The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jui643, 2022-04-10 00:21:55

นิรภัยการช่าง

นิรภัยการช่าง

Keywords: นิรภัยการช่าง,safe,safety,ปลอดภัยในงาน

นิรภัยการช่าง

เรยี บเรยี งโดย แผนกหอ้ งสมุด กรมพฒั นาการชา่ ง กรมอู่ทหารเรอื ปี 2565

เอกสารวชิ าการ

นิรภยั การชาง

กรมอทู หารเรือ

(จดั พิมพเ มอ่ื กันยายน ๒๕๔๘)

บทที่ 1

จริยธรรมทางชาง

“ชางคือ ผูทท่ี าํ งานใชฝ ม อื ชา งทกุ ประเภทเปน กลไกสําคัญอยา งยงิ่ ของบา นเมอื ง และของทกุ คน”

พระราชดํารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวทอี่ ัญเชญิ มาไวข า งตน บงบอกถึงความสําคญั
ของผูมวี ชิ าชีพทางชา งในทกุ สาขาไดเปน อยางดี จงึ นับเปน เร่อื งทเ่ี ราทุกคนซ่ึงดาํ เนนิ ชวี ติ อยบู นถนน
สายนี้ ควรตระหนกั ในคณุ คา ของตนเองและยดึ มน่ั กระทาํ ตนใหสมกับพระราชดํารสั ของ “พอแหง
ปวงชนชาวไทย” ซ่งึ ทรงไดรบั การยกยองในฐานะกษัตรยิ ผเู ปนชา งฝมอื แหง แผน ดนิ สยาม

หากพจิ ารณากนั อยางถองแท เราอาจพบวา คณุ คา ของความเปน ชา งไมไดขึ้นอยกู ับความรู
ความสามารถอันเชยี่ วชาญหรือปริญญาบตั ร ประกาศนยี บัตรใด ๆ เพราะทุกสิ่งทก่ี ลา วมานไ้ี มอ าจกอ
ประโยชนแ กผ เู กีย่ วของและสวนรวมไดอ ยา งแทจรงิ และสมบรู ณแ บบ หากผทู ไ่ี ดช ื่อวา เปน ชา ง
ปราศจากจิตสาํ นกึ และจรยิ ธรรมในวชิ าชพี ของตนเอง ขอเขียนนจ้ี ึงมุง หวงั ทีจ่ ะใหผ ูท ่เี ปนชา งทกุ คน
ไดท บทวนตนเองวา ไดด าํ รงตนอยูในฐานะชางทม่ี คี ุณคา หรือไม

จรยิ ธรรมทางชาง...ส่งิ ทส่ี รา งขนึ้ ไดใ นหวั ใจชางอยา งคณุ

จรยิ (จะ – ริ – ยะ) หมายถงึ ความประพฤติทีค่ วรทาํ จริยธรรมทางชา งจึงแปลวา การประพฤติ
ปฏิบัตทิ ช่ี างควรกระทําทั้งตอ ตนเองและผอู ่นื รวมทั้งกจิ การงานทง้ั ปวงทีค่ วามเปน “ชา ง” เขาไปมี
สวนเกยี่ วของดวย

ดงั นน้ั ไมว า ทา นจะเปนชา งระดบั ไหน มพี น้ื เพแหลงกําเนดิ มาจากสถาบนั ใด สิง่ ทีเ่ สมอเหมือน
เทาเทียมกนั ไดก ็คอื “จรยิ ธรรมทางชาง” ท่มี ีอยใู นสาํ นกึ และจติ ใจของแตละคน แมจ รยิ ธรรมชา งอาจ
ไมใ ชส ่ิงทต่ี ดิ ตวั มาแตก าํ เนดิ แตม นั ก็ไมใ ชส งิ่ ท่ียากเกินกวา การเรยี นรูแ ละปลกู ฝงควบคูไปกบั
การศึกษาทฤษฎีทางวิชาการของชา งในทุกสาขาอาชีพ

กรมอูทหารเรอื ในฐานะหวั หนา หนว ยวทิ ยาการสายชา งของกองทพั เรอื จงึ ปรารถนาท่ีจะไดเ หน็
ผทู ีเ่ ปนชา ง มคี วามสมบูรณพ รอ มทัง้ ดา นวิชาการความรูและจริยธรรม ซ่งึ จะเปน สิ่งทช่ี ว ยเสรมิ สราง
ใหวทิ ยาการสายชา งของกองทัพเรือมคี วามเขมแขง็ เปย มไปดว ยประสทิ ธภิ าพอันจะนาํ ไปสกู ารดาํ รง
ความพรอมของกองทัพเรือ ซ่งึ เปนภารกจิ และความมุงหมายสงู สดุ ของ “ชางทหารเรือ” ทกุ คน

2

จรยิ ธรรมขอใดที่คณุ ไมม .ี ..สาํ รวจตัวเองเสียแตวนั น้ี

แมจ ะไมเ คยมกี ารกําหนดไวอ ยางแนชัดวา จริยธรรมทางชางควรประกอบดว ยเรือ่ งใดบา ง แตจ าก
ประสบการณท ่ีพบเหน็ จากชา งผูมอี าวุโส นายทหารพรรคกลนิ รุนครแู ละจากสิ่งที่ไดส มั ผัสดว ยตนเอง
ตลอดระยะเวลากวา ป ที่ทาํ งานสายชา ง ท้งั หมดทีจ่ ะนาํ มากลาวตอ ไปน้ี อาจเปน แนวทางใหทานได
พิจารณาตนเองวา การประพฤติปฏิบัติขอใดบางที่ทานอาจละเลยหรือมองขามไป ทั้งท่ีมันคือ
“จริยธรรมทางชา ง” ซงึ่ ถอื เปน องคประกอบสาํ คญั ท่จี ะนําไปสคู วามสาํ เรจ็ และเจรญิ กา วหนาในหนาที่
การงานสายชา ง

1. จริยธรรมทางความคิดในการทาํ งาน

1.1 ชางตองทํางานอยางมที กั ษะ ยดึ ถือหลกั วิชาดว ยความหลักแหลม ชาญฉลาด แตม ิใช

ฉลาดแกมโกงหรือนาํ หลกั วชิ าไปใชอ ยา งมเี ลหเหลย่ี ม ขณะเดยี วกนั การยึดถอื หลักวชิ าก็ตองเปน ไป

อยางเหมาะสมมคี วามออ นตวั รจู กั แกป ญหาหาทางออก เพ่ือผลสําเรจ็ ของงานนน้ั ๆ เพราะการดือ้ ดึง

โดยอางองิ หลกั วชิ าทเ่ี ขยี นไวในตาํ ราเพยี งอยา งเดยี วโดยไมศ ึกษาวเิ คราะหเ พิ่มเติมในอนั ที่จะนําไปสู

แนวทางและวธิ ีการอน่ื อาจนาํ มาซ่งึ ความลม เหลวเสยี หายในการทํางานไดเ ชน กนั

1.2 เคารพในความคิดเหน็ ของผอู ่ืน เปดใจกวางในคําแนะนําขอเสนอของเพ่ือนรวมงาน

และผูใ ตบ งั คบั บัญชา การดูแคลนหยามหมน่ิ ดวยเหน็ วา ผูอ ื่นมคี วามรูทางทฤษฎีวชิ าการนอยกวา ตน

นอกจากจะไมไ ดรบั ความนบั ถือจากใจจรงิ แลว งานทก่ี ระทําก็อาจมีจดุ บกพรอ งลม เหลวเกดิ ขน้ึ ได

อยางคาดไมถงึ ดอ็ กเตอรท ีช่ าญฉลาดยอมเปดโอกาสใหช างฝกงานไดเสนอแนะหรอื คดั คา นส่ิงท่ตี นเอง

สั่งการออกไปเพื่อใหชางฝกงานผูปราศจากใบปริญญามหาบัณฑิตทาํ หนาท่ีเสมือน “กระจกเงา”

บานเล็ก ๆ ทส่ี องสะทอนขอผดิ พลาดทีต่ นเองอาจนกึ ไมถึง

1.3 นายชางท่ีดีตองกลาหาญเพียงพอท่ีจะยอมรับความผิดพลาดที่กระทําไปแลว การมี

ยศสูงกวาหรือมีตําแหนงเปนผูบริหาร มไิ ดหมายความวา จะวเิ คราะหและตดั สนิ ใจไดอ ยา งถกู ตอ ง

เสมอไป ยง่ิ ทา นมีความรสู ูงมากเทา ใด ทา นกย็ งิ่ จะตอ งกลาหาญท่จี ะยอมรับขอ ผดิ พลาดหากมนั

บงั เอิญเกดิ ข้ึนมากเทาน้ัน จงอยา อับอายทจ่ี ะยอมรบั เมอ่ื ทําผดิ แตจ งอดสูตอการเมินเฉยในสิง่ บกพรอ ง

ผดิ พลาดทีไ่ ดก ระทาํ ไปแลว

1.4 อยาทํางานในลกั ษณะจอ งจบั ผดิ หาขอบกพรอ งของผอู ่นื โดยเฉพาะผใู ตบังคบั บัญชา

จงพยายามคดิ อยเู สมอวา เพอ่ื นรวมงานทกุ คนไดใ ชฝ ม อื ของตนในการทาํ งานอยา งเต็มกาํ ลงั

ความสามารถแลว แตห ากผลงานยังไมเปน ทีพ่ อใจตามเกณฑที่คาดหวงั ไว เปน หนาทีข่ องทา นในการ

ใชก ศุ โลบายอยา งเหมาะสมเพอื่ กระตนุ หรอื ชแ้ี นะใหบคุ คลน้นั แกไ ขปรับปรงุ การทํางานของตนเอง

อยางเต็มใจ

3

1.5 ตองมคี วามรับผดิ ชอบในหนา ที่ นึกถึงประโยชนข องสว นรวมมากกวาสว นตน ไมท าํ งาน
ในลักษณะสรา งผลประโยชนทับซอนใหแ กต นเองและพวกพอ ง

1.6 มสี ัจจะในการทาํ งาน จรงิ ใจ และกลาหาญทจี่ ะตอสเู พ่ือความถกู ตอง เม่ือแนใ จแลววาความ
ถกู ตอ งน้นั เปน ความถกู ตอ งของสวนรวม มิใชต นเองคดิ วาถูกตอ งเพยี งผูเดียว

2. จริยธรรมในการดาํ รงตน

2.1 รจู ักออ นนอ มถอ มตน เปนผูมีความออ นโยน แตไมออนแอ เปนที่พง่ึ ไดท้ังของตนเอง
และของผูอ ืน่ ยิ่งมีความรูสงู มาก และแสดงออกอยา งสุภาพ ออ นนอ ม ก็จะยิง่ ไดร ับความนยิ มชนื่ ชอบ
จากคนทว่ั ไป

2.2 มองคนในแงด ี ไมค วรคิดวา ผอู ่นื จอ งจะโกงหรอื ทรยศตอวิชาชพี อยตู ลอดเวลา เพราะ
การคดิ เชน นนั้ จะทําใหทานหวาดระแวงไมไวใ จใครเลย และนําไปสกู ารทํางานคนเดยี วในทีส่ ุด

2.3 รจู ักยอมและผอนปรน เพอ่ื ผลสาํ เรจ็ ของงานและสวนรวม การยนื กรานดน้ื รัน้ ในความคดิ
ทวี่ า ตนเองเปน ฝา ยถกู เสมอ แมอ าจจะทาํ ใหท านไดรบั ชัยชนะ แตผ ลขางเคยี งท่ีตามมาอาจเปน ความ
เสยี หายของสว นรวมและองคก ร รวมทง้ั อาจยอ นมาสูตวั ทา นเองไดใ นอนาคต

2.4 ใชค ําชมใหมากกวาคาํ ตาํ หนติ ิเตยี น รูจักชนื่ ชมผลงาน ความคิด ตลอดจนการกระทาํ
ของเพอ่ื นรวมงาน แมในสายตาและความรูส ึกของทา น ส่งิ เหลา นอี้ าจเปนเรอ่ื งเลก็ นอ ยก็ตาม พึงระลึก
อยเู สมอวา มนษุ ยทุกคนแมแ ตตวั ทานเองลว นแลว แตป รารถนาการแสดงความช่นื ชมยนิ ดอี ยเู สมอ

2.5 พดู เฉพาะในสงิ่ ท่คี วรพดู ทาํ เฉพาะในสิ่งทีค่ วรทาํ บางเรอ่ื งแมท านอาจจะอยากพูดและ
อยากทํา แตห ากไมก อใหเ กดิ ประโยชนอ ันใดหรือเปนประโยชนเ ฉพาะตนเองเพียงผูเ ดียว หรอื ทา น
สรุปเอาเองวาเปน ประโยชน จงหลีกเลีย่ งท่ีจะกระทาํ เพอื่ ไมใ หเ กิดความแตกแยก เกลยี ดชงั ในหมู
เพือ่ นรวมงานโดยไมจ ําเปน

2.6 ซ่ือตรงและภกั ดตี อองคกรและสว นรวม ไมเ ห็นแกอ ามิสสนิ จา งใด ๆ

3. จรยิ ธรรมในการปกครอง

3.1 มีความยตุ ธิ รรมตอผูใตบ ังคับบญั ชา ทง้ั ตอหนาและลบั หลงั ปฏิบตั ติ อทุกคนอยาง
เทาเทียมกนั

3.2 พจิ ารณาคนโดยใหน า้ํ หนกั ในเร่ืองตาง ๆ อยางเหมาะสมผสมผสานกนั ท้ังความรู
ความสามารถ ความประพฤติ ตลอดจนอาวุโส ไมอ าฆาตหรอื นําความรสู ึกสวนตวั เขา มาเก่ยี วของ

3.3 รูจกั การใหรางวัลเทา ๆ กับกลา พอทจ่ี ะลงโทษอยางเหมาะสม เพอื่ ใหค นดีและคนไมด ี
อยรู ว มกนั ไดโ ดยไมเ กดิ ความขัดแยง ทอ ถอย แตกแยกในหมคู ณะ

3.4 ใสใจดแู ลทกุ ขส ขุ ของผใู ตบงั คบั บญั ชา ท้ังเร่ืองงานและสวนตัว ตามขอบเขต อันสมควร
3.5 บรหิ ารจัดการอยา งมเี หตุผล ไมป กครองโดยใชอ ารมณ หรอื มีอคตสิ ว นตัว

4

3.6 กระตือรือรน ในการพฒั นาองคก รของตนเอง ไมว า จะเปน ขนาดเลก็ หรอื ใหญสกั เพียงใดก็
ตาม

3.7 รวมใจทกุ คนเปนหนง่ึ เดยี ว เพอื่ การทาํ งานอยางมรี ะบบ บนความสามคั คี

4. จรยิ ธรรมที่ควรมีเมือ่ ตองปฏบิ ตั งิ านเก่ียวขอ งกับบคุ คลภายนอก

นายชางและชา งของกองทพั เรือ มโี อกาสอยา งมากทจ่ี ะตอ งปฏบิ ัตหิ นา ทใี่ นงานสาขาตา ง ๆ
ทเี่ กี่ยวของกบั บุคคลภายนอก ท้งั ภาครฐั และเอกชน ท้งั การปฏิบตั หิ นา ทีใ่ นฐานะกรรมการตรวจรับ
กรรมการตรวจการจา ง และผูควบคุมงาน ขอแนะนาํ ทางจริยธรรมตอ ไปนี้อาจเปนแนวทางทน่ี ําไปสู
การแกไ ขปญหาขอ ขดั ของ ขดั แยงท่ีมักเกดิ ข้ึนอยเู นอื ง ๆ ระหวางผูปฏบิ ัตหิ นาทกี่ บั หนว ยงานภายนอก

4.1 ปฏบิ ตั หิ นา ที่อยางสุภาพออ นโยนบนพน้ื ฐานของความเปน มิตร ไมตงั้ เปา วา อีกฝา ยเปน
ศตั รตู รงขา งทหี่ วังผลประโยชนจากกองทัพเรือโดยไมค าํ นึงถงึ สงิ่ ใด

4.2 ปฏิบัติหนาที่ในลักษณะรวมมือรวมใจ เพ่ือกาวไปสูจุดหมายเดียวกัน นั่นคือการสง
มอบงานใหแกก องทพั เรอื ไดอยางสมบูรณครบถว น ตรงตามเวลา

4.3 ปฏบิ ัตหิ นา ท่อี ยา งซื่อตรง ไมม ีเลหเ หลย่ี ม หรือสรางเงือ่ นไขใหบุคคลภายนอกหรือ
คสู ญั ญาของกองทัพเรอื ตอ งยนิ ยอมตามขอ เรียกรองนอกเหนอื จากท่ีระบุไวแ ตแ รก

4.4 รกั ษาเกยี รตแิ ละศักด์ิศรีของเจา หนาท่ีกองทัพเรอื ไมเ รยี กรบั ผลประโยชนใ ด ๆ ทั้งทางตรง
และทางออ ม ไมว าประโยชนน น้ั จะเปน ของตนเองหรอื สว นรวมกต็ าม

4.5 จริงใจในการแกป ญ หารว มกนั เมอื่ มขี อขัดของเกดิ ขึ้นดว ยการรับฟง ขอเสนอแนะของ
ผอู ่ืนอยา งใหเ กยี รติ และนํามาวิเคราะหพ จิ ารณาอยา งรอบคอบ โดยไมด ื้อร้ัน ยดึ ถือแตค วามคดิ ของตนเอง
เพียงผูเดยี ว

4.6 เช่อื ม่นั ในความสุจรติ ของตนเองและผอู ื่นทปี่ ฏบิ ัติหนา ทรี่ วมกนั ไมห วาดระแวงหรอื
ใหร ายผูอ ่นื เปน ผทู จุ ริตท่หี วงั ผลตอบแทนจากบคุ คลภายนอก

4.7 ยึดม่นั ในหลักการทางเทคนคิ และขอกาํ หนดตา ง ๆ แตตอ งรจู กั วเิ คราะหศกึ ษาแนวทางอน่ื
ทส่ี ามารถปฏิบัตไิ ด เพอื่ ผลสาํ เรจ็ ของงาน การอางองิ ตาํ ราเพียงอยางเดยี ว โดยไมหาหนทางอ่นื อาจ
นําไปสูปญหาขอขัดขอ งทส่ี งผลกระทบกบั งานโดยตรง

4.8 พงึ ระลึกอยูเสมอวา “การผอนปรน” กับ “การชวยเหลอื ” เปน ส่งิ ทีใ่ กลเ คยี งกนั แตไ ม
เหมือนกนั จงึ เปน หนาที่ของทานในอันทจี่ ะกาํ หนดขอบเขตของทง้ั สองสงิ่ น้อี ยา งเหมาะสม

4.9 เตือนตนเองอยูเสมอวา กองทัพเรือมอบหมายใหทานเปนผูปฏิบัติงาน ไมใชเปน
ผูสรางปญหากบั บุคคลภายนอก ซึ่งจะนําไปสกู ารฟองรองในทส่ี ุด

บทที่ 2

ทฤษฏกี ารเกดิ อบุ ตั ิภัย

มที ฤษฏตี า ง ๆ ที่เปนสมมตุ ิฐานการเกิดอบุ ัติภยั มากมาย ท่นี ํามากลา วตอไปนเ้ี ปน ทฤษฎที ี่
นา สนใจและเปนที่นาเชื่อถอื โดยเฉพาะอยางยิ่งทฤษฏพี ลงั งาน :-

1. ทฤษฏีโดมโิ น (Domino Theory)

H.W. Heinrich ซ่ึงเปน ผคู ิดทฤษฏีโดมิโน กลา ววา การบาดเจบ็ และความเสยี หายตา ง ๆ
เปน ผลสบื เนอื่ งโดยตรงมาจากอุบตั ิภยั เปนผลมาจากการกระทาํ ท่ไี มป ลอดภยั (หรอื สภาพการณท ่ีไม
ปลอดภยั ) ซ่ึงเปรียบไดเ หมือนตัวโดมโิ นทเ่ี รยี งกนั อยู 5 ตวั ใกลก ัน เม่ือตวั หน่ึงลม ยอ มมีผลทาํ ใหตวั
โดมิโนถัดไปลมตามกนั ไปดวย ตวั โดมิโนทั้งหา ตวั (แผนภมู ทิ ี่ 1.1) ไดแก

1) สภาพแวดลัอมหรือภมู ิหลังของบคุ คล (Social Environment of Background)
2) ความบกพรองผิดปกตขิ องบุคคล (Defects of Person)
3) การกระทาํ หรือสภาพการณทไ่ี มปลอดภยั (Unsafe Acts/ Unsafe Conditions)
4) อบุ ตั ิภยั (Accident)
5) การบาดเจบ็ หรอื เสยี หาย (Injury / Damages)

แผนภมู ทิ ่ี 1.1 แสดงโดมโิ นท้งั หา

6

แผนภมู ิที่ 1.2 การปอ งกันอุบัติภัย โดยดึงโดมิโนตัวทส่ี ามออกน้นั คือ สภาพแวดลอมของ

สังคมหรือภูมิหลงั ของคนใดคนหนึ่ง (สภาพครอบครวั ฐานะความเปนอยูการศกึ ษาอบรม) กอ ใหเกิด

ความบกพรองผิดปกตขิ องคนนั้น (ทัศนคติตอความปลอดภัยไมถกู ตอง ชอบเสี่ยง มกั งา ย) กอใหเกดิ

การกระทําที่ไมปลอดภัยหรอื สภาพการณท ี่ไมปลอดภยั กอใหเกิดอบุ ตั เิ หตุ กอ ใหเ กดิ การบาดเจ็บหรอื

ความเสยี หาย

ทฤษฏโี ดมิโนนม้ี ีผูเ รียกชอ่ื ใหมเปน “ลูกโซข องอุบัติเหต”ุ (Accident Chain) เมอ่ื โดมิโนตัว

ที่ 1 ลม ตัวถดั ไปก็ลม ตาม หากไมใ หโ ดมโิ นตัวท่ี 4 ลม (ไมใ หเกิดอบุ ัตภิ ยั ) ก็ตอ งเอาโดมโิ นตวั ที่ 3

ออก

2. ทฤษฏกี ารขาดดุลยภาพ (Imbalance Cause Theory)

การบาดเจบ็ หรอื อบุ ตั ิภัยเกิดจากการขาดดุลยภาพช่ัวขณะหนงึ่ ระหวางพฤตกิ รรมของคน

กบั ระบบงานท่ีคนนัน้ กระทาํ อยู ซง่ึ อาจจะปองกนั ไมใ หเ กิดไดโดยการแกไ ขเปลย่ี นแปลงพฤติกรรม

ของคน หรือการแกไ ขเปลยี่ นแปลงระบบทั้งสองอยา งหรอื อยา งหนงึ่ อยา งใด แตว ธิ ีทไ่ี ดผ ลดที ส่ี ุดคือ

ประการหลัง ดงั แสดงในแผนภมู ิ

พฤตกิ รรมของคน การขาดดลุ ยภาพ อบุ ัติภยั

ระบบการทาํ งาน

ทีม่ า : Blumenthal, M. Dimensions of the traffic safety problem. Traffic Safety Research
Review 12 : 7 1968

3. ทฤษฏีพลงั งาน (Energy Cause Theory)

เคยมีผูคิดทฤษฏตี าง ๆ ที่ทําใหเกิดการบาดเจบ็ หลายทฤษฏดี วยกนั แตใ นปจจบุ นั นี้ทฤษฏี
ทย่ี อมรับกนั มากท่ีสุดไดแ ก ทฤษฏีพลังงานกอ ใหเกดิ บาดเจ็บ Haddon ไดกลา วไวว า เปนเรื่องสม
ดว ยเหตผุ ลที่จะอธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ บาดเจ็บ ซึง่ อาจเกดิ ขึ้นไดโดยคาดคิดหรือโดยตั้งใจใหเ กดิ ขึน้ ก็
ตาม จัดอยใู นประเภทหนง่ึ ประเภทใดใน 2 ประเภท ดังตอไปน้ี

7

ประการที่หน่งึ ไดแ ก การบาดเจบ็ ซงึ่ เกดิ จากการเกิดพลังงานมากระทบรางของคนเราใน

ปรมิ าณท่ีสูงเกนิ กวารางกายหรือสว นหน่ึงสว นใดของรา งกายจะทนตอ แรงกระทบนน้ั ได (Injury

thresholds) ดงั อธบิ ายในตารางที่ 1.1

ประการทส่ี อง เกดิ การแลกเปลย่ี นพลงั งานระหวา งรางกาย หรอื สวนหน่ึงสว นใดของ

รา งกายกบั แรงซึ่งมากระทบในลักษณะทผ่ี ดิ ปกติ (Abnormal energy exchange) แตย งั ไมม กี ารปลอ ย

พลงั งานใหปรากฏออกมา เปรียบเสมอื นรถยนตท ีก่ าํ ลังตดิ เครอื่ งยนต ทาํ ใหเกิดพลังงานข้นึ แลว แตย ัง

