139
้
่
้
การปลูกสรางสวนปาไมสนในประเทศไทย
่
ุ
ิ
ิ
ี
ึ
ี
ไม้สนมีทั งพันธ์พื นเมืองและไม้ตางถิ น สามารถทจะปลูกข นและเจรญเตบโตได้ด
ึ
่
็
้
ซงผ่านการทดลองและมีการปลูกสรางเปนสวนปา โดยเฉพาะไม้สนสามใบได้มีการปลูกไปแล้วถึง
่
่
ี
แสนกว่าไร ในแถบพื นทต้นนํ าทางภาคเหนอของประเทศไทย สวนไม้สนตางประเทศอีก 3 ชนด คอ
่
ื
ื
ิ
์
่
ิ
ี
ู
ู
ี
ไม้สนคารเบย สนโอคารปา และสนเทคนมาน นั นได้มีการทดลองปลูกในหลายๆ แหงของประเทศ
็
ี
และมีการเจรญเตบโตดกว่าไม้พันธ์พื นเมืองเสยอีก ไม้สนเปนไม้โบราณทยังหลงเหลืออยู่จนถึงยุค
ิ
ิ
ี
ุ
ี
ั
ี
ี
ี
ั
ปจจบัน จงมีการปรบตัวสงสามารถจะข นอยู่ในพื นททเสอมโทรม ทได้ผ่านการทําการเกษตรกรรม
ึ
ู
ุ
ื
ึ
์
ู
่
ิ
จนมีความอุดมสมบรณตํา จนบางแหงหน้าดนแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย การปลูกไม้ประเภทน ีจะ
ิ
ิ
ิ
็
้
ี
เปนการเลียนแบบการสรางดนให้ดข น โดยพัฒนาการของธรรมชาตตามหลักทางนเวศนวิทยา เมื อมี
ึ
ึ
ี
ความอุดมสมบรณตําสภาพพื นทโดนทําลายเปลี ยนแปลงไปก็จะมีพันธ์ไม้สนไปข นอยู่ โดยไม้สนจะ
ู
์
ุ
ึ
่
ิ
่
ี
มีความได้เปรยบกว่าไม้ใบกว้าง เมื อต้องแขงขันแกงแย่งกันจนกระทั งสภาพดนอุดมสมบรณข นไม้
์
ู
่
ี
่
ิ
ใบกว้างก็จะลุกลํ าเข้ามาแทนทปาสน นั นก็หมายความว่าโดยธรรมชาตแล้วการคงเปนปาสนอยู่ได้
็
ั
ื
์
ี
เพราะปจจัยความไม่อุดมสมบรณของพื นทเก อกูลไม่ให้ไม้ใบกว้างสามารถแขงขันได้ ไม้สนเปน
่
ู
็
ั
ี
ุ
พันธ์ไม้ชอบและเหมาะในการปลูกเพื ออุตสาหกรรม เพราะจะต้องตัดฟนออกเปดแสงเต็มทเมื อจะ
ิ
ใช้ประโยชน์ ไม้สนมีการถูกทําลายจากโรคและแมลงไม่มากเหมือนไม้ใบกว้างพื นเมืองอื นๆ
ื
ุ
ั
ั
การปลูกไม้สนในเชงอนรกษ์ เพื อรกษาสภาพแวดล้อมทั วไปหรอเพื ออนรกษ์ต้น
ุ
ิ
ั
ิ
ี
่
ิ
ุ
ี
ู
นํ าลําธาร พบว่าไม่กอให้เกดการสญเสยสมดลของนํ ามากนักเมื อเทยบกับไม้ชนดอื นเมื อปลูกใน
ิ
่
ี
สภาพคล้ายคลึงกันถึงแม้จะไม่ดเทากับปาผสมไม้ใบกว้างก็ตาม ตามธรรมชาตของต้นนํ าทางภาค
่
ื
ึ
ี
เหนอของประเทศไทยก็มีไม้สนข นอยู่ตามธรรมชาตบ้างแล้วโดยเฉพาะในสภาพพื นทเสอมโทรม
ิ
ื
ุ
่
ั
็
่
และพังทลาย ดังนั นการตอบสนองความต้องการของไม้สนตอประโยชน์ในแงอนรกษ์จงเปนไปได้
ึ
่
่
ี
ี
้
สง จะมีความยุ่งยากก็แตในแงการปองกันไฟเพื อลดความเสยหายในชวง 3 – 4 ป แรก ของการปลูก
่
ู
็
ในแงเศรษฐกจเพื ออุตสาหกรรมไม้เพื อตอบสนองตอการบรโภคของประชาชนในประเทศ และเปน
่
ิ
่
ิ
ึ
ิ
สนค้าออกก็มีความเหมาะสมยิ ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญเพื อทําเยื อกระดาษ ซงไม้สนจะมี
่
ื
ู
่
คณภาพเยื อใยยาวคณภาพสงทัดเทยมกับไม้สนในเขตหนาว โดยเฉพาะไม้สนตางประเทศ คอ สนคา
ี
ุ
ุ
ิ
ี
ั
ุ
ุ
รเบยและสนโอคารปาจะมีคณภาพเยื อสงทั งเยื อฟอกและเยื อไม่ฟอกขาว ในปจจบันการพัฒนา
์
ู
็
ี
็
ี
ประเทศจําเปนต้องใช้กระดาษในชวิตประจําวันเปนจํานวนมาก ถึงจะไม่มีพื นทมากพอทจะผลิต
ี
็
่
ออกเพื อแขงขันกับตางประเทศ แตถ้าผลิตให้พอเพียงสําหรบใช้ในประเทศแล้วก็เปนการประหยัด
่
่
ั
่
ิ
ิ
่
เงนงบประมาณจํานวนมาก รวมทั งจะกอให้เกดธรกจตางๆ และการว่าจ้างแรงงานจํานวนมากตามมา
ุ
ิ
ซงมีความจําเปนตอความมั นคงของเศรษฐกจไทยในอนาคต ไม้สนยังมีคณสมบัตเหมาะสมในการ
ิ
ิ
ึ
ุ
่
็
ั
ี
์
ุ
ื
ู
่
เปนไม้วีเนยรและไม้ซงแปรรป เพื ออุตสาหกรรมเครองเรอนและไม้สําหรบตกแตงตางๆ ทมีความ
่
็
ี
ื
140
ั
้
่
แข็งแรงสวยงาม ถ้าได้ปรบปรงความทนทานยังใช้ประโยชน์เพื อการกอสรางทั วไปได้อีกด้วย โดย
ุ
ี
ั
ุ
์
ี
์
ิ
ทั วไปแล้วเฟอรนเจอรขนาดเล็กไม้สนสามารถทําได้ดกว่าไม้ยางพาราทใช้กันอยู่ทั วไปในปจจบัน
เสยอีก จงเหนได้ว่าโดยทั วไปแล้วไม้สนสามารถใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางกว่าไม้อื นๆ หลายชนด
ิ
ี
็
ึ
่
ี
ิ
การปลูกไม้ชนดเดยวย่อมมีผลกระทบตอสภาพแวดล้อม การปลูกไม้สนอาจจะทํา
ิ
ิ
ให้ความเปนกรดของดนเพิ มข ึน แตในการจัดการมีทางแก้ไขได้โดยปลูกพรรณไม้ชนดอื นๆ ชั ว
่
็
ึ
ระยะเวลาหนงสลับ แล้วจงใช้ปลูกไม้สนตอไป โดยปกตการปลูกปาเพื ออุตสาหกรรม ถ้าปลูกไม้
่
่
ึ
ิ
หลายชนดผสมกันในเวลาและพื นทเดยวกันจะมีความยุ่งยากในการจัดการและการดําเนนการทาง
ิ
ี
ิ
ี
่
่
ุ
ั
่
ิ
ี
อุตสาหกรรม ในแงทปลูกเพื อการอนรกษ์ การไม่ปลูกผืนใหญตดตอกันมากเกนไปก็จะเปนทางผ่อน
็
ิ
ั
คลายข้อเสยตอส งแวดล้อมได้ สําหรบพื นททใช้เพื อการเกษตรอยู่แล้วและให้ผลผลิตตํา การนําพื นท ี
ิ
ี
่
ี
ี
เหล่าน ีมาปลูกไม้สนเพื ออุตสาหกรรมจะให้ผลตอบแทนสงกว่าและจะมีความมั นคงมากกว่า และ
ู
่
ั
ชวงเวลาหลังจากทําการตัดฟนต้นไม้ออกใช้ประโยชน์แล้วก็สามารถปลูกพืชเกษตรสลับได้ในชวง
่
่
ุ
ั
ิ
เวลาสั นๆ การปฏิบัตเชนน ีในพื นทนอกเขตอนรกษ์จะไม่กอให้เกดปญหาทางสภาวะแวดล้อมเสอม
ื
ี
่
ั
ิ
็
ี
ู
โทรม อีกทั งจะเปนการปรบสภาวะแวดล้อมให้ดยิ งข นกว่าเดมอีก ผลผลิตของพืชเกษตรจะสงข ึน
ิ
ั
ึ
ิ
ุ
ั
ึ
ุ
โดยลงทนตําอันเนองมาจากความสามารถในการปรบปรงดนให้ดข น
ี
ื
ี
ไม้สนเหล่าน ีได้มีการนํามาทดลองปลูกในพื นทตางๆ ปรากฏว่าสามารถเจรญเตบ
ิ
ิ
่
ี
ี
็
ี
ี
โตเปนทนาพอใจ เมื อเปรยบเทยบกับไม้ชนดอื นๆ การปลูกบํารงและการเตรยมกล้าไม้ไม่มีความยุ่ง
ิ
ุ
่
ิ
ี
ุ
็
ยากและรวดเรวสามารถหาเมล็ดพันธ์ได้ไม่ยากนัก เปนชนดไม้ททางโครงการ FAO ให้ความสําคัญ
็
่
ั
ั
และสนับสนน นอกจากน ียังได้รบความรวมมือจากรฐบาลเดนมารกโดยผ่านทาง DANIDA ซงให้
ุ
์
ึ
ี
ุ
ิ
ึ
ึ
็
่
ิ
้
การสนับสนนงานวิจัยเกยวกับไม้ชนดน ี จงเปนแรงผลักดันให้เกดการปลูกสรางสวนปาไม้สนข น
็
ี
ั
ในหลายๆ แหง และจากข้อมูลตางประเทศในหลายโครงการเปนทยอมรบว่าไม้สนจัดเปนไม้โตเรว
่
่
็
็
็
้
้
ิ
ี
่
ึ
ึ
่
ในเขตรอนจําพวกหนงด้วย จงควรทจะสงเสรมการปลูกสรางสวนปาไม้สนในประเทศไทย เพื อเปน
่
วัตถุดบในการทําเยื อกระดาษข นใช้เองในประเทศซงแตเดมใช้ไม้ไผ่ แตคณภาพกระดาษไม่ดเทาเยื อ
ี
่
่
ึ
ึ
ุ
ิ
ิ
ี
ุ
่
ี
่
่
จากไม้สนทําให้มีการนําเข้าเยื อยาวจากตางประเทศ สงผลให้ไทยเสยดลการค้าตางประเทศปละ
หลายพันล้านบาท
141
้
่
้
การพัฒนาการปลูกสรางสวนปาไมสน
้
่
ึ
ื
ในการดําเนนการปลูกสรางสวนปาไม้สนมีขั นตอนต้องคํานงถึงทั วไป คอ
ิ
การกําหนดวัตถุประสงค ์
ี
ในเรองน ีจะต้องทราบให้แนชัดถึงจดประสงค์ทเราจะทําการปลูกว่าปลูกเพื ออะไร
ุ
ื
่
ิ
ุ
ั
ิ
่
่
เชน เพื อการอนรกษ์ เพื อเศรษฐกจรายใหญ เพื อเศรษฐกจรายย่อย เพื อเปนตัวผสมผสานกับการ
็
ดําเนนงานอื น ๆ เชน การผลิตทางการเกษตรโดยหวังผลในแงกําบังลมและอื นๆ จดประสงค์อาจจะ
ิ
ุ
่
่
่
ี
ี
่
ี
ึ
ี
ต้องทราบให้คอนข้างแนชัดและยิ งละเอยดมากข นก็จะทําให้วางแผนได้ดข น เพราะการวางแผนทด
ึ
่
ิ
ิ
ิ
่
ิ
จะเกดความคล่องตัวในการดําเนนการตอๆ ไป เชน ถ้าต้องการทําเชงพาณชย์จะต้องกําหนดแนชัดว่า
่
ู
์
ิ
ื
ื
่
็
ี
ต้องการใช้ไม้เพื อทําอะไรบ้าง เชน ทําไม้วีเนยร ไม้แปรรป ไม้ช นสับ หรอเยื อกระดาษ เปนต้น หรอ
อาจจะมีหลายวัตถุประสงค์ก็ได้ เมื อมีข้อมูลพรอมจะทําให้การวางแผนการดําเนนการปลูก การคัด
้
ิ
เลอกพันธ์ รวมถึงการดแลและจัดการต้นไม้ การตลาด และจัดหาแหล่งเมล็ดดําเนนการได้ถูกต้อง
ิ
ู
ื
ุ
และรดกุม
ั
จะไม่กล่าวถึงการคัดเลือกพื นทโดยเฉพาะเพราะถือว่าสามารถปรบปรงพื นทเพื อ
ั
ี
ี
ุ
การปลูกไม้สนได้เกอบทั วประเทศไทยโดยไม่ยาก นอกจากพื นทนํ าขังรนแรง ถ้าศึกษาในด้านการ
ี
ื
ุ
ุ
ี
ิ
ิ
ุ
็
ี
ลงทนแล้วไม่ค้มก็จะเลิกดําเนนการปลูกไม้ชนดน ไปเปลี ยนเปนไม้ชนดอื นๆ ทเหมาะสมกว่า
ิ
้
พื นที เปาหมายที จะทําการปลูก
จะต้องทราบพื นทเปาหมายทจะทําการปลูก ทั งน ีเพื อจะได้ศึกษาถึงข้อมูลเบ องต้น
ี
้
ี
ื
่
ี
ี
ี
ื
ี
เกยวกับพื นทตอไปและจะได้นําข้อมูลเกยวกับพื นทมาพิจารณาเบ องต้นว่าจะสามารถทําการปลูกให้
ิ
ี
ี
ี
ได้ตามวัตถุประสงค์ทต้องการหรอไม่ ถ้าสามารถจะคัดเลือกพื นทได้จะเปนส งทดทสด แตพื นททด ี
ี
ี
็
ี
่
ุ
ี
ื
ิ
ี
ี
ั
่
อาจจะมีอยู่น้อยบางคร ังก็จะต้องมาพิจารณาปรบเปลี ยนแผนในการดําเนนการ ในพื นททมีนํ าทวม
ั
ุ
ู
สงและแชขังนานๆ ไม่เหมาะในการปลูกไม้สน และการปรบพื นทเพื อระบายนํ าถ้าต้องลงทนสงเกน
่
ู
ี
ิ
ิ
ิ
็
ไปและไม่มีรายได้อื นรวม การปลูกไม้สนในทางเศรษฐกจก็เปนไปไม่ได้แม้ว่าในธรรมชาตกล้าไม้
่
ู
ี
ิ
ึ
สนจะมีความสามารถข นได้ในดนอุดมสมบรณตําและหลากหลายก็ตาม ในพื นททมีขนาดเล็กไม่
์
ี
็
่
ิ
่
่
่
ี
ู
่
เปนผืนใหญตดตอกันจะทําให้คาใช้จายในการจัดการดแลสง คาใช้จายในการปลูก และเก็บเกยวผล
่
ู
ผลิตสงเกนกว่าทจะมีความค้มคาในทางเศรษฐกจ แม้ว่าจะปลูกเพื ออนรกษ์ถ้าต้องใช้คาใช้จายสง
่
่
ั
ี
ู
ุ
ุ
ู
่
ิ
ิ
ั
เกนไปโดยไม่จําเปนก็อาจต้องปรบเปลี ยนไปใช้พรรณไม้อื น กล่าวโดยรวมคอนําข้อมูลทั วไปของ
ิ
็
ื
ิ
ิ
ิ
็
พื นทมาพิจารณาทางด้านเทคนคและทางเศรษฐกจถึงความเปนไปได้ของการดําเนนการและความ
ี
142
็
่
ิ
ี
ิ
เหมาะสมทจะดําเนนการกอนการสํารวจข้อมูลรายละเอียดเพิ มเตม เพื อศึกษาถึงความเปนไปได้ใน
่
ทางเศรษฐกิจ (Feasibility study) กอนตัดสนใจดําเนนการปลูกสรางสวนปาไม้สน
ิ
ิ
้
่
ื
ํ
ื
้
้
การสารวจพ นที เปาหมายที จะดําเนินการและเก็บขอมูลเบองตน
้
่
เมื อทราบตําแหนงพื นททจะดําเนนการอาจจะโดยการกําหนดหรอการจัดหาก็ตาม
ี
ี
ื
ิ
แม้ว่าจะเปนพื นททมีศักยภาพในการปลูกสรางสวนปาไม้สนได้ ก็จะต้องทําการสํารวจและหาข้อมูล
ี
้
็
ี
่
็
็
ั
ุ
ิ
ิ
เบ องต้นประกอบในการศึกษาความเปนไปได้ในเชงเศรษฐกจ ถงแม้ว่าจะเปนการปลูกเพื ออนรกษ์
ื
ึ
ี
่
่
การศึกษาถึงคาใช้จายตางๆ ในการปลูกไม้สนในพื นทนั นๆ ก็มีความจําเปนเพราะคาใช้จายทสงเกน
่
่
่
ู
ี
็
ิ
ิ
ี
ไปจะกอให้เกดผลกระทบทเลวตอภาวะเศรษฐกจโดยสวนรวมได้ อาจจะต้องเปลี ยนชนดไม้ท
่
่
ิ
ี
่
ิ
ี
ี
ิ
่
ุ
ุ
สามารถปลูกได้โดยลงทนตําและเสยงน้อยกว่าและมีผลดในด้านส งแวดล้อมด้วย แตถ้ามีจดประสงค์
ิ
ิ
็
ของการดําเนนการในทางเศรษฐกจแล้ว การศึกษาความเปนไปได้ของโครงการมีความจําเปนอย่าง
็
่
ึ
ิ
ี
ยิ งเพื อกอให้เกดผลดตอการดําเนนการ ซงในการน จะต้องเก็บรวมรวบข้อมูลตาง ๆ ดังตอไปน คอ
ื
ี
่
ิ
่
ี
่
ั
้
1. ดานสงคมและเศรษฐกิจ
ี
- ข้อมูลเกยวกับมนษย์โดยตรง เชน โรงเรยน โรงพยาบาล ไฟฟา ประปา โทรศัพท์
ี
่
้
ุ
สอสาร
ื
- สภาพหมู่บ้าน จํานวนหมู่บ้าน จํานวนหลังคาเรอน
ื
ี
- จํานวนประชากรในพื นทและข้อมูลทั งหมดเกยวกับประชากร เชน เพศชายหรอ
ี
่
ื
หญง เด็ก แรงงาน เช อชาต อุปนสัยโดยทั วไปของประชากรในละแวกนั น ระบบสังคม ความ
ิ
ื
ิ
ิ
ี
สามารถเฉพาะ ปญหาของประชากร สัตว์เล ยง ทรพย์สน โรคภัยไข้เจ็บ อนามัย โรคระบาด และการ
ั
ิ
ั
ศึกษาของประชากร
ื
้
2. ขอมูลเกี ยวกับสภาพพ นที
- การคมนาคม
ู
ี
ี
์
- ลักษณะภมิศาสตรและภมิประเทศ เชน เปนทราบ ภขา ทราบลุ่ม ความชันและ
ู
่
็
ู
ความสง
ู
ื
- นํ าและแหล่งนํ า ปรมาณนํ าฝน ฤดกาลเดอนไหนฝนตกหรอแล้ง สายนํ า แหล่งนํ า
ิ
ู
ื
ใต้ดน
ิ
็
ี
ื
ิ
่
่
- สภาพการใช้ประโยชน์พื นทดนว่ามีอะไรบ้าง ทําไร ทําสวน ปศุสัตว์ หรอเปนไร
่
้
ราง ไรเลื อนลอย เปนปาชนดใด ชนดพรรณไม้ ชนดพืชพรรณทปลูกหรอมีอยู่แล้ว
ี
ิ
ื
ิ
็
่
ิ
ิ
ิ
ุ
่
- ความอุดมสมบรณของดน แรธาต ลักษณะทางกายภาพของดน ความลึก การอุ้ม
ู
์
นํ า การระบายนํ า
143
ี
ุ
่
ี
- สัตว์ทมนษย์ไม่ได้เล ยง เชน แมลง ปลวก มด สัตว์เล อยคลานอื นๆ
ื
์
็
้
การวางแผนเบองตนและวิเคราะหความเปนไปไดในทางเศรษฐกิจ
้
ื
ิ
่
ี
จากรายละเอียดของข้อมูลเบ องต้นตางๆ ทได้นั นนํามาวางแผนการดําเนนงานและ
ื
ั
็
ึ
ี
ุ
ิ
ิ
แนวทางแก้ไขโดยหลบเลี ยงปญหาทจะเกดข นให้มีความเสยงน้อยทสด เพื อให้เกดความสําเรจตาม
ี
ี
ี
ี
ิ
ู
ี
วัตถุประสงค์ เพราะแนวทางรปแบบทดในการดําเนนการจะลดความเสยงลงได้อย่างมาก การวาง
ี
แผนเบ องต้นจะดเพียงใดก็ข นกับความถูกต้องของข้อมูลทได้รบ ความหลากหลายของข้อมูลและ
ื
ี
ึ
ั
ุ
รายละเอียดของข้อมูลทมีอยู่ รวมถึงความสามารถของกลุ่มบคคลทจะนําข้อมูลเหล่านั นมาวางแผน
ี
ี
้
่
์
่
ื
ี
้
็
ึ
ิ
และสรางแบบจําลองสถานการณตางๆ ในการดําเนนงานปลูกสรางสวนปา ซงเปนเรองทมีความจํา
็
เปนเพราะว่าเปนกจการระยะยาวหากมีการปรบเปลี ยนแผนอย่างมากในอนาคตอาจเกดการสญเสย
ู
ี
ิ
ั
ิ
็
่
ิ
ี
ิ
อย่างใหญหลวงตอการดําเนนงานและเศรษฐกจ การวางแผนโดยอาศัยข้อมูลทได้มานั นนํามาสราง
่
้
ี
ุ
ี
ี
แบบจําลองหลายๆ แบบข นมาเพื อจะได้ทําการศึกษาและคัดเลือกแบบทดทสดหรอเหมาะสมทสดมา
ี
ุ
ึ
ื
ิ
ใช้ในการดําเนนการว่าจะออกมารปแบบใด เร มต้นอย่างไร เมื อใด และต้องมีคาใช้จายเทาใด จะได้
ู
่
่
ิ
่
ผลผลิตตามต้องการเทาใด ได้ผลผลิตรองเทาใด รวมทั งรายได้ สภาพข้อมูลจะสะท้อนความเปนจรง
่
่
็
ิ
ี
ี
ี
ื
่
ของพื นท สามารถประเมินเบ องต้นเกยวกับวิธดําเนนการและผลผลิตทจะได้ ว่าจะได้ประมาณเทาใด
ี
ิ
่
่
ุ
่
ุ
ั
ในการผลิตไม้ซงตอไร และสมควรตัดฟนนําออกใช้ประโยชน์ได้ในระยะเวลาเทาใดตามคณสมบัต
ิ
ี
ื
ทต้องการ รปแบบของการดําเนนการวางแผนเบ องต้นต้องระบถึงวิธการแบงแปลงปลูก ขนาดของ
ี
ิ
ุ
่
ู
ี
ู
ั
ี
ิ
แปลงปลูกรายป การจัดแปลงปลูก การดําเนนการในพื นทปลูก การปลูกและการดแลรกษา แบบ
ี
ิ
่
ุ
แผนในการปลูก เชน ระยะปลูก การตัดสางขยายระยะ การลิดก ง การเตรยมพื นท การใสปย และ
๋
ี
่
ี
ื
ทสําคัญคอคาใช้จายในการลงทนด้วย ในการทําแบบจําลองต้องรวมถึงการตั งสํานักงานสนาม การ
่
ุ
่
ี
สรางเรอนเพาะชํากล้าไม้ การตัดถนนในบางพื นทและส งเกยวข้อง เชน ระบบนํ า อาคารเก็บของ
้
ิ
่
ื
ี
และอื นๆ จะต้องถูกกําหนดลงไปให้ครบถ้วน พรอมทั งคาใช้จายทจะใช้ในการนั น
่
้
ี
่
ี
ั
ในขณะน ีราคาไม้ซงคณภาพดสําหรบแปรรปจะมีความแตกตางจากราคาไม้เพื อทํา
ุ
ู
่
ุ
เยื อกระดาษอย่างมากคอสงกว่าประมาณ 10 เทา ดังนั นการดําเนนการในขณะน ควรจะเปนการผลิต
ื
่
ิ
็
ู
ี
่
ั
่
ั
ี
โดยใช้รอบตัดฟนระยะคอนข้างยาว 20 - 25 ป และกอนถึงรอบตัดฟนควรมีการตัดสางขยายระยะ
ึ
ึ
ุ
ู
็
ื
เพื อนําไม้มาทําเยื อกระดาษและไม้ซงขนาดเล็กซงมีราคาไม่สงนัก คอเปนแบบผสมผสานจงจะมี
ึ
็
ิ
ิ
ความเปนไปได้ในการดําเนนการเชงพาณชย์ นอกเสยจากว่าการปลูกปาจะทําข นเพื อความมุ่งหมาย
่
ิ
ี
์
ี
ื
ั
่
ั
ุ
่
ึ
ุ
ุ
ในการอนรกษ์ต้นนํ า ซงในแงน ีจดประสงค์รองเพื อการผลิตไม้ซงขนาดใหญสําหรบทําวีเนยรหรอ
่
ุ
่
ี
ุ
ู
ี
ั
ู
ไม้แปรรปรวมด้วยก็มีความเหมาะสมสง แตการจะได้ไม้ซงคณภาพดจากปาอนรกษ์ทมีการปลูกและ
ุ
่
ุ
ั
ุ
ี
ี
่
ู
ดแลรกษาไม่พิถีพิถันเทาใดนัก (non intensive) ถ้าจะให้ได้ไม้คณภาพดก็จะต้องใช้พันธ์ทเหมาะสม
ด้วย
144
ี
ิ
ิ
จากการดําเนนการวิเคราะห์ในขั นตอนน ีก็จะได้แบบแผนการดําเนนงานทเหมาะ
ี
็
ุ
ี
ึ
่
ี
้
สมทเราจะเลือกใช้ ซงจะทําให้การดําเนนงานค้มคาตามวัตถุประสงค์ในสภาพพื นททเปนเปาหมาย
ิ
ี
่
ของการดําเนนการ รวมทั งมีแบบแผนอื นๆ สํารองทจะใช้ได้ด้วยเมื อสถานการณตางๆ เปลี ยนไป
ิ
์
ํ
้
ื
การเลอกชนิดและพันธุไมสนสาหรบการปลูกสรางสวนปา
์
่
้
ั
ชนดไม้สนทเหมาะสมสําหรบการปลูกสรางสวนปาในเขตรอน เชน ประเทศไทย
ิ
้
้
่
ี
่
ั
่
ั
ิ
ิ
ี
ี
ิ
่
ี
ุ
ในปจจบันมีอยู่ถึง 5 ชนด แตละชนดมีข้อดและข้อเสยตางๆ กัน การเลือกชนดไม้ทเหมาะสมจะเกด
ิ
่
ื
ิ
ึ
ิ
ื
ประโยชน์ทค้มคามากข น การตัดสนใจเลอกไม้ชนดใดนั นโดยหลักการแล้วก็คอ การพิจารณาว่าไม้
ี
ุ
ิ
ื
ิ
ี
ิ
ุ
ึ
ุ
ี
ี
ชนดนั นหรอพันธ์นั นๆ สามารถข นและเจรญเตบโตได้ด รวมถึงให้ผลผลิตทมีคณภาพดตามความ
ี
ต้องการในสภาพแวดล้อมของพื นททจะทําการปลูกไม้ชนดนั นหรอไม ่
ื
ี
ิ
ั
ื
้
ปจจัยหลักที ใชประกอบในการพิจารณาสาหรบไมสนก็คอ
ํ
ั
้
่
ี
ี
ิ
ิ
1. อุณหภูมิ ของพื นททจะทําการปลูก ไม้ชนดตางๆ เจรญเตบโตได้ดในสภาพ
ิ
ี
ู
่
อุณหภมิทแตกตางกัน ปกตจะใช้คาอุณหภมิเฉลี ยตลอดปรวมถึงคาอุณหภมิสงสด-ตําสดในแตละ
ู
ี
ู
ู
ี
่
่
ิ
่
ุ
ุ
ิ
ี
ิ
ื
ู
เดอนตลอดปในการพิจารณาคัดเลือกชนดไม้ได้ ตามธรรมชาตแล้วอุณหภมิมีความสัมพันธ์โดยตรง
ู
กับระดับความสงของพื นทจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ในประเทศไทยอุณหภมิจะลดลง 5 – 6 C
ี
ู
0
่
ึ
ู
ึ
ู
ี
เมื อระดับความสงของพื นทเพิ มข น 1,000 เมตร ซงความแตกตางของระดับความสงน ีมีผลกระทบ
ั
ู
ตอการเจรญเตบโตของพันธ์ไม้หลายชนด ดังนั นจงสามารถใช้ระดับความสงของพื นทเปนปจจัย
ิ
ุ
ิ
ึ
ิ
ี
่
็
ี
ื
ิ
ึ
็
ิ
พิจารณาคัดเลอกชนดไม้ทจะปลูกในพื นทนั นได้ในระดับหนง ซงโดยธรรมชาตเปนททราบกันอยู่
ึ
ี
ี
่
บ้างแล้วว่าไม้ชนดใดมีขอบเขตการเจรญเตบโตในชวงระดับความสงเทาใดถึงเทาใด เชน ไม้สักโดย
ู
่
่
ิ
่
ิ
ิ
ึ
ู
ทั วไปจะไม่พบข นเลยระดับความสง 700 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง แตมีข้อยกเว้นอยู่บ้างอัน
่
ื
ั
ี
ุ
ื
เนองมาจากผลของ microclimate ทมีปจจัยอื นๆ มาสมทบ หรอเนองจากมีการปรบตัวของพันธ์
ั
ื
ี
ี
ใหม่ๆ ตามธรรมชาต นอกจากระดับความสงของพื นทแล้วตําแหนงของพื นททเส้นรงตางกันก็มีผล
ู
ิ
่
้
ี
ุ
่
ตออุณหภมิด้วยเชนกัน
่
ู
่
่
ื
2. ความชุมชนของพนที ไม้ชนดตางๆ จะมีความสามารถทนแล้งได้แตกตางกัน
่
ื
ิ
่
ื
ิ
ี
ุ่
ในเรองความชมช นส งทจะพิจารณาคอชวงความยาวนานของความแห้งแล้งและความรนแรงของ
ื
ุ
่
ื
ความแห้งแล้ง พืชมีความต้องการนํ าเพื อการเจรญเตบโตแตขณะเดยวกันก็มีความต้องการพักตัว
ิ
ิ
ี
่
ิ
ี
และหยุดการเจรญเตบโตชวงหนงในรอบป ดังนั นชวงฤดแล้งถ้าเหมาะสมกับไม้ชนดใดไม้ชนด
ิ
่
่
ู
ิ
ึ
ิ
่
ุ
ี
ิ
นั นจะเจรญเตบโตมีคณภาพด โดยปกตแล้วถ้าปรมาณนํ าฝนมากชวงแห้งแล้งก็จะน้อยลง แตใน
ิ
ิ
่
ิ
ปรมาณนํ าฝนเทากันความแห้งแล้งอาจไม่เทากันก็ได้ เพราะการกระจายของฝน อุณหภมิเฉลี ย และ
ู
ิ
่
่
145
ึ
ู
่
็
ิ
่
ี
ลมอาจแตกตางกัน ปรมาณนํ าฝนทั งปจงยังเปนข้อมูลไม่เพียงพอต้องมีชวงฤดแล้งประกอบด้วยรวม
ั
ู
ื
ู
ู
ถึงอุณหภมิในฤดแล้ง ดังนั นแผนภมิทดสําหรบการพิจารณาในเรองน ีคอ Gaussen climagram ของ
ี
ื
ี
ื
ู
ึ
ี
ท้องทนั นๆ ซงจะสะท้อนถึงภาพรวมของทั งอุณหภมิและความช น เพราะทําข นจากการนําข้อมูลของ
ึ
ี
ิ
็
็
ปรมาณนํ าฝนเปนมิลลิเมตรและอุณหภมิเปนองศาเซลเซยสมาประกอบเข้าด้วยกันในไดอะแกรม
ู
ื
็
่
ี
ิ
่
วิธทํา Gaussen climagram ทําโดย plot คาปรมาณนํ าฝนแตละเดอนเปนมิลลิเมตร
และอุณหภมิเฉลี ยรายเดอนเปนองศาเซลเซยสลงในกราฟเดยวกันแตใช้สเกลของปรมาณนํ าฝนเปน
ื
็
ี
็
ี
่
ิ
ู
ู
2 เทาของอุณหภมิ ดังแสดงตัวอย่างใน Gaussen climagram ของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง
ี
่
ึ
็
ี
ี
ื
ุ
ี
ู
ื
จังหวัดเชยงใหม่ (ภาพท 10) ซงจะเหนชวงเดอนทแห้งแล้ง ความรนแรง และอุณหภมิของเดอน
่
ึ
ิ
ี
