The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-28 05:18:24

ไม้สน2545

189












ความสงทอายุ 7 ป ทเชยงใหม่จะมีความสงเฉลี ย 7.14 เมตร เปรยบเทยบกับทชมพร 12.08 เมตร และ



การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางทเชยงใหม่ 9.73 เซนตเมตร เปรยบเทยบกับทชมพร 15.73












เซนตเมตร จะเหนได้ว่ามีความแตกตางกันมากซงผลผลิตจะแตกตางกันมากด้วย ดังนั นผลผลิตจง






ข นอยู่กับคณภาพพื นทด้วยว่าเหมาะสมตอการเจรญเตบโตของไม้แตละชนดและแตละพันธ์มากน้อย






เพียงใด (ตารางท 78) การเพิ มคณภาพของพื นทสามารถทําได้โดยการปรบสภาพของดนให้มีการ









เก็บความช นได้นานและพอเหมาะรวมทั งแรธาตอาหารทจําเปนในปรมาณเพียงพอ การเลอกชนดไม้






การเลือกพันธ์ การปรบปรงพื นท และการดแลรกษาให้ถูกต้องจะสามารถเพิ มผลผลิตได้อีกสําหรบ





บางท้องท ี


ตารางที 78 การเจรญเติบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis ในประเทศจาไมกา



และฟจิเมออายุ 15 ป

จาไมกา ฟจ ิ

Dominant height (เมตร) 23.8 24.4

Basal area (ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร) 40.9 40.2
MAI Volume (ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป) 19.9 21.3



ทมา : ประดษฐ์ (2540)





ก ารเจรญ เต บ โต และผลผลิต ข อ ง Pinus caribaea var. hondurensis ใน

ควีนส์แลนด์ตอนเหนอ ซงได้มีการจัดชั นคณภาพของพื นทด้วยสําหรบไม้สนคารเบยเพื อสะดวกใน








การเปรยบเทยบและการจัดการ ชั นคณภาพทจัดทําข นกําหนดโดยใช้คาเฉลี ยของความสงของต้นไม้














ทสงทสดจํานวน 25 ต้น/เฮกแตร เพื อเปนตัวแทนของพื นทนั นโดยมีอายุฐาน 25 (ตารางท 79) ซงการ






เจรญเตบโตทั วไปคอนข้างด และกล่าวกันว่าถ้าได้มีการปรบปรงคณภาพของพื นทโดยการเตรยม









พื นทปลูกให้ดข ึนและใช้เมล็ดพันธ์ทเหมาะสม ผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis

ในควีนสแลนด์ตอนเหนอจะทัดเทยมกันหรอดกว่าผลผลิตของ Pinus radiata ทข นอยู่บนพื นททมี







คณภาพดทสดในออสเตรเลียตอนใต้เสยอีก






190




ตารางที 79 การเจรญเติบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis



ในรฐควีนสแลนดตอนเหนอ



แปลง Site อายุ สงเฉลี ย โตเฉลี ย BA Volume MAI

3
3
3
index (ป) (ม.) (ซม.) ต้น/ฮ. (ม. ) (ม. /ฮ.) (ม. /ฮ./ป)

18 95 17 23.77 26.9 573 32.8 329.1 19.30
19 105 17 26.00 27.2 823 47.9 388.3 22.92
20 105 15 23.28 29.6 886 42.1 290.5 19.39
21 110 14 23.31 25.8 1047 54.8 373.3 20.00

22 110 15 24.38 27.4 743 44.1 334.2 22.28

23 115 15 25.27 28.9 640 42.0 337.1 22.49

24 125 17 30.78 33.2 319 29.6 524.2 30.84



ทมา : ประดษฐ์ (2540)


ในควีนส์แลนด์ตอนใต้ผลผลิตของ P. caribaea var. hondurensis จะประมาณ 14.3




ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป สวนผลผลิตของมาเลเซยทอายุ 7 ป ถึง 8 ป จะอยู่ในชวง 11.1 ถึง 17.9 ลูก














บาศก์เมตร/เฮกแตร/ป ซงคาดกันว่าจะเพิ มข นเมื ออายุสงข น ในอาฟรกาใต้พบว่าในสภาพดนลึกท





โปรงซงรากสนสามารถหยั งลงถึงนํ าใต้ดนทมีอยู่ตลอดปและไม่มีความหนาวรนแรงมากระทบการ





เจรญเตบโต P. caribaea var. hondurensis สามารถเจรญเตบโตได้ในสภาพแห้งแล้งทมีฝน




ประมาณ 965 มิลลิเมตร และให้ผลผลิตเฉลี ยรายปถึง 21.0 ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป จนถึงอายุ 33 ป ี



จะเหนได้ว่าผลผลิตจะมีความแตกตางกันมากเชนในควีนส์แลนด์ จาก MAI 3 ถึง












37 ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป ซงช ให้เหนถึงความสําคัญของคณภาพพื นทเกยวกับชนดของดน (soil




texture) ความช นในดน และธาตอาหารในพื นทนั น ๆ ตอผลผลิต จากประสบการณตางๆ ทผ่านมาช






ให้เหนว่าการหยั งรากลึกในพื นทชมช นมีผลให้ MAI ไม่ลดลงจนกว่าสวนปาจะอายุได้ 33 ป ผลผลิต




ุ่


อาจลดลงในเวลาเรวกว่าน ีในสภาพทไม่เหมาะสมแตยังไม่มีการยืนยัน มีพื นทมากมายอยู่ระหว่าง


เส้นศูนย์สตรจนถึง 30 เหนอและใต้ ซงสนคารเบยจะให้ผลผลิตระหว่าง 17.5 - 21 ลูกบาศก์เมตร/




0




เฮกแตร/ป จนถึงอายุอย่างตํา 15 ป เปอรเซนต์ของเปลือกสําหรบต้นไม้อายุ 15 - 20 ป จะแตกตางกัน










ไประหว่าง 20 - 30 เปอรเซ็นต์ของปรมาตรเหนอเปลือก
การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาหนองค จังหวัด














สรนทรเมื ออายุ 17 ป มีความสงเฉลี ย 12.05 เมตร และมีความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี ย 19.46
เซนตเมตร ไม้สนคารเบยเมื ออายุ 18 ป มีความสงเฉลี ย 17.67 เมตร และมีความโตทางเส้นผ่าศูนย์










กลาง 20.94 เซนตเมตร สวนการเจรญเตบโตของไม้สนสองใบและไม้สนคารเบยทอายุตางๆ กันท





191









ห้วยทา จังหวัดศรสะเกษ พบว่าในชวงระหว่างอายุ 26 - 30 ป การเจรญเตบโตทางความสงของไม้
สนคารเบยจะดกว่าสนสองใบ แตการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้สนสองใบจะดกว่าสน








คารเบย (ตารางท 80) (ประดษฐ์ , 2540)









