The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2021-10-18 09:20:14

ปรัชญาการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร

ผศ.อนุสรณ์ นางทะราช

๑๘๑

สงดั อทุ รานันท์ กล่าวคาว่า “การพฒั นา” หรอื คาในภาษาอังกฤษว่า “development” มี
ความหมายทเ่ี ดน่ ชดั อยู่ ๒ ลักษณะ คือ ลกั ษณะแรก หมายถึง การทาใหด้ ขี ึน้ หรอื ทาใหส้ มบูรณข์ ึ้น
และอกี ลกั ษณะหนึง่ หมายถงึ ทาใหเ้ กดิ ขน้ึ โดยเหตนุ ี้ ความหมายของการพัฒนาหลักสูตรจงึ อาจมี
ความหมายได้ ๒ ลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ความหมายแรก หมายถงึ การทาหลักสูตรทมี่ อี ยแู่ ลว้ ใหด้ ี
ขนึ้ หรือสมบูรณข์ น้ึ และอกี ความหมายหน่ึงก็ คือ เป็นการสร้างหลกั สตู รข้นึ มาใหม่ โดยไมม่ ีหลักสตู ร
เดิมเป็นพื้นฐานอยูเ่ ลย

ทยา เจียม ให้ความหมายวา่ การพัฒนาหลักสตู ร หมายถงึ กระบวนการที่เกีย่ วขอ้ งกบั การ
วางแผนพัฒนาหรือคิดประสบการณเ์ รยี นรตู้ า่ ง ๆ เพื่อใหเ้ กดิ ความเหมาะสมหรือดียงิ่ ขน้ึ

สวสั ด์ิ จงกล ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ การพัฒนาหลกั สูตร คือ การเก่ียวข้องกับการวางแผนพฒั นา
หรอื คดิ ประสบการณ์เรียนรู้ต่างๆเพ่ือใหเ้ กิดความเหมาะสมหรือดียิง่ ขึน้

ธารง บวั ศรี ได้กลา่ วถึงความสาคัญของหลักสตู รไว้โดยสรุปวา่ หลักสตู รมีความสาคัญต่อ
การศกึ ษาส่วนร่วม น่นั คือหลกั สตู รเปน็ เครอ่ื งมอื ท่ถี ่ายทอดเจตนารมณ์หรือเปา้ ประสงคข์ อง
การศกึ ษาของชาติไปแปลงเปน็ การกระทาข้นั พน้ื ฐานในโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษา ถ้าจะกล่าวว่า
หลักสูตรคือหวั ใจทางการศกึ ษากค็ งไม่ผิด เพราะถา้ ปราศจากหลักสูตรเสยี แลว้ การศึกษาก็ยอ่ มดาเนิน
ไม่ได้ และหลกั สตู รยังมีความสาคัญตอ่ การเรยี นการสอน กล่าวคอื ถ้าหากไมม่ ีหลักสตู ร กส็ อนไม่ได้
เพราะไม่รู้จะสอนอะไร หรือถ้าจะสอนโดยคดิ เอาเองก็จะเกิดความสับสน โดยทีอ่ าจสอนซ้าไปซ้ามา
ไมเ่ รยี งลาดับตามที่ควรจะเปน็ ผลการเรยี นรู้อาจไม่เป็นไปตามทค่ี าดไว้ ผเู้ รียนเองก็จะมีความลาบาก
ใจเพราไมท่ ราบว่าสิง่ ทเี่ รยี นไปนัน้ สามารถนาไปเปรียบเทียบได้กบั ระดบั ใด

ทาบา (Taba) ไดก้ ล่าวไวว้ า่ “ การพฒั นาหลักสตู ร หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงปรบั ปรุง
หลกั สูตรอันเดิมใหไ้ ด้ผลดยี ง่ิ ขนึ้ ทง้ั ในดา้ นการวางจดุ มุง่ หมาย การจดั เน้อื หาวชิ า การเรยี นการสอน
การวดั ผลประเมนิ ผล และอนื่ ๆ เพอ่ื ให้บรรลุถึงจดุ มุง่ หมายอนั ใหม่ทีว่ างไว้ การเปลย่ี นแปลงหลักสูตร
เป็นการเปล่ยี นแปลงทั้งระบบหรอื เปลย่ี นแปลงทงั้ หมด ต้งั แต่จดุ มุง่ หมายและวธิ กี าร และการ
เปลย่ี นแปลงหลักสตู รนจ้ี ะมผี ลกระทบกระเทือนทางดา้ นความคิดและความรสู้ ึกนึกคดิ ของผูท้ ี่
เก่ยี วขอ้ งทุกฝ่าย สว่ นการปรบั ปรุงหลกั สตู ร หมายถึง การเปลย่ี นแปลงหลกั สตู รเพยี งบางสว่ นโดยไม่
เปลีย่ นแปลงแนวคิดพื้นฐาน หรอื รปู แบบของหลักสูตร ”

กดู๊ (Good) ไดใ้ ห้ความเห็นวา่ “ การพฒั นาหลักสูตรเกดิ ได้ ๒ ลกั ษณะ คอื การปรับปรงุ และ
เปล่ยี นแปลงหลกั สตู ร การปรับปรงุ หลักสูตรเป็นวธิ ีการพัฒนาหลักสูตรอยา่ งหนง่ึ เพอ่ื ให้เหมาะสมกบั
โรงเรียนหรอื ระบบโรงเรยี น จดุ มุ่งหมายของการสอน วสั ดุอุปกรณ์ วธิ สี อน รวมทั้งการประเมนิ ผล
สว่ นคาวา่ เปลี่ยนแปลงหลกั สูตร หมายถึงการแกไ้ ขหลกั สตู รใหแ้ ตกตา่ งไปจากเดิม เปน็ การสร้างโอกาส
ทางการเรยี นขึ้นใหม่ ”

เซเลอร์ และอเลก็ ซานเดอร์ (Saylor and Alexander) ให้ความหมายวา่ “ การพฒั นา
หลกั สูตร หมายถงึ การจัดทาหลักสตู รเดมิ ทมี่ อี ยู่แล้วใหด้ ีขนึ้ หรือเป็นการจัดทาหลกั สูตรใหม่โดยไมม่ ี
หลกั สูตรเดมิ อยูก่ อ่ น การพฒั นาหลกั สตู ร อาจหมายรวมถึงการสรา้ งเอกสารอื่นๆ สาหรับนกั เรียน
ด้วย ”

โบแชมพ์ (Beauchamp ) ได้กล่าวถงึ ความหมายของหลักสูตรคือ หลกั สูตรเป็นศาสตรส์ าขา
หนง่ึ ซง่ึ ศึกษาถงึ กระบวนการพฒนั าหลกสั ตู รและวิธใี ช้นอกจากนห้ี ลกัสตู รยงั มขี อบเขตขอ้ กา หนด
เกี่ยวกับ การเรยี นการสอนทเ่ี ขยี นขึ้นอยา่ งเปน็ ทางการ

๑๘๒

จากการทีก่ ล่าวมาแล้วสรปุ ไดว้ ่า การพัฒนาหลกั สูตร หมายถึง การปรบั แต่ง เสรมิ เติมตอ่ หรอื
การดาเนนิ งานอื่นๆเพอ่ื ให้ได้มาซงึ่ ความเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของสภาพสงั คมท่ี
เปลี่ยนแปลงไปและสนองต่อความตอ้ งการของผู้เรียนจากความหมายของการพัฒนาหลกั สูตรที่นกั การ
ศกึ ษาไดก้ ลา่ วไวข้ า้ งต้น ทาใหส้ ามารถอธบิ าย สรุปความหมายของการพัฒนาหลักสตู รไดว้ า่ การ
พฒั นาหลักสูตร (Curriculum Development) หมายถึง การจดั ทาหลักสูตร การปรบั ปรุง การ
เปลีย่ นแปลงหลกั สตู รให้ดีขึ้น เพ่อื ให้เหมาะกบั ความต้องการของบคุ คล และสภาพสงั คม

๒. หลกั การจุดม่งุ หมายและโครงสร้าง

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน มีหลกั การทส่ี าคญั ดงั น้ี
๑. เป็นหลกั สตู รการศึกษาเพอ่ื ความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสาหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชนให้มคี วามรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของ
ความเปน็ ไทยควบคกู่ ับความเป็นสากล
๒. เป็นหลักสตู รการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทกุ คนมโี อกาสไดร้ ับการศกึ ษาอย่างเสมอ
ภาค และมคี ณุ ภาพ
๓. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาทีส่ นองการกระจายอานาจ ใหส้ ังคมมีสว่ นรว่ มในการจัด
การศึกษา ใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของทอ้ งถ่ิน
๔. เป็นหลักสตู รการศึกษาที่มโี ครงสรา้ งยืดหย่นุ ท้ังดา้ นสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจดั การ
เรียนรู้
๕. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั
๖. เปน็ หลักสตู รการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตาม
อัธยาศัย ครอบคลมุ ทกุ กล่มุ เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์
จดุ หมาย
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน มุง่ พัฒนาผู้เรยี นให้เป็นคนดี มีปัญญา มคี วามสุข
มีศกั ยภาพในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจดุ หมายเพ่ือใหเ้ กดิ กบั ผู้เรยี น เมื่อ
จบการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ดังนี้
๑. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทพี่ งึ ประสงค์ เห็นคณุ ค่าของตนเอง มวี ินยั และ
ปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนบั ถอื ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี และมี
ทกั ษะชวี ิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตทีด่ ี มีสขุ นิสยั และรกั การออกกาลังกาย
๔. มีความรักชาติ มจี ิตสานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มั่นในวถิ ชี ีวิตและ การ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
๕. มจี ิตสานึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย การอนรุ ักษ์และพัฒนา
สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะทม่ี งุ่ ทาประโยชนแ์ ละสรา้ งส่งิ ทด่ี งี ามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอยา่ ง
มคี วามสขุ

๑๘๓

๓. กระบวนการการจดั ทาหลกั สูตรสถานศึกษา

ขน้ั ตอนการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาทจ่ี ะนามาใช้ดาเนินการการนาแนวคิดและรปู แบบ
จากพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๒๗ วรรคสองทกี่ าหนดใหก้ าหนดให้
สถานศึกษาข้ันพื้นฐานมหี น้าที่จัดทาสาระของสาระของหนกั สตู รท่สี อดคล้องกบั หลักสตู รแกนกลาง
ขน้ั ตอนการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาทกี่ าหนดขน้ึ เป็นการพฒั นาหลักสูตรครบวงจร ขนั้ ตอนการ
พัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา ประกอบด้วยข้ันตอนท่สี าคญั ๕ ข้นั ตอนดงั นี้

ขัน้ ท่ี ๑ การศกึ ษาและวิเคราะหข์ อ้ มลู พืน้ ฐานในดา้ นตา่ งๆ
การศึกษาและวเิ คราะห์ขอ้ มลู พ้ืนฐานเพอ่ื ใหส้ ามารถกาหนดวัตถปุ ระสงค์และขอบเขตใน

การเรยี นการสอน รวมท้ังส่ิงท่ีคาดหวังให้ผูเ้ รยี นบรรลตุ ามจุดประสงค์
๑.๑ ข้อมูลเกย่ี วกบั สภาพและความต้องการของชมุ ชน
โรงเรยี นมหี นา้ ท่ถี ่ายทอดความรูป้ ลกู ฝงั เยาวชนในชุมชนใหเ้ ป็นพลเมืองท่ดี ีเพ่อื พัฒนา

ชุมชนและสงั คมต่อไป จึงตอ้ งทราบขอ้ มูลชมุ ชนเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของชุมชนน้ันๆ ข้อมลู
ของชมุ ชนที่สาคญั มดี งั น้ี

๑.ข้อมลู ท่ัวไปของชุมชน เช่นแผนทตี่ ง้ั ประวัติความเปน็ มา จานวนประชากร เพศ อายุ
ศาสนาฯลฯ

๒.ขอ้ มูลด้านการศกึ ษา จานวนผจู้ บการศกึ ษาในระดบั ต่างๆ จานวนนักเรยี นในระดับต่างๆ
ฯลฯ

๓.ขอ้ มูลศิลปวฒั นธรรม เชน่ ภาษาทอ้ งถ่ิน ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ
๔.ขอ้ มลู พ้นื ฐานทางเศรษฐกจิ เช่นรายได้ อาชีพ
๕.ภมู ิปัญญาท้องถนิ่
๖.ปญั หาที่เกดิ ขึน้ ภายในชมุ ชน เชน่ ยาเสพยต์ ดิ มิจฉาชพี โจร เป็นต้น
วิธกี ารศึกษาชุมชน สามารถดาเนินการไดด้ งั นี้
-ศึกษาแบบทตุ ยิ ภมู ิ (เอกสาร,งานวจิ ัย,สอ่ื ส่งิ พมิ พ)์
-ศกึ ษาแบบปฐมภมู ิ (สารวจ,ลงพื้นท,่ี สอบถาม,สงั เกต)
๑.๒ การวเิ คราะห์ศกั ยภาพของโรงเรียน
บคุ ลากร งบประมาณ อุปกรณ์ และสื่อต่างๆ หอ้ งต่างๆ ปัญหาที่เกิดจากการใช้หลกั สูตร
และกระบวนการเรียนการสอน เพอื่ ตัดสินใจเลือกแนวทางในการพฒั นาหลกั สูตรให้เหมาะสม
๑.๓ การวเิ คราะห์หลกั สตู รแกนกลาง

๑. หลักสตู รประถมศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๑(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๓๓) ให้พิจารณา
จาก

๑.๑ จดุ มงุ่ หมายของหลักสตู ร
๑.๒ จดุ ประสงค์ของรายวชิ า (ความมงุ่ หวังทตี่ อ้ งการ)
๑.๓ เนือ้ หาสาระ (โครงสร้างหลกั สูตร)
๑.๔ กิจกรรมการจดั การเรียนการสอนและการประเมนิ ผลการเรียนรู้
๒. หลักสูตรข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ใหพ้ จิ ารณาจาก
๒.๑ มาตรฐานการเรยี นรขู้ องหลักสูตร
๒.๒ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้แตล่ ะช่วงชัน้

- ๘ กลุ่มสาระ

๑๘๔

- กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๒.๓ การจดั การเรยี นรู้
๒.๔ การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
๓. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ปรบั มาตรฐานการเรยี นรู้จากหลกั สูตรข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๔
๓.๑ สาระและมาตรฐานการเรยี นร้แู ต่ละช่วงชน้ั

- ๘ กลมุ่ สาระ (เทา่ เดิม)
- วิสยั ทศั น์
- พนั ธกจิ
- คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
- กิจกรรมสาธารณประโยชน์
๓.๒ การจัดการเรยี นรู้
๓.๓ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ซึ่งสถานศึกษาควรนาข้อมูลท้งั สามอยา่ งนีม้ าศึกษาและวิเคราะห์ ไดแ้ ก่ สภาพและความ
ตอ้ งการของชมุ ชน, ศักยภาพของโรงเรยี น และหลักสูตรแกนกลาง
ขนั้ ที่ ๒ การร่างหลักสูตร
เป็นการกาหนดแผนการจัดประสบการณห์ รอื การกาหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอน
เพ่อื ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติตามเปา้ หมายกาหนดไว้
๒.๑ การกาหนดจดุ ประสงคข์ องหลกั สตู ร
จุดประสงค์ทั่วไป คือเป้าหมายหรือสิ่งมงุ่ หวงั ให้เกดิ กับผูเ้ รียน ควรใช้ภาษาที่เขา้ ใจง่ายและ
กระชับ และต้องสอดคลอ้ งกับหลกั สตู รแกนกลาง
จุดประสงค์การเรยี นรู้ คือเป้าหมายทมี่ ุ่งหวงั จาแนกเรอ่ื งและหัวขอ้ เช่น ให้ผเู้ รยี นมที ศั นคตทิ ีด่ ตี ่อวิชา
เรียน ใหน้ กั เรยี นบอกความหมายของวชิ าท่ีเรียนได้ เป็นตน้
๒.๒ การกาหนดเนื้อหาสาระ
ควรกาหนดให้สอดคล้องกบั จุดประสงค์ของหลักสูตร
๒.๓ การจดั การเรียนการสอน กิจกรรมและส่อื ต่างๆ
ควรเลือกวธิ ีทเ่ี หมาะสมแกผ่ เู้ รยี น เนอื้ หา จุดประสงค์ และหลากหลายเพอื่ ให้สอดคล้อง
กับเปา้ หมาย ไม่วา่ จะเปน็ เทคนิคการสอน หรือกระท่ังสื่อต่างๆ
๒.๔ การกาหนดวธิ แี ละประเมินผลผเู้ รียน
ต้องร้ถู ึงคณุ ภาพของหลกั สูตรน้นั ๆ จึงตอ้ งมกี ารประเมินผลผเู้ รยี น เพ่อื ใหท้ ราบผม
สัมฤทธิ์ของแผนการพฒั นาหลักสูตรอนั จาเปน็ ต่อการพัฒนาในครง้ั ต่อๆไป
ขนั้ ท่ี ๓ การตรวจสอบคณุ ภาพของหลักสตู ร
เมือ่ รา่ งหลกั สตู รเสรจ็ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบก่อนนาไปใช้ สงิ่ สาคญั ทต่ี อ้ งพจิ ารณาคือ ความ
สอดคล้องขององค์ประกอบต่างๆ ได้แก่
-จุดประสงค์
-เนือ้ หาสาระ

๑๘๕

-การจัดการเรียนการสอน
-กจิ กรรมและสอ่ื การเรยี นรู้
-วธิ วี ดั และประเมนิ ผลผ้เู รยี น
ทง้ั หมดนสี้ ามารถทาไดโ้ ดยปรึกษาและรับฟงั ขอ้ เสนอแนะจาก
• คณะทางานรา่ งหลกั สตู ร
• ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง
• ผทู้ ี่มสี ่วนเกี่ยวข้อง
ขัน้ ที่ ๔ การนาหลกั สตู รไปใช้
คือการแปลงหลกั สตู รไปสูก่ ารสอน ตอ้ งกาหนดวธิ กี ารจัดการเรียนการสอน กาหนด
รายละเอยี ดกิจกรรมในแต่ละคาบ เตรียมวัสดอุ ุปกรณ์ ประสานงาน เพ่ือให้การสอนเปน็ ไปตาม
วตั ถุประสงคม์ ากทสี่ ุด
นอกจากนัน้ เพ่อื ใหส้ อดคล้องกบั แนวทางการจัดการเรียนการศึกษาตาม พระราชบญั ญัติ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๒ บญั ญัตไิ วว้ ่า “การจดั การศกึ ษาตอ้ งยึดหลักวา่ ผเู้ รียนทุก
คนมีความสามารถ เรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้ และถอื วา่ ผเู้ รยี นมคี วามสาคญั ท่สี ดุ กระบวนการ
จดั การศกึ ษา ต้องส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนสามารถพัฒนา ตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศกั ยภาพ” และการ
เรยี นรู้ หมายถงึ การปรับเปลี่ยนไปในทางดขี ึน้ การสอนใหผ้ เู้ รยี นได้เรียนรู้ (ตามนัยพระราชบัญญตั ิ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ) มดี งั นี้
๑.การเรียนรโู้ ดยตนเอง คอื การสรา้ งประสบการณ์ สง่ิ แวดลอ้ ม วทิ ยาการ และโอกาส ใหเ้ ออื้
ต่อการสรา้ งแรงจงู ใจ เกดิ การคดิ วิเคราะห์ ฝกึ ทักษะ ดว้ ยตนเอง
๒. การเรียนรดู้ ้วยตนเอง ธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม คอื การเรยี นรเู้ พื่อใหด้ ารงชีวิตอยู่ได้
อยา่ งเหมาะสมกับสภาพแวดลอ้ ม นอกจากนั้น ยังต้องเรียนรู้ตนเอง สามารถปรบั เปล่ยี นทศั นคตแิ ละ
พฤตกิ รรมใหส้ อดคล้องกบั ค่านยิ มอันดีงาม และยึดมน่ั ในคุณธรรม
๓. การเรียนรทู้ ี่ม่งุ พฒั นาทกั ษะการดารงชีวิตและการประกอบอาชีพ คือ การเรียนรู้ในทักษะ
ชวี ติ ทส่ี าคัญ ในการใชช้ วี ติ รว่ มกับผูอ้ น่ื เช่นการส่อื สาร การสร้างสัมพนั ธภาพ การเหน็ ใจผู้อ่นื เป็นตน้
รวมถงึ ความร้ดู ้านสขุ ศึกษา เชน่ เพศศึกษา ยาเสพติด การแกไ้ ขปญั หาภายในครอบครัวอีกด้วย ส่วน
การเรียนรู้การประกอบอาชีพ กค็ ือการเข้าใจในศักยภาพของตนเพ่อื เตรียมตวั ในการประกอบอาชพี
นนั่ เอง
๔. การเรยี นรทู้ ม่ี ุ่งพัฒนากระบวนการคิด ในการฝกึ ประสบการณแ์ ละปฏิบัติ เพือ่ ผจญกบั
ปญั หาจรงิ และสามารถแกไ้ ขไดอ้ ย่างถกู วธิ ี
๕. การเรยี นโดยผสมผสานความรู้ คือการเรยี นความร้ใู นศาสตร์ต่างๆ ควบคกู่ บั การพฒั นา
จิตใจผเู้ รียน
๖. การฝึกการเรียนรูท้ ี่มุ่งเนน้ ประชาธิปไตย คือการเรียนรู้เร่ืองสิทธเิ สรภี าพของตนเองและ
ผู้อน่ื , ความเสมอภาค, หน้าท,่ี และศรัทธาในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็
ประมขุ
๗. การเรยี นรเู้ รือ่ งภูมปิ ัญญาและศิลปวัฒนธรรม เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ความ
ตระหนัก และและมีความรกั ความหวงแหน ต่อคณุ คา่ ของภมู ปิ ัญญาและศลิ ปวัฒนธรรมไทย
๘. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาการกระบวนการเรียนรู้ คอื การรวบรวมข้อมูล เพอื่ การแก้ไข และเป็น
เครอ่ื งมอื ในการวจิ ยั ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการสรา้ งแรงจงู ใจ รวมถงึ การประเมนิ คณุ ภาพ

๑๘๖

๙. การเรยี นรดู้ ้วยความร่วมมอื ของครอบครวั และชุมชน คือการท่คี รอบครัว, ชมุ ชน, และ
สถานศกึ ษา มสี ่วนรว่ มในการจดั กระบวนการเรียนรูใ้ ห้ผเู้ รียน

๑๐.การประเมินผเู้ รียน คอื กระบวนการพจิ ารณาผู้เรยี นว่าเปน็ ไปตามจุดประสงค์หรอื ไม่
โดยใชเ้ คร่อื งมือ เช่น การประเมินผลตามจริง แฟ้มผลงาน การสังเกต การสัมภาษณ์ การจัด
นทิ รรศการ เปน็ ตน้

๔. หลกั สตู รเดมิ กับปัจจบุ ัน

หลักสูตรมคี วามสาคญั ยิง่ ในการจดั การศกึ ษาทกุ ระดบั เพราะเปน็ โครงรา่ งกาหนดกรอบแนว
ทางการปฏบิ ัติทจ่ี ะนาไปสู่การจัดการเรยี นรูใ้ หผ้ เู้ รียนไดร้ บั ประสบการณท์ เ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การดาเนิน
ชีวติ รวมทงั้ เปน็ แนวทางในการใหก้ ารศกึ ษา ใหว้ ชิ าความรู้ การถ่ายทอดวัฒนธรรม การปลูกฝงั เจตคติ
และค่านิยม การสรา้ งความเจรญิ เตบิ โต ความสมบูรณ์ทางรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา หรอื
อกี นยั หนงึ่ ก็คือการพฒั นาผ้เู รียนในทกุ ๆดา้ น เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนได้พัฒนาไปในทิศทางทส่ี อดคลอ้ งกับความ
มงุ่ หมายทางการศกึ ษาท่ีกาหนด ฉะนั้น เพอ่ื สามารถนาความร้เู หล่าน้ีไปใช้ในการจัดการเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ ง
มีประสิทธิภาพ

โดยทั่วไปหลกั สตู รจะมลี ักษณะพน้ื ฐานดงั ต่อไปนี้
๑. หลกั สตู รเปน็ ผลผลติ ของสงั คม (social product) ในแตล่ ะชว่ งเวลาและสามารถ
เปลยี่ นแปลงได้เสมอ
๒. หลักสตู รไมใ่ ชเ่ น้ือหาสาระเพียงอยา่ งเดยี ว แตจ่ ะรวมถงึ องคป์ ระกอบทีเ่ ก่ียวข้องกบั
การศกึ ษาด้วย
๓. หลักสูตรจะต้องแสดงให้เห็นถงึ ความม่งุ หมายของการศกึ ษา และแนวทางทจ่ี ะไปถึงความ
มุง่ หมายนั้น
๔. หลักสูตรเป็นส่ิงท่กี าหนดไวล้ ว่ งหนา้ และเป็นเพียงแนวทางหรือการชี้แนะเทา่ น้ัน การใช้
หลักสูตรต้องปรบั ใหเ้ หมาะกบั ผเู้ รยี นและสภาพแวดลอ้ มทางสังคม
๕. หลักสูตรไมใ่ ชส่ ิ่งท่จี ะนาไปใชไ้ ด้ทว่ั ไป ตอ้ งมีขอบเขตทีช่ ัดเจน (curriculum area)

๕. ความหมายของการพฒั นาหลกั สตู ร

ในแวดวงนกั ศกึ ษาผูใ้ หค้ วามหมายของหลักสูตรไวม้ ากมาย โดยไม่สามารถทาให้ทกุ คนเหน็
พ้องกบั ความหมายใดเพียงความหมายเดียว เพราะหลกั สตู รเป็นสงิ่ ทีเ่ ปล่ียนแปลงไดต้ ลอดเวลาแต่อาจ
แบ่งกลุ่มความหมายของหลกั สตู รไดเ้ ปน็ ๓ กล่มุ คอื ๑) กลมุ่ ความหมายทเ่ี นน้ ถงึ เน้อื หาสาระที่จะตอ้ ง
เรียนรู้ ๒) กล่มุ ความหมายทเี่ น้นความหมายสาคัญของจุดหมายท่ตี ้องการใหเ้ กิดกบั ผ้เู รยี น และ
๓) กล่มุ ความหมายทเ่ี นน้ กระบวนการท่ีจะพฒั นาผเู้ รียน

กาญจนา คณุ ารักษ์ ไดร้ วบรวมความหมายหลักสูตรไวด้ ังนี้
๑. หลักสตู ร คือ รายวชิ าหรอื รายการเนอื้ หาท่สี อนโรงเรียน
๒. หลกั สตู ร คือ ประสบการณท์ ีจ่ ัดให้แก่ผู้เรียน
๓. หลักสูตร คอื กจิ กรรมการเรียนการสอนและวสั ดอุ ุปกรณ์
๔. หลักสูตร คอื สง่ิ ทีโ่ รงเรียน ผู้ปกครอง คาดหมายหรือม่งุ หวงั จะใหผ้ ูเ้ รยี นได้รับหรอื มี
คุณสมบตั ิในส่ิงนั้นๆ
๕. หลกั สตู ร คือ พาหนะท่ีจะนาผู้เรยี นไปสู่ความสาเร็จตามเปา้ หมายของการศกึ ษา

๑๘๗

๖. หลักสูตร คอื สง่ิ แวดล้อมต่าง ๆ ทางการเรยี น และส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น
๗. หลักสูตร คอื กระบวนการปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างครู นกั เรียน และสิ่งแวดลอ้ มการเรียน
๘. หลักสตู ร คอื แผนหรือแนวทาง หรือขอ้ กาหนดในการจัดการศึกษาของโรงเรยี น
๙. หลักสตู ร คือ เอกสาร หนงั สือหลักสูตร และเอกสารประกอบหลักสตู รใด ๆ เชน่ แผนการ
สอน คมู่ ือครู แบบเรียน เป็นต้น
๑๐. หลกั สูตร คอื วิชาความรูส้ าขาหน่งึ ท่วี ่าด้วยทฤษฎี หลกั การ และแนวปฏบิ ตั ใิ นการ
พัฒนาหลักสูตร2
วิชยั วงษใ์ หญ่ ไดใ้ ห้แนวคดิ ว่า หลกั สตู ร คอื มวลประสอบการณ์ท้ังปวงทจี่ ัดให้ผู้เรียนเกดิ
การเรยี นรู้ครบถว้ นตามมาตราฐานคุณภาพสากล มาตรฐานความเป็นชาติไทยและมาตรฐานท่ีชุมชน
ท้องถ่ินต้องการ
สงัด อทุ รานนั ท์ กล่าว หลกั สตู ร หมายถงึ ลกั ษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้
๑. หลักสูตร คอื สงิ่ ทส่ี ร้างข้นึ ในลักษณะของรายวชิ า ซึง่ ประกอบไปดว้ ยเนอ้ื สาระทจี่ ัด
เรียงลาดบั ความยากงา่ ย หรอื เป็นขัน้ ตอนอย่างดีแลว้
๒. หลักสูตร ประกอบดว้ ยประสบการณ์ทางเรียนซ่งึ ไดว้ างแผนลว่ งหนา้ เพอื่ มุ่งหวังจะใหเ้ ดก็
ไดเ้ ปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมในทางที่ตอ้ งการ
๓.หลักสตู ร เปน็ สิ่งทีส่ งั คมสรา้ งข้ึนสาหรับใหป้ ระสบการณ์ทางการศึกษาแก่เด็กในโรงเรียน
๔. หลักสตู ร ประกอบด้วยมวลประสบการณ์ทง้ั หมดของผเู้ รียน ซึ่งเขาได้ทาได้รบั รู้ และได้
ตอบสนองตอ่ การแนะแนวของโรงเรยี น
ใจทิพย์ เชือ้ รัตนพงษ์ ใหค้ วามหมายหลกั สูตรว่า คือ SOPEA ประกอบดว้ ย

S คือ Subject matter ไดแ้ ก่ เนอื้ หาทีใ่ ช้ในการเรยี นการสอน
O คือ Object ไกแ้ ก่ วัตถุประสงค์
P คือ plans ไดแ้ ก่ แผนสาหรับจดั โอกาสการเรยี นรู้หรือประสอบการณ์แกน่ กั เรยี นที่
คาดหวัง
E คือ learner’s experience ได้แก่ ประสบการณ์ทั้งปวงของผู้เรียนมาจัดโดย
โรงเรยี น
A คือ education activities ไดแ้ ก่ กิจกรรมทาวการศึกษาทจี่ ัดใหก้ บั ผ้เู รยี น
ชมพันธุ์ กุญชน ณ อยธุ ยา (๒๕๔๐ :๓-๕) ได้อธิบายความหมายของ “หลักสตู ร” ว่ามีความ
แตกต่างกันไปตัง้ แตค่ วามหมายทแ่ี คบสุดจนจนถึงกวา้ งสุด แตจ่ าแนกความคดิ เหน็ ของนักศกึ ษาทีไ่ ดใ้ ห้
นิยามความหมายของหลักสูตร ออกเป็น ๒ ใหญ่ ๆ ดังน้ี
๑. หลกั สูตร หมายถงึ แผนประสบการณก์ ารเรียน นักการศกึ ษาทมี่ คี วามคดิ เหน็ วา่ หลักสตู ร
หมายถงึ แผนประสบการณ์การเรยี นนนั้ มองหลักสูตรในลักษณะทเ่ี ปน็ เอกสาร หรือโครงการ
การศึกษาทส่ี ถาบนั การศึกษาไดว้ างแผนไว้ เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นไดศ้ ึกษาตามแผนหรือโครงการทกี่ าหนดไว้
หลกั สูตรตามความหมายนีห้ มายถึงรวมถงึ แผนการเรยี นหรอื รายวชิ าต่าง ๆ ทกี่ าหนดใหเ้ รียนรวมท้ัง
เนอื้ หาวิชาของรายวชิ าตา่ ง ๆ กิจกรรมการเรยี นการสอนและการประเมนิ ผล ซง่ึ ได้กาหนดไว้ในแผน