ู
ี
่
ตางๆ การพิจารณาแผนภมิน จะทําให้เลือกชนดไม้ได้ดข น
Gaussen climagram 10 ป (1987-1996)
ี
ของสถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง จังหวัดเชยงใหม ่
้
้
ี
200 ปรมาณนํ าฝน (มม./ป) ี 100
ิ
190
ุ
ู
ุ
อณหภูม ( ◌ํC) สงสด
ิ
ิ
ุ
180 อณหภูม ( ◌ํC) ตํ าสด ุ 90
ิ
อณหภูม ( ◌ํC) เฉลย
ุ
ี
170
160 80
150 ป) 70
140 ี
130 60
120
ปริมาณนํ าฝน (มม./ปี) 110 50 อุณหภูมิ ( o C)
100
90
80 40
70
60 30
50
40 20
30 10
20
10
0 0
ม.ค. ก.พ. ม.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
ิ
ี
้
ี
ภาพที 10 Gaussen climagram 10 ป (1987–1996) ของสถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง
้
ี
จังหวัดเชยงใหม ่
ิ
ี
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
146
ี
็
ิ
ิ
็
ุ
3. สภาพของดินในธรรมชาติ ดนเปนวัสดทต้นไม้จําเปนต้องใช้เพื อการเจรญเตบ
ิ
่
่
ุ
็
ิ
โต เปนส งทรากใช้ยึดเกาะพยุงลําต้นและหานํ าและแรธาตตางๆ เพื อสงไปสระบบใบสําหรบไปใช้
ี
ั
่
ู่
่
ิ
ิ
ิ
้
่
ในการสรางอาหารเพื อการเจรญเตบโตของทั งสวนต้นและสวนราก ดังนั นความลึกของดน สภาพ
ิ
ิ
ิ
ุ
ื
ึ
่
ิ
ิ
ี
ุ
็
่
แวดล้อมหรอคณสมบัตของดน และธาตอาหารทจําเปนแกพืชในดนจงมีความสําคัญตอการเจรญเตบ
็
่
ิ
ิ
ิ
ี
ู
โตของต้นไม้ ไม้สนเขตรอนชอบดนกรดมี pH 4.5 - 5.8 ดังนั นดนเปนดางเชนมีแคลเซยมจากหนปน
่
้
ั
ี
มากไปหรอจากสาเหตอื นๆ จะไม่เหมาะสําหรบไม้สน โดยทั วไปไม้สนถ้าจะให้การเจรญเตบโตด
ื
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
่
ิ
ี
ื
ต้องมีดนลึกการระบายนํ าดแตก็อุ้มความช นไว้ได้ดด้วย แตบางชนดสามารถเจรญเตบโตได้ดในดน
่
ี
ี
ิ
ิ
ทไม่ลึกนัก เชน Pinus caribaea var. hondurensis สนสองใบ และสนสามใบ
ี
่
ิ
ี
ุ
ี
เพื อจะให้ได้ผลดในการพิจารณาเลือกชนดไม้ การทําแบบแสดงคณภาพพื นท (Site
description) ซงจะแสดงข้อมูลทั วไปของพื นท ปจจัยเกยวกับดน อุณหภมิ และนํ าฝน ในรปแบบ
ู
ั
ี
ี
ิ
ู
ึ
ี
ทเปนมาตรฐาน ก็จะทําให้การคัดเลอกชนดไม้และแหล่งเมล็ดพันธ์ทจะใช้มีความสะดวกและได้ผล
็
ุ
ิ
ี
ื
ึ
ี
ดยิ งข น
ื
แบบแสดงคุณภาพพ นที
สถานที - หมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัด
้
ุ
- เส้นรง (Latitude) เส้นแวง (Longitude)
- สภาพพ นททั วไป
ื
ี
ู
- ความสงจากระดับนํ าทะเล (Altitude)
ิ
ิ
ดิน - ชนดดน (Soil type)
- หนกําเนดดน (Parent material)
ิ
ิ
ิ
ิ
ื
- เน อดน (Texture)
- ความลึก (Dept)
- สภาพภมิประเทศ (Topography)
ู
- การปกคลุม (Exposure)
่
ุ
พชพรรณ - ชนดปาและพันธ์ไม้
ื
ิ
ภูมิอากาศ - แบบ Holdridge
ี
- สถานตรวจอากาศใกล้เคยง
ี
ี
่
้
ู
- ตําแหนงสถานท เส้นรง เส้นแวง ระดับความสง
ุ
ี
- จํานวนปทเก็บข้อมูลมาแล้ว
ี
- Gaussen climagram
147
็
ั
ุ
4. โรคและแมลง สําหรบไม้สนแล้วในประเทศไทยยังไม่พบความรนแรงเปนพิเศษ
ิ
ในฟลิปปนส์ได้เลิกปลูกไม้สนคารเบยไปเพราะการระบาดของ tip moth ทําลายยอดสน ในประเทศ
ี
ิ
ิ
ึ
ื
ี
็
ไทยทต้องคํานงถึงคอปลวก อาจทําให้เปนอุปสรรคบ้างในบางท้องท ี
ู
ี
์
ู
ิ
ี
้
5. ตลาดและการใชประโยชน ไม้สนคารเบย สนโอคารปา และสนเทคนมาน จะได้
์
ุ
ี
เปรยบเพราะมีคณสมบัตของเยื อดกว่าสนสองใบและสนสามใบ การใช้ประโยชน์ทางอื นจะพอๆ กัน
ี
ิ
ี
ุ
สนสามใบจะเสยเปรยบเรองคณภาพไม้เพราะมีตามากและตาขนาดใหญเนองจากมีก งมากและข้อ
ิ
ื
่
ื
ี
ู
ิ
์
ื
ิ
โปน ในด้านการเจรญเตบโตแล้วสนโอคารปาและสนเทคนมานจะเหนอกว่าสนคารเบย และทั ง
ี
ี
ู
ิ
ิ
ี
ี
สามชนดจะเจรญเตบโตดกว่าไม้สนสองใบและสนสามใบ ในสภาพพื นททเหมาะสมกับชนดไม้
ี
ิ
ิ
ิ
ึ
ี
็
ื
่
ิ
่
นั นๆ ทางการค้าก็จะได้เปรยบกว่า แตทางด้านส งแวดล้อมแล้วเนองจากเปนไม้ตางถิ นจงเกรงว่าจะมี
ี
ุ
ิ
ผลเสยซงยังไม่มีเหตการณ์หรอส งบอกเหตเชนน
ี
่
ื
ุ
ึ
่
จากปจจัยตางๆ ของพื นทและการตลาดแล้วจะต้องมาพิจารณาถึงลักษณะตางๆ
ั
่
ี
ิ
ี
ิ
ของไม้สนทั ง 5 ชนด เพื อจะได้นําไปประกอบการพิจารณาเลือกชนดไม้ให้เหมาะสมกับท้องทนั นๆ
ี
ิ
็
ี
1. สนสองใบ (Pinus merkusii) เปนไม้สนทมีถิ นกําเนดในประเทศไทยและเอเซย
ู
ี
ี
ุ
ตะวันออกถึงเอเซยตะวันออกเฉยงใต้ มีการกระจายพันธ์จากความสงประมาณ 80 เมตร จนถึง
ื
ึ
ประมาณ 1,400 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง สามารถจะข นได้ในสภาพดนเลวและความช นตํา
ิ
ิ
ื
ึ
่
ข นได้ในดนหลายประเภทตั งแต Lateritic ถึง Podzolic และ Low humic gray soil เนองจากสามารถ
ิ
ู
ี
้
ี
ี
ึ
ข นในทแล้งระดับตําและสามารถทนอุณหภมิรอนได้ดกว่าไม้สนชนดอื นๆ กล่าวได้ว่าเหมาะทจะ
ิ
ปลูกในทระดับตํากว่า 1,000 เมตรลงไปจนถึงระดับนํ าทะเล จดอ่อนของสนสองใบคอการเจรญเตบ
ื
ิ
ี
ุ
่
โตในระยะแรกช้าและมีลักษณะสภาพหญ้าเปนพุ่มเต ยอยู่หลายปกว่าจะเร มพุ่งเจรญเตบโตตอไปทํา
ี
ี
ิ
ิ
ิ
็
็
่
ให้การดแลรกษาเปนไปได้ยากในชวงแรก ไม่เหมาะสําหรบการใช้ประโยชน์ในรอบตัดฟนตํากว่า
ั
ั
ั
ู
็
ี
20 ป การเจรญเตบโตในระยะหลังจากพ้นสภาพหญ้าแล้วจะรวดเรวมาก การปลูกเพื อไม้ซงขนาด
ิ
ิ
ุ
่
่
ู
่
ั
ุ
่
ี
ื
ี
ใหญรอบตัดฟนยาวนาจะค้มคาหรอดกว่าไม้อื น ข้อดคอมีความทนทานตอไฟคอนข้างสงทําให้
่
ื
ุ
ี
ั
ี
สะดวกในการจัดการในบางพื นท ถ้าได้รบการคัดเลือกและปรบปรงพันธ์ให้ดข นก็ยังเปนไม้ทมี
็
ี
ึ
ุ
ั
ศักยภาพมากอยู่
็
ิ
2. สนสามใบ (Pinus kesiya) เปนไม้มีถิ นกําเนดในประเทศไทยและเอเชยตะวัน
ี
ุ
ึ
ื
ื
ออกอยู่ถัดเหนอข นไปจากสนสองใบจนถึงอินเดยตอนเหนอและจน การกระจายพันธ์ในประเทศ
ี
ี
ื
ิ
์
ี
่
ี
ุ่
ู
ู
ี
ไทย พบทระดับสงตั งแต 500 - 1,400 เมตร จะข ึนในดนทชมช นและอุดมสมบรณกว่าเมื อเปรยบ
ี
ิ
ิ
็
เทยบกับสนสองใบ มีการเจรญเตบโตในระยะแรกเรวกว่าสนสองใบเหมาะสําหรบปลูกในระดับ
ั
ิ
ั
700 - 2,000 เมตร สวนใหญจะข นอยู่ในดนทมีวัตถุต้นกําเนดจากภเขาไฟ และเหมาะสําหรบดนลึก
ิ
ี
ู
่
ิ
่
ึ
ื
ู
และความช นดรวมทั งอุณหภมิไม่สงนัก
ู
ี
่
ิ
็
3. สนคารเบีย (Pinus caribaea var. hondurensis) เปนพรรณไม้ตางถิ นได้นํามา
ึ
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ิ
ึ
่
ปลูกในประเทศไทยหลายสบปสามารถข นได้ด ในถิ นกําเนดเดมแถวอเมรกากลางจะข นตั งแตระดับ
148
ู
่
ู
ี
นํ าทะเลจนถึงระดับความสงประมาณ 1,000 เมตร เหมาะทจะปลูกในระดับความสงตั งแต 1,000
ิ
ี
็
ิ
เมตรลงมา เปนไม้ทสามารถข นได้ในดนคอนข้างเลวหลายชนด มีการเจรญเตบโตเรว รปทรงด ทน
ิ
็
ี
ึ
ิ
ู
่
่
ี
่
็
ุ
แล้งได้ดแตไม่ทนนํ าขัง การจะปลูกในระดับตางๆ ต้องเลือกพันธ์ให้ถูกต้อง เหมาะเปนไม้รอบตัด
ู
ั
ฟน 10 - 15 ป เพื อทําเยื อกระดาษหรอไม้แปรรปรอบตัดฟนไม่เกน 35 ป ข้อมูลการปลูกในประเทศ
ี
ิ
ั
ื
ี
ู
ไทยทความสง 800 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ให้ผลผลิตดกว่าไม้สนสองใบและสนสามใบ
ี
ี
ิ
ิ
4. สนโอคารปา (Pinus oocarpa) เปนไม้ตางถิ นมีถิ นกําเนดเดมอยู่แถบ Mexico
่
็
์
ิ
ู
่
ุ
และอเมรกากลางมีการกระจายพันธ์ตั งแตระดับความสง 500 - 1,600 เมตรจากระดับนํ าทะเลปาน
่
กลาง ในชวงความสงตั งแตระดับ 500 - 700 เมตรมีการกระจายพันธ์คาบเกยวกับ Pinus caribaea
่
ุ
ี
ู
ี
ึ
ึน
ื
คอข นปะปนกัน และทระดับประมาณ 1,000 เมตรข นไปจะข ปะปนกับ Pinus patula ssp.
ึ
์
tecunumanii และ Pinus maximinoi สนโอคารปาจะข ึนอยู่ตามพื นทภเขาตอนกลางของประเทศ
ี
ู
ิ
ิ
่
ิ
ื
ี
็
ิ
ี
เจรญเตบโตในดนตางๆ ซงคอนข้างเลวและดนต น เปนไม้สนททนความแห้งแล้งด การเจรญเตบโต
่
ิ
ิ
ึ
ิ
ี
ของไม้ชนดน ีเมื อนํามาทดลองปลูกในประเทศไทยดมาก เหมาะสมทจะใช้ปลูกในระดับความสง
ี
ู
ี
700 - 2,000 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางในสภาพดนกรด และเหมาะทจะปลูกเพื อการค้าหรอ
ื
ิ
ี
ิ
ั
ปลูกเสรมรวมกับไม้สนสามใบในพื นทอนรกษ์ แล้วนําไม้ออกมาใช้ในอนาคตโดยการตัดสางขยาย
่
ุ
็
่
ิ
ระยะเพื อให้เหลือแตไม้สนสามใบอันเปนไม้ในถิ นเดมให้คลุมพื นท ี
่
5. สนเทคูนูมานี (Pinus patula ssp. tecunumanii) เปนพรรณไม้ตางถิ นมีแหล่ง
็
ิ
ิ
ิ
ิ
ู
กําเนดในอเมรกากลาง มีการเจรญเตบโตในระดับความสงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับนํ าทะเล
็
ี
ึ
ข นไป ข นปะปนกับ Pinus oocarpa และมีลักษณะคล้ายกันมากทําให้แตเดมรวมเปนชนดเดยวกับ
ึ
ิ
่
ิ
่
Pinus oocarpa เจรญเตบโตทดนด ดนลึก ความแล้ง 3 - 4.5 เดอนตอป ความช นสง สนชนดน เหมาะ
ู
ี
ื
ี
ิ
ี
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ิ
ทจะปลูกในทสงตั งแต 800 เมตรข นไปจนถึงระดับเกน 2,000 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางใน
ิ
ี
ู
่
ึ
ี
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
็
ประเทศไทยจัดเปนไม้ทมีการเจรญเตบโตดมากชนดหนง ถ้าได้พื นทเหมาะสมก็สามารถทจะปลูก
ึ
เปนการค้าได้
็
ได้มีการจัดโซนตามระดับความสงในแงการปลูกสรางสวนปาไม้สนในเมืองไทย
่
ู
่
้
ไว้ 4 โซน คอ
ื
โซน 1 ทระดับ 0 - 300 เมตร
ี
ี
โซน 2 ทระดับ 300 - 700 เมตร
ี
โซน 3 ทระดับ 700 - 1,000 เมตร
โซน 4 ทระดับ 1,000 เมตร ข นไป
ี
ึ
เพราะระดับความสงของพื นทมีผลตอการเจรญเตบโตของไม้สนชนดตางๆ และพันธ์ตางๆ กล่าว
่
ี
ู
่
ิ
่
ิ
ุ
ิ
ี
ิ
ี
โดยกว้างๆ โซน 1 จะเหมาะกับไม้สนคารเบยและสนสองใบ โซน 2 จะเหมาะกับไม้สนคารเบย สน
ิ
์
์
ู
ี
โอคารปา และสนสองใบ โซน 3 จะเหมาะกับไม้สนสามใบ สนสองใบ สนเทคนมาน สนโอคารปา
ู
149
ี
ู
ู
ี
์
่
และสนคารเบย โซน 4 เหมาะสมกับสนสามใบ สนโอคารปา และสนเทคนมาน ซงในแตละโซนจะ
ึ
ิ
ุ
ึ
ุ
ู
ิ
ี
่
ต้องเลือกพันธ์และถิ นกําเนดทเหมาะสมจงจะได้ผลผลิตสงและค้มคา
ในระดับพื นท 0 - 700 เมตร ไม้สนสองใบจะเหมาะสมสําหรบการปลูกในพื นท ี
ี
ั
่
ุ
ั
็
อนรกษ์โดยยึดหลักว่าเปนไม้สนท้องถิ น แตไม้สนสองใบมีความยุ่งยากในการเตรยมกล้าและการ
ี
ั
ี
ิ
ุ
ิ
ี
็
ปลูก ความสําเรจในการเลือกไม้ชนดน จะมีน้อยจนกว่าจะได้มีการปรบปรงเทคนคในด้านน ให้ก้าว
ี
ึ
ึ
่
ั
ึ
หน้ายิ งข น ดังนั นไม้สนคารเบยจงมีบทบาทมากกว่าซงมีความเหมาะสมทั งในแงอนรกษ์และในแง ่
ุ
ิ
ุ
่
ิ
ี
ี
ิ
ื
เศรษฐกจ แตข้อควรระวังสําหรบการจะปลูกไม้สนคารเบย ก็คอต้องเลือกพันธ์และถิ นกําเนดท
ิ
ั
ึ
ี
เหมาะสมด้วย ซงประเทศไทยมีพื นททมีศักยภาพทจะปลูกไม้สนในเชงพาณชย์อยู่ทระดับ 700
ิ
ี
ิ
ี
ี
ื
เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางลงมาเปนจํานวนมาก ทั งภาคกลาง ภาคเหนอ ภาคตะวันออก ภาค
็
ื
็
ี
ตะวันตก และภาคตะวันออกเฉยงเหนอ มีพื นททเหมาะสมจะพัฒนาเปนแหล่งผลิตวัตถุดบเพื ออุต
ิ
ี
ี
ี
ุ
่
ี
ั
ู
ุ
ี
่
์
ี
่
สาหกรรมปาไม้ได้หลายแหง เชน เพชรบรณ สระบร ลพบร นครราชสมา บรรมย์ นครนายก
ุ
ี
ุ
่
ี
ี
ู
ปราจนบร ตาก กําแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธาน ชัยภมิ ขอนแกน หนองบัวลําพู และอุดรธาน
ี
่
ู
ี
ในพื นทเหล่าน ีบางแหงมีโรงงานแปรรปไม้และอุตสาหกรรมเยื อกระดาษอยู่แล้ว และพื นทเหล่าน
ี
ี
ิ
ื
สวนใหญมีความอุดมสมบรณตําเนองจากการใช้ประโยชน์ทดนทไม่ระมัดระวัง เปนพื นทราบมี
ี
ี
็
่
ี
ู
์
่
การคมนาคมสะดวกจงเหมาะทจะมีการปลูกปาเพื ออุตสาหกรรมการใช้ไม้ตาง ๆ รวมทั งเพื ออุตสาห
ี
่
่
ึ
ี
กรรมเยื อกระดาษ ไม้สนคารเบยและสนโอคารปาจะมีความเหมาะสมอย่างมากทจะปลูกในพื น
ี
ิ
์
ี
ี
ทบรเวณน
ิ
การปลูกปาอนรกษ์ในพื นทสงกว่า 700 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางข นไป สน
ุ
ู
ึ
ั
่
ี
ู
ิ
็
สามใบจะมีความเหมาะสมเพราะเปนไม้ท้องถิ นเดม แตการนําสนเทคนมานมาปลูกด้วยในบางพื น
ี
่
ู
่
ี
ี
ทเปนเปอรเซ็นต์ไม่มากเกนไปก็ย่อมไม่กอให้เกดความเสยหายแตประการใด ดังนั นในอนาคตอัน
ิ
์
่
็
ิ
ี
ี
ึ
ื
ู
ู
์
ใกล้หากจะมีการปลูกสนโอคารปาหรอสนเทคนมานในพื นทต้นนํ าลําธารเพิ มข น เพื อเพิ มความ
ี
็
ี
ิ
ี
หลากหลายทางชวภาพของพื นทก็ย่อมเปนส งทด ี
ู
ิ
่
ี
ในการปลูกปาเศรษฐกจในพื นทสงกว่า 700 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ไม้
ุ
ู
ิ
่
ู
ี
ี
ี
ึ
สนเทคนมานจะให้ผลผลิตดทสดถ้าได้เลือกถิ นกําเนดทเหมาะสม เชน ถิ นกําเนดจาก Yucul ซงให้
ิ
ี
่
ี
่
ี
ผลผลิตเฉลี ย 4 ลูกบาศก์เมตร/ไร/ป ดังนั นในชวงเวลา 20 ปสามารถผลิตไม้ได้ถึง 80 ลูกบาศก์เมตร/
ุ
่
ู
ี
ู
ิ
ิ
ี
ี
ไร การปลูกถ้ามีการบํารงรกษาทดจะให้ผลตอบแทนสง เนองจากไม้สนเทคนมานมีการเจรญเตบ
ั
ู
ื
ุ
โตดรวมทั งมีคณสมบัตทดในการทําเยื อกระดาษทั งฟอกขาวและไม่ฟอกขาว จงเหมาะทจะใช้ใน
ี
ี
ิ
ี
ี
ึ
ั
ุ
ั
ิ
โครงการปลูกเพื อเปนวัตถุดบสําหรบทําเยื อกระดาษและไม้ซงขนาดเล็ก โดยใช้รอบตัดฟนเพียง
็
ี
ี
16 - 17 ป ทําการตัดสางขยายระยะเมื ออายุ 10 - 11 ปเพื อใช้ทําเยื อกระดาษ และตัดหมดเมื ออายุ
่
ประมาณ 17 ปเพื อใช้เปนไม้ซงขนาดเล็กและทําเยื อกระดาษด้วยจะมีความค้มคามากตอการลงทน
ุ
ุ
ุ
ี
่
็
ี
ี
ิ
่
ึ
ซงตอนตัดสางขยายระยะอายุประมาณ 10 ปได้ไม้โตโดยเฉลี ย 24 เซนตเมตร และในชวงอายุ 17 ป
ุ
ิ
ี
ู
์
ได้ไม้ซงแปรรปโตเฉลี ย 40.8 เซนตเมตร ในบางพื นทมีความอุดมสมบรณของดนตํา การปลูกสน
ู
ิ
150
่
ี
ี
ิ
่
ู
คารเบยอาจให้ผลผลิตดกว่าในชวงความสง 700 - 1,000 เมตร เพราะจะมีความแข็งแกรงกว่าไม้สน
่
โอคารปาและสนเทคนมาน แตอย่างไรก็ตามถ้าสามารถทําการทดลองปลูกในพื นทเปรยบเทยบกันก็
ู
ี
์
ี
ู
ี
ี
ี
ื
ี
ิ
จะมีความแม่นยําถูกต้องยิ งข น ดังนั นในการคัดเลือกชนดไม้ทดคอการทดลองปลูกในพื นทเพื อหา
ึ
ี
ู
ี
ข้อมลเบ องต้นประมาณ 3 - 5 ป
ื
ู
ั
ุ
ึ
ี
พื นทระดับสง 1,000 เมตรข นไป ในการปลูกเพื ออนรกษ์แล้วปลูกได้ทั งสนสามใบ
์
่
ู
์
ี
ี
ิ
สนโอคารปา และสนเทคนมาน แตจะให้ผลดในทางเศรษฐกจแล้วสนโอคารปาและสนเทคนมาน
ี
ู
ู
ู
่
่
เทานั นจงจะค้มคาในการลงทน
ุ
ุ
ึ
ิ
่
ุ
การเลือกพันธ์ไม้และชนดไม้มีความสําคัญอย่างยิ งตอความสําเรจของการปลูกปา
็
่
ถ้าหากทําได้ควรจะต้องทดลองปลูกกอนตัดสนใจเลือกชนดใดโดยใช้ชนดและถิ นกําเนดทมีศักย
่
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
ภาพอยู่แล้ว เชน ในระดับตํากว่า 700 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ควรเลือกไม้สนคารเบย
ิ
ี
่
่
ุ
ู
ี
็
ิ
ี
หลายถิ นกําเนดหรอสายพันธ์นํามาทดลองปลูกดกอน แตในกรณทต้องการความรวดเรวก็ควรปลูก
ื
่
ิ
ิ
ุ
ิ
ุ
หลายสายพันธ์ทมีข้อมูลว่ามีการเจรญเตบโตด และหลังจากนั นเมื อทราบว่าพันธ์ใดและชนดใดดท
ี
ี
ี
ี
ุ
ิ
สดก็ปรบเปลี ยนไปใช้พันธ์นั นๆ มากข น จะเปนการลดความเสยงและความเสยหายของการดําเนน
ุ
ั
ึ
็
ี
ี
การได้อย่างมาก เพราะข้อมูลทั วไปเพียงแตบงบอกถึงความเปนไปได้กว้าง ๆ เทานั นถ้าต้องการพันธ์
ุ
่
็
่
่
ึ
ี
ี
ิ
ี
ุ
ี
ทเหมาะสมทสดก็ต้องรอผลทจะเกดข นจากการปลูกในพื นทนั นเองจะมีความแม่นยํากว่า และการท
ี
ี
็
ุ
ุ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
ี
ได้พันธ์ทมีการเจรญเตบโตดทสดและเหมาะสมทสดหมายถึงความสําเรจ เพราะพื นทดําเนนการ
ุ
่
ปลูกปาในแตละปจะมีขนาดโดยรวมคอนข้างใหญ มีการปลูกต้นไม้จํานวนมากและใช้เวลานาน
ี
่
่
่
ิ
่
หลายปดังนั นอัตราการเจรญเตบโตทเพิ มข นเล็กน้อยตอต้นตอปจะมีมูลคามหาศาลเมื อคดทั งพื นทท ี
ี
่
ี
่
ี
ิ
ิ
ี
ึ
ี
ิ
ิ
ุ
ิ
ิ
่
็
ิ
ี
ดําเนนการ พันธ์ไม้ทเจรญเตบโตรวดเรวและสามารถเจรญเตบโตดแม้จะปลูกหนาแนนก็ย่อมทําให้
่
ึ
ผลผลิตรวมตอพื นทมีคาสงข น ความระมัดระวังในเรองน ีจงมีความสําคัญอย่างยิ งประการหนงนอก
ี
ู
ึ
่
ื
ึ
ื
ู
เหนอจากการปฏิบัตดแลอย่างเหมาะสม
ิ
ิ
ื
สรุปแนวทางในการเลอกชนดไมที จะปลูกในประเทศไทยดังน ี
้
ิ
ี
ู
ี
ิ
ี
์
ู
1) ทสงกว่า 1,000 เมตรข ึนไป ไม้สนเทคนมานและสนโอคารปาเจรญเตบโตดท
ู
ี
ิ
ื
ุ
ี
่
ุ
ื
สด รองลงมาคอไม้สนสามใบ แตทั งน ีสําหรบสนโอคารปาต้องใช้พันธ์หรอถิ นกําเนดทสามารถ
ั
์
ี
ี
ิ
ิ
เจรญเตบโตได้ดในพื นทสง
ู
ุ
2) ทระดับ 700 - 1,000 เมตร สนเทคนมานและสนโอคารปายังเจรญเตบโตดทสด
ี
ิ
ี
์
ู
ู
ี
ี
ิ
รองลงมาคอสนคารเบย และสดท้ายคอสนสามใบแตไม่เหมาะในการปลูกเพื อการค้าเพราะการเจรญ
ิ
ิ
ื
ุ
ื
ี
่
ี
์
ู
ู
เตบโตยังน้อยกว่าสนเทคนมานและสนโอคารปา มาก
ิ
3) ทระดับ 300 - 700 เมตร และระดับ 0 - 300 เมตร ไม้สนคารเบยจะเหมาะสมท
ี
ี
ี
ิ
ุ
สด รองลงมาคอสนโอคารปาบางสายพันธ์ และสดท้ายคอสนสองใบซงในทางการค้าไม่เหมาะ
ื
ุ
ื
ุ
ึ
์
151
ิ
ี
เพราะความยุ่งยากในการปลูก และการเจรญเตบโตในระยะแรกจะตํากว่าไม้สนชนดอื นๆ บางพื นท
ิ
ิ
่
์
ี
ี
ี
ิ
ี
สนคารเบยอาจโตดกว่า แตบางพื นทสนโอคารปาอาจโตดกว่า ดังนั นจะต้องระมัดระวังและพิจารณา
ให้ดในการใช้สายพันธ์ของทั งสองชนดให้เหมาะสมเพื อประโยชน์สงสดในการดําเนนงาน ในทาง
ิ
ู
ุ
ิ
ี
ุ
์
ิ
ี
ี
การค้าแล้วสนโอคารปาและสนคารเบยเทานั นทจะมีความเหมาะสมในการปลูก เพราะจะได้เยื อ
่
ี
ี
ุ
กระดาษคณภาพดกว่าไม้สนสองใบและไม้สนสามใบ รวมทั งคณภาพไม้ดกว่าเพราะมีตําหนจากตา
ิ
ุ
ิ
ุ
ี
ี
ิ
ี
ไม้น้อยกว่ารวมทั งการเจรญเตบโตก็ดกว่าด้วย ถ้าได้พันธ์ดเหมาะสมกับพื นทและการจัดการถูกต้อง
่
ั
สามารถให้ผลผลิต 2 - 5 ลูกบาศก์เมตร/ไร/ป แตถ้าผลผลิตตํากว่าน ตลอดชวงอายุรอบตัดฟนก็จะไม่
่
่
ี
ี
ุ
ค้มคาในการลงทนเมื อประเมินจากราคาไม้ในขณะน ี
่
ุ
การเตรยมกลาไม ้
้
ี
ํ
ิ
ชนดของแปลงเพาะชา (Type of Nursery)
ื
่
แปลงเพาะชําจะสรางแบบใดข นอยู่กับโครงการปลูกปาว่ามีระยะเวลาสั นหรอยาว
ึ
้
่
้
แคไหน และโครงการนั นใหญเพียงใด การสรางแปลงเพาะเพื อผลิตกล้าไม้จะต้องสรางให้มีขนาด
้
่
ิ
ิ
็
เหมาะสมกับโครงการปลูกปานั นๆ เพราะถ้าสรางใหญเกนไปก็จะเปนการส นเปลืองโดยเปล่า
่
้
่
้
่
ิ
่
่
ประโยชน์ แตถ้าสรางเล็กเกนไปก็จะทําให้โครงการปลูกปาไม่บรรลุเปาหมาย โดยทั วไปแล้วจะแบง
้
ชนดของแปลงเพาะชําออกได้เปน 2 แบบ คอ
ื
็
ิ
็
้
1. แปลงเพาะชาชวคราว (Temporary Nursery) เปนแปลงเพาะชําขนาดเล็ก สราง
ั
ํ
ี
ข นเพื อผลิตกล้าไม้ใช้เฉพาะการปลูกสรางสวนปาบรเวณใกล้เคยง ใช้เวลาเพียง 1 - 2 ปแล้วก็เลิกไป
ิ
่
ี
้
ึ
ุ
ี
ิ
ี
้
่
้
่
ื
ย้ายไปสรางใหม่บรเวณใกล้เคยงกับทจะทําการปลูกสรางสวนปาแหงใหม่เรอยไป การเลือกใช้วัสด
ี
ื
ุ
้
ิ
ในการสรางแปลงเพาะชําชนดน ีควรใช้วัสดทสามารถเคลื อนย้ายไปสรางใหม่ได้ หรอวัสดทมีราคา
ี
ุ
้
่
็
่
ถูกไม่ต้องการความคงทนมากนักเพื อเปนการประหยัด แปลงเพาะชําชั วคราวน ีจะชวยประหยัดคาใช้
่
จายในการขนสงกล้าไม้และทําให้ต้นไม้ทปลูกมีเปอรเซนต์การรอดตายสง เพราะแปลงเพาะชําอยู่
่
ู
ี
็
์
ั
้
ึ
ิ
ี
ใกล้แปลงปลูกซงสภาพดนฟาอากาศจะใกล้เคยงกัน ทําให้กล้าไม้ไม่ต้องปรบตัวมาก และกล้าไม้จะ
