The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-28 05:18:24

ไม้สน2545

ไมสน



































































ศูนยวนวัฒนวิจัยที 1 สวนวนวัฒนวิจัย




สานักวิชาการปาไม กรมปาไม


2545


ไมสน













จัดทําโดย




ประดิษฐ หอมจีน




วินย ศรกุล





ประสทธ สอาดอาวุธ
สมเกียรติ กลั นกลิ น



อําไพ พรลีแสงสุวรรณ


สาโรจน วัฒนสุขสกุล


สมชาย นองเนอง




คณิต รตนวัฒนกุล








ศูนยวนวัฒนวิจัยที 1 สวนวนวัฒนวิจัย







สานักวิชาการปาไม กรมปาไม

2545

I



สารบัญ





หน้า




คํานํา 1

ลักษณะทั วไปของไม้สน 3
1. ไม้สนท้องถิ น 3


2. ไม้สนตางถ น 7




การปรบปรงพันธ์ไม้สนในประเทศไทย 11





การปรบปรงพันธ์ไม้สนชนดตางๆ ในประเทศไทย 13
1. สนสามใบ 16
2. สนสองใบ 34
3. สนคารเบย 43


4. สนโอคารปา และสนเทคนมาน ี 59



การจัดการเมล็ดไม้สน 72

การขยายพันธ์ไม้สน 124
การปลูกสรางสวนปาไม้สนในประเทศไทย 139


การเจรญเตบโตและผลผลิต 184


การใช้ประโยชน์ 195
เอกสารอ้างอิง 199

II



สารบัญตาราง





ตารางที หนา








1 ชนดพันธ์ไม้ทคัดเลือกเพื อทําการทดสอบชนดไม้ (Species trial) ทสถานทดลอง 13

ปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ เมื อป พ.ศ. 2514



2 การเจรญเตบโตทางความสงของไม้สน 4 ชนด ในแปลงทดสอบชนดไม้ ทสถาน ี 14






ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ แปลงปลูกป พ.ศ. 2514



3 การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้สน 4 ชนด ในแปลงทดสอบชนดไม้ 14




ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ แปลงปลูกป พ.ศ. 2514





4 เปรยบเทยบการเจรญเตบโตทางความสงของไม้สนทเตรยมพื นทตางกันในแปลง 15






ทดสอบชนดไม้แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง



จังหวัดเชยงใหม่

5 เปรยบเทยบการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้สนทเตรยมพื นทตางกัน 16










ในแปลงทดสอบชนดไม้แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้



ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่


6 การเจรญเตบโตและการรอดตายของไม้สนสามใบ ในแปลงทดสอบถ นกําเนด 17


แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่




7 เปรยบเทยบการเจรญเตบโต การรอดตาย และลักษณะของไม้สนสามใบใน 18







แปลงทดสอบถิ นกําเนดแปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทจังหวัดเชยงใหม่และจังหวัด


สราษฎรธาน เมื ออายุ 3 ป



8 รายละเอียดของไม้สนสามใบในแปลงทดสอบถิ นกําเนดไม้สนสามใบป พ.ศ. 19



2514 ทจังหวัดชมพร

9 การเจรญเตบโตทางความสงและการรอดตายของไม้สนสามใบในแปลงทดสอบ 20







ถิ นกําเนดไม้สนสามใบป พ.ศ. 2514 ทจังหวัดชมพร







10 การเปรยบเทยบการเจรญเตบโตทางความสงของไม้สนสามใบของถ นกําเนดท ี 21






นําไปปลูกทห้วยบง (พื นทระดับสง) และทาแซะ (พื นทระดับตํา)

11 ถิ นกําเนดไม้สนสามใบแหล่งตาง ๆ ทนํามาจัดสรางเปนสวนอนรักษ์พันธ์ในถิ น 22






อื น
12 พื นทแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถิ นอื นของไม้สนสามใบในหนวยงานตางๆของ 22








โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน




13 แม่ไม้สนสามใบททําการคัดเลือกในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 24


III



สารบัญตาราง (ตอ)






ตารางที หนา


14 แหล่งกําเนด (Origin) แม่ไม้สนสามใบทนํามาปลูกทดสอบสายพันธ์ในป พ.ศ. 26






2530 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
15 การทดสอบสายพันธ์ไม้สนสามใบ แปลงปลูกป พ.ศ. 2530 ทสถานทดลองปลูก 28





พรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่




16 แหล่งแม่ไม้จากปาธรรมชาตทคัดเลือกและเก็บเมล็ดมาปลกสรางเปนแหล่งผลิต 31




เมล็ดป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่


17 การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบ ในแปลงทดสอบถิ นกําเนดแปลงปลูกป พ.ศ. 34





2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่







18 เปรยบเทยบการเจรญเตบโตทางความสงและการรอดตายของไม้สนสองใบใน 35



แปลงทดสอบถิ นกําเนดแปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทจังหวัดสราษฎรธาน และ



จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุ 3 ป ี




19 แม่ไม้สนสองใบททําการคัดเลือกในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 39




20 แม่ไม้สนสองใบทคัดเลือกในเขตอนรกษ์พันธ์ไม้สนสองใบ ท้องทตําบลทับทัน 40



อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ์






21 การเจรญเตบโตของสนคารเบยในพื นทระดับสง (จังหวัดเชยงใหม่) และในพื นท ี 43


ระดับตํา (จังหวัดชมพร) เมื ออายุ 7 ป ี


22 การเจรญเตบโตและการรอดตายของไม้สนคารเบยในแปลงทดสอบถิ นกําเนด 44








นานาชาตแปลงปลูกป พ.ศ. 2515 ทจังหวัดชมพร และจังหวัดเชยงใหม่






23 การเจรญเตบโตและการรอดตายของไม้สนคารเบยในแปลงทดสอบถิ นกําเนด 45




แปลงปลูกป พ.ศ. 2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่

เมื ออายุ 19 ป ี




24 ถิ นกําเนดของไม้สนคารเบยจากประเทศตาง ๆ ที นํามาจัดสรางเปนแหล่งอนรกษ์ 46





พันธกรรมในประเทศไทย


25 พื นทแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถิ นอื นของไม้สนคารเบย ในหนวยงานตางๆ 47









ของโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน




26 แม่ไม้สนคารเบยททําการคัดเลือกในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 48







27 แหล่งกําเนด (Origin) แม่ไม้สนคารเบยทนํามาปลูกทดสอบสายพันธ์ในป พ.ศ. 50



2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่


IV




สารบัญตาราง (ตอ)




ตารางที หนา






28 คาดัชนความสําคัญของไม้สนคารเบยจากพื นทระดับสงในแหล่งทดสอบสาย 51


พันธ์แปลงปลูกป พ.ศ. 2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด





เชยงใหม่ เมื ออายุ 19 ป ี




29 คาดัชนความสําคัญของไม้สนคารเบยจากพื นทระดับตํา ในแหล่งทดสอบสาย 52


พันธ์แปลงปลูกป พ.ศ. 2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด





เชยงใหม่ เมื ออายุ 19 ป ี






30 ถิ นกําเนดของไม้สนคารเบยทนํามาปลกทดสอบสายพันธ์ในป พ.ศ. 2524 ท ี 53



สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
31 คาดัชนความสําคัญของไม้สนคารเบย ในแปลงทดสอบสายพันธ์แปลงปลูกป ี 55







พ.ศ. 2524 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่ เมื ออายุ 18 ป ี



32 คาดัชนความสําคัญของไม้สนคารเบยในแปลงทดสอบสายพันธ์แปลงปลูกป ี 56





พ.ศ. 2535 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่ เมื ออายุ 7 ป






33 การเจรญเตบโตของสนโอคารปาในพื นทระดับสง (จังหวัดเชยงใหม่) และในพื น 60


ทระดับตํา (จังหวัดชมพร) เมื ออายุ 7 ป ี



34 การเจรญเตบโตและการรอดตายของไม้สนโอคารปาในแปลงทดสอบถ นกําเนด 61






แปลงปลูกป พ.ศ. 2515 ทจังหวัดชมพรและจังหวัดเชยงใหม่

35 ผลผลิตด้านปรมาตรของไม้สนคารเบยและสนโอคารปา (ยังไม่ได้แยกสนเทคน ู 62









มานออกมา) ในพื นทระดับสง (จังหวัดเชยงใหม่) และในพื นทระดับตํา (จังหวัด


ชมพร) เมื ออายุ 7 ป ี


36 การเจรญเตบโตของไม้สนโอคารปาในแปลงทดสอบถิ นกําเนดแปลงปลูกป พ.ศ. 62












2523 ทสถานปรบปรงแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ปาหนองกระทง จังหวัดเชยงใหม่




37 ถิ นกําเนดของไม้สนโอคารปาจากประเทศตางๆ ทนํามาจัดสรางเปนแหล่ง 63




อนรกษ์พันธกรรมในประเทศไทย




38 พื นทแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถิ นอื นของไม้สนโอคารปาในหนวยงานตางๆ 64





ของโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน





39 ถิ นกําเนดของไม้สนเทคนมานจากประเทศตางๆ ทนํามาจัดสรางเปนแหล่ง 65






อนรกษ์พันธกรรมในประเทศไทย



V




สารบัญตาราง (ตอ)




ตารางที หนา











40 พื นทแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถิ นอื นของไม้สนเทคนมานในหนวยงานตางๆ 65
ของโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน









41 แม่ไม้สนเทคนมานททําการคัดเลือกในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 66

42 ถิ นกําเนดแม่ไม้สนโอคารปาและสนเทคนมานที นํามาปลูกทดสอบสายพันธ์ใน 67










ป พ.ศ. 2525 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
43 คาดัชนความสําคัญของไม้สนโอคารปาในแปลงทดสอบสายพันธ์แปลงปลูกป 68







พ.ศ. 2525 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่ เมื ออายุ 17 ป ี





44 คาดัชนความสําคัญของไม้สนเทคนมานในแปลงทดสอบสายพันธ์แปลงปลูกป 69




พ.ศ. 2525 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่ เมื ออายุ 17 ป ี



45 รายละเอียดเบอรแม่ไม้สนเทคนมานนํามาปลูกสรางเปนสวนผลิตเมล็ด (Clonal 70






seed orchard) ป พ.ศ. 2518 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด

เชยงใหม่
46 แหล่งเก็บเมล็ดไม้สนสองใบในประเทศไทย 73
47 แหล่งเก็บเมล็ดไม้สนสามใบในประเทศไทย 74

48 ปรมาณการเก็บเมล็ดและการจ่ายเมล็ดไม้สนชนดตางๆ ในโครงการปรบปรง 78




พันธ์ไม้สน



49 ระยะเวลาในการเก็บเมล็ดของไม้สนชนดตางๆ ในประเทศไทย 78
50 การประเมินกําลังผลผลิตเมล็ด 79


51 การให้คะแนนในการคัดเลือกแม่ไม้สนในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 84



52 ขนาดของโคนและผลผลิตของเมล็ดไม้สนชนดตางๆ โดยเฉลี ยในโคนสน 1 ลูก 94








53 ความบรสทธของเมล็ดสนชนดตางๆ ในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 97


54 การทดสอบความมีชีวิตของเมล็ดสนชนดตางๆ ในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 99



โดยวิธผ่าเมล็ด (cutting test)



55 นํ าหนัก 1000 เมล็ดของไม้สนชนดตางๆ ในประเทศไทย 102


56 นํ าหนัก 1000 เมล็ดของไม้สนคารเบยแปลง Seed Production Area 1971 ท ี 103
สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุตาง ๆ กัน



57 การทดสอบการงอกของเมล็ดสนชนดตางๆ ในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน 108








58 เปรยบเทยบอัตราการงอกของเมล็ดไม้สน 4 ชนด 109

VI




สารบัญตาราง (ตอ)




ตารางที หนา





59 อัตราการงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งหนองกระทง ทเก็บรกษาไว้ในสภาวะ 113

ตาง ๆ เมื อเวลาตางๆ กัน



60 อัตราการงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งดอยอินทนนท์ ทเก็บรกษาไว้ในสภาวะ 113
ตาง ๆ เมื อเวลาตางๆ กัน





61 อัตราการงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งสะเมิง ทเก็บรกษาไว้ในสภาวะตางๆ 114

เมื อเวลาตางๆ กัน

62 อัตราการงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งวัดจันทร ทเก็บรักษาไว้ในสภาวะตางๆ 114



เมื อเวลาตางๆ กัน


63 อัตราการงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งห้วยตอง ทเก็บรกษาไว้ในสภาวะตางๆ 115

เมื อเวลาตางๆ กัน


64 การงอกของเมล็ดสนสามใบแหล่งตางๆ ทเก็บรกษาไว้ในห้องเย็นเมื อเวลาตางๆ 116



กัน

65 การงอกของเมล็ดสนสองใบแหล่งตางๆ ทเก็บรกษาไว้ในห้องเย็นเมื อเวลาตางๆ 116



กัน




66 การงอกของเมล็ดสนคารเบยแหล่งตางๆ ทเก็บรกษาไว้ในห้องเย็นเมื อเวลาตางๆ 117


กัน




67 การงอกของเมล็ดสนโอคารปาแหล่งตางๆ ทเก็บรกษาไว้ในห้องเย็นเมื อเวลา 117

ตางๆ กัน
68 ปรมาณเมล็ดทเหมาะสมสําหรบแปลงหว่านเมล็ดขนาด 1 x 4 เมตร 157




69 การลิดกิ งและการตัดสางขยายระยะสําหรบพื นทคุณภาพด ี 176



70 การลิดกิ งและการตัดสางขยายระยะสําหรบพื นทคุณภาพเลว (โตช้า) 177





71 ความสงของไม้สนสองใบ (คาเฉลี ยกลุ่มไม้ชั นนํา) ในดัชนคณภาพพื นทตางๆ 185


72 ตารางช คณภาพพื นที ของไม้สนสาม (Pinus kesiya) ในสวนปา 185




73 การเจรญเตบโตทางความสงของไม้ในสวนปาทดัชนคุณภาพพื นทตางๆ กัน ใน 186








ท้องทจังหวัดเชยงใหม่





74 ผลผลิตรวมของไม้สนสามใบอายุ 10 ป ทสวนปาดอยบอหลวง จังหวัดเชยงใหม่ 187
3
(ควบิกเมตร) ม.


