เอกสารประกอบการประชุม
ทางไกลผ่านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็
(Web Conference)
ของกรมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถ่ิน
ในจันทรท์ ่ี 29 สงิ หาคม 2565
เวลา 13.00 - 17.00 น.
ณ หอ้ งประชุม กปต.สถ. อาคาร 4 ชนั้ 3
สรปุ สาระสาคัญมาตรฐานท่ัวไปเกี่ยวกับการประเมนิ ตาแหนง่ และวทิ ยฐานะ
สาหรบั ข้าราชการหรือพนกั งานครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2565
มผี ลใชบ้ ังคับนับต้ังแต่วันท่ี 1 ตลุ าคม 2565 เป็นต้นไป
**********************************************************
1. ข้อตกลงในการพฒั นางาน (Performance Agreement : PA)
1.1 การจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชา กาหนดให้ผู้ดารงตาแหน่งครู
ศึกษานิเทศก์ ผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รองผู้อานวยการสถานศึกษา และผู้อานวยการสถานศึกษา
ต้องจดั ทาขอ้ ตกลง ในการพัฒนางาน กับผบู้ ังคบั บัญชาทกุ ปีงบประมาณ ดงั น้ี
ที่ ตาแหนง่ ข้อตกลงในการพฒั นางาน
1 ครู
(1) กรณีโรงเรียน ให้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.
2 รอง ผอ.สถานศึกษา กาหนด ทุกปีงบประมาณ (เร่ิมวันท่ี 1 ตุลาคม ของทุกปี - 30 กันยายน ปีถัดไป)
เสนอต่อ ผอ.สถานศึกษาน้ัน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ กรณี ผอ.สถานศึกษา
ไม่สามารถรบั ข้อตกลง ในการพฒั นางานได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้เสนอผู้อานวยการ
สานักการศึกษาหรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการ
ด้านการศึกษา ของ อปท. นั้น เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ กรณีมีเหตุผล
ความจาเป็นไม่สามารถดาเนินการได้ให้เสนอ ก.จ.จ. ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด
แลว้ แตก่ รณี พจิ ารณากาหนดผู้ให้ความเห็นชอบข้อตกลงตามความเหมาะสม
(2) กรณีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบ
ที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด ทุกปีงบประมาณ (เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี -
30 กันยายน ปีถัดไป) เสนอต่อผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้น เพื่อพิจารณา
ให้ความเห็นชอบ กรณี ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ไม่สามารถรับข้อตกลงในการพัฒนางานได้
ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ให้เสนอผู้อานวยการสานักการศึกษาหรือผู้อานวยการ
กองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ของ อปท. นั้น เป็นผู้พิจารณา
ให้ความเห็นชอบ กรณีมีเหตุผลความจาเป็นไม่สามารถดาเนินการได้ให้เสนอ ก.จ.จ.
ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณากาหนดผู้ให้ความเห็นชอบข้อตกลง
ตามความเหมาะสม
กรณียา้ ยระหว่างปีงบประมาณ ให้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อานวยการ
สถานศึกษา หรือผอู้ านวยการศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ ต้นสังกัดใหม่ แลว้ แต่กรณี
ใหจ้ ดั ทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
ทุกปีงบประมาณ (เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี - 30 กันยายน ปีถัดไป) เสนอต่อ
ผอ. สถานศกึ ษา นนั้ เพอื่ พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ กรณี ผอ.สถานศึกษา ไม่สามารถ
รับข้อตกลงในการพัฒนางานได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้เสนอผู้อานวยการ
สานักการศึกษา หรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการ
ด้านการศึกษาของ อปท. น้ัน เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ กรณีมีเหตุผล
ความจาเป็นไม่สามารถดาเนินการได้ให้เสนอ ก.จ.จ. ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด
แลว้ แตก่ รณี พจิ ารณากาหนดผ้ใู ห้ความเห็นชอบขอ้ ตกลงตามความเหมาะสม
กรณีย้ายระหว่างปีงบประมาณ ให้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน
กับ ผอ.สถานศึกษา ต้นสงั กัดใหม่
-2-
ท่ี ตาแหนง่ ข้อตกลงในการพฒั นางาน
3 ศกึ ษานเิ ทศก์ ให้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
ผอ.ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ ทกุ ปีงบประมาณ(เร่มิ วันท่ี 1 ตลุ าคม ของทุกปี – 30 กันยายน ปีถัดไป) เสนอต่อ
ผอ.สถานศึกษา ผู้อานวยการสานักการศึกษาหรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการ
ด้านการศึกษา ของ อปท. นั้น เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบ กรณีผู้อานวยการ
สานักการศึกษาหรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการ
ด้านการศึกษา ของ อปท. น้ัน ไม่สามารถรับข้อตกลงในการพัฒนางานได้
ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้เสนอปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณา
ให้ความเห็นชอบ กรณีมีเหตุผลความจาเป็นไม่สามารถดาเนินการได้ให้เสนอ
ก.จ.จ. ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณากาหนดผู้ให้ความเห็นชอบ
ขอ้ ตกลงตามความเหมาะสม
กรณี ย้ ายระหว่ างปี งบประมาณ ให้ จั ดท าข้ อตกลงในการพั ฒนางาน
กับผู้อานวยการสานักการศึกษาหรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้า
สว่ นราชการดา้ นการศกึ ษา ของ อปท. ต้นสังกดั ใหม่
1.2 องค์ประกอบข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่ ตาแหน่ง องค์ประกอบข้อตกลงในการพฒั นางาน
1 ครู ส่วนที่ 1 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
1. การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตาแหน่งครู และมีภาระงานตามท่ี ก.จ.
ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
2. ผลการปฏิบัติงาน แบ่งออกเป็น ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการส่งเสริม
สนบั สนุนการจัดการเรยี นรู้ และด้านการพัฒนาตนเองและวชิ าชพี
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์
การเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน
2 ศึกษานเิ ทศก์ สว่ นที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
1. การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตาแหน่งศึกษานิเทศก์ และมีภาระงาน
ตามที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
2. ผลการปฏิบัติงาน แบ่งออกเป็น ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการส่งเสริม
และสนบั สนนุ การจัดการศึกษา และดา้ นการพฒั นาตนเองและวชิ าชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การจดั การเรียนรหู้ รือการจัดการศกึ ษาของผรู้ บั การนิเทศ หรือการพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษาหรือหน่วยการศกึ ษาทีส่ ่งผลตอ่ คุณภาพผเู้ รียน
3 ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สว่ นท่ี 1 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
รอง ผอ.สถานศกึ ษา 1. การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตาแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และมีภาระงาน
ผอ.สถานศึกษา ตามท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
2. ผลการปฏิบัติงานแบ่งออกเป็นด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นาทางวิชาการ
ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม
ด้านการบรหิ ารงานชุมชนและเครือขา่ ย และด้านการพฒั นาตนเองและวิชาชพี
ส่วนท่ี 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานท่ีเป็นประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ครู และสถานศกึ ษา
-3-
1.3 คณะกรรมการประเมนิ ผลการพฒั นางานตามข้อตกลง
ท่ี ตาแหน่ง คณะกรรมการประเมนิ ผลการพฒั นางานตามข้อตกลง
1 ครู ให้นายก อปท. แต่งต้ังคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
จานวน 3 คน ประกอบดว้ ย
1. กรณีโรงเรยี น
(1) ผอ.สถานศกึ ษานัน้ เปน็ ประธาน
(2) ผู้ที่ดารงตาแหน่งหรือเคยดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ ท่ีมีวิทยฐานะ
ไม่ต่ากว่าศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ หรือผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษา
ที่มีตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือครูผู้สอนจากสถานศึกษาอื่น
ที่มวี ิทยฐานะไมต่ ่ากวา่ ครูชานาญการพิเศษ หรือผู้ทรงคุณวุฒินอกสถานศึกษาน้ัน
ท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เป็นกรรมการประเมิน
กรณี ผอ.สถานศึกษา น้ัน ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงของครู
ด้วยเหตุใด ๆ ให้แต่งตั้ง ผอ.สถานศึกษา ใกล้เคียง หรือ ผู้อานวยการสานักการศึกษา
หรือผู้อานวยการกองการศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา
ของ อปท. นน้ั เป็นประธานกรรมการประเมนิ แทน
2. กรณีศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็
(1) ผอ.ศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ นน้ั เปน็ ประธาน
(2) ผทู้ ี่ดารงตาแหน่งหรือเคยดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ากว่า
ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ หรือผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีตาแหน่ง
ไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือครูผู้สอนจากสถานศึกษาหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอ่ืน
ทมี่ วี ทิ ยฐานะไม่ตา่ กวา่ ครูชานาญการพิเศษ หรือผู้ทรงคุณวุฒินอกสถานศึกษาน้ัน
ท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เปน็ กรรมการประเมิน
กรณี ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นั้น ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
ของครู ด้วยเหตุใด ๆ ให้แต่งตั้ง ผอ.สถานศึกษา หรือ ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ใกล้เคียง หรือผู้อานวยการสานักการศึกษาหรือผู้อานวยการกองการศึกษา
หรอื หวั หน้าส่วนราชการดา้ นการศกึ ษา ของ อปท. นั้น เป็นประธานกรรมการ
ประเมินแทน
3. การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงดังกล่าว
อาจพิจารณาแต่งต้ังได้มากกว่า ๑ คณะ ตามความเหมาะสม โดยคานึงถึงวิชา/
สาขา/กลุม่ สาระการเรยี นรู้ จานวน ครู และบริบทของสถานศกึ ษา
2 ศึกษานเิ ทศก์ ให้นายก อปท. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
จานวน 3 คน ประกอบด้วย
๑. ผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษานั้น
เปน็ ประธานกรรมการ
๒. ผู้ทรงคุณวุฒิในสถาบันอุดมศึกษาท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสม
และดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิท่ีมีความรู้
ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เป็นกรรมการประเมิน
กรณีผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษานั้น
ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงของศึกษานิเทศก์ ด้วยเหตุใด ๆ
ให้แต่งต้ังผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษา
ใกล้เคยี งหรือปลดั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ นน้ั เปน็ ประธานกรรมการประเมนิ แทน
-4-
ท่ี ตาแหน่ง คณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
3 ผอ.ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก
ให้นายก อปท. แต่งต้ังคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
4 รอง ผอ.สถานศกึ ษา จานวน ๓ คน ประกอบด้วย
๑. ผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษา น้ัน
5 ผอ.สถานศึกษา เป็นประธานกรรมการ
๒. ผู้ทรงคุณวุฒิในสถาบันอุดมศึกษาท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมและดารงตาแหน่ง
ไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือ ผอ.สถานศึกษาจากสถานศึกษาอื่นที่มีวิทยฐานะ
ไมต่ ่ากว่า ผอ.ชานาญการพิเศษ หรือ ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอ่ืน
ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ากว่า ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชานาญการพิเศษ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ
ทม่ี คี วามรู้ ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เป็นกรรมการประเมนิ
กรณีผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษานั้น
ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงของ ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ด้วยเหตุใด ๆ ให้แต่งต้ังผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการ
ด้านการศึกษาใกล้เคียง หรือ ผอ.สถานศึกษาใกล้เคียง หรือปลัดองค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ นัน้ เปน็ ประธานกรรมการประเมินแทน
ให้นายก อปท. แต่งต้ังคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
จานวน ๓ คน ประกอบดว้ ย
๑. ผอู้ านวยการสถานศึกษานั้น เป็นประธานกรรมการ
๒. ผู้ที่ดารงตาแหน่งหรือเคยดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ ท่ีมีวิทยฐานะไม่ต่ากว่า
ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ หรือผู้ทรงคุณวุฒิในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความรู้
ความสามารถเหมาะสม และดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์
หรือ ผอ.สถานศึกษา จากสถานศึกษาอื่นท่ีมีวิทยฐานะไม่ต่ากว่า ผอ.ชานาญการพิเศษ
หรือผูท้ รงคณุ วุฒิที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เปน็ กรรมการประเมิน
กรณี ผอ.สถานศึกษา น้ัน ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
ของรอง ผอ.สถานศึกษา ด้วยเหตุใด ๆ ให้แต่งตั้ง ผอ.สถานศึกษาใกล้เคียง
หรือ ผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษานั้น
หรอื ปลัดองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ น้ัน เป็นประธานกรรมการประเมนิ แทน
ให้นายก อปท. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
จานวน ๓ คน ประกอบด้วย
๑. ผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษา น้ัน
เปน็ ประธานกรรมการ
๒. ผู้ทรงคุณวุฒิในสถาบันอุดมศึกษาท่ีมีความรู้ ความสามารถเหมาะสม
และดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือผู้อานวยการสถานศึกษาอ่ืน
ท่ีมีวิทยฐานะ ไม่ต่ากว่าผู้อานวยการชานาญการพิเศษ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่มคี วามรู้ ความสามารถเหมาะสม จานวน ๒ คน เป็นกรรมการประเมนิ
-5-
ท่ี ตาแหนง่ คณะกรรมการประเมนิ ผลการพฒั นางานตามขอ้ ตกลง
กรณีผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษานั้น
ไม่อาจประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงของ ผอ.สถานศึกษา ด้วยเหตุใด ๆ
ให้แต่งต้ังผู้อานวยการสานัก/กองการศึกษา หรือ หน.ส่วนราชการด้านการศึกษา
ใกลเ้ คยี ง หรอื ปลัดองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เปน็ ประธานกรรมการประเมนิ แทน
1.4 เกณฑ์การประเมนิ ผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
ท่ี ตาแหนง่ เกณฑ์การประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
1 ครู มีผลการประเมินการพัฒนางานตามข้อตกลง “ผ่านเกณฑ์” โดยต้องได้คะแนน
2 ศึกษานเิ ทศก์ จากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ากว่าร้อยละ 70 และมีภาระงานเป็นไปตามที่
3 ผอ.ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
4 รอง ผอ.สถานศึกษา
5 ผอ.สถานศึกษา
2. การประเมนิ ตาแหน่งและวทิ ยฐานะเพอ่ื ใหม้ หี รือเล่อื นวิทยฐานะสูงขน้ึ
กาหนดให้ผู้ดารงตาแหน่งครู ศึกษานิเทศก์ ผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รองผู้อานวยการสถานศึกษา
และผอู้ านวยการสถานศกึ ษา มีหรอื เลือ่ นวิทยฐานะสูงข้นึ ได้ ดงั นี้
2.1 คุณสมบัติผ้ขู อรบั การประเมนิ
ที่ กรณี คณุ สมบตั ิผูข้ อรบั การประเมิน
1 กรณปี กติ ๑. ดารงตาแหน่งหรือดารงวิทยฐานะปัจจุบันมาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๔ ปีติดต่อกัน
หรอื ดารงตาแหนง่ อ่ืนที่ ก.จ. ก.ท. หรอื ก.อบต. เทยี บเทา่
๒. มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง ๓ รอบการประเมิน
โดยในแต่ละรอบการประเมินต้องมีภาระงานเป็นไปตามท่ี ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต.
กาหนด และมีผลการประเมินไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ ๗๐
3. ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง ๔ ปี ต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยท่ีหนักกว่า
โทษภาคทัณฑ์ หรือไม่เคยถูกวินิจฉัยช้ีขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพที่หนักกว่า
ภาคทณั ฑ์
2 ก ร ณี ล ด ร ะ ย ะ เ ว ล า ๑. ดารงตาแหน่งหรือดารงวิทยฐานะปัจจุบันมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน
(ตามเงื่อนไขท่ี ก.จ. ก.ท. หรอื ดารงตาแหน่งอน่ื ท่ี ก.จ. ก.ท. หรอื ก.อบต. เทยี บเทา่
หรอื ก.อบต. กาหนด) ๒. มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 2 รอบการประเมิน
โดยในแต่ละรอบการประเมินต้องมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต.
กาหนด และมีผลการประเมินไมต่ า่ กว่ารอ้ ยละ ๗๐
3. ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 ปี ต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยท่ีหนักกว่า
โทษภาคทัณฑ์ หรือไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพที่หนักกว่า
ภาคทณั ฑ์
3 กรณี 3 จังหวัดชายแดน ๑. ดารงตาแหน่งหรือดารงวิทยฐานะปัจจุบันมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน
ภาคใต้ (เฉพาะการขอประเมิน หรือดารงตาแหน่งอื่นท่ี ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. เทียบเท่า โดยต้องเป็นผู้ท่ีปฏิบัติงาน
วิทยฐานะระดับชานาญการ ในพ้ืนที่พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส
และชานาญการพิเศษ) และสงขลา (เฉพาะพืน้ ที่อาเภอเทพา สะบา้ ยอ้ ย นาทวี และจะนะ) มาแล้วไม่น้อยกว่า
๑ ปีติดตอ่ กัน นับถงึ วันที่ยื่นคาขอ
-6-
ท่ี กรณี คุณสมบัตผิ ู้ขอรับการประเมิน
๒. มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 1 รอบ
การประเมิน โดยในแต่ละรอบการประเมินต้องมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.จ.
ก.ท. หรอื ก.อบต. กาหนด และมีผลการประเมินไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ ๗๐
3. ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 2 ปี ต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยท่ีหนักกว่า
โทษภาคทัณฑ์ หรือไมเ่ คยถูกวินจิ ฉยั ชีข้ าดทางจรรยาบรรณวชิ าชพี ทห่ี นักกวา่ ภาคทณั ฑ์
เงื่อนไขการลดระยะเวลาตามคุณสมบัติเฉพาะสาหรับวิทยฐานะ โดยต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ
ตามเง่ือนไขในขอ้ ใดข้อหนึ่ง ดงั นี้
(1) เป็นผู้มีความสามารถทางภาษาต่างประเทศ สูงกว่าระดับ B1 หรือสาหรับครูผู้สอน ในกลุ่มสาระ
ภาษาต่างประเทศ ต้องมีระดับผลการทดสอบความสามารถทางภาษา สูงกว่าระดับ B2 โดยให้เทียบกับ
เกณฑ์ผลการทดสอบ CEFR ท้ังน้ี ผลการทดสอบความสามารถทางภาษาต่างประเทศ ต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี
นับถึงวันท่ีย่ืนคาขอมวี ทิ ยฐานะหรือเลอ่ื นวทิ ยฐานะ
(2) เป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาในพื้นท่ีพิเศษซ่ึงมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่ีมีความยากลาบาก โดยเป็นพื้นท่ี
ที่เป็นเกาะ หรือบนภูเขาสูง หรือหุบเขา หรือเชิงเขา ท่ีไม่สามารถเดินทางด้วยพาหนะใด ๆ ได้สะดวกตลอดปี
หรือพ้ืนที่ที่มีความเส่ียงต่อความม่ันคงของประเทศ หรือเหตุอ่ืนตามที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กาหนด
โดยต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ
(กรณี (2) น้ี ไม่รวมถงึ ผดู้ ารงตาแหนง่ ศึกษานิเทศก)์
(3) เป็นผพู้ ัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง โดยไดร้ บั คณุ วฒุ ทิ ส่ี ูงขน้ึ ในแต่ละกรณดี ังน้ี
1) กรณีผู้ดารงตาแหน่งครู ได้รับคุณวุฒิที่สูงขึ้นในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก
ท่เี กยี่ วกับการจัดการเรียนรู้ (ยกเว้นสาขาทางด้านการบริหารการศึกษา)
2) กรณีผู้ดารงตาแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับคุณวุฒิท่ีสูงข้ึนในระดับปริญญาเอก
ที่เกย่ี วข้องกับการจดั การเรยี นรู้และการบริหารจัดการสถานศึกษา
3) กรณีผู้ดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ ได้รับคุณวุฒิท่ีสูงข้ึนในระดับปริญญาเอก ท่ีเก่ียวข้องกับ
การจัดการเรยี นรแู้ ละการบริหารจดั การสถานศึกษา
ทั้งนี้ คุณวุฒิที่จะนามาใช้ในการขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะต้องเป็นคุณวุฒิที่ ก.จ.
