(กินข้าวโพดใหม)่ การกินข้าวใหม่ การไหว้ผีหลวง การไหว้ผีไร่ ผีนา การไหว้ผี
บรรพบุรุษ ดนตรีเพลงชนเผ่า และการเต้นรา เคร่ืองดนตรีชนเผ่ามีไม่มากชิน้
ได้แก่ แคนนา้ เต้า และซึง ใช้เลน่ ประกอบการเต้นราในงานต่างๆ เพลงลซี อมี
หลายประเภท เพลงทนี่ ิยมคอื เพลงเกยี ้ วสาว ซงึ่ ชาย-หญิงร้องโต้ตอบกนั
ศำสนำ ชาวลซี อสว่ นใหญ่นบั ถือผี (เหน่)
ควยค่กู บั ศาสนาคริสต์ หรือศาสนาพทุ ธ
ผีที่สาคญั มากคอื ผีป่ ู ตา ย่า ยาย ผีท่ีนับ
ถอื หรือเกรงกลวั คือ ผีท่ีอย่ตู ามธรรมชาติ
เชน่ ผดี อย ผดี ิน ผีนา้ ผีไร่การเรียกขวัญ เป็ นความเช่ือด้วยด้านจิต วิญญาณ
เพื่อความสขุ สบายกาย ใจ ทาต่อเมื่อคนในครอบครัว เจ็บป่ วย บาดเจ็บการ
ทานายโชค การเลีย้ งผีลีซอ เซ่นไหว้จะใช้กระดูกไก่ทานายโชคชะตาของ
เจ้าภาพและครอบครัว
ภำษำ ลีซอ อยู่กลุ่มเดียวกับ มูเซอ และอาข่า เรียกว่าโลโล กล่มุ โลโลมี
ความสมั พนั ธ์กบั ภาษาพม่ามีภาษาพดู ในกลมุ่ หยี (โลโล) ตระกลู ธิเบต-พม่า
30% เป็ นภาษาจีนฮ่อ ไม่มภี าษาเขียนของตนเอง แต่สาหรับ ลีซูอท่ีนับถือเป็ น
คริสเตียน ได้ใช้อักษรโรมนั มาดดั แปลงเป็ นภาษาเขียนของชนเผ่า การตงั ้ ช่ือ
นบั ตามลาดบั เลขท่ี 1 – 2 – 3 ผ้ชู าย ลงท้ายด้วย ยะ เช่นอะเบยะ ผ้หู ญิง ลง
ท้ายด้วย มะ
28
กำรแต่งกำย
ผู้หญงิ ลีซอ ทกุ วัยแต่งกายด้วยผ้าสสี ดใส สวมใสเ่ ป็ นเสอื ้ ตวั หลวม
แขนกระบอก ส่วนหน้าของเสอื ้ ยาวถึงเข่าส่วนหลงั ยาวถึงนิยมสีนา้ เงิน เขียว
ฟ้ า และมว่ ง คอเป็ นผ้าสดี า ตกแต่งลวดลายสวยงาม โดยนาผ้าแถบผ้าสีต่างๆ
เช่น ม่วง ฟ้ า ชมพู เขียว ดา ขาว ส้ม แดง มาเย็บต่อกนั เป็ นริว้ สวมเสอื ้ กัก๊ ท่ี
ตกแต่งด้วยกระดุมเงิน สวมกางเกงหลวมๆสีดา ในตวั เสอื ้ ใช้ผ้าสีดาพันรอบ
เอว คล้ายเขม็ ขดั สวมปลอกขาเพื่อป้ องกัน แมลง ก่ิงไม้ หรือกันหนาว ผ้หู ญิง
สงู วยั โพกหวั ด้วยผ้าสดี ายาวพนั หวั หลายๆรอบ แล้วเก็บชาย หญิงสาวจะสวม
หมวกโดยประดบั ประดาด้วยลกู ปัดหลากสี
ผู้ชำยลซี อ ทกุ วยั แตง่ กายเหมือนกนั โดยสวมใสก่ างเกงที่มีความยาวเลยเข่า
เลก็ น้อย เป้ ากว้างมาก สนี า้ เงิน สเี ขียว ฟ้ า เสอื ้ สีดา แขนยาว คอป้ ายตกแต่ง
กระดมุ เงิน ติดรังดมุ สนี า้ เงินท่สี ว่ นบนของตวั กสอื ้ สวมปลอกขาสดี า
29
งำนฝี มือ งานช่างฝี มือ ลซี ูถอื ว่าเป็ นชนทมี่ คี วามเช่ียวชาญในงานฝี มือมากชน
หนงึ่ งานฝี มอื ท่ีสามารถพบเห็นได้ในชมุ ชน ได้แก่ ช่างจกั รสาน (ตระกร้า, ไม้
กวาด, เก้าอหี ้ วาย, กระบงุ ,อปุ กรณ์ดกั สตั ว์)ชา่ งตีเหลก็ (จอบ มีด เสยี ม) ช่างตี
เงิน (แผ่นโลหะเงนิ รูปครง่ึ , เคร่ืองประดบั ) ชา่ งเย็บผ้า
กำรละเล่น การละเล่นของชาวลีซูที่ยังคงสืบทอดกันคือ การเล่นลกู สะบ้า
ลกู ขา่ ง ไม้คะเยง่ และการใช้หน้าไม้
CBT สมั ผสั วถิ ีชีวิตดงั ้ เดิมหลากชนเผ่าและวัฒนธรรม การทาเกษตรอินทรีย์ให้
นักท่องเที่ยวได้ศึกษาและอดุ หนุนพืชผักปลอดสารพิษเป็ นของฝากติดไม้ติด
มอื กลบั บ้าน นอกจากนีย้ งั มคี วามหลากหลายของผ้คู นในชมุ ชนที่อาศัยอย่ใู น
พืน้ ที่
30
31
ชนชาติพนั ธ์ลุ าหู่
ประวัติควำมเป็ นมำชนเผ่ำลำหู่
ลาหู่ หรือ มเู ซอ อาศยั อย่ใู นประเทศจีน เม่ือถูกรุกราน จงึ อพยพมา
ทางตอนใต้ เข้าสปู่ ระเทศพม่า และทางเหนือของประเทศไทย เม่ือกว่า 13 ปี
มาแล้ว โดยเข้ามาทางอาเภอแม่จนั เชยี งแสน เชียงของ เวียงป่ าเป้ า แม่สรวย
จังหวัดเชียงรายและอาเภอฝาง อมก๋อย จังหวดั เชียงใหม่ อาเภอบางมะผ้า
จงั หวดั แม่ฮ่องสอน มเี พยี งสว่ นน้อยที่มาจากอาเภอแม่สอด จังหวัดตาก มูเซอ
ท่ีรู้จักกันมากได้แก่ มูเซอดา มูเซอแดง มีวัฒนธรรมประเพณีคล้ายคลงึ กัน
มูเซอ เป็ นภาษาพม่า แปลว่า นายพราน เน่ืองจากมีความชานาญในการล่า
สตั ว์โดยใช้หน้าไม้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า ลาฮู ในกลุ่มมูเซอดาเรียกว่าลาฮูนา
มเู ซอแดง เรียกวา่ ลาฮยู ี
ภำษำ มเู ซอพดู ภาษาธิเบต- พม่า ซึ่งคล้ายคลงึ กบั พวกอาข่าและลีซอ มเู ซอ
ส่วนใหญ่พูดภาษาไทใหญ่และลาวได้ บางคนก็พดู ภาษาจีนยนู าน หรือพม่า
ภาษามเู ซอแดงและมเู ซอดาต่างกนั ไม่มากนกั จงึ ฟังกนั รู้เรื่อง
กำรแต่งกำย
ผู้หญิง มูเซอแดง สวม
เสือ้ ตัวสนั ้ สีดา แขนยาว
ผ่าอก ติดแถบผ้าสีแดงท่ี
สาบเสือ้ รอบชายเสือ้
และแขน ตกแต่งเสอื ้ ด้วย
32
กระดมุ เงนิ สว่ นผ้าซน่ิ ใช้สดี าเป็ นพนื ้ มีลายสตี ่างๆ สลบั กนั อย่ทู ่ีเชิงผ้าโดยเน้น
สแี ดงเป็ นหลกั
ผู้ชำย สวมเสือ้ สีดา ผ่าอกกลางกระดุมโลหะเงินหรือกระดุมเปลือกหอย
กางเกงจนี สดี าหลวมๆ ยาวลงไปแคเ่ ข่าหรือใต้เข่าเลก็ น้อย
ผู้หญิง มูเซอดา สวมเสือ้ สดี าแขนยาว
คอกลม ยาวเหมือนเสอื ้ คลมุ ด้านหน้า
ป้ ายทับมาทางขวากระดุมเป็ นผ้ า
ประดับด้วยเม็ดเงินคร่ึงวงกลมรอบคอ
เลยไปทางด้านป้ ายขวาปลายแขนเสือ้
และต้นแขนมลี วดลายสแี ดง ด้านข้างของเสอื ้ มีแถบลวดลายกว้างประมาณ 2-
3 นิว้ จากใต้รักแร้ จนถึงชาย ใช้ผ้าดาโพกหัว มีย่ามแดงปักลาย ผ้าถงุ ดามี