VII




สารบัญตาราง (ตอ)





ตารางที หนา

75 การเจรญเตบโตทางความสง (เมตร) ของไม้สนตางๆ ทแปลงทดลองของสถาน ี 187






ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่

76 การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอก (เซนตเมตร) ของไม้สนชนดตางๆ 188





ทแปลงทดลองของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัด


เชยงใหม่



77 ความเพ มพูนเฉลี ยรายป (MAI) ของไม้สนชนดตางๆ ทปลูกในแปลงทดลองของ 188



สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

78 การเจรญเตบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis ในประเทศจา 189



ไมกาและฟจเมื ออายุ 15 ป ี
79 การเจรญเตบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis ในรฐควีนส์ 190



แลนด์ตอนเหนอ





80 การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบและสนคารเบยแหล่งห้วยทา จังหวัดศรสะเกษ 191


เมื ออายุตางๆ กัน







81 การเจรญเตบโตและปรมาตรของสนคารเบยถิ นกําเนด และอายุตางๆ 192






82 การเจรญเตบโตของไม้สนโอคารปาทมีระยะปลกต่าง ๆ กัน เมื ออายุ 27 ป 193






83 สรปการเจรญเตบโตและปรมาตรตอต้นของไม้สนโอคารปา จากแปลงทดลอง 194


ตางๆ เมื ออายุตางกัน



84 มูลคาการนําเข้าเยื อกระดาษจากผู้สงออกรายใหญ 6 ประเทศแรก 195
85 ดัชนการใช้ประโยชน์ไม้โตเรวบางประการ 196



VIII



สารบัญภาพ





ภาพที หนา





1 ขั นตอนการปรบปรงพันธ์ไม้สน 12
2 ขั นตอนการปรบปรงพันธ์ไม้สนสามใบ 33






3 ขั นตอนการปรบปรงพันธ์ไม้สนสองใบ 42




4 ขั นตอนการปรบปรงพันธ์ไม้สนคารเบย 58


5 ขั นตอนการปรบปรงพันธ์ไม้สนโอคารปาและสนเทคูนมาน ี 71




6 Seed Collection Form 120
7 Seed Extraction Form 121
8 Seed Germination Form 122
9 Seed Stock Form 123
10 Gaussen climagram 10 ป (1987-1996) ของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง 145


จังหวัดเชยงใหม่


1



คํานา








ไม้สนเปนไม้สกุล Pinus ซงอยู่ในวงศ์ Pinaceae เปนต้นไม้ทไม่มีดอก จําแนกอยู่







ในพวก Gymnosperm ไม่มีรงไข (ovary) หอห้มคัพภะ (embryo) มีอวัยวะเพศเมียและเพศผู้แยกจากกัน

ไม้สนทพบในประเทศไทยจัดเปนไม้สนเขตรอน (Tropical pine) มีอยู่ 2 ชนด ทพบข นอยู่ตามธรรมชาต ิ





คอ สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex Gordon) และ สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese)







เน อไม้ของสนมีวงปเหนเดนชัด จงมีผู้นยมนําไปใช้ทําเฟอรนเจอร ไม้อัดหรอสวนประกอบของอาคาร










บ้านเรอนภายในรมทไม่ต้องรับนํ าหนักมากนัก เชน ทําฝา ทําเครองใช้ เชน ต้ โต๊ะ เตยง ฯลฯ ปจจบันมีผู้







นยมนําไม้สนมาปลูกสรางเปน Log cabin โดยนําเข้าไม้สนจากตางประเทศ ไม้สนเปนไม้ทมีเส้นใย






(fiber) ยาวเหมาะสําหรบใช้เปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมทําเยื อกระดาษ เนองจากให้ผลผลิตของเยื อสง




และมีความต้านทานแรงฉกขาดสงมาก นอกจากน ียางทได้จากการเจาะต้นสนสามารถนําไปสกัดทํา




นํ ามันสนและชันสนได้ นํ ามันสนสวนมากใช้ในการผสมสนํ ามันและทํานํ ามันขัดเงา ใช้ในการปรงยา

เชน ยาทาแก้หวัด ทํานํ ามันสะโต๊ก และอุตสาหกรรมอื นๆอีกมากมาย ชันสนใช้ในการทําสบมากทสด



ู่








นอกจากน โดยทั วไปสภาพปาสนเปนปาทไม่ผลัดใบให้ความรมรนและในต้นสนมีสาร terpentine จงทํา









ให้สดชนหายใจสะดวกเหมาะสําหรบพักผ่อนหย่อนใจ และในปายังมีเหดหลายชนดทเกดข นในฤดฝน










เชน เหดไขหาน เหดปลวก เหดขมิ น เหดขอน หรอเหดลมหนาว ซงราษฎรทอาศัยอยู่บรเวณใกล้เคยง







สามารถใช้บรโภคและขายเปนรายได้เล ยงครอบครวได้ จากประโยชน์ดังกล่าวไม้สนจงเปนไม้ทควรสง








เสรมให้มีการปลูกสรางสวนปา เพราะนอกจากจะให้คณคาตอส งแวดล้อมแล้ว ยังให้ผลผลิตในด้าน





เศรษฐกจอีกด้วย



การพัฒนาไม้สนในประเทศไทยได้เร มดําเนนการมากว่า 30 ปแล้ว โดยป 2507 ได้เร ม






ดําเนนการโครงการสํารวจวัตถุดบเพื อทําเยื อกระดาษ ซงเปนโครงการทได้รบความชวยเหลือจาก




กองทนพิเศษขององค์การสหประชาชาตและในป 2512 ได้มีโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนและไม้โตเรว













เกดข ึน โดยความรวมมือทางวิชาการระหว่างรฐบาลไทยโดยกรมปาไม้กับรฐบาลเดนมารกโดย
DANIDA (Danish International Development Agency) วางแผนการปรบปรงพันธ์ไม้สนในประเทศ





ไทย นอกจากน ียังได้นําไม้สนตางประเทศเข้ามาทดลองปลูกรวมด้วย และพบว่ามีไม้สนตางถิ นอีก 3




ชนด ทมีถิ นดั งเดมอยู่ในแถบอเมรกากลาง จัดเปนไม้สนเขตรอนทนาสงเสรมในการปลูกสรางสวนปา









ไม้สนของประเทศไทย คอ สนคารเบย (Pinus caribaea Morelet) สนโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede)












และสนเทคนมาน (Pinus patula ssp. tecunumanii) เนองจากมีการเจรญเตบโตด รปทรงสวยงาม โดย

เฉพาะสนคารเบยเปนไม้ทสามารถปลูกได้ทั งในพื นทระดับตําและระดับสงสามารถปรบตัวได้ดในหลาย








2











สภาพพื นท โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลอกแม่ไม้สนชนดตางๆหลายถิ นกําเนด และเก็บ

เมล็ดไม้มาปลูกสรางเปนสวนอนรกษ์สายพันธ์จากแหล่งตางๆ ทั งในและนอกประเทศ โดยได้รบความ







รวมมือจากองค์การตางๆ เชน Oxford Forestry Institute (OFI) ประเทศอังกฤษ ทําการศึกษาค้นคว้าวิจัย








ระดับนานาชาตของถิ นกําเนดพันธ์ไม้ (International provenance trial) ของชนดไม้สนคารเบยและสนโอ












คารปา ซงในปจจบันโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนมีสวนอนรกษ์พันธ์ของไม้สนท้องถิ นและไม้สนตาง




ประเทศรวมทั ง 5 ชนด ซงได้มีการปรบปรงพันธ์ ทดสอบสายพันธ์ (Progeny test) และจัดสรางเปนสวน






ผลิตเมล็ดทั งแบบอาศัยเพศ (Seedling seed orchard) และสวนผลิตเมล็ดแบบไม่อาศัยเพศ (Clonal seed



orchard) เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ดเพื อการปลูกสรางสวนปา นอกจากน ยังได้มีการศึกษาการผสมเกสร






การทดสอบการผสมพันธ์ตัวเองและข้ามพันธ์เพื อสรางสายพันธ์ใหม่ การศึกษาการขยายพันธ์โดยไม่
อาศัยเพศ การศึกษาเทคนคการเพาะชําไม้สนและวนวัฒนวิธตางๆ ทเหมาะสมในการปลูกสรางสวนปา














เพื อนําความรมาพัฒนาและปรบปรงพันธ์ไม้สนให้มีคณภาพดยิ งข น

3




ลักษณะทั วไปของไมสน







ไม้สนชนดตางๆทสามารถปลูกและเจรญเตบโตได้ดในประเทศไทยจําแนกออกเปน 2




ประเภท คอ



1. ไมสนทองถิ น (Indigenous pine) เป็นไม้สนที มีถิ นกําเนิดอยู่ในประเทศไทย
พบอยู่ 2 ชนด คอ



1.1 สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex Gordon)



เปนไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ มีความสงประมาณ 35 – 45 เมตร ลํา








ต้นเปลาตรง มีเรอนยอดเปนพุ่มกลม ขณะมีอายุน้อยเรอนยอดจะเปนรปปรามิด เมื อโตเต็มทมีเรอนยอด








เปนรปรม (สวิทย์, 2516) เปลอก หนา มีสชมพูหรอสนํ าตาลแดง และจะแตกหลุดออกเปนเกล็ดหรอ




แผ่นเมื อต้นไม้มีอายุเต็มวัยแล้ว ใบ เปนลักษณะใบเดยว เล็กเรยวยาวเปนรปเข็ม รวมเปนกระจกๆ ละ 3





ใบมีความยาวประมาณ 12 - 25 เซนตเมตร หนาประมาณ 0.5 - 1.0 มม. มีสเขยวอ่อนมีทอนํ ามัน 3 - 5 ทอ











ตอผิวใบ โคนของกระจกใบหรอกลุ่มใบจะมีเยื อห้มสนํ าตาลอมเทายาวประมาณ 0.5 - 1.5 เซนตเมตร



ดอก ดอกตัวผู้ (male strobili) เปนรปทรงกระบอก ยาวประมาณ 2 - 3 เซนตเมตร ออกเปนกลุ่มรวมกัน




แตละดอกกว้างประมาณ 0.5 เซนตเมตร ระยะแรกๆ จะมีสเหลองซดๆ หรอนํ าตาลอ่อนเมื อแก่จัดจะมีส ี







ออกสม่วง เกสรตัวผู้จะมีอยู่ระหว่างเดอนธันวาคม – มีนาคม ดอกตัวเมีย (conelet) จะมีสม่วงอมเขยวเปน




เกล็ดเล็กๆ เรยงสลับเวียนกันแตละเกล็ด ทางด้านล่างของเกล็ดมีกาบรองรบอยู่ ดอกตัวเมียจะออกชวง

เดอนธันวาคมถึงต้นเดอนกุมภาพันธ์ ชวงผสมเกสรจะมีอยู่ระหว่างเดอนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เปนเวลา









7 วันในแตละต้น โดยเกล็ดเล็กๆ ตามดอกตัวเมียจะเปดอ้าออกรบละอองเกสรตัวผู้แล้วพัฒนาเปนโคน






(cone) ซงขนาดโตเต็มทจะยาวประมาณ 5 - 8 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 - 4 เซนตเมตร มีสเขยว และ

เมื อระยะประมาณ 23 เดอน ลูกสนจะแกจัดมีสนํ าตาลเกล็ดจะอ้าออกเปดโอกาสให้เมล็ดใต้เกล็ด 1 - 2












เมล็ด ขนาด 0.3 - 0.5 เซนตเมตร หลุดรวงออกมา เมล็ด รปรๆ มีครบบางเปนปกอยู่ทตอนปลายยาว




ประมาณ 1.5 - 2.5 เซนตเมตร ชวยในการปลิวกระจายไปตามลมเปนการกระจายพันธ์ ลูกสนแกจัดใน




ชวงเดอนธันวาคม – มกราคม เน อไม้สนสามใบมีสเหลืองถึงนํ าตาลอ่อน เส ยนตรงเน อละเอียด




o
ไม้สนสามใบมีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาตเปนบรเวณกว้างระหว่าง 30 N และ




12 N ในเขตเอเซยตะวันออกเฉยงใต้บรเวณประเทศพม่า อินเดย ธเบต ลาว เวียดนาม ไทย ฟลิปปนส์
o










และจน สนสามใบจะข นอยู่ในความสงจากระดับนํ าทะเล 300 - 3,000 เมตร สวนใหญแล้วจะพบว่าอยู่ใน


4







ชวงความสงระหว่าง 1,000 – 1,800 เมตร สําหรบในประเทศไทยสนสามใบข นอยู่ตามบรเวณเทอกเขา








ทางทศตะวันตก ทศเหนอ และพื นทราบสงโคราช สําหรบเทอกเขาทางทศตะวันตกซงวางตัวขนานไป











กับพรมแดนประเทศพม่าจากภาคเหนอไปจนถึงคาบสมุทรมลายาซงเปนภเขาหนแกรนตมีบ้างทเปนหน






/
o






ปน เทอกเขาทางภาคเหนอตอไปทางทศใต้ส นสดทราบสงฉานในพม่าประมาณ 17 30 N เปนภเขาเกาท












มีหนเชล หนชส และหนปน ทราบสงโคราชวางตัวเอียงเข้าหาทราบภาคกลางของประเทศ พื นทเกดจาก






หนทรายแดงบรเวณทสงทสดอยู่ทางทศเหนอของจังหวัดเพชรบรณประมาณ 2,000 เมตร ดนบรเวณปา
















สนสามใบสวนมากพบว่าเปนดนรวนและดนรวนปนทราย (loam to sandy clay loam) เกดจากวัตถุต้น







กําเนดคือ หนแกรนตและหนทราย คาความเปนกรดเปนดาง (pH) ของดนในปาสนอยู่ระหว่าง 5.5 - 5.7






ตามบรเวณพื นผิวดน และ 4.8 - 5.2 ตามบรเวณชั นล่างถัดลงไป ในประเทศไทยสวนมากจะพบสนสาม

ใบข นอยู่ทระดับความสงระหว่าง 1,000 – 1,500 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ปรมาณนํ าฝนเฉลี ย




o




1,000 – 2,000 มิลลเมตร/ป อุณหภมิเฉลี ย 25 C โดยทั วไปจะพบสนสามใบข นปะปนกับสนสองใบหรอ










อาจพบข นปะปนกับไม้กอชนดตางๆ หรอไม้ในปาเต็งรง เชน ไม้เต็ง ไม้รง ไม้เหยง ไม้พลวง เปนต้น



1.2 สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese)



สนสองใบเปนไม้ขนาดใหญและลําต้นตรงงามเมื อเทยบกับไม้ใบกว้างเมื ออยู่



ด้วยกันกลุ่มไม้โตเต็มทมีความสงถึง 30 เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 - 80 เซนตเมตร ในต้นทโต



ุ่

มากๆ อาจมีความสงถึง 45 เมตรและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 140 เซนตเมตร ไม้วัยหนมจะมีเรอนยอดทรง



โคนและมียอดแหลม เมื อโตขึ นเรอนยอดจะแผ่กว้างและแบน สนสองใบมีลักษณะเดนบางอย่างแตกตาง
กันตามสายพันธ์อย่างเหนได้ชัด สามารถแยกออกเปน 2 สายพันธ์กว้างๆ คอสายพันธ์ Insular ซงพบข น


















ตามหมู่เกาะสมาตรา ประเทศอินโดนเซย และสายพันธ์ Continental ซงพบข นบนแผ่นดนใหญในทวีปเอ


เซย ลักษณะแตกตางทเดนชัดของสนทั ง 2 สายพันธ์ คอ






สายพันธ์ Insular การเจรญเตบโตเปนไปตามปกตโดยไม่มีการชะงักงันในระยะแรก










การเจรญเตบโตคอนข้างสมําเสมอสวนใหญลักษณะรปทรงลําต้นคดงอก งมีขนาดเล็ก ลักษณะผลของ


สายพันธ์น จะออกเปนกลุ่มมีขนาดเล็กความยาว 5 - 6 เซนตเมตรและความกว้าง 2 - 3 เซนตเมตร







สายพันธ์ Continental ในระยะกล้าไม้จะมีการเจรญเตบโตช้าและมีการชะงักงัน โดย







กล้าไม้จะมีการพักการเจรญเตบโตทางความสงระยะหนง แตการเจรญเตบโตทางลําต้นจะอวบมาก ใบ



จะเจรญยืดยาวแผ่กระจายปกคลุมลําต้นจนมีลักษณะเปนพุ่ม เรยกว่า สภาพหญ้า (grass stage) สวนราก







จะเจรญเตบโตอวบอ้วนมีลักษณะเปนเหง้า สภาพเชนน ีจะคงอยู่นาน 1 – 7 ป ทั งน ีข นอยู่กับความ









หลากหลายของแหล่งกําเนดสายพันธ์ เชน แหล่งกําเนดในภาคอีสานจากจังหวัดสรนทร ศรสะเกษ

5







อุบลราชธาน มีระยะชะงักงันประมาณ 1 ป แหล่งกําเนดอําเภอฝาง จังหวัดเชยงใหม่ มีระยะชะงักงัน

5 – 7 ป เปนต้น จากการเปรยบเทยบการเจรญเตบโตของกล้าไม้สน 4 ชนดเมื ออายุ 1 ป พบว่าสนคารเบย











สนโอคารปา และสนสามใบ มีความสงเฉลี ย 31.27, 27.26 และ 27.18 เซนตเมตรตามลําดับ โดยสงกว่า









สนสองใบซงมีความสงเพียง 6.27 เซนตเมตร แตการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางทคอรากของสน









สามใบ สนโอคารปา สนสองใบ และสนคารเบย ไม่แตกตางกันซงมีคาเทากับ 0.38, 0.37, 0.36 และ 0.32


เซนตเมตรตามลําดับ (สมชาย และคณะ, 2539) สนสองใบเมื อพ้นระยะสภาพหญ้าแล้วในชวง 2 – 3 ป ี






แรกกล้าไม้จะยังคงมีการเจรญเตบโตคอนข้างช้าอีกระยะหนง เมื อตั งตัวดแล้วจงจะเจรญเตบโตอย่างรวด




เรวมีลําต้นเปลาตรงสงเฉลี ยปละ 1 – 2 เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพิ มข นเฉลี ยปละ 0.7 – 1.0