2 กาญจนา คณุ ารกั ษ์ การศกึ ษากับการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์. ( กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา
, 2539 ). หน้าท่ี 66

๑๘๘

ความคดิ เหน็ ของนกั ศกึ ษากลุ่มนไี้ ม่รวมถึงการนาหลักสูตรไปใชห้ รือการเรียนการสอนทป่ี ฏิบตั จิ รงิ แต่
ทง้ั แผนประสบการณ์การเรยี นกับการสอนทป่ี ฏิบัติจรงิ มคี วามสัมพันธ์กนั อยา่ งใกล้ชิด3

๒. หลกั สตู ร หมายถึง ประสบการณก์ ารเรยี นรขู้ องผเู้ รียนทสี่ ถาบันการศึกษาจดั ให้ซง่ึ หมาย
รวมถงึ ประสบการณ์การเรียนและการนาหลกั สูตรไปใช้ดว้ ย แนวคดิ นส้ี อดคลอ้ งกบั แนวคิดของทั้งทา
บาแล ไทเลอร์ทเี่ หน็ ว่า หลักสูตรประกอบด้วยจุดมุ่งหมายประสอบการณท์ างการศึกษาหรือเน้อื หา
การจัดประสบการณ์ทางการศกึ ษาหรอื จัดการเนอ้ื หาและกิจกรรมการเรยี นการสอนและการ
ประเมินผล

ธารง บัวศรี กลา่ ววา่ หลักสตู ร คือ แผนซึ่งได้ออกแบบจดั ทาขนึ้ เพ่ือแสดงจุดมงุ่ หมายการจดั
เน้อื หาสาระกจิ กรรมและมวลประสบการณ์ในแต่ละโปรแกรมการศกึ ษา เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีพฒั นาการใน
ด้านตา่ ง ๆ ตามจดุ หมายท่ไี ด้กาหนดไว้

มาเรยี ม นิลพนั ธ์ุ กลา่ วว่า หลักสตู ร หมายถงึ เอกสารขอ้ กาหนดเก่ยี วกับมวลประสบการณ์
เพือ่ ให้ผ้เู รยี นมพี ัฒนาไปในแนวทางท่ีต้องการ ท้งั น้ี นักการศึกษาและนักพัฒนาหลกั สตู รประเทศ ได้
ใหค้ วามหมายและคาจากดั ความของหลักสตู รไว้ โดยสรปุ ดังน้ี

คาสเวลและแคมเบล ไดใ้ หจ้ ากัดความวา่ หลักสตู รเปน็ ส่งิ ทป่ี ระกอบด้วยประสบการณ์ทง้ั มวล
ของเดก็ ภายใต้การแนะแนวของครู

ไทเลอร์ ไดส้ รุปว่าหลกั สตู รเป็นสงิ่ ท่เี ดก็ จะตอ้ งเรยี นรทู้ ้งั หมด โดยมีโรงเรียนเป็นผู้วางแผน
และกากับเพ่ือให้บรรลถุ ึงจดุ หมายของการศึกษา

ทาบา ใหค้ าสรุปเกีย่ วกับหลักสตู รอยา่ งสน้ั ๆ ว่าหลกั สูตรเป็นแผนการเกยี่ วกับการเรียนรู้
กดู๊ ได้ใหค้ วามหมายของหลักสตู รไว้ ๓ ประการ ดงั น้ี คือ
๑. หลักสตู ร หมายถงึ เนอื้ หาวิชาที่จัดไว้เป็นระบบใหผ้ ูเ้ รียนได้ศึกษา เพื่อสาเรจ็ หรือรับ
ประกาศนียบตั รในสาขาวชิ าหนง่ึ
๒. หลกั สูตร หมายถงึ เคา้ โครงสรา้ งท่ัวไปของเน้ือหาหรือสง่ิ เฉพาะท่ีจะต้องสอน ซ่ึงโรงเรยี น
จัดให้แก่เดก็ เพ่ือใหส้ าเร็จการศกึ ษาและสามารถเขา้ ศึกษาต่อในทางอาชีพต่อไป
๓. หลักสตู ร หมายถึง กลุม่ วชิ าและการจัดประสบการณ์ท่ีกาหนดไวใ้ ห้ผู้เรียนได้เรยี นภายใต้
การแนะนาของโรงเรยี นและสถานศกึ ษา
โอลวิ า ไดใ้ หน้ ยิ ามความหมายของหลักสูตรโดยแบ่งเปน็ การใหน้ ิยามโดยยึดจดุ ประสงค์
บรบิ ทหรือสภาพแวดล้อม และวธิ ีดาเนนิ การหรอื ยุทธศาสตร์ ดังน้ี
๑.การใหน้ ยิ ามโดยยึดจดุ ประสงค์ (Purpose) หลักสตู รจงึ มีภาระหน้าทที จี่ ะทาใหผ้ ้เู รียนควร
จะเป็นอย่างไร หรอื มลี กั ษณะอยา่ งไร หลกั สตู รในแนวคิดนจ้ี งึ มคี วามหมายในลักษณะท่ีเปน็ วธิ ีการท่ี
นาไปสู่ความสาเรจ็ ตามจดุ ประสงค์หรือจดุ มุง่ หมายนั้น ๆ เชน่ หลักสตู ร คอื การถ่ายทอดมรดกทาง
วัฒนธรรม หลกั สูตร คือ การพฒั นาทักษะการคดิ ผเู้ รียน เปน็ ตน้
๒. การใหน้ ยิ ามโดยยดึ บริบทหรือสภาพแวดลอ้ ม (Contexts) นิยามของหลกั สูตร ใน
ลกั ษณะน้จี ึงเป็นการอธบิ ายถงึ ลกั ษณะทั่วไปของหลักสูตรซงึ่ แล้วแตว่ ่าเน้อื หาสาระของหลกั สูตรน้นั มี
ลักษณะเป็นอย่างไร เช่น หลักสูตรทยี่ ดึ เนอื้ หาวิชา หรอื หลักสตู รทยี่ ึดผ้เู รียนเปน็ ศนู ยก์ ลาง หรอื
หลักสตู รท่ีเนน้ การปฏิรปู สังคม เป็นตน้

3 พัฒนาหลักสูตรและการสอน. ภาควิชาหลักสตู รและการสอน มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒประสาน
มิตร. 2521

๑๘๙

๓. การให้นิยามโดยยดึ วิธีดาเนนิ การการหรือยุทธศาสตร์ (Strategies) เปน็ การนิยามในเชิง
วธิ ีดาเนินการทเี่ ป็นกระบวนการ ยุทธศาสตร์หรอื เทคนิควธิ กี ารในการจัดการเรยี นการสอน เชน่
หลักสตู ร คือ กระบวนการแกป้ ัญหา หลกั สูตร คือ การอยูร่ วมกันเป็นกลุ่ม การทางานกลุม่ หลักสตู ร
คอื การเรียนรเู้ ปน็ รายบคุ คล หลกั สูตร คือ โครงการหรอื แผนการจดั การเรยี นการสอน เป็นต้น

โอลิวา ได้สรปุ ความหมายของหลกั สตู รไว้วา่ หลกั สตู ร คือ แผนงานหรอื โครงการทจี่ ดั
ประสบการณ์ทั้งหมดให้แกผ่ ้เู รียน ภายใต้การดาเนนิ งานของโรงเรยี น และในทางปฏบิ ตั หิ ลักสตู ร
ประกอบด้วยจานวนของแผนการต่าง ๆ ท่เี ขยี นเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร และมขี อบเขตกวา้ งหลายหลาย
เปน็ แนวทางของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทต่ี ้องการ ดังนัน้ หลกั สูตรอาจเป็นหน่วย (Unit) เปน็
รายวิชา (course) หรือเป็นรายวิชาย่อยต่าง ๆ (sequence of courses) แผนงานหรอื โครงการทาง
การศกึ ษาดังกลา่ วนี้อาจจดั ขนึ้ ไดท้ ้ังในและนอกช้นั เรยี นหรือโรงเรียนกไ็ ด้

จากทกี่ ลา่ วมาแลว้ สามารถสรปุ ได้ว่า หลกั สตู ร หมายถงึ มวลประสบการณ์ความรตู้ า่ ง ๆ ที่
จัดให้ผูเ้ รยี นทงั้ ในและนอกหอ้ งเรียน ซึ่งมีลกั ษณะเป็นกจิ กรรม โครงการหรือแผน เพ่ือเป็นแนวทางใน
การจัดการเรียนการสอนใหผ้ เู้ รยี น ได้พัฒนาและมีคณุ ลักษณะตามความม่งุ หมายทไี่ ดก้ าหนดไว้

๖. ความสาคัญของการพัฒนาหลักสตู ร

นกั การศกึ ษาหลายทา่ นไดแ้ สดงทศั นะและความคดิ เหน็ ท่ีเก่ียวกับความสาคัญของหลักสูตรวา่
หลักสตู รมีความสาคัญอย่างไรต่อการจัดการศึกษา ซง่ึ ส่วนใหญ่เห็นตรงกนั ว่าหลักสตู รมีความสาคญั ตอ่
การกาหนดมาตรฐานและคณุ ภาพการเรียนรขู้ องผู้เรยี น ท้ังนี้ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าผเู้ รียนในแตล่ ะวัยแต่ละ
ระดบั การศกึ ษาได้รบั การศึกษาที่มคี ุณภาพทดั เทยี มกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร ซงึ่ จะมผี ลกระทบต่อผู้เรยี นวา่
ควรเรียนรู้สาระการเรยี นรอู้ ะไร มีเนอื้ หาสาระมากนอ้ ยเพยี งใด จาการศึกษาเอกสารพบว่ามีผูท้ ่ี
กล่าวถึงความสาคัญของหลักสตู รไว้โดยสรปุ ดงั นี้

สนั ต์ ธรรมบารงุ สรุปความสาคญั ของหลักสตู รไว้ ๙ ประการ คอื
๑. หลักสูตร เป็นแผนปฏิบัติงานหรอื เคร่ืองชี้แนวทางปฏิบัตงิ านของครู เพราะหลักสตู รจะ
กาหนดจุดม่งุ หมาย เน้ือหาสาระ การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลไวเ้ ปน็ แนวทาง
๒. หลักสตู รเปน็ ขอ้ กาหนดแผนการเรยี นการสอน อนั เป็นส่วนรวมของประเทศ เพอื่ นาไปสู่
ความมุง่ หมายตามแผนการศกึ ษาชาติ
๓. หลกั สตู รเป็นเอกสารของทางราชการ เปน็ บญั ญัตขิ องรฐั บาล หรอื เปน็ ธรรมนูญในการจกั
การศึกษา เพื่อให้บคุ คลท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการศึกษาปฏบิ ตั ติ าม
๔. หลักสูตรเป็นเกณฑม์ าตรฐานการศกึ ษา เพ่ือควบคุมการเรียนการสอนในสถานศกึ ษา
ระดับตา่ งๆ และยังเปน็ เกณฑ์มาตรฐานอยา่ งหนึ่งในการจดั สรรงบประมาณ บุคลากร อาคาร สถานท่ี
วัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ ของการศกึ ษาของรฐั แก่สถานศึกษาอกี ดว้ ย
๕. หลกั สูตรเปน็ แผนการดาเนินงานของผ้บู ริหารการศกึ ษา ทจ่ี ะอานวยความสะดวกและ
ควบคมุ ดแู ลตดิ ตามใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐบาลด้วย
๖. หลักสตู รจะกาหนดแนงทางในการส่งเสริมความเจริญงอกงามและพัฒนาการของเดก็
ตามจดุ มุง่ หมายของการศึกษา
๗. หลกั สูตรจะกาหนดและลักษณะรปู ร่างของสงั คมในอนาคตไดว้ ่า จะเป็นไปในรูปใด
๘. หลกั สตู รจะกาหนดแนวทางให้ความรู้ ทกั ษะ ความสามารถ ความประพฤติทีจ่ ะเปน็
ประโยชนต์ ่อสังคม อนั เปน็ การพัฒนากาลังซ่งึ จะนาไปสกู่ ารพัฒนาเศรษฐกจิ แบะสงั คมแห่งชาตทิ ไี่ ดผ้ ล

๑๙๐

๙. หลักสตู รจะเปน็ ส่ิงท่บี ง่ ชี้ถงึ ความเจรญิ ของประเทศ เพราะการศกึ ษาเป็นเครอ่ื งมือในการ
พฒั นาคน ประเทศใดจดั การศกึ ษาโดยมีหลกั สตู รทเี่ หมาะสม ทนั สมัย มปี ระสทิ ธิภาพทนั ต่อเหตุการณ์
และการเปลี่ยนแปลงยอ่ มไดก้ าลงั ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพสงู 4

พงษ์ศกั ดิ์ ภูกาบขาว กลา่ วถงึ ความสาคัญของหลกั สูตรไวดงั น้ี
๑. หลกั สตู รย่อมเป็นแนวทางในการปฏบิ ัตงิ านของครู
๒. หลักสตู รยอ่ มเปน็ แนวทางในการส่งเสรมิ ความเจริญงอกงามและพัฒนาการของเดก็ ตาม
จุดมงุ่ หมายของการศึกษา
๓. หลักสตู รย่อมกาหนดแนวทางในการจดั ประสบการณว์ า่ เด็กควรได้รบั สงิ่ ใดบ้างที่เป็น
ประโยชน์แก่เด็กโยตรงและแก่สังคม
๔. หลักสูตรย่อมกาหนดว่า เนอ้ื หาวชิ าอะไรบ้างทจี่ ะชว่ ยใหเ้ ด็กมชี ีวติ อยใู่ นสังคมอย่าง
ราบรืน่ เป็นพลเมืองดขี องประเทศชาติและบาเพญ็ ประโยชน์แก่สงั คม
๕. หลกั สูตรยอ่ มกาหนดวิธกี ารดาเนนิ ชีวิตของเด็กใหเ้ ป็นไปด้วยความราบร่นื และผาสขุ
๖. หลักสตู รยอ่ มกาหนดแนวทางความรู้ ความสามรถ ความประพฤติ ทกั ษะและเจตคตใิ น
อันทจี่ ะอยรู่ ว่ มกันในสังคม และบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและประเทศ
จากทก่ี ล่าวมาแลว้ สรุปได้วา่ หลักสูตรเปน็ สิ่งสาคญั ในการจดั การศกึ ษา ๓ ระดบั คือ
๑. ระดับประเทศ เปน็ การช้ใี หเ้ ห็นถงึ แนวทางการจัดการศึกษาโดยภาพและเปน็ ตัวบง่
ช้ใี หเ้ ห็นแนวโนม้ สงั คมกับการจัดการศึกษาในอนาคต
๒. ระดับสถานศึกษา ซงึ่ นับได้วา่ หลกั สตู รเป็นหัวใจและจดุ เด่นของการจดั การเรียนการสอน
ในสถานศึกษานัน้ ๆ
๓. ระดบั ห้องเรยี นซึ่งมคี วามสาคัญต่อการนาไปสกู่ ารปฏิบตั ิ เพ่ือจดั การเรยี นร้ทู ี่เกิดกบั ผู้เรียน
โดยตรง โดยมีรายละเอยี ดและเอกสารประกอบทก่ี าหนดแนวทางว่าจะสอนใคร เรอื่ งใด เพอื่ อะไร

๗. องค์ประกอบของการพฒั นาหลกั สตู ร

องคป์ ระกอบของหลักสูตร นับว่าเป็นสว่ นสาคญั ทจ่ี ะทาให้ความหมายของหลักสตู รสมบูรณ์
และสามารถใชเ้ ป็นแนวทางในการจัดการเรยี นการสอน การประเมนิ ผล และการปรบั ปรงุ การเรยี น
การสอนหรือการพัฒนาหลกั สูตรได้5

องค์ประกอบของหลกั สตู ร โดยทว่ั ไปมี ๔ องค์ประกอบ
๑. ความมงุ่ หมาย (objectives) คือ เป็นเสมอื นการกาหนดทศิ ทางของการจดั การศกึ ษา
การจัดการเรยี นการสอน เพอ่ื ม่งุ ให้ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาไปในลกั ษณะต่าง ๆทพี่ ึงประสงค์อันก่อใหเ้ กดิ
ประโยชนใ์ นสังคมน้นั การกาหนดความมงุ่ หมายของหลักสตู รต้องคานงึ ถึงขอ้ มูลพ้ืนฐานของสงั คม เพื่อ
ประโยชน์ ในการแกป้ ญั หา และสนองความต้องการของสงั คมและผู้เรยี น และตอ้ งสอดคลอ้ งสมั พันธ์
กับนโยบายการจดั การศึกษาของชาติดว้ ย กรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธิการ กาหนดองคป์ ระกอบ
ของหลักสตู รสว่ นนี้ เปน็ ๒ ลกั ษณะ คือ “หลกั การของ หลกั สตู ร” หมายถงึ แนวทางหรือทิศทางใน
การจดั การศึกษาซ่ึงผูท้ เ่ี ก่ียวขอ้ งทกุ ฝ่ายในการจดั การศกึ ษาระดบั นน้ั ๆ จะไดย้ ึดถอื เปน็ แนว

4 สันต์ ธรรมบารุง. “การพฒั นาหลกั สตู รทอ้ งถ่นิ : แนวคิดเชงิ ปฏิบัติทเ่ี ปน็ พืน้ ฐานสาคญั สกู่ าร พัฒนา
หลักสตู รการศึกษาขั้นพ้นื ฐานระดบั สถานศกึ ษา, วารสารวิชาการ. 5 (พฤษภาคม 2545). หนา้ ท่ี 67

5 วิชัย วงษ์ใหญ.่ พฒั นาหลักสูตรและการสอน. ภาควชิ าหลักสูตรและการสอน มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒประสานมิตร. 2521.

๑๙๑

ปฏบิ ัติ “จดุ หมายของหลักสตู ร” หมายถึง พฤตกิ รรมต่าง ๆหรอื คณุ สมบัติต่าง ๆท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ ขึน้
แกผ่ ้เู รยี น เม่ือผ่าน กระบวนการตา่ ง ๆ ตามที่กาหนดไวใ้ นหลกั สูตรนน้ั แลว้

๒. เน้อื หาวิชา (Content) เปน็ สาระสาคญั ที่กาหนดไวใ้ นหลกั สูตรให้ชัดเจน โดยมุ่งให้
ผเู้ รียนไดม้ ปี ระสบการณก์ ารเรยี นรเู้ พ่อื พัฒนาไปสู่ความมงุ่ หมายของหลกั สตู ร เนอ้ื หาสาระท่ไี ด้กาหนด
ไว้ตอ้ งสมบูรณ์ ตอ้ งผนวกความรู้ ประสบการณ์ คา่ นยิ ม แนวคดิ และทศั นคตเิ ขา้ ด้วยกันเพื่อให้ผู้เรียน
ไดพ้ ัฒนาทงั้ ในดา้ นความรู้ ความทศั นคติ และพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ อนั พงึ ประสงค์

๓. การนาหลกั สตู รไปใช้ (Curriculum implementation) เป็นองค์ประกอบท่ีสาคญั ย่ิง
เพราะเป็นกจิ กรรมทีจ่ ะแปลงหลักสูตรไปสกู่ ารปฏบิ ัตกิ ิจกรรมน้นั มีหลายลกั ษณะ แตก่ ิจกรรมที่สาคัญ
ที่สุด คือ กิจกรรมการเรยี นการสอน หรอื อาจกลา่ วไดว้ ่า “การสอนเปน็ หัวใจของการนาหลกั สูตรไป
ใช”้ ดังน้ัน ครูผู้สอนจึงเป็นผทู้ ม่ี ีบทบาทสาคญั ในฐานะเป็นผจู้ ดั การเรยี นรู้ การกาหนดวธิ ีการทจี่ ะนา
ผเู้ รยี นไปสคู่ วามมุ่งหมายของหลกั สูตร ประกอบดว้ ย

๓.๑ วธิ กี ารจดั การเรียนรู้ การกาหนดวธิ กี ารจดั การเรียนรู้หลกั สตู รจะเนน้ แบบยึดครเู ป็น
สาคญั หรอื ยึดผูเ้ รยี นเป็นสาคัญน้นั ยอ่ มขนึ้ อยกู่ ับปรัชญาการศึกษา หรอื แนวความคิด ความเช่ือในการ
จดั การศึกษาท่ีพึงประสงค์ และขนึ้ อย่กู ับจุดหมายของหลกั สตู รนนั้ เป็นสาคญั สาหรบั วธิ ีการจดั การ
เรียนรู้ตามหลกั สูตรในปัจจบุ นั เน้นแบบยดึ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ หรอื เนน้ “การสอนคนมากกว่าการสอน
หนงั สือ” โดยมแี นวทางการจดั การเรยี นรู้ เชน่ กระบวนการเรยี นหรอื วธิ ีการเรียนสาคัญพอ ๆ กับ
เน้ือหาวชิ าให้ผเู้ รียนเปน็ ผูแ้ สดงและครูเปน็ ผูก้ ากับการแสดงชี้แนะแนวทาง ผูเ้ รยี นค้นหาความรู้ สรปุ
และ ตัดสินใจเอง สอนปฏิบัตคิ วบค่ไู ปกบั ทฤษฎี เป็นต้น

๓.๒ วสั ดปุ ระกอบหลกั สูตร หมายถงึ วสั ดุ เอกสาร รวมทงั้ ส่อื การเรยี นการสอนตา่ ง ๆ เพอ่ื
ชว่ ยให้ครใู ชห้ ลกั สูตรได้โดยงา่ ย สะดวก และมีประสิทธภิ าพสูงข้นึ แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท คอื

๓.๒.๑ วัสดปุ ระกอบหลกั สูตรสาหรบั ครู เชน่ แผนการจัดการเรยี นรู้ คมู่ อื ครู คมู่ อื การใช้
หลักสตู ร คูม่ ือการประเมนิ ผล คู่มอื การแนะแนว คู่มือการจัดกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร เป็นต้น

๓.๒.๒ วัสดปุ ระกอบหลกั สูตรสาหรับนักเรยี น เช่น หนังสือเรียน หนงั สอื แบบฝกึ หดั บัตร
งาน หนงั สืออา่ นเพ่มิ เติม แบบคัดลายมือ เป็นตน้

๓.๔ การประเมินผล (evaluation) เปน็ องคป์ ระกอบที่ชีใ้ ห้เหน็ ว่าการนาหลกั สูตร แปลง
ไปส่กู ารปฏิบัติน้ัน บรรลุจดุ มงุ่ หมายหรือไม่ หลกั สูตรเกดิ สมั ฤทธผิ ลมากนอ้ ยเพียงใด ข้อมลู จาการ
ประเมินผลนจ้ี ะเปน็ แนวทางไปสกู่ ารปรับปรุงและพฒั นาหลกั สูตรต่อไป

ธารง บัวศรีทกี่ ลา่ วเนน้ วา่ หลกั สูตรประกอบด้วย ๑) จดุ มุ่งหมายของหลกั สตู ร ๒)จดุ ประสงค์
ของการเรียนการสอน

๓) เน้อื หาสาระและประสบการณ์
๔) วัสดอุ ุปกรณแ์ ละส่อื การเรยี นการสอน
๕) ประเมนิ ผล
จากแนวคิดตา่ ง ๆ ท่ีกลา่ วมาท้ังหมด สรปุ ไดว้ ่าองค์ประกอบสาคัญของหลักสูตร คือ
๑. จุดมงุ่ หมายของหลกั สูตร เปน็ ผลสว่ นรวมท่ีต้องการใหเ้ กิดแก่ผู้เรียนหลงั จากเรียนจบ
หลกั สูตรไปแล้ว
๒. โครงสร้างเน้ือหาสาระ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รียนรู้ ทักษะและความสามารถทตี่ ้องการใหม้ ี
รวมทัง้ ประสบการณ์ทีต่ ้องการใหไ้ ดร้ ับ

๑๙๒

๓. อตั ราเวลาเรียน เพ่อื ให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ครบกระบวนการและมี
ประสทิ ธภิ าพ

๔. กิจกรรมการเรยี นการสอนและสอ่ื ทั้งนี้เพือ่ ใหแ้ นวทางในการนาหลกั สตู รไปใชใ้ นการจดั
กิจกรรมการเรยี นการสอน

๕. การวดั และการประเมนิ ผล เพ่ือใหม้ ีการตรวจสอบคณุ ภาพและเพิม่ ประสทิ ธิภาพของ
หลักสตู รกอ่ นและหลงั การนาไปใช้

องค์ประกอบหลกั สตู รเป็นสิง่ จาเปน็ อยา่ งยิง่ และส่งผลถึงลกั ษณะ โครงสร้าง รปู แบบของ
หลักสตู รวา่

๘. ลกั ษณะของการพัฒนาหลกั สตู รทีด่ ี

หลักสตู รท่ีดยี อ่ มสง่ ผลดีต่อการบรหิ ารหลกั สูตรและการจดั การเรยี นรู้ในโรงเรยี น กลา่ วคือ
หลกั สูตรทด่ี ีจะเปน็ แนวทางใหผ้ ู้บริหารโรงเรยี นนาไปปฏิบัติไดด้ ี มปี ระสิทธิภาพทางด้านครสู ามารถ
นาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนใหเ้ กิดผลดีต่อผ้เู รียน หลักสตู รทดี่ ีควรมีลกั ษณะดงั นี้ คือ

๑. หลกั สูตรควรมีความคล้องตวั และสามารถปรบั ปรุงและยดื หยุ่นใหเ้ หมาะสมกบั
สภาพการณต์ า่ งๆทเี่ ปลยี่ นแปลงไดเ้ ป็นอย่างดี

๒. หลักสูตรควรเปน็ เคร่ืองมอื ทีจ่ ะช่วยให้การเรยี นการสอนไดบ้ รรลุตามความมงุ่ หมายที่
กาหนดไว้

๓. หลักสตู รควรไดร้ บั การจัดทาหรือพฒั นาจากคณะบคุ คลหลายฝา่ ย
๔. หลักสูตรจะต้องจดั ไดต้ รงตามความมุ่งหมายของการศกึ ษาแหง่ ชาติ
๕. หลกั สตู รควรจะมีกจิ กรรมกระบวนการและเน้ือหาสาระของเรือ่ งทส่ี อนบริบูรณเ์ พยี ง
พอทีจ่ ะช่วยใหผ้ เู้ รียนคิดเป็น ทาเป็น แก้ปญั หาเปน็ และพฒั นาการเรยี นผเู้ รยี นในทุกๆด้าน
๖. หลกั สูตรควรบอกแนวทาง ด้านสือ่ การสอน การใช้สือ่ การวัดและประเมนิ ผลไว้อย่าง
ชัดเจน
๗. หลกั สูตรควรจะมลี ักษณะทสี่ นองความต้องการและความสนใจ ทัง้ ของนกั เรียนและสงั คม
๘. หลกั สตู รควรสง่ เสริมความเจรญิ งอกงามในตัวผเู้ รียนทุกด้าน รวมท้ังสง่ เสรมิ ความคิดริเร่มิ
สรา้ งสรรค์
๙. หลักสูตรควรชี้แนะแนวทางกระบวนการเรยี นรู้ เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ พ่ิมพนู ความรู้ ทักษะและ
เจตคติไดด้ ว้ ยตนเอง จากสอื่ ต่างๆที่อยรู่ อบตวั
๑๐. หลักสตู รควรจดั ทามาจากการศกึ ษาขอ้ มลู พน้ื ฐานด้านต่างๆอยา่ งรอบคอบ
๑๑. เปน็ หลกั สตู รทย่ี ดึ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ เนือ้ หาและกิจกรรมต้องเหมาะสมกับธรรมชาติ
๑๒. เน้ือหาและประสบการณต์ อ้ งสอดคลอ้ งกับสภาพการดารงชวี ิตของผู้เรยี น ประสบการณ์
ตอ้ งเป็นสงิ่ ทใี่ กลต้ ัว และสามารถนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

๙. การบรหิ ารจัดการหลกั สตู รสถานศึกษา

แนวคิดเก่ยี วกบั การบรหิ ารจดั การหลักสูตร
๙.๑ ความหมายการบริหารจดั การและความหมายของหลกั สตู ร

ศิรวิ รรณ เสรีรตั นแ์ ละคณะ ให้ความหมายของคาวา่ การบรหิ ารและการจัดการไว้ดงั นี้

๑๙๓

คาวา่ บรหิ าร (administration) จะใช้ในการบรหิ ารระดับสูงโดยเน้นที่ การกาหนดนโยบาย
ท่ีสาคญั และการกาหนดแผนของผบู้ รหิ ารระดบั สูง เปน็ คานิยมใชใ้ นการบริหารรัฐกจิ (public
administration) หรือใชใ้ นหนว่ ยงานราชการ

คาว่าการจดั การ (management) จะเน้นการปฏิบัติการให้เป็นไปตามนโยบาย แผนที่วาง
ไว้ นิยมใชใ้ นการจัดการธุรกจิ

สรุ ัสดี ราชกลุ ชยั ใหค้ วามหมายคาว่าการบริหาร (administration) และ การจัดการ
(management) แตกต่างกนั เลก็ นอ้ ยโดยการบรหิ ารจะสนใจและสัมพนั ธ์กับการกาหนด

สรปุ ได้ว่า การบรหิ ารจดั การหมายถึง การดาเนินงานของบุคคลในองคก์ รรว่ มกันทา
กิจกรรมให้บรรลตุ ามเปา้ หมายทีก่ าหนดไว้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมีการวางแผน การจดั องค์การ
การจัดบคุ คลเข้าทางาน การประสานงาน และการควบคมุ งาน

ใจทพิ ย์ เช้ือรตั พงศ์ ให้ความเหน็ เกีย่ วกบั การบริหารหลกั สูตรว่าเป็น การบริการและ
ดาเนินงานเก่ยี วกับหลกั สูตรเปน็ ไปตามเปา้ หมายที่กาหนดไวใ้ นหลกั สตู รผู้บรหิ าร จะเปน็ แกนนาโดยมี
ผู้ชว่ ยในฝ่ายต่าง ๆ วชิ าการ ครผู ้สู อนและหนว่ ยงานอืน่ ๆ ทีส่ ง่ เสริมการบรหิ ารหลักสตู ร เชน่
กรรมการสถานศึกษา กรรมการบรหิ ารหลกั สูตร เปน็ ต้น

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานกล่าวถึงการบริการ การจดั หลักสตู ร เปน็ การ
บรหิ ารงานทมี่ ีขอบขา่ ยกว้างขวาง ครอบคลมุ หลายมิตทิ เ่ี กี่ยวข้อง กบั บุคคลหลายฝา่ ย และต้องอาศยั
องค์ประกอบตา่ ง ๆ
มากมาย เปรยี บเสมอื นการบรหิ ารกจิ กรรมทุกชนิดในโรงเรียนทเ่ี กีย่ วข้องกับการปรบั ปรงุ พัฒนาการ
เรยี นกรสอน ให้ไดผ้ ลดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด

สรปุ ไดว้ ่า การบรหิ ารจดั การหลักสตู รหมายถึง กระบวนการดาเนินงานเพ่ือส่งเสริมสนบั สนุน
เพอื่ จัดกจิ กรรมต่าง ๆ ในการพฒั นาผู้เรยี น ตามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนดไว้ ในหลกั สตู ร เรมิ่ ต้งั แต่การ
วางแผนใช้หลกั สตู ร การนเิ ทศ กากับตดิ ตาม และประเมนิ การใชห้ ลักสตู ร โดยใช้ทรัพยากรการบรหิ าร
ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละประสิทธภิ าพสูงสุด

๙.๒ ความสาคัญของการบริหารจัดการหลักสูตร

อาภา บญุ ชว่ ย สรุปได้ดังน้ี
๑. เปน็ เอกสารของทางราชการ หรือเป็นบัญญตั ิของรฐั บาล เพ่ือให้บุคคลทที่ าหน้าที่เกยี่ วกับ
การศึกษาปฏิบตั ิ ไมว่ ่าเป็นสถาบันการศกึ ษาของรัฐบาลหรอื เอกชน ดงั นั้นหลกั สูตรจึง
เปรยี บเสมือน “คาสั่ง” หรอื “ขอ้ บงั คบั ” ของทางราชการชนดิ หนง่ึ น่นั เอง
๒. เป็นเกณฑม์ าตรฐานทางการศึกษา เพ่ือควบคมุ การเรียนการสอนในสถาบันการศกึ ษา
ระดับตา่ งๆ รวมทงั้ เปน็ เกณฑ์มาตรฐานอย่างหนึง่ ในการที่จะจัดสรรงบประมาณ บุคลากร อาคาร
สถานทีแ่ ละวัสดอุ ปุ กรณท์ างการศกึ ษาของรัฐบาลให้แกโ่ รงเรียน
๓. เปน็ แผนการดาเนินงานของนกั บริหารการศึกษาทจ่ี ะตอ้ งอานวยการควบคุมดแู ล และ
ตดิ ตามประเมินผลให้เปน็ ไปตามนโยบายการจัดการศึกษาของรฐั บาล
๔. เป็นแผนการปฏบิ ตั งิ านหรอื เครอ่ื งชน้ี าทางในการปฏบิ ตั งิ านของครู เพราะหลักสตู รจะ
เสนอแนะจดุ มงุ่ หมาย การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน และการประเมนิ ผลการเรยี นการสอนซง่ึ ครู
ควรจะปฏิบตั อิ ย่างจรงิ จงั
๕. เปน็ เครอื่ งมอื ของรฐั ในอนั ทีจ่ ะพฒั นาคนและพัฒนากาลังคนซง่ึ จะเปน็ ตัวจักรสาคัญใน
การพัฒนาเศรษฐกิจ และสงั คมแหง่ ชาติตามแผนของรฐั บาล

๑๙๔

๖. เปน็ เคร่ืองชีถ้ งึ ความเจรญิ ของชาติ เพราะการศึกษาเป็นเครือ่ งมือในการพัฒนาคน ถ้า
ประเทศชาติใดมีหลกั สตู รทเ่ี หมาะสม ทันสมยั และมปี ระสทิ ธิภาพ ก็จะทาใหค้ นในประเทศของตนมี
คณุ ภาพ

สาหรบั สนั ต์ ธรรมบารงุ ไดก้ ล่าวถึงความสาคัญของหลกั สตู รไวว้ ่า
๑.หลกั สูตรเปน็ แผนปฏิบตั งิ านของครู เพราะหลักสูตรจะกาหนดจุดมงุ่ หมายเน้อื หาสาระการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมนิ ผลไวเ้ ป็นแนวทาง
๒. หลกั สตู รเป็นขอ้ กาหนดแผนการเรียนการสอน อนั เปน็ สว่ นรวมของประเทศเพ่อื นาไปสู่
ความมุ่งหมายตามแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
๓. หลกั สตู รเปน็ เอกสารของทางราชการเปน็ บญั ญตั ขิ องทางรัฐบาล เพื่อให้บุคคลทที่ างาน
เกี่ยวข้องกับการศกึ ษาปฏิบัติตาม
๔. หลักสูตรเปน็ เกณฑม์ าตรฐานการศกึ ษา เพอ่ื ควบคุมการเรยี นการสอนใน
สถาบนั การศึกษาระดบั ตา่ งๆ และยังเปน็ เกณฑ์มาตรฐานอย่างหนง่ึ ในการจัดสรรงบประมาณ บคุ ลากร
อาคารสถานท่ี วัสดอุ ปุ กรณฯ์ ลฯ ของการศึกษาของรัฐให้แก่สถานศึกษาของรัฐบาลดว้ ย
๕. หลักสตู รเป็นแผนดาเนนิ งานของผ้บู ริหารการศกึ ษาที่จะอานวยความสะดวกและ
ควบคมุ ดูแลตดิ ตามผลใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบายการจดั การศกึ ษาของรฐั บาลดว้ ย
๖. หลักสูตรจะกาหนดแนวทางในการสง่ เสรมิ ความเจรญิ งอกงาม และพฒั นาการของเดก็ ตาม
จดุ หมายของการศกึ ษา
๗. หลกั สูตรจะกาหนดลกั ษณะและรูปร่างของสังคมในอนาคตได้ว่าจะเปน็ ไปในรูปใด
๘. หลักสูตรจะกาหนดแนวทางใหค้ วามรู้ ทกั ษะและความสามารถความประพฤติที่จะเปน็
ประโยชน์ต่อสังคมอันเป็นการพฒั นากาลังคน ซึง่ จะนาไปสกู่ ารพัฒนาเศรษฐกิจ และสงั คมแหง่ ชาติที่
ได้ผล
๙. หลกั สตู รจะเป็นสิง่ ท่บี ง่ ชี้ถงึ ความเจริญของประเทศ เพราะการศกึ ษาเปน็ เครือ่ งมือในการ
พฒั นาคน ประเทศใดจัดการศึกษาโดยมหี ลกั สตู รท่ีเหมาะสม ทนั สมัย มปี ระสทิ ธิภาพ ทันต่อ
เหตุการณ์ และการเปล่ียนแปลงยอ่ มไดก้ าลังคนท่ีมีประสทิ ธิภาพสูง
สนุ ีย์ ภพู่ นั ธ์ ได้กลา่ วถงึ ความสาคัญของหลักสูตรสรุปไดด้ ังนี้
๑. หลักสตู รเปน็ เสมือนเบ้าหลอมพลเมืองใหม้ ีคณุ ภาพ
๒. หลักสตู รเป็นโครงการและแนวทางในการให้การศกึ ษา
๓. หลกั สูตรเปน็ แนวทางในการส่งเสรมิ ความเจริญงอกงามและพฒั นาการของเดก็ ตาม
จุดหมายของการจัดการศกึ ษา
๔. หลกั สูตรเปน็ เครอ่ื งกาหนดแนวทางในการจดั ประสบการณว์ ่าผูเ้ รียนและสงั คมควรจะ
ไดร้ ับสิ่งใดบ้างท่เี ป็นประโยชนแ์ ก่เดก็ โดยตรง
๕. หลักสูตรเปน็ เครอ่ื งมือกาหนดวา่ เนือ้ หาวิชาอะไรบ้างท่ีจะช่วยใหเ้ ด็กมีชีวติ อยใู่ นสังคม
อยา่ งราบร่ืน เป็นพลเมอื งที่ดีของประเทศและบาเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์แกส่ งั คม
๖. หลักสูตรเป็นเครื่องกาหนดว่าวิธีการดาเนนิ การดาเนนิ ชวี ิตของเด็กให้เป็นไปดว้ ยความ
ราบรื่นและผาสุกเป็นอยา่ งไร
๗. หลกั สูตรยอ่ มกาหนดแนวทางความรู้ ความสามารถ ความประพฤติทักษะและเจตคตขิ อง
ผเู้ รยี นในอันทอ่ี ยูร่ ่วมกันในสังคมและบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อชุมชนและชาติบา้ นเมอื ง

๑๙๕

๙.๓ หลักการบรหิ ารจดั การหลกั สตู ร

การทาความเขา้ ใจและใหค้ วามสาคัญกบั การบรหิ ารหลกั สตู รสถานศกึ ษาอย่างชดั เจนและ
ถูกต้องถอื เปน็ เครอ่ื งมือทีส่ าคญั ประการหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของชาติ โดยมหี ลกั และ
แนวคิดที่สาคญั ๙ ประการ ดงั น้ี

๑. การวางแผนงานหลกั สตู ร ในชว่ งระยะเปลยี่ นผ่านของการปฏริ ูปหลกั สตู รการศึกษาขน้ั
พื้นฐาน ทกุ โรงเรียนจะมที ้งั หลักสูตรใหมแ่ ละหลักสตู รเกา่ หลกั สาคญั ในการบริหารหลกั สตู รคือจะต้อง
ทาใหผ้ ูเ้ รยี นสูญเสียประโยชนน์ อ้ ยทส่ี ุด เพราะฉะนั้นจะต้องใชเ้ วลาในการเปลย่ี นหลักสูตรให้นอ้ ยและ
สน้ั ท่ีสดุ ดงั นน้ั จึงจาเปน็ ตอ้ งมกี ารวางแผนที่ดี ตอ้ งจัดระบบให้ดี มีข้อมลู ท่ชี ัดเจน และตระเตรยี มทกุ
อยา่ งให้พรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง

๒. การจดั ระบบข้อมลู โรงเรยี น นบั เป็นพื้นฐานที่สาคญั ประการหนง่ึ ในการบรหิ ารหลักสูตร
ระบบข้อมูลโรงเรียนประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ ดังน้ี

หลกั สูตร - ระบบการสรา้ งหลกั สูตร การบรหิ ารหลกั สูตร และการประเมินผล
การบริหารจดั การ - มีข้อมูลด้านผเู้ รียน ผสู้ อน วา่ มีความพรอ้ มหรือไม่เพยี งใด
ระบบข้อมลู - ครอู าจารย์ นกั เรยี น บคุ ลากร ผู้รใู้ นชมุ ชน อาชีพในพื้นที่
การวางแผนกลยทุ ธ์ ๓-๕ ปี - แสดงถึงวิสยั ทัศน์ จดุ มุ่งหมาย และขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
ระบบงบประมาณ - การบริหารงบประมาณจะต้องมีความชัดเจนตรวจสอบได้ มุง่ ผลงาน
และเพอื่ พฒั นาการศึกษาเป็นสาคัญ
การพฒั นาการเรยี นรู้ - ส่ือและข้อมูลเกี่ยวกบั นวตั กรรมการเรยี นการสอน การประเมนิ ผล
การศกึ ษาอบรมของครู
ระบบชว่ ยเหลอื - มีขอ้ มลู ผู้เรยี นเป็นรายบคุ คล จาแนกเด็กเกง่ เดก็ ปกติ และเดก็ ด้อย
โอกาส เพื่อให้การสนบั สนนุ ชว่ ยเหลืออย่างสอดคล้องกับความจาเป็นต้องการของเด็กแตล่ ะกลมุ่
บรหิ ารบคุ คล - ข้อมูลเกย่ี วกับครอู าจารย์ ทง้ั ในดา้ นการศึกษา การอบรม การจัดหา บรรจุ
และเลกิ จ้าง เพอื่ ชว่ ยในการพัฒนาครูให้เหมาะสมสอดคลอ้ งกับหลักสตู รใหม่
การประเมนิ ภายใน - จัดเตรยี มขอ้ มูลการพัฒนาหลักสูตร บคุ ลากร และผลสมั ฤทธิ์
ทางการศกึ ษาของเด็กและโรงเรียน
๓. เอกสารหลักสตู ร จะตอ้ งชแ้ี นวการสอนอยา่ งถกู ตอ้ ง ชัดเจน และทันสมัย เอกสาร
ประกอบหลักสูตรและรายวชิ าท่ลี ะเอียดประณีต จะชว่ ยใหก้ ารบริหารหลักสูตรเปน็ ไปโดยง่าย
สามารถตดิ ตามการทางานได้อยา่ งใกล้ชดิ และเป็นขั้นเป็นตอน
๔. คณาจารยม์ ีคุณภาพ เข้าใจหลักสูตรอยา่ งดี เมือ่ ครูเปน็ ผู้เขียนหลักสูตรเองแลว้ ย่อมจะ
ทาให้การศกึ ษาทาความเข้าใจหลักสูตรเปน็ ไปโดยง่าย สามารถปรบั ประยกุ ตใ์ หเ้ หมาะสมกบั สภาพที่
เปน็ จรงิ ในห้องเรยี นได้
๕. ผู้เรยี นมคี วามพร้อมด้านความรูพ้ ื้นฐานและคณุ ธรรม ทงั้ ดา้ นวิชาการ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
สถานศกึ ษาจะตอ้ งจัดเตรียมระบบข้อมูลรายบคุ คลของผูเ้ รียน โดยครผู สู้ อนทกุ คนมสี ่วนร่วมพฒั นา
ผ้เู รียนทกุ ๆ ดา้ น
๖. มีทรัพยากรสนับสนุนทด่ี แี ละเพียงพอ การบรหิ ารการศกึ ษาในอนาคตอนั ใกล้เป็นการ
กระจายอานาจในหลายๆ ด้าน ทอ้ งถ่ินจะมีส่วนรว่ มในการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในการเรียนการ
สอน ซ่ึงครอบคลุมทั้งเร่อื งงบประมาณ ทรัพยากรบคุ คล แหลง่ เรียนรู้ และสภาพแวดล้อมในการเรียน
การสอน การระดมทรัพยากรจะต้องกระทาอย่างหลากหลายและกว้างขวางข้ึน

๑๙๖

๗. ระบบอาจารย์ท่ปี รึกษาดีและมปี ระสิทธิภาพ ในหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน จุดเนน้ อกี
เรือ่ งหนง่ึ คือ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น จะมสี อดแทรกอย่เู ป็นระยะๆ ตลอดเวลา บทบาทในเรอ่ื งนีไ้ ม่ใช่
ภาระหนา้ ท่ีของครคู นใดคนหนึง่ แต่ครูทกุ คนจะมบี ทบาทเปน็ ครูท่ีปรึกษาหรอื ครูแนะแนวได้
โดยเฉพาะครูท่อี ยใู่ กลช้ ดิ เดก็

๘. มีบรรยากาศทางวชิ าการทเ่ี ออื้ ตอ่ การแสวงหาความรู้ ทกุ จุดทุกมุมของโรงเรียนและชมุ ชน
เปน็ สิ่งท่ีเรียนรไู้ ด้ ไม่ใช่จะตอ้ งเรียนจากตาราอยา่ งเดียว หากครูเข้าใจกจ็ ะสามารถดงึ ประสบการณ์
ของผเู้ รยี นเขา้ มาสูก่ ระบวนการเรยี นร้ไู ด้ การสร้างบรรยากาศทางวชิ าการเป็นเร่ืองละเอียดอ่อน ต้อง
อาศยั ความเอาใจใสอ่ ย่างสงู จากผู้เก่ียวขอ้ ง เช่น การจัดแสดงนทิ รรศการหรอื ขอ้ มลู ข่าวสารตา่ งๆ ใน
โรงเรียน หากทาใหเ้ ปน็ ปัจจบุ ันและให้เด็กมสี ่วนรว่ มในการทา ก็จะเป็นกจิ กรรมและแหลง่ เรียนรทู้ ี่ใกล้
ตัวเด็กได้อีกแหล่งหนึ่ง เช่น นาผลงานของเด็กท่ีดีเดน่ มาแสดง ทง้ั ดา้ นศิลปะ หรือในโรงอาหาร ติด
ป้ายใหเ้ ด็กได้เกิดการเรยี นรู้เกีย่ วกับโภชนาการ เป็นต้น

๙. มรี ะบบการตดิ ตามและประเมินผล คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รรายวชิ าจะต้องมา
พูดคยุ กันในแต่ละภาคการศกึ ษา และทกุ ส้ินปกี ารศกึ ษา คณะกรรมการบริหารหลักสตู รสถานศึกษาก็
จะตอ้ งจดั การประเมนิ ผล ดูภาพรวม และเขยี นรายงานออกมา เป็นการประเมนิ ภายในไปในตัว เปน็
การทางานทผี่ ลการปฏิรปู การเรียนการสอนจะไปสู่ตัวผู้เรียนโดยตรง และควรเนน้ การประเมนิ ตาม
สภาพจริง

ระบบบริหารจัดการหลักสูตรที่ดจี ึงต้องเป็นระบบทม่ี คี ณุ ธรรม อันเปน็ คณุ สมบัติที่ดีทางจิตใจ
มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ การจัดการเรยี นการสอนให้ดที ่ีสดุ เมือ่ นาไปประพฤติปฏิบตั ิจริง ถือได้ว่ามี
จริยธรรม มีการควบคุมกายวาจา อันเปน็ ศีลธรรมของผู้สอน ทาใหเ้ กิดความชอบธรรมในการจดั การ
เรียนการสอน และทกุ คนทุกฝา่ ยจะตอ้ งมคี วามสมานฉนั ท์ ช่วยกันทางานเพ่อื พัฒนาผเู้ รียน เติมเตม็
ผู้เรียนในทุกๆ ดา้ น เมอื่ ประกอบกบั โรงเรยี นมีโครงสร้างและทางานอย่างมคี ณุ ภาพ กจ็ ะทาให้
โรงเรียนเป็นระบบท่ีมปี ญั ญาเป็นพน้ื ฐานสามารถเรยี นรู้ และปรับตวั ได้ต่อเนื่อง

๙.๔ ปจั จยั ความสาเร็จในการบรหิ ารจัดการหลักสตู ร

การบรหิ ารจัดการหลักสูตรจะประสบความสาเร็จไดด้ ้วยความรว่ มมือของบคุ ลากรหลายฝา่ ย
ท้งั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา ปจั จัยความสาเร็จในการบริหารจัดการหลกั สูตรแบง่ เป็น ๒ ปจั จยั
คอื ปจั จยั ภายในและปัจจยั ภายนอก
ปจั จยั ภายในองค์การ ได้แก่

๑. โครงสรา้ ง การเปลีย่ นแปลงโครงสร้างองค์การสง่ ผลใหอ้ งคก์ ารมีผลิตภาพเพมิ่ ข้ึน และมี
วธิ ีการแกป้ ัญหาที่มปี ระสทิ ธิภาพมากข้นึ การเปลีย่ นแปลงโครงสรา้ งนน้ั รวมถึงการกระจายอานาจ
การลดจานวนลาดับชนั้ ในองคก์ าร การเปลยี่ นแปลงหลักเกณฑ์ในการประเมินบุคลากร
การเปล่ียนแปลงโครงสรา้ งในระดบั มหภาค คือ การรวมแผนกตา่ ง ๆ ในองคก์ าร การเปลี่ยนแปลง
โครงสรา้ งในระดบั จลุ ภาค คอื การรวมหรอื แยกแผนกต่าง ๆ เปลยี่ นแปลงทต่ี ้งั ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
แผนกตา่ ง ๆ

การเปลยี่ นแปลงโครงสรา้ งในด้านตา่ ง ๆ ได้แก่ การปรับแผนเพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการ
ทางาน ลดความล่าชา้ โดยรวมแผนกตา่ ง ๆ ในองคก์ ารเปน็ แผนกเดยี ว การรวมอานาจด้านสารสนเทศ
รวมอานาจการจัดการสารสนเทศไว้ทีผ่ จู้ ดั การเพยี งคนเดยี ว ลดจานวนลาดบั ชนั้ ในองค์การ ทาให้

๑๙๗

องค์การมโี ครงสรา้ งแบนราบ และสร้างการทางานเป็นทีม สรา้ งความหลากหลาย ลดจานวนลาดับ
ช้ันในองค์การ และสร้างสานกั งานในภมู ภิ าคต่าง ๆ เปน็ ตน้ 6

๒. กลยุทธ์ นอกจากนใี้ นกระบวนการเปล่ียนแปลงภายในยังประกอบไปดว้ ยการเปล่ยี นแปลง
กลยทุ ธ์ขององค์การ ซ่งึ กลยทุ ธ์จะเป็นตวั กาหนดทศิ ทางการทางาน เพ่ือให้บรรลวุ ิสัยทศั นแ์ ละพันธกจิ
ขององค์การ ดังน้นั การเปล่ยี นแปลงในเร่อื งของกลยทุ ธจ์ ะเปน็ ส่วนทีส่ าคญั ทที่ าใหท้ ศิ ทางการ
ดาเนินงานขององค์การเปลยี่ นแปลง การเปลยี่ นแปลงกลยทุ ธเ์ กิดจากการปรกึ ษาหารอื ระหว่าง
ผูบ้ รหิ ารระดับต่าง ๆ ดงั นั้นการเปลี่ยนแปลงกลยทุ ธจ์ ึงตอ้ งอาศัยความร่วมมอื จากบคุ ลากรในองค์การ
การเปล่ยี นแปลงกลยุทธใ์ นดา้ นตา่ งๆ เช่น การผลิต ออกผลิตภัณฑใ์ หม่ เพิม่ ความหลากหลายของ
ผลติ ภณั ฑ์ เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการของลกู ค้า ใหค้ วามสาคัญกบั การบริการลกู คา้ ราคา ผลิต
สินค้าทีม่ ีราคาถกู และมีคณุ ภาพสงู

๓. กระบวนการตดั สนิ ใจ กระบวนการตัดสนิ ใจของผูบ้ ริหารองคก์ ารท่ีมโี ครงสรา้ งแบบแบน
ราบน้นั ผู้บริหารระดบั สูงจะมอี านาจในการตัดสนิ ใจนอ้ ยลง การตัดสินใจของผ้บู ริหารจะมีผลกระทบ
ตอ่ การเปล่ียนแปลงในองคก์ าร ส่วนการตัดสนิ ใจของพนักงาน เป็นสิ่งท่ีทาให้เกดิ นวัตกรรมตา่ ง ๆ ทา
ใหเ้ กิดวธิ ีการผลติ ทสี่ ามารถลดตน้ ทนุ และเพิ่มคุณภาพใหเ้ กบ็ สนิ ค้าได้ ทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงระบบ
การผลิต

๔. กระบวนการทางาน เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงดา้ นเทคโนโลยี และโครงสรา้ งองค์การ
ซงึ่ ทาให้เกิดการเปลย่ี นแปลงวิธีการทางานเพื่อแปรสภาพปัจจยั นาเขา้ เป็นผลผลติ และผลลพั ธ์

๕. เทคโนโลยี การเปล่ียนแปลงเคร่ืองมอื ในการผลิตและเทคโนโลยีน้ันเป็นปจั จัยทส่ี าคัญใน
การอยู่รอด และเพิ่มความสามารถในการแขง่ ขันขององค์การ ซง่ึ มีผลกระทบตอ่ การเปลย่ี นแปลง
โครงสร้าง กระบวนการทางาน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ การนาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการ
ทางานอาจทาใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ ความสมั พันธ์ระหว่างพนักงานคืออาจทาให้เกดิ ความขัดแยง้ ขึน้ ใน
องคก์ ารได้

๖. วฒั นธรรม การเปลยี่ นแปลงวัฒนธรรมองคก์ ารอาจสง่ ผลกระทบใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลง
เทคโนโลยี การเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมองคก์ ารนน้ั คอื การเปลีย่ นแปลงคา่ นิยมในการทางาน การ
เปล่ยี นแปลงวัฒนธรรมในดา้ นต่าง ๆ ได้แก่

การรว่ มมอื และการใหอ้ านาจ ผจู้ ัดการจะตอ้ งไปทางานในสาขาตา่ ง ๆ เช่นเดียวกับพนกั งาน
เปน็ การสร้างความสมั พันธร์ ะหว่างสานกั งานใหญแ่ ละสาขายอ่ ย

มติ รภาพและการบริการลูกคา้ สร้างความสมั พนั ธก์ บั ลกู คา้ และสมาคมตา่ ง ๆ
การร่วมมือและการทางานเปน็ ทมี สร้างความสมั พนั ธร์ ะหว่างแผนกต่าง ๆ ในองคก์ าร สรา้ ง
ทมี งานเพื่อพัฒนานวัตกรรมและระบบการผลิต
ความหลากหลาย มบี คุ ลากรท่มี คี วามชานาญในด้านต่าง ๆ โดยมีการฝกึ อบรม
ความรว่ มมือและการมสี ว่ นรว่ ม ให้พนักงานมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจ เนน้ ความร่วมมือและ
การมสี ่วนร่วมในทุกระดับขององคก์ าร
ความรู้สกึ เปน็ ครอบครัว เพ่ิมความร้สู ึกเปน็ เจ้าของและใหค้ วามสาคัญกับพนกั งานเพ่มิ ข้ึน
๗. บุคลากร การเปลยี่ นแปลงน้ันมีความเกีย่ วขอ้ งกับบคุ ลากรในองคก์ ารในประเด็นต่อไปนี้
คือบคุ ลผ้นู นั้ ทาหน้าที่อะไร บุคคลผู้น้นั มที ศั นคตแิ ละความคาดหวงั อย่างไร บุคคลนั้นทาการ

6 สนั ต์ ธรรมบารงุ . หลกั สตู รและการบรหิ ารหลกั สูตร. ( กรงุ เทพฯ : ภาคพฒั นาตาราและเอกสาร
วิชาการ กรมการฝกึ หัดครู, 2527 ). หน้าที่ 23

๑๙๘

ตอบสนองการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร บุคคลนนั้ ไดร้ ับการฝกึ อบรมและพัฒนาอย่างไรการเปล่ยี นแปลง
นน้ั เกดิ จากการเพม่ิ หรอื ลดจานวนบคุ ลากร สับเปลีย่ น โอนย้ายแผนก การให้ข้อมลู ข่าวสาร และการ
ฝึกอบรมน้นั สามารถเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมการทางานของบุคลากรได้ การเปลย่ี นแปลงรปู แบบ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ ลากรนน้ั สามารถทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงไดเ้ ชน่ กนั การฝกึ อบรมเพื่อพฒั นา
ทกั ษะ ความรู้ ความสามารถน้นั สามารถพัฒนาความสามารถในการปฏิบตั ิงานของบุคลากรในองคก์ าร
และทาให้ผลการปฏบิ ัติงานมคี ุณภาพดขี ึน้ การเปล่ยี นแปลงนน้ั มีผลกระทบตอ่ การเปล่ยี นแปลงขนาด
องค์การ เพอ่ื ใหส้ ามารถทาการผลติ ได้มีประสิทธิผลมากทสี่ ดุ ซ่ึงในปจั จบุ ันองคก์ ารมแี นวโนม้ ทจ่ี ะมี
ขนาดเลก็ ลง องค์การแต่ละประเภทจะมขี นาดท่ีแตกตา่ งกัน

ปจั จยั ภายนอกองค์การ ไดแ้ ก่
๑. สภาวะเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อการบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ในองคก์ ารคอื ถา้ เศรษฐกจิ ไม่
ดีทาให้องคก์ ารตอ้ งลดจานวนบุคลากร ลดจานวนการผลติ ในทางกลบั กนั ถ้าเศรษฐกจิ ดที าใหอ้ งคก์ าร
เพม่ิ การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร ทาใหม้ ภี ารกจิ เพ่ิมข้ึนและมกี ารเพ่ิมจานวนบคุ ลากร
๒. คแู่ ขง่ ขนั มผี ลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงด้านกลยทุ ธก์ ารตลาด ในการหาลูกค้าใหม่เพอ่ื
เพิม่ ส่วนแบง่ การตลาดและการเตบิ โตทางการตลาด และอาจทาให้เกิดการควบรวมกจิ การ
๓. เทคโนโลยี การเปล่ยี นแปลงทางเทคโนโลยมี ีผลกระทบต่อกิจกรรมหลักขององคก์ าร ทาให้
องคก์ ารต้องเปลย่ี นแปลงระบบการผลติ เพ่อื สรา้ งความได้เปรียบทางการแขง่ ขนั และมผี ลกระทบต่อ
การบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์
๔. การเมืองและกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนโยบายและกฎหมายมีผลใหอ้ งค์การตอ้ ง
ปรับเปล่ยี นนโยบาย มผี ลใหอ้ งคก์ ารตอ้ งปรบั เปล่ียนนโยบายการทางาน ระบบบรหิ ารงาน ซ่งึ ต้องมี
วิธกี ารเปล่ยี นแปลงใหร้ วดเรว็ และเกดิ ความขดั แย้งนอ้ ยทส่ี ดุ
๕. สงั คมและประชากร การเปลยี่ นแปลงค่านิยมในการบรโิ ภคสนิ คา้ ต่าง ๆ ทาให้องคก์ ารต้อง
เปล่ยี นแปลงระบบการผลติ ลักษณะของสนิ ค้าและบริการเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ การ
เปลย่ี นแปลงโครงสรา้ งประชากรมีผลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ กลยทุ ธก์ ารขาย
และการตลาด7

๑๐. สรุป

การพัฒนาหลักสูตรเป็นกระบวนการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ุกประเภท เพือ่ ให้
ผ้เู รียนเกิดการเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมตามความมุ่งหมายและจดุ ประสงค์ทกี่ าหนดไว้ และเปน็ การวาง
แผนการประเมินผลใหท้ ราบถงึ การเปล่ยี นแปลงในตัวผเู้ รยี น ว่าได้บรรลุตามความมุง่ หมายและ
จดุ ประสงคจ์ ริงหรอื ไม่ เพื่อผูท้ ่ีมีหนา้ ท่รี ับผดิ ชอบจะไดร้ แู้ ละคิดเพอ่ื แกไ้ ขปรบั ปรุงต่อไป

ดังนน้ั หลักสตู รทีด่ แี ละเหมาะสมจะตอ้ งมีการพฒั นาอยเู่ สมอเพือ่ ใหท้ นั ต่อการเปลี่ยนแปลง
ของกาลเวลา สภาพเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง และการปกครองของประเทศตลอดจนความกา้ วหน้า
ทางวิทยาการและเทคโนโลยตี ่าง ๆ ในอดีตนกั พฒั นาหลกั สตู รจะใหค้ วามสาคญั เก่ียวกบั เป้าหมาย
เนือ้ หาและวิธีการสอนของหลกั สตู รโดยไมค่ ่อยสนใจหรอื คานึงผเู้ รียนวา่ จะมีความรูส้ กึ หรอื มี
ผลกระทบอยา่ งไร ปกตนิ กั พัฒนาหลักการสตู รจะกาหนดจะกาหนดจุดมงุ่ หมายใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่

7 สาราญ คงชะวัน. การพฒั นาหลกั สูตรกับการวจิ ยั และการพฒั นาสถานศกึ ษา. วารสาร
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ . 2546 ). หน้าท่ี 13 - 20.