ตารางที 80 การเจรญเติบโตของไมสนสองใบและสนคารเบียแหลงหวยทา จังหวัดศรสะเกษ

เมออายุตางๆ กัน





อายุ (ป) สนสองใบ สนคารเบีย


ความสง (ม.) เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) ความสง (ม.) เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.)
26 13.72 27.00 13.86 21.78
27 14.70 28.48 15.08 23.21
28 14.96 29.57 16.70 23.90
29 15.90 30.31 17.42 24.70
30 17.48 31.24 18.88 25.57



ทมา : ประดษฐ์ (2540)






ไม้สนสองใบเปนไม้ทมีการเจรญเตบโตช้าในชวงแรก โดยเฉพาะในระยะทเปน







ระยะหญ้า (Grass Stage) แตเมื อผ่านระยะน ีไปแล้ว อัตราการเจรญเตบโตจะดข ึน เรงชัย (2527)




กล่าวว่าอัตราการเจรญเตบโตของไม้สนสองใบในระยะ 10 ปแรก ถัวเฉลี ยอยู่ในเกณฑ์คอนข้างตํา






ประมาณ 0.32 – 0.8 ลูกบาศก์เมตร/ไร/ป แตมีแนวโน้มการเจรญเตบโตดข ึนเรอยๆ และ Cooling


(1968) ได้ระบว่าอัตราการเจรญเตบโตของไม้สนสองใบจะกลับลดตําลงมาอีกเมื อมีอายุมากข น เชน








ไม้สนสองใบในระยะ 25 ปแรกจะมีอัตราการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี ยปละ 0.63 – 0.68



เซนตเมตร และเมื อไม้สนสองใบอายุ 80 – 100 ป การเจรญเตบโตจะลดลงเหลือเพียงปละ 0.20





เซนตเมตร
Bryde และคณะ (1965) รายงานไว้ว่าไม้สนสองใบในประเทศไทยมีอัตราการเจรญ






เตบโตเฉลี ย 5 – 6 ลูกบาศก์เมตร/แฮกแตร/ป หรอประมาณ 0.8 - 0.96 ลูกบาศก์เมตร/ไร/ป ี


Cooling (1968) กล่าวว่าอัตราการเจรญเตบโตของไม้สนสองใบในปาปลูกและปา







ธรรมชาตนาจะใกล้เคยงกันคอ เมื อผ่านพ้นระยะหญ้าแล้ว ไม้สนสองใบอาจมีการเจรญเตบโตด้าน



ความสงปละ 1 – 2 เมตร และด้านความโตประมาณปละ 0.7 – 1.0 เซนตเมตร




ปญหาเรองสภาพหญ้า (Grass Stage) ซงมีระยะเวลา 1 – 7 ป ทําให้ไม่มีผู้สนใจทํา






การปลูกเปนสวนปาใหญ โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนได้เคยทําการทดลองหาวิธลดระยะเวลา






สภาพหญ้าให้เหลือน้อยทสด พบว่าการใช้แสงเหนอม่วง (Ultra Violet) ชวยให้ระยะหญ้าหมดไปได้



ู่


แตเมื อนําแสงเหนอม่วงออก กล้าไม้จะกลับคนสระยะหญ้าตามเดม


192









การเจรญเตบโตของไม้สนคารเบย ในแปลงทดลองตางๆ ของ สถานทดลองปลูก
พรรรณไม้ห้วยบง สถานทดลองปลูกพรรณไม้บอแก้ว และสวนปาดอยบอหลวงซงอยู่ในบรเวณพื น















ทเดยวกัน พบว่ามีการเจรญเตบโตแตกตางกันไปตามอายุของต้นไม้และถิ นกําเนดทแตกตางกัน
(ตารางท 81) (สาโรจน์, 2544)





ตารางที 81 การเจรญเติบโตและปรมาตรของสนคารเบียถิ นกําเนิด และอายุตางๆ



อายุ สถานที ปลูก เส้นผ่าศูนย์ ความสง ปรมาตร หมายเหตุ

(ป) กลาง (ซม.) (เมตร) (ลบ.ม./ต้น)


7 Progeny Trial 1992 สถานีฯ ห้วยบง 9.80 7.09 0.025 1 ถ นกําเนด 70 แมไม้


13 Block Planting สถานีฯ ห้วยบง 16.83 12.46 0.115 จากกิ งตอนแปลง Progeny 1980

15 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 18.18 13.35 0.141 แหลง Santa Clara
16 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 15.89 10.50 0.088 แหลง Culmi



16 Progeny Trial 1983 สถานีฯ ห้วยบง 16.75 15.18 0.137 2 ถ นกําเนด 40 แมไม้

17 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 17.91 12.19 0.126 แหลง Limones

18 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 18.12 11.93 0.127 แหลง Culmi




18 Progeny Trial 1981 สถานีฯ ห้วยบง 19.37 14.40 0.171 10 ถ นกําเนด 88 แมไม้
19 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 21.70 13.57 0.200 แหลง Poptun


19 Progeny Trial 1980 สถานีฯ ห้วยบง 19.83 19.62 0.239 11 ถ นกําเนด 90 แมไม้



20 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 17.75 12.75 0.130 แหลง La Mosquitia
21 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 19.73 13.65 0.168 แหลง Limones


22 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 20.53 16.45 0.216 แหลง Alamicamba

22 Clonal Seed Orchard 1977 32.48 16.78 0.520 กล้าตอยอดจากหลายถ นกําเนด


สถานีฯ อินทขิล
24 Gene Conservation สถานีฯ ห้วยบง 20.00 15.33 0.193 แหลง Alamicamba


28 Seed Production Area 1971 32.8 19.77 0.617 แหลง Byfield และ Mt.Pine Ridge
สถานีฯ ห้วยบง
30 Seed Production Area 28.16 23.50 0.546 var. hondurensis
สถานีฯ บ่อแก้ว
30 Seed Production Area 28.92 21.51 0.528 var. bahamensis
สถานีฯ บ่อแก้ว
33 Arboretum Trial 38.68 29.60 1.227 -

สวนปาดอยบ่อหลวง

ทมา : สาโรจน์ (2544)

193








ได้มีการทดลองระยะปลูกตางๆ ทเหมาะสมของไม้สนโอคารปา ทสถานทดลอง


ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ ซงสมชาย (2544) ได้เก็บข้อมูลการเจรญเตบโตเมื ออายุ 27








ป พบว่าไม้สนโอคารปา 2 ถิ นกําเนด คอ Dola Hill, Zambia และ Lagunilla, Guatemala ททดลอง


ปลูกในระยะปลูกตางกันคอ 3 x 3, 3 x 6 และ 6 x 6 เมตรนั น การเจรญเตบโตทางความสงจะผกผัน






กับการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลาง เมื อปลูกในระยะแคบ 3 x 3 เมตร ไม้สนโอคารปาจะมี
ความสงเฉลี ยมากทสด 20.14 เมตร แตมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี ยน้อยทสด 21.79 เซนตเมตร ใน