เซนตเมตร (Cooling, 1968) จนบางต้นทําให้เกด “foxtail” ข นมา คอการมีเรอนยอดพุ่งสงข นไป โดยไม่






แตกกิ งก้านเปนระยะหลายๆ เมตร แล้วอาจแตกกิ งรอบๆ ลําต้นแบบ basket whorl ซงอาจรบนํ าหนักมาก

จนลําต้นหักงอหรอพับกลับลงมาได้ (flop) อันเปนข้อเสยอย่างหนงของสนสองใบ (สมยศ, 2530)





Hamzah และ Natawiria (1974) กล่าวว่า ลักษณะการเกด foxtail จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับคณสมบัต ิ




ของดนทั งทางกายภาพและทางเคมี ดนยิ งมีความอุดมสมบรณสงเพียงไรยิ งมีโอกาสเกด foxtail ได้มาก





เปลอก ไม้สนสองใบจะหนามากและเปนรองลึกตามความยาวของลําต้นและมีรอยตัด

ขวางบ้างเปนระยะๆ ต้นทโตเต็มวัยความหนาของเปลือก 4 – 6 เซนตเมตร สนํ าตาลดําหรอเทาดํา สน









สองใบสายพันธ์ Continental จะมีเปลือกหนารองลึกและใหญกว่าสายพันธ์ Insular การมีเปลือกหนา

เชนน ีทําให้คอนข้างมีความทนทานตอไฟปา โดยทั วไปสนสองใบจะมีปรมาณเปลือกประมาณ 15 –




20 % ของลําต้น ใบ จะอยู่รวมกันเปนกระจก กระจกละ 2 ใบ แตละกระจกอยู่รวมชดตดกันตามปลายก ง
















ทําให้ดเปนชอแนนคล้ายหางม้า รปทรงด้านขวางของใบเปนแบบ sector มีรปลักษณะคล้ายครงวงกลม

ดอก จะออกตามปลายก งตอนบนของลําต้น ดอกตัวผู้มีลักษณะรปทรงคล้ายหมอนกลมยาวนวลๆ ออก










เรยงซ้อนกันรอบๆ ก ง และมีการเจรญเตบโตพรอมทั งมีการเปลี ยนแปลงของสดอกเร มจากสเขยวนวล





เหลืองอมเขยว เหลืองม่วง และเมื อแกจัดเกสรตัวผู้จะปลิวกระจายออกมาแล้วกลายเปนสนํ าตาลมี



ลักษณะแห้งและรวงหลดจากก ง ดอกตัวผู้ของสายพันธ์ Insular อาจจะพบเหนได้ตลอดป สวนดอกตัวผู้







ของสายพันธ์ Continental จะเร มบานประมาณเดอนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ดอกตัวเมียมีลักษณะคล้ายรป












หลอดไฟหรอคล้ายรปไมโครโฟนแทงยาวตดอยู่ปลายก ง สวนทเปนดอกมีรปรางโค้งนนและมีเกสรโดย


รอบมีสเหลืองอมเขยว เมื อถึงระยะทจะรองรบละอองเกสรตัวผู้เกล็ดจะเปดออกและมีนํ าเลี ยงซมอยู่








รอบๆ เมื อดอกตัวเมียได้รบการผสมจากละอองเกสรตัวผู้แล้วจะเจรญพัฒนาเปลี ยนเปนสม่วง 4 เดอน




แรกหลังการผสมเกสรผลจะยาว 0.7 – 2.0 เซนตเมตร แล้วจะเจรญเตบโตอย่างรวดเรวประมาณเดอนละ










2 เซนตเมตรในชวง 4 เดอนตอมา จนกระทั งปลายเดอนพฤศจกายนก็จะโตเตมท (10 - 11 เซนตเมตร)


6










และชวงเดอนธันวาคม – มีนาคมผลสนสองใบจะเร มเปลี ยนจากสเขยวเปนสนํ าตาลพรอมทจะเก็บได้









ประมาณเดอนเมษายน – มิถุนายน ซงใช้เวลาเร มผสมพันธ์จนผลแก 12½ – 13 เดอน
ผล มีลักษณะคล้ายรปกรวยยาวมีเกล็ด (scale) ห้มอยู่โดยรอบ ผลของสนสองใบสาย






พันธ์ Continental มีขนาดยาวประมาณ 3 – 5 น ว และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1½ - 2 น วตดอยู่




กับก ง อาจเปนผลเดยวหรอเปนกลุ่ม 2 – 3 ผลตดอยู่ในแนวตั งฉากกับก ง แตละผลจะมีความยาวเฉลี ย





10 – 12 เซนตเมตร ขนาดความกว้าง 5 – 6 เซนตเมตร สวนผลของสายพันธ์ Insular มีขนาดเล็กรปราง





คอนข้างกลมตดกระจายตามก งทั วไป อาจพบเหนได้ตลอดป ผลของสนสองใบเมื อแกจัดมีสเขยวปนนํ า












ตาลและเมื อสภาวะภมิอากาศพอเหมาะเกล็ดจะเปดออกให้เมล็ดซงมีปกติดอยู่หลุดปลิวออกมา เกล็ดของ


ผลเมื อแกจัดจะแข็ง ผลของสนสองใบจะแกไม่พรอมกันภายในต้นแม้กระทั งในชอเดยวกันก็อาจแกไม่











พรอมกันได้ การติดผลให้เมล็ดมักจะสลับปเว้นปและหลังจากเมล็ดหลุดล่วงไปแล้วสวนใหญผลจะหลด



รวงลงมาจากลําต้นไม่ตดอยู่กับก งบนต้นเหมือนสนบางชนด






เมล็ด มีลักษณะเปนรปวงกลมรยาวประมาณ 7.5 มิลลิเมตร ถ้าผ่าครงมีขนาดกว้าง

ประมาณ 4.0 มิลลิเมตร ความหนา 2.0 มิลลิเมตร เมล็ดเมื อหลดออกจากผลแล้วจะมีปก 2 ปก เปนแผ่น



บางมีความยาวไม่เทากันคือประมาณ 2.0 – 3.0 มิลลิเมตร กว้าง 8 มิลลิเมตร ตดอยู่ด้วยจงสามารถปลิวไป



ตามลมได้เปนระยะไกล ๆ

o


/



สนสองใบมีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาตอย่างกว้างขวางตามเส้นรงท 23 00 N –

o
o
/
/
/
o


2 06 S และเส้นแวงท 95 30 E – 121 30 E ระดับความสงตั งแต 30 เมตรจนถึง 2,000 เมตร (Bryndum,

1970 ; Dallimore และ Jackson, 1966 ; Mirov, 1967 ; Troup, 1921) สนสองใบทพบตามธรรมชาตใน





ประเทศไทยมีทั งข นอยู่ในระดับตํา (lowland) ไปจนถึงพื นทระดับสง (highland) ดังน ี




1. ด้านทศตะวันตกของจังหวัดเชยงใหม่ไปจนถึงเขตติดตอพรมแดนพม่าสงจากระดับ
นํ าทะเล 700 – 1,000 เมตร


2. บรเวณระหว่างอําเภอเมืองและอําเภอแม่สอด จังหวัดตาก ท้องทหมู่บ้านห้วยยะอุ






3. แถบจังหวัดกาญจนบรตดตอกับเทอกเขาตะนาวศร และทางทศตะวันตกของ

จังหวัดเพชรบร สพรรณบร ี





4. เขตตดตอระหว่างภาคเหนอและภาคกลาง จะพบสนสองใบระหว่างจังหวัด





ุ่


พิษณโลกบรเวณทงแสลงหลวง จังหวัดเพชรบรณบรเวณนํ าหนาว (สงจากระดับนํ าทะเล 760 เมตร) และ



ทภกระดง จังหวัดเลย (สงจากระดับนํ าทะเล 1,500 เมตร)










5. ด้านภาคตะวันออกเฉยงเหนอ ซงเปนทราบสงโคราช จะพบสนสองใบทจังหวัด
สรนทร ศรสะเกษ และอุบลราชธาน มีความสงจากระดับนํ าทะเลระหว่าง 150 – 200 เมตร







7







การข นอยู่ของไม้สนสองใบ อาจข นเปนกลุ่มสนสองใบล้วนๆ หรอปะปนอยู่กับไม้สน
สามใบหรอไม้ใบกว้างอื นๆ โดยแยกลักษณะเปนสภาพปาดังน ี







1. ปาผสมสนสองใบ – ปาเต็งรง บนทสงระหว่าง 700 – 1,000 เมตร จะพบปาชนดน ี



ทางตะวันตกของเชยงใหม่ตดตอกับพม่า ทอําเภอแม่สอด จังหวัดตาก และบางสวนของจังหวัด
















เพชรบรณ ซงมีไม้สนสองใบข นอยู่เปนกลุ่มเล็กๆ หรออยู่โดดเดยวทามกลางไม้ใบกว้างชนดตางๆ โดย









เฉพาะไม้เหยงและไม้พลวง ปาชนดน จะเกดไฟไหม้ปาบอยๆ แทบทกปในฤดรอน จนทําให้การสบพันธ์ ุ




ตามธรรมชาตเปนไปได้น้อย ดนสวนใหญเปนพวก podzolic soils มีความอุดมสมบรณตํามีกรวดลูกรง









มาก

2. ปาผสมสนสองใบ – ไม้ใบกว้างอื นๆ ในพื นทระดับตํา พบไม้สนสองใบข นอยู่เปน










กลุ่มเล็กๆ หรอข นอยู่โดดเดยวทามกลางไม้ใบกว้างชนดอื นๆ เชน ไม้เต็ง รง กราด พลวง บนพื นทระดับ



ตําระหว่าง 100 – 200 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เชน แถบจังหวัดศรสะเกษ สรนทร และ








อุบลราชธาน ดนเปนพวก sandy loam, podzolic soils มีความอดมสมบรณปานกลาง พื นทบางแหงมีนํ า









ขังหรอมีนํ าทวมเปนคร งคราวได้








3. ปาสนสองใบทราบสงโคราช ซงเปนหนทราย เชน ภกระดง จังหวัดเลย พบสนสอง






ใบอยู่เปนกลุ่มใหญล้วนๆ พื นล่างเปนหญ้าคาทําให้เกดไฟไหม้ปาได้บอย ในปาชนดน จะพบไม้กอพวก






Castanopsis spp. ข นอยู่กระจัดกระจาย ดนเปนพวก podzolic soils เชนเดยวกัน กําเนดมาจากหนทราย

















แตเปนกรดจัดความอุดมสมบรณคอนข้างตํา แตปรมาณความช นค่อนข้างสง



2. ไมสนตางถิ น (Exotic pine)


2.1 สนคารเบย (Pinus caribaea Morelet)
สนคารเบยเปนไม้ขนาดใหญมีขนาดสงสดถึง 45 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลาง










กว้างถึง 1.35 เมตร ลําต้นตรงเปลาและมีก งเล็ก มีการลิดกิ งด้วยตัวเองดมาก ใบ เล็กเรยวคล้ายเข็มอยู่เปน



กระจก กระจกหนงจะมีใบอยู่ระหว่าง 3 – 6 ใบ แตละใบมีความยาวระหว่าง 15 – 25 เซนตเมตรและ






กว้างประมาณ 1.5 มิลลเมตร มีสเขยวอมเหลืองถึงเขยวเข้ม กระจกใบจะไปรวมกันอยู่ทปลายก งทําให้ด ู





เปนพุ่ม ใบจะมีผิวมันมีปากใบสเหลืองอ่อนเรยงตัวเปนแนวเส้นอยู่รอบๆใบ กาบห้มใบจะมีความยาว




ประมาณ 10 – 12 มิลลิเมตร มีสนํ าตาลอ่อนแล้วค่อยๆ เปลี ยนเปนเข้มมีความเหนยวคงทน ไม้สนคารเบย












จะมีการแตกกิ งจากตายอดประมาณ 2 – 6 คร งภายในหนงป ทั งน ข นอยู่กับปจจัยส งแวดล้อม ดอก จะอยู่


8



แยกกันโดยดอกตัวผู้จะอยู่ตรงโคนยอด และดอกตัวเมียจะอยู่ตรงปลายกิ ง โดยทั วไปดอกตัวผู้และดอก




ตัวเมียจะอยู่คนละก ง โดยดอกตัวผู้มักจะเกดบนกิ งทอยู่ตอนล่างๆ ของเรอนยอด และดอกตัวเมียจะอยู่






บนก งทอยู่ตอนบนของเรอนยอด แตบางคร งอาจพบดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนก งเดยวกัน ดอกตัวผู้








จะปรากฏในปลายเดอนตลาคมจนถึงต้นเดอนพฤศจกายน ประมาณปลายเดอนพฤศจกายนดอกตัวผู้ของ

สนคารเบยจะเร มปล่อยละอองเกสรออกมาตดตอกันไปจนถึงประมาณเดอนมกราคม ดอกตัวเมียจะ





ปรากฏในปลายเดอนตลาคมจนถึงต้นเดอนพฤศจกายน และคอยๆ พัฒนาข นตามลําดับ ตอจากนั น








ประมาณ 3 สัปดาห์เกล็ดดอกจะอ้าออกรับละอองเกสรตัวผู้ได้ จนกระทั งกลางเดอนธันวาคมก็จะผ่านพ้น


ระยะการผสมเกสร ผล หลังจากผสมเกสรแล้วจะคอยๆ เจรญเตบโตไปเรอยๆ จนกระทั งแกพรอมทจะ






เก็บเมล็ดได้ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 20 – 22 เดอน คอจะแกจัดราวๆ เดอนกรกฎาคม – กันยายน ผล



แกจะมีลักษณะเปนรปโคนมีขนาดยาว 10 – 12 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 – 3.5




เซนตเมตร

การกระจายพันธ์ตามธรรมชาตของไม้สนคารเบยอยู่ในแถบอเมรกากลางระหว่างเส้น





รงท 27 25 N ราวๆ แกรนด์บาฮามา (Grand Bahama) และเกรทอะบาโค (Great Abaco) และเส้นรงท ี



/
o


o

12 13 N ใกล้กับบลูฟลด์ (Blue Field) ในฝ งตะวันออกของนคารากัว (Nicaragua) ระหว่างเส้นแวงท ี
/


/
71 40 W ในเกาะไคโคส (Caicos) และเส้นแวงท 89 25 W ทปอปตน (Poptun) ประเทศกัวเตมาลา

o
/
o




(Guatemala) มีการกระจายพันธ์ตั งแตระดับนํ าทะเลจนถึงความสง 1,000 เมตรเหนอระดับนํ าทะเลปาน




กลาง ในทราบไม้สนคารเบยเกดขึ นหลังจากทปาไม้ใบกว้างถูกรบกวนโดยมนษย์หรอโดยลมพายุ ในท ี













ระดับสงไม้สนคารเบยข นปะปนกับไม้สนพันธ์อื นๆ ได้แก ไม้สนโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede)







และไม้สนทรอพปกาลิส (Pinus tropicalis Morelet) ไม้สนคารเบยจะอยู่เปนแหงๆ คั นด้วยปาพร บรเวณ











ทพบไม้สนคารเบยโดยทั วไปมีปรมาณนํ าฝนเฉลี ยรายปสงฝนตกชก โดยทั วไปบรเวณทมีอุณหภมิเฉลี ย







ประมาณ 27 C ไม้สนคารเบยจะเจรญเตบโตดทสดทความสงตั งแตระดับนํ าทะเลปานกลางจนถึง 1,000



o


เมตร ในทอุณหภมิตําเชนในทเปนภเขาสงไม้สนคารเบยมีการเจรญเตบโตไม่ดและรปทรงคดไม่งาม



















ความช นในดนและปรมาณนํ าฝนก็เปนปจจัยสําคัญตอการเจรญเตบโตของไม้สนคารเบย ในทมีความช น






มากๆ สนคารเบยจะเกดสภาพ foxtail แตถ้าหากสภาพแวดล้อมแห้งแล้งมากการเจรญเตบโตก็ไม่ด ี






สําหรบประเทศไทยไม้สนคารเบยได้นําเข้ามาทดลองปลูกในประเทศราวๆ พ.ศ. 2507 ตามโครงการ


สํารวจวัตถุดบเพื อทําเยื อกระดาษ


9




2.2 สนโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede)





สนโอคารปาเปนไม้ขนาดกลางมีความสงประมาณ 18 เมตร และมีขนาดเส้นผ่า
ศูนย์กลางเพียงอกประมาณ 50 เซนตเมตร ลําต้นมีลักษณะเปลาตรงเรอนยอดหนาแนนกิ งก้านมีจํานวน