่
่
ื
ั
ได้รบความกระทบกระเทอนเวลาขนสงไปปลูกน้อยกว่าขนสงจากแปลงเพาะทอยู่ไกลๆ
ี
็
ํ
่
2. แปลงเพาะชาถาวร (Permanent Nursery) เปนแปลงเพาะชําขนาดใหญ มีการ
้
็
็
ึ
ใช้ประโยชน์เปนระยะเวลานาน ผลิตกล้าไม้คร ังละมากๆ เปนการสรางแบบถาวรซงนอกจากผลิต
่
ี
กล้าไม้เพื อใช้ในโครงการปลูกสรางสวนปาททําอยู่แล้ว ยังสามารถผลิตกล้าไม้เพื อทําเปนการค้าได้
็
้
ี
ุ
ุ
อีก และการทผลิตกล้าไม้คร ังละมากๆ ทําให้ค้มทนในการศึกษาเทคโนโลยี ใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการ
ิ
ดําเนนงาน
152
ุ
ี
ื
้
ในบางพื นทถ้าหากการสรางแปลงเพาะชําทําได้ลําบากเนองจากขาดแคลนวัสด
็
ุ
ื
ิ
่
ิ
หรอสาเหตใดก็ตาม เราสามารถดัดแปลงต้นไม้บรเวณนั นทําเปนแปลงเพาะชําได้โดยการตัดแตงก ง
่
ิ
ึ
ิ
เชน ถ้ามีก งและใบหนาทบเกนไปเราก็ทําการตัดทอนลงบ้างเพื อให้แสงแดดลอดทะลุถึงพื นได้ใน
ิ
่
ิ
่
ี
ระดับทเหมาะสม และถ้ามีก งแห้งหรอก งทแตกหักได้งายก็ต้องตัดลง ไม่เชนนั นถ้าหากเกดฝนตก
ื
ี
ิ
ื
ี
หนักหรอลมแรงก งเหล่าน ีอาจจะหักลงมาทําความเสยหายแกกล้าไม้ได้ เมื อตัดแตงเสรจพื นทใต้
ี
ิ
็
่
่
่
ึ
ี
บรเวณต้นไม้ก็เปรยบเหมือนพื นทภายใต้หลังคาของแปลงเพาะชํา ซงมีรมเงาและแสงลอดได้บาง
ิ
ี
ุ
ี
ิ
สวนเหมือนกัน แตพื นทแบบน ีเราจะไม่สามารถควบคมปรมาณของแสงได้ และกล้าไม้ในแปลงจะ
่
่
ได้รบแสงไม่สมํ าเสมอกัน
ั
การสรางแปลงเพาะชา (Construction of Nursery)
ํ
้
็
ี
ื
ในแปลงเพาะชํา (nursery) จะแบงพื นทออกเปน 2 สวน คอแปลงเพาะเมล็ด
่
่
ั
ื
(seedbed) และเรอนชํากล้าไม้ (shade house) สําหรบการเพาะไม้สนเขาแปลงเพาะเมล็ดจะมีขนาด
ื
1
ประมาณ / เทาของเรอนชํากล้าไม้เพราะเมล็ดใช้เวลาสั นมากในการงอก และหลังจากงอกแล้ว
่
40
ื
15 - 20 วัน ก็ย้ายไปชําในเรอนชํากล้าไม้ได้ ทําให้สามารถใช้แปลงเพาะเมล็ดหมุนเวียนกันได้ทัน
และในแปลงเพาะเมล็ดต้องให้แสงน้อยกว่าในเรอนชํากล้าไม้คอให้แสงประมาณ 50 เปอรเซนต์ ใน
์
ื
ื
็
ขณะทเรอนชํากล้าไม้ให้แสงประมาณ 60 เปอรเซ็นต์
ี
์
ื
การสรางเรอนชากลาไม (Construction of Shade House) ขนาดของเรอนชํากล้า
ื
ํ
้
้
้
ื
ี
ื
ึ
่
ไม้จะมีขนาดแคไหนข นอยู่กับจํานวนกล้าไม้ทเราต้องการจะผลิต โดยเฉลี ยเรอนชํากล้าไม้ขนาดพื น
ี
ท 1 ไร จะพอเพียงสําหรบการเตรยมกล้าไม้จํานวน 256,000 กล้า และสวนตางๆ ทสําคัญของเรอน
ี
่
่
ั
ี
่
ื
ชํากล้าไม้ประกอบด้วย
ุ
1. เสา สามารถใช้ไม้กลมทบเปลือกแล้วมีความโตเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12
่
ั
ึ
็
ิ
ี
ื
เซนตเมตร ยาว 2.50 เมตร ซงถ้าเปนไม้เน อแข็ง เชน เต็ง รง ก็จะทําให้ความแข็งแรงทนทานดข ึน
่
็
ื
่
ั
หรออาจจะใช้เสาตอม่อคอนกรตขนาด 5 x 5 ยาว 1 เมตร มาเปนเสาชวงล่างสําหรบตอเสาไม้ยาว
ี
1.50 เมตร การทําแบบน ีจะทําให้อายุการใช้งานยาวนานยิ งข น และยังจะทําให้เสาไม่โยกคลอนได้
ึ
ื
่
่
ี
ิ
ั
ิ
งาย เนองจากสวนทฝงอยู่ในดนและใกล้พื นดนเปนคอนกรต แตสําหรบพื นททเสาไม้มีราคาแพง
ี
่
็
ี
ั
ี
ื
หรอหายากแล้ว เราควรจะใช้เสาคอนกรตอัดแรงขนาด 3 x 3 ยาว 2.50 เมตร เพราะจะทําให้ดสวย
ี
ู
็
ั
ื
ิ
งามและจะใช้งานได้เปนระยะเวลานาน เสาเรอนชํากล้าไม้ควรฝงลึกไปในดนประมาณ 50
่
เซนตเมตร ซงจะทําให้เพดานเรอนชําสงจากพื นดนประมาณ 2 เมตร ทําให้สะดวกตอการปฏิบัตงาน
ื
ึ
ิ
ิ
ู
ิ
ิ
และเดนเข้าออก และระยะหางระหว่างเสาควรใช้ 3 เมตร เพราะถ้าหางเกนไปจะทําให้ไม้โครงหลัง
ิ
่
่
ื
่
่
คาหย่อนและหลังคาทรดได้งาย แตถ้าหากเราใช้วัสดทมีความแข็งแรง เชน แปปเหล็กหรอโครง
ุ
่
๊
ุ
ี
เหล็ก ระยะหางระหว่างเสาก็ขยายออกไปได้ถึง 4 เมตร
่
153
ื
2. โครงหลังคา ไม้อเสและจันทันใช้ไม้เน อแข็งขนาด 3 x 1.5 และอาจใช้ไม้กลม
ื
ั
ี
ิ
ุ
ทบเปลือกหรอไม้ไผ่ทมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 เซนตเมตรแทนก็ได้ สําหรบไม้แปใช้ไม้
ึ
ิ
ื
ิ
ไผ่หรอไม้กลมทบเปลือกซงมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนตเมตร วางหางกัน 50 เซนตเมตร แต ่
่
ุ
ื
๊
่
่
ี
โครงหลังคาน ีอาจใช้แปปเหล็กหรอโครงเหล็กก็ได้ ซงต้องนําข้อมูลคาใช้จายมาเปรยบเทยบกัน
ี
ึ
ี
่
่
่
ุ
เพราะความเหมาะสมในการใช้วัสดในพื นทแตละแหงย่อมแตกตางกัน
ิ
3. วัสดุใชมุงหลังคา ถ้าใช้ไม้ไผ่จะนําไม้ไผ่มาผ่าซกกว้างประมาณ 3 - 4 เซนตเมตร
ี
้
ยาว 2 เมตร มาตเปนแผงโดยใช้คราว 5 ตัว และเว้นชองว่างกะให้แสงลอดผ่านได้ประมาณ 60
ี
่
็
่
่
ี
์
ื
เปอรเซ็นต์ ขนาดทเหมาะสมของแตละแผงคอ 2 x 2 เมตร เพื อจะได้สะดวกตอการยกเข้าออกใน
่
ี
่
่
ี
กรณทเราต้องการลดหรอเพิ มแสงให้แกกล้าไม้ ไม้ไผ่ทนํามาใช้ควรจะแชนํ าไว้สักระยะหนงกอนนํา
ี
ึ
่
ื
ไปใช้ เพราะจะทําให้อายุการใช้งานยาวนานข น การวางแผงหลังคาต้องให้ความยาวของไม้ไผ่ผ่าซก
ี
ึ
ึ
ื
ิ
ี
ื
ั
อยู่ในแนวทศเหนอ - ใต้ ทั งน ีเพื อกล้าไม้ในเรอนชําได้รบแสงสมําเสมอทั วถึงกัน ในบางพื นทซงไม้
ี
ี
้
ไผ่หายากหรอมีราคาแพงจะใช้ทางมะพราวมุงหลังคาแทนก็ได้แตอายุใช้งานจะได้เพียงปเดยว แต ่
่
ื
ิ
ี
ั
่
ปจจบันจะใช้ตาขายพลาสตก (plastic net, plastic sarlon) สดําเพราะมีนํ าหนักเบา การจะเพิ มหรอลด
ื
ุ
ื
ี
แสงให้แกกล้าไม้ทําได้งายและชวงทไม่ได้ใช้งานก็สามารถพับเก็บได้ไม่เปลืองเน อท ี
่
่
่
้
การสรางแปลงเพาะเมล็ด (Construction of Seedbed) โครงสรางภายนอกของ
้
แปลงเพาะเมล็ดเหมือนกับเรอนชํากล้าไม้ทกอย่างแตแปลงเพาะเมล็ดจะมีหลังคาทให้แสงผ่าน
ื
ี
ุ
่
์
็
ี
่
ื
ประมาณ 50 เปอรเซ็นต์ และภายในแปลงเพาะเมล็ดควรจะใช้อิฐมอญหรอซเมนต์บล็อกกอเปน
ู
ึ
ิ
ิ
ั
ิ
ื
แปลงฝงลงไปในดนและสงข นมาเหนอพื นดนประมาณ 10 เซนตเมตร ขนาดของแปลงควรกว้าง 1
ี
เมตร สําหรบความยาวนั นพิจารณาตามสภาพของพื นทและความคล่องตัวในการทํางานถ้าจะให้
ั
ี
ิ
เหมาะสมไม่ควรยาวเกน 4 เมตร การใช้ความกว้าง 1 เมตร ทําให้เมื อทํางานอยู่ทขอบแปลงด้านใด
ด้านหนงจะสามารถเอื อมมือได้ถึงตลอดความกว้างของแปลงทําให้สามารถทํางานได้สะดวก และ
ึ
ี
่
ื
่
ความกว้าง 1 เมตรยังทําให้งายสําหรบการคํานวณเน อทตอเมล็ดทจะใช้หว่านอีกด้วย ชองว่างหรอ
่
ื
ี
ั
ทางเดนระหว่างแปลงทั งด้านข้างและหัวท้ายกว้างประมาณ 50 เซนตเมตร ลักษณะของก้นแปลงควร
ิ
ิ
ี
ิ
ื
ี
ิ
้
ื
จะเปนแบบเปดหรอไม่มีก้นเพื อปองกันอันตรายทเกดแกเมล็ดไม้หรอกล้าไม้ทเราเพาะ เมื อเวลาฝน
่
็
ื
ึ
ตกหรอรดนํ ามากเกนไปนํ าจะได้ซมลงไปในดนได้สะดวก แตละแปลงจะต้องทําฝาครอบแปลงซง
ึ
ิ
ิ
่
ี
ุ
ื
็
ทําด้วยไม้เน อแข็งขนาด 6 x 2 ตเปนกรอบสเหลี ยมกว้างยาวเทากับขนาดของแปลง ด้านบนบ
่
ี
่
ี
ด้วยลวดตาขายสําหรบปองกันสัตว์หรอแมลงทจะมาทําความเสยหายแกเมล็ดและกล้าไม้ สวนมาก
ั
้
ื
ี
่
่
ั
ื
ิ
จะใช้ฝาครอบน ีเฉพาะเวลากลางคน สําหรบเวลากลางวันจะเปดให้แปลงได้รบแสงเต็มทภายใต้
ั
ี
้
็
ิ
ั
ี
ู
แปลงเพาะเมล็ดเพื อให้เมล็ดงอกเรวข น สําหรบเมล็ดไม้บางชนดทต้องทําการเพาะในฤดฝนเพื อปอง
ึ
กันอันตรายทจะเกดข ึนจากนํ าฝน ควรจะเตรยมผ้าพลาสตกใสหรอกระเบ องใยแก้วโปรงใส
ี
ิ
ิ
ื
ื
่
ี
ั
(fiberglass) เอาไว้สําหรบคลุมบนฝาครอบแปลงเวลาฝนตกด้วย
154
การคัดเลอกพื นที สาหรบสรางเรอนเพาะชา (Nursery Site Selection)
ื
ื
ํ
้
ั
ํ
ี
ั
ั
ในการคัดเลือกพื นทสําหรบทําแหล่งเพาะชํากล้าไม้ เราจะต้องคํานงถึงปจจัยหลาย
ึ
ิ
ี
ื
อย่าง ส งทจําเปนและควรพิจารณาในการคัดเลือกพื นทคอ
็
ี
1. สภาพภูมิประเทศและดินฟาอากาศ (climate and topography) ลักษณะพื นทท
ี
ี
้
ั
้
็
ี
ี
ื
จะใช้สําหรบสรางแหล่งเพาะชํากล้าไม้ ควรจะเปนทราบหรอททมีความลาดชัน (slope) ไม่ควรจะ
ี
่
้
์
่
ิ
เกน 3 เปอรเซ็นต์ เพื อจะได้สะดวกตอการดําเนนงาน เชน การใช้เครองมือตางๆ การสรางแปลงเพาะ
ิ
่
ื
ิ
็
ี
่
เมล็ดและการเรยงถุงชํากล้าไม้ เปนต้น เมื อเวลาฝนตกมากยังจะชวยลดการกัดชะผิวดน (erosion) อีก
ี
้
ิ
ิ
่
ด้วย พื นทดังกล่าวควรจะมีสภาพดนฟาอากาศตลอดจนส งแวดล้อมตางๆ ใกล้เคยงกันกับพื นททจะ
ี
ี
ี
ั
นํากล้าไม้ไปปลูก เพื อต้นไม้จะได้ไม่ต้องปรบตัวมากนักเมื อเอาไปปลูกในพื นท ี
็
ิ
่
2. สภาพของดิน (soil factor) โดยทั วไปสภาพของดนควรเปนดนรวนปนทราย
ิ
ิ
(sandy loam) มีความลึกพอสมควรประมาณ 1 - 2 เมตร มีการระบายนํ าอยู่ในเกณฑ์ด ดนดังกล่าวจะ
ี
ุ
ั
ิ
่
ี
ี
ทําให้สะดวกตอการเตรยมแปลงเพาะเมล็ดไม้ และการเตรยมดนสําหรบบรรจลงถุงเพื อชํากล้าไม้
เวลาฝนตกมากยังจะทําให้ไม่เกดนํ าทวมขังเปนอันตรายตอเมล็ด และกล้าไม้ทเราทําการเพาะชําอีก
็
ิ
ี
่
่
ด้วย
็
ิ
ั
3. แหลงนํ า (water supply) นํ านับว่าเปนส งสําคัญมากสําหรบการเพาะชํากล้าไม้
่
ื
ิ
ู
และเรอนเพาะชําควรจะอยู่ใกล้แหล่งนํ า ในการสํารวจหาแหล่งนํ าตามธรรมชาตควรจะทําในฤดแล้ง
่
สํารวจว่ามีนํ าอยู่บรเวณใดบ้าง มากน้อยแคไหน เพียงพอสําหรบใช้ในการเพาะชํากล้าไม้หรอไม่
ั
ื
ิ
ี
เพราะปกตแล้วการเตรยมกล้าไม้เกอบทกชนดกระทํากันในฤดแล้ง นอกจากกล้าไม้บางชนดทจะ
ิ
ี
ื
ิ
ุ
ู
ิ
็
่
ึ
ี
ี
ู
ี
ี
ต้องเตรยมข้ามปเทานั นจงจะกระทํากันในฤดฝน แหล่งนํ าถ้าเปนลํานํ าทมีนํ าไหลตลอดปก็คงจะไม่
ู
็
ั
ึ
็
่
ิ
ื
เปนปญหา แตถ้าเปนลํานํ าขนาดเล็กหรอเปนแหล่งนํ าซับ ในฤดแล้งอาจจะเกดการขาดแคลนนํ าข น
็
ได้ ซงอาจแก้ไขได้โดยการสรางเขอนกั นนํ าหรออ่างเก็บนํ า (reservoir) เพื อกักเก็บนํ าไว้ให้พอใช้
ื
ื
้
ึ
ี
ิ
ั
ั
้
ี
สําหรบกจการเพาะชํากล้าไม้ ตลอดจนการใช้สอยของเจ้าหน้าทและคนงานพรอมทั งครอบครวทพัก
ี
ิ
อาศัยและปฏิบัตงานอยู่ในทนั นด้วย
4. สภาพทางเศรษฐกิจ (economic factor) ควรคํานงถึงทั งด้านคมนาคมและแรง
ึ
ิ
ื
งาน แหล่งเพาะชํากล้าไม้ควรจะอยู่ตดหรอใกล้ทางหลวง อย่างน้อยก็ทางหลวงระดับอําเภอ เพื อจะ
ั
ิ
่
่
่
ได้สะดวกรวดเรวและส นเปลืองคาใช้จายน้อยสําหรบการขนสงกล้าไม้ไปปลูก และพื นทดังกล่าวก็
ี
็
ควรจะอยู่ใกล้เคยงกับบรเวณทจะนํากล้าไม้นั นๆ ไปปลูกเชนเดยวกัน เนองจากประเทศไทยยังขาด
ิ
ี
ี
ื
่
ี
ิ
่
ุ่
ื
ี
ึ
็
ั
ื
ื
แคลนเครองมือเครองใช้ประเภทเครองทนแรงตางๆ ทใช้สําหรบปฏิบัตงานเพาะชํากล้าไม้ จงจําเปน
ต้องอาศัยแรงคนเปนสวนใหญ ดังนั นบรเวณแหล่งเพาะชํากล้าไม้ก็ไม่ควรอยู่หางไกลจากหมู่บ้าน
่
่
่
็
ิ
ี
มากนัก นอกจากจะเกดประโยชน์ในด้านแรงงานแล้ว บคลากรตางๆ ททํางานอยู่จะได้อาศัย
่
ิ
ุ
ุ
ี
้
สาธารณปโภคและรานค้าทมีอยู่ในชมชนนั นด้วย
ู
155
ี
ั
ี
ี
ิ
ในขณะททําการคัดเลือกพื นทสําหรบทําแหล่งเพาะชํา ควรจะเลือกทบรเวณใกล้
เคยงกันเผื อเอาไว้ นอกจากจะเปนประโยชน์ในการขยายกจการเพาะชําแล้ว ยังจะใช้สําหรบสราง
็
้
ั
ิ
ี
่
สวนผลิตเมล็ด (seed orchards) ได้อีก ยิ งเปนแหล่งเพาะชําถาวรขนาดใหญด้วยแล้วยิ งมีความจําเปน
็
็
ุ
่
้
ุ
็
มาก เพราะจะทําให้สะดวกตอการจัดเก็บเมล็ดพันธ์ไม้ และเปนการปองกันการขาดแคลนเมล็ดพันธ์
อีกด้วย
การเพาะเมล็ด (Seed Sowing)
ึ
สําหรบไม้สนเขาการเพาะเมล็ดควรจะทําในเดอนพฤศจกายนถึงเดอนธันวาคม ซง
ื
ิ
ื
ั
็
ื
ึ
กล้าจะต้องอยู่ในแปลงชํากล้าไม้ประมาณ 6 เดอน จงได้ขนาดเหมาะสมทจะนําไปปลูกซงจะเปน
ึ
ี
ู
ื
ชวงฤดฝนพอด แตสําหรบไม้สนสองใบแล้วจะต้องอยู่ในแปลงชําประมาณ 18 เดอน เนองจากสน
ี
่
ื
ั
่
ู
ึ
ิ
ี
็
ิ
สองใบมีระยะทเปนสภาพหญ้า (grass-stage) ไม่มีการเจรญเตบโตทางด้านความสงระยะหนงจงต้อง
ึ
ี
ึ
อยู่ในแปลงชํากล้าไม้ข้ามปจงจะสามารถเอาไปปลูกให้มีอัตราการรอดตายสงได้
ู
ิ
ดนสําหรบเพาะเมล็ด ถ้าหากพื นทอยู่ใกล้ปาบรเวณปาสนเขาควรจะใช้ดนจาก
่
่
ิ
ี
ิ
ั
ิ
ึ
ิ
ิ
ิ
บรเวณปาสนโดยเอาเฉพาะหน้าดน (top soil) ซงลึกประมาณ 10 - 15 เซนตเมตร เพราะปกตแล้วกล้า
่
์
่
ื
์
ิ
ิ
ิ
ไม้สนจะเจรญเตบโตและแข็งแรงได้ต้องมีเช อไมคอรไรซา (mycorrhiza) ผสมอยู่ในดนด้วย ไมคอร
ื
ื
่
ื
ึ
่
ิ
ไรซาคอเช อราชนดหนงซงชอบเกาะอาศัยอยู่ตามเรอนรากของไม้สนเขาโดยไม่ทําอันตรายแกราก
ึ
ี
ี
่
่
่
ุ
ู
แตกลับชวยเพิ มบรเวณพื นทให้แกรากและในขณะเดยวกันก็ชวยเพิ มอัตราการดดซับธาตอาหารใน
ิ
่
่
ดนของรากโดยเฉพาะในดนทมีความช นน้อย ไมคอรไรซายังชวยยืดอายุของรากและเพิ มประสทธ
ื
ิ
ิ
่
ิ
ิ
์
ี
่
่
ี
่
ึ
์
ภาพการทํางานของรากให้ดข น นอกจากนั นไมคอรไรซายังชวยให้รากมีความต้านทานโรค เชน
ี
่
่
ิ
ื
โรครากเนาทเกดจากเช อราพวก Phytophthora spp. และ Pythium spp. และชวยให้รากมีความต้าน
ู
ิ
็
ทานตอสารเปนพิษทมีอยู่ในดน ความเปนกรดและอุณหภมิของดนทสงมากเกนไป ไมคอรไรซายัง
ู
ี
็
ิ
ิ
ี
่
์
่
ุ
่
ุ
ี
ชวยทําให้แรธาตในดนซงสลายตัวได้ยากละลายเปนธาตอาหารของต้นไม้ได้ดข นอีกด้วย เช อราไม
่
ึ
ึ
็
ื
ิ
ี
่
็
่
ื
์
ี
คอรไรซาทเกาะอาศัยอยู่ตามเรอนรากของไม้สนน เปนการพึงพากันแบบ Symbiosis แตถ้าพื นทเพาะ
ี
ิ
ิ
่
ิ
ิ
เมล็ดอยู่ไกลจากบรเวณปาสนเขา หาแหล่งดนจากปาสนธรรมชาตลําบาก ก็สามารถใช้หน้าดนจาก
่
ิ
ิ
ั
่
่
ิ
ุ
ปาสนเพียงบางสวนมาผสมกับดนทั วไป ซงถ้าเปนดนสําหรบบรรจในถุงชําก็ใช้หน้าดนจากปาสน
็
่
ึ
ธรรมชาตผสมตั งแต 5 เปอรเซ็นต์ข นไปก็ใช้ได้แล้ว แตในแปลงเพาะเมล็ดซงใช้ดนไม่มากนักก็ควร
ิ
ิ
ึ
์
่
ึ
่
ิ
ใช้สวนผสมทมากข น สําหรบพื นทซงไม่สามารถหาแหล่งดนจากปาสนธรรมชาตได้ ก็สามารถใช้
ี
่
ี
ิ
ึ
่
ึ
ั
็
เหดซงมีชอทางวิทยาศาสตรว่า Pisolithus tinctorius (Pers.) Coker & Couch ซงมีชอสามัญหลายชอ
ื
ื
ึ
ึ
์
ื
็
็
ี
็
ิ
็
็
่
่
เชน เหดก้อนกรวด เหดดนแดง และเหดขลําหมา เปนต้น เปนเหดทออกในฤดฝนในปาสนธรรมชาต ิ
็
ู
หรอสวนปาไม้สน ดอกเหดมีลักษณะเปนก้อนกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 - 12 เซนตเมตร มี
่
ื
ิ
็
็
่
ี
ฐานโคนดอกคล้ายก้านดอก (pseudostem) ยาวประมาณ 1 - 8 เซนตเมตร สนํ าตาลเชนเดยวกับดอก
ิ
ี
156
ี
็
ี
ี
็
เหด ดอกเหดขณะทยังอ่อนมีผิวเรยบบางสนํ าตาลเมื อผ่าจะพบเม็ดสขาว (peridioles) ขนาดตางๆ
่
ี
่
็
็
ิ
ี
กระจายอยู่ในดอกเหด (gleba) ซงเปนทเกดของสปอร เมื อดอกเหดแกเมล็ด peridioles จะเปลี ยนเปน
์
็
ึ
็
็
ี
ี
็
็
สนํ าตาลเข้มแห้งเปนผง ผิวเปลือกดอกเหดด้านบนจะเปลี ยนเปนสนํ าตาลเข้มจนถึงดําและแตกเพื อ
ิ
ิ
ุ
่
์
็
่
ให้สปอรได้แพรกระจายพันธ์โดยกระแสลมและนํ าฝน ในทางปฏิบัตเราจะนําเหดชนดน ีมาผึงในรม
ิ
ให้แห้งแล้วนํามาบดให้ละเอียด นําไปคลุกกับทรายทเปยกช นกอนนําไปผสมกับดนทใช้เพาะเมล็ด
ี
ี
ื
ี
่
ี
ิ
ี
็
ี
่
หรอถ้าดนเปนดนรวนปนทรายทเหมาะสมอยู่แล้วก็เอาเหดทบดแล้วผสมกับดนโดยตรง ดนทเหมาะ
ิ
ิ
ิ
ื
็
่
ิ
ึ
ี
็
ิ
ั
ั
สมสําหรบการเพาะเมล็ดควรเปนดนรวนปนทราย (sandy loam) ซงมีการระบายนํ าด สําหรบดนใน
ี
ุ
์
ิ
กรณอื นควรผสมทรายลงไปด้วยประมาณ 50 เปอรเซนต์ ดนทใช้จะต้องทบให้ละเอียดเก็บเอาเศษไม้
็
ี
ึ
ิ
ู
ึ
หน และกรวดออก แล้วจงนําไปใสในแปลงเพาะโดยใสให้เต็มขอบแปลงซงสงจากพื นดนประมาณ
ิ
่
่
ึ
่
ิ
10 เซนตเมตร เกลี ยตบแตงหน้าดนโดยใช้ไม้ซงมีขนาด 10 x 40 เซนตเมตร หนาประมาณ 2
ิ
ิ
เซนตเมตร ให้ระดับเสมอกับขอบแปลงเสรจแล้วทําการรดนํ าและพ่นยาฆ่าแมลงให้ทั วแปลงและ
็
ิ
ึ
ึ
ิ
ิ
รอบๆ แปลง ท งไว้ระยะหนงเพื อให้ดนเกาะตัวกันแล้วจงทําการหว่านเมล็ด
ื
ี
ี
ในกรณทเพาะเมล็ดปรมาณไม่มากนัก ก็สามารถเพาะในกระบะสังกะส ไม้ หรอ
ิ
ี
ิ
ู
ี
ึ
ิ
พลาสตกซงมีขนาด 40 x 40 เซนตเมตร สงประมาณ 12 เซนตเมตร ซงเปนขนาดทพอเหมาะไม่เล็ก
ึ
็
ิ
่
ี
ึ
ิ
หรอใหญเกนไปเคลื อนย้ายได้สะดวกแทนแปลงเพาะเมล็ดได้ ซงขั นตอนตางๆ ในการเตรยมดนก็ทํา
ิ
่
ื
เชนเดยวกัน
ี
่
ี
ิ
ึ
เมื อเพาะเมล็ดคร ังหนงแล้วควรจะเปลี ยนดนในแปลงหรอกระบะนั นเสยใหม่ เพื อ
ื
ี
ึ
่
ี
ี
้
ปองกันมิให้เมล็ดทเราเพาะคร ังกอนๆ ทยังไม่งอกหลงเหลืออยู่อาจจะงอกปะปนข นมากับเมล็ดทเรา
ิ
ื
ื
ิ
่
หว่านลงไปใหม่ เมื อตักหรอเทดนเกาออกแล้วควรจะตากแปลงหรอกระบะท งไว้สัก 2 - 3 วันเพื อฆ่า
ื
ี
ึ
่
่
็
ื
ั
เช อราซงจะเปนอันตรายตอเมล็ดหรอกล้าไม้ทจะทําการเพาะคร งตอไป
่
การหวานเมล็ด (Sowing of Seed) เมล็ดที จะนํามาหว่านจะต้องทราบ
็
์
่
่
ี
่
เปอรเซนต์การงอกเสยกอน เพื อจะได้คํานวณถูกว่าแตละขนาดของแปลงเพาะใช้เมล็ดหนักเทาไร
่
ี
และจะได้กล้าไม้จํานวนเทาใดโดยทั วไปเมล็ดไม้สนเขาทเก็บจากต้นและสกัดเมล็ดออกแล้ว จะทํา
ี
การตรวจสอบคณภาพของเมล็ด เชน ความสะอาดของเมล็ด (purity) ความมีชวิตของเมล็ด
ุ
่
(viability) อัตราการงอกของเมล็ด (germination) และนํ าหนักของเมล็ด (1000 seed weight) เพื อ
ิ
ั
่
ั
คํานวณหาจํานวนเมล็ดตอกโลกรม ตลอดจนการเก็บรกษาเมล็ดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
ี
ิ
่
ิ
ั
ปรมาณเมล็ดไม้แตละชนดทเหมาะสมสําหรบแปลงเพาะขนาด 1 x 4 เมตร และจํานวนกล้าไม้ทจะ
ี
ได้ แสดงในตารางท 68
ี
157
ั
่
ิ
ํ
ตารางที 68 ปรมาณเมล็ดที เหมาะสมสาหรบแปลงหวานเมล็ดขนาด 1 x 4 เมตร
ชนดไม้ นํ าหนัก (กรัม) จํานวนกล้าไม้ทจะได้
ิ
ี
สนสามใบ (Pinus kesiya) 200 7,200 – 8,200
ิ
สนคารเบย (Pinus caribaea) 200 6,400 – 7,400
ี
ู
ู
สนเทคนมาน (Pinus patula ssp. tecunumanii) 200 8,500 – 9,500
ี
์
สนโอคารปา (Pinus oocarpa) 200 8,500 – 9,500
สนสองใบ (Pinus merkusii) 400 7,200 – 8,200
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ี
ิ
การหว่านเมล็ดจะใช้มือหว่านแบบกระจัดกระจาย (broadcast sowing) โดยให้มี
ี
ิ
ี
ระยะสมําเสมอคลุมพื นทโดยตลอด ระวังอย่าให้เมล็ดซ้อนกันเพื อปองกันมิให้เมล็ดตดมือในขณะท
้
ิ
ทําการหว่านเมล็ด ก่อนหว่านต้องเช็ดมือให้แห้งสนท
เมื อหว่านเมล็ดเสรจแล้วใช้ไม้เกลี ยดนโดยใช้ทางด้านแบนกดทับเมล็ดให้ฝงลงไป
็
ิ
ั
่
้
ิ
ในดนโดยให้สวนบนสดของเมล็ดเสมอกับผิวดน ทั งน ีเพื อปองกันมิให้เมล็ดซ้อนกันหรอรวมกัน
ื
ิ
ุ
ี
ั
ี
ิ
ี
่
เปนกลุ่มในเวลาทรดนํ า ขณะทรดนํ าดนในแปลงกอนหว่านเมล็ดและหลังจากทใช้ไม้กดทับเมล็ดฝง
็
ึ
ิ
ี
่
ิ
ิ
ลงไปในดนแล้วจะทําให้ดนยุบลงไปประมาณครงเซนตเมตร สวนทยุบลงไปนั นใช้ทรายละเอียด
โรยทับหรอกลบลงไปบนเมล็ดอีกทหนงให้หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ทรายดังกล่าวจะชวยให้นํ าท
ี
ึ
ี
่
ื
่
ิ
ึ
รดซมลงไปในแปลงได้สะดวก เพราะทรายไม่เกาะตัวตดกันเมื อถูกนํ าและยังจะชวยให้ไม่เกดนํ าขัง
ิ
ี
้
ิ
ึ
บนหน้าแปลงอีกด้วย จากนั นก็นําแผ่นปายพลาสตกสเหลืองขนาด 1.5 x 10 เซนตเมตร ซงบันทก
ึ
ิ
ื
ี
ด้วยดนสอดําบอกชนดไม้ ถิ นกําเนด จํานวนหรอนํ าหนักเมล็ดทใช้เพาะและวันททําการเพาะ
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
สําหรบวันงอก วันย้ายชํา และจํานวนกล้าไม้ทย้ายชํานั นให้เขยนเพิ มเตมทหลังมาตดไว้กับฝาครอบ
ี
ี
ั
ื
ื
ุ