ไมข ับเคล่อื น ตอ มาจะมกี ารปลอ ยพลงั งานออกมา ซ่ึงเปรียบไดกับรถยนตขับเคลอื่ นออกมาบนถนน

แลว และเม่ือรถคันนน้ั วงิ่ มาชนคน ถา ชนเบา ๆ รา งกายหรอื สวนหนึ่งสว นใดของรา งกายตอ แรง

กระทบได กจ็ ะไมเ กดิ บาดเจ็บ แตถ า แรงกระทบนน้ั สงู เกินกวา รา งกายหรอื สวนหน่งึ สวนใดของ

รางกายทนทานไมได กจ็ ะเกดิ บาดเจบ็ ขนึ้

ตารางที่ 1.1 แสดงการเกดิ บาดเจบ็ ประเภททห่ี น่งึ ซ่งึ เกดิ จากพลงั งานท่ีเกิดขนึ้ มากระทบ

รางกายเกนิ กวา ท่ีรา งกายจะยอมรับได (Overbody Injury Threshoids)

ชนิดของพลงั งาน ลกั ษณะบาดเจบ็ ที่เกิด ตัวอยาง

แรงกระทบ รา งกายหรืออวยั วะของรา งกาย การบาดเจบ็ ซงึ่ เกิดจากแรง

(Mechanical) เคลอ่ื นท่เี ปลี่ยนรปู ฉีกขาด กระทบมากจากวัตถุกาํ ลัง

แตกหกั เคล่ือนท่ี เชน กระสุนปน ของมี

คม สงิ่ ท่ตี กจากที่สงู รถชน

ความรอ น เกิดการอกั เสบ ไหม ไฟไหม หรอื นา้ํ รอนลวก

(Thermal) (Charring) และเผาเปน เถา

(incineration)

กระแสไฟฟา เกดิ การรบกวนของหนาท่ี ไฟฟา ดดู ไหม เกิดการรบกวน

ประสาท และกลา มเนอื้ (neuro- ระบบประสาท เชน ในการช็อต

muscular function) การแข็งตัว ดวยกระแสไฟฟา

(coagulation) ไหมเ กรียม

(Charring) และเผาเปนเถา

(incineration)

แสงรังสี(Radiation) เซลลถ ูกทาํ ลาย ถกู รังสี หรือ กัมมนั ตภาพรังสี

สารเคมี(Chemical) เกดิ การอกั เสบ ปฏิกริ ิยาตอ ถกู สารเคมี กรด ดา ง รวมทงั้

เนือ้ เยื่อ แลว แตช นิดของ toxins จากพชื และสัตว

สารเคมี การตายของเซลล

ท่ีมา : D.W. Clark & B.MacMahon, preventive Medicine, Boston, 1967

8

ตารางท่ี 1.2 แสดงถงึ การบาดเจ็บประเภททส่ี อง เกดิ จากการผิดปกตขิ องการแลกเปลีย่ น
พลงั งานระหวา งรา งกาย หรอื สว นของรางกายกบั สิ่งที่มากระทบ (Abnormal Energy Exchange)

ชนิดของพลงั งาน ชนดิ ของบาดเจบ็ หรือการ ตัวอยา ง

ออกซเิ จน เกิดเปลี่ยนแปลง จมนา้ํ รางกายถกู ทับ พิษจาก
(Oxygen Utilization) การบกพรอ งทางสรรี ะวทิ ยา CO และ HCN เสนเลือดขาด
ความรอน (Thermal) เนื้อเยือ่ หรือรางกายตาย การบาดเจ็บเกดิ จากการปรับ
การบกพรองทางสรรี ะวทิ ยา อุณหภูมิของรา งกายเสียไป
เนอ้ื เยือ่ หรอื รางกายตาย หมิ ะกดั (frosbite) และแข็งตาย
เพราะเยน็ จดั

ความหมายของอุบตั ภิ ัย

เราสามารถพิจารณาคําจํากดั ความของอุบตั ิภัยไดด ังน้ี

อบุ ตั ิภัย หมายถึงภัยทเี่ กดิ จากอบุ ตั เิ หตุ เนื่องจากการจราจรทางบก ทางนา้ํ หรอื ทางอากาศ

อุบัตเิ หตุเนอ่ื งจากการทาํ งาน และอุบตั เิ หตุท่เี กดิ ขนึ้ ในบา นและในทสี่ าธารณะ (ระเบยี บสํานกั
นายกรัฐมนตรี วา ดว ยการปองกนั อบุ ัติภยั แหง ชาต)ิ

อุบัติภัย หมายถึงเหตกุ ารณท เ่ี กดิ ข้ึนโดยไมค าดฝนมากอ น โดยไมเ จตนา เปน ผลใหเ กดิ

ความเสยี หายใหแ กท รพั ยสนิ เปน อันตรายแกรางกายและจติ ใจ และอาจทําใหสญู เสยี ชีวิตได (ศ.
นายแพทยว ิจติ ร บุญยะโหตระ)

อบุ ัตภิ ยั หมายถึงเหตุการณใด ๆ ก็ตามทเี่ กิดข้นึ เองโดยมิไดตั้งใจ หรอื มิไดค าดคดิ มากอ น

อาจเกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติหรือมาจากการกระทาํ ของมนษุ ย และเปน ผลใหเ กดิ ความเสียหายแก
รา งกายของเราและผูทีเ่ กย่ี วขอ ง ทําใหบ าดเจ็บลม ตาย หรือเกดิ ความเสยี หายแกท รพั ยสนิ (นาม จง
เจียมจติ ต)

อบุ ัตเิ หตุ หมายถงึ เหตุการณทเี่ กิดขน้ึ โดยมิไดวางแผนไวลว งหนา ซงึ่ กอ ใหเ กิดการ

บาดเจ็บ พกิ าร หรอื ตาย และทําใหทรัพยส ินเกดิ ความเสยี หาย (วรี พงษ เฉลิมจริ ะรตั น และคณะ)

9

จากคาํ จํากดั ความขางตน สามารถสรปุ ไดว า อุบตั ภิ ัย หมายถงึ ภัยท่ีทุกคนไมป รารถนาซ่งึ
เกิดขน้ึ ไดโดยไมร ูต วั มากอ น และไมมีเจตนาจะใหเ กิดขน้ึ เพราะหากเกดิ ข้ึนแลว อาจเกดิ ความเสยี หาย
แกชีวติ และทรพั ยสนิ ได

สาเหตนุ าํ ของการเกิดอุบัติเหตุ

1. เกดิ จากความผดิ พลาดของการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง
1.1 ไมม กี ารสอน หรือการอบรมเกยี่ วกบั ดานความปลอดภยั
1.2 ไมมมี าตรการขอกําหนด ใหป ฏิบตั ิตามกฎความปลอดภยั
1.3 ไมมกี ารวางแผน และเตรียมงานดานความปลอดภยั ไว
1.4 ไมม ีการแกไ ขจดุ ทอี่ นั ตรายลอ แหลม ในสถานที่ปฏบิ ัตงิ าน หรอื ภายในโรงพยาบาล
1.5 ไมม กี ารจัดหาอุปกรณเพอ่ื ความปลอดภยั ให
1.6 ผูบริหารไมมีความสําคญั

2. เกดิ จากสภาวะทางดานจิตใจ ของผปู ฏบิ ัตงิ าน
2.1 ขาดความระมดั ระวงั
2.2 ความต้งั อกตัง้ ใจ
2.3 มีทัศนคติที่ไมถ ูกตอ ง
2.4 อารมณอ อ นไหวงา ย และขโ้ี มโห
2.5 หวาดกลัว ขวญั ออน ตกใจงา ย
2.6 สมองมปี ฏิกริ ยิ าในการสั่งงานชา เปน ตน

3. เกดิ จากสภาพของรา งกายไมเ หมาะสม
3.1 ออนเพลีย
3.2 หหู นวก
3.3 สายตาไมดี
3.4 รา งกายไมเ หมาะสมกบั งาน
3.5 เปน โรค
3.6 รางกายพิการ

สาเหตโุ ดยตรงของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ

การปฏบิ ตั งิ านทีไ่ มป ลอดภยั เปน การกระทําทไ่ี มปลอดภยั ของเจาหนาท่ี ในขณะทก่ี าํ ลงั
ทาํ งาน ซงึ่ อาจกอใหเ กดิ อนั ตรายได จากขอมูลทางสถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุ พบสว นใหญข องอบุ ัตเิ หตุ
ท้ังหมด เกดิ จากสาเหตนุ ้ี

1. การใชเ ครอื่ งมอื โดยพลการ โดยไมไดร บั อนุญาต
2. การทํางานที่เรว็ เกนิ ไป เกนิ กาํ ลงั ของเครอื่ งมอื

10

3. ทําการซอมเครือ่ ง ขณะท่ีกําลงั ใชงาน
4. ถอดอปุ กรณความปลอดภยั ออกจากเคร่ือง โดยไมมีเหตอุ ันควร
5. ไมใ สใจตอ ปายหา มเตือนตาง ๆ
6. เลน หยอกลอกันขณะทํางาน
7. ใชเคร่ืองมือทช่ี าํ รดุ
8. ใชเ ครื่องมอื ไมถ ูกวิธี
9. ยืน หรือนง่ั หรือใชท า ทางในการทํางานทไ่ี มเหมาะสม
10. ไมสวมใสอ ปุ กรณท ปี่ องกนั อันตราย
11. ประมาท เปนตน

สาเหตทุ ่เี กิดอบุ ตั ิเหตุ

1. สาเหตมุ ี ดงั น้ี
1.1 การปฏิบตั ิงานท่ีไมป ลอดภัย เสย่ี งตอการบาดเจ็บ เชน เครอ่ื งจักรมคี ม มคี วามเรว็
1.2 สภาพแวดลอม ไมปลอดภยั ขาดการปอ งกนั อันตรายจากเคร่ืองจกั รและอปุ กรณ

2. สาเหตทุ างออ ม
ขาดการบรหิ ารความปลอดภยั เชน ขาดการปฏบิ ตั ิตามระเบียบ สาเหตุทางกายภาพ

ของบคุ คล เชน การเหนื่อย ขาดการพกั ผอ นที่เพียงพอ สาเหตจุ ากลกั ษณะทางจติ ใจ เชน ความเครยี ด
ขาดความรบั ผิดชอบ และการประมาท

ธีรวฒุ ิ บณุ ยโสภณ และ วรี พงษ เฉลมิ จิระรตั น (2527 : 222 – 27) กลาวไวว า อบุ ตั เิ หตุที่
เกดิ ในโรงงาน จะทาํ ใหก ารผลติ หยดุ ชะงักแลว ยังตองเสียคาพยาบาลจงชว ยกันปอ งกนั อุบัตเิ หตทุ ่ี
เกดิ ขึน้ ใหน อ ยท่ีสุด และแบง ประเภทของอบุ ตั ิเหตุออกเปน 2 ประเภท คอื

1. อุบัติเหตุท่เี กดิ กบั บุคคล
1.1 เกิดจากการทาํ งานกับเคร่อื งจกั ร ซงึ่ สวนใหญจ ะใชไ ฟฟา คนงานเกดิ อบุ ตั ิเหตไุ ด

หรอื เครอ่ื งเกา ไมม ีระบบปอ งกนั อนั ตรายที่ดีพอ ทําใหเกิดอนั ตรายตออวยั วะของรา งกาย ทาํ ใหพ กิ าร
หรือเสยี ชวี ติ ได

1.2 เกดิ จากสงิ่ แวดลอ มในการทาํ งานเปน อันตรายตอ คนงานยงั แบง ออกได 4
ประเภท คือ

1.2.1 ทางฟสกิ ส ไดแ ก อณุ หภมู ิ แสงสวาง เสยี งดัง การระบายอากาศ
1.2.2 ทางเคมี ไดแ ก ควนั พษิ หรอื แกส พิษท่ีเกดิ จากปฏิกริ ิยาเคมีใน
กระบวนการผลติ เชน สารตะกว่ั สงั กะสี สารปรอท
1.2.3 ทางสุขาภิบาล ความสะอาดบริเวณโรงงาน เช้อื โรคจากแมลงและสตั ว
นาํ มาสูค นงานได
1.2.4 ทางดานจติ ใจ การมอบงานมากเกนิ ไป ทาํ งานซาํ้ ๆ เกดิ การเบ่ือ

11

2. อบุ ัติเหตทุ ี่เกดิ กับทรพั ยส นิ เชน โรงงานไดรับความเสียหายเก่ยี วกบั เครื่องจักรผลผลติ
ไมเ ปน ไปตามทีก่ ําหนด ถา มีคนงานบาดเจบ็ ตอ งเสียเวลาตอ งรกั ษาบาดแผล และสภาพจิตใจดวย หรอื
ถาเกิดอัคคีภัยถือวารายแรงมาก เกิดการสญู เสียทรัพยสนิ มากมาย อุบตั ิเหตนุ น้ั เกดิ ขนึ้ ไดเ สมอ ทกุ เวลา
ทกุ ขณะ ทุกสถานที่ จะมีองคประกอบในการเกดิ แตกตา งกนั ซงึ่ อารี เพชรผดุ (2529 : 169 – 171) ได
ใหแนวคดิ วา องคประกอบสว นบุคคลท่ีเกยี่ วขอ งกบั อบุ ัตเิ หตุ มีดงั น้ี

2.1 สติปญญา (Intelligence)
สติปญญาเกีย่ วขอ งกับพฤตกิ รรมของการทาํ งาน การทจี่ ะรบั คนเขา ทาํ งานมีส่ิงจําเปน

มาก อบุ ัตเิ หตจุ ะเกดิ กบั คนงานทมี่ สี ตปิ ญญาตํา่ คนท่มี สี ตปิ ญญาสูงจะทํางานไดร บั อบุ ัตเิ หตุนอย

2.2 การเหน็ (Vision)

การทบ่ี ุคคลมองเหน็ ชัดหรอื ไม ทาํ ใหเ กดิ อุบัติเหตไุ ด การรับบุคคลเขา ทํางานตอง
ทดสอบเก่ียวกบั การมองเหน็ (Visual Test)

3.3 ลกั ษณะบุคลิกภาพ (Personality Characteristics)

บคุ ลกิ บางอยางของตนเกยี่ วขอ งกับอุบตั ิเหตุในการทาํ งาน เชน

3.3.1 อารมณ เม่ือไมมีความสขุ ผิดหวงั ก็สามารถทําใหเ กิดอบุ ตั ิเหตุได

3.3.2 ความวิตกกังวล ชอบเก็บตัว กท็ าํ ใหเ กิดอบุ ตั ิเหตุได

4. ความเหนอื่ ยลา (Fatigue)

เมื่อมกี ารผลติ ผลงานมาก ๆ อบุ ัตเิ หตุกอ็ าจจะเกิดเนื่องจากเหนื่อยลาเรงผลงาน อาจจะ
ทาํ ใหผ ลผลติ ตํ่าได เพราะเกดิ อบุ ตั ิเหตบุ อย ๆ เพราะเหนอื่ ยลา ตอการทํางาน

5. ประสบการณ (Experience)

การทํางานเมอ่ื มีประสบการณมากขน้ึ อุบตั เิ หตกุ จ็ ะลดนอยลง ดงั นน้ั เมื่อมีการทาํ งาน
นาน ๆ ตองมกี ารจดั การฝก อบรมหรือรบั คนงานใหม ๆ ท่มี อี ายยุ ังนอ ย ตองระวังเนอ่ื งจากยัง
ขาดประสบการณในการทาํ งาน

6. การยอมเสีย่ ง (Risk Acceptance)

การยอมเสยี่ ง เปน ลกั ษณะของบคุ คลทเี่ มอื่ ทํางานแลวเคยผิดหวังมากอนเลยทดลองเส่ียง
ทําเปนอุบตั ิเหตทุ เ่ี กดิ ขึ้นเพราะประมาท

12

จํานวนอบุ ตั เิ หตุที่เกิดข้นึ ในโรงงานยอ มมากนอ ยแตกตา งกัน การเกิดอบุ ัติเหตจุ ากครง้ั แรก
ทําใหเ กิดความสูญเสีย จะมคี วามเช่อื มน่ั ในตัวเอง มแี นวโนม ของการอบุ ตั เิ หตอุ ีก ขอ สงั เกต เชน คน
ท่ขี ีจ่ ักรยานยนต เมอื่ เกดิ อบุ ตั ิเหตลุ น่ื ลม จะตองมีความระมัดระวัง เพราะกลวั จะเกิดแบบเดิมอีก เปน
ตน แนวโนม ของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ (Accident Proneness) มหี ลายสาเหตุ อมุ าพรรณ ชชู นื่ กล่นิ และ
คณะ (2529 : 38 – 41) ไดก ลาวถึงแนวโนม ของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ ดังน้ี

1. สาเหตขุ องการเกดิ อุบัตเิ หตุ (Causes of Accident)

1.1 สภาพการทาํ งานทีไ่ มเหมาะสม เชน อณุ หภมู ิ ปรมิ าณความช้นื แสงสวางไม
เพยี งพอในการทํางาน

1.2 วิธีการทาํ งาน ชั่วโมงในการทํางานมากเกนิ ไป เกดิ การเมื่อยลางานทหี่ นักเกนิ ไป
เรงทาํ งานเรว็ ๆ

1.3 เกีย่ วกบั ตวั คนทาํ งาน อายนุ อยเกนิ ไป ประสบการณท ํางานนอย สขุ ภาพไมด ี
ความบกพรอ งของรางกาย ความแตกตางทางเพศทไี่ มเหมาะสมกบั ชนดิ ของงาน

2. ปญหาการฝก อบรมการปองกันอบุ ตั เิ หตุ (The Problem of Accident preventing

Training)

การฝก อบรมเปน การปองกนั อุบตั เิ หตุได เพราะการทํางานในโรงงานตอ งกาํ ลงั คนงาน
และเคร่อื งจกั ร ควบคูกันไป ตอ งสงคนไปอบรมการใชเ ครอ่ื งจกั ร บาํ รงุ รักษา ซอ มแซม ทดลองการใช
อยา งปลอดภยั ฝกกฎระเบยี บของโรงงาน โดยเปน ตอนแรกคนงานตองเรียนรวู ิธกี ารทาํ งานท่ี
ปลอดภัย และตอนท่ี 2 ตวั เองจะตอ งไดก ารกระตุนใหทาํ งานดว ยวธิ ีทปี่ ลอดภยั นนั้ ดว ยตนเอง

สาเหตุสาํ คัญของการเกิดอบุ ัตเิ หตสุ ามารถแบง ออกไดเปน 2 ประการ ไดแ ก
1. การกระทาํ ทีไ่ มปลอดภัย (unsafe act) และ
2. สภาพการณทไี่ มป ลอดภยั (unsafe condition)

การกระทาํ ทีไ่ มป ลอดภยั (Unsafe act) ไดแก
- การทํางานไมถ กู วธิ ี หรอื ไมถ กู ขัน้ ตอน
- การไมป ฏบิ ัตติ ามกฎของความปลอดภยั
- ความไมเอาใจใสในการทํางาน จนประมาท พล้ังเผลอ
- การมีนิสัยชอบเสีย่ ง หรือรบี รอนทีจ่ ะทาํ ใหเสรจ็
- การแตงกายไมเหมาะสม เชน ไมใ ชอ ปุ กรณป อ งกันอนั ตรายสว นบคุ คล
- การถอดเครื่องกําบังอนั ตราย (Guard) ของเครือ่ งจกั รออกดว ยความรูส ึกราํ คาญ

13

- การใชเครอื่ งมอื หรอื อุปกรณต า ง ๆ ไมเ หมาะกบั งาน
- การขาดวินยั หยอกลอ กนั ระหวางทํางาน
- การทาํ งานโดยทีร่ างกายหรอื จิตใจไมพ รอมหรือผดิ ปกติ เชน เปน ไขไ มส บาย

สภาพการณท ไี่ มป ลอดภัย (Unsafe condition) ไดแก
- ไมม ีกําบังปอ งกนั อนั ตรายสว นทเี่ ปน อนั ตรายของเครื่องจักร
- เครอ่ื งจกั รกล เครอ่ื งมือ หรอื อปุ กรณช าํ รุดบกพรอ ง
- เครือ่ งกําบังปอ งกันอนั ตรายไมถ กู ตอ งหรอื ชาํ รดุ
- ระบบไฟฟา หรอื อปุ กรณไ ฟฟา ชาํ รุด บกพรอ ง
- ความไมเ ปน ระเบียบเรียบรอยและสกปรกในการจดั เก็บวสั ดุ
- สภาพแวดลอมในการทาํ งานท่ไี มป ลอดภยั หรอื ไมถกู สขุ อนามัน เชน พ้นื โรงงานขรุขระ
พืน้ ล่นื การระบายอากาศไมเ พียงพอ

แนวทางในการปอ งกนั อุบัติเหตุ

การคดิ หาแนวทางปอ งกนั อาจมหี ลากหลายวิธี บอ ยคร้ังท่แี นวทางปองกนั อาจไมค รอบคลุม
ทั้งหมด มีตกหลนไปบาง ทําใหการปองกันไมเ กดิ ประสิทธิภาพเทา ทค่ี วร ดังน้นั จงึ ตอ งมีหลกั ในการ
หาแนวทางใหค รอบคลมุ ไดทั้งหมด เพื่อจะไดไมเกดิ อบุ ตั เิ หตุท่ีซาํ้ รอยข้นึ มาอีก ดว ยหลกั 3E กบั
ตาํ แหนง การปอ งกัน

หลกั 3E ไดแ ก 1. Engineering 2. Education และ 3. Enforcement
1. Engineering คือ การใชความรูด า นวิศวกรรมศาสตรม าจัดการ เชน การออกแบบ

เครื่องจักรใหม กี ารใชงานทป่ี ลอดภัย การติดต้ังเครอ่ื งปองกันอนั ตราย การวางผังโรงงานและ
ออกแบบสภาพแวดลอมในการทาํ งาน

2. Education คือ การใหก ารศกึ ษา หรอื ฝกอบรมคนงาน ตลอดจนผทู ่ีเกย่ี วของในการ
ทาํ งาน ใหมคี วามรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั การปองกนั อุบัตเิ หตุ การฝกใชเครือ่ งมือหรอื วธิ กี ารทาํ งานที่
ปลอดภยั

3. Enforcement คอื การออกมาตรการควบคมุ บังคบั ใหคนงานปฏบิ ตั ติ าม หากฝาฝนหรือไม
ปฏบิ ัตติ ามจะตองถกู ลงโทษ เพ่อื ใหเ กดิ ความสํานกึ และหลกี เลีย่ งการกระทาํ ทีไ่ มถ กู ตอ ง

การใชห ลัก 3E น้ี จะตองดาํ เนนิ การให E ทงั้ 3 ไปพรอมกัน จงึ จะทําใหการปอ งกนั อบุ ัติเหตุ
มีประสิทธภิ าพสงู สดุ ถา มกี ารดําเนนิ การเฉพาะ E ตัวใดตวั หน่งึ กจ็ ะเกดิ ปญ หาขน้ึ เชน เคร่ืองจกั รท่ี
ออกแบบมาดมี เี ครอื่ งปอ งกันอันตราย (Machine Guarding) ติดตง้ั ไว คนงานอาจเหน็ วา เกะกะไม

14

จาํ เปนจึงถอดออก เพราะขาดการฝกอบรม หรือชแ้ี นะใหเ หน็ อนั ตรายท่ีเกิดขนึ้ หากถอดเครอ่ื ง
ปองกนั อนั ตรายออก หรือวา มีการอบรมมาอยา งดแี ลว แตขาดการออกกฎขอ บังคับคนงานอาจเหน็ วา
การด น้ันเกะกะ ทําใหทํางานไมส ะดวก จงึ ถอดท้ิงเสียเพราะตอ งการทาํ งานใหเ รว็ ขนึ้ ท้งั ๆ ท่ีรูวา
อันตรายแตก ย็ อมเส่ยี งเพราะเขาใจวา จะสามารถเพิ่มผลผลิตได ในทาํ นองเดียวกนั แมจะมขี อบงั คับ
แลว หากคนงานไมไ ดรบั การแนะวธิ กี ารทาํ งานท่ถี ูกตองปลอดภยั คนงานกอ็ าจจะปฏิบตั ิงานอยางผิด
วธิ ี เน่อื งจากความไมร ูเปนเหตุหรอื การทํางานที่ผิดพลาด ไมถ กู ขน้ั ตอน เปนผลทาํ ใหร ะบบปองกัน
นน้ั เสยี หายไมท าํ งาน ตาํ แหนงการปองกนั