ลายคาดตามขวางด้วยสแี ดงและขาวเป็ น ลายโปร่ง ๆ
ผู้ชำย สวมกางเกงเป้ าต่าสดี า มลี วดลายสแี ดง ขาว ปลายขา สวมเสอื ้ คอกลม
สดี าแขนยาว ด้านหน้าป้ ายทบั มาทางขวา มลี วดลายตามขอบ มีกระดมุ ฝัง 3-
4 เมด็
วัฒนธรรม ประเพณี ชาวมเู ซอ มอี ิสระในการเลอื กค่คู รอง มีสมั พนั ธ์ทางเพศ
ในอายยุ งั น้อย ไมช่ อบแตง่ งานกบั หญิงสาวบ้านเดยี วกนั การแต่งงาน การหย่า
ของมเู ซอ จะต้องมกี ารฆ่าหมู เพื่อสงั เวยแก่ผีทก่ี ลางลานใหญ่ของหม่บู ้าน เป็ น
33
ที่สาหรบั เต้นจะคใึ นช่วง งานปี ใหม่หรือ มีพิธีทาบุญต่างๆ เช่นทาบญุ ขนึ ้ บ้าน
ใหม่ พธิ ีกนิ ข้าวใหม่
ศำสนำ พีธีกรรม มูเซอนับถือผี มีบรรพบุรุษและส่งิ ศักด์ิสิทธ์ิเป็ นหลกั แต่
ปัจจบุ นั ก็มีการนบั ถือศาสนาพทุ ธ หรือศาสนาคริสต์ มากขนึ ้ มีความเชื่อ ที่มี
พธิ ีกรรมเข้ามาเก่ียวข้อง ในการดารงชวี ติ การเกิด เจ็บ ตาย บคุ คลท่ีมีอิทธิพล
ในหมู่บ้ านมากท่ีสุดได้ แก่ พ่อครู หรือป่ ูจอง การตัดสินเร่ืองสาคัญๆของ
หม่บู ้าน หวั หน้าหมบู่ ้านและทกุ คนจะต้องฟังความคิดเห็นของพ่อครูเป็ นหลกั
ซงึ่ หวั หน้าหม่บู ้านกบั พอ่ ครูอาจจะเป็ นคนเดียวกนั ที่เป็ นผ้นู าทางพิธีกรรมเป็ น
ผู้ ทานายทายทกั รักษาอาการเจบ็ ป่ วยด้วย สมนุ ไพร หรือภมู ิปัญญาท้องถนิ่
เคร่ืองดนตรี
ส่วนใหญ่แล้วมักใช้ในงานปี ใหม่ แต่ก็ใช้เป่ าท่ัวไปด้วย
เช่นกนั
จะใช้ตีในเฉพาะพธิ ีกรรมเท่านนั ้ เช่น ใช้
ตีช่วงปี ใหม่เป็ นส่วนใหญ่ และรองลงมาก็ใช้ใน
วนั ศิลชาวลาห่จู ะมีวนั ศีลเดือนละ 2 ครัง้ คือใน
เดอื นขนึ ้ กบั เดอื นลง หรือขนึ ้ 15 ค่า และแรม 15
34
ค่าทกุ เดือน
เครื่องดนตรีทัง้ 2 ชนิดนี ้ ชาวบ้านไม่สามารถ
ทาขนึ ้ มาเองได้ ต้องไปหาซอื ้ มาจากที่อื่น หรือ
ได้มาจากการ แลกเปลย่ี นสนิ ค้ากบั คนต่างถ่ิน
เนือ่ งจากชาวบ้านไม่มีวัสดุอุปกรณ์ในการทา
เคร่ืองดนตรีทัง้ 2 ชนิดนี ้ ฉิ่ง และฆ้ อง ใช้
เฉพาะในประเพณี เช่น ประเพณีกินวอ หรือปี ใหม่ (เขาะจาเว) ของชาวลาหู่
แตฆ่ ้องโตโบ ซงึ่ เป็ นผ้นู าศาสนาในหมบู่ ้าน ถ้าจะทาพิธีก็จะใช้ตีทุกครัง้ ท่ีทาพิธี
สวด
อำหำรกำรกิน
ชาวลาหู่ มีวถิ ีชีวิตอย่บู นพืน้ ท่ีสงู เป็ นอย่เู รียบง่าย ปลกู ข้าว ข้าวโพดไว้ยัง
ชพี เลยี ้ งสตั ว์ไว้ใช้งาน และประกอบพิธีกรรม รสชาติอาหารจะจืด เครื่องปรุงมี
ไมม่ าก จดุ เด่นคือเครื่องเทศ เรียกว่า “หวั ซู” โดยใช้สว่ นรากมาประกอบอาหาร
ไมว่ ่าจะเป็ นต้ม แกง นา้ พริก รวมถงึ การหลาม
35
กำรละเล่น
กำรเต้นจะคึ(ปอยเตเว)เป็ นการบ่งบอกถึง
ความหลากหลายของการทามาหากินจะเต้น
ในชว่ งทม่ี ีงานประเพณี (กนิ วอ) เต้นเพ่ือเฉลมิ
ฉลองในงานประเพณี และเป็ นการกล่าว
ขอบคณุ แขกท่ีมาร่วมในงานพิธีกรรม อาจมา
จากต่างหมบู่ ้าน หรือต่างท้องถ่นิ การเต้นจะคึ
จะเป็ นการเต้นเป็ นจังหวะ ตามเสียงกลอง (เจะโข่) ฉ่ิงฉาบ (แซ) และฆ้อง
(โบโลโก่) โดยจะมีท่าทางประกอบหลากหลายท่าอย่างพร้ อมเพรียงกนั เช่น
ทา่ เกยี่ วข้าว ทา่ ตกั ข้าว และ ท่าตีข้าว
(ก่ำเคอะเว)เป็ นการละเล่นอีกแบบหนึ่ง
เป็ นการละเล่นเพ่ือความสนุกสนาน โดยมีอุปกรณ์ที่
ใช้คือ แคน โดยผ้ทู ่ีมีความชานาญในเร่ืองของแคน
จะเป็ นคนเป่ าแล้วเต้นเป็ นการและเพื่อเฉลมิ ฉลองใน
งานประเพณี ให้ เทวราช หรือ หง่ือซา รบั ทราบว่า ถึง
เวลา แล้วท่ีชาวลาหู่จะเฉลิมฉลองให้กับท่าน และ
ขอให้ท่านเทพเจ้าลงมาอวยพรให้กบั คนในชมุ ชนด้วย
36
(น่อ)แคนเป็ นอีกอย่างหน่ึงที่ชาวลาห่นู ิยมมาก และเป็ นเคร่ืองดนตรีในเวลา
ทีว่ า่ ง ๆ ก็เป่ าแคนมาเลน่ กนั เป็ นทีม
ปะเพณี 12 เดอื น
เดอื นมกรำคม มงุ หลงั คาหรือซอ่ มแซมบ้านทาความสะอาดในบ้าน
รอบๆบ้านให้น่าอยเู่ พ่อื ท่จี ะต้อนรบั ปี ใหม่ลาหู่
(กินวอร์ลาห่)ู กมุ ภาพนั ธ์ ประเพณีปี ใหมก่ ินวอร์ชาวลา
หเู่ รียกวา่ ( เขาะจาเว ) เป็ นเทศกาลสนกุ สนาน มีการ
สร้างความประทบั ใจ ซง่ึ กนั และกนั ชาวบ้านจะอยใู่ น
หมบู่ ้าน และจะเลน่ กจิ กรรมต่างๆ เชน่ ตลี กู ข่าง เลน่
สะบ้า หรือ เต้นราใต้ต้นวอร์ ผ้เู ฒ่าผ้แู กจ่ ากเลา่ นิทาน
ให้เดก็ ๆฟัง
มนี ำคม -
เมษำยำ 1 พธิ ีกรรม ก่อทราย ชาวลาห่เู รียกวา่ (แซ่กอ่ )เป็ น
ประเพณี ของทกุ ปี จะต้องทา เพ่ืออทุ ิศสว่ นกศุ ล ขอ
ขมาต่อสตั ว์ตา่ งๆ ทีโ่ ดนฆา่ ตายชว่ งเวลาในการทาไร่
ทาสวนโดยไมต่ ง่ั ใจ 2 เป็ นพธิ ีกรรมทาศาลาลาหู่
เรียกวา่ ( ศาละเตเว ) มีปี ละครงั ้ ทาเพือ่ อทุ ศิ สว่ นกศุ ล
ขอพรเจ้าท่เี จ้าทางวา่ เมื่อเราไปหาของป่ าขอให้เจ้าที่
เจ้าทางช่วยดแู ลเราด้วยพฤษภาคม มพี ิธีกรรมสวด
37
มนต์ กอ่ นการเพาะปลกู ทกุ ครงั ้ เพอื่ ไม่ให้ เมลด็ พนั ธ์ุ
สญู หายไป และขอพรว่าต้นกล้าออกมาอยา่ งงอกงาม
เดือนมถิ นุ ำยน มีพิธีทาบญุ ต้นข้าวเป็ นพธิ ีกรรมสว่ นรวม ทาเมอ่ื ต้นข้าว
อายปุ ระมาณ 30 วนั หรือ หลงั จากการกาจดั วชั พชื
ครงั ้ ทหี่ นงึ่ เพือ่ ขอให้ผีไร่ผีดอย ป้ องกนั ไมใ่ ห้หนแู มลง
หรือสตั ว์ป่ ามากดั กนิ หรือทาลายต้นข้าว