มากขณะอายุน้อย ก งก้านจะพุ่งข นข้างบน แตเมื ออายุมากข นก งก้านเหล่าน จะขนานกับพื นราบ เปลอก











สวนบนของลําต้นบางมีสแดงแตกเปนสะเก็ด สวนเปลือกล่างของลําต้นจะหนากว่าและขรขระมีส ี

นํ าตาลเข้ม เน อไม้จะมีสขาวถึงสเหลืองอ่อนและเบา ความหนาแนนของเน อไม้ประมาณ 0.44 กรม/






ลูกบาศก์เซนตเมตร ใบ สวนมากจะพบเปนกระจกทปลายของก งย่อยกระจกละ 5 ใบ อาจจะมี 3 หรอ







4 ใบบ้าง ความยาวของใบอยู่ระหว่าง 12 – 28 เซนตเมตร ความกว้างของใบอาจถึง 1.5 มิลลิเมตร ใบจะมี





ลักษณะแข็ง หยาบ ใบอ่อนมีสนํ าตาล ใบแกจะมีสนํ าตาลเข้มเกอบดํา ผล เปนรปไขหรอเหมือนกรวย





ตดอยู่บนก้านมี 1 – 2 ผล และบางคร ังอาจจะพบถึง 3 ผล ผลจะมีเปลือกหนาและมีลักษณะคล้ายหนาม

แหลมตลอดลูก เมล็ด มีขนาดเล็กยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร มีสดําเปนจดๆ และเมล็ดจะมีปกยาว




ประมาณ 15 – 18 มิลลิเมตรตดอยู่ด้วย (กมล, 2527)



ถิ นกําเนดของไม้สนโอคารปาพบว่ามีการกระจายอยู่ตามธรรมชาต ในเขตประเทศ








เม็กซโกและอเมรกากลาง โดยเหนอสดของพื นททมีไม้สนโอคารปาข นอยู่ในประเทศเม็กซโกทละตจด





/
o
o

o
o
/
/

/


27 00 N 108 08 W และพบอยู่ใต้สดในประเทศนคารากัวทละตจด 12 45 N 81 51 W โดยการ







กระจายของสนโอคารปาในประเทศเม็กซโกนั นจะอยู่ทางทศใต้และทศตะวันตก ประเทศฮอนดรสเปน





ประเทศเดยวทมีการกระจายของสนโอคารปาอย่างตอเนอง โดยมีพื นทครอบคลุมเปนระยะทางมากกว่า






160 กโลเมตรจากทศเหนอไปยังทศใต้ และเปนระยะทางมากกว่า 300 กโลเมตรจากทศตะวันออกไปทศ








ตะวันตก นอกจากน ทางตอนเหนอก็มีการกระจายไปตดตอกับทางตอนใต้ของประเทศกัวเตมาลา และ
ในทางตะวันตกของประเทศฮอนดรสนั นก็ยังพบว่ามีการกระจายของสนโอคารปาอย่างตอเนองกับทาง








ตอนเหนอของประเทศเอลซัลวาดอรด้วย ซงในประเทศเม็กซโก กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร และนคารากัว







นั น ไม้สนชนดน จะขึ นเปนพื นทไม่ตอเนองและไม่ใหญโตมากนัก







โดยธรรมชาตไม้สนโอคารปาจะเกดในดนทมีความอุดมสมบรณตํามีการระบายนํ าด ี





หรอดนในบรเวณทเกดการพ่นของภเขาไฟออกมานาน และทนตอสภาพความแห้งแล้งรวมถึงอากาศท ี









หนาวเย็นด้วย พบข นในระดับความสงตั งแต 600 – 2,400 เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง แตจะพบ



หนาแนนทระดับความสง 700 – 1,500 เมตร ปรมาณนํ าฝนเฉลี ย 1,000 – 1,500 มิลลิเมตร อุณหภมิเฉลี ย




o
o
13 – 23 C (Kemp, 1973 ; กมล, 2527)

10




2.3 สนเทคูนูมาน [Pinus patula ssp. tecunumanii (Schwerdtfeger)

Mittak and Styles]











สนเทคนมานเปนไม้ขนาดกลาง เชนเดยวกับไม้สนโอคารปา ตามธรรมชาตข น
ปะปนกับไม้สนโอคารปา (P. oocarpa) และสนแมกซมินอยด์ (P. maximinoi) ในระดับความสง 1,000 –







2,000 เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง ข นอยู่ในดนค่อนข้างลึกและดกว่าสนโอคารปา แตยังจัดเปนดน







ชนดเลว ปรมาณนํ าฝนโดยเฉลี ย 1,200 – 1,800 มิลลิเมตร/ป มีความแห้งแล้งประมาณ 3 – 4.5 เดอนตอป



เดมไม้ชนดน จัดเปนชนดเดยวกับสนโอคารปา จนกระทั งป 1981 มีผู้นําเอาลักษณะบางอย่างทแตกต่าง









กันแยกสนเทคนมานออกมาจากสนโอคารปา โดยใช้ข้อแตกต่างหลายอย่างคอสนโอคารปาหลังจากตัด





ฟนแล้วตอทเหลืออยู่สามารถ แตกหนอ (coppice) ได้หากได้รบความช นเพียงพอ แตสนเทคนมานจะไม่













สามารถแตกหนอได้ โคน (cone) ของสนโอคารปาจะมีขั วยาวประมาณ 0.5 – 1 เซนตเมตรเหนได้ชัดเจน










แตโคนของสนเทคนมานจะตดกับก งหรอลําต้นโดยมีขั วสั นมาก ใบ ของสนเทคนมานจะมีขนาดเล็กเปน


ฝอยๆ ยาวกว่าใบสนโอคารปา (ประดษฐ์, 2540)



สนเทคนมานมีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาตในอเมรกากลางประเทศบรทชฮอนดรส











(British Honduras) กัวเตมาลา (Guatemala) เอลซัลวาดอร (El Salvador) ฮอนดรส (Honduras) นคารากัว



(Nicaragua) และบางสวนของเม็กซโก (Mexico)

11



การปรบปรุงพันธุไมสนในประเทศไทย











การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้เร มดําเนนการมาตั งแตป พ.ศ. 2512 โดยได้รบความรวมมือ






ทางวิชาการระหว่างรฐบาลไทยโดยกรมปาไม้ กับรฐบาลเดนมารกโดย DANIDA (Danish International
Development Agency) การปรบปรงพันธ์ได้ดําเนนการเปนขั นตอน ดังน คอ







ขันตอนที 1 ทําการศึกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลอกหาชนดถิ นกําเนดและสายพันธ์ของ







พันธ์ไม้ทเหมาะสม ทั งโดยการสังเกตทั วไปและจากการสรางแปลงทดลอง แล้วจงนําเอาผลทได้มา








กําหนดชนดและถิ นกําเนดทสําคัญมาศึกษาปรบปรงพันธ์ในขั นตอนท 2 ตอไป









ขันตอนที 2 ทําการสรางสวนอนรกษ์พันธ์และสรางฐานประชากร (Gene conservation

and base population) ของชนดและถิ นกําเนดพันธ์ไม้ทคัดเลือกมาจากขั นตอนท 1 เพื อทําการปรบปรง















พันธ์ ในขั นตอไป การสรางสวนอนรกษ์พันธ์น นอกจากปลูกไว้เพื อวัตถุประสงค์ในการปรบปรงพันธ์ ุ






แล้ว ในอนาคตสวนน ียังสามารถปรบปรงให้เปนแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ (Seed production area) ทมีคณ





ภาพด้วย นอกจากนั นในขั นตอนน ยังทําการคัดเลอกแม่ไม้ทั งจากปาธรรมชาตและจากแปลงทดลองทมี



อยู่ เก็บเมล็ดพันธ์และกิ งพันธ์นํามาขยายพันธ์เพื อสรางสวนรวมพันธ์ (Clone bank) และทําการทดสอบ


สายพันธ์ (Progeny trial) ตอไป






ขันตอนที 3 ใช้เมล็ดพันธ์จากแม่ไม้ทคัดเลอกไว้ในขั นตอนท 2 มาสรางเปนแหล่งผลต






เมล็ดพันธ์ (Seed production area) และสรางเปนสวนผลิตเมล็ดพันธ์แบบอาศัยเพศ (Seedling seed





orchard) และนําเอากิ งพันธ์จากแม่ไม้ในขั นตอนท 2 มาสร้างเปนสวนผลิตเมล็ดพันธ์แบบไม่อาศัยเพศ


(Clonal seed orchard) และทําการวิจัยปรบปรงพันธ์ในขั นสงตอไป







ขันตอนที 4 การผสมเกสรข้ามต้นระหว่างพ่อ – แม่พันธ์ทคัดเลือกแล้ว เพื อให้มีลูก (F)


ุ่


รนตอๆไปทดยิ งข น
การดําเนนงานในทกขั นตอนจําเปนต้องมีการค้นคว้าวิจัยด้านตางๆ ทั งในด้านวนวัฒน









วิทยา พันธศาสตร และอื นๆ สนันสนนควบคไปด้วย เชน การวิจัยในเรองการเพาะชํากล้าไม้ การออก
ู่




ดอกออกผล การขยายพันธ์ และการจัดการเกี ยวกับเมล็ดไม้ เปนต้น (ประสทธ และอําไพ, 2538)

12
































































ภาพที 1 ขันตอนการปรบปรุงพันธุไมสน






ทมา : โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน จังหวัดเชยงใหม่

13






การปรบปรุงพันธุไมสนชนิดตางๆ ในประเทศไทย



การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้ดําเนนการในขั นต้น โดยการศึกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลือก










หาชนดพันธ์ไม้ทเหมาะสม ทสามารถนําเข้ามาปลูกในประเทศไทย ซงได้เร มทําการทดสอบชนดไม้



(Species trial) ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ โดยคัดเลือกชนดไม้ 5 ชนด 6 ถิ น


กําเนด มาทําการทดลองปลูก เมื อป พ.ศ. 2514 (ตารางท 1)








ตารางที 1 ชนิดพันธุไมที คัดเลอกเพื อทําการทดสอบชนิดไม (Species trial) ที สถานีทดลอง





ปลูกพรรณไมหวยบง อําเภอออด จังหวัดเชียงใหม เมอป พ.ศ. 2514

ลําดับท ี ชนดไม้ เบอรแม่ไม้และถิ นกําเนด



1 สนสามใบ (Pinus kesiya) 0003 Omkoi, Chiang Mai
2 สนสองใบ (Pinus merkusii) 1018 Mae Sanaam, Chiang Mai

3 สนคารเบย (Pinus caribaea var. 2002 Bowenia, Queensland,

hondurensis ex Mountain Pine Ridge) Australia


4 สนคารเบย (Pinus caribaea) 2003 Cayo, Br. Honduras
5 สนโอคารปา (Pinus oocarpa) 3001 Guiamaca, Honduras Rep.

6 สนจน (Cupressus lusitanica) 3006 Sokoro SD, Kenya








ทมา : โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนไม้โตเรว จังหวัดเชยงใหม่





ผลการศึกษา พบว่าสนจนมีการเจรญเตบโตไม่ด และมอัตราการรอดตายตําไม่เหมาะท ี




จะปลูกในสภาพพื นทนั น แตไม้สนอีก 4 ชนด มีการเจรญเตบโตด โดยในชวงแรกไม้สนสองใบจะมี






ระยะหญ้า (grass stage) คอ กล้าไม้จะงันโดยไม่มีการเจรญเตบโตทางความสง แตจะมีการพัฒนาระบบ




ราก อยู่ไม่น้อยกว่า 3 ป ทําให้ต้นไม้มีการเจรญเตบโตช้ากว่าสนสามใบ สนคารเบย และสนโอคารปา








เมื อเปรยบเทยบการเจรญเตบโตของไม้ทั ง 3 ชนดเมื อต้นไม้มีอายุมากข น พบว่าสนโอคารปามีการเจรญ














เตบโตดทสด รองลงมาคอ สนคารเบย และสนสามใบ สนสองใบมีการเจรญเตบโตน้อยทสด (ตารางท 2




และ 3)

14





ตารางที 2 การเจรญเติบโตทางความสูงของไมสน 4 ชนิด ในแปลงทดสอบชนิดไม ้




ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชียงใหม แปลงปลูกป พ.ศ. 2514

ชนดพรรณไม้ คาเฉลี ยความสง (เมตร) (Height, m)




(Species) 1974(3ป) 1976(5ป) 1978(7ป) 1980(9ป) 1986(15ป) 1997(26ป)





P. kesiya (S.0003) 1.36 3.12 5.90 7.00 11.99 18.33
P. merkusii (S.1018) 0.27 0.86 1.93 2.86 6.71 12.72
P. caribaea (S.2002) 1.42 4.00 8.07 9.68 14.96 20.78
P. caribaea (S.2003) 1.44 3.79 7.90 9.34 14.52 21.16
P. oocarpa (S.3001) 1.23 3.27 7.67 9.24 15.73 22.16
C. lusitanica (S.3006) 0.83 1.59 2.36 2.66 - -



ทมา : Granhof และ Homjeen (1983) ; ประดษฐ์ และ อําไพ (2540)








ตารางที 3 การเจรญเติบโตทางเสนผาศูนยกลางของไมสน 4 ชนิด ในแปลงทดสอบชนิดไม




ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชียงใหม แปลงปลูกป พ.ศ. 2514

ชนดพรรณไม้ คาเฉลี ยเส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) (DBH, cm)






(Species) 1974(3ป) 1976(5ป) 1978(7ป) 1980(9ป) 1986(15ป) 1997(26ป)


P. kesiya (S.0003) - 5.40 11.00 12.2 16.22 20.02
P. merkusii (S.1018) - - - 6.1 10.75 15.32
P. caribaea (S.2002) - 5.50 10.80 12.7 17.62 22.17
P. caribaea (S.2003) - 5.30 10.70 12.6 17.49 22.38
P. oocarpa (S.3001) - 3.90 9.20 11.5 17.80 24.22


ทมา : Granhof และ Homjeen (1983) ; ประดษฐ์ และ อําไพ (2540)





ในการทดสอบชนดไม้คร ังน ได้ทําการทดลองทางวนวัฒนวิธในการเตรยมพื นทและ


ู่

การดูแลแตกตางกัน 3 วิธ ควบคโดย



Treatment A การเตรยมพื นทโดยเก็บวัชพืชสมเผาจนโล่งเตยน ไถพรวนทั วพื นทโดย



รถแทรกเตอรล้อยาง การดูแลรกษาตั งแตป 1971 ถึงป 1973 ทําการไถพรวนปละ 1 คร ง พรวนรอบต้นไม้








15









ด้วยแรงงาน 2 ปตอ 1 คร ง ถางวัชพืชโดยแรงงานปละ 2 คร ัง สวนป 1974 ถางวัชพืชด้วยแรงงานคนและ





รถแทรกเตอรตดเครองตัดหญ้า ปละ 1 คร ง




Treatment B การเตรยมพื นทโดยเก็บวัชพืชสมเผาจนโล่งเตยน ไม่ไถพรวน การดแล







รกษา ป 1971 ถึงป 1974 ทําการดายวัชพืชระหว่างแนวต้นไม้ โดยใช้รถแทรกเตอรตดเครองตัดหญ้าและ

ใช้แรงงานคนถางวัชพืช ปละ 2 คร ง






Treatment C การเตรยมพื นทโดยเก็บวัชพืชสมเผาจนโล่งเตยน ไม่ไถพรวน การดแล






รกษา ป 1971 ถึงป 1974 ทําการดายวัชพืชระหว่างแนวต้นไม้ โดยใช้รถแทรกเตอรตดเครองตัดหญ้าและ







ใช้แรงงานคนถางวัชพืช ปละ 1 คร ง (จะเปนครงหนงของ Treatment B)





ตั งแตป 1975 ถึงป 1982 Treatment A และ B ทําการดแลโดยใช้รถแทรกเตอรตดเครอง







ตัดหญ้า และใช้แรงงานคนดายวัชพืช ปละ 1 คร ง สวน Treatment C ทําการดแลโดยใช้รถแทรกเตอรตด