๑๙๙

ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ และเนื้อหาสาระตลอดท้ังกระบวนการเรยี นการสอนกจ็ ะตอ้ งเป็นเรอ่ื งของครทู ่ี
จะตอ้ งคดิ มาหา ครูมักจะหาเน้อื เรื่องและวธิ ีการเรยี นการสอนโดยคานึงว่าผู้เรียนคิดอยา่ งไร มี
ความรสู้ กึ อย่างไรและมีความต้องการอยา่ งไร แตใ่ นปัจจบุ นั แนวคดิ นีไ้ ดเ้ ปลยี่ นไป จงึ เป็นหนา้ ท่ขี อง
นกั พัฒนาหลักสตู รท่จี ะตอ้ งหาแนวทางในการพฒั นาหลกั สูตรใหม้ คี วามถูกต้อง ชดั เจนและเป็น
ประโยชน์กบั ผูเ้ รยี นมากทีส่ ุด ท้งั นีไ้ ด้มผี กู้ ลา่ วถงึ ความหมายของการพฒั นาหลักสตู ร

การพฒั นาหลักสตู รเป็นกระบวนการวางแผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ กุ ประเภท เพ่ือให้
ผเู้ รียนเกดิ การเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมตามความมงุ่ หมายและจุดประสงคท์ กี่ าหนดไว้ และเป็นการวาง
แผนการประเมินผลใหท้ ราบถงึ การเปล่ยี นแปลงในตวั ผู้เรยี น วา่ ไดบ้ รรลตุ ามความมุ่งหมายและ
จุดประสงค์จรงิ หรอื ไม่ เพื่อผทู้ มี่ หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบจะไดร้ ู้และคดิ เพ่ือแกไ้ ขปรับปรงุ ตอ่ ไป ดงั นนั้
หลกั สูตรที่ดีและเหมาะ สมจะต้องมีการพัฒนาอยูเ่ สมอเพอ่ื ใหท้ ันต่อการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา
สภาพเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง และการปกครองของประเทศตลอดจนความกา้ วหน้าทางวทิ ยาการ
และเทคโนโลยตี ่าง ๆ

๒๐๐

คาถามท้ายบทที่ ๘

แบบฝึกหดั ที่ ๑ คาชแ้ี จง ข้อสอบแบบปรนยั มี ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน

คาส่ัง : ใหเ้ ลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งเพียงข้อเดยี ว โดยทาเคร่อื งหมายกากบาท × ลงในขอ้ ทถ่ี กู ต้อง

๑. ขอ้ ใดไมใ่ ชห่ ลกั การของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ก. เปน็ หลักสตู รท่เี น้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั ข. เป็นหลกั สตู รทส่ี นองการกระจายอานาจ

ค. เป็นหลักสตู รเนน้ การมีคณุ ธรรม จริยธรรม ง. เป็นหลักสูตรเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ

๒. คาวา่ “ซอ่ื สัตย์สจุ รติ ” กาหนดไวใ้ นส่วนใดของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน

พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ก. สาระการเรียนรู้ ข. มาตรฐานการเรยี นรู้

ค. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ง. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

๓. ข้อใดกลา่ วถกู ตอ้ งท่สี ดุ

ก. การจดั ทาคาอธบิ ายรายวิชาจาเปน็ ต้องมีการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั และ

สาระการเรยี นรู้

ข. การจดั ทาคาอธบิ ายรายวิชาจาเป็นตอ้ งมีการวเิ คราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ดั และ

คุณลกั ษณะ

ค. การจดั ทาคาอธิบายรายวชิ าจาเป็นต้องมกี ารวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัดและสมรรถนะ

ง. การจดั ทาคาอธิบายรายวชิ าจาเป็นตอ้ งมกี ารวิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัดและเปา้ หมาย

๔. ขั้นตอนแรกของการจัดทาหลักสตู รสถานศกึ ษาคอื ข้อใด

ก. ออกแบบหลักสตู ร ข. กาหนดโครงสรา้ งหลักสตู ร

ค. กาหนดคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ง. ศกึ ษาและวเิ คราะห์ข้อมูลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

๕. “การจัดการศึกษาต้องมคี ุณภาพ” ข้อใดสามารถบง่ ช้ีคาวา่ คณุ ภาพได้

ก. การนาหลกั สตู รไปใช้ ข. การใช้ส่อื ประกอบการสอน

ค. มกี จิ กรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ง. ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงข้ึน

๖. ขอ้ ใดเปน็ องคป์ ระกอบท่สี าคัญในการจดั ทาคาอธบิ ายรายวชิ า

ก. สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลกั ษณะ ตวั ชวี้ ัด

ข. สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ จดุ ประสงค์

ค. มาตรฐานการเรยี นรู้ ทกั ษะกระบวนการ สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั

ง. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ จดุ ประสงค์

๗. การเขียนสาระสาคญั ในหน่วยการเรยี นรู้ ต้องสัมพนั ธ์กับ

ก. มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ดั กิจกรรมการเรียน

ข. มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้

ค. สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี น ตวั ช้ีวดั

ง. สาระการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั

๘. การจดั ทาโครงสรา้ งรายวิชามีวัตถุประสงค์ท่สี าคัญเพือ่

ก. จัดกลมุ่ เนอ้ื หา/เรื่องทจี่ ะเรยี น ข. กาหนดจานวนหนว่ ยการเรยี นรู้

ค. กาหนดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ง. ขอ้ ก และ ข

๙. การกาหนดเวลาเรียนในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ตอ้ งพจิ ารณาจากส่วนใด

๒๐๑

ก. โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ข. โครงสรา้ งเวลาเรียนหลกั สูตรสถานศึกษา
ค. โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้
ง. โครงสรา้ งรายวิชา
๑๐. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง
ก. หนว่ ยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน ตอ้ งยดึ มาตรฐานการเรียนรหู้ รอื ตัวชีว้ ัดเป็นเปา้ หมาย
ข. หน่วยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน ตอ้ งยดึ มาตรฐานการเรยี นรหู้ รือภาระงานเปน็ เปา้ หมาย
ค. หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน ตอ้ งยึดมาตรฐานการเรียนรู้หรอื สาระการเรยี นรู้เปน็ เปา้ หมาย
ง. หน่วยการเรยี นรู้อิงมาตรฐาน ต้องยดึ มาตรฐานการเรยี นรหู้ รือกิจกรรมการเรยี นเปน็ เป้าหมาย

แบบฝึกหดั ท่ี ๒ คาชแี้ จง ข้อสอบแบบผดิ ถูก มี ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน

คาสง่ั : ทาเครอ่ื งหมายถกู หรอื ผดิ อยหู่ น้าแตล่ ะขอ้ √ หรอื × ลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
______๑.การจัดทาคาอธบิ ายรายวชิ าจาเป็นต้องมกี ารวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด

และสาระการเรยี นรู้
______๒.การจดั ทารายวชิ าเพมิ่ เตมิ สถานศกึ ษาต้องกาหนดตวั ชีว้ ดั เป็นเปา้ หมายในการ

พัฒนา
______๓.หนว่ ยการเรียนรอู้ ิงมาตรฐาน ตอ้ งยดึ มาตรฐานการเรยี นรหู้ รอื ตวั ชี้วัดเป็น

เป้าหมาย
______๔.หลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑เปน็

หลักสตู รเน้นการมคี ุณธรรม จริยธรรม
______๕.การจดั ทาโครงสร้างรายวิชามีวัตถปุ ระสงคท์ ีส่ าคัญเพอ่ื จดั กลุ่มเนอื้ หา/เรื่องทจ่ี ะ

เรียนกาหนดจานวนหน่วยการเรียนรู้
______๖.ผูจ้ ดั ทาหลักสตู รสถานศึกษาทกุ ฝ่ายร่วมกัน
______๗.การจดั ทาหลกั สตู ร ระดับประถมศกึ ษา ในสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ และ

คณิตศาสตร์ เปน็ หน้าที่ของการพฒั นาหลกั สตู รระดับชาติ
______๘.จดุ หมายของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑มี

โครงสร้างยดื หย่นุ ทง้ั ด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรยี นรู้
______๙.การพฒั นาหลกั สตู ร ให้มีคุณภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์ คือการประชมุ

ปรกึ ษาร่วมกันของทุกฝ่ายท่เี กยี่ วข้อง
______๑๐.การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน

พ.ศ. ๒๕๕๑ มีจดุ มงุ่ หมายเพ่ือพัฒนาการเรียนรแู้ ละตัดสนิ ผลการเรยี น

แบบฝึกหดั ท่ี ๓ คาชแ้ี จง ขอ้ สอบแบบจบั คู่ มี ๑๐ ข้อ ๑๐ คะแนน

คาส่งั : ให้จบั คูเ่ ขยี น ก – ญ เติมลงในช่องวา่ งให้ถกู ตอ้ ง
______๑.ประโยชน์ ทเ่ี กิดจากการพฒั นาหลักสูตร สาหรบั ครผู สู้ อน
______๒.องคป์ ระกอบในการพฒั นาหลักสตู ร ไมค่ วรคานงึ ถึง
______๓. เกณฑ์ในการพิจารณา เลือกประสบการณ์การเรยี นรู้ ทไ่ี ทเลอร์ไม่ไดก้ าหนดไว้ คอื
______๔.แนวความคิดของฮลิ ดา ทาบา ทมี่ ีต่อการพฒั นาหลักสูตรตา่ งจาก ไทเลอร์

๒๐๒

______๕.การทส่ี ามารถบอกว่า หลักสตู รบรรลุตามเป้าหมาย หรอื จดุ มงุ่ หมายทีก่ าหนดไว้
หรอื ไม่ ทราบได้จาก

______๖.หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานคาดหวงั สิง่ ใดให้เกดิ กบั ผู้เรียนมากทสี่ ดุ
______๗.สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย
______๘.การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ อยูบ่ นหลักการพน้ื ฐานใด
______๙.ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔-๖ ใชต้ ัวช้ีวดั ใดเป็นเปา้ หมาย
______๑๐. การเรียนรแู้ บบ BBL (Brain Based Learning) มีความหมาย

คาชแี้ จง จงเต็มคาลงในชอ่ งว่าง ตอ่ ไปนี้
ก. การบริหารจัดการของสถานศกึ ษา
ข. ครพู งึ พอใจในการจัดประสบการณ์
ค. สามารถจัดการเรียนการสอนใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
ง. การประเมินผล
จ. ครูควรมีสว่ นร่วม
ฉ. คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
ช. ประเมินเพ่ือพฒั นาผ้เู รียน และตดั สินผลการเรยี น
ซ. การเรยี นรทู้ ีใ่ ชโ้ ครงสร้างและหนา้ ทข่ี องสมอง เปน็ เครอ่ื งมือในการเรียนรู้
ฌ. ตวั ชีว้ ดั ชว่ งชัน้
ญ. (K)ส่ิงที่ผเู้ รยี นพึงรู้ , (P) คณุ ธรรม จริยธรรม , (A) กระบวนการ

แบบฝึกหัดท่ี ๔ คาชแ้ี จง ขอ้ สอบแบบอตั นัย มี ๕ ขอ้ ๒๐ คะแนน

คาสั่ง : จงตอบคาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
๑.ขน้ั ตอนในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประกอบดว้ ยขัน้ ตอนสาคญั ๕ ขน้ั ตอนทส่ี าคัญ

คืออะไรบา้ ง
๒.สาหรบั ประเทศไทยเอง แนวคิดในการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาคอื อะไร
๓.ปญั หาในการพฒั นาหลักสตู รท้องถิน่ มีอะไรบา้ ง
๔.หลักสูตรประถมศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๓๓) ให้พจิ ารณาจาก

อะไร
๕.การกาหนดจดุ ประสงคข์ องหลกั สตู ร ประกอบด้วย ๒ สว่ นคอื

๒๐๓

อา้ งองิ ประจาบท

กระทรวงศกึ ษาธิการ. หลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ . กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ รุ ุ
สภาลาดพร้าว. ๒๕๔๔.
. การวจิ ยั เพอ่ื การเรยี นร้.ู กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพร้าว.๒๕๕๑

กาญจนา คุณารกั ษ.์ เอกสารคาบรรยาย. วิชาศล.๓๑๙ หลกั สตู ร ภาควชิ าหลักสูตรและวิธกี ารสอน
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศิลปากร. ๒๕๒๑.
. หลักสตู รและการพฒั นา พมิ พค์ รั้งท่ี ๓, นครปฐม : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัย
ศลิ ปากร, ๒๕๔๐.

กรมการศกึ ษานอกโรงเรยี น กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ชดุ วิชาวจิ ยั ทางการศกึ ษานอกโรงเรียน เลม่ ท่ี ๑๐
การเกบ็ รวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทประชาชนจากัด(๒๕๔๑ : ๒)

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธกิ าร. ทอ้ งถน่ิ กับการพฒั นาหลักสูตร. กรุงเทพฯ : กรมวชิ าการ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ๒๕๓๙.

กรมวิชาการ. การปฏิรปู การเรียนรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รยี นสาคญั ทสี่ ดุ : แนวทางสกู่ ารปฏบิ ัติ. กรงุ เทพฯ :โรง
พมิ พค์ รุ ุสภา, ๒๕๔๓.

ใจทิพย์ เช้ือรตั นพงษ.์ การพฒั นาหลกั สตู ร : หลกั การและแนวปฏบิ ตั .ิ กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ อลนี
เพรส. ๒๕๓๙

ชูศรี สุวรรณโชติ . หลักสตู รและการพฒั นาหลักสตู ร. กรุงเทพฯ : อักษรไทย.๒๕๔๒.
ธวัชชยั ชยั จิรฉายากลุ . ประมวลสาระชุดวิชา การพฒั นาหลกั สตู รและวิทยวิธที างการสอนหนว่ ยท่ี

๑-๒ กรงุ เทพ : สาขาวชิ าศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช. ๒๕๓๖
. การพฒั นาหลกั สตู รจากแนวคิดสู่การปฏิบตั ิ. กรงุ เทพฯ : อักษรบัณฑติ , หนา้ ๔.

๒๕๒๙.
ธารง บวั ศร.ี ทฤษฎหี ลกั สตู รภาค ๒. พระนคร : มงคลการพมิ พ์. ๒๕๑๔.
ทฤษฎหี ลักสตู ร : การออกแบบและพฒั นา. พิมพค์ รง้ั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภา

ลาดพร้าว. ๒๕๓๒.

บทที่ ๙

การนาหลกั สตู รไปใช้

สาระสาคัญ

การนาหลักสูตรไปใช้เป็นขัน้ ตอนสาคญั ของการพฒั นาหลักสตู ร เปน็ กระบวนการดาเนนิ งาน
และกิจกรรมตา่ งๆ ในการนาหลกั สูตรไปส่โู รงเรยี นและจัดการเรียนการสอนเพอื่ ใหบ้ รรลจุ ุดหมายของ
หลกั สตู ร การนาหลักสตู รไปใช้เปน็ งานเก่ียวขอ้ งกับบคุ คลหลายฝ่ายตงั้ แต่ระดับ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร แตล่ ะฝา่ ยมคี วามเกยี่ วข้องในแต่ละสว่ นของการนาหลักสตู รไปใช้ เช่น
หน่วยงานส่วนกลาง เกยี่ วขอ้ งในดา้ นการบริหารและบริการหลกั สูตรกับการนิเทศและติดตามผลการ
ใชห้ ลกั สูตร ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาเก่ียวข้องในดา้ นการบริหารและบริการหลกั สูตร การจัดปัจจยั และ
สภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในสถานศกึ ษา ครูผู้สอน เก่ียวขอ้ งในดา้ นการจดั การเรยี นการสอนให้บรรลุ
จดุ มุ่งหมายของหลกั สตู รใน การนาหลกั สตู รไปใชจ้ าตอ้ งเปน็ ขน้ั ตอนตามลาดบั นบั แตข่ ้นั การ
วางแผน และเตรียมการในการประชาสัมพนั ธห์ ลกั สตู ร และการเตรียมบคุ ลากรท่เี กย่ี วข้อง ขนั้ ต่อมา
คอื ดาเนินการนาหลกั สตู รไปใช้อยา่ งมีระบบ นบั แตก่ ารจัดครเู ข้าสอนตามหลกั สตู ร การบรกิ ารวสั ดุ
หลกั สูตรและสงิ่ อานวยความสะดวกในการนาหลกั สูตรไปใช้ และการดาเนินการเรียนการสอนตาม
หลักสตู ร สว่ นขัน้ สดุ ท้ายต้องตดิ ตามประเมินผลการนาหลกั สูตรไปใช้ นับแตน่ เิ ทศติดตามผลการใช้
หลกั สตู ร การตดิ ตามและประเมินผล การใชห้ ลักสตู ร การนาหลกั สตู รไปใช้ ถือเป็นกระบวนการที่
สาคญั ทจ่ี ะทาให้หลกั สูตร

ขอบขา่ ยเนอ้ื หา

๑. ความหมาย
๒. แนวคดิ เกยี่ วกับการนาหลักสูตรไปใช้
๓. หลกั การทสี่ าคญั ในการนาหลักสตู รไปใช้
๔. กจิ กรรมงานทีเ่ ก่ียวข้องกับการนาหลักสูตรไปใช้
๕. ขั้นตอนการนาหลกั สตู รไปใช้
๖. ผทู้ ่ีเกยี่ วขอ้ งกับการนาหลักสูตรไปใช้

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือใหท้ ราบถงึ ความหมายของการนาหลักสตู รไปใช้
๒. เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ หลกั การท่สี าคญั ในการนาหลักสูตรไปใช้
๓. เพื่อทราบถงึ ลักษณะปรชั ญาการศึกษา
๔. เพือ่ ให้รจู้ กั กิจกรรมงานท่เี ก่ียวขอ้ งกับการนาหลกั สตู รไปใช้

๒๐๕

บทนา

การนาหลกั สูตรไปใช้เป็นข้ันตอนสาคัญของการพฒั นาหลักสตู ร เป็นกระบวนการดาเนินงาน
และกจิ กรรมตา่ งๆ ในการนาหลกั สูตรไปสโู่ รงเรียนและจัดการเรียนการสอนเพ่อื ใหบ้ รรลุจุดหมายของ
หลกั สตู ร การนาหลักสตู รไปใชเ้ ปน็ งานเกยี่ วข้องกับบุคคลหลายฝ่ายตง้ั แต่ระดบั กระทรวงศกึ ษาธิการ แต่
ละฝ่ายมคี วามเกย่ี วขอ้ งในแต่ละสว่ นของการนาหลักสตู รไปใช้ เช่น หน่วยงานสว่ นกลาง เกี่ยวขอ้ งใน
ดา้ นการบริหารและบริการหลกั สูตรกับการนเิ ทศและตดิ ตามผลการใช้หลกั สูตร ผู้บริหารสถานศึกษา
เกยี่ วข้องในด้านการบรหิ ารและบริการหลักสูตร การจัดปจั จัยและสภาพแวดล้อมตา่ งๆ ภายใน
สถานศึกษา ครูผู้สอน เกี่ยวขอ้ งในดา้ นการจัดการเรียนการสอนให้บรรลจุ ดุ มงุ่ หมายของหลกั สูตร
ใน การนาหลักสูตรไปใช้จาตอ้ งเปน็ ข้ันตอนตามลาดบั นับแตข่ ัน้ การวางแผน และเตรยี มการในการ
ประชาสมั พนั ธ์หลกั สตู ร และการเตรียมบคุ ลากรท่ีเกยี่ วขอ้ ง ข้นั ตอ่ มาคอื ดาเนนิ การนาหลักสตู รไปใช้
อยา่ งมรี ะบบ นับแต่การจดั ครเู ขา้ สอนตามหลักสูตร การบริการวัสดุหลกั สตู รและส่งิ อานวยความ
สะดวกในการนาหลกั สตู รไปใช้ และการดาเนนิ การเรียนการสอนตามหลกั สูตร ส่วนข้ันสดุ ทา้ ยตอ้ ง
ติดตามประเมินผลการนาหลกั สูตรไปใช้ นบั แตน่ เิ ทศติดตามผลการใช้หลกั สูตร การติดตามและ
ประเมินผล การใชห้ ลักสูตร การนาหลักสูตรไปใช้ ถอื เปน็ กระบวนการทส่ี าคญั ทจ่ี ะทาใหห้ ลักสูตรท่ี
สรา้ งขน้ึ บรรลผุ ลตามจุดหมาย และเปน็ กระบวนการท่ีตอ้ งไดร้ ับความรว่ มมอื จากบุคคล ท่ีเก่ียวข้อง
หลายๆ ฝา่ ย และที่สาคญั ทส่ี ดุ คือครผู ูส้ อน1

๑. ความหมายของการนาหลกั สูตรไปใช้

การนาหลกั สตู รไปใชซ้ ง่ึ เปน็ ขน้ั ตอนท่นี าหลกั สูตรไปสู่การปฏิบตั งิ านทม่ี ีขอบเขตกวา้ งขวาง
ทาให้การใหค้ วามหมายของคาวา่ การนาหลักสูตรไปใชแ้ ตกต่างกนั ออกไป นกั การศกึ ษาหลายท่านได้
แสดงความคิดเหน็ หรอื ใหค้ านยิ ามของคาว่าการนาหลกั สูตรไปใชด้ ังนี้

โบแชมป์ (Beauchamp, ) ไดใ้ หค้ วามหมายของการนาหลกั สตู รไปใชว้ า่ การนาหลกั สูตร
ไปใช้ หมายถงึ การนาหลักสตู รไปปฏบิ ัติ โดยประกอบดว้ ยกระบวนการทสี่ าคัญทีส่ ุดคอื การแปลง
หลกั สูตรไปส่กู ารสอน การจัดสภาพแวดลอ้ มในโรงเรียนใหค้ รไู ดพ้ ัฒนาการเรียนการสอน

สนั ต์ ธรรมบารงุ กล่าวว่า การนาหลักสตู รไปใชห้ มายถงึ การทผี่ บู้ รหิ ารโรงเรยี นและครูนา
โครงการของหลกั สตู รท่เี ป็นรปู เล่มนั้นไปปฏบิ ตั ิบงั เกดิ ผล และรวมถึงการบริหารงานดว้ ยวิชาการของ
โรงเรยี นเพือ่ อานวยความสะดวกใหค้ รแู ละนักเรยี นสามารถสอนและเรยี นได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

จนั ทรา ไดใ้ หค้ วามหมายของการนาหลกั สูตรไปใชว้ ่าเปน็ การทดลองใชเ้ น้อื หาวิชาวธิ ีการ
สอน เทคนคิ การประเมิน การใชอ้ ปุ กรณ์การสอบแบบเรียนและทรพั ยากรต่างๆ ใหเ้ กิดประโยชน์แก่
นกั เรยี น โดยมคี รแู ละผรู้ า่ งหลกั สตู รเปน็ ผปู้ ญั หาแลว้ หาคาตอบใหไ้ ดจ้ ากการประเมนิ ผล

รายงานการประชมุ ทางวิชาการเก่ียวขอ้ งกบั การใช้หลกั สูตรของประเทศในภมู ภิ าค กลา่ ว
ว่า การนาหลกั สตู รไปใช้มีความหมายครอบคลมุ ตัง้ แตก่ ารพัฒนาหลกั สูตรไปจนถึงการอบรมครูผสู้ อน
ให้เปน็ ผมู้ สี มรรถนะท่จี าเป็น พรอ้ มที่จะนาหลักสูตรไปใช้ใหไ้ ดผ้ ลตามเปา้ หมายท่กี าหนดไว้

ธารง บัวศรี กลา่ ววา่ การนาหลักสูตรไปใช้ หมายถึง กระบวนการเรยี นการสอนสาหรับ
สอนเป็นประจาทกุ ๆ วัน

1 วิชยั วงษ์ใหญ่. จากหลักสตู รแกนกลางูสห่ ลักสูตรสถานศกึ ษา: กระบวนทัศนใ์ หม่การพฒั นา. พิมพ์คร้ัง
ท่ี 2. ( กรงุ เทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ ). หนา้ ท่ี 67

๒๐๖

สมุ ิตร คณุ ากร กล่าวว่า การนาหลกั สตู รไปใชเ้ ปน็ กระบวนการทีท่ าใหห้ ลักสตู รกลายเปน็
การปฏิบัตจิ ริง และเปน็ ข้ันตอนหน่ึงในกระบวนการพัฒนาหลกั สูตรและมกี จิ กรรมที่จะกระทา
ได้ ๓ ประการ คอื

๑. การแปลงหลกั สตู รไปสูก่ ารสอน
๒. การจัดปจั จยั และสภาพต่างๆ ภายในโรงเรยี นใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายของหลกั สตู ร
๓. การสอนของครู
จากความหมายของการนาหลกั สตู รไปใช้ ตามที่นกั การศกึ ษาได้ให้ไวข้ า้ งตน้ พอสรปุ ได้ว่า
การนาหลกั สูตรไปใช้ หมายถงึ การดาเนินงานและกจิ กรรมตา่ งๆ ในอนั ที่จะทาใหห้ ลักสตู รท่สี ร้างข้ึน
ดาเนนิ ไปส่กู ารปฏิบตั ิเพอ่ื ใหบ้ รรลุเป้าหมาย นบั แตก่ ารเตรียมบุคลากร อาคาร สถานที่ วสั ดอุ ุปกรณ์
สภาพแวดล้อม และการจดั การเรียนการสอนในโรงเรยี น2

๒. แนวคิดเกีย่ วกบั การนาหลกั สตู รไปใช้

ถ้าเรายอมรับว่าการนาหลักสูตรไปใช้เปน็ ขน้ั ตอนหนึ่งท่ีสาคญั ท่ีสุดทจ่ี ะทาให้หลักสตู ร
บังเกิด ผลตอ่ การใช้อย่างแท้จรงิ แล้ว การนาหลกั สูตรไปใช้ก็ควรจะเป็นวิธีการปฏิบตั กิ ารท่ีมี
หลักเกณฑแ์ ละมกี ระบวนการปฏบิ ัติทม่ี ีประสทิ ธภิ าพพอทีจ่ ะม่นั ใจไดว้ า่ หลักสูตรทสี่ ร้างข้ึนนนั้ จะได้มี
โอกาสนาไปปฏบิ ตั จิ ริงๆ อยา่ งแนน่ อน นักการศึกษาตา่ งกใ็ ห้ทัศนะซึง่ เป็นแนวคดิ ในการนาหลกั สตู รไป
ใชด้ งั น้ี

โบแชมป์ (Beauchamp, ) กล่าววา่ สิง่ แรกท่คี วรทาคอื การจัดสภาพแวดล้อมของ
โรงเรยี น ครผู นู้ าหลกั สูตรไปใชม้ หี นา้ ทีแ่ ปลงหลักสูตรไปสูก่ ารสอน โดยใช้หลักสตู รเป็นหลักในการ
พัฒนากลวิธีการสอน ส่ิงท่ีควรคานึงถงึ ในการนาหลกั สตู รไปใช้ให้ได้ผลตามเป้าหมาย

๑. ครผู ้สู อนควรมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตร
๒. ผู้บรหิ ารต้องเหน็ ความสาคัญและสนับสนนุ การดาเนินงานให้เกดิ ผลสาเรจ็ ได้ ผู้นาท่ี
สาคญั ทีจ่ ะรับผิดชอบไดด้ ี คือครูใหญ่
ทานการด์ (Tankard, ) ได้ให้ความเห็นวา่ ความสาเรจ็ ของการนาหลกั สตู รไปใชอ้ ยทู่ ก่ี าร
วางแผนการทดลองใช้ ซ่ึงมอี งค์ประกอบต่างๆ คือ
๑. รายละเอียดของโครงการ
๒. ปรัชญาและจดุ มุ่งหมาย
๓. แผนการนาไปใชแ้ ละการดาเนนิ การ
ผูเ้ กีย่ วข้องในการนาหลกั สูตรไปใชซ้ ่งึ มศี กึ ษานิเทศก์ ครใู หญ่ ผ้บู รหิ ารระดับต่างๆ เป็นสว่ น
ใหญจ่ ะตอ้ งรว่ มมอื กันดาเนนิ งานตัง้ แต่การทาโครงการปรบั ปรงุ หลกั สูตร กาหนดจุดมุ่งหมาย จดั ทา
เนอื้ หาแผนการนาไปทดลองใช้ และการประเมนิ ผล ปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ จากการนาไปทดลองใช้ จะตอ้ ง
บนั ทึกไว้ท้ังหมด เพ่อื นาไปเปน็ ขอ้ มูลในการแกไ้ ขปรับปรงุ หลกั สูตร
สาหรับ เวอร์ดนุ (Verduin,) เขาใหท้ ัศนะวา่ การนาหลักสตู รไปใช้จะต้องเร่ิมดาเนนิ การ
โดยการนิเทศให้ครใู นโรงเรยี นเข้าใจหลักสูตร แลว้ ต้ังกลมุ่ ปฏิบตั ิการขนึ้ เพ่อื การศกึ ษาปญั หาทีจ่ ะ
เกิดขึน้ ในระหว่างการใชห้ ลักสูตรจากพื้นที่ท่เี ป็นปัญหาหลายๆ แห่งเพ่อื ให้ได้ข้อมลู มากที่สดุ กลุ่ม

2 กาญจนา คุณารกั ษ.์ การออกแบบการเรียนการสอน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4 . ( นครปฐม : คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ) หนา้ ท่ี 67 - 69

๒๐๗

ปฏบิ ัติการนีจ้ ะต้องเข้าไปทางานร่วมกันกับครผู ูส้ อนอยา่ งจรงิ จงั เพือ่ ใหเ้ กิดความเห็นอกเห็นใจและมี
ความสัมพันธ์อันดตี อ่ กนั การจัดการอบรมปฏิบตั ิการแกค่ รูประจาการถอื วา่ เป็นกิจกรรมท่ีสาคญั ทส่ี ดุ
ในการนาหลกั สูตรไปใช้ ตอ้ งใช้วิทยากรผู้เชย่ี วชาญการสอนโดยเฉพาะสามารถฝกึ ผู้อน่ื ไดด้ ีและมี
วธิ ีการให้ครเู กิดความสนใจ ถา้ มีข้อเสนอแนะใหม้ ีการเปล่ยี นแปลงระหว่างการใช้หลักสูตรควรเลือก
ครูผู้สอนทีอ่ าสาสมคั รและเต็มใจ ไมค่ วรใชค้ รูทุกคนในโรงเรยี นเพราะอาจมีบางคนทไ่ี มเ่ หน็ ด้วยและไม่
เตม็ ใจกับการเปล่ยี นแปลง จงึ ควรทาแบบคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไปเพอื่ ให้ครูส่วนใหญเ่ ข้าใจ จะทาให้การ
เปลี่ยนแปลงมคี วามหมายและได้รบั การยอมรบั โดยปริยาย

จากเอกสารการประชุมของประเทศต่างๆ ในเอเชยี (APEID,) ในการประชมุ ทบทวน
ประสบการณต์ า่ งๆ ของประเทศในเอเชีย เรื่อง ยุทธศาสตร์การนาหลักสูตรไปใช้ไดส้ รปุ เปน็
องคป์ ระกอบทสี่ าคัญไดด้ งั น้ี

๑. วางแผนและเตรียมการนาหลักสูตรไปใช้โดยใหค้ นหลายกลุ่มเข้ารว่ มแสวงหาการ
สนับสนนุ จากประชาชนและจัดเตรยี มทรัพยากร (มนุษยแ์ ละวสั ด)ุ ใหพ้ รอ้ ม