เดือนกรกฏำคม สมาชกิ ในหม่บู ้านจะนดั วนั ดี ๆ หนง่ึ วนั ไปลงแรงทาไร่
ทาสวนให้กบั ผ้นู าชมุ ชน เพื่อเป็ นการตอบแทน และ
ถือวา่ เป็ นกิจกรรม และทาให้กบั ผ้นู าชมุ ชน มกี าลงั ใจ
ในการทางาน ให้กบั ชมุ ชนตอ่ ไป ไม่มีพิธีกรรมใดๆ
ทงั ้ สนิ ้ ชว่ งนี ้
เดือนสงิ หำคม ในเดือนนีไ้ มม่ ีการประกอบพิธีกรรม เป็ นช่วงทีห่ า
หน่อไม้ไผ่ขายหรือมาเป็ นอาหาร
เดือนกนั ยำยน ก่อนจะถงึ ประเพณีกินข้าวใหม่ ชาวบ้านแต่ละหลงั คา
เรือนหาผลผลติ จากในไร่ในสวนนามาไว้ท่ีบ้านเชน่
ฟักทอง ถงั่ ฝักยาว พริก มะเขอื เป็ นต้น
เดอื นตลุ ำคม ถงึ ประเพณกี นิ ข้าวใหม่ ชาวลาห่แู ต่ละบ้าน จะนา
ผลผลติ ทเี่ พาะปลกู ไว้ในไร่นนั ้ ๆ จะนามาทาอาหาร
แล้วมานงั่ กินด้วยกนั เพื่อเป็ นการอนรุ ักษ์ประเพณีและ
วฒั นธรรมของลาหู่
38
พฤศจกิ ำยน ชว่ งนไี ้ ม่มปี ระเพณแี ละพิธีกรรมใดๆ เป็ นชว่ งเกบ็ เกีย่ ว
ธันวำคม ผลผลติ จดั ในไร่ ในสวนเพอ่ื นามาเป็ นอาหารในใช้
ชวี ิตประจาวนั
ในเดอื นนีไ้ มม่ กี ารประกอบพธิ ีกรรม เตรียมการต้อนรบั
สงิ่ ใหม่ ๆ ทอผ้า เย็บผ้า เพอื่ จะนาไปใช้ในชว่ ง
เทศกาลปี ใหม่ หรือกินวอร์ลาหู่
งำนฝี มอื
ชาวลาห่มู งี านฝี มือคอื การท้อผ้าซงึ่ คนลาหสู่ ามารถทอผ้าได้ทกุ บ้าน
39
CBT กจิ กรรม มองวถิ ชี าวลาห่บู นดอยมดผา่ นงานวิจยั ทอ่ งเท่ยี วเชงิ ชาติพนั ธ์ุ
คนในชุมชนเปล่ียนไปในหลากหลาย ทงั ้ ประเพณีวฒั นธรรมดงั ้ เดิม
การทามาหากนิ การเกษตร ฯลฯ ไม่เว้นแม้แตว่ ถิ ขี องชาวชาติพนั ธ์ุบนยอดดอย
บนที่สงู ตา่ งๆ ดงั นนั ้ เพ่อื อนรุ ักษ์ความเป็ นชนเผ่าไม่ให้สญู หายไปตาม จงึ เกิด
เป็ นงานวิจยั ท้องถ่นิ การฟื น้ ฟูวิถีชีวิตผ่านการท่องเที่ยวเชิงชาติพนั ธ์ุบ้านดอย
มด โดยนายจะหงอ จะป้ อ ชนชาวเผา่ ลาหบู่ ้านดอยมด ต.เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่ า
เป้ า จ.เชียงราย โดยการสนับสนุนของสานกั งานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.) ท่ีมเี ป้ าหมายอนุรักษ์ความเป็ นชนเผ่าลาห่ไู ว้ในทกุ บริบทเพ่ือส่งต่อยงั
ลกู หลาน
40
41
ชนชาติพนั ธ์ภุ ไู ท
ประวัตคิ วำมเป็ นมำชนเผ่ำภูไท
เป็ นกลมุ่ ชาติพนั ธ์ุรองลงมาจากพวกไทย-ลาว ชาวภูไทสกลนครจะ
อย่ทู ี่อาเภอวาริชภูมิ อาเภอ พรรณานิคม อาเภอเจริญศิลป์ วัฒนธรรมของ
กลมุ่ ผ้ไู ทยที่เด่นชัด คือการทอผ้าซ่ินหม่ีตีนต่อ เป็ นผืนเดียวกับผืนผ้า เช่น ตีน
ต่อขนาดเลก็ อาเภอสอ่ งดาว อาเภอพังโคน อาเภอคาตากล้า อาเภอเต่างอย
อาเภอบ้านมว่ ง อาเภอนิคมนา้ อนู
วฒั นรรม ประเพณี
การแตง่ ทานองดนตรี เรียกว่า ‘ลายเป็ นเพลงของภูไท’ มีบ้านแบบภู
ไทคอื มปี ่ องเอีย้ ม เป็ นช่องลม มีประตปู ่ อง หน้าต่างยาวจรดพืน้ มีห้องภายใน
เรือนเป็ นห้องๆ ท่ีเรียกว่า ‘ห้องสว่ ม’นอกจากนนั ้ ยงั มีวัฒนธรรมการทอผ้าห่ม
ผืนเลก็ ๆ ใช้สาหรับห่มแทนเสอื ้ กนั หนาวใช้คลมุ ไหล่ เรียกวา่ ผ้าจ่อง นอกจากนี ้
แล้วยังมีผ้าแพรวา ใช้ห่มเป็ นสไบ ซ่งึ มีแหล่งใหญ่ท่ีบ้านโพน อาเภอคาม่วง
จงั หวดั กาฬสินธ์ุ และมีผ้าลาย ใช้เป็ นผ้ากนั ้ ห้องหรือห่มแทนเสอื ้ กนั หนาวได้
ซึ่งมีแหล่งใหญ่อยู่บ้านนางอย อาเภอเตางอย จังหวัดสกลนคร ประเพณีท่ี
สาคญั ของเผ่าภูไทซงึ่ ถือกนั แต่โบราณ ได้แก่ การลงขว่ ง พธิ ีแต่งงาน การทามา
หากิน การถอื ผี และการเลยี ้ งผี
42
ภำษำ
ภไู ทมเี สยี งพดู สว่ นมากใกล้กบั พวกพวน เขตเชียงขวางของลาว และ
พวกพวนในอาเภอศรีเชียง จงั หวดั หนองคาย”ชาวภูไทถิ่นสกลนคร จะมีภาษา
พดู และเสยี งวรรณยกุ ต์ใกล้เคียงกบั ภาษากลาง มักจะทอดเสียงยาว และตวัด
เสยี งสงู ขนึ ้ ในพยางค์ท้าย เชน่ คาว่า “ไม”่ จะออกเสยี งว่า “มิ, มไิ ด้”
ควำมเช่อื ศำสนำ
การนบั ถอื ผีของชาวผ้ไู ทจะมกี ารผสมผสานกบั พทุ ธในพิธีกรรมตามฮี
ตสบิ สอง เช่น การทาบุญข้าวสาก การทาบุญข้าวประดบั ดิน และการทาบุญ
ซาฮะ เป็ นพธิ ีกรรมอนั สบื เนื่องจากความเช่ือเรื่องผีแต่มพี ระเข้าร่วมพธิ ีด้วย
กำรแต่งกำย
หญิงชำวภูไท จะนิยมแต่งกายด้วยผ้าฝ้ าย
ย้อมคราม ซิน่ ต่อตนี ผ้าจก คาดผ้าสไบสขี าว
ชำยชำวภูไท ใส่สะโหร่ง เสือ้ ผ้ าฝ้ ายย้ อม
คราม
43
อำหำร ชาวภูไทมักจะใช้ธรรมชาติที่อย่รู อบตัว
มาปรุงเป็ นอาหาร เช่น ซั่วไก่ เมาะหน่อไม้ แกง
ยอดบวบใช้ปลานา ขนมหวานประจ า เผ่าภูไท
เช่น ข้าวโจ้มะอปู (ข้าวเหนียวมลู ฟักทอง)
งำนฝี มอื การทอผ้าแล้วนาผ้าฝ้ ายมาย้อมด้วยครามหรือย้อมด้วยลกู มะเกลอื
เยบ็ ด้วยมือ
กำรละเล่น
เป็ นฟ้ อนภูไท ภไู ท หรือผ้ไู ท เป็ นกลมุ่ ชาติพนั ธ์ุที่ใหญ่รองลงมาจาก
ไทยและลาว ตามตวั เลขทม่ี ปี รากฏราใน ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือมีพวกผ้ไู ท
อย่ปู ระมาณสองแสนคน กลมุ่ ท่ีใหญ่ที่สดุ อย่แู ถบลมุ่ แม่นา้ โขง และเทือกเขา
ภูพาน ได้แก่ จงั หวดั นครพนม สกลนคร เลย และกาฬสนิ ธ์ุ
CBT ภไู ทนบั เป็ นอกี หนงึ่ สถานที่ทไี่ มค่ วรพลาด เพราะสมั ผสั กบั วิถีชีวิตชาวภูไท
อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็ นการร่วมรับประทานอาหารเย็นกับชาวภูไท หรือท่ี
เรียกว่า "พาแลง" การชมการแสดงฟ้ อนราของสาวชาวภูไท หรือการชมการ
แสดงรามวยโบราณและขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย
44
ดนตรี
ป่ี ภไู ท หรือ ป่ี ลกู แคน หรือ ป่ี ผู้ไท เป็ นเครื่องดนตรีของชาติพัธ์ุภูไท
(ผ้ไู ท) ป่ี ภูไท หรือ ป่ี ลูกแคน หรือ ปี่ ผู้ไท เป็ นเครื่องดนตรีของชาติพนั ธ์ุภูไท
(ผ้ไู ท) จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ สกลนคร นครพนม อดุ รธานี มกุ ดาหาร ในภาคอีสาน
ของประเทศไทย และในแขวงสวุ รรณเขต แขวงเชียงขวาง และแขวงคาม่วนใน
ประเทศลาว ทาจากไม้ไผ่เฮีย้ หรือไม้กู่แคน หรือไผ่ลกู แคน แต่เริ่มมีจานวน
น้อยลง
เนื่องจากไม้ ไผ่เฮีย้ เร่ิมหายาก ป่ี ภูไทมีลักษณะคล้ายปี่ จุมของ
ภาคเหนือ คอื มีลนิ ้ ที่ทาจากโลหะจาพวก ทอง ทองแดง เงิน และมีเสียงวิธีการ
เป่ าที่คล้ายกนั ป่ี ภูไทเสียงแหลมกังวาน ใช้พิธีหมอเหยา การลาผ้ไู ท (ราผ้ไู ท)
และการฟ้ อนผ้ไู ท นอกจากนีย้ ังประยุกต์เลน่ กับวงดนตรีพืน้ บ้านอีสาน เช่นวง
โปงลาง ซง่ึ ได้รบั ความนิยมอย่างแพร่หลาย ลายเพลงท่ีนิยมเลน่ คือ ลายภูไท
ใหญ่ และลายภไู ทน้อย
45
ประเพณี12 เดือน
เดือนอ้าย (เดอื นเจยี ง) บญุ ข้าวกรรม
เดือนย่ี บญุ คณู ล
เดอื นสาม บญุ ข้าวจี่
เดอื นสี่ บญุ ผะเหวด
เดือนห้า ญสงกรานต์
เดือนหก บญุ บงั ้ ไฟ
เดอื นเจด็ บญุ ซาฮะ
เดอื นแปด บญุ เข้าพรรษา
เดอื นเก้า บญุ ข้าวประดบั ดิน
เดือนสบิ บญุ ข้าวสาก
เดือนสบิ เอ็ด บญุ ออกพรรษา
เดอื นสบิ สอง บญุ กฐิน
งานฝี มือ การตดั เยบ็ เสอื ้ ผ้า การทอผ้า
กิจกรรมท่ีเข้าไปในชมุ ชน : กจิ กรรมการเรียนรู้การทอผ้า
กิจกรรมสืบ สาน วัฒ นธรรมข องชาวภูไ ท
46
47
ชนชาติพนั ธุ ์กะเหร่ียง (ปกาเกอะญอ)
ประวตั ิควำมเป็ นมำชนเผ่ำกะเหร่ียง
ชาวกะเหรี่ยง เรียกตัวเองว่า “ปกาเกอญอ” ซ่ึงแปลว่า “คน” เป็ นชน
เผ่าทม่ี ีจานวน มากทสี่ ดุ ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็ น ๔ กลมุ่ ได้แก่ สะกอ
หรือยางขาว หรือ ปากกะญอ เป็ นกล่มุ ที่มีประชากรมากที่สดุ โป หรือ โพลอ่ ยู่
ในเขตจงั หวดั แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลาพูน ปะโอ หรือ ตองสแู ละบะเว
หรือ คะยา ในเขต จงั หวัดแม่ฮ่องสอน ถิ่นฐานเดิมของกะเหรี่ยง อย่บู ริเวณ
มองโกเลียเมื่อกว่า ๒,๐๐๐ ปี มาแล้ว ต่อมาได้หนีภัยจากการรุกรานจาก
กองทัพจีนมา อยู่ท่ีธิเบตถอยร่นลงมาทางใต้เร่ือยๆ ตัง้ แต่บริเวณที่ราบล่มุ
แม่นา้ แยงซีเกียง ล่มุ นา้ สาละวิน มาถึงคอคอดกระจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จานวนทอ่ี พยพเข้ามาในประเทศไทยในตอน ปลายศตวรรษที่ ๑๘ ในรัชสมัย
สมเด็จพระ จลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ฯ
ภำษำ
กะเหรี่ยงแต่ละเผ่ามีภาษาพดู และภาษาเขียน เป็ นของตนเองโดย
การดดั แปลงมาจากตวั หนงั สอื พม่า ผสมอกั ษรโรมนั
วิถชี ีวติ ด้านอาชีพ ถอื อาชพี ทเี่ ป็ นอสิ ระ กะเหร่ียงดงั ้ เดิม ส่วนใหญ่จะประกอบ
อาชีพทาไร่ ทานา อยู่ ตามป่ าตามเขา ปลกู พืชผกั สวนครัวตาม ฤดกู าล สว่ น
สตั ว์เลยี ้ งก็จะเลยี ้ งไว้เพ่ือเป็ น อาหารมากกว่าการค้าขาย ใช้ชีวิตแบบพง่ึ ป่ า
พงึ่ นา้ อาศยั อยรู่ วมกนั เป็ นกลมุ่ ใหญ่
48
กำรแต่งกำย
หญิง สวมกระโปรงยาวถึง
ข้อเท้า ผมเกล้ามวยไว้ข้างหลัง พันด้วย
เส้นด้ายถักสีแดง ผ้าส่วนมากจะทอเอง
เสือ้ แขนกุดพืน้ ดา หรือนา้ เงินปนดา
ส่ ว น ล่ า ง ข อ ง เ สื อ้ ปั ก ล ว ด ล า ย ท ร ง
เรขาคณิตด้วยด้ายแดง ปักลกู
เดือย มพี ่ชู ายครุยบริเวณชายเสอื ้
ชำย สวมกางเกงขายาวแบบจีน สดี า หรือขาว
สวมเสอื ้ สีแดงยกดอกเป็ นหมู่ แขนสนั ้ เสอื ้ ยาว
คร่ึงเข่าบางคนสวมเสอื ้ เชิต้ สีขาวด้วยเสือ้ ชดุ สี
แดง บางคนสวมชดุ ดา
เคร่ืองดนตรี
“ เตหน่ ำ ” เป็ นเคร่ืองดนตรีของชน
เผ่ากะะเหรี่ยง ทาด้วยไม้อ่อนเหลา และ
กลึงให้ เป็ นรูปเหมือนกล่องรูปทรงรี มี
ก้านยาวโกง่ และโค้งสงู ขนึ ้ ไป ท่ีตัวจะเจาะ
รูเป็ นโพรงปิ ดด้วยโลหะบาง ๆ สายทาด้วยเส้นลวดมีสายตงั ้ แต่ 6 – 9 สาย เต
หน่า ใช้สาหรบั ดดี และร้องเพลงประกอบ ใช้ในโอกาสมีเวลาว่างและเพ่ือความ
49
สนกุ สนาน โดยเฉพาะหน่มุ ชาวปกาเกอะญอจะใช้เตหน่าในการเกีย้ วพาราสี
หญิงสาวในยามคา่ คืน
อำหำร ข้าวต้มมดั (เมตอ) “เมตอ” (ข้าวต้มมดั ) เป็ นอาหารท้องถิ่นของชน
เผ่าปะกาเกอะญอ (กะเหร่ียง เป็ นเมนอู าหารท่ีได้มาจากพืชผักที่หาได้จาก
ธรรมชาติ “เมตอ” เป็ นเมนอู าหารทีช่ าวปะกาเกอะญอ นามาใช้ประกอบในพิธี
มงคลตา่ งๆ เช่น พธิ ีมงคลสมรส พธิ ีมดั มือคนในครอบครัว พิธีมดั มือสตั ว์เลยี ้ ง
(ช้าง และ กระบือ)
โดยมคี วามเชอ่ื วา่ จะทาให้เกิดความรักความสามัคคี เป็ นนา้ หนง่ึ ใจ
เดยี วกนั เฉกเชน่ ข้าวต้มทมี่ ดั อย่ดู ้วยกนั พธิ ีมดั ข้อมอื เรียกขวัญ เชื่อว่าจะทาให้
