่ เผว่ จะไม่มกี ารประกอบพิธีกรรมอะไร
ทงั ้ สนิ ้ นอกจากพากนั มาโล้ชงิ ช้า แต่พอตะวนั ตกดนิ
หรือประมาณ 18.00 น ผ้นู าศาสนากจ็ ะทาการเก็บ
เชือกของชงิ ช้า ถอื ว่าบรรยากาศในการโล้ชิงช้ากจ็ ะได้
จบลงเพยี งเท่านี ้

25

26

ชนชาติพนั ธ์ลุ ซี อ ลซี ู

ประวตั ิควำมเป็ นมำชนเผ่ำลีซอหรือลซี ู
ถ่ินเดิมของชนเผ่าลีซอ อยู่แถบต้นแม่นา้ สาละวินในประเทศจีน

ต่อมาได้อพยพเข้าไปอาศยั อย่ทู างทิศเหนือของประเทศสหภาพพม่า และเข้า
มาอยู่ในประเทศไทยแถบแคว้ นเชียงตุง และเข้ ามาอาศัยอยู่ในจังหวัด
แม่ฮอ่ งสอนเมอื่ ประมาณ 100 ปี เศษ ปัจจบุ นั มปี ระมาณ 4,000 คนตงั ้ ถ่ินฐาน
อยมู่ ากในเขตอาเภอปางมะผ้า อาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน และอาเภอปาย

อ ำ ห ำ ร ลี ซู มี อ า ห า ร ที่ จ ะ
ประกอบในเทศกาล หรือเวลามี
พิธีกรรมอยู่ 3 อย่าง ได้ แก่
มาห วู่จ๊ าจ๊ า (ต้ มหน่อ ไม้ กับ
กระดูกหมู่) ขว๋ากีกือ (ลาบหมู)
และ ขว่าลู ๆ (ทอดหม)ู นอกจากนนั ้ ลซี ูยงั มีการถนอมอาหารเพื่อท่ีจะสามารถ
เกบ็ ไว้กนิ ในยามแล้ง ได้แก่ ผกั กาดดอง ผักกาดตากแห้ง ไส้กรอก หมูลนควัน
ลากหอมชดู อง เป็ นต้น และอาหารทขี่ นึ ้ ช่อื ของลีซูอีกอย่างคือ จ้า สู่ แปะ แปะ
หรือ ยามะขอื เทศ เป็ นอาหารทีจ่ ะต้องมเี พอ่ื ไปทาไร่ทาสวน

วฒั นธรม ประเพณี ค่อนข้างหลากหลาย
ประเพณี การฉลองปี ใหม่ การฉลองพืชผล

27


Click to View FlipBook Version