ทฤษฎีการเกดิ อุบตั ิเหตใุ นยคุ แรก ๆ ของวชิ าความปลอดภยั คือทฤษฏีโดมิโน โดยคิดวา
สภาพการณ หรือสิง่ แวดลอมทางกายภาพ เปนสาเหตุหลกั ทท่ี ําใหเ กิดอบุ ัติเหตุข้ึน จนกระท่งั ป
พ.ศ.2471 ไฮนรชิ เสนอแงม ุมใหมว า มนษุ ยต างหากที่เปนสาเหตหุ ลกั หาใชสงิ่ แวดลอ มไม ไฮนรชิ
กลา ววาอุบตั เิ หตทุ ่ที ําใหค นบาดเจบ็ จะเกดิ จากปจ จยั ตอ เน่อื ง ไมว า จะเปน การกระทําที่ไมป ลอดภยั ของ
ผปู ฏบิ ัตงิ านหรอื เครื่องจักร หรือสภาพแวดลอ มที่เปนอนั ตรายโดมิโน 5 ตวั ทีท่ าํ ใหเ กิดอบุ ัตเิ หตุ คอื

1. ภมู ิหลังและสภาพแวดลอ มทางสงั คม
2. ความบกพรอ งสวนบคุ คล
3. การกระทาํ หรอื สภาพแวดลอ มที่ไมป ลอดภยั
4. อุบตั เิ หตุ
5. การบาดเจ็บ
เมือ่ โดมโิ นตัวท่ี 1 ลม ก็จะทาํ ใหโดมโิ นตวั ตอ ๆ ไปลมตามกนั ไป นอกเสียจากจะหยิบ
โดมิโนตวั ใดตวั หน่ึงออกไป เพ่อื ตัดวงจรความตอ เนอ่ื งไมใ หโดมิโนตวั ถัดไปลม เมอ่ื พิจารณาดู ก็จะ
พบวาการหยิบโดมิโนตัวกลางคือ การกระทาํ หรอื สภาพแวดลอมทีไ่ มป ลอดภยั ออก โดยในตวั ท4่ี และ
5 กจ็ ะไมล ม คอื ไมเกิดอุบตั เิ หตุและไมมกี ารบาดเจ็บ

ผลกระทบจากการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ

1. สรา งความสญู เสียตอ ทรัพยสนิ เชน รถยนตช นกนั สรางความเสยี หายคอื รถยนตพ งั หรือ
สูญเสียทรัพยส นิ จา ยเงนิ ชดเชยคา เสยี หายใหแ กผอู ืน่

2. รางกายไดร บั บาดเจบ็ สญู เสยี อวยั วะ หรอื หากรุนแรงอาจสูญเสยี ชีวิตในท่สี ดุ
3. สรา งความเส่ือมเสยี ช่อื เสียง การยอมรับในทางธรุ กจิ เชน บรษิ ัทรถทวั รใดมกั เกิด
อุบัติเหตบุ อ ย ๆ ลูกคาผใู ชบ ริการอาจใชบริการของบริษทั ทวั รอ่นื แทน ทาํ ใหรายไดข องบริษทั ลด
นอยลง
กลาวคือ หากเราตองการจะกําจดั และลดสาเหตุของการเกดิ อบุ ตั ิเหตุลง เราสามารถ
พจิ ารณาที่ตาํ แหนง การปองกนั (Point of protection) กอ น เพอื่ ประเมินความเปน ไปไดข องการ

15

แกป ญ หาวา ควรทาํ ทีจ่ ุดใด ตามลาํ ดับ จากนั้นจงึ พจิ ารณาตอไปวา เมือ่ เลือกทีจ่ ะปอ งกนั ทีจ่ ดุ นน้ั แลว
ควรจะตองดาํ เนินการแตละ E ในหลกั 3E อยางไร เพอื่ ใหตําแหนงการปอ งกันสามารถปอ งกนั
อุบตั ิเหตุไดอ ยา งสมั ฤทธิผล ตวั อยางเชน เมื่อตรวจพบวา เครื่องจักรมีเสยี งดังเกนิ มาตรฐานมาก เรา
พิจารณาแลวเหน็ วาควรจะแกปญ หาทที่ างผา น(Pass) คือสรา งหองครอบเครอ่ื งจักรนนั้ เสีย ซึง่ แนน อน
วา การจะสรา งหอ งครอบดังกลาวก็ควรอาศยั ความรูดาน Engineering เพราะไมเ ชนนนั้ เมอ่ื สรา ง
เสรจ็ อาจแทบไมไ ดลดระดบั ความดงั เลย จากนนั้ กต็ อง Education แกพนกั งานทอ่ี ยบู ริเวณใกลเคียง
หรือตอ งเขา ไปทํางานใกลหรือภายในหองครอบ และสุดทา ยคอื กาํ หนดมาตรการ Enforcement
โดยเฉพาะอยา งยิง่ เมื่อตองทํางานในหองครอบดังกลา ว

ชนิดของอบุ ตั ิภัย

อบุ ัตภิ ยั ในงานอตุ สาหกรรม จะแตกตางกันออกไปตามลักษณะงานในอตุ สาหกรรมนัน้ ๆ
เมื่อประมวลเขา ดวยกัน อุบตั ภิ ยั สามารถแบงออกไดด ังตอ ไปน้ี

1. การยกของขน้ึ ลง (Handling objects) แบงออกเปน 2 อยาง คอื ยกดว ยกาํ ลงั คนและ
ยกดว ยเคร่ืองจกั รกล

1.1 ยกดว ยกําลงั คน
1.1.1 มอื และแขน บาดแผลทไี่ ดรบั เกดิ จากเสี้ยนตาํ ของมคี มบาด ตะปตู าํ ถกู วตั ถทุ ่ี

ยกหนีบกับวตั ถอุ นื่ ๆ หรอื ประตู หรอื สวนอาคารทย่ี ่นื ออกมา นอกจากนั้นกม็ ีบาดแผลท่ีเกิดจากมมุ
คมของวตั ถทุ ีย่ ก เหล็กรัดลงั หรอื หีบหอ หรอื ลวดรัดหบี หอ

1.1.2 การปวดหลงั และไสเล่อื น (Hernia) โรคปวดหลังเกิดจากการยกของทผ่ี ดิ วธิ ี
กลา วคือ ไมย กของโดยบงั คบั ใหหลงั ตรง และงอเขา เพ่อื ใหห นา ขาทัง้ สองรับนํา้ หนกั ขณะทย่ี ก
จะตองแยกเทา หา งพอประมาณโดยใหเทาหนง่ึ ล้ําไปขา หนา เล็กนอ ย และปลายเทาชไ้ี ปทางทศิ ทีจ่ ะยก
ของไป การยกวิธนี ้ี จะทาํ ใหย กรกั ษาสมดุลตวั เองได และจะลดอาการปวดหลงั ลงดวย สาํ หรบั ไส
เล่ือนนัน้ ไมไ ดเ กิดจากการยกของผดิ วธิ เี พยี งอยางเดยี ว ความโนมนอมโดยธรรมชาติมีสวนทําให
เกดิ ขึน้ ดวย

1.1.3 เทา บาดแผลที่เทา สวนใหญเ กดิ จากวตั ถสุ ่งิ ของหลน ทับเทา ซึ่งจะเกิดข้นึ
บอ ย ๆ ในการยกของพรอมกนั หลายคน และเกดิ ความเขา ใจผดิ ในระหวา งผยู กดว ยกนั ทางท่ีดใี นการ
ยกของก็คือพยายามอยายกของ ดว ยลกั ษณะการยกท่ีไมพ รอ มเพรยี ง ยกของบนทล่ี นื่ หรอื ของท่ยี ก
รปู ราง ไมส มดุลพลิกงา ยและประการสาํ คญั ก็คอื จะตองกะลว งหนา วา จะวางของไวท่ีใด

1.1.4 รางกายและศีรษะ บาดแผลทเ่ี กดิ ตามบริเวณรางกายหรือศีรษะมกั จะเกดิ
จากการขนวตั ถทุ เี่ ปนอันตรายตกเรยี่ ราด หรือของอ่ืน ๆ ท่ีบรรจุหบี หอไว ไมเ หมะสมหรอื ไมแ นน
หนา หรอื ขาดการตรวจสอบดวู า ของท่ีผูย กไปนั้นมีอะไรบรรจอุ ยู

16

1.1.5 การยกของพรอ มกันหลายคน เหล็กคาน เหล็กราง หรือสิ่งของทมี่ ีลกั ษณะ
กวางควรจะยกโดยผคู ุมงานเปนผูสงั่ เพียงคนเดียว และทุกคาํ ที่สั่งจะตอ งชดั เจนและไมเ ร็วเกนิ ไป ผู
ยกกจ็ ะตองปฏบิ ัตติ ามพรอมกนั

1.1.6 รถเขน็ ที่ใชก ําลงั คนฯลฯ อยา กองส่งิ ของสูงจนมองทางขา งหนา ไมเหน็ ระวัง
มือขณะเข็นผานประตแู ละเมอ่ื จะเลย้ี ว จะตอ งตีวงใหกวาง

1.1.7 การขน ดูทศิ ทางขางหนา ตลอดเวลา และอยา เขน็ วัตถกุ องสงู มากเกินไป ซ่งึ
จะทําใหไ มอาจมองเห็นเสน ทางขา งหนา ได

1.2 ยกโดยกาํ ลังเครื่องยนต
อุบัติภยั ทก่ี ลาวถงึ น้ี เปน เรอ่ื งเกย่ี วกบั การใชอ ปุ กรณย กของดวยกําลงั เครือ่ งยนต

มือและนว้ิ มืออาจจะถูกหนบี ขณะสอดสะลิงลงบนขอเกีย่ ว ขณะยกขอเก่ยี ว การคลองและถอดสะลิง
รดั วัตถทุ ่ยี ก การใช Fixing dogs (หนบี ของขณะยก) หรอื ตะขอสบั เกย่ี วของ วิธีการลดความยาวของ
สะลงิ ดว ยการใชสลกั หรือผกู เง่ือน การใชส ะลิงยกของดว ยวิธีการผดิ ๆ เหลา นมี้ กั กอใหเ กดิ ความ
เสียหายขนึ้ ได การเคาะสะลงิ โดยใชช ะแลงแทนท่ีจะใชไมเ ปนวธิ ีปฏบิ ตั งิ านทไ่ี มถกู ตอ งเพราะอาจทาํ
ใหสะลิงเสียใชการไมไ ดต อ ไป

การยกของควรจะทดลองยกใหล อยตวั เพยี งเลก็ นอยกอน เมือ่ เหน็ วา ปลอดภัยดแี ลว
จงึ จะยกขึน้ เตม็ ที่

อันตรายอนื่ ๆ ก็ไดแ กการยกสิ่งของเคลอ่ื นจากหรือวางลงพนื้ รองรบั ท่ไี มม ่ันคง หรือ
วางของไวใ นลักษณะไมสมดลุ อาจพลกิ หรอื กระดกได ลมแรงอาจทาํ ใหของที่ยกลอยตัวแกวง ไปมา
ซงึ่ ทาํ ใหลําบากตอการบังคบั ควบคุม ควรจดั หาแพก็ กง้ิ หนุนรองรับมุมคมของวัตถุท่ยี กเพื่อปอ งกันสะ
ลงิ ชาํ รุด ถา ใชโซแ ทนสะลิงกค็ วรจะกระทาํ เชนเดยี วกนั เพือ่ ความปลอดภัย ลูกโซท ่ีพับงานหรอื สะลิง
ทห่ี ักมุม เน่ืองจากไดรบั แรงเคน อยา งมากไมค วรนํามาใชง านอกี ไมเ นอื้ แข็งมคี วามคมพอทจ่ี ะตดั ลวด
สะลงิ ขาดได

การใชส ญั ญาณไมว า ดา นใหเสยี งหรอื ใชม ือ ควรจัดระบบใหเปน มาตรฐานอยา ง
เดยี วกนั และการใหสัญญาณจะตอ งชดั เจน วัตถุทย่ี กมกั จะหยอ นลงทบั เทา หรอื มอื เมื่อผยู กของขาด
ความระมัดระวัง สนใจแตต าํ แหนงทจี่ ะวางของเพียงอยา งเดียว

การใชรถ Fork lift ในบางกรณที ่ีอาจกอ อบุ ัตเิ หตุขึน้ เพราะรถ Fork lift เลย้ี วไดใ น
วงแคบและปกติกม็ ักจะบรรทกุ ของสงู มาก จนผูขับไมอ าจมองทางขางหนาไดช ัดเจนพอ ผูเ ดนิ เทา จงึ
ตอ งใชความระมดั ระวัง เพราะอาจจะถูกทบั หรือตวั รถ Fork lift เองอาจจะพลกิ ควาํ่ ผูทําหนาที่จดั สง
ของเพอ่ื บรรทกุ จะตองยืนในทท่ี ปี่ ลอดภัยขณะทค่ี ันยกของกําลังยกขึ้นหรือลง

2. การหกลม หรอื ตกจากท่สี งู (Falls of persons)
ตามสถิติซึง่ ทางประเทศองั กฤษไดร วบรวมไว ปรากฏวาอบุ ัติภยั ท่เี กดิ จากการหกลม หรือ

ตกจากทส่ี ูงมมี ากถงึ 13 % ของอุบัตภิ ัยทเ่ี กิดขึน้ ท้งั หมดดว ยเหตผุ ลตาง ๆ กัน และ 30% ของอบุ ตั ภิ ยั

17

นีต้ อ งสูญเสียชวี ิตไป อบุ ัตภิ ยั เหลานีป้ รากฏวาเกดิ เมือ่ บคุ คลเดินบนพน้ื ราบเสยี สวนใหญ และ
สาเหตกุ ็คอื พนื้ ไมเรียบ พ้ืนนองดว ยนํา้ มนั หรือนาํ้ สงิ่ ของท่ีวางเกะกะบนพ้นื เชน ตะปู เคร่ืองมอื เศษ
ไม หรอื อ่ืน ๆ สวมรองเทาขาดหรอื ไมเหมาะ สายตาไมด หี รอื ใชแ วนไมถ ูกกบั สายตา มีควนั ฝุน หรอื
ไอน้ําจนมองไมเ หน็ ทาง แสงสวา งไมเ พยี งพอ มแี สงจา หรือมเี งา ลกั ษณะการเดินไมเ หมาะกับลกั ษณะ
พื้น พื้นท่ขี รขุ ระหรอื ลื่นมากอาจจะซอมแซมแกไขใหด ีได แตถา ยังไมไ ดท าํ บคุ คลทเ่ี ดนิ ก็จะตอ ง
ระมดั ระวังการใชค วามเร็วในการเดนิ บนพื้นนัน้ ๆ

2.1 ชางมักจะลม หรอื สะดดุ เครือ่ งมือและสิ่งของทีต่ นเอง หรอื ผูอ ื่นวางทงิ้ ไวบ นพน้ื
อุบตั ิภัยจากการหกลม ใกลเ ครอ่ื งมือจักรกล หรอื เครอื่ งกลงึ เกิดมาแลว มากมาย จนเปนเหตใุ หตอ ง
สญู เสยี มอื แขน และบางครง้ั ถึงชีวิต

2.2 อบุ ตั ิภยั ตกจากทส่ี งู เกิดขนึ้ ไดจ ากสาเหตุดงั ไดกลาวแลว เชน กนั รวมทง้ั สาเหตจุ ากการ
ท่ีเปด ฝาทอแลวไมปด หรือไมจ ัดรว้ั กัน นงั่ รานไมม่ันคง ไมท ่ีใชพ าดเปน ทางเดนิ กระดกได การตง้ั
บนั ไดไมถ ูกตอ ง ไมพ าดสําหรบั เดนิ ลากขน้ึ ทีส่ ูงพลิกได ไมมีรัว้ กนั้ เฉลียง ยืนบนพน้ื ท่ีไมม ่ันคง เชน
บนหบี หรือถังทตี่ อ กนั ขึ้นไป ปน ขึน้ บนพน้ื ทรงกลม เชน ถงั นํ้ามัน หมอ น้ํา ซึง่ ทางทดี่ คี วรใชบนั ได

2.3 อบุ ตั ภิ ัยเคยเกดิ จากการใชบันไดไมถกู วธิ ี เปนสาเหตใุ หผูใ ชหลน ลงมา (วธิ ีการใช
บนั ไดจะไดก ลาวตอ ไป) ผูปฏิบัติงานขน้ึ ไปซอ มหลังคาแลว หลดุ รว งทะลกุ ระเบ้ืองกระดาษ สังกะสีท่ี
ผุ หรือกระจก

2.4 ในการปฏิบตั งิ านบนทส่ี ูง ควรจะใชเ ข็มขัดรัดเพือ่ ความปลอดภยั ราวหรือรัว้ ปอ งกัน
ผูป ฏบิ ัตงิ านตกลงมาควรติดตั้งเทาทจี่ ะกระทาํ ได แมว า งานนั้นจะเปน งานชวั่ คราวกต็ าม

2.5 อบุ ัตภิ ยั ที่บุคคลจะหลน ตกลงไปในทอ หรือหลุมทขี่ ุดไวจ ะไมเ กดิ ถา ผขู ุดหลมุ หรือ
เปด ฝาทอ กน้ั รวั้ ไวโดยรอบ ผูคนท่เี ดินผา นไปมาจะไดร แู ละใชความระมดั ระวงั

3. ถูกกระแทกจากสงิ่ ของยกลอยตวั (Falls of Objects)
อบุ ัติภยั สว นใหญท่ีเกดิ ปรากฏวาสง่ิ ของท่หี ลนลงมามขี นาดเลก็ และเบา นตั ขนาด 3/4 นิ้ว

ถา หลน ลงมาดวยระยะปานกลางกอ็ าจทําใหผ ถู ูกกระแทกเสียชีวติ ได จึงอาจกลา วไดว าในการ
ปฏบิ ัติงานบนทส่ี ูง ความเปน ระเบียบไมวางสง่ิ ของทิ้งเกลอ่ื นกลาดเปนเรื่องสาํ คัญมาก

อบุ ัตภิ ยั เก่ยี วกบั ถูกกระแทกจากสิ่งของยกลอยตัวนี้ มีสาเหตุสาํ คญั ซง่ึ อาจแบง ไดครา ว ๆ
3 ประการ

3.1 สิ่งของที่ผูป ฏิบตั ิงานถือไวแ ลวหลดุ มือตกลงมา เชน เครอ่ื งมือ
3.2 ผปู ฏบิ ตั งิ านสะดดุ ส่ิงของทว่ี างไว เชน เครื่องมอื หรืออุปกรณบางช้นิ รว งหลนลงมา
หรอื สงิ่ เหลานนั้ ตกลงมาดว ยความสั่นสะเทอื น หรือแรงลม
3.3 ประกอบโครงสรา งไวไ มแขง็ แรง หรอื โครงสรา งนน้ั ชํารดุ ทรุดโทรม ซงึ่ ควรจะไดรบั
การตรวจสอบหรือเปลี่ยนใหม

18

ทางเดนิ ปฏิบตั งิ านบนท่ีสูง ควรจะมีไมตขี อบก้ันท่ีพน้ื เพอ่ื ปองกันส่ิงของรวงหลน ชา งฟต

ท่ขี ึ้นไปปฏบิ ตั งิ านก็ควรใชก ระบะหรอื ถุงเครื่องมือ แทนที่จะวางกองไวกับพืน้ และเพ่อื ปองกนั

อบุ ัตภิ ัยใหดีขน้ึ บคุ คลท่เี ดนิ ผานบริเวณท่ีมีผูป ฏบิ ัตงิ านบนที่สูงจะตอ งใชความระมัดระวัง ทางท่ดี ีก็

คอื ก้นั ขอบเขตที่พน้ื เบ้อื งลา ง หรอื ปก ปา ยเตือนใหรูถงึ เขตอนั ตราย

4. เคร่อื งมือ (Hand Tools)

อุบตั ิภัยทีเ่ กย่ี วกับเครือ่ งมือ สวนใหญเน่ืองมาจากใชเครอื่ งมือท่ีชํารุดหรอื ไมเหมาะกับงาน

และบางสว น เนอ่ื งจากใชเ ครอ่ื งมอื ไมถูกตอง ผปู ฏิบัตงิ านเม่ือเหน็ วา เคร่ืองมือชํารุดกค็ วรจะสงซอ ม

หรอื ซอมดวยตนเอง

4.1 เครอื่ งมอื ที่ชาํ รดุ

4.1.1 คอ น ขวาน อเี ตอ พะเนนิ ถาดา มไมยดึ หวั ไวไ มแ นน หรอื ไมท่ใี ชท าํ ดา มแตก

หรือบิ่นยอ มเส่ยี งภัยในการใชง านหวั คอนอาจจะหลดุ ปลวิ ออกไปหรอื ตอกพลาด ดามไมที่แตกอาจจะ

แทงมอื หนา คอ นทตี่ อกถา สึกจนกลมหรอื สกดั ทท่ี ื่อยอ มทาํ ใหก ารตอกพลาดไดง า ย หัวคอนทใ่ี ชง าน

จนคลอนแลว ควรเปล่ยี นดา มไมใ หมแ ทนท่ีจะตอกลมิ่ เพมิ่ เขาไป

4.1.2 สกดั สกัดที่หวั บานแบบดอกเหด็ อยา นาํ มาใชง าน เพราะสะเก็ดเหลก็ สวน ที่

บาน อาจจะปลิวเขาตาผูปฏบิ ัติงานเอง หรอื ผูอน่ื ทาํ ใหต าบอดได เปน การเส่ยี งภัยและกอความสญู เสยี

ใหแ กผ อู ่ืนโดยไมจ ําเปน การแตงหวั สกดั นน้ั ไมใชเจียระไนสวนที่บานออกมาใหห มดไปเทานน้ั แต

จะตอ งเจียระไน รอยราวระหวางสวนทบ่ี านออกใหห มดไปดว ย

4.1.3 ตะไบ ส่ิว ไขควง ตะไบทไ่ี มม ีดามมอี ันตรายมาก ถา นํามาใช กา นตะไบ

แหลมมากอาจแทงมอื และอาจปก เทาผูปฏิบตั ิงานไดถ า หลน จากโตะ ปากกา นอกจากนน้ั อาจเปน

อันตรายตอ หนาอกหรือทอง ถานําไปใชกบั เครือ่ งกลึง ดามตะไบ สวิ่ หรือไขควงทแี่ ตกหรอื หลวมเปน

อันตรายตอผูใชเ ชน เดยี วกัน เมอื่ ดามแตกหรือหลวมกค็ วรเปล่ยี นดา มใหม

4.1.4 ประแจปากตาย ปากประแจท่รี าว หรือบานออก ควรเลกิ ใชประแจเหลาน้ี

เพราะวาจะทาํ ใหเหล่ียมนัตเสียและอาจลืน่ หลดุ ทาํ ใหม ือผใู ชก ระแทกกบั วตั ถุหรือสวนของ

เครือ่ งจกั รกลบาดเจ็บได

4.2 เคร่ืองมอื ไมเ หมาะกับงานและการใชเครื่องมอื ไมถ กู ตอง ยกตัวอยางเชน การใช

ตะไบแทนเหลก็ งดั หรือใชกา นตะไบควา นรู การใชป ระแจปากตายผดิ ขนาดกบั นตั ไมเ ลือ่ นแตง ปาก

ประแจเล่ือนใหเหมาะกบั นตั ตอหางประแจดว ยทอเหลก็ แลวล่นื หลุดออกไป ใชประแจปากตายกวด

คลานนัตในทแ่ี คบแทนทจ่ี ะใชประแจบอกซ ใชเ คร่อื งมือตดั ที่ท่อื ทาํ ใหล นื่ งายและงานเสีย ใชประแจ

จบั ทอ ผิดทศิ ทาง

4.3 การใชเ ครื่องมอื ชนิดหวิ้ เคลอื่ นท่ีได ไดแ ก สวา น เครื่องกวา น หินเจียระไน เคร่ืองขัด

ผิว คอ นหรือสกดั (ท้ังชนดิ ที่ใชไฟฟา หรอื ลม) เครื่องมอื แตล ะชนดิ เหลานีม้ ีอันตรายแตกตา งออกไป

ไดแก การไมต อสายดินที่ตวั เครอื่ งมอื สวิตชหรือล้นิ ทาํ งานเปด ปด ดหี รอื ไม ปลอยทง้ิ เครื่องมอื ไวใ น

19

ลกั ษณะที่มีไฟหรอื ลมพรอมทจี่ ะสตารท ปลอ ยสายหรอื ทอ ไวก ับพ้นื ทําใหผเู ดนิ ไปมาสะดดุ หรือถกู
รถทับเสยี หาย

5. ไฟไหม (Fires)
อุบตั ิภยั ทเ่ี กิดเพลงิ ไหมแ ละเกิดระเบดิ ในโรงงาน ไมก อ อันตรายถงึ ชีวติ มากมายนกั แต