เครองตัดหญ้า และใช้แรงงานคนดายวัชพืช 2 ปตอ 1 คร ง




ตั งแตป 1982 ทั ง 3 Treatment ทําการดูแลโดยใช้รถแทรกเตอรตดเครองตัดหญ้า และใช้



แรงงานคนดายวัชพืช ปละ 1 คร ง






ผลการศึกษาพบว่าในระยะ 5 ปแรก Treatment A ซงเตรยมพื นทแบบ Intensive มีการ

เจรญเตบโตดทสด แตกตางกับ Treatment B และ C อย่างเหนได้ชัด เนองจากการเตรยมพื นทและการด ู













แลรกษาในระยะแรกค่อนข้างละเอียด ซงมีผลตอการตั งตัวของไม้สน แตหลังจากทต้นไม้โตข น และเร ม












ควบคมพื นทได้ และมีอิทธพลเหนอวัชพืชทจะเข้ามารบกวน การเตรยมพื นทจงไม่มีอิทธพลตอการเจรญ




เตบโตของต้นไม้ (ตารางท 4 และ 5)







ตารางที 4 เปรยบเทียบการเจรญเติบโตทางความสูงของไมสนสามใบที เตรยมพนที ตางกันในแปลง






ทดสอบชนิดไมแปลงปลูกป 2514 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชยงใหม ่





คาเฉลี ยความสง (เมตร) (Height, m)

Treatment 1974(3ป) 1976(5ป) 1978(7ป) 1980(9ป) 1986(15ป) 1997(26ป)





A 1.51 3.59 6.70 7.80 13.62 19.73
B 0.80 2.21 5.00 6.18 12.03 18.36
C 0.96 2.52 5.20 6.35 12.58 19.00

ทมา : Granhof และ Homjeen (1983) ; ประดษฐ์ และ อําไพ (2540)



16









ตารางที 5 เปรยบเทียบการเจรญเติบโตทางเสนผาศูนยกลางของไมสนสามใบที เตรยมพ นที ตางกันใน







แปลงทดสอบชนิดไมแปลงปลูกป 2514 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง
จังหวัดเชียงใหม ่

คาเฉลี ยเส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) (DBH, cm)

Treatment 1974(3ป) 1976(5ป) 1978(7ป) 1980(9ป) 1986(15ป) 1997(26ป)






A - 6.8 12.0 13.5 17.27 21.99
B - 4.0 9.5 11.6 15.44 20.56
C - 4.2 10.0 11.6 15.22 19.92


ทมา : Granhof และ Homjeen (1983) ; ประดษฐ์ และ อําไพ (2540)


หลังจากมีการทดสอบชนดพันธ์ไม้แล้ว พบว่ามีไม้สนอยู่ 4 ชนด คอ สนสามใบ สน








สองใบ สนคารเบย และสนโอคารปา สามารถปรบตัวและเจรญเตบโตได้ด จงได้ดําเนนการปรบปรง














พันธ์ไม้สนทั ง 4 ชนด แตในป ค.ศ. 1981 มีผู้นําเอาลักษณะบางอย่างทแตกตางกันแยกสนเทคนมานออก




มาจากสนโอคารปา ดังนั นจงมีพันธ์ไม้สนทั งหมด 5 ชนด อยู่ในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน ซงไม้สน














แตละชนดได้ดําเนนการปรบปรงพันธ์เปนขั นตอน ดังน ี

1. สนสามใบ

การทดสอบถิ นกําเนด (Provenance trial)


การทดสอบถิ นกําเนดของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการตอมาในป พ.ศ. 2514 ทสถาน ี



/
/
o
ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ (เส้นรง 18 10 เหนอ, เส้นแวง 98 25 ตะวันออก ระดับ


o




ความสง 800 เมตรจากระดับนํ าทะเล ปรมาณนํ าฝน 1,200 – 1,400 มม./ป) และแปลงทดลองทห้วยมุด




/

o


จังหวัดสราษฎรธาน (เส้นรง 8 50 เหนอ, เส้นแวง 99 21 ตะวันออก ระดับความสง 40 เมตรจากระดับ

/

o

นํ าทะเล ปรมาณนํ าฝน 1,600 – 2,000 มม./ป) โดยนําไม้สนจาก 18 ถิ นกําเนดในประเทศตางๆ คอ ไทย







ฟลิปปนส์ แซมเปย และมาลาวี พบว่าแปลงทดลองทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบงนั นถิ นกําเนด











จากประเทศไทย 3 ถิ นกําเนดมีการเจรญเตบโตดทสด คอ ดอยอินทนนท์, ดอยสเทพ และแม่รด จังหวัด



เชยงใหม่ (ตารางท 6)

17





ตารางที 6 การเจรญเติบโตและการรอดตายของไมสนสามใบ ในแปลงทดสอบถิ นกําเนิด



แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชยงใหม ่



ถิ นกําเนด 2517 (3ป) 2519 (5ป) 2540 (25ป)





ความสง % รอดตาย ความสง % รอดตาย ความสง เส้นผ่าศูนย์กลาง

(เมตร) (เมตร) (เมตร) (เซนติเมตร)
S.0017 Coto Mine, 1.15 92 2.88 85 19.58 18.22
Philippines
S.0006 Doi Inthanon 1.10 87 2.79 92 21.71 21.49
S.0001 Mae Rid 1.09 93 2.73 96 20.38 20.78
S.0018 Chati, Zambia 1.08 75 2.73 96 16.93 17.93

S.0002 Doi Suthep 1.04 96 2.55 90 21.09 21.26
S.0022 Chichele, Zambia 1.04 90 2.47 84 17.66 17.04
S.0011 Phu Kradung 0.99 85 2.46 74 19.16 20.35

S.0013 Lagangilang, 0.98 82 2.42 92 16.84 17.78
Philippines
S.0014 Lepanto, 0.98 74 2.31 74 16.50 18.24

Philippines
S.0028 Zamba, Malawi 0.93 85 2.31 82 17.96 18.17

S.0029 Baw Luang 0.91 92 2.26 92 19.27 20.26
S.0016 Boboc, 0.88 93 2.21 87 17.05 16.78
Philippines

S.0012 Nam Now 0.88 87 2.18 83 19.66 20.33
S.0019 Samfya, Zambia 0.87 92 2.17 82 18.14 18.05
S.0021 Dola Hill, Zambia 0.86 88 2.14 85 16.80 17.73

S.0020 Chichele, Zambia 0.84 89 2.11 87 16.26 16.46
S.0015 Kabayan, 0.81 91 2.04 88 14.48 14.95
Philippines

S.0003 Om Koi 0.81 85 2.02 91 18.82 20.11

ทมา : Granhof (1983a) ; คณต และคณะ (2540)



18








สวนการเจรญเตบโตและการรอดตายของสนสามใบในแปลงทดสอบถิ นกําเนด ท




ห้วยมุด จังหวัดสราษฎรธาน นั นมีข้อมูลเพียงในระยะแรก ซงจากผลการศึกษาน ีพบว่าไม้สนสามใบ












เจรญเตบโตได้ดในสภาพพื นททมีปรมาณนํ าฝนเฉลี ยตอปมาก และสภาพดนทมีความสมบรณในท้องท ี







จังหวัดสราษฎรธาน แตถ้าพิจารณาถึงการรอดตาย พบว่าแปลงทดลองทจังหวัดเชยงใหม่ มีการรอดตายด ี

กว่า (ตารางท 7)




ตารางที 7 เปรยบเทียบการเจรญเติบโต การรอดตาย และลักษณะของไมสนสามใบในแปลงทดสอบ




ถิ นกําเนิดแปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ที จังหวัดเชยงใหมและจังหวัดสุราษฎรธานี เมออายุ 3 ป ี


Height (cm) Survival % % %
Provenance Surat Chiang Surat Chiang Healthy Straight
Mai Mai Chaing Mai Surat
S.0001 Mae Rid 171.4 109.3 70.2 93.1 93.2 94.3
S.0002 Doi Suthap 208.5 104.3 58.3 96.5 90.8 95.2
S.0003 Omkoi 175.5 80.9 57.7 84.7 85.1 94.9
S.0006 Doi Intanon 240.8 110.0 66.7 86.8 87.0 94.9
S.0011 Phu Kradung 185.3 99.2 66.7 85.4 94.3 91.5
S.0012 Nam Now 180.7 80.2 66.7 86.8 94.2 96.0
S.0013 Lagangilang 204.1 98.1 66.7 82.6 91.2 85.5
S.0014 Lepanto 217.7 98.9 66.7 73.6 92.3 85.4
S.0015 Kabayan 207.8 81.2 63.2 91.0 93.9 80.7
S.0016 Boboc 242.5 88.4 71.6 93.1 91.4 89.0
S.0017 Coto Mine 232.7 104.9 68.1 92.4 91.6 71.5
S.0018 Chati 224.5 108.2 71.5 75.0 91.8 91.7
S.0019 Samfya 250.4 87.3 67.4 92.4 93.6 78.8
S.0020 Chichele 176.3 83.7 54.9 88.9 89.7 88.9
S.0021 Dola Hill 224.0 85.6 75.7 87.5 91.6 92.5
S.0022 Chichele 226.2 103.9 60.4 89.6 88.7 91.9
S.0028 Malawi 213.4 92.8 76.4 85.4 84.1 92.5

S.0029 Baw luang 174.0 91.3 67.6 91.7 92.4 95.4
Average 208.7 94.9 66.6 87.6 91.0 89.5



ทมา : Chuntanaparp และคณะ (1974)

19








ตอมาในป พ.ศ. 2514 ได้มีการทดสอบถ นกําเนดไม้สนสามใบท อําเภอทาแซะ จังหวัด






ชมพร ซงมีระดับความสง 100 เมตร latitude 1052´N จํานวน 11 ถิ นกําเนด จากประเทศไทย 8 ถิ น









กําเนด และฟลิปปนส์ 3 ถิ นกําเนด โดยมีไม้สนเทคนมานถิ นกําเนด Yucul จากประเทศนคารากัวเปนตัว








เปรยบเทยบ ซงตอมาแปลงทดลองน ได้รบความเสยหายจากพายุเกย์ในป พ.ศ. 2532





ตารางที 8 รายละเอียดของไมสนสามใบในแปลงทดสอบถิ นกําเนิดไมสนสามใบป พ.ศ. 2514

ที จังหวัดชุมพร

ถิ นกําเนด Latitude Longitude Elevation (m)

0023 Lepanto, Benguet, Philippines 1649´N 12045´E n
0026 Kalulushi, Zambia (ex Madagascar) 1250´S 2747´E 1280
0049 Mae Sair, Chiangmai, Thailand 1908´N 9845´E 1050
0051 Doi Hun, Chiangmai, Thailand 1804´N 9822´E 1087
0053 Nong Kiew, Mae Hong Son, Thailand 1900´N 9807´E 11-1,300
0054 Doi inthanon, Chiangmai, Thailand 1841´N 9827´E 1000
0059 Huey Champa, Chiangmai, Thailand 1810´N 9810´E 1100
0063 Nong Krating, Chiangmai, Thailand 1805´N 9835´E 1080
0068 Doi Suthep, Chiangmai, Thailand 1846´N 9900´E 11-1300
0071 Chichele, Zambia, (ex Vietnam) 1252´S 2837´E 1300
0073 Ngao, Lampang,Thailand 1810´N 9930´E 1000
3071 สนเทคูนูมานี Yucul, Nicaragua 1255´N 8547´W n

n = ไม่มีข้อมูล


ทมา : Granhof (1983b)


จากการศึกษาของ Granhof (1983b) โดยการเก็บข้อมูลการเจรญเตบโตทางความสง









เมื ออายุ 1 ป 2 เดอน และเก็บข้อมูลการเจรญเตบโตทางความสงและอัตราการรอดตายเมื ออายุ 2 ป 10









เดอน และอายุ 4 ป พบว่าแหล่งทมีการเจรญเตบโตทางความสงดทสดและมีอัตราการรอดตายสงกว่าคา



เฉลี ยคอ Chichele (Zambia ex Vietnam) และ Huey Chumpa (Chiangmai)ในขณะทแหล่งดอยอินทนนท์



และดอยสเทพ ซงเปนถิ นกําเนดทดทสดเมื อปลูกในพื นทระดับสงกลับมีอัตราการรอดตายตําทสด เมื อ













20











เปรยบเทยบระหว่างชนดพบว่าสนเทคนมานมีการเจรญเตบโตดกว่าสนสามใบ แตมีอัตราการรอดตายตํา





กว่าคาเฉลี ย (ตารางท 9)

ตารางที 9 การเจรญเติบโตทางความสูงและการรอดตายของไมสนสามใบในแปลงทดสอบถิ นกําเนิด




ไมสนสามใบป พ.ศ. 2514 ที จังหวัดชุมพร

ถิ นกําเนด อายุ 1 ป 4 เดือน อายุ 2 ป 10 เดือน อายุ 4 ป ี



Height (cm) Height (cm) Survival (%) Height (cm) Survival (%)
0059 Huey Chumpa, Thailand 35.7 102 90 273 89
0073 Ngao, Thailand 31.8 98 91 227 91
0053 Nong Kiew, Thailand 36.7 98 92 233 92
0054 Doi Inthanon, Thailand 31.8 95 81 271 81
0071 Chichele, (ex Vietnam) 35.7 94 98 261 98
0049 Mae Sair, Thailand 28.7 86 86 223 85
0026 Kalulushi (ex Madagascar) 30.2 79 88 241 86
0063 Nong Krating, Thailand 26.5 77 88 173 86
0068 Doi Suthep, Thailand 36.2 76 78 235 77
0023 Lepanto, Philippines 31 75 86 202 85

0051 Doi Hun, Thailand 26.4 67 87 180 85
Average 31.9 85 87.7 229 86.8

3071 สนเทคูนูมานี Yucul, 117 85 321 84
Nicaragua






ได้มีการเปรยบเทยบความสงระหว่างถ นกําเนดตางๆ 7 ถิ นกําเนด ซงได้ทดลองปลูกทั ง







ในพื นทระดับสงและพ นทระดับตํา พบว่าดอยอินทนนท์ซงมีการเจรญเตบโตดมากทั งในพื นทระดับสง















และระดับตํา มีอัตราการรอดตายคอนข้างตําในพื นทระดับตํา แหลงทเหมาะสมทจะปลกในพื นทระดับ













ตํา คอ Huey Chumpa และ Chichele ซงมีการเจรญเตบโตดและมีอัตราการรอดตายสง (ตารางท 10)

อย่างไรก็ตามในการทดลองน เปนการเก็บข้อมูลในระยะแรกเทานั น




21






ตารางที การเปรยบเทียบการเจรญเติบโตทางความสูงของไมสนสามใบของถิ นกําเนิดที นําไปปลูกที
หวยบง (พ นที ระดับสูง) และทาแซะ (พ นที ระดับตํ า)





ถิ นกําเนด ห้วยบง (พื นทระดับสง) ทาแซะ (พื นทระดับตํา)






Doi Inthanon best very good
Doi Suthep good Medium
Huey Chumpa medium best
Mae Sair upper medium low medium
Nong Kiew very good medium

Chichele (Zambia) medium good

Kalulushi (Zambia) low medium upper medium

ทมา : Granhof (1983b)








การจดสรางสวนอนุรกษพันธุ (Gene conservation)









การอนรกษ์พันธ์ไม้เปนส งจําเปนและเปนหลักประกันว่าพันธ์ไม้นั นๆจะไม่สญพันธ์ไป







จากโลกน และเพื อให้มีแหล่งพันธกรรมสําหรบขยายพันธ์ได้ตลอดไป ได้มีการจัดสรางแหล่งอนรกษ์


พันธกรรมในถิ นอื น (Ex – situ gene conservation) ของไม้สนสามใบ ในหนวยงานตางๆของโครงการ





ปรบปรงพันธ์ไม้สนทั งหมด 9 ถิ นกําเนด (ตารางท 11 และ 12) สวนใหญเปนถิ นกําเนดเดมในภาคเหนอ








และมีถิ นกําเนดจากภาคตะวันออกเฉยงเหนออีก 1 ถิ นกําเนด นอกจากน ยังมีถิ นกําเนดเดมจากประเทศ









ฟลิปปนส์ ซงถ นกําเนดไม้สนสามใบจากแหล่งตางๆ น ได้รบการทดสอบถิ นกําเนดแล้วว่าเปนถิ นกําเนด


