ขณะทเมื อระยะปลูกเพิ มข นเปน 6 x 6 เมตร จะมีความสงเฉลี ยน้อยทสด 17.58 เมตร แตมีขนาดเส้น




ผ่าศูนย์กลางเฉลี ยมากทสด 29.41 เซนตเมตร (ตารางท 82)





การเจรญเตบโตของไม้สนโอคารปาจากแปลงทดลองตางๆ เมื ออายุตางกัน ได้นํา




มาสรปและคํานวณหาปรมาตรตอต้นตามสตรการประมาณปรมาตรลําต้น โดย สมชาย และ คณะ




(2542) ซงได้แสดงผลในตารางท 83




ตารางที 82 การเจรญเติบโตของไมสนโอคารปาที มีระยะปลูกตางๆ กัน เมื ออายุ 27 ป ี





ระยะปลูก (ม.) ถิ นกําเนด ความสง (ม.) เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.)
3 x 3 3032 Dola Hill, Zambia 21.15 21.60
3047 Lagunilla, Guatemala 19.12 21.97
เฉลี ย 20.14 21.79
3 x 6 3032 Dola Hill, Zambia 20.60 27.28
3047 Lagunilla, Guatemala 19.46 23.97
เฉลี ย 20.03 25.63
6 x 6 3032 Dola Hill, Zambia 18.63 30.26
3047 Lagunilla, Guatemala 16.52 28.55
เฉลี ย 17.58 29.41

ทมา : สมชาย (2544)


194









ตารางที 83 สรุปการเจรญเติบโตและปรมาตรตอตนของไมสนโอคารปา จากแปลงทดลองตางๆ


เมออายุตางกัน



อายุ แปลงทดลอง/สถานท ี ความสง เส้นผ่าศูนย์ ปรมาตร หมายเหตุ


(ป) (ม.) กลาง (ซม.) (ลบ.ม./ต้น)



4 แปลงทดสอบถ นกําเนดป 2515, ชมพร 5.61 7.20 0.01 8 ถ นกําเนด





6 แปลงทดสอบถ นกําเนดป 2523, หนองกระทิง 4.29 5.71 0.01 3 ถ นกําเนด





9 ½ แปลงทดสอบชนดพันธ์ไม้ป 2514, ห้วยบง 11.03 13.50 0.07 พันธ์ไม้ 4 ชนด






15 แปลงทดสอบชนดพันธ์ไม้ป 2514, ห้วยบง 15.73 17.80 0.16 พันธ์ไม้ 4 ชนด







17 แปลงทดสอบชนดพันธ์ไม้ป 2525, ห้วยบง 16.55 20.95 0.22 9 ถ นกําเนด, 66 แมไม้



17 แปลงทดสอบถ นกําเนดป 2523, หนองกระทิง 16.88 19.22 0.19 3 ถ นกําเนด






21 แปลงอนรักษ์พันธ์ไม้ ป 2522, ห้วยบง 14.50 21.88 0.22 ถ นกําเนด Mal Paso, Guatemala


23 แปลงอนรักษ์พันธ์ไม้ ป 2518, ห้วยบง 19.03 25.63 0.39 ถ นกําเนด Dipilto, Nicaragua










25 แปลงทดสอบถ นกําเนดป 2515, ห้วยบง 21.98 24.50 0.40 12 ถ นกําเนด



26 แปลงทดสอบชนดพันธ์ไม้ป 2514, ห้วยบง 22.16 24.22 0.39 พันธ์ไม้ 4 ชนด





28 แปลงอนรักษ์พันธ์ไม้ ป 2514, ห้วยบง 18.04 24.80 0.36 ถ นกําเนด Guiamaca, Honduras



ทมา : สมชาย (2544)


195





การใชประโยชน






ในการนําไม้สนไปใช้ประโยชน์นั น จะต้องคํานงถึงโครงสรางทางวิศวกรรมด้วย ซง







แตเดมนั นนยมใช้ไม้เน อแข็งและไม้สัก แตเมื อไม้เหล่าน ีถูกตัดโคนนํามาใช้เปนจํานวนมากตามการ

เพิ มข นของประชากร ทําให้คนเร มหันมาใช้ไม้โตเรวและไม้เน ออ่อนแทน และได้มีการนําเข้าไม้จาก





ตางประเทศอย่างตอเนอง ซงในป พ.ศ. 2542 ประเทศไทยได้นําเข้าไม้ตระกูลสนทั งไม้ทอนและไม้







แปรรปจํานวน 111,649 ลูกบาศก์เมตร มีมูลคาถึง 659.852 ล้านบาท นําเข้าเยื อกระดาษ 438,525 ตัน
มูลคา 7,987.28 ล้านบาท และนําเข้ากระดาษ 365,208 ตัน มูลคา 16,327.513 ล้านบาท (กรมปาไม้,





2542) จะเหนได้ว่าประเทศไทยต้องเสยเงนตราในการซ อ เยื อกระดาษ และกระดาษ ในป พ.ศ. 2542









ถึง 35,597.626 ล้านบาท ซงยังไม่ได้รวมถึงผลิตภัณฑ์จากไม้ประเภทอื นๆ เชน เฟอรนเจอร ไม้อัด ไม้





บาง ยางสน เปนต้น และจะมีการนําเข้าเพิ มมากข นตามจํานวนประชากรทเพิ มข น สําหรบประมาณ
การการใช้เยื อยาวภายในประเทศ โดย Thai pulp and paper industry association (2001) คาดว่า

ประเทศไทยใช้เยื อยาวในป 2544, 2545, 2546, และ 2547 จํานวน 248,000, 264,000, 281,000 และ


299,000 ตัน ตามลําดับจะเหนได้ว่าประเทศไทยเสยดลการค้าจากการนําไม้ตระกูลสน เยื อกระดาษ






และกระดาษแตละปมีมูลคาหลายหมื นล้านบาท ในชวงระยะเวลา 5 ป (พ.ศ. 2539-2543) ประเทศไทย



ต้องเสยดลการค้าในการนําเข้าเยื อกระดาษปละประมาณ 6,000 – 11,000 ล้านบาท โดยมีข้อมูลการนํา



เข้าจากผู้สงออกรายใหญ 6 ประเทศแรก ดังตารางท 84

ตารางที 84 มูลคาการนําเขาเยื อกระดาษจากผูสงออกรายใหญ 6 ประเทศแรก






(มูลคาเปนพันล้านบาท)


2539 2540 2541 2542 2543
แคนาดา 1,268,450 1,518,665 1,641,728 1,968,913 3,558,119
สหรฐอเมรกา 2,090,453 1,783,859 1,236,821 1,430,578 1,807,790


อัฟรกาใต้ 777,812 959,511 1,787,888 1,040,571 1,815,888


ชลี 587,582 368,004 428,638 789,868 1,571,810
สวีเดน 344,271 293,384 407,097 627,074 955,707


นวซแลนด์ 325,365 236,963 336,218 410,092 530,628
รวม 5,393,933 5,160,386 5,838,390 6,267,096 10,239,842