แปลงหรอเสาเรอนเพาะเมล็ดต้นทอยู่ใกล้ทสดกับแปลงนั นๆ ก็ได้
ี
ี
้
ํ
การใหนา ในขณะที เมล็ดยังไม่งอกควรรดนํ าทั งเช้าและเย็นเพื อให้แปลงชุ่มชื นอยู่
ั
ื
็
ื
ี
ิ
เสมออย่าให้แฉะหรอนํ าขังหน้าแปลง โดยใช้บัวรดนํ าชนดทหัวหรอฝกบัวเปนฝอยละเอียดหรออาจ
ื
ื
ื
ใช้ถังเครองพ่นยาก็ได้ ถ้าจะให้ดควรผสมยาฆ่าเช อราลงไปด้วย โดยทั วไปเมล็ดไม้สนเขาจะงอกหลัง
ี
ี
่
จากเพาะไปแล้วประมาณ 7 - 10 วัน หลังจากเมล็ดงอกแล้วจะต้องลดการให้นํ าลงจะรดนํ าเทาทจํา
ื
็
ึ
็
ิ
ิ
่
เปนเมื อเหนว่าดนในแปลงนั นแห้งจรงๆ เทานั น ซงอาจจะเพียงวันละคร ังในตอนเย็นหรอวันเว้นวัน
ึ
ข นอยู่กับสภาพอากาศในชวงนั น มิฉะนั นแล้วจะทําให้กล้าไม้เกดโรคเนาคอดน (damping off) ได้
ิ
่
ิ
่
งาย
่
158
ํ
้
การยายชา (Transplanting)
็
ี
ขั นตอนน เปนหัวใจสําคัญของการเพาะชํากล้าไม้ ผู้ปฏิบัตจะต้องใช้ความ
ิ
่
็
ระมัดระวังและเอาใจใสเปนพิเศษ เพราะการย้ายกล้าไม้จะได้รบความกระทบกระเทอนและต้อง
ั
ื
ุ
ั
่
ปรบตัวอย่างมาก การกระทําทกขั นตอนจะมีผลตออัตราการรอดตายและความแข็งแรงของกล้าไม้
ี
่
การย้ายชําควรจะทําในตอนบายโดยเฉพาะหลังบายสองโมงไปแล้ว เพราะจะทําให้กล้าไม้ทเราชํา
่
ฟนตัวได้เรวกว่าทชําในตอนเช้า เนองจากชวงระยะเวลาทกล้าไม้ถูกแดดหลังจากย้ายชําสั น และมี
ี
่
็
ื
ี
ื
ั
ี
ื
เวลาปรบตัวในอากาศทเย็นตลอดทั งคน
ั
ํ
ํ
ดินสาหรบบรรจุถุงชา (Potting Soil) ใช้ดินเช่นเดียวกับดินสําหรับเพาะเมล็ด
่
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ื
์
ิ
คอ หน้าดนจากบรเวณปาสนเขา หรอใช้ดนจากบรเวณปาสนเขาไม่ตํากว่า 5 เปอรเซ็นต์ ผสมกับดน
ื
ทั วไป หรอใช้สปอรของเหดดนแดง (Pisolithus tinctorius) ผสมกับดนทั วไป และถึงแม้จะใช้หน้า
็
ื
ิ
์
ิ
ิ
็
็
ี
์
็
่
ดนจากปาสนเขาก็ตามถ้าสามารถนําสปอรของเหดดนแดงมาผสมด้วยก็ยิ งเปนผลด เพราะเปนการ
ิ
่
ี
ี
ื
ึ
ิ
ิ
ิ
เพิ มเช อไมคอรไรซาลงไปจะทําให้กล้าไม้เจรญเตบโตดยิ งข น ในทางตรงกันข้ามถ้าหากดนทใช้ขาด
์
ิ
ี
่
์
ิ
ื
เช อไมคอรไรซาจะทําให้กล้าไม้สนเขาโดยเฉพาะหลังจากย้ายชําแล้วชะงักการเจรญเตบโตทันท ถึง
แม้จะเพิ มธาตอาหารทจําเปนตอการเจรญเตบโตแกกล้าไม้ดังกล่าวแล้วก็ตาม ส งทต้องคํานงถึงอีก
็
่
ี
ี
ิ
ุ
ิ
่
ิ
ึ
ี
ึ
ิ
็
่
็
็
ิ
ื
อย่างหนงก็คอดนทใช้ควรต้องเปนดนรวนปนทรายซงมีการระบายนํ าด มีความเปนกรดและเปน
ี
ึ
อินทรยวัตถุย่อยสลายแล้ว
ี
ิ
ิ
บรเวณทจะขุดหน้าดนจากปาธรรมชาตควรเลือกขุดบรเวณใต้รมไม้ใหญ ทั งน
่
ิ
่
ิ
ี
ี
่
ี
ึ
เพราะจากการสังเกตพบว่าดนดังกล่าวเมื อนํามาบรรจถุงชํากล้าไม้แล้ว วัชพืชทเกดข นภายหลังในถุง
ิ
ุ
ิ
ชําจะน้อยกว่าในดนทขุดจากทโล่งแจ้ง อาจจะเปนเพราะมีเมล็ดวัชพืชปะปนมาน้อยกว่าก็ได้ ดน
ิ
็
ี
ี
ิ
ุ
็
่
ู
ุ
่
กอนบรรจถุงควรทบให้ละเอียดพอสมควรเสรจแล้วรอนผ่านตะแกรงลวดรโตเส้นผ่าศูนย์กลาง
้
ี
ประมาณ 1 เซนตเมตร พรอมทั งแยกเอากรวด หน เศษไม้และเศษหญ้าออกเสยกอน
ิ
ิ
่
ี
็
ิ
ี
ในกรณทหาหน้าดนจากปาสนเขาไม่ได้จําเปนต้องมีการเตรยมดนโดยนําดนทใช้
ิ
่
ี
ี
ิ
่
ุ
๋
ุ
นั นมาเข้าเครองโม่หรอทบให้ละเอยดเสยกอน เสรจแล้วจะต้องมีสวนผสมของปยคอก ปยหมัก ปย
๋
๋
ี
็
่
ุ
ุ
ื
ี
ื
่
ื
ื
เคมี ทราย แกลบหรอขุยมะพราวลงไปด้วยอย่างใดอย่างหนงหรอหลาย ๆ อย่างรวมกันแล้วแตความ
้
ึ
่
ั
ุ
ี
่
ิ
ิ
ิ
เหมาะสม สําหรบสัดสวนในการผสมนั นข ึนอยู่กับชนดและคณภาพของดนทเราจะใช้ เชนดน
ุ
เหนยวอาจทําให้รวนกอนโดยผสมทราย แกลบหรอขุยมะพราว ถ้าดนนั นขาดแรธาตอาหารทกล้าไม้
ื
่
ิ
ี
ี
้
่
่
็
๋
ิ
ุ
ต้องการก็ต้องผสมปยลงไปด้วย นอกจากน ีควรจะนําดนทผสมแล้วไปทําการตรวจสอบความเปน
ี
่
็
ิ
ี
่
็
ั
กรดเปนดาง เพราะไม้สนเขาจะชอบดนทมีคาความเปนกรดระหว่าง 5 - 5.8 สําหรบการปรบความ
ั
เปนกรดเปนดางของดนอาจใช้ปนขาว แกลบดําหรอสารเคมีอื นๆ ผสมลงไป และส งทจะลืมไม่ได้ก็
่
ิ
ี
็
ู
็
ื
ิ
ิ
็
ื
่
์
คอต้องใสสปอรของเหดดนแดง (Pisolithus tinctorius) ลงไปด้วย
159
ี
ื
ื
ิ
การผสมดนควรใช้แรงงานคนไม่ควรใช้เครองผสมคอนกรต เนองจากการใช้
เครองนั นทํางานได้ช้าเพราะพื นทผสมจํากัด (limited capacity) และเครองออกแบบมาใช้ผสม
ื
ี
ื
ี
ี
่
็
ี
ึ
็
ื
ี
คอนกรตเทานั น การผสมคอนกรตจะใช้นํ าเปนตัวประสานหรอเรยกว่าเปนการผสมเปยก จงทําให้
่
่
ี
่
ิ
ื
็
ี
สวนประกอบของคอนกรตสามารถผสมเปนเน อเดยวกันได้งาย แตเมื อนํามาใช้ผสมดนไม่สามารถ
่
ุ
็
ใช้นํ าเปนตัวประสานวัสดตางๆ ได้เพราะต้องผสมแห้ง และนอกจากน ีวัสดตางๆ ทใช้เปนสวนผสม
็
่
ี
่
ุ
ิ
่
๋
ุ
ึ
่
่
่
ื
ิ
เชน ดน ปย ทราย และอื นๆ ซงแตละชนดความหนาแนน (density) ไม่เทากันเวลานําเข้าเครองผสม
ี
จงเปนไปได้ยากทจะผสมเปนเน อเดยวกันได้งาย สวนการผสมด้วยมือหรอใช้แรงงานคนโดยใช้พลั ว
ื
ื
ี
่
็
่
็
ึ
่
่
ปลายตัดและจอบชวยในการผสม ขณะททําการผสมสามารถทําการคลุกเคล้าสวนผสมให้เข้ากันได้
ี
่
่
ี
่
ื
็
งาย โดยสามารถมองเหนด้วยว่าสวนผสมนั นได้ทแล้วหรอยังนอกจากน ีการผสมแตละคร ังยังทําได้
็
ี
เปนจํานวนมากเพราะพื นทไม่จํากัด
ิ
ุ
การผสมดนควรจะทําล่วงหน้าเตรยมไว้ให้พอใช้สําหรบบรรจถุงอย่างน้อย 2 - 3
ี
ั
ี
ื
่
วัน ไม่ควรจะผสมใช้วันตอวันเพราะบางคร ังอาจจะทําให้ขั นตอนในการเตรยมถุงชําชะงักหรอล่าช้า
ี
ไป ดนทผสมแล้วควรจะเก็บไว้ในโรงเรอนทสามารถกันแดดกันฝนได้โดยเฉพาะในกรณทจะต้อง
ี
ี
ิ
ี
ื
เก็บดนดังกล่าวไว้เปนระยะเวลานานเพื อรอการใช้หรอบรรจถุง
ุ
ิ
ื
็
ขนาดถุงพลาสติก ถุงพลาสติกสําหรับบรรจุดินเพื อชํากล้าไม้โดยทั วไปควรจะ
ี
ื
ี
ึ
ใช้ถุงพลาสตกสดําหรอทบแสง ซงจะดกว่าการใช้ถุงใสหรอถุงทแสงลอดผ่านได้เพราะการใช้ถุง
ี
ื
ิ
ึ
พลาสตกสดําหรอทบแสงจะทําให้ดนในถุงเก็บความช นได้ดกว่า ระบบรากของกล้าไม้จะดกว่าเนอง
ื
ึ
ี
ี
ี
ื
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
ุ
ิ
จากปกตแล้วรากจะไม่ชอบแสง ดังนั นจงสามารถเจรญออกไปได้ทกด้าน ไม่เกดตะไครนํ าบนดน
่
ิ
ึ
ี
หน้าถุง นอกจากน ีแล้วอายุการใช้งานยังยาวนานกว่าและราคาก็ยังถูกกว่าอีกด้วย ขนาดถุงชําทใช้
สําหรบไม้สนเขาควรจะเปนขนาด 10 x 17 เซนตเมตร (4" x 6.5") หนา 0.1 มิลลิเมตร นํ าหนัก 1
ั
็
ิ
ั
กโลกรม จะมีจํานวนถุงประมาณ 700 ถุง ขนาดดังกล่าวเมื อบรรจดนเต็มและพับแตงก้นถุงแล้วจะมี
ุ
ิ
่
ิ
ิ
ู
ความสงของถุงประมาณ 13 เซนตเมตร (5") และเส้นผ่าศูนย์กลางของปากถุงประมาณ 6.5
ื
ิ
เซนตเมตร (2.5") ปกตแล้วกล้าไม้สนสามใบหลังจากย้ายชําในถุงแล้วอายุประมาณ 6 เดอน มีใบเต็ม
ิ
วัยแล้ว เรอนยอดหรอพุ่มใบจะมีความกว้างประมาณ 12 เซนตเมตร ความสงของลําต้นพ้นจากปาก
ื
ื
ิ
ู
ถุงประมาณ 20 เซนตเมตร (8") ซงกล้าไม้ขนาดดังกล่าวเมื อนําไปปลูกแล้วจะมีเปอรเซ็นต์การรอด
ึ
ิ
์
ตายสงอาจจะเปนเพราะขนาดของเรอนยอด ความสงของลําต้นและความยาวของเรอนรากได้สัด
ื
ู
ู
็
ื
ี
่
ี
่
สวนกันพอดนั นเอง ถ้าใช้ถุงทมีขนาดความกว้างน้อยกว่าน ีจะทําให้ชองว่างระหว่างต้น (spacing)
ิ
ู
่
่
ิ
ของกล้าไม้แคบลงทําให้กล้าไม้เรงเตบโตทางด้านความสงมากเกนไป เนองจากต้องแกงแย่งแสง
ื
ึ
ึ
ิ
ุ
สว่างซงกันและกัน สวนความหนาของถุงนั นถ้าน้อยเกนไปจะทําให้การบรรจดนทําได้ไม่สะดวกซง
่
ิ
่
ี
ิ
อาจฉกขาดได้งาย การเรยงถุงก็ทําได้ยากและดไม่สวยงามเพราะเมื อบรรจดนแล้วถุงดนจะงอพับ
ุ
ี
ิ
ู
และตบแตงได้ยาก
่
160
ี
ู
่
่
่
ิ
ิ
ุ
ถุงพลาสตกกอนนําไปบรรจดนต้องเจาะรเสยกอนเพื อชวยระบายนํ าออกจากถุงชํา
ิ
ิ
่
ิ
ิ
ื
เมื อเวลารดนํ าหรอฝนตกมากเกนไป เพราะถ้าเกดนํ าขังในถุงชําแล้วอาจจะทําให้เกดโรคเนาคอดน
ี
ู
แกกล้าไม้ได้ในขณะทยังเล็กอยู่ ทําการเจาะโดยใช้เหล็กสําหรบเจาะรปะเก็นหรอสายพาน ขนาดร
่
ื
ู
ั
ุ
ั
ู
่
ู่
กว้างประมาณ 7 มิลลิเมตร (2 หน) สําหรบถุงขนาด 4" x 6.5" ให้เจาะเปนร คแรกหางกันประมาณ 5
็
ี
่
ู
ึ
ิ
ู่
ึ
ู่
ิ
เซนตเมตร สงข นจากก้นถุงประมาณ 3 เซนตเมตร และคทสองหางจากคแรกข นมาทางปากถุงอีก 3
่
ู
ิ
เซนตเมตร โดยให้อยู่ในแนวเดยวกันเมื อคลี ถุงออกแล้วแตละถุงจะมีรอยู่ทางสวนล่างทั งหมด 8 ร
ู
่
ี
่
่
ู
ิ
ี
ุ
ิ
เวลาบรรจดนใสถุงและขยุ้มก้นแตงให้แบนราบแล้ว 4 รแรกก็จะอยู่บรเวณขอบก้นถุงพอด ปกตแล้ว
ิ
คนงานวันหนงจะเจาะถุงพลาสตกได้ประมาณ 40 กโลกรม/1 คน
ิ
ิ
ึ
ั
่
การบรรจุดินใสถุง (Filling the pots) ดินที จะใช้บรรจุถ้าแห้งเกินไปควรจะรด
ิ
ุ
ึ
นํ าลงไปเล็กน้อย ใช้พลั วคลุกให้ทั วโดยกะให้เน อดนช นและเกาะตัวกันซงจะทําให้การบรรจดนใส
ื
ิ
ื
่
็
ุ
่
ิ
ึ
ึ
ถุงสะดวกและรวดเรว การบรรจดนใสถุงเร มแรกบรรจดนใสถุงประมาณครงถุงยกปากถุงข นและ
ิ
่
ุ
ิ
้
ี
ี
่
กระแทกก้นถุงกับพื น พรอมใช้มือขยุ้มพับก้นถุงแตงให้แบนราบเพื อทจะได้สะดวกตอการจัดเรยง
่
็
ิ
่
ิ
เสรจแล้วบรรจดนเพิ มให้เต็มถุงโดยไม่พับปากถุงและกระแทกให้ดนแนนเสมอตลอดทั งถุง การ
ุ
บรรจดนไม่เต็มถุงจะทําให้การจัดเรยงถุงทําได้ไม่สะดวกและล่าช้า และเมื อชํากล้าไม้เแล้วนานไป
ิ
ี
ุ
ิ
ั
จะทําให้ปากถุงพับงอเข้าหาโคนต้นกล้าซงจะทําให้พื นทการรบนํ าบรเวณปากถุงลดลงเมื อรดนํ าจะ
ี
ึ
ี
ึ
ื
่
ี
รบนํ าน้อยลงไป นอกจากน เมื อกล้าไม้ทชําโตข นสัดสวนของรากและลําต้นจะไม่ดเทาทควรคอราก
ี
ั
ี
่
ู
ี
อาจจะสั นไปเมื อเทยบกับความสงของลําต้น
่
่
เพื อสะดวกตอการปฏิบัตงานและหลีกเลี ยงปญหาการย้ายกองดนบอย ๆ ในเรอนชํา
ั
ิ
ื
ิ
ุ
ุ
ิ
่
ิ
ื
ื
่
ื
ุ
ึ
ี
การบรรจดนใสถุงควรจะทํานอกเรอนชําหรอในโรงเรอน เมื อบรรจดนแล้วจงนําถุงทบรรจดนใสลัง
ิ
่
ิ
ิ
ื
ิ
เพื อจะได้สะดวกตอการนับและการขนสงไปจัดเรยงในเรอนชําตอไป ดนจํานวน 1 ควบกเมตร จะ
ี
่
่
ุ
ื
ุ
ิ
บรรจถุงขนาด 4" x 6.5"ได้ประมาณ 2,200 ถุง (1 ถุง จะจดนประมาณ 0.000437 ควบกเมตร หรอ
ิ
ิ
ี
่
ุ
ิ
ี
437 ซ.ซ.) คนงาน 1 คน จะบรรจดนใสถุงได้ประมาณ 1,000 ถุง/วัน
ี
การจัดเรยงถุง (Stacking the Pots) เพื อจะได้สะดวกต่อการปฏิบัติงานใน
็
ู
แปลง เชน การย้ายชํา การถอนวัชพืช การจัดชั นความสงและอื นๆ ควรจัดเรยงถุงชําเปนแปลงขนาด
ี
่
ี
ความกว้างของแปลงไม่ควรจะเกน 1 เมตร สําหรบความยาวนั นให้พิจารณาตามสภาพของพื นทและ
ิ
ั
ั
ความคล่องตัวในขณะปฏิบัตงาน สําหรบถุงขนาด 4" x 6.5" เมื อบรรจดนเต็มถุงแล้วเส้นผ่าศูนย์กลาง
ิ
ุ
ิ
ิ
ี
็
ของปากถุงจะประมาณ 6.5 เซนตเมตร ควรจะจัดเรยงถุงเปนแปลงๆ ละ 480 ถุงด้านกว้างแถวละ 12
ึ
่
ิ
ถุง ด้านยาว 40 ถุง ซงขนาดของแปลงก็จะเทากับ 78 x 260 เซนตเมตร สําหรบการวางแปลงนั นให้
ั
ื
เว้นชองว่างด้านข้างระหว่างแปลงและด้านหัวหรอท้ายของแปลงกว้างประมาณ 30 เซนตเมตร เพื อ
ิ
่
161
ี
ู
ั
็
ิ
ื
ใช้เปนทางเดนในเวลารดนํ าและการดแลรกษาอื นๆ ในพื นทของเรอนชําขนาด 3 x 3 เมตร จะจัดวาง
ี
ี
ื
ี
ี
แปลงเรยงถุงได้ 3 แปลงพอดหรอพื นท 1 ตารางเมตรจะวางเรยงถุงได้ 160 ถุง
ุ
ี
ี
้
่
เมื อเตรยมทกอย่างพรอมแล้วกอนจะทําการย้ายชํากล้าไม้ต้องรดนํ าในถุงชําเสย
ิ
ื
ู่
่
ึ
ิ
กอนเพื อให้ดนช นและเกาะตัวซงกันและกัน รดนํ าคร ังแรกแล้วปล่อยท งไว้สักครรดนํ าซํ าลงไปอีก
ี
ิ
ึ
ึ
คร ังหนงเพื อให้ซมลงไปจนทั วถุงถ้ายังไม่ทั วดอาจรดซํ าอีก ปกตการรดนํ าคร ังแรกนํ าจะซมลงไปใน
ึ
่
ึ
็
ถุงได้ประมาณ 1/3 ของถุงเทานั นจงจําเปนต้องรดนํ าหลายคร ัง โดยทั วไปแล้วจะรดนํ าถุงชําในตอน
ึ
่
็
่
ึ
่
เช้าและจะชํากล้าไม้ในตอนบายซงกอนจะชําให้รดนํ าถุงชําอีกคร ังหนง เสรจแล้วใช้ไม้แทงกลม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนตเมตร ยาว 20 เซนตเมตร เส ยมปลายด้านหนงแหลมคล้ายดนสอดําเพื อ
ึ
ิ
ิ
ิ
ี
แทงลงไปในดนในถุงชําให้ลึกและกว้างพอเหมาะกับขนาดของรากกล้าไม้ทจะใช้ชํา แทงนําเปนร
ี
ิ
ู
็
ไว้กอนโดยกะให้รนั นอยู่ตรงกึงกลางถุงพอด ี
ู
่
้
้
ํ
การชากลาไม กล้าไม้สนทั ง 5 ชนิดมีการเจริญเติบโตในแปลงเพาะเมล็ดใกล้
ิ
ู
เคยงกันหลังจากการงอกแล้วประมาณ 14 วัน ก็จะสงประมาณ 6 เซนตเมตร ซงเปนขนาดเดยวกัน
ี
ี
ึ
็
่
และสามารถย้ายชําได้ แตในสนสองใบหลังจากย้ายชําได้ระยะหนงการเจรญเตบโตทางด้านความสง
ึ
ู
ิ
ิ
็
ิ
ิ
ก็จะหยุดลงชั วคราวและจะเจรญเตบโตด้านข้าง โดยใบจะแตกออกทางด้านข้างเปนพุ่มหนาล้อม
็
ี
็
รอบลําต้นและจดยอด (terminal bud) ระยะน ีเรยกว่าระยะทเปนสภาพหญ้า (grass stage) จําเปนต้อง
ี
ุ
ิ
ื
ื
ี
ึ
ท งไว้ในเรอนชํานานถึง 18 เดอน จงสามารถนําไปปลูกในพื นทได้
่
ี
ู
ขนาดของกล้าไม้สนเขาทพอเหมาะแกการย้ายชําจะมีความสงประมาณ 4 - 6
เซนตเมตร ความยาวของรากแก้วประมาณ 2.5 เซนตเมตร และมีรากข้าง (lateral root) เร มปรากฏมา
ิ
ิ
ิ
่
2 - 3 ราก ซงกล้าทได้ขนาดน ีจะมีอายุประมาณ 14 วัน หลังจากการงอกกอนการย้ายชําจะต้องรดนํ า
ี
ึ
ึ
่
ึ
่
ี
ี
แปลงเพาะเมล็ดให้เปยกโชกเสยกอนซงจะทําให้สามารถดงกล้าไม้ออกได้งาย กล้าจะได้ไม่กระทบ
ื
็
ิ
ั
ุ
่
ิ
็
กระเทอนมากนัก ด้วยเหตน ีต้องไม่ลืมว่าดนสําหรบเพาะเมล็ดจะต้องเปนดนรวนปนทราย ถ้าเปน
่
ดนทคอนข้างเหนยวแล้วก็ต้องนํามาผสมทรายเสยกอนเพราะไม่เชนนั นแล้วการย้ายชําเมื อดงกล้าไม้
ิ
ึ
ี
่
ี
ี
่
ื
ั
ออกจากแปลงเพาะเมล็ดกล้าจะได้รบความกระทบกระเทอนมาก
ุ
ึ
ื
กล้าไม้ทถอนข นมาจากแปลงเพาะควรจะพักหรอเก็บไว้ในภาชนะซงมีนํ าบรรจอยู่
ึ
ี
่
ี
เล็กน้อยขนาดพอทวมต้นกล้าทใสลงไป การถอนกล้าไม้จากแปลงเพื อไปชําแตละคร ังสําหรบคน
่
่
ั
็
งาน 1 คนไม่ควรจะเกน 300 กล้า เมื อชําเสรจแล้วคอยกลับมาถอนไปชําใหม่ จากจํานวนกล้าดัง
ิ
่
ิ
กล่าวจะทําให้การชําแล้วเสรจภายใน 1 ชั วโมง ทั งน ีเพื อปองกันมิให้กล้าไม้ต้องถูกถอนและท งไว้
้
็
ิ
นานจนเกนไป
ี
กล้าไม้ในแปลงเพาะเมล็ดแปลงเดยวกันทจะทําการย้ายชําจะมีอยู่หลายขนาดเนอง
ื
ี
ึ
จากเมล็ดทเพาะลงไปในแปลงหนงๆ นั น ไม่สามารถงอกพรอมกันหมดในวันเดยวกันนั นเอง ดังนั น
ี
ี
้
ี
ี
ื
ี
ึ
่
กอนชําควรจะคัดเลอกเอากล้าไม้ทมีขนาดเดยวกัน ไปชํารวมไว้ในแปลงชําเดยวกันซงจะทําให้กล้า
162
ิ
ิ
ี
ี
ั
็
ไม้ในแปลงชํานั นๆ เจรญเตบโตอย่างสมําเสมอกัน สําหรบกล้าไม้ทเหนว่าไม่แข็งแรง ลักษณะไม่ด
ิ
หรอรากไม่สมบรณก็ควรจะคัดแยกท งไป เพราะกล้าไม้เหล่าน ีเมื อนําไปชําแล้วรอดตายยากและทํา
ู
์
ื
ให้เสยเวลาชําซอมอีกภายหลัง
ี
่
่
็
ื
วีธการชํากล้าไม้ให้ใช้มือข้างหนงหยิบสวนทเปนลําต้นหรอใบเลี ยงของต้นกล้า
ึ
ี
ี
่
ิ
ี
สอดใสสวนของรากลงไปในรทแทงนําไว้ในถุงชํา และใช้น วมืออีกข้างหนงกดดนโคนต้นกล้าให้
ิ
่
ู
ึ
แนนเพื อปองกันมิให้รากพับหรอบดงอ (root distortion) ขณะทําการชําควรจะสอดใสสวนของราก
้
ิ
ื
่
่
่
ู
ิ
ู
ให้แนบชดกับผนังรด้านใดด้านหนง แล้วใช้น วมือกดดนบรเวณปากรโคนต้นกล้าจากผนังรด้านตรง
ิ
ึ
ู
ิ
ิ
ุ
็
ี
ิ
่
่
ี
ข้ามอัดให้แนนกะให้เปนมุมเฉยงพอดกับสวนปลายสดของรากโดยอย่าให้เกดชองว่างภายในรนั น
ู
่
่
ี
็
ิ
ิ
ิ
ื
ื
ได้ ส งทต้องระมัดระวังเปนพิเศษก็คอเวลาอัดดนให้แนนรากของกล้าไม้จะต้องไม่พับหรอบดงอ
่
ิ
เพราะจะทําให้การพัฒนาของรากผิดปกตซงจะมีผลตอความแข็งแรงและการเจรญเตบโตของต้นไม้
ิ
ึ
ิ
่
ในเวลาตอไป
การดูแลรกษากลาไม ้
้
ั
่
ื
่
์
หลังจากการย้ายชําชวง 28 วันแรกจะต้องให้รมประมาณ 70 เปอรเซ็นต์ คอให้แสง
์
ผ่านถึงกล้าไม้ได้เพียง 30 เปอรเซ็นต์ โดยเอาตาขายพลาสตก (plastic net) สดํามาขงใต้หลังคาแปลง
ี
่
ิ
ึ
ึ
ี
ึ
ั
เพาะอีกชั นหนง หลังจาก 28 วัน เมื อกล้าไม้แข็งแรงดแล้วจงเอาออกเพื อให้กล้าไม้รบแสงมากข ึน
โดยทั วไปจะให้แสงผ่านถึงกล้าไม้ได้ประมาณ 60 เปอรเซ็นต์
์
ู
ื
ื
เนองจากในบางเดอนหรอบางฤดดวงอาทตย์จะเปลี ยนแนวทศทางเดน ทําให้แสง
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
แดดโดยเฉพาะเวลาบายสามารถสองผ่านลอดเข้าไปถึงบรเวณภายในบางสวนของเรอนชํามากเกน
่
ิ
่
่
ื
ื
็
ไปจนเปนเหตทําให้ใบหรอเรอนยอดของกล้าไม้ไหม้แดด (sun scorch) โดยเฉพาะกล้าไม้ทเพิ งย้าย
ุ
ื
ี
ิ
ื
ึ
่
ื
ชําหรออายุยังน้อยซงอยู่บรเวณขอบของเรอนชํา ดังนั นนอกจากจะมีการให้รมทางด้านบน
ื
่
(overhead shade) ของเรอนชําแล้ว ควรจะให้รมทางด้านข้าง (side shade) ด้วยในบางคร ังโดยเฉพาะ
่
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ทางด้านทศตะวันตกและทศใต้ของเรอนชําเพื อจะได้ลดอันตรายดังกล่าวทเกดแกกล้าไม้
หลังจากย้ายชํากล้าไม้แล้วประมาณ 10 วัน ก็จะทราบว่ากล้าไม้ในถุงชํานั นรอดตาย
หรอไม่ จากนั นก็ทําการแยกถุงทกล้าไม้ตายออกไปจัดรวมเปนแปลงใหม่ ถอนกล้าไม้ทตายออกแตง
ี
ี
่
็
ื
ี
ิ
่
ิ
ิ
ี
้
หน้าดนปากถุงและเตมดนให้เต็มพรอมทจะย้ายกล้าไม้มาชําเชนคร ังแรก เมื อย้ายถุงทกล้าไม้ตาย
่
ื
ื
ออกจากแตละแปลงแล้ว ก็นําถุงซงกล้าไม้รอดตายจากแปลงรมนอกสดของเรอนชําหรอแปลงสด
ึ
ุ
ิ
ุ
ุ่
ท้ายของกล้าไม้ทย้ายชําในรนเดยวกันมาใสแทน
่
ี
ี
กล้าไม้ทรอดตายและตั งตัวได้แล้วก็ทําการถอนวัชพืชทข นบนปากถุงออกให้หมด
ึ
ี
ี
ิ
่
ิ
่
การรดนํ าถุงชํากอนและหลังชํากล้าไม้จะทําให้ดนในถุงยุบลงไปประมาณ 1 เซนตเมตร สวนน ีจะ
้
ี
่
ต้องใช้ทรายหยาบเตมลงไปให้เต็มพรอมกับตบแตงปากถุงให้เรยบรอย ในสวนน ีถ้าไม่เตมทราย
้
ิ
่
ิ
163
ี
่
ิ
ู
หยาบลงไป ไม่นานสวนของถุงชําทสงพ้นจากดนจะงอพับเข้าหาโคนต้นของกล้าไม้ทําให้เวลาให้นํ า
ี
กล้าไม้จะได้รบนํ าไม่เต็มท เนองจากพื นทหน้าตัดของถุงชําสวนทจะรบนํ าแคบลงไป และทราย
่
ี
ั
ื
ี
ั
ี
่
ื
ิ
ี
่
้
่
ี
หยาบทโรยปากถุงน จะชวยปองกันมิให้หน้าดนจับกันแนนหรอเกดตะไครนํ า นํ าทรดลงไปสามารถ
ิ
่
ึ
ิ
้
ี
่
ซมผ่านลงไปได้สะดวกและปองกันมิให้เกดโรคเนาคอดน (damping off) แกกล้าไม้ขณะทอายุยัง
ิ
ิ
ี
ี
ื
น้อย นอกจากน ยังทําให้สะดวกต่อการถอนหญ้าหรอวัชพืชทจะเกดขึ นในถุงอีกด้วย
้
ํ
การใหนา (Overhead Watering) ในช่วง 5 สัปดาห์แรกการให้นํ าจะทําวัน
ึ
ิ
ุ่
ื
็
ละ 2 คร ังในตอนเช้าและเย็นเพื อจะให้ดนในถุงชําชมช นอยู่เสมอทําให้กล้าไม้ตั งตัวได้เรวข นหลัง
ี
่
ื
่
ุ
จากนั นการให้นํ าจะให้วันละคร ังหรอวันเว้นวันสดแล้วแตสภาพของอากาศ ในชวงแรกทย้ายชําบัว
็
ี
ี
ั
รดนํ าจะต้องเปนชนดทหัวฝกบัวเปนฝอยละเอยด เมื อกล้าไม้ตั งตัวได้ดแล้วจงใช้หัวฝกบัวทเปนฝอย
็
ี
ึ
ั
็
ิ
ี
ี
ี
็
็
แบบธรรมดา การให้นํ าทให้ผลดถ้าเปนตอนเช้าต้องรดนํ าให้เสรจกอน 9.00 นาฬิกา ถ้าเปนตอนบาย
็
่
่
็
ิ
ี
ต้องให้รดนํ าหลัง 15.00 นาฬิกาไปแล้ว บัวรดนํ าใช้ชนดทมีหัวเปนฝอยธรรมดา ตัวบัวรดนํ าควรใช้
ุ
่
ขนาด ¾ ปบ ซงจะจประมาณ 15 ลิตร ขนาดดังกล่าวนับว่ากําลังพอเหมาะเพราะเมื อใสนํ าเต็มแล้ว
ึ
ิ
ั
ื
ื
เวลาหาบจะทําให้ไม่หนักจนเกนไปและเวลาใช้ก็คล่องตัวด เชอกสําหรบผูกบัวรดนํ าควรจะใช้เชอก
ิ
ี
ื
ิ
ี
ื
ื
ปอหรอฝาย ไม่ควรใช้เชอกพลาสตก เพราะเชอกพลาสตกจะทําให้ลื นหัวไม้คานบังคับได้ยากขณะท