ทรัพยส ินสวนใหญตอ งสูญเสียไปปหนงึ่ ในประเทศไทยเราความเสยี หายจากเพลงิ ไหมม มี ลู คา หลาย
รอ ยลานบาท ซ่ึงนับวาไมใ ชเ รอ่ื งเล็กนอย สวนใหญผปู ฏบิ ตั งิ านมักจะคดิ ในแงบ าดเจบ็ เทาน้นั แตถ า
คดิ ใหไกลแลว การทเ่ี พลิงไหมสถานทปี่ ฏบิ ัตงิ านก็ยอ มทาํ ใหผปู ฏบิ ตั งิ านไมมีงานทําไปดว ย และกวา
จะดําเนนิ งานตอ ไปกใ็ ชเ วลานาน

5.1 การตดิ ตงั้ อุปกรณไ ฟฟา ไฟไหมบ างคร้ังเกดิ จากอปุ กรณไฟฟา เสอ่ื มคณุ ภาพ และ
บางครง้ั ก็เนือ่ งจากผตู ิดตั้งใชส ายไฟเล็กเกนิ ไปจนทําใหก ระแสไฟเกนิ กําลังสาย การใชเ ครื่องมือ
ไฟฟา ชนิดหวิ้ เคลอื่ นท่ีได กบั เตา เสียบไฟแสงสวา งยอมทาํ ใหสายไฟรอนจดั อาจเกดิ ไฟลุกข้นึ ได

5.2 การลุกไหมจากวตั ถุทบั ถมกนั สารไวไฟไมควรนําเขาไปใกลเปลวไฟหรือความ
รอ นและไมใ ชแตเ พยี งเปลวไฟเทา นน้ั ทจ่ี ะกอใหเ กดิ เพลิงไหมข นึ้ ได แมทอ นาํ้ รอนกอ็ าจเปน สาเหตุ
ไดเชนกนั ถา อยูใ นสภาพทเี่ หมาะสมสารบางอยา งอาจลุกไหมไดเ องโดยไมต อ งอาศัยความรอ นจาก
ภายนอกถากองทับถมไวน านโดยไมเ คล่อื นยาย จะเกดิ ความรอ นระอขุ ้ึนภายในและลกุ เปน เปลวไฟ
ในทส่ี ุด ยกตวั อยา งเชน ฟางชนื้ ๆ กระดาษหรือขเ้ี ลอ่ื ย และในโรงงานก็ไดแ กผ า หรอื ยตุ ทชี่ ุบนํา้ มนั
ซึ่งเมื่อไมใชแลวก็ควรทิง้ ลงไปในถังโลหะทีม่ ีฝาปดซงึ่ ไดจ ัดไวใหท ิง้

สารอยางอนื่ ทอ่ี าจเกิดลกุ ไหมไ ดเองจากการทับถมกนั คอื ถา นหนิ ถานไม ผงอลูมินมั
ลกิ ไนต โลหะบางอยา งทป่ี น เปนผงละเอยี ด เหลก็ ซลั ไฟด ฟอสฟอรัสและสารประกอบเซลลโู ลส
ฯลฯ

สารบางอยา งเมือ่ ถกู น้ําจะเกดิ ความรอ นสูงหรอื เกดิ เปลวไฟ เชน ปนู ขาว แบเรยี มหรอื
โซเดยี มเพอรรอคไซด อโลหะโซเดยี ม อโลหะโปแตสเซยี ม น้ํามนั สนและแอมมอเนยี จะเกดิ ลกุ ไหม
ถาผสมกบั กา ซคลอรนี เมื่อกองถานหนิ หรอื ลกิ ไนทเรม่ิ ลุกไหม ควรใชว ิธคี รอบคลุมเพลิงและอยา
พยายามคยุ เข่ียข้นึ มาเพราะเมอื่ เพลงิ ไดร ับอากาศสะดวกขน้ึ ก็จะลุกไหมข ยายออกไป ทางท่ีดกี ็คอื กลบ
กองถานหินหรอื ลิกไนทน นั้ ดวยดินหรอื ทราย

5.3 ของเหลวทีไ่ วไฟ มีเชอื้ เพลิงหลายชนิดทีใ่ หไอระเหยซง่ึ ติดไฟหรอื ระเบดิ ไดง า ยใน
อณุ หภูมิปกติ ยกตวั อยา งเชน นา้ํ มันเบนซิน ซ่ึงไอระเหยมีอนั ตรายมาก อาจระเบดิ ไดร นุ แรงและ
กอ ใหเ กดิ ความเสยี หายไดย งิ่ กวา เพลงิ ไหมธ รรมดา ยง่ิ กวา น้ันไอระเหยของน้าํ มนั เบนซนิ มีน้ําหนัก
มากกวาอากาศจะแผก ระจายอยูเหนอื พนื้ เปน ระยะทางไกลออกไปจนกระทัง่ ถงึ แหลง เพลงิ เม่ือเกิด
ระเบิดแลว ไฟจะยอนกลับมายังทเี่ ก็บน้ํามนั เบนซินนน้ั ทําใหไฟไหมม ากขึ้น ประกายไฟหรอื ไฟทจ่ี ดุ
เรือง ๆ เชน บหุ ร่ี อาจจะทําใหเบนซินลุกไหมข น้ึ ได

20

มขี องเหลวอยา งอืน่ เชน แอมโมเนยี ซึ่งโดยคณุ สมบตั ติ วั มันเองไมตดิ ไฟ แตเมือ่ ระเหย
เปนไออาจจะระเบดิ ไดเมือ่ ผสมกับอากาศ

กาซทจ่ี ุดไฟตดิ บางอยาง เชน กาซซงึ่ สกดั ไดจากถานหนิ เมื่อผสมกบั อากาศอาจระเบดิ ได
เชนกัน กาซชนดิ นเ้ี ปน กาซอยา งหนง่ึ ที่มนี าํ้ หนกั เบากวา อากาศ ฉะนนั้ เมอื่ เกดิ ร่ัวกจ็ ะลอยฟุงอยแู ถบ
เพดานหอง ทงั้ ทบ่ี ริเวณพืน้ หองยงั คงมีอากาศตามปกติ

ในสถานท่ีทมี่ อี ันตรายซึง่ อาจจะมไี อระเหยหรอื กาซท่ไี วไฟลอยฟงุ อยู ก็จาํ เปน ตอง
ตรวจสอบสภาพของอปุ กรณไ ฟฟาตา ง ๆ ภายในบรเิ วณน้ัน อุปกรณไฟฟา ท่ีควรใชเปนแบบมคี รอบ
ปอ งกันไมใหไ อระเหยหรือกาซไวไฟเขาไปถงึ ตวั อุปกรณไ ฟฟา ได (Gas tight or Flame-proof
equipment)

ในบรเิ วณท่มี ไี อระเหยหรอื กา ซไวไฟฟุงกระจายอยคู วรใชเ ครอ่ื งมอื ทไ่ี มท าํ ใหเกดิ
ประกายไฟ หรือเครอ่ื งมอื ทที่ ําดว ยเหล็ก ฉะนน้ั เหล็กทุกชนิดควรนําออกไปจากบริเวณนน้ั ทัง้ นี้
รวมทง้ั ตะปูทตี่ อกรองเทา กอ็ าจจะกอ ใหเ กดิ ประกายไฟระเบดิ ขนึ้ ไดเ ชน เดยี วกัน

อันตรายทเ่ี กดิ จากบุคคลสบู บหุ ร่ีหรอื จดุ ไมขีดใกล ๆ กบั เช้ือเพลงิ ไวไฟกย็ อ มเปน ที่
ทราบกนั อยแู ลว แตอ นั ตรายบางอยาง บางทานอาจจะมองไมเ หน็ กค็ ือ การเชอื่ มหรอื บดั กรถี ังท่ีใช
บรรจเุ ชอ้ื เพลิงไวไฟ (ทง้ั ๆ ทไ่ี ดถ า ยเชือ้ เพลิงเหลา น้ันออกหมดแลว) โดยไมไดทําการปอ งกนั ตาม
วธิ ีการใหเ รยี บรอ ยเสียกอ น ในที่บางแหง ไฟฟา สถติ จะสะสมประจเุ พมิ่ มากข้ึน เชน ท่สี ายพานหรอื ท่ี
ถังหรือขวดบรรจเุ ชื้อเพลงิ ไวไฟเอง ฉะนัน้ ผทู ี่ปฏบิ ตั งิ านเกยี่ วกบั ของเหลวทีไ่ วไฟกจ็ ําเปน จะตองรู
และระวงั ไวเ พราะเมือ่ ไฟฟา สถิตสะสมประจุมากขน้ึ เร่อื ย ๆ ประจจุ ะวิง่ ผานอากาศไปยงั ท่ีศกั ยตาํ่ ทาํ
ใหเ กดิ ประกายไฟระเบิดข้ึนได

5.4 ฝนุ ละออง ละอองวตั ถหุ ลายชนิดอาจระเบดิ ไดรนุ แรงเชน เดียวกับกาซและไอระเหย
ไวไฟ ละอองถานหนิ ทาํ ใหเหมือนถา นหนิ ระเบิดเปน ขา วทล่ี งหนังสอื พิมพอ ยบู อ ย ๆ ละอองวัตถุอยา ง
อื่นทอี่ าจระเบดิ ได เชน แปง ไมค อรค น้ําตาล โกโก แปง มนั ชา Cellulose acetate, Ebonite, Erinoid,
หนังขเ้ี ลอ่ื ย มสั ตารด และผงละเอยี ดของโลหะบางชนิด

5.5 สาเหตุอื่น ๆ สง่ิ ที่เห็นไดง ายที่สุดก็คือ การสบู บหุ ร่ีอาจจะเปนกนบหุ ร่ี หรอื กานไมข ีดที่
จดุ แลวทิ้งลงในที่ไมค วรจะท้งิ อาจมีผฝู าฝน สูบบหุ รใี่ นท่ีหามสูบ หรอื อาจจะเปน ดว ยปลายทอ เหลก็
เสยี ดสขี อบภาชนะท่ีบรรจสุ ารทไี่ วไฟ

สารบางอยา ง เชน โซเดียมและโปรแตสเซียม จะลุกไหมเ มือ่ ถูกนา้ํ แตส ารบางอยา ง เชน
แคลเซียมคารไบดเม่ือถูกนาํ้ จะใหก าซอะเซ็ทเทลีนซง่ึ อาจระเบิดไดร นุ แรง กรดสว นมากจะใหความ
รอ นและใหฟ องซง่ึ เปนอันตรายเม่ือผสมกบั นํา้ ของเหลวบางชนิดหรอื โลหะ เซลลลู อยดและสารบาง
ชนิดอาจลกุ ไหมได ถึงแมไ ดไลอ ากาศในท่ีบรรจอุ อกหมดแลว โลหะผสมแมกนเี ซียมซึง่ เบาและใช
งานอตุ สาหกรรมมากมายอาจระเบดิ ลุกไหมเ มื่อเขา เคร่ืองกลึง เครื่องไส ผา หมท่จี ดั ทาํ พิเศษหรอื ผง
เคมีอาจดบั เพลงิ แบบนไี้ ด

21

5.6 การดบั เพลิง การดับเพลงิ ขนาดใหญจาํ เปน ตอ งใชผชู ํานาญ ซ่ึงเปน หนาท่ีของเจา หนาท่ี

ตาํ รวจดบั เพลิงเพราะไฟทไ่ี หมใ นโรงงาน บางครั้งมสี ารซงึ่ เมอ่ื ถูกความรอนแลว เกดิ ฟองและควนั พิษ

เปนอันตราย แตโ ดยทว่ั ไปแลว ผูปฏิบัตงิ านทุกคนยอมมีสว นสาํ คญั ในการปอ งกนั เพลิงไหม เพลงิ ที่

เกิดข้ึนครงั้ ใดกต็ าม ยกเวน เพลงิ ขนาดใหญที่เกิดจากการลกุ ไหมข องเซลลูลอยดแลวอาจจะดับไดใ น

เวลาไมชา นกั

6. เครอ่ื งจักรกล (Machinery)

6.1 สาเหตุ อบุ ตั ภิ ยั ทีเ่ กดิ จากเครื่องจักรกลอาจแบง อยางคราว ๆ ได 6 ชนดิ คอื

6.1.1 อุบตั ิภยั ท่ีเกิดจากเครือ่ งจักรกล ท่ีสภาพเรียบรอยและพจิ ารณาสถานทีต่ ั้งไวดแี ลว

แตไ มไ ดก ้นั รวั้ ไวเชน เครอ่ื งทมี่ ีรอบการหมุนสงู สถานทตี่ ดิ ต้งั เครอ่ื งจักรกลแบบน้ี ผูตดิ ตง้ั อาจเหน็ วา

ปลอดภยั แตเ มื่อผูปฏิบัตงิ านเขาไปใกลเ พอ่ื ทําการซอม อาจหมุนมว นเสื้อผา หรอื ฉุดลากผปู ฏิบัตงิ าน

น้ันเขา ไปทาํ ใหบ าดเจ็บ

6.1.2 อบุ ัตภิ ัยที่เกดิ จากเครอื่ งจักรกลบางสวนไมม คี รอบปองกนั

6.1.3 อุบัตภิ ัยท่เี กิดจากการถอดครอบปองกันออก

6.1.4 อบุ ัตภิ ยั ทเี่ กิดจากเครอื่ งหามอตั โนมตั ิหรอื หามในตวั สวนใหญเ นอ่ื งจากการ

ออกแบบไมดพี อ ปรบั ระยะการทาํ งานไมพ อดี ไมมีการทดลองโดยสมํา่ เสมอระหวา งใชง าน

6.1.5 อุบัตภิ ยั นีเ้ กิดจากเคร่ืองจกั รกลบางชนดิ ซึง่ ไมอ าจจะใสครอบปองกันไดโดย

สมบูรณเ พราะลําบากตอการใชงาน เชน เคร่อื งจักรกลทางดาน งานชางไม เครอ่ื งทอผา เครื่องทํา

กระดาษ

6.1.6 อบุ ัตภิ ัยเกิดจากการสตารท เครือ่ งจักรกลโดยไมต้งั ใจ ซึ่งสวนมากมักจะเปน

บคุ คลอ่นื ไมใชผปู ฏิบตั ิงาน

6.2 ขอ ควรระวงั การปอ งกันอบุ ัติภยั อันเกยี่ วกบั เครือ่ งจักรตอ งอาศัยเทคนคิ และการ

จดั ระบบท่ีดพี อ ประการแรกซง่ึ สาํ คญั ทีส่ ุด คอื ผูร บั ผิดชอบจะตองเขา ใจซึมซาบตอขอปลีกยอ ยใน

การทาํ งานของเครื่องจกั รกลน้นั และการตดิ ตัง้ ครอบปอ งกันอันตรายจะตองปองกนั ไดเ ตม็ ที่ แมแ ต

ชอ งเลก็ ๆ นอย ๆ ซงึ่ นว้ิ อาจจะลอดไปสัมผัสกับสว นที่เปน อนั ตราย ประการทีส่ อง ผปู ฏิบตั งิ านซึ่ง

ทาํ งานอยูใกลเครือ่ งจักรกลจะตองใชค วามระมดั ระวงั การปอ งกันโดยท่ัวไปก็คอื เสื้อผาทใ่ี ชจ ะตอ ง

กะทดั รดั ไมม สี วนไหนหลวมรุมราม แขนเสอื้ ถาเปน เส้อื แขนยาวตอ งกลดั กระดมุ ขอ มอื เรยี บรอ ย

ผูปฏบิ ตั งิ านควรสวมหมวกไมปลอยผมยาวรงุ รัง ไมค วรสวมแหวน ปฏิบัติตามขอ แนะนําในการ

ประกอบสายพานเครื่องจักร และระมัดระวงั ในการเขาไปใกลเครอ่ื งจกั รกล อนั ตรายอน่ื ๆ ท่ีจะทําให

เกดิ อบุ ัติเหตเุ กย่ี วกับเครื่องจกั รกลกค็ ือ ความไมเปน ระเบียบเรียบรอยในสถานทป่ี ฏบิ ตั งิ าน เชน กอง

หรือทง้ิ ส่ิงของรกรุงรัง พนื้ ลืน่ ทําความสะอาดหรอื หยอดน้ํามันเครือ่ งจักรกลซงึ่ เดนิ อยู แสงสวา งใน

โรงงานไมเ พยี งพอหรอื จาเกนิ ไป

22

6.2.1 เพลาขับ เครอื่ งไอนํา้ เครอื่ งยนตเ ผาไหมภ ายใน มอเตอรท กุ ชนิดมกั จะกอ ใหเ กดิ
การบาดเจ็บแกผทู ่ีหยอดนํา้ มนั หรือเขาไปคลําแบริ่งวา รอ นหรือไม ผปู ฏิบตั งิ าน ควรระวังเรื่องเส้อื ผา
ที่สวม สวมรองเทาและถุงมอื ตามความจาํ เปน ของงาน การตอ ทอหยอดนํา้ มันโดยผูหยอดอยหู าง
ออกมาแทนทจี่ ะหยอดอยูใกลๆ เพลาขับที่หมนุ อยเู ปนวธิ หี นงึ่ ที่จะปองกนั อุบตั ภิ ยั เหลา นไ้ี ด

6.2.2 เพลาหมนุ ไมว า เพลาหมุนจะมีขนาดใหญเ ลก็ เพยี งใด หมนุ ดว ยรอบชาเร็ว
เพยี งใด แตผ วิ ของเพลาจะตอ งเรยี บ

6.2.3 สายพาน เชอื ก โซ และรอก นอกจากเรือ่ งการใชค รอบปอ งกนั ไมเหมาะสม
หรือไมใ ชเลยแลว อุบตั ิภยั ขอ หนง่ึ ก็คอื การประกอบสายพานซง่ึ ผูปฏิบัติ งานอาจจะทําโดยผิดวิธี
หรอื ไมใชเ หลก็ งดั สายพานหรืออปุ กรณช ว ย สายพานมอี ันตรายอันอาจกออบุ ตั ภิ ยั ไดโดยเฉพาะเมอ่ื
สายพานสมั ผสั กับวงลอ ซ่ึงอาจหนบี นวิ้ มือหรอื สวนหนึ่งสวนใดของรา งกายได

6.2.4 หมูเฟอง อบุ ตั ภิ ยั เกยี่ วกับหมเู ฟอง มกั จะเนื่องมาจากการใชค รอบปองกนั ที่
ไมถ ูกตองหรอื การยืนเขาไปใกลห องเฟองซงึ่ เปดท้ิงไว ท่สี ําคญั ก็คือหองเฟองทไี่ มไดปดมดิ ชิดจึง
ใชค รอบปอ งกนั ไวแตส ว นท่เี หน็ วา จะเปน อันตรายเทา นัน้ เชน สวนท่ีเฟอ งขบกนั (Nips) หรือสวน
นอกของฟน เฟอง ซึ่งจําเปน ตอ งแกไขและผูใชเ ครือ่ งจกั รกลเหลา นน้ั จะตองระวงั เปน อยางมาก

6.2.5 เครอ่ื งจกั รกลเก่ยี วกับงานชา งไม จะตดั อวยั วะรางกายในชว่ั วินาที แตส ว น
มากก็ยงั อาศยั ความชาํ นาญที่จะไมต อ งอาศยั ครอบปองกัน ถา ใชไ มส าํ หรับดนั ปอ นไมแ ละทยี่ ัดไม
ครอบปอ งกนั ชนดิ นี้ อาจไมส มบรู ณแ บบนัก แตอยางนอยก็ชว ยปอ งกันผปู ฏบิ ัตงิ านไมใหบาดเจ็บ
มากนัก ถา ผนู น้ั เกดิ หยอ น ความชาํ นาญลง ความมใี จจดจอตองานลดลง หรือเหตกุ ารณท ไี่ มน กึ ฝน
เกิดขนึ้

6.2.6 เครื่องเจาะ จะตอ งยึดสิ่งทจ่ี ะเจาะใหมั่นคง เพราะถาสวา นขดั ตัวขณะเจาะจะยึดตดิ
วัตถุ ทําใหว ตั ถทุ จ่ี ะเจาะรหู มุนควางกอ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ ได โดยเฉพาะการเจาะเหลก็ แผน บาง ๆ
อนั ตรายมาก การหมนุ ของแผนเหล็กบาง ๆ มีลกั ษณะเหมอื นเล่อื ยวงเดือนในแนวนอน

6.2.7 หินเจยี ระไน มีอนั ตรายอนั อาจกอ อุบตั ภิ ยั ไดหลายประการ เชน การประกอบ หนิ
เจียระไน แกนหมนุ ไมไ ดศ นู ยหรือยึดไมแ นน ใชร อบการหมนุ สูงผิดปกตไิ มมีครอบปอ งกัน หรือ
ครอบปองกนั ไมแ ขง็ แรงเพยี งพอทีจ่ ะตานทานแรงเหวย่ี งของหินเจยี ระไนทแ่ี ตกกระจายออกมาใน
การเจียระไนมอี ันตราย (รวมทั้งท่ีเกดิ บาดเจ็บทต่ี า เพราะไมส วมแวน ) อนั เนอ่ื งมาจากการแตงระยะ
พกั วัตถุ กจ็ ะทาํ ใหห นิ เจยี ระไนนนั้ เหว่ยี งแตกกระจาย ทําใหม ือบาดเจ็บหรอื เครื่องมอื เหวย่ี งกระเดน็
ออกไป อนั ตรายอกี ประการหน่งึ ก็คือ การเจยี ระไนวตั ถุทางดา นขางของหินเจยี ระไน กดวตั ถจุ ะ
เจียระไนหนักเกินไปโดยเฉพาะ ในขณะอากาศเยน็ จัด วิธปี ฏิบัติงานดงั ไดก ลาวแลว นเ้ี ปน
วิธีปฏิบตั ิงานที่ผดิ ซง่ึ อาจกอ อุบตั ภิ ัยขนึ้ ได

23

7. การจราจร (Traffic)
อุบัติภยั เก่ียวกบั การขนสงมีประมาณ 7 % ของอบุ ัตเิ หตุท่ีเกดิ ขึ้นในงานอตุ สาหกรรมและ

ในจํานวนอบุ ตั ภิ ยั เหลา น้ปี รากฎวา 12 % มีอนั ตรายถึงชวี ติ และสวนท่ีเหลือก็ลว นแตไ ดร บั บาดเจบ็
สาหสั เปนสว นมาก อันตรายสวนใหญม ักจะเกิดจากพาหนะท่แี ลน อยูในระหวางปฏบิ ตั งิ าน เชน
รถเขน็ รถบรรทกุ เล็ก รถไฟ รถบรรทกุ หนัก รถยก ตลอดถงึ อบุ ัติภัยอนั เกดิ จากอปุ กรณทบ่ี รรทกุ ไป
กบั รถ เชน บนั ได

7.1 ผปู ฏิบัตงิ านทไ่ี มเก่ียวกับการขนสง
ทางที่ดีทส่ี ดุ ทผี่ ูปฏบิ ัติงานจะหลกี เลย่ี งไมใ หถกู รถชนกค็ อื ใชความระมัดระวังอยางดี

นั่นเอง โดยเฉพาะอยา งย่งิ เวลาที่จะออกหรอื เขา ประตโู รงงานทีม่ รี ถผา นไปมา เดนิ ผานมุมอาคารเม่ือ
จะขา มถนน เดนิ บนถนนทางเดนิ หรือตรอกแคบ ๆ การเตรียมพรอมอยูเสมอเปนสง่ิ จาํ เปน เพราะ
ยวดยานพาหนะท่แี ลนไปมามกั จะใชค วามเร็วคอนขางสูง การมองขวาซา ยจึงควรกระทํากอ นทจี่ ะกาว
เทา ออกไปสูจดุ อนั ตรายมใิ ชเ ม่ือเห็นผูอ่นื กา วเทา กก็ าวเดนิ ตาม

ผปู ฏิบตั ิงานจะตองระวังรถบรรทกุ ส่งิ ของท่ลี ํ้ากระบะทา ยออกมา ของทผี่ กู มดั ไวไ ม
ม่ันคงอาจจะหลนลงมา หรือสิ่งของท่ีไมไ ดผ กู มดั ไวก ็อาจจะกระดอนเคลื่อนท่ไี ดเ มื่อรถตกหลุมหรอื
ปนกอ นหนิ หรือเมอื่ รถเลยี้ ววงแคบ สงิ่ ของเหลา น้อี าจจะเฉย่ี วหรือตกลงมาทับได

7.2 ผขู ับยานพาหนะและรถบรรทกุ หนกั
กฎเพอื่ ความปลอดภยั ในการขบั ขย่ี านพาหนะ จะตอ งเขมงวดกวดขนั สําหรบั การจราจร