ทมา : กรมปาไม้ (2543)

196





ดังนั น ควรมีการสงเสรมให้ปลูกไม้โตเรวเพื อลดการนําเข้า ซงสนคารเบยก็เปนไม้








โตเรวชนดหนงทเน อไม้มีความแข็งแรงปานกลาง เส้นใยยาวเหมาะสําหรบทําเยื อกระดาษ แปรรปงาย














ให้ลายไม้ทสวยงาม และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ซงสธ และ ภรมย์ (2531) ได้ศึกษาคณสมบัตการ








ใช้ประโยชน์ของสนคารเบยและไม้โตเรวอีก 4 ชนด คอ ข เหล็กบ้าน สะเดา สเสยดแกน และ สนโอ


คารปา ซงได้ประเมินความเหมาะสมในการนําไม้เหล่าน ไปใช้ประโยชน์ ดังตารางท 84







ตารางที 85 ดัชนีการใชประโยชนไมโตเรวบางประการ




ชนดไม้ ขี เหล็กบ้าน สะเดา สเสยดแก่น สนโอคารปา สนคารเบีย





ศักยภาพในการใช้ประโยชน์
ไม้เสาเหลี ยมอมไส้ พอใช้ พอใช้ พอใช้ ไม่ด ี ไม่ด ี
ไม้โครงสร้างขนาดเล็ก ดี พอใช้ พอใช้ ไม่ด ี ไม่ด ี
(คาน แป กลอน)
ไม้คอนสายไฟฟา พอใช้ พอใช้ พอใช้ ไม่ด ี ไม่ด ี

ไม้ทําเครองเรอน ดีมาก ดีมาก ไม่ด ี ดีมาก ดีมาก


ไม้ประสานใช้งานทั วไป ดีมาก ดี พอใช้ ดี ดี
ไม้วงกบ / ไม้วงกบประสาน ดี ดี พอใช้ พอใช้ พอใช้
ไม้กรอบและบานหน้าต่าง ดี ดี พอใช้ พอใช้ พอใช้

ไม้พื นลิ นรองรอบตัว ดี ดี พอใช้ ไม่ด ี ไม่ด ี

ไม้พื นปารเก้ – โมเสด ดี ดี พอใช้ ดี ไม่ด ี

เครองกลึงและแกะสลัก ดี พอใช้ ไม่ด ี ไม่ด ี ดี

ทมา : สธ และ ภรมย์ (2531)






จะเหนได้ว่าไม้สนมีความเหมาะสมในการทําเครองเรอนหรอเฟอรนเจอรเปนอย่าง










มาก และใช้ทําไม้ประสานใช้งานทั วไปได้ด ตลอดจนทําเปนวัตถุดบเพื อเข้าเครองกลึงและแกะสลัก








ทําเปนเครองเรอนหรอของประดับของเลนสําหรบเด็ก การใช้ประโยชน์ไม้สนแยกเปนด้านตางๆ ดัง

น ี

1. เยอและกระดาษ (Pulp and paper) เนองจากไม้สนมีเส้นใยยาว (long fiber) ใน




ด้านการเจรญเตบโตแล้วไม่ว่าจะเปนไม้ประเภทโตเรวหรอช้าจะมีความแตกตางกันน้อยมากในการทํา








กระดาษ กล่าวโดยรวมแล้ววิธการปลูกไม้ซงทําให้เจรญเตบโตรวดเรว และมีเส้นใยทไม่หยาบเกนไป



ก็เปนการเพียงพอในการทํากระดาษ ความแตกตางระหว่างต้นไม้มีมากดังนั นจงสามารถปรบปรง





พันธ์เพื อให้ได้เน อไม้ทเหมาะสมสําหรบทํากระดาษได้อย่างมีคณภาพเพิ มข น และในการปลูกเพื อ






ผลตไม้แปรรปและเยื อแล้วการลิดก งของซงทอนแรกตามด้วยการตัดสางขยายระยะอย่างหนักในตอน






197













ตอมาสามารถทจะผลิตไม้ทอนล่างคณภาพดพรอมกับได้ไม้ทอนบนๆ ทมีความหนาแนนตําเหมาะสม

สําหรบการทําเยื อ
2. ทําไมประสาน ทําไมพน ไมวงกบ ไมบานกรอบหนาตาง ข้อกําหนดสําคัญของไม้














ประสานทด คอ มีการใช้เครองจักรได้งาย การตบแตงด ความแข็งแรงพอควร ความสมําเสมอของ


เส ยนไม้ และความคงตัวพอควร การใช้งานภายนอกมีความทนทาน



3. ทําเฟอรนิเจอร (Furniture) ความแข็งแรงและดสวยงามเปนคณสมบัตสําคัญ 2








ประการของเฟอรนเจอร ไม้สนทําการเชอมด้วยกาวได้ด การตบแตงทําได้งายเหมาะสม




4. ทําลังไมและไมรองของ (Packaging and pallets) เชน ใช้ทําลังผลไม้ (fruit




boxes) เนองจากมีนํ าหนักเบา ไม้ทมีความหนาแนนน้อยจะเหมาะสําหรบทําไม้รองของ มีความแข็ง



แรงและยึดตะปได้ด ี



5. ทําเรอ ไม้ชนดน ีสะดวกในการใช้เครองมือแปรรปดกว่าไม้สนเขตหนาวหลาย




ชนด นอกจากน ยังมีความคงทน

6. ทําไมอัดและไมบาง (Plywood and veneers) ใช้ได้ดแตควรเอายางออกเสยกอน







7. แผนชนไมอัด (Particle board) โดยเฉพาะสนคารเบยวาไรต ฮอนดเรนซส จะทํา







แผ่นช นไม้อัดได้ด พรอมทั งมีข้อจํากัดในการใช้กาวน้อย เหมาะสําหรบอุตสาหกรรม ไม่เหมือนผลิต









ภัณฑ์อื น ๆ ททําจากไม้ อีกประการหนงแรงอัดสงทใช้ในการทําแผ่นมีความแนนมาตรฐาน ไม้ความ





หนาแนนตําจะให้แผ่นช นไม้อัดกําลังสง ดังนั นไม้ตัดสางทมีความแนนน้อยประกอบด้วยไส้ไม้อ่อน



จงเปนวัตถุดบทเหมาะสม






8. ทําแผนใยไมอัดซเมนต (Wood – wool – cement board) เปนการผลิตใยไม้อัด




ซเมนต์จากสนคารเบย ใช้สําหรบทําบ้าน ซง Hawkes และ Robinson (1978) รายงานว่าการทดลองใช้








ไม้สนคารเบยในการผลิตอุตสาหกรรมใยไม้อัดซเมนต์ในประเทศฟจใช้อัตราสวน ของซเมนต์ : ไม้