ิ
้
ิ
ื
ึ
่
ใช้ปฏิบัตงาน แปลงชําหนง ๆ รดนํ าแค 1 บัวรดนํ า/คร ังก็พอ (1 แปลงชํา = 480 ถุงหรอกล้า/คร ัง
ี
ี
ื
ิ
ประมาณ 30 ซ.ซ หรอ 9 – 10 มิลลิเมตร) ควรจะหาถังซเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 85 เซนตเมตร
ี
ึ
ิ
ู
สง 70 เซนตเมตร และหนาประมาณ 4 เซนตเมตร ถังหนงจะจนํ าได้ประมาณ 12 หาบบัวรดนํ า มาจัด
ุ
ิ
็
็
ั
เรยงไว้เปนกลุ่มๆ ละ 4 ถังรอบเรอนชํากล้าไม้ หางกันเปนระยะพอสมควรเพื อใช้สําหรบใสพักนํ า
่
ื
่
ี
่
ื
็
เตรยมไว้ นอกจากจะใช้ถังพักนํ าแล้วอาจจะใช้อิฐกอเปนบอพักนํ าถาวรวางเปนระยะในเรอนชําเลย
็
ี
่
ี
ก็ได้ ขนาดและระยะถี หางของบอต้องกะให้พอดกับจํานวนกล้าไม้ทจะรดนํ าด้วย บอพักนํ าควรจะ
่
่
ี
่
็
ื
่
ู
เปนขนาด 1.00 x 2.50 x 1.50 เมตร (เน อใน) ขนาดบรรจ 3.75 ลูกบาศก์เมตร ปากบอสงจากระดับผิว
ุ
่
ิ
่
ิ
ั
่
ดน 30 เซนตเมตร ตัวบอฝงลึกลงดน 120 เซนตเมตร ด้านในฉาบปนและขัดมัน ตัวบออาจจะกอด้วย
ู
ิ
ิ
ื
อิฐมอญหรออิฐบล็อคก็ได้ เวลาจะรดนํ ากล้าไม้สามารถใช้บัวรดนํ าตักนํ าในถังหรอบอดังกล่าวนั น
ื
่
ี
ี
ได้เลยทละหาบโดยไม่เสยเวลา
ื
ถอนวัชพช (Weeding) เพื อป้องกันมิให้วัชพืชขึ นเบียดบังแสงและแก่งแย่ง
ี
ิ
อาหารในดนจากกล้าไม้ ควรจะทําการถอนวัชพืชทข นในถุงชํากล้าไม้นั นออกอย่างน้อยอาทตย์ละ
ิ
ึ
ื
ี
ิ
ื
ี
ื
ี
คร ังในกรณทกล้าไม้เพิ งจะย้ายชําหรอกล้าไม้ทอายุไม่เกน 1 เดอน หลังจากนั นแล้วเดอนละคร ังก็พอ
่
ี
ั
การถอนวัชพืชในขณะทยังมีขนาดเล็กอยู่ทําให้ถอนได้งายและจะทําให้กล้าไม้ได้รบการกระทบ
ิ
ิ
กระเทอนน้อย ปกตจะทําภายหลังจากการรดนํ ากล้าไม้เสรจแล้วใหม่ๆ เพราะดนในถุงชํายังช นอยู่ทํา
ื
ื
็
164
ี
่
่
ให้การถอนวัชพืชดังกล่าวงายข น ขณะททําการถอนวัชพืชควรใช้ไม้ปลายแหลมขนาดเทาตะเกยบ
ึ
ี
ี
่
่
ื
็
ึ
เปนเครองชวย เพื อทําให้การถอนรากของวัชพืชออกได้งายข นและในขณะเดยวกันเมื อถอนวัชพืช
ิ
่
แล้ว ก็แตงดนหรอทรายหน้าถุงชํานั นให้เรยบรอย นอกจากในถุงชําแล้วยังต้องถอนวัชพืชในบรเวณ
ิ
ื
้
ี
ี
ิ
ชองว่างทใช้เปนทางเดนระหว่างแปลงชําทั งด้านข้างและหัวท้าย เพื อความสะอาดและสวยงามควร
่
็
จะดายหรอถางวัชพืชบรเวณทหางจากตัวเรอนชําออกไปประมาณ 2 เมตร โดยรอบทกด้าน ถ้าให้ด
่
ี
ี
ุ
ื
ิ
ื
ึ
ิ
ี
ี
ื
็
้
ี
ยิ งข นบรเวณพื นทรอบเรอนชําควรจะตัดหญ้าให้สั นและเรยบอยู่เสมอ เพราะจะปองกันมิให้เปนทอยู่
ี
็
ื
่
อาศัยของแมลงหรอโรคบางอย่างทอาจจะเปนอันตรายตอกล้าไม้
การลิดราก (Root Pruning) การลิดรากกล้าไม้นับว่ามีความจําเป็นมาก คือจะ
ี
ี
ั
ั
ู
ต้องมีการลิดรากสวนทเกนออกไปนอกถุงชําตามรทเจาะไว้สําหรบระบายนํ า กล้าไม้ทไม่เคยได้รบ
่
ิ
ี
ิ
การลิดรากเวลาขนย้ายไปปลูกจะทําให้รากสวนทอยู่นอกถุงและฝงลึกลงไปในดนขาด และระบบ
ี
่
ั
ื
ั
ี
ี
รากทเหลือในถุงได้รบการกระทบกระเทอนทําให้กล้าไม้เหยวเฉา เวลานําไปปลูกจะทําให้ตั งตัวได้
ื
ึ
ยากหรออาจตายได้ ดังนั นการลิดรากจะเร มทําเมื อกล้าไม้อายุประมาณสองเดอนครงหลังจากย้ายชํา
ิ
ื
ึ
ื
การลิดรากทําโดยใช้มือจับกงกลางถุงชํากล้าไม้เลื อนหรอลากถุงโดยกดให้ก้นถุงแนบตดกับพื นดน
ิ
ิ
ในขณะทเราทําการเลื อนหรอลากถุงก็จะทําให้รากดังกล่าวนั นขาดได้ การลิดรากกล้าไม้ควรจะ
ี
ื
่
ุ
ี
ิ
ื
กระทําอย่างน้อย 2 เดอน/คร ัง ปกตแล้วการลิดรากคร ังสดท้ายจะทํากอนระยะเวลาทจะนํากล้าไม้ไป
ี
็
ื
ปลูก 1 เดอน เมื อทําการลิดรากแตละแปลงเสรจแล้วควรจะรดนํ าทันทเพื อกล้าไม้จะได้ฟนตัวเรวข น
่
็
ึ
ื
้
ื
ถ้าเปนไปได้ควรจะทําการลิดรากในวันทอากาศครมหรอไม่รอนนักหรอหลังฝนตก
ี
ื
็
ึ
ั
การจัดแยกชนความสูง (Height Grading) นํากล้าไม้ที ทําการลิดรากใน
แปลงชําเดยวกันนั นมาจัดแยกชั นความสงโดยเรยงตามลําดับตั งแตสงทสดไปหาตําทสด เพื อเปด
ู
่
ี
ู
ุ
ี
ี
ิ
ี
ุ
ิ
ึ
โอกาสให้กล้าไม้ทกต้นได้รบแสงสว่างอย่างทั วถึงกัน ซงจะทําให้กล้าไม้เจรญเตบโตได้เรวข นและ
ิ
ั
ุ
็
ึ
็
ี
่
เปนไปอย่างสมําเสมอ นอกจากน ียังจะทําให้สะดวกตอการคัดเลือกกล้าไม้ทจะนําไปปลูกอีกด้วย
ี
ี
ี
เพราะสามารถจะคัดเอาเฉพาะกล้าทมีขนาดเดยวกันไปปลูกในแปลงเดยวกันได้งายข นเพื อสะดวก
่
ึ
ั
่
ิ
ี
ื
ี
ตอการจัดเรยง ในการแยกชั นความสงกล้าไม้ควรจะหาทว่างบรเวณถัดไปสําหรบตั งหรอย้ายแปลง
ู
ิ
ิ
นํามาจัดใหม่ บรเวณดังกล่าวถ้าอยู่ทางด้านซ้ายมือขณะปฏิบัตงานแล้วจะทําให้ทํางานได้คล่องตัวยิ ง
ข น ไม่ควรจัดในทเดมซงจะทําให้ช้าและยุ่งยากรวมทั งกล้าไม้จะได้รบความบอบชํ ามากซงกว่าจะ
ึ
ึ
ึ
ี
ิ
ั
ึ
็
ฟนตัวได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน เมื อจัดเสรจไปแปลงหนงแล้วแปลงทางด้านขวามือก็สามารถย้ายมา
ื
ึ
ิ
ี
็
็
จัดทําแทนในทเดมของแปลงแรกทเสรจไปแล้วนั นได้ เมื อจัดเสรจไปแปลงหนงๆ แล้วควรรดนํ าทัน
ี
็
ี
ื
ิ
ทจะทําให้กล้าไม้ฟนตัวได้เรวข น ปกตแล้วการลิดรากและจัดแยกชั นความสงจะทําไปพรอมกัน คน
้
ู
ึ
ึ
งานหนงคนจะทําการลิดรากและจัดแยกชั นความสงกล้าไม้ได้ประมาณวันละ 4,500 กล้า
ู
165
้
้
การคัดแยกกลาไม (Culling) กล้าไม้ที เป็นโรคหรือรูปร่างไม่สมประกอบ เช่น
ื
ิ
ิ
ี
็
ี
ลําต้นหงกงอ แคระแกรน ยอดแห้งตาย จะต้องคัดออกท งหรอทําลายเสย โดยเฉพาะกล้าไม้ทเปน
ี
ี
โรคเมื อตรวจพบแล้วควรจะรบทําลายทันท วิธทําลายทดทสดคอใช้ไฟเผา มิฉะนั นแล้วจะทําให้โรค
ี
ี
ุ
ื
ี
ี
ิ
ื
้
ิ
ระบาดไปยังกล้าไม้ต้นอื นๆ ได้ ปกตการคัดแยกกล้าไม้ดังกล่าวท งหรอทําลายจะกระทําไปพรอมกับ
การลิดรากและจัดแยกชั นความสงของกล้าไม้
ู
้
้
้
่
การทํากลาไมใหแกรง (Hardening) เป็นสิ งจําเป็นที จะต้องทําก่อนที จะย้าย
็
ี
กล้าไม้ไปปลูก เวลานําไปปลูกในพื นทกล้าไม้จะได้ไม่เหยวเฉาในระยะแรกและตั งตัวได้เรวมีอัตรา
ี
การรอดตายสง การทําให้กล้าไม้แกรงจะต้องทําให้กล้าไม้ในแปลงชําอยู่ในสภาพใกล้เคยงกับสภาพ
ี
ู
่
ุ
ี
ิ
่
ิ
ั
ี
พื นทปลูกมากทสด ปกตแล้วระยะเวลาสําหรบทําให้กล้าไม้แกรงจะปฏิบัตกอนทจะนํากล้าไม้ไป
่
ี
ี
ปลูกประมาณ 1 เดอน มีวิธปฏิบัตทสําคัญดังน ี
ี
ิ
ื
ี
- เปดหลังคาเรอนชําออกเพื อให้กล้าไม้ได้รบแสงสว่างมากข นจนถึงเต็มทเชนเดยว
ื
ี
่
ั
ึ
ิ
ี
กับสภาพในแปลงทจะนํากล้าไม้นั นไปปลูก
ิ
๋
็
ุ
่
่
่
- ลดการให้นํ าและงดการให้ปย การลดการให้นํ าต้องคอยเปนคอยไปเชน ปกตให้
็
ั
็
ื
ุ
นํ าวันเว้นวันก็เพิ มเปนวันเว้นสองวันหรอขั นสดท้ายอาจเปนสัปดาห์ละ 2 คร ัง เพื อให้กล้าไม้ปรบตัว
ึ
ุ
เพราะในพื นทปลูกอาศัยเพียงนํ าฝน ซงจะไม่ตกทกวัน
ี
- ขยายระยะหางระหว่างต้น จะทําให้ทกสวนของลําต้นและเรอนยอดของกล้าไม้
ื
ุ
่
่
ึ
่
ึ
ั
ได้รบแสงสว่างเพิ มข นทําให้กล้าไม้แข็งแกรงยิ งข น
ิ
ี
ุ
ุ
่
๋
การใสปยให้แกกล้าไม้นั น ถ้าใช้ดนทบรรจถุงชําเปนหน้าดน (top soil) ทขุดมาจาก
็
ิ
่
ี
ุ
่
่
ิ
ั
ปาสนเขาธรรมชาตก็จะมีแรธาตอาหารในดนพอสมควร อาจจะพอเพียงสําหรบกล้าไม้แล้วเพราะ
ิ
่
ุ
๋
ี
กล้าไม้อยู่ในถุงชําประมาณ 6 เดอนก็จะนําไปปลูกในพื นท แตถ้าต้องการจะใสปยชวยแล้วสามารถ
่
ื
่
ู
ื
๋
ื
่
ุ
ใช้ปยสตร 15-15-15 ใส 2 คร ังเมื อกล้าไม้อายุประมาณ 1½ เดอน และ 3½ เดอน หลังจากย้ายชํา โดย
ู
ใช้ไม้ปลายแหลมเล็กๆ เจาะเปน 3 ร รอบถุงแตอย่าใกล้กล้าไม้เกนไป จะต้องเจาะชดมาทางขอบถุง
ิ
่
ิ
็
ึ
๋
ุ
ู
้
ุ
่
ู
ี
๋
ั
ึ
่
่
แตละรใสปยจํานวน 1 เม็ดแล้วกลบรให้เรยบรอยซงในแตละคร งกล้าถุงหนงจะใช้ปยจํานวน 3 เม็ด
ี
ี
ึ
ื
การเตรยมกล้าไม้อีกวิธหนงก็คอการหยอดเมล็ดลงในถุงชําโดยตรง วิธน ีจะต้องใช้
ี
่
ี
เมล็ดทมีคณภาพดและมีปรมาณมาก ถ้าเมล็ดหายากและราคาแพงวิธน ีไม่เหมาะสม กอนจะทําการ
ี
ิ
ี
ุ
่
หยอดเมล็ดจะต้องทําการรอนคัดขนาดของเมล็ดโดยจะคัดเอาเมล็ดทมีขนาดใหญและลักษณะ
่
ี
สมบรณ สวนเมล็ดทมีขนาดเล็กต้องคัดออกท งเพราะเมล็ดลักษณะน ีถึงแม้จะงอกกล้าไม้ก็จะไม่แข็ง
ิ
์
่
ี
ู
แรงและลักษณะไม่ด ี
166
ุ
ิ
ิ
ี
ี
การเตรยมถุงชํา ขนาดของถุงชํา การเตรยมดน การบรรจดนใสถุงตลอดจนการจัด
่
ี
่
ี
ิ
ี
ี
ุ่
่
ุ
่
เรยงถุงปฏิบัตเชนเดยวกับวิธแรกทกอย่าง กอนทําการหยอดเมล็ดต้องรดนํ าถุงชําให้ชมเสยกอนแล้ว
ทําการหยอดเมล็ดลงไปบรเวณกงกลางถุงๆ ละ 2 เมล็ด โดยกดเมล็ดให้จมลงไปในดนเล็กน้อยแล้ว
ิ
ิ
ึ
ุ่
ิ
่
่
็
เอาดนรวนปนทรายกลบให้มิด เมื อทําเสรจแตละแปลงก็ทําการรดนํ าให้ชม
ี
่
ิ
การให้นํ าและการให้แสงก็ปฏิบัตเชนเดยวกับแปลงเพาะเมล็ดคอให้แสงประมาณ
ื
50 เปอรเซ็นต์ และให้นํ าเช้าเย็นขณะทเมล็ดยังไม่งอกเมื อเมล็ดงอกแล้วจะต้องลดการให้นํ าลงเพื อ
์
ี
่
ิ
ึ
ิ
ปองกันการเกดโรคเนาคอดน (damping off) หลังจากกล้าไม้สนงอกแล้วประมาณ 14 วัน ซงกล้าไม้
้
ิ
ื
ู
ึ
ู
จะมีความสงประมาณ 4 – 6 เซนตเมตร ก็ทําการตรวจดว่าถุงใดมีกล้าไม้ข นมากกว่า 1 ต้น หรอถุงใด
ี
ไม่มีกล้าไม้ข นก็จะทําการย้ายชําเพื อให้มีกล้าไม้สมําเสมอถุงละ 1 ต้น ระยะแรกทมีการย้ายชําต้องลด
ึ
ึ
่
ี
ี
ึ
การให้แสงลงเมื อกล้าไม้แข็งแรงดแล้วจงเพิ มแสงมากข นและใช้ทรายหยาบโรยปากถุงเชนเดยวกับ
วิธแรก และการปฏิบัตระยะตอไปก็ทําเชนเดยวกัน
ิ
ี
่
ี
่
ี
การเตรยมกล้าไม้โดยวิธน ีถ้าเมล็ดมีเปอรเซ็นต์การงอกตําก็ต้องเตรยมเพาะเมล็ดไม้
์
ี
ี
่
ั
ี
ึ
่
่
์
ึ
ี
ตางหากอีกสวนหนงสําหรบย้ายมาชําในถุงทไม่มีกล้าไม้ข น แตถ้าเมล็ดมีเปอรเซ็นต์การงอกดก็ต้อง
ี
ึ
่
ั
ี
เตรยมถุงชําไว้ตางหากอีกสวนหนงสําหรบย้ายชํากล้าไม้จากถุงทข น 2 ต้น
่
ึ
่
ี
ู
การผลิตกล้าไม้โดยวิธน ีจะไม่สามารถทําได้ถ้าไม่สามารถปองกันสัตว์เชนหนมา
้
ี
ิ
ี
ี
ี
กัดกนเมล็ดไม้ทเราหยอดไว้จนถึงกล้าไม้ทงอกระยะแรก นอกจากนั นพื นทเพาะกล้าทกว้างขวางอาจ
์
จะทําให้การดแลไม่ทั วถึง และถ้าเมล็ดไม้มีเปอรเซนต์การงอกตําด้วยแล้วจะเปนภาระมากข น สวนด
ึ
็
ู
่
็
ี
ี
ื
ี
ของการผลิตกล้าไม้โดยวิธน ีก็คอจะลดแรงงานในการย้ายชําลง และกล้าไม้ทงอกในถุงจะเจรญเตบ
ิ
ิ
ี
ี
โตจนถึงเวลาเอาไปปลูกในพื นทโดยไม่ต้องทําการย้ายชํา การพัฒนาของระบบรากนาจะดกว่ากล้า
่
ี
็
ี
ิ
ี
ไม้ทต้องมีการย้ายชําเพราะการย้ายชําในกล้าไม้สนเขานั นโอกาสทรากจะบดเบ ยวคดงอนั นเปนไป
่
ี
็
ได้สง ในปจจบันการผลิตกล้าไม้สนเขาโดยวิธหยอดเมล็ดไม้ลงในถุงน ียังมีน้อยมาก แตก็เปนทาง
ุ
ู
ั
ุ
ึ
่
้
่
เลือกหนงซงนาจะนํามาพิจารณาในการลงทนปลูกสรางสวนปา
ึ
การดําเนินการปลูก
การเลอกพื นที
ื
่
สภาพภมิประเทศเปนทราบหรอทชันแบบภเขาก็สามารถปลูกไม้สนได้ทั งหมด แต
ู
ู
ี
ื
ี
็
่
่
ี
ี
ู
ี
การปลูกในพื นทราบจะมีข้อได้เปรยบกว่า เพราะในสภาพทลาดชันแบบภเขานั นคาใช้จายในการ
ิ
ี
่
ู
ี
ี
ู
เตรยมททําถนนและการปลูกสง และยังมีอันตรายสงจากไฟปาเพราะใบสนทแห้งสามารถตดไฟได้ด
ี
ี
ื
เมื อรวงหล่นในฤดแล้งมารวมกับวัชพืชทแห้งแล้วทําให้พื นททปลูกไม้สนมีเช อเพลิงจํานวนมาก
ี
ี
ู
่
ี
ี
ี
ื
ุ
ื
ี
ี
และวิธทดทสดในการกําจัดเช อเพลิงเหล่าน ีก็คอการไถพรวนระหว่างแนวทปลูกเพราะจะทําให้เช อ
ื
167
ุ
๋
้
็
เพลิงเหล่านั นโดนดนกลบและสลายตัวเปนปยในเวลาอันสั น แตถ้าปลูกไม้สนแล้วไม่มีระบบปอง
่
ิ
ี
ี
ี
็
กันไฟทดพอก็จะพบกับความล้มเหลว ดังนั นโดยทั วไปแล้วในการปลูกเพื อการค้าควรเปนพื นทลาด
ี
่
ิ
ึ
่
ชันตํามีดนลึกและมีสภาพเปนกรด มีการระบายนํ าดและมีชองอากาศในดนดคอดนไม่แนนทบ ดน
ิ
็
ิ
ื
ี
ิ
็
ี
ิ
็
ไม่จําเปนต้องอุดมสมบรณมากนักแตควรเปนดนทเก็บความช นได้ดและไม่เปนอุปสรรคตอการเกด
่
ู
็
ื
ิ
ี
่
์
์
ิ
เช อไมคอรไรซา ดังนั นดนนํ าทวมขังหรอดนเปนดนเหนยวจัดเกนไปไม่เหมาะสม ในประเทศไทย
่
็
ื
ิ
่
ื
ิ
ี
ิ
ิ
จงมีดนทสามารถปลูกไม้สนได้ทั วทกภาคของประเทศ และมีพื นทจํานวนมากทสามารถปลูกไม้สน
ี
ี
ึ
ี
ุ
ุ
ุ
ได้ แม้บางทจะไม่ข นดทสดในสภาพปกตแตถ้ามีการปรบปรงเล็กน้อยก็จะสามารถปลูกไม้สนให้
ิ
ึ
ั
ี
ี
ี
่
เจรญเตบโตและค้มคา เพราะไม้สนสามารถทจะข นได้ในสภาพดนหลากหลายตาง ๆ กัน ถ้าได้ใช้
ึ
่
ิ
ิ
ิ
ี
ุ
่
ิ
ิ
ี
็
พันธ์ทเหมาะสมด้วยการเจรญเตบโตอาจจะเปนรองไม้ยูคาลิปตัสแตก็มีคุณภาพเยื อทดกว่า
ุ
ี
ี
่
การเตรยมพื นที
ี
ี
การเตรยมพื นทอาจจะทําอย่างงายเพียงถางและเผาปราบวัชพืชจนโล่งเตยนก็ใช้
ี
ี
่
ิ
่
ี
่
ิ
ี
ิ
ิ
ปลูกไม้สนและสามารถเจรญเตบโตได้ แตการปฏิบัตเชนน การเจรญเตบโตจะช้ากว่าการเตรยมพื น
ิ
ี
ี
ี
ี
็
ี
ทโดยการไถพรวน ในพื นททมีความลาดชันสงการไถเตรยมพื นททําได้ลําบากก็ไม่มีความจําเปน
ู
ิ
ต้องปฏิบัตแตก็ยังสามารถปลูกไม้สนได้ การเจรญเตบโตจะช้าลงเพราะการดแลวัชพืชอาจทําได้ไม่ด
ี
ิ
่
ู
ิ
ิ
ี
่
ุ
พอ แตโดยทั วไปแล้ววัชพืชไม่ใชอุปสรรคโดยตรงแตจะเปนสาเหตทําให้เกดไฟไหม้ทําลายต้นไม้ท
็
่
่
ี
ี
ี
ี
็
่
ิ
่
ุ
ปลูกกอให้เกดความเสยหายอย่างใหญหลวง เปนธรรมดาทพื นทมีการควบคมวัชพืชดการเจรญ
ิ
ี
ิ
ิ
เตบโตของไม้ก็ย่อมดไปด้วย เพราะไม้สนเปนพวกทมีความต้องการแสงสงในการเจรญเตบโต โดย
ิ
ู
็
ี
ิ
็
ิ
ึ
ี
ู
ั
่
ื
เฉพาะชวงฤดฝนซงมีความช นพอเพียงถ้าได้รบแสงดก็จะเจรญเตบโตอย่างรวดเรว
็
ี
ั
ี
ุ
ู
ุ
ดังนั นเพื อให้ได้รบผลสําเรจสงสดจากการลงทน การเตรยมพื นทควรทําอย่าง
พิถีพิถันจะต้องตัดต้นไม้และตอไม้ออกให้หมดจนชดดน เพื อสะดวกในการใช้รถแทรกเตอรเข้าไถ
ิ
์
ิ
์
ี
่
พรวนตลอดพื นทกอนปลูก และเมื อปลูกแล้วก็สามารถใช้รถแทรกเตอรไถพรวนระหว่างแนวปลูก
่
ี
ิ
้
่
เพื อปองกันไฟปา การไถพรวนทําให้ดนกลบและคลุกเคล้าใบสนทรวงหล่นกับวัชพืชทําให้เกดการ
ิ
ิ
็
ี
็
ิ
ุ
๋
ี
สลายตัวเรวข ึนกลายเปนปยของต้นสนทเราปลูกทําให้ต้นไม้มีการเจรญเตบโตดและแข็งแรง การ
ึ
ิ
์
ไถพรวนน ถ้าตัดต้นไม้ตอไม้ไม่ชดดนแล้วเมื อวัชพืชข นคลุมพื นทเวลารถแทรกเตอรทํางานคนขับจะ
ี
ี
ิ
์
ิ
ิ
ิ
มองไม่เหนว่าตรงไหนมีตอไม้อยู่บ้าง เมื อรถแทรกเตอรวิ งข ึนไปบนตอทตัดไว้ไม่ชดดนก็จะเกด
็
ี
ี
ึ
็
ความเสยหายได้ แตถ้าเปนตอเสมอดนแล้วความเสยหายจะไม่เกดข น การเตรยมพื นทในลักษณะน
ี
ี
ิ
ิ
่
ี
ี
ู
ั
ุ
ุ
่
่
ถึงแม้จะมีการลงทนมากในคร ังแรก แตเมื อรวมถึงการดแลรกษาในขั นตอนตอไปแล้ว การลงทน
็
ื
่
ี
แทบจะไม่แตกตางกันแตได้ผลดกว่ากันอย่างมากและเปนการตัดปญหาความล้มเหลวอันเนองมา
่
ั
็
่
ิ
่
ิ
จากไฟปา เปนการเปดโอกาสให้ไม้สนเจรญเตบโตในระยะแรกโดยมีการแกงแย่งจากวัชพืชน้อยลง
ิ
ี
ข้อน ีต้องระมัดระวังเพราะการไถพรวนไม่ถูกวิธหรอไม่ถูกเวลาอาจทําให้วัชพืชงอกงามมากในเวลา
ื
168
ี
ื
่
ื
ี
ทจะทําการปลูกก็ได้เรองน จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกดข น การไถพรวนและการปลูกต้องทําตอเนอง
ึ
ิ
ิ
่
ิ
ึ
ิ
ี
ื
่
่
กันไม่ท งชวงมากนัก การไถพรวนชวยให้ดนเก็บความช นไว้ได้ดยิ งข น ถ้าเกดฝนท งชวงนานก็จะไม่
ิ
กอให้เกดความเสยหายถ้าได้ทําการปลูกอย่างถูกต้อง นอกนั นคอประโยชน์ในแงความสะดวกใน
่
ี
ิ
่
ื
็
การปฏิบัตงานทั ว ๆ ไปทําได้รวดเรวยิ งข น
ิ
ึ
ี
ี
ี
ี
ิ
ถ้าสภาพพื นทเหมาะสมและมีการเตรยมพื นทอย่างดอาจเปดโอกาสให้มีการปลูก
่
ี
ึ
่
ิ
่
ิ
พืชไรรวมด้วยในชวง 1 - 2 ปแรกของการดําเนนการ ซงในด้านน ีอาจทําให้เกดรายได้พอเพียงทด
ี
ี
แทนคาเตรยมทและขณะเดยวกันเปนการลดความรนแรงของวัชพืชลงได้มาก อย่างไรก็ตามจะต้องมี
ี
่
็
ุ
็
ี
ี
ี
่
่
การปฏิบัตทถูกต้องเพื อลดการแกงแย่งกับไม้สนทเราปลูกเปนพืชหลัก พื นทราบลุ่มมีนํ าขังในชวง
ิ
่
ั
ี
่
ู
ฤดฝนก็อาจปลูกไม้สนได้ ถ้าแก้ไขปญหาน โดยการทําการยกรองปลูกเพื อหลบเลี ยงการแชขังของนํ า
ึ
ี
่
ี
ี
ี
ดังนั นการเตรยมพื นทอย่างดและเหมาะสมตอสภาพการข นอยู่ของไม้สนก็จะชวยให้ได้ผลด แม้พื น
่
ั
ุ
ี
์
ู
ทจะไม่เหมาะสมแตสามารถปรบปรงได้ ในพื นททมีความอุดมสมบรณสงการถางวัชพืชและไถ
ี
ี
ู
่
เตรยมทดแล้วอาจจะทําการปลูกพืชเกษตรสัก 1 - 3 ปแล้วแตสมควร แล้วจงปลูกไม้สนก็ย่อมทําได้
ี
ึ
ี
่
ี
ี
ี
็
ี
โดยไม่มีความเสยหายใดๆ ไม่จําเปนต้องใช้พื นททมีความอุดมสมบรณสงเพื อการปลูกไม้สน เพราะ
ู
ี
์
ู
ี
็
ั
่
ิ
ไม้สนโดยลักษณะทางนเวศนวิทยาแล้วสามารถปรบตัวตอสภาพดังกล่าวได้ อันน ีเปนอีกลู่ทางทจะ
ิ
ึ
ี
ใช้ประโยชน์ทดนให้มีความเหมาะสมยิ งข น
การแบงแปลงปลูก
่
มีความจําเปนทจะต้องแบงพื นทปลูกออกเปนแปลงๆ เพื อสะดวกในการวางแผน
ี
็
่
ี
็
การปฏิบัตการ การตรวจการณดแลรกษาและปองกันไฟ ขนาดของแปลงไม่ควรจะใหญกว่า 500 x
้
ู
์
ิ
ั
่
500 เมตร หรอ 156.25 ไร ซงรวมพื นทถนนและแนวกันไฟด้วย ถ้ามีขนาดใหญกว่าน ีก็จะควบคม
่
่
ี
ื
ุ
ึ
ิ
่
ได้ยากการขนสงกล้าในตอนปลูกหรอการดแลรกษาตรวจสอบได้ยาก แตถ้าแปลงเล็กเกนไปก็จะ
ั
ู
่
ื
ี
็
ี
็
เปนการใช้พื นทเปนถนนและแนวกันไฟมากเกนไป เปนการเปลืองพื นท ถนนกว้าง 6 - 8 เมตรจะ
ิ
็
ั
ั
เพียงพอสําหรบการปฏิบัตงานในอนาคต ในพื นทราบอาจแบงแปลงเปนตารางสเหลี ยมจตรสได้ แต
็
ุ
ี
ี
่
ิ
่
่
ู
ื
ี
่
ในพื นทลาดชันหรอมีลําห้วยตางๆ ถ้าเปนไปได้ให้แบงแปลงให้เหมาะสมตอภมิประเทศโดยให้ถนน
็
่
็
ื
เปนแนวขอบแปลงโดยตลอดและมีพื นทประมาณ 156.25 ไรหรอมากน้อยกว่าน ีเล็กน้อย ถนนโดย
ี
่
์
รอบแปลงปลูกเหล่าน ีจะใช้เปนทางสําหรบสงกล้าไม้ในตอนปลูก เปนทางตรวจการณและทาง
็
ั
็
่
ี
คมนาคมในการเข้าไปปฏิบัตงานในพื นท และเปนแนวกันไฟตลอดจนทางชักลากไม้เมื อถึงอายุตัด
ิ
็
่
ึ
่
ี
ิ
ฟน การวางแผนจัดแปลงปลูกทดจะชวยให้การปฏิบัตงานมีความสะดวกยิ งข นและงายตอการควบ
ั
่
ี
ี
ู
่
คมดแล ในการปลูกแตละปจะมีหลายแปลงปลูกและบางแปลงปลูกอาจมีอายุไม้ตางกันก็ได้เพราะ
่
ุ
ี
็
ปลูกไม่เต็มในปกอนแล้วมาปลูกเพิ มเตมภายหลัง การแบงเปนแปลงปลูกโดยจัดทําถนนและแนวกัน
ิ
่
่
ไฟจะทําไปพรอมๆ กับการไถพรวนเตรยมพื นทงานน ีจะทําให้เสรจส นกอนปลูกเพียงเล็กน้อยก็ได้
้
ี
ี
่
็
ิ
169
ึ
ี
ู
ิ
่
ี
แตให้ทันฤดปลูกก็ถือว่าใช้ได้ อาจจะไถพรวนแปลงปลูกเพียงอาทตย์เดยวกอนการปลูกซงดกว่าไถ
่
่
ี
ิ
ู
ี
ิ
็
ึ
พรวนไว้นานเกนจนวัชพืชข นสงเปนอุปสรรคในการทําการปลูก บางคร ังถ้าเกดกรณเชนน อาจต้อง
ึ
่
่
่
ิ
ู
ทําการถางวัชพืชอีกคร ังกอนปลูกทําให้ส นเปลืองคาใช้จายสงข น ถนนและแนวกันไฟน ีควรทําให้ด ี
่
ึ
่
พอควรเพื อจะใช้ในการขนสงกล้าได้ในชวงฤดปลูกและทําให้การปลูกรวดเรวข น แตการทําดมาก ๆ
ู
ี
็
่
ิ
ู
่
ี
ก็ไม่มีความจําเปนเพราะจะเสยคาใช้จายสงเกนไปในการลงทนปลูกปา นอกเสยจากว่าพื นทมีความ
ี
่
่
็
ี
ุ
่
ุ
่
ุ
เหมาะสมในการปลูกพืชเกษตรควบและให้ผลตอบแทนค้มคาตอการลงทน
การกําหนดระยะปลูก
ั
ี
การกําหนดระยะปลูกมีความสําคัญตอการดําเนนงานและผลตอบแทนทจะได้รบ
ิ
่
เชน เพื อเปนวัตถุดบในการทําเยื อกระดาษ การปลูกระยะถี เพื อให้มีจํานวนต้นตอไรสงเพื อตัดไม้
่
ู
็
่
ิ
่
ุ
ี
่
่
ิ