ภายในบริเวณโรงงาน เพราะภายในบรเิ วณอาจจะไมม ที างเทา ตามขา งถนนเสมอไป ทางเขาออกติด
กับทางที่รถผานไปมา ถนนตัดกนั คนละระดับไมม ีร้ัวกนั้ มสี งิ่ กีดขวางขา มเหนือถนนเชน สะพาน
สําหรับเดินทอ พาดผา นถนน ซึง่ รถ Fork Lift จะตอ งระมดั ระวงั เปน พิเศษยังมีเหตกุ ารณตาง ๆ อีก
มากมายทีอ่ าจเกดิ ข้ึนไดในบริเวณโรงงานซึง่ แตกตางไปจากท่ีจะพบเหน็ ไดบนถนนหลวง ฉะนน้ั การ
ขับรถชา ๆ จงึ เปนการดี และควรคาดคิดไวเ สมอในสง่ิ ที่นกึ ไมถ งึ

7.3 ผูใ ชรถเข็นยกของ
ผใู ชร ถเขน็ ของมขี อทอ่ี าจกอ ใหเ กิดความเสียหายไดห ลายทาง เชน การเข็นรถไปเทยี บ

เบ้อื งหลงั ผอู น่ื ซง่ึ ขณะน้นั รถกาํ ลังบรรทุกของกองสูงอยู เข็นรถทบั เทา ผปู ฏิบตั ิงานอน่ื กระแทกคนซึง่
กาํ ลงั ทาํ งานอยกู บั เครอื่ งจกั ร เขน็ ชนบันไดซ่ึงพาดอยู เขน็ ชนของซ่ึงกองทบั กันอยู ซึง่ ทําใหของท่ีกอง
อยูนน้ั โคน ลงมา จอดรถเขน็ ทง้ิ ไวเกะกะ ทาํ ใหผอู น่ื ท่เี ดนิ ไปมาโดยไมระมัดระวงั สะดดุ ลม

ของซงึ่ บรรทุกยื่นลาํ้ กระบะรถออกมาทางดานหลงั จะกวาดเปนมมุ กวา งเมือ่ รถเล้ียว
ฉะนั้นเวลาเลย้ี ว จงึ ควรเผ่ือระยะเอาไวด ว ยเมอ่ื จะบรรทุกของชนดิ นน้ั การบรรทุกของที่กวางล้ํา
กระบะดา นขางออกมาอาจจะปะทะเขา กับมุมแคบ ๆ เม่ือรถเลี้ยว

24

รถเขน็ จะแลน เร็วเมื่อลงท่ีลาด ๆ ผูใ ชจ ะตอ งคอยดึงอยขู า งหลงั เพอ่ื ปอ งกนั รถแลน ลงมา
ทบั ตวั ผใู ชเองเม่อื ของที่บรรทุกหนกั มาก และผูใ ชเ องไมอ าจจะเหนยี่ วไวลําพงั ตัวคนเดยี วได ทางทดี่ ี
ควรจะเรยี กผอู นื่ ชว ย

8. ลิฟทแ ละอปุ กรณยกของ (Lifts and Lifting Tackle)
วธิ กี ารทางเทคนคิ ทจี่ ะทําใหล ฟิ ทป ลอดภัยมีมากมาย อบุ ตั ิภยั อันเนอ่ื งจากขอขดั ของทาง

เทคนคิ มที ้งั ทางดานกลศาสตรแ ละดา นโครงสราง รวมท้ังการใชอนิ เทอลอ็ คไมเหมาะสม อนิ เทอล็อค
ขดั ขอ งงาย ไมไดระวังรกั ษาอนิ เทอล็อคใหด เี พยี งพอ ไมไ ดท ํารว้ั ลอมปองกันหอ งสาํ หรับนา้ํ หนกั ถวง
เลื่อนข้ึนลง การหยดุ ของลฟิ ทไมไ ดต้ังไวใ หถูกตอ งหรอื ไมไดดแู ลเลย สะลงิ และรอ งบังคบั สลิงสึก
สวติ ชเสยี สวนสาํ คญั ของอุปกรณอ าจชาํ รดุ ถา ใชไดโดยไมร ะมัดระวงั ไมเหลียวและหรือใชไ มเ ปน
ยกตวั อยาง เชน กดปมุ Limit Stops เพอ่ื ใหล ิฟทห ยดุ ทตี่ าํ แหนง บนสดุ หรอื ลางสดุ บังคับใหลิฟทห ยุด
โดยใชเ ลอื่ นประตูตาขาย ลฟิ ทบรรทุกนาํ้ หนักเกินพกิ ดั ผูป ฏิบัตงิ านใชลิฟทส าํ หรับสง สิ่งของเพื่อ
โดยสาร ปลอ ยใหส ง่ิ ของท่ีบรรทุกโผลออกมานอกประตู การใชลิฟทโดยไมม ผี ูควบคุมดแู ลมัก
กอใหเกิดอบุ ัตภิ ัยไดบ อย ๆ โดยเฉพาะบุคคลซึ่งไมรวู ิธีการใช

อุบัตภิ ัยอาจจะเกดิ ขึน้ ไดใ นขณะทก่ี ําลงั ซอมแซมลิฟท อาจจะมคี นเขา ไปตดิ อยใู ตน ้ําหนกั ถว ง
หรอื อาจจะตดิ อยใู ตลิฟท การทดลองใหลฟิ ทท าํ งานโดยผิดวิธี หรอื ไมบอกกลาวในขณะทมี่ ีบคุ คลอนื่
อยบู นหอ งลฟิ ท หรืออยใู นหองสาํ หรับนา้ํ หนักถว งเลอื่ นขึ้นลงมักจะกอใหเกดิ อบุ ตั ภิ ัย การปน ออก
นอกหอ งลิฟทเ ม่อื เกดิ ขัดขอ ง อาจทําใหผ นู น้ั ไดรับอันตรายจากการถูกลิฟทบ ีบทบั รางกายได

8.2 รถยก
รถยกและเครอื่ งมือยกของตา ง ๆ มีขอ ขดั ของทางดา นจกั รกลแตกตางกัน ซงึ่ บางคร้งั ก็มี

ขอบกพรอ งดานการออกแบบรวมอยูด ว ย แตข อขดั ขอ งทางดา นกลจกั รอาจจะแกไขไดดว ยการตรวจ
ตราตามกําหนดเวลาโดยใชผ ทู ีช่ ํานาญงานและวธิ กี ารซอมทเ่ี หมาะสม การตรวจและบํารงุ รกั ษามใิ ช
ทาํ แตเ ฉพาะทห่ี อ งเฟองสําหรบั ยกของเทานั้น แตจ ะตอ งกระทาํ โดยทั่วถงึ เชน ท่เี หลก็ โครงสรา ง
ฐานรองรับ ฐานยึด รางรองรับ เครอื่ งยนตและเฟอง ซึ่งการชํารุดแตล ะสว นอาจจะกอใหเ กดิ อุบตั ภิ ยั
ได

การขบั เคล่อื นรถยกหรอื เคร่อื งมือยกของผิดพลาดมักจะเกดิ อุบัตภิ ยั อยเู สมอ บางครง้ั เกิด
จากผูไมมีหนาท่คี วบคมุ รถยกน้นั บางคร้งั เกดิ จากผมู หี นา ท่เี กย่ี วของแตไมชินกบั การทาํ งานของคนั
บงั คับตาง ๆ หรือบางครัง้ กเ็ กดิ จากผูม หี นาทคี่ วบคุมโดยตรง

มวี ิธีการผดิ ๆ อยมู ากมายทีท่ ําใหสง่ิ ของทีย่ กหลนลงมา , โครงสรางหกั โคน ลงหรือ
เครื่องมือยกลม ฟาดลงมา ทั้งน้ี ยงั ไมร วมถงึ ขอบกพรองตา ง ๆ ของอุปกรณยก การใชเ ครนดงึ และสก
สิ่งของไปทางดา นขางจะทาํ ใหเ กดิ แรงเคน ในโครงสราง, ส่ิงของที่ยกแกวง กระแทกคนหรอื ทรัพยส นิ
อนื่ ๆ สิ่งของอาจจะกระแทกหรือคา งอยกู ับโครงสรางขณะกวา นขนึ้ หรอื ลง, รถเครนรางอาจจะจอด
อยบู นรางทไี่ มไ ดร ะดบั อาจจะพลิกควา่ํ ไดเมอื่ ยกสงิ่ ของ, การยกของอยูในลกั ษณะกระตกุ ไมน มุ นวล

25

ในขณะเร่ิมยกหรอื หยดุ , ใชเครนดึงลากสงิ่ ของออกจากกองท่ที ับถมกันอาจทาํ ใหโครงสรา งไดรบั แรง
เคน เกินกาํ หนด, การวางระยะเครนเพื่อยกสงิ่ ของผดิ ระยะรศั ม,ี ไมท าํ การยดึ รถยกใหม ่นั คงเทา ทคี่ วร,
นาํ รถยกไปจอดบนพื้นดินทไี่ มแขง็ เพยี งพอทาํ ใหรถจมทรดุ ลงได, พยายามใชรถยกสง่ิ ของเกนิ พิกดั
กําลังของรถนัน้ , ผูปฏบิ ัตงิ านใกล ๆ กบั รถยก ตัวรถอาจจะหนีบรางกายกบั อาคารหรอื สงิ่ กอ สรางอน่ื
ๆ ทั้งน้ี อาจจะเน่อื งจากผขู บั ไมรหู รอื ลืมไปวามผี ปู ฏบิ ัติงานอยทู น่ี นั่ , รถยกทแี่ ลน บนรางอาจจะลม
โคนตกรางถา หอ งควบคมุ ยน่ื ออกไปดา นขางมากเกินไป, นอกจากนี้ ยังมีอบุ ัตภิ ยั อน่ื ๆ เชน ปมุ หรือ
คนั บังคับใหห ยุดทาํ งานบกพรอง การใหส ัญญาณผดิ หรือไมเ ขา ใจสญั ญาณ

8.3 อุปกรณยก
อบุ ตั ิภัยเก่ียวกบั การใชรถยกเทา ท่ไี ดก ลาวมาแลว ยังนอ ยกวา อุบัติภยั ทเี่ กดิ จากการใช

อปุ กรณย ก (โซสะลิง ขอเก่ยี ว สเกล หว งตา) ผลทไี่ ดร ับจากการใชอ ปุ กรณยกฟด ๆ ก็คอื ส่งิ ของทยี่ ก
หลนลงมา อนั นจี้ งึ เปนเหตุผลที่วา ทาํ ไมจงึ หา มไมใ หผ ปู ฏบิ ัตงิ านเขาไปยนื อยูใตสิ่งของยกลอยตวั
และทาํ ไมจึงใหผ ูขบั รถเครนในโรงงานยกส่ิงของใหห า งจากท่ที ่ีผูป ฏิบัตงิ านจะเดินลอดไปใตสง่ิ ของ
ได นอกจากนยี้ งั มอี นั ตรายอน่ื ๆ อันเกยี่ วกบั สง่ิ ของทยี่ กโดยวิธหี นบี ใสก ระบะหรือตาขา ย ฯลฯ

ลวดสะลิงอาจจะชาํ รุดไดถา ต้งั ไวตากแดดตากฝน เก็บไวใ นพสั ดโุ ดยไมถูกวธิ ี ตง้ั อยใู น
ท่ที ่รี อนจัดหรอื มีเคมภี ณั ฑอื่น ๆ ลวดสะลงิ นนั้ ปกตแิ ลว ชํารดุ ไดงายและการชํารุดน้นั กไ็ มว าจะ
มองเหน็ ไดเ สมอไป การใชล วดสะลิงผดิ วธิ ีจะทาํ ใหลวดสะลิงหงกิ งอ ซงึ่ จะเปนจดุ ออ นของสะลงิ ท่ี
รอยหักพับน้นั การใชโซโดยผดิ วธิ ี เชน ยกน้าํ หนกั มากเกนิ พกิ ัด ผูกเปนเงื่อนไวหรอื พนั ลอดใต
สง่ิ ของที่มีคมขณะยก โซจะเปราะเมอื่ ใชง านนาน ๆ จึงตอ งมีการเผาไฟชบุ เปนคร้งั คราว การเผาไฟชบุ
ก็ดี การตรวจโดยถี่ถว นและซอมหลังจากเผาไฟชบุ กด็ ี จะตองทําอยเู สมอกอนทโ่ี ซจะขาดลงในขณะ
ใชง าน สะลิงและอปุ กรณย กตาง ๆ ควรจะเขยี นบอกพกิ ดั นาํ้ หนกั ทจี่ ะยกไดใหเ ปน ทเ่ี ขา ใจ

การยกของโดยไมมกี ฎเกณฑเ ปน สาเหตใุ หของหลน ลงมา การเลอื กสะลิงผิดขนาดทาํ ให
เสนลวดในสะลงิ ขาด ซึง่ โทษวา สะลงิ ไมด กี ็เปนเร่ืองไมถ ูกตอ งนกั เพราะผูป ฏบิ ัติงานอาจกะน้าํ หนกั
ส่ิงของที่ไมทราบแนนอนผดิ ไปกไ็ ด มุมของสะลิงท่ีขอเก่ียวในขณะยกอาจจะคาํ นวณไวผ ดิ พลาดเมื่อ
ใชส ะลิงคลองสิง่ ของ 3 - 4 เสน และใชส ะลงิ เล็กเกินไป การผูกเงอ่ื นสะลิง การทบุ บว งสะลงิ (สะลงิ
ทาํ เปน บว งมดั ลอดใตส งิ่ ของแลว สอดผานแบบทรดุ ) แรงเกินไป การใชเคร่ืองมือเครือ่ งใชอยา งอืน่ ที่
ไมเกี่ยวกับการยกของ สง่ิ เหลานั้นอาจจะหลุดรวงลงมาได มวี ธิ กี ารใชสะลงิ ทถี่ กู ตองเหมาะกับ
นาํ้ หนกั และรปู รางของสง่ิ ของ ถาผใู ชสะลงิ ผดิ ขนาดหรือผิดวธิ ี แทนที่จะเลอื กใชใหเหมาะก็อาจเปน
สาเหตุใหเ กดิ ความยงุ ยากไดเ ชนกนั มมุ คมของสงิ่ ของอาจจะตดั หรือหกั พับสะลิงถา ไมห าสงิ่ ออ นนมุ
เชน ไมเ น้อื ออน หรอื ผากระสอบรองไวใ หดี (ไมเน้อื แข็งกอ็ าจตดั สะลงิ ได) ขอเก่ียวกอ็ าจกอ เหตไุ ด
เชนกนั ถาหากไมค ลองสะลิงใหม นั่ คงอาจลนื่ หลุด สง่ิ ของทยี่ กจะตกลงมา ขอเกี่ยวทเ่ี กี่ยวหา งตาสอด
เขาไดแตเ ฉพาะตอนปลาย หรอื ใชขอเกยี่ วเกย่ี วรทู ี่ฐานสิ่งของ ยอ มจะกอใหเกดิ แรงเคนในตวั ขอเก่ยี ว
ซ่งึ ทาํ ใหความแขง็ แรงของขอเก่ียวตองลดลงแมวา สง่ิ ของจะไมรว งหลดุ ลงมา นอกจากน้ี ยังมอี ันตราย

26

อื่น ๆ อันเกดิ จากส่ิงของลืน่ หลดุ จากอปุ กรณยกพิเศษ เชน ขอเกีย่ วชนดิ ยกหีบหอ หรอื กระปอง ขอ
หนีบเหลก็ แผน ขอสับยก การใชข อสบั ยกยกของหนกั ๆ จะตอ งระวงั อนั ตรายจากของที่บรรจอุ ยใู น
หบี รวงหลดุ ลงทางกน หีบ เพราะไมม สี ่งิ ใดรองรับ

สลกั ขวางของสเกลถา ไมขนั เกลยี วใหตึงพอ สลักอาจจะคลายเกลยี วหลุดได หรอื เมอื่ ใช
รถยก 2 คัน ชว ยยกของทหี่ นักมาแลว ไมแบง นํา้ หนกั ใหส มดลุ พอเหมาะก็อาจกอ อุบตั ภิ ยั ได

หวงตาเมือ่ ไมใ ชงานยกขณะนนั้ ควรถอดเกบ็ ใหเ รยี บรอ ย เพราะอาจชํารุดไดงายถา
ปลอยทิ้งไว บางคร้ังถา ออกแบบไมดหี รือวางไมไดศูนยถ วงกอ็ าจกอ ใหเ กิดเสยี หายขนึ้ ได แตถาแมจ ะ
ออกแบบไดถ กู ตอ งกจ็ ําเปน จะตอ งใชใ หถ กู ทศิ ทางตามแนวศนู ยกลาง หรอื เมื่อถอดเกลียวก็ตองถอด
ใหแ นน การใชข อเก่ยี วสอดผานหว งตาแทนทจี่ ะใชส เกล จะทาํ ใหเ กดิ แรงเคนทัง้ ในขอเกี่ยวและหว ง
ตา การใชสะลงิ เสน เดียวรอ ยหว งตาหลายหว งแทนทจ่ี ะใชห ว งละเสน

อุบตั ิภัยเกยี่ วกบั น้วิ มอื ก็มกั จะเกดิ จากนว้ิ ถกู บีบระหวา งสะลงิ กบั ขอเกยี่ ว หรอื บว งสะลิง
กับส่งิ ของท่ีจะยก สิ่งของทจี่ ะวางลงมาทับน้วิ มอื หรอื นวิ้ เทา ส่งิ ของอาจจะหนีบนว้ิ มอื กับสวนอาคาร
หรือหีบหอ ทว่ี างกองอยู ขณะทมี่ ลี มพัดแรงอาจจะบงั คับสง่ิ ของทยี่ กไมไดเนอื่ งจากการแกวงหรอื
หมนุ ควางไปรอบ ๆ ตามท่กี ลาวมาแลว นล้ี ว นแตเ ปนอันตรายทีจ่ ะตองขบคดิ ในการปฏบิ ัตงิ าน

9. การวางซอ นและจดั กองสิ่งของ (Stacking and Piling)
วสั ดสุ ว นใหญม กั จะตองวางกองหรอื ไมรวมกองอยูในโรงงาน ไมว า จะเพ่อื เกบ็ หรอื กาํ ลงั ใช

งาน การจดั กองส่งิ ของจงึ เปนงานอยา งหนงึ่ ตอ งศึกษา
การบาดเจบ็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งกองส่งิ ของน้มี ักจะมสี าเหตุจากสง่ิ ของทวี่ างหลน ลงมา ผูป ฏิบัติงาน

หลน ลงมาหรอื ถูกหบี หอ หบี รา งกาย นอกจากนี้ยงั มกี ารบาดเจ็บเกย่ี วกับมือซึง่ สาเหตุมาจากตะปู ลวด
รัดลัง เส้ยี น รวมทั้งผูบาดเจบ็ ปวดเมอื่ หลังไหล หรือไดร บั แผลถลอกหรือรอยขีดขวน

สิ่งของอาจจะหลนลงมาขณะยกขนึ้ วางบนกอง ชนั้ นอี้ าจจะเกยี่ วกบั มอื จบั ส่งิ ของไมมั่น
พยายามยกของหนกั ดว ยแขนขา งเดียว ยกวางสิ่งของไมพรอ มกันเมอ่ื ปฏิบตั ิงานหลาย ๆ คน หีบหอ
หรือขวดบรรจุแตก ถงั ที่บรรจฉุ กี ขาด พน้ื ลน่ื หรอื มือถกู ของมีคมบาดทนั ทที ันใด ทําใหสิ่งของท่ีถือ
หลดุ มอื ของบางอยา ง เชน ปอ ฝายท่ผี ูกมัดเปนกลมุ ยอมไมสะดวกแกก ารยกเพราะกลมุ ใหญเ กินไป
ลกั ษณะท่ีผูกมดั ไมถ นัดทจี่ ะยก หรอื ขาดการผูกมดั ท่ีกะทดั รัด

ถึงแมวา ไดจ ดั กองไวแ ลว กต็ าม สิ่งของกอ็ าจจะพงั ทลายลงมา หรืออยา งนอ ยก็รว งหลน ลงมา
ได วสั ดสุ ว นมากมวี ิธที ีจ่ ะจดั กองตามลกั ษณะวัสดนุ ้นั ยกตวั อยา งเชน ของทีบ่ รรจถุ งุ ใชว ธิ ีวาง
ดานขาง วางเปนแถวสลับกนั เพือ่ ใหขัดกนั ในตวั และเมอื่ กองซอนข้ึนไปก็ลดระยะทับกันเขา ไปเร่ือย
ๆ ท้งั 4 ดา น ถงั นํา้ มนั ใชก องวิธนี อนถังและใชไ มข ัดลมิ่ ไว และระหวางแถวที่ซอ นกันกใ็ ชไ มขดั
เอาไวทกุ ชน้ั ไป การกองแบบแนวนอนนอ้ี าจกอข้ึนไปไดเ ปน แบบปรามิด แตถ า หากตองการวางถัง
น้าํ มันในแนวตัง้ กจ็ ะตอ งมีไมแ บน ๆ รองระหวา งชัน้ และวางไดในแนวตรงแตจะตองไมซ อนสงู
เกนิ ไป ไมก็ตอ งใชว ธิ กี องตา งหากออกไป และสิง่ ของทีร่ ปู รา งไมส ม่าํ เสมอ เชน โลหะหลอ รปู ตา ง ๆ

27

ตองใชวธิ ีพิเศษตามลกั ษณะส่ิงของนัน้ ๆ สง่ิ ของตาง ๅ ทก่ี ลง้ิ ไดงา ย เชน ถังนา้ํ มัน มว นกระดาษ
จําเปนตอ งใชล ิ่ม (ซง่ึ ทําไวเ หมาะกับถงั หรอื มว นนน้ั ๆ ) ไมใชห ยิบเพยี งแตอะไรมาขดั

การวางส่งิ ของไมม หี ลกั เกณฑหรอื ไมปลอดภยั มกั จะทาํ ใหส่ิงของพงั ทลายลงมา บางครง้ั กท็ ํา
ใหอาคารทเี่ กบ็ พลอยพงั ลงไปดว ย การกองซอ นสงิ่ ของหนกั ๆ ไมควรจะพิงฝาผนงั อาคาร เพราะฝา
ผนังออกแบบไวรบั แรงแนวต้งั ไมใชแนวนอน การวางสง่ิ ของบนพ้ืนก็จะตอ งใชก ารพินิจพจิ ารณาวา
พ้ืนอาคารทจ่ี ะรบั นา้ํ หนกั ของกองนั้นจะทานไดห รือไม ความสมดุลซง่ึ เปน หลักในการกองสงิ่ ของยัง
เปนเร่อื งสําคัญมาก เมือ่ กองวัสดบุ นรถบรรทุกหรือยานพาหนะอ่ืน ๆ เพราะจะมีเรอื่ งเกยี่ วกบั การ
สนั่ สะเทือนหรือแกวงเขา มาเกยี่ วของดว ย สง่ิ ของทก่ี องในพัสดุอาจสนั่ สะเทอื นไดถา ในอาคารนนั้ มี
เครื่องจกั รกลใหญ ๆ ทํางานอยูดวย

การปนข้นึ บนกองสิง่ ของแทนทจี่ ะใชบ นั ไดอาจจะไดร ับบาดเจ็บได โดยเฉพาะถาตกลงไปใน
ชอ งระหวางกองสิ่งของทจี่ ัดไวไ มด ี อนั ตรายนอี้ าจจะเกดิ ไดถ า หากสิ่งของทก่ี องรปู รา งไมเ หมอื นกนั
เชน ทอ นไม ลงั ขนาดตาง ๆ กัน เมอื่ ขนไมออกไปแถวหนง่ึ จนต่าํ ลง แถวท่อี ยูใกลเคียงอาจจะพงั ทับ
ลงมา ฉะนนั้ การขนของออกจากกองจึงควรยกของดา นบนออกโดยสม่ําเสมอกนั

ผูท ่ีปนขึ้นไปบนกองสิง่ ของอาจจะเขา ไปใกลก บั เครื่องจักร สายไฟฟา สาํ หรบั เครนอน่ื ๆ ซงึ่
เปน อันตราย ฉะนัน้ จงึ ไมควรจะกองส่ิงของใหสูงเกนิ ไป หรอื ควรใสค รอบปอ งกนั จุดทจ่ี ะเปน
อันตรายนน้ั เสีย

การท่ีผูปฏบิ ตั งิ านพยายามเรง ขนของออกจากกองโดยวธิ โี ยนของนน้ั ลงมาหรือดงึ ของทาง
ชั้นลา งกอน ก็อาจจะกอ ใหเ กดิ อุบัติเหตุขน้ึ ได การดงึ ของทางดา นลางกอนเปน อันตรายอยา งย่งิ
บางครง้ั ของท่กี องอยูข า งบนอาจจะหลน ลงมาถูกผูคนขางลางโดยไมร ูตวั เนอ่ื งจากผปู ฏบิ ตั ิงานกอง
ส่ิงของไวไ มด พี อและโดนแรงลมปะทะ