ทด จงได้คัดเลอกแม่ไม้และเก็บเมล็ดมาเพาะและจัดสรางเปนสวนอนรกษ์พันธ์ในถิ นอื น เพื อเอาไว้ใช้










ในการปรบปรงพันธ์ตอไป ซงบางถ นกําเนด เชน แม่รด ปจจบันได้ถูกทําลายไปจนหมดแล้ว นับเปนข้อ




ดทได้มีการจัดสรางแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถิ นอื นไว้มิให้สญหายไป








22











ตารางที 11 ถิ นกําเนิดไมสนสามใบแหลงตางๆ ที นํามาจัดสรางเปนสวนอนุรกษพันธุในถิ นอื น



ถ นกําเนดไม้สนสามใบ Latitude Longitude Elevation
o
Doi Inthanon, Chiang Mai, Thailand 18 41 N 98 27 E 1,000
/
/
o
/
o
o
/
Mae Rid, Chiang Mai, Thailand 18 10 N 98 50 E 1,200
Doi Suthep, Chiang Mai, Thailand 18 10 N 98 50 E 1,100-1,300
o
o
/
/
o
o
/
/
Samoeng, Chiang Mai, Thailand 19 00 N 98 45 E 1,100
Nong Kiew, Mae Hong Son, Thailand 19 00 N 98 07 E 1,100-1,300
o
/
/
o
/
/
o
Huey Chumpa, Chiang Mai, Thailand 18 10 N 98 10 E 1,100
o
/
o
Phu Kradung, Loei, Thailand 16 51 N 101 47 E 1,300
/
o
o
o
/
/
Coto Mine, Zambalez, Philippines 15 35 N 120 05 E 4-1,100
/
/
o
o
Nong Krating, Chiang Mai, Thailand 17 57 N 98 22 E 1,000






ทมา : โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน จังหวัดเชยงใหม่





ตารางที 12 พ นที แหลงอนุรักษพันธุกรรมในถิ นอื นของไมสนสามใบในหนวยงานตางๆ ของ



โครงการปรบปรุงพันธุไมสน



ถิ นกําเนด พื นท (ไร)




ไม้สนสามใบ ห้วยบง แม่สะนาม หนองกระทง แม่แตง
Doi Inthanon - 400 - -
Mae Rid - 181 - -
Doi Suthep 231 - - -
Samoeng 250 100 - -
Nong Kiew - 238 - -
Huey Chumpa 237 - - -
Phu Kradung - 181 - -
Coto Mine 56 - - -
Nong Krating - - 62 -
รวม 774 1,100 62 -
รวมทั งหมด 1,936 ไร่

ทมา : สมยศ (2530)

23



สวนรวมพันธุ (Clone bank)










มีการจัดสรางสวนรวมพันธ์ของไม้สนสามใบซงดําเนนการในป พ.ศ. 2522 ทบ้านแม่


สะนาม อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ โดยทําการคัดเลอกแม่ไม้สนสามใบจาก 3 แหง ในหนวยงานของ





โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน รวมทั งหมด 76 แม่ไม้ โดยแยกรายละเอียด ดังน ี


1) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาตบ้านแม่รด อําเภอแม่สะเรยง จังหวัดแม่ฮองสอน



จํานวน 24 แม่ไม้



2) แม่ไม้สนสามใบจากแปลงปลก สวนผลิตเมล็ดพันธ์ ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วย


บง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 22 แม่ไม้





3) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาต อุทยานแหงชาตดอยอินทนนท์ จังหวัดเชยงใหม่
จํานวน 30 แม่ไม้




วิธดําเนนการโดยเก็บยอดหรอก งพันธ์ไม้สนสามใบ (clones) จากแม่ไม้ดังกล่าวมาทํา


การต่อยอด (grafting) และนํามาปลูกรวมกันไว้เปนสวนรวมพันธ์ ุ


การคัดเลอกแมไม (Plus tree selection)




การคัดเลือกแม่ไม้เปนขบวนการทสําคัญของการปรบปรงพันธ์ไม้ปาและแม่ไม้สามารถ







ู่
ทจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธกรรมทดไปสลูกหลานได้ ดังนั นการคัดเลือกแม่ไม้จงมีความสําคัญอย่าง



ยิ งตอการประสบความสําเรจของงานปรบปรงพันธ์ การคัดเลือกแม่ไม้ อาจให้คําจํากัดความว่า เปน









ขบวนการคัดเลือกคณลักษณะทดของต้นไม้เพื อการขยายพันธ์ตอไป (Kellison และ Sprague, 1971)



การคัดเลือกแม่ไม้มีวัตถุประสงค์เพื อให้ได้ผลตอบแทนทางพันธ์ (Genetic gain) สงสด

เรวทสด และถูกทสดเทาทจะทําได้ ในขณะเดยวกันก็รกษาฐานทางพันธกรรม (Genetic base) ไว้ให้กว้าง










พอเพื อให้มั นใจได้ว่าจะได้ผลตอบแทนทางพันธ์เพิ มข นในรน (Generation) ตอๆไป (วิเชยร, 2542) โดย


ุ่










ทั วไปแล้วการคัดเลือกแม่ไม้เพื อการปรบปรงพันธ์จะใช้หลักเดยวกันคอ คัดเลอกต้นทมีคณลักษณะ







ตางๆ ทต้องการดทสดเพื อใช้เปนพ่อและแม่ในงานการผสมพันธ์และงานการผลตเมล็ดไม้คณภาพด ทั ง




น อยู่บนสมมุตฐานทว่าพ่อแม่ทมีลักษณะทางพันธ์ดย่อมจะถ่ายทอดลักษณะดไปสลูกหลานเสมอ
ู่









โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลอกแม่ไม้สนสามใบจากแหล่งตางๆ โดย




คัดเลือกจากปาธรรมชาต แปลงทดสอบถิ นกําเนด สวนผลิตเมล็ดพันธ์ และสวนปาปลูกจํานวนทั งหมด










313 แม่ไม้ ซงถิ นกําเนดเดมของแม่ไม้ทคัดเลอกมีทั งในประเทศและตางประเทศ สําหรบในประเทศได้


จากดอยอินทนนท์ ดอยสเทพ ภกระดง แม่รด อมกอย นํ าหนาว หนองกระทง และแม่สะเรยง สวนแม่ไม้








24









สนสามใบถ นกําเนดเดมจากต่างประเทศได้จาก Lagangilang ประเทศฟลิปปนส์, Lepanto ประเทศ ฟลิป



ปนส์ และ Chati ประเทศแซมเบย (ตารางท 13)



ตารางที 13 แมไมสนสามใบที ทําการคัดเลือกในโครงการปรบปรุงพันธุไมสน




Plus Tree no. Origin Seed No.
(V.no) Location Origin Provenance (S.no)
(เบอรแม่ไม้) (สถานท) ี (ถิ นกําเนดเดิม) (เบอรเมล็ดเดิม)



V.0/01-V.0/40 Natural Forest, Doi Inthanon National Park, Chiang Mai Doi Inthanon -
V.0/41-V.0/52 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Chati, Zambia S.0018
V.0/53-V.0/64 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Lagangilang, Philippines S.0013
V.0/65-V.0/76 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Lepanto, Philippines S.0014
V.0/77-V.0/88 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Doi Suthep S.0002
V.0/89-V.0/100 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Mae Rid S.0001
V.0/101-V.0/112 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Doi Inthanon S.0006
V.0/113-V.0/124 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Chichele, Zambia S.0022
V.0/125-V.0/136 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Coto Mine, Philippines S.0017
V.0/137-V.0/148 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Phu Kradung S.0011
V.0/149-V.0/160 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0007
Chiang Mai
V.0/161-V.0/172 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0008
Chiang Mai
V.0/173-V.0/184 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0009
Chiang Mai
V.0/185-V.0/208 Natural Forest, in Mae Rid, Mae Saraeng, Mae Hong Son Mae Rid -
V.0/209 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0006
Chiang Mai
V.0/210 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Omkoi S.0005
Chiang Mai
V.0/211 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0007
Chiang Mai
V.0/212 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0010
Chiang Mai
V.0/213 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Naw Now S.0012
Chiang Mai
V.0/214 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0009
Chiang Mai
V.0/215 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0007
Chiang Mai
V.0/216 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0010
Chiang Mai

25




V.0/217 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0006
Chiang Mai
V.0/218 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Omkoi S.0004
Chiang Mai
V.0/219 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0007
Chiang Mai
V.0/220 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0010
Chiang Mai
V.0/221 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0006
Chiang Mai
V.0/222 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0008
Chiang Mai
V.0/223 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0009
Chiang Mai
V.0/224 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0010
Chiang Mai
V.0/225 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0009
Chiang Mai
V.0/226 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0006
Chiang Mai
V.0/227 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0010
Chiang Mai
V.0/228 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0007
Chiang Mai
V.0/229 Seedling Seed Orchard of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Doi Inthanon S.0006
Chiang Mai
V.0/230-V.0/232 Natural Forest, Mae Rid, Mae Saraeng, Mae Hong Son Mae Rid -
V.0/233-V.0/237 Natural Forest, Nong Krating, Omkoi, Chiang Mai Nong Krating -
V.0/238 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Doi Suthep S.0002
V.0/239 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Doi Inthanon S.0006
V.0/240 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Chichele, Zambia S.0022
V.0/241 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Chati, Zambia S.0018
V.0/242 Provenance Trial of P.kesiya, 1971, Huey Bong, Chiang Mai Doi Suthep S.0002
V.0/243-V.0/250 Natural Forest, Doi Suthep Natural Park, Chiang Mai Doi Suthep -
V.0/251-V.0/254 Plantation 1974, Mae Sanaam, Hod, Chiang Mai Doi Inthanon -
V.0/255-V.0/266 Natural Forest, Doi Inthanon Natural Park, Chiang Mai Doi Inthanon -
V.0/267-V.0/270 Plantation 1974, Mae Sanaam, Hod, Chiang Mai Phu Kradung -
V.0/271-V.0/279 Plantation 1974, Mae Sanaam, Hod, Chiang Mai Nong Kiew -
V.0/280 Natural Forest, Mae Saraeng, Mae Hong Son Mae Saraeng -
V.0/281-V.0/313 Natural Forest, Doi Inthanon Natural Park, Chiang Mai Doi Inthanon -






ทมา : โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน จังหวัดเชยงใหม่


26




การทดสอบสายพันธุ (Progeny trial)






การทดสอบสายพันธ์ หมายถง การทดสอบลูกไม้ทเกดจากการผสมพันธ์ ทั งแบบ Full-



sib และ Half-sib เปนการประเมินคุณค่าทางพันธกรรมของลูกไม้ในพื นททมีการทดสอบทเหมาะสม ซง









คาเฉลี ยของลกไม้ทแสดงออกในลักษณะตางๆ จะเปนตัวบงบอกลักษณะทางพันธกรรมของพ่อและแม่





ุ่
ได้และยังใช้เปนประชากรพื นฐานเพื อคัดเลือกพันธ์ในรนตอไปอกด้วย (วิเชยร, 2542) การทดสอบสาย



พันธ์สามารถประเมินการคัดเลอกพันธ์ของรนลูก (Progenies) ในแตละ Family ททําการทดสอบ ทําให้




ุ่





ทราบคาสัดสวนทางพันธ์ (Heritability) แตละลักษณะททดสอบ เพื อใช้ประเมินหาคาตอบสนองทาง




พันธ์ (Genetic gain) ของแม่ไม้ทคัดเลือกไว้ ซงสามารถใช้เปนแนวทางคัดเลือกซํ า (Back selection) แม่




ุ่



ไม้ทดไปขยายพันธ์ จัดสรางสวนผลิตเมล็ดพันธ์ และปรบปรงพันธ์ให้ดข นในรนตอๆไป สําหรบแปลง










ทดสอบสายพันธ์ทมีอยู่ก็สามารถทําการตัดสางขยายระยะ (Genetic thinning) ให้เหลือแตแม่ไม้ทมีคณ







ภาพด เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ด (Seed production area) ทดตอไปได้





การทดสอบสายพันธ์ของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการทสถานทดลองปลูกพรรณไม้


ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื อป พ.ศ. 2530 เปนการทดสอบสายพันธ์ข้างแม่ (Half-sib progeny test) โดย



เก็บเมล็ดจากแม่ไม้ (Plus tree) ในปาธรรมชาตและแปลงปลูกในท้องทจังหวัดเชยงใหม่ ได้แก แหล่งดอย







อินทนนท์ แม่รด ดอยสเทพ หนองกระทง และวัดจันทร จํานวน 100 Families (ตารางท 14)





ตารางที 14 แหลงกําเนิด (Origin) แมไมสนสามใบที นํามาปลูกทดสอบสายพันธุในป พ.ศ. 2530



ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชยงใหม ่



Family Origin Natural stand Plantation
2, 201, 202, 203, 205, 206, 207, 209, Doi Inthanon, Chiang Mai / -
210, 211, 212, 213, 215, 216, 217, 218,
219, 220, 221, 222, 223, 224, 225, 226,
227, 230, 231, 232, 236, 238, 240, 241,
242, 244, 245, 247, 250, 251, 252, 253,
254, 255, 256, 257, 258, 259, 260, 261,
262, 263, 264, 265
Total 52 Families
266, 267, 268, 269, 270, 271, 272, 273 Mae Rid, Chiang Mai / -
Total 8 Families

27




275, 276, 277, 278, 279 Doi Suthep, Chiang Mai / -
Total 5 Families

1, 204, 208, 233, 234, 248, 280, 281,308, Nong Krating, Chiang Mai / -
309
Total 10 Families

310, 311, 312, 313, 314, 315, 316, 320, Doi Inthanon, Chiang Mai - Seedling seed
321, 322, 323, 324, 325, 326, 327, 328 orchard 1975
Total 16 Families Huey Bong

3, 4, 282, 330, 331, 332, 333, 334, 335 Wat Chan, Chiang Mai / -
Total 9 Families


ทมา : สมเกยรต และคณะ (2542)





ได้ทําการประเมินผลในป พ.ศ. 2540 เมื อต้นไม้มีอายุ 10 ป โดยประเมินจากลักษณะ




การเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์กลางทระดับอก การแตกงาม และความตรงเปลาของลําต้น







พบว่ากลุ่มทจัดอยู่ในกลุ่มทดมี 21 Families ซงเปนแหล่งจากดอยอนทนนท์ 18 Families และดอยสเทพ





3 Families ซงกลุ่มสายพันธ์น ควรเก็บไว้พัฒนาตอไปในอนาคต สําหรบกลุ่มปานกลางมี 58 Families






เปนแหล่งจากดอยอินทนนท์ 45 Families แหล่งแม่รด 7 Families แหล่งวัดจันทร 3 Families แหล่งดอย





สเทพ 2 Families และแหล่งหนองกระทง 1 Family กลุ่มสายพันธ์น การพิจารณาเก็บสายพันธ์ไว้ข นอยู่






กับปรมาณมากน้อยในการตัดสางขยายระยะ (Genetic thinning) เมื อจําเปนต้องตัดท งบางสายพันธ์ควร
พิจารณาตัดท งจาก Families ทอยู่อันดับท้ายกอน สวนกลุ่มไม่ดมี 21 Families ซงเปนแหล่งหนองกระทง











9 Families แหล่งวัดจันทร 6 Families แหล่งดอยอินทนนท์ 5 Families และแหล่งแม่รด 1 Family กลุ่ม
สายพันธ์น ควรตัดท งทั งหมด (ตารางท 15)





28






ตารางที 15 การทดสอบสายพันธุไมสนสามใบ แปลงปลูกป พ.ศ. 2530 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไม ้


หวยบง จังหวัดเชยงใหม ่

G I P
Family No. Mean Family No. Mean Family No. Mean Family No. Mean Family No. Mean
210 2.50 3 1.75 232 2.25 273 1.75 1 1.50

212 2.50 201 2.00 238 2.25 275 2.25 2 1.50
217 3.00 202 2.25 240 2.00 278 2.00 4 1.25
220 2.75 203 1.75 241 2.00 310 2.25 204 1.25

221 2.50 205 2.25 242 2.00 311 2.00 233 1.50
225 2.50 206 2.00 244 2.00 312 2.00 234 1.25

230 2.50 207 2.25 250 2.00 313 2.25 248 1.00
236 2.75 208 1.75 252 2.00 314 2.00 269 1.50