ขนาดเล็กออกใช้ในเวลาสั น เชนไม่เกน 10 ป ก็มีความเหมาะสม แตในการจัดการปาเพื อจดประสงค์
่
่
ุ
ในการใช้ไม้ขนาดใหญเพื อทําไม้ซงสําหรบแปรรปจะต้องใช้ระยะปลูกทหางกว่า นอกจากนั นจะ
ั
ู
ี
่
ี
ู
ต้องคํานงถึงอัตราการเจรญเตบโตของไม้ทควรจะได้และผลกระทบตอรปทรงของต้นไม้และวิธ ี
ึ
ิ
่
ิ
์
ิ
่
ิ
ี
ิ
่
่
ปฏิบัตงาน เชนในไม้สนโอคารปาการปลูกหางมากเชน 6 x 6 เมตรก็ไม่ทําให้ไม้เจรญเตบโตดข ึน
ู
ื
ิ
่
ิ
ิ
นอกนั นยังลดการเจรญเตบโตทางด้านความสงและมีก งก้านใหญทําให้เกดตําหนในเน อไม้สงได้ไม้
ู
ิ
ิ
ุ
ึ
คณภาพตํา ข้อสําคัญประการหนงทจะต้องนํามาพิจารณาก็คอถ้าใช้รถแทรกเตอรล้อยางเข้าทําการ
ื
์
ี
่
ี
ไถพรวนเพื อกําจัดวัชพืชระหว่างแถวปลูก ซงเปนวิธการทเหมาะสมในการปองกันไฟปาและเพิ มพูน
้
ี
็
ึ
ิ
การเจรญเตบโตของต้นไม้แล้วระยะปลูกทเหมาะสมทสดคอ 3 x 3 เมตร หรอถ้ามีจดประสงค์ในการ
ื
ิ
ุ
ุ
ี
ี
ื
ใช้ไม้ขนาดเล็กก็ควรใช้ระยะปลูกเปน 1.5 x 3 เมตร เพราะระยะ 3 เมตรเปนระยะทเหมาะสมทรถ
็
ี
็
ี
แทรกเตอรจะเข้าไปทํางานหลังปลูกต้นไม้แล้วได้สะดวก ถ้าระยะปลูกกว้างเกนไปนอกจากจะทําให้
ิ
์
่
่
์
ผลผลิตตอไรตําแล้ว เมื อรถแทรกเตอรเข้าทําการไถระหว่างแนวปลูกก็จะเหลือวัชพืชตามแนวปลูก
ี
์
ิ
ี
่
่
่
อีกมากทําให้ต้องเสยคาใช้จายเพิ มข ึนเพื อกําจัดวัชพืชทเหลือ แตถ้าแคบเกนไปรถแทรกเตอรจะ
่
่
ี
ทํางานไม่สะดวกและลื นไถลไปทําความเสยหายแกต้นไม้ทปลูกได้งาย สรปโดยทั วไปแล้วระยะ
ุ
ี
ุ
ื
ปลูก 3 x 3 เมตร หรอ 1.5 x 3 เมตร มีความเหมาะสม นอกจากมีจดประสงค์พิเศษ
การปกหลักจุดปลูก
ั
ิ
่
่
ุ
ี
ี
ในการปลูกสวนปาไม้สนทดนั นจะต้องมีการควบคมระยะปลูกและปรมาณต้นตอ
หนวยพื นทให้อยู่ในสภาพพอเหมาะตลอดเวลา เพราะจะทําให้การเจรญเตบโตมีความสมําเสมอ
ี
ิ
ิ
่
ุ
ุ
โดยปกตไม่อาจจะควบคมพันธ์และคณภาพของดนได้ แตทางด้านแสงสว่างและอื นๆ แล้วก็จะต้อง
ิ
ิ
ุ
่
พยายามจัดให้ต้นไม้ทกๆ ต้นได้รบพอดเทาๆ กัน ในปจจบันยังมีความจําเปนทจะต้องใช้คนเปน
ุ
ี
็
็
ี
ั
ุ
ั
่
170
่
ั
ี
แรงงานปลูก การจะปลูกตรงตําแหนงใดบ้างก็จะต้องมีการกําหนดข ึนด้วย โดยวิธการนําหลักปก
่
ุ
ุ
ุ
็
ุ
ี
ึ
แสดงจดปลูกซงอาจจะทําทกจดหรอทกตําแหนงทจะปลูก วิธน ีจะต้องใช้หลักหมายจดปลูกเปน
ี
ุ
ื
่
ั
ุ
่
่
่
ุ
จํานวนมากและส ินเปลืองคาใช้จายในการปกหลัก แตจะทําให้การปลูกงายข ึนเพราะทกจดจะ
ึ
ั
ปกหลักไว้หมดแล้ว นอกจากนั นการกําจัดวัชพืชระยะแรกหลังการปลูกก็ทําได้สะดวกข น เพราะถึง
่
ี
แม้วัชพืชจะข นปกคลุมต้นไม้ทเราปลูกแตหลักหมายจดปลูกซงสงประมาณ 1 เมตรจะทําให้สามารถ
ึ
ุ
ู
ึ
สังเกตเหนแนวปลูกได้ ทําให้รถแทรกเตอรสามารถทํางานได้งายข น และถ้าเปนการกําจัดวัชพืชโดย
็
์
ึ
่
็
ใช้แรงงานคน ความผิดพลาดจากคนงานทจะไปตัดต้นไม้ขนาดเล็กไปพรอมกับวัชพืชก็น้อยลง วิธท ี
้
ี
ี
่
ั
็
เหมาะสมสําหรบการปลูกระยะหาง 3 x 3 เมตร ก็คอปกหลักหมายจดปลูกเปนแนวระยะหางภายใน
ั
ื
ุ
่
ี
ี
ุ
ี
่
แนวเดยวกัน 3 เมตร และระยะหางระหว่างแนวทขนานกัน 30 เมตร วิธน ีจะประหยัดหลักหมายจด
์
ื
ปลูกไปได้ประมาณ 90 เปอรเซ็นต์ และเวลาปลูกก็ใช้เชอกไนล่อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6
ุ
ุ
ุ
่
่
มิลลิเมตร ขนาดเทาเหล็ก 3 หนหมายจดให้ชัดเจนจํานวน 11 จดแตละจดหางกัน 3 เมตรเทากับระยะ
ุ
่
่
ื
่
ทจะทําการปลูก รวมแล้วในสวนน ีเชอกจะยาว 30 เมตร แล้วเอาสวนหัวและสวนท้ายของเชอกผูก
ื
่
ี
่
ื
กับไม้เน อแข็งขนาดกําได้พอเหมาะมือ (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เซนตเมตร) ยาวประมาณ 2.50
ิ
ิ
ื
ี
ั
เมตร เหลาปลายแหลมเล็กน้อยเพื อให้ปกลงไปในดนได้สะดวก เอาด้านหัวของเชอกผูกทโคนไม้
ึ
ึ
โดยให้สงข นมาจากโคนสดประมาณ 30 เซนตเมตร สามารถเลื อนข นลงได้ตามความเหมาะสมใน
ู
ุ
ิ
่
ื
ิ
การปฏิบัตงาน และจดแรกทหมายให้หางจากไม้ประมาณ 20 เซนตเมตร และด้านท้ายของเชอกก็นํา
ิ
ุ
ี
ี
ื
ี
ไปผูกกับไม้อีกทอนหนงในลักษณะเชนเดยวกันน ี เวลาจะทําการปลูกก็ใช้เชอกน ขงระหว่างแนวจด
ึ
่
่
ุ
ึ
ปลูกไม้ทั งสองด้านทเชอกผูกอยู่นั นจะชวยผ่อนแรงในการดงเชอก เพราะพื นทปลูกสรางสวนปาโดย
ื
ึ
่
่
้
ื
ี
ี
ิ
ิ
ทั วไปแล้วจะไม่ราบบางคร ังมีเนนอยู่ตรงกลางระหว่างแนวปลูกทําให้ระยะระหว่างแนวปลูกเกน 30
็
ื
ื
ึ
เมตร ซงจําเปนจะต้องดงเชอกให้ยืดออกเพื อจะได้ปรบระยะให้เสมอกันตลอดแถวปลูก การดงเชอก
ึ
ั
ึ
ี
ั
ให้ยืดโดยทเชอกผูกไว้ทโคนไม้สงข นมา 30 เซนตเมตรน ีสามารถทําได้โดยงาย โดยการปกไม้หาง
่
่
ื
ึ
ิ
ี
ู
จากหลักจดปลูกออกมานอกแนวปลูกเล็กน้อยแล้วเอนปลายไม้เข้าไปในแนวปลูกเพื อให้เชอกหย่อน
ุ
ื
จะทําให้สามารถปกไม้ใกล้กับหลักของจดปลูกอีกด้านหนงได้ โดยปกด้านนอกของจดปลูกให้ปลาย
ุ
ุ
ั
ั
ึ
ี
ึ
ุ
ี
ไม้เอนเข้าไปในจดปลูกโดยทเชอกตงพอด จากนั นก็เหนยวปลายไม้ทั งสองด้านออกเชอกก็จะยืด
ี
ื
ื
ี
ออกดงจนจดแรกและจดสดท้ายทหมายไว้ทเชอกตรงกับหลักของจดปลูกเราก็จะได้ระยะปลูกเฉลี ย
ี
ุ
ุ
ุ
ุ
ึ
ื
ุ
ี
ทเสมอกันตลอดแนว จากนั นก็ใช้จอบขุดหลุมปลูกตามจดทเราหมายไว้ทเชอก การปลูกวิธน ีเชอกท
ี
ื
ี
ื
ี
ี
ื
็
ี
ื
ึ
จะใช้ต้องเปนเชอกไนล่อนซงสามารถยืดได้ การปลูกโดยวิธน ีจะได้กล่าวโดยละเอียดในเรองการ
ี
ปลูก สําหรบแนวของหลักอาจจะให้ขนานกับถนนแปลงปลูกเพื อความเปนระเบยบ ในกรณแปลง
ี
็
ั
็
็
ื
ึ
ี
ปลูกไม่ได้เปนตารางสเหลี ยมมุมฉากก็อาจจะให้แนวหลักขนานกับถนนด้านใดด้านหนงหรอเปน
ิ
แนวเดยวกับแปลงปลูกอื น ๆ ก็ได้แล้วแตความสะดวกในการปฏิบัตงาน
่
ี
171
การปลูก
ั
ุ
ุ
ุ
ี
การใช้แรงงานในการปลูกถ้าในพื นทปกหลักแสดงจดปลูกทกจดแล้วจะแบงงาน
่
ี
ุ
ื
่
ื
่
ออกได้ 3 งานย่อยคอ การขุดหลุมเตรยมดน การจายกล้าไปยังตําแหนงปลูก และสดท้ายคอการปลูก
ิ
ื
่
ี
งานทั งสามอาจจะกระทําโดยกลุ่มคน 3 กลุ่ม หรอ 3 ทมงานโดยแบงแยกงานกันทําและอาจมีการ
ผลัดเปลี ยนหน้าทกันหรอไม่ก็แล้วแตตกลงกันในทมงาน แตสําหรบคนงานปลูกแล้วไม่ควรเปลี ยน
ี
่
ื
ั
่
ี
ื
และควรคัดเลอกคนปลูกด้วย เพราะถ้าใช้คนปลูกทดและมีประสบการณแล้วจะทําให้ต้นไม้ทปลูกมี
ี
ี
ี
์
เปอรเซ็นต์การรอดตายสงและแข็งแรง
์
ู
ิ
ื
การปลูกจะเร มต้นฤดฝนเมื อดนมีความช นเพียงพอแล้ว ซงสังเกตได้โดยขุดดนลึก
ิ
ู
ึ
ิ
ื
ิ
ึ
20 - 30 เซนตเมตรจะมีความช นอยู่ด้านล่าง ซงจะเปนชวงทพื นดนได้รบนํ าฝนมาแล้วเกน 300
็
่
ี
ิ
ั
ิ
็
มิลลิเมตร ถือว่าเปนชวงเหมาะสมทจะทําการปลูกอย่างได้ผล เพราะโดยเกณฑ์ทั วไปแล้วประเทศ
่
ี
ื
ี
ี
ไทยมีนํ าฝนประมาณปละ 1,200 มิลลิเมตร บางท้องทมากกว่าหรอน้อยกว่าบ้าง ดังนั นเมื อมีฝนตกมา
ั
ี
ิ
ิ
แล้ว 300 มิลลิเมตรก็เหมาะสมทจะปลูก เพราะจะมีฝนอีก 2 ใน 3 สําหรบการเจรญเตบโตของไม้สน
ิ
ี
ิ
่
ื
ี
หลังจากทปลูกแล้ว ถ้าปลูกหลังจากน หรอล่าช้าเกนไปการเจรญของต้นไม้จะไม่ได้ดเทาทควร และ
ี
ี
็
ื
ิ
ถ้าปลูกเมื อดนขาดความช นคอเรวไปกว่าน ีมาก การรอดตายจะตําและการเจรญเตบโตไม่สมําเสมอ
ิ
ื
ิ
ุ
ี
ี
กัน ในกรณทมีปรมาณและชวงฝนตกยาวนาน ชวงการปลูกก็สามารถขยายออกไปอีกได้ ดังนั นทก
ิ
่
่
่
ี
ั
้
่
่
ขั นตอนในการปฏิบัตงานของการปลูกสรางสวนปาไม้สนจะต้องเครงครดตอเวลาและวิธการปฏิบัต ิ
ิ
ิ
ี
ื
่
ื
่
ู
็
ี
ตางๆ เพื อความแนนอนในความสําเรจทด การมีเครองวัดอุณหภมิ ความช นและปรมาณนํ าฝน ณ
ิ
ิ
บรเวณพื นทปลูกจะเปนประโยชน์ในการดําเนนงานน ี การวางแผนงานทรดกุมและดําเนนการได้
ั
็
ี
ิ
ี
ี
็
็
่
็
ตามแผนเปนการประกันความสําเรจ เมื อขุดหลุมเสรจแล้วการแจกจายกล้าไปตามหลุมทปลูกจะต้อง
่
่
้
ขนกล้าใสในภาชนะ เชน กล่องหรอตะกรา นําไปวางลงในหลุมปลูกทได้เตรยมไว้แล้ว ขั นตอนน
ี
ี
ื
ี
ิ
่
ื
จะต้องระมัดระวังไม่ให้ยอดของกล้าไม้ชอกชํ าหรอหักหลุดรวมทั งมีการกระทบกระเทอนตอดน
ื
ี
ี
ุ
หรอวัสดทห้มรากน้อยทสด การปลูกจะตามมาหลังจากมีกล้าประจําหลุมปลูกแล้ว ผู้ปลูกจะต้องวัด
ื
ุ
ุ
ู
ิ
ี
ุ
ความลึกของหลุมปลูกโดยหย่อนถุงพลาสตกทห้มรากลงวัดดความลึกทเหมาะสม ต้องลึกกว่าความ
ี
ิ
ี
ุ
ุ่
ยาวของถุงพลาสตกทห้มรากอยู่เล็กน้อยขณะทยังไม่ได้เอาถุงพลาสตกทห้มอยู่ออก ต้องเอาดนทชม
ุ
ี
ิ
ี
ี
ิ
ี
ิ
ื
ึ
ิ
ี
่
ช นทขุดข นมาใสก้นหลุมทลึกเกนไป ในกรณต นเกนก็ต้องขุดลงไปอีก จากนั นจงฉกถุงพลาสตก
ี
ึ
ื
ี
ิ
ออกโดยพยายามไม่ให้ก้อนดนทห้มรากอยู่แตก การฉกถุงพลาสตกใช้เปลือกไม้ไผ่เหลาบางๆ กรดท ี
ี
ุ
ิ
ิ
ี
ี
ขอบถุง จากนั นวางกล้าไม้ลงในหลุมปลูกให้ตั งตรงและกลบดนโดยรอบ โดยพยายามใช้ดนรวนซย
ิ
่
ุ
ิ
่
ิ
ี
่
ี
ี
ทช นทขุดข ึนมาตอนขุดหลุมปลูกใสลงโดยรอบก้อนดนทมีรากนั น และอัดแนนโดยมือและเท้า
ื
ิ
่
ิ
่
ื
ื
เหยียบโดยรอบจะกลบดนช นอัดแนนเหนอผิวดนเดมเล็กน้อย ตอจากนั นเอาดนแห้งคอดนผิวหน้า
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
ึ
จากทอยู่ข้างๆ โรยกลบปดทับอีกชั นหนงเพื อไม่ให้ผิวหน้าของดนช นโดนแสงแดดและลม ทั งน เพื อ
ื
ิ
ี
ี
ื
ู
ควบคมความช นด้านล่างให้สญเสยน้อยทสด ดนกลบโรยหน้าน ีโรยปดหลวมๆ หนาพอประมาณ ถ้า
ุ
ี
ิ
ิ
ี
ุ
172
ิ
ี
ี
ื
ิ
ิ
ความช นของดนล่างดปฏิบัตถูกต้องต้นไม้ทปลูกจะอยู่ได้ถึง 2 - 3 อาทตย์แม้ไม่มีฝนตกอีก และถ้ามี
ิ
ฝนเพิ มเตมเพียงเล็กน้อยรากจะเจรญหยั งพื นดนได้ทันทภายใน 1 อาทตย์ ถ้ากล้ามีการกระทําให้
ิ
ิ
ี
ิ
ู
ุ
่
ิ
ิ
็
์
ู
ิ
แกรง ได้ขนาด และสมบรณการเจรญเตบโตก็จะเร มได้รวดเรว ดังนั นการดแลทกขั นตอนให้ถูกต้อง
จะให้ผลค้มคากว่ามาก จะเหนได้ว่าการปลูกไม้สนไม่ได้มีความยุ่งยาก แตมีขั นตอนทจําเปนต้อง
็
่
ุ
ี
่
็
ี
ิ
ปฏิบัตและระมัดระวังตั งแตเมล็ด กล้าไม้และการปลูก หากปฏิบัตถูกต้องตามวิธแล้วการปลูกซอมจะ
ิ
่
่
ิ
ุ
ิ
ไม่มีความจําเปนอีกเลย นอกจากเกดสภาวะวิกฤตจากเหตธรรมชาตจรงๆ เชน แล้งผิดปกต เปนต้น
ิ
็
่
ิ
ิ
็
ิ
ุ
ื
การปลูกไม้สนน ีเมื อดนมีความช นเพียงพอก็จะกระทําเลยทกวันไม่ต้องรอวันฝนตกหรอวันหลังฝน
ื
ตก เพราะการปฏิบัตงานขณะมีฝนนั นคอนข้างไม่สะดวกเอาทเดยว และปกตแล้วไม้สนเปนไม้มี
็
ี
ิ
ิ
่
ี
ี
่
ึ
ความทนทานตอความแห้งแล้งได้ดพวกหนง
ุ
ั
ึ
ี
็
ั
ี
สําหรบการปลูกทปกหลักหมายจดปลูกเปนแนว ซงถ้าปลูกระยะ 3 x 3 เมตร หลักท
ื
่
ปกในแนวจะหางกัน 3 เมตร และระหว่างแนวหางกัน 30 เมตร แล้วใช้เชอกไนล่อนหมายระยะปลูก
ั
่
ี
ึ
ุ
ึ
ี
ี
็
ทกๆ 3 เมตร ขงระหว่างแนวในการปลูกนั น การปลูกโดยวิธน ีจะต้องทํางานเปนทม ทมหนง
ประมาณ 19 คน ประกอบด้วยคนปลูก 10 คน คนขุดหลุม 5 คน คนขงเชอกไนล่อน 2 คน สําหรบ
ึ
ั
ื
ื
คนงานจายกล้าไม้นั น จะต้องปรบให้เหมาะสมอาจจะใช้ 3 หรอ 4 คนก็ได้ข้อสําคัญคอจะต้องจาย
่
ั
่
ื
็
ี
ึ
กล้าไม้ให้ทันปลูกไม่มีการหยุดชะงักเพราะจะทําให้ผู้ปลูกซงมีอยู่ถึง 10 คนต้องหยุดเปนการเสยแรง
ึ
ื
ื
งานโดยเปล่าประโยชน์ การปลูกเร มจากคนถือเชอกไนล่อน 2 คน ขงเชอกไนล่อนพาดระหว่างแนว
ิ
ุ
ปลูก 2 แนว ซงหางกัน 30 เมตร โดยให้จดแรกทหมายไว้ทเชอกตรงกับหลักหมายจดปลูกและให้จด
ี
ี
ึ
ุ
่
ุ
ื
ี
ื
ุ
ี
ึ
ุ
สดท้ายทหมายไว้ทเชอกตรงกับหลักหมายจดปลูกของอีกแนวหนง จากนั นคนขุดจํานวน 5 คน ใช้
ึ
ุ
่
ื
จอบขุดตามจดทหมายไว้ทเชอกซงแตละจดหางกัน 3 เมตร โดยขุดให้ลึกกว่าความยาวของถุงเพาะ
ุ
ี
ี
่
ุ
ี
ชําทห้มกล้าไม้ทจะปลูกเล็กน้อย โดยแตละคนจะขุด 2 หลุม คนงานขุดหลุม 5 คน จะขุดได้จํานวน
ี
่
ึ
ี
ุ
10 หลุม แตในระยะ 30 เมตร จะมีจดทต้องขุดหลุม 11 จดดังนั นหลุมท 11 ซงอยู่ตรงหลักหมายจด
่
ุ
ี
ุ
่
ี
ปลูกก็จะเปนหลุมท 1 เมื อปลูกแนวถัดไป เมื อขุดเสรจก็ย้ายเดนหน้าไปทําทหลักหมายจดปลูกคตอ
ู่
ี
็
็
ิ
ุ
ี
ี
ี
ี
ั
ไป สําหรบหลุมทขุดไว้แล้วกลุ่มทมีหน้าทจายกล้าไม้ก็จะทําการวางกล้าไม้ลงในหลุม จากนั นกลุ่มท
่
ี
มีหน้าทปลูกจํานวน 10 คน ก็ใช้เปลือกไม้ไผ่เหลาบาง ๆ กรดขอบถุงพลาสตกเพื อเอาถุงพลาสตก
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
ี
่
ออกจากดนทห้มราก แล้วทําการปลูกโดยปฏิบัตเชนเดยวกับวิธแรก แตการปลูกโดยวิธน ีผู้ปลูกจะ
ี
ี
ุ
่
ี
ี
็
ต้องหันหน้าไปทางต้นททตัวเองได้ปลูกผ่านมาแล้วเพื อเล็งแนวให้ตรงเปนแนวเดยวกันและต้อง
ี
ี
ื
ึ
ี
ี
ระวังไม่ให้แนวทตัวเองปลูกเบนไปทางซ้ายหรอทางขวา การปลูกโดยวิธน ีถ้าฝกคนงานจนชํานาญ
ี
็
แล้วจะสามารถทําการปลูกได้รวดเรวและได้ผลด สามารถประหยัดหลักปลูกได้ถึง 90 เปอรเซ็นต์
์
่
ิ
ส งทสําคัญและต้องระมัดระวังอีกประการหนงในการปลูกก็คอ กอนปลูกจะต้อง
ึ
ื
ี
ุ
ิ
ี
่
ึ
เอาถุงพลาสตกออกจากดนทห้มรากกอน ไม่เชนนั นเมื อต้นไม้โตได้ระยะหนงจะตายเพราะรากจะ
่
ิ
ม้วนตัวขดเปนวงอัดกันแนน
็
่
173
่
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ในกรณทมีความผิดปกตในสภาวะแวดล้อมมาก มีปรมาณฝนท งชวงนานเกนไปจะ
ิ
่
ิ
ทําให้การรอดตายตํา ดังนั นจะต้องทําการสํารวจและปลูกซอมให้เสรจส นภายใน 2 เดอนหลังปลูก
็
ื
ิ
่
เพราะหากไม่ทันกําหนดแล้วควรเปลี ยนเปนทําการปลูกใหม่ในปตอไป เพราะถ้าปลูกล่าช้าเกนไป
็
ี
ี
่
่
อัตรารอดตายจะตําและต้องเสยคาใช้จายในการปลูกซอมมากอยู่ด การเลื อนเวลาปลูกอีก 1 ป จะทํา
่
ี
ี
ึ
ั
ี
ี
่
ให้งานในปตอไปเพิ มข ึน จะต้องปรบแผนใหม่ให้สอดคล้องกับงานทเพิ มข นในการปลูก ถ้าล่าช้า
ู
ิ
เกนไปการตั งตัวของต้นไม้อาจไม่ทันฤดแล้งทจะตดตามมาเพราะมีโอกาสได้รบนํ าฝนลดลงตาม
ี
ิ
ั
ู
์
ู
้
ี
ึ
ลําดับตางจากตอนต้นฤด ดังนั นการเตรยมกล้าไม้ให้สมบรณพรอมปลูกทันเวลาจงมีความสําคัญมาก
่
ี
ุ
และต้องเปนกล้าไม้ทมีคณภาพในการปลูกด้วย
็
ั
การดูแลกําจดวัชพืช
หลังปลูกไม้สนได้ประมาณ 1 เดอน ต้องทําการสํารวจการรอดตายและทําการกําจัด
ื
ี
วัชพืชถ้ามีความรนแรงข นเบยดเสยดและปกคลุมต้นสน ในการเตรยมพื นทปลูกโดยทําการไถพรวน
ี
ี
ี
ุ
ึ
อย่างด การกําจัดวัชพืชคร ังแรกจะทําเมื อส นฤดฝนคอประมาณเดอนตลาคม - ธันวาคม ซงการปราบ
ึ
ิ
ู
ุ
ี
ื
ื
ี
์
่
ี
วัชพืชในชวงน ีถ้าใช้รถแทรกเตอรทําการไถพรวนระหว่างแนวต้นไม้ทปลูก อาจจะไถแนวเดยวหรอ
ื
ไถเปนกากบาทก็ยิ งดเพราะวัชพืชจะถูกดนกลบเกอบหมด ไม่ต้องใช้คนงานถางวัชพืชอีก สวน
็
่
ื
ิ
ี
ี
ู
่
ื
ี
ั
รอบๆ ต้นไม้ทปลูกให้คนงานเอาจอบพรวนรอบต้น เมื อทําเชนน ีปญหาเรองไฟในฤดแล้งทจะมาถึง
ิ
็
ก็เปนอันหมดส นไป แตในการใช้รถแทรกเตอรเข้าทําการกําจัดวัชพืชหลังจากปลูกต้นสนแล้วน ีจะ
่
์
ิ
ื
์
ต้องเลือกชวงเวลาให้เหมาะสม ในขณะทดนยังแฉะอยู่หรอฝนตกไม่สมควรให้รถแทรกเตอรเข้า
ี
่
่
์
ี
่
ทํางานเพราะโอกาสทรถแทรกเตอรจะลื นไถลทําความเสยหายแกต้นไม้ทเราปลูกเปนไปได้มาก แต
็
ี
ี
ื
ุ
ิ
ู
ถ้าดนแห้งไปก็จะไถไม่เข้า ดังนั นชวงทเหมาะสมก็คอเมื อส นฤดฝนประมาณเดอนตลาคม - ธันวาคม
ิ
่
ื
ี
่
่
ี
่
ื
ิ
ิ
ู
และชวงแรกทฝนเร มตกประมาณปลายเดอนเมษายน แตในชวงต้นฤดฝนน ีถ้าฝนเกดตกหนักทําให้
พื นดนแฉะเกนไปในขณะททําการไถพรวนยังไม่เสรจ สวนทเหลือก็ใช้คนงานพรวนรอบต้นไม้ท
็
่
ิ
ี
ี
ิ
ี
่
ี
ู
ี
ปลูกโดยไม่ต้องไปทําอะไรกับวัชพืชสวนทเหลือ เพราะชวงน จะไม่มีอันตรายจากไฟไหม้ เมื อส นฤด
ิ
่
ฝนจงทําการไถพรวนให้ทั วพื นท เพราะมีชวงระยะเวลานานทสามารถทําการไถพรวนได้เพื อปอง
ี
้
่
ึ
ี
ิ
ิ
ุ
ู่
กันไฟและเพิ มพูนการเจรญเตบโต ในการไถพรวนทกคร ังต้องใช้คนงานพรวนรอบต้นควบคกันไป
ื
ี
ด้วยและดายวัชพืชทเหลือจากการไถพรวน การใช้เครองจักรอาจจะได้เปรยบในพื นทราบ แตในพื น
่
ี
ี
็
ี
ทลาดชันมากการใช้แรงงานคนยังมีความจําเปนอยู่ และในการดายวัชพืชถ้ามีเศษวัชพืชในพื นทมาก
ี
อาจจะต้องนําออกเผานอกบรเวณเพื อลดอันตรายทจะเกดข ึนในฤดแล้ง เพราะถ้าเกดไฟไหม้ข ึน
ิ
ิ
ิ
ี
ู
ึ
ู
่
่
ี
ี
ี
แล้วจะเกดความสญเสยอย่างใหญหลวง การกําจัดวัชพืชในปหนงๆ จะต้องทํากคร นจะแตกตาง
ิ
ังนั
ี
ี
ิ
กันในแตละพื นท ผู้ปฏิบัตจะต้องพิจารณาตัดสนใจโดยยึดหลักประหยัด ต้นไม้ถูกปกคลุมและเบยด
่
ิ
ี
ุ
เสยดจากวัชพืชในระยะเวลาอันสั นและปราศจากอันตรายจากไฟ การควบคมดแลในการปราบวัช
ู
174
ิ
ื
ี
ิ
่
พืชจะต้องปฏิบัตตอเนองจนต้นไม้เจรญเตบโตพ้นอายุ 3 ปไปแล้ว หลังจากนั นความสามารถทนไฟ
ิ
ุ
ุ
ึ
ี
ี
่
ของไม้สนก็จะดข นเพราะลําต้นมีเปลือกหนาห้ม และถ้าไฟไม่รนแรงไหม้ทําลายสวนยอดจนเสย
่
ิ
ู
ี
หายมากเกนไปแล้วไม้สนสวนมากก็จะรอดตาย วัชพืชโดยทั วไปแม้จะโตเต็มทก็มีความสงจํากัด แต
่
ไม้สนเมื อสงข นอัตราการเจรญเตบโตทางความสงก็จะรวดเรวข นจงเปนข้อได้เปรยบถ้าไม่ถูกปก
ิ
ิ
็
็
ึ
ึ
ี
ึ
ู
ู
่
ี
ี
ี
ึ
ี
ี
คลุมเสยแตตอนแรก การปราบวัชพืชอย่างดในปแรกจงมีความสําคัญ ในปทสองและสามอาจมีการ
่
ประยุกต์ใช้สารเคมีในการกําจัดและควบคมวัชพืชได้เชนกัน แตต้องมีความระมัดระวังในการ
ุ
่
ี
ี
ี
ิ
ิ
ดําเนนงานด้านน มิฉะนั นต้นสนทปลูกอยู่อาจเกดความเสยหายได้
การใสปุ ๋ ย
่
ิ
ิ
ิ
ี
ื
โดยทั วไปไม้สนมีความสามารถเจรญเตบโตได้ในดนเกอบทกสภาพ แตในกรณ
ุ
่
ิ
ี
ุ
๋
ี
่
ิ
ปลูกโดยมีวัตถุประสงค์ในทางการค้าแล้วการใสปยในชวง 1 - 2 ปแรก จะทําให้การเจรญเตบโตด
่
ึ
ิ
ี
ั
ุ
ื
ี
่
ข นและในบางพื นทอาจจะขาดแรธาตบางอย่าง เชน โบรอน ฟอสฟอรส หรอโปแตสเซยม ปกตการ
่
ี
่
๋
ื
ี
ุ
ุ
๋
ใสปยจะเปนปยเคมี การใสปยคอกหรออินทรยวัตถุจะไม่มีความจําเปนและอาจเกดความเสยหายข น
ึ
็
ิ
๋
่
ุ
็
ึ
์
ื
่
ี
่
ื
็
ได้เพราะจะทําให้เช อราไมคอรไรซาทรากไม่พัฒนา ซงเช อราพวกน ีมีความจําเปนอย่างมากตอการมี
ชวิตอยู่ของไม้สน การขาดหรอยับยั งการพัฒนามีผลตอการมีชวิตและการเจรญเตบโตของไม้
ิ
ี
่
ิ
ื
ี
ี
ี
ู
็
ู
่
ุ
๋
ประเภทน ี ปยเคมีสตรทใช้เปนสตร 15 : 15 : 15 โดยใสในปแรกหลังจากกล้าไม้ตั งตัวแล้วประมาณ
็
1 เดอนหลังปลูก ประมาณ 50 กรมตอต้น ควรใสรอบโคนต้นเปนวงหางจากต้นประมาณ 10
ั
ื
่
่
่
็
่
ิ
ี
ี
ึ
เซนตเมตร ซงจะทําให้ไม้ทปลูกมีความได้เปรยบตอวัชพืชเปนอย่างมาก ในกรณตรวจพบว่าเปนพื น
ี
็
่
ทขาดโบรอนควรจะใสบอแรคซ์ด้วยในปรมาณ 1 กรมตอต้น การใช้รอคฟอสเฟตผสมดนปลูกโดย
็
ั
็
่
ิ
ิ
ี
ี
หว่านรอบต้นขณะปลูกเปนวิธแก้ไขการขาดแคลนฟอสเฟตในดนทั งระยะสั นและระยะยาว เพราะ
็
ิ
็
ิ
ั
์
่
ุ
ิ
หนฟอสเฟตจะคอยๆ สลายให้ธาตฟอสฟอรสออกมาในปรมาณน้อยได้เปนเวลานาน และเช อไมคอร
ื
ี
่
ิ
่
ึ
ไรซาจะทําให้ต้นสนใช้ประโยชน์จากการใสหนฟอสเฟตได้มีประสทธภาพยิ งข น ปรมาณทใส 100
่
ิ
ิ
ิ
่
๋
่
กรมตอต้นโดยใสรอบต้นถือว่าเหมาะสม การเตรยมทโดยมีการไถพรวนอย่างดรวมทั งมีการใสปย
่
ี
ี
ี
ุ
ั
ื
่
ี
ี
ี
ชวยในปแรกหรอต้นปทสองและมีการปราบวัชพืชทได้ผลสามารถทจะเพิ มผลผลิตในชวงเวลาเดยว
ี
่
ี
ี
็
กันได้เปน 2 เทา คอจากผลผลิตเฉลี ยตอไร 2 ลูกบาศก์เมตร เปน 4 ลูกบาศก์เมตร เปนต้น ทําให้
็
่
็
่
่
ื
ิ
็
ึ
ู
่
สามารถใช้ประโยชน์ไม้ได้เรวข นหรอได้ไม้ขนาดโตข นในเวลาเทาเดม ทําให้ผลผลิตมีมูลคาสงข น