เกิดความรัก ความสามัคคีในครอบครัว ซ่ึงพิธีนีจ้ ะทาต่อเมื่อครอบครัวอยู่
พร้อมหน้าครบทกุ คน เชน่ ถ้าบ้านพ่อ ซงึ่ เป็ นบ้านใหญ่หรือบ้านหลกั เป็ นคนทา
พิธี ลกู ทุกคนต้องเข้าร่วม ขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว พร้อมด้วยลกู หลานสาย
ตรง โดยในพิธีต่างๆ นนั ้ จะใช้ข้าวต้มมดั ทงั ้ แบบเมตอหม่ือและเมตอควา
“เมตอ” (ข้ำวต้มมดั ) มี 2 แบบ
1.เมตอหมื่อ คือ ข้ าวต้ มนัดทรงกรวย
เปรียบเสมือนเป็ นสญั ลกั ษณ์เพศหญิง
50
2. เมตอควา คือ ข้าวต้มมดั ทรงสามเหลย่ี ม
เปรียบเสมอื นสญั ลกั ษณ์เพศชาย
วฒั นธรรมและประเพณี
ชาวกะเหรี่ยงมีประเพณีที่เก่ียวข้ องกับการ ทาพิธีกรรมเลีย้ งผี
บวงสรวงดวงวญิ ญาณ ด้วยการต้มเหล้า ฆา่ ไก่ - แกง และมดั มือผ้รู ่วมพิธีด้วย
ฝ้ ายดิบ ซง่ึ เกยี่ วโยงกนั
ประเพณีปี ใหม่ โดยหัวหน้าหม่บู ้านจะเป็ นผ้รู ะบุวันล่วงหน้า แต่ละ
หม่บู ้านจะมีปี ใหม่ แต่ละปี ไม่ตรงกนั เพราะเป็ นพิธีท่ีหมายถึงการเริ่มต้นของ
ฤดกู าลการเกษตร และอยเู่ ยน็ เป็ นสขุ
ประเพณีแตง่ งาน ผ้หู ญิงจะเป็ นผ้เู ลอื กค่คู รองเอง เจ้าสาวจะต้องทอ
เสอื ้ ผ้า กางเกง ย่ามไว้ให้เจ้าบ่าว ทงั ้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องฆ่าหมูฆ่าไก่เพื่อทา
พิธีกรรมบอกต่อผีบรรพบุรุษและเป็ นอาหารเลยี ้ งแขก แต่งงานแล้วฝ่ ายชาย
ต้องมาอยบู่ ้านฝ่ ายหญิง 1 ฤดเู กบ็ เกีย่ ว กอ่ นแยกไปปลกู บ้านใกล้กนั
51
ศำสนำ ควำมเช่อื และพิธีกรรม
ความเชอ่ื และพธิ ีกรรม เดมิ ชาวกะเหรี่ยงนับถือผีมีการบวงสรวงและ
เซน่ สงั เวยอยา่ งเคร่งครัด ภายหลงั หันมานบั ถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์
มากขนึ ้ แต่กย็ งั คงความเช่ือเดิมอย่ไู มน่ ้อย เชน่ ความเช่ือเรื่องขวัญหรือการทา
กิจกรรมต่างๆ จะต้องมีการเซ่น เจ้าท่ีเจ้าทาง และบอกกล่าวบรรพชน ให้
อดุ หนุนคา้ จูน ช่วยให้กิจการงานนัน้ ๆ เจริญก้าวหน้า ทาเกษตรกรรมได้ผล
ผลติ ดี ให้อย่เู ยน็ เป็ นสขุ ปกป้ องค้มุ ครองดแู ล และยงั เป็ นการขอขมาตอ่ ทา่ น
ประเพณี12เดือน
52
เดอื นมกราคม พธิ ีมดั มอื
เดือนกมุ ภาพนั ธ์ พธิ ีแตง่ งาน
เดอื นมีนาคม วนั ลมหลวง
เดอื นเมษายน เตียงผีฝายพฤษภาคมพธิ ีแตง่ งาน
เดือนมถิ นุ ายน พธิ ีเลยี ้ งผีไร่นา
เดอื นกรกฎาคม พธิ ีดาหวั ควาย
เดอื นสงิ หาคม พิธีแตง่ งาน
เดอื นกนั ยายน วิธีตากล้วยสลาก
เดือนตลุ าคม พธิ ีข้าวใหม่
เดือนพฤศจิกายน พธิ ีมดั มอื ตีข้าว
เดอื นธันวาคม พิธีเรียกขวญั ข้าว
งำนฝี มอี OTOP
กระเป๋ า เสอื ้ กะเหร่ียง ชายหญิง ผ้าโพกหวั
53
กิจกรรม CBT กะเหร่ียง
ภายในชมุ ชนมีกิจกรรมมากมายเช่น ทอผ้า, ปลกู ข้าว, เกี่ยวข้าว, ทาข้าวเบอะ
หาป,ู หาปลา ซง่ึ เป็ นการจดั การท่องเท่ียวเชิงศึกษานิเวศและวฒั นธรรมแบบ
ยนั ยืน ซงึ่ การทอ่ งเท่ยี วจะมีการจดั กิจกรรมขนึ ้ ตามเดือน
54
55
ชนชาติพนั ธ์ขุ มุ
ประวัติควำมเป็ นมำชนเผ่ำขมุ
ขมุ แปลวา่ “ คน” เป็ นคาท่ีชาวขมใุ ช้เรียกตัวเอง ในประเทศลาวเป็ น
แหลง่ ใหญ่ท่ีมชี าวขมุ จะเรียกชาวขมวุ า่ “ลาวเทิง” หรือลาวบนท่ีสงู ในประเทศ
ไทย ชาวขมุเข้ามานานพอสมควร อาศัย อยู่ในจังหวัดน่าน และบริเวณ
ชายแดนจังหวัดเชียงราย และกระจัดกระจายอย่ใู นจังหวัดภาคกลาง เช่น
สพุ รรณบรุ ีกาญจนบรุ ีและอทุ ัยธานีเป็ นต้น บางทีก็เรียกว่า “ข่า” ชาวขมุ แบ่ง
ออกได้เป็ น หลายกลมุ่ ตามลกั ษณะการใช้ภาษาและวฒั นธรรม ความเป็ นอยู่
คาท่ีชาวขมุใช้ เรียกพวกกันเองแต่ ต่างกลุ่มคือ “ตม้ อย” โดยจะใช้
ลกั ษณะเฉพาะของกลมุ่ นนั ้ ๆ ต่อท้าย เช่น ตม้อยปลู วง(ชาวขมจุ าก หม่บู ้านที่
อยเู่ ดิม) ตม้อยดอย(ชาวขมุจากเขตภูเขา) ตม้อยลอื ้ (ชาวขมทุ ี่อย่ใู นกลมุ่ พวก
ลอื ้ ) ฯลฯ
ภำษำ อย่ใู นกลมุ่ ภาษาออสโตรเอเซียติค สาขามอญ-เขมร สาขาย่อย ขมอุ ิค
วฒั นธรรม ประเพณี
ทุกปี ก่อนจะถงึ ช่วงฤดทู าไร่ ชาวเผ่าขมุ
จะ จัด พิ ธี บ น บ าน เ ท ว ดาฟ้ า ดิ น ส่ิ ง
ศักดิ์สิทธิ์ทัง้ หลายและบรรพชนต้ น
ตระกูล ช่วยดลบันดาลให้ฝนตกตาม
ฤดูกาลเพราะชาวเผ่าขมมุ ีความเชื่อต่อ
ธรรมชาติและเชือ่ วา่ ทกุ สงิ่ ทกุ อย่างในโลกล้วนมจี ติ วิญญาณทงั ้ สนิ ้
56
อำหำร
-กิน ข้ า ว เ ห นียว เ ป็ น ห ลัก แ ละ กิ น
เนือ้ สัตว์และผักทุก ชนิด อาหาร
ประจาวนั สว่ นใหญ่จะเป็ นจาพวกพืชผัก
ต่างๆ ทงั ้ ที่ปลกู ไว้ในไร่ และพืชผกั สวน
ครวั อาหารจาพวกหมู ไก่ จะใช้เฉพาะในพิธีกรรม การประกอบ มกั ใสผ่ กั ขีอ้ ้น
(กล้ชู ) เพอ่ื ให้มกี ล่นิ หอมและมีรส เป็ นแกงผักนํ้าใส อาหารที่ชาวขมุชอบมาก
คือ ปลาหมก (ก้ะ กบู ) ชาวขมุ จะหมกั เหล้าไว้ใช้เอง เหล้าของชาว
กำรแต่งกำย
-ชาวขมไุ มม่ ีวฒั นธรรมในการทอผ้าเอง มี
เฉพาะในกล่มุ ขมลุ อื ้ ชาวขมุบางกล่มุ จะนิยม
เสอื ้ ผ้าสดี า หรือสคี ลา้ เข้ม ผ้หู ญิงจะใช้ซิ่นลาย
ขวางแบบไทลอื ้ สวมเสอื ้ ผ้าหนาสีนา้ เงินเข้ม
ตวั สนั ้ ตกแตง่ ด้วยผ้าด้ายสแี ละเหรียญเงิน ใส่
กาไลเงนิ ทีค่ อ และกาไลข้อมือ โพกผ้าสขี าว หรือสแี ดง สาหรับผ้ชู ายปัจจุบนั มี