(อบแห้ง) : นํ า เทากับ 1 : 0.4 : 0.5 โดยใช้สารละลายแคลเซยมคลอไรด์เปนตัวประสาน
9. ทําแผนไมอัดเรยบ (Fibre board) Kelloge (1951) รายงานว่าไม้สนคารเบยท ี










เจรญเตบโตตามธรรมชาตจากประเทศบาฮามามีนํ ามันมากเกนไปสําหรบการผลิตอุตสาหกรรมใยไม้
อัด แต Packman (1959) รายงานว่า ฮารดบอรดคณภาพดทําได้จากทั งกะพี และกะพี ผสมแกน โดย









ขบวนการ defibrator การมีแกนไม้ทมีนํ ามันมากปนเข้าไปเปนสัดสวนถึง 24 เปอรเซนต์ของสวนผสม










ทั งหมดไม่มีผลเสยอย่างมีนัยสําคัญตอความแข็งแรงของฮารดบอรด และปรากฏว่ายังชวยปรบปรงให้






ทนนํ าได้ดข น แผ่นไม้ทําจากเยื อท unrefine และ partly refine ได้รบการยอมรบตามมาตรฐานหลังจาก





มีการอบด้วยความรอนเพียงอย่างเดยว การ tempering ด้วยนํ ามันลินซด (Linseed oil) 2 เปอรเซนต์ ทํา





ให้เปนแผ่นใยไม้อัดมีคณภาพสงข น Chawla และ Negi (1980) ได้ทดลองทําไฟเบอรบอรดจากใบของ








สนคารเบยโดยใช้โซเดยมไฮดรอกไซด์ใน Sprout – waldron refiner ซงให้เยื อตํา ได้รบการอัดแผ่นไม้


ด้วยแรง 0.8 – 1.1 กโลกรมตอตารางเซนตเมตร ทอุณหภมิ 165 – 170 C ในห้องปฏิบัตการ แตแผ่นไม้







o

198







อัดทได้มีความแข็งแรงตําซงเหมาะสําหรบการใช้งานเกรดตํา ถ้าได้มีการผสมกับเยื อจากไม้ก็จะให้






ความแข็งแรงเพิ มข น จะเหนได้ว่าไม้สนคารเบยสามารถใช้ทําแผ่นใยไม้อัดได้ดและ resin ในไม้เปน


ผลดมีประโยชน์มากกว่าผลเสย



10. ใชทําเสาและหลัก (Poles and posts)




11. ทําเชอเพลิงและถาน (Full and charcoal) ถึงแม้ว่าจะมีกลิ นนํ ามันแตถ่านมีนํ า







หนักเบา เผาไหม้เรว ราคาไม่แพง และให้ความรอนถึง 20,298 กโลจลตอกโลกรม (Harker และคณะ,






1982) และสามารถใช้เปนเช อเพลิงในอุตสาหกรรมโดยการทําเปนถ่านผงใสเครองพ่นเชนเดยวกับ

การใช้เช อเพลิงเหลว



12. การใชประโยชนนํ ามันสนและชนสน (Rosin and turpentine) สวนใหญแล้ว







นํ ามันสนใช้ในอุตสาหกรรมทํากระดาษ เปนตัวเชอมสําหรบ paper size ใช้เตมในกาว หรอหมึกพิมพ์





เพื อการตดยึดและทําให้เปนมันเงา ใช้ในขบวนการผลิตยางทั งจากธรรมชาตและสังเคราะห์ข นผสมใน

สและส งเคลือบผิว สวนชันสนนั นมี beta – pinene ซงใช้กันมากในนํ าหอมและสารแตงกลิ น ซงมี







ราคาแพงกว่า alpha – pinene ถึง 30 เปอรเซ็นต์







13. ชวยในการอนุรกษดินและนํ า ในกรณทปลูกในบรเวณต้นนํ าลําธาร ซงเรอน




ยอดจะชวยสกัดกั นความแรงของเม็ดฝนไม่ให้ลงมากระทบดนโดยตรง ทําให้ลดการพังทลายของหน้า




ดน และระบบรากจะชวยปองกันมิให้นํ ากัดเซาะดนได้เปนอย่างด ี








14. ใชปลูกเปนไมประดับ สนคารเบยเปนไม้ทมีลักษณะเรอนยอดเปนรปทรงกรวย




(conical shape) แหลม มีความสวยงามเหมาะสําหรบปลูกประดับสนามทมีพื นทกว้างๆ เชน สนาม




กอล์ฟ รสอรท เปนต้น โดยทั วไปสภาพปาสนเปนปาทไม่ผลัดใบให้ความรมรน ในต้นสนมีสาร












terpentine จงทําให้สดชนหายใจสะดวกเหมาะสําหรบพักผ่อนหย่อนใจ



15. เปนอาชพ ในฤดฝนราษฎรทอาศัยอยู่ใกล้บรเวณปาสนจะมีอาชพเก็บเหดตางๆ














เชน เหดเผาะ เหดลมฝน ซงเกดข นในตอนต้นฤดฝน เหดไขหาน เหดปลวก เหดขมิ น เกดข นตอน










กลางๆ ฤดฝน เหดขอนหรอเหดลมหนาว เกดข นตอนปลายฤดฝน นําเหดเหล่าน ีไปบรโภคและขาย








เปนรายได้เล ยงครอบครวได้ด้วย


199




เอกสารอางอิง









กมล วิศุภกาญจน์. 2527. สนโอคารปา. เอกสารเผยแพรทางวิชาการ ฝายวนวัฒนวิจัย, กองบํารง,
กรมปาไม้. 20 น.


กรมปาไม้. 2526. Progress and strategy for the early improvement of 4 major pine species, น. F1-

F19. เอกสารเผยแพรทางวิชาการ Thai – Danish cooperation on eucalyptus and pine



improvement 1969 – 1980. ฝายวนวัฒนวิจัย, กองบํารง, กรมปาไม้, กระทรวงเกษตร
และสหกรณ. เล่มท 2, เดอนเมษายน 2526.







. 2542. สถิตการปาไม้ของประเทศไทยป . สวนศูนย์ข้อมูลกลาง, สํานักสารนเทศ,


กรมปาไม้, กรงเทพฯ. น.





. 2543. สถิตการปาไม้ของประเทศไทยป . สวนศูนย์ข้อมูลกลาง, สํานักสารนเทศ,



กรมปาไม้, กรงเทพฯ.




คณต รตนวัฒน์กุล สาโรจน์ วัฒนสขสกุล และ อําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2540. การทดลองถ น






กําเนดไม้สนสามใบ ป 2514. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้ . 24 น.
คณต รตนวัฒน์กุล สาโรจน์ วัฒนสขสกุล และ อําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2542. การทดสอบลูกไม้






ของไม้สนคารเบย ป 2523. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้ . 35 น.




คณต รตนวัฒน์กุล สมชาย นองเนอง และ อําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2544. การทดสอบถิ นกําเนดไม้







สนคารเบย แปลงป 2522. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้ . 21 น.