ก.ท. หรือ ก.อบต. รับรอง และเป็นคุณวุฒิระดับสูงสุดของผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะเท่านั้น
ไม่ใหน้ าคณุ วฒุ ริ ะดับเดยี วกนั มาใชซ้ ้าอกี
(4) เป็นผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพชั้น 8 (กรอบคุณวุฒิแห่งชาติระดับ 8)
ซ่ึงได้รับการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และให้นามาใช้ลดระยะเวลาได้เพียงคร้ังเดียว (กรณี (4) น้ี
ไมร่ วมถงึ ผูด้ ารงตาแหน่งศึกษานเิ ทศก์)
ท้ังน้ี ผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขในข้อ (1) - (4) ต้องมีผลการประเมินผลการปฏิบัติงานในระดับดีเด่น 4 รอบ
การประเมินการเล่ือนเงินเดือนล่าสุดติดต่อกันก่อนยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ โดยจะขอใช้สิทธิ
ตามเง่ือนไขดังกล่าวในการลดระยะเวลาในการดารงตาแหน่งหรือการดารงวิทยฐานะเพ่ือให้มีวิทยฐานะ
หรอื เล่ือนวิทยฐานะใดก็ได้
-7-
2.2 การประเมินผลงาน
(1) วิทยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ ผู้ขอต้องผา่ นการประเมนิ ๒ ด้าน ดังนี้
ท่ี ตาแหน่ง การประเมินผลงาน
1 ครู ด้านที่ ๑ ด้านทกั ษะการจดั การเรยี นร้แู ละการจดั การชั้นเรียน พจิ ารณาจาก
๑. แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ีใช้จัดการเรียนรู้ ตามท่ีปรากฏในไฟล์วีดิทัศน์บันทึก
การสอนในวิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซ่ึงผู้ขอได้จัดทาขึ้นและนาไปใช้สอนจริง
ในชว่ งที่ดารงตาแหน่งครู หรือดารงวิทยฐานะครชู านาญการ แล้วแตก่ รณี
๒. ไฟล์วีดิทศั น์ จานวน ๒ ไฟล์ ประกอบด้วย
(๑) ไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอนที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้
ท่เี สนอตามขอ้ ๑) โดยมรี ูปแบบตามที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กาหนด
(๒) ไฟล์วีดิทัศน์ท่ีแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ที่มา หรือแรงบันดาลใจ
ในการจดั การเรียนรู้ตามขอ้ ๑)
ด้านท่ี ๒ ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน พิจารณาจาก ผลงานหรือผลการปฏิบัติ
ของผู้เรียนที่ปรากฏภายหลังจากการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนตามไฟล์วีดิทัศน์
บันทึกการสอน ท่ีเสนอไว้ในด้านที่ ๑ โดยให้นาเสนอในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล เช่น ไฟล์วีดิทัศน์
ไฟลภ์ าพหรอื ไฟล์ PDF
2 ศึกษานเิ ทศก์ ด้านที่ ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
หรือหนว่ ยงานการศกึ ษา พจิ ารณาจาก
๑. รายงานผลการดาเนินการตามแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ
นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
หรือหน่วยงานการศึกษา ตามโครงการหรือกิจกรรมในแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา
ในรูปแบบไฟล์ PDF ซ่ึงผู้ขอได้พัฒนาขึ้นและนาไปใช้ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษาจริง
ในช่วงทดี่ ารงตาแหนง่ ศึกษานิเทศก์ หรือดารงวทิ ยฐานะศึกษานเิ ทศกช์ านาญการ แลว้ แตก่ รณี
๒. การนาเสนอการพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี
ในการนิเทศ การศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
ตามโครงการหรือกิจกรรมในแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษาท่ีเสนอในข้อ 1) โดยแสดงให้เห็นถึง
สภาพปญั หาท่ีมาหรือแรงบันดาลใจ ระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับ
การประเมนิ และผลลัพธ์ทีเ่ กิดขน้ึ จากการดาเนินการตามโครงการหรือกิจกรรม ซ่ึงสะท้อน
คณุ ภาพการจดั การเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาของผู้รับการนิเทศหรือการพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาท่ีส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ท้ังนี้ ให้นาเสนอเป็น
ไฟล์วีดิทศั น์ตามรูปแบบที่ ก.ท. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
ด้านที่ ๒ ด้านผลลพั ธ์ในการพฒั นาการนเิ ทศการศึกษา พิจารณาจาก ผลงาน หรือผลการปฏิบัติ
ของผู้รับการนิเทศ ท่ีสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาหรือผลการ
พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาท่ีมีการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดี
ข้ึนหรือมีการพัฒนามากข้ึน และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ท่ีเสนอไว้ ในด้านที่ ๑ โดยให้
นาเสนอในรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ ตามรปู แบบท่ี ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
-8-
ที่ ตาแหนง่ การประเมนิ ผลงาน
3 ผอ.ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก ด้านที่ ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือ
รอง ผอ.สถานศกึ ษา หรือนวตั กรรมทางการบริหาร พจิ ารณาจาก
ผอ.สถานศกึ ษา ๑. รายงานผลการดาเนินการตามแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้
เคร่ืองมือ หรือนวัตกรรมทางการบริหาร ตามโครงการหรือกิจกรรมใน
แผนพัฒนาสถานศึกษา ในรูปแบบไฟล์ PDF ซ่ึงผู้ขอได้พัฒนาข้ึนและนาไปใช้
ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาจริงในช่วงที่ดารงตาแหน่ง
หรอื ดารงวิทยฐานะ แล้วแตก่ รณี
๒. การนาเสนอการพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรม
ทางการบริหาร ตามโครงการหรือกิจกรรมในแผนพัฒนาสถานศึกษาที่เสนอ
ในข้อ 1) โดยแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจ ระดับการปฏิบัติ
ที่ คาดหวั งตามมาตรฐานวิ ทยฐานะที่ ข อ รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ ล ะ ผ ล ลั พ ธ์ ท่ี เ กิ ด ข้ึ น
จากการดาเนินการตามโครงการหรือกิจกรรม ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ครู
และสถานศึกษา ท้ังนี้ ให้นาเสนอเป็นไฟล์วีดิทัศน์ตามรูปแบบที่ ก.จ. ก.ท.
หรอื ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
ด้านท่ี ๒ ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา พิจารณาจาก ผลงาน
หรือผลการปฏิบัติของครู หรือผลการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ท่ีมีการเปล่ียนแปลงไป
ในทางที่ดีขึ้น หรือมีการพัฒนามากขึ้น หรือเป็นต้นแบบ และส่งผลต่อคุณภาพ
ผู้เรียนตามท่ีเสนอไว้ในด้านที่ ๑ โดยให้นาเสนอในรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์
ตามรปู แบบที่ ก.จ. ก.ท. หรอื ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
(2) วทิ ยฐานะเชีย่ วชาญและเชีย่ วชาญพิเศษ ผขู้ อตอ้ งผา่ นการประเมนิ ๓ ด้าน ดงั นี้
ที่ ตาแหนง่ การประเมินผลงาน
1 ครู ดา้ นท่ี ๑ ด้านทกั ษะการจัดการเรียนรแู้ ละการจดั การชั้นเรยี น
(เชน่ เดียวกันกบั วิทยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ)
ด้านที่ 2 ด้านผลลพั ธ์การเรียนรขู้ องผ้เู รยี น
(เช่นเดยี วกันกบั วทิ ยฐานะชานาญการและชานาญการพเิ ศษ)
ดา้ นที่ ๓ ดา้ นผลงานทางวชิ าการ พิจารณาจาก
๑. วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็นงานวิจัยเก่ียวกับการจัดการ
เรียนรู้ หรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะท่ีขอรับการประเมนิ จานวน ๑ รายการ ในรปู แบบไฟล์ PDF
๒. วิทยฐานะครูเชีย่ วชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับ
การจัดการเรียนรู้ และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติ
ที่คาดหวัง ตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับการประเมิน จานวนอย่างละ ๑ รายการ
ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่บทความวิจัย
ใ น ว า ร ส า ร วิ ช า ก า ร ท่ี อ ยู่ ใ น ฐ า น ข้ อ มู ล ข อ ง ศู น ย์ ดั ช นี ก า ร อ้ า ง อิ ง วารสารไทย
หรือ Thai-Journal Citation Index Centre (TCI) กลุ่ม ๑ หรือ กลุ่ม ๒ โดยให้ส่ง
บทความวจิ ยั ทต่ี ีพมิ พเ์ ผยแพรใ่ นรูปแบบไฟล์ PDF ด้วย
-9-
ที่ ตาแหน่ง การประเมินผลงาน
ท้ังนี้ ผลงานทางวิชาการที่ผู้ขอเสนอ ต้องเป็นผลงานในช่วงที่ดารงตาแหน่ง
และวทิ ยฐานะท่ดี ารงอยูใ่ นช่วงระยะเวลาย้อนหลัง ๔ ปี หรือ ๓ ปี แล้วแต่กรณี
ตามเง่ือนไขการลดระยะเวลาในการดารงวิทยฐานะ ของผู้ขอเล่ือนวิทยฐานะ
นับถึงวันที่ย่ืนคาขอ และต้องไม่เป็นผลงานทางวิชาการที่ใช้เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษา
เพ่ือรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือเป็นผลงานทางวิชาการที่เคยใช้
เพอ่ื เลือ่ นตาแหนง่ หรือเพอ่ื ให้มวี ิทยฐานะหรือเลอื่ นวทิ ยฐานะมาแล้ว
2 ศกึ ษานเิ ทศก์ ดา้ นท่ี ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
หรอื หนว่ ยการศึกษา
(เช่นเดยี วกนั กับวทิ ยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ)
ด้านท่ี ๒ ดา้ นผลลพั ธ์ในการพฒั นาการนเิ ทศการศกึ ษา
(เช่นเดียวกนั กับวิทยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ)
ด้านที่ 3 ดา้ นผลงานทางวชิ าการ พจิ ารณาจาก
1) วทิ ยฐานะศึกษานเิ ทศก์เช่ยี วชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นผลงาน
วิจยั เกย่ี วกบั การพฒั นาการนิเทศการศกึ ษา หรอื นวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษา
ท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับ
การประเมนิ จานวน 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF
2) วทิ ยฐานะศึกษานเิ ทศกเ์ ช่ยี วชาญพิเศษ ตอ้ งมีผลงานทางวิชาการซงึ่ เป็นผลงาน
วิจัยเกย่ี วกบั การพฒั นาการนเิ ทศการศกึ ษา และนวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษา
ที่ แสดงให้ เห็ นถึ งระดั บการปฏิ บั ติ ท่ี คาดหวั งตามมาตรฐานวิ ทยฐานะที่ ขอรั บ
การประเมิน จานวนอย่างละ 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องได้รับ
ก า ร ตี พิ ม พ์ เ ผ ย แ พ ร่ บ ท ค ว า ม วิ จั ย ใ น ว า ร ส า ร วิ ช า ก า ร ที่ อ ยู่ ใ น ฐ า น ข้ อ มู ล
ของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ Thai-Journal Citation Index Centre (TCI)
กล่มุ ๑ หรือ กลมุ่ ๒ โดยให้ส่งบทความวิจัยท่ีตพี มิ พเ์ ผยแพร่ในรปู แบบไฟล์ PDF ดว้ ย
ท้ังน้ี ผลงานทางวิชาการที่ผู้ขอเสนอ ต้องเป็นผลงานในช่วงท่ีดารงตาแหน่ง
และวิทยฐานะท่ีดารงอยู่ ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 4 ปี หรือ 3 ปี แล้วแต่กรณี
ตามเง่ือนไขการลดระยะเวลาในการดารงวิทยฐานะของผู้ขอเล่ือนวิทยฐานะ
นับถึงวันที่ย่ืนคาขอและต้องไม่เป็นผลงานทางวิชาการท่ีใช้เป็นส่วนหน่ึง
ของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด ๆ หรือเป็นผลงานทางวิชาการ
ทีเ่ คยใช้เพือ่ เลอื่ นตาแหน่งหรอื เพื่อให้มวี ิทยฐานะ หรือเลื่อนวทิ ยฐานะมาแล้ว
3 ผอ.ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก ดา้ นที่ ๑ ดา้ นทกั ษะการวางแผนพัฒนาสถานศกึ ษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือ
รอง ผอ.สถานศึกษา หรอื นวตั กรรมทางการบริหาร
ผอ.สถานศึกษา (เช่นเดียวกันกับวิทยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ)
ด้านที 2 ดา้ นผลลพั ธ์ในการพฒั นาการบรหิ ารสถานศึกษา
(เช่นเดยี วกันกบั วทิ ยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ)
- 10 -
ที่ ตาแหน่ง การประเมินผลงาน
ดา้ นที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ พจิ ารณาจาก
1. วิทยฐานะระดับเช่ียวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็นผลงานวิจัย
เก่ียวกบั การพัฒนาสถานศึกษา หรือนวัตกรรมทางการบริหารสถานศึกษา ท่ีแสดง
ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ร ะ ดั บ ก า ร ป ฏิ บั ติ ที่ ค า ด ห วั ง ต า ม ม า ต ร ฐ า น วิ ท ย ฐ า น ะ ที่ ข อ รั บ
การประเมนิ จานวน 1 รายการ ในรปู แบบไฟล์ PDF
2. วทิ ยฐานะผูอ้ านวยการเช่ียวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการซ่ึงเป็นผลงาน
วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสถานศึกษา และนวัตกรรมทางการบริหารสถานศึกษาที่แสดง
ใหเ้ ห็นถงึ ระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามมาตรฐานวทิ ยฐานะท่ขี อรบั การประเมิน
จานวนอย่างละ 1 รายการในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์
เผยแพร่บทความวิจัยในว ารสารวิชาการท่ีอยู่ในฐ านข้อมูลของศูนย์ดัชนี การ
อ้างอิงวารสารไทย หรือ Thai-Journal Citation Index Centre (TCI) กลุ่ม ๑
หรือ กลมุ่ ๒ โดยให้ส่งบทความวจิ ัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในรปู แบบไฟล์ PDF ด้วย
ทั้งน้ี ผลงานทางวิชาการที่ผู้ขอเสนอ ต้องเป็นผลงานในช่วงท่ีดารงตาแหน่ง
และวิทยฐานะที่ดารงอยู่ ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 4 ปี หรือ 3 ปี แล้วแต่กรณี
ตามเงื่อนไขการลดระยะเวลาในการดารงวิทยฐานะของผู้ขอเลื่อนวิทยฐานะ
นับถึงวันที่ย่ืนคาขอ และต้องไม่เป็นผลงานทางวิชาการที่ใช้เป็นส่วนหนึ่ง
ของการศึกษาเพ่ือรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด ๆ หรือเป็นผลงานทางวิชาการ
ท่ีเคยใชเ้ พือ่ เลื่อนตาแหน่งหรือเพ่อื ใหม้ ีวิทยฐานะหรอื เลื่อนวิทยฐานะมาแล้ว
หมายเหตุ ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ รอง ผอ.สถานศึกษา ขอประเมินได้
เฉพาะวทิ ยฐานะเช่ยี วชาญ
2.3 คณะกรรมการประเมนิ ผลงาน
ให้นายก อปท. แต่งตั้งจากบัญชีรายช่ือผู้ทรงคุณวุฒิท่ี ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กาหนด จานวน ๓ คน
ตอ่ ผขู้ อ ๑ ราย ทัง้ น้ี การกาหนดบญั ชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ และการแตง่ ต้งั คณะกรรมการประเมิน ให้ดาเนินการ
ผ่านระบบ DPA ตามท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด ดังนี้
(1) วทิ ยฐานะชานาญการและชานาญการพิเศษ
ท่ี ตาแหน่ง คณะกรรมการประเมินผลงาน
1 ครู คณะกรรมการประเมินด้านท่ี ๑ ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
และด้านที่ ๒ ด้านผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ของผเู้ รยี น
2 ศกึ ษานเิ ทศก์ คณะกรรมการประเมิน ด้านท่ี ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา
กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา หรือ การพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษาหรือหน่วยการศกึ ษาและดา้ นท่ี ๒ดา้ นผลลพั ธ์ในการพฒั นาการนเิ ทศการศึกษา
3 ผอ.ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก คณะกรรมการประเมินด้านที่ ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา
รอง ผอ.สถานศกึ ษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือ หรือนวัตกรรมทางการบริหาร และด้านท่ี ๒ ด้านผลลัพธ์
ผอ.สถานศึกษา ในการพฒั นาการบรหิ ารสถานศึกษา
- 11 -
(2) วทิ ยฐานะเชยี่ วชาญและเช่ียวชาญพิเศษ
ที่ ตาแหนง่ คณะกรรมการประเมนิ ผลงาน
1 ครู คณะกรรมการประเมินดา้ นที่ ๑ ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการช้ันเรียน
ด้านท่ี ๒ ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และด้านที่ ๓ ด้านผลงาน
ทางวชิ าการ
2 ศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการประเมิน ด้านที่ ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศ
การศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา
หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยการศึกษา ด้านที่ ๒ ด้านผลลัพธ์
ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา และดา้ นที่ ๓ ดา้ นผลงานทางวิชาการ
3 ผอ.ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก คณะกรรมการประเมินด้านที่ ๑ ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์