การแต่งกายที่ไม่ต่างจากคนเมือง และในบางหมู่บ้านจะไม่พบการแต่งกาย
ประจาเผ่าเลย
เคร่ืองดนตรี
-มีเครื่องดนตรีหลายชนิดท่ีชาวขมุเล่น
เพื่อความเพลดิ เพลนิ ยามว่าง จะทาจากไม้
57
ไผ่เป็ นส่วนใหญ่ หลายชนิดทาจากไม้ไผ่สด เล่นแล้วทิง้ ไป เช่น “ โท้ร์” หรือ
ตาว ใช้มอื ตี ตอด ซงึ กรู ซูล เป็ นต้น บางแห่งมีการเล่นแคน เลน่ โร้ง ซึง่ ทาจาก
เหรียญทองแดง ใช้ปากเป่ าและมือดีด มีการเป่ าขล่ยุ เรียกว่า “ ซู้ล” และต
รึเวิล มีการตีฆ้องทองเหลือง ตีกลองซึง่ มีลกั ษณะคล้ายม้านั่งกลมแต่ขงึ ด้วย
หนงั ววั หนงั ควาย
ควำมเช่อื และพธิ ีกรรม
-ชาวขมนุ บั ถอื ผี(โร้ย) มีพิธีเซน่ ไหว้ด้วย หมู
ไก่ ข้าว เหล้า จะเลยี ้ งผีในพิธีสาคญั ๆต่างๆ มี
ทงั ้ ผีป่ า ผีบ้าน ผีนา้ ผีหม่บู ้าน ทกุ บ้านจะมีผี
เรือน (โร้ ยกาง) ซึ่งเช่ือว่าประดิษฐานใน
บริเวณเตาหุงข้าวเวลามีพิธีเลีย้ งผีจะมีการติด “ เฉลว” (ตแล้) ไว้ เป็ น
เคร่ืองหมายที่ปฏิบตั ิมาแต่โบราณ พิธีกรรมที่สาคัญของชาวขมุจะใช้ในการ
รักษาความเจ็บป่ วย โดยจัดพิธีเลีย้ งผีด้วยไก่และหมู (ซู้ ฮเอีย้ ร ซู้ เซือ้ ง) พิธี
การการฆ่าควาย(ซงั พ้าน ตร้าก) เพ่อื รกั ษาผ้ปู ่ วยหนกั พีผกู ข้อมือ(ต๊กุ ติ)้
งำนฝี มอื OTOP งานปักผ้าโพกหวั อาหาร
58
กจิ กรรม CBT งานปักผ้าโพกหวั
59
60
ชนชาติพนั ธ์จุ ีนยนู นาน หรือ จีนฮ่อ
ประวัติควำมเป็ นมำชนเผ่ำจนี ยนู นำนม
ชาวจีนจากมณฑลยนู นานได้เดินทางค้าขายระหว่างจีนตอนใต้กับ
เมืองต่างๆในรัฐฉาน ล้านนา และพม่า มีช่ือเรียกในภาษาล้านนาว่า “ฮ่อ”
หมายถงึ ชาวจีนซึง่ อย่ทู ่ีมณฑลทางใต้ของจีน พม่า เรียก จีนภูเขา ชาวจีนที่
สว่ นหนง่ึ ท่ีอาศยั อย่ทู างตอนเหนอื ของประเทศไทยนนั ้ คนไทยหรือคน ล้านนา
รู้จกั กันดีว่าเป็ น “จีนฮ่อ” หรือ “คนฮ่อ” ดังนนั ้ คนจีนมีมาจากภูเขาทางตอน
เหนือของ ประเทศไทยในปัจจบุ นั จงึ เรียกว่าจนี ฮ่อ และพมา่ เรียกว่า “จีนภูเขา”
ชาวฮ่อเป็ นคนซ่ือสตั ย์ชอบใช้ ความคิด สขุ มุ รักพวกพ้อง ขยนั ในการงาน พูด
น้อย เคร่งครัดตอ่ จารีตประเพณี
แหล่งท่ีอยู่อำศัยปัจจบุ ันของชำวจนี ยนู นำน
ปัจจบุ นั ชาวจีนยนู นานอาศยั อย่ทู ่ีหม่บู ้านสนั ติชล ปาย, แม่ฮ่องสอน
เป็ นหมู่บ้านชาวเขาเชือ้ สายจีนยูนนาน แต่ปัจจุบันได้พัฒนาเป็ นหมู่บ้าน
ทอ่ งเทยี่ ว คล้ายกบั หมบู่ ้านรกั ไทย
ภำษำ ท่ีใช้ในชีวติ ประจาวนั คอื ภาษาจีน อิ่นหน่านหว่า ในตระกลู จีน-ทิเบต
ในกลมุ่ ภาษา จีนแมนดาริน ตะวนั ตกเฉยี งใต้
61
กำรแต่งกำย ผ้ชู ายสวมหมวกกลม ๆ ไม่
มีปี ก แต่มียอดจุกอย่ตู รงกลางเรียกว่า “
กะน้าก้วย ” เสือ้ หลายชนั ้ ชิดต้นคอ ผ่า
อกป้ ายข้าง หรือผ่าอกกลาง เสอื ้ ยาวใต้
เอวเล็กน้อย แขนเสอื ้ กว้างยาวห้มุ ข้อมือ
นยิ มใช้สดี ามากกวา่ สขี าว ใช้กระดมุ ผ้า กางเกงขากว้าง ผ้หู ญิงไว้ผมมวย แต่ง
กายคล้ายชาย แต่ผา่ อกป้ ายมาทางไหลข่ ้างซ้าย ติดกระดุมผ้าใต้รักแร้ ใช้ผ้าสี
ขาวสบั ด้วยแถบชายผ้าใหญ่สดี า
ศ ำ ส น ำ ค ว ำ ม เ ช่ื อ แ ล ะ
พิธีกรรม ชาวจีนยนู นานมีการ
นับถือสามศาสนาหลกั คือ พุทธ
คริสต์ และอิสลาม ในประเทศ
ไทย สามารถแบง่ กลมุ่ ตามความ
เชื่อทางศาสนาได้ ๓ กลมุ่ ใหญ่ๆ ได้แก่ ฮน่ั เจียว เป็ นกลมุ่ ที่นบั ถือศาสนาพุทธ
นกิ ายมหายานผสมลทั ธิเต๋า มีศาลเจ้า และในบ้านจะมีหิง้ บูชาบรรพบรุ ุษ หุย
เจียว เป็ นกลมุ่ ท่นี บั ถือศาสนาอสิ ลาม มมี สั ยิด หรือสเุ หร่า เพ่ือประกอบพิธี จีตู๋
เจียว เป็ นกล่มุ ท่ีนับถือศาสนาคริสต์ มีโบสถ์ เป็ นศาสนสถานท่ีใช้ เพ่ือทา
พิธีกรรมในหมู่บ้าน และความเช่ือ เรื่องสิ่งสกั การบูชา ๕ ประการ ได้แก่ ฟ้ า
ดนิ กษัตริย์ บิดา มารดา และครู สีแดงเป็ นสมี งคล การบชู าผีเรือนจะทาให้ผู้
62
บูชาอย่เู ย็นเป็ นสขุ กระดูกไก่สามารถใช้ทานายโชคชะตา อนาคตและความ
รุ่งเรืองของบคุ คลได้ ความเช่ือเกย่ี วกบั ธรรมชาติ และชีวติ หลงั ความตาย
วัฒนธรรม ประเพณี
ชาวจีนยูนนานมีงานปี ใหม่เช่นเดียวกนั กบั จีน มีการเซ่นไหว้เจ้าท่ี
ด้วยอาหาร ผลไม้ จดุ ประทัด ทุกคนต่างหยดุ งาน และแต่งกายสวยงามเลยี ้ ง
สรุ าอาหาร ให้ของขวัญแก่กนั มีการไหว้บิดามารดาหรือสามีภรรยาท่ีลว่ งลบั
ไปแล้ว
เคร่ืองดนตรี ขล่ยุ ไม้ไผ่พ่ือพิธีกรรมสื่อสารวิงวอนร้ องขอต่ออานาจเหนือ
ธรรมชาติ คอื ผีบรรพชน
63
อำหำร อาหารยนู นานสว่ นใหญ่จะเป็ นอาหารสีเขียว เพราะว่ามีการนาผกั ท่ี
ขนึ ้ เองตามท้องไร่ปลายนา ดอกไม้ที่ขนึ ้ ตามป่ าและเห็ดท่ีขนึ ้ ตามภูเขามาปรุง
เป็ นอาหาร อาหารสว่ นใหญ่มีความมนั มกั กนิ กบั ซาลาเปาขาหมตู ้ม
งำนฝี มอื งานเย็บปักถกั ร้อย
กจิ กรรม CBT การแสดงของชาวจีนยูนนานคือระบานกยูงของยูนนาน และ
ชมความเป็ นเอกลกั ษณ์ของชชุ น
64
65
ชนชาติพนั ธ์เุ ม่ยี น หรือ เย้า
ประวัติควำมเป็ นมำชนเผ่ำเม่ยี น
ชาวเมีย่ น (เย้า) ตงั ้ ถิน่ ฐานทเ่ี ดมิ อย่ใู นประเทศจีนซึ่งเป็ นท่ีราบ รอบๆ