จํานงค์ กาญจนบรางกูร. 2535. การคัดเลือกแม่ไม้. เอกสารประกอบคําบรรยาย การฝกอบรมหลัก




สตรการใช้อุปกรณการปนต้นไม้และการเก็บเมล็ดไม้ ณ ศูนย์บํารงพันธ์ไม้สัก อําเภองาว



จังหวัดลําปาง วันท 21 - 30 มกราคม 2535. 24 น.

นันทยา สมานนท์. 2525. การขยายพันธ์พืช. ภาควิชาพืชสวน, คณะเกษตรศาสตร, มหาวิทยาลัย



เชยงใหม่. 207 น.

บรรดษฐ์ หงษ์ทอง. 2528. การบํารงพันธ์ไม้สนสามใบในประเทศไทย. ภาควิชาชววิทยาปาไม้,







บัณฑตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. 101 น.






ปรญญา มโนวงศ์ และ สาโรจน์ วัฒนสขสกุล. 2542. การทดสอบสายพันธ์ไม้สนคารเบย แปลงป


2524. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรม



ปาไม้. 29 น.




ประดษฐ์ หอมจน. 2540. การปลูกสรางสวนปาไม้สนในประเทศไทย. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานัก


วิชาการปาไม้, กรมปาไม้, กระทรวงเกษตรและสหกรณ. 161 น.



200








ประดษฐ์ หอมจน และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2540. การทดสอบการเจรญเตบโตของไม้สนชนด




ตาง ๆ ทปฏิบัตดแลตาง ๆ กัน. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย,





สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 13 น.




ประสทธ สอาดอาวุธ และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2538. โครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนในประเทศ




ไทย. เอกสารเผยแพร. 13 น.




พิณ เก อกูล. 2539. เทคนคการเพาะชํากล้าไม้. สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้, กรงเทพฯ. 39 น.






พงษ์ศักด สหนาฬุ บญยง สรย์พงษ์ และสรย์ ภมิภมร. 2518. อิทธพลของแสงทมีผลตอการ









งอกของเมล็ดสนสามใบ. รายงานวนศาสตรวิจัย เลมท 45. 45 น.



เรงชัย เผ่าสัจจ. 2527. การทดลองชนดพันธ์ไม้และถิ นกําเนดไม้สนเพื อทําเยื อกระดาษ, น. 434 –






459. ใน การประชมการปาไม้ประจําป 2527, เล่มท 3, กรมปาไม้.




วิเชยร สมันตกุล. 2542. หลักการปรบปรงพันธ์ไม้ปาเบ องต้น. เอกสารสงเสรมและเผยแพรทาง








วนวัฒนวิทยาปท 1 เล่มท 2, มีนาคม 2542. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปา





ไม้. 95 น.




วิศาล เลิศนตวงศ์. 2544. สนสองใบ. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 101 หน้า.




สนั น ก งเมืองเกา. 2541. การอนรักษ์และการพัฒนาไม้สนในประเทศไทย. สวนวนวัฒนวิจัย,



สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 91 หน้า.




สนั น ก งเมืองเกา และคณต รตนวัฒน์กุล. 2540. การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนโอโอคารปา







ป 2523. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้,


กรมปาไม้. 12 น.






สมเกยรต กลั นกลิ น. 2539. การขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศของไม้สนชนดตาง ๆ. เอกสารประกอบ



การพิจารณาปรบระดับตําแหนง. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้.



สมเกยรต กลั นกลิ น. 2541. สนสามใบ. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 178 น.









สมเกยรต กลั นกลิ น และ สรพันธ์ ศิรสว่าง. 2541. การทดลองตัดยอด 6 แบบในไม้สนคารเบยและ





ไม้สนสามใบอายุ 4 ป. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 11 น.







สมเกยรต กลั นกลิ น สันต กตตบรรพชา และ สาโรจน์ วัฒนสขสกุล. 2542. การทดสอบสายพันธ์




ไม้สนสามใบ แปลงป 2530. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย,

สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 28 น.




สมเกยรต จันทรไพแสง. 2528. สนสองใบ. เอกสารเผยแพรทางวิชาการปาไม้. ฝายวนวัฒนวิจัย,



กองบํารง, กรมปาไม้. 34 น.



สมชาย นองเนอง. 2544. สนโอโอคารปา. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้.





109 น.

201









สมชาย นองเนอง, คณต รตนวัฒน์กุล และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2539. เปรยบเทยบอัตราการ

เจรญเตบโตของกล้าไม้สน 4 ชนด. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย,






สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 13 น.






สมชาย นองเนอง, สาโรจน์ วัฒนสขสกุล, อําไพ พรลีแสงสวรรณ์ และคณต รตนวัฒน์กุล. 2540.



การทดสอบถิ นกําเนดไม้สนโอโอคารปา และไม้สนเทคนมาน ป 2515. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1








จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 23 น.


สมชาย นองเนอง, สาโรจน์ วัฒนสขสกุล และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2544. การทดสอบลูกไม้










ของไม้สนโอโอคารปาและไม้สนเทคนมาน อายุ 17 ป. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปา

ไม้, กรมปาไม้. 26 น.



สมยศ กจค้า. 2530. ไม้สนในประเทศไทย. ฝายวนวัฒนวิจัย, กองบํารง, กรมปาไม้, กระทรวง

เกษตรและสหกรณ. มิถุนายน 2530. 225 น.









สธ วิสทธเทพกุล และ ภรมย์ หอตระกูล. 2531. คณสมบัติและการใช้ประโยชน์ไม้โตเรว (3).


เอกสารการประชมการปาไม้ประจําป 2531 สาขาวนผลิตภัณฑ์. 13 น.

สวิทย์ แสงทองพราว. 2516. การศึกษาสัณฐานวิทยาของไม้สนในประเทศไทย. รายงานวนศาสตร ์


วิจัย เล่มท 26. คณะวนศาสตร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร, กรงเทพฯ.







สรย์ ภมิภมร. 2522. เมล็ดพรรณไม้ปาไม้ในเขตรอน. เอกสารประกอบการสอนวิชาวนวัฒน์ 421.


ภาควิชาวนวัฒนวิทยา, คณะวนศาสตร. 288 น.

สาโรจน์ วัฒนสขสกุล. 2544. สนคารเบย. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้.





93 น.



สาโรจน์ วัฒนสขสกุล และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2540. ผลความสงของตอตอการแตกหนอของ






ไม้สนโอคารปา. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการ

ปาไม้, กรมปาไม้. 11 น.



สาโรจน์ วัฒนสขสกุล สมชาย นองเนอง และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2544. การทดสอบสาย






พันธ์ไม้สนคารเบย อายุ 7 ป. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 19 น.






สาโรจน์ วัฒนสขสกุล คณต รตนวัฒน์กุล และอําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2544. การทดสอบถิ น





กําเนดไม้สนคารเบย อายุ 19 ป. สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 12 น.