245 2.50 209 2.25 253 2.25 315 2.00 280 1.50
247 2.50 211 2.25 254 2.25 322 2.25 281 1.25

251 2.50 213 2.00 255 2.00 324 2.25 282 1.25
256 2.50 215 2.00 258 1.75 325 2.25 308 1.25
257 2.50 216 2.25 259 2.25 327 2.00 309 1.50

260 2.75 218 2.25 262 2.00 329 2.25 316 1.50
261 2.50 219 1.75 263 2.25 331 1.75 320 1.00

264 3.00 222 2.25 266 2.00 335 1.75 321 1.25
265 3.00 223 2.25 267 2.00 323 1.50
276 2.50 224 2.25 268 2.25 330 1.25

277 2.50 226 2.00 270 2.25 332 1.50
279 2.50 227 2.00 271 2.00 333 1.25

326 2.50 231 2.25 272 2.00 334 1.50
21 Families 58 Families 21 Families



ทมา : สมเกยรต และคณะ (2542)



29





แหลงผลิตเมล็ดพันธุไม (Seed production area)











แหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ คอ พื นทปาธรรมชาต หรอสวนปา ของพรรณไม้ชนดหนง



ชนดใดก็ได้ทมีปรมาณไม้เกอบเต็มสต๊อก (near full stocking) มีอายุทให้ดอกและผลแล้ว ไม้ลักษณะเลว







ถูกโคนท งไปแล้วเหลือไม้ทมีลักษณะดไว้ในการผสมพันธ์เพื อผลตเมล็ด สําหรบการใช้ประโยชน์ตอไป



(Zobel and Talbert, 1984 อ้างใน วิเชยร สมันตกุล, 2542) Snyder (1972) ให้คําจํากัดความไว้ว่า แหล่ง






ผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ (Seed production area) คอ กลุ่มแม่ไม้ทผ่านการคัดเลือกมาแล้ว และได้ดําเนนการตัด


ฟนต้นไม้ลักษณะทไม่ดออก และใช้ระบบวนวัฒนวิธในการทําให้กลุ่มแม่ไม้ ผลิตดอกออกผลดก


(Barner และคณะ, 1988) การเก็บเมล็ดจะเก็บจากกลุ่มแม่ไม้แยกเปนกลุ่มๆ ไป การจัดสรางแหล่งผลิต





เมล็ดไม้ก็เลือกจากกลุ่มไม้ตางๆทมีวัตถุประสงค์หลายอย่างนอกจากการเก็บเมล็ดไม้อย่างเดยว จากนั นก็


พัฒนามาเพื อวัตถุประสงค์ในการผลิตเมล็ดเพียงอย่างเดยว โดยใช้ระบบการจัดการอย่างละเอียดหรอเข้ม




ข้นในการตัดสางขยายระยะเพื อเหลือไม้ทมีคณภาพผ่านการปรบปรงพันธ์มาแล้ว เพื อให้ผลิตเมล็ดไม้

คณภาพด ี



แหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ ควรจะปลอดจากการปนเปอนจากละอองเกสรทไม่ต้องการไม้





ลักษณะไม่ดถูกกําจัดออก ต้นไม้ทเหลือหรอกลุ่มแม่ไม้จะต้องมีคณภาพโดดเดนจากคุณภาพโดยเฉลี ย




ปราศจากโรคแมลง ปรมาณไม้ทเหลือควรจะมีปรมาณ 10 ต้นตอเอเคอร เพื อให้สามารถผสมพันธ์ข้าม



กันได้ด แหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ ควรมีขนาดทไม่น้อยกว่า 3 – 5 เฮกแตร (Barner และคณะ, 1988)




กลุ่มไม้ทเหลือในแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ ควรมีอัตราการคัดเลือกพันธ์ (Selection




intensity) ประมาณรอยละ 5 - 10 และเนองจากพ่อพันธ์และแม่พันธ์ตางได้ผ่านการคัดเลอกมาแล้วทั งค ู่





ผิดกับแหล่งเมล็ดพันธ์อื นๆ ทผ่านการคัดเลอกแตแม่พันธ์ด้านเดยว ดังนั นเมล็ดพันธ์ทผลิตได้จากแหลง












ผลตเมล็ดพันธ์ไม้ จงมีผลตอบแทนทางพันธ์ (gain) สงกว่าเมล็ดพันธ์ทเก็บจากแม่ไม้ประมาณสองเทา










ในกรณทอัตราการคัดเลือกพันธ์เทากัน (อภชาต, 2535)












แหล่งผลตเมล็ดพันธ์ไม้สนสามใบทเปนปาธรรมชาต ซงโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน


ได้เข้าไปดําเนนการจัดการโดยกําจัดไม้ทมีลักษณะไม่ดออก ตลอดจนไม้ชนดอื นออกด้วย พรอมกับทํา







การดูแลบํารงรกษาถางวัชพืช ทําแนวกันไฟ เพื อเปนแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้สนสามใบ มีดังน ี

1. หมูไมสนสามใบที อุทยานแหงชาติดอยอินทนนท จังหวัดเชยงใหม มีเน อท 20 ไร เปนกลุ่ม










ไม้สนสามใบทมีลักษณะสวยงามสงเปลาตรง เปนหมู่ไม้ทดทสดของประเทศไทย อยู่สง








จากระดับนํ าทะเลประมาณ 1,000 เมตร หมู่ไม้น ีข นในลักษณะเปนผืนเดยว (pure stand)




อย่างหนาแนน มีความสงประมาณ 25 – 30 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางทระดับอกประมาณ


30









50 เซนตเมตร สภาพดนในบรเวณน ีเปนดน Sandy loam อยู่ในกลุ่มดน Reddish brown
latteritic soil






2. หมูไมสนสามใบที บานหนองกระทิง อําเภออมกอย จังหวัดเชยงใหม มีเน อท 1,500 ไร เปน








หมู่ไม้ทมีลักษณะผืนเดยวผืนใหญ อยู่สงจากระดับนํ าทะเลประมาณ 1,000 เมตร มีการสบ






พันธ์ตามธรรมชาตดมาก มีหลายชั นอายุ รปทรงสวยปานกลาง สภาพดนจัดอยู่ในกลุ่มดน

Reddish brown latteritic soil








3. หมูไมสนสามใบที ดอยหัน อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม มีเน อท 10 ไร เปนหมู่ไม้ทมี



ลักษณะเปนผืนเดยว อยู่สงจากระดับนํ าทะเลประมาณ 1,080 เมตร รปทรงสวยปานกลาง


อายุประมาณ 50 - 60 ป ี






4. หมูไมสนที บานแมรด อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม มีเน อท 20 ไร เปนหมู่ไม้ทมีรปทรงคอน









ข้างด มีพืชตระกูลกอข นปะปนอยู่ด้วย พื นทเปนเขาชัน สภาพดนจัดอยู่ในกลุ่มดน Reddish








brown latteritic soil อยู่สงจากระดับนํ าทะเลประมาณ 1,000 เมตร อายุเฉลี ยประมาณ 35 ป



สงประมาณ 25 - 30 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 เซนตเมตร แหล่งไม้สนแหงน ได้ทํา

การคัดเลอกแม่ไม้ไว้ 30 ต้น และนําไปปลูกสรางเปนสวนอนรกษ์พันธ์ไว้แล้วทสถาน ี










ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ ปจจบันน ีหมู่ไม้สนทบ้าน แม่รดได้ถูก


ทําลายหมดแล้ว








สําหรบแหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ไม้สนสามใบทจัดสรางข นในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้
สน มีเพียงแปลงเดยว คอ Seed production area แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไม ้








หวยบง จังหวัดเชยงใหม โดยคัดเลอกแม่ไม้จากแหล่งตางๆ แล้วเก็บเมล็ดมาเพาะปลูก เปนแหล่งผลิต


เมล็ดไม้จํานวน 24 แปลง เน อท 12 ไร (ตารางท 16)




31









ตารางที 16 แหลงแมไมจากปาธรรมชาติที คัดเลอกและเก็บเมล็ดมาปลูกสรางเปนแหลงผลิตเมล็ด





ป พ.ศ. 2514 ที สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชียงใหม ่

S.no Origin Selection intensity
0004 Omkoi, Seed tree 1 in 1,500
0005 Omkoi, Seed tree 1 in 1,500
0006 Doi Intanon, provenance collection 1 in 200
0007 Doi Intanon, Seed tree 1 in 1,000

0008 Doi Intanon, Seed tree 1 in 1,000

0009 Doi Intanon, Seed tree 1 in 1,000
0010 Doi Intanon, Seed tree 1 in 1,000

0011 Phu Kradung, provenance collection 1 in 10

0012 Nam Now, provenance collection 1 in 200



ทมา : บรรดษฐ์ (2528)


ในป พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 เมื อไม้สนสามใบมีอายุ 5 และ 8 ป ได้ทําการประเมิน


ผลทางพันธกรรม ทั งด้านการเจรญเตบโต รปทรงและลักษณะทางคณภาพตางๆ ในป พ.ศ. 2522 สนสาม















ใบจากถิ นกําเนดภกระดงทมีการเจรญเตบโตไม่ด รปทรงและคณลักษณะทรามถูกตัดออกหมด เหลือแต ่







ไม้สนสามใบทมีลักษณะดแค 12 ต้นตอแปลง และจากต้นไม้ทเหลือได้มีการนํายอดไปสรางสวนผลิต



เมล็ดพันธ์ไม้แบบไม่อาศัยเพศในป พ.ศ. 2523 (โครงการท 2) ในขั นสดท้ายจะตัดฟนให้เหลือ 100 ต้นตอ



เฮกแตร สวนผลิตเมล็ดพันธ์ไม้น มีเน อท 1.9 แฮกแตร ์







สวนผลิตเมล็ดพันธุ (Seed orchard)

สวนผลิตเมล็ดพันธ์ หมายถึง สวนทปลูกขึ นด้วยต้นไม้ทมีลักษณะทางพันธกรรมทดอยู่





ในพื นททมีการปองกันการผสมเกสรจากไม้ลักษณะทราม มีการดแลและจัดการอย่างปราณต เพื อวัตถุ











ประสงค์ให้ได้ผลผลิตเมล็ดทมีคณภาพทางพันธกรรมทดในปรมาณมากอย่างสมํ าเสมอ และเก็บเมล็ดได้


งาย (Zobel และคณะ, 1958 : วิเชยร, 2542)

32





สวนผลิตเมล็ดพันธ์แบงออกเปน 2 ชนด คอ




1. สวนจากเมล็ด (Seedling seed orchard) หมายถง สวนผลิตเมล็ดทสรางข นโดยการ









ใช้เมล็ดพันธ์จากการคัดเลอกแม่ไม้พันธ์ดในการผลิตกล้าไม้ แล้วนําไปปลูกสรางเปนสวนผลิตเมล็ด
พันธ์ ุ
2. สวนจากการขยายพันธุโดยไมอาศยเพศ (Clonal seed orchard) หมายถึง สวนท ี









สรางข นด้วยก งตอน ก งชํา หรอการขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศวิธการอื นๆ จากแม่ไม้พันธ์ดนําไปปลูก





สรางเปนสวนผลิตเมล็ดพันธ์ ุ



สวนผลิตเมล็ดพันธ์ของไม้สนสามใบ ทดําเนนการในโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน






เปนสวนผลิตจากการขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศม 2 แหง คอ


1. Clonal seed orchard ของไมสนสามใบแปลงปลูกป พ.ศ. 2519 ที สถานีอนุรกษพันธุ ์




ไมปาอินทขิล จังหวัดเชยงใหม โดย คัดเลือกแม่ไม้จากแปลง Provenance trial และ Seed Production





area แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 144 clones







(V.0/41 – V.0/184 : ดรายละเอยดแม่ไม้จากตารางท 10) ในป พ.ศ. 2518 ได้นํายอดจากแม่ไม้ไปตอยอด




ในเรอนเพาะชํา แล้วจงนําไปปลูกระยะปลูก 9 x 9 เมตร จํานวน 8 แปลง เน อท 30 ไร ในปพ.ศ. 2519 ตอ






มาในป พ.ศ. 2522 ได้นํากล้าไม้เกามาปลูกแทรกระหว่างแถว (interplanting) เนองจากระยะเกามีความ





หางเกนไป ทําให้ระยะปลูกกลายเปน 6.4 x 6.4 เมตร ต้นไม้แตละ block เพิ มเปน 16 ต้น ในขณะเดยวกัน










ก็ได้ตัดฟนกล้าไม้ทปลูกและมีลักษณะไม่ดออกไปประมาณรอยละ 17 จนกระทั งปจจบันต้นไม้แปลงน ี
ยังไม่สามารถผลิตเมล็ดได้เลย เนองจากไม่มีการออกดอกตัวผู้และตัวเมีย


2. Clonal seed orchard ของไมสนสามใบแปลงปลูกป พ.ศ. 2523 ที สถานีทดลองปลูก

พรรณไมหวยบง จังหวัดเชยงใหม โดยใช้แม่ไม้จํานวน 80 แม่ไม้ คัดเลอกจากปาธรรมชาต 60 แม่ไม้








และ 20 แม่ไม้ คัดเลือกจากแปลง Seed production area แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูก


พรรณไม้ห้วยบง ใช้ระยะปลูก 4.5 x 4.5 เมตร เน อท 36 ไร ปจจบันแปลงน สามารถเก็บเมล็ดได้แตยังมี







ปรมาณเมล็ดน้อย


33












































































ภาพที 2 ขันตอนการปรบปรุงพันธุไมสนสามใบ

ที มา : กรมปาไม้ (2526)


34



2. สนสองใบ





การทดสอบถิ นกําเนด (Provenance trial)







การทดสอบถิ นกําเนดไม้สนสองใบ ได้ดําเนนการในป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลก






พรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ และแปลงทดลองทห้วยมุด จังหวัดสราษฎรธาน จํานวน 14 ถิ นกําเนด




จากประเทศไทย ฟลิปปนส์ ปาปวนวกน และแซมเบย พบว่าในแปลงทดลองทจังหวัดเชยงใหม่ ถิ น












กําเนดจาก สังขะ (สรนทร) และห้วยทา (ศรสะเกษ) มีการเจรญเตบโตดทสด (ตารางท 17)








ตารางที 17 การเจรญเติบโตของไมสนสองใบในแปลงทดสอบถิ นกําเนิดแปลงปลูกป พ.ศ. 2515




สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชียงใหม






ถิ นกําเนด 2517 (3ป) 2519 (5ป) 2521 (7ป) 2523 (9ป) 2539 (25ป)

Height (m) Height (m) Height (m) Height (m) DBH (cm) Height (m) DBH (cm)
S.1005 Tha Yang, Phetchaburi 0.38 0.88 2.1 3.5 6.8 12.55 18.55
S.1080 Phu Kradung, Loei 0.27 0.76 1.9 3.1 6.6 12.94 18.57
S.1012 Khun Yuam, Mae Hong Son 0.23 0.69 1.9 3.0 5.8 12.10 19.45
S.1014 Mae Tha, Lamphun 0.30 0.88 2.2 3.8 7.3 13.10 20.49
S.1015 Fang, Chiang Mai 0.20 0.56 1.6 3.0 5.7 12.38 20.91
S.1018 Hod, Chiang Mai 0.25 0.10 1.5 3.3 6.5 11.63 19.74
S.1019 Sangkha, Surin 0.47 1.43 3.5 5.7 8.9 14.71 21.74
S.1020 Huey Ta, Sisaket 0.46 1.34 3.3 5.5 8.8 15.05 22.22
S.1022 Santa Cruz, Philippines 0.45 0.84 1.9 2.8 3.8 12.20 15.08
S.1023 Santa Cruz, Philippines 0.33 0.69 1.8 2.5 3.9 11.19 12.03
S.1024 Panas, Philippines 0.48 1.19 2.5 4.2 7.2 12.19 13.92
S.1025 Kipkipan, Philippines 0.51 1.23 2.8 4.1 6.8 13.22 16.23
S.1026 Bulolo, Papua New Guinea 0.97 1.98 4.4 5.3 7.3 14.06 17.91
S.1027 Dola Hill, Zambia 0.37 0.96 2.4 4.1 7.6 13.39 19.83





ทมา : Hubertz และ Sirikul (1983) ; สมเกยรต (2539)