๒. จดั ให้มีหนว่ ยงานส่งเสริมการนาหลักสตู รไปใชใ้ ห้เป็นไปได้สะดวกและรวดเรว็
๓. กาหนดวิถที างและกระบวนการนาหลกั สูตรไปใชอ้ ย่างเป็นขั้นตอน รวมเหตผุ ลตา่ งๆ ท่ี
จะใช้ในการจูงใจครูและตดิ ตามผลการปฏบิ ตั ิงาน
ธารง บวั ศรี ไดส้ รปุ ชีใ้ ห้เห็นปจั จัยจะนาไปสคู่ วามสาเร็จของการนาหลกั สตู รไปใชไ้ วว้ ่าควร
คานึงถึงส่ิงต่อไปนี้
๑. โครงการสอน เชน่ การวางโครงการสอนแบบหน่วย (Unit Organization of
Instruction, Teaching Unit) ประเภทของหน่วยการสอนมี ๒ ประเภท คอื หน่วยรายวชิ า (Subject
Matter Unit) และหนว่ ยงานประสบการณ์ (Experience Unit)
๒. หนว่ ยวิทยาการ (Resource Unit) เปน็ แหลง่ ให้ความรู้แกค่ รู เช่น เอกสาร คู่มือ และ
แนวการปฏิบัติต่างๆ
๓. องค์ประกอบอน่ื ๆ ที่ช่วยในการสอน เชน่ สถานทีแ่ ละเครอื่ งมือเคร่อื งใช้ อปุ กรณ์การ
เรียนการสอน วิธีการสอนและวัดผลการศกึ ษา กจิ กรรมร่วมหลกั สูตร การแนะนาการจดั และบรหิ าร
โรงเรียนเป็นตน้ 3
วิชัย วงษใ์ หญ่ ได้ให้ความเหน็ ว่า ผมู้ ีบทบาทในการนาหลักสูตรไปใชใ้ ห้บรรลจุ ดุ หมาย
มี ๓ กลุ่ม คือ ครใู หญ่ ครปู ระจาชัน้ และชมุ ชน ในจานวนน้คี รใู หญ่เปน็ ผู้ทมี่ ีบทบาทมากท่ีสดุ ที่จะตอ้ ง
ศึกษาและวางแผนเก่ยี วกบั การใช้หลักสูตรโดยมีขน้ั ตอนสรปุ สั้นๆ ไดด้ งั นี้
๑. เตรยี มวางแผน
๒. เตรยี มจดั อบรม
๓. การจดั ครเู ข้าสอน
๔. การจดั ตารางสอน
๕. การจัดวสั ดปุ ระกอบหลกั สตู ร
๖. การประชาสัมพันธ์
๗. การจัดสภาพแวดล้อมและการเลอื กกิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร
๘. การจัดโครงการประเมนิ

3 วโิ รจน์ วฒั นานิมติ กลู . การพฒั นาหลักสูตร : องคค์ วามรูเ้ พ่อื พัฒนาการศกึ ษา. ( กรงุ เทพฯ :
มหาวิทยาลยั ราชภัฏบา้ นสมเดจ็ เจ้าพระยา ).หน้าที่ 56

๒๐๘

จากเอกสารทางวิชาการของแผนกวิชาประถมศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั กลา่ วถงึ บทบาทของโรงเรยี นในการนาหลักสูตรไปใชใ้ หไ้ ดผ้ ลทีค่ วรจัดกิจกรรมดังน้ี

๑. ประชมุ ครเู พอื่ ศึกษาหลกั สูตรและทาโครงการสอน
๒. จัดอบรมครู เพอ่ื ใหเ้ พม่ิ พนู ความรู้จากวทิ ยากรในดว้ ยวิธีการสอนแบบใหมๆ่
๓. เตรยี มเอกสารทกุ ชนิดไว้ให้คน้ ควา้ และอา่ นประกอบ
จากคมู่ ือการนาหลักสตู รประถมศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๒๑ ไปใช้ ไดก้ ลา่ วไวใ้ นเรื่องการ
เตรียมการในการใชห้ ลักสตู รว่ามขี ั้นตอนสรปุ ได้ดังน้ี
๑. เผยแพรแ่ ละประชาสมั พันธ์
๒. จัดตงั้ กล่มุ ปฏบิ ัติการหลักสูตรข้ึนในส่วนภมู ิภาคทกุ เขตการศกึ ษา
๓. ประสานงานกับกรมการฝึกหดั ครู
๔. ฝกึ อบรมครู
๕. จัดสรรงบประมาณ
๖. จดั ต้ังคณะอนกุ รรมการเพ่อื จดั ปัญหาและอปุ สรรคการใช้หลักสูตร
จากแนวคิดของการนาหลกั สตู รไปใช้ท่ไี ด้ยกตวั อยา่ งข้างต้นจะเห็นได้วา่ การนาหลักสูตร
ไปใช้นั้นเป็นงานหรอื กิจกรรมทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั บคุ คลหลายฝ่าย นบั แตผ่ บู้ รหิ ารระดับกระทรวง กรมกอง
ผบู้ รหิ ารระดบั โรงเรียน ครูผู้สอน ศกึ ษานิเทศก์ และบุคคลอื่นๆ ขอบเขตและงานของการนาหลักสูตร
ไปใช้เปน็ งานที่มขี อบเขตกว้างขวาง เพราะฉะนัน้ การนาหลกั สตู รไปใชจ้ งึ เปน็ สงิ่ ท่ีต้องทาอยา่ ง
รอบคอบและระมดั ระวงั 4

๓. หลกั การสาคญั ในการนาหลกั สตู รไปใช้

จากแนวคิดดังกล่าว สรปุ เปน็ หลักการสาคญั ในการนาหลกั สตู รไปใชไ้ ดด้ ังนี้
๑. จะตอ้ งมกี ารวางแผนและเตรยี มการในการนาหลกั สตู รไปใช้ ท้งั น้ีบคุ ลากรผมู้ สี ว่ น
เก่ยี วขอ้ งควรจะไดศ้ ึกษาวเิ คราะห์ ทาความเขา้ ใจหลักสตู รทจ่ี ะนาไปใชใ้ ห้มีความเข้าใจตรงกนั เพื่อให้
การปฏบิ ตั ิเป็นไปในทานองเดยี วกนั และสอดคล้องต่อเน่อื งกัน
๒. จะตอ้ งมอี งค์คณะบคุ คลทัง้ สว่ นกลางและส่วนทอ้ งถิ่นทจี่ ะตอ้ งทาหน้าท่ปี ระสานงานกนั
เปน็ อย่างดีในแตล่ ะขัน้ ตอนของการนาหลักสูตรไปใช้ นบั แตก่ ารเตรียมการนาหลักสตู รไปใช้ในดา้ น
วธิ กี าร สอ่ื การประเมินผล การจดั อบรมผู้ที่จะไปพฒั นาครู การอบรมผู้ใชห้ ลักสตู รในทอ้ งถ่นิ การนา
หลกั สตู รไปใชข้ องครู และการติดตามผลประเมนิ การใช้หลักสตู รของครู ฯลฯ
๓. การนาหลักสตู รไปใช้จะตอ้ งดาเนินการอย่างเป็นระบบเป็นไปตามขนั้ ตอนท่ีวางแผน
และเตรยี มการไว้
๔. การนาหลักสูตรไปใชจ้ ะต้องคานงึ ถึงปัจจัยสาคัญท่จี ะชว่ ยให้การนาหลกั สตู รไปใช้
ประสบความสาเรจ็ ได้ ปจั จยั ตา่ งๆ เหลา่ นน้ั คือ งบประมาณ วัสดุอปุ กรณ์ เอกสารหลกั สูตรตา่ งๆ
ตลอดจนสถานท่ตี า่ งๆ ทีจ่ ะเป็นแหลง่ ให้ความรปู้ ระสบการณต์ า่ งๆ สงิ่ เหลา่ น้จี ะต้องได้รับการ
จดั เตรียมไว้เป็นอยา่ งดี และพร้อมทีจ่ ะให้การสนบั สนนุ ไดเ้ ม่อื ได้รับการร้องขอ
๕. ครเู ปน็ บคุ ลากรท่ีสาคญั ที่สดุ ในการนาหลกั สูตรไปใช้ ดังนัน้ ครจู ะตอ้ งไดร้ บั การพฒั นา
อย่างเต็มที่และจริงจัง เริ่มตงั้ แต่การอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจทกั ษะและเจตคติเก่ยี วกบั การใช้

4 สันต์ ธรรมบารงุ . หลักสตู รและการบริหารหลกั สูตร. ( กรุงเทพฯ : โรงพมิ พศ์ าสนา.2527 ). หนา้ ท่ี 56

๒๐๙

หลกั สูตรอยา่ งเข้มแข็ง การใหก้ ารสนับสนนุ ด้านปัจจยั ตา่ งๆ แกค่ รู ไดแ้ ก่ การติดตามประเมนิ ผลการ
ปฏบิ ัติการสอนของครูอย่างเปน็ ระบบ และการพฒั นาตัวครูเพอ่ื เพิม่ ประสิทธภิ าพในการสอน เช่น การ
จัดอบรมสมั มนาเป็นระยะๆ การเผยแพรเ่ อกสารท่ีเป็นประโยชน์ การพาไปทศั นศึกษา การเชิญ
วทิ ยากรมาให้ความรู้ และการสร้างขวัญกาลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ าน ฯลฯ

๖. การนาหลักสูตรไปใช้ ควรจัดต้งั ให้มีหนว่ ยงานทม่ี ีผู้เช่ียวชาญการพเิ ศษ เพือ่ ให้การ
สนับสนนุ และพฒั นาครู โดยทาหนา้ ทีน่ เิ ทศ ติดตามผลการนาหลักสูตรไปใช้ และควรปฏบิ ตั ิงาน
ร่วมกับครูอย่างใกลช้ ิด

๗. หนว่ ยงานและบคุ ลากรในฝา่ ยตา่ งๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการนาหลักสตู รไปใชไ้ มว่ ่าจะเป็น
สว่ นกลางหรือสว่ นท้องถ่นิ ตอ้ งปฏบิ ัตงิ านในบทบาทหน้าท่ขี องตนเองอย่างเต็มทแี่ ละเต็ม
ความสามารถในส่วนทรี่ ับผิดชอบ ซึง่ จะสง่ ผลกระทบโดยตรงตอ่ การนาหลักสตู รไปใชข้ องครู ลักษณะ
เชน่ น้ีจะเป็นตัวบง่ ช้ีว่าการนาหลักสตู รไปใชจ้ ะประสบความสาเรจ็ หรือลม้ เหลว

๘. การนาหลกั สตู รไปใช้สาหรบั ผู้ที่มีบทบาทเก่ียวข้องทกุ ฝา่ ย ทกุ หนว่ ยงานจะตอ้ งมีการ
ตดิ ตามและประเมนิ ผลเปน็ ระยะๆ ซึ่งจะตอ้ งกาหนดไวใ้ นแผนปฏบิ ตั กิ าร ท้งั นี้เพ่อื จะได้นาข้อมูลตา่ งๆ
มาประเมิน วิเคราะห์ เพือ่ พฒั นาท้งั ในแง่ของการปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลงและการวางแนวทางในการนา
หลักสูตรไปใช้ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพดยี ง่ิ ข้นึ 5

๔. กจิ กรรมทีเ่ ก่ียวข้องกบั การนาหลกั สตู รไปใช้

กิจกรรมหรอื งานทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการใช้หลักสูตรน้ัน นกั พัฒนาหลกั สตู รและนกั การศกึ ษาได้
เสนอแนะไว้ดงั น้ี

สุมติ ร คุณานกุ ร ไดเ้ สนอกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกบั การนาหลักสตู รไปใช้วา่ ประกอบด้วย
กจิ กรรม ๓ ประเภท คอื

๑. การเปลย่ี นแปลงหลักสตู รไปสู่การสอน คอื การตีความหมาย และการกาหนด
รายละเอยี ดของหลักสูตร โดยจะดาเนินการในรปู แบบเอกสารประกอบหลักสตู ร และวัสดอุ ุปกรณก์ าร
สอน เช่น โครงการสอน ประมวลการสอน คู่มอื ครู เป็นตน้

๒. การจัดปจั จัยและสภาพตา่ งๆ ภายในโรงเรยี น เพ่อื ใหห้ ลกั สตู รบรรลเุ ปา้ หมายผู้บริหาร
โรงเรยี นควรสารวจดปู ัจจัยและสภาพต่างๆ ของโรงเรยี นว่าเหมาะสมกบั สภาพการนาหลกั สูตรมา
ปฏิบตั หิ รือไม่

๓. การสอน ซ่งึ เปน็ หนา้ ทีข่ องครูประจาการ ถอื ว่าเป็นหวั ใจสาคัญของการนาหลกั สูตรไป
ใช้ ครจู ึงเป็นตวั จักรท่สี าคญั ที่สดุ ครตู ้องสอนให้สอดคลอ้ งกบั จุดม่งุ หมายของหลกั สตู รเลอื กวธิ สี อนให้
เหมาะสม โดยผู้บรหิ ารคอยให้ความสะดวกใหค้ าแนะนา และใหก้ าลงั ใจ

วิชัย วงษ์ใหญ่ กลา่ ววา่ เอกสารหลกั สูตรเมอ่ื ได้จัดทาเสร็จเรียบร้อยแล้วกอ่ นท่จี ะนาไปใช้
ควรจะได้ทบทวนตรวจสอบอกี คร้ัง ดังนนั้ ข้นั ตอนการนาหลักสตู รไปใชม้ ดี งั นี้

๑. ตรวจสอบทบทวนหลักสตู รตามหลักการของทฤษฎีหลักสตู ร
๒. ทาโครงการและวางแผนการศึกษานาร่องเพอ่ื หาประสิทธิภาพของหลกั สูตร
๓. ประเมินโครงการศึกษาทดลอง

5 สงัด อุทรานันท.์ . พ้ืนฐานและหลกั การพัฒนาหลักสตู ร. ( กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์มิตรสยาม. 2545 ).
หนา้ ที่ 45

๒๑๐

๔. ประชาสมั พันธ์หลักสตู ร
๕. การอบรมครูผู้บรหิ ารผู้ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับการใช้หลกั สูตร
๖. นาหลกั สูตรไปปฏบิ ัติจริงหรือเรยี กว่าขน้ั ดาเนินการใช้หลกั สูตรเตม็ รูป
๗. การอบรมครเู พ่ิมเตมิ ในส่วนทจี่ าเป็นในระหว่างการใชห้ ลกั สูตร
๘. การติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร
กล่าววา่ การนาหลักสตู รไปใชม้ งี านหลัก ๓ ประการ คือ
๑. งานบรหิ ารและบรกิ ารหลักสตู ร จะเกย่ี วขอ้ งกับ งานเตรียมบุคลากร การจัดครูเขา้ สอน
ตามหลักสตู ร การบริหารและบริการวัสดหุ ลักสูตร การบริการหลักสูตรภายในโรงเรยี น
๒. งานดาเนนิ การเรียนการสอนตามหลกั สูตรประกอบดว้ ย การปรบั ปรงุ หลกั สูตรให้
สอดคล้องกับสภาพท้องถน่ิ การจดั ทาแผนการสอน การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
๓. งานสนับสนนุ และสง่ เสรมิ การใชห้ ลกั สูตรประกอบดว้ ย การนิเทศและตดิ ตามผลการใช้
หลักสตู ร และการตัง้ ศูนย์บรกิ ารเพื่อสนับสนนุ และสง่ เสรมิ การใช้หลักสตู ร
จะเห็นไดว้ ่ากิจกรรมหรืองานตา่ งๆ ท่เี กีย่ วข้องกบั การนาหลกั สูตรไปใช้มมี าก นับแตง่ านท่ี
เกยี่ วข้องกบั กิจกรรมเพ่อื การเตรยี มการใช้หลักสตู ร เชน่ การเตรยี มความพรอ้ มของสถานศกึ ษา
ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ครูผูส้ อน นกั เรียน งานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการนาหลักสตู รไปใชจ้ รงิ เช่น การจดั การ
เรยี นการสอน หรือ งานทีต่ อ้ งกระทาหลงั การนาหลกั สตู รไปใชแ้ ล้ว เชน่ การนิเทศและตดิ ตามผลการ
ใชห้ ลักสูตร การประเมินผลการใชห้ ลักสูตร ลักษณะงานตา่ งๆ นี้จะเหน็ ไดช้ ดั เจนตามขั้นตอนของการ
นาหลกั สูตรไปใชซ้ ึ่งจะกลา่ วตอ่ ไปน6ี้

๕. ขั้นตอนการนาหลักสูตรไปใช้

จากลักษณะงานและกจิ กรรมของการนาหลักสตู รไปใชด้ ังกล่าวสามารถสรุปขัน้ ตอน
ของ การนาหลกั สูตรไปใช้ดังน้ี

๑. ขน้ั การเตรียมการใชห้ ลกั สูตร
๒. ขั้นดาเนินการใชห้ ลกั สูตร
๓. ขั้นตดิ ตามและประเมนิ ผล
๕.๑ ขน้ั เตรยี มการใชห้ ลักสูตร
ในการเตรยี มการใชห้ ลักสูตรเปน็ ข้ันตอนที่สาคัญ เพราะการนาเอาหลกั สตู รใหมเ่ ขา้ มา
แทนทหี่ ลกั สูตรเดิมจะสาเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดีก็ต่อเมื่อได้มกี ารเตรยี มการเป็นอยา่ งดีนบั แตก่ ารตรวจสอบ
ทบทวนหลักสตู รตามหลักการทฤษฎีของหลักสูตร การทาโครงการและวางแผนการศึกษานารอ่ งเพื่อ
หาประสิทธิภาพของหลกั สตู รหรือการทดลองใช้หลักสูตรการประเมนิ โครงการศกึ ษาทดลอง การ
ประชาสมั พันธ์หลกั สตู รและการเตรยี มบุคลากรท่ีเกยี่ วข้องในการใชห้ ลกั สตู ร

๑. การตรวจสอบลกั ษณะหลกั สูตร
จุดประสงคข์ องการตรวจสอบหรือทบทวนหลกั สูตรเพ่อื ตอ้ งการทราบว่าหลักสตู รท่ี
พฒั นาเสรจ็ เรียบรอ้ ยแล้วนั้นมปี ระสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด เพอ่ื ศึกษาหาวธิ ีการทจ่ี ะนาหลกั สตู รไป

6 ลาวณั ย์ วิทยาวุฑฒิกุล และคณะ. การสอนสังคมศึกษาในโรงเรียนมธั ยม. ( กรงุ เทพฯ : คณะครศุ าสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ). หนา้ ท่ี 67

๒๑๑

ใชป้ ฏบิ ัตไิ ด้จรงิ ตามเจตนารมณ์ของหลกั สตู ร รวมทง้ั ศึกษาองค์ประกอบ และปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกับการ
ใชห้ ลกั สตู รและบริบททางสงั คมอื่นๆ ท่เี ข้ามามสี ่วนเกี่ยวข้องกับการใชห้ ลักสตู ร

การตรวจสอบลักษณะหลักสูตรเพื่อดคู วามชัดเจนของหลกั สตู ร ซึ่งได้แก่ ความ
กระจา่ งชดั ของคาชแ้ี จง คาอธบิ ายสาระสาคัญแนะปฏิบัตติ ่างๆ ของหลักสตู ร นอกจากนนั้ จะดูความ
สอดคลอ้ งขององคป์ ระกอบหลักสูตร ได้แกจ่ ุดประสงคก์ ารเรยี น เนอื้ หาสาระ กจิ กรรมประสบการณ์
การเรียน และการประเมนิ ผลมคี วามสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ันมากน้อยเพยี งใด มีความเหมาะสมกบั
พฒั นาการของผเู้ รยี นทเี่ ปน็ กลุม่ เป้าหมายจรงิ หรือไม่ รวมท้ังความหวังของสงั คมได้สะทอ้ นเข้ามาอยใู่ น
ส่วนใดของตวั หลกั สูตร ความซับซ้อนของเน้อื หามีมากน้อยเพยี งใด สงิ่ สาคัญอีกประการณห์ นงึ่ คอื
รายละเอยี ดต่างๆ ทีป่ รากฏในหลักสตู รนนั้ สามารถที่จะนาไปปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ ตรงกบั ความตอ้ งการของ
กลมุ่ เปา้ หมายหรอื ไม่ รวมทง้ั บคุ ลากรและสิง่ อ่นื ๆ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ครูผ้สู อน ผ้บู รหิ าร งบประมาณ
การบรหิ ารสนับสนนุ การใช้หลักสตู รได้ตามจดุ ประสงค์

คณะบุคคลทีท่ าการตรวจสอบหลักสูตร ได้แกค่ ณะกรรมการยกรา่ งหลักสูตรผู้บรหิ าร ครู
ศกึ ษานิเทศก์ นกั วิชาการ ผูเ้ รียนและผู้ปกครอง ซ่ึงควรจะไดม้ ีบทบาทในการประชมุ สัมมนาเพอ่ื หา
ประสิทธภิ าพของหลักสตู ร เพอ่ื ให้มคี วามเข้าใจตรงกนั เหน็ คณุ ค่า เกดิ การยอมรับ และมที ัศนคติท่ีดี
ตอ่ หลักสตู รซึ่งเป็นสิ่งท่สี าคัญในการจะนาหลกั สูตรไปใช้ตอ่ ไป

๒. การวางแผนและทาโครงการศึกษานารอ่ ง
การวางแผนและทาโครงการศึกษานาร่องเป็นสง่ิ ทจ่ี าเป็นจะตรวจสอบคณุ ภาพความเป็นไป
ไดข้ องหลักสูตรกอ่ นท่ีจะนาไปใช้ปฏบิ ัติจริง วธิ กี ารนาหลกั สูตรไปสู่การปฏิบตั ปิ ระการแรกคอื เลือก
ตวั แทนของกลุม่ เปา้ หมายกอ่ นทจี่ ะทาการใชห้ ลักสตู ร จากนนั้ แปลงหลกั สูตรสู่กระบวนการเรียนการ
สอน พัฒนาวสั ดหุ ลกั สูตร เตรยี มบุคลากรใหม้ ีความพรอ้ มในการใช้หลกั สตู ร จดั หาแหลง่ บริการท่ี
สนับสนนุ การใชห้ ลักสตู ร งบประมาณ จัดสง่ิ แวดล้อมทีจ่ ะสนบั สนุนการสอนติดตามผลการทดลองทงั้
ระยะสั้นและ ระยะยาว รวมทัง้ ศกึ ษาระบบการบรหิ ารของโรงเรียนในปจั จบุ นั ว่าระบบหลกั สตู รจะ
เขา้ ไปปรับใช้ใหเ้ ข้ากับระบบบริหารที่มีอยเู่ ดิมใหผ้ สมผสานกนั ได้อย่างไร โดยไม่เปลย่ี นแปลง
โครงสรา้ งของระบบเดิม

๓. การประเมนิ โครงการศกึ ษานารอ่ ง
การประเมนิ โครงการศกึ ษานารอ่ งอาจจะกระทาไดห้ ลายรูปแบบ เช่น การประเมินผลการ
เรียนจากผ้เู รยี น โดยการประเมนิ แบบยอ่ ย และการประเมนิ รวมยอด การประเมนิ หลักสูตรหรือการ
ประเมินทัง้ ระบบการใชห้ ลกั สตู ร และปรับแก้จากข้อคน้ พบ โดยประชุมสมั มนากบั ผูเ้ ชยี่ วชาญและผู้ที่
เกย่ี วข้องกบั การใช้หลักสูตร เพอ่ื นาความคดิ เห็นบางส่วนมาปรับปรงุ หลักสตู รใหส้ มบูรณ์ยิ่งขน้ึ

๔. การประชาสมั พันธห์ ลักสตู ร
การเปลยี่ นแปลงใดๆ กต็ ามยอ่ มมีผลกระทบตอ่ ผู้ทีเ่ ก่ียวขอ้ งเสมอ ไมท่ างใดก็ทางหนงึ่ การ
เปลี่ยนแปลงหลักสูตรก็เชน่ เดยี วกัน ผทู้ ่เี กย่ี วข้องนับตง้ั แตผ่ ูบ้ ริหารการศึกษา ศึกษาธกิ ารจังหวดั
ศกึ ษาธิการอาเภอ ผ้อู านวยการประถมศึกษาจังหวัดและอาเภอ ศกึ ษานิเทศก์ ผู้อานวยการโรงเรยี น
อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ ครผู ู้สอน ซึ่งจะตอ้ งไดร้ ับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทงั้ สนิ้ มากบ้างน้อยบ้าง
ตามแตก่ รณี ทก่ี ลา่ วเช่นน้ีกเ็ พราะหลกั สตู รเกยี่ วขอ้ งกับสง่ิ ตา่ งๆ หลายอย่างไม่เฉพาะเร่อื งการเรียน
การสอนเท่าน้นั แต่ยงั เกี่ยวพันไปถึงวัสดุอุปกรณเ์ คร่อื งมือเครอื่ งใช้ อาคารสถานที่ และงบประมาณ
ค่าใช้จา่ ย ฯลฯ ส่ิงเหลา่ น้เี กยี่ วขอ้ งกบั บคุ คลท่กี ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ซงึ่ จะต้องปรับตวั แก้ไขวิธกี าร
ทางานและปฏบิ ตั กิ ารอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ เพ่ือให้การใช้หลกั สตู รผลสาเรจ็ ตามจดุ หมายทีไ่ ดก้ าหนดไว้

๒๑๒

ด้วยเหตนุ ี้เขาเหล่านั้นจงึ จาตอ้ งทราบว่ากาลังจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น อนั ที่จรงิ การ
ประชาสมั พันธ์ไม่ใช่ว่าจะมาเร่ิมตอนจดั ทาหลักสูตรต้นแบบเสรจ็ แลว้ แต่ควรเรม่ิ ตน้ ตงั้ แตม่ ีแผนการที่
จะเปล่ียนแปลงปรบั ปรงุ หลักสูตรโดยให้ผู้เกยี่ วข้องได้ทราบเป็นระยะๆ วา่ ไดม้ ีการดาเนนิ การไปแล้ว
แค่ไหนเพยี งใด

การประชาสัมพันธ์อาจไดห้ ลายรปู แบบ เชน่ การออกเอกสารสง่ิ พิมพ์ การใชส้ อื่ มวลชน
เช่น วทิ ยุ โทรทัศน์ หนังสือพมิ พ์ เป็นต้น นอกจากนก้ี ารประชุมและการประชุมและการสัมมนากี่ครั้ง
เปน็ เร่อื งทจ่ี ะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป อยา่ งไรก็ตามส่ิงที่ควรใหผ้ ู้เกย่ี วขอ้ งทราบก็คือสิ่งสาคัญท่ี
เปลี่ยนแปลงไปน้นั คืออะไร จะมปี ระโยชน์แก่ผเู้ รียนและผูเ้ กี่ยวข้องอยา่ งไร และจะมีผลตอ่ บทบาท7

๕. การเตรียมบคุ ลากรทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
การอบรมผบู้ ริหารและผู้ที่เกย่ี วขอ้ งกับการใช้หลักสตู รตอ้ งคานึงและตอ้ งกระทาอยา่ ง
รอบคอบ นับแตข่ น้ั เตรยี มการสารวจขอ้ มูลเบื้องตน้ ท่นี ามาใช้ในการวางแผน และวธิ กี ารฝกึ
บคุ ลากร เชน่ ข้อมูลเกี่ยวกับสถาบนั การใชห้ ลกั สูตรซ่ึงจะมีความแตกตา่ งของความพรอ้ มของใช้หลกั
โรงเรียนในตัวเมอื งขนาดใหญย่ ่อมมคี วามพรอ้ มหลายๆ ดา้ นมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็กในชนบท และ
บุคลากรฝา่ ยตา่ งๆ เชน่ ผบู้ รหิ าร ศกึ ษานิเทศก์ ครู กลมุ่ ผู้สนับสนนุ รวมทัง้ ผปู้ กครอง วธิ ีการอบรม
ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการอบรมและงบประมาณที่ใช้ในแผนนี้
วธิ ีการฝึกอบรมจะแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายของการใชห้ ลกั สตู ร เช่น ผบู้ รหิ ารและผูท้ ี่
เกีย่ วขอ้ ง วิธกี ารอบรมจะม่งุ เน้นเกย่ี วกบั นโยบาย เจตนารมณข์ องหลักสูตรการจดั งบประมาณและ
บรกิ ารสนบั สนนุ การใชห้ ลกั สตู รและการสอน วธิ ีการทใ่ี ชส้ ว่ นมากจะเป็นการประชุมชี้แจงสาระสาคัญ
และ แนวทางการปฏบิ ตั ิ เป็นต้น วิธกี ารที่ใช้ส่วนมากจะเป็นมุ่งเนน้ การประชมุ เชิงปฏบิ ตั ิการ เพราะ
การทจ่ี ะเขา้ ใจหลักสตู รจนสามารถปฏบิ ตั กิ ารสอนได้นน้ั ต้องลงมือฝึกปฏบิ ัติจริงครจู ึงจะเหน็ ภาพรวม
และเกิดความมน่ั ใจในการสอน วิธีการฝึกอบรมแบบน้จี ะสน้ิ เปลอื งงบประมาณและตอ้ งใช้ระยะ
เวลานานพอสมควร ดงั น้ันทรัพยากรตา่ งๆ การเตรียมวัสดุสาหรับการฝกึ อบรม จะตอ้ งมกี ารวางแผน
อยา่ งดเี พ่ือไม่ให้ครเู กิดความสับสนและไมแ่ น่ใจซ่ึงเปน็ เหตุการณไ์ มย่ อมรบั หลักสูตรใหมต่ ามมา
นอกจากนน้ั ครใู หข้ อ้ มูลย้อนกลับเพือ่ ให้ทราบผลของการฝกึ อบรมปญั หาและแนวทางแกไ้ ข โดยให้ผู้
อบรมได้มีส่วนวางแผนการแก้ปัญหา และตัดสินใจ สงิ่ เหลา่ นจ้ี ะชว่ ยให้ผลของการพัฒนาหลักสตู ร
ดาเนินไปสกู่ ารปฏวิ ัตจิ ริงได้มากขนึ้

๖. ขั้นดาเนนิ การใชห้ ลักสตู ร

การนาหลักสตู รไปใช้เปน็ การแปลงหลักสตู รไปสู่การสอน การใช้หลักสตู รจะมงี าน
หลัก ๓ ลกั ษณะ คือ

๑. การบรหิ ารและบรกิ ารหลักสตู ร
๒. การดาเนนิ การเรียนการสอนตามหลักสตู ร
๓. การสนับสนุนและส่งเสรมิ การใช้หลักสตู ร

7 กรมวิชาการ. ท้องถ่ินกับการพัฒนาหลกั สูตร. ( กรงุ เทพฯ: กรมวิชาการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2543 ).
หนา้ ท่ี 78