อภชาต ขาวสอาด. 2535. การปรบปรงพันธ์และการขยายพันธ์ไม้สัก. สัมมนา 50 ป สวนสักห้วย





ทากเฉลิมพระเกียรต 60 พรรษามหาราชิน. กรมปาไม้, กระทรวงเกษตรและสหกรณ,

กรงเทพฯ. 413 น.

อําไพ พรลีแสงสวรรณ์. 2541. การจัดการเมล็ดไม้สน สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้,



กรมปาไม้. 118 น.

202






อําไพ พรลีแสงสวรรณ์ สาโรจน์ วัฒนสขสกุล และคณต รตนวัฒน์กุล. 2539. การศึกษาอัตรา




การงอกของเมล็ดสนสามใบทเก็บรกษาไว้ในสภาวะตาง ๆ กัน. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1





จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 49 น.




อําไพ พรลีแสงสวรรณ์, สมชาย นองเนอง และคณต รตนวัฒน์กุล. 2541. คณภาพเมล็ดและอายุ


การเก็บรักษาเมล็ดไม้สน 4 ชนด. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย,



สํานักวิชาการปาไม้, กรมปาไม้. 42 น.


อําไพ พรลีแสงสวรรณ์ และสาโรจน์ วัฒนสขสกุล. 2541. คณภาพเมล็ดและอายุการเก็บรักษา



เมล็ดไม้สนคารเบยในแปลง Seed Production Area ของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง





จังหวัดเชยงใหม่. ศูนย์วนวัฒนวิจัยท 1 จังหวัดเชยงใหม่, สวนวนวัฒนวิจัย, สํานักวิชาการ




ปาไม้, กรมปาไม้. 20 น.


Granhof, J. และอําไพ เลิศเพียรเชาวน์. 2530. ขั นตอนในการจัดการเมล็ดพันธ์ไม้ปา, น.29 – 43.

ใน การอบรมหลักสตรการปนต้นไม้และการเก็บเมล็ดไม้. โดยความรวมมือระหว่าง




ศูนย์เมล็ดพันธ์ไม้ปาดานดา ประเทศเดนมารค และกรมปาไม้. 23 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน



2530. ฝายวนวัฒนวิจัย, กองบํารง, กรมปาไม้.



Anonymous. 1966. International rules for seed testing. Proc. Int. Seed Test. Ass. 31(1) : 152 p.
. 1985. International rules for seed testing. Seed science and technology. Volume
13 Number 2. Proceedings of the International Seed Testing Association. 520 p.
Aldous, J.R. 1972. Nursery practice. Forestry Comm. Bulletin No. 43, London.
Baldwin, H.I. 1942. Forest tree seed. Waltham. The Chronica Botanica. 240 p.
Baldwin, H.I. and G.D. Holmes. 1955. Handling forest tree seed. FAO For. Dev. Pap. No 4.
Barner, H. 1975. The storage of tree seeds. In Report on FAO/DANIDA Training Course on
Forest Seed Collection and Handling, Vol. 2, FAO. Rome.
Barner, H. and B. Ditlersen. 1988. The strategies and procedures for an integrated national tree
seed programme for seed procurement, tree improvement and genetic resources. Lecture
note No. A – 1, September 1988. DANIDA Forest Seed Centre, Humlebaek, Denmark.
15 p.
Barton, L.V. 1953. Seed storage and viability. Boyee Thompson Instiute. 17 : 87 – 103.
Boontawee, B. 1987. Tissue culture : a modern technology in forest development in Thailand. In
Proceedings of the seminar on Tissue Culture of Forest Species. Kuala Lumpur, 15 – 18
June 1987.

203



Bryde O., J. Brax, T. Kluwer and R. Hedeen. 1965. Report on the feasibility of establishing a

largescale pulp and paper industry in the Lower Mekong Basin. Nordec Group. U.N. Com
Co-ord. Inv. Lower Mekong Basin. Copenhagen.

Bryndum, K. 1970. Yearly Report No. II. Thai – Danish Pine Project. Report to the Danish

International Development Agency (DANIDA).
. 1972. Pine seed storing experiment. Thai – Danish Pine Project. Yearly Report.

th
st
No. 3. 1 July 1971 – 30 June 1972, Chiang Mai, Thailand, Thai – Danish Pine Project.
22 p.

Burg, W.J.V.D. 1985. Drawings of tree and shrub seeds. Government seed Testing Station,
Wageningen, 27 – Aug – 1985. 19 p.

Chawla, J.S. and J.S. Negi. 1980. Fibreboards from Pinus caribaea needles. Holzforschung und

Holzverwertung. 32 (5), 121 – 125.

Chuntanaparp, L., N. Sathaveerapong and K. Bryndum. 1974. Early results of a provenance
trial of Pinus merkusii in Thailand, pp. 29 - 33. In Thai-Danish Pine Project 1969 -

1974.

Colling, E.N.G. 1968. FI Fast growing timber tree of the lowland tropics. No. 4 Pinus
merkusii.

Crocker, W. and L.V. Barton. 1957. Physiology of seeds. Waltham. The Chronica Botanica.

210 p.
Dallimore, W. and A.B. Jackson. 1966. A handbook of Coniferae and Ginkgodeae, S.G. Harrison

(ed.). Arnold Ltd. London. 729 p.

Granhof, J.J. 1975. Seed collection of pine. FAO/DANIDA Training course on forest seed
collection and handling. Chiang Mai, Thailand. 17 February - 13 March 1975. 7 p.

. 1983a. Growth and variation in Pinus kesiya at high elevation in Thailand, pp.

2A1 – 2A27. In Thai-Danish Cooperation on Eucalyptus and Pine Improvement 1969 -

1980. Vol. II. Forest Research Paper. Silvicultural Research Sub-Division, Royal Forest
Department, Bangkok; and Danish International Development Agency (DANIDA)

Copenhagen.

204



Granhof, J.J. 1983b. Early growth of new Pinus kesiya provenances at low elevation in Southern

Thailand, pp. 2C1 – 2C6. In Thai-Danish Cooperation on Eucalyptus and Pine Improvement
1969 - 1980. Vol. II. Forest Research Paper. Silvicultural Research Sub-Division, Royal

Forest Department, Bangkok; and Danish International Development Agency (DANIDA)

Copenhagen.
. 1983c. Growth and variation in Pinus caribaea (Morelet) at high and low

elevation and latitude in Thailand, pp. 2E1 - 2E52. In Thai-Danish Cooperation on

Eucalyptus and Pine Improvement 1969 - 1980. Vol. II. Forest Research Paper.

Silvicultural Research Sub-Division, Royal Forest Department, Bangkok; and Danish
International Development Agency (DANIDA) Copenhagen.

. 1983d. Growth and variation in Pinus oocarpa Schiede at high and low elevation

and latitude in Thailand, pp. 2F1 - 2F42. In Thai-Danish Cooperation on Eucalyptus

and Pine Improvement 1969 - 1980. Vol. II. Forest Research Paper. Silvicultural
Research Sub-Division, Royal Forest Department, Bangkok; and Danish International

Development Agency (DANIDA) Copenhagen.