การกองสง่ิ ของไมถ ูกวธิ นี เี้ ปน สาเหตุอนั หน่ึงในเรือ่ ง Spontaneous combustion ซึ่งไดกลาว
ไวแ ลว ในเรอ่ื งไฟไหม

10. เคร่ืองแตงกายและอุปกรณปอ งกนั อนั ตราย (Safety Equipment and Clothing)
10.1 อปุ กรณป อ งกนั อนั ตราย คาํ วาอุปกรณปอ งกนั อนั ตรายน้ีรวมถงึ เข็มขัดเพื่อความ

ปลอดภัย (Safety belt) แวน ตา (Goggles) ฉากก้นั ท้ังชนดิ ตดิ ต้งั ตายตวั และเคลื่อนท่ีได เครือ่ งสวม
ปอ งกนั อนั ตรายตา ง ๆ เชน หนา กาก หมวก เกราะปองกนั ศรี ษะ หนากากปองกนั กา ซหรอื ฝุนละออง
เคร่อื งแตงกายสาํ หรบั สวมขณะปฏบิ ตั งิ าน เหล็กครอบหลังเทา เสอ้ื สวมทับเพ่ือปอ งกันเคมีภณั ฑตา ง
ๆ ครอบปองกนั หนาแขง รองเทา ปองกันอนั ตราย ถุงมอื และน้าํ ยาลา งมอื ส่งิ เหลานไี้ ดประดษิ ฐขน้ึ เพื่อ
ปองกันชน้ิ โลหะท่ปี ลิววอน ความรอนหรอื เยน็ สารทกี่ ดั ผกุ รอ นเปนพิษหรอื กอใหเ กดิ อันตรายอน่ื ๆ
ฝุน กา ซ ไอระเหยและควนั ผงหรือวนุ เหลว ประกายไฟ แสงท่ีจาเกนิ ไปหรอื รังสีความรอ น ของ
แหลมคม และทใ่ี ชในการขดั สี ไฟฟา ดูด นาํ้ หรอื ของเหลวทีก่ อ ใหเ กดิ อันตรายไมรนุ แรงนัก แตก ท็ าํ
ใหเกดิ ความระคายเคอื ง บุคคลตกจากท่สี งู สงิ่ ของหลอนจากทสี่ งู

28

อบุ ตั ิภยั เกยี่ วกบั เรอ่ื งเหลานี้ ก็เนอ่ื งจากผปู ฏบิ ตั งิ านไมส วมหรือใชอปุ กรณปอ งกัน

อนั ตรายท่ีจัดให ผลทไ่ี ดรบั คอื การบาดเจบ็ ทพุ พลภาพและเสียชวี ติ บางครัง้ ผูปฏิบัตงิ านไมใ ชเ คร่อื ง

ปองกนั อนั ตรายเพราะไมร วู ธิ ีใช หรือไดร ับเครอ่ื งปองกันอนั ตรายมาใชไ มเหมาะสมกบั งานที่

ปฏบิ ตั ิอยู และท่ีสาํ คญั ทีส่ ดุ กค็ ือไมจ ัดหาเครอื่ งปองกันอันตรายใหแกผูปฏบิ ัตงิ าน

การแกไ ขอบุ ตั ภิ ยั เก่ียวกับเรอ่ื งไมใ ชเ คร่ืองปอ งกนั อนั ตรายนี้ จงึ ขนึ้ อยกู บั ตัว

ผูป ฏบิ ัตงิ านเอง ในบางประเทศนน้ั ไดม พี ระราชบญั ญตั บิ งั คบั ใหท างโรงงานจดั หาอปุ กรณปองกนั

อันตราย รวมทง้ั ติดประกาศ หรือฝกสอนใหผ ูปฏิบัตงิ านรูจักวธิ ใี ชแ ตใ นทาํ นองเดียวกันผูป ฏบิ ัตงิ านก็

จะตองใชอ ปุ กรณนน้ั ๆ (เพอื่ ใหเปน ไปตามพระราชบญั ญัตดิ วย)

อยางไรก็ดี ปรากฏวา ยังมผี ลู ะเลยหลีกเลยี่ งในการใชอ ุปกรณปองกนั อันตราย ท้ัง ๆ ท่ี

ทางโรงงานจะไมจ า ยคาทดแทนใหส ําหรับผูท ี่ฝาฝน สาเหตุมไิ ดเนอ่ื งมาจากเกยี จครานหรืออวดเกง

แตมาจากสามญั สาํ นกึ ที่วา ถา ตนเจ็บผูอ่นื ก็เจบ็ เหมือนกนั ถาผูอ น่ื เปน อะไร ตนกไ็ มควรจะเปน มี

บอยครง้ั ทผ่ี ูปฏิบตั งิ านรองวา ใชแ ลวรําคาญทํางานไมสะดวก จริงอยูความไมส ะดวกอาจจะมีบางใน

ตอนแรก ๆ แตเม่อื ไดใชจ นเคยชนิ แลว ความรูสึกเชน น้ีกจ็ ะหายไป แตถ า ยงั คงรําคาญอยูก ข็ อใหน กึ เสยี

วา ความไมสะดวกสบายนน้ั ยังดกี วาสญู เสยี ตา น้ิว มอื แขน หรอื พกิ ารอ่ืน ๆ ซ่งึ ไมมีโอกาสเรยี กรอ ง

กลับคืนมาไดช ัว่ ชวี ิต

การปฏบิ ตั งิ านโดยไมคํานงึ ถงึ ความปลอดภยั ของผอู ืน่ มักจะมอี ยูบอ ย ๆ เชน ไมใชฉาก

กั้นขณะสกัดสงิ่ ของ เพอ่ื ปอ งกันผูทเ่ี ดินผานไปมาจากสะเก็ดเหล็ก ผูเ ดนิ ผา นไปมามองดแู สงไฟเชอ่ื ม

โลหะแทนทจ่ี ะหาฉากก้ันแสงไว

มอี ยเู รื่องหนงึ่ ซง่ึ เกย่ี วกับการละเลย ไมใ ชอ ปุ กรณเพือ่ ความปลอดภัยและมผี ลถงึ

เสยี ชีวิต กลาวคือ ชว ยเหลอื ผูประสบภัยจากถูกรมดว ยแกสในหอ งอบั ทึบ โดยไมม ีเครื่องชว ยหายใจ

หรอื หนา กากปอ งกนั กาซ บางครัง้ ผชู วยเหลืออาจนาํ ผูป ระสบภยั ออกมานอกหอ งไดส าํ เร็จ แตใ ช

เวลานาน ซ่ึงทาํ ใหผปู ระสบภยั มกั ไมร อดชวี ิต หรือถา อยา งนอ ยก็ตกเปนภาระหนกั แกผ พู ยาบาลรกั ษา

ตอ ไป

บางคนอาจจะเดินเขาไปในหอ งอบั ทึบ และคดิ วา ไมมีกา ซสะสมอยูในหองนนั้ แตเ มอ่ื

ไปเหยยี บหรือแซะคราบนาํ้ มนั หรือสารอ่ืน ๆ ทาํ ใหเ กดิ ไอระเหยทเ่ี ปน พษิ ออกมา

เข็มขัดเพอ่ื ความปลอดภัย บางครงั้ ผปู ฏิบัตงิ านใชมนั เพยี งครึง่ เดียว เชน รดั เข็มขัดไว

กับตัวเรยี บรอยดี แตไ มไ ดค ลองติดกบั โครงสรา งทีผ่ ูปฏิบตั ิงานทาํ งานอยู ซง่ึ ไมกอใหเกิดความ

ปลอดภัยแกผใู ชแตอ ยางใด

ผปู ฏิบตั งิ านยอมไมไ ดรับความสะดวกสบาย ในการสวมเครอ่ื งปองกนั อันตราย

เหมือนกับตอนไมไ ดสวม ฉะน้นั การเลือกอุปกรณ จงึ ควรพิจารณาในเรอื่ งความสะดวกสบายดว ย

ความไมส ะดวกสบายอยางอนื่ ไดแ กการจดั หาแวนตากันผงชนิดไมม รี ูระบายอากาศ

ซึง่ ทาํ ใหอ บรอ นเบา ตา ทางทด่ี คี วรจะใชช นดิ มีรูระบายอากาศ หรอื แบบแวนตาธรรมดา (Spectacle)

29

การใชแวน ตากนั ผงโดยทเ่ี ครอ่ื งกลน้นั ๆ อาจจะตดิ ตง้ั กระจกกนั สําหรับมองดไู ด การใชห นากาก
ปองกันกาซหรอื ฝุน ละอองผิดแบบไมเหมาะกบั งานทที่ ํา ถงุ มือเมือ่ สวมแลว จบั ของไมถ นดั แวนตากนั
ผงใชก ระจกธรรมดาแทนทจ่ี ะใชก ระจกทเ่ี คลอื บไวไ มแ ตกงาย

นอกจากนมี้ ีอยบู อยครั้งท่ีทางโรงงานไดจดั หาอุปกรณสําหรับปฏบิ ตั งิ าน แทนท่จี ะทํา
การปองกันอนั ตรายเปน สว นรวมท่ีตนเหตุ ยกตวั อยาง เชน แจกหนากากชว ยหายใจแทนทจ่ี ะหาวิธี
ถายเทอากาศเสียหรอื ฝนุ ละอองออกจากหอ งปฏิบตั ิงาน จดั ใหผ ปู ฏบิ ัติงานสวมเสอ้ื ปองกนั นา้ํ ยาเคมี
ตา ง ๆ ทีก่ ระเซ็นออกมาแทนทีจ่ ะปอ งกันการกระเซน็ นนั้ โปรดระลึกวาการใชอปุ กรณป องกนั นั้น
เปน วธิ ีการปอ งกันอนั ดบั รอง สง่ิ แรกที่จะตอ งกระทํากค็ อื หยดุ หรือกาํ จัดตนตอเสยี กอ นเทาท่จี ะทําได

มีขอ ควรจะกลา วถงึ อีกเรอื่ งหนงึ่ คือ เรื่องการใชอ ปุ กรณปองกนั อนั ตรายทีไ่ มถูกทาง
ยกตวั อยา ง เชน สวมถงุ มือขณะทํางานกบั เครื่องจกั รกล ซงึ่ เครือ่ งจักรกลเหลา น้ันอาจจะหมุนมว นถุง
มอื เขา ไปได ในกรณเี ชน นมี้ กั จะใชถ ุงมอื แบบทีไ่ มบ บี กระชบั นัก ซึ่งถา เครอื่ งจกั รบังเอิญหนบี ดึงเขา
ไปก็อาจจะสลดั มือออกไดท นั ทว งที

10.2 เครอ่ื งแตงกายปอ งกันอันตราย การสวมรองเทา ทชี่ าํ รุดมกั จะกออุบตั ภิ ยั พนื้ รองเทาสกึ
มากของมคี มอาจจะแทงทะลุถงึ เทา หรือพน้ื ท่มี ีของคมอาจฝงจบั รองเทาไวทําใหผ ูส วมถลาได รองเทา
ทสี่ น สึกมากทาํ ใหผ ูสวมเดนิ ไมถนัด เม่ือยเทา หรือสะดุดส่งิ อืน่ ไดง าย ความเมอ่ื ยลา จากการที่ตอ งยนื
ปฏิบตั งิ านนาน ๆ ขณะที่สวมรองเทา ทคี่ บั เกินไปหรือชํารดุ อาจจะกอ ใหเ กดิ อุบตั ภิ ยั ได รองเทาแตะ
รองเทา ยาง หรอื รองเทาเตน ราํ ไมควรนาํ มาใชในงานชา ง รองเทา สนสูงของหญิงเปน อันตราย ถา สน
สูงเกนิ ไปหรือสนสกึ มาก ถาสวมไมเ หมาะพอดีกอ็ าจจะพลกิ ไดขณะสวม

ผูท ป่ี ฏิบตั ิงานยกของหนัก ควรสวมรองเทา ที่มคี รอบปอ งกันอนั ตราย ท่ีไหนมี
เครือ่ งจักร ผปู ฏิบตั ิงานก็จะตองระวงั เกยี่ วกับเคร่อื งแตงกาย อยาผูกเน็คไทหลวม ๆ สวมเสือ้ ไมกลัด
กระดมุ ใชผ าพนั คอ สวมเสอื้ ปลอ ยชาย ไวผ มยาวมาก เพราะมีอันตราย เครอื่ งจกั รกลจะหนีบดงึ เขา ไป
แตถึงแมจ ะไดร ะมัดระวงั เรอื่ งเหลา นีแ้ ลว กย็ ังมคี นอีกเปน จาํ นวนมากทตี่ อ งบาดเจ็บพกิ ารดว ย
เครื่องจักรเพราะเหตตุ าง ๆ

เพลาเรียบ ๆ ก็อาจหมนุ มวนเสอ้ื ผาทปี่ ลอยชายหรอื สายรุงรงั ได ฉะนนั้ ควรสวมเครื่อง
แตง กายใหก ะทดั รดั กลัดกระดุมใหครบ กางเกงขายาวเกินไปควรตดั และเยบ็ ตะเขบ็ ใหพอดี เชน ชุด
ปฏบิ ัตงิ านเมื่อไดร บั มาขายาวเกนิ ไป อยา ใชว ิธพี ับขาแลว ใชไ ด เพราะถาทพี่ ับไวห ลดุ ลงก็จะทาํ ให
ตนเองสะดดุ ลม กางเกงทั่วไปก็เชน เดยี วกนั ไมค วรพับขา สว นเส้อื ผา เปนแขนยาวก็ควรจะพับแขน
ดีกวาสวมแขนยาว เวนแตว าแขนเสอ้ื นนั้ แนบกะทัดรัด เสอ้ื แขนสนั้ ควรตัดใหแขนสั้นเหนือขอ ศอก
ข้ึนไป

ผูทเ่ี ฝาเครือ่ งจกั รซงึ่ ไมม ีร้วั ลอ มปอ งกัน ขณะที่เคร่ืองทาํ งานจะตอ งแตงกายดว ย
เครือ่ งแบบท่เี หมาะกบั งานนนั้ มกี ระเปาหลังไวส ําหรบั ใสยตุ เพือ่ ปอ งกันเศษยุตทยี่ อยลงมาซงึ่ อาจจะ
มว นเกีย่ วกบั เพลาทห่ี มนุ อยไู ด

30

ชดุ ทาํ งานปกตกิ ็มักจะเปรอะเปอ นงา ย ซงึ่ เปนเร่อื งท่ีหา มไมไ ด แตถ าผสู วมไมคอยซกั
ใหสะอาดตามทีเ่ หน็ สมควรก็จะกอความยงุ ยากใหเ ชน กนั เชน เสื้อผาทีช่ มุ ดวยน้ํามนั อยเู สมอ เมื่อ
เสยี ดสกี ับผิวหนังกอ็ าจเปน ตนเหตใุ หเกดิ โรคผื่นคนั (Dermatitis)

ไมม ีสถิติเก่ยี วกบั อุบตั ภิ ยั อนั เนื่องจากการหยอกลอ เลนกนั ในขณะปฏบิ ัติงาน แต
ปรากฏวา อบุ ัตภิ ัยเชน น้เี คยเกดิ มาแลว มากมาย ความจรงิ แลวการหยอกลอเลนกนั ในการปฏบิ ตั งิ าน
ไมไดแ กใหเ กดิ ประโยชนอนั ใด เปน การเสย่ี งภยั และขาดระเรยี บวนิ ัยซ่งึ เปนหนทางนําไปสูอ ุบตั ิภยั
สง่ิ เหลา นผี้ ูปฏบิ ัตงิ านพงึ ระมดั ระวังใหมาก ถงึ แมบ างครั้งการลอ เลยี นกนั จะไมก อใหเกิดบาดเจบ็ อยา ง
ใด แตกท็ ําใหผถู ูกลอไดร ับทุกขทรมานใจ ผลู ออาจไดร ับความสนกุ แตถาความสนุกนนั้ กอ ให
ผรู ว มงานเสียชีวิตก็จะเปน เร่อื งเศรา ทผ่ี ูล อจะจดจาํ ไปไมร ลู มื

การหยอกลอ เลนกนั ในขณะปฏิบตั ิงานนนั้ เกดิ ขึ้นก็เนอ่ื งจากผปู ฏบิ ัติงานไมไดระลกึ
ถึงผลเสียหายเหลา น้ี หรือละเลยเห็นเปน เรื่องไมสาํ คญั โปรดระลึกวาลมที่มีกาํ ลังอดั ดันสูงถา เปา ใส
หนา คนเหมาะ ๆ กอ็ าจทําใหล ูกตาทะลกั จากเบาได เขา ทวารไดของรางกายกก็ อ ใหเ กดิ อันตรายภายใน
บางครั้งอาจถึงเสยี ชวี ติ แกลง ผูอ่ืนดว ยสารเคมีท่ีตนไมรคู ุณสมบตั ิของมันอาจเปน พิษหรือเกดิ ระเบดิ
หยอกลอ กนั ดว ยอปุ กรณไฟฟา ยอมเปนเรื่องยากทจ่ี ะวนิ ิจฉยั วา ขาดการเอาใจใสต อ อุปกรณน น้ั
หรือไม ไฟแรงตา่ํ มาก ๆ (ขนาด 24 โวลต) ยอมไมมีใครทายวา จะกอใหเกิดไฟดูดถงึ ตายหรอื ไม
ฉะนั้น ทางทด่ี ที ่ีสุดก็คือเอาใจใสต องานที่ตนทํา ละเวน การหยอกลอ เลน กันในระหวางปฏิบตั งิ าน

11. ไฟฟา (Electricity)
เมื่อถกู ไฟฟาดดู เพียงเลก็ นอ ยจะทาํ ใหผวิ หนงั ไหม หรอื ทาํ ใหผ ถู กู ไฟฟาดูดตกใจ กระโดดตก

ลงมาไดรับบาดเจ็บ ในบางกรณี ผูถกู ไฟฟาดูดรนุ แรงอาจจะเสยี ชวี ติ ทันทที นั ใด หรอื มบี าดเจบ็
รนุ แรงภายหลงั กไ็ ด คนสว นมากมักจะเหน็ เหตกุ ารณเ กย่ี วกับไฟฟา ดดู เล็ก ๆ นอย ๆ เขาใจวาไมมี
อนั ตราย แตความจริงแลว ไฟฟา ไมไ ดบอกใหเ รารถู ึงอนั ตรายจนกวาจะถกู เขาจรงิ

มอี งคป ระกอบหลายอยา งทจ่ี ะนาํ มาพจิ ารณากนั วา การถูกไฟฟาดดู จะเปน อนั ตรายถงึ ชีวิต
หรือไม ยกตวั อยาง เชน การสัมผสั ใกลและนานมากนอ ยเพยี งใด การตอ วงจรสายดนิ ดีพอหรอื ไม
แรงดนั ไฟฟา สูงหรอื ตา่ํ ไฟตรงหรอื ไฟสลับ กระแสไฟฟา ผา นรา งกายทางไหน และความชุมชน้ื ของ
ผิวหนังมมี ากนอยเพยี งใด

ขอ บกพรอ งทางเทคนิค (เชน การหุมฉนวนไมด )ี การเดนิ สายไฟไมถ กู ตอ ง (เชน ตอสวิตช
ทางดา นสายทไ่ี มมไี ฟ แทนทจ่ี ะตอ ดานทม่ี ไี ฟ) ใชส ายดนิ ไมด ี ไมม กี ารดแู ลรกั ษาอุปกรณไฟฟา หรือ
ใชไ ฟเกินพกิ ัดของอุปกรณน น้ั สงิ่ เหลา นล้ี ว นเปน ขอ บกพรอ งทจี่ ะทําใหเกิดอนั ตรายขึ้นได

ผปู ฏิบตั ิงานทางดา นไฟฟา ทํางานเสย่ี งภัยมากกวา ผูปฏิบตั งิ านธรรมดา เพราะจาํ เปนตอง
ปฏบิ ัตงิ านกบั อุปกรณท่ีมไี ฟอยเู สมอ แตบางทีผปู ฏิบัติงานทางไฟฟา อาจจะประมาทไมป ลดสวติ ช
ออกทงั้ ๆ ทีจ่ ะปลดกไ็ ด อาจจะสบั สนเขา ใจผิดพลาดไมแ นวาอุปกรณส ว นไหนมีไฟหรือไม หรือบาง
ทีไมใชถ ุงมือเครอื่ งมือหรือเครอื่ งปองกันทีเ่ หมาะสมกบั อปุ กรณทีม่ ีไฟ

31

อบุ ัติภยั ทางไฟฟา มกั จะเกดิ กบั ผูปฏิบตั ิงาน ทไ่ี มมหี นา ท่ี เมื่อพยายามจะเปลย่ี นฟว สหรอื ตอ
สายเคร่อื งมอื หรืออุปกรณไฟฟาดวยตนเอง อนั ตรายท่เี ห็นไดงา ย ๆ ท่เี กิดข้ึนกับผูไ มใ ชช างไฟฟา
ไดแกก ารใชเครื่องมอื ไฟฟาชนดิ ยายไปมาได บางทตี อสายดนิ ผดิ บางทสี ายดินขาดทําใหห ัวเสียบ
ไฟฟา 3 ทาง กลายเปน 2 ทาง เครอ่ื งใชไฟฟาอาจจะมีไฟร่วั ดดู ผใู ช ถา หากมีส่ิงบกพรองภายใน แตก ็มี
อยบู อ ย ๆ ทมี่ กี ารตอขัว้ สายกลับกนั เกลยี วสายไฟถาแยกออกไปแตะตัวเครือ่ งมอื นนั้ ไฟร่ัวดูดผใู ชได
ถาสายดินไมด พี อ ดว ยเหตนุ อ้ี ันตรายจึงมกั เกดิ ข้นึ เมอื่ ผใู ชม ีความรทู างไฟฟาแลว ตอสายอยา งลวก ๆ
งาย ๆ เสยี เองแทนท่ีจะใชช างไฟฟา อนั ตรายอยางอนื่ ๆ ที่เกี่ยวกบั ผไู มใ ชช างไฟฟา ก็คอื การตอสาย
โดยไมม ีความรูความชํานาญทาํ ใหไ ฟฟาทีใ่ ชเ กนิ กาํ ลงั สาย

เครื่องใชไฟฟา บางอยางทาํ ฉนวนไวอยา งดี ไมตอ งมีสายดิน เชน ไฟสอง การถอดฝาครอบ
ออกกอ็ าจจะทาํ ใหไ มป ลอดภัยได การใชไฟสอ งแบบธรรมดาที่ตอดวยสายหมุ ไหม มักมผี ไู ดร ับ
อันตรายบอย ๆ เมอ่ื นําไปใชใ นทีเ่ ปย กช้นื หรือในหอ งทท่ี าํ ดวยโลหะ เชน หมอนํ้า

บางคนเขา ใจวา การถกู ชอ็ ตเบา ๆ จากไฟฟา จะไดรบั อนั ตรายนอ ยกวา โดนช็อตแรง ๆ ซึ่งเปน
ความเขาใจผดิ อยางมาก

อนั ตรายอน่ื ๆ จากไฟฟาก็ไดแกส วติ ชทาํ งานไมคอ ยดี ซ่งึ เมอ่ื ฝน ใชก จ็ ะเสียในทสี่ ุด
โดยเฉพาะเม่อื ถึงคราวฉกุ เฉินไมต ิดปา ย (Tag) ที่สวติ ชบอกใหแ นน อนวามีผปู ฏิบตั งิ านซอมอยกู ับ
อปุ กรณนั้น ๆ ไมเ ช่อื วาไฟตรงแรงต่ําเคยทาํ ใหผ คู นเสยี ชีวติ มามากแลว เมือ่ อยใู นสภาวะทีเ่ หมาะ ไม
ใชแ วน เม่ือคดิ วา จะไดรบั อนั ตรายการขาดของฟว ส ไมย กสวติ ชไฟออกหรอื ไมสวมฉนวนปองกนั เสีย
กอนท่ีจะเขาไปชว ยเหลอื ผถู กู ไฟฟาดูด ขณะทย่ี ังตดิ อยทู ีส่ ายไฟ ไมย กสวิตชบอกกอ นทีจ่ ะทาํ งาน
งา ย ๆ เก่ยี วกบั ไฟฟา เชน เปลี่ยนหลอดไฟ และไมใ สกุญแจตวั สวิตช หรือล็อคหามคนั สวติ ชเสยี
กอนทจี่ ะทําการซอมอปุ กรณไฟฟา

12. บันได (Ladders)
อุบัติภยั ที่เกดิ เพราะการใชบ นั ไดอาจแบงออกไดเ ปน 4 อยา ง คอื บนั ไดชํารดุ วางบันไดไม

มนั่ คงใชไ มถกู วิธี และถูกเคลื่อนยายไมถูกวิธี
12.1 บนั ไดชํารดุ เนอ่ื งจากการใชบ นั ไดมอี ยเู ปน ประจาํ และไมเปน วตั ถทุ ่ีเปลีย่ นคณุ สมบตั ิ