๒๑๓

๑. การบรหิ ารและบรกิ ารหลักสตู ร
หนว่ ยงานบรกิ ารหลักสตู รสว่ นกลางของคณะพัฒนาหลักสตู รจะมหี นา้ ท่ีรับผดิ ชอบเกี่ยวกบั
การเตรียมบุคลากรเพอื่ ใช้หลกั สูตรและการบรหิ ารและบริการหลกั สตู ร ส่วนงานบรหิ ารและบรกิ าร
หลกั สูตรในระดับท้องถน่ิ ซึ่งไดแ้ กโ่ รงเรยี นก็จะเก่ียวขอ้ งกับการจัดบคุ ลากรเขา้ สอนตามความถนัดและ
ความเหมาะสม การบริหารและการบรกิ ารหลกั สตู รในโรงเรยี นได้แก่
การจดั ครเู ขา้ สอนตามหลักสตู ร การจดั ครูเข้าสอน หมายถงึ การจดั และดาเนินการเกี่ยวกับ
การสรรหาและกลวธิ ีการใชบ้ คุ ลากรอยา่ งเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ ความสนใจ ความถนัด
และประสบการณ์ รวมทง้ั สามารถพัฒนาบคุ ลากรเพ่อื ใหม้ คี วามสามารถในการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ และมี
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ การงานอย่างมปี ระสทิ ธิภาพการจดั ครูเข้าสอนโดยหลักสูตรท่วั ไปจะเป็นงานของ
หวั หน้าสถานศึกษาแต่ละแหง่ การรบั ครูเข้าสอนจาเปน็ ต้องคานึงถงึ ความรู้ ความสามารถ ความสนใจ
ความถนดั และประสบการณต์ ลอดจนความสมัครใจของครแู ต่ละคนดว้ ย ทง้ั นีเ้ พื่อใหผ้ ูใ้ ช้หลกั สูตรแต่
ละคนมโี อกาสได้ใชศ้ กั ยภาพของตนให้เป็นประโยชนต์ ่อการใชห้ ลักสูตรให้มากทส่ี ดุ
๑.๑ บรกิ ารพัสดหุ ลักสตู ร วสั ดหุ ลักสูตรทก่ี ล่าวถงึ นี้ได้แก่ เอกสารหลกั สตู รและสื่อการเรียน
การสอนทกุ ชนิดที่จัดทาขน้ึ เพอ่ื ให้ความสะดวก และชว่ ยเหลอื ครูใหส้ ามารถใช้หลักสตู รไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
งานบริการหลกั สตู รจงึ เป็นภารกิจของหนว่ ยงานสว่ นกลางซงึ่ มหี น้าท่ีในการพัฒนาหลักสูตรจึงเป็น
หน้าทีข่ องหนว่ ยงานส่วนกลางซง่ึ ผู้พฒั นาหลักสตู รจะตอ้ งดาเนนิ การบริหารและบริการสื่อหลักสูตรให้
มีประสิทธภิ าพเพ่อื ใหถ้ งึ มอื ผูใ้ ชใ้ นโรงเรยี นแตล่ ะแหง่ อย่างครบถว้ นและทนั กาหนด
๑.๒ การบริหารหลกั สตู รภายในโรงเรียน การจัดบรกิ ารหลกั สูตรภายในโรงเรยี นไดแ้ ก่ การจดั
ส่ิงอานวยความสะดวกต่างๆ แก่ผใู้ ชห้ ลกั สตู ร เชน่ การบริหารห้องสอนวิชาเฉพาะบริการเก่ียวกบั
ห้องสมุด สื่อการเรียนการสอน บรกิ ารเก่ียวกบั เคร่อื งมอื ในการวัดผลและประเมินผลและการแนะแนว
เป็นต้น ผบู้ รหิ ารโรงเรยี นควรอานวยความสะดวกในการจดั ทาหรือจัดหาแหล่งวชิ าการตา่ งๆ รวมถงึ
การใช้ประโยชนจ์ ากบคุ คลและหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ภายนอกโรงเรียนอกี ด้วย8
๒. การดาเนนิ การเรยี นการสอนตามหลักสูตร

๒.๑ การปรบั ปรงุ หลักสูตรใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพของทอ้ งถ่ิน เนอื่ งจากหลักสตู รท่รี ่าง
ขึน้ มาเพอ่ื ใช้กับประชากรโดยส่วนรวมในพนื้ ทก่ี วา้ งขวางทว่ั ประเทศนั้น มกั จะไม่สอดคลอ้ งกบั สภาพ
ปัญหาและความต้องการของท้องถ่ิน ดังนั้น เพื่อใหห้ ลกั สูตรมีความสอดคลอ้ งกบั สภาพของสงั คมใน
ท้องถิ่น และสามารถสนองความต้องการของผเู้ รียน ควรจะได้มกี ารปรับหลกั สูตรกลางให้มคี วาม
เหมาะสมกับสภาพของทอ้ งถิ่นที่ใช้หลกั สตู รน้ันๆ

๒.๒ การจัดทาแผนการสอนอการจดั ทาแผนการสอนเปน็ การขยายรายละเอียดของ
หลักสูตรให้ไปสภู่ าคปฏิบัตโิ ดยการกาหนดกิจกรรมและเวลาไว้อยา่ งชัดเจน สามารถนาไปปฏบิ ัติได้
แผนการสอนควรจะแบ่งออกเป็น ๒ สว่ น คอื

๑. แผนการสอนระยะยาว จัดทาเป็นรายภาคหรอื รายปี
๒. แผนการสอนระยะส้นั นาแผนการสอนระยะยาวมาขยายเปน็ รายละเอียด
สาหรบั การสอนในแต่ละคร้งั

8 กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. รายงานการสมั มนาโตะ๊ กลม เร่ือง ทศิ ทางการพัฒนาการเรียน การสอน
ประวัตศิ าสตรไ์ ทย. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว. 2545). หนา้ ที่ 45

๒๑๔

จะเหน็ ไดว้ า่ แผนการสอนจะเป็นแนวทางในการใชห้ ลกั สูตรของครู ถา้ หากไม่มีการ
จดั ทาแผนการสอน การใชห้ ลกั สูตรก็จะเปน็ ไปอย่างไม่มจี ุดหมายทาใหเ้ สียเวลาหรือมขี อ้ บกพรอ่ งใน
การใช้หลักสตู รเปน็ อยา่ งมากอนั จะสง่ ผลใหก้ ารบริหารหลักสตู รเกิดความล้มเหลว

๒.๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน มีนกั ปราชญ์ทางดา้ งหลักสตู รหลายคนได้ให้
ความหมายของหลกั สตู รว่า เปน็ กจิ กรรมการเรยี นการสอนชนดิ ตา่ งๆ ทจ่ี ัดโดยโรงเรยี น ดังนน้ั จงึ ถอื
วา่ กิจกรรมการเรียนการสอนซ่ึงจดั ขนึ้ โดยครเู พ่ือให้สนองต่อเจตนารมณ์ของหลักสูตรจึงเปน็ สว่ นของ
การนาหลักสูตรไปสู่ภาคปฏิบัติโดยแท้จรงิ

ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนแตล่ ะคร้งั จาเปน็ จะตอ้ งเร่มิ จากการพิจารณาถึง
จุดมงุ่ หมายของการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเรอื่ งใดเรอ่ื งหนง่ึ อาจจะทาไดห้ ลายๆ
ชนดิ ซ่ึงจะมีความแตกต่างกนั ไปอยา่ งมากในเร่ืองการใชเ้ วลา การใชแ้ รงงาน การใชท้ รัพยากร
ตลอดจนการใช้งบประมาณ โดยเหตุนี้ครูผู้สอนในฐานะเปน็ ผจู้ ดั กจิ กรรมให้กบั ผเู้ รียนควรพจิ ารณา
คดั เลอื กกิจกรรมท่เี หน็ วา่ จะกอ่ ใหเ้ กิดความรู้ หรือประสบการณ์ และสามารถทาใหบ้ รรลุจุดม่งุ หมาย
ได้งา่ ยท่สี ุด เร็วท่ีสุด ประหยดั เวลาท่ีสดุ ประหยดั แรงงานและคา่ ใชจ่ ่ายมากท่ีสดุ การสอนเพือ่ ใหบ้ รรลุ
เปา้ หมายใดเป้าหมายหน่ึง อาจจะเลือกใช้เฉพาะกิจกรรมทเี่ หน็ วา่ มีประสิทธภิ าพมากทสี่ ดุ เพียง ๑-
๒ กิจกรรม กเ็ พยี งพอแลว้ ไมจ่ าเปน็ จะต้องทาทกุ ๆ กิจกรรมเพราะการทาเชน่ นนี้ นั้ นอกจากไม่เป็นการ
ประหยัดด้วยประการทัง้ ปวงแล้วอาจจะก่อให้เกิดความเบอ่ื หน่ายอกี ด้วย

การวดั และประเมินผลการเรยี นการสอน ในการนาหลักสูตรไปใชอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพนั้น มีขัน้ ตอนหนึ่งท่ีจะขาดเสียมไิ ด้ คอื การวัดและประเมนิ ผล เพราะการวัดและ
ประเมินผลจะไดข้ ้อมูลยอ้ นกลบั ทสี่ ะท้อนให้เหน็ ถงึ พฒั นาการและความกา้ วหน้าในการเรียนรู้ว่าบรรลุ
ตามจดุ ประสงคข์ องการสอนและความมุ่งหมายของหลกั สตู รหรือไม่ การวัดและประเมนิ ผลการศึกษา
เปน็ เคร่ืองมืออันหนึง่ ทจี่ ะชว่ ยพฒั นาคุณภาพของนกั การศึกษาในระดบั การศกึ ษาตา่ งๆ เพราะผลจาก
การวดั จะเป็นพื้นฐานในการตดั สินใจของครูและนักการศกึ ษาเพือ่ ใช้ปรับปรงุ วธิ กี ารสอน การแนะแนว
การประเมินหลกั สตู รแบบเรยี นการใช้อุปกรณก์ ารสอนตลอดจนการจดั ระบบบรหิ ารทว่ั ไปของโรงเรียน
และนอกจากนยี้ ังไมช่ ่วยปรบั ปรุงการเรยี นของนักเรยี นให้เรียนถกู วิธยี ่งิ ข้นึ เช่น ผลการสอบของ
นกั เรยี นทไ่ี มด่ ี ไมเ่ พยี งแตแ่ สดงความออ่ นของนกั เรยี นแตล่ ะคนเทา่ นน้ั เพราะถา้ พจิ ารณาผลการสอบ
รวมท้งั โรงเรยี นก็จะแสดงถึงความบกพรอ่ งในการสอนไมด่ ขี องครดู ว้ ย และถา้ พิจารณาผลการสอบ
รวมทั้งโรงเรยี นก็จะแสดงถึงความบกพรอ่ งในด้านการบริหารโรงเรยี นของครใู หญ่ และคณะผูบ้ ริหาร
ย่ิงกวา่ นนั้ ถ้าเราพิจารณาผลสอบรวมท้งั ประเทศอีกด้วย ดงั น้ัน การวดั และประเมินผลการเรยี นการ
สอนจึงนับวา่ มีความสาคัญย่ิงในการพฒั นาคุณภาพของการศึกษา

การวดั และประเมนิ ผลเป็นส่วนทจี่ ะใชพ้ ิจารณาตัดสนิ ว่าผเู้ รยี นบรรลจุ ุดมุ่งหมายของการสอน
ตามท่ีกาหนดไวห้ รือไมเ่ พียงใด การวัดและประเมินผลจึงเป็นกระบวนการตอ่ เนอ่ื งสมั พนั ธ์กบั
กระบวนการการเรียนการสอนซ่งึ จาเปน็ ต้องจัดให้เปน็ ระบบทีช่ ดั เจนเหมาะสมเพอื่ ประสทิ ธิภาพและ
ประสทิ ธิผลของการเรียนการสอน อันเป็นสว่ นสาคญั ของการนาหลักสูตรไปใช9้

๓. การสนบั สนนุ และสง่ เสริมการใช้หลกั สตู ร
๓.๑ การจดั งบประมาณเพอ่ื การเรียนการสอนนน้ั เป็นสงิ่ จาเป็นและมีความสาคญั มาก

สาหรับสถานศกึ ษาทุกระดบั ผบู้ ริหารโรงเรียนและผ้ทู ่มี สี ว่ นเกี่ยวขอ้ งต้องบริหารงานงบประมาณของ

9 กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. แนวทางการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรงุ . (
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2543 ). หนา้ ที่ 2561

๒๑๕

โรงเรียนประจาปีการศึกษาหน่ึงๆ ใหม้ ปี ระสิทธิภาพสงู และยงั ประสิทธผิ ลตามเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้
หรืออีกนัยหน่ึงกค็ ือ ผู้บริหารโรงเรียนและผทู้ ่มี สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกับการเงินของโรงเรยี นจะตอ้ งมี
สมรรถภาพในการจัดงบประมาณของโรงเรียนได้ดี ไม่มีผดิ พลาด จึงจะสามารถจัดงบประมาณของ
โรงเรยี นให้สอดคลอ้ งกับแผนการเรยี นการสอนของแตล่ ะกลมุ่ วชิ าได้เปน็ อยา่ งดี

๓.๒ การใช้อาคารสถานท่ี เป็นส่งิ สนับสนนุ การใชห้ ลกั สตู รซ่งึ ผู้บรหิ ารการศกึ ษาพงึ
ตระหนักอย่เู สมอว่า อาคารสถานท่ี และสง่ิ ปลกู สรา้ งต่างๆ ในสถานศึกษาย่อมเป็นส่วนประกอบสาคญั
ตอ่ การเรียนการสอน และการอบรมบม่ เพราะนิสยั แกผ่ ูเ้ รยี นไดท้ ้ังส้ินแต่เนอ่ื งจากสถานศกึ ษาแต่ละ
แหง่ อาจมีปริมาณและคุณภาพของอาคารสถานทีแ่ ตกต่างกนั ฉะน้ันผบู้ รหิ ารจาเป็นจะต้อง
วางโครงการและแผนการใช้อาคารสถานที่ทกุ แห่งให้เหมาะสม ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ เทา่ ท่จี ะสามารถ
กระทาได้ โดยจะตอ้ งสารวจศึกษาวเิ คราะหอ์ ยา่ งละเอียดรอบคอบ แลว้ จงึ วางแผนว่าควรดาเนนิ การ
อยา่ งไรจึงจะบรรลตุ ามเจตนารมณ์ หรอื อดุ มการณข์ องหลักสูตรที่กาหนดไว้

๓.๓ การอบรมเพิ่มเตมิ ระหว่างการใช้หลกั สูตร ขณะทีด่ าเนินการใชห้ ลักสตู รจะตอ้ ง
ศกึ ษาปัญหาและปรบั แกส้ ่งิ ต่างๆ ใหเ้ ขา้ กับสภาพจริงและความเปน็ ไปได้ใหม้ ากทสี่ ุดเทา่ ท่ีจะมากได้
ท้งั น้ีโดยไม่ใหเ้ สียหลกั การใหญข่ องหลักสูตรส่ิงท่คี รตู อ้ งการมากที่สุดคือการฝกึ อบรมเพมิ่ เตมิ เพื่อ
สร้างความพร้อมในการสอนของครูใหเ้ กดิ ความม่ันใจมากข้ึน การฝึกอบรมจะกระทาจากการวิเคราะห์
ส่วนท่ีขาดในบทบาทหน้าทขี่ องครู เกีย่ วกับการใชห้ ลกั สูตร เพอื่ ใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ความ
ต้องการของสังคมและท่สี าคญั ทส่ี ดุ คือการเพ่มิ พนู ประสิทธภิ าพของกระบวนการเรยี นการสอน

๓.๔ การจัดตั้งศนู ย์วชิ าการเพอื่ สนบั สนนุ และสง่ เสรมิ การใชห้ ลักสตู รภารกจิ เกย่ี วกบั
การจดั ต้งั ศูนยว์ ิชาการเพอื่ สนบั สนนุ และสง่ เสริมการใชห้ ลักสตู รทอ่ี ยู่ในความรับผดิ ชอบของส่วนกลาง
ซ่งึ เป็นผพู้ ัฒนาหลักสตู ร หนว่ ยงานนีค้ วรหาทางสนับสนุนและสง่ เสริมหน่วยงานผ้ใู ชห้ ลกั สตู รให้
สามารถดาเนินการใชห้ ลกั สูตรดว้ ยความม่ันใจ การจัดต้ังศูนยว์ ิชาการ อาจจะทาในลักษณะของศนู ย์
ให้บริการแนะนาช่วยเหลือ หรือจดั ตัง้ โรงเรยี นตวั อยา่ ง หรอื ดังทก่ี รมวชิ าการไดจ้ ดั ตัง้ “โรงเรยี นผนู้ า
การใช้หลกั สูตร” ทศี่ นู ยพ์ ฒั นาหลกั สตู รกไ็ ด้ โรงเรยี นผนู้ าการใช้หลกั สตู รที่กรมวชิ าการจัดต้งั ขน้ึ จะ
เปน็ โรงเรียนทส่ี ามารถดาเนินการใช้หลกั สตู รได้อย่างมปี ระสิทธิภาพในลกั ษณะใดลักษณะหนงึ่ ซ่ึง
พอจะเปน็ แบบอยา่ งใหแ้ ก่โรงเรยี นอื่นๆ ได้ วธิ กี ารเช่นน้จี ะเปน็ การกระตุน้ ให้โรงเรียนผใู้ ช้หลักสตู รได้มี
ความกระตอื รอื รน้ ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้หลกั สูตรในโรงเรียนของตน และสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ
การแลกเปลย่ี นประสบการณ์ในการใชห้ ลกั สตู รระหว่างโรงเรียนตา่ งๆ ด้วย

๓.๕ ขนั้ ติดตามและประเมนิ ผลการใช้หลกั สูตร
๑. การนเิ ทศและการใช้หลกั สตู รในโรงเรยี น การนเิ ทศมคี วามจาเป็นอย่างยิง่ ใน

หน่วยงานทกุ แหง่ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในวงการศกึ ษา เพื่อเป็นการช่วยปรับปรงุ การเรยี นการสอน
สงดั อทุ รานันท์ (๒๕๓๒ : ๒๖๘-๒๖๙) กลา่ ววา่ การนิเทศและติดตามผลการใชห้ ลกั สูตรใน

ระหว่างการใช้หลักสูตรนน้ั หน่วยงานส่วนกลางในฐานะผพู้ ฒั นาหลกั สตู รควรจดั ส่งเสรมิ เจ้าหน้าท่ีไป
ให้คาแนะนาเกี่ยวกับการใชห้ ลกั สูตรเพิ่มเตมิ และติดตามผลการใชห้ ลกั สูตรในโรงเรียนว่าได้
ดาเนนิ การดว้ ยความถูกต้องหรือไม่ มีปญั หาใดเกดิ ข้นึ หรือไมห่ ากไมม่ ีปญั หากจ็ ะได้แก้ไขให้ลลุ ว่ งไป
สาหรับหน่วยงานในระดับทอ้ งถิน่ อาจดาเนนิ การให้คาปรกึ ษาแนะนาและชว่ ยเหลอื แก่ครูผ้ใู ช้หลกั สูตร
ใหด้ าเนนิ การใชห้ ลักสูตรอยา่ งถกู ต้อง

๒. การนเิ ทศการใช้หลกั สูตรหรือนิเทศการจัดการเรยี นการสอน ต้องคานงึ ถงึ หลัก
สาคัญของการนิเทศ คอื การใหค้ าแนะนาช่วยเหลอื ไมใ่ ชก่ ารตรวจสอบเพ่อื จบั ผิดแตป่ ระการใด โดย

๒๑๖

ลักษณะเชน่ นี้ ผูน้ เิ ทศจาเปน็ จะต้องสร้างความสมั พนั ธแ์ ละความเข้าใจอนั ดกี บั ผูร้ ับการนิเทศ การ
ดาเนนิ การนิเทศจะตอ้ งดาเนนิ ไปด้วยบรรยากาศแหง่ ความเป็นประชาธปิ ไตยและรว่ มมือกัน

๓. การติดตามและการประเมินผลการใชห้ ลกั สตู ร จะต้องมีการวางแผนไวใ้ หช้ ัดเจนวา่
จะทาการประเมนิ ส่วนใดของหลักสูตร ถา้ การวางแผนเกีย่ วกบั การประเมนิ ไมช่ ัดเจนเมอื่ มคี วาม
ต้องการจะทาการประเมนิ ในหวั ข้อน้ันหรือสว่ นน้นั บางคร้ังอาจจะกระทาไมไ่ ดต้ ่อเน่อื ง ดังน้นั การ
วางแผนเพ่อื การประเมินหลกั สตู รจะตอ้ งชัดเจน และจะตอ้ งใชว้ ธิ ีการประเมินอย่างไรจงึ จะได้ผลเป็น
ภาพรวมท่ีสามารถนามาอธบิ ายได้วา่ ส่ิงใดเป็นบรรยากาศ หรือสภาวะแวดลอ้ มทเี่ ออื้ อานวยเท่าท่ี
ดาเนินการใชห้ ลกั สูตรไปแลว้ บรรลุถึงสงิ่ ทก่ี าหนดไว้มากน้อยเพียงใด สามารถตอบสนองความมุ่ง
หมายหลักที่กาหนดไวห้ รอื ไม่ การประเมนิ หลกั สูตรว่าบรรลเุ ปา้ หมายหรือไม่ การออกแบบประเมนิ ท่ี
กว้างและลกึ คอื การมองภาพรวมทั้งหมดของการใชห้ ลกั สตู รการหาตวั บง่ ชส้ี าคัญๆ นั้นจะตอ้ งระมดั
ระวังเรื่องตัวแปรทางด้านวัฒนธรรมสังคมและทางเศรษฐกจิ ด้วยเพราะบางอย่างผู้ประเมนิ อาจจะมอง
ข้ามไป เช่น โรงเรยี นขนาดใหญย่ ่อมได้เปรยี บกว่าโรงเรยี นขนาดเล็กองค์ประกอบท่ีต้งั ของโรงเรยี น ถ้า
ชมุ ชนให้ความสนบั สนุนอยา่ งดีก็มีผลตอ่ การใช้หลักสูตร หรือโรงเรียนเล็กมากเกินไป เช่น มีนกั เรยี น
๔๐-๕๐ คน มีครู ๒-๓ คนบางคร้ังอาจจะเป็นปัจจยั ท่ีทาใหไ้ มส่ ามารถท่ีจะพัฒนาได้มากเทา่ ทค่ี วร
หลกั การจะรา่ งให้ดี สมบรู ณส์ ักเทา่ ใดก็ตามการนาหลกั สตู รไปใช้กค็ วรจะพจิ าณาใหร้ อบคอบ ถงึ แม้ว่า
ปัจจุบนั นีจ้ ะมรี ะบบกลุ่มโรงเรยี นชว่ ยเหลือกต็ าม บรบิ ททางสงั คม เศรษฐกิจและวฒั นธรรมจะเป็นสง่ิ
ที่มาชว่ ยเสริมใหส้ ามารถอธิบายไดช้ ดั เจนว่าเหตุใดการนาหลักสตู รไปใชไ้ ดผ้ ลหรอื ไมไ่ ดผ้ ล เพราะมี
ปัจจยั แทรกซอ้ นทางเศรษฐกจิ สังคมและคา่ นยิ มของบคุ คลเขา้ มาเกย่ี วข้องดว้ ยข้อพิจารณาในการ
ประเมนิ หลักสตู ร10

๔. กระบวนการในการประเมินผลเพ่ือควบคมุ ภาพของหลกั สตู ร ในแง่ของการปฏิบัติการ
กระบวนการของการประเมินผลเพ่ือควบคุมคณุ ภาพของหลกั สูตรแบ่งออกเปน็ ๓ ข้นั ตอนคอื การ
ตรวจสอบหาประสทิ ธผิ ลและความตกตา่ ของคณุ ภาพของหลักสูตร การตรวจสอบหาสาเหตุของความ
ตกตา่ ของคุณภาพ และการนาวิธีการต่างๆ มาแกไ้ ขพรอ้ มท้งั ตรวจสอบประสทิ ธผิ ลของวิธกี ารเหลา่ น้ัน
รายละเอียดของแต่ละขน้ั ตอน มดี งั น้ี

๕. การตรวจสอบประสิทธิผลและความตกต่าของคุณภาพของหลกั สตู ร วธิ กี ารตรวจสอบ
เริ่มดว้ ยการรวบรวมขอ้ มูลพน้ื ฐาน (Basic Data) เพอื่ ใช้เปรยี บเทียบกับข้อมูลระหวา่ งการดาเนินการ
ขอ้ มูลพ้นื ฐานน้คี วรเก็บรวบรวมในระหวา่ งทีน่ าหลกั สตู รไปทดลองในภาคสนาม ควรเกบ็ ใหไ้ ด้มากและ
หลากหลาย เราจะสรปุ ว่าคณุ ภาพของหลกั สูตรตา่ ลงกต็ ่อเมือ่ ข้อมูลผลสมั ฤทธิใ์ นด้านตา่ งๆ ทร่ี วบรวม
ไดห้ ลงั จากการทดลองใช้ในภาคสนาม มีค่าต่ากวา่ ขอ้ มลู ที่รวบรวมได้จากการทดลองใชใ้ นภาคสนาม
อย่างไรก็ตามสิง่ ทพ่ี ึงระมดั ระวังกค็ ือ ในการเก็บขอ้ มูลทง้ั สองครัง้ นนั้ จะกระทาในสภาพที่ใกล้เคียงกนั
ท่สี ดุ มฉิ ะน้นั แลว้ จะนาขอ้ มลู ทง้ั สองครง้ั มาเปรียบเทียบกนั ไมไ่ ด้

๖. สาหรบั การเก็บรวบรวมขอ้ มูลหลังจากการนาเอาหลักสูตรมาใช้ในระยะเวลาหน่งึ แลว้
มีข้อมลู ท่คี วรรวบรวม ๓ รายการ คือ ผลการทดสอบขัน้ สุดท้าย (ผลการสอบปลายป)ี ผลการสอบแต่
ละวชิ าในแต่ละภาคเรียนและข้อมูลจากพฤติกรรมของเรยี นและจากการเคร่ืองมอื วดั เชน่
แบบทดสอบความสนใจและเจตคติ นอกจาก ๓ รายการนเี้ ราอาจเกบ็ ข้อมูลอืน่ ทีม่ ผี ลพาดพิงถึง

10 ใจทพิ ย์ เชอื้ รัตนพงษ์. การพฒั นาหลักสูตร : หลกั การและการปฏิบัต.ิ ( กรงุ เทพฯ : โรงพิมพอ์ ลีนเพลส.
2562 ). หน้าที่ 45

๒๑๗

คณุ ภาพของหลกั สูตรดว้ ยก็ได้ เชน่ สถติ ิการยมื หนงั สอื ของห้องสมุดการเลอื กเรียนวชิ าทไี่ มไ่ ด้บงั คับ
และบนั ทึกเร่ืองราวการกระทาต่างๆ ของผู้เรียน เป็นตน้

การตรวจสอบหาเหตทุ ีท่ าใหค้ ณุ ภาพตกตา่ งานน้เี ริ่มขึ้นเมอื่ ได้มีการพบแล้ววา่
คุณภาพของหลกั สตู รตกต่าลง มีสมมตุ ฐิ านหลายเรอื่ งทอ่ี าจนามาใชใ้ นการคน้ หาสาเหตุที่สาคญั คือ

ความลม้ เหลวในการใช้หลกั สูตร การทีจ่ ะใชห้ ลักสตู รใหม้ ปี ระสทิ ธผิ ลในทุกสภาพย่อม
เป็นไปไมไ่ ด้ หลักสตู รแต่ละหลักสตู รย่อมมจี ดุ หมายทแี่ ตกตา่ งกัน และการทบ่ี รรลจุ ุดหมายกต็ ่อเมื่อได้
มกี ารใช้หลักสตู รในสภาพและเงอ่ื นไขท่เี หมาะสมเท่านนั้ ดังน้ัน สง่ิ แรกท่ีพึงกระทาในการตรวจสอบหา
สาเหตกุ ค็ อื ตรวจสอบดวู า่ ได้มีการนาหลกั สตู รมาใชอ่ ยา่ งไร ผสู้ อนใชว้ ธิ ีการสอน ใช้เครอื่ งมอื เคร่ืองใช้
อปุ กรณแ์ ละสอื่ การเรียนการสอนถูกตอ้ งหรือไม่ ฯลฯ ข้อมลู ทีร่ วบรวมไดน้ ้ี จะชว่ ยใหต้ รวจสอบได้วา่
สาเหตขุ องการตกต่าของคณุ ภาพเกดิ จากอะไร

ความเปลย่ี นแปลงของสภาพและเง่อื นไขในเวลาท่ีนาหลกั สูตรไปใช้ สภาพภายในโรงเรียน
หรอื สถานศึกษาที่นาหลกั สตู รไปใช้ยอ่ มเปลี่ยนแปลงได้ทกั เวลา ตัวอยา่ งเช่น ในตอนท่ที าการทดลอง
ใชใ้ นภาคสนามขวัญและกาลังใจของผ้สู อนดีมาก แตต่ อนที่เอาหลกั สตู รไปใชจ้ ริงๆ กลบั ลดตา่ ลง และ
ถา้ สภาพแบบอย่างอ่นื ๆ ยังคงเหมือนเดมิ เราก็อาจสรุปไดว้ า่ ความแตกตา่ งของผลสมั ฤทธ์ิในดา้ นตา่ งๆ
ของผเู้ รียนในตอนแรกและตอนหลงั ย่อมมีสาเหตจุ ากความเปลี่ยนแปลงด้านขวญั และกาลงั ใจนนั่ เอง
อยา่ งไรก็ตามในทางปฏิบัติส่งิ ที่มีผลกระทบตอ่ คุณภาพไม่ได้มีเพยี งอยา่ งเดียว ลักษณะเดียว หรอื
รูปแบบเดียว ดงั นนั้ การเก็บข้อมูลอย่างละเอยี ดหลายๆ ดา้ น จงึ เปน็ ส่งิ ท่จี าเป็นท่ีจะตอ้ งกระทาเพอ่ื
ตรวจสอบดวู า่ ข้อมลู ทแ่ี ตกตา่ งกนั มากน้นั เป็นข้อมลู ด้านใด ความกระตอื รือรน้ ในการทางาน ความ
เข้าใจและเจตคติทม่ี ตี ่อหลักสูตรความเขา้ ใจเก่ียวกับบทบาทหน้าทข่ี องตนในการใช้หลกั สูตรใหม่
ความรูแ้ ละความเข้าใจในเนอ้ื หาของหลักสูตรรวมท้ังขอ้ มลู อน่ื ๆ ได้แกท่ ต่ี งั้ ของโรงเรยี น (อยู่ในเมือง
ชนบท อยู่ในทอ้ งถิ่นห่างไกล ฯลฯ) ขนาดของชนั้ เรียนความสมบูรณข์ องวสั ดอุ ุปกรณ์เครอื่ งมือ
เครือ่ งใช้สอื่ การเรยี นการสอนและความร่วมมือของชมุ ชน

ความเปลยี่ นแปลงของกลุ่มเปา้ หมาย เก่ยี วกับเรอ่ื งนอ้ี าจเปน็ ไปไดว้ า่ ลกั ษณะของ
กลุม่ เปา้ หมายทใ่ี ชใ้ นการทดลองภาคสนามกบั ที่นาหลกั สูตรมาใชจ้ รงิ มีความแตกต่างกันมาก เชน่ ใน
ดา้ นระดับความร้คู วามสามารถ เจตคติ และค่านยิ มทีม่ ตี อ่ การเรียนในกรณดี ังกล่าว ประสทิ ธิผลของ
หลกั สตู รย่อมเปล่ยี นแปลงไป การแก้ไขปญั หาทาไดโ้ ดยการปรับปรงุ หลกั สตู รเพ่อื ควบคมุ คณุ ภาพให้
ใกล้เคียงกนั