Granhof, J. and P. Homjeen. 1983. Growth of 5 coniferous species at high elevation in Northern
Thailand, pp. 1A1 – 1A44. In Thai – Danish Cooperation on Eucalyptus and Pine

Improvement 1969 – 1980. Vol II : Research papers. Silvicultural Research Sub –

division, Royal Forest Department, Bangkok. Danish International Development Ageney
DANIDA, Copenhagen.

Grobnic, G. 1963. Some experiments in storing spruce seed. Revista Padorilar, Bucharest. 78 (1):

7 – 11. (For. Abstr. 24, No. 4871).
Haig. I.T., M.A. Huberman and U. Aung Din. 1958. Tropical silviculture. Vol. I. FAO. Forestry

and Forest Products Studies. No. 13. 190 p.

Hamzah, Z. and D. Natawiria. 1974. Foxtailing in Pinus merkusii. Laporan, Lembaga Penelitian

Hutan No. 181. Summarized in Forestry Abstract Vol. 38, 3387 (1977).
Harker, A.P., A. Sandels and J. Burley. 1982. Calorific values for wood and bark and a

bibliography for fuelwood. Report, Tropical Products Institute No. 162. 20 p.

Harrignton, J.F. 1959. Drying, storing and packaging seeds to maintain germination and vigor.
Proc. Short Course Seedsmen, State Coll. Miss. 89 – 108.

. 1963. Practical instructions and advice on seed storage. Proc. Int. Seed Test.

Assoc. 28 : 989 – 944.

205



Harrignton, J.F. 1970. Seed and pollen storage for conservation of plant gene resources. In

Genetic resources in plants – their exploration and conservation, Handbook No. 11.
International Biological Programme, London.

. 1972. Seed storage and longevity. In Seed Biology. . TT. Kozlowski (ed.).

Vol. 3 : 145 – 245.
Hawkes, A.J. and A.P. Robinson. 1978. Technical evaluation of wood wool/cement slabs made

from Pinus caribaea grown in Fiji. Report, Tropical Products Institute No. L 48. 28 p.

Hubertz, H. and W. Sirikul. 1983. Growth and variation in Pinus merkusii (Jungh. and de

Vriese) at high elevation in Northern Thailand, pp. 2D1 - 2D13. In Forest Research
Paper. Thai - Danish Cooperation on Eucalyptus and Pine Improvement 1969 - 1980.

Vol. I Review of research and applied techniques. Silvicultural Research Sub-Division,

Royal Forest Department, Bangkok; and Danish International Development Agency

(DANIDA), Copenhagen.
IBPGR. 1976. Report of IBPGR Wkg. Group on engineering, design and cost aspects of long –

term seed storage facilities. International Board for Plant Genetic Resources, Rome.

Isaacs, W.J. 1972. What is the latest in cone and seed handling equipment and techniques. Proc.
SE. Area For. Tree Nurseryments Conf. Mississippi and N. Carolina : 228 – 231.

Justice, O.L. 1973. Essentials of seed testing. In Seed Biology. T.T. Kozlowski (ed.). New

York, Academic Press. Vol. III : 301 – 370.
Kamra, S.K. 1964. Determination of germinability of cucumber seed with x–ray contrast method.

Proc. Intern. Seed Testing Ass. 29 : 519 – 534.

Kellison, R.C. and J. Sprague. 1971. The Practice of selection in forest tree breeding. Tree
Improvement Short Course. Lecture Notes. School of Forest Resources, North Corolina

State University at Raleigh.

Kellogg, R.S. 1951. Yellow pine in the Bahamas. Journal of Forestry. 49 (11), 795 – 796.

Kemp, R.H. 1973. International provenance research on Central American Pines. Commw. For.
Rev. 52 (1) : 55 – 66.

Magini, E. 1963. Forest seed handling, equipment and procedure. Unasylva 16 : 1 – 16.

Mayer, A.M. and A. Poljakoff – Mayber. 1963. The germination of seed. New York, Mc Millan.
236 p.

Meseman, W.T. 1973. Hot water and Javex enhance pine and spruce seed extraction. Tree Plant.

Notes 24 (3) : 10 – 11.

206



Mirov, N.T. 1967. The Genus Pinus. The Ronald Press Company. New York. 602 p.

Packman, D.F. 1959. The production of hardboard from tropical timbers 5. Caribbean pitch pine
(Pinus caribaea). Tropical Science 1(1), 5 – 12.

Pravdin, L.F. 1969. Scots pine. Israel Program for Scientific Translation, Jerusalem. 208

Roberts, E.H. 1972. Viability of seeds. Chapman and Hall, London.
Rudolf, P.O. 1961. Collecting and handling seeds of forest trees, pp. 221 – 226. In Seeds, USDA

Yearbook, Agric.

Simak, M. 1970. New uses of the x–ray method for the analysis of forest seed. IUFRO Working

Group Meeting on the Sexual Reproduction of Forest Trees, Varpanranta. 7 p.
. 1973. Seperation of forest tree seed through flotation. IUFRO International

Symposium on Seed Processing, Bergen. Vol. 1(16) : 21 p.

Stanley, R.G. 1958. Gross respiratory and water uptake patterns in germinating sugar pine seed.

Phys. Pl. 11 : 503 – 514.
Synder, E.B. 1972. Glossary for forest tree improvement workers. U.S. Dept. & Agricultural,

Forest Service.

Thai pulp and paper industry association. 2001. The Thai Pulp and Paper Industries Association,
18 April, 2001.

Toumey, J.W. and C.F. Korstian. 1931. Seedling and Planting in the Practice of Forestry. New

York, John Wiley & Sons. 507 p.
Troup, R.S. 1921. The Silviculture of Indian Trees III. The Clarendon Press. Oxford : 1093-

1095.

Wang, B.S.P. 1973. Collecting, processing and storing tree seed for research use. In seed
Processing Proc. Symposium IUFRO Wkg. Group on Seed Problems, Bergen, Vol I. 17 p.

Wisopakan, K. and J.J. Granhof. 1983. Seed collection and handling of pine, pp. H1 - H32. In

Forestry Review. Vol. 1 Review of research and applied techniques. Thai-Danish

cooperation on eucalyptus and pine improvement 1969-1980. Silvicultural Research
Sub-Division, Royal Forest Department, Bangkok; and Danish International

Development Agency (DANIDA) Copenhagen.

Wright, J.W. 1962. Genetics of forest tree improvement. FAO Forestry and Forest Products
Studies. No. 16.

Zobel, B.J., J. Barber, C.L. Brown and T.O. Perry. 1958. Seed Orchards, Their Concept and

Management. Journal of Forestry 56 (11) : 815 – 825.

207



Zobel, B.J. and J.T. Talbert. 1984. Applied Forest Tree Improvement, John Wiley & sons. Inc.

New York.


Click to View FlipBook Version