ไดงาย บนั ไดจึงมีการชาํ รดุ ตาง ๆ เชน ไมข้ันบนั ไดแตก ไมขั้นบันไดหลวมหลดุ จากรอ ง ไมล ูกตง้ั ตวั
บันไดแตกหรอื บดิ งอ การชํารุดเหลา นม้ี กั จะทําใหเกดิ อุบตั ิภยั ไดขณะใชง าน บนั ไดทไ่ี มขน้ั หลดุ
หายไป บางซมี่ ักจะทาํ ใหผูใ ชบ นั ไดตัง้ ไมม ่ันคง และทาํ ใหไ มล ูกต้งั อกี ขางหน่งึ ตองรบั แรงเคน มากขึ้น
ดวย

บนั ไดท่เี หมาะกบั การใชง านจะตองไดรบั การตรวจสอบอยูเสมอ และตรวจทกุ ครง้ั
กอ นนําไปใช ถา เห็นวามีขอบกพรองก็ไมค วรฝนนําไปใช บนั ไดทีข่ ั้นบันไดทําดว ยไมตอกตะปตู อ ๆ
กันข้นึ ไปไมป ลอดภัยในการใช ไมข น้ั บันไดอาจจะทรดุ เขาไปทางดา นขาง

32

บนั ไดที่ชํารดุ ควรจะตดิ ปายใหเห็นชดั แจง และควรตดั ออกหรอื ทาํ ลายเพ่อื ไมใหผทู ่ไี ม
รนู าํ ไปใชอ กี ความจริงมอี ยขู อหนึ่งวา บันไดท่ชี าํ รุดมักจะอยใู กลมอื กวา อันทีด่ ีและมกั กอ ใหเกิด
อบุ ัตภิ ยั

12.2 การวางบนั ไดไมม ่ันคง บางครงั้ ผูปฏิบัติงานอาจจะวางบนั ไดผิดมมุ และวางชนั ไป เมอ่ื
ผูปฏบิ ัติงานปน ขึ้นไปก็อาจจะหงายหลังลงมา ถา วางลาดไปบันไดอาจแตกชาํ รดุ เพราะรบั แรงเคน มาก
ขน้ึ ขาบันไดเปนเรื่องทต่ี อ งใชความระมดั ระวังเพราะมีโอกาสทจี่ ะลืน่ ไถลไดง า ย

การวางมุมบนั ไดผิดนี้ บางครงั้ เกดิ จากการเลอื กบนั ไดมาใชพอเหมาะ บางทียาวไป
บางทสี ั้นไป ถา บันไดส้ันอาจจะไมมีสว นเกินเพอ่ื พาดกบั คานหรอื ของอาคาร เวลาบันไดลน่ื มกั จะไม
เลอ่ื นไปมากนกั แตก ารแกวง ของบันไดอาจทาํ ใหผใู ชตกลงมาได

บนั ไดทวี่ างบนพน้ื ท่ไี มเสมอมกั จะล่นื ไดงา ย การเสรมิ ขาบนั ไดขางหนึง่ โดยใชว ัตถุ
รองเพอื่ ใหเ สมอกันมอี ันตรายมากเชน กนั ถาหากวตั ถุทนี่ าํ มารองนนั้ ไมด ีพอ ทางท่ดี ีควรจะใช
อปุ กรณสาํ หรบั ยดึ ฐานบนั ไดใหเ หมาะกับการใชงาน และควรจะผูกปลายบันไดตอนบนไวด วย

บนั ไดทวี่ างไวโ ดยฐานย่ืนอยใู นเสนทางการปฏบิ ัติงานอนื่ ๆ เชน ยวดยานพาหนะหรือ
ผคู นเดนิ ไปมา ซ่งึ ผูท ค่ี อยยึดบนั ไดทฐ่ี านนอกจากจะจับฐานบนั ไดใหมน่ั คงแลว กค็ วรจะเตือนผทู ่ี
สญั จรไปมาไมใ หเ ขา ใกลบ นั ได บนั ไดทวี่ างขา งทางเขา ออกไมวา จะขา งในหรือขา งนอก จะปลอดภยั
ถาหากปด ประตใู สกญุ แจเสยี

12.3 ใชบนั ไดไมถูกวธิ ี มขี อระมัดระวงั ในการพงิ บนั ไดจะตองไมหางจากงานทจ่ี ะทาํ
ดานขางจนเกนิ ไป โดยเฉพาะอยางยงิ่ ขณะถอดหรือคลายนตั สกรู ทอ ใชเชือกสาวเอาถงุ หรือรอก
แขวนกบั ขัน้ บนั ได เมื่อใชบ นั ไดเปน ทางหนเี พลงิ ถา วางบันไดชันมากเกินไปก็จะทําใหผูปน ลงรว ง
หลนลงมาได ระยะทพ่ี ้ืนอยา งตาํ่ สดุ 3 ฟตุ 6 น้ิว เปน ระยะทจ่ี ะใชสาํ หรับจุดประสงคน ้ี การลงบนั ได
แบบแปลก ๆ เชน ปลอยตัวเลอ่ื นไหลลงมาใชม ือราไว หรือหนั หลังใหบ นั ไดขณะลงอาจจะทําใหผ นู ั้น
ตกลงมาได การปลอยตัวเลอื่ นไหลลงมายงั เปนอันตรายตอ มือซ่งึ อาจจะถูกเสยี้ นตาํ ได

พูดโดยทว่ั ไป การใชบ นั ไดที่จะใหสะดวกและปลอดภยั ควรจะมีคนยนื จบั ฐานบนั ได
ไว วธิ ีนยี้ อมจะชว ยไดแ มก รณที ีใ่ ชบันไดชนดิ มีฐานกนั ลน่ื ซึ่งความจรงิ ไมจ ําเปน แตถ า เปนฐานชนดิ ที่
ไมเ หมาะกับพนื้ ทปี่ ฏิบตั งิ านกย็ อมเปนเรื่องจาํ เปน เม่อื ผใู ชบนั ไดปนขนึ้ ปลายสดุ ของบันไดแลว ก็
ควรจะผกู ยดึ ปลายบนั ไดไว เพอื่ ผูท่ยี ดึ ฐานบนั ไดจะไดมโี อกาสระวังยวดยานและผูคนท่ีผา นไปมา
เบ้อื งลา ง การสวมรองเทา ชํารุดกอ็ าจเปนสาเหตตุ กบนั ไดได เมอ่ื รองเทาขดั ตัวกบั ขน้ั บันได บนั ไดจะ
หักไดถ ารบั นา้ํ หนักมากเกนิ ไป คนทย่ี ืนอยบู นบันไดควรจะมีเพยี งคนเดยี ว ถา ไมม ีความจาํ เปน ท่ี
จะตองไปปฏบิ ตั งิ านพรอม ๆ กันสองคน

บันไดอาจชํารดุ เสยี หายไดเ มอื่ เกบ็ ไวใ นพสั ดุ ยกตวั อยา ง เชน ตากแดดตากฝน ไดรบั
ความรอ นมากเกนิ ไป หรือไมห าสิ่งใดมารองใหไดร ะดับเม่ือวางตามแนวนอน

33

12.4 การยกเคลอ่ื นยา ยบันไดไมถ กู ตอ ง เมอ่ื ผูปฏิบัตงิ านแบกบนั ได กม็ ปี ลายบันไดสองขาง
ท่ผี นู น้ั จะตอ งคอยระวัง ปลายดานหนา อาจปะทะบุคคลอน่ื ทม่ี ุมอาคารซ่ึงมองกันไมเ ห็น เวนแตผ แู บก
จะยกปลายบันไดใหเชดิ ขน้ึ ปลายดา นหลังอาจจะแกวงซา ยขวาและไปกระทบขาบคุ คลอืน่ ได เพราะ
ดา นหลังผูแ บกไมอาจจะระมัดระวังไดต ลอดเวลา ผูทแี่ บกบันไดจึงควรกะเอาวา ขณะน้ีปลายบันไดอยู
ประมาณตาํ แหนง ใด แตข อสาํ คญั ก็คือจะตอ งระลกึ ถงึ ขอ นีอ้ ยูเสมอเมอ่ื จะเลย้ี ว

เมื่อจะตัง้ หรือลดบันได ถาใชผ ูปฏบิ ตั ิงานที่ไมเ ขา ใจกอ็ าจจะทําใหบนั ไดลม ฟาดลงมา
ได เน่อื งจากบงั คบั ไมอยู ถา บนั ไดยาวมากควรใชวธิ เี อาเชือกผูกปลายบนั ไดแลว โรยเชอื กลงมา

รถทมี่ บี ันไดบรรทุกติดรถ ควรมธี งแดงตดิ ไวท ้งั ดา นหนาและหลงั และจะตอ งกะระยะ
ใหพ อในขณะเล้ยี ว

.......................................................

บทท่ี 3

ความปลอดภัยในการทํางานดา นตา ง ๆ

ความปลอดภยั ในโรงงานควรมสี ิ่งตา ง ๆ ดังจะกลา วตอ ไปนี้
1. การรักษาโรงงานและเครื่องจักร ควรจัดใหมกี ารตรวจสภาพอาคารและเครื่องจกั รเปน
ประจํา และตอ งจัดเตรียมพนื้ ทใี่ หสะดวกแกก ารทาํ งาน ตองจัดเก็บวสั ดสุ ง่ิ ของและสารเคมใี หเ ปน ที่
นอกจากนี้ควรมีทางหลบหนภี ยั ทีอ่ ยใู นสภาพพรอ มเสมอ
2. ทางออกฉุกเฉิน ควรมีขนาดกวางใหเหมาะสมกบั จาํ นวนผปู ฏิบัติงานและควรมคี วาม
พรอ มตลอดเวลาจงึ ควรไดรบั การดูแลตลอดเวลา
3. สญั ญาณอันตราย โรงงานท่มี กี าซหรอื วตั ถุไวไฟที่มคี นงานตั้งแต 50 คน ข้นึ ไป ควรมี
สัญญาณแจงใหคนงานออกจากพ้นื ทีโ่ ดยเรว็ ซ่งึ ควรมอี ยางนอย 2 แหง
4. เครอื่ งดับเพลิงในโรงงานทีม่ สี ารเคมีและวัตถไุ วไฟควรมเี ครอื่ งดับเพลิงทีเ่ หมาะสมตาม
สภาพในอตั ราสวน 1 เครอ่ื งตอพ้นื ท่ี 100 ตารางเมตร
5. การกําจดั ขยะมูลฝอย ควรทําที่ท้งิ ใหเ หมาะสม
6. แสงสวา งในการทาํ งาน ควรมใี หเ พียงพอเพื่อมองเหน็ ส่ิงตา ง ๆ ชัดเจน
7. เคร่อื งมือในการปฐมพยาบาลตอ งมีพรอ มตลอดเวลา
8. สวมและสถานทที่ ําความสะอาดรา งกาย ควรสะอาดปราศจากเชือ้ โรค
9. จัดพ้ืนท่ปี ฏบิ ัตงิ าน วางเครอื่ งจกั ตาง ๆ ใหเหมาะสม
10. นา้ํ ดื่มควรสะอาด ถกู ตองตามหลักอนามยั
ประโยชนของการทาํ งานทปี่ ลอดภัยในโรงงาน
การเกิดอบุ ตั เิ หตุ ยอ มกอใหเกิดความสูญเสยี หลายอยาง เชน เสยี เวลา เสียคา ใชจ า ย เสีย
ขวัญ และกําลงั ใจ เปนตน การสญู เสียดังกลาวในทางเศรษฐกิจถือวา เปน ตน ทุนในการผลิตอยางหน่ึง
ดงั นัน้ การปอ งกนั ไมใหเกดิ อบุ ัติเหตขุ ้นึ จงึ เปนการประหยัดคาใชจ า ย เทากบั เปนการลดตน ทุนในการ
ผลิตอีกดวย การจัดสภาพการทาํ งานของคนงานใหมีความปลอดภยั เปนส่งิ สาํ คัญของการบรหิ ารใน
ปจจบุ นั การทํางานในสภาพทีม่ ีความปลอดภัย นอกจากเปน การปองกันอุบัติเหตทุ จี่ ะเกิดขนึ้ แลว
(โดยการปรับปรงุ แกไขสภาพแวดลอ ม เครือ่ งจกั รกล และวธิ ีการทํางาน) ยงั จะไดรบั ประโยชนด งั นี้
1.ผลผลติ เพ่มิ ขึ้น การทาํ งานในโรงงานไดร บั ความปลอดภยั โดยการจัดสภาพแวดลอมท่ี
ถกู สุขลักษณะ เครื่องจกั รมอี ปุ กรณปองกนั อันตรายเพียงพอ ทําใหคนงานมขี วัญ และกาํ ลงั ใจในการ
ทํางานสงู กวาการทํางานท่อี นั ตราย หรือเสี่ยงตอการบาดเจ็บ เพราะคนงานมีความรสู กึ วาปลอดภัย
หมดความวิตกหรือกงั วลเกยี่ วกบั อันตราย ทําใหม น่ั ใจทาํ งานไดเต็มที่และรวดเรว็ ย่งิ ขึ้น ผลผลติ ของ
โรงงานเพม่ิ ขึ้น

35

2. ตนทนุ การผลิตลดลง เมอื่ สถติ ิการเกดิ อบุ ัติเหตุของโรงงานลดลง ความสญู เสีย หรอื
คาใชจายสําหรับอุบตั ิเหตลุ ดลงดวย ทาํ ใหโ รงงานสามารถประหยดั เงิน คา รักษาพยาบาล เงินทดแทน
คาซอมแซมเคร่ืองจักร เปนตน ถามีอุบัติเหตเุ กดิ ขน้ึ จะตองเสยี คา ใชจา ยสวนนเ้ี ปน เหตใุ หต น ทุนการ
ผลติ เพมิ่ ข้ึน

3. สงวนทรพั ยาการมนษุ ย การเกดิ อบุ ตั ิเหตุแตละครั้งมักจะทาํ ใหค นงานบาดเจบ็ บางคร้ัง
รา ยแรงถึงข้ึนพกิ ารทุพพลภาพหรอื เสยี ชวี ติ เปนผลใหประเทศชาตติ องสูญเสียทรพั ยาการทสี่ าํ คัญ
โดยเฉพาะเมอื่ ผบู าดเจบ็ หรือเสยี ชวี ติ นน้ั เปนแรงงานทมี่ ฝี ม ือ มีความชาํ นาญงานจากการฝกฝนเรยี นรู
เปน เวลานาน การสญู เสียบุคคลเหลาน้ี เปนการสญู เสียที่มีคาสงู มาก นอกจากนน้ั ความพกิ ารหรือ
ทุพพลภาพยงั เปนภาระของญาติพ่นี อง และสงั คมท่ีตอ งใหค วามชว ยเหลือ การทําสภาพแวดลอมใหมี
ความปลอดภยั ในการทาํ งาน จึงเปน การสงวนทรพั ยากรท่สี าํ คญั ของประเทศชาติอกี ดวย

การปองกนั อันตรายจากเครอ่ื งจักร

อันตรายท่ีเกดิ ขึน้ เน่อื งจากการทํางานกบั เคร่ืองจกั รมกั ปรากฎข้นึ ในสถานประกอบการตาง ๆ
อยูเสมอ สาเหตขุ องอันตรายทีเ่ กดิ ข้นึ มกั เกดิ จากเครือ่ งจกั รชาํ รดุ เครือ่ งจกั รมีสภาพทไ่ี มป ลอดภยั หรอื
ความประมาทของผทู ํางานกับเครื่องจักร จงึ จําเปน อยา งยง่ิ ทจี่ ะตอ งหาวิธีการปอ งกนั อันตรายมิให
เกิดขน้ึ ได และการปอ งกนั ทไ่ี ดผ ลวิธหี นงึ่ คอื การตดิ ต้งั อุปกรณปอ งกันอันตราย หรือ ฝาครอบที่
เหมาะสมท่เี ครื่องจักร ณ จดุ ที่กอ ใหเกิดอันตรายได

ลกั ษณะของเครื่องจักรท่ีตองใชอ ุปกรณป อ งกนั อนั ตราย หรอื ฝาครอบ มี 2 ประเภท คือ
1. เครื่องสงถายกําลงั ไดแก เพลา สายพาน โซ กระเดอ่ื ง เฟอง ปลุ เลย เกยี ร เปนตน

อนั ตรายท่ีเกดิ กบั คนงานสว นใหญอยูในลกั ษณะของการถูกชน กระแทก หนีบรัง้ เขา ไปทาํ ใหส ญู เสีย
อวัยวะ เชน มอื แขน เทา ขา ใบหนา ศรี ษะ ผวิ หนัง เปน ตน ทําใหคนงานพกิ ารหรอื เสยี ชีวติ

2. เคร่อื งจักรทาํ การผลิต ไดแก เคร่อื งกลงึ เคร่ืองกัด เครอ่ื งไส เคร่อื งเจาะ เครื่อง
เจยี ระไน เปน ตน ลักษณะของอนั ตรายอยใู นรปู ของอบุ ัตเิ หตุที่เกดิ แก นว้ิ มือ แขน เทา ใบหนา ลาํ ตัว
ศรี ษะ และ ผวิ หนัง และมักเกิดแกคนงานที่ทาํ งานกบั เครอื่ งจกั รน้นั โดยตรง

ทําไมจงึ ตอ งใชอ ปุ กรณป อ งกันอนั ตราย ?
1. ปอ งกนั มใิ หค นสัมผัสกับสว นที่เคลอ่ื นไหวอยูต ลอดเวลาของเครอ่ื งจักร เชน เกียร
ปลุ เลย สายพาน ใบมีดตดั ฯลฯ
2. ปอ งกนั มใิ หค นสมั ผัส กบั ลกั ษณะงานทเ่ี ปน อนั ตรายมาก เชน ปอ งกนั การกระเด็น
ของวัตถถุ ูกตา ใบหนา ปองกันการถูกเลอื่ ยตัด เปน ตน
3. ปอ งกันอนั ตรายทีเ่ กดิ จากการชาํ รุดของเครอ่ื งจักร เนือ่ งจากเครอื่ งจักรขาดการ
บํารงุ รกั ษา ใชง านผดิ วตั ถปุ ระสงค หรอื ใชเ ครือ่ งจกั รเกนิ กาํ ลัง เปน เหตุใหเ กดิ อนั ตรายตอผูใชเ คร่อื ง
จกั รน้นั

36

4. ปองกนั การเกดิ เพลิงไหม หรือปอ งกนั อันตรายจากไฟฟา เนอื่ งจากระบบสายไฟฟา
ชํารดุ หรอื ตดิ ต้ังไวไ มถ ูกตอง

5. ปองกันอันตราย เนอ่ื งจากความบกพรอ งของตัวผูใชเ ครอื่ งจักรเอง เชน งว ง เหนอ่ื ย
เมอ่ื ยลา เจบ็ ปว ย เปน ตน

ลกั ษณะของอุปกรณป อ งกันอนั ตรายทด่ี ี
1. ไดรบั การออกแบบถกู ตองตามมาตรฐาน สามารถประกอบกบั เคร่ืองจกั รไดเหมาะสม
สว นใหญจ ะตดิ ต้ังมาพรอมกบั เครอ่ื งจกั ร
2.สามารถปอ งกนั อันตรายไดม ากทส่ี ุดและครอบคลมุ พืน้ ท่งี านในการทาํ งานของคนงาน
3.อปุ กรณป องกันอนั ตรายทต่ี ดิ ตง้ั จะตอ งไมก อใหมจี ดุ ออ นเปนชนวนใหเ กดิ อันตรายกบั
คนที่ใชเ ครอื่ งจกั รนัน้
4. เม่อื ตดิ ตั้งอปุ กรณปอ งกนั อนั ตรายแลว จะตอ งไมรบกวนขดั ขวางการทํางาน จนทาํ ให
ประสทิ ธภิ าพในการทาํ งานของเคร่อื งจักรลดลง หรอื เกิดความไมส ะดวกสบายตอผูใชเ ครื่องจักร
5. มีความเหมาะสมกบั งาน หรือเคร่อื งจักรน้ันโดยเฉพาะ สะดวกตอการปรับแตง การ
ตรวจสอบ การบํารุงรกั ษาและการซอ มแซม
6. ตอ งทนทานตอ การกัดกรอ นของ กรด และดา ง
7.วสั ดุท่ีใชท าํ ตอ งคงทนแข็งแรง สามารถรับน้าํ หนักแรงกระแทก และแรงกดไดเ ปน
อยางดี
วสั ดุทีน่ ิยมใชท าํ อุปกรณปอ งกันอันตราย
ตะแกรงลวดถกั หรือตาขา ย, ตาขายเหลก็ ยดึ
แผนเหล็กเจาะรู หรอื ไมเ จาะรู
แผงเหลก็ หรอื ไม ตีเปนตาขาย หรอื ตขี วาง
แผนไมอ ดั หรอื แผน พลาสติก, ทอเหล็ก หรอื ทําร้ัวกนั้

37

ความปลอดภยั ในการใชเ ครือ่ งจกั รกล

เครอื่ งจักร เปน อปุ กรณท่ีสาํ คญั ประเภทหนึ่งของโรงงานอตุ สาหกรรมการผลติ ตา ง ๆ เพราะเปน ตัว
ผลติ และตกแตง ผลผลิตใหออกมามคี ุณภาพ จงึ ตองมกี ารศกึ ษาถงึ ปลอดภัยในการใชเครื่องจกั ร ซึง่ ที่
จรงิ แลวผูเ รยี นสายอาชีพสาขาชา งอุตสาหกรรมจะตอ งศกึ ษาถึงอันตรายทอ่ี าจเกดิ ขึ้นจากการทงาํ านข
องเครอ่ื งจกั รกลในโรงงาน

รปู 1 แสดงเครื่องจักรกล
ในโรงงาน

อุบัตเิ หตทุ เี่ กิดจากเคร่อื งจกั รกล

รูป 2 แสดงการตะไบงานบนเคร่ืองจักรกลผิดวิธี

1. อบุ ัตเิ หตุทเ่ี กดิ จากเครื่องจักรกลท่สี ภาพเรียบรอ ย แตไ มไ ดก นั้ รั้วไว เชน เครอื่ งทีม่ ีรอบการหมุนสงู
สถานที่ตดิ ตั้งเครอ่ื งจกั รกลแบบนี้ ผตู ิดตง้ั อาจเห็นวา ปลอดภยั แตเ มอื่ ผปู ฏิบตั งิ านเขาไปใกลเ พอ่ื ทํา
การซอม ถาหากวาผูนน้ั ขาดความชํานิชํานาญ, ไมเชือ่ ฟง หวั หนา หรืออนื่ ๆ เพลาของเคร่ืองจักรกล
อาจหมนุ มว นเสอื้ ผา ผปู ฏิบัติงานน้ันเขา ไปทําใหบาดเจ็บ

38

รูป 3 แสดงการตะไบงานบนเครอ่ื งจักรกลถกู วิธี

2. อุบัติเหตทุ ่ีเกดิ จากเครอ่ื งจักรกลบางสว นไมม คี รอบปองกนั เพราะตดิ ตัง้ มีความเชือ่ วา ไมมี
ใครเขาไปใกลไ ด จึงทาํ ครอบปอ งกันไวไมแ ข็งแรงเพยี งพอ

รปู 4 แสดงถงึ จดุ อนั ตรายทอ่ี าจจะเกดิ
จากเครือ่ งจกั รทไ่ี มมคี รอบปอ งกัน

3. อบุ ัติเหตุที่เกิดจากการถอดครอบปองกันออก
4. อุบัตเิ หตุทีเ่ กดิ จากเครอื่ งหามอัตโนมตั ิหรือหา มในตวั สว นใหญเ นอ่ื งจากจากออกแบบไมด ีพอ
บํารงุ รักษาไมด ี และการทาํ งานของเคร่อื งจกั รกลบกพรอง

รปู 5 แสดงเคร่ืองกลงึ ซ่ึงไมสามารถใสก รอบปองกันและเปนทมี่ าของการเกดิ อุบัติเหตุ
5. อบุ ัติเหตุนี้เกิดจากเครื่องจักรกลบางชนิด ซ่ึงไมอ าจจะใสค รอบปอ งกนั ไดโ ดยสมบรู ณเพราะ
ลาํ บากตอ การใชง าน

39

รูป 6 แสดงการเกดิ อุบตั ิเหตมุ ีสาเหตุมาจากบคุ คลอื่น
6. อบุ ตั เิ หตุเกิดจากการสตารท เคร่อื งจักรกลโดยไมต ้งั ใจ ซงึ่ สวนมากมักจะเปน บคุ คลอ่นื ไมใช
ผปู ฏิบตั ิงาน

ขอ ควรระวัง
การปอ งกันอบุ ตั ิเหตอุ นั เกี่ยวกับเคร่อื งจกั รกลตอ งอาศัยเทคนิคแลการจดั ระบบที่ดพี อ