รอง ผอ.สถานศกึ ษา การใช้เคร่ืองมือหรือนวัตกรรมทางการบริหาร ด้านที่ ๒ ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนา
การบริหารสถานศกึ ษา และด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวชิ าการ
ผอ.สถานศกึ ษา
หมายเหตุ ผอ.ศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็ก และรอง ผอ.สถานศกึ ษา เฉพาะวิทยฐานะเชย่ี วชาญ
2.4 เกณฑ์การตัดสนิ การประเมนิ ผลงาน
ท่ี ตาแหนง่ ชานาญการ ชานาญการพเิ ศษ เช่ียวชาญ เชย่ี วชาญพิเศษ
1 ครู ด้านท่ี ๑และด้านท่ี 2 ด้านที่ ๑และด้านที่ 2 ด้านที่ ๑ ด้านที่ ๒ ด้านที่ ๑ ด้านที่ ๒
ศกึ ษานิเทศก์ ต้ อ ง ไ ด้ ค ะ แ น น ต้ อ ง ไ ด้ ค ะ แ น น และด้านท่ี 3 ต้องได้ และดา้ นที่ 3ตอ้ งได้
ผอ.ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก จากกรรมการแต่ละคน จากกรรมการแต่ละคน คะแนนจากกรรมการ คะแนนจากกรรมการ
รองผอ.สถานศึกษา ไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ๖๕ ไมต่ า่ กวา่ รอ้ ยละ70 แต่ละคน ไม่ต่ากว่า แต่ละคนไม่ต่ากว่า
ผอ.สถานศึกษา ร้อยละ 75 ร้อยละ80
หมายเหตุ ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ รอง ผอ.สถานศึกษา เกณฑ์การตัดสินการประเมินผลงานใช้ได้
ถงึ วิทยฐานะเช่ียวชาญ
2.5 การแตง่ ตงั้ ใหม้ ีหรอื เล่อื นวทิ ยฐานะสงู ขึ้น
ให้นายก อปท. โดยความเห็นชอบของ ก.จ.จ. ก.ท.จ. ก.อบต.จังหวัด แล้วแต่กรณี ออกคาส่ัง
แตง่ ต้งั ขา้ ราชการหรอื พนักงานครูฯ ให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้น มีผลไม่ก่อนวันที่สถานศึกษาน้ัน หรือสานัก
การศึกษา/กองการศึกษา/ส่วนราชการด้านการศึกษา นั้น นาข้อมูลเข้าสู่ระบบ DPA ครบถ้วนสมบูรณ์
หรือกรณีปรับปรุงผลงานด้านผลงานทางวิชาการ ให้มีผลไม่ก่อนวันที่สถานศึกษาน้ันหรือสานักการศึกษา/
กองการศึกษา/ส่วนราชการด้านการศึกษา น้ัน นาข้อมูลผลงานทางวิชาการที่ปรับปรุงครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
เข้าสู่ระบบ DPA
- 12 -
2.6 การดาเนินการขอมวี ทิ ยฐานะและหรือเล่ือนวิทยฐานะสูงข้ึนในช่วงระยะเวลาเปล่ยี นผ่าน
ท่ี ตาแหนง่ การดาเนินการในช่วงระยะเวลาเปล่ยี นผา่ น
ครู 1. คาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะท่ีได้ย่ืนไว้ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิม
ศกึ ษานเิ ทศก์ (ฉบับปี พ.ศ. 255๐ หรือฉบับปี พ.ศ. 2561 แล้วแต่กรณี) ก่อนวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖5
ผอ.ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ ซ่ึงเป็นวันท่ีมาตรฐานท่ัวไปน้ีใช้บังคับแต่ยังดาเนินการไม่แล้วเสร็จให้ดาเนินการต่อไป
รองผอ.สถานศึกษา จนกว่าจะแล้วเสร็จ แต่หากประสงค์จะยื่นคาขอรับการประเมินตามมาตรฐานท่ัวไปน้ี
ผอ.สถานศกึ ษา ให้มีหนังสือแจ้งยกเลิกคาขอตามมาตรฐานท่ัวไปเดิมดังกล่าวก่อน สาหรับกรณีผู้ที่อยู่
ระหว่างการปรับปรงุ และแก้ไขผลงานตามมาตรฐานท่ัวไปเดมิ ดังกล่าว ก็ให้ดาเนินการต่อไป
จนแลว้ เสรจ็
2. ผู้ดารงตาแหน่งครู ท่ีได้ยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามมาตรฐาน
ทว่ั ไปเดิม (ฉบบั ปี พ.ศ. 255๐) ในชว่ งระยะเวลาเปลยี่ นผา่ นของมาตรฐานท่วั ไปเดิม
(ฉบับปีพ.ศ. 2561) ไปแล้ว หรือมิได้ใช้สิทธ์ิในการยื่นคาขอภายในระยะเวลาเปล่ียนผ่าน
ของมาตรฐานทั่วไปเดิม (ฉบับปี พ.ศ. 2561) ดังกล่าว จะไม่สามารถย่ืนคาขอมีวิทยฐานะ
หรอื เลื่อนวทิ ยฐานะตามมาตรฐานทัว่ ไปเดิม (ฉบบั ปี พ.ศ. 255๐) ได้อีก
3. ผู้ที่ประสงค์จะขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามมาตรฐานท่ัวไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 255๐ หรือฉบับปี พ.ศ. 2561 แล้วแต่กรณี ให้สามารถย่ืนคาขอได้
๑ ครั้ง ตามมาตรฐานทั่วไปใดมาตรฐานท่ัวไปหน่ึงเพียงมาตรฐานท่ัวไปเดียว
และวิทยฐานะเดยี ว ดังน้ี
3.1 กรณีผู้ดารงตาแหน่งครู ท่ีขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ
ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 255๐ ซ่ึงมีคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะ
หรือเลื่อนวิทยฐานะ ครบถ้วน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 ให้สามารถยื่นคาขอมี
หรือเล่ือนวิทยฐานะท่ีคุณสมบัติครบน้ันได้ ๑ ครั้ง เพียงวิทยฐานะเดียว ภายในวันท่ี
31 ตุลาคม 2566
3.2 กรณีผู้ดารงตาแหน่งครู ที่ ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ
ตามมาตรฐานทั่วไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 2561 ซึ่งมีคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะ
หรอื เลือ่ นวิทยฐานะครบถ้วน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 ให้สามารถย่ืนคาขอมี
หรือเล่ือนวิทยฐานะท่ีคุณสมบัติครบน้ันได้ ๑ คร้ัง เพียงวิทยฐานะเดียว ภายในวันท่ี
31 ตลุ าคม 2566
3.3 กรณีผู้ดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ รอง ผอ.สถานศึกษา และ ผอ.สถานศึกษา
ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2565 และได้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามมาตรฐาน
ท่ัวไปเดมิ ฉบับปี พ.ศ. 255๐ โดยมีคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ
ครบถ้วน ก่อนวันท่ี 1 ตุลาคม 2565 หรือต้ังแต่วันท่ี 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
ให้สามารถย่ืนคาขอมีหรือเล่ือนวิทยฐานะท่ีคุณสมบัติครบนั้นได้ ๑ คร้ัง
เพียงวทิ ยฐานะเดยี ว ในหว้ งระยะเวลาการยื่นคาขอหว้ งแรกภายหลังจากที่คุณสมบัติครบ
4. ผู้ท่ีประสงค์จะขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะตามมาตรฐานทั่วไปนี้
ในกรณดี งั ต่อไปน้ี
4.1 ผดู้ ารงตาแหน่งครู ที่มีคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ
ครบถ้วนตามมาตรฐานท่ัวไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 255๐ ภายหลังวันที่ 30 กันยายน
2566 ให้ขอประเมินเพ่ือมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามมาตรฐานทั่วไปน้ี
โดยนาผลการประเมินผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปี ติดต่อกัน
นับถึงวันที่ยื่นคาขอ (ตามแบบ วฐ.2 หรือ วฐ.2/1) ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน
ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 255๐ รวมกับผลการประเมินการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงตามมาตรฐานท่ัวไปน้ี เป็นคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อน
วทิ ยฐานะได้ 1 ครัง้ เพยี งวิทยฐานะเดยี ว โดยใหด้ าเนินการในแตล่ ะกรณีดงั น้ี
- 13 -
ท่ี ตาแหนง่ การดาเนนิ การในชว่ งระยะเวลาเปลย่ี นผา่ น
(1) กรณีการย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖7 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖6 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖7) ให้นาผลการประเมิน
ผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ีย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคาขอ
(ตามแบบ วฐ.2 หรือ วฐ.2/1) ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 2550 มารวมกับผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ในรอบการประเมิน
ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖6)
ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน จานวน ๑ รอบการประเมิน เพ่ือเป็นคุณสมบัติในการขอรับ
การประเมินได้
(2) กรณีการยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕68 (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖7 ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖8) ให้นาผลการประเมิน
ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันท่ียื่นคาขอ
(ตามแบบ วฐ.2 หรือ วฐ.2/1) ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน ตามมาตรฐานทั่วไปเดิม
ฉบบั ปี พ.ศ. 2550 มารวมกบั ผลการพฒั นางานตามข้อตกลง ในรอบการประเมนิ
ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖6)
และรอบการประเมินของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖6
ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖7) ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน ทั้ง 2 รอบการประเมิน
เพื่อเป็นคณุ สมบัตใิ นการขอรบั การประเมนิ ได้
(3) กรณีการย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖9 เป็นต้นไป จะต้องเป็นผู้ท่ีมีคุณสมบัติผู้ขอรับการประเมินครบถ้วน
ตามมาตรฐานทัว่ ไปใหมน่ ้ีเทา่ น้ัน
4.2 ผู้ดารงตาแหน่งครู ที่มีคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อน
วิทยฐานะครบถ้วนตามมาตรฐานท่ัวไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 2561 ภายหลังวันท่ี
30 กันยายน 2566 ให้ขอประเมินเพื่อมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ
ตามมาตรฐานทั่วไปน้ี โดยนาผลการประเมินผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ี
(3 ด้าน 13 ตัวชี้วัด) ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน ตามมาตรฐานทั่วไปเดิมฉบับปี พ.ศ. 2561
รวมกับผลการประเมินการพัฒนางาน ตามข้อตกลงตามมาตรฐานทั่วไปน้ี
เป็นคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะได้ 1 ครั้ง เพียงวิทยฐานะเดียว
โดยใหด้ าเนินการในแตล่ ะกรณีดงั น้ี
(1) กรณีการยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖7 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖6 ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖7) ให้นาผล
การประเมินผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ี (3 ด้าน 13 ตัวชี้วัด) ตามแบบ วฐ.2
ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสินย้อนหลัง 2 ปีการศึกษา ตามมาตรฐานทั่วไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 2561 มารวมกับผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ในรอบการประเมินของ
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖6)
ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน จานวน ๑ รอบการประเมิน เพ่ือเป็นคุณสมบัติในการขอรับ
การประเมินได้
- 14 -
ท่ี ตาแหนง่ การดาเนินการในชว่ งระยะเวลาเปลยี่ นผา่ น
ท้ังนี้ สาหรับผู้ท่ีมีคุณสมบัติผู้ขอรับการประเมินเป็นไปตามเงื่อนไข
การลดระยะเวลาในการดารงตาแหน่งตามมาตรฐานทั่วไปใหม่น้ี ให้นาผลการประเมิน
ผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ี (3 ด้าน 13 ตัวชี้วัด) ตามแบบ วฐ.2 ท่ีผ่านเกณฑ์
การตัดสินย้อนหลัง 1 ปีการศึกษา มารวมกับผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
ในรอบการประเมนิ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันที่
๓๐ กันยายน ๒๕๖6) ที่ผ่านเกณฑก์ ารตดั สิน จานวน ๑ รอบการประเมิน เพื่อเป็น
คณุ สมบตั ิในการขอรับการประเมินได้
(2) กรณีการย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕68 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖7 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖8) ให้นาผล
การประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (3 ด้าน 13 ตัวช้ีวัด) ตามแบบ วฐ.2
ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน ย้อนหลัง 1 ปีการศึกษา ตามมาตรฐานทั่วไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 2561 มารวมกับผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ในรอบ
การประเมินของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันที่
๓๐ กันยายน ๒๕๖6) และรอบการประเมินของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67
(วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖6 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖7) ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน
จานวน 2 รอบการประเมนิ เพอ่ื เป็นคุณสมบัติในการขอรบั การประเมินได้
(3) กรณีการยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖9 เป็นต้นไป จะต้องเป็นผู้ท่ีมีคุณสมบัติผู้ขอรับการประเมินครบถ้วน
ตามมาตรฐานทว่ั ไปใหม่นี้เท่าน้นั
4.3 ผู้ดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ รอง ผอ.สถานศึกษา และ ผอ.สถานศึกษา
ท่ีได้รับการแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งดังกล่าวอยู่ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖5
หากเป็นผทู้ ่ีมีคุณสมบัตทิ ่ีจะขอมีวิทยฐานะหรอื เลื่อนวิทยฐานะขอ้ 1 และข้อ 3 ครบถ้วน
ตามมาตรฐานท่ัวไปใหม่น้ี แต่มีคุณสมบัติข้อ 2 การพัฒนางานตามข้อตกลงไม่ครบ
ตามจานวนรอบการประเมนิ ท่กี าหนดไว้ โดยใหด้ าเนินการในแตล่ ะกรณี ดงั นี้
(1) กรณีการย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖7(วันที่ ๑ตลุ าคม๒๕๖6ถงึ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖7) ให้นาผลการประเมิน
ผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ีย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ย่ืนคาขอ
(ตามแบบ วฐ.2 หรือ วฐ.2/1) ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 2550 มารวมกับผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ในรอบการประเมิน
ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕66 (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖6)
ท่ีผ่านเกณฑ์การตัดสิน จานวน ๑ รอบการประเมิน เพื่อเป็นคุณสมบัติในการขอรับ
การประเมินได้
(2) กรณีการย่ืนคาขอมีวิทยฐานะหรือเล่ือนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕68(วันที่ ๑ตุลาคม๒๕๖7ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖8) ให้นาผลการประเมิน
ผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคาขอ
(ตามแบบ วฐ.2 หรือ วฐ.2/1) ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน ตามมาตรฐานท่ัวไปเดิม
ฉบับปี พ.ศ. 2550 มารวมกับผลการพฒั นางานตามขอ้ ตกลง ในรอบการประเมิน
- 15 -
ท่ี ตาแหนง่ การดาเนินการในชว่ งระยะเวลาเปลย่ี นผ่าน
ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖5 ถึงวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖6)
และรอบการประเมินของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 (วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖6 ถึงวันท่ี
๓๐กนั ยายน๒๕๖7) ทผี่ ่านเกณฑ์การตัดสิน ท้ัง 2 รอบการประเมิน เพื่อเป็นคุณสมบัติ
ในการขอรับการประเมินได้
(3) กรณีการยื่นคาขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖9 เป็นต้นไป จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติผู้ขอรับการประเมินครบถ้วน
ตามมาตรฐานทั่วไปใหมน่ ี้เท่านั้น
3. การดารงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชานาญการ หรือความเชี่ยวชาญ ในตาแหน่งและวิทยฐานะ
ทไี่ ดร้ ับการแตง่ ต้งั
กาหนดให้นาผลการประเมินข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ตามข้อ 1
มาเป็นเงื่อนไขในการการดารงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชานาญการ หรือความเช่ียวชาญ ในตาแหน่ง
และวิทยฐานะสาหรับผู้ดารงตาแหน่งตาแหน่งครู ศึกษานิเทศก์ ผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา และผูอ้ านวยการสถานศึกษา สังกัดองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
*********************************************************
- 16 -
ภาระงานของขา้ ราชการหรือพนักงานครแู ละบุคลากรทางการศึกษาองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
..................................................................................