ื
ึ
่
ึ
่
๋
ิ
ุ
่
่
ุ
่
ดังนั นการเอาใจใสทางด้านน ีโดยมีการตรวจสอบแรธาตในดนและมีการใสปยตางๆ อย่างถูกต้องจะ
่
้
็
ู
ทําให้มีความเปนไปได้สงในการปลูกสรางสวนปาเชงพาณชย์ในประเทศไทย เพราะความต้องการ
ิ
ิ
ไม้เปนวัตถุดบยังมีอยู่สงมากทั งตลาดในประเทศและตางประเทศ การวิเคราะห์ดนและการวิเคราะห์
ิ
่
ู
ิ
็
ี
ธาตอาหารพืชทเหมาะสมนาจะมีการนํามาประยุกต์ใช้ในการปลูกสรางสวนปาไม้ชนดตางๆ จะทํา
่
ิ
่
ุ
้
่
ิ
ิ
ิ
่
ุ
๋
่
ให้เกดประสทธภาพสงในการผลิตทางด้านปาไม้ เพราะจะชวยให้การจัดการในการใสปยเพื อเพิ ม
ู
่
175
ุ
่
ุ
่
ุ
ิ
ิ
ั
่
ี
่
ี
เตมแรธาตตางๆ ทพืชต้องการในชวงเวลาและปรมาณทถูกต้อง และเมื อรวมกับการปรบปรงพันธ์ไม้
่
้
ึ
ุ
ี
แล้วก็จะทําให้การปลูกสรางสวนปาไม้เปนธรกิจทนาลงทนยิ งข น
็
่
ุ
การลิดกิ ง (Pruning)
ั
ิ
่
ี
ี
การลิดก งเปนวนวัฒนวิธทไม่คอยได้รบความสําคัญมากนักเพราะยังไม่มีความเดน
่
็
ชัดในผลตอบแทนทจะได้รบว่าจะค้มคาในการปฏิบัตหรอไม่ เพราะไม่คอยเกยวข้องในทางเพิ มผล
ั
ี
ุ
่
่
ื
ี
ิ
ผลิตนอกจากนั นในการปฏิบัตถ้าทําไม่ถูกต้องอาจลดผลผลิตลงได้ เพราะการลิดก งเปนการลดใบท ี
ิ
็
ิ
ึ
ิ
ึ
สังเคราะห์แสงลงจํานวนหนงซงมีผลในการลดการเจรญเตบโตของต้นไม้ไม่มากก็น้อย นอกจาก
ิ
่
ี
ิ
่
่
ิ
่
ึ
ื
การลิดก งแบบตบแตงทเอาแตก งตายแล้วออกเทานั นจงจะไม่กระทบกระเทอนตอผลผลิต อย่างไรก็
่
่
ุ
ตามไม้สนมีความแตกตางจากไม้ใบกว้าง การมีตาก งขนาดใหญและจํานวนมากจะทําให้คณภาพใน
ิ
็
่
ิ
การใช้งานของไม้สนลดลงไปมาก ดังนั นการลิดก งในการปลูกสรางสวนปาไม้สนมีความจําเปนต้อง
้
่
คํานงถึงเปนอย่างมาก ในอนาคตถ้ามีข้อมูลเกยวกับราคาไม้คณภาพตางๆ เดนชัดการพิจารณาใน
่
ึ
็
ี
ุ
เรองน จะตัดสนใจได้งายข น ถึงจะเปนการลดผลผลิตลงไปบ้างแตประโยชน์ทได้รบคอ
็
ั
่
ี
ึ
่
ิ
ี
ื
ื
ี
ื
่
- การลิดกิ งจะชวยลดอันตรายจากไฟ โดยเฉพาะไฟทเรอนยอด
ื
ี
ึ
่
ี
ิ
- ทําให้ form factor ของลําต้นอยู่ตํากว่าพุ่มใบทลิดก งดข น คอ ตรงโคนทอน
และปลายทอนจะมีขนาดเทาๆ กัน
่
่
่
ี
ี
่
- ลดจํานวนและขนาดของตาไม้ทอยู่สวนนอกของลําต้นให้น้อยกว่าสวนทอยู่ใกล้
แกนไม้
่
- เพิ มคณค่าของไม้
ุ
่
่
ื
ิ
ุ
การดําเนนการจะค้มคาหรอไม่ข ึนอยู่กับคาใช้จาย ชนดไม้ ตลาด และราคา โดย
ิ
่
ิ
ิ
็
่
เฉพาะอย่างยิ งจะเหนว่าสนสามใบ (Pinus kesiya) จะมีก งมากและบวมตรงข้อ การลิดก งจะชวยให้
ุ
คณภาพไม้ดข นมาก แตถ้าเปนสนคารเบย (Pinus caribaea) ซงมีก งน้อยและไม่มีปญหาในเรองข้อ
ิ
ึ
ื
ั
่
ี
็
ึ
ิ
ี
ั
ุ
ึ
่
ิ
ี
ิ
บวม การลิดกิ งอาจไม่ได้ปรบปรงอะไรให้ดข นกว่าเดมมากมายนัก การลิดก งก็อาจไม่ค้มคา
ุ
ิ
่
ิ
ิ
ั
ึ
ู
ปกตในทางปฏิบัตโดยทั วไป สําหรบไม้สนในสวนปาจะลิดก งข นไปสงจากระดับ
็
ี
ดน 6.8 เมตร เมื อต้นไม้มีความสงเฉลี ยเปน 2 เทาคอประมาณอายุ 10 - 15 ป
ิ
ื
ู
่
ิ
ี
จากการศึกษาทดลองเกยวกับการลิดก งไม้สนคารเบย (Pinus caribaea) ได้ให้ข้อ
ี
ิ
ิ
มูลสําหรบพิจารณาในการปฏิบัตการลิดกิ งก็คือ
ั
ี
ิ
ี
ึ
ิ
. - ถ้าในแปลงปลูกมีการลิดก งและไม่ลิดก งข นปะปนกัน ไม้ทอยู่ข้างเคยงและไม่ได้
่
ี
ลิดก งจะเจรญขมทําให้ต้นททําการลิดกิ งโตช้า
ิ
ิ
- ในแปลงททําการลิดก งทกต้นเทากันโดยลิดก ง 25 เปอรเซ็นต์ของพุ่มใบทเจรญ
ี
ุ
่
ิ
ิ
ี
์
ิ
ิ
ู
ิ
งอกงาม จะมีผลน้อยมากตอการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์กลาง
่
176
ี
ิ
์
ิ
ุ
- การลิดก งทกต้นในแปลงออก 50 เปอรเซ็นต์ของพุ่มใบทเจรญงอกงาม จะมีผล
กระทบตอการเจรญเตบโตโดยลดการเจรญเตบโตทางด้านความสงและทางเส้นผ่าศูนย์กลางลงเปน
ิ
ิ
ิ
ิ
่
ู
็
เวลาถึง 5 ป ี
ี
- การลิดกิ งไม้อายุเกน 8 ป จะมีผลกระทบน้อยกว่าไม้ทอายุน้อยกว่า
ิ
ี
ี
ิ
ี
ั
ี
ู
ี
์
ุ
ิ
- ไม้ทเจรญเตบโตในพื นทอุดมสมบรณจะปรบตัวได้ช้ากว่าไม้ทปลูกในพื นทคณ
ภาพตํากว่า
ุ
ี
ี
ิ
ี
- มีข้อมูลสนับสนนว่าเมื อมีการลิดก งไม้สนคารเบยทอายุ 19 ปจะมีคณภาพของเน อ
ุ
ิ
ื
ี
ึ
ไม้ดข น
อาจต้องพิจารณาว่าอะไรเหมาะสมกว่าในการเลื อนเวลาลิดก งออกไปจนถึงเวลาทํา
ิ
็
ิ
การตัดสางขยายระยะอย่างหนักเพื อเอาไม้ออกไปใช้เปนวัตถุดบทําเยื อกระดาษเมื ออายุ 10 - 15 ป
ี
ิ
ื
้
ี
ี
หรอทําการลิดก งทอายุ 4 - 5 ป พรอมกับการตัดสางขยายระยะไม้ออกโดยไม่เปนการค้าและเหลือไม้
็
ั
ิ
ิ
ไว้ 370 ต้น/เฮกแตร จนถึงรอบตัดฟน ในฟจได้วางแผนการลิดก งและการตัดสางขยายระยะโดย
ิ
์
ี
่
ุ
ี
ี
ิ
ิ
คํานงถึงการเจรญเตบโตทแตกตางกันในสภาพพื นทดและเลว โดยมีจดมุ่งหมายเพื อการผลิตไม้ซง
ุ
ึ
เพื อการแปรรปซงมีตลาดรองรบอยู่แล้ว (ตารางท 69 และ 70)
ี
ึ
ู
ั
ื
ั
ํ
ตารางที 69 การลิดกิ งและการตัดสางขยายระยะสาหรบพ นที คุณภาพดี
ความสง อายุ พื นทหน้าตัด การปฏิบัต ิ
ี
ู
กลุ่มนํา ประมาณ ม. /เฮกแตร ์
2
ิ
ู
9.8 4 - ลิดก งจนถึง 3 เมตร ทกต้นทสงเกน 6 เมตร
ิ
ี
ุ
11.6 5 - ลิดก งจนถึง 5 เมตรหรอ ½ ของต้นแล้วแตอะไรจะตํากว่า
ื
่
ิ
ิ
์
่
13.4 6 17.2 - 10.3 ตัดสางขยายระยะกอนเหลือ 740 ต้น/เฮกแตรแล้วลิดก ง
6.7 เมตร
16.8 9 25.3 - 17.2 ตัดสางขยายระยะเหลือ 445 ต้น/เฮกแตร ์
2
22.9 15 39.0 - 23.0 ตัดสางขยายระยะเพื อการค้าจนเหลือ BA = 23 ม /เฮกแตร์
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ี
ิ
177
ั
ํ
ื
้
ตารางที 70 การลิดกิ งและการตัดสางขยายระยะสาหรบพ นที คุณภาพเลว (โตชา)
ความสง อายุ พื นทหน้าตัด การปฏิบัต ิ
ี
ู
กลุ่มนํา ประมาณ ม. /เฮกแตร ์
2
ิ
9.1 4 14.5 - 8.0 ตัดสางขยายระยะเหลือ 740 ต้น/เฮกแตร ลิดก ง 3 เมตร
์
หรอ ½ ของต้น
ื
ื
ิ
10.7 5 14.9 ลิดก งถึง 5 เมตร หรอ ½ ของต้น แล้วแตอะไรตํากว่า
่
์
ื
ิ
14.3 7 21.8 - 14.9 ลิดก ง 300 ต้น/เฮกแตร ถึง 6.7 เมตร หรอ ½ ของต้น
แล้วแตอะไรตํากว่า ตัดสางขยายระยะเหลือ 445 ต้น/
่
เฮกแตร ์
2
12.14 39.0 - 23.0 ตัดสางขยายระยะเพื อการค้าจนเหลือ BA = 23 ม. /
เฮกแตร ์
ิ
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ี
ี
ในชวงอายุ 3 ปข ึนไปการลิดก งต้นไม้ออกบ้างจะมีความจําเปนถ้าต้องการให้ได้
ิ
่
็
ี
เน อไม้คณภาพดสําหรบการใช้ประโยชน์ทั วไป ซงการดําเนนการน ีจะต้องเพิ มคาใช้จายแตก็จะให้
ิ
ั
ึ
ื
่
่
่
ุ
ี
ิ
่
ึ
ี
ุ
ี
ึ
ผลตอบแทนกลับมาในแงของราคาผลผลิตทดข นเมื อเน อไม้มีคณภาพดข น การลิดก งออกจากลําต้น
ื
ิ
ื
ี
ิ
ิ
จะลดการเจรญเตบโตของต้นไม้ถ้าปฏิบัตไม่ถูกต้องคอลิดก งออกมากเกนไปเพราะจะไปลดพื นทใน
ิ
ิ
่
ี
ิ
่
การสังเคราะห์แสง แตถ้าทําถูกต้องก็จะไม่มีผลกระทบมากนักเพราะปกตก งทแกอายุมากก็จะมีการ
ิ
ิ
่
ุ
ิ
่
้
ลิดก งตามธรรมชาตอยู่แล้ว เพราะประสทธภาพในการสรางอาหารลดลงการขนสงแรธาตอาหารตํา
ิ
ิ
ลงจงทําให้เกดการหลุดรวงของก ง ดังนั นการลิดก งทถูกต้องจะไม่เกดผลเสยตอการเจรญเตบโต
ิ
ิ
่
ี
ิ
่
ิ
ิ
ึ
ิ
ี
ู
ิ
ิ
์
ิ
ิ
มากนัก ปกตไม่ควรจะลิดก งเกน 50 เปอรเซ็นต์ของความสงของลําต้น เพราะเกนจากน ีแล้วจะลด
ิ
ิ
ุ
่
ี
ิ
การเจรญเตบโตมากไปทําให้ไม่ค้มคา ในการปฏิบัตทั วไปในปท 3 จะมีการลิดก ง 1 ใน 3 ของความ
ี
ิ
ื
ิ
สงของลําต้นหรอไม่เกน 2 เมตร สําหรบต้นไม้ทสงมากๆ การลิดก งต้องทําทั งแปลงเพื อไม่ให้ต้นไม้
ี
ู
ั
ิ
ู
ู
ิ
ุ
คณภาพดทลิดก งสญเสยความได้เปรยบในการแขงขันการเจรญเตบโตหลังลิดก ง เพราะการลิดก งจะ
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ี
่
ี
ิ
ิ
็
ื
ทําให้การเจรญเตบโตชะงัก เดอนธันวาคมและมกราคมจะเปนชวงทเหมาะสมในการปฏิบัต นอก
ิ
่
ิ
ี
ิ
จากจะสะดวกแล้วยังกระทบตอการเจรญเตบโตน้อย และจะไม่กอให้เกดโรคเข้าทําลายรอยแผลท
ี
่
ิ
่
ิ
ี
ิ
เกดจากการลิดก งอีกด้วย อาจทาด้วยปนขาวทรอยแผลเพื อลดการเกดโรค นอกจากนั นการลิดก งใน
ิ
ู
ิ
ิ
ชวงน ีควรทําการเก็บเศษไม้ออกทําลายนอกพื นทจะชวยลดอันตรายจากไฟลงได้มากเพราะจะลด
ี
่
่
ื
ิ
ิ
ิ
ื
ปรมาณเช อเพลิงและโอกาสเกดไฟไหม้เรอนยอดจะมีน้อยนั นเอง การลิดก งก็เพื อลดขนาดและ
ู
ี
ิ
ื
ื
่
ิ
จํานวนตาไม้ทจะเกดในเน อไม้ให้น้อยลง ทําให้ไม้มีมูลคาสงข ึนเพราะมีตําหนในเน อไม้น้อยใช้
178
่
ิ
ึ
่
ี
ุ
ประโยชน์ได้กว้างขวางข น การลิดก งจะทําตอไปอีกประมาณทกๆ 2 - 3 ป แล้วแตความเหมาะสมจน
ู
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
่
ได้ลําต้นเกลี ยงเกลาปราศจากก งทสงจากพื นดน 6 - 10 เมตร แล้วแตสภาพการเจรญเตบโต รอบตัด
ฟน และจดประสงค์ในการใช้ไม้ ราคาไม้คณภาพดอาจเปน 3 - 4 เทาของราคาไม้ทั วๆ ไป ดังนั นการ
็
่
ั
ุ
ี
ุ
ึ
ิ
ี
ลิดก งจงมีความจําเปนทจะต้องปฏิบัตและทําอย่างถูกต้อง ในไม้ทมีอายุ 10 ปถ้ามีการลิดก งทดจะได้
็
ี
ิ
ี
ี
ี
ิ
่
้
ู
ุ
ไม้ซงมีคณภาพยาวไม่น้อยกว่า 4 เมตร ซงเพียงพอจะเปนไม้แปรรปขนาดเล็กเพื อใช้ในการกอสราง
็
ุ
ึ
ิ
ี
ิ
่
และอื นๆ ทมีราคาแพงกว่าวัตถุดบเพื อทํากระดาษแตเพียงอย่างเดยว การลิดก งและการตัดสางขยาย
ี
้
ิ
ิ
ี
ระยะอาจจะทําพรอมๆ ไปในคราวเดยวกันเพื อให้เกดความสะดวกในการปฏิบัตงานยิ งข น
ึ
การตัดสางขยายระยะ (Thinning)
ี
็
ุ
ี
ิ
การตัดสางขยายระยะเปนวนวัฒนวิธหนงทจะเพิ มการเจรญเตบโตและคณภาพของ
ึ
ิ
ต้นไม้ มีหลักการอยู่ว่าถ้าจํานวนต้นไม้ทปลูกมีความหนาแนนมากเกนไป การเจรญเตบโตของต้น
ิ
ิ
ิ
ี
่
ี
ไม้จะชะงักงันหรอหยุดลงหมายถึงผลผลิตรายปจะไม่เกดข น แตต้นไม้มีคณสมบัตพิเศษกว่าพืชล้ม
ื
ิ
ึ
ิ
ุ
่
่
ี
ิ
ี
ื
ลุกคอมีอายุยาวนานและสามารถจะเจรญเตบโตตอไปได้อีกหลายปถ้ามีสภาพแวดล้อมทเหมาะสม
ิ
่
การตัดสางขยายระยะไม้บางสวนออกบ้างเพื อเปดโอกาสให้ต้นไม้ทยังคงเหลืออยู่เจรญเตบโตตอไป
่
ิ
ิ
ี
ิ
ได้ไม้ขนาดใหญข น นั นคอทําให้พื นทนั นกลับมีผลผลิตทดอีกตอไปจนกว่าจะถึงความหนาแนนจด
ื
ี
ี
่
่
ี
ึ
ุ
่
ุ
หนงก็จะหยุดชะงักอีก เพราะการแขงขันทางด้านนํ า ธาตอาหาร และแสงสว่าง ก็มีความจําเปนจะ
็
ึ
่
ต้องตัดสางขยายระยะออกไปอีกเพื อให้เกดผลผลิตอีกจนถึงรอบตัดฟน ขณะเดยวกันไม้ทตัดสาง
ี
ั
ี
ิ
่
่
ิ
ขยายระยะออกก็สามารถนําไปใช้ประโยชน์ตางๆ ได้ตามความเหมาะสม แตถ้าหากต้นไม้เจรญเตบ
ิ
ุ
ี
โตจนถึงจดอิ มตัวเต็มทแล้วจะไม่มีการตัดสางขยายระยะออกเพราะไม่ได้ผลผลิตเพิ มข นอีกเลยเปน
็
ึ
ี
ี
ุ
ู
ี
การเสยเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ในการทจะให้พื นทใดๆ มีประโยชน์สงสดในด้านผลผลิตทางไม้
ู
ี
ี
ุ
แล้วหมายความว่าจะต้องจัดการให้มีผลผลิตเฉลี ยรายป (MAI = mean annual increment) สงทสดใน
ี
่
ุ
ชวงเวลาทยาวนานทสด เมื อ MAI ลดลงนั นหมายความว่าใกล้ถึงเวลาทต้องทําการตัดสางขยายระยะ
ี
ี
็
หรอทําการตัดออกหมดเพื อปลูกใหม่ จะเหนได้ว่าการตัดสางขยายระยะเปนวนวัฒนวิธทสําคัญ
ื
ี
ี
็
ุ
ประการหนงในการจัดการสวนปาให้ได้ผล นอกจากหลักการดังกล่าวอาจมีจดประสงค์อื นๆ
ึ
่
ื
ุ
่
่
ประกอบด้วย เชน เพื อคณภาพของไม้หรอเพื อไม่ให้ต้นไม้โคนล้มงายจากแรงลม
่
ิ
ี
การทําการตัดสางขยายระยะมีปจจัยหลายอย่างทจะต้องนํามาประกอบการตัดสน
ั
ื
ใจในการปฏิบัต คอ
ิ
ก. คํานึงถึงผลผลิตและคุณภาพไม ้
ุ
ี
ิ
ในการดําเนนการเพื อจดประสงค์น ี ปกตจะใช้พื นทหน้าตัดของต้นไม้ (Basal area)
ิ
ี
่
ั
ู
มาเปนเกณฑ์กําหนดในการตัดฟน เพราะถือว่าเมื อคาของพื นทหน้าตัดของต้นไม้สงย่อมมีความหนา
็
179
ิ
ั
ิ
่
ี
่
ู
่
แนนของกลุ่มไม้สง การแกงแย่งในกลุ่มไม้เพื อปจจัยในการเจรญเตบโตย่อมมีมากก็ควรจะใช้คาน
ื
์
ิ
็
ี
่
เปนตัวกําหนด โดยทั วไปพื นทหน้าตัดไม่ควรเกน 41 ตารางเมตร/เฮกแตร หรอ 6.56 ตารางเมตร/ไร
ิ
ิ
ิ
ิ
ถ้าจะให้ไม้ในสวนปายังคงเจรญเตบโตด แตในทางปฏิบัตจรงๆ อาจจะใช้พื นทหน้าตัดไม้ระหว่าง
ี
ี
่
่
30 - 40 ตารางเมตร/เฮกแตร ์
ในปจจบันสําหรบไม้สนได้มีการศึกษาทางด้านน ีและพบว่าพื นทหน้าตัดจะไม่เปน
ั
ี
ุ
็
ั
ี
่
ี
ิ
ึ
ี
ี
ี
ตัวบงช ทดในการกําหนดเวลาและปรมาณการตัดสางขยายระยะ จงมีแนวคดเกยวกับดัชนของพื นท ี
ิ
ี
ึ
ิ
ิ
ี
ึ
็
สําหรบการเจรญเตบโตข นมาเรยกว่า S % ซงจะเปนตัวช ว่าไม้นั นควรจะมีคา S % เทาใด จะได้ทํา
ั
่
่
ิ
การตัดสางขยายระยะให้ S % อยู่ระหว่างคาทเหมาะสมกับไม้ชนดนั นๆ
ี
่
คา S % = คาเฉลี ยระยะระหว่างต้น x 100
่
่
ู
คาความสงของไม้ชั นนํา
่
ิ
่
ึ
ั
จงใช้คาน ีสําหรบตรวจวัดการแขงขันของต้นไม้ในกลุ่มและตัดสนว่าเมื อใดจะทําการตัดสางขยาย
่
ระยะ
ุ
ี
ิ
ี
สําหรบไม้สนคารเบย (Pinus caribaea) ได้มีการศึกษาทางด้านน และสรปว่า
ั
ิ
ี
S % มากกว่า 30 % พื นทจะถูกเปดกว้างเกนไป และ
ิ
ิ
ื
S % ตํากว่า 20 % ต้นไม้จะแนนเกนไปทําให้การเจรญเตบโตหยุดชะงักหรอช้ามาก
ิ
่
ิ
ิ
ิ
ดังนั นในการตัดสางขยายระยะจากผลการศึกษาน ีมีแนวความคดว่าการตัดสางขยายระยะไม้สนคาร
ี
เบยทปลูกในพื นทชั นคณภาพด ควรทําการตัดสางขยายระยะคร ังแรกเมื ออายุ 6 ป เมื อระยะปลูกเร ม
ี
ี
ุ
ี
ี
ิ
แรก เทากับ 3.5 x 2.2 เมตร
่
่
สําหรบไม้สนชนดอื นๆ คา S % จะนํามาใช้ได้เชนกันและการทดลองจะบอกได้แน
ั
่
ิ
่
ึ
ั
ชัดว่า S % ระหว่างเทาใดจงเหมาะสม ในขณะทยังไม่มีการทดลองสําหรบไม้ชนดนั นๆ คา S %
่
ิ
ี
่
่
็
ระหว่าง 20 - 30 ก็สามารถนํามาใช้ได้ผลเพราะเปนไม้พวกเดยวกัน เชนเดยวกับการใช้ Basal area
ี
ี
ั
(BA) เปนตัวตัดสนในการตัดสางขยายระยะ ทกล่าวเปนการพิจารณาเฉพาะปจจัยเพื อผลผลิตซงใช้
ิ
็
็
ี
ึ
็
ื
ั
ได้ดเมื อไม่มีข้อจํากัดหรอปจจัยอื น ๆ มาเปนตัวกําหนด
ี
ข. คํานึงถึงดานเศรษฐกิจ
้
่
ิ
ี
ิ
ในบางพื นทการผลิตไม้ขนาดใหญอาจจะไม่มีตลาดเพราะความนยมใช้ไม้ชนดอื น
ิ
ู
็
็
ื
ื
เปนไม้แปรรปแทน หรอเปนตลาดของไม้ขนาดเล็กเพื อทําช นไม้สับหรอเยื อกระดาษ การตัดสาง
ิ
่
่
ขยายระยะในสวนปาก็จะต้องนํามาพิจารณาในการปฏิบัตด้วย เชน ในประเทศสรนาม (Surinam)
ุ
ิ
ั
ี
็
ิ
่
ิ
้
ั
มีการปลูกสรางสวนปาไม้สนคารเบยเพื อเปนวัตถุดบสําหรบทําเยื อกระดาษ โดยใช้รอบตัดฟน 10 –
ี
ื
15 ป จงกําหนดเวลาตัดสางขยายระยะเมื ออายุ 3 - 4 ป เพื อเอาต้นเลวออกหรอในบางกรณอาจไม่มี
ี
ี
ึ
180
็
ี
่
่
การตัดสางขยายระยะเลยจะไปตัดหมดเมื ออายุ 10 - 15 ปเทานั น จะเปนการประหยัดคาใช้จายลง
่
และใช้ไม้เพื อทําเยื อกระดาษทั งหมด
ี
ู
่
ั
ุ
ี
แตในกรณททําการผลิตไม้ซงสําหรบทําไม้แปรรปด้วยจะทําการตัดสางขยายระยะ
็
อย่างหนักเพื อเอาไม้ออกมาเปนวัตถุดบเพื อทําเยื อกระดาษสวนหนงเมื อไม้อายุ 10 ป และมีไม้เหลือ
ี
ึ
ิ
่
เพื อเจรญเตบโตตอไปจนอายุ 17 ป จงตัดสางขยายระยะคร ังท 2 เพื อให้ได้ไม้ซงสําหรบการแปรรป
ิ
่
ึ
ุ
ั
ี
ู
ี
ิ
ี
่
และไม้ทเหลือจะตัดหมดรอบสดท้ายทอายุ 22 - 25 ปเพื อเปนไม้ซงขนาดใหญสําหรบการแปรรป ใน
็
ู
ุ
ี
ุ
ั
ี
ึ
ี
ี
็
่
่
ี
ื
อีกกรณหนงทจาไมกาเนองจากสภาพพื นทของสวนปาสวนมากเปนภเขาการทําทางชักลากจะเสยคา
ี
ู
่
็
ิ
่
ึ
ใช้จายสง จงเปนการค้มคากว่าในทางเศรษฐกจทจะทําการตัดสางขยายระยะเมื อไม้อายุน้อยและ
ู
่
ี
ุ
ี
ึ
ุ
ื
ั
ุ
เลอนการลงทนทําทางชักลากออกไป จนอีก 2 ปจะตัดไม้ออกหมดจงลงทนทําทางและตัดฟนรอบ
ุ
สดท้ายเมื ออายุ 20 - 22 ป ี
ค. คํานึงถึงความสะดวก
ึ
ิ
ี
ในสภาพพื นทซงมีปรมาณนํ าฝนน้อยและมีฤดแล้งยาวนานเปนพื นททมีผลผลิตตํา
ี
็
ู
ี
ึ
็
การตัดสางขยายระยะก็ควรจะเปนไปตามสถานะของท้องถิ นโดยไม่คํานงถึงผลผลิตคอ ตัดสางขยาย
ื
ี
ี
ุ
ระยะออกได้โดยไม่ต้องมีพื นทหน้าตัดเทากับทกําหนดในพื นทคณภาพดและผลผลิตทได้อาจไม่มี
ี
ี
่
ี
ี
ิ
ี
ู
ี
คาในทางการตลาดทั วๆ ไป พื นททปรมาณนํ าฝนตํากว่า 1,200 มิลลิเมตร และมีฤดแล้งนานถึงปละ
่
่
ี
ื
ิ
่
่
ิ
ั
่
6 - 9 เดอน จะอยู่ในขายของสภาพเชนน ีและเกดในหลายๆ แหงในโลกเชน อินเดย อาฟรกา สําหรบ
ี
ี
์
ั
ี
ี
พื นททดกว่าน ี สําหรบ Pinus caribaea อาจปล่อยให้มีพื นทหน้าตัดมากกว่า 43 ตารางเมตร/เฮกแตร
่
ั
กอนทําการตัดฟน
ี
การตัดสางขยายระยะเปนการตัดต้นไม้ออกเพื อเปดโอกาสให้ต้นทเหลืออยู่มีการ
ิ
็
ั
เจรญเตบโตด้วยอัตราทดข นลดการแขงขันระหว่างกัน และหลักในการพิจารณาคอเพื อรกษาอัตรา
ิ
ิ
ื
ึ
่
ี
ี
ี
ุ
ิ
ู
ั
่
ี
ี
ิ
การเจรญเตบโตเฉลี ยตอปตอพื นทให้สงทสดตลอดระยะเวลาของรอบตัดฟนและได้ความโตเฉลี ย
่
ึ
ี
ื
ิ
่
็
ของต้นไม้ตามทต้องการ ตัวทจะเปนข้อบงช ในการดําเนนการได้ประการหนงในไม้แตละชนดก็คอ
่
ี
ิ
ี
ี
ี
่
ี
พื นทหน้าตัด (Basal area) หมายถึงพื นทของหน้าตัดของต้นไม้ทระดับสงเพียงอกตอหนวยพื นท
ู
่
ี
ึ
่
ี
ี
ึ
่
ทต้นไม้เหล่านั นข นอยู่ พื นทหน้าตัดของแตละชนดทสามารถมีได้สงสดจะไม่เทากันและจะข นอยู่
ุ
ี
ู
ิ
่
ี
ิ
็
ุ
ู
์
กับชนดพันธ์ไม้และความสมบรณของพื นท การตัดสางขยายระยะก็จะใช้คาน ีเปนตัวกําหนดว่า
ควรจะเปนเทาใด ไม้สนในขณะน ีถ้าสภาพพื นทสมบรณปานกลางการใช้พื นทหน้าตัดเทากับ 41
่
่
ู
ี
็
์
ี
ี
ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร หรอ 6.56 ตารางเมตร/ไร เปนเกณฑ์เหมาะสมทจะใช้ในปจจบัน หมายความ
ั
่
ื
็
์
ุ
ี
่
ว่าความหนาแนนของต้นไม้ทข นอยู่ไม่ควรจะมีพื นทหน้าตัดเกน 6.56 ตารางเมตร/ไร เพราะถ้าหนา
ี
่
ิ
ึ
ิ
ิ
่
ี
แนนมากกว่าน ีแล้วอัตราการเจรญเตบโตจะลดลงทําให้ผลผลิตเฉลี ยรายปตลอดรอบตัดฟนจะลดลง
ั
่
ึ
ึ
ู
่
็
ี
่
่
ไปด้วย แตคาน ีเปนเพียงเกณฑ์ในเวลาน มีแนวโน้มเปลี ยนแปลงสงข นซงหมายถึงคาความหนาแนน
181
่
ิ
่
ี
่
ี
ื
ึ
่
ิ
่
เทาเดมแตจะได้ไม้มีขนาดโตข นในพื นทนั น ๆ หรอหากไม้ขนาดเทาเดมแตจํานวนต้นตอพื นทมาก
่
ิ
ข นทําให้ผลผลิตตอหนวยพื นทสงข น การตัดสางขยายระยะก็จะทําตอเมื อต้นไม้ทปลูกอยู่มีการเจรญ
่
่
ี
ึ
ึ
ู
ี
่
ี
่
เตบโตจนคาของพื นทหน้าตัดใกล้ถึง 6.56 ลูกบาศก์เมตร/ไร การตัดสางขยายระยะถ้าตัดออกมาก
ิ
เกนไปจะทําให้ผลผลิตตอไรในรอบตัดฟนลดลงมาก ซงตรงน ต้องอาศัยข้อมูลอัตราการเจรญเตบโต
ี
่
ิ
่
ั
ึ
ิ
ิ
ั
ของต้นไม้รอบตัดฟนและแผนการตัดสางขยายระยะว่าทําเมื อใดบ้างมาประกอบ ดังนั นในทาง
ิ
้
ี
่
่
ี
ปฏิบัตต้องมีแปลงตรวจวัดไม้ประจําในแตละปทมีการปลูกสรางสวนปาเพื อจะนําข้อมูลน ีมาใช้
ี
่
พิจารณาในการตัดสนใจทําการตัดสางขยายระยะในแตละอายุไม้นั นๆ ผลผลิตของไม้ทได้ถ้ามีขนาด
ิ
็
่
ิ
็
ึ
็
ี
ทสามารถทําเปนสนค้าได้ก็เปนประโยชน์มากในการทําปาเศรษฐกจ ซงผลผลิตจะนํามาใช้เปนวัตถุ
ิ
ดบเพื อทําเยื อกระดาษ ช นไม้สับ หรอไม้แปรรปเล็กๆ เพื อการทําอุตสาหกรรมไม้ประสานหรออื นๆ
ื
ื
ิ
ู
ิ
ดังนั นนอกจากจะใช้พื นทหน้าตัดเปนเกณฑ์ในการพิจารณาแล้วข้อพิจารณาทางเศรษฐกจก็อาจนํา
ิ
ี
็
มารวมได้ และอาจมีการปรบการดําเนนงานไปตามความเหมาะสม การทําการตัดสางขยายระยะจะมี
ั
ิ
่
ิ
แนวปฏิบัตเปน 2 ทางคอ
ื
็
1. การคัดเลือกตัดออก
็
2. การตัดเปนระบบ
1. วิธีการคัดเลอกตัดออก คอเมื อกําหนดทจะตัดออกเปนจํานวนเทาใดตอไรแล้วก็