ทะเลสาปตงถงแถบแม่นํ้าแยงซี ช่ือ “เมี่ยน” เป็ นช่ือท่ีทาง ราชการตงั ้ ให้ หรือ
บางครัง้ จะเรียกว่า “อิว้ เม่ียน” ชาวเย้าในประเทศ จีน แยกออกเป็ น 4 กล่มุ
ใหญ่ๆ คอื เผ่าเปี ย้ น ,เผา่ ปหู ู ,เผ่าฉา ซนั และเผ่าผิงตี
ภำษำ จดั อยใู่ นตระกลู จีน – ทเิ บต สาขาแม้ว – เย้า ส่วน ภาษาพูดจะพัฒนา
มาจากกลมุ่ ภาษาหนง่ึ ของชาวหมาน ภาษาเย้า ปัจจบุ นั แบง่ เป็ นภาษาถ่ินย่อย
3 ภาษาคือ ภาษาเมี่ยน ภาษาปูน และ ภาษาลกั จา ชาวเมี่ยนจะมีแต่ภาษา
พดู ไมม่ ีภาษาเขียน จงึ ได้นาเอา ภาษาเขียนของภาษาฮนั่ มาใช้
อำหำรกำรกิน
นิยมกนิ ข้าวเจ้า (ข้าวสวย) ใสถ่ ้วยพร้อม ตะเกียบ สว่ นกับข้าวนิยม
กนิ อาหารที่สกุ แล้วทกุ ชนิด ปรุงง่ายๆ รสชาติส่วนมากมีรสเค็มอย่างเดียว ไม่
เผ็ด วธิ ีปรุงก็ง่ายเช่นกนั สว่ นมากใสเ่ กลอื และน้ําปลานิดหนอ่ ย
66
กำรแต่งกำย ชาวเมี่ยนหญิง เครื่องแต่ง
กาย ประกอบด้วย กางเกงขาก๊วยเป็ นผ้าสี
ดา ปักลวดลายด้านหน้า ผ้า คาดเอว ผ้า
โพกศีรษะ ส่วนเสือ้ จะเป็ นเสือ้ แขนยาว
ลกั ษณะคลมุ ยาวด้านหลงั เป็ นผ้าตรงชิน้
เดียว ด้านหน้าเป็ นผ้า 2 ชนิ ้
ชาวเม่ียนผ้ชู าย จะสวมเสอื ้ ตวั สนั ้ หลวม คอกลม ชิน้ หน้าห่อ อกอ้อม
ไปติดกระดมุ ลกู ต้มุ เงนิ 8 – 10 เม็ด เป็ นแถวทาง ด้านขวา กางเกงเป็ นกางเกง
ขาก๊วย ตดั เยบ็ ผ้าทอมือย้อมครามสี น้ําเงนิ หรือดา จะมีลายปักและกระเป๋ าติด
อยดู่ ้านหน้า
ควำมเช่อื และพิธกี รรม ชาวเมี่ยนสว่ น
ใหญ่จะนับถือวิญญาณ บรรพบุรุษ
วิญญาณท่ีเม่ียนนับถือแบ่งออกเป็ น 3
กล่มุ คือ วิญญาณ เทพยดา วิญญาณ
บรรพบรุ ษ และวญิ ญาณทว่ั ไป เมี่ยนทกุ
บ้านจะมีหิง้ บูชา เป็ นที่สิงสถิตของ
วญิ ญาณบรรพบรุ ุษ และมีความเช่ือเกี่ยวกบั สถานที่ สงิ่ ศกั ด์ิสิทธิ์เช่น สสุ าน
ภเู ขา ป่ า ต้นไม้ หนองน้ํา แมน่ ํ้า จอมปลวก นรก – สวรรค์ และอีกอย่างหนึ่งท่ี
เมีย่ นเชื่อก็คือ การ นบั วนั เดอื นปี สงิ่ ท่เี กีย่ วข้องกับชีวิตประจาวนั โชคลางและ
การ ทานาย พธิ ีกรรมที่สาคญั จะมีพิธีกรรมการตงั ้ ครรภ์ พิธีกรรมการ เกิด การ
สขู่ วญั การบวช การแต่งงาน พธิ ีงานศพ ขนึ ้ ปี ใหม่ และวันกรรม วนั เจ๋ีย เจียบ
67
เฝย (สาร์ทจีน) พิธีซิบ ตะปูงเมีย้ น เม่ียนเป็ นเผ่าซ่ึงมีความเชื่อ ประเพณี
วัฒนธรรมท่ีชับ ช้อนมากมายโดยเฉพาะความเช่ือในเรื่องสิ่งที่อยู่เหนือ
ธรรมชาติ สงิ่ ศกั ดิส์ ทิ ธ์
เคร่ืองดนตรี
ลกั ษณะเป็ นการเลน่ ดนตรีแบบง่าย ๆ โอกาสที่จะ เล่นได้คือ ช่วง
ประกอบดาเนินพิธีในพิธีกรรม เช่น งานแต่งงาน งาน บวช งานศพ พิธีดึง
วญิ ญาณคนตายจากนรก เครื่องดนตรีของ เมี่ยนมี 2 ประเภท คือ เป่ าและตี
ซ่งึ เคร่ืองเป่ ามี 1 ชนิด คือ ป่ี (จยดั ) ทาด้วยทองแดง ทองเหลือง ความยาว
ประมาณไมน่ ้อย กว่า 50 เซนตเิ มตร เคร่ืองตีมี 3 ชนิด มีกลอง ฆ้อง และ ฉาบ
กลอง จะเป็ นกลองสองหน้าหุ้มด้วยหนังโคมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 60
เซนติเมตร ไม้ที่ใช้ทากลองต้องเป็ นไม้ตะจงู กง และมีเจียมทงั ้ หมด 300 อัน
ฆ้อง ทาด้วยโลหะผสม รูปร่าง เหมือนฆ้องไทย ฉาบ ทาจากทองเหลือง
เช่นเดยี วกบั ฉาบไทย
68
วัฒนธรรม ประเพณี ค่อนข้างหลากหลาย เช่น ประเพณี การฉลองปี ใหม่
การฉลองพชื ผล (กินข้าวโพดใหม่) การกินข้าวใหม่ การไหว้ผีหลวง การไหว้ผี
ไร่ ผนี า การไหว้ผบี รรพบรุ ุษ ดนตรีเพลงชนเผา่ และการเต้นรา เคร่ืองดนตรีชน
เผ่ามีไม่มากชิน้ ได้แก่ แคนนา้ เต้า และซึง ใช้เล่นประกอบการเต้นราในงาน
ต่างๆ เพลงลซี อมีหลายประเภท เพลงที่นิยมคือเพลงเกีย้ วสาว ซึ่งชาย-หญิง
ร้องโต้ตอบกนั
กำรละเล่น ปื นไม้ ไผ้ (พ้าง พ้ าง)
เป็ นของเล่นท่ีเด็กนิยมเล่นกันมาก
วธิ ีการทา คือ เอาไม้ไผ่ลาใหญ่ขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร
มาทาเป็ นกระบอกปื น และเหลาไม้
อีกอนั มาใช้สาหรับเป็ นตวั ยิง จะนาผลของต้นไม้ชนิดหนงึ่ มาเป็ นกระสนุ ในการ
เลน่ เม่ยี นเรียกว่าพ้าง พ้างเปี ย้ ว
69
-ไ ม้ โ ก ง ก า ง ( ม่ า เ ก ะ เ ฮ้ า )
ไม้โกงกางทามาจากไม้ไผ่ ซึ่งจะมีความสูง
ประมาณ 2 เมตร ตรงขาเหยียบจะสงู ขนึ ้ มา
จากพืน้ ประมาณ 50 ซม. หรือจะสงู กว่านีก้ ็ได้
แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน ซ่ึงเป็ น
การละเล่นที่ถือว่าสนุกสนานมากในวัยเด็ก
สามารถเลน่ ได้ทุกฤดูกาล วิธีการเลน่ คือ ขนึ ้
ไปเหยียบแล้วก็ว่ิงแขง่ กนั
-ลกู แก้ว(ป้ สู )ี่
ลกู แก้วนีถ้ ือว่าเป็ นของเล่นอีกอย่างหน่ึงของเด็ก
เมย่ี น เมื่อถึงช่วงฤดกู าลหนึ่ง เด็กเม่ียนก็จะเปล่ยี น
ของเลน่ ไปตามฤดกู าลนนั ้ การเล่นลกู แก้วนีก้ ็ถือว่า
เป็ นอีกอย่างหนง่ึ ของการละเลน่ การเลน่ ลกู แก้วนี ้
จะนาลกู แก้วมาตแี ขง่ กนั โดยใช้มือเลน่ จะมีหลมุ อยู่
หลมุ หนงึ่ เพ่ือการเลน่
งำนฝี มือ
เม่ียน หรือ เย้า มีงานฝี มือด้านศิลปะ ผู้ชาน มีทักษะด้านการทาเครื่องเงิน
ผ้หู ญิง มที กั ษะปักผ้า
70
71
ชนชาติพนั ธ์ดุ าราองั้ หรือ ปะหลอ่ ง
ประวตั ิควำมเป็ นมำชนเผ่ำดำรำองั้