1. ภาระงานตาแหนง่ ครู (ระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน)
๑.1 ภาระงาน หมายถึง จานวนช่ัวโมงสอนตามตารางสอน งานส่งเสริมและสนับสนุน
การจัดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
และงานตอบสนอง นโยบายและจดุ เน้น โดยมีรายละเอียด ดงั นี้
(๑) ช่ัวโมงสอนตามตารางสอน หมายถึง จานวนชั่วโมงสอนในรายวิชา/วิชา/สาขา/
กล่มุ สาระ การเรียนรู้ ทกี่ าหนดไว้ตามหลักสูตร การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมฟนื้ ฟูสมรรถภาพผู้เรียน
(๒) งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การปฏิบัติงาน
ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา เช่น การจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (IP)
การวดั และประเมิน ผลการเรียนรู้ การประเมนิ พัฒนาการเด็ก การสรา้ งและพฒั นาสอื่ การเรยี นการสอน เป็นต้น
(3) การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หมายถึง การรวมตัวของกลุ่มครู
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ต้ังแต่ 2 คนขึ้นไป เพ่ือร่วมมือร่วมใจกัน
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิไปท่ีผู้เรียนให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ่านกระบวนการทางานอย่างมืออาชีพ ตลอดจนร่วมดาเนินการวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ร่วมกัน
ร่วมกันดาเนินการ ร่วมสะท้อนผลการทางาน และร่วมพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพย่ิงข้ึน
อย่างตอ่ เนอ่ื ง จนเกดิ เปน็ วฒั นธรรมหรอื ชุมชนการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ซ่งึ กนั และกัน
(4) งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา หมายถึง งานส่งเสริม สนับสนุน
การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในด้านต่าง ๆ ท่ีส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
เช่น ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้าสายชั้น การประกันคุณภาพการศึกษา ช่วยปฏิบัติงาน
การบรหิ ารและจดั การศึกษา ไดแ้ ก่ งานวิชาการ งานบุคคล งานงบประมาณ และงานบรหิ ารทว่ั ไป เปน็ ตน้
(5)งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น หมายถึง การปฏิบัติงานที่ตอบสนอง
นโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ต้นสงั กดั
1.๒ จานวนชว่ั โมงภาระงานข้นั ต่า
ระดับการศกึ ษา/ประเภท จานวนช่วั โมงสอน จานวนช่ัวโมงภาระงานขน้ั ต่า
ตามตารางสอน (ข้อ ๑.๑) (ตามข้อ ๑.๑ และข้ออ่ืน ๆ)
ไม่ตา่ กว่า ๑๔ ช่ัวโมง/สัปดาห์
๑. ปฐมวยั ไม่ต่ากวา่ 6 ชัว่ โมง/สัปดาห์
ไมต่ ่ากว่า ๒๐ ช่ัวโมง/สปั ดาห์
๒. ประถมศกึ ษา
ไม่ต่ากว่า ๑๘ ช่วั โมง/สปั ดาห์
๓. มัธยมศึกษา ไมต่ า่ กว่า 1๒ ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ไม่ตา่ กวา่ ๒๐ ชัว่ โมง/สปั ดาห์
(รวมโรงเรยี นวัตถปุ ระสงคพ์ เิ ศษ หรอื โรงเรยี น
จดั การเรยี นรวม)
๔. การศึกษาพเิ ศษ
๔.๑ เฉพาะความพกิ าร และศนู ย์การศึกษาพิเศษ ไม่ต่ากว่า 6 ช่ัวโมง/สัปดาห์
๔.๒ ศึกษาสงเคราะห์ และราชประชานเุ คราะห์ ไม่ตา่ กว่า ๑๒ ช่ัวโมง/สัปดาห์
- 17 -
2. ภาระงานตาแหนง่ ครู (ระดบั อาชีวศกึ ษา)
2.๑ ภาระงาน หมายถงึ จานวนช่ัวโมงสอนตามตารางสอน งานส่งเสริมและสนับสนุน
การจัดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
และงานตอบสนอง นโยบายและจุดเนน้ โดยมีรายละเอียด ดงั นี้
(๑) ชั่วโมงสอนตามตารางสอน หมายถึง จานวนชัว่ โมงสอนในรายวิชา/วิชา/สาขา/
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ท่ีกาหนดไว้ตามหลักสูตรในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
และหรือหลกั สตู รวชิ าชพี ระยะสน้ั
(๒) งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การปฏิบัติงานท่ีเป็นประโยชน์
ต่อ การส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา เช่น การปฏิบัติงานสอนระดับปริญญา การส่งเสริม
การเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน การพัฒนาวิชาชีพ การประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง บุคคลในชุมชน
และสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียน การบริการสังคมด้านวิชาการและด้านวิชาชีพ เป็นต้น และการมีส่วนร่วม
ในชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ
(3) การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หมายถึง การรวมตัวของกลุ่มครู
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาที่เก่ียวข้อง ต้ังแต่ 2 คนข้ึนไป เพื่อร่วมมือ
ร่วมใจกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน โดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิไปท่ีผู้เรียน ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการทางานอย่างมืออาชีพ ตลอดจนร่วมดาเนินการวางแผนอย่างเป็นระบบ
ตั้งเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ร่วมกัน ร่วมกันดาเนินการ ร่วมสะท้อนผลการทางาน และร่วมพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ
การศึกษาใหม้ ีคุณภาพยิง่ ขึ้น อย่างต่อเน่อื ง จนเกิดเปน็ วฒั นธรรมหรอื ชมุ ชนการแลกเปลย่ี นเรยี นรซู้ งึ่ กันและกัน
(4) งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา หมายถึง งานส่งเสริม สนับสนุน
การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในด้านต่าง ๆ ท่ีส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
เช่น ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้าสายชั้น การประกันคุณภาพการศึกษา ช่วยปฏิบัติงาน
การบรหิ ารและจัดการศึกษา ไดแ้ ก่ งานวิชาการ งานบคุ คล งานงบประมาณ และงานบรหิ ารทว่ั ไป เปน็ ตน้
(5)งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น หมายถึง การปฏิบัติงานที่ตอบสนอง
นโยบาย และจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ตน้ สังกดั
๒.2 จานวนชั่วโมงภาระงานขัน้ ต่า
ระดับการศกึ ษา จานวนชัว่ โมงสอน จานวนชวั่ โมงภาระงานข้นั ต่า
ตามตารางสอน (ขอ้ ๑.๑) (ตามขอ้ ๑.๑ และขอ้ อนื่ ๆ)
หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.), ไม่ต่ากว่า ๑๒ ชวั่ โมง/สัปดาห์ หรอื ไม่ต่ากวา่ ๑๘ ชั่วโมง/สัปดาห์
หรอื ไมต่ า่ กว่า ๓๒๔ ชัว่ โมง/
ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชน้ั สูง (ปวส.) ไมต่ า่ กว่า ๒๑๖ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
ภาคเรยี น
และหลกั สตู รวิชาชพี ระยะสัน้
๑. ปฏบิ ัติการสอน
๒. ปฏิบัติการสอนและปฏิบตั หิ นา้ ท่ีหัวหน้าแผนกวิชา ไมต่ า่ กวา่ ๖ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ หรือ
หรอื หัวหน้างาน ไม่ตา่ กวา่ ๑๐๘ ชวั่ โมง/ภาคเรียน
๓. ปฏบิ ตั กิ ารสอนและปฏิบัตหิ น้าทค่ี รูทปี่ รกึ ษา ไม่ตา่ กวา่ ๑๐ ช่วั โมง/สัปดาห์ หรอื
ไม่ต่ากว่า ๑๘๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน
๔. ปฏิบัตกิ ารสอนและปฏบิ ตั ิหน้าท่ีครูพ่ีเลย้ี ง ไมต่ า่ กว่า 5 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ หรือ
ซ่ึงต้องดแู ลนกั เรยี นทพ่ี ักในหอพักของสถานศกึ ษา ไมต่ ่ากว่า ๑๐๘ ชั่วโมง/ภาคเรียน
๕. ปฏบิ ัติการสอนและปฏบิ ัติหนา้ ที่บรกิ ารงานวิชาชพี ไม่ต่ากว่า 5 ชว่ั โมง/สัปดาห์ หรือ
อบรมวิชาชพี สูช่ ุมชน ครนู เิ ทศในระบบทวิภาคี ไม่ต่ากวา่ ๑๐๘ ชวั่ โมง/ภาคเรียน
ครูนเิ ทศการฝึกงาน
- 18 -
3. ภาระงานตาแหน่งสายงานบริหารสถานศึกษา
3.๑ มีภาระงานด้านการบริหารวิชาการและความเปน็ ผนู้ าทางวิชาการ ด้านการบรหิ ารจดั การ
สถานศกึ ษา ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นวัตกรรม ด้านการบริหารงานชุมชนและเครือข่ายเต็มเวลา
และมีการพฒั นาตนเองและวิชาชพี
3.๒ ให้มกี ารปฏิบตั ิการสอนด้วย ซึ่งเปน็ ส่วนหน่งึ ของภาระงานด้านการบริหารวิชาการ
และความเป็นผู้นาทางวิชาการ โดยให้ผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา ปฏิบัติการสอนไม่ต่ากว่า
๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ และรองผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ปฏิบตั กิ ารสอนไมต่ ่ากว่า ๑๐ ชว่ั โมง/สัปดาห์
ทั้งน้ี การปฏิบัติการสอน ให้หมายถึง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนในสถานศกึ ษาอยา่ งใดอย่างหนงึ่ หรือหลายอยา่ ง ดังนี้
(๑) ปฏิบตั ิการสอนประจาวิชา
(2) ปฏบิ ตั ิการสอนรว่ มกบั ครูประจาชั้น/ประจาวิชา
(๓) สังเกตการสอนและสะท้อนผลการสอนร่วมกับครูในกิจกรรมเปิดชั้นเรียน
(Open Class)
(๔) เป็นผู้นากิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC)
ของสถานศึกษา
(๕) นิเทศการสอนเพ่อื เปน็ พเ่ี ล้ียงการจดั กจิ กรรมการเรียนร้ใู ห้กับครู
(๖) จัดกจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรู้และอบรมบ่มนิสยั ผู้เรียน
4. ภาระงานของตาแหน่งศึกษานเิ ทศก์
ผู้ดารงตาแหน่งศึกษานิเทศก์ มีภาระงานด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการส่งเสริม
และสนับสนุนการจดั การศกึ ษาเต็มเวลา และมีการพฒั นาตนเองและวิชาชีพ
…………………………….……………………………………………….……………
- 19 -
รูปแบบการจัดทาไฟลว์ ดี ิทศั น์
รูปแบบการจัดทาไฟลว์ ีดิทัศน์ สาหรบั ตาแหน่งครู
๑. ไฟล์วดี ิทัศนบ์ นั ทกึ การสอน กาหนดใหม้ ีรูปแบบการจดั ทาและคณุ ลกั ษณะที่สาคัญ ดังนี้
๑.๑ เป็นไฟล์วีดิทัศน์ที่ ครู ได้จัดทาข้ึนหลังจากที่ได้จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ใด
หน่วยการเรียนรู้หน่ึงแล้ว โดย ครู สามารถเลือกได้ว่าจะนาไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน ในห้องเรียนใด คาบใด
มานาเสนอการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ ตามระดับการปฏิบัติ ที่คาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมินได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ี วีดิทัศน์ที่นาเสนอต้องสามารถสะท้อน
สมรรถนะของครู ในการใช้ศาสตร์และศิลป์ในวิชาชีพครู หรือการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามประเด็น ท่ีท้าทาย
ในการจัดการเรียนรู้ ตามบริบทของสถานศึกษาที่ได้ทาข้อตกลงในการพัฒนางานไว้กับผู้อานวยการสถานศึกษา
ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงการออกแบบการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมระหว่างการจัดการเรียนรู้ การจัดสภาพแวดล้อม
บรรยากาศ ในการเรยี นรู้ การมสี ่วนร่วมของผเู้ รียน การวัดและประเมินผล โดยมุง่ เน้นผลลัพธก์ ารเรียนรู้ของผเู้ รียนเป็นสาคัญ
๑.๒ การถ่ายทาวีดิทศั น์บันทกึ การสอน กาหนดให้มีรูปแบบและลักษณะสาคัญทางเทคนิค ดังนี้
(๑) รูปแบบการจดั ทาไฟล์วีดทิ ัศน์บนั ทึกการสอน ตอ้ งเปน็ การบันทึกระหว่างปฏิบัติการจัดการเรียนรู้
ตามสภาพจริงในสถานที่จัดการเรียนรู้ ท้ังในรูปแบบห้องเรียนท่ัวไป หรือห้องเรียนนอกสถานท่ี หรือการจัดการเรียนรู้
ในรูปแบบอื่น ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ห้องเรียนออนไลน์ เป็นต้น โดยให้ใช้กล้องถ่ายทาแบบตัวเดียว
(Single video camera) อาจมีผู้ช่วยในการบันทึกได้ สามารถปรับหรือเล่ือนมุมกล้องได้ตามความเหมาะสม สามารถ
ดึงภาพให้ใกล้หรือไกล (Zoom) หรือหมุนกล้องซ้าย-ขวา (Panning) ได้ แต่ไม่มีการเดินกล้องตามครูหรือนักเรียน
ไม่มีการหยุดการถ่ายทา (One - Take recording) เน้นภาพท่ีเห็นภาพรวมการสอนของครู พฤติกรรมของผู้เรียน
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน สอ่ื การเรียนการสอน บรรยากาศชั้นเรียน ไม่มีส่วนนาใด ๆ ของวีดิทัศน์ (No Title)
ไม่มีดนตรีประกอบหรือสอดแทรก (ยกเว้น เสียงอันเกิดจากกิจกรรมการจัดการเรียนรู้) ไม่มีการตัดต่อ (Un - Editing)
และไม่มีการแต่งเติมภาพด้วยเทคนิคหรือวิธีการใด ๆ ท้งั สนิ้
การตั้งกล้องในการถ่ายทาสามารถตั้งกล้องมุมใดของสถานที่จัดการเรียนรู้ก็ได้ ตามบริบท
ในการจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม โดยสามารถดึงภาพให้ใกล้หรือไกล (Zoom) เพื่อแสดงให้เห็นภาพรวม
ทั้งห้องหรือสถานท่ีในการจัดการเรียนรู้ได้ชัดเจนมากท่ีสุด โดยการถ่ายทาภาพและเสียงของครูและนักเรียน
ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้องมีความชัดเจนมากพอท่ีจะแสดงให้เห็นและเข้าใจสภาพบรรยากาศการจัด กิจกรรม
การเรียนรู้ของครูได้อย่างแม่นตรง ตามสภาพการจัดการเรียนรู้จริง โดย ครู อาจใช้ไมโครโฟน ในระหว่างการสอน/
การจดั การเรยี นรู้ดว้ ยกไ็ ด้ นอกจากน้ีให้คานึงถงึ แสงสวา่ งของพ้ืนที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะทาให้เห็นภาพ
ท่ชี ดั เจนและเข้าใจสภาพการจัดการเรยี นรู้ตามสภาพจรงิ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
กรณีท่ี ครู มีความจาเป็นต้องนาเสนอการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ ให้ดาเนินการ
ตามรูปแบบข้างต้น โดยให้มีการบันทึกภาพและเสียงผ่านโปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สอน/จัดการเรียนรู้
ตลอดคาบการสอน
(๒) เน้ือหาของไฟล์วีดิทัศน์ อาจได้มาจากการเปิดช้ันเรียนตามปกติ หรือตามกระบวนการ
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพท่ีเป็นธรรมชาติ เน้นการถ่ายภาพหรือบันทึกภาพที่ให้เห็นภาพองค์รวม
ของผู้เรียนครบทุกคน บรรยากาศสถานที่จัดการเรียนรู้ กิจกรรมเริ่มต้นต้ังแต่ครูเร่ิมจัดการเรียนรู้จนสิ้นสุด
กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยสมบูรณ์ของครู โดยให้ยึดตามแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องใดเร่ืองหนึ่งเป็นสาคัญ
สาหรับความยาวของไฟล์วดี ทิ ศั นใ์ หเ้ ปน็ ไปตามเงื่อนไขการกาหนดเวลาของคาบการสอนของสถานศกึ ษา
(๓) ลกั ษณะสาคญั ทางเทคนคิ ของไฟลว์ ีดทิ ัศนบ์ นั ทึกการสอน
(๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถ
ประเมินไดต้ ามสภาพการจัดการเรยี นร้ทู เ่ี กิดขึน้ จรงิ
- 20 -
(๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ให้สามารถแปลงไฟล์อืน่ เป็นไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เปน็ การตดั ตอ่ )
(๓) ความยาวของไฟล์วีดิทัศน์ ให้เป็นไปตามแผนจัดการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนจริง หรือเป็นไปตาม
คาบการสอน ตามบริบทการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา โดยรวมแล้วไม่เกิน 50 นาที โดยให้ ครู
สง่ ไฟลว์ ีดทิ ัศนบ์ นั ทึกการสอน จานวน ๑ ไฟล์ เทา่ นั้น
๒. ไฟล์วีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ที่มา หรือแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้
ตามแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีเสนอ กาหนดใหม้ คี ุณลกั ษณะทส่ี าคญั ดังน้ี
๒.๑ เป็นไฟล์วีดิทัศน์ท่ีใช้ประกอบไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน ท่ีเปิดโอกาสให้ครูสามารถนาเสนอ
เบื้องหลังการทางานของครู ตามบริบทของนักเรียน ห้องเรียน สถานท่ีจัดการเรียนรู้ และวิชา/สาขาวิชา/
กลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีครูรับผิดชอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้พบสภาพปัญหาในการจัดการเรียนรู้ หรือมีแรงบันดาลใจ
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นการพัฒนาผู้เรียน กระบวนการ และผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่สะท้อนให้เห็นถึง
ระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับการประเมิน แสดงให้เห็นว่า เกิดผลการปฏิบัติท่ีดี
(Best practice) ตามไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอนท่ีเสนอการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ตามข้อ ๑ โดยอาจ
นาเสนอรอ่ งรอยการดาเนินการตามกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่เกิดจากการทางานร่วมกับเพ่ือนครู
ผ้บู รหิ าร ศึกษานเิ ทศก์ กลยุทธก์ ารออกแบบการพฒั นาและหรือการแก้ปัญหาผู้เรียน การใช้ส่ือ การวัดและประเมินผล
หรืออาจนาเสนอวธิ กี ารแก้ปญั หาหรอื การพัฒนาท่ปี ระสบความสาเร็จ (Intervention) กไ็ ด้
๒.๒ การถ่ายทาวีดิทัศน์ท่ีแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้
ตามแผนการจัดการเรียนร้ทู ่เี สนอ กาหนดให้มีรูปแบบ เน้ือหา และลักษณะสาคญั ทางเทคนิค ดังนี้
(๑) รปู แบบและเนอื้ หาของไฟล์วดี ทิ ศั นท์ ี่แสดงใหเ้ ห็นถึงสภาพปญั หา ที่มา หรือแรงบันดาลใจ
ในการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่เสนอ ต้องเป็นการบันทึกภาพครู ซึ่งเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ในไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน เป็นผู้นาเสนอจริงแบบปรากฏตัวและบรรยายด้วยตนเองเท่าน้ัน โดยการนาเสนอ
ให้เป็นลักษณะการอธิบายการปฏิบัติการสอนและการปฏิบัติงานของตนเอง และครูจะต้องรับผิดชอบและตระหนัก
ถึงจรรยาบรรณในการนาเสนอทกุ กรณี และต้องไม่ละเมดิ ทรพั ย์สินทางปัญญา ระหว่างการนาเสนอ หรือการบรรยาย
ให้มีการสอดแทรก (Insert) ภาพนงิ่ หรือภาพเคล่ือนไหวได้ ต้องไม่มีส่วนนา (Title) ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพิเศษ
ที่สร้างข้ึน (No sound effect) ไม่มีการซ้อนตัวอักษรระหว่างการนาเสนอ ท้ังน้ี อาจใช้การนาเสนอผ่านโปรแกรม
การนาเสนอต่าง ๆ ไดแ้ ก่ โปรแกรม PowerPoint, Keynote, Google Slides หรือโปรแกรมการนาเสนออื่น ๆ กไ็ ด้
(๒) ลักษณะทางเทคนิคของไฟล์วีดิทัศน์ท่ีแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจ
ในการจดั การเรยี นรูต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ทเ่ี สนอ
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถ
ประเมนิ ไดต้ ามสภาพการจดั การเรียนรู้ทีเ่ กิดขึ้นจรงิ
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ให้สามารถแปลงไฟลอ์ น่ื เป็นไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เปน็ การตัดตอ่ )
๓) ความยาวของไฟล์วดี ิทัศน์ ไม่เกิน ๑๐ นาที
๓. ไฟลด์ จิ ทิ ัลผลลัพธก์ ารเรียนรขู้ องผูเ้ รียนตามแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ีเสนอ
กาหนดใหม้ รี ูปแบบ เน้อื หา และลกั ษณะทางเทคนิค ดงั นี้
๓.๑ ไฟล์ดิจิทัลผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นไฟล์วีดิทัศน์ท่ีครู
ได้นาเสนอผลงานหรือผลการปฏิบัติของผู้เรียนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ในการจัดการเรียนรู้
เพ่อื การพัฒนาผู้เรียน อาจปรากฏในคาบหรือภายหลังจากการจัดการเรียนรู้น้ัน ซึ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
อาจมีความเชอ่ื มโยงกับประเด็นท้าทายที่ได้ทาข้อตกลง
- 21 -
ในการพัฒนางานไวก้ บั ผู้อานวยการสถานศึกษา โดยไฟล์วดี ิทศั น์ดังกล่าวให้มีรายละเอียดขององค์ประกอบย่อย
ทีใ่ ชเ้ ป็นตวั ชี้วัดความสาเรจ็ จากนน้ั ใหค้ รู นาเสนอผลงาน/ร่องรอย/ชน้ิ งานของผ้เู รยี นในกล่มุ เป้าหมายที่สอดคล้องกับ
วัตถุประสงคใ์ นการจัดการเรยี นรู้ เพ่ือการพัฒนาผู้เรียน ซ่ึงอาจจะสาเร็จมากหรือสาเร็จน้อยก็ได้ แต่ให้นาเสนอ
อย่างน้อยร้อยละ ๗๕ ของกลุ่มเป้าหมาย อย่างสมเหตุสมผล น่าเชื่อถือ โดยผลงานของผู้เรียนอาจมีได้หลากหลาย
รูปแบบ และนาเสนอผลงานของผู้เรียน เป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม ที่ประสบความสาเร็จและอาจนาเสนอ
ที่ยงั ไม่ประสบความสาเร็จ ซึง่ จะทาให้เหน็ ถึงผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขึ้นกบั ผเู้ รยี นได้อย่างเป็นรูปธรรม
๓.๒ การส่งไฟลด์ ิจิทัลผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ ให้ครู สามารถส่งผลงาน
หรอื ผลการปฏบิ ตั ขิ องผ้เู รียน ไดห้ ลายรปู แบบ เชน่ ไฟล์วดี ทิ ศั น์ ไฟลภ์ าพ หรือไฟล์ PDF รวมแล้วไม่เกิน ๓ ไฟล์ ดังนี้