วธิ กี ารวเิ คราะห์ผลการทดสอบ เปน็ ทที่ ราบกนั ดแี ลว้ ว่าการทดสอบหรอื การประเมินผลนั้นมี
ท้ังการทดสอบระหวา่ งการดาเนินการ หรือการทดสอบยอ่ ย (Formative Evaluation) และการ
ทดสอบข้นั สุดท้าย หรอื การทดสอบรวม (Summative Evaluation) การทดสอบรวมเป็นการทดสอบ
ที่บอกให้เราทราบว่าหลกั สตู รดขี ึ้นหรือเสอื่ มคณุ ภาพลง แต่ไม่สามารถช้ีแจงเจาะจงลงไปวา่ ปญั หาอยทู่ ี่
ตรงไหนเพราะเหตุใด ในทางตรงข้ามการทดสอบระหวา่ งดาเนินการหรอื การทดสอบยอ่ ย ซ่งึ ใชใ้ นการ
วนิ ิจฉยั จุดออ่ นของผเู้ รียนสามารถชว่ ยใหเ้ ราทราบวา่ หลักสูตรมีจดุ อ่อนในเร่อื งอะไร และเปน็ เพราะ
เหตใุ ด ดว้ ยเหตุนเ้ี ราจงึ ใชก้ ารทดสอบยอ่ ยเปน็ เคร่ืองช้ถี ึงสาเหตกุ ารตกต่าของหลกั สูตร

วิธวี เิ คราะห์การทดสอบย่อยมีหลายวิธี วิธแี รกกค็ ือการเปรยี บเทียบของการสอบในภาคเรยี น
หรอื ปัจจบุ นั กับผลการสอนในภาคเรยี นหรือปที ผ่ี ่านมา ปรากฏว่าผลการสอนของปจั จุบนั ดีกวา่ ปีท่ี
ผา่ นมา ผู้สอนก็ควรได้รับความชมเชย และได้รับการสนบั สนนุ ให้ปรบั ปรงุ ตน เพอ่ื ให้ดียิง่ ข้นึ ไปอกี แต่

๒๑๘

ถา้ ผลตา่ กวา่ ท่ีผ่านมาก็ควรให้ผู้สอนตรวจสอบใหท้ ราบวา่ เปน็ เพราะเหตุใด และทาอยา่ งไรจงึ จะแก้ไข
ได้

อกี วิธหี นึง่ คอื การเปรียบเทยี บผลการสอนทที่ าตดิ ตอ่ กนั หลายๆ คร้ังโดยใชผ้ เู้ รียนกล่มุ
เดียวกัน ถา้ ปรากฏว่าผลการสอบมอี ัตราการสอบตกเพ่มิ ขึน้ เรอ่ื ยๆ กแ็ สดงว่าผูส้ อนไม่ไดแ้ กไ้ ข
ขอ้ บกพรอ่ งจากผลการสอบในครัง้ ก่อนๆ แต่ถ้าผลออกมาในทางตรงกันข้ามก็แสดงวา่ ไดม้ ีการนาเอา
ผลการสอบในครงั้ ก่อนๆ มาปรบั ปรุงการสอนของตน

วธิ กี ารวิเคราะหอ์ กี วิธีหนง่ึ คอื การวิเคราะหใ์ ห้ละเอียดลงไปว่าในจานวนขอ้ สอบทงั้ หมดนั้น
ผูเ้ รียนทาผิดขอ้ ใดมากที่สดุ และข้อใดทีท่ าผิดลดหลั่นลงมา ผลการวเิ คราะห์จะช่วยใหท้ ราบวา่ ผู้เรยี น
ส่วนใหญ่มปี ญั หาในเรือ่ งใด และจากผลนที้ าใหต้ ัง้ สมมุตฐิ านไดว้ ่าอะไรคือสาเหตุของปัญหา

นอกจากข้อมูลจากผลการสอบยอ่ ยแลว้ ยงั มีขอ้ มลู ที่สามารถสรปุ ไดจ้ ากการประเมนิ ผลและ
การวดั ผลโดยวธิ อี ื่นๆ อีก เช่น การสังเกตพฤติกรรมและกิจกรรมในช้นั เรยี น ระเบียบและรายงานการ
วัดเจตคติ ความเขา้ ใจ รวมทง้ั ผลจากการอภิปลายการสัมภาษณ์ และการศกึ ษารายกรณี ทั้งหมดนี้
ลว้ นมีประโยชน์ และเม่อื นามาวเิ คราะหจ์ ะชว่ ยใหท้ ราบวา่ จุดอ่อนของหลกั สูตรคืออะไรอย่างไรก็ตาม
วธิ ีการนม้ี ีขอ้ เสยี ตรงท่ีตอ้ งสนิ้ เปลอื งคา่ ใชจ้ า่ ยและเสียเวลามาก

แกไ้ ขและตรวจสอบประสิทธิผลของวธิ ีการท่นี ามาแก้ไข หลังจากทไี่ ด้ทราบแลว้ วา่ ความ
ตกต่าของคณุ ภาพหลกั สตู รคือเร่อื งอะไร และเกิดจากสาเหตุอะไรแลว้ ข้ันตอ่ ไปของกระบวนการ
ควบคุมคุณภาพก็คือการแก้ไข สาหรบั การแก้ไขนอ้ี าจทาไดห้ ลายวธิ ที ง้ั น้ขี ้ึนอยกู่ บั สาเหตแุ ละปัญหาท่ี
ทาใหค้ ุณภาพตกตา่ ในบางกรณอี าจใชว้ ธิ ปี รับปรุงวธิ ีการสอนและแก้ไขหลักสตู รบางสว่ น เชน่ ตัด
ทอนหรือเพ่ิมเติมเนือ้ หาสาระแกไ้ ขวธิ ีสอนโดยแบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนใหเ้ ล็กลง หรอื ใหม้ ีการศกึ ษาค้นคว้าด้วย
ตังเองมากขึ้น หรอื ร่นชว่ งเวลาการทดสอบให้สน้ั เข้า เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นไดร้ บั ข้อมลู จากผลการสอบเร็วขึน้

การแกไ้ ขอาจกา้ วไกลออกไปถงึ ขน้ั การอบรมผสู้ อน เพ่อื ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจและ
สามารถนาหลกั สูตรมาปฏบิ ตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง และมปี ระสทิ ธภิ าพยิ่งขน้ึ การทจี่ ะอบรมอยา่ งไรและ
เรื่องอะไร ยอ่ มขนึ้ อยกู่ บั ปัญหาซ่งึ พบจากการตรวจสอบในตอนต้น อยา่ งไรก็ตามการแก้ไขการพฒั นา
หลักสูตรจะต้องตดิ ตามดผู ลอย่างใกล้ชิด การแก้ไขไมจ่ าเปน็ ต้องทีเดยี วทงั้ หมดแตค่ วรใช้วธิ กี ารทดลอง
กบั กล่มุ เลก็ ๆ กอ่ นเมือ่ ได้ผลเปน็ ทพ่ี อใจแลว้ จงึ คอ่ ยนาเอายุทธศาสตร์และวธิ กี ารนั้นมาใชใ้ นวงกว้าง
ตอ่ ไป11

๗. ผทู้ เ่ี กี่ยวข้องกบั การนาหลกั สตู รไปใช้

การนาหลักสูตรไปใช้เปน็ ข้นั ตอนสาคัญของการพฒั นาหลกั สตู ร เป็นกระบวนการดาเนินงาน
และกิจกรรมตา่ งๆในการนาหลกั สตู รไปส่โู รงเรยี นและจัดการเรยี นการสอนเพ่อื ใหบ้ รรลุจุดมงุ่ หมาย
ของหลกั สูตร การนาหลกั สูตรไปใช้เป็นงานเกย่ี วขอ้ งกบั บคุ คลหลายฝ่าย ตง้ั แตร่ ะดบั
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร แต่ละฝา่ ยมีความเกี่ยวข้องในแตล่ ะสว่ นของการนาหลกั สูตรไปใช้ เช่น
หน่วยงานส่วนกลางเกยี่ วขอ้ งในดา้ นการบรหิ ารและบรหิ ารหลักสูตรกบั การนิเทศและตดิ ตามผลการใช้
หลกั สตู ร

11 กรัณยพล์ ววิ รรธมงคล. (ม.ป.ป). หลกั สตู รและการพฒั นาหลกั สูตร Curriculum and Curriculum
Development. ( กาญจนบุรี: คณะครุศาสตรม์ หาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบรุ .ี 2542 ). หน้าท่ี 45

๒๑๙

การนาหลกั สตู รไปใชจ้ าต้องเปน็ ขนั้ ตอนตามลาดบั นบั แตข่ นั้ การวางแผน และเตรียมการ
ในการประชาสมั พันธห์ ลักสูตร และการเตรียมบุคลากรทเี่ กีย่ วขอ้ ง ขน้ั ต่อมาคือการดาเนนิ การนา
หลักสูตรไปใชอ้ ย่างมีระบบ นับแต่การจัดครูเข้าสอนตามหลักสตู ร การบริการวัสดหุ ลักสูตรและสง่ิ
อานวยความสะดวกในการนาหลกั สตู รไปใช้ และดาเนนิ การเรยี นการสอนตามหลกั สตู ร

ส่วนขน้ั สดุ ทา้ ยตอ้ งตดิ ตามประเมนิ ผลการนาหลกั สูตรไปใช้ นับแตก่ ารนิเทศติดตามผล
การใชห้ ลักสตู ร การติดตามและประเมนิ ผลการใชห้ ลักสตู ร การนาหลักสตู รไปใช้ถือเป็นกระบวนการ
ทสี่ าคญั ท่จี ะทาให้หลกั สตู รทีส่ รา้ งขึ้นบรรลผุ ลตามจดุ หมาย และเป็นกระบวนการที่ต้องไดร้ บั ความ
ร่วมมือจากบคุ คลท่ีเกยี่ วขอ้ งหลายๆฝ่าย และทสี่ าคญั ทสี่ ดุ คือครูผสู้ อน

จากข้นั ตอนของการนาหลกั สตู รไปใช้ จะเห็นไดว้ ่าการนาหลักสตู รไปใชเ้ ปน็ กจิ กรรมท่ี
เก่ียวข้องกับหน่วยงานหรอื บคุ คลหลายฝา่ ยหลายระดบั ซึ่งจะตอ้ งประสานงานหรือร่วมมอื กนั ในอนั ที่
จะนาหลักสูตรไปให้เกิดประสิทธิภาพสงู สุด ซึ่งแต่ละหนว่ ยงาน แตล่ ะฝา่ ยแตล่ ะระดับมสี ว่ นในการนา
หลักสูตรไปใชท้ ่แี ตกตา่ งกนั ไป ในทน่ี จ้ี ะกลา่ วถึงบทบาทของหนว่ ยงานต่างๆ ในการนาหลักสูตรไปใช้
และบทบาทของบคุ คลท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การนาหลกั สูตรไปใชด้ ังน้ี

บทบาทของหนว่ ยงานส่วนกลางและหนว่ ยงานส่วนท้องถ่นิ ในการนาหลกั สูตรไปใช้
หนว่ ยงานส่วนกลาง หมายถึง หน่วยงานหรอื คณะบุคคลท่ที าหนา้ ทพี่ ฒั นาหลักสตู รเพ่อื ให้
หน่วยงานทอ้ งถ่ินเปน็ ผ้ใู ช้ หนว่ ยงานสว่ นกลางมีหน้าทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั การนาหลกั สูตรไปใช้ ๒ ลกั ษณะ
คอื การบริหาร การบริการหลกั สูตรการสนับสนุนและส่งเสริมการใชห้ ลักสูตรทอ่ี ยใู่ นความรบั ผิดชอบ
ของตนเอง12
หน่วยงานส่วนท้องถ่ิน หมายถงึ หน่วยงานหรือผู้ทีท่ าหน้าทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การนาหลักสูตร
ไปสู่การเรียนการสอน ซึง่ ไดแ้ กโ่ รงเรยี นหรือสถานศึกษาตา่ งๆ ที่เปน็ ผใู้ ช้หลักสูตรซึ่งสรา้ งโดย
ส่วนกลาง งานท่โี รงเรยี นหรือสถานศึกษาจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการใชห้ ลักสตู รกค็ ืองานบรหิ ารงาน
บริการหลกั สูตร การสนบั สนนุ และส่งเสริมการใช้หลักสตู ร
หนว่ ยงานท้ัง ๒ ได้แบง่ ลกั ษณะของการนาหลกั สูตรไปใช้ดงั น้ี
หน่วยงานสว่ นกลางมบี ทบาทอย่างเต็มท่ี
โรงเรียนเป็นผู้มบี ทบาทอย่างเต็มท่ี
หนว่ ยงานสว่ นกลางมีบทบาทสว่ นใหญโ่ ดยได้รับความช่วยเหลอื จากส่วนทอ้ งถิ่น
หนว่ ยงานสว่ นท้องถิน่ มบี ทบาทสว่ นใหญ่โดยได้รบั การสนบั สนุนจากส่วนกลาง
(จากรายงานการประชุมวชิ าการเก่ยี วกบั การใช้หลักสูตรของประเทศในภมู ภิ าคเอเชีย
๑. การใช้หลกั สูตรโดยหนว่ ยงานส่วนกลางมีบทบาทอยา่ งเต็มท่ี การใชห้ ลกั สูตรในรูปนี้
หนว่ ยงานสว่ นกลางและสว่ นท้องถน่ิ จะมบี ทบาททีส่ าคญั ดงั น้คี อื
บทบาทของหนว่ ยงานสว่ นกลาง
๒. กาหนดเปา้ หมายและจดุ มุ่งหมายของหลกั สูตร
๓. เตรียมโปรแกรมและหลกั สูตรชนิดต่างๆ
๔. ดาเนินการวิเคราะหแ์ ละผลของการใช้หลักสตู ร
๕. พจิ ารณาอนุญาตใหม้ ีการเปลย่ี นแปลงโปรแกรมการเรียนการสอน
๖. ดาเนนิ การวดั และดาเนินผลการปฏิบัติงานการใชห้ ลักสตู รของหนว่ ยงานระดบั ท้องถ่นิ

12 ธารง บัวศร.ี ทฤษฎหี ลักสูตร: การออกแบบและพัฒนา. (กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์เอราวณั การพิมพ์.
2543). หน้าท่ี 76

๒๒๐

บทบาทหนว่ ยงานส่วนทอ้ งถ่นิ
ทาหนา้ ทใี่ หช้ ่วยเหลือหนว่ ยงานส่วนกลางในเรอ่ื งการติดตามผลการใชห้ ลกั สตู รการใช้
หลกั สูตรโดยใหโ้ รงเรียนมบี ทบาทอยา่ งเต็มที่ การใชห้ ลกั สูตรแบบนหี้ นว่ ยงานแตล่ ะระดับจะมบี ทบาท
ท่สี าคญั
บทบาทของหน่วยงานสว่ นกลาง
หนว่ ยงานส่วนกลาง ไม่มีบทบาทในการใชห้ ลักสูตรของหนว่ ยงานในระดับท้องถิน่ แตอ่ ย่าง
ใด
บทบาทของหนว่ ยงานของท้องถิ่น
กาหนดจดุ มุ่งหมายของหลักสูตร
พฒั นาโปรแกรมการเรียนการสอนและสร้างผ้นู าทางวิชาการ
วิเคราะห์และตดิ ตามผลการใชห้ ลักสตู ร
ดาเนนิ การปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงโปรแกรมการเรียนการสอน
๓. การใช้หลักสตู รโดยใหห้ นว่ ยงานสว่ นกลางมีบทบาทเป็นส่วนใหญแ่ ละมีหน่วยงาน
ทอ้ งถิน่ เปน็ ผใู้ ห้ความช่วยเหลอื การใช้หลักสูตรระบบน้หี นว่ ยงานในระดับผูพ้ ฒั นาหลักสูตรและ
หนว่ ยงานท้องถ่นิ จะมบี ทบาทดังนี้
บทบาทของหนว่ ยงานส่วนกลาง
๑. กาหนดเปา้ หมายและจดุ มงุ่ หมายของหลกั สูตร
๒. จัดโปรแกรมและวสั ดุตา่ งๆ
๓. ดาเนินการวิเคราะหแ์ ละตดิ ตามผล
๔. จัดหาผนู้ าทางด้านความคดิ มาช่วยในการใชห้ ลกั สูตร
๕. สร้างบรรยากาศสนบั สนนุ การใช้วัตกรรมต่างๆ
๖. เปดิ โอกาสใหม้ ีการแลกเปลยี่ นประสบการณ์ซึง่ กันและกนั
๗. เผยแพรข่ า่ วสารและแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ
๘. ใช้หลักสตู รโดยใหห้ น่วยงานทอ้ งถ่นิ มีบทบาทสาคญั และหน่วยงานส่วนกลางเป็นผู้ให้
การสนบั สนุน
การใชห้ ลกั สตู รในรปู แบบนห้ี นว่ ยงานส่วนกลางและส่วนทอ้ งถิ่นจะมบี ทบาทแตกต่างกันดังนี้
คือ
บทบาทของหนว่ ยงานสว่ นกลาง
กาหนดเป้าหมายของหลกั สตู รและชว่ ยเหลือให้มกี ารเชอื่ มโยงระหว่างหนว่ ยการศกึ ษา
หนว่ ยตา่ งๆ
ทาหน้าท่กี ระตุ้นใหห้ นว่ ยงานในระดบั ท้องถนิ่ ไดป้ ฏิบัตงิ านอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สร้างบรรยากาศใหเ้ กิดการสนบั สนุนหน่วยงานทอ้ งถ่นิ
ให้ความช่วยเหลอื ในด้านการเงินหรอื วสั ดุ
เปดิ โอกาสให้มกี ารแลกเปลี่ยนประสบการณซ์ ึ่งกนั และกัน
บทบาทของหนว่ ยงานส่วนท้องถน่ิ
ทาหน้าทกี่ าหนดจดุ หมายของหลกั สตู ร
พฒั นาวัสดุหลักสตู รเพ่ือใชโ้ ปรแกรมการเรียนการสอน
สร้างผู้นาทางวชิ าการ

๒๒๑

ดาเนินการวิเคราะหแ์ ละติดตามผลการใช้หลกั สูตร
สรา้ งวธิ ีตา่ งๆ เพ่อื ใหเ้ กดิ การปรับปรุงโปรแกรมการเรยี นการสอน
แสวงหาแนวทางและเสนอประสบการณ์เก่ยี วกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโปรแกรมการ
เรยี นการสอนสาหรบทอ้ งถิน่
บทบาทของบุคลากรในการนาหลกั สูตรไปใช้
กลา่ วมาขา้ งตน้ นน้ั เปน็ การพจิ ารนาถึงบทบาทของหน่วยงานสว่ นกลางซึ่งเปน็ ผู้พฒั นา
หลักสตู รกับหนว่ ยงานส่วนท้องถิ่นซ่งึ เปน็ หน่วยงานผู้ใชห้ ลักสตู รวา่ หนว่ ยงานทั้งสองแห่งมบี ทบาทใน
การพัฒนาและการใช้หลกั สตู รแตกต่างกันอยา่ งไรในแตล่ ะรูปแบบ สาหรบั หวั ขอ้ น้จี ะพิจารณาถงึ
บทบาทบคุ คลตา่ งๆ ทม่ี สี ่วนเกยี่ วขอ้ งกับการใชห้ ลักสูตรวา่ บุคคลในตาแหนง่ หนา้ ทน่ี นั้ ๆ ควรจะมี
บทบาทในการใชห้ ลกั สตู รในลักษณะใดดงั ต่อไปน้ี

๘. สรปุ

การนาหลักสูตรไปใช้จาต้องเป็นขน้ั ตอนตามลาดบั นับแตข่ น้ั การวางแผน และเตรียมการใน
การประชาสมั พนั ธห์ ลกั สูตร และการเตรียมบคุ ลากรท่ีเกี่ยวขอ้ ง ขั้นต่อมาคือดาเนนิ การนาหลักสูตรไป
ใช้อยา่ งมรี ะบบ นับแตก่ ารจดั ครเู ข้าสอนตามหลกั สตู ร การบริการวสั ดุหลักสูตรและสงิ่ อานวยความ
สะดวกในการนาหลักสูตรไปใช้ และการดาเนนิ การเรยี นการสอนตามหลักสตู ร สว่ นขน้ั สุดท้ายต้อง
ตดิ ตามประเมินผลการนาหลกั สตู รไปใช้ นับแต่นิเทศตดิ ตามผลการใช้หลกั สตู ร การติดตามและ
ประเมนิ ผล การใช้หลกั สูตร การนาหลกั สูตรไปใช้ ถอื เป็นกระบวนการที่สาคัญท่จี ะทาใหห้ ลักสูตรที่
สรา้ งขึ้นบรรลุผลตามจดุ หมาย และเป็นกระบวนการทตี่ ้องไดร้ บั ความรว่ มมอื จากบคุ คล ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
หลายๆ ฝ่าย และที่สาคญั ท่สี ดุ คอื ครผู สู้ อน

การประชาสัมพนั ธอ์ าจไดห้ ลายรปู แบบ เชน่ การออกเอกสารสิ่งพิมพ์ การใชส้ ่ือมวลชน เช่น
วทิ ยุ โทรทัศน์ หนงั สอื พิมพ์ เปน็ ต้น นอกจากนี้การประชุมและการประชมุ และการสมั มนาก่คี รัง้ เปน็
เรื่องทจี่ ะตอ้ งพจิ ารณาเปน็ รายๆ ไป อยา่ งไรก็ตามสงิ่ ทค่ี วรให้ผูเ้ กีย่ วข้องทราบก็คือสิง่ สาคัญทเ่ี ปลย่ี น
แปลงไปนน้ั คืออะไร จะมีประโยชนแ์ กผ่ ูเ้ รียนและผูเ้ กย่ี วขอ้ งอย่างไร และจะมีผลต่อบทบาท การอบรม
ผู้บริหารและผทู้ ่ีเกี่ยวข้องกบั การใช้หลกั สูตรตอ้ งคานงึ และต้องกระทาอย่างรอบคอบ นับแต่ข้นั เตรยี ม
การสารวจข้อมูลเบอ้ื งตน้ ท่นี ามาใชใ้ นการวางแผน และวธิ กี ารฝกึ บคุ ลากร เชน่ ข้อมูลเกย่ี วกับสถาบัน
การใชห้ ลักสูตรซง่ึ จะมคี วามแตกตา่ งของความพรอ้ มของใชห้ ลกั โรงเรียนในตัวเมืองขนาดใหญ่ยอ่ มมี
ความพรอ้ มหลายๆ ด้านมากกว่าโรงเรียนขนาดเลก็ ในชนบท และบคุ ลากรฝ่ายต่าง ๆ เช่น ผู้บริหาร
ศึกษานิเทศก์ ครู กลุม่ ผสู้ นบั สนุน รวมทงั้ ผปู้ กครอง

๒๒๒

คาถามทา้ ยบท ที่ ๙

แบบฝึกหัดท่ี ๑ คาชแ้ี จง ให้นิสิตเลือกกากบาทขอ้ ทีถ่ ูกตอ้ งท่สี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ครูผู้สอนควรใช้เทคนคิ การประเมนิ ผลนกั เรียนในระดบั ช้ันเรยี นอย่างไรจึงเหมาะสม

ก. ประเมนิ ดว้ ยการสังเกต ข. ประเมนิ ดว้ ยการสอบ

ค. ประเมนิ ดว้ ยการวัดเจตคติ ง. ประเมินอยา่ งหลากหลาย

๒. ผูจ้ ัดทาหลกั สตู รท้องถ่ินคอื

ก. สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา ข. สถานศกึ ษา

ค. คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ง. ก.ศ.จ.

๓. ผู้ออกหนงั สอื รบั รองหรอื หลกั ฐานการจบการศกึ ษาแก้ผเู้ รียนที่จัดโดยครอบครัว คอื

ก. ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ข. สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา

ค. ผ้อู านวยการเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา ง. ผปู้ กครอง

๔. ขอ้ ใดไม่ใชส่ มรรถนะตามหลักสตู รแกนกลาง

ก. การคดิ ข. การสื่อสาร

ค. การใช้ภาษา ง. ทักษะชีวติ

๕. สิ่งใดที่สามารถเพม่ิ เตมิ ไดต้ ามจดุ เนน้ ของเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา สถานศกึ ษาและกลมุ่ สาระการเรียนรู้

ก. ตวั ชว้ี ดั ข. มาตรฐานการเรียนรู้

ค. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ง. คุณลกั ษณะอนั พึง่ ประสงค์

๖. พฤติกรรมการสอนของครทู ่านใดทม่ี ผี ลตอ่ การเรียนของนกั เรยี นมากท่สี ดุ

ก. ครูปลามีความสามารถชกั จงู นกั เรียน ใหส้ นใจในวิชาทต่ี นสอน

ข. ครุกอ้ งสามารถแนะนาความรูใ้ ห้นกั เรยี นสามารถสอบผา่ นในวิชาทเ่ี รยี น

ค. ครนู ภาสนใจนกั เรยี นและหมัน่ ไปเย่ียมนกั เรยี นทบ่ี า้ นสมา่ เสมอ

ง. ครยู พุ นิ แสดงอารมณใ์ ห้นกั เรียนทราบว่าครูไมพ่ อใจเมอ่ื นกั เรียนไม่ส่งงานท่ีครูใหท้ า

๗. การแนะแนวในโรงเรยี นมปี ระโยชนต์ อ่ ครูอยา่ งไร

ก. ชว่ ยให้ครรู ขู้ อ้ บกพรอ่ งขอ้ งนกั เรยี น ข. ช่วยให้ครูแนะนาอาชีพแก่นักเรียนไดเ้ หมาะสม

ค. ชว่ ยให้ครูเขา้ ใจนักเรียนทกุ ด้าน ง. ช่วยให้ครสู รา้ งสื่อนนั ทนาการให้นักเรียนได้

๘. ข้อความใดแสดงให้เหน็ วา่ ผเู้ รยี นมคี วามเข้าใจในบทเรยี น

ก. ผูเ้ รยี นเลา่ เรอ่ื งจากการฟังวิทยไุ ด้ ข. ผู้เรียนสาธติ การเกิดความดนั อากาศได้

ค. ผู้เรียนอธบิ ายวัฎจักรของนา้ ได้ ง. ผเู้ รยี นประดษิ ฐ์กล่องไมไ้ ด้

๙. บทบาทหนา้ ทหี่ ลักของสถานศกึ ษาในการจดั การศึกษา คืออะไร

ก. ฝึกทักษะชวี ิตแกน่ กั เรียน ข. จดั หาครูใหพ้ อเพยี งกับนกั เรียน

ค. จัดให้เรยี นรู้จากประสบการณ์ ง. จัดการเรียนการสอน

๑๐. การประเมนิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนต้องสอดคล้องกบั สิง่ ใด

ก. หลักสตู ร ข. นโยบายของรฐั

ค. ความทนั สมยั ง. แบบเรยี บ

๒๒๓

แบบฝกึ หดั ที่ ๒ คาชแ้ี จง ใหน้ สิ ิตเตมิ สัญลักษณ์ ถกู หนา้ ข้อความทถี่ ูกตอ้ ง ผิด หน้าขอ้ ความท่ีไม่

ถกู ตอ้ ง
____๑. บทบาทหนา้ ท่หี ลักของสถานศกึ ษาในการจดั การศึกษาฝึกทกั ษะชวี ิตแก่นกั เรียน
____๒. ข้อความใดแสดงให้เห็นวา่ ผู้เรยี นมคี วามเขา้ ใจในบทเรยี นผู้เรียนอธบิ ายวัฎจกั รของนา้ ได้
____๓. การประเมนิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนกั เรียนต้องสอดคลอ้ งกับหลกั สตู ร
____๔. การแนะแนวในโรงเรียนมีประโยชน์ชว่ ยให้ครรู ู้ขอ้ บกพร่องขอ้ งนกั เรียน
____๕. พฤติกรรมการสอนของครทู มี่ ีผลตอ่ การเรยี นของนักเรยี นมากที่สดุ ครูปลาความสามารถ
ชักจงู นักเรยี น ให้สนใจในวิชาทต่ี นสอน
____๖. สิ่งใดท่สี ามารถเพม่ิ เตมิ ได้ตามจุดเนน้ ของเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา สถานศกึ ษาและกลมุ่ สาระ
การเรยี นรตู้ ัวช้วี ดั
____๗. สมรรถนะตามหลักสตู รแกนกลางคือการใชภ้ าษา
____๘. ผอู้ อกหนงั สือรับรองหรอื หลักฐานการจบการศึกษาแกผ้ ู้เรียนที่จดั โดยครอบครวั คอื
ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
____๙. ผู้จดั ทาหลกั สูตรทอ้ งถ่นิ คือสานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา
____๑๐. ครูผ้สู อนควรใชเ้ ทคนิคการประเมินผลนักเรยี นในระดับช้ันเรยี นอยา่ งไรจงึ เหมาะสม
ประเมินด้วยการสงั เกต

แบบฝึกหดั ที่ ๓ คาชแี้ จง ให้นสิ ิตเลอื กคาตอบด้านซา้ ยไปใส่ในช่องวา่ งทางขวาให้ถูกตอ้ ง

_______๑. ขอ้ ใดกลา่ วถึงความหมายของหลกั สตู รไดถ้ ูกต้อง
_______๒. ขนั้ ตอนแรกของการพัฒนาหลักสูตรคือ
_______๓. บคุ คลในขอ้ ใดมบี ทบาทสาคญั ในการพัฒนาหลกั สูตร
_______๔. ขอ้ ใดไม่ใชส่ มรรถนะตามหลักสูตรแกนกลาง
_______๕. การแนะแนวในโรงเรียนมปี ระโยชน์ตอ่ ครอู ยา่ งไร
_______๖. ผอู้ อกหนังสอื รบั รองหรือหลักฐานการจบการศึกษาแกผ้ เู้ รยี นทจี่ ัดโดยครอบครัว
คือ
_______๗. การประเมนิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนกั เรยี นต้องสอดคลอ้ งกับสง่ิ ใด
_______๘. บทบาทหน้าทหี่ ลักของสถานศกึ ษาในการจดั การศกึ ษา
_______๙. ผจู้ ดั ทาหลกั สตู รท้องถ่ินคือ
_______๑๐. ครผู สู้ อนควรใช้เทคนคิ การประเมนิ ผลนักเรยี น

คาชแ้ี จง จงเต็มคาลงในชอ่ งว่าง ดังต่อไปนี้
ก. ช่วยใหค้ รูเข้าใจนกั เรยี นทกุ ดา้ น
ข. การใช้ภาษา
ค. สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา
ง. ประสบการณ์ทัง้ มวลท่จี ดั ให้ผ้เู รยี น
จ. ประเมนิ อย่างหลากหลาย
ฉ. สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา
ช. ผู้บริหาร ครู ชมุ ชน

๒๒๔

ซ. จดั ใหเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณ์
ฌ. หลกั สูตร
ญ. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลพน้ื ฐาน

๒๒๕

อ้างอิงประจาบท

กระทรวงศกึ ษาธิการ. หลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ . กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ รุ ุ
สภา, ลาดพร้าว. ๒๕๔๔.