ชนเผ่าดาราอัง้ หรือ ปะหล่องเป็ นชนเผ่าท่ีอพยพมาจากพม่า
เน่ืองจากสถานการณ์ การส้รู บในพม่า เข้าส่ไู ทยเม่ือประมาณปี ๒๕๑๑ เรียก
ตวั เองว่า " ดาระองั ้ " คาวา่ "ปะหลอ่ ง" หรือ ปะลวง เป็ นภาษาไทใหญ่บางกล่มุ
กเ็ รียก "คณุ ลอย" ซงึ่ มคี วามหมายว่า คนดอย หรือคนภูเขา ปี ๒๕๒๗ ชาวปะ
หลอ่ งกล่มุ หน่งึ ได้อพยพเข้ามาพ่ึงพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยหู่ วั ฯ ทรงโปรดเกล้าให้อาศยั บริเวณบ้านนอแล ซง่ึ เป็ นหม่บู ้านใกล้กับ
พืน้ ที่รบั ผิดชอบของสถานีเกษตรหลวงอา่ งขาง อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่
ภำษำ ชาวปะหลอ่ งมีภาษาพดู เป็ นของตนเอง จัดอย่ใู นกล่มุ ภาษาปะหลอ่ ง -
วะ แตโ่ ดยทวั่ ไปชาวปะหลอ่ งสามารถพดู ภาษาฉานและไทใหญ่ ในการติดต่อ
กบั คนตา่ งเผา่ ได้
กำรแต่ งกำย ผู้หญิง
สวมเสอื ้ สดี า นา้ เงิน หรือเขียว เอว
ลอย ผา่ หน้า แขนกระบอก ตกแต่ง
ด้วยแถบผ้าสแี ดงประดับเสอื ้ ผ้าด้วยลกู ปัดหลากสี
ผ้าซ่ินสแี ดงสลบั ลายริว้ ขาวเลก็ ๆ ขวาง ลาตวั ยาว
กรอมเท้า โพกศีรษะด้วยผ้าผืนยาว ปัจจบุ ันนิยมใช้ผ้าขนหนู ลกั ษณะท่ีโดด
เด่น คอื การสวมเอวด้วยวงหวาย บางคนก็ใช้โลหะสเี งินตัดเป็ นแถบยาวตอก
72
ลาย แล้วขดเป็ นวง สวมใส่ปนกัน เรียกว่า "หน่องว่อง" ปัจจบุ ันพบเพียงนุ่ง
กางเกงสะดอสีนา้ เงิน สวมเสอื ้ เชิต้ สีขาว หรือสีสดใส โพกศรีษะด้วยผ้าขาว
ลกั ษณะทโี่ ดดเด่น ได้แกก่ ารแกะฟัน และฝังด้วยทองหรือพลอยสตี า่ ง ๆ
ศำสนำ ควำมเช่อื
ชาวปะหล่องมีความเชื่อเร่ืองวิญญาณ ควบคู่ไปกับการนับถือ
ศาสนาพทุ ธ ชาวปะหลอ่ งได้ชอื่ วา่ เป็ นกล่มุ ที่ยดึ ถือ คติธรรม คาสอนของพระ
พุทะเจ้าอย่างเคร่งครัด วิถีชีวิตชาวบ้ านอยู่กันอย่างสุขธรรม ปราศจาก
อบายมขุ มีประเพณีพนื ้ บ้านท่เี ก่ียวพนั กบั พระพุทธศาสนา อย่างแน่นแฟ้ นทุก
หม่บู ้านจะมวี ดั เป็ นศนู ย์กลาง
73
วฒั นธรรม และประเพณี
ประเพณที าบญุ ชาวบ้านจะพากนั ไปทาบญุ ตกั บาตรที่วัด และเฉลมิ
ฉลองเม่ือถึงวันสาคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วัน
อาสาหบชู า วนั วิสาขบูชา วันปี ใหม่ และวนั สงกรานต์ ซ่ึงนอกจากตักบาตร
ด้วยข้าว อาหาร ดอกไม้ใสข่ นั ดอก แล้วยงั มีการฟ้ อนรา ร้องเพลง บรรเลงฆ้อง
กลอง ฉิ่งฉาบ ทัง้ ที่วัดและลานหมู่บ้านด้วย พ่อแม่ชาวปะหล่องยึดถือธรรม
เนียมปฏิบตั ิเช่นเดียวกับชาวพทุ ธโดยท่ัวไป คือ การสนบั สนนุ ให้ลกู ชายบวช
เณรเพ่ือเลา่ เรียนธรรมะ และบวชพระ เพื่อแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บิดา
มารดา
74
กำรละเล่น
การราวงหนมุ่ สาว (ฆา กา โฌม ดี บยา) เป็ นการเลน่ เพื่อสร้างความ
เพลดิ เพลนิ โดยหน่มุ สาวปะหล่องจะมาราวงร่วมกัน เพื่อความทสนกุ สนาน
และ ผอ่ นคลายจากการทางานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ทงั ้ ยงั เป็ นการสร้างความ
สามคั คใี นกลมุ่ ชมุ ชนของชนเผ่าอีกด้วย ชนเผ่าปะหล่องมีข้อห้ามในการราวง
โดยห้ามไม่ให้ผ้ชู ายลว่ งเกนิ ผ้หู ญิง หากมีการล่วงเกินกันเกิดขนึ ้ จะถือว่าผิดผี
ต้องไปขอขมาผี โดยให้หมอผีเป็ นผ้ทู าพิธี หาไม่ทาจะไม่สามารถอาศัยอย่ใู น
หม่บู ้านได้
รานางร้อยเงินหรือการราของนางกนิ รี (ฆา มาชีม): เป็ นการเต้นตาม
จงั หวะของเคร่ืองดนตรี เน้นจังหวะโดยการใช้เท้าและมือ จะแสดงช่วงท่ีมี
เทศกาลงานสาคญั เชน่ เข้าพรรษา – ออกพรรษา วันสงกรานต์ หรืองานอื่นๆ
ของชนเผา่ ปะหลอ่ ง โดยผ้รู าจะมเี ทคนคิ ในการราเฉพาะตวั บคุ คล หากอยากรู้
ว่าผู้ราคนนีไ้ ด้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ท่านใด ก็ให้สงั เกตดทู ี่ท่าราแต่
ละทา่ ซงึ่ จะเป็ นทา่ เฉพาะของอาจารย์ทา่ นนนั ้ ๆ
เคร่ืองดนตรี
วอ” มเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั ผ้ชู ายเป็ นผ้บู รรเลงเท่านนั ้ ในอดีตใช้เป่ า
เพื่อจีบสาว พอ่ แม่ฝ่ ายหญิงจะไมค่ อ่ ยชอบหากฝ่ ายชายไมม่ ีเคร่ืองดนตรีชนิดนี ้
เพราะถือว่าเป็ นการไม่ให้เกียรติพ่อแม่ของฝ่ ายหญิง ในการเป่ าวอในงานพิธี
ต่างๆ หรือ งานร่ืนเริง โดยเฉพาะในเวลาที่บ่าวจะไปจีบสาว ฝ่ ายชายจะเป็ นผู้
คิดทานองและตัวโน๊ตของตนเองขึน้ มา ทาให้ฝ่ ายหญิงจดจาได้ว่าใครเป็ นผู้
75
เป่ า นอกจากนี ้ “วอ” ยังเป็ นเคร่ืองดนตรีท่ีมีความแตกต่างจากเครื่องดนตรี
ชนิดอนื่ ตรงทใ่ี ช้นา้ เต้าเป็ นตวั เป่ าลม เพราะมาจากธรรมชาติ มีความแข็งแรง
ทนทาน และสว่ นปลายของนา้ เต้ามีรูปร่างเรียวและเลก็ สามารถนาเข้าปาก
เพื่อเป่ าได้อย่างถนัด และตรงส่วนหัวก็ใหญ่พอท่ีจะเจาะรู เพ่ือใส่ไม้ไผ่ได้
นอกจากนนั ้ ยงั มีรูปทรงทีส่ วยงามอีกด้วย
ประเพณีและเทศกำท่สี ำคัญของชำวดำรำองั้
มกราคม ประเพณปี ี ใหม่ การทาขนมข้าวปกุ พธิ ีกรรมเลยี ้ งผีต้น
นา้
กรกฏาคม เข้าพรรษา
งำนฝี มอื การทอผ้าด้วยมือ การทากระเป๋ าย่านจากผ้าท่ที อ
CBT ศิลปะวัฒนธรรม ของ ชาติพนั ธ์ุ ดาราองั ้ ความมเป็ นอย่ขู องชนเผ่า
ดาราองั ้
76
77