(๑) กรณีเสนอไฟลว์ ีดทิ ศั น์ กาหนดใหม้ ีรปู แบบและลกั ษณะทางเทคนิค ดังนี้
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดทิ ศั น์ ต้องมภี าพและเสยี งที่ชัดเจนเพียงพอท่ีจะสามารถ ประเมินได้
ตามสภาพการจัดการเรียนรู้ทเี่ กิดขนึ้ จริง โดยสามารถตัดต่อได้ และสามารถใสค่ าบรรยายดา้ นล่าง ของวีดทิ ศั นไ์ ด้
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ให้สามารถแปลงไฟล์อ่ืนเปน็ ไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เปน็ การตัดต่อ)
๓) ความยาวของไฟลว์ ีดิทศั น์ ไม่เกิน ๑๐ นาที
(๒) กรณเี สนอเป็นไฟลเ์ อกสารในรปู แบบ PDF ตอ้ งมจี านวนไม่เกิน ๑๐ หนา้
(๓) กรณีเสนอเป็นไฟล์รูปภาพ ให้เสนอเป็นไฟล์ JPG, PNG หรือ PDF จานวนไม่เกิน 10 หน้า
(ขนาด A4) โดยแต่ละหนา้ มีจานวนไมเ่ กิน 6 ภาพ พรอ้ มคาอธบิ ายใตร้ ูปภาพ
ท้ังน้ี ในการส่งไฟล์ดิจิทัลดังกล่าว หากส่งเป็นไฟล์วีดิทัศน์ให้ส่งได้เพียง ๑ ไฟล์ และสามารถ
ส่งไฟล์เอกสาร หรือไฟล์รูปภาพ ได้อีกไม่เกิน ๒ ไฟล์ หากจะเสนอเป็นไฟล์ดิจิทัลที่ไม่ใช้ไฟล์วีดิทัศน์สามารถ
ส่งได้ไม่เกนิ ๓ ไฟล์
รปู แบบการจัดทาไฟล์วดี ิทัศน์ สาหรบั ตาแหน่งผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
๑. ไฟล์วีดิทัศน์การพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมทางการบริหาร
ตามแผนพฒั นาสถานศกึ ษา กาหนดใหม้ ีรปู แบบการจดั ทาและคณุ ลกั ษณะท่ีสาคญั ดงั น้ี
๑.๑ เป็นไฟล์วิดีทัศน์ท่ีผู้บริหารสถานศึกษาได้จัดทาข้ึนภายหลังจากที่ได้กาหนดแผนพัฒนา
สถานศึกษาแล้ว โดยนาเสนอกระบวนการคิด รูปแบบ การใช้กลยุทธ์ หรือเครื่องมือหรือนวัตกรรมการบริหาร
ในการดาเนินการตามแผนพัฒนาสถานศึกษาให้บรรลุผลและประสบผลสาเร็จ แสดงให้เห็นถึงประเด็นปัญหา
หรอื ประเดน็ การพัฒนา การแก้ปัญหาสถานศึกษา ทั้งนี้ วีดิทัศน์ที่นาเสนอต้องสะท้อนระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา แรงบันดาลใจ กรอบแนวคิด
ปรัชญาในการกาหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาสถานศึกษา การออกแบบกลยุทธ์การบริหาร การระดมทรัพยากร
เพื่อการบริหาร การทางานตามหลักธรรมาภิบาล การจัดการตามกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
การสรา้ งการมีสว่ นร่วมของครู ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ ผเู้ ชี่ยวชาญ ในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน ครู และชุมชน
การปฏบิ ัติท่ีดจี ากการบรหิ ารสถานศกึ ษา การประเมนิ และปรบั ปรงุ การบริหารสถานศึกษาอยา่ งเปน็ ระบบ
๑.๒ การถา่ ยทาและการนาเสนอไฟล์วดี ทิ ศั นก์ ารพฒั นาการบริหารสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้ เคร่ืองมือ
หรือนวตั กรรมทางการบรหิ าร กาหนดใหม้ รี ูปแบบและลกั ษณะสาคัญทางเทคนิค ดังนี้
(๑) รูปแบบการถ่ายทาไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นการบันทึก ณ สถานศึกษาท่ีปฏิบัติงานจริง
โดยฉากหลังจะต้องไม่มีบุคคลอื่นใดมาร่วมนาเสนอ ในการนาเสนออาจใช้สื่อช่วยในลักษณะของภาพน่ิง
ข้อความ สัญลักษณ์ ภาพเคลื่อนไหว และอาจมีการสอดแทรก (Insert) ภาพ หรือนาเสนอในรูปแบบ PowerPoint
ด้วยก็ได้ โดยการนาเสนอให้ใช้การพูดหรือนาเสนอเป็นภาษาไทยด้วยตนเองเท่าน้ัน การถ่ายทาให้ใช้กล้องถ่ายทา
แบบตวั เดยี ว (Single video camera)
- 22 -
อาจมีผู้ช่วยในการบันทึกได้ ไม่มีส่วนนาใด ๆ ของไฟล์วีดิทัศน์ (No Title) ไม่มีดนตรีประกอบหรือสอดแทรก
ไม่มีการหยุดการถ่ายทา (One - Take recording) ไม่มีการตัดต่อ (Un - Editing) ไม่มีการแต่งเติมภาพ (No effect)
ดว้ ยเทคนคิ หรือวธิ ีการใด ๆ และต้องไมใ่ ชเ้ ทคนคิ ใด ๆ ในการถ่ายทาทงั้ สิ้น
(๒) ลักษณะสาคญั ทางเทคนิคของไฟลว์ ดี ิทัศน์
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงท่ีชัดเจนเพียงพอท่ีจะสามารถประเมินได้
ตามสภาพการปฏบิ ัติงานทีเ่ กดิ ขึ้นจริง
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ใหส้ ามารถแปลงไฟลอ์ ่ืนเป็นไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เป็นการตัดต่อ)
๓) ความยาวของไฟลว์ ีดทิ ศั น์ ไม่เกิน ๑๕ นาที
ทั้งนี้ ให้ส่งไฟล์วีดิทัศน์การพัฒนาการบริหารสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือ
หรือนวัตกรรมทางการบริหาร จานวน ๑ ไฟล์ เทา่ นน้ั
๒. ไฟล์วีดทิ ัศนก์ ารนาเสนอผลลพั ธ์ในการพฒั นาการบรหิ ารสถานศึกษา
๒.๑ เป็นไฟล์วีดิทัศน์ท่ีแสดงให้เห็นถึงผลงานหรือผลการปฏิบัติของครู หรือผลการพัฒนาคุณภาพ
สถานศกึ ษา ท่มี กี ารเปลยี่ นแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หรือมีการพัฒนามากข้ึน หรือเป็นต้นแบบ หรือเกิดนวัตกรรม
การบริหาร หรอื การจัดการท่ีเป็นแบบอย่างที่ดี (Best practice) โดยมีร่องรอยหลักฐานเชิงประจักษ์ซ่ึงแสดงผลลัพธ์
(Outcomes) จากการพฒั นาการบรหิ ารสถานศึกษาทสี่ ่งผลตอ่ คณุ ภาพผเู้ รยี น ครู และสถานศึกษา อยา่ งเปน็ รปู ธรรม
๒.๒ การถ่ายทาวีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา กาหนดให้มีรูปแบบ
เนือ้ หา และลกั ษณะสาคญั ทางเทคนิค ดงั นี้
(๑) รูปแบบและเนื้อหาของไฟล์วีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหาร
สถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นาเสนอแบบปรากฏตัวและบรรยายด้วยตนเองเท่าน้ัน โดยการนาเสนอ
ให้เป็นลักษณะการอธิบายการปฏิบัติงานของตนเอง สะท้อนผลลัพธ์ของการบริหารท่ีเกิดข้ึนกับนักเรียน ครู
ผู้ปกครอง ชุมชน และภาพรวมของสถานศึกษา อาจนาเสนอร่องรอยช้ินงาน/ผลงานที่เป็นผลลัพธ์ ผลกระทบ
จากการบริหาร ที่มีพัฒนาการสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา โดยผลงานของผู้บริหาร
สถานศึกษา อาจมีได้หลากหลายรูปแบบ และควรเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา
ผลงานควรจะนาเสนอให้เห็นในส่วนที่ประสบความสาเร็จและอาจนาเสนอในส่วนที่ยังไม่ประสบความสาเร็จด้วย
ท้ังนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องรับผิดชอบและตระหนักถึงจรรยาบรรณในการนาเสนอทุกกรณี และต้องไม่ละเมิด
ทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างการบรรยายให้มีการสอดแทรก (Insert) ภาพน่ิง หรือภาพเคล่ือนไหวได้ ต้องไม่มีส่วนนา
(Title) ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพิเศษท่ีสร้างข้ึน (No sound effect) ไม่มีการซ้อนตัวอักษรระหว่างการนาเสนอ
แต่อาจใชก้ ารนาเสนอผ่านโปรแกรมการนาเสนอได้ ได้แก่ PowerPoint, Keynote, Google Slides หรอื อน่ื ๆ
(๒) ลักษณะสาคัญทางเทคนิคของไฟลว์ ดี ทิ ัศน์การนาเสนอผลลัพธ์ในการพัฒนาการบรหิ ารสถานศึกษา
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถ
ประเมินได้ตามสภาพการปฏิบัติงานท่ีเกิดขึ้นจริง โดยสามารถตัดต่อได้ และสามารถใส่คาบรรยายด้านล่าง
ของวดี ิทศั น์ได้
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ใหส้ ามารถแปลงไฟล์อืน่ เปน็ ไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เป็นการตดั ต่อ)
๓) ความยาวของไฟล์วีดิทัศน์ ไม่เกิน 10 นาที โดยให้ส่งไฟล์วีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์
ในการพฒั นาการบริหารสถานศึกษา จานวน 1 ไฟล์ เท่าน้ัน
- 23 -
รปู แบบการจัดทาไฟลว์ ดี ิทศั น์ สาหรับตาแหน่งศึกษานเิ ทศก์
๑. ไฟล์วีดิทัศน์พัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา
หรือพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา กาหนดให้มีรูปแบบการจัดทาและคุณลักษณะ
ทสี่ าคัญ ดังน้ี
๑.๑ เป็นไฟล์วีดิทัศน์ท่ีศึกษานิเทศก์ได้จัดทาขึ้นภายหลังจากที่ได้มีการกาหนดแผนพัฒนาการนิเทศ
การศกึ ษาแล้ว โดยใหน้ าเสนอกระบวนการคดิ รูปแบบ การใช้กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา
ในการดาเนินการตามแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษาให้บรรลุผลและประสบผลสาเร็จ แสดงให้เห็นถึงประเด็น
ปัญหาหรือประเด็นการพัฒนา การแก้ปัญหาของผู้รับการนิเทศ ท้ังนี้ วีดิทัศน์ท่ีนาเสนอ ต้องสะท้อนระดับ
การปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน สมรรถนะของศึกษานิเทศก์ แรงบันดาลใจ
กรอบแนวคิด ปรัชญาในการกาหนดวิสัยทัศน์การนิเทศการศึกษา การออกแบบกลยุทธ์การนิเทศ การทางาน
ตามหลักธรรมาภิบาล การจัดการตามกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การสร้างการมีส่วนร่วมของครู
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ ผู้เชี่ยวชาญ ในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน ครู และชุมชน
การปฏบิ ตั ิที่ดจี ากการนเิ ทศการศึกษา การประเมินและปรับปรงุ การนเิ ทศการจดั การเรียนร้อู ยา่ งเปน็ ระบบ
๑.๒ การถ่ายทาและการนาเสนอไฟล์วีดทิ ัศน์การพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา กาหนดให้มี
รปู แบบและลกั ษณะสาคัญทางเทคนคิ ดงั น้ี
(๑) รูปแบบการถ่ายทาไฟล์วีดิทัศน์ เป็นการบันทึก ณ สถานศึกษาท่ีปฏิบัติงานจริง โดยฉากหลัง
จะต้องไม่มีบุคคลอ่ืนใดมาร่วมนาเสนอ ในการนาเสนออาจใช้สื่อช่วยในลักษณะของภาพน่ิง ข้อความ
สัญลักษณ์ ภาพเคลื่อนไหว และอาจมีการสอดแทรก (Insert) ภาพ หรือนาเสนอในรูปแบบ PowerPoint
ด้วยก็ได้ โดยการนาเสนอให้ใช้การพูดหรือนาเสนอเป็นภาษาไทยด้วยตนเองเท่าน้ัน การถ่ายทาให้ใช้กล้อง
ถ่ายทาแบบตัวเดียว (Single video camera) อาจมีผู้ช่วยในการบันทึกได้ ไม่มีส่วนนาใดๆ ของไฟล์วีดิทัศน์
(No Title) ไม่มีดนตรีประกอบหรือสอดแทรก ไม่มีการหยุดการถ่ายทา (One - Take recording) ไม่มีการตัดต่อ
(Un - Editing) ไม่มีการแต่งเติมภาพ (No effect) ด้วยเทคนิคหรือวิธีการใด ๆ และต้องไม่ใช้เทคนิคใด ๆ
ในการถา่ ยทาท้ังสิ้น
(๒) ลักษณะสามญั ทางเทคนิคของไฟลว์ ดี ทิ ัศน์
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงท่ีชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถประเมินได้
ตามสภาพการปฏิบัตงิ านท่ีเกิดขน้ึ จริง
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ใหส้ ามารถแปลงไฟลอ์ ่ืนเปน็ ไฟล์ mp4 ได้ โดยไม่ถอื เปน็ การตดั ตอ่ )
๓) ความยาวของไฟล์วีดิทศั น์ ไมเ่ กนิ ๑๕ นาที
ทั้งนี้ ให้ส่งไฟล์วีดิทัศน์การพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือนวัตกรรม
หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
จานวน 1 ไฟล์ เทา่ นั้น
๒. ไฟล์วดี ิทศั น์การนาเสนอผลลัพธใ์ นการพัฒนาการนิเทศการศึกษา
๒.๑ เป็นไฟล์วีดีทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงผลงานหรือผลการปฏิบัติของผู้รับการนิเทศท่ีสะท้อนคุณภาพ
การจัดการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษา หรือผลการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา หรือหน่วยงานการศึกษา
ที่มีการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หรือมีการพัฒนามากขึ้น หรือเกิดนวัตกรรมการนิเทศการศึกษาท่ีเป็น
แบบอย่างท่ีดี (Best practice) โดยมีร่องรอยหลักฐานเชิงประจักษ์ซ่ึงแสดงผลลัพธ์ (Outcomes) จากการพัฒนา
การนเิ ทศการศกึ ษา ทส่ี ่งผลต่อคุณภาพผู้เรยี น ครู และสถานศกึ ษาหรอื หน่วยงานการศกึ ษา อย่างเป็นรูปธรรม
- 24 -
๒.๒ การถ่ายทาไฟล์วีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา กาหนดให้มีรูปแบบ
เนอ้ื หา และลกั ษณะสาคัญทางเทคนิค ดงั นี้
(๑) รูปแบบและเน้ือหาของไฟล์วีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา
ศึกษานิเทศก์เป็นผู้นาเสนอแบบปรากฏตัวและบรรยายด้วยตนเองเท่าน้ัน โดยการนาเสนอให้เป็นลักษณะการ
อธิบายการปฏิบัติงานของตนเองท่ีสะท้อนผลลัพธ์ของการนิเทศทางการศึกษาท่ีเกิดขึ้นกับนักเรียน ครู
ผู้ปกครอง ชุมชน และภาพรวมของสถานศึกษา อาจนาเสนอร่องรอยช้ินงาน/ผลงานที่เป็นผลลัพธ์ ผลกระทบ
จากการนิเทศการศึกษาท่ีมีพัฒนาการสอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา ซ่ึงผลงาน
ของศึกษานิเทศก์ อาจมีได้หลากหลายรูปแบบ และควรเช่ือมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาการนิเทศการศึกษา
ผลงานควรจะนาเสนอให้เห็นในส่วนท่ีประสบความสาเร็จ และอาจนาเสนอในส่วนท่ียังไม่ประสบความสาเร็จด้วย
ทั้งนี้ ศึกษานิเทศก์จะต้องรับผิดชอบและตระหนักถึงจรรยาบรรณในการนาเสนอทุกกรณี และต้องไม่ละเมิดทรัพย์สิน
ทางปัญญา ระหว่างการบรรยายให้มีการสอดแทรก (Insert) ภาพน่ิง หรือภาพเคลื่อนไหวได้ ต้องไม่มีส่วนนา (Title)
ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพิเศษที่สร้างข้ึน (No sound effect) ไม่มีการช้อนตัวอักษรระหว่างการนาเสนอ
แต่อาจใชก้ ารนาเสนอผ่านโปรแกรมการนาเสนอได้ ได้แก่ PowerPoint, Keynote, Google Slides หรืออืน่ ๆ
(๒) ลกั ษณะสาคัญทางเทคนคิ ของไฟลว์ ีดิทศั นก์ ารนาเสนอผลลพั ธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา
๑) ความละเอียดของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องมีภาพและเสียงที่ชัดเจนเพียงพอท่ีจะสามารถ
ประเมินได้ตามสภาพการปฏิบัติงานท่ีเกิดขึ้นจริง โดยสามารถตัดต่อได้ และสามารถใส่คาบรรยายด้านล่าง
ของวีดิทศั นไ์ ด้
๒) ประเภทของไฟล์วีดิทัศน์ ต้องเป็นไฟล์ mp4 (กรณีไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ mp4 ได้
ให้สามารถแปลงไฟลอ์ นื่ เปน็ ไฟล์ mp4 ได้ โดยไมถ่ อื เป็นการตดั ต่อ)
๓) ความยาวของวีดิทัศน์ ไม่เกิน ๑๐ นาที โดยให้ส่งไฟล์วีดิทัศน์การนาเสนอผลลัพธ์
ในการพฒั นาการนิเทศการศึกษา จานวน 1 ไฟล์ เทา่ นน้ั
-----------------------------------------------
- 25 -
แนวทางการประเมินผลงานเพอ่ื ขอมีวิทยฐานะหรอื เลือ่ นวทิ ยฐานะ
การประเมินผลงานเพ่ือขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามมาตรฐานทั่วไปฯ แบ่งเป็นการการประเมินเพื่อขอมี
หรอื เล่อื นวิทยฐานะสาหรับผดู้ ารงตาแหน่งครู ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา และศึกษานเิ ทศก์ ดังน้ี
การประเมนิ ผลงานเพอ่ื ขอมีวิทยฐานะหรือเลอื่ นวิทยฐานะ สาหรับผดู้ ารงตาแหนง่ ครู
1. การประเมนิ ผลงานดา้ นที่ 1 และ ดา้ นท่ี 2
ดา้ นท่ี 1 ด้านทกั ษะการจัดการเรยี นรู้และการจัดการชัน้ เรยี น
ดา้ นที่ 2 ดา้ นผลลัพธก์ ารเรียนร้ขู องผเู้ รียน
โดยจาแนกออกเป็น 5 ห้องเรียน มีองค์ประกอบการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน วิธีการประเมิน
และเกณฑก์ ารตดั สิน ดงั นี้
1.1 ห้องเรียนของผขู้ อรับการประเมนิ แบง่ เปน็ 5 หอ้ งเรยี น ดังนี้
(1) ห้องเรียนวิชาสามญั หรือวชิ าพืน้ ฐาน
(2) หอ้ งเรียนปฐมวัย
(3) หอ้ งเรยี นการศึกษาพิเศษ
(4) หอ้ งเรียนสายวิชาชีพ
(5) ห้องเรยี นการศึกษานอกระบบ/ ตามอัธยาศยั
1.2 องค์ประกอบการประเมิน
การประเมินดา้ นที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการช้นั เรยี น คะแนนเต็ม 40 คะแนน
แบง่ เปน็ 8 ตวั บ่งช้ี ดังนี้
(1) ผ้เู รียนสามารถเข้าถึงสง่ิ ที่เรยี นและเข้าใจบทเรียน
(2) ผู้เรียนสามารถเช่อื มโยงความรหู้ รอื ประสบการณเ์ ดิมกับการเรียนร้ใู หม่
(3) ผู้เรยี นไดส้ รา้ งความร้เู องหรอื ไดส้ รา้ งประสบการณ์ใหม่จากการเรยี นรู้
(4) ผู้เรยี นได้รบั การกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้
(5) ผเู้ รียนไดร้ ับการพัฒนาทักษะความเช่ียวชาญจากการเรยี นรู้
(6) ผู้เรียนได้รบั ข้อมูลสะท้อนกลับเพ่ือปรบั ปรุงการเรียนรู้
(7) ผเู้ รียนไดร้ ับการพัฒนาการเรยี นรใู้ นบรรยากาศชน้ั เรยี นท่เี หมาะสม
(8) ผ้เู รียนสามารถกากับการเรียนรูแ้ ละมีการเรียนร้แู บบนาตนเอง
การประเมนิ ดา้ นท่ี 2 ด้านผลลัพธก์ ารเรียนรขู้ องผู้เรียนคะแนนเตม็ 20 คะแนน แบง่ เป็น4 ตัวบ่งช้ี ดังน้ี
(1) ผลงานหรือผลการปฏบิ ัตเิ ป็นผลลพั ธท์ ่เี กิดขึ้นจากการจัดการเรียนร้ขู องครู
(2) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐาน (Basic Skills)
ตามวัยและลักษณะของผู้เรยี น
(3) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงความสามารถในการเรียนรู้ (Cognitive Abilities)
ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รียน
(4) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการบูรณาการทักษะในการทางาน (Cross - function Skills)
ตามวัยและลักษณะของผเู้ รยี น
- 26 -
1.3 เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Rubric)
ดา้ นที่ 1 ด้านทักษะการจดั การเรยี นร้แู ละการจัดการช้ันเรียน
1 คะแนน เมอื่ ปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 1 ขอ้
2 คะแนน เม่อื ปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามขอ้ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ 2 ข้อ
3 คะแนน
4 คะแนน เมอ่ื ปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏบิ ัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ทั้ง 3 ข้อ
5 คะแนน เมอ่ื ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ได้ท้งั 3 ขอ้
และปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ิตามขอ้ 4 หรอื ขอ้ 5 ได้ 1 ขอ้
เม่ือปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏบิ ัตติ ามขอ้ 1 ถึง ข้อ 3 ไดท้ ้ัง 3 ข้อ
และปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 4 และ ข้อ 5 ได้ท้ัง 2 ขอ้
ด้านที่ 2 ด้านผลลพั ธ์การเรียนรขู้ องผู้เรยี น
1 คะแนน เม่อื ปฏิบัตไิ ด้หรอื ปรากฏผลชดั เจน 1 ขอ้ จาก 5 ขอ้
2 คะแนน เมื่อปฏิบตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 2 ข้อ จาก 5 ขอ้
3 คะแนน เมื่อปฏบิ ตั ิได้หรือปรากฏผลชัดเจน 3 ข้อ จาก 5 ข้อ
4 คะแนน เมอ่ื ปฏิบตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 4 ข้อ จาก 5 ขอ้
5 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ัติได้หรือปรากฏผลชดั เจนทง้ั 5 ขอ้
1.4 วิธกี ารประเมินผลงาน ในการขอมีวทิ ยฐานะหรือเลื่อนวทิ ยฐานะ
ดา้ นท่ี 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการ
ประเมนิ ผลงานด้านท่ี 1 ดา้ นทักษะการจดั การเรยี นรู้และการจัดการชั้นเรยี น โดยพจิ ารณาจาก
(1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้จัดการเรียนรู้ ตามท่ีปรากฏในไฟล์วีดิทัศน์บันทึก
การสอนในวิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซ่ึงผู้ขอได้จัดทาข้ึนและนาไปใช้สอนจริงในช่วงที่ดารงตาแหน่งครู
หรอื ดารงวทิ ยฐานะ แล้วแตก่ รณี
(2) ไฟล์วดี ิทศั น์ จานวน 2 ไฟล์ ประกอบด้วย
1) ไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอนที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับการประเมิน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่เสนอตาม (1) โดยมีรูปแบบ
ตามท่ี ก.จ. ก.ท. หรอื ก.อบต. กาหนด
2) ไฟล์วีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้
ตาม (1)
ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการประเมินผลงาน
ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยพิจารณาจาก ผลงานหรือผลการปฏิบัติของผู้เรียน ที่ปรากฏภายหลัง
จากการจัดการเรียนรู้และการจัดการช้ันเรียน ตามไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน ท่ีเสนอไว้ในด้านท่ี 1
โดยใหน้ าเสนอในรปู แบบไฟล์ดจิ ทิ ลั เชน่ ไฟล์วีดิทัศน์ ไฟล์ภาพ หรือไฟล์ PDF
1.5 เกณฑก์ ารตดั สนิ
ผู้ผ่านการประเมินด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน และด้านท่ี 2
ด้านผลลพั ธก์ ารเรยี นรขู้ องผู้เรยี น จะต้องได้คะแนน ดงั นี้
วทิ ยฐานะครูชานาญการ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ตา่ กว่า ร้อยละ 65
วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ จะตอ้ งไดค้ ะแนนจากกรรมการแตล่ ะคนไมต่ า่ กว่า รอ้ ยละ 70
- 27 -
วิทยฐานะครเู ชยี่ วชาญ จะตอ้ งไดค้ ะแนนจากกรรมการแต่ละคนไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ 75