รูป 7 แสดงเคร่อื งมอื ที่มคี รอบปอ งกนั
1. ผรู ับผิดชอบจะตอ งเขาใจตอขอ ปลีกยอยในการทํางานของเครื่องจักรกลนน้ั

รปู 8 แสดงอนั ตรายจากการใสเสอื้ ผา ทไี่ ม
รดั กมุ ทํางาน

40

2. ผูปฏิบัติงานซ่งึ ทาํ งานอยใู กลเ ครือ่ งจกั รกลจะตอ งใชค วามระมดั ระวงั ตวั การปอ งกัน
โดยทั่วไปกค็ อื เสื้อผา ทใ่ี ชจ ะตอ งกะทดั รัด ปฏบิ ัติตามขอแนะนําในการประกอบสายพานเครอ่ื งจกั ร
และระมดั ระวงั ในการเขาไปใกลเครื่องจักรกลซงึ่ ผูตดิ ต้ังเขาใจวาตัง้ อยู ณ ทีท่ ่ปี ลอดภยั

รูปที่ 9 แสดงอนั ตรายจากนา้ํ มันเครอื่ งทีร่ วั่

3. อันตรายอ่ืน ๆ ทจ่ี ะทําใหเ กดิ อบุ ตั ิเหตุเกยี่ วกับเคร่อื งจักรกล เชน กองหรือทิง้ สิ่งของรก
รุงรงั , พ้นื ลืน่ ขาดการทําความสะอาด แสงสวางในโรงงานไมเพยี งพอ ซ่ึงสง่ิ เหลานี้ควรจะทาํ แกไ ข
เสียกอ น

อุปกรณแ ละเครอื่ งจกั รทเี่ ปน อนั ตราย

1. เพลาขับเครื่องยนตเ ผาไหมภายใน ทกุ ชนดิ มักจะกอ ใหเกดิ การบาดเจบ็ ผูปฏบิ ัติงานควร
ระวังเร่อื งเส้อื ผาที่สวม การหยอดน้ํามนั โดยผูหยอดอยหู า งออกมาแทนทจี่ ะหยอดอยใู กล ๆ เพลาขับที่
หมุนอยู

I รปู 10 แสดงอันตรายจากการจับชนิ้ งานทร่ี อน หรอื
เคร่ืองมอื ทร่ี อ นโดยไมส วมถงุ มอื หรอื ผา รอง

2. เพลาหมนุ เพลาหมุนน้ีจดั วาเปน อันตรายอยางหน่งึ ท่กี อ ใหเกดิ การบาดเจบ็ ซึ่งเพลาหมนุ น้ี
นบั วาอนั ตรายตอผูปฏิบตั งิ านอยา งมาก ฉะนัน้ ควรปฏิบตั งิ านอยา งระมัดระวงั

41

รปู 11 แสดงอันตรายจากผา เช็ดมอื ทีเ่ ก็บ
ในกระเปาเส้อื

3. สายพาน, เชือก, โซ และรอก นอกจากเรื่องการใชค รอบปองกันไมเหมาะสมแลว อบุ ตั ิเหตอุ กี
ขอหนง่ึ กค็ ือ การประกอบสายพาน ซึง่ อาจจะทําโดยผิดวธิ หี รอื ไมใ ชเหล็กงัดสายพาน หรอื อุปกรณ
ชวย ซึง่ อาจหนบี น้ิวมอื หรอื สวนหนง่ึ สว นใดของรางกายได

รูป 12 แสดงอนั ตรายจากการใสส ายพาน

4. หมูเฟอง อบุ ัตเิ หตุเกย่ี วกบั หมเู ฟอง มกั จะเนอ่ื งมากจากการใชครอบปองกันท่ีไมถ กู ตอ ง ท่ี
สําคญั ก็คอื หอ งเฟอ งทีไ่ มไ ดปด มิดชิด คงใชค รอบปองกนั ไวแ ตส วนท่เี หน็ วาเปนอนั ตรายเทา นนั้ ซง่ึ
จําเปน ตอ งแกไ ขและผใู ชเ คร่อื งจักรกลเหลา นั้นจะตองระวังอยา งมาก

รปู 13 แสดงหมเู ฟอ งภายในเคร่อื งจกั รทมี่ าของอบุ ตั เิ หตุในการทํางาน

42

5. เครอ่ื งปม ขน้ึ รปู เครื่องจกั รกลชนิดนี้มีอนั ตรายทจ่ี ะตองเอาใจใส คือ
ก. ไมติดต้งั ครอบปอ งกนั ใหม น่ั คง
ข. ปรับระยะครอบปองกันอตั โนมตั ิไมถูกตอ ง
ค. ไมมคี รอบปองกันดานขา งและดานหลงั
6. เคร่อื งจกั รกลเก่ียวกับงานชา งไม จะตดั อวัยวะรางกายในชั่ววินาที ซ่งึ ชา งทกุ คน

ยอมทราบดอี ยแู ลว แตส วนมากก็ยงั อาศยั ความชาํ นาญทีจ่ ะไมตองอาศัยครอบปอ งกัน เหตกุ ารณท ่ีไม
นึกฝน เกดิ ขนึ้ และผชู าํ นาญก็ไมอ าจรูไดล ว งหนา ถงึ สภาพของมันดว ย สภาพเชน วานจ้ี ะเหน็ ไดวา
ครอบปองกันสิง่ จําเปนในการปองกนั อบุ ัติเหตุ

7. เครอื่ งเจาะ จะตอ งยดึ สิ่งที่จะเจาะใหม นั่ คง โดยเฉพาะการเจาะเหลก็ แผนบาง ๆ อันตราย
มาก การหมุนของแผน เหลก็ บาง ๆ มีลักษณะเหมอื นเล่ือยวงเดือนในแนวนอน

รปู 14 แสดงอนั ตรายจากการเจาะ
ชนิ้ งานทจ่ี ับยดึ ไมม น่ั คง

8. หินเจยี ระไน มีอนั ตรายอันอาจกอ อบุ ัติเหตุไดห ลายประการ เชน การประกอบหนิ เจยี ระไน
กับแกนหมนุ ไมไ ดศูนยหรอื ยดึ ไมแ นน , ใชร อบการหมุนสงู ผดิ ปกติไมม ีครอบปอ งกันหรอื ครอบ
ปอ งกันไมแขง็ แรงเพียงพอท่จี ะตานทานแรงเหว่ียงของหนิ เจยี ระไนทแ่ี ตกกระจายออกมา

รูป 15 แสดงอันตรายจากการประกอบ
หินเจียระไนไมม่ันคง

43

กฎความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ านกบั เครือ่ งมอื กลทั่วไป

กฎทีส่ าํ คัญมี 6 ขอ คือ
1. จะตองหยุดเคร่อื งทกุ คร้งั เม่ือผปู ฏิบัตไิ มอ ยูค วบคมุ
2. ชางปฏิบัติการตองไมสวมเสอื้ ผารมุ ราม
3. ชางผปู ฏบิ ัตกิ ารเกย่ี วกบั เคร่ืองมอื กลทุกชนดิ ตอ งสวมเครื่องปองกนั อันตรายตอ ดวงตา
4. หา มทิ้งเศษขยะ หรือบว นนาํ้ ลายลงในถงั นํา้ ระบายความรอน หรอื น้าํ ยาหลอเยน็ เพราะ
เปนการทําใหน าํ้ ยาเสอื่ มคณุ ภาพ และเปนการแพรเชอื้ โรค
5. หามปรับแตง หรอื วดั ขนาดช้นิ งานในขณะท่เี คร่อื งมอื กลยงั ทาํ งานอยู
6. ผปู ฏบิ ตั งิ านจะตองใชแ ปรงหรือเคร่ืองมอื พเิ ศษในการกวาดเศษโลหะ

สาเหตสุ ําคญั อยา งหน่งึ ทเี่ ปนผลใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตแุ กด วงตา ในการปฏิบตั งิ านเกย่ี วกบั เครื่องมอื กลทุก
ประเภท โดยเฉพาะอยา งยง่ิ เครื่องเจาะกเ็ นือ่ งจากการใชลมกําลังดันสงู เปาเศษโลหะออกจาเครอื่ งกล
หรือออกจากเส้ือผา ซึง่ เปนวธิ ีการปฏบิ ัติทีไ่ มถูกตอง

อยา ใชเคร่อื งจกั รกอนเรยี นรู
ระบบและความปลอดภัยในโรงงาน

1. อยาซอ มเคร่ืองจักรกอนเรยี นรู
เมอ่ื เคร่อื งจกั รเกดิ ชํารดุ ขนึ้ ควรใหชางผชู าํ นาญงานเปนผซู อมแซมเครอ่ื งจกั รนนั้ ไมควร

ทดลองแกเ อง เพราะอาจทําใหเครื่องจักรนน้ั ชํารดุ มากขนึ้ หรอื อาจไดร บั อนั ตรายจากเครือ่ งจักรนนั้ ได
2. อยาถอดการด ปอ งกนั อนั ตราย
อยานาํ เครอื่ งปอ งกันหรอื การด ซึ่งปดครอบสว นทเ่ี คลือ่ นที่ไดของเคร่ืองจักรออก

เวน เสยี แตใ นกรณีทีม่ ีการซอ มแซมหรือปรับเสรจ็ เรียบรอ ยแลว

44

รูป 16 อยา ถอดการด ปองกนั อนั ตราย
3. หมูเฟอง

อบุ ัติเหตเุ กย่ี วกับหมูเฟอง มักจะเนือ่ งมาจากการใชครอบปองกันทีไ่ มถ ูกตอง หรอื การยนื
เขา ไปใกลหอ งเฟอ งซ่ึงเปดท้ิงไว ทส่ี าํ คญั กค็ ือหองเฟอ งท่ไี มไ ดปด มิดชดิ คงใชค รอบปอ งกนั ไวแต
สวนทีเ่ หน็ วา จะเปนอันตรายเทา นั้น เชน สว นทเี่ ฟอ งขบกนั หรอื สว นนอกของฟนเฟองซงึ่ จาํ เปนตอ ง
แกไ ข และผูใ ชเ ครอื่ งจักรเหลา นน้ั จะตองระวงั เปน อยา งมาก

4. การสตารทเครอื่ งจักร
อุบัติภัยท่ีเกิดจากการสตารทเคร่อื งจกั ร โดยไมต ัง้ ใจ ซึ่งสวนมากมกั จะเปน บุคคลอ่นื

ไมใชผปู ฏิบัติงาน การแกไ ขกค็ ือ ชกั ฟวสออกเสยี กอ นปฏบิ ตั ิงานซอมแกไข ใชป า ยเตอื นระวัง
อันตราย ลนั่ กญุ แจสตารท เตอรไมใหใ ครกดหรอื สับสวติ ชไ ด

รปู 17 อนั ตรายจากการไมร ะวังการสตารท เครอ่ื งจกั ร

45

5. การใชผ า คลมุ ผม

สําหรบั ผูปฏบิ ัตงิ านหญงิ จะตองใสห มวก

นริ ภัยทส่ี ามารถปกคลุมผมไดอยางเรยี บรอยมอี ยู

บอยครง้ั ท่อี บุ ตั ิภยั เกดิ ข้นึ เปน บทเรยี น ลดความ

ประมาท อยากลองดขี องผูปฏบิ ตั งิ านหญิงลงได เมื่อ

ปรากฎวาเครือ่ งมอื กลไดถ ลกเอาหนงั ศีรษะติด

ออกไปเปนบางสวน หรอื ตลอดทัง้ ศรี ษะ ในทาํ นอง รูปท่ี 18 อันตรายจากการไม
เดยี วกนั สงิ่ ประดับรา งกายตาง ๆ เชน แหวน กําไล ใชผา คลุมผม
สรอ ยคอ หรอื เครื่องประดบั อ่ืน ๆ ก็ไมควรสวมใส

ขณะทํางาน เพราะสว นทย่ี นื่ ออกมาของช้นิ สว นทเ่ี คลอื่ นไหวไดห รอื หมุนอยูของเครือ่ งมอื กลอาจจะ

ดึงเอาเครือ่ งประดับเหลานเี้ ขาไปพรอ มกบั อวยั วะของรา งกาย

เครอื่ งกลงึ ธรรมดา

เครือ่ งกลงึ ชนดิ นจ้ี ดั เปน เครื่องมือทมี่ ีอนั ตราย นอย แต

ตองใชดวยความสขุ ุมรอบคอบเพอ่ื มใิ หเ กดิ อันตรายได การ

บาดเจ็บจากเครือ่ งมอื ประเภทนี้ เน่อื งมาจาก

1. สมั ผสั หรอื กระทบกับรอยคมของชนิ้ งาน หรอื สวน

ท่ยี ื่นออกมาจากช้ินงาน หนาจาน หวั จบั หรือเหล็กพางาน

โดยเฉพาะอยา งย่งิ สลกั เกลยี วปรบั แตง ตาง ๆ ที่ยืน่ ออกมา

2. การกระเดน็ ของเศษโลหะจากการกลงึ รูปที่ 19 อันตรายจากการท้ิง
3. คนั บงั คบั หยุดของเครือ่ ง ประแจ

4. ใชต ะไบดวยมอื ขวา ใชตะไบโดยไม มดี ามจบั หรือใชม ือจบั กระดาษทรายขดั ชน้ิ งาน แทน

การใชไ มปะกระดาษทราย

5. วดั ขนาดหรอื ความยาวของชน้ิ งาน ในขณะทเ่ี ครอ่ื ง

กาํ ลงั เดนิ อยู

6. พยายามเขยี่ หรอื ปดเศษโลหะ ในขณะท่เี ครื่อง

กําลงั เดนิ อยู

7. สัมผัสหรอื กระทบกับชน้ิ งานทก่ี าํ ลังหมนุ ซึ่งยน่ื

ออกมาจากเครอื่ งกลงึ ประเภทแทนลูกโม หรอื เครือ่ งทาํ

รปู ท่ี 20 อันตรายจากการใชม ือเปลา เกลียว
กวาดเศษเหลก็ 8. ทง้ิ ประแจขนั หวั จบั คาไวทีห่ วั จับ
9. เครอื่ งมอื หมุนมว นเอาเสือ้ ผา ทีร่ ุมรา ม หรอื ผา เชด็

เครอื่ งเขา ไป

46

อนั ตรายจากการใชส วา นเจาะต้ังแทน
- สัมผสั กบั แกนของเครื่อง หรอื กบั ดอกสวา น
- ดอกสวานหัก
- การใชดอกสวา นทีข่ าดความคม (ทอ่ื )
- ถกู กระแทกจากช้นิ งานทีเ่ หวย่ี งหลดุ ออกมาเพราะจับยึดไวไมแ นน
- ชนิ้ สวนของเครือ่ งหมนุ มว นเอาเสนผม หรอื เสอื้ ผาเขา ไป
- ใชมอื เปลา กวาดเอาข้เี หลก็ ออกจากเคร่อื ง
- ลมื ประแจหวั จับหรอื เหล็กสง ไวใ นหัวจบั

การทาํ ความสะอาดดว ยลมเปา

ผปู ฏิบัตงิ านสว นมากชอบใชสายยางลมเปา ทาํ

ความสะอาดฝนุ หรอื ส่งิ สกปรกท่ตี ดิ อยกู ับเส้ือผาหรอื ท่ีผม

ซ่ึงอาจเกิดอนั ตรายตอดวงตาและหไู ด ควรจะหามวิธี

ปฏบิ ตั ิที่ผดิ ๆ เชน นเี้ สยี และจดั หาแปรงหรือเคร่ืองดูดฝุน

ใหใชแ ทน มีวธิ กี ารท่ีปลอดภัยกวา และดกี วาใชลม

รูปท่ี 21 อันตรายจากเศษเหล็ก ในการขจดั เศษโลหะ คอื จดั หาแปรงสาํ หรบั ปดเศษโลหะ
กระเด็นเขาตา ใชแปรงทใี่ ชเ พือ่ วตั ถุประสงคดงั กลาว จะตอ งไมม ีหว ง
ลวดหรอื สิง่ อนื่ ๆ ท่ีมลี กั ษณะเปนหวงอยูท ีป่ ลายของดา ม

จับ เพราะนวิ้ มอื อาจสอดเขา ไปได เปนอนั ตรายตอการท่ีเคร่อื งจกั รอาจหนีบดงึ เกย่ี วเขา ไปพรอ มทง้ั

แปรง

การเปลย่ี นหนา จานแทน กลึง
เนือ่ งจากการทํางานกับเครอื่ งมอื กลเหลา น้ี ตองมี
การยกเปลย่ี นอุปกรณประกอบที่หนัก ๆ หรอื ชนิ้ สวน
เครื่องมือกลที่หนกั เชน หนาจาน หวั จบั เปน ตน ดังนน้ั
ผูปฏบิ ัตงิ านทกุ คนจะตอ งใสร องเทานิรภัยเพือ่ ลดอันตราย
ท่ีจะเกดิ ขึ้นหากของหนัก ๆ เหลา นีห้ ลนทบั เทา

รูปท่ี 22 อนั ตรายจากหนาจานทับเทา
ท่ีไมใสรองเทานริ ภัย

47

การดปอ งกนั อนั ตรายจากเคร่ืองจักร

การปอ งกนั อนั ตรายจากเครอ่ื งจักร หรอื เรียกวา การทาํ การด เครอื่ งจกั ร กค็ อื การออกแบบ

หรือหามาตรการปองกันไมใหม ีอนั ตรายเกดิ ขึ้น การออกแบบการสราง การตดิ ตง้ั และการบาํ รงุ รักษา

การด ทจ่ี ะปองกันจดุ อนั ตรายของเครื่องจกั รนี้ จําเปน ตองเอาใจใสเปนพเิ ศษ อาจถึงขัน้ สูญเสียน้วิ ฝา

มอื หรือแขนก็เปน ได อนั เปน ผลใหผบู าดเจ็บตองพกิ ารไปตลอดชีวติ แตอ ยา งไรกต็ าม เครอื่ งจกั รที่

ไมม กี ารดหรือมแี ตไมเหมาะสมหรอื เพยี งพอ แมวาจะมกี ารใชมาเปน เวลานานแลวกต็ าม แตย ังไมเคย

มีอุบัติภัยเกิดขน้ึ เลย กไ็ มไดห มายความวา เครือ่ งจกั รน้ันจะไมเ ปนอนั ตราย เพยี งแตผ ปู ฏิบตั ิงานอาศยั

ความชาํ นาญหรอื ทํางานดว ยความระมดั ระวังเทา นั้น นบั วา เปน การกระทาํ ที่เสีย่ งอนั ตรายมาก

เนื่องจากพฤติกรรมของคนคอ นขา งจะคาดการณไ ดย ากและหว่นั ไหวแปรเปล่ียนไดต ลอดเวลา แมว า
ผูป ฏิบัตงิ านมคี วามระมดั ระวงั มากเพยี งใดกต็ าม บางคร้งั ก็
อาจพลาดพลั้งได ดังนน้ั จงึ ตอ งมกี ารทําการด เครือ่ งจักรให
ถูกตอ งและเหมาะสมท่สี ุด ลกั ษณะของการดท่ดี ีควรจะมี
ลักษณะดงั นี้
1. ใหก ารปองกันอันตรายต้งั แตตน มอื
2. ใหการปอ งกนั มใิ หสวนของรา งกายเขา ใกลเ ขต

รปู ท่ี 23 การดปองกันมือกอ นแกไข อันตราย

3. ใหค วามสะดวกแกผ ูทาํ งานไดเ ชน เดยี วกบั ท่ี ไมไ ด

ใสการดปองกนั

4. การดท่ีดีควรไมข ัดขวางผลผลติ

5. การดควรเหมาะสมกับงานและเครื่องจกั ร

รูปที่ 24 การดปองกันมอื หลังแกไข 6. การดควรมลี ักษณะติดมากับเครื่อง
7. การดควรงา ยตอ การตรวจซอ มและการเติมนาํ้ มนั

รปู ที่ 25 แทนปมยงั ไมใส 8. การดควรทนทานตอ การใชง านปกติไดด ี และมีการ
การด บาํ รุงรักษานอ ย
การปองกันอนั ตรายสวน

ทเี่ คล่อื นไหวของเครอ่ื งจักรแบบตา ง ๆ นั้น สามารถทาํ ได
โดยการสรางการดปองกันอนั ตรายจากเคร่อื งจกั ร ทั้งน้ี เพือ่
ปอ งกนั ไมใหค นงานตอ งสมั ผสั กบั จดุ ทอ่ี ันตราย ในการ
ติดตงั้ การด นน้ั จะตอ งศึกษาใหด แี ละละเอียดรอบคอบ

เพราะหากติดตัง้ การดไมเหมาะสม แทนทจี่ ะ ปอ งกันไดก ลับเปน จดุ ออนท่ีทาํ ใหเ กดิ อันตรายมาก

ย่ิงขึ้น ดังนนั้ การตดิ ตงั้ การดน้นั จะตองเลอื กใหถกู กบั ลกั ษณะของงาน ปกติสามารถแบง การด

48

ออกเปนชนดิ ใหญ ๆ 5 ชนิด ซ่ึงในการใชน ัน้ อาจเลอื กใชแบบใดแบบหนง่ึ หรือหลายแบบพรอ มกนั ก็

ได

1. การดชนิดตดิ ต้งั อยกู ับที่ ( a Fixed Guard )

2. การดชนิดลอ็ คในตัว ( an Interlocking Guard )

3. การดชนิดปลดคลัตช ( a Trip Guard )

4. การดชนดิ อตั โนมัติ ( an Automatic Guard )

5. การด ชนิดใชม ือ 2 ขา ง ( a Two – hand Control

Device ) กจ็ ะกระทบหรือสมั ผัสกบั ตะแกรง ทาํ ให

รูปที่ 26 เครื่องผสมแปง ใส เครือ่ งจักรหยดุ ทาํ งานทนั ที
การด ชนดิ ปลดคลตั ชน ี้ มีหลกั การทํางานอีก แบบ
การดปด ชนดิ ปลดคลัทซ
หนงึ่ โดยใชล ําแสงแทนตะแกรงหรือกรง ประกอบขน้ึ

เปนฉากมา นกน้ั ระหวา งผูปฏิบตั งิ านกบั จดุ อนั ตรายของ

เคร่ืองจกั ร ลําแสงนอ้ี อกแบบเปน พิเศษ ซง่ึ เมอื่ ใดก็ตามที่

ลําแสงถูกตัดหรอื บดบัง จะทําใหว งจรไฟฟา ทาํ งาน เปน

ผลใหก ลไกหรอื คลตั ชป ลดหรอื แยกตัวออก ทาํ ให

รปู ที่ 27 แทนตัดโลหะแผนไมใสการด เครือ่ งจกั รหยดุ ทาํ งานทนั ที
ตัวอยา งเชน เครอื่ งผสมแปง และเครอ่ื งผสมนาํ้

ยาง เปน ตน การเกดิ อุบตั ภิ ัยจากดามตหี รอื แขนผสม

ของเครอื่ งผสม ข้นึ อยกู บั การหมุนและจงั หวะการตีของ

แขนผสม แขนตนี อ้ี าจจะเกีย่ วเสอ้ื ผาหรอื อวยั วะของ

ผปู ฏิบัติงานเขา ไป กอ ใหเกดิ การบาดเจบ็ หรอื อันตราย

ได การด ท่เี หมาะสําหรบั เคร่ืองจกั รประเภทนี้ คอื การด

ชนดิ ปลดคลตั ช เครอ่ื งจักรจะทาํ งานได ตอ

เม่อื ปดชอ งเปด เรียบรอย และเครอ่ื งจักรจะหยุดทนั ที

รูปที่ 28 แทนตัดโลหะแผนใสการด เมอ่ื ชอ งเปดถกู เปด ออก

ชนดิ ท่ีแบบเปนซี่ ๆ

การดชนดิ อัตโนมตั ิ

การดชนดิ น้ี เปน การดทีอ่ อกแบบเพือ่ ปอ งกันตวั ผปู ฏิบัติงาน โดยจะทําหนาที่ปด มอื หรืออวยั วะ
สวนหนึ่งสว นใดที่อาจจะเปน อันตราย ใหอ อกมาพนจดุ อันตรายของเคร่ืองจกั ร สวนทเี่ คลื่อนท่ไี ดข อง
การด จะถกู ขบั เคล่ือนโดยสว นท่เี คล่อื นที่ไดข องเครอ่ื งจักรนั้น ๆ รปู แบบของการเคลอื่ นไหวของ
การดอาจจะเปน การกวาดจากดานหน่ึงไปอกี ดา นหน่งึ หรือการผลักออกมาขางนอก หรือผลักขนึ้
ขา งบน จากจดุ ปฏิบตั ิงาน หรืออาจจะเปน ลกั ษณะดงึ มอื ผูปฏิบัตงิ านออกจากบรเิ วณอนั ตราย การด


Click to View FlipBook Version