สวนแปลงทดลองทห้วยมุด จังหวัดสราษฎรธานนั นได้เก็บข้อมูลการเจรญเตบโตเพียง





ในระยะแรกเทานั น เมื อเปรยบเทยบการเจรญเตบโตของสนสองใบในท้องทภาคเหนอ และภาคใต้ของ




35








ประเทศไทย พบว่าสนสองใบทนําไปปลูกในภาคใต้มีการเจรญเตบโตดกว่า เนองจากมีปรมาณนํ าฝนสง












และดนมีความอุดมสมบรณคอนข้างสง โดยถิ นกําเนดจาก สังขะ (สรนทร) และห้วยทา (ศรสะเกษ) มี









การเจรญเตบโตดทสดทั งในท้องทภาคเหนอและภาคใต้ ในขณะทถิ นกําเนดของไม้สนสองใบจากภาค

เหนอโตช้ากว่า เนองจากถิ นกําเนดจากภาคเหนอจะมีระยะหญ้า (grass stage) นานกว่าถิ นกําเนดทางภาค




อีสาน (ตารางท 18)



ตารางที 18 เปรยบเทียบการเจรญเติบโตทางความสูง และการรอดตายของไมสนสองใบในแปลง




ทดสอบถิ นกําเนิด แปลงปลูกป พ.ศ. 2514 ที จังหวัดสุราษฎรธานี และจังหวัดเชยงใหม



เมออายุ 3 ป ี

S.no. Provenance Height (cm) Survival (arcsin)
Surat Chiang Mai Surat Chiang Mai
S.1005 Tha Yang, Thailand - 37.73 - 70.4
S.1008 Phu Kradung, Thailand 41.3 26.8 31.2 72.5
S.1012 Khun Yuam, Thailand 33.7 22.8 32.0 64.8
S.1014 Mae Tha, Thailand 41.0 30.3 35.2 59.8
S.1015 Fang, Thailand 30.4 20.3 20.0 50.0
S.1018 Hot, Thailand 41.1 24.9 32.6 60.1
S.1019 Sangkha, Thailand 80.0 47.0 46.1 75.8
S.1020 Huey Ta, Thailand 88.3 45.7 38.9 73.8
S.1022 Santa Cruz, Philippines 76.2 44.7 29.4 61.9
S.1023 Santa Cruz, Philippines - 33.0 - 64.7
S.1024 Panas, Philippines - 48.1 - 64.9
S.1025 Kipkipan, Philippines - 50.6 - 73.2
S.1026 Bulolo, Papua New Guinea - 96.5 - 62.9
S.1027 Dola Hill, Zambia 64.5 36.8 40.4 70.1

ทมา : Chutanaparp และคณะ (1974)


36






การจดสรางสวนอนุรกษพันธุ (Gene Conservation)






การทปาสนสองใบอยู่ในสภาพทรดโทรมและจํานวนลดลงอย่างรวดเรว ทําให้แม่ไม้





ตามธรรมชาตทมีลักษณะทางพันธกรรมดลดจํานวนไปด้วย ดังนั นเพื อปองกันการลดจํานวนลงของไม้








สนสองใบและรกษาคณภาพทางพันธกรรมทดไว้ กรมปาไม้และรฐบาลเดนมารกจงได้จัดทําโครงการ




อนรกษ์พันธ์ไม้สนสองใบในปาธรรมชาตข นทตําบลทับทัน อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ซงปาสนสอง













ใบแหงน ี ผู้เชยวชาญเดนมารกและนักวิชาการปาไม้ของไทยได้ทําการปลูกทดลองวิจัยและพบว่าเปน








แหล่งพันธ์ไม้สนสองใบทมีคณภาพทางพันธกรรมดทสดในโลก กําหนดพื นทไว้ 1 ตารางกโลเมตร














(625 ไร) อยู่ในความควบคมดแลของสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาหนองค อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร




สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม้ เร มโครงการป พ.ศ. 2523 ซงมีพื นทปาทได้ดําเนนงานทําการรงวัด









กันเขตไว้ทั งหมด 3.5 ตารางกโลเมตร (2,188 ไร) (วิศาล, 2544) ตอมาในป พ.ศ. 2527 ได้มีการจัดตั ง












สถานอนรกษ์พันธ์ไม้สนสองใบเพ มข นทจังหวัดอุบลราชธาน โดยความรวมมือระหว่างรฐบาลไทยกับ








รฐบาลเดนมารก ดําเนนงานโดยสวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม้ กรมปาไม้ มีพื นทดําเนนการ 2

แหง คอ





1. ปาสนสองใบโขงเจยม อําเภอโขงเจยม จังหวัดอุบลราชธาน ี
2. ปาสนสองใบดงตาหวัง อําเภอโพธ ไทย จังหวัดอุบลราชธาน ี




สภาพปาสนสองใบธรรมชาติในทองที ตําบลทับทัน อําเภอสงขะ จังหวัดสุรนทร ์



แหล่งพันธ์ไม้สนสองใบจากภาคตะวันออกเฉยงเหนอของประเทศไทยมีลักษณะคณ




ภาพทางพันธกรรมทดทสด อยู่ในท้องทตําบลทับทัน อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ระหว่างหลักกิโลเมตร



















ท 35-38 ทั งสองฝ งแนวถนนหลวงสายสรนทร - สังขะ พื นทปาสนสองใบน ตั งอยู่ในเขตปาสงวนแหง




ชาตฝ งซ้ายห้วยกําโพด และปาสงวนแหงชาตฝ งซ้ายห้วยทับทัน สภาพพื นทเปนทราบความสงจากระดับ













นํ าทะเลปานกลาง 140 เมตร ลักษณะดนสวนใหญเปนดนรวนปนทราย (Sandy loam) ชนดดนเปนดน




Regosol ซงเปนดนปาไม้ชนดหนงทพบมากในภาคตะวันออกเฉยงเหนอ เปนดนเลว ความสมบรณตํา



















ความสามารถในการให้ผลผลิตตําถงปานกลาง เน อดนหยาบ มีสภาพการระบายนํ าด การซมซับนํ าด pH








ประมาณ 5.5 ปรมาณนํ าฝนเฉลี ยรายป ประมาณ 1,400 มิลลิเมตร เดอนกรกฎาคมฝนตกมากทสด



อุณหภมิสงสดถึง 40 C (เดอนเมษายน) ตําสด 15 C (เดอนธันวาคม) ความช นสัมพัทธ์ 70 – 100 %

O
O






(สมเกยรต, 2528)

37









สภาพปาเปนปาเบญจพรรณ ผสมปาดบแล้ง มีไม้ตระกูลยาง (Dipterocarpaceae) ข น



ผสมกับไม้สนสองใบ มีไม้สนสองใบข นเปนกลุ่ม ๆ กระจายทั วพื นท ไม้สนสองใบทมีอยู่จะมีขนาดสง


ใหญ อายุมาก สงประมาณ 20 – 35 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอก ประมาณ 30 - 110 เซนตเมตร






ความสงถึงก งแรกประมาณ 15 – 25 เมตร ลักษณะลําต้นสวนใหญเปลาตรง เรอนยอดคล้ายรม เปลือก









หนา สนํ าตาลเข้มจนถึงดําคลํ า เปนไม้เดนของปา มีลูกไม้ข นตามใต้ต้นสนสองใบในชวงฤดูฝน แตจะ





หายไปในฤดแล้ง เนองจากนํ าทวมและถูกทําลายโดยสัตว์เล ยงของราษฎรทอยู่รอบสถานอนรกษ์พันธ์ไม้






ุ่


ุ่
ุ่
ปาหนองค ทําให้จํานวนไม้สนสองใบรนเล็กถึงรนหนมมีน้อยมาก ไม้พื นล่างสวนใหญจะพบลูกไม้ของ




ไม้ใบกว้างหลายชนดขึ นอยู่ ไม้ใบกว้างทพบข นอยู่ปะปนกับไม้สนสองใบคอ

- ไม้ยางนา (Dipterocarpus alatus Roxb.)
- ไม้มะคาโมง (Afzelia xylocarpa Craib)

- ไม้พอก (Parinari anamense Hance)
- ไม้เหยง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm)

- ไม้พะยอม (Shorea roxburghii G. Don.)
- ไม้ประด (Pterocarpus marcrocapus Kurz.)
ู่
- ไม้แดง (Xylia xylocarpa Taub.)
- ไม้กันเกรา (Fagraea fragrans Roxb.)
- ไม้เต็ง (Shorea obtusa Wall)
- ไม้พลวง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.)
- ไม้รง (Pentacme siamensis Miq.)

ฯลฯ



วิศาล (2544) กล่าวว่าไม้สนสองใบในปาแหงน ีสวนใหญ (มากกว่า 90 %) จะถูกเจาะ




เปนโพรงเอานํ ามันและยางสน โดยหนวยชันสนของกองวิจัยผลิตผลปาไม้ กรมปาไม้ ได้เข้ามาดําเนน



งานเจาะเอายางสนตั งแตป พ.ศ. 2480 และได้ยกเลกการดําเนนการตั งแตเร มมีโครงการอนรกษ์พันธ์ไม้










สนสองใบ ทําให้ไม้สนสองใบทมีอยู่ไม่สมบรณ การให้เมล็ดน้อย และเมล็ดทได้มักจะเปนเมล็ดลีบไม่มี









เน อใน สวนใหญเมล็ดไม้สนสองใบทเก็บจากปาแหงน จะมีเมล็ดลีบมากกว่า 50 % ของเมล็ดไม้ทเก็บได้






สวนต้นไม้สนสองใบทมีโพรงอยู่โคนลําต้น ในฤดฝนเมื อมีลมพายุพัดเข้ามาจะทําให้ไม้สนเหล่าน หัก

โคนลงทกป ี


38






สภาพปาสนสองใบธรรมชาติในทองที อําเภอโขงเจียม และ อําเภอโพธิไทย จังหวัดอุบลราชธานี








พื นทปาสนสองใบทั ง 2 แหง ตั งอยู่ในเขตปาสงวนแหงชาตภโหล่น มีพื นทประมาณ

6,000 ไร สภาพพื นทเปนทราบมีรองนํ าและลําห้วยกระจายอยู่ภายใน ความสงจากระดับนํ าทะเล













ปานกลางประมาณ 150 – 170 เมตร ลักษณะดนสวนใหญเปนดนรวนปนทราย (Sandy loam) สนํ าตาล –


เทา – ดํา การระบายนํ าด การซมซับนํ าปานกลาง pH ประมาณ 5.6 – 6.5 ปรมาณนํ าฝนเฉลี ยรายป ี



O


ประมาณ 1,900 – 2,500 มิลลิเมตร เดอนมิถุนายนฝนตกมากทสด อุณหภมิสงสด 41 C (เดอนเมษายน)











ตําสด 15 C (เดอนธันวาคม) ความช นสัมพัทธ์ 76 – 100 % เดอนกันยายนมีความช นสัมพัทธ์สงสด
O



92 - 100 % เดอนกุมภาพันธ์ – เดอนเมษายนเปนชวงทมีความช นสัมพัทธ์ตําสด สภาพปาโดยทั วไปเปน







ปาดบแล้ง มีไม้ตระกูลยาง (Diptercarpaceae) ข นผสมกับไม้สนสองใบ มีไม้สนสองใบข นกระจายทั วพื น







ท โดยข นเปนกลุ่มเล็ก ๆ กระจายหาง ๆ เปนระยะ 20 – 100 เมตร มีไม้ใบกว้างอื นทข นปะปนอยู่ชนด









เดยวกับปาสนสองใบท อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ์

ไม้สนสองใบในปาน สวนใหญเปนไม้ขนาดสงใหญ อายุมาก ลําต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง











30 – 70 เซนตเมตร สง 25 – 35 เมตร ลักษณะรปทรงคอนข้างด เปลาตรง ความสงถึงก งแรกประมาณ









20 – 25 เมตร มีเรอนยอดคล้ายรม และเปนไม้เดนของปา ลูกไม้ทเกดขึ นพบได้ทั วไปในฤดฝน แตจะหาย









ไปในฤดแล้งเนองจากถูกไฟปาทําลาย กล้าไม้ทมีขนาดสงเกน 30 เซนตเมตร จะพบเฉพาะบรเวณทมี















ความช นสงทไฟปาเข้าไม่ถง จงทําให้ปาน มีชั นไม้สนไม่คอยสมบรณ ไม้พื นล่างสวนใหญจะพบลกไม้



ใบกว้างชนดตาง ๆ ข นกระจายทั วบรเวณ แตประสบปญหาไฟปาเผาไหม้ประจําทกป












การคัดเลอกแมไม (Plus tree selection)



แม่ไม้สนสองใบได้ทําการคัดเลอกจากแปลงทดสอบถิ นกําเนดไม้สนสองใบทสถาน ี


ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ มีเพียง 4 แม่ไม้เทานั น โดยเปนแม่ไม้ทมีถิ น




กําเนดเดมจากสังขะ จังหวัดสรนทร ซงเปนถิ นกําเนดทดทสด (ตารางท 19)













39







ตารางที 19 แมไมสนสองใบที ทําการคัดเลือกในโครงการปรบปรุงพันธุไมสน


Plus Tree no. Origin Seed No. Block
(V.no) Location Origin Provenance (S.no) No.
(เบอรแม่ไม้) (สถานท) ี (ถิ นกําเนดเดิม) (เบอรเมล็ดเดิม)



V.1/01 Provenance Trial of P.merkusii, 1971, Huey Bong, Sangkha, Surin S.1019 1
Chiang Mai
V.1/02 Provenance Trial of P.merkusii, 1971, Huey Bong, Sangkha, Surin S.1019 2
Chiang Mai
V.1/03 Provenance Trial of P.merkusii, 1971, Huey Bong, Sangkha, Surin S.1019 3
Chiang Mai
V.1/04 Provenance Trial of P.merkusii, 1971, Huey Bong, Sangkha, Surin S.1019 3
Chiang Mai



ทมา : โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน จังหวัดเชยงใหม่




หลังจากนั นได้มีการคัดเลือกแม่ไม้สนสองใบจากปาธรรมชาต ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปา










หนองค อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร อีก 27 แม่ไม้ (ตารางท 20)




40










ตารางที 20 แมไมสนสองใบที คัดเลอกในเขตอนุรกษพันธุไมสนสองใบ ทองที ตําบลทับทัน



อําเภอสงขะ จังหวัดสุรนทร ์

ต้นที ความสง ความสง เส้นผ่าศูนย์ เส้นผ่าศูนย์ ความยาว ความหนาแน่น




ทั งหมด ของลําต้นที กลางเพียง กลางเรอน ของเรอน ของเน อไม้
(ม.) ไม่มีกิ ง (ม.) อก (ซม.) ยอด (ม.) ยอด (ม.) (กรม/ซม. )

3
1 32.4 16.2 52.2 4.50 16.2 .577
2 26.4 15.4 34.2 6.20 11.0 .619
3 27.6 14.6 42.6 5.55 13.0 .558
4 25.2 7.4 34.9 - 17.8 -
5 40.0 18.6 68.3 6.50 21.4 .649
6 30.4 14.0 30.3 2.70 16.4 .596
7 23.6 14.0 28.1 3.75 9.6 .649
8 36.3 21.0 56.8 8.65 15.3 .616

9 30.6 22.2 33.3 2.65 8.4 .599
10 29.8 20.2 39.8 3.00 9.6 .613
11 24.0 12.0 32.4 4.20 12.0 .566

12 30.9 11.0 36.4 2.90 19.9 .619
13 30.0 16.2 35.6 4.00 13.8 .563
14 30.8 13.8 39.8 6.10 17.0 619

15 36.3 22.4 56.7 5.25 13.9 .566
16 38.4 18.0 61.3 3.15 20.4 .621

17 32.7 21.0 47.0 4.75 11.7 .588
18 23.0 14.2 23.1 3.20 8.8 .632
19 26.6 16.2 30.7 5.20 10.4 .525

20 20.6 11.6 24.7 3.65 9.0 .619
21 26.0 13.6 32.8 4.70 12.4 .654
22 27.0 13.6 41.9 4.55 13.4 .635

23 27.0 13.0 36.9 4.90 14.0 .621
24 29.4 20.2 29.9 - 9.2 -
25 24.4 13.4 28.8 2.95 11.0 .563

26 25.6 16.6 31.7 5.78 9.0 .572
27 27.0 14.2 32.3 4.20 12.8 .596


ทมา : สถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาหนองค อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร (2540)









Click to View FlipBook Version