วทิ ยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ จะตอ้ งได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไมต่ ่ากว่า ร้อยละ 80
2. การประเมินผลงานด้านที่ 3 ดา้ นผลงานทางวิชาการ สาหรับวิทยฐานะครเู ชยี่ วชาญ และวิทยฐานะ
ครูเชีย่ วชาญพเิ ศษ มีองคป์ ระกอบการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน วิธีการประเมิน และเกณฑ์การตดั สนิ ดงั น้ี
2.1 องค์ประกอบการประเมินและเกณฑก์ ารให้คะแนน
การประเมนิ ผลงานและการให้คะแนน จาแนกออกเป็น 2 ส่วน จานวน 6 ตัวช้ีวดั ดังนี้
สว่ นท่ี 1 คณุ ภาพของผลงานทางวชิ าการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
(1) ความถูกต้องตามหลกั วิชาการ (20 คะแนน)
(2) ความคาดหวงั ในระดบั การปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานวิทยฐานะ (15 คะแนน)
1) วิทยฐานะครูเช่ียวชาญ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทย
ฐานะ ตอ้ งแสดงใหเ้ ห็นถงึ การคิดค้น ปรบั เปล่ยี นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ และเปน็ แบบอยา่ งที่ดี
2) วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
วิทยฐานะ ต้องแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การสร้างการเปล่ียนแปลง เผยแพรแ่ ละขยายผลในวงวชิ าชีพ และเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี
(3) ความสมบูรณข์ องเน้อื หาสาระ (10 คะแนน)
(4) การจดั ทา การพมิ พ์ รปู เล่ม และการเผยแพร่ (5 คะแนน)
สว่ นที่ 2 ประโยชนข์ องผลงานทางวิชาการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
(1) ประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู บคุ ลากรทางการศึกษา สถานศกึ ษา และชมุ ชน
(2) ประโยชน์ต่อความก้าวหน้าในวงวิชาชีพ ต้องสามารถปรับเปลี่ยนและสร้างการเปล่ียนแปลง
ในวงวิชาการและวงวชิ าชีพ ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะที่ขอรับการประเมนิ
2.2 วิธกี ารประเมินดา้ นท่ี 3 ดา้ นผลงานทางวิชาการ
ให้คณะกรรมการประเมินดาเนินการประเมินด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ โดยพิจารณา
ตามองค์ประกอบทง้ั 2 สว่ น ตามขอ้ 1
(1) วิทยฐานะครูเช่ียวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้
หรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ทขี่ อรับการประเมิน จานวน 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF
(2) วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้
และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ท่ีขอรับการประเมิน จานวนอยา่ งละ 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
บทความวิจัยในวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ Thai - Journal
Citation Index Centre (TCI) กลมุ่ 1 หรือ กล่มุ 2 โดยใหส้ ง่ บทความวิจัยทตี่ พี ิมพเ์ ผยแพรใ่ นรปู แบบไฟล์ PDF ดว้ ย
2.3 เกณฑก์ ารตัดสนิ
ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ ต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ากว่าร้อยละ ๗๕
สาหรับการขอเล่ือนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ และไม่ต่ากว่าร้อยละ ๘๐ สาหรับการขอเล่ือนเป็นวิทยฐานะ
ครเู ชี่ยวชาญพิเศษ
- 28 -
การประเมินเพ่ือขอมีวิทยฐานะหรอื เลอื่ นวทิ ยฐานะ สาหรบั ผ้ดู ารงตาแหน่งผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา
1. การประเมนิ ผลงานดา้ นที่ 1 และดา้ นที่ 2
ดา้ นที่ 1 ดา้ นทกั ษะการวางแผนพฒั นาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมอื หรือนวัตกรรม ทางการบริหาร
ดา้ นที่ 2 ด้านผลลัพธใ์ นการพฒั นาการบริหารสถานศึกษา
โดยจาแนกเป็น 2 ระดับ มีองค์ประกอบการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน วิธีการประเมิน
และเกณฑก์ ารตัดสิน ดังน้ี
1.1 การประเมนิ ผลงานผบู้ ริหารสถานศกึ ษาตามระดับการศึกษา
(1) ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ระดับการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
(2) ผู้บริหารสถานศึกษา ระดบั อาชีวศกึ ษา
1.2 องคป์ ระกอบการประเมิน
การประเมินด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือ
หรอื นวตั กรรมทางการบริหาร คะแนนเต็ม 40 คะแนน แบ่งเปน็ 8 ตวั บง่ ช้ี ดังน้ี
(1) มงุ่ ผลลพั ธผ์ เู้ รียนเป็นสาคญั
(2) มุ่งคณุ ภาพหลกั สูตรและคณุ ภาพผู้เรยี น
(3) มงุ่ พัฒนาสมรรถนะของครู และผู้เรียน
(4) ม่งุ พัฒนาครู โดยใช้ระบบให้คาปรึกษา ชแ้ี นะ
(5) มุ่งพัฒนาระบบและกระบวนการทางาน
(6) มุ่งนวตั กรรมการทางานอยา่ งสร้างสรรค์
(7) มุ่งระดมทรพั ยากร เครอื ขา่ ย และความรว่ มมอื
(8) มุ่งสรา้ งภาวะผนู้ ารว่ มของผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสีย
การประเมินด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา คะแนนเต็ม
20 คะแนน แบ่งเปน็ 4 ตัวบง่ ช้ี ดงั น้ี
(1) ผลงานหรือผลการปฏบิ ัตเิ ปน็ ผลลพั ธท์ ่ีเกิดขึ้นจากการบรหิ ารจดั การของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
(2) ผลงานหรือผลการปฏบิ ตั ทิ ่สี ่งผลตอ่ การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน
(3) ผลงานหรือผลการปฏิบัติท่ีส่งผลต่อการพัฒนาคณุ ภาพครใู นสถานศึกษา
(4) ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ัติท่ีสง่ ผลตอ่ การพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษา
1.3 เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Rubric)
ด้านท่ี 1 ดา้ นทกั ษะการวางแผนพฒั นาสถานศึกษา กลยทุ ธ์ การใช้เคร่อื งมือหรือนวัตกรรมทางการบริหาร
1 คะแนน เม่ือปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ 1 ข้อ
เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ 2 ข้อ
2 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบตั ิตามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ได้ทง้ั 3 ข้อ
3 คะแนน
4 คะแนน เมอื่ ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ทงั้ 3 ข้อ
และปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 4 หรอื ขอ้ 5 ได้ 1 ข้อ
5 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ได้ท้งั 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 4 และ ข้อ 5 ไดท้ ั้ง 2 ขอ้
- 29 -
ดา้ นที่ 2 ดา้ นผลลัพธใ์ นการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา
1 คะแนน เมอื่ ปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชดั เจน 1 ข้อ จาก 5 ขอ้
2 คะแนน เมอื่ ปฏิบัตไิ ด้หรอื ปรากฏผลชดั เจน 2 ขอ้ จาก 5 ข้อ
3 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรอื ปรากฏผลชัดเจน 3 ขอ้ จาก 5 ขอ้
4 คะแนน เมื่อปฏิบตั ิได้หรือปรากฏผลชัดเจน 4 ขอ้ จาก 5 ข้อ
5 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ตั ไิ ด้หรอื ปรากฏผลชดั เจนทง้ั 5 ขอ้
1.4 วธิ ีการประเมินผลงาน ในการขอมีวิทยฐานะหรือเลอื่ นวิทยฐานะ
ด้านท่ี 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรม
ทางการบริหาร โดยพิจารณาจาก
(1) รายงานผลการดาเนินการตามแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือ
หรือนวัตกรรมทางการบริหาร ตามโครงการหรือกิจกรรมในแผนพัฒนาสถานศึกษา ในรูปแบบไฟล์ PDF
ซึ่งผู้ขอได้พัฒนาข้ึนและนาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาจริงในช่วงที่ดารงตาแหน่ง
หรอื ดารงวิทยฐานะ แลว้ แตก่ รณี
(2) การนาเสนอการพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือหรือนวัตกรรม ทางการ
บริหาร ตามโครงการหรือกิจกรรมในแผนพัฒนาสถานศึกษาท่ีเสนอใน (1) โดยแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา
ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจ ระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน และผลลัพธ์
ที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการตามโครงการหรือกิจกรรม ท่ีส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา
ท้งั น้ี ใหน้ าเสนอเป็นไฟลว์ ีดิทศั น์ตามรปู แบบที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
ดา้ นท่ี 2 ดา้ นผลลพั ธ์ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษา ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการ
ประเมินผลงานด้านท่ี 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหาร สถานศึกษา โดยพิจารณาจาก ผลงาน
หรือผลการปฏิบัติของครู หรือผลการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ที่มีการเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีดีข้ึน
หรือมีการพัฒนามากข้ึน หรือเป็นต้นแบบ และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ตามท่ีเสนอไว้ในด้านที่ 1 โดยให้
นาเสนอในรูปแบบไฟลว์ ดี ิทศั น์ตามรปู แบบที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
1.5 เกณฑก์ ารตดั สิน
ผู้ผ่านการประเมินด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์ การใช้เคร่ืองมือ
หรือนวัตกรรมทางการบริหาร และด้านที่ 2 ดา้ นผลลัพธใ์ นการพฒั นาการบริหารสถานศึกษา จะตอ้ งไดค้ ะแนน ดังน้ี
วทิ ยฐานะชานาญการ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ตา่ กวา่ ร้อยละ 65
วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ จะตอ้ งได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 70
วิทยฐานะเชยี่ วชาญ จะต้องไดค้ ะแนนจากกรรมการแตล่ ะคนไม่ต่ากว่า รอ้ ยละ 75
วิทยฐานะเช่ยี วชาญพเิ ศษ จะตอ้ งได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ากว่า ร้อยละ 80
2. การประเมินผลงานด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ สาหรับวิทยฐานะเช่ียวชาญและวิทยฐานะเช่ียวชาญพิเศษ
มอี งคป์ ระกอบการประเมนิ และเกณฑ์การใหค้ ะแนน วิธกี ารประเมิน และเกณฑก์ ารตัดสนิ ดังนี้
2.1 องคป์ ระกอบการประเมินและเกณฑ์การใหค้ ะแนน
การประเมินและการใหค้ ะแนน จาแนกออกเป็น 2 สว่ น จานวน 6 ตัวชี้วดั ดังนี้
สว่ นที่ 1 คณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (คะแนนเตม็ 50 คะแนน)
(1) ความถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ (20 คะแนน)
- 30 -
(2) ความคาดหวงั ในระดบั การปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานวทิ ยฐานะ (15 คะแนน)
1) วิทยฐานะเช่ียวชาญ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ตอ้ งแสดงให้เหน็ ถึงการคดิ คน้ ปรบั เปล่ียนนวตั กรรมการบรหิ ารสถานศึกษา และเป็นแบบอยา่ งท่ีดี
2) วทิ ยฐานะเช่ียวชาญพิเศษ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
วทิ ยฐานะ ตอ้ งแสดงให้เหน็ ถึงการสร้างการเปลย่ี นแปลง เผยแพรแ่ ละขยายผลในวงวชิ าชีพ และเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี
(3) ความสมบรู ณ์ของเนอื้ หาสาระ (10 คะแนน)
(4) การจดั ทา การพมิ พ์ รูปเลม่ และการเผยแพร่ (5 คะแนน)
สว่ นท่ี 2 ประโยชนข์ องผลงานทางวิชาการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
(1) ประโยชนต์ ่อผเู้ รียน ครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา สถานศกึ ษา และชุมชน
(2) ประโยชน์ตอ่ ความกา้ วหนา้ ในวงวิชาชีพ ต้องสามารถปรับเปล่ียน และสร้างการเปลี่ยนแปลง
ในวงวิชาการและวงวิชาชีพ ตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ขี อรบั การประเมิน
2.2 วิธีการประเมนิ ผลงานด้านที่ 3 ดา้ นผลงานทางวชิ าการ
ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการประเมินผลงานด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ โดยพิจารณา
ประเมนิ ตามองคป์ ระกอบใน 2.1
(1) วิทยฐานะผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเชี่ยวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็น
ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสถานศึกษา หรือนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงระดับ
การปฏิบัตทิ ่ีคาดหวงั ตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ขี อรับการประเมิน จานวน 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF
(2) วิทยฐานะรองผู้อานวยการเช่ียวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการซึ่งเป็นผลงานวิจัยเก่ียวกับ
การพัฒนาสถานศึกษา หรือนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะรองผอู้ านวยการเชยี่ วชาญ จานวน 1 รายการ ในรปู แบบไฟล์ PDF
(3) วิทยฐานะผู้อานวยการเช่ียวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยเก่ียวกับ
การพัฒนาสถานศึกษา หรือนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะทีข่ อรบั การประเมิน จานวน 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF
(4) วิทยฐานะผูอ้ านวยการเชย่ี วชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็นผลงานวิจัยเกี่ยวกับ
การพัฒนาสถานศึกษา และนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน จานวนอย่างละ 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องได้รับ
การตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยในวารสารวิชาการท่ีอยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดั ชนีการอ้างอิงวารสารไทย
หรือ Thai - Journal Citation Index Centre (TCI) กลุ่ม 1 หรือ กลุ่ม 2 โดยให้ส่งบทความวิจัยท่ีตีพิมพ์
เผยแพรใ่ นรูปแบบไฟล์ PDF ดว้ ย
2.3 เกณฑก์ ารตดั สนิ
ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ ต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ากว่าร้อยละ 75
สาหรับการขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเชี่ยวชาญ รองผู้อานวยการเชี่ยวชาญ
และผู้อานวยการเช่ยี วชาญ และไมต่ า่ กวา่ รอ้ ยละ 80 สาหรบั การขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะผูอ้ านวยการเชีย่ วชาญพเิ ศษ
- 31 -
การประเมนิ เพอ่ื ขอมีวทิ ยฐานะหรอื เลอ่ื นวทิ ยฐานะ สาหรบั ผูด้ ารงตาแหน่งศึกษานเิ ทศก์
1. การประเมินผลงานดา้ นท่ี 1 และ ด้านท่ี 2
ดา้ นท่ี 1 ด้านทักษะการวางแผนพฒั นาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี
ในการนเิ ทศการศึกษา หรือการพฒั นาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา โดยมีองค์ประกอบการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
วิธกี ารประเมิน และเกณฑ์การตดั สนิ ดงั น้ี
1.1 องคป์ ระกอบการประเมิน
การประเมินดา้ นท่ี 1 ด้านทกั ษะการวางแผนพัฒนาการนเิ ทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
คะแนนเตม็ 40 คะแนน แบง่ เปน็ 8 ตวั บง่ ชี้ ดังนี้
(1) กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (ประกนั คุณภาพ/การพฒั นาคณุ ภาพอย่างต่อเน่ือง)
(2) คณุ ภาพของหลักสตู รและนักเรียน
(3) การพัฒนาสมรรถนะ
(4) การสอนงานระบบพ่ีเล้ยี ง
(5) การจัดการเรียนรู้ การแก้ปญั หาของผูร้ ับการนเิ ทศ
(6) ความคดิ สรา้ งสรรค์และนวตั กรรม
(7) ระดมทรัพยากร เครอื ข่าย และความร่วมมอื
(8) ภาวะผู้นาแบบร่วมกนั
การประเมินด้านท่ี 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา คะแนนเต็ม 20 คะแนน
แบง่ เป็น 4 ตัวบ่งช้ี ดังน้ี
(1) ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั ิเป็นผลลัพธท์ เี่ กดิ ขน้ึ จากการนเิ ทศการศกึ ษาของศึกษานเิ ทศก์
(2) ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั สิ ่งผลถึงการพฒั นาครใู นสถานศกึ ษา
(3) ผลงานหรือผลการปฏิบตั ิสง่ ผลถึงการพฒั นาผ้เู รยี น
(4) ผลงานหรือผลการปฏิบตั ิส่งผลถึงคุณภาพสถานศกึ ษา หรอื หน่วยงานการศึกษา
1.2 เกณฑก์ ารให้คะแนน (Scoring Rubric)
ด้านท่ี 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี
ในการนิเทศการศกึ ษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศกึ ษาหรอื หน่วยงานการศกึ ษา
1 คะแนน เม่ือปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัตติ ามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ 1 ขอ้
2 คะแนน เมอื่ ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏิบตั ติ ามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ได้ 2 ข้อ
3 คะแนน เมือ่ ปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ทั้ง 3 ขอ้
4 คะแนน เมอ่ื ปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏิบัตติ ามข้อ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ทง้ั 3 ขอ้
และปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏบิ ัตติ ามข้อ 4 หรือ ขอ้ 5 ได้ 1 ข้อ
5 คะแนน เมือ่ ปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ทัง้ 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ัตติ ามข้อ 4 และ ข้อ 5 ไดท้ ้งั 2 ข้อ
- 32 -
ด้านท่ี 2 ดา้ นผลลัพธใ์ นการพัฒนาการนเิ ทศการศึกษา
1 คะแนน เมื่อปฏบิ ัติไดห้ รือปรากฏผลชัดเจน 1 ข้อ จาก 5 ข้อ
2 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรอื ปรากฏผลชดั เจน 2 ข้อ จาก 5 ข้อ
3 คะแนน เมือ่ ปฏบิ ัตไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 3 ขอ้ จาก 5 ข้อ
4 คะแนน เมอ่ื ปฏิบัติได้หรอื ปรากฏผลชดั เจน 4 ข้อ จาก 5 ขอ้
5 คะแนน เมื่อปฏิบตั ิได้หรือปรากฏผลชดั เจนท้งั 5 ขอ้
1.3 วธิ ีการประเมนิ ผลงาน ในการขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวทิ ยฐานะ
ด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการประเมินผลงานด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนา การนิเทศ
การศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
หรอื หนว่ ยงานการศึกษา โดยพิจารณาจาก
(1) รายงานผลการดาเนินการตามแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม
หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
ตามโครงการ หรือกจิ กรรมในแผนพฒั นาการนิเทศการศึกษา ในรูปแบบไฟล์ PDF ซ่ึงผู้ขอได้พัฒนาขึ้น และนาไปใช้
ในการพฒั นา การนิเทศการศึกษาจรงิ ในชว่ งทด่ี ารงตาแหนง่ ศึกษานิเทศก์หรือดารงวทิ ยฐานะ แลว้ แต่กรณี
(2) การนาเสนอการพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี
ในการนเิ ทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ตามโครงการหรือกิจกรรม
ในแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษาที่เสนอใน (1) โดยแสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ท่ีมา หรือแรงบันดาลใจ
ระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน และผลลัพธ์ท่ีเกิดจากการดาเนินการ
ตามโครงการหรือกิจกรรม ซึ่งสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาของผู้รับการนิเทศ
หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ท้ังนี้ ให้นาเสนอเป็น
ไฟลว์ ดี ทิ ศั นต์ ามรปู แบบท่ี ก.จ. ก.ท. หรอื ก.อบต. กาหนด จานวน 1 ไฟล์
ด้านท่ี 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษา ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการ
ประเมนิ ผลงานดา้ นที่ 2 ด้านผลลัพธใ์ นการพัฒนาการนิเทศการศึกษา โดยพิจารณาจากผลงานหรือการปฏิบัติ
ของผู้รับการนิเทศ ที่สะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษา หรือผลการพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ท่ีมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีข้ึน หรือมีการพัฒนามากขึ้น และส่งผล
ต่อคณุ ภาพผู้เรียนท่ีเสนอไว้ในด้านที่ 1 โดยให้นาเสนอเป็นไฟล์วีดิทัศน์ ตามรูปแบบท่ี ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต.