. การวจิ ัยเพ่ือการเรยี นร.ู้ กรุงเทพฯ: โรงพมิ พค์ รุ ุสภาลาดพร้าว.๒๕๕๑
กาญจนา คุณารักษ์. เอกสารคาบรรยาย. วชิ าศล.๓๑๙ หลักสตู ร ภาควชิ าหลกั สูตรและวิธกี าร

สอน คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร. ๒๕๒๑.
. หลกั สตู รและการพฒั นา พิมพ์ครง้ั ที่ ๓, นครปฐม : คณะศกึ ษาศาสตร์

มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, ๒๕๔๐.
กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธกิ าร ชดุ วิชาวจิ ัยทางการศกึ ษานอกโรงเรียน

เลม่ ท่ี ๑๐ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพอื่ การวิจยั . กรงุ เทพฯ : บริษัทประชาชนจากดั
๒๕๔๑ : ๒
กรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธิการ. ท้องถนิ่ กบั การพฒั นาหลักสตู ร. กรุงเทพฯ : กรมวชิ าการ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ๒๕๓๙.
กรมวิชาการ. การปฏริ ปู การเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ ผเู้ รยี นสาคญั ทสี่ ดุ : แนวทางสกู่ ารปฏบิ ตั .ิ กรุงเทพฯ :โรง
พมิ พค์ ุรสุ ภา, ๒๕๔๓.
สงดั อุทรานนั ท์. พน้ื ฐานการพฒั นาหลักสตู ร. กรงุ เทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๓๒.
. พน้ื ท่ีและหลักการพฒั นาหลกั สตู ร. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์มติ รสยาม. ๒๕๓๒.
สนั ต์ สงิ หภักดี และสนั ตสิ ุข โสภณศริ (แปล). ทน่ี ไ่ี ม่มีโรงเรยี น ไอวาน อิลลิช. ๒๕๓๗.
สาโรช บวั ศรี. แนวคดิ บางประการทางการศกึ ษา. กรุงเทพฯ :กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๑๔
สุจรติ เพยี รชอบ. E Learning การพฒั นาหลกั สูตร. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ๒๕๔๘.
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ คณะอนุกรรมการปฏริ ปู การเรยี นรู้.ปฏริ ปู การเรยี นรู้
ผู้เรยี นสาคญั ทสี่ ดุ . กรุงเทพฯ : โรงพิมพก์ ารศาสนา, ๒๕๔๓.
สนั ต์ ธรรมบารุง. หลักสตู รและการบรหิ ารหลกั สตู ร. กรงุ เทพฯ : ภาคพัฒนาตาราและเอกสาร
วชิ าการ กรมการฝกึ หดั คร,ู ๒๕๒๗.
สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต.ิ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม
แหง่ ชาตฉิ บบั ทÁี ๑๐. กรงุ เทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคม แหง่ ชาต,ิ ๒๕๕๐
สาราญ คงชะวนั . การพฒั นาหลกั สตู รกับการวิจยั และการพฒั นาสถานศึกษา. วารสาร
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ. ๒ (๒): ๑๓-๒๐. ๒๕๔๖.
เอกวิทย์ ณ ถลาง. “ขอ้ คิดเรื่องหลักสตู ร”คู่มอื นเิ ทศการศกึ ษา. พระนคร: วทิ ยาลัยครสู วน
สนุ ันทา. ๒๕๒๑.

บทที่ ๑๐

การประเมนิ และเปลีย่ นแปลงหลกั สูตร

สาระสาคญั

การประเมนิ หลกั สูตรเปน็ ขัน้ ตอนในการศกึ ษาคณุ คา่ ของว่าดหี รือไม่อย่างไรบกพรอ่ งในส่วน
ไหนเพ่อื นาผลการประเมนิ ไปปรบั ปรุงหลกั สตู รในโอกาสตอ่ ไปการประเมินหลกั สูตรน้นั มขี อบเขตและ
ระยะการประเมนิ แตกตา่ งกันออกไปแล้วแต่จุดประสงคข์ องการประเมนิ เชน่ การประเมนิ เอกสาร
หลักสตู รในระยะก่อนนาหลกั สตู รไปใชก้ ารประเมินการใชห้ ลักสูตรในขณะทด่ี าเนินการใช้หลักสูตร
หรือประเมินสมั ฤทธผิ ลของหลักสูตรและประเมนิ ระบบหลกั สตู รหลังจากการใช้หลักสตู รแลว้ การ
ประเมนิ ผลหลกั สตู รนั้นตอ้ งกาหนดลงไปให้แน่ชดั วา่ ตอ้ งการประเมนิ อะไรข้อมูลทีน่ ามาประเมนิ ต้อง
เช่อื ถือไดก้ ารวเิ คราะห์ผลการประเมนิ ตอ้ งทาอย่างรอบคอบการประเมนิ หลกั สตู รตอ้ งทาเปน็
กระบวนการตามลาดับขน้ั ตอนต้งั แต่กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินวางแผนและออกแบบการ
ประเมินรวบรวมข้อมูลวเิ คราะห์ข้อมูลรายงานและสรุปผลการประเมนิ เพื่อทจ่ี ะนาผลท่ไี ด้จากการ
ประเมนิ ไปปรับปรุงพฒั นาหลกั สูตรในโอกาสต่อไปจากขัน้ ตอนการประเมินนกั ศึกษาไดพ้ ฒั นารูปแบบ
การประเมนิ ไว้หลายรูปแบบเป็นตน้ ว่ารูปแบบการประเมนิ หลักสูตรทส่ี รา้ งเสร็จใหม่

ขอบขา่ ยเน้ือหา

๑. ความหมายของการประเมินหลักสตู ร
๒. จดุ มงุ่ หมายของการประเมนิ หลกั สูตร
๓. ระยะเวลาและขอบเขตในการประเมินหลักสูตร
๔. หลกั เกณฑใ์ นการประเมนิ หลักสตู รและขน้ั ตอนในการประเมินหลกั สตู ร
๕. รูปแบบของการประเมนิ หลักสูตร
๖. สาเหตุการเปลย่ี นแปลง
๗. วธิ ีการกระบวนการเปล่ียนแปลงหลกั สตู ร
๘. ปญั หาแนวโน้มการเปลย่ี นแปลง
๙. การประเมนิ ผลการเปลี่ยนแปลง

จุดประสงค์

๑. เพื่ออธบิ ายพน้ื ฐานในการประเมนิ หลกั สตู ร
๒. เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจในการนาประเมินหลกั สูตรไปใช้
๓. เพื่อการศึกษาใหเ้ ข้าใจในการประเมิน

บทนา

การประเมินหลกั สูตรเป็นขนั้ ตอนในการศึกษาคณุ คา่ ของวา่ ดหี รือไม่อย่างไรบกพรอ่ งในสว่ น
ไหนเพอ่ื นาผลการประเมนิ ไปปรับปรงุ หลักสตู รในโอกาสตอ่ ไปการประเมนิ หลกั สตู รน้ันมขี อบเขตและ
ระยะการประเมินแตกต่างกันออกไปแล้วแต่จดุ ประสงคข์ องการประเมินเช่นการประเมินเอกสาร

๒๒๗

หลักสูตรในระยะก่อนนาหลกั สูตรไปใชก้ ารประเมินการใชห้ ลักสูตรในขณะที่ดาเนนิ การใชห้ ลักสูตร
หรือประเมินสมั ฤทธิผลของหลักสูตรและประเมินระบบหลกั สูตรหลังจากการใช้หลักสตู รแล้วการ
ประเมนิ ผลหลกั สูตรนัน้ ต้องกาหนดลงไปให้แน่ชดั ว่าตอ้ งการประเมนิ อะไรข้อมลู ที่นามาประเมนิ ต้อง
เช่อื ถือไดก้ ารวิเคราะหผ์ ลการประเมนิ ต้องทาอย่างรอบคอบการประเมนิ หลกั สตู รตอ้ งทาเปน็
กระบวนการตามลาดับขน้ั ตอนต้ังแตก่ าหนดวัตถุประสงคข์ องการประเมนิ วางแผนและออกแบบการ
ประเมนิ รวบรวมข้อมลู วเิ คราะหข์ อ้ มูลรายงานและสรุปผลการประเมินเพือ่ ท่จี ะนาผลที่ได้จากการ
ประเมินไปปรับปรงุ พฒั นาหลักสตู รในโอกาสต่อไปจากขัน้ ตอนการประเมนิ นกั ศึกษาไดพ้ ัฒนารูปแบบ
การประเมินไวห้ ลายรูปแบบเปน็ ตน้ ว่ารูปแบบการประเมินหลกั สตู รทสี่ รา้ งเสร็จใหมๆ่ ซง่ึ เป็นการ
ประเมินผลก่อนการนาหลักสตู รไปใชเ้ ช่นรูปแบบการประเมนิ หลกั สูตรดว้ ยเทคนคิ การวิเคราะหแ์ บบ
ปุยแซงค์หรอื รปู แบบการประเมนิ หลักสูตรในระหวา่ งหรอื หลังการใชห้ ลกั สตู รเชน่ รูปแบบการประเมนิ
หลกั สตู รของไทเลอร,์ สเตค, สตฟั เฟิลบมี หรอื ดอริสโกว์ แตล่ ะรปู แบบแม้จะมลี กั ษณะแตกต่างกัน
ออกไปเรากส็ ามารถนาแนวคดิ ในการประเมินหลักสตู รมาประยกุ ตเ์ ป็นรปู แบบการประเมินหลักสตู รที่
เหมาะสมกับสงิ่ ทเ่ี ราตอ้ งการจะประเมินนนั้ ๆ ได้

๔. มีความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการพัฒนาหลกั สตู ร เร่อื ง การประเมนิ หลักสตู ร
๕. สามารถให้คาแนะนาในการประสานตัวบคุ คลท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การประเมนิ หลกั สตู ร

๑. ความหมายของการประเมินหลักสตู ร

การประเมินหลกั สตู รเปน็ กระบวนการรวบรวมข้อมลู สารสนเทศตลอดจนกิจกรรมตา่ งๆ
เกยี่ วกบั หลักสตู รเพอื่ นามาตัดสินคา่ หรือคณุ ภาพของหลักสูตรนัน้ นกั การศกึ ษาหลายทา่ นได้ให้
ความหมายของการประเมนิ หลกั สูตรไวต้ ่างๆ กนั ดังน้ีคือ1

กู๊ด ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ การประเมินหลักสูตรคอื การประเมนิ ผลของกจิ กรรมการเรยี น
ภายในขอบข่ายของการสอนทเี่ นน้ เฉพาะจดุ ประสงคข์ องการตัดสนิ ใจในความถูกตอ้ งของจดุ มงุ่ หมาย
ความสัมพนั ธ์และความตอ่ เนอ่ื งของเนอ้ื หาและผลสัมฤทธ์ขิ องวตั ถปุ ระสงค์เฉพาะซง่ึ นาไปสู่การ
ตดั สินใจในการวางแผนการจดั โครงการตอ่ เนอื่ งและการหมุนเวยี นของกจิ กรรมโครงการต่างๆ ท่ีจะจดั
ใหม้ ขี ึน้

ลี ครอนบาช ให้ความหมายว่าการประเมนิ หลักสตู รคอื การรวบรวมขอ้ มลู และการใช้
ขอ้ มูลเพอ่ื ตดั สนิ ใจในเร่ืองโปรแกรมหรอื หลักสตู รการศึกษา2

สตฟั เฟิลบีมและคณะ ใหค้ วามหมายของการประเมินหลักสูตรว่าการประเมินหลักสตู รคือ
กระบวนการหาข้อมลู เก็บข้อมลู เพ่ือนาไปใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในการตัดสินใจหาทางเลอื กท่ดี ีกวา่ เดิม

วิชยั วงษ์ใหญ่ ใหค้ วามหมายของประเมนิ หลักสูตรไวว้ ่าการประเมนิ หลกั สูตรเป็นการ
พจิ ารณาเกี่ยวกับคุณค่าของหลกั สตู รโดยใช้ผลจากการวดั ในแง่มุมตา่ งๆ ของส่งิ ที่ประเมินเพอ่ื นามา
พิจารณารว่ มกันและสรปุ ว่าจะให้คุณคา่ ของหลักสูตรที่พฒั นาข้ึนมานน้ั วา่ อยา่ งไรมีคุณภาพดีหรือไม่
เพียงใดหรอื ได้ผลตรงตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่กี าหนดหรอื ไมม่ สี ว่ นใดท่จี ะตอ้ งปรบั ปรุงแก้ไข

1 ธวัชชยั ชยั จิรฉายากลุ , การพฒั นาหลกั สูตร, ( กรุงเทพฯ : อกั ษรบัณฑติ ,2538 ) หน้า 66
2 บญุ เล้ียง ทุมทอง ,การพัฒนาหลกั สตู ร, (กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . 2542 )
หนา้ 560

๒๒๘

สจุ ริต เพียรชอบ กลา่ วถึงการประเมนิ หลักสูตรไว้วา่ เปน็ กระบวนการท่ีสาคญั เพราะเป็น
การหาคาตอบวา่ หลักสูตรสัมฤทธิผ์ ลตามท่ไี ดต้ ง้ั จุดมุ่งหมายไว้หรอื ไมม่ ากนอ้ ยเพียงใดอะไรเปน็ สาเหตุ
ผปู้ ระเมนิ หลกั สูตรจะต้องเป็นผทู้ ี่มีความรู้ดที ง้ั ทางดา้ นหลกั สตู รและด้านการประเมินผลซึ่งจะต้องเนน้
การประเมนิ ทงั้ โปรแกรมการศกึ ษามิใช่แตเ่ พยี งผลการเรียนปีสดุ ท้ายเท่าน้นั แตค่ วรประเมินผลการ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนด้วย

จากความหมายของการประเมนิ หลักสูตรทีก่ ล่าวมาขา้ งตน้ สรุปไดว้ ่าการประเมินหลกั สตู ร
คือกระบวนการในการพจิ ารณาตัดสินคณุ ค่าของหลกั สตู รว่าหลักสตู รนน้ั ๆ มีประสทิ ธิภาพแค่ไหนเมอื่
นาไปใช้แลว้ บรรลจุ ดุ มุ่งหมายทีก่ าหนดไวห้ รอื ไมม่ ีอะไรทต่ี อ้ งแก้ไขเพ่ือนาผลท่ไี ด้มาใช้ให้เปน็ ประโยชน์
ในการตัดสินใจหาทางเลือกท่ีดีกว่าตอ่ ไป3

๒. จุดม่งุ หมายของการประเมินหลักสตู ร

กระบวนการพัฒนาหลกั สูตรเปน็ กระบวนการที่ตอ่ เน่ืองและมีขอบเขตท่ีกวา้ งขวางการ
ประเมนิ หลักสตู รจะต้องครอบคลุมข้นั ตอนของการพฒั นาหลักสตู รเพราะฉะน้ันการประเมินหลักสตู ร
จงึ มีขอบเขตของการประเมินที่กว้างขวางด้วยการประเมินหลักสตู รแตล่ ะจุดแตล่ ะข้นั ตอนจดุ มุ่งหมาย
ทีแ่ ตกตา่ งกนั ไปในรายละเอยี ดแต่โดยทัว่ ไปแลว้ จดุ ม่งุ หมายใหญ่ของการประเมนิ หลกั สตู รจะมคี วาม
ใกลเ้ คยี งกนั จะขอยกตวั อยา่ งจุดมุ่งหมายของการประเมนิ หลักสูตรทีน่ ักศกึ ษาได้กล่าวไวด้ ังน้ี 4

ทาบา ได้กลา่ วไว้ว่าการประเมนิ หลักสตู รกระทาขึ้นเพ่อื ศกึ ษากระบวนการต่างๆ ที่กาหนด
ไว้ว่ามกี ารเปลี่ยนแปลงใดบ้างที่สอดคล้องหรือขดั แย้งกบั วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษาการประเมนิ
ดงั กลา่ วจะครอบคลุมเน้อื หาทง้ั หมดของหลักสูตรและกระบวนการตา่ งๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งซึ่งไดแ้ ก่
จดุ ประสงคข์ อบเขตของเน้ือหาสาระคณุ ภาพของผู้ใช้บริหารและผ้ใู ชห้ ลักสูตรสมรรถภาพของผู้เรยี น
ความสมั พนั ธข์ องวชิ าตา่ งๆ การใช้สื่อและวสั ดุการสอน ฯลฯ

วชิ ยั วงษ์ใหญ่ กลา่ วว่าการประเมินหลักสตู รโดยทวั่ ๆ ไปจะมีจุดมงุ่ หมายดังนี้เพอื่ หา
คณุ ค่าของหลักสตู รโดยตรวจสอบดูวา่ หลักสตู รทพี่ ฒั นาขนึ้ มาน้นั สามารถบรรลตุ ามวัตถุประสงค์
หรอื ไม่เพือ่ วัดผลดวู า่ การวางเค้าโครงและรูปแบบระบบของหลักสูตรรวมท้ังวสั ดปุ ระกอบหลักสูตรและ
การบริหารและบรกิ ารหลักสตู รเป็นไปในทางที่ถูกตอ้ งแล้วหรอื ไม่การประเมินหลกั สูตรจากผู้เรยี นเอง
หรอื การประเมินผลผลติ เพือ่ ตรวจสอบดวู า่ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์เปน็ ไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
หรือไม่เพียงใด

ใจทพิ ย์ เช้ือรัตนพงษ์ กลา่ วว่าโดยท่วั ไปการประเมินหลักสูตรใดๆ ก็ตามจะมีจุดมงุ่ หมาย
สาคญั ทีค่ ล้ายคลงึ กนั ดังนคี้ ือเพือ่ หาทางปรบั ปรุงแกไ้ ขสิง่ บกพร่องที่พบในองค์ประกอบตา่ งๆ ของ
หลักสูตรเพือ่ หาทางปรับปรงุ แกไ้ ขระบบการบรหิ ารหลกั สตู รการนิเทศกากับดแู ลการจัดกระบวนการ
เรียนการสอนใหม้ ปี ระสิทธภิ าพยง่ิ ขึ้นเพ่อื ชว่ ยในการตดั สนิ ใจของผ้บู ริหารว่าควรใช้หลักสตู รต่อไปอีก
หรือควรยกเลิกการใชห้ ลักสตู รเพียงบางสว่ นหรอื ยกเลิกทั้งหมดเพื่อต้องการทราบคุณภาพของผู้เรยี น
ซึ่งเป็นผลผลติ ของหลักสตู รว่ามกี ารเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมไปตามความม่งุ หวังของหลักสตู รหลกั จาก

3 ดร.ชาญชยั อาจินสมาจาร. การพฒั นาหลักสูตร,(ปัตตานี : สถาบันเพอื่ ความก้าวหนา้ เชงิ วิชาการ
,2560) หน้า 89

4 ชวลิต ชกู าแพง. การวจิ ัยและพฒั นาหลกั สตู รแนวคิดและกระบวนการ,พิมพค์ ร้ังท่ี 1, (กรุงเทพฯ :
สานกั พมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, 2559) หน้า 142

๒๒๙

ผา่ นกระบวนการทางการศกึ ษามาแลว้ หรือไม่อยา่ งไรจากจุดมุ่งหมายของการประเมนิ หลกั สตู รข้างตน้
พอสรปุ ได้วา่ การประเมนิ ผลหลกั สตู รมีจดุ มงุ่ หมายดังนเี้ พือ่ หาคุณคา่ ของหลักสูตรน้นั โดยดวู ่าหลักสตู ร
ทจี่ ัดทาข้นึ นั้นสามารถสนองวัตถปุ ระสงค์ท่ีตอ้ งการหรือไมห่ ลกั สตู รนนั้ ต้องการหรอื ไมส่ นองความตอ้ ง
การของผูเ้ รียนและสงั คมอย่างไรเพือ่ อธิบายและพจิ ารณาวา่ ลกั ษณะของสว่ นประกอบต่าง ๆ ของ
หลกั สูตรในแงต่ ่างๆ เช่นหลักการจุดม่งุ หมายเนื้อหาสาระการเรียนรกู้ ิจกรรมการเรยี นการสอนส่อื การ
เรยี นการสอนและการวดั ผลว่าสอดคล้องต้องกนั หรอื ไม่หรอื สนองความต้องการหรือไม่เพ่ือตดั สินวา่
หลกั สตู รมีคุณภาพดีหรอื ไม่เหมาะสมหรือไมเ่ หมาะสมกับการนาไปใช้มีข้อบกพร่องท่จี ะตอ้ งปรบั ปรงุ
แกไ้ ขอะไรบา้ งการประเมนิ ผลในลักษณะนมี้ ักจะดาเนนิ ไปในช่วงท่ีการพัฒนาหลกั สตู รยงั คงดาเนนิ การ
อยู่เพ่ือท่ีจะพิจารณาวา่ องค์ประกอบต่าง ๆ ของหลกั สูตรเชน่ จดุ หมายโครงสรา้ งเน้อื หาการวัดผล
ฯลฯ 5

มคี วามสอดคล้องและเหมาะสมหรอื ไมส่ ามารถนามาปฏบิ ตั ิในช่วงการนาหลักสูตรไปทดลอง
ใช้หรอื ในขณะทกี่ ารใชห้ ลกั สูตรและกระบวนการเรยี นการสอนกาลงั ดาเนนิ อย่ไู ด้มากน้อยเพยี งใด
ได้ผลเพยี งใดและมีปญั หาอุปสรรคอะไรจะไดเ้ ป็นประโยชน์แกน่ ักพัฒนาหลกั สูตรและผู้ที่มีส่วน
เกี่ยวข้องในการปรบั ปรุงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสตู รใหม้ คี ุณภาพดขี ึ้นไดท้ นั ทว่ งที
เพื่อตัดสินวา่ การบริหารงานด้านวชิ าการและบรหิ ารงานดา้ นหลกั สตู รเปน็ ไปในทางท่ถี ูกตอ้ งหรือไม่
เพอ่ื หาทางแกไ้ ขระบบการบริหารหลักสตู รการนาหลักสตู รไปใช้ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพเพื่อตดิ ตามผลผลติ
จากหลกั สูตรคอื ผู้เรยี นมกี ารเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมหลังจากการผ่านกระบวนการทางการศึกษา
มาแลว้ ตามหลกั สตู รวา่ เปน็ ไปตามมุ่งหวังหรอื ไม่เพอื่ หาทางปรบั ปรงุ แก้ไขสิ่งบกพร่องทพ่ี บใน
องค์ประกอบต่างๆ ในหลกั สตู รเพ่ือชว่ ยในการตัดสนิ ว่าควรใช้หลกั สูตรต่อไปหรอื ควรปรบั ปรงุ พัฒนา
ในส่ิงใดสง่ิ หน่งึ หรอื ยกเลกิ ใช6้ หลกั สตู รนน้ั หมดการประเมินผลในลกั ษณะน้จี ะดาเนนิ การหลังจากทใี่ ช้
หลกั สตู รไปแล้วระยะหนึ่งแลว้ จึงประเมนิ เพอื่ สรปุ ผลตัดสนิ ว่าหลกั สตู รมคี ุณภาพดหี รือไม่บรรลตุ าม
เปา้ หมายท่ีหลกั สตู รกาหนดไว้มากน้อยเพยี งใดสนองความตอ้ งการของสงั คมเพยี งใดและเหมาะสมกบั
การนาไปใชต้ ่อไปหรือไม่จากจุดมุง่ หมายของการประเมินผลหลักสตู รตา่ งๆขอ้ มูลต่างๆ ทไ่ี ดจ้ ากการ
ประเมินจะเปน็ ตัวช้ีให้เหน็ ถึงคณุ ภาพการศึกษาของสงั คมซง่ึ จะมผี ลกระทบตอ่ คณุ ภาพของประชากร
ในการพัฒนาสงั คมในอนาคตต่อไปดงั น้นั การประเมินผลหลกั สตู รซึง่ มคี วามสาคัญและจาเปน็ อยา่ งย่ิง
ไมน่ อ้ ยไปกว่ากระบวนการในการจดั การศึกษาในสว่ นอ่ืนๆ ผทู้ ีม่ ีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องน้ีควรจะต้องหา
วธิ ีการท่ดี ีที่สุดในการทป่ี ระเมนิ ผลหลกั สูตรเพ่อื ที่จะใหไ้ ดข้ อ้ มูลทถี่ ูกตอ้ งชัดเจนและจะตอ้ งปฏบิ ตั ใิ ห้
ครบถว้ นตามขัน้ ตอนของวิธกี ารต่างๆ ท่ีนามาใช้

๓. ระยะเวลาและขอบเขตของการประเมนิ หลกั สูตร

การประเมินหลักสูตรควรมีการดาเนินเป็นระยะๆ ท้งั นเ้ี นอ่ื งจากข้อบกพรอ่ งหรอื 7
ขอ้ ผิดพลาดของหลกั สูตรอาจมีสาเหตมุ าจากหลายปจั จยั และในระยะต่างกนั เชน่ อาจมีสาเหตุมาจาก
ตอนจัดทาหรอื ยกร่างหลกั สตู รซง่ึ ทาใหต้ ัวหลักสตู รไมม่ คี ุณภาพที่ดีหรอื ไมส่ อดคล้องกบั ปญั หาและ

5 บุญเลี้ยง ทุมทอง.การพัฒนาหลักสูตร.กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2533.
หน้าท่ี 345

6 ธวชั ชยั ชยั จริ ฉายากลุ .การพัฒนาหลกั สูตร.( กรุงเทพฯ : อักษรบณั ฑิต, 2538. ). หน้าที่ 78
7 ชวลติ ชกู าแพง ,การวิจัยและพัฒนาหลกั สูตรแนวคิดและกระบวนการ,พิมพค์ รัง้ ท่ี1, ( กรุงเทพฯ :
สานักพมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย,2559 ) หนา้ 45

๒๓๐

ความต้องการของผ้เู รยี นและสงั คมท่เี ปล่ยี นแปลงไปหรอื อาจมสี าเหตุมาจากตอนนาหลักสตู รไปใช้เป็น
ต้นการประเมินหลักสตู รทด่ี จี งึ ตอ้ งตรวจสอบเป็นระยะเพือ่ ลดปัญหาทีอ่ าจเกดิ ขึน้ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น
๓ ระยะคอื

ระยะที่ ๑ การประเมนิ หลักสตู รกอ่ นนาหลักสตู รไปใช้ (Project Analysis)
ในชว่ งระหวา่ งท่มี ีการสร้างหรอื พฒั นาหลักสตู รอาจมกี ารดาเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอน
ของการจดั ทานบั แตก่ ารกาหนดจุดมุ่งหมายไปจนถงึ การกาหนดการวดั และประเมินผลการเรยี นซ่ึง
สามารถทาได้ ๒ ลกั ษณะคือ
๑. ประเมนิ หลกั สตู รเม่อื สรา้ งหลกั สูตรฉบับร่างเสร็จแล้วก่อนจะนาหลักสูตรไปใชจ้ รงิ ควรมี
การประเมนิ ตรวจสอบคณุ ภาพของหลกั สูตรฉบบั รา่ งและองคป์ ระกอบต่างๆ ของหลักสตู รการประเมนิ
หลักสูตรในระยะนีต้ อ้ งอาศัยความคดิ เหน็ จากผเู้ ชยี่ วชาญทางด้านพัฒนาหลกั สูตรทางด้านวิชาชีพครู
ทางด้านการวดั ผลหรอื จะใหผ้ ู้เชยี่ วชาญวิเคราะห์หรือพิจารณากไ็ ด้
๒. ประเมนิ ผลในขัน้ ตอนทดลองใช้เพอ่ื ปรับปรงุ แกไ้ ขส่วนทข่ี าดตกบกพรอ่ งหรือเปน็
ปัญหาใหม้ คี วามสมบูรณเ์ พ่ือประสิทธิภาพในการนาไปใชต้ ่อไปเช่นหลักสตู รประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๑
มีการทดลองใชต้ งั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ และ ๒๕๒๐ เพ่อื หาขอ้ บกพรอ่ งอุปสรรคจะไดแ้ กไ้ ขใหเ้ หมาะสม
และมปี ระสทิ ธิภาพตอ่ ไป
ระยะที่ ๒ การประเมนิ หลกั สูตรระหว่างการดาเนนิ การใชห้ ลกั สตู ร (Formative
Evaluation)
ในขณะท่ีมีการดาเนินการใช้หลักสูตรท่จี ัดทาขน้ึ ควรมกี ารประเมนิ เพอ่ื ตรวจสอบว่า
หลักสูตรสามารถนาไปใช้ไดด้ ีเพียงใดหรือบกพรอ่ งในจดุ ไหนจะไดแ้ กไ้ ขปรับปรุงให้เหมาะสมเชน่
ประเมนิ กระบวนการใชห้ ลักสูตรในด้านการบริหารการจดั การหลกั สตู รการนเิ ทศกากับดแู ลและการ
จัดกระบวนการเรียนการสอน
ระยะท่ี ๓ การประเมนิ หลกั สูตรหลงั การใชห้ ลกั สูตร (Summative Evaluation)
หลังจากที่มีการใช้หลักสตู รมาแลว้ ระยะหนง่ึ คือครบกระบวนการเรยี บรอ้ ยแล้วควรจะ
ประเมินหลักสตู รท้ังระบบซ่งึ ไดแ้ ก่การประเมนิ องค์ประกอบด้านตา่ งๆ ของหลักสตู รท้งั หมดคือ
เอกสารหลกั สตู รวสั ดหุ ลักสูตรบุคลากรท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการใชห้ ลกั สูตรการบริหารหลักสตู รการนิเทศ
กากบั ตดิ ตามการจดั กระบวนการเรียนการสอน ฯลฯ เพ่ือสรปุ ผลตัดสนิ ว่าหลักสตู รที่จดั ทาขน้ึ นนั้ ควร
จะดาเนินการใชต้ ่อไปหรอื ควรปรบั ปรุงแก้ไขใหด้ ขี ้ึนหรอื ควรจะยกเลิกเชน่ หลักสตู รประถมศึกษา
พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๑ มีชว่ งระยะการใช้งาน ๖ ปเี มื่อครบ ๖ ปีแลว้ จะมีการประเมนิ ผลหลกั สูตรรวบ
ยอดทง้ั หมดโดยนาข้อมูลตง้ั แตร่ ะยะท่ี ๑ จนถงึ ระยะที่ ๒ มารวบรวมวเิ คราะหแ์ ละประเมินคุณค่าท้งั น้ี
อาจจะต้องอาศัยขอ้ มลู ท่สี าคญั อกี บางข้อมลู เชน่ ผลสัมฤทธิท์ างการศกึ ษาของผเู้ รยี นซ่ึงได้แก่การ
นาไปใช้ในการดารงชีวติ การประกอบอาชีพเข้ามาประกอบการวิเคราะห์และประเมินคา่ ด้วย8

๑. ขอบเขตในการประเมินหลักสูตร

การประเมนิ ผลหลกั สูตรเป็นงานที่มีความซบั ซอ้ นมีความกวา้ งขวางและมีความ
ละเอียดอ่อนมากการประเมนิ ผลหลกั สตู รต้องคานงึ ถงึ ปัจจยั หลายอยา่ งที่จะต้องนาเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งใน
ลักษณะที่มีความสัมพันธ์ตอ่ กนั การประเมินผลหลักสูตรมไิ ดห้ มายความวา่ จะประเมนิ เฉพาะตวั

8 บุญชม ศรีสะอาด. การพฒั นาหลกั สตู รและการวจิ ัยเก่ยี วกับหลักสตู ร.( กรงุ เทพฯ:สุวรี ยิ าสาสน์,2546
). หน้าที่ 566


Click to View FlipBook Version