ื
่
ี
่
็
่
ื
ี
ี
ั
จะเข้าไปหมายต้นทจะตัดออกโดยมีหลักเกณฑ์ตางๆ ทสามารถปรบให้เข้ากับความต้องการได้ เชน
่
่
ึ
ต้นขนาดเล็กมากและต้นขนาดตํากว่าความโตระดับหนง ในขณะเดยวกันถ้ามีต้นขนาดโตอยู่ด้วยกัน
ี
ี
ุ
่
ิ
ี
ี
แนนไปก็จะต้องตัดสนใจเอาออกบ้างโดยเลือกต้นทเหมาะสมดทสดไว้ เมื อทําการหมายและคํานวณ
็
็
ี
ี
พื นทหน้าตัดทเหลือแล้วอยู่ในระดับทต้องการก็เปนอันเสรจ ถ้าน้อยไปก็ต้องลดต้นตัดออกลงและ
ี
ี
ี
ื
มากไปก็ต้องตัดเพิ มข ึน ในทางกลับกันอาจคัดเลอกต้นไม้ทจะเก็บไว้แล้วคํานวณหาพื นทหน้าตัด
็
ี
่
ั
ี
ี
็
็
รวมถ้าได้เทากับระดับทต้องการก็จะเปนอันเสรจ ต้นไม้ทเหลือทําการตัดฟนออกได้ วิธน ีจะเปนวิธ
ี
ี
ทเหมาะสมทสดในทางปฏิบัตและไม้ทเหลืออยู่ก็ต้องกระจายคอนข้างสมํ าเสมอในพื นทนั นๆ
่
ุ
ี
ี
ิ
ี
่
็
2. การตัดเปนระบบ คอทําการตัดต้นเว้นต้นหรอแถวเว้นแถวแล้วแตการตรวจวัด
ื
ื
ี
ื
ี
ี
่
และการคํานวณว่าจะเหลือไม้อยู่ในแปลงมีพื นทหน้าตัดเทากับระดับทต้องการหรอไม่ วิธน ีจะ
ื
ี
ี
ี
ุ
่
ิ
ี
ี
สะดวกทสดในทางปฏิบัตในสวนปาหรอใช้วิธผสมผสานของทั งสองวิธ เพราะแตละวิธก็มีข้อดข้อ
่
ี
่
่
เสยแตกตางกันออกไป คอการเลือกตัดหรอเลอกเก็บจะทําให้ไม้คณภาพดสวนใหญไม่ถูกตัดออกใน
่
ุ
ื
ื
ี
ื
ั
ี
ิ
่
ิ
การตัดสางปล่อยให้เจรญเตบโตตอไปจนถึงระยะรอบตัดฟน ซงจะได้ไม้คณภาพดและการเจรญ
ิ
ึ
ุ
ิ
เตบโตจะดกว่าต้นทด้อยกว่าแตในการปฏิบัตจะมีความยุ่งยากและต้องใช้ผู้มีประสบการณและเอาใจ
์
ิ
่
ี
ี
ุ
่
ั
่
ใสดแลในการคัดเลือกพอสมควร แตการฝกอบรมบคลากรด้านน ีและกําหนดวิธปฏิบัตและความรบ
ิ
ี
ู
ึ
ี
ื
ผิดชอบในงานก็จะไม่ทําให้เกดความเสยหายหรอล่าช้าเทาใด การหมายต้นไม้ควรจะเปนต้นทเลือก
็
่
ี
ิ
ี
ี
เก็บไว้มากกว่าต้นทจะทําการตัดออก จะลดความผิดพลาดของทมงานคัดเลือกและตัดฟนชักลากได้
ั
182
์
ี
ื
อย่างมาก โดยเฉพาะในสมัยทมีเครองมือคอมพิวเตอรในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ทําให้มีการบันทก
ึ
ี
้
แยกแยะข้อมูลของต้นไม้ทคัดเลือกเก็บไว้ได้อย่างละเอียดพรอมทั งคํานวณพื นทหน้าตัดออกมาได้
ี
ทันทเมื อทําการคัดเลือกเสรจในสนาม และสามารถปรบเปลี ยนการปฏิบัตงานคัดเลอกหรอแก้ไขได้
็
ี
ิ
ั
ื
ื
่
ี
ี
ี
ทันท ข้อมูลเหล่าน ีสามารถนํามาเปรยบเทยบและใช้ประโยชน์ได้ในการทํางานคร ังตอๆ ไป รวมทั ง
ิ
ี
ั
ตรวจสอบการปฏิบัตงานของทมทําการตัดฟนไม้ได้อีกด้วยเพื อลดข้อผิดพลาดในการดําเนนงานให้
ิ
ั
่
ื
็
่
ุ
ี
ี
ลดน้อยลง การปรบปรงวิธน ีมาใช้ในอนาคตเปนผลดตอการจัดการสวนปาอย่างมาก คอสามารถ
ทราบผลผลิตทมีอยู่ในพื นทตางๆ ของสวนปาทดําเนนการอยู่เกอบทกระยะเวลา การใช้วิธตัดสาง
ี
ี
่
่
ุ
ิ
ี
ี
ื
่
ื
ั
่
ื
ขยายระยะแบบเปนระบบจะตัดปญหาเรองการคัดเลอกออก เพียงแตทราบว่าจะตัดออกอย่างไรเทา
็
ิ
่
ื
นั นก็จะปฏิบัตงานได้ด้วยทมงานเดยว แตข้อเสยเปรยบในเรองทว่าบางแถวหรอบางต้นถ้าปล่อยไว้
ี
ี
ี
ี
ี
ื
็
ี
ี
ุ
่
่
ี
ี
จะให้ผลผลิตและคณภาพดกว่าก็อาจถูกตัดออกไปเปนไม้ขนาดเล็กเสยกอน และวิธน ีบางสวนท
ิ
ิ
ึ
่
ี
็
ี
ิ
เหลือจะเปนไม้ทมีอัตราการเจรญเตบโตไม่คอยดนักถึงแม้ว่าจะเปดแสงให้มากข นก็จะไม่ทําให้ผล
ุ
่
่
้
ี
่
ึ
ี
ผลิตโดยรวมของพื นทเพิ มข นดเทาทนาจะเปน นอกจากการปลูกสรางสวนปานั นใช้พันธ์และกล้า
ี
็
ิ
ุ
ี
ี
ี
ไม้ทปลูกมีความสมําเสมอจากการขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศ การปฏิบัตโดยวิธน ีก็จะไม่มีข้อเสย
่
ี
เปรยบประการใด แตในระยะแรกๆ น ยังมีความเปนไปได้น้อยในทางปฏิบัตจะต้องใช้เวลาอีกพอสม
็
ิ
ี
ี
ิ
ู
ควร การตัดสางขยายระยะจะทําในฤดแล้งเพื อสะดวกในการปฏิบัตงานและถ้ามีพื นทปลูกขนาด
่
็
ิ
ี
ใหญอาจไม่เสรจส นในปเดยวก็ได้ ซงจะต้องพิจารณาถึงปรมาณงานและอัตราการทํางานของทมงาน
ี
ิ
ี
ึ
ด้วยและอาจมีความจําเปนต้องใช้เครองจักรกลชวยอย่างมากในการดําเนนงานน เศษใบไม้ก งไม้ท ี
ิ
ื
ิ
็
ี
่
เหลือค้างในปาก็มีความจําเปนต้องนําออกมาเพื อลดปรมาณเช อเพลิงทจะทําลายสวนปา อินทรยวัตถุ
ิ
็
่
ื
ี
ี
่
ี
ิ
่
ี
่
ทได้เหล่าน อาจนํามาทําสนค้าอื นๆ ได้เพื อลดคาใช้จายในการตัดสางขยายระยะ
้
การปองกันอันตราย
้
ปองกันอันตรายจากไฟ
ื
ี
ุ
้
อันตรายทรายแรงทสดในการปลูกสรางสวนปาไม้สนคอไฟ จะทําลายได้อย่างรวด
ี
้
่
ี
ี
็
็
ุ
้
เรวและเปนพื นทกว้างขวาง ถ้าไม่มีมาตรการในการปองกันและเตรยมการควบคมเอาไว้ล่วงหน้าก็
็
ี
ู
่
ิ
่
จะหลีกเลี ยงไม่พ้นตอการสญเสยอันใหญหลวงจากการเกดไฟ มีความจําเปนอย่างยิ งในการดําเนน
ิ
้
้
ี
งานทจะต้องหาทางปองกันไว้กอน แปลงปลูกไม้สนจะต้องมีแนวปองกันไฟซงไม่ได้หมายความว่า
่
ึ
ี
่
จะมีไฟลุกลามเข้ามา แตเปนแนวทจะมีความได้เปรยบในการยับยั งไฟไม่ให้แพรออกไปเปนพื นท
็
่
ี
ี
็
ุ
์
ี
กว้างได้ และสะดวกในการคมนาคมทจะบรรทกอุปกรณและบคลากรททําการควบคมไฟและดับไฟ
ุ
ี
ุ
ี
่
็
ี
ุ
นอกจากนั นยังเปนแนวทจะจดไฟข นเพื อตอต้านไฟทกําลังจะลุกลามมาจากทางด้านนอกแปลงปลูก
ึ
183
ึ
็
ึ
ึ
ี
ได้ ซงเปนวิธทได้ผลอันหนงในการสกัดไฟ ดังนั นทางตรวจการและแนวกันไฟจงมีความจําเปนต้อง
็
ี
จัดทําข นและให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามความเหมาะสม
ึ
่
ื
ิ
การเกดไฟได้ต้องมีสวนประกอบคอเช อเพลิงและส งแวดล้อมทเหมาะสมในการ
ื
ี
ิ
ื
ิ
ี
ู
่
ิ
ึ
้
ื
ื
เกดไฟ ดังนั นฤดกาลทล่อแหลมตอการเกดไฟคอฤดแล้งรอนซงมีความช นในอากาศและความช น
ู
ื
ของเช อเพลิงตํา อากาศมีอยู่ทั วไปแล้วในสวนปาทจะชวยให้เกดไฟได้ เช อเพลิงในสวนปาก็คอเศษ
่
ื
่
ิ
ี
่
ื
่
ี
่
ึ
่
ี
ี
ไม้ใบไม้ตางๆ ทรวงหล่นจากต้นสนทปลูก และจากวัชพืชทอาจจะข นอยู่ปกคลุมหนาแนนมากมาย
ื
่
ี
ิ
ี
ึ
ความรอนอาจเกดจากการเสยดสของไม้หรอการกอไฟเล็กๆ ข นโดยมนษย์ หรออื นๆ โดยสวนใหญ
่
่
ุ
ื
้
ื
่
ื
ี
ื
ุ
ุ
ี
ี
ี
แล้วทเกดข นบอยทสดคอจากมนษย์ การปองกันไฟทดทสดก็คอการทําให้ไม่มีเช อเพลิงในบรเวณ
ี
ึ
ิ
้
ุ
ิ
ิ
็
ู
พื นท อาจจะโดยการไถพรวนเมื อส นสดฤดฝนทําให้เศษวัชพืชและใบไม้คลุกลงไปกับดนซงเปน
ุ
ิ
ี
ึ
ุ
ี
ุ
ุ
ู
วิธทดทสดและปองกันไฟได้แนนอน การควบคมมนษย์นั นดจะยากและความช นก็ควบคมยาก
ื
่
ี
ี
ี
้
ุ
็
ี
้
ู
็
่
ี
ิ
เพราะธรรมชาตเปนเชนนั นในฤดรอนแล้ง การกําจัดวัชพืชทมีเศษเหลือเปนเช อเพลิงในพื นทก็จะ
ื
ี
ื
ี
ุ
ื
่
ต้องนําออกมาเผาทําลายนอกพื นท การทําให้มีเช อเพลิงน้อยทสดหรอไม่มีเลยกอนถึงฤดแล้งทอากาศ
ู
ี
ิ
มีความช นตําเปนมาตรการสําคัญ การใช้รถแทรกเตอรทําการไถพรวนเพื อผสมเศษวัชพืชลงในดน
์
ื
็
ี
ุ
ื
๋
หรอนําเช อเพลิงเหล่านั นออกจากพื นทให้หมด ซงอาจนํามาทําปยหมักตางๆ เพื อเปนของมีมูลคาทด
่
ื
ึ
็
่
ุ
็
ี
ี
แทนคาใช้จายสวนหนงก็เปนวิธหนงทด นอกจากน การเผาไฟทมีการควบคมในสวนปาก็เปนวิธการ
่
่
ี
ี
่
่
ึ
ี
ี
็
ึ
่
่
ึ
ี
่
ุ
ลดคาใช้จายลงและได้ผลดโดยเฉพาะเมื อไม้สนอายุมากข นแล้ว การควบคมการเผาจะกระทําในชวง
ื
ื
ิ
่
ี
ิ
ิ
ื
่
ุ
ทความช นไม่มากหรอน้อยเกนไปคอในชวงเกดไฟตดได้แตไม่มีความรนแรง ปกตจะปฏิบัตเวลา
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ื
กลางคนการปฏิบัตทําได้รวดเรวแตต้องมีการสํารวจพื นทและเตรยมการตั งแตเวลากลางวันแล้ว
่
็
่
เมื อมีการวางแผนในการดําเนนการรอบคอบและมีการเตรยมการปองกันไว้พรอมอันตรายจากไฟก็
้
้
ิ
ี
ึ
่
ื
จะลดลง แตการเผาเพื อทําลายเช อเพลิงน ีจะเปนการทําลายเศษวัชพืชและใบไม้ซงถ้าสลายตัวแล้วจะ
็
ิ
่
เปนอาหารเพื อชวยในการเจรญเตบโตของต้นไม้ทเราปลูกให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน ดังนั นถ้าไม่จําเปน
็
็
ี
ิ
ี
ี
ี
ี
ี
ิ
ี
จรงๆ แล้วไม่สมควรปฎบัต วิธไถพรวนระหว่างแนวทปลูกจะเปนวิธทดทสด ทําให้เศษวัชพืชและ
ิ
ุ
ิ
็
ิ
่
ไม้สลายตัวเปนปยของต้นไม้ทเราปลูกได้ในระยะเวลาอันสั น การละเลยในเรองไฟน ีอาจกอให้เกด
ี
ื
็
ุ
๋
ุ
ุ
ิ
การสญเสยอย่างมาก ดังนั นทกโครงการปลูกปาจะต้องมีการปฏิบัตการปองกันไฟด้วยแม้ต้องลงทน
่
ี
้
ู
็
เพิ มข นมิฉะนั นจะไม่เกดความสําเรจได้เลย
ึ
ิ
้
์
ั
ปองกันอันตรายจากสตวและแมลง
สัตว์ใหญเชน วัว ควาย สามารถทําความเสยหายตอต้นไม้ทมีอายุตํากว่า 5 ป ได้
่
่
ี
ี
ี
่
ี
อย่างมากถึงแม้ต้นไม้อายุมากก็ไม่มีผลดเกดข นในการเลี ยงสัตว์พวกน ีในสวนปา แม้ว่ามูลสัตว์จะ
่
ึ
ิ
๋
ี
็
่
่
เปนปยให้แกต้นไม้ก็ตาม แตสัตว์ทเข้าไปเหยียบยํ าจะทําให้ดนแนนการเจรญเตบโตของต้นไม้จะลด
่
ิ
ุ
ิ
ิ
็
ี
ลง และสัตว์ เชน วัว ควาย ยังชอบใช้สข้างสกับต้นไม้ทําให้ต้นไม้เปนแผล
ี
่
ี
ิ
ื
่
่
ั
ั
ุ
ี
อันตรายจากแมลงทสําคัญคอพวกปลวก แตในปจจบันส งน ยังไม่ใชปญหาสําคัญ
184
การเจรญเติบโตและผลผลิต
ิ
ิ
่
ุ
่
ึ
ิ
การเจรญเตบโตของไม้สนแตละชนดจะแตกตางกันไปและยังข นกับคณภาพของ
ิ
ึ
ี
ิ
ี
่
ี
่
ิ
ิ
พื นททไม้ข นอยู่ด้วย (site) ข้อมูลการเจรญเตบโตและผลผลิตของไม้สนแตละชนดในพื นทตาง ๆ จะ
ี
้
่
เปนสวนสําคัญในการพิจารณาคัดเลอกชนดไม้ในการปลูกสรางสวนปา เพราะผลผลิตทน้อยไปและ
็
ื
ิ
่
ิ
ิ
คณภาพไม่เหมาะสมจะกอให้เกดปญหาทางเศรษฐกจในการดําเนนการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ งเมื อ
่
ั
ุ
ิ
ิ
ิ
ุ
ิ
ี
็
ิ
วัตถุประสงค์ของการดําเนนการเพื อเปนธรกจโดยตรงจะเกดความเสยหายอย่างมาก และการตัดสน
ุ
ิ
ี
็
ใจเลอกพันธ์ไม้และชนดไม้ทเหมาะสมกว่าจะเปนข้อได้เปรยบอย่างมาก ถึงแม้จะให้ผลตอบแทน
ี
ื
็
่
ิ
่
ุ
ี
ึ
่
ตอต้นเพิ มข นเพียงเล็กน้อยก็ตามก็ถือว่าค้มคา เพราะการปลูกปาเปนการลงทนดําเนนการในพื นท
ุ
่
ิ
็
ขนาดใหญและใช้เวลา ผลตอบแทนโดยรวมจะสะสมเปนปรมาณมาก ข้อมูลการเจรญเตบโต
ิ
ิ
ุ
ึ
ี
และผลผลิตจะต้องมีข้อมูลพื นฐานของคณภาพพื นทด้วยจงจะทําให้ข้อมูลนั นมีประโยชน์กว้างขวาง
ึ
ข น
ุ
ี
มาตรฐานทั วไปในการจัดชั นคณภาพของพื นทโดยจัดทําดัชนคณภาพของพื นท
ี
ุ
ี
่
ุ
็
ู
ี
ี
่
ู
ึ
ี
(site index) ข ึน โดยใช้ความสงของต้นไม้ทสงทสดจํานวนหนงตอพื นทเปนเกณฑ์ และอาศัยคา
ุ
ี
เฉลี ยของความสงของไม้กลุ่มน ทอายุฐาน (base age) ทกําหนดเปนตัวดัชนคณภาพของพื นท เชน ใน
ี
ี
็
ู
่
ี
ี
์
ี
ี
ี
็
อินโดนเซยจะใช้คาเฉลี ยของต้นไม้ทสงทสดในท้องทจํานวน 100 ต้น/เฮกแตร ทอายุฐาน 20 ป เปน
ี
ี
่
ี
ู
ุ
ี
ุ
ี
เกณฑ์ สําหรบไม้สนสองใบในอินโดนเซยจะจัดชั นคณภาพของพื นทออกเปน 8 ชั น โดยมีดัชนคณ
ี
็
ี
ั
ี
ุ
่
ี
ึ
ุ
ุ
ี
ภาพพื นทเทากับ 18, 21, 24, 27, 30, 33 และ 36 ซงก็หมายความว่าในชั นคณภาพพื นททมีดัชนคณ
ี
ี
ี
ี
ภาพพื นท 18 พื นทนั นจะให้ความสงของต้นไม้กลุ่มชั นนําสงเฉลี ย 18 เมตร เมื ออายุ 20 ป และในชั น
ู
ี
ู
ู
ี
ี
่
ี
ุ
ี
ุ
คณภาพทดกว่าทมีดัชนคณภาพพื นทเทากับ 27 หมายความว่าความสงของกลุ่มไม้ชั นนําในพื นทนั น
ี
ี
ี
ิ
ิ
่
ี
ี
่
จะมีคาเฉลี ยเทากับ 27 เมตร ในเมื อไม้ทเจรญเตบโตในสภาพพื นทนั นอายุได้ 20 ป (ตารางท 71)
ี
่
ื
ข้อกําหนดในการจัดทําจะตางกันไปแตจะมีหลักการเดยวกันคอ คาเฉลี ยทางความสงของกลุ่มไม้
ี
่
ู
่
ึ
์
ี
ู
็
ี
่
ี
ุ
ชั นนําจํานวนหนงเมื อถึงอายุทกําหนด เชน จํานวนไม้ทสงทสดในพื นทอาจเปน 100 ต้น/เฮกแตร
ี
ื
ี
็
่
็
ู
หรอ 25 ต้น/เฮกแตร หรอ 5 ต้น/ไร และความสงอาจใช้เปนเมตรหรอฟุต อายุฐานทใช้เปนเกณฑ์อาจ
์
ื
ื
ิ
10 ป 20 ป หรอ 25 ป อายุมากหรอน้อยเกนไปเปนฐานทไม่ดควรจะใช้อายุเมื อเจรญเต็มทแตยังไม่แก ่
ิ
ี
ี
็
ี
ื
ี
ี
ื
่
ี
ุ
ี
และครอบคลุมอายุทจะใช้งานได้ทั งหมดทกชั นอายุ ในประเทศไทยสําหรบไม้สนสามใบได้ทําดัชน ี
ั
่
่
็
คณภาพพื นทของไม้ในสวนปาโดยใช้อายุฐาน 10 ป จํานวนต้นสงสดตอพื นท 5 ต้น/ไรเปนเกณฑ์
ุ
ี
ู
ุ
ี
ี
่
็
ู
และมีความสงเปนเมตรสําหรบเปนคาดัชน เชน 5, 8, 11, 14 คอความสงของกลุ่มไม้ชั นนําเฉลี ยเทา
่
ู
ั
ื
็
่
ี
่
ดัชนนั นๆ ทอายุ 10 ป เมื อมีการเจรญเตบโตอยู่ในพื นทนั นสําหรบอายุอื นๆ มีตารางคํานวณเทยบ
ิ
ี
ี
ิ
ี
ี
ั
ี
ี
ี
เคยงออกมาได้ (ตารางท 72)
185
่
่
้
ั
่
้
ตารางที 71 ความสูงของไมสนสองใบ (คาเฉลี ยกลุมไมชนนํา) ในดัชนีคุณภาพพ นที ตางๆ
ื
ี
ี
ดัชนคุณภาพพื นท (site index) (เมตร)
อายุ 18 21 24 27 30 33 36
5 3.2 4.6 6.0 7.4 8.6 10.1 11.6
10 8.0 10.2 12.3 14.7 17.0 19.6 22.0
15 12.0 15.8 18.6 21.4 24.4 27.0 29.7
20 18.0 21.0 24.0 27.0 30.0 33.0 36.0
ี
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ิ
ี
ผลผลิตของไม้สนสองใบ (Pinus merkusii) ในประเทศอินโดนเซยทดัชนคณภาพของพื นท 33 จะได้
ี
ุ
ี
ี
ี
ี
์
่
เทากับ 15 ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป
ตารางที 72 ตารางช คุณภาพพ นที ของไมสนสามใบ (Pinus kesiya) ในสวนปา
ื
่
้
ี
ดัชนคุณภาพพื นท (site index) (เมตร)
ี
ี
อายุ 5 8 11 14
3 1.77 2.83 3.89 4.96
5 2.75 5.50 6.05 7.70
7 3.68 5.88 8.09 10.29
9 4.57 7.31 10.05 12.78
10 5.00 8.00 11.00 14.00
12 5.85 9.36 12.57 16.38
14 6.68 10.69 15.70 18.71
ิ
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ี
ุ
ิ
การเจรญเตบโตและผลผลิตของไม้สนสามใบ (Pinus kesiya) ของแปลงทดลองพื นทดอยสเทพ
ี
ิ
ี
ู
ี
จังหวัดเชยงใหม่เมื ออายุ 17 ป มีความสงเฉลี ย 17.3 เมตร ความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลาง 23.7
่
่
ี
ุ
ี
เซนตเมตร พื นทน ีจะมีดัชนคณภาพพื นท (site index) เทากับ 11 เมตร ถือว่าสภาพความเหมาะสมตอ
ิ
ี
ิ
การเจรญเตบโตของไม้สนคอนข้างด ผลผลิตเมื อปรบให้ความหนาแนนของต้นไม้อยู่ในเกณฑ์
ิ
ั
่
ี
่
ี
ื
ุ
เหมาะสมจะได้ MAI = 17 ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป ถอว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ซงแสดงว่าดัชนคณภาพ
ี
์
ึ
186
ี
ี
ี
็
ั
พื นทของไม้สนสามใบทใช้เหมาะสมในทางปฏิบัตสําหรบเปนมาตรฐานในการอ้างอิงและเปรยบ
ิ
ี
ี
เทยบทใช้ได้
่
่
จากการตรวจวัดไม้สนสามใบ (Pinus kesiya) ทสวนปาดอยบอหลวง อําเภอฮอด
ี
ิ
จังหวัดเชยงใหม่ พบว่าการเจรญเตบโตของไม้ในสามใบจะแตกตางกันไปตามตัวช คณภาพพื นทปา
่
ี
ี
่
ี
ุ
ิ
ู
ซงได้จัดทําข นโดยใช้หลักการของคาเฉลี ยทางความสงของต้นไม้ชั น dominant และ codominant
ึ
ึ
่
ี
็
ี
็
ี
เปนตัวกําหนดโดยใช้อายุ 10 ป เปนอายุฐานในการเรยกดัชนคณภาพพื นท (site index)
ุ
ี
่
ิ
ิ
ี
่
ู
ี
ี
ุ
การเจรญเตบโตทางความสงของไม้สนในสวนปาทชั นคณภาพพื นทตางๆ กัน ท
่
ี
ี
สวนปาดอยบอหลวง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ แสดงในตารางท 73
่
้
ตารางที 73 การเจรญเติบโตทางความสูงของไมในสวนปาที ดัชนีคุณภาพพนที ตางๆ กัน
ื
่
่
ิ
ในทองที จังหวัดเชยงใหม
ี
่
้
ดัชนคุณภาพพื นท (เมตร)
ี
ี
อายุ 5 8 11 14
3 1.77 2.83 3.89 4.96
4 2.27 3.63 4.99 6.35
5 2.75 4.40 6.05 7.70
6 3.22 5.15 7.08 9.01
7 3.68 5.88 8.09 10.29
8 4.12 6.60 9.07 11.55
9 4.57 7.30 10.05 12.78
10 5.00 8.00 11.00 14.00
11 5.43 8.69 11.94 15.20
12 5.85 9.36 12.87 16.38
13 6.27 10.03 13.79 17.55
14 6.68 10.69 14.70 18.71
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ิ
ี
่
่
ี
ี
ี
ผลผลิตรวมเมื ออายุ 10 ป ทระยะปลูกตางๆ กันในพื นททมีชั นคณภาพตางกันแสดง
ุ
ี
ี
ในตารางท 74 ทได้จากการคํานวณประเมินการ
ี
187
ี
้
่
่
่
ตารางที 74 ผลผลิตรวมของไมสนสามใบอายุ 10 ป ที สวนปาดอยบอหลวง จังหวัดเชียงใหม
(คิวบิกเมตร) ม. 3
ี
ดัชนคุณภาพพื นท (เมตร)
ี
ระยะปลูก 5 8 11 14
2 x 2 เมตร 22.5 39.3 68.6 119.6
3 x 3 เมตร 18.5 32.2 56.2 98.0
4 x 4 เมตร 14.00 24.51 52.57 74.24
ิ
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ี
ิ
จากตารางเหล่าน ีสามารถใช้เปนตัวอ้างอิงในการวิเคราะห์การเจรญเตบโตของไม้
็
ิ
ิ
ี
ุ
ิ
ั
ึ
สน ซงจะทําให้ทราบว่าการเจรญเตบโต ณ ทนั นอยู่ในชั นคณภาพเทาใด สามารถทจะปรบปรงให้มี
ุ
่
ี
ื
ึ
ผลผลิตเพิ มข นได้อีกหรอไม ่
ิ
ิ
การเจรญเตบโตของไม้สนชนดตางๆ ทางเส้นผ่าศูนย์กลางและความสง แสดงใน
่
ู
ิ
ตารางท 75 และ 76
ี
่
้
ตารางที 75 การเจรญเติบโตทางความสูง (เมตร) ของไมสนตางๆ ที แปลงทดลองของ
ิ
สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม ่
้
้
ี
อายุ (ป)
ี
ชนดไม้ 10 20
ิ
สนสามใบ (P. kesiya) 12.23 18.70
สนสองใบ (P. merkusii) 7.93 13.79
ิ
ี
สนคารเบย (P. caribaea) 15.53 21.91
สนเทคนมาน (P. patula ssp. tecunumanii) 16.63 22.83
ู
ี
ู
ี
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ิ
188
่
์
้
่
ตารางที 76 การเจรญเติบโตทางเสนผาศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร) ของไมสนชนิดตางๆ ที
ิ
้
้
ี
แปลงทดลองของสถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม ่
้
ี
อายุ (ป)
ิ
ชนดไม้ 10 20
๋
Pinus kesiya (แหล่งอมกอย) 16.71 20.75
Pinus merkusii (แหล่งแม่สะนาม) 12.06 16.28
Pinus caribaea (แหล่ง Belize) 18.55 27.18
Pinus patula ssp. tecunumanii (แหล่ง Gujamaca, Honduras) 19.48 25.46
ี
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ิ
ี
ี
ี
ี
ความเพิ มพูนเฉลี ยรายป (Mean annual increment ; MAI) ของไม้สนชนดตางๆ จากถิ นกําเนดทดท
ิ
ิ
่
ุ
ุ
ี
สดและมีการบํารงรกษาดเมื ออายุ 10 ป แสดงในตารางท 77
ั
ี
ี
้
่
ี
ตารางที 77 ความเพิ มพูนเฉลี ยรายป (MAI) ของไมสนชนิดตางๆ ที ปลูกในแปลงทดลองของ
้
ี
สถานีทดลองปลูกพรรณไมหวยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม ่
้
ี
ิ
ความเพ มพูนเฉลี ยรายป (MAI)
ิ
ชนดไม้ ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร/ป ี
์
สนสามใบ (Pinus kesiya) 4.9
สนสองใบ (Pinus merkusii) 2.3
ิ
ี
สนคารเบย (Pinus caribaea) 7.16
ี
สนเทคนมาน (Pinus patula ssp. tecunumanii) 9.26
ู
ู
ี
ทมา : ประดษฐ์ (2540)
ิ
จากข้อมูลการเจรญเตบโตในแปลงทดลองของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง
ิ
ี
ิ
่
ี
ี
ี
ี
ี
ุ
ุ
อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ กล่าวได้ว่าคณภาพของพื นททปลูกเทยบเทาได้กับดัชนคณภาพพื นท
ี
ี
ี
ั
ของไม้สนสามใบประมาณ 12 คอพื นทททดลองมี site index 12 สําหรบไม้สนสามใบถึงแม้ว่าใน
ื
การทดลองจะมีการดแลรกษาดกว่าปกตก็ตามผลผลิตของไม้ทได้ก็ยังถือว่าตําและมีโอกาสเพิ มได้
ู
ิ
ี
ั
ี
ี
อีกเมื อปลูกในพื นททมีความอุดมสมบรณมากกว่าน ี เชน การเจรญเตบโตเปรยบเทยบระหว่างสอง
ู
ี
ี
ิ
ิ
ี
์
่
ิ
ี
ั
ี
ุ
พื นทคอทเชยงใหม่และชมพรสําหรบ Pinus patula ssp. tecunumanii พบว่าการเจรญเตบโตทาง
ิ
ื
ี