กาหนด จานวน 1 ไฟล์
1.4 เกณฑก์ ารตดั สนิ
ผ้ผู ่านการประเมินผลงานด้านท่ี 1 ด้านทกั ษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ ส่ือ
นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา
และด้านท่ี 2 ดา้ นผลลัพธใ์ นการพฒั นาการนิเทศการศกึ ษา จะต้องได้คะแนน ดังน้ี
- 33 -
วิทยฐานะศกึ ษานิเทศก์ชานาญการ จะตอ้ งได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ตา่ กว่า รอ้ ยละ 65
วทิ ยฐานะศึกษานเิ ทศกช์ านาญการพิเศษ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ตา่ กว่า รอ้ ยละ 70
วทิ ยฐานะศึกษานิเทศกเ์ ชี่ยวชาญ จะตอ้ งไดค้ ะแนนจากกรรมการแตล่ ะคนไม่ตา่ กว่า ร้อยละ 75
วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เช่ยี วชาญพิเศษ จะตอ้ งไดค้ ะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ากว่าร้อยละ 85
2. การประเมินผลงานด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ สาหรับวิทยฐานะศึกษานิเทศก์เช่ียวชาญ
และศึกษานิเทศก์วิทยฐานะเช่ียวชาญพิเศษ มีองค์ประกอบการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน วิธีการประเมิน
และเกณฑก์ ารตัดสนิ ดังน้ี
2.1 องค์ประกอบการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน จาแนกออกเป็น 2 ส่วน จานวน 6 ตัวชี้วัด ดังนี้
ส่วนที่ 1 คณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (คะแนนเตม็ 50 คะแนน)
(1) ความถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ (20 คะแนน)
(2) ความคาดหวังในระดบั การปฏบิ ตั ิงานตามมาตรฐานวทิ ยฐานะ (15 คะแนน)
1) วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เช่ียวชาญ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
วิทยฐานะต้องแสดงใหเ้ ห็นถึงการคดิ ค้น ปรับเปลีย่ นนวัตกรรมในการนิเทศการศกึ ษา และเปน็ แบบอย่างทด่ี ี
2) วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เช่ียวชาญพิเศษ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงาน
ตามมาตรฐานวิทยฐานะ ต้องแสดงให้เห็นถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลง เผยแพร่และขยายผลในวงวิชาชีพ
และเป็นแบบอย่างทีด่ ี
(3) ความสมบูรณข์ องเน้อื หาสาระ (10 คะแนน)
(4) การจดั ทา การพิมพ์ รูปเลม่ และการเผยแพร่ (5 คะแนน)
สว่ นท่ี 2 ประโยชนข์ องผลงานทางวชิ าการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
(1) ประโยชน์ต่อผเู้ รยี นครู บคุ ลากรทางการศึกษาการจัดการศึกษาหน่วยงานการศกึ ษาและชมุ ชน
(2) ประโยชน์ต่อความก้าวหน้าในวงวิชาชีพ ต้องสามารถปรับเปลี่ยน และสร้างการเปลี่ยนแปลง
ในวงวิชาการและวงวิชาชพี ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะทีข่ อรบั การประเมิน
2.2 วิธีการประเมินผลงานทางวิชาการ ให้คณะกรรมการประเมิน ดาเนินการประเมินผลงาน
ดา้ นท่ี 3 ด้านผลงานทางวชิ าการ โดยพิจารณาประเมนิ ตามองค์ประกอบใน 2.1
(1) วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการซ่ึงเป็นผลงานวิจัยเกี่ยวกับ
การพัฒนาการนิเทศการศึกษา หรือนวัตกรรมการนิเทศการศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง
ตามมาตรฐานวทิ ยฐานะทขี่ อรบั การประเมิน จานวน 1 รายการในรปู แบบไฟล์ PDF
(2) วิทยฐานะศึกษานเิ ทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการซ่ึงเป็นผลงานวิจัยเกี่ยวกับ
การพัฒนาการนิเทศการศึกษา และนวัตกรรมการนิเทศการศึกษาท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง
ตามมาตรฐานวิทยฐานะทขี่ อรับการประเมิน จานวนอย่างละ 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้อง
ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยในวารสารวิชาการท่ีอยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย
หรือ Thai-Joumal Citation Index Centre (TCI) กลุ่ม 1 หรือ กลุ่ม 2 โดยให้ส่งบทความวิจัยท่ีตีพิมพ์เผยแพร่
ในรปู แบบไฟล์ PDF ด้วย
2.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ ต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ากว่าร้อยละ 75
สาหรับการขอเลือ่ นวิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 สาหรับการขอเลื่อนวิทยฐานะ
ศกึ ษานิเทศกเ์ ชย่ี วชาญพิเศษ
***************************************************
- 34 -
แบบที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
แนบทา้ ยมาตรฐานท่วั ไปเกีย่ วกับการประเมนิ ตาแหน่งและวทิ ยฐานะ
สาหรับข้าราชการหรือพนกั งานครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
ตาแหนง่ ครู
1. การจัดทาขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน (PA)
แบบข้อตกลงในการพฒั นางาน
1.1 PA 1/ส ตาแหน่งครู
1.2 PA 1/ส ตาแหน่งครู วิทยฐานะครชู านาญการ
1.3 PA 1/ส ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
1.4 PA 1/ส ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชย่ี วชาญ
1.5 PA 1/ส ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ช่ยี วชาญพเิ ศษ
2. การประเมินผลการพฒั นางานตามขอ้ ตกลง (PA)
แบบประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
2.1 PA 2/ส ตาแหน่งครู
2.2 PA 2/ส ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
2.3 PA 2/ส ตาแหน่งครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
2.4 PA 2/ส ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครเู ชยี่ วชาญ
2.5 PA 2/ส ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครเู ชย่ี วชาญพิเศษ
แบบสรปุ ผลการประเมินการพฒั นางานตามขอ้ ตกลง (PA)
2.6 PA 3/ส ตาแหนง่ ครู
3. การประเมนิ เพ่ือขอมีวทิ ยฐานะหรือเลือ่ นวิทยฐานะ
แบบประเมนิ ด้านท่ี 1 และด้านท่ี 2 ตาแหน่งครู ห้องเรียนสามญั หรือวชิ าพ้ืนฐาน
3.1.1 PA 4/ส/การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ
3.1.2 PA 4/ส/การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
3.1.3 PA 4/ส/การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชย่ี วชาญ
3.1.4 PA 4/ส/การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครเู ชย่ี วชาญพิเศษ
แบบประเมนิ ด้านท่ี 1 และด้านที่ 2 ตาแหน่งครู หอ้ งเรียนปฐมวยั
3.2.1 PA 4/ส/การศึกษาปฐมวยั ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
3.2.2 PA 4/ส/การศึกษาปฐมวัย ตาแหน่งครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
3.2.3 PA 4/ส/การศกึ ษาปฐมวยั ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครเู ชย่ี วชาญ
3.2.4 PA 4/ส/การศกึ ษาปฐมวยั ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครเู ช่ียวชาญพเิ ศษ
แบบประเมนิ ด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ตาแหนง่ ครู หอ้ งเรียนการศึกษาพเิ ศษ
3.3.1 PA 4/ส/การศึกษาพเิ ศษ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ
3.3.2 PA 4/ส/การศึกษาพเิ ศษ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
3.3.3 PA 4/ส/การศกึ ษาพิเศษ ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชีย่ วชาญ
3.3.4 PA 4/ส/การศึกษาพเิ ศษ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครเู ชี่ยวชาญพเิ ศษ
- 35 -
แบบประเมนิ ด้านท่ี 1 และด้านที่ 2 ตาแหน่งครู ห้องเรียนสายวิชาชีพ
3.4.1 PA 4/ส/สายวชิ าชพี ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ
3.4.2 PA 4/ส/สายวิชาชีพ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
3.4.3 PA 4/ส/สายวิชาชพี ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครเู ชี่ยวชาญ
3.4.4 PA 4/ส/สายวชิ าชพี ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครเู ชีย่ วชาญพิเศษ
แบบประเมนิ ด้านท่ี 3ด้านผลงานทางวชิ าการสาหรบั วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเช่ยี วชาญพเิ ศษ
3.5.1 PA 5/ส/ชช
3.5.2 PA 5/ส/ชชพ
- 36 -
PA 1/ส
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)
ตาแหนง่ ครู (ยงั ไม่มีวทิ ยฐานะ)
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ....
ระหวา่ งวนั ที่.... เดือน......................พ.ศ. .... ถึงวนั ท.ี่ .... เดอื น....................พ.ศ. ....
ผจู้ ดั ทาขอ้ ตกลง
ชอ่ื ................................................................นามสกลุ ....................................................................ตาแหนง่ ครู
รับเงินเดอื นในอันดับ คศ. ............ อตั ราเงนิ เดอื น .......................... บาท
สถานศกึ ษา .........................................................สังกัด อบจ./เทศบาล/อบต. ....................................................
อาเภอ............................................จังหวดั ........................................
ประเภทห้องเรียนท่ีจัดการเรียนรู้ (สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทห้องเรียน ตามสภาพ
การจัดการเรยี นรจู้ รงิ )
หอ้ งเรยี นวชิ าสามญั หรอื วิชาพืน้ ฐาน
ห้องเรียนปฐมวยั
หอ้ งเรยี นการศึกษาพิเศษ
ห้องเรียนสายวชิ าชีพ
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตาแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ)
ซ่ึงเป็นตาแหน่งที่ดารงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อานวยการสถานศึกษาหรือผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
แลว้ แต่กรณี ไวด้ งั ต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง
1. ภาระงาน มภี าระงานเป็นไปตามท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
1.1 ชัว่ โมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน.......................ชวั่ โมง/สัปดาห์ ดงั นี้
- กลมุ่ สาระการเรียนรู้/รายวิชา....................จานวน......................ช่วั โมง/สปั ดาห์
- กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ รายวชิ า....................จานวน......................ช่วั โมง/สัปดาห์
- กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ รายวิชา....................จานวน......................ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ฯลฯ
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การเรยี นรู้ จานวน..............ชวั่ โมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จานวน.............ชัว่ โมง/สปั ดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จานวน..............ชว่ั โมง/สัปดาห์
- 37 -
2. งานทจ่ี ะปฏบิ ัติตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่งครู
ให้ระบรุ ายละเอยี ดของงานทจี่ ะปฏิบตั ิในแตล่ ะดา้ นว่าจะดาเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลา
ท่ีใชใ้ นการดาเนนิ การด้วยก็ได้
ลกั ษณะงานที่ปฏบิ ัติ งาน ผลลัพธ์ ตัวชวี้ ัด
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ทีจ่ ะดาเนินการพฒั นา ของงานตามข้อตกลง ท่จี ะเกิดขึ้นกบั ผ้เู รยี น
1. ด้านการจดั การเรียนรู้ ตามขอ้ ตกลงใน1รอบ ที่คาดหวงั ใหเ้ กดิ ขน้ึ ท่ีแสดงให้เหน็ ถึง
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง การประเมิน (โปรดระบ)ุ กบั ผเู้ รยี น (โปรดระบ)ุ การเปลีย่ นแปลง
ไปในทางท่ดี ีขึน้
การสร้ างและหรื อพั ฒนาหลั กสู ตร หรือมีการพัฒนามากขน้ึ
การออกแบบการจั ดการเรี ยนรู้ หรือผลสมั ฤทธ์สิ งู ขึน้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้าง (โปรดระบ)ุ
และหรือพัฒนาส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยี
และแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ การศึกษาวิเคราะห์
สังเคราะห์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนา
การเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริม
และพั ฒนาผู้ เรี ยน และการอบรม
และพัฒนาคุณลกั ษณะทีด่ ีของผ้เู รียน
2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน
การจดั การเรียนรู้
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ครอบคลุมถึง
การจัดทาข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน
และรายวิชา การดาเนินการตามระบบ
ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงาน
วิชาการ และงานอ่ืน ๆ ของสถานศึกษา
และการประสานความร่ วมมือกั บ
ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือ
สถานประกอบการ
- 38 -
ลักษณะงานท่ีปฏิบัติ งาน ผลลพั ธ์ ตวั ชี้วดั
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ท่ีจะดาเนนิ การ ของงานตามข้อตกลง ท่จี ะเกิดขน้ึ กบั ผ้เู รียน
3. ดา้ นการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ พฒั นาตามข้อตกลง ทค่ี าดหวังให้เกิดขึ้น ที่แสดงให้เห็นถึง
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง ใน 1 รอบการ กับผเู้ รยี น (โปรดระบุ) การเปล่ียนแปลง
ประเมิน (โปรดระบุ) ไปในทางทด่ี ีขน้ึ
การพั ฒนาตนเองอย่ างเป็ นระบบ หรอื มีการพัฒนามากขึน้
และต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียน หรอื ผลสมั ฤทธ์ิสงู ข้นึ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ เพ่ือพัฒนาการจัดการ (โปรดระบ)ุ
เรียนรู้และการนาความรู้ความสามารถ
ทั กษะท่ี ได้ จากการพั ฒนาตนเอง
และวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการ
เรี ยนรู้ การพั ฒนาคุ ณภาพผู้ เรี ยน
และการพัฒนานวัตกรรมการจดั การเรียนรู้
หมายเหตุ
1. รูปแบบการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบ PA 1 ให้เป็นไปตามบริบท และสภาพ
การจัดการเรียนรู้ของแต่ละสถานศึกษา โดยความเห็นชอบร่วมกันระ หว่างผู้อานวยการสถานศึกษา
หรอื ผอู้ านวยการศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ แลว้ แตก่ รณี และ ครู ผู้จดั ทาขอ้ ตกลง
2. งาน (Tasks) ท่ีเสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ต้องเป็นงานในหน้าท่ีความรับผิดชอบหลัก
ท่ีส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และให้นาเสนอรายวิชาหลักท่ีทาการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวิชาหลักท่ีทาการสอนทุกระดับช้ัน ในกรณีที่สอนหลายรายวิชา สามารถเลือกรายวิชาใดวิชาหน่ึงได้
โดยจะต้องแสดงให้เหน็ ถึงการปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ และคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงสามารถประเมินไดต้ ามแบบการประเมนิ PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสาคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ ของผู้เรียน
(Outcomes) และตัวชี้วัด (Indicators) ท่ีเป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมิน
ผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดาเนินการประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริง
สภาพการจัดการเรียนรู้ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีเกิดจากการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงเป็นสาคญั โดยไมเ่ น้นการประเมินจากเอกสาร
- 39 -
สว่ นท่ี 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เปน็ ประเด็นทา้ ทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นท่ีท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทาข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดารง
ตาแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวัง คือ การปรับประยุกต์
การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้น
หรือมีการพัฒนามากข้ึน (ท้ังน้ี ประเดน็ ทา้ ทายอาจจะแสดงให้เห็นถงึ ระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวงั ทีส่ ูงกวา่ ได้)
ประเดน็ ทา้ ทาย เรอ่ื ง ............................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
1. สภาพปญั หาของผู้เรียนและการจัดการเรยี นรู้
......................................................................................................................................... .......................
............................................................................................................................. .................................................
2. วิธีการดาเนนิ การใหบ้ รรลผุ ล
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. .................................................
3. ผลลพั ธก์ ารพฒั นาท่คี าดหวงั
3.1 เชิงปริมาณ
.............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................ ..............................................................
3.2 เชงิ คุณภาพ
............................................................................................................................. ......................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหนง่ ครู
ผูจ้ ัดทาข้อตกลงในการพฒั นางาน
........./........................../............
ความเหน็ ของผู้อานวยการสถานศกึ ษาหรือผอู้ านวยการศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ แล้วแต่กรณี
( ) เห็นชอบใหเ้ ปน็ ข้อตกลงในการพฒั นางาน
( ) ไม่เหน็ ชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีขอ้ เสนอแนะเพื่อนาไปแก้ไขและเสนอ
เพ่ือพจิ ารณาอกี ครง้ั ดังนี้
............................................................................................................................. ..............
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหน่ง...........................................
........./........................./............
- 40 -
PA 1/ส
แบบข้อตกลงในการพฒั นางาน (PA)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ......
ระหวา่ งวันท่ี.... เดือน......................พ.ศ. ........ ถงึ วนั ที่..... เดือน....................พ.ศ. ........
ผจู้ ัดทาข้อตกลง
ช่ือ....................................................นามสกุล............................................ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ
รับเงนิ เดอื นในอันดบั คศ. ............ อตั ราเงินเดอื น .......................... บาท
สถานศึกษา .........................................................สังกัด อบจ./เทศบาล/อบต. ....................................................
อาเภอ............................................จังหวัด........................................
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ (สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทห้องเรียน ตามสภาพ
การจัดการเรียนรูจ้ ริง)
ห้องเรียนวิชาสามญั หรือวิชาพื้นฐาน
หอ้ งเรยี นปฐมวัย
หอ้ งเรียนการศึกษาพิเศษ
หอ้ งเรยี นสายวชิ าชพี
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการ
ซึง่ เปน็ ตาแหน่งและวิทยฐานะที่ดารงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อานวยการสถานศึกษาหรือผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
แลว้ แต่กรณี ไว้ดงั ต่อไปนี้
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง
1. ภาระงาน มีภาระงานเปน็ ไปตามท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
1.1 ช่ัวโมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน.......................ชวั่ โมง/สัปดาห์ ดงั น้ี
- กล่มุ สาระการเรียนรู้/รายวชิ า....................จานวน......................ช่ัวโมง/สัปดาห์
- กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวชิ า....................จานวน......................ช่วั โมง/สัปดาห์
- กลุม่ สาระการเรียนร้/ู รายวชิ า....................จานวน......................ชั่วโมง/สปั ดาห์
ฯลฯ
1.2 งานส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การเรยี นรู้ จานวน..............ชว่ั โมง/สปั ดาห์
1.3 งานพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษาของสถานศึกษา จานวน.............ชวั่ โมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจดุ เนน้ จานวน..............ชว่ั โมง/สัปดาห์
- 41 -
2. งานทจ่ี ะปฏิบตั ติ ามมาตรฐานกาหนดตาแหน่งครู
ให้ระบุรายละเอียดของงานท่ีจะปฏิบัติในแต่ละด้านว่าจะดาเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลา
ท่ีใช้ในการดาเนินการด้วยก็ได้
ลกั ษณะงานที่ปฏิบัติ งาน ผลลัพธ์ ตัวชวี้ ดั
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ทจ่ี ะดาเนนิ การพัฒนา ของงานตามขอ้ ตกลง ทจ่ี ะเกิดขึน้ กับผู้เรียน
1. ดา้ นการจดั การเรยี นรู้ ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ท่คี าดหวงั ให้เกิดขึ้นกบั ทแ่ี สดงให้เห็นถึง
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ครอบคลุมถึง การประเมิน (โปรดระบ)ุ ผเู้ รยี น(โปรดระบุ) การเปล่ยี นแปลง
ไปในทางทด่ี ีขึ้น
การสร้ างและหรื อพั ฒนาหลั กสู ตร หรือมีการพฒั นามากขนึ้
การออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัด หรอื ผลสัมฤทธ์สิ ูงขึ้น
กิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างและหรือ (โปรดระบ)ุ
พัฒนาส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยี
และแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ การศึกษาวิเคราะห์
สังเคราะห์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนา
การเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริม
และพัฒนาผู้เรียน และการอบรม
และพัฒนาคุณลกั ษณะทีด่ ีของผู้เรยี น
2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน
การจดั การเรียนรู้
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง
การจัดทาข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน
และรายวิชา การดาเนินการตามระบบ
ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงาน
วิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
และการประสานความร่วมมือกับ
ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือ
สถานประกอบการ
- 42 -
ลกั ษณะงานที่ปฏบิ ัติ งาน ผลลพั ธ์ ตวั ชี้วัด
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ที่จะดาเนินการพัฒนา ของงานตามขอ้ ตกลง ท่ีจะเกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ทคี่ าดหวังให้เกิดขน้ึ กบั ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึง
การประเมนิ (โปรดระบ)ุ ผู้เรยี น(โปรดระบ)ุ การเปลย่ี นแปลง
ไปในทางท่ดี ีขึน้
หรือมีการพฒั นามากขึ้น
หรือผลสัมฤทธสิ์ งู ข้ึน
(โปรดระบุ)
3. ดา้ นการพฒั นาตนเองและวชิ าชีพ
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง
การพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง
การมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียนเรียนรู้
ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
และการนาความรู้ความสามารถ ทักษะ
ท่ีได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
มาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนา
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
หมายเหตุ
1. รูปแบบการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบ PA 1 ให้เป็นไปตามบริบท และสภาพ
การจัดการเรียนรู้ของแต่ละสถานศึกษา โดยความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้อานวยการสถานศึกษา
หรอื ผูอ้ านวยการศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็ก แลว้ แต่กรณี และ ครู ผจู้ ดั ทาขอ้ ตกลง
2. งาน (Tasks) ท่ีเสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
ทีส่ ง่ ผลโดยตรงตอ่ ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ของผู้เรียน และให้นาเสนอรายวิชาหลกั ที่ทาการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวิชาหลักท่ีทาการสอนทุกระดับชั้น ในกรณีที่สอนหลายรายวิชา สามารถเลือกรายวิชาใดวิชาหนึ่งได้
โดยจะต้องแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง และคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน
ตามขอ้ ตกลงสามารถประเมินไดต้ ามแบบการประเมิน PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสาคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
(Outcomes) และตวั ช้วี ดั (Indicators) ทเี่ ป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน
ตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดาเนินการประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริง สภาพการจัดการเรียนรู้
ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีเกิดจากการพัฒนางานตามข้อตกลง
เป็นสาคญั โดยไม่เนน้ การประเมินจากเอกสาร
- 43 -
สว่ นท่ี 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นทา้ ทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนร้ขู องผเู้ รียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทาข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน
ดารงตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ
ชานาญการ คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งน้ี ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึง
ระดับการปฏบิ ตั ิที่คาดหวงั ในวทิ ยฐานะทส่ี ูงกวา่ ได้)
ประเดน็ ทา้ ทาย เร่อื ง.............................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรูแ้ ละคณุ ภาพการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
2. วิธกี ารดาเนนิ การให้บรรลุผล
............................................................................................................................. ..................................
.............................................................................................................................................................................
3. ผลลัพธก์ ารพัฒนาท่ีคาดหวงั
3.1 เชิงปรมิ าณ
............................................................................................................................. ......................
............................................................................................................. ...................................................................
3.2 เชงิ คณุ ภาพ
............................................................................................................................. ......................
...................................................................................................................................................... ..........................
ลงชอื่ ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการ
ผู้จดั ทาข้อตกลงในการพฒั นางาน
........./........................./............
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษาหรือผอู้ านวยการศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก แล้วแต่กรณี
( ) เห็นชอบใหเ้ ปน็ ข้อตกลงในการพฒั นางาน
( ) ไม่เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนาไปแก้ไขและเสนอ
เพื่อพจิ ารณาอกี ครง้ั ดังนี้
.........................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหนง่ .................................................
........./........................./............
- 44 -
PA 1/ส
แบบขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน (PA)
ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ......
ระหว่างวนั ท.่ี ... เดอื น......................พ.ศ. ........ ถงึ วันท.ี่ .... เดอื น....................พ.ศ. ........
ผูจ้ ดั ทาขอ้ ตกลง
ชื่อ................................................นามสกลุ ........................................ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
รบั เงินเดือนในอันดบั คศ. ............ อัตราเงินเดอื น .......................... บาท
สถานศกึ ษา .........................................................สงั กดั อบจ./เทศบาล/อบต. ....................................................
อาเภอ.......................................จังหวดั .....................................
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ (สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทห้องเรียน ตามสภาพ
การจัดการเรยี นรู้จรงิ )
ห้องเรยี นวิชาสามัญหรอื วชิ าพ้นื ฐาน
ห้องเรยี นปฐมวยั
หอ้ งเรียนการศึกษาพิเศษ
ห้องเรยี นสายวิชาชีพ
ข้าพเจา้ ขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
ซึ่งเป็นตาแหน่งและวิทยฐานะที่ดารงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อานวยการสถานศึกษาหรือผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
แลว้ แต่กรณี ไวด้ ังตอ่ ไปนี้
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง
1. ภาระงาน มภี าระงานเปน็ ไปตามท่ี ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
1.1 ชวั่ โมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน.......................ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ดงั น้ี
- กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ รายวิชา....................จานวน......................ชวั่ โมง/สัปดาห์
- กล่มุ สาระการเรยี นรู/้ รายวิชา....................จานวน......................ชวั่ โมง/สัปดาห์
- กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา....................จานวน......................ช่ัวโมง/สปั ดาห์
ฯลฯ
1.2 งานส่งเสรมิ และสนบั สนุนการจัดการเรยี นรู้ จานวน..............ชวั่ โมง/สัปดาห์
1.3 งานพฒั นาคณุ ภาพการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษา จานวน.............ชั่วโมง/สปั ดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จานวน..............ชว่ั โมง/สัปดาห์
- 45 -
2. งานท่ีจะปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่งครู
ให้ระบุรายละเอียดของงานท่ีจะปฏิบัติในแต่ละด้านว่าจะดาเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลา
ท่ีใช้ในการดาเนนิ การด้วยก็ได้
ลักษณะงานท่ีปฏิบตั ิ งาน ผลลัพธ์ ตวั ช้ีวดั
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ท่จี ะดาเนินการพัฒนา ของงานตามข้อตกลง ทีจ่ ะเกิดขน้ึ กบั ผูเ้ รียน
1. ด้านการจัดการเรยี นรู้ ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ที่คาดหวังให้เกดิ ขนึ้ กับ ท่แี สดงใหเ้ ห็นถึง
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ครอบคลุมถึง การประเมนิ (โปรดระบุ) ผเู้ รียน(โปรดระบุ) การเปล่ียนแปลง
ไปในทางท่ดี ขี ึน้
การสร้ างและหรื อพั ฒนาหลั กสู ตร หรือมีการพฒั นามากขน้ึ
การออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัด หรอื ผลสัมฤทธ์สิ ูงขึน้
กิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างและหรือ (โปรดระบ)ุ
พัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี
และแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ การศึกษา วิเคราะห์
สังเคราะห์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนา
การเรียนรู้ การจัดบรรยากาศท่ีส่งเสริม
และพัฒนาผู้เรียน และการอบรม
และพฒั นาคุณลักษณะทด่ี ีของผเู้ รียน
2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน
การจดั การเรยี นรู้
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง
การจัดทาข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน
และรายวิชา การดาเนินการตามระบบ
ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงาน
วิชาการ และงานอ่ืนๆ ของสถานศึกษา
แล ะการ ปร ะส าน คว ามร่ ว มมื อกั บ
ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือ
สถานประกอบการ
- 46 -
ลกั ษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ งาน ผลลัพธ์ ตวั ชี้วดั
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ทจ่ี ะดาเนนิ การพฒั นา ของงานตามข้อตกลง ทีจ่ ะเกิดขน้ึ กับผูเ้ รยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ทคี่ าดหวงั ให้เกดิ ขึ้นกบั ที่แสดงให้เห็นถึง
การประเมิน (โปรดระบุ) ผู้เรยี น(โปรดระบุ) การเปลยี่ นแปลง
ไปในทางทดี่ ขี ึ้น
หรอื มีการพัฒนามากข้นึ
หรือผลสัมฤทธิ์สงู ขึ้น
(โปรดระบ)ุ
3. ดา้ นการพฒั นาตนเองและวชิ าชีพ
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ครอบคลุมถึง
การพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง
การมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียนเรียนรู้
ทางวชิ าชีพ เพอื่ พัฒนาการจัดการเรียนรู้
และการนาความรู้ความสามารถ ทักษะ
ท่ีได้จากการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพ
มาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
การพฒั นาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนา
นวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้
หมายเหตุ
1. รูปแบบการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตามแบบ PA 1 ให้เป็นไปตามบริบท และสภาพ
การจัดการเรียนรู้ของแต่ละสถานศึกษา โดยความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้อานวยการสถานศึกษา
หรือผู้อานวยการศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ แล้วแต่กรณี และ ครู ผู้จัดทาขอ้ ตกลง
2. งาน (Tasks) ที่เสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
ทส่ี ่งผลโดยตรงตอ่ ผลลพั ธ์การเรยี นร้ขู องผู้เรียน และให้นาเสนอรายวชิ าหลักท่ีทาการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวิชาหลักที่ทาการสอนทุกระดับช้ัน ในกรณีท่ีสอนหลายรายวิชา สามารถเลือกรายวิชาใดวิชาหน่ึงได้
โดยจะต้องแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง และคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน
ตามขอ้ ตกลงสามารถประเมนิ ไดต้ ามแบบการประเมนิ PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสาคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
(Outcomes) และตัวช้ีวัด (Indicators) ที่เป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน
ตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดาเนินการประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริง สภาพการจัดการเรียนรู้
ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจากการพัฒนางานตามข้อตกลง
เป็นสาคัญ โดยไมเ่ น้นการประเมนิ จากเอกสาร
- 47 -
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เปน็ ประเด็นทา้ ทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผเู้ รียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทาข้อตกลง ซ่ึงปัจจุบัน
ดารงตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ
ชานาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ให้เกิดการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น ทั้งน้ี ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึง
ระดับการปฏิบัตทิ ค่ี าดหวงั ในวทิ ยฐานะท่ีสูงกวา่ ได)้
ประเดน็ ท้าทาย เร่อื ง .............................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
1. สภาพปญั หาการจัดการเรียนรูแ้ ละคุณภาพการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ...............................................
2. วธิ กี ารดาเนนิ การให้บรรลผุ ล
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ผลลพั ธ์การพฒั นาท่ีคาดหวงั
3.1 เชิงปรมิ าณ
..................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................... ...........
3.2 เชงิ คณุ ภาพ
..................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
ผู้จัดทาขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน
........./......................../............
ความเหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษาหรอื ผูอ้ านวยการศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก แล้วแต่กรณี
( ) เห็นชอบใหเ้ ปน็ ข้อตกลงในการพฒั นางาน
( ) ไม่เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนาไปแก้ไขและเสนอ
เพ่ือพิจารณาอีกครงั้ ดงั นี้
.........................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(.............................................................)
ตาแหน่ง.................................................
........./......................../............
- 48 -
PA 1/ส
แบบขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน (PA)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครูเชย่ี วชาญ
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ......
ระหว่างวันท่.ี .....เดอื น................พ.ศ. ...... ถึงวันท.่ี .....เดือน...................พ.ศ. ….....
ผจู้ ัดทาขอ้ ตกลง
ช่อื .........................................................นามสกุล..........................................ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชยี่ วชาญ
รบั เงนิ เดอื นในอนั ดบั คศ. ............ อัตราเงินเดอื น .......................... บาท
สถานศกึ ษา .........................................................สงั กดั อบจ./เทศบาล/อบต. ....................................................
อาเภอ.......................................จงั หวดั ......................................
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ (สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทห้องเรียน ตามสภาพ
การจัดการเรียนรจู้ รงิ )
ห้องเรียนวิชาสามญั หรือวชิ าพื้นฐาน
ห้องเรยี นปฐมวยั
ห้องเรียนการศึกษาพิเศษ
หอ้ งเรียนสายวชิ าชพี
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูเช่ียวชาญ
ซึ่งเป็นตาแหน่งและวิทยฐานะท่ีดารงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อานวยการสถานศึกษาหรือผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
แล้วแต่กรณี ไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง
1. ภาระงาน มภี าระงานเปน็ ไปตามที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กาหนด
1.1 ช่ัวโมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน.......................ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ดังนี้
- กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวชิ า....................จานวน......................ชวั่ โมง/สปั ดาห์
- กลุ่มสาระการเรียนร้/ู รายวิชา....................จานวน......................ชว่ั โมง/สัปดาห์
- กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ รายวิชา....................จานวน......................ชัว่ โมง/สปั ดาห์
ฯลฯ
1.2 งานสง่ เสริมและสนบั สนุนการจัดการเรียนรู้ จานวน..............ชว่ั โมง/สปั ดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา จานวน.............ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น จานวน..............ชวั่ โมง/สัปดาห์
- 49 -
2. งานทจี่ ะปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ ครู
ให้ระบรุ ายละเอียดของงานทจ่ี ะปฏิบตั ใิ นแต่ละด้านว่าจะดาเนินการอยา่ งไร โดยอาจระบุระยะเวลา
ท่ีใช้ในการดาเนนิ การด้วยก็ได้
ลกั ษณะงานท่ีปฏบิ ัติ งาน ผลลัพธ์ ตัวชวี้ ดั
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ (Tasks) (Outcomes) (Indicators)
ที่จะดาเนนิ การพฒั นา ของงานตามขอ้ ตกลง ทีจ่ ะเกิดขนึ้ กบั ผ้เู รยี น
1. ดา้ นการจัดการเรียนรู้ ตามขอ้ ตกลงใน 1 รอบ ทค่ี าดหวังให้เกดิ ข้ึนกับ ท่แี สดงให้เห็นถึง
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ครอบคลุมถึง การประเมนิ (โปรดระบุ) ผเู้ รยี น(โปรดระบ)ุ การเปลี่ยนแปลง
ไปในทางที่ดีข้ึน
การส ร้ างและหรื อพั ฒนาหลั กสู ตร หรอื มีการพฒั นามากขึ้น
การออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัด หรือผลสัมฤทธิส์ ูงขึ้น
กิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างและหรือ (โปรดระบุ)
พัฒนาส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยี
และแหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ การศึกษา วิเคราะห์
สังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา
การเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริม
และพัฒนา ผู้เรียน และการอบรม
และพฒั นาคุณลักษณะทดี่ ีของผูเ้ รยี น
2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน
การจัดการเรยี นรู้
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึง
การจัดทาข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน
และรายวิชา การดาเนินการตามระบบ
ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงาน
วิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา
แล ะก าร ป ระสา น คว าม ร่ วม มื อกั บ
ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือ
สถานประกอบการ